แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าสังคมศึกษา รหสั วชิ า ส33101 ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 6 นายพรชัย กสิกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ โรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษด์ิ อาเภอหันคา จงั หวดั ชัยนาท
ก คำนำ แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าสังคมศึกษา รหสั วชิ า ส33101 ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 เล่มน้ีได้จดั ทาข้ึนเพ่ือใช้เป็ นแนวทางในการจดั การเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็ นสำคัญ ให้นกั เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ สามารถสร้างองคค์ วามรู้ไดด้ ว้ ยตนเอง ท้งั เป็ นรายบุคคลและรายกลุ่ม สร้างสถานการณ์การเรียนรู้ท้งั ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ทาให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ในเชิงบูรณาการด้วยวิธีการที่หลากหลาย เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปความรู้ดว้ ยตนเอง ทาใหน้ กั เรียนไดร้ ับการพฒั นาท้งัดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ และด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดี นาไปสู่การอยู่ร่วมกนั ในสังคมอยา่ งสันติสุข การจดั ทาแผนการจดั การเรียนรู้ สังคมศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 6 เล่มน้ีผูเ้ ขียนไดจ้ ดั ทาตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ซ่ึงครอบคลุมสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ โดยไดน้ าเสนอแผนการจดั การเรียนรู้เป็ นรายชว่ั โมงตามหน่วยการเรียนรู้ และในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ยงั มีการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ท้งั 3 ดา้ น ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ และดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยม แผนการจดั การเรียนรู้ สังคมศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 เล่มน้ีไดอ้ อกแบบการเรียนรู้ดว้ ยเทคนิคและวธิ ีการสอนอยา่ งหลากหลาย และจดั เน้ือหาใหส้ อดคลอ้ งกบั ความสนใจและความถนดั ของผเู้ รียน โดยคานึงถึงความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล เพือ่ การจดั การเรียนรู้สาหรับนกั เรียนให้บรรลุเป้ าหมายของหลกั สูตรต่อไป (นายพรชยั กสิกรรม) ครูชานาญการพิเศษ โรงเรียนหนั คาราษฎร์รังสฤษด์ิ
ข สำรบัญ คานา หนา้ สารบญั ก แนวปฏิบตั ิการวดั ประเมินผล ข คาช้ีแจงการดาเนินงานเพื่อขออนุมตั ิแนวปฏิบตั ิการวดั ผลประเมินผล ค แนวปฏิบตั ิการวดั และประเมินผลระหวา่ งภาคเรียน ง เง่ือนไขการให้ “ร” จ บนั ทึกขอ้ ความ ฉแผนการสอนท่ี 1 เร่ือง ความหมาย ความสาคญั ประโยชน์ ช และวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ได้ 1แผนการสอนที่ 2 เรื่อง พฒั นาการระบบสังคมของไทย 19แผนการสอนท่ี 3 เร่ือง พฒั นาการของศลิ ปะและวฒั นธรรม 41 ของประเทศไทย 50แผนการสอนท่ี 4 เร่ือง การเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 78แผนการสอนท่ี 5 เรื่อง ระบบการเมืองการปกครองของไทยแผนการสอนที่ 6 เร่ือง ววิ ฒั นาการทางเศรษฐกิจ สงั คม 95 การปกครองของเมโสโปเตเมีย 124แผนการสอนที่ 7 เร่ือง การปฏิวตั ิวทิ ยาศาสตร์ 143 การปฏิวตั ิอุตสาหกรรมแผนการสอนที่ 8 เรื่อง การปฏิวตั ิฝร่ังเศสบรรณานุกรม 144
ค แนวปฏิบตั กิ ำรวดั ผลและประเมินผลรหสั วชิ า ส 33101 รายวชิ า สงั คมศึกษาระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 6 หมวดวชิ า สงั คมศึกษาโรงเรียนหนั คาราษฎร์รงั สฤษด์ิเร่ิมใชต้ ้งั แต่ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2561------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- อำจำรย์ผู้สอน ( นายพรชยั กสิกรรม )------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ คำชี้แจงกำรดำเนินงำนเพอ่ื ขออนุมตั ิแนวปฏบิ ัตกิ ำรวดั ผลและประเมนิ ผล 1. ผสู้ อนวเิ คราะห์เพื่อหาแนวปฏิบตั ิและการประเมิน โดยยดึ ระเบียบ กระทรวงศกึ ษาธิการวา่ ดว้ ยการประเมินผลการเรียน ตามหลกั สูตรฯ 2. จดั พิมพแ์ นวปฏิบตั ิการวดั ผลและประเมินผล 3. เสนอผอู้ านวยการโรงเรียนเพอ่ื ขออนุมตั ิ โดยผา่ นลาดบั ข้นั ตอนดงั น้ี 4. ผสู้ อน – หวั หนา้ หมวดวชิ า – หวั หนา้ งานทะเบียน วดั ผล – หวั หนา้ ฝ่ ายวชิ าการ – ผอู้ านวยการ
ง แนวปฏบิ ัตใิ นกำรวดั ผลและประเมนิ ผลระหว่ำงภำคเรียน แจง้ ใหน้ กั เรียนทราบจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ก่อนท่ีจะเรียนและก่อนการสอบเพอื่ ทาการประเมิน1. กำรวดั ผลและประเมนิ ผลก่อนสอบกลำงภำคเรียน คะแนนเตม็ 15 คะแนน จะดาเนินการดงั น้ี 1.1 วดั ผลจุดประสงคท์ ่ี 1 กาหนดสอบ ประมาณสปั ดาหท์ ่ี 2โดยใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบเป็นแบบปรนยั จานวน 10 ขอ้คะแนนเตม็ 5 คะแนน ใชเ้ วลา 10 นาที 1.2 วดั ผลจุดประสงคท์ ่ี 2 กาหนดสอบ ประมาณสัปดาห์ที่ 4โดยทาแบบทดสอบเป็นแบบปรนยั มี 4 ตวั เลือก จานวน 10 ขอ้คะแนนเตม็ 5 คะแนน ใชเ้ วลา 5 นาที 1.3 ดูจากการทางานกลุ่ม การเสนองาน และการส่งงานของกลุ่มท่ีใหป้ ฏิบตั ิคะแนนเตม็ 5 คะแนน2. กำรวดั ผลและประเมนิ ผลสอบกลำงภำคเรียน คะแนนเตม็ 30 คะแนน จะดาเนินการดงั น้ี 2.1 วดั ผลจุดประสงคท์ ี่ 1 และ 5 กาหนดสอบกลางภาคเรียนตามที่โรงเรียนกาหนดใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบปรนยั ชนิดเลือกตอบมี 4 ตวั เลือกจานวน 40 ขอ้ และแบบอตั นยั 2 ขอ้ คะแนนเตม็ 30 คะแนน ใชเ้ วลา 60 นาที 2.2 นกั เรียนท่ีสอบไม่ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 50 จะมีการสอนซ่อมเสริมในวนั เสาร์และวนั อาทิตยแ์ ละใหส้ อบแกต้ วั ใหม่ได้ 1 คร้ัง ตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ที่นกั เรียนสอบไม่ผา่ น
จ3. กำรวดั ผลและประเมนิ ผลหลงั สอบกลำงภำคเรียน คะแนนเตม็ 15 คะแนน จะดาเนินการดงั น้ี 3.1 วดั จุดประสงคท์ ่ี 6 ประมาณสัปดาห์ที่ 13 โดยใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบเป็นแบบอตั นยั จานวน 2 ขอ้ คะแนนเตม็ 5 คะแนนใชเ้ วลา 15 นาที 3.2 วดั จุดประสงคท์ ี่ 7 กาหนดสอบวดั ผล 14 - 16 โดยดูจากการส่งงานกลุ่มการนาเสนอผลงานกลุ่ม การร่วมกนั อภิปรายคะแนนเตม็ 10 คะแนน 3.3 ใหน้ กั เรียนส่งสมุดงานท่ีปฏิบตั ิมาตลอด 1 ภาคเรียนคะแนนเตม็ 5 คะแนน4. จิตพสิ ัย คะแนนเตม็ 10 คะแนน 4.1 ใหค้ ะแนนความรับผดิ ชอบ 3 คะแนน - ประเมินจากการการส่งงานกลุ่ม - ประเมินจากการปฏิบตั ิงานกลุ่ม 4.2 ใหค้ ะแนนความสนใจและการต้งั ใจเรียน 5 คะแนน - ประเมินจากการส่งสมุดแลค็ เชอร์ - ประเมินจากการส่งแบบฝึ กหดั ท่ีใหท้ าตลอดภาคเรียน 4.3 ใหค้ ะแนนทางดา้ นจริยธรรม 3 คะแนน - ประเมินจากความซ่ือสตั ย์5. สอบปลำยภำคเรียน คะแนนเตม็ 40 คะแนน จะมีการดาเนินการดงั น้ี 5.1 วดั ผลจุดประสงคท์ ี่ 1 – 8 5.2 กาหนดสอบปลายภาคตามที่โรงกาหนด 5.3 ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบเป็นแบบปรนยั ชนิด 4 ตวั เลือกจานวน 40 ขอ้ และขอ้ สอบอตั นยั 2 ขอ้ คะแนนเตม็ 30 คะแนนใชเ้ วลา60 นาที 5.4 เกณฑก์ ารตดั สินผลการเรียนปฏิบตั ิตามระเบียบการวดั ผลและการประเมินผลตามท่ีหลกั สูตรกาหนด
ฉ เง่อื นไขกำรให้ รเง่ือนไขการให้ ร ในการเรียนการสอนแก่นกั เรียนที่ลงทะเบียนเรียนรหสั วชิ า ส 33101 รายวชิ า สังคมศึกษา มีดงั ต่อไปน้ีนกั เรียนขาดการสอบวดั ผลกลางภาคหรือขาดสอบวดั ผลปลายภาคจุด จุดประสงคส์ าคญั งานท่ี จานวน หมายประ- มอบหมาย ชิ้น เหตุสงคท์ ี่-- ---- -- --- -- เริ่มใช้ ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2561 เป็นตน้ ไปผสู้ อน ( นายพรชยั กสิกรรม )
ช บนั ทกึ ข้อควำมส่วนรำชกำร โรงเรียนหนั คาราษฎร์รังสฤษด์ิที่ ร.ส. / วนั ท่ี 14 พฤษภำคม พ.ศ. 2561เรื่อง ขออนุมตั ิแนวปฏิบตั ิการวดั ผลและประเมินผล รหสั วชิ า ส 33101รายวชิ าสังคมศึกษาเรียน ผอู้ านวยการโรงเรียนหนั คาราษฎร์รังสฤษด์ิ เพือ่ ใหก้ ารดาเนินการวดั ผลและประเมินผลในรหสั วชิ า ส 33101 รายวชิ า สงั คมศึกษาเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวา่ ดว้ ยการประเมินผลการเรียน ตามหลกั สูตรหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มธั ยมศึกษาตอนปลาย ครูผสู้ อนในรายวชิ าดงั กล่าว จึงไดด้ าเนินการจดั ทาแนวปฏิบตั ิการวดั และประเมินผลข้ึนจึงเรียนมาเพ่ือโปรดพจิ ารณา (นายพรชยั กสิกรรม ) ครูชานาญการพิเศษความเห็นของหวั หมวดวชิ า ความเห็นของหวั หนา้ ทะเบียน – วดั ผล ใหใ้ ชไ้ ด้ ใหใ้ ชไ้ ด้( นายทศั นยั ตะ๊ เขือนแกว้ ) (นางสาวสุมาพร สุธา)ความเห็นของหวั หนา้ ฝ่ ายวชิ าการ คาสั่งผอู้ านวยการโรงเรียนหนั คาราษฎร์รังสฤษด์ิ ใหใ้ ชไ้ ด้ ( ) อนุมตั ิ ( ) ไมอ่ นุมตั ิ ( นางสาวทศั นี วงศทองดี ) (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ )
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เรื่องความสมั พันธ์ยคุ สมัยท่ผี า่ นมา รายวชิ า สงั คมศึกษา รหสั วิชา ส 33101 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6กลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ภาคเรียนที่ 1 เวลา 5 ช่วั โมง ครูผสู้ อน นายพรชยั กสกิ รรม โรงเรียน หันคาราษฎร์รังสฤษดิ์มาตราฐานการเรียนรู้ที่ 4.1 เขา้ ใจยคุ สมยั ของประวตั ิศาสตร์ สามารถใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์บนพ้นื ฐานของความเป็นเหตุเป็นผลมาวเิ คราะหเ์ หตุการณ์ต่างๆ อยา่ งเป็นระบบผลการเรียนรู้1. วเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธข์ องยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์ของไทยสากล และภูมิภาคที่สาคญั ของโลกที่แสดงความสัมพนั ธใ์ นการต่อเน่ืองของกาลเวลา2. วเิ คราะห์หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ท่ีใชใ้ นการศึกษาประวตั ิศาสตร์ไทยและประวตั ิศาสตร์สากล วเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบความแตกต่างของหลกั ฐานในการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ไทยสากล และภูมิภาคอื่น ๆท่ีสาคญั ของโลก วเิ คราะห์เหตุการณ์สาคญั ทางประวตั ิศาสตร์ในมุมมองท่ีแตกต่างกนั เนื่องจากใชห้ ลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ท่ีแตกต่างกนั
2สาระการเรียนรู้1.ความสมั พนั ธ์ของยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์ของไทยและสากล ท่ีแสดงความสาคญั ในความต่อเน่ืองของกาลเวลา1. หลกั ฐานประเภทต่างๆท่ีใชใ้ นการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ไทยประวตั ิศาสตร์สากลและประวตั ิศาสตร์ในภมู ิภาคอ่ืน ๆท่ีสาคญั ของโลก2. ตวั อยา่ งการใชห้ ลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ไทยและประวตั ิศาสตร์สากล3. ตวั อยา่ งเหตุการณ์ทางประวตั ิศาสตร์ที่แสดงถึงการใชห้ ลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ที่แตกต่างกนัสาระสาคญั ประวตั ิศาสตร์มาจากคาในภาษาองั กฤษวา่ “HISTORY” ซ่ึงรากฐานเดิมมาคาภาษากรีกวา่ “HISTORI” เป็นการศึกษาเร่ืองราวที่เกิดข้ึนในอดีตของมนุษย์ ซ่ึงเหตุการณ์น้ีสามารถนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั และอนาคตได้จุดประสงค์ปลายทาง บอกความหมาย ความสาคญั ประโยชน์ และวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ได้จุดประสงค์นาทาง 1. บอกความหมายของประวตั ิศาสตร์ได้ 2. บอกความสาคญั ของประวตั ิศาสตร์ได้ 3. บอกประโยชนข์ องประวตั ิศาสตร์ได้ 4. บอกวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ได้
3เนือ้ หา 1. ความหมายของประวตั ิศาสตร์ 2. ความสาคญั ของประวตั ิศาสตร์ 3. ประโยชนข์ องประวตั ิศาสตร์ 4. วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์กจิ กรรมการเรียนการสอน 1. ครูนาเขา้ สู่บทเรียน แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีการวดั ผลและเกณฑ์การประเมินผลใหน้ กั เรียนทราบ 2. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนเป็นแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบจานวน 10 ขอ้ 5 คะแนน เวลา 5 นาที 3. นกั เรียนช่วยกนั อภิปราย คาวา่ “ประวตั ิศาสตร์” ท่ีครูเขียนบนกระดานดา 4. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มตามความสมคั รใจเพ่อื ศกึ ษาคน้ ควา้ แบ่งเป็น 5 กลุ่มๆ ละประมาณ 6 – 7 คน 5. นกั เรียนทุกกลุ่มศึกษาเอกสารหมายเลข 1 เร่ือง ความหมายความสาคญั ประโยชนข์ องประวตั ิศาสตร์ 6. ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่มสรุป ความหมาย ความสาคญั และประโยชน์ของประวตั ิศาสตร์หนา้ ช้นั เรียน โดยมีครูคอยแนะนาและสรุปเพิ่มเติมโดยใชแ้ ผน่ ใสนกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุดงาน 7. ใหแ้ ต่ละกลุ่ม ยกตวั อยา่ งเหตุการณ์ในอดีต ท่ีมีขอ้ ผดิ พลาดและนกั เรียนสามารถนาขอ้ ผดิ พลาดน้นั มาแกไ้ ขในปัจจุบนั ได้ โดยส่งตวั แทนกลุ่มมาพดู หนา้ ช้นั เรียน 8. นกั เรียนลงมือปฏิบตั ิงานกลุ่ม โดยมีครูคอยใหค้ าแนะนาและสงั เกตการทางานกลุ่ม 9. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียนเป็นแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบจานวน10 ขอ้ 5 คะแนน เวลา 5 นาที 10. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั เสริมทกั ษะ
4ส่ือการเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการการเรียน 2. แบบรายงานผลการปฏิบตั ิงานกลุ่มการวดั ผล 1. วธิ ีการวดั ผล 1.1 ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรียน 1.2 ประเมินจากแบบสงั เกตการปฏิบตั ิงานกลุ่ม 1.3 ประเมินจากการทาแบบฝึ กหดั เสริมทกั ษะ 2. เกณฑก์ ารประเมิน 2.1 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน คะแนน 9-10 คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนน 7-8 คะแนน หมายถึง ดี คะแนน 5-6 คะแนน หมายถึง พอใช้ คะแนน 0-4 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ถือเกณฑผ์ า่ นร้อยละ 60 หรือ 6 คะแนน 2.2 แบบสังเกตการปฏิบตั ิงานกลุ่ม คะแนน 18-20 คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนน 14-17 คะแนน หมายถึง ดี คะแนน 10-13 คะแนน หมายถึง พอใช้ คะแนน 0-9 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ถือเกณฑผ์ า่ นร้อยละ 60 หรือ 12 คะแนน 2.3 แบบฝึ กหดั เสริมทกั ษะตรวจจากนกั เรียนส่งแบบฝึ กหดั ถือผา่ นเกณฑ์ มี 5 ขอ้ ผา่ น 3 ขอ้
5 3. เครื่องมือวดั ผลและประเมินผล 3.1 แบบรายงานผลการปฏิบตั ิงานของกลุ่ม 3.2 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน 3.3 แบบฝึกหดั เสริมทกั ษะกจิ กรรมเสนอแนะ 1. ใหน้ กั เรียนศึกษาคน้ ควา้ เพม่ิ เติมจากหอ้ งสมุดของโรงเรียน 2. ใหน้ กั เรียนอ่านเพิ่มเติมจากหนงั สือสังคมศึกษา ส605 ของ ไทยวฒั นาพาณิช วฒั นาพานิช อกั ษรเจริญทศั น์ และ คู่มือสังคมศกึ ษา ส605 ENTRANCE 3. ใหน้ กั เรียนอ่านเพิม่ เติมจากหนงั สือประวตั ิศาสตร์ไทย
6ข้อเสนอแนะของหวั หน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย( ตรวจสอบ/ นิเทศ/ เสนอแนะ/ รับรอง )………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ ………………………………… () ตาแหน่ง …………………………….. วนั ที่ ….… เดือน ………………… พ.ศ. ……..
7 แบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรียนเร่ือง ความหมาย ความสาคญั ประโยชนข์ องประวตั ิศาสตร์ จานวน 2 คาบรายวชิ า สังคมศึกษา รหสั วชิ า ส 33101--------------------------------------------------------------------------------------------------------คาชี้แจง 1. แบบทดสอบน้ีเป็นแบบปรนยั เลือกตอบ มี 4 ตวั เลือกจานวน 10 ขอ้ เวลา 5 นาทีคาสั่ง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบที่ถูกที่สุด แลว้ ทาเคร่ืองหมาย X ลงในช่องตวั อกั ษร ก ข ค ง ในกระดาษคาตอบท่ีแจกให้1. ขอ้ ใดใหค้ วามหมายของประวตั ิศาสตร์ ก. ความทรงจาของมนุษยใ์ นอดีต ข. การขดุ คน้ หาหลกั ฐานของมนุษยใ์ นอดีต ค. การการจดบนั ทึกเรื่องราวของมนุษยส์ ืบต่อกนั มา ง. การตรวจตรา การศึกษาคน้ ควา้ เร่ืองราวของมนุษยใ์ นอดีต2. คาวา่ “ประวตั ิศาสตร์ “ เร่ิมมีใชใ้ นประเทศไทยเม่ือไร เพราะเหตุใด ก. สมยั รัชกาลที่ 3 ข. สมยั รัชกาลท่ี 4 ค. สมยั รัชกาลท่ี 5 ง. สมยั รัชกาลท่ี 63. ชนชาติใดที่เร่ิมการบนั ทึกประวตั ิศาสตร์เป็นคร้ังแรก ก. กรีก ข. อียปต์ ค. โรมนั ง. จีน
84. การบนั ทึกประวตั ิศาสตร์ไทยในสมยั โบราณท่ีมุ่งความสนใจในเร่ืองศาสนา และสถาบนั กษตั ริยม์ ากกวา่ เรื่องของสามญั ชนทวั่ ไป เป็นเพราะเหตุใด ก. เพราะกษตั ริยเ์ ป็นผมู้ ีอานาจมาก ข. เพราะเป็นเรื่องเก่ียวกบั วีรชน ค. เพราะเป็นการเขียนแบบพงศาวดาร ง. เพราะเป็นการบนั ทึกใหอ้ ุดมดว้ ยศลิ ป์5. ใครเป็นผสู้ ร้างประวตั ิศาสตร์ ก. มนุษย์ ข. นกั ปรัชญา ค. นกั ประวตั ิศาสตร์ ง. นกั โบราณคดี6. นกั ปราชญท์ างประวตั ิศาสตร์และโบราณคดีใชอ้ ะไรเป็นเครื่องกาหนด การแบ่งระหวา่ งยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์และประวตั ิศาสตร์ ก. ระยะเวลา ข. ภาษาเขียน ค. สภาพความเป็นอยู่ ง. ชุมชนระดบั เมือง7. ทาไมจึงกล่าววา่ ประวตั ิศาสตร์เป็น “ศาสตร์” อยา่ งหน่ึง ก. เพราะเป็นความรู้ เป็นความจริง มีกฎเกณฑ์ มีการสืบต่อเน่ือง ข. เพราะเป็นประสบการณ์ของอดีตที่มีคุณค่า ค. เพราะเป็นเรื่องท่ีเขียนใหอ้ ุดมไปดว้ ยวรรณศลิ ป์ ง. เพราะเป็นเร่ืองราวของศาสนา วรี ชนและพระมหากษตั ริยเ์ ท่าน้นั
9 8. การศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ก่อใหเ้ กิดประโยชนส์ าหรับผเู้ รียนในขอ้ ใด มากท่ีสุด ก. ช่วยใหท้ างานไดง้ ่ายเป็นอยา่ งดี ข. ช่วยในการวางแผนทางานดีข้ึน ค. ช่วยใหอ้ ยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งปกติสุข ง. ช่วยในการตดั สินใจแกป้ ัญหาท่ีเกิดข้ึนท้งั ในปัจจุบนั และอนาคต 9. ประวตั ิศาสตร์จะเป็นเคร่ืองนาทางอะไรแก่มนุษย์ ก. บอกใหร้ ู้วา่ มนุษยม์ ีววิ ฒั นาการมาอยา่ งไร ข. เป็นการช้ีแนะถึงการครองชีพของมนุษยท์ ่ีเหมาะสม ค. ใหร้ ู้จกั คิด เขา้ ใจอดีตเพือ่ เป็นแนวทางของมนุษยท์ ่ีเหมาะสม ง. เป็นการแผว้ ถางความเจริญของมนุษย์10. “เวลาในประวตั ิศาสตร์” กาหนดไดอ้ ยา่ งไร ก. ตามร่องรอยวตั ถุที่คน้ พบ ข. เพราะข้ึนอยกู่ บั ค่านิยมของแต่ละสมยั ค. ตามกาหนดของมนุษยท์ ่ีมีข้ึนในโลก ง. ตามหลกั ฐานท่ีปรากฏเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
10 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรียนเรื่อง ความหมาย ความสาคญั ประโยชนข์ องประวตั ิศาสตร์ จานวน 2 คาบรายวชิ า สังคมศึกษา รหสั วชิ า ส 33101-------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ง 2. ข 3. ก 4. ค 5. ก 6. ข 7. ก 8. ง 9. ค 10. ง
11 เอกสารหมายเลข 1เรื่อง ความหมาย ความสาคญั ประโยชนข์ องประวตั ิศาสตร์ จานวน 2 คาบรายวชิ า สงั คมศกึ ษา รหสั วชิ า ส 33101-------------------------------------------------------------------------------------------------------ความหมายของประวตั ศิ าสตร์คาวา่ ประวตั ิศาสตร์มาจากภาษาองั กฤษวา่ “History” รากศพั ทม์ าจากภาษาละตินวา่ “Historia” และคาในภาษากรีกวา่ “Histori” ซ่ึงหมายถึงการสอบสวน ตรวจตรา การคน้ ควา้ การซกั ไซไ้ ต่ถามนกั ประวตั ิศาสตร์ไดใ้ หค้ าจากดั ความของประวตั ิศาสตร์ไวห้ ลายทศั นะคือมารดาของวชิ าประวตั ิศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์เป็นผลแห่งความพยายามของนกัประวตั ิศาสตร์ ในการคน้ หาหลกั ฐานและส่ิงที่เกิดข้ึนใหม่ โดยไม่จากดั เวลาทุกส่ิงทุกอยา่ งท่ีเกิดข้ึนในโลก การเดินทางไปสู่อดีต ทุกสิ่งทุกอยา่ งที่เรารู้ เก่ียวกบั กิจกรรมที่มนุษยไ์ ดก้ ระทา ไดค้ ิด ไดห้ วงั และไดร้ ู้สึก ในปัจจุบนั คาวา่ ประวตั ิศาสตร์มีความหมายกวา้ ง ๆ 2 ประเภท คือ ทุกส่ิงทุกอยา่ งที่เกิดข้ึนในอดีตการบนั ทึกเร่ืองราว การศกึ ษาคน้ ควา้ การตรวจสอบพิจารณา ไตร่ตรอง หรือวนิ ิจฉยั เร่ืองราวการกระทาของมนุษย์ในอดีต โดยอาศยั หลกั ฐานที่ตกคา้ งมาจนถึงปัจจุบนั ความสาคญั ของประวตั ิศาสตร์เน่ืองจากประวตั ิศาสตร์เป็นการศกึ ษาเร่ืองราวพฤติกรรมของมนุษย์ และประวตั ิศาสตร์ยงั เป็นแกนกลางในการศึกษาวชิ าศาสตร์อ่ืน ๆ เช่น วทิ ยาศาสตร์คณิตศาสตร์ ฯลฯ เพราะไม่วา่ มนุษยจ์ ะทาสิ่งใด กจ็ ะถือวา่ เป็นอดีต และอดีตน้นั จะทาใหม้ นุษยร์ ู้จกั หาแนวทางของปัจจุบนั และอนาคตได้
12ความสาคญั ของประวัตศิ าสตร์ ช่วยใหเ้ ขา้ ใจพฤติกรรมของมนุษยแ์ ละเขา้ ใจตนเองมากข้ึน ซ่ึงบทเรียนในประวตั ิศาสตร์สามารถนาไปสู่การวเิ คราะห์แกป้ ัญหาในปัจจุบนั และอนาคตวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ เป็นกระบวนการหรือข้นั ตอนท่ีนกั ประวตั ิศาสตร์ใชใ้ นการศึกษาคน้ ควา้ เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในประวตั ิศาสตร์ถกู ตอ้ งตามขอ้ เทจ็ จริงข้นั ตอนวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 1. รวบรวมขอ้ มูลจากหลกั ฐานหรือเอกสารต่าง ๆ 2. ประเมินค่าและความสาคญั ของขอ้ มูลถึงความน่าเชื่อถือที่จานามาเป็นหลกั ฐานอา้ งอิง 3. ศกึ ษาความสัมพนั ธแ์ ต่ละช้นั ของขอ้ มลู 4. การตีความขอ้ มูลอยา่ งเป็นเหตุเป็นผลท่ีเกิดข้ึนในอดีต 5. รายงานขอ้ มูลอยา่ งมีขอ้ เทจ็ จริงบดิ าแห่งประวตั ิศาสตร์ของโลกและของประเทศไทย ผทู้ ่ีทาการริเร่ิมใชก้ ระบวนการน้ีและรวบรวมเร่ืองราวทางประวตั ิศาสตร์ข้ึนเป็นคนแรก คือ เฮโรโดตสั (Herodotus) เป็นชาวกรีก และไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เป็นบิดาแห่งประวตั ิศาสตร์โลก สาหรับประเทศไทยการศกึ ษาเร่ืองราวในอดีตส่วนใหญ่จะจดบนั ทึกอยใู่ นรูปแบบของ “พงศาวดาร” คือ จะบนั ทึกเหตุการณ์ ๆ ท่ีสาคญั ตาม วนั เดือน ปี ที่เกิดข้ึน และจะมีตานานต่าง ๆ ที่จดจาเล่าสืบต่อกนั มา ในรูปแบบนิทานหรือคาบอกเล่า บุคคลท่ีไดท้ าการศึกษาคน้ ควา้ ทางดา้ นประวตั ิศาสตร์และโบราณคดี เป็นท่ีประจกั ษท์ ้งั ในประเทศและต่างประเทศ จนไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เป็นบิดาแห่งประวตั ิศาสตร์ไทย คือ สมเดจ็ กรมพระยาดารงราราชนุภาพ ซ่ึงการ
13คน้ ควา้ ทางประวตั ิศาสตร์ของไทยน้นั ตรงกบั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั(ร.4)ประโยชน์ของประวตั ศิ าสตร์ 1. ทาใหร้ ู้เร่ืองราวในอดีต 2. ทาใหเ้ ขา้ ใจถึงววิ ฒั นาการ และความเป็นมาของมนุษย์ 3. ทาใหภ้ มู ิใจในบรรพบุรุษ 4. ทาใหเ้ ป็นคนทนั เหตุการณ์ 5. ทาใหเ้ ป็นคนทนั คน 6. ทาใหไ้ ดร้ ับความสนุกสนานเพลิดเพลิน 7. เขา้ ใจปัญหาในอดีตและมองเห็นแนวทางแกไ้ ขปัญหาในอนาคต 8. ทาใหเ้ กิดความเขา้ ใจอนั ดีระหวา่ งประเทศ 9. ทาใหเ้ ป็นคนไม่ประมาท 10. ทาใหเ้ ป็นคนมีเหตุผล 11. ไดร้ ับการถ่ายทอดประสบการณ์ 12. เป็นรากฐานในการศึกษาศาสตร์ต่าง ๆ ต่อไปความรู้เพมิ่ เติม นกั ประวตั ิศาสตร์และโบราณคดีใชภ้ าษาเป็นเครื่อง กาหนดการแบ่งยคุ ประวตั ิศาสตร์กบั ยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ (ยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ ยงั ไม่มีภาษาเขียนใช)้ ส่วนเวลาในประวตั ิศาสตร์ กาหนดจากหลกั ฐานที่ปรากฏเป็นลายลกั อกั ษร
14 แบบฝึ กหดั เสริมทักษะ เรื่อง ความหมาย ความสาคญั ประโยชนข์ องประวตั ิศาสตร์ จานวน 2 คาบ สังคมและวฒั นธรรมของชาติตะวนั ออก รายวชิ า สังคมศึกษา รหสั วชิ า ส 33101---------------------------------------------------------------------------------------------------------คาชี้แจง แบบฝึ กหดั น้ีเป็นแบบอตั นยั จานวน 5 ขอ้คาสั่ง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง1. วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์มีอะไรบา้ ง………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………2. ใหน้ กั เรียนบอกสถานท่ีสาคญั ทางประวตั ิศาสตร์มาพอสังเขป………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………3. ใหน้ กั เรียนบอกประโยชนข์ องประวตั ิศาสตร์วา่ มีอะไรบา้ ง………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………
154. หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ที่ใชใ้ นการศึกษาเร่ืองราวของมนุษย์มีอะไรบา้ ง………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………5. ประวตั ิศาสตร์มีความสาคญั อยา่ งไร………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………
16แบบรายงานผลการปฏบิ ัติงานกล่มุกล่มุ ที่ ……………………………….------------------------------------------------------------------------------------------------------คาชี้แจง เม่ือนกั เรียนหาสมาชิกของกลุ่มไดค้ รบตามจานวนแลว้ ใหเ้ ลือก ดงั น้ี ประธาน , รองประธาน , เลขานุการกลุ่มผลของการเลอื ก ประธาน ไดแ้ ก่ ……………………………………………….…..… รองประธาน ไดแ้ ก่ ………………………………………………… เลขานุการกลุ่ม.……………………………………………………… สมาชิก ไดแ้ ก่………………………………………………….…… ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………หัวข้อของงานทไ่ี ด้รับ……………………………….…………………………………………………..………………………….………………………………………………………..ผลของการดาเนินการ ได้ผลดงั นี้…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..(ลงช่ือ) ………………..……. ผบู้ นั ทึก (ลงชื่อ) ……………….…… ประธาน( ………………………… ) (……………………… )….…. / …………. /….…… ….…. / …………. /….……
17 แบบสังเกตการปฏบิ ัติงานกล่มุ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 / ….. แผนการสอนที่ ……………………………-------------------------------------------------------------------------------------------------------คาชี้แจง 1. ผปู้ ระเมินใส่คะแนนในช่องตามความเหมาะสมและเป็นจริง 2. เกณฑก์ ารผา่ นร้อยละ 60กลุ่ม การแบ่ง การมี การทางาน ความ การ รวม ผลการ ที่ หนา้ ท่ี ส่วนร่วม กระบวนการ ถูกตอ้ ง เสนอ ประเมิน เน้ือหา ผลงาน กลุ่ม (4) (4) (4) (4) (4) (20) ผ มผ123456 ลงชื่อ ………………..………..…….. ผปู้ ระเมิน (…………..………..…………. ) ……….. / ……..…..... / …….…
18 บนั ทกึ ท้ายแผนการสอน1. ผลการสอน……………………………………………………………………….………...………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………2. ปัญหาและอุปสรรค การใชแ้ ผน……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแกไ้ ข………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ ……………………………….. ผสู้ อน ( ……………………………… ) ตาแหน่ง ครูชานาญการพเิ ศษ วนั ที่ ……. เดือน …………….. พ.ศ. ……..
19 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เรือ่ ง พัฒนาการระบบสังคมของประเทศไทย รายวชิ า สังคมศกึ ษา รหัสวิชา ส 33101 ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 6 ช่วั โมง ครูผู้สอน นายพรชัย กสิกรรม โรงเรียน หนั คาราษฎร์รังสฤษด์ิมาตราฐานการเรียนรู้ที่มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความ ภมู ิใจ และธารงความเป็นไทยสาระสาคญั ระบบโครงสร้างของสังคมไทยต้งั แต่สมยั สุโขทยั ถึงปัจจุบนั มีลกั ษณะที่คลา้ ยกนั มีการแบ่งชนช้นั ออกเป็นกลุ่มทางสังคม การเปล่ียนแปลงทางสงั คมของประเทศไทยไดเ้ ริ่มในสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ( ร.4) เน่ืองจากการอิทธิของชาวตะวนั ตกผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงัจุดประสงค์ปลายทาง ลกั ษณะโครงสร้างทางสังคมของไทยสมยั สุโขทยั อยธุ ยา ธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ท่ีมีผลต่อการดาเนินชีวติ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบนั น้ี
20สาระการเรียนรู้จุดประสงค์นาทาง 1. บอกลกั ษณะทางสงั คมของสมยั สุโขทยั ถึงสมยั รัตนโกสินทร์ตอนตน้ ได้ 2. บอกลกั ษณะทางสังคมของไทยสมยั รัชกาลที่ 4 ถึง พ.ศ. 2475 ได้ 3. บอกลกั ษณะโครงสร้างทางสงั คมในสมยั สุโขทยั ถึงปัจจุบนั ที่มีผลต่อการดาเนินชีวติ ได้เนือ้ หา 1. ลกั ษณะทางสังคมสมยั สุโขทยั ถึงสมยั รัตนโกสินทร์ตอนตน้ 2. ลกั ษณะทางสังคมของไทยสมยั รัชกาลท่ี 4 ถึง พ.ศ. 2475 3. ลกั ษณะโครงสร้างทางสังคมและวฒั นธรรมในสมยั สุโขทยั ถึงปัจจุบนั ท่ีมีผลต่อการดาเนินชิวติกระบวนการจดั การเรียนรู้ (ชวั่ โมงที่ 1) 1. ครูนาเขา้ สู่บทเรียน แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีการวดั ผลและเกณฑก์ ารประเมินผลใหน้ กั เรียนทราบ 2. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนเป็นแบบปรนยั ชนิด เลือกตอบ10 ขอ้ 5 คะแนน 3. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั อภิปราย คาวา่ “ สังคม ” “ ท่ีครูเขียนบนกระดานดา 4. ใหน้ กั เรียนจดั กลุ่มโดยใชก้ ลุ่มเดิม ใหน้ กั เรียนในกลุ่มศึกษาเอกสารหมายเลข 3 เร่ืองพฒั นาการระบบสงั คมและวฒั นธรรมของประเทศไทย โดยมีหวั ขอ้ เรื่องของแต่ละกลุ่มดงั น้ี กลุ่มที่ 1 ศึกษาเรื่องระบบสงั คมและวฒั นธรรมสมยั สุโขทยั กลุ่มท่ี 2 ศกึ ษาเรื่องระบบสงั คมและวฒั นธรรมสมยั อยธุ ยา กลุ่มท่ี 3 ศกึ ษาเรื่องระบบสังคมและวฒั นธรรมสมยั ธนบุรี กลุ่มท่ี 4 ศึกษาเร่ืองระบบสังคมและวฒั นธรรมสมยั รัตนโกสินทร์
21 ตอนตน้ กลุ่มที่ 5 ศึกษาเร่ืองระบบสังคมและวฒั นธรรมสมยั รัตนโกสินทร์ ตอนปลายถึงปัจจุบนั 5. นกั เรียนตวั แทนกลุ่มออกมาสรุป ตามหวั ขอ้ เร่ืองท่ีไดร้ ับ ครูสรุปเพม่ิ โดยใชแ้ ผน่ ใสและใหน้ กั เรียนจดบนั ทึกลงในสมุดงาน 5. นกั เรียนลงมือปฏิบตั ิงานกลุ่ม ครูสังเกตการณ์ปฏิบตั ิงานกลุ่มทุกคร้ังโดยคอยใหค้ าแนะนา 7. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียนเป็นแบบปรนยั ชนิด เลือกตอบ 10 ขอ้5 คะแนน 8. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั เสริมทกั ษะส่ือการเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการการเรียน 2. แผน่ ใส 3. รูปภาพการวดั ผล 1. วธิ ีการวดั ผล 1.1 ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรียน 1.2 ประเมินจากแบบสงั เกตการปฏิบตั ิงานกลุ่ม 1.3 ประเมินจากการทาแบบฝึ กหดั เสริมทกั ษะ 2. เกณฑก์ ารประเมิน 2.1 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน คะแนน 9-10 คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนน 7-8 คะแนน หมายถึง ดี คะแนน 5-6 คะแนน หมายถึง พอใช้
22 คะแนน 0-4 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ถือเกณฑผ์ า่ นร้อยละ 60 หรือ 6 คะแนน 2.2 แบบสงั เกตการปฏิบตั ิงานกลุ่ม คะแนน 18-20 คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนน 14-17 คะแนน หมายถึง ดี คะแนน 10-13 คะแนน หมายถึง พอใช้ คะแนน 0-9 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ถือเกณฑผ์ า่ นร้อยละ 60 หรือ 12 คะแนน 2.3 แบบฝึ กหดั เสริมทกั ษะตรวจจากนกั เรียนส่งแบบฝึ กหดั ถือเกณฑผ์ า่ นมี 5 ขอ้ ผา่ น 3 ขอ้ 3. เครื่องมือวดั ผลและประเมินผล 3.1 แบบรายงานผลการปฏิบตั ิงานของกลุ่ม 3.2 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน 3.3 แบบฝึกหดั เสริมทกั ษะกจิ กรรมเสนอแนะ 1. ใหน้ กั เรียนศกึ ษาคน้ ควา้ เพม่ิ เติมจากหอ้ งสมุดของโรงเรียน 2. ใหน้ กั เรียนอ่านเพิม่ เติมจากหนงั สือสงั คมศึกษา ส605 ของ วฒั นาพานิช อกั ษรเจริญทศั น์ ไทยวฒั นาพาณิช และ คู่มือสังคมศึกษา ส605 ENTRANCE 3. ใหน้ กั เรียนอ่านเพิ่มเติมจากหนงั สือประวตั ิศาสตร์ไทย
23ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย( ตรวจสอบ/ นิเทศ/ เสนอแนะ/ รับรอง )………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ………………………………… () ตาแหน่ง ………………………………. วนั ท่ี ….… เดือน ………………… พ.ศ. ……..
24แบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรียน แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหสั วชิ า ส33101หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่องพฒั นาการระบบสังคมของประเทศไทย เวลา 6 ชว่ั โมง-------------------------------------------------------------------------------------------------------คาชี้แจง 1. แบบทดสอบเป็นแบบปรนยั เลือกตอบ มี 4 ตวั เลือก จานวน 10 ขอ้คาสั่ง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบที่ถูกที่สุด แลว้ ทาเครื่องหมาย X ลงในช่องตวั อกั ษร ก ,ข ,ค ,ง ในกระดาษท่ีแจกให้1. สมยั ใดที่พระมหากษตั ริยก์ บั ราษฎรมีความใกลช้ ิดกนั ก. สุโขทยั ข. ธนบุรี ค. อยธุ ยา ง. รัตนโกสินทร์2. ขอ้ ใดเป็นการกล่าวถึงววิ ฒั นาการทางสงั คมของสมยั สุโขทยั ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. ป่ า – บา้ น – เมืองชุมชน ข. ชุมชุม – บา้ น - อาณาจกั ร ค. ครอบครัว – เมือง – อาณาจกั ร ง. ชนบท - บา้ นเมือง – ราชธานี3. ขอ้ ใดบอกถึงลกั ษณะของ “ ศกั ดินา “ไดถ้ กู ตอ้ ง ก. การกาหนดหนา้ ท่ีของบุคคล ข. เคร่ืองกาหนดฐานะของผคู้ รองศกั ดินา ค. การแบ่งแยกกลุ่มคนในวงสงั คมชนช้นั สูง ง. การกาหนดฐานะของพระสงฆใ์ นการรับตาแหน่ง
25 4. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงใชห้ ลกั การใดในการเลิกไพร่ ก. เกณฑไ์ พร่สร้างทางรถไฟ ข. จดั ต้งั กรมทหารมหาดเลก็ ค. ทรงออกกฎหมายหางานใหท้ า ง. จ่ายค่าแรงไพร่ใหก้ บั มูลนาย 5. งานปฏิรูปใดที่มีส่วนสมั พนั ธก์ บั การเลิกทาส ก. การปฏิรูปสงั คม ข. การปฏิรูปการคลงั ค. การปฏิรูปการเมือง ง. การปฏิรูปการศึกษา6.ขอ้ ใดคือข้นั ตอนแรกของการเลิกระบบไพร่ ก. การสารวจไพร่และทาส พ.ศ. 2417 ข. กาหนดใหน้ ายไพร่ตอ้ งจ่ายค่าแรง ค. การออกพระราชบญั ญตั ิการเกณฑท์ หาร ง. รับสมคั รไพร่เขา้ เป็นทหารในกรมทหารหนา้ 7. ลกั ษณะสภาพของสังคมไทย ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เป็นอยา่ งไร ก. อานาจเดด็ ขาดอยกู่ บั ขา้ ราชการ ข. พวกพอ่ คา้ มีอิทธิพลเหนือผบู้ ริหารประเทศ ค. พวกขนุ นางและเจา้ นายมีบทบาทมากควบคุมกิจการต่าง ๆ ง. ชนช้นั กลางมีบทบาทสูงในเศรษฐกิจ ราชการ การศึกษา และสื่อมวลชน
26 8. สังคมไทยในสมยั โบราณใหค้ วามสาคญั กบั ส่ิงใดมาก ก. เงิน ข. ที่ดิน ค. แรงงาน ง. วตั ถุสิ่งของ 9. สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ปัจจยั ใดที่มีผลต่อการพฒั นาประเทศใหเ้ จริญกา้ วหนา้ ก. การสร้างทางรถไฟ ข. การปฏิรูปการศึกษา ค. การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ง. การเขา้ มาลงทุนของชาวตะวนั ตก10. ปัจจุบนั ลกั ษณะความสัมพนั ธข์ องสงั คมไทยมีในลกั ษณะเป็นอยา่ งไร ก. ระบบอุปถมั ภ์ ข. นายจา้ งกบั ลูกจา้ ง ค. ระบบเครือญาติ ง. ผปู้ กครองกบั ผถู้ ูกปกครอง
27เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหสั วชิ า ส33101หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่องพฒั นาการระบบสังคมของประเทศไทย เวลา 6 ชวั่ โมง------------------------------------------------------------------------------------------------------1. ค2. ก3. ข4. ข5. ก6. ง7. ค8. ค9. ข10. ก
28 ใบความรู้ที่ 1กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหสั วชิ า ส33101หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องพฒั นาการระบบสังคมของประเทศไทย เวลา 6 ชวั่ โมง-------------------------------------------------------------------------------------------------------พฒั นาการทางสังคมสมยั สุโขทยัสงั คมสุโขทยั เป็นสงั คมที่ววิ ฒั นาการจากสังคมบา้ นเขา้ สู่สังคมเมืองและอาณาจกั รผคู้ นของสุโขทยั แบ่งออกเป็น 2 ชนช้นั คือ ผปู้ กครองและผถู้ ูกปกครองในศลิ าจารึกของพ่อขนุ รามคาแหงมหาราช มีถอ้ ยคาวา่“ไพรฟ้ าหนา้ ใส” หมายถึงแสดงถึงความสุขความพอใจของราษฎร“ไพร่ฟ้ าหนา้ ปก” หมายถึงราษฎรที่มีทุกขส์ ุขสลบั กนั ไป“ไพร่ในเมืองสุโขทยั น้ีจึงชม” แสดงใหเ้ ห็นวา่ คาตาหนิชมของคนทว่ั ไปที่ปราศจากวาสนาน้นั มีคุณค่า สาหรับผมู้ ีอานาจปกครองแผน่ ดิน แสดงใหเ้ หน็ ถึงเจตนารมณ์อนั มีแต่ความรักความปรารถนาดีต่อคนทวั่ ไป มิใช่เฉพาะแต่ตวั เองหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหน่ึง ซ่ึงเป็นพวกเดียวกบั ตนเท่าน้นัความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประมุขของอาณาจกั รกบั พลเมืองเป็นไปแบบใกลช้ ิดมากต้งั แต่สมยั พ่อขนุ ศรีอินทราทิตยถ์ ึงพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช กษตั ริย์หลงั จากพ่อขนุ รามคาแหงมหาราชความสมั พนั ธก์ บั ประชาชนจะห่างกนั กวา่ เดิมพฒั นาการทางสังคมสมยั อยธุ ยา ในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ไดอ้ อกกฎหมายเกี่ยวกบั ศกั ดินา (1998)เพื่อใหร้ ะบบศกั ดินาเป็นเครื่องมือควบคุมกาลงั คนใหอ้ ยภู่ ายใตพ้ ระราชอานาจ โดยกาหนดใหบ้ ุคคลในสังคมมีศกั ดินาลดหลน่ั กนั ไปตามฐานะและหนา้ ที่ความรับผดิ ชอบ ศกั ดินา หมายถึง อานาจในการถือครอง ที่นาแต่เป็นส่ิงสมมติมิได้หมายความวา่ บุคคลน้นั จะมีท่ีดินครอบครองเท่ากบั จานวนศกั ดินาจริง ๆ
29ความสาคญั ของศักดินา 1. ใชเ้ ป็นส่ิงกาหนดสิทธิ หนา้ ที่ และความรับผดิ ชอบของบุคคลท่ีมีต่อสังคม เช่น ผมู้ ีศกั ดินาสูง เมื่อทาความผดิ ตอ้ งข้ึนศาล จะตอ้ งไดร้ ับโทษสูงตามศกั ดินาของตน 2. ใชเ้ ป็นส่ิงวดั ฐานะของบุคคลในสังคม เช่น ผถู้ ือศกั ดินาเกิน 400 ไร่เป็นขนุ นาง และผถู้ ือศกั ดินาต่ากวา่ 400 ไร่ เป็นไพร่สามญั ชน เป็นตน้ 3. ใชก้ าหนดจานวนไพร่ในสังกดั ของมลู นายแต่ละคน ขนุ นางช้นั ผใู้ หญ่มีศกั ดินามากยอ่ มตอ้ งมีไพร่พลในสงั กดั มากเช่นเดียวกนัไพร่ ไพร่คอื ราษฎรสามญั ชนทวั่ ไป ท้งั ชายและหญิง มีศกั ดินา 10-25 ไร่ แต่ถา้ เขา้ รับราชการเป็นขนุ นางช้นั ผนู้ อ้ ย เช่น ขนุ หม่นื พนั ทนาย จะถือศกั ดินา 25-400 ไร่ ฐานะของไพร่ ไพร่ทุกคนตอ้ งสงั กดั มลู นาย โดยไม่มีเบ้ียหวดั เงินเดือนเพอื่ แรกเปลี่ยนกบั การไดร้ ับความคุม้ ครองตามกฎหมาย จะลอยตวั เป็นอิสระไม่ได้ หน้าทข่ี องไพร่ คือการเขา้ เวรรับราชการปี ละ 6 เดือน หรือรับใชแ้ รงงานในไร่นาของมูลนายไพร่ที่ชาย อายรุ ะหวา่ ง 20-70 ปี ตอ้ งเขา้ รับราชการเป็นทหารในยามบา้ นเมืองเกิดศึกสงครามประเภทของไพร่ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดงั น้ี 1. ไพร่หลวง คือไพร่ในสังคมของพระมหากษตั ริยโ์ ดยตรง แต่จะทรงแจกจ่ายไปยงั กรมกองหน่วยราชการต่าง ๆ 2. ไพร่สม คือไพร่ในสังคมของเจา้ นาย ขนุ นาง มีหนา้ ที่รับใชม้ ลู นายในกิจการส่วนตวั เช่น เป็นแรงงานในไร่นา ในบา้ น เป็นตน้ 3. ไพร่ส่วย คือ ไพร่ที่ไดร้ ับการยกเวน้ ไม่ตอ้ งเขา้ เวรรับราชการ แต่จะตอ้ งส่งเงิน หรือส่ิงของมาทดแทน เรียกวา่ “เงินค่าราชการ”
30ความสาคญั ของไพร่ 1. เป็นแรงงานโยธาใหแ้ ก่ทางราชการ เช่น ขดุ คลอง ทาถนน ฯลฯ 2. เป็นกาลงั รบของทางราชการในยามเกิดศกึ สงคราม 3. เป็นกาลงั ผลิตในภาคเกษตรกรรม ท้งั ในฐานะแรงงานของมลู นายและทาการผลิตหาเล้ียงชีพใหค้ รอบครัว 4. เป็นฐานอานาจทางการเมืองใหแ้ ก่มูลนายของตนทาส ทาสเป็นกลุ่มชนช้นั ต่าท่ีสุดในสงั คมไทย ถือศกั ดินา 5 ไร่แบ่งออกเป็น 7 ประเภท 1. ทาสสินไถ่ มีมากท่ีสุดเป็นทาสโดยขายตนเขา้ มาหรือถกู ผอู้ ื่นขายใหน้ ายสามารถไถ่ถอนตนเป็ นอิสระได้ 2. ทาสในเรือนเบ้ีย เกิดระหวา่ งพอ่ แม่กาลงั เป็นทาส 3. ทาสที่ไดม้ าแต่บิดามารดา 4. ทาสท่านให้ มีผอู้ ่ืนยกให้ 5. ทาสท่ีไดม้ าจากการช่วยเหลือเม่ือตอ้ งโทษทณั ฑ์ 6. ทาสท่ีเล้ียงไวใ้ นยามขา้ วยากหมากแพง 7. ทาสเชลย ไดจ้ ากการกวาดตอ้ นขา้ ศึกจากสงครามการเปลี่ยนแปลงฐานะทาสใหเ้ ป็นไทแกต้ วั สามารถทาไดด้ งั น้ี 1. การบวช ตอ้ งไดร้ ับอนุญาตจากนายทาส 2. ใชเ้ งินไถ่ถอน 3. การเป็นภรรยาของนายทาสหรือแต่งงานกบั ญาติพ้ีนอ้ งของนายทาส 4. แจง้ กบั ทางราชการวา่ นายทาสเป็นกบฎ ถา้ สอบส่วนเป็นความจริง 5. ไปสงครามแลว้ ถกู จบั เป็นเชลยศึกหนีกลบั มาไดถ้ ือวา่ เป็นอิสระ
31พฒั นาการทางสังคมสมยั ธนบุรี คลา้ ยกบั อยธุ ยา แต่ระบบไพร่เขม็ งวดมากกวา่ มีการสักเลก ( ชื่อเมืองช่ือมลู นายที่ทอ้ งแขน ) เจา้ เมืองประเทศราชตอ้ งเขา้ พธิ ีถือน้าพพิ ฒั นส์ ตั ยาพฒั นาการทางสังคมสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้น (ร. 1 – ร. 3) สังคมไทยตอ้ งการกาลงั คนดว้ ยสาเหตุ 2 ประการ 1. ทาศึกสงคราม มีประชาชนมากไวข้ ่มขวญั ขา้ ศกึ 2. สร้างเมืองใหม่ ทาการเกษตร เพราะเทคโนโลยยี งั ไม่เจริญสมยั รัชกาลท่ี 1 ไพร่เขา้ เวรปี ละ 4 เดือน เขา้ 1 ออก 2 เดือนสมยั รัชกาลท่ี 2 ไพร่เขา้ เวรปี ละ 1 เดือน อยบู่ า้ น 3 เดือนสมยั รัชกาลที่ 3 ยกเวน้ อากรน้า อากรตลาด แก่ไพร่หลวง เกณฑไ์ พร่และเลกมาทาการฝึกทหารอยา่ งยโุ รป ผฝู้ ึ กนายนอกซ์ ผบู้ งั คบั บญั ชาพระยาศรีสุริยวงค์ (ช่วง บุนนาค)พฒั นาการทางสังคมสมยั ร. 4 ถึงปัจจุบนัสมยั รัชกาลที่ 4 หลงั สนธิสัญญาบาวริง เศรษฐกิจขยายตวั - ภาคพาณิชกรรม - ภาคอุตสาหกรรมเกิดกลุ่มใหม่ทางสังคมคือกลุ่มพ่อคา้ หลงั สงครามโลก กลุ่ม เจา้ ขนุ นาง เปลี่ยนฐานะมาเป็นเจา้ ของท่ีดิน ธุรกิจโรงงาน กลุ่ม ไพร่ ทาส เปล่ียนฐานะมาเป็น ชาวนา ชาวไร่ กรรมกรการปรับตัวให้สอดคล้องกบั อารยธรรมตะวนั ตก 1. ใหข้ า้ ราชการสวมเสื่อเขา้ เฝ้ า 2. ลดการเกณฑพ์ วกเลกใหน้ อ้ ยลง 3. ใหเ้ สรีภาพแก่ประชาชนในการนบั ถือศาสนา 4. ยกเลิกการบงั คบั ใหช้ าวต่างชาติหมอบเขา้ เฝ้ า
32 5. ยกเลิกกองกาลงั นาหนา้ ขบวนเสดจ็ ( ไล่ผคู้ น )สมยั รัชกาลท่ี 5 ปฏิรูปการศึกษา จดั ต้งั โรงเรียนหลวงสาหรับราษฎรร.ร.วดั มหรรณพาราม มีการจดั ต้งั กองทุนส่งนกั เรียนไปเรียนต่างประเทศ ผลของการปฏิรูป ส่งผลใหส้ ังคมมีความเจริญกา้ วหนา้ อยา่ งรวดเร็ว 1. จดั ต้งั โรงเรียนหลวงสาหรับราษฎรแห่งแรก “ร.ร.วดั มหรรณพาราม” และขยายไปตามมณฑลต่าง ๆ 2. ปัจจยั ที่ผลกั ดนั ใหม้ ีการปฏิรูปการศกึ ษาแบบตะวนั ตกคือ การเขา้ มาเผยแผศ่ านาคริสตข์ องมิชชนั นารีและการเสดจ็ ประพาสต่างประเทศของ ร. 5 3. ผลของการจดั การศกึ ษาแบบสมยั ใหม่ในสมยั ร. 5 คือเปิ ดโอกาสให้สามญั ชนเขา้ รับการศึกษามากข้ึน สร้างคนรุ่นใหม่เขา้ รับราชการพฒั นาบา้ นเมืองการเลกิ ไพร่ มีสาเหตุดงั น้ี 1. อิทธิพลโลกตะวนั ตก 2. ท่ีใหป้ ระชาชนมีอิสระในแรงงานของตน ( เสรี ) 3. ตอ้ งการกาลงั คน 4. เพ่ือรองรับระบบปฏิรูปราชการ 5. ตอ้ งการกาลงั คน 6. การทาธุรกิจการคา้ เสรี ภายหลงั สนธิสญั ญาบาวริง 7. ตอ้ งการใหไ้ พร่เป็นทหารประจาการติดอาวธุ สมยั ใหม่ 8. เพอื่ ลดกระแสกดดนั จากลทั ธิจกั รวรรดินิยมตะวนั ตกข้นั ตอนการเลกิ ไพร่ หลงั จากที่พระองคข์ ้ึนบลั ลงั ค์ 2 ปี พ.ศ. 2413 จดั ต้งั กรมทหารมหาดเลก็ พ.ศ. 2423 จดั ต้งั กรมทหารหนา้ สมคั รไพร่ท่ีนายตายมาเป็นทหารสมคั รใหเ้ งินเดือน 4 บาท ผา้ 1 สารับ ( ไพร่ท่ีมามิไดส้ กั เลก ) พ.ศ. 2431 ประกาศ พ.ร.บ.ทหาร สิทธิ หนา้ ที่ของทหาร พลทหารสมคั รรับราชการ 10 ปี มีเงินปี ให้
33 พ.ศ. 2448 พ.ร.บ.ลกั ษณะการเกณฑท์ หารรัตนโกสินทร์ศก 124ชายอายุ 18 ปี รับราชการ 2 ปี ปลดไปเป็นกองหนุน ยกเว้น คนจีนและคนดอยพ.ร.บ.ฉบบั น้ีจึงถือวา่ เป็นการยกเลิกไพร่ผลกระทบจากการยกเลกิ ไพร่ 1. ผลกระทบทางตรง มีผลต่อฐานอานาจของขนุ นาง และไม่สามารถแสวงหาผลประโยชนจ์ ากแงงานไพร่ได้ 2. ผลกระทบทางออ้ ม การขยายตวั ทางเศรษฐกิจการลงทุนมากข้ึนตอบสนองการลงทุนแบบทุนนิยม แรงงานมีคุณภาพจะไดค้ ่าตอบแทนจากนายจา้ งการเลกิ ทาส มีสาเหตุดงั น้ี 1. อิทธิพลของอารยธรรมตะวนั ตกที่มุ่งปลดปล่อยทาสแพร่สู่ไทย 2. จกั รวรรดินิยมตะวนั ตก ส่อเคา้ วา่ จะคุกคามไทยหากวา่ สังคมไทยเถื่อน 3. ความจาเป็นทางดา้ นเศรษฐกิจ ตอ้ งการแรงงานเสรี ผลิตขา้ ว 4. ความจาเป็นตอ้ งการปกครอง (รับราชการ) 5. ตอ้ งการใหค้ นไทยมีความเป็นมนุษยเ์ ท่าเทียมกนัข้นั ตอนการเลกิ ทาส 1. ออกประกาศใหท้ าการสารวจจานวนทาสปี พ.ศ.2417 (ทาสที่เกิดปีมะโรง พ.ศ.2411) 2. ประกาศ พ.ร.บ. พิกดั กระเกษียรอายทุ าส พ.ศ.2417 2.1 ทาสที่ขายตวั พ.ศ. 2411 พน้ เป็นไทเมื่ออาย2ุ 1 ปี บริบรู ณ์ 2.2 บุคคลท่ีเกิด พ.ศ. 2411 พน้ จากทาส เมื่อ พ.ศ.2431 แต่สามารถไถ่ตวั เองก่อนไดใ้ นราคาพิเศษ 2.3 หา้ มผเู้ กิด พ.ศ. 2411 ขายตนเป็นทาส (แมแ้ ต่ผเู้ ป็นพ่อแม่หา้ มขาย)ถา้ นายซ้ือจะถูกลงโทษ
34 2.4 หา้ มมลู นายคิดค่าขา้ ว ค่าน้า กบั เดก็ ที่ติดตาม พอ่ แม่ พ่ีนอ้ ง ท่ีขายตนเป็นทาสเอาไวใ้ ชต้ ่อ 3. ประกาศเลิกทาสในมณฑลตะวนั ตกเฉียงเหนือ พ.ศ. 2443 4. ประกาศแผนเลิกทาสในมณฑลบูรพา พ.ศ. 2447 5. ประกาศใช้ พ.ร.บ. ทาศรัตนโกสินทร์ 5.1 ลกู ทาสท่ีเกิดไม่ตอ้ งเป็นทาสในเรือนเบ้ีย 5.2 ลดค่าตวั ทาสลงเดือนละ 4 บาท ทาใหท้ าสเป็นไทเร็วมากข้ึนผลกระทบจากการยกเลกิ ทาส 1. ผลกระทางตรง เจา้ ของทาสเสียประโยชน์ 2. ผลกระทบทางออ้ ม ธุรกิจการอุตสาหกรรมขยายตวัสรุป การเลกิ ไพร่ ทาใหเ้ กิดทหารอาชีพ มีการต้งั กองทหารสมยั ใหม่ ต่อมาทหารมีบทบาททางการเมือง การเลกิ ทาส ทาใหร้ าษฎรมีอิสระในแรงงานสมยั รัชกาลท่ี 6 พระองคท์ รงเป็นกษตั ริยพ์ ระองคแ์ รกที่ศกึ ษาจบจากองั กฤษไดจ้ ดั ต้งัจุฬากรณ์มหาวทิ ยาลยั ในปี พ.ศ. 2459 ประกาศใช้ พ.ร.บ ประถมศกึ ษา พ.ศ. 2464ทาใหม้ ีผรู้ ู้หนงั สือ และ “เกิดผนู้ าใหม่” ที่ไม่ไดม้ ีพ้ืนฐานมาจากเจา้ หรือขนุ นางคือผทู้ ีมีฐานะปานกลางมีการศกึ ษาสูง ส่งผลใหเ้ กิดการกบฎ ร.ศ. 130 และการปฏิวตั ิในปี 2475
35สรุปวเิ คราะห์โครงสร้างทางสังคมไทยสมยั สุโขทยั ถงึ สมยั รัตนโกสินทร์ ( ร. 5 ) มีลกั ษณะการแบ่งชนช้นั ดงั น้ี 1. พระมหากษตั ริย์ 2. พระราชวงศ์ เช้ือพระวงศ์ 3. ขนุ นาง 4. ขา้ ราชการ 5. ไพร่ 6. ทาส 7. นกั บวช ยกเว้น สมยั สุโขทยั ไม่มีคาวา่ “ ทาส “ มีแต่คาวา่ “ ข้า “ และสมยั อยธุ ยาการแบ่งชนช้นั เรียกวา่ ระบบศกั ดินา กค็ ือการกาหนดถือครองท่ีดินสรุปวเิ คราะห์โครงสร้างทางสังคมไทยหลงั เปลยี่ นแปลงการปกครองชันช้ันสูง เจา้ นาย ขา้ ราชกรชนช้ันกลาง พ่อคา้ นายทุน ปัญญาชนชนช้ันปัญญาชน นกั เรียน นิสิต นกั ศกึ ษา นกั วชิ าการชนช้ันล่าง ชาวนา ชาวไร่ กรรมกรสรุปวเิ คราะห์โครงสร้างทางสังคมไทยหลงั สงครามโลกคร้ังท่ี 2 กล่มุ ผู้ปกครอง กล่มุ พ่อค้า - นายทนุ นายทุนผปู้ กครอง , นายทุนธรรมดา และนายทุนขนุ ศึก กล่มุ ปัญญาชน นกั เรียน นิสิต นกั ศกึ ษา นกั วชิ าการ กล่มุ สามญั ชน ชาวนา ชาวไร่ กรรมกร
36แบบฝึ กหัดเสริมทกั ษะกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหสั วชิ า ส33101หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องพฒั นาการระบบสังคมของประเทศไทย เวลา 6 ชวั่ โมง--------------------------------------------------------------------------------------------------------คาชี้แจง แบบฝึ กหดั น้ีเป็นแบบอตั นยั จานวน 5 ขอ้คาสั่ง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามใหถ้ กู ตอ้ ง1. ใหน้ กั เรียนอธิบายถึงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งราษฎรกบั พระมหากษตั ริยใ์ นสมยั สุโขทยัมาพอเขา้ ใจ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………2. ระบบศกั ดินาหมายถึงอะไรและประกอบไปดว้ ยอะไรบา้ งในสมยั อยธุ ยา……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
373. สาเหตุของการเลิกไพร่เกิดจากอะไร……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………4. สาเหตุของการเลิกทาสเกิดจากอะไร……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………5. ผลกระทบจาการเลิกไพร่และทาส มีอะไรบา้ ง………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
38แบบรายงานผลการปฏบิ ัติงานกล่มุกล่มุ ที่ ……………………………….------------------------------------------------------------------------------------------------------คาชี้แจง เม่ือนกั เรียนหาสมาชิกของกลุ่มไดค้ รบตามจานวนแลว้ ใหเ้ ลือก ดงั น้ี ประธาน , รองประธาน , เลขานุการกลุ่มผลของการเลอื ก ประธาน ไดแ้ ก่ ……………………………………………….…..… รองประธาน ไดแ้ ก่ ………………………………………………… เลขานุการกลุ่ม.……………………………………………………… สมาชิก ไดแ้ ก่………………………………………………….…… ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………หัวข้อของงานทไ่ี ด้รับ……………………………….…………………………………………………..………………………….………………………………………………………..ผลของการดาเนินการ ได้ผลดังนี้…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………..(ลงช่ือ) ………………..……. ผบู้ นั ทึก (ลงชื่อ) ……………….…… ประธาน( ………………………… ) (……………………… )….…. / …………. /….…… ….…. / …………. /….……
39 แบบสังเกตการปฏิบัติงานกล่มุ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 / ….. แผนการสอนท่ี ……………………………------------------------------------------------------------------------------------------------------คาชี้แจง 1. ผปู้ ระเมินใส่คะแนนในช่องตามความเหมาะสมและเป็นจริง 2. เกณฑก์ ารผา่ นระดบั ร้อยละ 60กลุ่ม การแบ่ง การมี การทางาน ความ การ รวม ผลการ ที่ หนา้ ที่ ส่วนร่วม กระบวนการ ถูกตอ้ ง เสนอ ประเมิน เน้ือหา ผลงาน กลุ่ม (4) (4) (4) (4) (4) (20) ผ มผ123456 ลงช่ือ ………………..…….. ผปู้ ระเมิน (…………..……………. ) ….….. / ……..... / ………
40 บนั ทกึ ท้ายแผนการสอน1. ผลการสอน……………………………………………………………………….………...………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………2. ปัญหาและอุปสรรค การใชแ้ ผน……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการแกไ้ ข…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………….. ผสู้ อน ( ……………………………… ) ตาแหน่ง ครูชานาญการพเิ ศษ วนั ท่ี ……. เดือน …………….. พ.ศ. ……….
41 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง พฒั นาการของศลิ ปะและวฒั นธรรมของประเทศไทย รายวชิ า สังคมศกึ ษา รหสั วิชา ส 33101 ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 5 ช่ัวโมง ครูผู้สอน นายพรชยั กสกิ รรม โรงเรยี น หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิมาตราฐานการเรียนรู้ที่ ส 4.3 เข้าใจความเป็ นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มคี วามภูมใิ จ และธารงความเป็ นไทยสาระสาคญั โครงสร้างทางศลิ ปะวฒั นธรรมของไทยทต้งั แต่สมยั สุโขทยั อยธุ ยา ธนบุรีรัตนโกสินทร์ มีลกั ษณะท่ีคลา้ ยคลึงกนั จนกระท้งั ประเทศไทยไดร้ ับอิทธิพลจากชาวตะวนั ตกในสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ( ร. 4 ) ประเทศไทยจึงปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั อารยธรรมของชาวตะวนั ตกจุดประสงค์ปลายทาง ลกั ษณะและโครงสร้างทางศิลปะวฒั นธรรมของไทยสมยั สุโขทยั อยธุ ยาธนบุรี รัตนโกสินทร์ถึงปัจจุบนั ท่ีมีผลต่อการดาเนินชีวติ ของคนไทย
42จุดประสงค์นาทาง 1. บอกลกั ษณะทางศลิ ปะและวฒั นธรรมของสมยั สุโขทยั ถึงสมยัรัตนโกสินทร์ตอนตน้ ได้ 2. บอกลกั ษณะทางศลิ ปะและวฒั นธรรมของไทยสมยั รัชกาลที่ 4 ถึงปัจจุบนั 3. บอกลกั ษณะโครงสร้างทางศิลปะและวฒั นธรรมในสมยั สุโขทยั ถึงปัจจุบนั ท่ีมีผลต่อการดาเนินชิวติ ได้เนือ้ หา 1. ลกั ษณะศลิ ปะวฒั นธรรมของสมยั สุโขทยั ถึงสมยั รัตนโกสินทร์ตอนตน้ 2. ลกั ษณะศลิ ปะวฒั นธรรมของไทยสมยั รัชกาลท่ี 4 ถึง ปัจจุบนั 3. ลกั ษณะโครงสร้างทางศลิ ปะวฒั นธรรมในสมยั สุโขทยั ถึงปัจจุบนั ที่มีผลต่อการดาเนินชิวติกจิ กรรมการเรียนการสอน 1. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีการวดั ผลและเกณฑก์ ารประเมินผลให้นกั เรียนทราบและนาเขา้ สู่บทเรียน 2. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนเป็นแบบเลือกขอ้ ถูกหรือผดิ 10 ขอ้10 คะแนน เวลา 5 นาที่ 3. นกั เรียนทุกคนช่วยกนั ใหค้ วามหมาย คาวา่ “ วฒั นธรรม ” “ ที่ครูเขียนบนกระดานดา ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปความหมาย 4. นกั เรียนทุกคนศึกษาเอกสารหมายเลข 4 เรื่องพฒั นาการของวฒั นธรรมของประเทศไทย 5. ใหน้ กั เรียนจดั กลุ่มใหม่โดยเลือกตามความสมคั รใจ แบ่งเป็นกลุ่มเท่า ๆ กนั ประมาณ 6-7 คน ครูมอบหมายงานตามกลุ่มดงั ต่อไปน้ี กลุ่มที่ 1 ศกึ ษารูปแบบสถาปัตยกรรมสมยั สุโขทยั กลุ่มที่ 2 ศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมสมยั อยธุ ยา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164