๒๔๔ ใหแ กป ระชาชนเปน อยา งมาก และเมอ่ื มกี ารกระทาํ ความผดิ เกดิ ขน้ึ กย็ ากแกก ารตดิ ตามผกู ระทาํ ความผดิ เพราะเจาของรถและผูครบอครองมิใชบุคคลคนเดียวกัน จึงจําเปนตองแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗๑๒๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติหามมิใหผูใดใชรถ เวนแตรถน้ันเปนรถที่จดทะเบียน และเสียภาษีประจําปสําหรับรถนั้นครบถวนถูกตองแลว หากผูใดฝาฝนมาตรา ๖ วรรคหน่ึง ตองระวาง โทษปรับไมเกินหาพันบาทตามมาตรา ๕๙ โดยมิไดแยกประเภทความผิดกรณีการใชรถท่ีจดทะเบียน แลว แตยังมิไดเสียภาษีประจําปสําหรับรถนั้นใหครบถวนถูกตองภายในเวลาท่ีกําหนด ทําใหผูใชรถใน กรณีท่ียังมิไดเสียภาษีประจําปตองไดรับโทษในอัตราเดียวกันกับกรณีการใชรถที่ยังมิไดจดทะเบียน ตามมาตรา ๕๙ ซ่ึงเปนความผิดที่เปรียบเทียบไมได สมควรกําหนดแยกประเภทความผิดเกี่ยวกับ การใชรถที่จดทะเบียนแลวแตยังมิไดเสียภาษีประจําป ออกจากความผิดเก่ียวกับการใชรถท่ียังมิได จดทะเบียน โดยใหมีอัตราโทษแตกตางกันและมีอัตราโทษเหมาะสมแกกรณีดวย โดยกําหนดโทษ สําหรับความผิดกรณีการใชรถที่จดทะเบียนแลว แตยังมิไดเสียภาษีประจําป เปนความผิดท่ี เปรียบเทียบได นอกจากน้ัน เนื่องจากไดมีการกําหนดใหรถใชงานเกษตรกรรมเปน “รถ” ตามกฎหมาย วาดวยรถยนตรซ่ึงจะตองมีการจดทะเบียนและผานการตรวจสอบสภาพรถ และเพ่ือเปนการสงเสริม เกษตรกรรมของประเทศ สมควรกําหนดใหรถดังกลาวไดรับยกเวนคาธรรมเนียมตามกฎหมายวาดวย รถยนตร และโดยท่ีสมควรกําหนดใหเงินที่เปนคาธรรมเนียมแผนปายทะเบียนรถไดนํามาใชเปน เงินทุนหมุนเวียนเพ่ือการผลิตแผนปายสําหรับยานพาหนะตอไป โดยไมตองจัดสรรใหแกราชการสวน ทองถิ่น จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๒๘๑๒๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ ดวยปรากฏวาการใชรถยนตรสวน บุคคลที่จดทะเบียนเปนรถยนตรนั่งสวนบุคคล หรือรถยนตรบรรทุกสวนบุคคล จะใชเปนรถยนตร บรรทุกสวนบุคคล หรือรถยนตรนั่งสวนบุคคล ซึ่งผิดไปจากประเภทจดทะเบียนไวไมได เปนเหตุให ประชาชนท่ีสามารถมีรถไดเพียงคันเดียวไดรับความเดือดรอนโดยไมมีเหตุอันสมควร จึงจําเปนตองตรา พระราชบัญญัตินี้ ๑๒๑ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๐๑/ตอนที่ ๑๑๒/ฉบับพเิ ศษ หนา ๕/๒๔ สิงหาคม ๒๕๒๔ ๑๒๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๒/ตอนที่ ๙๕/ฉบบั พเิ ศษ หนา ๑/๒๕ กรกฎาคม ๒๕๒๘
๒๔๕ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๘๑๒๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดบัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติและการออกใบอนุญาตใหแกผูขับขี่รถจักรยานยนตรไว โดยกําหนดใหผูที่จะมีใบอนุญาตขับข่ีรถจักรยานยนตรไดจะตองมีอายุไมต่ํากวาสิบแปดปบริบูรณ แตในความเปนจริงแลวปรากฏวาเด็กท่ีมีอายุไมต่ํากวาสิบหาปและมีภูมิลําเนาอยูตางจังหวัดน้ันสวน มากมีรถจักรยานยนตรใชเปนพาหนะท้ังสิ้น เพราะมีความจําเปนที่จะตองใชรถจักรยานยนตรขับขี่ ไปโรงเรียนหรือใชในกิจการดานอ่ืน ๆ เนื่องจากสถานศึกษาอยูหางไกลจากบานมาก ซึ่งการกระทํา ดังกลาวถือวาเปนการกระทําท่ีผิดกฎหมาย ดังน้ันเพื่อใหเด็กท่ีมีอายุไมตํ่ากวาสิบหาปมีใบอนุญาตขับข่ี รถจักรยานยนตรไดโดยไมผิดกฎหมาย จึงสมควรแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกลาวเสีย และเน่ืองจาก ในปจจุบันกฎหมายบัญญัติใหบุคคลท่ีมีอายุสิบหาปบริบูรณตองไปทําบัตรประจําตัวประชาชนทุกคน ดังนั้นจึงสมควรอนุญาตใหผูท่ีมีอายุไมต่ํากวาสิบหาปมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนตรไดเชนเดียวกัน จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชกําหนดแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัตรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙๑๒๔ มาตรา ๕ อัตราภาษีตามท่ีกําหนดในมาตรา ๒๙ (๓) แหงพระราชบัญยัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดนี้ไมใชบังคับแกรถยนตรท่ีไดจดทะเบียนและ เสียภาษีประจําปไวแลว และรถยนตที่คางชําระภาษีประจําป กอนวันที่พระราชกําหนดน้ีใชบังคับ ท้ังนี้ สําหรับภาษีประจําปที่เสียไวแลวหรือที่คางชําระนั้น มาตรา ๖ รถยนตที่ไดจดทะเบียนและเสียภาษีประจําปไวแลวในวันที่พระราชกําหนดนี้ ใชบังคับ หากเปนรถยนตตามมาตรา ๒๙ (๓) หรือเจาของรถไดเปลี่ยนแปลงใหเปนรถยนตรตาม มาตรา ๒๙ (๓) อยูแลวกอนวันท่ีพระราชกําหนดน้ีใชบังคับ และไดแจงการเปล่ียนแปลงไวแลว หรือไดแจงการเปล่ียนแปลงดังกลาวตามมาตรา ๑๔ ตอนายทะเบียนภายในเกาสิบวันนับแตวันท่ี พระราชกําหนดน้ีใชบังคับ ใหเสียภาษีรถประจําปสําหรับปตอไปดังตอไปนี้ (๑) ปท่ีหนึ่ง ใหเสียในอัตราสองเทาของอัตราตามที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษี ทายพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ (๒) ปท่ีสอง ใหเสียในอัตราสามเทาของอัตราตามที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษี ทายพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ๑๒๓ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๕๔/ฉบับพิเศษ หนา ๑/๒๔ ตุลาคม ๒๕๒๘ ๑๒๔ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๐๓/ตอนท่ี ๑๕/ฉบบั พเิ ศษ หนา ๒๗/๓๑ มกราคม ๒๕๒๙
๒๔๖ (๓) ปตอไป ใหเสียในอัตราส่ีเทาของอัตราตามที่กําหนดในบัญชีอัตราภาษี ทายพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ผูซ่ึงไดแจงการเปล่ียนแปลงตามวรรคหน่ึง ไมตองรับโทษสําหรับการไมปฏิบัติตาม มาตรา ๑๔ มาตรา ๗ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกําหนดน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ ระราชกําหนดฉบับนี้ คือ โดยท่ีในปจ จุบันมีรถยนตรจ ํานวนมาก ใชหรือเปล่ียนไปใชนํ้ามันดีเซลหรือกาซเปนเช้ือเพลิง ทําใหเกิดความจําเปนในการส่ังนํ้ามันดีเซลหรือ กาซเขามาในราชอาณาจักร ดังนั้น เพื่อปองกันมิใหมีการเพ่ิมจํานวนรถที่ใชน้ํามันดีเซลหรือกาซเปน เช้ือเพลิง และเพ่ือเปนการประหยัดเงินตราตางประเทศในการนําเขาน้ํามันเชื้อเพลิงดังกลาว สมควร แกไขพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ และโดยท่ีเปนกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเปนเรงดวนในอัน ที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจําเปฯตองตราพระราชกําหนดนี้ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไมอนุมัติพระราชกําหนดแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙๑๒๕ ตามท่ีคณะรัฐมนตรีไดเสนอขอใหรัฐสภาพิจารณาอนุมัติพระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ นั้น ในคราวประชมุ สภาผแู ทนราษฎร ครง้ั ที่ ๕/๒๕๒๙ (สมยั สามญั ) วนั พฤหสั บดที ่ี ๔ กนั ยายน ๒๕๒๙ ท่ีประชุมไดลงมติไมมนุมัติ จึงประกาศมาตามความในมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรามนูญแหงราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐๑๒๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหนึ่งปนับแตวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๑๒ ใหโอนอํานาจหนาที่ของรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับ การรักษาการตามพระราชบัญยัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔ ไปเปนของรัฐมนตรีวาการกระทรวง คมนาคม มาตรา ๑๓ บรรดากฎกระทรวง ขอบังคับ ระเบียบ ประกาศหรือคําส่ังใด ๆ ออกตาม พระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ และพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ๑๒๕ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๓/ตอนที่ ๑๕๗/ฉบับพิเศษ หนา ๒/๑๑ กันยายน ๒๕๒๙ ๑๒๖ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๔/ตอนท่ี ๑๓๙/ฉบบั พิเศษ หนา ๕/๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๐
๒๔๗ ที่ใชบังคับอยูในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหใชบังคับไดตอไปเพียงเทาท่ีไมขัดหรือแยงกับ พระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๔ คําขออนุญาตใด ๆ ที่ไดยื่นไวตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ และยงั อยใู นระหวา งการพจิ ารณา ใหถ อื วา เปน คาํ ขออนญุ าตตามพระราชบญั ญตั ริ ถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๕ บรรดาใบอนุญาตท่ีออกตามพระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ และพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหถือวาเปนใบอนุญาตท่ีออกตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ แลวแตกรณี มาตรา ๑๖ บรรดาแผน ปา ยทะเบยี นรถและเครอ่ื งหมายการเสยี ภาษปี ระจาํ ปส าํ หรบั รถ ที่ออกใหแกรถที่ไดจดทะเบียนและเสียภาษีประจําปครบถวนและถูกตองตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ในวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหถือวาเปนแผนปายทะเบียนรถและเครื่องหมาย การเสียภาษีประจําปสําหรับรถน้ัน ตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบัญยัตินี้ มาตรา ๑๗ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากไดมีการโอนอํานาจหนาที่ และกิจการบริหารบางสวนของกรมตํารวจ กระทรวงมหาดไทย เฉพาะในสวนท่ีเก่ียวกับการปฏิบัติตาม กฎหมายวาดวยรถยนตรและกฎหมายวาดวยลอเล่ือน ไปเปนของกรมการขนสงทางบก กระทรวง คมนาคม ในการน้ีสมควรแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหสอดคลองกับการ โอนอํานาจหนาที่และกิจการบริหารดังกลาว และแกไขใหอธิบดีกรมการขนสงทางบกหรือผูซึ่งอธิบดี กรมการขนสงทางบกมอบหมาย มีอํานาจเปรียบเทียบปรับในความผิดท่ีมีโทษปรับสถานเดียวได เพ่ืออํานวยความสะดวกใหแกประชาชน นอกจากน้ีสมควรแกไขใหสถานตรวจสภาพที่ไดรับอนุญาต ตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกซึ่งเปนของเอกชนมีสวนในการตรวจสภาพรถตามกฎหมาย วาดวยรถยนตรดวย จึงจําเปนตองพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๐๑๒๗ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีประเทศไทยไดทําความตํา ลงกับประเทศในสมาคมประชาชาติแหงเอเซียตะวันออกเฉียงใตวาดวยการยอมรับใบอนุญาตขับรถ ภายในประเทศซ่ึงกันและกัน และโดยที่ประเทศไทยอาจทําความตกลงในทํานองเดียวกันกับประเทศ อื่น ๆ ดวย ซึ่งความตกลงดังกลาวจะมีผลใหผูมีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยพนักงานเจาหนาที่หรือ
๒๔๘ สมาคมยานยนตที่ไดรับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศในสมาคมประชาชาติแหงเอเซียตะวันออก เฉียงใต หรือจากรัฐบาลของประเทศท่ีประเทศไทยมีความตกลงดวย สามารถใชใบอนุญาตขับรถน้ัน ขับรถในประเทศไทยได ท้ังน้ี เพื่อดําเนินการใหเปนไปตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีอยูกับตางประเทศ ตามความตกลงดังกลาว นอกจากน้ี เห็นสมควรกําหนดใหใบอนุญาตขับรถระหวางประเทศสําหรับ รถยนตรสวนบุคคลและรถจักรยานยนตร ท่ีออกตามอนุสัญญาวาดวยการจราจรทางถนน ทํา ณ นครเจนวี า ค.ศ. ๑๙๔๙ ซงึ่ ประเทศไทยไดภ าคยานวุ ตั เิ มอ่ื วนั ท่ี ๑๕ สงิ หาคม ๒๕๐๕ เปน ใบอนญุ าตขบั รถ ชนิดหนึ่งตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๗๑๒๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากผูไดรับอนุญาตเปนผูขับรถ ที่จดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก ไมอาจใชใบอนุญาตนั้นขับรถที่จดทะเบียนตาม กฎหมายวาดวยรถยนตรได ทั้งๆ ท่ีโดยขอเท็จจริงแลว ผูซ่ึงมีความสามารถขับรถขนาดใหญยอม สามารถขับรถที่มีขนาดเล็กกวาได สมควรกําหนดใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถตามกฎหมายวา ดวยการขนสงทางบก ขับรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนตรในบางประเภทได จึงจําเปน ตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒๑๒๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายวาดวยรถยนตร ในปจจุบันไดกําหนดบทนิยามคําวา “รถยนตรสวนบุคคล” ไวไมชัดเจนและไมสอดคลองกับหลักการ เกี่ยวกับการใชบังคับกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก นอกจากน้ัน ยังมิไดกําหนดใหมีผูตรวจการ เพ่ือทําหนาท่ีเปนผูตรวจสอบการปฏิบัติเก่ียวกับรถยนตรใหเปนไปตามกฎหมายโดยเฉพาะ ดังน้ัน เพ่ือใหบทนิยามคําวา “รถยนตรสวนบุคคล” ตามกฎหมายวาดวยรถยนตรมีความหมายชัดเจนโดยไมมี ความหมายครอบคลุมถึงรถยนตรน่ังสวนบุคคลเกินเจ็ดคนแตไมเกินสิบสองคนและรถยนตรบรรทุก สวนบุคคลที่มีน้ําหนักรถไมเกินหนึ่งพันหกรอยกิโลกรัมซ่ึงใชประกอบการขนสงเพื่อสินจางที่อยูภาย ใตบังคับของกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก และเพ่ือใหการตรวจสอบการปฏิบัติเก่ียวกับรถยนตร เปนไปตามกฎหมายอยางมีประสิทธิภาพและสอดคลองกับแนวทางการตรวจสอบการขนสงตาม กฎหมายวาดวยการขนสงทางบก สมควรแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ในสวน ที่เก่ียวกับเร่ืองดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ ๑๒๗ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๐๔/ตอนที่ ๒๐๗/ฉบับพเิ ศษ หนา ๔๙/๒๘ ธนั วาคม ๒๕๓๐ ๑๒๘ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๑๑/ตอนท่ี ๖๔ ก/หนา ๑๘/๓๑ ธนั วาคม ๒๕๓๗ ๑๒๙ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๒๐/ตอนท่ี ๔๘ ก/หนา ๑/๒๙ พฤษภาคม ๒๕๔๖
๒๔๙ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๔๑๓๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากในปจจุบันมีผูนํารถที่ขับ เคล่ือนดวยกําลังไฟฟามาใชและในอนาคตมีแนวโนมวาอาจจะมีการนํารถที่ขับเคลื่อนดวยพลังงาน อ่ืนมาใชภายในประเทศดวย แตโดยที่พระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ มิไดกําหนดอัตราภาษี ประจําปสําหรับรถลักษณะดังกลาวไว สมควรกําหนดอัตราภาษีประจําปสําหรับรถลักษณะดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๔๖๑๓๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหกสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๓ ใหเปล่ียนชื่อพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ เปนพระราชบัญญัติ รถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหแกไขคําวา “รถยนตร” “รถจักรยานยนตร” และ “เครื่องยนตร” ในพระราชบัญญัติ รถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แกไขเพิ่มเติมเปนคคําวา “รถยนต” “รถจักรยานยนต” และ “เครื่องยนต” ทุกแหง มาตรา ๑๕ รถทค่ี า งชาํ ระภาษปี ระจาํ ปอ ยใู นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั ใหด าํ เนนิ การ ดังน้ี (๑) ใหนายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพรอมทั้งจํานวนภาษีคางชําระไว ณ ท่ีทําการนายทะเบียนและในสถานที่ท่ีอธิบดีประกาศกําหนดภายในหกสิบวันนับแตวันท่ี พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ (๒) ใหเจาของรถทําความตกลงกับนายทะเบียนในการชําระภาษีคางชําระภายใน หนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันท่ีนายทะเบียนไดมีประกาศตาม (๑) โดยใหไดรับยกเวนเงินเพิ่ม หากมี ภาษีคางชําระเกินกวาสามป ใหคิดภาษีคางชําระเพียงสามป และใหผอนชําระเปนงวดได ตามระเบียบ ที่อธิบดีประกาศกําหนด (๓) เจาของรถท่ีมิไดดําเนินการตาม (๒) ตองเสียภาษีคางชําระท้ังหมดพรอมท้ังเงินเพิ่ม ในอัตรารอยละย่ีสิบตอปของจํานวนภาษีท่ีคางชรําระ (๔) เมื่อครบกําหนดระยะเวลาตาม (๒) รถที่คางชําระภาษีประจําปตั้งแตสามปขึ้นไป หรือรถที่คางชําระภาษีประจําปไมถึงสามป แตตอมาภายหลังคางชําระภาษีติดตอกันครบสามป ๑๓๐ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๑๘/ตอนท่ี ๑๑๒ ก/หนา ๒๔/๔ ธนั วาคม ๒๕๔๔ ๑๓๑ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๐/ตอนที่ ๔๘ ก/หนา ๑/๒๙ พฤษภาคม ๒๕๔๖
๒๕๐ ใหถือวาทะเบียนรถเปนอันระงับไป และใหเจาของรถมีหนาที่สงคืนแผนปายทะเบียนรถตอ นายทะเบียนและนําใบคูมือจดทะเบียนรถมาแสดงตอนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับ ทะเบียนรถภายในสามสิบวันนับแตวันครบกําหนดระยะเวลาตาม (๒) หรือนับแตวันคางชําระภาษี ติดตอกันครบสามป แลวแตกรณี ใหนํามาตรา ๓๕/๑ มาตรา ๓๕/๒ วรรคสองและวรรคสาม และมาตรา ๓๕/๓ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใชบังคับโดยอนุโลม เจาของรถผูใดไมสงคืนแผนปายทะเบียนรถและนําใบคูมือจดทะเบียนรถมาแสดงตอ นายทะเบียนตามความใน (๔) ใหนําโทษตามมาตรา ๖๑ แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใชบังคับ มาตรา ๑๖ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) แหงพระราชบัญยัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ท่ีไดออกใหกอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหใชได ตอไปจนกวาจะส้ินอายุ สวนการตออายุใบอนุญาตขับรถดังกลาว ใหเปนไปตามมาตรา ๔๔ แหง พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถตามวรรคหนึ่ง ใหคิดคาธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต ครึ่งหนึ่งของคาธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม มาตรา ๑๗ ผซู งึ่ ไดร บั ใบอนญุ าตขบั รถตลอดชพี อยกู อ นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั ใหใชใบอนุญาตขับรถน้ันไดตอไป การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ ใหนํามาตรา ๕๕ แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ มาใชบังคับโดยอนุโลม และใหคิดคาธรรมเนียมฉบับละหนึ่งรอยบาท มาตรา ๑๘ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปจจุบันการจดทะเบียนรถ เพ่ือใหไดหมายเลขทะเบียนซึ่งเปนท่ีนิยมยังไมมีหลักเกณฑท่ีเหมาะสม รวมท้ังยังมีการละเลยหรือ หลีกเล่ียงการชําระภาษีประจําป ทําใหมีภาษีประจําปคางชําระเพิ่มขึ้นทุกป สมควรกําหนดใหมีการ ประมูลหมายเลขทะเบียนซึ่งเปนที่นิยม อันจะเปนการแกไขปญหาการเลือกปฏิบัติ และชวยเพิ่มรายได ใหแกรัฐอีกทางหนึ่ง ตลอดจนปรับปรุงมาตรการในการจัดเก็บภาษีประจําปที่คางชําระใหไดผล อยางจริงจัง และปรับปรุงอายุใบอนุญาตขับรถใหเหมาะสมย่ิงข้ึน รวมทั้งปรับปรุงคุณสมบัติและ ลักษณะตองหามของผูมีสิทธิขอรับใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้
๒๕๑ พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗๑๓๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๓๒ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตท่ีไดออกใหกอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ ใชบังคับใหถือวาเปนใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสวนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ และใหใชได ตอไปจนกวาจะสิ้นอายุใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตประเภทนั้น สวนการตออายุใบอนุญาตขับรถ ดังกลาวใหเปนไปตามมาตรา ๔๔ แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติน้ี ผูไดรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตท่ีไดออกใหกอนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ถาประสงคจะขับรถจักรยานยนตสาธารณะ ใหยื่นคําขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสาธารณะตาม มาตรา ๔๓ (๖/๑) แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ภายในหน่ึงรอยยี่สิบวันนับแตวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ในระหวางน้ันใหใชใบอนุญาตขับรถ จักรยานยนตดังกลาวแทนได มาตรา ๓๓ รถจักรยานยนตที่ไดจดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนตไวแลวกอน วันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหถือวาเปนรถจักรยานยนตสวนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เจาของรถจักรยานยนตที่ไดจดทะเบียนไวแลวกอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ถาประสงคจะนํารถจักรยานยนตดังกลาวรับจางบรรทุกคนโดยสาร ใหดําเนินการจดทะเบียนรถ จักรยานยนตน้ันเปนรถจักรยานยนตสาธารณะตามพระราชบัญญัติน้ีภายในหนึ่งรอยย่ีสิบวันนับแต วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ในระหวางน้ันใหสามารถนํารถจักรยานยนตดังกลาวมารับจางบรรทุก คนโดยสารได มาตรา ๓๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั นี้ คอื เนอื่ งจากปจ จบุ นั มผี นู าํ รถจกั รยานยนต มาใชรับสงคนโดยสารเพ่ือสินจางเปนจํานวนมาก แตกฎหมายวาดวยรถยนตยังไมมีบทบัญญัติในสวน ท่ีเก่ียวกับการควบคุมการใชรถจักรยานยนตรับจางบรรทุกคนโดยสาร สมควรกําหนดใหมีบทบัญญัติใน ลักษณะดังกลาว เพ่ือใหการรับจางเปนไปดวยความเรียบรอย และปลอดภัยแกคนโดยสาร นอกจากน้ี สมควรกาํ หนดใหน ายทะเบยี นมอี าํ นาจเรยี กผไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั รถมาตรวจสอบคณุ สมบตั หิ รอื ลกั ษณะ ตองหามภายหลังท่ีไดรับใบอนุญาตไปแลวได จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ ๑๓๒ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๑/ตอนพเิ ศษ ๗๐ ก/หนา ๑/๑๒ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๗
๒๕๒ พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๐๑๓๓ มาตรา ๒ พะราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากปจจุบันสถานการณราคา น้ํามันไดปรับตัวสูงขึ้นอยางตอเน่ือง รวมทั้งปญหาทางดานมลภาวะทางอากาศที่เพ่ิมมากข้ึน และ เพื่อเปนการสงเสริมใหมีการใชพลังงานอ่ืนทดแทนการใชนํ้ามันเชื้อเพลิง สนับสนุนการใชพลังงานอยาง ประหยัด และการใชพนักงงานสะอาดเพื่ออนุรักษสิ่งแวดลอม รวมท้ังปจจุบันมีผูนํารถท่ีขับเคล่ือนดวย พลังงานไฟฟาและพลังงานอื่นโดยมิไดใชเคร่ืองยนตมาใชภายในประเทศดวย อันจะเปนการชวยใหมี การใชพลังงานอยางเหมาะสมและคุมคา และกอใหเกิดผลดีตอระบบเศรษฐกิจและส่ิงแวดลอมของ ประเทศ สมควรสงเสริมการใชรถที่ใชพลังงานดังกลาวและกําหนดใหมีอัตราภาษีประจําปสําหรับรถ เหลาน้ีเปนการเฉพาะ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๕) พ.ศ. ๒๕๕๑๑๓๔ มาตรา ๒ พะราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่สังหาริมทรัพยหลายประเภท สามารถจดจํานองเปนประกันหน้ีได ดังเชน เรือกําปน หรือเรือมีระวางตั้งแต ๖ ตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนตมีระวางตั้งแต ๕ ตันข้ึนไป แพ สัตวพาหนะ สามารถจดจํานองไดตามประมวลกฎหมาย แพงและพาณิชย มาตรา ๗๐๓ สวนเครื่องจักรสามารถจดจํานองไดตามกฎหมายเคร่ืองจักร แตปรากฏ วารถยนต ไดแก รถยนตสาธารณะ รถยนตบริการ และรถยนตสวนบุคคล รวมทั้งรถพวง รถบดถนน และรถแทรคเตอร เปนสังหาริมทรัพยที่มีมูลคาสูงแตไมสามารถจดทะเบียนจํานองเปนประกันหน้ี ไดตามกฎหมาย ในกรณีท่ีตองใชเปนประกันหน้ีจึงตองใชวิธีการโอนขายแกเจาหนี้ และทําเปนสัญญา เชาซ้ือซ่ึงตองเสียคาธรรมเนียมและคาดอกเบ้ียในอัตราที่สูงเปนภาระแกประชาชนและผูประกอบการ หลายลานคนทั่วประเทศ สมควรบรรเทาภาระดังกลาวนี้ และทําใหรถดังกลาวเปนสินทรัพยที่มีมูลคา มีราคา ที่สามารถจํานองเปนประกันหน้ีได และผูเปนเจาของยังคงมีสิทธ์ิครอบครองใชสอยไดดังเดิม จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ ๑๓๓ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๔/ตอนท่ี ๑๐๒ ก/หนา ๓/๓๐ ธนั วาคม ๒๕๕๐ ๑๓๔ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๕/ตอนที่ ๓๒ ก/หนา ๓๓/๑๑ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๕๑
๒๕๓ พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๖๑๓๕ มาตรา ๔ บรรดาคาธรรมเนียมและภาษีประจําปของรถของหนวยงานตาม มาตรา ๙ (๓) แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ท่ีคางชําระไวกอนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหเปนอันระงับไป มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากปจจุบันไดมีการปรับปรุง การบริหารราชการ ทําใหมีหนวยงานของรัฐรูปแบบตาง ๆ เกิดขึ้นเพิ่มเติมจากหนวยงานทางราชการ ที่มีอยูเดิม อีกทั้งหนวยงานทางราชการเดิมบางหนวยก็ไดมีการปรับเปล่ียนฐานะหรือรูปแบบ การดําเนินการใหม อันมีผลทําใหหนวยงานน้ัน ๆ มิไดมีฐานะเปนกระทรวง ทบวง กรม หรือหนวยงาน ตามท่ีกฎหมายกําหนดใหไดรับการยกเวนคาธรรมเนียมและภาษีประจําป อยางไรก็ดี เน่ืองจาก หนวยงานท่ีเกิดขึ้นหรือปรับเปล่ียนใหมน้ันมีฐานะเปนหนวยงานของรัฐ สมควรแกไขเพิ่มเติมกฎหมาย วาดวยรถยนตเพื่อใหรถของหนวยงานดังกลาวไดรับการยกเวนคาธรรมเนียมและภาษีประจําป จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗๑๓๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๒๑ รถยนตสวนบุคคลตามพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไข เพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ที่ไดจดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกกอนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับใหทะเบียนรถและเอกสารที่เก่ียวของน้ันใชไดตอไป โดยถือวาเปนทะเบียนรถ และเอกสารท่ีเกี่ยวของตามพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ใหนายทะเบียนดําเนินการทางทะเบียนรถตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามพระราชบัญญัติ รถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ในวันท่ีเจาของรถมาชําระภาษีประจําป ของรถนั้นครั้งแรกหลังจากวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ โดยยกเวนคาธรรมเนียมท้ังปวงสําหรับการ ดําเนินการดังกลาว มาตรา ๒๒ บทบัญญัติในมาตรา ๖/๑ แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี มิใหใชบังคับกับรถท่ีนําเขามาเพื่อใชในราชอาณาจักรชั่วคราว โดยท่ีผูนําเขาไมมีภูมิลําเนาหรือถ่ินท่ีอยูในราชอาณาจักรตามมาตรา ๖ วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติ ๑๓๕ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๓๐/ตอนท่ี ๔๙ ก/หนา ๑/๗ มิถนุ ายน ๒๕๕๖
๒๕๔ รถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ แตตองปฏิบัติตามขอตกลงท่ีรัฐบาลไทยนํา ไวกับรัฐบาลของประเทศที่ผูนําเขามีสัญชาติหรือท่ีรถน้ันจดทะเบียน มาตรา ๒๓ รถที่ไดยึดไวตามมาตรา ๓๕ วรรคสอง หรือมาตรา ๓๗ วรรคหน่ึง แหงพระราชบัญยัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหอธิบดีกรมการขนสง ทางบกประกาศใหเจาของรถมาขอรับคืนรถภายในหนึ่งปนับแตวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ โดยให นายทะเบียนยึดแผนปายทะเบียนรถนั้นไวแทนรถที่ขอรับคืน รถท่ียึดตามวรรคหน่ึง และไดมีการจัดการขายทอดตลาดรถนั้นแลว กอนวันที่พระราช บัญญัติน้ีใชบังคับ เมื่อไดหักคาภาษี คาธรรมเนียม และคาใชจายในการยึดและขายรถ ใหนําเงินสวน ท่ีเหลือจากการขายทอดตลาดรถน้ันคืนแกเจาของรถแทน ในกรณีท่ีพนกําหนดระยะเวลาตามท่ีกําหนดในประกาศตามวรรคหนึ่งและเจาของรถมิได มาขอรับคืนรถ ใหอธิบดีกรมการขนสงทางบกจัดใหมีการขายทอดตลาดรถน้ัน และเมื่อไดหักคาภาษี คาธรรมเนียม และคาใชจายในการยึดและขายรถแลว ใหนําเงินสวนท่ีเหลือจากการขายทอดตลาดรถ นั้นสงคลังเปนรายไดแผนดิน มาตรา ๒๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายวาดวยรถยนต ไดใชบังคับมาเปนเวลานาน สมควรปรับปรุงบทบัญญัติบางประการเสียใหม เพ่ือใหสอดคลองกับ เทคโนโลยกี ารผลติ รถในปจ จบุ นั ทม่ี กี ารพฒั นาเปลย่ี นแปลงไปมาก และสอดคลอ งกบั การใชร ถ ตลอดจน เพื่อใหการควบคุมและการกํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายดังกลาวมีประสิทธิภาพย่ิงขึ้น และ ใหมีอัตราคาธรรมเนียมและอัตราภาษีประจําปสําหรับรถอ่ืนท่ีกําหนดในกฎกระทรวงที่เหมาะสม จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี วิชพงษ/ผูจัดทํา ๗ มกราคม ๒๕๕๘ ๑๓๖ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๓๑/ตอนท่ี ๘๓ ก/หนา ๑๕/๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗
๒๕๕ ¼¹Ç¡ ¤ : ¾.Ã.º.¡Òâ¹Ê§‹ ·Ò§º¡ ¾.È.òõòò
๒๕๖
๒๕๗ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ ¡Òâ¹Ê‹§·Ò§º¡ ¾.È. òõòò ÀÙÁÔ¾ÅÍ´ØÅÂà´ª ».Ã. ãËŒäÇŒ ³ Çѹ·èÕ ñõ ÁÕ¹Ò¤Á ¾.È. òõòò ໚¹»‚·Õè óô ã¹ÃѪ¡ÒÅ»˜¨¨ØºÑ¹ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยการขนสง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแหงชาติ ทําหนาที่รัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒” มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหน่ึงรอยแปดสิบวันนับแตวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๓ ใหยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติการขนสง พ.ศ. ๒๔๙๗ (๒) พระราชบัญญัติการขนสง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐ (๓) พระราชบัญญัติการขนสง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ บรรดาบทกฎหมาย กฎ และขอบังคับอื่นในสวนที่มีบัญญัติไวแลวในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตินี้ ใหใชพระราชบัญญัติน้ีแทน มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัติน้ี (๑) “การขนสง” หมายความวา การขนคน สัตว หรือส่ิงของ โดยทางบกดวยรถ (๒) “การขนสงประจําทาง” หมายความวา การขนสงเพ่ือสินจางตามเสนทางที่ คณะกรรมการกําหนด (๓) “การขนสงไมประจําทาง” หมายความวา การขนสงเพ่ือสินจางโดยไมจํากัดเสนทาง ๑ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๙๖/ตอนที่ ๓๘/ฉบับพิเศษ หนา ๑/๒๑ มนี าคม ๒๕๒๒
๒๕๘ (๔)๒ “การขนสง โดยรถขนาดเลก็ ” หมายความวา การขนสง คนหรอื สง่ิ ของหรอื คนและสงิ่ ของ รวมกันเพ่ือสินจางตามเสนทางท่ีคณะกรรมการกําหนดดวยรถที่มีน้ําหนักรถและน้ําหนักบรรทุกรวมกัน ไมเกินสี่พันกิโลกรัม (๕)๓ “การขนสงสวนบุคคล” หมายความวา การขนสงเพื่อการคาหรือธุรกิจของตนเอง ดวยรถท่ีมีนํ้าหนักเกินสองพันสองรอยกิโลกรัม (๖) “การขนสง ระหวา งจงั หวดั ” หมายความวา การขนสง ประจาํ ทาง การขนสง ไมป ระจาํ ทาง หรือการขนสงสวนบุคคลซึ่งกระทําระหวางจังหวัดกับจังหวัด (๗) “การขนสง ระหวา งประเทศ” หมายความวา การขนสง ประจาํ ทาง การขนสง ไมป ระจาํ ทาง หรือการขนสงสวนบุคคลซึ่งกระทําระหวางประเทศไทยกับตางประเทศ (๘) “การรับจัดการขนสง” หมายความวา การรับจางรวบรวมคน สัตวหรือสิ่งของ และ จดั ใหบ คุ คลอนื่ ซง่ึ เปน ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ทาํ การขนสง จากทแ่ี หง หนง่ึ ไปยงั ทอี่ กี แหง หนง่ึ ในความรับผิดชอบของผูรับจัดการขนสง (๙) “รถ” หมายความวา ยานพาหนะทุกชนิดที่ใชในการขนสงทางบกซึ่งเดินดวยกําลัง เคร่ืองยนต กําลังไฟฟา หรือพลังงานอ่ืน และหมายความรวมตลอดถึงรถพวงของรถนั้นดวย ท้ังนี้ เวนแตรถไฟ (๑๐) “ผตู รวจการ” หมายความวา ขา ราชการสงั กดั กรมการขนสง ทางบก ซงึ่ รฐั มนตรแี ตง ตงั้ ใหมีหนาที่ตรวจการขนสง (๑๑) “พนักงานตรวจสภาพ” หมายความวา ขาราชการสังกัดกรมการขนสงทางบก ซง่ึ รฐั มนตรแี ตง ตงั้ ใหม หี นา ทต่ี รวจความมนั่ คงแขง็ แรง ความสะอาด ความเรยี บรอ ย และความเหมาะสม ของสภาพรถท่ีนํามาใชในการขนสง (๑๒) “นายทะเบียน” หมายความวา นายทะเบียนกลาง หรือนายทะเบียนประจําจังหวัด แลวแตกรณี (๑๓) “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลาง หรือคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกประจําจังหวัด แลวแตกรณี (๑๔) “อธิบดี” หมายความวา อธิบดีกรมการขนสงทางบก (๑๕) “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี มาตรา ๕๔ พระราชบัญญัติน้ีมิใหใชบังคับแก (๑) การขนสงโดยรถยนตทหารตามกฎหมายวาดวยรถยนตทหาร ๒ มาตรา ๔ (๔) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ ๓ มาตรา ๔ (๕) แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔ มาตรา ๕ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๗
๒๕๙ (๒) การขนสงโดย (ก) รถยนตรับจางที่บรรทุกผูโดยสารไมเกินเจ็ดคน รถยนตรับจางระหวางจังหวัด ท่ีบรรทุกผูโดยสารไมเกินเจ็ดคน รถยนตบริการท่ีบรรทุกผูโดยสารไมเกินเจ็ดคน และรถยนตนั่งสวน บุคคลไมเกินเจ็ดคนตามกฎหมายวาดวยรถยนต (ข)๕ รถยนตน ง่ั สว นบคุ คลเกนิ เจด็ คนแตไ มเ กนิ สบิ สองคน และรถยนตบ รรทกุ สว นบคุ คล ท่ีมีนํ้าหนักรถไมเกินสองพันสองรอยกิโลกรัมตามกฎหมายวาดวยรถยนต ซ่ึงมิไดใชประกอบการขนสง เพื่อสินจาง (ค) รถยนตสามลอ รถจักรยานยนต และรถแทรกเตอร ตามกฎหมายวาดวย รถยนต (๓) การขนสงตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๖ ใหอ ธบิ ดหี รอื ผซู ง่ึ อธบิ ดมี อบหมายเปน นายทะเบยี นกลางมอี าํ นาจหนา ทตี่ าม พระราชบัญญัติน้ีในสวนท่ีเก่ียวกับการขนสงระหวางจังหวัดและการขนสงระหวางประเทศ ใหนายทะเบียนกลางเปนนายทะเบียนประจํากรุงเทพมหานคร มีอํานาจและหนาท่ีตาม พระราชบัญญัตินี้ภายในเขตกรุงเทพมหานคร ใหขนสงจังหวัดเปนนายทะเบียนประจําจังหวัด มีอํานาจและหนาท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี ภายในเขตจังหวัดของตน ในการปฏบิ ตั หิ นา ทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี นายทะเบยี นกลางและนายทะเบยี นประจาํ จงั หวดั อาจมอบหมายใหขาราชการในสังกัดกรมการขนสงทางบกกระทําการแทนได๖ การมอบหมายตามวรรคส่ีใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๗ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจแตงต้ังผูตรวจการและพนักงานตรวจสภาพกับออก กฎกระทรวงกําหนดคาธรรมเนียมไมเกินอัตราทายพระราชบัญญัติน้ี ยกเวนคาธรรมเนียมและกําหนด กจิ การอนื่ เพอื่ ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ทง้ั นี้ ในสว นทเ่ี กยี่ วกบั อาํ นาจหนา ทข่ี องแตล ะกระทรวง กฎกระทรวงน้ัน เม่ือไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว ใหใชบังคับได ๕ มาตรา ๕ (๒) (ข) แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๖ มาตรา ๖ วรรคสี่ แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๖๐ ËÁÇ´ ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒùâºÒ¡Òâ¹Ê‹§·Ò§º¡ มาตรา ๘ ใหมีคณะกรรมการนโยบายการขนสงทางบกคณะหนึ่ง ประกอบดวย รัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมเปนประธานกรรมการ รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงคมนาคมเปน รองประธานกรรมการ ปลดั กระทรวงคมนาคม ปลดั กระทรวงมหาดไทย ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ ปลดั กระทรวงพาณชิ ย ปลดั กระทรวงอตุ สาหกรรม ปลดั กระทรวงการคลงั เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎกี า เลขาธกิ ารคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาติ ผอู าํ นวยการสาํ นกั งบประมาณ ผอู าํ นวยการ สํานักงานนโยบายและแผนการขนสงและจราจร* อธิบดีกรมทางหลวงเปนกรรมการ และกรรมการ ผูทรงคุณวุฒิอ่ืนอีกไมเกินหาคนซ่ึงรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูมีสัญชาติไทย และมีความรูหรือความจัดเจน ในการขนสง การเศรษฐกิจหรือกฎหมาย ใหอธิบดีกรมการขนสงทางบก เปนกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ ใหคณะกรรมการนโยบายการขนสงทางบกแตงต้ังผูชวยเลขานุการคณะกรรมการไดตาม ความจําเปน มาตรา ๙ ใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสองป ในกรณีที่มีการแตงต้ังกรรมการในระหวางท่ีกรรมการซ่ึงแตงต้ังไวแลวยังมีวาระอยูใน ตําแหนงไมวาจะเปนการแตงตั้งเพิ่มขึ้นหรือแตงตั้งซอม ใหผูซ่ึงไดรับแตงต้ังนั้นอยูในตําแหนงเทากับ วาระที่เหลืออยูของกรรมการซ่ึงแตงตั้งไวแลวน้ัน กรรมการซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับแตงต้ังเปนกรรมการอีกได มาตรา ๑๐ ผูมีลักษณะอยางหนึ่งอยางใดดังตอไปน้ี หามมิใหเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิ (๑) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (๒) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดหรือคําส่ังที่ชอบดวยกฎหมายใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๓) เปนบุคคลลมละลาย (๔) เปนกรรมการพรรคการเมือง หรือเจาหนาที่ในพรรคการเมือง มาตรา ๑๑ นอกจากการพนจากตําแหนงตามมาตรา ๙ กรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจาก ตําแหนง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรีใหออก (๔) มีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๐
๒๖๑ มาตรา ๑๒ ในการประชุมของคณะกรรมการ ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือ ไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม ถาประธานและรองประธาน ไมม าประชมุ หรอื ไมอ าจปฏบิ ตั หิ นา ทไี่ ด ใหท ป่ี ระชมุ เลอื กกรรมการคนหนงึ่ เปน ประธานในทปี่ ระชมุ แทน มาตรา ๑๓ การประชุมคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งจํานวน ของกรรมการท้ังหมด จึงจะเปนองคประชุม การวินิจฉัยช้ีขาดของท่ีประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหน่ึงในการ ลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๔ คณะกรรมการนโยบายการขนสงทางบกมีอํานาจและหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) กําหนดนโยบายการขนสงทางบกระยะส้ันและระยะยาวเสนอตอคณะรัฐมนตรี (๒) กาํ หนดนโยบายเกยี่ วกบั การพฒั นาและดาํ เนนิ การสถานขี นสง เสนอตอ คณะรฐั มนตรี (๓) กําหนดมาตรการและแผนพัฒนาการขนสงทางบกเสนอตอคณะรัฐมนตรี (๔) กําหนดมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยและความสะดวกในการขนสงทางบก เพื่อใหคณะกรรมการปฏิบัติ (๕) กําหนดการหามรับจดทะเบียนรถเปนคร้ังคราวตามความจําเปนโดยอนุมัติ คณะรัฐมนตรีเพ่ือใหคณะกรรมการปฏิบัติ (๖) ประสานงานท่ีเกี่ยวของระหวางกันในดานการขนสงทางบก ตลอดจนประสานงาน ดานการขนสงทางบกกับการขนสงทางนํ้าและการขนสงทางอากาศ (๗) ใหคําปรึกษาตอรัฐมนตรีเกี่ยวกับการขนสงทางบก มาตรา ๑๕ คณะกรรมการนโยบายการขนสงทางบกมีอํานาจแตงตั้งอนุกรรมการ เพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการอยางหนึ่งอยางใดก็ได ใหนํามาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใชบังคับแกการประชุมคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม ËÁÇ´ ò ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒäǺ¤ØÁ¡Òâ¹Ê‹§·Ò§º¡ มาตรา ๑๖ ใหมีคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางคณะหน่ึงประกอบดวย ปลดั กระทรวงคมนาคม เปน ประธานกรรมการ ปลดั กระทรวงมหาดไทย เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎกี า ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เลขาธิการคณะกรรมการ คมุ ครองผบู รโิ ภค ผอู าํ นวยการสาํ นกั งานนโยบายและแผนการขนสง และจราจร ผวู า ราชการกรงุ เทพมหานคร เปนกรรมการ และกรรมการผูทรงคุณวุฒิอีกไมเกินสามคนซ่ึงรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมแตงตั้ง จากผูมีความรูความเช่ียวชาญดานการขนสงหรือการวางแผนจราจร๗ ๗ มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๖๒ ใหอธิบดีกรมการขนสงทางบก เปนกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ ใหคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางแตงต้ังผูชวยเลขานุการคณะกรรมการได ตามความจําเปน มาตรา ๑๗ ใหม คี ณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกประจาํ จงั หวดั ทกุ จงั หวดั ยกเวน กรงุ เทพมหานคร ประกอบดว ยผวู า ราชการจงั หวดั เปน ประธานกรรมการ อยั การจงั หวดั ผกู าํ กบั การตาํ รวจ ภูธรจังหวัดเปนกรรมการ และผูซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งอีกไมเกินหาคน โดยมีนายกเทศมนตรีในจังหวัดนั้น รวมอยูดวยหนึ่งคนเปนกรรมการ ใหขนสงจังหวัดเปนกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ ใหคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกประจําจังหวัดแตงตั้งผูชวยเลขานุการคณะ กรรมการไดตามความจําเปน มาตรา ๑๘ ใหนํามาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใชบังคับแกคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลาง และคณะกรรมการควบคุมการ ขนสงทางบกประจําจังหวัดโดยอนุโลม มาตรา ๑๙ ใหคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางมีอํานาจและหนาท่ี ดังตอไปน้ี (๑) กําหนดลักษณะของการขนสงประจําทางและการขนสงไมประจําทาง (๒) กาํ หนดเสน ทาง จาํ นวนผปู ระกอบการขนสง และจาํ นวนรถสาํ หรบั การขนสง ประจาํ ทาง ในเขตกรุงเทพมหานคร ระหวางจังหวัดและระหวางประเทศ (๓) กําหนดจํานวนผูประกอบการขนสงและจํานวนรถสําหรับการขนสงไมประจําทาง ในเขตกรุงเทพมหานคร ระหวางจังหวัดและระหวางประเทศ (๔) กําหนดเสนทาง จํานวนผูประกอบการขนสง และจํานวนรถสําหรับการขนสง โดยรถขนาดเล็ก (๕) กําหนดจํานวนผูประกอบการรับจัดการขนสง (๖) กําหนดอัตราคาขนสงและคาบริการอยางอื่นในการขนสง (๗) กําหนดอัตราคาบริการในการดําเนินการของสถานีขนสง (๘) กําหนดสถานที่ จัดใหมีหรือจัดตั้ง และระเบียบเก่ียวกับสถานีขนสง (๙) กําหนดชนิดหรือสภาพรถท่ีมิใหรับจดทะเบียน (๑๐) กําหนดประเภทหรือชนิดของรถที่ตองเขาหยุดหรือจอดเพื่อการรับสงผูโดยสารหรือ ขนถายสินคา ณ สถานีขนสง (๑๑) กําหนดท่ีหยุดหรือจอดรถเพื่อรับสงผูโดยสาร (๑๒) วางมาตรการในการกําหนด อนุญาต เพิกถอนการอนุญาตและการควบคุมกิจการ ขนสงทางบก
๒๖๓ (๑๓) ปฏิบัติการอ่ืนตามท่ีบัญญัติไวในพระราชบัญญัตินี้ และตามมติคณะกรรมการ นโยบายการขนสงทางบก การกําหนดตาม (๒) (๓) (๔) (๘) (๙) และ (๑๐) ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๐ ใหคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกประจําจังหวัดมีอํานาจและ หนาที่ภายในเขตจังหวัด ดังตอไปนี้ (๑) กาํ หนดเสน ทาง จาํ นวนผปู ระกอบการขนสง และจาํ นวนรถสาํ หรบั การขนสง ประจาํ ทาง (๒) กําหนดจํานวนผูประกอบการขนสงและจํานวนรถสําหรับการขนสงไมประจําทาง (๓) กําหนดเสนทาง จํานวนผูประกอบการขนสงและจํานวนรถสําหรับการขนสงโดยรถ ขนาดเล็ก (๔) กําหนดอัตราคาขนสงและคาบริการอยางอื่นในการขนสง (๕) ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติน้ี และตามมติคณะกรรมการ นโยบายการขนสงทางบกและคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลาง การกาํ หนดตาม (๑) และ (๔) เมอ่ื ไดร บั อนมุ ตั จิ ากคณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลาง แลวจึงจะใชบังคับได และการกําหนดตาม (๑) (๒) และ (๓) ใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๑ คณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางมีอํานาจแตงต้ังอนุกรรมการ เพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการอยางหน่ึงอยางใดก็ได ใหนํามาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใชบังคับแกการประชุมคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม มาตรา ๒๒ ใหรัฐมนตรีมีอํานาจหนาที่กํากับโดยทั่วไปซึ่งกิจการการขนสงทางบก เพอ่ื ประโยชนใ นการนจี้ ะสงั่ ใหค ณะกรรมการชแ้ี จงขอ เทจ็ จรงิ แสดงความคดิ เหน็ หรอื ทาํ รายงานหรอื ยบั ยง้ั การกระทําใด ๆ ซ่ึงขัดตอนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนมีอํานาจสั่งสอบสวน ขอเท็จจริงท่ีเก่ียวกับการดําเนินงานได ËÁÇ´ ó ¡ÒûÃСͺ¡Òâ¹Ê‹§ มาตรา ๒๓ หามมิใหผูใดประกอบการขนสงประจําทาง การขนสงไมประจําทาง การขนสงโดยรถขนาดเล็ก หรือการขนสงสวนบุคคล เวนแตจะไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๒๔ ผูขอรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง การขนสงไมประจําทาง และการขนสงโดยรถขนาดเล็ก ตองมีสัญชาติไทย
๒๖๔ ในกรณีท่ีผูขอรับใบอนุญาตเปนหางหุนสวน บริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด หางหุนสวนหรือบริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัดนั้นตองจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและ มีสํานักงานใหญต้ังอยูในราชอาณาจักรไทย และ (๑) ในกรณีที่เปนหางหุนสวนสามัญจดทะเบียน ผูเปนหุนสวนทั้งหมดตองมีสัญชาติไทย (๒) ในกรณีท่ีเปนหางหุนสวนจํากัด ผูเปนหุนสวนจําพวกไมจํากัดความรับผิดท้ังหมด ตอ งมสี ญั ชาตไิ ทย และทนุ ของหา งหนุ สว นจาํ กดั นนั้ ไมน อ ยกวา รอ ยละหา สบิ เอด็ ตอ งเปน ของผเู ปน หนุ สว น ซ่ึงเปนบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย (๓)๘ ในกรณที เ่ี ปน บรษิ ทั จาํ กดั กรรมการบรษิ ทั จาํ นวนไมน อ ยกวา กง่ึ หนงึ่ ตอ งมสี ญั ชาตไิ ทย และทุนของบริษัทจํากัดนั้นไมนอยกวารอยละหาสิบเอ็ดตองเปนของผูถือหุน ซ่ึงเปนบุคคลธรรมดา และมีสัญชาติไทย หรือตองเปนของหางหุนสวนสามัญจดทะเบียน หางหุนสวนจํากัด หรือบริษัทจํากัด หรอื ตอ งเปน ของกระทรวง ทบวง กรม ราชการสว นทอ งถน่ิ รฐั วสิ าหกจิ ตามกฎหมายวา ดว ยวธิ กี ารงบประมาณ หรือองคการของรัฐ ตามกฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคการของรัฐบาลหรือตามกฎหมายวาดวยการ น้ัน ๆ และบริษัทจํากัดนั้นตองไมมีขอบังคับ อนุญาตใหมีการออกหุนชนิดออกใหแกผูถือ (๔) ในกรณีท่ีเปนบริษัทมหาชนจํากัด กรรมการบริษัทจํานวนไมนอยกวาก่ึงหนึ่งตองมี สัญชาติไทย และทุนของบริษัทมหาชนจํากัดน้ันไมนอยกวารอยละหาสิบของจํานวนหุนท่ีจําหนายได ทั้งหมดตองเปนของผูถือหุนซ่ึงเปนบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย ในกรณีที่ผูถือหุนบริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัดเปนหางหุนสวนสามัญจดทะเบียน หา งหนุ สว นจาํ กดั บรษิ ทั จาํ กดั หรอื บรษิ ทั มหาชนจาํ กดั ผถู อื หนุ ดงั กลา วจะตอ งมลี กั ษณะตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) แลวแตกรณี ใหค ณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลางมอี าํ นาจยกเวน คณุ สมบตั ติ ามความจาํ เปน หรือมีเหตุพิเศษเปนการเฉพาะรายได มาตรา ๒๕ หามมิใหผูใดประกอบการขนสงระหวางประเทศเวนแตจะไดรับใบอนุญาต จากนายทะเบยี นกลางโดยอนมุ ตั ขิ องคณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลางและผไู ดร บั ใบอนญุ าต ดังกลาวตองปฏิบัติตามบทบัญญัติทั้งหลายแหงพระราชบัญญัติน้ี ท้ังนี้ เทาที่ไมขัดตออนุสัญญาหรือ ขอตกลงระหวางประเทศในสวนที่เกี่ยวกับการขนสง การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวง ใหนํามาตรา ๒๘ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๖ มาใชบังคับแก การประกอบการขนสงระหวางประเทศโดยอนุโลม มาตรา ๒๖ หามมิใหผูใดนํารถท่ีจดทะเบียนในตางประเทศมาใชประกอบการขนสง ในประเทศไทย เวนแตเพื่อการขนสงระหวางประเทศและไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนกลางแลว ๘ มาตรา ๒๔ (๓) แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๒
๒๖๕ ผูประจํารถตามมาตรา ๙๒ ซ่ึงประจําในรถตามวรรคหน่ึงตองปฏิบัติตามบทบัญญัติ ทั้งหลายแหงพระราชบัญญัติน้ี และหรือตามขอตกลงท่ีมีอยูระหวางรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศ น้ัน ๆ มาตรา ๒๗ ใบอนุญาตประกอบการขนสงมีสี่ประเภท คือ (๑) ใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง (๒) ใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทาง (๓) ใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก (๔) ใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคล ใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง ใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทางหรือ ใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก ใหใชเปนใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคลได หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงใชรถผิดประเภทตามท่ีระบุไวขางตน เวนแต จะไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากนายทะเบียนเปนครั้งคราว ตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีคณะกรรมการ ควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนด มาตรา ๒๘ ใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางใหมีอายุเจ็ดปนับแตวันออก ใบอนุญาต ใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทาง ใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาด เล็ก และใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคล ใหมีอายุหาปนับแตวันออกใบอนุญาต ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งประสงคจะขอตออายุใบอนุญาตจะตองย่ืนคําขอเสียกอนใบอนุญาต ส้ินอายุ แตการขอตออายุใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางและใบอนุญาตประกอบการขนสง โดยรถขนาดเล็ก จะตองย่ืนคําขอกอนใบอนุญาตสิ้นอายุไมนอยกวาหน่ึงรอยย่ีสิบวัน การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๒๙๙ บทบญั ญตั แิ หง มาตรา ๒๓ มใิ หใ ชบ งั คบั แกก ารขนสง สว นบคุ คล ซงึ่ หนว ยงาน ของรัฐ วัด มัสยิด มิสซัง มูลนิธิ สภากาชาดไทย และสถานพยาบาลตามกฎหมายวาดวยสถานพยาบาล เปนผูประกอบการขนสง แตผูประกอบการขนสงตองปฏิบัติตามบทบัญญัติอ่ืนแหงพระราชบัญญัติน้ี เสมือนดังเปนผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคลทุกประการ มาตรา ๓๐ ใหนายทะเบียนกลางเปนผูออกใบอนุญาตประกอบการขนสงใน กรุงเทพมหานคร การขนสงระหวางจังหวัด และการขนสงระหวางประเทศ และใหนายทะเบียนประจํา จังหวัดเปนผูออกใบอนุญาตประกอบการขนสงในจังหวัดของตน ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนสง ประจาํ ทางจะตอ งไดร ับอนุมตั ิจากคณะกรรมการ ๙ มาตรา ๒๙ แกไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๖๖ มาตรา ๓๑ ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทาง ใหนายทะเบียน โดยอนุมัติของคณะกรรมการกําหนดเง่ือนไขไวในใบอนุญาตเกี่ยวกับ (๑) จาํ นวนรถทตี่ อ งใชใ นการประกอบการขนสง ตามเสน ทางทใี่ ชใ นการประกอบการขนสง (๒) สิทธิในรถท่ีใชประกอบการขนสงของผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง (๓) ลักษณะ ชนิด ขนาดและสีของรถ และเครื่องหมายของผูประกอบการขนสงท่ีตอง ใหปรากฏประจํารถทุกคัน (๔) จํานวนท่ีน่ัง เกณฑนํ้าหนักบรรทุกและวิธีการบรรทุก (๕) จํานวนผูประจํารถ (๖) เสนทางท่ีใชในการประกอบการขนสง (๗) อัตราคาขนสงและคาบริการอยางอื่นในการขนสง (๘) สถานที่หยุดและจอดเพ่ือขนถายคน สัตว หรือส่ิงของ (๙) ที่ท่ีรถจะตองหยุดในระหวางเสนทาง (๑๐) มาตรฐานบริการในการประกอบการขนสง (๑๑) เวลาและจํานวนเท่ียวของการเดินรถ (๑๒) เวลาทํางานประจําวันในการประกอบการขนสง (๑๓) สถานที่เก็บ ซอม และบํารุงรักษารถ (๑๔) การประกอบกิจการอื่นนอกจากการประกอบการขนสงประจําทาง (๑๕) เง่ือนไขอ่ืนที่กําหนดในกฎกระทรวง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางตองจัดใหมีประกาศเงื่อนไขตาม (๖) (๗) (๘) (๙) และ (๑๑) ณ ท่ีซึ่งอธิบดีกําหนด มาตรา ๓๒ ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทางใหนายทะเบียน โดยอนุมัติของคณะกรรมการกําหนดเง่ือนไขไวในใบอนุญาตเกี่ยวกับ (๑) จํานวนรถท่ีตองใชในการประกอบการขนสง (๒) ลักษณะ ชนิดและขนาดของรถ และเคร่ืองหมายของผูประกอบการขนสงท่ีตอง ใหปรากฏประจํารถทุกคัน (๓) จํานวนที่นั่ง เกณฑนํ้าหนักบรรทุกและวิธีการบรรทุก (๔) จํานวนผูประจํารถ (๕) ทองท่ีที่ทําการขนสง (๖) มาตรฐานบริการในการประกอบการขนสง (๗) อัตราคาขนสงและคาบริการอยางอ่ืนในการขนสง (๘) สถานท่ีหยุดและจอดเพื่อขนถายคน สัตว หรือสิ่งของ (๙) สถานที่เก็บ ซอม และบํารุงรักษารถ
๒๖๗ (๑๐) เงื่อนไขอ่ืนที่กําหนดในกฎกระทรวง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทางตองจัดใหมีการประกาศเงื่อนไขตาม (๗) และ (๘) ณ ท่ีซึ่งอธิบดีกําหนด มาตรา ๓๓ ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก ใหน ายทะเบียน โดยอนุมัติของคณะกรรมการกําหนดเง่ือนไขไวในใบอนุญาตเกี่ยวกับ (๑) จาํ นวนรถทต่ี อ งใชใ นการประกอบการขนสง ตามเสน ทางทใี่ ชใ นการประกอบการขนสง (๒) ลักษณะ ชนิด ขนาดและสีของรถ และเคร่ืองหมายของผูประกอบการขนสงที่ตอง ใหปรากฏประจํารถทุกคัน (๓) จํานวนท่ีน่ัง เกณฑนํ้าหนักบรรทุก และวิธีการบรรทุก (๔) เวลาและจํานวนเที่ยวของการเดินรถ (๕) เสนทางที่ใชในการประกอบการขนสง (๖) อัตราคาขนสงและคาบริการอยางอื่นในการขนสง (๗) เง่ือนไขอื่นท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็กตองจัดใหมีประกาศเง่ือนไขตาม (๕) และ (๖) ณ ที่ซึ่งอธิบดีกําหนด มาตรา ๓๔๑๐ ในการออกใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคล ใหนายทะเบียน กําหนดเง่ือนไขตามหลักเกณฑท่ีคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนดไวในใบอนุญาต เก่ียวกับ (๑) จํานวนรถที่ตองใชในการประกอบการขนสง (๒) ลักษณะ ชนิด และขนาดของรถ และเคร่ืองหมายของผูประกอบการขนสงที่ตองให ปรากฏประจํารถทุกคัน (๓) สถานที่เก็บ ซอม และบํารุงรักษา (๔)๑๑ จํานวนผูประจํารถ (๕)๑๒ เง่ือนไขอ่ืนที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๕๑๓ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตามประเภทที่อธิบดีประกาศกําหนด ตองจัดใหมีสมุดประจํารถ ประวัติผูประจํารถ การตรวจสอบสภาพและความพรอมของรถและผูขับรถ พรอมท้ังบันทึกการตรวจสอบดังกลาว และใบกํากับสินคาท่ีทําการขนสง รวมท้ังตองจัดทํารายงาน การขนสงและรายงานอุบัติเหตุที่เกิดจากการขนสง ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดี ประกาศกําหนด ๑๐ มาตรา ๓๔ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ ๑๑ มาตรา ๓๔ (๔) เพ่ิมโดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๒ มาตรา ๓๔ (๕) เพ่มิ โดยพระราชบัญญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๓ มาตรา ๓๕ แกไขเพิ่มเติมโดยคําส่ังหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติ ท่ี ๑๕/๒๕๖๐ เร่ือง มาตรการเพิ่ม ความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ
๒๖๘ มาตรา ๓๖๑๔ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ตอ งจดั ใหม อี ปุ กรณแ ละเครอื่ งมอื เครอ่ื งใช และตองปฏิบัติตามขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยในการขนสง ทั้งนี้ ตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๗ ใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางจัดใหมีที่พักผูโดยสาร ตามระยะทางโดยมีลักษณะ ขนาด จํานวน และจุดท่ีตั้งของที่พักผูโดยสารตามท่ีคณะกรรมการกําหนด มาตรา ๓๘ หา มมใิ หผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง เพมิ่ ลด หรอื ยกเวน คา ขนสง หรือคาบริการอยางอ่ืนในการขนสง เวนแตจะไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการ มาตรา ๓๙ หา มมใิ หผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ประจาํ ทาง ผไู ดร บั ใบอนญุ าต ประกอบการขนสงไมประจําทาง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก หรือผูไดรับ ใบอนุญาตประกอบการขนสงสวนบุคคลใชหรือยอมใหบุคคลอื่นใชรถท่ีไดรับอนุญาตทําการขนสงนอก เสน ทาง หรอื นอกทอ งทท่ี ไ่ี ดร บั อนญุ าต แลว แตก รณี เวน แตจ ะไดร บั อนญุ าตเปน หนงั สอื จากนายทะเบยี น หรือผูซ่ึงนายทะเบียนมอบหมาย ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการควบคุมการขนสง ทางบกกลางกําหนด มาตรา ๓๙/๑๑๕ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ประจาํ ทางอาจนาํ รถทไ่ี ดร บั อนญุ าต ใหใชประกอบการขนสงในเสนทางหน่ึงไปใชทําการขนสงอีกเสนทางหนึ่งที่ตนเปนผูไดรับใบอนุญาต ในลักษณะหมุนเวียนได โดยไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากนายทะเบียน การขออนุญาตและการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่ คณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนด มาตรา ๔๐ หา มมใิ หผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ไมป ระจาํ ทางกระทาํ การขนสง อันมีลักษณะเชนเดียวหรือคลายกับผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางหรือมีลักษณะเปน การแยงผลประโยชนกับผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางในเสนทางที่ผูไดรับใบอนุญาต ประกอบการขนสงประจําทางไดรับอนุญาต มาตรา ๔๐ ทวิ๑๖ หา มมใิ หผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ใชห รอื ยนิ ยอมใหผ ใู ดปฏบิ ตั ิ หนาท่ีขับรถท่ีใชในการขนสง หากปรากฏวาขณะใชหรือขณะยินยอมใหปฏิบัติหนาท่ีขับรถ ผูนั้นมีอาการ หรือกระทําการอยางหนึ่งอยางใดดังตอไปน้ี (๑) เมาสุราหรือของมึนเมาอยางอื่น (๒) เสพยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ (๓) เสพวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาทตามกฎหมายวาดวยวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิต และประสาท ๑๔ มาตรา ๓๖ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๑๕ มาตรา ๓๙/๑ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๑๖ มาตรา ๔๐ ทวิ เพม่ิ โดยพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒
๒๖๙ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ตอ งคอยดแู ลและปอ งกนั ไมใ หผ ซู ง่ึ มอี าการ หรอื กระทาํ การ ตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ของวรรคหน่ึงปฏิบัติหนาท่ีขับรถ มาตรา ๔๑ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน หรือมีความจําเปนท่ีจะแกไขสถานการณเพื่อใหการ ขนสง ไดร บั ความสะดวกหรอื ใหม รี ถเพยี งพอแกก ารขนสง นายทะเบยี นมอี าํ นาจทจ่ี ะสง่ั เปลย่ี นแปลงเสน ทาง การเดินรถ เวลา และจํานวนเที่ยวของการเดินรถหรือใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง ผูใดสงรถ ท่ีตนไดรับอนุญาตไปชวยเหลือเปนการช่ัวคราวตามควรแกกรณีแลวใหรายงานคณะกรรมการโดยเร็ว มาตรา ๔๒ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ตอ งแสดงใบอนญุ าตประกอบการขนสง หรือใบแทนใบอนุญาตไวในท่ีเปดเผย ณ ที่ต้ังสํานักงานของผูไดรับใบอนุญาต มาตรา ๔๓ ในกรณีท่ีใบอนุญาตประกอบการขนสงสูญหาย ถูกทําลายหรือชํารุดใน สาระสําคัญ ใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตตอนายทะเบียน ภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดทราบถึงการสูญหาย ถูกทําลายหรือชํารุดดังกลาว มาตรา ๔๔ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ประจาํ ทาง ซง่ึ ประสงคจ ะเลกิ ประกอบการ ขนสงตองแจงความประสงคดังกลาวเปนหนังสือใหนายทะเบียนทราบลวงหนาไมนอยกวาเกาสิบวัน กอนวันเลิกประกอบการขนสง มาตรา ๔๕ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็กซ่ึงประสงคจะเลิก ประกอบการขนสงตองแจงความประสงคดังกลาวเปนหนังสือใหนายทะเบียนทราบลวงหนาไมนอยกวา หกสิบวันกอนวันเลิกประกอบการขนสง มาตรา ๔๖ เม่ือปรากฏวาผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๔ (๒) ไมป ฏบิ ตั หิ รอื ปฏบิ ตั ไิ มถ กู ตอ งตามเงอื่ นไขในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ หรอื มาตรา ๓๔ หรือไมปฏิบัติหรือปฏิบัติไมถูกตองตามขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยของผูโดยสารตาม มาตรา ๓๖ หรือไมปฏิบัติหรือปฏิบัติไมถูกตองตามบทบัญญัติในหมวด ๔ วาดวยการชดใชคาเสียหาย ที่เกิดจากการขนสง ใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงน้ันปฏิบัติใหถูกตอง หรือจัดการแกไขใหถูกตองภายในระยะเวลาที่กําหนด ถาผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงไมปฏิบัติ หรอื ไมแ กไ ขใหถ กู ตอ ง หรอื เปน ทเี่ หน็ ไดว า ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ไมส ามารถจะดาํ เนนิ การ ตามเงอ่ื นไขหรอื ขอ กาํ หนดนนั้ หรอื การดาํ เนนิ การนนั้ นา จะเปน เหตใุ หเ กดิ ภยนั ตรายหรอื เสอื่ มประโยชน ตอประชาชน ใหนายทะเบียนโดยอนุมัติของคณะกรรมการส่ังเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนสงได แตถาเปนการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางใหเปนอํานาจของคณะกรรมการ ควบคุมการขนสงทางบกกลางที่จะพิจารณาอนุมัติ มาตรา ๔๗ ใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงซึ่งถูกส่ังเพิกถอนใบอนุญาตตอง สงคืนใบอนุญาตตอนายทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
๒๗๐ มาตรา ๔๘ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงซ่ึงถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตมีสิทธิ อุทธรณตอรัฐมนตรีภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีทราบคําสั่ง คําวินิจฉัยของรัฐมนตรีใหเปนที่สุด การอุทธรณตามวรรคหนึ่งไมเปนการทุเลาการบังคับตามคําส่ังเพิกถอนใบอนุญาต มาตรา ๔๙๑๗ ใหอธิบดีหรือนายทะเบียนมีอํานาจควบคุมดูแลบรรดากิจการที่เกี่ยวกับ การขนสง ใหเ ปน ไปตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ และเพอ่ื ประโยชนด งั กลา วใหอ ธบิ ดหี รอื นายทะเบยี นมอี าํ นาจ (๑) เขา ไปในสถานทด่ี าํ เนนิ การของผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง เพอื่ ทราบขอ เทจ็ จรงิ และเพ่ือตรวจสอบบัญชีและเอกสารอ่ืนที่เกี่ยวของกับการประกอบการขนสง (๒) ยึดหรืออายัดไวซ่ึงส่ิงของหรือเอกสารท่ีอยูในสถานที่ตาม (๑) ท่ีเปนความผิดหรือ ท่ีอาจใชเปนพยานหลักฐานเพื่อพิสูจนความผิด หรือไดมาจากการกระทําความผิด (๓) เรียกผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง ผูจัดการและพนักงานของผูไดรับใบ อนุญาตประกอบการขนสง มาใหถอยคําหรือสั่งใหย่ืนคําช้ีแจงแสดงขอเท็จจริงตามที่ตองการ ในการปฏิบัติตาม (๑) และ (๒) ใหกระทําระหวางพระอาทิตยข้ึนถึงพระอาทิตยตกหรือ ในเวลาทาํ การของสถานทนี่ น้ั และใหอ ธบิ ดมี อี าํ นาจมอบหมายใหผ ตู รวจการหรอื พนกั งานตรวจสภาพทาํ การ แทนได ในการปฏิบัติการของอธิบดี นายทะเบียน ผูตรวจการ หรือพนักงานตรวจสภาพตาม มาตรานี้ใหบุคคลท่ีเกี่ยวของซ่ึงอยูในสถานท่ีนั้นอํานวยความสะดวกหรือชวยเหลือตามสมควร มาตรา ๕๐ ใหผ ตู รวจการมอี าํ นาจเรยี กรถใหห ยดุ เพอื่ ทาํ การตรวจสอบ และเมอ่ื เชอื่ วา มีการกระทําอันเปนการฝาฝนบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติน้ีเกิดข้ึน ใหผูตรวจการมีอํานาจจับกุม ผูฝาฝนเพื่อสงใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจดําเนินคดีตอไป บทบัญญัติในวรรคหนึ่งไมลบลางอํานาจจับกุมของพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ มาตรา ๕๑ ในการปฏิบัติหนาท่ีตามมาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ใหผูตรวจการและ พนักงานตรวจสภาพแสดงบัตรประจําตัวตอผูซ่ึงเกี่ยวของ บัตรประจําตัวผูตรวจการและพนักงานตรวจสภาพใหเปนไปตามแบบท่ีรัฐมนตรีกําหนด ËÁÇ´ ô ¡Òê´ãªŒ¤‹ÒàÊÕÂËÒ·èÕà¡Ô´¨Ò¡¡Òâ¹Ê‹§ มาตรา ๕๒ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ประจาํ ทาง ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการ ขนสงไมประจําทาง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงโดยรถขนาดเล็ก และผูไดรับใบอนุญาต ประกอบการขนสง สว นบคุ คล ตอ งวางหลกั ทรพั ยเ ปน เงนิ สด หรอื พนั ธบตั รรฐั บาลไทยอยา งใดอยา งหนงึ่ ๑๗ มาตรา ๔๙ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิการขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๗๑ หรือทั้งสองอยางรวมกัน หรือเปนสัญญาประกันภัยและกรมธรรมประกันภัยซ่ึงทํากับบริษัทประกันภัย ทนี่ ายทะเบยี นกลางใหค วามเหน็ ชอบตอ นายทะเบยี นกลาง ในกรณเี ปน สญั ญาประกนั ภยั และกรมธรรม ประกันภัยผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตองเปนผูเอาประกันภัย โดยใหบุคคลภายนอกผูไดรับ ความเสียหายเนื่องจากการขนสงของตนเปนผูรับประโยชน สําหรับการชดใชคาเสียหายท่ีเปนคาใชจาย เบอ้ื งตน เพอื่ ประกนั ความเสยี หายอนั เกดิ แกช วี ติ หรอื รา งกายของบคุ คลภายนอก และซงึ่ ผไู ดร บั ใบอนญุ าต ประกอบการขนสง จะตอ งรบั ผดิ ชอบเนอื่ งจากการขนสง ของตน ทงั้ นี้ ตามหลกั เกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไข ท่ีกําหนดในกฎกระทรวง๑๘ จํานวนหรือมูลคาของหลักทรัพยตามวรรคหน่ึง ใหกําหนดตามขนาดและประเภทของ การประกอบการขนสงแตตองไมนอยกวาท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงวางหลักทรัพยเปนเงินสดไมวาทั้งหมดหรือ บางสวนใหด อกผลที่เกิดจากหลักทรัพยที่เปน เงินสดน้ันตกเปน ของผูไ ดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง ที่วางหลักทรัพย ใหกรมการขนสงทางบกเปนผูรับผิดชอบในการเปดบัญชีเงินฝาก และการเบิกจายเงิน จากบัญชีหลักทรัพยกับธนาคารตามระเบียบของกระทรวงการคลัง มาตรา ๕๓ ในกรณที ห่ี ลกั ทรพั ยท นี่ าํ มาวางประกนั ตามมาตรา ๕๒ มจี าํ นวนหรอื มลู คา ลดนอ ยลง นายทะเบยี นกลางมอี าํ นาจสง่ั ใหผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง นาํ หลกั ทรพั ยม าเพมิ่ เตมิ ใหครบจํานวนหรือมูลคาตามท่ีกําหนดไดภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดรับคําส่ัง มาตรา ๕๔ ในการวางหลักทรัพยซึ่งเปนพันธบัตรรัฐบาลไทย ใหผูไดรับใบอนุญาต ประกอบการขนสงทําหนังสือมอบอํานาจใหนายทะเบียนกลางมีอํานาจจัดการจําหนายพันธบัตรนั้น เพ่ือชดใชคาเสียหายแทนผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงดวย มาตรา ๕๕ หลักทรัพยที่ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงนํามาวางประกันตาม มาตรา ๕๒ ไมอ ยใู นความรบั ผดิ แหง การบงั คบั คดี เวน แตจ ะเปน การบงั คบั คดเี พอื่ การชาํ ระหนี้ ซงึ่ ผไู ดร บั ใบอนุญาตประกอบการขนสงตองรับผิดชดใชคาเสียหายท่ีเกิดแกชีวิตหรือรางกายของบุคคลภายนอก อันเน่ืองจากการขนสงของตน มาตรา ๕๖ เม่ือรถของผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงไดกอใหเกิดความเสียหาย แกรางกายหรือชีวิตของบุคคลใดนอกจากความรับผิดตามท่ีกําหนดไวในมาตรา ๕๙ ผูไดรับใบอนุญาต ประกอบการขนสงซ่ึงเปนเจาของรถที่กอใหเกิดความเสียหายจะตองชดใชคาใชจายเบ้ืองตนใหแก ผูเสียหายหรือทายาท ในกรณีที่ผูเสียหายถึงแกความตาย คา ใชจ า ยเบอ้ื งตน ซง่ึ จะตอ งจา ยใหแ กผ เู สยี หาย ใหจ า ยตามความรา ยแรงของความเสยี หาย ท้ังน้ี ตามอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวง ๑๘ มาตรา ๕๒ วรรคหน่งึ แกไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕
๒๗๒ เพื่อประโยชนแหงพระราชบัญญัติน้ี คาใชจายเบื้องตนหมายถึง คาใชจายที่ตองใชใน การรักษาพยาบาล รวมท้ังคาใชจายอ่ืน ๆ ระหวางการรักษาพยาบาลและหรือคาปลงศพ มาตรา ๕๗ เมอ่ื ผเู สยี หายหรอื ทายาทในกรณที ผ่ี เู สยี หายถงึ แกค วามตาย ประสงคจ ะไดร บั ชดใชคาใชจายเบื้องตน ใหยื่นคําขอตามแบบที่กรมตํารวจกําหนดตอพนักงานสอบสวน โดยแสดง พยานหลกั ฐานวา ผเู สยี หายไดร บั ความเสยี หายจากรถของผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ใหพ นกั งาน สอบสวนพิจารณาจากสํานวนการสอบสวน และเม่ือเห็นวาความเสียหายไดเกิดขึ้นจากรถของผูไดรับ ใบอนญุ าตประกอบการขนสง คนั ใด ใหม หี นงั สอื สง่ั ใหผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ซงึ่ เปน เจา ของ รถคันน้ันชดใชคาใชจายเบื้องตนตามจํานวนท่ีกําหนดในกฎกระทรวงซ่ึงออกตามมาตรา ๕๖ วรรคสอง ในการน้ีใหแจงใหนายทะเบียนกลางทราบโดยเร็วดวย ในการสง่ั ของพนกั งานสอบสวนตามวรรคหนง่ึ พนกั งานสอบสวนตอ งพจิ ารณาสงั่ ภายในเจด็ วนั นับแตวันท่ีไดรับคําขอ ในการชดใชคาใชจายเบื้องตนตามวรรคหน่ึง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตอง ชําระภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับคําส่ังจากพนักงานสอบสวน มาตรา ๕๘ ผูเสียหายหรือทายาทของผูเสียหายตองใชสิทธิในการขอรับชดใชคาใช จายเบ้ืองตนตามมาตรา ๕๗ ภายในกําหนดหน่ึงปนับแตวันท่ีความเสียหายเกิดขึ้น มาตรา ๕๙ การชดใชคาใชจายเบ้ืองตนตามหมวดนี้ไมตัดสิทธิผูเสียหายในอันที่จะ เรียกรองคาสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและ พาณิชย มาตรา ๖๐ บุคคลซ่ึงมีสิทธิไดรับชดใชคาใชจายเบื้องตนตามหมวดนี้ ไดแกผูเสียหาย ดังตอไปน้ี (๑) ผเู สยี หายซงึ่ มไิ ดอ ยใู นรถคนั ทกี่ อ ใหเ กดิ ความเสยี หาย แตไ ดร บั ความเสยี หายจากรถที่ กอใหเกิดความเสียหายข้ึน (๒) ผูเสียหายซ่ึงอยูในรถคันท่ีกอใหเกิดความเสียหาย แตไมรวมถึงผูขับรถ คนงานหรือ ลูกจางประจํารถซ่ึงอยูในระหวางปฏิบัติหนาที่ (๓) ผูเสียหายซ่ึงอยูในรถคันท่ีไมไดกอใหเกิดความเสียหาย มาตรา ๖๑ ในกรณที ผ่ี ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ไมเ หน็ ดว ยกบั คาํ สงั่ ของพนกั งาน สอบสวนตามมาตรา ๕๗ ใหอ ทุ ธรณค าํ สงั่ ดงั กลา วตอ คณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลางภายใน สิบหาวันนับแตวันไดรับคําสั่งของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๕๗ และใหพนักงานสอบสวนบันทึก ความเห็นของผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงซ่ึงไมเห็นดวยไวในสํานวนการสอบสวน คําวินิจฉัยของคณะกรรมการควบคุมการขนสงกลางใหเปนท่ีสุด มาตรา ๖๒ ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงอุทธรณคําสั่งของพนักงาน สอบสวน ถาคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางมีความเห็นตามความเห็นของพนักงาน
๒๗๓ สอบสวน ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตองชดใชคาใชจายเบื้องตนใหแกผูเสียหายหรือทายาท ของผูเสียหายเพิ่มข้ึนจากคาใชจายเบื้องตนท่ีพนักงานสอบสวนกําหนดไวอีกรอยละสิบ มาตรา ๖๓ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดไมยอมชดใชคาใชจายเบื้องตน ตามคําส่ังของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๕๗ หรือตามคําวินิจฉัยของคณะกรรมการควบคุม การขนสงทางบกกลางตามมาตรา ๖๑ ในกรณีท่ีเปนผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตาม มาตรา ๕๒ ใหนายทะเบียนกลางมีอํานาจนําหลักทรัพยของผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงน้ัน ซ่ึงไดนํามาวางไวเปนประกันชดใชคาใชจายเบื้องตนแทนได มาตรา ๖๔ ในกรณที ผี่ เู สยี หายไมไ ดร บั ชดใชค า ใชจ า ยเบอ้ื งตน หรอื ไดร บั ชดใชไ มค รบตาม จาํ นวนทพ่ี นกั งานสอบสวนหรอื คณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลางสง่ั ไมว า เพราะเหตหุ ลกั ทรพั ย ทวี่ างประกนั ไวไ มพ อจา ยคา ใชจ า ยเบอ้ื งตน หรอื เพราะเหตอุ นื่ ใด เมอ่ื ผเู สยี หายไดร อ งเรยี นตอ นายทะเบยี น กลาง ใหน ายทะเบยี นกลางสงั่ ใหผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ชาํ ระใหเ สรจ็ สน้ิ ภายในเจด็ วนั นบั แต วนั ทไ่ี ดร บั คาํ สง่ั ถา ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั ของนายทะเบยี นกลางดงั กลา ว ใหนายทะเบียนกลางเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนสง และใหนํามาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘ มาใชบังคับโดยอนุโลม ËÁÇ´ õ ¡ÒÃÃѺ¨Ñ´¡Òâ¹Ê‹§ มาตรา ๖๕ หามมิใหผูใดประกอบการรับจัดการขนสง เวนแตจะไดรับใบอนุญาตจาก นายทะเบียนกลาง การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๖๖ ในการออกใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสง ใหนายทะเบียนกลาง โดยอนุมัติของคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนดเง่ือนไขไวในใบอนุญาตเกี่ยวกับ (๑) ทองที่ท่ีประกอบการรับจัดการขนสง (๒) สถานที่ต้ังสํานักงานของผูประกอบการรับจัดการขนสง (๓) สถานท่ีพักคน สัตว หรือเก็บสิ่งของ (๔) วิธีการปฏิบัติเก่ียวกับสวัสดิภาพ ความสะดวกและความปลอดภัยในการรับจัดการ ขนสง (๕) อัตราคาบริการรับจัดการขนสง (๖) เงื่อนไขอ่ืนตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
๒๗๔ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงตองจัดใหมีการประกาศเง่ือนไขตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ณ ท่ีซึ่งอธิบดีกําหนด มาตรา ๖๗ ผูไดรับใบอนุญาตตามมาตรา ๖๕ ตองวางหลักทรัพยตอนายทะเบียน เพ่ือเปนประกันการปฏิบัติตามสัญญารับจัดการขนสง ท้ังน้ี ตามจํานวนหลักเกณฑและวิธีการที่ กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๖๘ ในกรณที ห่ี ลกั ทรพั ยท นี่ าํ มาวางประกนั ตามมาตรา ๖๗ มจี าํ นวนหรอื มลู คา ลดนอยลง นายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหผูไดรับใบอนุญาตนําหลักทรัพยมาเพิ่มเติมใหครบจํานวนหรือ มูลคาตามท่ีกําหนดภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับคําสั่ง มาตรา ๖๙ ใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงใหมีอายุสองปนับแตวันที่ออก ใบอนุญาต การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๗๐ ใหนํามาตรา ๒๔ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ มาใชบังคับแกการประกอบการรับจัดการขนสงโดยอนุโลม ËÁÇ´ ö ö มาตรา ๗๑ รถทใี่ ชใ นการขนสง ตอ งมสี ภาพมน่ั คงแขง็ แรง มเี ครอ่ื งอปุ กรณแ ละสว นควบ ถกู ตอ งตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวงกบั ไดจ ดทะเบยี นตามมาตรา ๗๓ และเสยี ภาษตี ามมาตรา ๘๕ แลว รถท่ีใชในการขนสงที่เสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้แลว ใหไดรับยกเวนไมตองเสียภาษี รถยนตตามกฎหมายวาดวยรถยนต มาตรา ๗๒๑๙ รถทจี่ ะนาํ มาจดทะเบยี นและเสยี ภาษตี อ งผา นการตรวจสภาพรถจากพนกั งาน ตรวจสภาพ หรือจากสถานตรวจสภาพรถท่ีไดรับอนุญาตตามมาตรา ๗๔ เวนแตรถประเภท หรือชนิดใด ที่สมควรไดรับการยกเวนการตรวจสภาพเปนครั้งคราวใหกําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีท่ีปรากฏวารถท่ีนํามารับการตรวจสภาพนั้นมีสภาพม่ันคงแข็งแรง มีเครื่องอุปกรณ และสวนควบถูกตองตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวงแลว ใหพนักงานตรวจสภาพหรือสถานตรวจสภาพรถ ที่ไดรับการอนุญาตออกใบรับรองให ใบรับรองการตรวจสภาพรถใหทําตามแบบที่อธิบดีกําหนด มาตรา ๗๓๒๐ เมื่อนายทะเบียนเห็นวาพนักงานตรวจสภาพหรือสถานตรวจสภาพ รถที่ไดรับอนุญาตไดตรวจสภาพรถถูกตองตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๗๑ และมาตรา ๗๒ แลว ๑๙ มาตรา ๗๒ แกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ ๒๐ มาตรา ๗๓ แกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓
๒๗๕ ใหรับจดทะเบียนและออกหนังสือแสดงการจดทะเบียนพรอมกับแผนปายเลขทะเบียนรถคันนั้น ใหโดยไมชักชา มาตรา ๗๔ ผูใดประสงคจะจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถเพ่ือรับรองสภาพรถตาม พระราชบัญญัติน้ี ตองไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนกลาง การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขที่กําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๗๔/๑๒๑ อัตราคาบริการตรวจสภาพรถ ใหเปนไปตามที่อธิบดีประกาศกําหนด ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถตองแสดงอัตราคาบริการตรวจสภาพรถที่จะ จัดเก็บไวในท่ีเปดเผย ณ สถานตรวจสภาพรถของตน มาตรา ๗๕ ใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถใหมีอายุสามปนับแตวันท่ีออก ใบอนุญาต การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๗๖ ผูไดรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถผูใดไมปฏิบัติตามเง่ือนไข ท่ีกําหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๗๔ ใหนายทะเบียนกลางมีอํานาจส่ังเพิกถอนใบอนุญาตจัดต้ัง สถานตรวจสภาพรถนั้นได ใหน าํ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ มาใชบ งั คบั แกก ารจดั ตง้ั สถานตรวจสภาพรถ ที่ไดรับอนุญาตโดยอนุโลม มาตรา ๗๗ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถใหใชไดส่ีงวดนับแตงวดท่ีออกหนังสือน้ี ใหเ ดอื นมกราคม เดอื นเมษายน เดอื นกรกฎาคม และเดอื นตลุ าคม เปน เดอื นแรกของแตล ะงวด การขอตออายุทะเบียน ใหยื่นคําขอตอนายทะเบียนภายในเวลาที่นายทะเบียนจะได ประกาศกําหนด ใหนํามาตรา ๗๑ มาตรา ๗๒ และมาตรา ๗๓ มาใชบังคับแกการขอตออายุทะเบียน โดยอนุโลม มาตรา ๗๘ หามมิใหมีการแกไขเพิ่มเติมหรือเปล่ียนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณหรือ สวนควบของรถใหผิดแผกแตกตางในสาระสําคัญตามที่กําหนดในกฎกระทรวง เวนแตจะไดรับอนุญาต เปนหนังสือจากนายทะเบียน มาตรา ๗๙ ใหผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ทป่ี ระสงคจ ะเลกิ ใชร ถทจ่ี ดทะเบยี น แลว แจงเปนหนังสือใหนายทะเบียนทราบและนําแผนปายเลขทะเบียนรถคืนแกนายทะเบียนภายใน สิบหาวันนับแตวันท่ีเลิกใชรถนั้น ๒๑ มาตรา ๗๔/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญตั ิการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๗๖ มาตรา ๘๐ ใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงซึ่งมีความจําเปนจะตองระงับใช รถน้ันช่ัวคราวเปนเวลาเกินสิบหาวันแจงเปนหนังสือใหนายทะเบียนทราบกอนวันท่ีจะระงับใชรถน้ัน มาตรา ๘๑ รถที่ยังมิไดจดทะเบียนตามความในพระราชบัญญัตินี้หรือรถท่ีเลิกใชตาม มาตรา ๗๙ ถาจะนํามาใชเพ่ือขายหรือเพ่ือซอม ตองมีใบอนุญาตและเคร่ืองหมายโดยเฉพาะตามที่ กําหนดในกฎกระทรวง ใบอนุญาตและเคร่ืองหมายดังกลาวใชไดเฉพาะรถท่ีอยูในความครอบครองของผูไดรับ ใบอนุญาตโดยสับเปล่ียนกันได ไมเฉพาะคัน มาตรา ๘๒ การโอนรถซง่ึ ไดจ ดทะเบยี นตามมาตรา ๗๓ แลว ผโู อนและผรู บั โอนจะตอ ง แจง ตอ นายทะเบียนภายในสิบหา วันนบั แตว นั โอนและใหน ายทะเบยี นจดแจง การโอนไวใ นหนังสอื แสดง การจดทะเบียนรถน้ัน มาตรา ๘๓ เม่ือผูตรวจการตรวจพบวารถคันใดมีสภาพไมม่ันคงแข็งแรงหรือมีเคร่ือง อุปกรณหรือสวนควบไมครบถวน หรือไมถูกตองตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ใหผูตรวจการรายงานให นายทะเบียนทราบ แตถาปรากฏโดยชัดแจงวาการใชรถคันนั้นตอไปนาจะเปนเหตุใหเกิดภยันตรายแก การขนสง ใหผูตรวจการมีอํานาจสั่งระงับใชไวเปนการช่ัวคราวได และใหรีบรายงานใหนายทะเบียน ทราบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูเปนเจาของรถตาม วรรคหนง่ึ จดั การสง รถคนั นนั้ ไปใหพ นกั งานตรวจสภาพหรอื สถานตรวจสภาพรถทไี่ ดร บั อนญุ าตตรวจสอบ ความบกพรองตามรายงานของผูตรวจการภายในเวลาที่กําหนด เม่ือนายทะเบียนมีคําสั่งตามวรรคสองแลว ใหผูไดรับใบอนุญาตงดการใชรถดังกลาวไว จนกวานายทะเบียนจะมีคําสั่งอนุญาตใหใชไดตอไป มาตรา ๘๔ เมอื่ พนกั งานตรวจสภาพหรอื สถานตรวจสภาพรถทไ่ี ดร บั อนญุ าตเหน็ วา รถท่ี นาํ มาใหต รวจตามมาตรา ๘๓ สมควรจะตอ งซอ มแซม ปรบั ปรงุ เพอ่ื ใหร ถกลบั มสี ภาพมน่ั คงแขง็ แรง หรอื จะตองแกไขเปลี่ยนแปลงอุปกรณหรือสวนควบใหถูกตองตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ใหแจงใหผูไดรับ ใบอนุญาตประกอบการขนสงดําเนินการซอมแซม ปรับปรุงหรือแกไขเปลี่ยนแปลงใหถูกตอง แลวให พนักงานตรวจสภาพหรือสถานตรวจสภาพรถท่ีไดรับอนุญาตตรวจสอบความถูกตองและรายงานให นายทะเบียนทราบ เม่ือไดพิจารณาเห็นสมควรตามรายงานของพนักงานตรวจสภาพหรือสถานตรวจสภาพรถ ท่ีไดรับอนุญาตตามวรรคหน่ึง ใหนายทะเบียนอนุญาตใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงใชรถ คันน้ันตอไปได มาตรา ๘๕ เพ่ือประโยชนในการจัดเก็บภาษีรถตามพระราชบัญญัติน้ี กรมการขนสง ทางบกจะกําหนดเวลาการชําระภาษีรถประจําปสําหรับผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงแตละราย ก็ได และใหคํานวณภาษีตามน้ําหนักรถตามอัตราในบัญชีทายพระราชบัญญัติน้ี
๒๗๗ ในการคาํ นวณนาํ้ หนกั รถ ใหร วมนา้ํ หนกั ของรถและเครอ่ื งอปุ กรณท ต่ี ดิ อยกู บั ตวั รถตามปกติ แตไมรวมน้ําหนักของน้ํามันเชื้อเพลิง นํ้ามันเคร่ือง น้ําและเคร่ืองมือประจํารถ เศษของหน่ึงกิโลกรัม ใหปดทิ้ง เงินภาษีรถตามพระราชบัญญัติน้ีท่ีจัดเก็บไดในกรุงเทพมหานครใหตกเปนรายไดของ กรุงเทพมหานคร สวนในจังหวัดอ่ืนใหตกเปนรายไดของราชการสวนทองถ่ินในจังหวัดนั้น โดยให จังหวัดจัดสรรตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง๒๒ มาตรา ๘๖ ภาษีรถใหชําระลวงหนาเปนรายปตอนายทะเบียนและจะขอชําระเปน งวดก็ได แตตองเสียคาธรรมเนียมเพ่ิมตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง รถท่ีจดทะเบียนใหมในงวดใด ใหชําระภาษีตั้งแตงวดนั้นเปนตนไป ถาเจาของรถไมชําระภาษีภายในกําหนดเวลาท่ีจะตองชําระใหเสียเงินเพิ่มอีกรอยละ หนึ่งตอเดือน หรือเศษของเดือนของภาษีท่ีตองชําระ เงินเพ่ิมตามมาตราน้ีใหถือเปนเงินภาษี มาตรา ๘๖/๑๒๓ รถทไ่ี ดเ สยี ภาษรี ถประจาํ ปส าํ หรบั ปใ ด ถา เปลย่ี นเจา ของรถ เจา ของใหม ไมตองเสียภาษีรถประจําปในปน้ันอีก มาตรา ๘๖/๒๒๔ ในระหวางท่ีเจาของรถคางชําระภาษีรถประจําป ใหนายทะเบียน มีอํานาจท่ีจะไมรับดําเนินการทางทะเบียนจนกวาเจาของรถจะเสียภาษีที่คางชําระใหครบถวนกอน หรือไดมีการดําเนินการตามมาตรา ๘๖/๓ วรรคสองแลว มาตรา ๘๖/๓๒๕ รถท่ีคางชําระภาษีรถประจําปไมถึงสามป หากเจาของรถประสงค จะขอเสียภาษีรถประจําปเพื่อใชรถในปน้ัน ใหนายทะเบียนรับชําระภาษีน้ันได สําหรับภาษีรถท่ีคางชําระ ใหนายทะเบียนกําหนดจํานวนเงิน และระยะเวลาในการชําระ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด ในกรณที ี่เจา ของรถผดิ นัดไมเ สยี ภาษีรถท่คี า งชําระตามวรรคสองใหค รบถว น นายทะเบยี น มีอํานาจท่ีจะไมรับดําเนินการทางทะเบียน จนกวาเจาของรถจะเสียภาษีรถท่ีคางชําระใหครบถวน มาตรา ๘๖/๔๒๖ รถทค่ี า งชาํ ระภาษรี ถประจาํ ปต ดิ ตอ กนั ครบสามป ใหก ารจดทะเบยี นรถ เปนอันระงับไป ในการนี้ใหนายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพรอมท้ังจํานวนภาษีที่คางชําระไว ณ ที่ทําการนายทะเบียนและในสถานที่ที่อธิบดีประกาศกําหนด และแจงใหเจาของรถหรือผูครอบครอง รถทราบ และใหบุคคลดังกลาวสงคืนแผนปายเลขทะเบียนรถตอนายทะเบียนและนําหนังสือแสดง การจดทะเบียนรถมาแสดงตอนายทะเบียนเพ่ือบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถภายในหกสิบวัน นับแตวันที่ไดแจงและปดประกาศดังกลาว ๒๓ มาตรา ๘๕ วรรคสาม แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒๓ มาตรา ๘๖/๑ เพ่ิมโดยพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๒๔ มาตรา ๘๖/๒ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๒๕ มาตรา ๘๖/๓ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๒๖ มาตรา ๘๖/๔ เพ่มิ โดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖
๒๗๘ ในกรณีที่เจาของรถหรือผูครอบครองรถมิไดดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ใหนายทะเบียน หรือผูตรวจการหรือผูซ่ึงอธิบดีมอบหมายมีอํานาจยึดแผนปายเลขทะเบียนรถได ใหภ าระภาษรี ถประจาํ ปห ลงั จากปท สี่ ามเปน อนั ระงบั ไป แตเ จา ของรถหรอื ผคู รอบครองรถ ยงั คงตอ งเสยี ภาษที คี่ า งชาํ ระใหค รบถว น และใหน าํ มาตรา ๘๖/๒ และมาตรา ๘๖/๓ วรรคสอง และวรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๘๗ รถทไ่ี ดจดทะเบียนและเสยี ภาษแี ลว ถาตอมามกี ารแกไข เปลีย่ นแปลงหรอื ปรับปรุงเพิ่มเติม เปนเหตุใหรถมีน้ําหนักเพิ่มข้ึนจากเดิม เจาของรถจะตองเสียภาษีเพ่ิมตามน้ําหนัก ที่เพ่ิมข้ึนดวย และใหนํามาตรา ๘๖ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๘๘๒๗ รถทใ่ี ชใ นการขนสง สว นบคุ คลของสว นราชการองคก รตามรฐั ธรรมนญู องคก ร ปกครองสวนทองถ่ิน มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ องคการมหาชน หนวยงานอื่นของรัฐ ตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง วดั มสั ยดิ มสิ ซงั มลู นธิ ิ และสภากาชาดไทย ใหไ ดร บั ยกเวน ไมต อ งเสยี ภาษี มาตรา ๘๘ ทวิ๒๘ (ยกเลิก) มาตรา ๘๙ รถที่ไดจดทะเบียนแลว ถาไมไดเสียภาษีตามกําหนดตามมาตรา ๘๖ เจาของ รถตองแจงใหนายทะเบียนทราบพรอมกับนําแผนปายเลขทะเบียนรถน้ันคืนตอนายทะเบียนภายใน สามสิบวันนับแตวันถึงกําหนดเสียภาษีคร้ังถัดไป เจาของรถผูใดไมปฏิบัติตามวรรคหนึ่งจะตองเสียภาษีครั้งถัดไปตามมาตรา ๘๖ มาตรา ๙๐ เจา ของรถตอ งตดิ แผน ปา ยเลขทะเบยี นและเครอื่ งหมายแสดงการเสียภาษี ท่ีนายทะเบียนออกใหไวกับตัวรถตามท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๙๑ ในกรณีที่แผนปายเลขทะเบียนหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีสูญหาย ถูกทําลาย ชํารุดหรือลบเลือนในสาระสําคัญ ใหเจาของรถยื่นคําขอ ขอรับแผนปายเลขทะเบียนหรือ เคร่ืองหมายแสดงการเสียภาษีตอนายทะเบียน ภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดทราบถึงการสูญหาย ถูกทําลาย ชํารุดหรือลบเลือนดังกลาว ËÁÇ´ ÷ ¼ÙŒ»ÃШíÒö มาตรา ๙๒ ผูประจํารถ ไดแก (๑) ผูขับรถ (๒) ผูเก็บคาโดยสาร ๒๗ มาตรา ๘๘ แกไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบัญญัติการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๒๘ มาตรา ๘๘ ทวิ เพิม่ โดยพระราชกําหนดแกไ ขเพิ่มเตมิ พระราชบญั ญัตกิ ารขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ตอมามีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เร่ือง การไมอนุมัติพระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ในคราวประชมุ สภาผแู ทนราษฎร ครง้ั ท่ี ๑/๒๕๒๙ (สมยั สามญั ) วนั พฤหสั บดที ี่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ทีป่ ระชุมไดล งมติไมอนมุ ตั ิ
๒๗๙ (๓) นายตรวจ (๔) ผูบริการตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๓ หามมิใหผูใดปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถ เวนแตจะไดรับใบอนุญาตจาก นายทะเบียน การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎ กระทรวง มาตรา ๙๔ ใบอนุญาตสําหรับผูประจํารถ มี ๔ ประเภท คือ (๑) ใบอนุญาตเปนผูขับรถ (๒) ใบอนุญาตเปนผูเก็บคาโดยสาร (๓) ใบอนุญาตเปนนายตรวจ (๔) ใบอนุญาตเปนผูบริการ ใบอนญุ าตแตล ะประเภทจะใชส บั เปลยี่ นกนั ไมไ ด เวน แตใ บอนญุ าตประเภททห่ี นง่ึ ประเภท ที่สาม และประเภทท่ีส่ีใชเปนใบอนุญาตประเภทท่ีสองได มาตรา ๙๕๒๙ ใบอนุญาตเปนผูขับรถมีดังนี้ (๑) ชนดิ ทหี่ นง่ึ ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสาํ หรบั รถทม่ี นี า้ํ หนกั รถและนา้ํ หนกั บรรทกุ รวมกนั ไมเกินสามพันหารอยกิโลกรัมท่ีมิไดใชขนสงผูโดยสาร หรือสําหรับรถขนสงผูโดยสารไมเกินยี่สิบคน (๒) ชนิดท่ีสอง ใบอนุญาตเปนผูขับรถสําหรับรถท่ีมีนํ้าหนักรถและน้ําหนักบรรทุกรวมกัน เกินกวาสามพันหารอยกิโลกรัมที่มิไดใชขนสงผูโดยสาร หรือสําหรับรถขนสงผูโดยสารเกินย่ีสิบคน (๓) ชนิดที่สาม ใบอนุญาตเปนผูขับรถซ่ึงโดยสภาพใชสําหรับลากจูงรถอ่ืนหรือลอเลื่อน ที่บรรทุกสิ่งใด ๆ บนลอเลื่อนน้ัน (๔) ชนิดที่ส่ี ใบอนุญาตเปนผูขับรถสําหรับรถที่ใชขนสงวัตถุอันตรายตามประเภท หรือ ชนิดและลักษณะการบรรทุกตามที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใบอนุญาตแตละชนิดใชสับเปลี่ยนกันไมได เวนแตใบอนุญาตชนิดที่สอง ชนิดที่สาม และ ชนดิ ทสี่ ใ่ี ชเ ปน ใบอนญุ าตชนดิ ทหี่ นงึ่ ได ใบอนญุ าตชนดิ ทสี่ ามและชนดิ ทส่ี ใ่ี ชเ ปน ใบอนญุ าตชนดิ ทสี่ องได และใบอนุญาตชนิดที่ส่ีใชเปนใบอนุญาตชนิดท่ีสามได ประกาศของอธิบดีตามความใน (๔) ของวรรคหน่ึง ใหมีผลใชบังคับเมื่อพนกําหนดหก สิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๙๖ ผขู อรบั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถตามมาตรา ๙๓ ในประเภท การขนสง ประจาํ ทาง การขนสง ไมป ระจาํ ทาง หรอื การขนสง โดยรถขนาดเลก็ ตอ งมคี ณุ สมบตั แิ ละลกั ษณะ ดังตอไปนี้ ๒๙ มาตรา ๙๕ แกไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕
๒๘๐ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีความรูและความสามารถตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง (๓) ไมเปนผูมีรางกายพิการจนเปนที่เห็นไดวาไมสามารถปฏิบัติหนาท่ีไดดวย ความเหมาะสม (๔) ไมเปนผูวิกลจริตหรือจิตฟนเฟอนไมสมประกอบ (๕) ไมเปนผูมีโรคติดตออันเปนที่รังเกียจ (๖) ไมเปนผูติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดใหโทษ (๗) ไมเปนผูมีใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถประเภทหรือชนิดเดียวกับท่ีไดรับ อนุญาตอยูแลว (๘) ไมเปนผูอยูในระหวางถูกพักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถ เวนแตการเพิกถอนใบอนุญาตน้ันพนกําหนดสามปแลวนับแตวันท่ีมีคําส่ังเพิกถอนใบอนุญาต (๙) ไมเ ปน ผเู คยไดร บั โทษจาํ คกุ โดยคาํ พพิ ากษาถงึ ทส่ี ดุ หรอื คาํ สง่ั ทชี่ อบดว ยกฎหมายใหจ าํ คกุ เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดอันไดกระทําโดยประมาทท่ีมิใชเก่ียวกับการใชรถในการกระทําผิดหรือ ความผิดลหุโทษ หรือไดพนโทษมาแลวเกินสามป (๑๐) ไมเปนผูเคยถูกควบคุมตัวเพราะมีพฤติการณเปนภัยตอสังคม หรือเปนอันธพาล เวนแตไดพนจากการควบคุมตัวมาแลวเกินหน่ึงป มาตรา ๙๗ ภายใตบ งั คบั มาตรา ๙๖ ผขู อรบั ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถตอ งมอี ายไุ มต าํ่ กวา ท่ีกําหนดในกฎกระทรวง และไดผานการศึกษาและจบหลักสูตรจากโรงเรียนการขนสงของกรมการ ขนสงทางบกหรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนสงทางบกรับรอง การรับรองโรงเรียนสอนขับรถตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข ที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๘ ภายใตบ งั คบั มาตรา ๙๖ ผขู อรบั ใบอนญุ าตเปน ผเู กบ็ คา โดยสาร นายตรวจ และผูบริการตองมีอายุไมตํ่ากวาที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๙ ผขู อรบั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถในการขนสง สว นบคุ คลตอ งมี คุณสมบัติและมีลักษณะตามมาตรา ๙๖ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) และ (๑๐) และตองมีอายุ ไมต่ํากวาท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๐๐๓๐ ใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถใหมีอายุสามปนับแตวันท่ีออก ใบอนุญาต การตออายุใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถ ใหผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปน ผูประจํารถย่ืนคําขอตอนายทะเบียนกอนวันที่ใบอนุญาตส้ินอายุตามแบบที่นายทะเบียนกําหนด ๓๐ มาตรา ๑๐๐ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิการขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๗
๒๘๑ มาตรา ๑๐๑ ในขณะปฏิบัติหนาที่ ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถตองมี ใบอนุญาตอยูกับตัวและตองแสดงตอนายทะเบียนหรือผูตรวจการเม่ือขอตรวจ มาตรา ๑๐๒ ในขณะปฏิบัติหนาท่ี ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถตอง (๑) แตงกายสะอาดเรียบรอยตามแบบท่ีกําหนดในกฎกระทรวง (๒) ไมแ สดงกริ ยิ าหรอื ใชถ อ ยคาํ เปน การเสยี ดสี ดหู มนิ่ กา วรา ว รงั แก รบกวน หรอื หยาบหยาม ผหู นงึ่ ผใู ด หรอื แสดงกริ ยิ าวาจาหรอื สง เสยี งดว ยประการหนงึ่ ประการใดในลกั ษณะไมส มควรหรอื ไมส ภุ าพ (๓) ไมเสพหรือเมาสุราหรือของมึนเมาอยางอ่ืน (๓ ทวิ)๓๑ ไมเสพยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ (๓ ตรี)๓๒ ไมเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทตามกฎหมายวาดวยวัตถุที่ออกฤทธ์ิ ตอจิตและประสาท (๔) ตองปฏิบัติตามขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยในการขนสงตามที่กําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๑๐๒ ทวิ[๓๓]ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อวาผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปน ผูประจํารถผูใด ในขณะปฏิบัติหนาท่ีนั้นมีสารอยูในรางกายอันเกิดจากการเสพสุราหรือของมึนเมา อยางอื่น หรือยาเสพติดใหโทษ หรือวัตถุที่ออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท ใหผูตรวจการหรือพนักงาน ฝายปกครอง หรือตํารวจมีอํานาจตรวจหรือทดสอบหรือส่ังใหรับการตรวจหรือทดสอบวาผูน้ันมีสาร นั้น ๆ อยูในรางกายหรือไม เจาพนักงานผูมีอํานาจ วิธีการตรวจหรือทดสอบตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวิธีการท่ีอธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๐๓ ผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถนอกจากจะตองปฏิบัติตามที่บัญญัติไวใน มาตรา ๑๐๒ แลว จะตอง (๑) ไมขับรถในเวลาที่รางกายหรือจิตใจหยอนความสามารถ (๒) ไมรับบรรทุกบุคคลที่เปนโรคเร้ือนหรือโรคติดตอท่ีนารังเกียจไปกับผูโดยสารอื่น (๓) ไมรับบรรทุกศพ สัตว หรือสิ่งของที่อาจเกิดอันตรายหรือเปนที่พึงรังเกียจไปกับ ผูโดยสาร (๔)๓๔ ไมรับบรรทุกนํ้ามันเชื้อเพลิง ระเบิด หรือวัตถุอันตรายโดยฝาฝนขอหาม ตามที่ อธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๕) ตองหยุดหรือจอดรถ ณ สถานีขนสงและปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับสถานีขนสง ตามมาตรา ๑๙ (๘) และ (๑๐) ๓๑ มาตรา ๑๐๒ (๓ ทว)ิ เพ่ิมโดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓๒ มาตรา ๑๐๒ (๓ ตร)ี เพม่ิ โดยพระราชบัญญัติการขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓๓ มาตรา ๑๐๒ ทวิ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓๔ มาตรา ๑๐๓ (๔) แกไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั กิ ารขนสง ทางบก (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕
๒๘๒ มาตรา ๑๐๓ ทวิ๓๕ ภายใตบังคับกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงานในการปฏิบัติ หนาที่ขับรถในรอบยี่สิบส่ีช่ัวโมง หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถปฏิบัติหนาที่ขับรถติดตอกัน เกินสี่ชั่วโมงนับแตขณะเริ่มปฏิบัติหนาที่ขับรถ แตถาในระหวางนั้น ผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถได พักติดตอกันเปนเวลาไมนอยกวาคร่ึงชั่วโมง ก็ใหปฏิบัติหนาท่ีขับรถตอไปไดอีกไมเกินสี่ชั่วโมงติดตอ กัน มาตรา ๑๐๔ หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถกระทําการใด ๆ ใหผูโดยสารจําตองลงจากรถกอนท่ีจะไดโดยสารถึงจุดหมายปลายทาง โดยที่ไดชําระคาโดยสารถูก ตองตามอัตราท่ีกําหนดแลว มาตรา ๑๐๕ หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถละเวนการหยุดรถเพ่ือรับหรือสง ผูโดยสาร ณ ท่ีท่ีมีเคร่ืองหมายใหรถนั้นหยุด ในเมื่อปรากฏวามีผูโดยสารตองการใหหยุดรถเพ่ือรับ หรือสง มาตรา ๑๐๖ ในขณะปฏิบัติหนาท่ี หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถกระทําการ ใด ๆ อันเปนการละทิ้งหนาท่ีโดยไมมีเหตุอันสมควร มาตรา ๑๐๖ ทวิ๓๖ ในกรณที ม่ี คี วามตกลงระหวา งรฐั บาลไทยกบั รฐั บาลตา งประเทศ วา ดว ย การยอมรบั ใบอนญุ าตขบั รถภายในประเทศซง่ึ กนั และกนั คนตา งดา วซงึ่ ไดร บั อนญุ าตใหอ ยใู นราชอาณาจกั ร เปนการชั่วคราวตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง และมีใบอนุญาตขับรถท่ีออกโดยพนักงานเจาหนาที่ หรอื สมาคมยานยนตท ไี่ ดร บั อนญุ าตจากรฐั บาลของประเทศทม่ี คี วามตกลงดงั กลา วกบั รฐั บาลไทย อาจใช ใบอนุญาตขับรถของประเทศน้ันขับรถในราชอาณาจักรไดตามประเภทและชนิดของรถท่ีระบุไวใน ใบอนุญาตขับรถน้ัน แตตองปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลงท่ีมีอยูระหวางรัฐบาลไทย กับรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ และตามบทบัญญัติทั้งหลายในสวนท่ีเกี่ยวกับหนาที่ของผูขับรถตาม พระราชบัญญัติน้ี มาตรา ๑๐๗ ในการขนสง ประจาํ ทางหรอื การขนสง ไมป ระจาํ ทางระหวา งจงั หวดั หรอื ระหวา ง ประเทศไทยกับตางประเทศ หามมิใหผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถรับบรรทุกผูโดยสารเกินจํานวนที่น่ัง ผูโดยสารที่กําหนดไวในใบอนุญาต มาตรา ๑๐๘ เมอ่ื ปรากฏวา ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดขาดคณุ สมบตั ิ หรือมีลักษณะตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๙๘ หรือมาตรา ๙๙ หรือบกพรองไป ในภายหลังเม่ือไดรับใบอนุญาตแลว ใหนายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผูนั้นเสีย มาตรา ๑๐๙ ถา ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ าม บทบญั ญตั ทิ ง้ั หลายในหมวดนี้ ใหผ ตู รวจการมอี าํ นาจยดึ ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถของผนู นั้ ๓๕ มาตรา ๑๐๓ ทวิ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓๖ มาตรา ๑๐๖ ทวิ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐
๒๘๓ และสง่ั เปนหนงั สือใหผูนัน้ ไปรายงานตนตอนายทะเบียนภายในเจด็ สบิ สองชวั่ โมง คําสงั่ นั้นใหถ ือวาเปน ใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถช่ัวคราวภายในกําหนดเวลาดังกลาวนั้น ใหนายทะเบียนมีอํานาจส่ังพักใชใบอนุญาตนั้นไดไมเกินหนึ่งรอยแปดสิบวัน หรือ จะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตน้ันเสียก็ได มาตรา ๑๑๐ ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาที่เปนผูประจํารถซ่ึงถูกส่ังพักใชหรือเพิกถอน ใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณตอรัฐมนตรีภายในสิบหาวันนับแตวันที่ทราบคําส่ัง คําวินิจฉัยของรัฐมนตรีใหเปนที่สุด การอุทธรณตามวรรคหน่ึงไมเปนการทุเลาการบังคับตามคําสั่งพักใชหรือเพิกถอน ใบอนุญาต มาตรา ๑๑๑ ใหนําบทบัญญัติทั้งหลายในกฎหมายวาดวยรถยนตและกฎหมายวาดวย จราจรทางบก ในสวนท่ีเกี่ยวกับหนาที่ของผูขับรถ ผูเก็บคาโดยสารและนายตรวจมาใชบังคับโดยอนุโลม ËÁÇ´ ø ¼ÙŒâ´ÂÊÒà มาตรา ๑๑๒ ผูโดยสารตองชําระคาขนสงและคาบริการอยางอ่ืนตามอัตราที่ คณะกรรมการกําหนด มาตรา ๑๑๓ ผูโดยสารตองปฏิบัติตามขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยและความสงบ เรียบรอยตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ตลอดเวลาท่ีอยูในระหวางการโดยสาร ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงตองจัดใหมีการประกาศขอกําหนดตามวรรคหนึ่ง ปดไว ณ ท่ีเปดเผยในรถ ËÁÇ´ ù ʶҹբ¹Ê‹§ มาตรา ๑๑๔ สถานีขนสงมี ๒ ประเภท คือ (๑) สถานีขนสงผูโดยสาร (๒) สถานีขนสงสัตวและหรือส่ิงของ ลักษณะของสถานีขนสงตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๑๕ ใหก รมการขนสง ทางบกโดยอนมุ ตั คิ ณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลาง จัดใหมีสถานีขนสงข้ึนในเขตทองท่ีกรุงเทพมหานครและในเขตทองที่จังหวัดอื่น โดยจะดําเนินการเอง หรือจะมอบหมายใหรัฐวิสาหกิจหรือองคการของรัฐเปนผูดําเนินการก็ได
๒๘๔ ใหอธิบดีมีอํานาจกําหนดคาบริการในการดําเนินการของสถานีขนสงไมเกินอัตราท่ี คณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนด บุคคลอื่นใดประสงคจะจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสง ตองไดรับอนุญาตจาก นายทะเบียนกลาง โดยอนุมัติของคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกอน การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวง การจัดใหมีหรือจัดตั้งสถานีขนสงข้ึนที่ใด เมื่อใด ใหเปนไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๑๖ ใหอธิบดีมีอํานาจกํากับและควบคุมการดําเนินการที่เก่ียวกับสถานีขนสง ใหเปนไปตามพระราชบัญญัติน้ี และเพื่อประโยชนแหงการน้ีจะแตงต้ังขาราชการและหรือลูกจางสังกัด กรมการขนสงทางบกทําหนาที่เปนนายสถานีและเจาหนาท่ีสถานีตามจํานวนท่ีเห็นสมควร มีอํานาจ กํากับและควบคุมดังกลาวดวยก็ได มาตรา ๑๑๗ ในการบริหารงานท่ีเก่ียวกับสถานีขนสงของกรมการขนสงทางบกตาม มาตรา ๑๑๕ วรรคหน่ึง อธิบดีจะแตงตั้งคณะกรรมการคณะหน่ึงประกอบดวย ประธานกรรมการ หนึ่งคน และกรรมการอ่ืนอีกไมเกินแปดคนเพ่ือดูแลควบคุมและดําเนินการท่ีเกี่ยวกับสถานีขนสงก็ได กรรมการที่อธิบดีแตงตั้งอยูในตําแหนงคราวละสามป กรรมการที่พนจากตําแหนงตาม วาระอาจไดรับแตงต้ังเปนกรรมการอีกได ใหคณะกรรมการเลือกกรรมการคนหน่ึงเปนเลขานุการของคณะกรรมการ ใหนํามาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใชบังคับแกการประชุมของคณะกรรมการน้ี โดยอนุโลม มาตรา ๑๑๘ ผขู อรบั ใบอนญุ าตจดั ตง้ั และดาํ เนนิ การสถานขี นสง ตามมาตรา ๑๑๕ วรรคสาม ตองมีคุณสมบัติและลักษณะตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๑๑๙ ใบอนุญาตจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสงใหมีอายุตามที่คณะกรรมการ ควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนดแตไมเกินย่ีสิบปนับแตวันที่ออกใบอนุญาต ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสงซึ่งประสงคจะขอตออายุใบอนุญาต จะตองย่ืนคําขอกอนใบอนุญาตสิ้นอายุไมนอยกวาหนึ่งป การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง มาตรา ๑๒๐ ผูไดรับใบอนุญาตจัดตั้งและดําเนินการสถานีขนสงมีหนาท่ีดูแลรับผิดชอบ กิจการสถานีขนสงรวมท้ังการรักษาความเรียบรอย ความปลอดภัยในบริเวณสถานีขนสงนั้น มาตรา ๑๒๑ ผูไดรับใบอนุญาตจัดตั้งและดําเนินการสถานีขนสงตองจัดใหมีเจาหนาท่ี ฝายชางประจําสถานีขนสงตลอดเวลา โดยใหมีหนาท่ีตรวจสอบสภาพรถขนสงประจําทาง ซึ่งตองหยุด หรือจอดเพื่อการขนสง ณ สถานีขนสงแหงน้ัน เพ่ือใหเกิดความปลอดภัย
๒๘๕ คุณสมบัติและจํานวนเจาหนาท่ีฝายชางใหเปนไปตามที่อธิบดีกําหนด มาตรา ๑๒๒ ผูไดรับใบอนุญาตจัดตั้งและดําเนินการสถานีขนสงตองจัดใหมีอูซอมรถ และบริการซอมรถเพื่อชวยเหลือและอํานวยความสะดวกแกรถที่ใชสถานีขนสงน้ัน มาตรา ๑๒๓ ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสงตองจัดใหมีบริเวณท่ี จอดพักรถตามท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๑๒๔ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตจดั ตงั้ และดาํ เนนิ การสถานขี นสง ตอ งจดั ใหม สี มดุ ทะเบยี น การเดินรถที่ผานเขาออกสถานีขนสงตามแบบท่ีอธิบดีกําหนด สมุดทะเบียนการเดินรถตองเก็บรักษาไวในท่ีทําการของสถานีขนสงแหงน้ัน พรอมท่ีจะให นายทะเบียน พนักงานตรวจสภาพหรือผูตรวจการตรวจดูไดทุกเวลา มาตรา ๑๒๕ ใหผ ไู ดร บั ใบอนญุ าตจดั ตง้ั และดาํ เนนิ การสถานขี นสง เรยี กเกบ็ คา บรกิ ารเกย่ี วกบั การดาํ เนนิ การของสถานขี นสง ไดไ มเ กนิ อตั ราตามทคี่ ณะกรรมการควบคมุ การขนสง ทางบกกลางกาํ หนด มาตรา ๑๒๕/๑๓๗ เพอ่ื ประโยชนใ นการควบคมุ ดแู ลบรรดากจิ การทเี่ กย่ี วกบั สถานขี นสง ใหเปนไปตามบทบัญญัติในหมวดน้ี ใหนําความในมาตรา ๔๙ มาใชบังคับโดยอนุโลม โดยใหอธิบดี นายทะเบียนหรือผูตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมาย เปนผูมีอํานาจและหนาที่ในการดําเนินการ ËÁÇ´ ñð º·¡íÒ˹´â·É มาตรา ๑๒๖ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๕ วรรคหน่ึง มาตรา ๒๖ วรรคหน่ึง มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๗๔ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน หาป หรือปรับต้ังแตสองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๑๒๗๓๘ ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติ ตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง มาตรา ๑๐๑ มาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) หรือ (๔) มาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๓ ทวิ มาตรา ๑๐๔ มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๖ หรือมาตรา ๑๐๗ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๒๗ ทวิ๓๙ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดฝา ฝน มาตรา ๑๐๒ (๓) ตอ งระวางโทษปรับไมเ กินหาพันบาท แตถา ผูนั้นเปนผูไดร ับใบอนุญาตเปน ผูขับรถ ตอ งระวางโทษจําคุก ไมเกินสามเดือน หรือปรับต้ังแตสองพันบาทถึงหน่ึงหมื่นบาท หรือท้ังจําท้ังปรับ ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถผูใดฝาฝนมาตรา ๑๐๒ (๓ ทวิ) หรือ (๓ ตรี) ตองระวางโทษตามที่กําหนดไวในกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษหรือกฎหมายวาดวยวัตถุท่ีออกฤทธ์ิ ๓๗ มาตรา ๑๒๕/๑ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๓๘ มาตรา ๑๒๗ แกไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓๙ มาตรา ๑๒๗ ทวิ แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั ิการขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒
๒๘๖ ตอจิตและประสาท แลวแตกรณี แตถาผูนั้นเปนผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถ ตองระวางโทษสูงกวาท่ี กําหนดไวในกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ หรือกฎหมายวาดวยวัตถุท่ีออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท แลวแตกรณี อีกหนึ่งในสาม มาตรา ๑๒๗ ตรี๔๐ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ิ ตามคําสั่งของผูตรวจการ พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ ตามมาตรา ๑๐๒ ทวิ ตองระวางโทษปรับ ไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๑๒๗ จัตวา๔๑ ในกรณีท่ีผูขับรถขับรถที่ใชในการขนสงซ่ึงกอใหเกิดอันตรายหรือ ความเสยี หายแกช วี ติ และทรพั ยส นิ ของบคุ คลอนื่ ถา ปรากฏวา ในขณะขบั รถ ผขู บั รถนน้ั กระทาํ การฝา ฝน มาตรา ๑๐๒ (๓) (๓ ทวิ) หรือ (๓ ตรี) ใหถือวาผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงฝาฝนหรือไมปฏิบัติ ตามมาตรา ๔๐ ทวิ วรรคสอง เวนแตจะพิสูจนไดวาตนมิไดมีสวนรูเห็นและไดใชความระมัดระวังตาม สมควรแลวท่ีจะปองกันไมใหผูขับรถกระทําการดังกลาว มาตรา ๑๒๘ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดฝาฝนมาตรา ๒๗ วรรคสาม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๑๒๙ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางผูใดไมปฏิบัติตามเง่ือนไข ท่ีกําหนดตามมาตรา ๓๑ (๑) ตองระวางโทษปรับตามจํานวนรถที่ขาดคันละไมเกินหาพันบาทตอหนึ่ง วันจนกวาจะปฏิบัติใหถูกตอง มาตรา ๑๓๐ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ระหวา งประเทศผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามเงอื่ นไข ทกี่ าํ หนดตามมาตรา ๓๑ (๑) ซงึ่ ไดน าํ มาใชบ งั คบั โดยอนโุ ลมตามมาตรา ๒๕ ตอ งระวางโทษปรบั ตามจาํ นวนรถ ท่ีขาดคันละไมเกินหาพันบาทตอหน่ึงวันจนกวาจะปฏิบัติใหถูกตอง มาตรา ๑๓๑ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามเงอ่ื นไขทกี่ าํ หนดตาม มาตรา ๓๑ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓) (๑๔) หรือ (๑๕) หรือในอนุมาตราหน่ึง อนุมาตราใดตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔ หรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงท่ีออกตาม มาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาหม่ืนบาท มาตรา ๑๓๒ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงระหวางประเทศผูใดไมปฏิบัติตาม อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๔ หรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา ๓๖ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๒๕ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาหมื่นบาท มาตรา ๑๓๓ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๓๑ วรรคสอง มาตรา ๓๒ วรรคสอง มาตรา ๓๓ วรรคสอง มาตรา ๓๔ วรรคสอง มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๗ หรือ มาตรา ๑๑๓ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท ๔๐ มาตรา ๑๒๗ ตรี เพิ่มโดยพระราชบญั ญัติการขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ ๔๑ มาตรา ๑๒๗ จัตวา เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒
๒๘๗ มาตรา ๑๓๔ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงประจําทางผูใดไมปฏิบัติตาม มาตรา ๓๗ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาหมื่นบาท มาตรา ๑๓๕ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดฝาฝนมาตรา ๓๘ ตองระวาง โทษปรับไมเกินสองหมื่นบาท มาตรา ๑๓๖ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงผูใดฝาฝนมาตรา ๓๘ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๗๐ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองหมื่นบาท มาตรา ๑๓๗ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดฝาฝนมาตรา ๓๙ ตองระวาง โทษปรับตามจํานวนรถท่ีใชทําการขนสงนอกเสนทางหรือนอกทองท่ีท่ีไดรับอนุญาตคันละไมเกิน หาพันบาทตอหน่ึงวันจนกวาจะปฏิบัติใหถูกตอง มาตรา ๑๓๘ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงไมประจําทางผูใดฝาฝนมาตรา ๔๐ ตองระวางโทษปรับตั้งแตหาหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท มาตรา ๑๓๘ ทวิ๔๒ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตประกอบการขนสง ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๔๐ ทวิ วรรคหนง่ึ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสี่หมื่นบาท หรือท้ังจําท้ังปรับ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๔๐ ทวิ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินสี่หมื่นบาท มาตรา ๑๓๙ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามคําส่ังของ นายทะเบียนตามมาตรา ๔๑ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองหมื่นบาท มาตรา ๑๔๐ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงผูใดไมปฏิบัติตาม มาตรา ๔๒ หรือมาตรา ๔๗ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๗๐ หรือมาตรา ๗๖ ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๑๔๑ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๔๓ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๑๔๒ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงผูใดไมปฏิบัติตาม มาตรา ๔๓ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๗๐ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๑๔๓ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๗๙ หรือมาตรา ๘๐ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท มาตรา ๑๔๔๔๓ ผูใดขัดขวางหรือไมอํานวยความสะดวกแกอธิบดี นายทะเบียน ผูตรวจการหรือพนักงานตรวจสภาพ ซึ่งปฏิบัติหนาท่ีตามมาตรา ๔๙ (๑) และ (๒) หรือมาตรา ๔๙ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๗๐ มาตรา ๗๖ หรือมาตรา ๑๒๕/๑ ตองระวางโทษปรับ ไมเกินหาพันบาท ๔๒ มาตรา ๑๓๘ ทวิ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัติการขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๔๓ มาตรา ๑๔๔ แกไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๘๘ มาตรา ๑๔๔/๑๔๔ ผูใดไมมาใหถอยคําหรือย่ืนคําชี้แจงแสดงขอเท็จจริงตออธิบดีหรือ นายทะเบียนตามมาตรา ๔๙ (๓) หรือฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําส่ังของผูตรวจการท่ีเรียกรถใหหยุด เพ่ือทําการตรวจสอบตามมาตรา ๕๐ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๑๔๕ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามคําส่ังของ นายทะเบียนกลางซึ่งส่ังตามมาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๖๘ ตองระวางโทษปรับหน่ึงแสนบาท หรือปรับ เปนรายวันวันละหาพันบาท จนกวาจะปฏิบัติใหถูกตอง มาตรา ๑๔๖ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามเงื่อนไข ท่ีกําหนดในใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงในอนุมาตราหน่ึงอนุมาตราใดตามมาตรา ๖๖ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาหมื่นบาท มาตรา ๑๔๗ ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนสงผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๖๖ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๑๔๘ ผูใดใชรถโดยไมปฏิบัติตามมาตรา ๗๑ หรือฝาฝนคําสั่งของผูตรวจการ หรือนายทะเบียนตามมาตรา ๘๓ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาหม่ืนบาท มาตรา ๑๔๘/๑๔๕ ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถผูใดเก็บคาบริการผิดไป จากอัตราคาบริการที่อธิบดีกําหนดตามมาตรา ๗๔/๑ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๔๘/๒๔๖ ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถผูใดไมแสดงอัตราคา บริการตรวจสภาพรถตามมาตรา ๗๔/๑ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท มาตรา ๑๔๙ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๗๘ มาตรา ๘๑ วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา ๘๒ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๔๙/๑๔๗ เจาของรถหรือผูครอบครองรถผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตาม มาตรา ๘๖/๔ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๕๐ เจาของรถผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๙๐ หรือมาตรา ๙๑ ตองระวางโทษ ปรับไมเกินสองพันบาท มาตรา ๑๕๑ ผูใดฝาฝนมาตรา ๙๓ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษปรับไมเกินส่ีหม่ืนบาท แตถาผูฝาฝนปฏิบัติหนาท่ีผูขับรถ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๙๓ วรรคหนงึ่ และไดก ระทาํ การใด ๆ อนั เปน ความผดิ ทกี่ าํ หนดไวส าํ หรบั การปฏิบัติหนาท่ีของผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากตอง ๔๔ มาตรา ๑๔๔/๑ เพิ่มโดยพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔๕ มาตรา ๑๔๘/๑ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔๖ มาตรา ๑๔๘/๒ เพิม่ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔๗ มาตรา ๑๔๙/๑ เพิ่มโดยพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๖
๒๘๙ ระวางโทษตามวรรคหนึ่งแลว ใหถือวาผูนั้นกระทําความผิดและตองระวางโทษสําหรับการกระทําน้ัน เชนเดียวกับผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถดวย๔๘ มาตรา ๑๕๒ ผูไดรับใบอนุญาตปฏิบัติหนาท่ีเปนผูประจํารถผูใดปฏิบัติหนาที่ในระหวาง ที่ถูกพักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๑๐๙ หรือปฏิบัติหนาท่ีในระหวางถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายวาดวยจราจรทางบก ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท แตถาผูน้ันปฏิบัติหนาที่ผูขับรถ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป และปรับไมเกินสี่หม่ืนบาท มาตรา ๑๕๓ ผูโดยสารผูใดโดยสารรถโดยมีเจตนาไมชําระคาขนสงหรือชําระคาขนสง ไมครบถวนตามอัตราที่กําหนด หรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงซ่ึงออกตามมาตรา ๑๑๓ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๕๔ ผูใดจัดต้ังและดําเนินการสถานีขนสง โดยไมไดรับใบอนุญาตตาม มาตรา ๑๑๕ วรรคสาม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับตั้งแตสองหมื่นบาทถึง หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๑๕๕ ผูไดรับใบอนุญาตจัดตั้งและดําเนินการสถานีขนสงผูใดไมปฏิบัติตาม มาตรา ๑๒๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๒๒ มาตรา ๑๒๓ หรือมาตรา ๑๒๔ ตองระวางโทษปรับต้ังแต สองหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนบาท มาตรา ๑๕๖ ผูไดรับใบอนุญาตเปนผูขับรถผูใดไมนํารถเขาหยุดหรือจอดเพื่อรับสง ผูโดยสารหรือขนถายสินคา ณ สถานีขนสงตามท่ีคณะกรรมการควบคุมการขนสงทางบกกลางกําหนด ตองระวางโทษปรับตั้งแตหาพันบาทถึงสองหมื่นบาท มาตรา ๑๕๗ ผไู ดร บั ใบอนุญาตเปน ผขู ับรถซ่งึ นาํ รถเขา หยดุ หรือจอดเพ่อื รบั สง ผโู ดยสาร หรือขนถายสินคา ณ สถานีขนสงผูใดไมชําระคาบริการเก่ียวกับการดําเนินการของสถานีขนสงใหแก สถานีขนสงตามมาตรา ๑๒๕ ตองระวางโทษปรับต้ังแตหาพันบาทถึงสองหม่ืนบาท มาตรา ๑๕๘ ผูไดรับใบอนุญาตจัดต้ังสถานตรวจสภาพรถผูใดโดยทุจริตหรือจงใจ ออกใบรับรองตรวจสภาพรถโดยไมตรงตามความเปนจริง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองปและ ปรับไมเกินสี่หมื่นบาท และนายทะเบียนกลางมีอํานาจส่ังเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถาน ตรวจสภาพรถน้ันเสียได มาตรา ๑๕๙ ผูใดเรียกเก็บคาขนสง คาบริการรับจัดการขนสง คาบริการเกี่ยวกับ การดําเนินการของสถานีขนสง หรือคาบริการอยางอ่ืนผิดไปจากอัตราท่ีคณะกรรมการกําหนด ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท มาตรา ๑๖๐ ผูใด (๑) ใชใบอนุญาตหรือเครื่องหมายอยางหนึ่งอยางใดที่ทางราชการออกใหแกผูอ่ืน ๔๘ มาตรา ๑๕๑ วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชบญั ญัติการขนสง ทางบก (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒
๒๙๐ (๒) ใชเครื่องหมายอยางหนึ่งอยางใดท่ีทางราชการออกใหสําหรับรถคันหน่ึงกับรถอีก คันหนึ่ง (๓) ยินยอมใหผูอ่ืนใชใบอนุญาตหรือเคร่ืองหมายอยางหนึ่งอยางใดท่ีทางราชการออก ใหแกตน (๔) เปล่ียนแปลงหรือปดบังทั้งหมดหรือแตบางสวนไมวาโดยวิธีใด ๆ ซึ่งแผนปาย เลขทะเบียนรถ หรือ (๕) ใชรถท่ีไดรับยกเวนภาษีตามมาตรา ๘๘ ใหผิดไปจากวัตถุประสงคท่ีไดรับยกเวน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๑๖๑ ผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั ทิ งั้ หลายในกฎหมายวา ดว ยรถยนต หรือกฎหมายวาดวยจราจรทางบกในสวนท่ีเกี่ยวกับหนาท่ีของผูขับรถ ผูเก็บคาโดยสาร และนายตรวจ ตามมาตรา ๑๑๑ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๑๖๒ ผใู ดเปลย่ี นแปลง ยา ย ทาํ ลาย หรอื กระทาํ ใหเ สยี หายดว ยประการใด ๆ แก เคร่ืองหมายหรือส่ิงอ่ืนใดท่ีทางราชการไดทําข้ึนเพื่อประโยชนในการขนสง ตองระวางโทษปรับไมเกิน หน่ึงหมื่นบาท มาตรา ๑๖๓ บรรดาความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ที้ มี่ โี ทษปรบั สถานเดยี ว ใหอ ธบิ ดหี รอื ผูซ่ึงอธิบดีมอบหมายมีอํานาจเปรียบเทียบปรับผูตองหาได เม่ือผูตองหาไดชําระคาปรับตามจํานวนท่ี อธิบดีหรือผูซ่ึงอธิบดีมอบหมายเปรียบเทียบภายในสามสิบวันแลว ใหถือวาคดีเลิกกันตามบทบัญญัติ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถาผูตองหาไมยินยอมตามท่ีเปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแลวไมชําระคาปรับภายใน กําหนดเวลาดังกลาวใหดําเนินคดีเพ่ือฟองรองตอไป º·à©¾ÒСÒÅ มาตรา ๑๖๔ ในระหวา งทย่ี งั มไิ ดม กี ฎกระทรวงขอ กาํ หนดหรอื ระเบยี บตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหกฎกระทรวง ขอกําหนด ระเบียบ ขอบังคับ หรือประกาศใด ๆ ที่ออกโดยอาศัยอํานาจตาม พระราชบัญญัติการขนสง พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการขนสง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐ และพระราชบัญญัติการขนสง (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ กอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช บังคับ ซ่ึงไมขัดหรือแยงกับบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัตินี้คงใชบังคับตอไป มาตรา ๑๖๕๔๙ บรรดาใบอนญุ าตทไ่ี ดอ อกใหต ามพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง พ.ศ. ๒๔๙๗ ซง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ และพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง ทางบก ๔๘ มาตรา ๑๖๕ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิการขนสงทางบก (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓
๒๙๑ พ.ศ. ๒๕๒๒ ใหใชไดตอไปจนกวาจะส้ินอายุ และถาจะตออายุใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ี ใหยื่นคําขอกอนใบอนุญาตส้ินอายุ บรรดารถท่ีไดจดทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนตไวแลวกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใชบังคับ ถามีการแกไขดัดแปลงโครงรถหรือขนาดสัดสวนของตัวถังกวางหรือยาวกวาท่ีกําหนด ในกฎกระทรวงออกตามความในมาตรา ๗๑ แหงพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ อยูแลว กอ นวนั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั และการแกไ ขดดั แปลงนนั้ กระทาํ ไดโ ดยชอบตามกฎหมายวา ดว ยรถยนต ที่ใชบังคับในขณะนั้น ใหถือวาเปนรถที่ถูกตองตามกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๗๑ มาตรา ๑๖๖ ใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการขนสง ผูไดรับใบอนุญาตประกอบการ รับจัดการขนสง และเจาของรถท่ีไดรับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการขนสง พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแกไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการขนสง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ ปฏิบัติการใหถูกตองตามบทบัญญัติ แหงพระราชบัญญัติน้ีภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๑๖๗ รถที่ไดเ สยี ภาษตี ามกฎหมายวาดวยรถยนตไวแ ลวกอ นทีพ่ ระราชบญั ญตั นิ ี้ ใชบังคับและยังไมถึงกําหนดเสียภาษีคร้ังถัดไป ใหไดรับยกเวนไมตองเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ จนกวาจะครบกําหนดเวลาที่ไดเสียภาษีไว ใหอธิบดีมีอํานาจกําหนดใหรถตามวรรคหน่ึง ซึ่งจะชําระภาษีคร้ังแรกตามพระราชบัญญัติ น้ี ตองชําระภาษีคราวละก่ีงวดก็ได มาตรา ๑๖๘ คําขออนุญาตใด ๆ ที่ไดยื่นไวตามพระราชบัญญัติการขนสง พ.ศ. ๒๔๙๗ ซงึ่ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘ และยงั อยใู นระหวา งการพจิ ารณา ใหถ อื วา เปน คาํ ขออนญุ าตตามพระราชบญั ญตั นิ โี้ ดยอนโุ ลม และถา คาํ ขออนญุ าตดงั กลา วมขี อ ความแตกตา ง ไปจากคําขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ นายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหแกไขเพิ่มเติมคําขออนุญาต เพื่อใหการเปนไปตามพระราชบัญญัติน้ีได มาตรา ๑๖๙ ในเขตทองที่จังหวัดใดในระหวางที่ยังไมมีขนสงจังหวัด ใหอํานาจและ หนาที่ของขนสงจังหวัด เปนอํานาจและหนาท่ีของนายทะเบียนกลาง ผูรับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย รองนายกรัฐมนตรี
๒๙๒ ºÑÞªÕÍÑμÃÒÀÒÉÕöμÒÁÁÒμÃÒ øõõð (๑) รถท่ีใชในการขนสงประจําทาง การขนสงไมประจําทาง การขนสงโดยรถขนาดเล็ก และการขนสงสวนบุคคล ใหจัดเก็บภาษีประจําป ดังน้ี นํา้ ˹¡Ñ ö໹š ¡âÔ Å¡ÃÑÁ ö·Õãè ªŒã¹ ö·ãèÕ ªãŒ ¹ ö·ãèÕ ªŒã¹¡Òà ö·Õãè ªŒã¹¡Òà ¡Òâ¹Ê§‹ ¡Òâ¹Ê‹§ ¢¹Ê‹§â´Âö ¢¹Ê‹§ ไมม ากกวา ๕๐๐ กโิ ลกรมั »ÃÐจํา·Ò§ äÁ‹»ÃÐจํา·Ò§ ¢¹Ò´àÅç¡ Ê‹Ç¹ºØ¤¤Å ตง้ั แต ๕๐๑ ถึง ๗๕๐ กิโลกรัม ๓๐๐ บาท ๔๕๐ บาท ต้ังแต ๗๕๑ ถึง ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ๔๐๐ บาท ๖๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ๑๕๐ บาท ตง้ั แต ๑,๐๐๑ ถงึ ๑,๒๕๐ กิโลกรมั ๕๐๐ บาท ๗๕๐ บาท ๔๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ตง้ั แต ๑,๒๕๑ ถึง ๑,๕๐๐ กโิ ลกรัม ๖๐๐ บาท ๙๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๔๕๐ บาท ตั้งแต ๑,๕๐๑ ถึง ๑,๗๕๐ กิโลกรมั ๗๐๐ บาท ๑,๐๕๐ บาท ๖๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ต้งั แต ๑,๗๕๑ ถึง ๒,๐๐๐ กโิ ลกรมั ๙๐๐ บาท ๑,๓๕๐ บาท ๗๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ตง้ั แต ๒,๐๐๑ ถึง ๒,๕๐๐ กิโลกรัม ๑,๑๐๐ บาท ๑,๖๕๐ บาท ๙๐๐ บาท ๑,๓๐๐ บาท ตั้งแต ๒,๕๐๑ ถงึ ๓,๐๐๐ กิโลกรัม ๑,๓๐๐ บาท ๑,๙๕๐ บาท ๑,๑๐๐ บาท ๑,๖๐๐ บาท ตง้ั แต ๓,๐๐๑ ถงึ ๓,๕๐๐ กิโลกรมั ๑,๕๐๐ บาท ๒,๒๕๐ บาท ๑,๓๐๐ บาท ๑,๙๐๐ บาท ตั้งแต ๓,๕๐๑ ถงึ ๔,๐๐๐ กิโลกรมั ๑,๗๐๐ บาท ๒,๕๕๐ บาท ๑,๕๐๐ บาท ๒,๒๐๐ บาท ต้งั แต ๔,๐๐๑ ถงึ ๔,๕๐๐ กโิ ลกรัม ๑,๙๐๐ บาท ๒,๘๕๐ บาท ตง้ั แต ๔,๕๐๑ ถึง ๕,๐๐๐ กิโลกรมั ๒,๑๐๐ บาท ๓,๑๕๐ บาท ๒,๔๐๐ บาท ตง้ั แต ๕,๐๐๑ ถึง ๖,๐๐๐ กิโลกรมั ๒,๓๐๐ บาท ๓,๔๕๐ บาท ๒,๖๐๐ บาท ต้งั แต ๖,๐๐๑ ถึง ๗,๐๐๐ กโิ ลกรัม ๒,๕๐๐ บาท ๓,๗๕๐ บาท ๒,๘๐๐ บาท ตั้งแต ๗,๐๐๑ กิโลกรมั ขึ้นไป ๒,๗๐๐ บาท ๔,๐๕๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ๒,๙๐๐ บาท ๔,๓๕๐ บาท ๓,๒๐๐ บาท ๓,๔๐๐ บาท ๓,๖๐๐ บาท ๕๐ บัญชอี ัตราภาษรี ถตามมาตรา ๘๕ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติการขนสงทางบก (ฉบบั ท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๐
๒๙๓ (๒) รถตาม (๑) ท่ีใชพลังงานไฟฟา หรือใชพลังงานทดแทน พลังงานอนุรักษส่ิงแวดลอม หรือพลังงานอยางประหยัด ตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ใหจัดเก็บภาษีประจําปในอัตราก่ึงหน่ึงของ อัตราที่กําหนดไวตาม (๑) (๓) รถตาม (๑) ที่ใชกาซธรรมชาติซึ่งเปนกาซไฮโดรคารบอนท่ีประกอบดวยกาซมีเทน เปนสวนใหญเปนเชื้อเพลิง ใหจัดเก็บภาษีประจําป ดังนี้ (ก) ระบบเชื้อเพลิงที่ใชกาซธรรมชาติดังกลาวเพียงอยางเดียว ใหจัดเก็บในอัตรา ก่ึงหน่ึงของอัตราท่ีกําหนดไวตาม (๑) (ข) ระบบเช้ือเพลิงที่ใชกาซธรรมชาติดังกลาวรวมหรือสลับกับน้ํามันเช้ือเพลิง ใหจัดเก็บในอัตราสามในสี่ของอัตราที่กําหนดไวตาม (๑)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417