เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 231 โดยปกตชิ ุดกระทุง้ จะอยทู่ ต่ี ําแหน่งศูนยก์ ลางของแม่พมิ พ์ และเลอ่ื นอยใู่ นทว่ี ่างแคบ ๆ ภายในแมพ่ มิ พ์จงึ อาจทาํ ใหแ้ ผ่นคอรแ์ อ่นได้ ซง่ึ สามารถป้องกนั โดยใชเ้ สาค้าํ รปู ที่ 59 ระบบปลดชน้ิ งานทาํ งาน และนําเลอ่ื นโดยสลกั กระทงุ้ (ejector bolt) และสปรงิ ดนั กลบั (return spring) ใช้ตวั กระทุ้งรว่ มกบั ลม การปลดช้ินงานท่แี สดงในรูปท่ี 60 ตอนแรกช้ินงานจะถูกแกะออกจากคอร์ในระหว่างเปิดแม่พมิ พ์สุดท้ายจะใช้ลมเป่าช้ินงานใหห้ ลุดออก ระบบน้ีมขี อ้ ดีคอื แม่พมิ พ์ราคาถูกเม่อื เทยี บกบั ระบบปลดช้นิ งานแบบเชงิ กลอย่างเดยี ว และปลดได้น่ิมกว่าเพราะลมจะดนั บนผวิ ทงั้ หมดของช้นิ งาน มกั จะใชเ้ ม่อื ความยาวของระยะกระทงุ้ ไมเ่ พยี งพอสาํ หรบั ปลดชน้ิ งานใหห้ ลดุ ออก ทางเขา้ ของลมสามารถเลอื กไวท้ ต่ี าํ แหน่งใดกไ็ ด้รปู ที่ 60 การกระทุง้ แบบผสม รปู ท่ี 61 ตวั กระทงุ้ แบบจานหรอื เหด็ (แผน่ ปลดกบั ลม) ทาํ งานดว้ ยนวิ แมตกิ (ลมเปา่ ) รูปท่ี 61 เป็นแบบทค่ี ลา้ ยกนั ซ่งึ มตี วั กระทุ้งแบบเหด็ ลมจะดนั ส่วนทค่ี ลา้ ยเหด็ ให้ยกขน้ึ และกระทุ้งชน้ิ งานใหค้ ลายออกจากคอร์ แลว้ ลมจะเปา่ ผา่ นสว่ นเหด็ ไปดนั ชน้ิ งานใหห้ ลุดออกจากแมพ่ มิ พ์
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 232 ระบบปลดชิ้นงานในแม่พิมพส์ ามแผน่ (Three Plate Mould) ถา้ ใชแ้ ม่พมิ พห์ ลายคาวติ ้ี หรอื แมพ่ มิ พฉ์ ีดงานทม่ี ี gate หลายจุด จะตอ้ งแยกระบบ runner ออกจากช้ินงานภายในแม่พิมพ์ ระหว่างการเปิดแม่พิมพ์และกระทุ้งออก เพ่ือให้การทํางานเป็นแบบอตั โนมตั ิ ดงั นัน้แมพ่ มิ พต์ อ้ งมเี สน้ แบง่ (parting line) หลายเสน้ การเลอ่ื นกระทงุ้ สามารถทาํ ไดห้ ลายวธิ ี แบบทใ่ี ชก้ นั ทวั่ ไปคอื สลกัดงึ (shoulder bolt) หรอื latch bar การเลื่อนกระทุ้งโดยใช้สลกั ดงึ (Shoulder Bolt) รปู ท่ี 62 แสดงแมพ่ มิ พส์ ามแผน่ ในตาํ แหน่งเปิด (ดา้ นซา้ ย) และปิด (ดา้ นขวา) ตอนแรกแมพ่ มิ พ์จะเปิดในระนาบของเสน้ แบ่งท่ี 1 โดยตอ้ งใหช้ น้ิ งานตดิ อยกู่ บั คอร์ จงึ แยก gate ออกได้ หลงั จากระยะเปิดมากขน้ึแผ่นลอยจะถูกดงึ ไปตามสลกั ดงึ และแม่พมิ พเ์ ปิดในระนาบของเสน้ แบ่งท่ี 2 ระบบ runner ยงั คงถูกรงั้ ไว้ดว้ ยundercut จนกระทงั่ ถกู กระทงุ้ ออกโดยแทง่ กระทงุ้ ซง่ึ ทาํ งานดว้ ยสลกั รปู ท่ี 62 แมพ่ มิ พส์ ามแผน่ ทาํ งานดว้ ยสลกั ดงึ (Shoulder Bolt) การเลอ่ื นกระท้งุ โดยใช้ Latch อุปกรณ์น้ี จะทาํ ใหแ้ ผน่ ลอยตดิ กบั แผน่ คอรด์ ว้ ย latch หลงั จากเปิดแม่พมิ พอ์ อกเป็นระยะทางทแ่ี น่นอนแทง่ ปลดจะปล่อยแผ่นลอย และแม่พมิ พเ์ ปิดทเ่ี สน้ แบ่งสองเสน้ ในรปู ท่ี 63 A แมพ่ มิ พอ์ ยใู่ นตําแหน่งปิด latch จะทาํ ใหแ้ ผ่นลอย (g) ตดิ กบั แผน่ คอร์ latch สามารถหมุนรอบหมุด (d) แะรงั้ ใหอ้ ยใู่ นแนวนอนดว้ ยสปรงิ (e) และตวัหยุด (f) ในขณะทแ่ี มพ่ มิ พป์ ิด ในระหวา่ งเปิด แมพ่ มิ พ์ แทง่ ปลด (b) จะยกสลกั (c) (รปู ท่ี 63) และปลด latch (a)(รปู ท่ี 63) แม่พมิ พจ์ ะเปิดในเสน้ แบ่งทส่ี องดว้ ยระยะเปิดอย่างต่อเน่ือง ช้นิ งานและ runner จะถูกกระทุง้ ออกชน้ิ สว่ น latch และแท่งปลดรวมทงั้ ตวั หยุดทแ่ี ผ่นลอยจะตอ้ งทําจากเหลก็ กลา้ ชุบแขง็ เพราะเกดิ การสกึ หรอมากแม่พมิ พแ์ บบน้ีใชไ้ ดส้ าํ หรบั ชน้ิ งานหนกั ไม่เกนิ 1 กโิ ลกรมั ชน้ิ งานทใ่ี หญ่กว่าน้ี มกั จะใชอ้ ุปกรณ์เปิดแบบไฮดรอลกิ สแ์ ละนิวแมตกิ
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 233 ในแม่พมิ พ์ทุกแบบซ่ึงเปิดในหลายระนาบ แผ่นลอยต้องนําเล่อื น (guide) และใหอ้ ยู่ในตําแหน่งท่ีแมน่ ยาํ เพอ่ื ใหผ้ วิ คาวติ ว้ี างแนวกนั อยา่ งถูกตอ้ ง และไมเ่ กดิ ความเสยี หาย การประกอบ latch ตอ้ งทาํ ในลกั ษณะท่ีไมข่ วางชน้ิ งานทห่ี ลน่ ลงมาหลงั จากการปลด รปู ที่ 63 สว่ นประกอบของ latch (1)และ (2) คอื เสน้ แบง่ (parting line) (a) latch bar; (b) แทง่ ปลด; (c) สลกั นํา (guide pin); (d) เดอื ย (pivot pin); (e) spring; (f) ตวั หยดุ ; (g) แผน่ ลอย การกระทุ้งย้อนจากแม่พิมพส์ ่วนอย่กู บั ที่ แมพ่ มิ พบ์ างแบบมคี อรอ์ ย่ทู แ่ี ม่พมิ พส์ ่วนอยกู่ บั ท่ี การปลดชน้ิ งานทาํ โดยกระทุง้ ชน้ิ งานใหห้ ลุดจากคอร์แผน่ ปลดจะเลอ่ื นดว้ ยสลกั ดงึ (ดรู ปู ท่ี 64) ซง่ึ ตดิ อยกู่ บั แม่พมิ พส์ ว่ นเคล่อื นท่ี หรอื ดว้ ยโซส่ ลกั (pin-link chain) (ดูรปู ท่ี 64) และสาํ หรบั ชน้ิ งานขนาดใหญ่จะทาํ งานดว้ ย ไฮดรอลกิ สห์ รอื นิวแมตกิ การใชโ้ ซ่มขี อ้ เสยี คอื เคร่อื งฉีดไม่สามารถเปิดแม่พมิ พด์ ว้ ยความเรว็ สงู ได้ จงึ เพม่ิ รอบเวลาฉีดและโซ่จะขวางทางทจ่ี ะเขา้ ไปถงึ แมพ่ มิ พ์
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 234 a. ) b. ) รปู ที่ 64 การปลดชน้ิ งานออกจากสว่ นอยกู่ บั ทข่ี องแมพ่ มิ พ์ (ปลดยอ้ น) (a) = เลอ่ื นกระทงุ้ ดว้ ยสลกั ดงึ (shoulder bolts) (b) = เลอ่ื นกระทุง้ ดว้ ยสลกั (pin – link chain) ตวั เลอ่ื นกระท้งุ กลบั (Ejector Return) เม่ือแม่พมิ พ์ปิด เข็มกระทุ้ง แผ่นปลดและตัวกระทุ้งอ่ืนท่ีย่ืนออกมา จะต้องเล่ือนกลบั เข้าท่ีก่อนท่ีแมพ่ มิ พป์ ิด มฉิ ะนนั้ ชุดกระทุง้ หรอื แมพ่ มิ พส์ ว่ นทอ่ี ยตู่ รงขา้ มชุดกระทุง้ จะเสยี หาย การเลอ่ื นกลบั ทาํ ไดห้ ลายวธิ ี ทงั้ดว้ ยเขม็ ดนั กลบั หรอื อุปกรณ์พเิ ศษทเ่ี ลอ่ื นตวั กระทงุ้ กลบั เขม็ กระทุ้งกลบั (Ejector Return Pins) วธิ ที ร่ี จู้ กั กนั ดที ส่ี ุด ปลอดภยั ทส่ี ุด และเสยี ค่าใชจ้ ่ายน้อยทส่ี ุด สาํ หรบั การเลอ่ื นชุดกระทุง้ กลบั กค็ อื ใช้เขม็ ดนั กลบั (return pin) เขม็ กระทุง้ ทม่ี หี วั และลาํ ตวั เป็นทรงกระบอก สามารถใชเ้ ป็นเขม็ ดนั กลบั ได้ โดยทําการชุบไนไตรดแ์ ละอบอ่อน (anneal) และยดึ อยกู่ บั แผน่ กระทุง้ เช่นเดยี วกบั เขม็ กระทุง้ ในระหวา่ งการปิดแม่พมิ พ์ เขม็จะถูกดนั กลบั โดยแม่พมิ พส์ ว่ นทอ่ี ยตู่ รงขา้ ม (รปู ท่ี 65 a และ b) เขม็ น้ีอาจแทงเขา้ เน้ือแผ่นแม่พมิ พไ์ ดห้ ลงั จากฉีดไประยะหน่ึง เพราะแผ่นแมพ่ มิ พส์ ว่ นมากจะออ่ น ดงั นัน้ จงึ ตดิ เขม็ ตา้ น (counter pin) ทช่ี ุบแขง็ แลว้ ไวท้ ด่ี า้ นตรงขา้ งเขม็ ดนั กลบั ดงั รปู ท่ี 65 c วธิ นี ้ีเหมาะสาํ หรบั แมพ่ มิ พท์ ฉ่ี ีดชน้ิ งานจาํ นวนมาก เพราะสามารถถอดเปลย่ี นไดง้ า่ ยในกรณีทเ่ี กดิ การสกึ หรอ [Counter ring nut (d)] เม่อื แม่พมิ พเ์ ปิด สลกั จบั จะชนกบั ปลายสลกั เรยี ว [TaperedKnockout bolt (e)] ทต่ี ดิ อยกู่ บั เครอ่ื งฉีด ซง่ึ จะถ่างกา้ มจบั ของสลกั จบั เม่อื สลกั เรยี วเลอ่ื นเขา้ ไปในสลกั จบั ทก่ี ลวงแลว้ กา้ มจบั จะหบุ กลบั ทนั ที และจบั ทค่ี อ (collar) ของสลกั เรยี วไว้ ทาํ ใหส้ ลกั เรยี วเลอ่ื นไปพรอ้ มกบั สลกั จบั ได้ และสามารถเล่อื นชุดกระทุ้งกลบั มาได้ในขณะท่แี ม่พมิ พ์ปิด ท่ปี ลายของระยะชกั กลบั ซ่ึงกําหนดโดยความยาวของปลอก กา้ มจบั จะปลอ่ ยสลกั เรยี ว ความยาวของระยะชกั (stroke) จะกําหนดอย่างแม่นยาํ โดยการปรบั ทป่ี ลอกและแป้นเกลยี วดว้ ยเกลยี วละเอยี ด ระบบน้ีเป็นระบบทเ่ี ชอ่ื ถอื ไดใ้ นการทาํ งาน (a) แมพ่ มิ พป์ ิด คอรด์ า้ นขา้ งเลอ่ื นเขา้ ทร่ี ะบบปลด A อยใู่ นตาํ แหน่งกลบั (b) แมพ่ มิ พเ์ ปิดคอรด์ า้ นขา้ งเลอ่ื นเปิดสลกั เรยี ว (R) สอดเขา้ ไปในกา้ มจบั (F) ดนั ระบบปลดชน้ิ งานให้กระทงุ้ ชน้ิ งานออก กา้ มจบั อยทู่ ห่ี วั ของสลกั เรยี ว (c) แม่พมิ พส์ ว่ นทเ่ี ลอ่ื นปิดเป็นระยะทาง B = ระยะเลอ่ื นกระทุง้ + 5มม. ทาํ ใหร้ ะบบปลดเลอ่ื นกลบั คอร์ดา้ นขา้ ง สามารถเลอ่ื นเขา้ ทโ่ี ดยไมถ่ กู ขวาง
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 235 รปู ที่ 65 ตวั เลอ่ื นชุดกระทุง้ กลบั โดยใชช้ ุดสลกั จบั (Pawl Pin) ระบบดนั กลบั ทแ่ี สดงในรปู ท่ี 66 ทาํ งานดว้ ยลกู ปืนในรอ่ ง (Ball notch) เครอ่ื งฉีดจะจบั ยดึ ปลอกนอก[Bushing (a)] แทนทก่ี า้ นกระทงุ้ ลกู ปืน (b) จะอยใู่ นปลอกนอก ปลอกใน [sleeve (c)] สามารถเลอ่ื นอยใู่ นปลอกนอกได้ สปรงิ (d) ดนั ปลอกในไวแ้ ละสกรปู รบั (e) จะหยดุ ปลอกในทต่ี ําแหน่งหน้าสดุ ในตําแหน่งน้ีลกู ปืนจะเบย่ี งมาทางปลอกใน ระหวา่ งเปิดแม่พมิ พ์ ปลอกนอกจะเขา้ ไปในปลอก (f) และปลอกในจะชนกบั สลกั กระทงุ้ ซง่ึ ยดึ เกลยี วตดิ กบั แผ่นกระทุง้ ไปตามเสน้ แบ่งของแมพ่ มิ พพ์ อเลอ่ื นมาอกี ระยะหน่ึง และชุดกระทุง้ จะเล่อื นกลบั จากการดนั ของสปรงิ (g) โดยแรงสปรงิ (g) จะตอ้ งมากกว่าแรงสปรงิ (d) ระหวา่ งเปิดแมพ่ มิ พ์ ปลอกนอกจะออกจากปลอก (f)และสปรงิ (d) ดนั ปลอกในไปอยทู่ ต่ี าํ แหน่งเรมิ่ ตน้
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 236 รปู ท่ี 66 ระบบดนั ตวั กระทงุ้ กลบั โดยใชล้ กู ปืนในรอ่ ง (Ball Catch) ขอ้ เสยี ของระยะน้ีคอื ระยะเลอ่ื นกระทุง้ (ejector stroke) มจี าํ กดั ขอ้ ดคี อื สามารถดนั ชุดกระทุง้ กลบั ได้ในขณะทแ่ี มพ่ มิ พย์ งั คงเปิดอยู่ การปลดชิ้นงานที่มี undercut ปญั หาการปลดชน้ิ งานทม่ี ี undercut จะขน้ึ อย่กู บั รปู รา่ งและความลกึ ของ undercut ซง่ึ เป็นตวั กาํ หนดว่าสามารถปลด undercut ไดโ้ ดยตรง หรอื ตอ้ งทําชน้ิ สว่ นพเิ ศษ เพ่อื ให้ undercut หลุดออกดว้ ย คอรด์ า้ นขา้ งแมพ่ มิ พแ์ บบแยก (split mould) หรอื การคลายเกลยี ว ชน้ิ งานทไ่ี มส่ ามารถปลด undercut ไดโ้ ดยตรง จะตอ้ งใช้แม่พมิ พท์ ม่ี รี าคาแพง และอุปกรณ์ทต่ี ดิ เพมิ่ เขา้ ไปกบั เคร่อื งฉีดพลาสตกิ ดงั นัน้ ผอู้ อกแบบแม่พมิ พค์ วรปรกึ ษากบัลกู คา้ ดูก่อนว่า สามารถหลกี เลย่ี ง undercut โดยเปลย่ี นแบบชน้ิ งานบางสว่ นไดห้ รอื ไม่ เช่น การมี taper หรอื ช่องอย่ทู ผ่ี นัง เป็นต้น ดงั ตวั อย่างทแ่ี สดงในรูปท่ี 67 ซ่งึ เป็นชน้ิ งานทส่ี ามารถปลด undercut ไดโ้ ดยตรง บางกรณีรอยต่อแบบ snap และชน้ิ งานทม่ี เี กลยี วกส็ ามารถปลดออกไดโ้ ดยตรงเชน่ กนั (A) กลอ่ งทม่ี ชี อ่ งทผ่ี นงั ขา้ งทาํ ใหเ้ กดิ undercut (B) เปลย่ี นชอ่ งใหเ้ ป็นรอยเวา้ จะไมเ่ กดิ undercut (C-E) ผนงั เอยี งสามารถทาํ เป็นชอ่ งไดโ้ ดยไม่เกดิ undercut และปลดออกจากคอรไ์ ดง้ า่ ย รปู ที่ 67 การเปลย่ี นแบบชน้ิ งานทาํ ใหไ้ มจ่ าํ เป็นตอ้ งใชแ้ มพ่ มิ พร์ าคาแพง
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 237 การปลดชิ้นงานท่ีมี undercut ด้วยการกระทุ้งโดยตรง การกระทุง้ ชน้ิ งานทม่ี ี undercut เพอ่ื ปลดชน้ิ งาน อาจทําไดถ้ า้ ชน้ิ งานสามารถเปลย่ี นรปู ไดม้ ากพอทจ่ี ะทาํ ให้ undercut หลดุ ออกได้ ซง่ึ การเปลย่ี นรปู น้ี จะตอ้ งไมเ่ กนิ ขดี จาํ กดั ความยดื หยนุ่ ของพลาสตกิ นนั่ คอื พลาสตกิท่ที ําช้นิ งาน จะกลบั คนื สู่รูปเดมิ โดยไม่เปลย่ี นรูปถาวร ช้นิ งานท่รี อ้ นกว่า จะปลด undercut ได้ง่ายกว่า แต่ผอู้ อกแบบแม่พมิ พต์ อ้ งแน่ใจว่า แรงปลดทก่ี ระทาํ ต่อช้นิ งาน ไมท่ ําใหช้ น้ิ งานเปลย่ี นรปู มากเกนิ ไปจนเกดิ รอยจากตวั กระทุง้ ตารางข้อมูลประมาณการยืดตัวท่ียอมรบั ได้ของพลาสติก ซ่ึงสามารถใช้เป็นความลึกสูงสุดของundercut ทม่ี ไี ดใ้ นชน้ิ งานผนงั บาง ตารางการยืดตวั ระยะสนั้ ท่ียอมรบั ได้ของเทอรโ์ มพลาสติก Material Permissible Elongation or Maximum Undercut in %PolystyreneStyrene acrylonitrile copolymer < 0.5Acrylonitrile butadin < 1.0Styrene copolymer < 1.5PolycarbonateNylon < 1.0Polyacetal < 2.0LD Polyethylene < 2.0MD Polyethylene < 5.0HD Polyethylene < 3.0Polyvinyl chloride (rigid) < 3.0Polyvinyl chloride (soft) < 1.0Polypropylene < 10.0 < 2.0 ความลกึ ของ undercut สาํ หรบั การต่อแบบ snap ชน้ิ งานหลายแบบทต่ี ่อกนั แบบ snap แลว้ สามารถปลดไดโ้ ดยไมต่ อ้ งทําแมพ่ มิ พแ์ บบพเิ ศษ มกั จะใชก้ บัรอยต่อทม่ี รี ปู รา่ งสามแบบ คอื ขอ (hook) ทรงกระบอก และทรงกลม ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความสงู ของ undercut(H) กบั การยดึ ตวั จะเป็นเสน้ ตรง ดงั นนั้ ความสงู ของ undercut ทพ่ี อจะทาํ ได้ (Hperm) จะถูกจาํ กดั ดว้ ยการยดื ตวัสงู สุดทย่ี อมรบั ได้ ( Hperm) ณ ขดี จาํ กดั ความยดื หยุน่ (Elastic limit) ของพลาสตกิ การคํานวณค่าสงู สดของundercut สาํ หรบั รอยต่อทม่ี รี ปู สามแบบดงั กล่าวขา้ งตน้ สามารถใชส้ ตู รในการคาํ นวณได้ โดยทวั่ ไปรอยต่อสามแบบน้ีจะเป็นดงั รปู ท่ี 68
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 238a.) การตอ่ แบบขอ b.) รปู รา่ งทรงกระบอก c.) รปู รา่ งทรงกลมรปู ที่ 68 รอยต่อแบบ snap สามแบบซง่ึ สามารถปลด undercut ไดโ้ ดยไมต่ อ้ งทาํ ชุดปลด undercut ทแ่ี มพ่ มิ พ์ สง่ิ สาํ คญั อกี อยา่ งกค็ อื สว่ นทม่ี ี undercut จะตอ้ งยดื ตวั หรอื อดั ตวั ไดโ้ ดยไมม่ สี ง่ิ กดี ขวาง หมายถงึ ผวิ ในและผวิ นอกของชน้ิ งานทรงกระบอก ตอ้ งถกู ปลดออกไมพ่ รอ้ มกนั นอกจากน้ีมุมของสว่ นทใ่ี ชต้ ่อแบบ snap จะตอ้ งชไ้ี ปในทศิ ทางปลด รอยต่อทถ่ี อดไมไ่ ดซ้ ง่ึ มมี ุม = 90 องศา จะไม่สามารถปลดไดด้ ว้ ยการกระทุง้ ออก เพราะจะทาํใหส้ ว่ น undercut ถูกเฉือนขาด ในกรณนี ้ี จะตอ้ งทาํ ชุดปลด undercut จากประสบการณ์ มุมต่อ (Joint angle) 1ทเ่ี หมาะสมคอื 10-45 องศา ขนาดของ undercut สามารถขยายออกไปได้ ถา้ แบง่ สว่ นของชน้ิ งานทรงกระบอกทม่ี หี น้าตดั หนาและตนั ออกเป็นสว่ นทย่ี ดื หยุน่ กวา่ จะทาํ ใหแ้ รงปลดทใ่ี ชน้ ้อยลง สาํ หรบั สว่ นทเ่ี ป็นขอเปอรเ์ ซน็ ตก์ ารยดื ตวั ของเสน้ ใยดา้ นนอกเน่ืองจากการดดั ควรจะน้อยกว่าทก่ี ําหนดไวใ้ นตาราง ตอ้ งระวงั ในเร่อื งตําแหน่งทแ่ี รงปลดกระทําต่อชน้ิ งาน ถา้ แรงปลดกระทาํ ตรง undercut จะไดผ้ ลดที ส่ี ดุ ดงั นนั้ จงึ ควรใชแ้ ผน่ ปลด ซง่ึ มพี น้ื ทส่ี มั ผสั มากทส่ี ดุการปลดเกลียว เกลยี วนอกมกั จะข้นึ รูปได้ดว้ ยแม่พมิ พ์แบบแยกหรอื แม่พมิ พ์ท่มี คี อรด์ ้านขา้ ง โดยไม่ต้องใชอ้ ุปกรณ์คลายเกลยี วซ่ึงมรี าคาแพง เกลยี วในไม่สามารถปลดด้วยวธิ นี ้ีได้ แต่บางครงั้ ก็สามารถปลดออกจากคอรไ์ ด้ถ้าออกแบบดงั น้ีการปลดเกลียวในแม่พิมพท์ ่ีใช้ตวั กระทุ้ง การฉีดช้นิ งานทม่ี เี กลยี วในดว้ ยแม่พมิ พท์ ใ่ี ช้ตวั กระทุง้ นัน้ จะมขี อ้ จํากดั มาก การปลดช้นิ งานจะขน้ึ อยู่กบั ชนิดของพลาสตกิ และแบบของเกลยี ว ชน้ิ งานทท่ี าํ จากพลาสตกิ ทม่ี โี มดลู สั ของความยดื หยนุ่ ต่ํา เช่น CAB, PA-6, PP และ PE เป็นตน้ สามารถปลดโดยกระทุง้ ออกได้ ถา้ ออกแบบเกลยี วอยา่ งเหมาะสม โดยใชเ้ กณฑต์ ามทใ่ี ห้ไวแ้ ละการคาํ นวณทเ่ี กย่ี วขอ้ งโดยทวั่ ไป เกลยี วทม่ี คี วามสงู 0.3 มม. สามารถถอดออกไดโ้ ดยการกระทุง้ เม่อื เกลยี วมหี น้าตดั กลมคอรท์ ่ียบุ ได้ (Collapsible Core) คอรท์ ย่ี ุบไดด้ งั รปู จะใชไ้ ดก้ บั ชน้ิ งานขนาดเลก็ ในกรณีน้ีตอ้ งใชแ้ ผ่นปลดอกี วธิ หี น่ึงในการฉีดชน้ิ งานทม่ี ีเกลยี วใน (รปู ท่ี 69) คอรเ์ ป็นแกนเหลก็ ทห่ี ุม้ ปลายดว้ ยยางซลิ กิ อน ซง่ึ ทาํ เป็นเกลยี วนอก ถา้ แม่พมิ พป์ ิดแกนเหลก็จะอดั ยางซลิ กิ อนใหย้ ดื ออก ทงั้ สองสว่ นจะประกอบกนั จนไดร้ ปู คอรท์ ม่ี เี กลยี วถกู ตอ้ ง เม่อื แม่พมิ พเ์ ปิด แกนเหลก็
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 239จะเลอ่ื ยถอยกลบั ยางซลิ กิ อนยุบตวั ลง ทาํ ใหป้ ลดชน้ิ งานออกจากคอรไ์ ด้ แม่พมิ พแ์ บบน้ีจะมรี าคาถูกกว่าแบบคอร์ทไ่ี ด้ทก่ี ล่าวไปขา้ งต้นและแม่พมิ พ์ท่มี อี ุปกรณ์คลายเกลยี ว ยางซลิ กิ อนมอี ายุการใช้งานไม่นานนัก แต่มรี าคาไม่แพง และถอดเปลย่ี นไดง้ า่ ย อย่างไรกต็ ามคอรแ์ บบน้ีจะเกดิ ปญั หาในการหล่อเยน็ และต้องใชร้ อบเวลาฉีดทน่ี านกวา่ รปู ที่ 69 คอรท์ ย่ี ดุ ไดท้ าํ จากแกนโลหะ (Metal pin) และยางซลิ กิ อน (Silicon rubber insert) แมพ่ มิ พท์ อ่ี ธบิ ายไปขา้ งตน้ มขี อ้ จาํ กดั ในการใช้ คอื ไมส่ ามารถหลกี เลย่ี งการเกดิ รอยทช่ี น้ิ งาน หากใช้คอรท์ ย่ี บุ ได้ ซง่ึ ไม่เหมาะกบั ชน้ิ งานทม่ี คี วามแมน่ ยาํ เชน่ เฟืองหนอน เป็นตน้แม่พมิ พท์ ใ่ี ชย้ างซลิ กิ อนมกั จะเกดิ การสกึ หรอ ยางอาจเสยี รปู จนใชง้ านไม่ได้ และไม่เหมาะกบั ช้นิ งาน ทต่ี อ้ งการความเทย่ี งตรงของขนาด แต่สาํ หรบั การฉีดชน้ิ งานจาํ นวนน้อย ควรใชแ้ มพ่ มิ พท์ ม่ี รี าคาถกูแมพ่ ิมพท์ ี่มีคอรแ์ บบถอดได้ มกั จะใชก้ บั ช้นิ งานทม่ี เี กลยี วในทต่ี อ้ งการผลติ จาํ นวนน้อย คอรแ์ บบน้ีจะมดี า้ นเรยี ว (taper) ซ่งึ มมี ุมเรยี ว 15 องศา ผูค้ ุมเคร่อื งฉีดจะใสค่ อรเ์ ขา้ กบั แม่พมิ พ์ โดยเสยี บดา้ นเขา้ กบั รทู ท่ี าํ ไวร้ บั กบั ดา้ มคอรแ์ ม่พมิ พน์ ้ีมีราคาคอ่ นขา้ งถูก และมกั จะใชก้ บั ชน้ิ งานทต่ี อ้ งการความเทย่ี งตรงของขนาดสงู คอร์จะดงึ ช้นิ งานออกจากคาวติ ้ีหลงั จากฉีดเสรจ็ แล้วและนําคอรท์ ่มี ชี ้นิ งานอยู่ด้วยออกจากแม่พมิ พ์ตอนน้ีกส็ ามารถหมุนคลายเกลยี ว ใหช้ น้ิ งานออกจากคอร์ โดยใชม้ อื หรอื อุปกรณ์ทเ่ี หมาะสม เช่น เพลาขอ้ เหวย่ี งหรอื มอเตอร์ จํานวนคอรท์ ต่ี ้องใชจ้ ะกําหนดด้วยรอบเวลาฉีดรวมถึงเวลาในการหล่อเยน็ และอุ่นคอร์ ควรชะลอเวลาในการปลดชน้ิ งานออกจากคอร์ จนกวา่ ชน้ิ งานจะเยน็ ลงถงึ อณุ หภมู หิ อ้ งเพอ่ื ใหม้ กี ารหดตวั น้อยทส่ี ดุแมพ่ ิมพท์ ี่มีอปุ กรณ์คลายเกลียว เกลยี วคณุ ภาพสงู สามารถฉีดไดใ้ นราคาถูกและจาํ นวนมาก โดยใชอ้ ุปกรณ์คลายเกลยี วชน้ิ สว่ นแมพ่ มิ พ์ทใ่ี ชข้ น้ึ รปู เกลยี ว โดยทวั่ ไปเป็นแกนสาํ หรบั การฉีดเกลยี วในและปลอกสาํ หรบั การฉีดเกลยี วนอก ซ่งึ สามารถหมุนไดใ้ นแม่พมิ พ์ และปลดช้นิ งานโดยการหมุน ใหช้ ้นิ งานเล่อื นหลุดออกในระหว่างเปิดแม่พมิ พ์ หรอื หมุนแกนหรอืปลอกในเลอ่ื นออกจากชน้ิ งานในระหว่างปิดแม่พมิ พ์ แม่พมิ พแ์ บบน้ีจะตอ้ งใหค้ วามระมดั ระวงั ในการปรบั ประกอบและวางแนวคอร์และชุดขบั หากประคองคอร์ไม่ดีพอน้ําพลาสตกิ ทีไ่ หลเขา้ มา จะชนคอรเ์ บีย่ งจากตําแหน่ศูนยก์ ลาง โดยเฉพาะคอรท์ บ่ี าง ทําใหห้ มุนคลายเกลยี วไดย้ กหรอื ไม่ไดเ้ ลย เพราะแรงหมุนจากชุดขบั ไม่พอทจ่ี ะหมุนคอรอ์ อกจากชน้ิ งานทเ่ี สยี รปู แบบของแมพ่ มิ พย์ งั แตกต่างไปตามรปู รา่ งของชน้ิ งานดว้ ย
