Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

Published by Golf Nutt, 2021-01-25 13:31:42

Description: 35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

Search

Read the Text Version

๒๙๔ ÍÑμÃÒ¤‹Ò¸ÃÃÁà¹ÕÂÁ (๑) ใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางตอเสนทางหน่ึง ฉบับละ ๑๕,๐๐๐ บาท (๒) ใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทาง ฉบับละ ๔,๐๐๐ บาท (๓) ใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก ฉบับละ ๑,๕๐๐ บาท (๔) ใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคล ฉบับละ ๑,๕๐๐ บาท (๕) ใบอนุญาตประกอบการขนสงระหวางประเทศ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (ก) ตลอดป ฉบับละ ๕๐๐ บาท (ข) เฉพาะคราว ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๖) ใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสง ฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๗) ใบอนุญาตจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสง ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๘) ใบอนุญาตผูขับรถและใบอนุญาตนายตรวจ ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๙) ใบอนุญาตผูเก็บคาโดยสารและใบอนุญาตผูบริการ ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท (๑๐) ใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๑) ใบแทนใบอนุญาต ครั้งละ ๒๐๐ บาท (๑๒) การโอนทะเบียนรถ แผนละ ๑๐๐ บาท (๑๓) แผนปายเลขทะเบียนรถและเคร่ืองหมาย ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๑๔) คําขออนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง ฉบับละ ๒๐ บาท (๑๕) คําขออื่น ๆ ครั้งละเทากับคาธรรมเนียม (๑๖) การตออายุใบอนุญาต สําหรับใบอนุญาตแตละฉบับ

๒๙๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เน่ืองจากกฎหมายวาดวยการขนสง ไดใชบังคับมาเปนเวลานานแลว และสภาพการณในปจจุบันไดเปลี่ยนแปลงไปเปนอันมาก บทบัญญัติ ทั้งหลายท่ีใชบังคับอยูไมเหมาะสมกับกาลสมัย สมควรปรับปรุงบทบัญญัติกฎหมายวาดวยการขนสง เสียใหมใหเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓๕๑ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญยัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากผลแหงการประกาศใช พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดสงผลกระทบถึงบรรดารถบรรทุกขนสงสินคา ของผูประกอบการขนสงสวนบุคคล คือ ก. รถบรรทุกที่ใชรถมีนํ้าหนักรถตํ่ากวาหนึ่งพันหกรอยกิโลกรัมทั่วพระราชอาณาจักร สําหรับประกอบการภายในครอบครัว ตางไดรับความเดือดรอนอยางยิ่ง เพราะตองไปย่ืนขอ จดทะเบียนขนสงสวนบุคคล และตองใชใบอนุญาตขับขี่ของกรมการขนสงทางบกนอกเหนือไปจาก ใบอนุญาตของกรมตํารวจท่ีมีอยูแลว กอใหเกิดความเดือดรอน เพราะรถบรรทุกขนาดเล็กเหลานี้ หาจําตองใชความชํานาญเช่ียวชาญเปนพิเศษไม เนื่องจากเปนรถท่ีสวนมากใชในธุรกิจสวนตัว ภายใน ครัวเรือนและใชในการขนสงพืชผลของเกษตรกร จึงสมควรไดรับการยกเวนไมตองไปจดทะเบียนกับ กรมการขนสงทางบก และการใชใบขับขี่ของกรมการขนสงทางบก ข. สําหรับรถบรรทุกขนาดใหญ ซ่ึงไดประกอบการขนสงสวนบุคคลตามใบอนุญาตน้ัน การจํากัดทองท่ีทําการขนสงน้ัน ยอมกอใหเกิดความไมสะดวกและเปนธรรม เพราะผูประกอบการ ขนสงสวนบุคคลก็ยอมหมายถึงประกอบธุรกิจสวนตัวน่ังเอง ทองที่ที่กําหนดใหแนนอนยอมเปนเครื่อง กีดขวางการปฏิบัติงาน เพราะการท่ีจะบรรทุกสินคาของตนไปสงยังที่ตาง ๆ การที่จะตองไปขออนุญาต เปนคร้ังคราวน้ันยอมกอใหเกิดภาวะสูญเปลาทางเศรษฐกิจ เปนการเพิ่มราคาทุนโดยไมจําเปน ค. โดยท่ัวไปการตรวจสภาพรถมักลาชา เมื่อนํารถไปขอรับการตรวจแลวแตปรากฏวา รถมีจํานวนมาก ตรวจสภาพไมทันหากนําไปว่ิงขนสงก็จะตองถูกจับกุม และมีโทษสูง และการที่จอด รถการตรวจสภาพเปนระยะนาน ๆ น้ัน ยอมทําใหเศรษฐกิจกระทบกระเทือน จึงสมควรกําหนดเวลา ตรวจไว และหากความลาชาเปนเพราะความผิดของพนักงานหรือผูมีอํานาจตรวจสภาพก็ไมสมควร เอาโทษแกผูประกอบการขนสงที่ขอตรวจสภาพไวแลว เพราะโทษมีกําหนดสูง ๕๑ ราชกิจจานุเบกษา/เลม ๙๗/ตอนท่ี ๑๖๐/ฉบบั พเิ ศษ หนา ๑/๑๕ ตลุ าคม ๒๕๒๓

๒๙๖ ง. การตอใบอนุญาตตามบทเฉพาะกาลของใบอนุญาตประกอบการขนสงซ่ึงไดรับ อนุญาตไวแลว กอนใชพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ขนาดและสวนซึ่งพนักงานตรวจ สภาพตามกฎหมายเกา ทั้งของกรมตํารวจและกรมการขนสงทางบก ไมเปนระเบียบเดียวกัน และ มีมาตรฐานตางกัน ฉะน้ัน การขอตอใบอนุญาตใหมจึงไมสมควรนําเหตุผลของการผิดขนาดและ สวนมาเปนขอปฏิเสธ การขอตอใบอนุญาตเกาน้ันอาศัยเหตุผลดังกลาว จึงจําเปนตองแกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติฉบับน้ี พระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙๕๒ มาตรา ๒ พระราชกาํ หนดนใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๕ อัตราภาษีรถตามพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไข เพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดน้ี ไมใชบังคับแกรถท่ีไดจดทะเบียนและเสียภาษีรถประจําปไวแลว หรือ ที่คางชําระภาษีรถประจําปกอนวันท่ีพระราชกําหนดน้ีใชบังคับ ทั้งน้ี สําหรับภาษีรถประจําปที่เสียไว แลว หรือท่ีคางชําระนั้น มาตรา ๖ รถท่ีไดจดทะเบียนและเสียภาษีรถประจําปไวแลว กอนวันที่พระราชกําหนดนี้ ใชบังคับ หากเปนรถที่ไมไดรับการลดภาษีรถประจําปตามพระราชกฤษฎีกาท่ีออกตามความใน มาตรา ๘๘ ทวิ แหงพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดย พระราชกําหนดนี้ ใหเสียภาษีรถประจําปสําหรับปตอไป ดังตอไปน้ี (๑) ปที่หนึ่ง ใหเสียในอัตราก่ึงหนึ่งของอัตราตามท่ีกําหนดในบัญชีอัตราภาษีรถตาม มาตรา ๘๕ (๒) ปท่ีสอง ใหเสียในอัตราสามในสี่ของอัตราตามที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษีรถตาม มาตรา ๘๕ (๓) ปตอไป ใหเสียในอัตราตามที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษีรถตามมาตรา ๘๕ มาตรา ๗ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชกําหนดน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกําหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ในปจจุบันมีรถจํานวนมาก ใชนํ้ามันดีเซลหรือกาซเปนเช้ือเพลิง ทําใหเกิดความจําเปนในการส่ังนํ้ามันดีเซลหรือกาซเขามาใน ราชอาณาจักร ดังนั้น เพื่อปองกันมิใหมีการเพิ่มจํานวนรถท่ีใชน้ํามันดีเซลหรือกาซเปนเช้ือเพลิง และเพ่ือเปนการประหยัดเงินตราตางประเทศในการนําเขาน้ํามันเช้ือเพลิงดังกลาว สมควรแกไข ๕๒ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๐๓/ตอนท่ี ๑๕/ฉบับพเิ ศษ หนา ๓๑/๓๑ มกราคม ๒๕๒๙

๒๙๗ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และโดยท่ีเปนกรณีฉุกเฉินท่ีมีความจําเปนเรงดวน ในอันที่จะรักษาความม่ันคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจําเปนตองตราพระราชกําหนดนี้ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไมอนุมัติพระราชกําหนดแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติ การขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙๕๓ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐๕๔ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ ระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยท่ีประเทศไทยไดท ําความตกลงกับ ประเทศในสมาคมประชาชาติแหงเอเซียตะวันออกเฉียงใตวาดวยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายใน ประเทศซ่ึงกันและกัน และโดยท่ีประเทศไทยอาจทําความตกลงในทํานองเดียวกันกับประเทศอ่ืน ๆ ดวย ซ่ึงความตกลงดังกลาวจะมีผลใหผูมีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยพนักงานเจาหนาท่ีหรือสมาคม ยานยนต ที่ไดรับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศในสมาคมประชาชาติแหงเอเซียตะวันออกเฉียงใต หรือจากรัฐบาลของประเทศท่ีประเทศไทยมีความตกลงดวย สามารถใชใบอนุญาตขับรถนั้นขับรถใน ประเทศไทยได ฉะนั้น เพ่ือดําเนินการใหเปนไปตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีอยูกับตางประเทศตาม ความตกลงดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕๕๕ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติ หนาที่เปนผูประจํารถ โดยเฉพาะผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถสวนมากมักนิยมเสพยาเสพติดใหโทษ หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทในขณะปฏิบัติหนาท่ี ทําใหเกิดอุบัติเหตุสรางความสูญเสีย แกชีวิต รางกาย และทรัพยสินของประชาชนบนทองถนนเปนอันมาก สมควรมีบทบัญญัติกําหนด ความผิดและกําหนดโทษเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดใหโทษ หรือวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท ๕๓ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๐๓/ตอนที่ ๗๕/หนา ๑๑/๖ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ๕๔ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๐๔/ตอนท่ี ๒๗๐/ฉบับพเิ ศษ หนา ๕๓/๒๘ ธนั วาคม ๒๕๓๐ ๕๕ ราชกจิ จานุเบกษา/เลม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๔/หนา ๑๔/๒๗ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๓๕

๒๙๘ ในขณะปฏิบัติหนาที่ดังกลาว และใหอํานาจผูตรวจการ พนักงานฝายปกครอง หรือตํารวจ ส่ังให ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถที่มีเหตุอันควรเช่ือวาเมาสุราหรือของมึนเมาอยางอ่ืน หรือเสพยาเสพติดใหโทษ หรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท ในขณะปฏิบัติหนาที่รับ การตรวจหรือทดสอบถึงเหตุดังกลาวได จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕๕๖ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีปรากฏวาอุบัติเหตุท่ีเกิดจากรถ ท่ีใชในการขนสงวัตถุอันตราย ไดกอใหเกินความเสียหายอยางรายแรงแกรางกาย ชีวิต แะทรัพยสิน ของบุคคลภายนอก แตโดยที่พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังไมมีบทบัญญัติควบคุม การขนสงวัตถุอันตรายไวอยางเพียงพอและเหมาะสม สมควรแกไขปรับปรุงพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ในสวนท่ีเกี่ยวกับการขนสงวัตถุอันตรายเสียใหมเพ่ือความปลอดภัยในการขนสง จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๗๕๗ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีปจจุบันมีผูนํารถยนตน่ังสวน บุคคลเกินเจ็ดคนแตไมเกินสิบสองคน หรือรถยนตสวนบุคคลท่ีมีนํ้าหนักรถไมเกินหนึ่งพันหกรอย กิโลกรัม ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนต ไปใชประกอบการขนสงเพ่ือสินจางในลักษณะท่ี เปนการแกงแยงแขงขันกับผูไดรับอนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง โดยมิไดรับอนุญาตใหประกอบ การขนสงจากนายทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก และโดยที่บทบัญญัติของกฎหมายวา ดวยการขนสงทางบกไดบัญญัติยกเวนไวมิใหใชบังคับแกการขนสงโดยรถยนตดังกลาวเปนเหตุใหทาง ราชการไมสามารถเขาควบคุมและจัดระเบียบการขนสงได จึงเปนอุปสรรคตอการปฏิบัติการใหเปนไป ตามกฎหมาย สมควรปรับปรุงบทบัญญัติดังกลาวใหเหมาะสม จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ ๕๖ ราชกิจจานุเบกษา/เลม ๑๐๙/ตอนท่ี ๓๘/หนา ๙/๕ เมษายน ๒๕๓๕ ๕๗ ราชกจิ จานเุ บกษา/เลม ๑๑๑/ตอนท่ี ๒๖ ก/หนา ๑/๒๑ มิถนุ ายน ๒๕๓๗

๒๙๙ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๗๕๘ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๔ บรรดาในอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถทไ่ี ดอ อกใหต ามพระราชบญั ญตั ิ การขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหใชไดตอไปจนกวาจะสิ้นอายุ และถาผูไดรับใบอนุญาตประสงค จะตออายุใบอนุญาต ใหนําความในมาตรา ๑๐๐ แหงพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ีมาใชบังคับ มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากกฎหมายวาดวยการขนสง ทางบกท่ีใชบังคับอยูในปจจุบัน ไดกําหนดใหใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถมีอายุเพียงหน่ึงป ทําใหผูประกอบอาชีพเปนผูประจํารถจะตองมาตอใบอนุญาตทุก ๆ หน่ึงป ซ่ึงเปนระยะเวลาท่ีส้ันมาก ทําใหเกิดความไมสะดวกเสียเวลาและคาใชจายแกผูประกอบอาชีพดังกลาวเปนอยางยิ่งในการ ที่จะตองเดินทางมาตอใบอนุญาตทุก ๆ ป โดยเฉพาะผูที่เดินทางไปทํางานในจังหวัดอ่ืน การกําหนด ระยะเวลาดังกลาวจึงเปนการเพ่ิมภาระใหแกผูประกอบอาชีพดังกลาวโดยไมจําเปน จึงสมควรใหมีการ ขยายอายุของใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถเพ่ิมข้ึนจากหน่ึงปเปนสามป จึงจําเปนตองตรา พระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒๕๙ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่ในปจจุบันอุบัติเหตุรายแรง ท่ีเกิดบนทองถนนอันเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกชีวิตและทรัพยสินของบุคคลตาง ๆ น้ัน มีสาเหตุ มาจากการที่ผูขับรถเมาสุราหรือของมึนเมาอยางอ่ืน เสพยาเสพติดใหโทษ หรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ ตอจิตและประสาท รวมท้ังการปฏิบัติหนาที่ขับรถติดตอกันนานเกินไปจนทําใหผูขับรถเกิด ความตงึ เครยี ด ดงั นนั้ เพอ่ื เปน การปอ งกนั การเกดิ อบุ ตั เิ หตรุ า ยแรงอนั เนอื่ งมาจากกรณดี งั กลา ว สมควร กาํ หนดหา มมใิ หผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ใชห รอื ยนิ ยอมใหผ ขู บั รถซงึ่ มอี าการหรอื กระทาํ การ ๕๘ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๑๑/ตอนที่ ๒๘ ก/หนา ๑/๓๐ มิถุนายน ๒๕๓๗ ๕๙ ราชกิจจานุเบกษา/เลม ๑๑๖/ตอนที่ ๒๐ ก/หนา ๒๓/๒๕ มีนาคม ๒๕๔๒

๓๐๐ อยางใดอยางหน่ึงดังกลาวปฏิบัติหนาท่ีขับรถท่ีใชในการขนสง และกําหนดใหมีหนาท่ีควบคุมดูแล และปองกันมิใหผูขับรถท่ีมีอาการหรือกระทําการเชนวาน้ันขับรถท่ีใชในการขนสงดวย รวมทั้งสมควร กําหนดใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถปฏิบัติหนาที่ขับรถไดไมเกินส่ีช่ัวโมงติดตอกัน เพื่อไมใหเกิด ความตึงเครียดจนเกินไป นอกจากนั้นสมควรกําหนดใหผูปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถโดยไมไดรับ ใบอนุญาต และไดกระทําการใด ๆ อันเปนความผิดท่ีกําหนดไวสําหรับผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ี เปนผูประจํารถตองระวางโทษเชนเดียวกับผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถที่กระทํา ความผิดดังกลาวดวย จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๔๒๖๐ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังมิไดบัญญัติใหสอดคลองกับพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวน ตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ เพื่อท่ีจะใหมีการจัดสรรภาษีรถท่ีจัดเก็บไดใหเปนรายไดขององคการบริหารสวน ตําบลได นอกจากนี้โดยที่ถอยคําเก่ียวกับราชการสวนทองถ่ินในกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกมีใช อยูหลายคําตามรูปแบบของราชการสวนทองถ่ินซ่ึงมีอยูหลากหลาย โดยเมื่อจัดตั้งราชการสวนทอง ถิ่นขึ้นใหม ก็จะตองแกไขเพ่ิมเติมกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกทุกครั้ง เพ่ือใหราชการสวนทอง ถ่ินนั้นไดรับการจัดสรรภาษีรถ ดังเชนในกรณีขององคการบริหารสวนตําบลน้ีเปนตน ฉะน้ัน เพื่อให องคการบริหารสวนตําบลไดรับจัดสรรภาษีรถ และเพื่อปรับปรุงถอยคําเกี่ยวกับราชการสวนทองถ่ิน ใหครอบคลุมถึงราชการสวนทองถิ่นทุกประเภท จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี *พระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการใหเปนไป ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕๖๑ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎกี านใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๘ ในพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหแกไขคําวา “เลขาธิการ เรงรัดพัฒนาชนบทหรือผูแทน” เปน “อธิบดีกรมทางหลวงชนบทหรือผูแทน” และคําวา “ผูอํานวยการ สํานักนโยบายและแผนมหาดไทย” เปน “ผูอํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนการขนสงและจราจร” ๖๐ ราชกจิ จานเุ บกษา/เลม ๑๑๖/ตอนท่ี ๒๐ ก/หนา ๒๗/๒๕ มีนาคม ๒๕๔๒ ๖๑ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๑๙/ตอนท่ี ๑๐๒ ก/หนา ๖๖/๘ ตลุ าคม ๒๕๔๕

๓๐๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยท่ีพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบัญญัติใหจัดตั้งสวนราชการข้ึนใหมโดยมีภารกิจใหม ซึ่งได มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหนาท่ีของสวนราชการใหเปนไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแลว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกลาวไดบัญญัติ ใหโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการ รัฐมนตรีผูดํารงตําแหนงหรือผูซ่ึงปฏิบัติหนาท่ีในสวนราชการ เดินมาเปนของสวนราชการใหม โดยใหมีการแกไขบทบัญญัติตาง ๆ ใหสอดคลองกับอํานาจหนาที่ ที่โอนไปดวย ฉะนั้น เพื่ออนุมัติใหเปนไปตามหลักการท่ีปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกา ดงั กลา ว จึงสมควรแกไ ขบทบัญญัติของกฎหมายใหส อดคลอ งกบั การโอนสว นราชการ เพ่อื ใหผ เู ก่ียวขอ ง มีความชัดเจนในการใชกฎหมายโดยไมตองไปคนหาในกฎหมายโอนอํานาจหนาท่ีวาตามกฎหมายใด ไดมีการโอนภารกิจของสวนราชการหรือผูรับผิดชอบตามกฎหมายน้ันไปเปนของหนวยงานใดหรือผูใด แลว โดยแกไขบทบัญญัติของกฎหมายใหมีการเปล่ียนช่ือสวนราชการ รัฐมนตรีผูดํารงตําแหนงหรือ ผูซึ่งปฏิบัติหนาที่ของสวนราชการใหตรงกับการโอนอํานาจหนาท่ี และเพิ่มผูแทนสวนราชการใน คณะกรรมการใหตรงตามภารกิจท่ีมีการตัดโอนจากสวนราชการเดินมาเปนของสวนราชการใหม รวมทั้งตัดสวนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแลว ซ่ึงเปนการแกไขใหตรงตามพระราชบัญญัติและ พระราชกฤษฎีกาดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชกฤษฎีกานี้ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖๖๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหกสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป มาตรา ๕ รถท่ีคางชําระภาษีรถประจําปอยูในวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับให ดําเนินการ ดังนี้ (๑) ใหนายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพรอมท้ังจํานวนภาษีคางชําระไว ณ ท่ีทําการนายทะเบียนและในสถานที่ที่อธิบดีประกาศกําหนดภายในหกสิบวันนับแตวันที่พระราช บัญญัตินี้ใชบังคับ (๒) ใหเจาของรถหรือผูครอบครองรถทําความตกลงกับนายทะเบียนในการชําระภาษี คางชําระภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่นายทะเบียนไดมีประกาศตาม (๑) โดยใหไดรับยกเวน เงินเพิ่ม หากมีภาษีคางชําระเกินกวาสามป ใหคิดภาษีคางชําระเพียงสามป และใหผอนชําระเปนงวดได ตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกําหนด (๓) เจาของรถหรือผูครอบครองรถที่มิไดดําเนินการตาม (๒) ตองเสียภาษีคางชําระ ทั้งหมด พรอมทั้งเงินเพิ่มในอัตรารอยละหน่ึงตอเดือนของจํานวนภาษีท่ีคางชําระ ๖๒ ราชกิจจานเุ บกษา/เลม ๑๒๐/ตอนท่ี ๔๘ ก/หนา ๙/๒๙ พฤษภาคม ๒๕๔๖

๓๐๒ (๔) เม่ือครบกําหนดระยะเวลาตาม (๒) รถท่ีคางชําระภาษีรถประจําปตั้งแตสามปขึ้นไป หรือรถท่ีคางชําระภาษีรถประจําปไมถึงสามป แตตอมาภายหลังคางชําระภาษีติดตอกันครบสามป ใหถือวาทะเบียนรถเปนอันระงับไป และใหเจาของรถหรือผูครอบครองรถมีหนาที่สงคืนแผนปาย เลขทะเบียนรถตอนายทะเบียน และนําหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมาแสดงตอนายทะเบียน เพ่ือบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถภายในสามสิบวันนับแตวันครบกําหนดระยะเวลาตาม (๒) หรือนับแตวันคางชําระภาษีติดตอกันครบสามป แลวแตกรณี ใหนํามาตรา ๘๖/๒ มาตรา ๘๖/๓ วรรคสองและวรรคสาม และมาตรา ๘๖/๔ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใชบังคับ โดยอนุโลม เจาของรถหรือผูครอบครองรถผูใดไมสงคืนแผนปายเลขทะเบียนรถและนําหนังสือแสดง การจดทะเบียนรถมาแสดงตอนายทะเบียนตามความใน (๔) ใหนําโทษตามมาตรา ๑๔๙/๑ แหง พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ีมาใชบังคับ มาตรา ๖ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปจจุบันมีเจาของรถเปนจํานวน มากละเลยหรือหลีกเล่ียงการชําระภาษีรถประจําป ทําใหมีภาษีรถประจําปคางชําระเพิ่มขึ้นทุกป และ เมื่อมีการเปล่ียนเจาของรถก็เกิดขอโตแยงในภาระภาษีรถประจําปที่คางชําระ สมควรปรับปรุงมาตรการ ในการจัดเก็บภาษีรถประจําปท่ีคางชําระใหไดผลอยางจริงจัง จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๐๖๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปจจุบันสถานการณราคา นํ้ามันไดปรับตัวสูงขึ้นอยางตอเน่ือง รวมทั้งปญหาทางดานมลภาวะทางอากาศที่เพ่ิมมากขึ้น และ เพ่ือเปนการสงเสริมใหมีการใชพลังงานอื่นทดแทนการใชนํ้ามันเชื้อเพลิง สนับสนุนการใชพลังงาน อยา งประหยดั และการใชพ ลงั งานสะอาดเพอื่ อนรุ กั ษส งิ่ แวดลอ ม อนั จะเปน การชว ยใหม กี ารใชพ ลงั งาน อยางเหมาะสมและคุมคาและกอใหเกิดผลดีตอระบบเศรษฐกิจและส่ิงแวดลอมของประเทศ สมควร สงเสริมการใชรถท่ีใชพลังงานดังกลาวโดยกําหนดใหมีอัตราภาษีประจําปสําหรับรถเหลานี้ เปนการเฉพาะ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี ๖๓ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หนา ๑/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๐

๓๐๓ พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗๖๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๑๔ ใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลาง ซึ่งดํารงตําแหนงอยูกอนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ คงอยูในตําแหนงตอไปไดจนกวาจะครบวาระ มาตรา ๑๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากกฎหมายวาดวยการขนสง ทางบกไดใชบังคับมาเปนเวลานาน สมควรปรับปรุงบทบัญญัติบางประการเสียใหม เพ่ือใหสอดคลอง กับเทคโนโลยีการผลิตรถในปจจุบันที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมาก และเพื่อใหการบังคับใชกฎหมาย มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอีกทั้งเพ่ือเปนการคุมครองผูใชบริการการตรวจสภาพรถใหไดรับความเปนธรรม จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๗๖๕ มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๕ บรรดาภาษีประจําปของรถของหนวยงานตามมาตรา ๘๘ แหงพระราช บัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ท่ีคางชําระไวกอนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหเปนอันระงับไป มาตรา ๖ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากปจจุบันไดมีการปรับปรุง การบริหารราชการ ทําใหมีหนวยงานของรัฐรูปแบบตาง ๆ เกิดขึ้นเพ่ิมเติมจากหนวยงานทางราชการ ท่ีมีอยูเดิม อีกทั้งหนวยงานทางราชการเดินบางหนวยก็ไดมีการปรับเปล่ียนฐานะหรือรูปแบบการ ดําเนินการใหม อันมีผลทําใหหนวยงานน้ัน ๆ มิไดมีฐานะเปนกระทรวง ทบวง กรม หรือหนวยงาน ตามท่ีกฎหมายกําหนดใหไดรับยกเวนการขออนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคลและยกเวนภาษีรถ ประจําป อยางไรก็ดี เน่ืองจากหนวยงานที่เกิดขึ้นหรือปรับเปล่ียนใหมนั้นมีฐานะเปนหนวยงานของ รัฐสมควรแกไขเพ่ิมเติมกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกเพ่ือใหหนวยงานดังกลาวไดรับยกเวนการขอ ๖๔ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๑/ตอนท่ี ๘๓ ก/หนา ๑๐/๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ ๖๕ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๓๑/ตอนท่ี ๘๗ ก/หนา ๓๑/๒๖ ธนั วาคม ๒๕๕๗

๓๐๔ อนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคล และยกเวนภาษีรถประจําป จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี คําส่ังหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติที่ ๑๕/๒๕๖๐ เร่ือง มาตรการเพ่ิมความปลอดภัยในรถ โดยสารสาธารณะ๖๖ ขอ ๒ ใหนายทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกมีอํานาจสั่งเพิกถอน การจดทะเบียนรถระงับใชรถหรือพักใชใบอนุญาตประกอบการขนสงไดไมเกินหกเดือน เมื่อมีกรณี ดังตอไปนี้ (๑) เกิดอุบัติเหตุรายแรงจากการขนสงอันกระทบตอความเช่ือม่ันในระบบการขนสง โดยมีสาเหตุมาจากการที่ผูประกอบการขนสงไมควบคุมกํากับดูแลผูขับรถใหใชความเร็วไมเกินอัตรา ท่ีกฎหมายกําหนด ขับรถเกินช่ัวโมงการทํางาตามที่กฎหมายกําหนด ขับรถโดยประมาท หรือขับรถ ในขณะท่ีรางกายหรือจิตใจหยอนความสามารถ (๒) ผูประกอบการขนสงปลอยปละละเลยใหมีการนํารถไปใชกระทําความผิด เชน ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ ความผิดเกี่ยวกับการหลีกเล่ียงภาษี (๓) ผูประกอบการขนสงไมควบคุมกํากับดูแลผูขับรถหรือพนักงานเก็บคาโดยสารทําให มีการบรรทุกผูโดยสารเกินจํานวนที่น่ัง ทอดทิ้งผูโดยสาร หรือเก็บคาโดยสารเกินอัตราท่ีกําหนด ขอ ๓ ใหก รมการขนสง ทางบกควบคมุ ผใู หบ รกิ ารระบบตดิ ตามรถสาํ หรบั รถตามกฎหมาย วาดวยการขนสงทางบกและกฎหมายวาดวยรถยนตใหปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับคุณลักษณะและ ระบบการทํางานของเครื่องบันทึกขอมูลการเดินทางของรถ ผูใหบริการระบบติดตามรถผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ใหกรมการขนสง ทางบกมีอํานาจเปรียบเทียบปรับไดวันละไมเกินหาพันบาทจนกวาจะปฏิบัติใหถูกตอง ขอ ๔ ใหกรมการขนสงทางบกกําหนดเง่ือนไขเก่ียวกับรถประจําทางและไมประจําทาง ประเภทรถตูโดยสาร เพ่ือใหผูประกอบการขนสงดําเนินการโดยเครงครัด ดังตอไปนี้ (๑) การติดต้ังถังบรรจุกาซธรรมชาติหรือกาซปโตรเลียมเหลวตองไมทําใหน้ําหนักรถ รวมนํ้าหนักบรรทุกเกินสมรรถนะของรถ (๒) การติดต้ังหรือการปรับปรุงแกไขตัวรถและเครื่องอุปกรณ เพื่อความปลอดภัยตอ การใชรถและการเดินทาง โดยเฉพาะเพ่ือใหผูโดยสารสามารถออกจากตัวรถไดโดยสะดวกและรวดเร็ว เมื่อมีกรณีจําเปนหรือเกิดอุบัติเหตุ เชน การแกไขกลไกเปดประตูหลัง การเพ่ิมขนาดหนาตาง การปรับปรุงพนักพิงเบาะหลังเพื่อใหพับไดและใชเปนทางออกฉุกเฉิน ท้ังน้ี ตามมาตรฐานท่ีกรมการ ขนสงทางบกประกาศกําหนด (๓) กําหนดจํานวนที่น่ังผูโดยสารใหมีจํานวนที่เหมาะสมและปลอดภัยกับการบรรทุก และขนสงผูโดยสาร ซี่งตองไมเกินสิบสามท่ีนั่ง ๖๖ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๔/ตอนพเิ ศษ ๘๕ ง/หนา ๔๐/๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐

๓๐๕ ขอ ๕ เพ่ือประโยชนในการคุมครองผูโดยสารและบุคคลภายนอก ใหรถตามกฎหมาย วาดวยการขนสงทางบกหรือกฎหมายวาดวยรถยนตจัดใหมีการทําประกันภัยรถยนตเพ่ิมเติมจาก พระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยใหกรมการขนสงทางบกกําหนดเปน เงื่อนไขสําหรับการรับจดทะเบียนหรือรับชําระภาษี ประเภทรถทตี่ อ งจดั ทาํ ประกนั ภยั เพม่ิ เตมิ และวงเงนิ คมุ ครองผโู ดยสารและบคุ คลภายนอก ใหเปนไปตามท่ีกรมการขนสงทางบกประกาศกําหนด ขอ ๖ ใหกฎกระทรวงท่ีออกตามความในมาตรา ๓๕ แหงพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ท่ีใชบังคับอยูในวันกอนวันท่ีคําสั่งนี้ใชบังคับ ยังมีผลใชบังคับไปพลางกอนจนกวา จะมีประกาศท่ีออกตามมาตรา ๓๕ แหงพระราชบัญยัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแกไขเพ่ิม เติมโดยคําส่ังนี้ใชบังคับแทน ทั้งน้ี กฎกระทรวงดังกลาวใหใชบังคับไดเปนเวลาไมเกินหกสิบวัน นับแต วันท่ีคําสั่งน้ีใชบังคับ ขอ ๗ ใหทุกสวนราชการและหนวยงานของรัฐท่ีเก่ียวของกับการบังคับใชกฎหมายวา ดวยการขนสงทางบก ปฏิบัติตามและบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัดเพื่อปองกันมิใหเกิดการกระ ทําความผิดหรือมีการกระทําใดท่ีมีผลกระทบตอความปลอดภัยในการใหบริการขนสงสาธารณะ ทั้งนี้ ในกรณีท่ีปรากฏวามีการเพิกเฉยหรือละเลยไมกระทําการหรืองดเวนกระทําการ หรือมีการแสวงหาผล ประโยชนโดยการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอ่ืนใดโดยมิชอบ ใหผูบังคับบัญชา ซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุของเจาหนาที่ของรัฐผูนั้นพิจารณาดําเนินการทางแพง ทางอาญา และทางปกครอง ตอเจาหนาที่ของรัฐผูน้ันอยางรวดเร็วและเด็ดขาด กรณีที่หัวหนาสวนราชการหรือผูบังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจส่ังบรรจุปลอยปละละเลยไม ดําเนินการตามวรรคหน่ึง ใหถือเปนความผิดวินัยหรือความผิดทางอาญา แลวแตกรณี ขอ ๘ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอใหคณะรักษา ความสงบแหงชาติแกไขเปล่ียนแปลงคําส่ังนี้ได ขอ ๙ คําส่ังน้ีใหใชบังคับตั้งแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป กมลฤทัย/แกไข ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ชาญ/ตรวจ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ วศิน/แกไข ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๘ ปริญสินีย/เพ่ิมเติม ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐

๓๐๖

๓๐๗ ¼¹Ç¡ § : ¾.Ã.º.·Ò§ËÅǧ ¾.È.òõóõ

๓๐๘

๓๐๙ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ ·Ò§ËÅǧ ¾.È. òõóõ ÀÙÁÔ¾ÅÍ´ØÅÂà´ª ».Ã. ãËŒäÇŒ ³ Çѹ·Õè ò àÁÉÒ¹ ¾.È. òõóõ ໚¹»‚·èÕ ô÷ ã¹ÃѪ¡ÒÅ»˜¨¨ØºÑ¹ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยทางหลวง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแหงชาติ ทําหนาท่ีรัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕” มาตรา ๒๑ พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๓ ใหยกเลิก (๑) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (๒) พระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๒๒ (๓) พระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัติน้ี “ทางหลวง”๒ หมายความวา ทางหรือถนนซึ่งจัดไวเพ่ือประโยชนในการจราจรสาธารณะ ทางบก ไมวาในระดับพ้ืนดิน ใตหรือเหนือพื้นดิน หรือใตหรือเหนืออสังหาริมทรัพยอยางอื่นจนอกจาก รถไฟ และหมายความรวมถึงท่ีดิน พืช พันธุไมทุกชนิด สะพาน ทอหรือรางระบายน้ํา อุโมงค รองน้ํา กําแพงกันดิน เขื่อน ร้ัว หลักสํารวจ หลักเขต หลักระยะปายจราจร เครื่องหมายจราจร เคร่ืองหมาย สัญญาณ เคร่ืองสัญญาณไฟฟา เคร่ืองแสดงสัญญาณท่ีจอดรถ ที่พักคนโดยสาร ที่พักริมทาง เรือหรือ พาหนะสําหรับขนสงขามฟาก ทาเรือสําหรับขึ้นหรือลงรถ และอาคารหรือสิ่งอื่นอันเปนอุปกรณงาน ๑ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๙/ตอนที่ ๕๒/หนา ๖/๑๘ เมษายน ๒๕๓๕ ๒ มาตรา ๔ บทนิยามคําวา “ทางหลวง” แกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๑๐ ทางหลวงเพื่อประโยชนแกงานทางหรือผูใชทางหลวงนั้นดวย “งานทาง” หมายความวา กิจการใดที่ทําเพ่ือหรือเน่ืองในการสํารวจการกอสราง การขยาย การบูรณะ หรือการบํารุงรักษาทางหลวง หรือการจราจรบนทางหลวง “ทางจราจร” หมายความวา สวนหนึ่งของทางหลวงที่ทําหรือจัดไวเพื่อการจราจรของ ยานพาหนะ “ทางเขา” หมายความวา สวนหน่ึงของทางหลวงท่ีทําหรือจัดไวสําหรับคนเดิน “ทางขนาน”๓ (ยกเลิก) “ไหลทาง” หมายความวา สวนหนึ่งของทางหลวงท่ีอยูติดตอกับทางจราจรท้ังสองขาง “ยานพาหนะ”๔ หมายความวา รถตามกฎหมายวาดวยรถยนต รถตามกฎหมายวาดวย การขนสงทางบก รวมทั้งเคร่ืองจักร เคร่ืองกล และส่ิงอ่ืนใดท่ีเคล่ือนที่ไปไดบนทางหลวงในลักษณะ เดียวกัน “ผูอํานวยการทางหลวง” หมายความวา บุคคลซึ่งมีอํานาจและหนาท่ีหรือไดรับแตงต้ังให ควบคุมทางหลวงและงานทางเฉพาะประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือเฉพาะทองถิ่นใดทองถ่ินหน่ึง หรือ เฉพาะสายใดสายหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติน้ี “เจาพนักงานทางหลวง” หมายความวา ผูซ่ึงรัฐมนตรีแตงต้ังใหเปนเจาพนักงานทางหลวง เพื่อปกิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ในสวนที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวงนั้น และใหมีอํานาจแตงต้ัง เจาพนักงานทางหลวงกับออกกฎกระทรวงเพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ในเรื่องดังตอไปน้ี (๑) กําหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะ (๒) จัดทํา ปก ติดต้ังปายจราจร เครื่องหมายจราจร เคร่ืองหมายสัญญาณหรือสัญญาณ อยางอื่น ขีดเสน เขียนขอความ หรือเคร่ืองหมายอื่นใดสําหรับการจราจรบนทางหลวง (๓) กําหนดกิจการอ่ืนเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวงนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได ๓ มาตรา ๔ บทนิยามคําวา “ทางขนาน” ยกเลิกโดยพระราชบญั ญตั ทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๔ มาตรา ๔ บทนยิ ามคาํ วา “ยานพาหนะ” เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๑๑ ʋǹ·Õè ñ º··ÑèÇä» ËÁÇ´ ñ »ÃÐàÀ·¢Í§·Ò§ËÅǧ มาตรา ๖๕ ทางหลวงมี ๕ ประเภท คือ (๑) ทางหลวงพิเศษ (๒) ทางหลวงแผนดิน (๓) ทางหลวงชนบท (๔) ทางหลวงทองถิ่น (๕) ทางหลวงสัมปทาน มาตรา ๗๖ ทางหลวงพิเศษ คือ ทางหลวงท่ีจัดหรือทําไวเพื่อใหการจราจรผานไดตลอด รวดเร็วเปนพิเศษ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดและไดลงทะเบียนไวเปนทางหลวงพิเศษโดยกรม ทางหลวงเปนผูดําเนินการกอสราง ขยาย บูรณะ และบํารุงรักษา รวมท้ังควบคุมใหมีการเขาออกได เฉพาะโดยทางเสริมที่เปนสวนหน่ึงของทางหลวงพิเศษตามท่ีกรมทางหลวงจัดทําขึ้นไวเทานั้น มาตรา ๘ ทางหลวงแผนดิน คือ ทางหลวงสายหลักท่ีเปนโครงขายเชื่อมระหวางภาค จังหวัด อําเภอ ตลอดจนสถานท่ีท่ีสําคัญ ที่กรมทางหลวงเปนผูดําเนินการกอสราง ขยาย บูรณะ และ บํารุงรักษา และไดลงทะเบียนไวเปนทางหลวงแผนดิน มาตรา ๙๗ ทางหลวงชนบท คือ ทางหลวงที่กรมทางหลวงชนบทเปนผูดําเนินการ กอสราง ขยาย บูรณะและบํารุงรักษา และไดลงทะเบียนไวเปนทางหลวงชนบท มาตรา ๑๐๘ ทางหลวงทอ งถนิ่ คอื ทางหลวงทอ่ี งคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ เปน ผดู าํ เนนิ การ กอสราง ขยาย บูรณะ และบํารุงรักษา และไดลงทะเบียนไวเปนทางหลวงทองถิ่น มาตรา ๑๑๙ (ยกเลิก) มาตรา ๑๒ ทางหลวงสัมปทาน คือ ทางหลวงท่ีรัฐบาลไดใหสัมปทานตามกฎหมายวา ดวยทางหลวงที่ไดรับสัมปทาน และไดลงทะเบียนไวเปนทางหลวงสัมปทาน ๕ มาตรา ๖ แกไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๖ มาตรา ๗ แกไ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญตั ิทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๗ มาตรา ๙ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ทิ างหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๘ มาตรา ๑๐ แกไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๙ มาตรา ๑๑ ยกเลิกโดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๑๒ มาตรา ๑๓๑๐ ทางหลวงประเภทตาง ๆ ใหลงทะเบียนไว ดังตอไปนี้ (๑) ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผนดินและทางหลวงสัมปทาน อธิบดีกรมทางหลวง เปนผูจัดใหลงทะเบียนไว ณ กรมทางหลวง (๒) ทางหลวงชนบท อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเปนผูจัดใหลงทะเบียนไว ณ กรมทางหลวงชนบท (๓) ทางหลวงทองถ่ิน ผูวาราชการจังหวัดเปนผูจัดใหลงทะเบียนไว ณ ศาลากลางจังหวัด ใหรัฐมนตรีประกาศทะเบียนทางหลวงตาม (๑) ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๔ รัฐมนตรีมีอํานาจแตงต้ังผูอํานวยการทางหลวง การแตงต้ังน้ันจะจํากัด ใหเปนผูอํานวยการทางหลวงเฉพาะประเภทใดประเภทหน่ึง หรือเฉพาะทองถ่ินใดทองถ่ินหนึ่ง หรือ เฉพาะสายใดสายหนึ่งก็ได มาตรา ๑๕๑๑ ในกรณีท่ีรัฐมนตรียังไมไดแตงตั้งผูอํานวยการทางหลวงตามมาตรา ๑๔ ใหบุคคลดังตอไปนี้เปนผูอํานวยการทางหลวง (๑) อธบิ ดกี รมทางหลวงเปน ผอู าํ นวยการทางหลวงพเิ ศษ ทางหลวงแผน ดนิ และทางหลวง สัมปทาน (๒) อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเปนผูอํานวยการทางหลวงชนบท (๓) นายกองคการบริหารสวนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบล ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา หรือผูบริหารสูงสุดขององคกรปกครองสวนทองถิ่น อ่ืนที่มีกฎหมายจัดตั้ง แลวแตกรณี เปนผูอํานวยการทางหลวงทองถิ่น มาตรา๑๖ ใหรัฐมนตรีมีอํานาจส่ังเปล่ียนประเภททางหลวงดังตอไปน้ี (๑) ทางหลวงท่ีอยูในอํานาจของรัฐมนตรีวาการกระทรวงเดียวกัน ใหรัฐมนตรีวา การกระทรวงน้ันเปนผูมีอํานาจสั่งเปลี่ยน (๒) ทางหลวงท่ีอยูในอํานาจของรัฐมนตรีวาการตางกระทรวงกัน ใหรัฐมนตรีวา การกระทรวงซ่ึงเปนผูรับการเปล่ียนประเภททางหลวงเปนผูมีอํานาจสั่งเปล่ียน เม่ือไดเปลี่ยนประเภททางหลวงตามวรรคหน่ึงแลว ใหแกไขทะเบียนใหถูกตอง การสั่งเปล่ียนทางหลวงประเทภอ่ืนเปนทางหลวงพิเศษหรือการส่ังเปลี่ยนทางหลวงพิเศษ เปนทางหลวงประเภทอื่น ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๗ ในกรณีท่ีมีปญหาวาทางหลวงสายใดเปนทางหลวงประเภทใด ใหรัฐมนตรี เปนผูวินิจฉัยช้ีขาด ๑๐ มาตรา ๑๓ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั ิทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๑๑ มาตรา ๑๕ แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั ิทางหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๑๓ มาตรา ๑๘ บคุ คลซงึ่ กอ สรา งทางขนึ้ อาจรอ งขอใหเ จา หนา ทต่ี ามมาตรา ๑๓ ลงทะเบยี น ทางน้ันเปนทางหลวงได แตเจาหนาท่ีดังกลาวจะรับลงทะเบียนใหไดตอเมื่อบุคคลซึ่งกอสรางทางนั้น ไดปฏิบัติตามเง่ือนไขท่ีเจาหนาท่ีไดกําหนดไวแลว ËÁÇ´ ò ¡ÒÃกํา¡Ñº μÃǨμÃÒáÅФǺ¤ØÁ·Ò§ËÅǧáÅЧҹ·Ò§ มาตรา ๑๙ ใหอ ธบิ ดกี รมทางหลวงเปน เจา หนา ทก่ี าํ กบั ตรวจตราและควบคมุ ทางหลวง และงานทางที่เกี่ยวกับทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผนดิน และทางหลวงสัมปทาน มาตรา ๒๐๑๒ ใหอธิบดีกรมทางหลวงชนบทเปนเจาหนาที่กํากับ ตรวจตราและควบคุม ทางหลวงและงานทางที่เกี่ยวกับทางหลวงชนบท มาตรา ๒๑๑๓ ใหน ายกองคก ารบรหิ ารสว นจงั หวดั นายกเทศมนตรี นายกองคก ารบรหิ าร สวนตําบล ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา หรือผูบริหารสูงสุดขององคกรปกครอง สวนทองถิ่นอ่ืนที่มีกฎหมายจัดต้ัง แลวแตกรณี เปนเจาหนาท่ีกํากับ ตรวจตราและควบคุมทางหลวง และงานทางท่ีเก่ียวกับทางหลวงทองถ่ิน มาตรา ๒๒ ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงมีอํานาจและหนาท่ีดําเนินการเก่ียวกับการควบคุมและตรวจตราพาหนะที่เดินบนทางหลวง และการจราจรบนทางหลวงใหเปนไปตามพระราชบัญญัติน้ี เวนแตกรณีท่ีไมไดบัญญัติไวใน พระราชบัญญัติน้ี ใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยการนั้น มาตรา ๒๓ ใหเจาพนักงานทางหลวงมีอํานาจและหนาที่ดังตอไปนี้ (๑) ตรวจตราดูแลมิใหมีการฝาฝนพระราชบัญญัติน้ี (๒) เรียกยานพาหนะใหหยุดเพ่ือทําการตรวจสอบในกรณีท่ีเช่ือวามีการกระทําอันเปน ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) จับกุมผูกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีในขณะกระทําความผิดเพ่ือสงให พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจดําเนินคดีตอไป ในการปฏิบัติหนาท่ีตามวรรคหนึ่งใหเจาพนักงานทางหลวงแสดงบัตรประจําตัวตอ ผูซ่ึงเก่ียวของ บัตรประจําตัวเจาพนักงานทางหลวงใหเปนไปตามแบบท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๔ ในการปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี ใหเจาพนักงานทางหลวงเปน เจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ๑๒ มาตรา ๒๐ แกไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ทิ างหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๑๓ มาตรา ๒๑ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๑๔ มาตรา ๒๕ ในสวนท่ีเก่ียวกับทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผนดิน และทางหลวง สัมปทาน ใหอธิบดีกรมทางหลวงมีอํานาจกําหนดมาตรฐานและลักษณะของทางหลวงและงานทาง รวมทั้งกําหนดเขตทางหลวง ท่ีจอดรถ ระยะแนวตนไม และเสาพาดสาย มาตรา ๒๖๑๔ ในสวนที่เก่ียวกับทางหลวงชนบทและทางหลวงทองถิ่น ใหอธิบดีกรม ทางหลวงชนบท มีอํานาจกําหนดมาตรฐานและลักษณะของทางหลวงและงานทาง รวมท้ังกําหนด เขตทางหลวง ท่ีจอดรถ ระยะแนวตนไม และเสาพาดสาย ตลอดจนควบคุมในทางวิชาการและอบรม เจาหนาที่ฝายชางเก่ียวกับทางหลวงและงานทาง มาตรา ๒๗ นอกจากทางหลวงสัมปทาน การสรางทางหลวงประเภทใดขึ้นใหมหรือ ขยายเขตทางหลวงประเทภใด ใหเปนอํานาจและหนาที่ของผูอํานวยการทางหลวงประเภทน้ัน มาตรา ๒๘ ในกรณีจําเปนเพ่ือประโยชนแกงานทางหรือการจราจรบนทางหลวง ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจปดการจราจร บนทางหลวงนั้นท้ังสายหรือบางสวนเปนการช่ัวคราว และวางระเบียบปฏิบัติสําหรับใหเจาพนักงาน ปดการจราจรเปนครั้งคราวเพ่ือความปลอดภัยได มาตรา ๒๙ ในกรณีจําเปนเพื่อประโยชนแกงานทาง ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือ ผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจ (๑) ใชท่ีดินริมทางหลวงซ่ึงปราศจากส่ิงกอสรางที่อยูในความครอบครองของบุคคลใด เปนการชั่วคราว (๒) ใชและเขาครอบครองวัตถุสําหรับใชงานทางซ่ึงอยูในท่ีดินของบุคคลใดเปนการ ชั่วคราว รวมทั้งทําทางผานเขาไปในท่ีดินใด ๆ เพื่อใชและเขาครอบครองวัตถุสําหรับใชงานทาง ไดดวย กอนท่ีจะกระทําการตาม (๑) หรือ (๒) ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวงแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองที่ดินทราบลวงหนาไมนอยกวา เจ็ดวัน มาตรา ๓๐ เพื่อประโยชนในการปองปดภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาเปนการฉุกเฉิน ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจใชที่ดินหรือ เขาครอบครองวัตถุสําหรับใชงานทางซ่ึงอยูในความครอบครองของบุคคลใดในบริเวณหรือใกลเคียง กับบริเวณที่เกิดภัยพิบัติน้ันไดเทาที่จําเปน เพ่ือประโยชนแกงานทาง และมีอํานาจเกณฑแรงราษฎร สัตว พาหนะหรือยานพาหนะ ตลอดจนเครื่องจักร เคร่ืองมือ และเครื่องอุปกรณสําหรับใชงานทาง ไดดวย การเกณฑตามวรรคหนึ่งและอัตราคาจางหรือคาตอบแทน ใหเปนไปตามท่ีกําหนด ในพระราชกฤษฎีกา ๑๔ มาตรา ๒๖ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๑๕ มาตรา ๓๑ เพ่ือประโยชนในการปองกันปดภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาเปนการฉุกเฉิน ใหอธิบดีกรทางหลวงมีอํานาจเขาครอบครองทางหลวงสัมปทาน และในการน้ีใหสิทธิและอํานาจ สั่งการของผูรับสัมปทานตกมาอยูกับอธิบดีกรมทางหลวงทั้งหมด จนกวาภัยพิบัตินั้นจะหมดไป มาตรา ๓๒๑๕ เพื่อประโยชนแกงานทาง ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบ หมายจากผูอํานวยการทางหลวง มีอํานาจทําหรือแกทางระบายนํ้าท่ีไหลผานทางหลวง หรือทํา หรือ แกทางระบายน้ําออกจากทางหลวงเพื่อไปสูแหลงน้ําสาธารณะที่ใกลเคียงตามความจําเปนได ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงประกาศ แนวเขตที่จะทําหรือแกทางระบายน้ํา พรอมท้ังแผนผังแสดงแนวเขตดังกลาว และปดประกาศไวใน บริเวณท่ีจะกระทําการนั้น และใหมีหนังสือแจงเจาของหรือผูครอบครองที่ดินหรือทรัพยสินในแนว เขตดังกลาวดวย ท้ังนี้ ไมนอยกวาเกาสิบวัน กอนการจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นจากผูมีสวนได เสียและหนวยงานที่เก่ียวของ เพ่ือประกอบการพิจารณาจัดทําหรือแกทางระบายน้ําของผูอํานวยการ ทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง เมื่อไดรับฟงความคิดเห็นตามวรรคสองแลว ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับ มอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงกําหนดแนวเขตที่จะทําหรือแกทางระบายนํ้า และมีหนังสือแจง ใหเจาของหรือผูครอบครองที่ดินหรือทรัพยสินทราบลวงหนาไมนอยกวาหกสิบวันกอนเขาดําเนินการ และใหเจาของหรือผูครอบครองท่ีดินหรือทรัพยสินมีสิทธิอุทธรณตอรัฐมนตรีไดภายในสามสิบวัน นับแตวันท่ีไดรับหนังสือแจง ในกรณีจําเปนตองปองปดภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาเปนการฉุกเฉินและเพื่อประโยชนแก งานทาง ผูอ าํ นวยการทางหลวงหรือผูซ ่ึงไดร ับมอบหมายจากผอู ํานวยการทางหลวงมอี าํ นาจดาํ เนินการ ตามวรรคหนึ่งไดทันที แตตองแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองที่ดินหรือทรัพยสินน้ันทราบ โดยเร็ว ในการปฏิบัติหนาที่ตามวรรคหน่ึงและวรรคสี่ ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับ มอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงตองแสดงบัตรประจําตัวตอผูซึ่งเกี่ยวของ มาตรา ๓๓ ในกรณีท่ีมีความเสียหายเกิดแกเจาของหรือผูครอบครองท่ีดิน หรือผูทรง สิทธิอ่ืนเน่ืองจากการกระทําของผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงตามมาตรา ๒๙ (๑) หรือ (๒) มาตรา ๓๐ วรรคหน่ึง หรือมาตรา ๓๒ ใหนําบทบัญญัติ ของกฎหมายวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพยในสวนท่ีเกี่ยวกับการกําหนดคาทดแทนมาใชบังคับ โดยอนุโลม มาตรา ๓๔ ผอู าํ นวยการทางหลวงหรอื ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมายจากผอู าํ นวยการทางหลวง มีอํานาจทํางานทางเพื่อเชื่อม ผาน ทับ ขาม หรือลอดทางรถไฟหรือทางนํ้าได แตตองแจงเปนหนังสือ พรอ มทง้ั สง สาํ เนาแบบกอ สรา งใหผ คู วบคมุ การรถไฟ หรอื ทางนาํ้ นน้ั ทราบลว งหนา ไมน อ ยกวา สามสบิ วนั ๑๕ มาตรา ๓๒ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๑๖ มาตรา ๓๕ ในกรณีท่ีเห็นสมควร อธิบดีกรมทางหลวงมีอํานาจสรางทางหลวงพิเศษ หรือทางหลวงแผนดินเพื่อเช่ือม ผาน ทับ ขาม หรือลอดทางหลวงประเภทอ่ืนได ในกรณีเชนน้ี ให ทางหลวงประเภทอื่นน้ันทั้งสายหรือบางสวนอยูในการกํากับ ตรวจตราและควบคุมของอธิบดีกรม ทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากอธิบดีกรมทางหลวง มาตรา ๓๖๑๖ วัตถุ เครื่องจักร เคร่ืองมือ และเครื่องอุปกรณสําหรับใชงานทางซ่ึงเปน กรรมสิทธ์ิของทางราชการ หรือองคกรปกครองสวนทองถ่ิน เปนทรัพยสินที่ไมอยูในความรับผิดแหง การบังคับคดี ʋǹ·èÕ ò ¡ÒäǺ¤ØÁ ¡ÒÃÃÑ¡ÉÒ ¡ÒâÂÒÂáÅÐʧǹà¢μ·Ò§ËÅǧ ËÁÇ´ ñ ¡ÒäǺ¤ØÁ·Ò§ËÅǧ มาตรา ๓๗ หามมิใหผูใดสรางทาง ถนน หรือส่ิงอ่ืนใดในเขตทางหลวงเพ่ือเปนทางเขา ออกทางหลวง เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวง ในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะกําหนดเง่ือนไขอยางใดก็ได รวมท้ังมีอํานาจกําหนดมาตรการในการจัดการ เพ่ือรักษาส่ิงแวดลอม การปองกันอุบัติภัย และการติดขัดของการจราจร การอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ เมอื่ มคี วามจาํ เปน แกง านทางหรอื เมอื่ ปรากฏวา ผไู ดร บั อนญุ าต ไดกระทําการผิดเงื่อนไขที่กําหนดในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะเพิกถอนเสียก็ได ทาง ถนน หรือส่ิงอื่นใดท่ีสรางข้ึนโดยไมไดรับอนุญาตหรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนด ใหผ อู าํ นวยการทางหลวงหรอื ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมายจากผอู าํ นวยการทางหลวงมอี าํ นาจสงั่ ใหผ กู ระทาํ การ ดังกลาวร้ือถอนหรือทําลายภายในกําหนดเวลาอันสมควร ถาไมปฏิบัติตามใหผูอํานวยการทางหลวง หรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางร้ือถอนหรือทําลาย โดยผูน้ันจะเรียกรองคาเสียหายไมได และตองเปนผูเสียคาใชจายในการนั้น มาตรา ๓๘ หามมิใหผูใดติดต้ัง แขวน วางหรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวงในลักษณะท่ี เปนการกีดขวางหรืออาจเปนอันตรายแกยานพาหนะ หรือในลักษณะที่จะทําใหเกิดความเสียหายแก ทางหลวงหรือความไมสะดวกแกงานทาง เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวง ๑๖ มาตรา ๓๖ แกไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิทางหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๑๗ หรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผู ซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงจะกําหนดเง่ือนไขอยางใดก็ได การอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ เมอ่ื มคี วามจาํ เปน แกง านทางหรอื เมอ่ื ปรากฏวา ผไู ดร บั อนญุ าต ไดกระทําการผิดเงื่อนไขท่ีกําหนดในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะเพิกถอนเสียก็ได ในกรณที กี่ ารกระทาํ ตามวรรคหนง่ึ ไดก ระทาํ โดยไมไ ดร บั อนญุ าตหรอื ไมป ฏบิ ตั ิตามเงื่อนไข ที่กําหนด ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอนําวยการทางหลวงมีอํานาจสั่ง ใหผูกระทําการดังกลาวรื้อถอน ทําลาย หรือขนยายส่ิงที่ติดตั้ง แขวน วางหรือกองอยูภายในกําหนด เวลาอันสมควร ถาไมปฏิบัติตาม ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงมีอํานาจรื้อถอน ทําลาย หรือขนยายส่ิงที่ติดต้ัง แขวน วางหรือกองอยู โดยผูน้ันจะเรียก รองคาเสียหายไมไดและตองเปนผูเสียคาใชจายในการน้ัน มาตรา ๓๙ หามมิใหผูใดกระทําการปดก้ันทางหลวง หรือวางวัตถุที่แหลมหรือมีคม หรือนําส่ังใดมาขวางหรือวางบนทางหลวง หรือกระทําดวยประการใด ๆ บนทางหลวงในลักษณะที่ อาจเกิดอันตรายหรือเสียหายแกยานพาหนะหรือบุคคล มาตรา ๓๙/๑๑๗ หามมิใหผูใดระบายนํ้าลงในเขตทางหลวงอันอาจจะกอใหเกิด ความเสียหายแกทางหลวง เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผู ซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง ในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับ มอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงจะกําหนดเงื่อนไขอยางใดก็ได การอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ เมอ่ื มคี วามจาํ เปน แกง านทางหรอื เมอ่ื ปรากฏวา ผไู ดร บั อนญุ าต ไดกระทําผิดเงื่อนไขที่กําหนดในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะเพิกถอนเสียก็ได การระบายน้ําที่กระทําโดยไมไดรับอนุญาตหรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขท่ีกําหนดผูอํานวย การทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจสั่งใหผูกระทําการดังกลาว งดเวนการระบายน้ําลงในเขตทางหลวงทันที หรือใหร้ือถอนหรือปดกั้นทางระบายน้ําภายในเวลาอัน สมควร ถาไมปฏิบัติตาม ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง มีอํานาจร้ือถอนหรือปดก้ันทางระบายนํ้าดังกลาวได โดยผูน้ันจะเรียกรองคาเสียหายไมไดและ ตองเปนผูเสียคาใชจายในการน้ัน มาตรา ๔๐ หามมิใหผูใดทําใหเสียหาย ทําลาย ซอนเรน เปล่ียนแปลง ขีดเขียน เคลื่อนยาย รื้อถอน หรือทําใหไรประโยชนซึ่งเคร่ืองหมายจราจร ปายจราจร เครื่องหมายสัญญาณ เครื่องหมายสัญญาณไฟฟา เครื่องแสดงสัญญาณ อุปกรณอํานวยความปลอดภัย ร้ัว หลักสํารวจ หลักเขต หรือหลักระยะ ซ่ึงเจาหนาที่ไดติดตั้งหรือทําใหปรากฏในเขตทางหลวง ๑๗ มาตรา ๓๙/๑ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๑๘ มาตรา ๔๑ ผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจหามมิใหผูใดหยุด จอด หรือกลับยาน พาหนะใด ๆ บนทางจราจรหรือไหลทางในทางหลวงสายใดทั้งสายหรือบางสวนได โดยทําเปนประกาศ หรือเครื่องหมายใหปรากฏไวในเขตทางหลวงน้ัน มาตรา ๔๒๑๘ ในกรณียานพาหนะใด ๆ เครื่องยนตหรือเครื่องอุปกรณเกิดขัดของหรือ ชํารุดบนทางจราจรจนไมสามารถเคล่ือนที่ตอไปได ผูใชยานพาหนะซ่ึงอยูในวิสัยและพฤติการณที่ สามารถเคลื่อนที่ยานพาหนะน้ันไดตองนํายานพาหนะนั้นเขาจอดบนไหลทาง หรือถาไมมีไหลทาง ใหจอดชิดซายสุดในลักษณะที่ไมกีดขวางการจราจร และจะตองนํายานพาหนะนั้นออกไปใหพนทาง จราจรหรือไหลทางโดยเร็วท่ีสุด ในกรณีตามวรรคหน่ึง ถาจําเปนตองหยุดหรือจดยานพาหนะอยูบนทางจราจรหรือไหล ทาง ผูใชยานพาหนะตองแสดงเคร่ืองหมายหรือสัญญาณใด ๆ ใหเพียงพอท่ีผูใชยานพาหนะอ่ืนจะ มองเห็นยานพาหนะท่ีหยุดหรือจอดอยูไดโดยชัดแจงในระยะไมนอยกวาหน่ึงรอยหาสิบเมตร และ หากเกิดขึ้นในเวลาท่ีแสงสวางไมเพียงพอที่ผูใชยานพาหนะอื่นจะมองเห็นยานพาหนะท่ีหยุดหรือ จอดอยูไดโดยชัดแจงในระยะไมนอยกวาหน่ึงรอยหาสิบเมตรตองเปดหรือจุดไฟใหมีแสงสวาง เพียงพอที่จะเห็นยานพาหนะน้ันได ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจ เคล่ือนยายยานพาหนะตามวรรคหน่ึงได โดยนําความในมาตรา ๔๒/๑ มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๔๒/๑๑๙ ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงมีอํานาจเคลื่อนยายยานพาหนะท่ีหยุดหรือจอดอยูในลักษณะท่ีอาจกอใหเกิดอันตรายแก ยานพาหนะอื่นหรือผูใชทาง หรือฝาฝนบทแหงพระราชบัญญัติน้ีได การเคลื่อนยายยานพาหนะตามวรรคหน่ึง ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบ หมายจากผูอํานวยการทางหลวงไมตองรับผิดชอบสําหรับความเสียหายใด ๆ ท่ีเกิดจากการปฏิบัติ ตามวรรคหนึ่ง เวนแตความเสียหายน้ันจะเกิดขึ้นจากการกระทําโดยจงใจหรือประมาทเลินเลอ อยางรายแรง ผูขับข่ีหรือเจาของยานพาหนะตองชําระคาใชจายในการเคลื่อนยายยานพาหนะ ตลอดจนคาดูแลรักษายานพาหนะระหวางท่ีอยูในความครอบครองของผูอํานวยการทางหลวง หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง ท้ังน้ี ตามอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวง เงินที่ไดจากผูขับข่ีหรือเจาของยานพาหนะตามวรรคสาม เปนรายไดท่ีไมตองนําสง กระทรวงการคลัง และใหนํามาเปนคาใชจายในการปฏิบัติตามมาตรานี้ตามระเบียบที่อธิบดี กรมทางหลวงกําหนด ๑๘ มาตรา ๔๒ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๑๙ มาตรา ๔๒/๑ เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั ทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๑๙ ในกรณีท่ีผูขับขี่หรือเจาของยานพาหนะไมชําระคาใชจายและคาดูแลรักษาตามวรรคสาม ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจยึดหนวงยาน พาหนะนั้นไวไดจนกวาจะไดรับชําระคาใชจายและคาดูแลรักษาดังกลาว โดยในระหวางที่ยึดหนวง น้ันใหคํานวณคาดูแลรักษาเปนรายวัน ถาพนกําหนดสามเดือนแลวผูขับข่ีหรือเจาของยานพาหนะ ไมชําระคาใชจายและคาดูแลรักษาดังกลาว ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจนํายานพาหนะน้ันออกขายทอดตลาดได แตตองมีหนังสือบอกกลาว แกเจาของหรือผูครอบครองยานพาหนะท่ีปรากฏช่ือทางทะเบียน หากไมปรากฏช่ือทางทะเบียน ใหปดประกาศไว ณ ท่ีทําการของผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวง ทั้งน้ี กอนวันขายทอดตลาดไมนอยกวาสามสิบวัน เงินท่ีไดจากการขายทอดตลาดเม่ือได หักคาใชจายในการขายทอดตลาด คาใชจายและคาดูแลรักษาท่ีคางชําระแลว เหลือเงินเทาใดใหคืน แกเจาของหรือผูมีสิทธิท่ีแทจริงตอไป มาตรา ๔๓ หามมิใหผูใดขุด ขน ทําลายหรือทําใหเสียหายแกทางหลวง หรือวัตถุ สําหรับใชงานทาง เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวง หรือผูซึ่งไดรับมอบ หมายจากผูอํานวยการทางหลวง มาตรา ๔๔ หามมิใหผูใดซื้อ ขาย แจกจาย หรือเร่ียไรบนทางจราจรและไหลทาง มาตรา ๔๕ หามมิใหผูใดทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ําเสีย น้ําโสโครก เศษหิน ดิน ทราย หรือสิ่งอ่ืนใดในเขตทางหลวง หรือกระทําดวยประการใด ๆ เปนเหตุใหขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล เศษหิน ดิน ทราย ตกหลนบนทางจราจรหรือไหลทาง มาตรา ๔๖ หามมิใหผูใดขี่ จูง ไลตอน ปลอย หรือเล้ียงสัตวบนทางจราจร ทางเทา หรือไหลทาง เวนแตจะไดปฏิบัติตามขอบังคับท่ีผูอํานวยการทางหลวงกําหนด ผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจประกาศหามมิใหผูใดขี่ จูง ไลตอน ปลอย หรือเลี้ยงสัตว ในเขตทางหลวงสายใดทั้งสายหรือบางสวน ท้ังนี้ เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการ ทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวง จะกําหนดเง่ือนไขอยางใดก็ได ประกาศของผูอํานวยการทางหลวงตามวรรคสอง ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๔๗๒๐ หามมิใหผูใดสรางอาคารหรือส่ิงอื่นใดในเขตทางหลวง หรือรุกล้ําเขาไปใน เขตทางหลวง เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจาก ผอู าํ นวยการทางหลวง ในการอนญุ าต ผอู าํ นวยการทางหลวงหรอื ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมายจากผอู าํ นวยการ ทางหลวงจะกําหนดเง่ือนไขอยางใดก็ได รวมทั้งมีอํานาจกําหนดมาตรการในการจัดการเพ่ือรักษา ส่ิงแวดลอม การปองกันอุบัติภัย และการติดขัดของการจราจรดวย ๒๐ มาตรา ๔๗ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๒๐ ผูไดรับอนุญาตตามวรรคหน่ึงตองชําระคาใชเขตทางหลวงตามอัตราท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง การอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ เมอ่ื มคี วามจาํ เปน แกง านทางหรอื เมอ่ื ปรากฏวา ผไู ดร บั อนญุ าต ไดกระทําผิดเงื่อนไขท่ีกําหนดในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะเพิกถอนเสียก็ได อาคารหรือส่ิงอื่นใดท่ีสรางขึ้นโดยไมไดรับอนุญาตหรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขท่ีกําหนด ใหนํามาตรา ๓๗ วรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๔๘๒๑ ผูใดมีความจําเปนตองปกเสา พาดสาย วางทอ หรือกระทําการใด ๆ ในเขตทางหลวงจะตองไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวงเสียกอน ในการอนุญาตตามวรรคหน่ึง ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะกําหนดเง่ือนไขอยางใดก็ได และผูไดรับอนุญาตตองชําระคาใชเขตทางหลวง ตามอัตราท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่การกระทําตามวรรคหน่ึงไดกระทําโดยไมไดรับอนุญาตหรือกระทําผิดเง่ือนไข ใหนํามาตรา ๓๗ วรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๔๙ เม่ือมีความจําเปนจะตองควบคุมทางเขาออกทางหลวงเพื่อใหการจราจร บนทางหลวงเปนไปโดยรวดเร็วและสะดวก หรือเพ่ือความปลอดภัยในการจราจรบนทางหลวง หามมิใหผูใดดําเนินการอยางใดอยางหน่ึงในท่ีดินริมเขตทางหลวงทั้งสายหรือบางสวนดังตอไปนี้ (๑) สรางหรือดัดแปลงตอเติมอาคารตามประเภท ชนิด หรือลักษณะท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง สถานีบริการน้ํามัน สถานีบริการกาซ สถานีบริการลางหรือตรวจสภาพรถ หรือติดต้ัง ปายโฆษณา ภายในระยะไมเกินสิบหาเมตรจากเขตทางหลวง (๒) สรางศูนยการคา สนามกีฬา สนามแขงขัน โรงมหรสพ สถานพยาบาล สถานศึกษา หรือจัดใหมีตลาด ตลาดนัด งานออกราน หรือกิจการอ่ืนที่ทําใหประชาชนมาชุมนุมกันเปนจํานวน มาก ภายในระยะไมเกินหาสิบเมตรจากเขตทางหลวง ท้ังนี้ เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวง ในการอนุญาต ผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงจะกําหนดเงื่อนไขอยางใดก็ได การกําหนดทางหลวงสายใดท้ังสายหรือบางสวนท่ีจะหามมิใหดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ใหตราเปนกระราชกฤษฎีกา มาตรา ๕๐ เม่ือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๔๙ ใชบังคับแลว ในกรณีท่ีมีอาคาร หรือสิ่งอ่ืนปลูกสรางข้ึน หรือส่ิงที่จัดใหมีข้ึนโดยไมไดรับอนุญาตหรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนด ๒๑ มาตรา ๔๘ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๒๑ ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงแจงเปนหนังสือให เจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือส่ิงอื่นร้ือถอนอาคารหรือส่ิงอื่นนั้นภายในสามสิบวันนับแตวันที่ได รับหนังสือแจง ถาไมปฏิบัติตาม ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงมีอํานาจร้ือถอนโดยผูน้ันจะเรียกรองคาเสียหายไมไดและตองเปนผูเสียคาใชจายในการน้ัน ในกรณีที่เปนอาคารหรือสิ่งอื่นท่ีกําลังปลูกสรางหรือสิ่งท่ีจัดใหมีข้ึนเม่ือผูอํานวยการ ทางหลวงเห็นสมควร ใหผูอํานวยการทางหลวงแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองอาคารรื้อ ถอนอาคารหรือส่ิงอ่ืน หรือแกไขเปล่ียนแปลงทางเขาออกของอาคารนั้นภายในกําหนดเวลาอันสมควร ถาไมปฏิบัติตาม ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจ ร้ือถอนอาคาร หรือสิ่งอ่ืนหรือแกไขเปล่ียนแปลงทางเขาออกของอาคาร แลวแตกรณี โดยผูน้ันจะเรียก รองคาเสียหายไมไดและตองเปนผูเสียคาใชจายในการนั้น ท้ังน้ี ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซึ่งได รับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงชําระคาทดแทนตามความเปนธรรมใหแกเจาของหรือผูครอบ ครองอาคารหรือส่ิงอื่นในการที่ตองรื้อถอนอาคารหรือส่ิงอ่ืนหรือแกไขเปล่ียนแปลงทางเขาออกของ อาคารน้ัน ถาไมเปนที่ตกลงกันได ใหนําบทบัญญัติของกฎหมายวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย ในสวนที่เก่ียวกับการกําหนดคาทดแทนมาใชบังคับโดยอนุโลม กอนท่ีจะกระทําการตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผู ซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือ ส่ิงอื่นทราบลวงหนาภายในกําหนดเวลาอันสมควร มาตรา ๕๑ ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงมีอํานาจเขาไปตรวจสอบในบริเวณท่ีมีการดําเนินการตามมาตรา ๔๙ หรือมาตรา ๕๐ กอ นทจ่ี ะเขา ไปตรวจสอบตามวรรคหนงึ่ ใหผ อู าํ นวยการทางหลวงหรอื ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวง แจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือส่ิงอื่นในบริเวณ ดังกลาวทราบลวงหนาไมนอยกวาสามวัน ËÁÇ´ ò ¡Ò¤Çº¤ØÁ·Ò§ËÅǧ¾ÔàÈÉ มาตรา ๕๒ ใหรัฐมนตรีมีอํานาจประกาศกําหนดใหทางหลวงสายใดที่จะสรางข้ึนใหม หรือที่มีอยูเดิมทั้งสายหรือบางสวนเปนทางหลวงพิเศษ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๕๓๒๒ ใหอธิบดีกรมทางหลวงมีอํานาจปดทางหลวงหรือทางอ่ืนใดท่ีมีอยูเดิม ท่ีทางหลวงพิเศษตัดผาน ๒๒ มาตรา ๕๓ แกไ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๒๒ ในกรณีที่มีการปดทางหลวงหรือทางอ่ืนใดตามวรรคหน่ึง ใหอธิบดีกรมทางหลวงจัดใหมี ทางบริการข้ึนใชแทน โดยอาจกําหนดหรือดัดแปลงแกไขจากทางหลวงหรือทางอ่ืนใดท่ีมีอยูเดิม หรือ จัดใหมีทางข้ึนใหมเพ่ือใชเปนทางบริการก็ได ไมวาจะอยูในเขตทางหลวงพิเศษหรือไมก็ตาม ทางบรกิ ารท่ีเกดิ จากการดดั แปลงแกไ ขทางหลวงหรือทางอนื่ ใดทีม่ ีอยเู ดมิ ใหเ ปน ทางหลวง หรือทางอ่ืนใดประเภทเดิม ทางบริการท่ีจัดใหมีข้ึนใหมใหเปนทางหลวงแผนดิน มาตรา ๕๔ ใหผูอํานวยการทางหลวงพิเศษมีอํานาจประกาศหามยานพาหนะ บางชนิดหรือคนเดินเทา ใชท างหลวงพิเศษสายใดท้ังสายหรือบางสว น โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๕๕๒๓ หามมิใหผุใดสรางทาง ถนน หรือส่ิงอื่นใดในเขตทางหลวงพิเศษหรือ เปนทางเขาออก เช่ือม หรือผานทางหลวงพิเศษ ทาง ถนน หรือสิ่งอ่ืนใดท่ีสรางข้ึนโดยฝาฝนวรรคหน่ึง ใหนํามาตรา ๓๗ วรรคสามมาใช บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๕๖๒๔ หามมิใหผูใดสรางอาคารหรือสิ่งอ่ืนใดในเขตทางหลวงพิเศษหรือรุกลํ้า เขาไปในเขตทางหลวงพิเศษ ผูใดมีความจําเปนตองสรางหรือกระทําการใด ๆ ผานเขาไปในเขตทางหลวงพิเศษจะตอง ไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงพิเศษหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ ทางหลวงพิเศษ ทั้งนี้ จะตองเปนกิจการอันเปนประโยชนสาธารณะ และเปนการผานเขตทางหลวง พิเศษเทาท่ีจําเปน รวมทั้งตองไมเปนอันตรายหรือกอใหเกิดความไมสะดวกในการใชทางหลวงพิเศษ ในการอนุญาตตามวรรคสอง ผูอํานวยการทางหลวงพิเศษหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจาก ผูอํานวยการทางหลวงพิเศษจะกําหนดตําแหนงและระดับท่ีจะสรางหรือกระทําการนั้น รวมทั้งกําหนด เงื่อนไขอยางใดก็ได และใหนํามาตรา ๔๘ วรรคสอง มาใชบังคับโดยอนุโลม การอนุญาตตามวรรคสอง เมื่อมีความจําเปนแกงานทาง ผูอํานวยการทางหลวงพิเศษ หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงพิเศษจะเพิกถอนเสียก็ได ในกรณีท่ีผูไดรับอนุญาตตามวรรคสองไดกระทําการผิดเงื่อนไขท่ีกําหนดในการอนุญาต ใหการอนุญาตนั้นส้ินสุดลง อาคารหรือสิ่งอ่ืนใดท่ีสรางข้ึนโดยฝาฝนวรรคหนึ่ง หรือโดยไมไดรับอนุญาตตามวรรคสอง หรอื ผดิ เงอ่ื นไขทกี่ าํ หนดในการอนญุ าตตามวรรคสาม ใหน าํ มาตรา ๓๗ วรรคสาม มาใชบ งั คบั โดยอนโุ ลม มาตรา ๕๗ เม่ือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๔๙ ใชบังคับแลว ในกรณีท่ีมีอาคารหรือ ส่ิงอ่ืนใดอยูในท่ีดินริมเขตทางหลวงพิเศษ เมื่อผูอํานวยการทางหลวงพิเศษเห็นสมควร ใหผูอํานวยการ ทางหลวงพเิ ศษหรอื ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมายจากผอู าํ นวยการทางหลวงพเิ ศษแจง เปน หนงั สอื ใหเ จา ของหรอื ผูครอบครองอาคารหรือส่ิงอ่ืนใดในที่ดินริมเขตทางหลวงพิเศษดังกลาวรื้อถอนหรือแกไขเปล่ียนแปลง ๒๓ มาตรา ๕๕ แกไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๒๔ มาตรา ๕๖ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๒๓ อาคารหรือสิ่งอ่ืนน้ันภายในกําหนดเวลาอันสมควร ถาไมปฏิบัติตาม ใหผูอํานวยการทางหลวงพิเศษ หรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงพิเศษมีอํานานรื้อถอนหรือแกไขเปลี่ยนแปลง อาคารหรือส่ิงอ่ืนน้ันได โดยแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือส่ิงอ่ืนดังกลาว ทราบลวงหนาภายในกําหนดเวลาอันสมควร ทั้งน้ี เจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือส่ิงอ่ืนจะเรียก รองคาเสียหายไมได และตองเปนผูเสียคาใชจายในการน้ัน ใหผูอํานวยการทางหลวงพิเศษหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงพิเศษ ชําระคาทดแทนตามความเปนธรรมใหแกเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือสิ่งอื่นในการที่ตองรื้อ ถอน หรือแกไขเปล่ียนแปลงอาคารหรือส่ิงอื่นนั้น ถาไมเปนท่ีตกลงกันได ใหนําบทบัญญัติของกฎหมาย วาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพยในสวนที่เก่ียวกับการกําหนดคาทดแทนมาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๕๘ ใหนําความในหมวด ๑ มาใชบังคับแกการควบคุมทางหลวงพิเศษ โดยอนุโลม เวนแตท่ีบัญญัติไวโดยเฉพาะในหมวดนี้ ËÁÇ´ ó ¡ÒÃÃÑ¡ÉÒ·Ò§ËÅǧ มาตรา ๕๙ หามมิใหผูใดกีดกั้นหรือเปลี่ยนแปลงทางน้ําท่ีติดตอกับเขตทางหลวงหรือ ทางนํ้าท่ีไหลผานทางหลวงในเขตที่ดินภายในระยะหารอยเมตรจากแนวกลางทางหลวง เวนแต ไดรับ อนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง ในกรณีท่ีมีการฝาฝนวรรคหน่ึง ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือเจาพนักงานซึ่งผูอํานวยการ ทางหลวงแตงต้ังใหควบคุมทางหลวงแจงเปนหนังสือใหผูฝาฝนร้ือถอนส่ิงกีดกั้นหรือแกไขทางน้ํา ภายในกําหนดเวลาอันสมควร ถาไมปฏิบัติตาม ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจเขารื้อถอนหรือจัดการแกไข โดยผูนั้นจะเรียกรองคาเสียหาย ไมไดและตองเปนผูเสียคาใชจายในการนั้น มาตรา ๖๐ หามมิใหผูใดใชยานพาหนะบนทางหลวงซ่ึงยังมิไดเปดอนุญาตใหใชเปน ทางสาธารณะ เวนแตไดรับอนุญาตจากเจาพนักงานผูควบคุมทางหลวงน้ันหรือผูไดรับสัมปทาน แลว แตกรณี มาตรา ๖๑๒๕ เพื่อรักษาทางหลวง ผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาหามใชยานพาหนะบนทางหลวงโดยท่ียานพาหนะนั้นมีน้ําหนัก น้ําหนักบรรทุกหรือ น้ําหนักลงเพลาเกินกวาท่ีกําหนด หรือโดยท่ียานพาหนะน้ันอาจทําใหทางหลวงเสียหาย ๒๕ มาตรา ๖๑ แกไ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๒๔ ประกาศของผอู าํ นวยการทางหลวงตามวรรคหนง่ึ ตอ งไดร บั อนมุ ตั จิ ากอธบิ ดกี รมทางหลวง สําหรับทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผนดิน และทางหลวงสัมปทาน หรือไดรับอนุมัติจากอธิบดีกรม ทางหลวงชนบาท สําหรับทางหลวงชนบท หรือไดรับอนุมัติจากผูวาราชการจังหวัดสําหรับทางหลวง ทองถิ่น ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุเกิดข้ึนทําใหเกิดความเสียหายแกทางหลวงหรือไม ปลอดภยั แกการจราจรในทางหลวง ใหเ จา พนักงานซึ่งผอู าํ นวยการทางหลวงแตงต้งั ใหค วบคุมทางหลวง มีอํานาจประกาศหามใชยานพาหนะบนทางหลวงนั้นไดภายในระยะเวลาท่ีกําหนด โดยใหปดประกาศ นั้นไวในท่ีเปดเผย ณ บริเวณท่ีมีเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้นน้ัน มาตรา ๖๒ เจา ของหรอื ผคู รอบครองอสงั หารมิ ทรพั ยท างหลวงตอ งรกั ษาตน ไม เหมอื ง ฝาย หรืออาคารหรือสิ่งปลูกสรางอ่ืนท่ีอยูในความครอบครองของตนไมใหกีดขวางทางจราจรหรือเกิด ความเสียหายแกทางหลวง ทั้งน้ี ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือเจาพนักงานซึ่งผูอํานวยการทางหลวง แตงต้ังใหควบคุมทางหลวงแจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองอสังหาริมทรัพยน้ันจัดการแกไข อุปสรรคดังกลาวภายในกําหนดเวลาอันสมควร ในกรณีท่ีเจาของหรือผูครอบครองอสังหาริมทรัพยไดรับแจงแลวไมปฏิบัติตาม ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือเจาพนักงานซึ่งผูอํานวยการทางหลวงแตงต้ังใหควบคุมทางหลวง มีอํานาจเขารื้อถอน ทําลาย หรือตัดฟน โดยผูนั้นจะเรียกรองคาเสียหายไมไดและตองเปนผูเสีย คาใชจายในการน้ัน มาตรา ๖๓๒๖ ผูอํานวยการทางหลวงโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอํานาจอนุญาต เปนหนังสือใหผูซึ่งไดรับการคัดเลือกโดยวิธีประมูล เปนผูลงทุนจัดใหมีหรือเขาบริหารจัดการทาเรือ เรือหรือพาหนะสําหรับขนสงขามฟาก ที่พักริมทาง หรือสิ่งกอสรางอ่ืนใดในเขตทางหลวงที่ไดรจัด สรางข้ึน เพ่ือประโยชนแกงานทางหรือผูใชทาง และใหกรรมสิทธิ์ในส่ิงท่ีบุคคลดังกลาวจัดใหมีตกเปน ของรัฐ การอนุญาต การกําหนดอัตราคาตอบแทน ระยะเวลาและเงื่อนไข ใหเปนไปตาม หลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ËÁÇ´ ô ¡ÒâÂÒÂáÅÐʧǹà¢μ·Ò§ËÅǧ มาตรา ๖๔ ทางหลวงประเภทใดยงั ไมม เี ขตทางปรากฏแนช ดั หรอื ไมไ ดข นาดมาตรฐาน ที่กําหนดไวตามมาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๒๖ แลวแตกรณี ใหรัฐมนตรีมีอํานาจกําหนดเขตทางหลวง และกําหนดเขตสงวนสองขางทางไวเพ่ือสรางหรือขยายทางหลวงไดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๒๖ มาตรา ๖๓ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ทิ างหลวง (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๒๕ ผูใดประสงคจะปลูกสรางสิ่งใดในเขตดังกลาวในวรรคหนึ่ง ใหขออนุญาตตอผูอํานวยการ ทางหลวง เมื่อไดรับอนุญาตแลวจึงจะทําได แตไมมีสิทธิไดรับเงินคาทดแทนถาไดมีการสรางหรือขยาย ทางหลวง รัฐมนตรีอาจเพิกถอนประกาศกําหนดเขตทางหลวงหรือกําหนดเขตสงวนตามวรรคหน่ึง ท้ังหมดหรือบางสวน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๖๕ เพื่อประโยชนแกงานทาง รัฐมนตรีมีอํานาจที่จะสงวนที่ดินของรัฐซึ่งมิได มีบุคคลเขาครอบครองโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศตามวรรคหน่ึง ใหมีแผนที่หรือแผนผังแสดงบริเวณท่ีดินท่ีจะสงวนติดไวทาย ประกาศน้ัน เมื่อพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันประกาศ ไมมีผูใดแยงสิทธิ ใหท่ีดินน้ันตกอยูในความ คุมครองของผูอํานวยการทางหลวง และหามมิใหผูใดเขาครอบครอง หักราง จัดทํา หรือปลูกสราง ดวยประการใด ๆ ในท่ีดินนั้น เวนแตไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากผูอํานวยการทางหลวง รัฐมนตรีอาจเพิกถอนประกาศการสงวนตามวรรคหน่ึงทั้งหมดหรือบางสวนโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๖๖ ในกรณีท่ีมีการขออนุญาตจับจองท่ีดินริมทางหลวง ใหผูมีอํานาจอนุญาต สั่งเวนชองทางไวใหเปนมุมฉากกับแนวทางหลวงโดยมีขนาดกวางยี่สิบเมตร เพ่ือใหเปนทางเขาไปสู ที่ดินขางใน ชองทางท่ีวานี้ใหมีระยะหางกันไมนอยกวาหารอยเมตร และใหถือเปนทางหลวงดวย เม่ือไดมีการเวนชองทางไวตามวรรคหนึ่ง ถามีการอนุญาตใหผูใดจับจองท่ีดินเขาไปอีก ใหผูมีอํานาจอนุญาตสั่งใหผูขออนุญาตเวนชองทางตามแนวเดิมตอไป เมื่อไดมีการอนุญาตใหผูใดจับจองที่ดินริมทางหลวงตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแลว ใหผูมีอํานาจอนุญาตแจงใหผูอํานวยการทางหลวงทราบ มาตรา ๖๗ เม่ือไดมีคําสั่งใหผูใดเวนชองทางตามมาตรา ๖๖ แลว ภายในกําหนด เวลาไมเกินสามสิบวันนับแตวันที่ผูนั้นไดรับคําสั่ง ใหผูน้ันจัดใหมีหลักเขตปกแสดงใหเห็นเขตทางท่ี เวนไวโดยระยะหางกันไมเกินหนึ่งรอยเมตรตอหลักหน่ึง และใหเปนหนาที่ของผูไดรับอนุญาตใหจับจอง ระวังรักษาหลักเขตนั้นใหเรียบรอยอยูเสมอ ถาผูไดรับอนุญาตใหจับจองไมกระทําการตามวรรคหนึ่ง ใหผูอํานวยการทางหลวง มีอํานาจเขาปฏิบัติการได โดยผูไดรับอนุญาตใหจับจองเปนผูเสียคาใชจาย

๓๒๖ ʋǹ·Õè ó ¡ÒÃกํา˹´á¹Ç·Ò§ËÅǧáÅСÒÃàǹ¤×¹ÍÊѧËÒÃÔÁ·ÃѾà¾è×ÍÊÌҧËÃ×Í¢ÂÒ·ҧËÅǧò÷ มาตรา ๖๘๒๘ เพื่อประโยชนในการสรางหรือขยายทางหลวง ใหผูอํานวยการทางหลวง หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงและผูซึ่งปฏิบัติงานรวมกับบุคคลดังกลาวมีอํานาจ เขาไปสํารวจเบ้ืองตนในท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพยซึ่งมิใชที่อยูอาศัยของบุคคลใดเปนการชั่วคราวไดเทา ท่ีจําเปนเพ่ือการน้ัน ในระหวางเวลาพระอาทิตยขึ้นถึงพระอาทิตยตก โดยผูอํานวยการทางหลวงตอง แจงเปนหนังสือใหเจาของหรือผูครอบครองท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพยทราบลวงหนาไมนอยกวาสิบหา วันกอนวันเริ่มกระทําการนั้น ถาไมอาจติดตอกับเจาของหรือผูครอบครองท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพยได ใหป ระกาศใหเ จา ของหรอื ผคู รอบครองทดี่ นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยน น้ั ทราบลว งหนา ไมน อ ยกวา สามสบิ วนั การประกาศใหทําเปนหนังสือปดไว ณ ท่ีซ่ึงท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพยน้ันตั้งอยู และ ณ ที่ทําการเขต หรืออําเภอ และที่ทําการองคกรปกครองสวนทองถิ่นซึ่งท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพยน้ันต้ังอยู ทั้งนี้ ใหแจงกําหนดวัน เวลา และการที่จะกระทํานั้นไวดวย ในกรณีที่การปฏิบัติตามมาตรานี้กอใหเกิดความเสียหายแกเจาของหรือผูครอบครองที่ดิน หรอื อสังหารมิ ทรพั ยห รือผทู รงสิทธิอื่น ใหน ําบทบัญญัติของกฎหมายวา ดว ยการเวนคืนอสังหาริมทรพั ย ในสวนที่เกี่ยวกับการกําหนดคาทดแทนมาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๖๘/๑๒๙ เมื่อมีความจําเปนท่ีจะตองไดมาซ่ึงอสังหาริมทรัพยเพ่ือสรางหรือ ขยายทางหลวง ถามิไดตกลงในเร่ืองการโอนไวเปนอยางอื่นใหดําเนินการเวนคืนตามกฎหมายวาดวย การเวนคืนอสังหาริมทรัพย ในกรณีที่มีการโอนอสังหาริมทรัพยที่ไดมาโดยมิไดมีการเวนคืนตามกฎหมายวาดวยการ เวนคืนอสังหาริมทรัพย ใหไดรับยกเวนคาธรรมเนียม คาอาการแสตมป รวมท้ังคาใชจายใด ๆ เชน เดียวกับกรณีที่ไดมาโดยการเวนคืนตามกฎหมายวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย ʋǹ·èÕ ô º·กํา˹´â·É มาตรา ๖๙๓๐ ผูใดไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๕ หรือไมปฏิบัติตาม มาตรา ๔๒ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท ๒๗ สว นท่ี ๓ การกาํ หนดแนวทางหลวงและการเวนคนื อสงั หารมิ ทรพั ยเ พอื่ สรา งหรอื ขยายทางหลวง มาตรา ๖๘ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๒๘ มาตรา ๖๘ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๒๙ มาตรา ๖๘/๑ แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๐ มาตรา ๖๙ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๒๗ มาตรา ๗๐๓๑ ผูใดไมปฏิบัติตามคําสั่งหรือหนังสือแจงของผูอํานวยการทางหลวงหรือ ผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวง หรือเจาพนักงานซึ่งผูอํานวยการทางหลวงแตงต้ังให ควบคุมทางหลวง หรือเจาพนักงานทางหลวง แลวแตกรณี ตามมาตรา ๒๓ (๒) มาตรา ๓๗ วรรคสาม มาตรา ๓๘ วรรคสาม มาตรา ๓๙/๑ วรรคสาม มาตรา ๔๗ วรรคส่ี มาตรา ๔๘ วรรคสาม มาตรา ๕๐ วรรคหน่ึงหรือวรรคสอง มาตรา ๕๕ วรรคสอง มาตรา ๕๖ วรรคหก มาตรา ๕๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๕๙ วรรคสอง หรือมาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับ ไมเกินหาพันบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๗๑๓๒ ผใู ดขดั ขวางการกระทาํ ของผอู าํ นวยการทางหลวงหรอื ผซู งึ่ ไดร บั มอบหมาย จากผูอํานวยการทางหลวง หรือเจาพนักงานซ่ึงผูอํานวยการทางหลวงแตงตั้งใหควบคุมทางหลวง หรือ เจาพนักงานทางหลวง แลวแตกรณี ตามมาตรา ๒๙ วรรคหน่ึง มาตรา ๓๐ วรรคหน่ึง มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่งหรือวรรคสี่ มาตรา ๓๗ วรรคสาม มาตรา ๓๘ วรรคสาม มาตรา ๓๙/๑ วรรคสาม มาตรา ๔๗ วรรคสี่ มาตรา ๔๘ วรรคสาม มาตรา ๕๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๕ วรรคสอง มาตรา ๕๖ วรรคหก มาตรา ๕๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๕๙ วรรคสอง มาตรา ๖๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๖๘ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินหนึ่งหม่ืนบาท หรือ ทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๗๒๓๓ ผูใดฝาฝนมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๘ วรรคหน่ึง มาตรา ๓๙ มาตรา ๓๙/๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๖ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา ๖๕ วรรคสาม ตองระวาง โทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือท้ังจําทั้งปรับ มาตรา ๗๓๓๔ ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๐ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับ ไมเกินหน่ึงหมื่นบาท หรือท้ังจําท้ังปรับ มาตรา ๗๓/๑๓๕ ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๐ หรือมาตรา ๖๔ วรรคสอง หรือฝาฝนประกาศของผูอํานวยการทางหลวงตาม มาตรา ๔๖ วรรคสอง หรือมาตรา ๕๔ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับไมเกินหาพันบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๗๓/๒๓๖ ผูใดฝาฝนมาตรา ๕๙ วรรคหนึ่ง หรือฝาฝนประกาศของผูอํานวยการ ทางหลวงตามมาตรา ๖๑ วรรคหนึ่ง หรือประกาศของเจาพนักงานซึ่งผูอํานวยการทางหลวงแตงต้ัง ๓๑ มาตรา ๗๐ แกไขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๒ มาตรา ๗๑ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๓ มาตรา ๗๒ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตทิ างหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๔ มาตรา ๗๓ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัตทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๕ มาตรา ๗๓/๑ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๓๖ มาตรา ๗๓/๒ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๒๘ ใหควบคุมทางหลวงตามมาตรา ๖๑ วรรคสาม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกิน หน่ึงหม่ืนบาท หรือท้ังจําทั้งปรับ มาตรา ๗๓/๓๓๗ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีซึ่งมีโทษปรับสถานเดียว ใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจเปรียบเทียบ ปรับได และเม่ือผูตองหาไดชําระคาปรับตามจํานวนท่ีเปรียบเทียบภายในสามสิบวันแลว ใหถือวาคดี เลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา º·à©¾ÒСÒÅ มาตรา ๗๔ ใหทางหลวงจังหวัดตามกฎหมายวาดวยทางหลวงกอนพระราชบัญญัตินี้ ใชบังคับ เปล่ียนเปนทางหลวงแผนดินตามพระราชบัญญัติน้ี มาตรา ๗๕ ในระหวา งทยี่ งั ไมม กี ฎกระทรวงซงึ่ ออกตามพระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หก ฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ยังคงใชบังคับไดตอไปเทาท่ีไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติน้ีจนกวาจะมีกฎกระทรวงตาม พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับแทน มาตรา ๗๖ พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ท่ีจะเวนคืน พระราชกฤษฎีกา กําหนดแนวทางหลวงท่ีจะสราง ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีและประกาศกระทรวงคมนาคมกําหนด ทางหลวงที่มีความจําเปนตองสรางโดยเรงดวนซ่ึงออกโดยอาศัยจํานวนตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ใหคงใชบังคับไดตามอายุของพระราชกฤษฎีกานั้น ในกรณีท่ีมีการเวนคนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพยเพื่อสรางหรือขยาย ทางหลวง ซ่ึงออกโดยอาศัยอํานาจตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๙๕ ลงวันท่ี ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ยังไมเสร็จส้ิน ใหดําเนินการตามพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ ตอไป ผูรับสนองพระบรมราชโองการ อานันท ปนยารชุน นายกรัฐมนตรี ๓๗ มาตรา ๗๓/๓ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติทางหลวง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

๓๒๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เน่ืองจากประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ซ่ึงเปนกฎหมายวาดวยทางหลวงท่ีใชบังคับ อยูในปจจุบันไดประกาศใชมาเปนเวลานานไมเหมาะสมกับสภาพการณในปจจุบัน สมควรปรับปรุง กฎหมายวาดวยทางหลวงใหสอดคลองกับความเจริญและการพัฒนาประเทศในปจจุบัน จึงจําเปน ตองตราพระราชบัญญัติน้ี *พระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจหนาท่ีของสวนราชการใหเปนไป ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕๓๘ มาตรา ๖๐ ในพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ใหแกไขคําวา “กรมโยธาธิการ” และ “สํานักงานเรงรัดพัฒนาชนบท” เปน “กรมทางหลวงชนบท” และคําวา “อธิบดีกรมโยธาธิการ” และ “เลขาธิการสํานักงานเรงรัดพัฒนาชนบท” เปน “อธิบดีกรมทางหลวงชนบท” หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบัญญัติใหจัดต้ังสวนราชการขึ้นใหมโดยมีภารกิจใหม ซึ่งไดมีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหนาท่ีของสวนราชการใหเปนไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม น้ันแลว และเน่ืองจากพระราชบัญญัติดังกลาวไดบัญญัติ ใหโอนอํานาจหนาท่ีของสวนราชการ รัฐมนรีผูดํารงตําแหนงหรือผูซ่ึงปฏิบัติหนาท่ีในสวนราชการ เดิมมาเปนสวนราชการใหม โดยใหมีการแกไขบทบัญญัติตาง ๆ ใหสอดคลองกับอํานาจหนาท่ีที่โอน ไปดวย ฉะนั้น เพื่ออนุมัติใหเปนไปตามหลักการท่ีปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกา ดังกลา ว จงึ สมควรแกไ ขบทบญั ญตั ขิ องกฎหมายใหส อดคลอ งกบั การโอนสว นราชการ เพือ่ ใหผ เู กี่ยวขอ ง มีความชัดเจนในการใชกฎหมายโดยไมตองไปคนหาในกฎหมายโอนอํานาจหนาท่ีวาตามกฎหมายใด ไดมีการโอนภารกิจของสวนราชการหรือผูรับผิดชอบตามกฎหมายน้ันไปเปนของหนวยงานใดหรือ ผูใดแลว โดยแกไขบทบัญญัติของกฎหมายใหมีการเปลี่ยนช่ือสวนราชการ รัฐมนตรี ผูดํารงตําแหนง หรือผูซ่ึงปฏิบัติหนาท่ีของสวนราชการใหตรงกับการโอนอํานาจหนาท่ี และเพ่ิมผูแทนสวนราชการใน คณะกรรมการใหตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากสวนราชการเดิมมาเปนของสวนราชการใหม รวมท้ังตัดสวนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแลว ซ่ึงเปนการแกไขใหตรงตามพระราชบัญญัติและ พระราชกฤษฎีกาดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชกฤษฎีกาน้ี ๓๘ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๑๙/ตอนท่ี ๑๐๒ ก/หนา ๖๖/๘ ตุลาคม ๒๕๔๕

๓๓๐ พระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙39 มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป มาตรา ๓๑ ทางหลวงเทศบาล และทางหลวงชนบทที่องคการบริหารสวนจังหวัดเปน ผูดําเนินการกอสราง ขยาย บูรณะ และบํารุงรักษากอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหถือวาเปน ทางหลวงทองถ่ินตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากกฎหมายวาดวยทางหลวงได ใชบังคับมาเปนเวลานาน บทบัญญัติตางๆ ท่ีใชในการควบคุมดูแลรักษาทางหลวงยังไมเหมาะสมและ มาตรการสําหรับดําเนินการกับผูฝาฝนยังไมไดผลเทาท่ีควร และปรากฏวาไดมีการใชยานพาหนะที่มีนํ้า หนักบรรทุกเกินกวาท่ีกําหนดบททางหลวง กอใหเกิดความเสียหายแกทางหลวง และความปลอดภัย แกผูขับข่ียานพาหนะบนทางหลวง นอกจากนั้น ยังปรากฏวามีการใชทางหลวงเพ่ือการชุมนุมประทวง ย่ืนขอเรียกรองจากทางราชการและโดยที่ไดมีการยกฐานะของสุขาภิบาลเปนเทศบาลตามกฎหมายวา ดวยการเปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเปนเทศบาลแลว สมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยทางหลวง เสยี ใหมเ พอื่ ใหเ หมาะสมและสอดคลอ งกบั สภาวการณใ นปจ จบุ นั ยกเลกิ บทบญั ญตั ทิ เ่ี กยี่ วกบั สขุ าภบิ าล และกําหนดใหผูอํานวยการทางหลวงหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการทางหลวงมีอํานาจ เปรียบเทียบปรับสําหรับความผิดท่ีมีโทษปรับสถานเดียวไดรวมท้ังปรับปรุงบทกําหนดโทษใหเหมาะสม ยิ่งยึ้น จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ กมลฤทัย/ปรับปรุง ๔ เมษายน ๒๕๕๖ สุพิชชา/ตรวจ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖ ๓๙ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๓/ตอนท่ี ๙๒ ก/หนา ๑/๘ กันยายน ๒๕๔๙

๓๓๑ ¼¹Ç¡ ¨ : ¾.Ã.º.¤ÁØŒ ¤Ãͧ¼ÙŒ»ÃÐʺÀÂÑ ¨Ò¡Ã¶ ¾.È.òõóõ

๓๓๒

๓๓๓ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ ¤ØŒÁ¤Ãͧ¼ÙŒ»ÃÐʺÀѨҡö ¾.È. òõóõ ÀÙÁÔ¾ÅÍ´ØÅÂà´ª ».Ã. ãËŒäÇŒ ³ Çѹ·èÕ ò àÁÉÒ¹ ¾.È. òõóõ ໚¹»‚·èÕ ô÷ ã¹ÃѪ¡ÒÅ»˜¨¨ØºÑ¹ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยท่ีเปนการสมควรมีกฎหมายวาดวยการคุมครองผูประสบภัยจากรถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติข้ึนไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแหงชาติ ทําหนาที่รัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕” มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดสามรอยหกสิบวัน นับแต วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๓ บรรดาบทกฎหมาย กฎ และขอ บงั คบั อนื่ ทม่ี บี ญั ญตั ไิ วแ ลว ในพระราชบญั ญตั ิ น้ีหรือซึ่งขัดหรือแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตินี้ ใหใชพระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “รถ”๒ หมายความวา รถตามกฎหมายวาดวยรถยนต รถตามกฎหมายวาดวยการขนสง ทางบก รถยนตรทหารตามกฎหมายวาดวยรถยนตรทหาร และหมายความรวมถึงรถอื่นตามที่กําหนด ในกฎกระทรวง “เจาของรถ” หมายความวา ผูซ่ึงมีกรรมสิทธ์ิในรถหรือผูมีสิทธิครอบครองรถตามสัญญา เชาซื้อ และหมายความรวมถึงผูนํารถที่จดทะเบียนในตางประเทศเขามาใชในราชอาณาจักรเปนการ ช่ัวคราวดวย ๑ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๐๙/ตอนที่ ๔๔/หนา ๔๕/๙ เมษายน ๒๕๓๕ มาตรา ๒ แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตคิ ุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒ มาตรา ๔ นยิ ามคาํ วา “รถ” แกไ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั คิ ุม ครองผูป ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๓๔ “ผูประสบภัย” หมายความวา ผูซ่ึงไดรับอันตรายตอชีวิต รางกายหรืออนามัย เนื่องจาก รถท่ีใชหรืออยูในทางหรือเนื่องจากส่ิงที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถนั้น และหมายความรวมถึงทายาท โดยธรรมของผูประสบภัยซ่ึงถึงแกความตายดวย “ความเสียหาย” หมายความวา ความเสียหายตอชีวิต รางกายหรืออนามัยอันเกิดจากรถ “ผูซึ่งอยูในรถ” หมายความวา ผูซ่ึงอยูในหรือบนหรือสวนใดสวนหนึ่งของรถ และ หมายความรวมถึงผูซ่ึงกําลังขึ้นหรือกําลังลงจากรถน้ันดวย “บริษัท” หมายความวา บริษัทตามกฎหมายวาดวยการประกันวินาศภัยท่ีไดรับใบอนุญาต ใหประกอบกิจการประเภทประกันภัยรถ “คาเสียหายเบื้องตน”๓ หมายความวา คารักษาพยาบาล คาใชจายอันจําเปนเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาล คาปลงศพ คาใชจายเก่ียวกับการจัดการศพ รวมท้ังคาเสียหายและคาใชจาย ทจ่ี าํ เปน อยา งอน่ื เพอ่ื บรรเทาความเดอื ดรอ นของผปู ระสบภยั ในเบอ้ื งตน ทงั้ นี้ ตามรายการและจาํ นวนเงนิ ที่กําหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง “เครื่องหมาย”๔ (ยกเลิก) “คณะกรรมการ”๕ หมายความวา คณะกรรมการคุมครองผูประสบภัยจากรถ “นายทะเบียน” หมายความวา เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัยหรือผูซ่ึงเลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มอบหมายโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา “กองทุน” หมายความวา กองทุนทดแทนผูประสบภัย “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕๖ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และ ใหมีอํานาจออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวงและประกาศนั้น เม่ือไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได มาตรา ๖๗ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกวา “คณะกรรมการคุมครองผูประสบภัย จากรถ” ประกอบดวยปลัดกระทรวงการคลังเปนประธาน ผูแทนกระทรวงกลาโหม ผูแทน กระทรวงพาณิชย ผูแทนกระทรวงคมนาคม ผูแทนกระทรวงสาธารณสุข ผูแทนทบวงมหาวิทยาลัย ผูแทนกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ผูแทนกรมตํารวจ ผูซ่ึงคณะกรรมการคุมครองผูบริโภค ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองผูบริโภคมอบหมายหน่ึงคน ผูแทนสมาคมนายหนาประกันภัย ๓ มาตรา ๔ นิยามคําวา “คา เสยี หายเบ้ืองตน ” แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๔ มาตรา ๔ นิยามคาํ วา “เครอ่ื งหมาย” ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญัตคิ มุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๕ มาตรา ๔ นิยามคาํ วา “คณะกรรมการ” เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั ิคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๖ มาตรา ๕ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตคิ ุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๗ มาตรา ๖ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญตั ิคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐

๓๓๕ ผูแทนสมาคมประกันวินาศภัย ผูแทนสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ผูแทนแพทยสภา และผูทรงคุณวุฒิ อีกไมเกินส่ีคนซ่ึงคณะรัฐมนตรีแตงตั้งเปนกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการ ประกอบธุรกิจประกันภัยเปนกรรมการและเลขานุการ และผูอํานวยการสํานักนายทะเบียนคุมครอง ผูประสบภัยจากรถเปนกรรมการและผูชวยเลขานุการ การแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิตามวรรคหน่ึง ใหพิจารณาจากบุคคลซ่ึงมีความรู ความเช่ียวชาญทางดานการประกันภัย เศรษฐศาสตร การแพทย หรือกฎหมาย มาตรา ๖ ทวิ๘ ใหคณะกรรมการมีอํานาจและหนาท่ีดังตอไปน้ี (๑) ใหคําแนะนําแกรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๗ และมาตรา ๒๐ และประกาศตามมาตรา ๑๐ (๒) กําหนดมาตรฐานกลางของรายการและจํานวนเงินคารักษาพยาบาล และคาใชจาย อันจําเปนเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่บริษัทหรือกองทุนตองจายใหแกผูประสบภัย (๓) พิจารณาปญหาเก่ียวกับการจายคาเสียหายเบื้องตนและหรือเงินอื่นตาม พระราชบัญญัตินี้หรือเกี่ยวกับรายการและจํานวนเงินคารักษาพยาบาล และคาใชจายอันจําเปน เก่ียวกับการรักษาพยาบาลตามท่ีนายทะเบียนขอความเห็นหรือตามที่ผูประสบภัยรองขอ (๔) ปฏิบัติการอ่ืนตามท่ีกําหนดไวในพระราชบัญญัติน้ีหรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา ๖ ตรี๙ กรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสองป กรรมการ ผูทรงคุณวุฒิซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับแตงตั้งอีกได นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ กรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงเม่ือ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีใหออก (๔) เปนบุคคลลมละลาย (๕) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (๖) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดท่ี ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ มาตรา ๖ จัตวา๑๐ ในกรณีท่ีกรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหคณะรัฐมนตรีแตงต้ังบุคคลในประเภทเดียวกันตามมาตรา ๖ เปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิแทนและ ใหผูซ่ึงไดรับแตงตั้งอยูในตําแหนงเทากับวาระที่เหลืออยูของกรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงตนแทน ๘ มาตรา ๖ ทวิ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญัติคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๙ มาตรา ๖ ตรี เพ่ิมโดยพระราชบัญญัตคิ ุม ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๐ มาตรา ๖ จัตวา เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐

๓๓๖ ในกรณีที่มีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิเพ่ิมข้ึนในระหวางท่ีกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ซ่ึงแตงตั้งไวแลวยังมีวาระอยูในตําแหนง ใหผูซึ่งไดรับแตงต้ังเพ่ิมขึ้นน้ันอยูในตําแหนงเทากับวาระท่ี เหลืออยูของกรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งแตงต้ังไวแลวนั้น มาตรา ๖ เบญจ๑๑ ในกรณีท่ีกรรมการผูทรงคุณวุฒิดํารงตําแหนงครบวาระแลวแตยัง มิไดมีการแตงต้ังกรรมการผูทรงคุณวุฒิขึ้นใหม ใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงพนจากตําแหนงตามวาระ ปฏิบัติหนาท่ีไปพลางกอนจนกวากรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งไดรับแตงต้ังใหมจะเขารับหนาท่ี มาตรา ๖ ฉ๑๒ การประชุมคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่ง ของจํานวนกรรมการท้ังหมด จึงเปนองคประชุม ในการประชุมคราวใด ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในท่ีประชุม มติในที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหน่ึงมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด มาตรา ๖ สัตต๑๓ ใหคณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการคณะหนึ่ง หรือหลายคณะเพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย การประชุมของคณะอนุกรรมการใหนําความในมาตรา ๖ ฉ มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๖ อัฏฐ๑๔ ในการดําเนินงานตามพระราชบัญญัตินี้ ใหคณะกรรมการและ คณะอนุกรรมการมีอํานาจเรียกใหบริษัท สถานพยาบาล หรือบุคคลใดที่เก่ียวของมาใหถอยคํา หรือสงเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาได คาใชจายในการดําเนินงานของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการใหใชจายจากกองทุน ËÁÇ´ ñ ¡ÒûÃСѹ¤ÇÒÁàÊÕÂËÒ มาตรา ๗๑๑๔/๑ ภายใตบังคับมาตรา ๘ เจาของรถซ่ึงใชรถหรือมีรถไวเพ่ือใชตองจัดให มีการประกันความเสียหายสําหรับผูประสบภัยโดยประกันภัยกับบริษัท จาํ นวนเงนิ เอาประกนั ภยั ใหก าํ หนดตามชนดิ ประเภท และขนาดของรถ แตต อ งไมน อ ยกวา จํานวนเงินที่กําหนดไวในกฎกระทรวง ๑๑ มาตรา ๖ เบญจ เพมิ่ โดยพระราชบัญญตั คิ มุ ครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๒ มาตรา ๖ ฉ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูป ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๓ มาตรา ๖ สตั ต เพิ่มโดยพระราชบัญญตั คิ ุม ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๔ มาตรา ๖ อฏั ฐ เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัตคิ มุ ครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๔/๑ มาตรา ๗ วรรค ๓ เพมิ่ โดยพระราชบัญญัตคิ มุ ครองผูประสบภยั จากรถ (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑

๓๓๗ สําหรับรถท่ีเจาของรถไดจัดใหมีการประกันภัยความเสียหายตอผูประสบภัย โดยเอา ประกันภัยครอบคลุมความเสียหายตอผูประสบภัยและทรัพยสิน ตามชนิด ประเภทและขนาดของรถ ที่กําหนดไวในกฎกระทรวงแลว ไมตองจัดใหมีการประกันความเสียหายสําหรับผูประสบภัยอีก มาตรา ๘ รถดังตอไปน้ีไมตองจัดใหมีการประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ (๑) รถสําหรับเฉพาะองคพระมหากษัตริย พระราชินี พระรัชทายาท และรถสําหรับ ผูสําเร็จราชการแทนพระองค (๒) รถของสํานักพระราชวังท่ีจดทะเบียนและมีเคร่ืองหมายตามระเบียบที่เลขาธิการ พระราชวังกําหนด (๓) รถของกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล องคการบริหารสวนจังหวัด สุขาภิบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และราชการสวนทองถ่ินที่เรียกช่ืออยางอื่น และรถยนตรทหารตาม กฎหมายวาดวยรถยนตรทหาร (๔) รถอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙ รถท่ีจดทะเบียนในตางประเทศและนําเขามาใชในราชอาณาจักรเปนการ ช่ัวคราวโดยเจาของรถไมมีภูมิลําเนาหรือถ่ินท่ีอยูในราชอาณาจักร เจาของรถตองจัดใหมีการประกัน ความเสียหายสําหรับผูประสบภัย ท้ังนี้ ตามจํานวนเงิน หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขที่กําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๑๐๑๕ บริษัทตองรับประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ แลว แตก รณี ทงั้ น้ี ตามหลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารทรี่ ฐั มนตรปี ระกาศกาํ หนดโดยคาํ แนะนาํ ของคณะกรรมการ ประกาศดังกลาวจะกําหนดใหขอความในกรมธรรมประกันภัยหรืออัตราเบี้ยประกันภัยแตกตางกัน ตามชนิด ประเภทหรือขนาดของรถ หรือลักษณะของผูเอาประกันภัยก็ได ใหบ รษิ ทั รายงานการรบั ประกนั ความเสยี หายตามวรรคหนง่ึ ตอ นายทะเบยี นตามหลกั เกณฑ และวิธีการที่นายทะเบียนประกาศกําหนด๑๖ มาตรา ๑๐ ทวิ๑๗ ใหจัดต้ัง “บริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด” ขึ้น มีวัตถุประสงคดังตอไปน้ี (๑) ใหบริการเก่ียวกับการรับคํารองขอและการจายคาสินไหมทดแทนหรือเงินตาง ๆ ตามพระราชบัญญัติน้ี และดําเนินกิจการตามท่ีบริษัทหรือสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัย จะไดมอบหมาย (๒) ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยเฉพาะการประกันภัยรถตามพระราชบัญญัตินี้ ตามท่ีไดรับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (๓) ดําเนินกิจการอื่นตามที่กําหนดในหนังสือบริคณหสนธิ ๑๕ มาตรา ๗ วรรคสาม เพ่มิ โดยพระราชบัญญัตคิ มุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๖ มาตรา ๑๐ แกไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิคุมครองผูป ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๗ มาตรา ๑๐ วรรคสอง เพมิ่ โดยพระราชบัญญัติคมุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๓๘ บรษิ ทั ทกุ บรษิ ทั ตอ งเขา ชอื่ ซอื้ หนุ ในการจดั ตง้ั การเพม่ิ ทนุ และดาํ เนนิ การใด ๆ ตามหลกั เกณฑ ที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด เพ่ือใหบรรลุวัตถุประสงคของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ในการจัดต้ังบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ใหรัฐมนตรีกําหนดระยะเวลา ใหบริษัทเขาชื่อซ้ือหุน และเม่ือครบกําหนดระยะเวลาดังกลาวแลว ใหเลขาธิการคณะกรรมการกํากับ และสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยรวบรวมหุนที่มีผูเขาชื่อซื้อหุนไวแลว เพ่ือกําหนดจํานวนหุน จัดทําหนังสือบริคณหสนธิและขอบังคับ และกําหนดรายชื่อผูเปนคณะกรรมการและพนักงานสอบ บัญชีชุดแรกของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ตลอดจนขอความและข้ันตอนอ่ืนท่ี จําเปนตองมีในการจดทะเบียนบริษัทสงไปจดทะเบียนบริษัท และใหผูมีอํานาจดําเนินการเกี่ยวกับ การจดทะเบียนบริษัทตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยดําเนินการตอไปตามบทกฎหมายที่ เก่ียวของ และใหถือวาบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด เปนบริษัทจํากัดตามประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยและเปนบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายวาดวยประกันวินาศภัยนับแต ไดจดทะเบียนดังกลาว ในระหวา งทบี่ รษิ ทั กลางคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ จาํ กดั ยงั มไิ ดม กี ารรบั ประกนั วนิ าศภยั มิใหนําบทบัญญัติเกี่ยวกับการตองมีหลักทรัพยและเงินสํารองวางไวกับนายทะเบียน และการตอง ดํารงไวซ่ึงเงินกองทุนตามกฎหมายวาดวยประกันวินาศภัยมาใชบังคับ การแกไ ขเปลยี่ นแปลงหนงั สอื บรคิ ณหส นธแิ ละขอ บงั คบั ของบรษิ ทั กลางคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ จํากัด จะตองไดรับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีกอน การแตงตั้งกรรมการผูจัดการของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด จะตอง ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยกอน และใน กรณีท่ีปรากฏหลักฐานตอคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยวากรรมการ ผูจัดการมีพฤติการณท่ีไมสุจริตในการปฏิบัติหนาที่ ใหคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอํานาจถอดถอนกรรมการผูจัดการออกจากตําแหนง ได และคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมีอํานาจแตงตั้งกรรมการผูจัดการ ช่ัวคราวจนกวาบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด จะแตงตั้งกรรมการผูจัดการคนใหม ทุกรอบสามเดือนบริษัทตองออกเงินสมทบเพ่ือเปนคาใชจายของบริษัทกลางคุมครอง ผูประสบภัยจากรถ จํากัด ตามสัดสวนของเบ้ียประกันภัยท่ีบริษัทไดรับจากการรับประกันภัยตาม พระราชบัญญัติน้ี ในแตละสามเดือนท่ีผานมา ในอัตราและวิธีการท่ีรัฐมนตรีประกาศกําหนด เงินสมทบที่บริษัทจายนั้นใหนําไปหักเปนคาใชจายในการคํานวณภาษีเงินไดตามประมวล รัษฎากรได บริษัทตองมอบหมายการรับคํารองขอและการจายคาสินไหมทดแทนหรือเงินตาง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ใหแกบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ดําเนินการแทนบริษัทดวย และใหบริษัททุกบริษัทปฏิบัติเกี่ยวกับการมอบอํานาจและการจัดสรรเงินเพ่ือสํารองจายคาสินไหม

๓๓๙ ทดแทนแทนบริษัทตามหลักเกณฑท่ีคณะกรรมการของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด กําหนด มาตรา ๑๐ ตรี๑๘ บรษิ ทั ใดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๐ ทวิ ใหร ฐั มนตรี มีอํานาจส่ังเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในสวนท่ีเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต ของบริษัทนั้นได ใหบริษัทท่ีเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งตองผูกพันตามกรมธรรมประกันภัยรถยนต ท่ีบริษัทไดออกใหแกผูเอาประกันภัยตอไปจนกวากรมธรรมประกันภัยรถยนตดังกลาวจะหมดอายุ มาตรา ๑๑ ภายใตบังคับมาตรา ๘ หามมิใหผูใดใชรถที่ไมไดจัดใหมีการประกันความ เสียหายตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ มาตรา ๑๒๑๙ เจา ของรถหรอื ผใู ชร ถตอ งเกบ็ รกั ษาหลกั ฐานแสดงการมปี ระกนั ความเสยี หาย ตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ ไวใหพรอมท่ีจะแสดงตอเจาพนักงานไดทุกเวลาท่ีใชรถ เวนแตกรณี รถคันดังกลาวไดจดทะเบียนหรือชําระภาษีประจําปสําหรับรถตามมาตรา ๑๙ แลว มาตรา ๑๓๒๐ ในกรณที บี่ รษิ ทั หรอื เจา ของรถบอกเลกิ กรมธรรมป ระกนั ภยั กอ นครบกาํ หนด การคุมครองไมวาดวยเหตุใด บริษัทตองแจงการบอกเลิกนั้นใหนายทะเบียนทราบ การแจงการบอกเลิก ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีนายทะเบียนประกาศกําหนด มาตรา ๑๔ การประกันตามมาตรา ๗ และมาตรา ๙ ตองมีขอกําหนดใหมีการจาย คาเสียหายเบื้องตนตามพระราชบัญญัติน้ีดวย เม่ือมีการกําหนดจํานวนเงินเอาประกันภัยตามมาตรา ๗ วรรคสอง แลว หลักเกณฑ วิธีจาย และระยะเวลาการจายคาสินไหมทดแทนนอกเหนือจากคาเสียหายเบื้องตน ใหเปนไปตามที่ คณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยประกาศกําหนด๒๑ มาตรา ๑๕ กรมธรรมประกันภัยหรือเอกสารประกอบหรือแนบทายกรมธรรมประกัน ภัยซ่ึงมีขอความระบุถึงความรับผิดของบริษัทแตกตางไปจากท่ีกําหนดไวในบทแหงพระราชบัญญัติน้ี บริษัทจะยกเปนขอตอสูเพ่ือปฏิเสธความรับผิดตอผูประสบภัยในการชดใชคาเสียหายเบื้องตนมิได มาตรา ๑๖ บริษัทจะยกเอาเหตุแหงความไมสมบูรณหรือการฝาฝนเง่ือนไขของ กรมธรรมประกันภัยระหวางบริษัทกับเจาของรถ หรือการไดบอกเลิกกรมธรรมประกันภัยกับเจาของรถ เพื่อปฏิเสธความรับผิดตอผูประสบภัยในการชดใชคาเสียหายเบ้ืองตนมิได เวนแตบริษัทไดมีหนังสือ แจงการบอกเลิกกรมธรรมประกันภัยใหเจาของรถและนายทะเบียนทราบลวงหนา ๑๘ มาตรา ๑๐ ตรี เพมิ่ โดยพระราชบญั ญัตคิ ุมครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๑๙ มาตรา ๑๒ แกไ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตคิ ุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๐ มาตรา ๑๓ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั คิ ุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๑ มาตรา ๑๔ วรรคสอง เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั ิคุมครองผูป ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐

๓๔๐ การบอกเลิกกรมธรรมประกันภัยใหมีผลเม่ือครบกําหนดสามสิบวันนับแตวันท่ีบริษัท ไดมีหนังสือแจงการเลิกกรมธรรมประกันภัยไปยังผูเอาประกันภัยตามภูมิลําเนาที่ทราบครั้งสุดทาย โดยทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ มาตรา ๑๗ บริษัทจะยกเอาความทุจริตหรือความประมาทเลินเลออยางรายแรงของ ผเู อาประกนั ภยั มาเปน ขอ ตอ สเู พอ่ื ปฏเิ สธความรบั ผดิ ในการจา ยคา เสยี หายเบอ้ื งตน ใหแ กผ ปู ระสบภยั มไิ ด มาตรา ๑๘ ในกรณีท่ีรถซ่ึงเจาของรถไดเอาประกันภัยไวกับบริษัทไดโอนไปยังบุคคล อื่นโดยผลของกฎหมายวาดวยมรดกหรือโดยบทบัญญัติแหงกฎหมายอ่ืน ใหผูไดมาซึ่งรถดังกลาว มีฐานะเสมือนเปนผูเอาประกันภัยตามกรมธรรมประกันภัยนั้น และบริษัทตองรับผิดตามกรมธรรม ประกันภัยดังกลาวตอไปตลอดอายุของกรมธรรมประกันภัยที่ยังเหลืออยู มาตรา ๑๙๒๒ ในการรับจดทะเบียนรถยนตหรือการรับชําระภาษีรถยนตประจําปตาม กฎหมายวาดวยรถยนตและกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก ใหนายทะเบียนตามกฎหมายดังกลาว มีอํานาจหนาท่ีในการตรวจสอบวามีการประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ แลว จึงจะรับจดทะเบียน รถยนตหรือรับชําระภาษีรถยนตประจําปได ในกรณีที่ไมปรากฏวามีการประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ ใหนายทะเบียนตาม กฎหมายดังกลาวจัดใหมีการทําประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ โดยใหนายทะเบียนตามกฎหมาย ดังกลาวมีสิทธิเรียกคาตอบแทนไดไมเกินรอยละหาแลวใหเจาของรถไดรับสวนลดรอยละเจ็ดจาก คาตอบแทนท่ีนายทะเบียนตามกฎหมายน้ันไดรับจากบริษัทในอัตรารอยละสิบสองหรือตามอัตรา ท่ีคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยประกาศกําหนด ท้ังนี้ ตามระเบียบ ท่ีคณะรัฐมนตรีกําหนด เงินคาตอบแทนรอยละหาที่นายทะเบียนตามกฎหมายดังกลาวไดรับ ไมตองนําสง กระทรวงการคลังเปนรายไดของแผนดิน และสามารถนําไปใชจายไดตามระเบียบท่ีกระทรวงการคลัง ไดใหความเห็นชอบ ËÁÇ´ ò ¤‹ÒÊÔ¹äËÁ·´á·¹òó มาตรา ๒๐ เมอื่ มคี วามเสยี หายเกดิ ขน้ึ แกผ ปู ระสบภยั จากรถทบ่ี รษิ ทั ไดร บั ประกนั ภยั ไว ใหบริษัทจายคาเสียหายเบ้ืองตนแกผูประสบภัยเม่ือไดรับคํารองขอจากผูประสบภัย ความเสียหายท่ีจะใหไดรับคาเสียหายเบ้ืองตน จํานวนเงินคาเสียหายเบื้องตน การรองขอ รับคาเสียหายเบ้ืองตน และการจายคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตาม หลักเกณฑ วิธีการและอัตราท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ๒๒ มาตรา ๑๙ แกไ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๓ ชอ่ื หมวด ๒ คา สินไหมทดแทน แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั คิ ุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐

๓๔๑ มาตรา ๒๑ ในกรณที บี่ รษิ ทั ไมจ า ยคา เสยี หายเบอ้ื งตน ตามมาตรา ๒๐ ใหแ กผ ปู ระสบภยั หรือจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยไมครบจํานวนท่ีตองจาย ใหผูประสบภัยแจงการไมไดรับ ชดใชคาเสียหายเบื้องตนหรือการไดรับคาเสียหายเบื้องตนไมครบจํานวนจากบริษัทตอสํานักงาน กองทุนทดแทนผูประสบภัยตามวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๒ การไดรับชดใชคาเสียหายเบ้ืองตนตามมาตรา ๒๐ ไมตัดสิทธิผูประสบภัย ที่จะเรียกรองคาสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๒๓๒๔ ความเสยี หายทเ่ี กดิ แกผ ปู ระสบภยั จากรถในกรณดี งั ตอ ไปนใ้ี หจ า ยคา เสยี หาย เบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยจากเงินกองทุน (๑) รถนั้นมิไดจัดใหมีการประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ และเจาของ รถไมจายคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัย หรือจายคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยไมครบ จํานวน (๒) รถน้ันมิไดอยูในความครอบครองของเจาของรถในขณะท่ีเกิดเหตุเพราะถูกยักยอก ฉอโกง กรรโชก ลักทรัพย รีดเอาทรัพย ชิงทรัพย หรือปลนทรัพย และไดมีการรองทุกขตอพนักงาน สอบสวน (๓) รถนั้นไมมีผูแสดงตนเปนเจาของรถและมิไดจัดใหมีการประกันความเสียหายตาม มาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ (๔) รถนั้นมีผูขับหลบหนีไปหรือไมอาจทราบไดวาความเสียหายเกิดจากรถคันใด (๕) บรษิ ทั ไมจ า ยคา เสยี หายเบอ้ื งตน ตามมาตรา ๒๐ ใหแ กผ ปู ระสบภยั หรอื จา ยคา เสยี หาย เบื้องตนใหแกผูประสบภัยไมครบจํานวน หรือ (๖) รถตามมาตรา ๘ ท่ีมิไดจัดใหมีการประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ มาตรา ๒๔ ในกรณีท่ีรถตั้งแตสองคันขึ้นไปกอใหเกิดความเสียหายแกผูประสบภัย ซ่ึงอยูในรถ ใหบริษัทที่รับประกันภัยรถแตละคันจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยซึ่งอยูในรถ คันที่เอาประกันภัยไวกับบริษัท ในกรณีตามวรรคหนึ่ง แตผูประสบภัยมิใชเปนผูซึ่งอยูในรถ ใหบริษัทดังกลาวรวมกันจาย คาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยทุกคน โดยเฉล่ียจายในอัตราสวนท่ีเทากัน สําหรับกรณีตามมาตรา ๒๓ ใหสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยจายหรือรวมจาย คาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง แลวแตกรณี มาตรา ๒๕ ใหบ รษิ ทั หรอื สาํ นกั งานกองทนุ ทดแทนผปู ระสบภยั จา ยคา เสยี หายเบอื้ งตน ตามมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๒๔ ใหแกผูประสบภัยใหเสร็จสิ้นภายในเจ็ดวันนับแตวันท่ี ไดรับคํารองขอ ท้ังนี้ โดยไมตองรอการพิสูจนความรับผิด ๒๔ มาตรา ๒๓ แกไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๔๒ ใหถือวาคาเสียหายเบื้องตนเปนสวนหน่ึงของเงินคาสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมาย แพงและพาณิชย มาตรา ๒๖๒๕ ในกรณีที่เจาของรถหรือบริษัทไมจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบ ภัยหรือจายคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยไมครบจํานวนตามมาตรา ๒๓ (๑) หรือ (๕) แลว แตกรณี หรือกรณีท่ีเกิดความเสียหายแกผูประสบภัยเพราะเหตุตามมาตรา ๒๓ (๓) หรือ (๔) เม่ือสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยไดจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยตามมาตรา ๒๕ แลว ใหนายทะเบียนเรียกเงินตามจํานวนท่ีไดจายไปคืนจากเจาของรถหรือบริษัท แลวแตกรณี รวมท้ัง เงินเพิ่มในอัตรารอยละยี่สิบของจํานวนคาเสียหายเบื้องตนท่ีจายจากกองทุนสงเขาสมทบกองทุนอีก ตางหาก เวนแตกรณีท่ีความเสียหายเกิดแกผูประสบภัยเพราะเหตุตามมาตรา ๒๓ (๔) และเจาของ รถหรือบริษัทไมทราบถึงเหตุนั้นโดยสุจริตหรือเจาของรถท่ีกรมธรรมหมดอายุแตยังไมเกินสามสิบวัน โดยเจาของรถไมมีเจตนาหลีกเล่ียงการทําประกันภัย หรือในกรณีอ่ืนที่คณะกรรมการกํากับและสงเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัยประกาศกําหนด นายทะเบียนอาจงดหรือลดเงินเพิ่มลงได หลักเกณฑในการเรียกเงินคืน การงดและลดเงินเพ่ิม ใหเปนไปตามท่ีคณะกรรมการกํากับ และสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยประกาศกําหนด มาตรา ๒๗ การขอรับคาเสียหายเบื้องตนตามพระราชบัญญัติน้ี ผูประสบภัยตอง รองขอภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น มาตรา ๒๘ ในกรณีตามมาตรา ๒๓ (๑) และ (๓) ใหนายทะเบียนยึดรถที่กอใหเกิด ความเสียหายไวไดหากมิไดมีการยึดรถนั้นไวตามกฎหมายอ่ืนอยูกอนแลว จนกวาเจาของรถจะไดจาย คาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยจนครบจํานวน หรือจายคาเสียหายเบื้องตนคืนกองทุนภายใน เจ็ดวันนับแตวันท่ีไดรับคําสั่งจากนายทะเบียน และหากมีการยึดรถน้ันตามกฎหมายอ่ืนอยูกอนแลว ใหสํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมีสิทธิขอเขาเฉล่ียในทรัพย น้ันหากมีการขายทอดตลาด มาตรา ๒๙ รถที่ยึดไวตามมาตรา ๒๘ ใหนายทะเบียนมีอํานาจขายทอดตลาดไดใน กรณีดังตอไปน้ี (๑) กรณีที่เจาของรถตามมาตรา ๒๓ (๑) ไมจายเงินคาเสียหายเบื้องตนท่ีจายจาก กองทุนแทนตน คืนใหแกกองทุนภายในเจ็ดวันนับแตวันไดรับคําส่ังจากนายทะเบียน (๒) กรณีท่ีไมปรากฏตัวเจาของรถที่กอใหเกิดความเสียหาย และนายทะเบียนไดประกาศ หาตัวเจาของรถโดยปดประกาศไว ณ ท่ีทําการของนายทะเบียนซึ่งไดยึดรถท่ีกอใหเกิดความเสียหายไว และประกาศในหนังสือพิมพรายวันท่ีจําหนายในทองถิ่นที่เกิดเหตุอยางนอยสองวันติดตอกัน แตเจาของรถไมปรากฏตัวตอนายทะเบียน ซ่ึงไดยึดรถนั้นไวภายในสามสิบวันนับแตวันแรกท่ีประกาศ ในหนังสือพิมพ ๒๕ มาตรา ๒๖ แกไ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๔๓ มาตรา ๓๐ วิธีการยึดรถตามมาตรา ๒๘ และการขายทอดตลาดรถตามมาตรา ๒๙ ใหปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงโดยอนุโลม เงินที่ไดจากการขายทอดตลาดรถตามมาตรา ๒๙ ใหหักเปนคาใชจายในการยึดและ การขายทอดตลาด และจายเปนคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยหรือจายคืนใหแกกองทุน แลวแตกรณี ถามีเงินเหลือเทาใดใหคืนแกเจาของรถ ในกรณีที่ไมมีผูแสดงตนเปนเจาของรถท่ีกอ ใหเกิดความเสียหาย ใหสํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เก็บรักษาเงินนั้นไวตามระเบียบท่ีคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยกําหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และถาเจาของรถไมเรียกเงินนั้นคืน ภายในหาปนับจากวันที่ขาย ทอดตลาดใหเงินนั้นตกเปนของกองทุน มาตรา ๓๑๒๗๖ ในกรณีท่ีความเสียหายเกิดข้ึนจากการกระทําของบุคคลภายนอก หรือ เกิดขึ้นเพราะความจงใจหรือความประมาทเลินเลออยางรายแรงของเจาของรถ ผูขับขี่รถ ผูซึ่งอยูในรถ หรือผูประสบภัย เมื่อบริษัทไดจายคาเสียหายเบ้ืองตนหรือคาสินไหมทดแทนหรือเม่ือสํานักงานกองทุน ทดแทนผูประสบภัยไดจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยหรือเม่ือหนวยงานตามมาตรา ๘ (๑) (๒) (๓) หรือเจาของรถตามมาตรา ๘ (๔) ไดจายเงินคืนกองทุนตามมาตรา ๓๒ ไปแลวเปนจํานวน เงินเทาใด ใหบริษัท หรือสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัย หรือหนวยงานตามมาตรา ๘ (๑) (๒) (๓) หรือเจาของรถตามมาตรา ๘ (๔) แลวแตกรณี มีสิทธิไลเบ้ียเอาแกบุคคลดังกลาวหรือมีสิทธิเรียก ใหผูประสบภัยคืนเงินดังกลาวได วรรคสอง๒๗ (ยกเลิก) มาตรา ๓๒๒๘ ในกรณีที่นายทะเบียนไดจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยสําหรับ ความเสียหายที่เกิดจากรถตามมาตรา ๘ ซึ่งไมไดเอาประกันความเสียหายตามมาตรา ๗ ใหหนวยงาน ผูเปนเจาของรถตามมาตรา ๘ (๑) (๒) (๓) หรือเจาของรถตามมาตรา ๘ (๔) แลวแตกรณี สงเงินตาม จํานวนที่ไดจายจากเงินกองทุนคืนใหแกกองทุน การจายเงินคืนกองทุนสําหรับรถตามมาตรา ๘ (๑) (๒) หรือ (๓) ใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวิธีการที่กระทรวงการคลังกําหนด ๒๖ มาตรา ๓๑ แกไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญตั ิคุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๒๗ มาตรา ๓๑ วรรคสอง ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๘ มาตรา ๓๒ แกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัตคิ มุ ครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook