0 แผนการจัดการเรยี นรมู งุ เนนสมรรถนะ ช่อื วชิ า แคลคลู ัส 1 รหัสวชิ า 30000– 1404 ทฤษฎี3 ช่วั โมง ปฏิบตั -ิ หนว ยกติ 3 หลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี ชน้ั สูง พุทธศักราช 2563 ประเภทวชิ าทกั ษะชวี ิต สาขาวิชาคณิตศาสตร จดั ทําโดย นายธรี ะ กลมเกลา วิทยาลัยเทคโนโลยแี หลมทอง สาํ นกั งานคณะกรรมการอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ
สารบัญ 1 จดุ ประสงคร ายวิชา มาตรฐานรายวชิ า และคําอธิบายรายวิชา หนา วเิ คราะหคาํ อธิบายรายวิชาเปน จดุ ประสงคเ ชงิ พฤติกรรม 2 วเิ คราะหจ ุดประสงคเชิงพฤติกรรมเปนสมรรถนะการเรยี นรู 3 กําหนดการสอน/โครงการสอน 4 แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น 6 แผนการสอน 8 แผนการสอนท่ี 1 15 แผนการสอนที่ 2 22 แผนการสอนที่ 3 29 แผนการสอนที่ 4 36 แผนการสอนท่ี 5 42 แผนการสอนที่ 6 50 แผนการสอนที่ 7 57 แผนการสอนท่ี 8 64 แผนการสอนที่ 9 71 แผนการสอนที่ 10 78 แผนการสอนท่ี 11 85 แผนการสอนท่ี 12 92 แผนการสอนท่ี 13 99 แผนการสอนที่ 14 106 แผนการสอนที่ 15 113 แผนการสอนที่ 16 120 แผนการสอนที่ 17 130 แผนการสอนที่ 18 138 เฉลยแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู 146 ภาคผนวก 179 ภาพตวั อยา งกิจกรรมการเรยี นการสอนออนไลน
2 จดุ ประสงคร ายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า และคําอธิบายรายวชิ า หลักสูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชั้นสงู พุทธศักราช 2563 จดุ ประสงคร ายวชิ า เพ่ือให 1. เขา ใจความคิดรวบยอดเก่ียวกบั ทฤษฏบี ททวินามเศษสวนยอ ย ลมิ ิตและความตอเนื่องของฟงกช ัน อนพุ ันธฟงกชนั พีชคณิตอนพุ ันธฟ ง กชันอดศิ ยั การประยุกตของอนพุ ันธอินทิกรลั ฟงกชนั พชี คณิตอนิ ทิกรัลฟงกชนั อดศิ ยั และอนิ ทกิ รัลจํากดั เขต 2. สามารถนาํ ความรเู ร่ืองทฤษฏบี ททวินามเศษสวนยอย ลิมติ และความตอเนื่องของฟงกชนั อนุพนั ธของ ฟง กช ันอนิ ทิกรลั ของฟงกชนั และอินทิกรลั จาํ กดั เขตไปประยุกตใ ชในงานอาชีพ 3. มเี จตคติที่ดตี อการเรียนรูท างคณิตศาสตร สมรรถนะรายวชิ า 1. ดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั การกระจายทวินาม และเศษสวนยอ ย 2. ดําเนินการเกี่ยวกับลิมิต และตรวจสอบความตอเนื่อง และอัตราการเปล่ยี นแปลงของฟง กช ัน 3. ดาํ เนินการเกี่ยวกบั อนพุ นั ธของฟง กช นั พชี คณิต และฟงกช นั อดศิ ัย 4. ดาํ เนนิ การเกยี่ วกบั อนพุ ันธอนั ดบั สูง และประยุกตอ นุพนั ธในงานอาชีพ 5. ดําเนนิ การเก่ียวกบั อินทิกรัลฟงกช ันพีชคณิตและฟงกช นั อดศิ ยั 6. ดําเนินการเกี่ยวกบั อนิ ทกิ รัลจาํ กดั เขต และประยุกตใ ชใ นงานอาชีพ คาํ อธิบายรายวิชา ศกึ ษาและฝกทักษะการคดิ คาํ นวณ และการแกป ญหาเก่ียวกับทฤษฏีบททวินามเศษสวนยอย ลิมิต และความตอเน่ืองของฟงกชันอนุพันธ ฟงกชันพีชคณิต และฟงกชันอดิศัยการประยุกตของอนุพันธอินทิกรัล ฟง กชนั พชี คณิตและฟงกช นั อดศิ ยั อนิ ทกิ รัลจาํ กัดเขตและการประยกุ ต และการประยกุ ตใ ชใ นงานอาชีพ
3 วิเคราะหค ําอธิบายรายวชิ าเปน จุดประสงคการเรยี นรู คําอธบิ ายรายวิชา จุดประสงคเ ชิงพฤตกิ รรม 1.ศึกษาเกย่ี วกับ ลิมิต ทฤษฎีบทของลิมติ ลิมติ 1.หาคา ลิมติ ของฟงกชันได ของฟงกช นั เกย่ี วกับอนนั ต ความตอ เนื่องของ 2.หาคาลิมติ ของฟง กช ันเกย่ี วกบั อนันต ฟง กชัน 3.หาคา ความตอเน่อื งของฟงกช ันได 2.ศึกษาเกยี่ วกบั อนพุ นั ธ อนพุ ันธฟ งกช นั 1.หาอนพุ ันธของฟงกชนั โดยใชกฎ 4 ขนั้ ได พีชคณิต การหาอนุพนั ธฟงกชันโดยใชก ฎของ 2.หาอนุพันธของฟงกช ันพชี คณติ โดยการใชสูตรได ลูกโซ การหาอนพุ นั ธฟ งกช นั โดยปริยาย การหา 3.หาอนุพันธฟ งกช นั โดยใชก ฎลูกโซได อนพุ ันธอนั ดับสงู 4.หาอนุพนั ธฟงกชนั โดยปรยิ ายได 5.หาอนพุ ันธอันดับสูงได 3.ศกึ ษาเก่ยี วกบั อนพุ นั ธฟ งกช นั ตรโี กณมิติ 1.หาคา อนุพนั ธฟ งกชนั ตรีโกณมติ ิโดยใชสูตรได 2.หาคาอนุพนั ธฟงกช นั ผกผันของฟงกชันตรีโกณมติ โิ ดยใชส ูตร ได 4.ศกึ ษาเก่ยี วกบั อนพุ นั ธฟ ง กช นั 1.บอกรูปแบบของฟง กช นั เอ็กซโปเนนเซียลได เอกซโปเนนเชียล และลอการิทึม 2.บอกรูปฟงกชันลอการทิ ึมได 3.หาอนพุ นั ธของฟง กชนั เอ็กซโปเนนเซยี ลได 4.หาอนุพันธของฟงกชนั ลอการทิ ึมได 5.ศึกษาเกยี่ วกบั การประยกุ ตของอนพุ ันธ 1.หาสมการเสน สัมผสั เสน โคง ได ความเร็วและความเรง คา สูงสุดสมั พัทธและคา 2.หาคา สูงสดุ สัมพัทธตาํ่ สดุ สัมพทั ธของฟงกช ันและประยุกตใ ช ตา่ํ สดุ สัมพทั ธ คาเชิงอนุพนั ธ และการประมาณ ได คา 3.อธิบายเกี่ยวกับความเรว็ ความเรง และประยุกตใชได 4.อธิบายเก่ียวกับอัตราสมั พัทธ และประยุกตใชได 5.อธบิ ายเก่ียวกบั คาเชิงอนุพนั ธแ ละหาคา โดยประมาณของ จาํ นวนได 6.ศกึ ษาเก่ียวกับ อินทิกรลั ฟง กชันพชี คณิต 1.บอกนิยามการอนิ ทิกรลั ได 2.บอกสตู รการอินทิกรัลพนื้ ฐานได 3.อนิ ทกิ รลั พีชคณิตพ้ืนฐานได 7.ศกึ ษาเกย่ี วกบั อินทิกรลั ฟงกช นั ตรีโกณมิติ และ 1.บอกสตู รการอนิ ทิกรลั ฟง กชันตรีโกณมติ ไิ ด อินเวอรฟ งกชนั ตรีโกณมติ ิ 2.อนิ ทกิ รลั ฟง กช นั ตรีโกณมติ โิ ดยใชส ตู รได 3.บอกสตู รการอนิ ทิเกรตท่ใี หผลเปน ฟง กชันผกผันของฟง กชัน ตรโี กณมิตไิ ด 4.อนิ ทกิ รลั ที่ใหผลเปนฟง กชันผกผนั ของฟงกชนั ตรีโกณมติ ไิ ด 8.ศึกษาเกี่ยวกบั อินทิกรลั ฟงกชัน 1.อินทกิ รลั ฟงกช นั ลอการิทึมได เอกซโปเนนเชียล และลอการิทึม 2.อนิ ทกิ รลั ฟง กชันเอก็ ซโ ปเนนเชยี ลได 9.ศึกษาเกี่ยวกับ อินทิกรัลจาํ กดั เขตและการ 1.บอกนิยามการอินทเิ กรตจาํ กัดเขตได ประยุกต 2.อนิ ทกิ รลั จํากดั เขตได 3.สามารถนาํ อินทิกรัลจํากัดเขตไปประยุกตใชไ ด
4 วิเคราะหจ ดุ ประสงคเชงิ พฤติกรรมเปนสมรรถนะการเรียนรู จาํ นวน หนว ยการเรยี น คาบ/ จดุ ประสงคเ ชิงพฤตกิ รรม สมรรถนะการเรียนรู ช่ัวโมง 1. ลมิ ิต และความ 6 1.หาคาลิมิตของฟง กช ันได 1.ลมิ ิต ตอ เน่ืองของฟง กช ัน 2.หาคา ลิมติ ของฟง กช ันเกย่ี วกับอนันต 2.ทฤษฎีบทของลมิ ิต 3.หาคา ความตอ เนอ่ื งของฟง กช ันได 3.ลมิ ติ ของฟง กช นั เกย่ี วกบั อนันต 4. ความตอเน่ืองของฟงกชัน 2. อนุพันธ และ 9 1.หาอนุพันธของฟงกช ัน โดยใชกฎ 4 ข้นั 1.อนพุ ันธ อนพุ นั ธของฟง กชัน ได 2.อนุพันธฟ งกชนั พีชคณิต พชี คณิต 2.หาอนพุ ันธของฟงกชันพชี คณติ โดย 3.การหาอนุพันธฟง กชนั โดยใชก ฎ การใชสตู รได ของลกู โซ 3.หาอนพุ ันธฟ งกช ัน โดยใชก ฎลูกโซได 4.การหาอนพุ ันธฟ งกชนั โดย 4.หาอนพุ ันธฟงกช นั โดยปริยายได ปรยิ าย 5.หาอนุพันธอ ันดับสงู ได 5.การหาอนพุ ันธอนั ดบั สูง 3. อนุพันธข อง 6 1.หาคา อนุพันธฟ งกช ันตรโี กณมิติโดยใช 1.สูตรการหาอนุพนั ธของฟงกชัน ฟงกช นั ตรโี กณมิติ สูตรได ตรีโกณมิติ 4. อนุพนั ธข อง ฟง กชนั เอ็กซโปเนน 2.หาคา อนุพันธฟงกชนั ผกผันของฟง กช นั 2.สูตรการหาอนุพันธฟงกชนั ผกผนั เชยี ล และอนพุ นั ธ ฟงกช ันลอการิทึม ตรโี กณมติ โิ ดยใชส ตู รได ของฟงกช นั ตรีโกณมติ ิ 5. การประยกุ ต 6 1.บอกรปู แบบของฟงกชนั เอ็กซโปเนน 1.สตู รการหาอนุพนั ธของฟงกชนั อนุพนั ธ เซยี ลได เอ็กซโปเนนเซียล 6.การอินทกิ รลั ไมจํากดั เขต 2.บอกรูปฟงกชนั ลอการทิ ึมได 2.สูตรการหาอนุพันธฟ งกชัน 3.หาอนพุ ันธข องฟงกช นั เอก็ ซโปเนน ลอการทิ ึม เซยี ลได 3.การหาอนพุ ันธเ ชงิ ลอการิทมึ 4.หาอนพุ นั ธข องฟงกชันลอการิทึมได 6 1.หาสมการเสน สมั ผัสเสน โคง ได 1.สมการเสน สมั ผัสเสนโคง 2.หาคา สงู สุดสัมพทั ธตาํ่ สดุ สัมพทั ธและ 2.คา สูงสุดสมั พัทธตํา่ สุดสัมพัทธ ประยุกตใ ชได 3.ความเรว็ และ ความเรง 3.อธบิ ายเกย่ี วกับความเรว็ ความเรง 4.อัตราสมั พัทธ และประยุกตใชไ ด 5.คา เชงิ อนุพันธ และ การ 4.อธบิ ายเก่ียวกับอตั ราสัมพทั ธ และ ประมาณคา ประยุกตใชได 5.อธิบายเกีย่ วกบั คา เชงิ อนพุ ันธแ ละหา คา โดยประมาณของจํานวนได 6 1.บอกนิยามการอนิ ทิกรลั ได 1.นิยามการอนิ ทิกรลั ไมจ ํากัดเขต 2.บอกสูตรการอนิ ทกิ รลั พื้นฐานได 2.สตู รการอนิ ทิกรัล 3.อนิ ทิกรลั พีชคณิตพื้นฐานได
5 7.การอินทกิ รัล 6 1.บอกสูตรการอินทิกรัลฟงกชัน 1.สตู รการอินทิกรัลฟง กชนั ฟง กช นั ตรีโกณมติ ิ ตรโี กณมิตไิ ด ตรโี กณมติ ิ 2.อินทิกรัลฟงกชันตรโี กณมติ ิโดย 2.สูตรการอนิ ทิกรลั ทีใ่ หผ ลเปน ใชส ูตรได ฟงกช ันผกผันของฟงกช ัน 3.บอกสตู รการอินทิกรัลที่ใหผล ตรีโกณมติ ิ เปน ฟงกชันผกผันของฟง กช ัน ตรีโกณมิติได 4.อินทกิ รลั ที่ใหผ ลเปน ฟง กช ัน ผกผนั ของฟงกช ันตรีโกณมติ ิได 8.การอินทกิ รลั 3 1.อนิ ทิกรัลฟงกชนั ลอการิทมึ ได 1.การอนิ ทิกรลั ฟง กช นั ลอการทิ มึ ฟง กชันลอการทิ มึ และ 2.อนิ ทกิ รลั ฟง กชนั เอก็ ซโ ปเนน 2.การอินทิกรลั ฟง กช นั เอ็กซ ฟ ง ก ชั น เ อ็ ก ซ โ ป เ น น เชยี ลได โปเนนเชียล เชยี ล 9. การอนิ ทิกรลั 6 1.บอกนยิ ามการอนิ ทิกรลั จํากัด 1.นยิ ามการอนิ ทิกรัลจาํ กดั เขต จาํ กัดเขต เขตได 2.การอนิ ทิกรัลจํากัดเขต 2.อินทิกรัลจํากัดเขตได 3.การประยุกตอนิ ทิกรลั จาํ กดั 3.สามารถนาํ อินทิกรลั จํากัดเขตไป เขต ประยุกตใ ชได
6 กําหนดการสอน/โครงการสอน วิชา แคลคลู ัส1 รหสั วชิ า 30000 – 1404 จํานวน 3 หนวยกจิ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห สัปดาหท ่ี เร่อื ง จํานวนชั่วโมง 1-3 6 - ปฐมนิเทศแจง แนวทางการเรยี น 4-6 1.ทดสอบกอนเรยี นหนว ยท่ี 1 9 2.ฟงกชนั และ ลมิ ติ 7-8 3.ทฤษฎบี ทของลมิ ิต 6 9 - 10 4.ลิมติ ของฟง กชนั เก่ียวกบั อนนั ต 1 11 - 12 5. ความตอ เน่ืองของฟง กชนั 5 6.ทดสอบหลงั เรียนหนว ยที 6 13 - 14 1.ทดสอบกอนเรยี นหนวยท่ี 2 6 2.อนพุ ันธ 3.อนุพันธฟงกชนั พีชคณติ 4.การหาอนุพันธฟง กชนั โดยใชก ฎลกู โซ 5.การหาอนุพนั ธฟง กชัน โดยปริยาย 6.การหาอนุพนั ธอันดับสูง 7.ทดสอบหลังเรียนหนวยท่ี 2 1.ทดสอบกอนเรยี นหนว ยท่ี 3 2.สูตรการหาอนุพนั ธข องฟงกชนั ตรโี กณมติ ิ 3.สตู รการหาอนพุ ันธข องฟง กชนั ผกผนั ของฟงกช นั ตรีโกณมิติ 4.ทดสอบหลงั เรียนหนวยที่ 3 สอบกลางภาคเรยี น 1.ทดสอบกอนเรยี นหนวยท่ี 4 2.สูตรการหาอนุพันธของฟงกชันเอก็ ซโปเนนเซียล 3.สตู รการหาอนพุ ันธฟง กชันลอการิทึม 4.การหาอนพุ ันธเ ชงิ ลอการิทมึ 5.ทดสอบหลังเรยี นหนว ยท่ี 4 1.ทดสอบกอนเรียนหนว ยท่ี 5 2.สมการเสน สัมผัสเสนโคง 3.คา สูงสุดสัมพัทธต าํ่ สุดสมั พทั ธ 4.ความเร็ว และ ความเรง 5.อัตราสัมพัทธ 6.คา เชงิ อนุพันธ และ การประมาณคา 7.ทดสอบหลังเรยี นหนวยที่ 5 1.ทดสอบกอนเรียนหนวยที่ 6 2.นิยามการอินทกิ รัลไมจ ํากัดเขต 3.สูตรการอนิ ทิกรัล
4.ทดสอบหลังเรียนหนวยท่ี 6 7 15 1.ทดสอบกอนเรยี นหนวยท่ี 7 6 2.สตู รการอินทิกรัลฟง กช ันตรโี กณมติ ิ 3 3.สตู รการอนิ ทิกรลั ที่ใหผลเปนฟงกช ันผกผันของฟงกชันตรีโกณมิติ 5 4.ทดสอบหลงั เรยี นหนวยที่ 7 1 16 1.ทดสอบกอนเรียนหนวยท่ี 8 54 2.การอินทกิ รัลฟงกช ันลอการิทึม 3.การอินทกิ รัลฟง กชันเอ็กซโปเนนเชยี ล 4.ทดสอบหลังเรยี นหนวยท่ี 8 17 -18 1.ทดสอบกอนเรยี นหนวยที่ 9 2.นยิ ามการอนิ ทิกรัลจาํ กัดเขต 3.การอินทกิ รัลจาํ กัดเขต 4.การประยกุ ตอินทิกรลั จํากัดเขต 5.ทดสอบหลังเรียนหนวยท่ี 9 - ปจ ฉมิ นเิ ทศ สอบปลายภาคเรยี น รวม
8 แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน วิชาแคลคูลสั 1 (30000-1404) ระดับชัน้ ปวส. จํานวน 40 ขอ 60 นาที ............................................................................................................................................................ คําชแี้ จง ใหนักเรียนเลอื กคําตอบท่ีถูกตองที่สุดเพียงคาํ ตอบเดยี วแลวทาํ เครอ่ื งหมาย X ลงในกระดาษคําตอบ 1. lim (x3 6x 1) มคี า ตรงกบั ขอใด x 2 ข. 3 ก. 2 ง. 5 ค. 4 จ. 6 2. lim x 4 2 มคี า ตรงกับขอใด x0 x ก. 1 ข. 0 4 ค. 1 ง. 1 2 จ. 2 3. lim 5 x มีคา ตรงกบั ขอใด x0 x ก. 1 ข. ค. 0 ง. 1 จ. 2 4. lim (x3 6x 1) มคี าตรงกบั ขอใด x ข. 0 ก. 1 ค. 1 ง. จ. 3 5. lim 3x 2 7x 20 มีคา ตรงกบั ขอใด 5x 2 10x x ก. 3 ข. 1 5 5 ค. ง. 2 7 จ. 7 2 3a , x 1 , x 1 6. กําหนดให f(x) 4 1 ถา f(x) ตอ เนอ่ื งที่ x 1แลว a มีคา ตรง x3 x2 1 กับขอ ใด ก. ข. 1 ค. 0 ง. 3
9 จ. 2 0 ; x1 1 7. กาํ หนดให f(x) 3x 1 ; 1 x 2 ขอใดตอไปนี้ถูกตอง x ; x2 ข. ขอ 1. ถกู ขอ 2. และขอ 3. ผิด 1. f(x) ตอเน่ืองท่ี x 1 ง. ขอ 1. และขอ 2.ถูก ขอ 3. ผิด 2. f(x) ตอเน่ืองตลอดในชว ง 1, 2 3. f(x) ตอเนื่องตลอดในชว ง 1, 2 ก. ขอ 1. ขอ 2. และขอ 3. ถูก ค. ขอ 1. ขอ 2. และขอ 3. ผิด จ. ขอ 1. และขอ 2. ผิด ขอ 3. ถกู 8. กําหนดให y 35 7 แลว dy มีคาตรงกบั ขอใด x x2 x3 dx ก. 3 10 21 ข. 3 10 21 x x2 x3 x2 x3 x4 ค. 3 5 14 ง. 3 7 10 x2 x3 x4 x2 x3 x4 จ. 10 7 3 x2 x3 x4 9. กําหนดให f x 5 แลว f xมคี าตรงกับขอใด x7 ก. 35x 8 ข. 35x8 ค. 35 ง. 35 x 8 x8 จ. 45x 8 10. กาํ หนดให y 3 4x5 แลว y มีคาตรงกับขอใด ก. 203 4x4 ข. 203 4x4 ค. 53 4x4 ง. 43 4x4 จ. 53 4x4 11. อนุพนั ธข อง y 1 sin3x2 มีคา ตรงกับขอใด ก. 8cos3x1 sin3x ข. 6cos3x1 sin3x ค. 3cos3x1 sin3x ง. 2cos3x1 sin3x จ. 4cos3x1 sin3x sec13x มีคาตรงกับขอใด 12. อนุพนั ธของ y ข. 1 ก. 3 x 9x2 1 x 3x2 1 ง. 1 ค. 3 x 9x2 1 x 3x2 1 13. อนพุ นั ธของ y e4x3 2 มคี าตรงกับขอใด
10 ก. 6x 2e4x3 2 ข. 3x 2e4x3 2 ค. 12x 2e4x3 2 ง. 4x 2e4x3 2 จ. 8x 2e4x3 2 14. อนพุ ันธของ y ln3 secx มีคาตรงกบั ขอใด ข. sec2x ก. secxtanx 3 secx 3 secx ค. cosec2x ง. tan 2x 3 secx 3 secx จ. cos2x 3 cosecx 15. กําหนดให y 1 , u 2 x แลว dy มีคาตรงกับขอใด u dx ก. 2 ข. 2 (2 - x)3 (2 - x)3 ค. 1 ง. 1 (2 - x)3 (2 - x)3 จ. 2 (2 - x)2 16. กาํ หนดให 3x2 6y3 7x แลว dy มีคา ตรงกบั ขอใด dx ก. 7 6x ข. 7 6x 18y2 18y 2 ค. 7 6x ง. 7 6x 18y 2 18y2 จ. 7 6x 18y2 17. กาํ หนดให x y 3 y แลว dy มีคาตรงกับขอใด dx ก. 2 y 33 y2 ข. y 33 y2 ค. 2 y 33 y2 ง. 2 y 3 y2 จ. y 3 y2 18. กําหนดให y a bx แลว d2y มีคา ตรงกับขอใด a bx dx 2 ก. 4ab3 ข. 4ab2 (a bx)2 (a bx)3 ค. 4ab2 ง. 4ab3 (a bx)3 (a bx)2 จ. 4ab2 (a bx)3 19. กาํ หนดให s a bt แลว s''' มีคา ตรงกับขอใด
11 ก. 3b3 ข. 3b2 5 5 8(a bt) 2 8(a bt) 2 ค. 3b2 ง. 3b3 2 5 8(a bt)5 8(a bt)2 จ. 3b2 5 8(a bt) 2 20. ความชันของเสน โคง x2 3y2 7 ท่จี ุด (2,1) มคี า ตรงกบั ขอใด ก. 1 ข. 5 3 3 ค. 5 ง. 2 3 3 จ. 4 3 21. คา สูงสดุ ของ f(x) x4 2x2 มีคา ตรงกับขอใด ก. 1 ข. 3 ค. 4 ง. 0 จ. 2 22. กาํ หนดให f x = x3 2x2 x 1คา ตา่ํ สุด และคา สงู สุดของ f xตรงกับขอใด ก. 1 ,14 ข. 1 ,14 27 27 ค. 1 , 1 4 ง. 1 , 1 4 27 27 จ. 2 , 2 4 27 23. กาํ หนดใหส มการเสน โคงคอื y = x3 3x2 9x 5 จุดสงู สดุ และจุดตา่ํ สดุ ของ f xตรงกับขอใด ก. 3,21 , 1,11 ข. 3,10 , 1,22 ค. 3,22 , 1,11 ง. 3,22 , 1,10 จ. 3,21 , 1,10 24. ความเรว็ และความเรง มีคา ตรงกบั ขอ ใด เม่ือ t 2 วินาที โดยกําหนดสมการการ เคลือ่ นทเี่ ปน s 1 t4 5t3 12t2 เมอ่ื s เปนระยะทาง (เมตร) t เปน เวลา (วินาที) 4 ก. 4 m / s, 24 m / s 2 ข. 4 m / s, 24 m / s 2 ค. 4 m / s, 24 m / s 2 ง. 4 m / s, 24 m / s 2 จ. 24 m / s, 4 m / s 2 1 25. คา ประมาณของ 703 3 มคี า ตรงกบั ขอใด ก. 8.8918 ข. 8.8915 ค. 8.8917 ง. 8.8914
12 จ. 8.8916 26. กาํ หนดใหฟ งกช นั y = cos x2 1 tan 1 x คาของ dy ตรงกบั ขอ ใด a 2xsin x2 1 a dx 2xsin x2 1 a dx ก. ข. 2 a 2 x2 a x2 ค. x 2 a dx ง. x 2 1 a dx 2xcos 1 2xcos a2 x2 a2 x2 จ. x2 a dx 2xsin 1 a2 x2 27. คาของ x 1 3x 2 2 dx ตรงกบั ขอใด 3 ก. 1 5 ข. 1 5 10 1 3x2 3 c 15 1 3x2 3 c ค. 1 5 ค. 1 5 6 1 3x2 3 c 8 1 3x2 3 c จ. 1 5 9 1 3x2 3 c 28. คา ของ 3 4 dx ตรงกบั ขอใด x 2 2 ก. 3x 3 c ข. 12x 3 c 4 2 2 ง. 6x 3 c ค. 4x 3 c 3 2 จ. 3x 3 c 4 29. คาของ 4tan5x dx มีคาตรงกบั ขอ ใด ก. 4 ln cos5x c ข. 4ln sin5x c 5 ง. 4ln sec5x c ค. 4 ln sec5x c 5 จ. 4 ln cos5x c 5 30. คาของ dx 25 มคี าตรงกบั ขอใด 36x2 ก. 1 tan 1 6x c ข. 1 tan 1 6x c 5 5 6 5 ค. 1 tan 1 6x c ง. 1 tan 1 6x c 25 5 30 5 จ. 1 tan1 6x c 36 5
13 31. คา ของ 4 cos5x dx ตรงกับขอใด sin5x ก. 1 lncos5x c ข. 1 lncos5x c 5 4 ค. 1 ln4 sin5x c ง. 1 ln4 sin5x c 5 4 จ. 1 lnsin5x c 5 32. คา ของ ex ex dx ตรงกบั ขอใด ex ex ก. ln ex ex c ข. ln ex ex c ค. ln ex ex c ง. ln ex ex c จ. ln2ex c 2 ข. 157 33. คา ของ 2x(x2 1)3dx ตรงกบั ขอใด 0 ก. 156 ค. 165 ง. 175 จ. 145 8 ข. 27 34. คา ของ 1 3xdx ตรงกับขอใด 1 ก. 25 ค. 24 ง. 26 จ. 23 a 35. คาของ ( a x)2dx ตรงกบั ขอใด 0 ก. a2 ข. a2 6 7 ค. a2 ง. a2 5 8 จ. a2 9 5 xdx ตรงกบั ขอใด x2 4 36. คา ของ 2 ก. 22 ข. 24 ค. 23 ง. 20 จ. 21 π 8 ตรงกบั ขอ ใด 37. คาของ sin52xcos2xdx 0 ก. 1 ข. 1 69 96
14 ค. 1 ง. 1 89 95 จ. 1 98 2 ตรงกับขอใด 38. คาของ 2x(x2 1)3dx 0 ก. 20 ข. 1 20 ค. 3 1 ง. 25 20 จ. 1 25 39. พ้ืนทซ่ี ง่ึ อยรู ะหวางเสนโคง y2 2x และ x y 4 มีคา ตรงกับขอใด ก. 50 ตารางหนว ย ข. 5 ตารางหนว ย 3 3 ค. 54 ตารางหนวย ง. 58 ตารางหนวย 3 3 จ. 43 ตารางหนวย 3 40. ปรมิ าตรทเ่ี กดิ จากการหมนุ พืน้ ท่ที ่ีปดลอมดวยเสนโคง y x2 3x 6 และ เสนตรง x y 3 0 หมนุ รอบ เสน ตรง x 3ในแนวแกน y มคี า ตรงกบั ขอ ใด ก. 256π ลกู บาศกหนวย ข. 3 π ลกู บาศกหนว ย 256 ค. 3π ลูกบาศกหนว ย ง. 256 π ลูกบาศกหนวย 3 จ. 265 π ลกู บาศกห นว ย 3 เฉลยแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน วชิ าแคลคลู สั 1 รหัสวิชา 30000-1404 1. ง 2. ก 3. ข 4. ง 5. ก 6. จ 7. จ 8. ข 9. ง 10. ก 11. ข 12. ข 13. ค 14. ก 15. ข 16. จ 17. ก 18. ข 19. ง 20. ง 21. ง 22. ก 23. ง 24. ข 25. ค 26. จ 27. ก 28. ง 29. ค 30. ง 31. ค 32. ง 33. ก 34. ง 35. ก 36. จ 37. ข 38. ก 39. ค 40. ง
15 แผนการจัดการเรียนรูม งุ เนน สมรรถนะ หนว ยที่ 1 สอนครัง้ ท่ี1 ชอ่ื หนวย ลมิ ติ และความตอเนือ่ งของฟงกชนั ชวั่ โมงรวม 3 แผนการสอนที่ 1 จํานวนช่ัวโมง 3 สาระการเรยี นรู 1. ลมิ ติ 2. ทฤษฎีบทของลมิ ติ 3. ลมิ ติ ของฟงกชนั เก่ยี วกบั อนนั ต 4. ความตอ เน่ืองของฟง กชัน สมรรถนะการเรียนรู เมื่อศกึ ษาจบหนวยนแ้ี ลว นกั ศกึ ษาสามารถ 1. หาคาลมิ ิตของฟงกชันได 2. หาคาลมิ ิตของฟงกช นั เกี่ยวกับอนนั ต 3. หาคา ความตอ เน่ืองของฟงกชันได สาระสาํ คัญ ลิมิต ถาให a , L เปนจํานวนจรงิ ใดๆลิมิตของ f x มีคาเทากบั L เมื่อ x เขา ใกลคา a แต x a จะใชสญั ลักษณแทนดว ย limf x = L ซึง่ หมายถงึ xa limf x = L กต็ อ เม่ือ lim f x = lim f x =L xa x a xa ทฤษฎีบทของลมิ ิต เม่ือกําหนดให a , n , k , A , B เปนจาํ นวนจรงิ ใดๆ ซึ่ง lim f(x) และ lim g(x) หาคา ได และ xa xa lim f(x) = A , lim g(x) = B แลว xa xa 1. ถา f(x) =c เม่ือ c เปน คาคงท่ี แลว lim f(x) = lim c =c xa xa = xn เมอื่ n เปน จาํ นวนเต็ม แลว 2. ถา f(x) lim f(x) = lim x n = an = = kA xa = xa = = AB 3. lim k f(x) k lim f(x) = AB xa xa 4. lim f(x) g(x) lim f(x) lim xa xa xa 5. lim f(x) g(x) limf(x) limg(x) xa xa xa 6. lim f(x)n = [ lim f(x) ] n = An ; nI xa xa 7. lim f(x) = lim f(x) = A ; B0 B xa g(x) xa 8. lim n f(x) lim g(x) xa xa = n limf(x) = n A ; f(x) 0 xa
16 ลิมิตของฟงกชนั เกย่ี วกบั อนันต ลมิ ิตท่ีอนนั ต(Limits at Infinity) สาํ หรบั ฟงกชัน f(x) ใดๆ เมอื่ x มคี าเพ่ิมขึน้ หรอื ลดลงอยางไมมีขดี จาํ กัด แลวไดคา ลิมิตของ ฟงกช ัน เทากับ L เขยี นแทนดวยสญั ลกั ษณ lim f(x) L หรือ lim f(x) L x x เครอื่ งหมาย กบั ที่ใชในสญั ลกั ษณท ัง้ สองน้ีไมใชจํานวนจรงิ เปนเพยี งสัญลกั ษณท ่ี ใชแ สดงความหมายวา x ลดลงอยา งไมม ีขีดจาํ กัด และ x เพ่มิ ข้ึนอยางไมม ีขดี จาํ กัด สมบตั ิของลมิ ิตที่อนนั ต 1. ถา f(x) = 1 จะได lim 1 0 หรือ lim 1 0; n > 0 xn xn xn x x 2. ถา f(x) = xn จะได lim xn x 3. ถา f(x) = xn จะได lim xn ; n เปนจํานวนเต็มคู x และ lim xn ; n เปน จาํ นวนเตม็ คี่ x 4. ถา f(x) = ax จะได limax ; a > 1 x และ limax 0 ; a < 1 x ลมิ ติ อนันต(Infinite Limits ) สมบัตขิ องลมิ ิตอนันต 1. ถา f(x) = 1 จะได lim 1 ;n>0 xn xn x0 2. ถา f(x) = 1 จะได lim 1 ; n เปน จํานวนเต็มบวกคู xn xn x0 และ lim 1 - ; n เปน จํานวนเตม็ บวกค่ี xn x0 ความตอเน่อื งของฟงกช นั ความตอเนอ่ื งแบบจดุ ฟง กชนั f(x) จะมีความตอเน่อื งท่ีจุด x a ก็ตอเมื่อ 1. f(a) หาคาได ความตอ เนื่องแบบชว ง 2. lim f(x) หาคา ได xa 3. lim f(x) = f(a) xa ฟง กช ัน f(x) จะมีความตอเนื่องบนชว งปด [a , b] กต็ อ เมอ่ื 1. f(x) ตอ เน่ืองบนชวงเปด (a , b) 2. f(x) ตอ เน่ืองทางดา นขวาท่ี a ดังนั้น lim f(x) f(a) x a 3. f(x) ตอ เนื่องทางดา นซายท่ี b ดังน้ัน lim f(x) f(b) x a
17 กจิ กรรมการเรยี นการสอน กิจกรรมครู กจิ กรรมนักศกึ ษา 1.1 ขัน้ นาํ เขา สบู ทเรยี น 1.1 ครแู จง จุดประสงคก ารเรียนรแู ละทดสอบ นกั ศึกษาทาํ แบบทดสอบกอนเรียน หนวยที่ 1 หมด กอนเรียน หนวยท่ี 1 ใชเ วลา 15 นาที เวลานาํ สงครู 1.2 ขน้ั สอน 1.2 1.2.1 ใหน ักศึกษาเขา เรียนออนไลนครูเชญิ ลิงคเขา 1.2.1 นักศกึ ษาเขา กจิ กรรมการเรียนการสอนแบบ เรยี นออนไลน พรอมทง้ั สงั เกตพฤติกรรมการรว ม ออนไลน ดว ย Google Meet กิจกรรมเขาชั้นเรยี นดว ยการบนั ทกึ Google Meet 1.2.2 นักศึกษาทกุ คนต้งั สมาธิรับความรจู ากบทเรยี น Attendance ชว ยกนั ตอบคําถามใหตรงประเดน็ กบั เน้ือหาสงสัยไม 1.2.2 ครนู ําเสนอเนอ้ื หาโดยใชการแชรหนาจอผา น เขา ใจใหถามครผู ูสอน คอมพวิ เตอรของครู พรอ มอธิบายประกอบ การถาม- ตอบเกย่ี วกับ 1. ลิมติ 2. ทฤษฎบี ทของลิมิต 3. ลมิ ติ ของฟงกชันเก่ียวกับอนันต 4. ความตอเนื่องของฟง กชนั 1.3 ข้นั สรุป 1.3 1.3.1 ใหน กั ศึกษาชว ยกันสรุปเนือ้ หาท่ีไดเ รียนไป 1.3.1 นกั ศึกษาชว ยกันสรปุ เน้อื หา 1.3.2 ครูสรปุ เนือ้ หาทีส่ อนใหนักศกึ ษาไดร ับความรทู ่ี ถูกตอ งและเพ่ิมเตมิ ความรใู หมคี วามสมบูรณย ่ิงขึ้น 1.3.2 นักศึกษาชว ยกันซกั ถามในสว นท่ไี มเขา ใจ 1.3.3 ครใู หแบบฝก หัดหนว ยที่ 1 กบั นกั ศกึ ษาใหทาํ 1.3.3 นกั ศกึ ษาแตละคนรบั แบบฝกหัดในหองเรยี น เปน การบา น หนวยท่ี 1 ไปทาํ เปนการบา น แลว สง ในชวั่ โมงเรยี น คร้ังตอไป ส่ือการเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ าแคลคลู สั 1 รหัสวิชา 30000-1404 หนวยที่ 1 2. แบบสงั เกตการรว มกิจกรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอนเรียน พรอ มเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube การวัดผลและประเมนิ ผล การวดั ผล การประเมนิ ผล 1. สงั เกตจากความพรอมความตง้ั ใจเรยี น และการ 1. นักศึกษามีความพรอม ความต้งั ใจเรยี น ตอบ ถามตอบ คาํ ถามไดถกู ตองประมาณ 80% 2. สังเกตจากการทําแบบฝก หัดในหองเรียนออนไลน 2. นักศึกษาทาํ แบบฝกหัดในหองเรียนหนว ยท่ี 1 หนวยที่ 1 ทส่ี งในคร้งั ตอไป ถูกตอ งประมาณ 80% หมายเหตุ การประเมินผล แบบฝกหดั ในหองเรยี นหนว ยที่ 1 1. ไดคะแนน 80% ข้ึนไปถือวา ดมี าก 2. ไดคะแนน 60%-79% ถอื วาพอใช-ดี
18 3. ไดค ะแนนตํ่ากวา 60% ถอื วาควรปรบั ปรงุ แกไข และไดร ับความเอาใจใสเปนพเิ ศษ บันทกึ ผลการนาํ ไปใชใ นการสอน จากการนําแผนการสอนแผนท่ี 1 ไปใชจริงกบั นกั ศกึ ษาหลายกลุม ปรากฏวา นกั ศกึ ษาสามารถ 1. อธบิ ายเกย่ี วกบั นยิ าม และสมบัตขิ องลิมติ , ความตอเนือ่ งของฟง กช ันได 2. หาคาลมิ ิตของฟงกชนั ได 3. หาคา ลมิ ติ ของฟงกชันเก่ียวกบั อนันตได 4. หาคา ความตอเนื่องของฟงกช ันได ครใู ชก ารเรยี นการสอนผานส่ืออิเล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผาน Google Classroom มกี ารเชค็ ชอื่ เขา เรยี น และ On Line Streaming สอนสด หรือบันทกึ วีดีโอ ผา น Google Meet ,Zoom,Line และบันทึกการเขาหองเรียน Meet Attendance Collector เพอ่ื วัดและประเมนิ เพ่ิมเติมจากรปู แบบการเรียน การสอนแบบ On Site ปญ หาทีพ่ บ หากเปน On line อินเตอรเ น็ตไมเสถียรหรืออปุ กรณอิเลก็ ทรอนิกสม ีปญหา ก็ จะทาํ ใหการเรยี นการสอนประสบความลา ชา ตอ งแกไขดว ยการบันทึกกจิ กรรมการเรยี นการสอนไวล วงหนา แบบสรปุ การประเมนิ รายบคุ คลดานจติ พสิ ัย/ดานคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ดา นจิตพสิ ัย/ดานคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คานยิ ม ผลการ และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน มีม ุนษยสัมพันธ (สุภาพและมี ํ้นาใจ) ความมีวิ ันยและสะอาด ความรับผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจริต การประหยัด เขา รวมกิจกรรมช้ันเ ีรยนออนไล น ลาํ ดับท่ี/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑก ารประเมิน คะแนน 18–20 คะแนน หมายถึงดีมาก (ประสทิ ธภิ าพอยูในเกณฑ รอยละ 90 ข้นึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถงึ ดี (ประสิทธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถึงพอใช (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรงุ (ประสิทธิภาพตํ่ากวาเกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นกั เรียนตองไดคะแนนจากการประเมินอยางนอยรอยละ 60 ถอื วา ผานเกณฑ
19 เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู นื่ ทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผูอ ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผอู น่ื ทกุ คร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลือผอู ่นื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอ บังคับ ระเบยี บและขอบงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทุกคร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดวยความ (ขยนั ) ต้ังใจทกุ คร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั งิ านที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ รติ ในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชวัสดถุ กู ตอ งพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชว ัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพยี งและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางคร้งั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม
20 แบบทดสอบกอ นเรียนหนวยที่ 1 จงเลือกคําตอบทถี่ ูกตอ งท่สี ุดเพียงขอเดยี ว 1. lim(x2 7x 3) มคี า ตรงกบั ขอใด x2 ก. 15 ข. 15 ค. 14 ง. 14 2. lim (3x2 2) มีคา ตรงกบั ขอใด x 2 ก. 15 ข. 15 ค. 14 ง. 14 3. กําหนดให f(x) 1 จงพิจารณาวา f(x) ไมตอเนื่องที่ x x-2 มีคาตรงกับขอใด ก. 2 ข. 1 ค. 0 ง. 2 4. lim 3x2 2 1 มีคา ตรงกบั ขอใด x3 6x x ก. 3 ข. 1 ง. 0 ค. 5. lim x42 มีคา ตรงกบั ขอใด x มีคา ตรงกบั ขอใด x 0 ก. 1 ข. 0 4 ค. 1 ง. 1 2 6. lim x2 4 ข. 6 ง. 0 x2 x 2 ก. ค. 4 7. lim x2 x 5 มคี า ตรงกบั ขอใด x 3 ข. 9 3 ก. 9 2 ง. 2 3 ค. 2 3 8. lim 5x มีคา ตรงกบั ขอใด x x0 ก. 1 ข. ค. 0 ง. 1 9. lim (x2 7x 3) มีคา ตรงกบั ขอใด x 1 ก. 10 ข. 11 ค. 10 ง. 11
21 10. lim 4 x2 มีคา ตรงกับขอใด ข. 8 ง. 12 x2 3 x2 5 ก. 6 ค. 10 ************************************************** เฉลยแบบทดสอบกอนเรยี นหนวยที่ 1 1. ข 2. ค 3. ง 4. ง 5. ก 6. ค 7. ก 8. ข 9. ข 10. ก บนั ทกึ การตรวจแผนการจดั การเรยี นรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................. ลงชอื่ .........................................รองผอู ํานวยการฝา ยวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รับทราบ ลงชื่อ.................................................ครผู สู อน (…………….…………………………….) ............./................/..............
22 แผนการจัดการเรยี นรูมุงเนน สมรรถนะ หนว ยท่ี 1 สอนครัง้ ท่ี2 ชอ่ื หนว ย ลิมติ และความตอเนื่องของฟง กชนั (ตอ ) ชัว่ โมงรวม 3 แผนการสอนท่ี 2 จาํ นวนชวั่ โมง 3 สาระการเรยี นรู 1. ลมิ ติ ของฟงกช นั เก่ยี วกับอนนั ต 2. ความตอ เนื่องของฟง กช นั สมรรถนะการเรียนรู เมื่อศึกษาจบหนวยนแี้ ลว นักศึกษาสามารถ 1. หาคาลมิ ติ ของฟงกชนั ได 2. หาคา ลมิ ติ ของฟง กช นั เก่ยี วกบั อนนั ต 3. หาคา ความตอเนือ่ งของฟงกชนั ได สาระสําคัญ ลมิ ิตของฟง กช ันเก่ยี วกับอนันต ลิมติ ท่อี นนั ต(Limits at Infinity) สาํ หรบั ฟงกช นั f(x) ใดๆ เมอื่ x มคี า เพ่ิมขึ้น หรอื ลดลงอยางไมมขี ีดจํากัด แลว ไดค าลิมิตของ ฟงกชัน เทากบั L เขียนแทนดว ยสัญลกั ษณ lim f(x) L หรือ lim f(x) L x x เครื่องหมาย กบั ที่ใชใ นสญั ลกั ษณท้งั สองน้ีไมใ ชจ ํานวนจรงิ เปน เพยี งสญั ลกั ษณท ี่ ใชแ สดงความหมายวา x ลดลงอยา งไมมีขดี จํากัด และ x เพ่ิมขน้ึ อยา งไมมขี ีดจํากัด สมบัตขิ องลมิ ิตที่อนนั ต 1. ถา f(x) = 1 จะได lim 1 0 หรอื lim 1 0; n > 0 xn xn xn x x 2. ถา f(x) = xn จะได lim xn x 3. ถา f(x) = xn จะได lim xn ; n เปน จาํ นวนเตม็ คู x และ lim xn ; n เปน จาํ นวนเตม็ คี่ x 4. ถา f(x) = ax จะได limax ; a > 1 x และ limax 0 ; a < 1 x ลมิ ติ อนันต( Infinite Limits ) สมบัตขิ องลมิ ิตอนนั ต 1. ถา f(x) = 1 จะได lim 1 ;n>0 xn xn x0 2. ถา f(x) = 1 จะได lim 1 ; n เปน จาํ นวนเต็มบวกคู xn xn x0
23 และ lim 1 - ; n เปนจํานวนเต็มบวกค่ี xn x0 ความตอเน่อื งของฟงกช ัน ความตอเน่อื งแบบจุด ฟง กชัน f(x) จะมีความตอเนื่องที่จุด x a ก็ตอเม่อื 1. f(a) หาคา ได ความตอเน่ืองแบบชว ง 2. lim f(x) หาคา ได xa 3. lim f(x) = f(a) xa ฟง กช นั f(x) จะมีความตอเน่อื งบนชว งปด [a , b] กต็ อ เมอื่ 1. f(x) ตอเนื่องบนชว งเปด (a , b) 2. f(x) ตอเน่ืองทางดานขวาที่ a ดังนัน้ lim f(x) f(a) x a 3. f(x) ตอ เน่ืองทางดา นซายท่ี b ดังนนั้ lim f(x) f(b) x a กจิ กรรมการเรยี นการสอน กจิ กรรมครู กิจกรรมนักศึกษา 1.1 ขนั้ นาํ เขาสบู ทเรียน 1.1 ครูอบรมสง่ั สอนคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวนิ ัย นักศกึ ษานาํ แบบฝก หดั ในหองเรียนหนวยที่ 1สง ครู เมอื่ มีความพรอ มแลว ครูแจงใหนกั ศึกษาแตละคนสง และชว ยกันเฉลย บน Google Jam board แบบฝก หัดในหองเรยี นหนว ยท่ี 1 ทีใ่ หไปทาํ เปน การบา น และเฉลย 1.2 ขนั้ สอน 1.2 1.2.1 ใหนกั ศึกษาเขาเรยี นออนไลนค รูเชิญลิงคเ ขา 1.2.1 นกั ศกึ ษาเขา กิจกรรมการเรยี นการสอนแบบ เรียนออนไลน พรอมทัง้ สงั เกตพฤติกรรมการรวม ออนไลน ดวย Google Meet กจิ กรรมเขา ช้นั เรยี นดว ยการบันทกึ Google Meet 1.2.2 นักศึกษาแตล ะกลมุ ชวยกันทาํ โจทยเพ่ิมเตมิ Attendance หนวยท่ี 1 1.2.2 ครนู ําโจทยเ พิ่มเติมหนว ยที่ 1มาใหนักศึกษาฝก โดยใชการแชรหนาจอ Google Meet ของครู ให นักศึกษาไดฝก ไปพรอมกนั ทีละขอ พรอมทั้งเฉลย 1.3 ขัน้ สรุป 1.3 1.3.1 ใหน กั ศึกษาแตละกลมุ ชวยกนั สรปุ บทเรียนใน 1.3.1 นักศึกษาแตละกลมุ ชว ยกันสรุปบทเรยี นใน หนวยท1่ี ทั้งหมดท่ีไดเรยี นในสองครัง้ หนวยท1ี่ ทง้ั หมดท่ีไดเรยี นในสองครง้ั 1.3.2 ครูสรปุ เนอื้ หาที่สอนทั้งหมดใหนักศกึ ษาไดรบั 1.3.2 นักศกึ ษาชวยกนั ซักถามในสว นที่ยังไมเขาใจ ความรูทถี่ ูกตอ งและเพิ่มเตมิ ความรูใ หม คี วามสมบรู ณ ย่ิงขน้ึ 1.3.3 ครแู จกแบบทดสอบหลังเรยี นหนวยท่ี 1 ใหกบั 1.3.3 นกั ศกึ ษาแตละคนทําแบบทดสอบหลงั เรียน นักศึกษาทาํ ในหอง โดยใชเวลา 15 นาที หนว ยที่ 1 แลว สง ครูเม่ือหมดเวลาตามทีค่ รูกาํ หนด
24 ส่ือการเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ าแคลคูลสั 1 รหัสวชิ า 30000-1404 2. แบบสงั เกตการรวมกิจกรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอนเรยี น พรอมเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube การวดั ผลและประเมนิ ผล การวัดผล การประเมินผล 1. สงั เกตจากความพรอมความต้ังใจเรยี น และการ 1. นกั ศึกษามคี วามพรอม ความตั้งใจเรยี น ตอบ ถามตอบ คาํ ถามไดถ กู ตอ งประมาณ 80% 2. สังเกตจากการทําโจทยเ พิ่มเติมหนว ยที่ 1 2. นกั ศึกษาทาํ โจทยเ พ่ิมเตมิ หนว ยที่ 1 ไดถกู ตอ ง ประมาณ 80% 3. สงั เกตจากการทาํ แบบทดสอบหลงั เรียนหนวยท่ี 1 3. นักศกึ ษาทาํ แบบทดสอบหลังเรยี นหนวยที่ 1 ได ถกู ตองประมาณ 80% หมายเหตุ การประเมนิ ผล แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว ยที่ 1 1. ไดค ะแนน 80% ข้นึ ไปถือวา ดีมาก 2. ไดคะแนน 60%-79% ถือวาพอใช-ดี 3. ไดคะแนนตํา่ กวา 60% ถอื วาควรปรับปรงุ แกไข และไดรับความเอาใจใสเ ปน พิเศษ บันทึกผลการนาํ ไปใชในการสอน จากการนําแผนการสอนแผนที่ 2 ไปใชจริงกบั นกั ศกึ ษาหลายกลุม ปรากฏวา นักศกึ ษาสามารถ 1. หาคาลิมติ ของฟง กช ันได 3. หาคา ลมิ ติ ของฟงกช ันเกีย่ วกับอนนั ตไ ด 3. หาคาความตอ เน่ืองของฟงกชันได 4. ทําแบบทดสอบหลงั เรียนได คะแนนดกี วากอ นเรยี น ครใู ชก ารเรยี นการสอนผา นสื่ออิเล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผาน Google Classroom มีการเช็คชอื่ เขาเรยี น และ On Line Streaming สอนสด หรอื บนั ทกึ วีดีโอ ผาน Google Meet ,Zoom,Line และบนั ทึกการเขา หอ งเรยี น Meet Attendance Collector เพ่อื วดั และประเมินเพ่ิมเติมจากรูปแบบการเรยี น การสอนแบบ On Site ปญหาทีพ่ บ หากเปน On line อินเตอรเ นต็ ไมเ สถยี รหรืออปุ กรณอ ิเล็กทรอนิกสมีปญหา ก็ จะทาํ ใหการเรียนการสอนประสบความลา ชา ตองแกไขดว ยการบันทกึ กิจกรรมการเรยี นการสอนไวลวงหนา
25 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดานคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม ผลการ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวินัยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเรียนออนไล น ลําดบั ที่/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑการประเมนิ คะแนน 18–20 คะแนน หมายถึงดมี าก (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถงึ พอใช (ประสิทธิภาพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรุง (ประสทิ ธิภาพตํา่ กวา เกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นักเรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ
26 เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู นื่ ทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผูอ ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผอู น่ื ทกุ คร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลือผอู ่นื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอ บังคับ ระเบยี บและขอบงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทุกคร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดวยความ (ขยนั ) ต้ังใจทกุ คร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั งิ านที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ รติ ในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชวัสดถุ กู ตอ งพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชว ัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพยี งและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางคร้งั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม
27 แบบทดสอบหลังเรยี นหนวยท่ี 1 จงเลือกคาํ ตอบทถี่ กู ตองท่สี ดุ เพยี งขอ เดียว 1. lim 5x มีคา ตรงกบั ขอใด x x 0 ก. 1 ข. ง. 1 ค. 0 2. lim 3x 2 2 1 มคี าตรงกบั ขอใด x3 6x x 2 ก. 14 ข. 5 5 14 ค. 5 ง. 14 14 5 3. lim x42 มีคาตรงกบั ขอใด x x 0 ก. 1 ข. 0 4 ค. 1 ง. 1 2 4. lim x2 4 มีคาตรงกับขอใด x x 2 ก. 0 ข. 6 ง. 4 ค. ข. 9 3 5. lim x2 x 5 มคี า ตรงกับขอใด ง. 2 3 x 3 ข. 15 ก. 9 2 ง. 14 ค. 2 3 6. lim(x2 7x 3) มีคา ตรงกับขอใด x2 ก. 15 ค. 14 7. lim (3x2 2) มคี า ตรงกบั ขอใด x 2 ก. 15 ข. 15 ง. 14 ค. 14 ข. 3 8. lim (x3 6x 1) มคี าตรงกับขอใด x 2 5 ก. 2 ค. 4 ง. 9. lim (x2 7x 3) มคี า ตรงกับขอใด x 1
28 ก. 10 ข. 11 ค. 10 ง. 11 10. กําหนดให f(x) 1 จงพจิ ารณาวา f(x) ไมต อ เนื่องบนชวงใด x-2 ก. ,2 ข. (2,) ค. (,2) ง. 2,2 ************************************************** เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนหนว ยที่ 1 1. ข 2. ง 3. ก 4. ค 5. ก 6. ข 7. ค 8. ง 9. ข 10. ก บนั ทกึ การตรวจแผนการจัดการเรยี นรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................. ลงชอ่ื .........................................รองผอู าํ นวยการฝายวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รบั ทราบ ลงชอ่ื .................................................ครผู สู อน (…………….…………………………….) ............./................/..............
29 แผนการจดั การเรียนรมู ุงเนน สมรรถนะ หนว ยท่ี 2 สอนครั้งท่ี3 ช่อื หนว ย อนุพันธ และอนุพันธข องฟงกช นั พชี คณิต ชั่วโมงรวม 3 แผนการสอนที่ 3 จาํ นวนช่ัวโมง 3 สาระการเรยี นรู 1. อนุพันธ 2. อนพุ นั ธฟ งกชนั พีชคณติ สมรรถนะการเรียนรู เมื่อศึกษาจบหนวยน้แี ลว นกั ศกึ ษาสามารถ 1. หาอนพุ นั ธข องฟงกชัน โดยใชก ฎ 4 ขนั้ ได 2. หาอนพุ นั ธของฟงกชนั พชี คณิต โดยการใชส ูตรได สาระสาํ คญั อนพุ ันธ อนพุ นั ธ (Derivative) เปนรปู ของสมการที่ประกอบดว ยอตั ราการเปลย่ี นแปลงของฟง กชัน f(x) ซงึ่ การเปลีย่ นแปลงของปรมิ าณ x คอื Δx (x h) x h การเปลี่ยนแปลงของปริมาณ y คือ Δy f(x h) f(x) เรยี กผลหารของ Δy หรอื f(x Δx) f(x) หรือ f(x h) f(x) วา อัตราการ Δx Δx h เปล่ยี นแปลงเฉลย่ี ของ y เทยี บกบั x บนชว ง x,x Δx หรือ x,x h โดยที่ Δx หรือ h มคี า เขา ใกล 0 ดังน้นั จะได lim f(x Δx) f(x) เปนการเปลย่ี นแปลงของ y เทยี บกับ x ซง่ึ จะเรียกอตั ราการ Δx ΔX0 เปลีย่ นแปลงของฟงกช ัน f(x) ในลักษณะนีว้ า เปนอตั ราการเปล่ยี นแปลง ณ ขณะใดขณะหน่ึงของ y f(x) เขยี นแทนดวย lim Δy = lim f(x Δx) f(x) เมื่อลมิ ติ ของฟงกชนั นี้ หาคาได หรอื ΔX0 Δx Δx ΔX0 dy = lim Δy = lim f(x Δx) f(x) เม่อื ลิมิตของฟงกชันนี้ หาคา ได dx Δx Δx ΔX 0 ΔX0 การหาคา อนพุ ันธข องฟงกชันโดยใชกฎสีข่ ้ัน ถา กาํ หนดฟง กชนั y =f(x) เราสามารถหาอนุพันธของ f(x) ไดดวยกฎส่ีขนั้ ซ่ึง ประกอบดว ย วิธกี าร 4 ขั้นตอน ดงั นี้ ขั้นที่ 1 จาก y = f(x) ใหแ ทน x ดว ย x Δx แลว แทน y ดวย y Δy ข้นั ที่ 2 หา Δy โดยใชฟ ง กชนั ใหมล บฟงกช นั เกาจะได f(x Δx) f(x) ข้ันท่ี 3 นาํ Δx หารท้งั 2 ขาง ขน้ั ท่ี 4 หาลมิ ิตเมื่อ Δx 0 ทง้ั 2 ขา งจะได lim Δy = lim f(x Δx) f(x) ΔX 0 Δx ΔX0 Δx อนุพันธของฟง กชนั พีชคณิต
30 สตู รการหาอนพุ ันธ กําหนด f x , gx เปน ฟง กช นั ของ x , c เปนคา คงที่ใดๆ , n เปน เลขช้ีกาํ ลงั และถา f x , gx หาอนพุ ันธไดที่ x แลว 1. dc =0 dx 2. dx =1 dx 3. d f x gx = d f x d gx dx dx dx 4. d cf x = c d f x dx dx 5. d f x gx = f x d gx gx d f x dx dx dx 6. d f x = gx d f x f x d gx ; gx 0 dx gx dx dx gx 2 7. d xn = nxn1 dx กจิ กรรมการเรยี นการสอน กจิ กรรมครู กิจกรรมนักศึกษา 1.1 ขั้นนําเขาสบู ทเรียน 1.1 ครแู จงจุดประสงคการเรียนรูแ ละทดสอบ นกั ศกึ ษาทาํ แบบทดสอบกอนเรียน หนว ยที่ 2 หมด กอนเรยี น หนว ยท่ี 2 ใชเวลา 15 นาที เวลานําสง ครู 1.2 ข้ันสอน 1.2 1.2.1 ใหน กั ศกึ ษาเขาเรยี นออนไลนค รเู ชิญลงิ คเขา 1.2.1 นกั ศกึ ษาเขากิจกรรมการเรียนการสอนแบบ เรียนออนไลน พรอมท้ังสังเกตพฤติกรรมการรวม ออนไลน ดวย Google Meet กิจกรรมเขาชั้นเรยี นดว ยการบันทกึ Google Meet 1.2.2 นักศกึ ษาทุกคนตงั้ สมาธริ บั ความรจู ากบทเรียน Attendance ชวยกนั ตอบคาํ ถามใหตรงประเดน็ กับเนื้อหาสงสัยไม เขา ใจใหถามครผู ูสอน 1.2.2 ครูนําเสนอเนอ้ื หาโดยใชการแชรห นาจอผาน คอมพิวเตอรของครู พรอมอธิบายประกอบการถาม- ตอบเกย่ี วกับ - อนพุ ันธ - อนุพันธฟง กช ันพชี คณิต 1.3 ขั้นสรปุ 1.3 1.3.1 ใหนักศึกษาแตล ะกลุมชว ยกนั สรุปเนื้อหาที่ได 1.3.1 นักศกึ ษาแตละกลุมชว ยกันสรปุ เนื้อหา เรียนไป 1.3.2 ครูสรปุ เน้ือหาทสี่ อนใหนกั ศึกษาไดรบั ความรทู ่ี 1.3.2 นกั ศึกษาชวยกนั ซกั ถามในสว นทไ่ี มเ ขาใจ ถูกตองและเพิม่ เตมิ ความรูใหมีความสมบรู ณย่ิงขน้ึ
31 ส่ือการเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวิชาแคลคลู สั 1 รหัสวิชา 30000-1404 2. แบบสงั เกตการรว มกจิ กรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอ นเรยี น พรอมเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube การวัดผลและประเมินผล การวดั ผล การประเมินผล สงั เกตจากความพรอมความตั้งใจเรียน และการถาม นักศกึ ษามคี วามพรอม ความต้ังใจเรยี น ตอบคําถาม ตอบ ไดถ ูกตองประมาณ 80% บันทกึ ผลการนาํ ไปใชใ นการสอน จากการนาํ แผนการสอนแผนที่ 3 ไปใชจ ริงกบั นกั ศกึ ษาหลายกลุม ปรากฏวา นักศกึ ษาสามารถ 1. หาอนพุ นั ธข องฟงกชัน โดยใชก ฎ 4 ขน้ั ได 2. หาอนุพันธข องฟง กชันพีชคณิต โดยการใชสตู รได ครูใชการเรียนการสอนผานส่ืออิเล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผา น Google Classroom มกี ารเชค็ ชื่อเขา เรียน และ On Line Streaming สอนสด หรือบนั ทึกวดี โี อ ผา น Google Meet ,Zoom,Line และบนั ทกึ การเขาหองเรยี น Meet Attendance Collector เพอ่ื วดั และประเมินเพ่ิมเติมจากรูปแบบการเรียน การสอนแบบ On Site ปญ หาทพ่ี บ หากเปน On line อนิ เตอรเนต็ ไมเสถยี รหรืออปุ กรณอ ิเล็กทรอนกิ สมีปญ หา ก็ จะทาํ ใหการเรียนการสอนประสบความลาชา ตองแกไขดว ยการบันทึกกจิ กรรมการเรยี นการสอนไวลวงหนา
32 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดานคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม ผลการ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวินัยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเ ีรยนออนไล น ลําดบั ที่/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (20) เกณฑการประเมนิ คะแนน 18–20 คะแนน หมายถึงดมี าก (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถงึ พอใช (ประสิทธิภาพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรุง (ประสทิ ธิภาพตํา่ กวา เกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นักเรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ
33 เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผูอนื่ ทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผูอ ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผอู น่ื ทกุ คร้งั ชวยเหลอื ผอู ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลือผอู ่นื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอบังคับ ระเบยี บและขอบงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทุกคร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดวยความ (ขยนั ) ต้ังใจทกุ คร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั งิ านที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดร ับ ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ รติ ในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชวัสดถุ กู ตอ งพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตองพอเพยี ง ไมใ ชว ัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพยี งและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางครง้ั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม
34 แบบทดสอบกอ นเรยี นหนว ยที่ 2 จงเลอื กคําตอบทถ่ี ูกตอ งทสี่ ดุ เพียงขอเดยี ว 1. ถา y 35 7 แลว dy มคี า ตรงกับขอใด x x2 x3 dx ก. 3 10 21 ข. 3 10 21 x x2 x3 x2 x3 x4 ค. 3 5 14 ง. 3 7 10 x2 x3 x4 x2 x3 x4 2. ถา y xx 2x 3 แลว y มีคา ตรงกับขอใด ก. 6x 2 ข. 6x 2 ค. 6x 3 ง. 6x 3 3. ถา y x2 53x2 4 แลว y มคี า ตรงกบั ขอใด ก. 34x ข. 36x ค. 72x ง. 76x 4. ถา y 2 3x แลว y มคี าตรงกับขอใด ก. 2 ข. 3 3 2 3x 2 2 3x ค. 2 ง. 3 3 2 3x 2 2 3x 5. ถา y x 1 แลว y มคี า ตรงกับขอใด ก. x 1 1 ข. 1 x 12 x 12 ค. 2 ง. 2 x 12 x 12 6. ถา x3y xy3 2 แลว y มคี า ตรงกบั ขอใด ก. y2 3x2y ข. - y2 3x2y x3 3xy2 x3 3xy2 ค. - y2 3x2y ง. y2 3x2y x3 3xy2 x3 3xy2 7. ถา y 3 4x5 แลว y มีคา ตรงกับขอใด ก. 203 4x4 ข. 203 4x4 ค. 53 4x4 ง. 43 4x4 8. ถา f x 1 แลว f x มีคาตรงกับขอใด 5x ก. 2 ข. 2 5x 3 5 5x3 ค. 5 ง. 5 5x 3 2 5x3
35 9. ถา f x 5 แลว f x มีคาตรงกับขอ ใด x7 ก. 35x 8 ข. 35x8 ค. 35 ง. 35 x 8 x8 10. ถา f x π x3 แลว f x มคี าตรงกบั ขอใด ก. 3π x ข. 3π x2 ค. 3π x3 ง. 3π x4 ************************************************** เฉลยแบบทดสอบกอนเรยี นหนว ยที่ 2 1. ข 2. ข 3. ค 4. ข 5. ค 6. ค 7. ก 8. ง 9. ง 10. ข บนั ทึกการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................. ลงชือ่ .........................................รองผูอาํ นวยการฝา ยวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รบั ทราบ ลงชอ่ื .................................................ครผู สู อน (…………….…………………………….) ............./................/..............
36 แผนการจัดการเรียนรูมงุ เนน สมรรถนะ หนวยที่ 2 สอนครง้ั ที่4 ชอ่ื หนว ย อนพุ ันธ และอนุพันธข องฟงกช ันพชี คณิต(ตอ ) ชวั่ โมงรวม 3 แผนการสอนที่ 4 จาํ นวนชว่ั โมง 3 สาระการเรยี นรู 1. การหาอนุพนั ธฟ งกชนั โดยใชก ฎลูกโซ 2. การหาอนุพนั ธฟ งกชัน โดยปริยาย 3. การหาอนุพันธอันดบั สงู จดุ ประสงคการเรียนรู เม่อื ศึกษาจบหนวยน้แี ลว นกั ศกึ ษาสามารถ สาระสาํ คัญ 1. หาอนพุ นั ธฟง กช ัน โดยใชก ฎลกู โซได 2. หาอนพุ นั ธฟง กช ัน โดยปรยิ ายได 3. หาอนพุ นั ธอนั ดบั สงู ได การหาอนุพนั ธโ ดยใชก ฎของลกู โซ ถา y เปน ฟง กช นั ของ u ซงึ่ เขยี นไดใ นรูป y = f(u) และ u เปน ฟง กช นั ของ x ซ่งึ เขียนได ในรูป u = F(x) ดังน้นั เราจะเขียน y ในรปู ของฟงกชัน x ไดเปน y = f(F(x)) ในการหาอนุพันธข องฟงกชนั y = f(F(x)) นเ้ี ราสามารถหาไดจาก กฎลูกโซ dy dy du dx du dx การหาอนพุ ันธโดยปริยาย y เปน ฟง กช นั โดยปริยายของ x ซง่ึ ความสมั พนั ธร ะหวา งตัวแปร y และตวั แปร x กาํ หนดอยูในรปู สมการท่ีไมไดเ ขยี นคา y ไวเดนชดั หรือไมสามารถเขยี นในรูป y f(x) ได เชน 2x2 5y 0 จะเหน็ ไดว า y เปนฟง กชนั โดยปรยิ ายของ x และอาจเรียกวา x กเ็ ปนฟงกช ันโดยปรยิ ายของ y ก็ได การหาอนพุ ันธข องฟงกช ันโดยปรยิ าย ทาํ ไดโดยการหาอนพุ ันธข องแตละเทอม ในสมการทีก่ ําหนดให โดย พิจารณา y เปนฟงกช นั โดยปรยิ ายของ x แลวหา dy ออกมา dx อนุพนั ธอนั ดบั สงู อนพุ นั ธข องฟงกช นั f x ทกี่ ลา วในตอนตน เรียกวา อนุพันธอนั ดบั หนึ่ง ของฟง กช นั f x ทีจ่ ุด x เขยี นแทนดว ย f x ซึง่ เปนฟง กชนั ใหม และถา f xเปนฟง กชนั ท่ตี อ เนื่อง จะสามารถหาคา อนพุ นั ธไ ดต อ ไป ดงั นั้น จะเรยี กอนุพนั ธของ f x วา อนุพนั ธอ นั ดับสองของ f x เขยี นแทนดว ย fxหรือ อาจ ใช d2y หรือ y จึงสรุปไดวา dx 2 การอนุพนั ธค รงั้ ที่ 1 เขยี นแทนดว ย dy หรอื y (First order) dx
37 การอนุพนั ธครง้ั ท่ี 2 เขียนแทนดว ย d2y หรือ y (Second order) dx 2 การอนุพันธค ร้ังท่ี 3 เขยี นแทนดว ย d3y หรือ y (Third order) dx 3 .. .. .. การอนุพันธค ร้ังที่ n เขียนแทนดวย dny หรอื y(n) ( nth order) dx n กิจกรรมการเรียนการสอน กจิ กรรมครู กิจกรรมนักศกึ ษา 1.1 ข้นั นาํ เขา สูบทเรียน 1.1 ครใู หนกั ศึกษาทบทวนเนื้อหาทเี่ รยี นใน นกั ศกึ ษาชวยกันทบทวนเนื้อหาที่เรยี นในแผนการสอน แผนการสอนท่ี 3 ที่ 3 1.2 ขนั้ สอน 1.2 1.2.1 ใหน กั ศึกษาเขา เรียนออนไลนครูเชญิ ลงิ คเขา 1.2.1 นักศกึ ษาเขา กจิ กรรมการเรียนการสอนแบบ เรียนออนไลน Google Meet พรอ มท้ังสงั เกต ออนไลน ดวย Google Meet พฤติกรรมการรว มกิจกรรมเขาชน้ั เรยี นดวยการบนั ทกึ 1.2.2 นกั ศึกษาทุกคนต้ังสมาธริ ับความรจู ากบทเรียน Google Meet Attendance ชว ยกันตอบคาํ ถามใหตรงประเดน็ กบั เนอ้ื หาสงสัยไม เขาใจใหถ ามครูผูสอน 1.2.2 ครนู าํ เสนอเน้ือหาโดยใชการแชรหนา จอคอมพวิ เตอร พรอ มอธิบายประกอบ การถาม-ตอบ เก่ยี วกับ - การหาอนุพนั ธฟ ง กชนั โดยใชก ฎลกู โซ - การหาอนพุ ันธฟ ง กชนั โดยปรยิ าย - การหาอนพุ นั ธอ ันดับสงู 1.3 ข้ันสรุป 1.3 1.3.1 ใหนกั ศกึ ษาชว ยกนั สรุปเนอื้ หาที่ไดเรียนไป 1.3.1 นักศกึ ษาชว ยกันสรุปเนอ้ื หา 1.3.2 ครูสรปุ เนื้อหาท่ีสอนใหนักศึกษาไดรบั ความรทู ี่ ถกู ตองและเพ่มิ เตมิ ความรใู หมคี วามสมบูรณย่ิงข้นึ 1.3.2 นกั ศกึ ษาชว ยกันซักถามในสว นทไี่ มเ ขาใจ 1.3.3 ครแู ชรแบบฝก หัดในหองเรยี นหนวยที่ 2 กับ นกั ศึกษาใหทําเปน การบา น 1.3.3 นักศกึ ษาแตละคนรับแบบฝกหดั ในหองเรยี น หนวยท่ี 2 ไปทาํ เปน การบาน แลวสงในช่วั โมงเรยี น ครั้งตอ ไป
38 การวดั ผลและประเมินผล การวัดผล การประเมนิ ผล 1. สงั เกตจากความพรอมความต้ังใจเรยี น และการ 1. นักศึกษามคี วามพรอ ม ความตงั้ ใจเรยี น ตอบ ถามตอบ คาํ ถามไดถ ูกตองประมาณ 80% 2. สังเกตจากการทาํ แบบฝก หดั ในหองเรยี นหนวยท่ี 2. นกั ศึกษาทาํ แบบฝกหดั ในหองเรียนหนวยท่ี 2 2 ที่สง ในครัง้ ตอไป ถูกตอ งประมาณ 80% หมายเหตุ การประเมนิ ผล แบบฝกหดั ในหอ งเรยี นหนว ยท่ี 2 1. ไดคะแนน 80% ข้นึ ไปถือวาดมี าก 2. ไดคะแนน 60%-79% ถอื วาพอใช-ดี 3. ไดคะแนนต่ํากวา 60% ถือวาควรปรับปรุงแกไข และไดรับความเอาใจใสเ ปนพเิ ศษ สอ่ื การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ าแคลคลู ัส 1 รหัสวชิ า 30000-1404 2. แบบสงั เกตการรว มกจิ กรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอ นเรยี น พรอมเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube บันทกึ ผลการนาํ ไปใชในการสอน จากการนาํ แผนการสอนแผนที่ 4 ไปใชจรงิ กบั นักศกึ ษาหลายกลมุ ปรากฏวา นกั ศึกษาสามารถ 1. หาอนพุ นั ธฟงกช นั โดยใชก ฎลกู โซไ ด 2. หาอนพุ นั ธฟง กชัน โดยปรยิ ายได 3. หาอนพุ ันธอันดบั สูงได ครใู ชก ารเรียนการสอนผานสื่ออเิ ล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผาน Google Classroom มีการเช็คช่อื เขา เรยี น และ On Line Streaming สอนสด หรือบันทกึ วดี ีโอ ผาน Google Meet ,Zoom,Line และบนั ทกึ การเขาหอ งเรยี น Meet Attendance Collector เพอ่ื วดั และประเมินเพิ่มเติมจากรูปแบบการเรียน การสอนแบบ On Site ปญหาท่ีพบ หากเปน On line อินเตอรเ นต็ ไมเสถยี รหรอื อปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสมปี ญหา ก็ จะทาํ ใหการเรียนการสอนประสบความลา ชา ตอ งแกไขดวยการบนั ทกึ กิจกรรมการเรยี นการสอนไวล ว งหนา
39 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดานคณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม ผลการ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวิ ันยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเรียนออนไล น ลําดับที่/ชอื่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑการประเมิน คะแนน 18–20 คะแนน หมายถงึ ดีมาก (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถึงพอใช (ประสิทธิภาพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง (ประสทิ ธิภาพตํา่ กวาเกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นกั เรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ
40 เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู นื่ ทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผูอ ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผอู น่ื ทกุ คร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลือผอู ่นื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอ บังคับ ระเบยี บและขอบงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทุกคร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดวยความ (ขยนั ) ต้ังใจทกุ คร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั งิ านที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ รติ ในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยัด 5.1 ใชวัสดถุ กู ตอ งพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชว ัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพยี งและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางคร้งั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม
41 บันทกึ การตรวจแผนการจัดการเรยี นรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................. ลงช่อื .........................................รองผอู าํ นวยการฝายวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รบั ทราบ ลงชอ่ื .................................................ครผู สู อน (…………….…………………………….) ............./................/..............
42 แผนการจดั การเรยี นรูมงุ เนน สมรรถนะ หนวยท่ี 2 สอนครัง้ ท่ี5 ช่อื หนว ย อนพุ ันธ และอนุพันธข องฟงกช ันพชี คณติ (ตอ) ชั่วโมงรวม 3 แผนการสอนที่ 5 จํานวนช่ัวโมง 3 สาระการเรยี นรู 1. อนพุ ันธ 2. อนพุ นั ธฟ งกช นั พีชคณิต 3. การหาอนุพนั ธฟ งกชัน โดยใชกฎลูกโซ 4. การหาอนุพันธฟ ง กชัน โดยปริยาย 5. การหาอนุพนั ธอนั ดบั สงู สมรรถนะการเรยี นรู เมื่อศึกษาจบหนวยน้แี ลว นกั ศกึ ษาสามารถ 1. หาอนพุ นั ธข องฟงกช นั โดยใชก ฎ 4 ขั้นได 2. หาอนพุ นั ธข องฟงกช นั พชี คณิต โดยการใชส ตู รได 4. หาอนพุ นั ธฟง กชนั โดยใชก ฎลูกโซไ ด 5. หาอนพุ นั ธฟง กช นั โดยปรยิ ายได 6. หาอนพุ นั ธอันดบั สงู ได สาระสาํ คญั อนุพนั ธ อนุพันธ (Derivative) เปนรปู ของสมการท่ีประกอบดว ยอัตราการเปล่ยี นแปลงของฟงกช ัน f(x) ซึง่ การเปล่ียนแปลงของปรมิ าณ x คือ Δx (x h) x h การเปลยี่ นแปลงของปรมิ าณ y คือ Δy f(x h) f(x) เรยี กผลหารของ Δy หรือ f(x Δx) f(x) หรอื f(x h) f(x) วา อัตราการ Δx Δx h เปล่ยี นแปลงเฉลีย่ ของ y เทยี บกบั x บนชว ง x,x Δx หรอื x,x h โดยที่ Δx หรอื h มคี า เขาใกล 0 ดังนน้ั จะได lim f(x Δx) f(x) เปน การเปลีย่ นแปลงของ y เทียบกบั x ซ่งึ จะเรียกอตั ราการ Δx ΔX0 เปลี่ยนแปลงของฟง กช นั f(x) ในลักษณะน้วี า เปนอตั ราการเปล่ยี นแปลง ณ ขณะใดขณะหนึ่งของ y f(x) เขียนแทนดวย lim Δy = lim f(x Δx) f(x) เมื่อลิมิตของฟง กชันนี้ หาคาได หรอื ΔxΔX 0 ΔX0 Δx dy = lim Δy = lim f(x Δx) f(x) เม่อื ลิมิตของฟงกชนั น้ี หาคา ได dx Δx Δx ΔX 0 ΔX0 การหาคา อนพุ ันธข องฟง กช ันโดยใชก ฎสขี่ ั้น ถา กาํ หนดฟง กช ัน y =f(x) เราสามารถหาอนุพันธข อง f(x) ไดด วยกฎสขี่ นั้ ซงึ่ ประกอบดวย วธิ กี าร 4 ขั้นตอน ดงั น้ี ขนั้ ที่ 1 จาก y = f(x) ใหแ ทน x ดว ย x Δx แลว แทน y ดวย y Δy
43 ขั้นท่ี 2 หา Δy โดยใชฟงกช ันใหมลบฟงกช ันเกาจะได f(x Δx) f(x) ข้ันท่ี 3 นํา Δx หารท้ัง 2 ขาง ขน้ั ท่ี 4 หาลมิ ติ เม่ือ Δx 0 ทงั้ 2 ขางจะได lim Δy = lim f(x Δx) f(x) ΔX0 Δx ΔX0 Δx อนุพนั ธข องฟง กช นั พชี คณิต สตู รการหาอนุพันธ กาํ หนด f x , gx เปนฟง กชนั ของ x , c เปนคา คงทีใ่ ดๆ , n เปนเลขชี้กาํ ลัง และถา f x , gx หาอนุพนั ธไดท่ี x แลว 1. dc =0 dx 2. dx =1 dx 3. d f x gx = d f x d gx dx dx dx 4. d cf x = c d f x dx dx 5. d f x gx = f x d gx gx d f x dx dx dx 6. d f x = gx d f x f x d gx ; gx 0 dx gx dx dx gx 2 7. d xn = nxn1 dx การหาอนุพนั ธโดยใชก ฎของลูกโซ ถา y เปน ฟงกช ันของ u ซึ่งเขยี นไดใ นรปู y = f(u) และ u เปนฟงกช ันของ x ซงึ่ เขยี นได ในรปู u = F(x) ดงั นั้น เราจะเขียน y ในรูปของฟงกชนั x ไดเ ปน y = f(F(x)) ในการหาอนุพันธของฟง กชนั y = f(F(x)) นีเ้ ราสามารถหาไดจ าก กฎลูกโซ dy dy du dx du dx การหาอนพุ นั ธโ ดยปริยาย y เปนฟง กชนั โดยปรยิ ายของ x ซึง่ ความสัมพันธระหวางตวั แปร y และตวั แปร x กําหนดอยูในรูป สมการที่ไมไดเ ขยี นคา y ไวเ ดนชดั หรอื ไมสามารถเขยี นในรูป y f(x) ได เชน 2x2 5y 0 จะเห็นไดวา y เปนฟง กช นั โดยปริยายของ x และอาจเรยี กวา x ก็เปนฟง กช นั โดยปรยิ ายของ y กไ็ ด การหาอนพุ ันธข องฟง กช ันโดยปริยาย ทาํ ไดโ ดยการหาอนุพันธของแตล ะเทอม ในสมการทก่ี ําหนดให โดย พิจารณา y เปน ฟง กช ันโดยปรยิ ายของ x แลวหา dy ออกมา dx อนพุ ันธอนั ดบั สงู อนุพันธของฟงกช นั f x ท่กี ลา วในตอนตนเรยี กวา อนพุ ันธอันดับหนึ่ง ของฟง กช ัน f x ที่จดุ x เขียนแทนดว ย f x ซง่ึ เปน ฟง กช ันใหม และถา f xเปน ฟง กชันท่ตี อเนอื่ ง จะสามารถหาคาอนุพนั ธไ ดตอไป
44 ดังน้ัน จะเรียกอนุพนั ธของ f x วา อนุพันธอ ันดับสองของ f x เขยี นแทนดว ย fxหรอื อาจ ใช d2y หรือ y จึงสรุปไดวา dx 2 การอนุพนั ธค รั้งท่ี 1 เขยี นแทนดวย dy หรือ y (First order) dx การอนุพันธค รั้งที่ 2 เขียนแทนดว ย d2y หรือ y (Second order) dx 2 การอนุพันธค รั้งท่ี 3 เขยี นแทนดว ย d3y หรอื y (Third order) dx 3 .. .. .. การอนุพันธค รง้ั ท่ี n เขียนแทนดวย dny หรอื y(n) ( nth order) dx n กจิ กรรมการเรยี นการสอน กจิ กรรมครู กจิ กรรมนักศกึ ษา 1.1ข้ันนาํ เขา สูบ ทเรียน 1.1 ครูอบรมส่ังสอนคุณธรรม จรยิ ธรรม ระเบียบวนิ ัย นกั ศกึ ษานาํ แบบฝกหดั ในหองเรียนหนว ยที่ 2สง ครู เมอ่ื มีความพรอมแลว ครูแจงใหน กั ศึกษาแตละคนสง และชว ยกนั เฉลยบน Google Jam board แบบฝก หดั ในหองเรียนหนว ยที่ 2 ทใี่ หไ ปทาํ เปน การบาน และเฉลยบนกระดาน 1.2ข้นั สอน 1.2 1.2.1 ใหน ักศกึ ษาเขา เรียนออนไลนค รูเชิญลงิ คเ ขา 1.2.1 นักศกึ ษาเขากิจกรรมการเรยี นการสอนแบบ เรียนออนไลน Google Meet พรอมท้ังสังเกต ออนไลน ดวย Google Meet พฤติกรรมการรวมกิจกรรมเขาช้ันเรยี นดวยการบันทกึ 1.2.2 นกั ศกึ ษาชวยกนั ทาํ โจทยเพม่ิ เติมหนวยที่ 2 Google Meet Attendance 1.2.2 ครนู าํ โจทยเพ่มิ เติมหนว ยที่ 2มาใหนักศกึ ษาฝก ครนู าํ เสนอเน้ือหาโดยใชการแชรหนา จอคอมพวิ เตอร ใหน ักศึกษาไดฝ ก ไปพรอมกนั ทลี ะขอ พรอมท้ังเฉลย 1.3 ขนั้ สรปุ 1.3 1.3.1 ใหนักศึกษาแตล ะกลุม ชวยกันสรุปบทเรยี นใน 1.3.1 นักศกึ ษาแตล ะกลุมชวยกันสรุปบทเรียนใน หนวยท2่ี ทง้ั หมดที่ไดเ รยี นในสามครั้ง หนวยท2ี่ ท้งั หมดที่ไดเรยี นในสามครงั้ 1.3.2 ครูสรปุ เนือ้ หาท่ีสอนท้ังหมดใหนกั ศกึ ษาไดรบั 1.3.2 นักศึกษาชวยกนั ซักถามในสว นทีย่ ังไมเขาใจ ความรทู ถ่ี ูกตอ งและเพมิ่ เตมิ ความรใู หมีความสมบูรณ ยิ่งขน้ึ 1.3.3 ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียนหนวยท่ี 2 ใหกบั 1.3.3 นักศึกษาแตล ะคนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน นกั ศึกษาทาํ ในหอ ง โดยใชเวลา 15 นาที หนวยท่ี 2 แลวสงครเู ม่อื หมดเวลาตามทค่ี รกู ําหนด
45 ส่ือการเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ าแคลคลู สั 1 รหัสวชิ า 30000-1404 2. แบบสงั เกตการรว มกจิ กรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอนเรยี น พรอ มเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube การวัดผลและประเมนิ ผล การวดั ผล การประเมนิ ผล 1. สงั เกตจากความพรอมความตงั้ ใจเรยี น และการ 1. นกั ศึกษามคี วามพรอม ความต้งั ใจเรียน ตอบ ถามตอบ คําถามไดถกู ตอ งประมาณ 80% 2. สังเกตจากการทําโจทยเ พ่ิมเติมหนว ยที่ 2 2. นกั ศึกษาทาํ โจทยเ พ่ิมเตมิ หนว ยที่ 2 ไดถ ูกตอง ประมาณ 80% 3. สังเกตจากการทําแบบทดสอบหลังเรียนหนว ยท่ี 2 3. นักศึกษาทําแบบทดสอบหลังเรียนหนวยท่ี 2 ได ถูกตองประมาณ 80% หมายเหตุ การประเมินผล แบบทดสอบหลงั เรียนหนวยที่ 2 1. ไดค ะแนน 80% ขึ้นไปถือวาดีมาก 2. ไดค ะแนน 60%-79% ถอื วาพอใช-ดี 3. ไดคะแนนต่าํ กวา 60% ถอื วาควรปรบั ปรงุ แกไข และไดรับความเอาใจใสเ ปน พิเศษ บนั ทึกผลการนําไปใชในการสอน จากการนําแผนการสอนแผนที่ 5 ไปใชจ ริงกับนักศกึ ษาหลายกลมุ ปรากฏวา นักศกึ ษาสามารถ 1. หาอนพุ ันธของฟงกชนั โดยใชก ฎ 4 ข้ันได 2. หาอนุพันธข องฟงกช ันพชี คณติ โดยการใชสูตรได 3. หาอนพุ นั ธฟงกชัน โดยใชก ฎลูกโซไ ด 4. หาอนุพันธฟงกช ัน โดยปรยิ ายได 5. หาอนุพันธอนั ดบั สูงได 6. ทาํ แบบทดสอบหลงั เรียนได คะแนนดกี วา กอนเรยี น ครูใชการเรียนการสอนผานส่ืออิเล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผาน Google Classroom มกี ารเช็คชื่อเขาเรียน และ On Line Streaming สอนสด หรือบันทึกวีดโี อ ผาน Google Meet ,Zoom,Line และบันทกึ การเขา หอ งเรยี น Meet Attendance Collector เพือ่ วัดและประเมินเพ่ิมเติมจากรปู แบบการเรยี น การสอนแบบ On Site ปญหาทพี่ บ หากเปน On line อินเตอรเนต็ ไมเสถยี รหรอื อุปกรณอ เิ ล็กทรอนกิ สม ปี ญหา ก็ จะทําใหการเรยี นการสอนประสบความลาชา ตองแกไขดวยการบนั ทึกกจิ กรรมการเรยี นการสอนไวล ว งหนา
46 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดานคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม ผลการ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวินัยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเรียนออนไล น ลําดบั ที่/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑการประเมนิ คะแนน 18–20 คะแนน หมายถึงดมี าก (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถงึ พอใช (ประสิทธิภาพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรุง (ประสทิ ธิภาพตํา่ กวา เกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นักเรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ
47 เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู นื่ ทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผอู ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผอู น่ื ทกุ คร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลอื ผอู น่ื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอ บังคับ ระเบยี บและขอบงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทุกคร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดวยความ (ขยนั ) ต้ังใจทกุ คร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั งิ านที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ ริตในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชวัสดถุ กู ตอ งพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชวัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพียงและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางคร้งั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม
48 แบบทดสอบหลังเรียนหนวยท่ี 2 จงเลือกคําตอบทถ่ี กู ตอ งทสี่ ดุ เพยี งขอเดียว 1. ถา f x 5 แลว f x มคี า ตรงกบั ขอใด ก. 35x 8 x7 ข. 35x8 ค. 35 ง. 35 x 8 x8 2. ถา f x π x3 แลว f x มคี าตรงกับขอ ใด ก. 3π x ข. 3π x2 ค. 3π x3 ง. 3π x4 3. ถา f x 1 แลว f x มีคาตรงกบั ขอใด 5x ก. 2 ข. 2 5x 3 5 5x3 ค. 5 ง. 5 5x 3 2 5x3 4. ถา y 9 x แลว y มคี า ตรงกับขอใด ก. 2 ข. 18 9x x ค. 9 ง. 9 2x x 5. ถา y 3 4x5 แลว y มีคาตรงกบั ขอใด ก. 203 4x4 ข. 203 4x4 ค. 53 4x4 ง. 43 4x4 6. ถา x3y xy3 2 แลว y มคี าตรงกับขอใด ก. y2 3x2y ข. - y2 3x2y x3 3xy2 x3 3xy2 ค. - y2 3x2y ง. y2 3x2y x3 3xy2 x3 3xy2 7. ถา y x 1 แลว y มีคาตรงกับขอใด x 1 ก. 1 ข. 1 x 12 x 12 ค. 2 ง. 2 x 12 x 12 8. ถา y xx 2x 3 แลว y มีคาตรงกับขอใด ก. 6x 2 ข. 6x 2 ค. 6x 3 ง. 6x 3 9. ถา y x2 53x2 4 แลว y มคี าตรงกบั ขอ ใด
49 ก. 34x ข. 36x ค. 72x ง. 76x 10. ถา y 35 7 แลว dy มีคา ตรงกับขอใด x x2 x3 dx ก. 3 10 21 ข. 3 10 21 x x2 x3 x2 x3 x4 ค. 3 5 14 ง. 3 7 10 x2 x3 x4 x2 x3 x4 ***************************************************** เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว ยที่ 2 1. ง 2. ข 3. ง 4. ค 5. ก 6. ข 7. ค 8. ข 9. ค 10. ข บนั ทึกการตรวจแผนการจัดการเรียนรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................. ลงชื่อ.........................................รองผอู ํานวยการฝา ยวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รับทราบ ลงช่อื .................................................ครผู ูส อน (…………….…………………………….) ............./................/..............
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183