๒๙๔ ÍÑμÃÒ¤‹Ò¸ÃÃÁà¹ÕÂÁ (๑) ใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางตอเสนทางหน่ึง ฉบับละ ๑๕,๐๐๐ บาท (๒) ใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทาง ฉบับละ ๔,๐๐๐ บาท (๓) ใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก ฉบับละ ๑,๕๐๐ บาท (๔) ใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคล ฉบับละ ๑,๕๐๐ บาท (๕) ใบอนุญาตประกอบการขนสงระหวางประเทศ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (ก) ตลอดป ฉบับละ ๕๐๐ บาท (ข) เฉพาะคราว ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๖) ใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสง ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๗) ใบอนุญาตจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสง ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๘) ใบอนุญาตผูขับรถและใบอนุญาตนายตรวจ ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๙) ใบอนุญาตผูเก็บคาโดยสารและใบอนุญาตผูบริการ ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๑๐) ใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๑) ใบแทนใบอนุญาต ครั้งละ ๒๐๐ บาท (๑๒) การโอนทะเบียนรถ แผนละ ๑๐๐ บาท (๑๓) แผนปายเลขทะเบียนรถและเคร่ืองหมาย ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๑๔) คําขออนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง ฉบับละ ๒๐ บาท (๑๕) คําขออื่น ๆ ครั้งละเทากับคาธรรมเนียม (๑๖) การตออายุใบอนุญาต สําหรับใบอนุญาตแตละฉบับ
๒๙๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เน่ืองจากกฎหมายวาดวยการขนสง ไดใชบังคับมาเปนเวลานานแลว และสภาพการณในปจจุบันไดเปลี่ยนแปลงไปเปนอันมาก บทบัญญัติ ทั้งหลายท่ีใชบังคับอยูไมเหมาะสมกับกาลสมัย สมควรปรับปรุงบทบัญญัติกฎหมายวาดวยการขนสง เสียใหมใหเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓๕๑ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญยัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากผลแหงการประกาศใช พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดสงผลกระทบถึงบรรดารถบรรทุกขนสงสินคา ของผูประกอบการขนสงสวนบุคคล คือ ก. รถบรรทุกที่ใชรถมีนํ้าหนักรถตํ่ากวาหนึ่งพันหกรอยกิโลกรัมทั่วพระราชอาณาจักร สําหรับประกอบการภายในครอบครัว ตางไดรับความเดือดรอนอยางยิ่ง เพราะตองไปย่ืนขอ จดทะเบียนขนสงสวนบุคคล และตองใชใบอนุญาตขับขี่ของกรมการขนสงทางบกนอกเหนือไปจาก ใบอนุญาตของกรมตํารวจท่ีมีอยูแลว กอใหเกิดความเดือดรอน เพราะรถบรรทุกขนาดเล็กเหลานี้ หาจําตองใชความชํานาญเช่ียวชาญเปนพิเศษไม เนื่องจากเปนรถท่ีสวนมากใชในธุรกิจสวนตัว ภายใน ครัวเรือนและใชในการขนสงพืชผลของเกษตรกร จึงสมควรไดรับการยกเวนไมตองไปจดทะเบียนกับ กรมการขนสงทางบก และการใชใบขับขี่ของกรมการขนสงทางบก ข. สําหรับรถบรรทุกขนาดใหญ ซ่ึงไดประกอบการขนสงสวนบุคคลตามใบอนุญาตน้ัน การจํากัดทองท่ีทําการขนสงน้ัน ยอมกอใหเกิดความไมสะดวกและเปนธรรม เพราะผูประกอบการ ขนสงสวนบุคคลก็ยอมหมายถึงประกอบธุรกิจสวนตัวน่ังเอง ทองที่ที่กําหนดใหแนนอนยอมเปนเครื่อง กีดขวางการปฏิบัติงาน เพราะการท่ีจะบรรทุกสินคาของตนไปสงยังที่ตาง ๆ การที่จะตองไปขออนุญาต เปนคร้ังคราวน้ันยอมกอใหเกิดภาวะสูญเปลาทางเศรษฐกิจ เปนการเพิ่มราคาทุนโดยไมจําเปน ค. โดยท่ัวไปการตรวจสภาพรถมักลาชา เมื่อนํารถไปขอรับการตรวจแลวแตปรากฏวา รถมีจํานวนมาก ตรวจสภาพไมทันหากนําไปว่ิงขนสงก็จะตองถูกจับกุม และมีโทษสูง และการที่จอด รถการตรวจสภาพเปนระยะนาน ๆ น้ัน ยอมทําใหเศรษฐกิจกระทบกระเทือน จึงสมควรกําหนดเวลา ตรวจไว และหากความลาชาเปนเพราะความผิดของพนักงานหรือผูมีอํานาจตรวจสภาพก็ไมสมควร เอาโทษแกผูประกอบการขนสงที่ขอตรวจสภาพไวแลว เพราะโทษมีกําหนดสูง ๕๑ ราชกิจจานุเบกษา/เลม ๙๗/ตอนท่ี ๑๖๐/ฉบบั พเิ ศษ หนา ๑/๑๕ ตลุ าคม ๒๕๒๓
๒๙๖ ง. การตอใบอนุญาตตามบทเฉพาะกาลของใบอนุญาตประกอบการขนสงซ่ึงไดรับ อนุญาตไวแลว กอนใชพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ขนาดและสวนซึ่งพนักงานตรวจ สภาพตามกฎหมายเกา ทั้งของกรมตํารวจและกรมการขนสงทางบก ไมเปนระเบียบเดียวกัน และ มีมาตรฐานตางกัน ฉะน้ัน การขอตอใบอนุญาตใหมจึงไมสมควรนําเหตุผลของการผิดขนาดและ สวนมาเปนขอปฏิเสธ การขอตอใบอนุญาตเกาน้ันอาศัยเหตุผลดังกลาว จึงจําเปนตองแกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติฉบับน้ี พระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙๕๒ มาตรา ๒ พระราชกาํ หนดนใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๕ อัตราภาษีรถตามพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไข เพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดน้ี ไมใชบังคับแกรถท่ีไดจดทะเบียนและเสียภาษีรถประจําปไวแลว หรือ ที่คางชําระภาษีรถประจําปกอนวันท่ีพระราชกําหนดน้ีใชบังคับ ทั้งน้ี สําหรับภาษีรถประจําปที่เสียไว แลว หรือท่ีคางชําระนั้น มาตรา ๖ รถท่ีไดจดทะเบียนและเสียภาษีรถประจําปไวแลว กอนวันที่พระราชกําหนดนี้ ใชบังคับ หากเปนรถที่ไมไดรับการลดภาษีรถประจําปตามพระราชกฤษฎีกาท่ีออกตามความใน มาตรา ๘๘ ทวิ แหงพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดย พระราชกําหนดนี้ ใหเสียภาษีรถประจําปสําหรับปตอไป ดังตอไปน้ี (๑) ปที่หนึ่ง ใหเสียในอัตราก่ึงหนึ่งของอัตราตามท่ีกําหนดในบัญชีอัตราภาษีรถตาม มาตรา ๘๕ (๒) ปท่ีสอง ใหเสียในอัตราสามในสี่ของอัตราตามที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษีรถตาม มาตรา ๘๕ (๓) ปตอไป ใหเสียในอัตราตามที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษีรถตามมาตรา ๘๕ มาตรา ๗ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชกําหนดน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกําหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ในปจจุบันมีรถจํานวนมาก ใชนํ้ามันดีเซลหรือกาซเปนเช้ือเพลิง ทําใหเกิดความจําเปนในการส่ังนํ้ามันดีเซลหรือกาซเขามาใน ราชอาณาจักร ดังนั้น เพื่อปองกันมิใหมีการเพิ่มจํานวนรถท่ีใชน้ํามันดีเซลหรือกาซเปนเช้ือเพลิง และเพ่ือเปนการประหยัดเงินตราตางประเทศในการนําเขาน้ํามันเช้ือเพลิงดังกลาว สมควรแกไข ๕๒ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๐๓/ตอนท่ี ๑๕/ฉบับพเิ ศษ หนา ๓๑/๓๑ มกราคม ๒๕๒๙
๒๙๗ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และโดยท่ีเปนกรณีฉุกเฉินท่ีมีความจําเปนเรงดวน ในอันที่จะรักษาความม่ันคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจําเปนตองตราพระราชกําหนดนี้ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไมอนุมัติพระราชกําหนดแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติ การขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙๕๓ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐๕๔ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ ระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยท่ีประเทศไทยไดท ําความตกลงกับ ประเทศในสมาคมประชาชาติแหงเอเซียตะวันออกเฉียงใตวาดวยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายใน ประเทศซ่ึงกันและกัน และโดยท่ีประเทศไทยอาจทําความตกลงในทํานองเดียวกันกับประเทศอ่ืน ๆ ดวย ซ่ึงความตกลงดังกลาวจะมีผลใหผูมีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยพนักงานเจาหนาท่ีหรือสมาคม ยานยนต ที่ไดรับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศในสมาคมประชาชาติแหงเอเซียตะวันออกเฉียงใต หรือจากรัฐบาลของประเทศท่ีประเทศไทยมีความตกลงดวย สามารถใชใบอนุญาตขับรถนั้นขับรถใน ประเทศไทยได ฉะนั้น เพ่ือดําเนินการใหเปนไปตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีอยูกับตางประเทศตาม ความตกลงดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕๕๕ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติ หนาที่เปนผูประจํารถ โดยเฉพาะผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถสวนมากมักนิยมเสพยาเสพติดใหโทษ หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทในขณะปฏิบัติหนาท่ี ทําใหเกิดอุบัติเหตุสรางความสูญเสีย แกชีวิต รางกาย และทรัพยสินของประชาชนบนทองถนนเปนอันมาก สมควรมีบทบัญญัติกําหนด ความผิดและกําหนดโทษเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดใหโทษ หรือวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท ๕๓ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๐๓/ตอนที่ ๗๕/หนา ๑๑/๖ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ๕๔ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๐๔/ตอนท่ี ๒๗๐/ฉบับพเิ ศษ หนา ๕๓/๒๘ ธนั วาคม ๒๕๓๐ ๕๕ ราชกจิ จานุเบกษา/เลม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๔/หนา ๑๔/๒๗ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๓๕
๒๙๘ ในขณะปฏิบัติหนาที่ดังกลาว และใหอํานาจผูตรวจการ พนักงานฝายปกครอง หรือตํารวจ ส่ังให ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถที่มีเหตุอันควรเช่ือวาเมาสุราหรือของมึนเมาอยางอ่ืน หรือเสพยาเสพติดใหโทษ หรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท ในขณะปฏิบัติหนาที่รับ การตรวจหรือทดสอบถึงเหตุดังกลาวได จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕๕๖ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีปรากฏวาอุบัติเหตุท่ีเกิดจากรถ ท่ีใชในการขนสงวัตถุอันตราย ไดกอใหเกินความเสียหายอยางรายแรงแกรางกาย ชีวิต แะทรัพยสิน ของบุคคลภายนอก แตโดยที่พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังไมมีบทบัญญัติควบคุม การขนสงวัตถุอันตรายไวอยางเพียงพอและเหมาะสม สมควรแกไขปรับปรุงพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ในสวนท่ีเกี่ยวกับการขนสงวัตถุอันตรายเสียใหมเพ่ือความปลอดภัยในการขนสง จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๗๕๗ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีปจจุบันมีผูนํารถยนตน่ังสวน บุคคลเกินเจ็ดคนแตไมเกินสิบสองคน หรือรถยนตสวนบุคคลท่ีมีนํ้าหนักรถไมเกินหนึ่งพันหกรอย กิโลกรัม ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนต ไปใชประกอบการขนสงเพ่ือสินจางในลักษณะท่ี เปนการแกงแยงแขงขันกับผูไดรับอนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง โดยมิไดรับอนุญาตใหประกอบ การขนสงจากนายทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก และโดยที่บทบัญญัติของกฎหมายวา ดวยการขนสงทางบกไดบัญญัติยกเวนไวมิใหใชบังคับแกการขนสงโดยรถยนตดังกลาวเปนเหตุใหทาง ราชการไมสามารถเขาควบคุมและจัดระเบียบการขนสงได จึงเปนอุปสรรคตอการปฏิบัติการใหเปนไป ตามกฎหมาย สมควรปรับปรุงบทบัญญัติดังกลาวใหเหมาะสม จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ ๕๖ ราชกิจจานุเบกษา/เลม ๑๐๙/ตอนท่ี ๓๘/หนา ๙/๕ เมษายน ๒๕๓๕ ๕๗ ราชกจิ จานเุ บกษา/เลม ๑๑๑/ตอนท่ี ๒๖ ก/หนา ๑/๒๑ มิถนุ ายน ๒๕๓๗
๒๙๙ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๗๕๘ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๔ บรรดาในอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถทไ่ี ดอ อกใหต ามพระราชบญั ญตั ิ การขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหใชไดตอไปจนกวาจะสิ้นอายุ และถาผูไดรับใบอนุญาตประสงค จะตออายุใบอนุญาต ใหนําความในมาตรา ๑๐๐ แหงพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ีมาใชบังคับ มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากกฎหมายวาดวยการขนสง ทางบกท่ีใชบังคับอยูในปจจุบัน ไดกําหนดใหใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถมีอายุเพียงหน่ึงป ทําใหผูประกอบอาชีพเปนผูประจํารถจะตองมาตอใบอนุญาตทุก ๆ หน่ึงป ซ่ึงเปนระยะเวลาท่ีส้ันมาก ทําใหเกิดความไมสะดวกเสียเวลาและคาใชจายแกผูประกอบอาชีพดังกลาวเปนอยางยิ่งในการ ที่จะตองเดินทางมาตอใบอนุญาตทุก ๆ ป โดยเฉพาะผูที่เดินทางไปทํางานในจังหวัดอ่ืน การกําหนด ระยะเวลาดังกลาวจึงเปนการเพ่ิมภาระใหแกผูประกอบอาชีพดังกลาวโดยไมจําเปน จึงสมควรใหมีการ ขยายอายุของใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถเพ่ิมข้ึนจากหน่ึงปเปนสามป จึงจําเปนตองตรา พระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒๕๙ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่ในปจจุบันอุบัติเหตุรายแรง ท่ีเกิดบนทองถนนอันเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกชีวิตและทรัพยสินของบุคคลตาง ๆ น้ัน มีสาเหตุ มาจากการที่ผูขับรถเมาสุราหรือของมึนเมาอยางอ่ืน เสพยาเสพติดใหโทษ หรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ ตอจิตและประสาท รวมท้ังการปฏิบัติหนาที่ขับรถติดตอกันนานเกินไปจนทําใหผูขับรถเกิด ความตงึ เครยี ด ดงั นนั้ เพอ่ื เปน การปอ งกนั การเกดิ อบุ ตั เิ หตรุ า ยแรงอนั เนอื่ งมาจากกรณดี งั กลา ว สมควร กาํ หนดหา มมใิ หผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ใชห รอื ยนิ ยอมใหผ ขู บั รถซงึ่ มอี าการหรอื กระทาํ การ ๕๘ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๑๑/ตอนที่ ๒๘ ก/หนา ๑/๓๐ มิถุนายน ๒๕๓๗ ๕๙ ราชกิจจานุเบกษา/เลม ๑๑๖/ตอนที่ ๒๐ ก/หนา ๒๓/๒๕ มีนาคม ๒๕๔๒
๓๐๐ อยางใดอยางหน่ึงดังกลาวปฏิบัติหนาท่ีขับรถท่ีใชในการขนสง และกําหนดใหมีหนาท่ีควบคุมดูแล และปองกันมิใหผูขับรถท่ีมีอาการหรือกระทําการเชนวาน้ันขับรถท่ีใชในการขนสงดวย รวมทั้งสมควร กําหนดใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถปฏิบัติหนาที่ขับรถไดไมเกินส่ีช่ัวโมงติดตอกัน เพื่อไมใหเกิด ความตึงเครียดจนเกินไป นอกจากนั้นสมควรกําหนดใหผูปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถโดยไมไดรับ ใบอนุญาต และไดกระทําการใด ๆ อันเปนความผิดท่ีกําหนดไวสําหรับผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ี เปนผูประจํารถตองระวางโทษเชนเดียวกับผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถที่กระทํา ความผิดดังกลาวดวย จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๔๒๖๐ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังมิไดบัญญัติใหสอดคลองกับพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวน ตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ เพื่อท่ีจะใหมีการจัดสรรภาษีรถท่ีจัดเก็บไดใหเปนรายไดขององคการบริหารสวน ตําบลได นอกจากนี้โดยที่ถอยคําเก่ียวกับราชการสวนทองถ่ินในกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกมีใช อยูหลายคําตามรูปแบบของราชการสวนทองถ่ินซ่ึงมีอยูหลากหลาย โดยเมื่อจัดตั้งราชการสวนทอง ถิ่นขึ้นใหม ก็จะตองแกไขเพ่ิมเติมกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกทุกครั้ง เพ่ือใหราชการสวนทอง ถ่ินนั้นไดรับการจัดสรรภาษีรถ ดังเชนในกรณีขององคการบริหารสวนตําบลน้ีเปนตน ฉะน้ัน เพื่อให องคการบริหารสวนตําบลไดรับจัดสรรภาษีรถ และเพื่อปรับปรุงถอยคําเกี่ยวกับราชการสวนทองถ่ิน ใหครอบคลุมถึงราชการสวนทองถิ่นทุกประเภท จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี *พระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการใหเปนไป ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕๖๑ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎกี านใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๘ ในพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหแกไขคําวา “เลขาธิการ เรงรัดพัฒนาชนบทหรือผูแทน” เปน “อธิบดีกรมทางหลวงชนบทหรือผูแทน” และคําวา “ผูอํานวยการ สํานักนโยบายและแผนมหาดไทย” เปน “ผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนการขนสงและจราจร” ๖๐ ราชกจิ จานเุ บกษา/เลม ๑๑๖/ตอนท่ี ๒๐ ก/หนา ๒๗/๒๕ มีนาคม ๒๕๔๒ ๖๑ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๑๙/ตอนท่ี ๑๐๒ ก/หนา ๖๖/๘ ตลุ าคม ๒๕๔๕
๓๐๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยท่ีพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบัญญัติใหจัดตั้งสวนราชการข้ึนใหมโดยมีภารกิจใหม ซึ่งได มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหนาท่ีของสวนราชการใหเปนไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแลว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกลาวไดบัญญัติ ใหโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการ รัฐมนตรีผูดํารงตําแหนงหรือผูซ่ึงปฏิบัติหนาท่ีในสวนราชการ เดินมาเปนของสวนราชการใหม โดยใหมีการแกไขบทบัญญัติตาง ๆ ใหสอดคลองกับอํานาจหนาที่ ที่โอนไปดวย ฉะนั้น เพื่ออนุมัติใหเปนไปตามหลักการท่ีปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกา ดงั กลา ว จึงสมควรแกไ ขบทบัญญัติของกฎหมายใหส อดคลอ งกบั การโอนสว นราชการ เพ่อื ใหผ เู ก่ียวขอ ง มีความชัดเจนในการใชกฎหมายโดยไมตองไปคนหาในกฎหมายโอนอํานาจหนาท่ีวาตามกฎหมายใด ไดมีการโอนภารกิจของสวนราชการหรือผูรับผิดชอบตามกฎหมายน้ันไปเปนของหนวยงานใดหรือผูใด แลว โดยแกไขบทบัญญัติของกฎหมายใหมีการเปล่ียนช่ือสวนราชการ รัฐมนตรีผูดํารงตําแหนงหรือ ผูซึ่งปฏิบัติหนาที่ของสวนราชการใหตรงกับการโอนอํานาจหนาท่ี และเพิ่มผูแทนสวนราชการใน คณะกรรมการใหตรงตามภารกิจท่ีมีการตัดโอนจากสวนราชการเดินมาเปนของสวนราชการใหม รวมทั้งตัดสวนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแลว ซ่ึงเปนการแกไขใหตรงตามพระราชบัญญัติและ พระราชกฤษฎีกาดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชกฤษฎีกานี้ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖๖๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหกสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป มาตรา ๕ รถท่ีคางชําระภาษีรถประจําปอยูในวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับให ดําเนินการ ดังนี้ (๑) ใหนายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพรอมท้ังจํานวนภาษีคางชําระไว ณ ท่ีทําการนายทะเบียนและในสถานที่ที่อธิบดีประกาศกําหนดภายในหกสิบวันนับแตวันที่พระราช บัญญัตินี้ใชบังคับ (๒) ใหเจาของรถหรือผูครอบครองรถทําความตกลงกับนายทะเบียนในการชําระภาษี คางชําระภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่นายทะเบียนไดมีประกาศตาม (๑) โดยใหไดรับยกเวน เงินเพิ่ม หากมีภาษีคางชําระเกินกวาสามป ใหคิดภาษีคางชําระเพียงสามป และใหผอนชําระเปนงวดได ตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกําหนด (๓) เจาของรถหรือผูครอบครองรถที่มิไดดําเนินการตาม (๒) ตองเสียภาษีคางชําระ ทั้งหมด พรอมทั้งเงินเพิ่มในอัตรารอยละหน่ึงตอเดือนของจํานวนภาษีท่ีคางชําระ ๖๒ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๒๐/ตอนท่ี ๔๘ ก/หนา ๙/๒๙ พฤษภาคม ๒๕๔๖
๓๐๒ (๔) เม่ือครบกําหนดระยะเวลาตาม (๒) รถท่ีคางชําระภาษีรถประจําปตั้งแตสามปขึ้นไป หรือรถท่ีคางชําระภาษีรถประจําปไมถึงสามป แตตอมาภายหลังคางชําระภาษีติดตอกันครบสามป ใหถือวาทะเบียนรถเปนอันระงับไป และใหเจาของรถหรือผูครอบครองรถมีหนาที่สงคืนแผนปาย เลขทะเบียนรถตอนายทะเบียน และนําหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมาแสดงตอนายทะเบียน เพ่ือบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถภายในสามสิบวันนับแตวันครบกําหนดระยะเวลาตาม (๒) หรือนับแตวันคางชําระภาษีติดตอกันครบสามป แลวแตกรณี ใหนํามาตรา ๘๖/๒ มาตรา ๘๖/๓ วรรคสองและวรรคสาม และมาตรา ๘๖/๔ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใชบังคับ โดยอนุโลม เจาของรถหรือผูครอบครองรถผูใดไมสงคืนแผนปายเลขทะเบียนรถและนําหนังสือแสดง การจดทะเบียนรถมาแสดงตอนายทะเบียนตามความใน (๔) ใหนําโทษตามมาตรา ๑๔๙/๑ แหง พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ีมาใชบังคับ มาตรา ๖ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปจจุบันมีเจาของรถเปนจํานวน มากละเลยหรือหลีกเล่ียงการชําระภาษีรถประจําป ทําใหมีภาษีรถประจําปคางชําระเพิ่มขึ้นทุกป และ เมื่อมีการเปล่ียนเจาของรถก็เกิดขอโตแยงในภาระภาษีรถประจําปที่คางชําระ สมควรปรับปรุงมาตรการ ในการจัดเก็บภาษีรถประจําปท่ีคางชําระใหไดผลอยางจริงจัง จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๐๖๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปจจุบันสถานการณราคา นํ้ามันไดปรับตัวสูงขึ้นอยางตอเน่ือง รวมทั้งปญหาทางดานมลภาวะทางอากาศที่เพ่ิมมากขึ้น และ เพ่ือเปนการสงเสริมใหมีการใชพลังงานอื่นทดแทนการใชนํ้ามันเชื้อเพลิง สนับสนุนการใชพลังงาน อยา งประหยดั และการใชพ ลงั งานสะอาดเพอื่ อนรุ กั ษส งิ่ แวดลอ ม อนั จะเปน การชว ยใหม กี ารใชพ ลงั งาน อยางเหมาะสมและคุมคาและกอใหเกิดผลดีตอระบบเศรษฐกิจและส่ิงแวดลอมของประเทศ สมควร สงเสริมการใชรถท่ีใชพลังงานดังกลาวโดยกําหนดใหมีอัตราภาษีประจําปสําหรับรถเหลานี้ เปนการเฉพาะ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี ๖๓ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หนา ๑/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๐
๓๐๓ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗๖๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๑๔ ใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลาง ซึ่งดํารงตําแหนงอยูกอนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ คงอยูในตําแหนงตอไปไดจนกวาจะครบวาระ มาตรา ๑๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากกฎหมายวาดวยการขนสง ทางบกไดใชบังคับมาเปนเวลานาน สมควรปรับปรุงบทบัญญัติบางประการเสียใหม เพ่ือใหสอดคลอง กับเทคโนโลยีการผลิตรถในปจจุบันที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมาก และเพื่อใหการบังคับใชกฎหมาย มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอีกทั้งเพ่ือเปนการคุมครองผูใชบริการการตรวจสภาพรถใหไดรับความเปนธรรม จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๗๖๕ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๕ บรรดาภาษีประจําปของรถของหนวยงานตามมาตรา ๘๘ แหงพระราช บัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ท่ีคางชําระไวกอนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหเปนอันระงับไป มาตรา ๖ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากปจจุบันไดมีการปรับปรุง การบริหารราชการ ทําใหมีหนวยงานของรัฐรูปแบบตาง ๆ เกิดขึ้นเพ่ิมเติมจากหนวยงานทางราชการ ท่ีมีอยูเดิม อีกทั้งหนวยงานทางราชการเดินบางหนวยก็ไดมีการปรับเปล่ียนฐานะหรือรูปแบบการ ดําเนินการใหม อันมีผลทําใหหนวยงานน้ัน ๆ มิไดมีฐานะเปนกระทรวง ทบวง กรม หรือหนวยงาน ตามท่ีกฎหมายกําหนดใหไดรับยกเวนการขออนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคลและยกเวนภาษีรถ ประจําป อยางไรก็ดี เน่ืองจากหนวยงานที่เกิดขึ้นหรือปรับเปล่ียนใหมนั้นมีฐานะเปนหนวยงานของ รัฐสมควรแกไขเพ่ิมเติมกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกเพ่ือใหหนวยงานดังกลาวไดรับยกเวนการขอ ๖๔ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๑/ตอนท่ี ๘๓ ก/หนา ๑๐/๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ ๖๕ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๓๑/ตอนท่ี ๘๗ ก/หนา ๓๑/๒๖ ธนั วาคม ๒๕๕๗
๓๐๔ อนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคล และยกเวนภาษีรถประจําป จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี คําส่ังหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติที่ ๑๕/๒๕๖๐ เร่ือง มาตรการเพ่ิมความปลอดภัยในรถ โดยสารสาธารณะ๖๖ ขอ ๒ ใหนายทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกมีอํานาจสั่งเพิกถอน การจดทะเบียนรถระงับใชรถหรือพักใชใบอนุญาตประกอบการขนสงไดไมเกินหกเดือน เมื่อมีกรณี ดังตอไปนี้ (๑) เกิดอุบัติเหตุรายแรงจากการขนสงอันกระทบตอความเช่ือม่ันในระบบการขนสง โดยมีสาเหตุมาจากการที่ผูประกอบการขนสงไมควบคุมกํากับดูแลผูขับรถใหใชความเร็วไมเกินอัตรา ท่ีกฎหมายกําหนด ขับรถเกินช่ัวโมงการทํางาตามที่กฎหมายกําหนด ขับรถโดยประมาท หรือขับรถ ในขณะท่ีรางกายหรือจิตใจหยอนความสามารถ (๒) ผูประกอบการขนสงปลอยปละละเลยใหมีการนํารถไปใชกระทําความผิด เชน ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ ความผิดเกี่ยวกับการหลีกเล่ียงภาษี (๓) ผูประกอบการขนสงไมควบคุมกํากับดูแลผูขับรถหรือพนักงานเก็บคาโดยสารทําให มีการบรรทุกผูโดยสารเกินจํานวนที่น่ัง ทอดทิ้งผูโดยสาร หรือเก็บคาโดยสารเกินอัตราท่ีกําหนด ขอ ๓ ใหก รมการขนสง ทางบกควบคมุ ผใู หบ รกิ ารระบบตดิ ตามรถสาํ หรบั รถตามกฎหมาย วาดวยการขนสงทางบกและกฎหมายวาดวยรถยนตใหปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับคุณลักษณะและ ระบบการทํางานของเครื่องบันทึกขอมูลการเดินทางของรถ ผูใหบริการระบบติดตามรถผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ใหกรมการขนสง ทางบกมีอํานาจเปรียบเทียบปรับไดวันละไมเกินหาพันบาทจนกวาจะปฏิบัติใหถูกตอง ขอ ๔ ใหกรมการขนสงทางบกกําหนดเง่ือนไขเก่ียวกับรถประจําทางและไมประจําทาง ประเภทรถตูโดยสาร เพ่ือใหผูประกอบการขนสงดําเนินการโดยเครงครัด ดังตอไปนี้ (๑) การติดต้ังถังบรรจุกาซธรรมชาติหรือกาซปโตรเลียมเหลวตองไมทําใหน้ําหนักรถ รวมนํ้าหนักบรรทุกเกินสมรรถนะของรถ (๒) การติดต้ังหรือการปรับปรุงแกไขตัวรถและเครื่องอุปกรณ เพื่อความปลอดภัยตอ การใชรถและการเดินทาง โดยเฉพาะเพ่ือใหผูโดยสารสามารถออกจากตัวรถไดโดยสะดวกและรวดเร็ว เมื่อมีกรณีจําเปนหรือเกิดอุบัติเหตุ เชน การแกไขกลไกเปดประตูหลัง การเพ่ิมขนาดหนาตาง การปรับปรุงพนักพิงเบาะหลังเพื่อใหพับไดและใชเปนทางออกฉุกเฉิน ท้ังน้ี ตามมาตรฐานท่ีกรมการ ขนสงทางบกประกาศกําหนด (๓) กําหนดจํานวนที่น่ังผูโดยสารใหมีจํานวนที่เหมาะสมและปลอดภัยกับการบรรทุก และขนสงผูโดยสาร ซี่งตองไมเกินสิบสามท่ีนั่ง ๖๖ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๔/ตอนพเิ ศษ ๘๕ ง/หนา ๔๐/๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐
๓๐๕ ขอ ๕ เพ่ือประโยชนในการคุมครองผูโดยสารและบุคคลภายนอก ใหรถตามกฎหมาย วาดวยการขนสงทางบกหรือกฎหมายวาดวยรถยนตจัดใหมีการทําประกันภัยรถยนตเพ่ิมเติมจาก พระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยใหกรมการขนสงทางบกกําหนดเปน เงื่อนไขสําหรับการรับจดทะเบียนหรือรับชําระภาษี ประเภทรถทตี่ อ งจดั ทาํ ประกนั ภยั เพม่ิ เตมิ และวงเงนิ คมุ ครองผโู ดยสารและบคุ คลภายนอก ใหเปนไปตามท่ีกรมการขนสงทางบกประกาศกําหนด ขอ ๖ ใหกฎกระทรวงท่ีออกตามความในมาตรา ๓๕ แหงพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ท่ีใชบังคับอยูในวันกอนวันท่ีคําสั่งนี้ใชบังคับ ยังมีผลใชบังคับไปพลางกอนจนกวา จะมีประกาศท่ีออกตามมาตรา ๓๕ แหงพระราชบัญยัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแกไขเพ่ิม เติมโดยคําส่ังนี้ใชบังคับแทน ทั้งน้ี กฎกระทรวงดังกลาวใหใชบังคับไดเปนเวลาไมเกินหกสิบวัน นับแต วันท่ีคําสั่งน้ีใชบังคับ ขอ ๗ ใหทุกสวนราชการและหนวยงานของรัฐท่ีเก่ียวของกับการบังคับใชกฎหมายวา ดวยการขนสงทางบก ปฏิบัติตามและบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัดเพื่อปองกันมิใหเกิดการกระ ทําความผิดหรือมีการกระทําใดท่ีมีผลกระทบตอความปลอดภัยในการใหบริการขนสงสาธารณะ ทั้งนี้ ในกรณีท่ีปรากฏวามีการเพิกเฉยหรือละเลยไมกระทําการหรืองดเวนกระทําการ หรือมีการแสวงหาผล ประโยชนโดยการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอ่ืนใดโดยมิชอบ ใหผูบังคับบัญชา ซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุของเจาหนาที่ของรัฐผูนั้นพิจารณาดําเนินการทางแพง ทางอาญา และทางปกครอง ตอเจาหนาที่ของรัฐผูน้ันอยางรวดเร็วและเด็ดขาด กรณีที่หัวหนาสวนราชการหรือผูบังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจส่ังบรรจุปลอยปละละเลยไม ดําเนินการตามวรรคหน่ึง ใหถือเปนความผิดวินัยหรือความผิดทางอาญา แลวแตกรณี ขอ ๘ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอใหคณะรักษา ความสงบแหงชาติแกไขเปล่ียนแปลงคําส่ังนี้ได ขอ ๙ คําส่ังน้ีใหใชบังคับตั้งแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป กมลฤทัย/แกไข ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ชาญ/ตรวจ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ วศิน/แกไข ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๘ ปริญสินีย/เพ่ิมเติม ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐
๓๐๖
๓๐๗ ¼¹Ç¡ § : ¾.Ã.º.·Ò§ËÅǧ ¾.È.òõóõ
๓๐๘
๓๐๙ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ ·Ò§ËÅǧ ¾.È. òõóõ ÀÙÁÔ¾ÅÍ´ØÅÂà´ª ».Ã. ãËŒäÇŒ ³ Çѹ·Õè ò àÁÉÒ¹ ¾.È. òõóõ ໚¹»‚·èÕ ô÷ ã¹ÃѪ¡ÒÅ»˜¨¨ØºÑ¹ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยทางหลวง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแหงชาติ ทําหนาท่ีรัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕” มาตรา ๒๑ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๓ ใหยกเลิก (๑) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (๒) พระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๒๒ (๓) พระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัติน้ี “ทางหลวง”๒ หมายความวา ทางหรือถนนซึ่งจัดไวเพ่ือประโยชนในการจราจรสาธารณะ ทางบก ไมวาในระดับพ้ืนดิน ใตหรือเหนือพื้นดิน หรือใตหรือเหนืออสังหาริมทรัพยอยางอื่นจนอกจาก รถไฟ และหมายความรวมถึงท่ีดิน พืช พันธุไมทุกชนิด สะพาน ทอหรือรางระบายน้ํา อุโมงค รองน้ํา กําแพงกันดิน เขื่อน ร้ัว หลักสํารวจ หลักเขต หลักระยะปายจราจร เครื่องหมายจราจร เคร่ืองหมาย สัญญาณ เคร่ืองสัญญาณไฟฟา เคร่ืองแสดงสัญญาณท่ีจอดรถ ที่พักคนโดยสาร ที่พักริมทาง เรือหรือ พาหนะสําหรับขนสงขามฟาก ทาเรือสําหรับขึ้นหรือลงรถ และอาคารหรือสิ่งอื่นอันเปนอุปกรณงาน ๑ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๙/ตอนที่ ๕๒/หนา ๖/๑๘ เมษายน ๒๕๓๕ ๒ มาตรา ๔ บทนิยามคําวา “ทางหลวง” แกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๑๐ ทางหลวงเพื่อประโยชนแกงานทางหรือผูใชทางหลวงนั้นดวย “งานทาง” หมายความวา กิจการใดที่ทําเพ่ือหรือเน่ืองในการสํารวจการกอสราง การขยาย การบูรณะ หรือการบํารุงรักษาทางหลวง หรือการจราจรบนทางหลวง “ทางจราจร” หมายความวา สวนหนึ่งของทางหลวงที่ทําหรือจัดไวเพื่อการจราจรของ ยานพาหนะ “ทางเขา” หมายความวา สวนหน่ึงของทางหลวงท่ีทําหรือจัดไวสําหรับคนเดิน “ทางขนาน”๓ (ยกเลิก) “ไหลทาง” หมายความวา สวนหนึ่งของทางหลวงท่ีอยูติดตอกับทางจราจรท้ังสองขาง “ยานพาหนะ”๔ หมายความวา รถตามกฎหมายวาดวยรถยนต รถตามกฎหมายวาดวย การขนสงทางบก รวมทั้งเคร่ืองจักร เคร่ืองกล และส่ิงอ่ืนใดท่ีเคล่ือนที่ไปไดบนทางหลวงในลักษณะ เดียวกัน “ผูอํานวยการทางหลวง” หมายความวา บุคคลซึ่งมีอํานาจและหนาท่ีหรือไดรับแตงต้ังให ควบคุมทางหลวงและงานทางเฉพาะประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือเฉพาะทองถิ่นใดทองถ่ินหน่ึง หรือ เฉพาะสายใดสายหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติน้ี “เจาพนักงานทางหลวง” หมายความวา ผูซ่ึงรัฐมนตรีแตงต้ังใหเปนเจาพนักงานทางหลวง เพื่อปกิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ในสวนที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวงนั้น และใหมีอํานาจแตงต้ัง เจาพนักงานทางหลวงกับออกกฎกระทรวงเพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ในเรื่องดังตอไปน้ี (๑) กําหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะ (๒) จัดทํา ปก ติดต้ังปายจราจร เครื่องหมายจราจร เคร่ืองหมายสัญญาณหรือสัญญาณ อยางอื่น ขีดเสน เขียนขอความ หรือเคร่ืองหมายอื่นใดสําหรับการจราจรบนทางหลวง (๓) กําหนดกิจการอ่ืนเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวงนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได ๓ มาตรา ๔ บทนิยามคําวา “ทางขนาน” ยกเลิกโดยพระราชบญั ญตั ทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๔ มาตรา ๔ บทนยิ ามคาํ วา “ยานพาหนะ” เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๑๑ ʋǹ·Õè ñ º··ÑèÇä» ËÁÇ´ ñ »ÃÐàÀ·¢Í§·Ò§ËÅǧ มาตรา ๖๕ ทางหลวงมี ๕ ประเภท คือ (๑) ทางหลวงพิเศษ (๒) ทางหลวงแผนดิน (๓) ทางหลวงชนบท (๔) ทางหลวงทองถิ่น (๕) ทางหลวงสัมปทาน มาตรา ๗๖ ทางหลวงพิเศษ คือ ทางหลวงท่ีจัดหรือทําไวเพื่อใหการจราจรผานไดตลอด รวดเร็วเปนพิเศษ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดและไดลงทะเบียนไวเปนทางหลวงพิเศษโดยกรม ทางหลวงเปนผูดําเนินการกอสราง ขยาย บูรณะ และบํารุงรักษา รวมท้ังควบคุมใหมีการเขาออกได เฉพาะโดยทางเสริมที่เปนสวนหน่ึงของทางหลวงพิเศษตามท่ีกรมทางหลวงจัดทําขึ้นไวเทานั้น มาตรา ๘ ทางหลวงแผนดิน คือ ทางหลวงสายหลักท่ีเปนโครงขายเชื่อมระหวางภาค จังหวัด อําเภอ ตลอดจนสถานท่ีท่ีสําคัญ ที่กรมทางหลวงเปนผูดําเนินการกอสราง ขยาย บูรณะ และ บํารุงรักษา และไดลงทะเบียนไวเปนทางหลวงแผนดิน มาตรา ๙๗ ทางหลวงชนบท คือ ทางหลวงที่กรมทางหลวงชนบทเปนผูดําเนินการ กอสราง ขยาย บูรณะและบํารุงรักษา และไดลงทะเบียนไวเปนทางหลวงชนบท มาตรา ๑๐๘ ทางหลวงทอ งถนิ่ คอื ทางหลวงทอ่ี งคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ เปน ผดู าํ เนนิ การ กอสราง ขยาย บูรณะ และบํารุงรักษา และไดลงทะเบียนไวเปนทางหลวงทองถิ่น มาตรา ๑๑๙ (ยกเลิก) มาตรา ๑๒ ทางหลวงสัมปทาน คือ ทางหลวงท่ีรัฐบาลไดใหสัมปทานตามกฎหมายวา ดวยทางหลวงที่ไดรับสัมปทาน และไดลงทะเบียนไวเปนทางหลวงสัมปทาน ๕ มาตรา ๖ แกไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๖ มาตรา ๗ แกไ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญตั ิทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๗ มาตรา ๙ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ทิ างหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๘ มาตรา ๑๐ แกไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๙ มาตรา ๑๑ ยกเลิกโดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๑๒ มาตรา ๑๓๑๐ ทางหลวงประเภทตาง ๆ ใหลงทะเบียนไว ดังตอไปนี้ (๑) ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผนดินและทางหลวงสัมปทาน อธิบดีกรมทางหลวง เปนผูจัดใหลงทะเบียนไว ณ กรมทางหลวง (๒) ทางหลวงชนบท อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเปนผูจัดใหลงทะเบียนไว ณ กรมทางหลวงชนบท (๓) ทางหลวงทองถ่ิน ผูวาราชการจังหวัดเปนผูจัดใหลงทะเบียนไว ณ ศาลากลางจังหวัด ใหรัฐมนตรีประกาศทะเบียนทางหลวงตาม (๑) ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๔ รัฐมนตรีมีอํานาจแตงต้ังผูอํานวยการทางหลวง การแตงต้ังน้ันจะจํากัด ใหเปนผูอํานวยการทางหลวงเฉพาะประเภทใดประเภทหน่ึง หรือเฉพาะทองถ่ินใดทองถ่ินหนึ่ง หรือ เฉพาะสายใดสายหนึ่งก็ได มาตรา ๑๕๑๑ ในกรณีท่ีรัฐมนตรียังไมไดแตงตั้งผูอํานวยการทางหลวงตามมาตรา ๑๔ ใหบุคคลดังตอไปนี้เปนผูอํานวยการทางหลวง (๑) อธบิ ดกี รมทางหลวงเปน ผอู าํ นวยการทางหลวงพเิ ศษ ทางหลวงแผน ดนิ และทางหลวง สัมปทาน (๒) อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเปนผูอํานวยการทางหลวงชนบท (๓) นายกองคการบริหารสวนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบล ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา หรือผูบริหารสูงสุดขององคกรปกครองสวนทองถิ่น อ่ืนที่มีกฎหมายจัดตั้ง แลวแตกรณี เปนผูอํานวยการทางหลวงทองถิ่น มาตรา๑๖ ใหรัฐมนตรีมีอํานาจส่ังเปล่ียนประเภททางหลวงดังตอไปน้ี (๑) ทางหลวงท่ีอยูในอํานาจของรัฐมนตรีวาการกระทรวงเดียวกัน ใหรัฐมนตรีวา การกระทรวงน้ันเปนผูมีอํานาจสั่งเปลี่ยน (๒) ทางหลวงท่ีอยูในอํานาจของรัฐมนตรีวาการตางกระทรวงกัน ใหรัฐมนตรีวา การกระทรวงซ่ึงเปนผูรับการเปล่ียนประเภททางหลวงเปนผูมีอํานาจสั่งเปล่ียน เม่ือไดเปลี่ยนประเภททางหลวงตามวรรคหน่ึงแลว ใหแกไขทะเบียนใหถูกตอง การสั่งเปล่ียนทางหลวงประเทภอ่ืนเปนทางหลวงพิเศษหรือการส่ังเปลี่ยนทางหลวงพิเศษ เปนทางหลวงประเภทอื่น ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๗ ในกรณีท่ีมีปญหาวาทางหลวงสายใดเปนทางหลวงประเภทใด ใหรัฐมนตรี เปนผูวินิจฉัยช้ีขาด ๑๐ มาตรา ๑๓ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั ิทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๑๑ มาตรา ๑๕ แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั ิทางหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๑๓ มาตรา ๑๘ บคุ คลซงึ่ กอ สรา งทางขนึ้ อาจรอ งขอใหเ จา หนา ทต่ี ามมาตรา ๑๓ ลงทะเบยี น ทางน้ันเปนทางหลวงได แตเจาหนาท่ีดังกลาวจะรับลงทะเบียนใหไดตอเมื่อบุคคลซึ่งกอสรางทางนั้น ไดปฏิบัติตามเง่ือนไขท่ีเจาหนาท่ีไดกําหนดไวแลว ËÁÇ´ ò ¡ÒÃกํา¡Ñº μÃǨμÃÒáÅФǺ¤ØÁ·Ò§ËÅǧáÅЧҹ·Ò§ มาตรา ๑๙ ใหอ ธบิ ดกี รมทางหลวงเปน เจา หนา ทก่ี าํ กบั ตรวจตราและควบคมุ ทางหลวง และงานทางที่เกี่ยวกับทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผนดิน และทางหลวงสัมปทาน มาตรา ๒๐๑๒ ใหอธิบดีกรมทางหลวงชนบทเปนเจาหนาที่กํากับ ตรวจตราและควบคุม ทางหลวงและงานทางที่เกี่ยวกับทางหลวงชนบท มาตรา ๒๑๑๓ ใหน ายกองคก ารบรหิ ารสว นจงั หวดั นายกเทศมนตรี นายกองคก ารบรหิ าร สวนตําบล ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา หรือผูบริหารสูงสุดขององคกรปกครอง สวนทองถิ่นอ่ืนที่มีกฎหมายจัดต้ัง แลวแตกรณี เปนเจาหนาท่ีกํากับ ตรวจตราและควบคุมทางหลวง และงานทางท่ีเก่ียวกับทางหลวงทองถ่ิน มาตรา ๒๒ ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงมีอํานาจและหนาท่ีดําเนินการเก่ียวกับการควบคุมและตรวจตราพาหนะที่เดินบนทางหลวง และการจราจรบนทางหลวงใหเปนไปตามพระราชบัญญัติน้ี เวนแตกรณีท่ีไมไดบัญญัติไวใน พระราชบัญญัติน้ี ใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยการนั้น มาตรา ๒๓ ใหเจาพนักงานทางหลวงมีอํานาจและหนาที่ดังตอไปนี้ (๑) ตรวจตราดูแลมิใหมีการฝาฝนพระราชบัญญัติน้ี (๒) เรียกยานพาหนะใหหยุดเพ่ือทําการตรวจสอบในกรณีท่ีเช่ือวามีการกระทําอันเปน ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) จับกุมผูกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีในขณะกระทําความผิดเพ่ือสงให พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจดําเนินคดีตอไป ในการปฏิบัติหนาท่ีตามวรรคหนึ่งใหเจาพนักงานทางหลวงแสดงบัตรประจําตัวตอ ผูซ่ึงเก่ียวของ บัตรประจําตัวเจาพนักงานทางหลวงใหเปนไปตามแบบท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๔ ในการปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี ใหเจาพนักงานทางหลวงเปน เจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ๑๒ มาตรา ๒๐ แกไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ทิ างหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๑๓ มาตรา ๒๑ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๑๔ มาตรา ๒๕ ในสวนท่ีเก่ียวกับทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผนดิน และทางหลวง สัมปทาน ใหอธิบดีกรมทางหลวงมีอํานาจกําหนดมาตรฐานและลักษณะของทางหลวงและงานทาง รวมทั้งกําหนดเขตทางหลวง ท่ีจอดรถ ระยะแนวตนไม และเสาพาดสาย มาตรา ๒๖๑๔ ในสวนที่เก่ียวกับทางหลวงชนบทและทางหลวงทองถิ่น ใหอธิบดีกรม ทางหลวงชนบท มีอํานาจกําหนดมาตรฐานและลักษณะของทางหลวงและงานทาง รวมท้ังกําหนด เขตทางหลวง ท่ีจอดรถ ระยะแนวตนไม และเสาพาดสาย ตลอดจนควบคุมในทางวิชาการและอบรม เจาหนาที่ฝายชางเก่ียวกับทางหลวงและงานทาง มาตรา ๒๗ นอกจากทางหลวงสัมปทาน การสรางทางหลวงประเภทใดขึ้นใหมหรือ ขยายเขตทางหลวงประเทภใด ใหเปนอํานาจและหนาที่ของผูอํานวยการทางหลวงประเภทน้ัน มาตรา ๒๘ ในกรณีจําเปนเพ่ือประโยชนแกงานทางหรือการจราจรบนทางหลวง ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจปดการจราจร บนทางหลวงนั้นท้ังสายหรือบางสวนเปนการช่ัวคราว และวางระเบียบปฏิบัติสําหรับใหเจาพนักงาน ปดการจราจรเปนครั้งคราวเพ่ือความปลอดภัยได มาตรา ๒๙ ในกรณีจําเปนเพื่อประโยชนแกงานทาง ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือ ผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจ (๑) ใชท่ีดินริมทางหลวงซ่ึงปราศจากส่ิงกอสรางที่อยูในความครอบครองของบุคคลใด เปนการชั่วคราว (๒) ใชและเขาครอบครองวัตถุสําหรับใชงานทางซ่ึงอยูในท่ีดินของบุคคลใดเปนการ ชั่วคราว รวมทั้งทําทางผานเขาไปในท่ีดินใด ๆ เพื่อใชและเขาครอบครองวัตถุสําหรับใชงานทาง ไดดวย กอนท่ีจะกระทําการตาม (๑) หรือ (๒) ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวงแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองที่ดินทราบลวงหนาไมนอยกวา เจ็ดวัน มาตรา ๓๐ เพื่อประโยชนในการปองปดภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาเปนการฉุกเฉิน ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจใชที่ดินหรือ เขาครอบครองวัตถุสําหรับใชงานทางซ่ึงอยูในความครอบครองของบุคคลใดในบริเวณหรือใกลเคียง กับบริเวณที่เกิดภัยพิบัติน้ันไดเทาที่จําเปน เพ่ือประโยชนแกงานทาง และมีอํานาจเกณฑแรงราษฎร สัตว พาหนะหรือยานพาหนะ ตลอดจนเครื่องจักร เคร่ืองมือ และเครื่องอุปกรณสําหรับใชงานทาง ไดดวย การเกณฑตามวรรคหนึ่งและอัตราคาจางหรือคาตอบแทน ใหเปนไปตามท่ีกําหนด ในพระราชกฤษฎีกา ๑๔ มาตรา ๒๖ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๑๕ มาตรา ๓๑ เพ่ือประโยชนในการปองกันปดภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาเปนการฉุกเฉิน ใหอธิบดีกรทางหลวงมีอํานาจเขาครอบครองทางหลวงสัมปทาน และในการน้ีใหสิทธิและอํานาจ สั่งการของผูรับสัมปทานตกมาอยูกับอธิบดีกรมทางหลวงทั้งหมด จนกวาภัยพิบัตินั้นจะหมดไป มาตรา ๓๒๑๕ เพื่อประโยชนแกงานทาง ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบ หมายจากผูอํานวยการทางหลวง มีอํานาจทําหรือแกทางระบายนํ้าท่ีไหลผานทางหลวง หรือทํา หรือ แกทางระบายน้ําออกจากทางหลวงเพื่อไปสูแหลงน้ําสาธารณะที่ใกลเคียงตามความจําเปนได ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงประกาศ แนวเขตที่จะทําหรือแกทางระบายน้ํา พรอมท้ังแผนผังแสดงแนวเขตดังกลาว และปดประกาศไวใน บริเวณท่ีจะกระทําการนั้น และใหมีหนังสือแจงเจาของหรือผูครอบครองที่ดินหรือทรัพยสินในแนว เขตดังกลาวดวย ท้ังนี้ ไมนอยกวาเกาสิบวัน กอนการจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นจากผูมีสวนได เสียและหนวยงานที่เก่ียวของ เพ่ือประกอบการพิจารณาจัดทําหรือแกทางระบายน้ําของผูอํานวยการ ทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง เมื่อไดรับฟงความคิดเห็นตามวรรคสองแลว ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับ มอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงกําหนดแนวเขตที่จะทําหรือแกทางระบายนํ้า และมีหนังสือแจง ใหเจาของหรือผูครอบครองที่ดินหรือทรัพยสินทราบลวงหนาไมนอยกวาหกสิบวันกอนเขาดําเนินการ และใหเจาของหรือผูครอบครองท่ีดินหรือทรัพยสินมีสิทธิอุทธรณตอรัฐมนตรีไดภายในสามสิบวัน นับแตวันท่ีไดรับหนังสือแจง ในกรณีจําเปนตองปองปดภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาเปนการฉุกเฉินและเพื่อประโยชนแก งานทาง ผูอ าํ นวยการทางหลวงหรือผูซ ่ึงไดร ับมอบหมายจากผอู ํานวยการทางหลวงมอี าํ นาจดาํ เนินการ ตามวรรคหนึ่งไดทันที แตตองแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองที่ดินหรือทรัพยสินน้ันทราบ โดยเร็ว ในการปฏิบัติหนาที่ตามวรรคหน่ึงและวรรคสี่ ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับ มอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงตองแสดงบัตรประจําตัวตอผูซึ่งเกี่ยวของ มาตรา ๓๓ ในกรณีท่ีมีความเสียหายเกิดแกเจาของหรือผูครอบครองท่ีดิน หรือผูทรง สิทธิอ่ืนเน่ืองจากการกระทําของผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงตามมาตรา ๒๙ (๑) หรือ (๒) มาตรา ๓๐ วรรคหน่ึง หรือมาตรา ๓๒ ใหนําบทบัญญัติ ของกฎหมายวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพยในสวนท่ีเกี่ยวกับการกําหนดคาทดแทนมาใชบังคับ โดยอนุโลม มาตรา ๓๔ ผอู าํ นวยการทางหลวงหรอื ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมายจากผอู าํ นวยการทางหลวง มีอํานาจทํางานทางเพื่อเชื่อม ผาน ทับ ขาม หรือลอดทางรถไฟหรือทางนํ้าได แตตองแจงเปนหนังสือ พรอ มทง้ั สง สาํ เนาแบบกอ สรา งใหผ คู วบคมุ การรถไฟ หรอื ทางนาํ้ นน้ั ทราบลว งหนา ไมน อ ยกวา สามสบิ วนั ๑๕ มาตรา ๓๒ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๑๖ มาตรา ๓๕ ในกรณีท่ีเห็นสมควร อธิบดีกรมทางหลวงมีอํานาจสรางทางหลวงพิเศษ หรือทางหลวงแผนดินเพื่อเช่ือม ผาน ทับ ขาม หรือลอดทางหลวงประเภทอ่ืนได ในกรณีเชนน้ี ให ทางหลวงประเภทอื่นน้ันทั้งสายหรือบางสวนอยูในการกํากับ ตรวจตราและควบคุมของอธิบดีกรม ทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากอธิบดีกรมทางหลวง มาตรา ๓๖๑๖ วัตถุ เครื่องจักร เคร่ืองมือ และเครื่องอุปกรณสําหรับใชงานทางซ่ึงเปน กรรมสิทธ์ิของทางราชการ หรือองคกรปกครองสวนทองถ่ิน เปนทรัพยสินที่ไมอยูในความรับผิดแหง การบังคับคดี ʋǹ·èÕ ò ¡ÒäǺ¤ØÁ ¡ÒÃÃÑ¡ÉÒ ¡ÒâÂÒÂáÅÐʧǹà¢μ·Ò§ËÅǧ ËÁÇ´ ñ ¡ÒäǺ¤ØÁ·Ò§ËÅǧ มาตรา ๓๗ หามมิใหผูใดสรางทาง ถนน หรือส่ิงอ่ืนใดในเขตทางหลวงเพ่ือเปนทางเขา ออกทางหลวง เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวง ในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะกําหนดเง่ือนไขอยางใดก็ได รวมท้ังมีอํานาจกําหนดมาตรการในการจัดการ เพ่ือรักษาส่ิงแวดลอม การปองกันอุบัติภัย และการติดขัดของการจราจร การอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ เมอื่ มคี วามจาํ เปน แกง านทางหรอื เมอื่ ปรากฏวา ผไู ดร บั อนญุ าต ไดกระทําการผิดเงื่อนไขที่กําหนดในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะเพิกถอนเสียก็ได ทาง ถนน หรือส่ิงอื่นใดท่ีสรางข้ึนโดยไมไดรับอนุญาตหรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนด ใหผ อู าํ นวยการทางหลวงหรอื ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมายจากผอู าํ นวยการทางหลวงมอี าํ นาจสงั่ ใหผ กู ระทาํ การ ดังกลาวร้ือถอนหรือทําลายภายในกําหนดเวลาอันสมควร ถาไมปฏิบัติตามใหผูอํานวยการทางหลวง หรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางร้ือถอนหรือทําลาย โดยผูน้ันจะเรียกรองคาเสียหายไมได และตองเปนผูเสียคาใชจายในการนั้น มาตรา ๓๘ หามมิใหผูใดติดต้ัง แขวน วางหรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวงในลักษณะท่ี เปนการกีดขวางหรืออาจเปนอันตรายแกยานพาหนะ หรือในลักษณะที่จะทําใหเกิดความเสียหายแก ทางหลวงหรือความไมสะดวกแกงานทาง เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวง ๑๖ มาตรา ๓๖ แกไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิทางหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๑๗ หรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผู ซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงจะกําหนดเง่ือนไขอยางใดก็ได การอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ เมอ่ื มคี วามจาํ เปน แกง านทางหรอื เมอ่ื ปรากฏวา ผไู ดร บั อนญุ าต ไดกระทําการผิดเงื่อนไขท่ีกําหนดในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะเพิกถอนเสียก็ได ในกรณที กี่ ารกระทาํ ตามวรรคหนง่ึ ไดก ระทาํ โดยไมไ ดร บั อนญุ าตหรอื ไมป ฏบิ ตั ิตามเงื่อนไข ที่กําหนด ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอนําวยการทางหลวงมีอํานาจสั่ง ใหผูกระทําการดังกลาวรื้อถอน ทําลาย หรือขนยายส่ิงที่ติดตั้ง แขวน วางหรือกองอยูภายในกําหนด เวลาอันสมควร ถาไมปฏิบัติตาม ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงมีอํานาจรื้อถอน ทําลาย หรือขนยายส่ิงที่ติดต้ัง แขวน วางหรือกองอยู โดยผูน้ันจะเรียก รองคาเสียหายไมไดและตองเปนผูเสียคาใชจายในการน้ัน มาตรา ๓๙ หามมิใหผูใดกระทําการปดก้ันทางหลวง หรือวางวัตถุที่แหลมหรือมีคม หรือนําส่ังใดมาขวางหรือวางบนทางหลวง หรือกระทําดวยประการใด ๆ บนทางหลวงในลักษณะที่ อาจเกิดอันตรายหรือเสียหายแกยานพาหนะหรือบุคคล มาตรา ๓๙/๑๑๗ หามมิใหผูใดระบายนํ้าลงในเขตทางหลวงอันอาจจะกอใหเกิด ความเสียหายแกทางหลวง เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผู ซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง ในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับ มอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงจะกําหนดเงื่อนไขอยางใดก็ได การอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ เมอ่ื มคี วามจาํ เปน แกง านทางหรอื เมอ่ื ปรากฏวา ผไู ดร บั อนญุ าต ไดกระทําผิดเงื่อนไขที่กําหนดในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะเพิกถอนเสียก็ได การระบายน้ําที่กระทําโดยไมไดรับอนุญาตหรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขท่ีกําหนดผูอํานวย การทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจสั่งใหผูกระทําการดังกลาว งดเวนการระบายน้ําลงในเขตทางหลวงทันที หรือใหร้ือถอนหรือปดกั้นทางระบายน้ําภายในเวลาอัน สมควร ถาไมปฏิบัติตาม ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง มีอํานาจร้ือถอนหรือปดก้ันทางระบายนํ้าดังกลาวได โดยผูน้ันจะเรียกรองคาเสียหายไมไดและ ตองเปนผูเสียคาใชจายในการน้ัน มาตรา ๔๐ หามมิใหผูใดทําใหเสียหาย ทําลาย ซอนเรน เปล่ียนแปลง ขีดเขียน เคลื่อนยาย รื้อถอน หรือทําใหไรประโยชนซึ่งเคร่ืองหมายจราจร ปายจราจร เครื่องหมายสัญญาณ เครื่องหมายสัญญาณไฟฟา เครื่องแสดงสัญญาณ อุปกรณอํานวยความปลอดภัย ร้ัว หลักสํารวจ หลักเขต หรือหลักระยะ ซ่ึงเจาหนาที่ไดติดตั้งหรือทําใหปรากฏในเขตทางหลวง ๑๗ มาตรา ๓๙/๑ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๑๘ มาตรา ๔๑ ผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจหามมิใหผูใดหยุด จอด หรือกลับยาน พาหนะใด ๆ บนทางจราจรหรือไหลทางในทางหลวงสายใดทั้งสายหรือบางสวนได โดยทําเปนประกาศ หรือเครื่องหมายใหปรากฏไวในเขตทางหลวงน้ัน มาตรา ๔๒๑๘ ในกรณียานพาหนะใด ๆ เครื่องยนตหรือเครื่องอุปกรณเกิดขัดของหรือ ชํารุดบนทางจราจรจนไมสามารถเคล่ือนที่ตอไปได ผูใชยานพาหนะซ่ึงอยูในวิสัยและพฤติการณที่ สามารถเคลื่อนที่ยานพาหนะน้ันไดตองนํายานพาหนะนั้นเขาจอดบนไหลทาง หรือถาไมมีไหลทาง ใหจอดชิดซายสุดในลักษณะที่ไมกีดขวางการจราจร และจะตองนํายานพาหนะนั้นออกไปใหพนทาง จราจรหรือไหลทางโดยเร็วท่ีสุด ในกรณีตามวรรคหน่ึง ถาจําเปนตองหยุดหรือจดยานพาหนะอยูบนทางจราจรหรือไหล ทาง ผูใชยานพาหนะตองแสดงเคร่ืองหมายหรือสัญญาณใด ๆ ใหเพียงพอท่ีผูใชยานพาหนะอ่ืนจะ มองเห็นยานพาหนะท่ีหยุดหรือจอดอยูไดโดยชัดแจงในระยะไมนอยกวาหน่ึงรอยหาสิบเมตร และ หากเกิดขึ้นในเวลาท่ีแสงสวางไมเพียงพอที่ผูใชยานพาหนะอื่นจะมองเห็นยานพาหนะท่ีหยุดหรือ จอดอยูไดโดยชัดแจงในระยะไมนอยกวาหน่ึงรอยหาสิบเมตรตองเปดหรือจุดไฟใหมีแสงสวาง เพียงพอที่จะเห็นยานพาหนะน้ันได ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจ เคล่ือนยายยานพาหนะตามวรรคหน่ึงได โดยนําความในมาตรา ๔๒/๑ มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๔๒/๑๑๙ ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงมีอํานาจเคลื่อนยายยานพาหนะท่ีหยุดหรือจอดอยูในลักษณะท่ีอาจกอใหเกิดอันตรายแก ยานพาหนะอื่นหรือผูใชทาง หรือฝาฝนบทแหงพระราชบัญญัติน้ีได การเคลื่อนยายยานพาหนะตามวรรคหน่ึง ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบ หมายจากผูอํานวยการทางหลวงไมตองรับผิดชอบสําหรับความเสียหายใด ๆ ท่ีเกิดจากการปฏิบัติ ตามวรรคหนึ่ง เวนแตความเสียหายน้ันจะเกิดขึ้นจากการกระทําโดยจงใจหรือประมาทเลินเลอ อยางรายแรง ผูขับข่ีหรือเจาของยานพาหนะตองชําระคาใชจายในการเคลื่อนยายยานพาหนะ ตลอดจนคาดูแลรักษายานพาหนะระหวางท่ีอยูในความครอบครองของผูอํานวยการทางหลวง หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง ท้ังน้ี ตามอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวง เงินที่ไดจากผูขับข่ีหรือเจาของยานพาหนะตามวรรคสาม เปนรายไดท่ีไมตองนําสง กระทรวงการคลัง และใหนํามาเปนคาใชจายในการปฏิบัติตามมาตรานี้ตามระเบียบที่อธิบดี กรมทางหลวงกําหนด ๑๘ มาตรา ๔๒ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๑๙ มาตรา ๔๒/๑ เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั ทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๑๙ ในกรณีท่ีผูขับขี่หรือเจาของยานพาหนะไมชําระคาใชจายและคาดูแลรักษาตามวรรคสาม ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจยึดหนวงยาน พาหนะนั้นไวไดจนกวาจะไดรับชําระคาใชจายและคาดูแลรักษาดังกลาว โดยในระหวางที่ยึดหนวง น้ันใหคํานวณคาดูแลรักษาเปนรายวัน ถาพนกําหนดสามเดือนแลวผูขับข่ีหรือเจาของยานพาหนะ ไมชําระคาใชจายและคาดูแลรักษาดังกลาว ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจนํายานพาหนะน้ันออกขายทอดตลาดได แตตองมีหนังสือบอกกลาว แกเจาของหรือผูครอบครองยานพาหนะท่ีปรากฏช่ือทางทะเบียน หากไมปรากฏช่ือทางทะเบียน ใหปดประกาศไว ณ ท่ีทําการของผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวง ทั้งน้ี กอนวันขายทอดตลาดไมนอยกวาสามสิบวัน เงินท่ีไดจากการขายทอดตลาดเม่ือได หักคาใชจายในการขายทอดตลาด คาใชจายและคาดูแลรักษาท่ีคางชําระแลว เหลือเงินเทาใดใหคืน แกเจาของหรือผูมีสิทธิท่ีแทจริงตอไป มาตรา ๔๓ หามมิใหผูใดขุด ขน ทําลายหรือทําใหเสียหายแกทางหลวง หรือวัตถุ สําหรับใชงานทาง เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวง หรือผูซึ่งไดรับมอบ หมายจากผูอํานวยการทางหลวง มาตรา ๔๔ หามมิใหผูใดซื้อ ขาย แจกจาย หรือเร่ียไรบนทางจราจรและไหลทาง มาตรา ๔๕ หามมิใหผูใดทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ําเสีย น้ําโสโครก เศษหิน ดิน ทราย หรือสิ่งอ่ืนใดในเขตทางหลวง หรือกระทําดวยประการใด ๆ เปนเหตุใหขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล เศษหิน ดิน ทราย ตกหลนบนทางจราจรหรือไหลทาง มาตรา ๔๖ หามมิใหผูใดขี่ จูง ไลตอน ปลอย หรือเล้ียงสัตวบนทางจราจร ทางเทา หรือไหลทาง เวนแตจะไดปฏิบัติตามขอบังคับท่ีผูอํานวยการทางหลวงกําหนด ผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจประกาศหามมิใหผูใดขี่ จูง ไลตอน ปลอย หรือเลี้ยงสัตว ในเขตทางหลวงสายใดทั้งสายหรือบางสวน ท้ังนี้ เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการ ทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวง จะกําหนดเง่ือนไขอยางใดก็ได ประกาศของผูอํานวยการทางหลวงตามวรรคสอง ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๔๗๒๐ หามมิใหผูใดสรางอาคารหรือส่ิงอื่นใดในเขตทางหลวง หรือรุกล้ําเขาไปใน เขตทางหลวง เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจาก ผอู าํ นวยการทางหลวง ในการอนญุ าต ผอู าํ นวยการทางหลวงหรอื ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมายจากผอู าํ นวยการ ทางหลวงจะกําหนดเง่ือนไขอยางใดก็ได รวมทั้งมีอํานาจกําหนดมาตรการในการจัดการเพ่ือรักษา ส่ิงแวดลอม การปองกันอุบัติภัย และการติดขัดของการจราจรดวย ๒๐ มาตรา ๔๗ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๒๐ ผูไดรับอนุญาตตามวรรคหน่ึงตองชําระคาใชเขตทางหลวงตามอัตราท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง การอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ เมอ่ื มคี วามจาํ เปน แกง านทางหรอื เมอ่ื ปรากฏวา ผไู ดร บั อนญุ าต ไดกระทําผิดเงื่อนไขท่ีกําหนดในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะเพิกถอนเสียก็ได อาคารหรือส่ิงอื่นใดท่ีสรางขึ้นโดยไมไดรับอนุญาตหรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขท่ีกําหนด ใหนํามาตรา ๓๗ วรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๔๘๒๑ ผูใดมีความจําเปนตองปกเสา พาดสาย วางทอ หรือกระทําการใด ๆ ในเขตทางหลวงจะตองไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวงเสียกอน ในการอนุญาตตามวรรคหน่ึง ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะกําหนดเง่ือนไขอยางใดก็ได และผูไดรับอนุญาตตองชําระคาใชเขตทางหลวง ตามอัตราท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่การกระทําตามวรรคหน่ึงไดกระทําโดยไมไดรับอนุญาตหรือกระทําผิดเง่ือนไข ใหนํามาตรา ๓๗ วรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๔๙ เม่ือมีความจําเปนจะตองควบคุมทางเขาออกทางหลวงเพื่อใหการจราจร บนทางหลวงเปนไปโดยรวดเร็วและสะดวก หรือเพ่ือความปลอดภัยในการจราจรบนทางหลวง หามมิใหผูใดดําเนินการอยางใดอยางหน่ึงในท่ีดินริมเขตทางหลวงทั้งสายหรือบางสวนดังตอไปนี้ (๑) สรางหรือดัดแปลงตอเติมอาคารตามประเภท ชนิด หรือลักษณะท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง สถานีบริการน้ํามัน สถานีบริการกาซ สถานีบริการลางหรือตรวจสภาพรถ หรือติดต้ัง ปายโฆษณา ภายในระยะไมเกินสิบหาเมตรจากเขตทางหลวง (๒) สรางศูนยการคา สนามกีฬา สนามแขงขัน โรงมหรสพ สถานพยาบาล สถานศึกษา หรือจัดใหมีตลาด ตลาดนัด งานออกราน หรือกิจการอ่ืนที่ทําใหประชาชนมาชุมนุมกันเปนจํานวน มาก ภายในระยะไมเกินหาสิบเมตรจากเขตทางหลวง ท้ังนี้ เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวง ในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะกําหนดเงื่อนไขอยางใดก็ได การกําหนดทางหลวงสายใดท้ังสายหรือบางสวนท่ีจะหามมิใหดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ใหตราเปนกระราชกฤษฎีกา มาตรา ๕๐ เม่ือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๔๙ ใชบังคับแลว ในกรณีท่ีมีอาคาร หรือสิ่งอ่ืนปลูกสรางข้ึน หรือส่ิงที่จัดใหมีข้ึนโดยไมไดรับอนุญาตหรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนด ๒๑ มาตรา ๔๘ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๒๑ ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงแจงเปนหนังสือให เจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือส่ิงอื่นร้ือถอนอาคารหรือส่ิงอื่นนั้นภายในสามสิบวันนับแตวันที่ได รับหนังสือแจง ถาไมปฏิบัติตาม ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงมีอํานาจร้ือถอนโดยผูน้ันจะเรียกรองคาเสียหายไมไดและตองเปนผูเสียคาใชจายในการน้ัน ในกรณีที่เปนอาคารหรือสิ่งอื่นท่ีกําลังปลูกสรางหรือสิ่งท่ีจัดใหมีข้ึนเม่ือผูอํานวยการ ทางหลวงเห็นสมควร ใหผูอํานวยการทางหลวงแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองอาคารรื้อ ถอนอาคารหรือส่ิงอ่ืน หรือแกไขเปล่ียนแปลงทางเขาออกของอาคารนั้นภายในกําหนดเวลาอันสมควร ถาไมปฏิบัติตาม ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจ ร้ือถอนอาคาร หรือสิ่งอ่ืนหรือแกไขเปล่ียนแปลงทางเขาออกของอาคาร แลวแตกรณี โดยผูน้ันจะเรียก รองคาเสียหายไมไดและตองเปนผูเสียคาใชจายในการนั้น ท้ังน้ี ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งได รับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงชําระคาทดแทนตามความเปนธรรมใหแกเจาของหรือผูครอบ ครองอาคารหรือส่ิงอื่นในการที่ตองรื้อถอนอาคารหรือส่ิงอ่ืนหรือแกไขเปล่ียนแปลงทางเขาออกของ อาคารน้ัน ถาไมเปนที่ตกลงกันได ใหนําบทบัญญัติของกฎหมายวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย ในสวนที่เก่ียวกับการกําหนดคาทดแทนมาใชบังคับโดยอนุโลม กอนท่ีจะกระทําการตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผู ซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือ ส่ิงอื่นทราบลวงหนาภายในกําหนดเวลาอันสมควร มาตรา ๕๑ ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงมีอํานาจเขาไปตรวจสอบในบริเวณท่ีมีการดําเนินการตามมาตรา ๔๙ หรือมาตรา ๕๐ กอ นทจ่ี ะเขา ไปตรวจสอบตามวรรคหนงึ่ ใหผ อู าํ นวยการทางหลวงหรอื ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวง แจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือส่ิงอื่นในบริเวณ ดังกลาวทราบลวงหนาไมนอยกวาสามวัน ËÁÇ´ ò ¡Ò¤Çº¤ØÁ·Ò§ËÅǧ¾ÔàÈÉ มาตรา ๕๒ ใหรัฐมนตรีมีอํานาจประกาศกําหนดใหทางหลวงสายใดที่จะสรางข้ึนใหม หรือที่มีอยูเดิมทั้งสายหรือบางสวนเปนทางหลวงพิเศษ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๕๓๒๒ ใหอธิบดีกรมทางหลวงมีอํานาจปดทางหลวงหรือทางอ่ืนใดท่ีมีอยูเดิม ท่ีทางหลวงพิเศษตัดผาน ๒๒ มาตรา ๕๓ แกไ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๒๒ ในกรณีที่มีการปดทางหลวงหรือทางอ่ืนใดตามวรรคหน่ึง ใหอธิบดีกรมทางหลวงจัดใหมี ทางบริการข้ึนใชแทน โดยอาจกําหนดหรือดัดแปลงแกไขจากทางหลวงหรือทางอ่ืนใดท่ีมีอยูเดิม หรือ จัดใหมีทางข้ึนใหมเพ่ือใชเปนทางบริการก็ได ไมวาจะอยูในเขตทางหลวงพิเศษหรือไมก็ตาม ทางบรกิ ารท่ีเกดิ จากการดดั แปลงแกไ ขทางหลวงหรือทางอนื่ ใดทีม่ ีอยเู ดมิ ใหเ ปน ทางหลวง หรือทางอ่ืนใดประเภทเดิม ทางบริการท่ีจัดใหมีข้ึนใหมใหเปนทางหลวงแผนดิน มาตรา ๕๔ ใหผูอํานวยการทางหลวงพิเศษมีอํานาจประกาศหามยานพาหนะ บางชนิดหรือคนเดินเทา ใชท างหลวงพิเศษสายใดท้ังสายหรือบางสว น โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๕๕๒๓ หามมิใหผุใดสรางทาง ถนน หรือส่ิงอื่นใดในเขตทางหลวงพิเศษหรือ เปนทางเขาออก เช่ือม หรือผานทางหลวงพิเศษ ทาง ถนน หรือสิ่งอ่ืนใดท่ีสรางข้ึนโดยฝาฝนวรรคหน่ึง ใหนํามาตรา ๓๗ วรรคสามมาใช บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๕๖๒๔ หามมิใหผูใดสรางอาคารหรือสิ่งอ่ืนใดในเขตทางหลวงพิเศษหรือรุกลํ้า เขาไปในเขตทางหลวงพิเศษ ผูใดมีความจําเปนตองสรางหรือกระทําการใด ๆ ผานเขาไปในเขตทางหลวงพิเศษจะตอง ไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงพิเศษหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงพิเศษ ทั้งนี้ จะตองเปนกิจการอันเปนประโยชนสาธารณะ และเปนการผานเขตทางหลวง พิเศษเทาท่ีจําเปน รวมทั้งตองไมเปนอันตรายหรือกอใหเกิดความไมสะดวกในการใชทางหลวงพิเศษ ในการอนุญาตตามวรรคสอง ผูอํานวยการทางหลวงพิเศษหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงพิเศษจะกําหนดตําแหนงและระดับท่ีจะสรางหรือกระทําการนั้น รวมทั้งกําหนด เงื่อนไขอยางใดก็ได และใหนํามาตรา ๔๘ วรรคสอง มาใชบังคับโดยอนุโลม การอนุญาตตามวรรคสอง เมื่อมีความจําเปนแกงานทาง ผูอํานวยการทางหลวงพิเศษ หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงพิเศษจะเพิกถอนเสียก็ได ในกรณีท่ีผูไดรับอนุญาตตามวรรคสองไดกระทําการผิดเงื่อนไขท่ีกําหนดในการอนุญาต ใหการอนุญาตนั้นส้ินสุดลง อาคารหรือสิ่งอ่ืนใดท่ีสรางข้ึนโดยฝาฝนวรรคหนึ่ง หรือโดยไมไดรับอนุญาตตามวรรคสอง หรอื ผดิ เงอ่ื นไขทกี่ าํ หนดในการอนญุ าตตามวรรคสาม ใหน าํ มาตรา ๓๗ วรรคสาม มาใชบ งั คบั โดยอนโุ ลม มาตรา ๕๗ เม่ือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๔๙ ใชบังคับแลว ในกรณีท่ีมีอาคารหรือ ส่ิงอ่ืนใดอยูในท่ีดินริมเขตทางหลวงพิเศษ เมื่อผูอํานวยการทางหลวงพิเศษเห็นสมควร ใหผูอํานวยการ ทางหลวงพเิ ศษหรอื ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมายจากผอู าํ นวยการทางหลวงพเิ ศษแจง เปน หนงั สอื ใหเ จา ของหรอื ผูครอบครองอาคารหรือส่ิงอ่ืนใดในที่ดินริมเขตทางหลวงพิเศษดังกลาวรื้อถอนหรือแกไขเปล่ียนแปลง ๒๓ มาตรา ๕๕ แกไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๒๔ มาตรา ๕๖ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๒๓ อาคารหรือสิ่งอ่ืนน้ันภายในกําหนดเวลาอันสมควร ถาไมปฏิบัติตาม ใหผูอํานวยการทางหลวงพิเศษ หรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงพิเศษมีอํานานรื้อถอนหรือแกไขเปลี่ยนแปลง อาคารหรือส่ิงอ่ืนน้ันได โดยแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือส่ิงอ่ืนดังกลาว ทราบลวงหนาภายในกําหนดเวลาอันสมควร ทั้งน้ี เจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือส่ิงอ่ืนจะเรียก รองคาเสียหายไมได และตองเปนผูเสียคาใชจายในการน้ัน ใหผูอํานวยการทางหลวงพิเศษหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงพิเศษ ชําระคาทดแทนตามความเปนธรรมใหแกเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือสิ่งอื่นในการที่ตองรื้อ ถอน หรือแกไขเปล่ียนแปลงอาคารหรือส่ิงอื่นนั้น ถาไมเปนท่ีตกลงกันได ใหนําบทบัญญัติของกฎหมาย วาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพยในสวนที่เก่ียวกับการกําหนดคาทดแทนมาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๕๘ ใหนําความในหมวด ๑ มาใชบังคับแกการควบคุมทางหลวงพิเศษ โดยอนุโลม เวนแตท่ีบัญญัติไวโดยเฉพาะในหมวดนี้ ËÁÇ´ ó ¡ÒÃÃÑ¡ÉÒ·Ò§ËÅǧ มาตรา ๕๙ หามมิใหผูใดกีดกั้นหรือเปลี่ยนแปลงทางน้ําท่ีติดตอกับเขตทางหลวงหรือ ทางนํ้าท่ีไหลผานทางหลวงในเขตที่ดินภายในระยะหารอยเมตรจากแนวกลางทางหลวง เวนแต ไดรับ อนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง ในกรณีท่ีมีการฝาฝนวรรคหน่ึง ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือเจาพนักงานซึ่งผูอํานวยการ ทางหลวงแตงต้ังใหควบคุมทางหลวงแจงเปนหนังสือใหผูฝาฝนร้ือถอนส่ิงกีดกั้นหรือแกไขทางน้ํา ภายในกําหนดเวลาอันสมควร ถาไมปฏิบัติตาม ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจเขารื้อถอนหรือจัดการแกไข โดยผูนั้นจะเรียกรองคาเสียหาย ไมไดและตองเปนผูเสียคาใชจายในการนั้น มาตรา ๖๐ หามมิใหผูใดใชยานพาหนะบนทางหลวงซ่ึงยังมิไดเปดอนุญาตใหใชเปน ทางสาธารณะ เวนแตไดรับอนุญาตจากเจาพนักงานผูควบคุมทางหลวงน้ันหรือผูไดรับสัมปทาน แลว แตกรณี มาตรา ๖๑๒๕ เพื่อรักษาทางหลวง ผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาหามใชยานพาหนะบนทางหลวงโดยท่ียานพาหนะนั้นมีน้ําหนัก น้ําหนักบรรทุกหรือ น้ําหนักลงเพลาเกินกวาท่ีกําหนด หรือโดยท่ียานพาหนะน้ันอาจทําใหทางหลวงเสียหาย ๒๕ มาตรา ๖๑ แกไ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๒๔ ประกาศของผอู าํ นวยการทางหลวงตามวรรคหนง่ึ ตอ งไดร บั อนมุ ตั จิ ากอธบิ ดกี รมทางหลวง สําหรับทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผนดิน และทางหลวงสัมปทาน หรือไดรับอนุมัติจากอธิบดีกรม ทางหลวงชนบาท สําหรับทางหลวงชนบท หรือไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัดสําหรับทางหลวง ทองถิ่น ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุเกิดข้ึนทําใหเกิดความเสียหายแกทางหลวงหรือไม ปลอดภยั แกการจราจรในทางหลวง ใหเ จา พนักงานซึ่งผอู าํ นวยการทางหลวงแตงต้งั ใหค วบคุมทางหลวง มีอํานาจประกาศหามใชยานพาหนะบนทางหลวงนั้นไดภายในระยะเวลาท่ีกําหนด โดยใหปดประกาศ นั้นไวในท่ีเปดเผย ณ บริเวณท่ีมีเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้นน้ัน มาตรา ๖๒ เจา ของหรอื ผคู รอบครองอสงั หารมิ ทรพั ยท างหลวงตอ งรกั ษาตน ไม เหมอื ง ฝาย หรืออาคารหรือสิ่งปลูกสรางอ่ืนท่ีอยูในความครอบครองของตนไมใหกีดขวางทางจราจรหรือเกิด ความเสียหายแกทางหลวง ทั้งน้ี ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือเจาพนักงานซึ่งผูอํานวยการทางหลวง แตงต้ังใหควบคุมทางหลวงแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองอสังหาริมทรัพยน้ันจัดการแกไข อุปสรรคดังกลาวภายในกําหนดเวลาอันสมควร ในกรณีท่ีเจาของหรือผูครอบครองอสังหาริมทรัพยไดรับแจงแลวไมปฏิบัติตาม ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือเจาพนักงานซึ่งผูอํานวยการทางหลวงแตงต้ังใหควบคุมทางหลวง มีอํานาจเขารื้อถอน ทําลาย หรือตัดฟน โดยผูนั้นจะเรียกรองคาเสียหายไมไดและตองเปนผูเสีย คาใชจายในการน้ัน มาตรา ๖๓๒๖ ผูอํานวยการทางหลวงโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอํานาจอนุญาต เปนหนังสือใหผูซึ่งไดรับการคัดเลือกโดยวิธีประมูล เปนผูลงทุนจัดใหมีหรือเขาบริหารจัดการทาเรือ เรือหรือพาหนะสําหรับขนสงขามฟาก ที่พักริมทาง หรือสิ่งกอสรางอ่ืนใดในเขตทางหลวงที่ไดรจัด สรางข้ึน เพ่ือประโยชนแกงานทางหรือผูใชทาง และใหกรรมสิทธิ์ในส่ิงท่ีบุคคลดังกลาวจัดใหมีตกเปน ของรัฐ การอนุญาต การกําหนดอัตราคาตอบแทน ระยะเวลาและเงื่อนไข ใหเปนไปตาม หลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ËÁÇ´ ô ¡ÒâÂÒÂáÅÐʧǹà¢μ·Ò§ËÅǧ มาตรา ๖๔ ทางหลวงประเภทใดยงั ไมม เี ขตทางปรากฏแนช ดั หรอื ไมไ ดข นาดมาตรฐาน ที่กําหนดไวตามมาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๒๖ แลวแตกรณี ใหรัฐมนตรีมีอํานาจกําหนดเขตทางหลวง และกําหนดเขตสงวนสองขางทางไวเพ่ือสรางหรือขยายทางหลวงไดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๒๖ มาตรา ๖๓ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๒๕ ผูใดประสงคจะปลูกสรางสิ่งใดในเขตดังกลาวในวรรคหนึ่ง ใหขออนุญาตตอผูอํานวยการ ทางหลวง เมื่อไดรับอนุญาตแลวจึงจะทําได แตไมมีสิทธิไดรับเงินคาทดแทนถาไดมีการสรางหรือขยาย ทางหลวง รัฐมนตรีอาจเพิกถอนประกาศกําหนดเขตทางหลวงหรือกําหนดเขตสงวนตามวรรคหน่ึง ท้ังหมดหรือบางสวน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๖๕ เพื่อประโยชนแกงานทาง รัฐมนตรีมีอํานาจที่จะสงวนที่ดินของรัฐซึ่งมิได มีบุคคลเขาครอบครองโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศตามวรรคหน่ึง ใหมีแผนที่หรือแผนผังแสดงบริเวณท่ีดินท่ีจะสงวนติดไวทาย ประกาศน้ัน เมื่อพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันประกาศ ไมมีผูใดแยงสิทธิ ใหท่ีดินน้ันตกอยูในความ คุมครองของผูอํานวยการทางหลวง และหามมิใหผูใดเขาครอบครอง หักราง จัดทํา หรือปลูกสราง ดวยประการใด ๆ ในท่ีดินนั้น เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวง รัฐมนตรีอาจเพิกถอนประกาศการสงวนตามวรรคหน่ึงทั้งหมดหรือบางสวนโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๖๖ ในกรณีท่ีมีการขออนุญาตจับจองท่ีดินริมทางหลวง ใหผูมีอํานาจอนุญาต สั่งเวนชองทางไวใหเปนมุมฉากกับแนวทางหลวงโดยมีขนาดกวางยี่สิบเมตร เพ่ือใหเปนทางเขาไปสู ที่ดินขางใน ชองทางท่ีวานี้ใหมีระยะหางกันไมนอยกวาหารอยเมตร และใหถือเปนทางหลวงดวย เม่ือไดมีการเวนชองทางไวตามวรรคหนึ่ง ถามีการอนุญาตใหผูใดจับจองท่ีดินเขาไปอีก ใหผูมีอํานาจอนุญาตสั่งใหผูขออนุญาตเวนชองทางตามแนวเดิมตอไป เมื่อไดมีการอนุญาตใหผูใดจับจองที่ดินริมทางหลวงตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแลว ใหผูมีอํานาจอนุญาตแจงใหผูอํานวยการทางหลวงทราบ มาตรา ๖๗ เม่ือไดมีคําสั่งใหผูใดเวนชองทางตามมาตรา ๖๖ แลว ภายในกําหนด เวลาไมเกินสามสิบวันนับแตวันที่ผูนั้นไดรับคําสั่ง ใหผูน้ันจัดใหมีหลักเขตปกแสดงใหเห็นเขตทางท่ี เวนไวโดยระยะหางกันไมเกินหนึ่งรอยเมตรตอหลักหน่ึง และใหเปนหนาที่ของผูไดรับอนุญาตใหจับจอง ระวังรักษาหลักเขตนั้นใหเรียบรอยอยูเสมอ ถาผูไดรับอนุญาตใหจับจองไมกระทําการตามวรรคหนึ่ง ใหผูอํานวยการทางหลวง มีอํานาจเขาปฏิบัติการได โดยผูไดรับอนุญาตใหจับจองเปนผูเสียคาใชจาย
๓๒๖ ʋǹ·Õè ó ¡ÒÃกํา˹´á¹Ç·Ò§ËÅǧáÅСÒÃàǹ¤×¹ÍÊѧËÒÃÔÁ·ÃѾÂà¾è×ÍÊÌҧËÃ×Í¢ÂÒ·ҧËÅǧò÷ มาตรา ๖๘๒๘ เพื่อประโยชนในการสรางหรือขยายทางหลวง ใหผูอํานวยการทางหลวง หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงและผูซึ่งปฏิบัติงานรวมกับบุคคลดังกลาวมีอํานาจ เขาไปสํารวจเบ้ืองตนในท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพยซึ่งมิใชที่อยูอาศัยของบุคคลใดเปนการชั่วคราวไดเทา ท่ีจําเปนเพ่ือการน้ัน ในระหวางเวลาพระอาทิตยขึ้นถึงพระอาทิตยตก โดยผูอํานวยการทางหลวงตอง แจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพยทราบลวงหนาไมนอยกวาสิบหา วันกอนวันเริ่มกระทําการนั้น ถาไมอาจติดตอกับเจาของหรือผูครอบครองท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพยได ใหป ระกาศใหเ จา ของหรอื ผคู รอบครองทดี่ นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยน น้ั ทราบลว งหนา ไมน อ ยกวา สามสบิ วนั การประกาศใหทําเปนหนังสือปดไว ณ ท่ีซ่ึงท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพยน้ันตั้งอยู และ ณ ที่ทําการเขต หรืออําเภอ และที่ทําการองคกรปกครองสวนทองถิ่นซึ่งท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพยน้ันต้ังอยู ทั้งนี้ ใหแจงกําหนดวัน เวลา และการที่จะกระทํานั้นไวดวย ในกรณีที่การปฏิบัติตามมาตรานี้กอใหเกิดความเสียหายแกเจาของหรือผูครอบครองที่ดิน หรอื อสังหารมิ ทรพั ยห รือผทู รงสิทธิอื่น ใหน ําบทบัญญัติของกฎหมายวา ดว ยการเวนคืนอสังหาริมทรพั ย ในสวนที่เกี่ยวกับการกําหนดคาทดแทนมาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๖๘/๑๒๙ เมื่อมีความจําเปนท่ีจะตองไดมาซ่ึงอสังหาริมทรัพยเพ่ือสรางหรือ ขยายทางหลวง ถามิไดตกลงในเร่ืองการโอนไวเปนอยางอื่นใหดําเนินการเวนคืนตามกฎหมายวาดวย การเวนคืนอสังหาริมทรัพย ในกรณีที่มีการโอนอสังหาริมทรัพยที่ไดมาโดยมิไดมีการเวนคืนตามกฎหมายวาดวยการ เวนคืนอสังหาริมทรัพย ใหไดรับยกเวนคาธรรมเนียม คาอาการแสตมป รวมท้ังคาใชจายใด ๆ เชน เดียวกับกรณีที่ไดมาโดยการเวนคืนตามกฎหมายวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย ʋǹ·èÕ ô º·กํา˹´â·É มาตรา ๖๙๓๐ ผูใดไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๕ หรือไมปฏิบัติตาม มาตรา ๔๒ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท ๒๗ สว นท่ี ๓ การกาํ หนดแนวทางหลวงและการเวนคนื อสงั หารมิ ทรพั ยเ พอื่ สรา งหรอื ขยายทางหลวง มาตรา ๖๘ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๒๘ มาตรา ๖๘ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๒๙ มาตรา ๖๘/๑ แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๐ มาตรา ๖๙ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๒๗ มาตรา ๗๐๓๑ ผูใดไมปฏิบัติตามคําสั่งหรือหนังสือแจงของผูอํานวยการทางหลวงหรือ ผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง หรือเจาพนักงานซึ่งผูอํานวยการทางหลวงแตงต้ังให ควบคุมทางหลวง หรือเจาพนักงานทางหลวง แลวแตกรณี ตามมาตรา ๒๓ (๒) มาตรา ๓๗ วรรคสาม มาตรา ๓๘ วรรคสาม มาตรา ๓๙/๑ วรรคสาม มาตรา ๔๗ วรรคส่ี มาตรา ๔๘ วรรคสาม มาตรา ๕๐ วรรคหน่ึงหรือวรรคสอง มาตรา ๕๕ วรรคสอง มาตรา ๕๖ วรรคหก มาตรา ๕๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๕๙ วรรคสอง หรือมาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับ ไมเกินหาพันบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๗๑๓๒ ผใู ดขดั ขวางการกระทาํ ของผอู าํ นวยการทางหลวงหรอื ผซู งึ่ ไดร บั มอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวง หรือเจาพนักงานซ่ึงผูอํานวยการทางหลวงแตงตั้งใหควบคุมทางหลวง หรือ เจาพนักงานทางหลวง แลวแตกรณี ตามมาตรา ๒๙ วรรคหน่ึง มาตรา ๓๐ วรรคหน่ึง มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่งหรือวรรคสี่ มาตรา ๓๗ วรรคสาม มาตรา ๓๘ วรรคสาม มาตรา ๓๙/๑ วรรคสาม มาตรา ๔๗ วรรคสี่ มาตรา ๔๘ วรรคสาม มาตรา ๕๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๕ วรรคสอง มาตรา ๕๖ วรรคหก มาตรา ๕๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๕๙ วรรคสอง มาตรา ๖๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๖๘ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินหนึ่งหม่ืนบาท หรือ ทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๗๒๓๓ ผูใดฝาฝนมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๘ วรรคหน่ึง มาตรา ๓๙ มาตรา ๓๙/๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๖ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา ๖๕ วรรคสาม ตองระวาง โทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือท้ังจําทั้งปรับ มาตรา ๗๓๓๔ ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๐ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับ ไมเกินหน่ึงหมื่นบาท หรือท้ังจําท้ังปรับ มาตรา ๗๓/๑๓๕ ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๐ หรือมาตรา ๖๔ วรรคสอง หรือฝาฝนประกาศของผูอํานวยการทางหลวงตาม มาตรา ๔๖ วรรคสอง หรือมาตรา ๕๔ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับไมเกินหาพันบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๗๓/๒๓๖ ผูใดฝาฝนมาตรา ๕๙ วรรคหนึ่ง หรือฝาฝนประกาศของผูอํานวยการ ทางหลวงตามมาตรา ๖๑ วรรคหนึ่ง หรือประกาศของเจาพนักงานซึ่งผูอํานวยการทางหลวงแตงต้ัง ๓๑ มาตรา ๗๐ แกไขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๒ มาตรา ๗๑ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๓ มาตรา ๗๒ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๔ มาตรา ๗๓ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๕ มาตรา ๗๓/๑ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๖ มาตรา ๗๓/๒ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๒๘ ใหควบคุมทางหลวงตามมาตรา ๖๑ วรรคสาม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกิน หน่ึงหม่ืนบาท หรือท้ังจําทั้งปรับ มาตรา ๗๓/๓๓๗ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีซึ่งมีโทษปรับสถานเดียว ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจเปรียบเทียบ ปรับได และเม่ือผูตองหาไดชําระคาปรับตามจํานวนท่ีเปรียบเทียบภายในสามสิบวันแลว ใหถือวาคดี เลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา º·à©¾ÒСÒÅ มาตรา ๗๔ ใหทางหลวงจังหวัดตามกฎหมายวาดวยทางหลวงกอนพระราชบัญญัตินี้ ใชบังคับ เปล่ียนเปนทางหลวงแผนดินตามพระราชบัญญัติน้ี มาตรา ๗๕ ในระหวา งทยี่ งั ไมม กี ฎกระทรวงซงึ่ ออกตามพระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หก ฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ยังคงใชบังคับไดตอไปเทาท่ีไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติน้ีจนกวาจะมีกฎกระทรวงตาม พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับแทน มาตรา ๗๖ พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ท่ีจะเวนคืน พระราชกฤษฎีกา กําหนดแนวทางหลวงท่ีจะสราง ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีและประกาศกระทรวงคมนาคมกําหนด ทางหลวงที่มีความจําเปนตองสรางโดยเรงดวนซ่ึงออกโดยอาศัยจํานวนตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ใหคงใชบังคับไดตามอายุของพระราชกฤษฎีกานั้น ในกรณีท่ีมีการเวนคนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพยเพื่อสรางหรือขยาย ทางหลวง ซ่ึงออกโดยอาศัยอํานาจตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๙๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ยังไมเสร็จส้ิน ใหดําเนินการตามพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ ตอไป ผูรับสนองพระบรมราชโองการ อานันท ปนยารชุน นายกรัฐมนตรี ๓๗ มาตรา ๗๓/๓ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๒๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เน่ืองจากประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ซ่ึงเปนกฎหมายวาดวยทางหลวงท่ีใชบังคับ อยูในปจจุบันไดประกาศใชมาเปนเวลานานไมเหมาะสมกับสภาพการณในปจจุบัน สมควรปรับปรุง กฎหมายวาดวยทางหลวงใหสอดคลองกับความเจริญและการพัฒนาประเทศในปจจุบัน จึงจําเปน ตองตราพระราชบัญญัติน้ี *พระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจหนาท่ีของสวนราชการใหเปนไป ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕๓๘ มาตรา ๖๐ ในพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ใหแกไขคําวา “กรมโยธาธิการ” และ “สํานักงานเรงรัดพัฒนาชนบท” เปน “กรมทางหลวงชนบท” และคําวา “อธิบดีกรมโยธาธิการ” และ “เลขาธิการสํานักงานเรงรัดพัฒนาชนบท” เปน “อธิบดีกรมทางหลวงชนบท” หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบัญญัติใหจัดต้ังสวนราชการขึ้นใหมโดยมีภารกิจใหม ซึ่งไดมีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหนาท่ีของสวนราชการใหเปนไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม น้ันแลว และเน่ืองจากพระราชบัญญัติดังกลาวไดบัญญัติ ใหโอนอํานาจหนาท่ีของสวนราชการ รัฐมนรีผูดํารงตําแหนงหรือผูซ่ึงปฏิบัติหนาท่ีในสวนราชการ เดิมมาเปนสวนราชการใหม โดยใหมีการแกไขบทบัญญัติตาง ๆ ใหสอดคลองกับอํานาจหนาท่ีที่โอน ไปดวย ฉะนั้น เพื่ออนุมัติใหเปนไปตามหลักการท่ีปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกา ดังกลา ว จงึ สมควรแกไ ขบทบญั ญตั ขิ องกฎหมายใหส อดคลอ งกบั การโอนสว นราชการ เพือ่ ใหผ เู กี่ยวขอ ง มีความชัดเจนในการใชกฎหมายโดยไมตองไปคนหาในกฎหมายโอนอํานาจหนาท่ีวาตามกฎหมายใด ไดมีการโอนภารกิจของสวนราชการหรือผูรับผิดชอบตามกฎหมายน้ันไปเปนของหนวยงานใดหรือ ผูใดแลว โดยแกไขบทบัญญัติของกฎหมายใหมีการเปลี่ยนช่ือสวนราชการ รัฐมนตรี ผูดํารงตําแหนง หรือผูซ่ึงปฏิบัติหนาท่ีของสวนราชการใหตรงกับการโอนอํานาจหนาท่ี และเพ่ิมผูแทนสวนราชการใน คณะกรรมการใหตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากสวนราชการเดิมมาเปนของสวนราชการใหม รวมท้ังตัดสวนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแลว ซ่ึงเปนการแกไขใหตรงตามพระราชบัญญัติและ พระราชกฤษฎีกาดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชกฤษฎีกาน้ี ๓๘ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๑๙/ตอนท่ี ๑๐๒ ก/หนา ๖๖/๘ ตุลาคม ๒๕๔๕
๓๓๐ พระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙39 มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๓๑ ทางหลวงเทศบาล และทางหลวงชนบทที่องคการบริหารสวนจังหวัดเปน ผูดําเนินการกอสราง ขยาย บูรณะ และบํารุงรักษากอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหถือวาเปน ทางหลวงทองถ่ินตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากกฎหมายวาดวยทางหลวงได ใชบังคับมาเปนเวลานาน บทบัญญัติตางๆ ท่ีใชในการควบคุมดูแลรักษาทางหลวงยังไมเหมาะสมและ มาตรการสําหรับดําเนินการกับผูฝาฝนยังไมไดผลเทาท่ีควร และปรากฏวาไดมีการใชยานพาหนะที่มีนํ้า หนักบรรทุกเกินกวาท่ีกําหนดบททางหลวง กอใหเกิดความเสียหายแกทางหลวง และความปลอดภัย แกผูขับข่ียานพาหนะบนทางหลวง นอกจากนั้น ยังปรากฏวามีการใชทางหลวงเพ่ือการชุมนุมประทวง ย่ืนขอเรียกรองจากทางราชการและโดยที่ไดมีการยกฐานะของสุขาภิบาลเปนเทศบาลตามกฎหมายวา ดวยการเปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเปนเทศบาลแลว สมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยทางหลวง เสยี ใหมเ พอื่ ใหเ หมาะสมและสอดคลอ งกบั สภาวการณใ นปจ จบุ นั ยกเลกิ บทบญั ญตั ทิ เ่ี กยี่ วกบั สขุ าภบิ าล และกําหนดใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจ เปรียบเทียบปรับสําหรับความผิดท่ีมีโทษปรับสถานเดียวไดรวมท้ังปรับปรุงบทกําหนดโทษใหเหมาะสม ยิ่งยึ้น จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ กมลฤทัย/ปรับปรุง ๔ เมษายน ๒๕๕๖ สุพิชชา/ตรวจ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖ ๓๙ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๓/ตอนท่ี ๙๒ ก/หนา ๑/๘ กันยายน ๒๕๔๙
๓๓๑ ¼¹Ç¡ ¨ : ¾.Ã.º.¤ÁØŒ ¤Ãͧ¼ÙŒ»ÃÐʺÀÂÑ ¨Ò¡Ã¶ ¾.È.òõóõ
๓๓๒
๓๓๓ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ ¤ØŒÁ¤Ãͧ¼ÙŒ»ÃÐʺÀѨҡö ¾.È. òõóõ ÀÙÁÔ¾ÅÍ´ØÅÂà´ª ».Ã. ãËŒäÇŒ ³ Çѹ·èÕ ò àÁÉÒ¹ ¾.È. òõóõ ໚¹»‚·èÕ ô÷ ã¹ÃѪ¡ÒÅ»˜¨¨ØºÑ¹ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยท่ีเปนการสมควรมีกฎหมายวาดวยการคุมครองผูประสบภัยจากรถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติข้ึนไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแหงชาติ ทําหนาที่รัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕” มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดสามรอยหกสิบวัน นับแต วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๓ บรรดาบทกฎหมาย กฎ และขอ บงั คบั อนื่ ทม่ี บี ญั ญตั ไิ วแ ลว ในพระราชบญั ญตั ิ น้ีหรือซึ่งขัดหรือแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตินี้ ใหใชพระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “รถ”๒ หมายความวา รถตามกฎหมายวาดวยรถยนต รถตามกฎหมายวาดวยการขนสง ทางบก รถยนตรทหารตามกฎหมายวาดวยรถยนตรทหาร และหมายความรวมถึงรถอื่นตามที่กําหนด ในกฎกระทรวง “เจาของรถ” หมายความวา ผูซ่ึงมีกรรมสิทธ์ิในรถหรือผูมีสิทธิครอบครองรถตามสัญญา เชาซื้อ และหมายความรวมถึงผูนํารถที่จดทะเบียนในตางประเทศเขามาใชในราชอาณาจักรเปนการ ช่ัวคราวดวย ๑ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๐๙/ตอนที่ ๔๔/หนา ๔๕/๙ เมษายน ๒๕๓๕ มาตรา ๒ แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตคิ ุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒ มาตรา ๔ นยิ ามคาํ วา “รถ” แกไ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั คิ ุม ครองผูป ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐
๓๓๔ “ผูประสบภัย” หมายความวา ผูซ่ึงไดรับอันตรายตอชีวิต รางกายหรืออนามัย เนื่องจาก รถท่ีใชหรืออยูในทางหรือเนื่องจากส่ิงที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถนั้น และหมายความรวมถึงทายาท โดยธรรมของผูประสบภัยซ่ึงถึงแกความตายดวย “ความเสียหาย” หมายความวา ความเสียหายตอชีวิต รางกายหรืออนามัยอันเกิดจากรถ “ผูซึ่งอยูในรถ” หมายความวา ผูซ่ึงอยูในหรือบนหรือสวนใดสวนหนึ่งของรถ และ หมายความรวมถึงผูซ่ึงกําลังขึ้นหรือกําลังลงจากรถน้ันดวย “บริษัท” หมายความวา บริษัทตามกฎหมายวาดวยการประกันวินาศภัยท่ีไดรับใบอนุญาต ใหประกอบกิจการประเภทประกันภัยรถ “คาเสียหายเบื้องตน”๓ หมายความวา คารักษาพยาบาล คาใชจายอันจําเปนเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาล คาปลงศพ คาใชจายเก่ียวกับการจัดการศพ รวมท้ังคาเสียหายและคาใชจาย ทจ่ี าํ เปน อยา งอน่ื เพอ่ื บรรเทาความเดอื ดรอ นของผปู ระสบภยั ในเบอ้ื งตน ทงั้ นี้ ตามรายการและจาํ นวนเงนิ ที่กําหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง “เครื่องหมาย”๔ (ยกเลิก) “คณะกรรมการ”๕ หมายความวา คณะกรรมการคุมครองผูประสบภัยจากรถ “นายทะเบียน” หมายความวา เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัยหรือผูซ่ึงเลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มอบหมายโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา “กองทุน” หมายความวา กองทุนทดแทนผูประสบภัย “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕๖ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และ ใหมีอํานาจออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวงและประกาศนั้น เม่ือไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได มาตรา ๖๗ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกวา “คณะกรรมการคุมครองผูประสบภัย จากรถ” ประกอบดวยปลัดกระทรวงการคลังเปนประธาน ผูแทนกระทรวงกลาโหม ผูแทน กระทรวงพาณิชย ผูแทนกระทรวงคมนาคม ผูแทนกระทรวงสาธารณสุข ผูแทนทบวงมหาวิทยาลัย ผูแทนกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ผูแทนกรมตํารวจ ผูซ่ึงคณะกรรมการคุมครองผูบริโภค ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองผูบริโภคมอบหมายหน่ึงคน ผูแทนสมาคมนายหนาประกันภัย ๓ มาตรา ๔ นิยามคําวา “คา เสยี หายเบ้ืองตน ” แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๔ มาตรา ๔ นิยามคาํ วา “เครอ่ื งหมาย” ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญัตคิ มุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๕ มาตรา ๔ นิยามคาํ วา “คณะกรรมการ” เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั ิคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๖ มาตรา ๕ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตคิ ุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๗ มาตรา ๖ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญตั ิคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐
๓๓๕ ผูแทนสมาคมประกันวินาศภัย ผูแทนสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ผูแทนแพทยสภา และผูทรงคุณวุฒิ อีกไมเกินส่ีคนซ่ึงคณะรัฐมนตรีแตงตั้งเปนกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการ ประกอบธุรกิจประกันภัยเปนกรรมการและเลขานุการ และผูอํานวยการสํานักนายทะเบียนคุมครอง ผูประสบภัยจากรถเปนกรรมการและผูชวยเลขานุการ การแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิตามวรรคหน่ึง ใหพิจารณาจากบุคคลซ่ึงมีความรู ความเช่ียวชาญทางดานการประกันภัย เศรษฐศาสตร การแพทย หรือกฎหมาย มาตรา ๖ ทวิ๘ ใหคณะกรรมการมีอํานาจและหนาท่ีดังตอไปน้ี (๑) ใหคําแนะนําแกรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๗ และมาตรา ๒๐ และประกาศตามมาตรา ๑๐ (๒) กําหนดมาตรฐานกลางของรายการและจํานวนเงินคารักษาพยาบาล และคาใชจาย อันจําเปนเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่บริษัทหรือกองทุนตองจายใหแกผูประสบภัย (๓) พิจารณาปญหาเก่ียวกับการจายคาเสียหายเบื้องตนและหรือเงินอื่นตาม พระราชบัญญัตินี้หรือเกี่ยวกับรายการและจํานวนเงินคารักษาพยาบาล และคาใชจายอันจําเปน เก่ียวกับการรักษาพยาบาลตามท่ีนายทะเบียนขอความเห็นหรือตามที่ผูประสบภัยรองขอ (๔) ปฏิบัติการอ่ืนตามท่ีกําหนดไวในพระราชบัญญัติน้ีหรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา ๖ ตรี๙ กรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสองป กรรมการ ผูทรงคุณวุฒิซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับแตงตั้งอีกได นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ กรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงเม่ือ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีใหออก (๔) เปนบุคคลลมละลาย (๕) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (๖) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดท่ี ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ มาตรา ๖ จัตวา๑๐ ในกรณีท่ีกรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหคณะรัฐมนตรีแตงต้ังบุคคลในประเภทเดียวกันตามมาตรา ๖ เปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิแทนและ ใหผูซ่ึงไดรับแตงตั้งอยูในตําแหนงเทากับวาระที่เหลืออยูของกรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงตนแทน ๘ มาตรา ๖ ทวิ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญัติคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๙ มาตรา ๖ ตรี เพ่ิมโดยพระราชบัญญัตคิ ุม ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๐ มาตรา ๖ จัตวา เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐
๓๓๖ ในกรณีที่มีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิเพ่ิมข้ึนในระหวางท่ีกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ซ่ึงแตงตั้งไวแลวยังมีวาระอยูในตําแหนง ใหผูซึ่งไดรับแตงต้ังเพ่ิมขึ้นน้ันอยูในตําแหนงเทากับวาระท่ี เหลืออยูของกรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งแตงต้ังไวแลวนั้น มาตรา ๖ เบญจ๑๑ ในกรณีท่ีกรรมการผูทรงคุณวุฒิดํารงตําแหนงครบวาระแลวแตยัง มิไดมีการแตงต้ังกรรมการผูทรงคุณวุฒิขึ้นใหม ใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงพนจากตําแหนงตามวาระ ปฏิบัติหนาท่ีไปพลางกอนจนกวากรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งไดรับแตงต้ังใหมจะเขารับหนาท่ี มาตรา ๖ ฉ๑๒ การประชุมคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่ง ของจํานวนกรรมการท้ังหมด จึงเปนองคประชุม ในการประชุมคราวใด ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในท่ีประชุม มติในที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหน่ึงมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด มาตรา ๖ สัตต๑๓ ใหคณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการคณะหนึ่ง หรือหลายคณะเพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย การประชุมของคณะอนุกรรมการใหนําความในมาตรา ๖ ฉ มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๖ อัฏฐ๑๔ ในการดําเนินงานตามพระราชบัญญัตินี้ ใหคณะกรรมการและ คณะอนุกรรมการมีอํานาจเรียกใหบริษัท สถานพยาบาล หรือบุคคลใดที่เก่ียวของมาใหถอยคํา หรือสงเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาได คาใชจายในการดําเนินงานของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการใหใชจายจากกองทุน ËÁÇ´ ñ ¡ÒûÃСѹ¤ÇÒÁàÊÕÂËÒ มาตรา ๗๑๑๔/๑ ภายใตบังคับมาตรา ๘ เจาของรถซ่ึงใชรถหรือมีรถไวเพ่ือใชตองจัดให มีการประกันความเสียหายสําหรับผูประสบภัยโดยประกันภัยกับบริษัท จาํ นวนเงนิ เอาประกนั ภยั ใหก าํ หนดตามชนดิ ประเภท และขนาดของรถ แตต อ งไมน อ ยกวา จํานวนเงินที่กําหนดไวในกฎกระทรวง ๑๑ มาตรา ๖ เบญจ เพมิ่ โดยพระราชบัญญตั คิ มุ ครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๒ มาตรา ๖ ฉ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูป ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๓ มาตรา ๖ สตั ต เพิ่มโดยพระราชบัญญตั คิ ุม ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๔ มาตรา ๖ อฏั ฐ เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัตคิ มุ ครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๔/๑ มาตรา ๗ วรรค ๓ เพมิ่ โดยพระราชบัญญัตคิ มุ ครองผูประสบภยั จากรถ (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑
๓๓๗ สําหรับรถท่ีเจาของรถไดจัดใหมีการประกันภัยความเสียหายตอผูประสบภัย โดยเอา ประกันภัยครอบคลุมความเสียหายตอผูประสบภัยและทรัพยสิน ตามชนิด ประเภทและขนาดของรถ ที่กําหนดไวในกฎกระทรวงแลว ไมตองจัดใหมีการประกันความเสียหายสําหรับผูประสบภัยอีก มาตรา ๘ รถดังตอไปน้ีไมตองจัดใหมีการประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ (๑) รถสําหรับเฉพาะองคพระมหากษัตริย พระราชินี พระรัชทายาท และรถสําหรับ ผูสําเร็จราชการแทนพระองค (๒) รถของสํานักพระราชวังท่ีจดทะเบียนและมีเคร่ืองหมายตามระเบียบที่เลขาธิการ พระราชวังกําหนด (๓) รถของกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล องคการบริหารสวนจังหวัด สุขาภิบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และราชการสวนทองถ่ินที่เรียกช่ืออยางอื่น และรถยนตรทหารตาม กฎหมายวาดวยรถยนตรทหาร (๔) รถอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙ รถท่ีจดทะเบียนในตางประเทศและนําเขามาใชในราชอาณาจักรเปนการ ช่ัวคราวโดยเจาของรถไมมีภูมิลําเนาหรือถ่ินท่ีอยูในราชอาณาจักร เจาของรถตองจัดใหมีการประกัน ความเสียหายสําหรับผูประสบภัย ท้ังนี้ ตามจํานวนเงิน หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขที่กําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๑๐๑๕ บริษัทตองรับประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ แลว แตก รณี ทงั้ น้ี ตามหลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารทรี่ ฐั มนตรปี ระกาศกาํ หนดโดยคาํ แนะนาํ ของคณะกรรมการ ประกาศดังกลาวจะกําหนดใหขอความในกรมธรรมประกันภัยหรืออัตราเบี้ยประกันภัยแตกตางกัน ตามชนิด ประเภทหรือขนาดของรถ หรือลักษณะของผูเอาประกันภัยก็ได ใหบ รษิ ทั รายงานการรบั ประกนั ความเสยี หายตามวรรคหนง่ึ ตอ นายทะเบยี นตามหลกั เกณฑ และวิธีการที่นายทะเบียนประกาศกําหนด๑๖ มาตรา ๑๐ ทวิ๑๗ ใหจัดต้ัง “บริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด” ขึ้น มีวัตถุประสงคดังตอไปน้ี (๑) ใหบริการเก่ียวกับการรับคํารองขอและการจายคาสินไหมทดแทนหรือเงินตาง ๆ ตามพระราชบัญญัติน้ี และดําเนินกิจการตามท่ีบริษัทหรือสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัย จะไดมอบหมาย (๒) ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยเฉพาะการประกันภัยรถตามพระราชบัญญัตินี้ ตามท่ีไดรับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (๓) ดําเนินกิจการอื่นตามที่กําหนดในหนังสือบริคณหสนธิ ๑๕ มาตรา ๗ วรรคสาม เพ่มิ โดยพระราชบัญญัตคิ มุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๖ มาตรา ๑๐ แกไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิคุมครองผูป ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๗ มาตรา ๑๐ วรรคสอง เพมิ่ โดยพระราชบัญญัติคมุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐
๓๓๘ บรษิ ทั ทกุ บรษิ ทั ตอ งเขา ชอื่ ซอื้ หนุ ในการจดั ตง้ั การเพม่ิ ทนุ และดาํ เนนิ การใด ๆ ตามหลกั เกณฑ ที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด เพ่ือใหบรรลุวัตถุประสงคของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ในการจัดต้ังบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ใหรัฐมนตรีกําหนดระยะเวลา ใหบริษัทเขาชื่อซ้ือหุน และเม่ือครบกําหนดระยะเวลาดังกลาวแลว ใหเลขาธิการคณะกรรมการกํากับ และสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยรวบรวมหุนที่มีผูเขาชื่อซื้อหุนไวแลว เพ่ือกําหนดจํานวนหุน จัดทําหนังสือบริคณหสนธิและขอบังคับ และกําหนดรายชื่อผูเปนคณะกรรมการและพนักงานสอบ บัญชีชุดแรกของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ตลอดจนขอความและข้ันตอนอ่ืนท่ี จําเปนตองมีในการจดทะเบียนบริษัทสงไปจดทะเบียนบริษัท และใหผูมีอํานาจดําเนินการเกี่ยวกับ การจดทะเบียนบริษัทตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยดําเนินการตอไปตามบทกฎหมายที่ เก่ียวของ และใหถือวาบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด เปนบริษัทจํากัดตามประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยและเปนบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายวาดวยประกันวินาศภัยนับแต ไดจดทะเบียนดังกลาว ในระหวา งทบี่ รษิ ทั กลางคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ จาํ กดั ยงั มไิ ดม กี ารรบั ประกนั วนิ าศภยั มิใหนําบทบัญญัติเกี่ยวกับการตองมีหลักทรัพยและเงินสํารองวางไวกับนายทะเบียน และการตอง ดํารงไวซ่ึงเงินกองทุนตามกฎหมายวาดวยประกันวินาศภัยมาใชบังคับ การแกไ ขเปลยี่ นแปลงหนงั สอื บรคิ ณหส นธแิ ละขอ บงั คบั ของบรษิ ทั กลางคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ จํากัด จะตองไดรับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีกอน การแตงตั้งกรรมการผูจัดการของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด จะตอง ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยกอน และใน กรณีท่ีปรากฏหลักฐานตอคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยวากรรมการ ผูจัดการมีพฤติการณท่ีไมสุจริตในการปฏิบัติหนาที่ ใหคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอํานาจถอดถอนกรรมการผูจัดการออกจากตําแหนง ได และคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมีอํานาจแตงตั้งกรรมการผูจัดการ ช่ัวคราวจนกวาบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด จะแตงตั้งกรรมการผูจัดการคนใหม ทุกรอบสามเดือนบริษัทตองออกเงินสมทบเพ่ือเปนคาใชจายของบริษัทกลางคุมครอง ผูประสบภัยจากรถ จํากัด ตามสัดสวนของเบ้ียประกันภัยท่ีบริษัทไดรับจากการรับประกันภัยตาม พระราชบัญญัติน้ี ในแตละสามเดือนท่ีผานมา ในอัตราและวิธีการท่ีรัฐมนตรีประกาศกําหนด เงินสมทบที่บริษัทจายนั้นใหนําไปหักเปนคาใชจายในการคํานวณภาษีเงินไดตามประมวล รัษฎากรได บริษัทตองมอบหมายการรับคํารองขอและการจายคาสินไหมทดแทนหรือเงินตาง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ใหแกบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ดําเนินการแทนบริษัทดวย และใหบริษัททุกบริษัทปฏิบัติเกี่ยวกับการมอบอํานาจและการจัดสรรเงินเพ่ือสํารองจายคาสินไหม
๓๓๙ ทดแทนแทนบริษัทตามหลักเกณฑท่ีคณะกรรมการของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด กําหนด มาตรา ๑๐ ตรี๑๘ บรษิ ทั ใดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๐ ทวิ ใหร ฐั มนตรี มีอํานาจส่ังเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในสวนท่ีเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต ของบริษัทนั้นได ใหบริษัทท่ีเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งตองผูกพันตามกรมธรรมประกันภัยรถยนต ท่ีบริษัทไดออกใหแกผูเอาประกันภัยตอไปจนกวากรมธรรมประกันภัยรถยนตดังกลาวจะหมดอายุ มาตรา ๑๑ ภายใตบังคับมาตรา ๘ หามมิใหผูใดใชรถที่ไมไดจัดใหมีการประกันความ เสียหายตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ มาตรา ๑๒๑๙ เจา ของรถหรอื ผใู ชร ถตอ งเกบ็ รกั ษาหลกั ฐานแสดงการมปี ระกนั ความเสยี หาย ตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ ไวใหพรอมท่ีจะแสดงตอเจาพนักงานไดทุกเวลาท่ีใชรถ เวนแตกรณี รถคันดังกลาวไดจดทะเบียนหรือชําระภาษีประจําปสําหรับรถตามมาตรา ๑๙ แลว มาตรา ๑๓๒๐ ในกรณที บี่ รษิ ทั หรอื เจา ของรถบอกเลกิ กรมธรรมป ระกนั ภยั กอ นครบกาํ หนด การคุมครองไมวาดวยเหตุใด บริษัทตองแจงการบอกเลิกนั้นใหนายทะเบียนทราบ การแจงการบอกเลิก ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีนายทะเบียนประกาศกําหนด มาตรา ๑๔ การประกันตามมาตรา ๗ และมาตรา ๙ ตองมีขอกําหนดใหมีการจาย คาเสียหายเบื้องตนตามพระราชบัญญัติน้ีดวย เม่ือมีการกําหนดจํานวนเงินเอาประกันภัยตามมาตรา ๗ วรรคสอง แลว หลักเกณฑ วิธีจาย และระยะเวลาการจายคาสินไหมทดแทนนอกเหนือจากคาเสียหายเบื้องตน ใหเปนไปตามที่ คณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยประกาศกําหนด๒๑ มาตรา ๑๕ กรมธรรมประกันภัยหรือเอกสารประกอบหรือแนบทายกรมธรรมประกัน ภัยซ่ึงมีขอความระบุถึงความรับผิดของบริษัทแตกตางไปจากท่ีกําหนดไวในบทแหงพระราชบัญญัติน้ี บริษัทจะยกเปนขอตอสูเพ่ือปฏิเสธความรับผิดตอผูประสบภัยในการชดใชคาเสียหายเบื้องตนมิได มาตรา ๑๖ บริษัทจะยกเอาเหตุแหงความไมสมบูรณหรือการฝาฝนเง่ือนไขของ กรมธรรมประกันภัยระหวางบริษัทกับเจาของรถ หรือการไดบอกเลิกกรมธรรมประกันภัยกับเจาของรถ เพื่อปฏิเสธความรับผิดตอผูประสบภัยในการชดใชคาเสียหายเบ้ืองตนมิได เวนแตบริษัทไดมีหนังสือ แจงการบอกเลิกกรมธรรมประกันภัยใหเจาของรถและนายทะเบียนทราบลวงหนา ๑๘ มาตรา ๑๐ ตรี เพมิ่ โดยพระราชบญั ญัตคิ ุมครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๙ มาตรา ๑๒ แกไ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตคิ ุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๐ มาตรา ๑๓ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั คิ ุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๑ มาตรา ๑๔ วรรคสอง เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั ิคุมครองผูป ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐
๓๔๐ การบอกเลิกกรมธรรมประกันภัยใหมีผลเม่ือครบกําหนดสามสิบวันนับแตวันท่ีบริษัท ไดมีหนังสือแจงการเลิกกรมธรรมประกันภัยไปยังผูเอาประกันภัยตามภูมิลําเนาที่ทราบครั้งสุดทาย โดยทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ มาตรา ๑๗ บริษัทจะยกเอาความทุจริตหรือความประมาทเลินเลออยางรายแรงของ ผเู อาประกนั ภยั มาเปน ขอ ตอ สเู พอ่ื ปฏเิ สธความรบั ผดิ ในการจา ยคา เสยี หายเบอ้ื งตน ใหแ กผ ปู ระสบภยั มไิ ด มาตรา ๑๘ ในกรณีท่ีรถซ่ึงเจาของรถไดเอาประกันภัยไวกับบริษัทไดโอนไปยังบุคคล อื่นโดยผลของกฎหมายวาดวยมรดกหรือโดยบทบัญญัติแหงกฎหมายอ่ืน ใหผูไดมาซึ่งรถดังกลาว มีฐานะเสมือนเปนผูเอาประกันภัยตามกรมธรรมประกันภัยนั้น และบริษัทตองรับผิดตามกรมธรรม ประกันภัยดังกลาวตอไปตลอดอายุของกรมธรรมประกันภัยที่ยังเหลืออยู มาตรา ๑๙๒๒ ในการรับจดทะเบียนรถยนตหรือการรับชําระภาษีรถยนตประจําปตาม กฎหมายวาดวยรถยนตและกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก ใหนายทะเบียนตามกฎหมายดังกลาว มีอํานาจหนาท่ีในการตรวจสอบวามีการประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ แลว จึงจะรับจดทะเบียน รถยนตหรือรับชําระภาษีรถยนตประจําปได ในกรณีที่ไมปรากฏวามีการประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ ใหนายทะเบียนตาม กฎหมายดังกลาวจัดใหมีการทําประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ โดยใหนายทะเบียนตามกฎหมาย ดังกลาวมีสิทธิเรียกคาตอบแทนไดไมเกินรอยละหาแลวใหเจาของรถไดรับสวนลดรอยละเจ็ดจาก คาตอบแทนท่ีนายทะเบียนตามกฎหมายน้ันไดรับจากบริษัทในอัตรารอยละสิบสองหรือตามอัตรา ท่ีคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยประกาศกําหนด ท้ังนี้ ตามระเบียบ ท่ีคณะรัฐมนตรีกําหนด เงินคาตอบแทนรอยละหาที่นายทะเบียนตามกฎหมายดังกลาวไดรับ ไมตองนําสง กระทรวงการคลังเปนรายไดของแผนดิน และสามารถนําไปใชจายไดตามระเบียบท่ีกระทรวงการคลัง ไดใหความเห็นชอบ ËÁÇ´ ò ¤‹ÒÊÔ¹äËÁ·´á·¹òó มาตรา ๒๐ เมอื่ มคี วามเสยี หายเกดิ ขน้ึ แกผ ปู ระสบภยั จากรถทบ่ี รษิ ทั ไดร บั ประกนั ภยั ไว ใหบริษัทจายคาเสียหายเบ้ืองตนแกผูประสบภัยเม่ือไดรับคํารองขอจากผูประสบภัย ความเสียหายท่ีจะใหไดรับคาเสียหายเบ้ืองตน จํานวนเงินคาเสียหายเบื้องตน การรองขอ รับคาเสียหายเบ้ืองตน และการจายคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตาม หลักเกณฑ วิธีการและอัตราท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ๒๒ มาตรา ๑๙ แกไ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๓ ชอ่ื หมวด ๒ คา สินไหมทดแทน แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั คิ ุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐
๓๔๑ มาตรา ๒๑ ในกรณที บี่ รษิ ทั ไมจ า ยคา เสยี หายเบอ้ื งตน ตามมาตรา ๒๐ ใหแ กผ ปู ระสบภยั หรือจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยไมครบจํานวนท่ีตองจาย ใหผูประสบภัยแจงการไมไดรับ ชดใชคาเสียหายเบื้องตนหรือการไดรับคาเสียหายเบื้องตนไมครบจํานวนจากบริษัทตอสํานักงาน กองทุนทดแทนผูประสบภัยตามวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๒ การไดรับชดใชคาเสียหายเบ้ืองตนตามมาตรา ๒๐ ไมตัดสิทธิผูประสบภัย ที่จะเรียกรองคาสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๒๓๒๔ ความเสยี หายทเ่ี กดิ แกผ ปู ระสบภยั จากรถในกรณดี งั ตอ ไปนใ้ี หจ า ยคา เสยี หาย เบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยจากเงินกองทุน (๑) รถนั้นมิไดจัดใหมีการประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ และเจาของ รถไมจายคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัย หรือจายคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยไมครบ จํานวน (๒) รถน้ันมิไดอยูในความครอบครองของเจาของรถในขณะท่ีเกิดเหตุเพราะถูกยักยอก ฉอโกง กรรโชก ลักทรัพย รีดเอาทรัพย ชิงทรัพย หรือปลนทรัพย และไดมีการรองทุกขตอพนักงาน สอบสวน (๓) รถนั้นไมมีผูแสดงตนเปนเจาของรถและมิไดจัดใหมีการประกันความเสียหายตาม มาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ (๔) รถนั้นมีผูขับหลบหนีไปหรือไมอาจทราบไดวาความเสียหายเกิดจากรถคันใด (๕) บรษิ ทั ไมจ า ยคา เสยี หายเบอ้ื งตน ตามมาตรา ๒๐ ใหแ กผ ปู ระสบภยั หรอื จา ยคา เสยี หาย เบื้องตนใหแกผูประสบภัยไมครบจํานวน หรือ (๖) รถตามมาตรา ๘ ท่ีมิไดจัดใหมีการประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ มาตรา ๒๔ ในกรณีท่ีรถตั้งแตสองคันขึ้นไปกอใหเกิดความเสียหายแกผูประสบภัย ซ่ึงอยูในรถ ใหบริษัทที่รับประกันภัยรถแตละคันจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยซึ่งอยูในรถ คันที่เอาประกันภัยไวกับบริษัท ในกรณีตามวรรคหนึ่ง แตผูประสบภัยมิใชเปนผูซึ่งอยูในรถ ใหบริษัทดังกลาวรวมกันจาย คาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยทุกคน โดยเฉล่ียจายในอัตราสวนท่ีเทากัน สําหรับกรณีตามมาตรา ๒๓ ใหสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยจายหรือรวมจาย คาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง แลวแตกรณี มาตรา ๒๕ ใหบ รษิ ทั หรอื สาํ นกั งานกองทนุ ทดแทนผปู ระสบภยั จา ยคา เสยี หายเบอื้ งตน ตามมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๒๔ ใหแกผูประสบภัยใหเสร็จสิ้นภายในเจ็ดวันนับแตวันท่ี ไดรับคํารองขอ ท้ังนี้ โดยไมตองรอการพิสูจนความรับผิด ๒๔ มาตรา ๒๓ แกไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐
๓๔๒ ใหถือวาคาเสียหายเบื้องตนเปนสวนหน่ึงของเงินคาสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมาย แพงและพาณิชย มาตรา ๒๖๒๕ ในกรณีที่เจาของรถหรือบริษัทไมจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบ ภัยหรือจายคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยไมครบจํานวนตามมาตรา ๒๓ (๑) หรือ (๕) แลว แตกรณี หรือกรณีท่ีเกิดความเสียหายแกผูประสบภัยเพราะเหตุตามมาตรา ๒๓ (๓) หรือ (๔) เม่ือสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยไดจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยตามมาตรา ๒๕ แลว ใหนายทะเบียนเรียกเงินตามจํานวนท่ีไดจายไปคืนจากเจาของรถหรือบริษัท แลวแตกรณี รวมท้ัง เงินเพิ่มในอัตรารอยละยี่สิบของจํานวนคาเสียหายเบื้องตนท่ีจายจากกองทุนสงเขาสมทบกองทุนอีก ตางหาก เวนแตกรณีท่ีความเสียหายเกิดแกผูประสบภัยเพราะเหตุตามมาตรา ๒๓ (๔) และเจาของ รถหรือบริษัทไมทราบถึงเหตุนั้นโดยสุจริตหรือเจาของรถท่ีกรมธรรมหมดอายุแตยังไมเกินสามสิบวัน โดยเจาของรถไมมีเจตนาหลีกเล่ียงการทําประกันภัย หรือในกรณีอ่ืนที่คณะกรรมการกํากับและสงเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัยประกาศกําหนด นายทะเบียนอาจงดหรือลดเงินเพิ่มลงได หลักเกณฑในการเรียกเงินคืน การงดและลดเงินเพ่ิม ใหเปนไปตามท่ีคณะกรรมการกํากับ และสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยประกาศกําหนด มาตรา ๒๗ การขอรับคาเสียหายเบื้องตนตามพระราชบัญญัติน้ี ผูประสบภัยตอง รองขอภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น มาตรา ๒๘ ในกรณีตามมาตรา ๒๓ (๑) และ (๓) ใหนายทะเบียนยึดรถที่กอใหเกิด ความเสียหายไวไดหากมิไดมีการยึดรถนั้นไวตามกฎหมายอ่ืนอยูกอนแลว จนกวาเจาของรถจะไดจาย คาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยจนครบจํานวน หรือจายคาเสียหายเบื้องตนคืนกองทุนภายใน เจ็ดวันนับแตวันท่ีไดรับคําสั่งจากนายทะเบียน และหากมีการยึดรถน้ันตามกฎหมายอ่ืนอยูกอนแลว ใหสํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมีสิทธิขอเขาเฉล่ียในทรัพย น้ันหากมีการขายทอดตลาด มาตรา ๒๙ รถที่ยึดไวตามมาตรา ๒๘ ใหนายทะเบียนมีอํานาจขายทอดตลาดไดใน กรณีดังตอไปน้ี (๑) กรณีที่เจาของรถตามมาตรา ๒๓ (๑) ไมจายเงินคาเสียหายเบื้องตนท่ีจายจาก กองทุนแทนตน คืนใหแกกองทุนภายในเจ็ดวันนับแตวันไดรับคําส่ังจากนายทะเบียน (๒) กรณีท่ีไมปรากฏตัวเจาของรถที่กอใหเกิดความเสียหาย และนายทะเบียนไดประกาศ หาตัวเจาของรถโดยปดประกาศไว ณ ท่ีทําการของนายทะเบียนซึ่งไดยึดรถท่ีกอใหเกิดความเสียหายไว และประกาศในหนังสือพิมพรายวันท่ีจําหนายในทองถิ่นที่เกิดเหตุอยางนอยสองวันติดตอกัน แตเจาของรถไมปรากฏตัวตอนายทะเบียน ซ่ึงไดยึดรถนั้นไวภายในสามสิบวันนับแตวันแรกท่ีประกาศ ในหนังสือพิมพ ๒๕ มาตรา ๒๖ แกไ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐
๓๔๓ มาตรา ๓๐ วิธีการยึดรถตามมาตรา ๒๘ และการขายทอดตลาดรถตามมาตรา ๒๙ ใหปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงโดยอนุโลม เงินที่ไดจากการขายทอดตลาดรถตามมาตรา ๒๙ ใหหักเปนคาใชจายในการยึดและ การขายทอดตลาด และจายเปนคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยหรือจายคืนใหแกกองทุน แลวแตกรณี ถามีเงินเหลือเทาใดใหคืนแกเจาของรถ ในกรณีที่ไมมีผูแสดงตนเปนเจาของรถท่ีกอ ใหเกิดความเสียหาย ใหสํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เก็บรักษาเงินนั้นไวตามระเบียบท่ีคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยกําหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และถาเจาของรถไมเรียกเงินนั้นคืน ภายในหาปนับจากวันที่ขาย ทอดตลาดใหเงินนั้นตกเปนของกองทุน มาตรา ๓๑๒๗๖ ในกรณีท่ีความเสียหายเกิดข้ึนจากการกระทําของบุคคลภายนอก หรือ เกิดขึ้นเพราะความจงใจหรือความประมาทเลินเลออยางรายแรงของเจาของรถ ผูขับขี่รถ ผูซึ่งอยูในรถ หรือผูประสบภัย เมื่อบริษัทไดจายคาเสียหายเบ้ืองตนหรือคาสินไหมทดแทนหรือเม่ือสํานักงานกองทุน ทดแทนผูประสบภัยไดจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยหรือเม่ือหนวยงานตามมาตรา ๘ (๑) (๒) (๓) หรือเจาของรถตามมาตรา ๘ (๔) ไดจายเงินคืนกองทุนตามมาตรา ๓๒ ไปแลวเปนจํานวน เงินเทาใด ใหบริษัท หรือสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัย หรือหนวยงานตามมาตรา ๘ (๑) (๒) (๓) หรือเจาของรถตามมาตรา ๘ (๔) แลวแตกรณี มีสิทธิไลเบ้ียเอาแกบุคคลดังกลาวหรือมีสิทธิเรียก ใหผูประสบภัยคืนเงินดังกลาวได วรรคสอง๒๗ (ยกเลิก) มาตรา ๓๒๒๘ ในกรณีที่นายทะเบียนไดจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยสําหรับ ความเสียหายที่เกิดจากรถตามมาตรา ๘ ซึ่งไมไดเอาประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ ใหหนวยงาน ผูเปนเจาของรถตามมาตรา ๘ (๑) (๒) (๓) หรือเจาของรถตามมาตรา ๘ (๔) แลวแตกรณี สงเงินตาม จํานวนที่ไดจายจากเงินกองทุนคืนใหแกกองทุน การจายเงินคืนกองทุนสําหรับรถตามมาตรา ๘ (๑) (๒) หรือ (๓) ใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวิธีการที่กระทรวงการคลังกําหนด ๒๖ มาตรา ๓๑ แกไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญตั ิคุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๒๗ มาตรา ๓๑ วรรคสอง ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๘ มาตรา ๓๒ แกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัตคิ มุ ครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417