๙๔ ระดับแอลกอฮอลใ นเลือด สมรรถภาพในการขับรถ โอกาสเกิดอบุ ัตเิ หตุเมือ่ เทยี บกบั คนไมด ื่ม ๑๐๐ มิลลกิ รัม % ลดลง ๑๕% ๖ เทา ๑๕๐ มลิ ลกิ รัม % ลดลง ๓๓% ๔๐ เทา ไมส ามารถวัดไดแตโอกาส มากกวา ๒๐๐ มิลลกิ รมั % ลดลงเปน สัดสว นกบั ระดับ เกิดอบุ ตั ิเหตสุ งู มาก แอลกอฮอลในเสนเลือด ทีม่ า : Health Education Quarterly, ๑๙๘๙ (๘) ¢ŒÍ¡®ËÁÒ·èÕà¡èÂÕ Ç¢ÍŒ § บทบัญญัติของ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดวางมาตรการเอาผิดแกผูขับข่ี ยานพาหนะในขณะมนึ เมา ไวดังน้ี ๑. พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ (๒) บัญญตั ิวา “หามมใิ ห ผขู ับข่ขี ับรถ (ò) ã¹¢³ÐàÁÒÊØÃÒËÃ×ͧ͢àÁÒÍÂÒ‹ §Í¹×è ” ๒. พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (แกไขเพ่มิ เติมฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ บญั ญตั วิ า “มาตรา ๑๔๒ เจา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งานเจา หนา ทม่ี อี าํ นาจสงั่ ใหผ ขู บั ขหี่ ยดุ รถในเมอ่ื (๑) รถนัน้ มสี ภาพไมถูกตอ งตามทบี่ ัญญัติไวในมาตรา ๖ (๒) เห็นวาผูขับขี่หรือบุคคลใดในรถน้ันไดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทบัญญัติ แหง พระราชบญั ญัติน้ี หรอื กฎหมายอนั เกี่ยวกบั รถน้นั ๆ ในกรณีท่ีมีพฤติการณอันควรเช่ือวาผูขับขี่ฝาฝนมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) ให เจาพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจาหนาที่ส่ังใหมีการทดสอบผูขับขี่ดังกลาววา หยอ นความสามารถ ในอันที่จะขบั หรอื เมาสุราหรือของเมาอยางอืน่ หรือไม ในกรณีท่ีผูขับข่ีตามวรรคสองไมยอมใหทดสอบ ใหเจาพนักงานจราจร พนักงาน สอบสวน หรือพนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจกักตัวผูน้ันไวดําเนินการทดสอบไดภายในระยะเวลา เทา ทจ่ี าํ เปน แหง กรณี เพอื่ ใหก ารทดสอบเสรจ็ สน้ิ ไปโดยเรว็ หากผนู น้ั ยอมใหท ดสอบและผลการทดสอบ ปรากฏวาไมไ ดฝ า ฝน มาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) กใ็ หป ลอ ยตัวไปทันที ในกรณที ม่ี พี ฤตกิ ารณอ นั ควรเชอ่ื วา ผขู บั ขข่ี บั รถในขณะเมาสรุ าหรอื ของเมาอยา งอน่ื หากผูน้ันยังäÁ‹ÂÍÁãËŒ·´ÊͺμÒÁÇÃäÊÒÁâ´ÂäÁ‹ÁÕàËμØÍѹÊÁ¤Çà ãËŒÊѹ¹Ôɰҹไวกอนวาผูน้ัน ฝาฝน มาตรา ๔๓ (๒) การทดสอบตามมาตรานีใ้ หเปนไปตามหลกั เกณฑและวิธกี ารที่กาํ หนดในกฎกระทรวง”
๙๕ สาํ หรบั หลกั เกณฑว ธิ กี ารทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวงนนั้ กาํ หนดไวใ นกฎกระทรวงฉบบั ที่ ๑๖ (พ.ศ.๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ โดยกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ ขอ ๑ การทดสอบผขู บั ขวี่ า เมาสรุ าหรอื ไม ใหต รวจวดั ปรมิ าณแอลกอฮอลใ นเลอื ดของ ผูขับขี่โดยใชว ธิ กี ารตามลําดบั ดังตอไปน้ี (๑) ตรวจวัดลมหายใจดวยเครื่องมือและอุปกรณที่ใชในการตรวจหรือทดสอบ ใหใชเคร่ืองตรวจวัดระดับแอลกอฮอลในเลือด โดยวิธีเปาลมหายใจ (BREATH ANALYZER TEST) และอานคาของแอลกอฮอลในเลือดเปนมิลลิกรัมเปอรเซ็นต วิธีการตรวจหรือทดสอบ ใหปฏิบัติตาม วิธกี ารตรวจสอบของเครือ่ งตรวจแตละชนิด (๒) ตรวจวดั จากปสสาวะ (๓) ตรวจวดั จากเลือด การตรวจวัดตาม (๒) หรอื (๓) ใหใชในกรณีทไ่ี มสามารถทดสอบตาม (๑) ไดเทานน้ั ขอ ๒ กรณีท่ีตองทดสอบโดยวิธีตรวจวดั จากเลือดตามขอ ๑ (๓) ใหส งตวั ผูขับขี่ไปยัง โรงพยาบาลท่ีใกลที่สุด และทําการเจาะเลือดภายใตการกํากับดูแลของผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายวา ดวยวิชาชีพเวชกรรม ขอ ๓ ถามีปรมิ าณแอลกอฮอลในเลือดดงั ตอไปนี้ ãËŒ¶Í× Ç‹ÒàÁÒÊÃØ Ò (ñ) ¡Ã³μÕ ÃǨÇÑ´¨Ò¡àÅ×Í´ à¡Ô¹ õð ÁÅÔ Å¡Ô ÃÑÁà»ÍÃà«ç¹μ (๒) กรณีตรวจวัดจากลมหายใจหรือปสสาวะ ใหเทียบปริมาณแอลกอฮอล โดยใชป ริมาณแอลกอฮอลใ นเลือดเปนเกณฑมาตรฐานดงั น้ี (ก) กรณีตรวจวัดจากลมหายใจใหใชคาสัมประสิทธิ์ในการแปลงคาเทากับ ๒,๐๐๐ (ข) กรณีตรวจวัดจากปสสาวะ ใหใชคาสัมประสิทธ์ิในการแปลงคาเทากับ เศษ ๑ สว น ๑.๓ ๓. กฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๖๐) ออกตามความในพระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจราจร ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซง่ึ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแหง ชาติ ฉบับท่ี ๘๗/๒๕๕๗ เรื่อง การแกไขเพิ่มเติม ผูรักษาการตามกฎหมายที่เก่ียวของกับอํานาจหนาที่ของเจาพนักงาน ตาํ รวจ ลงวนั ที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๔๒ วรรคหา แหง พระราชบญั ญตั ิ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว ดงั ตอ ไปน้ี
๙๖ ใหยกเลิกความใน (๑) ของขอ ๓ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอ ไปน้แี ทน “(๑) กรณตี รวจวัดจากเลือด เกนิ ๕๐ มิลลิกรมั เปอรเ ซ็นต àǹŒ áμ‹ ผูขบั ขี่ในกรณี ดังตอไปนี้ มปี ริมาณแอลกอฮอลใ นเลอื ด à¡¹Ô òð ÁÅÔ Å¡Ô ÃÁÑ à»ÍÃૹç μ (ก) ผูข บั ขี่ซ่ึงมีอายตุ ่าํ กวา ย่ีสบิ ปบรบิ ูรณ (ข) ผขู บั ขซี่ ่งึ ไดร บั ใบอนุญาตขับรถช่ัวคราวตามกฎหมายวา ดวยรถยนต (ค) ผขู บั ข่ซี ึง่ มใี บอนุญาตขบั ข่สี ําหรับรถประเภทอนื่ ท่ีใชแ ทนกนั ไมได (ง) ผขู บั ขซ่ี งึ่ ไมม ใี บอนญุ าตขบั ข่ี หรอื อยรู ะหวา งถกู พกั ใชห รอื เพกิ ถอนใบอนญุ าต ขบั ข”ี่ อนง่ึ พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบบั ที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๘๓ (๑/๑) ไดเ พม่ิ ความผดิ กรณีหามมิใหผขู บั ข่รี ถจักรยานขบั ในขณะเมาสรุ าหรือของเมาอยา งอนื่ (ฝาฝน มาตรา ๘๓ มโี ทษปรบั ไมเ กิน ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๔๘) ËÁÒÂàËμØ กรณีปริมาณแอลกอฮอลในเลือด เกิน ๕๐ มิลลิกรัมเปอรเซ็นต หรือ ๒๐ มิลลิกรัมเปอรเซ็นตดังกลาว เปนไปตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งใชบังคับในกรณีเปนรถสวนบุคคล แตหากเปนรถสาธารณะตองเปนไปตามพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ดงั น้ี พระราชบญั ญตั ิรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ...มาตรา ๕๗ ฉ ในขณะขับรถ ผูขับรถยนตสาธารณะหรือรถจักรยานยนต สาธารณะ ตอง (๓) ไมเสพหรอื เมาสุราหรือของมนึ เมาอยางอน่ื ...มาตรา ๖๖/๓ ผูใดฝา ฝน มาตรา ๕๗ ฉ (๓) ตอ งระวางโทษจําคุก ไมเ กนิ สามเดอื นหรอื ปรับตง้ั แตสองพันบาทถึงหนง่ึ หมนื่ บาท หรือทั้งจาํ ท้ังปรับ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ ในขณะปฏบิ ตั หิ นา ที่ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถ ตอ ง (๓) ไมเ สพหรือเมาสรุ าหรอื ของมึนเมาอยางอืน่ มาตรา ๑๒๗ ทวิ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดฝา ฝน มาตรา ๑๐๒ (๓) ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท แตถ า ผนู นั้ เปน ผไู ดร บั ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถ ตอ งระวางโทษ จําคกุ ไมเกนิ สามเดอื น หรอื ปรบั ตัง้ แตส องพนั บาทถึงหน่ึงหม่ืนบาท หรอื ท้งั จาํ ทงั้ ปรับ »ÃÐà´ç¹สํา¤ÞÑ คือ กฎหมายกาํ หนดใหผ ขู ับรถโดยสารรถสาธารณะทุกประเภท แอลกอฮอลต อ งเปน ศนู ยเ ทา นน้ั
๙๗ ๔. มาตรา ๑๖๐ ตรี “ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๓ (๒) ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรบั ตง้ั แตหาพันบาทถึงสองหม่ืนบาท หรือทั้งจาํ ท้งั ปรับ และใหศาลสงั่ พักใชใบอนญุ าตขบั ขขี่ อง ผนู นั้ มกี าํ หนดไมน อ ยกวา หกเดอื น หรอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตขบั ข่ี ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปนเหตุใหผูอื่นไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงหาป และปรับตั้งแตสองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท และใหศาลส่ังพักใชใบอนุญาตขับขี่ของผูนั้นมีกําหนด ไมน อยกวาหนงึ่ ป หรอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตขับข่ี ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนเหตุใหผ ูอ่นื ไดรับอันตรายสาหัส ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสองปถึงหกป และปรับตั้งแตส่ีหมื่นบาท ถึงหนึ่งแสนสองหม่ืนบาท และใหศาลส่ังพักใชใบอนุญาตขับข่ีของผูนั้นมีกําหนดไมนอยกวาสองป หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับข่ี ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแกความตาย ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสามปถึงสิบปและปรับตั้งแตหกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และใหศ าลส่งั เพกิ ถอนใบอนุญาตขบั ขี”่ การตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลในประเทศไทยจะใชวิธีการตรวจวัดลมหายใจเปน อันดับแรก หากไมสามารถดําเนินการไดก็จะตรวจวัดจากปสสาวะและตรวจวัดจากเลือดตามลําดับ ทงั้ น้ี เนอื่ งจากคณะกรรมการกฤษฎกี า คณะท่ี ๑๐ ใหค วามเหน็ วา การเจาะเลอื ดและการตรวจเลอื ดเปน การกระทําตอรางกายของบุคคล ซึ่งกระทบตอสิทธิเสรีภาพในชีวิตและรางกายของบุคคลตาม มาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญซ่ึงใหการรับรองไว และในหลักท่ัวไปของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม การกระทาํ ตอ รา งกายของผปู ว ยตอ งไดร บั ความยนิ ยอมจากผปู ว ย เวน แตเ พอื่ ประโยชนใ นการชว ยชวี ติ ของผปู ว ยในกรณฉี กุ เฉิน ดงั นนั้ การเจาะเลือดทีก่ ระทาํ ตอ รางกายของผขู บั ขี่กต็ อ งไดร บั ความยินยอม จากผูขับข่ดี วย อยา งไรก็ตาม มาตรา ๑๔๒ วรรคสอง แหง พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ไมไดกลาวถึงการเจาะเลือดไว ดังน้ัน การตรวจวัดแอลกอฮอลจากเลือด จึงเปนกรณีที่เกินขอบเขต อํานาจของเจาหนาท่ีตํารวจตามท่ีบัญญัติไวในมาตรา ๑๔๒ หากจะใหเจาหนาท่ีตํารวจมีอํานาจ ดังกลาว จําเปนจะตองออกกฎกระทรวงเพ่ือมารองรับกฎหมายดังกลาว (ไวพจน กุลาชัย และ จนิ ดา กลับกลาย, ๒๕๕๘) ¡ÒÃμÑ§é ¨´Ø μÃÇ¨Ç´Ñ áÍÅ¡ÍÎÍÅ จุดตรวจ หมายถึง สถานท่ีซึ่งเจาหนาที่ตํารวจปฏิบัติหนาท่ีตรวจคนเพื่อจับกุมผูกระทํา ความผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวงในกรณีปกติเปนการชั่วคราวโดยมีการกําหนดระยะเวลา ในการตง้ั จดุ ตรวจเทา ทจ่ี าํ เปน แตต อ งไมเ กนิ ๒๔ ชวั่ โมง และภายหลงั จากเสรจ็ สน้ิ การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ แลว ตองทําการยุบเลิกการต้ังจุดตรวจทันที (วีระวิทย วัจนะพุกกะ, ๒๕๕๖) ท้ังน้ี การตั้งจุดตรวจนั้น จะตอ งไดร บั อนมุ ตั จิ ากผบู งั คบั บญั ชาระดบั ผบู งั คบั การขน้ึ ไป และมหี ลกั การสาํ คญั ในการดาํ เนนิ การ ดงั น้ี ๑. ตงั้ จดุ ตรวจเฉพาะมกี รณีจาํ เปน มีเหตุการณฉ กุ เฉินหรอื เรง ดว น ๒. ตองมีการประสานการปฏิบัติกับหนวยงานท่ีเก่ียวของใหชัดเจน เพื่อปองกันการตั้ง จดุ ตรวจซา้ํ ซอ น
๙๘ ๓. การตรวจคนจับกุมตองดําเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และประมวลระเบยี บเกี่ยวกบั คดีอยางเครงครัด ๔. มีนายตํารวจช้ันสญั ญาบตั รเปนหัวหนา ควบคมุ ๕. แตงเคร่ืองแบบในการปฏิบัตหิ นาที่ ๖. บริเวณจดุ ตรวจจะตองมีแผงก้ันทีแ่ สดงขอ ความ “หยุดตรวจ” ๗. หากตองปฏิบัติหนาท่ีในการต้ังจุดตรวจในเวลากลางคืน ตองตรวจสอบใหแนใจวา มีแสงสวางเพียงพอท่ีผูขบั ขี่สามารถมองเหน็ ไดชัดเจนในระยะ ๑๕๐ เมตรกอนถงึ จุดตรวจ ๘. ตองมีแผนปา ยแสดงชอื่ สกลุ ยศ และตําแหนงของหัวหนาผูควบคุมการตง้ั จดุ ตรวจ ๙. ตองกําหนด “พน้ื ท่ีปลอดภัย” หรอื “Safety Zone” สําหรับเปนบริเวณตรวจคน ท้ังนี้ เพอ่ื ความปลอดภยั ของท้งั ผถู ูกตรวจคน และเจาหนา ที่ตํารวจเอง ๑๐. ใชความระมัดระวังในการตรวจคนเพ่ือเปนการปองกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โดยไมสามารถคาดการณได ๑๑. ใชวาจาสุภาพในการพูดคุยกับผูท่ีถูกตรวจคน รวมถึงการแสดงพฤติกรรมที่สุภาพ เหมาะสม ๑๒. คาํ นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของเจา หนา ทแี่ ละประชาชน โดยไมก อ ความเดอื ดรอ นราํ คาญ ใหแกผ ใู ชร ถใชถนนมากจนเกินไป ๑๓. ใชการสงั เกตและใหความสําคญั กบั ผขู บั ขแี่ ละยานพาหนะทีม่ ีลักษณะพิรธุ ¢¹éÑ àμÃÂÕ Á¡Òà แนวทางในการต้ังจุดตรวจเพ่ือตรวจคนระดับแอลกอฮอลในเลือดของผูขับข่ีมีแนวทาง ปฏิบตั ิท่ีสําคัญ ไดแก ๑. การเตรียมการดานกําลังพล การตั้งจุดตรวจท่ีเหมาะสมจะตองใชเจาหนาท่ีตํารวจ ประมาณ ๑๐-๑๒ นาย ประกอบดวย ๑.๑ เจาหนาท่ีตํารวจชั้นสัญญาบัตร สําหรับควบคุมการปฏิบัติ จํานวน ๒ นาย ประกอบดว ยหวั หนาจดุ ตรวจคือ รองผกู าํ กับการ (จราจร) หรือสารวตั รจราจร จาํ นวน ๑ นาย และ มรี อ ยเวรทําหนาทตี่ รวจวัดเพ่ือยืนยันผลอีก ๑ นาย แตใ นทางปฏบิ ัติ หากกําลังพลไมเ พียงพออาจใช นายตํารวจระดับสัญญาบัตรเพียง ๑ นายในการควบคุมการต้งั จุดตรวจ ๑.๒ เจา หนา ที่ตาํ รวจระดับชน้ั ประทวน จํานวน ๑๐ นาย ทําหนา ท่ีในการตรวจวดั ระดับแอลกอฮอลใ นผขู บั ขี่เบือ้ งตน จํานวน ๔-๖ นาย เปน ผูชวยรอยเวรจาํ นวน ๒ นาย และทําหนาที่ ในการสง ตวั ผตู อ งหาไปยงั สถานีตาํ รวจในเขตทองทีจ่ ํานวน ๒-๔ นาย อยา งไรก็ตามในทางปฏบิ ตั จิ ริง อาจจาํ เปน ตอ งใชก าํ ลงั พลระดบั ชนั้ ประทวนประมาณ ๕-๖ นาย และใหอ าสาจราจรเขา มารว มกจิ กรรม การตง้ั จดุ ตรวจดว ย เนอื่ งจากในปจ จบุ นั กาํ ลงั เจา หนา ทตี่ าํ รวจไมเ พยี งพอ เพราะตอ งทาํ การตง้ั จดุ ตรวจ หลายจดุ ภายในวนั เดียวกัน
๙๙ ๒. การเตรียมการดานวัสดุและอุปการณ กอนการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอลทุกคร้ัง เจา หนา ทต่ี าํ รวจจะมกี ารจดั เตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณท เ่ี กย่ี วขอ งในสว นตา งๆ ใหพ รอ มสาํ หรบั การใชง าน ซ่งึ วสั ดแุ ละอปุ กรณท ี่สาํ คญั ประกอบดว ย ๑) อาวุธประจํากาย ๒) รถขนวสั ดุและอปุ กรณ ๓) ปายไฟ ๑ ชุด ๔) กรวยยาง ๓๐-๕๐ กรวย ๕) เครือ่ งมือตรวจวัดระดับแอลกอฮอลแบบเบ้ืองตน ๖) เคร่อื งมอื ตรวจวดั ระดบั แอลกอฮอลแบบยืนยันผล ๗) แผงก้ัน ๘) โตะ จํานวน ๑-๒ ตัว ๙) เกาอ้ี ๖-๗ ตวั ๑๐) เครือ่ งปน ไฟ ๑๑) กระบองไฟ ๑๒) ไฟฉาย ๑๓) เสือ้ สะทอ นแสง ¢é¹Ñ μ͹¡Òû¯ºÔ μÑ Ô ๑. การประชุมชี้แจง ขั้นตอนน้ีเปนขั้นตอนที่หัวหนาผูควบคุมการตั้งจุดตรวจทําหนาที่ ในการอธิบาย ช้ีแจงรายละเอียดและขอมูลที่เก่ียวของกับการปฏิบัติงานใหผูปฏิบัติไดรับทราบ ในประเด็นตางๆ ดังนี้ ๑) นโยบาย ๒) ระเบียบ คําสง่ั และขอ กฎหมายท่เี ก่ียวของกบั การปฏิบตั หิ นาที่ ๓) เปา หมายในการต้ังจดุ ตรวจ ๔) บรเิ วณท่ตี ้งั จดุ ตรวจและหนาทร่ี ับผดิ ชอบของแตล ะนาย ๕) ฝกทบทวนทาสญั ญาณจราจรที่จาํ เปนในการปฏิบตั ิหนา ท่ี ๖) ตรวจสอบความพรอ มดานการแตง กายและความพรอ มดา นรา งกาย ๗) ตรวจสอบความพรอมดานวัสดุและอปุ กรณที่จําเปน ๒. การเลอื กสถานทตี่ งั้ จดุ ตรวจและรปู แบบการตง้ั จดุ ตรวจในขน้ั ตอนนี้ เจา หนา ทต่ี าํ รวจ ที่เกี่ยวของกับการต้ังจุดตรวจควรคํานึงถึงหลักในการเลือกสถานท่ีและรูปแบบการตั้งจุดตรวจ ทีเ่ หมาะสม ดังน้ี ๑) เลือกจุดตรวจโดยคํานึงถึงความปลอดภัยของเจาหนาท่ีผูปฏิบัติ ผูขับขี่ที่ถูก เรียกตรวจ รวมถึงผลกระทบโดยภาพรวมตอประชาชนผูใชรถใชถนน ตลอดจนประชาชนที่พักอาศัย อยใู นบรเิ วณใกลเคยี ง
๑๐๐ ๒) การตง้ั จดุ ตรวจตอ งดาํ เนนิ การตามรปู แบบทสี่ าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตกิ าํ หนดไว อยางเครงครัด ๓) เจาหนาที่ผูปฏิบัติงานตองจอดรถในลักษณะท่ีเปนระเบียบเรียบรอย มีความ ปลอดภัย ๔) บรเิ วณจดุ ตรวจควรมโี ตะ และเกา อใี้ นจาํ นวนทเ่ี หมาะสมสาํ หรบั เจา หนา ทที่ ท่ี าํ การ ทดสอบเพอ่ื ยนื ยนั ผลและเจา หนา ทที่ ที่ าํ หนา ทบี่ นั ทกึ การจบั กมุ รวมถงึ จดั ไวส าํ หรบั ผทู ถ่ี กู เรยี กใหต รวจ สาํ หรับการน่งั รอเพอ่ื ตรวจยนื ยันผล การรอบันทึกจับกมุ และรอการสง ตวั ไปยังสถานตี าํ รวจทอ งที่ ๓. การปฏบิ ตั หิ นา ทจ่ี ริง การปฏบิ ตั ิหนา ท่ขี องเจา หนา ทีต่ ํารวจในการตง้ั จดุ ตรวจเพอ่ื วดั ระดบั แอลกอฮอลของผูขบั ขี่ มีข้ันตอนทส่ี ําคัญ ดงั นี้ ๑) การเรยี กรถ ในการตง้ั จดุ ตรวจวดั แอลกอฮอลน น้ั บางครง้ั อาจมปี ญ หาดา นสภาพ การจราจรที่ไมคลองตัวมากนัก เจาหนาที่ตํารวจจําเปนตองทําการสุมตรวจยานพาหนะท่ีตองสงสัย โดยพจิ ารณาไดจ ากพฤตกิ รรมในการขบั ข่ี และลกั ษณะภายนอกของยานพาหนะทม่ี กี ารตกแตง เพมิ่ เตมิ ซ่ึงการสุมตรวจน้ีจําเปนตองอาศัยความเชี่ยวชาญจากเจาหนาท่ีที่มีประสบการณในการตั้งจุดตรวจ มาเปนเวลานาน ๒) การเปาทดสอบเบอ้ื งตน เมอ่ื ผขู บั ข่ถี กู เรยี กหยุดใหตรวจเจาหนา ท่ีท่ที าํ การเรียก หรืออาจเปนเจาหนาที่นายอ่ืนจะทําการตรวจวัดระดับแอลกอฮอลเบ้ืองตน โดยการขอใหผูขับขี่ให ความรว มมอื ในการตรวจวดั แอลกอฮอลน นั้ เจา หนา ทต่ี าํ รวจจะตอ งใชถ อ ยคาํ กริ ยิ าและวาจาทสี่ ภุ าพ รวมถงึ ไมส อ งไฟฉายไปยงั บรเิ วณใบหนา ของผขู บั ขโี่ ดยตรง หากผลการทดสอบเบอ้ื งตน ปรากฏวา ผขู บั ขี่ มรี ะดบั แอลกอฮอลใ นเลอื ดเกนิ อตั ราทกี่ ฎหมายกาํ หนด เจา หนา ทตี่ าํ รวจนายนน้ั จะแจง ใหผ ขู บั ขข่ี บั รถ เขาไปในจุดที่เตรียมไวและเชิญตัวผูขับข่ีไปยังบริเวณท่ีจัดเตรียมไวสําหรับการตรวจวัดเพ่ือยืนยันผล ตอไป ๓) การเปาทดสอบเพ่ือยืนยันผล ในขั้นตอนนี้เจาหนาที่ตํารวจระดับสัญญาบัตร จะทาํ หนา ทใ่ี นการตรวจวดั เพอ่ื ยนื ยนั ผล โดยมเี จา หนา ทร่ี ะดบั ชนั้ ประทวนเปน ผชู ว ย เจา หนา ทตี่ าํ รวจ จะช้ีแจงรายละเอียดในการตรวจวัด ขอ กฎหมาย บทลงโทษ ตลอดจนคาํ แนะนําใหผ ขู บั ขตี่ ระหนักถึง ความปลอดภยั บนทอ งถนน หากผลการตรวจวัดพบวา ผูขับขี่มรี ะดับแอลกอฮอลใ นเลือดไมเ กินอตั รา ท่ีกฎหมายกําหนด เจาหนาที่ผูปฏิบัติจะใหคําแนะนําเร่ืองการขับข่ีอยางปลอดภัย กอนปลอยผูขับข่ี คนนน้ั ไป ในทางกลบั กนั หากผลการตรวจวดั พบวา ผขู บั ขม่ี รี ะดบั แอลกอฮอลใ นเลอื ดเกนิ อตั ราทก่ี ฎหมาย กําหนด เจาหนา ทผ่ี ูปฏิบัตจิ ะทําบันทกึ จบั กมุ ทันที ๔) ทาํ บนั ทกึ จบั กมุ ขน้ั ตอนนเ้ี ปน ขน้ั ตอนสาํ หรบั การทาํ บนั ทกึ จบั กมุ ผขู บั ขที่ ม่ี รี ะดบั แอลกอฮอลเ กนิ อตั ราทก่ี ฎหมายกาํ หนด โดยเจา หนา ทตี่ าํ รวจระดบั ชน้ั ประทวนจะเปน ผชู ว ยนายตาํ รวจ ชัน้ สญั ญาบตั รในการเขยี นบนั ทึกจบั กมุ กอ นที่จะสง ตอใหเจา หนาท่ีตาํ รวจนายอนื่ นําผูถ กู จับกุมไปสง พนักงานสอบสวนของสถานตี ํารวจทองที่ตอไป
๑๐๑ ๕) นําสงพนักงานสอบสวน เม่ือทําบันทึกจับกุมผูขับขี่ท่ีมีระดับแอลกอฮอลเกิน อตั ราทก่ี ฎหมายกาํ หนดเรยี บรอ ยแลว เจา หนา ทตี่ าํ รวจทรี่ บั ผดิ ชอบการนาํ สง ตวั ผกู ระทาํ ความผดิ ไปยงั พนักงานสอบสวนของสถานีตํารวจในพ้ืนท่ี ทั้งน้ี ตองมีการจัดเตรียมยานพาหนะสําหรับการสงตัว ผูกระทําความผิดไวใหพรอม เจาหนาท่ีตํารวจตองมีความเขมงวด ไมปลอยใหผูกระทําความผิดขับข่ี ยานพาหนะสวนตัวไปยังสถานีตํารวจเองเด็ดขาด หากผูกระทําความผิดตองการนํารถไปดวย ตองทําการประสานครอบครัว ญาตหิ รอื เพ่ือนใหม านาํ รถไปแทน ๖) การทําบันทึกสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนของสถานีตํารวจทองที่รับตัว ผกู ระทาํ ความผดิ แลว จะทาํ การสอบสวนและสาํ นวนการสอบสวน สาํ หรบั เตรยี มการสง ฟอ งศาลภายใน เวลา ๔๘ ชัว่ โมง ๗) การคมุ ขงั และการประกันตัว ในกรณีทผ่ี กู ระทาํ ความผดิ ไมตองการถกู คมุ ขงั ณ สถานีตาํ รวจทอ งที่ ผูกระทาํ ความผิดสามารถไดรับการประกันตัวในวงเงนิ ๒๐,๐๐๐ บาท ไมเชน นัน้ จะตอ งถูกคุมขังที่สถานตี ํารวจทองที่กอ นท่ีจะถูกสงฟองศาลตอ ไป ๘) การสงฟอ งศาล พนักงานสอบสวนจะสงฟอ งศาลแขวงภายใน ๔๘ ช่วั โมง ๙) การตดิ ตามคดี เมอื่ การตดั สนิ คดสี นิ้ สดุ แลว หนว ยงานทท่ี าํ หนา ทจี่ บั กมุ จะตดิ ตาม ผลของคดี เพอื่ ประโยชนใ นการตดิ ตามและทาํ หนงั สอื ขอรบั สว นแบง เงนิ รางวลั นาํ จบั สาํ หรบั เจา หนา ท่ี ผปู ฏิบัติ ทั้งน้ีหนว ยปฏิบัตติ องทาํ หนงั สือไปยังศาลเพื่อขอรับเงนิ รางวัลนาํ จบั ภายใน ๖๐ วัน หลังจาก คดสี น้ิ สุด
๑๐๒ ¢¹éÑ μ͹¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪌¡®ËÁÒ “àÁÒáÅÇŒ ¢ºÑ ” àÃÕ¡μÃǨ พบแอลกอฮอล ไมพ บแอลกอฮอล ตรวจวดั ยืนยันผล ปลอ ยตัว เกินอัตราทกี่ ําหนด ไมเ กนิ อตั ราท่กี ําหนด ทาํ บนั ทกึ จับกุม ปลอ ยตวั นําสงพนกั งาน สอบสวน ควบคุมตัว ไมประกนั ตัว ประกันตัว คุมขงั กลับบาน สงฟอ งศาล
๑๐๓ ò) ¡Òúѧ¤ºÑ 㪌¡®ËÁÒÂ㹡ÒÃμÃǨ¨ºÑ ¼ÙŒ¢ºÑ ¢è·Õ äèÕ ÁÊ‹ ÇÁËÁÇ¡¹ÔÃÀÑ (ËÁÇ¡¡¹Ñ ¹Íç ¡) ตามทร่ี ฐั บาลประกาศใหป ญ หาอบุ ตั เิ หตทุ างถนนเปน “วาระแหง ชาต”ิ และตง้ั เปา หมาย ท่จี ะลดการเสียชวี ิตลงครึ่งหน่งึ เมอ่ื ถึงป ๒๕๖๓ มาตรการสําคญั ท่ีตองเรงผลักดันเปนอนั ดับแรก คือ การสง เสรมิ ใหผูขบั ขแี่ ละซอ นทา ยรถจกั รยานยนตสวมหมวกนริ ภยั ๑๐๐ เปอรเซน็ ต ¢ÍŒ ¡®ËÁÒ·àÕè ¡ÕÂè Ç¢ŒÍ§ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๒๒ (๑) กําหนดวา “ผขู บั ขรี่ ถจกั รยานยนต และคนโดยสารรถจกั รยานยนต ตอ งสวมหมวกทจี่ ดั ทาํ ขนึ้ โดยเฉพาะเพอ่ื ปอ งกนั อนั ตรายในขณะขบั ขี่ และโดยสารรถจกั รยานยนต. ..” วรรคสอง “ลกั ษณะและวธิ กี ารใชห มวกเพอ่ื ปอ งกนั อนั ตรายตามวรรคหนง่ึ ใหเ ปน ไปตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง” และวรรคสาม บทบญั ญตั ติ ามมาตรานี้ มิใหใชบังคับแกภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช หรือผูนับถือลัทธิศาสนาอื่นใดท่ีใชผาโพกศีรษะตาม ประเพณีนิยมนั้น หรือบุคคลใดท่กี ําหนดในกฎกระทรวง” บทกําหนดโทษอยูในมาตรา ๑๔๘ “ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๒๒ ตองระวางโทษปรับไมเกนิ หา รอ ยบาท” กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ไดก าํ หนดรายละเอยี ดเกย่ี วกบั หมวกนริ ภยั ไว ดงั นี้ ËÁÇ¡¹ÃÔ ÀÂÑ หมายความวา หมวกทจี่ ดั ทาํ ขน้ึ โดยเฉพาะเพอ่ื ปอ งกนั อนั ตรายในขณะ ขบั ขีแ่ ละโดยสารรถจกั รยานยนต โดยหมวกนิรภัยใหใ ชได ๓ แบบ คือ ๑) หมวกนิรภัยแบบปดเต็มหนา คือ หมวกนิรภัยที่เปลือกหมวกเปนรูปทรงกลม ปด ดานขา ง ดา นหลงั ขากรรไกร และคาง ในกรณที ่มี บี ังลม บังลมตองทําจากวัสดุโปรงใสและไมม สี ี ๒) หมวกนริ ภยั แบบเตม็ ใบ คอื หมวกนริ ภยั ทเ่ี ปลอื กหมวกเปน รปู ทรงกลมปด ดา นขา ง และดานหลังเสมอแนวขากรรไกรและตนคอดานหลัง ดานหนาปดเหนือค้ิวลงมาตลอดถึงปลายคาง ในกรณที มี่ ีบังลม บังลมตองทาํ จากวสั ดโุ ปรงใสและไมม สี ี ๓) หมวกนิรภัยแบบคร่ึงใบ คือ หมวกนิรภัยท่ีเปลือกหมวกเปนรูปครึ่งทรงกลม ปดดานขางและดานหลังเสมอระดับหู ในกรณีท่ีมีบังลม บังลมตองทําจากวัสดุโปรงใสและไมมีสี ในขณะขบั ขห่ี รอื โดยสารรถจกั รยานยนต ผขู บั ขแี่ ละคนโดยสารตอ งสวมหมวกนริ ภยั โดยจะตอ งรดั คางดว ย สายรดั คางหรอื เขม็ ขดั รดั คางใหแ นน พอทจ่ี ะปอ งกนั มใิ หห มวกนริ ภยั หลดุ จากศรี ษะไดห ากเกดิ อบุ ตั เิ หตุ ปจจบุ ันยงั มีผูข ับขท่ี ่สี วมหมวกนิรภัยยังมจี าํ นวนนอย เจา หนาที่กไ็ มส ามารถกวดขนั บงั คบั ใชต ามกฎหมายได จงึ ตอ งรณรงคใ หม ากขนึ้ ซง่ึ เจา หนา ทข่ี องรฐั จะตอ งทาํ ตวั เปน ตวั อยา ง นอกจากน้ี รฐั บาลจะเรง สง เสรมิ ความรว มมอื กบั ภาคเอกชน ผปู ระกอบการใหด าํ เนนิ การตามกฎหมาย และจะรว มมอื กับสถาบันการศึกษารวมรณรงคสวมหมวกนิรภัย การประสานภาคเอกชนผลิตหมวกนิรภัยในราคาที่ เหมาะสม การสญู เสียทเี่ กดิ ขนึ้ จํานวนมากเกิดขึ้นจากพฤตกิ รรมของตนเอง ซึ่งถาสามารถทําใหทกุ คน ตระหนกั กจ็ ะทาํ ใหเ กดิ การตนื่ ตวั ใหค วามรว มมอื กบั การรณรงค ซง่ึ การเรมิ่ ตน จากการสวมหมวกนริ ภยั นั้นเอง
๑๐๔ ó) ¡Òúѧ¤ÑºãªŒ¡®ËÁÒÂ㹡ÒÃนําö·èÕÁÕÊÀÒ¾äÁ‹ÁÑ蹤§á¢ç§áÃ§Ï ÁÒ㪌㹷ҧ (ÁÍàμÍÃ䫤ä Á»‹ ÅÍ´ÀÑÂ) ตามพระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กาํ หนดไวใ นมาตรา ๖ วา “หา มมใิ ห ผใู ดนาํ รถทมี่ สี ภาพไมม นั่ คงแขง็ แรง หรอื อาจเกดิ อนั ตราย หรอื อาจทาํ ใหเ สอ่ื มเสยี สขุ ภาพอนามยั แกผ ใู ช คนโดยสาร หรือประชาชนมาใชในทางเดินรถ รถท่ีใชในทางเดินรถ ผูขับข่ีตองจัดใหมีเครื่องยนต เครื่องอุปกรณและหรือสวนควบที่ครบถวนตามกฎหมายวาดวยรถยนต กฎหมายวาดวยการขนสง กฎหมายวาดวยลอเลอ่ื น กฎหมายวา ดวยรถลาก หรอื กฎหมายวาดวยรถรับจา งและใชก ารไดด ”ี พระราชบญั ญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕ ใหร ฐั มนตรวี า การกระทรวงคมนาคม รกั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ แ้ี ละใหม อี าํ นาจแตง ตง้ั นายทะเบยี นและผตู รวจการ กบั ออกกฎกระทรวง กําหนดในเร่ืองดังตอไปน้ี …(๒) เครื่องอุปกรณสําหรับรถและการใชเคร่ืองอุปกรณดังกลาว เชน โคมเคร่ืองมองหลัง แตร เครื่องระงับเสียง ทอไอเสีย เคร่ืองสัญญาณไฟ เครื่องปดน้ําฝน และเครื่องอุปกรณอ ่ืนท่ีจาํ เปน มาตรา ๑๒ รถใดที่จดทะเบยี นแลว หากปรากฏในภายหลงั วา รถน้นั มีสว นควบหรอื เคร่ืองอุปกรณสําหรับรถไมครบถวนถูกตองตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง หรือเพ่ิมส่ิงใดส่ิงหนึ่งเขาไป ซ่ึงอาจกอใหเกิดอันตรายแกรางกาย หรือจิตใจของผูอื่น หามมิใหผูใดใชรถน้ัน จนกวาจะจัดใหมี ครบถว นถกู ตองหรอื เอาออกแลว มีอตั ราโทษตามมาตรา ๖๐ ผูใ ดฝา ฝน หรือไมป ฏิบัติตามมาตรา ๑๒ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กนิ สองพนั บาท และมาตรา ๑๔ รถใดทจ่ี ดทะเบยี นแลว หา มมใิ หผ ใู ดเปลย่ี นแปลง ตัวรถหรือสว นใดสวนหน่ึงของรถใหผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว และใชร ถนน้ั เวน แตเ จา ของรถ นาํ ไปใหน ายทะเบียนตรวจสภาพกอน โทษตามมาตรา ๕๘ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏบิ ตั ิตามกฎกระทรวง ออกตามมาตรา ๑๔ ตองระวางโทษปรบั ไมเกนิ หนงึ่ พันบาท กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๒๒ ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ กําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณสวนควบของรถจักรยานยนตในขอ ๖ รถจักรยานยนตตองมี เคร่ืองอุปกรณสําหรับรถ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) โคมไฟดังตอไปนี้ ที่มีกําลังไฟและความสองสวางตามท่ีกรมการขนสงทางบก ประกาศกําหนด (ก) โคมไฟแสงพงุ ไกล สขี าวหรอื เหลอื งออ น จาํ นวนไมเ กนิ ๒ ดวง ตดิ ทกี่ ง่ึ กลาง หนา รถ สูงจากผิวทางไมนอยกวา ๕๐ ซม. แตไมเกิน ๑.๒๐ เมตร ในกรณที ม่ี ี ๒ ดวง ตองติดอยูใน ระดับเดียวกันและหางจากแนวก่ึงกลางหนารถเทากันท้ังสองขาง โคมไฟทุกดวงตองใหแสงสีเดียวกัน โคมไฟแสงพงุ ไกลจะใหแ สงสวา งไดเ ฉพาะในขณะทโ่ี คมไฟทา ยใหแ สงสวา งดว ยเทา นน้ั เวน แตเ ปน การ ใหแ สงสญั ญาณชวั่ ขณะ (ข) โคมไฟแสงพงุ ตาํ่ แสงขาวหรอื เหลอื งออ น ใหแ สงสเี ดยี วกบั โคมไฟแสงพงุ ไกล จํานวนไมเกนิ ๒ ดวง ติดที่ก่งึ กลางหนา รถ สงู จากผวิ ทางไมน อ ยกวา ๕๐ ซม. แตไมเ กิน ๑.๒๐ เมตร
๑๐๕ ในกรณีที่มี ๒ ดวง ตองติดอยูในระดับเดียวกันและหางจากแนวกึ่งกลางหนารถเทากันท้ังสองขาง โคมไฟแสงพุงต่ําจะใหแสงสวา งไดเฉพาะในขณะทีโ่ คมไฟทายใหแสงสวา งดวยเทา นน้ั (ค) โคมไฟเลี้ยว ชนิดใชไฟกะพรบิ แสงเหลอื ง ตดิ ทีด่ า นหนา จํานวน ๒ ดวง และแสงเหลืองหรือแดง ติดที่ดานทาย จํานวน ๒ ดวง โดยใหติดไวที่ขางซายและขางขวา โคมไฟ ทกุ ดวงทตี่ ดิ ทดี่ า นทา ยตอ งใหแ สงสเี ดยี วกนั แตล ะดา นทตี่ ดิ อยใู นระดบั เดยี วกนั สงู จากผวิ ทางไมน อ ยกวา ๓๕ ซม. แตไมเกิน ๑.๒๐ เมตร โคมไฟเลีย้ วทกุ ดวงทอ่ี ยขู า งเดียวกนั ตองกะพริบพรอมกันในขณะทร่ี ถ ใหส ัญญาณเล้ยี ว (ง) โคมทา ย แสงแดง จํานวนไมเกิน ๒ ดวง ติดอยทู กี่ ่ึงกลางทา ยรถในระดับ เดียวกัน สูงจากผิวทางไมน อ ยกวา ๓๕ ซม. แตไ มเ กนิ ๑.๒๐ เมตร (จ) โคมไฟหยุด แสงแดง จํานวนไมเกิน ๒ ดวง ติดอยูที่ก่ึงกลางทายรถ ในระดบั เดียวกัน สงู จากผวิ ทางไมน อ ยกวา ๓๕ ซม. แตไมเ กิน ๑.๒๐ เมตร โคมไฟหยดุ ถารวมอยูใน โคมไฟทายจะตองมีความสวางมากกวาความสวางของโคมไฟทายนั้น และจะใหแสงสวางไดเฉพาะ ในขณะที่ใชห า มลอ เทา นั้น (ฉ) โคมไฟสอ งปา ยทะเบยี น แสงขาว จาํ นวนไมเ กนิ ๒ ดวง ตดิ อยดู า นบน ดา นลา ง หรือดานขางของแผนปายทะเบียนรถ มีความสวางสามารถอานปายทะเบียนรถไดชัดเจนในระยะ ไมนอยกวา ๒๐ เมตร จากทา ยรถ และตอ งมที ี่บังมิใหแสงพุงไปทางทายรถ โคมไฟสองปายทะเบยี น ตองใหแ สงสวางพรอมกบั โคมไฟทาย (๒) แผน สะทอ นแสงสแี ดง มลี กั ษณะตามทก่ี าํ หนดไวใ นขอ ๒ (๒) ตดิ ทกี่ งึ่ กลางทา ยรถ สูงจากผิวทางไมนอยกวา ๓๕ ซม. แตไมเกิน ๙๐ ซม. สามารถสะทอนแสงเห็นไดในเวลากลางคืน ในระยะไมนอยกวา ๑๕๐ เมตร (๓) เคร่ืองมองหลัง ซ่ึงเปนกระจกเงา จํานวน ๒ ชุด ติดอยูในระดับเดียวกัน ท่ีดานซายและดานขวา และหางจากแนวกึ่งกลางหนารถเทากันทั้งสองขาง ในที่ที่ผูขับรถสามารถ มองเห็นภาพจากการจราจรดา นขางและดา นหลงั ไดท ุกขณะอยา งชัดเจน (๔) หา มลอ ทีใ่ ชก ารไดดี (๕) แตร ชนดิ เสียงเดยี ว ทดี่ ังพอสมควร (๖) ทอไอเสียพรอมดวยเครื่องระงับเสียง เฉพาะรถจักรยานยนตท่ีใชเคร่ืองยนต แบบสนั ดาปภายใน (๗) เครื่องวดั ความเร็ว ทีใ่ ชก ารไดด ี และตองมแี สงสวา งทาํ ใหสามารถอา นความเร็ว ของรถในเวลากลางคนื ได และขอ ๗ กําหนดวารถจักรยานยนตอาจมีเคร่ืองอุปกรณอ่ืนสําหรับรถได ภายใต เง่ือนไข ดงั ตอไปนี้
๑๐๖ (๑) โคมไฟหรแี่ สงขาวหรอื เหลอื งออ น ทม่ี กี าํ ลงั ไฟและความสอ งสวา งตามทกี่ รมการ ขนสง ทางบกประกาศกาํ หนด จาํ นวนไมเ กนิ ๒ ดวง ตดิ อยูกง่ึ กลางหนา รถในกรณีท่มี ี ๒ ดวง ตอ งอยู ในระดบั เดยี วกัน สูงจากผวิ ทางไมน อยกวา ๓๕ ซม. แตไ มเ กนิ ๑.๒๐ เมตร โคมไฟทุกดวงตองใหแ สง สเี ดยี วกนั โคมไฟหร่จี ะใหแสงสวา งไดเ ฉพาะ ในขณะที่โคมไฟทา ยใหแ สงสวางดว ยเทาน้ัน (๒) โคมไฟอน่ื นอกจากท่กี ําหนดไวในขอนี้ และขอ ๖ (๑) ถา จะนํามาใชตอ งเปน ไป ตามท่กี รมการขนสงทางบกใหความเหน็ ชอบ ¡Òúѧ¤Ñºãª¡Œ ®ËÁÒ อํานาจของเจาพนักงานจราจรหรือพนักงานเจาหนาท่ีในการส่ังใหผูขับขี่หยุดรถท่ีมี สภาพไมถ ูกตอ ง หรอื รถทม่ี ีผูข บั ข่ีฝา ฝน ไมปฏิบตั ติ ามกฎจราจร มาตรา ๑๔๒ “มาตรา ๑๔๒ เจา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งานเจา หนา ทม่ี อี าํ นาจสง่ั ใหผ ขู บั ขห่ี ยดุ รถ ในเมอื่ (๑) รถนั้นมสี ภาพไมถ ูกตองตามที่บัญญตั ิไวในมาตรา ๖ (๒) เห็นวาผูขับขี่หรือบุคคลใดในรถน้ันไดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทแหงพระราช บญั ญตั ินห้ี รือกฎหมายอันเกย่ี วกับรถน้นั ๆ…” â·É ฝาฝนคําส่ังเจาพนักงานจราจรหรือพนักงานเจาหนาที่ ตามมาตรา ๑๔๒ วรรคหนึง่ หรอื ๑๔๒ วรรคสอง ถาไมเปน ความผดิ ทีก่ ําหนดไวแ ลวตามมาตรานี้ ตองระวางโทษปรับ ครง้ั ละไมเกินหนง่ึ พันบาท (มาตรา ๑๕๔) อํานาจของเจาพนักงานจราจรหรือพนักงานเจาหนาท่ีในการส่ังใหผูขับข่ีรถหยุดรถ ตามมาตรา ๑๔๒ มีดังตอ ไปนี้ (๑) ผขู บั ขน่ี าํ รถทม่ี สี ภาพไมม นั่ คงแขง็ แรงหรอื อาจเกดิ อนั ตรายหรอื อาจทาํ ใหเ สอ่ื มเสยี สขุ ภาพอนามยั ผใู ช คนโดยสารหรอื ประชาชน หรอื รถทมี่ เี ครอื่ งยนต เครอื่ งอปุ กรณ และหรอื สว นควบ ไมค รบตามกฎหมายวาดว ยประเภทรถนั้นๆ มาใชในทางเดินรถ (มาตรา ๖) “มาตรา ๖ หา มมิใหผูใดนํารถทมี่ สี ภาพไมม่ันคงแขง็ แรง หรืออาจเกดิ อนั ตรายหรือ อาจทาํ ใหเ สื่อมเสยี สุขภาพอนามัยแกผูใช คนโดยสารหรือประชาชนมาใชใ นทางเดนิ รถ รถทใี่ ชใ นทางเดนิ รถ ผขู บั ข่ีตองจัดใหม เี ครื่องยนต เคร่ืองอปุ กรณและหรือสว นควบ ทีค่ รบถวนตามกฎหมายวา ดว ยรถยนต กฎหมายวาดวยการขนสง กฎหมายวา ดวยลอเลือ่ น กฎหมาย วา ดว ยรถลาก หรือกฎหมายวาดว ยรถจาง และใชการไดดี สภาพของรถที่อาจทําใหเส่ือมเสียสุขภาพอนามัยตามวรรคหน่ึงและวิธีการทดสอบ ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑแ ละวิธกี ารทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง” สาเหตุหนึ่งท่ีทําใหเกิดอุบัติเหตุทางการจราจร เกิดจากรถที่ผูขับขี่นํามาขับในทาง มีสภาพไมม ัน่ คง แข็งแรง เครอ่ื งยนตเสื่อมสภาพ อุปกรณชํารดุ
๑๐๗ ô) ¡Òú§Ñ ¤ÑºãªŒ¡®ËÁÒ¡óÕทเ่ี กีย่ วของกบั ใบอนญุ าตขับรถ (㺢Ѻ¢Õ)è กฎหมายจราจรที่มีบทบัญญัติเกี่ยวของกับเรื่องใบอนุญาตขับข่ีนั้นมี ๓ ฉบับ คือ พระราชบญั ญัตริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบญั ญัติขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราช บัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยแบงเปน ประเดน็ ตางๆ ดังนี้ º·ºÑÞÞÑμÔ·Õèà¡ÕÂè Ç¡ºÑ ãºÍ¹ØÞÒμ¢ÑºÃ¶ ตามพ.ร.บ.รถยนต ๒๕๒๒ ตามพ.ร.บ.รถยนต ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ ไดกําหนดชนิดของใบอนุญาต¢ÑºÃ¶ ầ‹ Í͡໚¹ ññ ª¹Ô´´Ñ§¹éÕ ชนิดที่ ๑ ใบอนญุ าตขบั รถชัว่ คราว - ใบอนญุ าตขบั รถยนตสว นบคุ คลชวั่ คราว - ใบอนญุ าตขบั รถยนตส ามลอสว นบคุ คลชว่ั คราว - ใบอนุญาตขับรถจกั รยานยนตสว นบคุ คลช่ัวคราว ชนิดท่ี ๒ ใบอนญุ าตขบั รถยนตส ว นบุคคล ชนดิ ที่ ๓ ใบอนุญาตขบั รถยนตสาธารณะ ชนดิ ท่ี ๔ ใบอนุญาตขบั รถยนตสามลอสว นบุคคล ชนดิ ท่ี ๕ ใบอนุญาตขับรถยนตส ามลอสาธารณะ ชนดิ ที่ ๖ ใบอนุญาตขบั รถจักรยานยนตสว นบคุ คล ชนดิ ท่ี ๗ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตส าธารณะ ชนดิ ท่ี ๘ ใบอนญุ าตขับรถบดถนน ชนดิ ที่ ๙ ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร ชนดิ ที่ ๑๐ ใบอนญุ าตขับรถชนิดอ่ืนนอกจาก (๑) ถึง (๙) ขนิดที่ ๑๑ ใบอนญุ าตขบั รถตามความตกลงระหวา งประเทศทป่ี ระเทศไทยเปน ภาคี ใบอนุญาตขับรถตาม ๑ ใชสําหรับขับรถยนตบริการใหเชา เฉพาะในกรณีที่ผูขับรถ เปนผูเชาไดดวย ใบอนุญาตขับรถตาม ๒ ใชสําหรับขับรถยนตบริการใหเชาไดดวย ใบอนุญาตขับรถ ตาม ๔ ใชสําหรับขับรถยนตบริการและใชแทนใบอนุญาตขับรถตาม ๒ ไดดวย ใบอนุญาตขับรถ ตาม ๕ ใชแ ทนใบอนญุ าตขบั รถตาม ๓ ไดดว ย และใบอนุญาตขบั รถตาม ๗ ใชแทนใบอนุญาตขับรถ ตาม ๖ ไดดวย นอกน้นั ใชแทนกนั ไมไ ด นอกจากน้ี มาตรา ๔๓ ทวิ ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถในประเภทการขนสง ประจําทาง การขนสง ไมป ระจาํ ทางหรอื การขนสง โดยรถขนาดเลก็ ตามกฎหมายวา ดว ยการขนสง ทางบก ใหใ ชแ ทน ใบอนญุ าตขับรถยนตสวนบคุ คลตามมาตรา ๔๓ (๒) และใบอนุญาตขบั รถยนตส าธารณะตามมาตรา ๔๓ (๔) ได ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถในประเภทการขนสง สว นบคุ คล ตามกฎหมายวา ดว ยการขนสง ทางบกใหใชแ ทนใบอนญุ าตขับรถยนตสวนบุคคลตามมาตรา ๔๓ (๒) ได
๑๐๘ ¤³Ø ÊÁºÑμ¢Ô ͧ¼Œ»Ù ÃÐʧ¤¢ ÍãºÍ¹ÞØ Òμ¢ºÑ ¢èÕ มาตรา ๔๖ พระราชบญั ญตั ริ ถยนต บญั ญตั วิ า ผขู อใบอนญุ าตขบั รถตามมาตรา ๔๓ (๑) ตอ งมคี ณุ สมบัตแิ ละไมม ลี ักษณะตอ งหาม ดังตอไปน้ี (๑) มีอายุไมตํ่ากวาสิบแปดปบริบูรณ แตถาเปนผูขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต ช่ัวคราว สําหรับรถจักรยานยนตความจุกระบอกสูบขนาดไมเกินหนึ่งรอยสิบลูกบาศกเซนติเมตร ตอ งมีอายไุ มต ่าํ กวา สิบหา ปบรบิ รู ณ (๒) มคี วามรูและความสามารถในการขับรถ (๓) มีความรูในขอบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติน้ีและตามกฎหมายวาดวย การจราจรทางบก ในมาตรา ๔๖ น้ี เปนการกําหนดคุณสมบัติของผูที่จะขอใบอนุญาตขับรถยนต สว นบคุ คล รถยนตส ามลอ สว นบคุ คล หรอื รถจกั รยานยนตช ว่ั คราว ตามมาตรา ๔๓ (๑) โดยกาํ หนดอายุ วา จะตอ งมอี ายไุ มต า่ํ กวา ๑๘ ปบ รบิ รู ณน นั้ แสดงวา รฐั ยอ มเหน็ วา บคุ คลทมี่ อี ายตุ าํ่ กวา ๑๘ ปบ รบิ รู ณน น้ั ยงั ไมม วี ฒุ ภิ าวะมากพอทจี่ ะควบคมุ ยานพาหนะและขบั ขย่ี านพาหนะอยา งปลอดภยั ได และยงั กาํ หนด ใหบ ุคคลผูท่จี ะขอใบอนญุ าตขับข่จี ะตอ งมคี วามรคู วามสามารถในการขับรถ และมคี วามรูในขอ บังคับ การเดนิ รถ โดยผูขอใบอนญุ าตขับขี่จะตอ งผา นการอบรมกฎหมายจราจร และผานการทดสอบความรู ในการขบั ขแ่ี ละกฎหมายจราจรทีเ่ ก่ียวของในขั้นตอนการสอบใบขับขี่ นอกจากบุคคลท่ีขอใบอนุญาตขับข่ีจะตองมีคุณสมบัติครบถวนตามที่บัญญัติไว ขางตนแลว บุคคลผขู อใบอนญุ าตขับข่ีจะตอ งไมม ลี กั ษณะตอ งหา ม ตามที่ตามในมาตรา ๔๖ (๑)–(๘) พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงไดบัญญัติไววา ผูขอใบอนุญาตขับข่ีตามมาตรา ๔๓ (๑) จะตองไมมลี ักษณะตอ งหามดังตอไปนี้ (๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดปบริบูรณ แตถาเปนผูขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต สวนบุคคลช่ัวคราว สําหรับรถจักรยานยนตท่ีมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันไมเกินที่กําหนด ในกฎกระทรวง ตองมีอายุไมต า่ํ กวาสิบหา ปบริบรู ณ (๒) มคี วามรูและความสามารถในการขบั รถ (๓) มคี วามรูในขอ บงั คบั การเดนิ รถตามพระราชบัญญัตนิ ้ี และตามกฎหมายวา ดวย การจราจรทางบก (๔) ไมเ ปนผูม รี างกายพกิ ารจนเปน ที่เห็นไดว าไมสามารถขับรถได (๕) ไมม โี รคประจาํ ตวั ทผ่ี ปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรมเหน็ วา อาจเปน อนั ตรายขณะขบั รถ (๖) ไมเปน บุคคลวกิ ลจริตหรอื จิตฟน เฟอน (๗) ไมม ีใบอนญุ าตขับรถชนดิ เดียวกันอยแู ลว (๘) ไมเ ปน ผอู ยูในระหวา งถกู ยดึ หรอื เพิกถอนใบอนญุ าตขบั รถ
๑๐๙ ¡ÒâÍÁÕãºÍ¹ØÞÒμ¢Ñº¢Õè มาตรา ๔๕ พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติวา ผูใดประสงคจะขอ ใบอนุญาตขบั รถ ตองเปน ผูมีคณุ สมบตั แิ ละไมมลี ักษณะตองหามตามพระราชบัญญตั ิน้ี และยน่ื คําขอ ตอนายทะเบียนแหง ทอ งท่ีท่ตี ามทมี่ ภี ูมลิ ําเนาหรอื มถี ิ่นที่อยู” การขอมีใบอนุญาตขับขี่จึงตองทําการย่ืนคําขอตอนายทะเบียนแหงทองที่ ซึ่งนายทะเบียนตามมาตรา ๔ พระราชบัญญัติรถยนตมีความหมายวา ขาราชการซึ่งรัฐมนตรีวาการ กระทรวงคมนาคม แตงตั้งใหเปนนายทะเบียน การออกใบอนุญาตขับขี่นั้นจึงเปนอํานาจของ กรมการขนสง ทางบก กระทรวงคมนาคม โดยกาํ หนดใหห ากผใู ดประสงคจ ะขอใบอนญุ าตขบั รถกส็ ามารถ ขอใบอนุญาตไดท่ีสํานักงานขนสงจังหวัด ไดทุกจังหวัด เน่ืองจากกรมการขนสงทางบกไดมีการแบง สวนราชการเปนสํานักงานขนสงสวนภูมิภาค ๑๒ ภูมิภาค และแบงสวนราชการเปนสํานักงานขนสง จงั หวดั มนี ายทะเบียนประจาํ อยูทกุ จงั หวัด ÊÃØ» การขอมีใบอนุญาตขับข่ีน้ันนอกจากจะตองย่ืนคําขอตอนายทะเบียนแลว ผยู นื่ คาํ ขอยงั จะตอ งมคี ณุ สมบตั คิ รบถว น ไมม ลี กั ษณะตอ งหา มตามพระราชบญั ญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ และตองมีการทดสอบความรูความสามารถในการขับรถตามกฎหมายจราจรเสียกอน นายทะเบียน จึงจะสามารถออกใบอนุญาตขับข่ีใหไดซึ่งกรมการขนสงทางบก ไดแบงการทดสอบการขับรถยนต และรถจักรยานยนตเปน ๓ ขั้นตอน คือ ๑) การทดสอบสมรรถภาพของรางกาย ๒) การทดสอบ ขอเขยี น และ ๓) การทดสอบขบั รถ ÍÒÂ¢Ø Í§ãºÍ¹ØÞÒμ¢Ñº¢èÕ พ.ร.บ.รถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ มผี ลใชต ง้ั แต ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ เปน ตน ไป ไดกาํ หนดอายขุ องใบอนญุ าตขบั ขไ่ี วในมาตรา ๔๔ ดังนี้ ๑) ยกเลกิ การออกใบอนญุ าตขบั รถตลอดชพี เวน แตผ ไู ดร บั อยกู อ นแลว สามารถใช ตอ ไปได ๒) กาํ หนดใบอนญุ าตขบั รถช่ัวคราว มีอายุ ๒ ป ๓) กําหนดใหใบอนุญาตขับรถดังตอไปน้ี มีอายุ ๕ ป นับแตวันออกใบอนุญาต ขบั รถ คอื ๓.๑) ใบอนุญาตขับรถยนตส ว นบุคคล ๓.๒) ใบอนญุ าตขับรถยนตสามลอ สว นบุคคล ๓.๓) ใบอนุญาตขับรถจกั รยานยนต ๓.๔) ใบอนญุ าตขับรถบดถนน ๓.๕) ใบอนญุ าตขับรถแทรกเตอร ๓.๖) ใบอนญุ าตขบั รถชนดิ อืน่ ตามมาตรา ๔๓ (๙)
๑๑๐ ๔) กาํ หนดใหใ บอนญุ าตขบั รถยนตส าธารณะ และใบอนญุ าตขบั รถสามลอ สาธารณะ มอี ายุ ๓ ป นบั แตว นั ออกใบอนญุ าต และลดอายขุ องผรู บั ใบอนญุ าตจากเดมิ อายไุ มต า่ํ กวา ๒๕ ปบ รบิ รู ณ เปนอายุไมต ่ํากวา ๒๒ ปบ ริบูรณ ๕) กาํ หนดใหว ันครบกําหนดใบอนุญาต ซึ่งไมตรงกับวนั ครบรอบวนั เกดิ ของผูไดร บั ใบอนญุ าตขับรถ ใหข ยายตอ ไปจนถงึ วนั ครบรอบวันเกดิ ของผูไดรบั ใบอนญุ าตขบั รถในปน น้ั หรือในป ถดั ไปแลว แตก รณี โดยใหถ อื วา วนั ครบรอบวนั เกดิ เปน วนั ทใ่ี บอนญุ าตขบั รถครบกาํ หนดอายุ สว นกรณี ทผ่ี ไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั รถเกดิ ในวนั ที่ ๒๙ กมุ ภาพนั ธ และในปท ใี่ บอนญุ าตขบั รถครบกาํ หนดอายุ ไมม ี วนั ท่ี ๒๙ กุมภาพนั ธ ใหถ ือเอาวนั ที่ ๒๘ กุมภาพันธ เปน วนั ครบรอบวันเกิด การขอตออายุใบอนุญาตขับรถ และการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงอื่ นไขทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง ¡Ã³Õ¼Œ¢Ù Ѻö໚¹ªÒÇμ‹Ò§´ŒÒÇ พระราชบญั ญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๒ วรรค ๒ ไดก ําหนดไววา ในกรณี ท่ีผูขับรถเปนคนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวตามกฎหมายวาดวย คนเขา เมอื ง ผขู บั รถซงึ่ เปน คนตา งดา วนน้ั จะใชใ บอนญุ าตขบั รถตามมาตรา ๔๒ ทวิ ขบั รถในราชอาณาจกั ร ก็ได และในกรณีนี้จะตองมีใบอนุญาตขับรถดังกลาวพรอมดวยเอกสารตามที่ระบุไวในอนุสัญญาและ หรอื ความตกลงทมี่ อี ยรู ะหวา งรฐั บาลไทยกบั รฐั บาลของประเทศนนั้ ๆ เพอื่ แสดงตอ เจา พนกั งานไดท นั ที มาตรา ๔๒ ทวิ ในกรณีที่มีความตกลงระหวางรัฐบาลไทยและรัฐบาลตางประเทศ วาดวยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซึ่งกันและกัน คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยู ในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง และมีใบอนุญาตขับรถที่ออก โดยพนักงานเจาหนาที่หรือสมาคมยานยนตที่ไดรับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศท่ีมีความตกลง ดงั กลา วกบั รัฐบาลไทย อาจใชใ บอนุญาตขับรถของประเทศน้นั ขบั รถในราชอาณาจักรไดต ามประเภท และชนิดของรถที่ระบุไวในใบอนุญาตขับรถนั้น แตตองปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลง ที่มีอยูระหวางรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้นๆ และตามบทบัญญัติท้ังหลายในสวนท่ีเกี่ยวกับ หนา ท่ขี องผูขับรถตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ อํา¹Ò¨¢Í§¾¹¡Ñ §Ò¹à¨ÒŒ ˹Ҍ ·Õè มาตรา ๔๒ พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติวา “ผูขับรถตองไดรับ ใบอนุญาตขับรถ และตองมีใบอนุญาตขับรถและสําเนาภาพถายใบคูมือจดทะเบียนรถในขณะขับ หรือควบคุมผฝู กหดั ขับรถเพื่อแสดงตอเจา พนักงานไดทันที เวนแตผูฝ กหดั ขบั รถยนตตามมาตรา ๕๗” มาตรา ๖๔ ผใู ดขบั รถโดยไมไ ดร บั ใบอนญุ าตขบั รถ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนง่ึ เดอื น หรอื ปรบั ไมเกินหน่งึ พนั บาท หรือท้ังจําท้ังปรบั มาตรา ๖๕ ผใู ดขบั รถเมอื่ ใบอนญุ าตขบั รถสน้ิ อายหุ รอื ระหวา งถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าต ขบั รถหรอื ถกู ยดึ ใบอนญุ าตขบั รถ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กนิ สองพันบาท
๑๑๑ มาตรา ๖๖ ผูใดขับรถโดยไมแสดงใบอนุญาตขับรถ และสําเนาภาพถายใบคูมือ จดทะเบียนรถตามมาตรา ๔๒ ตอ งระวางโทษปรับไมเ กนิ หนงึ่ พันบาท บทบัญญัตทิ เี่ กี่ยวกับใบอนญุ าตขบั รถ μÒÁ ¾.Ã.º.¢¹Ê‹§·Ò§º¡ òõòò μÒÁ ¾.Ã.º.¢¹Ê‹§·Ò§º¡ òõòò ไดบัญญัติขอกําหนดที่เก่ียวของกับผูขับรถไว ในหมวด ๗ ผปู ระจํารถ มีดังน้ี มาตรา ๙๒ ผูประจาํ รถ ไดแ ก (๑) ผูขบั รถ (๒) ผเู ก็บคา โดยสาร (๓) นายตรวจ (๔) ผบู ริการตามทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๔ ใบอนุญาตสําหรบั ผูประจาํ รถ มี ๔ ประเภท คือ (ñ) ãºÍ¹ØÞÒμ໚¹ ¼Œ¢Ù ºÑ ö (๒) ใบอนญุ าตเปนผเู กบ็ คาโดยสาร (๓) ใบอนุญาตเปน นายตรวจ (๔) ใบอนญุ าตเปนผบู รกิ าร ใบอนุญาตแตละประเภทจะใชสับเปลี่ยนกันไมได เวนแตใบอนุญาตประเภทที่ (๑) ใบอนญุ าตเปนผขู ับรถ ประเภทที่ (๓) ใบอนญุ าตเปนนายตรวจ และประเภทท่ี (๔) ใบอนญุ าตเปน ผูบ ริการ ใชเ ปนใบอนญุ าตประเภทที่ (๒) ใบอนญุ าตเปน ผูเก็บคา โดยสาร ได ãºÍ¹ØÞÒμ໚¹¼ÙŒ¢ÑºÃ¶áμ‹ÅЪ¹Ô´ ẋ§μÒÁ»ÃÐàÀ·¡Òâ¹Ê‹§¢Í§Ã¶Í͡໚¹ ò »ÃÐàÀ· ä´áŒ ¡‹ - ประเภทสวนบุคคล สําหรับขับรถท่ีใชในการขนสงสวนบุคคล (รถท่ีมีแผนปาย ทะเบยี นรถ พน้ื สขี าว ตวั เลขและตวั อักษรสีดาํ ) - ประเภททกุ ประเภท สาํ หรบั ขบั รถไดท กุ ประเภทการขนสง (รถทม่ี แี ผน ปา ยทะเบยี นรถ พนื้ สขี าว ตวั เลขและตวั อกั ษรสดี าํ และรถทมี่ แี ผน ปา ยทะเบยี นรถพน้ื สเี หลอื ง ตวั เลขและตวั อกั ษรสดี าํ ) »ÃÐàÀ·¢Í§ãºÍ¹ÞØ Òμ¢ºÑ Ã¶ มาตรา ๙๕ (๒๒) ใบอนุญาตเปนผูข บั รถ มีดังนี้ ชนดิ ทห่ี นง่ึ ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสาํ หรบั รถทมี่ นี าํ้ หนกั รถและนาํ้ หนกั บรรทกุ รวมกนั ไมเ กินสามพันหา รอ ยกโิ ลกรัมที่มไิ ดใชขนสงผูโดยสาร หรือสาํ หรับรถขนสงผูโดยสารไมเ กินย่สี บิ คน - รถเกง รถตู รถกระบะทวั่ ๆ ไป ชนดิ ทสี่ อง ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสาํ หรบั รถทม่ี นี า้ํ หนกั รถและนา้ํ หนกั บรรทกุ รวมกนั เกินกวาสามพนั หา รอ ยกโิ ลกรมั ที่มไิ ดใ ชขนสง ผโู ดยสาร หรือสาํ หรับรถขนสงผูโ ดยสารเกนิ ยีส่ บิ คน - ขบั รถโดยสาร รถบรรทุก รถ ๖ ลอ ๑๐ ลอ แบง เปน สว นบุคคล และทุกประเภท สวนบคุ คลปา ยขาว ทุกประเภท ขับรถสาธารณะปา ยเหลอื งได ชนิดท่ีสาม ใบอนุญาตเปนผูขับรถซ่ึงโดยสภาพใชสําหรับลากจูงรถอื่นหรือลอเลื่อน ทบี่ รรทุกส่ิงใดๆ บนลอเลอ่ื นน้ัน - ขบั รถโดยสาร ลากจงู แบงเปนสว นบุคคลและทกุ ประเภทเหมอื นกบั ชนิดที่ ๒ ชนิดท่ีส่ี ใบอนุญาตเปนผูขับรถสําหรับรถท่ีใชขนสงวัตถุอันตรายตามประเภท หรือชนดิ และลักษณะการบรรทุกตามทีอ่ ธบิ ดีกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
๑๑๒ - ขนกาซ สารเคมี สังเกตจากรถจะระบุวาวัตถุอันตราย มีสัญลักษณและเลข สหประชาชาตกิ ํากับ และอ่นื ๆ) ตามท่ีกรมการขนสงทางบกกาํ หนด ใบอนุญาตแตละชนิดใชสับเปลี่ยนกันไมได เวนแตใบอนุญาตชนิดท่ีสอง ชนิดที่ สาม และชนิดท่สี ใ่ี ชเปน ใบอนญุ าตชนิดท่หี น่งึ ได ใบอนญุ าตชนิดท่ีสามและชนดิ ที่สใี่ ชเ ปนใบอนญุ าต ชนดิ ท่สี องได และใบอนญุ าตชนิดที่สใ่ี ชเปนใบอนุญาตชนิดทสี่ ามได ÊÃØ»¡ÒÃ㪌ãºÍ¹ÞØ Òμ¢ÑºÃ¶·èÕ㪌᷹¡¹Ñ ä´ãŒ ¹áμÅ‹ Ъ¹´Ô - ชนิดที่ ๓ ใชแทนชนิดที่ ๒ ได แตใชแทนชนิดท่ี ๔ ไมได - ชนดิ ที่ ๒ ไมสามารถใชแ ทนชนดิ ท่ี ๓ และ ๔ ได - ผจู ะทาํ บตั รอนญุ าตชนดิ ที่ ๔ จะตองไดช นิดท่ี ๓ มากอ น - ใบอนญุ าตชนิดที่ ๒, ๓, ๔ ใชแทนชนดิ ที่ ๑ (รถเกง รถตู รถกระบะทั่วไป) ไดต าม ประเภท (สวนบุคคล, สาธารณะ ถา มชี นดิ ท่ี ๒, ๓ ทกุ ประเภทกข็ ับแทก็ ซไี่ ดด วย) - ใบอนุญาตเปนผูขับรถทุกประเภทตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกสามารถ ใชแทนใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคลและใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะตามกฎหมายวาดวย รถยนตได - ใบอนุญาตเปนผูขับรถสวนบุคคลตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก สามารถ ใชแ ทนใบอนุญาตขับรถยนตส ว นบคุ คลตามกฎหมายวา ดวยรถยนตไ ด ÍÒÂ¢Ø Í§¼ŒÙ¢ÍÃѺãºÍ¹ÞØ Òμ໚¹¼ŒÙ»ÃÐจําö ๑. ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสว นบคุ คลชนดิ ที่ ๑ ตอ งมอี ายไุ มต า่ํ กวา ๑๘ ป สว นบคุ คล ชนดิ ที่ ๒ และชนดิ ที่ ๓ ตอ งมีอายไุ มต่าํ กวา ๒๐ ป สว นบคุ คลชนิดท่ี ๔ ตองมีอายุไมต าํ่ กวา ๒๕ ป ทกุ ประเภทชนดิ ท่ี ๑, ชนิดท่ี ๒, ชนดิ ที่ ๓ และชนดิ ที่ ๔ ตองมอี ายุไมต ํ่ากวา ๒๕ ป ๒. ใบอนุญาตเปนผเู ก็บคา โดยสาร ตองมีอายไุ มต่ํากวา ๑๕ ป ๓. ใบอนญุ าตเปนผบู ริการ ตองมอี ายุไมต ่าํ กวา ๑๕ ป õ) ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪡Œ ®ËÁÒ¡óշèÕà¡ÕèÂǢ͌ §¡Ñºà¢Áç ¢´Ñ ¹ÃÔ ÀÑ (à¢Áç ¢Ñ´¹ÃÔ ÀÂÑ ) ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪌¡®ËÁÒ กรณไี มต ดิ ตั้งเขม็ ขัดนริ ภยั ตามกําหนด กรมการขนสง ทางบก จะไมผ า นการตรวจสภาพรถให ๑. มคี วามผดิ ตาม พ.ร.บ.รถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ปรบั ไมเกิน ๑,๐๐๐ บาท ๒. มคี วามผดิ ตาม พ.ร.บ.การขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ปรบั ไมเ กนิ ๕๐,๐๐๐ บาท ๓. ผขู บั รถและผนู ั่งในรถ หากไมค าดเข็มขัดนิรภัย จะมคี วามผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ทางบก พ.ศ. ๒๕๓๘ ปรับรายละไมเ กนิ ๕๐๐ บาท
๑๑๓ ¡ÒäҴà¢Áç ¢´Ñ ¹ÃÔ ÀÑ¡ºÑ ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ เม่ือเกิดอบุ ัติเหตุจราจรทางบกจะทําใหเ กิดการสูญเสยี ชวี ิต รา งกาย อนั ตรายที่เกิด กบั คนมีตงั้ แตไ มม าก เชน แผลถลอกจนกระทงั้ อวยั วะภายในไดรับบาดเจบ็ อาจจะพกิ าร การปองกนั ที่ดที ่ีสดุ คือการปอ งกันมิใหเกดิ อบุ ตั เิ หตุ แตกไ็ มส ามารถปอ งกนั ไดร อ ยเปอรเ ซน็ ต การใชเข็มขดั นิรภยั จะชวยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ ¡ÒÃà»ÅèÕ¹á»Å§àÁ×Íè à¡Ô´ÍºØ μÑ ÔàËμØ ๑. แรงกระแทกที่เกิดจากรถทวี่ ่ิงเร็ว ๖๐ กโิ ลเมตร จะเทากบั รถทตี่ กทส่ี ูง ๑๔ เมตร หรือความสูงประมาณตกึ ๕ ชน้ั ตัวรถจะยบุ หรอื บดิ งอ ๒. คนที่อยูในรถถาไมคาดเข็มขัดนิรภัยจะเดินทางดวยความเร็วเทากับรถเม่ือชน และหยุด ศีรษะ หนา ลําตัวของคนในรถจะถูกเหว่ียงไปกระแทกกับพวงมาลัย และกระจกหนารถ อาจทําใหหมดสตหิ รอื เสียชวี ติ ๓. อวยั วะในรา งกาย เชน ตบั ไต ลาํ ไส สมองหรอื ไขสนั หลงั ซงึ่ มกี ารเคลอื่ นไหวอยู ภายในจะเคล่ือนไหวเทากบั ความเรว็ ของรถ เมอื่ คนในรถหยดุ อวยั วะภายในจะกระแทกกนั เอง ทําให ตับ ไต ลาํ ไสห รือสมองฉกี ขาดได ã¤ÃºŒÒ§·Õ¤è ÇäҴà¢Áç ¢´Ñ ¹ÔÃÀÑ ๑. คนทขี่ ับรถทุกคน ๒. ผูโ ดยสารทุกคนไมวาจะนงั่ หนา หรือหลงั ๓. ผโู ดยสารรถขนาดใหญท ่ีมเี ขม็ ขัดนิรภัยควรตองคาดเชน กนั ö) ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪡Œ ®ËÁÒ¡ÒâѺ¢ÕèöàÃÇç à¡¹Ô กาํ ˹´ (¢ÑºÃ¶àÃçÇ) พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กาํ หนดไวใ นมาตรา ๖๗ “ผขู บั ขต่ี อ งขบั รถ ดวยอัตราความเร็วตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรือตามเครื่องหมายจราจรท่ีไดติดตั้งไวในทาง” โดยกําหนดโทษไวในมาตรา ๑๕๒ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๖๗ “…ตองระวางโทษปรับ ไมเกนิ หน่งึ พนั บาท” ขับรถเรว็ เกินกําหนด คือ ๑) ขับรถในเขตกรงุ เทพมหานคร/เทศบาล/เมืองพทั ยา - รถเกง รถจกั รยานยนต ความเร็วเกนิ ๘๐ กม./ชม. - รถปกอัพ รถตู ความเร็วเกิน ๖๐ กม./ชม. ๒) ขบั รถนอกเขตกรุงเทพมหานคร/เทศบาล/เมืองพทั ยา - รถเกง รถจกั รยานยนต ความเรว็ เกิน ๙๐ กม./ชม. - รถปกอัพ รถตู ความเร็วเกนิ ๘๐ กม./ชม. ๓) บนทางพิเศษ (ทางดวน) ผอ นผันใหรถยนตไมเ กนิ ๑๑๐ กม./ชม.
๑๑๔ ๔) ขบั รถใชความเรว็ เกนิ กวา ที่เคร่อื งหมายจราจรกําหนดไว ปจ จบุ นั พระราชบญั ญตั ทิ เ่ี กย่ี วขอ งกบั การกาํ หนดอตั ราความเรว็ ของยานพาหนะ ในประเทศไทยน้นั ไดแก พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบญั ญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ดงั รายละเอียดตอ ไปน้ี อัตราความเร็วของยานพาหนะตาม¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ¨ÃҨ÷ҧº¡ ฉบับ ๘ พ.ศ. ๒๕๕๑ ในกรณีปกตใิ หกําหนดความเร็วของรถดงั ตอ ไปนี้ ๑. สําหรับรถบรรทกุ ที่มนี าํ้ หนกั รถรวมทั้งนาํ้ หนักบรรทกุ เกนิ ๑,๒๐๐ กโิ ลกรัม หรือ รถบรรทกุ คนโดยสาร ใหข บั ในเขตกรงุ เทพมหานคร เขตเมอื งพทั ยา หรอื เขตเทศบาลไมเ กนิ ๖๐ กโิ ลเมตร ตอช่ัวโมง หรือนอกเขตดังกลา วใหขับไมเ กิน ๘๐ กโิ ลเมตรตอ ชัว่ โมง ๒. สาํ หรบั รถยนตอ นื่ นอกจากรถทรี่ ะบไุ วใ น ๑ ขณะทลี่ ากจงู รถพว งรถยนตบ รรทกุ ทมี่ ี นาํ้ หนกั รถรวมทงั้ นา้ํ หนกั บรรทกุ เกนิ ๑,๒๐๐ กโิ ลกรมั หรอื รถยนตส ามลอ ใหข บั ในเขตกรงุ เทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ไมเกิน ๔๕ กิโลเมตรตอช่ัวโมง หรือนอกเขตดังกลาวใหขับไมเกิน ๖๐ กิโลเมตรตอชั่วโมง สาํ หรบั รถยนตอ ่นื นอกจากรถทรี่ ะบุไวใ น ๑ หรือ ๒ หรอื รถจักรยานยนต ใหขับใน เขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพทั ยา หรอื เขตเทศบาล ไมเ กิน ๘๐ กิโลเมตรตอชัว่ โมง หรอื นอกเขต ดังกลาวใหขับไมเกนิ ๙๐ กิโลเมตรตอชั่วโมง ในเขตทางท่ีมีเคร่ืองหมายจราจรแสดงวาเปนเขตอันตรายหรือเขตใหขับรถชาๆ ใหลดความเรว็ ลงและเพิ่มความระมัดระวังขึ้นตามสมควร ในกรณที มี่ เี ครอื่ งหมายจราจรกาํ หนดอตั ราความเรว็ ตา่ํ กวา ทกี่ าํ หนดในขา งตน ใหข บั ไมเ กินอตั ราความเรว็ ท่ีกําหนดไวนัน้ ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμ·Ô Ò§ËÅǧ ¾.È. òõóõ พระราชบญั ญตั ทิ างหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ไดม กี ารแกไ ขและปรบั เปลย่ี นตามกฎกระทรวง แลว ทง้ั หมด ๔ ฉบบั และในพระราชบญั ญตั ทิ างหลวง ฉบบั ที่ ๒ และ ๓ พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามกฎกระทรวง ไดก าํ หนดอตั ราความเรว็ ของยานพาหนะทวี่ งิ่ ในทางหลวงประเภทตา งๆ เพมิ่ เตมิ ขนึ้ ซง่ึ มรี ายละเอยี ด ดงั ตอ ไปนี้ ÍμÑ ÃÒ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§ÂÒ¹¾Ò˹ÐμÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ·Ò§ËÅǧ ¾.È. òõóõ ÍÑμÃÒ ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§ÂÒ¹¾Ò˹к¹·Ò§ËÅǧª¹º· ´Ñ§¹éÕ ๑. รถยนตห รือรถจกั รยานยนต ใหใ ชค วามเร็วไมเ กนิ ๙๐ กโิ ลเมตรตอชวั่ โมง ๒. รถยนตข ณะทล่ี ากจงู รถพว ง หรอื รถยนตส ามลอ ใหใ ชค วามเรว็ ไมเ กนิ ๖๐ กโิ ลเมตร ตอ ชั่วโมง ๓. รถบรรทกุ ทม่ี นี า้ํ หนกั รวมทง้ั นาํ้ หนกั บรรทกุ เกนิ ๑,๒๐๐ กโิ ลกรมั ไมว า จะลากจงู รถพวงดว ยหรอื ไมก็ตาม หรือรถบรรทกุ คนโดยสาร ใหใชความเรว็ ไมเ กิน ๘๐ กิโลเมตรตอ ชว่ั โมง
๑๑๕ ÍμÑ ÃÒ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§ÂÒ¹¾Ò˹к¹·Ò§ËÅǧ¾àÔ ÈÉËÁÒÂàÅ¢ ÷ ·Ò§ÊÒÂ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã àÁÍ× §¾·Ñ ÂÒ áÅзҧËÅǧ¾àÔ ÈÉËÁÒÂàÅ¢ ù (¶¹¹¡ÒÞ¨¹ÒÀàÔ É¡) ·Ò§ÊÒ¶¹¹Ç§áËǹÃͺ¹Í¡ ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã ๑. รถบรรทุกท่ีมีน้ําหนักรถรวมท้ังนํ้าหนักบรรทุกไมเกิน ๑,๒๐๐ กิโลกรัม หรือ รถบรรทุกคนโดยสาร ใหใ ชความเร็วไมเกิน ๑๐๐ กโิ ลเมตรตอช่ัวโมง ๒. รถบรรทุกอ่ืนนอกจากรถที่ระบุไวใน ๑ รวมทั้งรถบรรทุกหรือรถยนตขณะท่ี ลากจูงรถพวง ใหใ ชความเร็วไมเ กิน ๘๐ กโิ ลเมตรตอช่วั โมง รถยนตอ ื่นนอกจากรถท่ีระบไุ วใน ๑ หรือ ๒ ใหใ ชความเร็วไมเกนิ ๑๒๐ กโิ ลเมตรตอ ชว่ั โมง ¡Òú§Ñ ¤ÑºãªŒ¡®ËÁÒ·àÕè ¡èÕÂǢ͌ §¡Ñº¤ÇÒÁàÃçÇ ตามกฎหมาย การขับข่ีดวยความเร็วเกินกวาอัตราท่ีกฎหมายกําหนด ถือเปนพฤติกรรม ที่ไมสามารถอนุโลมผอนผันได ดังนั้น การดําเนินการตรวจจับเปนวิธีการเดียวที่จะทําใหกฎหมาย ทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ ปจจุบัน การใชเคร่ืองมือตรวจจับท่ีผูขับข่ีสามารถสังเกตเห็นได เชน กลอ งตรวจจบั ความเรว็ ทถ่ี กู ตดิ ตงั้ บรเิ วณตา งๆ จะเปน การบงั คบั ใชก ฎหมายในบรเิ วณพนื้ ทใ่ี ดพนื้ ทห่ี นงึ่ ในขณะเดยี วกนั หากเพมิ่ การตรวจตราของเจา หนา ทต่ี าํ รวจจะทาํ ใหผ ขู บั ขร่ี บั รถู งึ การบงั คบั ใชก ฎหมาย มากขน้ึ ในทกุ ทแ่ี ละทกุ เวลา การทผ่ี ขู บั ขไ่ี มท ราบวา จะมกี ารดาํ เนนิ การตรวจตราและจบั กมุ ในบรเิ วณไหน จะทาํ ใหผ ขู บั ขต่ี อ งขบั ขภี่ ายในความเรว็ จาํ กดั ตลอดเวลา ดงั นนั้ การผสมผสานการตรวจจบั ทง้ั สองแบบ จะชว ยใหก ารบงั คบั ใชก ฎหมายมปี ระสทิ ธิภาพมากยิง่ ขึ้น อยางไรกต็ ามการดําเนนิ การตรวจจับและจับกุมแบบเคล่อื นที่ จาํ เปน ตองประชาสมั พนั ธ ใหสาธารณชนรับทราบถึงขั้นตอนและวิธีการดําเนินงาน ความไมเขาใจของประชาชนอาจกอใหเกิด ขอโตแยงขึ้นระหวางขั้นตอนการจับกุม โดยหลักการแลว หลักฐานเบื้องตนที่ใชในการจับกุม ประกอบดวย ๑. การระบุตัวผขู ับข่ี ๒. หลกั ฐานการขับขีท่ ี่ความเร็วเกินกวา ทกี่ ําหนด ๓. ชนิดของเคร่อื งมือท่ใี ชตรวจจบั ๔. ใบรบั รองความแมนยําและถกู ตอ งของเครอ่ื งมือทใ่ี ช การนําเครือ่ งตรวจจบั ความเร็วอัตโนมตั ดิ ว ยแสงเลเซอร (Speed Camera) มาใชใ นการ ตรวจและจบั กมุ ผขู บั ขเี่ กนิ ความเรว็ จาํ กดั เปน วธิ กี ารทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพมากทสี่ ดุ วธิ หี นงึ่ โดยเฉพาะกลอ ง ตรวจจบั ความเรว็ มขี อ ดหี ลายประการ เชน ทาํ ใหม กี ารตรวจจบั แบบสมาํ่ เสมอ ลดจาํ นวนบคุ ลากรในการ ออกปฏบิ ตั งิ านของเจา หนา ทเี่ พอ่ื ตง้ั ดา นตรวจจบั และชาํ ระคา ปรบั อกี ทง้ั ยงั เปน การลดขอ ขดั แยง ทอ่ี าจ เกิดข้นึ ระหวางผูขับขแี่ ละเจาหนา ทตี่ าํ รวจอีกดวย ผลจากการดําเนนิ การดังกลา ว จะนาํ ไปสกู ารจบั กุม ผขู บั ขท่ี ม่ี พี ฤตกิ รรมการขบั รถเรว็ ไดอ ยา งตอ เนอื่ ง ในอนาคต การทาํ งานของเครอื่ งตรวจจบั ความเรว็ ดว ย แสงเลเซอรน้ี สามารถทํางานไดทั้งระบบควบคุมเองและระบบอัตโนมัติ เมื่อรถท่ีใชความเร็วเกินกวา
๑๑๖ กฎหมายกําหนดผานจุดตั้งกลอง กลองจะบันทึกภาพถาย ความเร็ว วันที่และเวลาโดยอัตโนมัติ จากนั้นขอมูลจะถูกสงไปยังศูนยอํานวยการ เพื่อตรวจสอบทะเบียนรถและออกใบส่ังสงไปยังที่อยู ของผคู รอบครองรถตามทะเบยี น และหากผทู ไ่ี ดร บั ใบสง่ั ไมช าํ ระคา ปรบั ภายใน ๗ วนั ตาํ รวจจะดาํ เนนิ การ สง ขอมลู ไปยงั กรมการขนสงทางบกเพื่อดาํ เนนิ การตามกฎหมายตอไป ในเขตทางที่มีเคร่ืองหมายจราจรแสดงวาเปนเขตอันตรายหรือเขตใหขับรถชาๆ ใหล ดความเรว็ และใชค วามระมัดระวงั เพ่ิมขึ้นตามสมควร ในกรณีที่มีเคร่ืองหมายจราจรกําหนดอัตราความเร็วตํ่ากวาอัตราท่ีกําหนดไว ในขางตน ใหใชค วามเร็วไมเกินอัตราความเร็วที่กาํ หนดไวน น้ั จากพระราชบญั ญตั ติ ามกฎกระทรวง ทงั้ พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ น้ัน มีขอกําหนดที่สังเกตเห็นไดชัดเจนถึงความสําคัญ ของปา ย และเคร่ืองหมายจราจรดงั ใจความสาํ คัญวา “ในกรณีที่มีเครื่องหมายจราจรกําหนดอัตราความเร็วตํ่ากวาอัตราท่ีกําหนด เอาไวนั้น ใหใชความเร็วไมเกินอัตราความเร็วท่ีเครื่องหมายจราจรกําหนดไว” ซ่ึงแสดงใหเห็นวา ปายจราจร เครื่องหมายจราจรตางๆ นั้น มีสวนสําคัญในการกําหนดความเร็ว เพ่ือใหผูขับขี่ปฏิบัติ ตามขอบงั คบั กฎหมาย ดังนน้ั เครอื่ งหมายและปา ยจราจรท่เี กี่ยวขอ งกบั การกาํ หนดความเร็ว ควรระบุ ตําแหนงที่เร่ิมและส้ินสุดการบังคับบนชวงถนนน้ันๆ รวมถึงบริเวณจุดที่สําคัญตางๆ เชน ทางแยก หรือบริเวณท่ีจําเปนตองมีการจํากัดความเร็วเฉพาะ เชน เขตชุมชนหรือเขตโรงเรียน นอกจากน้ัน เครื่องหมายและปายจราจรท่ีเกี่ยวของกับการจํากัดความเร็ว ตองมีการเผยแพรและอธิบายให ผใู ชร ถใชถ นนรบั ทราบและเขา ใจอยา งถกู ตอ ง อยา งไรกต็ าม การดาํ เนนิ งานในการบงั คบั ใชก ฎหมายของ เจาหนา ท่ีตาํ รวจทมี่ ีประสิทธภิ าพกเ็ ปน สิง่ จาํ เปนเชน เดยี วกัน มตคิ ณะรฐั มนตรี เมอ่ื วนั ท่ี ๔ มนี าคม ๒๕๖๐ เหน็ ชอบใหก าํ หนดพน้ื ทจี่ าํ กดั ความเรว็ ทเ่ี หมาะสมกบั พนื้ ทชี่ มุ ชนและใหต ดิ ตง้ั ปา ยจาํ กดั ความเรว็ โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการจดั การ จราจรทางบกในจังหวดั ทงั้ นี้ อาศัยอํานาจตามมาตรา ๑๓๙ (๖) แหงพระราชบญั ญัติจราจรทางบก ที่วาในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดที่เจาพนักงานจราจรเห็นวาถาไดออกประกาศขอบังคับหรือ ระเบียบเกี่ยวกับการจราจรแลวจะเปนการปลอดภัย และสะดวกในการจราจร ใหเจาพนักงานจราจร มอี าํ นาจออกประกาศขอ บงั คบั หรอื ระเบยี บได ในหลายจงั หวดั เจา พนกั งานจราจรจงึ ไดก าํ หนดอตั รา ความเร็วของรถในทางภายในอัตราท่ีกําหนดในกฎกระทรวง เชน ขอบังคับเจาพนักงานจราจรในเขต กรุงเทพมหานคร วา ดว ยการกําหนดอัตราความเรว็ ของรถ พ.ศ. ๒๕๖๑
๑๑๗ เลม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๓ ง หนา ๕๘ ๑๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๑ ราชกจิ จานเุ บกษา ¢ÍŒ ºÑ§¤ºÑ à¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹¨ÃÒ¨Ãã¹à¢μ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã NjҴnj ¡ÒÃกํา˹´ÍμÑ ÃÒ¤ÇÒÁàÃçǢͧö ¾.È. òõöñ ดว ย กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล ไดดําเนินการรณรงคแ ละกวดขนั วินยั จราจรเพอื่ ลด อบุ ตั เิ หตทุ างถนนในบรเิ วณพนื้ ทที่ เ่ี ปน แหลง ชมุ ชนมสี ถานศกึ ษาและสถานทสี่ าํ คญั ๆ ซงึ่ มนี กั ทอ งเทย่ี ว มาเขา ชมจาํ นวนมาก ดงั นน้ั เพอ่ื เปน การปลอดภยั และสะดวกในการจราจร จงึ จาํ เปน ตอ งออกประกาศ ขอบงั คับเจา พนักงานจราจร เพ่อื รองรบั การกําหนดอตั ราความเรว็ ของรถในถนนตา ง ๆ ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓๙ (๖) แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ อนั เปน พระราชบญั ญตั ทิ ม่ี บี ทบญั ญตั บิ างประการเกย่ี วกบั การจาํ กดั สทิ ธเิ สรภี าพของบคุ คล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๘ ของรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ บญั ญตั ิ ใหกระทําไดโ ดยอาศยั อํานาจตามบทบญั ญัติแหงกฎหมายทต่ี ราข้นึ เพ่ือความมน่ั คงของรฐั ความสงบ เรียบรอ ยของประชาชน และคําสงั่ กระทรวงมหาดไทย ท่ี ๕๒๙/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๗ กนั ยายน ๒๕๕๕ แตงต้ังผูบัญชาการตํารวจนครบาลเปนเจาพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบกับคําส่ัง กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล ท่ี ๓๒๒/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๑ ตลุ าคม ๒๕๖๐ เรอื่ ง การกาํ หนดลกั ษณะงาน และการมอบหมายอํานาจหนาท่ีรับผิดชอบใหรองผูบัญชาการตํารวจนครบาลและผูบังคับการ ประจาํ กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล โดยมอบอาํ นาจใหร องผบู ญั ชาการตํารวจนครบาล (งานจราจร) กํากับบริหารราชการ ส่ังและปฏิบัติราชการแทนผูบัญชาการตํารวจนครบาล จึงไดออกขอบังคับไว ดังตอไปน้ี ขอ ๑ ขอบังคับน้ีเรยี กวา “ขอบังคับเจาพนกั งานจราจรในเขตกรงุ เทพมหานคร วา ดวย การกําหนดอัตราความเร็วของรถ พ.ศ. ๒๕๖๑” ขอ ๒ ขอ บงั คบั นใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป ขอ ๓ กําหนดอตั ราความเร็วของรถ ไมเ กิน ๕๐ กิโลเมตรตอชั่วโมง ในถนนดงั ตอไปน้ี ๓.๑ ถนนนครราชสีมา ตัง้ แตแยกสวนรน่ื ถงึ แยกวงั แดง ๓.๒ ถนนราชวิถี ต้ังแตแ ยกอภุ ัยเจษฎทศิ ถงึ เชิงสะพานกรงุ ธน ๓.๓ ถนนสามเสน ต้ังแตแยกบางกระบือ ถึงแยกสเี่ สาเทเวศร ๓.๔ ถนนอทู องนอก ต้งั แตแยกอทู องนอก ถงึ แยกทา วาสกุ รี ๓.๕ ถนนสโุ ขทัย ต้งั แตแยกสวนร่นื ถงึ แยกสโุ ขทัย
๑๑๘ หนา ๕๙ ๑๔ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๑ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๓ ง ๓.๖ ถนนศรอี ยธุ ยา ต้งั แตแยกกองพลท่ี ๑ ถงึ แยกเสาวนีย ๓.๗ ถนนพระราม ๕ ตง้ั แตแยกพาณชิ ย ถึงแยกสุโขทัย ๓.๘ ถนนสวรรคโลก ต้งั แตแ ยกยมราช ถึงแยกสวรรคโลก ขอ ๔ ขอบังคับนี้มิใหใชบังคับกับรถที่กําหนดอัตราความเร็วในกฎกระทรวงไมเกิน ๔๕ กโิ ลเมตรตอ ช่ัวโมง ขอ ๕ บรรดา ขอบังคับ ประกาศ ระเบียบใดท่ีขัดหรือแยงกับขอบังคับนี้ ใหยกเลิก โดยใชข อ บังคับนีแ้ ทน ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑ พลตาํ รวจตรี จิรพฒั น ภูมจิ ติ ร รองผูบ ัญชาการตํารวจนครบาล ปฏบิ ตั ริ าชการแทน ผบู ญั ชาการตํารวจนครบาล เจาพนกั งานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร นอกจากที่ไดกลา วถงึ ในบทน้ี ยังมกี ารกระทําของผขู ับข่ี ผูใ ชท าง ทม่ี พี ฤติกรรมท่ีสมุ เส่ียง ตอ การเกดิ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนอกี หลายประการ เชน การขบั รถฝา ฝน เครอื่ งหมายและสญั ญาณไฟจราจร การขบั รถยอ นศร การจอดรถบนไหลท าง การใชโ ทรศพั ทข ณะขบั ขี่ เปน ตน ดงั นน้ั การบงั คบั ใชก ฎหมาย อยา งเครง ครดั และตอ เนอื่ ง จงึ เปน การควบคมุ พฤตกิ รรมของผใู ชท างใหอ ยใู นระเบยี บวนิ ยั จราจร และ ใชท างรว มกันอยา งปลอดภยั
๑๑๙ º··Õè õ °Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¡®ËÁÒ·Õàè ¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡Ñº¡Òû¯ÔºμÑ ËÔ ¹ÒŒ ·èÕ¨ÃҨà õ.ñ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¨ÃҨ÷ҧº¡ ¾.È. òõòò พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เปนกฎหมายท่ีเปนหลักในการจัดการ และอาํ นวยความสะดวกดานการจราจร มีเนอื้ หาครอบคลุมทกุ องคประกอบของการจราจร ไดแ ก คน รถ ยานพาหนะ และส่ิงแวดลอม ประกอบดวย ๑๙ ลักษณะ ๑๖๓ มาตรา และเพ่ือใหเหมาะสม กับสภาพการณที่เปล่ียนแปลง ไดมีการแกไขเพ่ิมเติมบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ อกี หลายฉบับ ไดแก พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๙ ประกาศ คณะรักษาความสงบเรียบรอยแหงชาติฉบับท่ี ๓๙ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๘ พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติ จราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ นอกจากน้อี าศัยอํานาจตาม พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยยังไดมีการออกกฎกระทรวงอีกหลายฉบับ รวมทั้ง ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตกิ ไ็ ดม กี ารออกขอ กาํ หนดสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตอิ กี จาํ นวนหนงึ่ เชน เดยี วกนั ท้งั นี้เพอ่ื ใหการปฏิบัติงานดา นการจราจรมีประสทิ ธิภาพมากยิง่ ขึน้ การนําเสนอกฎหมายในสวนนี้ ไดเพ่ิมเติมเน้ือหา ท่ีแกไข เพ่ิมเติม จากกฎหมาย กฎกระทรวง และขอ กาํ หนดสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตไิ วแ ลว มเี จตนารมณท จ่ี ะใหท ราบถงึ มาตราตา งๆ ทเ่ี กย่ี วกบั ขอ หาหรอื ฐานความผดิ บทกาํ หนดโทษสงู สดุ ตา่ํ สดุ ทเ่ี จา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งานสอบสวน สามารถใชดุลยพินิจเปรียบเทียบปรับไดตามอัตราที่กฎหมายกําหนดไว และกลาวถึงกําหนดจํานวน คา ปรบั กรณกี ารชาํ ระคา ปรบั ทางไปรษณยี และคา ปรบั ในระบบ PTM ตามขอ กาํ หนดสาํ นกั งานตาํ รวจ แหงชาติ ดงั นี้
๑๒๐ õ.ñ.ñ ÅѡɳРñ ¡ÒÃ㪌ö การใชรถตามลักษณะ ๑ ประกอบดวย ลักษณะของรถที่ใชในทาง การใชไฟหรือเสียง สัญญาณของรถ และการบรรทกุ ดงั นี้ ลํา´ºÑ ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผิด มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ./PTM ËÁÇ´ ñ ÅѡɳТͧö·Õãè ªãŒ ¹·Ò§ ๑. - นาํ รถทม่ี สี ภาพไมม น่ั คงแขง็ แรง ม.๖ ม.๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท มาใชใ นทาง วรรคหนึ่ง ปรบั ไมเ กนิ ๕๐๐ บาท -”- - นาํ รถทอี่ าจเกดิ อนั ตรายแกผ อู น่ื -”- ปรับ ๔๐๐ บาท มาใชในทาง ม.๖ -”- - นาํ รถทอ่ี าจทาํ ใหเ สอ่ื มเสยี สขุ ภาพ วรรคหนึง่ ม.๑๔๘ - อุปกรณสวนควบ อนามัยแกผูอ่นื มาใชในทาง ปรบั ไมเ กิน เปนไปตามกฎหมาย ๕๐๐ บาท รถยนตป ๒๕๒๒ กฎกระทรวง ฉ.ท่ี ๑๐, ๒. - ใชร ถทม่ี เี ครอ่ื งอปุ กรณส ว นควบ ม.๖ ม.๑๔๘ ๑๑ และกฎหมายขนสง ไมค รบถว น วรรคสอง ม.๘ ๒๕๒๒ กฎกระทรวง - ใชรถท่ีเคร่ืองอุปกรณสวนควบ ปรบั ไมเ กนิ ฉ.ท่ี ๙ (๒๕๒๔) ใชก ารไมไดด ี ๕๐๐ บาท ปรบั ๔๐๐ บาท ปรบั ๕๐๐ บาท ๓. - นํารถที่มิไดติดแผนปาย ม.๗ ม.๑๕๒ - ÃÇÁ¶Ö§ รถทุกชนิด เลขทะเบยี นปา ยประจํารถ ปรับไมเกิน ไมว า จะจดทะเบยี นแลว ๑,๐๐๐ บาท หรอื ไมก ต็ าม ๔. - นาํ รถทผี่ ขู บั ขไี่ มอ าจมองเหน็ ทาง ม.๘ - หากจดทะเบียนแลว พอแกค วามปลอดภยั มาใชใ นทาง วรรคหน่ึง ม.๑๔๘ ตอ งมแี ละแสดงแผน ปา ยฯ เดินรถ ปรับไมเ กนิ ปรบั ๔๐๐ บาท ๕๐๐ บาท - หากจดทะเบียนแลว ๕. - นาํ รถทใ่ี ชว สั ดกุ รองแสงไมเ ปน ไป ม.๘ ตอ งมแี ละแสดงแผน ปา ยฯ ตามระเบียบฯ หรือ ประกาศฯ วรรคสอง ม.๑๕๐ ปรับ ๔๐๐ บาท ปรับไมเ กิน ๕๐๐ บาท ๑ ขอกําหนดสํานักงานตํารวจแหงชาติ เร่ือง การชําระคาปรับ การชําระคาปรับทางไปรษณีย และวิธีการธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส บัตรเครดิต หรือวิธีการอื่น โดยผานธนาคารหรือหนวยบริการรับชําระเงิน และกําหนดจํานวนคาปรับตามที่ เปรยี บเทยี บ สาํ หรับความผิดตามพระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ประกาศ ณ ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๕๙
๑๒๑ ลาํ ´Ñº ขอกลาวหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ./PTM ๖. - นํารถท่ีเกิดเสียงอื้ออึงมาใชใน ม.๙ ม.๑๔๘ - หากจดทะเบียนแลว ปรับไมเกนิ ตอ งมแี ละแสดงแผน ปา ยฯ ทางเดินรถ ๕๐๐ บาท ปรับ ๔๐๐ บาท - นํารถท่ีมีสิ่งลากถูไปบนทาง ม.๙ ม.๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท มาใชในทางเดินรถ ปรบั ไมเกิน ปรบั ๔๐๐ บาท ๗. - นํารถท่ีมีลอไมใชยางมาใช ม. ๑๐ ๕๐๐ บาท ปรับ ๑,๐๐๐ บาท ในทางเดนิ รถ ม.๑๔๘ ๘. - นาํ รถทเ่ี ครอ่ื งยนตก อ ใหเ กดิ กา ซ ม.๑๐ ทวิ ปรบั ไมเ กิน ฝนุ ควนั ละออง เคมี หรอื เสยี ง ๕๐๐ บาท เกนิ เกณฑม าใชฯ ม.๑๕๒ ปรับไมเ กนิ ๑,๐๐๐ บาท
๑๒๒ ลาํ ´ºÑ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ./PTM ËÁÇ´ ò ¡ÒÃ㪌ä¿ËÃÍ× àÊÕ§ÊÑÞÞҳö ปรบั ๔๐๐ บาท - ถาเปนรถที่ขึ้นตอ ๑. - ไมเปดไฟหรือใชแสงสวางตาม ม. ๑๑ ม. ๑๔๘ กม.ขนสงฯ ผดิ ม. ๑๑๑, ประเภท ลักษณะและเงื่อนไข กฎ ฉ.ที่ ๒ ปรับไมเ กนิ ๑๖๑ โทษปรับไมเกิน ท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ปรับ ๔๐๐ บาท - ขับรถยนตมีโคมไฟพุงตํ่า - ” - -”- - เฉพาะเวลาทมี่ แี สงสวา ง ขา งเดยี ว ไมเ พยี งพอทจ่ี ะมองเหน็ คน รถหรอื สง่ิ กดี ขวางได - ขบั รถยนตไมมีโคมไฟทา ยรถ -”- -”- ชดั แจง ระยะไมน อ ยกวา (แสงแดง) ๑๕๐ เมตร - ขบั รถยนตไมมโี คมไฟหยดุ -”- -”- (แสงแดง) ปรบั ๔๐๐ บาท - ขบั รถยนตไ มม ีโคมไฟสองปาย -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท ทะเบยี นฯ ปรบั ๔๐๐ บาท - ขับรถ จยย. ไมม ีโคมไฟหนา รถ ม. ๑๑ ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท กฎ ฉ.ที่ ๒ ปรับไมเกิน - ขบั รถ จยย. ไมม ีโคมไฟทา ยรถ (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท ปรบั ๔๐๐ บาท - ขับรถ จยย. ไมมีโคมไฟหยดุ -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท - ขับ จยย. ไมม ีโคมไฟสอ งปาย -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท ทะเบียนฯ -”- -”- ปรบั ๔๐๐ บาท - ขับรถไมใชโคมไฟแสงพุงไกล ปรับ ๔๐๐ บาท เมอ่ื ไมมีรถสวน -”- -”- ปรบั ๔๐๐ บาท - ขับรถไมใชโคมไฟแสงพุงต่ํา ปรับ ๔๐๐ บาท เมือ่ มีรถสวนมา -”- -”- - ไมติดโคมไฟแสงแดงปลายสุด ของสว นท่ยี ่ืนลํ้านอกตวั รถ -”- -”- - จอดรถในทางเวลากลางคืน ไมเ ปด ไฟเลก็ /ไฟทาย และไฟสอ ง -”- -”- ปายทะเบยี น
๑๒๓ ลาํ ´Ñº ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรับทาง ปณ./PTM ๑. - ขบั รถมโี คมไฟนอกจากทก่ี ฎหมาย ม. ๑๑ ม. ๑๔๘ - ติดสปอตไลท หนา/ กฎ ฉ.ท่ี ๒ ปรับไมเ กนิ ทา ยรถ มี หรอื ใชกผ็ ิด กาํ หนดโดยมิไดร บั อนญุ าตฯ (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท เชนกนั - ขบั รถใชโคมไฟนอกจากท่ี -”- -”- ปรบั ๔๐๐ บาท กฎหมายกาํ หนดโดยมไิ ดร บั อนญุ าตฯ ๒. - ขบั รถในทางไมใ ชเ สยี งสญั ญาณ ม. ๑๒ (๑) ม. ๑๔๗ ปรับ ๒๐๐ บาท ตามท่ีกฎหมายกําหนด (รถยนต, (๒)-(๓) - รถทขี่ นึ้ ตอ กม.ขนสง ฯ จักรยานยนต ใชแตร, รถมาใช ผิด ม.๑๑๑, ๑๖๑ ปรับ ระฆัง และรถจักรยาน ใชก ระดิ่ง) ไมเ กิน ๕,๐๐๐ บาท ใหไดย นิ ไดไมน อยกวา ๖๐ เมตร ๓. - ขับรถในทางใชไฟแสงวับวาบ ม. ๑๓ ม. ๑๕๒ ปรับ ๓๐๐ บาท โดยมิไดร บั อนญุ าต วรรคหนงึ่ ปรับไมเกิน ปรับ ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท - ขบั รถในทางใชเสียงสญั ญาณ ม. ๑๓ ม. ๑๕๒ -”- ไซเรนโดยมไิ ดร ับอนญุ าตฯ วรรคหนง่ึ ปรับไมเกนิ ๑,๐๐๐ บาท - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”- เสยี งนกหวีด - ขบั รถในทางใชเ สยี งสัญญาณ - ” - -”- -”- แตกพรา - ขับรถในทางใชเ สยี งสัญญาณ - ” - -”- -”- หลายเสียง - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”- -”- ดงั เกนิ ควร ๔. - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ ม. ๑๔ ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท เกนิ ความจําเปน ปรับไมเ กิน -”- ๕๐๐ บาท - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”- ยาวเกินควร - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”- -”- ซา้ํ เกินควร
๑๒๔ ลาํ ´ºÑ ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ./PTM ๕. - ขับรถบรรทุกส่ิงของยาวยื่นลํ้า ม. ๑๕ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท เกินตัวรถ ไมติดธงแดงตามชนิด ขอกําหนด ปรับไมเกนิ - ธง ตอ งเปน รปู สเี่ หลย่ี ม และลักษณะทก่ี ําหนด ตร.ลง ๒๐ ๑,๐๐๐ บาท ผนื ผา ขนาด ๓๐x๔๕ ซม. เม.ย. ๒๕๒๒ ทําดวยผาหรือวัสดุ เรืองแสง ไมขาดชํารุด เปรอะเปอน - ถาสิ่งท่ีบรรทุกกวาง เกิน ๑ ม. ใหติดธง หรือไฟ ตามท่ีกําหนด (ท้งั ซาย และขวา) - ถา ยนื่ ยาวเกนิ ๒.๕๐ ม. ตองติดสัญญาณธงหรือ ไฟไวก ง่ึ กลางดา นขา ง ๆ ละ ๑ ชดุ ๖. - ขบั รถบรรทกุ ของเหลวไวไฟกลางวนั ม. ๑๖ ม. ๑๕๒ ปรบั ๕๐๐ บาท ไมตดิ ธงแดงทตี่ อนปลายสุด) ปรับไมเกิน - มองเห็นในระยะ ๑,๐๐๐ บาท ไมน อยกวา ๑๕๐ เมตร - ตาม กม.คอื ของเหลว - ขบั รถบรรทุกของเหลวไวไฟ - ” - ไวไฟท่ีมีจุดวาบไฟใน กลางคืนไมติดไฟแสงแดงที่ตอน อุณหภูมิ ๒๑ ํC หรือ ปลายสุด ต่าํ กวา -”- -”- - ขบั รถบรรทกุ กา ซไวไฟ กลางคนื - ” - -”- -”- ไมติดไฟแสงแดง ที่ตอนปลายสดุ ๗. - ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ ม. ๑๗ กฎ ม. ๑๕๘ จาํ คกุ - ไมอยใู นอํานาจ วัตถุอันตรายไมจัดใหมีปายแสดง ฉ.ท่ี ๓ ไมเกิน ๑ เดือน เปรียบเทยี บปรับ ถึงวตั ถทุ ่บี รรทุก (๒๕๒๒) หรอื ปรบั ไมเ กิน - ปา ยทต่ี อ งแสดง เชน ๒,๐๐๐ บาท “วตั ถรุ ะเบดิ ” หรือทงั้ จาํ ทง้ั ปรับ “วตั ถไุ วไฟ” “กาซอันตราย” “กรดอนั ตราย” - ปายสีขาว อกั ษรแดง สงู ๒๐x๒.๕ ซม. ตดิ ดา น หนา/หลังรถในท่ีเห็น ไดง าย - ทายรถใหติดแถบ สะทอ นแสงแดงสลบั ขาว กวา งยาว ๒๐x๑๔๐ ซม.
๑๒๕ ลาํ ´Ñº ขอ กลาวหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ./PTM ๗. - ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ ม. ๑๗ กฎ ม. ๑๕๘ - ไมอยูในอํานาจ วัตถุอันตรายไมมีเครื่องดับเพลิง ฉ.ท่ี ๓ จาํ คุกไมเ กิน เปรยี บเทยี บปรับ ตดิ กบั รถ (๒๕๒๒) ๑ เดอื น หรือปรบั - เคร่ืองดับเพลิงตอง ไมเ กิน ๒,๐๐๐ บาท เปนชนิดใชผงเคมีแหง - ขับรถบรรทุกวตั ถรุ ะเบิดหรอื -”- หรอื ทงั้ จําทงั้ ปรับ หรอื คารบ อนไดออกไซด วตั ถอุ นั ตรายจอดรถทง้ิ ไว -”- โดยไมม ผี คู วบคุมดแู ล -”- ขนาดบรรจุไมน อยกวา - ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ -”- ๔ กก. อยา งนอ ย ๒ เครอ่ื ง วัตถุอันตรายàμÔÁ¹éíÒÁѹàª×éÍà¾ÅÔ§ (ยกเวน แตมีความจําเปน ) -”- - ไมอ ยูในอํานาจ - ขบั รถบรรทกุ วตั ถรุ ะเบดิ หรอื วตั ถุ เปรียบเทียบปรับ อันตรายÊÙººËØ ÃèÕ ในระยะ ๑๕ ม. จากตวั รถ -”- -”- - ขบั รถบรรทกุ วตั ถรุ ะเบดิ หรอื วตั ถุ อนั ตรายäÁμ‹ ¡Ñ àμÍ× ¹¼ÍŒÙ ¹è× ·ÊèÕ ºÙ ºËØ ÃèÕ -”- -”- ในระยะ ๑๕ ม. จากตัวรถ - ขบั รถบรรทกุ วตั ถรุ ะเบดิ หรอื วตั ถุ -”- -”- อันตราย㪌ä¿ที่ตองใชเชื้อเพลิง ในรถ - ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ วัตถุอันตรายÂÔ¹ÂÍÁãËŒ¼ÙŒÍè×¹ ãªäŒ ¿ท่ตี องใชเชื้อเพลิงในรถ
๑๒๖ ลาํ ´ºÑ ขอกลาวหาหรอื ฐานความผิด มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรับทาง ปณ./PTM ËÁÇ´ ó ¡ÒúÃ÷ء ๑. - ขับรถไมจัดใหมีส่ิง»‡Í§¡Ñ¹ ม. ๒๐ ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท ¡ÒÃμ¡ËÅ‹¹ ของคนโดยสาร ปรับไมเกนิ - ถาเปนรถที่ขึ้นตอ ๕๐๐ บาท กม.ขนสง ผิด ม. ๑๑๑, ๑๖๑ ปรบั ไมเ กนิ ๕,๐๐๐ บาท - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม สี งิ่ »Í‡ §¡¹Ñ - ” - -”- ปรบั ๔๐๐ บาท ¡ÒÃμ¡ËŹ‹ ¢Í§ÊèÔ§·ºèÕ Ã÷ء - จะออกใบส่ังหรือ ป รั บ ไ ด เ ฉ พ า ะ ก ร ณี “ไมจัดใหมีสิ่งปองกัน” การตกหลนเทาน้ัน ถา สิ่งท่ีบรรทุก เชน หนิ ดิน ทรายหรือสิ่งปฏิกูล μ¡ËŹ‹ ŧÁÒáÅÇŒ จะÍÍ¡ ãºÊÑè§หรือ»ÃѺขอหา ขบั รถทาํ ใหส ง่ิ ของทบ่ี รรทกุ ตกหลนบนทางหลวง äÁä‹ ´Œ เพราะขอ กลา วหา ดังกลา ว กฎหมายไมไ ด ระบใุ หอ าํ นาจไว ซงึ่ อาจ ตองใช พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ม. ๔๕, ๗๑ ท่ีวางโทษความผิดกรณี ดังกลาวใหจําคุกไว ไมเกิน ๓ ป หรือปรับ ไมเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือ กม.อื่นๆ หรือ ทง้ั จาํ ท้ังปรับ - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม สี งิ่ »Í‡ §¡¹Ñ ม.๒๐ มาตรา ๑๔๘ ปรบั ปรับ ๔๐๐ บาท ¡ÒÃÃÑèÇäËÅของส่ิงท่บี รรทกุ ไมเ กิน ๕๐๐ บาท - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม กี าร»Í‡ §¡¹Ñ - ” - -”- -”- ¡ÒÃÊ‹§¡Å¹èÔ ของสิง่ ทบี่ รรทุก
๑๒๗ ลาํ ´ºÑ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ./PTM ๑. - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม กี าร»Í‡ §¡¹Ñ ม.๒๐ มาตรา ๑๔๘ ปรับ ปรับ ๔๐๐ บาท ¡ÒÃÊÍ‹ §áʧÊз͌ ¹ของสงิ่ ทบี่ รรทกุ ไมเกนิ ๕๐๐ บาท - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม กี าร»Í‡ §¡¹Ñ - ” - -”- -”- ¡ÒûÅÇÔ ä»จากรถของสง่ิ ทบี่ รรทกุ ๒. - ขับรถบรรทุก¤¹โดยสารà¡Ô¹ ม. ๑๘ กฎ. ม. ๑๕๐ (๓) ปรบั ๔๐๐ บาท ÊÇ‹ ¹¡ÇŒÒ§ของรถ ฉ.ที่ ๔ ปรบั ไมเกิน - ถาเปนรถที่ขึ้นตอ (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท กม.ขนสง ผูขับรถผิด ม. ๑๑๑, ๑๖๑ โทษปรบั ไมเกนิ ๕,๐๐๐ บาท - ขับรถบรรทุกÊèÔ§¢Í§à¡Ô¹ - ” - - ” - ปรับ ๔๐๐ บาท ÊÇ‹ ¹¡ÇÒŒ §ของรถ - ขับรถบรรทุกสิ่งของÂ×è¹ÂÒÇ - ” - -”- - ดานหลังยาวไมเกิน à¡¹Ô ¡ÇÒ‹ ทก่ี าํ หนด ๒.๕๐ ม. - ขบั รถบรรทกุ สง่ิ ของÊ§Ù à¡¹Ô ¡ÇÒ‹ - ” - -”- ปรบั ๔๐๐ บาท ทีก่ าํ หนด - รถที่มีความกวางเกิน ๒.๓๐ ม.(๑๐ ลอ ) สงู ไมเ กนิ ๓.๘๐ ม. จากพ้ืนดิน รถบรรทุกอื่นบรรทุกสูง ไมเ กนิ ๓ ม. จากพืน้ ดิน รถบรรทกุ ตู (คอนเทนเนอร) สงู ไมเกิน ๔ ม. ฯ - รถอ่ืน บรรทุกสูง ไมเกนิ ๑.๕๐ เมตร - ขับรถ จยย. บรรทุกสิ่งของ ม. ๑๘ กฎ. ม. ๑๕๐ (๓) ปรับ ๔๐๐ บาท à¡¹Ô ÍÑμÃÒ (เกิน ๕๐ กก.) ฉ.ท่ี ๔ ปรับไมเกิน (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท - ขับรถ จยย. ºÃ÷ء¤¹à¡Ô¹ - ” - -”- -”- จํานวนทน่ี ่งั (ซอนคนโดยสารเกนิ ๑ คน)
๑๒๘ õ.ñ.ò Å¡Ñ É³Ð ò ÊÑÞÞÒ³¨ÃÒ¨ÃáÅÐà¤ÃèÍ× §ËÁÒ¨ÃҨà ลักษณะ ๒ เปนกรณีทกี่ ฎหมายกําหนดให ผูขับขี่ คนเดินเทา หรอื คนลากจูง ข่ีหรอื ไล ตอ นสัตว ปฏบิ ัติตามสญั ญาณจราจร หรอื เครอ่ื งหมายจราจร ท่ตี ิดตัง้ ไวหรอื ทาํ ใหปรากฏ ดงั นี้ ลาํ ดบั ขอ กลา วหาหรือฐานความผดิ ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรับทาง ปณ. ๑. - ขับรถไมปฏิบัติตามสัญญาณ ม. ๒๑ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท จราจรฯ ปรบั ไมเกนิ -”- ๑,๐๐๐ บาท - ขบั รถไมป ฏบิ ตั ติ ามเครอ่ื งหมาย - ” - -”- จราจรฯ (ท่ตี ดิ ตัง้ ไว/ ทําใหป รากฏ ในทางสาํ หรบั ใหผ ใู ชรถใชถ นน ม. ๑๕๒ -”- ปฏบิ ัตติ ามเคร่ืองหมายน้นั ) ปรับไมเกิน ๒. - ขับรถไมปฏิบัติตามสัญญาณ ม. ๒๒ ๑,๐๐๐ บาท ปรบั ๕๐๐ บาท ไฟจราจรสแี ดง (ไมหยุดรถ) ม. ๑๕๒ - ลา้ํ แนวเสน หยุด เพ่ือ ปรับไมเกิน รอสญั ญาณไฟสีเขียว - ขบั รถไมห ยดุ รถหลงั เสน ใหห ยดุ ม. ๒๒ ๑,๐๐๐ บาท ม. ๑๕๒ ปรบั ๕๐๐ บาท - ไมข ับรถตอ ไปเม่อื มีไฟสีเขียว ม. ๒๒ ปรับไมเกิน ๑,๐๐๐ บาท -”- - ขับรถไมหยุดหลังเสนหยุด - ” - -”- เมือ่ เห็นไฟกะพริบสีแดง - ขับรถไมลดความเร็วเมื่อเห็น - ” - -”- -”- ไฟกะพรบิ เหลืองอาํ พัน ๓. - ขบั รถไมปฏบิ ตั ิตามสัญญาณ ม. ๒๔ ม. ๑๕๒ ปรบั ๔๐๐ บาท จราจรท่ีพนักงานเจาหนาที่แสดง ปรับไมเ กนิ -”- ดว ยแขนหรือมือ ๑,๐๐๐ บาท -”- - หยดุ รถหางพนักงานเจา หนาท่ี - ” - นอ ยกวา ๓ เมตร ๔. - ขับรถไมปฏิบัติตามสัญญาณ ม. ๒๕ -”- -”- จราจรที่พนักงานเจาหนาที่ แสดงดวยนกหวีด
๑๒๙ ลาํ ดบั ขอ กลา วหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ๕. - ทําใหเสียหายซ่ึงสัญญาณหรือ ม. ๒๙ ปรบั ๒๐๐ บาท -”- ม. ๑๕๒ เครื่องหมายจราจรฯ -”- ปรับไมเกิน -”- -”- ๑,๐๐๐ บาท - ทําลายซึ่งสัญญาณหรือ ม. ๒๙ -”- เคร่ืองหมายจราจรฯ -”- - ซอนเรนซ่ึงสัญญาณหรือ ม. ๒๙ -”- -”- เคร่ืองหมายจราจรฯ ม. ๒๘ - เปล่ียนแปลงซ่ึงสัญญาณหรือ -”- -”- เคร่อื งหมายจราจรฯ -”- - เคลื่อนยายซ่ึงสัญญาณหรือ -”- ม. ๑๕๒ ปรับ ๒๐๐ บาท เครื่องหมายจราจรฯ ปรับไมเ กนิ -”- ๑,๐๐๐ บาท - ขีดเขียนซ่ึงสัญญาณหรือ -”- เคร่ืองหมายจราจรฯ - ทําใหไรประโยชนซ่ึงสัญญาณ ม. ๑๕๒ ปรบั ๒๐๐ บาท หรอื เครอื่ งหมายจราจรฯ (ทตี่ ดิ ตง้ั ปรบั ไมเกิน ไว/ทําใหป รากฏในทาง) ๑,๐๐๐ บาท ๖. - ทํ า สั ญ ญ า ณ จ ร า จ ร ห รื อ เครื่องหมายจราจร ในทาง ม. ๑๕๘ - ไมมีอํานาจ โดยไมม อี ํานาจ จาํ คกุ ไมเ กนิ ๑ เดอื น เปรยี บเทียบปรับ หรือปรับไมเกิน - เจาพนักงานจราจร - ติดตั้งสัญญาณจราจรหรือ ๒,๐๐๐ บาท หรือ มีอํานาจยึด ร้ือ ถอน เ ค รื่ อ ง ห ม า ย จ ร า จ ร ใ น ท า ง ท้ังจาํ ท้ังปรบั ทําลายหรือทําใหสิ้นไป โดยไมม อี ํานาจ ซ่ึ ง สั ญ ญ า ณ ห รื อ - ทาํ ใหป รากฏในทางซง่ึ สญั ญาณ เคร่ืองหมายนั้น ตาม หรือเครือ่ งหมายจราจร (โดยมไิ ด ม.๓๐ ได เปน เจา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งาน เจาหนา ที่) -”- -”- -”- -”-
๑๓๐ õ.ñ.ó ÅѡɳРó ¡ÒÃ㪷Œ Ò§à´¹Ô Ã¶ ลักษณะ ๓ การใชทางเดินรถ เปนบทบัญญัติตาม มาตรา ๓๒ ที่เนนใหผูขับข่ีตองใช ความระมดั ระวงั ไมใ หร ถชนหรอื โดนคนเดนิ เทา และตอ งใหส ญั ญาณเตอื นคนเดนิ เทา ใหร ตู วั เมอ่ื จาํ เปน โดยเฉพาะอยางย่ิง เด็ก คนชรา หรือคนพิการที่กําลังใชทาง ผูขับขี่จะตองระมัดระวังเปนพิเศษ สาํ หรบั คนเดนิ เทา กต็ อ งปฏบิ ตั ติ าม พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ตงั้ แต มาตรา ๑๐๓ ถงึ มาตรา ๑๑๐ ถา คนเดนิ เทาไมปฏบิ ตั ิตาม ก็จะมคี วามผดิ เชน เดียวกัน การใชทางเดินรถ ในลักษณะ ๓ เปนบทบัญญัติที่วาดวย การขับรถ การขับแซงและผานขึ้นหนา การออกรถ การเลี้ยวรถ และการกลบั รถ การหยดุ รถ และการจอดรถ ดงั น้ี ลําดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผิด ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรับทาง ปณ. หมวด ๑ การขบั รถ ๑. - ไมข บั รถในทางเดินรถดา นซาย ม. ๓๓ ม. ๑๕๑ ปรบั ๒๐๐ บาท - ขับรถลํ้ากึ่งกลางทางเดินรถ ปรับต้งั แต - เปน ทางเดนิ รถขนึ้ /ลอ ง โดยไมม ีเหตอุ ันควร ๒๐๐-๕๐๐ บาท สวนทางกนั ม. ๑๕๑ ปรบั ๒๐๐ บาท ๒. - ไมขับรถในชองทางเดินรถ ม. ๓๔ ปรบั ตัง้ แต - àǹŒ áμ‹ ซายสุด หรือใกลกับชองเดินรถ ๒๐๐-๕๐๐ บาท ๑. ดานซายของทาง ประจําทาง มสี งิ่ กดี ขวางหรอื ถกู ปด ฯ ๒. กําหนดเปน วันเวย ๓. กวา งไมถงึ หกเมตร ปรับ ๒๐๐ บาท - เปนทางเดินรถไปใน ทิศทางเดียวกัน ต้ังแต ๒ ชอ งขน้ึ ไป - àǹŒ áμ‹ ๑. ชองเดินรถดานซาย มสี ิง่ กดี ขวางหรือถกู ปด ๒. กําหนดเปน วันเวย ๓. จะเขา ชอ งใกลท างรว ม ทางแยก ๔. จะแซงรถอ่นื ๕. ขับเร็วกวารถในชอง ซา ย
๑๓๑ ลําดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ม. ๓๕ ม. ๑๕๗ ปรบั ๓๐๐ บาท ๓. - ไมขับรถบรรทุกในชองเดินรถ -”- ปรบั ต้ังแต - ¡àǹŒ ดานซา ยสดุ -”- - ไมขับรถบรรทุกคนโดยสารใน ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท ๑. รถบรรทกุ สว นบคุ คล ชองเดนิ รถดานซายสดุ -”- นน. ไมเ กนิ ๑,๖๐๐ กก. - ไมขบั รถ จยย. ในชองเดินรถ ม. ๓๖ ดา นซา ยสดุ - ” - ๒. รถนงั่ บคุ คลเกนิ ๗ คน - ขับรถใชความเร็วต่ํากวารถอ่ืน ตาม พ.ร.บ.รถยนต (แต แลวไมขับใกลขอบทางเดินรถ ตองเปน ไปตาม ม.๓๔) ดานซา ย -”- ๔. - เลยี้ วรถโดยมใิ หสัญญาณ ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท - เปล่ยี นชองทางเดนิ รถโดยมใิ ห -”- ปรบั ไมเ กนิ - สญั ญาณทตี่ อ งให คอื สัญญาณ ม. ๓๖ ๕๐๐ บาท - ลดความเร็วของรถโดยมิให -”- - มอื และแขน สญั ญาณ - สัญญาณไฟ - ใหสัญญาณระยะ ไมต าํ่ กวา ๓๐ ม. และให ผขู บั รถคนั อนื่ มองเหน็ ได ไมน อยกวา ๖๐ เมตร -”- - จอดหรอื หยดุ รถโดยมใิ หส ญั ญาณ - ” - ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท ปรับไมเกนิ - สญั ญาณทต่ี อ งให คอื ๕. - ไมใหสัญญาณมือและแขน ม. ๓๗(๑) ๕๐๐ บาท เมอื่ จะลดความเรว็ ของรถ เมอื่ จะให (๓) (๔) (๕) - มือและแขน -”- - สญั ญาณไฟ ม. ๑๔๘ - ใหสัญญาณระยะ ปรบั ไมเ กิน ไมต ํ่ากวา ๓๐ ม. และ ๕๐๐ บาท ใหผ ขู บั รถคนั อน่ื มองเหน็ ไดไมนอ ยกวา ๖๐ เมตร -”- ปรับ ๒๐๐ บาท รถคนั อนื่ ผา น เมอ่ื จะเลยี้ วขวาหรอื เปล่ยี นชองทางเดินรถไปทางขวา - ไมใหสัญญาณมือ และแขน เม่อื จะหยุดรถ ม.๓๗(๒) ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท ปรับไมเ กิน ๕๐๐ บาท
๑๓๒ ลําดับ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ๖. - ใหสัญญาณไฟไมถูกตองตาม ม. ๓๘ ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท กฎหมาย ปรับไมเ กนิ -”- ๕๐๐ บาท -”- ๗. - ขบั รถเมอ่ื สวนกนั ไมช ดิ ดา นซา ย ม. ๓๙ ม. ๑๕๑ ของทาง ปรับตง้ั แต - ขับรถเมื่อสวนกันในทางแคบ - ” - ๒๐๐-๕๐๐ บาท ไมลดความเร็วของรถลง -”- - ขับรถเม่ือสวนกันในทางแคบ - ” - -”- -”- ที่สวนกันไมได ไมใ หส ทิ ธ์ิรถเล็ก ผา นไปกอ น - ขับรถในทางที่มีส่ิงกีดขวาง ม. ๓๙ ม. ๑๕๑ -”- ขางหนาไมใหทางรถคันที่สวนมา ปรบั ตัง้ แต ผา นไปกอน ๒๐๐-๕๐๐ บาท ๘. - ไมข บั รถไปตามทศิ ทางเครอื่ งหมาย ม. ๔๑ ม. ๑๔๘ ปรบั -”- เดนิ รถทางเดียว ม.๔๒ ไมเ กิน ๕๐๐ บาท -”- -ไมข บั รถชดิ ดา นซา ยของชอ งทาง เดินรถทีเ่ ปนสองทาง -”- ๙. - ขบั รถในขณะËÂÍ‹ ¹¤ÇÒÁÊÒÁÒö ม. ๔๓ (๑) ม. ๑๖๐ - ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ ในอนั ทีจ่ ะขบั (๑) (๒) (๕) วรรคสาม ปรับ - ขับรถในขณะเมาสุราหรือ และ (๘) จาํ คุกไมเ กิน ของเมาอยา งอืน่ (๒) ๓ เดือน - ขับรถในÅѡɳмԴ»¡μÔÇÔÊÑ - ” - - หรือปรบั ตั้งแต - ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ ของการขับหรือขับรถäÁ‹ÍÒ¨Áͧ ๒,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ปรบั àËç¹ทางดานหนา/หลังไดพอแก บาท ความปลอดภยั (๕) หรอื ท้ังจําทงั้ ปรับ - ขบั รถäÁ¤‹ Òí ¹§Ö ¶§Ö ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ - ” - - ” - - ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ ของผูอื่น หรือขับรถäÁ‹¤íÒ¹Ö§¶Ö§ ปรบั ¤ÇÒÁà´Í× ´ÃŒÍ¹ของผูอ่นื (๘)
๑๓๓ ลาํ ดับ ขอกลา วหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ๑๐. - ขับรถในลักษณะกีดขวาง ม. ๔๓ (๓), ม. ๑๕๗ ปรับ ๔๐๐ บาท การจราจร (๓) (๔), (๖) ปรับต้ังแต - ขบั รถประมาทอนั อาจเกดิ อนั ตราย และ (๗) ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท àǹŒ áμ‹ เพอ่ื แกบุคคลหรือทรัพยสนิ (๔) - เปลย่ี นชอ งเดนิ รถ - ขับรถครอมแนวแบงชองทาง - เล้ยี ว/กลับรถ เดินรถหรือขับรถทับเสนแนวแบง àÇŒ¹áμ‹ เปนรถ ชองทางเดนิ รถ (๖) - ” - - ” - - ลากเขน็ ทารก - ขบั รถบนทางเทา โดยไมม เี หตผุ ล - คนปว ย/คนพกิ าร สมควร (๗) -”- -”- ๑๑. - ขบั รถเสพ/รบั เขา รา งกายซง่ึ วตั ถุ ม. ๔๓ ทวิ ม. ๑๕๗ ทวิ - กม.ใหอ าํ นาจ ออกฤทธิก์ ลมุ แอมเฟตามีน จาํ คกุ ไมเ กิน เจา พนักงานตรวจสอบ ๖ เดอื น หรือปรับ - ÍÍ¡ãºÊ§èÑ /»ÃºÑ äÁä‹ ´Œ ตงั้ แต ๕,๐๐๐- ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทง้ั ปรับ ËÁÇ´ ò ¡ÒâºÑ á«§áÅм‹Ò¹¢éֹ˹ŒÒ ๑. - ขบั รถแซงขน้ึ หนา รถอนื่ โดยมใิ ห ม. ๔๔ ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท สญั ญาณ ปรบั ไมเกิน - ใชบังคับบนถนนท่ีรถ ๕๐๐ บาท เดินสวนกนั แตไมมีเสน แบง ชอ งทางเดนิ รถ - ขบั รถแซงขวาโดยไมม รี ะยะหา ง - ” - -”- -”- รถทถี่ กู แซงพอสมควร แลว ไมก ลบั ใชช องซาย ๒. - ขบั รถแซงขน้ึ หนา รถอน่ื ดา นซา ย ม. ๔๕ ม. ๑๕๗ ปรบั ๕๐๐ บาท โดยไมม ีเหตุสมควร ปรบั ต้ังแต - àÇŒ¹áμ‹ ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท ๑. รถคนั หนา จะเลยี้ วขวา ๒. เปนทางเดินรถใน ทิศทางเดียวกันต้ังแต ๒ ชอ งขนึ้ ไป ๓. - ขับแซงข้ึนหนารถอื่นขณะรถ ม. ๔๖ ปรบั ๕๐๐ บาท กําลงั ขึ้นทางชนั ข้นึ สะพาน หรือ - àÇŒ¹áμ‹ มคี ร่อื งหมาย อยูในทางโคง ใหแซงได
๑๓๔ ลาํ ดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรบั ทาง ปณ. ๓. - ขบั แซงขน้ึ หนา รถอน่ื ระยะ ๓๐ ม. ๔๖ ปรับ ๕๐๐ บาท เมตร กอนถงึ ทางขา ม - àǹŒ áμ‹ มคี รอ่ื งหมาย ใหแ ซงได - ขบั แซงขนึ้ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ ม. ๔๖ ม. ๑๕๗ ปรบั ๕๐๐ บาท เมตร กอ นถึงทางรว ม ปรับตง้ั แต - àǹŒ áμ‹ มคี รอ่ื งหมาย ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท ใหแซงได - ขบั แซงขน้ึ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ - ” - -”- เมตร กอ นถงึ วงเวียน -”- - ขบั แซงขนึ้ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ - ” - -”- -”- เมตร กอนถึงเกาะทสี่ รา งไว - ขบั แซงขนึ้ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ - ” - -”- -”- เมตร กอ นถึงทางตดั ทางรถไฟ - ขบั แซงขนึ้ หนา รถอน่ื เมอ่ื ไมอ าจ - ” - -”- -”- มองเหน็ ทาง กรณมี หี มอก/ฝน/ฝนุ ควนั ในระยะ ๖๐ เมตร - ขับแซงข้ึนหนารถอ่ืนเมื่อเขาท่ี - ” - -”- -”- คับขัน - ขบั แซงขน้ึ หนา รถอน่ื เมอื่ เขา เขต - ” - -”- -”- ปลอดภัย ๔. - ขับแซงข้ึนหนารถอ่ืนในเขต ม. ๔๗ ม. ๑๕๗ ปรับ ๕๐๐ บาท ที่มีเคร่ืองหมายจราจรหามแซง ปรบั ต้ังแต (แซงขน้ึ หนา รถอนื่ ในเขตหา มแซง) ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท - àǹŒ áμ‹ ทางขา งหนา -”- มีสิ่งกีดขวาง หรือ ๕. - ขบั แซงขึน้ หนารถอ่ืนลํ้าเขา ไป ม. ๔๘ ตองปฏิบัติตามคําสั่ง ในชอ งเดนิ รถประจําทาง ม. ๑๕๒ เจา พนักงาน ปรับไมเกนิ ๖. - ขับรถไมใหสัญญาณตอบรับ ม. ๔๙ ๑,๐๐๐ บาท ปรับ ๕๐๐ บาท รถคนั หลังที่ขอแซง ม. ๑๕๒ - ขบั รถไมล ดความเรว็ และชดิ ซา ย ม. ๔๙ ปรบั ไมเ กนิ ปรบั ๕๐๐ บาท เพือ่ ใหรถขอแซงผา นขึน้ หนา ๑,๐๐๐ บาท
๑๓๕ ลําดับ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ. ËÁÇ´ ó ¡ÒÃÍ͡ö àÅÕéÂÇáÅÐ¡ÅºÑ Ã¶ ปรับ ๕๐๐ บาท ๑. - ขับรถออกจากท่ีจอดโดยไมให ม. ๕๐ ม. ๑๕๒ -”- สัญญาณ ปรบั ไมเกิน - ขับรถออกจากท่ีจอดลักษณะ - ” - ๑,๐๐๐ บาท ปรบั ๔๐๐ บาท ไมป ลอดภยั และกดี ขวางการจราจร -”- - กรณไี มแ บง ชอ งเดนิ รถ ไว ๒. - ขับรถจะเลี้ยวซายไมชิดทาง ม. ๕๑ (๑) ม. ๑๔๘ - ปรับ ๔๐๐ บาท เดนิ รถดา นซาย ปรบั ไมเกนิ - ตอ งชดิ ขวาแนวกง่ึ กลาง ๕๐๐ บาท ทางเดนิ รถกอ นถงึ ทางเลยี้ ว ๓. - ขบั รถจะเลย้ี วขวาไมช ดิ ดา นขวาฯ ม. ๕๑ (๒) -”- อยา งนอ ย ๓๐ ม. (ทาง เดนิ รถสวนข้ึน/ลอง) - ขบั รถจะเลยี้ วขวาไมช ดิ ดา นขวา ม. ๕๑ (๒) -”- - ปรบั ๔๐๐ บาท หรือไมขับในชองท่ีมีเครื่องหมาย - ทางเดินรถต้ังแต ๒ จราจรใหเ ลยี้ วขวาได ชองขึ้นไป - ชดิ ขวากอ นถงึ ทางเลยี้ ว - ขับรถจะเล้ียวขวาไมชิดชอง - ” - -”- ไมน อยกวา ๓๐ ม. เดนิ รถประจาํ ทาง - ปรับ ๔๐๐ บาท - กรณีที่มีชองเดินรถ - ขบั รถจะเลยี้ วขวาออ มเจา พนกั งาน ม. ๕๑ (๒) -”- ประจาํ ทางอยดู า นขวาสดุ จราจร/พนักงานเจาหนาท่ี -”- - ใหช ดิ ชอ งรถประจาํ ทาง กอ นถงึ ทางเลยี้ วฯ ๓๐ ม. - ขับรถจะเล้ยี วขวาในทางรว ม -”- ปรบั ๔๐๐ บาท ทางแยกไมใ หรถสวนทางผาน - กรณี จพจ./พจท. ยนื ไปกอน ใหส ญั ญาณการจราจร ปรบั ๔๐๐ บาท - กรณจี ะเลยี้ วซา ย/ขวา พรอมกัน รถเล้ียวซาย ตอ งใหท างแกร ถจะเลยี้ ว ขวาไปกอ น
๑๓๖ ลําดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรับทาง ปณ. ๓. - ขับรถจะเล้ียวขวาไมออมไป ม. ๕๑ (๒) ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท ทางซายของวงเวียน ปรบั ไมเ กนิ ๕๐๐ บาท ๔. - กลับรถหรือเล้ียวรถทางขวา ม. ๕๒ ม. ๑๕๑ ปรบั ๔๐๐ บาท ขณะมีรถอื่นสวนหรือตามมา ปรบั ตง้ั แต ในระยะนอยกวา ๑๐๐ ม. ๒๐๐-๕๐๐ บาท ๕. - เล้ียวรถ กลับรถในทางท่ีมี ม. ๕๓ ม. ๑๕๗ ปรบั ตั้งแต ปรบั ๕๐๐ บาท เครอ่ื งหมายหาม ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท - กลบั รถในเขตปลอดภยั ทคี่ บั ขนั ม. ๕๓ -”- ปรับ ๕๐๐ บาท บนสะพานหรือในระยะ ๑๐๐ ม. - ท่ีคับขัน คือ ทางท่ี จากทางราบของเชิงสะพาน มีการ จร.พลุกพลาน/ หรอื กลับรถท่ที างรวมทางแยก มี ส่ิ ง กี ด ข ว า ง ห รื อ ที่ ซง่ึ มองเหน็ /ทราบลว งหนา วาอาจเกิดอันตราย/ เสียหายแกรถหรือคน ไดงา ย - à¢μ»ÅÍ´ÀÑ คือ พ้ืนท่ีในทางเดินรถที่มี เครอ่ื งหมายแสดงใหเ หน็ ชัดเจน ทุกเวลาสําหรับ ใหคนขามทางหยุดรอ/ ขน้ึ ลงรถหยดุ รอขา มทาง - àÇŒ¹áμ‹ มีครื่องหมาย ใหก ลบั ได
๑๓๗ ลําดบั ขอกลาวหาหรือฐานความผิด ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ. ËÁÇ´ ô ¡ÒÃË嫯 áÅШʹö ปรบั ๔๐๐ บาท ๑. - ไมใหส ัญญาณกอนหยดุ รถ ม. ๕๔ ม. ๑๔๘ -”- วรรคหนงึ่ ปรับไมเ กิน -”- ๕๐๐ บาท -”- - ไมใหสัญญาณกอนจอดรถ -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท - ใหสัญญาณกอ นหยุดรถระยะ -”- -”- นอยกวา ๓๐ ม. -”- -”- -”- - ใหส ญั ญาณกอ นจอดรถระยะ ม. ๕๔ ม. ๑๔๘ ปรับ ๓๐๐ บาท นอ ยกวา ๓๐ ม. วรรคสอง ปรับไมเกิน - หยดุ รถกีดขวางการจราจร ๕๐๐ บาท -”- -”- -”- - จอดรถกีดขวางการจราจร -”- -”- - เจาพนักงานจราจร - ไมจ อดรถทางดา นซา ยของทางฯ -”- -”- อาจกําหนดทิศทาง - จอดรถไมข นานกบั ขอบทางหรอื -”- -”- การจอดรถไวดานหน่ึง ไหลทาง -”- ม. ๑๔๘ ดานใด - จอดรถหางจากขอบทางหรือ ม. ๕๔ ปรับไมเ กนิ ปรบั ๒๐๐ บาท ไหลท าง เกนิ ๒๕ ซม. วรรคสอง ๕๐๐ บาท - เวนแต หยุดชิดขอบ - ไมจอดรถตามทศิ ทางที่ ทางดานซาย กรณีไมมี เจา พนกั งานจราจรกาํ หนดไว ชอ งเดินรถประจาํ ทาง ปรับ ๓๐๐ บาท ๒. - ËÂ´Ø Ã¶ã¹ªÍ‹ §à´¹Ô ö (ñ) ม. ๕๕ (๑) ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท ปรับไมเ กิน -”- ๕๐๐ บาท -”- ปรับ ๓๐๐ บาท - หยดุ รถบนทางเทา (๒) ม. ๕๕ (๒) -”- - หยุดรถบนสะพาน (๓) ม. ๕๕ (๓) -”- - หยุดรถในอโุ มงค (๓) -”- -”- - หยุดรถในทางรวมทางแยก (๔) ม. ๕๕ (๔) -”- - หยุดรถในเขตทม่ี ีเครื่องหมาย ม. ๕๕ (๕) -”- จราจรหามหยดุ รถ (๕)
๑๓๘ ลําดบั ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผิด ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คาปรับทาง ปณ. ๒. - หยดุ รถตรงปากทางเขา ออกตวั ม. ๕๕ (๖) ม. ๑๔๘ ปรบั ๒๐๐ บาท ปรับไมเ กนิ อาคาร (๖) ๕๐๐ บาท -”- -”- -”- - หยดุ รถตรงปากทางเขา ออกของ - ” - ปรบั ๔๐๐ บาท ทางเดนิ รถ (๖) -”- ปรับ ๕๐๐ บาท -”- - หยดุ รถในเขตปลอดภยั (๗) ม. ๕๕ (๗) -”- ม. ๑๕๒ -”- - หยุดรถในลักษณะกีดขวาง ม. ๕๕ (๘) ปรบั ไมเ กิน ปรับ ๔๐๐ บาท การจราจร (๘) ๑,๐๐๐ บาท -”- -”- ๓. - ไมน าํ รถขดั ขอ งออกใหพ น ทางฯ ม. ๕๖ -”- โดยเรว็ ท่สี ดุ วรรคหนงึ่ -”- -”- -”- - จอดรถขดั ของในลักษณะ ม. ๕๖ ม. ๑๔๘ -”- กีดขวางการจราจร วรรคสอง ปรับไมเ กนิ ๕๐๐ บาท -”- - จอดรถขัดของไมแสดง - ” - -”- ปรับ ๒๐๐ บาท เครอื่ งหมาย/สญั ญาณตามกฎหมาย -”- -”- -”- ๔. - จอดรถบนทางเทา (๑) ม. ๕๗ (๑) -”- ปรบั ๓๐๐ บาท -”- ปรบั ๔๐๐ บาท - จอดรถบนสะพาน (๒) ม. ๕๗ (๒) - จอดรถในอุโมงค (๒) -”- -”- - จอดรถในทางรวมทางแยก (๓) ม. ๕๗ (๓) -”- - จอดรถในระยะ ๑๐ ม. จาก -”- -”- ทางรวมทางแยก (๓) ม. ๕๗ (๔) -”- - จอดรถในทางขา ม (๔) -”- -”- - จอดรถในระยะ ๓ ม. จากทาง ม. ๕๗ (๕) ขาม (๔) ม. ๕๗ (๖) - จอดรถในเขตทมี่ เี ครอ่ื งหมายฯ ม. ๕๗ (๗) หา มจอด (๕) ม. ๕๗ (๘) - จอดรถในระยะ ๓ ม.จากทอ นาํ้ ม. ๕๗ (๙) ดบั เพลงิ (๖) - จอดรถในระยะ ๑๐ ม. จากที่ ตดิ ต้งั สญั ญาณจราจร (๗) - จอดรถในระยะ ๑๕ ม. จากทาง รถไฟผาน (๘) - จอดรถซอนคันกัน (๙)
๑๓๙ ลาํ ดบั ขอ กลาวหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ. ๔. - จอดรถตรงปากทางเขา ออกของ ม. ๕๗ ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท อาคาร/ทางเดินรถ (๑๐) (๑๐) ปรับไมเ กนิ ๕๐๐ บาท - จอดรถในระยะ ๕ ม. จากปาก -”- -”- ทางเดินรถ (๑๐) - จอดรถระหวา งเขตปลอดภยั กบั ม. ๕๗ (๑๑) -”- -”- ขอบทาง (๑๑) - จอดรถในระยะ ๑๐ ม. จาก - ” - -”- -”- ปลายสดุ ของเขตปลอดภัย - จอดรถในทค่ี ับขนั (๑๒) ม. ๕๗ (๑๒) - ” - ปรบั ๔๐๐ บาท - จอดรถในระยะ ๑๕ ม. กอ นถึง ม. ๕๗ (๑๓) ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท ปายหยุดรถประจําทาง (๑๓) ปรับไมเ กิน ๕๐๐ บาท - จอดรถในระยะ ๓ ม. เลยจาก ม. ๕๗ (๑๓) -”- -”- ปายหยุดรถประจําทาง - จอดรถในระยะ ๓ ม. จาก ม. ๕๗ (๑๔) -”- -”- ตไู ปรษณยี (๑๔) - จอดรถในลักษณะกีดขวาง ม. ๕๗ (๑๕) -”- ปรบั ๔๐๐ บาท การจราจร (๑๕) ๕. - จอดรถในทางฯ โดยไมดับ ม. ๕๘ -”- -”- เครื่องยนตและ หา มลอ ไว - จอดรถบนทางลาด/ทางชัน ไมหันลอ หนา เขาขอบทาง ๖. - ไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั่ เจา พนกั งาน ม. ๕๙ ม.๑๕๙ จําคุก - ออกใบสงั่ ไมไ ด ซงึ่ สงั่ ใหเ คลอ่ื นยา ยรถ ทจ่ี อด/หยดุ วรรคหน่ึง ไมเ กนิ ๓ เดือน - ปรบั ไมไ ด กดี ขวางการจราจร หรือปรับไมเกิน - ฟอ งคดตี อ ศาลแขวง - ขัดขวางเจาพนักงานฯ มิให ๕,๐๐๐ บาท เคลื่อนยายรถฯ มิใหใชเครื่องมือ หรอื ทง้ั จาํ ทั้งปรับ บังคับรถ - ทําใหเ สยี หาย ทําลาย ทําให ม. ๕๙ ม.๑๕๙ จําคกุ ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ เสื่อมคาหรือทําใหไรประโยชน วรรคสอง ไมเ กิน ๓ เดอื น ปรับ ซ่งึ เครื่องมอื บงั คับรถฯ หรอื ปรับไมเกิน - เคลื่อนยายรถที่เจาพนักงานฯ ๕,๐๐๐ บาท ใชเครือ่ งมือบังคบั รถ โดยไมไดรบั หรอื ทัง้ จําทัง้ ปรับ อนญุ าต
๑๔๐ ลาํ ดับ ขอกลา วหาหรอื ฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรบั ทาง ปณ. ม. ๖๐ ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท ๗. - หยุดหรือจอดรถในทางฯ นอก ปรบั ไมเ กิน เขตเทศบาลฯ ในทีซ่ ่ึงผขู บั ขร่ี ถอ่นื ม. ๖๑ ๕๐๐ บาท จะเห็นไดในระยะนอยกวา ๑๕๐ ม. ม. ๑๕๑ - กฎหมายบัญญัติวา ปรบั ตงั้ แต “เวลาท่ีมีแสงสวางไม ๘. - จอดรถในทางฯ หรือไหลทาง ๒๐๐-๕๐๐ บาท เพียงพอ” ซึ่งหมายถึง เวลากลางคนื ไมเปด ไฟหรือใช ม. ๑๔๘ เวลากลางคนื และเวลา แสงสวา งตามทีก่ ฎหมายกาํ หนด ปรับไมเ กนิ กลางวัน ท่ีมีแสงสวาง ๕๐๐ บาท ไมเ พยี งพอ ทจี่ ะมองเหน็ ๙. - ไมลดความเรว็ หรอื หยดุ รถให ม. ๖๒ รถทจี่ อดไดร ะยะ ๑๕๐ ม. หา งจากทางรถไฟไมน อ ยกวา ๕ ม. ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท ปรับไมเ กนิ - กรณที างรถไฟทตี่ ดั ผา น ๑๐. - ไมล ดความเรว็ หรอื หยดุ รถหา ง ม. ๖๓ ๕๐๐ บาท ทางโดยขณะนน้ั จากทางรถไฟในระยะไมน อยกวา ม. ๖๔ - มเี ครอื่ งหมาย/สญั ญาณ ๕ ม. (ทางรถไฟไมมีสัญญาณ ใหร ะวัง หรือส่ิงปดกน้ั ) - มีสิ่งปดก้ัน/เจาหนาท่ี ใหสัญญาณวารถไฟ ๑๑. - ไมล ดความเรว็ ของรถขณะขับ จะผา น ตามรถโรงเรยี นทห่ี ยดุ รบั /สง นกั เรยี น - มีเสียงสัญญาณจาก รถไฟกาํ ลังจะผา น ปรบั ๔๐๐ บาท - ไมล ดความเรว็ ของรถขณะขบั - ” - ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท สวนกนั กบั รถโรงเรียนที่หยดุ รบั ปรับไมเกิน /สง นกั เรียน ๑,๐๐๐ บาท -”- -”-
๑๔๑ õ.ñ.ô Å¡Ñ É³Ð ô ¡ÒÃ㪌·Ò§à´Ô¹Ã¶·Õ¨è Ѵ໹š ªÍ‹ §à´Ô¹Ã¶»ÃÐจํา·Ò§ การใชทางเดินรถท่ีจัดเปนชองเดินรถประจําทาง เปนกรณีที่กฎหมายกําหนดสําหรับ ผูขับข่ีรถโดยสารประจําทาง ขณะอยูในระหวางรับสงและบรรทุกคนโดยสาร ตองขับข่ีในชองทางที่ เจา พนักงานประกาศใหเปนชองทางเดนิ รถเทา น้ัน ลาํ ดับ ขอกลา วหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ๑. - ไมข บั ขรี่ ถโดยสารประจาํ ทางและ ม. ๖๕ ม. ๑๕๗ ปรบั ๕๐๐ บาท บรรทุกคนโดยสารในชองเดินรถ วรรคหนงึ่ ปรบั ต้ังแต - เวนแต ชองเดินรถฯ ประจาํ ทาง (อยรู ะหวา งรบั /สง หรอื ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท มีสิง่ กีดขวาง บรรทุกคนโดยสาร) - ตองปฏิบัติตามคําส่ัง พนกั งานเจา หนาที่ ๒. - ขบั รถอนื่ ในชอ งเดนิ รถประจาํ ทาง ม. ๖๖ ม. ๑๕๑ ปรบั ๔๐๐ บาท ปรับตง้ั แต - ö͹×è ทมี่ ใิ ชร ถโดยสาร ๒๐๐-๕๐๐ บาท ประจาํ ทางฯ õ.ñ.õ ÅѡɳРõ ¢ÍŒ กาํ ˹´à¡ÂÕè ǡѺ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§Ã¶ ขอกําหนดเกี่ยวกับความเร็วของรถ กําหนดวาผูขับขี่ตองขับรถดวยอัตราความเร็ว ตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวงหรอื ตามเครอ่ื งหมายจราจรทไ่ี ดต ดิ ตงั้ ไวใ นทาง และมกี ฎกระทรวงมหาดไทย ฉบบั ท่ี ๖ พ.ศ. ๒๕๒๒ และ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๒๔ กําหนดความเรว็ ของรถไวโดยถอื ในเขตหรอื นอกเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมอื งพทั ยา หรือเขตเทศบาล เปนหลกั ลาํ ดบั ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ. ๑. - ไมขับรถดวยอัตราความเร็วที่ ม.๖๗ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท กฎหมายกาํ หนดหรอื ขบั รถเรว็ เกนิ กฎ ฉ.ที่ ๖, ปรบั ไมเกนิ - รถบรรทกุ นาํ้ หนกั เกนิ อัตราทก่ี ฎหมายกาํ หนด ๑๐ (๒๕๒๒/ ๑,๐๐๐ บาท ๑,๒๐๐ กก. หรอื รถโดยสาร ๒๕๒๔) ใหข บั ใน กทม. เขตเมอื ง พทั ยา หรอื เขตเทศบาล ไมเกิน ๖๐ กม./ชม. นอกเขตดงั กลา ว ไมเ กนิ ๘๐ กม./ชม. - รถลากจูง/รถพวง ในเขตเมอื งใหข บั ไดไ มเ กนิ ๔๕ กม./ชม. นอกเขตขบั ไดไมเกนิ ๖๐ กม./ชม. - รถเกง จยย. ปค อัพ นน.รวมไมเกิน ๑,๒๐๐ กก. ในเมืองความเร็ว ไมเกิน ๘๐ กม./ชม. นอกเขตความเรว็ ไมเ กนิ ๙๐ กม./ชม.
๑๔๒ ลําดับ ขอกลา วหาหรอื ฐานความผิด ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรบั ทาง ปณ. ๑. - ไมข บั รถดว ยอตั ราความเรว็ ตาม ม. ๖๗ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท ปรับไมเ กนิ เครอ่ื งหมายจราจรฯ ที่ติดตั้งไว ปรับ ๔๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๒. - ไมล ดความเรว็ เม่อื จะเลยี้ วรถ ม. ๖๘ ม. ๑๔๘ -”- ปรับไมเกิน -”- - ไมล ดความเรว็ เมอ่ื จะใหรถอืน่ ม. ๖๘ ๕๐๐ บาท -”- แซงหรอื ผานขึ้นหนา -”- ปรบั ๔๐๐ บาท - ไมล ดความเร็วเม่ือจะจอดรถ - ไมลดความเรว็ เมื่อจะหยดุ รถ -”- ปรบั ๔๐๐ บาท - ไมลดความเรว็ เมอื่ จะกลับรถ -”- ม. ๑๔๘ -”- ๓. - ไมล ดความเรว็ ในลกั ษณะปลอดภยั ม. ๖๙ ปรับไมเกิน -”- เม่ือขับรถบนเนนิ เขา ๕๐๐ บาท -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะที่ - ” - ม. ๑๔๘ -”- ปลอดภัย เมอ่ื ขับรถบนสะพาน ปรบั ไมเกนิ -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะท่ี - ” - ๕๐๐ บาท -”- ปลอดภยั เมอ่ื ขับรถที่เชงิ สะพาน -”- -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะที่ - ” - ปลอดภัย เมื่อขบั รถในท่แี คบ -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะที่ - ” - ปลอดภยั เมื่อขบั รถในทางโคง -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะที่ - ” - ปลอดภยั เมื่อขบั รถทที่ างลาด -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะท่ี - ” - ปลอดภัย เม่ือขบั รถในท่คี ับขนั -”- - ไมลดความเร็วในลักษณะท่ี - ” - ปลอดภยั เมอื่ ขบั รถในทที่ ม่ี หี มอก -”- ฝน ฝุน ควัน จนไมอาจเห็นทาง ขา งหนา ไดในระยะ ๖๐ ม. -”-
๑๔๓ ลาํ ดับ ขอ กลาวหาหรือฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ. ๔. - ไมล ดความเรว็ เมอ่ื ขบั รถเขา ใกล ม. ๗๐ ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท ทางรว มทางแยก ปรบั ไมเ กิน - ไมล ดความเรว็ เมอื่ ขบั รถเขา ใกล ๕๐๐ บาท ทางขา ม - ไมล ดความเรว็ เมอ่ื ขบั รถเขา ใกล เสน ใหห ยดุ รถ - ไมล ดความเรว็ เมอื่ ขบั รถเขา ใกล วงเวยี น õ.ñ.ö ÅѡɳРö ¡ÒâѺö¼‹Ò¹·Ò§ÃÇ‹ Á ·Ò§á¡ËÃÍ× Ç§àÇÕ¹ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ (๙) ไดใหความหมายของ ทางรว มทางแยก หมายถงึ พนื้ ทที่ างเดนิ รถตง้ั แตส องสายตดั ผา นกนั รวมบรรจบกนั หรอื ตดิ กนั จงึ หมายถงึ สามแยก สี่แยก หาแยก หรือทางเดินรถสองสายขึ้นไปมาบรรจบกัน ที่เรียกวาสุดทางเดินรถ รวมทงั้ คอขวด ทมี่ เี สน ทางเดนิ รถหลายสายมาบรรจบกนั สาํ หรบั วงเวยี น ตามมาตรา ๔ (๑๐) หมายถงึ ทางเดนิ รถที่กําหนดใหรถเดินรอบเครื่องหมายจราจรหรือสง่ิ ท่สี รา งขึ้นในทางรวมทางแยก ลาํ ดับ ขอ กลาวหาหรือฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรับทาง ปณ. ๑. - ขับรถถึงทางรวมทางแยกไมให ม. ๗๑ (๑) ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท รถอื่นในทางรวมทางแยกผานไป ปรบั ไมเกนิ - รถอนื่ ทไ่ี ปถงึ ทางแยก กอน ๕๐๐ บาท กอ นมสี ทิ ธไ์ิ ปกอ น - ขับรถถึงทางรวมทางแยก ม. ๗๑ (๒) -”- ปรบั ๔๐๐ บาท พรอมกันไมยอมใหรถทางซาย - เวน แต เปน ทางเอกและ ไปกอ น ม. ๑๔๘ โทตดั กนั ตอ งใหท างเอก ปรับไมเกนิ ไปกอ น - ขับรถขณะสัญญาณไฟเขียว ม. ๗๑ (๓) ๕๐๐ บาท ปรับ ๔๐๐ บาท มีรถอื่นขวางอยูไมยอมหยุดรถ -”- - ตอ งหยดุ รถหลงั เสน ฯ หลังเสนใหร ถหยดุ จนกวา รถคนั หนา จะแลน พนทางแยก - ·Ò§àÍ¡ คอื ทางฯ ทมี่ ี เครอื่ งหมายแสดงวา เปน ทางเอก - ·Ò§â· คอื ทางฯ ทม่ี ี “ปา ยหยดุ ” “ปา ยใหท าง” ติดตั้งไว - ทางทบ่ี นพน้ื ทางมคี าํ วา “หยดุ ” หรอื มี “เสน หยดุ ” ทางขวางไว
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417