Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ວິຊາການບໍລິການແລະການເຜີຍແຜ່ສາລະສົນເທດ

ວິຊາການບໍລິການແລະການເຜີຍແຜ່ສາລະສົນເທດ

Published by lavanh9979, 2021-08-26 02:41:09

Description: ວິຊາການບໍລິການແລະການເຜີຍແຜ່ສາລະສົນເທດ

Search

Read the Text Version

31 คาํ ถามท้ายบทที่ 1 1. การบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศมคี วามหมายวา่ อยา่ งไร 2. การบรกิ ารทด่ี จี ะสง่ ผลใหผ้ รู้ บั บรกิ ารมที ศั นคตทิ ด่ี อี ยา่ งไรบา้ ง 3. ผใู้ หบ้ รกิ ารควรจะมคี ณุ ลกั ษณะอยา่ งไร 4. การสอ่ื สารทแ่ี สดงออกทางใบหน้าหรอื อากปั กริ ยิ าทา่ ทางเป็นการสอ่ื สารรปู แบบใด 5. หลกั การสอ่ื สารของผใู้ หบ้ รกิ ารจะตอ้ งคาํ นึงถงึ ปจั จยั ใดบา้ ง 6. ปญั หาและอปุ สรรคของการสอ่ื สารของการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศมอี ะไรบา้ ง 7. ประโยชน์ของการสรา้ งมนุษยสมั พนั ธใ์ นการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศมอี ะไรบา้ ง 8. รปู แบบของกจิ กรรมการประชาสมั พนั ธภ์ ายในมอี ะไรบา้ ง 9. มกี ารจดั ทาํ สอ่ื สง่ิ พมิ พป์ ระเภทวารสารเพอ่ื เป็นสอ่ื เผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธ์ จงบอกชอ่ื วารสารทางวชิ าการทจ่ี ดั ทาํ โดยแหลง่ บรกิ ารสารสนเทศต่าง ๆ มาสกั 3 รายการ 10. การกาํ หนดแนวทางในการประชาสมั พนั ธ์ จะตอ้ งคาํ นงึ ถงึ ปจั จยั หลกั ใดบา้ ง

บรรณานุกรม จรญู ทองถาวร. (2539). มนุษยสมั พนั ธ.์ กรงุ เทพฯ: อกั ษราพพิ ฒั น์. จติ ตนิ นั ท์ เดชะคุปต.์ (2547). ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั จติ วทิ ยาบรกิ าร. ใน เอกสารการ สอนชดุ วิชาจิตวิทยาบริการ หน่วยที่ 1-7 (หน้า 1 - 62). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. ประภาวดี สบื สนธ.ิ ์ (2546). ประเดน็ สาํ คญั เกย่ี วกบั การบรกิ ารสารสนเทศ. ใน เอกสารการสอนชดุ วิชาการจดั การสารสนเทศ หน่วยท่ี 8 - 15 (หน้า 95 - 127). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. ปิยพกั ตร์ สนิ บวั ทอง. (2542). หอ้ งสมดุ กบั การประชาสมั พนั ธ.์ บรรณารกั ษศาสตรแ์ ละ สารนิเทศศาสตร,์ 17 (1), 1-13. พรรณราย ทรพั ยะประภา. (2529). จิตวิทยาอตุ สาหกรรม. กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร.์ พณิ คาํ โรหติ เสถยี ร. (2551). การบรกิ ารทม่ี คี ณุ ภาพ. ใน เอกสารการประชมุ วิชาการ ของสาํ นักหอสมดุ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ปี 2551 เรือ่ ง การพฒั นา ศกั ยภาพห้องสมดุ ยคุ ใหม่ (หน้า 109-139). กรงุ เทพฯ: สาํ นกั หอสมดุ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์ วาณี ฐาปนวงศศ์ านต.ิ (2543). การจดั และบริหารงานห้อสมดุ . กรงุ เทพฯ: ศลิ ปาบรรณาคาร. ศริ พิ ร (ชติ พนั ธ)์ ศรเี ชลยี ง. (2542). ห้องสมดุ มหาวิทยาลยั . ปทมุ ธานี: สถาบนั ราชภฏั เพชรบุรีวทิ ยาลงกรณ์. สมติ สชั ฌกุ ร. (2542). การต้อนรบั และบริการท่ีเป็นเลิศ. กรงุ เทพฯ: วญิ ญชู น. สริ พิ ร ทวิ ะสงิ ห.์ (2549). การประชาสมั พนั ธเ์ พอ่ื สง่ เสรมิ บรกิ ารหอ้ งสมดุ . อินฟอรเ์ มชนั่ , 17 (1), 1-13. สจุ ติ รา พรมนุชาธปิ . (2549). มนุษยสมั พนั ธ.์ กรงุ เทพฯ: สวุ รี ยิ าสาสน์ . สนุ ิษา ขนั นุ้ย. (2549). บรรณารกั ษ์กบั การทาํ งานเป็นทมี . วารสารสาํ นักหอสมดุ มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ, 5 (1), 20-24. สมุ น อยสู่ นิ . (2545). การสอ่ื สารและการประชาสมั พนั ธส์ ถาบนั บรกิ ารสารสนเทศ. ใน ประมวลสาระชดุ วิชา การจดั การขนั้ สงู สาํ หรบั สถาบนั บริการสารสนเทศ หน่วยท่ี 8 - 15 (หน้า 1 - 49). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช.

34 สรุ กุล เจนอบรม. (2547). การสอ่ื สารในงานบรกิ าร. ใน เอกสารการสอนชดุ วิชา จิตวิทยาบริการ หน่วยที่ 1 - 7 (หน้า 191 - 221). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. อจั ฉรา นวจนิ ดา. (2542). ศิลปะการดาํ เนินชีวิต. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 3. กรงุ เทพฯ: เทก็ ซ์ แอนด์ เจอรน์ ลั พบั ลเิ คชนั่ . Haywood, Roger. (1987). All about PR. London: McGraw - Hill.

แผนบริหารการสอนประจาํ บทท่ี 2 หลกั การบริการและเผยแพรส่ ารสนเทศ หวั ข้อเนื้อหาประจาํ บท 1. ขอ้ คดิ การจดั การบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ 2. ขนั้ ตอนการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ 3. องคป์ ระกอบของการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ 4. ขอ้ ควรคาํ นึงการจดั บรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ วตั ถปุ ระสงคท์ วั่ ไป เพ่อื ศกึ ษาหลกั การและขนั้ ตอนการบรกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศไดอ้ ย่างถูกวธิ มี ี ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั องคป์ ระกอบของการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ และสามารถ วเิ คราะหก์ ารจดั บรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม หลงั จากไดศ้ กึ ษาเน้ือหาบทท่ี 2 เรยี บรอ้ ยแลว้ ผศู้ กึ ษาควรมพี ฤตกิ รรม ดงั น้ี 1. อธบิ ายหลกั การบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศได้ 2. กาํ หนดขนั้ ตอนการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศได้ 3. บอกองคป์ ระกอบของการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศได้ 4. จาํ แนกประเภทของแหล่งบรกิ ารสารสนเทศได้ 5. สามารถยกตวั อยา่ งประเภททรพั ยากรสารสนเทศได้ 6. อธบิ ายประเภทของผใู้ ชบ้ รกิ ารและผใู้ หบ้ รกิ ารสารสนเทศได้ วิธีสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน 1. บรรยายเน้ือหาประจาํ บทท่ี 2 นําเสนอโดยใช้ power point 2. ผศู้ กึ ษาคน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ จากสอ่ื ต่าง ๆ นํามาอภปิ รายรว่ มกนั

36 3. แบ่งกลุ่มนักศกึ ษาเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 5 - 6 คน ใหแ้ ต่ละกลุ่มจดั ทน่ี ัง่ เป็นรูป วงกลม โดยใหส้ มาชกิ กลุม่ แต่ละกลุ่มรว่ มอภปิ รายปญั หาการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ 4. ตวั แทนกลุ่มอภปิ รายนําเสนอผลการสรปุ หน้าชนั้ เรยี น 5. ใหผ้ ศู้ กึ ษาซกั ถาม และแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกนั 6. ผสู้ อนสรปุ เน้ือหาเพม่ิ เตมิ 7. ตอบคาํ ถามทา้ ยบท ส่ือการเรียนการสอน 1. สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (power point) 2. เครอ่ื งฉายภาพสามมติ ิ (visualizer) 3. เอกสารคาํ สอนบทท่ี 2 4. หนงั สอื ตํารา และเอกสารอน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 5. คาํ ถามทา้ ยบท การวดั ผลและประเมินผล 1. สงั เกตความสนใจขณะทาํ การบรรยาย 2. สงั เกตความสนใจจากการทาํ งานกลุ่ม 3. สงั เกตจากการมสี ว่ นรว่ มอภปิ ราย ซกั ถาม 4. ตรวจผลงานจากการตอบคาํ ถามทา้ ยบท

บทท่ี 2 หลกั การบริการและเผยแพรส่ ารสนเทศ แหลง่ บรกิ ารสารสนเทศนบั วา่ เป็นแหลง่ การเรยี นรทู้ ส่ี าํ คญั ของสงั คมซง่ึ ในยคุ ปจั จุบนั การใหบ้ รกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศจะต้องปรบั เปล่ียนตามบรบิ ทของสงั คมโดยเฉพาะ บรบิ ทดา้ นการใหบ้ รกิ ารจาํ เป็นตอ้ งเสาะแสวงหาขอ้ มลู ความรทู้ รพั ยากรสารสนเทศต่างๆท่ี ผู้ใช้บรกิ ารมคี วามต้องการเพ่อื ให้ผูใ้ ช้บรกิ ารเกิดความพงึ พอใจ การให้บรกิ ารของแหล่ง บริการสารสนเทศสามารถบ่งบอกเป็นตัวช้ีวัดท่ีเป็นรูปธรรมได้ ดังนัน้ แหล่งบริการ สารสนเทศจงึ ตอ้ งกาํ หนดยุทธศาสตรไ์ วท้ งั้ เชงิ รบั และเชงิ รุก โดยมุง่ เน้นการตอบสนองความ ตอ้ งการและสรา้ งความพงึ พอใจใหแ้ ก่ผใู้ ชบ้ รกิ าร ซง่ึ จะนําไปสกู่ ารประเมนิ ผลการดาํ เนินงาน อยา่ งเป็นระบบ และมปี ระสทิ ธผิ ลต่องานบรกิ ารไดเ้ ป็นอยา่ งดี ข้อคิดการจดั การบริการและเผยแพรส่ ารสนเทศ การจัดการบริการและเผยแพร่สารสนเทศให้มีประสิทธิภาพและเหมาะกับ สภาพแวดล้อมของแต่ละแห่งนัน้ ข้นึ อยู่กบั องค์ประกอบหลายประการ ดงั นัน้ เพ่อื ให้การ จดั การบรกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศบรรลุวตั ถุประสงค์ จงึ สรุปขอ้ คดิ การจดั บรกิ ารและ เผยแพรส่ ารสนเทศดงั น้ี (นิธวิ ดี ทาเวยี ง และนิศาชล จาํ นงศร,ี 2546) 1. การจดั บริการและเผยแพรส่ ารสนเทศตามปัญหาท่ีผใู้ ช้พบ คอื 1.1 การสื่อสารข้อมลู 1.1.1 ระหว่างคนกบั คน ผใู้ ชแ้ ละผใู้ หบ้ รกิ ารสารสนเทศสามารถถามตอบ กนั ไดโ้ ดยตรงซกั ถามขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ ได้ ประกอบกบั การสงั เกตกริ ยิ าท่าทางของทงั้ สองฝา่ ย ปญั หา คอื ไม่มเี วลาทจ่ี ะพบกนั โดยตรงอุปสรรคดา้ นระยะทางท่อี ยู่ห่างไกลกนั และผูใ้ ชม้ ี ความกังวลและไม่เต็มใจท่ีจะให้ความร่วมมือกบั ผู้บริการสารสนเทศ ไม่ชอบวิธีการใช้ สารสนเทศทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปจากวธิ ที เ่ี คยใช้ และไมย่ อมรบั ในเร่อื งของการขาดความรคู้ วาม เข้าใจเก่ียวกับสารสนเทศท่ีต้องการศึกษา การหวงความรู้เกรงว่าผู้อ่ืนจะรู้มากกว่า นอกจากน้ีผูใ้ ช้ยงั ขาดความรู้เก่ยี วกบั แหล่งสารสนเทศ คอื ไม่ทราบว่าจะหาสารสนเทศท่ี ต้องการไดจ้ ากท่ใี ดบา้ ง ทําใหเ้ กดิ ความล่าชา้ ในการหาเอกสารอา้ งองิ เพ่อื แก้ปญั หาเฉพาะ

38 เร่อื งไดอ้ ย่างรวดเรว็ ส่วนผูใ้ ห้บรกิ ารอาจเขา้ ใจผู้ใช้ไม่ดพี อ และไม่ทราบความต้องการท่ี แทจ้ รงิ ของผใู้ ช้ 1.1.2 ระหว่างคนกบั เคร่อื งจกั ร ผู้ใช้ไม่ทราบขดี ความสามารถในการ ทาํ งานของระบบการจดั เกบ็ และคน้ คนื สารสนเทศ รวมทงั้ ไมท่ ราบวธิ กี ารในการใชง้ านระบบ และปญั หาทส่ี าํ คญั คอื ผูใ้ ชข้ าดความรูเ้ ก่ยี วกบั แนวคดิ ในการคน้ คนื สารสนเทศท่จี ดั เกบ็ ใน ฐานขอ้ มูลอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ซง่ึ ผใู้ ชจ้ าํ เป็นตอ้ งไดร้ บั การฝึกอบรมทงั้ การใช้ และเทคนิควธิ กี าร ในการเขา้ ถงึ สารสนเทศ และตวั ระบบสารสนเทศตอ้ งออกแบบใหม้ ลี กั ษณะเป็นมติ รกบั ผใู้ ช้ ใชง้ า่ ย และไมต่ อ้ งใชเ้ วลามากเพอ่ื เรยี นรกู้ ารใชง้ านระบบ 1.2 ภาษา สารสนเทศท่ีผลิตออกมาจากภูมิภาคต่างๆ ของโลกมีมากมายหลายภาษา โดยเฉพาะสารสนเทศทผ่ี ลติ ออกมาเพอ่ื เผยแพรค่ วามรใู้ นแขนงวชิ าต่างๆ ซง่ึ ความแตกต่าง ดา้ นภาษานับเป็นอุปสรรคสําคญั ในการแลกเปล่ยี นความรขู้ องนักวชิ าการทอ่ี ย่ตู ่างภูมภิ าค กนั อุปสรรคดา้ นภาษาไม่ไดม้ ผี ลต่อการพฒั นาวชิ าการเท่านัน้ แต่ยงั มผี ลต่อดา้ นอ่นื ๆ เช่น ดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม และการพฒั นาประเทศดว้ ย หากนําสารสนเทศในภาษาทไ่ี ม่สดั ทดั ไป ใช้ ผใู้ ชอ้ าจตอ้ งใชเ้ วลา แรงงาน และค่าใชจ้ ่ายมาในการถ่ายทอดสารสนเทสออกเป็นภาษาท่ี เขา้ ใจซง่ึ บางครงั้ อาจไมท่ นั กบั ความตอ้ งการใชใ้ นขณะนนั้ โดยเฉพาะการตดั สนิ ใจทางธุรกจิ ทต่ี อ้ งการอาศยั ขอ้ มลู ทร่ี วดเรว็ และเทย่ี งตรงเพ่อื การตดั สนิ ใจทถ่ี ูกตอ้ งฉบั ไว ดงั นนั้ อุปสรรค ด้านภาษาจึงส่งผลให้ผู้ใช้ไม่สามารถนําสารสนเทศนัน้ ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็ม ประสทิ ธภิ าพ 1.3 รปู แบบการนําเสนอ การทําความเขา้ ใจสารสนเทศในบางเร่อื งโดยเฉพาะในเร่อื งทเ่ี ป็นรปู ธรรม การ อธบิ ายดว้ ยตวั อกั ษรอาจทาํ ใหไ้ ดภ้ าพทไ่ี มช่ ดั เจนเท่ากบั การนําเสนอดว้ ยภาพประกอบ เพ่อื ป้องกนั การเขา้ ใจคลาดเคล่อื น นอกจากรูปแบบของเน้ือหาทน่ี ําเสนอแลว้ รปู แบบของส่อื ท่ี จดั เก็บกส็ ่งผลต่อการนําสารสนเทศไปใชป้ ระโยชน์เช่นกนั เช่น สารสนเทศทจ่ี ดั เก็บในรูป ของส่อื อิเล็กทรอนิกส์ ภาพยนตร์ ไมโครฟิล์ม ฐานขอ้ มูลคอมพวิ เตอร์ เป็นต้น หากขาด อุปกรณ์สําหรบั เคร่อื งนัน้ ๆ แล้วจะไม่สามารถนําสารสนเทศท่จี ดั เก็บในส่อื เหล่าน้ีออกมา ใชไ้ ด้ 1.4 การผลิตเกินพิกดั การเกดิ ภาวะทะลกั ทะลายของสารสนเทศ (Information explosion) หมายถงึ ภาวะท่ีสารสนเทศเพมิ่ ปรมิ าณข้นึ อย่างรวดเรว็ ทงั้ ในรูปของบทความการตีพมิ พ์ซ้ํา และ สาระสงั เขปของตน้ ฉบบั เดมิ ทงั้ น้ีเป็นผลเน่ืองมาจากการทุ่มเทดา้ นการวจิ ยั และพฒั นาความ ตอ้ งการสารสนเทศของนกั วจิ ยั ความตอ้ งการบรโิ ภคสารสนเทศของคนในสงั คมสภาพเช่นน้ี

39 ก่อใหเ้ กดิ ปญั หาแก่ผใู้ ชส้ ารสนเทศทงั้ ในการเขา้ ถงึ และการเลอื กใช้ คอื ผใู้ ชต้ อ้ งการใชค้ วาม พยายามและค่าใชจ้ ่ายมากขน้ึ เพ่อื ใหไ้ ดส้ ารสนเทศทต่ี อ้ งการ เน่ืองจากสารสนเทศมใี หเ้ ลอื ก จาํ นวนมาก ยากแก่การตดิ ตามคน้ ควา้ อย่างทวั่ ถงึ ปญั หาอกี ประการหน่ึงทเ่ี ป็นผลสบื เน่ือง จากการเพมิ่ พนู ขน้ึ อย่างรวดเรว็ ของสารสนเทศ คอื ความลา้ สมยั ของสารสนเทศยงิ่ อตั ราใน การผลติ เรว็ ขน้ึ เท่าไรอตั ราความลา้ สมยั กเ็ รว็ ขน้ึ เท่านนั้ ดงั นัน้ ในการแกป้ ญั หาเฉพาะดา้ นท่ี ตอ้ งการขอ้ มลู ทท่ี นั สมยั ผใู้ ชส้ ารสนเทศตอ้ งอาศยั วจิ ารณญาณในการเลอื ก 1.5 การใช้ศพั ทเ์ ฉพาะกล่มุ อาชีพ ศพั ท์เฉพาะกลุ่มอาชพี มกั ใช้กนั เฉพาะนักวิชาการหรอื นักวจิ ยั จงึ ยากสําหรบั บุคคลทวั่ ไปทจ่ี ะทราบความหมายทแ่ี ทจ้ รงิ ทผ่ี ูพ้ ดู หรอื ผเู้ ขยี นตอ้ งการจะส่อื สารศพั ทเ์ หล่าน้ี ไดแ้ ก่ ศพั ทพ์ อ้ ง ศพั ทท์ ส่ี รา้ งขน้ึ ใหม่ คาํ ยอ่ เป็นตน้ 1.6 เวลา สารสนเทศจะมปี ระโยชน์ต่อผูใ้ ชก้ ต็ ่อเม่อื ผูใ้ ชไ้ ดร้ บั สารสนเทศนัน้ ทนั เวลาและ สถานการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ดงั นนั้ นอกจากความถูกตอ้ งของเน้ือหาแลว้ เงอ่ื นไขดา้ นเวลากม็ คี วาม สาํ คญั ในการนําสารสนเทศไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์สงู สดุ คอื ถูกตอ้ ง ถูกท่ี ถูกเวลา โดยเฉพาะ อยา่ งยงิ่ สารสนเทศดา้ นการตดั สนิ ใจ การตดั สนิ ใจทฉ่ี ับไวจากขอ้ มลู ทถ่ี ูกต้องย่อมไดเ้ ปรยี บ การดาํ เนินการเกย่ี วกบั สารสนเทศทอ่ี าจเกดิ ความล่าชา้ จนสง่ ผลใหไ้ มส่ ามารถนําสารสนเทศ นัน้ ไปใชไ้ ดท้ นั ท่วงที ไดแ้ ก่ การจดั พมิ พ์ การแปล การดําเนินการเพ่อื ใหบ้ รกิ าร การคน้ คนื การเขา้ ถงึ ตวั สารสนเทศ การจดั สง่ สารสนเทศ การประเมนิ คา่ สารสนเทศโดยผใู้ ช้ เป็นตน้ 1.7 ค่าใช้จ่าย การท่จี ะได้สารสนเทศท่ดี ี และมคี ุณภาพต้องมกี ารลงทุนทงั้ ค่าใช้จ่ายทางตรง และคา่ ใชจ้ า่ ยในการดาํ เนินงาน โดยเฉพาะในปจั จบุ นั ทม่ี กี ารนําเทคโนโลยที ท่ี นั สมยั เขา้ มาใช้ เพอ่ื ใหก้ ารบรกิ ารมปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ สง่ ผลใหส้ ถาบนั บรกิ ารสารสนเทศตอ้ งคดิ คา่ บรกิ าร 1.8 วฒั นธรรม ความแตกต่างดา้ นวฒั นธรรมเป็นอุปสรรคสาํ คญั ประการหน่ึงในการเรยี นรูแ้ ละ เขา้ ใจสารสนเทศทม่ี าจากต่างวฒั นธรรมกนั ขน้ึ อยกู่ บั บรบิ ทในแต่ละสงั คม ความรทู้ เ่ี กดิ ขน้ึ ใน สงั คมทแ่ี ตกต่างกนั บางครงั้ ไมส่ ามารถนํามาใชร้ ว่ มกนั ได้ 1.9 ระยะทาง จํา เ ป็ น ต้อ ง อ า ศัย ร ะ บ บ ก า ร ส่ือ ส า ร แ ล ะ ก า ร โ ท ร ค ม น า ค ม ท่ีมีป ร ะ สิท ธิภ า พ เน่ืองจากระยะทางเป็นอุปสรรคสาํ คญั ในการเขา้ ถงึ สารสนเทศ ผใู้ ชไ้ ม่ทราบว่าสารสนเทศท่ี ตอ้ งการกระจายอยทู่ ใ่ี ดบา้ ง และเกดิ ปญั หาในการจดั สง่ สารสนเทศใหผ้ ใู้ ชอ้ าจลา่ ชา้

40 จากปญั หาสารสนเทศท่ผี ูใ้ ช้พบสามารถกําหนดแนวทางในการจดั บรกิ ารและ เผยแพรส่ ารสนเทศได้ ดงั น้ี ลกั ษณะที่เป็นปัญหาของ ความย่งุ ยากท่ีเกิดกบั แนวทางการจดั บริการและ สารสนทศ ผใู้ ช้ เผยแพรส่ ารสนเทศ ผผู้ ลติ และผใู้ ชส้ ารสนเทศอยู่ ทาํ อยา่ งไรจงึ จะรวู้ า่ มี 1. บรกิ ารสารสนเทศทนั สมยั หา่ งไกลกนั สารสนเทศทต่ี อ้ งการ 2. บรกิ ารภายนอกแบบเชงิ รกุ 3. เอกสารเผยแพร่ 4. ประชาสมั พนั ธ์ มกี ารสงั่ สมสารสนเทศ มสี ารสนเทศมากเกนิ ไป 1. ระบบจดั หมแู่ ละจดั เกบ็ ปรมิ าณมาก จาํ เป็นตอ้ งคดั ออก 2. บรกิ ารตอบคาํ ถามและชว่ ย การคน้ ควา้ มคี วามหลากหลายในการใช้ รเู้ พยี งภาษาเดยี วหรอื อยา่ ง บรกิ ารแปล ภาษา มาก 2-3 ภาษาเทา่ นนั้ มมี าตรฐานแบบแผนในการ ผใู้ ชแ้ ตล่ ะคนใชไ้ ดเ้ พยี งบาง การคดั เลอื กหรอื นําเสนอ หรอื นําเสนอสารสนเทศอยา่ ง รปู แบบและบางมาตรฐาน จดั ทาํ สารสนเทศสาํ เรจ็ รปู ให้ กวา้ งขวาง เทา่ นนั้ อยใู่ นรปู ทเ่ี หมาะกบั ความ ตอ้ งการของผใู้ ช้ มคี ุณภาพและความถูกตอ้ ง ยงุ่ ยากและไมม่ เี วลา บรกิ ารวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ใหเ้ ลอื กมาก เพยี งพอสาํ หรบั เลอื กและ สารสนเทศและขอ้ มลู ประเมนิ การจดั สง่ เอกสารทต่ี อ้ งการ ไมส่ ะดวกในการรบั เอกสาร 1. บรกิ ารจดั หาตวั เอกสารท่ี ไปใหม้ คี วามล่าชา้ ทต่ี อ้ งการ ตอ้ งการ 2. บรกิ ารถ่ายเอกสาร 2. การจดั บริการและเผยแพรส่ ารสนเทศตามความต้องการของผใู้ ช้ ผใู้ ชบ้ รกิ ารสารสนเทศสามารถแบง่ ออกไดห้ ลายประเภท เชน่ อาจารย์ นิสติ นกั ศกึ ษา นกั เรยี น นกั บรหิ าร นกั วจิ ยั นกั วชิ าการ ผใู้ ชท้ วั่ ไป เป็นตน้ กลุ่มผใู้ ชเ้ หล่าน้ีมที งั้ กลุม่ ทม่ี าใชบ้ รกิ ารเป็นประจาํ (Regular users) คอื ผใู้ ชจ้ ะทราบบรกิ ารต่างๆ ของแหล่ง บรกิ ารสารสนเทศและทราบวา่ จะสามารถใชบ้ รกิ ารใดไดบ้ า้ งและกลุม่ ทม่ี าใชไ้ มบ่ อ่ ย

41 (Occasion users) เป็นกลุ่มทน่ี านๆ มาใชค้ รงั้ หรอื มาใชเ้ ป็นครงั้ แรกจะไมท่ ราบลกั ษณะการ ใหบ้ รกิ ารและไม่ทราบว่าจะใชบ้ รกิ ารไดอ้ ย่างไร โดยผูใ้ ชแ้ ต่ละกลุ่มมคี วามแตกต่างกนั ไป ตามสถานภาพและบทบาทในสงั คม ดงั นนั้ การทแ่ี หล่งบรกิ ารสารสนเทศจะประสบผลสาํ เรจ็ ดา้ นการใหบ้ รกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศไดน้ ัน้ จําเป็นอย่างยงิ่ จะต้องรูจ้ กั และทราบความ ตอ้ งการของผใู้ ชเ้ พ่อื ทจ่ี ะไดจ้ ดั บรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศไดอ้ ย่างเหมาะสมการทราบถงึ ความตอ้ งการของผใู้ ชอ้ าจทาํ ไดโ้ ดยการสมั ภาษณ์ การสาํ รวจ การพดู คุยกบั ผใู้ ชอ้ ยา่ งไมเ่ ป็น ทางการซง่ึ จะชว่ ยใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทส่ี มบรู ณ์ยงิ่ ขน้ึ จากความตอ้ งการของผใู้ ชส้ ามารถกาํ หนดแนวทางการจดั การบรกิ ารและเผยแพร่ สารสนเทศได้ ดงั น้ี ประเภทความต้องการ ส่ิงที่ต้องการ แนวทางการจดั บริการและ ตอ้ งการสารสนเทศ เผยแพรส่ ารสนเทศ ทนั สมยั 1. ตอ้ งการเป็นผทู้ นั ต่อ เหตุการณ์ 1. จกั บรกิ ารสารสนเทศทนั สมยั 2. ตอ้ งการอา่ นบทความหรอื หนงั สอื ทใ่ี หม่ 2. ถ่ายเอกสารหน้าสารบญั วารสาร 3. ตอ้ งการทราบความ เวยี นใหก้ บั ผใู้ ช้ เคล่อื นไหวล่าสดุ เกย่ี วกบั วชิ าชพี 3. จดั แสดงหนงั สอื ใหม่ ตอ้ งการอา่ น ความรทู้ วั่ ไป และความ 1.จดั หาสารสนเทศใหก้ วา้ งขวางทงั้ บนั เทงิ ทางดา้ นความรแู้ ละนนั ทนาการ 2. จดั แสดงนิทรรศการหนงั สอื ท่ี น่าสนใจในสาขาวชิ าต่าง ๆ 3. จดั ทน่ี งั่ อา่ นใหเ้ หมาะสม 4. บรกิ ารยมื - คนื ตอ้ งการขอ้ เทจ็ จรงิ ตอ้ งการขอ้ มลู ทส่ี ามารถ 1. จดั หาหนงั สอื อา้ งองิ ทส่ี ามารถ นําไปใชไ้ ดท้ นั ทหี รอื ตอ้ งการ ตอบคาํ ถามได้ ขอ้ มลู ทส่ี ามารถนําไปใช้ 2. เตรยี มคาํ ตอบไวส้ าํ หรบั คาํ ถาม อา้ งองิ ได้ ทผ่ี ใู้ ชม้ กั ถามอยเู่ สมอ 3. บรกิ ารตอบคาํ ถามและชว่ ยการ คน้ ควา้ ผา่ นเวบ็ ไซต์

42 ประเภทความต้องการ ส่ิงที่ต้องการ แนวทางการจดั บริการและ เผยแพรส่ ารสนเทศ ปญั หาเฉพาะบุคคล ตอ้ งการใหแ้ กไ้ ขปญั หา 1. เตรยี มสารสนเทศทจ่ี ะชว่ ยใหค้ าํ แนะนําหรอื แกป้ ญั หาในเรอ่ื งทผ่ี ู้ ใชต้ อ้ งการ 2. แนะนําหน่วยงานทงั้ ในภาครฐั และเอกชนทจ่ี ะสามารถชว่ ยแก้ ปญั หา ตอ้ งการพฒั นาตนเอง 1.ตอ้ งการพฒั นาความรเู้ ดมิ 1.เตรยี มทรพั ยากรสารสนเทศ ทม่ี อี ยใู่ หท้ นั สมยั อยเู่ สมอ ประเภทต่าง ๆ ทจ่ี ะชว่ ยให้ 2.ตอ้ งการเพมิ่ เตมิ ความรใู้ น ผใู้ ชส้ ามารถเรยี นรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง สง่ิ ทย่ี งั ไมร่ ู้ ตอ้ งการใหท้ าํ วจิ ยั ชว่ ยทาํ วจิ ยั หรอื งานอ่นื ๆ ทม่ี ี 1. จดั เตรยี มงานวจิ ยั ในสาขาวชิ า ลกั ษณะใกลเ้ คยี งกนั ต่างๆ ของแต่ละสถาบนั ท่ี เกย่ี วขอ้ ง 2. แนะนําหน่วยงานทส่ี ามารถ ใหบ้ รกิ ารดา้ นการทาํ วจิ ยั ได้ 3. การจดั บริการและเผยแพรส่ ารสนเทศตามประเภทของแหล่งบริการ สารสนเทศ การจดั ใหม้ บี รกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศตามประเภทของแหล่งบรกิ ารสารสนเทศ นัน้ มกั คํานึงถึงนโยบาย วัตถุประสงค์ และบทบาทหน้าท่ีเป็นหลัก ว่าจัดตัง้ ข้ึนมาเพ่ือ ตอบสนองความต้องการของผูใ้ ชก้ ลุ่มใด และต้องการตอบสนองความต้องการสารสนเทศ ดา้ นใดเพ่อื เป็นแนวทางในการวางแผนการจดั การบรกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศทงั้ ในส่วน ของการกําหนดประเภทบรกิ าร และรปู แบบของการใหบ้ รกิ าร ตลอดจนการวางแผนในการ จดั การทรพั ยากรเพ่อื รองรบั การให้บรกิ ารทงั้ ทรพั ยากรบุคคลและทรพั ยากรสารสนเทศ รวมทงั้ การจดั หาเคร่อื งมอื อุปกรณ์ และเทคโนโลยที จ่ี ะช่วยอํานวยความสะดวกดา้ นต่าง ๆ เพอ่ื ใหก้ ารบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศประสบความสาํ เรจ็ ตามวตั ถุประสงคท์ ก่ี าํ หนดไว้

43 ขนั้ ตอนการบริการและเผยแพรส่ ารสนเทศ เม่อื แหล่งบรกิ ารสารสนเทศเป็นหน่วยงานท่ีมบี ทบาทในการบรกิ ารและเผยแพร่ สารสนเทศ หรอื ช่วยเสรมิ สรา้ งการเรยี นรู้ใหแ้ ก่ผูใ้ ช้บรกิ ารหรอื สงั คม ซ่งึ เป็นหน่วยงานท่ี ไม่ไดค้ ดิ กําไร ขาดทุน เหมอื นองคก์ รอ่นื ๆ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศจะประสบผลสาํ เรจ็ หรอื ล้มเหลวจงึ ขน้ึ อยู่กบั ประสทิ ธิภาพของการจดั บรกิ าร ดงั นัน้ ผูใ้ หบ้ รกิ ารจําเป็นต้องศกึ ษา วิธีการดําเนินงานให้เกิดความชัดเจนซ่ึงการดําเนินกิจกรรมการบริการและเผยแพร่ สารสนเทศมขี นั้ ตอนทส่ี าํ คญั ดงั น้ี (สมพร พทุ ธาพทิ กั ษผ์ ล, 2546ก) 1. การกาํ หนดนโยบาย วตั ถปุ ระสงคแ์ ละการวางแผน การกําหนดนโยบายทาํ ขน้ึ เพ่อื เป็นกรอบในการจดั กจิ กรรมบรกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศโดยนโยบายถอื ว่าเป็น แนวทางดําเนินการของหน่วยงานหรอื เป็นตวั ช้ีนําให้มีการกระทําต่างๆ เกิดข้นึ ตามมา ดงั นัน้ การกําหนดนโยบายจะตอ้ งมกี ารกําหนดวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายทช่ี ดั เจน และตอ้ ง เป็นแนวทางท่สี ามารถนําไปปฏบิ ตั ใิ หบ้ รรลุผลสําเรจ็ ได้ ซ่งึ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศย่อมมี นโยบายการดําเนินงานแตกต่างกนั เช่น มุ่งในการเรยี นการสอน การวจิ ยั การบรกิ ารแก่ ชุมชน และการทาํ นุบาํ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม เป็นตน้ ดงั นนั้ การใหบ้ รกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ จาํ เป็นตอ้ งมกี ารกาํ หนดนโยบายใหส้ นองรบั กบั องคก์ รดว้ ย ก า ร กํ า ห น ด วัต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ถือ ไ ด้ว่า เ ป็ น ก า ร กํ า ห น ด สิ่ง ท่ีต้อ ง ก า ร ใ น อ น า ค ต เ ป็ น จุดมุ่งหมายหรอื การกระทําท่จี ําแนกออกมาในรูปแบบต่างๆ สะท้อนใหเ้ หน็ ถงึ จุดมุ่งหมาย ของกจิ กรรมอย่างชดั เจนและแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ผลงานทค่ี าดหมายว่าจะเกดิ ขน้ึ ดงั นัน้ ในการ กําหนดวตั ถุประสงค์ต้องคํานึงถงึ ความเป็นไปได้ในการนําไปปฏบิ ตั ิและการเป็นท่ยี อมรบั ของผปู้ ฏบิ ตั ไิ มข่ ดั กบั ความรสู้ กึ ค่านิยมทางสงั คม ความเช่อื ถอื และวฒั นธรรมอนั ดงี ามของ ผู้ท่ีปฏิบัติ หากวตั ถุประสงค์มีความชดั เจน และเป้ าหมายท่ีแน่นอนก็จะทําให้ทราบถึง สภาพการณ์อนาคตท่ตี ้องการบรรลุถึงเป้าหมายได้ เช่น มนี โยบายให้บรกิ ารแก่ อาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรภายในองค์กร ดงั นัน้ นโยบายจึงเป็นส่ิงท่ีทําข้ึนเพ่ือให้บรรลุถึง วตั ถุประสงค์ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศทุกแห่งควรมนี โยบายของตนเองโดยยดึ ถอื เป้าหมายและ วตั ถุประสงค์ของการบรกิ าร ทงั้ น้ีเพ่อื ให้การบรกิ ารดําเนินไปอย่างราบร่นื และเป็นไปใน ทศิ ทางเดยี วกนั บุคลากรผูใ้ หบ้ รกิ ารควรมคี วามรอบรูใ้ นงานท่รี บั ผดิ ชอบและมแี นวทางใน การปฏบิ ตั เิ หมอื นกนั เมอ่ื มกี ารกาํ หนดนโยบายและวตั ถุประสงคเ์ รยี บรอ้ ยแลว้ ลาํ ดบั ต่อไปผใู้ หบ้ รกิ ารหรอื ผูม้ สี ่วนเก่ยี วขอ้ ง และผูบ้ รหิ ารจําเป็นจะต้องมกี ระบวนการวางแผนทด่ี เี พ่อื นํากจิ กรรมการ บรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศเขา้ สกู่ ลุ่มเป้าหมายไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม การวางแผน

44 จงึ เป็นกระบวนของความคดิ และการตดั สนิ ใจทผ่ี ปู้ ฏบิ ตั งิ านหรอื ผมู้ สี ว่ นรบั ผดิ ชอบจะตอ้ งคดิ ใหร้ อบคอบ มคี วามคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ และมวี สิ ยั ทศั น์ การวางแผนถอื เป็นการกําหนด วธิ กี ารหรอื ทางเลอื กทด่ี ที ่สี ุดทจ่ี ะสามารถนําไปปฏบิ ตั ใิ หบ้ รรลุตามจุดมุ่งหมายทก่ี ําหนดไว้ อย่างมีประสิทธิภาพท่ีสุด การวางแผนจึงเป็นกระบวนการท่ีประกอบด้วยการตัดสินใจ ล่วงหน้าในประเดน็ ทส่ี าํ คญั คอื การกําหนดกจิ กรรมออกมาว่าจะทาํ อะไร ทาํ ไมตอ้ งทาํ จะทาํ ทไ่ี หน เม่อื ใด ใครจะเป็นผูก้ ระทํา และจะทําอย่างไรเพ่อื ใหเ้ ป็นไปตามวตั ถุประสงคใ์ หม้ าก ท่สี ุดภายใต้สภาวการณ์ท่ีเป็นอยู่ การวางแผนงานบรกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศจะต้อง คาํ นึงถงึ ทรพั ยากรทม่ี อี ยแู่ ละทอ่ี าจจดั หาเพม่ิ เตมิ พรอ้ มทงั้ กาํ หนดแนวทางเพอ่ื ใหส้ ามารถใช้ ทรพั ยากรไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลบรรลุวตั ถุประสงคท์ ต่ี งั้ ไว้ การวางแผนเป็นปจั จยั สําคัญท่ีจะช้ีนําให้งานประสบผลสําเร็จหรือล้มเหลว ดงั นนั้ ผบู้ รหิ าร ผใู้ หบ้ รกิ าร และผมู้ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งจาํ เป็นตอ้ งศกึ ษาประเภทของแผน ดงั น้ี (สนุ ี กาญจาํ รญู , 2547) 1. การวางแผนเชงิ กลยทุ ธ์ (Strategic plans) เป็นการวางแผนระยะยาวทม่ี ี การมงุ่ ถงึ เป้าหมายสาํ คญั กลยทุ ธข์ ององคก์ รจะดาํ เนินไปในทศิ ทางใดขน้ึ อยกู่ บั การวางแผน เชงิ กลยทุ ธจ์ ะกาํ หนดโดยผบู้ รหิ ารระดบั สงู 2. การวางแผนเชงิ กลวธิ ี (Tactical plans) เป็นการวางแผนทใ่ี ชเ้ วลาสนั้ กวา่ และมขี อบเขตแคบกวา่ การวางแผนเชงิ กลยทุ ธ์ 3. การวางแผนการปฏบิ ตั กิ าร (Operational plans) เป็นวธิ กี ารทใ่ี ชเ้ พอ่ื ให้ บรรลุเป้าหมายการปฏบิ ตั กิ ารในแต่ละฝา่ ยงาน โดยจะมรี ะยะเวลาทส่ี นั้ กวา่ แผนยทุ ธวธิ เี รยี ก อกี วา่ แผนการดาํ เนินงาน ลกั ษณะของแผนทด่ี ี คอื (บาํ เพญ็ โรจน์ปรชี า, 2545) 1. มลี กั ษณะชเ้ี ฉพาะมากกว่าลกั ษณะกวา้ งหรอื ทวั่ ๆไป เพ่อื ความชดั เจนและ โอกาสดาํ เนินตามแผนอยา่ งถูกตอ้ ง 2. ตอ้ งทาํ ดว้ ยความเขา้ ใจภารกจิ บทบาท และหน้าทข่ี ององคก์ ร 3. ตอ้ งมเี หตุผลและสามารถนําไปปฏบิ ตั ไิ ด้ 4. มลี กั ษณะยดื หยุน่ สามารถปรบั ตวั และพฒั นาได้ เพราะเม่อื นําแผนมาใชต้ อ้ ง เหมาะสมกบั สภาพการณ์การดาํ เนินงานต่าง ๆ 5. ตอ้ งเป็นทย่ี อมรบั ของบุคคลทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื ความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั งิ าน 6. ตอ้ งสอดคลอ้ งและเสรมิ บทบาทของนโยบายขององคก์ าร 7. แผนงานทจ่ี ดั ทาํ ไวเ้ ป็นเอกสาร ตอ้ งระบุขนั้ ตอนการทาํ งานใหช้ ดั เจน การบรกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศเป็นการช่วยลดปญั หาด้านต่างๆ ในการเขา้ ถึง สารสนเทศทม่ี คี ุณคา่ ของผใู้ ช้ ดงั นนั้ แหลง่ บรกิ ารสารสนเทศจงึ ตอ้ งทาํ การรวบรวมและสาํ รวจ ขอ้ มูล เพ่อื ใหท้ ราบอุปสรรคและปญั หาในการเขา้ ถงึ และการใช้สารสนเทศของผูใ้ ช้บรกิ าร

45 และเป็นพน้ื ฐานสําคญั ในการกําหนดวตั ถุประสงค์ นโยบาย และการวางแผน โดยแผนงาน การใหบ้ รกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศควรใหร้ ายละเอยี ดสาํ คญั ดงั น้ี 7.1 ลกั ษณะของงานบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ 7.2 ความสาํ คญั ของงานบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ 7.3 ผใู้ ชแ้ ละผรู้ บั ประโยชน์ซง่ึ หมายถงึ ผใู้ ชท้ งั้ จากภายในและภายนอก 7.4 จดุ มงุ่ หมาย และวตั ถุประสงคข์ องงานบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ 7.5 วธิ กี ารดาํ เนินงานอาจแบ่งเป็นโครงการยอ่ ยกาํ หนดขอบเขต และ จุดมงุ่ หมายทช่ี ดั เจน รวมทงั้ ระบุระยะเวลาการดาํ เนินงานดว้ ย 7.6 ขนั้ ตอนการดาํ เนินงาน ซง่ึ แสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งงาน หรอื โครงการยอ่ ยต่าง ๆ พรอ้ มระบุเวลา 7.7 รายละเอยี ดกาํ ลงั คน เกย่ี วกบั จาํ นวนคนทใ่ี ช้ สาขาวชิ าชพี และ ระยะเวลาทใ่ี ชข้ องแต่ละบุคคล 7.8 รายละเอยี ดงบประมาณตามหมวดรายจา่ ยต่าง ๆ 7.9 แหล่งงบประมาณสนบั สนุน 2. กาํ หนดประเภทของบริการ ต้องพจิ ารณาว่าจะจดั บรกิ ารและเผยแพร่ สารสนเทศอะไรเพอ่ื จะไดอ้ าํ นวยประโยชน์และเหมาะสมกบั ผใู้ ช้ โดยจะตอ้ งคาํ นึงถงึ นโยบาย ขององคก์ รว่ามุ่งบรกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศแก่ใคร สง่ิ ใดบา้ งทต่ี อ้ งการทํา โดยจะตอ้ งมี การเตรยี มการเพ่อื ใหบ้ รกิ าร และจะตอ้ งกาํ หนดระดบั และขอบเขตของการใชบ้ รกิ าร เช่น จะ ใหบ้ รกิ ารกบั ใคร ระดบั ใด จะเปิดใหบ้ รกิ ารเฉพาะคนภายในหรอื คนภายนอกด้วย และมุ่ง ใหบ้ รกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศแก่ชุมชนหรอื ไม่ ควรกําหนดประเภทของบรกิ ารใหเ้ ด่นชดั เชน่ บรกิ ารพน้ื ฐานไดแ้ ก่ บรกิ ารยมื - คนื บรกิ ารอา่ น บรกิ ารวารสารและหนงั สอื พมิ พ์ เป็นตน้ บรกิ ารพเิ ศษ ไดแ้ ก่ บรกิ ารหอ้ งสมดุ เคล่อื นท่ี บรกิ ารสารสนเทศผา่ นเวบ็ ไซต์ เป็นตน้ 3. กาํ หนดวิธีการจดั บริการ ควรมกี ารกําหนดวธิ ีการจดั บรกิ ารอย่างเป็น ระบบ และมขี อ้ พจิ ารณาดงั น้ี 3.1 ขอ้ มลู ทจ่ี าํ เป็นในการใหบ้ รกิ าร เช่น สถติ กิ ารใชบ้ รกิ ารของผใู้ ช้ บรกิ าร จองทรพั ยากรสารสนเทศ บรกิ ารยมื ระหวา่ งหอ้ งสมดุ เป็นตน้ 3.2 ขนั้ ตอนการให้บรกิ ารอย่างเป็นระบบ การให้บรกิ ารแต่ละฝ่ายงานท่ี ใหบ้ รกิ ารอาจมกี ารกําหนดขนั้ ตอนการใหบ้ รกิ ารท่ชี ดั เจนแก่ผูป้ ฏบิ ตั งิ าน เช่น แสดงในรูป ของผงั งาน (flowchart) เพ่อื แสดงลําดบั ขนั้ ตอน และวธิ กี ารใหบ้ รกิ าร ค่มู อื การปฏบิ ตั งิ าน แบบฟอรม์ หรอื ระบบกรอกขอ้ มลู ต่างๆ ทจ่ี าํ เป็นในการใหบ้ รกิ ารแต่ละประเภท เช่น การยมื ระหวา่ งหอ้ งสมดุ บรกิ ารสบื คน้ สารสนเทศ 3.3 กฎ ระเบยี บทเ่ี กย่ี วขอ้ งในการใหบ้ รกิ าร และเผยแพรส่ ารสนเทศ

46 3.4 การรวบรวมสถิติการดําเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง การ จดั เกบ็ สถติ ิ การใหบ้ รกิ ารไว้เป็นประจํา อาจเป็นการรวบรวมปญั หาและอุปสรรคของการ ใหบ้ รกิ ารและการใชบ้ รกิ ารกไ็ ด้ เช่น บรกิ ารตอบคําถามและช่วยการคน้ ควา้ บรกิ ารสบื คน้ สารสนเทศ บรกิ ารสารสนเทศทนั สมยั เป็นตน้ 4. กาํ หนดบคุ ลากรผรู้ บั ผิดชอบในการให้บริการ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านบรกิ ารตอ้ งมกี าร กําหนดใหเ้ กดิ ความชดั เจนในการรบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ี หากกําหนดไม่ชดั เจนอาจเกดิ ความ สบั สนในหน้าท่รี บั ผดิ ชอบของตน หรอื การเก่ยี งงานกไ็ ด้ ในแหล่งบรกิ ารสารสนเทศขนาด ใหญ่ควรคาํ นึงว่าบรกิ ารใดควรจดั บุคลากรประเภทผมู้ วี ชิ าชพี หรอื บรกิ ารใดควรใชป้ ระเภท ก่งึ วชิ าชพี หรอื ประเภทสนับสนุน เพราะการใหบ้ รกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศมหี ลายระดบั และประเภท ดงั นัน้ อาจมที งั้ ซบั ซ้อนและไม่ซบั ซ้อน เช่น บรกิ ารตอบคําถามและช่วยการ ค้นคว้า การทําดรรชนี จําเป็นต้องใช้บุคลากรวชิ าชพี บรกิ ารยมื - คนื บรกิ ารลงทะเบยี น ทรพั ยากรสารสนเทศ เหมาะกบั บุคลากรกง่ึ วชิ าชพี และการประชาสมั พนั ธอ์ งคก์ าร บรกิ าร โสตทศั นวสั ดุ เหมาะกบั บุคลากรสนบั สนุน เป็นตน้ ซง่ึ การกาํ หนดบุคลากรนนั้ ในหน่วยงาน บรกิ ารขนาดใหญ่อาจจดั ใหม้ หี น่วยงานยอ่ ย และกําหนดหวั หน้าหน่วยงาน และผปู้ ฏบิ ตั งิ าน แต่ละดา้ นใหช้ ดั เจน และคํานึงถงึ ความเหมาะของบุคลากรแต่ละประเภทเพ่อื ใหเ้ กดิ ความ คุม้ คา่ ในการปฏบิ ตั งิ านในหน้าท่ี การกําหนดบุคลากรผรู้ บั ผดิ ชอบตอ้ งพจิ ารณาถงึ จาํ นวนคน ทต่ี อ้ งการความเชย่ี วชาญหรอื ทกั ษะทต่ี อ้ งการเพ่อื ใหก้ ารดาํ เนินกจิ กรรมมปี ระสทิ ธภิ าพ จงึ ตอ้ งเตรยี มความพรอ้ มของบุคลากร ซง่ึ ก่อใหเ้ กดิ การกําหนดงานในหน้าทข่ี องบุคลากรอยา่ ง เดน่ ชดั 5. กาํ หนดงบประมาณดาํ เนิ นการ ควรมกี ารกําหนดแผนทางงบประมาณ ทงั้ หมดทต่ี อ้ งการเพอ่ื ประโยชน์ในการคาํ นวณหรอื ประมาณการ อุปกรณ์และสง่ิ อาํ นวยความ สะดวกต่าง ๆ ทใ่ี ชใ้ นการดําเนินงานใหอ้ อกมาเป็นตวั เงนิ และครอบคลุมระยะเวลาของการ ทาํ งาน ในชว่ งเวลาทก่ี าํ หนด ประมาณรายรบั รายจา่ ยใหเ้ หน็ ชดั เจน 6. การเตรียมสถานท่ีและอุปกรณ์ การจดั เตรยี มสถานท่แี ละอุปกรณ์เป็นการ เตรยี มความพรอ้ มในการใหบ้ รกิ ารแต่ละประเภทตามลกั ษณะของบรกิ ารทก่ี ําหนดใหแ้ ก่ผใู้ ช้ การจดั สถานท่หี รอื พ้นื ท่ี ครุภณั ฑ์ และอุปกรณ์ เป็นการสรา้ งจุดดงึ ดูดความสนใจและเป็น การสรา้ งความสะดวกในการขอใชบ้ รกิ าร รวมทงั้ บรรยากาศในการใหบ้ รกิ ารโดยรวมพน้ื ทใ่ี น การใหบ้ รกิ ารตอ้ งเป็นพน้ื ทท่ี ผ่ี ใู้ ชส้ งั เกตเหน็ และเขา้ ถงึ ไดง้ า่ ย เช่น เคาน์เตอรใ์ หบ้ รกิ ารยมื - คนื นิยมจดั ไวใ้ กลก้ บั บรเิ วณประตูเขา้ - ออก เพอ่ื ความสะดวกในการใหแ้ ละใชบ้ รกิ าร สว่ น บรกิ ารตอบคาํ ถามและชว่ ยการคน้ ควา้ นิยมจดั เป็นจดุ แรกทผ่ี ใู้ ชเ้ หน็ และบรกิ ารโสตทศั นวสั ดุ นิยมจดั แยกจากบรกิ ารทรพั ยากรสารสนเทศทวั่ ๆไป มกั จดั เป็นสดั สว่ นสงั เกตไดง้ า่ ย ควรมี การจดั เตรยี มครภุ ณั ฑแ์ ละอุปกรณ์ใหเ้ หมาะสมกบั ระบบการใหบ้ รกิ าร เชน่ เคาน์เตอรบ์ รกิ าร

47 คมู่ อื โทรศพั ท์ โทรสาร คอมพวิ เตอร์ อุปกรณ์เช่อื มต่อกบั เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ เครอ่ื งถ่าย เอกสาร เป็นตน้ ดงั นนั้ สถาบนั บรกิ ารสารสนเทศจะตอ้ งพจิ ารณาสถานทห่ี รอื พน้ื ทค่ี รุภณั ฑ์ ให้มีความเหมาะสมท่ีสุด การวางผังพ้ืนท่ีบริการควรทําความเข้าใจปจั จัยพ้ืนฐานและ รายละเอียดต่าง ๆ เพ่ือให้เกิดการใช้พ้ืนท่ีอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากน้ีแล้วยังมี ส่วนประกอบอ่ืน ๆ อีกหลายอย่างท่ีจะเป็นการดึงดูดความสนใจให้แก่ผู้ใช้ เช่น ป้ าย สญั ลกั ษณ์ จะเป็นการช่วยส่อื สารให้ผู้ใช้บรกิ ารทราบถึงข้อมูลและรายละเอียดของการ ใหบ้ รกิ าร การจดั ภูมทิ ศั น์จะเป็นการสรา้ งบรรยากาศทด่ี ใี นการอ่านหนังสอื มอี ุณหภูมขิ อง อากาศทเ่ี หมาะสม (ทพิ วรรณ บุณยเ์ พม่ิ , 2545) 7. จดั ทําตารางการให้บริการและประชาสมั พนั ธ์งานบริการ เม่ือกําหนด กิจกรรม วิธีการ ผู้รบั ผิดชอบ จดั เตรียมสถานท่ี และอุปกรณ์เรยี บร้อยแล้ว ผู้ให้บรกิ าร สารสนเทศควรจดั ทําประกาศเพ่อื ประชาสมั พนั ธก์ ําหนดการจดั บรกิ ารต่างๆ เพ่อื ใหผ้ ใู้ ชไ้ ด้ ทราบตารางกําหนดการ อาจทําในลกั ษณะป้ายประกาศแสดงกิจกรรมประจําวนั ประจํา สปั ดาห์ จดหมายขา่ ว หนงั สอื เวยี นภายในหน่วยงาน เวบ็ ไซต์ เป็นตน้ 8. ติดตามและประเมินผลการจดั บริการ มวี ตั ถุประสงคเ์ พอ่ื ตรวจสอบบรกิ ารทงั้ ในเชงิ คุณภาพ ปรมิ าณ และความเหมาะสมต่างๆ จงึ ควรกระทาํ เป็นประจาํ เพ่อื แกป้ ญั หาใน การใหบ้ รกิ ารรวมทงั้ ปรบั บรกิ ารต่างๆ ในกรณีท่จี ดั บรกิ ารเป็นครงั้ คราว ควรติดตามและ ประเมนิ ผลในแต่ละครงั้ ทจ่ี ดั หากเป็นบรกิ ารประจําควรตดิ ตามและประเมนิ ผลเป็นระยะๆ ตามความจาํ เป็น และนําผลจากการตดิ ตามและประเมนิ ผลนนั้ มาพจิ ารณาปรบั ปรงุ บรกิ ารให้ มปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ และตรงกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชแ้ ละองคก์ ารยงิ่ ขน้ึ

48 กาํ หนดวตั ถุประสงค์ นโยบาย และวางแผน กาํ หนดประเภทบรกิ าร กาํ หนดวธิ กี ารจดั บรกิ าร กาํ หนดบุคลากรรบั ผดิ ชอบ งบประมาณดาํ เนินการ จดั เตรยี มสถานทแ่ี ละอปกรณ์ จดั ทาํ ตาราง และประชาสมั พนั ธก์ ารใหบ้ รกิ าร ตดิ ตามและประเมนิ ผล ปฏกิ ริ ยิ าตอบกลบั ภาพท่ี 2.1 ขนั้ ตอนการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ องคป์ ระกอบของการบริการและเผยแพรส่ ารสนเทศ การใหบ้ รกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ มอี งคป์ ระกอบสาํ คญั 4 ประเภท คอื 1. แหลง่ บรกิ ารสารสนเทศ 2. ทรพั ยากรสารสนเทศ 3. ผใู้ ชบ้ รกิ ารสารสนเทศ 4. ผใู้ หบ้ รกิ ารสารสนเทศ แหล่งบริการสารสนเทศ เป็นหน่วยงาน องค์กรท่รี วบรวมสารสนเทศประเภทต่างๆ มกี ารจดั เกบ็ อย่างเป็น ระบบใหบ้ รกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศตามความตอ้ งการของผใู้ ช้ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศมี ความหมายครอบคลุมถงึ หอ้ งสมดุ ศนู ยข์ อ้ มลู ศนู ยเ์ อกสาร หน่วยงานสถติ ิ หอจดหมายเหตุ

49 เป็นต้น แหล่งบรกิ ารสารสนเทศประเภทต่างๆ มกี ารทําหน้าท่ใี นทํานองเดยี วกนั คอื มุ่ง รวบรวมจดั เกบ็ และใหบ้ รกิ าร มกี ารนําเทคโนโลยสี ารสนเทศเขา้ มาประยกุ ตใ์ นการปฏบิ ตั งิ าน มกี ารสง่ เสรมิ การแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง มุง่ พฒั นาการใหบ้ รกิ ารเพอ่ื ใหผ้ ใู้ ชบ้ รกิ ารไดร้ บั สารสนเทศทต่ี รงกบั ความตอ้ งการสามารถนําไปพฒั นาปญั ญาและจติ ใจได้ ประเภทของแหล่งบริการสารสนเทศ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศมคี วามสําคญั ในสงั คมยุคข่าวสารท่ีช่วยทําให้บุคคล ทนั สมยั อยู่เสมอ ช่วยพฒั นาดา้ นการศกึ ษาทําใหต้ ้องมสี ารสนเทศท่หี ลากหลายสาขาวชิ า และผู้ใช้ก็มคี วามต้องการใช้สารสนเทศในรูปแบบต่างๆ จึงต้องมกี ารจดั ตงั้ แหล่งบรกิ าร สารสนเทศหลายประเภท ซง่ึ สามารถจาํ แนกไดต้ ามขอบเขตหน้าท่ี และวตั ถุประสงคข์ องการ ใหบ้ รกิ าร ดงั น้ี (ฉววี รรณ คหู าภนิ นั ทน์, 2542) 1. ห้องสมดุ (Library) เป็นแหล่งรวบรวมทรพั ยากรสารสนเทศทุกสาขาวชิ า และส่อื ทุกประเภทมที งั้ ส่อื สงิ่ พมิ พ์ ส่อื โสตทศั น์วสั ดุ และสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ หน้าทห่ี ลกั ในการ ใหบ้ รกิ าร คอื บรกิ ารยมื - คนื บรกิ ารตอบคําถามและช่วยคน้ ควา้ และหอ้ งสมุดยงั แบ่งออก ได้ ดงั น้ี 1.1 ห้องสมดุ โรงเรียน (School library) คอื หอ้ งสมดุ ทจ่ี ดั ตงั้ ขน้ึ ตาม โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนมธั ยมศึกษา ทําหน้าท่ีให้บริการ ทรพั ยากรสารสนเทศ สอ่ื การศกึ ษาคน้ ควา้ และสอ่ื การเรยี นการสอนใหแ้ กค่ รแู ละนกั เรยี น 1.2 ห้องสมดุ วิทยาลยั และมหาวิทยาลยั (Academic library) คอื ห้องสมุดท่ีตัง้ อยู่ในสถาบันอุดมศึกษา มีวัตถุประสงค์เพ่ือให้บริการสารสนเทศอย่าง กวา้ งขวาง และลกึ ซง้ึ เน้นการสอน การคน้ ควา้ วจิ ยั ทงั้ ของอาจารย์ นิสติ นักศกึ ษา หอ้ งสมุด อาจมชี ่อื เรยี กแตกต่างกนั เช่น สํานักหอสมุด สถาบนั วทิ ยบรกิ าร สํานักวทิ ยบรกิ าร ศูนย์ บรรณสารและสอ่ื การศกึ ษา สาํ นกั บรรณสารการพฒั นา เป็นตน้ 1.3 ห้องสมดุ เฉพาะ (Special library) คอื หอ้ งสมดุ ทใ่ี หบ้ รกิ าร ทรพั ยากรสารสนเทศเฉพาะสาขาวชิ า สงั กดั อยใู่ นหน่วยงาน สมาคม และองคก์ รเฉพาะดา้ น เชน่ หอ้ งสมดุ คณะแพทยศาสตร์ หอ้ งสมดุ กฎหมาย หอ้ งสมดุ ธนาคาร หอ้ งสมดุ ศาสนา เป็นตน้ ทาํ หน้าทจ่ี ดั เกบ็ ทรพั ยากรสารสนเทศเฉพาะดา้ นทเ่ี ป็นประโยชน์ในการปฏบิ ตั งิ าน ของบุคลากรในหน่วยงานนนั้ ๆ นอกจากน้ีหอ้ งสมดุ เฉพาะอาจจดั ตามลกั ษณะและประเภท ของวสั ดุหรอื สอ่ื เชน่ หอ้ งสมดุ แผนท่ี หอ้ งสมดุ ภาพ และหอ้ งสมดุ ของเลน่ เป็นตน้ 1.4 ห้องสมดุ ประชาชน(Public library) คอื หอ้ งสมดุ ทจ่ี ดั ตงั้ เพ่อื บรกิ าร ประชาชนทกุ เพศ ทุกวยั อาชพี ทกุ ระดบั ความรเู้ พอ่ื สง่ เสรมิ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ และพฒั นา ความเป็นอยรู่ วมทงั้ คุณภาพชวี ติ ในชุมชนใหด้ ขี น้ึ

50 1.5 หอสมดุ แห่งชาติ (National library) คอื หอสมดุ ทท่ี าํ หน้าทร่ี วบรวม สะสมรกั ษาทรพั ยากรสารสนเทศของชาตไิ วท้ เ่ี ป็นตน้ ฉบบั ตวั เขยี น โสตทศั น์วสั ดทุ ผ่ี ลติ ขน้ึ ใน ประเทศ โดยส่ิงพิมพ์ทุกประเภทท่ีผลิตในประเทศจะต้องส่งให้หอสมุดแห่งชาติตาม พระราชบญั ญตั กิ ารพมิ พ์ หอสมุดแห่งชาตมิ วี ตั ถุประสงค์เหมอื นกบั หอ้ งสมุดประชาชน คอื ทําหน้าท่ีให้บริการประชาชนทุกเพศ ทุกวยั ไม่จํากดั ระดบั การศึกษา นอกจากน้ีหอสมุด แหง่ ชาตยิ งั มสี าขาตามต่างจงั หวดั ในแต่ละภมู ภิ าค เชน่ สงขลา เชยี งใหม่ สงิ หบ์ ุรี สุพรรณบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ เป็ นต้น ปจั จุบันหอสมุดแห่งชาติมีช่ืออย่างเป็ นทางการว่า สาํ นกั หอสมดุ แหง่ ชาติ สงั กดั กรมศลิ ปากร กระทรวงวฒั นธรรม 2. ศูนย์เอกสารหรือศูนย์สารสนเทศ (Documentation center หรือ Information center) เป็นแหล่งใหบ้ รกิ ารสารสนเทศเฉพาะเรอ่ื งเฉพาะสาขาวชิ าใหแ้ ก่ผใู้ ช้ เฉพาะกลุ่มหรอื เฉพาะหน่วยงาน มลี กั ษณะคลา้ ยหอ้ งสมดุ เฉพาะ สารสนเทศสว่ นใหญ่ใชเ้ พ่อื การคน้ ควา้ การวจิ ยั และการปฏบิ ตั งิ านโดยตรง ซ่งึ หอ้ งสมุดทวั่ ๆ ไปหรอื หอ้ งสมุดเฉพาะ บางแห่งไม่อาจตอบสนองความต้องการของผใู้ ชใ้ นหน่วยงานนัน้ ๆ ได้ เพราะเป็นใหบ้ รกิ าร สารสนเทศในขนั้ สงู เช่น ขอ้ มลู การวจิ ยั สถติ ติ ่าง ๆ ศนู ยเ์ อกสารหรอื ศูนยส์ ารสนเทศใหก้ าร สนบั สนุน และสง่ เสรมิ ผใู้ ชส้ ารสนเทศเฉพาะสาขาวชิ า เช่น นกั วทิ ยาศาสตร์ นกั วจิ ยั แพทย์ นกั วชิ าการเกษตร ไดแ้ ก่ 2.1 ศนู ยเ์ อกสารการพฒั นา สถาบนั วจิ ยั และพฒั นา มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น 2.2 ศนู ยเ์ อกสารประเทศไทย 2.3 ศนู ยเ์ อกสารสถาบนั วจิ ยั สงั คม มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ 2.4 ศนู ยเ์ อกสารองคก์ รอนามยั โลก 2.5 ศนู ยส์ นเทศทางกระบอื นานาชาติ 2.6 ศนู ยส์ ารสนเทศ กรมสง่ เสรมิ การเกษตร 3. ศนู ยข์ ้อมูล (Data center) เป็นแหล่งรวบรวมและบรกิ ารขอ้ มลู ตวั เลข สถติ ติ ่างๆ ทงั้ ขอ้ มลู ดบิ ทท่ี นั สมยั เป็นขอ้ มลู สาํ คญั ทใ่ี ชใ้ นการดาํ เนินงานและการคน้ ควา้ วจิ ยั ศนู ยข์ อ้ มลู น้ีจะสงั กดั อยใู่ นสถาบนั การศกึ ษา สถาบนั วจิ ยั และหน่วยงานต่างๆ ทงั้ ของรฐั บาล และเอกชน ทาํ หน้าทจ่ี ดั เกบ็ รวบรวมสารสนเทศ และเผยแพร่ขอ้ มลู แก่ผใู้ ชใ้ นหน่วยงานหรอื บุคคลทวั่ ไป ไดแ้ ก่ 3.1 ศนู ยข์ อ้ มลู สาํ นกั งานสถติ แิ หง่ ชาติ 3.2 ศนู ยข์ อ้ มลู ธุรกจิ หลกั ทรพั ย์ ตลาดหลกั ทรพั ยแ์ หง่ ประเทศไทย 3.3 ศนู ยข์ อ้ มลู พลงั งานแหง่ ประเทศไทย 3.4 ศนู ยข์ อ้ มลู มตชิ น 3.5 ศนู ยข์ อ้ มลู สมนุ ไพร กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์