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 240แมพ่ ิมพก์ ึ่งอตั โนมตั ิ (Semiautomatic Mould) แม่พมิ พแ์ บบน้ี จะปลดชน้ิ งานทม่ี เี กลยี ว โดยใชม้ อื ควบคุมอุปกรณ์คลายเกลยี ว เฟืองขบั (Gear Drive)สายพานลมิ่ หรอื โซ่จะสง่ กําลงั ไปหมุนคอรท์ ข่ี น้ึ รปู เกลยี ว แม่พมิ พเ์ ป็นแบบคาวติ เ้ี ดยี วหรอื หลายคาวติ ก้ี ไ็ ด้ ขอ้ ควรระวงั คอื แรงทเ่ี พลาขอ้ เหวย่ี งตอ้ งไมเ่ กนิ 150 นิวตนั แม่พมิ พท์ ม่ี มี อเตอรไ์ ฟฟ้าและโซ่ขบั ดงั รปู ท่ี 261 เป็นหน่ึงในหลายแบบของแมพ่ มิ พท์ ม่ี อี ุปกรณ์คลายเกลยี ว รปู ที่ 70 แมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ ทม่ี อี ุปกรณ์คลายเกลยี วและคลทั ซส์ ปรงิแมพ่ ิมพค์ ลายเกลยี วแบบอตั โนมตั ิ (Automatic Unscrewing Mould) แรงขบั สาํ หรบั แม่พมิ พแ์ บบน้ีจะถ่ายทอดจากการเคล่อื นทข่ี องเกลยี ว (Lead Screw) ทเ่ี ป็นเกลยี วหยาบ หรอื เฟืองสะพาน (Rack) หรอื จากชุดขบั ทแ่ี ยกต่างหาก เช่น ชุดขบั ดว้ ยไฟฟ้านิวแมตกิ หรอื ไฮดรอลกิ ส์ซง่ึ มกั จะทาํ งานโดยมชี ดุ ควบคุมแยกตา่ งหากแมพ่ ิมพค์ ลายเกลยี วดว้ ยเฟื องสะพาน (Rack) จํานวนช้นิ งานทส่ี ามารถปลดไดใ้ นแม่พมิ พ์แบบน้ี จะถูกจํากดั ดว้ ยขนาดเสน้ ผ่าศูนยก์ ลางของชน้ิ งานแรงของเคร่อื งฉีดหรอื ชุดขบั เฟืองสะพาน และระยะชกั ของเฟืองสะพาน การเล่อื นของเฟืองสะพาน เกดิ จากการเปิดแมพ่ มิ พข์ องเครอ่ื งฉดี ดงั แสดงในรปู ท่ี 71 หรอื ดว้ ยลกู สบู ไฮดรอ-ลกิ สห์ รอื นิวแมตกิ
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 241MOULDS FOR INTERNALLY THREADED COMPONENTS รปู ที่ 71 แมพ่ มิ พท์ ม่ี อี ุปกรณ์คลายเกลยี วขบั ดว้ ยเฟืองสะพานและเฟืองขบั (Rack and Pinion) แมพ่ มิ พน์ ้ีจะทาํ หน้าทไ่ี มผ่ ดิ พลาดกต็ ่อเม่อื เฟืองสะพานมรี ะยะพติ ทถ่ี ูกตอ้ ง ทงั้ เฟืองหนอนและคอรม์ แี บรงิ่ และตวั นําเล่อื นทแ่ี ม่นยาํ มฉิ ะนัน้ คอรจ์ ะเอยี ง ขณะทน่ี ้ําพลาสตกิ ถกู ฉีดไหลเขา้ แมพ่ มิ พเ์ ป็นผลใหใ้ ชแ้ รงหมนุ มาขน้ึ ในการคลายเกลยี วปลดช้นิ งาน ซ่ึงอาจมากเกินกําลงั ท่เี ฟืองสะพานจะส่งไปได้ เฟืองสะพานจะเสยี รูปและฟนั เฟืองถูกเฉือนขาดโดยเฉพาะในกรณีทก่ี ารหมุนไม่ได้เกดิ จากการสง่ กําลงั โดยตรง แต่เพลาส่งกําลงั ทาํ มุมกนัโดยใชเ้ ฟืองดอกจอกหรอื สง่ กาํ ลงั ผา่ นเฟืองสะพานอกี อนั หน่ึง ดงั รปู ท่ี 71 แมพ่ มิ พใ์ นรปู ท่ี 72 เฟืองสะพานเลอ่ื นโดยชดุ ขบั ภายนอก ซง่ึ เป็นไฮดรอลกิ ส์ แบบน้ีมขี อ้ ดี คอื สามารถคลายเกลยี วทช่ี น้ิ งานไดใ้ นขณะทแ่ี มพ่ มิ พป์ ิดอยู่
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 242 (a) เฟืองสะพาน (b) คอรข์ น้ึ รปู เกลยี วและมเี ฟืองขบั (c) ตวั เวน้ ระยะ (d) แผน่ ยดึ (e) ปลอกนําเลอ่ื น รปู ที่ 72 แมพ่ มิ พส์ ค่ี าวติ ท้ี ม่ี ปี กรณ์คลายเกลยี ว ขบั ดว้ ยเฟืองสะพานแมพ่ ิมพค์ ลายเกลียวด้วย Lead Screw เกลยี วนําซง่ึ ขบั ดว้ ยแป้นเกลยี ว ทต่ี ดิ ไวก้ บั เครอ่ื งฉีดพลาสตกิ จดั วา่ เป็นชุดขบั ทง่ี า่ ยทส่ี ดุ และปลอดภยัทส่ี ดุ สาํ หรบั คอรข์ น้ึ รปู เกลยี ว ในการปลดช้นิ งาน เกลยี วนําจะแปลงการเคล่อื นทเ่ี ปิดแม่พมิ พข์ องเครอ่ื งฉีดใหเ้ ป็นการหมุนเพ่อื ขบั ใหค้ อร์หมุน ระยะเปิดของเคร่อื งฉีดพลาสตกิ จะเป็นตวั กําหนดชนิด ขนาดเสน้ ผ่าศูนย์กลางและจํานวนของเกลียวและจํานวนของคอร์ โดยทวั่ ไปวิธีน้ีสามารถปลดเกลียวได้ท่ีละ 15 อัน โดยมีขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางถงึ 10 มม. บางครงั้ อาจใหญ่กวา่ น้ีถา้ ใชเ้ กลยี วนําทม่ี รี ะยะพติ น้อยลง มผี ูผ้ ลติ เกลยี วนําออกจําหน่าย โดยมเี สน้ ผ่าศูนยก์ ลางหลายขนาด ทงั้ เกลยี วซ้ายและเกลยี วขวา เป็นเกลยี วหลายปาก ซง่ึ ผลติ ไดย้ ากเพราะไมเ่ พยี งแต่จะมมี ุม lead ทช่ี นั มาก แต่ยงั ตอ้ งขดั ผวิ ใหเ้ รยี บมากดว้ ย หากไม่มเี ครอ่ื งมอื พเิ ศษกไ็ มค่ วรผลติ ประสทิ ธภิ าพของเกลยี วนําจะเพม่ิ ขน้ึ เม่อื มุม lead โตขน้ึ แรงดนั สมั ผสั จะลดลงและเพม่ิ อายกุ ารใชง้ านของเกลยี วและแป้นเกลยี ว ระยะพติ ทต่ี อ้ งใชใ้ นการปลดชน้ิ งานสามารถคาํ นวณได้รปู ท่ี 73 เกลยี วนําทม่ี มี มุ lead (Helix) ชนั และหมนุ อยใู่ นแม่พมิ พโ์ ดยทาํ หน้าทเ่ี ป็นคอรข์ น้ึ รปู เกลยี ว
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 243รปู ท่ี 74 แมพ่ มิ พท์ ม่ี อี ุปกรณ์คลายเกลยี ว เกลยี วนําทห่ี มุนไดป้ ระกอบไวใ้ นแมพ่ มิ พ์ รปู ที่ 75 ชน้ิ สว่ นของชุดทม่ี รี ะยะพติ มากZ 150/… แกนทท่ี าํ เป็นเกลยี วซา้ ยและขวาหลายปากและมรี ะยะพติ มากZ 151/… และ Z 152/… แป้นเกลยี วZ 1550/… แกนทท่ี าํ เป็นคอร์Z 1553/… เฟืองขบัZ 1554/… เฟืองตามZ 1558/… ลม่ิ สง่ กาํ ลงัZ 1560/… แบรง่ิ ลกู ปืนเรยี วZ 1562/… แบรง่ิ ลกู ปืนกลมแบบมรี อ่ งลกู ปืน
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 244 แม่พมิ พห์ ลายคาวติ ้ี ทใ่ี ชอ้ ุปกรณ์คลายเกลยี ว ซง่ึ เป็นชน้ิ สว่ นมาตรฐานของผูผ้ ลติ ช้นิ สว่ นแม่พมิ พ์ (รปูท่ี 270) ขนาดต่าง ๆ ของเกลยี วนํา แสดงในรปู ท่ี 271 และตารางท่ี 13 โดยเสน้ ผ่าศนู ยก์ ลาง (b) x ระยะพติ (h) มีตงั้ แต่ขนาด 20 x 60 ถงึ 38 x 200 มม. และจาํ นวนปากของเกลยี ว (n) ตงั้ แต่ 5 ถงึ 12 ปาก ความยาว (l) ตงั้ แต่240 ถงึ 450 มม. เกลยี วนําจะทาํ จากเหลก็ กลา้ ชุบแขง็ ทผ่ี วิ จนมคี วามแขง็ 980 นิวตนั /ตร.มม. แป้นเกลยี วมที งั้แบบทเ่ี ป็นปลอกเกลยี วทําจากไนล่อน (Polyamide) และบรอนซ์ ปลอกไนล่อนจะเหมาะสําหรบั การใชง้ านท่ีอุณหภมู ไิ ม่เกนิ 800C เพราะมคี วามเสยี ดทานน้อย รปู ท่ี 76 ชน้ิ สว่ นมาตรฐานของเกลยี วนํา (Lead Screw) และปลอก (Bushing)แมพ่ ิมพท์ ี่มีชุดหมนุ คลายเกลียวแยกต่างหาก แบบของแม่พมิ พท์ าํ งานอตั โนมตั ทิ ไ่ี ดอ้ ธบิ ายไปแลว้ นัน้ จาํ นวนชน้ิ งานเกลยี วทป่ี ลดไดจ้ ะถกู จาํ กดั ดว้ ยระยะชกั ของชุดประกอบแม่พมิ พข์ องเครอ่ื งฉีดพลาสตกิ การคลายเกลยี วในขณะทแ่ี ม่พมิ พป์ ิดอยู่จงึ ไม่อาจทําได้แต่มชี น้ิ งานหลายแบบทค่ี ลายเกลยี วได้ เฉพาะตอนปิดแมพ่ มิ พเ์ ท่านัน้ เช่น ในกรณีทเ่ี กลยี วอยคู่ นละระนาบหรอืทาํ มุมกนั รปู ท่ี 77 แสดงชน้ิ งานพลาสตกิ ทม่ี เี กลยี วอยคู่ นละระนาบและทาํ มุมกนั ช้นิ งานทซ่ี บั ซอ้ นเช่นน้ี หากมีเกลยี วยาวกจ็ ําเป็นตอ้ งใชช้ ุดขบั แยกต่างหาก ซง่ึ ทาํ งานโดยไม่ขน้ึ อยกู่ บั ระยะชกั ของเครอ่ื งฉีดพลาสตกิ นัน่ คอื ชุดขบั ท่ที ํางานด้วยไฟฟ้าหรอื ไฮดรอลกิ ส์ การเปิดปิดชุดขบั น้ี จะต้องทําได้แม่นยําตามทต่ี ้องการ ถ้ามอเตอร์ปิดก่อนท่ี core จะเลอ่ื นถงึ ตาํ แหน่งปลายกจ็ ะเกดิ ครบี แลบมากทช่ี น้ิ งาน แต่ถา้ มอเตอรเ์ ปิดชา้ ไป แรงหมุนทงั้ หมดจะสง่ ไปท่ี core และอดั กบั core เป็นผลใหแ้ มพ่ มิ พเ์ สยี หาย (1) เกลยี วนอก (2) เกลยี วในและรู (3) เกลยี วในและรู (4) เกลยี วใน (5) รู (6) เกลยี วใน (7) เกลยี วในมที ร่ี องรบั ซลี รปู ที่ 77 ลาํ ตวั ของก๊อกทม่ี เี กลยี วอยคู่ นละระนาบและทาํ มมุ กนั
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 245แมพ่ ิมพท์ ี่มีตวั เล่ือนดา้ นขา้ ง (Side Slide) ในระหว่างการปลดชน้ิ งาน ตวั เลอ่ื นจะถกู ดนั ดว้ ย angle pin หรอื ลูกเบย้ี ว บางครงั้ ดว้ ยลกู สบู ไฮดรอลกิ สห์ รอื อุปกรณ์พเิ ศษ ลกั ษณะทวั่ ไปของแม่พมิ พท์ ม่ี ตี วั เล่อื นดา้ นขา้ งคอื มคี อร์ ดา้ นขา้ งหรอื สว่ นทข่ี น้ึ รปู ดา้ นขา้ งประกอบอยกู่ บั ตวั เล่อื น ในรปู ท่ี 78 และ 79 แสดงแบบและการตดิ ตงั้ รวมทงั้ ขนาดเฉพาะของแมพ่ มิ พแ์ บบน้ี การทาํ งานของแมพ่ มิ พจ์ ะแสดงในรปู ท่ี 80รปู ที่ 78 ส่วนประกอบของแมพ่ ิมพท์ ่ีมีตวั รปู ที่ 79 แบบที่ใช้ลกู เบยี้ วขบั เล่ือนดา้ นข้างท่ีใช้ angle pin (1) core lock; (2) แผน่ แมพ่ มิ พ์ (1) core lock; (2) แผน่ แมพ่ มิ พ์ (3) ลกู เบย้ี ว (3) แผน่ ยดึ (4) ตวั เลอ่ื น (4) Angle pin; (5) แผน่ แมพ่ มิ พ์ (5) ตวั เลอ่ื น (6) แผน่ แมพ่ มิ พ์ (7) แผน่ รองรปู ท่ี 80 การทาํ งานของแมพ่ มิ พท์ ใ่ี ชล้ กู เบย้ี ว
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 246ชิ้นส่วนของแมพ่ ิมพ์ ในการอธบิ ายเร่อื งของแม่พมิ พน์ ัน้ ก่อนอ่นื ควรจะรูก้ ารเรยี กช่อื สว่ นต่าง ๆ ของแม่พมิ พร์ ูจ้ กั ชน้ิ สว่ นของแมพ่ มิ พ์ และแมพ่ มิ พช์ นิดต่าง ๆ รูปท่ี 81 แสดงให้เห็นแบบทวั่ ไปของแม่พมิ พ์ฉีดพลาสติก และการเรยี กช่ือช้ินส่วนต่าง ๆ ของแม่พมิ พ์ โดยอาศยั หลกั การเรยี กชอ่ื ชน้ิ สว่ นเครอ่ื งฉีดพลาสตกิ ทม่ี หี น้าแปลนอยกู่ บั ท่ี (Fixed platen) และหน้าแปลนเคลอ่ื นท่ี (Moving Platen) แมพ่ มิ พจ์ งึ แบง่ ไดเ้ ป็นสว่ นทอ่ี ยกู่ บั ท่ี (Fixed half) กบั สว่ นทเ่ี คล่อื นท่ี (Movinghalf) โดยทวั่ ไปรเู ขา้ ของน้ําพลาสตกิ จะอยกู่ บั สว่ นทอ่ี ยกู่ บั ท่ี ยกเวน้ แมพ่ มิ พท์ มี่ รเู ขา้ ของน้ําพลาสตกิ อยทู่ เ่ี สน้ แบง่(Parting line)การเรยี กชื่อส่วนต่าง ๆ ของแม่พิมพ์ รปู ท่ี 81 การเรยี กชอ่ื สว่ นต่าง ๆ ของแมพ่ มิ พ์ (ใชข้ องอเมรกิ า) ปลอกรฉู ีด (Sprue Bushing) ปลอกรูฉีด (รปู ท่ี 82) เป็นสว่ นทส่ี มั ผสั โดยตรง ระหว่างหวั ฉีด (Nozzle) ของกระบอกฉีด(Injectiond Cylinder) กบั แมพ่ มิ พ์ โดยทวั่ ไปจะมรี ศั มคี วามโคง้ ทส่ี มั พนั ธก์ บั รศั มที ห่ี วั ฉีด ใหห้ วั ฉีดมรี ศั มี r และปลอกรฉู ีดมรี ศั มี R หวั ฉีดและปลอกรฉู ีด จะประกอบกนั อยา่ งถกู ตอ้ งเมอ่ื R = r+1 มม. ซง่ึ หมายถงึ รศั มมี ีความโคง้ ของปลอกรฉู ีด ควรจะใหญ่กว่ารศั มสี ว่ นโคง้ ของหวั ฉีดอยู่ 1 มม. (ดรู ปู ท่ี 82) เพอ่ื ใหน้ ้ําพลาสตกิ ไหเขา้ ไปอยบู่ รเิ วณผวิ สมั ผสั ากของผวิ โคง้ ทงั้ สอง และเม่อื แขง็ ตวั กจ็ ะทาํ ใหก้ ารประกบระหวา่ งหวั ฉีดและปลอกรฉู ีดแนบสนิทยงิ่ ขน้ึ จนไมม่ กี ารรวั่ ของน้ําพลาสตกิ เม่อื ฉดี ดว้ ยแรงดนั สงู
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 247 โดยทวั่ ไป รขู องปลอกรฉู ีดมี Taper 1๐ ถงึ 1๐ 30’ รขู องหวั ฉีดซง่ึ เป็น Taper ดว้ ย ควรมีเสน้ ผ่าศูนยก์ ลางเลก็ กว่ารขู องปลอกรฉู ีด ประมาณ 1 มม. ณ จุดทส่ี มั ผสั กนั เพอ่ื ใหง้ า่ ยต่อการดงึ พลาสตกิแกนรฉู ีด (Sprue) ออกเม่อื เปิดแม่พมิ พ์ ค่าพกิ ดั ความเผอ่ื ของเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางนอกของรฉู ีดคอื g6 สาํ หรบัวงกลมใหญ่ และค่า k6 สาํ หรบั วงกลมเลก็ ขณะทค่ี ่าพกิ ดั ความเผ่อื ของแผ่นยดึ ส่วนหน้า คอื H9 และของแผน่ คาวติ ค้ี อื H7 รปู ที่ 82 ปลอกรฉู ีด (Sprue Bushing) สลกั นําและปลอกนํา (Guide pin and Guide pin Bushing) สลกั นําและปลอกนํา จะเป็นตวั นําเล่อื นส่วนเคล่อื นท่ีของแม่พิมพ์ และบงั คบั ให้อยู่ในตําแหน่งท่ีถกู ตอ้ ง สมั พนั ธ์กบั สว่ นอยกู่ บั ทข่ี องแม่พมิ พ์ สลกั นํา (รปู ท่ี 83 (a)และ 83 (b)) มกั จะตดิ อย่กู บั แรงดา้ นขา้ งท่ีกระทาํ ต่อแผน่ แมพ่ มิ พ์ ซง่ึ อาจเกดิ ในแมพ่ มิ พท์ ม่ี ี Sliding (Side) Core สลกั นําและปลอกนํา ดงั รปู ท่ี 83 และ 84 มกั จะใชก้ นั มากในแม่พมิ พท์ ม่ี คี วามเทย่ี งตรง (Precision) สงูเน่ืองจากชว่ ยในวางแนว (Alignment) ของแผ่นแมพ่ มิ พท์ ุกแผ่นไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง และสามารถรบั แรงในแนวนอนไดม้ าก
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 248รปู ท่ี 83 สลกั นํา (Guide Pin) a) มสี ว่ นต่อ (Heel) b) ไมม่ สี ว่ นต่อ รปู ท่ี 84 ปลอกนํา (Guide Pin Bush) a) มสี ว่ นต่อ (Heel) b) ไมม่ สี ว่ นต่อ Tapered Interlock สลกั นําและปลอกนํา จะรบั แรงดา้ นขา้ งทเ่ี กดิ ขน้ึ ในแมพ่ มิ พ์ อยา่ งไรกต็ าม เม่อื แรงดา้ นขา้ งมาก หรอืกรณีทแ่ี มพ่ มิ พห์ นักมาก จะประกอบ Tapered Interlock (รปู ท่ี 85) เพมิ่ เขา้ ไปในแม่พมิ พใ์ นบางกรณี จะใช้Tapered Interlock เพยี งอยา่ งเดยี ว ไมม่ สี ลกั และปลอกนํา โดยเฉพาะในแม่พมิ พต์ น้ื ๆ และไม่มแี รงดา้ นขา้ งเกดิ ขน้ึ ในระหวา่ งปิดแม่พมิ พ์ งานสวม (Fit)และพกิ ดั ความเผ่อื (Tolerances) จะระบุไวใ้ นรูปทแ่ี สดงรายละเอยี ดสาํ หรบั พกิ ดั ความเผอ่ื ของเพลา สว่ นพกิ ดั ความเผอ่ื ของรใู นงานทาํ แมพ่ มิ พใ์ ช้ H7 เสมอ
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 249 รปู ที่ 85 Tapered Interlock Angle Pin Side Core ทอ่ี ยใู่ นแม่พมิ พ์ จะเล่อื นโดยใช้ Angle Pin ซง่ึ ประกอบเขา้ ในแม่พมิ พโ์ ดยเอยี งเป็นมุมเพอ่ื เลอ่ื น Slide Core ใหไ้ ดร้ ะยะตามตอ้ งการ และสมั พนั ธก์ บั จงั หวะเปิดแม่พมิ พ์ มกั ใชม้ ุมเอยี งระหว่าง 15 –25 องศา แบบของ Angle pin และคา่ พกิ ดั ความเผอ่ื แสดงในรปู ท่ี 86 รปู ท่ี 86 แบบต่าง ๆ ของ Angle Pin ในกรณที ใ่ี ช้ Angle Pin ไปเลอ่ื น Slide Core ตวั เล่อื นทเ่ี ป็น Core (Core Slide) จะตอ้ งถกู ลอ็ กไว้ดว้ ย Core Lock ทม่ี ผี วิ เอยี ง ดงั แสดงในรปู ท่ี 87 ขณะทก่ี ารประกอบ Angle Pin เขา้ ไปในตวั เลอ่ื นควรเป็นแบบคอ่ นขา้ งหลวม การใส่ Angle Pin เพอ่ื ใหแ้ น่ใจไดว้ ่า ตวั เลอ่ื นจะกลบั สตู่ าํ แหน่งเดมิ อยา่ งถูกตอ้ งทกุ ครงั้และ Core lock จะตอ้ งมคี วามแขง็ แรง และประกอบกนั อยา่ งแมน่ ยาํ เพอ่ื ทจ่ี ะไดต้ า้ นแรงจากการฉีดพลาสตกิในแมพ่ มิ พ์
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 250 รปู ที่ 87 การใช้ Angle Pin ในแมพ่ มิ พ์ a) แมพ่ มิ พท์ ม่ี ี Core ขา้ งเลอ่ื นได้ b) แม่พมิ พแ์ ยก (Split Mould) เขม็ กระท้งุ (Ejector pin) และ Core Pin โดยทวั่ ไปเขม็ กระทุง้ จะเป็นสว่ นทต่ี อ้ งทนแรงกด ทจ่ี ะทาํ ใหเ้ ขม็ งอโคง้ (Buckling) เน่ืองจากมคี วามยาวและค่อนขา้ งเลก็ ในอกี ดา้ นหน่ึง จะตอ้ งทนต่อการสกึ หรอจากการเสยี ดสี โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ เมอ่ื เลอ่ื นไปมาจงึ ควรชุบแขง็ แบบไนไตรด์ (Nitrided) Trufftrided หรอื Borrided รปู ท่ี 88 แสดงแบบของเขม็ กระทุง้ ซง่ึ ทผ่ี วิ มีความแขง็ ต่าง ๆ กนั จะเหน็ ไดว้ า่ ความแขง็ ขนาด 65 – 70 HRC รปู ท่ี 88 น้ีทาํ ไดโ้ ดยการชุบแขง็ ดว้ ยวธิ ที ่ีกลา่ วมาแลว้ เทา่ นนั้ ผวิ ควรเจยี รไนอย่างละเอยี ด และพกิ ดั ความเผ่อื สาํ หรบั รสู วมเขม็ กระทุง้ ควรเป็น H7 และสาํ หรบัเขม็ กระทุง้ พกิ ดั ความเผ่อื ควรเป็น g6 เพ่อื หลกี เล่ยี งการแลบของพลาสตกิ ทเ่ี กดิ กบั ช้นิ งานบรเิ วณรอบเขม็กระทงุ้ เขม็ กระทงุ้ อาจทาํ เป็นขนั้ ดงั รปู ท่ี 89 หรอื กลวง ดงั รปู ท่ี 90 รปู ท่ี 88 เขม็ กระทงุ้ แบบตรง (Straight Ejector Pin) (ระบุพกิ ดั ความเผอ่ื และความแขง็ ไวด้ ว้ ย) รปู ที่ 89 เขม็ กระทงุ้ แบบเป็นขนั้ (Stepped Ejector Pin) (ระบุค่าพกิ ดั ความเผอ่ื และความแขง็ ไวด้ ว้ ย)
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 251 รปู ที่ 90 ปลอกกระทุง้ (Ejector Sleeve) (ระบุค่าพกิ ดั ความเผอ่ื และความแขง็ ไวด้ ว้ ย) สลกั สาํ หรบั ทาํ รทู ช่ี น้ิ งาน (Core pin) แสดงไวใ้ นรปู ท่ี 91 และ 92 ซง่ึ มกั จะทาํ จากเหลก็ กลา้ ทผ่ี า่ นการชบุ แขง็ โดยมคี วามแขง็ 60 – 62 HRc และทห่ี วั มคี วามแขง็ + 5 HRc แกนของสลกั ควรมคี วามแขง็ 50– 55 HRc สาํ หรบั สลกั เคลอ่ื นท่ี และ 45 HRc สาํ หรบั สลกั ทอ่ี ย่กู บั ท่ี เพ่อื ใหแ้ น่ใจวา่ มคี วามเหนียว(toughness) ไดต้ ามตอ้ งการ คา่ พกิ ดั ความเผ่อื สาํ หรบั รทู ส่ี วม Core Pin ควรเป็น H7 สาํ หรบั Core Pin ทเ่ี คลอ่ื นท่ี (รปู ท่ี 91)คอื g6 และ N6 สาํ หรบั Core Pin ทอ่ี ยกู่ บั ท่ี (รปู ท่ี 92) รปู ท่ี 91 Core Pin เคลอ่ื นท่ี (ระบุคา่ พกิ ดั ความเผอ่ื และความแขง็ ) รปู ที่ 92 Core Pin ทอ่ี ย่กู บั ท่ี (ระบุค่าพกิ ดั ความเผ่อื ) แผน่ ฐานอยกู่ บั ที่หรอื ยึดส่วนหน้า (Flxed Base Plate or Front Clamp Plate) แผ่นฐานอยู่กบั ทห่ี รอื ยดึ ส่วนหน้า (ช่อื เรยี กแบบอเมรกิ า)ทําใหย้ ดื ส่วนทอ่ี ยู่กบั ทข่ี องแม่พมิ พเ์ ขา้ กบัหน้าแปลนด้านท่ีอยู่กับท่ีของเคร่ืองฉีดได้สะดวกข้ึน และต้องทนแรงดันซ่ึงหวั ฉีดกดปลอกรูฉีด (NozzlePressure) และยงั ใชเ้ ป็นแผ่นรองสาํ หรบั สว่ นคาวติ ้ี (Cavity insert) ไดใ้ นแม่พมิ พบ์ างแบบ ยงิ่ กว่าน้ี ยงัสามารถทําช่องหล่อเยน็ ไวใ้ นแผ่นยดึ เพ่อื หล่อเยน็ ส่วนแกนรฉู ีด (Sprue) สาํ หรบั การฉีดช้นิ งานทต่ี อ้ งการให้รอบเวลาฉดี (Cycle time) สนั้ หรอื ผลผลติ สงู
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 252 แผ่นยดื สว่ นหน้า อาจกวา้ งกว่าแผน่ คาวติ ้ี (Cavity plate) 20 – 25 มม. สาํ หรบั เป็นทจ่ี บั ของตวั ยดึ(Machine clamp) หากพน้ื ทใ่ี นการยดึ ของเครอ่ื งฉีดมอี ยจู่ าํ กดั กท็ าํ การเซาะรอ่ สเ่ี หลย่ี มทแ่ี ผ่นยดึ หรอื แผ่นคาวติ ้ีสาํ หรบั เป็นทจ่ี บั ของตวั ยดึ อย่างไรกต็ าม ควรทาํ เช่นน้ีในกรณีทจ่ี ําเป็นเทา่ นัน้ คอื ไมม่ ที ว่ี ่างพอในการยดื เพราะสน้ิ เปลอื งคา่ ใชจ้ า่ ยในการกดั รอ่ ง ซง่ึ กไ็ มค่ ุม้ คา่ กบั วสั ดทุ ป่ี ระหยดั ได้ จากการลดขนาดแผน่ ยดึ (ดรู ปู ท่ี 93) แผน่ คาวิตี้อยกู่ บั ที่หรอื แผน่ คาวิตี้ส่วนหน้า (Flxed Cavity Plate or Front Plate) เป็นแผ่นทม่ี ไี วส้ าํ หรบั ประกอบสว่ นคาวติ ้ี (Cavity insert) เจาะช่องน้ําหลอ่ เยน็ และต่อสายยางสาํ หรัน้ําหลอ่ เยน็ ในแมพ่ มิ พส์ ว่ นทอ่ี ยกู่ บั ท่ี แมพ่ มิ พข์ นาดเลก็ จะใชก้ ารกดั แผน่ คาวติ ใ้ี หเ้ ป็นรปู คาวติ ้ตี ามตอ้ งการ วธิ นี ้ีจใชก้ บั แมพ่ มิ พข์ นาดเลก็ ขนาดกลางและขนาดใหญ่ไดใ้ นบางกรณี แผน่ ฐานเคลอ่ื นที่หรอื แผน่ ยดึ ส่วนหลงั (Moving Base Plate or Rear Clamp Plate) แผน่ ยดึ สว่ นหลงั จะทาํ หน้าทโ่ี ดยทวั่ ไปเหมอื นกบั แผน่ ยดึ สว่ นหน้า คอื ทาํ ใหก้ ารยดึ สว่ นเคลอ่ื นทข่ี องแม่พมิ พ์ เขา้ กบั หน้าแปลนส่วนท่เี คล่อื นท่ขี องเคร่ืองฉีดได้สะดวกข้นึ และมีรูท่ศี ูนย์กลางเพ่อื ให้แกนกระทุ้ง(Ejector Rod) ของเครอ่ื งฉีด ลอดเขา้ ไปทาํ ใหม้ กี ารเคลอ่ื นทเ่ี พอ่ื ปลดชน้ิ งาน (ดรู ปู ท่ี 93) รปู ท่ี 93 สว่ นประกอบต่าง ๆ ของแมพ่ มิ พ์ ตวั เวน้ ระยะ (Spacer) โดยทวั่ ไปจะมตี วั เวน้ ระยะอยู่สองช้นิ ประกอบไวท้ ส่ี ่วนเคล่อื นทข่ี องแม่พมิ พ์ เพ่อื ใหม้ ที ส่ี ําหรบั การเลอ่ื นของเขม็ กระทุง้ ความสงู ของตวั เวน้ ระยะจะขน้ึ อยกู่ บั ชว่ งความยาวของการปลดชน้ิ งาน (Ejector - Stroke)
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 253บวกกบั ขนาดของแผ่นจบั เขม็ กระทุง้ (Ejector holder) และแผ่นรอง (Ejector back plate) และหวั ของ Stopbutton ทโ่ี ผลอ่ อกมา ดงั รปู ท่ี 96/97 เสาคาํ้ (Support Pilar) ในกรณีทค่ี าวติ ม้ี พี น้ื ทใี หญ่มาก แผ่นรองคาสติ ้ี (Cavity back Plate) ตอ้ งมกี ารค้ําไวเ้ พอ่ื ป้องกนั กาแอน่ ของแผน่ รอง จงึ ใสเ่ สาค้าํ ดงั รปู ท่ี 94 จาํ นวนเสาทใ่ี ชแ้ ละการเวน้ ระยะหา่ งทเ่ี ทา่ กนั จะขน้ึ อย่กู บั ขนาดของคาวติ แ้ี ละแรงทก่ี ดอยู่ ขอ้ สาํ คญั คอื การใหม้ คี วามเคน้ นํา (Pre - Stress) ทต่ี วั เวน้ ระยะ ดงั นัน้ เสาควรสงู กว่าขนาด N30 ในรปู ท่ี 97 อยู่ 0.025 มม.รปู ที่ 94 สว่ นประกอบของแผน่ กระทุง้ (Ejector Plate) พรอ้ มดว้ ยเสาคา้ํ(Support Pillar) และแผน่ ฐานเคลอ่ื นท่ี (Moving base Plate) รปู ที่ 95 เสาค้าํ (Support Pillar) ชนิดตา่ ง ๆ (สาํ หรบั การยดึ ตดิ กบั แผ่นเคลอ่ื นทด่ี ว้ ยวธิ ตี ่าง ๆ) แผน่ ยึดเขม็ กระทุ้งและแผน่ รองพรอ้ มด้วย Stop Button(Ejector Holder and Back Plate withwith Stop Button) แผน่ ยดึ จะทาํ ใหเ้ ขม็ กระทุง้ อย่ใู นตาํ แหน่งทถ่ี กู ตอ้ ง และเคลอ่ื นไปกลบั ไดอ้ ย่างคลอ่ งตวั โดยทวั่ ไปการประกอบเขม็ กระทุง้ กบั แผ่นยดึ จะค่อนขา้ งหลวม เสน้ ผ่าศูนยก์ ลางขอบรูจะมขี นาดใหญ่กว่าเขม็ กระทุง้ ประมาณ0.1 – 0.3 มม. ขน้ึ อยกู่ บั ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางขอบกระทุง้ เผอ่ื สาํ หรบั การปรบั หากเกดิ การเยอ้ื งศูนยก์ นั ของเขม็ กระทงุ้ กบั รทู ค่ี าวติ ห้ี รอื Core ความหนาของแผน่ ยดึ มขี นาด ประมาณ 10 – 16 มม. แผน่ รองจะรกั ษาตําแหน่งของเขม็ กระทุ้งในแนวยาวไว้ ขณะทเ่ี คล่อื นท่ไี ปกลบั ท่ศี ูนย์กลางขอแผ่นยดึ จะทําให้เขม็ กระทุง้ อยู่ในตาํ แหน่งทถ่ี ูกตอ้ ง และเคลอ่ื นไปกลบั ไดอ้ ยา่ งคล่องตวั โดยทวั่ ไป การประกอบเขม็ กระทุง้ กบั แผน่ ยดึ จะคอ่ นขา้ งหลวม เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางของรจู ะมขี นาดใหญ่กว่าแผ่นรองอาจมรี เู กลยี วไว้ สาํ หรบั ต่อแกนกระทุง้ (Ejector rod)
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 254ในกรณีทเ่ี ครอ่ื งฉีดพลาสตกิ นัน้ ตดิ ตงั้ ชุดกระทุง้ แบบไฮดรอลกิ ส์ นอกจากน้ีควรมี Stop button (รปู ท่ี 96 b)จาํ นวน 4 – 6 ตวั ประกอบไวด้ งั แสดงในรปู 96 a เพอ่ื ใหเ้ ขม็ กระทุง้ เลอ่ื นกลบั มาอยใู่ นตําแหน่งทถ่ี กู ตอ้ ง แมใ้ นกรณีทม่ี สี ง่ิ แปลกปลอมหลุดเขา้ ไปอยู่ระหว่างแผ่นเคล่อื นท่ี และแผ่นกระทุง้ แม่พมิ พท์ ม่ี แี ผ่นกระทุ้งขนาดใหญ่หรอื เขม็ กระทงุ้ บางมาก จะมวี ธิ กี ารนําเลอ่ื นแผน่ กระทงุ้ ดว้ ยสลกั น้ํา (guide - pin) ดงั แสดงในรปู ท่ี 97รปู ที่ 96 การวางตาํ แหน่งของ Stop button ในแผน่ รอง (Ejector Back Olate) รปู ท่ี 97 การนําเลอ่ื นแผน่ กระทุง้ (Ejector Plate Guide)(ความสงู ตวั เวน้ ระยะ N30 = ความยาวช่วงกระทุง้ +ความหนาของแผน่ กระทุง้ +ความสงู ของหวั Stop button)
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 255การหลอ่ เยน็ แม่พิมพแ์ ละผลกระทบต่อชินงาน ระบบหล่อเยน็ แม่พมิ พ์ มจี ุดประสงคห์ ลกั กค็ อื การช่วยเรง่ ใหช้ น้ิ งานพลาสตกิ เยน็ ตวั ใหเ้ รว็ ทส่ี ดุ เพอ่ื ให้สามารถถอดช้นิ งานออกจากแมพ่ มิ พ์ โดยทช่ี น้ิ งานอย่สู ภาพสมบูรณ์มากทส่ี ดุ แต่ดว้ ยขอ้ จาํ กดั ของคุณสมบตั ขิ องพลาสตกิ ทาํ ใหส้ ง่ ผลกระทบต่อชน้ิ งานมากทส่ี ดุ ของระบบการรกั ษารปู ทรงของชน้ิ งานใหเ้ ทย่ี งตรง กระบวนการหลอ่ เยน็ ของแมพ่ มิ พ์ 1.การนําความรอ้ น โดยการถ่ายเทความรอ้ นภายในเน้ือพลาสตกิ สแู่ มพ่ มิ พ์ 2.การพาความรอ้ น โดยการถ่ายเทความรอ้ นจากแม่พมิ พส์ รู่ ะบบท่อหล่อเยน็ ซ่งึ เป็นสารหล่อ เยน็ 3.การแผร่ งั สี โดยการถ่ายเทความรอ้ นเป็นในรปู การแผค่ ลน่ื ความรอ้ นออกจากแมพ่ มิ พ์หลกั การการหลอ่ เยน็ ตอ่ คุณภาพชน้ิ งานฉีด “การควบคุมอุณหภมู ใิ หค้ งทใ่ี นแม่พมิ พต์ อ้ งไมแ่ ตกต่างกนั ในแตล่ ะสว่ นของแมพ่ มิ พแ์ ละแต่ละสว่ นของชน้ิ งานจะสง่ ผลกระทบโดยตรงต่อรปู ทรงชน้ิ งาน” จะเหน็ ไดว้ ่าหลกั การนัน้ เราจะออกแบบระบบหล่อเยน็ ดว้ ยวธิ ีไหนก็ได้ทส่ี ามารถทําใหแ้ ม่พมิ พ์มกี ารเยน็ ตวั พรอ้ มกนั ทุกจุด จงึ จะได้ช้นิ งานตรงตามแบบพมิ พ์ แต่ในการผลติแมพ่ มิ พท์ าํ ไดม้ ากน้อยแคไ่ หนกจ็ ะสง่ ผลกระทบต่อชน้ิ งานไปดว้ ยรปู แบบของการหลอ่ เยน็ 1. Hard Cooling คอื การทาํ ใหแ้ มพ่ มิ พแ์ ละชน้ิ งานเยน็ ตวั อยา่ งรวดเรว็ เหมาะสาํ หรบั การผลติ หรอื ชน้ิ งานปรมิ าณมาก ๆ (Mass Production) รอบการฉดี (Cycle time) สนั้ 2. Soft Cooling โดยการใชร้ ะบบหลอ่ เยน็ หรอื การควบคุมอณุ หภมู แิ มพ่ มิ พใ์ กลเ้ คยี งกบั จดุ Crystallite Melting point ของพลาสตกิ แลว้ คอ่ ย ๆ หล่อเยน็ ชน้ิ งาน ซง่ึ จะไดช้ น้ิ งานทม่ี คี วาม เทย่ี งตรง และคุณสมบตั เิ ชงิ กลของชน้ิ งานดขี น้ึ แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามแมพ่ มิ พจ์ ะตอบสนองตอ่ การ พจิ ารณาเลอื กแนวทางการควบคุมอุณหภมู แิ มพ่ มิ พก์ ารเยน็ ตวั ของพลาสตกิ และผลกระทบต่อ ชน้ิ งานปจั จยั ทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ รปู ทรงชน้ิ งานใหช้ ว่ ยเป็นตวั 1.ความหนาชน้ิ งาน 2.ความยาวเสน้ ทางการไหลของน้ําพลาสตกิ ในชน้ิ งาน 3.ตาํ แหน่งการหลอ่ เยน็ ชน้ิ งาน 4.ชนิดของพลาสตกิ และการหดตวั 5.ความหนาแน่นของเน้ือพลาสตกิ แตล่ ะจุดของชน้ิ งาน จากปจั จยั ทก่ี ล่าวมาทงั้ หมดสุดทา้ ยทท่ี าํ ใหเ้ กดิ ปญั หาหรอื สง่ ผลกระทบกบั ช้นิ งานคอื อตั ราการเยน็ ตวัเยน็ ตวั แตกต่างกนั อนั เป็นสาเหตุหลกั ของการเสยี รปู ของชน้ิ งาน อยา่ งเชน่ ในรปู ตวั อยา่ ง
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 256 การออกแบบระบบหลอ่ เยน็ ในแม่พิมพ์รปู ที่ เส้นผา่ ศนู ยก์ ลางหรอื ลกั ษณะเฉพาะ การออกแบบ ความกว้างของคอร์ ถา่ ยเทความรอ้ นออกโดยลม1 > 3 มม. จากภายนอกขณะเปิดแมพ่ มิ พ์ การหลอ่ เยน็ แบบตอ่ เน่อื งได้ เฉพาะกบั ชน้ิ งานรปู รา่ งคลา้ ยทอ่ แทง่ โลหะทน่ี ําความรอ้ นจะต่อ2 > 5 มม. ไปถงึ ทอ่ หลอ่ เยน็ โคนของแทง่ หลอ่ เยน็ ควรทาํ ใหใ้ หญ่ ทาํ เป็นแบบน้ําพหุ รอื แบบพน่ ทอ่3 > 8 มม. ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางไมเ่ กนิ 4 มม. ควรตดั ปลายเฉียง แบบน้ําพุ หรอื แบบพน่ ID = OD/24 แบบน้ําพุ หรอื แบบพน่ สาํ หรบั คอรท์ ม่ี กี ารหมนุ5 เพอ่ื คลายเกลยี ว แบบแผ่นกนั้67 แบบแผน่ กนั้ บดิ เป็นเกลยี ว แกนทม่ี รี อ่ งขดเป็นเกลยี วปาก8 เดยี วหรอื สองปาก ใสแ่ บบ หลวม ๆ เขา้ ไปในคอรเ์ ป็น ชน้ิ สว่ นมาตรฐาน
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 257รปู ที่ เส้นผา่ ศนู ยก์ ลางหรอื ลกั ษณะเฉพาะ การออกแบบ ความกวา้ งของคอร์ แทง่ ถา่ ยเทความรอ้ น มขี นาด9 ตงั้ แต่ 3 มม. ภายในบรรจุ ของเหลวนําความรอ้ น หลอ่ เยน็ แบบรอ่ งเกลยี ว10 > 40 มม. คอรด์ า้ นใน แบบรอ่ งเกลยี วคู่ และแบบน้ําพุ S > 4 มม.11 a. ชน้ิ งาน b. ปลอกโลหะผสมทองแดง- เบรลิ เลยี ม < 3 มม.12 d. เหลก็ กลา้ 3 มม. c. ชอ่ งหลอ่ เยน็ แบบเกลยี ว d. ชน้ิ สว่ นเหลก็ กลา้ ไรส้ นิมนํา มาเช่อื มตดิ กนั
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 258 ชน้ิ งานรปู วงกลม รอ่ งวงกลมทม่ี จี ดุ ศนู ยก์ ลางรว่ มกนัชน้ิ งานรปู วงกลมรอ่ งขดเป็นวงชอ่ งหลอ่ เยน็ เป็นรปู ขดสาํ หรบั ชน้ิ งานเหลย่ี มชอ่ งหลอ่ เยน็ สาํ หรบั ชน้ิ งานรปู สเ่ี หลย่ี มท่ี gate เขา้ ศนู ยก์ ลาง
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 259การตรวจสอบแบบแมพ่ ิมพ์ เมอ่ื เราไดท้ าํ การออกแบบแลว้ เสรจ็ หรอื ไดร้ บั แบบมา อนั ดบั แรกจะเรมิ่ ดโู ครงสรา้ งทวั่ ๆ ไป พลาสตกิ ท่ีจะใช้ฉีด เพ่อื ใหไ้ ด้ช้นิ งานท่ดี ที ่สี ุดและรกั ษาแม่พมิ พ์ใหย้ าวนาน จงึ ต้องพจิ ารณา ในสว่ นแบบแม่พมิ พ์ก่อนเป็นอนั ดบั แรก กอ่ นทจ่ี ะดาํ เนินการผลติ จรงิการพจิ ารณาตรวจสอบแบบแมพ่ มิ พ์1. ตรวจสอบโครงสรา้ งหลกั ของชน้ิ งาน ความแขง็ แรง ความหนาของแมพ่ มิ พต์ าํ แหน่ง Support ตา่ ง ๆ2. ตรวจสอบวสั ดุทใ่ี ชท้ าํ แม่พมิ พ์ Standard Parts วา่ ถูกตอ้ งหรอื ไมร่ วมทงั้ กระบวนการทางความรอ้ นและการ ตรวจสอบความแขง็3. ตรวจสอบโครงสรา้ งของชน้ิ งาน วา่ จะสง่ ผลกระทบตอ่ โครงสรา้ งหลกั จากการเยน็ ตวั4. ตรวจสอบระบบการทาํ งานต่าง ๆ ของแมพ่ มิ พ์ - ระบบปลดชน้ิ งาน - การระบายอากาศ - การวางระบบ Runner - ระบบหลอ่ เยน็5. ตรวจสอบความสามารถการขน้ึ รปู เครอ่ื งจกั รกล - เครอ่ื ง Milling - เครอ่ื ง EDM - เครอ่ื งเจยี ระไน - การขดั ผวิ ขนั้ สดุ ทา้ ย6. ตรวจสอบโอกาสการเสยี รปู แมพ่ มิ พข์ ณะใชง้ าน - การสกึ กรอ่ นของ Cavity และ Core - โอกาสเสยี โครงสรา้ งรวมเมอ่ื รบั แรงฉีดทส่ี งู และแรงยดึ แมพ่ มิ พ์ - การเคลอ่ื นยา้ ยตําแหน่ง Parting Line - การเสยี รปู ของ Cavity เมอ่ื ไดร้ บั แรงอดั ทส่ี งู - การเสยี หายและการเคลอ่ื นตวั ของ Core ขณะรบั แรงฉีด โดยเฉพาะสว่ นทอ่ี ย่ใู กล้ เกจ - Insert และการจบั ยดึ Insert - Slide Core และ Angle Pin - การเสยี ดสขี อง Ejector Pin และการหกั หรอื งอโคง้ ของ Ejector Pin
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 260หวั ข้อการวิเคราะห์แบง่ กลุม่ ชน้ิ งาน 2 กลุม่ - กลมุ่ ทส่ี กึ หรอปกติ จะเปลย่ี นตามกาํ หนดเวลา เชน่ บชู สลกั คอร์ ฯลฯ - กลมุ่ ทแ่ี ตกหกั ปกติ จะเปลย่ี นทนั ทที แ่ี ตกหกั เช่น Ejector Pin, Slide ต่าง ๆ ฯลฯปจั จยั ความเสยี หายของแมพ่ มิ พ์ - การออกแบบโครงสรา้ งแมพ่ มิ พ์ - วสั ดุทใ่ี ชท้ าํ แมพ่ มิ พ์ - การ Machining - การอบชุบดว้ ยความรอ้ น - การเจยี ระไน - การใชง้ านแมพ่ มิ พ์ - การบาํ รงุ รกั ษาจดุ ทเ่ี กดิ ความเสยี หายบอ่ ยในแมพ่ มิ พฉ์ ดี1. การเคลอ่ื นยา้ ยของเสน้ Parting Line2. ผวิ หน้าผวิ แมพ่ มิ พเ์ กดิ การยบุ หรอื เป็นรอย3. ผวิ ของ Cavity หรอื Core เกดิ การแตกรา้ วหรอื แตกสะเกด็4. รเู กจเกดิ การอุดตนั5. Insert ตา่ ง ๆ เกดิ การเคลอ่ื นยา้ ยหรอื เบย่ี งเบน6. เกดิ การกดั กรอ่ นทค่ี อรเ์ ลก็ ๆ7. Slide Core และ Angle Pin เกดิ การไหมแ้ ละสกึ หรอ8. Ejector Pin เกดิ การหกั งอโคง้ หรอื แตกหกั9. ทอ่ น้ําหลอ่ เยน็ เกดิ การอุดตนั
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 261การตรวจสอบชิ้นส่วนแมพ่ ิมพ์ การประกอบแม่พมิ พน์ ัน้ เป็นขนั้ ตอนทย่ี ุ่งยาก ผูป้ ระกอบเองต้องเขา้ ใจและรูร้ ายละเอยี ดของแม่พมิ พ์อย่างดี ไม่ว่าการออกแบบ การขน้ึ รูป การแกป้ ญั หา การMachine ชน้ิ ส่วนต่าง ๆ ซ่งึ ต้องอาศยั เทคนิคและประสบการณ์เป็นอยา่ งสงู รวมทงั้ การทดลอง ตรวจสภาพ และซ่อมแม่พมิ พ์ กจ็ าํ เป็นตอ้ งมใี นตวั ของช่างประกอบแมพ่ มิ พ์ ปจั จบุ นั บคุ ลากรทางดา้ นการประกอบแมพ่ มิ พน์ นั้ หายาก สาํ หรบั แม่พมิ พท์ จ่ี ะนํามาประกอบดว้ ยกนั นัน้ ช้นิ สว่ นทุกชน้ิ จะตอ้ งผ่านการตรวจสอบ และตรวจวดัขนาด ผวิ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งตามมาตรฐาน โดยเฉพาะ Insert ทจ่ี ะนํามาใชต้ อ้ งเน้นในเรอ่ื งพกิ ดั ความเผอ่ื ใหถ้ กู ตอ้ งผวิ ในส่วน คาวติ ้แี ละคอร์ จะตอ้ งเป็นผวิ สาํ เรจ็ รปู แลว้ การประกอบจะแบ่งแม่พมิ พเ์ ป็น 2 สว่ น คอื ส่วนคอร์ กบัสว่ นคาวติ ้ีการประกอบ Cavity ทาํ ไดด้ งั น้ี 1. ประกอบในสว่ นของ Insert ตา่ ง ๆ เขา้ กบั แผน่ Cavity Plate เสยี ก่อน พรอ้ มกบั Guide Pin 2. ตรวจสอบขนาด ผวิ ของแผน่ คาวติ ้ี ใหถ้ กู ตอ้ งตามแบบ 3. ถา้ มสี ว่ นประกอบอ่นื ๆ หรอื กลไกเพม่ิ เตมิ ในแมพ่ มิ พ์ กด็ าํ เนินการประกอบตามหลกั เกณฑข์ องรปู แบบ นนั้ ๆ 4. แผน่ Front Plate ประกอบ Locating Ring, Sprue Bush และ Spring Ejector Runner 5. ถา้ แม่พมิ พม์ แี ผน่ Runner Plate ดว้ ย กจ็ ะประกอบแผ่น Runner พรอ้ มกบั Locking Runner Pin ให้ เรยี บรอ้ ยกอ่ น 6. ประกอบแผน่ Front Plate + Runner Plate + Cavity Plateการประกอบสว่ น Core1. ประกอบในสว่ นทเ่ี ป็น Insert ต่าง ๆ เขา้ กบั แผน่ Core ใหเ้ รยี บรอ้ ยเสยี กอ่ น และตรวจสอบขนาดต่าง ๆ และผวิ ของ Core ถกู ตอ้ ง2. ประกอบ Guide Pin พรอ้ มกบั แผน่ Core back Plate เขา้ กบั แผน่ Core Plate3. ทดลองใส่ Ejector Pin ผ่านรใู สเ่ ขม็ กระทุง้ โดยไมต่ ดิ ขดั ทุกตําแหน่งและทงั้ Core Plate และ Core Back Plate4. ชุด Ejector Pin ประกอบไดด้ งั น้ี - ใส่ Ejector Pin และ Return Pin พรอ้ มสปรงิ กบั แผน่ Retaining Ejector Plate - ประกอบ Ejector Pin ประกอบไดด้ งั น้ี5. ทดลองนําชดุ กระทงุ้ ไปประกอบกบั ชุด Core Plate ดเู พอ่ื ไมใ่ หม้ ปี ญั หาเรอ่ื งตาํ แหน่งรเู ขม็ กระทุง้ ไมต่ รง ตําแหน่ง และคา้ งไวต้ าํ แหน่งนนั้6. นําแผ่น Back Plate และ Specer bar พรอ้ มสกรยู ดึ ค่อย ๆ ขนั สกรยู ดึ เขา้ ไปใหแ้ น่น ขณะนนั้ ตอ้ ง ระมดั ระวงั พยายามขนั ใหเ้ ขา้ พรอ้ มกนั ทุกดา้ น สงั เกตขณะนัน้ สกรยู ดึ จะคอ่ ยดนั สปรงิ ของ Return Pin และตรวจดู Ejector Pin ใหใ้ สไ่ ปในตาํ แหน่งของรเู ขม็ กระทงุ้ อยา่ งไมต่ ดิ ขดั และผวิ เรยี บเสมอผวิ คอร์7. นําชุดแมพ่ มิ พท์ งั้ สองชุดประกอบเขา้ ดว้ ย โดยอาศยั Guide Pin และ Bush เป็นตวั กําหนดตาํ แหน่ง ซง่ึ ในขนั้ ตอนน้ีจะตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งมอื ในการประกอบดว้ ยเสมอ เพราะน้ําหนกั ของแมพ่ มิ พม์ าก
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 262ข้อควรระมดั ระวงั ในการประกอบแม่พมิ พ์จะต้องทําด้วยความระมดั ระวงั และใจเย็นเป็นพเิ ศษ ห้ามช้ินส่วนทุกชนิดกระแทกหรอื ครดู ไปกบั ผวิ พน้ื เดด็ ขาด โดยเฉพาะในสว่ นของ Core และ Cavity การใชค้ อ้ นทุนใหใ้ ชเ้ ฉพาะคอ้ นยาง คอ้ นพลาสตกิ หรอื คอ้ นโลหะชนิดอ่อน เท่านัน้ โดยปกตแิ ลว้ ชน้ิ สว่ นถ้าผลติ มาไดม้ าตรฐานตามแบบแลว้ ในขนั้ ตอนการประกอบจะไมย่ าก ไมต่ อ้ งแกไ้ ขมากนกั ประกอบกนั ไมย่ ากการบาํ รงุ รกั ษาแมพ่ ิมพ์การบาํ รงุ รกั ษาแบบป้องกนั (Preventive Maintenance)การจดั ระบบโรงงานโดยพจิ ารณาในการซ่อมบาํ รงุ การเกบ็ รกั ษาแม่พิมพ์ขอ้ แนะนําในการดแู ลรกั ษาแมพ่ มิ พ์1. การใชส้ มดุ บนั ทกึ แมพ่ มิ พใ์ หเ้ ป็นประโยชน์หรอื สมดุ ประวตั แิ มพ่ มิ พ์2. การควบคุมและดแู ลทอ่ น้ําเยน็ ตลอดอายแุ มพ่ มิ พ์3. การควบคมุ ดแู ลผวิ หน้าแมพ่ มิ พ์ และชอ่ งระบายอากาศหวั ขอ้ ทค่ี วรบนั ทกึ ลงในสมดุ ประวตั แิ มพ่ มิ พ์1. เบอรข์ องแมพ่ มิ พ์2. ชอ่ื ชน้ิ งาน3. วสั ดทุ ใ่ี ชฉ้ ีด4. น้ําหนกั ตอ่ Shot5. น้ําหนกั ชน้ิ งาน6. จาํ นวน Cavity7. เงอ่ื นไขการฉีดขน้ึ รปู8. ประวตั กิ ารฉีดขน้ึ รปู9. ประวตั กิ ารซ่อม10. อน่ื ๆเวลาตดิ ตงั้ อยกู่ บั เครอ่ื งฉีดพลาสตกิ - ใชผ้ า้ เชด็ ถผู วิ แมพ่ มิ พใ์ หท้ วั่ ถงึ - พน่ สเปรยป์ ้องกนั สนิมบาง ๆ (เลอื กใชส้ เปรยท์ ใ่ี ชเ้ ฉพาะกบั แมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ - ปิดแมพ่ มิ พเ์ อาไวด้ ว้ ยแรงปิดต่าํ - เวลาทเ่ี รมิ่ ตน้ ฉีดใหม่ ใชผ้ า้ เชด็ ถผู วิ แมพ่ มิ พอ์ ยา่ งทวั่ ถงึเวลาถอดลงจากเครอ่ื งฉีดพลาสตกิ - (ภายหลงั จากทาํ ตามขนั้ ตอนทร่ี ะบุไวด้ า้ นบนเวลาตดิ ตงั้ คา้ งอย่บู นเครอ่ื งฉีดเรยี บรอ้ ยแลว้ ) ถอดออกจาก เครอ่ื ง
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 263 ฉีด เปา่ ลดไลน่ ้ําทต่ี กคา้ งภายในรนู ้ําหลอ่ เยน็ ออกใหห้ มด - (ถอดสายยางสง่ น้ํา (Nipple) แยกเกบ็ ไวต้ า่ งหาก) - ใชเ้ ทปปิดหอ่ หมุ้ Locating Ring และปิดรฉู ีด (ป้องกนั เศษผงหรอื น้ําเขา้ )เวลาทไ่ี มใ่ ชง้ านสกั ระยะหน่ึง - (ภายหลงั จากทาํ ตามทร่ี ะบไุ วด้ า้ นบนเรยี บรอ้ ยแลว้ ) - วางแม่พมิ พต์ วั ผแู้ ม่พมิ พต์ วั เมยี แยกกนั บนพน้ื ทาํ การตรวจเชค็ ลา้ งคราบน้ํามนั (รตู ่าง ๆ ใหล้ า้ งภายใน ดว้ ย น้ํายาลา้ งคราบน้ํามนั เปา่ ลมไลอ่ อกใหห้ มด) - ใชผ้ า้ เชด็ ถใู หท้ วั่ ถงึ - ลงน้ํายาป้องกนั สนิมใหท้ วั่ ถงึ (เลอื กใชน้ ้ํายาทใ่ี ชเ้ ฉพาะกบั แมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ )สถานทเ่ี กบ็ รกั ษา - เกบ็ วางไวบ้ นชนั้ เกบ็ รกั ษา (ตดิ ป้ายบอกแสดงใหช้ ดั เจน) - ในกรณที ว่ี างบนชนั้ เกบ็ รกั ษาไมไ่ ดใ้ หว้ างบน Pallet ทท่ี าํ จากไม้ (หา้ มวางบนพน้ื คอนกรตี ) - เกบ็ วางในทแ่ี หง้ (ถา้ ความชน้ื สงู เกนิ กวา่ 70 % จะขน้ึ สนิมไดง้ า่ ยขน้ึ ) การบาํ รงุ รกั ษาแม่พิมพเ์ ที่ยงตรงสงูระดบั การตรวจซ่อม วิธีการตรวจซ่อม ระยะเวลากาํ หนด ระดบั ปกติ ทาํ ความสะอาดผวิ แมพ่ มิ พใ์ หท้ วั่ระดบั ตรวจสอบตามอายุ ลา้ งคราบน้ํามนั ทาํ ความสะอาดใหแ้ ห้ หลงั จากการปฏบิ ตั งิ านฉดี ระดบั เขม้ ขน้ ทุกจุด โดยเฉพาะในท่อน้ําหลอ่ เยน็ ประจาํ วนั และผวิ ขา้ งใน พน่ น้ํายากนั สนิม ปฏบิ ตั เิ ช่นเดยี วกบั ปกติ เพม่ิ การถอด กําหนดอายุการซ่อมบํารุงรกั ษาตาม ช้ินส่วนท่ีมีการเสียดสี และเคล่ือนท่ี สภาพของแม่พมิ พแ์ ละความตอ้ งการ เชน่ บชู เขม็ กระทุง้ Angle Pin Slide ค ว า ม เ ท่ี ย ง ต ร ง อ า จ กํ า ห น ด Core ฯลฯ ออกมาทําความสะอาด ระยะเวลาหรอื จาํ นวน Shot กไ็ ด้ ตรวจสอบขนาดความเสยี หาย และ เปลย่ี นทดแทน ปฏบิ ตั เิ ช่นเดยี วกบั ปกติ เพม่ิ การถอด ทุกครงั้ หลังปฏิบตั ิการฉีดเสร็จแล้ว ช้นิ ส่วนทุกช้นิ ออกมาทําความสะอาด ตามระยะเวลาหรอื จาํ นวน Shot กไ็ ด้ ตรวจสอบขนาด ความเสยี หาย และ เปลย่ี นทดแทน
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ ย์ 264เอกสารอ้างอิง 1. Belofsky, Harold:Plastics : Product Design and Process Engineering; Hanser Publishers, Munich Vienna,New York 1995. 2. E.Linder and P. Unger:Gastrow Injection Molds 108 Proven Designs, Hanser Publishers,Munich Vienna,New York 1993. 3. Menges, George and Mohren,Paul : How to Make Injection Molds; Hanser Publishers,Munich Vienna,New York 1993. 4. Michaeli,Greif,Kretzschmar,Kaufmann,Bertuleit : Training in Injection Molding; Hanser Publishers,Munich Vienna,New York 1995 5. Rees,Herbert : Mold Engineering; Hanser Publishers, Munich Vienna,New York 1995 6. Rees, Herbert : Understanding Product Design for Injection Molding;Hanser Publishers,Munich Vienna,New York 1996 7. ชยั รตั น์ แกว้ ดว้ ง : เทคโนโลยกี ารออกแบบแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ ; สาํ นกั พฒั นาอตุ สาหกรรมสนบั สนุน การสง่ เสรมิ อตุ สาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม. 8. ดร. พสุ โลหารชุนพรอ้ มคณะ : เทคโนโลยกี ารออกแบบแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ และการออกแบบเชงิ วเิ คราะห์ ; สถาบนั พฒั นาอตุ สาหกรรมเครอ่ื งจกั รกลและโลหะการ กรมสง่ เสรมิ อุตสาหกรรม กระทรวง อุตสาหกรรม 1991 9. ดร. พสุ โลหารชุนพรอ้ มคณะ : การออกแบบการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ ; สถาบนั พฒั นาอุตสาหกรรม เครอ่ื งจกั รกลและโลหะการ กรมสง่ เสรมิ อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม 2531.10. ผศ. ชาลี ตระการกูล ; การออกแบบแมพ่ มิ พฉ์ ีด 1-2 ; สมาคมสง่ เสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญป่ี นุ่ )
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 265ผศ. ชาลี ตระการกลู ; การออกแบบแมพ่ มิ พฉ์ ีด 2 ; สมาคมสง่ เสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญป่ี นุ่ ) ภาคผนวก ก การแบง่ กล่มุ ของแมพ่ ิมพฉ์ ีดแมพ่ ิมพฉ์ ีดมาตรฐาน แม่พิมพฉ์ ีดแบบใช้แผน่ ปลด แม่พิมพฉ์ ีดแบบสพลิตก. แผน่ ยดึ แมพ่ มิ พเ์ คลอ่ื นท่ี SS ก. แผน่ ยดึ แมพ่ มิ พเ์ คลอ่ื นท่ี SS ก. ระบบปลดชนิ งานข. ระบบปลดชนิ งาน ข. แผน่ ปลด ข. สลกั ลกู เบยี วค. สว่ นเบา้ ค. สว่ นเบา้ ค. สว่ นเบา้ง. รฉู ีด ง. รฉู ดี ง. ชดุ แทน่ เลอ่ื นจ. แผน่ ยดึ แมพ่ มิ พอ์ ยกู่ บั ท่ี DS จ. แผน่ ยดึ แมพ่ มิ พอ์ ยกู่ บั ท่ี DS จ. รฉู ดี• การออกแบบงา่ ยทส่ี ดุ การออกแบบคลา้ ยคลงึ กบั การออกแบบคลา้ ยคลงึ กบั• แมพ่ มิ พม์ สี องสว่ น แม่พิมพ์ฉีดมาตรฐาน แต่ใช้แผ่น แม่พิมพ์ฉีดมาตรฐาน แต่มีชุด• เสน้ แบง่ สว่ นแมพ่ มิ พเ์ สน้ เดยี ว ปลดในการปลดชินงานออกจาก แท่นเล่ือนกับสลกั ลูกเบียวท่ีใช้ แมพ่ มิ พ์ สาํ หรบั การเคล่อื นทเ่ี ปิดดา้ นขา้ ง• เคลอ่ื นทเ่ี ปิดทศิ ทางเดยี ว เพม่ิ ขนึ มา• ปลดชินงานด้วยนํ าหนกั ขอชนิ งาน, สลกั ปลดหรอื ปลอกปลดใช้กบั ชนิ งานทุกแบบทไ่ี ม่มรี ่องหรอื ใชส้ าํ หรบั ชนิ งานรปู ทรงถว้ ยทไ่ี ม่มี ใช้กับชินงานท่ีมีร่องหรือบ่าบา่ ดา้ นขา้ ง (Undercut) รอ่ งหรอื บา่ ดา้ นขา้ ง ดา้ นขา้ งหรอื เกลยี วนอก
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 266แมพ่ ิมพฉ์ ีดแบบแยกส่วนเบา้ แม่พิมพฉ์ ีดแบบปลดเกลียว แม่พิมพฉ์ ีดแบบสามส่วนก. ระบบปลดชนิ งาน ก. ระบบปลดชนิ งาน ก. ระบบปลดชนิ งานข. ปลอกบงั คบั ข. เกลยี วนํา ข. สลกั ดงึ ปลดค. ชนิ เบา้ แยกสว่ น ค. เฟืองสง่ กาํ ลงั ค. สว่ นเบา้ง. สว่ นเบา้ ง. สว่ นคอร์ ง. รฉู ดี และรวู งิ่จ. รฉู ีด จ. สว่ นเบา้การออกแบบคล้ายคลงึ กบั แม่พมิ พ์ สว่ นคอรท์ ข่ี นึ รปู เกลยี วจะถูกขบั ให้ • มเี ส้นแบ่งส่วนแม่พิมพ์สองฉีดมาตรฐาน แต่มีชินเบ้าแยกส่วน หมุ น ด้ว ย กล ไก ท่ีอ อ ก แ บบ ไ ว้ เสน้สําหรบั ขนึ รูปชนิ งานท่มี รี ่องหรอื บ่า ภายในแมพ่ มิ พ์ • การเคล่อื นท่ขี องแผ่นเช่อื มหรอื เกลยี วนอก จะถูกดึงด้วยขอเก่ียวหรือ สลกั ดงึ ปลดใชก้ บั ชนิ งานรปู ไขห่ รอื กวา้ งมากทม่ี ี ใช้สําหรับชินงานท่ีมีเกลียวนอก ใช้กับชินงานท่ีต้องการแยกรอ่ งหรอื บา่ ดา้ นขา้ งหรอื เกลยี ว หรอื เกลยี วใน ชนิ งานกบั แกนรูว่ิงออกจากกัน โดยอตั โนมตั ิหมายเหตุ : c = การเคลอ่ื นทเ่ี ปิดหลกั : การเคลอ่ื นทน่ี ําเลอ่ื น d = การเคล่อื นทร่ี ะหวา่ งลกู เบยี วกบั แทน่ เลอ่ื น : การเคลอ่ื นทส่ี มั พนั ธก์ นั e = การเคลอ่ื นทข่ี องแทน่ เลอ่ื นในระหวา่ งการปลดชนิ งาน : การเคลอ่ื นทส่ี ดุ ทา้ ย f = การเคล่อื นทค่ี ลายเกลยี วสว่ นคอร์ : การเคลอ่ื นทห่ี มนุ สมั พนั ธก์ นั
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 267 ภาคผนวก ขกรรมวิธีการออกแบบแมพ่ ิมพฉ์ ีด ในการดําเนินการออกแบบแม่พมิ พฉ์ ีดพลาสตกิ ทด่ี นี ัน ควรจะยดึ ถอื ระบบการออกแบบระบบใดระบบหน่ึงไวเ้ ป็นหลกั ทงั นีเพราะวา่ แม่พมิ พแ์ ละกระบวนการทํางานจะตอ้ งประสบกบั เงอ่ื นไขต่าง ๆ มากมาย แผนภูมทิ ่ีแสดงในรปู ท่ี 1 แสดงใหเ้ หน็ ว่าเง่อื นไขการทํางานต่าง ๆ มขี อบเขตและความสมั พนั ธ์กนั อย่างไรกบั ขนั ตอนการออกแบบหลกั ในแตล่ ะขนั ตอนรปู ท่ี 1 แผนภมู แิ สดงกรรมวธิ กี ารออกแบบแม่พมิ พ์
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 268 เพ่อื ใหม้ คี วามเขา้ ใจและความรสู้ กึ ต่อหลกั ของเหตุและผลในกระบวนการออกแบบแม่พมิ พฉ์ ีด จงึ ขอยกตวั อย่างการออกแบบแม่พมิ พฉ์ ีดมาตรฐานสาํ หรบั ผลติ ชนิ งานทม่ี ลี กั ษณะคลา้ ยฝาปิด เป็นตวั อย่างแสดงการพจิ ารณาการออกแบบในแต่ละขนั ตอน ดงั แผนภมู ทิ แ่ี สดงในรปู ท่ี 2 ขนาดกาํ หนด : R = 20 mm h = 8 mm s = 2 mm วสั ดุ : PS เครอ่ื งฉีด : รนุ่ ………………………….. เวลาใน 1 รอบการ ทาํ งาน……………………… ระยะเลอ่ื นเปิด……………… ความดนั ฉีด…………………
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 269 ไมม่ รี อ่ งหรอื บา่ ดา้ นขา้ ง ! จาํ นวนเบา้ พมิ พ์ n = f (อตั ราหลอม, แรงปิดแมพ่ มิ พ,์ นําหนกั ฉดี , ความประหยดั , วนั สง่ ) เลอื กใช้ : n = 4 ระบบรวู งิ่ : เลอื กใชร้ ะบบรฉู ีดกบั รวู ง่ิ และใชร้ เู ขา้ แบบเขม็ (Pinpoint) รปู พนื ทห่ี น้าตดั ของรวู งิ่ : • = เลอื กใช้
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 270
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 271
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 272รปู ที่ 2 แผนภมู ติ วั อยา่ งการออกแบบแมพ่ มิ พ์ : แมพ่ มิ พฉ์ ดี มาตรฐาน
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 273 ภาคผนวก คการแก้ปัญหาของแม่พิมพฉ์ ีดเนื่องจากการออกแบบท่ีไม่ถกู ต้อง การออกแบบแมพ่ มิ พฉ์ ดี ทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง อาจนํามาซง่ึ ปญั หาในขนั ตอนการผลติ ชนิ งานได้ ปญั หาทเ่ี กดิ จากการออกแบบแม่พมิ พฉ์ ีดทไ่ี ม่ถกู ตอ้ งพอจะสรปุ และรวบรวมไดด้ งั ตารางขา้ งลา่ ง ซง่ึ ไดอ้ ธบิ ายถงึ สาเหตุทท่ี าํ ใหเ้ กดิปญั หานันพร้อมด้วยแนวทางในการแก้ไขปญั หาดงั กล่าว ปญั หาต่าง ๆ ท่แี สดงในตารางขา้ งล่างนีจะสมมติว่าพลาสตกิ หลอมอยใู่ นสภาวะการหลอม ณ อุณหภูมทิ ถ่ี กู ตอ้ งในหน่วยฉีด (Injection Unit) ของเครอ่ื งฉีดพลาสตกิและการปรบั ตงั ค่าตวั แปรต่าง ๆ เชน่ ความดนั ฉีด ความดนั ฉีดแช่ อตั ราการฉีด ความดนั ปิดแม่พมิ พ์ เป็นตน้ไดม้ กี ารปรบั ตงั อยา่ งถกู ตอ้ งแลว้ ปัญหา สาเหตุ แนวทางการแก้ไข1. พลาสตกิ หลอมรวั่ ออกตรง 1. รทู างออกของหวั ฉีดกบั รทู าง 1. ตรวจสอบแหวนบงั คบั ศนู ย์ รอยต่อระหวา่ งหวั ฉีดกบั ปลอก รฉู ีด เขา้ ของปลอกรูฉีดไม่ตรงศูนย์ และปรบั ใหมใ่ หต้ รงศนู ย์ กนั 2. แรงดนั หวั ฉีดใหส้ มั ผสั กบั 2. เพมิ่ แรงดนั หวั ฉีดใหส้ มั ผสั กบั ปลอกรฉู ีดไมเ่ พยี งพอ บา่ รบั ของปลอกรฉู ดี ใหส้ งู ขนึ และตรวจสอบการสมั ผสั วา่ สม่าํ เสมอหรอื ไม่ โดยการใช้ กระดาษบาง ๆ การสมั ผสั ของ ปลา ย หัว ฉี ด กับบ่ า รับ ข อ ง ปลอก รูฉีดท่ีสม่ําเสมอจะชว่ ยใหแ้ ร กด สมั ผสั แนบแน่น ป้องกนั การ รวั่ ของพลาสตกิ หลอมไดด้ ี 3. รศั มขี องปลายหวั ฉีดกบั บา่ รบั 3. ปรบั ขนาดรศั มบี า่ รบั ของ ของปลอกรฉู ดี ไมถ่ กู ตอ้ ง ปลอกรฉู ดี ใหถ้ กู ตอ้ ง โดย ปกตจิ ะทาํ ใหโ้ ตกวา่ รศั มี ของ หวั ฉดี ประมาณ 1 มม. 4. รทู างออกของหวั ฉีดโตกวา่ 5. ทาํ รทู างเขา้ ของปลอกรฉู ีด ให้ รทู างเขา้ ของปลอกรฉู ีด มขี นาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางโต กวา่ รmู างออกของหวั ฉดี อยา่ ง น้อย1 มม.
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 274ปัญหา สาเหตุ แนวทางการแก้ไข2. ปลดแกนรูฉีดออกไม่ไดห้ รอื แกน 1. เกดิ อนั เดอรค์ ตั (Undercut) ท่ี 1. ปรับปรุงหัวฉีดกับปลอกรูฉีดรฉู ดี หกั คา้ งอยใู่ นปลอกรฉู ดี แกนรฉู ีดเน่ืองจาก ไมใ่ หเ้ กดิ อนั เดอรค์ ตั โดย 1.1 รศั มขี องหวั ฉีดกบั บา่ รบั 1.1 ปรบั ปรงุ รศั มบี า่ รบั ของ ของปลอกรฉู ีดไมถ่ กู ตอ้ ง ปลอกรูฉีดให้เหมาะสมกับรศั มี 1.2 หวั ฉีดกบั ปลอกรฉู ีดไม่ ปลายหวั ฉดี ตรงศนู ยก์ นั 1.2 ตรวจสอบแหวนบงั คบั 1.3 รทู างออกของหวั ฉดี โต ศนู ยแ์ ละปรบั ใหต้ รงศนู ยก์ นั กวา่ รทู างเขา้ ของปลอกรฉู ีด 1.3 ทาํ รทู างเขา้ ของปลอกรู 1.4 ผวิ ภายในรขู องปลอกรู ฉีดใหโ้ ตกว่ารูทางออกของปลอก ฉีดไม่เรยี บ ทําใหเ้ กดิ เป็นร่องใน รฉู ดี แนวเสน้ รอบวงของรู 1.4 ขดั ผวิ ภายในรขู องปลอก รฉู ดี ใหเ้ รยี บมนั ปราศจากรอ่ ง ทท่ี าํ ใหเ้ กดิ เป็นอนั เดอรค์ ตั 2. แกนรฉู ดี ยงั ไมแ่ ขง็ ตวั เพราะวา่ 2. ตอ้ งมนั่ ใจว่าแกนรฉู ีดแขง็ ตวั แลว้ 2.1 ปลอกรฉู ีดโตเกนิ ไปและ กอ่ นทแ่ี มพ่ มิ พจ์ ะเลอ่ื นเปิดออก แกนรฉู ีดหนามากเกนิ ไป 2.1 เลอื กใชป้ ลอกรฉู ดี และรู 2.2 การหลอ่ เยน็ พนื ทร่ี อบ ๆ ของปลอกรูฉีดให้เหมาะสมกับ ปลอกรฉู ีดไมเ่ พยี งพอ ขนาดชนิ งาน 2.2 ตรวจสอบวงจรระบบ หล่อเย็นแม่พิมพ์และควบคุม ระดบั อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พ์3. ไม่สามารถปลดชนิ งานออกจาก 1. เกิดอันเดอร์คัตบนผิวของรูฉีด 1. ตรวจสอบรศั มีของปลายหวั ฉีดแมพ่ มิ พไ์ ด้ เน่ืองจาก หรอื ระบบรวู ง่ิ แ ล ะ บ่ า รั บ ข อ ง ป ล อ ก รู ฉี ดก. ชินงานเกาะติดอยู่ในส่วน ตรวจสอบผวิ ของส่วนเบา้ หาจุดเบา้ ท่อี าจทําให้เกดิ เป็น อนั เดอร์คตั แ ล้ ว ขั ด ผิ ว ข อ ง ส่ ว น เ บ้ า ใ ห ม่ ปรบั ปรุงบรเิ วณท่มี มี ุมแหลมคม ใหโ้ คง้ เป็นรศั มี 2. อุณหภมู ขิ องสว่ นเบา้ ต่าํ เกนิ ไป 2. ตรวจสอบระบบควบคุม อุณหภูมิของส่วนเบ้าและ ปรบั ใหถ้ กู ตอ้ ง
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 275 ปัญหา สาเหตุ แนวทางการแก้ไข 3. เกดิ สญุ ญากาศ (Vacuum) ขนึ 3. ตรวจสอบมุมเอยี งของส่วนเบา้ ท่ี ข. ชนิ งานแยกออกหลาย สว่ นในขณะปลดชนิ งาน ในสว่ นเบา้ ออกแบบช่วยในการปลดชนิ งาน พิจารณาตําแหน่งท่ีควรทําช่อง4. การไหลเตมิ พลาสตกิ หลอม 1. อนั เดอรค์ ตั โตเกนิ ไป ระบายอากาศ ในเบา้ แมพ่ มิ พไ์ มส่ มบรู ณ์ 1. ตรวจสอบผวิ ของสว่ นเบา้ ท่ี 2. ตวั ปลดชนิ งานวางอยใู่ น ไมเ่ รยี บอนั เป็นเหตุใหเ้ กดิ5. เกดิ ครบี หรอื พลาสตกิ หลอม ตําแหน่งทท่ี าํ ใหก้ ารสง่ ถ่าย เป็นอนั เดอรค์ ตั ขนึ ไหลทะลกั ออกตามขอบสว่ น แรงดนั ปลดไมเ่ หมาะสม 2. ตรวจสอบการเกดิ สญุ ญากาศ เบา้ หรอื สว่ นคอร์ และตรวจสอบผิวเอียงของ ส่วน 1. รวู ง่ิ ยาวเกนิ ไปหรอื ขนาดรวู ง่ิ เบา้ เลก็ เกนิ ไปหรอื ทงั สองกรณี 1. ขยายขนาดรวู ง่ิ ใหโ้ ตขนึ 2. การไหลของพลาสตกิ หลอม 2. ขยายขนาดรเู ขา้ ใหโ้ ตขนึ ในสว่ นเบา้ ถกู กดี ขวางโดย ความยาวหรอื ความหนาของ 3. ตรวจสอบการยดึ ของสว่ น ผนงั คอรแ์ ละแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง 3. สว่ นคอรอ์ าจขยบั เลอ่ื นเปลย่ี น 4. ตรวจสอบตาํ แหน่งระบาย ตาํ แหน่งไป อากาศในแมพ่ มิ พแ์ ละเพม่ิ เตมิ ถา้ จาํ เป็น 4. การระบายอากาศในแมพ่ มิ พ์ ไมเ่ พยี งพอ 5. ตรวจสอบระบบควบคุมอุณหภูมิ ของแม่พมิ พ์ 5. อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พต์ ่าํ เกนิ ไป 1. ปรบั ผิวหน้าสมั ผัสของแม่พิมพ์ 1. การปรบั ประกอบหน้าสมั ผสั ใหมใ่ หส้ มั ผสั กนั แนบสนิทดี บรเิ วณผวิ สว่ นแบง่ แมพ่ มิ พ์ ไมด่ ี - หน้าสัมผสั ชํารุดเน่ืองจากเศษ วสั ดุไปตดิ คา้ งอยู่ - หน้าสมั ผสั เกดิ รอยเยนิ 2. แ ร ง ปิ ด แ ม่ พิม พ์ไ ม่ เ พีย ง พ อ 2. ป รับ ตั ง แ ร ง ปิ ด แ ม่ พิ ม พ์ ใ ห้ เน่ืองจากพืนท่ีภาพฉายของ ถูกต้องกับขนาดพืนท่ีภาพฉาย ชนิ งานโตมาก ของชนิ งาน
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 276 ปัญหา สาเหตุ แนวทางการแก้ไข6. เกดิ จุดไหมท้ ผ่ี วิ ของชนิ งาน 3. อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พส์ งู เกนิ ไป 3. ตรวจสอบระบบหล่อเย็นและ7. ชนิ งานเกดิ การบดิ งอ (Distortion) ค ว บคุ ม อุ ณห ภู มิแ ม่พิม พ์ใ ห้8. ชนิ งานทผ่ี วิ ดา้ น (Mat) หรอื ถกู ตอ้ ง เป็นรวิ (Streaky) 1. วสั ดใุ นรเู ขา้ แคบ ๆ มอี ุณหภมู ิ 1. ปรบั ขนาดรเู ขา้ ใหโ้ ตขนึ สงู เกนิ ไป 2. การระบายอากาศในแม่พมิ พ์ 2. ตรวจสอบบรเิ วณสว่ นเบา้ ไมเ่ พยี งพอ หรอื สว่ นคอรท์ จ่ี าํ เป็นตอ้ งมี การระบายอากาศ 3. เกดิ การไหลยอ้ นทางของ 3. - ปรบั ขนาดรเู ขา้ เพอ่ื ควบคุม พลาสตกิ หลอม ทิศ ท า ง ไ ห ล ข อ ง พ ล า ส ติก หลอม - เพมิ่ ตาํ แหน่งการระบาย อากาศตรงบรเิ วณทท่ี าํ ให้ พลาสตกิ หลอมไหลยอ้ นกลบั ได้ 1. – ออกแบบใชช้ นิดของรูเขา้ ไม่ 1. แกไ้ ขหรอื ปรบั ตําแหน่งรเู ขา้ ใหม่ ถกู ตอ้ ง ใหถ้ กู ตอ้ ง - ตาํ แหน่งรเู ขา้ ไมถ่ กู ตอ้ ง 2. - อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พไ์ ม่ 2. ตรวจสอบระบบควบคมุ สม่าํ เสมอ อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พใ์ หม่ - อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พไ์ ม่ ถกู ตอ้ ง 3. ผนงั ของชนิ งานมคี วามหนาท่ี 3. ผนงั ชนิ งานทม่ี คี วามหนา แตกต่างกนั มาก แตกต่างกนั มาก จาํ เป็นตอ้ ง เพมิ่ วงจรระบบหลอ่ เยน็ ให้ เหมาะสม 1. การขดั ผวิ แม่พมิ พเ์ รยี บมนั ไม่ 1. ขดั ผวิ สว่ นเบา้ และสว่ นคอร์ เพยี งพอ ใหมใ่ หเ้ รยี บมนั เป็นเงา 2. เลือกใช้ชนิดและตําแหน่งของรู 2. เพมิ่ ขนาดรูวงิ่ กบั รูเขา้ และขดั ผวิ เขา้ ไมถ่ กู ตอ้ ง ให้เรียบมนั ตลอดจนตรวจสอบ ตําแหน่งท่ีต้องมีบ่อดัก (Cold- Slug Well) วสั ดุทเ่ี ยน็ 3. อุณหภูมิแม่พิมพ์เยน็ เกินไป ทํา 3. ปรับอุณหภูมิของแม่พิมพ์ให้ ใหเ้ กดิ ความชนื ในแมพ่ มิ พ์ ถกู ตอ้ ง
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ีดพลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 277ปัญหา สาเหตุ แนวทางการแก้ไข 4. พ ล า ส ติก ห ล อ ม ร้อ น เ กิน ไ ป 4. ตรวจสอบตําแหน่งท่ีต้องมีการ เน่ืองจากมกี ารระบายอากาศไม่ ระบายอากาศและปรบั ช่องทาง เพยี งพอหรอื มชี ่องทางไหลของ ไหลใหถ้ กู ตอ้ ง พลาสตกิ หลอมทไ่ี มด่ ี9. ผวิ งานมรี อยบุ๋ม (Shrink Marks) 1. รวู ง่ิ และรเู ขา้ เลก็ เกนิ ไป ทาํ ให้ 1. เพมิ่ ขนาดรวู งิ่ และรเู ขา้ ตรวจสอบ พลาสตกิ หลอมเกดิ การแขง็ ตวั อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พ์ กอ่ นทจ่ี ะใชค้ วามดนั ฉดี แช่ 2. ชิน ง า น มีผ นังท่ีมีความ หนา 2. ปรับขนาดความหนาของผนัง แตกต่างกนั มาก ชินงานหรอื เพ่ิมความดันฉีดแช่ ใหน้ านขนึ10. ชนิ งานมรี อยวงิ่ ไขว้ (Knit-Lines) 1. - กําหนดตําแหน่งของรเู ขา้ ไม่ 1. ขยายขนาดของรเู ขา้ใหส้ งั เกตเหน็ ได้ ถกู ตอ้ ง - เลอื กชนิดและขนาดพืนท่ี หน้าตดั ของรเู ขา้ ไมถ่ กู ตอ้ ง 2. การระบายอากาศในแมพ่ มิ พไ์ มด่ ี 2. ตรวจสอบตําแหน่งระบายอากาศ ในแมพ่ มิ พ์ 3. ก า ร ห ล่ อ เ ย็น ใ น แ ม่ พิม พ์ไ ม่ 3. ตรวจสอบวงจรระบบหล่อเย็น สม่าํ เสมอ แมพ่ มิ พ์ 4. อุ ณ ห ภู มิข อ ง แ ม่ พิม พ์อ า จ ต่ํ 4. เพิ่มอุณหภูมิของแม่พิมพ์ให้ เกนิ ไป สงู ขนึ11. ผวิ ชนิ งานเป็นสะเกด็ 1. อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พก์ บั 1. เพมิ่ อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พใ์ ห้(Flaking or Scaling) พลาสตกิ หลอมแตกต่างกนั สงู ขนึ ขยายขนาดรวู งิ่ และรเู ขา้ มากเกนิ ไป ใหโ้ ตขนึ12. ชนิ งานมผี วิ ไมม่ นั เงา 1. อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พไ์ ม่ 1. ตรวจสอบระบบควบคมุ ถกู ตอ้ ง อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พแ์ ละ ปรบั แกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง 2. พลาสตกิ หลอมไหลเตมิ 2. ขยายขนาดรวู ง่ิ และรเู ขา้ แต่ง แมพ่ มิ พช์ า้ เกนิ ไป บ ริเ ว ณ มุ ม ท่ี แ ห ล ม ค ม ใ ห้ โ ค้ ง เป็นรศั มี เพอ่ื ช่วยใหก้ ารไหลของ พลาสตกิ หลอมสะดวกขนึ 3. ผวิ สว่ นเบา้ ของแมพ่ มิ พไ์ ม่ 3. ขดั ผวิ สว่ นเบา้ ของแมพ่ มิ พ์ เรยี บมนั เพยี งพอ ใหม่
เอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสรา้ งแมพ่ มิ พฉ์ ดี พลาสตกิ จดั ทาํ โดย เรวตั ร มสี ถติ 278ปัญหา สาเหตุ แนวทางการแก้ไข13. สชี นิ งานเป็นรอยด่างบรเิ วณ 1. อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พส์ งู เกนิ ไป 1. ตรวจสอบระบบควบคุม อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พ์ และใกล้ ๆ กบั รเู ขา้ ขยายขนาดรวู ง่ิ และรเู ขา้ ใหโ้ ต ขนึ พจิ ารณาบรเิ วณทต่ี อ้ งมี14. ชนิ งานเปราะ 1. อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พไ์ มถ่ กู ตอ้ ง บอ่ ดกั วสั ดุทเ่ี ยน็15. ผวิ ชนิ งานเป็นคลน่ื (Rippled) 1. อุณหภมู ขิ องแมพ่ มิ พส์ งู เกนิ ไป 1. ตรวจสอบอุณหภมู ขิ องแม่พมิ พ์ ขยายขนาดรูว่ิงและรูเข้าให้โต ขึน เ พิ่ ม บ่ อ ดั ก วั ส ดุ ท่ี เ ย็ น ใ น บรเิ วณทจ่ี าํ เป็น 1. ลดอณุ หภมู ขิ องแมพ่ มิ พ์
278ภาคผนวก ข
279 แบบประเมินความเหมาะสมของเอกสารหลกั สตู รฝึ กอบรมการออกแบบและการสรา้ งแม่พิมพฉ์ ีดพลาสติก เพื่อประเมินประสิทธิภาพของหลกั สตู รฝึ กอบรมการออกแบบและการสรา้ งแม่พิมพฉ์ ีดพลาสติก โดยสอบถามผเู้ ชี่ยวชาญ คาํ ชี้แจง 1. แบบประเมินฉบบั นี้มีวตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือต้องการทราบความเหมาะสมของเนื้อหาในเอกสารหลกั สูตรฝึ กอบรมการออกแบบและการสร้างแม่พิมพฉ์ ีดพลาสติกโดยสอบถามจากผเู้ ชี่ยวชาญ 2. ให้ท่านพิจารณาเหน็ ด้วยหรือไมว่ ่ารายละเอียดเนื้อหาในเอกสารหลกั สตู รการออกแบบและการสร้างแม่พิมพฉ์ ีดพลาสติก นัน้ มีเนื้อหาสอดคล้องครอบคลมุ ในการออกแบบและการสร้างแม่พิมพฉ์ ีดพลาสติก หรือไม่ แล้วเขียนเครอ่ื งหมาย 3ลงในช่องผลการพิจารณา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345