Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

Published by Golf Nutt, 2021-01-25 13:31:42

Description: 35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

Search

Read the Text Version

๒๔๔ ใหแ กป ระชาชนเปน อยา งมาก และเมอ่ื มกี ารกระทาํ ความผดิ เกดิ ขน้ึ กย็ ากแกก ารตดิ ตามผกู ระทาํ ความผดิ เพราะเจาของรถและผูครบอครองมิใชบุคคลคนเดียวกัน จึงจําเปนตองแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗๑๒๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติหามมิใหผูใดใชรถ เวนแตรถน้ันเปนรถที่จดทะเบียน และเสียภาษีประจําปสําหรับรถนั้นครบถวนถูกตองแลว หากผูใดฝาฝนมาตรา ๖ วรรคหน่ึง ตองระวาง โทษปรับไมเกินหาพันบาทตามมาตรา ๕๙ โดยมิไดแยกประเภทความผิดกรณีการใชรถท่ีจดทะเบียน แลว แตยังมิไดเสียภาษีประจําปสําหรับรถนั้นใหครบถวนถูกตองภายในเวลาท่ีกําหนด ทําใหผูใชรถใน กรณีท่ียังมิไดเสียภาษีประจําปตองไดรับโทษในอัตราเดียวกันกับกรณีการใชรถที่ยังมิไดจดทะเบียน ตามมาตรา ๕๙ ซ่ึงเปนความผิดที่เปรียบเทียบไมได สมควรกําหนดแยกประเภทความผิดเกี่ยวกับ การใชรถที่จดทะเบียนแลวแตยังมิไดเสียภาษีประจําป ออกจากความผิดเก่ียวกับการใชรถท่ียังมิได จดทะเบียน โดยใหมีอัตราโทษแตกตางกันและมีอัตราโทษเหมาะสมแกกรณีดวย โดยกําหนดโทษ สําหรับความผิดกรณีการใชรถที่จดทะเบียนแลว แตยังมิไดเสียภาษีประจําป เปนความผิดท่ี เปรียบเทียบได นอกจากน้ัน เนื่องจากไดมีการกําหนดใหรถใชงานเกษตรกรรมเปน “รถ” ตามกฎหมาย วาดวยรถยนตรซ่ึงจะตองมีการจดทะเบียนและผานการตรวจสอบสภาพรถ และเพ่ือเปนการสงเสริม เกษตรกรรมของประเทศ สมควรกําหนดใหรถดังกลาวไดรับยกเวนคาธรรมเนียมตามกฎหมายวาดวย รถยนตร และโดยท่ีสมควรกําหนดใหเงินที่เปนคาธรรมเนียมแผนปายทะเบียนรถไดนํามาใชเปน เงินทุนหมุนเวียนเพ่ือการผลิตแผนปายสําหรับยานพาหนะตอไป โดยไมตองจัดสรรใหแกราชการสวน ทองถิ่น จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๒๘๑๒๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ ดวยปรากฏวาการใชรถยนตรสวน บุคคลที่จดทะเบียนเปนรถยนตรนั่งสวนบุคคล หรือรถยนตรบรรทุกสวนบุคคล จะใชเปนรถยนตร บรรทุกสวนบุคคล หรือรถยนตรนั่งสวนบุคคล ซึ่งผิดไปจากประเภทจดทะเบียนไวไมได เปนเหตุให ประชาชนท่ีสามารถมีรถไดเพียงคันเดียวไดรับความเดือดรอนโดยไมมีเหตุอันสมควร จึงจําเปนตองตรา พระราชบัญญัตินี้ ๑๒๑ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๐๑/ตอนที่ ๑๑๒/ฉบับพเิ ศษ หนา ๕/๒๔ สิงหาคม ๒๕๒๔ ๑๒๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๒/ตอนที่ ๙๕/ฉบบั พเิ ศษ หนา ๑/๒๕ กรกฎาคม ๒๕๒๘

๒๔๕ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๘๑๒๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดบัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติและการออกใบอนุญาตใหแกผูขับขี่รถจักรยานยนตรไว โดยกําหนดใหผูที่จะมีใบอนุญาตขับข่ีรถจักรยานยนตรไดจะตองมีอายุไมต่ํากวาสิบแปดปบริบูรณ แตในความเปนจริงแลวปรากฏวาเด็กท่ีมีอายุไมต่ํากวาสิบหาปและมีภูมิลําเนาอยูตางจังหวัดน้ันสวน มากมีรถจักรยานยนตรใชเปนพาหนะท้ังสิ้น เพราะมีความจําเปนที่จะตองใชรถจักรยานยนตรขับขี่ ไปโรงเรียนหรือใชในกิจการดานอ่ืน ๆ เนื่องจากสถานศึกษาอยูหางไกลจากบานมาก ซึ่งการกระทํา ดังกลาวถือวาเปนการกระทําท่ีผิดกฎหมาย ดังน้ันเพื่อใหเด็กท่ีมีอายุไมตํ่ากวาสิบหาปมีใบอนุญาตขับข่ี รถจักรยานยนตรไดโดยไมผิดกฎหมาย จึงสมควรแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกลาวเสีย และเน่ืองจาก ในปจจุบันกฎหมายบัญญัติใหบุคคลท่ีมีอายุสิบหาปบริบูรณตองไปทําบัตรประจําตัวประชาชนทุกคน ดังนั้นจึงสมควรอนุญาตใหผูท่ีมีอายุไมต่ํากวาสิบหาปมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนตรไดเชนเดียวกัน จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชกําหนดแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัตรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙๑๒๔ มาตรา ๕ อัตราภาษีตามท่ีกําหนดในมาตรา ๒๙ (๓) แหงพระราชบัญยัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดนี้ไมใชบังคับแกรถยนตรท่ีไดจดทะเบียนและ เสียภาษีประจําปไวแลว และรถยนตที่คางชําระภาษีประจําป กอนวันที่พระราชกําหนดน้ีใชบังคับ ท้ังนี้ สําหรับภาษีประจําปที่เสียไวแลวหรือที่คางชําระนั้น มาตรา ๖ รถยนตที่ไดจดทะเบียนและเสียภาษีประจําปไวแลวในวันที่พระราชกําหนดนี้ ใชบังคับ หากเปนรถยนตตามมาตรา ๒๙ (๓) หรือเจาของรถไดเปลี่ยนแปลงใหเปนรถยนตรตาม มาตรา ๒๙ (๓) อยูแลวกอนวันท่ีพระราชกําหนดน้ีใชบังคับ และไดแจงการเปล่ียนแปลงไวแลว หรือไดแจงการเปล่ียนแปลงดังกลาวตามมาตรา ๑๔ ตอนายทะเบียนภายในเกาสิบวันนับแตวันท่ี พระราชกําหนดน้ีใชบังคับ ใหเสียภาษีรถประจําปสําหรับปตอไปดังตอไปนี้ (๑) ปท่ีหนึ่ง ใหเสียในอัตราสองเทาของอัตราตามที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษี ทายพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ (๒) ปท่ีสอง ใหเสียในอัตราสามเทาของอัตราตามที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษี ทายพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ๑๒๓ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๕๔/ฉบับพิเศษ หนา ๑/๒๔ ตุลาคม ๒๕๒๘ ๑๒๔ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๐๓/ตอนท่ี ๑๕/ฉบบั พเิ ศษ หนา ๒๗/๓๑ มกราคม ๒๕๒๙

๒๔๖ (๓) ปตอไป ใหเสียในอัตราส่ีเทาของอัตราตามที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษี ทายพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ผูซ่ึงไดแจงการเปล่ียนแปลงตามวรรคหน่ึง ไมตองรับโทษสําหรับการไมปฏิบัติตาม มาตรา ๑๔ มาตรา ๗ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกําหนดน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ ระราชกําหนดฉบับนี้ คือ โดยท่ีในปจ จุบันมีรถยนตรจ ํานวนมาก ใชหรือเปล่ียนไปใชนํ้ามันดีเซลหรือกาซเปนเช้ือเพลิง ทําใหเกิดความจําเปนในการส่ังนํ้ามันดีเซลหรือ กาซเขามาในราชอาณาจักร ดังนั้น เพื่อปองกันมิใหมีการเพ่ิมจํานวนรถที่ใชน้ํามันดีเซลหรือกาซเปน เช้ือเพลิง และเพ่ือเปนการประหยัดเงินตราตางประเทศในการนําเขาน้ํามันเชื้อเพลิงดังกลาว สมควร แกไขพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ และโดยท่ีเปนกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเปนเรงดวนในอัน ที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจําเปฯตองตราพระราชกําหนดนี้ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไมอนุมัติพระราชกําหนดแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙๑๒๕ ตามท่ีคณะรัฐมนตรีไดเสนอขอใหรัฐสภาพิจารณาอนุมัติพระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ นั้น ในคราวประชมุ สภาผแู ทนราษฎร ครง้ั ที่ ๕/๒๕๒๙ (สมยั สามญั ) วนั พฤหสั บดที ่ี ๔ กนั ยายน ๒๕๒๙ ท่ีประชุมไดลงมติไมมนุมัติ จึงประกาศมาตามความในมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรามนูญแหงราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐๑๒๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหนึ่งปนับแตวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๑๒ ใหโอนอํานาจหนาที่ของรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับ การรักษาการตามพระราชบัญยัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔ ไปเปนของรัฐมนตรีวาการกระทรวง คมนาคม มาตรา ๑๓ บรรดากฎกระทรวง ขอบังคับ ระเบียบ ประกาศหรือคําส่ังใด ๆ ออกตาม พระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ และพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ๑๒๕ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๓/ตอนที่ ๑๕๗/ฉบับพิเศษ หนา ๒/๑๑ กันยายน ๒๕๒๙ ๑๒๖ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๔/ตอนท่ี ๑๓๙/ฉบบั พิเศษ หนา ๕/๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๐

๒๔๗ ที่ใชบังคับอยูในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหใชบังคับไดตอไปเพียงเทาท่ีไมขัดหรือแยงกับ พระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๔ คําขออนุญาตใด ๆ ที่ไดยื่นไวตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ และยงั อยใู นระหวา งการพจิ ารณา ใหถ อื วา เปน คาํ ขออนญุ าตตามพระราชบญั ญตั ริ ถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๕ บรรดาใบอนุญาตท่ีออกตามพระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ และพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหถือวาเปนใบอนุญาตท่ีออกตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ แลวแตกรณี มาตรา ๑๖ บรรดาแผน ปา ยทะเบยี นรถและเครอ่ื งหมายการเสยี ภาษปี ระจาํ ปส าํ หรบั รถ ที่ออกใหแกรถที่ไดจดทะเบียนและเสียภาษีประจําปครบถวนและถูกตองตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ในวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหถือวาเปนแผนปายทะเบียนรถและเครื่องหมาย การเสียภาษีประจําปสําหรับรถน้ัน ตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบัญยัตินี้ มาตรา ๑๗ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากไดมีการโอนอํานาจหนาที่ และกิจการบริหารบางสวนของกรมตํารวจ กระทรวงมหาดไทย เฉพาะในสวนท่ีเก่ียวกับการปฏิบัติตาม กฎหมายวาดวยรถยนตรและกฎหมายวาดวยลอเล่ือน ไปเปนของกรมการขนสงทางบก กระทรวง คมนาคม ในการน้ีสมควรแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหสอดคลองกับการ โอนอํานาจหนาที่และกิจการบริหารดังกลาว และแกไขใหอธิบดีกรมการขนสงทางบกหรือผูซึ่งอธิบดี กรมการขนสงทางบกมอบหมาย มีอํานาจเปรียบเทียบปรับในความผิดท่ีมีโทษปรับสถานเดียวได เพ่ืออํานวยความสะดวกใหแกประชาชน นอกจากน้ีสมควรแกไขใหสถานตรวจสภาพที่ไดรับอนุญาต ตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกซึ่งเปนของเอกชนมีสวนในการตรวจสภาพรถตามกฎหมาย วาดวยรถยนตรดวย จึงจําเปนตองพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๐๑๒๗ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีประเทศไทยไดทําความตํา ลงกับประเทศในสมาคมประชาชาติแหงเอเซียตะวันออกเฉียงใตวาดวยการยอมรับใบอนุญาตขับรถ ภายในประเทศซ่ึงกันและกัน และโดยที่ประเทศไทยอาจทําความตกลงในทํานองเดียวกันกับประเทศ อื่น ๆ ดวย ซึ่งความตกลงดังกลาวจะมีผลใหผูมีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยพนักงานเจาหนาที่หรือ

๒๔๘ สมาคมยานยนตที่ไดรับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศในสมาคมประชาชาติแหงเอเซียตะวันออก เฉียงใต หรือจากรัฐบาลของประเทศท่ีประเทศไทยมีความตกลงดวย สามารถใชใบอนุญาตขับรถน้ัน ขับรถในประเทศไทยได ท้ังน้ี เพื่อดําเนินการใหเปนไปตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีอยูกับตางประเทศ ตามความตกลงดังกลาว นอกจากน้ี เห็นสมควรกําหนดใหใบอนุญาตขับรถระหวางประเทศสําหรับ รถยนตรสวนบุคคลและรถจักรยานยนตร ท่ีออกตามอนุสัญญาวาดวยการจราจรทางถนน ทํา ณ นครเจนวี า ค.ศ. ๑๙๔๙ ซงึ่ ประเทศไทยไดภ าคยานวุ ตั เิ มอ่ื วนั ท่ี ๑๕ สงิ หาคม ๒๕๐๕ เปน ใบอนญุ าตขบั รถ ชนิดหนึ่งตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๗๑๒๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากผูไดรับอนุญาตเปนผูขับรถ ที่จดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก ไมอาจใชใบอนุญาตนั้นขับรถที่จดทะเบียนตาม กฎหมายวาดวยรถยนตรได ทั้งๆ ท่ีโดยขอเท็จจริงแลว ผูซ่ึงมีความสามารถขับรถขนาดใหญยอม สามารถขับรถที่มีขนาดเล็กกวาได สมควรกําหนดใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถตามกฎหมายวา ดวยการขนสงทางบก ขับรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนตรในบางประเภทได จึงจําเปน ตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒๑๒๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายวาดวยรถยนตร ในปจจุบันไดกําหนดบทนิยามคําวา “รถยนตรสวนบุคคล” ไวไมชัดเจนและไมสอดคลองกับหลักการ เกี่ยวกับการใชบังคับกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก นอกจากน้ัน ยังมิไดกําหนดใหมีผูตรวจการ เพ่ือทําหนาท่ีเปนผูตรวจสอบการปฏิบัติเก่ียวกับรถยนตรใหเปนไปตามกฎหมายโดยเฉพาะ ดังน้ัน เพ่ือใหบทนิยามคําวา “รถยนตรสวนบุคคล” ตามกฎหมายวาดวยรถยนตรมีความหมายชัดเจนโดยไมมี ความหมายครอบคลุมถึงรถยนตรน่ังสวนบุคคลเกินเจ็ดคนแตไมเกินสิบสองคนและรถยนตรบรรทุก สวนบุคคลที่มีน้ําหนักรถไมเกินหนึ่งพันหกรอยกิโลกรัมซ่ึงใชประกอบการขนสงเพื่อสินจางที่อยูภาย ใตบังคับของกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก และเพ่ือใหการตรวจสอบการปฏิบัติเก่ียวกับรถยนตร เปนไปตามกฎหมายอยางมีประสิทธิภาพและสอดคลองกับแนวทางการตรวจสอบการขนสงตาม กฎหมายวาดวยการขนสงทางบก สมควรแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ในสวน ที่เก่ียวกับเร่ืองดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ ๑๒๗ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๐๔/ตอนที่ ๒๐๗/ฉบับพเิ ศษ หนา ๔๙/๒๘ ธนั วาคม ๒๕๓๐ ๑๒๘ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๑๑/ตอนท่ี ๖๔ ก/หนา ๑๘/๓๑ ธนั วาคม ๒๕๓๗ ๑๒๙ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๒๐/ตอนท่ี ๔๘ ก/หนา ๑/๒๙ พฤษภาคม ๒๕๔๖

๒๔๙ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๔๑๓๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากในปจจุบันมีผูนํารถที่ขับ เคล่ือนดวยกําลังไฟฟามาใชและในอนาคตมีแนวโนมวาอาจจะมีการนํารถที่ขับเคลื่อนดวยพลังงาน อ่ืนมาใชภายในประเทศดวย แตโดยที่พระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ มิไดกําหนดอัตราภาษี ประจําปสําหรับรถลักษณะดังกลาวไว สมควรกําหนดอัตราภาษีประจําปสําหรับรถลักษณะดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๔๖๑๓๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหกสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๓ ใหเปล่ียนชื่อพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ เปนพระราชบัญญัติ รถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหแกไขคําวา “รถยนตร” “รถจักรยานยนตร” และ “เครื่องยนตร” ในพระราชบัญญัติ รถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แกไขเพิ่มเติมเปนคคําวา “รถยนต” “รถจักรยานยนต” และ “เครื่องยนต” ทุกแหง มาตรา ๑๕ รถทค่ี า งชาํ ระภาษปี ระจาํ ปอ ยใู นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั ใหด าํ เนนิ การ ดังน้ี (๑) ใหนายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพรอมทั้งจํานวนภาษีคางชําระไว ณ ท่ีทําการนายทะเบียนและในสถานที่ท่ีอธิบดีประกาศกําหนดภายในหกสิบวันนับแตวันท่ี พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ (๒) ใหเจาของรถทําความตกลงกับนายทะเบียนในการชําระภาษีคางชําระภายใน หนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันท่ีนายทะเบียนไดมีประกาศตาม (๑) โดยใหไดรับยกเวนเงินเพิ่ม หากมี ภาษีคางชําระเกินกวาสามป ใหคิดภาษีคางชําระเพียงสามป และใหผอนชําระเปนงวดได ตามระเบียบ ที่อธิบดีประกาศกําหนด (๓) เจาของรถท่ีมิไดดําเนินการตาม (๒) ตองเสียภาษีคางชําระท้ังหมดพรอมท้ังเงินเพิ่ม ในอัตรารอยละย่ีสิบตอปของจํานวนภาษีท่ีคางชรําระ (๔) เมื่อครบกําหนดระยะเวลาตาม (๒) รถที่คางชําระภาษีประจําปตั้งแตสามปขึ้นไป หรือรถที่คางชําระภาษีประจําปไมถึงสามป แตตอมาภายหลังคางชําระภาษีติดตอกันครบสามป ๑๓๐ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๑๘/ตอนท่ี ๑๑๒ ก/หนา ๒๔/๔ ธนั วาคม ๒๕๔๔ ๑๓๑ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๐/ตอนที่ ๔๘ ก/หนา ๑/๒๙ พฤษภาคม ๒๕๔๖

๒๕๐ ใหถือวาทะเบียนรถเปนอันระงับไป และใหเจาของรถมีหนาที่สงคืนแผนปายทะเบียนรถตอ นายทะเบียนและนําใบคูมือจดทะเบียนรถมาแสดงตอนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับ ทะเบียนรถภายในสามสิบวันนับแตวันครบกําหนดระยะเวลาตาม (๒) หรือนับแตวันคางชําระภาษี ติดตอกันครบสามป แลวแตกรณี ใหนํามาตรา ๓๕/๑ มาตรา ๓๕/๒ วรรคสองและวรรคสาม และมาตรา ๓๕/๓ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใชบังคับโดยอนุโลม เจาของรถผูใดไมสงคืนแผนปายทะเบียนรถและนําใบคูมือจดทะเบียนรถมาแสดงตอ นายทะเบียนตามความใน (๔) ใหนําโทษตามมาตรา ๖๑ แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใชบังคับ มาตรา ๑๖ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) แหงพระราชบัญยัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ท่ีไดออกใหกอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหใชได ตอไปจนกวาจะส้ินอายุ สวนการตออายุใบอนุญาตขับรถดังกลาว ใหเปนไปตามมาตรา ๔๔ แหง พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถตามวรรคหนึ่ง ใหคิดคาธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต ครึ่งหนึ่งของคาธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม มาตรา ๑๗ ผซู งึ่ ไดร บั ใบอนญุ าตขบั รถตลอดชพี อยกู อ นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั ใหใชใบอนุญาตขับรถน้ันไดตอไป การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ ใหนํามาตรา ๕๕ แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ มาใชบังคับโดยอนุโลม และใหคิดคาธรรมเนียมฉบับละหนึ่งรอยบาท มาตรา ๑๘ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปจจุบันการจดทะเบียนรถ เพ่ือใหไดหมายเลขทะเบียนซึ่งเปนท่ีนิยมยังไมมีหลักเกณฑท่ีเหมาะสม รวมท้ังยังมีการละเลยหรือ หลีกเล่ียงการชําระภาษีประจําป ทําใหมีภาษีประจําปคางชําระเพิ่มขึ้นทุกป สมควรกําหนดใหมีการ ประมูลหมายเลขทะเบียนซึ่งเปนที่นิยม อันจะเปนการแกไขปญหาการเลือกปฏิบัติ และชวยเพิ่มรายได ใหแกรัฐอีกทางหนึ่ง ตลอดจนปรับปรุงมาตรการในการจัดเก็บภาษีประจําปที่คางชําระใหไดผล อยางจริงจัง และปรับปรุงอายุใบอนุญาตขับรถใหเหมาะสมย่ิงข้ึน รวมทั้งปรับปรุงคุณสมบัติและ ลักษณะตองหามของผูมีสิทธิขอรับใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้

๒๕๑ พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗๑๓๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๓๒ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตท่ีไดออกใหกอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ ใชบังคับใหถือวาเปนใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสวนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ และใหใชได ตอไปจนกวาจะสิ้นอายุใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตประเภทนั้น สวนการตออายุใบอนุญาตขับรถ ดังกลาวใหเปนไปตามมาตรา ๔๔ แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติน้ี ผูไดรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตท่ีไดออกใหกอนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ถาประสงคจะขับรถจักรยานยนตสาธารณะ ใหยื่นคําขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสาธารณะตาม มาตรา ๔๓ (๖/๑) แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ภายในหน่ึงรอยยี่สิบวันนับแตวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ในระหวางน้ันใหใชใบอนุญาตขับรถ จักรยานยนตดังกลาวแทนได มาตรา ๓๓ รถจักรยานยนตที่ไดจดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนตไวแลวกอน วันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหถือวาเปนรถจักรยานยนตสวนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เจาของรถจักรยานยนตที่ไดจดทะเบียนไวแลวกอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ถาประสงคจะนํารถจักรยานยนตดังกลาวรับจางบรรทุกคนโดยสาร ใหดําเนินการจดทะเบียนรถ จักรยานยนตน้ันเปนรถจักรยานยนตสาธารณะตามพระราชบัญญัติน้ีภายในหนึ่งรอยย่ีสิบวันนับแต วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ในระหวางน้ันใหสามารถนํารถจักรยานยนตดังกลาวมารับจางบรรทุก คนโดยสารได มาตรา ๓๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั นี้ คอื เนอื่ งจากปจ จบุ นั มผี นู าํ รถจกั รยานยนต มาใชรับสงคนโดยสารเพ่ือสินจางเปนจํานวนมาก แตกฎหมายวาดวยรถยนตยังไมมีบทบัญญัติในสวน ท่ีเก่ียวกับการควบคุมการใชรถจักรยานยนตรับจางบรรทุกคนโดยสาร สมควรกําหนดใหมีบทบัญญัติใน ลักษณะดังกลาว เพ่ือใหการรับจางเปนไปดวยความเรียบรอย และปลอดภัยแกคนโดยสาร นอกจากน้ี สมควรกาํ หนดใหน ายทะเบยี นมอี าํ นาจเรยี กผไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั รถมาตรวจสอบคณุ สมบตั หิ รอื ลกั ษณะ ตองหามภายหลังท่ีไดรับใบอนุญาตไปแลวได จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ ๑๓๒ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๑/ตอนพเิ ศษ ๗๐ ก/หนา ๑/๑๒ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๗

๒๕๒ พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๐๑๓๓ มาตรา ๒ พะราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากปจจุบันสถานการณราคา น้ํามันไดปรับตัวสูงขึ้นอยางตอเน่ือง รวมทั้งปญหาทางดานมลภาวะทางอากาศที่เพ่ิมมากข้ึน และ เพื่อเปนการสงเสริมใหมีการใชพลังงานอ่ืนทดแทนการใชนํ้ามันเชื้อเพลิง สนับสนุนการใชพลังงานอยาง ประหยัด และการใชพนักงงานสะอาดเพื่ออนุรักษสิ่งแวดลอม รวมท้ังปจจุบันมีผูนํารถท่ีขับเคล่ือนดวย พลังงานไฟฟาและพลังงานอื่นโดยมิไดใชเคร่ืองยนตมาใชภายในประเทศดวย อันจะเปนการชวยใหมี การใชพลังงานอยางเหมาะสมและคุมคา และกอใหเกิดผลดีตอระบบเศรษฐกิจและส่ิงแวดลอมของ ประเทศ สมควรสงเสริมการใชรถที่ใชพลังงานดังกลาวและกําหนดใหมีอัตราภาษีประจําปสําหรับรถ เหลาน้ีเปนการเฉพาะ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๕) พ.ศ. ๒๕๕๑๑๓๔ มาตรา ๒ พะราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่สังหาริมทรัพยหลายประเภท สามารถจดจํานองเปนประกันหน้ีได ดังเชน เรือกําปน หรือเรือมีระวางตั้งแต ๖ ตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนตมีระวางตั้งแต ๕ ตันข้ึนไป แพ สัตวพาหนะ สามารถจดจํานองไดตามประมวลกฎหมาย แพงและพาณิชย มาตรา ๗๐๓ สวนเครื่องจักรสามารถจดจํานองไดตามกฎหมายเคร่ืองจักร แตปรากฏ วารถยนต ไดแก รถยนตสาธารณะ รถยนตบริการ และรถยนตสวนบุคคล รวมทั้งรถพวง รถบดถนน และรถแทรคเตอร เปนสังหาริมทรัพยที่มีมูลคาสูงแตไมสามารถจดทะเบียนจํานองเปนประกันหน้ี ไดตามกฎหมาย ในกรณีท่ีตองใชเปนประกันหน้ีจึงตองใชวิธีการโอนขายแกเจาหนี้ และทําเปนสัญญา เชาซ้ือซ่ึงตองเสียคาธรรมเนียมและคาดอกเบ้ียในอัตราที่สูงเปนภาระแกประชาชนและผูประกอบการ หลายลานคนทั่วประเทศ สมควรบรรเทาภาระดังกลาวนี้ และทําใหรถดังกลาวเปนสินทรัพยที่มีมูลคา มีราคา ที่สามารถจํานองเปนประกันหน้ีได และผูเปนเจาของยังคงมีสิทธ์ิครอบครองใชสอยไดดังเดิม จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ ๑๓๓ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๔/ตอนท่ี ๑๐๒ ก/หนา ๓/๓๐ ธนั วาคม ๒๕๕๐ ๑๓๔ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๕/ตอนที่ ๓๒ ก/หนา ๓๓/๑๑ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๕๑

๒๕๓ พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๖๑๓๕ มาตรา ๔ บรรดาคาธรรมเนียมและภาษีประจําปของรถของหนวยงานตาม มาตรา ๙ (๓) แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ท่ีคางชําระไวกอนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหเปนอันระงับไป มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากปจจุบันไดมีการปรับปรุง การบริหารราชการ ทําใหมีหนวยงานของรัฐรูปแบบตาง ๆ เกิดขึ้นเพิ่มเติมจากหนวยงานทางราชการ ที่มีอยูเดิม อีกทั้งหนวยงานทางราชการเดิมบางหนวยก็ไดมีการปรับเปล่ียนฐานะหรือรูปแบบ การดําเนินการใหม อันมีผลทําใหหนวยงานน้ัน ๆ มิไดมีฐานะเปนกระทรวง ทบวง กรม หรือหนวยงาน ตามท่ีกฎหมายกําหนดใหไดรับการยกเวนคาธรรมเนียมและภาษีประจําป อยางไรก็ดี เน่ืองจาก หนวยงานท่ีเกิดขึ้นหรือปรับเปล่ียนใหมน้ันมีฐานะเปนหนวยงานของรัฐ สมควรแกไขเพิ่มเติมกฎหมาย วาดวยรถยนตเพื่อใหรถของหนวยงานดังกลาวไดรับการยกเวนคาธรรมเนียมและภาษีประจําป จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗๑๓๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๒๑ รถยนตสวนบุคคลตามพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไข เพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ที่ไดจดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกกอนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับใหทะเบียนรถและเอกสารที่เก่ียวของน้ันใชไดตอไป โดยถือวาเปนทะเบียนรถ และเอกสารท่ีเกี่ยวของตามพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ใหนายทะเบียนดําเนินการทางทะเบียนรถตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามพระราชบัญญัติ รถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ในวันท่ีเจาของรถมาชําระภาษีประจําป ของรถนั้นครั้งแรกหลังจากวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ โดยยกเวนคาธรรมเนียมท้ังปวงสําหรับการ ดําเนินการดังกลาว มาตรา ๒๒ บทบัญญัติในมาตรา ๖/๑ แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี มิใหใชบังคับกับรถท่ีนําเขามาเพื่อใชในราชอาณาจักรชั่วคราว โดยท่ีผูนําเขาไมมีภูมิลําเนาหรือถ่ินท่ีอยูในราชอาณาจักรตามมาตรา ๖ วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติ ๑๓๕ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๓๐/ตอนท่ี ๔๙ ก/หนา ๑/๗ มิถนุ ายน ๒๕๕๖

๒๕๔ รถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ แตตองปฏิบัติตามขอตกลงท่ีรัฐบาลไทยนํา ไวกับรัฐบาลของประเทศที่ผูนําเขามีสัญชาติหรือท่ีรถน้ันจดทะเบียน มาตรา ๒๓ รถที่ไดยึดไวตามมาตรา ๓๕ วรรคสอง หรือมาตรา ๓๗ วรรคหน่ึง แหงพระราชบัญยัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหอธิบดีกรมการขนสง ทางบกประกาศใหเจาของรถมาขอรับคืนรถภายในหนึ่งปนับแตวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ โดยให นายทะเบียนยึดแผนปายทะเบียนรถนั้นไวแทนรถที่ขอรับคืน รถท่ียึดตามวรรคหน่ึง และไดมีการจัดการขายทอดตลาดรถนั้นแลว กอนวันที่พระราช บัญญัติน้ีใชบังคับ เมื่อไดหักคาภาษี คาธรรมเนียม และคาใชจายในการยึดและขายรถ ใหนําเงินสวน ท่ีเหลือจากการขายทอดตลาดรถน้ันคืนแกเจาของรถแทน ในกรณีท่ีพนกําหนดระยะเวลาตามท่ีกําหนดในประกาศตามวรรคหนึ่งและเจาของรถมิได มาขอรับคืนรถ ใหอธิบดีกรมการขนสงทางบกจัดใหมีการขายทอดตลาดรถน้ัน และเมื่อไดหักคาภาษี คาธรรมเนียม และคาใชจายในการยึดและขายรถแลว ใหนําเงินสวนท่ีเหลือจากการขายทอดตลาดรถ นั้นสงคลังเปนรายไดแผนดิน มาตรา ๒๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายวาดวยรถยนต ไดใชบังคับมาเปนเวลานาน สมควรปรับปรุงบทบัญญัติบางประการเสียใหม เพ่ือใหสอดคลองกับ เทคโนโลยกี ารผลติ รถในปจ จบุ นั ทม่ี กี ารพฒั นาเปลย่ี นแปลงไปมาก และสอดคลอ งกบั การใชร ถ ตลอดจน เพื่อใหการควบคุมและการกํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายดังกลาวมีประสิทธิภาพย่ิงขึ้น และ ใหมีอัตราคาธรรมเนียมและอัตราภาษีประจําปสําหรับรถอ่ืนท่ีกําหนดในกฎกระทรวงที่เหมาะสม จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี วิชพงษ/ผูจัดทํา ๗ มกราคม ๒๕๕๘ ๑๓๖ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๓๑/ตอนท่ี ๘๓ ก/หนา ๑๕/๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗

๒๕๕ ¼¹Ç¡ ¤ : ¾.Ã.º.¡Òâ¹Ê§‹ ·Ò§º¡ ¾.È.òõòò

๒๕๖

๒๕๗ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ ¡Òâ¹Ê‹§·Ò§º¡ ¾.È. òõòò ÀÙÁÔ¾ÅÍ´ØÅÂà´ª ».Ã. ãËŒäÇŒ ³ Çѹ·èÕ ñõ ÁÕ¹Ò¤Á ¾.È. òõòò ໚¹»‚·Õè óô ã¹ÃѪ¡ÒÅ»˜¨¨ØºÑ¹ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยการขนสง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแหงชาติ ทําหนาที่รัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒” มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหน่ึงรอยแปดสิบวันนับแตวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๓ ใหยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติการขนสง พ.ศ. ๒๔๙๗ (๒) พระราชบัญญัติการขนสง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐ (๓) พระราชบัญญัติการขนสง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ บรรดาบทกฎหมาย กฎ และขอบังคับอื่นในสวนที่มีบัญญัติไวแลวในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตินี้ ใหใชพระราชบัญญัติน้ีแทน มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัติน้ี (๑) “การขนสง” หมายความวา การขนคน สัตว หรือส่ิงของ โดยทางบกดวยรถ (๒) “การขนสงประจําทาง” หมายความวา การขนสงเพ่ือสินจางตามเสนทางที่ คณะกรรมการกําหนด (๓) “การขนสงไมประจําทาง” หมายความวา การขนสงเพ่ือสินจางโดยไมจํากัดเสนทาง ๑ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๙๖/ตอนที่ ๓๘/ฉบับพิเศษ หนา ๑/๒๑ มนี าคม ๒๕๒๒

๒๕๘ (๔)๒ “การขนสง โดยรถขนาดเลก็ ” หมายความวา การขนสง คนหรอื สง่ิ ของหรอื คนและสงิ่ ของ รวมกันเพ่ือสินจางตามเสนทางท่ีคณะกรรมการกําหนดดวยรถที่มีน้ําหนักรถและน้ําหนักบรรทุกรวมกัน ไมเกินสี่พันกิโลกรัม (๕)๓ “การขนสงสวนบุคคล” หมายความวา การขนสงเพื่อการคาหรือธุรกิจของตนเอง ดวยรถท่ีมีนํ้าหนักเกินสองพันสองรอยกิโลกรัม (๖) “การขนสง ระหวา งจงั หวดั ” หมายความวา การขนสง ประจาํ ทาง การขนสง ไมป ระจาํ ทาง หรือการขนสงสวนบุคคลซึ่งกระทําระหวางจังหวัดกับจังหวัด (๗) “การขนสง ระหวา งประเทศ” หมายความวา การขนสง ประจาํ ทาง การขนสง ไมป ระจาํ ทาง หรือการขนสงสวนบุคคลซึ่งกระทําระหวางประเทศไทยกับตางประเทศ (๘) “การรับจัดการขนสง” หมายความวา การรับจางรวบรวมคน สัตวหรือสิ่งของ และ จดั ใหบ คุ คลอนื่ ซง่ึ เปน ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ทาํ การขนสง จากทแ่ี หง หนง่ึ ไปยงั ทอี่ กี แหง หนง่ึ ในความรับผิดชอบของผูรับจัดการขนสง (๙) “รถ” หมายความวา ยานพาหนะทุกชนิดที่ใชในการขนสงทางบกซึ่งเดินดวยกําลัง เคร่ืองยนต กําลังไฟฟา หรือพลังงานอ่ืน และหมายความรวมตลอดถึงรถพวงของรถนั้นดวย ท้ังนี้ เวนแตรถไฟ (๑๐) “ผตู รวจการ” หมายความวา ขา ราชการสงั กดั กรมการขนสง ทางบก ซงึ่ รฐั มนตรแี ตง ตงั้ ใหมีหนาที่ตรวจการขนสง (๑๑) “พนักงานตรวจสภาพ” หมายความวา ขาราชการสังกัดกรมการขนสงทางบก ซง่ึ รฐั มนตรแี ตง ตงั้ ใหม หี นา ทต่ี รวจความมนั่ คงแขง็ แรง ความสะอาด ความเรยี บรอ ย และความเหมาะสม ของสภาพรถท่ีนํามาใชในการขนสง (๑๒) “นายทะเบียน” หมายความวา นายทะเบียนกลาง หรือนายทะเบียนประจําจังหวัด แลวแตกรณี (๑๓) “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลาง หรือคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกประจําจังหวัด แลวแตกรณี (๑๔) “อธิบดี” หมายความวา อธิบดีกรมการขนสงทางบก (๑๕) “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี มาตรา ๕๔ พระราชบัญญัติน้ีมิใหใชบังคับแก (๑) การขนสงโดยรถยนตทหารตามกฎหมายวาดวยรถยนตทหาร ๒ มาตรา ๔ (๔) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ ๓ มาตรา ๔ (๕) แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔ มาตรา ๕ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๗

๒๕๙ (๒) การขนสงโดย (ก) รถยนตรับจางที่บรรทุกผูโดยสารไมเกินเจ็ดคน รถยนตรับจางระหวางจังหวัด ท่ีบรรทุกผูโดยสารไมเกินเจ็ดคน รถยนตบริการท่ีบรรทุกผูโดยสารไมเกินเจ็ดคน และรถยนตนั่งสวน บุคคลไมเกินเจ็ดคนตามกฎหมายวาดวยรถยนต (ข)๕ รถยนตน ง่ั สว นบคุ คลเกนิ เจด็ คนแตไ มเ กนิ สบิ สองคน และรถยนตบ รรทกุ สว นบคุ คล ท่ีมีนํ้าหนักรถไมเกินสองพันสองรอยกิโลกรัมตามกฎหมายวาดวยรถยนต ซ่ึงมิไดใชประกอบการขนสง เพื่อสินจาง (ค) รถยนตสามลอ รถจักรยานยนต และรถแทรกเตอร ตามกฎหมายวาดวย รถยนต (๓) การขนสงตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๖ ใหอ ธบิ ดหี รอื ผซู ง่ึ อธบิ ดมี อบหมายเปน นายทะเบยี นกลางมอี าํ นาจหนา ทตี่ าม พระราชบัญญัติน้ีในสวนท่ีเก่ียวกับการขนสงระหวางจังหวัดและการขนสงระหวางประเทศ ใหนายทะเบียนกลางเปนนายทะเบียนประจํากรุงเทพมหานคร มีอํานาจและหนาท่ีตาม พระราชบัญญัตินี้ภายในเขตกรุงเทพมหานคร ใหขนสงจังหวัดเปนนายทะเบียนประจําจังหวัด มีอํานาจและหนาท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี ภายในเขตจังหวัดของตน ในการปฏบิ ตั หิ นา ทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี นายทะเบยี นกลางและนายทะเบยี นประจาํ จงั หวดั อาจมอบหมายใหขาราชการในสังกัดกรมการขนสงทางบกกระทําการแทนได๖ การมอบหมายตามวรรคส่ีใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๗ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจแตงต้ังผูตรวจการและพนักงานตรวจสภาพกับออก กฎกระทรวงกําหนดคาธรรมเนียมไมเกินอัตราทายพระราชบัญญัติน้ี ยกเวนคาธรรมเนียมและกําหนด กจิ การอนื่ เพอื่ ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ทง้ั นี้ ในสว นทเ่ี กยี่ วกบั อาํ นาจหนา ทข่ี องแตล ะกระทรวง กฎกระทรวงน้ัน เม่ือไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว ใหใชบังคับได ๕ มาตรา ๕ (๒) (ข) แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๖ มาตรา ๖ วรรคสี่ แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๖๐ ËÁÇ´ ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒùâºÒ¡Òâ¹Ê‹§·Ò§º¡ มาตรา ๘ ใหมีคณะกรรมการนโยบายการขนสงทางบกคณะหนึ่ง ประกอบดวย รัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมเปนประธานกรรมการ รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงคมนาคมเปน รองประธานกรรมการ ปลดั กระทรวงคมนาคม ปลดั กระทรวงมหาดไทย ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ ปลดั กระทรวงพาณชิ ย ปลดั กระทรวงอตุ สาหกรรม ปลดั กระทรวงการคลงั เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎกี า เลขาธกิ ารคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาติ ผอู าํ นวยการสาํ นกั งบประมาณ ผอู าํ นวยการ สํานักงานนโยบายและแผนการขนสงและจราจร* อธิบดีกรมทางหลวงเปนกรรมการ และกรรมการ ผูทรงคุณวุฒิอ่ืนอีกไมเกินหาคนซ่ึงรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูมีสัญชาติไทย และมีความรูหรือความจัดเจน ในการขนสง การเศรษฐกิจหรือกฎหมาย ใหอธิบดีกรมการขนสงทางบก เปนกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ ใหคณะกรรมการนโยบายการขนสงทางบกแตงต้ังผูชวยเลขานุการคณะกรรมการไดตาม ความจําเปน มาตรา ๙ ใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสองป ในกรณีที่มีการแตงต้ังกรรมการในระหวางท่ีกรรมการซ่ึงแตงต้ังไวแลวยังมีวาระอยูใน ตําแหนงไมวาจะเปนการแตงตั้งเพิ่มขึ้นหรือแตงตั้งซอม ใหผูซ่ึงไดรับแตงต้ังนั้นอยูในตําแหนงเทากับ วาระที่เหลืออยูของกรรมการซ่ึงแตงตั้งไวแลวน้ัน กรรมการซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับแตงต้ังเปนกรรมการอีกได มาตรา ๑๐ ผูมีลักษณะอยางหนึ่งอยางใดดังตอไปน้ี หามมิใหเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิ (๑) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (๒) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดหรือคําส่ังที่ชอบดวยกฎหมายใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๓) เปนบุคคลลมละลาย (๔) เปนกรรมการพรรคการเมือง หรือเจาหนาที่ในพรรคการเมือง มาตรา ๑๑ นอกจากการพนจากตําแหนงตามมาตรา ๙ กรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจาก ตําแหนง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรีใหออก (๔) มีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๐

๒๖๑ มาตรา ๑๒ ในการประชุมของคณะกรรมการ ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือ ไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม ถาประธานและรองประธาน ไมม าประชมุ หรอื ไมอ าจปฏบิ ตั หิ นา ทไี่ ด ใหท ป่ี ระชมุ เลอื กกรรมการคนหนงึ่ เปน ประธานในทปี่ ระชมุ แทน มาตรา ๑๓ การประชุมคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งจํานวน ของกรรมการท้ังหมด จึงจะเปนองคประชุม การวินิจฉัยช้ีขาดของท่ีประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหน่ึงในการ ลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๔ คณะกรรมการนโยบายการขนสงทางบกมีอํานาจและหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) กําหนดนโยบายการขนสงทางบกระยะส้ันและระยะยาวเสนอตอคณะรัฐมนตรี (๒) กาํ หนดนโยบายเกยี่ วกบั การพฒั นาและดาํ เนนิ การสถานขี นสง เสนอตอ คณะรฐั มนตรี (๓) กําหนดมาตรการและแผนพัฒนาการขนสงทางบกเสนอตอคณะรัฐมนตรี (๔) กําหนดมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยและความสะดวกในการขนสงทางบก เพื่อใหคณะกรรมการปฏิบัติ (๕) กําหนดการหามรับจดทะเบียนรถเปนคร้ังคราวตามความจําเปนโดยอนุมัติ คณะรัฐมนตรีเพ่ือใหคณะกรรมการปฏิบัติ (๖) ประสานงานท่ีเกี่ยวของระหวางกันในดานการขนสงทางบก ตลอดจนประสานงาน ดานการขนสงทางบกกับการขนสงทางนํ้าและการขนสงทางอากาศ (๗) ใหคําปรึกษาตอรัฐมนตรีเกี่ยวกับการขนสงทางบก มาตรา ๑๕ คณะกรรมการนโยบายการขนสงทางบกมีอํานาจแตงตั้งอนุกรรมการ เพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการอยางหนึ่งอยางใดก็ได ใหนํามาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใชบังคับแกการประชุมคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม ËÁÇ´ ò ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒäǺ¤ØÁ¡Òâ¹Ê‹§·Ò§º¡ มาตรา ๑๖ ใหมีคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางคณะหน่ึงประกอบดวย ปลดั กระทรวงคมนาคม เปน ประธานกรรมการ ปลดั กระทรวงมหาดไทย เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎกี า ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เลขาธิการคณะกรรมการ คมุ ครองผบู รโิ ภค ผอู าํ นวยการสาํ นกั งานนโยบายและแผนการขนสง และจราจร ผวู า ราชการกรงุ เทพมหานคร เปนกรรมการ และกรรมการผูทรงคุณวุฒิอีกไมเกินสามคนซ่ึงรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมแตงตั้ง จากผูมีความรูความเช่ียวชาญดานการขนสงหรือการวางแผนจราจร๗ ๗ มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๖๒ ใหอธิบดีกรมการขนสงทางบก เปนกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ ใหคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางแตงต้ังผูชวยเลขานุการคณะกรรมการได ตามความจําเปน มาตรา ๑๗ ใหม คี ณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกประจาํ จงั หวดั ทกุ จงั หวดั ยกเวน กรงุ เทพมหานคร ประกอบดว ยผวู า ราชการจงั หวดั เปน ประธานกรรมการ อยั การจงั หวดั ผกู าํ กบั การตาํ รวจ ภูธรจังหวัดเปนกรรมการ และผูซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งอีกไมเกินหาคน โดยมีนายกเทศมนตรีในจังหวัดนั้น รวมอยูดวยหนึ่งคนเปนกรรมการ ใหขนสงจังหวัดเปนกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ ใหคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกประจําจังหวัดแตงตั้งผูชวยเลขานุการคณะ กรรมการไดตามความจําเปน มาตรา ๑๘ ใหนํามาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใชบังคับแกคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลาง และคณะกรรมการควบคุมการ ขนสงทางบกประจําจังหวัดโดยอนุโลม มาตรา ๑๙ ใหคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางมีอํานาจและหนาท่ี ดังตอไปน้ี (๑) กําหนดลักษณะของการขนสงประจําทางและการขนสงไมประจําทาง (๒) กาํ หนดเสน ทาง จาํ นวนผปู ระกอบการขนสง และจาํ นวนรถสาํ หรบั การขนสง ประจาํ ทาง ในเขตกรุงเทพมหานคร ระหวางจังหวัดและระหวางประเทศ (๓) กําหนดจํานวนผูประกอบการขนสงและจํานวนรถสําหรับการขนสงไมประจําทาง ในเขตกรุงเทพมหานคร ระหวางจังหวัดและระหวางประเทศ (๔) กําหนดเสนทาง จํานวนผูประกอบการขนสง และจํานวนรถสําหรับการขนสง โดยรถขนาดเล็ก (๕) กําหนดจํานวนผูประกอบการรับจัดการขนสง (๖) กําหนดอัตราคาขนสงและคาบริการอยางอื่นในการขนสง (๗) กําหนดอัตราคาบริการในการดําเนินการของสถานีขนสง (๘) กําหนดสถานที่ จัดใหมีหรือจัดตั้ง และระเบียบเก่ียวกับสถานีขนสง (๙) กําหนดชนิดหรือสภาพรถท่ีมิใหรับจดทะเบียน (๑๐) กําหนดประเภทหรือชนิดของรถที่ตองเขาหยุดหรือจอดเพื่อการรับสงผูโดยสารหรือ ขนถายสินคา ณ สถานีขนสง (๑๑) กําหนดท่ีหยุดหรือจอดรถเพื่อรับสงผูโดยสาร (๑๒) วางมาตรการในการกําหนด อนุญาต เพิกถอนการอนุญาตและการควบคุมกิจการ ขนสงทางบก

๒๖๓ (๑๓) ปฏิบัติการอ่ืนตามท่ีบัญญัติไวในพระราชบัญญัตินี้ และตามมติคณะกรรมการ นโยบายการขนสงทางบก การกําหนดตาม (๒) (๓) (๔) (๘) (๙) และ (๑๐) ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๐ ใหคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกประจําจังหวัดมีอํานาจและ หนาที่ภายในเขตจังหวัด ดังตอไปนี้ (๑) กาํ หนดเสน ทาง จาํ นวนผปู ระกอบการขนสง และจาํ นวนรถสาํ หรบั การขนสง ประจาํ ทาง (๒) กําหนดจํานวนผูประกอบการขนสงและจํานวนรถสําหรับการขนสงไมประจําทาง (๓) กําหนดเสนทาง จํานวนผูประกอบการขนสงและจํานวนรถสําหรับการขนสงโดยรถ ขนาดเล็ก (๔) กําหนดอัตราคาขนสงและคาบริการอยางอื่นในการขนสง (๕) ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติน้ี และตามมติคณะกรรมการ นโยบายการขนสงทางบกและคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลาง การกาํ หนดตาม (๑) และ (๔) เมอ่ื ไดร บั อนมุ ตั จิ ากคณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลาง แลวจึงจะใชบังคับได และการกําหนดตาม (๑) (๒) และ (๓) ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๑ คณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางมีอํานาจแตงต้ังอนุกรรมการ เพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการอยางหน่ึงอยางใดก็ได ใหนํามาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใชบังคับแกการประชุมคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม มาตรา ๒๒ ใหรัฐมนตรีมีอํานาจหนาที่กํากับโดยทั่วไปซึ่งกิจการการขนสงทางบก เพอ่ื ประโยชนใ นการนจี้ ะสงั่ ใหค ณะกรรมการชแ้ี จงขอ เทจ็ จรงิ แสดงความคดิ เหน็ หรอื ทาํ รายงานหรอื ยบั ยง้ั การกระทําใด ๆ ซ่ึงขัดตอนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนมีอํานาจสั่งสอบสวน ขอเท็จจริงท่ีเก่ียวกับการดําเนินงานได ËÁÇ´ ó ¡ÒûÃСͺ¡Òâ¹Ê‹§ มาตรา ๒๓ หามมิใหผูใดประกอบการขนสงประจําทาง การขนสงไมประจําทาง การขนสงโดยรถขนาดเล็ก หรือการขนสงสวนบุคคล เวนแตจะไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๒๔ ผูขอรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง การขนสงไมประจําทาง และการขนสงโดยรถขนาดเล็ก ตองมีสัญชาติไทย

๒๖๔ ในกรณีท่ีผูขอรับใบอนุญาตเปนหางหุนสวน บริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด หางหุนสวนหรือบริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัดนั้นตองจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและ มีสํานักงานใหญต้ังอยูในราชอาณาจักรไทย และ (๑) ในกรณีที่เปนหางหุนสวนสามัญจดทะเบียน ผูเปนหุนสวนทั้งหมดตองมีสัญชาติไทย (๒) ในกรณีท่ีเปนหางหุนสวนจํากัด ผูเปนหุนสวนจําพวกไมจํากัดความรับผิดท้ังหมด ตอ งมสี ญั ชาตไิ ทย และทนุ ของหา งหนุ สว นจาํ กดั นนั้ ไมน อ ยกวา รอ ยละหา สบิ เอด็ ตอ งเปน ของผเู ปน หนุ สว น ซ่ึงเปนบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย (๓)๘ ในกรณที เ่ี ปน บรษิ ทั จาํ กดั กรรมการบรษิ ทั จาํ นวนไมน อ ยกวา กง่ึ หนงึ่ ตอ งมสี ญั ชาตไิ ทย และทุนของบริษัทจํากัดนั้นไมนอยกวารอยละหาสิบเอ็ดตองเปนของผูถือหุน ซ่ึงเปนบุคคลธรรมดา และมีสัญชาติไทย หรือตองเปนของหางหุนสวนสามัญจดทะเบียน หางหุนสวนจํากัด หรือบริษัทจํากัด หรอื ตอ งเปน ของกระทรวง ทบวง กรม ราชการสว นทอ งถน่ิ รฐั วสิ าหกจิ ตามกฎหมายวา ดว ยวธิ กี ารงบประมาณ หรือองคการของรัฐ ตามกฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคการของรัฐบาลหรือตามกฎหมายวาดวยการ น้ัน ๆ และบริษัทจํากัดนั้นตองไมมีขอบังคับ อนุญาตใหมีการออกหุนชนิดออกใหแกผูถือ (๔) ในกรณีท่ีเปนบริษัทมหาชนจํากัด กรรมการบริษัทจํานวนไมนอยกวาก่ึงหนึ่งตองมี สัญชาติไทย และทุนของบริษัทมหาชนจํากัดน้ันไมนอยกวารอยละหาสิบของจํานวนหุนท่ีจําหนายได ทั้งหมดตองเปนของผูถือหุนซ่ึงเปนบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย ในกรณีที่ผูถือหุนบริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัดเปนหางหุนสวนสามัญจดทะเบียน หา งหนุ สว นจาํ กดั บรษิ ทั จาํ กดั หรอื บรษิ ทั มหาชนจาํ กดั ผถู อื หนุ ดงั กลา วจะตอ งมลี กั ษณะตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) แลวแตกรณี ใหค ณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลางมอี าํ นาจยกเวน คณุ สมบตั ติ ามความจาํ เปน หรือมีเหตุพิเศษเปนการเฉพาะรายได มาตรา ๒๕ หามมิใหผูใดประกอบการขนสงระหวางประเทศเวนแตจะไดรับใบอนุญาต จากนายทะเบยี นกลางโดยอนมุ ตั ขิ องคณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลางและผไู ดร บั ใบอนญุ าต ดังกลาวตองปฏิบัติตามบทบัญญัติทั้งหลายแหงพระราชบัญญัติน้ี ท้ังนี้ เทาที่ไมขัดตออนุสัญญาหรือ ขอตกลงระหวางประเทศในสวนที่เกี่ยวกับการขนสง การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวง ใหนํามาตรา ๒๘ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๖ มาใชบังคับแก การประกอบการขนสงระหวางประเทศโดยอนุโลม มาตรา ๒๖ หามมิใหผูใดนํารถท่ีจดทะเบียนในตางประเทศมาใชประกอบการขนสง ในประเทศไทย เวนแตเพื่อการขนสงระหวางประเทศและไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนกลางแลว ๘ มาตรา ๒๔ (๓) แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๒

๒๖๕ ผูประจํารถตามมาตรา ๙๒ ซ่ึงประจําในรถตามวรรคหน่ึงตองปฏิบัติตามบทบัญญัติ ทั้งหลายแหงพระราชบัญญัติน้ี และหรือตามขอตกลงท่ีมีอยูระหวางรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศ น้ัน ๆ มาตรา ๒๗ ใบอนุญาตประกอบการขนสงมีสี่ประเภท คือ (๑) ใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง (๒) ใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทาง (๓) ใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก (๔) ใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคล ใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง ใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทางหรือ ใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก ใหใชเปนใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคลได หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงใชรถผิดประเภทตามท่ีระบุไวขางตน เวนแต จะไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากนายทะเบียนเปนครั้งคราว ตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีคณะกรรมการ ควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนด มาตรา ๒๘ ใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางใหมีอายุเจ็ดปนับแตวันออก ใบอนุญาต ใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทาง ใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาด เล็ก และใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคล ใหมีอายุหาปนับแตวันออกใบอนุญาต ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งประสงคจะขอตออายุใบอนุญาตจะตองย่ืนคําขอเสียกอนใบอนุญาต ส้ินอายุ แตการขอตออายุใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางและใบอนุญาตประกอบการขนสง โดยรถขนาดเล็ก จะตองย่ืนคําขอกอนใบอนุญาตสิ้นอายุไมนอยกวาหน่ึงรอยย่ีสิบวัน การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๒๙๙ บทบญั ญตั แิ หง มาตรา ๒๓ มใิ หใ ชบ งั คบั แกก ารขนสง สว นบคุ คล ซงึ่ หนว ยงาน ของรัฐ วัด มัสยิด มิสซัง มูลนิธิ สภากาชาดไทย และสถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล เปนผูประกอบการขนสง แตผูประกอบการขนสงตองปฏิบัติตามบทบัญญัติอ่ืนแหงพระราชบัญญัติน้ี เสมือนดังเปนผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคลทุกประการ มาตรา ๓๐ ใหนายทะเบียนกลางเปนผูออกใบอนุญาตประกอบการขนสงใน กรุงเทพมหานคร การขนสงระหวางจังหวัด และการขนสงระหวางประเทศ และใหนายทะเบียนประจํา จังหวัดเปนผูออกใบอนุญาตประกอบการขนสงในจังหวัดของตน ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนสง ประจาํ ทางจะตอ งไดร ับอนุมตั ิจากคณะกรรมการ ๙ มาตรา ๒๙ แกไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๖๖ มาตรา ๓๑ ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง ใหนายทะเบียน โดยอนุมัติของคณะกรรมการกําหนดเง่ือนไขไวในใบอนุญาตเกี่ยวกับ (๑) จาํ นวนรถทตี่ อ งใชใ นการประกอบการขนสง ตามเสน ทางทใี่ ชใ นการประกอบการขนสง (๒) สิทธิในรถท่ีใชประกอบการขนสงของผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง (๓) ลักษณะ ชนิด ขนาดและสีของรถ และเครื่องหมายของผูประกอบการขนสงท่ีตอง ใหปรากฏประจํารถทุกคัน (๔) จํานวนท่ีน่ัง เกณฑนํ้าหนักบรรทุกและวิธีการบรรทุก (๕) จํานวนผูประจํารถ (๖) เสนทางท่ีใชในการประกอบการขนสง (๗) อัตราคาขนสงและคาบริการอยางอื่นในการขนสง (๘) สถานที่หยุดและจอดเพ่ือขนถายคน สัตว หรือส่ิงของ (๙) ที่ท่ีรถจะตองหยุดในระหวางเสนทาง (๑๐) มาตรฐานบริการในการประกอบการขนสง (๑๑) เวลาและจํานวนเท่ียวของการเดินรถ (๑๒) เวลาทํางานประจําวันในการประกอบการขนสง (๑๓) สถานที่เก็บ ซอม และบํารุงรักษารถ (๑๔) การประกอบกิจการอื่นนอกจากการประกอบการขนสงประจําทาง (๑๕) เง่ือนไขอ่ืนที่กําหนดในกฎกระทรวง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางตองจัดใหมีประกาศเงื่อนไขตาม (๖) (๗) (๘) (๙) และ (๑๑) ณ ท่ีซึ่งอธิบดีกําหนด มาตรา ๓๒ ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทางใหนายทะเบียน โดยอนุมัติของคณะกรรมการกําหนดเง่ือนไขไวในใบอนุญาตเกี่ยวกับ (๑) จํานวนรถท่ีตองใชในการประกอบการขนสง (๒) ลักษณะ ชนิดและขนาดของรถ และเคร่ืองหมายของผูประกอบการขนสงท่ีตอง ใหปรากฏประจํารถทุกคัน (๓) จํานวนที่นั่ง เกณฑนํ้าหนักบรรทุกและวิธีการบรรทุก (๔) จํานวนผูประจํารถ (๕) ทองท่ีที่ทําการขนสง (๖) มาตรฐานบริการในการประกอบการขนสง (๗) อัตราคาขนสงและคาบริการอยางอ่ืนในการขนสง (๘) สถานท่ีหยุดและจอดเพื่อขนถายคน สัตว หรือสิ่งของ (๙) สถานที่เก็บ ซอม และบํารุงรักษารถ

๒๖๗ (๑๐) เงื่อนไขอ่ืนที่กําหนดในกฎกระทรวง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทางตองจัดใหมีการประกาศเงื่อนไขตาม (๗) และ (๘) ณ ท่ีซึ่งอธิบดีกําหนด มาตรา ๓๓ ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก ใหน ายทะเบียน โดยอนุมัติของคณะกรรมการกําหนดเง่ือนไขไวในใบอนุญาตเกี่ยวกับ (๑) จาํ นวนรถทต่ี อ งใชใ นการประกอบการขนสง ตามเสน ทางทใี่ ชใ นการประกอบการขนสง (๒) ลักษณะ ชนิด ขนาดและสีของรถ และเคร่ืองหมายของผูประกอบการขนสงที่ตอง ใหปรากฏประจํารถทุกคัน (๓) จํานวนท่ีน่ัง เกณฑนํ้าหนักบรรทุก และวิธีการบรรทุก (๔) เวลาและจํานวนเที่ยวของการเดินรถ (๕) เสนทางที่ใชในการประกอบการขนสง (๖) อัตราคาขนสงและคาบริการอยางอื่นในการขนสง (๗) เง่ือนไขอื่นท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็กตองจัดใหมีประกาศเง่ือนไขตาม (๕) และ (๖) ณ ที่ซึ่งอธิบดีกําหนด มาตรา ๓๔๑๐ ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคล ใหนายทะเบียน กําหนดเง่ือนไขตามหลักเกณฑท่ีคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนดไวในใบอนุญาต เก่ียวกับ (๑) จํานวนรถที่ตองใชในการประกอบการขนสง (๒) ลักษณะ ชนิด และขนาดของรถ และเคร่ืองหมายของผูประกอบการขนสงที่ตองให ปรากฏประจํารถทุกคัน (๓) สถานที่เก็บ ซอม และบํารุงรักษา (๔)๑๑ จํานวนผูประจํารถ (๕)๑๒ เง่ือนไขอ่ืนที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๕๑๓ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตามประเภทที่อธิบดีประกาศกําหนด ตองจัดใหมีสมุดประจํารถ ประวัติผูประจํารถ การตรวจสอบสภาพและความพรอมของรถและผูขับรถ พรอมท้ังบันทึกการตรวจสอบดังกลาว และใบกํากับสินคาท่ีทําการขนสง รวมท้ังตองจัดทํารายงาน การขนสงและรายงานอุบัติเหตุที่เกิดจากการขนสง ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดี ประกาศกําหนด ๑๐ มาตรา ๓๔ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ ๑๑ มาตรา ๓๔ (๔) เพ่ิมโดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๒ มาตรา ๓๔ (๕) เพ่มิ โดยพระราชบัญญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๓ มาตรา ๓๕ แกไขเพิ่มเติมโดยคําส่ังหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติ ท่ี ๑๕/๒๕๖๐ เร่ือง มาตรการเพิ่ม ความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ

๒๖๘ มาตรา ๓๖๑๔ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ตอ งจดั ใหม อี ปุ กรณแ ละเครอื่ งมอื เครอ่ื งใช และตองปฏิบัติตามขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยในการขนสง ทั้งนี้ ตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๗ ใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางจัดใหมีที่พักผูโดยสาร ตามระยะทางโดยมีลักษณะ ขนาด จํานวน และจุดท่ีตั้งของที่พักผูโดยสารตามท่ีคณะกรรมการกําหนด มาตรา ๓๘ หา มมใิ หผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง เพมิ่ ลด หรอื ยกเวน คา ขนสง หรือคาบริการอยางอ่ืนในการขนสง เวนแตจะไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการ มาตรา ๓๙ หา มมใิ หผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ประจาํ ทาง ผไู ดร บั ใบอนญุ าต ประกอบการขนสงไมประจําทาง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก หรือผูไดรับ ใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคลใชหรือยอมใหบุคคลอื่นใชรถท่ีไดรับอนุญาตทําการขนสงนอก เสน ทาง หรอื นอกทอ งทท่ี ไ่ี ดร บั อนญุ าต แลว แตก รณี เวน แตจ ะไดร บั อนญุ าตเปน หนงั สอื จากนายทะเบยี น หรือผูซ่ึงนายทะเบียนมอบหมาย ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการควบคุมการขนสง ทางบกกลางกําหนด มาตรา ๓๙/๑๑๕ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ประจาํ ทางอาจนาํ รถทไ่ี ดร บั อนญุ าต ใหใชประกอบการขนสงในเสนทางหน่ึงไปใชทําการขนสงอีกเสนทางหนึ่งที่ตนเปนผูไดรับใบอนุญาต ในลักษณะหมุนเวียนได โดยไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากนายทะเบียน การขออนุญาตและการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่ คณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนด มาตรา ๔๐ หา มมใิ หผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ไมป ระจาํ ทางกระทาํ การขนสง อันมีลักษณะเชนเดียวหรือคลายกับผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางหรือมีลักษณะเปน การแยงผลประโยชนกับผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางในเสนทางที่ผูไดรับใบอนุญาต ประกอบการขนสงประจําทางไดรับอนุญาต มาตรา ๔๐ ทวิ๑๖ หา มมใิ หผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ใชห รอื ยนิ ยอมใหผ ใู ดปฏบิ ตั ิ หนาท่ีขับรถท่ีใชในการขนสง หากปรากฏวาขณะใชหรือขณะยินยอมใหปฏิบัติหนาท่ีขับรถ ผูนั้นมีอาการ หรือกระทําการอยางหนึ่งอยางใดดังตอไปน้ี (๑) เมาสุราหรือของมึนเมาอยางอื่น (๒) เสพยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ (๓) เสพวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาทตามกฎหมายวาดวยวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิต และประสาท ๑๔ มาตรา ๓๖ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๕ มาตรา ๓๙/๑ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๑๖ มาตรา ๔๐ ทวิ เพม่ิ โดยพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒

๒๖๙ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ตอ งคอยดแู ลและปอ งกนั ไมใ หผ ซู ง่ึ มอี าการ หรอื กระทาํ การ ตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ของวรรคหน่ึงปฏิบัติหนาท่ีขับรถ มาตรา ๔๑ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน หรือมีความจําเปนท่ีจะแกไขสถานการณเพื่อใหการ ขนสง ไดร บั ความสะดวกหรอื ใหม รี ถเพยี งพอแกก ารขนสง นายทะเบยี นมอี าํ นาจทจ่ี ะสง่ั เปลย่ี นแปลงเสน ทาง การเดินรถ เวลา และจํานวนเที่ยวของการเดินรถหรือใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง ผูใดสงรถ ท่ีตนไดรับอนุญาตไปชวยเหลือเปนการช่ัวคราวตามควรแกกรณีแลวใหรายงานคณะกรรมการโดยเร็ว มาตรา ๔๒ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ตอ งแสดงใบอนญุ าตประกอบการขนสง หรือใบแทนใบอนุญาตไวในท่ีเปดเผย ณ ที่ต้ังสํานักงานของผูไดรับใบอนุญาต มาตรา ๔๓ ในกรณีท่ีใบอนุญาตประกอบการขนสงสูญหาย ถูกทําลายหรือชํารุดใน สาระสําคัญ ใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตตอนายทะเบียน ภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดทราบถึงการสูญหาย ถูกทําลายหรือชํารุดดังกลาว มาตรา ๔๔ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ประจาํ ทาง ซง่ึ ประสงคจ ะเลกิ ประกอบการ ขนสงตองแจงความประสงคดังกลาวเปนหนังสือใหนายทะเบียนทราบลวงหนาไมนอยกวาเกาสิบวัน กอนวันเลิกประกอบการขนสง มาตรา ๔๕ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็กซ่ึงประสงคจะเลิก ประกอบการขนสงตองแจงความประสงคดังกลาวเปนหนังสือใหนายทะเบียนทราบลวงหนาไมนอยกวา หกสิบวันกอนวันเลิกประกอบการขนสง มาตรา ๔๖ เม่ือปรากฏวาผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๔ (๒) ไมป ฏบิ ตั หิ รอื ปฏบิ ตั ไิ มถ กู ตอ งตามเงอื่ นไขในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ หรอื มาตรา ๓๔ หรือไมปฏิบัติหรือปฏิบัติไมถูกตองตามขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยของผูโดยสารตาม มาตรา ๓๖ หรือไมปฏิบัติหรือปฏิบัติไมถูกตองตามบทบัญญัติในหมวด ๔ วาดวยการชดใชคาเสียหาย ที่เกิดจากการขนสง ใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงน้ันปฏิบัติใหถูกตอง หรือจัดการแกไขใหถูกตองภายในระยะเวลาที่กําหนด ถาผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงไมปฏิบัติ หรอื ไมแ กไ ขใหถ กู ตอ ง หรอื เปน ทเี่ หน็ ไดว า ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ไมส ามารถจะดาํ เนนิ การ ตามเงอ่ื นไขหรอื ขอ กาํ หนดนนั้ หรอื การดาํ เนนิ การนนั้ นา จะเปน เหตใุ หเ กดิ ภยนั ตรายหรอื เสอื่ มประโยชน ตอประชาชน ใหนายทะเบียนโดยอนุมัติของคณะกรรมการส่ังเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนสงได แตถาเปนการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางใหเปนอํานาจของคณะกรรมการ ควบคุมการขนสงทางบกกลางที่จะพิจารณาอนุมัติ มาตรา ๔๗ ใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงซึ่งถูกส่ังเพิกถอนใบอนุญาตตอง สงคืนใบอนุญาตตอนายทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

๒๗๐ มาตรา ๔๘ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงซ่ึงถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตมีสิทธิ อุทธรณตอรัฐมนตรีภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีทราบคําสั่ง คําวินิจฉัยของรัฐมนตรีใหเปนที่สุด การอุทธรณตามวรรคหนึ่งไมเปนการทุเลาการบังคับตามคําส่ังเพิกถอนใบอนุญาต มาตรา ๔๙๑๗ ใหอธิบดีหรือนายทะเบียนมีอํานาจควบคุมดูแลบรรดากิจการที่เกี่ยวกับ การขนสง ใหเ ปน ไปตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ และเพอ่ื ประโยชนด งั กลา วใหอ ธบิ ดหี รอื นายทะเบยี นมอี าํ นาจ (๑) เขา ไปในสถานทด่ี าํ เนนิ การของผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง เพอื่ ทราบขอ เทจ็ จรงิ และเพ่ือตรวจสอบบัญชีและเอกสารอ่ืนที่เกี่ยวของกับการประกอบการขนสง (๒) ยึดหรืออายัดไวซ่ึงส่ิงของหรือเอกสารท่ีอยูในสถานที่ตาม (๑) ท่ีเปนความผิดหรือ ท่ีอาจใชเปนพยานหลักฐานเพื่อพิสูจนความผิด หรือไดมาจากการกระทําความผิด (๓) เรียกผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง ผูจัดการและพนักงานของผูไดรับใบ อนุญาตประกอบการขนสง มาใหถอยคําหรือสั่งใหย่ืนคําช้ีแจงแสดงขอเท็จจริงตามที่ตองการ ในการปฏิบัติตาม (๑) และ (๒) ใหกระทําระหวางพระอาทิตยข้ึนถึงพระอาทิตยตกหรือ ในเวลาทาํ การของสถานทนี่ น้ั และใหอ ธบิ ดมี อี าํ นาจมอบหมายใหผ ตู รวจการหรอื พนกั งานตรวจสภาพทาํ การ แทนได ในการปฏิบัติการของอธิบดี นายทะเบียน ผูตรวจการ หรือพนักงานตรวจสภาพตาม มาตรานี้ใหบุคคลท่ีเกี่ยวของซ่ึงอยูในสถานท่ีนั้นอํานวยความสะดวกหรือชวยเหลือตามสมควร มาตรา ๕๐ ใหผ ตู รวจการมอี าํ นาจเรยี กรถใหห ยดุ เพอื่ ทาํ การตรวจสอบ และเมอ่ื เชอื่ วา มีการกระทําอันเปนการฝาฝนบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติน้ีเกิดข้ึน ใหผูตรวจการมีอํานาจจับกุม ผูฝาฝนเพื่อสงใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจดําเนินคดีตอไป บทบัญญัติในวรรคหนึ่งไมลบลางอํานาจจับกุมของพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ มาตรา ๕๑ ในการปฏิบัติหนาท่ีตามมาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ใหผูตรวจการและ พนักงานตรวจสภาพแสดงบัตรประจําตัวตอผูซ่ึงเกี่ยวของ บัตรประจําตัวผูตรวจการและพนักงานตรวจสภาพใหเปนไปตามแบบท่ีรัฐมนตรีกําหนด ËÁÇ´ ô ¡Òê´ãªŒ¤‹ÒàÊÕÂËÒ·èÕà¡Ô´¨Ò¡¡Òâ¹Ê‹§ มาตรา ๕๒ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ประจาํ ทาง ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการ ขนสงไมประจําทาง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก และผูไดรับใบอนุญาต ประกอบการขนสง สว นบคุ คล ตอ งวางหลกั ทรพั ยเ ปน เงนิ สด หรอื พนั ธบตั รรฐั บาลไทยอยา งใดอยา งหนงึ่ ๑๗ มาตรา ๔๙ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิการขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๗๑ หรือทั้งสองอยางรวมกัน หรือเปนสัญญาประกันภัยและกรมธรรมประกันภัยซ่ึงทํากับบริษัทประกันภัย ทนี่ ายทะเบยี นกลางใหค วามเหน็ ชอบตอ นายทะเบยี นกลาง ในกรณเี ปน สญั ญาประกนั ภยั และกรมธรรม ประกันภัยผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตองเปนผูเอาประกันภัย โดยใหบุคคลภายนอกผูไดรับ ความเสียหายเนื่องจากการขนสงของตนเปนผูรับประโยชน สําหรับการชดใชคาเสียหายท่ีเปนคาใชจาย เบอ้ื งตน เพอื่ ประกนั ความเสยี หายอนั เกดิ แกช วี ติ หรอื รา งกายของบคุ คลภายนอก และซงึ่ ผไู ดร บั ใบอนญุ าต ประกอบการขนสง จะตอ งรบั ผดิ ชอบเนอื่ งจากการขนสง ของตน ทงั้ นี้ ตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไข ท่ีกําหนดในกฎกระทรวง๑๘ จํานวนหรือมูลคาของหลักทรัพยตามวรรคหน่ึง ใหกําหนดตามขนาดและประเภทของ การประกอบการขนสงแตตองไมนอยกวาท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงวางหลักทรัพยเปนเงินสดไมวาทั้งหมดหรือ บางสวนใหด อกผลที่เกิดจากหลักทรัพยที่เปน เงินสดน้ันตกเปน ของผูไ ดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง ที่วางหลักทรัพย ใหกรมการขนสงทางบกเปนผูรับผิดชอบในการเปดบัญชีเงินฝาก และการเบิกจายเงิน จากบัญชีหลักทรัพยกับธนาคารตามระเบียบของกระทรวงการคลัง มาตรา ๕๓ ในกรณที ห่ี ลกั ทรพั ยท นี่ าํ มาวางประกนั ตามมาตรา ๕๒ มจี าํ นวนหรอื มลู คา ลดนอ ยลง นายทะเบยี นกลางมอี าํ นาจสง่ั ใหผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง นาํ หลกั ทรพั ยม าเพมิ่ เตมิ ใหครบจํานวนหรือมูลคาตามท่ีกําหนดไดภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดรับคําส่ัง มาตรา ๕๔ ในการวางหลักทรัพยซึ่งเปนพันธบัตรรัฐบาลไทย ใหผูไดรับใบอนุญาต ประกอบการขนสงทําหนังสือมอบอํานาจใหนายทะเบียนกลางมีอํานาจจัดการจําหนายพันธบัตรนั้น เพ่ือชดใชคาเสียหายแทนผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงดวย มาตรา ๕๕ หลักทรัพยที่ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงนํามาวางประกันตาม มาตรา ๕๒ ไมอ ยใู นความรบั ผดิ แหง การบงั คบั คดี เวน แตจ ะเปน การบงั คบั คดเี พอื่ การชาํ ระหนี้ ซงึ่ ผไู ดร บั ใบอนุญาตประกอบการขนสงตองรับผิดชดใชคาเสียหายท่ีเกิดแกชีวิตหรือรางกายของบุคคลภายนอก อันเน่ืองจากการขนสงของตน มาตรา ๕๖ เม่ือรถของผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงไดกอใหเกิดความเสียหาย แกรางกายหรือชีวิตของบุคคลใดนอกจากความรับผิดตามท่ีกําหนดไวในมาตรา ๕๙ ผูไดรับใบอนุญาต ประกอบการขนสงซ่ึงเปนเจาของรถที่กอใหเกิดความเสียหายจะตองชดใชคาใชจายเบ้ืองตนใหแก ผูเสียหายหรือทายาท ในกรณีที่ผูเสียหายถึงแกความตาย คา ใชจ า ยเบอ้ื งตน ซง่ึ จะตอ งจา ยใหแ กผ เู สยี หาย ใหจ า ยตามความรา ยแรงของความเสยี หาย ท้ังน้ี ตามอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวง ๑๘ มาตรา ๕๒ วรรคหน่งึ แกไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕

๒๗๒ เพื่อประโยชนแหงพระราชบัญญัติน้ี คาใชจายเบื้องตนหมายถึง คาใชจายที่ตองใชใน การรักษาพยาบาล รวมท้ังคาใชจายอ่ืน ๆ ระหวางการรักษาพยาบาลและหรือคาปลงศพ มาตรา ๕๗ เมอ่ื ผเู สยี หายหรอื ทายาทในกรณที ผ่ี เู สยี หายถงึ แกค วามตาย ประสงคจ ะไดร บั ชดใชคาใชจายเบื้องตน ใหยื่นคําขอตามแบบที่กรมตํารวจกําหนดตอพนักงานสอบสวน โดยแสดง พยานหลกั ฐานวา ผเู สยี หายไดร บั ความเสยี หายจากรถของผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ใหพ นกั งาน สอบสวนพิจารณาจากสํานวนการสอบสวน และเม่ือเห็นวาความเสียหายไดเกิดขึ้นจากรถของผูไดรับ ใบอนญุ าตประกอบการขนสง คนั ใด ใหม หี นงั สอื สง่ั ใหผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ซงึ่ เปน เจา ของ รถคันน้ันชดใชคาใชจายเบื้องตนตามจํานวนท่ีกําหนดในกฎกระทรวงซ่ึงออกตามมาตรา ๕๖ วรรคสอง ในการน้ีใหแจงใหนายทะเบียนกลางทราบโดยเร็วดวย ในการสง่ั ของพนกั งานสอบสวนตามวรรคหนง่ึ พนกั งานสอบสวนตอ งพจิ ารณาสงั่ ภายในเจด็ วนั นับแตวันท่ีไดรับคําขอ ในการชดใชคาใชจายเบื้องตนตามวรรคหน่ึง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตอง ชําระภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับคําส่ังจากพนักงานสอบสวน มาตรา ๕๘ ผูเสียหายหรือทายาทของผูเสียหายตองใชสิทธิในการขอรับชดใชคาใช จายเบ้ืองตนตามมาตรา ๕๗ ภายในกําหนดหน่ึงปนับแตวันท่ีความเสียหายเกิดขึ้น มาตรา ๕๙ การชดใชคาใชจายเบ้ืองตนตามหมวดนี้ไมตัดสิทธิผูเสียหายในอันที่จะ เรียกรองคาสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและ พาณิชย มาตรา ๖๐ บุคคลซ่ึงมีสิทธิไดรับชดใชคาใชจายเบื้องตนตามหมวดนี้ ไดแกผูเสียหาย ดังตอไปน้ี (๑) ผเู สยี หายซงึ่ มไิ ดอ ยใู นรถคนั ทกี่ อ ใหเ กดิ ความเสยี หาย แตไ ดร บั ความเสยี หายจากรถที่ กอใหเกิดความเสียหายข้ึน (๒) ผูเสียหายซ่ึงอยูในรถคันท่ีกอใหเกิดความเสียหาย แตไมรวมถึงผูขับรถ คนงานหรือ ลูกจางประจํารถซ่ึงอยูในระหวางปฏิบัติหนาที่ (๓) ผูเสียหายซ่ึงอยูในรถคันท่ีไมไดกอใหเกิดความเสียหาย มาตรา ๖๑ ในกรณที ผ่ี ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ไมเ หน็ ดว ยกบั คาํ สงั่ ของพนกั งาน สอบสวนตามมาตรา ๕๗ ใหอ ทุ ธรณค าํ สงั่ ดงั กลา วตอ คณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลางภายใน สิบหาวันนับแตวันไดรับคําสั่งของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๕๗ และใหพนักงานสอบสวนบันทึก ความเห็นของผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงซ่ึงไมเห็นดวยไวในสํานวนการสอบสวน คําวินิจฉัยของคณะกรรมการควบคุมการขนสงกลางใหเปนท่ีสุด มาตรา ๖๒ ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงอุทธรณคําสั่งของพนักงาน สอบสวน ถาคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางมีความเห็นตามความเห็นของพนักงาน

๒๗๓ สอบสวน ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตองชดใชคาใชจายเบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท ของผูเสียหายเพิ่มข้ึนจากคาใชจายเบื้องตนท่ีพนักงานสอบสวนกําหนดไวอีกรอยละสิบ มาตรา ๖๓ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดไมยอมชดใชคาใชจายเบื้องตน ตามคําส่ังของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๕๗ หรือตามคําวินิจฉัยของคณะกรรมการควบคุม การขนสงทางบกกลางตามมาตรา ๖๑ ในกรณีท่ีเปนผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตาม มาตรา ๕๒ ใหนายทะเบียนกลางมีอํานาจนําหลักทรัพยของผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงน้ัน ซ่ึงไดนํามาวางไวเปนประกันชดใชคาใชจายเบื้องตนแทนได มาตรา ๖๔ ในกรณที ผี่ เู สยี หายไมไ ดร บั ชดใชค า ใชจ า ยเบอ้ื งตน หรอื ไดร บั ชดใชไ มค รบตาม จาํ นวนทพ่ี นกั งานสอบสวนหรอื คณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลางสง่ั ไมว า เพราะเหตหุ ลกั ทรพั ย ทวี่ างประกนั ไวไ มพ อจา ยคา ใชจ า ยเบอ้ื งตน หรอื เพราะเหตอุ นื่ ใด เมอ่ื ผเู สยี หายไดร อ งเรยี นตอ นายทะเบยี น กลาง ใหน ายทะเบยี นกลางสงั่ ใหผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ชาํ ระใหเ สรจ็ สน้ิ ภายในเจด็ วนั นบั แต วนั ทไ่ี ดร บั คาํ สง่ั ถา ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั ของนายทะเบยี นกลางดงั กลา ว ใหนายทะเบียนกลางเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนสง และใหนํามาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘ มาใชบังคับโดยอนุโลม ËÁÇ´ õ ¡ÒÃÃѺ¨Ñ´¡Òâ¹Ê‹§ มาตรา ๖๕ หามมิใหผูใดประกอบการรับจัดการขนสง เวนแตจะไดรับใบอนุญาตจาก นายทะเบียนกลาง การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๖๖ ในการออกใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสง ใหนายทะเบียนกลาง โดยอนุมัติของคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนดเง่ือนไขไวในใบอนุญาตเกี่ยวกับ (๑) ทองที่ท่ีประกอบการรับจัดการขนสง (๒) สถานที่ต้ังสํานักงานของผูประกอบการรับจัดการขนสง (๓) สถานท่ีพักคน สัตว หรือเก็บสิ่งของ (๔) วิธีการปฏิบัติเก่ียวกับสวัสดิภาพ ความสะดวกและความปลอดภัยในการรับจัดการ ขนสง (๕) อัตราคาบริการรับจัดการขนสง (๖) เงื่อนไขอ่ืนตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

๒๗๔ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงตองจัดใหมีการประกาศเง่ือนไขตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ณ ท่ีซึ่งอธิบดีกําหนด มาตรา ๖๗ ผูไดรับใบอนุญาตตามมาตรา ๖๕ ตองวางหลักทรัพยตอนายทะเบียน เพ่ือเปนประกันการปฏิบัติตามสัญญารับจัดการขนสง ท้ังน้ี ตามจํานวนหลักเกณฑและวิธีการที่ กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๖๘ ในกรณที ห่ี ลกั ทรพั ยท นี่ าํ มาวางประกนั ตามมาตรา ๖๗ มจี าํ นวนหรอื มลู คา ลดนอยลง นายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหผูไดรับใบอนุญาตนําหลักทรัพยมาเพิ่มเติมใหครบจํานวนหรือ มูลคาตามท่ีกําหนดภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับคําสั่ง มาตรา ๖๙ ใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงใหมีอายุสองปนับแตวันที่ออก ใบอนุญาต การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๗๐ ใหนํามาตรา ๒๔ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ มาใชบังคับแกการประกอบการรับจัดการขนสงโดยอนุโลม ËÁÇ´ ö ö มาตรา ๗๑ รถทใี่ ชใ นการขนสง ตอ งมสี ภาพมน่ั คงแขง็ แรง มเี ครอ่ื งอปุ กรณแ ละสว นควบ ถกู ตอ งตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวงกบั ไดจ ดทะเบยี นตามมาตรา ๗๓ และเสยี ภาษตี ามมาตรา ๘๕ แลว รถท่ีใชในการขนสงที่เสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้แลว ใหไดรับยกเวนไมตองเสียภาษี รถยนตตามกฎหมายวาดวยรถยนต มาตรา ๗๒๑๙ รถทจี่ ะนาํ มาจดทะเบยี นและเสยี ภาษตี อ งผา นการตรวจสภาพรถจากพนกั งาน ตรวจสภาพ หรือจากสถานตรวจสภาพรถท่ีไดรับอนุญาตตามมาตรา ๗๔ เวนแตรถประเภท หรือชนิดใด ที่สมควรไดรับการยกเวนการตรวจสภาพเปนครั้งคราวใหกําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีท่ีปรากฏวารถท่ีนํามารับการตรวจสภาพนั้นมีสภาพม่ันคงแข็งแรง มีเครื่องอุปกรณ และสวนควบถูกตองตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวงแลว ใหพนักงานตรวจสภาพหรือสถานตรวจสภาพรถ ที่ไดรับการอนุญาตออกใบรับรองให ใบรับรองการตรวจสภาพรถใหทําตามแบบที่อธิบดีกําหนด มาตรา ๗๓๒๐ เมื่อนายทะเบียนเห็นวาพนักงานตรวจสภาพหรือสถานตรวจสภาพ รถที่ไดรับอนุญาตไดตรวจสภาพรถถูกตองตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๗๑ และมาตรา ๗๒ แลว ๑๙ มาตรา ๗๒ แกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ ๒๐ มาตรา ๗๓ แกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓

๒๗๕ ใหรับจดทะเบียนและออกหนังสือแสดงการจดทะเบียนพรอมกับแผนปายเลขทะเบียนรถคันนั้น ใหโดยไมชักชา มาตรา ๗๔ ผูใดประสงคจะจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถเพ่ือรับรองสภาพรถตาม พระราชบัญญัติน้ี ตองไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนกลาง การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขที่กําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๗๔/๑๒๑ อัตราคาบริการตรวจสภาพรถ ใหเปนไปตามที่อธิบดีประกาศกําหนด ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถตองแสดงอัตราคาบริการตรวจสภาพรถที่จะ จัดเก็บไวในท่ีเปดเผย ณ สถานตรวจสภาพรถของตน มาตรา ๗๕ ใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถใหมีอายุสามปนับแตวันท่ีออก ใบอนุญาต การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๗๖ ผูไดรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถผูใดไมปฏิบัติตามเง่ือนไข ท่ีกําหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๗๔ ใหนายทะเบียนกลางมีอํานาจส่ังเพิกถอนใบอนุญาตจัดต้ัง สถานตรวจสภาพรถนั้นได ใหน าํ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ มาใชบ งั คบั แกก ารจดั ตง้ั สถานตรวจสภาพรถ ที่ไดรับอนุญาตโดยอนุโลม มาตรา ๗๗ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถใหใชไดส่ีงวดนับแตงวดท่ีออกหนังสือน้ี ใหเ ดอื นมกราคม เดอื นเมษายน เดอื นกรกฎาคม และเดอื นตลุ าคม เปน เดอื นแรกของแตล ะงวด การขอตออายุทะเบียน ใหยื่นคําขอตอนายทะเบียนภายในเวลาที่นายทะเบียนจะได ประกาศกําหนด ใหนํามาตรา ๗๑ มาตรา ๗๒ และมาตรา ๗๓ มาใชบังคับแกการขอตออายุทะเบียน โดยอนุโลม มาตรา ๗๘ หามมิใหมีการแกไขเพิ่มเติมหรือเปล่ียนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณหรือ สวนควบของรถใหผิดแผกแตกตางในสาระสําคัญตามที่กําหนดในกฎกระทรวง เวนแตจะไดรับอนุญาต เปนหนังสือจากนายทะเบียน มาตรา ๗๙ ใหผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ทป่ี ระสงคจ ะเลกิ ใชร ถทจ่ี ดทะเบยี น แลว แจงเปนหนังสือใหนายทะเบียนทราบและนําแผนปายเลขทะเบียนรถคืนแกนายทะเบียนภายใน สิบหาวันนับแตวันท่ีเลิกใชรถนั้น ๒๑ มาตรา ๗๔/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญตั ิการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๗๖ มาตรา ๘๐ ใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงซึ่งมีความจําเปนจะตองระงับใช รถน้ันช่ัวคราวเปนเวลาเกินสิบหาวันแจงเปนหนังสือใหนายทะเบียนทราบกอนวันท่ีจะระงับใชรถน้ัน มาตรา ๘๑ รถที่ยังมิไดจดทะเบียนตามความในพระราชบัญญัตินี้หรือรถท่ีเลิกใชตาม มาตรา ๗๙ ถาจะนํามาใชเพ่ือขายหรือเพ่ือซอม ตองมีใบอนุญาตและเคร่ืองหมายโดยเฉพาะตามที่ กําหนดในกฎกระทรวง ใบอนุญาตและเคร่ืองหมายดังกลาวใชไดเฉพาะรถท่ีอยูในความครอบครองของผูไดรับ ใบอนุญาตโดยสับเปล่ียนกันได ไมเฉพาะคัน มาตรา ๘๒ การโอนรถซง่ึ ไดจ ดทะเบยี นตามมาตรา ๗๓ แลว ผโู อนและผรู บั โอนจะตอ ง แจง ตอ นายทะเบียนภายในสิบหา วันนบั แตว นั โอนและใหน ายทะเบยี นจดแจง การโอนไวใ นหนังสอื แสดง การจดทะเบียนรถน้ัน มาตรา ๘๓ เม่ือผูตรวจการตรวจพบวารถคันใดมีสภาพไมม่ันคงแข็งแรงหรือมีเคร่ือง อุปกรณหรือสวนควบไมครบถวน หรือไมถูกตองตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ใหผูตรวจการรายงานให นายทะเบียนทราบ แตถาปรากฏโดยชัดแจงวาการใชรถคันนั้นตอไปนาจะเปนเหตุใหเกิดภยันตรายแก การขนสง ใหผูตรวจการมีอํานาจสั่งระงับใชไวเปนการช่ัวคราวได และใหรีบรายงานใหนายทะเบียน ทราบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูเปนเจาของรถตาม วรรคหนง่ึ จดั การสง รถคนั นนั้ ไปใหพ นกั งานตรวจสภาพหรอื สถานตรวจสภาพรถทไี่ ดร บั อนญุ าตตรวจสอบ ความบกพรองตามรายงานของผูตรวจการภายในเวลาที่กําหนด เม่ือนายทะเบียนมีคําสั่งตามวรรคสองแลว ใหผูไดรับใบอนุญาตงดการใชรถดังกลาวไว จนกวานายทะเบียนจะมีคําสั่งอนุญาตใหใชไดตอไป มาตรา ๘๔ เมอื่ พนกั งานตรวจสภาพหรอื สถานตรวจสภาพรถทไ่ี ดร บั อนญุ าตเหน็ วา รถท่ี นาํ มาใหต รวจตามมาตรา ๘๓ สมควรจะตอ งซอ มแซม ปรบั ปรงุ เพอ่ื ใหร ถกลบั มสี ภาพมน่ั คงแขง็ แรง หรอื จะตองแกไขเปลี่ยนแปลงอุปกรณหรือสวนควบใหถูกตองตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ใหแจงใหผูไดรับ ใบอนุญาตประกอบการขนสงดําเนินการซอมแซม ปรับปรุงหรือแกไขเปลี่ยนแปลงใหถูกตอง แลวให พนักงานตรวจสภาพหรือสถานตรวจสภาพรถท่ีไดรับอนุญาตตรวจสอบความถูกตองและรายงานให นายทะเบียนทราบ เม่ือไดพิจารณาเห็นสมควรตามรายงานของพนักงานตรวจสภาพหรือสถานตรวจสภาพรถ ท่ีไดรับอนุญาตตามวรรคหน่ึง ใหนายทะเบียนอนุญาตใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงใชรถ คันน้ันตอไปได มาตรา ๘๕ เพ่ือประโยชนในการจัดเก็บภาษีรถตามพระราชบัญญัติน้ี กรมการขนสง ทางบกจะกําหนดเวลาการชําระภาษีรถประจําปสําหรับผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงแตละราย ก็ได และใหคํานวณภาษีตามน้ําหนักรถตามอัตราในบัญชีทายพระราชบัญญัติน้ี

๒๗๗ ในการคาํ นวณนาํ้ หนกั รถ ใหร วมนา้ํ หนกั ของรถและเครอ่ื งอปุ กรณท ต่ี ดิ อยกู บั ตวั รถตามปกติ แตไมรวมน้ําหนักของน้ํามันเชื้อเพลิง นํ้ามันเคร่ือง น้ําและเคร่ืองมือประจํารถ เศษของหน่ึงกิโลกรัม ใหปดทิ้ง เงินภาษีรถตามพระราชบัญญัติน้ีท่ีจัดเก็บไดในกรุงเทพมหานครใหตกเปนรายไดของ กรุงเทพมหานคร สวนในจังหวัดอ่ืนใหตกเปนรายไดของราชการสวนทองถ่ินในจังหวัดนั้น โดยให จังหวัดจัดสรรตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง๒๒ มาตรา ๘๖ ภาษีรถใหชําระลวงหนาเปนรายปตอนายทะเบียนและจะขอชําระเปน งวดก็ได แตตองเสียคาธรรมเนียมเพ่ิมตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง รถท่ีจดทะเบียนใหมในงวดใด ใหชําระภาษีตั้งแตงวดนั้นเปนตนไป ถาเจาของรถไมชําระภาษีภายในกําหนดเวลาท่ีจะตองชําระใหเสียเงินเพิ่มอีกรอยละ หนึ่งตอเดือน หรือเศษของเดือนของภาษีท่ีตองชําระ เงินเพ่ิมตามมาตราน้ีใหถือเปนเงินภาษี มาตรา ๘๖/๑๒๓ รถทไ่ี ดเ สยี ภาษรี ถประจาํ ปส าํ หรบั ปใ ด ถา เปลย่ี นเจา ของรถ เจา ของใหม ไมตองเสียภาษีรถประจําปในปน้ันอีก มาตรา ๘๖/๒๒๔ ในระหวางท่ีเจาของรถคางชําระภาษีรถประจําป ใหนายทะเบียน มีอํานาจท่ีจะไมรับดําเนินการทางทะเบียนจนกวาเจาของรถจะเสียภาษีที่คางชําระใหครบถวนกอน หรือไดมีการดําเนินการตามมาตรา ๘๖/๓ วรรคสองแลว มาตรา ๘๖/๓๒๕ รถท่ีคางชําระภาษีรถประจําปไมถึงสามป หากเจาของรถประสงค จะขอเสียภาษีรถประจําปเพื่อใชรถในปน้ัน ใหนายทะเบียนรับชําระภาษีน้ันได สําหรับภาษีรถท่ีคางชําระ ใหนายทะเบียนกําหนดจํานวนเงิน และระยะเวลาในการชําระ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด ในกรณที ี่เจา ของรถผดิ นัดไมเ สยี ภาษีรถท่คี า งชําระตามวรรคสองใหค รบถว น นายทะเบยี น มีอํานาจท่ีจะไมรับดําเนินการทางทะเบียน จนกวาเจาของรถจะเสียภาษีรถท่ีคางชําระใหครบถวน มาตรา ๘๖/๔๒๖ รถทค่ี า งชาํ ระภาษรี ถประจาํ ปต ดิ ตอ กนั ครบสามป ใหก ารจดทะเบยี นรถ เปนอันระงับไป ในการนี้ใหนายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพรอมท้ังจํานวนภาษีที่คางชําระไว ณ ที่ทําการนายทะเบียนและในสถานที่ที่อธิบดีประกาศกําหนด และแจงใหเจาของรถหรือผูครอบครอง รถทราบ และใหบุคคลดังกลาวสงคืนแผนปายเลขทะเบียนรถตอนายทะเบียนและนําหนังสือแสดง การจดทะเบียนรถมาแสดงตอนายทะเบียนเพ่ือบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถภายในหกสิบวัน นับแตวันที่ไดแจงและปดประกาศดังกลาว ๒๓ มาตรา ๘๕ วรรคสาม แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒๓ มาตรา ๘๖/๑ เพ่ิมโดยพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๒๔ มาตรา ๘๖/๒ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๒๕ มาตรา ๘๖/๓ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๒๖ มาตรา ๘๖/๔ เพ่มิ โดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖

๒๗๘ ในกรณีที่เจาของรถหรือผูครอบครองรถมิไดดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ใหนายทะเบียน หรือผูตรวจการหรือผูซ่ึงอธิบดีมอบหมายมีอํานาจยึดแผนปายเลขทะเบียนรถได ใหภ าระภาษรี ถประจาํ ปห ลงั จากปท สี่ ามเปน อนั ระงบั ไป แตเ จา ของรถหรอื ผคู รอบครองรถ ยงั คงตอ งเสยี ภาษที คี่ า งชาํ ระใหค รบถว น และใหน าํ มาตรา ๘๖/๒ และมาตรา ๘๖/๓ วรรคสอง และวรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๘๗ รถทไ่ี ดจดทะเบียนและเสยี ภาษแี ลว ถาตอมามกี ารแกไข เปลีย่ นแปลงหรอื ปรับปรุงเพิ่มเติม เปนเหตุใหรถมีน้ําหนักเพิ่มข้ึนจากเดิม เจาของรถจะตองเสียภาษีเพ่ิมตามน้ําหนัก ที่เพ่ิมข้ึนดวย และใหนํามาตรา ๘๖ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๘๘๒๗ รถทใ่ี ชใ นการขนสง สว นบคุ คลของสว นราชการองคก รตามรฐั ธรรมนญู องคก ร ปกครองสวนทองถ่ิน มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ องคการมหาชน หนวยงานอื่นของรัฐ ตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง วดั มสั ยดิ มสิ ซงั มลู นธิ ิ และสภากาชาดไทย ใหไ ดร บั ยกเวน ไมต อ งเสยี ภาษี มาตรา ๘๘ ทวิ๒๘ (ยกเลิก) มาตรา ๘๙ รถที่ไดจดทะเบียนแลว ถาไมไดเสียภาษีตามกําหนดตามมาตรา ๘๖ เจาของ รถตองแจงใหนายทะเบียนทราบพรอมกับนําแผนปายเลขทะเบียนรถน้ันคืนตอนายทะเบียนภายใน สามสิบวันนับแตวันถึงกําหนดเสียภาษีคร้ังถัดไป เจาของรถผูใดไมปฏิบัติตามวรรคหนึ่งจะตองเสียภาษีครั้งถัดไปตามมาตรา ๘๖ มาตรา ๙๐ เจา ของรถตอ งตดิ แผน ปา ยเลขทะเบยี นและเครอื่ งหมายแสดงการเสียภาษี ท่ีนายทะเบียนออกใหไวกับตัวรถตามท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๙๑ ในกรณีที่แผนปายเลขทะเบียนหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีสูญหาย ถูกทําลาย ชํารุดหรือลบเลือนในสาระสําคัญ ใหเจาของรถยื่นคําขอ ขอรับแผนปายเลขทะเบียนหรือ เคร่ืองหมายแสดงการเสียภาษีตอนายทะเบียน ภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดทราบถึงการสูญหาย ถูกทําลาย ชํารุดหรือลบเลือนดังกลาว ËÁÇ´ ÷ ¼ÙŒ»ÃШíÒö มาตรา ๙๒ ผูประจํารถ ไดแก (๑) ผูขับรถ (๒) ผูเก็บคาโดยสาร ๒๗ มาตรา ๘๘ แกไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๒๘ มาตรา ๘๘ ทวิ เพิม่ โดยพระราชกําหนดแกไ ขเพิ่มเตมิ พระราชบญั ญัตกิ ารขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ตอมามีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เร่ือง การไมอนุมัติพระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ในคราวประชมุ สภาผแู ทนราษฎร ครง้ั ท่ี ๑/๒๕๒๙ (สมยั สามญั ) วนั พฤหสั บดที ี่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ทีป่ ระชุมไดล งมติไมอนมุ ตั ิ

๒๗๙ (๓) นายตรวจ (๔) ผูบริการตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๓ หามมิใหผูใดปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถ เวนแตจะไดรับใบอนุญาตจาก นายทะเบียน การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎ กระทรวง มาตรา ๙๔ ใบอนุญาตสําหรับผูประจํารถ มี ๔ ประเภท คือ (๑) ใบอนุญาตเปนผูขับรถ (๒) ใบอนุญาตเปนผูเก็บคาโดยสาร (๓) ใบอนุญาตเปนนายตรวจ (๔) ใบอนุญาตเปนผูบริการ ใบอนญุ าตแตล ะประเภทจะใชส บั เปลยี่ นกนั ไมไ ด เวน แตใ บอนญุ าตประเภททห่ี นง่ึ ประเภท ที่สาม และประเภทท่ีส่ีใชเปนใบอนุญาตประเภทท่ีสองได มาตรา ๙๕๒๙ ใบอนุญาตเปนผูขับรถมีดังนี้ (๑) ชนดิ ทหี่ นง่ึ ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสาํ หรบั รถทม่ี นี า้ํ หนกั รถและนา้ํ หนกั บรรทกุ รวมกนั ไมเกินสามพันหารอยกิโลกรัมท่ีมิไดใชขนสงผูโดยสาร หรือสําหรับรถขนสงผูโดยสารไมเกินยี่สิบคน (๒) ชนิดท่ีสอง ใบอนุญาตเปนผูขับรถสําหรับรถท่ีมีนํ้าหนักรถและน้ําหนักบรรทุกรวมกัน เกินกวาสามพันหารอยกิโลกรัมที่มิไดใชขนสงผูโดยสาร หรือสําหรับรถขนสงผูโดยสารเกินย่ีสิบคน (๓) ชนิดที่สาม ใบอนุญาตเปนผูขับรถซ่ึงโดยสภาพใชสําหรับลากจูงรถอ่ืนหรือลอเลื่อน ที่บรรทุกสิ่งใด ๆ บนลอเลื่อนน้ัน (๔) ชนิดที่ส่ี ใบอนุญาตเปนผูขับรถสําหรับรถที่ใชขนสงวัตถุอันตรายตามประเภท หรือ ชนิดและลักษณะการบรรทุกตามที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใบอนุญาตแตละชนิดใชสับเปลี่ยนกันไมได เวนแตใบอนุญาตชนิดที่สอง ชนิดที่สาม และ ชนดิ ทสี่ ใ่ี ชเ ปน ใบอนญุ าตชนดิ ทหี่ นงึ่ ได ใบอนญุ าตชนดิ ทสี่ ามและชนดิ ทส่ี ใ่ี ชเ ปน ใบอนญุ าตชนดิ ทสี่ องได และใบอนุญาตชนิดที่ส่ีใชเปนใบอนุญาตชนิดท่ีสามได ประกาศของอธิบดีตามความใน (๔) ของวรรคหน่ึง ใหมีผลใชบังคับเมื่อพนกําหนดหก สิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๙๖ ผขู อรบั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถตามมาตรา ๙๓ ในประเภท การขนสง ประจาํ ทาง การขนสง ไมป ระจาํ ทาง หรอื การขนสง โดยรถขนาดเลก็ ตอ งมคี ณุ สมบตั แิ ละลกั ษณะ ดังตอไปนี้ ๒๙ มาตรา ๙๕ แกไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕

๒๘๐ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีความรูและความสามารถตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง (๓) ไมเปนผูมีรางกายพิการจนเปนที่เห็นไดวาไมสามารถปฏิบัติหนาท่ีไดดวย ความเหมาะสม (๔) ไมเปนผูวิกลจริตหรือจิตฟนเฟอนไมสมประกอบ (๕) ไมเปนผูมีโรคติดตออันเปนที่รังเกียจ (๖) ไมเปนผูติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดใหโทษ (๗) ไมเปนผูมีใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถประเภทหรือชนิดเดียวกับท่ีไดรับ อนุญาตอยูแลว (๘) ไมเปนผูอยูในระหวางถูกพักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถ เวนแตการเพิกถอนใบอนุญาตน้ันพนกําหนดสามปแลวนับแตวันท่ีมีคําส่ังเพิกถอนใบอนุญาต (๙) ไมเ ปน ผเู คยไดร บั โทษจาํ คกุ โดยคาํ พพิ ากษาถงึ ทส่ี ดุ หรอื คาํ สง่ั ทชี่ อบดว ยกฎหมายใหจ าํ คกุ เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดอันไดกระทําโดยประมาทท่ีมิใชเก่ียวกับการใชรถในการกระทําผิดหรือ ความผิดลหุโทษ หรือไดพนโทษมาแลวเกินสามป (๑๐) ไมเปนผูเคยถูกควบคุมตัวเพราะมีพฤติการณเปนภัยตอสังคม หรือเปนอันธพาล เวนแตไดพนจากการควบคุมตัวมาแลวเกินหน่ึงป มาตรา ๙๗ ภายใตบ งั คบั มาตรา ๙๖ ผขู อรบั ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถตอ งมอี ายไุ มต าํ่ กวา ท่ีกําหนดในกฎกระทรวง และไดผานการศึกษาและจบหลักสูตรจากโรงเรียนการขนสงของกรมการ ขนสงทางบกหรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนสงทางบกรับรอง การรับรองโรงเรียนสอนขับรถตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข ที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๘ ภายใตบ งั คบั มาตรา ๙๖ ผขู อรบั ใบอนญุ าตเปน ผเู กบ็ คา โดยสาร นายตรวจ และผูบริการตองมีอายุไมตํ่ากวาที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๙ ผขู อรบั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถในการขนสง สว นบคุ คลตอ งมี คุณสมบัติและมีลักษณะตามมาตรา ๙๖ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) และ (๑๐) และตองมีอายุ ไมต่ํากวาท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๐๐๓๐ ใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถใหมีอายุสามปนับแตวันท่ีออก ใบอนุญาต การตออายุใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถ ใหผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปน ผูประจํารถย่ืนคําขอตอนายทะเบียนกอนวันที่ใบอนุญาตส้ินอายุตามแบบที่นายทะเบียนกําหนด ๓๐ มาตรา ๑๐๐ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิการขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๗

๒๘๑ มาตรา ๑๐๑ ในขณะปฏิบัติหนาที่ ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถตองมี ใบอนุญาตอยูกับตัวและตองแสดงตอนายทะเบียนหรือผูตรวจการเม่ือขอตรวจ มาตรา ๑๐๒ ในขณะปฏิบัติหนาท่ี ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถตอง (๑) แตงกายสะอาดเรียบรอยตามแบบท่ีกําหนดในกฎกระทรวง (๒) ไมแ สดงกริ ยิ าหรอื ใชถ อ ยคาํ เปน การเสยี ดสี ดหู มนิ่ กา วรา ว รงั แก รบกวน หรอื หยาบหยาม ผหู นงึ่ ผใู ด หรอื แสดงกริ ยิ าวาจาหรอื สง เสยี งดว ยประการหนงึ่ ประการใดในลกั ษณะไมส มควรหรอื ไมส ภุ าพ (๓) ไมเสพหรือเมาสุราหรือของมึนเมาอยางอ่ืน (๓ ทวิ)๓๑ ไมเสพยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ (๓ ตรี)๓๒ ไมเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทตามกฎหมายวาดวยวัตถุที่ออกฤทธ์ิ ตอจิตและประสาท (๔) ตองปฏิบัติตามขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยในการขนสงตามที่กําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๑๐๒ ทวิ[๓๓]ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อวาผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปน ผูประจํารถผูใด ในขณะปฏิบัติหนาท่ีนั้นมีสารอยูในรางกายอันเกิดจากการเสพสุราหรือของมึนเมา อยางอื่น หรือยาเสพติดใหโทษ หรือวัตถุที่ออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท ใหผูตรวจการหรือพนักงาน ฝายปกครอง หรือตํารวจมีอํานาจตรวจหรือทดสอบหรือส่ังใหรับการตรวจหรือทดสอบวาผูน้ันมีสาร นั้น ๆ อยูในรางกายหรือไม เจาพนักงานผูมีอํานาจ วิธีการตรวจหรือทดสอบตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวิธีการท่ีอธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๐๓ ผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถนอกจากจะตองปฏิบัติตามที่บัญญัติไวใน มาตรา ๑๐๒ แลว จะตอง (๑) ไมขับรถในเวลาที่รางกายหรือจิตใจหยอนความสามารถ (๒) ไมรับบรรทุกบุคคลที่เปนโรคเร้ือนหรือโรคติดตอท่ีนารังเกียจไปกับผูโดยสารอื่น (๓) ไมรับบรรทุกศพ สัตว หรือสิ่งของที่อาจเกิดอันตรายหรือเปนที่พึงรังเกียจไปกับ ผูโดยสาร (๔)๓๔ ไมรับบรรทุกนํ้ามันเชื้อเพลิง ระเบิด หรือวัตถุอันตรายโดยฝาฝนขอหาม ตามที่ อธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๕) ตองหยุดหรือจอดรถ ณ สถานีขนสงและปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับสถานีขนสง ตามมาตรา ๑๙ (๘) และ (๑๐) ๓๑ มาตรา ๑๐๒ (๓ ทว)ิ เพ่ิมโดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓๒ มาตรา ๑๐๒ (๓ ตร)ี เพม่ิ โดยพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓๓ มาตรา ๑๐๒ ทวิ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓๔ มาตรา ๑๐๓ (๔) แกไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕

๒๘๒ มาตรา ๑๐๓ ทวิ๓๕ ภายใตบังคับกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงานในการปฏิบัติ หนาที่ขับรถในรอบยี่สิบส่ีช่ัวโมง หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถปฏิบัติหนาที่ขับรถติดตอกัน เกินสี่ชั่วโมงนับแตขณะเริ่มปฏิบัติหนาที่ขับรถ แตถาในระหวางนั้น ผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถได พักติดตอกันเปนเวลาไมนอยกวาคร่ึงชั่วโมง ก็ใหปฏิบัติหนาท่ีขับรถตอไปไดอีกไมเกินสี่ชั่วโมงติดตอ กัน มาตรา ๑๐๔ หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถกระทําการใด ๆ ใหผูโดยสารจําตองลงจากรถกอนท่ีจะไดโดยสารถึงจุดหมายปลายทาง โดยที่ไดชําระคาโดยสารถูก ตองตามอัตราท่ีกําหนดแลว มาตรา ๑๐๕ หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถละเวนการหยุดรถเพ่ือรับหรือสง ผูโดยสาร ณ ท่ีท่ีมีเคร่ืองหมายใหรถนั้นหยุด ในเมื่อปรากฏวามีผูโดยสารตองการใหหยุดรถเพ่ือรับ หรือสง มาตรา ๑๐๖ ในขณะปฏิบัติหนาท่ี หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถกระทําการ ใด ๆ อันเปนการละทิ้งหนาท่ีโดยไมมีเหตุอันสมควร มาตรา ๑๐๖ ทวิ๓๖ ในกรณที ม่ี คี วามตกลงระหวา งรฐั บาลไทยกบั รฐั บาลตา งประเทศ วา ดว ย การยอมรบั ใบอนญุ าตขบั รถภายในประเทศซง่ึ กนั และกนั คนตา งดา วซงึ่ ไดร บั อนญุ าตใหอ ยใู นราชอาณาจกั ร เปนการชั่วคราวตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง และมีใบอนุญาตขับรถท่ีออกโดยพนักงานเจาหนาที่ หรอื สมาคมยานยนตท ไี่ ดร บั อนญุ าตจากรฐั บาลของประเทศทม่ี คี วามตกลงดงั กลา วกบั รฐั บาลไทย อาจใช ใบอนุญาตขับรถของประเทศน้ันขับรถในราชอาณาจักรไดตามประเภทและชนิดของรถท่ีระบุไวใน ใบอนุญาตขับรถน้ัน แตตองปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลงท่ีมีอยูระหวางรัฐบาลไทย กับรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ และตามบทบัญญัติทั้งหลายในสวนท่ีเกี่ยวกับหนาที่ของผูขับรถตาม พระราชบัญญัติน้ี มาตรา ๑๐๗ ในการขนสง ประจาํ ทางหรอื การขนสง ไมป ระจาํ ทางระหวา งจงั หวดั หรอื ระหวา ง ประเทศไทยกับตางประเทศ หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถรับบรรทุกผูโดยสารเกินจํานวนที่น่ัง ผูโดยสารที่กําหนดไวในใบอนุญาต มาตรา ๑๐๘ เมอ่ื ปรากฏวา ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดขาดคณุ สมบตั ิ หรือมีลักษณะตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๙๘ หรือมาตรา ๙๙ หรือบกพรองไป ในภายหลังเม่ือไดรับใบอนุญาตแลว ใหนายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผูนั้นเสีย มาตรา ๑๐๙ ถา ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ าม บทบญั ญตั ทิ ง้ั หลายในหมวดนี้ ใหผ ตู รวจการมอี าํ นาจยดึ ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถของผนู นั้ ๓๕ มาตรา ๑๐๓ ทวิ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓๖ มาตรา ๑๐๖ ทวิ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐

๒๘๓ และสง่ั เปนหนงั สือใหผูนัน้ ไปรายงานตนตอนายทะเบียนภายในเจด็ สบิ สองชวั่ โมง คําสงั่ นั้นใหถ ือวาเปน ใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถช่ัวคราวภายในกําหนดเวลาดังกลาวนั้น ใหนายทะเบียนมีอํานาจส่ังพักใชใบอนุญาตนั้นไดไมเกินหนึ่งรอยแปดสิบวัน หรือ จะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตน้ันเสียก็ได มาตรา ๑๑๐ ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถซ่ึงถูกส่ังพักใชหรือเพิกถอน ใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณตอรัฐมนตรีภายในสิบหาวันนับแตวันที่ทราบคําส่ัง คําวินิจฉัยของรัฐมนตรีใหเปนที่สุด การอุทธรณตามวรรคหน่ึงไมเปนการทุเลาการบังคับตามคําสั่งพักใชหรือเพิกถอน ใบอนุญาต มาตรา ๑๑๑ ใหนําบทบัญญัติทั้งหลายในกฎหมายวาดวยรถยนตและกฎหมายวาดวย จราจรทางบก ในสวนท่ีเกี่ยวกับหนาที่ของผูขับรถ ผูเก็บคาโดยสารและนายตรวจมาใชบังคับโดยอนุโลม ËÁÇ´ ø ¼ÙŒâ´ÂÊÒà มาตรา ๑๑๒ ผูโดยสารตองชําระคาขนสงและคาบริการอยางอ่ืนตามอัตราที่ คณะกรรมการกําหนด มาตรา ๑๑๓ ผูโดยสารตองปฏิบัติตามขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยและความสงบ เรียบรอยตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ตลอดเวลาท่ีอยูในระหวางการโดยสาร ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตองจัดใหมีการประกาศขอกําหนดตามวรรคหนึ่ง ปดไว ณ ท่ีเปดเผยในรถ ËÁÇ´ ù ʶҹբ¹Ê‹§ มาตรา ๑๑๔ สถานีขนสงมี ๒ ประเภท คือ (๑) สถานีขนสงผูโดยสาร (๒) สถานีขนสงสัตวและหรือส่ิงของ ลักษณะของสถานีขนสงตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๑๕ ใหก รมการขนสง ทางบกโดยอนมุ ตั คิ ณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลาง จัดใหมีสถานีขนสงข้ึนในเขตทองท่ีกรุงเทพมหานครและในเขตทองที่จังหวัดอื่น โดยจะดําเนินการเอง หรือจะมอบหมายใหรัฐวิสาหกิจหรือองคการของรัฐเปนผูดําเนินการก็ได

๒๘๔ ใหอธิบดีมีอํานาจกําหนดคาบริการในการดําเนินการของสถานีขนสงไมเกินอัตราท่ี คณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนด บุคคลอื่นใดประสงคจะจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสง ตองไดรับอนุญาตจาก นายทะเบียนกลาง โดยอนุมัติของคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกอน การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวง การจัดใหมีหรือจัดตั้งสถานีขนสงข้ึนที่ใด เมื่อใด ใหเปนไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๑๖ ใหอธิบดีมีอํานาจกํากับและควบคุมการดําเนินการที่เก่ียวกับสถานีขนสง ใหเปนไปตามพระราชบัญญัติน้ี และเพื่อประโยชนแหงการน้ีจะแตงต้ังขาราชการและหรือลูกจางสังกัด กรมการขนสงทางบกทําหนาที่เปนนายสถานีและเจาหนาท่ีสถานีตามจํานวนท่ีเห็นสมควร มีอํานาจ กํากับและควบคุมดังกลาวดวยก็ได มาตรา ๑๑๗ ในการบริหารงานท่ีเก่ียวกับสถานีขนสงของกรมการขนสงทางบกตาม มาตรา ๑๑๕ วรรคหน่ึง อธิบดีจะแตงตั้งคณะกรรมการคณะหน่ึงประกอบดวย ประธานกรรมการ หนึ่งคน และกรรมการอ่ืนอีกไมเกินแปดคนเพ่ือดูแลควบคุมและดําเนินการท่ีเกี่ยวกับสถานีขนสงก็ได กรรมการที่อธิบดีแตงตั้งอยูในตําแหนงคราวละสามป กรรมการที่พนจากตําแหนงตาม วาระอาจไดรับแตงต้ังเปนกรรมการอีกได ใหคณะกรรมการเลือกกรรมการคนหน่ึงเปนเลขานุการของคณะกรรมการ ใหนํามาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใชบังคับแกการประชุมของคณะกรรมการน้ี โดยอนุโลม มาตรา ๑๑๘ ผขู อรบั ใบอนญุ าตจดั ตง้ั และดาํ เนนิ การสถานขี นสง ตามมาตรา ๑๑๕ วรรคสาม ตองมีคุณสมบัติและลักษณะตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๑๑๙ ใบอนุญาตจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสงใหมีอายุตามที่คณะกรรมการ ควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนดแตไมเกินย่ีสิบปนับแตวันที่ออกใบอนุญาต ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสงซึ่งประสงคจะขอตออายุใบอนุญาต จะตองย่ืนคําขอกอนใบอนุญาตสิ้นอายุไมนอยกวาหนึ่งป การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๑๒๐ ผูไดรับใบอนุญาตจัดตั้งและดําเนินการสถานีขนสงมีหนาท่ีดูแลรับผิดชอบ กิจการสถานีขนสงรวมท้ังการรักษาความเรียบรอย ความปลอดภัยในบริเวณสถานีขนสงนั้น มาตรา ๑๒๑ ผูไดรับใบอนุญาตจัดตั้งและดําเนินการสถานีขนสงตองจัดใหมีเจาหนาท่ี ฝายชางประจําสถานีขนสงตลอดเวลา โดยใหมีหนาท่ีตรวจสอบสภาพรถขนสงประจําทาง ซึ่งตองหยุด หรือจอดเพื่อการขนสง ณ สถานีขนสงแหงน้ัน เพ่ือใหเกิดความปลอดภัย

๒๘๕ คุณสมบัติและจํานวนเจาหนาท่ีฝายชางใหเปนไปตามที่อธิบดีกําหนด มาตรา ๑๒๒ ผูไดรับใบอนุญาตจัดตั้งและดําเนินการสถานีขนสงตองจัดใหมีอูซอมรถ และบริการซอมรถเพื่อชวยเหลือและอํานวยความสะดวกแกรถที่ใชสถานีขนสงน้ัน มาตรา ๑๒๓ ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสงตองจัดใหมีบริเวณท่ี จอดพักรถตามท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๑๒๔ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตจดั ตงั้ และดาํ เนนิ การสถานขี นสง ตอ งจดั ใหม สี มดุ ทะเบยี น การเดินรถที่ผานเขาออกสถานีขนสงตามแบบท่ีอธิบดีกําหนด สมุดทะเบียนการเดินรถตองเก็บรักษาไวในท่ีทําการของสถานีขนสงแหงน้ัน พรอมท่ีจะให นายทะเบียน พนักงานตรวจสภาพหรือผูตรวจการตรวจดูไดทุกเวลา มาตรา ๑๒๕ ใหผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตจดั ตง้ั และดาํ เนนิ การสถานขี นสง เรยี กเกบ็ คา บรกิ ารเกย่ี วกบั การดาํ เนนิ การของสถานขี นสง ไดไ มเ กนิ อตั ราตามทคี่ ณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลางกาํ หนด มาตรา ๑๒๕/๑๓๗ เพอ่ื ประโยชนใ นการควบคมุ ดแู ลบรรดากจิ การทเี่ กย่ี วกบั สถานขี นสง ใหเปนไปตามบทบัญญัติในหมวดน้ี ใหนําความในมาตรา ๔๙ มาใชบังคับโดยอนุโลม โดยใหอธิบดี นายทะเบียนหรือผูตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมาย เปนผูมีอํานาจและหนาที่ในการดําเนินการ ËÁÇ´ ñð º·¡íÒ˹´â·É มาตรา ๑๒๖ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๕ วรรคหน่ึง มาตรา ๒๖ วรรคหน่ึง มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๗๔ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน หาป หรือปรับต้ังแตสองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๑๒๗๓๘ ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติ ตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง มาตรา ๑๐๑ มาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) หรือ (๔) มาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๓ ทวิ มาตรา ๑๐๔ มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๖ หรือมาตรา ๑๐๗ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๒๗ ทวิ๓๙ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดฝา ฝน มาตรา ๑๐๒ (๓) ตอ งระวางโทษปรับไมเ กินหาพันบาท แตถา ผูนั้นเปนผูไดร ับใบอนุญาตเปน ผูขับรถ ตอ งระวางโทษจําคุก ไมเกินสามเดือน หรือปรับต้ังแตสองพันบาทถึงหน่ึงหมื่นบาท หรือท้ังจําท้ังปรับ ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถผูใดฝาฝนมาตรา ๑๐๒ (๓ ทวิ) หรือ (๓ ตรี) ตองระวางโทษตามที่กําหนดไวในกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษหรือกฎหมายวาดวยวัตถุท่ีออกฤทธ์ิ ๓๗ มาตรา ๑๒๕/๑ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๓๘ มาตรา ๑๒๗ แกไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓๙ มาตรา ๑๒๗ ทวิ แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั ิการขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒

๒๘๖ ตอจิตและประสาท แลวแตกรณี แตถาผูนั้นเปนผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถ ตองระวางโทษสูงกวาท่ี กําหนดไวในกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ หรือกฎหมายวาดวยวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท แลวแตกรณี อีกหนึ่งในสาม มาตรา ๑๒๗ ตรี๔๐ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ิ ตามคําสั่งของผูตรวจการ พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ ตามมาตรา ๑๐๒ ทวิ ตองระวางโทษปรับ ไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๑๒๗ จัตวา๔๑ ในกรณีท่ีผูขับรถขับรถที่ใชในการขนสงซ่ึงกอใหเกิดอันตรายหรือ ความเสยี หายแกช วี ติ และทรพั ยส นิ ของบคุ คลอนื่ ถา ปรากฏวา ในขณะขบั รถ ผขู บั รถนน้ั กระทาํ การฝา ฝน มาตรา ๑๐๒ (๓) (๓ ทวิ) หรือ (๓ ตรี) ใหถือวาผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงฝาฝนหรือไมปฏิบัติ ตามมาตรา ๔๐ ทวิ วรรคสอง เวนแตจะพิสูจนไดวาตนมิไดมีสวนรูเห็นและไดใชความระมัดระวังตาม สมควรแลวท่ีจะปองกันไมใหผูขับรถกระทําการดังกลาว มาตรา ๑๒๘ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดฝาฝนมาตรา ๒๗ วรรคสาม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๑๒๙ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางผูใดไมปฏิบัติตามเง่ือนไข ท่ีกําหนดตามมาตรา ๓๑ (๑) ตองระวางโทษปรับตามจํานวนรถที่ขาดคันละไมเกินหาพันบาทตอหนึ่ง วันจนกวาจะปฏิบัติใหถูกตอง มาตรา ๑๓๐ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ระหวา งประเทศผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามเงอื่ นไข ทกี่ าํ หนดตามมาตรา ๓๑ (๑) ซงึ่ ไดน าํ มาใชบ งั คบั โดยอนโุ ลมตามมาตรา ๒๕ ตอ งระวางโทษปรบั ตามจาํ นวนรถ ท่ีขาดคันละไมเกินหาพันบาทตอหน่ึงวันจนกวาจะปฏิบัติใหถูกตอง มาตรา ๑๓๑ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามเงอ่ื นไขทกี่ าํ หนดตาม มาตรา ๓๑ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓) (๑๔) หรือ (๑๕) หรือในอนุมาตราหน่ึง อนุมาตราใดตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔ หรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงท่ีออกตาม มาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาหม่ืนบาท มาตรา ๑๓๒ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงระหวางประเทศผูใดไมปฏิบัติตาม อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๔ หรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา ๓๖ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๒๕ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาหมื่นบาท มาตรา ๑๓๓ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๓๑ วรรคสอง มาตรา ๓๒ วรรคสอง มาตรา ๓๓ วรรคสอง มาตรา ๓๔ วรรคสอง มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๗ หรือ มาตรา ๑๑๓ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท ๔๐ มาตรา ๑๒๗ ตรี เพิ่มโดยพระราชบญั ญัติการขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๔๑ มาตรา ๑๒๗ จัตวา เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒

๒๘๗ มาตรา ๑๓๔ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางผูใดไมปฏิบัติตาม มาตรา ๓๗ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาหมื่นบาท มาตรา ๑๓๕ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดฝาฝนมาตรา ๓๘ ตองระวาง โทษปรับไมเกินสองหมื่นบาท มาตรา ๑๓๖ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงผูใดฝาฝนมาตรา ๓๘ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๗๐ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองหมื่นบาท มาตรา ๑๓๗ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดฝาฝนมาตรา ๓๙ ตองระวาง โทษปรับตามจํานวนรถท่ีใชทําการขนสงนอกเสนทางหรือนอกทองท่ีท่ีไดรับอนุญาตคันละไมเกิน หาพันบาทตอหน่ึงวันจนกวาจะปฏิบัติใหถูกตอง มาตรา ๑๓๘ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทางผูใดฝาฝนมาตรา ๔๐ ตองระวางโทษปรับตั้งแตหาหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท มาตรา ๑๓๘ ทวิ๔๒ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๔๐ ทวิ วรรคหนง่ึ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสี่หมื่นบาท หรือท้ังจําท้ังปรับ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๔๐ ทวิ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินสี่หมื่นบาท มาตรา ๑๓๙ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามคําส่ังของ นายทะเบียนตามมาตรา ๔๑ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองหมื่นบาท มาตรา ๑๔๐ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงผูใดไมปฏิบัติตาม มาตรา ๔๒ หรือมาตรา ๔๗ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๗๐ หรือมาตรา ๗๖ ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๑๔๑ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๔๓ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๑๔๒ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงผูใดไมปฏิบัติตาม มาตรา ๔๓ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๗๐ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๑๔๓ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๗๙ หรือมาตรา ๘๐ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท มาตรา ๑๔๔๔๓ ผูใดขัดขวางหรือไมอํานวยความสะดวกแกอธิบดี นายทะเบียน ผูตรวจการหรือพนักงานตรวจสภาพ ซึ่งปฏิบัติหนาท่ีตามมาตรา ๔๙ (๑) และ (๒) หรือมาตรา ๔๙ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๗๐ มาตรา ๗๖ หรือมาตรา ๑๒๕/๑ ตองระวางโทษปรับ ไมเกินหาพันบาท ๔๒ มาตรา ๑๓๘ ทวิ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัติการขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๔๓ มาตรา ๑๔๔ แกไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๘๘ มาตรา ๑๔๔/๑๔๔ ผูใดไมมาใหถอยคําหรือย่ืนคําชี้แจงแสดงขอเท็จจริงตออธิบดีหรือ นายทะเบียนตามมาตรา ๔๙ (๓) หรือฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําส่ังของผูตรวจการท่ีเรียกรถใหหยุด เพ่ือทําการตรวจสอบตามมาตรา ๕๐ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๑๔๕ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามคําส่ังของ นายทะเบียนกลางซึ่งส่ังตามมาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๖๘ ตองระวางโทษปรับหน่ึงแสนบาท หรือปรับ เปนรายวันวันละหาพันบาท จนกวาจะปฏิบัติใหถูกตอง มาตรา ๑๔๖ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามเงื่อนไข ท่ีกําหนดในใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงในอนุมาตราหน่ึงอนุมาตราใดตามมาตรา ๖๖ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาหมื่นบาท มาตรา ๑๔๗ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๖๖ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๑๔๘ ผูใดใชรถโดยไมปฏิบัติตามมาตรา ๗๑ หรือฝาฝนคําสั่งของผูตรวจการ หรือนายทะเบียนตามมาตรา ๘๓ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาหม่ืนบาท มาตรา ๑๔๘/๑๔๕ ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถผูใดเก็บคาบริการผิดไป จากอัตราคาบริการที่อธิบดีกําหนดตามมาตรา ๗๔/๑ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๔๘/๒๔๖ ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถผูใดไมแสดงอัตราคา บริการตรวจสภาพรถตามมาตรา ๗๔/๑ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท มาตรา ๑๔๙ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๗๘ มาตรา ๘๑ วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา ๘๒ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๔๙/๑๔๗ เจาของรถหรือผูครอบครองรถผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตาม มาตรา ๘๖/๔ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๕๐ เจาของรถผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๙๐ หรือมาตรา ๙๑ ตองระวางโทษ ปรับไมเกินสองพันบาท มาตรา ๑๕๑ ผูใดฝาฝนมาตรา ๙๓ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษปรับไมเกินส่ีหม่ืนบาท แตถาผูฝาฝนปฏิบัติหนาท่ีผูขับรถ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๙๓ วรรคหนงึ่ และไดก ระทาํ การใด ๆ อนั เปน ความผดิ ทกี่ าํ หนดไวส าํ หรบั การปฏิบัติหนาท่ีของผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากตอง ๔๔ มาตรา ๑๔๔/๑ เพิ่มโดยพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔๕ มาตรา ๑๔๘/๑ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔๖ มาตรา ๑๔๘/๒ เพิม่ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔๗ มาตรา ๑๔๙/๑ เพิ่มโดยพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖

๒๘๙ ระวางโทษตามวรรคหนึ่งแลว ใหถือวาผูนั้นกระทําความผิดและตองระวางโทษสําหรับการกระทําน้ัน เชนเดียวกับผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถดวย๔๘ มาตรา ๑๕๒ ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถผูใดปฏิบัติหนาที่ในระหวาง ที่ถูกพักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๑๐๙ หรือปฏิบัติหนาท่ีในระหวางถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายวาดวยจราจรทางบก ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท แตถาผูน้ันปฏิบัติหนาที่ผูขับรถ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป และปรับไมเกินสี่หม่ืนบาท มาตรา ๑๕๓ ผูโดยสารผูใดโดยสารรถโดยมีเจตนาไมชําระคาขนสงหรือชําระคาขนสง ไมครบถวนตามอัตราที่กําหนด หรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงซ่ึงออกตามมาตรา ๑๑๓ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๕๔ ผูใดจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสง โดยไมไดรับใบอนุญาตตาม มาตรา ๑๑๕ วรรคสาม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับตั้งแตสองหมื่นบาทถึง หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๑๕๕ ผูไดรับใบอนุญาตจัดตั้งและดําเนินการสถานีขนสงผูใดไมปฏิบัติตาม มาตรา ๑๒๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๒๒ มาตรา ๑๒๓ หรือมาตรา ๑๒๔ ตองระวางโทษปรับต้ังแต สองหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาท มาตรา ๑๕๖ ผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถผูใดไมนํารถเขาหยุดหรือจอดเพื่อรับสง ผูโดยสารหรือขนถายสินคา ณ สถานีขนสงตามท่ีคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนด ตองระวางโทษปรับตั้งแตหาพันบาทถึงสองหมื่นบาท มาตรา ๑๕๗ ผไู ดร บั ใบอนุญาตเปน ผขู ับรถซ่งึ นาํ รถเขา หยดุ หรือจอดเพ่อื รบั สง ผโู ดยสาร หรือขนถายสินคา ณ สถานีขนสงผูใดไมชําระคาบริการเก่ียวกับการดําเนินการของสถานีขนสงใหแก สถานีขนสงตามมาตรา ๑๒๕ ตองระวางโทษปรับต้ังแตหาพันบาทถึงสองหม่ืนบาท มาตรา ๑๕๘ ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถผูใดโดยทุจริตหรือจงใจ ออกใบรับรองตรวจสภาพรถโดยไมตรงตามความเปนจริง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองปและ ปรับไมเกินสี่หมื่นบาท และนายทะเบียนกลางมีอํานาจส่ังเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถาน ตรวจสภาพรถน้ันเสียได มาตรา ๑๕๙ ผูใดเรียกเก็บคาขนสง คาบริการรับจัดการขนสง คาบริการเกี่ยวกับ การดําเนินการของสถานีขนสง หรือคาบริการอยางอ่ืนผิดไปจากอัตราท่ีคณะกรรมการกําหนด ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท มาตรา ๑๖๐ ผูใด (๑) ใชใบอนุญาตหรือเครื่องหมายอยางหนึ่งอยางใดที่ทางราชการออกใหแกผูอ่ืน ๔๘ มาตรา ๑๕๑ วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชบญั ญัติการขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒

๒๙๐ (๒) ใชเครื่องหมายอยางหนึ่งอยางใดท่ีทางราชการออกใหสําหรับรถคันหน่ึงกับรถอีก คันหนึ่ง (๓) ยินยอมใหผูอ่ืนใชใบอนุญาตหรือเคร่ืองหมายอยางหนึ่งอยางใดท่ีทางราชการออก ใหแกตน (๔) เปล่ียนแปลงหรือปดบังทั้งหมดหรือแตบางสวนไมวาโดยวิธีใด ๆ ซึ่งแผนปาย เลขทะเบียนรถ หรือ (๕) ใชรถท่ีไดรับยกเวนภาษีตามมาตรา ๘๘ ใหผิดไปจากวัตถุประสงคท่ีไดรับยกเวน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๑๖๑ ผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั ทิ งั้ หลายในกฎหมายวา ดว ยรถยนต หรือกฎหมายวาดวยจราจรทางบกในสวนท่ีเกี่ยวกับหนาท่ีของผูขับรถ ผูเก็บคาโดยสาร และนายตรวจ ตามมาตรา ๑๑๑ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๖๒ ผใู ดเปลย่ี นแปลง ยา ย ทาํ ลาย หรอื กระทาํ ใหเ สยี หายดว ยประการใด ๆ แก เคร่ืองหมายหรือส่ิงอ่ืนใดท่ีทางราชการไดทําข้ึนเพื่อประโยชนในการขนสง ตองระวางโทษปรับไมเกิน หน่ึงหมื่นบาท มาตรา ๑๖๓ บรรดาความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ที้ มี่ โี ทษปรบั สถานเดยี ว ใหอ ธบิ ดหี รอื ผูซ่ึงอธิบดีมอบหมายมีอํานาจเปรียบเทียบปรับผูตองหาได เม่ือผูตองหาไดชําระคาปรับตามจํานวนท่ี อธิบดีหรือผูซ่ึงอธิบดีมอบหมายเปรียบเทียบภายในสามสิบวันแลว ใหถือวาคดีเลิกกันตามบทบัญญัติ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถาผูตองหาไมยินยอมตามท่ีเปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแลวไมชําระคาปรับภายใน กําหนดเวลาดังกลาวใหดําเนินคดีเพ่ือฟองรองตอไป º·à©¾ÒСÒÅ มาตรา ๑๖๔ ในระหวา งทย่ี งั มไิ ดม กี ฎกระทรวงขอ กาํ หนดหรอื ระเบยี บตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหกฎกระทรวง ขอกําหนด ระเบียบ ขอบังคับ หรือประกาศใด ๆ ที่ออกโดยอาศัยอํานาจตาม พระราชบัญญัติการขนสง พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการขนสง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐ และพระราชบัญญัติการขนสง (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ กอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช บังคับ ซ่ึงไมขัดหรือแยงกับบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัตินี้คงใชบังคับตอไป มาตรา ๑๖๕๔๙ บรรดาใบอนญุ าตทไ่ี ดอ อกใหต ามพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง พ.ศ. ๒๔๙๗ ซง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ และพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง ทางบก ๔๘ มาตรา ๑๖๕ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓

๒๙๑ พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหใชไดตอไปจนกวาจะส้ินอายุ และถาจะตออายุใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ี ใหยื่นคําขอกอนใบอนุญาตส้ินอายุ บรรดารถท่ีไดจดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนตไวแลวกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใชบังคับ ถามีการแกไขดัดแปลงโครงรถหรือขนาดสัดสวนของตัวถังกวางหรือยาวกวาท่ีกําหนด ในกฎกระทรวงออกตามความในมาตรา ๗๑ แหงพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ อยูแลว กอ นวนั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั และการแกไ ขดดั แปลงนนั้ กระทาํ ไดโ ดยชอบตามกฎหมายวา ดว ยรถยนต ที่ใชบังคับในขณะนั้น ใหถือวาเปนรถที่ถูกตองตามกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๗๑ มาตรา ๑๖๖ ใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการ รับจัดการขนสง และเจาของรถท่ีไดรับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการขนสง พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแกไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการขนสง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ ปฏิบัติการใหถูกตองตามบทบัญญัติ แหงพระราชบัญญัติน้ีภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๑๖๗ รถที่ไดเ สยี ภาษตี ามกฎหมายวาดวยรถยนตไวแ ลวกอ นทีพ่ ระราชบญั ญตั นิ ี้ ใชบังคับและยังไมถึงกําหนดเสียภาษีคร้ังถัดไป ใหไดรับยกเวนไมตองเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ จนกวาจะครบกําหนดเวลาที่ไดเสียภาษีไว ใหอธิบดีมีอํานาจกําหนดใหรถตามวรรคหน่ึง ซึ่งจะชําระภาษีคร้ังแรกตามพระราชบัญญัติ น้ี ตองชําระภาษีคราวละก่ีงวดก็ได มาตรา ๑๖๘ คําขออนุญาตใด ๆ ที่ไดยื่นไวตามพระราชบัญญัติการขนสง พ.ศ. ๒๔๙๗ ซงึ่ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ และยงั อยใู นระหวา งการพจิ ารณา ใหถ อื วา เปน คาํ ขออนญุ าตตามพระราชบญั ญตั นิ โี้ ดยอนโุ ลม และถา คาํ ขออนญุ าตดงั กลา วมขี อ ความแตกตา ง ไปจากคําขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ นายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหแกไขเพิ่มเติมคําขออนุญาต เพื่อใหการเปนไปตามพระราชบัญญัติน้ีได มาตรา ๑๖๙ ในเขตทองที่จังหวัดใดในระหวางที่ยังไมมีขนสงจังหวัด ใหอํานาจและ หนาที่ของขนสงจังหวัด เปนอํานาจและหนาท่ีของนายทะเบียนกลาง ผูรับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย รองนายกรัฐมนตรี

๒๙๒ ºÑÞªÕÍÑμÃÒÀÒÉÕöμÒÁÁÒμÃÒ øõõð (๑) รถท่ีใชในการขนสงประจําทาง การขนสงไมประจําทาง การขนสงโดยรถขนาดเล็ก และการขนสงสวนบุคคล ใหจัดเก็บภาษีประจําป ดังน้ี นํา้ ˹¡Ñ ö໹š ¡âÔ Å¡ÃÑÁ ö·Õãè ªŒã¹ ö·ãèÕ ªãŒ ¹ ö·ãèÕ ªŒã¹¡Òà ö·Õãè ªŒã¹¡Òà ¡Òâ¹Ê§‹ ¡Òâ¹Ê‹§ ¢¹Ê‹§â´Âö ¢¹Ê‹§ ไมม ากกวา ๕๐๐ กโิ ลกรมั »ÃÐจํา·Ò§ äÁ‹»ÃÐจํา·Ò§ ¢¹Ò´àÅç¡ Ê‹Ç¹ºØ¤¤Å ตง้ั แต ๕๐๑ ถึง ๗๕๐ กิโลกรัม ๓๐๐ บาท ๔๕๐ บาท ต้ังแต ๗๕๑ ถึง ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ๔๐๐ บาท ๖๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ๑๕๐ บาท ตง้ั แต ๑,๐๐๑ ถงึ ๑,๒๕๐ กิโลกรมั ๕๐๐ บาท ๗๕๐ บาท ๔๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ตง้ั แต ๑,๒๕๑ ถึง ๑,๕๐๐ กโิ ลกรัม ๖๐๐ บาท ๙๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๔๕๐ บาท ตั้งแต ๑,๕๐๑ ถึง ๑,๗๕๐ กิโลกรมั ๗๐๐ บาท ๑,๐๕๐ บาท ๖๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ต้งั แต ๑,๗๕๑ ถึง ๒,๐๐๐ กโิ ลกรมั ๙๐๐ บาท ๑,๓๕๐ บาท ๗๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ตง้ั แต ๒,๐๐๑ ถึง ๒,๕๐๐ กิโลกรัม ๑,๑๐๐ บาท ๑,๖๕๐ บาท ๙๐๐ บาท ๑,๓๐๐ บาท ตั้งแต ๒,๕๐๑ ถงึ ๓,๐๐๐ กิโลกรัม ๑,๓๐๐ บาท ๑,๙๕๐ บาท ๑,๑๐๐ บาท ๑,๖๐๐ บาท ตง้ั แต ๓,๐๐๑ ถงึ ๓,๕๐๐ กิโลกรมั ๑,๕๐๐ บาท ๒,๒๕๐ บาท ๑,๓๐๐ บาท ๑,๙๐๐ บาท ตั้งแต ๓,๕๐๑ ถงึ ๔,๐๐๐ กิโลกรมั ๑,๗๐๐ บาท ๒,๕๕๐ บาท ๑,๕๐๐ บาท ๒,๒๐๐ บาท ต้งั แต ๔,๐๐๑ ถงึ ๔,๕๐๐ กโิ ลกรัม ๑,๙๐๐ บาท ๒,๘๕๐ บาท ตง้ั แต ๔,๕๐๑ ถึง ๕,๐๐๐ กิโลกรมั ๒,๑๐๐ บาท ๓,๑๕๐ บาท ๒,๔๐๐ บาท ตง้ั แต ๕,๐๐๑ ถึง ๖,๐๐๐ กิโลกรมั ๒,๓๐๐ บาท ๓,๔๕๐ บาท ๒,๖๐๐ บาท ต้งั แต ๖,๐๐๑ ถึง ๗,๐๐๐ กโิ ลกรัม ๒,๕๐๐ บาท ๓,๗๕๐ บาท ๒,๘๐๐ บาท ตั้งแต ๗,๐๐๑ กิโลกรมั ขึ้นไป ๒,๗๐๐ บาท ๔,๐๕๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ๒,๙๐๐ บาท ๔,๓๕๐ บาท ๓,๒๐๐ บาท ๓,๔๐๐ บาท ๓,๖๐๐ บาท ๕๐ บัญชอี ัตราภาษรี ถตามมาตรา ๘๕ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๐

๒๙๓ (๒) รถตาม (๑) ท่ีใชพลังงานไฟฟา หรือใชพลังงานทดแทน พลังงานอนุรักษส่ิงแวดลอม หรือพลังงานอยางประหยัด ตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ใหจัดเก็บภาษีประจําปในอัตราก่ึงหน่ึงของ อัตราที่กําหนดไวตาม (๑) (๓) รถตาม (๑) ที่ใชกาซธรรมชาติซึ่งเปนกาซไฮโดรคารบอนท่ีประกอบดวยกาซมีเทน เปนสวนใหญเปนเชื้อเพลิง ใหจัดเก็บภาษีประจําป ดังนี้ (ก) ระบบเชื้อเพลิงที่ใชกาซธรรมชาติดังกลาวเพียงอยางเดียว ใหจัดเก็บในอัตรา ก่ึงหน่ึงของอัตราท่ีกําหนดไวตาม (๑) (ข) ระบบเช้ือเพลิงที่ใชกาซธรรมชาติดังกลาวรวมหรือสลับกับน้ํามันเช้ือเพลิง ใหจัดเก็บในอัตราสามในสี่ของอัตราที่กําหนดไวตาม (๑)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook