คำ�นำ� การทำ� งานสง่ เสรมิ การเกษตร เปน็ การทำ� งานทมี่ งุ่ ปรบั ปรงุ คณุ ภาพชวี ติ และความเปน็ อยู่ ของเกษตรกร โดยเจา้ หนา้ ทส่ี ง่ เสรมิ การเกษตร เปน็ ผนู้ ำ� ความรแู้ ละเทคโนโลยที เี่ หมาะสม ถา่ ยทอด สเู่ กษตรกรกลมุ่ เปา้ หมาย ปี 2556 กรมสง่ เสรมิ การเกษตรไดจ้ ดั ทำ� “ คมู่ อื ปฏบิ ตั งิ านเจา้ หนา้ ทสี่ ง่ เสรมิ การเกษตร” เพอื่ เปน็ องคค์ วามรใู้ หเ้ จา้ หนา้ ทสี่ ง่ เสรมิ การเกษตร ไดใ้ ชเ้ ปน็ แนวทางการปฏบิ ตั งิ านสง่ เสรมิ การเกษตร ในพื้นท่ี โดยได้รวบรวมและเรียบเรียงเน้ือหาตามหลักวิชาการท่ีถูกต้อง สามารถอ้างอิงได้ และถอดบทเรยี นจากหลกั ปฏบิ ตั จิ รงิ สามารถประยกุ ตใ์ ชก้ บั งานสง่ เสรมิ การเกษตรในแตล่ ะพน้ื ท ี่ จำ� นวน 24 รายการ แบง่ เปน็ เนอื้ หา ดา้ นการเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการผลติ พชื เศรษฐกจิ ดา้ นเคหกจิ เกษตร และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และด้านเทคนิคการท�ำงานส่งเสริมการเกษตร คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ านเจา้ หนา้ ทสี่ ง่ เสรมิ การเกษตร เรอ่ื ง “องคค์ วามรเู้ พม่ิ ประสทิ ธภิ าพการ ผลติ ..สกู่ ารเปน็ smart officer ไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้ ” เลม่ นปี้ ระกอบดว้ ยเนอื้ หาเกยี่ วกบั การเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ การผลติ ไมผ้ ลและไมย้ นื ตน้ ชนดิ ตา่ ง ๆ ทสี่ ำ� คญั ซง่ึ เจา้ หนา้ ทสี่ ง่ เสรมิ การเกษตร สามารถนำ� ไปปรบั ใช้ ใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะการท�ำงานตามบทบาทและหนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ และหวงั ใหเ้ กดิ แนวคดิ การพฒั นาทกั ษะในการทำ� งานสง่ เสรมิ การเกษตรเพอ่ื ประโยชนข์ องเกษตรกรตอ่ ไป กรมสง่ เสรมิ การเกษตร ขอขอบคณุ ในความรว่ มมอื อยา่ งดยี งิ่ จากหนว่ ยงานและเจา้ หนา้ ที่ ท่ีเก่ียวข้อง ในการให้ข้อมูลและภาพประกอบส�ำหรับการจัดท�ำหนังสือเล่มน้ี และหากเจ้าหน้าที่ สง่ เสรมิ การเกษตร มขี อ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ ขอไดโ้ ปรดแจง้ มายงั กรมสง่ เสรมิ การเกษตรใหท้ ราบดว้ ย ทง้ั น้ี เพอ่ื ประโยชนใ์ นการปรบั ปรงุ สำ� หรบั การใชง้ านครง้ั ตอ่ ไป (นางพรรณพมิ ล ชญั ญานวุ ตั ร) อธบิ ดกี รมส่งเสรมิ การเกษตร สิงหาคม 2556
สารบญั รายช่ือพชื หนา้ • กล้วยไข ่ 1 • ทเุ รยี น 6 • ขนนุ 13 • ชมพู ่ 19 • ลำ�ไย 25 • ลองกอง 32 • ลน้ิ จี่ 41 • มะมว่ ง 47 • มังคดุ 58 • ส้มโอ 67 • เงาะ 74 • นอ้ ยหน่า 80 • มะขามหวาน 86 • มะปราง 91 • สตรอเบอร่ี 96 • องุ่น 102 • มะละกอ 108 • ฝรงั่ 113 • มะพรา้ ว 118 • ชา 123 • กาแฟ 130 • ยางพารา 136 • ปาล์มนำ้�มนั 143 ภาคผนวก 151
บทน�ำ การสง่ เสรมิ และพฒั นาการเกษตรโดยเฉพาะดา้ นพชื สวน ในปจั จบุ นั ไมว่ า่ จะเปน็ การผลติ เพอื่ ความเปน็ อยแู่ บบพอเพยี ง หรอื การผลติ เพอื่ การคา้ ทง้ั ภายในทอ้ งถนิ่ และสง่ ออกไปยงั ตา่ งประเทศ หรืออีกแง่มุมหน่ึง เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจระดับชาติสามารถฟื้นตัวได้ด้วยการส่งออกสินค้า ด้านการเกษตร ซึ่งต้องมุ่งเน้นผลิตผล หรือผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าและสามารถสร้างตลาดแข่งขัน กับต่างชาติได้น้ัน ส่ิงส�ำคัญในการดำ� เนนิ การพฒั นาเพอื่ ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคไ์ ดส้ ำ� เรจ็ ตอ้ งอาศยั ความรคู้ วามสามารถ และขอ้ มลู ตา่ งๆ เพื่อสร้างผลผลิตทางการเกษตรมีทั้งคุณภาพและประมาณ ให้ตรงตามความตอ้ งการของตลาด โดยเฉพาะในปี 2558 ระบบการคา้ จะเปน็ แบบการคา้ เสรมี ากขน้ึ หรอื ทท่ี กุ คนเขา้ ใจในระบบเตรยี มการรองรบั AEC ส่วนส่งเสริมการผลิตไม้ผล ไม้ยืนต้นและยางพารา เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการ และแกไ้ ขปญั หาผลผลติ ไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้ ยางพาราและปาลม์ นำ้� มนั ตระหนกั ดวี า่ พน้ื ฐานการสง่ เสรมิ และการพฒั นาดา้ นพชื สวนของกรมสง่ เสรมิ การเกษตร ตอ้ งเกดิ จากรากฐานของการศกึ ษาหาความรู้ องคค์ วามรู้ และการไดร้ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารทถี่ กู ตอ้ งและทนั สมยั ผนวกกบั ประสบการณต์ า่ งๆ ของเจา้ หนา้ ท่ี สง่ เสรมิ การเกษตรในทุกระดับ จึงจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในทางปฏิบัติและการพัฒนาท่ียั่งยืน ในงานสง่ เสรมิ การเกษตร ดงั นน้ั เพอื่ ใหเ้ จา้ หนา้ ทส่ี ง่ เสรมิ การเกษตรไดม้ ขี อ้ มลู ดา้ นพชื สวน เพอ่ื ใชเ้ ปน็ แนวทางในการสง่ เสรมิ ทถี่ กู ตอ้ ง และเหมาะสม สว่ นสง่ เสรมิ การผลติ ไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้ และยางพารา จึงได้ระดมองค์ความรู้จากนักวิชาการเกษตรทุกสาขาในสังกัด แล้วประมวลผลและเรียงเรียงเป็น องคค์ วามรเู้ พม่ิ ประสทิ ธภิ าพการผลติ ...สกู่ ารเปน็ Smart Officer : ไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้ ฉบบั น้ี โดยแยกเปน็ รายชนดิ พชื หากผู้สนใจทัว่ ไปทา่ นใด มีข้อสงสัยหรือขอขอ้ มูลเพม่ิ เติมสามารถติดต่อและสอบถาม เจ้าหนา้ ทีผ่ ู้รับผิดชอบโดยตรง ซงึ่ พร้อมให้บริการด้านข้อมูลด้วยความยนิ ดี สว่ นสง่ เสริมการผลิตไมผ้ ล ไม้ยนื ตน้ และยางพารา หวังเปน็ อยา่ งยิ่งวา่ องคค์ วามรู้เพม่ิ ประสิทธิภาพการผลิต...สกู่ ารเป็น Smart Officer : ไม้ผล ไม้ยืนตน้ ฉบบั น้ี จะเปน็ ประโยชน์ สำ� หรบั เจ้าหน้าท่ีส่งเสริมการเกษตร และผู้ท่ีสนใจท่ัวไป เพื่อใช้ในการศึกษา ค้นคว้า หาความรู้ให้เกิด ประโยชนแ์ ก่เกษตรกรและประเทศชาตติ อ่ ไป สว่ นสง่ เสรมิ การผลติ ไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้ และยางพารา กรมส่งเสรมิ การเกษตร สิงหาคม 2556
กลว้ ยไข่ ขน้ั ตอนการปลกู และการดูแลรกั ษากลว้ ยไข่ การเตรียมการ ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. การเตรยี มดนิ การปลูก การเตรยี มการออกผล ดแู ลระยะดอก - ผลแก่ ในพ้ืนท่ีท่ีมีหญ้ารกควร - ขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้าง - การใส่ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร - การตดั ใบ ควรตดั ใบใหเ้ หลอื ประมาณตน้ ละ ท�ำการดายหญ้าออกก่อน และลกึ ประมาณ 50 X 50 X 50 13–13–21 และ 15–15–15 12 ใบ ในระยะกลว้ ยกำ� ลงั เจรญิ เตบิ โต แตใ่ น ปลกู ประมาณ 10 วนั จากนน้ั เซนติเมตร อตั รา 1 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ ตอ่ ปี โดย ระยะทต่ี กเครอื ควรจะตดั ใบใหเ้ หลอื เพยี ง 9 ใบ จงึ พรวนดนิ กลบั ดนิ ใหท้ วั่ เพอ่ื - ผสมดนิ ปยุ๋ คอกจำ� นวน 5 กโิ ลกรมั แบง่ ใส่ 4 ครง้ั ครงั้ ละ 250 กรมั - การคำ้� กลว้ ย เครอื กลว้ ยทห่ี นกั อาจทำ� ใหต้ น้ ลม้ ปราบวัชพืช และท�ำให้ดิน และปยุ๋ รอ็ คฟอสเฟตจำ� นวน 500 กรมั - การใหน้ ำ�้ โดยการปลอ่ ยนำ้� หรือโค้งงอได้ โดยค�้ำบริเวณเครือโดยตรง รว่ นโปรง่ ถา้ บรเิ วณนน้ั มนี ำ�้ ทว่ ม เข้าด้วยกันในหลุมให้สูงประมาณ ไปตามรอ่ งระหวา่ งแถวปลกู พรอ้ มบรเิ วณกลางลำ� ตน้ หรอื ผกู ลำ� ตน้ กลว้ ย ควรท�ำการยกร่องก่อน 2 ใน 3 ของหลมุ อยา่ งชา้ ๆ หรอื ใชร้ ะบบหวั เหวย่ี ง ไวก้ บั ไมห้ ลกั ทป่ี กั ไวข้ า้ งลำ� ตน้ - ควรวางหนอ่ ลงทกี่ น้ หลมุ ใหล้ กึ ลง (สปรงิ เกอร)์ เพอ่ื ใหน้ ำ�้ ซมึ ผา่ น - การตดั ปลี เมอื่ ปลกี ลว้ ยเรมิ่ บานจนถงึ หวตี นี เตา่ การเกบ็ เก่ียว การเตรียมต้นกล้า ประมาณ 25 เซนตเิ มตร โดยหนั ผิวดินลงไปถึงดินช้ันล่าง แลว้ ใหต้ ดั ปลที ง้ิ เพอื่ ใหผ้ ลกลว้ ยเจรญิ เตบิ โตเรว็ ขนึ้ - เมอื่ กลว้ ยมอี ายไุ ด้ 60 -70 วนั ควรใชห้ นอ่ ใบแคบหรอื ตน้ พนั ธ์ุ รอยแผลท่ีตัดแยกไปในทิศทาง สำ� หรบั การใหน้ ำ�้ ในชว่ งฤดแู ลง้ - การหอ่ ผล หากผลติ เพอ่ื การสง่ ออก ควรหอ่ ผล - ผลอว้ นกลมไมม่ เี หลย่ี ม ทไ่ี ดจ้ ากการเพาะเลย้ี งเนอื้ เยอื่ เดยี วกนั จะอยปู่ ระมาณ 10 - 15 วนั เครอื กลว้ ยดว้ ยถงุ พลาสตกิ สฟี า้ บางๆ ระยะ ผวิ บางใสสเี ขยี วอมเหลอื ง - กลบดนิ ลงในหลมุ กดดนิ บรเิ วณ ตอ่ ครงั้ กข็ นึ้ อยกู่ บั สภาพดนิ 25 - 30 วนั หลงั จากตดั ปลกี ลว้ ยทง้ิ ซง่ึ จะ - ใหเ้ ลอื กตดั เครอื ทม่ี คี วาม การเตรยี มต้น โคนต้นให้แน่น หาวัสดุคลุมดิน และอตั ราการระเหยของนำ้� ชว่ ยทำ� ใหผ้ ลมขี นาดใหญข่ นึ้ สมบรู ณม์ ากทสี่ ดุ กอ่ น หลังปลูกไปแล้วประมาณ บริเวณโคนต้น เช่น ฟางข้าว 3 - 4 เดอื น ใหต้ ดั แตง่ หนอ่ ออก หญา้ แห้ง แล้วรดนำ้� ให้ชมุ่ การปฏบิ ตั ิหลังการเกบ็ เกี่ยว (แตง่ หนอ่ ทกุ 15 – 20 วนั ตอ่ ครงั้ ) 1 นำ� เครอื กลว้ ยแขวนบนราวใหร้ ะยะหา่ งกนั เลก็ นอ้ ย เพื่อให้เครือมีความสมบูรณ์ 2 ทำ� ความสะอาดปลายผล โดยใชฟ้ องนำ�้ ชนื้ ๆ เชด็ กลบี แหง้ ทต่ี ดิ กบั ปลายผลออกอยา่ งระมดั ระวงั หลงั จากปลกู แลว้ 7 - 8 เดอื น ศัตรูท่ีสำ� คัญและการป้องกันกำ� จัด 3 แบง่ กลว้ ยออกเปน็ หวๆี โดยใชม้ ดี คมๆ แตง่ ขว้ั ใหบ้ างและเรยี บ ระวงั อยา่ ใหย้ างหยดใสห่ วอี นื่ อาจมกี ารไวห้ นอ่ ทดแทน ควร - โรคใบจดุ โดยการตดั ใบกลว้ ยทเ่ี ปน็ โรค 4 คดั ขนาดกลว้ ยทถี่ กู ทำ� ลายดว้ ยโรคและแมลงออก เลอื กไว้ 2 หนอ่ ทตี่ รงขา้ มกนั ไปเผาทงิ้ 5 ลา้ งนำ้� ทำ� ความสะอาด - ดว้ งงวง จะเขา้ ทำ� ลายบรเิ วณรากและเหงา้ 6 จมุ่ หวกี ลว้ ยลงในสารไธอะเบนดาโซล เขม้ ขน้ 500 สว่ นตอ่ ลา้ นสว่ น เปา่ ลมใหแ้ หง้ ของกลว้ ย ปอ้ งกนั โดยทำ� ความสะอาดสวน 7 บรรจหุ บี หอ่ โดยบรรจใุ นถงุ พลาสตกิ (PE) เปดิ ถงุ และบรรจกุ ลอ่ ง หรอื ใชส้ ารฆา่ แมลงประเภทดูดซมึ 8 เกบ็ ในหอ้ งเยน็ อณุ หภมู ิ 13 - 14 องศาเซลเซยี ส ความชนื้ สมั พทั ธ์ 85 - 92% สามารถอยไู่ ดป้ ระมาณ 40 วนั การบม่ ดว้ ยถา่ นแกส๊ (แคลเซยี มคารไ์ บด)์ ใชเ้ วลา 3 วนั กลว้ ยจะสกุ เนอ้ื มคี ณุ ภาพดี
เทคนิคการปลูก และดแู ลรักษากลว้ ยไข่ 1. การเตรียมการกอ่ นปลูก 1.1 การเตรียมดนิ ทำ� การไถพรวน พรอ้ มตากดนิ 30 วนั แลว้ ทำ� การใสป่ ยุ๋ คอกและปรบั สภาพความเปน็ กรด ดา่ งของดนิ 1.2 การเตรยี มพนั ธุ์ การเลือกต้นพันธุ์ควรเป็นต้นที่ได้จากการเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อหรือหน่อท่ีดีให้ผลผลิตสูง ลักษณะตน้ พนั ธุ์ท่ีจะนำ� มาปลูก เลือกใช้หนอ่ ใบแคบ (ใบดาบ) หรอื ทเ่ี รียกวา่ “หกู วาง” ท่มี คี วามสูง 50 เซนตเิ มตร มใี บ 2 - 3 ใบ ใบจะแคบยงั ไมค่ ลอี่ อกเตม็ ทค่ี ลา้ ยกบั หกู วาง กอ่ นปลกู ใหใ้ ชส้ ารฟรู าดาน 3 ช้อนโต๊ะ ปุย๋ เกลด็ 2 ชอ้ นโตะ๊ ฮอร์โมนเร่งราก 1 ชอ้ นโต๊ะ ผสมน้�ำ 50 ลติ ร ละลายให้เขา้ กนั แลว้ เอาหน่อกลว้ ยจ่มุ ลงไปกอ่ นนำ� ไปปลูก 2. การปลกู 2.1 ระยะปลูก ระยะปลกู ทเี่ หมาะสมคอื 2.5 X 3 เมตร หรือ 2.5 X 2.5 เมตร 2.2 จำ� นวนต้นตอ่ ไร่ ประมาณ 200 - 250 ต้นต่อไร่ 2.3 ช่วงเวลาในการปลกู ควรปลูกในช่วงต้นฤดฝู น 2.4 วิธีการปลกู - ขุดหลุมปลกู ใหม้ ขี นาดกวา้ งและลกึ ประมาณ 50 X 50 X 50 เซนตเิ มตร - ผสมดนิ ปยุ๋ คอก จำ� นวน 5 กโิ ลกรมั และปยุ๋ รอ็ คฟอสเฟต จำ� นวน 500 กรมั เขา้ ดว้ ยกนั ในหลมุ ให้สงู ประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม - ควรวางหน่อลงท่ีกน้ หลุมให้ลกึ ลงประมาณ 25 เซนติเมตร โดยหนั รอยแผลท่ีตัดแยก ไปในทศิ ทางเดยี วกัน - กลบดินลงในหลุม กดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น หาวัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้น เช่น ฟางขา้ ว หญ้าแห้ง - รดนำ�้ ให้ชมุ่ 3. การดูแลรักษา 3.1 การใส่ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 13–13–21 และ 15–15–15 อัตราปีละ 1 กิโลกรัมต่อต้น โดยแบง่ ใส่ 4 คร้ัง ครัง้ ละ 250 กรัม ครั้งที่ 1 ใสห่ ลังจากปลกู 1 สปั ดาห์ ใช้สตู ร 15-15-15 ครง้ั ท่ี 2 ใสห่ ลงั จากคร้งั ท่ี 1 ประมาณ 3 เดอื น ใช้สตู ร 15-15-15 ครง้ั ท่ี 3 ใส่หลังจากครงั้ ที่ 2 ประมาณ 3 เดือน ใช้สูตร 15-15-15 ครง้ั ที่ 4 ใส่กอ่ นเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน ใช้สูตร 13-13-21 2
3.2 การใหน้ ำ้� โดยการปลอ่ ยนำ�้ ไปตามรอ่ งระหวา่ งแถวปลกู อยา่ งชา้ ๆ หรอื ใชร้ ะบบหวั เหวย่ี ง (สปรงิ เกอร)์ เพอ่ื ใหน้ ำ�้ ซมึ ผา่ นผวิ ดนิ ลงไปถงึ ดนิ ชนั้ ลา่ ง สำ� หรบั การใหน้ ำ้� ในชว่ งฤดแู ลง้ จะอยปู่ ระมาณ 10 - 15 วนั ต่อครง้ั แตก่ ข็ น้ึ อย่กู ับสภาพดนิ และอัตราการระเหยของน้�ำ 3.3 การปฏิบตั ิงานอืน่ ๆ - การแตง่ หนอ่ หลังปลูกไปแล้วประมาณ 3 - 4 เดือน ใหต้ ัดแต่งหนอ่ ออก เพอ่ื ให้เครือ มคี วามสมบรู ณ์ หลงั จากปลกู แลว้ 7 - 8 เดอื น อาจมกี ารไวห้ นอ่ ทดแทน ควรเลอื กไว้ 2 หนอ่ ทต่ี รงขา้ มกนั - การตดั ใบ ควรตัดใบให้เหลือประมาณตน้ ละ 12 ใบ ในระยะกลว้ ยก�ำลงั เจรญิ เติบโต แตใ่ นระยะทตี่ กเครือควรจะตัดใบให้เหลอื เพียง 9 ใบ - การคำ�้ กลว้ ย เครอื กลว้ ยทหี่ นกั อาจทำ� ใหต้ น้ ลม้ หรอื โคง้ งอได้ โดยคำ้� บรเิ วณเครอื โดยตรง พร้อมบรเิ วณกลางล�ำต้น หรอื ผกู ล�ำตน้ กลว้ ยไวก้ ับไม้หลักทป่ี ักไว้ขา้ งล�ำต้น - การตัดปลี เมื่อปลีกล้วยเร่ิมบานจนถึงหวีตีนเต่าแล้ว ให้ตัดปลีทิ้งเพื่อให้ผลกล้วย เจริญเติบโตเร็วขนึ้ - การหอ่ ผล หากผลิตเพ่อื การส่งออก ควรห่อผลเครอื กลว้ ยดว้ ยถุงพลาสตกิ สฟี ้าบางๆ ระยะ 25 - 30 วันหลงั จากตัดปลกี ลว้ ยท้ิง ซ่งึ จะชว่ ยทำ� ให้ผลมีขนาดใหญข่ ึ้น 4. การป้องกนั ก�ำจัดโรคและแมลงศัตรูพชื 4.1 โรคใบจุด โดยการตัดใบกล้วยที่เปด็ โรคไปเผาท้ิง 4.2 ด้วงงวง จะเข้าทำ� ลายบริเวณรากและเหงา้ ของกลว้ ย ป้องกันโดยทำ� ความสะอาดสวน หรือใชส้ ารฆา่ แมลงประเภทดดู ซึม 5. การเกบ็ เกีย่ วและการปฏิบตั ิหลังการเกบ็ เก่ยี ว 5.1 การเกบ็ เกยี่ ว - เมือ่ กลว้ ยมีอายไุ ด้ 60 -70 วัน - ผลอว้ นกลมไมม่ เี หลยี่ ม ผิวบางใสสเี ขยี วอมเหลอื ง - ให้เลอื กตดั เครอื ทมี่ คี วามสมบรู ณ์มากท่ีสุดกอ่ น 5.2 การปฏิบัติหลังการเกบ็ เกีย่ ว - น�ำเครอื กลว้ ยแขวนบนราวใหร้ ะยะหา่ งกนั เล็กน้อย - ทำ� ความสะอาดปลายผล โดยใชฟ้ องนำ้� ชนื้ ๆ เชด็ กลบี แหง้ ทต่ี ดิ กบั ปลายผลออกอยา่ งระมดั ระวงั - แบง่ กลว้ ยออกเปน็ หวๆี โดยใชม้ ดี คมๆ แตง่ ขว้ั ใหบ้ างและเรยี บ ระวงั อยา่ ใหย้ างหยดใสห่ วอี นื่ - คดั ขนาดกล้วยทีถ่ กู ท�ำลายดว้ ยโรคและแมลงออก - ลา้ งน�้ำทำ� ความสะอาด - จมุ่ หวกี ลว้ ยลงในสารไธอะเบนดาโซล เขม้ ขน้ 500 ส่วนตอ่ ล้านส่วน เป่าลมใหแ้ ห้ง - บรรจุหบี ห่อ โดยบรรจใุ นถุงพลาสติก (PE) เปิดถงุ และบรรจุกลอ่ ง - เกบ็ ในหอ้ งเยน็ อณุ หภมู ิ 13 - 14 องศาเซลเซยี ส ความชนื้ สมั พทั ธ์ 85 - 92% สามารถอยไู่ ด้ ประมาณ 40 วนั การบม่ ดว้ ยถา่ นแกส๊ (แคลเซยี มคารไ์ บด)์ ใชเ้ วลา 3 วนั กลว้ ยจะสกุ เนอ้ื มคี ณุ ภาพดี 3
ข้อมลู สภาพแวดล้อมทเ่ี หมาะสมตอ่ การเจริญเติบโตและใหผ้ ลผลติ ของกลว้ ยไข่ สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ข้อจำ� กัด 1. สภาพภูมอิ ากาศ - ปริมาณนำ้ �ฝน 1,000 มลิ ลิเมตรต่อปี - ถ้าอุณหภูมิต่ำ�เกินไปจะทำ�ใหต้ น้ โตชา้ ออกปลชี า้ - อณุ หภมู ปิ ระมาณ 20 องศาเซลเซยี ส - ถ้าอุณหภูมิสูงเกินไปจะทำ�ให้ใบไหม้ การดดู น้ำ� และอาหารลดลง ทำ�ให้คุณภาพไมด่ ี 2. สภาพพน้ื ท่ี - ความชื้นสมั พัทธอ์ ย่างน้อย 60% 3. สภาพดนิ - มีการหมุนเวยี นของอากาศดี 4. สภาพน้ำ� - รว่ นซยุ มีความสมบรู ณ์สูง การระบายอากาศดี - มีความเป็นกรดเป็นดา่ งระหวา่ ง 4.5 – 7 - มีนำ้ �สมำ่ �เสมอ จะชว่ ยทำ�ใหผ้ ลผลิตสมำ่ �เสมอ
แนวทางการเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการผลิต และแหล่งสบื ค้นข้อมูลเพมิ่ เติม แนวทางการเพิม่ ประสทิ ธิภาพการผลิต 1. พรวนดนิ รอบๆ ตน้ ทกุ ๆ 2 เดอื น หรอื ทำ� พรอ้ มกบั การใสป่ ยุ๋ เพอื่ ใหต้ น้ กลว้ ยเจรญิ เตบิ โต ไดด้ ยี ง่ิ ขนึ้ 2. ทำ� ความสะอาดแปลงเพอื่ ลดการระบาดของโรคใบไหมห้ ลงั จากตัดปลีแล้ว 3. หอ่ ผลกลว้ ยเพอื่ ทำ� ใหก้ ลว้ ยมผี วิ สวยและมขี นาดใหญ ่ มนี ำ้� หนกั ด ี เปน็ ทตี่ อ้ งการของตลาด แหลง่ สืบคน้ ขอ้ มลู เพ่ิมเติม กรมสง่ เสรมิ การเกษตร.2547.คูม่ ือพชื เศรษฐกิจ.กรงุ เทพฯ ส�ำนกั งานคณะกรรมการวิจยั แหง่ ชาติ.2555. 52 สปั ดาหร์ ูแ้ ล้วรวย.กรุงเทพฯ 5
ทเุ รยี น ข้ันตอนการปลกู และการดูแลรกั ษาทเุ รียน การเตรยี มการ ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. การเตรียมดิน ดูแลระยะออกดอก ดแู ลระยะผลพฒั นา ดแู ลระยะผลเรมิ่ แก่ ดแู ลระยะเกบ็ เกย่ี ว - แตก ดแู ลระยะเรมิ่ ออกดอก ทลี่ มุ่ ยกรอ่ งสวนใหส้ นั รอ่ ง - ตดิ ผลเลก็ - ใหน้ ำ้� อยา่ งสมำ่� เสมอ - เก็บเกีย่ ว ใบออ่ น - ตดั แตง่ กง่ิ หลงั เกบ็ เกย่ี วโดย กวา้ งไมน่ อ้ ยกวา่ 6 เมตร - ใหน้ ำ้� ระยะกอ่ นดอกบาน - การใสป่ ยุ๋ หลงั ดอกบาน - เกบ็ เกยี่ วผลทแี่ กเ่ ตม็ ที่ สงั เกต ตัดก่ิง ก่ิงทับ ก่ิงแซมซ้อน ร่องน้�ำกว้าง 1.5 เมตร 7 - 10 วนั จนถงึ ตดิ ผลในระยะปน่ิ 30 วนั ถา้ ตน้ ขาดความ จากลกั ษณะผลและนบั อายผุ ล - เก็บเก่ียวประมาณ 22 กิ่งแห้งตาย หรือโรค แมลง ลกึ 1 เมตร มรี ะบบระบาย ลดการใหน้ ำ�้ เหลอื 70% สมบรู ณใ์ หฉ้ ดี พน่ ปยุ๋ ทางใบ - ตดั เหนอื บรเิ วณปลงิ ของกา้ นผล สปั ดาห์หลังติดผล สงั เกต ทำ� ลายกบั นำ้� คา้ ง นำ�้ เขา้ - ออก - การชว่ ยผสมเกสร เตรยี มเกสร พร้อมสารป้องกันโรค ระวงั อยา่ ใหผ้ ลตกกระแทกพนื้ เปลือกผลเรียบเกือบไม่มี - เก็บตัวอย่างดินมาท�ำการ ทด่ี อน ไถพรวน ปรบั พนื้ ท่ี ตวั ผเู้ วลา 19.00 - 19.30 น. ตดั เกสร แมลง สารจบั ใบ - หา้ มวางผลบนพน้ื ดนิ ในสวน กระ และสีน�้ำตาลอ่อน วเิ คราะหด์ นิ เพอ่ื ปรบั ปรงุ ดนิ ใหเ้ รยี บ และขดุ รอ่ งระบาย ตวั ผทู้ มี่ ลี ะอองเกสรสขี าวเกาะ - ตดั แตง่ ผล โดยตรงเพอื่ ปอ้ งกนั การตดิ เชอื้ รา - หักหรือตัดช่อผลให้มีใบ ให้เหมาะกับธาตุอาหารที่พืช นำ้� ภายในสวน อยู่ และทำ� การผสมเกสรตง้ั แต่ - ค้�ำโยงกิ่ง หลงั จากตัด - การตดั แตง่ กงิ่ ทเี่ ปน็ โรค กงิ่ แหง้ ยอ่ ยสดุ ท้ายติดไปดว้ ย ตอ้ งการจากดนิ ควบคกู่ บั การใส่ เวลา 19.30 น. แต่งผลแล้วครั้งที่ 3 ตาย กง่ิ นำ�้ คา้ ง ออก - รวบรวมผลผลิตไว้ใน ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมี - ควบคมุ การแตกใบออ่ น ภาชนะ หรอื สถานทที่ ส่ี ะอาด 15 - 15 - 15 ผสม 46 - 0 - 0 สดั สว่ น 1 : 1 การเตรียมพนั ธุ์ - ใสป่ ยุ๋ หลงั แตง่ กงิ่ เพอื่ กระตนุ้ ตน้ แขง็ แรง ไมค่ า้ งปี ตรงตามพนั ธ์ุ ตน้ ตอเปน็ พนั ธพ์ุ นื้ เมอื ง การแตกกงิ่ กา้ นสาขา และใบออ่ น ทนตอ่ โรครากเนา่ โคนเนา่ ระบบรากไมข่ ดหรอื งอ มใี บหนา ทส่ี มบรู ณโ์ ดยใหป้ ยุ๋ ทางดนิ และ สเี ขียวเขม้ ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ การปลกู ศัตรูทีส่ �ำคญั การปฏิบัติหลงั การเกบ็ เกย่ี ว - แบบเตรยี มหลมุ ปลกู ขดุ หลมุ ขนาด 50 x 50 x 50 ซม. ปลกู - เพลยี้ ไฟ ระบาดมากชว่ งออกดอก และผลออ่ น - ควรขนถ่ายให้น้อยครั้งที่สุดเพราะการขนถ่ายแต่ละคร้ังจะท�ำให้ ใหร้ อยตอ่ ระหวา่ งตน้ พนั ธแ์ุ ละตน้ ตออยสู่ งู กวา่ ระดบั ดนิ กลบดนิ - ไรแดง ระบาดช่วงท่ีมีอากาศแห้งแล้ง หนามทเุ รยี นท่มิ แทงกนั เป็นช่องทางให้เชื้อราเข้าทำ� ลายได้ ใหแ้ นน่ ทำ� ลายบรเิ วณใบทเุ รยี น ทำ� ใหม้ สี ซี ดี ทงั้ ใบ - คดั แยกผล และคัดขนาดตามความต้องการของตลาด - แบบนงั่ แทน่ หรอื ยกโคก ไมต่ อ้ งขดุ หลมุ ปลกู วางตน้ พนั ธแ์ุ ลว้ ขดุ - หนอนกินขั้วผล, หนอนเจาะผล, หนอน - ควบคมุ โรคผลเน่า โดยจมุ่ ผลในสารเคมปี ้องกันก�ำจดั เช้ือรา ดนิ มากลบจนอยใู่ นระดบั เดยี วกบั ผวิ ดนิ ของตน้ พนั ธ์ุ พรวนดนิ และ เจาะเมลด็ ทเุ รยี น ทำ� ลายตงั้ แตช่ ว่ งตดิ ดอก - การบม่ ทเุ รยี น โดยจมุ่ สารเอทธฟี อน หลงั จมุ่ สารปอ้ งกนั กำ� จดั เชอื้ รา ขดุ ดนิ เพอ่ื ขยายโคนปลี ะ 1 - 3 ครงั้ จนเรม่ิ ใหผ้ ลผลติ จงึ หยดุ - ผลแก่ และสารเอทธฟี อนแลว้ ใหผ้ ง่ึ ผลทเุ รยี นใหแ้ หง้ ตดิ สตกิ เกอรร์ ับรอง - ปลูกระบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสามเหลี่ยมด้านเท่า ระยะปลูก - โรครากเนา่ โคนเนา่ ระบาดมากในช่วง คณุ ภาพ รอการขนสง่ ไปยงั ตลาด เกบ็ รกั ษาท่ี 14 - 16 องศาเซลเซยี ส 8 X 8 เมตร หรือ 10 X 10 เมตร ฝนตกชกุ หรอื ในชว่ งทมี่ คี วามชนื้ ในอากาศ ความชน้ื สมั พทั ธ์ 85 - 90 % จะเกบ็ รกั ษาไวไ้ ดน้ านประมาณ 2 สปั ดาห์ - ปลกู ระบบแถวกวา้ งตน้ ชดิ ระยะปลกู ระหวา่ งแถวและตน้ สงู อาการโคนเนา่ จะเหน็ ไดช้ ดั เจนในชว่ งหมด ข้นึ อยกู่ ับอายขุ องผลทเุ รียน 10 X 5 เมตร หรอื 12 X 6 เมตร ฝน ทำ� ลายได้ทุกส่วนของพืช
เทคนคิ การปลูก และดูแลรักษาทเุ รียน 1. การเตรียมการก่อนปลูก 1.1 การเตรียมดนิ ทล่ี ่มุ ยกรอ่ งสวนให้สนั รอ่ งกวา้ งไมน่ ้อยกว่า 6 เมตร รอ่ งน้ำ� กวา้ ง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร มรี ะบบระบายนำ�้ เข้า-ออก ที่ดอน ไถพรวน ปรบั พืน้ ทใี่ ห้เรียบ และขุดรอ่ งระบายนำ�้ ภายในสวน 1.2 การเตรียมพนั ธ์ุ ต้นแขง็ แรง ไม่ค้างปี ตรงตามพนั ธ์ุ ตน้ ตอเปน็ พนั ธุพ์ ้นื เมือง ทนตอ่ โรครากเนา่ โคนเน่า ระบบรากไมข่ ดหรอื งอ มีใบหนาสีเขียวเขม้ 2. การปลูก 2.1 แบบเตรียมหลมุ ปลกู ขดุ หลมุ ขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ปลูกใหร้ อยต่อระหวา่ ง ตน้ พันธแ์ุ ละตน้ ตออยู่สูงกว่าระดบั ดิน กลบดนิ ใหแ้ นน่ 2.2 แบบนง่ั แทน่ หรอื ยกโคก ไมต่ อ้ งขดุ หลมุ ปลกู วางตน้ พนั ธแ์ุ ลว้ ขดุ ดนิ มากลบจนอยใู่ นระดบั เดยี วกบั ผวิ ดนิ ของตน้ พนั ธ์ุ พรวนดนิ และขดุ ดนิ เพอื่ ขยายโคนปลี ะ 1-3 ครง้ั จนเรม่ิ ใหผ้ ลผลติ จงึ หยดุ 2.3 ปลกู ระบบสเ่ี หลยี่ มจตั รุ สั หรอื สามเหลย่ี มดา้ นเทา่ ระยะปลกู 8 X 8 เมตร หรอื 10 X 10 เมตร 2.4 ปลูกระบบแถวกวา้ งต้นชดิ ระยะปลูกระหว่างแถวและตน้ 10 X 5 เมตร หรือ 12 X 6 เมตร 3. การดแู ลรักษา 3.1 การให้ปุ๋ย ปุย๋ คอก อัตราปีละ 2.25 กโิ ลกรมั แบง่ ใส่ 2 ครง้ั ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรอื 16-16-16 อตั ราปีละ 1 กิโลกรมั ต่อต้น 3.2 การให้น้�ำ ความต้องการน�้ำของทุเรียนต้นเล็ก ประมาณ 0.6 เท่าของค่าอัตราการระเหยน�้ำ (มิลลิเมตรต่อวัน) คูณด้วยพ้ืนที่ใต้ทรงพุ่ม เช่น ในภาคตะวันออก เม่ืออัตราการระเหยน้�ำวันละ 3.8 - 5.7 มลิ ลิเมตร มพี ้ืนท่ใี ต้ทรงพุ่ม 1 ตารางเมตร เทา่ กับการให้นำ้� วนั ละ 2.3 - 3.4 ลติ รตอ่ ตน้ ระบบการใหน้ ำ้� ท่เี หมาะสม ใชร้ ะบบการให้น้�ำแบบหัวเหว่ยี งเลก็ 4. การปอ้ งกนั ก�ำจดั ศัตรูพชื 4.1 โรครากเนา่ โคนเนา่ ระบาดมากในชว่ งฝนตกชกุ หรอื ในชว่ งทมี่ คี วามชน้ื ในอากาศสงู อาการ โคนเนา่ จะเหน็ ได้ชดั เจนในช่วงหมดฝน ทำ� ลายไดท้ ุกสว่ นของพืช 7
4.2 โรคราใบตดิ ระบาดมากในชว่ งฤดฝู นโดยเฉพาะต้นทีม่ ใี บแนน่ ทบึ เกนิ ไป ท�ำลายบริเวณ สว่ นของยอดและใบ 4.3 โรคราสีชมพู ระบาดมากในช่วงฤดูฝน ทำ� ลายบริเวณง่ามกงิ่ และโคนกง่ิ 4.4 โรคใบไหม้/แอนแทรคโนส ระบาดมากชว่ งฤดฝู นและแลง้ สว่ นใหญเ่ กดิ ในชว่ งพชื แตกใบ ออ่ นหรอื พชื อ่อนแอ เชน่ ขาดน้�ำในฤดแู ลง้ บรเิ วณขอบใบหรือกลางใบ 4.5 เพลีย้ ไกแ่ จ้ ระบาดมากช่วงระยะแตกใบอ่อน โดยจะกัดกินใบออ่ น 4.6 เพลย้ี ไฟ ระบาดมากชว่ งทีอ่ อกดอก และผลออ่ น 4.7 เพลี้ยจกั จน่ั ฝอย ระบาดมากช่วงท่ีต้นแตกใบออ่ น 4.8 เพลี้ยแป้ง ระบาดชว่ งระยะเร่มิ ติดผลจนผลโตเต็มที่ 4.9 ไรแดง ระบาดช่วงเวลาท่ีมีอากาศแห้งแล้ง เข้าทำ� ลายบรเิ วณใบทุเรยี น ทำ� ใหม้ ีสซี ดี ทั้งใบ 4.10 หนอนกนิ ขวั้ ผล ระบาดในระยะทเุ รยี นผลออ่ นจนถงึ ผลแก่ เขา้ ทำ� ลายทขี่ ว้ั และเปลอื กผลทเุ รยี น 4.11 หนอนเจาะผล ระบาดชว่ งผลอายุ 6 สปั ดาห์หลงั ดอกบานจนถึงเกบ็ เกี่ยว ทำ� ลาย ท่ผี ิวผลทเุ รยี น และภายในเน้อื 4.12 หนอนเจาะเมลด็ ทเุ รยี น ระบาดชว่ งตง้ั แตผ่ ลทเุ รยี นอายุ 6 สปั ดาหจ์ นถงึ เกบ็ เกย่ี ว ทำ� ลาย ท่ีเมล็ด และภายในเนอื้ 5. การปฏบิ ตั กิ ่อนและหลงั การเก็บเก่ยี ว 5.1 การเก็บเก่ียว นับอายุผลต้ังแต่วันดอกบานจนถึงวันเก็บเกี่ยว เช่น พันธุ์กระดุมทอง ประมาณ 90 - 100 วนั พนั ธชุ์ ะนปี ระมาณ 105 - 110 วนั และพนั ธห์ุ มอนทอง ประมาณ 120 - 135 วนั สังเกตก้านผล จะแข็งและมีสีเข้มขึ้น สัมผัสจะรู้สึกสากมือ ปากปลิงจะบวมโตเห็นรอยต่อชัดเจน เมอ่ื จบั กา้ นผลแลว้ แกวง่ จะรสู้ กึ วา่ กา้ นผลมสี ปรงิ มากขนึ้ สงั เกตสผี วิ ผลและรอ่ งหนาม ผวิ จะแหง้ กรา้ น ปลายหนามจะแหง้ รอ่ งหนามหา่ งและกวา้ งขนึ้ เมอ่ื บบี หนามเขา้ หากนั จะทำ� ไดง้ า่ ย การเคาะเปลอื ก จะมเี สยี งกอ้ งดงั โปรง่ ๆ ไมแ่ นน่ ทบึ การชมิ ปลงิ เมอ่ื ปาดขวั้ ผลจะพบวา่ มนี ำ้� ใส ไมข่ น้ เหนยี ว และชมิ ดู จะมีรสหวาน สงั เกตสเี นื้อและสีเมล็ด สีเน้ือทุเรียนจะเปลย่ี นจากสขี าวเปน็ สีเหลืองอ่อนและเขม้ ขึ้น ตามลำ� ดบั เมลด็ จะเปลยี่ นจากสคี รมี เปน็ สนี ำ้� ตาล การปลอ่ ยใหผ้ ลทเุ รยี นรว่ ง ผลทเุ รยี นบนตน้ เรมิ่ แก่ สุกและร่วงเปน็ สัญญาณเตอื นวา่ ทเุ รียนที่เหลอื บนตน้ เร่ิมแกส่ ามารถเกบ็ เกย่ี วได้ 5.2 หลังเก็บเกี่ยว การขนย้าย ควรขนย้ายให้น้อยครั้งที่สุด เพราะการขนย้ายแต่ละครั้ง จะท�ำให้หนามทุเรียนทิ่มแทงกัน เป็นช่องทางให้เชื้อราเข้าท�ำลายได้ การคัดคุณภาพ คัดแยกผล ที่มีต�ำหนิจากโรคและแมลง จากการเก็บเกี่ยว ขั้วหัก และคัดขนาดตามความต้องการของตลาด การควบคมุ โรคผลเน่า โดยการจมุ่ ผลในสารเคมปี ้องกนั กำ� จดั เช้อื รา การบม่ ทุเรียน ด้วยการจุ่มสาร เอทธีฟอน จะท�ำให้ผลสุกสม่�ำเสมอและมีคุณภาพดี หลังจุ่มผลทุเรียนในสารป้องกันก�ำจัดเชื้อรา และสารเอทธีฟอนแล้ว ให้ผึ่งผลทุเรียนให้แห้ง ติดสติกเกอร์รับรองคุณภาพที่ขั้วผล รอการขนส่ง ไปยังตลาดต่อไป การเก็บรักษา อุณหภูมิท่ีเหมาะสมต่อการเก็บรักษาอยู่ช่วงระหว่าง 14 - 16 องศาเซลเซียส ความชน้ื สัมพัทธ์ 85 - 90 % จะเก็บรกั ษาไว้ไดน้ านประมาณ 2 สปั ดาห์ ขึน้ อยู่กบั อายขุ องผลทเุ รียน 8
ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะสมตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและให้ผลผลติ ของทเุ รียน สภาพแวดลอ้ ม ความเหมาะสม ขอ้ จ�ำกัด 1. สภาพภมู ิอากาศ 1.1 อุณหภูมิ อณุ หภมู ไิ มต่ ำ�่ กวา่ 10 องศาเซลเซยี สและไมเ่ กนิ 46 องศา - ทเุ รยี นเปน็ ไม้ผลเขตรอ้ นช้นื จงึ ไม่สามารถข้ึนไดใ้ นพน้ื ทเ่ี ขตร้อน เซลเซยี ส ทมี่ ีน้ำ� ค้างแข็ง เพราะการเจรญิ เติบโตจะหยดุ ชะงกั 1.2 ความชื้นสมั พทั ธ์ - อณุ หภมู ทิ ตี่ ำ่� กวา่ 10 องศาเซลเซยี ส ใบออ่ นจะรว่ ง ออกดอกยาก 1.3 ความยาวช่วงแสง และตดิ ผลนอ้ ย 1.4 ความเขม้ ของแสง - ทเุ รยี นทนทานตอ่ อณุ หภมู ิสงู ไดถ้ ึง 46 องศาเซลเซยี ส 1.5 ฝน มากกวา่ 30 % ความชนื้ ตำ�่ ทำ� ใหใ้ บแหง้ ใบรว่ ง มปี ญั หาเรอื่ งการผสมเกสรและการตดิ ผล 1.6 ความเร็วลม 400 - 700 นาโนเมตร - ตน้ ทุเรียนท่ีปลกู ใหมใ่ นชว่ งแรกของการเจรญิ เตบิ โตตอ้ งการ - ทุเรียนเปน็ ไม้ผลขนาดใหญ่ ไมแ่ นะนำ� ให้ปลูกระยะชิด รม่ เงาหรือการพรางแสงประมาณ 30 - 40 % - การตดั แต่งกิ่งเพ่อื ทรงพ่มุ โปร่ง นอกจากจะทำ� ใหป้ ระสทิ ธภิ าพการ - ระยะปลกู คอื 8 X 8 - 10 X 10 เมตร ปลกู ไดป้ ระมาณ 16 - 25 ตน้ สังเคราะห์แสงดีขึ้น ยังส่งผลดีต่อการถ่ายเทอากาศช่วยลดความช้ืน ตอ่ ไร่ ตอ้ งมกี ารตดั แตง่ กง่ิ เพอ่ื ใหต้ น้ ทเุ รยี นมโี ครงสรา้ งและทรง ภายในทรงพุ่ม ความความเสียหายจากการเข้าท�ำลายของเช้ือ พมุ่ โปรง่ เพอ่ื ใหใ้ บไดร้ บั แสงอยา่ งทว่ั ถงึ สามารถสงั เคราะหแ์ สง สาเหตขุ องโรคทสี่ ำ� คญั เชน่ โรคใบตดิ และโรคผลเนา่ ทเี่ กดิ จากเชอื้ รา ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ความเข้มแสงใต้ทรงพุ่มน้อยกว่า หลายชนดิ ทเ่ี ชอ้ื จะแพรจ่ ากใบไปสผู่ ล เชน่ ไฟทอฟธอรา แอนแทรคโนส หรือเท่ากบั 90 ไมโครโมลต่อตารางเมตรตอ่ วินาที เปน็ ตน้ ปริมาณน้ำ�ฝนไม่นอ้ ยกว่า 1,600 - 4,000 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี การกระจายตัวของฝนดี มชี ว่ งแลง้ ตอ่ เนอื่ งน้อยกวา่ 3 เดอื น ไม่เป็นพ้ืนทที่ ม่ี ีลมกรรโชกแรง ลมแรงเสย่ี งตอ่ การทำ�ใหก้ ง่ิ ฉกี หรอื หกั ตน้ โคน่ ลม้ โดยเฉพาะตน้ ทเุ รยี น ทกี่ ำ�ลังติดผล จงึ ควรป้องกนั ด้วยการโยงก่งิ และผล
ขอ้ มลู สภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะสมตอ่ การเจริญเติบโตและใหผ้ ลผลติ ของทเุ รยี น (ตอ่ ) สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ขอ้ จ�ำกดั 2. สภาพพ้นื ท่ี 2.1 ความสูงจากระดบั ไมเ่ กนิ 650 เมตร น�ำ้ ทะเล 2.2 ความลาดชนั ของพน้ื ท่ี เปน็ พน้ื ทร่ี าบหรอื พน้ื ทม่ี คี วามลาดเอยี งระดบั 1 - 3 % แตไ่ มค่ วรเกนิ 15 % ความชน้ื ตำ่� ทำ� ใหใ้ บแหง้ ใบรว่ งและมปี ญั หาเรอื่ งการผสมเกสรและการตดิ ผล 2.3 อนื่ ๆ ไมม่ นี �้ำทว่ มถึง ทเุ รยี นออ่ นแอตอ่ สภาพนำ�้ ทว่ มขงั เพราะรากทแี่ ชน่ ำ�้ ขาดอากาศหายใจ จะเนา่ และทำ� ใหเ้ ชอ้ื ไฟทอฟธอราเข้าทำ� ลายงา่ ยขน้ึ 3. สภาพดนิ 3.1 ลกั ษณะของเนอื้ ดนิ เป็นดินร่วนปนทราย มีความสมบรู ณ์สงู ระบายนำ�้ ดี 3.2 ความลกึ ของหนา้ ดนิ หนา้ ดนิ ลึกมากกวา่ 50 เซนติเมตร ระดับน้ำ�ใตด้ นิ ลึกมากกวา่ ถ้า pH สงู หรือต่ำ�เกินไป ธาตอุ าหารพืชในดนิ จะอยู่ในรปู ทีพ่ ชื 75 เซนตเิ มตร ไม่สามารถใชป้ ระโยชน์ได้ 3.3 ความเปน็ กรด 5.0 – 6.5 - ด่างของดนิ 3.4 ความเค็มของดิน ค่าความเค็มของดนิ ต่ำ�กว่า 4.0 เดซิซเี มนตต์ ่อเมตร (dS/m) หมายเหตุ เป็นค่ามาตรฐานสำ�หรบั พชื ท่วั ไป 3.5 ปรมิ าณอนิ ทรยี วตั ถุ 2 – 3 % 3.6 ปรมิ าณธาตอุ าหาร ฟอสฟอรสั 35 - 60 มลิ ลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรมั เหลก็ 60 - 70 มลิ ลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรมั - ดนิ ทใ่ี ชป้ ลกู ทเุ รยี นไประยะหนง่ึ จะสญู เสยี ธาตอุ าหารไปกบั ผลผลติ ในดนิ แมกนเี ซยี ม 250 - 450 มลิ ลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรมั โบรอน 4 - 6 มลิ ลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรมั ทเ่ี กบ็ เกย่ี วในแตล่ ะปี และมสี ภาพของดนิ เปลย่ี นไปตามวธิ กี ารจดั การดนิ แคลเซยี ม 800 -1,500 มลิ ลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรมั สงั กะสี 3 - 15 มลิ ลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรมั และปุ๋ยของแต่ละสวน จึงควรมีการวิเคราะห์ดินเพ่ือตรวจสอบ แมงกานสี 20 - 60 มลิ ลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรมั ทองแดง 3 - 5 มลิ ลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรมั ระดับธาตุอาหารเพ่ือเป็นแนวทางการใส่ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ โพแตสเซยี ม 100 - 120 มลิ ลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรมั - ตน้ ทเุ รยี นตอ้ งการธาตอุ าหารหลกั ธาตรุ อง และจลุ ธาตอุ ยา่ งสมดลุ หมายเหตุ เปน็ ปรมิ าณธาตอุ าหารทเ่ี หมาะสมในดนิ ทว่ั ไป เพือ่ การเจริญเติบโต การติดผล และคณุ ภาพผลท่ดี ี
ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมตอ่ การเจรญิ เติบโตและใหผ้ ลผลิตของทุเรียน (ตอ่ ) สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ขอ้ จำ� กดั 4. สภาพนำ้� 4.1 คณุ ภาพนำ�้ - เปน็ แหลง่ ทไ่ี มม่ สี ภาพแวดลอ้ มทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ การปนเปอ้ื นของจลุ นิ ทรยี ์ สารเคมี และโลหะหนกั 4.2 ปรมิ าณนำ้� - คา่ ความเปน็ กรดดา่ งของนำ�้ ระหวา่ ง 6.0 - 7.5 - คา่ ความเคม็ ของนำ�้ ไมเ่ กนิ 2 เดซซิ เี มนตต์ อ่ เมตร (dS/m) - ปรมิ าณความตอ้ งการนำ�้ ของทเุ รยี นแตกตา่ งกนั ในแตล่ ะพฒั นาการ - ในชว่ งชกั นำ� การออกดอก ทเุ รยี นตอ้ งผา่ นชว่ งแลง้ (ไมต่ อ้ งการนำ�้ ) ของพชื ความตอ้ งการนำ�้ ของพชื (มหี นว่ ยเปน็ ลติ รตอ่ พน้ื ท่ี 1 ตารางเมตร) เปน็ ระยะเวลาตดิ ตอ่ กนั 10 - 14 วนั คำ� นวณไดจ้ าก - จดุ วกิ ฤตขิ องการขาดนำ�้ ของทเุ รยี นอยใู่ นระยะการเจรญิ เตบิ โตของผล คา่ สมั ประสทิ ธกิ์ ารใชน้ ำ้� ของพชื X คา่ ศกั ยก์ ารระเหยนำ�้ ของพชื ทอ่ี ายุ 8 - 12 สปั ดาหห์ ลงั ดอกบาน หากขาดนำ�้ ในชว่ งดงั กลา่ ว จะทำ� ให้ โดยท่ี คา่ สมั ประสทิ ธก์ิ ารใชน้ ำ�้ ของทเุ รยี นในแตล่ ะชว่ ง เปน็ ดงั น้ี การพัฒนาของผลไม่สมบูรณ์ ผลมีรูปทรงบิดเบ้ียวและมีขนาดเล็ก ระยะพฒั นาดา้ นกงิ่ กา้ นสาขา 0.60 แมจ้ ะใหน้ ำ�้ เพมิ่ ในภายหลงั กไ็ มช่ ว่ ยใหร้ ปู ทรงและขนาดผลของทเุ รยี นดขี นึ้ ระยะชกั นำ� การออกดอก 0.00 ระยะดอก 0.75 ระยะตดิ ผล 0.50 ระยะผลออ่ น 0.60 ระยะเจรญิ เตบิ โตของผล 0.85 ระยะเรมิ่ สกุ แก ่ 0.75 คา่ ศกั ยก์ ารระเหยนำ�้ ของพชื ใชค้ า่ อตั ราการระเหยนำ�้ จากขอ้ มลู อตุ นุ ยิ มวทิ ยา ซงึ่ มคี า่ แตกตา่ งกนั ในแตพ่ น้ื ทแี่ ละขน้ึ กบั ฤดกู าล ทเุ รยี น มคี วามตอ้ งการนำ�้ ตอ่ ปปี ระมาณ 850 - 900 ลติ รตอ่ พนื้ ทใ่ี ตท้ รงพมุ่ 1 ตารางเมตรหรอื คดิ เปน็ 1,400 ลกู บาศกเ์ มตรตอ่ ไร่ พน้ื ทส่ี วนทเุ รยี น 1 ไร่ ควรมแี หลง่ นำ�้ ไวป้ ระมาณ 600 - 800 ลกู บาศกเ์ มตร
แนวทางการเพมิ่ ประสิทธภิ าพการผลติ และแหลง่ สืบค้นข้อมลู เพ่มิ เติม แนวทางการเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการผลติ 1. การตรวจวิเคราะห์ดินและใบพืช เพื่อสามารถให้ปุ๋ยตามผลการวิเคราะห์ เป็นการลดต้นทุนและไม่เกิดผลเสียต่อดิน 2. การตัดแต่งช่อดอกและผล เพื่อให้ ผลทเุ รยี นจะทำ� ใหส้ ามารถสง่ เขา้ ตลาดได้ ใช้ปุ๋ย นอ้ ยลง การปฏบิ ัติดูแลรักษางา่ ย 3. การให้ปุ๋ยท่ีถูกต้องเหมาะสมกับระยะ ขยายผล จะชว่ ยใหป้ ระหยดั ตน้ ทนุ และแรงงาน ในการจดั การ 4. เก็บเกี่ยวผลทุเรียนที่สุกแก่เหมาะสม พรอ้ มการจดั การหลงั การเกบ็ เกยี่ วทถ่ี กู ตอ้ งทำ� ให้ ผลผลติ มคี ุณภาพส่งถึงผบู้ ริโภค 5. การผสมเกสรในช่วงดอกบานเวลา 19.00 น. ช่วยให้ทุเรยี นติดผล มีรปู ทรงสวยเตม็ ทรง แหล่งสบื ค้นข้อมูลเพิ่มเตมิ กรมสง่ เสรมิ การเกษตร. 2547. คมู่ อื พชื เศรษฐกจิ . กรงุ เทพฯ สำ� นักงานคณะกรรมการวิจยั แห่งชาต.ิ 2555. 52 สปั ดาหร์ แู้ ล้วรวย. กรุงเทพฯ 12
ขนนุ ขัน้ ตอนการปลูกและการดแู ลรกั ษาขนุน 4-5 ปี การเตรยี มการ 0-1 ปี 1-3 ปี การเตรียมดนิ การปลกู การดแู ลระยะตดิ ดอก - ออกผล การดแู ลระยะผลอ่อน - ทล่ี ุ่ม ขดุ ร่องยกแปลง ระยะปลูก 8 x 8 เมตร หรือ ระยะออกดอก ช่วงพักต้นควร 1) หอ่ ผลขนนุ เพอ่ื ปอ้ งกนั ข้ึนมาเพือ่ การระบายนำ�้ 10 x 10 เมตร การปลกู แบบยกรอ่ ง ใหป้ ยุ๋ เสมอ 15-15-15, 16-16-16 การเขา้ ทำ� ลายของหนอน - ท่ีดอน ไถพรวน และ คือ 6 x 7.5 เมตร ใหป้ ยุ๋ สตู ร 8-24-24 ฉดี พน่ สารเคมี เจาะผล ปรบั พ้ืนทีใ่ หส้ ม่ำ� เสมอ วธิ กี ารปลกู ขดุ หลมุ 50 x 50 x 50 ปอ้ งกนั กำ� จดั โรคแมลงอยา่ งสมำ่� เสมอ 2) หลกี เลย่ี งการใชส้ ารเคมี เซนติเมตร แล้วผสมดินด้วย 1 - 2 กิโลกรัมต่อตน้ กอ่ นเกบ็ เกย่ี ว เพอื่ ไมใ่ หม้ ี การเตรียมพันธุ์ ป๋ยุ คอก จ�ำนวน 5 กโิ ลกรมั และ ระยะตดิ ผล จะเปน็ ชว่ งทตี่ อ้ งการนำ�้ การตกคา้ งของสารเคมใี น ลกั ษณะของขนุนพันธด์ุ ที ี่ควร ปุ๋ยร็อคฟอสเฟต จ�ำนวน 500 มากทส่ี ดุ ใหน้ ำ้� ตามความเหมาะสม ผลผลติ ขนนุ ซง่ึ จะเปน็ เลอื กไปปลูก มดี ังนี้ กิโลกรัม เข้าด้วยกันในหลุม กบั สภาพอากาศและฉดี พน่ สารเคมี อนั ตรายตอ่ ผบู้ รโิ ภค 1) เจรญิ เตบิ โตดี มคี วามทนทาน สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม ต่อสภาพแวดลอ้ มไดด้ ี ยกถุงต้นพันธุ์วางในหลุมโดยให้ ปอ้ งกนั กำ� จดั โรคแมลงอยา่ งสมำ่� เสมอ 2) ใหผ้ ลผลติ ดี สามารถออกผล ระดบั ของดนิ ในถงุ สงู กวา่ ระดบั ดนิ ทะลายไดง้ า่ ย ขนาดผลสมำ�่ เสมอ ปากหลมุ เลก็ นอ้ ย กลบดนิ ทเ่ี หลอื การเกบ็ เกยี่ ว และออกผลสม�่ำเสมอทุกปี แล้วกดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น ดชั นกี ารเกบ็ เก่ยี ว เม่ือขนนุ อายุ 120 วนั ขนนุ มผี วิ ตึง หนามห่าง ปลายหนามแหง้ โคนหนาม พันธทุ์ ี่นิยมปลูก ได้แก่ ปักไม้หลักและผูกเชือกยึดกันลม แบนราบ ใบเลี้ยงท่ีอยเู่ หนือขวั้ เหลอื งร่วง แล้วเคาะฟังเสยี งหลวม (ปุ) แสดงวา่ ขนุนเริม่ แก่แลว้ ทองประเสรฐิ , เหลอื งบางเตย, พดั โยก หาวสั ดคุ ลมุ ดนิ บรเิ วณโคนตน้ 1) ใชม้ ีดตัดท่ขี ัว้ ผล ระวงั ยาง ทองสดุ ใจ, ทะวายปเี ดียว เช่น ฟางข้าว หญา้ แหง้ 2) วางลงบนใบตอง หรอื กระสอบ ศตั รทู ี่สำ� คญั และการป้องกันก�ำจัด การปฏบิ ัตหิ ลงั การเกบ็ เกย่ี ว โรคผลเน่า ระบาดไดด้ เี มอื่ ทรงพมุ่ ไมโ่ ปรง่ ไมม่ แี สงแดดสอ่ งทว่ั ถงึ เขา้ ทำ� ลายดอกและผลออ่ น ระวังไม่ให้ผลเกิดแผล และน�ำผลผลิตเข้าที่ร่ม โรคราสีชมพู ระบาดในฤดฝู น สปอรข์ องเชอื้ ราระบาดไปกบั ลมและนำ�้ ฝน ตรงงา่ มของกงิ่ หรอื ลำ� ตน้ กำ� จัดยาง คดั ขนาดเพ่อื รอจำ� หน่าย ดว้ งเจาะลำ� ตน้ (ดว้ งหนวดยาว) ระบาดตลอดเวลา หนอนตวั ออ่ นจะเขา้ กดั กนิ เนอื้ ไมใ้ ตเ้ ปลอื กและเจาะไชเขา้ ไปในลำ� ตน้ หรอื กง่ิ เพอื่ เขา้ ดกั แด้ ขนนุ จงึ แสดงอาการใบเหย่ี ว
เทคนิคการปลูก และดูแลรกั ษาขนนุ 1. การเตรยี มการก่อนปลูก 1.1 การเตรยี มดิน ทล่ี มุ่ ใหข้ ดุ ยกรอ่ งเพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ หน้ ำ้� ทว่ มถงึ โคนตน้ ได้ ขนาดของสนั รอ่ งกวา้ งประมาณ 4 - 6 เมตร รอ่ งนำ้� กวา้ ง 1.5 เมตร สว่ นความยาวของรอ่ งขนึ้ อยกู่ บั ขนาดของพน้ื ทแ่ี ละความตอ้ งการ ความสงู ของรอ่ งยง่ิ สงู มากยงิ่ ดี รากขนนุ จะไดห้ ยงั่ ลกึ และเตบิ โตอยา่ งเตม็ ที่ เมอื่ ขดุ ยกรอ่ งเสรจ็ แลว้ ทำ� การปรบั ปรงุ ดนิ ใหร้ ว่ นซยุ โดยการขุดตากดนิ ทดี่ อน ทจ่ี ะโลง่ เตยี นอยแู่ ลว้ เพยี งแตป่ รบั ปรงุ หนา้ ดนิ โดยการไถพรวน ใสป่ ยุ๋ คอก ปยุ๋ หมกั ใหด้ นิ ดขี นึ้ สว่ นทเ่ี ปน็ ปา่ เปดิ ใหมต่ อ้ งถางทใี่ หโ้ ลง่ เตยี น ไมใ่ หม้ ตี น้ ไมอ้ ยา่ งอน่ื ปนอยู่ ควรไถพรวน ประมาณ 1 - 2 ครงั้ 1.2 การเตรยี มพันธุ์ พนั ธ์ุทีน่ ิยมปลูก ได้แก่ ทองประเสริฐ, เหลอื งบางเตย, ทองสดุ ใจ, ทะวายปเี ดยี ว ลกั ษณะของขนุนพนั ธุด์ ีที่ควรเลือกไปปลูก มดี งั นี้ 1) เจรญิ เตบิ โตดี สามารถขน้ึ และเจรญิ ไดใ้ นทกุ ภาคของประเทศไทย ขนึ้ ในดนิ เกอื บทกุ ชนดิ ไมว่ า่ จะเปน็ ดนิ ทราย ดนิ รว่ นหรอื ดนิ เหนยี ว มคี วามทนทานตอ่ สภาพแวดลอ้ มไดด้ ี เชน่ ทนลม ทนแลง้ ทนทานตอ่ โรคและแมลง เปน็ ต้น 2) ให้ผลผลิตดี ขนุนพันธดุ์ ีควรให้ผลผลิต ดังน้ี - ใหผ้ ลผลติ เรว็ หลังการปลกู ขนุนโดยท่วั ไปจะให้ผลเม่อื อายุ 3 - 4 ปี หลังการปลูก - ใหผ้ ลดก หรอื ใหผ้ ลผลติ สูง และสามารถออกผลทะลายได้ง่ายขนาดผลสม�่ำเสมอ และออกผลสม�ำ่ เสมอทกุ ปี 1.3 การขยายพนั ธุ์ นิยมใช้ต้นกล้าจากการทาบก่ิง ติดตา หรือต่อกิ่ง เนื่องจากไม่กลายพันธุ์ ให้ผลผลิต เร็วกว่าการเพาะเมล็ดซึง่ มีกลายพันธเ์ุ ป็นสว่ นใหญ่ 14
2. การปลกู 2.1 ใชต้ ้นพันธุ์ท่ไี ด้จากการทาบกง่ิ ติดตา หรอื เสียบยอด 2.2 ควรปลูกในช่วงฤดฝู น 2.3 ควรขดุ หลุมปลูกใหม้ ขี นาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ระยะปลูก 8 x 8 เมตร หรือ 10 x 10 เมตร การปลกู แบบยกรอ่ ง คอื 6 x 7.5 เมตร จำ� นวนตน้ ต่อไร่ : พน้ื ทด่ี อน 16 – 25 ตน้ ตอ่ ไร่ และพน้ื ทยี่ กรอ่ ง 35 ตน้ ตอ่ ไร่ 2.4 ผสมดนิ ดว้ ยปยุ๋ คอก จำ� นวน 5 กโิ ลกรมั และ รอ็ คฟอสเฟต จำ� นวน 500 กรมั เขา้ ดว้ ยกนั ในหลมุ ใหส้ งู ประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม 2.5 ยกถงุ ตน้ พนั ธว์ุ างในหลมุ โดยใหร้ ะดบั ของดนิ ในถุงสงู กวา่ ระดบั ดนิ ปากหลมุ เล็กน้อย 2.6 ใชม้ ดี ทค่ี มกรดี รอบกน้ ถงุ และดา้ นขา้ งจากกน้ ถงุ ขน้ึ มาถงึ ปลายถุงทงั้ 2 ด้าน (ซา้ ยและขวา) 2.7 ดึงถงุ พลาสตกิ ออกโดยระวงั อยา่ ให้ดนิ แตก 2.8 กลบดนิ ทเ่ี หลอื ลงในหลมุ อยา่ กลบดนิ ใหส้ งู ถงึ รอยเสยี บยอดหรอื รอยทาบ กดดนิ บรเิ วณโคนตน้ ใหแ้ นน่ 2.9 ปักไม้หลักและผูกเชือกยึดกันลมพัดโยก 2.10 หาวสั ดคุ ลมุ ดนิ บรเิ วณโคนตน้ เชน่ ฟางขา้ ว หญา้ แหง้ รดนำ�้ ใหช้ มุ่ ทำ� รม่ เงา เพอ่ื ชว่ ยพรางแสงแดด 2.11 แกะผ้าพลาสตกิ ทีพ่ ันรอยเสยี บยอด หรือรอยทาบ เมอื่ ปลกู ไปแลว้ ประมาณ 15 วนั 3. การดูแลรักษา 3.1 การใส่ปุ๋ย ควรพรวนดินรอบบริเวณรัศมีทรงพุ่ม ควรใส่ปุ๋ยเคมีพร้อมกับปุ๋ยอินทรีย์ โดยต้นทีใ่ หผ้ ลผลิตแล้ว แบ่งการใส่ปยุ๋ ดงั น้ี 1) บ�ำรงุ ตน้ ใชป้ ุย๋ สตู ร 15-15-15 หรือ 16-16-16 2) สร้างตาดอก ใช้ปยุ๋ สูตร 12-24-12 หรือ 9-24-24 3) บ�ำรุงผลใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรอื 16-16-16 4) ปรบั ปรงุ คณุ ภาพ ใช้ปยุ๋ สูตร 13-13-21 ส่วนปรมิ าณการให้ปยุ๋ ประมาณ 1 - 2 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ ตอ่ คร้งั ส�ำหรบั ต้นขนุนทมี่ อี ายปุ ระมาณ 3 ปี และเพม่ิ ปรมิ าณมากข้นึ ตามอายุ และขนาดทรงพุ่ม 3.2 การใหน้ ำ้� สปั ดาหแ์ รกหลงั จากปลกู ถา้ ฝนไมต่ กควรรดนำ้� ทกุ วนั หลงั จากนนั้ ถา้ ฝนไมต่ ก ควรรดนำ�้ 3 - 4 วนั ตอ่ ครงั้ และตลอดฤดแู ลง้ ถา้ เหน็ วา่ ดนิ แหง้ เกนิ ไป ตอ้ งรดนำ�้ ชว่ ยจนกวา่ ตน้ ขนนุ มอี ายุ 1 ปขี นึ้ ไป จงึ จะปลอดภยั การใหน้ ำ้� อาจหา่ งออกไปบา้ งกไ็ ด้ การปลกู โดยทวั่ ไปมกั ใหน้ ำ้� เพยี ง 1 - 2 ครง้ั แลว้ ปลอ่ ยตามธรรมชาติ ก็สามารถเจริญเตบิ โตใหด้ อกให้ผลได้เชน่ กัน 15
3.3 การตดั แตง่ กง่ิ หลงั จากปลกู ไปแลว้ เมอ่ื ตน้ มกี ารเจรญิ เตบิ โตสงู ประมาณ 70 เซนตเิ มตร ควรตดั ยอด หรือเด็ดยอดเพอ่ื ใหแ้ ตกกง่ิ แขนงขา้ ง แล้วเลอื กก่ิงแขนงไว้ประมาณ 3 – 4 กิ่ง โดยเลอื ก กงิ่ ทีส่ มบรู ณ์ ทำ� มมุ กวา้ งกับล�ำต้น ในปที ่ี 2 – 3 ปลอ่ ยใหก้ ิง่ แขนงท่เี ลอื กไวเ้ จรญิ เตม็ ท่ี แตถ่ า้ มี กิง่ แขนงย่อยแตกจากกิง่ แขนงใหญแ่ นน่ เกินไป ใหต้ ัดก่งิ แขนงยอ่ ยออกบา้ ง นอกจากนีใ้ หต้ ัดแตง่ ก่งิ ท่เี ปน็ โรค ก่ิงทฉี่ ีกขาด ก่งิ แหง้ และกิง่ กระโดงออก โดยเฉพาะหลงั เกบ็ เก่ียวแลว้ 4. ศัตรพู ชื ทส่ี �ำคัญ 4.1 โรคผลเนา่ ระบาดไดด้ เี มอื่ ทรงพมุ่ ไมโ่ ปรง่ ไมม่ แี สงแดดสอ่ งทว่ั ถงึ เขา้ ทำ� ลายดอกและผลออ่ น 4.2 โรคราสชี มพู ระบาดในฤดฝู น สปอรข์ องเชอื้ ราระบาดไปกบั ลมและนำ้� ฝน ตรงงา่ มของกง่ิ หรือลำ� ต้น 4.3 ดว้ งเจาะล�ำต้น (ด้วงหนวดยาว) ระบาดตลอดเวลา หนอนตัวออ่ นจะเขา้ กดั กินเนอ้ื ไมใ้ ต้ เปลอื กและเจาะไชเข้าไปในล�ำต้นหรือกิ่ง เพ่ือเข้าดักแด้ ขนุนจงึ แสดงอาการใบเหี่ยว 5. การปฏบิ ตั ิกอ่ นและหลังการเกบ็ เกยี่ ว 5.1 กอ่ นเก็บเกย่ี ว 1) ห่อผลขนุนเพอ่ื ป้องกนั การเข้าท�ำลายของหนอนเจาะผล 2) หลกี เลยี่ งการใชส้ ารเคมกี อ่ นเกบ็ เกย่ี ว เพอ่ื ไมใ่ หม้ กี ารตกคา้ งของสารเคมใี นผลผลติ ขนนุ ซง่ึ จะเปน็ อนั ตรายตอ่ ผบู้ ริโภค 3) ดชั นีการเก็บเกย่ี ว เมื่อขนนุ อายุ 120 วัน ขนุนมีผิวตงึ หนามหา่ ง ปลายหนามแห้ง โคนหนามแบนราบ ใบเลยี้ งทอี่ ยเู่ หนอื ขวั้ เหลอื งรว่ งแลว้ เคาะฟงั เสยี งหลวม (ป)ุ แสดงวา่ ขนนุ เรมิ่ แกแ่ ลว้ 5.2 หลังเกบ็ เก่ยี ว 1) ใช้มีดตัดท่ีขัว้ ผล ระวงั ยาง 2) วางลงบนใบตอง หรือกระสอบ 3) ระวังไม่ให้ผลเกดิ แผล และนำ� ผลผลติ เข้าท่รี ่ม 6. แหล่งผลิตท่ีส�ำคัญ จังหวัดชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจนี บรุ ี สงขลา กาญจนบุรี เพชรบรุ ี และนครราชสีมา 16
ขอ้ มลู สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจรญิ เติบโตและให้ผลผลติ ของขนุน สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ขอ้ จ�ำกัด 1. สภาพภมู ิอากาศ อากาศร้อนชืน้ โดยตอ้ งการความชืน้ ในอากาศค่อนข้างสูงประมาณ 75 - 85 เปอรเ์ ซน็ ต์ 2. สภาพพ้ืนท่ี 3. สภาพดนิ ระดับความสูงของพืน้ ทไ่ี มเ่ กิน 1,200 เมตร จากระดบั นำ้� ทะเล 4. ธาตุอาหาร ดินที่มีหนา้ ดนิ ลึก ดินร่วนปนทรายระบายนำ้ �ได้ดี ดนิ มอี นิ ทรียวัตถสุ งู ดินเคม็ และดินทมี่ นี ้ำ�ขงั 5. สภาพน�้ำ มคี ่าความเปน็ กรด - ดา่ ง (pH) 6.0 – 7.5 ไม่มนี ้ำ�ทว่ มขงั หรือระดับนำ้ �ใตด้ นิ ต่ำ� อนิ ทรยี วตั ถุมาก ตอ้ งการน้�ำจืด โดยให้มีปริมาณนำ้� เพียงพอในช่วงฤดแู ลง้ หรอื ฝนทงิ้ ชว่ ง และช่วงท่ตี น้ ขนุนก�ำลงั ตดิ ผล
แนวทางการเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการผลิต และแหลง่ สืบคน้ ขอ้ มลู เพมิ่ เติม แนวทางการเพ่มิ ประสทิ ธิภาพการผลติ 1. การตัดแต่งผลอ่อน หลังผสมเกสรแล้ว ปกติขนุนจะติดผลเป็นกลุ่มใหญ่ เบียดกัน ควรตดั แตง่ ผลใหเ้ หลอื ไว้ 1 ขวั้ ประมาณ 1 - 2 ผล โดยเลอื กเฉพาะผลทสี่ มบรู ณไ์ มถ่ กู แมลงเขา้ ทำ� ลาย หากเหลอื ไว้มากผลจะมขี นาดเลก็ ไม่สมบรู ณค์ ณุ ภาพเนื้อบาง 2. การให้ปยุ๋ ชว่ งติดผลทีถ่ ูกต้องและเหมาะสม - หลังตัดแต่งผลแล้วควรให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 เพื่อขยายขนาดผล และคอ่ ยให้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ก่อนเกบ็ เกีย่ วประมาณ 1 เดอื น เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพขนุน แหลง่ สบื คน้ ข้อมูลเพ่มิ เตมิ กรมสง่ เสรมิ การเกษตร. 2553. เอกสารยทุ ธศาสตรพ์ ฒั นาผลไมไ้ ทย ปี 2553 – 2557. สำ� นกั สง่ เสรมิ และจัดการสินคา้ เกษตร กรมส่งเสรมิ การเกษตร. 80 หนา้ http://www.tropical-biology.org/research/dip/species/Artocarpus%20heterophyllus.htm 18
ชมพู่ ขน้ั ตอนการปลกู และการดแู ลรกั ษาชมพู่ การเตรยี มการ ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. การเตรียมดิน การเตรียมต้น การเตรยี มการออกผล การเกบ็ เกี่ยว การตดั แตง่ กง่ิ จะนยิ มทำ� การ แบบยกรอ่ ง ยกรอ่ งกวา้ งประมาณ 3 เมตร รอ่ งนำ้� กวา้ ง ตดั ใหส้ งู จากพนื้ ดนิ ประมาณ การใส่ปุ๋ย ปริมาณการใช้ปุ๋ย ครั้งละ ประมาณ เกบ็ เกย่ี วไดห้ ลงั จากดอกบานแลว้ 1 - 1.50 เมตร มแี นวชายรอ่ งขา้ งละ 0.50 เซนตเิ มตร 2 เมตร เพ่อื งา่ ยตอ่ การเก็บ 1 - 2 กิโลกรัมตอ่ ตน้ สำ� หรบั ตน้ ชมพู่อายุ 8 ปี 30 - 35 วนั หรอื 25 - 30 วนั ควรตากดนิ ไว้ 1 เดอื น แลว้ จงึ พลกิ หนา้ ดนิ ซง่ึ เปน็ ดนิ การจัดทรงพุ่ม (ตัดแต่งกิ่ง และเพิ่มปริมาณมากข้ึนตามอายุและทรงพุ่ม หลงั หอ่ ผล ควรเกบ็ เกย่ี วในชว่ งเชา้ ล่างลงไปอยู่ด้านล่างและดินบนซ่ึงถูกทับอยู่กลับมา หลงั จากการเกบ็ ผลผลติ แลว้ ) - บำ� รงุ ตน้ ใชป้ ยุ๋ เคมสี ตู ร 16 - 16 - 16 หรอื 15 - 15 - 15 โดยสังเกตลักษณะผิว โดยสีผิว อย่ดู ้านบนตามเดมิ ชว่ งพลิกดนิ สามารถทำ� การปรับ - สร้างตาดอก ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 12 - 24 - 12 จะเปลย่ี น และมผี ลขนาดใหญข่ น้ึ สภาพดนิ โดยใสป่ นู ขาวและใสป่ ยุ๋ คอกลงไปในดนิ ไดเ้ ลย หรือ 8 - 24 - 24 ควรใชก้ รรไกรตัดบรเิ วณข้วั ใน ระยะปลูกหา่ งกันตน้ ละ 4 เมตร - บ�ำรุงและขยายขนาดผล ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร ท่ีมอื เอื้อมไม่ถึง หรือใชต้ ะกรอ้ แบบไมย่ กรอ่ ง ควรไถพรวนพรอ้ มทำ� การปรบั สภาพดนิ 15 - 15 - 15 หรอื 16 - 16 - 16 ผา้ ทำ�เป็นถุงรองรับผล และใสป่ ยุ๋ คอก ระยะปลกู 4 x 4 เมตร หรอื 6 x 6 เมตร - ปรับปรุงคุณภาพผลผลิต ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 13 - 13 - 21 การเตรียมพนั ธุ์ การใหน้ �้ำ ระยะเร่ิมปลูกควรให้น้�ำวันละครั้ง เม่ือต้นโตแล้ว - ใช้ต้นพันธ์ชุ มพทู่ ไี่ ด้จากการตอนกงิ่ หรอื ปักช�ำ สามารถให้ผลผลติ ไดต้ ลอดปี ใหน้ ำ้� ตามสภาพอากาศ แตค่ วรงดใหน้ ำ�้ กอ่ นเกบ็ เกยี่ ว - พนั ธท์ุ น่ี ยิ ม ไดแ้ ก่ ทลู เกลา้ ทบั ทมิ จนั ทร์ เพชรชมพพู ล เพชรสายรงุ้ เพชรสามพราน เพือ่ ท�ำใหช้ มพมู่ คี วามหวานเพ่มิ ขึ้น เพชรสวุ รรณ เปน็ ตน้ การปลูก การดูแลระยะดอก-ผลแก่ - ควรปลกู ในชว่ งตน้ ฤดฝู น ขดุ หลมุ ปลกู ใหม้ ขี นาดกวา้ ง การหอ่ ผลเมอ่ื ดอกบานแลว้ 5 - 7 วนั ใหท้ ำ�การตดั แตง่ ผลใหเ้ หลอื 3 - 5 ผลตอ่ ชอ่ และทำ�การพน่ สารเคมปี อ้ งกนั กำ�จดั เชอ้ื รา และลกึ ประมาณ 50 x 50 x 50 เซนตเิ มตร ผสมดนิ กอ่ นห่อผลประมาณ 2 วัน ใช้ถงุ พลาสติกหหู ิ้ว ขนาด 6 x 11 นว้ิ หรอื 6 x 14 นว้ิ เจาะรขู นาดเลก็ ขา้ งถงุ ประมาณ 8 รู ปยุ๋ คอก จำ� นวน 5 กโิ ลกรมั และปยุ๋ รอ็ คฟอสเฟต จำ� นวน หลังจากห่อแลว้ 25 - 30 วนั สามารถเลือกเกบ็ ผลผลติ ได้ นอกจากจะป้องกนั แมลงวนั ทองแล้ว ยังชว่ ยให้ผลมสี สี วยดว้ ย 500 กรมั เขา้ ดว้ ยกันในหลุมให้สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม กลบดนิ ทเี่ หลอื ลงในหลมุ กดดนิ บรเิ วณโคน ศัตรทู ่ีส�ำคัญและการป้องกนั ก�ำจัด การปฏบิ ัตหิ ลงั การเกบ็ เก่ียว ตน้ ใหแ้ นน่ ปกั ไมห้ ลกั และผกู เชอื กยดึ เพอื่ ปอ้ งกนั ลมโยก หาวัสดคุ ลมุ ดนิ บรเิ วณโคนตน้ เชน่ ฟางขา้ ว หญา้ แหง้ 1 ระยะตดิ ผลใหป้ อ้ งกนั โรคแอนแทรคโนสหรอื ผลเนา่ - นำ� มาไวใ้ นโรงเรอื น พรอ้ มทง้ั ทำ� ความสะอาด และคดั ขนาดผล โดยเลอื ก รดนำ�้ ใหช้ มุ่ และท�ำร่มเงา เพ่ือช่วยพรางแสงแดด 2 แมลงวนั ทอง ป้องกนั โดยการห่อผล ผลท่เี น่าเสีย หรือไม่มีคุณภาพ จากนนั้ น�ำไปบรรจลุ งในเขง่ หรือตะกรา้ 3 หนอนแดงจะเจาะกนิ ผลในช่วงดอกตูม ที่บพุ ้ืนด้วยใบตองเพ่อื ป้องกนั ผลช้�ำ 4 เพลยี้ ไฟกดั กนิ นำ�้ เลย้ี งจากใบออ่ น ยอดออ่ น ชอ่ ดอก การเกบ็ รักษา - ถา้ เกบ็ รกั ษาในอณุ หภมู ิ 15 - 17 องศาเซลเซยี ส จะเกบ็ ไดป้ ระมาณ 10 - 15 วนั - กรณสี ง่ ออกจะเกบ็ อณุ หภมู ิ 5 องศาเซลเซยี ส เกบ็ ไดป้ ระมาณ 30 วนั
เทคนิคการปลูก และดแู ลรกั ษาชมพู่ 1. การเตรียมการกอ่ นปลูก การเตรยี มดิน แบบยกรอ่ ง ยกรอ่ งกวา้ งประมาณ 3 เมตร รอ่ งนำ�้ กวา้ ง 1 - 1.50 เมตร มแี นวชายรอ่ ง ขา้ งละ 0.50 เซนติเมตร ควรตากดนิ ไว้ 1 เดอื น แลว้ จงึ พลิกหนา้ ดนิ ซ่งึ เปน็ ดนิ ล่างลงไปอยดู่ า้ นลา่ ง และดินบน ซึ่งถูกทับอยู่กลับมาอยู่ด้านบนตามเดิม ช่วงพลิกดินสามารถท�ำการปรับสภาพดิน โดยใสป่ นู ขาวและใสป่ ยุ๋ คอกลงไปในดนิ ได้เลย ระยะปลกู ห่างกันต้นละ 4 เมตร แบบไม่ยกร่อง ควรไถพรวนพร้อมท�ำการปรับสภาพดินและใส่ปุ๋ยคอก ระยะปลูก 4 x 4 เมตร หรอื 6 x 6 เมตร แล้วแตส่ ภาพความอดุ มสมบรู ณข์ องดนิ ด้วย ถา้ ดินอุดมสมบูรณ์ควร ปลกู ระยะ 6 x 6 เมตร การเตรียมพันธ์ุ ใชต้ น้ พนั ธช์ุ มพทู่ ไ่ี ดจ้ าการตอนกง่ิ หรอื ปกั ชำ� สามารถใหผ้ ลผลติ ไดต้ ลอดปี พนั ธท์ุ นี่ ยิ ม ได้แก่ ทับทิมจนั ทร์ เพชรสุวรรณ เพชรสายรุ้ง เพชรสามพราน เพชรชมพพู ล เปน็ ตน้ 2. การปลูก 2.1 ใชต้ ้นพนั ธุช์ มพู่ทีไ่ ดจ้ ากการตอนกงิ่ หรือปักชำ� 2.2 ควรปลกู ในช่วงตน้ ฤดฝู น 2.3 ควรขดุ หลมุ ปลูกให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร 2.4 ผสมดนิ ปยุ๋ คอก จำ� นวน 5 กโิ ลกรมั และปยุ๋ รอ็ คฟอสเฟต จำ� นวน 500 กรมั เขา้ ดว้ ยกนั ในหลมุ ให้สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลมุ 20
2.5 ยกถงุ กล้าตน้ ไมว้ างในหลมุ โดยระดบั ของดินในถุงสงู กวา่ ระดบั ดนิ ปากหลมุ เล็กนอ้ ย 2.6 ใชม้ ดี ทค่ี มกรีดถงุ จากก้นถงุ ข้นึ มาถึงปากถุงทั้ง 2 ดา้ น (ซ้ายและขวา) 2.7 ดงึ ถุงพลาสติกออก โดยระวงั อย่าใหด้ นิ แตก 2.8 กลบดนิ ทเี่ หลอื ลงในหลมุ 2.9 กดดนิ บรเิ วณโคนต้นให้แน่น 2.10 ปกั ไมห้ ลกั และผูกเชอื กยดึ เพอื่ ปอ้ งกนั ลมโยก 2.11 หาวสั ดคุ ลมุ ดนิ บรเิ วณโคนตน้ เชน่ ฟางขา้ ว หญา้ แหง้ 2.12 รดนำ้� ให้ชุม่ 2.13 ทำ� รม่ เงา เพอ่ื ชว่ ยพรางแสงแดดดว้ ยทางมะพรา้ ว หรือตาข่ายพรางแสง 3. การดแู ลรกั ษา 3.1 การใส่ปุ๋ย ปริมาณการใช้ปุ๋ย ครั้งละประมาณ 1 - 2 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ สำ� หรบั ตน้ ชมพอู่ ายุ 8 ปี และเพมิ่ ปรมิ าณ มากขึน้ ตามอายแุ ละทรงพมุ่ - บำ� รุงตน้ ใช้ปุ๋ยเคมีสตู ร 16-16-16 หรือ 15-15-15 - สรา้ งตาดอก ใชป้ ยุ๋ เคมสี ตู ร 12-24-12 หรอื 8-24-24 - บำ� รงุ และขยายขนาดผล ใช้ปุ๋ยเคมสี ูตร 15-15-15 หรอื 16-16-16 - ปรบั ปรงุ คุณภาพผลผลิต ใชป้ ุย๋ เคมีสตู ร 13-13-21 3.2 การใหน้ �้ำ - ระยะเร่ิมปลูกควรใหน้ ำ้� วนั ละคร้ัง - ระยะกอ่ นตดิ ผล ควรใหน้ ำ้� 5 - 7 วนั ตอ่ ครงั้ โดยใหแ้ ตล่ ะครง้ั จนดนิ มคี วามชมุ่ ชนื้ เตม็ ท่ี - ระยะตดิ ผลควรใหน้ ำ้� 2 - 3 วนั ตอ่ ครง้ั ถา้ ดนิ เกบ็ ความชน้ื ไมด่ คี วรใหท้ กุ วนั หรอื วนั เวน้ วนั ควรใหน้ ำ้� เตม็ แอง่ รอบตน้ และควรหยดุ ใหน้ ำ้� กอ่ นเกบ็ ผลประมาณ 7 - 10 วนั เพอ่ื ใหช้ มพมู่ คี วามหวานขนึ้ 3.3 การปฏิบัติงานอ่ืนๆ - การตดั แตง่ กิ่งจะนยิ มท�ำการตดั ใหส้ งู จากพ้นื ดินประมาณ 2 เมตร เพ่อื งา่ ยต่อการเก็บ การจัดทรงพุ่ม การห่อผล และการตัดแต่งก่งิ หลงั จากการเก็บผลผลติ แล้ว - การหอ่ ผลเมอื่ ดอกบานแล้ว 5 - 7 วนั ใหท้ �ำการตดั แต่งผลให้เหลือ 3 - 5 ผลต่อช่อ และท�ำการพน่ สารเคมีปอ้ งกันก�ำจดั เชือ้ รา ก่อนห่อผลประมาณ 2 วัน ใชถ้ งุ พลาสติกหหู ิ้ว ขนาด 6 x 11 นิว้ หรือ 6 x 14 น้ิว เจาะรูขนาดเล็กข้างถงุ ประมาณ 8 รู หลังจากห่อแลว้ 25 - 30 วัน สามารถเลือกเก็บผลผลิตได้ นอกจากจะปอ้ งกนั แมลงวันทองแลว้ ยังชว่ ยใหผ้ ลมีสสี วยด้วย 21
4. การป้องกันก�ำจดั ศัตรพู ืช 4.1 ระยะติดผลให้ปอ้ งกนั โรคแอนแทรคโนสหรือผลเนา่ 4.2 แมลงวันทอง ป้องกันโดยการห่อผล 4.3 หนอนแดงจะเจาะกินผลในช่วงดอกตูม 4.4 เพล้ยี ไฟกดั กนิ น�้ำเลยี้ งจากใบอ่อน ยอดอ่อน ชอ่ ดอก 5. การปฏิบัติหลงั การเกบ็ เกย่ี ว 5.1 การเกบ็ เก่ียว เร่มิ เกบ็ เกีย่ วไดห้ ลงั จากดอกบานแลว้ 30 - 35 วัน หรือ 25 - 30 วนั หลงั หอ่ ผล ควรเกบ็ เกย่ี วในชว่ งเชา้ โดยสงั เกตลกั ษณะผวิ โดยสผี วิ จะเปลยี่ น และมผี ลขนาดใหญข่ น้ึ ควรใชก้ รรไกรตดั บรเิ วณขวั้ ในทม่ี อื เออื้ มไมถ่ งึ หรอื ใชต้ ะกรอ้ ผา้ ทำ� เปน็ ถงุ รองรบั ผล และทส่ี ำ� คญั คอื อย่าให้ผลผลิตชำ�้ หรือเสยี หาย 5.2 การปฏบิ ตั หิ ลงั การเกบ็ เกย่ี ว นำ� มาไวใ้ นโรงเรอื น พรอ้ มทงั้ ทำ� ความสะอาด และคดั ขนาดผล โดยเลอื กผลท่ีเนา่ เสยี หรือไม่มีคุณภาพ จากนน้ั น�ำไปบรรจลุ งในเขง่ หรือตะกรา้ ทีบ่ พุ ื้นด้วยใบตอง เพ่ือป้องกนั ผลชำ้� 5.3 การเกบ็ รักษา - ถ้าเกบ็ รักษาในอุณหภูมิ 15 - 17 องศาเซลเซียส จะเกบ็ ได้ประมาณ 10 -15 วนั - กรณีสง่ ออกจะเกบ็ อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซยี ส เก็บได้ประมาณ 30 วัน 22
ขอ้ มลู สภาพแวดล้อมท่เี หมาะสมตอ่ การเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของชมพู่ สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ขอ้ จำ� กดั 1.สภาพภมู ิอากาศ สามารถเจริญเตบิ โตได้ทุกสภาพพื้นที่ - - 2. สภาพพื้นที่ - สภาพความเป็นกรดเป็นดา่ งประมาณ 5.5 - 6.5 - 3.สภาพดิน - สภาพดนิ ร่วนและดินรว่ นเหนียว ความอดุ มสมบรู ณส์ งู ดีที่สดุ ต้อง - 4. สภาพน�ำ้ เปน็ ดนิ ท่เี กดิ จากการทับถมของตะกอนลำ�น้ำ�ใหมท่ แ่ี ม่นำ้ �ลำ�คลอง พดั มาทบั ถมทกุ ปี เปน็ ดนิ ใหมอ่ ายนุ ้อย มอี ินทรยี วตั ถุสูง หน้าดนิ ลกึ ไมเ่ กิน 30 เซนตเิ มตร - ปริมาณน้�ำฝนสม�่ำเสมอ
แนวทางการเพ่ิมประสิทธภิ าพการผลติ และแหลง่ สบื คน้ ข้อมลู เพิ่มเติม แนวทางการเพ่ิมประสิทธภิ าพการผลติ 1. ตดั แตง่ ชอ่ ผลตงั้ แตเ่ รม่ิ ตดิ ผล โดยไวผ้ ลประมาณ 3 - 4 ผลตอ่ ชอ่ เพอ่ื ลดการใชอ้ าหารสะสม มากเกนิ ไปทำ� ใหผ้ ลมขี นาดเลก็ ตลาดไมต่ อ้ งการ และการไวผ้ ลมากเกนิ ใบอาจสง่ ผลตอ่ การออกดอก ในคร้ังตอ่ ไปนอ้ ยลง 2. ควรทำ� การหอ่ ผลเพอ่ื ปอ้ งกนั แมลงวนั ผลไมเ้ ขา้ เจาะทำ� ลาย หากหอ่ ชา้ กวา่ ระยะดอกบานจะทำ� ให้ เกดิ ภาวะเสยี่ งจากแมลงวนั ผลไมเ้ ขา้ เจาะทำ� ลาย เพราะระยะดอกบาน - ผลแก่ เพยี ง 45 วนั เทา่ นนั้ 3. ควรงดการใหน้ �้ำช่วงกอ่ นการเกบ็ เกี่ยว 3 - 5 วัน ทั้งน้ขี น้ึ อยูก่ บั สภาพดิน ถ้าดนิ เหนียวควร งดการใหน้ ำ�้ นานกว่านี้อาจเปน็ 5 - 7 วนั การเกบ็ เกยี่ วและการจัดการผลชมพู่หลงั การเก็บเกีย่ ว หลังจากชมพู่อายุพร้อมท่จี ะเกบ็ เกี่ยว คอื มีอายวุ นั ผลเตง่ อวบ สซี ดี ในบางพันธุม์ ีสขี าว บางพนั ธ์ุ มีสแี ดงหรือชมพู ผวิ เป็นมันเงา มีความหวานสูง ควรทำ� การเก็บ หากทิ้งไว้เกินอายุการเกบ็ เกีย่ ว จะทำ� ให้ผลชมพแู่ ตกหรือรว่ งเสยี หายได้ แหลง่ สืบค้นขอ้ มูลเพ่ิมเตมิ กรมส่งเสริมการเกษตร.2547.ค่มู อื พชื เศรษฐกิจ.กรุงเทพฯ สำ� นกั งานคณะกรรมการวจิ ัยแห่งชาต.ิ 2555. 52 สัปดาห์ร้แู ล้วรวย.กรงุ เทพฯ 24
ล�ำ ไย ขนั้ ตอนการปลกู และการดูแลรกั ษาลำ�ไย (ในฤดู) การเตรยี มการ ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. การเตรียมดนิ การเตรยี มต้น การเตรียมตน้ การเตรยี มการออกผล การเกบ็ เกี่ยว ทด่ี อน ไถพรวน และปรับพน้ื ทใ่ี ห้ - ตดั แตง่ กิ่งให้ทรงพุ่มโปรง่ คือ - เรมิ่ ใหน้ ำ้� เลก็ นอ้ ยเมอ่ื ออกดอก - ใหน้ ำ้� อตั รา 250 - 350 ลติ รตอ่ ตน้ - เกบ็ เกยี่ วประมาณ 22 สปั ดาห์ สม่�ำเสมอ แตง่ กง่ิ ประมาณ 60% ของทรงพมุ่ และเพิม่ ปริมาณขนึ้ ตามล�ำดับ สัปดาหล์ ะ 2 ครั้ง หลงั ตดิ ผล ขอ้ สงั เกตคอื เปลอื กผล ทล่ี มุ่ ขุดร่องยกแปลงข้ึนมาเพ่ือ - ใสป่ ยุ๋ คอกประมาณตน้ ละ 10 กก. - เฝา้ ระวงั และปอ้ งกนั กำ� จดั แมลง - หลังติดผลใส่ปุ๋ยเคมี เช่น เรยี บเกอื บไมม่ กี ระ สนี ำ้� ตาลออ่ น เป็นการระบายน้�ำ - ฉดี พน่ สารปอ้ งกนั กำ� จดั แมลง ทำ� ลายชอ่ ดอก เชน่ หนอนเจาะชอ่ ดอก 15 - 15 - 15 ผสม 46 - 0 - 0 - หกั หรอื ตดั ชอ่ ผลให้มใี บย่อย + สารเคมีป้องกันก�ำจัดเชื้อรา เพลย้ี หอยหรอื เพล้ียแป้ง สดั สว่ น 1 : 1 อตั รา 1 – 2 กโิ ลกรมั สุดทา้ ยตดิ ไปดว้ ย การเตรียมพันธุ์ และฮอรโ์ มนบำ� รงุ ใบเพอ่ื เรง่ ใหล้ ำ� ไย - พน่ สารปอ้ งกนั กำ� จดั แมลงกอ่ นดอกบาน ตอ่ ต้นให้ผลขยาย แตกใบใหมแ่ ละป้องกันแมลง หลกี เลย่ี งชว่ งดอกบานผสมเกสร - ปอ้ งกนั กำ� จดั แมลง เชน่ มวนลำ� ไย - สว่ นใหญน่ ยิ มใชต้ น้ พนั ธท์ุ มี่ าจาก เขา้ มาทำ� ลายใบชดุ แรกของลำ� ไยและ - ใหน้ ำ�้ อตั รา 250 – 350 ลติ รตอ่ ตน้ เพล้ียหอยหรือเพลี้ยแป้ง ผีเส้ือ การเสยี บกงิ่ จงึ ตอ้ งตรวจสอบการ ประมาณเดอื น พฤศจกิ ายนลำ� ไย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง มวนหวาน เช่อื มตดิ ของรอยแผลให้สมบูรณ์ จะแตกใบใหมป่ ระมาณ 2 - 3 ครง้ั - นำ� ผงึ้ มาเลย้ี งเพอื่ ชว่ ยผสมเกสร - กอ่ นเกบ็ เกย่ี ว 30 วนั ใสป่ ยุ๋ เคมี - ตดั แตง่ กง่ิ ยอดอ่อนออกบา้ ง แลว้ แตส่ ภาพความสมบรู ณข์ อง - เฝา้ ระวงั เพลยี้ ไฟ 0 - 0 - 60 หรือ 13 - 13 - 21 ต้นแต่ถ้าจะให้ผลดี ต้องเร่งให้ อัตรา 1 - 2 กิโลกรมั ต่อตน้ เพอื่ ลำ� ไยแตกใบออ่ นอยา่ งนอ้ ย 3 ครงั้ ให้ผลพฒั นาในด้านคณุ ภาพ การปลูก ศัตรทู ่ีส�ำคัญและการปอ้ งกนั กำ� จัด การปฏิบตั ิหลังการเก็บเกยี่ ว - ขดุ หลมุ ขนาด 80 x 80 x 80 เซนตเิ มตร ระยะปลกู 8 x 10 เมตร - โรคพมุ่ ไมก้ วาด ระบาดตลอดเวลา เชื้อโรคติดมากับกิ่งตอนลำ� ไยจากตน้ ท่ี - รวบรวมผลผลติ ไวใ้ นภาชนะ หรอื สถาน - ผสมดนิ ปุ๋ยคอก และรอ็ คฟอสเฟต ในก้นหลุม เปน็ โรค เพลย้ี จ๊กั จ่นั เปน็ พาหะนำ� โรค เข้าท�ำลายส่วนยอดและส่วนท่เี ป็นตา ท่ีสะอาด ลดอุณหภูมิโดยใช้พัดลมเป่า - ยกถุงกล้าวางในหลมุ โดยให้ระดบั ของดินในถงุ สูงกวา่ - โรคราสีชมพู ระบาดในฤดูฝน สปอรข์ องเชื้อราระบาดไปกบั ลมและนำ�้ ฝน - ตดั แต่งช่อผล คดั ขนาด (AA, A และ B) ระดับดนิ ปากหลุมเล็กนอ้ ย เขา้ ทำ� ลายตรงงา่ มของก่ิงหรอื ลำ� ตน้ และคณุ ภาพผลผลติ ตามมาตรฐานลำ� ไย - กรดี ถุง ดึงพลาสติกออก กลบดนิ ทเ่ี หลอื ลงไป กดดนิ - มวนลำ� ไย (แมงแกง) บรเิ วณทร่ี าบลมุ่ ตดิ แมน่ ำ้� ปงิ เปน็ จดุ ทพี่ บการระบาดมาก และรบั รองคณุ ภาพ บรเิ วณโคนตน้ ใหแ้ นน่ ปกั ไมห้ ลกั ผกู เชอื กยดึ เพอ่ื ปอ้ งกนั ตวั ออ่ นและตวั เตม็ วยั จะทำ� ความเสยี หายใหก้ บั ลำ� ไย โดยดดู กนิ นำ�้ เลยี้ งจาก - บรรจุหบี ห่อ ลมพดั โยก ยอดอ่อน ใบออ่ น ชอ่ ดอก - คลุมโคนตน้ ดว้ ยฟางข้าวหรือหญ้าแหง้ รดน�้ำให้ชุ่ม - หนอนคืบกินใบ (แมลงบุ้งล�ำไย) ระบาดช่วงระยะที่ล�ำไยแตกยอดอ่อน ท�ำรม่ เงาพรางแสงแดด ระหวา่ งเดอื นกรกฎาคมถงึ ตลุ าคม โดยกัดกนิ ใบออ่ นใหเ้ สยี หาย
ล�ำ ไย ขนั้ ตอนการปลูกและการดูแลรักษาลำ�ไย (นอกฤดู) การเตรียมการ มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. การตดั แตง่ กงิ่ ออกดอก การดแู ลระยะตดิ ผล-ผลแก่ - ตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยวโดยตัดกิ่งกลาง กิ่งทับซ้อน ก่ิงแห้งตาย - เมอ่ื ออกดอกเรม่ิ ใหน้ ำ�้ เลก็ นอ้ ย - ให้นำ้ �อัตรา 250 - 350 ลิตร หรอื กง่ิ ท่ีมโี รคและแมลงทำ� ลาย และเพ่มิ ปรมิ าณขึน้ ตามล�ำดับ ตอ่ ต้น สปั ดาห์ละ 2 คร้งั - เกบ็ ตัวอย่างดนิ วิเคราะห์เพ่ือปรบั ปรงุ ดนิ ใหเ้ หมาะสม - เฝา้ ระวงั และปอ้ งกนั กำ� จดั แมลง - หลังติดผลใส่ปุ๋ยเคมี เช่น - ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 10 - 20 กิโลกรัมต่อต้น และปุ๋ยเคมี 15-15-15 เพล้ยี หอยหรือเพลย้ี แป้ง 15-15-15 ผสม 46-0-0 สดั สว่ น ผสม 46-0-0 สดั สว่ น 1 : 1 อัตรา 1 - 2 กิโลกรมั ตอ่ ตน้ - การพน่ สารปอ้ งกนั ก�ำจดั แมลง 1 : 1 อัตรา 1 - 2 กโิ ลกรัมตน้ การเตรยี มต้น กอ่ นดอกบาน หลกี เลยี่ งชว่ งดอกบาน - ปอ้ งกนั กำ�จดั มวนลำ�ไย เพลย้ี หอย ผสมเกสร หรอื เพลยี้ แป้ง ผีเส้ือมวนหวาน การเก็บเก่ยี ว - ป้องกันก�ำจัดแมลงช่วงแตกใบอ่อน ได้แก่ ไรสี่ขา หนอนคืบ - ก่อนเก็บเก่ียว 30 วัน ใส่ปุ๋ย - การเตรียมสร้างตาดอก ใส่ปุ๋ยเคมี 0-46-0 ผสม 0-0-60 - ใหน้ ้ำ� อัตรา 250 – 350 ลติ ร เคมี 0-0-60 หรือ 13-13-21 - เก็บเก่ียวประมาณ 22 สัปดาห์ สัดส่วน 1 : 1 ประมาณ 1 - 2 กโิ ลกรมั ตอ่ ต้น ต่อต้น สัปดาหล์ ะ 2 ครัง้ อตั รา 1 - 2 กิโลกรัมต่อตน้ เพื่อ หลงั ตดิ ผล ขอ้ สงั เกตคอื เปลอื กผล - พน่ ปุ๋ยเคมี 0-52-34 อัตรา 150 กรัมตอ่ น้�ำ 20 ลิตร 2 ครั้ง หา่ ง - นำ� ผง้ึ มาเลยี้ งเพอื่ ชว่ ยผสมเกสร พฒั นาคุณภาพ เรียบเกือบไม่มีกระ สีนำ้ �ตาลอ่อน 10 - 14 วนั ปอ้ งกนั กำ� จดั แมลงชว่ งแตกใบออ่ น ไดแ้ ก่ ไรสขี่ า หนอนคบื - เฝา้ ระวังเพลยี้ ไฟ - หักหรือตัดช่อผลให้มีใบย่อย - การเตรียมสร้างตาดอก ใส่ปุ๋ยเคมี 0-46-0 ผสม 0-0-60 สดุ ท้ายติดไปดว้ ย สดั สว่ น 1 : 1 ประมาณ 1 - 2 กิโลกรัมตอ่ ต้น ศัตรูท่สี �ำคัญและการปอ้ งกันก�ำจัด การปฏบิ ตั หิ ลงั การเกบ็ เกยี่ ว - พ่นปุ๋ยเคมี 0-52-34 อัตรา 150 กรัมต่อน้�ำ 20 ลิตร 2 คร้ัง - โรคพมุ่ ไมก้ วาด ระบาดตลอดเวลา เชอื้ โรคตดิ มากบั กง่ิ ตอนลำ� ไยจากตน้ ทเ่ี ปน็ โรค 1. รวบรวมผลผลิตไว้ใน หา่ ง 10 - 14 วัน เพลย้ี จก๊ั จน่ั เปน็ พาหะนำ� โรค เขา้ ทำ� ลายสว่ นยอดและสว่ นทเ่ี ปน็ ตา ภาชนะ หรอื สถานทส่ี ะอาด การราดสาร - โรคราสีชมพู ระบาดในฤดูฝน สปอร์ของเชื้อราระบาดไปกับลมและน�้ำฝน ลดอณุ หภมู ิ โดยใชพ้ ดั ลมเปา่ - เลือกตน้ ที่สมบูรณ์ และใบแกเ่ ต็มที่ เขา้ ท�ำลายตรงง่ามของก่งิ หรอื ลำ� ตน้ 2. ตดั แตง่ ชอ่ ผล คดั ขนาด - ก�ำจัดวชั พืช และใบแห้งในทรงพุ่มออก - มวนลำ� ไย (แมงแกง) บรเิ วณทร่ี าบลมุ่ ตดิ กบั แมน่ ำ้� ปงิ เปน็ จดุ ทพ่ี บวา่ มกี ารระบาดมาก (AA, A และ B) และคณุ ภาพ - ดินแห้งเกินไปควรรดน�้ำใหช้ นื้ ดินชุ่มเกินไปปลอ่ ยใหด้ ินแหง้ ตวั ออ่ นและตวั เตม็ วยั จะทำ� ความเสยี หายใหก้ บั ลำ� ไย โดยดดู กนิ นำ�้ เลยี้ งจากยอดออ่ น ผลผลติ ตามมาตรฐานลำ� ไย - หวา่ นสารโพแทสเซยี มคลอเรต 100 - 120 กโิ ลกรมั ตอ่ ทรงพมุ่ 1 เมตร ใบออ่ น ชอ่ ดอก และรบั รองคณุ ภาพ - รดน้�ำใหช้ น้ื ทุกวนั 3 - 5 วนั ประมาณ 18 - 25 วันหลงั ราดสาร - หนอนคบื กนิ ใบ (แมลงบงุ้ ลำ� ไย) ระบาดชว่ งระยะทล่ี ำ� ไยแตกยอดออ่ น ระหวา่ ง 3. บรรจหุ บี หอ่ ล�ำไยจะออกดอก เดอื นกรกฎาคมถงึ ตลุ าคม โดยกดั กนิ ใบออ่ นใหเ้ สยี หาย ทำ� ใหย้ อดชะงกั การเจรญิ เตบิ โต
เทคนิคการปลูก และดูแลรกั ษาล�ำไย 1. การเตรยี มการก่อนปลกู 1.1 การเตรยี มดิน - ทล่ี มุ่ ขดุ รอ่ งยกแปลงขน้ึ มาเพอ่ื เปน็ การระบายนำ�้ เพราะลำ� ไยไมช่ อบดนิ ทมี่ นี ำ�้ ขงั สามารถ ใชน้ ำ�้ จากรอ่ งระบายนำ้� รดใหแ้ กต่ น้ ลำ� ไยในฤดแู ลง้ ความลกึ ของรอ่ ง 80 - 100 เซนตเิ มตร กวา้ ง 1 เมตร ความกวา้ งของแปลงปลูกไม่ต่ำ� กว่า 5 เมตร สว่ นความยาวของแปลงปลูกแล้วแตข่ นาดของพน้ื ท่ี - ทดี่ อน เตรยี มพน้ื ทโี่ ดยการไถพรวน และปรบั พน้ื ทใี่ หส้ มำ่� เสมอ ควรคำ� นงึ ถงึ แหลง่ นำ้� ทจี่ ะใชด้ ว้ ย ควรมีการปลกู พืชบังลมเพื่อปอ้ งกนั ลม 1.2 การเตรยี มพนั ธ์ุ พนั ธุ์ทนี่ ยิ ม ได้แก่ อีดอ พวงทอง แหว้ เบี้ยวเขยี ว และสีชมพู โดยเตรยี มพันธุก์ อ่ นปลกู ประมาณ 1- 2 สปั ดาห์ ควรย้ายตน้ พันธุล์ ำ� ไยออกกลางแจง้ ภายนอกโรงเรือน เพอ่ื ให้กง่ิ พนั ธล์ุ �ำไย สามารถปรบั ตวั เขา้ กบั สภาพแวดลอ้ มปลกู ไดด้ ี มกี ารตดั แตง่ กงิ่ ยอดออ่ นออกบา้ ง เพอื่ ลดการคายนำ้� กรณีที่ใช้ต้นล�ำไยท่ีขยายพันธุ์ด้วยวิธีเสียบก่ิง ควรตรวจสอบการเชื่อมติดของรอยแผลให้สมบูรณ์ และใช้มดี กรีดพลาสติกพันแผลปลกู 2. การปลกู ควรปลูกในชว่ งต้นฤดูฝน 2.1 วธิ ีปลกู 2.1.1 ระยะปลูก 8 x 10 เมตร 2.1.2 จ�ำนวนต้นต่อไร่ 25 ตน้ ตอ่ ไร่ 2.1.3 วัสดุปรับปรุงดิน ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ท่ีสลายตัวดีแล้ว 15 - 20 กิโลกรัม หนิ ฟอสเฟต 0.5 กโิ ลกรัม 27
2.1.4 การปลกู - ขุดหลุมขนาด 80 x 80 x 80 เซนติเมตร - ผสมดนิ หนา้ กบั วสั ดปุ รบั ปรงุ ดนิ ขอ้ 2.1.3 ในหลมุ ใหม้ คี วามสงู ประมาณ 2 ใน 3 ของหลมุ - ยกถงุ ตน้ กลา้ ลำ� ไยวางกลางหลมุ โดยใหร้ ะดบั ดนิ ในถงุ สงู กวา่ ระดบั ดนิ ปากหลมุ เลก็ นอ้ ย ใช้มดี กรดี ดา้ นข้างถงุ จากกน้ ข้ึนด้านบนทัง้ 2 ดา้ น ดงึ ถงุ พลาสตกิ ออก - กลบดินลงไปในหลุมให้ทว่ มดนิ ของตน้ กลา้ เล็กน้อย - กดดินบริเวณโคนตน้ ให้แน่น แลว้ ปักไม้ยดึ ลำ� ตน้ ผกู เชอื กเพ่อื ปอ้ งกนั ลมโยก - หาวสั ดคุ ลมุ โคน เชน่ ฟางขา้ ว หญา้ แหง้ หรอื ทำ� รม่ เงาเพอื่ ชว่ ยพรางแสงแดด แลว้ รดนำ�้ ใหช้ มุ่ 3. การดูแลรกั ษา 3.1 การใสป่ ยุ๋ 3.1.1 ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ (ปยุ๋ คอก ปยุ๋ หมกั ปยุ๋ พชื สด) ชว่ ยบำ� รงุ ดนิ และปรบั โครงสรา้ งดนิ ใหม้ สี ภาพดี 3.1.2 ปยุ๋ เคมี เป็นปยุ๋ ท่ีพชื สามารถน�ำไปใชไ้ ดท้ ันที การใสห่ ลงั จากหลงั เก็บเกีย่ วใสส่ ูตร 15–15–15 ผสมกับ ปุ๋ย 46–0–0 อัตราส่วน 1 : 1 หรือ 25-7-7 เพ่ือกระตุ้นให้แตกใบอ่อน สูตร 15–15–15 ผสมกับปยุ๋ 46–0-0 อตั ราส่วน 1 : 1 เพ่ือให้แตกใบออ่ นชดุ ท่ี 2 สตู ร 0–46–0 ผสมกับปุ๋ย 0–0–60 อัตราส่วน 1 : 1 เพื่อกระตุ้นให้ใบแก่ สูตร 8-24-24 ใส่ก่อนออกดอก เพ่ือสะสมตาดอก สูตร 15–15-15 ผสมกับ ปุ๋ย 46–0–0 อัตราส่วน 1 : 1 เพ่ือบ�ำรุงผล ให้เจรญิ เติบโต สูตร 0-0-60 หรอื 13-13-21 เพื่อเพ่มิ คุณภาพของผลผลิต 3.2 การใหน้ �้ำ ชว่ งฤดแู ล้งหลงั ออกดอก เร่ิมใหน้ ำ�้ เมอ่ื ลำ� ไยมีดอกบาน ปฏิบตั ิดังนี้ - สัปดาหแ์ รก ฉดี น้ำ� พรมทก่ี ่งิ และโคนตน้ เลก็ น้อยเพอ่ื ใหล้ ำ� ไยคอ่ ยๆ ปรับตวั - สัปดาหท์ ี่สอง เริ่มให้น�ำ้ เต็มท่ี ส�ำหรับตน้ ล�ำไยท่ีมีเสน้ ผา่ นศูนย์กลางทรงพุ่ม 7 เมตร ให้นำ�้ ปรมิ าณครงั้ ละ 200 - 300 ลิตรตอ่ ตน้ สัปดาห์ละ 2 ครง้ั 3.3 การตัดแตง่ กิง่ 3.3.1 ต้นลำ� ไยอายุ 1 – 3 ปี ตัดแต่งใหล้ �ำไยมีลกั ษณะทรงพุ่มเป็นทรงกลม 3.3.2 ตน้ ลำ� ไยอายุ 4 – 5 ปี ใหผ้ ลผลติ แล้ว ควรตดั แตง่ กง่ิ ภายหลังเก็บเก่ยี วโดยตัดกิง่ กลางทรงพุ่มท่ีอย่ใู นแนวต้งั เหลอื ตอกิง่ เพอ่ื เปิดกลางทรงพุ่มใหไ้ ดร้ บั แสงสว่างมากขนึ้ 3.3.3 ตน้ ลำ� ไยอายุ 5 – 10 ปี แต่งก่งิ ภายหลงั เกบ็ เกี่ยว เพ่ือไมใ่ ห้ทรงพุม่ ชนกัน ตัดแตง่ เชน่ เดียวกบั ลำ� ไยอายุ 4 – 5 ปี ตัดปลายก่งิ ทงั้ แนวนอนและแนวราบให้ความสงู เหลอื เพยี ง 3 เมตร เพ่อื สะดวกในการปฏิบัติ ดูแลรักษาสวน 3.3.4 สำ� หรบั ลำ� ไยทีใ่ หผ้ ลผลิตแลว้ ควรตัดแต่งกงิ่ แบบก่งิ เว้นก่งิ เพือ่ ให้ลำ� ไยออกดอก สม่ำ� เสมอทุกปี 28
4. การปอ้ งกนั ก�ำจดั ศตั รพู ืช 4.1 แมลงศตั รลู �ำไย มวนล�ำไย (แมงแกง) การท�ำลาย ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกิน น้�ำเล้ยี งจากยอดออ่ น ใบออ่ น ช่อดอก หนอนคบื กินใบ (แมลงบุ้งลำ� ไย) การทำ� ลาย ระบาดช่วงท่ลี �ำไยแตกยอดออ่ น ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงตุลาคม โดยกัดกินใบอ่อน ให้เสยี หาย ทำ� ให้ยอดชะงกั การเจริญเติบโต 4.2 โรคล�ำไย โรคพุม่ ไมก้ วาด อาการ มเี พลย้ี จกั จน่ั เปน็ พาหะนำ� โรค เขา้ ทำ� ลาย ส่วนยอดและส่วนที่เป็นตา โรคราสีชมพู อาการ ระบาดในฤดฝู น สปอรข์ องเชอ้ื ราระบาด ไปกบั ลมและนำ้� ฝน เขา้ ทำ� ลายตรงงา่ มของกง่ิ หรอื ลำ� ตน้ 5. การปฏบิ ตั กิ อ่ นและหลงั การเกบ็ เกย่ี ว 5.1 เตรยี มการเก็บเกีย่ ว 5.1.1 ค�้ำก่งิ โดยใชไ้ มใ้ ผค่ ำ�้ กง่ิ ทุกกิง่ เพ่ือปอ้ งกนั ก่งิ ฉีกหกั 5.1.2 หอ่ ผลล�ำไยเพอ่ื ปอ้ งกนั การเขา้ ทำ� ลายของแมลงศัตรพู ืช เชน่ หนอนเจาะขวั้ ผล 5.1.3 หลีกเล่ียงการใช้สารเคมีก่อนเก็บเก่ียว 20 - 30 วัน เพ่ือไม่ให้มีการตกค้าง ของสารเคมี ในผลผลิตลำ� ไย ซง่ึ จะเปน็ อนั ตรายต่อผบู้ ริโภค 5.2 การปฏบิ ตั ิหลังการเกบ็ เก่ยี ว 5.2.1 ระวงั ไมใ่ หผ้ ลเกดิ แผล และนำ� ผลผลติ เขา้ ทร่ี ม่ หรอื ในโรงเรอื น คดั ขนาดและจดั ชน้ั คณุ ภาพ บรรจใุ นภาชนะบรรจุหบี ห่อ 5.2.2 ลดอุณหภมู กิ อ่ นการเก็บรักษาหรอื ขนสง่ สามารถท�ำไดห้ ลายวธิ ี เชน่ จมุ่ นำ�้ เย็น หรอื เขา้ ห้องเย็น 5.2.3 เกบ็ รักษาท่ีอณุ หภูมติ �่ำ ควรเกบ็ ทีอ่ ุณหภูมิ 2 - 5 องศาเซลเซียส ความชน้ื สมั พัทธ์ 90 - 95% จะเกบ็ ไดน้ าน 30 - 45 วนั หรอื เกบ็ ทอ่ี ณุ หภมู ิ 5 - 10 องศาเซลเซยี ส จะเกบ็ ไดน้ าน 20 - 30 วนั 5.2.4 รมควนั ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ส�ำหรับล�ำไยสง่ ออก เพอื่ ยบั ยั้งการเจรญิ ของเชอ้ื รา และการเปล่ียนเป็นสีนำ�้ ตาลของเปลอื ก ผลลำ� ไยกอ่ นรมควันต้องแห้ง 29
ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมทเี่ หมาะสมต่อการเจริญเติบโตและใหผ้ ลผลิตของล�ำไย สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ขอ้ จ�ำกดั 1. สภาพภูมิอากาศ อณุ หภมู ทิ ่เี หมาะแก่การเจริญเตบิ โตอย่รู ะหว่าง 20 – 25 องศาเซลเซยี ส หากไมไ่ ดร้ ับอณุ หภูมิตำ่ � 2. สภาพพืน้ ที่ และในชว่ งออกดอกตอ้ งการอณุ หภมู ติ ำ�่ กวา่ 15 องศาเซลเซยี ส นานตดิ ตอ่ กนั ทำ�ให้ลำ�ไยออกดอกช้า ประมาณ 2 สปั ดาห์ มผี ลทำ� ใหล้ ำ� ไยออกดอกได้ดี 3. สภาพดิน 4. ธาตอุ าหาร ความสูงจากระดับน้�ำทะเล 100 – 1,000 เมตร 5. สภาพนำ้� ความลาดเอียง 10 – 15 % มีการระบายน้ำ�ดี มีค่าความเปน็ กรดเปน็ ด่างระหวา่ ง 5.5 – 6.5 มีอนิ ทรียวตั ถมุ าก ปรมิ าณนำ้� ฝนไมต่ ำ่� กวา่ 1,000 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี และมกี ารกระจายของฝนดี
แนวทางการเพมิ่ ประสทิ ธิภาพการผลติ และแหลง่ สืบคน้ ขอ้ มลู เพม่ิ เติม แนวทางการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการผลติ 1. ล�ำไยในฤดู การจดั การทรงพมุ่ ทรงพมุ่ แบบเปดิ กลางทรงพมุ่ สำ� หรบั ตน้ ลำ� ไยทใี่ หผ้ ลแลว้ เพอ่ื งา่ ยตอ่ การ จดั การผลิตล�ำไยคุณภาพ โดยตัดก่ิงกลางทรงพุ่ม แนวตงั้ ออก เพอ่ื ใหท้ รงพมุ่ โปรง่ และควบคมุ ทรงพมุ่ ให้สูงไม่เกนิ 3 เมตร 2. ล�ำไยนอกฤดู 2.1 การพักต้นและการเตรียมการ ออกดอก โดยใหป้ ยุ๋ ในปรมิ าณทเ่ี หมาะสมและเพยี งพอ ก่อนท�ำการราดสารโพแทสเซียมคลอเรต เพื่อให้ ได้ล�ำไยมขี นาดผลโต คุณภาพดี 2.2 ตดั แตง่ ชอ่ หลงั ตดิ ผลขนาดเลก็ แลว้ โดยตดั 1 ใน 3 ของชอ่ โดยใหเ้ หลอื ชอ่ ละประมาณ 60 ผล แหลง่ สืบค้นข้อมูลเพ่มิ เตมิ กรมวชิ าการเกษตร. 2542. คำ� แนะนำ� การใชส้ ารกลมุ่ คลอเรตเรง่ การออกดอกลำ� ไย อยา่ งปลอดภยั . โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จ�ำกัด. กรมวชิ าการเกษตร. 2542. เกษตรดที เ่ี หมาะสมส�ำหรับล�ำไย. โรงพิมพช์ ุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตร แห่งประเทศไทย จ�ำกดั . กรมสง่ เสรมิ การเกษตร. 2553. เอกสารยทุ ธศาสตรพ์ ฒั นาผลไมไ้ ทย ปี 2553 – 2557. สำ� นกั สง่ เสรมิ และจัดการสนิ คา้ เกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร. 80 หนา้ พาวนิ มะโนชยั . 2543. ลำ� ไย. สาขาไมผ้ ล ภาควชิ าพชื สวน คณะผลติ กรรมการเกษตร มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ เชยี งใหม่ 115 หน้า. สถาบนั วจิ ยั พชื สวน. 2539. ลำ� ไย. เอกสารวชิ าการสถาบนั วจิ ยั พชื สวน กรมวชิ าการเกษตร กรงุ เทพฯ. 84 หนา้ . 31
ลองกอง ขั้นตอนการปลกู และการดูแลรักษาลองกอง การเตรยี มการ ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. การเตรียมดิน การเตรียมตน้ การดูแลระยะตดิ ผล การเกบ็ เกี่ยว การดูแลระยะพักตน้ 1. ใสป่ ยุ๋ สตู ร 8-24-24, 13-13-21 1. เลอื กพน้ื ทปี่ ลกู ควรเปน็ พนื้ ทรี่ าบ 2. ตดั แตง่ กงิ่ แขนง ใหน้ ำ้� สมำ�่ เสมอ 1. ตัดแตง่ ช่อผล 2 - 3 สปั ดาห์ - มกี ารเปลย่ี นของผวิ เปลอื กผล 1. ตดั แตง่ กง่ิ และขวั้ ชอ่ ดอก นำ�้ ไมท่ ว่ มขงั ดนิ เปน็ ดนิ รว่ น ระบายนำ้� และ 7 - 8 สปั ดาหห์ ลงั ดอกบาน เปน็ สเี หลอื งทง้ั ชอ่ 2. ใสป่ ยุ๋ สตู ร 15-15-15 อตั รา ไดด้ ี ดแู ลระยะแทงช่อดอก 2. เลอื กชอ่ ผลทสี่ มบูรณ์ - นับอายุผล 13 - 15 สัปดาห์ ปลี ะ 2 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ และใสป่ ยุ๋ คอก 2. ก�ำหนดระยะปลูกท่ีเหมาะสม 1. งดใหน้ ำ้� อยา่ งนอ้ ย 30 - 45 วนั 3. ใสป่ ยุ๋ สตู ร 13-13-21 อตั รา หลงั ดอกบาน ปลี ะ 20 - 25 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ คือ 4 X 6 เมตร หรอื 6 X 6 หรือ 2. สงั เกตใบลองกองเหยี่ วใหน้ ำ้� 1 - 2 กโิ ลกรมั ต่อตน้ และใหน้ ำ้� - เนอ้ื ผลขาวใส 3. ปอ้ งกนั กำ� จดั โรคและแมลง 6 X 8 เมตร ข้ึนอย่กู บั สภาพพนื้ ที่ สมำ่� เสมอปริมาณเพ่ิมทีละน้อย - กลบี เลยี้ งและกา้ นชอ่ ผลเปลย่ี น 4. ใหน้ ำ้� อยา่ งสมำ่� เสมอ 3. การเตรยี มหลมุ ปลกู ควรใสป่ ยุ๋ คอก เตม็ ท่ี 1 ครง้ั และหยดุ การใหน้ ำ้� กอ่ นเกบ็ เกย่ี ว จากสเี ขยี วเป็นสีนำ้� ตาล 3. เมอื่ เหน็ ตาดอกเรม่ิ ใหน้ ำ�้ สมำ่� เสมอ 20 วนั - การอ่อนตัวของผล บบี ผล การปฏิบตั ิ การเตรยี มพันธุ์ 4. กำ� จดั วชั พชื รอบโคนตน้ ใหส้ ะอาด ปลายชอ่ เบาๆ จะร้สู กึ น่ิมมอื หลงั การเก็บเก่ียว 5. ใสป่ ยุ๋ สตู ร 15-15-15 อตั รา - ชมิ ผลทอ่ี ยปู่ ลายชอ่ ผล เนอ้ื แหง้ 1. ควรใชต้ น้ กลา้ ทมี่ อี ายุ 1 - 1.5 ปี 1 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ พน่ GA3 100 รสชาตหิ วานหอม 1. ควรเกบ็ ในชว่ งอณุ หภมู ติ ำ�่ และมใี บแกท่ งั้ ตน้ มลิ ลกิ รมั และนำ้� 1 ลติ ร เพอ่ื ยดื ชอ่ ชว่ งเชา้ หรอื เยน็ 2. เลอื กตน้ ทแี่ ขง็ แรงสมบรู ณ์ 6. ตดั แตง่ ชอ่ ดอกเหลอื 1 - 2 ชอ่ 2. ระมดั ระวงั อยา่ ใหซ้ อ้ นทบั กนั ดอกหรอื กลมุ่ ดอก ระยะชอ่ หา่ ง มากเกนิ ไป อาจทำ� ใหผ้ ลผลติ ชำ�้ ได้ การปลกู ศตั รทู ีส่ ำ� คัญและการปอ้ งกนั ก�ำจดั 1. ควรปลกู ในชว่ งตน้ ฤดฝู น 2. ทำ� รม่ เงาพรางแสงหลงั จากปลกู - หนอนชอนเปลอื ก ระบาดชว่ งฤดฝู น เขา้ ทำ� ลายบรเิ วณผวิ เปลอื กไม้ - ผเี สอื้ มวนหวาน ระบาดมากในชว่ งฤดฝู นโดยเฉพาะตน้ ทมี่ ใี บแนน่ ทบึ เกนิ ไป เขา้ ทำ� ลายบรเิ วณผล - แมลงวนั ทอง ระบาดมากในชว่ งฤดฝู น เขา้ ทำ� ลายผลออ่ นและผลแกใ่ กลส้ กุ - โรครากเนา่ โคนเนา่ ระบาดชว่ งฤดฝู น เขา้ ทำ� ลายบรเิ วณราก - โรคราสชี มพู ระบาดชว่ งฤดฝู น เขา้ ทำ� ลายบรเิ วณใบออ่ น - โรคราสขี าว ระบาดชว่ งระยะออกดอก และผลออ่ น เขา้ ทำ� ลายบรเิ วณปลายกง่ิ และใบ - โรคราดำ� ระบาดชว่ งระยะแตกใบออ่ น เขา้ ทำ� ลายบรเิ วณใบออ่ น
เทคนคิ การปลกู และดูแลรักษาลองกอง 1. การเตรยี มการกอ่ นปลูก 1.1 การเตรยี มดิน ดนิ ทเี่ หมาะสมเปน็ ดนิ รว่ น ระบายนำ�้ ดแี ละถา่ ยเทอากาศไดด้ ี ควรเปน็ พนื้ ราบ นำ้� ไมท่ ว่ มขงั 1.2 การเตรียมพนั ธ์ุ ตน้ กลา้ ทป่ี ลกู ควรมอี ายุ 1 - 1.5 ปี และควรมใี บแกท่ ง้ั ตน้ เพราะจะทำ� ใหล้ องกองสามารถ ปรับตวั เขา้ กับสภาพแวดล้อมไดด้ ี ตน้ พันธลุ์ องกองได้จากการขยายพันธแ์ุ บบไม่ใช้เพศ มี 2 วธิ ี คอื การทาบกิง่ และการเสียบกง่ิ พนั ธ์ุลองกอง ได้แก่ ลองกองแหง้ , ลองกองน�้ำ, ลองกองปาลาแม 2. การปลูก 2.1 วิธปี ลกู 2.1.1 ระยะปลูก 4 X 6 เมตรหรือ 6 X 6 เมตร หรอื 6 X 8 เมตร ขน้ึ อยูก่ บั สภาพพื้นท่ี ควรปลกู อยใู่ นทศิ เหนือหรอื ทิศใต้ 2.1.2 จ�ำนวนตน้ ต่อไร่ ประมาณ 60 ตน้ ตอ่ ไร่ 2.1.3 วสั ดปุ รบั ปรงุ ดนิ ไดแ้ ก่ ปยุ๋ หมกั ปยุ๋ คอก และปยุ๋ เคมสี ตู ร 0-3-0 ผสมกบั ดนิ เดมิ กอ่ นปลกู 2.1.4 ข้ันตอนการปลกู - ขุดหลดุ ขนาด 50 x 50 x 50 เซนตเิ มตร - ใชป้ ยุ๋ คอกเกา่ 5 กโิ ลกรมั หรอื ประมาณ 1 ปบ๊ี และปยุ๋ หนิ ฟอสเฟต 500 กรมั หรอื ประมาณ 1.5 กระปอ๋ งนมขน้ คลกุ เคลา้ กบั ดนิ ทขี่ ดุ ขนึ้ มาแลว้ กลบกลบั คนื ไปในหลมุ สงู ประมาณ 2 ใน 3 ของหลมุ - นำ� ถงุ ตน้ กลา้ มากรดี กน้ ถงุ ออก ถา้ พบวา่ มรี ากขดงออยกู่ น้ ถงุ ใหต้ ดั ออกแลว้ วาง ตรงกลางหลุม จัดให้ตรงแนวกับด้านอื่นๆ พร้อมทั้งปรับระดับสูงต�่ำของต้นลองกอง ให้รอยต่อ ระหว่างรากและล�ำต้น หรือระดับดินปากถุงเดิมสูงกว่าระดับดินของปากหลุมเล็กน้อย ใช้มีดกรีด ด้านข้างของถงุ 33
จากกน้ ถุงข้ึนมาจนถึงปากถงุ ค่อยๆ ดึงถงุ พลาสตกิ ออกอย่างระมดั ระวัง อย่าใหด้ นิ ในถุงแตก - กลบดนิ ทเ่ี หลอื อยใู่ หเ้ ตม็ ปากหลมุ กดใหแ้ นน่ พอสมควร และใหพ้ นู ดนิ บรเิ วณโคนตน้ ใหส้ ูงขนึ้ มาเล็กนอ้ ย เพือ่ ปอ้ งกนั ไม่ให้นำ้� ขัง - หาวสั ดคุ ลมุ โคน รดนำ�้ ใหช้ ุม่ ปกั ไมห้ ลักปอ้ งกันลมพดั โยก และจดั ท�ำร่มเงาโดยใช้ ตาข่ายพลาสตกิ พรางแสง ทางมะพรา้ ว หรอื ทางปาลม์ นำ้� มนั เปน็ ตน้ 3 การดแู ลรักษา 3.1 การใส่ปุ๋ย 3.1.1 ปุย๋ อินทรีย์ (ปยุ๋ คอก ปยุ๋ หมัก) ใสป่ ลี ะ 2 คร้งั อัตรา 10 - 15 กโิ ลกรมั ตอ่ ต้นต่อปี 3.1.2 ปยุ๋ เคมสี ตู ร 15-15-15 และ 16-16-16 โดยใสป่ ลี ะ 3 - 4 ครงั้ (ปรมิ าณทใี่ ชต้ อ่ ตน้ ตอ่ ปี เทา่ กบั อายุของพชื หารดว้ ย 2) แบ่งใส่ตามอายุของต้น 3.1.3 ช่วงเวลาทีเ่ หมาะสมส�ำหรับใสป่ ุ๋ย คอื ต้นและปลายฤดฝู น 3.2 การใหน้ ำ้� การใหน้ ำ้� ปแี รกทปี่ ลกู ควรใหน้ ำ�้ อยา่ งสมำ�่ เสมอ เมอื่ อายุ 2 - 3 ปี ควรใหส้ ปั ดาหล์ ะ 2 ครง้ั 3.3 การตัดแตง่ ทรงพมุ่ ช่อดอก และผล การตดั แตง่ ทรงพ่มุ - ลองกองหลงั จากปลกู ตัดยอดเมอื่ ต้นสงู ประมาณ 1 - 1.5 เมตร - ตดั ก่ิงทไ่ี ม่ต้องการ รวมทง้ั สว่ นยอดทีส่ งู กว่า 1.5 เมตร ออก - เลือกก่งิ แขนงท่ีแขง็ แรง 4 - 6 กิง่ กิ่งทอ่ี ยู่ตำ�่ สุดควรสงู จากพ้นื ท่ีดนิ 80 เซนตเิ มตร - เลือกกง่ิ ทีท่ �ำมมุ กว้าง ตัดแตง่ ใหท้ รงพมุ่ โล่ง และตดั กิง่ ที่ท�ำมมุ แคบกับล�ำต้นออก - ตดั กงิ่ ยอดและก่ิงกระโดงท่ีแตกขน้ึ มาใหม่ - ก�ำหนดแนวทรงพุ่มใหอ้ ยใู่ นกรอบของ 4 เมตร หรือแนวทรงพมุ่ ทต่ี ้องการ การตัดแต่งชอ่ ดอก - ตัดแต่งช่อดอกคร้ังแรกเม่ือช่อดอกยาว 3 - 5 เซนตเิ มตร เหลือ 1- 2 ชอ่ ดอกตอ่ กล่มุ ตาดอก - ตัดแตง่ ระยะห่างชอ่ ดอก 20 - 30 เซนติเมตร อตั ราช่อดอกต่อก่งิ - เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 นิว้ ไว้ดอก 3 - 5 ชอ่ - เสน้ ผา่ นศูนย์กลาง 1.5 นิ้ว ไว้ดอก 10 - 15 ช่อ - หลังตดั แต่งช่อดอกควรใหน้ �้ำสมำ่� เสมอ 34
การตัดแตง่ ช่อผล - ครง้ั ที่ 1 เม่อื ผลมอี ายุ 2 - 3 สปั ดาห์หลังดอกบาน เลือกตัดชอ่ ทม่ี ผี ลหลุดร่วง ผลเลก็ อย่ใู นต�ำแหน่งไม่เหมาะสม - คร้ังที่ 2 เมอ่ื ผลมอี ายุ 7 - 8 สปั ดาห์ - เก็บผลท่ีแตกออก ผลที่โคนช่อเบียดแน่น กบั กง่ิ และผลทปี่ ลายชอ่ 1 - 2 ผล ในระยะ 2 - 3 เดอื นกอ่ นผลสกุ 4. การป้องกันก�ำจัดศตั รพู ชื 4.1 แมลงศัตรู หนอนชอนใต้เปลือกผิว การท�ำลาย อาศัยกัดกินท�ำลายอยู่ใต้ผิวเปลือก ต้นลองกอง แมลงวนั ทอง การทำ� ลาย โดยตวั เมยี จะใชอ้ วยั วะแหลม ๆ ทก่ี น้ แทงเขา้ ไปในเปลอื กผลลองกองทง้ั ระยะ ผลออ่ นและผลแก่ หรอื ใตผ้ วิ เปลอื กผลลองกองทแ่ี ตก แมลงวนั ทองจะวางไข่ เมอ่ื ไขฟ่ กั เปน็ ตวั หนอน แลว้ หนอนจะชอนไชกดั กนิ อยภู่ ายในผลลองกอง ไมค่ อ่ ยเหน็ รอ่ งรอยการทำ� ลายจากภายนอก ถา้ เปน็ กบั ผลออ่ นจะทำ� ใหผ้ ลรว่ ง ส่วนผลแก่จะมีหนอนอยขู่ า้ งใน ไมส่ ามารถน�ำมารบั ประทานได้ ผเี ส้ือมวนหวาน การท�ำลาย ตัวเต็มวยั จะใชง้ วงปากแข็ง เจาะดดู กนิ ผลลองกองสุก มีรอยเปน็ วงสีนำ�้ ตาล มีนำ�้ เยมิ้ ออกมา ทำ� ให้ผลเนา่ และรว่ งหล่นจากตน้ เพล้ียแปง้ การทำ� ลาย ดดู กนิ นำ�้ เลยี้ งแลว้ ถา่ ยมลู ไวเ้ ปน็ อาหารของราดำ� รวมทง้ั นำ�้ หวานทผ่ี ลลองกอง ปล่อยออกมาจากตอ่ มนำ�้ หวานทผ่ี ิวเปลือกกเ็ ป็นอาหารของราดำ� เชน่ กัน 4.2 โรคลองกอง โรคราสชี มพู อาการ ยอดและกงิ่ แสดงอาการเหย่ี ว ใบลลู่ ง ใบแหง้ ยอดแหง้ ตายเปน็ ยอดๆ เมอ่ื ตรวจดู ระยะใกลพ้ บวา่ มเี ชอื้ ราสขี าวแกมชมพเู จรญิ รอบกงิ่ ทแ่ี หง้ ตาย เนอ้ื เยอื่ ทแี่ หง้ มสี นี ำ�้ ตาลและมลี กั ษณะ ฟ่าม ลอกเปลือกออกจากก่งิ ไดง้ ่าย โรคราด�ำ อาการ ระยะแทงช่อดอกและติดผลมักมีแมลงจ�ำพวกเพลี้ยหอยระบาด และขับถ่าย น�้ำหวานลงบนช่อผลลองกองในระยะพัฒนาขนาดของผล กลุ่มเช้ือราสีด�ำเจริญที่บริเวณผิวผล ขั้วผลและไหลผ่ ลหรอื ลกุ ลามทวั่ ทง้ั ผลทำ� ใหช้ ่อผลไม่สวยงาม 35
โรคผลเน่า อาการ ผลลองกองทเ่ี กบ็ ไวน้ านในสภาพทม่ี อี ากาศรอ้ นและชนื้ แสดงการเนา่ เสยี บรเิ วณขวั้ ผล ทำ� ใหผ้ ลหลุดร่วงออกจากช่อ เน้ือเยื่อเน่าที่ข้ัวผลท่ีมีสีด�ำเมื่อทิ้งไว้นานจะแสดงอาการเน่าลุกลาม ผลฝ่อแฟบ มเี สน้ ใยสเี ทาแกมด�ำของเช้อื ราเจริญคลุมผล โรคแอนแทรคโนส อาการ ใบแกม่ จี ดุ แหง้ ตายสนี �้ำตาล รอบจดุ มกั มสี เี หลอื งลอ้ มรอบ จดุ อาจเชอ่ื มกนั ท�ำให้ มีเนื้อเยื่อแหง้ ตายเป็นวงกวา้ ง ตรวจพบตมุ่ ดำ� ๆ ของอะเซอวลู สั กระจดั กระจายบนเนือ้ เยือ่ ทแี่ หง้ โรคตะไคร่บนใบ อาการ ใบลองกองท้ังใบอ่อนและใบแก่ ถูกครอบคลุมโดยคราบสีเขียวของสาหร่าย บางครงั้ แสดงอาการเปน็ จดุ มสี ตี ่างๆ กนั จดุ และคราบสาหรา่ ยเหลา่ น้ีจะบดบังการสงั เคราะหแ์ สง มักพบกับใบบรเิ วณใบลา่ งๆ ใกลผ้ ิวดินทีม่ คี วามชืน้ สงู 5. การปฏบิ ตั กิ อ่ นและหลังการเกบ็ เกีย่ ว 5.1 เตรยี มการเกบ็ เกยี่ ว กอ่ นเกบ็ เกย่ี วควรชมิ ผลทปี่ ลายชอ่ ถา้ หากมรี สชาตหิ วานสามารถเกบ็ ได้ หรือบบี ปลายผลจะรู้สึกน่มิ มอื หรอื นับอายไุ ด้ 13 - 15 สัปดาห์ หลังจากดอกบาน 5.2 ตรวจสอบความออ่ นแก่ ชว่ งอายทุ เี่ หมาะสมกบั การเกบ็ ผลลองกองแกพ่ รอ้ มทจ่ี ะเกบ็ เกย่ี วคอื หลงั จากดอกบาน 12 - 13 สัปดาห์ (180 - 200 วัน) ระยะเก็บเกี่ยวอยู่ในช่วง ระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคม โดยหลกั สำ� คญั คอื ตอ้ งเกบ็ เกย่ี วในวยั ทถี่ กู ตอ้ ง เพราะลองกองเปน็ ไมผ้ ลทไ่ี มส่ ามารถนำ� ไปบม่ ใหส้ กุ ไดเ้ หมอื นกบั มะมว่ ง กลว้ ยหรอื ทเุ รยี น การเกบ็ เกย่ี วทเ่ี รว็ เกนิ ไปลองลองจะยงั มรี สเปรย้ี ว การเกบ็ เกย่ี ว ทช่ี า้ เกนิ ไปผลจะหลดุ รว่ ง ซึ่งลองกองในต้นเดียวกันจะสุกไม่พร้อมกัน ดังนั้นจึงควรเลือกเก็บเก่ียว เฉพาะชอ่ ท่สี กุ พอเหมาะเทา่ น้นั โดยพิจารณาดงั น้ี 5.2.1 สีผิวของเปลือกจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีอมเหลือง และมีสีเหลืองมากข้ึน จนเหลืองนวลหมดทั้งช่อ ระยะที่เหมาะต่อการเก็บเกี่ยวคือหลังจากผลเริ่มเปลี่ยนสีประมาณ 15 - 25 วัน 5.2.2 กลบี เลยี้ งและก้านชอ่ ผลเปลย่ี นจากสีเขียวสด เปน็ สีน�้ำตาล 5.2.3 การชมิ โดยใหช้ มิ ผลทอ่ี ยปู่ ลายชอ่ ซงึ่ จะสกุ ชา้ กวา่ ตอนบนของชอ่ ผลสกุ จะมรี สชาติ หวานหอมและเนือ้ เปล่ยี นสีจากสีขาวข่นุ เป็นขาวใส 5.2.4 สังเกตการออ่ นตวั ของผล โดยบบี เบาๆ จะพบว่าผลนิ่มลง 5.3 วิธกี ารเก็บเกี่ยว 5.3.1 สอดกรรไกรไปในชอ่ งระหวา่ งโคนชอ่ กับก่งิ แล้วตดั ชอ่ ผลทีละช่อ ถ้าผลลองกอง อัดแน่นกบั กง่ิ ควรปลิดผลบรเิ วณโคนช่อออกเพ่ือให้เกดิ ช่องวา่ งสำ� หรับสอดกรรไกร 36
5.3.2 นำ� ชอ่ ผลทเ่ี กบ็ เกย่ี วแลว้ วางในทรี่ ม่ ทำ� การตดั แตง่ ชอ่ ผลโดยปลดิ เอาผลเนา่ ผลทส่ี ตั ว์ หรือแมลงท�ำลายออกจากช่อผล โดยระมัดระวังอย่างให้ช่อผลหรือผลได้รับการกระทบกระเทือน เพราะจะท�ำให้ผลรว่ ง ผลชำ�้ และเนา่ เสยี ง่าย 5.3.3 คดั แยกช่อผลท่ีมีขนาดและคณุ ภาพตา่ งกนั บรรจใุ นตะกร้าพลาสตกิ ผลลองกองมีอายุเก็บรักษาส้ันมาก เพราะผลจะหลุดร่วงออกจากช่อ และจะเปลี่ยนเป็นสีน�้ำตาล ภายในเวลา 6 - 8 วนั แตถ่ า้ เกบ็ รกั ษาโดยใชแ้ ผน่ ฟลิ ม์ ยดึ และเกบ็ รกั ษาไวท้ อ่ี ณุ หภมู ิ 17 องศาเซลเซยี ส จะเก็บได้นานถึง 20 - 30 วนั 5.4 การปฏบิ ตั ิหลงั การเกบ็ เกี่ยว 5.4.1 ตดั แตง่ กงิ่ ได้แก่ ก่ิงแหง้ กิง่ ที่เป็นโรค กิง่ กระโดง และข้ัวผล 5.4.2 ใส่ปุย๋ สูตร 15-15-15 อัตราปลี ะ 2 กิโลกรัมต่อตน้ ปยุ๋ คอก อัตราปีละ 20 - 25 กโิ ลกรัมตอ่ ต้น 5.4.3 ปอ้ งกนั กำ� จดั โรคและแมลงทพ่ี บ เชน่ ไรแดง เพลย้ี หอย เพลย้ี แปง้ หนอนกนิ ใตเ้ ปลอื ก โรคราขาว และโรคราสีชมพู 5.4.4 การใหน้ ้�ำต้องใหอ้ ยา่ งสม่�ำเสมออย่างนอ้ ยสัปดาห์ละ 2 ครง้ั 5.4.5 การคัดคุณภาพ คัดแยกผลหรือช่อผลที่เสียหายจากการเก็บเกี่ยว หรือมีต�ำหนิ จากโรคและแมลงแยกไว้ และนำ� ไปใชป้ ระโยชนต์ ามคำ� แนะนำ� หรือแผนทีก่ �ำหนดไว้ 5.4.6 การบรรจุหีบหอ่ กลอ่ งท่ใี ชค้ วรเปน็ กล่องกระดาษลูกฟูก 2 ชัน้ ฝาสวมทับ ขนาด 24 x 42 x 30 นว้ิ สามารถบรรจุได้ 10 กโิ ลกรมั การบรรจุไมค่ วรใสใ่ หแ้ น่นเกนิ ไป มีกระดาษฝอย อดั ระหวา่ งช่อผลกันการกระแทก ไม่ควรใสใ่ บลองกองลงไปในกลอ่ ง 5.4.7 การเกบ็ รกั ษาและการขนสง่ การเกบ็ รกั ษาใหผ้ ลอยใู่ นสภาพสมบรู ณท์ ำ� ไดโ้ ดยการเกบ็ ทอ่ี ณุ หภมู ิ 15 และ 18 - 20 องศาเซลเซยี ส และขนยา้ ยผลติ ผลลองกองจากบรเิ วณทเี่ กบ็ เกยี่ วไปยงั โรงเรอื นภายในสวนด้วยความระมัดระวงั ทนั ทที ีเ่ ก็บเกีย่ วเสร็จ 6. ข้อมลู อื่นๆ - การเคลือบผวิ จะช่วยลดการคายนำ�้ ทำ� ใหเ้ ก็บรักษาได้นานข้ึน - การยืดอายุการเก็บรกั ษาลองกองโดยการรมดว้ ยสาร 1-MCP ทรี่ ะดับความเขม้ ข้น 500 ppb และหมุ้ ดว้ ยตาข่ายโฟมร่วมกบั สารดดู ซบั เอทิลีน (ด่างทับทิม) แล้วเก็บรักษาในหอ้ งเย็นทอี่ ุณหภมู ิ 18 องศาเซลเซียส สามารถช่วยยดื อายุการเกบ็ รกั ษาลองกองไดน้ านถงึ 14 วัน กรณจี ะน�ำไปปฏบิ ตั ิ อาจจะมกี ารปรบั ใชส้ ารดดู ซบั เอทลิ นี ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพมากกวา่ นห้ี รอื เพม่ิ ปรมิ าณสารดดู ซบั มากขนึ้ ซง่ึ นา่ จะลดเปอรเ์ ซน็ ตก์ ารหลดุ รว่ งและการสญู เสยี นำ้� หนกั สดไดอ้ กี เทคโนโลยที ชี่ าวสวนใหก้ ารยอมรบั และนำ� ไปปฏบิ ตั ิ คอื การตดั แตง่ กง่ิ การใสป่ ยุ๋ การใชไ้ สเ้ ดอื นฝอย การตดั แตง่ ชอ่ ดอกตอ่ ชอ่ ผลตอ่ ปลดิ ผล การใช้ฮอรโ์ มนจิบเบอเรลลนิ ต่อสารแคลเซ่ียม - โบรอน และการคัดเกรดผลผลติ 37
ขอ้ มูลสภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสมต่อการเจรญิ เตบิ โตและใหผ้ ลผลติ ของลองกอง สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ข้อจำ� กัด 1.สภาพภูมอิ ากาศ 1.1 อุณหภูมิ รอ้ นช้ืนและอณุ หภูมทิ ี่เหมาะสมอยู่ระหวา่ ง 20 - 35 อณุ หภมู ทิ ส่ี งู เกนิ กวา่ 40 องศาเซสเซยี ล จะทำ� ใหใ้ บแหง้ หรอื 1.2 ความชื้นสมั พัทธ์ องศาเซลเซยี ส ใบไหม้ เนอ่ื งจากเปน็ พชื ทตี่ อ้ งอาศยั รม่ เงาในการเจรญิ เตบิ โต 1.3 ความเขม้ ของแสง มคี วามชื้นสมั พัทธค์ อ่ นข้างสูงประมาณ 70 - 80 % ความชน้ื สมั พทั ธต์ ำ่� จะทำ� ใหใ้ บแหง้ ใบรว่ งและมผี ลกระทบตอ่ 1.4 ฝน การเจรญิ เตบิ โต รวมทงั้ การติดดอกออกผล - ควรปลูกแซมกบั พชื อืน่ ๆ เพ่ืออาศัยร่มเงา เชน่ - หากปลกู ลองกองในสภาพทมี่ แี สงแดดจดั ความเขม้ ของแสง มะพร้าว หมาก ปาลม์ นำ�้ มนั สะตอ ยางพารา ฯลฯ จะทำ� ใหต้ น้ กลา้ ลองกองใบไหม้ ทรงพมุ่ ทบึ ขอ้ และปลอ้ งสน้ั - ตน้ กลา้ ลองกองตอ้ งการรม่ เงาประมาณ 80 - 90 % ใบมขี นาดเลก็ ตน้ เจรญิ เตบิ โตชา้ มกี ารแตกยอดมาก และเปน็ กระจกุ และเมอื่ อายุ 6 เดอื นตอ้ งการรม่ เงา 50 - 60 % และ - ไมค่ วรปลกู ลองกองรว่ มกบั ทเุ รยี นเนอื่ งจากความตอ้ งการ ความตอ้ งการรม่ เงาจะลดลงเรอ่ื ยๆ ตามอายขุ องตน้ ปรมิ าณนำ้� แตกตา่ งกนั - ปริมาณน�้ำฝนประมาณ 2,000 - 3,000 มลิ ลิเมตร - ลองกองทนสภาพน�ำ้ ท่วมขงั ได้ไมเ่ กิน 5 - 7 วนั ตอ่ ปี จำ� นวนวนั ทฝ่ี นตกประมาณ 150 - 200 วนั ตอ่ ปี - ลองกองทนสภาพความแห้งแล้งไดเ้ กิน 2 สัปดาห์ - ควรมีฝนตกกระจายอยา่ งสม�่ำเสมอยกเวน้ ชว่ ง - ชว่ งทต่ี ้องการปริมาณน�ำ้ อย่างสำ�่ เสมอ ได้แก่ ก่อนออกดอก 1 - 2 เดือน - ชว่ งการพฒั นาของตาดอกและผล หากขาดนำ้� ในชว่ งยดื ตาดอก - มนี ำ้� เพยี งพอตลอดชว่ งฤดูแล้ง จะทำ� ใหช้ อ่ ดอกสั้นกวา่ ปกติ และผลออ่ นหลดุ ร่วง - ชว่ งการพฒั นาของผลในระยะแรกชว่ งทผ่ี ลมอี ายุ 7 - 10 สปั ดาห์ จะท�ำให้ชอ่ ผล และผลชะงกั การเจริญเตบิ โต - ชว่ งวกิ ฤตมิ ากคอื ชว่ งผวิ ผลกำ� ลงั เปลยี่ นสจี ากเขยี วเปน็ เหลอื ง หากมฝี นตกหรอื ไดร้ บั นำ้� อยา่ งกะทนั หนั จะทำ� ใหเ้ ปลอื กผลแตก ทั้งต้น หรือท้ังสวน
ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะสมตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและใหผ้ ลผลติ ของลองกอง (ต่อ) สภาพแวดลอ้ ม ความเหมาะสม ขอ้ จ�ำกัด 1.5 ลม ควรปลูกแซมกับพืชอ่ืน เพ่ือช่วยให้ลองกองได้รับร่ม ไม่ควรปลูกลองกองในพน้ื ทท่ี ี่มีลมพดั ผ่านอยา่ งรนุ แรง เงาและชว่ ยบังลมให้กับตน้ ลองกอง เพราะลมจะพดั พาความช้ืนจากสวนไปยังทีอ่ นื่ 2. สภาพพื้นท่ี ไมเ่ หมาะสมในพืน้ ทท่ี ่มี คี วามลาดชนั สงู เน่อื งจากเปน็ พชื 2.1 ความสงู จากระดบั นำ้ �ทะเล นอ้ ยกวา่ 650 เมตร ระบบรากตน้ื 2.2 ความลาดชันของพืน้ ท่ี พนื้ ทร่ี าบหรอื พน้ื ทมี่ คี วามลาดเอยี งประมาณ 1 - 15 % พ้นื ทม่ี คี วามลาดชนั สงู มากไม่เหมาะทจี่ ะท�ำสวนลองกอง นอกจากปัญหาการชะล้างและพงั ทลายของดินแลว้ ยงั เปน็ อุปสรรคต่อการปฏิบัตดิ แู ลรกั ษา 3. สภาพดนิ เป็นดนิ รว่ นปนทราย มอี นิ ทรียวตั ถุค่อนข้างสงู ดนิ ควรมกี ารระบายนำ้� ดี หากมนี ำ�้ ทว่ มขงั มากจะทำ� ใหร้ ากขาด 3.1 ลักษณะของเน้ือดิน มกี ารระบายนำ้� ดี อากาศสำ� หรับใช้ในการหายใจ 3.2 ความเปน็ กรด-ดา่ งของดนิ อยรู่ ะหว่าง 5.5 – 6.5 ถา้ pH สงู หรอื ตำ่ �เกนิ ไป จะทำ�ใหธ้ าตอุ าหารพชื ในดนิ อยใู่ นรปู ทพ่ี ชื ไมส่ ามารถใชป้ ระโยชน์ได้
แนวทางการเพิ่มประสทิ ธิภาพการผลิต และแหลง่ สืบคน้ ขอ้ มูลเพม่ิ เตมิ แนวทางการเพิม่ ประสิทธิภาพการผลติ 1. การตัดแต่งกง่ิ เพือ่ สรา้ งทรงพ่มุ ให้ไดก้ ่ิงมมุ กวา้ ง เพอ่ื ให้งา่ ยตอ่ การจดั การผลผลติ - ใช้วธิ ตี ัดก่งิ ให้มุมกว้าง โดยการดงึ เชอื กขณะตน้ ลองกองยังเลก็ อยู่ - ตดั แตง่ กงิ่ กระโดงออกให้หมด เนน้ การไวก้ ิง่ ด้านขา้ ง - ควรตดั ยอดเพอ่ื ควบคุมทรงพุ่มไม่ใหส้ ูง 2. การพกั ต้นและเตรยี มความพร้อมเพือ่ การออกดอก - หลงั เกบ็ เกยี่ วผลแลว้ ตอ้ งตดั แตง่ กงิ่ ใหป้ ยุ๋ คอกและปยุ๋ สตู ร 16-16-16 เพอื่ แตกใบออ่ น กอ่ นชว่ งฤดฝู นใหใ้ สป่ ๋ยุ เพอ่ื สะสมตาดอก - หยุดการให้นำ�้ จนใบสลด - แล้วจงึ ใหน้ �้ำเตม็ ท่เี พอื่ ให้ออกดอกชดุ ใหม่ 3. การตัดแตง่ ช่อดอก - ลองกองจะออกดอกเปน็ กระจกุ และออกมากในแต่ละก่ิงให้ตดั แตง่ ช่อ เหลือเปน็ กลมุ่ กล่มุ ละ 1 - 2 ชอ่ แตล่ ะกลมุ่ หา่ งกนั 25 - 30 เซนติเมตร ก่งิ เลก็ ควรไว้ ใหเ้ หมาะสมกบั ขนาดกง่ิ 4. การห่อผล จะทำ� ให้ลองกองเปน็ ท่ีตอ้ งการของตลาดทั้งภายในประเทศและสง่ ออก แหล่งสบื คน้ ข้อมลู เพมิ่ เตมิ กรมสง่ เสริมการเกษตร.2547.คมู่ ือพืชเศรษฐกิจ. กรงุ เทพฯ สำ� นกั งานคณะกรรมการวิจยั แหง่ ชาติ.2555. 52 สัปดาห์ร้แู ล้วรวย. กรุงเทพฯ เคหการเกษตร. การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตลองกอง. http://www.kehakaset.com/index. php/79-information/238-2011-04-25-03-18-12. ค้นหาเม่ือวันท่ี 27 มนี าคม 2556 40
ลนิ้ จี่ ขน้ั ตอนการปลูกและการดแู ลรักษาลิ้นจ่ี การเตรียมการ ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. การเตรียมดิน ช่วงออกดอก การตัดแต่งกิง่ ชว่ งแตกใบออ่ นและเรมิ่ แทงชอ่ ดอก ทล่ี มุ่ ขดุ รอ่ งยกแปลงขน้ึ มา - ใหน้ ำ้� สมำ�่ เสมอ - ตดั แตง่ กงิ่ หลงั เกบ็ เกย่ี วผลแลว้ - ระยะแตกใบออ่ น พน่ สารเคมี เพอ่ื เปน็ การระบายนำ้� - ฉดี พน่ สารเคมปี อ้ งกน้ กำ� จดั - ใหป้ ยุ๋ สตู ร 15-15-15 เพอื่ กระตนุ้ ปอ้ งกนั กำ� จดั โรค แมลงศตั รพู ชื ทดี่ อน ไถพรวน และปรบั พน้ื ท่ี โรคและแมลง ชว่ งตดิ ผลและ ใหแ้ ตกใบออ่ นพรอ้ มกนั - ใสป่ ยุ๋ คอกและปยุ๋ เคมสี ตู ร ใหส้ มำ�่ เสมอ ผลพฒั นา 8-24-24 ชว่ งปลายฤดฝู น - ใสป่ ยุ๋ สตู ร 15-15-15 การเก็บเก่ียว - งดการใหน้ ำ�้ การเตรียมพันธ์ุ - ใหน้ ำ้� สมำ�่ เสมอ - ดชั นกี ารเกบ็ เกย่ี ว ผลลนิ้ จแ่ี ก่ - กำ� จดั วชั พชื ควรจะเตรยี มกง่ิ ตอนไวล ว งหนา - ฉดี พน่ สารเคมปี อ้ งกนั กำ� จดั โรค หลงั จากดอกบานประมาณ 4 เดอื น - ควนั่ หรอื รดั ดว้ ยลวด ใหอ ยใู นสภาพทแี่ ขง็ แรงตง้ั ตวั ไดแ ลว และแมลง และผลมขี นาดโตเตม็ ท่ี สขี องผล - คลายลวดหลงั 30 - 45 วนั โดยเลยี้ งไวในเรอื นเพาะชํากอ น - หอ่ ผลเมอ่ื เปลอื กเรม่ิ เปลยี่ นสี เปลย่ี นจากสเี ขยี วเปน็ สชี มพปู นแดง นำ� ลงปลกู ไหลผ่ ลกวา้ งออก ฐานของหนาม ศัตรทู ีส่ �ำคญั และการป้องกนั กำ� จัด ทเี่ ปลอื กขยายออก ปลายหนามแหลม - โรคใบจดุ สนมิ หรอื จดุ สาหรา่ ย ระบาดไปกบั ลมและพายฝุ น เขา้ ทำ� ลาย การปลกู รอ่ งหนามถา่ งออกเหน็ ไดช้ ดั เนอ้ื แหง้ ในสภาพอากาศทมี่ คี วามชนื้ สงู เขา้ ทำ� ลายบรเิ วณใบแกล่ น้ิ จี่ ใบทเี่ ปน็ - ปลกู ในชว่ งตน้ ฤดฝู น ขดุ หลมุ ปลกู ใหม้ ขี นาด 50 X 50 X 50 เซนตเิ มตร กลนิ่ หอม รสหวาน โรคจะมสี ซี ดี เหลอื งปนนำ้� ตาลและใบรว่ ง ระยะปลกู 8 x 10 เมตร การปฏิบตั หิ ลังการเก็บเกยี่ ว - โรคเปลอื กผลไหม้ พบในระยะทผ่ี ลลนิ้ จก่ี ำ� ลงั สรา้ งเนอ้ื ผล (เปลอื ก - ผสมดนิ ปยุ๋ คอก และปยุ๋ รอ็ คฟอสเฟตเขา้ ดว้ ยกนั ในหลมุ สงู ประมาณ - เมอ่ื เกบ็ เกย่ี วผลผลติ แลว้ ควรขนยา้ ย สเี ขยี วปนเหลอื ง) ตอ่ มาเปลย่ี นเปน็ สนี ำ้� ตาลเขม้ หรอื นำ�้ ตาลปนดำ� 2 ใน 3 ของหลมุ มารวมกนั ทรี่ ม่ ทำ� การตดั แตง่ ชอ่ ผล บางครง้ั แผลแตกปริ - ยกถงุ กลา้ ตน้ ไมว้ างในหลมุ โดยใหร้ ะดบั ของดนิ ในถงุ สงู กวา่ ระดบั ดนิ คดั ขนาดและจดั ชนั้ คณุ ภาพ บรรจภุ าชนะ - หนอนเจาะขว้ั ผล ระบาดเดอื นมนี าคม – สงิ หาคม เขา้ ทำ� ลาย ปากหลมุ ปลกู เลก็ นอ้ ย ดงึ ถงุ พลาสตกิ ออก กลบดนิ ทเ่ี หลอื ลงไปในหลมุ โดยเจาะขวั้ ผลแก่ ทำ� ใหผ้ ลรว่ ง แลว้ กดดนิ บรเิ วณโคนตน้ ใหแ้ นน่ - เพลย้ี หอย เพลย้ี แปง้ ระบาดชว่ งกอ่ นการเกบ็ เกย่ี ว เขา้ ทำ� ลาย - ปกั ไมห้ ลกั และผกู เชอื กยดึ เพอ่ื ปอ้ งกนั ลมพดั โยก โดยตดิ ไปกบั ชนิ้ สว่ นของพชื และผลผลติ มปี ญั หาในการสง่ ออก จดั อยใู่ นกลมุ่ กกั กนั ศตั รพู ชื หรอื ตอ้ งหา้ ม (quarantine pests)
เทคนิคการปลกู และดูแลรักษาล้ินจี่ 1. การเตรยี มการกอ่ นปลกู 1.1 การเตรียมดิน - ท่ีลุม่ ขดุ ร่องยกแปลงขึน้ มาเพอื่ เปน็ การระบายน�้ำ เพราะลนิ้ จ่ไี ม่ชอบดนิ ทมี่ นี ้�ำแฉะ ส�ำหรับความลกึ ของรอ่ งประมาณ 80 - 100 เซนตเิ มตร กวา้ งประมาณ 1 เมตรหรอื อาจขดุ รอ่ ง ตามความเหมาะสม โดยพจิ ารณาจากความสงู ตำ�่ ของพนื้ ท่ี และความกวา้ งของแปลงปลกู ไมค่ วรตำ�่ กวา่ 5 เมตร สว่ นความยาวของแปลงปลูกก็แล้วแต่ขนาดของพน้ื ท่ี - ทดี่ อน เตรยี มพนื้ ทโ่ี ดยการไถพรวนและปรบั พนื้ ทใ่ี หส้ มำ�่ เสมอ การเตรยี มพนื้ ทใี่ นทด่ี อน ควรค�ำนึงถึงแหล่งนำ้� ท่จี ะใช้ด้วย พร้อมทง้ั ควรมกี ารปลูกพืชบังลมเพ่อื ป้องกนั ลม 1.2 การเตรยี มพนั ธ์ุ พันธุ์ท่ีนิยม ได้แก่ ค่อม, ฮงฮวย โอวเฮียะ, กิมเจ็ง, จักรพรรดิ นพ.2 ควรจะเตรียม กงิ่ ตอนไวลว งหนา ใหอยูใ่ นสภาพทแี่ ขง็ แรงตั้งตัวไดแ ลว โดยเลย้ี งไวใ นเรือนเพาะชํากอนนําลงปลกู 2. การปลกู 2.1 วิธปี ลูก 2.1.1 ระยะปลูก 8 x 10 เมตร 2.1.2 จำ� นวนต้นตอ่ ไร่ 25 ต้น 2.1.3 วสั ดปุ รับปรงุ ดิน ได้แก่ ปุ๋ยหมกั หรือป๋ยุ คอก ทส่ี ลายตัวดีแลว้ 15 - 20 กิโลกรมั หินฟอสเฟต 0.5 กิโลกรัม 2.1.4 เตรียมดินโดยการผสมดินกับวัสดุปรับปรุงดินเข้าด้วยกันเพ่ือรองก้นหลุม และ สำ� หรับใช้กลบหลมุ ปลูก 2.1.5 การปลูก - ขดุ หลมุ ขนาด 50 x 50 x 50 เซนตเิ มตร - ผสมดนิ หนา้ กบั วสั ดปุ รบั ปรงุ ดนิ ขอ้ 2.1.3 ในหลมุ ใหม้ คี วามสงู ประมาณ 2 ใน 3 ของหลมุ 42
3. การดูแลรักษา 3.1 การใสป่ ๋ยุ 3.1.1 ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ (ปยุ๋ คอก ปยุ๋ หมกั ปยุ๋ พชื สด) ชว่ ยบำ� รงุ ดนิ และปรบั โครงสรา้ งดนิ ใหม้ สี ภาพดี 3.1.2 ปยุ๋ เคมี เปน็ ปยุ๋ ทพี่ ชื สามารถนำ� ไปใชไ้ ดท้ นั ที การใสห่ ลงั จากตดั แตง่ กงิ่ และเพอื่ บำ� รงุ ใส่สูตร 15–15–15 ผสมกับ ปุ๋ย 46–0–0 อัตราส่วน 1 : 1 ต้นละ 2 กิโลกรัม เพ่ือกระตุ้น ให้แตกใบอ่อน สูตร 0-46-0 ผสมกับปุ๋ย 0-0-60 อัตราส่วน 1 : 1 เพื่อสร้างตาดอก ฉีดพ่น 0–52–34 ทางใบ 3 คร้ัง เพื่อกระตุ้นใบแก่ สูตร 15–15–15 ผสมกับ 46–0–0 และ 0–0–60 สัดส่วน 1 : 1 : 1 เพ่อื ให้ดอกบาน สูตร 15–15-15 ผสมกับ ปุ๋ย 46–0–0 อตั ราส่วน 1 : 1 เพ่อื บ�ำรุงผลใหเ้ จรญิ เติบโต สูตร 0–0–60 เพ่ือเพมิ่ คุณภาพของผลผลติ 3.2 การให้นำ้� 3.2.1 หลังปลกู ช่วงตน้ เล็กในระยะ 1 - 2 ปแี รก ใหน้ ำ้� 20 - 60 ลิตร ตอ่ ระยะ 4 - 5 วัน (รดให้ดินเปยี กน้�ำกว้าง 0.5 และ 1.0 เมตร) 3.2.2 ตน้ ลน้ิ จท่ี อี่ ายุ 3 ปขี น้ึ ไป ใหน้ ำ�้ ทางผวิ ดนิ เปน็ การใหน้ ำ้� ครงั้ หนงึ่ ๆ เปน็ จำ� นวนมาก เพอื่ ให้ดินท่คี วามลกึ อยา่ งน้อย 50 เซนติเมตร อมุ้ น�้ำไว้ให้มากทีส่ ุด เพื่อใหต้ น้ ค่อยๆ ใช้ไดห้ ลายวนั 3.3 การตดั แต่งก่งิ 3.3.1 การควบคุมทรงต้นลิ้นจ่ีต้นเล็ก หลังจากปลูกเล้ียงต้นกล้าให้ความสูงประมาณ 80 - 100 เซนติเมตร จึงตัดยอดเพ่ือสร้างกิ่งข้าง รอจนแตกตาข้างยาวประมาณ 50 เซนติเมตร ให้เลือกก่ิงที่ท�ำมุมกว้างกับล�ำต้นไว้ 3 - 4 ยอดรอบๆ ล�ำต้น แล้วจึงตัดปลายยอดออกให้เหลือ ความยาวกิ่งประมาณ 50 เซนตเิ มตร ปลอ่ ยไวแ้ ตกกง่ิ แขนงโดยรอบยาวประมาณ 50 เซนตเิ มตร โดยเลอื กกง่ิ ท�ำมมุ กวา้ งกบั กงิ่ หลกั 3 - 4 กิ่ง ตัดปลายยอดออกให้เหลือความยาวกิ่งประมาณ 50 เซนตเิ มตรเชน่ กนั โดยถอื ปฏบิ ตั เิ ชน่ นี้ จนตน้ ลน้ิ จม่ี อี ายุ 3 - 4 ปี จงึ ปลอ่ ยใหต้ น้ ลน้ิ จอี่ อกดอกตดิ ผล 3.3.2 การควบคมุ ทรงต้นและการตัดแตง่ กงิ่ ลิ้นจี่ต้นใหญ่ โดย 1) การตัดกงิ่ ในทรงพมุ่ 2) การตัดกงิ่ เพื่อเปดิ กลางทรงพุ่ม จนแสงแดดสามารถส่องผา่ นลงถึงโคนต้น 3) การตัดยอดลน้ิ จเี่ พ่อื ควบคมุ ความสงู 4) การตัดยอดหรือกงิ่ ล้ินจท่ี ่ปี ระสานกนั จนไมส่ ามารถจะออกดอกติดผลได้ 43
4. การปอ้ งกนั ก�ำจัดศตั รพู ืช 4.1 แมลงศตั รูล้ินจี่ หนอนเจาะขว้ั ผล การท�ำลาย เจาะขั้วผลแก่ ทำ� ใหผ้ ลรว่ ง เพลย้ี หอย เพลย้ี แป้ง การทำ� ลาย มกั ระบาดชว่ งกอ่ นการเกบ็ เกยี่ ว เขา้ ทำ� ลาย โดยตดิ ไปกบั ชน้ิ สว่ นของพชื และผลผลติ มปี ญั หาในการสง่ ออก จดั อยใู่ นกลมุ่ กกั กนั ศตั รพู ชื หรอื ตอ้ งหา้ ม (quarantine pests) 4.2 โรคลน้ิ จ่ี โรคใบจดุ สนิม หรอื จุดสาหรา่ ย อาการ เข้าทำ� ลายบริเวณใบแก่ ทำ� ให้ใบมีสซี ีดเหลืองปนนำ้� ตาล และร่วง โรคเปลอื กผลไหม้ อาการ พบในระยะทผี่ ลลน้ิ จกี่ ำ� ลงั สรา้ งเนอื้ ผล (เปลอื กสเี ขยี วปนเหลอื ง) ตอ่ มาเปลย่ี นเปน็ สนี ำ้� ตาลเขม้ หรือนำ�้ ตาลปนด�ำ บางคร้ังแผลแตกปริเน่อื งจากเน้อื ผลขยายขนาด 5. การปฏบิ ตั ิกอ่ นและหลังการเก็บเกยี่ ว ลนิ้ จจ่ี ดั เปน็ ไมผ้ ลประเภท non-climacteric หลงั การเกบ็ เกยี่ วแลว้ ไมม่ กี ารเปลย่ี นแปลงคณุ ภาพ ผลผลติ ในทางทดี่ ขี นึ้ และเอธลิ นี ไมม่ ผี ลตอ่ การสกุ หรอื อกี นยั หนง่ึ เรยี กวา่ เปน็ ผลไมท้ ไ่ี มส่ ามารถบม่ ใหส้ กุ ได้ 5.1 วธิ ีการเกบ็ เกยี่ ว 5.1.1 ใชบ้ นั ไดพาดบนตน้ แลว้ หกั กงิ่ เพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลผลติ ทงั้ พวงและมใี บตดิ มาบา้ งเลก็ นอ้ ย 5.1.2 ลน้ิ จที่ ี่เกบ็ เกย่ี วแลว้ จะนำ� มาตกแต่งช่อ คัดเกรดและบรรจุ ซงึ่ อาจจะท�ำอย่ภู ายใต้ รม่ ไม้ส่วนใดส่วนหนงึ่ ของสวนกไ็ ด้ 5.2 การปฏบิ ตั หิ ลงั การเกบ็ เกย่ี ว ลดอุณหภูมอิ ย่างรวดเรว็ ให้อยู่ท่ี 3 องศาเซลเซียส แล้วเกบ็ รักษาไวท้ ่ี 5 องศาเซลเซียส จะท�ำให้ผลลิ้นจ่ีมีการสูญเสียน้�ำน้อยและถูกโรคเข้าท�ำลายได้ยากข้ึน ท�ำโดยการใช้ลมเย็นผ่านผล อยา่ งรวดเรว็ (Force-air Cooling) หรอื การจมุ่ ผลลน้ิ จใี่ นนำ้� เยน็ หรอื นำ้� ทผ่ี สมนำ�้ แขง็ (Hydro Cooling) จะช่วยลดอุณหภูมิผลได้อย่างรวดเร็ว และผลไม่สูญเสียน�้ำหนักในระหว่างการลดอุณหภูมิผล แตต่ อ้ งระวังรอใหผ้ ลแหง้ กอ่ นการบรรจุ มฉิ ะน้ันจะมีปัญหาเรอ่ื งเช้ือโรคเขา้ ทำ� ลายไดง้ า่ ย 44
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166