51 4. หน่วยงานสถิติหรือหน่วยทะเบยี นสถิติ (Statistical office) เป็น หน่วยงานทร่ี วบรวมจดั เกบ็ ขอ้ มลู ทางสถติ ติ วั เลขต่าง ๆ เป็นตวั เลขเฉพาะดา้ นหรอื เฉพาะ สาขาวชิ าอาจเป็นหน่วยงานทส่ี งั กดั อยใู่ นกระทรวง กรม กอง หรอื เป็นหน่วยงานสถติ ขิ นาด ใหญ่ ไดแ้ ก่ 4.1 สาํ นกั งานสถติ แิ หง่ ชาติ 4.2 ศนู ยส์ ถติ กิ ารพาณชิ ย์ กระทรวงพาณชิ ย์ 4.3 ศนู ยส์ ถติ กิ ารเกษตร สาํ นกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร การจดั เก็บสถิติ ตวั เลข ขอ้ มูลต่างๆ ยงั หน่วยงานท่ที ําหน้าท่จี ดทะเบยี น รายชอ่ื สนิ คา้ เครอ่ื งหมายการคา้ สงิ่ ประดษิ ฐ์ ประวตั คิ นไข้ ลขิ สทิ ธิ ์ทะเบยี นราษฎร์ เพ่อื เกบ็ รวบรวมสถิติ ตวั เลข และหลกั ฐานการจดทะเบยี น หรอื ลงทะเบียนทงั้ ของรฐั และเอกชน ได้แก่ กรมทะเบียนการค้า กรมทรพั ย์สินทางปญั ญา กรมการขนส่ง กรมการปกครอง โรงพยาบาล สถาบนั การศกึ ษา เป็นตน้ 5. ศนู ยว์ ิเคราะหส์ ารสนเทศ (Information analysis center) ทาํ หน้าท่ี รวบรวม และใหบ้ รกิ ารสารสนเทศเฉพาะวชิ า โดยนํามาคดั เลอื ก วเิ คราะห์ ประเมนิ สรุปยอ่ และจดั เกบ็ ในลกั ษณะของแฟ้มขอ้ มลู เพ่อื ใชใ้ นการตอบคาํ ถามและบรกิ ารสารสนเทศทนั สมยั แกผ่ สู้ นใจ บุคลากรทป่ี ฏบิ ตั หิ น้าทใ่ี นศนู ยว์ เิ คราะหส์ ารสนเทศจะเป็นนกั วชิ าการ ผเู้ ชย่ี วชาญ และผูท้ รงคุณวุฒใิ นสาขาวชิ าต่างๆ เน่ืองจากต้องประเมนิ ผลและวเิ คราะหส์ ารสนเทศ จงึ มี ประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะสาขาวชิ าทส่ี นใจเท่านัน้ เช่น สมาคมสงั คมศาสตรแ์ ห่งประเทศ ไทย 6. ศนู ยป์ ระมวลและแจกจ่ายสารสนเทศ (Information clearing house) เป็นหน่วยงานท่ใี ห้ความช่วยเหลือในการเขา้ ถึงแหล่งสารสนเทศทําหน้าท่ีแนะนําแหล่ง สารสนเทศทเ่ี หมาะสม หรอื บางครงั้ ยงั รวบรวมสารสนเทศและทจ่ี ดั ทําขน้ึ เองเอาไวแ้ จกจ่าย สารสนเทศไปยงั ผทู้ ส่ี นใจ หรอื ตดิ ต่อขอทรพั ยากรสารสนเทศจากผผู้ ลติ เพ่อื รวบรวมใหเ้ ป็น ระบบสะดวกต่อการค้นคว้า และแนะนําแหล่งสารสนเทศเช่น ดรรชนี บรรณานุกรม สาระสงั เขป เป็นตน้ หน่วยงานทท่ี าํ หน้าทเ่ี ป็นศูนยป์ ระมวลผลและแจกจ่ายสารสนเทศไดแ้ ก่ หอสมดุ แหง่ ชาติ หอสมุดรฐั สภาอเมรกิ นั หอสมุดแหง่ ชาติ ประเทศองั กฤษ หอ้ งสมดุ ยเู นสโก เป็นตน้ 7. ศนู ยแ์ นะแหล่งสารสนเทศ (Referral center) เป็นหน่วยงานทท่ี าํ หน้าท่ี รวบรวมสารสนเทศทเ่ี กย่ี วกบั แหล่งขอ้ มลู หรอื แหล่งสารสนเทศอยา่ งกวา้ งขวางในสาขาวชิ า ท่ศี ูนยร์ บั ผดิ ชอบสามารถแนะนําแหล่งสารสนเทศท่เี หมาะสมและตรงกบั ความต้องการได้ โดยศูนยจ์ ะรวบรวมจดั ทําปรบั ปรุงสารสนเทศ และจดั ทําเอกสารเพ่อื เผยแพร่สารสนเทศท่ี

52 ทนั สมยั ไดแ้ ก่ รายช่อื ทรพั ยากรสารสนเทศใหม่ บรรณานิทศั น์ ดรรชนีวารสาร สาระสงั เขป เป็นตน้ 8. หอจดหมายเหตุ หรอื หน่วยงานจดหมายเหตุ (Archive) เป็นหน่วยงาน ทท่ี าํ หน้าทจ่ี ดั เกบ็ เอกสารทางราชการ หรอื เอกสารทางประวตั ศิ าสตรไ์ ดแ้ ก่ ระเบยี บขอ้ บงั คบั คําสงั่ บนั ทกึ รายงาน แบบพมิ พ์ แผนท่ี แผนผงั แบบแปลน พมิ พเ์ ขยี ว ภาพถ่าย เป็นต้น เพ่อื ใช้เป็นหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในการศกึ ษาค้นคว้าและวจิ ยั โดยหอจดหมายเหตุ จาํ แนกออกได้ 5 ประเภท คอื 8.1 หอจดหมายเหตุแหง่ ชาติ 8.2 หอจดหมายเหตุสว่ นภมู ภิ าคและทอ้ งถนิ่ 8.3 หอจดหมายเหตุของสถาบนั การศกึ ษา 8.4 หอจดหมายเหตุของวดั และสถาบนั ศาสนา 8.5 หอจดหมายเหตุของสถาบนั ธุรกจิ และอตุ สาหกรรม 9. สถาบนั บริการสารสนเทศเชิงพาณิ ชย์ (Commercial information service center) เป็นหน่วยงานทค่ี ดิ ค่าบรกิ ารสารสนเทศจากผมู้ าขอใชบ้ รกิ ารสารสนเทศ โดยเก็บในลกั ษณะของสมาชกิ หรอื ตามอตั ราค่าบรกิ ารท่กี ําหนดไว้ เช่น ศูนยส์ ารสนเทศ ต่างๆ เพราะปจั จุบนั เทคโนโลยสี ารสนเทศมีความเจรญิ ก้าวหน้า กอปรกบั ผู้ใช้ต้องการ สารสนเทศท่ีสะดวก รวดเรว็ โดยผู้ใช้มกั ต้องการสารสนเทศทางด้านธุรกิจ การค้า และ อุตสาหกรรม โดยเฉพาะเชน่ ศนู ยข์ อ้ มลู มตชิ น บรษิ ทั โอ ซี แอล ซี บรษิ ทั ยไู นเตด็ บรอดแบนทเ์ ทคโนโลยี (ยบู ที )ี เป็นตน้ ทรพั ยากรสารสนเทศ การแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากส่อื บนั ทกึ ความรูใ้ นรูปแบบเก่าจนปจั จุบนั มสี ่อื สง่ิ พมิ พส์ มยั ใหมท่ จ่ี ดั เกบ็ ในรปู ฐานขอ้ มลู ซง่ึ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศมกี ารบนั ทกึ ขอ้ มลู อยา่ ง เป็นระบบ ทรพั ยากรสารสนเทศ (Information resources) เป็นส่อื ประเภทต่างๆ หลาย รปู แบบทม่ี อี ยใู่ นแหล่งบรกิ ารสารสนเทศ นับว่าเป็นหวั ใจสาํ คญั ของแหล่งบรกิ ารสารสนเทศ เพราะเป็นแหลง่ ความรู้ ความบนั เทงิ ทด่ี งึ ดดู ใจใหผ้ ใู้ ชต้ อ้ งการเขา้ มาใชบ้ รกิ าร ทรพั ยากรสารสนเทศ หมายถงึ ส่อื ประเภทต่างๆ ทใ่ี ชบ้ นั ทกึ สารสนเทศไวโ้ ดยใช้ ตวั อกั ษร สญั ลกั ษณ์ ภาพ เสยี งทงั้ ทเ่ี ป็นกระดาษ ฟิลม์ เทปแมเ่ หลก็ ฐานขอ้ มลู คอมพวิ เตอร์ เป็นตน้

53 ประเภทของทรพั ยากรสารสนเทศ ทรพั ยากรสารสนเทศทม่ี คี วามสาํ คญั เป็นประโยชน์ต่อผใู้ ช้ สามารถแบ่งไดด้ งั น้ี (ระเบยี บ สภุ วริ ,ี 2547) 1. สื่อสารสนเทศตีพิมพ์ (Printed materials) 1.1 หนังสือ (Books) ในยคุ ปจั จุบนั ขอ้ มลู ขา่ วสารเกดิ ขน้ึ อยา่ ง รวดเรว็ มากมายและกวา้ งขวาง มนุษยจ์ าํ เป็นตอ้ งปรบั ปรงุ ใหท้ นั เหตุการณ์ และสามารถใช้ ขอ้ มลู ขา่ วสารใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อการดํารงชวี ติ หนังสอื จงึ เป็นส่อื สารสนเทศทม่ี กี ารบนั ทกึ ความรู้ ความคดิ ความเช่อื และประสบการณ์ออกมาในรปู ลกั ษณะตวั อกั ษรทส่ี อ่ื สารเขา้ ใจได้ มกี ารจดั ทําเป็นรูปเล่มท่แี ขง็ แรงหรอื รูปแบบท่แี ตกต่างกนั นับเป็นทรพั ยากรสารสนเทศท่ี ยงั คงมคี วามสําคญั อยู่เหมอื นเดมิ แมก้ าลเวลาจะผ่านไปนานเพยี งใด โดยทวั่ ไปหนังสอื มี จุดมุ่งหมายเพ่อื นําเสนอความรูเ้ พ่อื ใหบ้ ุคคลไดอ้ ่านศกึ ษาค้นคว้าอยู่ตลอดเวลา หนังสอื มี หลายประเภท ไดแ้ ก่ 1.1.1 หนงั สอื ตาํ รา (Textbooks) 1.1.2 หนงั สอื อา้ งองิ (Reference books) 1.1.3 หนงั สอื ความรทู้ วั่ ไป (books) 1.1.4 วทิ ยานิพนธ์ (Thesis or dissertations) 1.1.5 สงิ่ พมิ พร์ ฐั บาล (Government publications) 1.2 วารสาร (Periodicals) เป็นสงิ่ พมิ พท์ เ่ี ผยแพรค่ วามรู้ ทฤษฎี แนวความคดิ ขอ้ มูลข่าวสาร เทคโนโลยใี หม่ ๆ มีการจดั พมิ พ์อย่างต่อเน่ืองเป็น ประจําและแน่นอน เช่น รายสปั ดาห์ รายปกั ษ์ รายเดอื น รายสองเดอื น เป็นตน้ ภายในเล่ม ประกอบด้วยเน้ือหาท่ีเหมาะกับผู้อ่านตามกลุ่มท่ีสนใจ มีทัง้ เน้ือหาทัว่ ไป และเฉพาะ สาขาวชิ า นําเสนอสาระความรใู้ นรปู แบบของบทความเขยี นโดยผแู้ ต่งหลายๆ คนทม่ี คี วามรู้ และประสบการณ์ มกี ารบอกเลขทข่ี องปีท่ี ฉบบั ท่ี วนั เดอื น ปี และมกั มเี ลขมาตรฐานสากล ประจาํ วารสารดว้ ย วารสารมหี ลายประเภทไดแ้ ก่ 1.2.1 วารสารวชิ าการ (Journals) 1.2.2 วารสารทวั่ ไปหรอื นติ ยสาร (General magazine) 1.2.3 วารสารเชงิ วจิ ารณ์ (Review) 1.3 หนังสือพิมพ์ (Newspapers) เป็นสงิ่ พมิ พต์ ่อเน่ืองทม่ี กี าํ หนด ออกแน่นอนเป็นประจําสม่ําเสมอ ส่วนใหญ่มกั มีกําหนดออกเป็นรายวนั ไม่จํากดั ผู้อ่าน สามารถทําความเขา้ ใจไดใ้ นระยะเวลาอนั สนั้ มจี ุดมุ่งหมายเพ่อื เสนอข่าวสดทท่ี นั เหตุการณ์ และเรอ่ื งราวทน่ี ่าสนใจทวั่ ๆ ไป เชน่ ขา่ วการเมอื งการปกครอง ขา่ วเศรษฐกจิ ขา่ วสงั คม ขา่ วกฬี า และขา่ วต่างประเทศ เป็นตน้ หนงั สอื พมิ พม์ หี ลายประเภทไดแ้ ก่

54 1.3.1 หนงั สอื พมิ พป์ ระเภทขา่ วทวั่ ไป (General newspaper) 1.3.2 หนงั สอื พมิ พป์ ระเภทขา่ วธุรกจิ (newspaper) 1.3.3 หนงั สอื พมิ พป์ ระเภทเฉพาะกลุม่ (Specialized newspaper) 1.4 จลุ สาร (Pamphlets) เป็นสง่ิ พมิ พท์ ม่ี ขี นาดเลก็ มลี กั ษณะเป็นเล่มปก ออ่ น แผน่ พบั หรอื เป็นแผน่ หากเป็นเล่มจะมจี ํานวนหน้าไมม่ ากนกั ทําใหส้ ะดวกต่อการอ่าน มกั จดั ทําโดยหน่วยงานราชการ องค์กร สถาบนั สมาคมต่าง ๆ โดยมวี ตั ถุประสงค์เพ่ือ นําเสนอความรู้ เร่อื งราว ขา่ วสาร ขอ้ เทจ็ จรงิ ต่างๆ ในเรอ่ื งใดเรอ่ื งหน่ึงโดยเฉพาะเป็นเรอ่ื งท่ี ทนั สมยั ทนั ต่อเหตุการณ์เป็นเรอ่ื งทบ่ี ุคคลทวั่ ไปกาํ ลงั ใหค้ วามสนใจเป็นอยา่ งมาก มเี น้ือหาท่ี สนั้ กระชบั แต่ไดใ้ จความ ใชภ้ าษาทง่ี า่ ย ทาํ ใหผ้ อู้ า่ นเขา้ ใจไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ มกั มภี าพประกอบ 1.5 กฤตภาค (Clippings) เป็นการคดั เลอื กเน้ือหาสาระความรทู้ วั่ ๆ ไป ทเ่ี ป็นประโยชน์จากสง่ิ พมิ พป์ ระเภทหนงั สอื พมิ พ์ วารสาร นิตยสาร แยกตามเน้ือหาของเร่อื ง โดยกําหนดหวั เร่ืองเพ่อื ความสะดวกต่อการค้นคว้า และบอกแหล่งท่ีมาของเอกสารนัน้ ปจั จุบนั แหล่งบรกิ ารสารสนเทศมกี ารจดั ทาํ ในรปู ฐานขอ้ มลู กฤตภาคออนไลน์ซง่ึ จะทาํ ใหก้ าร คน้ ควา้ มคี วามสะดวกรวดเรว็ ยง่ิ ขน้ึ 1.6 เอกสารมาตรฐานผลิตภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรม (Standard publication) เป็นเอกสารมาตรฐานทจ่ี ดั ทาํ ขน้ึ จากความเหน็ ชอบขององคก์ รท่ี ไดร้ บั การรบั รองเพอ่ื ประโยชน์ในการใชร้ ว่ มกนั และใหใ้ ชใ้ นกรณตี ่าง ๆ โดยมกี ฎระเบยี บ แนวทาง หรอื ลกั ษณะเฉพาะสาํ หรบั กจิ กรรม 1.7 สิทธิบตั ร (Patent) เป็นหนงั สอื สาํ คญั ทร่ี ฐั ออกใหเ้ พอ่ื คมุ้ ครอง การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ หรอื การประดษิ ฐค์ ดิ คน้ ซง่ึ เป็นการออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ม่ี ลี กั ษณะ ตามทก่ี ฎหมายกําหนดเพ่อื คุม้ ครองทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาแก่ผปู้ ระดษิ ฐโ์ ดยกฎหมายบญั ญตั ิ ให้เจ้าของสิทธิบัตรมีสิทธิแต่เพยี งผู้เดียวในการแสวงหาผลประโยชน์จากการออกแบบ ผลติ ภณั ฑท์ ่ไี ดร้ บั สทิ ธบิ ตั ร เช่น การผลติ และจําหน่าย เป็นต้น โดยสทิ ธจิ ะมอี ยู่เพยี งช่วง ระยะเวลาทจ่ี าํ กดั ชว่ งหน่ึงเทา่ นนั้ 2. สื่อสารสนเทศไมต่ ีพิมพ์ (Non - printed materials) 2.1 ภาพ (Pictures) เป็นสอ่ื สารสนเทศทแ่ี สดงใหเ้ หน็ หรอื เขา้ ใจเน้ือ หารายละเอยี ดของเร่อื งใดเร่อื งหน่ึง เช่น บุคคลสาํ คญั สถานทส่ี ําคญั ภาพเหตุการณ์สาํ คญั ต่าง ๆ ทําใหเ้ ขา้ ใจไดง้ า่ ยยงิ่ ขน้ึ รปู ภาพอาจเป็นลกั ษณะภาพถ่าย ภาพวาด ภาพเขยี น ภาพ พมิ พ์ เป็นตน้ 2.2 วสั ดกุ ราฟิ ก (Graphic materials) เป็นสอ่ื ทผ่ี สมผสานสอ่ื ประเภท ลายเสน้ ภาพวาด สญั ลกั ษณ์ ตวั อกั ษร ตวั เลข ไดแ้ ก่ 2.2.1 แผนภมู ิ (Charts)

55 2.2.2 แผนภาพ (Diagrams) 2.2.3 แผนสถติ ิ (Graphs) 2.2.4 ภาพชดุ (Flipcharts) 2.3 แผนที่ (Cartographic materials) เป็นสอ่ื ทจ่ี ดั ทาํ ขน้ึ เพอ่ื เป็น สญั ลกั ษณ์แทนบางสว่ น หรอื ทงั้ หมดของโลก มกั แสดงขอ้ มลู เกย่ี วกบั ทาํ เลทต่ี งั้ ของสถานท่ี ทรพั ยากร ภมู ปิ ระเทศ ภมู อิ ากาศ เสน้ ทางคมนาคม ไดแ้ ก่ 2.3.1 แผนท่ี (Maps) 2.3.2 ลกู โลก (Globe) 2.4 สไลด์ (Slides) เป็นสอ่ื ทม่ี กี ารบนั ทกึ ภาพลงบนแผน่ ฟิลม์ ภาพแต่ละ ภาพจะหมุ้ ดว้ ยพลาสตกิ หรอื กระดาษแขง็ ตอ้ งอาศยั เครอ่ื งฉายดภู าพมลี กั ษณะเป็นภาพน่ิง 2.5 ฟิ ลม์ สตริป (Filmstrip) เป็นภาพน่ิงโปรง่ แสงมกี ารบนั ทกึ ภาพลงบน ฟิล์มต้องใช้กบั เคร่อื งฉายเน้ือหาความรูเ้ รยี งลําดบั เร่อื งราวอย่างต่อเน่ืองมหี วั เร่อื งและคํา บรรยายภาพต่าง ๆ อยา่ งชดั เจน 2.6 วสั ดบุ นั ทึกภาพและเสียง (Sound and pictures recordings) เป็นสอ่ื ทบ่ี นั ทกึ ภาพและเสยี งลงบนเทปแมเ่ หลก็ บรรจใุ นตลบั ภาพและเสยี งใชบ้ นั ทกึ ความรู้ ต่าง ๆ เชน่ ภาพเหตุการณ์ การสมั ภาษณ์ การบรรยาย เป็นตน้ สอ่ื บนั ทกึ ภาพและเสยี ง ไดแ้ ก่ 2.6.1 แผน่ เสยี ง (Record) 2.6.2 เทปบนั ทกึ เสยี ง (Tape record) 2.6.3 วดี ทิ ศั น์ (Video record) 3. วสั ดยุ ่อส่วน (Microforms) เป็นสอ่ื สารสนเทศทไ่ี ดจ้ ากการถ่าย ภาพสง่ิ พมิ พต์ ้นฉบบั ใหม้ ขี นาดเล็กลงจนไม่สามารถอ่านได้ด้วยตาเปล่าต้องใชเ้ คร่อื งอ่าน วสั ดุยอ่ สว่ นนนั้ ๆ นิยมเกบ็ ขอ้ มลู ประเภทหนงั หายาก ตน้ ฉบบั ตวั เขยี น เอกสารหนงั สอื พมิ พ์ ไดแ้ ก่ 3.1 ไมโครฟิลม์ (Microfilms) 3.2 ไมโครฟิช (Microfiche) 3.3 ไมโครคารด์ (Microcard) 4. สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ (Electronic medias) เป็นการนําเทคโนโลยสี ารสนเทศ มาใชใ้ นการบนั ทกึ หรอื จดั เกบ็ สารสนเทศไดเ้ ป็นจาํ นวนมากโดยสารสนเทศจะจดั เกบ็ ในรปู ดจิ ติ อล สามารถบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศไดอ้ ยา่ งสะดวกรวดเรว็ มดี งั น้ี 4.1 ฐานข้อมลู คอมพิวเตอร์ (Computerized database) เป็นแหล่ง รวบรวมสารสนเทศต่าง ๆ โดยใชค้ อมพวิ เตอรช์ ว่ ยจดั การขอ้ มลู อยา่ งเป็นระบบ สามารถ

56 สบื คน้ สารสนเทศไดอ้ ยา่ งสะดวกรวดเรว็ มที งั้ ฐานขอ้ มลู ทส่ี ถาบนั บรกิ ารสารสนเทศ พฒั นาขน้ึ ใชเ้ อง และฐานขอ้ มลู เพอ่ื การคา้ ไดแ้ ก่ ฐานขอ้ มลู วารสาร ฐานขอ้ มลู วทิ ยานิพนธ์ ฐานขอ้ มลู การวจิ ยั ฐานขอ้ มลู คอมพวิ เตอร์ ไดแ้ ก่ 4.1.1 ฐานขอ้ มลู ออนไลน์ (Online database) เป็นฐานขอ้ มลู สาํ หรบั สบื คน้ สารสนเทศทอ่ี ยหู่ า่ งไกล เป็นการตดิ ต่อโดยตรงผา่ นเครอ่ื งคอมพวิ เตอรท์ เ่ี ป็นศนู ย์ กลางของฐานขอ้ มลู (Host computer) กบั ผสู้ บื คน้ โดยขอ้ มลู จะถกู สง่ ในระบบโทรคมนาคม และคอมพวิ เตอรท์ ศ่ี นู ยก์ ลางจะประมวลผลทนั ทที ไ่ี ดร้ บั คาํ สงั่ ดงั นนั้ ผสู้ บื คน้ จงึ สามารถ โตต้ อบกนั ไดต้ ลอดเวลา 4.1.2 ฐานขอ้ มลู ซดี รี อม (Compact disc read only memory) เป็น ส่อื ทใ่ี ชบ้ นั ทกึ และจดั เกบ็ สารสนเทศในรปู ฐานขอ้ มลู มลี กั ษณะเป็นแผน่ วงกลมใชร้ ะบบแสง เลเซอรใ์ นการอ่านขอ้ มลู เป็นการสบื คน้ สารสนเทศในระบบออฟไลน์ (Off-line) ผใู้ ชส้ ามารถ สบื คน้ ไดจ้ ากสถาบนั บรกิ ารสารสนเทศทใ่ี หบ้ รกิ ารฐานขอ้ มลู 4.1.3 ฐานขอ้ มูลท่สี ถาบนั บรกิ ารสารสนเทศเป็นผูจ้ ดั ทําขน้ึ เองเป็น ฐานข้อมูลท่ีรวบรวมจากรายการของหนังสือ วารสาร วิทยานิพนธ์ งานวิจยั บทความ โสตทศั นวสั ดุ ทม่ี ใี หบ้ รกิ ารในสถาบนั บรกิ ารสารสนเทศนนั้ ๆ 4.2 หนังสืออิเลก็ ทรอนิกส์ (Electronic book) เป็นหนงั สอื ทถ่ี ูกบนั ทกึ จดั เก็บให้อยู่ในรูปอเิ ล็กทรอนิกส์ผูอ้ ่านสามารถอ่านขอ้ มูลได้จากเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ผ่าน เครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรอื บนั ทึกลงบนแผ่นซีดีรอมสามารถจดั ทําข้อมูลให้อยู่ในรูปของ ตวั อกั ษร ภาพนิ่ง ภาพเคล่อื นไหว ลกั ษณะทโ่ี ตต้ อบกนั ได้ 4.3 วารสารอิเลก็ ทรอนิกส์ (Electronic journal) เป็นการบนั ทกึ บทความวารสารทางวชิ าการทผ่ี ลติ และเผยแพรส่ ผู่ ใู้ ชโ้ ดยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ ป็นวารสารท่ี สถาบนั บรกิ ารสารสนเทศบอกรบั โดยเสยี คา่ บรกิ ารผใู้ ชส้ ามารถเขา้ ถงึ สารสนเทศไดอ้ ยา่ ง รวดเรว็ ในเวลาเดยี วกนั หลายคนโดยไมจ่ าํ กดั เวลา สถานท่ี ผใู้ ช้บริการสารสนเทศ ในฐานะเป็นหน่วยงาน องคก์ รทใ่ี หบ้ รกิ ารสารสนเทศจาํ เป็นตอ้ งแสวงหารปู แบบการ ให้บรกิ ารท่ีสอดคล้องกบั ความพงึ พอใจของผู้ใช้บรกิ ารเพ่อื พฒั นาประสทิ ธิภาพของการ ปฏิบตั ิงาน และพฒั นาไปสู่การเป็นองค์กรท่ีทนั สมยั ให้เป็นท่ียอมรบั ของบุคคลในสงั คม ผู้ใช้บรกิ ารมลี กั ษณะการใช้บรกิ ารทงั้ เข้ามาใช้ท่ีแหล่งบริการสารสนเทศโดยตรงและใช้ บรกิ ารผ่านระบบเครอื ข่ายไม่ว่าจะใช้บรกิ ารแบบใดถือเป็นความสําเร็จของแหล่งบรกิ าร สารสนเทศ เพราะผใู้ ชบ้ รกิ ารตอ้ งพจิ ารณาแลว้ วา่ เป็นแหล่งความรทู้ ส่ี ามารถตอบสนองความ

57 ตอ้ งการของผูใ้ ชบ้ รกิ ารไดผ้ ใู้ ชบ้ รกิ ารมกั จะมหี ลากหลายประเภท ทงั้ อาชพี การศกึ ษา เพศ อายุ ความสนใจสง่ิ เหล่าน้ี ผใู้ ชจ้ ะเป็นผปู้ ระเมนิ เองว่าจะใชบ้ รกิ ารในแหล่งบรกิ ารสารสนเทศ แห่งใดถงึ จะเหมาะกบั ระดบั ความต้องการของตนเองซ่งึ ความต้องการสารสนเทศ ความรู้ ต่าง ๆ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศแต่ละแหง่ ต่างพฒั นาองคก์ รใหส้ ามารถตอบสนองผใู้ ชใ้ หม้ าก ทส่ี ดุ ประเภทของผใู้ ช้บริการสารสนเทศ ผใู้ ชบ้ รกิ ารสารสนเทศสามารถจดั แบ่งออกเป็นกลุ่มไดด้ งั น้ี (จริ วรรณ ภกั ดบี ุตร และสมพร พทุ ธาพทิ กั ษผ์ ล, 2546) 1. กลุ่มนักบริหาร หมายถึง กลุ่มบุคคลผู้นําในองค์กรเป็นผู้ดําเนินงาน รบั ผดิ ชอบในการวนิ ิจฉัย ตดั สนิ ใจ สงั่ การ และควบคุมดูแลใหก้ ารดําเนินงานเป็นไปตาม นโยบายเพอ่ื ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคข์ ององคก์ ร ซง่ึ กลุ่มผใู้ ชร้ ะดบั นกั บรหิ าร สามารถจาํ แนกได้ 3 กลุม่ คอื 1.1 กลุ่มนักบรหิ ารระดบั สงู หมายถงึ กลุ่มผูน้ ําทม่ี ตี ําแหน่งสงู สุดเป็นผูท้ ่ี สามารถตดั สนิ ใจ สงั่ การ วนิ ิจฉยั ได้ และมบี ทบาทสาํ คญั ในการกาํ หนดนโยบาย และวางแผน ได้ 1.2 กลุ่มนักบรหิ ารระดบั กลาง หมายถงึ กลุ่มทม่ี หี น้าทแ่ี ละรบั ผดิ ชอบใน การดาํ เนินการและจดั การ ใหม้ กี ารปฏบิ ตั งิ านใหเ้ ป็นไปตามนโยบายและแผนทก่ี าํ หนดไว้ 1.3 กลุ่มนักบรหิ ารระดบั ปฏบิ ตั กิ าร หมายถงึ กลุ่มทม่ี หี น้าทค่ี วบคุมดูแล การปฏบิ ตั งิ านใหเ้ ป็นไปตามนโยบายและแผนทผ่ี บู้ รหิ ารระดบั สงู และกลางกาํ หนดไว้ กลุ่มนักบรหิ ารมลี กั ษณะการใชบ้ รกิ ารสารสนเทศเป็นครงั้ คราวตามความ จาํ เป็นอาจใชน้ ้อยหรอื มากขน้ึ อยกู่ บั การใชส้ ารสนเทศเพอ่ื ประกอบการวางแผนหรอื นโยบาย และตดั สนิ ใจเป็นกลุ่มทไ่ี ม่มเี วลามาใชบ้ รกิ ารมากนกั เน่ืองจากภารกจิ และการบรหิ ารงานแต่ อาจใหผ้ อู้ ่นื เป็นผจู้ ดั หาสารสนเทศให้ 2. กลุ่มนักธุรกิ จ หมายถึง กลุ่มบุคคลท่ีประกอบอาชีพการค้าธุรกิจ อุตสาหกรรมทงั้ ในภาครฐั และเอกชน เช่นสถาบนั การเงนิ โรงงานอุตสาหกรรม บริษัท ธนาคาร และสถานประกอบการอ่นื ๆ กลุม่ นกั ธุรกจิ เป็นกลุ่มทม่ี คี วามตอ้ งการสารสนเทศตอ้ ง ตดิ ตามความเคล่อื นไหวทางธุรกจิ อยา่ งตลอดเวลาและต่อเน่ือง เพราะมกี ารแขง่ ขนั สงู ตอ้ งมี การต่นื ตวั ทางขอ้ มลู ขา่ วสารตลอดเวลา แต่กลุ่มนักธุรกจิ มลี กั ษณะการใชบ้ รกิ ารสารสนเทศ คล้ายกบั กลุ่มนักบริหาร คือ ไม่มีเวลามาใช้บริการด้วยตนเองมกั จะให้บุคคลอ่ืนค้นหา สารสนเทศทต่ี อ้ งการให้

58 3. กล่มุ นักวิชาการ หมายถงึ กลุ่มทม่ี หี น้าทร่ี บั ผดิ ชอบหรอื ปฏบิ ตั งิ านวชิ าการ ทงั้ ดา้ นการเรยี นการสอน การวจิ ยั และการทดลองต่างๆ ในทุกสาขาวชิ าเช่น ครู อาจารย์ นกั วชิ าการ นกั วจิ ยั เป็นตน้ มลี กั ษณะงานทางดา้ นการคน้ ควา้ และวจิ ยั ทางวชิ าการมากกว่า การบรหิ าร เป็นกลุ่มทม่ี คี วามต้องการสารสนเทศเหมอื นกลุ่มอ่นื ๆ แต่เป็นกลุ่มทม่ี เี วลาเขา้ มาใช้บรกิ ารสารสนเทศอย่างสม่ําเสมอ เป็นกลุ่มท่รี ูจ้ กั เคร่อื งมอื สบื ค้นสามารถช่วยเหลือ ตนเองไดเ้ ป็นอยา่ งดี และรจู้ กั แหล่งสารสนเทศทจ่ี ะใหบ้ รกิ าร เน่ืองจากกลุ่มนกั วชิ าการตอ้ ง ตดิ ตามความเคล่อื นไหวในวงการวชิ าการตอ้ งหมนั่ ศกึ ษาคน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ อยตู่ ลอดเวลาเพ่อื นํามาใช้ประกอบการเรยี นการสอน การทดลอง การวจิ ยั และการสรา้ งสรรค์ผลงานต่างๆ เป็นตน้ 4. กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา หมายถึง กลุ่มท่ีกําลังศึกษาอยู่ในระดับ ประถมศึกษา มธั ยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ท่ีมีความจําเป็นต้องใช้บริการ สารสนเทศเพ่อื นํามาประกอบการศกึ ษาตอ้ งคน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ อยา่ งสม่าํ เสมอเพ่อื ใหก้ ารศกึ ษา มผี ลสมั ฤทธทิ ์ ่ดี ี เป็นกลุ่มท่มี คี วามต้องใช้บรกิ ารสารสนเทศมากเน่ืองจากต้องนําไปใช้ ประกอบการเรียน กลุ่มน้ีจะมเี วลามากในการเข้าใช้บริการ อาจจะแตกต่างกนั ในระดบั การศกึ ษา แต่กลุ่มน้ีจะตอ้ งรจู้ กั วธิ กี ารสบื คน้ เคร่อื งมอื การสบื คน้ แหล่งสารสนเทศ โดยกลุ่ม น้ีจะตอ้ งศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง 5. กลุ่มประชาชนทัว่ ไป หมายถึง กลุ่มบุคคลทัว่ ไปท่ีประกอบอาชีพ หลากหลายสาขาอาชพี มรี ะดบั การศกึ ษาทแ่ี ตกต่างกนั มคี วามสนใจเขา้ ใชบ้ รกิ ารสารสนเทศ เพ่อื ตอบสนองความต้องการของตนเองตามแหล่งสารสนเทศท่ตี นสนใจ เป็นกลุ่มท่เี ขา้ ใช้ บรกิ ารสารสนเทศตามความสนใจของตนเอง ซง่ึ เป็นการศกึ ษาคน้ ควา้ เพ่อื นําสารสนเทศไป ใช้ในการปฏิบัติงาน หรือเข้าใช้บริการเพ่ือพักผ่อนหย่อนใจนันทนาการโดยมีการนํา สารสนเทศไปใชต้ ามวตั ถุประสงคท์ แ่ี ตกต่างกนั ปัจจยั สนับสนุนการใช้บริการของกล่มุ ผใู้ ช้บริการสารสนเทศ กลุ่มผู้ใช้บรกิ ารสารสนเทศมพี ฤติกรรมการค้นหาสารสนเทศแตกต่างกนั บาง กลุ่มใชบ้ รกิ ารสารสนเทศเป็นประจําสม่าํ เสมอ เช่น นักเรยี น นิสติ นักศกึ ษา กลุ่มผใู้ ชน้ ้ีจะมี ความคนุ้ เคยกบั วธิ กี ารสบื คน้ เครอ่ื งมอื การสบื คน้ แหล่งสารสนเทศ และบุคลากรผใู้ หบ้ รกิ าร อกี ดว้ ย หรอื บางกลุ่มมกี ารใชบ้ รกิ ารสารสนเทศเป็นครงั้ คราวตามความจาํ เป็นหรอื น้อยครงั้ มาก เช่น ผูบ้ รหิ าร นักธุรกจิ โดยทวั่ ไปจะมขี อ้ จํากดั ในดา้ นเวลาทําใหเ้ สยี โอกาสในการใช้ บรกิ ารสารสนเทศ ซ่งึ เหตุผลดงั กล่าวจะเป็นการช่วยใหแ้ หล่งบรกิ ารสารสนเทศจะต้องหา แนวทางแก้ไข หรือปรับเปล่ียนกลวิธีในการให้บริการสารสนเทศต่อผู้ใช้ให้มีความ หลากหลายยงิ่ ขน้ึ ปจั จยั ทส่ี นบั สนุนการใชบ้ รกิ ารของผใู้ ช้ สามารถจาํ แนกไดด้ งั น้ี

59 1. อาชีพและหน้าที่การงาน คุณลกั ษณะของอาชพี และหน้าทก่ี ารงานเป็น ตัวช้ีวดั อย่างหน่ึงของการเข้าใช้บริการสารสนเทศ เพราะบางอาชีพมีความจําเป็นและ ต้องการสารสนเทศทใ่ี หม่ทนั สมยั อยู่เสมอเพ่อื พฒั นาความก้าวหน้าในวชิ าชพี เช่น แพทย์ นกั ธุรกจิ นกั การเมอื ง นกั ขา่ ว เป็นตน้ 2. ระดบั การศึกษาของผู้ใช้ กลุ่มผู้ใช้จะมีระดบั การศึกษาท่ีแตกต่างกัน ไดแ้ ก่ มธั ยมศกึ ษา ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโท และปรญิ ญาเอก เป็นตน้ การใชบ้ รกิ ารจะมรี ะดบั แตกต่างกนั ส่งผลต่อพฤตกิ รรมการคน้ หาและใชส้ ารสนเทศ ระดบั การศกึ ษาทส่ี งู ขน้ึ จะมกี าร ใชส้ ารสนเทศทล่ี ุม่ ลกึ และลกึ ซง้ึ เจาะลกึ ในประเดน็ ทต่ี อ้ งการ 3. สภาพพื้นฐานของผ้ใู ช้ กลุ่มผใู้ ชบ้ รกิ ารสารสนเทศมคี วามแตกต่างกนั ใน ดา้ นสภาพแวดลอ้ ม ฐานะทางเศรษฐกจิ สงั คม อายุ ความสนใจสว่ นตวั คา่ นิยมในการดาํ เนิน ชวี ติ สง่ิ เหลา่ น้ีเป็นปจั จยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อการเขา้ ใชบ้ รกิ ารสารสนเทศของผใู้ ชเ้ ป็นอยา่ งมาก 4. แหล่งสารสนเทศ เม่อื ผูใ้ ชบ้ รกิ ารมคี วามสนใจและตอ้ งการศกึ ษาคน้ ควา้ ควรท่จี ะมแี หล่งสารสนเทศท่เี ขา้ ถึงได้อย่างง่ายไม่ห่างไกลมากนัก เช่น ศูนย์สารสนเทศ พพิ ธิ ภณั ฑ์ สถาบนั บรกิ ารสารสนเทศ ทท่ี าํ ใหผ้ ใู้ ชส้ ามารถเขา้ ถงึ ไดอ้ ยา่ งสะดวกทาํ ใหผ้ ใู้ ชม้ ี แรงจงู ใจเกดิ ความกระตอื รอื รน้ ในการแสวงหาสารสนเทศทต่ี อ้ งการ 5. การเข้าถึง การใชส้ ารสนเทศไดง้ ่าย สะดวก และรวดเรว็ สถาบนั บรกิ าร สารสนเทศต้องอํานวยความสะดวกแก่ผูใ้ ช้เพ่อื ให้ผูใ้ ชเ้ กดิ ความพงึ พอใจในการใหบ้ รกิ าร สารสนเทศ และบุคลากรทท่ี าํ หน้าทใ่ี หบ้ รกิ ารควรมมี นุษยสมั พนั ธท์ ด่ี ตี ่อผใู้ ช้ ผใู้ ห้บริการ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศจะมบี ุคลากรผใู้ หบ้ รกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศแก่ผใู้ ชค้ อย ทาํ หน้าทอ่ี ํานวยความสะดวกในการเขา้ ใชบ้ รกิ าร และเป็นผปู้ ฏบิ ตั งิ านดา้ นสารสนเทศมกี าร จดั แบง่ ภาระงานทร่ี บั ผดิ ชอบอยา่ งเดน่ ชดั โดยเฉพาะแหล่งบรกิ ารสารสนเทศทม่ี ขี นาดใหญ่ ผู้ ให้บริการเป็นบุคลากรท่ีมีหน้าท่ีให้บริการสารสนเทศภายใน แหล่งบรกิ ารสารสนเทศมี บทบาทหน้าทเ่ี กย่ี วกบั การพจิ ารณาคดั เลอื ก จดั หา วเิ คราะห์ ทรพั ยากรสารสนเทศ จดั การ และพฒั นาเครอ่ื งมอื ชว่ ยคน้ ดว้ ยระบบมอื และระบบอตั โนมตั ิ ใหเ้ หมาะกบั ความตอ้ งการของ ผใู้ ชใ้ นรปู แบบต่างๆ ใหก้ ารศกึ ษาแก่ผใู้ ชแ้ ละสง่ เสรมิ การใชบ้ รกิ ารใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพ เป็นผู้ ประสานหรือเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กบั ทรพั ยากรสารสนเทศ เป็นผู้ให้คําแนะนําหรือ ชว่ ยเหลอื ผใู้ ชใ้ หส้ ามารถคน้ หาสารสนเทศไดอ้ ยา่ งงา่ ย สะดวก และรวดเรว็

60 ประเภทของผใู้ ห้บริการสารสนเทศ ผใู้ หบ้ รกิ ารสารสนเทศทป่ี ฏบิ ตั งิ านในแหล่งบรกิ ารสารสนเทศ สามารถจดั แบ่ง ตามกลุ่มไดด้ งั น้ี (พมิ ลพรรณ เรพเพอร,์ 2546) 1. กล่มุ ผมู้ ีความร้ทู างวิชาชีพ (Professional)คอื บุคลากรทส่ี าํ เรจ็ การศกึ ษา ในระดบั ปรญิ ญาตรเี ป็นอยา่ งต่าํ ทางบรรณารกั ษศาสตรแ์ ละสารสนเทศศาสตร์ กลุ่มผมู้ คี วามรู้ ทางวชิ าชพี อาจมตี าํ แหน่งหรอื ช่อื เรยี กแตกต่างกนั ไปตามลกั ษณะของงานทป่ี ฏบิ ตั ิ จงึ แบ่งได้ ดงั น้ี 1.1 นักสารสนเทศหรือนักเอกสารสนเทศ (Documentalist) เป็น บุคลากรผูใ้ หบ้ รกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศในศูนยส์ ารสนเทศหรอื หอ้ งสมุดเฉพาะ เพราะ สถาบนั บรกิ ารสารสนเทศเหลา่ น้ีมคี วามเฉพาะเจาะจงในเน้ือหาวชิ าทาํ ใหบ้ ุคลากรผใู้ หบ้ รกิ าร ตอ้ งมคี วามรพู้ น้ื ฐานและทกั ษะสาขาวชิ าเฉพาะจงึ มลี กั ษณะเป็นผเู้ ชย่ี วชาญในการจดั หาและ คดั เลือกวิเคราะห์หมวดหมู่ การทําเคร่ืองมือช่วยค้น ตลอดจนการบริการและเผยแพร่ สารสนเทศแกผ่ ใู้ ชบ้ รกิ าร มกี ารเรยี กบุคลากรกลุ่มผมู้ คี วามรทู้ างวชิ าชพี ในชอ่ื ต่าง ๆ เชน่ นกั วเิ คราะหส์ ารสนเทศ (Information analyst) นกั เผยแพรส่ ารสนเทศ (Information distributor) นกั การศกึ ษาสารสนเทศ (Information educator) และผจู้ ดั การ สารสนเทศ (Information manager) 1.2 บรรณารกั ษ์ (Librarian)เป็นบุคลากรท่ีปฏิบตั ิงานทางวิชาชีพใน หอ้ งสมดุ บรรณารกั ษเ์ ป็นชอ่ื เรยี กตําแหน่งทร่ี าชการกาํ หนดใหแ้ ก่ผปู้ ฏบิ ตั งิ านทางวชิ าชพี ใน ห้องสมุดทุกประเภทมีหน้าท่ีดําเนินงานห้องสมุดมีการวางแผนกําหนดเป้ าหมาย และ วตั ถุประสงคข์ องการบรกิ าร เป็นผูส้ ามารถตดั สนิ ใจวเิ คราะหค์ วามต้องการของหน่วยงาน และของผูใ้ ช้ บรรณารกั ษ์อาจทําหน้าท่บี รหิ าร หรอื เป็นหวั หน้างานใดงานหน่ึงโดยเฉพาะ ตามลักษณะงาน และหน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมาย เช่น บรรณารักษ์อ้างอิง (Reference librarian) บรรณารกั ษจ์ ดั หา (Acquisition) บรรณารกั ษ์ระบบ (System librarian) 1.3 นักจดหมายเหตุ (Archivist) เป็นบุคลากรทป่ี ฏบิ ตั งิ านจดหมายเหตุ มหี น้าทร่ี วบรวมเร่อื งราว และเอกสารทเ่ี กย่ี วกบั เหตุการณ์สาํ คญั ๆ ของหน่วยงานหรอื ของ ชาติ รบั ผดิ ชอบการบรหิ ารงานจดหมายเหตุกําหนดนโยบายพจิ ารณาประเมนิ คุณค่าและ จดั ทําหลกั ฐานของเอกสาร เช่น การจดั ทําเคร่ืองมือช่วยค้น บญั ชีเอกสาร คู่มือแนะนํา เอกสาร กาํ กบั ดแู ลจดั เกบ็ บรกิ ารและสงวนรกั ษาเอกสารจดหมายเหตุ 1.4 นักวิชาการในสาขาวิชาการต่าง ๆ (Subject specialist) เป็น บุคลากรทม่ี คี วามรคู้ วามสามารถในสาขาวชิ าต่าง ๆ ทแ่ี หล่งบรกิ ารสารสนเทศตอ้ งการ และ มอบหมายใหค้ ดั เลอื ก วเิ คราะห์ รวบรวม บรกิ าร และเผยแพรส่ ารสนเทศ นกั วชิ าการในกลุ่ม

61 น้ีเรียกตามสาขาวิชาชีพ เช่น นักวิชาการโสตทัศนศึกษา นักวิชาการคอมพิวเตอร์ นกั วชิ าการการเงนิ นกั วชิ าการประชาสมั พนั ธ์ เป็นตน้ 2. กล่มุ ผสู้ นับสนุนกิจกรรมวิชาชีพ (Sub- professional หรือ Supportive หรอื Semi - profesional หรือPara - professional) เป็นกลุม่ บุคลากรทม่ี คี วามรแู้ ละทกั ษะ กง่ึ วชิ าชพี ทท่ี าํ งานในแหล่งบรกิ ารสารสนเทศเป็นบุคคลทม่ี คี วามรวู้ ชิ าชพี ในระดบั ตน้ กลุ่มน้ี อาจได้รบั ปริญญาตรี ประกาศนียบัตร ทําหน้าท่ีเป็นพนักงาน ต่าง ๆ เช่น การสัง่ ซ้ือ ทรพั ยากรสารสนเทศ ทาํ รายการค่าใชจ้ ่าย บรกิ ารยมื - คนื การเขยี นสนั หนงั สอื การทาํ ป้าย นิเทศ กลุ่มผูส้ นับสนุนกจิ กรรมวชิ าชพี ได้แก่ พนักงานหอ้ งสมุด เจ้าท่หี อ้ งสมุด พนักงาน ธุรการ เจา้ หน้าทธ่ี ุรการ ชา่ งศลิ ป์ ชา่ งเทคนิค ผดู้ แู ลอปุ กรณ์ทางเทคโนโลยี เป็นตน้ ผูใ้ ห้บรกิ ารสารสนเทศเป็นบุคคลท่จี ะต้องติดต่อส่อื สารกบั บุคคลหลากหลายกลุ่ม การมสี มั พนั ธภาพทด่ี ตี ่อบุคคลทแ่ี วดลอ้ มย่อมไดร้ บั ความเช่อื ถอื ก่อใหเ้ กดิ ความเช่อื มนั่ กบั ตนเอง ความเช่อื มนั่ ในตนเองเป็นการสง่ ผลใหบ้ ุคคลมคี วามพรอ้ มทจ่ี ะปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งมี ประสิทธิภาพ ส่ิงท่ีสนับสนุนผู้ให้บริการสารสนเทศมีความเช่ือมนั่ ในตนเองย่ิงข้ึน คือ บุคลกิ ภาพ เพราะบุคลกิ ภาพเป็นส่อื ท่ที ําใหร้ ูจ้ กั คนใดคนหน่ึงในภาพรวมทงั้ หมดได้ ซ่งึ ผู้ ใหบ้ รกิ ารควรมบี ุคลกิ ภายนอก เชน่ ลกั ษณะของรา่ งกาย การแต่งกาย กริ ยิ าท่าทาง การพดู เป็นตน้ บุคลกิ ภาพภายใน เช่น อารมณ์ อุดมคติ ความสนใจ ความกระตอื รอื รน้ ความจรงิ ใจ ความทรงจาํ ความถนดั ความรอบรเู้ ป็นตน้ หากผใู้ หบ้ รกิ ารสารสนเทศมบี ุคลกิ ภาพภายนอก และภายในดยี อ่ มสง่ ผลใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านมปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ คณุ สมบตั ิของผใู้ ห้บริการและเผยแพร่สารสนเทศ ควรจะมคี ุณสมบตั เิ ฉพาะทส่ี าํ คญั ดงั น้ี (กฤตกิ า จวิ าลกั ษณ์, 2547) 1. ความรคู้ วามสามารถและทกั ษะทางวิชาชีพ 1.1 มคี วามรคู้ วามสามารถดา้ นการจดั การสารสนเทศ ผใู้ หบ้ รกิ ารตอ้ งมที กั ษะ ใ น วิช า ชีพ สํา ห ร ับ ก า ร ป ฏิบัติง า น เ ป็ น อ ย่ า ง ดีเ ข้า ใ จ ก ร ะ บ ว น ก า ร ข อ ง ง า น ท่ีต้อ ง ป ฏิบัติ โดยเฉพาะการจดั การคดั เลอื ก วเิ คราะห์ และการบรกิ ารทรพั ยากรสารสนเทศ 1.2 มีความรู้ความสามารถในเน้ือหาวิชาเฉพาะ ผู้ให้บริการท่ีทํางานใน สาขาวชิ าเฉพาะ เช่น ศูนยส์ ารสนเทศทางด้านเกษตร ศูนย์สารสนเทศทางดา้ นกฎหมาย ศูนยข์ อ้ มลู เศรษฐศาสตรผ์ ใู้ หบ้ รกิ ารตอ้ งมคี วามรูพ้ น้ื ฐานในเน้ือหาวชิ าเฉพาะเพ่อื ประโยชน์ ต่อการปฏบิ ตั งิ าน 1.3 มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการต้อง ปฏบิ ตั งิ านเกย่ี วขอ้ งกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศในดา้ นการจดั หา จดั เกบ็ วเิ คราะห์ สบื คน้ และ

62 การบรกิ ารเผยแพร่สารสนเทศ ตลอดจนความรูเ้ ก่ยี วกบั ฮารด์ แวร์ และซอฟต์แวร์ เพ่อื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพของงานใหท้ นั สมยั และทนั ต่อการเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยสี มยั ใหม่ 1.4 ความรู้ความสามารถทางด้านภาษา เน่ืองจากทรัพยากรสารสนเทศ ฐานข้อมูลต่างๆ การเช่ือมโยงข้อมูลมีการใช้ภาษาต่างประเทศบนั ทึก หรือเผยแพร่ ผู้ ใหบ้ รกิ ารสารสนเทศจงึ ตอ้ งมคี วามรู้ และทกั ษะดา้ นภาษาในการปฏบิ ตั งิ าน และช่วยเหลอื ผใู้ ชใ้ นการสบื คน้ หาสารสนเทศ 1.5 ความรูค้ วามสามารถทางดา้ นการวจิ ยั เน่ืองจากทรพั ยากรสารสนเทศมี การผลิตข้นึ มาอย่างมากมาย ทําให้แหล่งบรกิ ารสารสนเทศต้องพจิ ารณากลนั่ กรองอย่าง รอบคอบเพ่อื ใหต้ รงกบั ผใู้ ชม้ ากทส่ี ุดหากผูใ้ หบ้ รกิ ารเขา้ ใจหลกั การวธิ กี ารทําวจิ ยั กจ็ ะทําให้ การปฏบิ ตั งิ านมคี วามงา่ ยยง่ิ ขน้ึ และไดข้ อ้ มลู ทต่ี รงกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชม้ ากทส่ี ดุ หรอื มี ความสามารถในการอา่ น วเิ คราะห์ ตคี วาม ผลงานการวจิ ยั ได้ 2. ความรคู้ วามสามารถด้านอื่นท่ีเกี่ยวข้อง 2.1 ความรู้ความสามารถด้านการส่ือสารผู้ให้บริการจะต้องมีการ ติดต่อส่อื สารและพบปะพูดคุย หรอื แนะนําผู้ใช้บรกิ ารเพ่อื เป็นการสร้างความเข้าใจอนั ดี ระหวา่ งบุคคล และเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั งิ าน 2.2 ความรูค้ วามสามารถดา้ นจติ วทิ ยา ผูใ้ หบ้ รกิ ารต้องมกี ารปฏสิ มั พนั ธ์ กบั ผู้ใช้ท่มี คี วามแตกต่างกนั ทงั้ การศกึ ษา อาชพี อายุ เป็นต้น และต้องทํางานร่วมกนั กบั เพอ่ื นรว่ มงานจงึ ตอ้ งอาศยั หลกั จติ วทิ ยาพน้ื ฐาน 2.3 ความรคู้ วามสามารถดา้ นการตลาด สารสนเทศบางชนิดมกี ารกําหนด ราคา หรือจําหน่าย ผู้ให้บรกิ ารต้องเข้าใจหลกั การตลาดเพ่ือนํามาใช้กบั สถาบนั บรกิ าร สารสนเทศ 2.4 ความรูค้ วามสามารถดา้ นการบรหิ ารจดั การ ผูใ้ หบ้ รกิ ารควรมที กั ษะ เร่อื งภาวะผูน้ ํา การสรา้ งแรงจูงใจ การส่อื สาร การบรหิ ารงบประมาณ การจดั สรรบุคลากร เป็นตน้ เพราะหากมคี วามรคู้ วามสามารถดา้ นบรหิ ารจดั การจะทําใหก้ ารดําเนินงานเป็นไป อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ข้อควรคาํ นึงการจดั บริการและเผยแพร่สารสนเทศ การจดั ใหบ้ รกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศจะต้องมหี ลกั การหรอื กําหนดกจิ กรรมให้ เดน่ ชดั เพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางปฏบิ ตั ริ ว่ มกนั ในองคก์ ร โดยลกั ษณะของการบรกิ ารและเผยแพร่ สารสนเทศจะตอ้ งใชท้ งั้ เชงิ รบั คอื จากผใู้ ชบ้ รกิ ารรอ้ งขอตามทผ่ี ใู้ ชใ้ หค้ วามสนใจ แต่ทงั้ น้ี ต้องอย่ใู นขอบเขตทแ่ี หล่งบรกิ ารสารสนเทศจดั ใหบ้ รกิ าร และการใหบ้ รกิ ารเชงิ รุก คอื จาก

63 การศึกษาหรือรวบรวมข้อมูลเก่ียวกบั ความสนใจของผู้ใช้เพ่ือเป็นการคาดการณ์ความ ตอ้ งการของผใู้ ชโ้ ดยไม่จาํ เป็นตอ้ งรอใหผ้ ใู้ ชร้ อ้ งขอใช้ ดงั นัน้ ขอ้ ควรคํานึงการจดั บรกิ ารและ เผยแพรส่ ารสนเทศ มปี จั จยั สาํ คญั ดงั น้ี (สมพร พทุ ธาพทิ กั ษ์ผล, 2546ข ; สมทรวง พฤตกิ ุล และพรทพิ ย์ สวุ นั ทารตั น์, 2547) 1. การจดั การ การจดั การเป็นปจั จยั ทน่ี ําไปสคู่ วามสาํ เรจ็ หรอื ลม้ เหลวได้ ซง่ึ การ บรกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศจําเป็นจะต้องมกี ารจดั การท่ีดี เช่น มกี ารกําหนดนโยบาย วสิ ยั ทศั น์ แผนงาน วตั ถุประสงค์ การจดั สรรงบประมาณ กําหนดวธิ กี ารปฏบิ ตั ิ และการ ตดิ ตามประเมนิ ผลของการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ 2. กล่มุ เป้ าหมาย ตอ้ งพจิ ารณาถงึ คุณลกั ษณะของกลุ่มเป้าหมายแต่ละประเภทท่ี มกี ารใชส้ ารสนเทศ เช่น เพ่อื ความบนั เทงิ การตดั สนิ ใจ การปฏบิ ตั งิ าน การดํารงชวี ติ การ พฒั นาตนเอง เป็นต้น ดงั นัน้ จะต้องใหค้ วามสนใจและทําความเขา้ ใจโดยวธิ กี ารศกึ ษา เช่น แบบสอบถาม การสมั ภาษณ์ การสงั เกต สถติ ิ เป็นตน้ 3. สารสนเทศ สารสนเทศทน่ี ํามาใหบ้ รกิ ารควรมลี กั ษณะเป็นสารสนเทศทถ่ี ูกตอ้ ง น่าเช่ือถือ ครบถ้วน สมบูรณ์ และนํามาใช้ได้ทนั ทีท่ีต้องการ ตรงกับความต้องการของ กลุ่มเป้าหมาย ซง่ึ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศตอ้ งรเู้ ท่าทนั สารสนเทศและส่อื สารสนเทศเพ่อื จะ ไดน้ ําสารสนเทศทเ่ี ป็นประโยชน์ และมคี วามทนั สมยั มาบรกิ ารแกผ่ ใู้ ชไ้ ดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที 4. วิธีการให้บริการและเผยแพร่สารสนเทศ ต้องคํานึงความสะดวกในการใช้ บรกิ ารของผใู้ ช้ ดงั น้ี (จารวุ รรณ สนิ ธุโสภณ, 2527) 4.1 ต้องให้โอกาสแก่ผู้ใช้ในการเขา้ ถึงทรพั ยากรสารสนเทศทุกประเภทได้ อยา่ งอสิ ระ หากมขี อ้ จาํ กดั ตอ้ งหาทางอาํ นวยความสะดวกแก่ผใู้ ช้ 4.2 บรกิ ารท่จี ดั ขน้ึ ต้องใหโ้ อกาสแก่ผูใ้ ชไ้ ดม้ โี อกาสใช้ทงั้ ในและนอกสถานท่ี บรกิ าร และเปิดโอกาสใหผ้ ูท้ ่ไี ม่สามารถมาใช้บรกิ ารไดด้ ้วยขอ้ จํากดั ต่างๆ ได้มโี อกาสใช้ บรกิ าร 4.3 ตอ้ งจดั ใหม้ บี รกิ ารแนะนําช่วยเหลอื ผใู้ ชใ้ หไ้ ดพ้ จิ ารณาเลอื กใชส้ ารสนเทศ ท่เี หมาะสม เพราะผูใ้ ช้บางกลุ่มไม่คุ้นเคยกบั การใช้ทรพั ยากรสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ หรอื ไมค่ นุ้ เคยกบั ระบบการใชบ้ รกิ าร 4.4 บริการท่ีจัดข้ึนต้องอํานวยความสะดวกในเร่ืองอาคารสถานท่ี และ สง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี หมาะสมในการใชบ้ รกิ าร 4.5 บรกิ ารทจ่ี ดั ขน้ึ ตอ้ งใหค้ วามสาํ คญั ในการจดั บรกิ ารแก่ผใู้ ช้ ทงั้ ทใ่ี ชบ้ รกิ าร อยแู่ ลว้ หรอื ผทู้ จ่ี ะมาใชบ้ รกิ าร และผทู้ ค่ี วรจะใชบ้ รกิ าร 5. เทคโนโลยี และวสั ดอุ ปุ กรณ์ท่ีเกี่ยวข้อง เมอ่ื เทคโนโลยเี ป็นปจั จยั สนบั สนุนท่ี อํานวยความสะดวกรวดเรว็ ทําให้การบรกิ ารมปี ระสทิ ธิภาพยงิ่ ขน้ึ สามารถใช้ทรพั ยากร

64 สารสนเทศร่วมกนั ไดห้ ลายองคก์ รพรอ้ มๆ กนั และทําใหผ้ ใู้ ชบ้ รกิ ารสามารถบรกิ ารตนเอง ได้ ดงั นัน้ การจดั บรกิ ารจะต้องคํานึงถงึ เทคโนโลยแี ละวสั ดุอุปกรณ์ท่มี คี วามเหมาะสมกบั รปู แบบทใ่ี ชจ้ ดั กจิ กรรมการบรกิ าร เช่น เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ โทรศพั ท์ โทรสาร เครอ่ื งถ่ายเอกสาร เป็นตน้ การบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ ถอื วา่ เป็นหน้าทห่ี ลกั ของแหล่งบรกิ ารสารสนเทศ ทต่ี ้องปฏบิ ตั ิ ซง่ึ ผใู้ หบ้ รกิ ารทไ่ี ดร้ บั มอบหมายหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบตอ้ งสามารถใหบ้ รกิ าร อย่างถูกต้อง มคี วามน่าเช่อื ถอื กระทําดว้ ยความเตม็ ใจ มกี ารปฏบิ ตั ิต่อผูใ้ ชด้ ว้ ยความเท่า เทยี มและเสมอภาคกนั ไมเ่ ลอื กปฏบิ ตั สิ าํ หรบั เฉพาะบางกลุ่ม หรอื มกี ารบรกิ ารทแ่ี ตกต่างกนั โดยผูใ้ หบ้ รกิ ารควรมจี ติ วญิ ญาณในการใหบ้ รกิ ารพรอ้ มทจ่ี ะยอมรบั ขอ้ ผดิ พลาด หรอื รบั ฟงั คาํ ตชิ ม ขอ้ เสนอแนะเพ่อื นํามาปรบั ปรงุ ลดขอ้ ผดิ พลาดใหเ้ หลอื น้อยทส่ี ุด ซง่ึ หากผใู้ หบ้ รกิ าร ใหค้ วามสาํ คญั กบั สง่ิ ทก่ี ล่าวมาขา้ งตน้ แลว้ สามารถนําพาองคก์ รบรรลุผลตามวตั ถุประสงคท์ ่ี กาํ หนดไวอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ บทสรปุ หลกั การบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศเป็นองคป์ ระกอบพน้ื ฐานของงานบรกิ ารและ เผยแพร่สารสนเทศซ่ึงจะต้องประกอบไปด้วยขนั้ ตอนการบรกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศ องค์ประกอบการบริการและเผยแพร่สารสนเทศท่ีสําคญั คือ แหล่งบริการสารสนเทศ ทรพั ยากรสารสนเทศ ผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการ การจดั การงานบริการและเผยแพร่ สารสนเทศจะต้องเข้าใจองค์ประกอบของระบบงานเพ่ือให้การดําเนินงานบรรลุตาม วตั ถุประสงค์ได้ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศจะต้องมกี ารจดั การเชงิ กลยุทธ์ในการบรกิ ารและ เผยแพร่สารสนเทศ มกี ารวางแผน การดาํ เนินการ และการประเมนิ ผลตามแนวทางของกล ยุทธ์ เพ่อื ใหก้ ารจดั การบรกิ ารเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพสามารถเป็นองค์กรท่มี ุ่งสู่ความ เป็นเลศิ ดา้ นการบรกิ ารได้

65 คาํ ถามท้ายบทท่ี 2 1. การจดั บรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศของแหลง่ บรกิ ารสารสนเทศ จะตอ้ งพจิ ารณาถงึ อะไรบา้ ง 2. ขนั้ ตอนการบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ การวางแผน มคี วามสาํ คญั อยา่ งไร 3. ศนู ยเ์ อกสารหรอื ศนู ยส์ ารสนเทศมวี ตั ถุประสงคใ์ นการเกบ็ รวบรวม และใหบ้ รกิ าร สารสนเทศอยา่ งไร 4. สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกสม์ คี วามหมายอยา่ งไร และจงอธบิ ายสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกสต์ ่อไปน้ี 4.1 Electronic Book 4.2 Electronic Journal 5. ประเภทของกลุ่มผใู้ ชบ้ รกิ ารสารสนเทศ แบ่งออกเป็นกก่ี ลุม่ และมกี ลุม่ ใดบา้ ง 6. ระดบั การศกึ ษาของผใู้ ชเ้ ป็นปจั จยั สาํ คญั ต่อการจดั บรกิ ารสารสนเทศอยา่ งไร 7. กลุ่มนกั บรหิ ารมลี กั ษณะการใชส้ ารสนเทศอยา่ งไร 8. ผใู้ หบ้ รกิ ารกลมุ่ ผมู้ คี วามรทู้ างวชิ าชพี กบั กลุ่มผสู้ นบั สนุนกจิ กรรมวชิ าชพี แตกต่างกนั อยา่ งไร 9. ผใู้ หบ้ รกิ ารควรมคี วามรคู้ วามสามารถ และควรพฒั นาทกั ษะดา้ นใดบา้ ง 10. ขอ้ ควรคาํ นึงการจดั บรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ มปี จั จยั สาํ คญั อะไรบา้ ง

บรรณานุกรม กฤตกิ า จวิ าลกั ษณ์. (2547). บุคลกิ ภาพของนกั สารสนเทศ. ใน เอกสารการสอนชดุ วิชา ประสบการณ์วิชาชีพสารสนเทศศาสตร์ หน่วยที่ 1 – 7 (หน้า 97 - 121). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. จารวุ รรณ สนิ ธุโสภณ. (2527). หลกั การบริหารและจดั การห้องสมดุ . กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พป์ รเมษฐก์ ารพมิ พ.์ จริ วรรณ ภกั ดบี ุตร และสมพร พทุ ธาพทิ กั ษ์ผล. (2546). การใหก้ ารศกึ ษาแก่ผใู้ ช.้ ใน เอกสารการสอนชดุ วิชา การบริการและเผยแพร่สารสนเทศ หน่วยที่ 8-15 (หน้า 169 - 207). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. ฉววี รรณ คหู าภนิ นั ทน์. (2542). สารนิเทศทางธรุ กิจ. กรงุ เทพฯ: โปรแกรมวชิ า บรรณารกั ษศาสตรแ์ ละสารนิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ สถาบนั ราชภฏั บา้ นสมเดจ็ เจา้ พระยา. ทพิ วรรณ บณุ ยเ์ พมิ่ . (2545). การจดั การอาคารสถานทแ่ี ละสภาพแวดลอ้ มสถาบนั บรกิ าร สารสนเทศ. ใน ประมวลสาระชดุ วิชาการจดั การขนั้ สงู สาํ หรบั สถาบนั บริการ สารสนเทศ หน่วยที่ 1 - 7 (หน้า 267 - 328). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. นิธวิ ดี ทาเวยี ง และนิศาชล จาํ นงศร.ี (2546). การจดั การบริการสารสนเทศ. นครราชสมี า: เทคโนโลยสี ารสนเทศ สาํ นกั วชิ าเทคโนโลยสี งั คม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี รุ นาร.ี บาํ เพญ็ โรจน์ปรชี า. (2545). การกาํ หนดนโยบาย การวางแผน และการจดั องคก์ าร สถาบนั บรกิ ารสารสนเทศ. ใน ประมวลสาระชดุ วิชาการจดั การขนั้ สงู สาํ หรบั สถาบนั บริการสารสนเทศ หน่วยท่ี 1 - 7 (หน้า 39 - 73). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. พมิ ลพรรณ เรพเพอร.์ (2546). ผใู้ หบ้ รกิ ารสารสนเทศและจรรยาวชิ าชพี . ใน เอกสารการ สอนชดุ วิชาการบริการและเผยแพรส่ ารสนเทศหน่วยที่ 1 - 8 (หน้า 67 - 104). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. ระเบยี บ สภุ วริ .ี (2547). สารสนเทศเพอ่ื การพฒั นาทอ้ งถน่ิ . ใน เอกสารประกอบการ อบรมเรือ่ งความรพู้ ืน้ ฐานทางสงั คมศาสตรเ์ พ่ือการพฒั นาท้องถ่ิน (หน้า 119 - 173). นครปฐม: มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร.

68 สมทรวง พฤตกิ ุล และพรทพิ ย์ สวุ นั ทารตั น์. (2547). กรณศี กึ ษาการบรกิ ารสารสนเทศ ใน เอกสารการสอนชดุ วิชาประสบการณ์วิชาชีพสารสนเทศศาสตร์ หน่วยท่ี 8 - 15 (หน้า 121 - 144). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. สมพร พทุ ธาพทิ กั ษ์ผล. (2546ก). การจดั การงานบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ. ใน เอกสารการสอนชดุ วิชาการบริการและเผยแพร่สารสนเทศ หน่วยที่ 8 - 15 (หน้า 281 - 319). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. สมพร พทุ ธาพทิ กั ษ์ผล. (2546ข). รปู แบบของการบรกิ ารเพอ่ื การเผยแพรส่ ารสนเทศ. ใน เอกสารการสอนชดุ วิชาการบริการและเผยแพรส่ ารสนเทศ หน่วยท่ี 1 - 8 (หน้า 33 - 65). นนทบุร:ี มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. สนุ ี กาญจาํ รญู . (2547). ความรเู้ บอื้ งต้นเกี่ยวกบั การจดั การหน่วยงานบริการ สารสนเทศ. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง.

แผนบริหารการสอนประจาํ บทท่ี 3 บริการและเผยแพรส่ ารสนเทศ หวั ข้อเนื้อหาประจาํ บท 1. บรกิ ารยมื - คนื ทรพั ยากรสารสนเทศ 2. บรกิ ารสารสนเทศทนั สมยั 3. บรกิ ารสาระสงั เขป 4. บรกิ ารรวบรวมบรรณานุกรม 5. บรกิ ารแปล 6. บรกิ ารแนะนําการใชแ้ หลง่ บรกิ ารสารสนเทศ วตั ถปุ ระสงคท์ วั่ ไป เพ่อื ศกึ ษาใหเ้ กิดความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั ความหมาย ความสําคญั ของบรกิ าร ต่าง ๆ ท่แี หล่งบรกิ ารจดั ข้นึ ตลอดจนส่งเสรมิ ให้ผู้ศึกษาได้ฝึกปฏิบตั ิการบรกิ ารจนเกิด ทกั ษะสามารถนําไปใชไ้ ด้ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม หลงั จากไดศ้ กึ ษาเน้ือหาบทท่ี 3 เรยี บรอ้ ยแลว้ ผศู้ กึ ษาควรมพี ฤตกิ รรมดงั น้ี 1. บอกความหมายและความสาํ คญั ของบรกิ ารยมื - คนื ได้ 2. อธบิ ายการจดั การบรกิ ารยมื - คนื ได้ 3. อธบิ ายรปู แบบการจดั บรกิ ารสารสนเทศทนั สมยั ได้ 4. สามารถจดั ทาํ สาระสงั เขปจากสอ่ื สง่ิ พมิ พ์ และรปู แบบจากสอ่ื อน่ื ๆ ได้ 5. อธบิ ายประเภทของบรรณานุกรมได้ 6. สามารถฝึกปฏบิ ตั งิ านบรกิ ารสารสนเทศได้ วิธีสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน 1. บรรยายเน้ือหาประจาํ บทท่ี 3 นําเสนอโดยใช้ power point

70 2. อภปิ รายแลกเปลย่ี นเรยี นรรู้ ว่ มกนั 3. ผศู้ กึ ษาคน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ จากสอ่ื ต่าง ๆ นํามาอภปิ รายรว่ มกนั 4. ผสู้ อนทาํ การสาธติ การยมื - คนื ดว้ ยโปรแกรมหอ้ งสมดุ อตั โนมตั ิ 5. มอบหมายให้ผู้ศึกษาฝึ กปฏิบัติงานบริการยืม - คืนท่ีศูนย์วิทยบริการ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุดรธานี 6. ตวั แทนกลุม่ อภปิ รายนําเสนอผลการปฏบิ ตั งิ านหน้าชนั้ เรยี น 7. ใหผ้ ศู้ กึ ษาซกั ถาม และแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกนั 8. ผสู้ อนมอบหมายใหผ้ ศู้ กึ ษาทาํ ใบงาน 9. ผสู้ อนสรปุ เน้ือหาเพม่ิ เตมิ สื่อการเรียนการสอน 1. สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (power point) 2. เอกสารคาํ สอนบทท่ี 3 3. หนงั สอื ตํารา และเอกสารอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 4. โปรแกรมหอ้ งสมดุ ระบบอตั โนมตั ิ Liberty 5. เครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ต การวดั ผลและประเมินผล 1. สงั เกตความสนใจขณะทาํ การบรรยาย 2. สงั เกตความสนใจจากการซกั ถามและอภปิ รายรว่ มกนั 3. สงั เกตความสนใจจากการทาํ งานกลุ่ม 4. ตรวจผลงานจากใบงาน

บทท่ี 3 บริการและเผยแพรส่ ารสนเทศ การบรกิ ารถอื ว่าเป็นการช่วยเหลอื ผใู้ ชบ้ รกิ ารในการเขา้ ถงึ สารสนเทศในสาขาวชิ า ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วซ่ึงในอดีตการให้บริการมักจัดให้กับสมาชิกหรือบุคลากรของ หน่วยงาน ต่อมามกี ารเปลย่ี นแปลงในดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารทท่ี นั สมยั ขน้ึ ดงั นนั้ การบรกิ ารและเผยแพร่สารสนเทศจงึ จําเป็นตอ้ งพฒั นา และปรบั เปลย่ี นอยา่ งต่อเน่ือง เพ่ือให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในการเข้าถึงสารสนเทศของผู้ใช้บริการท่ีสามารถ ตดิ ต่อส่อื สาร สบื ค้น แลกเปล่ยี นสารสนเทศได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ทําใหเ้ กิดลกั ษณะไร้ พรมแดน ปญั หาเร่อื งระยะเวลา และระยะทางเรมิ่ ไมเ่ ป็นอุปสรรคต่อผูใ้ ชบ้ รกิ าร จงึ ส่งผลให้ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศต่าง ๆ มกี ารปรบั เปลย่ี นกลยุทธก์ ารบรกิ ารและเผยแพรส่ ารสนเทศ ทงั้ เชงิ รบั และเชงิ รกุ ทผ่ี สมผสานของผใู้ ชบ้ รกิ ารไดอ้ ยา่ งสะดวก และรวดเรว็ บริการยืม - คืนทรพั ยากรสารสนเทศ ความหมายของบริการยืม - คืน บรกิ ารยมื - คนื คาํ ศพั ทใ์ นภาษาองั กฤษ เรยี กวา่ Circulation service หรอื Borrowing service บรกิ ารยมื - คนื ทรพั ยากรสารสนเทศเป็นบรกิ ารพน้ื ฐานทแ่ี หล่ง บรกิ ารสารสนเทศจดั ขน้ึ เพ่อื ใหผ้ ใู้ ชบ้ รกิ ารทรพั ยากรสารสนเทศซง่ึ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบดาํ เนินการ ในเร่อื งเกย่ี วกบั การจดั ทําทะเบยี นสมาชกิ การต่ออายุการเป็นสมาชกิ การกําหนดระเบยี บ การยมื - คนื การใหย้ มื - คนื การตดิ ตามทวงถาม การปรบั การตดั สทิ ธกิ ์ ารยมื บรกิ ารจอง บรกิ ารสํารอง การเก็บสถิติการยมื - คนื เป็นต้น ซ่งึ งานดงั กล่าวถือว่าเป็นงานพ้นื ฐานท่ี บรกิ ารยมื - คนื ทรพั ยากรสารสนเทศต้องดําเนินการ โดยแหล่งบรกิ ารสารสนเทศเกอื บทุก แห่งต้องจดั บรกิ ารใหผ้ ูใ้ ชไ้ ดย้ มื ทรพั ยากรประเภทต่าง ๆ ตามทผ่ี ูใ้ ชบ้ รกิ ารต้องการยกเว้น ทรพั ยากรบางรายการทไ่ี ม่อนุญาตใหย้ มื ออกภายนอกหน่วยงานได้ การยมื - คนื ทรพั ยากร สารสนเทศเป็นกจิ กรรมทผ่ี ใู้ หบ้ รกิ ารและผใู้ ชบ้ รกิ ารมกี ารตดิ ต่อหรอื มปี ฏสิ มั พนั ธก์ นั โดยตรง จงึ เปรยี บไดว้ า่ การบรกิ ารเป็นหวั ใจของแหล่งบรกิ ารสารสนเทศกว็ ่าได้ ซง่ึ ผใู้ ชบ้ รกิ ารจะตอ้ ง มคี วามรเู้ กย่ี วกบั การรสู้ ารสนเทศมาก่อนบา้ งแลว้ การคน้ หาและเขา้ ถงึ ทรพั ยากรสารสนเทศ

72 จงึ จะประสบผลสําเรจ็ ในขณะเดยี วกนั ผใู้ หบ้ รกิ ารจะต้องไดร้ บั การฝึกฝนดา้ นการใหบ้ รกิ าร อยา่ งจรงิ จงั และมใี จรกั ในงานบรกิ ารพรอ้ มจะชว่ ยเหลอื ผใู้ ชอ้ ยเู่ สมอ ความสาํ คญั ของบริการยืม - คืน บริการยืม - คืน เป็นงานท่ีมีความสัมพันธ์เก่ียวข้องระหว่างผู้ให้บริการและ ผใู้ ชบ้ รกิ าร ซง่ึ บรกิ ารยมื - คนื ของแหล่งบรกิ ารสารสนเทศทุกแหง่ ต่างใหค้ วามสาํ คญั รว่ มกนั คอื 1. เพอ่ื สามารถบอกไดว้ า่ ทรพั ยากรสารสนเทศประเภทใดทไ่ี ดร้ บั การยมื 2. เพอ่ื ใหท้ ราบวา่ ทรพั ยากรประเภทใดทถ่ี กู ยมื บ่อยครงั้ 3. เพอ่ื ใหท้ ราบวา่ บุคคลใดเป็นผยู้ มื จาํ นวน ประเภท และจะสง่ คนื เมอ่ื ไร 4. เพอ่ื ใหท้ ราบวนั เกนิ กาํ หนดสง่ กลบั คนื มา 5. เพอ่ื ใหท้ ราบสถติ กิ ารใชท้ รพั ยากรสารสนเทศได้ 6. เพอ่ื เป็นการบนั ทกึ ขอ้ มลู การยมื - คนื ทส่ี อดคลอ้ งกบั ระเบยี บการใชแ้ หลง่ บรกิ าร สารสนเทศ 7. เพอ่ื สามารถดาํ เนินการจองทรพั ยากรสารสนเทศทต่ี อ้ งการได้ 8. เพ่อื ใหผ้ บู้ รกิ ารมขี อ้ มลู และสถติ ติ ่าง ๆ ทส่ี ามารถนํามาวางแผนเพ่อื เพมิ่ กลยทุ ธ์ ในการปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 9. เพอ่ื เป็นหลกั ฐานการประเมนิ คณุ ภาพของแหล่งบรกิ ารสารสนเทศได้ องคป์ ระกอบของการยืม - คืน บรกิ ารยมื - คนื เป็นกจิ กรรมทต่ี ้องบรกิ ารแก่ผใู้ ชบ้ รกิ ารเพ่อื เปิดโอกาสใหส้ ามารถ นําทรพั ยากรสารสนเทศไปใชภ้ ายนอกแหล่งบรกิ ารสารสนเทศได้ ซ่งึ การจะอํานวยความ สะดวกแก่ผูใ้ ช้บรกิ าร จงึ ต้องพจิ ารณาองค์ประกอบการยมื - คนื ดงั น้ี (กาญจนา ใจกว้าง และจุฑารตั น์ นกแกว้ , 2546) 1. ทรพั ยากรสารสนเทศ คอื รายการทรพั ยากรสารสนเทศทุกประเภทท่แี หล่ง บรกิ ารสารสนเทศจดั หาและคดั เลอื กตามสาขาวชิ า และวตั ถุประสงคข์ องการใหบ้ รกิ ารโดยจะ ครอบคลุมทรพั ยากรสารสนเทศประเภทส่อื สง่ิ พมิ พ์ ส่อื โสตทศั น์ และส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ซ่งึ ส่วนใหญ่จะสามารถยมื ออกนอกแหล่งบรกิ ารสารสนเทศได้ยกเว้นทรพั ยากรบางรายการ เชน่ หนงั สอื อา้ งองิ สงิ่ พมิ พต์ ่อเน่ือง เป็นตน้ ทงั้ น้ีกข็ น้ึ อยกู่ บั ระเบยี บการยมื - คนื ของแต่ละ แหง่ 2. ทะเบียนทรพั ยากรสารสนเทศ คือ รายการทรพั ยากรสารสนเทศแต่ละ รายการทผ่ี ่านกระบวนการวเิ คราะหห์ มวดหมู่ และทาํ รายการเรยี บรอ้ ยแลว้ โดยจะบนั ทกึ ลง

73 ในบตั รรายการหรอื ฐานขอ้ มูลของแหล่งบรกิ ารสารสนเทศ ส่วนใหญ่จะใหร้ ายละเอยี ดทาง บรรณานุกรม เช่น ช่อื ผูแ้ ต่ง ช่อื เร่อื ง สํานักพมิ พ์ ปีพมิ พ์ เลขเรยี กหนังสอื เป็นต้น เพ่อื ให้ ผู้ใช้และผู้ให้บริการใช้เป็นเคร่ืองมอื ในการค้นหาและเข้าถึงทรพั ยากรสารสนเทศแต่ละ รายการ 3. ผ้ใู ห้บริการ คอื บุคคลทป่ี ฏบิ ตั งิ านอย่ใู นแหล่งบรกิ ารสารสนเทศ และมหี น้าท่ี รบั ผดิ ชอบงานบรกิ ารยมื - คนื ทรพั ยากรสารสนเทศโดยไดร้ บั คดั เลอื กว่าเป็นผูท้ ่มี คี วามรู้ ความสามารถ เป็นผใู้ หบ้ รกิ ารทด่ี ี มคี วามเขา้ ใจในระบบงานยมื - คนื เป็นอยา่ งดี มคี วามตรง ต่อเวลารบั ผิดชอบงานตามท่ีได้รบั มอบหมาย มีความละเอียดรอบคอบ หน้าตาย้ิมแย้ม แจม่ ใส สภุ าพ ใจเยน็ ออ่ นน้อม อดทน มมี นุษยสมั พนั ธด์ ี ความจาํ ดี มคี วามยุตธิ รรม ทาํ งาน รวดเรว็ และรอบคอบ ซ่งึ บุคคลทท่ี ํางานบรกิ ารยมื - คนื ต้องมกี ารพดู คุย พบปะหรอื ตดิ ต่อ ผใู้ ชบ้ รกิ ารอยา่ งใกลช้ ดิ ดงั นนั้ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศจาํ เป็นตอ้ งคดั เลอื กหรอื อบรมดา้ นการ ใหบ้ รกิ ารเพ่อื ใหบ้ ุคคลมคี ุณสมบตั ทิ เ่ี หมาะสมกบั งานเพ่อื ใหผ้ ูใ้ ชบ้ รกิ ารเกดิ ความประทบั ใจ ซง่ึ แบง่ ไดด้ งั น้ี 3.1 ผูใ้ หบ้ รกิ ารระดบั วชิ าชพี คอื ผู้ทําหน้าท่คี วบคุมดูแลการใหบ้ รกิ ารยมื - คนื อย่างเป็นระบบ และตอบสนองความต้องการของผูใ้ ช้ และตดิ ตามหรอื แกป้ ญั หาอนั เกดิ จากการใหบ้ รกิ ารจากผใู้ ชแ้ ละผใู้ หบ้ รกิ ารในระดบั รองลงไป เชน่ นกั สารสนเทศ นกั จดหมาย เหตุ บรรณารกั ษ์ เป็นตน้ 3.2 ผู้ให้บริการระดับก่ึงวิชาชีพ คือ ผู้ท่ีทําหน้าท่ีให้บริการยืม - คืน และ กจิ กรรมอ่นื ๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การใหบ้ รกิ ารยมื - คนื เป็นผูท้ ่ตี ้องปฏสิ มั พนั ธ์กบั ผูใ้ ชบ้ รกิ าร อยา่ งสม่าํ เสมอ เชน่ พนกั งานหอสมดุ เจา้ หน้าทห่ี อ้ งสมดุ เป็นตน้ 4. ผ้ใู ช้บริการ คอื ผู้ท่เี ขา้ มาใช้บรกิ ารสามารถใช้บรกิ ารยมื - คนื ได้ซ่ึงอาจเป็น อาจารย์ นกั ศกึ ษา บุคลากรของหน่วยงาน และบุคคลทวั่ ไปโดยเป็นผทู้ ส่ี มคั รเป็นสมาชกิ ของ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศ เม่อื ผใู้ ชบ้ รกิ ารมคี วามต้องการยมื ทรพั ยากรสารสนเทศต้องแสดง หลกั ฐานคอื บตั รประจาํ ตวั สมาชกิ ทส่ี ามารถตรวจสอบสถานะของผใู้ ชไ้ ด้ ซง่ึ ผใู้ ชบ้ รกิ ารแต่ละ กลุ่มจะสามารถยมื - คนื ทรพั ยากรสารสนเทศแต่ละประเภทแตกต่างกนั ทงั้ น้ีจะต้องขน้ึ อยู่ กบั ระเบยี บการใชบ้ รกิ ารยมื - คนื ของแหลง่ บรกิ ารสารสนเทศนนั้ ๆ 5. ระเบียบบริการยืม - คืน คอื กฎ ระเบยี บหรอื ขอ้ บงั คบั ทก่ี ําหนดขน้ึ เพ่อื ใชเ้ ป็น แนวทางในการใหบ้ รกิ ารยมื - คนื ทรพั ยากรสารสนเทศประเภทต่าง ๆ ควรมกี ารกําหนดไว้ เป็นลายลกั ษณ์อกั ษรเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจทต่ี รงกนั ระหวา่ งผใู้ หบ้ รกิ าร และผใู้ ชบ้ รกิ าร ควร ยดึ หลกั พน้ื ฐาน ดงั น้ี 5.1 อาํ นวยความสะดวกและโอกาสในการใชท้ รพั ยากรสารสนเทศของ ผใู้ ชบ้ รกิ าร

74 5.2 สง่ เสรมิ การใชท้ รพั ยากรสารสนเทศอยา่ งคุม้ คา่ และมกี ารใชอ้ ยา่ งทวั่ ถงึ 5.3 ควรกาํ หนดประเดน็ สาํ คญั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งใหส้ นั้ รดั กุม และไมเ่ ยนิ่ เยอ่ 5.4 ควรกาํ หนดระเบยี บใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะ ประเภท เชน่ จาํ นวน ประเภท ความตอ้ งการ เป็นตน้ 5.5 ควรกาํ หนดระยะเวลาการยมื ใหส้ อดคลอ้ งกบั ทรพั ยากรสารสนเทศและ พจิ ารณาทรพั ยากรบางประเภททจ่ี ะตอ้ งศกึ ษาคน้ ควา้ บางประเดน็ จงึ ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งใหย้ มื 6. ทะเบียนสมาชิก คอื รายละเอยี ดของผู้ใช้บรกิ ารท่ไี ด้สมคั รเป็นสมาชกิ ของ แหล่งบรกิ ารสารสนเทศซ่งึ มวี ธิ ีการบนั ทกึ รายละเอยี ดของผู้ใช้บรกิ ารลงในสมุดทะเบียน บัตรทะเบียนหรือฐานข้อมูลท่ีจัดเก็บในคอมพิวเตอร์งานทะเบียนสมาชิกจะรวบรวม รายละเอยี ดเก่ยี วกบั สมาชกิ เช่น ช่อื ทอ่ี ยู่ สาขาวชิ า อาชพี ทท่ี าํ งาน เป็นต้น แหล่งบรกิ าร สารสนเทศจะเลอื กการทาํ ทะเบยี นสมาชกิ แบบใดนัน้ จะต้องขน้ึ อย่กู บั สภาพความเหมาะสม และวตั ถุประสงคข์ องแหล่งบรกิ ารสารสนเทศนนั้ ๆ การทาํ ทะเบยี นสมาชกิ แบบสมดุ ทะเบยี น และแบบบตั รทะเบยี นมกั จดั ทาํ ดว้ ยระบบมอื เพราะมคี า่ ใชจ้ า่ ยต่าํ แต่การตรวจสอบขอ้ มลู อาจ ล่าช้าและไม่สะดวก หากแหล่งบริการสารสนเทศท่ีใช้ระบบห้องสมุดอตั โนมตั ิมกั จะทํา ฐานขอ้ มลู ทะเบยี นสมาชกิ ไวใ้ นระบบ ซง่ึ สามารถเช่อื มโยงขอ้ มลู สมาชกิ กบั บรกิ ารอ่นื ๆ ได้ อยา่ งสะดวกรวดเรว็ ซง่ึ งา่ ยต่อการคน้ หาขอ้ มลู ของผใู้ ชบ้ รกิ าร การจดั การบริการยืม - คืน การจดั การบรกิ ารยมื – คนื ของแหลง่ บรกิ ารสารสนเทศแต่ละแหง่ จะตอ้ งมกี ารจดั การ เพ่อื อํานวยประโยชน์และความสะดวกใหแ้ ก่ผูใ้ ชบ้ รกิ าร บรกิ ารยมื - คนื เป็นบรกิ ารทม่ี สี ่วน เกย่ี วขอ้ งกบั ผใู้ ชโ้ ดยตรงแต่หากมขี อ้ จาํ กดั ดา้ นสถานท่ี ทน่ี ัง่ อ่าน ไมเ่ พยี งพอ ระยะเวลาเปิด บรกิ ารไม่สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผูใ้ ชบ้ รกิ าร และผูใ้ ชบ้ รกิ ารมคี วามสะดวกทจ่ี ะนํา ทรพั ยากรไปค้นคว้าภายนอก ซ่ึงปจั จัยเหล่าน้ีเป็นส่วนท่ีแหล่งบริการสารสนเทศต้อง ดําเนินการอย่างเป็นระบบเพ่อื ให้เกิดความคล่องตวั โดยแหล่งบรกิ ารสารสนเทศจะต้อง เตรยี มการกบั สง่ิ สาํ คญั ดงั น้ี 1. บริเวณเข้า - ออก เป็นบรเิ วณทผ่ี ใู้ ชบ้ รกิ ารใชส้ ญั จรเขา้ -ออก โดยทวั่ ไปจะแยก เป็น 2 ทาง คอื เขา้ และออก ทางเขา้ มกั มกี ารตดิ ตงั้ ป้ายประกาศเพอ่ื ประชาสมั พนั ธก์ จิ กรรม ต่าง ๆ หรอื อาจจดั ใหม้ กี ล่องหรอื ตูท้ ร่ี บั คนื ทรพั ยากรสารสนเทศนอกเวลาทําการไวใ้ กลก้ บั บรเิ วณทางเขา้ - ออก ส่วนบรเิ วณทางออกขน้ึ อยกู่ บั แหล่งบรกิ ารสารสนเทศแต่ละแหง่ ว่าจะ จดั สถานท่ใี ช้สําหรบั เจา้ หน้าท่ตี รวจสอบทรพั ยากรสารสนเทศท่ยี มื ออก หรอื จดั ใหม้ รี ะบบ ป้องกนั ทรพั ยากรสญู หายหรอื ระบบการตรวจจบั ขโมย (Theft detection system) ดว้ ยระบบ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (กาญจนา ใจกวา้ ง และจุฑารตั น์ นกแกว้ , 2546)

75 ภาพท่ี 3.1 ประตเู ขา้ - ออกอตั โนมตั ิ ภาพท่ี 3.2 เครอ่ื งตรวจอตั โนมตั ปิ ้องกนั ทรพั ยากรสารสนเทศสญู หาย 2. บริเวณยืม - คืน บรเิ วณยมื - คนื มกั จดั เป็นเคาน์เตอรค์ วรมกี ารแบ่งพน้ื ทใ่ี หม้ ี ความเหมาะสมอยู่ในบรเิ วณทเ่ี หน็ ไดง้ า่ ยจากทางเขา้ เพ่อื ความสะดวกในการตดิ ต่อ และมี ป้ายระบุส่วนงานอย่างชดั เจน ส่วนของเคาน์เตอรค์ วรมกี ารออกแบบใหเ้ หมาะสมกบั การใช้ งานของแต่ละแห่งควรมตี ูจ้ ดั เกบ็ วสั ดุอุปกรณ์บางอย่างทส่ี าํ คญั ซ่งึ ตอ้ งการควบคุมดูแลเป็น พเิ ศษมพี น้ื ทส่ี ําหรบั วางอุปกรณ์ทเ่ี ก่ยี วกบั การยมื - คนื เช่น เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ เคร่อื งลบ สญั ญาณ เครอ่ื งเพมิ่ สญั ญาณ ตราประทบั วนั กาํ หนดสง่ เป็นตน้

76 ภาพท่ี 3.3 เคาน์เตอรย์ มื – คนื 3. บริเวณนัง่ อ่าน การจดั บรเิ วณนงั่ อา่ นสามารถจดั เป็นทน่ี งั่ อ่านรวมหรอื จดั ทน่ี งั่ อ่านตามแบบสบายหรอื มุมสบายและจดั ใหม้ หี อ้ งนงั่ อา่ นคน้ ควา้ เฉพาะกลุ่มหรอื เฉพาะบุคคล กไ็ ด้ บรเิ วณพน้ื ท่สี ําหรบั นัง่ อ่านไม่ควรจดั ใหช้ ดิ กนั เกนิ ไปจะทําใหร้ ูส้ กึ อดึ อดั ควรมกี ารจดั บรรยากาศภายในบรเิ วณนงั่ อา่ นดว้ ยกจิ กรรมเพอ่ื เรา้ ความสนใจแก่ผใู้ ชบ้ รกิ าร เชน่ จดั นิทรรศการ ตกแต่งใหด้ แู ปลกตา เป็นตน้ ภาพท่ี 3.4 ทน่ี งั่ อา่ นรวม

77 ภาพท่ี 3.5 มุมสบาย ภาพท่ี 3.6 การตกแต่งบรรยากาศภายใน 4. บริเวณชนั้ หนังสือ ทรพั ยากรแต่ละประเภทมกั จดั แยกเป็นอสิ ระต่อกนั เพ่อื งา่ ย ต่อการศกึ ษาคน้ ควา้ นิยมจดั เป็น 2 ประเภท คอื ชนั้ เปิด เชน่ หนงั สอื ทวั่ ไป หนงั สอื อา้ งองิ นวนิยาย เป็นตน้ ชนั้ ปิด เช่น หนงั สอื สาํ รอง ส่อื โสตทศั น์ และส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เป็นตน้ การ จดั ชนั้ หนงั สอื ทวั่ ไปควรมปี ้ายระบุตําแหน่งทช่ี ดั เจนไมบ่ งั พน้ื ทบ่ี รเิ วณนงั่ อ่าน อากาศถ่ายเท ไดส้ ะดวกมที างเดนิ ระหว่างชนั้ กวา้ งขวางพอดี และไม่เป็นจุดอบั ซง่ึ อาจทาํ ใหส้ ถานการณ์ไม่ ปลอดภยั ต่อทรพั ยากรสารสนเทศ ควรอยู่ในตําแหน่งทผ่ี ูใ้ ชบ้ รกิ ารเขา้ ถงึ ไดง้ า่ ยมแี สงสว่าง พอเหมาะ แต่แสงแดดสอ่ งเขา้ ไมถ่ งึ หนงั สอื

78 ภาพท่ี 3.7 การจดั ชนั้ หนงั สอื ทค่ี น้ หาไดง้ า่ ย บริการจองและบริการสาํ รอง บริการจอง (Request service) เป็นบรกิ ารท่จี ดั ขน้ึ เพ่อื อํานวยความสะดวกใหแ้ ก่ผู้ใช้บรกิ าร โดยผูใ้ ช้บรกิ ารต้อง แสดงความจาํ นงล่วงหน้าดว้ ยการจองทรพั ยากรสารสนเทศต่อจากผทู้ ย่ี มื ไปก่อนหน้านัน้ กบั เจา้ หน้าทบ่ี รกิ ารยมื - คนื เมอ่ื ทรพั ยากรสารสนเทศถกู สง่ คนื เจา้ หน้าทบ่ี รกิ ารยมื - คนื จะแจง้ ใหผ้ จู้ องทราบหรอื ผใู้ ชบ้ รกิ ารตดิ ต่อกบั เจา้ หน้าทโ่ี ดยตรง เม่อื ทรพั ยากรสารสนเทศถูกสง่ คนื มาผใู้ ชบ้ รกิ ารกส็ ามารถยมื ไดท้ นั ที และปจั จุบนั การจองสามารถทําไดด้ ว้ ยตนเองผ่านระบบ ออนไลน์ ระบบจะดาํ เนินการจองใหต้ ามขนั้ ตอนและเงอ่ื นไขของแต่ละระบบอตั โนมตั ทิ แ่ี หล่ง บรกิ ารสารสนเทศเลอื กใช้ ภาพท่ี 3.8 แสดงหน้าจอการบรกิ ารจองหนงั สอื โปรแกรม Liberty

79 บริการสาํ รอง (reserve service) เป็นการจัดทรพั ยากรสารสนเทศท่ีมีจํานวนน้อย แต่มีผู้ต้องการใช้มากเพ่ือให้ ผูใ้ ชบ้ รกิ ารไดม้ โี อกาสใชท้ รพั ยากรสารสนเทศทม่ี จี ํานวนน้อยไดอ้ ย่างทวั่ ถงึ กนั โดยการนํา ทรพั ยากรสารสนเทศจากชนั้ เปิดมาจดั เกบ็ และใหบ้ รกิ ารเป็นชนั้ ปิด และกําหนดช่วงเวลาให้ สนั้ กว่าปกติ เช่น ช่วงเวลาทําการอาจกําหนดให้ยมื ใช้เวลา 1 - 2 ชวั่ โมง และจะอนุญาต ใหย้ มื ออกภายนอกสถานทไ่ี ดเ้ มอ่ื ใกลเ้ วลาปิดทาํ การ โดยตอ้ งนํามาสง่ ในวนั รุง่ ขน้ึ และภายใน เวลาทก่ี าํ หนด หากสง่ คนื ไมต่ รงตามกาํ หนดเวลาจะถูกเรยี กคา่ ปรบั การดําเนินการบริการสํารอง โดยทัว่ ไปผู้สอนเป็นผู้กําหนดรายการทรพั ยากร สารสนเทศทป่ี ระกอบรายวชิ าทส่ี อนในแต่ละภาคการศกึ ษา แลว้ แจง้ ความจาํ นงต่อเจา้ หน้าท่ี บรกิ ารยมื - คนื แลว้ เจา้ หน้าทก่ี จ็ ะดาํ เนินการขนั้ ตอนต่อไป คอื นําทรพั ยากรสารสนเทศจาก ชัน้ เปิดมาจัดเก็บเป็นชัน้ ปิด แล้วกําหนดระยะเวลาและเง่ือนไขของการให้บริการแก่ ผูใ้ ชบ้ รกิ ารไดท้ ราบ การจดั บรกิ ารสํารองยงั เป็นการเกบ็ สถติ กิ ารใช้ทรพั ยากรสารสนเทศ ใหแ้ ก่บรกิ ารยมื - คนื เพ่อื เป็นขอ้ มลู ในการพจิ ารณาใหฝ้ า่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบจดั หามาบรกิ าร แกผ่ ใู้ ชใ้ หม้ จี าํ นวนมากยง่ิ ขน้ึ และทงั้ น้ีบรกิ ารสาํ รองขน้ึ อยกู่ บั นโยบายและแนวปฏบิ ตั ขิ องแต่ ละแหง่ ภาพท่ี 3.9 บรกิ ารหนงั สอื สาํ รอง ระบบการยืม - คืน การดําเนินงานบรกิ ารยมื – คนื ทรพั ยากรสารสนเทศจําเป็นตอ้ งเลอื กระบบการยมื - คนื ให้สอดคล้องกบั สภาพและเง่อื นไขของแต่ละแห่ง ต้องรู้ถึงลกั ษณะขอ้ ดี และข้อจํากดั ปจั จยั สาํ คญั ต่างๆ เชน่ งบประมาณ บุคลากร จาํ นวนทรพั ยากรสารสนเทศ ขนาดของแหล่ง

80 บรกิ ารสารสนเทศ ผูใ้ ช้บรกิ าร เป็นต้น หากพจิ ารณาดูจากปจั จยั ท่กี ล่าวมาจะทําใหแ้ หล่ง บรกิ ารสารสนเทศสามารถตดั สนิ ใจเลอื กใชร้ ะบบการยมื – คนื ไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั สภาพ ของหน่วยงานได้ ดงั นนั้ จงึ ขอกลา่ วถงึ ระบบการยมื - คนื ทรพั ยากรสารสนเทศ 2 ระบบ ดงั น้ี 1. ระบบการยืม – คืนด้วยมอื แบ่งออกเป็น 2 ระบบ คอื 1.1 การยืม - คืนด้วยสมุดบนั ทึกหลกั ฐาน เป็นวธิ กี ารทป่ี ระหยดั ค่าใชจ้ ่าย เหมาะกบั แหลง่ บรกิ ารสารสนเทศทม่ี ขี นาดเลก็ มจี าํ นวนทรพั ยากรสารสนเทศน้อย มจี าํ นวน สมาชกิ ไมม่ ากนกั มกี ารยมื - คนื ไมม่ าก มงี บประมาณ และบุคลากรจาํ กดั การใชส้ มุดบนั ทกึ หลกั ฐานการยมื เป็นการจดบนั ทึกรายละเอียดเก่ียวกบั ผู้ยมื ช่ือผู้แต่ง ช่อื เร่อื ง เลขเรยี ก หนงั สอื วนั เดอื นปีทย่ี มื กาํ หนดสง่ เป็นตน้ 1.2 การยืม - คืนด้วยบตั รหลกั ฐาน เป็นวิธีการท่ีเหมาะกบั แหล่งบรกิ าร สารสนเทศขนาดเลก็ หรอื ขนาดกลางสะดวกในการคน้ หาและตรวจสอบรายการทรพั ยากร สารสนเทศแต่ละรายการท่ถี ูกยมื ไปใช้ ซ่งึ การยมื - คนื ระบบน้ีผูย้ มื ต้องกรอกรายละเอยี ด ต่างๆ ดว้ ยตนเองการยมื - คนื ดว้ ยบตั รหลกั ฐานมสี ว่ นประกอบ ดงั น้ี 1.2.1 บัตรประจําตัวสมาชิก ท่ีใช้บันทึกรายละเอียดของการยืม ทรพั ยากรสารสนเทศ เชน่ ช่อื สกุล ทอ่ี ยู่ ผแู้ ต่ง ช่อื หนงั สอื เลขเรยี กหนงั สอื กําหนดสง่ เป็น ตน้ บตั รน้ีผยู้ มื เป็นคนเกบ็ รกั ษาไวไ้ มใ่ หเ้ กดิ การสญู หาย 1.2.2 บัตรหนังสือหรือบัตรทะเบียน เป็นบัตรท่ีบอกรายละเอียด เกย่ี วกบั เลขเรยี กหนงั สอื ผแู้ ต่ง ชอ่ื เรอ่ื ง ผยู้ มื วนั กาํ หนดสง่ เลขทะเบยี น เป็นตน้ 1.2.3 บตั รกาํ หนดสง่ เป็นบตั รทม่ี ไี วบ้ นั ทกึ กาํ หนดสง่ เพอ่ื เป็นการเตอื น ความจาํ แก่ผยู้ มื 2. การยืม - คืนด้วยระบบอตั โนมตั ิ โดยแหล่งบริการสารสนเทศได้นําโปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ (Library automation) เชน่ Horizon Innopac VTLS Alice for window Magic Library Liberty เป็นตน้ มาใชย้ มื - คนื ทรพั ยากรสารสนเทศทาํ ใหผ้ ใู้ ชบ้ รกิ ารไดร้ บั ความสะดวก รวดเรว็ และ ทนั กบั ความตอ้ งการสามารถลดขนั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ านบางอยา่ งลงได้ โดยแต่ละโปรแกรมจะ มรี ะบบยอ่ ยงาน เชน่ การยมื - คนื (Circulation module) มอี งคป์ ระกอบสาํ คญั ไดแ้ ก่ ฐานขอ้ มูลสมาชกิ การกําหนดอายุสมาชกิ การกําหนดสทิ ธใิ ์ นการยมื ทรพั ยากรสารสนเทศ แต่ละประเภท การกําหนดค่าปรบั การคดิ ค่าปรบั การทําจดหมายติดตามทวงถามเม่อื มี หนังสือค้างส่ง การจอง และการออกรายงานต่างๆ ระบบน้ีเม่ือมีการยืมทรัพยากร สารสนเทศผู้ให้บริการจะอ่านรหสั แท่งหรอื บาร์โค้ดท่ีเป็นบตั รประจําตัวผู้ใช้บริการและ ทรพั ยากรสารสนเทศทจ่ี ะยมื ดว้ ยปากกาแสงหรอื เคร่อื งอ่านดว้ ยแสงคอมพวิ เตอรจ์ ะทํางาน โดยอตั โนมตั ิ (Evans, Amodeo &Carter, 1992) โดยจะมกี ารเช่อื มโยงขอ้ มลู จากฐานขอ้ มลู

81 ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานไดโ้ ดยอตั โนมตั ิ เชน่ การคดิ คา่ ปรบั เกนิ กําหนดสง่ การจอง เป็นตน้ การ ยมื - คืนด้วยระบบอตั โนมตั ิเหมาะกบั แหล่งบรกิ ารสารสนเทศท่มี ขี นาดใหญ่มที รพั ยากร สารสนเทศและผใู้ ชบ้ รกิ ารจํานวนมาก ทาํ ใหล้ ดขนั้ ตอนของผใู้ ชบ้ รกิ ารทต่ี อ้ งกรอกหลกั ฐาน ในการยมื สว่ นผใู้ หบ้ รกิ ารกไ็ มจ่ าํ เป็นตอ้ งเรยี งบตั รหลกั ฐาน ขอ้ มลู การยมื ของผใู้ ชบ้ รกิ ารกจ็ ะ ถูกบนั ทกึ ไว้ในฐานข้อมูล ส่วนขอ้ จํากดั ของการยมื - คืนอตั โนมตั ิ มคี ่าใช้จ่ายจํานวนสูง ไดแ้ ก่ ค่าจดั ซ้อื โปรแกรม ค่าดูแลรกั ษาระบบอุปกรณ์ฮารด์ แวร์ เคร่อื งอ่านรหสั เคร่อื งลบ สญั ญาณ เคร่ืองพิมพ์ เป็นต้น ตัวอย่าง หน้าจอท่ีแสดงเก่ียวกบั บริการยมื - คืนระบบ อตั โนมตั ิ โปรแกรม Liberty ภาพท่ี 3.10 แสดงหน้าจอทะเบยี นสมาชกิ ภาพท่ี 3.11 แสดงหน้าจอการยมื

82 ภาพท่ี 3.12 แสดงหน้าจอการคนื ภาพท่ี 3.13 แสดงหน้าจอการปรบั ภาพท่ี 3.14 แสดงหน้าจอแจง้ เกนิ กาํ หนดสง่


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook