Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ประถม

แผนการจัดการเรียนรู้ประถม

Published by sirinandp, 2022-07-31 10:20:43

Description: #กศน.ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง

Search

Read the Text Version

วเิ ครา รายวิชา ประวตั สิ มเด็จพระศรสี รรเพชญท์ ่ี 8 รหัสวชิ า สค13091 จำนวน มาตรฐานที่ 5.1 มีความรู้ความเข้าใจตระหนกั ถงึ ความสำคญั เก่ียวกบั ภมู ศิ าสตร์ ประวัติศ หัวเรอื่ ง ตัวช้ีวัด เน้ือหา จำนวน ชวั่ โมง สมเดจ็ พระ 1. บอกประวตั ขิ องสมเดจ็ พระ 1.พระราชประวัตสิ มเดจ็ พระศรีสรร 3 ศรีสรร ศรีสรรเพชญท์ ี่8 ได้ เพชญ์ท่ี8 3 6 เพชญท์ ี่8 1.1 ประวตั ิสมเด็จพระเจา้ เสือ 1.2 ประวัติการจดั ตง้ั ศาลพระเจ้า เสือ 1.3 พระอปุ นสิ ัย ราชวงศ์ 2. บอกประวตั ิของราชวงศ์ 2. ความเปน็ มาพระราชประวัตขิ อง บา้ นพลู บ้านพลหู ลวงในสมัยสมเด็จ สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ที่8ในสมัย หลวง พระศรีสรรเพชญท์ ่ี8 ได้ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง การ 3.บอก อธบิ ายความเปน็ มา 3. ความเปน็ การครองราชยข์ อง ครองราชย์ การ การครองราชยแ์ ละพระ สมเดจ็ พระศรีสรรเพชญท์ 8ี่ และพระ ราชกรณยี กิจของสมเด็จพระศรี 3.1 การครองราชย์ ราชกรณีย สรรเพชญท์ ่8ี ได้ 3.2 พระราชกรณยี กิจ กิจ 1. ด้านศาสนา 2. ด้านคมนาคม

าะห์หลกั สตู ร น 1 หนว่ ยกติ ระดบั ประถมศึกษา ศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครอง สามารถนำมาปรบั ใช้ในการดำรงชีวิต ระดบั การเรยี นรู้ รูปแบบ งา่ ย ปานกลาง ยาก On - Site On - hand On –Line สอนเสริม กรต. √ √(3) √ √(3) √ √(6)

วิเครา รายวชิ า ประวตั สิ มเด็จพระศรสี รรเพชญ์ที่ 8 รหัสวิชา สค13091 จำนวน มาตรฐานที่ 5.1 มีความร้คู วามเขา้ ใจตระหนักถึงความสำคญั เก่ยี วกับภูมิศาสตร์ ประวตั ิศ หวั เรอื่ ง ตัวชีว้ ดั เนอ้ื หา จำนวน ช่ัวโมง สมเด็จพระศรี 4. สามารถบอก ประวัตคิ วาม 4. ความเป็นมาประวัติเร่ือง 12 6 สรรเพชญ์ที่ 8 เปน็ มาเร่อื ง พงศาวดาร ของ พงศาวดาร ของสมเด็จศรีสรรเพชญ์ กบั พนั สมเดจ็ พระศรสี รรเพชญ์ที่ 8 กับ ท่ี 8 กับพนั ท้ายนรสงิ ห์ ท้ายนรสิงห์ พนั ท้ายนรสงิ ห์ได้ 4.1 ประวัติพนั ทา้ ยนรสงิ ห์ 4.2 ประวตั กิ ารจดั ตง้ั ศาลพัน ท้ายนรสงิ ห์ 4.3 คณุ งามความดขี องพัน ท้ายนรสิงห์ ภมู หิ ลงั พระ 5. สามารถบอกภมู ิหลงั ที่ 5. ภูมหิ ลงั บ้านโพธปิ์ ระทับชา้ ง สมเดจ็ ศรสี รร เก่ยี วกับสมเด็จพระศรีสรร - ประวตั ชิ มุ ชนบ้านโพธ์ปิ ระทับ เพชญ์ที่ 8 เพชญ์ท่ี 8 กับบา้ นโพธ์ปิ ระทับ ชา้ ง ชา้ ง ได้ คุณประโยชน์ 6. สามารถอธบิ าย 6. เลา่ เรื่อง อภปิ ราย คุณประโยชน์ 10 40 ของสมเด็จ คณุ ประโยชน์ของสมเดจ็ ศรีสรร ของสมเดจ็ ศรีสรรเพชญ์ท่ี 8 ตอ่ ชาว พระศรสี รร เพชญ์ที่ 8 ที่มีต่อชาวพิจิตรและ พิจิตรและประเทศชาติ เพชญ์ที่ 8 ประเทศชาตไิ ด้ รวม

าะหห์ ลักสตู ร น 1 หน่วยกติ ระดบั ประถมศึกษา ศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครอง สามารถนำมาปรบั ใช้ในการดำรงชวี ิต ระดบั การเรยี นรู้ รปู แบบ งา่ ย ปานกลาง ยาก On - Site On - hand On –Line สอนเสรมิ กรต. √ √(12) √ √(6) √ √(10) 34 6

วเิ คราะ รายวิชา ทกั ษะการเรียนรู้ รหสั วิชา ทร11001 จำนวน 5 มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั 1. ความสามารถในการแสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเอง 2. รจู้ ัก เห็นคณุ ค่า และใช้แหล่งเรยี นร้ถู ูกตอ้ ง 3. เขา้ ใจ ความหมาย กระบวนการชมุ ชน และศกั ยภาพของชมุ ชนในการปฏบิ ัติก 4. ความสามารถในการอธิบายกระบวนการคดิ เป็น และทกั ษะในการใชก้ ระบวนก 5. เขา้ ใจความหมาย เหน็ ความสำคญั และปฏบิ ัติการรวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะห์ขอ้ 6. เขา้ ใจความหมาย และเหน็ ความสำคัญของศกั ยภาพหลกั ของพนื้ ทใี่ นการเพม่ิ ข หวั เรอื่ ง ตวั ชี้วัด เนื้อหา การเรียนรู้ 1. รู้ เข้าใจความหมาย 1. ความหมาย ความสำคัญของการเรยี นรดู้ ้ว ดว้ ยตนเอง ตระหนักและเห็น ตนเอง ความสำคัญของการ เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง 2. สามารถกำหนด 2. การกำหนดเปา้ หมายและวางแผนการเรยี เป้าหมายและวางแผนการ ด้วยตนเอง เรียนรู้ด้วยตนเอง

ะห์หลกั สตู ร ระดบั ประถมศึกษา 5 หน่วยกิต การและทำตามกระบวนการจัดการความร้ชู มุ ชน เพื่อเพมิ่ ขีดความสามารถในการประกอบอาชพี การคิดเปน็ ในการแก้ปญั หาการเรยี นรูแ้ ละการประกอบอาชพี ได้อยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวติ อมลู และสรุปผลการหาความรู้ ความจรงิ ในการเรียนรแู้ ละการประกอบอาชีพ ขีดความสามารถของการประกอบอาชีพ 5 กลุม่ อาชพี ใหม่ จำนวน ระดบั การเรยี นรู้ รูปแบบ ชว่ั โมง งา่ ย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสริม วย 3 ✓ ✓ ยนรู้ 8 ✓ ✓

หวั เร่ือง ตวั ชวี้ ัด เนอื้ หา 3.มที กั ษะพนื้ ฐานทาง 3. ทักษะพ้ืนฐานทางการศกึ ษาหาความรู้ ทกั การศึกษาหาความรู้ การแกป้ ญั หา และเทคนิคในการเรียนร้ดู ้วยต ทักษะการแก้ปัญหา (การอา่ น การฟัง การสังเกต การจำ และการ และเทคนิคในการเรียนรู้ บันทึก) ด้วยตนเอง 4.สามารถอธบิ ายปัจจยั ท่ี 4. เจตคต/ิ ปจั จยั ท่ที ำให้การเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอ ทำให้การเรยี นรู้ดว้ ย ประสบความสำเร็จ (การเปิดรบั โอกาสการเร ตนเองประสบความสำเร็จ การคดิ รเิ รม่ิ และเรียนรู้ด้วยตนเอง การสรา้ ง แรงจงู ใจการสร้างวินัยในตนเอง การคิดเชงิ บ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความรกั ในการเรียน กา ใฝเ่ รียน และความรบั ผิดชอบ) การใชแ้ หลง่ 1.รู้ เข้าใจความหมาย 1. ความหมาย ความสำคญั ของแหล่งเรยี นรู้ เรยี นรู้ ตระหนักและเห็น โดยทัว่ ไป (กลมุ่ บรกิ ารขอ้ มูลกลมุ่ ศิลปวฒั นธ ความสำคญั ของ แหลง่ ประวตั ิศาสตร์ กลมุ่ ข้อมลู ทอ้ งถิ่น กลมุ่ สอ่ื เรยี นรโู้ ดยท่วั ไป กลุม่ สันทนาการ)

จำนวน ระดับการเรยี นรู้ รูปแบบ ช่ัวโมง งา่ ย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสรมิ กษะ 15 ✓ ✓ ตนเอง รจด อง 8 ✓ ✓ รียนรู้ ✓ บวก ารใฝร่ ู้ 3✓ ธรรม

2. อธบิ ายถงึ ความสำคัญ 2. การเขา้ ถงึ และเลือกใชแ้ หลง่ เรียนรู้ (ห้องส ของการใชแ้ หล่งเรียนรู้ ประชาชนอำเภอของสถานศึกษา และ ศรช. 3. สามารถบอกและ ยกตวั อย่างประเภทของ แหลง่ เรียนรู้

สมดุ 6 ✓✓ .)

หหวัวั เเรรื่่ือองง ตตวััวชช้ว้วีี ััดด เเนนืออื้้ หหาา การจดั การ 4. สามารถเลอื กและบอก 3. บทบาทหน้าทแ่ี ละการบรกิ ารของแหล ความรู้ วธิ กี ารเขา้ ถงึ แหล่งเรยี นรู้ ดรวา้ มนกตล่าุม่ง ปๆฏบิ ัตกิ ารต่อยอดความรู้ พฒั นา 5. ยกตัวอยา่ งการใชแ้ หลง่ 4ค.วากมฎรูข้กอตงกิ กาลเุ่มงือ่/สนรไปุขตอ่างคง์คๆวาในมกรูข้ารอไงปกขลอุ่มใ/ สแาหรลสง่ นเรเียทนศรเู้ ผยแพรค่ วามร้)ู เรียนร้ขู องตนเอง 36.. สสาามมาารรถถอใชธก้ ิบาารยจหัดรกือาร 53.. ทกรกั ะษบะวกนากรใาชรข้จ้อดั มกูลารสคาวราสมนรเทู้ด้วศยจตานกหเออ้ งง คยกวาตมวั รอเู้ ยป่า็นงเกคารรื่อใงชมข้ อื้อใมนูล (ปรระะดชบั าปชัจนเทจสี่กอ) ดคล้องกบั ความตอ้ งการ ค สกาารรสเรนียเนทรศ้ดู จ้วายกตหน้อเงอสงมุด จำ3เป.1็นเกพำ่ือหนนำดไคปวใชามใ้ นรกู้หาลรกั เทรีย่ีจนำเรป้ขู ็นอหงตรือนเอ ป4.รสะชามาชารนถทจี่สดั อกดาครลคอ้วงามรู้ สำคัญตอ่ งานหรือกิจกรรม กโดับยคกวราะมบตวอ้ นงกกาารรกคลวมุ่ าม 3.2 เสาะแสวงหาความรู้ จ5ำ. เสปาน็ มเาพรือ่ถนสำรไ้าปงใพช้ใฒั นนกาาร 3.3 ประยุกต์ใช้ความรู้ คเรวยี านมรรขู้ ู้(นอวงตัตนกรเอรงม) 3.4 แลกเปลีย่ นความรู้ 6. สามารถใชส้ ารสนเทศ 3.5 พฒั นาความร/ู้ ยกระดับความรู้/ตอ่ เ1ป. ็นรเูเ้ คข้ารใือ่ จงคมวอื าใมนหกมาราย ค1.วาคมวราู้มหมาย ความสำคัญ หลกั การของ เคผวยาแมพสรำอ่คงัญคค์ ปวราะมโยรู้ ชน์ จดั 3ก.า6รสครวุปามอรงู้ค์ความรู้ หลกั การของการจัดการ 2. 3ก.ร7ะจบัดวทนำกสาารรจสดั นกเาทรศคอวงาคม์ครวู้(กาำมหรนู้ในดกเปาร้า ความรู้ กตานรเอเรงียนร้/ู ระบุความรู้/กำหนดความรู้ทต่ี 2. รูเ้ ข้าใจกระบวนการ ใกชร/้ ะกบาวรนแสกวางรหจาดั คกวาารมครวู้/าสมรรุปูด้ อ้วงยคกค์ าวราปมรฏู้ ิบป จดั การความรู้ 1คด2ก..วัดลารกแุ่มมูปาปรรแลู้ใทบงนำใบกหขCิจ้เอOหกงมาPราCSงะOาเสพนPม่อืขSตจอ่อทัดงก่ีใตกชานา้ใรร/นใคแชกลวง้ าาากรมนเจปร/ัดู้ลกปีย่ ารนระคค 2.1 บันทึกการเล่าเรอื่ ง

จจชชำำว่วัั่ นนโโมมววนนงง ระดบั การเรยี นรู้ รปู แบบ สอน กรต. 6 กกปปลลาาาานนงง เสรมิ งง่า่ายย ยยาากก OOSSiinnttee-- hhOOaannnndd-- OOLLiinnnnee–– ✓ ✓ ลง่ เรียนรู้ าขอบขา่ ย ใ/ชจ้บัดรทิกำาร 3 ✓ ✓ งสมดุ 63 ✓ ✓ ✓ ✓ ความ อง อยอด 3✓ ✓ ✓ การ 6✓ ✓ 18 ✓ ราพหมัฒานยา ต้องการ บปัตรับิกาปรรงุ คคยววุกาาตมมใ์ รรช/ูู้้ ้

หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ัด เนอื้ หา 2.2 บนั ทึกขมุ ความรู้ 2.3 บนั ทึกแกน่ ความรู้ 3. บันทึก จดั เก็บ เป็นองคค์ วามร้ขู องกล่มุ ประโยชนใ์ หผ้ ู้อื่นได้เรยี นรตู้ ่อไป การสร้างองคค์ วามรู้ พัฒนา ตอ่ ยอดยกร ความรู้ 1. การใช้ความร้แู ละประสบการณ์ในตวั บุคคลใหเ้ กิดประโยชน์ต่อกลมุ่ /หนว่ ยงาน 2. การทำงานแบบต่อยอดความรู้ 3. วิธีปฏบิ ตั ทิ เ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) การจัดทำสารสนเทศเผยแพร่องค์ความร 1. การถา่ ยทอดความรู้ รปู แบบ วิธกี าร 2. การประสานความรู้ 3. การถอดองค์ความรู้ 4. การแลกเปล่ียนเรียนรู้ 5. การจัดเกบ็ ความรู้ของกลมุ่ /องคก์ ร การสร้างคลังความรู้ การประยุกต์ใช้ ICT

จำนวน ระดับการเรียนรู้ รูปแบบ ช่ัวโมง ง่าย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสรมิ ม เพ่อื ใช้ ✓ ระดบั 3 ✓ น/ชุมชน รู้ 5 ✓ ✓

หวั เร่ือง ตัวช้ีวัด เนอื้ หา การคิดเป็น 1. เขา้ ใจและเชื่อมั่นในความ 1. ความเชื่อพ้นื ฐานทางการศกึ ษาผู้ใหญ่/ เชอ่ื พน้ื ฐานทางการศกึ ษา การศึกษานอกระบบ 5 ประการ ผู้ใหญ่/การศกึ ษานอกระบบท่ี 1.1 คนทกุ คนมีความแตกต่างกัน แต่ท เป็นพืน้ ฐานเบ้ืองต้นของการ คนตอ้ งการความสขุ ความสุขของแต่ละ เขา้ ถงึ กระบวนการคิดเปน็ คนจงึ แตกตา่ งกัน 2. รแู้ ละเข้าใจปรัชญา คดิ 1.2 ความสขุ ของคนจะเกดิ ขึ้นก็ตอ่ เม่ือ เป็นงา่ ยๆ สามารถอธบิ าย ได้ การปรับตวั เองและส่ิงแวดล้อมให้เข้าหา ถงึ ความหมายและ กนั อย่างผสมกลมกลนื จนเกดิ ความพอดี ความสำคัญของ 1.3 สภาวะแวดล้อมในสงั คมเปล่ียนแป การคดิ เป็นท่ีเช่ือมโยงจาก ตลอดเวลา จึงทำใหเ้ กิดปญั หา เกิดความท ความเช่อื พน้ื ฐานทาง ความไม่สบายกายไม่สบายใจอยู่ตลอด การศึกษาผู้ใหญ่และ 1.4 เมอ่ื เกิดปญั หาหรอื เกดิ ทกุ ขก์ ต็ อ้ งห การศกึ ษานอกระบบ/ แก้ปญั หา ซ่งึ การแก้ปัญหาทเ่ี หมาะสมต้อ การศึกษาตามอัธยาศยั ขอ้ มลู ประกอบการคิดการตดั สินใจ อย่าง 3. เขียนผงั กระบวนการคิด ประการ คอื ขอ้ มูลด้านวิชาการ ข้อมูลด้า แก้ปญั หา ตามแนวทางของ ตนเองข้อมูลด้านสงั คม สิ่งแวดลอ้ ม คนคดิ เป็น 1.5 เม่ือไดใ้ ช้วธิ แี ก้ปัญหาด้วยการวเิ คราะ 4. อธบิ ายเสนอแนวทางการ และไตรต่ รองขอ้ มูลอย่างรอบคอบ ทง้ั 3 แก้ปัญหาตามกระบวนการคิด มคี วามพอใจแล้วกพ็ ร้อมท่ีจะรบั ผดิ ชอบก เปน็ จากกรณีตัวอยา่ งท่ี ตดั สินใจทเี่ กดิ ความพอดี ความสมดุล กำหนดได้ ระหว่างชีวติ กบั ธรรมชาติอยา่ งสันตสิ ุข

ระดับการเรยี นรู้ รูปแบบ จำนวน ช่ัวโมง ง่าย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสริม /6 ✓✓ ทุก อมี ปลงอยู่ ทุกข์ หาวิธี องมี งน้อย 3 าน ะห์ขอ้ มูล ด้าน จน การ

หวั เร่อื ง ตวั ชว้ี ัด เน้ือหา 5. ทำแบบฝึกหัดการ 2. ปรชั ญาคดิ เป็น แก้ปัญหา 2.1 ความหมาย ด้านกระบวนการคดิ เป็นที่ 2.2 ความสำคัญ กำหนดให้ไดค้ ลอ่ ง 2.3 คำทีเ่ กี่ยวข้อง 2.4 การเชอ่ื มโยงความเช่ือพน้ื ฐานทาง การศึกษาผใู้ หญ/่ การศึกษานอกระบบ กับ ปรชั ญาคิดเปน็ 3. กระบวนการและขน้ั ตอนการแก้ปญั หา คนคิดเปน็ 3.1 ทกุ ข์/ปญั หาท่ีปรากฏ 3.2 ศึกษาสาเหตุของทกุ ข์ ปญั หา โดย การวเิ คราะห์ข้อมูลท่ีเกยี่ วขอ้ ง ทง้ั ขอ้ มูลว ข้อมลู ตนเอง และข้อมลู ทางสังคม สิง่ แวด ใหร้ ูล้ กั ษณะเบอื้ งตน้ ของข้อมลู ทัง้ 3 ประ และเปรียบเทียบความแตกตา่ งของขอ้ มลู 4. กรณีตัวอย่างท่ีหลากหลายเพอ่ื ฝกึ ทกั ษ คิดเป็นดว้ ยกระบวนการแกป้ ัญหาอย่างค เปน็

ระดับการเรยี นรู้ รูปแบบ จำนวน ชั่วโมง ง่าย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสรมิ 12 ✓ ✓ ง ✓ บ ✓ าอยา่ ง 16 ✓ วิชาการ ดลอ้ ม ะการ ล ษะการ 6 คนคิด ✓

หวั เรอ่ื ง ตวั ชวี้ ัด เนอื้ หา การวิจยั 1. รู้เข้าใจความหมายและ 1. วิจัยคืออะไร ทำไมตอ้ งรู้เรือ่ งการวิจยั อยา่ งงา่ ย ตระหนักถงึ ความสำคญั ของ (ความหมายและความสำคัญของการ การวิจยั วจิ ัย) 2. วเิ คราะหแ์ ละกำหนด 1.1 ความหมายของการวจิ ัย ปัญหาหรือสิง่ ทอ่ี ยากร/ู้ 1.2 ความสำคัญและประโยชนข์ องการ ตอ้ งการทราบคำตอบ 2. ทำวจิ ยั อยา่ งไร (กระบวนการและขน้ั ต 3. รู้เข้าใจกระบวนการและ วิจยั ) ขน้ั ตอนการวิจัย 2.1 คำถามทีต่ ้องการคำตอบคอื อะไร ป 4. ฝกึ ปฏิบัตกิ ารสังเกตปัญหา ต้องการทราบจากการวิจยั คอื อะไร(การระ การระบุปญั หา การ ปัญหาการวจิ ัย) ตัง้ สมมตฐิ าน การเกบ็ 2.2 คาดเดาคำตอบว่าอยา่ งไรกำหนดแ รวบรวมขอ้ มูล การสรุป คำตอบเบื้องต้น(สมมติฐาน) ข้อมลู และการเขยี นรายงาน 2.3 วิธีการหาคำตอบท่ีตอ้ งการร/ู้ แหล การวจิ ยั อย่างง่าย คำตอบ/การรวบรวมคำตอบ(การเกบ็ รวบ ขอ้ มลู /เครอื่ งมือการวจิ ัย) 2.4 ตอบคำถามท่ีสงสัยวา่ อย่างไร (การวิเคราะห์ข้อมลู /สรุปผลการวิจยั ) 3. เขยี นอยา่ งไร ใหค้ นอ่านเขา้ ใจ(การเขยี รายงานการวิจัยอย่างง่าย) 3.1 ความเป็นมา/ความสำคัญของเร่อื ง ทำวิจัย

ระดบั การเรยี นรู้ รูปแบบ จำนวน ชวั่ โมง งา่ ย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสรมิ 6 ✓✓ รวิจัย ✓ ตอนการ 20 ✓ ✓ ปัญหาท่ี ะบุ แนว ลง่ บรวม ยน 8 ✓ งที่





หัวเร่อื ง ตัวช้ีวัด เน้อื หา ทักษะการ 1. รู้เข้าใจความหมาย 3.2 วตั ถุประสงค์การวิจยั เรยี นรูแ้ ละ ตระหนักและเหน็ ความสำคัญ 3.3 ประโยชน์ที่ได้รับจากการวจิ ยั ศกั ยภาพ ศักยภาพหลกั ของพน้ื ที่ 5 3.4 เอกสารท่ีเกยี่ วข้อง หลกั ของพื้นที่ ศกั ยภาพ 3.5 วิธดี ำเนินการวจิ ัย ในการพฒั นา 2. อธิบายถงึ องคป์ ระกอบ 3.6 การวิเคราะหข์ อ้ มูล อาชีพ ของศักยภาพ 5 ศกั ยภาพ 3.7 สรปุ ผลและขอ้ เสนอแนะ 3. ยกตวั อยา่ งการใชศ้ กั ยภาพ 3.8 เอกสารอา้ งองิ 5 ศกั ยภาพ โดยคำนึงถงึ 1. ความหมาย ความสำคญั ของศักยภาพ ศกั ยภาพและบรบิ ทรอบ ๆ หลักในการพัฒนาอาชีพ ตวั ผเู้ รยี น 2. การวเิ คราะหศ์ ักยภาพหลักของพืน้ ที่ ในการพัฒนาอาชีพ 2.1 ศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติ พืน้ ที่ 2.2 ศกั ยภาพของพ้ืนทตี่ ามลกั ษณะภมู 2.3 ศักยภาพของภูมปิ ระเทศ และทำเล ของแต่ละพื้นที่ 2.4 ศกั ยภาพของศลิ ปะ วฒั นธรรมประ และวถิ ีชีวิตของแตล่ ะพน้ื ที่

ระดับการเรียนรู้ รปู แบบ จำนวน ช่วั โมง ง่าย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสรมิ พ 5✓ ✓ 5✓ ✓ ในแต่ละ มิอากาศ ลที่ต้งั ะเพณี

หวั เรื่อง ตวั ช้วี ัด เนือ้ หา 2.5 ศักยภาพของทรัพยากรมนษุ ยใ์ นแ พื้นท่ี 3. ตวั อย่างอาชพี ทส่ี อดคลอ้ งกบั ศักยภาพหลักของพน้ื คอื 3.1 กลมุ่ อาชพี ดา้ นการเกษตรกรรม 3.2 กล่มุ อาชีพด้านอตุ สาหกรรม 3.3 กลมุ่ อาชีพดา้ นพาณิชยกรรม 3.4 กลุ่มอาชีพด้านความคดิ สร้างสรรค 3.5 กลุ่มอาชพี ดา้ นบรหิ ารจัดการและก บรกิ าร รวม

ระดับการเรียนรู้ รปู แบบ จำนวน ชั่วโมง งา่ ย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสรมิ แตล่ ะ 20 ✓ ✓ ค์ 30 170 การ 200

วเิ คราะ รายวชิ า การใชพลงั งานไฟฟาในชวี ติ ประจำวัน 1 รหสั วชิ า พว12010 มาตรฐานการเรียนร้รู ะดบั มคี วามรู ความเขาใจ ทักษะและเหน็ คุณคาเกี่ยวกบั กระบวนการทางวทิ ย แรง พลงั งาน กระบวนการเปลยี่ นแปลงของโลกและดาราศาสตร์ มีจิตวทิ ยาศาสตร์และนาํ หัวเร่ือง ตัวชีว้ ัด เนื้อหา ความหมาย 1. บอกความหมายของ 1. ความหมาย และความสำคัญของไฟฟา และ ความสำคญั ไฟฟา 2. ประโยชนและผลกระทบของพลงั งานไฟฟ ของไฟฟา 2. บอกประโยชนของ 2.1 ประโยชนและผลกระทบของพลังงาน พลงั งานไฟฟา ด้านคมนาคม 3. บอกผลกระทบจากการ 2.2 ประโยชนและผลกระทบของพลงั งาน ขาดแคลนพลงั งานไฟฟา ด้านอุตสาหกรรม 2.3 ประโยชนและผลกระทบของพลังงานไฟ ด้านเศรษฐกิจ 2.4 ประโยชนและผลกระทบของพลงั งานไฟ ดา้ นเกษตรกรรม 2.5 ประโยชนและผลกระทบของพลังงานไฟ ดา้ นคณุ ภาพชวี ิต 2.6 ประโยชนและผลกระทบของพลังงานไฟ ด้านบรกิ าร

ะห์หลักสตู ร ระดบั ประถมศกึ ษา จำนวน 2 หนว่ ยกิต ยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิง่ มีชีวิตระบบนิเวศ ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม ในทองถิ่น สาร าความรูไปใชประโยชนในการดำเนินชีวติ จำนวน ระดับการเรียนรู้ รูปแบบ ช่วั โมง ง่าย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสรมิ 4✓ ✓ ฟา นไฟฟ้า นไฟฟ้า ฟฟ้า ฟฟา้ ฟฟ้า ฟฟ้า

หวั เรื่อง ตวั ชว้ี ัด เนอื้ หา ประวัติความ บอกประวตั ิความเปน็ มา ประวัตคิ วามเปน็ มาของไฟฟาในประเทศไทย เป็นมาของ ของไฟฟาในประเทศไทย ไฟฟาใน ประเทศไทย บอกประเภทของไฟฟา 1. ประเภทของไฟฟา ประเภทของ ไฟฟา 1.1 ไฟฟาสถติ สถานการณ 1.2 ไฟฟากระแส พลังงาน ไฟฟาของ 1.2.1 ไฟฟากระแสตรง ประเทศไทย 1.2.2 ไฟฟากระแสสลับ 2. การกำเนิดของไฟฟา 2.1 ไฟฟาทเ่ี กิดจากการเสียดสขี องวตั ถุ 2.2 ไฟฟาทเ่ี กิดจากการทำปฏกิ ิริยาทางเค 2.3 ไฟฟาทีเ่ กิดจากพลังงานแสงอาทติ ย 2.4 ไฟฟาที่เกดิ จากพลงั งานแมเ่ หลก็ ไฟฟา 1. บอกสัดสวนเช้ือเพลงิ ท่ี 1. สัดสวนการผลิตไฟฟาจากเช้อื เพลิงประเภ ใชในการผลติ ไฟฟาของ ตา่ ง ๆ ประเทศไทย 2. การใชไฟฟาในแตล่ ะชวงเวลาในหน่ึงวัน 2. บอกการใชไฟฟาในแต่ 3. สภาพปจจุบนั และแนวโนมการใชพลังงาน ละชวงเวลาในหนึ่งวนั 3. อธิบายสถานการณ พลงั งานไฟฟาของประเทศ

จำนวน ระดับการเรียนรู้ รปู แบบ ชั่วโมง ง่าย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสรมิ ย 3✓ ✓ 6 ✓✓ คมี ✓ า ภท 12 ✓ นไฟฟา

หวั เร่อื ง ตัวช้ีวัด เนือ้ หา หน่วยงานที่ 1. ระบุชอื่ และสงั กัดของ หน่วยงานทเ่ี กีย่ วของดานพลงั งาน เกยี่ วของ หน่วยงานท่ีเกี่ยวของดา้ น ไฟฟาในประเทศไทย ได้แก ดานพลังงาน พลังงานไฟฟาในประเทศ 1. คณะกรรมการกำกบั กจิ การพลงั งาน (กกพ ไฟฟาใน ไทย 2. การไฟฟาฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย (กฟผ ประเทศไทย 2. บอกบทบาทหนาที่ของ 3. การไฟฟานครหลวง (กฟน.) หน่วยงานทเี่ กีย่ วของดา้ น 4. การไฟฟาสว่ นภูมิภาค (กฟภ.) อุปกรณไฟฟ้า พลังงานไฟฟา และ 1. บอกชือ่ และหนาท่ีของ 1. อุปกรณไฟฟา วงจรไฟฟ้า อปุ กรณไฟฟา 1.1 สายไฟ 2. อธบิ ายการต่อ 1.2 ฟวส วงจรไฟฟ้าแบบต่าง ๆ 1.3 อปุ กรณตดั ตอนหรอื เบรกเกอร 1.4 สวิตซ์ 1.5 เครือ่ งตัดไฟฟารัว่ 1.6 เตารับ เตาเสยี บ 2. วงจรไฟฟา 2.1 แบบอนกุ รม 2.2 แบบขนาน 2.3 แบบผสม

ระดับการเรยี นรู้ รูปแบบ จำนวน ชวั่ โมง งา่ ย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสรมิ 5✓ ✓ พ.) ผ.) 30 ✓ ✓(24) ✓ ✓(6)

หวั เรื่อง ตัวช้ีวัด เน้ือหา 3. สายดินและหลกั ดนิ 3.1 สายดิน 3.2 หลักดิน การประหยัด 1. บอกกลยทุ ธการ 1. กลยทุ ธการประหยัดพลังงานไฟฟา 3 อ. พลังงาน ไฟฟา ประหยัดพลงั งานไฟฟา 1.1 กลยทุ ธ อ. 1 อปุ กรณประหยดั ไฟฟา 2. จําแนกฉลากเบอร 5 1.2 กลยทุ ธ อ. 2 อาคารประหยัดไฟฟา ของแท้ 1.3 กลยทุ ธ อ. 3 อปุ นสิ ยั ประหยดั ไฟฟา กับของลอกเลยี นแบบ 2. แนวปฏิบัติการประหยดั พลงั งานไฟฟาใน 3. เลือกใชเครื่องใชไฟฟ้า ครวั เรือน ได้ เหมาะสมกับสถานการณที่ กำหนดให 4. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้ ประหยดั พลงั งานไฟฟาใน ครวั เรอื น รวม

จำนวน ระดับการเรยี นรู้ รูปแบบ ชัว่ โมง งา่ ย ปาน ยาก On - On - On – สอน กรต. กลาง Site hand Line เสริม 20 ✓ ✓ า า 80 12 68

แผนการจดั การเรียนรู้ รายสปั ดาห์ กศน.ตำบลไผ่รอบ ระดบั ประถมศึกษา คร้ังที่ เวลา เร่อื ง/หน่วยการเรยี นรู้ หมายเหตุ 1 09.00 น.-16.00 น. ปฐมนิเทศนกั ศกึ ษา - ความสามารถของผู้เรียน/ความยากงา่ ยของหลักสูตร 2 09.00 น.-16.00 น. เรยี นรรู้ ายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง (ทช11001) - ครอบครวั พอเพียง รายรบั รายจ่ายของตนเองและครอบครัว 3 09.00 น.-16.00 น. เรียนรรู้ ายวิชาคณิตศาสตร์ (พค11001) - จำนวนและการดำเนินการ การแยกตัวประกอบ ห.ร.ม. และ - กจิ กรรมสร้าง ค.ร.น. นิสัยใฝร่ ู้ใฝ่เรยี น 4 09.00 น.-16.00 น. เรยี นร้รู ายวิชาคณติ ศาสตร์ (พค11001) การคิดเปน็ การ - เศษสว่ น การ การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วน และโจทย์ปญั หา อ่าน การเขียนและ 5 09.00 น.-16.00 น. เรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ (พค11001) ทักษะการสือ่ สาร - ทศนิยม การประมาณค่าใกล้เคยี งทศนยิ ม การบวก ลบ คูณ หาร ถ่ายทอด ทศนิยม กระบวนการคิดให้ 6 09.00 น.-16.00 น. เรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ (พค11001) ผู้อ่นื เข้าใจ - ร้อยละ -เรียนร้เู พม่ิ เติมดว้ ย 7 09.00 น.-16.00 น. เรยี นรู้รายวชิ าคณิตศาสตร์ (พค11001) ระบบช่วยเหลือ ผเู้ รียนออนไลน์ - สถิติ การอา่ นและเขียนแผนภูมิรปู ภาพ 8 09.00 น.-16.00 น. เรียนรรู้ ายวิชาช่องทางการเข้าสอู่ าชีพ (อช11001) - การงานอาชพี การจดั การงานอาชีพในชุมชน สงั คม ประเทศ และโลก 9 09.00 น.-16.00 น. เรียนรรู้ ายวชิ าช่องทางการเขา้ สอู่ าชีพ (อช11001) - ชอ่ งทางการเขา้ สอู่ าชีพ การลำดับอาชีพและเหตุผล 10 09.00 น.-16.00 น. เรียนรรู้ ายวิชาคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ ื่อสงั คมออนไลน์ (สค0200035) - การสือ่ สารในยคุ ดจิ ิทลั เครือข่ายสงั คมออนไลน์ (Social Network) 11 09.00 น.-16.00 น. เรียนรรู้ ายวิชาคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ อ่ื สังคมออนไลน์ (สค0200035) - คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ข้อแตกต่าง ระหวา่ งคุณธรรมจริยธรรมและกฎหมายเก่ียวกบั การใชส้ ือ่ สงั คม ออนไลน์ 12 09.00 น.-16.00 น. เรียนร้รู ายวชิ าประวัตสิ มเดจ็ พระศรีสรรเพชญ์ที่ 8 (สค13091) - ความเป็นการครองราชยข์ องสมเดจ็ พระศรีสรรเพชญท์ ่ี 8

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายสปั ดาห์ กศน.ตำบลไผ่รอบ ระดบั ประถมศึกษา ครั้งท่ี เวลา เรอื่ ง/หน่วยการเรียนรู้ หมายเหตุ 13 09.00 น.-16.00 น. เรยี นรรู้ ายวชิ าทกั ษะการเรยี นรู้ (ทร 11001) - การใช้แหลง่ เรียนรู้ 14 09.00 น.-16.00 น. เรยี นรู้รายวชิ าทกั ษะการเรยี นรู้ (ทร 11001) - การใชแ้ หลง่ เรียนรู้ 15 09.00 น.-16.00 น. เรียนรรู้ ายวิชาทักษะการเรยี นรู้ (ทร 11001) - การจดั การความรู้ 16 09.00 น.-16.00 น. เรยี นร้รู ายวิชาทักษะการเรียนรู้ (ทร 11001) - การคดิ เปน็ 17 09.00 น.-16.00 น. เรยี นรรู้ ายวชิ าทักษะการเรียนรู้ (ทร 11001) - การวิจัยอยา่ งงา่ ย 18 09.00 น.-16.00 น. เรียนรูร้ ายวิชาการใชพลงั งานไฟฟาในชวี ติ ประจำวัน 1 (พว 12010) - ประเภทของไฟฟา 19 09.00 น.-16.00 น. เรียนร้รู ายวิชาการใชพลงั งานไฟฟาในชีวิตประจำวัน 1 (พว 12010) - อุปกรณไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า 20 09.00 น.-16.00 น. ปจั ฉิมนิเทศ

แผนการจัดกระบวนการเรยี นรรู้ า การพบกล่มุ ครัง้ ที่ 1 วิชา ปฐมนเิ ทศ/วเิ คราะห เรือ่ ง ความสามารถของผ้เู รียน/ความยาก รายวชิ า/หวั เรอื่ ง ตวั ชวี้ ัด เนือ้ หา ความสามารถในการอ่านการเขยี น ความสามารถของผเู้ รยี น ผเู้ รยี นมีความสามารถในการ การพดู ความยากงา่ ยของหลักสตู ร ความยากงา่ ยของหลักสูตร อา่ นการเขียน การพดู ความ ทกุ รายวชิ าท่ีลงทะเบียนเรยี น ยากงา่ ยของหลกั สูตรทุก รายวชิ าที่ลงทะเบียนเรียน

ายสัปดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL หผ์ ู้เรยี น/วิเคราะหห์ ลักสูตร ระดับประถมศกึ ษา กงา่ ยของหลักสตู ร จำนวน 6 ช่ัวโมง การจัดกระบวนการเรียนรู้ สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล -ครแู จกแบบวิเคราะห์ผู้เรยี นรายบุคคลพร้อม -แบบวเิ คราะห์ผู้เรียน -การสังเกต อา่ นทำความเขา้ ใจและประเมนิ ตนเองเกีย่ วกบั รายบุคคล -การซกั ถาม การอา่ น การเขียน การพูด -หลกั สูตรรายวิชาที่ -การมีส่วนร่วม -ครูนำหลักสูตรทุกวชิ าทผี่ เู้ รยี นลงทะเบยี น ผเู้ รียนลงทะเบยี น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 เรียนภาคเรยี นที่ มารว่ มวิเคราะห์ระหว่างครแู ละผ้เู รียน 1/2565 -ครูและผู้เรยี นร่วมทำสญั ญาการเรยี นรรู้ ะหวา่ ง -แบบสญั ญาการ ครูกบั นกั ศกึ ษา กศน.ตำบลไผร่ อบ เรยี นรู้ ท่ีลงทะเบยี นเรียนภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

แผนการจดั กระบวนการเรยี นรู้รา การพบกลุ่มครั้งท่ี 2 วชิ า เศรษฐกิจพอ เรอ่ื ง ครอบครวั พอเพยี ง รายรบั รายจ่ายข มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดับ รู เขาใจ ยอมรับ เหน็ คุณคาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถประยุกตใชใน รายวชิ า/หัวเร่ือง ตวั ชี้วัด เนื้อหา 3.รายรับ – รายจายของตนเองและ ครอบครัวพอเพียง 3. วเิ คราะหสภาพรายรบั รายจ่ายของครอบครวั ได ครอบครัว 4.วางแผนการจดั ทาํ บันทกึ 4.การวางแผนการใชจายของตนอง รายรับรายจายของตนเองและ และครอบครัว ครอบครัวอยา่ งเปนระบบ 5.อธบิ ายวิธกี ารลดรายจายและ 5. การลดรายจาย เพ่ิมรายไดจากกรณ เพ่ิมรายไดของครอบครวั ต่าง ๆ เชน -การประหยดั อดออม -การใชเวลาวางใหเปน ประโยชน -การปฏิบัติตนเปนผูผลติ และ ผูบรโิ ภค

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL อเพยี ง (ทช11001) ระดับประถมศึกษา ของตนเองและครอบครวั จำนวน 6 ชั่วโมง นครอบครัว และมภี มู ิคุ้มกันในการดำเนนิ ชวี ติ ของตนเองและครอบครวั อย่างมคี วามสุข การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผล ครูใหผ้ ้เู รียนไปศึกษาคน้ คว้าความหมายแนวคดิ 1 ส่อื การเรียนออนไลน์ 1 ใบงาน หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ระบบชว่ ยเหลือผู้เรียน 2 แบบทดสอบก่อน ขน้ั ที่ 1 กำหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการ 2 Internet/youtube เรยี น/หลังเรียน - ครสู นทนากบั ผ้เู รยี นถึงวธิ ีการศึกษาด้วยตนเอง 3 ใบงาน 3 การสังเกต - ครูให้ผูเ้ รียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน 4 แบบทดสอบก่อน 4 การซกั ถาม ณี ขัน้ ท่ี 2 แสวงหาข้อมลู และการจัดการเรียนรู้ เรียน/หลังเรยี น - ครูบอกถึงแหลง่ เรียนรทู้ ีใ่ ชใ้ นการศกึ ษาหาขอ้ มลู 5 ใบความรู้ - ครูมอบหมายใบงานให้ผู้เรียนไปทำการศึกษา ค้นคว้าดว้ ยตนเอง ขัน้ ท่ี 3 การปฏิบตั ิและนำไปประยกุ ต์ใช้ - ครแู ละผ้เู รยี นสรปุ ผลการศกึ ษาคน้ ควา้ จากใบงาน และส่งตามเวลาท่กี ำหนด ขั้นที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ - สังเกตการมีส่วนรว่ มของผู้เรียนในการอภิปรายใน หัวขอ้ เรอ่ื งต่างๆ - สอบถามผู้เรียนในขณะพบกลุ่มในเรื่องรายรับ – รายจ่ายของตนเองและครอบครัว - ตรวจสอบชน้ิ งานตามใบงานท่ผี เู้ รยี นได้รับ - ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น

แผนการจดั กระบวนการเรยี นรรู้ า การพบกลุ่มครง้ั ท่ี 3 วชิ า คณติ ศา เร่ือง จำนวนและการดำเนินการ แยกตัวประ มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกบั คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละ รายวชิ า/หัวเรอื่ ง ตวั ชีว้ ัด เนื้อหา จำนวนและการ 10. แยกตวั ประกอบของ 10. การแยกตวั ประกอบ ดำเนินการ จำนวนนบั ได้ 11. หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. 11. ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจำนวนนบั ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้

ายสัปดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL าสตร์ (พค11001) ระดับประถมศกึ ษา ระกอบ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. จำนวน 6 ชว่ั โมง ะเทคโนโลยี การจัดกระบวนการเรยี นรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล ขัน้ ท่ี 1 กำหนดสภาพปัญหา ความตอ้ งการ 1 สอ่ื การเรียน ตรวจสอบความถูก - ครูให้นกั ศกึ ษาบอกการใชต้ ัวเลขใน ออนไลน์ระบบ ต้องของแบบฝกึ หัด ชวี ิตประจำวนั ชว่ ยเหลอื ผ้เู รยี น 2 Internet/youtube ข้นั ท่ี 2 แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรยี นรู้ 3 แบบฝึกหัด - ครูอธบิ าย เร่อื ง การแยกตวั ประกอบ การหา 4 หนังสือเรยี น ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจำนวนนับ พร้อมทง้ั ให้ คณติ ศาสตร์ระดบั นกั ศึกษาทำแบบฝกึ หัด ประถมศึกษา ขน้ั ที่ 3 การปฏบิ ัติและนำไปประยุกตใ์ ช้ - ครูและนักศกึ ษารว่ มกันเฉลยแบบฝกึ หดั ข้นั ที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ - ครมู อบหมายให้นกั ศึกษาทำแบบฝกึ หัดเพม่ิ เติม

แผนการจดั กระบวนการเรยี นรรู้ า การพบกลมุ่ คร้ังท่ี 4 วชิ า คณิตศา เร่ือง เศษสว่ น การบวกลบ คูณ หารเศษส มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ มคี วามรคู้ วามเข้าใจ และทกั ษะพนื้ ฐานเก่ยี วกับคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และ รายวิชา/หัวเรือ่ ง ตัวชว้ี ัด เนือ้ หา เศษสว่ น 6. หารเศษส่วนและนำความรู้ 6. การหารเศษสว่ นและโจทยป์ ัญหา เก่ยี วกบั การหารเศษสว่ นไป ใช้แก้โจทย์ปญั หาได้ 7. บวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน 7. การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน และนำความร้ไู ปใช้แก้โจทย์ ระคน และโจทยป์ ัญหา ปญั หาได้

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL าสตร์ (พค11001) ระดบั ประถมศกึ ษา ส่วน และโจทยป์ ัญหา จำนวน 6 ชัว่ โมง ะเทคโนโลยี การจัดกระบวนการเรยี นรู้ สือ่ /แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล ขั้นท่ี 1 กำหนดสภาพปัญหา ความตอ้ งการ 1 ส่อื การเรยี น ตรวจสอบความถกู - ครบู อกความหมาย ลักษณะและอ่านเศษสว่ น ออนไลน์ระบบ ต้องของแบบฝึกหดั ช่วยเหลือผูเ้ รยี น ข้ันที่ 2 แสวงหาขอ้ มูลและการจัดการเรยี นรู้ 2 Internet/youtube - ครอู ธิบาย เร่อื ง การบวก ลบ เศษสว่ นและ 3 แบบฝึกหัด โจทยป์ ญั หา พรอ้ มทั้งให้นกั ศึกษาทำแบบฝกึ หัด 4 หนังสอื เรียน ขั้นท่ี 3 การปฏบิ ัตแิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ คณิตศาสตรร์ ะดบั - ครูและนักศกึ ษารว่ มกนั เฉลยแบบฝกึ หดั ประถมศึกษา ขน้ั ที่ 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ - ครูมอบหมายใหน้ กั ศกึ ษาทำแบบฝกึ หัดเพมิ่ เตมิ

แผนการจดั กระบวนการเรียนรู้รา การพบกลุ่มครงั้ ที่ 5 วิชา คณติ ศา เรอ่ื ง ทศนิยม การประมาณคา่ ใกลเ้ คียงทศนิยม ก มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดับ มคี วามรู้ความเข้าใจ และทักษะพ้ืนฐานเกีย่ วกับคณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ รายวิชา/หวั เร่อื ง ตัวชว้ี ัด เนอ้ื หา ทศนิยม 6. แปลงจำนวนนบั ให้อยใู่ นรูป 6. การประมาณค่าใกล้เคยี งทศนิยม ทศนยิ มได้ 7. ประมาณค่าทศนิยมหน่ึง 7. การบวก ลบ ทศนิยม และโจทย์ ตำแหนง่ สองตำแหนง่ และ ปัญหา สามตำแหน่งได้ 8. บวก ลบ ทศนิยม และนำ 8. การคูณ หาร ทศนิยมและโจทย์ ความรูไ้ ปใชแ้ ก้โจทยป์ ัญหา ปัญหา ได้ 9. คณู หาร ทศนิยมและนำ ความรู้ไปใชแ้ กโ้ จทยป์ ัญหาได้

ายสปั ดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL าสตร์ (พค11001) ระดบั ประถมศกึ ษา การบวก ลบ คูณ หาร ทศนยิ ม จำนวน 6 ชว่ั โมง ะเทคโนโลยี การจัดกระบวนการเรยี นรู้ ส่อื /แหล่งเรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการ 1 สื่อการเรียน ตรวจสอบความถูก - ครบู อกความหมาย ลกั ษณะและอ่านเศษสว่ น ออนไลน์ระบบ ต้องของแบบฝกึ หัด ชว่ ยเหลือผเู้ รียน ข้นั ที่ 2 แสวงหาข้อมูลและการจดั การเรียนรู้ 2 Internet/youtube - ครอู ธิบาย เรื่อง การประมาณคา่ ใกล้เคยี ง 3 แบบฝกึ หัด ทศนยิ ม การบวก ลบ คูณ หาร ทศนิยม พร้อม 4 หนงั สือเรยี น ทง้ั ใหน้ ักศกึ ษาทำแบบฝึกหัด คณติ ศาสตร์ระดบั ประถมศกึ ษา ขั้นที่ 3 การปฏบิ ัตแิ ละนำไปประยกุ ต์ใช้ - ครแู ละนักศึกษารว่ มกันเฉลยแบบฝึกหัด ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ - ครมู อบหมายให้นกั ศกึ ษาทำแบบฝึกหดั เพมิ่ เตมิ

แผนการจดั กระบวนการเรยี นรรู้ า การพบกล่มุ ครง้ั ที่ 6 วชิ า คณติ ศา เร่ือง รอ้ ยละ มาตรฐานการเรียนร้รู ะดบั มคี วามรคู้ วามเข้าใจ และทกั ษะพืน้ ฐานเกยี่ วกบั คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ รายวชิ า/หัวเรือ่ ง ตัวชี้วัด เน้อื หา รอ้ ยละ 1. เขยี นเศษสว่ นทีม่ ีตัวส่วนเป็น 1. ความหมายของร้อยละ 100 ให้อย่ใู นรูปร้อยละ เปอร์เซน็ ต์และใชส้ ญั ลักษณ์ เปอร์เซ็นต์ (%) ได้

ายสัปดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL าสตร์ (พค11001) ระดับประถมศึกษา จำนวน 6 ชวั่ โมง ะเทคโนโลยี การจดั กระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรยี นรู้ การวัดและประเมินผล ขนั้ ที่ 1 กำหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการ 1 สอ่ื การเรยี น ตรวจสอบความถกู - ครูบอกความหมาย ลกั ษณะและอา่ นเศษสว่ น ออนไลน์ระบบ ต้องของแบบฝกึ หดั ช่วยเหลือผเู้ รยี น ขน้ั ท่ี 2 แสวงหาขอ้ มูลและการจดั การเรียนรู้ 2 Internet/youtube - ครอู ธิบาย เรือ่ ง การเขียนเศษสว่ นท่มี ีตัวส่วน 3 แบบฝึกหัด เป็น 100 ให้อยใู่ นรปู รอ้ ยละ และใช้สญั ลกั ษณ์ 4 หนงั สือเรยี น เปอร์เซ็นต์ (%) ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเศษส่วน คณิตศาสตร์ระดบั และร้อยละ พร้อมท้ังให้นักศกึ ษาทำแบบฝึกหดั ประถมศกึ ษา ขน้ั ที่ 3 การปฏบิ ัติและนำไปประยุกต์ใช้ - ครูและนกั ศกึ ษารว่ มกันเฉลยแบบฝกึ หัด ข้นั ท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้ - ครมู อบหมายใหน้ ักศกึ ษาทำแบบฝึกหดั เพิม่ เติม

แผนการจัดกระบวนการเรยี นรรู้ า การพบกลุม่ คร้งั ที่ 7 วิชา คณิตศา เร่อื ง สถิติ การอ่านและเขียนแผน มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั มีความร้คู วามเข้าใจ และทักษะพืน้ ฐานเกยี่ วกบั คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และ รายวิชา/หัวเรือ่ ง ตวั ชว้ี ัด เน้อื หา สถิติ 2. อา่ นและเขียนแผนภูมิ 1. สถติ ิเบื้องตน้ และการวเิ คราะห์ รปู ภาพและแผนภมู แิ ท่ง ขอ้ มลู เปรียบเทยี บได้ - การเกบ็ รวบรวมข้อมลู 3. อา่ นและเขยี นกราฟเสน้ ได้ - การจำแนกข้อมูลโดยการสังเกต 4. อา่ นและเขยี นแผนภูมิรูป วงกลมได้ และการสำรวจ - การอา่ นและการเขยี นแผนภูมิ รปู ภาพ - การอา่ นและเขยี นแผนภมู แิ ทง่ เปรียบเทยี บ - การอา่ นและการเขยี นกราฟเสน้ - การอ่านแผนภมู ิรปู วงกลม

ายสัปดาห์ โดยใช้ ONIE MODEL าสตร์ (พค11001) ระดับประถมศกึ ษา นภมู ิรปู ภาพ จำนวน 6 ชว่ั โมง ะเทคโนโลยี การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอื่ /แหล่งเรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล ขน้ั ที่ 1 กำหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการ 1 สอ่ื การเรียน ตรวจสอบความถูก - ครบู อกความหมาย ลักษณะและอา่ นเศษส่วน ออนไลน์ระบบ ต้องของแบบฝึกหัด ชว่ ยเหลอื ผูเ้ รียน ต ขัน้ ท่ี 2 แสวงหาข้อมูลและการจดั การเรียนรู้ 2 Internet/youtube - ครอู ธิบาย เรือ่ ง การเกบ็ รวบรวมข้อมลู เพอื่ 3 แบบฝกึ หัด ตอบคำถามโดยใช้การสงั เกต การสำรวจ และการ 4 หนงั สอื เรียน ทดลอง การอ่าน การเขยี นและเปรียบเทียบ คณติ ศาสตร์ระดบั แผนภมู ริ ปู ภาพและแผนภมู แิ ท่ง การอ่านและ ประถมศกึ ษา การเขยี นกราฟเส้น พรอ้ มท้งั ให้นกั ศึกษาทำ แบบฝกึ หัด ขน้ั ท่ี 3 การปฏิบัติและนำไปประยกุ ตใ์ ช้ - ครูและนักศกึ ษาร่วมกนั เฉลยแบบฝกึ หัด ขนั้ ท่ี 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ - ครมู อบหมายใหน้ ักศกึ ษาทำแบบฝึกหัดเพมิ่ เตมิ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook