Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิธีการฝึกสอนกีฬาที่มีประสิทธิภาพ

วิธีการฝึกสอนกีฬาที่มีประสิทธิภาพ

Description: วิธีการฝึกสอนกีฬาที่มีประสิทธิภาพ.

Search

Read the Text Version

หา้ มซื้อ-ขาย จัดท�ำโดย การกฬี าแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2563 www.satc.or.th



หนังสือวิธีการฝึกสอนกีฬาที่มีประสิทธิภาพเล่มน้ี การกีฬาแห่ง ประเทศไทย ได้จัดพิมพ์ข้ึนเพ่ือต้องการเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้ฝึกสอน กีฬาใน ประเทศไทย ทกี่ ำ� ลังพัฒนากฬี าของชาตใิ หเ้ ข้าส่คู วามเปน็ สากล โดยไดร้ ับความ ร่วมมือจาก รองศาสตราจารย์นิติพันธ์ สระภักดี รองอธิการบดีสถาบันการ พลศึกษา ฝ่ายโรงเรียนกีฬา ได้มอบต้นฉบับให้เพ่ือจัดพิมพ์ และเผยแพร่แก่ผู้ที่ สนใจต่อไป การกีฬาแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์นิติพันธ์ สระ ภักดี และผู้ท่ีเก่ียวข้องท่ีสนับสนุนให้จัดพิมพ์หนังสือวิธีการฝึกสอนกีฬาท่ีมี ประสทิ ธภิ าพ เพอ่ื ประโยชนต์ อ่ วงการกฬี าและผสู้ นใจกฬี าไดน้ ำ� ไปใชอ้ า้ งองิ ใหเ้ ปน็ ที่เผยแพร่และเกิดประโยชนอ์ ย่างแท้จริง 2561กองวิชาการกฬี า การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2563

ค�ำนำ� หนังสือวิธีการฝึกสอนกีฬาท่ีมีประสิทธิภาพเล่มนี้ จัดพิมพ์ข้ึนเป็นครั้งที่ 4 ผู้เรียบเรียง โดยในครงั้ ท ่ี 4 น ้ี ไดร้ บั ความอนเุ คราะหจ์ ากการกฬี าแหง่ ประเทศไทย ซงึ่ มคี วามตง้ั ใจทจี่ ะนา� เสนอ ในสิ่งท่ีนักพลศึกษา ผู้ฝึกสอนจะได้มีโอกาสศึกษาเพ่ิมเติมในส่ิงท่ีต้องการจะรู้และน�าไปใช้ให้เป็น ประโยชน์ในการพัฒนาการสอนกีฬา และนางรุ่งทิวา รอดโพธ์ิทอง ผู้อ�านวยการกองวิชาการกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย จงึ ไดม้ อบต้นฉบบั หนงั สอื ท่ีไดเ้ รยี บเรียงปรบั ปรุงเปน็ ครั้งท ่ี 4 ใหเ้ พื่อ ใช้เผยแพร่เป็นประโยชน์แก่ผู้ฝึกสอน โดยได้ปรับปรุงเน้ือหา ให้กระชับ โดยพยายามใช้ถ้อยค�า ให้สามารถส่อื ความหมายจากผูแ้ ตง่ ใหม้ ากทสี่ ดุ และไมท่ �าให้ผู้อา่ นเกดิ ความเบือ่ หน่าย ผู้เรยี บเรยี ง หวังวา่ หนงั สอื เลม่ นค้ี งเป็นประโยชน์กับผอู้ า่ นบ้าง หนงั สอื เลม่ น ้ี ไดร้ บั การพมิ พเ์ ปน็ ครงั้ ท ่ี 4 โดยไดร้ บั การสนบั สนนุ จาก การกฬี าแหง่ ประเทศไทย และหวังว่าหนังสือฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สามารถช่วยให้ผู้ฝึกสอน และนักพลศึกษาสามารถ ประยกุ ตเ์ ขา้ กบั การสอนกฬี าไดต้ ามสมควร และขอขอบคณุ การกฬี าแหง่ ประเทศไทย และผทู้ ม่ี สี ว่ น จัดทา� หนังสอื เล่มนอี้ กี ครง้ั หน่งึ นิติพันธ์ สระภักดิ์ รองอธิกำรบดีสถำบันกำรพลศึกษำ ฝ่ำยโรงเรียนกฬี ำ

อำรัมภบท วตั ถุประสงค์ของผู้เรียบเรยี ง ผเู้ รยี บเรียงได้กา� หนดวตั ถปุ ระสงคข์ องหนงั สือเล่มนีไ้ ว้ 2 ประการ คือ ประการแรก เป็นการ รวบรวมคา� แนะนา� และวธิ กี ารสอนตา่ งๆ ทเี่ ปน็ องคป์ ระกอบสา� คญั ในการฝกึ สอนกฬี า และประการ ท่ีสอง เป็นวิธีการใช้คู่มือเล่มน้ีด้วยการออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย เพื่อช่วยให้ผู้ฝึกสอนสามารถ ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานฝึกสอนในแต่ละวันตามชนิดกีฬาให้มีประสิทธิภาพ หนังสือเล่มน้ี ยังช่วยให้ผู้ฝึกสอนพัฒนาประสิทธิภาพในการสังเกตพฤติกรรมหรือทักษะของนักกีฬาในขณะท่ี ทา� การฝกึ ซอ้ ม มตี วั อยา่ งการจดบนั ทกึ ลงสมดุ เพอื่ แสดงผล และนา� เอาสง่ิ ทเี่ กดิ จากการเปลย่ี นแปลง ในทางที่ดีของนักกีฬาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ รวมท้ังจะช่วยให้ผู้ฝึกสอนสร้างนิสัยในการฝึกสอน ของตนให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และเป็นการปรับระดับความสามารถในการฝึกสอนให้สูงข้ึน เหมาะกับการฝึกสอนนักกีฬาในระดับต่างๆ ตัวอย่างของหนังสือเล่มนี้น�ามาจากนักกีฬาในระดับ มหาวิทยาลัย ดังนนั้ ผฝู้ กึ สอนอาจต้องประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ หมาะกบั ระดบั ของนักกีฬาท่ีตนสอน แตบ่ าง ตัวอย่างก็เป็นโปรแกรมส�าหรับนักกีฬาในระดับเยาวชน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ผทู้ ่ีควรใช้หนังสอื เล่มน้ี หนังสือเล่มน้ีเหมาะส�าหรับผู้เก่ียวข้องสองกลุ่ม คือนักศึกษาวิชาเอกพลศึกษาท่ีก�าลังศึกษา ทางด้านหลักและวิธีการฝึกสอนกีฬา และผู้ฝึกสอนกีฬาระดับเยาวชนหรือโรงเรียนมัธยมศึกษา ตอนตน้ และตอนปลาย สโมสรกฬี าของทอ้ งถ่นิ และองค์กรกฬี าตา่ งๆ หนงั สือเล่มนยี้ ังเป็นพ้ืนฐาน ในการปรบั พฤตกิ รรมการฝกึ สอนใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพโดยไมต่ อ้ งอาศยั เทคโนโลยที างการแพทยเ์ ขา้ มา เกยี่ วขอ้ งกบั พฤตกิ รรม และจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การฝกึ กฬี าในปจั จบุ นั นอกจากน ้ี จะเปน็ ประโยชน์ ในการน�าเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ ถ้าผู้ฝึกสอนยังไม่มีความรู้ทางด้านจิตวิทยาหรือวิธีการปรับ พฤตกิ รรมทเี่ หมาะสม หนงั สอื เลม่ นอี้ า่ นเขา้ ใจงา่ ย สามารถนา� ไปเปน็ แนวทางในการพฒั นากจิ กรรม การฝึกได้เป็นอย่างด ี วัตถุประสงคข์ องผ้แู ปล ผแู้ ปลเรยี บเรยี งหนงั สอื เลม่ นข้ี นึ้ ดว้ ยความตงั้ ใจทตี่ อ้ งการศกึ ษาหาความรใู้ นสงิ่ ทน่ี กั พลศกึ ษา ในต่างประเทศได้ศึกษาว่ามีอะไรบ้าง และน�ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ในขณะที่ยังปฏิบัติหน้าท่ี

อยู่ในโรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ อันเป็นแรงบันดาลใจให้แปลหนังสือเล่มน ้ี และพิมพ์เผยแพร่ คร้ังที่ 2 ท่ีโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี โดยพยายามใช้ถ้อยค�าท่ีจะให้สื่อความหมายจาก ผู้แต่งให้มากท่ีสุดและไม่ท�าให้ผู้อ่านเกิดความเบื่อหน่าย แม้เนื้อการและการปฏิบัติตามวิธีการ และตวั อย่างของหนังสือเลม่ น้อี าจยุง่ ยากและเหน็ดเหนือ่ ยบ้าง (ก็ยินดีหากมีสว่ นในการพฒั นาการ กฬี าของชาติไดบ้ ้าง) โดยทผี่ ู้แตง่ ไดก้ า� หนดเป้าหมายและคณุ คา่ ของหนังสอื เลม่ นไ้ี ว้ดงั ต่อไปน้ี 1. เพอื่ เป็นการเสนอความรเู้ กี่ยวกับพฤติกรรมพื้นฐานของการฝกึ สอนกีฬาทมี่ ีประสทิ ธภิ าพ ในลักษณะทีใ่ หท้ ง้ั ความรู้และความสนุกสนาน ในสองบทแรกจะเป็นการนา� ตวั อย่างในสถานการณ์ และปัญหาท่ีสามารถน�าไปประยุกต์ใช้กับการฝึกสอนกีฬาให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการเตรียม พฤติกรรมของผู้ฝกึ สอนทีม่ ปี ระสิทธภิ าพใหม้ ากทีส่ ดุ 2. เพอื่ เปน็ การแนะนา� ทกั ษะในการฝกึ สอนกฬี า เชน่ การกา� หนดเปา้ หมายเชงิ พฤตกิ รรมของ นักกีฬา การวัดและประเมินผลการฝึกภาคปฏิบัติ วิธีการปรับพฤติกรรมการสอนทักษะใหม่ และรักษาทักษะท่ีสอนไปแล้วให้คงอยู่ในระดับท่ีสูง การเริ่มใช้การจูงใจกับนักกีฬาให้สามารถ ปฏิบัติทักษะให้ได้เต็มความสามารถท้ังในระหว่างการฝึกและการแข่งขัน และจัดการและ การบริหารโปรแกรมการฝึกกีฬา หนังสือเล่มนี้จึงสามารถช่วยให้การฝึกตามเน้ือหาท่ีกล่าวมา ประสบความส�าเร็จไดเ้ ป็นอยา่ งมาก 3. เพ่ือเป็นแนวทางในการเตรียมแผนการฝึกให้ผู้ฝึกสอนที่ต้องการประเมินผล และพัฒนา ประสิทธภิ าพในดา้ นการฝกึ สอนกีฬา โดยผู้ฝึกสอนจะต้องประเมินตนเองอย่างเป็นระบบ ทา� การ ทดลอง และประเมินพฤติกรรมในการฝึกสอนซ้�าหลายครั้งเพ่ือเป็นการรับรองความส�าเร็จ ในการฝึกสอน หนังสือเล่มน้ียังเตรียมเน้ือหาในการจัดการและอธิบายกลวิธีในการบริหารเวลา และการประหยัดพลังงานในระหว่างการท�าหน้าที่ของผู้ฝึกสอนสามารถปฏิบัติงานได้เต็มเวลา และบรหิ ารเวลาสว่ นตัวของผฝู้ ึกสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพอกี ด้วย 4. เพ่ือใช้เป็นส่ือการเรียนส�าหรับนักศึกษาวิชาเอกพลศึกษา การฝึกและการจัดการกีฬา และวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือผู้ท่ีต้องการท�าหน้าท่ีผู้ฝึกสอนให้สามารถท�าการศึกษาได้อย่างง่าย และใช้เป็นคู่มือท่ีมีประสิทธิภาพและท้าทายการปฏิบัติงานของผู้ฝึกสอนกีฬาต่างๆ ได้อย่างดี รวมท้ังมรี ปู แบบการจดั การทีส่ รา้ งข้ึนอย่างเหมาะสม ลักษณะหนงั สอื เล่มน้ี เน่ืองจากหนังสือเล่มนี้เป็นการจัดพิมพ์ ครั้งท่ี 3 ที่การกีฬาแห่งประเทศไทยให้ความ อนุเคราะห์และพิจารณาจัดพิมพ์ โดยขอลดสาระบางตอนออกเหลือเพียง 9 บท หนังสือเร่ือง

“วธิ กี ารฝกึ สอนกฬี าทม่ี ีประสทิ ธภิ าพ” เลม่ น้ี จึงมีเน้อื หาลดลงแต่ยังมีลักษณะการเขยี นประกอบ ดว้ ยส่วนตา่ งๆ ดังนี้ 1. บทนา� ในตอนแรกจะเป็นการแนะนา� เน้ือหาในตอนต้นบทเพอ่ื ใหผ้ ้อู า่ นสามารถท�าความ เข้าใจก่อนและสามารถคาดหวังกับการเรียนรู้ 2. แบบส�ารวจ แบบส�ารวจในหนังสือเล่มน้ี น�ามาจากชนิดกีฬาต่างๆ อย่างกว้างขวาง เพอ่ื ช่วยพฒั นานักกีฬาและผฝู้ กึ สอนสามารถรักษาระดบั ความสามารถของตนเองไว้ 3. แบบสอบถาม เป็นแบบสอบถามท่ีเก่ียวกับลักษณะตามธรรมชาติโดยท่ัวไปที่สามารถ นา� มาใชใ้ นการประเมนิ นกั กีฬาทุกชนดิ ก่อนการแข่งขนั 4. ภาพประกอบทเี่ ปน็ ภาพการต์ นู และตารางทสี่ ามารถใชเ้ สรมิ แรงและกระตนุ้ ความเขา้ ใจ แก่ผอู้ า่ น 5. บทสรุป ในแตล่ ะบทจะมีเนอ้ื หาสรปุ เพ่อื ชว่ ยทบทวนความเขา้ ใจใหผ้ ู้อา่ นสามารถจดจ�า ส่ิงส�าคัญในแต่ละบท 6. แบบสา� รวจของผฝู้ กึ สอน เปน็ แบบสา� รวจทแ่ี นะนา� ใหผ้ อู้ า่ นมองเหน็ ภาพ สามารถประเมนิ ผลการพัฒนาความสามารถในการฝกึ สอนของตนเองได้ในภาคผนวก 7. ค�าถามท้ายบท เป็นการต้ังค�าถามไว้ในส่วนท้ายบท เพ่ือเสริมความเข้าใจแก่ผู้อ่านและ ผู้ฝกึ สอน ซ่งึ สามารถปรบั ใชใ้ นการประเมนิ ได้ 8. แบบฝกึ เพอื่ การทดลอง แบบฝกึ หดั ในทา้ ยของบทท ่ี 2 - 9 เปน็ แบบฝกึ ทชี่ ว่ ยใหผ้ ฝู้ กึ สอน สามารถทา� การวเิ คราะห ์ แปลความหมาย และพฒั นาโปรแกรมการฝกึ สา� หรบั นกั กฬี าตามเปา้ หมาย ตา่ งๆ ทีก่ า� หนดขึน้



สำรบญั เร่ือง หน้ำ ตอนท่ี 1 ก้ำวส่วู ธิ กี ำรฝกึ สอนทม่ี ปี ระสทิ ธิภำพ ........................................................................ 2 บทท่ี 1 บทน�ำ .......................................................................................................................... 4 - ภาพลักษณข์ องการฝกึ สอนทม่ี ีประสทิ ธิภาพ........................................................... 4 - ตวั อย่างเหตกุ ารณ์ทผี่ ฝู้ กึ สอนตอ้ งเผชญิ ................................................................... 6 - กรณ ี “ปัญหาในทีมฟตุ บอล”................................................................................... 6 - กรณตี วั อยา่ งผ้ฝู กึ สอนกบั การสอนกฬี ากอลฟ์ .......................................................... 7 - กรณี “การสอนยิมนาสติก”..................................................................................... 9 - กรณี “การสอนเทนนิส..........................................................................................10 - กรณี “เป้าหมายในการฝึกนักว่ายนา�้ ”...................................................................11 - กรณ ี “ปญั หาการบริหารเวลา” .............................................................................12 - วตั ถุประสงค์ของ “การฝึกสอนกีฬา” ....................................................................13 บทที่ 2 พฤตกิ รรมกำรฝกึ สอนทม่ี ปี ระสทิ ธิภำพ ...................................................................16 - ลักษณะพฤตกิ รรมการฝกึ สอนทมี่ ีประสทิ ธิภาพ ....................................................17 - พฤติกรรมการฝึกสอนทค่ี วรระมัดระวัง ...............................................................24 - สรปุ ......................................................................................................................27 - คา� ถามทา้ ยบท.......................................................................................................28 บทที่ 3 กำรประเมนิ พฤตกิ รรมกำรฝึกสอน ..........................................................................30 - ส่งิ เรา้ พฤตกิ รรม (การตอบสนอง) รางวัลและการควบคมุ ส่ิงเรา้ ............................31 - หลกั การประเมนิ ทักษะกีฬา ..................................................................................33 - ประโยชน์ของการประเมนิ ความสามารถนักกีฬา...................................................33 - ข้อควรพจิ ารณาดา้ นจริยธรรม...............................................................................34 - สรุป .......................................................................................................................34 - การส�ารวจพฤติกรรมการฝึกสอน...........................................................................35 ตอนท่ี 2 วิธกี ำรจงู ใจในกำรพฒั นำทักษะ...............................................................................37 บทท่ี 4 วิธีกำรสอนทักษะใหม่...............................................................................................39 - หลกั เบอ้ื งต้นท่คี วรพิจารณา...................................................................................39 - ค�าแนะน�าในการสอนทกั ษะที่สา� คญั แกก่ ีฬา ..........................................................39

สำรบญั (ตอ่ ) เรอื่ ง หนำ้ - วิธใี หร้ างวลั นกั กฬี าท่ปี ฏิบตั ทิ กั ษะไดส้ า� เรจ็ ...........................................................41 - สรปุ .......................................................................................................................42 บทที่ 5 วธิ ลี ดควำมผิดพลำดของนกั กฬี ำ.............................................................................44 - การลดข้อผิดพลาดของนักกีฬาใหม่ท่ีเริ่มฝกึ ทักษะ................................................45 - การลดข้อผดิ พลาดโดยไม่ต้องจูงใจ........................................................................47 - วิธลี ดขอ้ ผดิ พลาดที่ฝกึ ได้เร็วและฝังแนน่ ...............................................................48 - วิธแี ก้ไขข้อผดิ พลาดของพฤตกิ รรมด้วยการสงั่ หยุด (FREEZE) ..........................52 - การแก้ไขขอ้ ผิดพลาดของทกั ษะดว้ ยการฉายวดี โี อเทป .........................................54 - รายการสา� รวจของผฝู้ กึ สอนเพอื่ แก้ไขขอ้ ผิดพลาดของนักกีฬา..............................55 - ตวั อย่างแบบประเมนิ ผฝู้ กึ สอน ..............................................................................56 บทท่ี 6 กำรจงู ใจในกำรฝกึ และกำรฝกึ ควำมอดทน .............................................................62 - หลกั เบ้ืองต้นทค่ี วรพิจารณา...................................................................................62 - วธิ จี ูงใจในการฝึกผ้เู ล่นใหม่....................................................................................71 - ข้ันตอนการพัฒนาและรกั ษาระบบการจูงใจ : การสรา้ งแรงจูงใจร่วมกนั ..............73 บทที่ 7 กำรลดพฤตกิ รรมที่เปน็ ปญั หำในกำรกีฬำ ...............................................................79 - วิธีค้นหาสาเหตุของพฤติกรรมท่ีเปน็ ปญั หา............................................................79 - วธิ ีแก้ไขพฤติกรรมทเ่ี ป็นปัญหา..............................................................................80 - วธิ ีการตา� หนิ .........................................................................................................84 - การใหอ้ อกมาพักนอกสนาม ..................................................................................86 ตอนที่ 3 กำรศึกษำเพม่ิ เติมทำ� ให้ผ้ฝู ึกสอนมคี วำมสำมำรถมำกข้ึน...................................... 89 บทท่ี 8 โปรแกรมโภชนำกำรกับกำรสร้ำงสมรรถภำพทำงกำย............................................91 - ระบบพลังงานของรา่ งกาย.....................................................................................91 - กจิ กรรมทไี่ ม่ใช้ออกซิเจนและไม่มีของเสยี (Anaerobic Alactic)........................92 - กิจกรรมทไี่ ม่ใชอ้ อกซเิ จนและมขี องเสีย (Anaerobic lactic) ..............................92 - กจิ กรรมทใ่ี ชอ้ อกซิเจน (Aerobic).........................................................................93 - ระบบการสรา้ งพลังงานในรา่ งกายสา� หรบั การฝึกกฬี า...........................................95 - วิธีฝกึ ความแขง็ แรง..............................................................................................101 - การอบอ่นุ รา่ งกาย การคูลดาวน ์ และการฝกึ ความออ่ นตวั ...............................103 - หลักทั่วไปในการฝกึ .............................................................................................105

สำรบญั (ตอ่ ) เรอื่ ง หน้ำ - โภชนาการส�าหรบั นักกีฬา ...................................................................................106 - อาหารก่อนการแขง่ ขนั ........................................................................................109 - ข้อแนะนา� ในการลดน้า� หนกั .................................................................................110 - สรุป .....................................................................................................................112 บทที่ 9 จิตวิทยำกำรกีฬำ : กำรเตรียมจิตใจเพ่อื กำรแขง่ ขนั กฬี ำ .....................................116 - ความสา� คญั ของจติ วทิ ยาการกีฬา........................................................................116 - วธิ ีพฒั นาทักษะนกั กีฬาท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ .............................................................117 - วธิ กี ารจงู ใจในการฝึกและการฝึกความอดทน......................................................117 - การตั้งเปา้ หมายการพัฒนาศักยภาพสงู สุดของนกั กีฬา........................................117 - วิธีแก้ปัญหาของนกั กฬี าแต่ละบุคคล ...................................................................118 - หลกั การเป็นผู้ฝึกสอนกฬี าที่ดี..............................................................................118 - การเตรยี ม “จติ วทิ ยาการกฬี า” ส�าหรบั นกั กีฬาที่เขา้ แขง่ ขัน..............................119 - ความสา� คัญในการฝึกด้านจติ วทิ ยาการกีฬา ........................................................120 - ข้อจ�ากัดของจิตวิทยาการกฬี า.............................................................................121 - กลวธิ ที างจติ วิทยาการกฬี า..................................................................................122 - การตดิ ตามกลวิธที างจิตวทิ ยา .............................................................................140 บรรณำนุกรม..................................................................................................................... 141 ภำคผนวก .................................................................................................................................144 ประวตั ิผู้เรียบเรยี ง ....................................................................................................................163 สำรบัญตำรำง ตำรำง หน้ำ ตารางที่ 3.1 ตัวอย่างแบบส�ารวจพฤตกิ รรมของผู้ฝกึ สอน ......................................................147 ตารางที่ 4.1 แบบสา� รวจรายการสอนทักษะใหม่ ....................................................................148 ตารางท ่ี 5.1 ตวั อยา่ งแบบส�ารวจการลดขอ้ ผิดพลาด..............................................................149 ตารางท่ี 6.1 ตัวอย่างแบบสา� รวจรายการการสรา้ งแรงจงู และการฝกึ ความอดทน..................153 ตารางท ่ี 7.1 ตวั อย่างแบบส�ารวจเพ่อื ช่วยโค้ชในการลดปัญหาของนกั กีฬา............................154 ตารางที่ 8.1 แบบส�ารวจการโปรแกรมสรา้ งสมรรถภาพทางกายและโภชนาการ ...................157 ตารางท ี่ 9.1 แบบส�ารวจในการบันทกึ วิธีการฝึกทางจิตใจในการกีฬา ....................................160

ค่มู ือวธิ ีการฝกึ สอนกฬี าที่มปี ระสทิ ธภิ าพ

ค่มู ือวธิ กี ารฝกึ สอนกฬี าทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ 1

ค่มู ือวิธกี ารฝกึ คสู่มอือนวิธกกี ีฬาราฝทึกสีม่ อปีนกรีฬะสาททิ ่มี ธีปิภระาสพิทธภิ าพ ตอนท่ี 1 ก้าวสวู่ ธิ ีฝึกสอนกีฬาท่ีมปี ระสิทธิภาพ บทที่ 1 บทน�า บทท่ี 2 พฤติกรรมการฝึกสอนทมี่ ปี ระสิทธิภาพ บทที่ 3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการฝึกสอน 22

คมู่ อื วคิธีก่มู าือรฝวึกิธสอกี นากรฬี ฝาทกึ ่มี สีปอระนสิทกธฬี ิภาาพท่มี ีประสทิ ธภิ าพ “การทา� งานเปน็ ทมี ยอ่ มดกี ว่าการทา� เพยี งคนเดียว” 33

คมู่ อื วธิ กี ารฝกึ คสูม่ อือนวิธกกี าฬี รฝาึกทสีม่ อีปนกรีฬะสาทิทม่ี ธีปิภระาสพิทธิภาพ บทที่ 1 บทนา� มาร์ติน และ ลมั สเ์ ดน (Martin and Lumsden : 1987) กล่าวว่า โค้ชหรอื ผู้ฝกึ สอนควรให้ ความสนใจกบั คา� พดู เลก็ ๆ นอ้ ยๆ ทใ่ี ชก้ บั นกั กฬี า เชน่ ไมค่ วรพดู วา่ “ยงิ ประตพู ลาดอกี แลว้ ” หรอื โคช้ อาจจะเผลอตะโกนลงไปในสนามในขณะฝึกบาสเกตบอลโดยลืมตัว ผู้ที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาอาจคิดว่า “โคช้ ไมค่ วรกลา่ วกับนักกีฬาเช่นนัน้ ” ภาพลกั ษณ์ของการฝึกสอนท่ีมปี ระสิทธภิ าพ ผู้ฝึกสอนควรปฏิบัติงานฝึกสอนกีฬาของเขาโดยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ โดยอาจได้รับ การฝึกอบรมและทดลองการฝึกด้วยการใช้ระบบหรือวิธีการต่างๆ ในการจูงใจนักกีฬาเพื่อให้การฝึก ไดผ้ ลดีกบั ทกั ษะตา่ งๆ ตามชนิดกฬี า เช่น การเล้ยี งลกู ยิงประตู การฝกึ กระโดดยิงประตู และการฝึก การยงิ ลูกโทษ ในการฝึกแต่ละวัน นอกจากน้ ี ควรศึกษาส่ิงทเี่ ปน็ ประโยชนจ์ าก “การฝึกเล่นเป็นทมี ” และการให้ก�าลังใจเพ่ือนร่วมทีม การทดลองการฝึกดังกล่าวจะไม่เกิดผลถ้าผู้ฝึกสอนขาดความ “กระตือรือร้น” หรือ “วางตัวไม่ดี” ผู้ฝึกสอนควรใช้ผู้ช่วยหรืออาสาสมัครในการบันทึกพฤติกรรม ต่างๆ ไว้เพ่ือจัดการฝึกของทีม ข้อมูลต่างๆ น้ีสามารถน�ามาบอกให้ผู้เล่นรับทราบได้อย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลย้อนกลับ นอกจากน้ีผู้ฝึกสอนยังสามารถทบทวนผลการปฏิบัติ ให้นักกีฬาเห็นจาก การบันทึกผลและช้ีให้เห็นข้อดีของการฝึกแต่ละครั้ง ผู้เล่นจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากสิ่งท่ีตั้งไว้ เป็นรางวัลท่ีอาจเรียก “ความพยายามท่ีทรงคุณค่า” รางวัลยอดเย่ียมที่ได้รับภายหลังฤดูการแข่งขัน ได้รับค�าชมเชย และมีชื่อติดในห้องเกียรติยศ ผลจากการศึกษาสรุปได้ว่า ความสามารถของนักกีฬา บาสเกตบอลในการฝึกเพื่อพฒั นาการวง่ิ ยงิ ประตู โดยเพมิ่ จากค่าเฉล่ียความแมน่ จากรอ้ ยละ 68 เป็น ร้อยละ 80 หลังการฝึกอย่างเป็นระบบ ค่าเฉลี่ยความแม่นในการกระโดดยิงประตูพัฒนาจาก ร้อยละ 37 เป็นร้อยละ 51 การยิงประตูโทษเพิ่มจากร้อยละ 59 เป็น 67 และการพัฒนาอย่าง เหลอื เชอื่ ดงั กลา่ วจะสง่ ผลตอ่ การเลน่ ทมี อยา่ งเตม็ ท ่ี ผฝู้ กึ สอนสว่ นใหญย่ อมรบั วา่ “การทา� งานเปน็ ทมี ย่อมดกี ว่าการทา� เพยี งคนเดยี ว” 44

ใจเยน็ ๆ เจา้ หนู คูม่ คอื วู่มธิ ีกอื าวรฝิธึกกี สาอรนกฝีฬึกาทสมี่ อีปนระกสฬีทิ ธาภิ ทาพ่มี ปี ระสิทธภิ าพ อย่าท้อแท้หรอื หวนั่ ไหว ไม่วา่ เธอจะแพ้หรือชนะ เธอก็ไดล้ งเล่นแลว้ เธอเคยไดร้ บั การสอนให้รจู้ ัก คา� วา่ \"ชนะ\" หรอื เปล่าละ่ กลยุทธ์ในการพัฒนาประสิทธิภาพในการฝึกสอน เป็นการบ�ารุงขวัญและก�าลังใจ เพื่อส่งเสริม ให้ผู้ฝึกสอนท�าให้นักกีฬามีพฤติกรรมตามที่ต้องการ การแสดงให้นักกีฬาเห็นข้อดีข้อเสียบ่อยๆ และ แสดงใหเ้ หน็ ผลของพฤตกิ รรมและความสามารถของนกั กฬี า จะนา� ไปสกู่ ารเปลยี่ นแปลงในทางทด่ี ขี อง นกั กฬี า นอกจากน ้ี ยงั สง่ เสรมิ ใหผ้ ฝู้ กึ สอนสามารถประเมนิ วธิ กี ารฝกึ สอนของตนไดม้ ากขน้ึ อนั จะเปน็ วธิ กี ารทีด่ ีในการพฒั นาตัวผ้ฝู กึ สอนเอง และเปน็ วธิ กี ารประเมนิ ความสามารถไปส่กู ารฝึกสอนนักกีฬา ในทุกระดับอายุตามที่ผู้ฝึกสอนต้องการ ดังนั้นตัวอย่างและวิธีการจากหนังสือเล่มน้ีจะเป็นพื้นฐาน สา� หรับผ้ฝู ึกสอนท่สี ามารถประยุกต์ใช้กับนักกีฬาในทุกระดบั ได้ 55

คมู่ ือวิธีการฝึกคสมู่ ออื นวิธกีกาฬี รฝากึทสม่ี อีปนกรฬี ะสาททิ มี่ ธีปภิระาสพิทธภิ าพ ดงั นนั้ เมอื่ คณุ ตอ้ งปฏบิ ตั หิ นา้ ทใี่ นการเปน็ ผฝู้ กึ สอนกฬี า คณุ ตอ้ งถามตวั เองวา่ “คณุ พรอ้ มหรอื ยงั ” ในการท่ีจะก้าวเข้ามาสู่อาชีพการเป็นผู้ฝึกสอนกีฬา ผู้เรียบเรียงจึงหวังว่าหนังสือเล่มน้ีจะช่วยเพิ่มพูน ความรู้หลักการเป็นผู้ฝึกสอนท่ีดี ปฏิบัติงานตามชนิดกีฬาได้อย่างสนุกสนาน และน่าตื่นเต้น (Hatchelll Sylvia, 2006 ) ตวั อยา่ งเหตุการณ์ทผ่ี ฝู้ ึกสอนอาจตอ้ งเผชญิ กรณี “ปัญหาในทีมฟุตบอล” ผูฝ้ ึกสอนคนหน่งึ พบปัญหาเกิดขึน้ ในทมี ฟุตบอลอาย ุ 9 -10 ปขี องเขา ที่กา� ลังด�าเนนิ ไปด้วยดี เมอื่ ทมี ไดร้ บั ชยั ชนะในการแขง่ ขนั แตป่ ญั หามอี ยวู่ า่ พอ่ แมข่ องนกั กฬี าคาดหวงั และเนน้ แตเ่ รอื่ งชยั ชนะ มากเกินไป โดยคิดถึงแต่เรื่องการจัดผู้เล่นท่ีจะลงแข่งขันมากเกินไป แม่ของนักกีฬาคนหน่ึงพูดว่า “ลูกของเขาควรจะต้องวิ่งให้มากขึ้น และแสดงท่าทางที่ไม่เบิกบานเมื่อทีมของตนแพ้” นอกจากน้ี ผู้ปกครองของนักกีฬาบางคนยังเป็นกังวลกับความคิดเห็นของแม่ของนักกีฬาดังกล่าวแบบที่เรียกว่า “ประหนงึ่ วา่ เป็นคนมธี รรมะ” หรือ “หวงั ใหม้ แี ตค่ วามสวยงามเพยี งอย่างเดยี ว” โลกของการแข่งขนั ตามความคดิ ของผู้ปกครองเปน็ โลกที่ไม่มคี วามขดั แยง้ โดยสนใจแตก่ ารเรียนรู้เพอ่ื เอาชนะในเกมกีฬา ให้ได้โดยไม่สอนให้เด็กเรียนรู้วิธีการเอาชนะในการด�าเนินชีวิต และแม่ของนักกีฬาคนหน่ึง เน้นกับนกั กีฬาวา่ “จงเอาชนะใหไ้ ด ้ แตอ่ ย่าใหไ้ ด้รบั บาดเจบ็ นะ” ด้วยปัญหาต่างๆ ข้างต้น ถ้าท่านเป็นผู้ฝึกสอนที่อยู่ตรงกลางและรับข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ ผู้ฝึกสอนต้องเป็นส่ือกลางท่ีจะท�าให้ทุกคนมีความสุขอย่างสมดุล ท้ังในระหว่างที่ก�าลังฝึกเพ่ือพัฒนา ทกั ษะและในการแขง่ ขนั หรอื ในระหวา่ งทกี่ า� ลงั ตอ้ งการชยั ชนะและความสนกุ สนานกบั เกมการแขง่ ขนั หรอื ทา� ใหผ้ เู้ ลน่ แตล่ ะคนไดร้ บั การยกยอ่ งชมเชยและจดจา� วธิ กี ารเลน่ และทา� ดที สี่ ดุ โดยไมต่ อ้ งคา� นงึ ถงึ ผลการแข่งขันว่าจะออกมาอย่างไร และผู้ฝึกสอนควรมีความเช่ือเรื่องการที่จะให้ข้อมูลย้อนกลับ ในทางบวกมากกว่าการอุทานดว้ ยความประหลาดใจ และต�าหนนิ กั กฬี าอย่างรนุ แรงทที่ �าผดิ พลาด ความคิดของผู้ปกครองดังกล่าวข้างต้นคงไม่ใช่ส่ิงท่ีเลวร้ายเกินไปในการที่เป็นห่วงผู้เล่น ดังน้ัน การสอนในต�าแหน่งต่างๆ เช่น ผู้เล่นกองหลัง ในช่วงต้นฤดูการแข่งขันผู้ฝึกสอนควรให้นักกีฬา ได้ท�าการศึกษาและจดจ�าวิธีการเล่นจากต�ารา นักกีฬาต้องคอยดูตารางการฝึกและติดตามการสอน 66

คมู่ คอื วมู่ ธิ ีกือาวรฝิธกึ ีกสาอรนกฝีฬึกาทสมี่ อปี นระกสีฬิทธาิภทาพ่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ ท้ังนี้ผู้ฝึกสอนต้องใช้เวลาในการอธิบายการเล่นให้ผู้เล่นต�าแหน่งกองหลังรู้ว่า นักกีฬาต้องใช้เวลา อย่างนอ้ ยครง่ึ หนงึ่ ในแต่ละวันท่ฝี ึกซอ้ ม และชีใ้ ห้เหน็ ขอ้ ผดิ พลาดอยู่บ่อยๆ เชน่ พ่อของนักกีฬาที่เล่นกองหลังคนหนง่ึ ไดจ้ ดสถติ ิเก่ยี วกบั ความสามารถของทมี และน�ามาแสดงให้ นักกีฬาได้เห็นจากการฝึกซ้อม 17 คร้ัง และการแข่งขัน 5 ครั้งท่ีผ่านมาว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น มากมาย พ่อของนักกีฬาคนน้ันกล่าวกับผู้ฝึกสอนว่า “ผมอยากจะบอกว่าลูกของผม เล่นกองหลังได้ ถูกตอ้ งเพียงร้อยละ 60 เทา่ นนั้ ” และเขาเลน่ ได้ไม่ดขี นึ้ เขาเลน่ ต�าแหน่งกองหลังไม่ได้หรอก นักกีฬาอาจมีความรู้สึกเจ็บปวดเม่ือได้ยินค�าพูดดังกล่าว แต่ไม่รู้ว่าจะท�าอย่างไรต่อไป และไม่รวู้ า่ จะเล่นในตา� แหน่งใดอกี คา� ถามท้าทายทเี่ กิดข้ึนจากตัวอยา่ งน ้ี ได้แก่ • ผฝู้ กึ สอนจะดา� เนนิ การในจดุ นต้ี อ่ ไปอยา่ งไรเพอ่ื ทจ่ี ะเนน้ ชยั ชนะใหไ้ ดอ้ ยา่ งงดงาม การสง่ เสรมิ เยาวชนให้ได้รบั การพัฒนา และต้องแนใ่ จวา่ เยาวชนไดร้ ับความสนุกสนานจากการเล่นกฬี าดว้ ย • ควรใช้กลยุทธ์เพ่ือใช้พัฒนาการเล่นและพัฒนาความสามารถในการเล่นของเยาวชน ผ้เู ลน่ กองหลงั อยา่ งไร • ผฝู้ กึ สอนจะจดั การกบั ความขดั แยง้ ของผปู้ กครองในฐานะผทู้ ที่ า่ นอยตู่ รงกลางระหวา่ งนกั กฬี า กบั ผปู้ กครองเพือ่ ให้บรรลเุ ปา้ หมายและคณุ ค่าของการเตรียมทีมกฬี าของเยาวชนอย่างไร กรณีตัวอย่างของผู้ฝกึ สอนกบั การสอนกีฬากอล์ฟ จากการทช่ี ายคนหนงึ่ ไดม้ โี อกาสเฝา้ สงั เกตการสอนของผฝู้ กึ สอนกฬี ากอลฟ์ คนหนง่ึ ซงึ่ กา� ลงั สอน ผู้เรียนที่เขาคิดว่าก�าลังเกิดความล้มเหลวในการเรียนและก�าลังเกิดความสับสน ชายผู้เฝ้าสังเกต ได้เก็บซ่อนความรู้สึกเห็นอกเห็นใจไว้และคิดในใจว่า “นักกีฬาคนนั้นช่างน่าสงสาร” “น่าจะมีวิธีการ สอนกอล์ฟที่ดีกว่านี้” ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นท่ีสนใจของนักศึกษาปริญญาโททางด้านจิตวิทยา ซง่ึ มคี วามรวู้ ธิ กี ารทน่ี กั จติ วทิ ยาควรใชใ้ นการพฒั นาทกั ษะเพอื่ นา� มาใชใ้ นการสอนทกั ษะทซี่ บั ซอ้ น และยงั ร้ ู อีกว่าทักษะเหล่าน้ีสามารถประยุกต์ใช้กับทักษะย่อยของการกีฬาและการพลศึกษา ท�าไมผู้ฝึกสอน ไมน่ า� มาประยกุ ตใ์ ชก้ บั การสอนกอลฟ์ ยง่ิ ในกรณที ผี่ ฝู้ กึ สอนเปน็ นกั กฬี ากอลฟ์ ทม่ี แี ตม้ ตอ่ (Handicap) เพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น เขาน่าจะเป็นผู้ท่ีมองเห็นภาพของการเล่นได้เป็นอย่างดี และเป็นส่ิงที่เขาท�า ได้ดีน่าจะท�าให้เขาสอนได้ดีด้วย จากเหตุดังกล่าวจึงได้เริ่มคิดค้นโปรแกรมวิธีการสอนกอล์ฟ 77

คู่มือวิธกี ารฝึกสคูม่ออื นวธิกกี ฬีาราฝทกึ สมี่ อีปนรกฬีะสาททิ ่ีมธปี ิภระาสพิทธิภาพ อยา่ งเป็นข้นั ตอนขึ้น โดยการวิจัยในโครงการดังกลา่ วเพ่อื ตอ้ งพิสูจน์ว่าวธิ ีการสอนกอล์ฟทถี่ กู ต้องนั้น ท�าอย่างไร (Simek and O’ Brien, 1981) ค�าถามซึง่ ทา้ ทายผฝู้ ึกสอนท่เี กดิ ข้ึนจากตัวอยา่ งน ี้ ได้แก่ • ผ้ฝู ึกสอนมวี ธิ ีการสอนทักษะให้แก่นกั กฬี าท่ีท�าการฝึกหดั ใหม่อย่างไรบา้ ง • ผู้ฝึกสอนมีวิธีการเฝ้าดูหรือสังเกตนักกีฬาและมีสัญญาณอะไรที่แสดงให้เห็นว่านักกีฬาได้รับ ประสบการณ์ท่ีเรียกวา่ “ประสบการณ์เกิน” ได้อยา่ งไร • ผู้ฝึกสอนมวี ิธีสอนทักษะท่ีซับซอ้ นใหไ้ ดผ้ ลมากทสี่ ุดไดอ้ ยา่ งไร เชน่ “วธิ เี หวยี่ งไมก้ อล์ฟทดี่ ”ี • ผฝู้ กึ สอนมวี ิธกี ารปฏบิ ัตเิ พอ่ื ประเมนิ ประสิทธิภาพในการฝกึ สอนอย่างไรบา้ ง ฮมื กม้ หวั ฮืม เร่งให้เต็มท่ี ไม่ต้องหยดุ สง่ ตัว ออกด้านข้างเล็กน้อยและ สง่ ตัวตามไปดา้ นข้าง 88

คู่มอื วิธคกี มู่ ารอื ฝวึกสธิ อกี นากรฬี ฝาทกึ ่ีมสีปรอะนสิทกธีฬภิ าาพทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ผิดแน่ ระวงั กรณี “การสอนยิมนาสติก” ในโรงฝกึ กฬี าของโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษา ขณะทนี่ กั เรยี นกา� ลงั เขา้ แถวเพอ่ื ฝกึ ซอ้ มยมิ นาสตกิ อยนู่ นั้ นักเรียนคนหนึ่งได้เบียดเข้าในแถวเพื่อรอการปฏิบัติในรอบต่อไปด้วยความวิตกกังวล ส่วนนักเรียน อกี คนหนึง่ เฝ้าแตค่ รนุ่ คิดวา่ “ฉันจะท�าทา่ Back-Walkover ให้ไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ แม้มันจะทา� ให้ฉัน ต้องตาย” ภายใต้ความเงียบเธอคิดว่าเธอก�าลังออกว่ิงไปอีกครั้ง ในความคิดน้ันเธอคิดว่า “ถ้าฉนั ทา� ทา่ Back-Walkover ขณะทเี่ ทา้ นา� ของฉนั สมั ผสั พน้ื ไปดา้ นหลงั หา่ งจากมอื ประมาณ 1 ½ ถงึ 2 ฟตุ เขา่ ของขาหนา้ ของฉนั จะตอ้ งไมง่ อมากเกนิ ไป โดยตอ้ งจดั ใหข้ าตรง ปลายเทา้ ช ้ี แขนเหยยี ดตรง ศรี ษะอยรู่ ะหวา่ งแขนทงั้ สอง ตามองไปทางด้านหลัง” เมื่อถึงเวลาที่เธอต้องปฏิบัติ เธอเคลื่อนเข้าต�าแหน่งของการเร่ิมต้นและเร่ิมต้นปฏิบัติ ขณะท่ี เท้าน�าของเธอสัมผัสพื้นตรงไปทางด้านหลังของศีรษะของเธอ แขนของเธอเหยียดและเธอรู้สึกได้ เธอจงึ เงยหนา้ และมองไปท่ีพืน้ ในขณะท่ีเธอปฏบิ ัตผิ ู้ฝกึ สอนจบั ท่ีเทา้ ของเธอ ผฝู้ กึ สอนถามถงึ การปฏิบตั ิของนักกฬี า “เธอท�าไดแ้ ล้วหรือยงั ” “ไดแ้ ล้วค่ะ!” เธอตอบและหายใจออกทางจมกู “ฉนั จะท�าท่า Back-Walkover ใหไ้ ด้ แมม้ นั จะท�าให้ฉันต้องตาย” ขณะท่ีเธอยิงฟันย้ิมออกมา ผู้ฝึกสอนผงกศีรษะและย้ิมรับ “ใช่ ฉันรู้ ว่าเธอ จะตอ้ งทา� ได้” 99

ค่มู ือวธิ ีการฝึกสอนกีฬาที่มปี ระสทิ ธิภาพ 10

คมู่ อื วคิธีกมู่ าือรฝวกึ ธิสอกี นากรฬี ฝาทึก่มี สปี อระนสกิทธีฬภิ าาพทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ ค�าถามซง่ึ ทา้ ทายผูฝ้ ึกสอนทีเ่ กดิ ข้นึ จากตวั อย่างน ี้ ได้แก่ • ผู้ฝึกสอนมีวิธีการท่ีสามารถแบ่งความสมดุลระหว่างการเสริมแรงที่ดีตามความต้องการของ ผู้เรียนกับวิธีการเสริมแรงในทางลบเพื่อเน้นข้อผิดพลาด และช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ ตามทีต่ ้องการหรือไม่ • เม่ือผู้ฝึกสอนจะสอนทักษะให้นักกีฬาในระดับเยาวชน ควรมีวิธีการสอนแบบใดท่ีจะใช้สลับ กับวิธีการแจง้ ผลย้อนกลบั ที่เกดิ จากความผดิ พลาดใหแ้ กน่ ักกีฬา • ผู้ฝึกสอนจะมีวิธีการชมเชยและต�าหนินักกีฬาเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดให้ถูกต้องในอัตราส่วน ท่ีแน่นอนเทา่ ไร กรณี “เป้าหมายในการฝึกนักว่ายนา้� ” ผชู้ ว่ ยผฝู้ กึ สอนคนหนง่ึ ทท่ี า� งานอยใู่ นรา้ นขายเครอื่ งโลหะ และเขาฝนั ทจี่ ะไดเ้ ปน็ ผฝู้ กึ สอนวา่ ยนา้� เขาเปน็ นกั กฬี าวา่ ยนา้� ทชี่ นะเลศิ ระดบั ทอ้ งถน่ิ ในเวลาตอ่ มาเขาไดเ้ ปน็ ผชู้ ว่ ยผฝู้ กึ สอนในทมี วา่ ยนา้� ของ สโมสรกฬี าวา่ ยนา�้ ระดบั เยาวชนกลมุ่ เลก็ ๆ อกี 2-3 ปตี อ่ มาเขาสามารถชนะไดอ้ นั ดบั ท ี่ 3 ในการแขง่ ขนั ว่ายน้�าชิงชนะเลิศระดับชาติ และต่อมาไม่นานผู้ช่วยผู้ฝึกสอนคนนี้ได้เป็นเจ้าของสถิติการแข่งขัน วา่ ยฟรสี ไตลร์ ะยะ 100 เมตร เขาไดอ้ า่ นหนงั สอื เกยี่ วกบั ตา� ราและวธิ สี อนวา่ ยนา้� ทเี่ ขยี นโดยผเู้ ชยี่ วชาญ ท�าให้เขามีความรู้เกี่ยวกับการว่ายน้�าเพิ่มข้ึน และท�าให้เขารู้ว่าทีมว่ายน�้าของเขาต้องการความ ชว่ ยเหลอื อะไรบา้ ง เขารจู้ ุดออ่ นท่ีนกั กีฬาวา่ ยน�้าท�าผิดพลาด ปญั หาของเขาอยทู่ ค่ี วามยุง่ ยากในการ สอื่ สารกบั นกั กฬี า ดว้ ยเหตใุ ดไมท่ ราบทนี่ กั กฬี าไมย่ อมรบั ฟงั เขา เขาสงั เกตเหน็ วา่ เมอ่ื หวั หนา้ ผฝู้ กึ สอน ท�าการฝึก นักว่ายน้�ามีความกลัว ท�าให้นักกีฬารับฟังการสอนและปฏิบัติการฝึกว่ายน�้าอย่างหนัก ในระหวา่ งการฝกึ เม่ือหวั หน้าผู้ฝึกสอนกลับไปโดยปล่อยให้เขาซง่ึ เป็นผู้ช่วยผูฝ้ กึ สอนทเ่ี ป็นนักว่ายน�า้ ดา� เนินการฝกึ ต่อ การฝึกไดเ้ ปล่ยี นเปน็ ความยงุ่ เหยิงอลหม่าน การวา่ ยน�า้ เกิดความผิดพลาดอยา่ งมาก เช่น ความผิดพลาดในการเปลี่ยนจังหวะการว่าย มีความผิดพลาดในการว่ายน�้าและการกลับตัว ที่ขอบสระ ท�าให้การกลับตัวเพ่ือว่ายเที่ยวใหม่ ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ท�าให้ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนอารมณ์เสีย และตะโกนดว้ ยเสยี งอนั ดงั พรอ้ มทงั้ ขวา้ งนกั กฬี าดว้ ยแผน่ โฟมทชี่ ว่ ยวา่ ยลงในสระนา�้ ทา� ใหน้ กั กฬี าเกดิ ความวิตกกังวลไปต่างๆ นานา บางคนเกิดความรู้สึกว่าไม่ดีก่อนท่ีจะส้ินสุดการฝึก นักกีฬาทุกคน ในทีมมคี วามรู้สกึ อย่างเดยี วกันว่าผ้ชู ่วยผ้ฝู ึกสอนกระทา� ในสิ่งท่ีไมส่ มควร ส่วนผู้ชว่ ยผู้ฝึกสอนกค็ ิดวา่ 11 11

คู่มือวิธีการฝกึ คสูม่ ออื นวธิ กีกาีฬรฝากึทสี่มอีปนกรฬี ะสาทิทีม่ ธีปิภระาสพิทธิภาพ “ฉันตอ้ งการเปน็ ผู้ฝึกสอนท่ีแท้จริง” เขาหัวเสียและคิดวา่ “ฉันตอ้ งท�าอะไรสกั อยา่ งในสิ่งท่ฉี ันยงั ไม่มี ความรพู้ ้ืนฐานในดา้ นการฝกึ สอนกฬี าอยา่ งเพียงพอ” คา� ถามซง่ึ ทา้ ทายผู้ฝกึ สอนท่เี กิดข้นึ จากตวั อย่างน ี้ ได้แก่ • ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนควรจะใช้กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพอะไรบ้างในการสื่อสารกับนักกีฬา ระดบั เยาวชน • ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนมีเหตุผลใดที่ “ต้องปฏิบัติและไม่ปฏิบัติ” กับนักกีฬาในระดับเยาวชนท่ีท่าน เปน็ ผฝู้ กึ • ผชู้ ว่ ยผฝู้ กึ สอนควรจะกา� หนดระเบยี บและวธิ กี ารลงโทษทเ่ี หมาะสมทส่ี ดุ สา� หรบั นกั กฬี าในการ เขา้ ร่วมในทมี และการละเมิดกฎระเบียบอยา่ งไรบ้าง • ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนจะมีวิธีการในทางบวกท่ีจะน�ามาใช้ในการลดปัญหาทางด้านพฤติกรรม ท่ีไมเ่ หมาะสมของนกั กฬี าระดบั เยาวชนในการฝึกกฬี าได้อยา่ งไรบา้ ง • เมือ่ ใดทผ่ี ู้ชว่ ยผฝู้ กึ สอนควรมกี ารเสริมแรงนักกีฬาในทางลบและอยา่ งไรบา้ ง กรณี “ปญั หาการบริหารเวลา” นกั กีฬาเบสบอลอายุ 16 ป ี เกิดความเบ่ือหนา่ ยต่อนักกฬี าอายุ 17 และ 18 ป ี ท่เี อาแต่นง่ั อยทู่ ่ี ม้านง่ั รอบสนาม เพอ่ื เฝ้ามองดพู วกรุ่นนอ้ งฝึกและบ่นอยา่ งไม่พอใจ วา่ “ปล่อยใหเ้ วลาในการฝึกผา่ นไปต้ังครง่ึ ช่ัวโมงแลว้ ” “ผฝู้ กึ สอนกย็ งั ไมม่ าถงึ สนาม” “ถา้ พวกเรามีอุปกรณ์ เราก็คงสามารถฝึกได้ด้วยตนเอง” “แตอ่ ปุ กรณ์อยู่ในรถของผู้ฝึกสอน” “หากผู้ฝกึ สอนไมล่ มื เราคงไดฝ้ กึ ” “นัน่ ! ผ้ฝู ึกสอนมาแล้ว ผูฝ้ กึ สอนอย่ใู นรถของเขาและกา� ลังหาทจี่ อดในลานจอดรถ” ผฝู้ กึ สอนกา้ วออกจากรถและเรม่ิ คน้ และหยบิ อปุ กรณใ์ นสว่ นทา้ ยของรถ ภายหลงั จากทโี่ คช้ หยบิ ตะกร้าใส่อุปกรณ์ออกมาแล้วแต่ไม่สามารถหาอุปกรณ์ในการฝึกได้ครบ นอกจากหนังสือท่ีเขายืม มาจากห้องสมุด 12 12

คู่มคอื วมู่ ธิ ีกือาวรฝิธึกกี สาอรนกฝฬี ึกาทสี่มอปี นระกสีฬิทธาิภทาพีม่ ีประสิทธภิ าพ “ทีมเราจะเริม่ แข่งขนั คร้งั แรกในฤดนู เ้ี มื่อไหร่ครับ” นักกฬี าคนหน่ึง ถามผ้ฝู กึ สอน “นนั่ เปน็ การเตือนความจ�าของฉนั ฉนั เตรียมกา� หนดการแขง่ ขนั ใหมม่ าใหพ้ วกเธอแลว้ มันอยู่ ในรถของฉนั เธอจงไปเอามันมาจากตะกร้าในรถของฉนั ท”ี เมื่อนักกีฬาไปที่ลานจอดรถท่ีมีรถจอดอยู่มากมาย เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากตึก และเรียกชื่อผูฝ้ ึกสอน และแจ้งว่า คุณลืมเขา้ ประชุม การประชุมเรม่ิ มาประมาณครึ่งชว่ั โมงแลว้ ” “โอ ฉันลมื สนิทเลย” ผฝู้ ึกสอนพดู พึมพา� อยู่ในลา� คอ ในขณะท่ี นักกีฬาตะโกนมาจากท้ายรถว่า “ผมหากา� หนดแขง่ ขนั ในตะกรา้ ไมพ่ บ” “แนใ่ จวา่ เก็บไวใ้ นตะกร้าหรอื ครับ” ค�าถามซ่งึ ทา้ ทายผู้ฝึกสอนท่ีเกดิ ขึน้ จากตวั อยา่ งนี ้ ได้แก่ • ผู้ฝึกสอนสามารถจัดตารางเวลาในการฝึกนักกีฬา ก�าหนดข้อตกลงกับผู้ปกครอง และผทู้ ี่เก่ียวขอ้ งใหเ้ หมาะสมได้อยา่ งไร • ผฝู้ กึ สอนจะมวี ธิ กี ารจดั การเกย่ี วกบั เวลาการฝกึ เวลาวา่ ง และมวี ธิ กี ารจดั การดา้ นงานบคุ คล ของตนให้มีประสทิ ธิภาพให้พัฒนาก้าวหน้าได้อยา่ งไร วตั ถปุ ระสงคข์ อง “การฝกึ สอนกีฬา” มีค�าถามท่ีว่า ผู้ฝึกสอนสามารถปฏิบัติงานในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันได้ดีเท่ากันหรือไม่ บางท่านอาจปฏบิ ตั ไิ ด้ ถงึ แมว้ ่าทา่ นจะเปน็ ผฝู้ ึกสอนนักกฬี าในระดับมธั ยมศึกษา ในระดบั อุดมศกึ ษา หรือแม้แต่ผู้ฝึกสอนระดับสโมสรของชุมชน ผู้ฝึกสอนในระดับอาชีพ หรือองค์กรอาสาสมัคร ทา่ นตอ้ งเผชญิ กบั ปญั หาดงั กลา่ วขา้ งตน้ อยา่ งไมต่ อ้ งสงสยั และความทา้ ทายตา่ งๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในการฝกึ สอน ไม่ใช่เรื่องง่าย จากการศึกษาพบว่า “ร้อยละ 50 ของเกมการแข่งขันเป็นเรื่องของจิตใจ และอีกร้อยละ 50 เป็นเรื่องของรา่ งกาย” ทุกครั้งที่ผู้ฝึกสอนก้าวเข้าไปในสนามกีฬาท่ีรับผิดชอบ ผู้ฝึกสอนก็ต้องพบกับค�าถามมากมาย และเป็นค�าถามที่หาค�าตอบได้ยาก แต่อย่างน้อยก็เป็นค�าถามที่จะช่วยให้คุณเป็นผู้ฝึกสอนที่ดีข้ึน คุณอาจจะอ่านหนังสือท่ีเกี่ยวกับการฝึกสอนมาแล้ว เพราะมีเอกสารที่เกี่ยวข้องจ�านวนมากมีตีพิมพ์ ออกมาสูส่ าธารณะ เชน่ วารสารด้านการกีฬา และบทสมั ภาษณผ์ ู้ฝึกสอนทเี่ ก่ียวกับการเลน่ และแบบ การฝึกในกีฬาชนิดตา่ งๆ ท่ีคุณสามารถค้นคว้าได้จากหนังสือในกฬี าหลายชนดิ ทง้ั ในและต่างประเทศ หนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับทักษะที่จ�าเป็นในการแข่งขัน เช่น ฮอกกี้ ฟุตบอล บาสเกตบอล หนังสือทุกเล่มจะเขียนเก่ียวกับเรื่องราวที่ผู้ฝึกสอนจะต้องสอน บางเล่มเขียนเกี่ยวกับเร่ืองท่ีผู้ฝึกสอน 13 13

ค่มู ือวธิ กี ารฝึกสอนกฬี าท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ จะต้องกระท�าเพ่ือให้ประสบความส�าเร็จ เร่ืองท่ีผู้ฝึกสอนต้องสอนและเร่ืองท่ีผู้ฝึกสอนต้องปฏิบัติ และเรือ่ งทตี่ อ้ งศกึ ษาว่ามปี ระเดน็ ส�าคัญอะไรบ้าง สง่ิ สา� คญั หนงั สอื สว่ นใหญจ่ ะเขยี นเรอื่ งวธิ กี ารสอน และวธิ กี ารเปน็ “ผฝู้ กึ สอนทด่ี ”ี สงิ่ ทผ่ี ฝู้ กึ สอน ต้องพิจารณาก็คือว่า จะสอนอะไรและสอนอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ ประเด็นหลักที่เน้นคือค�าว่า “ประสทิ ธภิ าพ” นอกจากนี้ยังมคี วามแตกต่างของค�าวา่ “สิ่งทค่ี วรฝึก” กับค�าว่า “สง่ิ ทจี่ �าเป็นตอ้ งฝกึ ” เพื่อท�าให้นักกีฬาทุกคนมีความสามารถ ความกระฉับกระเฉง และมีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเล่น (โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ นกั กฬี าทเ่ี รมิ่ หดั เลน่ ) ผฝู้ กึ สอนตอ้ งรคู้ วามแตกตา่ งระหวา่ งสง่ิ ทค่ี วรปฏบิ ตั ใิ นระหวา่ ง การแขง่ ขนั และการส่ือสารหรอื บอกขอ้ มูลน้นั แก่นักกฬี า เพอื่ ใหเ้ ขาแสดงความสามารถไดอ้ ยา่ งเต็มที่ ผู้ฝึกสอนจะสอนทักษะให้นักกีฬาแต่ละบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพได้หรือไม่ ค�าตอบคือได้ โดยผู้ฝึกสอนท่ีจะต้องท�าให้นักกีฬาต้ังใจ ยอมรับฟัง และสอนนักกีฬาให้ปฏิบัติอย่างเต็มศักยภาพ ในขณะเดียวกันก็ท�าให้การเรียนมีความสนุกสนานด้วย จึงสรุปว่ามีวิธีสอนกีฬาที่ช่วยให้ผู้ฝึกสอน สามารถช่วยแก้ปญั หาในการฝึกสอนของเขาได้แนน่ อน ค�าตอบของค�าถามดังกล่าวข้างต้นมีทางเป็นไปได้ เพราะเร่ืองนี้ได้มีการศึกษาวิจัย โดยนักวิจัย ทางด้านพฤติกรรมศาสตร์ท่ีได้ค้นคว้าและพัฒนาเทคนิคในการปรับพฤติกรรม ท่ีเรียกว่า การปรับ พฤตกิ รรมหรอื การวเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมประยกุ ต ์ เพอื่ ชว่ ยใหง้ านดา้ นการศกึ ษา ดา้ นสงั คม ดา้ นจติ วทิ ยา และด้านการฟื้นฟูทางด้านการแพทย์ และได้มีการสรุปผลการทดลองออกมาอย่างชัดเจนว่า ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันการเรียนรู้ทักษะใหม่จะพัฒนาไปอย่างไม่ลดละ หรือการขจัดนิสัย ท่ีไม่ดีได้ จากน้ันได้มีการน�ากระบวนการปรับพฤติกรรมมาใช้ซ่ึงล้วนแต่เป็นวิธีการท่ีใช้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพมาแล้วทั้งสิ้น เวลาส่วนใหญ่ที่ใช้ในการศึกษาวิจัยและผลการวิจัยในช่วง ก่อนหน้าน้ี แสดงให้เห็นว่าเทคนิคดังกล่าวสามารถช่วยฝึกสอนกีฬาชนิดต่างๆ ได้ (Martin and Hrycaiko, 1983) โดยทั่วไป พฤติกรรมการฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ จะประกอบด้วยวิธีการ ปรับพฤตกิ รรมท้ังของผู้ฝึกสอนและนักกีฬามาใช้ใหม้ ีประสทิ ธิภาพใหม้ ากขึน้ วตั ถปุ ระสงคข์ องหนงั สอื เลม่ นจี้ งึ ตอ้ งการทจี่ ะอธบิ ายเทคนคิ ตา่ งๆ ทเี่ ขา้ ใจไดง้ า่ ยเพอื่ ใหผ้ ฝู้ กึ สอน หรือผู้สอนวิชาพลศึกษาสามารถปรับไปใช้กับกีฬาท่ีตนสอน โดยสามารถศึกษาจากภาคปฏิบัติ หรือ พสิ จู นจ์ ากวธิ กี ารสอนทกั ษะพน้ื ฐาน การแกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาด การจงู ใจผเู้ ลน่ ใหฝ้ กึ ปฏบิ ตั ดิ ว้ ยความอดทน การพฒั นาด้านจติ ใจของนกั กีฬาและทมี ตลอดจนความสามัคคีในการแข่งขนั อยา่ งเต็มความสามารถ และบูรณาการงานในหน้าท่ีการฝึกสอนท่ีมีประสิทธิภาพ เข้ากับหน้าท่ีความรับผิดชอบตามข้อตกลง อ่นื ๆ ไดด้ ้วย 14 14

คมู่ อื วคิธีกมู่ าือรฝวึกิธสอีกนากรีฬฝาทึกม่ี สปี อระนสิทกธีฬิภาาพท่มี ีประสทิ ธภิ าพ “ผฝู้ ึกสอน (Coach) คอื ผู้เกย่ี วขอ้ งในกระบวนการ ที่เขาต้องปฏบิ ตั ิหน้าท่ีโดยตรงในฐานะท่เี ปน็ ผู้นา� ” 15 15

ค่มู อื วิธีการฝึกคสู่มออื นวิธกกี าีฬรฝากึทสีม่ อปีนกรีฬะสาททิ ม่ี ธีปิภระาสพิทธภิ าพ บทท่ี 2 พฤติกรรมการฝึกสอนท่ีมีประสิทธิภาพ ผูฝ้ ึกสอน (Coach) เป็นค�าท่ีรู้จักกันดีในหมนู่ กั กีฬา ผฝู้ กึ สอน หมายถงึ ผทู้ ฝี่ กึ กีฬาเพือ่ การเล่น หรือการแข่งขัน ปัจจุบันในประเทศไทยผู้ฝึกสอนกับครูพลศึกษาในสถานศึกษาส่วนใหญ่จะเป็นคน ๆ เดียวกัน อาจจะแตกต่างกันบ้างในโรงเรียนกีฬาที่ผู้ฝึกสอนจะได้รับมอบหมายหน้าท่ีให้ฝึกซ้อม ควบคุมและน�านักกีฬาเข้าร่วมในการแข่งขันในรายการต่างๆ และเป็นการเรียนการสอนท่ีมีการวัด และประเมนิ ผลตามหลกั สตู รโรงเรยี นกฬี าโดยเฉพาะ ลิลล่ี จอห์น (Lyle John, 1986) กล่าวไว้ว่า ผู้ฝึกสอนกีฬา (Coach) คือบุคคลท่ีเกี่ยวข้อง ในกระบวนการท่ีเขาต้องปฏิบตั หิ น้าท่โี ดยตรงในฐานะที่เปน็ ผนู้ า� ดังน้ัน ผู้ฝึกสอนก็คือครู งานของผู้ฝึกสอนก็คือ การให้ค�าแนะน�า และถ่ายทอดความรู้ เรอ่ื งกฬี าทต่ี นรบั ผดิ ชอบเพอ่ื ใหน้ กั กฬี าพฒั นาเตม็ ศกั ยภาพ ทตี่ อ้ งอาศยั หลกั การสอนและหลกั จติ วทิ ยา เข้ามาเกย่ี วขอ้ ง (พรสวรรค์ สระภักด ์ิ : 2536) สว่ นค�าว่า พฤตกิ รรมนนั้ (Behavior) หมายถึง สิ่งท่ีบุคคลแสดงออกหรอื อาจเรยี กว่า บคุ ลกิ ภาพ บางครง้ั เราไมส่ ามารถหาสาเหตขุ องพฤตกิ รรมไดช้ ดั เจน (หลยุ จา� ปาเทศ) กลา่ ววา่ การปรบั พฤตกิ รรม คือการใชห้ ลกั การเรยี นรแู้ ละหลกั จิตวทิ ยามาใช้ในการแกไ้ ขพฤติกรรมที่เปน็ ปัญหา (อาภา จนั ทรสกลุ และ อญั ชนั เกียรตบิ ุตร) ประสทิ ธภิ าพ (Effective) หมายถึง การทา� งานทมี่ ีคุณภาพและบรรลตุ ามความคาดหมาย โดย ใชก้ ารจัดการกบั ทรพั ยากรและเวลาไดอ้ ย่างประหยัดและคมุ้ คา่ (Longman Dictionary : 1984) กลา่ วโดยทวั่ ไป พฤตกิ รรมการผฝู้ กึ สอนทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ คอื การทผ่ี ฝู้ กึ สอนกฬี าปฏบิ ตั ติ ามหลกั พฤติกรรมศาสตร์และหลักจิตวิทยา เพื่อปรับและรักษาทักษะของนักกีฬาให้คงท่ี หรืออีกความหมาย หนึ่งของพฤตกิ รรมการฝึกสอนคอื การรวบรวมความรหู้ ลักการต่างๆ ท่เี กีย่ วขอ้ งกบั งานของผฝู้ กึ สอน และสามารถนา� ความรแู้ ละประสบการณม์ าแสดงออกในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทใี่ หป้ ระสบผลสา� เรจ็ ผฝู้ กึ สอน ที่มปี ระสิทธิภาพมคี ณุ ลักษณะดงั ต่อไปน ี้ (Martin และ Lumsden : 1987) 16 16

คมู่ คือวมู่ ิธกีอื าวรฝิธกึ กี สาอรนกฝฬี กึ าทสมี่ อีปนระกสีฬิทธาิภทาพ่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ 1. สามารถตั้งเป้าหมายและคาดหวังผลสัมฤทธ์ิจากการแสดงทักษะของนักกีฬา เพื่อวัดและ ประเมินผลทกั ษะของนักกฬี า หรือประเมนิ ความสามารถในตัวผฝู้ ึกสอนเองไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 2. สามารถใช้วิธีการปรับพฤติกรรมเฉพาะของนักกีฬาให้มีประสิทธิภาพตามท่ีได้มีการศึกษา ทดลองมากอ่ น 3. จดจา� ความแตกตา่ งระหวา่ งการพฒั นาพฤตกิ รรมใหมแ่ ละรกั ษา (หรอื จงู ใจ) พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ิ อยใู่ นระดบั ท่ีเป็นที่ยอมรับ และใช้วธิ ีการทางบวกตามท่ีท�าส�าเร็จทงั้ สองประการ 4. มีการบันทึกระดับของความสามารถ ความส�าเร็จ และพัฒนาการไว้เปรียบเทียบกับระดับ ทักษะและความสามารถเดิมของนกั กีฬาทม่ี อี ยู ่ หรอื เปรียบเทียบกับนักกีฬาคนอน่ื ๆ 5. มกี ารบนั ทกึ ผลการสอนไว ้ เพือ่ ใช้ประเมนิ ตนเอง และพฒั นาพฤตกิ รรมการฝึกสอนของตน อยเู่ สมอ 6. มีการสรุป รวบรวมและประเมินผลนักกีฬาตามเป้าหมายอยู่เสมอ ยอมรับวิธีการฝึกสอน ทใ่ี ชไ้ ด้ผลดีมาแล้ว และพยายามรักษาระดับของผลสมั ฤทธิท์ ่ดี ขี องนกั กีฬาไว้ ลกั ษณะพฤติกรรมการฝกึ สอนกฬี าท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ เจษฎา เจยี ระไน (2530) กลา่ วว่า พฤตกิ รรมการฝึกสอนกฬี าเป็นงานทที่ า้ ทายความสามารถ อย่างหน่ึง เพราะเป็นงานท่ีท้ังสามารถจะคาดเดาสถานการณ์และไม่สามารถที่จะคาดคะเนได้ถูกต้อง ผทู้ จ่ี ะทา� หนา้ ทโี่ คช้ ตอ้ งยอมรบั การปฏบิ ตั งิ านทมี่ คี วามเสยี่ ง แตเ่ ปน็ งานทส่ี รา้ งสรรคแ์ ละพฒั นานกั กฬี า ระดับเยาวชนได้เป็นอยา่ งดี ลักษณะพฤติกรรมการฝึกสอนกีฬาที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วยคุณลักษณะของพฤติกรรม 6 ประการ ดังนี้ 1. มีการวดั ความสามารถของนกั กีฬาเป็นประจ�า ขั้นตอนแรก ผู้ฝึกสอนจะต้องก�าหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมของกีฬาท่ีเข้าใจง่าย และสามารถวัด และประเมนิ ผลพฤตกิ รรมนกั กฬี าไดเ้ ปน็ อยา่ งด ี สามารถนา� มาใชป้ ระเมนิ ประสทิ ธภิ าพของการฝกึ สอนได ้ และจุดประสงค์ในการรักษาทกั ษะทคี่ วรกา� หนดไว ้ มีดังน้ ี 17 17

คูม่ ือวิธีการฝกึ คส่มู ออื นวธิ กีกีฬาราฝทึกส่ีมอปีนกรีฬะสาททิ ่ีมธีปิภระาสพทิ ธภิ าพ 1.1 ต้องการใหเ้ กดิ ทกั ษะหรือพฤตกิ รรมในขณะฝึกหดั ได้แก ่ 1) ให้นกั กฬี ามงุ่ ม่นั และต้ังใจฝกึ 2) ให้นกั กฬี าเปน็ ผ้ฟู ังทดี่ ีในขณะท�าการสอน 3) ให้นกั กีฬาฝึกทักษะท่ีเหมาะตามวิธีการทแี่ นะน�า 4) ใหป้ ฏบิ ัตติ ามข้นั ตอนของเทคนคิ ท่ดี ีในระหว่างการฝึกด้วยความอดทน 5) ใหฝ้ กึ ทักษะซ�า้ อย่างต่อเนอ่ื งและไม่หยดุ บอ่ ยหรอื นาน 6) ให้ฝึกทกั ษะด้วยความเรว็ และหนกั หนว่ งเหมาะสมกับความสามารถ 7) ให้นักกีฬาฝึกด้วยวิธีการท่ีไม่เครียดและมีจินตภาพ เพ่ือให้นักกีฬาน�าไปใช้ ในการแขง่ ขันไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 1.2 ทักษะหรอื พฤตกิ รรมทต่ี ้องการใหเ้ กิดข้ึนในการแข่งขัน ไดแ้ ก่ 1) ให้นกั กฬี ารู้วิธกี ารอบอุ่นร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อ และมีความพร้อมที่จะแขง่ ขนั 2) ให้นักกีฬามที ักษะและสามารถวดั พฒั นาการได้ เชน่ จับเวลา หรอื วัดระยะได้ 3) ให้นักกีฬาแสดงความสามัคคีเป็นน้�าหน่ึงใจเดียวกัน และมีส่วนในการช่วยเหลือ เพ่อื นในทมี ได ้ 4) ให้นักกีฬามีน�้าใจนักกีฬาและลดพฤติกรรมท่ีเบี่ยงเบนให้มากท่ีสุด เช่น สัมผัสมือ กบั คแู่ ข่งขัน หรือยอมรับการตัดสนิ เป็นตน้ ข้ันตอนท่สี อง ผู้ฝึกสอนควรปรับพฤติกรรมของนักกีฬาตามที่ก�าหนดอย่างเป็นระบบ สามารถอธิบายและ ประเมนิ วธิ ปี ฏบิ ตั ติ ามองคป์ ระกอบของพฤตกิ รรมทกี่ า� หนด รวบรวมขอ้ มลู พน้ื ฐานไวป้ ระเมนิ พฤตกิ รรม การฝกึ สอนทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ หรอื ประเมนิ พฒั นาการของนกั กฬี าได ้ มกี ารบนั ทกึ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั นกั กฬี าไว้ เช่น สถติ ใิ นการยิงประต ู การรบั สง่ ทดี่ แี ละเสีย การเสริ ์ฟ เปน็ ตน้ นอกจากข้อมลู ดงั กล่าวแล้ว ยงั ควรบนั ทึกวธิ ีการหรือพฤตกิ รรมทงั้ ทางบวกและลบ เชน่ คา� พดู ท่ี สามารถกระตุ้นหรือจูงใจ พฤติกรรมทีน่ กั กฬี าแสดงวา่ ไมพ่ อใจ เป็นตน้ 2. มคี วามสามารถในการศกึ ษาวิธกี ารปรบั พฤติกรรม ผฝู้ กึ สอนทม่ี คี ณุ ลกั ษณะพฤตกิ รรมการฝกึ สอนทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถนา� ผลการศกึ ษาวจิ ยั ที่เช่ือถือได้มาใช้ปรับพฤติกรรมและพัฒนาการเรียนรู้ของนักกีฬา โดยอาศัยหลักความจริงที่ว่าความ ส�าเรจ็ สว่ นใหญเ่ กิดการปรับพฤตกิ รรม 18 18

คมู่ คอื วูม่ ธิ กีอื าวรฝิธึกกี สาอรนฝกีฬกึ าทสี่มอปี นระกสีฬทิ ธาภิ ทาี่มพีประสิทธภิ าพ ตามหลักจิตวิทยา ผู้ฝึกสอนเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในการปรับพฤติกรรม หากการประยุกต์หลักวิชา จติ วทิ ยาทเ่ี กยี่ วขอ้ งมาใชใ้ นการแกป้ ญั หา การสอนทกั ษะใหม ่ และรกั ษาระดบั ทกั ษะทใี่ ชใ้ นการแขง่ ขนั ตลอดจนการจดั บรหิ ารโปรแกรมกฬี าของทมี 3. มวี ธิ กี ารพัฒนาและรกั ษาพฤติกรรมทเี่ กิดขนึ้ พฤติกรรมการฝึกสอนท่ีดีคือ ความสามารถในการสอนทักษะใหม่และสามารถปรับทักษะ ของนักกีฬาที่มีอยู่ให้สูงย่ิงข้ึนให้เต็มศักยภาพ ตลอดจนใช้วิธีการฝึกและเทคนิคการสอนในการปรับ และรกั ษาพฤติกรรมนกั กีฬาไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ โดยอาศัยหลกั การฝึกสอนด้านตา่ งๆ เช่น การสอน การสาธติ การแนะนา� ทักษะ การสร้างสถานการณจ์ �าลอง ใหร้ างวลั และการแกไ้ ขข้อผิดพลาดท่ีเกิดขน้ึ การจูงใจ (Motivation) เป็นพื้นฐานของพฤติกรรมที่นักกีฬาต้องการ ผู้ฝึกสอนควรใช้ การจงู ใจเปน็ วธิ ที จ่ี ะรกั ษาทกั ษะของนกั กฬี าไว ้ เชน่ การพดู กระตนุ้ ใหน้ กั กฬี าเหน็ ความชนื่ ชมของผชู้ นะ และความผิดหวังของผู้แพ้ เพ่ือเป็นการจูงใจให้นักกีฬาพยายามฝึกทักษะให้ช�านาญจนถึงที่สุด เพอ่ื ใชใ้ นการแขง่ ขนั แตก่ ารจงู ใจดว้ ยการพดู ดงั กลา่ วเพยี งอยา่ งเดยี วอาจไมเ่ พยี งพอทร่ี กั ษาระดบั ทกั ษะ ทีฝ่ กึ มากอ่ นไวไ้ ด ้ การจูงใจจึงเป็นปัจจัยท่ีส�าคัญในการสร้างความสมบูรณ์และความพร้อมให้นักกีฬา ท�าให้ นักกีฬามีพลัง มีความกระตือรือร้น เกิดความเช่ือม่ันในตนเอง เกิดความรู้สึกท่ีดีต่อการมีวินัยและ คณุ ธรรมตา่ งๆ หรอื ตอ้ งการพฒั นาและปรบั ปรงุ ตนเองหรอื พยายามใหด้ ที สี่ ดุ (พรี ะพงศ ์ บณุ ศริ ,ิ 2536) จงึ เปน็ หนา้ ทข่ี องผฝู้ กึ สอนทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพจะตอ้ งใชก้ ารสงั เกตและบนั ทกึ ขอ้ มลู การใชท้ กั ษะ ใหม่ที่จ�าเป็นของผู้เล่นทุกคนจากการแข่งขัน ต่อจากนั้น ควรน�าท้ังข้อมูลการใช้ทักษะ และระบบ การเล่นท่ีได้ผลมาตั้งเป็นจุดมุ่งหมาย ตลอดจนใช้วิธีชมเชยนักกีฬาท่ีปฏิบัติดี เพื่อรักษาระดับทักษะ ต่างๆ และศกึ ษาตอ่ ไปวา่ จะส่งผลใหท้ มี แพช้ นะหรือไม่ การปฏิบัติเช่นน้ ี ไม่เพียงแตจ่ ะเกิดประสิทธิผล ต่อการเป็นผู้ฝกึ สอนท่ดี เี ทา่ น้นั แต่ยังทา� ใหน้ กั กฬี าเล่นได้อย่างสนกุ สนานมากข้ึนอีกดว้ ย 4. มกี ารส่งเสริมใหน้ กั กฬี าบรรลคุ วามสามารถสงู สุด ลักษณะพฤตกิ รรมการฝกึ สอนที่มปี ระสิทธภิ าพ ประการท่ี 4 คือ พยายามส่งเสรมิ และสอน ให้นักกีฬาแข่งขันกับตนเองมากกว่าที่จะสอนให้แข่งขันกับระดับมาตรฐาน หรือความสามารถของ นักกีฬาอ่ืน โดยตั้งเป้าหมายการปฏิบัติทักษะและกระท�าทุกวิถีทางท่ีจะให้นักกีฬาเกิดความก้าวหน้า และส�าเร็จตามเป้าหมาย การฝึกฝนตนเองต้องมีการบันทึกสถิติ ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และแสดง ผลการประเมนิ ความกา้ วหนา้ ของการฝกึ ใหน้ กั กฬี าเหน็ เสมอ ตวั อยา่ งเชน่ ในการแขง่ ขนั วา่ ยนา้� ประเภท 19 19

ค่มู ือวิธีการฝึกคสมู่ อือนวธิ กกี าฬี รฝากึทสม่ี อปีนกรฬี ะสาททิ ่ีมธีปิภระาสพิทธภิ าพ อายุไม่เกิน 10 ปี มีนักกีฬาท่ีส่งเข้าแข่งขันท้ังหมดจ�านวน 6 คน และมีนักกีฬาที่ผู้ฝึกสอนส่งแข่งขัน 1 – 2 คน มที กั ษะด้อยกวา่ อกี 4 คนมาก ในสถานการณเ์ ชน่ น ้ี ผฝู้ กึ สอนคงไมต่ ้องการทจี่ ะไดร้ บั ชยั ชนะ เหนือนกั กีฬาอน่ื เนอื่ งจากนักกีฬาของตนเองยังด้อยประสบการณ์มาก คงไม่สามารถเอาชนะนกั กีฬา อ่ืนที่เป็นตัวเด่นในรายการแข่งขันได้ และไม่เป็นการส่งเสริมนักกีฬาใหม่ที่จะได้รับอันดับท่ี 5 หรือ 6 จากการแขง่ ขนั แตป่ ระสบการณค์ รงั้ น ้ี อาจกลายเปน็ ความพา่ ยแพท้ แ่ี สนขมขนื่ และทรมานของนกั กฬี า ท่ีจะติดตัวไปพร้อมกับความคิดที่ไม่อยากจะฝึกฝนเพ่ือชัยชนะ เราอาจแปลกใจที่เห็นผู้ฝึกสอนบางคน ตอ้ งการจะสง่ นกั กฬี าใหมแ่ ขง่ ขนั ในรายการใหญๆ่ แตผ่ ฝู้ กึ สอนบางคนอาจไมต่ อ้ งการเชน่ นนั้ ผฝู้ กึ สอน ท่ีมีประสิทธิภาพจะพยายามพัฒนาทักษะของนักกีฬาของเขาเสียก่อน และบอกให้นักกีฬารับรู้ได้โดย ไม่เสยี กา� ลงั ใจว่าการท่ีเขาจะไดอ้ นั ดบั ที่ 6 น้ันเป็นการไปแข่งขนั กับตนเองไม่ได้แขง่ ขนั กบั คนเก่ง และ เมอ่ื นักกฬี ารู้วา่ เปน็ การแขง่ ขันกับสถติ ิคร้งั หลงั สุดของตนเอง ซง่ึ มโี อกาสจะเอาชนะไดแ้ ละสามารถจะ เอาชนะไดบ้ อ่ ยจนเขามปี ระสบการณ ์ เพยี งพอทจ่ี ะแขง่ ขนั ในรายการสา� คญั อยา่ งแทจ้ รงิ ดว้ ยความยนิ ด ี สังคมกีฬาในปัจจุบันนักกีฬาต้องการ \"ชัยชนะ\" และรู้สึกว่าชัยชนะมีความหมายและความรู้สึก ท่ีดี ผู้ฝึกสอนเองก็ยอมรับว่าชัยชนะเป็นสิ่งท่ีดีที่สุด จึงไม่แปลกที่จะนึกถึงต�าแหน่งชนะเลิศ แม้ว่า ชยั ชนะจะอยไู่ กล แตผ่ ฝู้ กึ สอนทด่ี จี ะตอ้ งสรา้ งความหวงั ใหก้ บั นกั กฬี าทกุ คนไดร้ ะลกึ ถงึ เสมอ และทา� ให้ นกั กฬี าเขา้ ใจวา่ มติ แิ หง่ ความหวงั ของนกั กฬี าแตล่ ะคนประกอบดว้ ยความพยายามทจ่ี ะสรา้ งความพรอ้ ม ให้ตนเองและท�าให้ส�าเร็จตามจุดมุ่งหมายท่ีเป็นไปได้ ผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพต้องเตรียมวิธีการ ไปสชู่ ยั ชนะทเี่ ป็นไปได้ การเป็นนักกีฬา ควรจะได้ประโยชน์จากการฝึกฝนตนเองและได้รับประสบการณ์จากการ ฝกึ กลยทุ ธแ์ ละทกั ษะ มโี อกาสแขง่ ขนั กฬี าหลงั จากฝกึ ซอ้ ม และยงั ควรฝกึ สมาธอิ กี ดว้ ย ซง่ึ ในการแขง่ ขนั จะพบอยู่เสมอว่านักกีฬา บางคนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า \"เขาไม่มีสมาธิเลย\" แต่ไม่มีใครรู้และอธิบาย ได้ว่าเพราะเหตุใดนักกีฬาจึงเล่นไม่ดีอย่างกะทันหัน แต่คาดเดาเอาเองว่า อาจมีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม เช่น การบาดเจ็บ หรือการเม่ือยล้า หรือกังวลกับผลที่คาดหวัง นักกีฬาต้องได้รับการ ฝึกสมาธิเพ่ือปรับพฤติกรรมให้ถูกต้องด้วยตนเองก่อนที่จะมีผลกระทบต่อการแข่งขัน ผู้ฝึกสอนต้อง ควบคุมพฤติกรรมเพื่อช่วยให้นักกีฬาสามารถรักษาระดับสุดยอดของการเล่นเอาไว้ได้ หากพบว่ามี สถานการณท์ ท่ี า� ใหน้ กั กฬี าตอ้ งปรบั พฤตกิ รรมในชว่ งใด ผฝู้ กึ สอนควรจดบนั ทกึ ขอ้ มลู ของสถานการณน์ น้ั เพอื่ เตรยี มปรบั ปรงุ นกั กฬี าอยา่ งเปน็ ขน้ั เปน็ ตอน และยกระดบั ความสามารถดา้ นจติ ใจของนกั กฬี า โดย ผฝู้ กึ สอนควรฝกึ วธิ กี ารควบคมุ ตนเองของนกั กฬี าใหด้ ี เพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ หน้ กั กฬี าเสยี สมาธจิ นตอ้ งพา่ ยแพ้ 20 20

ค่มู อื วธิ ีการฝึกคสมู่ ออื นวิธกกี าีฬรฝากึทสีม่ อปีนกรีฬะสาทิที่มธปี ิภระาสพทิ ธิภาพ ผู้ฝึกสอนควรเรียนรู้วิธีการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติงาน การฝึกสอนท่ีมี ประโยชนค์ อื การไดร้ บั ประสบการณท์ ม่ี คี ณุ คา่ เปน็ การตอบแทนการปฏบิ ตั งิ าน การกา� หนดจดุ มงุ่ หมาย ถือว่า เป็นพฤติกรรมท่ีเกิดจากตัวเองสามารถช่วยไม่ให้เกิดความสับสนวุ่นวายใจ ความผิดพลาด ความโกรธหรอื ความรสู้ กึ ทวี่ า่ \"ไมร่ วู้ า่ ผดิ อะไร\" ผฝู้ กึ สอนทด่ี คี วรตงั้ จดุ มงุ่ หมายและทา� การประเมนิ ตนเอง อย่างซื่อสัตยซ์ ง่ึ เปน็ วธิ ีการแกไ้ ขสงิ่ ท่ีทา� ผิดพลาดใหถ้ กู ต้องได ้ นอกจากการก�าหนดจุดมุ่งหมายอย่างไตร่ตรองและพยายามปรับพฤติกรรมที่บกพร่องแล้ว ผู้ฝึกสอนควรยอมรับการกระท�าของนักกีฬาทุกคนท่ีกระท�าในการเล่นว่าได้ท�าส่ิงท่ีดีและมีคุณค่าท่ีสุด แลว้ เมอ่ื เขารวู้ า่ ทา่ นเปน็ คนดจี งึ เปน็ การงา่ ยมากทจี่ ะปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทด่ี ี โดยประเมนิ ตนเองอยา่ งมรี ะเบยี บ การปฏิบัติการทดลอง และประเมินคุณลักษณะท่ีดีของผู้ฝึกสอนซ�้าๆ จะเป็นหลักประกันความส�าเร็จ ในอาชีพผู้ฝึกสอนได ้ 6. มีการปรบั พฤติกรรมจากมุมมองของสังคม ลักษณะส�าคัญของพฤติกรรมการฝึกสอนที่ดี เก่ียวกับมุมมองของสังคม ซึ่งในทางจิตวิทยา เรียกคุณลักษณะเช่นนี้ว่า ความคาดหวงั ของสังคม (Martin and Pear :1983) เปน็ วิธีการที่สามารถ นา� มาประยกุ ตใ์ ชก้ บั พฤตกิ รรมผฝู้ กึ สอน เพราะเหตผุ ลทางสงั คมจะเปน็ กระจกใหผ้ ฝู้ กึ สอนในการแสวงหา คา� ตอบจากค�าถาม 3 ข้อ ดงั ต่อไปน้ ี 1. นกั กฬี า ผปู้ กครองหรอื ผชู้ มมคี วามเขา้ ใจหรอื ไมว่ า่ จดุ หมายของโปรแกรมการปฏบิ ตั งิ าน มีอะไรบา้ ง 2. นกั กฬี าร้หู รือไมว่ า่ วิธีการสอนท่ผี ูฝ้ ึกสอนจะน�ามาใชค้ อื อะไร 3. นกั กีฬารู้หรือไม่ว่าผลลพั ธท์ ่จี ะไดจ้ ากวิธีการสอนทผ่ี ฝู้ ึกสอนจะน�ามาใชค้ อื อะไร ผฝู้ กึ สอนควรรวบรวมคา� ตอบทงั้ หมดไวอ้ ยา่ งนอ้ ย 1- 2 คา� ตอบจากสถานการณต์ า่ งๆ เพอื่ ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการตัดสินใจปฏิบัติหน้าที่และให้สามารถต้ังเป้าหมายที่คิดว่าเหมาะสม หรือเพ่ือใช้ปรับปรุง วิธีสอนนักกีฬาให้เหมาะสม ผู้ฝึกสอนจะตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลจากผลการแข่งขันหรือสถานการณ์ เดิมที่ผู้ฝึกสอนยอมรับเพียงอย่างเดียวน้ันคงไม่เพียงพอ ดังน้ันผู้ฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ ควรกระตุ้น นักกีฬาให้ป้อนข้อมูลย้อนกลับจากค�าถามท่ีตั้งไว้หลายๆ ประการ ดังตัวอย่างข้างต้นและพร้อมท่ีจะ อธิบายให้นักกีฬาเข้าใจและยอมรับจุดมุ่งหมายท่ีผู้ฝึกสอนก�าหนดว่า เป็นจุดมุ่งหมายท่ีสามารถจะ กระทา� ใหส้ า� เรจ็ ได ้ ผฝู้ กึ สอนทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพควรปฏบิ ตั หิ นา้ ทตี่ ามวธิ ที เี่ หน็ วา่ เหมาะสมอยา่ งสมา่� เสมอ ดว้ ยการวางแผนก่อนแขง่ ขัน และประเมินผลความสา� เรจ็ หลงั ฤดกู ารแข่งขัน ตลอดจนสังเกตปฏกิ ิรยิ า 22 22

คูม่ คือว่มู ิธีกอื าวรฝธิ กึ กี สาอรนกฝฬี ึกาทส่ีมอีปนระกสฬีิทธาภิ ทาพี่มปี ระสทิ ธิภาพ ที่เกิดขึ้นจากนักกีฬาโดยตรง หรือจากการตอบแบบสอบถามเพื่อให้นักกีฬารู้สึกว่าวิธีการท่ีผู้ฝึกสอน ใช้อยู่เป็นวิธีการที่มีประโยชน์ โดยปกติผู้ฝึกสอนไม่ควรให้นักกีฬาตอบค�าถามตรงๆ แต่ควรสร้าง ปฏิสัมพันธ์ในทางบวกกับนักกีฬา แล้วจึงให้นักกีฬาสรุปความคิดเห็นในตอนสุดท้าย ผู้ฝึกสอนท่ีมี ประสิทธิภาพควรให้ความส�าคัญกับจุดมุ่งหมายท่ีเป็นไปได้ของนักกีฬาแต่ละคน มากกว่าการยอมรับ การตีค่าของชัยชนะเป็นเงินลงทุน เพราะนักกีฬามีสิทธิ์จะได้รับประสบการณ์ในการเล่นกีฬาประเภท นนั้ ๆ ตามแตโ่ อกาสจะอ�านวย จงึ เป็นหนา้ ทแี่ ละความรับผดิ ชอบของผู้ฝึกสอนที่ต้องสอนใหน้ ักกีฬามี ความสามารถอยา่ งเตม็ ท ี่ และตอ้ งสอนจนแนใ่ จวา่ นกั กฬี าจะไดร้ บั ประสบการณแ์ ละสามารถนา� ไปใชไ้ ด้ อย่างสนุกสนาน และท�าให้นักกีฬายอมรับผู้ฝึกสอนท่ีปฏิบัติหน้าที่อย่างมีเป้าหมาย และหลักวิชาการ วา่ สามารถจะนา� ทมี ไปสเู่ ปา้ หมายของการแข่งขันไดอ้ ย่างแน่นอน ทุกคนพูดพร้อมกันวา่ เห็นดว้ ย ! เห็นดว้ ย ฉนั ไมเ่ ห็นด้วย พดู คัดคา้ น มีเสยี งคา้ นแล้ว พร้อมกัน ! 23 23



คมู่ ือวธิ กี ารฝึกคสมู่ ออื นวธิ กกี าฬี รฝาึกทสม่ี อีปนกรฬี ะสาททิ ่มี ธีปภิระาสพิทธิภาพ พฤตกิ รรมการฝึกสอนที่ควรระมัดระวงั วิธีการท่ีผู้ฝึกสอนจะเข้าไปมีอิทธิพลเหนือนักกีฬา มีทั้งการแสดงพฤติกรรมในทางบวกและลบ เช่น การให้รางวัลกับนักกีฬาท่ีแสดงความสามารถตามท่ีผู้ฝึกสอนต้องการ หรือการท�าโทษผู้ฝึกสอน ส่วนมากใช้วิธีการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบผสมผสานกัน หรือบางคนอาจใช้วิธีการในทางลบ ทั้งหมดก็มี (Rushall : 1983) พฤติกรรมท่ีควรสร้างให้เกิดข้ึนจนเป็นปกติในการปฏิบัติหน้าที่ของ ผฝู้ ึกสอน และสงิ่ ควรระมัดระวงั มี 3 ประการดงั ตอ่ ไปนี้ 1. ต้ังใจท่จี ะแจง้ ผลการปฏิบตั ขิ องนักกฬี าในทางบวก ผฝู้ กึ สอนควรเตรยี มการสอนอยา่ งมขี นั้ ตอนมากกวา่ ทจ่ี ะตะโกนใส ่ หรอื แจง้ ผลการปฏบิ ตั ขิ อง นกั กฬี าในทางทางลบ ซง่ึ การแจง้ ผลในทางลบกระทา� ไดง้ า่ ยและผฝู้ กึ สอนมกั ใชบ้ อ่ ย โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การแจง้ ผลในทางลบกบั นกั กฬี าเยาวชนทท่ี า� ผดิ พลาดผฝู้ กึ สอนตอ้ งคดิ ใหด้ กี อ่ นทจ่ี ะใชค้ า� พดู ในเชงิ ตา� หนิ ที่ไม่เหมาะสม เพราะเมื่อกล่าวออกไปแล้ว ผู้ฝึกสอนจะตกอยู่ในสถานการณ์ท่ีค่อนข้างเสียหาย เสยี ภาพพจน์ อาจถกู ประณามหรอื เยาะเยย้ ถากถางจากคนทพี่ บเหน็ และบางคนคงไมใ่ หอ้ ภยั ในขอ้ ผดิ พลาดน้ ี จากผลการวจิ ัยของ มารต์ ิน และ เพียร์ (Martin and Pear : 1983) ช้ีให้เหน็ วา่ การลงโทษ ผทู้ ไี่ มต่ อ้ งการรบั โทษทงั้ ทางตรงและทางออ้ มหลายๆ ครง้ั เปน็ เหตขุ ดั ขวางอารมณใ์ นการปฏบิ ตั ทิ กั ษะ ของบุคคล หรือขัดขวางการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพราะเป็นการระงับพฤติกรรมการเรียนรู้เอาไว้ การลงโทษอาจเปน็ เหตใุ หน้ กั กฬี าแสดงพฤตกิ รรมหรอื ทกั ษะทผี่ ฝู้ กึ สอนไมต่ อ้ งการและตอ่ ตา้ นการสอน นอกจากน ี้ การลงโทษทไี่ มเ่ หมาะสมอาจจะมผี ลกระทบไปสกู่ ารเรยี นรกู้ จิ กรรมอนื่ ดว้ ย ถา้ นกั กฬี าไดร้ บั การลงโทษท่ีไม่เหมาะสมหลายๆ ครั้งในขณะแข่งขันหรือฝึกซ้อมนักกีฬาก็อาจจะตัดสินใจเลิกเล่น หลบเลย่ี งหรอื ไมย่ อมเลน่ กฬี าทม่ี ลี กั ษณะคลา้ ยกบั กฬี าทเ่ี ขาถกู ทา� โทษกไ็ ด ้ เชน่ เดยี วกบั ท ี่ จอหน์ ดกิ สนั (ohn Dickson :1977) ไดเ้ ขยี นเตือนสตผิ ฝู้ กึ สอนไว้วา่ “ภายหลงั จากทนี่ กั กฬี าถกู ลงโทษจากการเลน่ กฬี าหนง่ึ อาจมผี ลกระทบตอ่ กฬี าอกี หลายประเภท ท่ีมีลกั ษณะคล้ายกัน หรอื ทา� ให้ผลการแข่งขันออกมาอย่างผิดความคาดหมาย นอกจากน้ีการทนี่ กั กีฬา หลบเลี่ยงอาจมีสาเหตุจากการท่ีนักกีฬาเคยถูกท�าโทษมาก่อน ข้าพเจ้าวิเคราะห์อย่างใจเป็นกลางว่า เหตุการณเ์ ชน่ นคี้ งเกดิ ขึ้นหลายครั้งกบั ผใู้ หญ่ทไี่ ม่ยอมเล่นกฬี า และการฝกึ กฬี าในโรงเรยี นกเ็ ช่นกนั คง มีการแอบลงโทษนกั กฬี าโดยไม่เหมาะสมในบางเร่อื งทเ่ี กย่ี วการเลน่ อยบู่ ้าง” 24 24

คู่มือวคิธกีมู่ าือรฝวกึ ิธสอีกนากรฬี ฝาทกึ ่มี สปี อระนสกทิ ธีฬภิ าาพทีม่ ีประสทิ ธิภาพ จากความเหน็ ขา้ งตน้ ผฝู้ กึ สอนควรปรบั วธิ จี งู ใจหรอื วธิ เี สรมิ แรงทไ่ี มเ่ หมาะสม เพราะอาจจะสรา้ ง ความไม่พอใจและกระทบต่อการปฏิบัติทักษะได้ โดยผู้ฝึกสอนควรดูแลให้ความสนใจนักกีฬาและ แจ้งผลการปฏิบัติทั้งในทางบวกและลบอย่างสม่�าเสมอ ให้นักกีฬารับรู้ความจริงจากผู้ฝึกสอน และ อาจทดลองเกบ็ ขอ้ มลู โดยจดบนั ทกึ จา� นวนครง้ั ในการชมเชยนกั กฬี าในทางบวกและทางลบทกุ ครง้ั เชน่ การตะโกน การวจิ ารณ ์ หวั เราะเยาะนกั กฬี า เพอื่ ใหผ้ ฝู้ กึ สอนทราบวา่ ควรจะใชว้ ธิ กี ารแจง้ ผลการปฏบิ ตั ิ ด้วยวิธีใดมากกว่ากัน ผลการวิจัยของ มาร์ติน และ เพียร์ สอดคล้องกับตัวอย่างสรุปว่า สัดส่วนการ แจง้ ผลการปฏบิ ตั ใิ นทางบวกกบั ทางลบมอี ตั ราสว่ น 4 : 1 (Martin and Pear :1983) ดงั นนั้ การฝกึ สอน นักกีฬารุ่นเยาว์ควรท่ีจะแจ้งผลการปฏิบัติทางบวกมากกว่าทางลบ การแจ้งผลควรปฏิบัติให้ถูกต้อง สอดคล้องกับพฤติกรรมท่ีผิดพลาดของนักกีฬา ผู้ฝึกสอนควรใช้การแนะน�าหรืออธิบายท่ีเหมาะสม เพื่อให้นักกีฬาปฏิบัติให้ถูกต้อง เช่นการส่ังให้เหยียดแขนซ้ายให้เต็มที่ หรือส่ังว่าอย่าพับข้อมือมาก จนเกนิ ไปขณะเหวี่ยงแร็กเกตไปข้างหลงั เป็นตน้ เช่นเดียวกับท ่ี สีเดนทอป (Siedentop : 1976) กลา่ วว่า ครูพลศกึ ษาควรใชก้ ารแจ้งผลในทาง บวกพรอ้ มกบั การแก้ไขการปฏบิ ัติทผี่ ดิ ใหถ้ ูกต้องในอตั ราส่วน 3 :1 หรอื 4 : 1 2. พยายามขจดั ส่ิงล่อใจทขี่ ดั ขวางการเรยี นรขู้ องนกั กีฬา ผู้ฝึกสอนควรบอกนักกีฬาอย่างต่อเน่ืองและสม�่าเสมอถึงวิธีปฏิบัติท่ีถูกต้อง หรือต้องสาธิต ใหม่ให้นักกีฬาเห็นทักษะและวิธีปฏิบัติท่ีถูกต้องให้ชัดเจนมากเท่าท่ีจะท�าได้ ผู้ฝึกสอนไม่ควรใช้ส่ิง ล่อใจเพราะทุกคร้ังนักกีฬาอาจจะต่อต้านส่ิงล่อใจต่างๆ ท่ีเป็นการขัดขวางการฝึกทักษะ แต่ควรจะ ชี้ให้นักกีฬามองเห็นและปฏิบัติให้ดีท่ีสุด ผู้ฝึกสอนไม่ควรชมเชยการปฏิบัติและวิจารณ์ไปพร้อมกัน เพ่ือปรับทักษะนักกีฬา แต่ควรเฝ้าดูการปฏิบัติทักษะ พร้อมท้ังกล่าวค�าชมเชยและแก้ไขข้อผิดพลาด เป็นกรณไี ป 3. ศึกษาหาความรทู้ ี่ทันสมัยอยู่เสมอ ผฝู้ ึกสอนควรให้นกั กฬี าฝกึ ปฏิบตั ติ ามหลกั วิทยาศาสตร์การกฬี า หรอื หลกั จติ วทิ ยาการกฬี า ผู้ฝึกสอนบางท่านอาจไม่เห็นด้วยกับวิธีแจ้งผลปฏิบัติในทางบวก หรือการให้รางวัล แต่เช่ือว่าควรให้ นักกีฬามีความรับผิดชอบเพราะจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ถ้าได้เรียนรู้ด้วยการเลียนแบบและกระท�า ส่ิงต่างๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องชมเชยตลอดเวลา ดังนั้นจึงสามารถสรุปพฤติกรรมของผู้ฝึกสอนใน ลกั ษณะตา่ งๆ ได้ 5 ประเภท ดังน ้ี 25 25

คมู่ อื วธิ ีการฝกึ คสมู่ อือนวธิ กกี าีฬรฝาึกทสมี่ อปีนกรฬี ะสาทิท่ีมธปี ิภระาสพิทธภิ าพ 3.1 ผูฝ้ กึ สอนทช่ี อบแสดงพฤตกิ รรมในทางบวก ผฝู้ ึกสอนลักษณะนีย้ อมรับหลักจิตวทิ ยา การศึกษาท่ีว่า ควรใช้วิธีการทางบวกปรับพฤติกรรมนักกีฬาตามท่ีต้องการ (Alberto and Troutman : 1982, Kazdin : 1984, Walker and Shea : 1984) 3.2 ผูฝ้ กึ สอนทีช่ อบแสดงพฤตกิ รรมในทางลบ มักคิดว่า การเรยี นรไู้ มจ่ �าเป็น ตอ้ งมรี างวัล และไม่เชอื่ วา่ รางวลั จะมีอทิ ธิพลและเปน็ สว่ นหนึ่งของชวี ติ (Martin and Pear : 1983) 3.3 ผู้ฝึกสอนแบบเผด็จการ มักเห็นขัดแย้งกับการแสดงพฤติกรรมทางบวก และใช้วิธี แจ้งผลในทางลบมากกว่าทางบวก นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าควรจะให้เด็กมีความรับผิดชอบตนเอง แตก่ ลบั ชอบควบคมุ นกั กฬี าตลอดเวลาฝกึ ชอบพดู เยาะเยย้ ถากถาง วจิ ารณแ์ ละลงโทษนกั กฬี าในแบบ ไม่เหมาะสมอีกด้วย 3.4 ผู้ฝึกสอนประเภทวางเฉย ไม่ชอบแสดงความเห็นใดๆ กับปฏิกิริยาของนักกีฬา ไม่สนใจความคดิ ของนกั กีฬาทม่ี ีต่อวิธีการฝึกทนี่ า� มาใช ้ 3.5 ผฝู้ กึ สอนแบบตามสบาย จะไม่ยอมรับค�าวา่ \"หลักการฝึกสอน\" และไมย่ อมน�าวธิ ีการ ใดๆ ไปใช ้ จากรายงานการวจิ ัยของ สมทิ และคณะ (Smith and others : 1979) สรปุ ได้ว่า ถา้ มี บุคคลทจี่ ะใหเ้ ลอื กเป็นผฝู้ กึ สอนของทมี นักกีฬารุ่นหนมุ่ สาวจะเลือกอยูก่ บั ผ้ฝู กึ สอนทม่ี ีการให้รางวัล บ่อยครั้ง แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม ยงั มผี ปู้ กครองบางคนทช่ี อบใหส้ อนนกั กฬี าโดยวธิ กี ารเสรมิ แรงในทางลบมากกวา่ ทางบวก แต่ก็เชื่อว่าผู้ฝึกสอนและผู้ปกครองจ�านวนมากที่ชอบวิธีการฝึกสอนที่มีการเสริมแรง ในทางบวก และประโยชนท์ ่จี ะเปน็ ขอ้ คดิ จากโค้ชประเภทตา่ งๆ มดี งั ต่อไปน้ีคอื (1) ควรปรบั พฤตกิ รรมและนา� วธิ ที เี่ หมาะสมมาใชใ้ นการปรบั พฤตกิ รรมนกั กฬี าและการจดั บริหารโปรแกรมกฬี า (2) กระบวนการพฤตกิ รรมการฝกึ สอนขา้ งตน้ เปน็ วธิ กี ารทจี่ ะนา� ไปสกู่ ารประเมนิ ประสทิ ธภิ าพ ผ้ฝู กึ สอนได ้ ซึ่งผฝู้ ึกสอนก็ตอ้ งฝึกฝน ต้องเรียนรู้ ตอ้ งสรา้ งความกา้ วหน้าเชน่ เดียวกับนักกีฬา และตอ้ ง พยายามท�าฤดูการแข่งขันให้สดใส การจะเป็นผู้ฝึกสอนท่ีมีประสิทธิภาพต้องมีการประเมินตนเอง และยอมรับทจี่ ะปรับพฤตกิ รรมการฝกึ สอนได้ 26 26

คู่มคือวู่มธิ ีกือาวรฝธิ กึ ีกสาอรนกฝฬี ึกาทส่ีมอปี นระกสีฬิทธาภิ ทาพ่ีมปี ระสิทธภิ าพ สรุป วิธกี ารฝกึ สอนทม่ี ีประสิทธิภาพ เปน็ กระบวนการท่มี ีการวัดและประเมินพฤติกรรมของนักกีฬา น�าวิธีการปรับพฤติกรรมในทางบวกมาใช้ประโยชน์เสมอ เพื่อปรับและรักษาพฤติกรรมท่ีต้องการ ส่งเสริมให้นักกีฬามีความพร้อม และแข่งขันกับตัวเองให้ดีเท่าๆ กับการแข่งขันกับมาตรฐานของผู้อื่น ทดลองและประเมินพฤติกรรมของผู้ฝึกสอนอย่างต่อเน่ือง และยอมรับฟังเหตุผล และข้อคิดเห็นของ นกั กฬี าทเ่ี กยี่ วกบั วธิ กี ารฝกึ สอน มกี ารสง่ เสรมิ พฤตกิ รรมการฝกึ สอนใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ ดว้ ยการนา� ระบบ ข้อมูลมาใช้ประเมินและอภิปรายประสิทธิผล และมีความต้องการอย่างแรงกล้าท่ีจะปรับพฤติกรรม การฝกึ สอน ตลอดทั้งน�าวธิ กี ารใหมม่ าประยุกตใ์ ชใ้ นสถานการณต์ า่ งๆ และสรุปข้อควรระวงั เป็นพิเศษ ส�าหรับผทู้ ี่จะฝกึ การเปน็ ผู้ฝกึ สอนที่มีประสิทธิภาพซึง่ ต้องแสดงพฤตกิ รรม 3 ประการ คือ (1) แจ้งผลการปฏบิ ัติอยา่ งระมดั ระวงั เพื่อใหแ้ นใ่ จวา่ เปน็ ไปในทางบวกมากกวา่ ทางลบ (2) ชมเชยนักกีฬาบ่อยๆ เพ่ือพัฒนาทักษะโดยส่วนรวมมากกว่าการส่งเสริมให้ช�านาญเฉพาะ ทักษะบางอยา่ งมากเกนิ ไป จนเป็นการปฏบิ ตั ิท่ีผิด (3) ศกึ ษาและหาความรทู้ ที่ นั สมยั อยเู่ สมอ เชน่ หลกั วทิ ยาศาสตรก์ ารกฬี าและจติ วทิ ยาการกฬี า เป็นตน้ 27 27

คมู่ อื วิธกี ารฝึกคสู่มออื นวธิ กกี าฬี รฝาึกทสม่ี อีปนกรฬี ะสาทิที่มธีปภิระาสพทิ ธิภาพ คา� ถามทา้ ยบท 1. คณุ ลักษณะของการฝึกสอนทมี่ ปี ระสิทธภิ าพประการแรกคอื อะไร 2. บางท่านเช่ือว่าการฝึกสอนเป็นหลักวิทยาศาสตร์ บางท่านเชื่อว่าการฝึกสอนเป็นศิลปะ ท่านมี ความเชอื่ แบบไหนเพราะเหตุใด 3. เพราะเหตใุ ดการพฒั นาและการบา� รงุ รกั ษาพฤตกิ รรมของนกั กฬี าจงึ มคี วามสา� คญั และการดา� เนนิ งานดังกลา่ วมีความแตกตา่ งกนั อย่างไร 4. จงอธบิ ายความจา� เปน็ ของพฤตกิ รรมการฝกึ สอนทตี่ อ้ งเนน้ การควบคมุ ตนเองและการแขง่ ขนั ดว้ ย 5. การฝึกสอนที่มปี ระสทิ ธิภาพต้องกล่าวถึงพฤติกรรมของผูฝ้ กึ สอนในด้านใดบ้าง 6. คณุ ลกั ษณะของการฝกึ สอนทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ 6 ประการ ทสี่ งั คมยอมรบั มคี า� ถาม 3 ขอ้ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง กบั คา� ถามในดา้ นพฤติกรรมการฝึกสอนคืออะไร 7. ข้อควรคา� นงึ 3 ขอ้ ของผู้ฝกึ สอนทพี่ ยายามจะฝึกการเปน็ ผฝู้ ึกสอนท่ีมปี ระสิทธภิ าพมีอะไรบ้าง 8. โดยสรปุ แลว้ ลกั ษณะสง่ิ ที่ไมพ่ ึงประสงค์ 4 ประการ ของผู้ฝกึ สอนในการลงโทษนกั กีฬาคอื อะไร 9. มงี านวจิ ยั ทสี่ รปุ วา่ อตั ราสว่ นทต่ี อ้ งการในทางบวกและลบในการปอ้ นขอ้ มลู ยอ้ นกลบั ใหก้ บั นกั กฬี า เยาวชนคืออัตราส่วนเท่าใด 10. เพราะเหตใุ ดผฝู้ กึ สอนจึงควรเลย่ี งคา� วา่ “ใช่” แต่ใชค้ า� ว่าปฏิบตั ใิ หเ้ ป็น “นสิ ยั ” แทน 11. มีผู้ฝึกสอนบางคนท่ีไม่เช่ือว่าการให้รางวัลมีประโยชน์ ท่านมีความเชื่อตามน้ันหรือไม่เพราะ เหตุใด 28 28

คู่มือวคิธีก่มู าอืรฝวกึ ิธสอกี นากรฬี ฝาทกึ ี่มสีปอระนสกทิ ธีฬิภาาพท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ “พรสวรรค์ของนักกีฬา เปรียบเสมอื นภเู ขาน้�าแขง็ ทผี่ ู้ฝกึ สอนตอ้ งค้นหา” 29 29

ค่มู อื วิธีการฝึกคสูม่ อือนวธิ กีกาฬี รฝาึกทสม่ี อีปนกรีฬะสาททิ ีม่ ธปี ิภระาสพทิ ธภิ าพ บทที่ 3 การประเมนิ พฤติกรรมการฝกึ สอน มาร์ติน และ ลมั สเดน (Martin and Lumsden : 1987) ได้อ้างถึงค�าท่ีมีผกู้ ลา่ ววา่ พฤตกิ รรม การฝกึ สอนน้นั ต้องคกู่ บั ขอ้ มูลที่ถูกบนั ทึกไว ้ เหมือนค�ากลา่ วทีว่ า่ “โรมิโอคูก่ ับจูเลียต” “แอนโทนคี กู่ บั คลีโอพตั รา” เปน็ ตน้ สง่ิ ที่ผูฝ้ ึกสอนไม่ควรลมื และไดอ้ ธิบายไวแ้ ล้วในบทท ่ี 2 เกยี่ วกบั ลกั ษณะของพฤติกรรมผู้ฝกึ สอน ที่มปี ระสทิ ธภิ าพโดยเฉพาะ รายละเอยี ดตา่ งๆ รวมทัง้ ชว่ งทีจ่ ะวัดทกั ษะและความสามารถของนักกีฬา และประโยชน์ของการประเมินเทคนิคการผู้ฝึกสอนท่ีมีประสิทธิภาพ ถ้านักกีฬาหรือทีมไม่มีทักษะ หรอื ความสามารถเปน็ ทน่ี า่ พอใจ ประการแรกท่คี วรประเมินคือความสามารถของพฤตกิ รรม ได้แก่ 1. การประเมนิ ความสามารถด้านทกั ษะพืน้ ฐานของนักกีฬาทกุ คน เช่นในกรณที ผ่ี ฝู้ กึ สอนใหม่ ได้เข้ามารับหน้าท่ีในการคุมทีม และต้องการเริ่มการประเมินจุดอ่อนและจุดแข็งของทักษะพ้ืนฐาน ของนกั กีฬา 2. การประเมนิ สถานการณ์ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั การสอนทกั ษะใหม ่ ท่ีเปน็ องค์ประกอบทจ่ี �าเป็นตอ้ ง นา� มาใช้ตามวตั ถุประสงค์ของการสอน 3. การประเมินสถานการณ์ท่ีเก่ียวข้องกับการประเมินองค์ประกอบในการเล่นทีม ในบทนี้ จะเปน็ การนา� เสนอแนวทางเฉพาะสา� หรบั การประเมนิ พฤตกิ รรมทผ่ี ฝู้ กึ สอนตอ้ งปฏบิ ตั ใิ นแตล่ ะประเดน็ ท่ีเก่ยี วข้อง และขอ้ สังเกตบางประการท่ีทา� ใหแ้ นใ่ จว่าการประเมนิ มีความถูกตอ้ งแม่นยา� การประเมนิ ดังกลา่ วข้างต้นมีประโยชนม์ ากดังจะไดก้ ล่าวตอ่ ไป 4. การทบทวนเกย่ี วกบั จรยิ ธรรมเพอ่ื ทา� ใหแ้ นใ่ จวา่ การประเมนิ พฤตกิ รรมการฝกึ สอนจะเปน็ ผล ดที ่ีสดุ ทางดา้ นจติ ใจของนกั กฬี า 30 30

คู่มอื วคิธกีู่มาือรฝวึกิธสอีกนากรีฬฝาทึก่ีมสีปอระนสกิทธีฬิภาาพท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ ส่ิงเร้า พฤติกรรม (การตอบสนอง) รางวลั และการควบคมุ ส่ิงเร้า กอ่ นทจ่ี ะทา� การประเมนิ พฤตกิ รรม จา� เปน็ ตอ้ งทา� ความเขา้ ใจกบั คา� วา่ สงิ่ เรา้ พฤตกิ รรม รางวลั และการควบคมุ สงิ่ เร้า เสียก่อน ดังน้ี ส่ิงเร้า คือ ส่ิงท่ีมีอยู่ในธรรมชาติ อาจเป็นวัตถุหรือเหตุการณ์ที่อยู่ในส่ิงแวดล้อม เช่นส่ิงเร้า ที่เป็นเสียงของลูกบาสเกตบอลกระทบกระดานหลัง การมองเห็นลูกเบสบอลที่เคลื่อนท่ีเป็นลักษณะ โค้งเข้าสู่เขตตีลูก เสียงของการตีลูกเทนนิสอย่างรุนแรง การมองเห็นปลายเท้าของนักว่ายน�้าท่ีว่าย ท่ากรรเชยี งบนผวิ น้า� เสียงสญั ญาณการเรียกเพอื่ สง่ั เกมของหัวหนา้ ทีม และผู้ตดั สนิ มวยทเ่ี ตือนเมือ่ มี การชกทผ่ี ิดกตกิ า เปน็ ต้น พฤตกิ รรม คอื การแสดงออกของมนษุ ยท์ เ่ี กดิ จากการพดู หรอื การกระทา� ตา่ งๆ บางทเี ปน็ คา� พดู การใช้ภาษา หรือกจิ กรรมเดยี วกันทีม่ ีความหมายเหมอื นกันหรอื ใกล้เคียงกนั การแสดงความสามารถ การโต้ตอบ และการตอบสนอง เช่น การเลี้ยงลูกบาสเกตบอล การยิงประตู การเตะลูกบอล การจบั ลกู การวง่ิ การแสดงทา่ การเลน่ ยมิ นาสตกิ กจิ กรรมการเคลอ่ื นไหวและการประกอบทกั ษะกฬี า ตา่ งๆ เปน็ ตวั อยา่ งของพฤตกิ รรมทั้งสน้ิ ดังนน้ั ในหนงั สือเลม่ นี้เราจงึ ใช้ค�าวา่ พฤตกิ รรมสลบั กบั คา� วา่ ทกั ษะ ( Magill : 1980) ผู้ฝึกสอนต้องเรียนรู้วิธีการตอบสนองต่อส่ิงเร้าอยู่เสมอ เม่ือเรารู้และเปรียบเทียบตัวอย่างของ ส่ิงเร้าและพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่าพฤติกรรมของคนเราสามารถท�าให้คนอ่ืนกระท�าการ ตอบสนองได้ เช่นค�าพูดของผู้ฝึกสอนสามารถกระตุ้นพฤติกรรมของนักกีฬาได้ตัวอย่างเช่น การ แสดงออกทางสีหน้าของผู้ฝึกสอนอยู่เสมอ จะเป็นการกระตุ้นพฤติกรรมของนักกีฬาเตรียมรับฟัง และแสดงความสนใจพฤติกรรมของผู้ฝึกสอนที่จะแสดงออกมาต่อไป การแสดงทักษะหรือพฤติกรรม ของนักกีฬาก็จะเป็นการกระตุ้นให้นักกีฬาคาดหวังในพฤติกรรม หรือทักษะที่จะต้องใช้หรือแสดง ในการเล่นในช่วงต่อไปด้วยเช่นกัน นักกอล์ฟหลายคนสามารถบอกได้ว่าเขาจะตีลูกคร้ังต่อไปได้ดี ด้วยความรู้สึกจากการทดลองเหวี่ยงไม้ก่อนตี การสัมผัสหรือกลไกการเคลื่อนไหวเกิดจากความรู้สึก ในการเคล่อื นไหวของกลา้ มเนื้อทีเ่ ปน็ ตัวกระตนุ้ การเคล่ือนไหวกล้ามเน้ือของนกั กีฬา สาเหตุท่ีคนเราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการตอบสนองเพราะเหตุใดน้ัน ให้พิจารณาจากทักษะกีฬา กอล์ฟในการยืนเพื่อพัตต์ลูกให้ลงหลุมของนักกอล์ฟบนกรีนในระยะประมาณ 5 ฟุต การกระตุ้นให้มี การเตรียมการพัตต์บนพื้นที่ราบเรียบในขณะน้ัน นักกอล์ฟต้องมีการตอบสนองให้มีการต้ังเป้าหมาย 31 31

ค่มู ือวธิ ีการฝึกสอนกีฬาที่มปี ระสทิ ธิภาพ 32

คมู่ คือวมู่ ธิ กีือาวรฝิธึกกี สาอรนกฝีฬกึ าทส่มี อีปนระกสีฬทิ ธาภิ ทาพ่ีมีประสทิ ธิภาพ หลักการประเมินทกั ษะกีฬา 1. ต้องแน่ใจว่านักกีฬายอมรับวิธีการให้คะแนนทักษะหรือพฤติกรรมในการประเมินเสียก่อน ส่ิงน้ีอาจจะต้องเตรียมค�าอธิบายให้ละเอียดทุกหัวข้อ เช่นค�าอธิบายที่เตรียมโดยผู้ฝึกสอน และผูช้ ว่ ยของเขา บางกรณตี อ้ งเตรียมแบบสา� รวจทม่ี รี ปู ภาพท่ีชัดเจนไว้ดว้ ย 2. ควรจะต้องเตรียมผู้สังเกตไว้ตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่ผ่านการอบรมพร้อมด้วยค�าจ�ากัดความ และการแปลผลไวส้ า� หรบั เปรยี บเทยี บส�าหรบั นักกีฬาโดยเฉพาะ (เป็นการประเมนิ โดยผ้สู งั เกตสองคน ในเวลาเดยี วกัน) ความแนน่ อนของการประเมนิ ต้องขึน้ อยู่กบั การใหค้ �าจ�ากดั ความและการใหค้ ะแนน ท่ใี กลเ้ คียงกนั ของผูส้ งั เกต 3. เมื่อมีการบันทึกคะแนนความสามารถ ผู้สังเกตควรอยู่ในต�าแหน่งที่ไม่มีผลกระทบ ซ่ึงกนั และกัน แต่สามารถสังเกตความสามารถของนักกีฬาในขณะปฏบิ ตั ิกจิ กรรมไดอ้ ย่างชัดเจน 4. ผู้สังเกตควรจะมีการอภิปรายถึงแนวทางในการใช้สญั ลกั ษณ์ในการบนั ทึกคะแนน 5. การสังเกตควรพจิ ารณาถึงสภาพอากาศในระหวา่ งการสังเกต 6. ในการสังเกตการณ์ปฏิบัติของนักกีฬาจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเหน็ดเหนื่อยอันมีผลกระทบ กบั ทกั ษะของนักกฬี า ประโยชนข์ องการประเมินความสามารถนักกีฬา เม่ือมาถึงจุดน้ีต้องยอมรับว่าการประเมินทักษะและความสามารถของนักกีฬาน้ันมีความสา� คัญ ต่องานในหน้าทีข่ องผู้ฝกึ สอนหลายประการ แต่อยา่ งไรกต็ ามทา่ นไม่ควรจะตกใจหรือส้ินหวัง เพราะ ในบทตอ่ ไปจะไดอ้ ธิบายถึงวิธีการต่างๆ ในการใช้อาสาสมคั รเพ่ือชว่ ยเสรมิ ใหท้ า่ นมีพลงั ความสามารถ ในการปฏบิ ัติงานเพิม่ ขนึ้ ดงั น้นั การเปน็ ผฝู้ ึกสอนทมี่ ปี ระสิทธภิ าพจะตอ้ งมีองค์ประกอบ ดงั นี้ 1. มีข้อมูลในการประเมินพฤติกรรมที่ถูกต้อง เน่ืองจากจะเป็นการช่วยฝึกสอนในการก�าหนด องค์ประกอบทักษะของผเู้ ล่นท่ีส�าคัญท่จี า� เปน็ ต่อการพัฒนา 2. มปี ระโยชนใ์ นการประเมนิ ซ�า้ ตามองค์ประกอบของทกั ษะทีผ่ ูฝ้ ึกสอนเหน็ ว่าไม่พัฒนา 3. เป็นการพิสูจน์โดยการใช้เอกสารและเป็นการแสดงผลเป็นกราฟท่ีได้มีพัฒนาการ และสามารถเตรยี มการฝกึ ให้นกั กีฬาและรกั ษาความก้าวหนา้ ไวใ้ หเ้ ป็นประโยชน ์ 33 33

ค่มู ือวธิ ีการฝึกคสมู่ ออื นวธิ กีกาีฬรฝากึทสม่ี อปีนกรฬี ะสาทิท่มี ธปี ภิระาสพทิ ธภิ าพ 4. แบบส�ารวจจะเป็นเคร่ืองมือในการรายงานผลส�าหรับนักกีฬาทั้งระดับเยาวชนและระดับ ประชาชน และยังสามารถส่งรายงานผลไปให้ผูป้ กครองไดร้ บั ทราบความกา้ วหนา้ อีกทางหน่ึงด้วย 5. การประเมินความสามารถของนักกีฬาจะช่วยให้ผู้ฝึกสอนท�าหน้าท่ีตามความรับผิดชอบ ได้ถูกต้องมากขึ้น เพราะผู้ฝึกสอนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหลายประการ อาทิ การบริหารทีม การสร้าง ความเขา้ ใจกบั ผปู้ กครอง และการท�ารายการประเมนิ ความสามารถของนักกีฬาด้วย ข้อควรพจิ ารณาดา้ นจรยิ ธรรม ผฝู้ กึ สอนสว่ นมากจะยอมรบั รปู แบบทางดา้ นจรยิ ธรรมรปู แบบใดรปู แบบหนง่ึ และไดม้ กี ารเขยี น ลกั ษณะของจรยิ ธรรมไวเ้ ปน็ กจิ ลกั ษณะในการแขง่ ขนั กฬี า เชน่ ในกฬี าฟตุ บอลจะเขยี นคา� วา่ Fair Play ซือ่ สตั ย์สุจริต สิทธขิ์ องนกั กีฬา และมีน�า้ ใจนักกฬี า เป็นตน้ ค�าพูดดงั กล่าวเป็นค�าพดู ทนี่ า่ เกรงขาม มีความหมาย และมีผลกระทบไม่น้อยไปกับพฤติกรรมของผู้ฝึกสอน จากลักษณะและความหมาย โดยรวมของพฤติกรรม ค�าว่า “จริยธรรม” หมายถึงมาตรฐานของพฤติกรรมท่ีไม่เปลี่ยนแปลง (Martin and Pear, 1983) เป็นพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ฝึกสอนที่มีมาตรฐานของการเป็น ผู้ฝึกสอนระดับอาชีพ เป็นพฤติกรรมท่ีผู้ฝึกสอนทั้งหลายให้ค�าอธิบายถึงความซื่อสัตย์ สุจริต หรือ ความยตุ ธิ รรม หรอื น�้าใจนกั กฬี า ผฝู้ กึ สอนควรจะประเมนิ พฤตกิ รรมอยา่ งสมา่� เสมอและเอาใจใสน่ กั กฬี าอยา่ งดที สี่ ดุ เพอื่ ใหแ้ นใ่ จ ว่าจะไม่มกี ารลมื โดยผฝู้ กึ สอนควรจะแสดงพฤตกิ รรมท่ีแสดงวา่ เป็นผู้มจี ริยธรรม ดงั นี้ 1. อธบิ ายใหน้ กั กฬี ารวู้ ่าจะประเมนิ พฤติกรรมใดเพราะเหตุใด 2. อธิบายและแจง้ ผลการประเมนิ อยา่ งชัดเจนแก่นกั กีฬา 3. อธิบายให้นักกีฬาเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับผลการประเมินและแนวทางในการพัฒนา ความสามารถของนักกีฬา สรปุ สิ่งเร้า พฤติกรรม และการควบคุมส่ิงเร้าเป็นการสร้างรูปแบบของการปรับพฤติกรรม สิ่งเร้า ทางดา้ นกายภาพและสงิ่ แวดลอ้ มทางดา้ นวตั ถ ุ เปน็ พฤตกิ รรมทบ่ี คุ คลกลา่ วถงึ หรอื กระทา� ขน้ึ การควบคมุ สิ่งเร้า หมายถึง การสังเกตพฤติกรรมที่เกิดข้ึนจริงในปัจจุบันของสิ่งเร้าและไม่เกิดกับคนอื่น เป็น ส่ิงเร้าท่เี กิดข้ึนจรงิ และเชือ่ มโยงกบั การตอบสนอง 34 34

คู่มคือวมู่ ิธกีือาวรฝธิ ึกีกสาอรนกฝีฬกึ าทสี่มอปี นระกสฬีทิ ธาภิ ทาพ่ีมปี ระสิทธภิ าพ เม่ือผู้ฝึกสอนใช้แบบส�ารวจรายการ เพ่ือประเมินความสามารถของนักกีฬา จ�าเป็นท่ีนักกีฬา จะต้องปฏิบัติอย่างเป็นข้ันตอนเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ฝึกสอนสามารถประเมินได้อย่างแม่นย�า ส�าหรับ ผู้ฝึกสอนเพ่ือให้แน่ใจว่านักกีฬาจะมีจริยธรรมที่มีมาตรฐานที่ยอมรับได้ ด้วยการสื่อสารกับนักกีฬา ขณะประเมนิ ตามวตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ประเมนิ ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ ์ และประโยชนจ์ ากการประเมนิ อยา่ งมศี กั ยภาพ ในการพัฒนาความสามารถของนกั กีฬา การสา� รวจพฤติกรรมการฝึกสอน การส�ารวจรายการพฤติกรรมผ้ฝู กึ สอน แบ่งออกเป็น 3 ข้นั ตอน คือ ขนั้ แรก ของการสา� รวจพฤตกิ รรมการฝึกสอน คือ การก�าหนดส่ิงทเี่ ป็นทกั ษะพ้ืนฐานให้ชดั เจน หรอื พฤติกรรมท่ีตอ้ งการพัฒนาใหเ้ กิดข้ึนในตวั ของนักกฬี า ขน้ั ทส่ี อง เปน็ การเตรยี มแบบสา� รวจรายการสา� หรบั ประเมนิ พฤตกิ รรมตา่ งๆ หากมคี วามจา� เปน็ อาจจะตอ้ งเตรียมคา� อธิบายต่างๆ เกยี่ วกบั ทกั ษะพน้ื ฐานทีจ่ ะประเมนิ ขั้นทส่ี าม เปน็ การใชแ้ บบสา� รวจรายการอยา่ งชดั เจน ภาพลกั ษณต์ ามวัตถปุ ระสงค์ จดุ อ่อน และจดุ แข็งของผ้เู ล่น การใช้แบบส�ารวจรายการที่ดี จะต้องแน่ใจว่าได้มีการวางแผนส�าหรับทีมไม่ให้มีการปฏิบัติ ท่ีนอกเหนือจุดมุ่งหมาย ผู้ฝึกสอนจะต้องรู้ขอบเขตของการปฏิบัติ ผู้ฝึกสอนต้องเตรียมแบบส�ารวจ รายการทไ่ี ด้มกี ารปรบั ปรงุ เปน็ อยา่ งดเี พื่อใชใ้ นการสา� รวจ 35 35

ค่มู ือวธิ กี ารฝกึ คสมู่ อือนวธิ กีกาฬี รฝาึกทส่มี อปีนกรีฬะสาททิ ี่มธปี ิภระาสพิทธภิ าพ “แมว้ ่าวธิ ีการสร้างนกั กฬี าของแตล่ ะคนเป็นความลับ แต่เรากส็ ามารถจะเรยี นรู้ได้” 36 36

คมู่ คือวู่มิธีกือาวรฝธิ กึ ีกสาอรนกฝีฬกึ าทสมี่ อีปนระกสฬีทิ ธาิภทาพ่ีมีประสิทธภิ าพ ตอนที่ 2 วิธีจูงใจเพ่ือการพฒั นาทกั ษะ บทท่ี 4 วธิ กี ารสอนทักษะใหม่ บทที่ 5 วธิ ีลดความผดิ พลาดของนักกฬี า บทที่ 6 การจงู ใจในการฝึกและการฝึกความอดทน บทที่ 7 การลดพฤตกิ รรมที่เปน็ ปัญหาในการกฬี า 37 37

ค่มู อื วิธกี ารฝกึ คส่มู อือนวิธกกี าีฬรฝาึกทสม่ี อีปนกรีฬะสาทิทม่ี ธีปิภระาสพิทธภิ าพ “ความสามารถน้นั สรา้ งได้ แต่สรา้ งความแข็งแกรง่ ของจติ ใจใช้เวลามากกว่า” 38