Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

Published by Golf Nutt, 2021-01-25 13:31:42

Description: 35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

Search

Read the Text Version

๙๔ ระดับแอลกอฮอลใ นเลือด สมรรถภาพในการขับรถ โอกาสเกิดอบุ ัตเิ หตุเมือ่ เทยี บกบั คนไมด ื่ม ๑๐๐ มิลลกิ รัม % ลดลง ๑๕% ๖ เทา ๑๕๐ มลิ ลกิ รัม % ลดลง ๓๓% ๔๐ เทา ไมส ามารถวัดไดแตโอกาส มากกวา ๒๐๐ มิลลกิ รมั % ลดลงเปน สัดสว นกบั ระดับ เกิดอบุ ตั ิเหตสุ งู มาก แอลกอฮอลในเสนเลือด ทีม่ า : Health Education Quarterly, ๑๙๘๙ (๘) ¢ŒÍ¡®ËÁÒ·èÕà¡èÂÕ Ç¢ÍŒ § บทบัญญัติของ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดวางมาตรการเอาผิดแกผูขับข่ี ยานพาหนะในขณะมนึ เมา ไวดังน้ี ๑. พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ (๒) บัญญตั ิวา “หามมใิ ห ผขู ับข่ขี ับรถ (ò) ã¹¢³ÐàÁÒÊØÃÒËÃ×ͧ͢àÁÒÍÂÒ‹ §Í¹×è ” ๒. พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (แกไขเพ่มิ เติมฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ บญั ญตั วิ า “มาตรา ๑๔๒ เจา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งานเจา หนา ทม่ี อี าํ นาจสงั่ ใหผ ขู บั ขหี่ ยดุ รถในเมอ่ื (๑) รถนัน้ มสี ภาพไมถูกตอ งตามทบี่ ัญญัติไวในมาตรา ๖ (๒) เห็นวาผูขับขี่หรือบุคคลใดในรถน้ันไดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทบัญญัติ แหง พระราชบญั ญัติน้ี หรอื กฎหมายอนั เกี่ยวกบั รถน้นั ๆ ในกรณีท่ีมีพฤติการณอันควรเช่ือวาผูขับขี่ฝาฝนมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) ให เจาพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจาหนาที่ส่ังใหมีการทดสอบผูขับขี่ดังกลาววา หยอ นความสามารถ ในอันที่จะขบั หรอื เมาสุราหรือของเมาอยางอืน่ หรือไม ในกรณีท่ีผูขับข่ีตามวรรคสองไมยอมใหทดสอบ ใหเจาพนักงานจราจร พนักงาน สอบสวน หรือพนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจกักตัวผูน้ันไวดําเนินการทดสอบไดภายในระยะเวลา เทา ทจ่ี าํ เปน แหง กรณี เพอื่ ใหก ารทดสอบเสรจ็ สน้ิ ไปโดยเรว็ หากผนู น้ั ยอมใหท ดสอบและผลการทดสอบ ปรากฏวาไมไ ดฝ า ฝน มาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) กใ็ หป ลอ ยตัวไปทันที ในกรณที ม่ี พี ฤตกิ ารณอ นั ควรเชอ่ื วา ผขู บั ขข่ี บั รถในขณะเมาสรุ าหรอื ของเมาอยา งอน่ื หากผูน้ันยังäÁ‹ÂÍÁãËŒ·´ÊͺμÒÁÇÃäÊÒÁâ´ÂäÁ‹ÁÕàËμØÍѹÊÁ¤Çà ãËŒÊѹ¹Ôɰҹไวกอนวาผูน้ัน ฝาฝน มาตรา ๔๓ (๒) การทดสอบตามมาตรานีใ้ หเปนไปตามหลกั เกณฑและวิธกี ารที่กาํ หนดในกฎกระทรวง”

๙๕ สาํ หรบั หลกั เกณฑว ธิ กี ารทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวงนนั้ กาํ หนดไวใ นกฎกระทรวงฉบบั ที่ ๑๖ (พ.ศ.๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ โดยกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ ขอ ๑ การทดสอบผขู บั ขวี่ า เมาสรุ าหรอื ไม ใหต รวจวดั ปรมิ าณแอลกอฮอลใ นเลอื ดของ ผูขับขี่โดยใชว ธิ กี ารตามลําดบั ดังตอไปน้ี (๑) ตรวจวัดลมหายใจดวยเครื่องมือและอุปกรณที่ใชในการตรวจหรือทดสอบ ใหใชเคร่ืองตรวจวัดระดับแอลกอฮอลในเลือด โดยวิธีเปาลมหายใจ (BREATH ANALYZER TEST) และอานคาของแอลกอฮอลในเลือดเปนมิลลิกรัมเปอรเซ็นต วิธีการตรวจหรือทดสอบ ใหปฏิบัติตาม วิธกี ารตรวจสอบของเครือ่ งตรวจแตละชนิด (๒) ตรวจวดั จากปสสาวะ (๓) ตรวจวดั จากเลือด การตรวจวัดตาม (๒) หรอื (๓) ใหใชในกรณีทไ่ี มสามารถทดสอบตาม (๑) ไดเทานน้ั ขอ ๒ กรณีท่ีตองทดสอบโดยวิธีตรวจวดั จากเลือดตามขอ ๑ (๓) ใหส งตวั ผูขับขี่ไปยัง โรงพยาบาลท่ีใกลที่สุด และทําการเจาะเลือดภายใตการกํากับดูแลของผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายวา ดวยวิชาชีพเวชกรรม ขอ ๓ ถามีปรมิ าณแอลกอฮอลในเลือดดงั ตอไปนี้ ãËŒ¶Í× Ç‹ÒàÁÒÊÃØ Ò (ñ) ¡Ã³μÕ ÃǨÇÑ´¨Ò¡àÅ×Í´ à¡Ô¹ õð ÁÅÔ Å¡Ô ÃÑÁà»ÍÏà«ç¹μ (๒) กรณีตรวจวัดจากลมหายใจหรือปสสาวะ ใหเทียบปริมาณแอลกอฮอล โดยใชป ริมาณแอลกอฮอลใ นเลือดเปนเกณฑมาตรฐานดงั น้ี (ก) กรณีตรวจวัดจากลมหายใจใหใชคาสัมประสิทธิ์ในการแปลงคาเทากับ ๒,๐๐๐ (ข) กรณีตรวจวัดจากปสสาวะ ใหใชคาสัมประสิทธ์ิในการแปลงคาเทากับ เศษ ๑ สว น ๑.๓ ๓. กฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๖๐) ออกตามความในพระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจราจร ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซง่ึ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแหง ชาติ ฉบับท่ี ๘๗/๒๕๕๗ เรื่อง การแกไขเพิ่มเติม ผูรักษาการตามกฎหมายที่เก่ียวของกับอํานาจหนาที่ของเจาพนักงาน ตาํ รวจ ลงวนั ที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๔๒ วรรคหา แหง พระราชบญั ญตั ิ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว ดงั ตอ ไปน้ี

๙๖ ใหยกเลิกความใน (๑) ของขอ ๓ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอ ไปน้แี ทน “(๑) กรณตี รวจวัดจากเลือด เกนิ ๕๐ มิลลิกรมั เปอรเ ซ็นต àǹŒ áμ‹ ผูขบั ขี่ในกรณี ดังตอไปนี้ มปี ริมาณแอลกอฮอลใ นเลอื ด à¡¹Ô òð ÁÅÔ Å¡Ô ÃÁÑ à»ÍÏૹç μ (ก) ผูข บั ขี่ซ่ึงมีอายตุ ่าํ กวา ย่ีสบิ ปบรบิ ูรณ (ข) ผขู บั ขซี่ ่งึ ไดร บั ใบอนุญาตขับรถช่ัวคราวตามกฎหมายวา ดวยรถยนต (ค) ผขู บั ข่ซี ึง่ มใี บอนุญาตขบั ข่สี ําหรับรถประเภทอนื่ ท่ีใชแ ทนกนั ไมได (ง) ผขู บั ขซ่ี งึ่ ไมม ใี บอนญุ าตขบั ข่ี หรอื อยรู ะหวา งถกู พกั ใชห รอื เพกิ ถอนใบอนญุ าต ขบั ข”ี่ อนง่ึ พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบบั ที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๘๓ (๑/๑) ไดเ พม่ิ ความผดิ กรณีหามมิใหผขู บั ข่รี ถจักรยานขบั ในขณะเมาสรุ าหรือของเมาอยา งอนื่ (ฝาฝน มาตรา ๘๓ มโี ทษปรบั ไมเ กิน ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๔๘) ËÁÒÂàËμØ กรณีปริมาณแอลกอฮอลในเลือด เกิน ๕๐ มิลลิกรัมเปอรเซ็นต หรือ ๒๐ มิลลิกรัมเปอรเซ็นตดังกลาว เปนไปตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งใชบังคับในกรณีเปนรถสวนบุคคล แตหากเปนรถสาธารณะตองเปนไปตามพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ดงั น้ี พระราชบญั ญตั ิรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ...มาตรา ๕๗ ฉ ในขณะขับรถ ผูขับรถยนตสาธารณะหรือรถจักรยานยนต สาธารณะ ตอง (๓) ไมเสพหรอื เมาสุราหรือของมนึ เมาอยางอน่ื ...มาตรา ๖๖/๓ ผูใดฝา ฝน มาตรา ๕๗ ฉ (๓) ตอ งระวางโทษจําคุก ไมเ กนิ สามเดอื นหรอื ปรับตง้ั แตสองพันบาทถึงหนง่ึ หมนื่ บาท หรือทั้งจาํ ท้ังปรับ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ ในขณะปฏบิ ตั หิ นา ที่ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถ ตอ ง (๓) ไมเ สพหรือเมาสรุ าหรอื ของมึนเมาอยางอืน่ มาตรา ๑๒๗ ทวิ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดฝา ฝน มาตรา ๑๐๒ (๓) ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท แตถ า ผนู นั้ เปน ผไู ดร บั ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถ ตอ งระวางโทษ จําคกุ ไมเกนิ สามเดอื น หรอื ปรบั ตัง้ แตส องพนั บาทถึงหน่ึงหม่ืนบาท หรอื ท้งั จาํ ทงั้ ปรับ »ÃÐà´ç¹สํา¤ÞÑ คือ กฎหมายกาํ หนดใหผ ขู ับรถโดยสารรถสาธารณะทุกประเภท แอลกอฮอลต อ งเปน ศนู ยเ ทา นน้ั

๙๗ ๔. มาตรา ๑๖๐ ตรี “ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๓ (๒) ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรบั ตง้ั แตหาพันบาทถึงสองหม่ืนบาท หรือทั้งจาํ ท้งั ปรับ และใหศาลสงั่ พักใชใบอนญุ าตขบั ขขี่ อง ผนู นั้ มกี าํ หนดไมน อ ยกวา หกเดอื น หรอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตขบั ข่ี ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปนเหตุใหผูอื่นไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงหาป และปรับตั้งแตสองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท และใหศาลส่ังพักใชใบอนุญาตขับขี่ของผูนั้นมีกําหนด ไมน อยกวาหนงึ่ ป หรอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตขับข่ี ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนเหตุใหผ ูอ่นื ไดรับอันตรายสาหัส ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสองปถึงหกป และปรับตั้งแตส่ีหมื่นบาท ถึงหนึ่งแสนสองหม่ืนบาท และใหศาลส่ังพักใชใบอนุญาตขับข่ีของผูนั้นมีกําหนดไมนอยกวาสองป หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับข่ี ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแกความตาย ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสามปถึงสิบปและปรับตั้งแตหกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และใหศ าลส่งั เพกิ ถอนใบอนุญาตขบั ขี”่ การตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลในประเทศไทยจะใชวิธีการตรวจวัดลมหายใจเปน อันดับแรก หากไมสามารถดําเนินการไดก็จะตรวจวัดจากปสสาวะและตรวจวัดจากเลือดตามลําดับ ทงั้ น้ี เนอื่ งจากคณะกรรมการกฤษฎกี า คณะท่ี ๑๐ ใหค วามเหน็ วา การเจาะเลอื ดและการตรวจเลอื ดเปน การกระทําตอรางกายของบุคคล ซึ่งกระทบตอสิทธิเสรีภาพในชีวิตและรางกายของบุคคลตาม มาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญซ่ึงใหการรับรองไว และในหลักท่ัวไปของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม การกระทาํ ตอ รา งกายของผปู ว ยตอ งไดร บั ความยนิ ยอมจากผปู ว ย เวน แตเ พอื่ ประโยชนใ นการชว ยชวี ติ ของผปู ว ยในกรณฉี กุ เฉิน ดงั นนั้ การเจาะเลือดทีก่ ระทาํ ตอ รางกายของผขู บั ขี่กต็ อ งไดร บั ความยินยอม จากผูขับข่ดี วย อยา งไรก็ตาม มาตรา ๑๔๒ วรรคสอง แหง พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ไมไดกลาวถึงการเจาะเลือดไว ดังน้ัน การตรวจวัดแอลกอฮอลจากเลือด จึงเปนกรณีที่เกินขอบเขต อํานาจของเจาหนาท่ีตํารวจตามท่ีบัญญัติไวในมาตรา ๑๔๒ หากจะใหเจาหนาท่ีตํารวจมีอํานาจ ดังกลาว จําเปนจะตองออกกฎกระทรวงเพ่ือมารองรับกฎหมายดังกลาว (ไวพจน กุลาชัย และ จนิ ดา กลับกลาย, ๒๕๕๘) ¡ÒÃμÑ§é ¨´Ø μÃÇ¨Ç´Ñ áÍÅ¡ÍÎÍŏ จุดตรวจ หมายถึง สถานท่ีซึ่งเจาหนาที่ตํารวจปฏิบัติหนาท่ีตรวจคนเพื่อจับกุมผูกระทํา ความผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวงในกรณีปกติเปนการชั่วคราวโดยมีการกําหนดระยะเวลา ในการตง้ั จดุ ตรวจเทา ทจ่ี าํ เปน แตต อ งไมเ กนิ ๒๔ ชวั่ โมง และภายหลงั จากเสรจ็ สน้ิ การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ แลว ตองทําการยุบเลิกการต้ังจุดตรวจทันที (วีระวิทย วัจนะพุกกะ, ๒๕๕๖) ท้ังน้ี การตั้งจุดตรวจนั้น จะตอ งไดร บั อนมุ ตั จิ ากผบู งั คบั บญั ชาระดบั ผบู งั คบั การขน้ึ ไป และมหี ลกั การสาํ คญั ในการดาํ เนนิ การ ดงั น้ี ๑. ตงั้ จดุ ตรวจเฉพาะมกี รณีจาํ เปน มีเหตุการณฉ กุ เฉินหรอื เรง ดว น ๒. ตองมีการประสานการปฏิบัติกับหนวยงานท่ีเก่ียวของใหชัดเจน เพื่อปองกันการตั้ง จดุ ตรวจซา้ํ ซอ น

๙๘ ๓. การตรวจคนจับกุมตองดําเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และประมวลระเบยี บเกี่ยวกบั คดีอยางเครงครัด ๔. มีนายตํารวจช้ันสญั ญาบตั รเปนหัวหนา ควบคมุ ๕. แตงเคร่ืองแบบในการปฏิบัตหิ นาที่ ๖. บริเวณจดุ ตรวจจะตองมีแผงก้ันทีแ่ สดงขอ ความ “หยุดตรวจ” ๗. หากตองปฏิบัติหนาท่ีในการต้ังจุดตรวจในเวลากลางคืน ตองตรวจสอบใหแนใจวา มีแสงสวางเพียงพอท่ีผูขบั ขี่สามารถมองเหน็ ไดชัดเจนในระยะ ๑๕๐ เมตรกอนถงึ จุดตรวจ ๘. ตองมีแผนปา ยแสดงชอื่ สกลุ ยศ และตําแหนงของหัวหนาผูควบคุมการตง้ั จดุ ตรวจ ๙. ตองกําหนด “พน้ื ท่ีปลอดภัย” หรอื “Safety Zone” สําหรับเปนบริเวณตรวจคน ท้ังนี้ เพอ่ื ความปลอดภยั ของท้งั ผถู ูกตรวจคน และเจาหนา ที่ตํารวจเอง ๑๐. ใชความระมัดระวังในการตรวจคนเพ่ือเปนการปองกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โดยไมสามารถคาดการณได ๑๑. ใชวาจาสุภาพในการพูดคุยกับผูท่ีถูกตรวจคน รวมถึงการแสดงพฤติกรรมที่สุภาพ เหมาะสม ๑๒. คาํ นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของเจา หนา ทแี่ ละประชาชน โดยไมก อ ความเดอื ดรอ นราํ คาญ ใหแกผ ใู ชร ถใชถนนมากจนเกินไป ๑๓. ใชการสงั เกตและใหความสําคญั กบั ผขู บั ขแี่ ละยานพาหนะทีม่ ีลักษณะพิรธุ ¢¹éÑ àμÃÂÕ Á¡Òà แนวทางในการต้ังจุดตรวจเพ่ือตรวจคนระดับแอลกอฮอลในเลือดของผูขับข่ีมีแนวทาง ปฏิบตั ิท่ีสําคัญ ไดแก ๑. การเตรียมการดานกําลังพล การตั้งจุดตรวจท่ีเหมาะสมจะตองใชเจาหนาท่ีตํารวจ ประมาณ ๑๐-๑๒ นาย ประกอบดวย ๑.๑ เจาหนาท่ีตํารวจชั้นสัญญาบัตร สําหรับควบคุมการปฏิบัติ จํานวน ๒ นาย ประกอบดว ยหวั หนาจดุ ตรวจคือ รองผกู าํ กับการ (จราจร) หรือสารวตั รจราจร จาํ นวน ๑ นาย และ มรี อ ยเวรทําหนาทตี่ รวจวัดเพ่ือยืนยันผลอีก ๑ นาย แตใ นทางปฏบิ ัติ หากกําลังพลไมเ พียงพออาจใช นายตํารวจระดับสัญญาบัตรเพียง ๑ นายในการควบคุมการต้งั จุดตรวจ ๑.๒ เจา หนา ที่ตาํ รวจระดับชน้ั ประทวน จํานวน ๑๐ นาย ทําหนา ท่ีในการตรวจวดั ระดับแอลกอฮอลใ นผขู บั ขี่เบือ้ งตน จํานวน ๔-๖ นาย เปน ผูชวยรอยเวรจาํ นวน ๒ นาย และทําหนาที่ ในการสง ตวั ผตู อ งหาไปยงั สถานีตาํ รวจในเขตทองทีจ่ ํานวน ๒-๔ นาย อยา งไรก็ตามในทางปฏบิ ตั จิ ริง อาจจาํ เปน ตอ งใชก าํ ลงั พลระดบั ชนั้ ประทวนประมาณ ๕-๖ นาย และใหอ าสาจราจรเขา มารว มกจิ กรรม การตง้ั จดุ ตรวจดว ย เนอื่ งจากในปจ จบุ นั กาํ ลงั เจา หนา ทตี่ าํ รวจไมเ พยี งพอ เพราะตอ งทาํ การตง้ั จดุ ตรวจ หลายจดุ ภายในวนั เดียวกัน

๙๙ ๒. การเตรียมการดานวัสดุและอุปการณ กอนการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอลทุกคร้ัง เจา หนา ทต่ี าํ รวจจะมกี ารจดั เตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณท เ่ี กย่ี วขอ งในสว นตา งๆ ใหพ รอ มสาํ หรบั การใชง าน ซ่งึ วสั ดแุ ละอปุ กรณท ี่สาํ คญั ประกอบดว ย ๑) อาวุธประจํากาย ๒) รถขนวสั ดุและอปุ กรณ ๓) ปายไฟ ๑ ชุด ๔) กรวยยาง ๓๐-๕๐ กรวย ๕) เครือ่ งมือตรวจวัดระดับแอลกอฮอลแบบเบ้ืองตน ๖) เคร่อื งมอื ตรวจวดั ระดบั แอลกอฮอลแบบยืนยันผล ๗) แผงก้ัน ๘) โตะ จํานวน ๑-๒ ตัว ๙) เกาอ้ี ๖-๗ ตวั ๑๐) เครือ่ งปน ไฟ ๑๑) กระบองไฟ ๑๒) ไฟฉาย ๑๓) เสือ้ สะทอ นแสง ¢é¹Ñ μ͹¡Òû¯ºÔ μÑ Ô ๑. การประชุมชี้แจง ขั้นตอนน้ีเปนขั้นตอนที่หัวหนาผูควบคุมการตั้งจุดตรวจทําหนาที่ ในการอธิบาย ช้ีแจงรายละเอียดและขอมูลที่เก่ียวของกับการปฏิบัติงานใหผูปฏิบัติไดรับทราบ ในประเด็นตางๆ ดังนี้ ๑) นโยบาย ๒) ระเบียบ คําสง่ั และขอ กฎหมายท่เี ก่ียวของกบั การปฏิบตั หิ นาที่ ๓) เปา หมายในการต้ังจดุ ตรวจ ๔) บรเิ วณท่ตี ้งั จดุ ตรวจและหนาทร่ี ับผดิ ชอบของแตล ะนาย ๕) ฝกทบทวนทาสญั ญาณจราจรที่จาํ เปนในการปฏิบตั ิหนา ท่ี ๖) ตรวจสอบความพรอ มดานการแตง กายและความพรอ มดา นรา งกาย ๗) ตรวจสอบความพรอมดานวัสดุและอปุ กรณที่จําเปน ๒. การเลอื กสถานทตี่ งั้ จดุ ตรวจและรปู แบบการตง้ั จดุ ตรวจในขน้ั ตอนนี้ เจา หนา ทต่ี าํ รวจ ที่เกี่ยวของกับการต้ังจุดตรวจควรคํานึงถึงหลักในการเลือกสถานท่ีและรูปแบบการตั้งจุดตรวจ ทีเ่ หมาะสม ดังน้ี ๑) เลือกจุดตรวจโดยคํานึงถึงความปลอดภัยของเจาหนาท่ีผูปฏิบัติ ผูขับขี่ที่ถูก เรียกตรวจ รวมถึงผลกระทบโดยภาพรวมตอประชาชนผูใชรถใชถนน ตลอดจนประชาชนที่พักอาศัย อยใู นบรเิ วณใกลเคยี ง

๑๐๐ ๒) การตง้ั จดุ ตรวจตอ งดาํ เนนิ การตามรปู แบบทสี่ าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตกิ าํ หนดไว อยางเครงครัด ๓) เจาหนาที่ผูปฏิบัติงานตองจอดรถในลักษณะท่ีเปนระเบียบเรียบรอย มีความ ปลอดภัย ๔) บรเิ วณจดุ ตรวจควรมโี ตะ และเกา อใี้ นจาํ นวนทเ่ี หมาะสมสาํ หรบั เจา หนา ทที่ ท่ี าํ การ ทดสอบเพอ่ื ยนื ยนั ผลและเจา หนา ทที่ ที่ าํ หนา ทบี่ นั ทกึ การจบั กมุ รวมถงึ จดั ไวส าํ หรบั ผทู ถ่ี กู เรยี กใหต รวจ สาํ หรับการน่งั รอเพอ่ื ตรวจยนื ยันผล การรอบันทึกจับกมุ และรอการสง ตวั ไปยังสถานตี าํ รวจทอ งที่ ๓. การปฏบิ ตั หิ นา ทจ่ี ริง การปฏบิ ตั ิหนา ท่ขี องเจา หนา ทีต่ ํารวจในการตง้ั จดุ ตรวจเพอ่ื วดั ระดบั แอลกอฮอลของผูขบั ขี่ มีข้ันตอนทส่ี ําคัญ ดงั นี้ ๑) การเรยี กรถ ในการตง้ั จดุ ตรวจวดั แอลกอฮอลน น้ั บางครง้ั อาจมปี ญ หาดา นสภาพ การจราจรที่ไมคลองตัวมากนัก เจาหนาที่ตํารวจจําเปนตองทําการสุมตรวจยานพาหนะท่ีตองสงสัย โดยพจิ ารณาไดจ ากพฤตกิ รรมในการขบั ข่ี และลกั ษณะภายนอกของยานพาหนะทม่ี กี ารตกแตง เพมิ่ เตมิ ซ่ึงการสุมตรวจน้ีจําเปนตองอาศัยความเชี่ยวชาญจากเจาหนาท่ีที่มีประสบการณในการตั้งจุดตรวจ มาเปนเวลานาน ๒) การเปาทดสอบเบอ้ื งตน เมอ่ื ผขู บั ข่ถี กู เรยี กหยุดใหตรวจเจาหนา ท่ีท่ที าํ การเรียก หรืออาจเปนเจาหนาที่นายอ่ืนจะทําการตรวจวัดระดับแอลกอฮอลเบ้ืองตน โดยการขอใหผูขับขี่ให ความรว มมอื ในการตรวจวดั แอลกอฮอลน นั้ เจา หนา ทต่ี าํ รวจจะตอ งใชถ อ ยคาํ กริ ยิ าและวาจาทสี่ ภุ าพ รวมถงึ ไมส อ งไฟฉายไปยงั บรเิ วณใบหนา ของผขู บั ขโี่ ดยตรง หากผลการทดสอบเบอ้ื งตน ปรากฏวา ผขู บั ขี่ มรี ะดบั แอลกอฮอลใ นเลอื ดเกนิ อตั ราทกี่ ฎหมายกาํ หนด เจา หนา ทตี่ าํ รวจนายนน้ั จะแจง ใหผ ขู บั ขข่ี บั รถ เขาไปในจุดที่เตรียมไวและเชิญตัวผูขับข่ีไปยังบริเวณท่ีจัดเตรียมไวสําหรับการตรวจวัดเพ่ือยืนยันผล ตอไป ๓) การเปาทดสอบเพ่ือยืนยันผล ในขั้นตอนนี้เจาหนาที่ตํารวจระดับสัญญาบัตร จะทาํ หนา ทใ่ี นการตรวจวดั เพอ่ื ยนื ยนั ผล โดยมเี จา หนา ทร่ี ะดบั ชนั้ ประทวนเปน ผชู ว ย เจา หนา ทตี่ าํ รวจ จะช้ีแจงรายละเอียดในการตรวจวัด ขอ กฎหมาย บทลงโทษ ตลอดจนคาํ แนะนําใหผ ขู บั ขตี่ ระหนักถึง ความปลอดภยั บนทอ งถนน หากผลการตรวจวัดพบวา ผูขับขี่มรี ะดับแอลกอฮอลใ นเลือดไมเ กินอตั รา ท่ีกฎหมายกําหนด เจาหนาที่ผูปฏิบัติจะใหคําแนะนําเร่ืองการขับข่ีอยางปลอดภัย กอนปลอยผูขับข่ี คนนน้ั ไป ในทางกลบั กนั หากผลการตรวจวดั พบวา ผขู บั ขม่ี รี ะดบั แอลกอฮอลใ นเลอื ดเกนิ อตั ราทก่ี ฎหมาย กําหนด เจาหนา ทผ่ี ูปฏิบัตจิ ะทําบันทกึ จบั กมุ ทันที ๔) ทาํ บนั ทกึ จบั กมุ ขน้ั ตอนนเ้ี ปน ขน้ั ตอนสาํ หรบั การทาํ บนั ทกึ จบั กมุ ผขู บั ขที่ ม่ี รี ะดบั แอลกอฮอลเ กนิ อตั ราทก่ี ฎหมายกาํ หนด โดยเจา หนา ทตี่ าํ รวจระดบั ชน้ั ประทวนจะเปน ผชู ว ยนายตาํ รวจ ชัน้ สญั ญาบตั รในการเขยี นบนั ทึกจบั กมุ กอ นที่จะสง ตอใหเจา หนาท่ีตาํ รวจนายอนื่ นําผูถ กู จับกุมไปสง พนักงานสอบสวนของสถานตี ํารวจทองที่ตอไป

๑๐๑ ๕) นําสงพนักงานสอบสวน เม่ือทําบันทึกจับกุมผูขับขี่ท่ีมีระดับแอลกอฮอลเกิน อตั ราทก่ี ฎหมายกาํ หนดเรยี บรอ ยแลว เจา หนา ทตี่ าํ รวจทรี่ บั ผดิ ชอบการนาํ สง ตวั ผกู ระทาํ ความผดิ ไปยงั พนักงานสอบสวนของสถานีตํารวจในพ้ืนท่ี ทั้งน้ี ตองมีการจัดเตรียมยานพาหนะสําหรับการสงตัว ผูกระทําความผิดไวใหพรอม เจาหนาท่ีตํารวจตองมีความเขมงวด ไมปลอยใหผูกระทําความผิดขับข่ี ยานพาหนะสวนตัวไปยังสถานีตํารวจเองเด็ดขาด หากผูกระทําความผิดตองการนํารถไปดวย ตองทําการประสานครอบครัว ญาตหิ รอื เพ่ือนใหม านาํ รถไปแทน ๖) การทําบันทึกสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนของสถานีตํารวจทองที่รับตัว ผกู ระทาํ ความผดิ แลว จะทาํ การสอบสวนและสาํ นวนการสอบสวน สาํ หรบั เตรยี มการสง ฟอ งศาลภายใน เวลา ๔๘ ชัว่ โมง ๗) การคมุ ขงั และการประกันตัว ในกรณีทผ่ี กู ระทาํ ความผดิ ไมตองการถกู คมุ ขงั ณ สถานีตาํ รวจทอ งที่ ผูกระทาํ ความผิดสามารถไดรับการประกันตัวในวงเงนิ ๒๐,๐๐๐ บาท ไมเชน นัน้ จะตอ งถูกคุมขังที่สถานตี ํารวจทองที่กอ นท่ีจะถูกสงฟองศาลตอ ไป ๘) การสงฟอ งศาล พนักงานสอบสวนจะสงฟอ งศาลแขวงภายใน ๔๘ ช่วั โมง ๙) การตดิ ตามคดี เมอื่ การตดั สนิ คดสี นิ้ สดุ แลว หนว ยงานทท่ี าํ หนา ทจี่ บั กมุ จะตดิ ตาม ผลของคดี เพอื่ ประโยชนใ นการตดิ ตามและทาํ หนงั สอื ขอรบั สว นแบง เงนิ รางวลั นาํ จบั สาํ หรบั เจา หนา ท่ี ผปู ฏิบัติ ทั้งน้ีหนว ยปฏิบัตติ องทาํ หนงั สือไปยังศาลเพื่อขอรับเงนิ รางวัลนาํ จบั ภายใน ๖๐ วัน หลังจาก คดสี น้ิ สุด

๑๐๒ ¢¹éÑ μ͹¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪌¡®ËÁÒ “àÁÒáÅÇŒ ¢ºÑ ” àÃÕ¡μÃǨ พบแอลกอฮอล ไมพ บแอลกอฮอล ตรวจวดั ยืนยันผล ปลอ ยตัว เกินอัตราทกี่ ําหนด ไมเ กนิ อตั ราท่กี ําหนด ทาํ บนั ทกึ จับกุม ปลอ ยตวั นําสงพนกั งาน สอบสวน ควบคุมตัว ไมประกนั ตัว ประกันตัว คุมขงั กลับบาน สงฟอ งศาล

๑๐๓ ò) ¡Òúѧ¤ºÑ 㪌¡®ËÁÒÂ㹡ÒÃμÃǨ¨ºÑ ¼ÙŒ¢ºÑ ¢è·Õ äèÕ ÁÊ‹ ÇÁËÁÇ¡¹ÔÃÀÑ (ËÁÇ¡¡¹Ñ ¹Íç ¡) ตามทร่ี ฐั บาลประกาศใหป ญ หาอบุ ตั เิ หตทุ างถนนเปน “วาระแหง ชาต”ิ และตง้ั เปา หมาย ท่จี ะลดการเสียชวี ิตลงครึ่งหน่งึ เมอ่ื ถึงป ๒๕๖๓ มาตรการสําคญั ท่ีตองเรงผลักดันเปนอนั ดับแรก คือ การสง เสรมิ ใหผูขบั ขแี่ ละซอ นทา ยรถจกั รยานยนตสวมหมวกนริ ภยั ๑๐๐ เปอรเซน็ ต ¢ÍŒ ¡®ËÁÒ·àÕè ¡ÕÂè Ç¢ŒÍ§ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๒๒ (๑) กําหนดวา “ผขู บั ขรี่ ถจกั รยานยนต และคนโดยสารรถจกั รยานยนต ตอ งสวมหมวกทจี่ ดั ทาํ ขนึ้ โดยเฉพาะเพอ่ื ปอ งกนั อนั ตรายในขณะขบั ขี่ และโดยสารรถจกั รยานยนต. ..” วรรคสอง “ลกั ษณะและวธิ กี ารใชห มวกเพอ่ื ปอ งกนั อนั ตรายตามวรรคหนง่ึ ใหเ ปน ไปตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง” และวรรคสาม บทบญั ญตั ติ ามมาตรานี้ มิใหใชบังคับแกภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช หรือผูนับถือลัทธิศาสนาอื่นใดท่ีใชผาโพกศีรษะตาม ประเพณีนิยมนั้น หรือบุคคลใดท่กี ําหนดในกฎกระทรวง” บทกําหนดโทษอยูในมาตรา ๑๔๘ “ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๒๒ ตองระวางโทษปรับไมเกนิ หา รอ ยบาท” กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ไดก าํ หนดรายละเอยี ดเกย่ี วกบั หมวกนริ ภยั ไว ดงั นี้ ËÁÇ¡¹ÃÔ ÀÂÑ หมายความวา หมวกทจี่ ดั ทาํ ขน้ึ โดยเฉพาะเพอ่ื ปอ งกนั อนั ตรายในขณะ ขบั ขีแ่ ละโดยสารรถจกั รยานยนต โดยหมวกนิรภัยใหใ ชได ๓ แบบ คือ ๑) หมวกนิรภัยแบบปดเต็มหนา คือ หมวกนิรภัยที่เปลือกหมวกเปนรูปทรงกลม ปด ดานขา ง ดา นหลงั ขากรรไกร และคาง ในกรณที ่มี บี ังลม บังลมตองทําจากวัสดุโปรงใสและไมม สี ี ๒) หมวกนริ ภยั แบบเตม็ ใบ คอื หมวกนริ ภยั ทเ่ี ปลอื กหมวกเปน รปู ทรงกลมปด ดา นขา ง และดานหลังเสมอแนวขากรรไกรและตนคอดานหลัง ดานหนาปดเหนือค้ิวลงมาตลอดถึงปลายคาง ในกรณที มี่ ีบังลม บังลมตองทาํ จากวสั ดโุ ปรงใสและไมม สี ี ๓) หมวกนิรภัยแบบคร่ึงใบ คือ หมวกนิรภัยท่ีเปลือกหมวกเปนรูปครึ่งทรงกลม ปดดานขางและดานหลังเสมอระดับหู ในกรณีท่ีมีบังลม บังลมตองทําจากวัสดุโปรงใสและไมมีสี ในขณะขบั ขห่ี รอื โดยสารรถจกั รยานยนต ผขู บั ขแี่ ละคนโดยสารตอ งสวมหมวกนริ ภยั โดยจะตอ งรดั คางดว ย สายรดั คางหรอื เขม็ ขดั รดั คางใหแ นน พอทจ่ี ะปอ งกนั มใิ หห มวกนริ ภยั หลดุ จากศรี ษะไดห ากเกดิ อบุ ตั เิ หตุ ปจจบุ ันยงั มีผูข ับขท่ี ่สี วมหมวกนิรภัยยังมจี าํ นวนนอย เจา หนาที่กไ็ มส ามารถกวดขนั บงั คบั ใชต ามกฎหมายได จงึ ตอ งรณรงคใ หม ากขนึ้ ซง่ึ เจา หนา ทข่ี องรฐั จะตอ งทาํ ตวั เปน ตวั อยา ง นอกจากน้ี รฐั บาลจะเรง สง เสรมิ ความรว มมอื กบั ภาคเอกชน ผปู ระกอบการใหด าํ เนนิ การตามกฎหมาย และจะรว มมอื กับสถาบันการศึกษารวมรณรงคสวมหมวกนิรภัย การประสานภาคเอกชนผลิตหมวกนิรภัยในราคาที่ เหมาะสม การสญู เสียทเี่ กดิ ขนึ้ จํานวนมากเกิดขึ้นจากพฤตกิ รรมของตนเอง ซึ่งถาสามารถทําใหทกุ คน ตระหนกั กจ็ ะทาํ ใหเ กดิ การตนื่ ตวั ใหค วามรว มมอื กบั การรณรงค ซง่ึ การเรมิ่ ตน จากการสวมหมวกนริ ภยั นั้นเอง

๑๐๔ ó) ¡Òúѧ¤ÑºãªŒ¡®ËÁÒÂ㹡ÒÃนําö·èÕÁÕÊÀÒ¾äÁ‹ÁÑ蹤§á¢ç§áÃ§Ï ÁÒ㪌㹷ҧ (ÁÍàμÍÃä«¤ä Á»‹ ÅÍ´ÀÑÂ) ตามพระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กาํ หนดไวใ นมาตรา ๖ วา “หา มมใิ ห ผใู ดนาํ รถทมี่ สี ภาพไมม นั่ คงแขง็ แรง หรอื อาจเกดิ อนั ตราย หรอื อาจทาํ ใหเ สอ่ื มเสยี สขุ ภาพอนามยั แกผ ใู ช คนโดยสาร หรือประชาชนมาใชในทางเดินรถ รถท่ีใชในทางเดินรถ ผูขับข่ีตองจัดใหมีเครื่องยนต เครื่องอุปกรณและหรือสวนควบที่ครบถวนตามกฎหมายวาดวยรถยนต กฎหมายวาดวยการขนสง กฎหมายวาดวยลอเลอ่ื น กฎหมายวา ดวยรถลาก หรอื กฎหมายวาดวยรถรับจา งและใชก ารไดด ”ี พระราชบญั ญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕ ใหร ฐั มนตรวี า การกระทรวงคมนาคม รกั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ แ้ี ละใหม อี าํ นาจแตง ตง้ั นายทะเบยี นและผตู รวจการ กบั ออกกฎกระทรวง กําหนดในเร่ืองดังตอไปน้ี …(๒) เครื่องอุปกรณสําหรับรถและการใชเคร่ืองอุปกรณดังกลาว เชน โคมเคร่ืองมองหลัง แตร เครื่องระงับเสียง ทอไอเสีย เคร่ืองสัญญาณไฟ เครื่องปดน้ําฝน และเครื่องอุปกรณอ ่ืนท่ีจาํ เปน มาตรา ๑๒ รถใดที่จดทะเบยี นแลว หากปรากฏในภายหลงั วา รถน้นั มีสว นควบหรอื เคร่ืองอุปกรณสําหรับรถไมครบถวนถูกตองตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง หรือเพ่ิมส่ิงใดส่ิงหนึ่งเขาไป ซ่ึงอาจกอใหเกิดอันตรายแกรางกาย หรือจิตใจของผูอื่น หามมิใหผูใดใชรถน้ัน จนกวาจะจัดใหมี ครบถว นถกู ตองหรอื เอาออกแลว มีอตั ราโทษตามมาตรา ๖๐ ผูใ ดฝา ฝน หรือไมป ฏิบัติตามมาตรา ๑๒ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กนิ สองพนั บาท และมาตรา ๑๔ รถใดทจ่ี ดทะเบยี นแลว หา มมใิ หผ ใู ดเปลย่ี นแปลง ตัวรถหรือสว นใดสวนหน่ึงของรถใหผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว และใชร ถนน้ั เวน แตเ จา ของรถ นาํ ไปใหน ายทะเบียนตรวจสภาพกอน โทษตามมาตรา ๕๘ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏบิ ตั ิตามกฎกระทรวง ออกตามมาตรา ๑๔ ตองระวางโทษปรบั ไมเกนิ หนงึ่ พันบาท กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๒๒ ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ กําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณสวนควบของรถจักรยานยนตในขอ ๖ รถจักรยานยนตตองมี เคร่ืองอุปกรณสําหรับรถ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) โคมไฟดังตอไปนี้ ที่มีกําลังไฟและความสองสวางตามท่ีกรมการขนสงทางบก ประกาศกําหนด (ก) โคมไฟแสงพงุ ไกล สขี าวหรอื เหลอื งออ น จาํ นวนไมเ กนิ ๒ ดวง ตดิ ทกี่ ง่ึ กลาง หนา รถ สูงจากผิวทางไมนอยกวา ๕๐ ซม. แตไมเกิน ๑.๒๐ เมตร ในกรณที ม่ี ี ๒ ดวง ตองติดอยูใน ระดับเดียวกันและหางจากแนวก่ึงกลางหนารถเทากันท้ังสองขาง โคมไฟทุกดวงตองใหแสงสีเดียวกัน โคมไฟแสงพงุ ไกลจะใหแ สงสวา งไดเ ฉพาะในขณะทโ่ี คมไฟทา ยใหแ สงสวา งดว ยเทา นน้ั เวน แตเ ปน การ ใหแ สงสญั ญาณชวั่ ขณะ (ข) โคมไฟแสงพงุ ตาํ่ แสงขาวหรอื เหลอื งออ น ใหแ สงสเี ดยี วกบั โคมไฟแสงพงุ ไกล จํานวนไมเกนิ ๒ ดวง ติดที่ก่งึ กลางหนา รถ สงู จากผวิ ทางไมน อ ยกวา ๕๐ ซม. แตไมเ กิน ๑.๒๐ เมตร

๑๐๕ ในกรณีที่มี ๒ ดวง ตองติดอยูในระดับเดียวกันและหางจากแนวกึ่งกลางหนารถเทากันท้ังสองขาง โคมไฟแสงพุงต่ําจะใหแสงสวา งไดเฉพาะในขณะทีโ่ คมไฟทายใหแสงสวา งดวยเทา นน้ั (ค) โคมไฟเลี้ยว ชนิดใชไฟกะพรบิ แสงเหลอื ง ตดิ ทีด่ า นหนา จํานวน ๒ ดวง และแสงเหลืองหรือแดง ติดที่ดานทาย จํานวน ๒ ดวง โดยใหติดไวที่ขางซายและขางขวา โคมไฟ ทกุ ดวงทตี่ ดิ ทดี่ า นทา ยตอ งใหแ สงสเี ดยี วกนั แตล ะดา นทตี่ ดิ อยใู นระดบั เดยี วกนั สงู จากผวิ ทางไมน อ ยกวา ๓๕ ซม. แตไมเกิน ๑.๒๐ เมตร โคมไฟเลีย้ วทกุ ดวงทอ่ี ยขู า งเดียวกนั ตองกะพริบพรอมกันในขณะทร่ี ถ ใหส ัญญาณเล้ยี ว (ง) โคมทา ย แสงแดง จํานวนไมเกิน ๒ ดวง ติดอยทู กี่ ่ึงกลางทา ยรถในระดับ เดียวกัน สูงจากผิวทางไมน อ ยกวา ๓๕ ซม. แตไ มเ กนิ ๑.๒๐ เมตร (จ) โคมไฟหยุด แสงแดง จํานวนไมเกิน ๒ ดวง ติดอยูที่ก่ึงกลางทายรถ ในระดบั เดียวกัน สงู จากผวิ ทางไมน อ ยกวา ๓๕ ซม. แตไมเ กิน ๑.๒๐ เมตร โคมไฟหยดุ ถารวมอยูใน โคมไฟทายจะตองมีความสวางมากกวาความสวางของโคมไฟทายนั้น และจะใหแสงสวางไดเฉพาะ ในขณะที่ใชห า มลอ เทา นั้น (ฉ) โคมไฟสอ งปา ยทะเบยี น แสงขาว จาํ นวนไมเ กนิ ๒ ดวง ตดิ อยดู า นบน ดา นลา ง หรือดานขางของแผนปายทะเบียนรถ มีความสวางสามารถอานปายทะเบียนรถไดชัดเจนในระยะ ไมนอยกวา ๒๐ เมตร จากทา ยรถ และตอ งมที ี่บังมิใหแสงพุงไปทางทายรถ โคมไฟสองปายทะเบยี น ตองใหแ สงสวางพรอมกบั โคมไฟทาย (๒) แผน สะทอ นแสงสแี ดง มลี กั ษณะตามทก่ี าํ หนดไวใ นขอ ๒ (๒) ตดิ ทกี่ งึ่ กลางทา ยรถ สูงจากผิวทางไมนอยกวา ๓๕ ซม. แตไมเกิน ๙๐ ซม. สามารถสะทอนแสงเห็นไดในเวลากลางคืน ในระยะไมนอยกวา ๑๕๐ เมตร (๓) เคร่ืองมองหลัง ซ่ึงเปนกระจกเงา จํานวน ๒ ชุด ติดอยูในระดับเดียวกัน ท่ีดานซายและดานขวา และหางจากแนวกึ่งกลางหนารถเทากันทั้งสองขาง ในที่ที่ผูขับรถสามารถ มองเห็นภาพจากการจราจรดา นขางและดา นหลงั ไดท ุกขณะอยา งชัดเจน (๔) หา มลอ ทีใ่ ชก ารไดดี (๕) แตร ชนดิ เสียงเดยี ว ทดี่ ังพอสมควร (๖) ทอไอเสียพรอมดวยเครื่องระงับเสียง เฉพาะรถจักรยานยนตท่ีใชเคร่ืองยนต แบบสนั ดาปภายใน (๗) เครื่องวดั ความเร็ว ทีใ่ ชก ารไดด ี และตองมแี สงสวา งทาํ ใหสามารถอา นความเร็ว ของรถในเวลากลางคนื ได และขอ ๗ กําหนดวารถจักรยานยนตอาจมีเคร่ืองอุปกรณอ่ืนสําหรับรถได ภายใต เง่ือนไข ดงั ตอไปนี้

๑๐๖ (๑) โคมไฟหรแี่ สงขาวหรอื เหลอื งออ น ทม่ี กี าํ ลงั ไฟและความสอ งสวา งตามทกี่ รมการ ขนสง ทางบกประกาศกาํ หนด จาํ นวนไมเ กนิ ๒ ดวง ตดิ อยูกง่ึ กลางหนา รถในกรณีท่มี ี ๒ ดวง ตอ งอยู ในระดบั เดยี วกัน สูงจากผวิ ทางไมน อยกวา ๓๕ ซม. แตไ มเ กนิ ๑.๒๐ เมตร โคมไฟทุกดวงตองใหแ สง สเี ดยี วกนั โคมไฟหร่จี ะใหแสงสวา งไดเ ฉพาะ ในขณะที่โคมไฟทา ยใหแ สงสวางดว ยเทาน้ัน (๒) โคมไฟอน่ื นอกจากท่กี ําหนดไวในขอนี้ และขอ ๖ (๑) ถา จะนํามาใชตอ งเปน ไป ตามท่กี รมการขนสงทางบกใหความเหน็ ชอบ ¡Òúѧ¤Ñºãª¡Œ ®ËÁÒ อํานาจของเจาพนักงานจราจรหรือพนักงานเจาหนาท่ีในการส่ังใหผูขับขี่หยุดรถท่ีมี สภาพไมถ ูกตอ ง หรอื รถทม่ี ีผูข บั ข่ีฝา ฝน ไมปฏิบตั ติ ามกฎจราจร มาตรา ๑๔๒ “มาตรา ๑๔๒ เจา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งานเจา หนา ทม่ี อี าํ นาจสง่ั ใหผ ขู บั ขห่ี ยดุ รถ ในเมอื่ (๑) รถนั้นมสี ภาพไมถ ูกตองตามที่บัญญตั ิไวในมาตรา ๖ (๒) เห็นวาผูขับขี่หรือบุคคลใดในรถน้ันไดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทแหงพระราช บญั ญตั ินห้ี รือกฎหมายอันเกย่ี วกับรถน้นั ๆ…” â·É ฝาฝนคําส่ังเจาพนักงานจราจรหรือพนักงานเจาหนาที่ ตามมาตรา ๑๔๒ วรรคหนึง่ หรอื ๑๔๒ วรรคสอง ถาไมเปน ความผดิ ทีก่ ําหนดไวแ ลวตามมาตรานี้ ตองระวางโทษปรับ ครง้ั ละไมเกินหนง่ึ พันบาท (มาตรา ๑๕๔) อํานาจของเจาพนักงานจราจรหรือพนักงานเจาหนาท่ีในการส่ังใหผูขับข่ีรถหยุดรถ ตามมาตรา ๑๔๒ มีดังตอ ไปนี้ (๑) ผขู บั ขน่ี าํ รถทม่ี สี ภาพไมม นั่ คงแขง็ แรงหรอื อาจเกดิ อนั ตรายหรอื อาจทาํ ใหเ สอ่ื มเสยี สขุ ภาพอนามยั ผใู ช คนโดยสารหรอื ประชาชน หรอื รถทมี่ เี ครอื่ งยนต เครอื่ งอปุ กรณ และหรอื สว นควบ ไมค รบตามกฎหมายวาดว ยประเภทรถนั้นๆ มาใชในทางเดินรถ (มาตรา ๖) “มาตรา ๖ หา มมิใหผูใดนํารถทมี่ สี ภาพไมม่ันคงแขง็ แรง หรืออาจเกดิ อนั ตรายหรือ อาจทาํ ใหเ สื่อมเสยี สุขภาพอนามัยแกผูใช คนโดยสารหรือประชาชนมาใชใ นทางเดนิ รถ รถทใี่ ชใ นทางเดนิ รถ ผขู บั ข่ีตองจัดใหม เี ครื่องยนต เคร่ืองอปุ กรณและหรือสว นควบ ทีค่ รบถวนตามกฎหมายวา ดว ยรถยนต กฎหมายวาดวยการขนสง กฎหมายวา ดวยลอเลือ่ น กฎหมาย วา ดว ยรถลาก หรือกฎหมายวาดว ยรถจาง และใชการไดดี สภาพของรถที่อาจทําใหเส่ือมเสียสุขภาพอนามัยตามวรรคหน่ึงและวิธีการทดสอบ ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑแ ละวิธกี ารทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง” สาเหตุหนึ่งท่ีทําใหเกิดอุบัติเหตุทางการจราจร เกิดจากรถที่ผูขับขี่นํามาขับในทาง มีสภาพไมม ัน่ คง แข็งแรง เครอ่ื งยนตเสื่อมสภาพ อุปกรณชํารดุ

๑๐๗ ô) ¡Òú§Ñ ¤ÑºãªŒ¡®ËÁÒ¡óÕทเ่ี กีย่ วของกบั ใบอนญุ าตขับรถ (㺢Ѻ¢Õ)è กฎหมายจราจรที่มีบทบัญญัติเกี่ยวของกับเรื่องใบอนุญาตขับข่ีนั้นมี ๓ ฉบับ คือ พระราชบญั ญัตริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบญั ญัติขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราช บัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยแบงเปน ประเดน็ ตางๆ ดังนี้ º·ºÑÞÞÑμÔ·Õèà¡ÕÂè Ç¡ºÑ ãºÍ¹ØÞÒμ¢ÑºÃ¶ ตามพ.ร.บ.รถยนต ๒๕๒๒ ตามพ.ร.บ.รถยนต ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ ไดกําหนดชนิดของใบอนุญาต¢ÑºÃ¶ ầ‹ Í͡໚¹ ññ ª¹Ô´´Ñ§¹éÕ ชนิดที่ ๑ ใบอนญุ าตขบั รถชัว่ คราว - ใบอนญุ าตขบั รถยนตสว นบคุ คลชวั่ คราว - ใบอนญุ าตขบั รถยนตส ามลอสว นบคุ คลชว่ั คราว - ใบอนุญาตขับรถจกั รยานยนตสว นบคุ คลช่ัวคราว ชนิดท่ี ๒ ใบอนญุ าตขบั รถยนตส ว นบุคคล ชนดิ ที่ ๓ ใบอนุญาตขบั รถยนตสาธารณะ ชนดิ ท่ี ๔ ใบอนุญาตขบั รถยนตสามลอสว นบุคคล ชนดิ ท่ี ๕ ใบอนุญาตขับรถยนตส ามลอสาธารณะ ชนดิ ที่ ๖ ใบอนุญาตขบั รถจักรยานยนตสว นบคุ คล ชนดิ ท่ี ๗ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตส าธารณะ ชนดิ ท่ี ๘ ใบอนญุ าตขับรถบดถนน ชนดิ ที่ ๙ ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร ชนดิ ที่ ๑๐ ใบอนญุ าตขับรถชนิดอ่ืนนอกจาก (๑) ถึง (๙) ขนิดที่ ๑๑ ใบอนญุ าตขบั รถตามความตกลงระหวา งประเทศทป่ี ระเทศไทยเปน ภาคี ใบอนุญาตขับรถตาม ๑ ใชสําหรับขับรถยนตบริการใหเชา เฉพาะในกรณีที่ผูขับรถ เปนผูเชาไดดวย ใบอนุญาตขับรถตาม ๒ ใชสําหรับขับรถยนตบริการใหเชาไดดวย ใบอนุญาตขับรถ ตาม ๔ ใชสําหรับขับรถยนตบริการและใชแทนใบอนุญาตขับรถตาม ๒ ไดดวย ใบอนุญาตขับรถ ตาม ๕ ใชแ ทนใบอนญุ าตขบั รถตาม ๓ ไดดว ย และใบอนุญาตขบั รถตาม ๗ ใชแทนใบอนุญาตขับรถ ตาม ๖ ไดดวย นอกน้นั ใชแทนกนั ไมไ ด นอกจากน้ี มาตรา ๔๓ ทวิ ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถในประเภทการขนสง ประจําทาง การขนสง ไมป ระจาํ ทางหรอื การขนสง โดยรถขนาดเลก็ ตามกฎหมายวา ดว ยการขนสง ทางบก ใหใ ชแ ทน ใบอนญุ าตขับรถยนตสวนบคุ คลตามมาตรา ๔๓ (๒) และใบอนุญาตขบั รถยนตส าธารณะตามมาตรา ๔๓ (๔) ได ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถในประเภทการขนสง สว นบคุ คล ตามกฎหมายวา ดว ยการขนสง ทางบกใหใชแ ทนใบอนญุ าตขับรถยนตสวนบุคคลตามมาตรา ๔๓ (๒) ได

๑๐๘ ¤³Ø ÊÁºÑμ¢Ô ͧ¼Œ»Ù ÃÐʧ¤¢ ÍãºÍ¹ÞØ Òμ¢ºÑ ¢èÕ มาตรา ๔๖ พระราชบญั ญตั ริ ถยนต บญั ญตั วิ า ผขู อใบอนญุ าตขบั รถตามมาตรา ๔๓ (๑) ตอ งมคี ณุ สมบัตแิ ละไมม ลี ักษณะตอ งหาม ดังตอไปน้ี (๑) มีอายุไมตํ่ากวาสิบแปดปบริบูรณ แตถาเปนผูขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต ช่ัวคราว สําหรับรถจักรยานยนตความจุกระบอกสูบขนาดไมเกินหนึ่งรอยสิบลูกบาศกเซนติเมตร ตอ งมีอายไุ มต ่าํ กวา สิบหา ปบรบิ รู ณ (๒) มคี วามรูและความสามารถในการขับรถ (๓) มีความรูในขอบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติน้ีและตามกฎหมายวาดวย การจราจรทางบก ในมาตรา ๔๖ น้ี เปนการกําหนดคุณสมบัติของผูที่จะขอใบอนุญาตขับรถยนต สว นบคุ คล รถยนตส ามลอ สว นบคุ คล หรอื รถจกั รยานยนตช ว่ั คราว ตามมาตรา ๔๓ (๑) โดยกาํ หนดอายุ วา จะตอ งมอี ายไุ มต า่ํ กวา ๑๘ ปบ รบิ รู ณน นั้ แสดงวา รฐั ยอ มเหน็ วา บคุ คลทมี่ อี ายตุ าํ่ กวา ๑๘ ปบ รบิ รู ณน น้ั ยงั ไมม วี ฒุ ภิ าวะมากพอทจี่ ะควบคมุ ยานพาหนะและขบั ขย่ี านพาหนะอยา งปลอดภยั ได และยงั กาํ หนด ใหบ ุคคลผูท่จี ะขอใบอนญุ าตขับข่จี ะตอ งมคี วามรคู วามสามารถในการขับรถ และมคี วามรูในขอ บังคับ การเดนิ รถ โดยผูขอใบอนญุ าตขับขี่จะตอ งผา นการอบรมกฎหมายจราจร และผานการทดสอบความรู ในการขบั ขแ่ี ละกฎหมายจราจรทีเ่ ก่ียวของในขั้นตอนการสอบใบขับขี่ นอกจากบุคคลท่ีขอใบอนุญาตขับข่ีจะตองมีคุณสมบัติครบถวนตามที่บัญญัติไว ขางตนแลว บุคคลผขู อใบอนญุ าตขับข่ีจะตอ งไมม ลี กั ษณะตอ งหา ม ตามที่ตามในมาตรา ๔๖ (๑)–(๘) พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงไดบัญญัติไววา ผูขอใบอนุญาตขับข่ีตามมาตรา ๔๓ (๑) จะตองไมมลี ักษณะตอ งหามดังตอไปนี้ (๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดปบริบูรณ แตถาเปนผูขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต สวนบุคคลช่ัวคราว สําหรับรถจักรยานยนตท่ีมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันไมเกินที่กําหนด ในกฎกระทรวง ตองมีอายุไมต า่ํ กวาสิบหา ปบริบรู ณ (๒) มคี วามรูและความสามารถในการขบั รถ (๓) มคี วามรูในขอ บงั คบั การเดนิ รถตามพระราชบัญญัตนิ ้ี และตามกฎหมายวา ดวย การจราจรทางบก (๔) ไมเ ปนผูม รี างกายพกิ ารจนเปน ที่เห็นไดว าไมสามารถขับรถได (๕) ไมม โี รคประจาํ ตวั ทผ่ี ปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรมเหน็ วา อาจเปน อนั ตรายขณะขบั รถ (๖) ไมเปน บุคคลวกิ ลจริตหรอื จิตฟน เฟอน (๗) ไมม ีใบอนญุ าตขับรถชนดิ เดียวกันอยแู ลว (๘) ไมเ ปน ผอู ยูในระหวา งถกู ยดึ หรอื เพิกถอนใบอนญุ าตขบั รถ

๑๐๙ ¡ÒâÍÁÕãºÍ¹ØÞÒμ¢Ñº¢Õè มาตรา ๔๕ พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติวา ผูใดประสงคจะขอ ใบอนุญาตขบั รถ ตองเปน ผูมีคณุ สมบตั แิ ละไมมลี ักษณะตองหามตามพระราชบัญญตั ิน้ี และยน่ื คําขอ ตอนายทะเบียนแหง ทอ งท่ีท่ตี ามทมี่ ภี ูมลิ ําเนาหรอื มถี ิ่นที่อยู” การขอมีใบอนุญาตขับขี่จึงตองทําการย่ืนคําขอตอนายทะเบียนแหงทองที่ ซึ่งนายทะเบียนตามมาตรา ๔ พระราชบัญญัติรถยนตมีความหมายวา ขาราชการซึ่งรัฐมนตรีวาการ กระทรวงคมนาคม แตงตั้งใหเปนนายทะเบียน การออกใบอนุญาตขับขี่นั้นจึงเปนอํานาจของ กรมการขนสง ทางบก กระทรวงคมนาคม โดยกาํ หนดใหห ากผใู ดประสงคจ ะขอใบอนญุ าตขบั รถกส็ ามารถ ขอใบอนุญาตไดท่ีสํานักงานขนสงจังหวัด ไดทุกจังหวัด เน่ืองจากกรมการขนสงทางบกไดมีการแบง สวนราชการเปนสํานักงานขนสงสวนภูมิภาค ๑๒ ภูมิภาค และแบงสวนราชการเปนสํานักงานขนสง จงั หวดั มนี ายทะเบียนประจาํ อยูทกุ จงั หวัด ÊÃØ» การขอมีใบอนุญาตขับข่ีน้ันนอกจากจะตองย่ืนคําขอตอนายทะเบียนแลว ผยู นื่ คาํ ขอยงั จะตอ งมคี ณุ สมบตั คิ รบถว น ไมม ลี กั ษณะตอ งหา มตามพระราชบญั ญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ และตองมีการทดสอบความรูความสามารถในการขับรถตามกฎหมายจราจรเสียกอน นายทะเบียน จึงจะสามารถออกใบอนุญาตขับข่ีใหไดซึ่งกรมการขนสงทางบก ไดแบงการทดสอบการขับรถยนต และรถจักรยานยนตเปน ๓ ขั้นตอน คือ ๑) การทดสอบสมรรถภาพของรางกาย ๒) การทดสอบ ขอเขยี น และ ๓) การทดสอบขบั รถ ÍÒÂ¢Ø Í§ãºÍ¹ØÞÒμ¢Ñº¢èÕ พ.ร.บ.รถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ มผี ลใชต ง้ั แต ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ เปน ตน ไป ไดกาํ หนดอายขุ องใบอนญุ าตขบั ขไ่ี วในมาตรา ๔๔ ดังนี้ ๑) ยกเลกิ การออกใบอนญุ าตขบั รถตลอดชพี เวน แตผ ไู ดร บั อยกู อ นแลว สามารถใช ตอ ไปได ๒) กาํ หนดใบอนญุ าตขบั รถช่ัวคราว มีอายุ ๒ ป ๓) กําหนดใหใบอนุญาตขับรถดังตอไปน้ี มีอายุ ๕ ป นับแตวันออกใบอนุญาต ขบั รถ คอื ๓.๑) ใบอนุญาตขับรถยนตส ว นบุคคล ๓.๒) ใบอนญุ าตขับรถยนตสามลอ สว นบุคคล ๓.๓) ใบอนุญาตขับรถจกั รยานยนต ๓.๔) ใบอนญุ าตขับรถบดถนน ๓.๕) ใบอนญุ าตขับรถแทรกเตอร ๓.๖) ใบอนญุ าตขบั รถชนดิ อืน่ ตามมาตรา ๔๓ (๙)

๑๑๐ ๔) กาํ หนดใหใ บอนญุ าตขบั รถยนตส าธารณะ และใบอนญุ าตขบั รถสามลอ สาธารณะ มอี ายุ ๓ ป นบั แตว นั ออกใบอนญุ าต และลดอายขุ องผรู บั ใบอนญุ าตจากเดมิ อายไุ มต า่ํ กวา ๒๕ ปบ รบิ รู ณ เปนอายุไมต ่ํากวา ๒๒ ปบ ริบูรณ ๕) กาํ หนดใหว ันครบกําหนดใบอนุญาต ซึ่งไมตรงกับวนั ครบรอบวนั เกดิ ของผูไดร บั ใบอนญุ าตขับรถ ใหข ยายตอ ไปจนถงึ วนั ครบรอบวันเกดิ ของผูไดรบั ใบอนญุ าตขบั รถในปน น้ั หรือในป ถดั ไปแลว แตก รณี โดยใหถ อื วา วนั ครบรอบวนั เกดิ เปน วนั ทใ่ี บอนญุ าตขบั รถครบกาํ หนดอายุ สว นกรณี ทผ่ี ไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั รถเกดิ ในวนั ที่ ๒๙ กมุ ภาพนั ธ และในปท ใี่ บอนญุ าตขบั รถครบกาํ หนดอายุ ไมม ี วนั ท่ี ๒๙ กุมภาพนั ธ ใหถ ือเอาวนั ที่ ๒๘ กุมภาพันธ เปน วนั ครบรอบวันเกิด การขอตออายุใบอนุญาตขับรถ และการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงอื่ นไขทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง ¡Ã³Õ¼Œ¢Ù Ѻö໚¹ªÒÇμ‹Ò§´ŒÒÇ พระราชบญั ญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๒ วรรค ๒ ไดก ําหนดไววา ในกรณี ท่ีผูขับรถเปนคนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวตามกฎหมายวาดวย คนเขา เมอื ง ผขู บั รถซงึ่ เปน คนตา งดา วนน้ั จะใชใ บอนญุ าตขบั รถตามมาตรา ๔๒ ทวิ ขบั รถในราชอาณาจกั ร ก็ได และในกรณีนี้จะตองมีใบอนุญาตขับรถดังกลาวพรอมดวยเอกสารตามที่ระบุไวในอนุสัญญาและ หรอื ความตกลงทมี่ อี ยรู ะหวา งรฐั บาลไทยกบั รฐั บาลของประเทศนนั้ ๆ เพอื่ แสดงตอ เจา พนกั งานไดท นั ที มาตรา ๔๒ ทวิ ในกรณีที่มีความตกลงระหวางรัฐบาลไทยและรัฐบาลตางประเทศ วาดวยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซึ่งกันและกัน คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยู ในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง และมีใบอนุญาตขับรถที่ออก โดยพนักงานเจาหนาที่หรือสมาคมยานยนตที่ไดรับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศท่ีมีความตกลง ดงั กลา วกบั รัฐบาลไทย อาจใชใ บอนุญาตขับรถของประเทศน้นั ขบั รถในราชอาณาจักรไดต ามประเภท และชนิดของรถที่ระบุไวในใบอนุญาตขับรถนั้น แตตองปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลง ที่มีอยูระหวางรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้นๆ และตามบทบัญญัติท้ังหลายในสวนท่ีเกี่ยวกับ หนา ท่ขี องผูขับรถตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ อํา¹Ò¨¢Í§¾¹¡Ñ §Ò¹à¨ÒŒ ˹Ҍ ·Õè มาตรา ๔๒ พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติวา “ผูขับรถตองไดรับ ใบอนุญาตขับรถ และตองมีใบอนุญาตขับรถและสําเนาภาพถายใบคูมือจดทะเบียนรถในขณะขับ หรือควบคุมผฝู กหดั ขับรถเพื่อแสดงตอเจา พนักงานไดทันที เวนแตผูฝ กหดั ขบั รถยนตตามมาตรา ๕๗” มาตรา ๖๔ ผใู ดขบั รถโดยไมไ ดร บั ใบอนญุ าตขบั รถ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนง่ึ เดอื น หรอื ปรบั ไมเกินหน่งึ พนั บาท หรือท้ังจําท้ังปรบั มาตรา ๖๕ ผใู ดขบั รถเมอื่ ใบอนญุ าตขบั รถสน้ิ อายหุ รอื ระหวา งถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าต ขบั รถหรอื ถกู ยดึ ใบอนญุ าตขบั รถ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กนิ สองพันบาท

๑๑๑ มาตรา ๖๖ ผูใดขับรถโดยไมแสดงใบอนุญาตขับรถ และสําเนาภาพถายใบคูมือ จดทะเบียนรถตามมาตรา ๔๒ ตอ งระวางโทษปรับไมเ กนิ หนงึ่ พันบาท บทบัญญัตทิ เี่ กี่ยวกับใบอนญุ าตขบั รถ μÒÁ ¾.Ã.º.¢¹Ê‹§·Ò§º¡ òõòò μÒÁ ¾.Ã.º.¢¹Ê‹§·Ò§º¡ òõòò ไดบัญญัติขอกําหนดที่เก่ียวของกับผูขับรถไว ในหมวด ๗ ผปู ระจํารถ มีดังน้ี มาตรา ๙๒ ผูประจาํ รถ ไดแ ก (๑) ผูขบั รถ (๒) ผเู ก็บคา โดยสาร (๓) นายตรวจ (๔) ผบู ริการตามทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๔ ใบอนุญาตสําหรบั ผูประจาํ รถ มี ๔ ประเภท คือ (ñ) ãºÍ¹ØÞÒμ໚¹ ¼Œ¢Ù ºÑ ö (๒) ใบอนญุ าตเปนผเู กบ็ คาโดยสาร (๓) ใบอนุญาตเปน นายตรวจ (๔) ใบอนญุ าตเปนผบู รกิ าร ใบอนุญาตแตละประเภทจะใชสับเปลี่ยนกันไมได เวนแตใบอนุญาตประเภทที่ (๑) ใบอนญุ าตเปนผขู ับรถ ประเภทที่ (๓) ใบอนญุ าตเปนนายตรวจ และประเภทท่ี (๔) ใบอนญุ าตเปน ผูบ ริการ ใชเ ปนใบอนญุ าตประเภทที่ (๒) ใบอนญุ าตเปน ผูเก็บคา โดยสาร ได ãºÍ¹ØÞÒμ໚¹¼ÙŒ¢ÑºÃ¶áμ‹ÅЪ¹Ô´ ẋ§μÒÁ»ÃÐàÀ·¡Òâ¹Ê‹§¢Í§Ã¶Í͡໚¹ ò »ÃÐàÀ· ä´áŒ ¡‹ - ประเภทสวนบุคคล สําหรับขับรถท่ีใชในการขนสงสวนบุคคล (รถท่ีมีแผนปาย ทะเบยี นรถ พน้ื สขี าว ตวั เลขและตวั อักษรสีดาํ ) - ประเภททกุ ประเภท สาํ หรบั ขบั รถไดท กุ ประเภทการขนสง (รถทม่ี แี ผน ปา ยทะเบยี นรถ พนื้ สขี าว ตวั เลขและตวั อกั ษรสดี าํ และรถทมี่ แี ผน ปา ยทะเบยี นรถพน้ื สเี หลอื ง ตวั เลขและตวั อกั ษรสดี าํ ) »ÃÐàÀ·¢Í§ãºÍ¹ÞØ Òμ¢ºÑ Ã¶ มาตรา ๙๕ (๒๒) ใบอนุญาตเปนผูข บั รถ มีดังนี้ ชนดิ ทห่ี นง่ึ ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสาํ หรบั รถทมี่ นี าํ้ หนกั รถและนาํ้ หนกั บรรทกุ รวมกนั ไมเ กินสามพันหา รอ ยกโิ ลกรัมที่มไิ ดใชขนสงผูโดยสาร หรือสาํ หรับรถขนสงผูโดยสารไมเ กินย่สี บิ คน - รถเกง รถตู รถกระบะทวั่ ๆ ไป ชนดิ ทสี่ อง ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสาํ หรบั รถทม่ี นี า้ํ หนกั รถและนา้ํ หนกั บรรทกุ รวมกนั เกินกวาสามพนั หา รอ ยกโิ ลกรมั ที่มไิ ดใ ชขนสง ผโู ดยสาร หรือสาํ หรับรถขนสงผูโ ดยสารเกนิ ยีส่ บิ คน - ขบั รถโดยสาร รถบรรทุก รถ ๖ ลอ ๑๐ ลอ แบง เปน สว นบุคคล และทุกประเภท สวนบคุ คลปา ยขาว ทุกประเภท ขับรถสาธารณะปา ยเหลอื งได ชนิดท่ีสาม ใบอนุญาตเปนผูขับรถซ่ึงโดยสภาพใชสําหรับลากจูงรถอื่นหรือลอเลื่อน ทบี่ รรทุกส่ิงใดๆ บนลอเลอ่ื นน้ัน - ขบั รถโดยสาร ลากจงู แบงเปนสว นบุคคลและทกุ ประเภทเหมอื นกบั ชนิดที่ ๒ ชนิดท่ีส่ี ใบอนุญาตเปนผูขับรถสําหรับรถท่ีใชขนสงวัตถุอันตรายตามประเภท หรือชนดิ และลักษณะการบรรทุกตามทีอ่ ธบิ ดีกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

๑๑๒ - ขนกาซ สารเคมี สังเกตจากรถจะระบุวาวัตถุอันตราย มีสัญลักษณและเลข สหประชาชาตกิ ํากับ และอ่นื ๆ) ตามท่ีกรมการขนสงทางบกกาํ หนด ใบอนุญาตแตละชนิดใชสับเปลี่ยนกันไมได เวนแตใบอนุญาตชนิดท่ีสอง ชนิดที่ สาม และชนิดท่สี ใ่ี ชเปน ใบอนญุ าตชนิดท่หี น่งึ ได ใบอนญุ าตชนิดท่ีสามและชนดิ ที่สใี่ ชเ ปนใบอนญุ าต ชนดิ ท่สี องได และใบอนญุ าตชนิดที่สใ่ี ชเปนใบอนุญาตชนิดทสี่ ามได ÊÃØ»¡ÒÃ㪌ãºÍ¹ÞØ Òμ¢ÑºÃ¶·èÕ㪌᷹¡¹Ñ ä´ãŒ ¹áμÅ‹ Ъ¹´Ô - ชนิดที่ ๓ ใชแทนชนิดที่ ๒ ได แตใชแทนชนิดท่ี ๔ ไมได - ชนดิ ที่ ๒ ไมสามารถใชแ ทนชนดิ ท่ี ๓ และ ๔ ได - ผจู ะทาํ บตั รอนญุ าตชนดิ ที่ ๔ จะตองไดช นิดท่ี ๓ มากอ น - ใบอนญุ าตชนิดที่ ๒, ๓, ๔ ใชแทนชนดิ ที่ ๑ (รถเกง รถตู รถกระบะทั่วไป) ไดต าม ประเภท (สวนบุคคล, สาธารณะ ถา มชี นดิ ท่ี ๒, ๓ ทกุ ประเภทกข็ ับแทก็ ซไี่ ดด วย) - ใบอนุญาตเปนผูขับรถทุกประเภทตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกสามารถ ใชแทนใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคลและใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะตามกฎหมายวาดวย รถยนตได - ใบอนุญาตเปนผูขับรถสวนบุคคลตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก สามารถ ใชแ ทนใบอนุญาตขับรถยนตส ว นบคุ คลตามกฎหมายวา ดวยรถยนตไ ด ÍÒÂ¢Ø Í§¼ŒÙ¢ÍÃѺãºÍ¹ÞØ Òμ໚¹¼ŒÙ»ÃÐจําö ๑. ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสว นบคุ คลชนดิ ที่ ๑ ตอ งมอี ายไุ มต า่ํ กวา ๑๘ ป สว นบคุ คล ชนดิ ที่ ๒ และชนดิ ที่ ๓ ตอ งมีอายไุ มต่าํ กวา ๒๐ ป สว นบคุ คลชนิดท่ี ๔ ตองมีอายุไมต าํ่ กวา ๒๕ ป ทกุ ประเภทชนดิ ท่ี ๑, ชนิดท่ี ๒, ชนดิ ที่ ๓ และชนดิ ที่ ๔ ตองมอี ายุไมต ํ่ากวา ๒๕ ป ๒. ใบอนุญาตเปนผเู ก็บคา โดยสาร ตองมีอายไุ มต่ํากวา ๑๕ ป ๓. ใบอนญุ าตเปนผบู ริการ ตองมอี ายุไมต ่าํ กวา ๑๕ ป õ) ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪡Œ ®ËÁÒ¡óշèÕà¡ÕèÂǢ͌ §¡Ñºà¢Áç ¢´Ñ ¹ÃÔ ÀÑ (à¢Áç ¢Ñ´¹ÃÔ ÀÂÑ ) ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪌¡®ËÁÒ กรณไี มต ดิ ตั้งเขม็ ขัดนริ ภยั ตามกําหนด กรมการขนสง ทางบก จะไมผ า นการตรวจสภาพรถให ๑. มคี วามผดิ ตาม พ.ร.บ.รถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ปรบั ไมเกิน ๑,๐๐๐ บาท ๒. มคี วามผดิ ตาม พ.ร.บ.การขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ปรบั ไมเ กนิ ๕๐,๐๐๐ บาท ๓. ผขู บั รถและผนู ั่งในรถ หากไมค าดเข็มขัดนิรภัย จะมคี วามผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ทางบก พ.ศ. ๒๕๓๘ ปรับรายละไมเ กนิ ๕๐๐ บาท

๑๑๓ ¡ÒäҴà¢Áç ¢´Ñ ¹ÃÔ ÀÑ¡ºÑ ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ เม่ือเกิดอบุ ัติเหตุจราจรทางบกจะทําใหเ กิดการสูญเสยี ชวี ิต รา งกาย อนั ตรายที่เกิด กบั คนมีตงั้ แตไ มม าก เชน แผลถลอกจนกระทงั้ อวยั วะภายในไดรับบาดเจบ็ อาจจะพกิ าร การปองกนั ที่ดที ่ีสดุ คือการปอ งกันมิใหเกดิ อบุ ตั เิ หตุ แตกไ็ มส ามารถปอ งกนั ไดร อ ยเปอรเ ซน็ ต การใชเข็มขดั นิรภยั จะชวยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ ¡ÒÃà»ÅèÕ¹á»Å§àÁ×Íè à¡Ô´ÍºØ μÑ ÔàËμØ ๑. แรงกระแทกที่เกิดจากรถทวี่ ่ิงเร็ว ๖๐ กโิ ลเมตร จะเทากบั รถทตี่ กทส่ี ูง ๑๔ เมตร หรือความสูงประมาณตกึ ๕ ชน้ั ตัวรถจะยบุ หรอื บดิ งอ ๒. คนที่อยูในรถถาไมคาดเข็มขัดนิรภัยจะเดินทางดวยความเร็วเทากับรถเม่ือชน และหยุด ศีรษะ หนา ลําตัวของคนในรถจะถูกเหว่ียงไปกระแทกกับพวงมาลัย และกระจกหนารถ อาจทําใหหมดสตหิ รอื เสียชวี ติ ๓. อวยั วะในรา งกาย เชน ตบั ไต ลาํ ไส สมองหรอื ไขสนั หลงั ซงึ่ มกี ารเคลอื่ นไหวอยู ภายในจะเคล่ือนไหวเทากบั ความเรว็ ของรถ เมอื่ คนในรถหยดุ อวยั วะภายในจะกระแทกกนั เอง ทําให ตับ ไต ลาํ ไสห รือสมองฉกี ขาดได ã¤ÃºŒÒ§·Õ¤è ÇäҴà¢Áç ¢´Ñ ¹ÔÃÀÑ ๑. คนทขี่ ับรถทุกคน ๒. ผูโ ดยสารทุกคนไมวาจะนงั่ หนา หรือหลงั ๓. ผโู ดยสารรถขนาดใหญท ่ีมเี ขม็ ขัดนิรภัยควรตองคาดเชน กนั ö) ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪡Œ ®ËÁÒ¡ÒâѺ¢ÕèöàÃÇç à¡¹Ô กาํ ˹´ (¢ÑºÃ¶àÃçÇ) พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กาํ หนดไวใ นมาตรา ๖๗ “ผขู บั ขต่ี อ งขบั รถ ดวยอัตราความเร็วตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรือตามเครื่องหมายจราจรท่ีไดติดตั้งไวในทาง” โดยกําหนดโทษไวในมาตรา ๑๕๒ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๖๗ “…ตองระวางโทษปรับ ไมเกนิ หน่งึ พนั บาท” ขับรถเรว็ เกินกําหนด คือ ๑) ขับรถในเขตกรงุ เทพมหานคร/เทศบาล/เมืองพทั ยา - รถเกง รถจกั รยานยนต ความเร็วเกนิ ๘๐ กม./ชม. - รถปกอัพ รถตู ความเร็วเกิน ๖๐ กม./ชม. ๒) ขบั รถนอกเขตกรุงเทพมหานคร/เทศบาล/เมืองพทั ยา - รถเกง รถจกั รยานยนต ความเรว็ เกิน ๙๐ กม./ชม. - รถปกอัพ รถตู ความเร็วเกนิ ๘๐ กม./ชม. ๓) บนทางพิเศษ (ทางดวน) ผอ นผันใหรถยนตไมเ กนิ ๑๑๐ กม./ชม.

๑๑๔ ๔) ขบั รถใชความเรว็ เกนิ กวา ที่เคร่อื งหมายจราจรกําหนดไว ปจ จบุ นั พระราชบญั ญตั ทิ เ่ี กย่ี วขอ งกบั การกาํ หนดอตั ราความเรว็ ของยานพาหนะ ในประเทศไทยน้นั ไดแก พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบญั ญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ดงั รายละเอียดตอ ไปน้ี อัตราความเร็วของยานพาหนะตาม¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ¨ÃҨ÷ҧº¡ ฉบับ ๘ พ.ศ. ๒๕๕๑ ในกรณีปกตใิ หกําหนดความเร็วของรถดงั ตอ ไปนี้ ๑. สําหรับรถบรรทกุ ที่มนี าํ้ หนกั รถรวมทั้งนาํ้ หนักบรรทกุ เกนิ ๑,๒๐๐ กโิ ลกรัม หรือ รถบรรทกุ คนโดยสาร ใหข บั ในเขตกรงุ เทพมหานคร เขตเมอื งพทั ยา หรอื เขตเทศบาลไมเ กนิ ๖๐ กโิ ลเมตร ตอช่ัวโมง หรือนอกเขตดังกลา วใหขับไมเ กิน ๘๐ กโิ ลเมตรตอ ชัว่ โมง ๒. สาํ หรบั รถยนตอ นื่ นอกจากรถทรี่ ะบไุ วใ น ๑ ขณะทลี่ ากจงู รถพว งรถยนตบ รรทกุ ทมี่ ี นาํ้ หนกั รถรวมทงั้ นา้ํ หนกั บรรทกุ เกนิ ๑,๒๐๐ กโิ ลกรมั หรอื รถยนตส ามลอ ใหข บั ในเขตกรงุ เทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ไมเกิน ๔๕ กิโลเมตรตอช่ัวโมง หรือนอกเขตดังกลาวใหขับไมเกิน ๖๐ กิโลเมตรตอชั่วโมง สาํ หรบั รถยนตอ ่นื นอกจากรถทรี่ ะบุไวใ น ๑ หรือ ๒ หรอื รถจักรยานยนต ใหขับใน เขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพทั ยา หรอื เขตเทศบาล ไมเ กิน ๘๐ กิโลเมตรตอชัว่ โมง หรอื นอกเขต ดังกลาวใหขับไมเกนิ ๙๐ กิโลเมตรตอชั่วโมง ในเขตทางท่ีมีเคร่ืองหมายจราจรแสดงวาเปนเขตอันตรายหรือเขตใหขับรถชาๆ ใหลดความเรว็ ลงและเพิ่มความระมัดระวังขึ้นตามสมควร ในกรณที มี่ เี ครอื่ งหมายจราจรกาํ หนดอตั ราความเรว็ ตา่ํ กวา ทกี่ าํ หนดในขา งตน ใหข บั ไมเ กินอตั ราความเรว็ ท่ีกําหนดไวนัน้ ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμ·Ô Ò§ËÅǧ ¾.È. òõóõ พระราชบญั ญตั ทิ างหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ไดม กี ารแกไ ขและปรบั เปลย่ี นตามกฎกระทรวง แลว ทง้ั หมด ๔ ฉบบั และในพระราชบญั ญตั ทิ างหลวง ฉบบั ที่ ๒ และ ๓ พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามกฎกระทรวง ไดก าํ หนดอตั ราความเรว็ ของยานพาหนะทวี่ งิ่ ในทางหลวงประเภทตา งๆ เพมิ่ เตมิ ขนึ้ ซง่ึ มรี ายละเอยี ด ดงั ตอ ไปนี้ ÍμÑ ÃÒ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§ÂÒ¹¾Ò˹ÐμÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ·Ò§ËÅǧ ¾.È. òõóõ ÍÑμÃÒ ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§ÂÒ¹¾Ò˹к¹·Ò§ËÅǧª¹º· ´Ñ§¹éÕ ๑. รถยนตห รือรถจกั รยานยนต ใหใ ชค วามเร็วไมเ กนิ ๙๐ กโิ ลเมตรตอชวั่ โมง ๒. รถยนตข ณะทล่ี ากจงู รถพว ง หรอื รถยนตส ามลอ ใหใ ชค วามเรว็ ไมเ กนิ ๖๐ กโิ ลเมตร ตอ ชั่วโมง ๓. รถบรรทกุ ทม่ี นี า้ํ หนกั รวมทง้ั นาํ้ หนกั บรรทกุ เกนิ ๑,๒๐๐ กโิ ลกรมั ไมว า จะลากจงู รถพวงดว ยหรอื ไมก็ตาม หรือรถบรรทกุ คนโดยสาร ใหใชความเรว็ ไมเ กิน ๘๐ กิโลเมตรตอ ชว่ั โมง

๑๑๕ ÍμÑ ÃÒ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§ÂÒ¹¾Ò˹к¹·Ò§ËÅǧ¾àÔ ÈÉËÁÒÂàÅ¢ ÷ ·Ò§ÊÒÂ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã àÁÍ× §¾·Ñ ÂÒ áÅзҧËÅǧ¾àÔ ÈÉËÁÒÂàÅ¢ ù (¶¹¹¡ÒÞ¨¹ÒÀàÔ É¡) ·Ò§ÊÒ¶¹¹Ç§áËǹÃͺ¹Í¡ ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã ๑. รถบรรทุกท่ีมีน้ําหนักรถรวมท้ังนํ้าหนักบรรทุกไมเกิน ๑,๒๐๐ กิโลกรัม หรือ รถบรรทุกคนโดยสาร ใหใ ชความเร็วไมเกิน ๑๐๐ กโิ ลเมตรตอช่ัวโมง ๒. รถบรรทุกอ่ืนนอกจากรถที่ระบุไวใน ๑ รวมทั้งรถบรรทุกหรือรถยนตขณะท่ี ลากจูงรถพวง ใหใ ชความเร็วไมเ กิน ๘๐ กโิ ลเมตรตอช่วั โมง รถยนตอ ื่นนอกจากรถท่ีระบไุ วใน ๑ หรือ ๒ ใหใ ชความเร็วไมเกนิ ๑๒๐ กโิ ลเมตรตอ ชว่ั โมง ¡Òú§Ñ ¤ÑºãªŒ¡®ËÁÒ·àÕè ¡èÕÂǢ͌ §¡Ñº¤ÇÒÁàÃçÇ ตามกฎหมาย การขับข่ีดวยความเร็วเกินกวาอัตราท่ีกฎหมายกําหนด ถือเปนพฤติกรรม ที่ไมสามารถอนุโลมผอนผันได ดังนั้น การดําเนินการตรวจจับเปนวิธีการเดียวที่จะทําใหกฎหมาย ทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ ปจจุบัน การใชเคร่ืองมือตรวจจับท่ีผูขับข่ีสามารถสังเกตเห็นได เชน กลอ งตรวจจบั ความเรว็ ทถ่ี กู ตดิ ตงั้ บรเิ วณตา งๆ จะเปน การบงั คบั ใชก ฎหมายในบรเิ วณพนื้ ทใ่ี ดพนื้ ทห่ี นงึ่ ในขณะเดยี วกนั หากเพมิ่ การตรวจตราของเจา หนา ทต่ี าํ รวจจะทาํ ใหผ ขู บั ขร่ี บั รถู งึ การบงั คบั ใชก ฎหมาย มากขน้ึ ในทกุ ทแ่ี ละทกุ เวลา การทผ่ี ขู บั ขไ่ี มท ราบวา จะมกี ารดาํ เนนิ การตรวจตราและจบั กมุ ในบรเิ วณไหน จะทาํ ใหผ ขู บั ขต่ี อ งขบั ขภี่ ายในความเรว็ จาํ กดั ตลอดเวลา ดงั นนั้ การผสมผสานการตรวจจบั ทง้ั สองแบบ จะชว ยใหก ารบงั คบั ใชก ฎหมายมปี ระสทิ ธิภาพมากยิง่ ขึ้น อยางไรกต็ ามการดําเนนิ การตรวจจับและจับกุมแบบเคล่อื นที่ จาํ เปน ตองประชาสมั พนั ธ ใหสาธารณชนรับทราบถึงขั้นตอนและวิธีการดําเนินงาน ความไมเขาใจของประชาชนอาจกอใหเกิด ขอโตแยงขึ้นระหวางขั้นตอนการจับกุม โดยหลักการแลว หลักฐานเบื้องตนที่ใชในการจับกุม ประกอบดวย ๑. การระบุตัวผขู ับข่ี ๒. หลกั ฐานการขับขีท่ ี่ความเร็วเกินกวา ทกี่ ําหนด ๓. ชนิดของเคร่อื งมือท่ใี ชตรวจจบั ๔. ใบรบั รองความแมนยําและถกู ตอ งของเครอ่ื งมือทใ่ี ช การนําเครือ่ งตรวจจบั ความเร็วอัตโนมตั ดิ ว ยแสงเลเซอร (Speed Camera) มาใชใ นการ ตรวจและจบั กมุ ผขู บั ขเี่ กนิ ความเรว็ จาํ กดั เปน วธิ กี ารทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพมากทสี่ ดุ วธิ หี นงึ่ โดยเฉพาะกลอ ง ตรวจจบั ความเรว็ มขี อ ดหี ลายประการ เชน ทาํ ใหม กี ารตรวจจบั แบบสมาํ่ เสมอ ลดจาํ นวนบคุ ลากรในการ ออกปฏบิ ตั งิ านของเจา หนา ทเี่ พอ่ื ตง้ั ดา นตรวจจบั และชาํ ระคา ปรบั อกี ทง้ั ยงั เปน การลดขอ ขดั แยง ทอ่ี าจ เกิดข้นึ ระหวางผูขับขแี่ ละเจาหนา ทตี่ าํ รวจอีกดวย ผลจากการดําเนนิ การดังกลา ว จะนาํ ไปสกู ารจบั กุม ผขู บั ขท่ี ม่ี พี ฤตกิ รรมการขบั รถเรว็ ไดอ ยา งตอ เนอื่ ง ในอนาคต การทาํ งานของเครอื่ งตรวจจบั ความเรว็ ดว ย แสงเลเซอรน้ี สามารถทํางานไดทั้งระบบควบคุมเองและระบบอัตโนมัติ เมื่อรถท่ีใชความเร็วเกินกวา

๑๑๖ กฎหมายกําหนดผานจุดตั้งกลอง กลองจะบันทึกภาพถาย ความเร็ว วันที่และเวลาโดยอัตโนมัติ จากนั้นขอมูลจะถูกสงไปยังศูนยอํานวยการ เพื่อตรวจสอบทะเบียนรถและออกใบส่ังสงไปยังที่อยู ของผคู รอบครองรถตามทะเบยี น และหากผทู ไ่ี ดร บั ใบสง่ั ไมช าํ ระคา ปรบั ภายใน ๗ วนั ตาํ รวจจะดาํ เนนิ การ สง ขอมลู ไปยงั กรมการขนสงทางบกเพื่อดาํ เนนิ การตามกฎหมายตอไป ในเขตทางที่มีเคร่ืองหมายจราจรแสดงวาเปนเขตอันตรายหรือเขตใหขับรถชาๆ ใหล ดความเรว็ และใชค วามระมัดระวงั เพ่ิมขึ้นตามสมควร ในกรณีที่มีเคร่ืองหมายจราจรกําหนดอัตราความเร็วตํ่ากวาอัตราท่ีกําหนดไว ในขางตน ใหใชค วามเร็วไมเกินอัตราความเร็วที่กาํ หนดไวน น้ั จากพระราชบญั ญตั ติ ามกฎกระทรวง ทงั้ พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ น้ัน มีขอกําหนดที่สังเกตเห็นไดชัดเจนถึงความสําคัญ ของปา ย และเคร่ืองหมายจราจรดงั ใจความสาํ คัญวา “ในกรณีที่มีเครื่องหมายจราจรกําหนดอัตราความเร็วตํ่ากวาอัตราท่ีกําหนด เอาไวนั้น ใหใชความเร็วไมเกินอัตราความเร็วท่ีเครื่องหมายจราจรกําหนดไว” ซ่ึงแสดงใหเห็นวา ปายจราจร เครื่องหมายจราจรตางๆ นั้น มีสวนสําคัญในการกําหนดความเร็ว เพ่ือใหผูขับขี่ปฏิบัติ ตามขอบงั คบั กฎหมาย ดังนน้ั เครอื่ งหมายและปา ยจราจรท่เี กี่ยวขอ งกบั การกาํ หนดความเร็ว ควรระบุ ตําแหนงที่เร่ิมและส้ินสุดการบังคับบนชวงถนนน้ันๆ รวมถึงบริเวณจุดที่สําคัญตางๆ เชน ทางแยก หรือบริเวณท่ีจําเปนตองมีการจํากัดความเร็วเฉพาะ เชน เขตชุมชนหรือเขตโรงเรียน นอกจากน้ัน เครื่องหมายและปายจราจรท่ีเกี่ยวของกับการจํากัดความเร็ว ตองมีการเผยแพรและอธิบายให ผใู ชร ถใชถ นนรบั ทราบและเขา ใจอยา งถกู ตอ ง อยา งไรกต็ าม การดาํ เนนิ งานในการบงั คบั ใชก ฎหมายของ เจาหนา ท่ีตาํ รวจทมี่ ีประสิทธภิ าพกเ็ ปน สิง่ จาํ เปนเชน เดยี วกัน มตคิ ณะรฐั มนตรี เมอ่ื วนั ท่ี ๔ มนี าคม ๒๕๖๐ เหน็ ชอบใหก าํ หนดพน้ื ทจี่ าํ กดั ความเรว็ ทเ่ี หมาะสมกบั พนื้ ทชี่ มุ ชนและใหต ดิ ตง้ั ปา ยจาํ กดั ความเรว็ โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการจดั การ จราจรทางบกในจังหวดั ทงั้ นี้ อาศัยอํานาจตามมาตรา ๑๓๙ (๖) แหงพระราชบญั ญัติจราจรทางบก ที่วาในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดที่เจาพนักงานจราจรเห็นวาถาไดออกประกาศขอบังคับหรือ ระเบียบเกี่ยวกับการจราจรแลวจะเปนการปลอดภัย และสะดวกในการจราจร ใหเจาพนักงานจราจร มอี าํ นาจออกประกาศขอ บงั คบั หรอื ระเบยี บได ในหลายจงั หวดั เจา พนกั งานจราจรจงึ ไดก าํ หนดอตั รา ความเร็วของรถในทางภายในอัตราท่ีกําหนดในกฎกระทรวง เชน ขอบังคับเจาพนักงานจราจรในเขต กรุงเทพมหานคร วา ดว ยการกําหนดอัตราความเรว็ ของรถ พ.ศ. ๒๕๖๑

๑๑๗ เลม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๓ ง หนา ๕๘ ๑๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๑ ราชกจิ จานเุ บกษา ¢ÍŒ ºÑ§¤ºÑ à¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹¨ÃÒ¨Ãã¹à¢μ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã NjҴnj ¡ÒÃกํา˹´ÍμÑ ÃÒ¤ÇÒÁàÃçǢͧö ¾.È. òõöñ ดว ย กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล ไดดําเนินการรณรงคแ ละกวดขนั วินยั จราจรเพอื่ ลด อบุ ตั เิ หตทุ างถนนในบรเิ วณพนื้ ทที่ เ่ี ปน แหลง ชมุ ชนมสี ถานศกึ ษาและสถานทสี่ าํ คญั ๆ ซงึ่ มนี กั ทอ งเทย่ี ว มาเขา ชมจาํ นวนมาก ดงั นน้ั เพอ่ื เปน การปลอดภยั และสะดวกในการจราจร จงึ จาํ เปน ตอ งออกประกาศ ขอบงั คับเจา พนักงานจราจร เพ่อื รองรบั การกําหนดอตั ราความเรว็ ของรถในถนนตา ง ๆ ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓๙ (๖) แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ อนั เปน พระราชบญั ญตั ทิ ม่ี บี ทบญั ญตั บิ างประการเกย่ี วกบั การจาํ กดั สทิ ธเิ สรภี าพของบคุ คล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๘ ของรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ บญั ญตั ิ ใหกระทําไดโ ดยอาศยั อํานาจตามบทบญั ญัติแหงกฎหมายทต่ี ราข้นึ เพ่ือความมน่ั คงของรฐั ความสงบ เรียบรอ ยของประชาชน และคําสงั่ กระทรวงมหาดไทย ท่ี ๕๒๙/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๗ กนั ยายน ๒๕๕๕ แตงต้ังผูบัญชาการตํารวจนครบาลเปนเจาพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบกับคําส่ัง กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล ท่ี ๓๒๒/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๑ ตลุ าคม ๒๕๖๐ เรอื่ ง การกาํ หนดลกั ษณะงาน และการมอบหมายอํานาจหนาท่ีรับผิดชอบใหรองผูบัญชาการตํารวจนครบาลและผูบังคับการ ประจาํ กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล โดยมอบอาํ นาจใหร องผบู ญั ชาการตํารวจนครบาล (งานจราจร) กํากับบริหารราชการ ส่ังและปฏิบัติราชการแทนผูบัญชาการตํารวจนครบาล จึงไดออกขอบังคับไว ดังตอไปน้ี ขอ ๑ ขอบังคับน้ีเรยี กวา “ขอบังคับเจาพนกั งานจราจรในเขตกรงุ เทพมหานคร วา ดวย การกําหนดอัตราความเร็วของรถ พ.ศ. ๒๕๖๑” ขอ ๒ ขอ บงั คบั นใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป ขอ ๓ กําหนดอตั ราความเร็วของรถ ไมเ กิน ๕๐ กิโลเมตรตอชั่วโมง ในถนนดงั ตอไปน้ี ๓.๑ ถนนนครราชสีมา ตัง้ แตแยกสวนรน่ื ถงึ แยกวงั แดง ๓.๒ ถนนราชวิถี ต้ังแตแ ยกอภุ ัยเจษฎทศิ ถงึ เชิงสะพานกรงุ ธน ๓.๓ ถนนสามเสน ต้ังแตแยกบางกระบือ ถึงแยกสเี่ สาเทเวศร ๓.๔ ถนนอทู องนอก ต้งั แตแยกอทู องนอก ถงึ แยกทา วาสกุ รี ๓.๕ ถนนสโุ ขทัย ต้งั แตแยกสวนร่นื ถงึ แยกสโุ ขทัย

๑๑๘ หนา ๕๙ ๑๔ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๑ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๓ ง ๓.๖ ถนนศรอี ยธุ ยา ต้งั แตแยกกองพลท่ี ๑ ถงึ แยกเสาวนีย ๓.๗ ถนนพระราม ๕ ตง้ั แตแยกพาณชิ ย ถึงแยกสุโขทัย ๓.๘ ถนนสวรรคโลก ต้งั แตแ ยกยมราช ถึงแยกสวรรคโลก ขอ ๔ ขอบังคับนี้มิใหใชบังคับกับรถที่กําหนดอัตราความเร็วในกฎกระทรวงไมเกิน ๔๕ กโิ ลเมตรตอ ช่ัวโมง ขอ ๕ บรรดา ขอบังคับ ประกาศ ระเบียบใดท่ีขัดหรือแยงกับขอบังคับนี้ ใหยกเลิก โดยใชข อ บังคับนีแ้ ทน ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑ พลตาํ รวจตรี จิรพฒั น ภูมจิ ติ ร รองผูบ ัญชาการตํารวจนครบาล ปฏบิ ตั ริ าชการแทน ผบู ญั ชาการตํารวจนครบาล เจาพนกั งานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร นอกจากที่ไดกลา วถงึ ในบทน้ี ยังมกี ารกระทําของผขู ับข่ี ผูใ ชท าง ทม่ี พี ฤติกรรมท่ีสมุ เส่ียง ตอ การเกดิ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนอกี หลายประการ เชน การขบั รถฝา ฝน เครอื่ งหมายและสญั ญาณไฟจราจร การขบั รถยอ นศร การจอดรถบนไหลท าง การใชโ ทรศพั ทข ณะขบั ขี่ เปน ตน ดงั นน้ั การบงั คบั ใชก ฎหมาย อยา งเครง ครดั และตอ เนอื่ ง จงึ เปน การควบคมุ พฤตกิ รรมของผใู ชท างใหอ ยใู นระเบยี บวนิ ยั จราจร และ ใชท างรว มกันอยา งปลอดภยั

๑๑๙ º··Õè õ °Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¡®ËÁÒ·Õàè ¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡Ñº¡Òû¯ÔºμÑ ËÔ ¹ÒŒ ·èÕ¨ÃҨà õ.ñ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¨ÃҨ÷ҧº¡ ¾.È. òõòò พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เปนกฎหมายท่ีเปนหลักในการจัดการ และอาํ นวยความสะดวกดานการจราจร มีเนอื้ หาครอบคลุมทกุ องคประกอบของการจราจร ไดแ ก คน รถ ยานพาหนะ และส่ิงแวดลอม ประกอบดวย ๑๙ ลักษณะ ๑๖๓ มาตรา และเพ่ือใหเหมาะสม กับสภาพการณที่เปล่ียนแปลง ไดมีการแกไขเพ่ิมเติมบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ อกี หลายฉบับ ไดแก พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๙ ประกาศ คณะรักษาความสงบเรียบรอยแหงชาติฉบับท่ี ๓๙ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๘ พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติ จราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ นอกจากน้อี าศัยอํานาจตาม พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยยังไดมีการออกกฎกระทรวงอีกหลายฉบับ รวมทั้ง ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตกิ ไ็ ดม กี ารออกขอ กาํ หนดสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตอิ กี จาํ นวนหนงึ่ เชน เดยี วกนั ท้งั นี้เพอ่ื ใหการปฏิบัติงานดา นการจราจรมีประสทิ ธิภาพมากยิง่ ขึน้ การนําเสนอกฎหมายในสวนนี้ ไดเพ่ิมเติมเน้ือหา ท่ีแกไข เพ่ิมเติม จากกฎหมาย กฎกระทรวง และขอ กาํ หนดสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตไิ วแ ลว มเี จตนารมณท จ่ี ะใหท ราบถงึ มาตราตา งๆ ทเ่ี กย่ี วกบั ขอ หาหรอื ฐานความผดิ บทกาํ หนดโทษสงู สดุ ตา่ํ สดุ ทเ่ี จา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งานสอบสวน สามารถใชดุลยพินิจเปรียบเทียบปรับไดตามอัตราที่กฎหมายกําหนดไว และกลาวถึงกําหนดจํานวน คา ปรบั กรณกี ารชาํ ระคา ปรบั ทางไปรษณยี  และคา ปรบั ในระบบ PTM ตามขอ กาํ หนดสาํ นกั งานตาํ รวจ แหงชาติ ดงั นี้

๑๒๐ õ.ñ.ñ ÅѡɳРñ ¡ÒÃ㪌ö การใชรถตามลักษณะ ๑ ประกอบดวย ลักษณะของรถที่ใชในทาง การใชไฟหรือเสียง สัญญาณของรถ และการบรรทกุ ดงั นี้ ลํา´ºÑ ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผิด มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ./PTM ËÁÇ´ ñ ÅѡɳТͧö·Õãè ªãŒ ¹·Ò§ ๑. - นาํ รถทม่ี สี ภาพไมม น่ั คงแขง็ แรง ม.๖ ม.๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท มาใชใ นทาง วรรคหนึ่ง ปรบั ไมเ กนิ ๕๐๐ บาท -”- - นาํ รถทอี่ าจเกดิ อนั ตรายแกผ อู น่ื -”- ปรับ ๔๐๐ บาท มาใชในทาง ม.๖ -”- - นาํ รถทอ่ี าจทาํ ใหเ สอ่ื มเสยี สขุ ภาพ วรรคหนึง่ ม.๑๔๘ - อุปกรณสวนควบ อนามัยแกผูอ่นื มาใชในทาง ปรบั ไมเ กิน เปนไปตามกฎหมาย ๕๐๐ บาท รถยนตป ๒๕๒๒ กฎกระทรวง ฉ.ท่ี ๑๐, ๒. - ใชร ถทม่ี เี ครอ่ื งอปุ กรณส ว นควบ ม.๖ ม.๑๔๘ ๑๑ และกฎหมายขนสง ไมค รบถว น วรรคสอง ม.๘ ๒๕๒๒ กฎกระทรวง - ใชรถท่ีเคร่ืองอุปกรณสวนควบ ปรบั ไมเ กนิ ฉ.ท่ี ๙ (๒๕๒๔) ใชก ารไมไดด ี ๕๐๐ บาท ปรบั ๔๐๐ บาท ปรบั ๕๐๐ บาท ๓. - นํารถที่มิไดติดแผนปาย ม.๗ ม.๑๕๒ - ÃÇÁ¶Ö§ รถทุกชนิด เลขทะเบยี นปา ยประจํารถ ปรับไมเกิน ไมว า จะจดทะเบยี นแลว ๑,๐๐๐ บาท หรอื ไมก ต็ าม ๔. - นาํ รถทผี่ ขู บั ขไี่ มอ าจมองเหน็ ทาง ม.๘ - หากจดทะเบียนแลว พอแกค วามปลอดภยั มาใชใ นทาง วรรคหน่ึง ม.๑๔๘ ตอ งมแี ละแสดงแผน ปา ยฯ เดินรถ ปรับไมเ กนิ ปรบั ๔๐๐ บาท ๕๐๐ บาท - หากจดทะเบียนแลว ๕. - นาํ รถทใ่ี ชว สั ดกุ รองแสงไมเ ปน ไป ม.๘ ตอ งมแี ละแสดงแผน ปา ยฯ ตามระเบียบฯ หรือ ประกาศฯ วรรคสอง ม.๑๕๐ ปรับ ๔๐๐ บาท ปรับไมเ กิน ๕๐๐ บาท ๑ ขอกําหนดสํานักงานตํารวจแหงชาติ เร่ือง การชําระคาปรับ การชําระคาปรับทางไปรษณีย และวิธีการธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส บัตรเครดิต หรือวิธีการอื่น โดยผานธนาคารหรือหนวยบริการรับชําระเงิน และกําหนดจํานวนคาปรับตามที่ เปรยี บเทยี บ สาํ หรับความผิดตามพระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ประกาศ ณ ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๕๙

๑๒๑ ลาํ ´Ñº ขอกลาวหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ./PTM ๖. - นํารถท่ีเกิดเสียงอื้ออึงมาใชใน ม.๙ ม.๑๔๘ - หากจดทะเบียนแลว ปรับไมเกนิ ตอ งมแี ละแสดงแผน ปา ยฯ ทางเดินรถ ๕๐๐ บาท ปรับ ๔๐๐ บาท - นํารถท่ีมีสิ่งลากถูไปบนทาง ม.๙ ม.๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท มาใชในทางเดินรถ ปรบั ไมเกิน ปรบั ๔๐๐ บาท ๗. - นํารถท่ีมีลอไมใชยางมาใช ม. ๑๐ ๕๐๐ บาท ปรับ ๑,๐๐๐ บาท ในทางเดนิ รถ ม.๑๔๘ ๘. - นาํ รถทเ่ี ครอ่ื งยนตก อ ใหเ กดิ กา ซ ม.๑๐ ทวิ ปรบั ไมเ กิน ฝนุ ควนั ละออง เคมี หรอื เสยี ง ๕๐๐ บาท เกนิ เกณฑม าใชฯ ม.๑๕๒ ปรับไมเ กนิ ๑,๐๐๐ บาท

๑๒๒ ลาํ ´ºÑ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ./PTM ËÁÇ´ ò ¡ÒÃ㪌ä¿ËÃÍ× àÊÕ§ÊÑÞÞҳö ปรบั ๔๐๐ บาท - ถาเปนรถที่ขึ้นตอ ๑. - ไมเปดไฟหรือใชแสงสวางตาม ม. ๑๑ ม. ๑๔๘ กม.ขนสงฯ ผดิ ม. ๑๑๑, ประเภท ลักษณะและเงื่อนไข กฎ ฉ.ที่ ๒ ปรับไมเ กนิ ๑๖๑ โทษปรับไมเกิน ท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ปรับ ๔๐๐ บาท - ขับรถยนตมีโคมไฟพุงตํ่า - ” - -”- - เฉพาะเวลาทมี่ แี สงสวา ง ขา งเดยี ว ไมเ พยี งพอทจ่ี ะมองเหน็ คน รถหรอื สง่ิ กดี ขวางได - ขบั รถยนตไมมีโคมไฟทา ยรถ -”- -”- ชดั แจง ระยะไมน อ ยกวา (แสงแดง) ๑๕๐ เมตร - ขบั รถยนตไมมโี คมไฟหยดุ -”- -”- (แสงแดง) ปรบั ๔๐๐ บาท - ขบั รถยนตไ มม ีโคมไฟสองปาย -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท ทะเบยี นฯ ปรบั ๔๐๐ บาท - ขับรถ จยย. ไมม ีโคมไฟหนา รถ ม. ๑๑ ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท กฎ ฉ.ที่ ๒ ปรับไมเกิน - ขบั รถ จยย. ไมม ีโคมไฟทา ยรถ (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท ปรบั ๔๐๐ บาท - ขับรถ จยย. ไมมีโคมไฟหยดุ -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท - ขับ จยย. ไมม ีโคมไฟสอ งปาย -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท ทะเบียนฯ -”- -”- ปรบั ๔๐๐ บาท - ขับรถไมใชโคมไฟแสงพุงไกล ปรับ ๔๐๐ บาท เมอ่ื ไมมีรถสวน -”- -”- ปรบั ๔๐๐ บาท - ขับรถไมใชโคมไฟแสงพุงต่ํา ปรับ ๔๐๐ บาท เมือ่ มีรถสวนมา -”- -”- - ไมติดโคมไฟแสงแดงปลายสุด ของสว นท่ยี ่ืนลํ้านอกตวั รถ -”- -”- - จอดรถในทางเวลากลางคืน ไมเ ปด ไฟเลก็ /ไฟทาย และไฟสอ ง -”- -”- ปายทะเบยี น

๑๒๓ ลาํ ´Ñº ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรับทาง ปณ./PTM ๑. - ขบั รถมโี คมไฟนอกจากทก่ี ฎหมาย ม. ๑๑ ม. ๑๔๘ - ติดสปอตไลท หนา/ กฎ ฉ.ท่ี ๒ ปรับไมเ กนิ ทา ยรถ มี หรอื ใชกผ็ ิด กาํ หนดโดยมิไดร บั อนญุ าตฯ (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท เชนกนั - ขบั รถใชโคมไฟนอกจากท่ี -”- -”- ปรบั ๔๐๐ บาท กฎหมายกาํ หนดโดยมไิ ดร บั อนญุ าตฯ ๒. - ขบั รถในทางไมใ ชเ สยี งสญั ญาณ ม. ๑๒ (๑) ม. ๑๔๗ ปรับ ๒๐๐ บาท ตามท่ีกฎหมายกําหนด (รถยนต, (๒)-(๓) - รถทขี่ นึ้ ตอ กม.ขนสง ฯ จักรยานยนต ใชแตร, รถมาใช ผิด ม.๑๑๑, ๑๖๑ ปรับ ระฆัง และรถจักรยาน ใชก ระดิ่ง) ไมเ กิน ๕,๐๐๐ บาท ใหไดย นิ ไดไมน อยกวา ๖๐ เมตร ๓. - ขับรถในทางใชไฟแสงวับวาบ ม. ๑๓ ม. ๑๕๒ ปรับ ๓๐๐ บาท โดยมิไดร บั อนญุ าต วรรคหนงึ่ ปรับไมเกิน ปรับ ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท - ขบั รถในทางใชเสียงสญั ญาณ ม. ๑๓ ม. ๑๕๒ -”- ไซเรนโดยมไิ ดร ับอนญุ าตฯ วรรคหนง่ึ ปรับไมเกนิ ๑,๐๐๐ บาท - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”- เสยี งนกหวีด - ขบั รถในทางใชเ สยี งสัญญาณ - ” - -”- -”- แตกพรา - ขับรถในทางใชเ สยี งสัญญาณ - ” - -”- -”- หลายเสียง - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”- -”- ดงั เกนิ ควร ๔. - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ ม. ๑๔ ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท เกนิ ความจําเปน ปรับไมเ กิน -”- ๕๐๐ บาท - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”- ยาวเกินควร - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”- -”- ซา้ํ เกินควร

๑๒๔ ลาํ ´ºÑ ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ./PTM ๕. - ขับรถบรรทุกส่ิงของยาวยื่นลํ้า ม. ๑๕ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท เกินตัวรถ ไมติดธงแดงตามชนิด ขอกําหนด ปรับไมเกนิ - ธง ตอ งเปน รปู สเี่ หลย่ี ม และลักษณะทก่ี ําหนด ตร.ลง ๒๐ ๑,๐๐๐ บาท ผนื ผา ขนาด ๓๐x๔๕ ซม. เม.ย. ๒๕๒๒ ทําดวยผาหรือวัสดุ เรืองแสง ไมขาดชํารุด เปรอะเปอน - ถาสิ่งท่ีบรรทุกกวาง เกิน ๑ ม. ใหติดธง หรือไฟ ตามท่ีกําหนด (ท้งั ซาย และขวา) - ถา ยนื่ ยาวเกนิ ๒.๕๐ ม. ตองติดสัญญาณธงหรือ ไฟไวก ง่ึ กลางดา นขา ง ๆ ละ ๑ ชดุ ๖. - ขบั รถบรรทกุ ของเหลวไวไฟกลางวนั ม. ๑๖ ม. ๑๕๒ ปรบั ๕๐๐ บาท ไมตดิ ธงแดงทตี่ อนปลายสุด) ปรับไมเกิน - มองเห็นในระยะ ๑,๐๐๐ บาท ไมน อยกวา ๑๕๐ เมตร - ตาม กม.คอื ของเหลว - ขบั รถบรรทุกของเหลวไวไฟ - ” - ไวไฟท่ีมีจุดวาบไฟใน กลางคืนไมติดไฟแสงแดงที่ตอน อุณหภูมิ ๒๑ ํC หรือ ปลายสุด ต่าํ กวา -”- -”- - ขบั รถบรรทกุ กา ซไวไฟ กลางคนื - ” - -”- -”- ไมติดไฟแสงแดง ที่ตอนปลายสดุ ๗. - ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ ม. ๑๗ กฎ ม. ๑๕๘ จาํ คกุ - ไมอยใู นอํานาจ วัตถุอันตรายไมจัดใหมีปายแสดง ฉ.ท่ี ๓ ไมเกิน ๑ เดือน เปรียบเทยี บปรับ ถึงวตั ถทุ ่บี รรทุก (๒๕๒๒) หรอื ปรบั ไมเ กิน - ปา ยทต่ี อ งแสดง เชน ๒,๐๐๐ บาท “วตั ถรุ ะเบดิ ” หรือทงั้ จาํ ทง้ั ปรับ “วตั ถไุ วไฟ” “กาซอันตราย” “กรดอนั ตราย” - ปายสีขาว อกั ษรแดง สงู ๒๐x๒.๕ ซม. ตดิ ดา น หนา/หลังรถในท่ีเห็น ไดง าย - ทายรถใหติดแถบ สะทอ นแสงแดงสลบั ขาว กวา งยาว ๒๐x๑๔๐ ซม.

๑๒๕ ลาํ ´Ñº ขอ กลาวหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ./PTM ๗. - ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ ม. ๑๗ กฎ ม. ๑๕๘ - ไมอยูในอํานาจ วัตถุอันตรายไมมีเครื่องดับเพลิง ฉ.ท่ี ๓ จาํ คุกไมเ กิน เปรยี บเทยี บปรับ ตดิ กบั รถ (๒๕๒๒) ๑ เดอื น หรือปรบั - เคร่ืองดับเพลิงตอง ไมเ กิน ๒,๐๐๐ บาท เปนชนิดใชผงเคมีแหง - ขับรถบรรทุกวตั ถรุ ะเบิดหรอื -”- หรอื ทงั้ จําทงั้ ปรับ หรอื คารบ อนไดออกไซด วตั ถอุ นั ตรายจอดรถทง้ิ ไว -”- โดยไมม ผี คู วบคุมดแู ล -”- ขนาดบรรจุไมน อยกวา - ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ -”- ๔ กก. อยา งนอ ย ๒ เครอ่ื ง วัตถุอันตรายàμÔÁ¹éíÒÁѹàª×éÍà¾ÅÔ§ (ยกเวน แตมีความจําเปน ) -”- - ไมอ ยูในอํานาจ - ขบั รถบรรทกุ วตั ถรุ ะเบดิ หรอื วตั ถุ เปรียบเทียบปรับ อันตรายÊÙººËØ ÃèÕ ในระยะ ๑๕ ม. จากตวั รถ -”- -”- - ขบั รถบรรทกุ วตั ถรุ ะเบดิ หรอื วตั ถุ อนั ตรายäÁμ‹ ¡Ñ àμÍ× ¹¼ÍŒÙ ¹è× ·ÊèÕ ºÙ ºËØ ÃèÕ -”- -”- ในระยะ ๑๕ ม. จากตัวรถ - ขบั รถบรรทกุ วตั ถรุ ะเบดิ หรอื วตั ถุ -”- -”- อันตราย㪌ä¿ที่ตองใชเชื้อเพลิง ในรถ - ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ วัตถุอันตรายÂÔ¹ÂÍÁãËŒ¼ÙŒÍè×¹ ãªäŒ ¿ท่ตี องใชเชื้อเพลิงในรถ

๑๒๖ ลาํ ´ºÑ ขอกลาวหาหรอื ฐานความผิด มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรับทาง ปณ./PTM ËÁÇ´ ó ¡ÒúÃ÷ء ๑. - ขับรถไมจัดใหมีส่ิง»‡Í§¡Ñ¹ ม. ๒๐ ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท ¡ÒÃμ¡ËÅ‹¹ ของคนโดยสาร ปรับไมเกนิ - ถาเปนรถที่ขึ้นตอ ๕๐๐ บาท กม.ขนสง ผิด ม. ๑๑๑, ๑๖๑ ปรบั ไมเ กนิ ๕,๐๐๐ บาท - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม สี งิ่ »Í‡ §¡¹Ñ - ” - -”- ปรบั ๔๐๐ บาท ¡ÒÃμ¡ËŹ‹ ¢Í§ÊèÔ§·ºèÕ Ã÷ء - จะออกใบส่ังหรือ ป รั บ ไ ด  เ ฉ พ า ะ ก ร ณี “ไมจัดใหมีสิ่งปองกัน” การตกหลนเทาน้ัน ถา สิ่งท่ีบรรทุก เชน หนิ ดิน ทรายหรือสิ่งปฏิกูล μ¡ËŹ‹ ŧÁÒáÅÇŒ จะÍÍ¡ ãºÊÑè§หรือ»ÃѺขอหา ขบั รถทาํ ใหส ง่ิ ของทบ่ี รรทกุ ตกหลนบนทางหลวง äÁä‹ ´Œ เพราะขอ กลา วหา ดังกลา ว กฎหมายไมไ ด ระบใุ หอ าํ นาจไว ซงึ่ อาจ ตองใช พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ม. ๔๕, ๗๑ ท่ีวางโทษความผิดกรณี ดังกลาวใหจําคุกไว ไมเกิน ๓ ป หรือปรับ ไมเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือ กม.อื่นๆ หรือ ทง้ั จาํ ท้ังปรับ - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม สี งิ่ »Í‡ §¡¹Ñ ม.๒๐ มาตรา ๑๔๘ ปรบั ปรับ ๔๐๐ บาท ¡ÒÃÃÑèÇäËÅของส่ิงท่บี รรทกุ ไมเ กิน ๕๐๐ บาท - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม กี าร»Í‡ §¡¹Ñ - ” - -”- -”- ¡ÒÃÊ‹§¡Å¹èÔ ของสิง่ ทบี่ รรทุก

๑๒๗ ลาํ ´ºÑ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ./PTM ๑. - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม กี าร»Í‡ §¡¹Ñ ม.๒๐ มาตรา ๑๔๘ ปรับ ปรับ ๔๐๐ บาท ¡ÒÃÊÍ‹ §áʧÊз͌ ¹ของสงิ่ ทบี่ รรทกุ ไมเกนิ ๕๐๐ บาท - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม กี าร»Í‡ §¡¹Ñ - ” - -”- -”- ¡ÒûÅÇÔ ä»จากรถของสง่ิ ทบี่ รรทกุ ๒. - ขับรถบรรทุก¤¹โดยสารà¡Ô¹ ม. ๑๘ กฎ. ม. ๑๕๐ (๓) ปรบั ๔๐๐ บาท ÊÇ‹ ¹¡ÇŒÒ§ของรถ ฉ.ที่ ๔ ปรบั ไมเกิน - ถาเปนรถที่ขึ้นตอ (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท กม.ขนสง ผูขับรถผิด ม. ๑๑๑, ๑๖๑ โทษปรบั ไมเกนิ ๕,๐๐๐ บาท - ขับรถบรรทุกÊèÔ§¢Í§à¡Ô¹ - ” - - ” - ปรับ ๔๐๐ บาท ÊÇ‹ ¹¡ÇÒŒ §ของรถ - ขับรถบรรทุกสิ่งของÂ×è¹ÂÒÇ - ” - -”- - ดานหลังยาวไมเกิน à¡¹Ô ¡ÇÒ‹ ทก่ี าํ หนด ๒.๕๐ ม. - ขบั รถบรรทกุ สง่ิ ของÊ§Ù à¡¹Ô ¡ÇÒ‹ - ” - -”- ปรบั ๔๐๐ บาท ทีก่ าํ หนด - รถที่มีความกวางเกิน ๒.๓๐ ม.(๑๐ ลอ ) สงู ไมเ กนิ ๓.๘๐ ม. จากพ้ืนดิน รถบรรทุกอื่นบรรทุกสูง ไมเ กนิ ๓ ม. จากพืน้ ดิน รถบรรทกุ ตู (คอนเทนเนอร) สงู ไมเกิน ๔ ม. ฯ - รถอ่ืน บรรทุกสูง ไมเกนิ ๑.๕๐ เมตร - ขับรถ จยย. บรรทุกสิ่งของ ม. ๑๘ กฎ. ม. ๑๕๐ (๓) ปรับ ๔๐๐ บาท à¡¹Ô ÍÑμÃÒ (เกิน ๕๐ กก.) ฉ.ท่ี ๔ ปรับไมเกิน (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท - ขับรถ จยย. ºÃ÷ء¤¹à¡Ô¹ - ” - -”- -”- จํานวนทน่ี ่งั (ซอนคนโดยสารเกนิ ๑ คน)

๑๒๘ õ.ñ.ò Å¡Ñ É³Ð ò ÊÑÞÞÒ³¨ÃÒ¨ÃáÅÐà¤ÃèÍ× §ËÁÒ¨ÃҨà ลักษณะ ๒ เปนกรณีทกี่ ฎหมายกําหนดให ผูขับขี่ คนเดินเทา หรอื คนลากจูง ข่ีหรอื ไล ตอ นสัตว ปฏบิ ัติตามสญั ญาณจราจร หรอื เครอ่ื งหมายจราจร ท่ตี ิดตัง้ ไวหรอื ทาํ ใหปรากฏ ดงั นี้ ลาํ ดบั ขอ กลา วหาหรือฐานความผดิ ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรับทาง ปณ. ๑. - ขับรถไมปฏิบัติตามสัญญาณ ม. ๒๑ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท จราจรฯ ปรบั ไมเกนิ -”- ๑,๐๐๐ บาท - ขบั รถไมป ฏบิ ตั ติ ามเครอ่ื งหมาย - ” - -”- จราจรฯ (ท่ตี ดิ ตัง้ ไว/ ทําใหป รากฏ ในทางสาํ หรบั ใหผ ใู ชรถใชถ นน ม. ๑๕๒ -”- ปฏบิ ัตติ ามเคร่ืองหมายน้นั ) ปรับไมเกิน ๒. - ขับรถไมปฏิบัติตามสัญญาณ ม. ๒๒ ๑,๐๐๐ บาท ปรบั ๕๐๐ บาท ไฟจราจรสแี ดง (ไมหยุดรถ) ม. ๑๕๒ - ลา้ํ แนวเสน หยุด เพ่ือ ปรับไมเกิน รอสญั ญาณไฟสีเขียว - ขบั รถไมห ยดุ รถหลงั เสน ใหห ยดุ ม. ๒๒ ๑,๐๐๐ บาท ม. ๑๕๒ ปรบั ๕๐๐ บาท - ไมข ับรถตอ ไปเม่อื มีไฟสีเขียว ม. ๒๒ ปรับไมเกิน ๑,๐๐๐ บาท -”- - ขับรถไมหยุดหลังเสนหยุด - ” - -”- เมือ่ เห็นไฟกะพริบสีแดง - ขับรถไมลดความเร็วเมื่อเห็น - ” - -”- -”- ไฟกะพรบิ เหลืองอาํ พัน ๓. - ขบั รถไมปฏบิ ตั ิตามสัญญาณ ม. ๒๔ ม. ๑๕๒ ปรบั ๔๐๐ บาท จราจรท่ีพนักงานเจาหนาที่แสดง ปรับไมเ กนิ -”- ดว ยแขนหรือมือ ๑,๐๐๐ บาท -”- - หยดุ รถหางพนักงานเจา หนาท่ี - ” - นอ ยกวา ๓ เมตร ๔. - ขับรถไมปฏิบัติตามสัญญาณ ม. ๒๕ -”- -”- จราจรที่พนักงานเจาหนาที่ แสดงดวยนกหวีด

๑๒๙ ลาํ ดบั ขอ กลา วหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ๕. - ทําใหเสียหายซ่ึงสัญญาณหรือ ม. ๒๙ ปรบั ๒๐๐ บาท -”- ม. ๑๕๒ เครื่องหมายจราจรฯ -”- ปรับไมเกิน -”- -”- ๑,๐๐๐ บาท - ทําลายซึ่งสัญญาณหรือ ม. ๒๙ -”- เคร่ืองหมายจราจรฯ -”- - ซอนเรนซ่ึงสัญญาณหรือ ม. ๒๙ -”- -”- เคร่ืองหมายจราจรฯ ม. ๒๘ - เปล่ียนแปลงซ่ึงสัญญาณหรือ -”- -”- เคร่อื งหมายจราจรฯ -”- - เคลื่อนยายซ่ึงสัญญาณหรือ -”- ม. ๑๕๒ ปรับ ๒๐๐ บาท เครื่องหมายจราจรฯ ปรับไมเ กนิ -”- ๑,๐๐๐ บาท - ขีดเขียนซ่ึงสัญญาณหรือ -”- เคร่ืองหมายจราจรฯ - ทําใหไรประโยชนซ่ึงสัญญาณ ม. ๑๕๒ ปรบั ๒๐๐ บาท หรอื เครอื่ งหมายจราจรฯ (ทตี่ ดิ ตง้ั ปรบั ไมเกิน ไว/ทําใหป รากฏในทาง) ๑,๐๐๐ บาท ๖. - ทํ า สั ญ ญ า ณ จ ร า จ ร ห รื อ เครื่องหมายจราจร ในทาง ม. ๑๕๘ - ไมมีอํานาจ โดยไมม อี ํานาจ จาํ คกุ ไมเ กนิ ๑ เดอื น เปรยี บเทียบปรับ หรือปรับไมเกิน - เจาพนักงานจราจร - ติดตั้งสัญญาณจราจรหรือ ๒,๐๐๐ บาท หรือ มีอํานาจยึด ร้ือ ถอน เ ค รื่ อ ง ห ม า ย จ ร า จ ร ใ น ท า ง ท้ังจาํ ท้ังปรบั ทําลายหรือทําใหสิ้นไป โดยไมม อี ํานาจ ซ่ึ ง สั ญ ญ า ณ ห รื อ - ทาํ ใหป รากฏในทางซง่ึ สญั ญาณ เคร่ืองหมายนั้น ตาม หรือเครือ่ งหมายจราจร (โดยมไิ ด ม.๓๐ ได เปน เจา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งาน เจาหนา ที่) -”- -”- -”- -”-

๑๓๐ õ.ñ.ó ÅѡɳРó ¡ÒÃ㪷Œ Ò§à´¹Ô Ã¶ ลักษณะ ๓ การใชทางเดินรถ เปนบทบัญญัติตาม มาตรา ๓๒ ที่เนนใหผูขับข่ีตองใช ความระมดั ระวงั ไมใ หร ถชนหรอื โดนคนเดนิ เทา และตอ งใหส ญั ญาณเตอื นคนเดนิ เทา ใหร ตู วั เมอ่ื จาํ เปน โดยเฉพาะอยางย่ิง เด็ก คนชรา หรือคนพิการที่กําลังใชทาง ผูขับขี่จะตองระมัดระวังเปนพิเศษ สาํ หรบั คนเดนิ เทา กต็ อ งปฏบิ ตั ติ าม พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ตงั้ แต มาตรา ๑๐๓ ถงึ มาตรา ๑๑๐ ถา คนเดนิ เทาไมปฏบิ ตั ิตาม ก็จะมคี วามผดิ เชน เดียวกัน การใชทางเดินรถ ในลักษณะ ๓ เปนบทบัญญัติที่วาดวย การขับรถ การขับแซงและผานขึ้นหนา การออกรถ การเลี้ยวรถ และการกลบั รถ การหยดุ รถ และการจอดรถ ดงั น้ี ลําดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผิด ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรับทาง ปณ. หมวด ๑ การขบั รถ ๑. - ไมข บั รถในทางเดินรถดา นซาย ม. ๓๓ ม. ๑๕๑ ปรบั ๒๐๐ บาท - ขับรถลํ้ากึ่งกลางทางเดินรถ ปรับต้งั แต - เปน ทางเดนิ รถขนึ้ /ลอ ง โดยไมม ีเหตอุ ันควร ๒๐๐-๕๐๐ บาท สวนทางกนั ม. ๑๕๑ ปรบั ๒๐๐ บาท ๒. - ไมขับรถในชองทางเดินรถ ม. ๓๔ ปรบั ตัง้ แต - àǹŒ áμ‹ ซายสุด หรือใกลกับชองเดินรถ ๒๐๐-๕๐๐ บาท ๑. ดานซายของทาง ประจําทาง มสี งิ่ กดี ขวางหรอื ถกู ปด ฯ ๒. กําหนดเปน วันเวย ๓. กวา งไมถงึ หกเมตร ปรับ ๒๐๐ บาท - เปนทางเดินรถไปใน ทิศทางเดียวกัน ต้ังแต ๒ ชอ งขน้ึ ไป - àǹŒ áμ‹ ๑. ชองเดินรถดานซาย มสี ิง่ กดี ขวางหรือถกู ปด ๒. กําหนดเปน วันเวย ๓. จะเขา ชอ งใกลท างรว ม ทางแยก ๔. จะแซงรถอ่นื ๕. ขับเร็วกวารถในชอง ซา ย

๑๓๑ ลําดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ม. ๓๕ ม. ๑๕๗ ปรบั ๓๐๐ บาท ๓. - ไมขับรถบรรทุกในชองเดินรถ -”- ปรบั ต้ังแต - ¡àǹŒ ดานซา ยสดุ -”- - ไมขับรถบรรทุกคนโดยสารใน ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท ๑. รถบรรทกุ สว นบคุ คล ชองเดนิ รถดานซายสดุ -”- นน. ไมเ กนิ ๑,๖๐๐ กก. - ไมขบั รถ จยย. ในชองเดินรถ ม. ๓๖ ดา นซา ยสดุ - ” - ๒. รถนงั่ บคุ คลเกนิ ๗ คน - ขับรถใชความเร็วต่ํากวารถอ่ืน ตาม พ.ร.บ.รถยนต (แต แลวไมขับใกลขอบทางเดินรถ ตองเปน ไปตาม ม.๓๔) ดานซา ย -”- ๔. - เลยี้ วรถโดยมใิ หสัญญาณ ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท - เปล่ยี นชองทางเดนิ รถโดยมใิ ห -”- ปรบั ไมเ กนิ - สญั ญาณทตี่ อ งให คอื สัญญาณ ม. ๓๖ ๕๐๐ บาท - ลดความเร็วของรถโดยมิให -”- - มอื และแขน สญั ญาณ - สัญญาณไฟ - ใหสัญญาณระยะ ไมต าํ่ กวา ๓๐ ม. และให ผขู บั รถคนั อนื่ มองเหน็ ได ไมน อยกวา ๖๐ เมตร -”- - จอดหรอื หยดุ รถโดยมใิ หส ญั ญาณ - ” - ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท ปรับไมเกนิ - สญั ญาณทต่ี อ งให คอื ๕. - ไมใหสัญญาณมือและแขน ม. ๓๗(๑) ๕๐๐ บาท เมอื่ จะลดความเรว็ ของรถ เมอื่ จะให (๓) (๔) (๕) - มือและแขน -”- - สญั ญาณไฟ ม. ๑๔๘ - ใหสัญญาณระยะ ปรบั ไมเ กิน ไมต ํ่ากวา ๓๐ ม. และ ๕๐๐ บาท ใหผ ขู บั รถคนั อน่ื มองเหน็ ไดไมนอ ยกวา ๖๐ เมตร -”- ปรับ ๒๐๐ บาท รถคนั อนื่ ผา น เมอ่ื จะเลยี้ วขวาหรอื เปล่ยี นชองทางเดินรถไปทางขวา - ไมใหสัญญาณมือ และแขน เม่อื จะหยุดรถ ม.๓๗(๒) ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท ปรับไมเ กิน ๕๐๐ บาท

๑๓๒ ลําดับ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ๖. - ใหสัญญาณไฟไมถูกตองตาม ม. ๓๘ ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท กฎหมาย ปรับไมเ กนิ -”- ๕๐๐ บาท -”- ๗. - ขบั รถเมอ่ื สวนกนั ไมช ดิ ดา นซา ย ม. ๓๙ ม. ๑๕๑ ของทาง ปรับตง้ั แต - ขับรถเมื่อสวนกันในทางแคบ - ” - ๒๐๐-๕๐๐ บาท ไมลดความเร็วของรถลง -”- - ขับรถเม่ือสวนกันในทางแคบ - ” - -”- -”- ที่สวนกันไมได ไมใ หส ทิ ธ์ิรถเล็ก ผา นไปกอ น - ขับรถในทางที่มีส่ิงกีดขวาง ม. ๓๙ ม. ๑๕๑ -”- ขางหนาไมใหทางรถคันที่สวนมา ปรบั ตัง้ แต ผา นไปกอน ๒๐๐-๕๐๐ บาท ๘. - ไมข บั รถไปตามทศิ ทางเครอื่ งหมาย ม. ๔๑ ม. ๑๔๘ ปรบั -”- เดนิ รถทางเดียว ม.๔๒ ไมเ กิน ๕๐๐ บาท -”- -ไมข บั รถชดิ ดา นซา ยของชอ งทาง เดินรถทีเ่ ปนสองทาง -”- ๙. - ขบั รถในขณะËÂÍ‹ ¹¤ÇÒÁÊÒÁÒö ม. ๔๓ (๑) ม. ๑๖๐ - ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ ในอนั ทีจ่ ะขบั (๑) (๒) (๕) วรรคสาม ปรับ - ขับรถในขณะเมาสุราหรือ และ (๘) จาํ คุกไมเ กิน ของเมาอยา งอืน่ (๒) ๓ เดือน - ขับรถในÅѡɳмԴ»¡μÔÇÔÊÑ - ” - - หรือปรบั ตั้งแต - ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ ของการขับหรือขับรถäÁ‹ÍÒ¨Áͧ ๒,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ปรบั àËç¹ทางดานหนา/หลังไดพอแก บาท ความปลอดภยั (๕) หรอื ท้ังจําทงั้ ปรับ - ขบั รถäÁ¤‹ Òí ¹§Ö ¶§Ö ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ - ” - - ” - - ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ ของผูอื่น หรือขับรถäÁ‹¤íÒ¹Ö§¶Ö§ ปรบั ¤ÇÒÁà´Í× ´ÃŒÍ¹ของผูอ่นื (๘)

๑๓๓ ลาํ ดับ ขอกลา วหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ๑๐. - ขับรถในลักษณะกีดขวาง ม. ๔๓ (๓), ม. ๑๕๗ ปรับ ๔๐๐ บาท การจราจร (๓) (๔), (๖) ปรับต้ังแต - ขบั รถประมาทอนั อาจเกดิ อนั ตราย และ (๗) ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท àǹŒ áμ‹ เพอ่ื แกบุคคลหรือทรัพยสนิ (๔) - เปลย่ี นชอ งเดนิ รถ - ขับรถครอมแนวแบงชองทาง - เล้ยี ว/กลับรถ เดินรถหรือขับรถทับเสนแนวแบง àÇŒ¹áμ‹ เปนรถ ชองทางเดนิ รถ (๖) - ” - - ” - - ลากเขน็ ทารก - ขบั รถบนทางเทา โดยไมม เี หตผุ ล - คนปว ย/คนพกิ าร สมควร (๗) -”- -”- ๑๑. - ขบั รถเสพ/รบั เขา รา งกายซง่ึ วตั ถุ ม. ๔๓ ทวิ ม. ๑๕๗ ทวิ - กม.ใหอ าํ นาจ ออกฤทธิก์ ลมุ แอมเฟตามีน จาํ คกุ ไมเ กิน เจา พนักงานตรวจสอบ ๖ เดอื น หรือปรับ - ÍÍ¡ãºÊ§èÑ /»ÃºÑ äÁä‹ ´Œ ตงั้ แต ๕,๐๐๐- ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทง้ั ปรับ ËÁÇ´ ò ¡ÒâºÑ á«§áÅм‹Ò¹¢éֹ˹ŒÒ ๑. - ขบั รถแซงขน้ึ หนา รถอนื่ โดยมใิ ห ม. ๔๔ ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท สญั ญาณ ปรบั ไมเกิน - ใชบังคับบนถนนท่ีรถ ๕๐๐ บาท เดินสวนกนั แตไมมีเสน แบง ชอ งทางเดนิ รถ - ขบั รถแซงขวาโดยไมม รี ะยะหา ง - ” - -”- -”- รถทถี่ กู แซงพอสมควร แลว ไมก ลบั ใชช องซาย ๒. - ขบั รถแซงขน้ึ หนา รถอน่ื ดา นซา ย ม. ๔๕ ม. ๑๕๗ ปรบั ๕๐๐ บาท โดยไมม ีเหตุสมควร ปรบั ต้ังแต - àÇŒ¹áμ‹ ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท ๑. รถคนั หนา จะเลยี้ วขวา ๒. เปนทางเดินรถใน ทิศทางเดียวกันต้ังแต ๒ ชอ งขนึ้ ไป ๓. - ขับแซงข้ึนหนารถอื่นขณะรถ ม. ๔๖ ปรบั ๕๐๐ บาท กําลงั ขึ้นทางชนั ข้นึ สะพาน หรือ - àÇŒ¹áμ‹ มคี ร่อื งหมาย อยูในทางโคง ใหแซงได

๑๓๔ ลาํ ดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรบั ทาง ปณ. ๓. - ขบั แซงขน้ึ หนา รถอน่ื ระยะ ๓๐ ม. ๔๖ ปรับ ๕๐๐ บาท เมตร กอนถงึ ทางขา ม - àǹŒ áμ‹ มคี รอ่ื งหมาย ใหแ ซงได - ขบั แซงขนึ้ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ ม. ๔๖ ม. ๑๕๗ ปรบั ๕๐๐ บาท เมตร กอ นถึงทางรว ม ปรับตง้ั แต - àǹŒ áμ‹ มคี รอ่ื งหมาย ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท ใหแซงได - ขบั แซงขน้ึ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ - ” - -”- เมตร กอ นถงึ วงเวียน -”- - ขบั แซงขนึ้ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ - ” - -”- -”- เมตร กอนถึงเกาะทสี่ รา งไว - ขบั แซงขนึ้ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ - ” - -”- -”- เมตร กอ นถึงทางตดั ทางรถไฟ - ขบั แซงขนึ้ หนา รถอน่ื เมอ่ื ไมอ าจ - ” - -”- -”- มองเหน็ ทาง กรณมี หี มอก/ฝน/ฝนุ ควนั ในระยะ ๖๐ เมตร - ขับแซงข้ึนหนารถอ่ืนเมื่อเขาท่ี - ” - -”- -”- คับขัน - ขบั แซงขน้ึ หนา รถอน่ื เมอื่ เขา เขต - ” - -”- -”- ปลอดภัย ๔. - ขับแซงข้ึนหนารถอ่ืนในเขต ม. ๔๗ ม. ๑๕๗ ปรับ ๕๐๐ บาท ที่มีเคร่ืองหมายจราจรหามแซง ปรบั ต้ังแต (แซงขน้ึ หนา รถอนื่ ในเขตหา มแซง) ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท - àǹŒ áμ‹ ทางขา งหนา -”- มีสิ่งกีดขวาง หรือ ๕. - ขบั แซงขึน้ หนารถอ่ืนลํ้าเขา ไป ม. ๔๘ ตองปฏิบัติตามคําสั่ง ในชอ งเดนิ รถประจําทาง ม. ๑๕๒ เจา พนักงาน ปรับไมเกนิ ๖. - ขับรถไมใหสัญญาณตอบรับ ม. ๔๙ ๑,๐๐๐ บาท ปรับ ๕๐๐ บาท รถคนั หลังที่ขอแซง ม. ๑๕๒ - ขบั รถไมล ดความเรว็ และชดิ ซา ย ม. ๔๙ ปรบั ไมเ กนิ ปรบั ๕๐๐ บาท เพือ่ ใหรถขอแซงผา นขึน้ หนา ๑,๐๐๐ บาท

๑๓๕ ลําดับ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ. ËÁÇ´ ó ¡ÒÃÍ͡ö àÅÕéÂÇáÅÐ¡ÅºÑ Ã¶ ปรับ ๕๐๐ บาท ๑. - ขับรถออกจากท่ีจอดโดยไมให ม. ๕๐ ม. ๑๕๒ -”- สัญญาณ ปรบั ไมเกิน - ขับรถออกจากท่ีจอดลักษณะ - ” - ๑,๐๐๐ บาท ปรบั ๔๐๐ บาท ไมป ลอดภยั และกดี ขวางการจราจร -”- - กรณไี มแ บง ชอ งเดนิ รถ ไว ๒. - ขับรถจะเลี้ยวซายไมชิดทาง ม. ๕๑ (๑) ม. ๑๔๘ - ปรับ ๔๐๐ บาท เดนิ รถดา นซาย ปรบั ไมเกนิ - ตอ งชดิ ขวาแนวกง่ึ กลาง ๕๐๐ บาท ทางเดนิ รถกอ นถงึ ทางเลยี้ ว ๓. - ขบั รถจะเลย้ี วขวาไมช ดิ ดา นขวาฯ ม. ๕๑ (๒) -”- อยา งนอ ย ๓๐ ม. (ทาง เดนิ รถสวนข้ึน/ลอง) - ขบั รถจะเลยี้ วขวาไมช ดิ ดา นขวา ม. ๕๑ (๒) -”- - ปรบั ๔๐๐ บาท หรือไมขับในชองท่ีมีเครื่องหมาย - ทางเดินรถต้ังแต ๒ จราจรใหเ ลยี้ วขวาได ชองขึ้นไป - ชดิ ขวากอ นถงึ ทางเลยี้ ว - ขับรถจะเล้ียวขวาไมชิดชอง - ” - -”- ไมน อยกวา ๓๐ ม. เดนิ รถประจาํ ทาง - ปรับ ๔๐๐ บาท - กรณีที่มีชองเดินรถ - ขบั รถจะเลยี้ วขวาออ มเจา พนกั งาน ม. ๕๑ (๒) -”- ประจาํ ทางอยดู า นขวาสดุ จราจร/พนักงานเจาหนาท่ี -”- - ใหช ดิ ชอ งรถประจาํ ทาง กอ นถงึ ทางเลยี้ วฯ ๓๐ ม. - ขับรถจะเล้ยี วขวาในทางรว ม -”- ปรบั ๔๐๐ บาท ทางแยกไมใ หรถสวนทางผาน - กรณี จพจ./พจท. ยนื ไปกอน ใหส ญั ญาณการจราจร ปรบั ๔๐๐ บาท - กรณจี ะเลยี้ วซา ย/ขวา พรอมกัน รถเล้ียวซาย ตอ งใหท างแกร ถจะเลยี้ ว ขวาไปกอ น

๑๓๖ ลําดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรับทาง ปณ. ๓. - ขับรถจะเล้ียวขวาไมออมไป ม. ๕๑ (๒) ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท ทางซายของวงเวียน ปรบั ไมเ กนิ ๕๐๐ บาท ๔. - กลับรถหรือเล้ียวรถทางขวา ม. ๕๒ ม. ๑๕๑ ปรบั ๔๐๐ บาท ขณะมีรถอื่นสวนหรือตามมา ปรบั ตง้ั แต ในระยะนอยกวา ๑๐๐ ม. ๒๐๐-๕๐๐ บาท ๕. - เล้ียวรถ กลับรถในทางท่ีมี ม. ๕๓ ม. ๑๕๗ ปรบั ตั้งแต ปรบั ๕๐๐ บาท เครอ่ื งหมายหาม ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท - กลบั รถในเขตปลอดภยั ทคี่ บั ขนั ม. ๕๓ -”- ปรับ ๕๐๐ บาท บนสะพานหรือในระยะ ๑๐๐ ม. - ท่ีคับขัน คือ ทางท่ี จากทางราบของเชิงสะพาน มีการ จร.พลุกพลาน/ หรอื กลับรถท่ที างรวมทางแยก มี ส่ิ ง กี ด ข ว า ง ห รื อ ที่ ซง่ึ มองเหน็ /ทราบลว งหนา วาอาจเกิดอันตราย/ เสียหายแกรถหรือคน ไดงา ย - à¢μ»ÅÍ´ÀÑ คือ พ้ืนท่ีในทางเดินรถที่มี เครอ่ื งหมายแสดงใหเ หน็ ชัดเจน ทุกเวลาสําหรับ ใหคนขามทางหยุดรอ/ ขน้ึ ลงรถหยดุ รอขา มทาง - àÇŒ¹áμ‹ มีครื่องหมาย ใหก ลบั ได

๑๓๗ ลําดบั ขอกลาวหาหรือฐานความผิด ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ. ËÁÇ´ ô ¡ÒÃË嫯 áÅШʹö ปรบั ๔๐๐ บาท ๑. - ไมใหส ัญญาณกอนหยดุ รถ ม. ๕๔ ม. ๑๔๘ -”- วรรคหนงึ่ ปรับไมเ กิน -”- ๕๐๐ บาท -”- - ไมใหสัญญาณกอนจอดรถ -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท - ใหสัญญาณกอ นหยุดรถระยะ -”- -”- นอยกวา ๓๐ ม. -”- -”- -”- - ใหส ญั ญาณกอ นจอดรถระยะ ม. ๕๔ ม. ๑๔๘ ปรับ ๓๐๐ บาท นอ ยกวา ๓๐ ม. วรรคสอง ปรับไมเกิน - หยดุ รถกีดขวางการจราจร ๕๐๐ บาท -”- -”- -”- - จอดรถกีดขวางการจราจร -”- -”- - เจาพนักงานจราจร - ไมจ อดรถทางดา นซา ยของทางฯ -”- -”- อาจกําหนดทิศทาง - จอดรถไมข นานกบั ขอบทางหรอื -”- -”- การจอดรถไวดานหน่ึง ไหลทาง -”- ม. ๑๔๘ ดานใด - จอดรถหางจากขอบทางหรือ ม. ๕๔ ปรับไมเ กนิ ปรบั ๒๐๐ บาท ไหลท าง เกนิ ๒๕ ซม. วรรคสอง ๕๐๐ บาท - เวนแต หยุดชิดขอบ - ไมจอดรถตามทศิ ทางที่ ทางดานซาย กรณีไมมี เจา พนกั งานจราจรกาํ หนดไว ชอ งเดินรถประจาํ ทาง ปรับ ๓๐๐ บาท ๒. - ËÂ´Ø Ã¶ã¹ªÍ‹ §à´¹Ô ö (ñ) ม. ๕๕ (๑) ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท ปรับไมเ กิน -”- ๕๐๐ บาท -”- ปรับ ๓๐๐ บาท - หยดุ รถบนทางเทา (๒) ม. ๕๕ (๒) -”- - หยุดรถบนสะพาน (๓) ม. ๕๕ (๓) -”- - หยุดรถในอโุ มงค (๓) -”- -”- - หยุดรถในทางรวมทางแยก (๔) ม. ๕๕ (๔) -”- - หยุดรถในเขตทม่ี ีเครื่องหมาย ม. ๕๕ (๕) -”- จราจรหามหยดุ รถ (๕)

๑๓๘ ลําดบั ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผิด ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คาปรับทาง ปณ. ๒. - หยดุ รถตรงปากทางเขา ออกตวั ม. ๕๕ (๖) ม. ๑๔๘ ปรบั ๒๐๐ บาท ปรับไมเ กนิ อาคาร (๖) ๕๐๐ บาท -”- -”- -”- - หยดุ รถตรงปากทางเขา ออกของ - ” - ปรบั ๔๐๐ บาท ทางเดนิ รถ (๖) -”- ปรับ ๕๐๐ บาท -”- - หยดุ รถในเขตปลอดภยั (๗) ม. ๕๕ (๗) -”- ม. ๑๕๒ -”- - หยุดรถในลักษณะกีดขวาง ม. ๕๕ (๘) ปรบั ไมเ กิน ปรับ ๔๐๐ บาท การจราจร (๘) ๑,๐๐๐ บาท -”- -”- ๓. - ไมน าํ รถขดั ขอ งออกใหพ น ทางฯ ม. ๕๖ -”- โดยเรว็ ท่สี ดุ วรรคหนงึ่ -”- -”- -”- - จอดรถขดั ของในลักษณะ ม. ๕๖ ม. ๑๔๘ -”- กีดขวางการจราจร วรรคสอง ปรับไมเ กนิ ๕๐๐ บาท -”- - จอดรถขัดของไมแสดง - ” - -”- ปรับ ๒๐๐ บาท เครอื่ งหมาย/สญั ญาณตามกฎหมาย -”- -”- -”- ๔. - จอดรถบนทางเทา (๑) ม. ๕๗ (๑) -”- ปรบั ๓๐๐ บาท -”- ปรบั ๔๐๐ บาท - จอดรถบนสะพาน (๒) ม. ๕๗ (๒) - จอดรถในอุโมงค (๒) -”- -”- - จอดรถในทางรวมทางแยก (๓) ม. ๕๗ (๓) -”- - จอดรถในระยะ ๑๐ ม. จาก -”- -”- ทางรวมทางแยก (๓) ม. ๕๗ (๔) -”- - จอดรถในทางขา ม (๔) -”- -”- - จอดรถในระยะ ๓ ม. จากทาง ม. ๕๗ (๕) ขาม (๔) ม. ๕๗ (๖) - จอดรถในเขตทมี่ เี ครอ่ื งหมายฯ ม. ๕๗ (๗) หา มจอด (๕) ม. ๕๗ (๘) - จอดรถในระยะ ๓ ม.จากทอ นาํ้ ม. ๕๗ (๙) ดบั เพลงิ (๖) - จอดรถในระยะ ๑๐ ม. จากที่ ตดิ ต้งั สญั ญาณจราจร (๗) - จอดรถในระยะ ๑๕ ม. จากทาง รถไฟผาน (๘) - จอดรถซอนคันกัน (๙)

๑๓๙ ลาํ ดบั ขอ กลาวหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ. ๔. - จอดรถตรงปากทางเขา ออกของ ม. ๕๗ ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท อาคาร/ทางเดินรถ (๑๐) (๑๐) ปรับไมเ กนิ ๕๐๐ บาท - จอดรถในระยะ ๕ ม. จากปาก -”- -”- ทางเดินรถ (๑๐) - จอดรถระหวา งเขตปลอดภยั กบั ม. ๕๗ (๑๑) -”- -”- ขอบทาง (๑๑) - จอดรถในระยะ ๑๐ ม. จาก - ” - -”- -”- ปลายสดุ ของเขตปลอดภัย - จอดรถในทค่ี ับขนั (๑๒) ม. ๕๗ (๑๒) - ” - ปรบั ๔๐๐ บาท - จอดรถในระยะ ๑๕ ม. กอ นถึง ม. ๕๗ (๑๓) ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท ปายหยุดรถประจําทาง (๑๓) ปรับไมเ กิน ๕๐๐ บาท - จอดรถในระยะ ๓ ม. เลยจาก ม. ๕๗ (๑๓) -”- -”- ปายหยุดรถประจําทาง - จอดรถในระยะ ๓ ม. จาก ม. ๕๗ (๑๔) -”- -”- ตไู ปรษณยี  (๑๔) - จอดรถในลักษณะกีดขวาง ม. ๕๗ (๑๕) -”- ปรบั ๔๐๐ บาท การจราจร (๑๕) ๕. - จอดรถในทางฯ โดยไมดับ ม. ๕๘ -”- -”- เครื่องยนตและ หา มลอ ไว - จอดรถบนทางลาด/ทางชัน ไมหันลอ หนา เขาขอบทาง ๖. - ไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั่ เจา พนกั งาน ม. ๕๙ ม.๑๕๙ จําคุก - ออกใบสงั่ ไมไ ด ซงึ่ สงั่ ใหเ คลอ่ื นยา ยรถ ทจ่ี อด/หยดุ วรรคหน่ึง ไมเ กนิ ๓ เดือน - ปรบั ไมไ ด กดี ขวางการจราจร หรือปรับไมเกิน - ฟอ งคดตี อ ศาลแขวง - ขัดขวางเจาพนักงานฯ มิให ๕,๐๐๐ บาท เคลื่อนยายรถฯ มิใหใชเครื่องมือ หรอื ทง้ั จาํ ทั้งปรับ บังคับรถ - ทําใหเ สยี หาย ทําลาย ทําให ม. ๕๙ ม.๑๕๙ จําคกุ ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ เสื่อมคาหรือทําใหไรประโยชน วรรคสอง ไมเ กิน ๓ เดอื น ปรับ ซ่งึ เครื่องมอื บงั คับรถฯ หรอื ปรับไมเกิน - เคลื่อนยายรถที่เจาพนักงานฯ ๕,๐๐๐ บาท ใชเครือ่ งมือบังคบั รถ โดยไมไดรบั หรอื ทัง้ จําทัง้ ปรับ อนญุ าต

๑๔๐ ลาํ ดับ ขอกลา วหาหรอื ฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรบั ทาง ปณ. ม. ๖๐ ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท ๗. - หยุดหรือจอดรถในทางฯ นอก ปรบั ไมเ กิน เขตเทศบาลฯ ในทีซ่ ่ึงผขู บั ขร่ี ถอ่นื ม. ๖๑ ๕๐๐ บาท จะเห็นไดในระยะนอยกวา ๑๕๐ ม. ม. ๑๕๑ - กฎหมายบัญญัติวา ปรบั ตงั้ แต “เวลาท่ีมีแสงสวางไม ๘. - จอดรถในทางฯ หรือไหลทาง ๒๐๐-๕๐๐ บาท เพียงพอ” ซึ่งหมายถึง เวลากลางคนื ไมเปด ไฟหรือใช ม. ๑๔๘ เวลากลางคนื และเวลา แสงสวา งตามทีก่ ฎหมายกาํ หนด ปรับไมเ กนิ กลางวัน ท่ีมีแสงสวาง ๕๐๐ บาท ไมเ พยี งพอ ทจี่ ะมองเหน็ ๙. - ไมลดความเรว็ หรอื หยดุ รถให ม. ๖๒ รถทจี่ อดไดร ะยะ ๑๕๐ ม. หา งจากทางรถไฟไมน อ ยกวา ๕ ม. ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท ปรับไมเ กนิ - กรณที างรถไฟทตี่ ดั ผา น ๑๐. - ไมล ดความเรว็ หรอื หยดุ รถหา ง ม. ๖๓ ๕๐๐ บาท ทางโดยขณะนน้ั จากทางรถไฟในระยะไมน อยกวา ม. ๖๔ - มเี ครอื่ งหมาย/สญั ญาณ ๕ ม. (ทางรถไฟไมมีสัญญาณ ใหร ะวัง หรือส่ิงปดกน้ั ) - มีสิ่งปดก้ัน/เจาหนาท่ี ใหสัญญาณวารถไฟ ๑๑. - ไมล ดความเรว็ ของรถขณะขับ จะผา น ตามรถโรงเรยี นทห่ี ยดุ รบั /สง นกั เรยี น - มีเสียงสัญญาณจาก รถไฟกาํ ลังจะผา น ปรบั ๔๐๐ บาท - ไมล ดความเรว็ ของรถขณะขบั - ” - ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท สวนกนั กบั รถโรงเรียนที่หยดุ รบั ปรับไมเกิน /สง นกั เรียน ๑,๐๐๐ บาท -”- -”-

๑๔๑ õ.ñ.ô Å¡Ñ É³Ð ô ¡ÒÃ㪌·Ò§à´Ô¹Ã¶·Õ¨è Ѵ໹š ªÍ‹ §à´Ô¹Ã¶»ÃÐจํา·Ò§ การใชทางเดินรถท่ีจัดเปนชองเดินรถประจําทาง เปนกรณีที่กฎหมายกําหนดสําหรับ ผูขับข่ีรถโดยสารประจําทาง ขณะอยูในระหวางรับสงและบรรทุกคนโดยสาร ตองขับข่ีในชองทางที่ เจา พนักงานประกาศใหเปนชองทางเดนิ รถเทา น้ัน ลาํ ดับ ขอกลา วหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ๑. - ไมข บั ขรี่ ถโดยสารประจาํ ทางและ ม. ๖๕ ม. ๑๕๗ ปรบั ๕๐๐ บาท บรรทุกคนโดยสารในชองเดินรถ วรรคหนงึ่ ปรบั ต้ังแต - เวนแต ชองเดินรถฯ ประจาํ ทาง (อยรู ะหวา งรบั /สง หรอื ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท มีสิง่ กีดขวาง บรรทุกคนโดยสาร) - ตองปฏิบัติตามคําส่ัง พนกั งานเจา หนาที่ ๒. - ขบั รถอนื่ ในชอ งเดนิ รถประจาํ ทาง ม. ๖๖ ม. ๑๕๑ ปรบั ๔๐๐ บาท ปรับตง้ั แต - ö͹×è ทมี่ ใิ ชร ถโดยสาร ๒๐๐-๕๐๐ บาท ประจาํ ทางฯ õ.ñ.õ ÅѡɳРõ ¢ÍŒ กาํ ˹´à¡ÂÕè ǡѺ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§Ã¶ ขอกําหนดเกี่ยวกับความเร็วของรถ กําหนดวาผูขับขี่ตองขับรถดวยอัตราความเร็ว ตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวงหรอื ตามเครอ่ื งหมายจราจรทไ่ี ดต ดิ ตงั้ ไวใ นทาง และมกี ฎกระทรวงมหาดไทย ฉบบั ท่ี ๖ พ.ศ. ๒๕๒๒ และ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๒๔ กําหนดความเรว็ ของรถไวโดยถอื ในเขตหรอื นอกเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมอื งพทั ยา หรือเขตเทศบาล เปนหลกั ลาํ ดบั ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ. ๑. - ไมขับรถดวยอัตราความเร็วที่ ม.๖๗ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท กฎหมายกาํ หนดหรอื ขบั รถเรว็ เกนิ กฎ ฉ.ที่ ๖, ปรบั ไมเกนิ - รถบรรทกุ นาํ้ หนกั เกนิ อัตราทก่ี ฎหมายกาํ หนด ๑๐ (๒๕๒๒/ ๑,๐๐๐ บาท ๑,๒๐๐ กก. หรอื รถโดยสาร ๒๕๒๔) ใหข บั ใน กทม. เขตเมอื ง พทั ยา หรอื เขตเทศบาล ไมเกิน ๖๐ กม./ชม. นอกเขตดงั กลา ว ไมเ กนิ ๘๐ กม./ชม. - รถลากจูง/รถพวง ในเขตเมอื งใหข บั ไดไ มเ กนิ ๔๕ กม./ชม. นอกเขตขบั ไดไมเกนิ ๖๐ กม./ชม. - รถเกง จยย. ปค อัพ นน.รวมไมเกิน ๑,๒๐๐ กก. ในเมืองความเร็ว ไมเกิน ๘๐ กม./ชม. นอกเขตความเรว็ ไมเ กนิ ๙๐ กม./ชม.

๑๔๒ ลําดับ ขอกลา วหาหรอื ฐานความผิด ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรบั ทาง ปณ. ๑. - ไมข บั รถดว ยอตั ราความเรว็ ตาม ม. ๖๗ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท ปรับไมเ กนิ เครอ่ื งหมายจราจรฯ ที่ติดตั้งไว ปรับ ๔๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๒. - ไมล ดความเรว็ เม่อื จะเลยี้ วรถ ม. ๖๘ ม. ๑๔๘ -”- ปรับไมเกิน -”- - ไมล ดความเรว็ เมอ่ื จะใหรถอืน่ ม. ๖๘ ๕๐๐ บาท -”- แซงหรอื ผานขึ้นหนา -”- ปรบั ๔๐๐ บาท - ไมล ดความเร็วเม่ือจะจอดรถ - ไมลดความเรว็ เมื่อจะหยดุ รถ -”- ปรบั ๔๐๐ บาท - ไมลดความเรว็ เมอื่ จะกลับรถ -”- ม. ๑๔๘ -”- ๓. - ไมล ดความเรว็ ในลกั ษณะปลอดภยั ม. ๖๙ ปรับไมเกิน -”- เม่ือขับรถบนเนนิ เขา ๕๐๐ บาท -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะที่ - ” - ม. ๑๔๘ -”- ปลอดภัย เมอ่ื ขับรถบนสะพาน ปรบั ไมเกนิ -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะท่ี - ” - ๕๐๐ บาท -”- ปลอดภยั เมอ่ื ขับรถที่เชงิ สะพาน -”- -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะที่ - ” - ปลอดภัย เมื่อขบั รถในท่แี คบ -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะที่ - ” - ปลอดภยั เมื่อขบั รถในทางโคง -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะที่ - ” - ปลอดภยั เมื่อขบั รถทที่ างลาด -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะท่ี - ” - ปลอดภัย เม่ือขบั รถในท่คี ับขนั -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะท่ี - ” - ปลอดภยั เมอื่ ขบั รถในทที่ ม่ี หี มอก -”- ฝน ฝุน ควัน จนไมอาจเห็นทาง ขา งหนา ไดในระยะ ๖๐ ม. -”-

๑๔๓ ลาํ ดับ ขอ กลาวหาหรือฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ๔. - ไมล ดความเรว็ เมอ่ื ขบั รถเขา ใกล ม. ๗๐ ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท ทางรว มทางแยก ปรบั ไมเ กิน - ไมล ดความเรว็ เมอื่ ขบั รถเขา ใกล ๕๐๐ บาท ทางขา ม - ไมล ดความเรว็ เมอ่ื ขบั รถเขา ใกล เสน ใหห ยดุ รถ - ไมล ดความเรว็ เมอื่ ขบั รถเขา ใกล วงเวยี น õ.ñ.ö ÅѡɳРö ¡ÒâѺö¼‹Ò¹·Ò§ÃÇ‹ Á ·Ò§á¡ËÃÍ× Ç§àÇÕ¹ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ (๙) ไดใหความหมายของ ทางรว มทางแยก หมายถงึ พนื้ ทที่ างเดนิ รถตง้ั แตส องสายตดั ผา นกนั รวมบรรจบกนั หรอื ตดิ กนั จงึ หมายถงึ สามแยก สี่แยก หาแยก หรือทางเดินรถสองสายขึ้นไปมาบรรจบกัน ที่เรียกวาสุดทางเดินรถ รวมทงั้ คอขวด ทมี่ เี สน ทางเดนิ รถหลายสายมาบรรจบกนั สาํ หรบั วงเวยี น ตามมาตรา ๔ (๑๐) หมายถงึ ทางเดนิ รถที่กําหนดใหรถเดินรอบเครื่องหมายจราจรหรือสง่ิ ท่สี รา งขึ้นในทางรวมทางแยก ลาํ ดับ ขอ กลาวหาหรือฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรับทาง ปณ. ๑. - ขับรถถึงทางรวมทางแยกไมให ม. ๗๑ (๑) ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท รถอื่นในทางรวมทางแยกผานไป ปรบั ไมเกนิ - รถอนื่ ทไ่ี ปถงึ ทางแยก กอน ๕๐๐ บาท กอ นมสี ทิ ธไ์ิ ปกอ น - ขับรถถึงทางรวมทางแยก ม. ๗๑ (๒) -”- ปรบั ๔๐๐ บาท พรอมกันไมยอมใหรถทางซาย - เวน แต เปน ทางเอกและ ไปกอ น ม. ๑๔๘ โทตดั กนั ตอ งใหท างเอก ปรับไมเกนิ ไปกอ น - ขับรถขณะสัญญาณไฟเขียว ม. ๗๑ (๓) ๕๐๐ บาท ปรับ ๔๐๐ บาท มีรถอื่นขวางอยูไมยอมหยุดรถ -”- - ตอ งหยดุ รถหลงั เสน ฯ หลังเสนใหร ถหยดุ จนกวา รถคนั หนา จะแลน พนทางแยก - ·Ò§àÍ¡ คอื ทางฯ ทมี่ ี เครอื่ งหมายแสดงวา เปน ทางเอก - ·Ò§â· คอื ทางฯ ทม่ี ี “ปา ยหยดุ ” “ปา ยใหท าง” ติดตั้งไว - ทางทบ่ี นพน้ื ทางมคี าํ วา “หยดุ ” หรอื มี “เสน หยดุ ” ทางขวางไว


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook