Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ประถม

แผนการจัดการเรียนรู้ประถม

Published by sirinandp, 2022-07-31 10:20:43

Description: #กศน.ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง

Search

Read the Text Version

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้รา การพบกลุ่มครงั้ ที่ 8 วิชา ช่องทางการเ เรอื่ ง การงานอาชีพ การจัดการงานอาชพี ในชมุ มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั มคี วามร้คู วามเข้าใจ และเจตคติที่ดีในงานอาชพี วิเคราะห์ลักษณะงาน ขอบขา่ ยงาน รายวชิ า/หัวเรอ่ื ง ตัวช้ีวัด เน้อื หา การงานอาชีพ 3. อธิบายการจดั การอาชพี ใน 3.การจัดการงานอาชีพในชมุ ชน สังคม ชมุ ชนสงั คมประเทศและโลก ประเทศ และโลก 3.1 การจดั การการผลติ - การวางแผน - การจัดทำโครงการ - การใชว้ สั ดุอุปกรณ์ - การใช้แรงงาน - การใช้สถานที่ - การใช้ทนุ ฯลฯ 3.2 การจดั การการตลาด - การกำหนดทิศทางการตลาด - การหาความต้องการของตลาด - การขนสง่ - การขาย - การกำหนดราคาขาย - การทำบัญชีประเภท ตา่ ง ๆ

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL เขา้ สอู่ าชีพ (อช11001) ระดับประถมศึกษา มชน สังคม ประเทศ และโลก จำนวน 6 ชั่วโมง นอาชพี ในชุมชนสงั คม ประเทศ และโลกทเ่ี หมาะสมกบั ศักยภาพของตนเพอื่ การเขา้ ส่อู าชีพ การจัดกระบวนการเรยี นรู้ สือ่ /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมินผล ม ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความตอ้ งการ 1 ใบงานเร่อื งการงาน 1 ใบงาน - ครแู ละผเู้ รียนร่วมกันวิเคราะหส์ ภาพปัญหา ความ อาชีพ 2 การสงั เกต ต้องการใน ประเดน็ ความสำคัญและความจำเป็นใน 2 ใบความรู้ เรือ่ งการ 3 การซกั ถาม การขยายอาชพี / ลักษณะ ขอบขา่ ย กระบวนการ กำหนดแนวทางการขยาย ผลติ งานอาชพี ในชมุ ชนสงั คมประเทศและโลก /การ อาชีพ 3 ใบความรู้ เร่ืองกรอบ จัดการอาชพี ในชุมชนสงั คม ประเทศ และโลก/ ความคิดการจัดการความรู้ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการขยายอาชีพ/ การอนรุ กั ษ์ 4 ใบความรู้ เรอื่ งการ พลงั งานและสงิ่ แวดล้อมในการขยายอาชพี จัดการตลาดและการผลิต ข้ันที่ 2 แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรยี นรู้ 5 ใบความรู้เร่อื งการ 2.1. ผู้เรียนศกึ ษา ตามใบงานทีก่ ำหนดให(้ ใบงานที่ อนุรักษพ์ ลงั งานและ 1-4)เพ่อื นำขอ้ มูลมาใช้ประกอบในการขยายอาชพี สงิ่ แวดลอ้ มในการประกอบ - ใบงานเรือ่ ง การงานอาชพี อาชพี - ใบความรู้ เร่อื งกรอบความคิดการจัดการความรู้ 6 ใบงานเร่อื งการอนุรักษ์ - ใบความรู้ เรือ่ ง การจัดการตลาดและการผลิต พลงั งานและสิ่งแวดลอ้ มใน 2.2. นำข้อมลู จากขอ้ 1 มาแลกเปลยี่ นเรยี นรู้รม่ กนั การประกอบอาชีพ ภายในกลุ่มผู้เรยี น เพ่ือต่อยอดความรสู้ ามารถสรุป เปน็ องค์ความร้ขู องผู้เรยี นเอง

รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ัด เน้อื หา

การจดั กระบวนการเรียนรู้ สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล ขน้ั ท่ี 3 การปฏิบตั ิและนำไปประยกุ ต์ใช้ - ผู้เรยี นความรทู้ ี่ไดจ้ ากการแสวงหาความรูจ้ ากการ เรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง ผูร้ ู้ ภมู ปิ ัญญา มาวางแผนการทำ โครงการขยายอาชพี ของตนเอง ข้ันที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ 4.1ครูวัดผลการเรียนรูข้ องผ้เู รยี นจากท่คี รูมอบหมาย งานใหก้ ับผ้เู รียนเชน่ ใบความรู้ ใบงาน แบบทดสอบ ยอ่ ย ชิ้นงานและรายงาน 4.2 ครูสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรขู้ องผ้เู รียน เช่น ความสนใจ การร่วมแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ความ รับผิดชอบ เป็นต้น - มอบใบความรู้เร่อื งคุณธรรม จรยิ ธรรมในการ ประกอบอาชพี ให้ผู้เรยี นไปเรยี นร้ดู ้วยตนเอง - มอบใบงาน เรื่อง คณุ ธรรม จริยธรรมในการ ประกอบอาชีพให้ผเู้ รียนสรปุ องค์ความรทู้ ่ีได้และทำ แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ

แผนการจดั กระบวนการเรียนรู้รา การพบกลมุ่ ครง้ั ที่ 9 วชิ า ช่องทางการเ เรื่อง ชอ่ งทางการเข้าสู่อาชีพ การลำด มาตรฐานการเรียนร้รู ะดับ มคี วามร้คู วามเข้าใจ และเจตคติที่ดใี นงานอาชีพ วิเคราะห์ลักษณะงาน ขอบข่ายงาน รายวิชา/หัวเรอ่ื ง ตวั ชีว้ ัด เนือ้ หา ช่องทางการเข้าสอู่ าชีพ 3. ลำดบั อาชพี โดยพจิ ารณาความ 3.การลำดบั อาชีพและเหตผุ ล เปน็ ไปได้ของอาชีพจำนวนสาม อาชีพพร้อมท้งั ให้เหตุผลในการ ลำดบั อาชพี ทเ่ี ลือก

ายสัปดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL เขา้ สู่อาชีพ (อช11001) ระดับประถมศกึ ษา ดับอาชีพและเหตุผล จำนวน 6 ชวั่ โมง นอาชีพในชุมชนสงั คม ประเทศ และโลกท่ีเหมาะสมกับศกั ยภาพของตนเพื่อการเขา้ สูอ่ าชีพ การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผล ขน้ั ท่ี 1 กำหนดสภาพปญั หา ความต้องการ 1 หนังสือ 1 การสงั เกต 1.1 ครูและผเู้ รยี นร่วมกันกำหนดสภาพปัญหา และ 2 แบบเรียน 2 การซกั ถาม ความตอ้ งการในการเรียนรู้ ความจำเปน็ ในการ 3 ใบความรู้ เร่ือง การ 3 การมสี ว่ นร่วม มองเห็นชอ่ งทางการประกอบอาชพี ความเป็นไปได้ ตดั สินใจเข้าสอู่ าชพี ดว้ ย 4 แบบฝึก/ใบงาน ในการขยายอาชพี และกำหนดวิธกี ารและข้ันตอน ปรชั ญาคิดเปน็ 5 แบบทดสอบย่อย การขยายอาชพี 4 แบบฝึก/ใบงาน เรอื่ ง 1.2 ครูและผู้เรียนร่วมกนั กำหนดแนวทาง และ การตัดสินใจเขา้ ส่อู าชีพ วิธีการแสวงหาความรู้จากส่อื ตา่ ง ๆ พร้อมนำไป ดว้ ยปรชั ญาคดิ เป็น ปฏิบตั ิ 5 อนิ เทอร์เน็ต ขั้นที่ 2 แสวงหาข้อมูลและการจดั การเรยี นรู้ 6 ห้องสมุดประชาชน 2.1. ผู้เรยี นศึกษาอาชพี ในชมุ ชนของตนเอง โดยสรปุ 7 ภูมปิ ัญญา/ผ้รู ู้ ความเปน็ ไปได้ในการขยายอาชพี ใหต้ นเองทำอยู่ 8 แหลง่ เรยี นร้ใู นชุมชน และสามารถนำไปปฏบิ ัตติ ามใบงานที่กำหนดได้ 2.2. ครูใหผ้ เู้ รียนไปศกึ ษาเรียนรดู้ ว้ ยตนเองจาก แหล่งเรยี นรู้ ผู้รู้ ภูมปิ ญั ญาในตามใบงานที่ มอบหมายเก่ียวกบั กระบวนการขยายอาชีพ 2.3. ผูเ้ รียนสามารถนำความร้ทู ไี่ ด้ไปศกึ ษาจากแหล่ง เรียนรู้ ผูร้ ู้ ภมู ิปญั ญาเพื่อนำมาแลกเปล่ยี นเรียนรู้ เพอ่ื เปน็ แนวทางเปน็ แนวทางการขยายอาชพี

รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ัด เน้อื หา

การจัดกระบวนการเรียนรู้ สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล ขน้ั ที่ 3 การปฏิบัติและนำไปประยกุ ต์ใช้ 3.1 ผ้เู รยี นสามารถนำความรู้ และประสบการณ์ ทีไ่ ดไ้ ปศกึ ษาเรยี นรู้จากแหลง่ เรียนรู้ ผู้รู้ ภมู ิ ปญั ญา 3.2. ผเู้ รียนสามารถแก้ปญั หา และอุปสรรคใน การทำงานทค่ี รมู อบหมายให้ไปศกึ ษาด้วยตนเอง ขั้นที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 4.1 ผู้เรียนทำผลงานท่คี รูมอบหมายใหไ้ ปศึกษา ดว้ ยตนเองมาเสนอครู พร้อมอภิปรายใน ห้องเรียน เพื่อแลกเปล่ียนเรยี นรู้กับผู้เรียนอ่นื ๆ 4.2 ไดว้ ัดผลการเรียนรู้ของผู้เรียนจากท่คี รูให้ไป ศกึ ษาเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง 4.3 ครูผสู้ อนสามารถประเมินผลการเรยี นร้ขู อง นักเรยี น และนกั เรยี นสามารถในกลมุ่ หรือของ ตนเองได้

แผนการจัดกระบวนการเรยี นรรู้ า การพบกลุ่มครั้งท่ี 10 วชิ า คณุ ธรรมและจริยธรรมในการ เรอ่ื ง การสอื่ สารในยุคดิจทิ ลั เครอื ข่ายสังคมออ มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เหน็ คุณค่า และสืบทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี เพื่อการอ รายวิชา/หวั เรอื่ ง ตวั ช้วี ัด เนื้อหา 3. เครอื ขา่ ยสงั คมออนไลน์ การสือ่ สารในยุคดจิ ิทัล 3. บอกความหมายและ ความสำคญั ของเครือขา่ ยตอ่ (Social Network) สังคมออนไลน์ได้ 3.1 ความหมายและความสำคัญของ 4. ตระหนกั ถึงความสำคญั ของ เครือขา่ ยสงั คมออนไลน์ เครอื ข่ายสังคมออนไลน์ 3.2 ประเภทของเครือข่ายสงั คม 5. ระบุประเภทของเครอื ข่าย ออนไลน์ท่ีนิยมใชใ้ นปจั จบุ นั สงั คมออนไลน์ทีน่ ยิ มใชใ้ น 3.3 ประโยชนแ์ ละข้อจำกดั ของ ปัจจบุ นั เช่น FACEBOOK เครือข่ายสงั คมออนไลน์ INSTARGRAM TWITTER เป็นตน้ 6. บอกประโยชน์และข้อจำกดั ของเครอื ขา่ ยสงั คมออนไลนไ์ ด้ 7. ตระหนักถงึ ประโยชน์และ ข้อจำกัดของเครือข่ายสังคม ออนไลนแ์ ละสามารถปรบั ใช้ได้ อยา่ งเหมาะสม

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL รใชส้ ือ่ สงั คมออนไลน์ (สค0200035) ระดบั ประถมศึกษา อนไลน์ (Social Network) จำนวน 6 ชั่วโมง อยู่รว่ มกนั อย่างสนั ติสุข การจัดกระบวนการเรียนรู้ ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล ข้ันท่ี 1 กำหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการ 1 ส่ือการเรียน 1 การสงั เกต - ครูสนทนากบั ผเู้ รียนถงึ วธิ ีการศกึ ษาด้วยตนเอง ออนไลน์ระบบ 2 การซกั ถาม ง เร่อื ง การสอื่ สารในยคุ ดิจิทัล เครอื ข่ายสงั คม ช่วยเหลือผู้เรยี น 3 การมีสว่ นร่วม ออนไลน์ 2 4 ใบงาน ข้ันที่ 2 แสวงหาขอ้ มูลและการจัดการเรียนรู้ Internet/youtube - ครูบอกถงึ แหล่งเรียนร้ทู ใี่ ช้ในการศกึ ษาหา 3 ใบความรู้ ข้อมลู 4 ใบงาน - ครมู อบหมายใบงานใหผ้ ู้เรียนไปทำการศกึ ษา ค้นคว้าด้วยตนเอง ขั้นที่ 3 การปฏบิ ัตแิ ละนำไปประยุกต์ใช้ - ครูและผู้เรียนสรปุ ผลการศึกษาค้นควา้ จากใบ งานและสง่ ตามเวลาท่กี ำหนด ข้ันที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ - สงั เกตการมสี ่วนร่วมของผู้เรียนในการอภิปราย ในหัวขอ้ เรื่องตา่ งๆ - สอบถามผเู้ รียนในขณะพบกลุ่มในเรือ่ ง เครือข่ายสงั คมออนไลน์ (Social Network) - ตรวจสอบชิ้นงานตามใบงานที่ผู้เรียนได้รับ

แผนการจดั กระบวนการเรียนร้รู า การพบกลุม่ ครง้ั ที่ 11 วิชา คุณธรรมและจริยธรรมในก เรอ่ื ง คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สอื่ สังคมออนไลน์ ข้อแตกตา่ งระหวา่ งคณุ มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ มคี วามรู้ ความเข้าใจ เหน็ คุณค่า และสืบทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี เพอ่ื การอ รายวชิ า/หวั เรอ่ื ง ตัวช้วี ัด เน้ือหา 6. ขอ้ แตกต่างระหว่างคณุ ธรรม คุณธรรมและจริยธรรม 10. วิเคราะห์ข้อแตกต่าง ในการใช้ส่ือสงั คม ระหวา่ งคุณธรรม จรยิ ธรรมและ จรยิ ธรรมและกฎหมายเก่ียวกับการ ออนไลน์ กฎหมายเกี่ยวกับการใช้สอ่ื ใช้ส่ือสงั คมออนไลน์ สงั คมออนไลน์ ในสถานการณท์ ี่กำหนดได้ 11. วเิ คราะหก์ รณศี กึ ษา: การ 7. กรณศี ึกษา: การละเมดิ คุณธรรม ละเมดิ คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมใน และจรยิ ธรรมในการใชส้ ่ือสงั คม การใชส้ อ่ื สงั คมออนไลน์ทศ่ี ึกษา ออนไลน์ ได้ 12. ตระหนักถงึ ผลกระทบของ การละเมดิ คณุ ธรรมและ จรยิ ธรรมในการใชส้ ่ือสังคม ออนไลน์

ายสัปดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL การใช้ส่ือสังคมออนไลน์ (สค0200035) ระดบั ประถมศกึ ษา ณธรรมจริยธรรมและกฎหมายเกย่ี วกบั การใชส้ อื่ สังคมออนไลน์ จำนวน 6 ชั่วโมง อยรู่ ่วมกันอย่างสนั ติสขุ การจดั กระบวนการเรยี นรู้ ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมินผล ขั้นท่ี 1 กำหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการ 1 สื่อการเรยี นออนไลน์ 1 การสังเกต - ครูสนทนากบั ผเู้ รียนถึงวธิ ีการศึกษาดว้ ยตนเอง ระบบช่วยเหลือผู้เรียน 2 การซกั ถาม เรื่อง ขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ 2 Internet/youtube 3 การมีสว่ นร่วม กฎหมายเก่ยี วกบั การใช้สอื่ สงั คมออนไลน์ 3 ใบความรู้ 4 ใบงาน ขน้ั ที่ 2 แสวงหาขอ้ มูลและการจดั การเรียนรู้ 4 ใบงาน - ครูบอกถึงแหลง่ เรียนรูท้ ี่ใช้ในการศกึ ษาหา ขอ้ มูล - ครมู อบหมายใบงานใหผ้ ู้เรยี นไปทำการศกึ ษา ค้นคว้าดว้ ยตนเอง ขนั้ ที่ 3 การปฏิบัตแิ ละนำไปประยุกต์ใช้ - ครูและผู้เรยี นสรุปผลการศกึ ษาคน้ คว้าจากใบ งานและสง่ ตามเวลาที่กำหนด ขน้ั ที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ - สงั เกตการมีสว่ นรว่ มของผู้เรียนในการอภิปราย ในหัวข้อเรอ่ื งตา่ งๆ - สอบถามผู้เรียนในขณะพบกลุ่มในเร่อื งการ ละเมดิ คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สื่อสงั คม ออนไลน์ - ตรวจสอบชิ้นงานตามใบงานท่ีผู้เรยี นไดร้ ับ

แผนการจัดกระบวนการเรยี นรูร้ า การพบกลุ่มครง้ั ที่ 12 วิชา ประวัตสิ มเดจ็ พระศ เรื่อง การครองราชยแ์ ละพระร มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดับ มีความรคู้ วามเข้าใจตระหนักถงึ ความสำคัญเกี่ยวกับภมู ิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์ เศรษ รายวิชา/หวั เรื่อง ตัวชี้วัด เนอ้ื หา การครองราชยแ์ ละพระ 3.บอกอธิบายความเปน็ มา 3. ความเป็นการครองราชยข์ อง ราชกรณยี กิจ การครองราชยแ์ ละพระราช สมเดจ็ พระศรสี รรเพชญท์ ี่8 กรณียกิจของสมเดจ็ พระศรีสรร 3.1 การครองราชย์ เพชญท์ 8่ี ได้ 3.2 พระราชกรณียกจิ 1. ด้านศาสนา 2. ด้านคมนาคม

ายสัปดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL ศรีสรรเพชญท์ ่ี 8 (สค13091) ระดบั ประถมศกึ ษา ราชกรณียกิจ จำนวน 6 ชว่ั โมง ษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง สามารถนำมาปรบั ใช้ในการดำรงชวี ติ การจัดกระบวนการเรยี นรู้ ส่อื /แหลง่ เรียนรู้ การวัดและประเมินผล ข้ันท่ี 1 กำหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการ 1 ส่ือการเรยี นออนไลน์ 1 การสังเกต - ครสู นทนากบั ผู้เรยี นถงึ วธิ กี ารศกึ ษาดว้ ยตนเอง ระบบชว่ ยเหลือผู้เรียน 2 การซกั ถาม เรอ่ื ง การครองราชยแ์ ละพระราชกรณยี กจิ 2 Internet/youtube 3 การมีส่วนร่วม ขน้ั ที่ 2 แสวงหาขอ้ มูลและการจดั การเรยี นรู้ 3 ใบความรู้ 4 ใบงาน - ครูบอกถงึ แหล่งเรียนรทู้ ่ใี ช้ในการศกึ ษาหา 4 ใบงาน ขอ้ มลู 5 ห้องสมดุ ประชาชน - ครมู อบหมายใบงานให้ผู้เรียนไปทำการศกึ ษา 6 ภูมปิ ัญญา/ผู้รู้ คน้ คว้าดว้ ยตนเอง 7 แหลง่ เรยี นรู้ในชุมชน ขนั้ ท่ี 3 การปฏิบัตแิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ - ครูและผู้เรยี นสรปุ ผลการศกึ ษาคน้ ควา้ จากใบ งานและส่งตามเวลาทก่ี ำหนด ขั้นท่ี 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ - สังเกตการมสี ่วนร่วมของผู้เรียนในการอภิปราย ในหวั ข้อเรอื่ งตา่ งๆ - สอบถามผู้เรยี นในขณะพบกลมุ่ ในเร่อื งการ ครองราชย์และพระราชกรณยี กิจ - ตรวจสอบชนิ้ งานตามใบงานทผ่ี ู้เรียนได้รับ

แผนการจดั กระบวนการเรยี นรรู้ า การพบกลุม่ คร้งั ท่ี 13 วิชาทกั ษะการเรีย เรือ่ ง การใชแ้ หลง่ เรยี มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดบั 1. ความสามารถในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 2. รู้จัก เห็นคุณคา่ และใชแ้ หลง่ เรยี นร้ถู กู ตอ้ ง 3. เข้าใจ ความหมาย กระบวนการชมุ ชน และศกั ยภาพของชุมชนในการปฏบิ ัตกิ ารแ 4. ความสามารถในการอธบิ ายกระบวนการคิดเป็น และทักษะในการใชก้ ระบวนการ 5. เข้าใจความหมาย เห็นความสำคัญ และปฏิบตั ิการรวบรวมขอ้ มูล วิเคราะหข์ อ้ มูล 6. เข้าใจความหมาย และเห็นความสำคญั ของศกั ยภาพหลักของพ้นื ทใี่ นการเพ่ิมขดี ค รายวชิ า/หัวเรอ่ื ง ตวั ชวี้ ัด เนื้อหา การใชแ้ หลง่ เรยี นรู้ 1. สามารถบอกและยกตวั อยา่ ง 1. การเขา้ ถงึ และเลอื กใชแ้ หล่งเรียนร ประเภทของแหล่งเรียนรู้ (หอ้ งสมดุ ประชาชนอำเภอของ 2. สามารถเลอื กและบอกวธิ กี าร สถานศึกษา และ ศรช.) เข้าถงึ แหลง่ เรียนรู้

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL ยนรู้ (ทร11001) ระดบั ประถมศึกษา ยนรู้ จำนวน 6 ชัว่ โมง และทำตามกระบวนการจัดการความรูช้ ุมชน เพ่ือเพ่มิ ขีดความสามารถในการประกอบอาชพี รคิดเป็นในการแก้ปัญหาการเรียนรู้และการประกอบอาชีพได้อยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวติ และสรปุ ผลการหาความรู้ ความจริง ในการเรียนรู้และการประกอบอาชพี ความสามารถของการประกอบอาชพี 5 กลุ่มอาชีพใหม่ การจัดกระบวนการเรยี นรู้ On-Line สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล 1. สังเกตมารยาทใน รู้ ขั้นท่ี 1 กำหนดสภาพปญั หา ความ 1. หนังสอื เรียนวชิ า การฟังและดู 2. การนำเสนองาน ต้องการ ทกั ษะการเรยี นรู้ (วจิ ารณ์ดว้ ยความ สมเหตุสมผล และ 1. ครแู จง้ วัตถุประสงค์ในการเรียนให้ หนา้ ท่ี 19 – 30 ความเปน็ ไปได้ของ เรือ่ งทฟี่ งั และด)ู ผูเ้ รยี นได้รบั ทราบ 3. การตอบคำถามใบ งาน 2. ครใู หน้ กั ศึกษาทาแบบทดสอบกอ่ น เรียน 10 ข้อ 3. ครูทกั ทายผเู้ รียนและชวนคดิ ชวนคุย เกย่ี วกับแหลง่ เรียนรู้ประเภทตา่ งๆ 2. ใบงาน ขนั้ ท่ี 2 แสวงหาข้อมูลและการจัดการ เรยี นรู้ 4.ครเู ชือ่ มโยงสิ่งท่ไี ดเ้ รยี นรใู้ นข้ันท่ี 1 โดยใหผ้ ูเ้ รยี นศกึ ษาจากใบความรู้ เกี่ยวกบั

รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ัด เน้อื หา

การจดั กระบวนการเรียนรู้ On-Line สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และประเมินผล - แหล่งเรยี นรปู้ ระเภทตา่ งๆ 3. แบบทดสอบก่อน - การใชแ้ หลง่ เรียนรูท้ สี่ ำคัญ เรียน 5. ผู้เรียนสรุปเนอ้ื หาและทำใบงานเรื่อง - แหล่งเรียนรู้ประเภทตา่ งๆ - การใช้แหล่งเรยี นรทู้ ่ีสำคญั 6. ครแู ละผูเ้ รยี นสรปุ สง่ิ ท่ไี ด้เรียนรู้ รว่ มกนั และผเู้ รียนบันทกึ สรปุ สงิ่ ทไี่ ด้ เรียนร้ลู งในสมุดบนั ทึกกจิ กรรม ข้นั ที่ 3 การปฏิบัตแิ ละนำไป ประยกุ ตใ์ ช้ 7. ครมู อบหมายให้ผู้เรยี นไปศึกษา คน้ ควา้ ในเรอ่ื งแหลง่ เรยี นรปู้ ระเภทตา่ งๆ 8. ครใู ห้ผู้เรยี นแบ่งกลมุ่ ทำแผนผงั ความคิด และออกมาอธปิ ราย ดังนี้ - แหลง่ เรยี นรู้ประเภทต่างๆ - การใชแ้ หล่งเรียนรู้ทีส่ ำคัญ ข้ันที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 9. สงั เกตการมีสว่ นร่วมของผูเ้ รียนในการ อภปิ ราย 10. สอบถามผู้เรียนในขณะพบกลุ่มใน เร่อื งการอภปิ ราย 11. ตรวจสอบช้นิ งานตามใบงานท่ีผ้เู รียน ไดร้ บั

แผนการจัดกระบวนการเรยี นร้รู า การพบกล่มุ ครัง้ ท่ี 14 วชิ าทกั ษะการเรีย เร่อื ง การใชแ้ หลง่ เรีย รายวิชา/หัวเร่อื ง ตวั ชี้วัด เนอื้ หา การใชแ้ หลง่ เรยี นรู้ 1. สามารถอธิบายหรือ 1. ทกั ษะการใช้ขอ้ มลู สารสนเทศจาก ยกตัวอยา่ งการใชข้ ้อมูล ห้องสมดุ ประชาชนที่สอดคลอ้ งกบั สารสนเทศจากหอ้ งสมุด ความตอ้ งการ ความจำเปน็ เพ่อื ประชาชนทส่ี อดคลอ้ ง นำไปใช้ในการเรยี นรขู้ องตนเอง กับความต้องการ ความจำเป็น เพื่อนำไปใชใ้ นการเรียนรขู้ อง ตนเอง

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL ยนรู้ (ทร11001) ระดบั ประถมศึกษา ยนรู้ จำนวน 6 ช่วั โมง การจัดกระบวนการเรยี นรู้ On-Line สื่อ/แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล 1. สงั เกตมารยาทใน ก ขน้ั ท่ี 1 กำหนดสภาพปัญหา ความ 1. ใบความรู้ การฟงั และดู 2. การนำเสนองาน ต้องการ 2. ใบงาน (วิจารณ์ด้วยความ สมเหตสุ มผล และ 1. ครูแจง้ วัตถปุ ระสงคใ์ นการเรยี นให้ 3. แบบทดสอบกอ่ น ความเป็นไปไดข้ อง เรยี น เรื่องท่ฟี ังและดู) ผเู้ รียนไดร้ ับทราบ 3. การตอบคำถามใบ งาน 2. ครูใหน้ กั ศกึ ษาทาแบบทดสอบก่อน เรียน 10 ขอ้ 3. ครทู กั ทายผเู้ รียนและชวนคดิ ชวนคุย เกี่ยวกับทกั ษะการใช้ข้อมลู สารสนเทศ จากห้องสมดุ ประชาชน ขนั้ ที่ 2 แสวงหาข้อมูลและการจดั การ เรียนรู้ 4.ครเู ช่อื มโยงสิ่งท่ไี ดเ้ รียนรู้ในข้นั ที่ 1 โดยใหผ้ ้เู รียนศึกษาจากใบความรู้ เก่ียวกบั -ทักษะการเขาถึงสารสนเทศของ ห้องสมดุ ประชาชน - การใช้แหล่งเรียนรู้สำคญั ๆ ภายในประเทศ

รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ัด เน้อื หา

การจดั กระบวนการเรียนรู้ On-Line สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมินผล -การใช้แหลง่ เรยี นรู้ผา่ นเครอื ขา่ ย อินเทอร์เนต็ 5. ผเู้ รียนสรุปเนอื้ หาและทำใบงานเร่อื ง - ทักษะการใช้ข้อมูลสารสนเทศจาก หอ้ งสมุดประชาชน 6. ครูและผเู้ รยี นสรุปส่งิ ทไี่ ด้เรยี นรู้ รว่ มกัน และผู้เรยี นบนั ทึกสรปุ สง่ิ ที่ได้ เรยี นรู้ลงในสมุดบันทึกกจิ กรรม ขัน้ ที่ 3 การปฏิบัติและนำไป ประยุกตใ์ ช้ 7. ครูมอบหมายใหผ้ เู้ รียนไปศกึ ษา คน้ ควา้ ในเรอ่ื งทักษะการใช้ขอ้ มลู สารสนเทศจากหอ้ งสมุดประชาชน 8. ครใู ห้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มทำแผนผัง ความคดิ เกี่ยวกับทักษะการใชข้ อ้ มูล สารสนเทศจากหอ้ งสมุดประชาชนโดย แต่ละเรอื่ งตา่ งๆ ดังน้ี -ทกั ษะการเขาถึงสารสนเทศของ หอ้ งสมุดประชาชน - การใช้แหล่งเรียนรู้สำคญั ๆ ภายในประเทศ

รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ัด เน้อื หา

การจัดกระบวนการเรยี นรู้ On-Line สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และประเมินผล -การใช้แหล่งเรยี นรู้ผา่ นเครือขา่ ย อินเทอรเ์ นต็ ขั้นท่ี 4 การประเมินผลการเรียนรู้ 9. สังเกตการมีสว่ นรว่ มของผู้เรียนในการ อภิปรายในหัวข้อเรอื่ งตา่ งๆ 10. สอบถามผู้เรียนในขณะพบกลุ่มใน เรื่องการอภิปรายเรื่องทักษะการเขาถึง สารสนเทศของหอ้ งสมดุ ประชาชน 11. ตรวจสอบชิ้นงานตามใบงานทผ่ี เู้ รียน ได้รับ

แผนการจดั กระบวนการเรยี นรู้รา การพบกลมุ่ ครั้งที่ 15 วิชาทักษะการเรยี เรอื่ ง การจดั การความรู้ รายวิชา/หวั เรอ่ื ง ตัวชวี้ ัด เนื้อหา การจัดการความรู้ 1. รู้เขา้ ใจกระบวนการจัดการ 1. กระบวนการจัดการความรู้ ความรู้ (กำหนดเป้าหมายการเรยี นรู้/ระบุ ความรู้/กำหนดความรทู้ ่ีตอ้ งการใช้/ การแสวงหาความรู/้ สรุปองคค์ วามรู้ ปรบั ปรงุ ดดั แปลงให้เหมาะสมตอ่ การใช้งาน/ ประยกุ ต์ใช้ ความรใู้ นกจิ การงานของตน/ แลกเปล่ยี นความรู้/รวมกลุ่ม ปฏบิ ัตกิ ารต่อยอดความรู้ พัฒนา ขอบข่ายความรู้ของกลมุ่ /สรปุ องค์ ความรขู้ องกลมุ่ /จดั ทำ สารสนเทศ เผยแพร่ความรู้)

ายสัปดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL ยนรู้ (ทร11001) ระดบั ประถมศึกษา จำนวน 6 ช่วั โมง การจัดกระบวนการเรยี นรู้ On-Line ส่อื /แหลง่ เรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล ขนั้ ที่ 1 กำหนดสภาพปญั หา ความ 1. หนงั สอื เรยี นวชิ า 1. สังเกตมารยาทใน การฟงั และดู ตอ้ งการ ทกั ษะการเรียนรู้ 2. การนำเสนองาน (วิจารณด์ ว้ ยความ 1. ครแู จง้ วตั ถุประสงคใ์ นการเรยี นให้ หน้าที่ 44 - 49 สมเหตุสมผล และ ความเป็นไปได้ของ ผู้เรียนไดร้ บั ทราบ เรื่องทีฟ่ งั และดู) 3. การตอบคำถามใบ 2. ครูให้นกั ศกึ ษาทาแบบทดสอบกอ่ น งาน เรียน 10 ขอ้ 3. ครทู กั ทายผเู้ รยี นและชวนคดิ ชวนคุย เกี่ยวกับกระบวนการจดั การความรดู้ ว้ ย ตนเอง 2. ใบงาน ข้ันที่ 2 แสวงหาข้อมูลและการจัดการ เรยี นรู้ 4.ครูเช่ือมโยงส่ิงทไ่ี ดเ้ รียนรใู้ นขนั้ ที่ 1 โดยให้ผูเ้ รียนศกึ ษาจากกหนงั สอื เกย่ี วกับ 3. แบบทดสอบก่อน -กระบวนการจัดการความรู้ดว้ ยตนเอง เรยี น 5. ผู้เรียนสรุปเน้ือหาและทำใบงานเรอ่ื ง - กระบวนการจดั การความรูด้ ้วยตนเอง 6. ครแู ละผู้เรยี นสรุปส่งิ ที่ไดเ้ รยี นรู้

รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ัด เน้อื หา

การจดั กระบวนการเรยี นรู้ On-Line ส่อื /แหลง่ เรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล รว่ มกนั และผเู้ รยี นบนั ทึกสรปุ สง่ิ ทไี่ ด้ เรยี นร้ลู งในสมดุ บันทกึ กิจกรรม ขัน้ ท่ี 3 การปฏบิ ัติและนำไป ประยกุ ต์ใช้ 7. ครมู อบหมายให้ผเู้ รยี นไปศึกษา คน้ คว้าในเรื่องกระบวนการจัดการ ความรู้ดว้ ยตนเอง 8. ครูให้ผู้เรยี นแบ่งกลมุ่ ทำใบงาน ขั้นท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 9. สังเกตการมสี ่วนร่วมของผูเ้ รียนในการ อภปิ รายในหวั ขอ้ เรือ่ งตา่ งๆ 10. สอบถามผู้เรียนในขณะพบกลุ่มใน เรื่องการอภิปรายเรื่องกระบวนการ จดั การความรูด้ ้วยตนเอง 11. ตรวจสอบชน้ิ งานตามใบงานทผ่ี ูเ้ รียน ได้รับ

แผนการจดั กระบวนการเรยี นร้รู า การพบกลุ่มครั้งท่ี 16 วิชาทกั ษะการเรยี เรือ่ ง การคดิ เป็น รายวิชา/หวั เร่อื ง ตวั ชี้วัด เนอื้ หา การคิดเป็น 1. เขา้ ใจและเชือ่ มนั่ ในความเช่ือ 1. ความเชอื่ พื้นฐานทางการศึกษา พื้นฐานทางการศึกษาผใู้ หญ่/ ผูใ้ หญ/่ การศึกษานอกระบบ 5 การศกึ ษานอกระบบทีเ่ ปน็ ประการ พนื้ ฐานเบอ้ื งต้นของการเขา้ ถึง 1.1 คนทกุ คนมีความแตกต่างกนั กระบวนการคดิ เป็น แต่ทุก 2. ร้แู ละเข้าใจปรัชญา คิดเป็น คนตอ้ งการความสขุ ความสุขของแต ง่ายๆ สามารถอธิบาย ได้ถึง ละ ความหมายและความสำคญั ของ คนจึงแตกต่างกัน การคิดเปน็ ทเ่ี ชอ่ื มโยงจากความ 1.2 ความสขุ ของคนจะเกดิ ขนึ้ ก็ เชอ่ื พื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ ตอ่ เมื่อมี และการศกึ ษานอกระบบ/ การปรับตัวเองและสิ่งแวดล้อมให้เข้า การศึกษาตามอัธยาศัย หา 3. เขยี นผังกระบวนการคดิ กนั อยา่ งผสมกลมกลืนจนเกดิ ความ แก้ปัญหา ตามแนวทางของ พอดี คนคดิ เป็น 1.3 สภาวะแวดลอ้ มในสังคม 4. อธิบายเสนอแนวทางการ เปลีย่ นแปลงอย่ตู ลอดเวลา จงึ ทำให้ แก้ปัญหาตามกระบวนการคิด เกิดปัญหา เกดิ ความทุกข์ ความไม่ เปน็ จากกรณีตวั อยา่ งทกี่ ำหนด สบายกายไม่สบายใจอยู่ตลอด ได้ 1.4 เม่ือเกิดปญั หาหรอื เกดิ ทุกขก์ ็ 5. ทำแบบฝึกหัดการแก้ปญั หา ต้องหาวิธแี กป้ ัญหา ซงึ่ การแก้ปัญหา

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL ยนรู้ (ทร11001) ระดับประถมศกึ ษา จำนวน 6 ชัว่ โมง การจัดกระบวนการเรยี นรู้ On-Line ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล ข้นั ที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความ 1. หนงั สอื เรยี นวิชา 1. สงั เกตมารยาทใน ต้องการ ทกั ษะการเรียนรู้ การฟังและดู 1. ครแู จ้งวัตถุประสงคใ์ นการเรยี นให้ หน้าท่ี 75 – 89 2. การนำเสนองาน ผเู้ รียนไดร้ ับทราบ (วจิ ารณด์ ้วยความ 2. ครใู ห้นกั ศึกษาทาแบบทดสอบกอ่ น สมเหตุสมผล และ ต่ เรียน 10 ขอ้ ความเปน็ ไปได้ของ 3. ครูทกั ทายผู้เรียนและชวนคิดชวนคุย เร่อื งทีฟ่ ังและด)ู เกย่ี วกบั ความเชอื่ พืน้ ฐานทางการศึกษา 3. การตอบคำถามใบ ผใู้ หญ่ 2. ใบงาน หนงั สอื เรยี น งาน ข้ันที่ 2 แสวงหาข้อมูลและการจัดการ หนา้ ท่ี 77- 88 า เรยี นรู้ 3. แบบทดสอบกอ่ น 4.ครูเชอื่ มโยงส่งิ ท่ีไดเ้ รยี นรู้ในข้นั ท่ี 1 เรียน โดยใหผ้ ู้เรียนศึกษาจากกหนังสอื เก่ยี วกบั -ความเชอื่ พืน้ ฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ 5. ผ้เู รียนสรุปเน้ือหาและทำใบงานเร่ือง - ความเชอื่ พ้นื ฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่

รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้ีวัด เนอ้ื หา ท่เี หมาะสมตอ้ งมีขอ้ มูลประกอบการ ดา้ นกระบวนการคิดเป็นที่ คดิ การตัดสนิ ใจ อย่างน้อย 3 ประการ คอื ขอ้ มลู ด้านวชิ าการ กำหนดให้ไดค้ ล่อง ขอ้ มูลดา้ นตนเองขอ้ มลู ด้านสงั คม สงิ่ แวดล้อม 1.5 เม่อื ได้ใช้วิธแี กป้ ญั หาดว้ ยการ วเิ คราะห์ขอ้ มลู และไตร่ตรองข้อมลู อย่างรอบคอบ ทัง้ 3 ด้าน จนมีความ พอใจแลว้ กพ็ ร้อมทจ่ี ะรบั ผิดชอบการ ตัดสินใจทีเ่ กิดความพอดี ความสมดุล ระหวา่ งชีวิตกบั ธรรมชาตอิ ย่างสันติ สุข

การจัดกระบวนการเรยี นรู้ On-Line สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล 6. ครูและผู้เรยี นสรุปส่ิงทไ่ี ด้เรยี นรู้ ร่วมกัน และผูเ้ รยี นบนั ทึกสรุปส่งิ ท่ีได้ เรียนรลู้ งในสมุดบันทกึ กจิ กรรม ข้ันท่ี 3 การปฏบิ ัตแิ ละนำไป ประยกุ ตใ์ ช้ 7. ครมู อบหมายใหผ้ ู้เรยี นไปศึกษา ม ค้นคว้าในเรอ่ื งความเชือ่ พ้ืนฐานทาง ร การศกึ ษาผใู้ หญ่ ล 8. ครใู ห้ผู้เรียนแบง่ กล่มุ ทำใบงาน ขน้ั ที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ 9. สงั เกตการมีส่วนร่วมของผู้เรยี นในการ อภิปรายในหวั ข้อเรื่องต่างๆ 10. สอบถามผู้เรียนในขณะพบกลุ่มใน เรื่องการอภิปรายเรื่องความเชื่อพื้นฐาน ทางการศกึ ษาผใู้ หญ่ 11. ตรวจสอบชิ้นงานตามใบงานทผ่ี ู้เรียน ได้รบั

แผนการจดั กระบวนการเรยี นรูร้ า การพบกล่มุ ครัง้ ที่ 17 วิชาทักษะการเรยี เร่อื ง การวจิ ยั อยา่ งงา่ ย รายวิชา/หัวเรือ่ ง ตวั ชี้วัด เนอ้ื หา การวจิ ัยอยา่ งงา่ ย 1. รเู้ ข้าใจความหมายและ 1. วิจยั คอื อะไร ทำไมต้องรเู้ รื่องการ ตระหนักถงึ ความสำคัญของการ วจิ ยั (ความหมายและความสำคัญ วจิ ยั ของการวจิ ัย) 1.1 ความหมายของการวิจยั 1.2 ความสำคญั และประโยชน์ของ การวิจยั

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL ยนรู้ (ทร11001) ระดบั ประถมศกึ ษา จำนวน 6 ชั่วโมง การจดั กระบวนการเรียนรู้ On-Line สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมินผล ข้ันท่ี 1 กำหนดสภาพปญั หา ความ 1. ใบความรู้ 1. สงั เกตมารยาทใน การฟงั และดู ตอ้ งการ 2. การนำเสนองาน (วจิ ารณด์ ้วยความ 1. ครูแจ้งวตั ถุประสงคใ์ นการเรยี นให้ สมเหตุสมผล และ ความเปน็ ไปได้ของ ผูเ้ รยี นไดร้ บั ทราบ เร่ืองทฟ่ี ังและด)ู 3. การตอบคำถามใบ ง 2. ครใู ห้นกั ศึกษาทาแบบทดสอบกอ่ น 2. ใบงาน งาน เรียน 10 ข้อ 3. ครูทกั ทายผูเ้ รียนและชวนคิดชวนคยุ เก่ยี วกับการวจิ ัยอยา่ งง่าย ข้นั ที่ 2 แสวงหาขอ้ มูลและการจดั การ เรยี นรู้ 3. แบบทดสอบก่อน 4.ครเู ช่อื มโยงส่ิงทไี่ ด้เรียนรู้ในขน้ั ที่ 1 เรยี น โดยให้ผูเ้ รยี นศึกษาจากกหนังสอื เกย่ี วกบั -การวจิ ัยอย่างง่าย 5. ผูเ้ รยี นสรปุ เนื้อหาและทำใบงานเรื่อง - การวจิ ยั อย่างง่าย

รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ัด เน้อื หา

การจดั กระบวนการเรียนรู้ On-Line สื่อ/แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล 6. ครูและผู้เรียนสรปุ ส่งิ ท่ีไดเ้ รยี นรู้ รว่ มกนั และผู้เรียนบันทกึ สรปุ สิง่ ที่ได้ เรียนรลู้ งในสมุดบันทึกกิจกรรม ขั้นท่ี 3 การปฏบิ ัตแิ ละนำไป ประยกุ ตใ์ ช้ 7. ครมู อบหมายใหผ้ ้เู รียนไปศึกษา คน้ ควา้ ในเร่ืองการวจิ ัยอย่างงา่ ย 8. ครูให้ผู้เรยี นทำใบงาน ขัน้ ที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ 9. สังเกตการมสี ว่ นร่วมของผู้เรียนในการ อภปิ รายในหวั ข้อเร่อื งต่างๆ 10. สอบถามผู้เรียนในขณะพบกลุ่มใน เรื่องการอภิปรายเรอ่ื งการวิจยั อยา่ งง่าย 11. ตรวจสอบชิน้ งานตามใบงานทีผ่ เู้ รียน ไดร้ ับ

แผนการจัดกระบวนการเรยี นรู้รา การพบกลมุ่ ครั้งท่ี 18 วชิ าการใชพลังงานไฟฟาในชีวติ ป เร่ือง ประเภทของไฟฟา มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ มคี วามรู ความเขาใจ ทักษะและเห็นคุณคาเก่ียวกบั กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เท พลังงาน กระบวนการเปล่ยี นแปลงของโลกและดาราศาสตร์ มีจิตวิทยาศาสตร์และนาํ ความรูไ รายวชิ า/หวั เรอื่ ง ตวั ชี้วัด เนื้อหา 1. ประเภทของไฟฟา ประเภทของไฟฟา บอกประเภทของไฟฟา 1.1 ไฟฟาสถติ 1.2 ไฟฟากระแส 1.2.1 ไฟฟากระแสตรง 1.2.2 ไฟฟากระแสสลับ 2. การกำเนดิ ของไฟฟา 2.1 ไฟฟาที่เกิดจากการเสียดสีของ วัตถุ 2.2 ไฟฟาที่เกดิ จากการทำ ปฏิกริ ยิ าทางเคมี 2.3 ไฟฟาทเี่ กดิ จากพลงั งานแสงอา ทติ ย 2.4 ไฟฟาทีเ่ กิดจากพลงั งาน แม่เหล็กไฟฟา

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL ระดบั ประถมศึกษา ประจำวนั 1 (พว 12010) จำนวน 6 ชั่วโมง ทคโนโลยี สิง่ มชี ีวติ ระบบนเิ วศ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม ในทองถ่ิน สาร แรง ไปใชประโยชนในการดำเนินชีวิต การจัดกระบวนการเรียนรู้ On-Line สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล ขัน้ ที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความ 1. หนงั สือเรียน 1. สังเกตมารยาทใน การฟังและดู ต้องการ 2. การนำเสนองาน (วจิ ารณ์ด้วยความ 1. ครแู จง้ วตั ถปุ ระสงคใ์ นการเรยี นให้ สมเหตุสมผล และ ความเป็นไปไดข้ อง ผ้เู รยี นได้รับทราบ เรื่องทฟ่ี ังและดู) 3. การตอบคำถามใบ 2. ครใู หน้ ักศกึ ษาทาแบบทดสอบกอ่ น งาน เรียน 10 ขอ้ 2. ใบงาน ง 3. ครทู ักทายผ้เู รียนและชวนคิดชวนคุย เกี่ยวกับประเภทของไฟฟา และการ กำเนดิ ของไฟฟา ขน้ั ท่ี 2 แสวงหาข้อมูลและการจดั การ า เรยี นรู้ 4.ครูเชื่อมโยงส่งิ ท่ไี ด้เรียนรู้ในขัน้ ท่ี 1 3. แบบทดสอบกอ่ น โดยใหผ้ เู้ รียนศึกษาจากใบความรู้ เรียน เกย่ี วกับ - ประเภทของไฟฟา - การกำเนดิ ของไฟฟา

รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ัด เน้อื หา

การจดั กระบวนการเรยี นรู้ On-Line สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล 5. ผเู้ รยี นสรปุ เนอื้ หาและทำใบงานเร่ือง - ประเภทของไฟฟา - การกำเนิดของไฟฟา 6. ครูและผูเ้ รยี นสรปุ สง่ิ ท่ีไดเ้ รียนรู้ รว่ มกัน และผูเ้ รียนบันทึกสรุปส่งิ ท่ไี ด้ เรียนรลู้ งในสมดุ บนั ทกึ กจิ กรรม ขั้นที่ 3 การปฏบิ ัติและนำไป ประยุกต์ใช้ 7. ครมู อบหมายให้ผเู้ รียนไปศกึ ษา ค้นคว้าในเรอ่ื งแหลง่ เรียนรปู้ ระเภทตา่ งๆ 8. ครูให้ผู้เรยี นทำใบงาน และออกมา อธปิ ราย ดังน้ี ขัน้ ที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 9. สงั เกตการมีส่วนรว่ มของผูเ้ รยี นในการ อภปิ ราย 10. สอบถามผู้เรียนในขณะพบกลุ่มใน เรื่องการอภิปราย 11. ตรวจสอบช้ินงานตามใบงานท่ีผเู้ รียน ไดร้ ับ

แผนการจดั กระบวนการเรยี นร้รู า การพบกลุ่มครัง้ ที่ 19 วิชาการใชพลงั งานไฟฟาในชวี ิตป เรือ่ ง อุปกรณไฟฟา้ และวงจรไฟฟ รายวิชา/หัวเรอื่ ง ตวั ชว้ี ัด เนอ้ื หา อปุ กรณไฟฟ้าและ 1. อธิบายการตอ่ วงจรไฟฟ้า 1. วงจรไฟฟา วงจรไฟฟ้า แบบต่าง ๆ 1.1 แบบอนุกรม 1.2 แบบขนาน 1.3 แบบผสม

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL ระดับประถมศึกษา ประจำวนั 1 (พว 12010) ฟา้ จำนวน 6 ชวั่ โมง การจดั กระบวนการเรยี นรู้ On-Line สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผล ขน้ั ที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความ 1. หนังสอื เรียน 34-36 1. สังเกตมารยาทใน ตอ้ งการ การฟังและดู 1. ครูแจ้งวัตถปุ ระสงค์ในการเรียนให้ 2. การนำเสนองาน ผูเ้ รียนได้รบั ทราบ (วจิ ารณ์ด้วยความ 2. ครูใหน้ ักศกึ ษาทาแบบทดสอบกอ่ น สมเหตุสมผล และ เรยี น 10 ข้อ ความเป็นไปไดข้ อง 3. ครูทักทายผ้เู รยี นและชวนคิดชวนคยุ 2. ใบงาน เรอ่ื งท่ฟี ังและดู) เก่ยี วกับวงจรไฟฟา 3. การตอบคำถามใบ ขัน้ ท่ี 2 แสวงหาข้อมูลและการจัดการ งาน เรียนรู้ 4.ครูเชื่อมโยงส่ิงท่ีไดเ้ รียนรูใ้ นขน้ั ท่ี 1 3. แบบทดสอบก่อน โดยให้ผเู้ รียนศกึ ษาจากใบความรู้ เรียน เก่ียวกับ -วงจรไฟฟา 5. ผูเ้ รยี นสรุปเน้ือหาและทำใบงานเร่ือง - วงจรไฟฟา

รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ัด เน้อื หา

การจัดกระบวนการเรยี นรู้ On-Line สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล 6. ครูและผู้เรยี นสรปุ ส่งิ ที่ได้เรยี นรู้ รว่ มกนั และผู้เรียนบันทกึ สรุปส่งิ ท่ไี ด้ เรยี นร้ลู งในสมดุ บนั ทึกกจิ กรรม ขั้นท่ี 3 การปฏบิ ัติและนำไป ประยกุ ตใ์ ช้ 7. ครูมอบหมายใหผ้ ้เู รียนไปศกึ ษา ค้นคว้าในเรื่องวงจรไฟฟา 8. ครใู ห้ผู้เรียนใบงาน ข้นั ท่ี 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ 9. สังเกตการมสี ่วนรว่ มของผู้เรยี นในการ อภิปรายในหวั ข้อเรอื่ งตา่ งๆ 10. สอบถามผู้เรียนในขณะพบกลุ่มใน เรื่องการอภิปรายเรื่องทักษะการเขาถึง สารสนเทศของหอ้ งสมุดประชาชน 11. ตรวจสอบชน้ิ งานตามใบงานท่ผี เู้ รียน ได้รบั

แผนการจดั กระบวนการเรียนรู้รา การพบกลุ่มครง้ั ท่ี 20 วชิ า ปจั ฉ เร่ือง ปจั ฉิมนิเทศ/สอบปลาย รายวิชา/หัวเร่อื ง ตวั ชีว้ ัด เนือ้ หา ปัจฉมิ นเิ ทศ/สอบปลาย 1 ผเู้ รียนมคี วามสามารถในการ ความสามารถในการสอบปลายภาค ภาคเรยี น สอบปลายภาคครบทกุ วิชา ของหลกั สตู รทกุ รายวิชาที่ ตามท่ีลงทะเบยี น ลงทะเบยี นเรยี น 2 ผู้เรยี นมคี วามสามารถในการ สอบปลายผ่านตามเกณฑ์ทกุ รายวิชา

ายสัปดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL ฉมิ นิเทศ ระดับประถมศึกษา ยภาคเรยี น จำนวน 6 ชั่วโมง การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล -การสังเกต ค 1 ครทู บทวนเน้อื หารายวชิ าการสอบปลายภาค 1 แบบทดสอบ -การซกั ถาม ของหลักสตู รทุกรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียน ออนไลน์ในระบบ -การมสี ่วนรว่ ม 2 ครแู จกตารางสอบปลายภาคเรียนที่ 1 ปี ช่วยเหลอื ผู้เรียน การศึกษา 2565

วิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง (ทช11001) ใบความรู้เรอ่ื งการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นชีวติ ประจำวัน ระดับประถมศกึ ษา ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง จากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช (รชั กาลที่ 9) ที่ทรงใหแ้ นว ทางการดำเนินชวี ิตแกพ่ สกนกิ รชาวไทยตลอดนานกว่า 30 ปี คือ ใชจ้ ่าย 3 สว่ น และเก็บออม 1 ส่วน ฉันและ ครอบครวั ไดน้ ำมาปฏิบัติทำใหม้ ีความเปน็ อยดู่ ขี น้ึ ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คอื การนำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน ครอบครัวของฉนั อยแู่ บบเศรษฐกิจพอเพยี งตามแนวพระราชดำรทิ ่ีพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั ทรง ดงั น้ี 1.พอมพี อกิน ปลูกพืชสวนครวั ไวก้ ินเองบา้ ง ปลูกไมผ้ ลไว้หลงั บ้าน 2-3 ตน้ พอที่จะมีไวก้ นิ เองในครวั เรอื น แบ่งให้เพอ่ื นบา้ นบ้าง เหลอื จึงขายไป 2.พออยู่พอใช้ ทำใหบ้ ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิน่ เหม็น ใช้แต่ของที่เปน็ ธรรมชาติ รายจ่ายลดลง สขุ ภาพจะดีขึ้น (ประหยดั ค่ารักษาพยาบาล) คณุ พ่อของฉนั และฉันมักเน้นเกี่ยวกบั เร่ืองไฟฟา้ และนำ้ ประปา ทา่ นให้พวกเราชว่ ยกันประหยดั ไม่วา่ จะอยูท่ บี่ ้านหรอื โรงเรียน ก็ควรปดิ น้ำ ปดิ ไฟ เมื่อเลิกใชง้ านทุกคร้ัง 3.พออกพอใจ เราตอ้ งรจู้ ักพอ รู้จกั ประมาณตน ไมใ่ ครอ่ ยากใครม่ เี ช่นผอู้ ื่น เพราะเราจะหลงตดิ กับวัตถุ ชวี ติ โดยจะอย่ใู นกิจกรรม “ออมวันนี้ เศรษฐีวนั หนา้ ” 4.เมื่อมีรายได้แตล่ ะเดอื น จะแบ่งไวใ้ ช้จ่าย 3 ส่วน เป็นคา่ น้ำ ค่าไฟ คา่ โทรศัพท์ ค่าจิปาถะ ทีใ่ ชใ้ นครัวเรือน รวมท้งั คา่ เส้อื ผ้า เครอ่ื งใช้บางอย่างทชี่ ำรุด เป็นต้น 5.ฉนั จะยึดความประหยัด ตดั ทอนรายจ่ายในทุกๆ วันที่ไมจ่ ำเปน็ ลดละความฟุ่มเฟอื ย การปฏบิ ตั ติ ามแนวทางเศรษฐกิจพอเพยี ง ยึดหลกั พออยู่ พอกิน พอใช้ ยดึ ความประหยัด ตัดทอนค่าใชจ้ ่าย ลดความฟมุ่ เฟือย ในการดำรงชีพ ความเปน็ อยทู่ ตี่ อ้ งไมฟ่ ุง้ เฟอ้ ตอ้ งประหยัดไปในทางทถี่ ูกตอ้ ง\" ยึดถอื การประกอบอาชีพดว้ ยความถูกตอ้ งและสุจริต ความเจรญิ ของคนทั้งหลายย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบ และการหาเลีย้ งชพี ชอบเปน็ สำคญั \" ละเลกิ การแก่งแย่งผลประโยชนแ์ ละแข่งขันในการค้าขาย ประกอบอาชีพแบบตอ่ สู้กนั อยา่ งรนุ แรง

เศรษฐกจิ พอเพยี งกบั การประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวันการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ต์ใชใ้ น การดำเนินชวี ิตประจำวัน สามารถกระทำได้ดังตอ่ ไปนี้ เศรษฐกิจพอเพยี งสำหรับบคุ คลทั่วไป เศรษฐกจิ พอเพียงมปี ระโยชน์ต่อประชาชนทุกคนไม่ใช่เฉพาะแต่ เกษตรกรเทา่ นัน้ แตป่ ระชาชนโดยทวั่ ไปไม่ว่านสิ ติ นกั ศึกษา นกั เรยี น ข้าราชการ พนกั งานบริษทั กส็ ามารถนำ หลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ตใ์ ช้ในการเรียน การทำงาน ตลอดจนการดำเนินชีวิตประจำวนั ได้ ซึ่ง สามารถกระทำไดด้ ังนี้ · ควรยึดหลกั ความประหยัด ตัดทอนคา่ ใชจ้ า่ ยในทกุ ด้าน และสละความฟ่มุ เฟอื ยในการ ดำรงชพี อยา่ งจริงจัง · ควรประกอบอาชพี ดว้ ยความสุจริตและถูกต้อง แม้จะเผชญิ กับภาวะขาดแคลนในการ ดำรงชพี ก็ตาม · ควรลดละการแก่งแย่งผลประโยชน์ และการแข่งบันทางการคา้ ขาย ตลอดจนการประกอบ อาชพี ท่มี ีการตอ่ สูอ้ ย่างรนุ แรง · ควรขวนขวายใฝ่หาความรูใ้ ห้มีรายไดเ้ พิม่ พูนขึน้ จนถึงขั้นพอเพยี งในการ ดำรงชีวิตเปน็ เป้าหมายสำคญั เศรษฐกิจพอเพียงสำหรบั เกษตรกร แนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง มีประโยชนต์ อ่ เกษตรกรเปน็ อยา่ งมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ไดพ้ ระราชทานแนวคิดท่เี รยี กว่า “การเกษตรทฤษฎี ใหม่” เพ่ือสง่ เสริมและสนบั สนุนเกษตรกรใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถนำไปประยุกต์ ใชใ้ นการ ประกอบอาชพี โดยจะตอ้ งต้ังอยู่บนพื้นฐานหลักการทฤษฎใี หม่ สำหรับเกษตรกรนน้ั แนวคิดระบบเศรษฐกจิ แบบพอเพยี งตามแนวพระราชดำริจะต้งั อยูบ่ นพ้นื ฐานหลักการ “ทฤษฎีใหม่” 3 ขึน้ คอื ขัน้ ที่หนงึ่ มีความ พอเพียงเลย้ี งตวั เองได้บนพนื้ ฐานของความประหยัด ขจดั การใชจ้ ่าย ขน้ั ท่ีสอง รวมพลงั กนั ในรูปกลมุ่ เพอ่ื ทำ การผลิต การตลาด การจัดการ รวมท้ังด้านสวัสดิการ การศึกษา และการพฒั นาสังคม ขั้นทสี่ าม สรา้ ง เครือขา่ ยกลมุ่ อาชีพและขยายกิจกรรมทางเศรษฐกจิ ใหห้ ลากหลาย โดยประสานความร่วมมอื กับภาคธรุ กิจ ภาคองคก์ รพัฒนา ภาคเอกชน และภาครฐั ในด้านเงินทนุ การตลาด การผลติ การจัดการและข่าวสารขอ้ มลู กรณีศกึ ษาเศรษฐกจิ พอเพยี งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ได้พระราชทานแนวการพัฒนาการ เกษตรในเขตพื้นท่ี ตามแนวพระราชดำรนิ ้ไี ดเ้ รมิ่ ตน้ ดว้ ยทด่ี นิ จำนวน 15 ไร่ ใกลว้ ดั มงคล (ภายหลงั พระราชทานช่ือน้ีว่า วัดมงคลชยั พัฒนา) จัดทำเป็นศนู ยบ์ ริการและมกี ารขุดบอ่ น้ำ เพื่อใช้ในการเพาะปลูก ทำ ใหส้ ามารถปลกู ข้าว ผกั และไม้ผลได้ ตอ่ มาได้ขยายพื้นทเ่ี พิ่มอกี 30 ไร่ เป็นศนู ยพ์ ฒั นาและไดแ้ ย่งทด่ี นิ เป็น 3 ส่วน กลา่ วคือ สว่ นหนึ่งจัดสรรไว้สำหรับปลกู ขา้ ว อกี ส่วนหน่ึงจดั สรรสำหรับการปลูกพืชสวน พืชไร่ และอีก ส่วนทเี่ หลอื เปน็ ทสี่ ำหรับบุคคล การดำเนินการได้ผลดีมาก สามารถสร้างกำไรได้ ตอ่ มาไดข้ ยายโครงการมาใช้ที่ อำเภอเขาวง จังหวดั กาฬสนิ ธุ์ ชว่ ยใหเ้ กษตรกร ในพ้นื ทตี่ ้องประสบกบั ภาวะแห้งแลง้ การเกษตรต้องพ่ึงพา น้ำฝน กส็ ามารถมเี ศรษฐกจิ ที่พอเพยี ง ไดจ้ ากเดมิ ซ่งึ ไมส่ ามารถผลติ ข้าวได้พอกบั ความตอ้ งการ เกษตรกรหลาย รายที่เขา้ ร่วมโครงการประสบผลสำเร็จในพ้ืนท่ขี องตนเปน็ อย่างดี จากแนวคิดของระบบเศรษฐกจิ พอเพียง ดงั กล่าวขา้ งต้น จงึ นำไปสนู่ โยบายตามระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรีวา่ ด้วยคณะกรรมการอำนวยการ หนงึ่ ตำบลหน่งึ ผลติ ภณั ฑแ์ หง่ ชาติ พ.ศ. 2544 เพ่อื ส่งเสรมิ สนบั สนุนกระบวนการพฒั นาท้องถิน่ สร้างชุมชนให้ เข้มแข็งเพือ่ พ่งึ ตนเองได้ ใหป้ ระชาชนมีสว่ นร่วมในการสร้างงาน สรา้ งรายได้ ดว้ ยการนำทรัพยากรและภูมิ ปญั ญาในทอ้ งถิ่นมาพัฒนาเป็นผลติ ภณั ฑ์ท่ีมจี ดุ เด่น และมีมูลค่าเป็นทตี่ อ้ งการของตลาดทงั้ ในและต่างประเทศ และสอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมและวิถชี ีวิตของท้องถนิ่ ปรชั ญาหรือแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพียงจงึ เป็นของ

ประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครวั ระดบั ชมุ ชน จนถงึ ระดับประเทศ แนวพระราชดำริเศรษฐกจิ พอเพยี ง เป็นทางเลือกใหมข่ องประชาชนชาวไทยเพอ่ื ทจ่ี ะสามารถดำรงชวี ติ แบบพออยู่พอกิน และสามารถ พง่ึ พาตนเองได้ เศรษฐกจิ พอเพียงจึงมีความสำคัญตอ่ การพฒั นาประเทศ อันจะนำไปสสู่ ังคมท่มี คี ุณภาพท้งั ทางด้านเศรษฐกิจและสงั คม หลักเศรษฐกิจพอเพยี ง อาจประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ มีดังนี้ 1.การไม่ใชจ้ า่ ยฟ่มุ เฟือย - ไมใ่ ช้จ่ายเงนิ เกนิ ความจำเปน็ ไมใ่ ช้จา่ ยส้นิ เปลอื ง เชน่ การซ้อื ของทีไ่ มจ่ ำเปน็ พวก สงิ่ ของทไี่ ร้ประโยชน์ หาคุณค่าไมไ่ ด้ เม่ือเราไมใ่ ช้จ่ายฟ่มุ เฟอื ยแลว้ เงินทเี่ หลือฉันกเ็ ก็บ หยอดใส่กระปกุ เพอ่ื เป็นการประหยัดภายในครอบครัว ไม่นำเงินไปใชเ้ กินวยั ของตนเอง 2.การใช้นำ-ไฟ อย่างประหยัด - ใช้นำให้รคู้ ุณค่า ไมเ่ ปิดนำท้งิ ไว้ หรือ ปดิ นำให้สนทิ นำทีเ่ หลอื จากการล้าง ผลไม้ อาหาร จะนำไปรดต้นไม้ และไฟ ไมเ่ ปดิ ไฟนอน และปดิ เครือ่ งใช้ไฟฟา้ ให้สนทิ ดว้ ยการถอดปล๊ัก และ เมอื่ ไม่อยู่บา้ น สำรวจวา่ มีเครื่องใชไ้ ฟฟา้ ใดบา้ งท่ยี ังไม่ไดป้ ดิ จะปิดใหส้ นทิ 3.การหารายไดเ้ ข้าครอบครวั - ชว่ ยพอ่ แม่ทำงาน เพอ่ื นำไปขาย และปลูกผักนำไปขาย เพ่อื หารายได้เข้า ครอบครัว และเม่อื หารายได้มาแลว้ จะไมน่ ำเงนิ ไปใช้จ่ายในสิง่ ทส่ี รุ ุ่ยสรุ ่าย พรอ้ มทงั้ ทำบญั ชรี ายรับ-รายจา่ ย เพ่อื รกู้ ารใชจ้ า่ ยภายในครอบครวั เป็นการรูว้ า่ ภาวะทางการเงินภายในครอบครัวของฉนั นน้ั เป็นอยา่ งไรบา้ ง อะไรทม่ี ันไม่จำเป็นหรอื เปน็ สงิ่ ท่ีทำใหค้ รอบครัวต้องมาสิน้ เปลอื ง

ใบงานรายวิชา เศรษฐกจิ พอเพียง รหสั วิชา ทช 11001 ระดับ ประถมศึกษา ใบงานที่ 1 1.ใหน้ ักศกึ ษาบอกถึงความหมายของหลกั เศรษฐกิจพอเพียง ......................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ...................................................................................................................................... 2.นักศึกษาสามารถนำหลักปรัชญามาประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวันไดอ้ ย่างไร จงบอกมาเป็นขอ้ ๆ 2.1 .................................................................................................................................................. 2.2 .................................................................................................................................................. 2.3 .................................................................................................................................................. 2.4 .................................................................................................................................................. 2.5 .................................................................................................................................................. 3. “ 3ห่วง 2 เงื่อนไข” จากปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ประกอบด้วยอะไรบ้าง ......................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook