Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ตัวชี้วัดสาระวิทยาศาสตร์ สสวท

ตัวชี้วัดสาระวิทยาศาสตร์ สสวท

Published by numzonemk, 2022-01-26 03:40:32

Description: ตัวชี้วัดสาระวิทยาศาสตร์ สสวท

Search

Read the Text Version

๑๙๙ ชั้น ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง อณุ หภูมิของอำกำศโดยรอบทำใหก้ ้อนอำกำศยกตัวขน้ึ อยำ่ งรวดเร็ว เกิดเมฆในแนวตั้ง เช่น เมฆควิ มูโลนมิ บัส ๙. อธบิ ำยกำรเกดิ แนวปะทะอำกำศแบบต่ำง ๆ - แนวปะทะอำกำศเกดิ จำกกำรเคลื่อนทป่ี ะทะกันของ และลกั ษณะลมฟ้ำอำกำศท่ีเก่ียวขอ้ ง กอ้ นอำกำศท่ีสมบัตติ ำ่ งกันตัง้ แต่สองก้อนข้ึนไป แนวปะทะอำกำศแบ่งออกได้ ๔ รูปแบบคอื แนวปะทะอำกำศอนุ่ ซึ่งมักพบเมฆแผน่ เช่น เมฆซีร์รสั อลั โตสเตรตัส เกิดฝนกระจำยเปน็ บรเิ วณกว้ำง แนวปะทะอำกำศเย็น เกดิ เมฆก้อนเชน่ เมฆคิวมูโลนิมบัส ทำให้อำกำศแปรปรวนเกิดฝนฟำ้ คะนอง แนวปะทะ อำกำศรวม เกิดเมฆคิวมูโลนิมบัสทส่ี ่งผลต่อกำรเกดิ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ พำยุฝน แนวปะทะอำกำศคงที่ จะมลี ักษณะอำกำศ แจม่ ใสจนถงึ มีเมฆบำงสว่ น และอำจสง่ ผลให้เกิด แนวปะทะอำกำศแบบอน่ื ต่อไปได้ ๑๐. อธิบำยปัจจยั ต่ำง ๆ ทมี่ ีผลต่อ  โลกได้รบั พลงั งำนจำกดวงอำทิตย์ โดยปริมำณ กำรเปล่ียนแปลงภูมอิ ำกำศของโลก พร้อม พลังงำนเฉลี่ยที่โลกไดร้ บั เท่ำกับพลังงำนเฉลยี่ ทโ่ี ลก ยกตวั อย่ำงข้อมลู สนบั สนนุ ปลดปลอ่ ยกลับสูอ่ วกำศ ทำให้เกดิ สมดลุ พลงั งำน ของโลก สง่ ผลใหอ้ ุณหภูมเิ ฉล่ียของโลกในแตล่ ะปี ค่อนข้ำงคงทแ่ี ละมีลักษณะภูมอิ ำกำศท่ีไมเ่ ปลยี่ นแปลง หำกสมดุลพลังงำนของโลกเกิดกำรเปล่ียนแปลงไป จะทำให้อุณหภูมิเฉลย่ี ของพื้นผวิ โลกและภมู อิ ำกำศ เกิดกำรเปลย่ี นแปลงได้ โดยมปี จั จยั หลำยประกำร ทัง้ ปัจจยั ท่เี กิดขึ้นตำมธรรมชำติและปจั จัยทเี่ กิดจำก กจิ กรรมของมนษุ ย์ เช่น กำรเปลยี่ นแปลงควำมรีของ วงโคจรโลกรอบดวงอำทติ ย์ กำรเปลย่ี นแปลงมุมเอียง ของแกนหมนุ โลกและกำรหมุนควงของแกนหมุนโลก รวมทง้ั ชนิดและปรมิ ำณของละอองลอย เมฆ และแก๊ส เรอื นกระจก ซึง่ มขี ้อมลู สนบั สนุนกำรเปล่ยี นแปลง อณุ หภูมโิ ลกตง้ั แต่อดตี ถึงปัจจุบนั ท่ีได้จำกกำรวิเครำะห์ หลักฐำนตำ่ ง ๆ เชน่ แกนน้ำแข็ง ๑๑. วิเครำะห์ และอภปิ รำยเหตกุ ำรณท์ ่เี ปน็ ผล  กำรเปล่ยี นแปลงภมู ิอำกำศโลกอำจสง่ ผลกระทบ จำกกำรเปลย่ี นแปลงภูมิอำกำศ และนำเสนอ ตอ่ สิง่ มชี วี ิตและส่ิงแวดลอ้ ม เชน่ กำรเพ่ิมข้ึนของ อณุ หภมู ิเฉลย่ี โลก กำรละลำยของน้ำแขง็ ขวั้ โลก และ

๒๐๐ ชนั้ ตัวชวี้ ดั อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง แนวปฏบิ ตั ขิ องมนุษย์ท่ีมีส่วนช่วย กำรเพิ่มขึ้นของระดับนำ้ ทะเล กำรเปลยี่ นแปลงของ ในกำรชะลอกำรเปลีย่ นแปลงภูมิอำกำศโลก ระบบนเิ วศทง้ั ทำงบก และทำงทะเล ๑๒. แปลควำมหมำยสัญลักษณ์ลมฟ้ำอำกำศ  มนษุ ยอ์ ำจมีสว่ นชว่ ยในกำรชะลอกำรเปลีย่ นแปลง บนแผนทีอ่ ำกำศ ภมู ิอำกำศโลกได้โดยกำรลดปัจจัยทที่ ำใหเ้ กิด กำรเปลย่ี นแปลงสมดลุ พลงั งำนที่เกดิ จำกกระทำของ ๑๓. วิเครำะห์ และคำดกำรณ์ลักษณะลมฟ้ำ มนษุ ย์ อำกำศเบ้อื งต้นจำกแผนทอ่ี ำกำศและข้อมลู สำรสนเทศ เพ่ือวำงแผนในกำรประกอบอำชีพ  แบบแสดงข้อมูลของสถำนีตรวจอำกำศผวิ พื้นเป็น และกำรดำเนนิ ชีวิตใหส้ อดคล้องกับสภำพลม กำรแสดงข้อมลู ตรวจอำกำศท่ีแสดงในรูปสญั ลักษณ์ ฟ้ำอำกำศ หรอื ตัวเลขทปี่ รำกฏบนแผนที่อำกำศ เช่น อุณหภมู ิ ควำมช้นื ควำมกดอำกำศ ควำมเร็วและทิศทำงลม ม.๖ - ปริมำณและชนดิ ของเมฆ ทำให้ทรำบลกั ษณะอำกำศ ณ สถำนีนัน้ ๆ ในเวลำทมี่ กี ำรตรวจวดั เม่ือนำข้อมลู ของสถำนีตรวจอำกำศผวิ พ้ืนมำแสดงในแผนที่อำกำศ ทำให้สำมำรถวิเครำะห์ลกั ษณะอำกำศในบรเิ วณกวำ้ ง ได้ เชน่ บรเิ วณควำมกดอำกำศสงู หยอ่ มควำมกด อำกำศตำ่ พำยุหมนุ เขตร้อน รอ่ งควำมกดอำกำศต่ำ  กำรแปลควำมหมำยสญั ลักษณท์ ี่ปรำกฏบนแผนท่ี อำกำศ รว่ มกับข้อมูลสำรสนเทศ เชน่ โปรแกรม ประยุกตเ์ กี่ยวกบั กำรพยำกรณอ์ ำกำศ เรดำรต์ รวจ อำกำศ ภำพถำ่ ยดำวเทยี ม และค่ำทำงสถิติ สำมำรถ นำมำวเิ ครำะห์รูปแบบ คำดกำรณก์ ำรเกิดและ กำรเปลีย่ นแปลงปรำกฏกำรณท์ ำงลมฟำ้ อำกำศ ในช่วงเวลำตำ่ ง ๆ ซ่ึงสำมำรถนำมำใช้วำงแผน กำรดำเนนิ ชีวิตให้สอดคลอ้ งกับสภำพลมฟ้ำอำกำศ เชน่ กำรเลอื กชว่ งเวลำในกำรเพำะปลูกใหส้ อดคล้อง กบั ฤดูกำล กำรเตรียมพร้อมรับมือสภำพอำกำศ แปรปรวน -

๒๐๑ สาระท่ี ๗ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ มาตรฐาน ว ๗.๓ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ ความสัมพนั ธ์ของดาราศาสตร์กบั มนุษย์จากการศกึ ษาตาแหนง่ ดาวบนทรงกลมฟ้า และปฏิสมั พนั ธภ์ ายในระบบสรุ ยิ ะ รวมทั้งการประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี อวกาศในการดารงชีวติ ช้ัน ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๔ - - ม.๕ - - ม.๖ ๑. อธบิ ำยกำรกำเนิดและกำรเปลี่ยนแปลง  ทฤษฎีกำเนิดเอกภพที่ยอมรับในปจั จบุ นั คือ พลงั งำน สสำร ขนำดอุณหภมู ขิ องเอกภพหลัง ทฤษฎีบิกแบง ระบุว่ำเอกภพเริ่มต้นจำก บกิ แบง อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ เกดิ บิกแบงในช่วงเวลำตำ่ ง ๆ ตำมววิ ัฒนำกำร ท่ีเอกภพมขี นำดเล็กมำก และมอี ุณหภูมสิ ูงมำก ซึ่ง ของเอกภพ เป็นจุดเรม่ิ ต้นของเวลำและววิ ัฒนำกำรของเอกภพ โดยหลงั เกิดบกิ แบงเอกภพเกิดกำรขยำยตวั อยำ่ ง รวดเรว็ มีอุณหภมู ลิ ดลง มสี สำรคงอยู่ในรปู อนภุ ำค และปฏยิ ำนภุ ำคหลำยชนดิ และมวี วิ ฒั นำกำรต่อเนือ่ ง จนถงึ ปจั จบุ ัน ซึง่ มเี นบิวลำ กำแลก็ ซี ดำวฤกษ์ และ ระบบสุรยิ ะเป็นสมำชิกบำงส่วนของเอกภพ ๒. อธิบำยหลกั ฐำนท่สี นบั สนนุ ทฤษฎบี ิกแบง  หลักฐำนสำคัญทส่ี นบั สนนุ ทฤษฎบี กิ แบง คือ จำกควำมสัมพันธ์ระหวำ่ งควำมเร็วกับ กำรขยำยตวั ของเอกภพ ซึง่ อธบิ ำยด้วย กฎฮับเบิล ระยะทำงของกำแล็กซี รวมทั้งขอ้ มูลกำรค้นพบ โดยใชค้ วำมสมั พนั ธ์ระหวำ่ งควำมเร็วแนวรัศมีและ ไมโครเวฟพนื้ หลังจำกอวกำศ ระยะทำงของกำแล็กซีทเ่ี คลื่อนท่ีห่ำงออกจำกโลก และหลักฐำนอีกประกำร คือ กำรค้นพบไมโครเวฟ พนื้ หลังท่ีกระจำยตัวอย่ำงสม่ำเสมอทุกทศิ ทำง และ สอดคล้องกบั อุณหภมู เิ ฉลี่ยของอวกำศ มีคำ่ ประมำณ ๒.๗๓ เคลวนิ ๓. อธบิ ำยโครงสร้ำงและองค์ประกอบของ  กำแลก็ ซี ประกอบดว้ ย ดำวฤกษ์จำนวนหลำยแสน กำแลก็ ซีทำงชำ้ งเผือก และระบุตำแหนง่ ของ ลำ้ นดวง ซ่ึงอย่กู ันเป็นระบบของดำวฤกษ์ นอกจำกนี้ ระบบสรุ ิยะพรอ้ มอธบิ ำยเชื่อมโยงกับ ยงั ประกอบด้วยเทห์ฟำ้ อ่นื เช่น เนบิวลำ และสสำร กำรสงั เกตเหน็ ทำงชำ้ งเผอื กของคนบนโลก ระหวำ่ งดำว โดยองคป์ ระกอบตำ่ ง ๆ ภำยในของ กำแลก็ ซีอยูร่ วมกันดว้ ยแรงโนม้ ถว่ ง  กำแลก็ ซีมรี ปู ร่ำงแตกตำ่ งกัน โดยระบบสรุ ยิ ะอยู่ใน กำแลก็ ซีทำงชำ้ งเผือกซ่งึ เป็นกำแล็กซีกงั หนั แบบมี

๒๐๒ ชั้น ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง คำน มโี ครงสร้ำง คือ นวิ เคลียส จำน และฮำโล ดำวฤกษ์จำนวนมำกอยใู่ นบริเวณนวิ เคลยี สและจำน โดยมีระบบสรุ ยิ ะอยหู่ ่ำงจำกจุดศูนย์กลำงของ กำแล็กซีทำงช้ำงเผือก ประมำณ ๓๐,๐๐๐ ปีแสง ซ่ึง ทำงช้ำงเผอื กทส่ี งั เกตเห็นในท้องฟ้ำเป็นบรเิ วณหนงึ่ ของกำแล็กซที ำงช้ำงเผือกในมมุ มองของคนบนโลก แถบฝ้ำสีขำวจำง ๆ ของทำงชำ้ งเผือกคือดำวฤกษ์ ทอี่ ยู่อย่ำงหนำแนน่ ในกำแล็กซีทำงชำ้ งเผอื ก ๔. อธบิ ำยกระบวนกำรเกดิ ดำวฤกษ์ โดยแสดง  ดำวฤกษส์ ่วนใหญ่อยรู่ วมกันเปน็ ระบบดำวฤกษ์ กำรเปลี่ยนแปลงควำมดัน อุณหภมู ิ ขนำด จำก คอื ดำวฤกษ์ที่อยรู่ วมกนั ต้งั แต่ ๒ ดวงข้ึนไป ดำวฤกษ์ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ดำวฤกษ์ก่อนเกิดจนเป็นดำวฤกษ์ เป็นกอ้ นแก๊สร้อนขนำดใหญ่ เกดิ จำกกำรยบุ ตัวของ ๕. อธบิ ำยกระบวนกำรสร้ำงพลงั งำนของ กลมุ่ สสำรในเนบวิ ลำภำยใต้แรงโน้มถว่ ง ทำให้ ดำวฤกษ์และผลที่เกิดขึ้น โดยวิเครำะห์ บำงส่วนของเนบวิ ลำมีขนำดเล็กลง ควำมดันและ ปฏิกริ ิยำลูกโซโ่ ปรตอน-โปรตอน และวฏั จักร อณุ หภมู ิเพม่ิ ข้ึน เกดิ เปน็ ดำวฤกษ์กอ่ นเกิด เม่ือ คำร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน อุณหภูมทิ ี่แกน่ สูงข้นึ จนเกดิ ปฏกิ ริ ยิ ำเทอรโ์ ม นวิ เคลียร์ ดำวฤกษก์ ่อนเกดิ จะกลำยเป็นดำวฤกษ์ ดำวฤกษ์อยูใ่ นสภำพสมดลุ ระหว่ำงแรงดนั กบั แรงโนม้ ถ่วงซึง่ เรยี กว่ำสมดุลอทุ กสถติ จงึ ทำใหด้ ำวฤกษม์ ี ขนำดคงทเี่ ปน็ เวลำนำนตลอดช่วงชวี ติ ของดำวฤกษ์  ปฏิกริ ิยำเทอรโ์ มนวิ เคลียร์ เป็นปฏิกริ ิยำหลกั ของ กระบวนกำรสรำ้ งพลงั งำนของดำวฤกษ์ ทำให้เกิดกำร หลอมนิวเคลยี สของไฮโดรเจนเปน็ นวิ เคลียสฮีเลยี มท่ี แกน่ ของ ดำวฤกษ์ ซงึ่ มี ๒ กระบวนกำร คือ ปฏิกิรยิ ำ ลูกโซโ่ ปรตอน-โปรตอน และวัฏจักรคำร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน ๖. ระบุปจั จัยทส่ี ง่ ผลต่อควำมสอ่ งสว่ำงของ  ควำมส่องสวำ่ งของดำวฤกษเ์ ปน็ พลังงำนจำก ดำวฤกษ์ และอธบิ ำยควำมสัมพันธร์ ะหว่ำง ดำวฤกษ์ทปี่ ลดปล่อยออกมำในเวลำ ๑ วินำทตี ่อหน่วย ควำมส่องสว่ำงกับโชตมิ ำตรของดำวฤกษ์ พืน้ ท่ี ณ ตำแหน่งของผู้สังเกต แตเ่ นอื่ งจำกตำของ มนษุ ย์ไม่ตอบสนองต่อกำรเปลย่ี นแปลงควำมส่องสวำ่ ง ที่มคี ำ่ น้อย ๆ จงึ กำหนดคำ่ กำรเปรียบเทียบควำมส่อง สวำ่ งของดำวฤกษ์ดว้ ยค่ำโชติมำตร ซ่งึ เปน็ กำรแสดง

๒๐๓ ชั้น ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ระดบั ควำมส่องสวำ่ งของดำวฤกษ์ (หรือเทห์ฟำ้ อ่นื ) ณ ตำแหนง่ ของผู้สังเกต ๗. อธบิ ำยควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงสี อุณหภมู ิผวิ  สีของดำวฤกษส์ ัมพนั ธ์กบั อุณหภมู ิผิว และสเปกตรมั ของดำวฤกษ์ ซง่ึ นกั ดำรำศำสตร์ใช้ดชั นสี ีในกำรแบ่งชนดิ สเปกตรัม ของดำวฤกษ์ และใชส้ เปกตรัมในกำรจำแนกชนิดของ ดำวฤกษ์ ๘. อธบิ ำยวิธกี ำรหำระยะทำงของดำวฤกษ์  กำรหำระยะทำงของดำวฤกษ์ที่มีระยะทำงหำ่ งจำก ดว้ ยหลักกำรแพรัลแลกซ์ พร้อมคำนวณหำ โลกไมเ่ กิน ๑๐๐ พำร์เซกมวี ธิ ีกำรท่ีสำคญั คือ วธิ ี ระยะทำงของดำวฤกษ์ แพรัลแลกซ์ โดยวัดมมุ แพรัลแลกซข์ องดำวฤกษ์ เมอื่ โลกเปลี่ยนตำแหน่งไปในวงโคจร ทำใหต้ ำแหน่ง อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ปรำกฏของดำวฤกษเ์ ปลี่ยนไปเมือ่ เทียบกบั ดำวฤกษ์ อ้ำงองิ ๙. อธิบำยลำดบั วิวฒั นำกำรทีส่ มั พันธ์กับมวล  มวลของดำวฤกษ์ขึน้ อยู่กบั มวลของดำวฤกษ์ก่อน ตง้ั ต้น และวิเครำะหก์ ำรเปลี่ยนแปลงสมบตั ิ เกดิ ดำวฤกษท์ ่ีมีมวลมำกจะผลิตและใช้พลังงำนมำก บำงประกำรของดำวฤกษ์ในลำดบั วิวัฒนำกำร จึงมอี ำยสุ ้ันกว่ำดำวฤกษท์ ี่มีมวลน้อย จำกแผนภำพเฮริ ์ซปรงุ -รสั เซลล์  ดำวฤกษ์มีกำรวิวัฒนำกำรท่แี ตกต่ำงกัน กำรวิวัฒนำกำรและจดุ จบของดำวฤกษ์ขึ้นอยู่กับมวล ตงั้ ต้นของดำวฤกษ์ สว่ นใหญเ่ ทยี บกบั จำนวนเท่ำของ มวลดวงอำทิตย์  ดำวฤกษ์จะมีกำรเปลี่ยนแปลงสมบัติบำงประกำร ตำมวิวฒั นำกำร โดยนกั วทิ ยำศำสตร์ไดแ้ สดงกำร เปล่ยี นแปลงดงั กลำ่ วดว้ ยแผนภำพเฮิรซ์ ปรงุ -รัสเซลล์ ซ่งึ เป็นแผนภำพที่แสดงควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งโชติ มำตรสัมบรู ณ์และดัชนสี ีของดำวฤกษ์ โดยดำวฤกษ์ สว่ นใหญ่จะอยใู่ นแถบลำดบั หลัก ซ่งึ เป็นแถบที่แสดง วำ่ ดำวฤกษจ์ ะมีชว่ งชวี ติ ส่วนใหญอ่ ยใู่ นสภำวะสมดุล ๑๐. อธบิ ำยกระบวนกำรเกิดระบบสุริยะ  ระบบสรุ ยิ ะเกิดจำกกำรรวมตัวกันของกล่มุ ฝุ่นและ กำรแบง่ เขตบรวิ ำรของดวงอำทติ ย์ และ แกส๊ ทีเ่ รียกวำ่ เนบิวลำสรุ ิยะ โดยฝนุ่ และแก๊ส ลักษณะของดำวเครำะหท์ ี่เอ้ือต่อกำรดำรงชวี ติ ประมำณร้อยละ ๙๙.๘ ของมวล ไดร้ วมตัวเปน็ ดวง ๑๑. อธบิ ำยกำรโคจรของดำวเครำะห์ อำทติ ยซ์ ึ่งเปน็ ก้อนแก๊สร้อน หรือ พลำสมำ สสำรสว่ น รอบดวงอำทิตย์ด้วยกฏเคพเลอร์ และ ทเี่ หลือรวมตวั เป็นดำวเครำะหแ์ ละบรวิ ำรอนื่ ๆ ของ ดวงอำทิตย์ ดังน้นั จึงแบ่งเขตบริวำรของดวงอำทิตย์

๒๐๔ ชั้น ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง กฎควำมโนม้ ถว่ งของนิวตนั พร้อมคำนวณคำบ ตำมลักษณะกำรเกิดและองค์ประกอบได้แก่ กำรโคจรของดำวเครำะห์ ดำวเครำะหช์ น้ั ใน ดำวเครำะหน์ อ้ ย ดำวเครำะห์ ชั้นนอก และดงดำวหำง  โลกเปน็ ดำวเครำะหใ์ นระบบสรุ ิยะที่มสี ิ่งมชี ีวติ เพรำะโคจรรอบดวงอำทติ ย์ในระยะทำงที่เหมำะสม จงึ เปน็ เขตท่ีเออื้ ต่อกำรมีสิง่ มีชวี ติ ทำให้โลกมอี ณุ หภมู ิ เหมำะสมและสำมำรถเกิดนำ้ ทีย่ ังคงสถำนะเปน็ ของเหลวได้ และปจั จบุ นั มีกำรคน้ พบดำวเครำะห์ที่อยู่ นอกระบบสรุ ยิ ะจำนวนมำก โดยมดี ำวเครำะห์บำงดวง ที่มีลกั ษณะคลำ้ ยโลก และอยู่ในเขตท่ีเอ้อื ตอ่ กำรมี อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ สิ่งมีชีวติ  บริวำรของดวงอำทิตย์อยรู่ วมกนั เป็นระบบภำยใต้ แรงโน้มถว่ งระหว่ำงดำวเครำะหก์ ับ ดวงอำทติ ย์ ตำม กฏแรงโนม้ ถ่วงของนวิ ตัน สว่ นกำรโคจรของ ดำวเครำะหร์ อบดวงอำทิตยเ์ ปน็ ไปตำมกฎเคพเลอร์ ๑๒. อธิบำยโครงสรำ้ งของดวงอำทติ ย์ กำรเกดิ  ดวงอำทติ ย์มีโครงสรำ้ งภำยในแบ่งเปน็ แก่น เขต ลมสุรยิ ะ พำยุสุรยิ ะ และวิเครำะห์ นำเสนอ กำรแผ่รังสี และเขตกำรพำควำมรอ้ น และมีชน้ั ปรำกฏกำรณ์ หรือเหตุกำรณ์ท่เี กีย่ วข้องกับผล บรรยำกำศอย่เู หนอื เขตพำควำมรอ้ น ซ่งึ แบ่งเป็น ของลมสรุ ิยะ และพำยสุ ุรยิ ะที่มตี อ่ โลกรวมท้ัง ๓ ชั้น คอื ชั้นโฟโตสเฟียร์ ชั้นโครโมสเฟยี ร์ และ ประเทศไทย คอโรนำ ในช้นั บรรยำกำศของดวงอำทิตย์ มีปรำกฏกำรณ์สำคญั เช่น จดุ มืดดวงอำทติ ย์ กำรลุกจ้ำ ทท่ี ำใหเ้ กิดลมสุริยะ และพำยุสุรยิ ะ ซง่ึ ส่งผลตอ่ โลก - ลมสุรยิ ะ เกิดจำกกำรแพร่กระจำยของอนุภำคจำก ชนั้ คอโรนำออกส่อู วกำศตลอดเวลำ อนภุ ำคที่หลดุ ออกสูอ่ วกำศเป็นอนภุ ำคที่มปี ระจุ ลมสรุ ิยะสง่ ผล ทำให้เกดิ หำงของดำวหำงทีเ่ รืองแสงและช้ไี ปทำง ทศิ ตรงกนั ข้ำมกบั ดวงอำทติ ย์ และเกดิ ปรำกฏกำรณ์ แสงเหนือ แสงใต้  พำยสุ รุ ยิ ะ เกดิ จำกกำรปลดปล่อยอนภุ ำคมีประจุ พลังงำนสงู จำนวนมหำศำล มักเกิดบ่อยครั้งในชว่ ง ทม่ี ีกำรลุกจ้ำ และในชว่ งท่ีมีจุดมืดดวงอำทติ ย์

๒๐๕ ชั้น ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง จำนวนมำก และในบำงครัง้ มีกำรพ่นก้อนมวลคอโรนำ พำยสุ รุ ยิ ะอำจสง่ ผลต่อสนำมแม่เหล็กโลก จึงอำจ รบกวนระบบกำรสง่ กระแสไฟฟำ้ และกำรสือ่ สำร รวมท้ังอำจส่งผลต่อวงจรอเิ ล็กทรอนิกสข์ องดำวเทียม นอกจำกนั้นมักทำใหเ้ กิดปรำกฏกำรณแ์ สงเหนือ แสงใตท้ สี่ ังเกตได้ชดั เจน ๑๓. สรำ้ งแบบจำลองทรงกลมฟำ้ สังเกต และ  ทรงกลมฟำ้ เป็นทรงกลมสมมติขนำดใหญ่ท่ีมีรัศมี เช่ือมโยงจดุ และเส้นสำคัญของแบบจำลอง อนันต์ มีจุดศนู ย์กลำงของโลกเปน็ จุดศนู ยก์ ลำงของ ทรงกลมฟ้ำกับทอ้ งฟ้ำจรงิ และอธบิ ำยกำรระบุ ทรงกลมฟำ้ มดี วงดำวและเทหฟ์ ้ำต่ำง ๆ ปรำกฏ พิกัดของดำวในระบบขอบฟ้ำ และระบบ อยู่บนผวิ ของทรงกลมฟำ้ นี้ กำรระบพุ ิกดั ของดวงดำว อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ศูนย์สูตร และเทห์ฟำ้ ต่ำง ๆ บนทรงกลมฟำ้ ตำมระบบที่สำคัญ ได้แก่  ระบบขอบฟ้ำ เปน็ ระบบที่อ้ำงอิงจำกตำแหน่ง ผ้สู งั เกตบนโลกโดยระบุพิกัดเป็นมุมทศิ และมมุ เงย อำ้ งอิงกบั ทิศเหนือและเสน้ ขอบฟ้ำของผสู้ งั เกต -ระบบศนู ย์สตู ร เปน็ ระบบท่ีอ้ำงองิ กบั เสน้ ศูนย์สูตร ฟ้ำและจดุ วิษวุ ัต ระบพุ ิกัดเป็นไรตแ์ อสเซนชนั กบั และเดคลิเนชัน ๑๔. สังเกตทอ้ งฟำ้ และอธิบำยเส้นทำงกำรข้ึน  โลกหมนุ รอบตวั เองจำกทำงทิศตะวันตกไปทำง กำรตกของดวงอำทิตยแ์ ละดำวฤกษ์ ทศิ ตะวันออก ทำใหเ้ กิดปรำกฏกำรณก์ ำรขึน้ กำรตก ของดวงอำทิตย์และดวงดำวต่ำงในรอบวนั ซึ่งเส้นทำง ๑๕. อธบิ ำยเวลำสรุ ิยคตปิ รำกฏ โดยรวบรวม ปรำกฏของกำรขึน้ กำรตกของดวงอำทติ ยจ์ ะ ขอ้ มลู และเปรยี บเทียบเวลำขณะทด่ี วงอำทติ ย์ เปลีย่ นแปลงตำมวนั เวลำและตำแหนง่ ละตจิ ดู ของ ผ่ำนเมรเิ ดียนของผู้สังเกตในแต่ละวัน ผสู้ ังเกต สว่ นเส้นทำงปรำกฏของกำรขน้ึ กำรตกของ ดำวฤกษจ์ ะเปลี่ยนแปลงตำมละตจิ ูดของผู้สังเกต  กำรกำหนดเวลำสุริยคติจะเทียบกบั ดวงอำทิตย์ โดยเวลำสุริยคติ มีทั้งเวลำสุริยคติปรำกฏ และเวลำ สุริยคติปำนกลำง  เวลำสุริยคตปิ รำกฏ เป็นเวลำท่ไี ด้จำกกำรสงั เกต ดวงอำทติ ยจ์ รงิ ทเ่ี คลื่อนทอ่ี ยู่บนท้องฟำ้ ของผสู้ ังเกต ชว่ งเวลำระหว่ำงกำรเห็นจดุ ศูนย์กลำงของดวงอำทิตย์

ชั้น ตวั ชวี้ ดั ๒๐๖ ๑๖. อธิบำยเวลำสรุ ยิ คตปิ ำนกลำง และ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง กำรเปรียบเทยี บเวลำของแต่ละเขตเวลำ ผ่ำนเมริเดยี นคร้ังแรกถงึ คร้งั ถัดไป เรยี กวำ่ ๑ วนั บนโลก สุรยิ คติปรำกฏ ๑๗. อธิบำยมมุ ห่ำงท่สี มั พนั ธก์ บั ตำแหน่ง  เวลำสรุ ยิ คติปำนกลำงกำหนดโดยใหม้ ดี วงอำทติ ย์ ในวงโคจร และอธิบำยเชอื่ มโยงกบั ตำแหน่ง สมมตเิ คล่ือนท่บี นเสน้ ศูนย์สูตรฟำ้ ด้วยอตั รำเรว็ ปรำกฏของดำวเครำะหท์ ่สี งั เกตได้จำกโลก สม่ำเสมอ ช่วงเวลำระหว่ำงกำรเหน็ จุดศูนย์กลำง อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ของดวงอำทติ ยผ์ ่ำนเมรเิ ดยี นคร้งั แรกถงึ คร้งั ถัดไป เรียกว่ำ ๑ วนั สุริยคตปิ ำนกลำง ซงึ่ ยำว ๒๔ ชว่ั โมง ๐ นำที ๐ วินำที เวลำสุริยคติปำนกลำงกรีนิซเป็น เวลำสรุ ยิ คติปำนกลำงทีใ่ ชเ้ มริเดียนของหอดูดำวกรี นซิ ในประเทศอังกฤษเป็นตวั กำหนด ซึง่ นำมำใช้ ในกำรกำหนดเขตเวลำมำตรฐำนสำกลของตำแหน่ง อนื่ ๆ บนโลก  โลกและดำวเครำะหท์ ุกดวงหมุนรอบตวั เองและ โคจรรอบดวงอำทิตยจ์ ำกทิศตะวนั ตกไปทำง ทศิ ตะวนั ออก หรอื ในทศิ ทวนเขม็ นำฬิกำจำกมมุ มอง ด้ำนบน คนบนโลกจะสงั เกตเหน็ ดำวเครำะห์ มตี ำแหน่งปรำกฏแตกต่ำงกนั ในชว่ งวนั เวลำต่ำง ๆ เพรำะดำวเครำะห์มีมมุ ห่ำงที่แตกต่ำงกัน  มุมห่ำงของดำวเครำะห์ คือ มุมระหวำ่ งเสน้ ตรง ท่ีเชอ่ื มระหวำ่ งโลกกับดำวเครำะหก์ ับเสน้ ตรงที่เชอื่ ม ระหว่ำงโลกกับดวงอำทติ ย์ เมื่อวดั บนเส้นสุรยิ วิถี โดย ดำวเครำะห์อำจอยู่ห่ำงจำกดวงอำทิตย์ไปทำงทศิ ตะวนั ออก หรือทำงทิศตะวันตก ซึ่งมีกำรเรียกชอื่ ตำม ตำแหนง่ ของดำวเครำะหใ์ นวงโคจร ขนำดของมมุ หำ่ ง และทศิ ทำงของมมุ หำ่ ง  ดำวเครำะห์ที่มมี ุมหำ่ งตำ่ งกนั จะมตี ำแหนง่ ปรำกฏ บนทอ้ งฟำ้ แตกต่ำงกัน โดยตำแหนง่ ปรำกฏของดำว เครำะห์วงในจะอยู่ใกล้ขอบฟ้ำในชว่ งเวลำใกลร้ ุง่ หรอื เวลำหัวค่ำ ส่วนตำแหนง่ ปรำกฏของดำวเครำะห์ วงนอกจะสำมำรถเหน็ ไดใ้ นช่วงเวลำอื่น ๆ นอกจำกน้ี มมุ ห่ำงยงั สำมำรถนำมำอธบิ ำยปรำกฏกำรณ์

๒๐๗ ช้นั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ทำงดำรำศำสตร์ เช่น ดำวเคียงเดือน ดำวเครำะห์ ๑๘. สบื ค้นขอ้ มลู อธิบำยกำรสำรวจอวกำศ ชุมนมุ ดำวเครำะหผ์ ่ำนหนำ้ ดวงอำทิตย์ โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ในชว่ งควำมยำวคลืน่ ตำ่ ง ๆ ดำวเทยี ม ยำนอวกำศ สถำนอี วกำศ  มนษุ ยใ์ ชเ้ ทคโนโลยีอวกำศในกำรศึกษำเพื่อขยำย และนำเสนอแนวคิดกำรนำควำมรทู้ ำงดำ้ น ขอบเขตควำมรดู้ ำ้ นวทิ ยำศำสตร์ และในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีอวกำศมำประยุกต์ใช้ใน มนุษย์ได้นำเทคโนโลยีอวกำศมำใช้ประโยชนใ์ นด้ำน ชีวิตประจำวันหรอื ในอนำคต ต่ำง ๆ เชน่ วสั ดศุ ำสตร์ อำหำร กำรแพทย์ ๑๙. สบื คน้ ขอ้ มูล ออกแบบและนำเสนอ กจิ กรรมกำรสงั เกตดำวบนทอ้ งฟำ้ ด้วยตำเปล่ำ  นักวิทยำศำสตร์ไดส้ ร้ำงกล้องโทรทรรศนเ์ พื่อศึกษำ และ/หรอื กล้องโทรทรรศน์ แหล่งกำเนดิ ของรงั สหี รืออนภุ ำคในอวกำศ ในช่วง อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ควำมยำวคลน่ื ต่ำง ๆ ได้แก่ คล่นื วทิ ยุ ไมโครเวฟ อนิ ฟรำเรด แสง อัลตรำไวโอเลต และรังสีเอ็กซ์  ยำนอวกำศ คือ ยำนพำหนะที่นำมนุษย์ หรือ อปุ กรณ์ทำงดำรำศำสตรข์ ้ึนไปสูอ่ วกำศ เพอ่ื สำรวจ หรือเดินทำงไปยงั ดำวดวงอ่ืน ส่วนสถำนีอวกำศ คือ ห้องปฏิบัตกิ ำรลอยฟ้ำ ที่โคจรรอบโลก ใชใ้ น กำรศึกษำวจิ ยั ทำงวิทยำศำสตร์ในสำขำต่ำง ๆ ในสภำพไร้นำ้ หนัก  ดำวเทียม คืออุปกรณท์ ่ีใชใ้ นกำรสำรวจวัตถุทอ้ งฟ้ำ และนำมำประยกุ ตใ์ ชใ้ นด้ำนต่ำง ๆ เช่น กำรส่อื สำร โทรคมนำคม กำรระบุตำแหน่งบนโลก กำรสำรวจ ทรัพยำกรธรรมชำติ อตุ ุนยิ มวิทยำ โดยดำวเทยี ม มหี ลำยประเภทสำมำรถแบง่ ไดต้ ำมเกณฑ์วงโคจร และกำรใชง้ ำน หมายเหตุ: มำตรฐำน ว ๗.๑ – ว ๗.๓ สำหรบั ผู้เรียนในระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี ๔ – ๖ ทเ่ี น้นวทิ ยำศำสตร์

๒๐๘ สาระที่ ๘ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๘.๑ เข้าใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยเี พอ่ื การดารงชวี ติ ในสังคมทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรแู้ ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ ่นื ๆ เพอ่ื แก้ปัญหา หรือ พัฒนางานอย่างมีความคดิ สร้างสรรคด์ ้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใช้ เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และส่ิงแวดล้อม ชั้น ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๑ ๑. อธิบำยแนวคดิ หลักของเทคโนโลยี  เทคโนโลยี เปน็ สิ่งท่มี นุษย์สรำ้ ง หรอื พัฒนำขน้ึ ในชวี ิตประจำวนั และวเิ ครำะห์สำเหตุ หรือ ซง่ึ อำจเป็นได้ทัง้ ช้นิ งำน หรือวิธกี ำร เพือ่ ใช้แกป้ ัญหำ ปจั จยั ทีส่ ง่ ผลต่อกำรเปลี่ยนแปลงของ สนองควำมต้องกำร หรอื เพม่ิ ควำมสำมำรถ เทคโนโลยี ในกำรทำงำนของมนุษย์ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ  ระบบทำงเทคโนโลยี เปน็ กลุ่มของส่วนตำ่ ง ๆ ตง้ั แตส่ องส่วนขึ้นไปประกอบเขำ้ ดว้ ยกนั และทำงำน ร่วมกันเพื่อให้บรรลวุ ตั ถุประสงค์ โดยในกำรทำงำน ของระบบทำงเทคโนโลยจี ะประกอบไปดว้ ยตวั ป้อน (input) กระบวนกำร (process) และผลผลิต (output) ทส่ี ัมพนั ธ์กัน นอกจำกน้รี ะบบทำง เทคโนโลยีอำจมขี ้อมูลย้อนกลับ (feedback) เพื่อใช้ ปรบั ปรงุ กำรทำงำนไดต้ ำมวัตถปุ ระสงค์ ซึ่งกำร วิเครำะหร์ ะบบทำงเทคโนโลยีช่วยให้เขำ้ ใจ องคป์ ระกอบและกำรทำงำนของเทคโนโลยี รวมถึง สำมำรถปรบั ปรุงให้เทคโนโลยที ำงำนได้ตำมต้องกำร  เทคโนโลยีมีกำรเปลยี่ นแปลงตลอดเวลำต้ังแต่อดีต จนถงึ ปัจจบุ นั ซงึ่ มีสำเหตุหรือปจั จยั มำจำกหลำยด้ำน เช่น ปญั หำ ควำมต้องกำร ควำมกำ้ วหนำ้ ของศำสตร์ ตำ่ ง ๆ เศรษฐกิจ สังคม ๒. ระบุปัญหำหรือควำมต้องกำรในชีวิตประจำวนั  ปญั หำหรอื ควำมต้องกำรในชวี ิตประจำวนั พบได้ รวบรวม วิเครำะหข์ ้อมูลและแนวคดิ ท่เี กี่ยวข้อง จำกหลำยบรบิ ทขึ้นกับสถำนกำรณ์ท่ีประสบ เชน่ กบั ปญั หำ กำรเกษตร อำหำร  กำรแกป้ ัญหำจำเป็นต้องสืบค้น รวบรวมข้อมูล ควำมรจู้ ำกศำสตร์ต่ำง ๆ ท่เี ก่ียวข้อง เพื่อนำไปสู่ กำรออกแบบแนวทำงกำรแก้ปัญหำ

๒๐๙ ชน้ั ตัวชว้ี ดั อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๓. ออกแบบวธิ ีกำรแกป้ ัญหำ โดยวเิ ครำะห์ เปรียบเทียบ และตดั สนิ ใจเลือกข้อมลู ทจี่ ำเปน็  กำรวเิ ครำะห์ เปรียบเทียบ และตดั สนิ ใจเลือก นำเสนอแนวทำงกำรแกป้ ัญหำให้ผู้อนื่ เข้ำใจ ขอ้ มลู ที่จำเปน็ โดยคำนึงถึงเงื่อนไขและทรพั ยำกร วำงแผนและดำเนินกำรแก้ปัญหำ ทม่ี อี ยู่ ช่วยใหไ้ ด้แนวทำงกำรแกป้ ัญหำท่เี หมำะสม ๔. ทดสอบ ประเมนิ ผล และระบขุ ้อบกพรอ่ ง  กำรออกแบบแนวทำงกำรแก้ปัญหำทำได้ ที่เกดิ ขึน้ พรอ้ มท้ังหำแนวทำงกำรปรบั ปรุง หลำกหลำยวิธี เช่น กำรร่ำงภำพ กำรเขยี นแผนภำพ แก้ไข และนำเสนอผลกำรแก้ปัญหำ กำรเขียนผังงำน ๕. ใช้ควำมรูแ้ ละทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์  กำรกำหนดขัน้ ตอนและระยะเวลำในกำรทำงำน เครื่องมอื กลไก ไฟฟ้ำ หรืออเิ ล็กทรอนิกส์ ก่อนดำเนินกำรแก้ปัญหำจะชว่ ยใหท้ ำงำนสำเร็จได้ เพือ่ แก้ปัญหำได้อยำ่ งถูกต้อง เหมำะสมและ ตำมเปำ้ หมำย ปลอดภยั  กำรทดสอบและประเมนิ ผลเปน็ กำรตรวจสอบ ม.๒ ๑. คำดกำรณแ์ นวโนม้ เทคโนโลยีท่จี ะเกดิ ขนึ้ ช้ินงำนหรอื วธิ กี ำรวำ่ สำมำรถแกป้ ญั หำได้ตำม โดยพจิ ำรณำจำกสำเหตุหรอื ปัจจยั ที่สง่ ผลตอ่ วัตถุประสงค์เพ่อื หำข้อบกพร่อง และดำเนินกำร กำรเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี และวิเครำะห์ ปรบั ปรุงใหส้ ำมำรถแก้ไขปัญหำได้ เปรยี บเทียบ ตดั สินใจเลอื กใช้เทคโนโลยี โดย คำนึงถงึ ผลกระทบทเ่ี กิดขึ้นต่อชีวติ สงั คม และ  กำรนำเสนอผลงำนเปน็ กำรถำ่ ยทอดแนวคิดเพ่อื ให้ ส่ิงแวดลอ้ ม ผอู้ ่ืนเข้ำใจเกี่ยวกับกระบวนกำรทำงำนและช้ินงำน หรอื วิธกี ำรที่ได้ ซ่ึงสำมำรถทำได้หลำยวธิ ี เชน่ กำรเขยี นรำยงำน กำรทำแผน่ นำเสนอผลงำน  วสั ดแุ ตล่ ะประเภทมีสมบตั ิแตกตำ่ งกัน เช่น ไม้ โลหะ พลำสตกิ จงึ ตอ้ งมีกำรวเิ ครำะหส์ มบัติ เพอื่ เลือกใชใ้ หเ้ หมำะสมกบั ลักษณะของงำน  กำรสร้ำงช้นิ งำนอำจใช้ควำมรู้ เร่ืองกลไก ไฟฟ้ำ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เช่น LED บัซเซอร์ มอเตอร์ วงจรไฟฟำ้  อปุ กรณแ์ ละเครื่องมอื ในกำรสรำ้ งช้นิ งำน หรอื พัฒนำวิธกี ำรมีหลำยประเภท ตอ้ งเลือกใชใ้ หถ้ ูกต้อง เหมำะสม และปลอดภัย รวมท้ังรจู้ กั เก็บรักษำ  สำเหตหุ รือปจั จยั ตำ่ ง ๆ เช่น ควำมก้ำวหนำ้ ของ ศำสตร์ต่ำง ๆ กำรเปล่ยี นแปลงทำงด้ำนเศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ทำให้เทคโนโลยมี ีกำรเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลำ  เทคโนโลยแี ตล่ ะประเภทมีผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และสิง่ แวดลอ้ มทแี่ ตกต่ำงกนั จึงต้องวิเครำะห์

๒๑๐ ชั้น ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง เปรยี บเทยี บข้อดี ข้อเสีย และตดั สนิ ใจเลอื กใชใ้ ห้ เหมำะสม ๒. ระบุปญั หำหรือควำมต้องกำรในชมุ ชน หรือ  ปัญหำหรอื ควำมต้องกำรในชมุ ชนหรือท้องถ่ิน ท้องถิน่ สรุปกรอบของปญั หำ รวบรวม มหี ลำยอย่ำง ข้ึนกบั บริบทหรือสถำนกำรณ์ทป่ี ระสบ วิเครำะหข์ ้อมลู และแนวคดิ ทีเ่ ก่ียวข้องกบั เชน่ ดำ้ นพลังงำน ส่ิงแวดล้อม กำรเกษตร กำรอำหำร ปัญหำ  กำรระบุปัญหำจำเปน็ ต้องมกี ำรวิเครำะห์ สถำนกำรณ์ของปัญหำเพ่ือสรุปกรอบของปัญหำ แล้ว ดำเนนิ กำรสบื ค้น รวบรวมข้อมลู ควำมรจู้ ำกศำสตร์ ตำ่ ง ๆ ทีเ่ ก่ยี วข้อง เพ่ือนำไปสู่กำรออกแบบ แนวทำงกำรแก้ปัญหำ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ๓. ออกแบบวิธีกำรแก้ปัญหำ โดยวเิ ครำะห์  กำรวิเครำะห์ เปรยี บเทยี บ และตัดสนิ ใจเลอื ก เปรยี บเทยี บ และตัดสนิ ใจเลือกข้อมลู ท่จี ำเป็น ข้อมูลท่ีจำเปน็ โดยคำนึงถึงเง่ือนไขและทรพั ยำกร ภำยใต้เงื่อนไขและทรัพยำกรทมี่ อี ยู่ นำเสนอ เชน่ งบประมำณ เวลำ ข้อมูลและสำรสนเทศ วัสดุ แนวทำงกำรแก้ปัญหำให้ผูอ้ น่ื เข้ำใจ วำงแผน เครอ่ื งมือและอุปกรณ์ ชว่ ยให้ไดแ้ นวทำงกำร ขนั้ ตอนกำรทำงำนและดำเนนิ กำรแก้ปัญหำ แกป้ ัญหำทเี่ หมำะสม อย่ำงเป็นขนั้ ตอน  กำรออกแบบแนวทำงกำรแก้ปัญหำทำได้ หลำกหลำยวิธี เชน่ กำรร่ำงภำพ กำรเขยี นแผนภำพ กำรเขียนผงั งำน  กำรกำหนดข้ันตอนระยะเวลำในกำรทำงำนก่อน ดำเนินกำรแก้ปญั หำจะช่วยให้กำรทำงำนสำเรจ็ ได้ ตำมเปำ้ หมำย และลดข้อผดิ พลำดของกำรทำงำน ทอ่ี ำจเกิดขน้ึ ๔. ทดสอบ ประเมนิ ผล และอธิบำยปัญหำ  กำรทดสอบและประเมินผลเป็นกำรตรวจสอบ หรอื ขอ้ บกพรอ่ งทีเ่ กดิ ข้ึน ภำยใตก้ รอบเงอ่ื นไข ช้นิ งำนหรือวิธีกำรว่ำสำมำรถแก้ปัญหำไดต้ ำม พรอ้ มท้งั หำแนวทำงกำรปรับปรงุ แก้ไข และ วตั ถุประสงค์ภำยใต้กรอบของปัญหำ เพื่อหำ นำเสนอผลกำรแกป้ ัญหำ ขอ้ บกพร่อง และดำเนินกำรปรับปรงุ ให้สำมำรถแก้ไข ปญั หำได้  กำรนำเสนอผลงำนเปน็ กำรถำ่ ยทอดแนวคดิ เพือ่ ให้ ผอู้ นื่ เข้ำใจเกีย่ วกับกระบวนกำรทำงำนและชนิ้ งำน หรือวธิ ีกำรท่ีได้ ซึ่งสำมำรถทำได้หลำยวธิ ี เช่น กำรเขียนรำยงำน กำรทำแผน่ นำเสนอผลงำน กำรจัด นิทรรศกำร

๒๑๑ ชั้น ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ๕. ใช้ควำมรู้และทกั ษะเก่ยี วกับวัสดุ อุปกรณ์  วสั ดแุ ต่ละประเภทมีสมบตั ิแตกต่ำงกนั เช่น ไม้ เครอ่ื งมอื กลไก ไฟฟำ้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ โลหะ พลำสติก จงึ ต้องมีกำรวเิ ครำะห์สมบัติ เพื่อแกป้ ญั หำหรือพัฒนำงำนได้อยำ่ งถูกต้อง เพ่อื เลือกใช้ให้เหมำะสมกบั ลักษณะของงำน เหมำะสม และปลอดภยั  กำรสรำ้ งช้นิ งำนอำจใช้ควำมรู้ เรือ่ งกลไก ไฟฟำ้ อิเลก็ ทรอนิกส์ เชน่ LED มอเตอร์ บัซเซอร์ เฟือง รอก ลอ้ เพลำ  อุปกรณแ์ ละเคร่อื งมือในกำรสร้ำงชิ้นงำน หรอื พัฒนำวิธีกำรมหี ลำยประเภท ต้องเลอื กใชใ้ ห้ถูกต้อง เหมำะสม และปลอดภัย รวมท้ังรู้จักเกบ็ รักษำ ม.๓ ๑. วิเครำะห์สำเหตุหรอื ปัจจัยที่สง่ ผลตอ่ กำรเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี และ ควำมสัมพนั ธ์ของเทคโนโลยกี ับศำสตรอ์ นื่ โดยเฉพำะวิทยำศำสตร์ หรือคณติ ศำสตร์ เพอ่ื เปน็ แนวทำงกำรแก้ปัญหำหรือพัฒนำงำน อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ เทคโนโลยีมกี ำรเปลยี่ นแปลงตลอดเวลำต้งั แต่อดตี จนถึงปัจจบุ ัน ซึ่งมีสำเหตุหรือปัจจัยมำจำกหลำยดำ้ น เชน่ ปัญหำหรือควำมต้องกำรของมนุษย์ ควำมกำ้ วหน้ำของศำสตร์ต่ำง ๆ กำรเปล่ียนแปลง ทำงดำ้ นเศรษฐกิจ สงั คม วัฒนธรรม สงิ่ แวดล้อม  เทคโนโลยมี ีควำมสัมพันธก์ ับศำสตรอ์ ่นื โดยเฉพำะ วทิ ยำศำสตร์ โดยวทิ ยำศำสตร์เป็นพ้ืนฐำนควำมรู้ ท่ีนำไปส่กู ำรพฒั นำเทคโนโลยี และเทคโนโลยีท่ไี ด้ สำมำรถเป็นเครื่องมือที่ใชใ้ นกำรศึกษำ คน้ คว้ำ เพ่ือใหไ้ ด้มำซ่งึ องค์ควำมรู้ใหม่ ๒. ระบปุ ญั หำหรอื ควำมต้องกำรของชุมชน  ปญั หำหรอื ควำมต้องกำรอำจพบได้ในงำนอำชีพ หรอื ทอ้ งถ่ิน เพ่ือพฒั นำงำนอำชพี สรุปกรอบ ของชุมชนหรอื ท้องถ่ิน ซึง่ อำจมีหลำยด้ำน เชน่ ด้ำน ของปญั หำ รวบรวม วเิ ครำะหข์ ้อมลู และ กำรเกษตร อำหำร พลงั งำน กำรขนสง่ แนวคดิ ที่เกี่ยวข้องกบั ปัญหำ โดยคำนึงถงึ ควำมถูกต้องด้ำนทรัพยส์ ินทำงปัญญำ  กำรวิเครำะห์สถำนกำรณ์ปัญหำชว่ ยใหเ้ ข้ำใจ เง่ือนไขและกรอบของปญั หำไดช้ ดั เจน จำกน้นั ดำเนนิ กำรสบื ค้น รวบรวมข้อมลู ควำมรู้จำกศำสตร์ ตำ่ ง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง เพือ่ นำไปสู่กำรออกแบบแนวทำง กำรแก้ปัญหำ ๓. ออกแบบวิธกี ำรแกป้ ัญหำ โดยวิเครำะห์  กำรวิเครำะห์ เปรยี บเทียบ และตัดสินใจเลอื ก เปรยี บเทยี บ และตดั สนิ ใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น ขอ้ มลู ทจี่ ำเป็น โดยคำนงึ ถึงทรพั ยส์ ินทำงปญั ญำ ภำยใต้เงอื่ นไขและทรัพยำกรที่มอี ยู่ นำเสนอ เงือ่ นไขและทรพั ยำกร เชน่ งบประมำณ เวลำ ขอ้ มลู แนวทำงกำรแก้ปัญหำใหผ้ ู้อืน่ เขำ้ ใจด้วยเทคนิค และสำรสนเทศ วสั ดุ เครอื่ งมือและอุปกรณ์ ช่วยใหไ้ ด้ หรือวธิ ีกำรทห่ี ลำกหลำย วำงแผนข้นั ตอน แนวทำงกำรแกป้ ญั หำที่เหมำะสม

๒๑๒ ชนั้ ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง กำรทำงำนและดำเนินกำรแก้ปัญหำอย่ำงเปน็  กำรออกแบบแนวทำงกำรแกป้ ัญหำทำได้ ขั้นตอน หลำกหลำยวิธี เชน่ กำรรำ่ งภำพ กำรเขียนแผนภำพ กำรเขียนผังงำน  เทคนิคหรือวธิ กี ำรในกำรนำเสนอแนวทำง กำรแกป้ ัญหำมหี ลำกหลำย เชน่ กำรใช้แผนภูมิ ตำรำง ภำพเคล่ือนไหว  กำรกำหนดขัน้ ตอนและระยะเวลำในกำรทำงำน กอ่ นดำเนินกำรแกป้ ญั หำจะช่วยให้กำรทำงำนสำเรจ็ ไดต้ ำมเป้ำหมำย และลดข้อผิดพลำดของกำรทำงำน ท่อี ำจเกิดขน้ึ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ๔. ทดสอบ ประเมินผล วเิ ครำะห์และใหเ้ หตผุ ล  กำรทดสอบและประเมนิ ผลเป็นกำรตรวจสอบ ของปญั หำหรอื ข้อบกพร่องทเ่ี กิดขึ้นภำยใต้ ชิ้นงำนหรือวิธีกำรวำ่ สำมำรถแกป้ ัญหำไดต้ ำม กรอบเง่ือนไข พร้อมทัง้ หำแนวทำงกำรปรับปรงุ วัตถุประสงคภ์ ำยใต้กรอบของปัญหำ เพอ่ื หำ แก้ไข และนำเสนอผลกำรแก้ปญั หำ ขอ้ บกพร่อง และดำเนินกำรปรบั ปรุง โดยอำจทดสอบ ซำ้ เพ่ือใหส้ ำมำรถแก้ไขปัญหำได้  กำรนำเสนอผลงำนเปน็ กำรถำ่ ยทอดแนวคิดเพอื่ ให้ ผู้อ่นื เขำ้ ใจเก่ยี วกับกระบวนกำรทำงำนและช้ินงำน หรือวิธีกำรที่ได้ ซึ่งสำมำรถทำไดห้ ลำยวธิ ี เช่น กำรเขยี นรำยงำน กำรทำแผ่นนำเสนอผลงำน กำรจดั นิทรรศกำร กำรนำเสนอผำ่ นสือ่ ออนไลน์ ๕. ใชค้ วำมรแู้ ละทกั ษะเก่ียวกับวสั ดุ อุปกรณ์  วสั ดุแตล่ ะประเภทมีสมบัติแตกต่ำงกัน เชน่ ไม้ เคร่อื งมอื กลไก ไฟฟำ้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ให้ โลหะ พลำสติก เซรำมิก จึงต้องมีกำรวเิ ครำะหส์ มบัติ ถูกต้องกบั ลักษณะของงำน และปลอดภัย เพ่ือ เพอื่ เลือกใชใ้ หเ้ หมำะสมกับลักษณะของงำน แกป้ ัญหำหรือพัฒนำงำน  กำรสร้ำงชนิ้ งำนอำจใช้ควำมรู้ เรือ่ งกลไก ไฟฟำ้ อิเลก็ ทรอนิกส์ เชน่ LED LDR มอเตอร์ เฟือง คำน รอก ล้อ เพลำ  อุปกรณ์และเครอื่ งมอื ในกำรสร้ำงช้ินงำน หรอื พัฒนำวิธีกำรมีหลำยประเภท ต้องเลือกใช้ใหถ้ ูกต้อง เหมำะสม และปลอดภัย รวมท้ังร้จู ักเก็บรักษำ ม.๔ ๑. วิเครำะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี  ระบบทำงเทคโนโลยี เปน็ กลุ่มของส่วนตำ่ ง ๆ ควำมสัมพันธ์กับศำสตร์อืน่ โดยเฉพำะ ต้งั แต่สองสว่ นข้ึนไปประกอบเขำ้ ด้วยกันและทำงำน วทิ ยำศำสตร์ หรอื คณติ ศำสตร์ รวมทั้ง

๒๑๓ ชั้น ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ประเมนิ ผลกระทบท่ีจะเกิดขึ้นตอ่ มนุษย์ สงั คม รว่ มกนั เพ่ือให้บรรลุวตั ถุประสงค์ โดยในกำรทำงำน เศรษฐกจิ และส่ิงแวดล้อม เพ่ือเป็นแนวทำง ของระบบทำงเทคโนโลยจี ะประกอบไปด้วย ตวั ปอ้ น ในกำรพฒั นำเทคโนโลยี (input) กระบวนกำร (process) และผลผลติ (output) ทีส่ ัมพันธ์กัน นอกจำกนรี้ ะบบทำง เทคโนโลยอี ำจมขี ้อมลู ย้อนกลับ (feedback) เพ่อื ใช้ ปรบั ปรงุ กำรทำงำนได้ตำมวัตถุประสงค์ โดยระบบ ทำงเทคโนโลยอี ำจมีระบบย่อยหลำยระบบ (sub-systems) ที่ทำงำนสัมพันธ์กันอยู่ และหำก ระบบยอ่ ยใดทำงำนผิดพลำดจะส่งผลตอ่ กำรทำงำน อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ของระบบอืน่ ดว้ ย  เทคโนโลยมี กี ำรเปล่ยี นแปลงตลอดเวลำตงั้ แต่อดตี จนถึงปจั จบุ ัน ซงึ่ มีสำเหตหุ รือปจั จัยมำจำกหลำยด้ำน เช่น ปัญหำ ควำมตอ้ งกำร ควำมก้ำวหน้ำของศำสตร์ ตำ่ ง ๆ เศรษฐกจิ สงั คม วัฒนธรรม สง่ิ แวดล้อม ๒. ระบุปัญหำหรือควำมต้องกำรทม่ี ีผลกระทบ  ปัญหำหรอื ควำมต้องกำรท่ีมีผลกระทบต่อสงั คม ต่อสงั คม รวบรวม วิเครำะห์ข้อมลู และแนวคดิ เชน่ ปญั หำด้ำนกำรเกษตร อำหำร พลงั งำน ที่เกย่ี วข้องกับปัญหำท่มี ีควำมซบั ซ้อนเพ่อื กำรขนส่ง สุขภำพและกำรแพทย์ กำรบรกิ ำร สงั เครำะหว์ ิธกี ำร เทคนคิ ในกำรแก้ปัญหำ โดย ซง่ึ แตล่ ะดำ้ นอำจมไี ดห้ ลำกหลำยปัญหำ คำนึงถึงควำมถูกต้องด้ำนทรัพย์สนิ ทำงปัญญำ  กำรวเิ ครำะห์สถำนกำรณ์ปัญหำโดยอำจใชเ้ ทคนิค หรือวิธกี ำรวิเครำะหท์ ่หี ลำกหลำย ช่วยให้เขำ้ ใจ เง่อื นไขและกรอบของปญั หำไดช้ ดั เจน จำกน้นั ดำเนินกำรสบื คน้ รวบรวมข้อมูล ควำมรู้จำกศำสตร์ ตำ่ ง ๆ ท่เี กย่ี วข้อง เพ่ือนำไปสู่กำรออกแบบแนวทำง กำรแกป้ ัญหำ ๓. ออกแบบวิธีกำรแกป้ ญั หำ โดยวิเครำะห์  กำรวเิ ครำะห์ เปรยี บเทียบ และตัดสนิ ใจเลอื ก เปรียบเทียบ และตดั สนิ ใจเลือกข้อมลู ที่จำเป็น ขอ้ มลู ทจ่ี ำเปน็ โดยคำนงึ ถึงทรพั ย์สนิ ทำงปัญญำ ภำยใต้เงื่อนไขและทรัพยำกรที่มอี ยู่ นำเสนอ เงอ่ื นไขและทรพั ยำกร เชน่ งบประมำณ เวลำ ข้อมูล แนวทำงกำรแกป้ ญั หำใหผ้ อู้ ่นื เขำ้ ใจดว้ ยเทคนิค และสำรสนเทศ วสั ดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ ช่วยให้ได้ หรือวธิ ีกำรท่หี ลำกหลำย โดยใช้ซอฟต์แวร์ แนวทำงกำรแกป้ ัญหำที่เหมำะสม

๒๑๔ ชนั้ ตวั ชี้วดั อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ช่วยในกำรออกแบบ วำงแผนข้ันตอน กำรทำงำนและดำเนนิ กำรแก้ปญั หำ  กำรออกแบบแนวทำงกำรแกป้ ญั หำทำได้ หลำกหลำยวธิ ี เชน่ กำรร่ำงภำพ กำรเขียนแผนภำพ ๔. ทดสอบ ประเมนิ ผล วเิ ครำะห์และให้ กำรเขยี นผังงำน เหตผุ ลของปัญหำหรือข้อบกพรอ่ งทเี่ กิดข้ึน ภำยใตก้ รอบเงือ่ นไข หำแนวทำงกำรปรับปรงุ  ซอฟตแ์ วรช์ ่วยในกำรออกแบบและนำเสนอ แก้ไข และนำเสนอผลกำรแก้ปญั หำ พร้อมท้งั มีหลำกหลำยชนดิ จึงต้องเลือกใชใ้ ห้เหมำะกับงำน เสนอแนวทำงกำรพัฒนำต่อยอด  กำรกำหนดข้ันตอนและระยะเวลำในกำรทำงำน ๕. ใช้ควำมรูแ้ ละทกั ษะเกย่ี วกับวัสดุ อปุ กรณ์ ก่อนดำเนินกำรแก้ปญั หำจะช่วยใหก้ ำรทำงำนสำเร็จ เครือ่ งมือ กลไก ไฟฟำ้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ และ ไดต้ ำมเป้ำหมำย และลดขอ้ ผิดพลำดของกำรทำงำน เทคโนโลยที ซี่ ับซ้อนในกำรแก้ปญั หำหรือ ทอี่ ำจเกิดข้ึน พฒั นำงำน ได้อย่ำงถกู ต้อง เหมำะสม และ ปลอดภัย  กำรทดสอบและประเมินผลเป็นกำรตรวจสอบ ช้ินงำนหรอื วธิ ีกำรวำ่ สำมำรถแกป้ ัญหำได้ตำม ม.๕ ๑. ประยุกตใ์ ช้ควำมรู้และทักษะจำกศำสตร์ วตั ถปุ ระสงคภ์ ำยใต้กรอบของปัญหำ เพ่อื หำ ข้อบกพร่อง และดำเนินกำรปรบั ปรงุ โดยอำจทดสอบ ซ้ำเพ่ือให้สำมำรถแก้ไขปัญหำไดอ้ ยำ่ งมีประสทิ ธิภำพ  กำรนำเสนอผลงำนเป็นกำรถำ่ ยทอดแนวคิดเพอื่ ให้ ผอู้ ่ืนเข้ำใจเกีย่ วกบั กระบวนกำรทำงำนและชิ้นงำน หรือวิธกี ำรทไ่ี ด้ ซึ่งสำมำรถทำได้หลำยวิธี เชน่ กำรทำแผ่นนำเสนอผลงำน กำรจัดนิทรรศกำร กำรนำเสนอผ่ำนส่ือออนไลน์ หรือกำรนำเสนอตอ่ ภำคธุรกจิ เพ่ือกำรพฒั นำต่อยอดสงู่ ำนอำชพี  วัสดแุ ตล่ ะประเภทมีสมบตั ิแตกต่ำงกัน เชน่ ไม้ สังเครำะห์ โลหะ จึงต้องมีกำรวิเครำะห์สมบัติ เพือ่ เลือกใชใ้ ห้เหมำะสมกับลักษณะของงำน  กำรสรำ้ งชน้ิ งำนอำจใชค้ วำมรู้ เร่อื งกลไก ไฟฟำ้ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เช่น LDR sensor เฟือง รอก คำน วงจรสำเรจ็ รปู  อปุ กรณ์และเคร่อื งมอื ในกำรสรำ้ งชิ้นงำน หรอื พัฒนำวธิ ีกำรมหี ลำยประเภท ต้องเลือกใช้ใหถ้ ูกตอ้ ง เหมำะสม และปลอดภยั รวมทัง้ รู้จักเกบ็ รักษำ  กำรทำโครงงำน เปน็ กำรประยกุ ตใ์ ช้ควำมรูแ้ ละ ทักษะจำกศำสตร์ต่ำง ๆ รวมทงั้ ทรัพยำกร ในกำร

ชั้น ตัวชว้ี ัด ๒๑๕ ตำ่ ง ๆ รวมทง้ั ทรัพยำกร ในกำรทำโครงงำน สาระการเรียนรู้แกนกลาง เพอ่ื แก้ปญั หำ หรือพฒั นำงำน สร้ำงหรอื พฒั นำชน้ิ งำนหรือวธิ ีกำรเพือ่ แกป้ ญั หำ หรอื อำนวยควำมสะดวกในกำรทำงำน  กำรทำโครงงำนกำรออกแบบและเทคโนโลยี สำมำรถดำเนนิ กำรได้ โดยเรม่ิ จำก กำรสำรวจ สถำนกำรณ์ปัญหำทส่ี นใจ เพื่อกำหนดหวั ข้อโครงงำน แล้วรวบรวมข้อมูลและแนวคิดทีเ่ กยี่ วข้องกบั ปัญหำ ออกแบบแนวทำงกำรแกป้ ัญหำ วำงแผนและ ดำเนินกำรแก้ปญั หำ ทดสอบ ประเมนิ ผล ปรบั ปรงุ แก้ไขวิธกี ำรแกป้ ัญหำ หรือชิ้นงำน และนำเสนอ วิธกี ำรแกป้ ญั หำ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ หมายเหตุ: มำตรฐำน ว ๘.๑ สำหรับผู้เรยี นในระดับชน้ั มัธยมศึกษำปีที่ ๑ – ๕

๒๑๖ สาระท่ี ๘ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๘.๒ เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการแกป้ ญั หาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างมี ประสิทธิภาพ รูเ้ ทา่ ทนั และมจี รยิ ธรรม ช้นั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. แก้ปญั หำอย่ำงง่ำยโดยใช้กำรลองผิดลองถกู  กำรแกป้ ัญหำให้ประสบควำมสำเร็จทำไดโ้ ดยใช้ กำรเปรียบเทียบ ขนั้ ตอนกำรแก้ปัญหำ ● ปัญหำอยำ่ งงำ่ ย เชน่ เกมเขำวงกต เกมหำจดุ แตกตำ่ งของภำพ กำรจัดหนังสือใส่กระเปำ๋ ๒. แสดงลำดับข้ันตอนกำรทำงำน หรอื  กำรแสดงขั้นตอนกำรแกป้ ัญหำทำไดโ้ ดยกำรเขียน กำรแก้ปัญหำอยำ่ งง่ำยโดยใช้ภำพ สัญลักษณ์ บอกเล่ำ วำดภำพ หรือใชส้ ญั ลกั ษณ์ หรอื ขอ้ ควำม ● ปัญหำอยำ่ งง่ำย เชน่ เกมเขำวงกต เกมหำจุด อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ แตกตำ่ งของภำพ กำรจัดหนังสือใส่กระเป๋ำ ๓. เขยี นโปรแกรมอย่ำงงำ่ ย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์  กำรเขียนโปรแกรมเป็นกำรสร้ำงลำดบั ของคำส่งั หรอื สื่อ ใหค้ อมพิวเตอร์ทำงำน  ตวั อย่ำงโปรแกรม เชน่ เขียนโปรแกรมสัง่ ให้ ตวั ละครยำ้ ยตำแหนง่ ย่อขยำยขนำด เปลย่ี นรูปร่ำง  ซอฟตแ์ วร์ หรือส่ือทใ่ี ช้ในกำรเขยี นโปรแกรม เช่น ใชบ้ ัตรคำส่ังแสดงกำรเขียนโปรแกรม, Code.org ๔. ใช้เทคโนโลยีในกำรสรำ้ ง จัดเก็บ เรียกใช้  กำรใช้งำนอุปกรณ์เทคโนโลยเี บอ้ื งตน้ เชน่ กำรใช้ ขอ้ มลู ตำมวตั ถปุ ระสงค์ เมำส์ คีย์บอร์ด จอสมั ผสั กำรเปิด-ปดิ อปุ กรณ์ เทคโนโลยี ● กำรใชง้ ำนซอฟตแ์ วรเ์ บื้องตน้ เชน่ กำรเขำ้ และ ออกจำกโปรแกรม กำรสร้ำงไฟล์ กำรจัดเก็บ กำรเรียกใชไ้ ฟล์ ทำไดใ้ นโปรแกรม เชน่ โปรแกรม ประมวลคำ โปรแกรมกรำฟิก โปรแกรมนำเสนอ ● กำรสรำ้ งและจัดเก็บไฟล์อย่ำงเปน็ ระบบจะทำให้ เรียกใช้ คน้ หำข้อมูลได้งำ่ ยและรวดเร็ว ๕. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศอยำ่ งปลอดภยั  กำรใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศอยำ่ งปลอดภัย เชน่ ปฏิบัติตำมข้อตกลงในกำรใช้คอมพิวเตอร์ รจู้ ักขอ้ มลู ส่วนตวั อนั ตรำยจำกกำรเผยแพรข่ ้อมลู ร่วมกนั ดแู ลรกั ษำอุปกรณ์เบื้องตน้ ใช้งำน สว่ นตัว และไมบ่ อกข้อมลู ส่วนตัวกับบุคคลอื่นยกเว้น อย่ำงเหมำะสม

๒๑๗ ชั้น ตัวชวี้ ัด อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ผู้ปกครอง หรือครู แจ้งผู้เก่ยี วขอ้ งเมื่อต้องกำร ป.๒ ๑. แสดงลำดบั ข้ันตอนกำรทำงำน หรอื ควำมช่วยเหลือเก่ยี วกบั กำรใชง้ ำน กำรแกป้ ัญหำอย่ำงงำ่ ยโดยใช้ภำพ สญั ลักษณ์ หรือขอ้ ควำม  ขอ้ ปฏบิ ัติในกำรใชง้ ำนและกำรดูแลรักษำอปุ กรณ์ ๒. เขยี นโปรแกรมอย่ำงง่ำย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ เช่น ไมข่ ดี เขียนบนอุปกรณ์ ทำควำมสะอำด หรอื สอ่ื และตรวจหำขอ้ ผิดพลำดของ ใชอ้ ปุ กรณ์อย่ำงถูกวธิ ี โปรแกรม ● กำรใชง้ ำนอยำ่ งเหมำะสม เช่น จดั ทำ่ นงั่ ใหถ้ ูกต้อง กำรพักสำยตำเมื่อใชอ้ ปุ กรณเ์ ป็นเวลำนำน ระมดั ระวัง ๓. ใชเ้ ทคโนโลยีในกำรสรำ้ ง จัดหมวดหมู่ อุบตั เิ หตุจำกกำรใช้งำน ค้นหำ จัดเก็บ เรยี กใชข้ ้อมูลตำมวตั ถปุ ระสงค์  กำรแสดงข้ันตอนกำรแกป้ ัญหำทำได้โดยกำรเขยี น ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศอยำ่ งปลอดภยั บอกเล่ำ วำดภำพ หรือใชส้ ัญลกั ษณ์ ปฏบิ ตั ติ ำมข้อตกลงในกำรใช้คอมพวิ เตอร์ ● ปัญหำอย่ำงงำ่ ย เชน่ เกมตวั ต่อ 6-12 ช้ิน รว่ มกัน ดแู ลรกั ษำอุปกรณ์เบ้ืองตน้ ใชง้ ำน กำรแตง่ ตวั มำโรงเรยี น อย่ำงเหมำะสม  ตัวอย่ำงโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมสั่งให้ ตวั ละครทำงำนตำมทตี่ ้องกำร และตรวจสอบ ขอ้ ผดิ พลำด ปรบั แก้ไขให้ไดผ้ ลลพั ธ์ตำมท่กี ำหนด  กำรตรวจหำขอ้ ผิดพลำดทำได้โดยตรวจสอบคำสัง่ ท่แี จง้ ข้อผดิ พลำด หรือหำกผลลพั ธ์ไมเ่ ปน็ ไปตำมที่ ตอ้ งกำรให้ตรวจสอบกำรทำงำนทลี ะคำส่ัง ● ซอฟตแ์ วร์ หรือส่ือทใ่ี ชใ้ นกำรเขียนโปรแกรม เชน่ ใช้บัตรคำส่ังแสดงกำรเขยี นโปรแกรม, Code.org  กำรใช้งำนซอฟต์แวร์เบื้องตน้ เช่น กำรเข้ำและ ออกจำกโปรแกรม กำรสร้ำงไฟล์ กำรจดั เก็บ กำรเรยี กใชไ้ ฟล์ กำรแก้ไขตกแต่งเอกสำร ทำได้ ในโปรแกรม เชน่ โปรแกรมประมวลคำ โปรแกรม กรำฟิก โปรแกรมนำเสนอ ● กำรสรำ้ ง คดั ลอก ย้ำย ลบ เปลี่ยนช่อื จัด หมวดหมู่ไฟล์และโฟลเดอรอ์ ยำ่ งเป็นระบบจะทำให้ เรียกใช้ คน้ หำข้อมูลได้งำ่ ยและรวดเรว็  กำรใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศอย่ำงปลอดภยั เช่น รจู้ กั ขอ้ มลู ส่วนตวั อนั ตรำยจำกกำรเผยแพรข่ ้อมูล สว่ นตัว และไมบ่ อกข้อมลู ส่วนตัวกบั บคุ คลอ่นื ยกเวน้

๒๑๘ ชนั้ ตวั ชวี้ ัด อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ผูป้ กครอง หรือครู แจ้งผูเ้ กย่ี วขอ้ งเมอื่ ต้องกำร ป.๓ ๑. แสดงอัลกอรทิ ึมในกำรทำงำน หรือ ควำมชว่ ยเหลือเกยี่ วกับกำรใชง้ ำน กำรแก้ปัญหำอย่ำงง่ำยโดยใช้ภำพ สัญลักษณ์ หรอื ข้อควำม  ข้อปฏบิ ตั ใิ นกำรใช้งำนและกำรดแู ลรักษำอุปกรณ์ เช่น ไมข่ ีดเขียนบนอุปกรณ์ ทำควำมสะอำด ๒. เขยี นโปรแกรมอย่ำงง่ำย โดยใช้ซอฟต์แวร์ ใช้อปุ กรณ์อย่ำงถกู วิธี หรอื ส่ือ และตรวจหำขอ้ ผิดพลำดของ ● กำรใช้งำนอย่ำงเหมำะสม เชน่ จัดทำ่ นงั่ ให้ถูกต้อง โปรแกรม กำรพักสำยตำเมื่อใช้อปุ กรณ์เปน็ เวลำนำน ระมดั ระวัง อบุ ัติเหตุจำกกำรใชง้ ำน ๓. ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตคน้ หำควำมรู้  อลั กอรทิ มึ เปน็ ขนั้ ตอนที่ใช้ในกำรแก้ปญั หำ  กำรแสดงอลั กอริทึมทำได้โดยกำรเขียน บอกเลำ่ วำดภำพ หรอื ใช้สญั ลกั ษณ์ ● ตวั อย่ำงปัญหำ เช่น เกมเศรษฐี เกมบันไดงู เกม Tetris เกม OX กำรเดินไปโรงอำหำร กำรทำควำมสะอำดหอ้ งเรียน  กำรเขียนโปรแกรมเป็นกำรสร้ำงลำดับของคำสั่ง ให้คอมพิวเตอร์ทำงำน  ตัวอยำ่ งโปรแกรม เช่น เขยี นโปรแกรมท่สี ั่งให้ ตวั ละครทำงำนซำ้ ไมส่ ้นิ สุด  กำรตรวจหำขอ้ ผิดพลำดทำไดโ้ ดยตรวจสอบคำสั่ง ท่แี จง้ ข้อผดิ พลำด หรือหำกผลลพั ธไ์ มเ่ ป็นไปตำมท่ี ตอ้ งกำรใหต้ รวจสอบกำรทำงำนทีละคำสัง่ ● ซอฟต์แวร์หรอื สื่อท่ใี ชใ้ นกำรเขียนโปรแกรม เชน่ ใชบ้ ตั รคำสั่งแสดงกำรเขียนโปรแกรม, Code.org  อินเทอรเ์ น็ตเป็นเครือข่ำยขนำดใหญช่ ่วยให้ กำรติดต่อสือ่ สำรทำได้สะดวกและรวดเรว็ และ เปน็ แหลง่ ข้อมูลควำมรู้ท่ีช่วยในกำรเรยี น และกำรดำเนนิ ชวี ติ  เวบ็ เบรำวเ์ ซอร์เป็นโปรแกรมสำหรบั อ่ำนเอกสำร บนเวบ็ เพจ

ชั้น ตัวชวี้ ดั อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ๒๑๙ ๔. รวบรวม ประมวลผล และนำเสนอข้อมูล สาระการเรียนรู้แกนกลาง โดยใชซ้ อฟต์แวร์ตำมวตั ถุประสงค์  กำรสบื ค้นข้อมูลบนอินเทอรเ์ นต็ ทำไดโ้ ดยใช้ ๕. ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศอย่ำงปลอดภัย เว็บไซต์สำหรบั สบื ค้น และต้องกำหนดคำคน้ ท่ี ปฏบิ ตั ติ ำมข้อตกลงในกำรใช้อินเทอร์เนต็ เหมำะสมจงึ จะไดข้ ้อมลู ตำมต้องกำร  ขอ้ มูลควำมรู้ เชน่ วธิ ีทำอำหำร วธิ ีพับกระดำษ เปน็ รูปต่ำง ๆ ขอ้ มลู ประวตั ิศำสตรช์ ำติไทย (อำจเปน็ ควำมรใู้ นวชิ ำอืน่ ๆ หรอื เร่ืองท่ีเป็นประเดน็ ทสี่ นใจ ในชว่ งเวลำนัน้ ) ● กำรใช้อนิ เทอรเ์ น็ตอย่ำงปลอดภัยควรอยู่ในกำร ดแู ลของครู หรอื ผปู้ กครอง  กำรรวบรวมขอ้ มูล ทำได้โดยกำหนดหัวขอ้ ท่ี ต้องกำร เตรยี มอุปกรณใ์ นกำรจดบนั ทกึ  กำรประมวลผลอยำ่ งงำ่ ย เชน่ เปรยี บเทยี บ จดั กลมุ่ เรียงลำดับ  กำรนำเสนอขอ้ มลู ทำไดห้ ลำยลักษณะตำม ควำมเหมำะสม เชน่ กำรบอกเล่ำ กำรทำเอกสำรรำยงำน กำรจัดทำป้ำยประกำศ ● กำรใชซ้ อฟต์แวรท์ ำงำนตำมวตั ถุประสงค์ เช่น ใช้ซอฟต์แวร์นำเสนอหรือซอฟต์แวร์กรำฟิก สรำ้ งแผนภมู ริ ูปภำพ ใช้ซอฟตแ์ วรป์ ระมวลคำ ทำปำ้ ยประกำศ หรือเอกสำรรำยงำน ใชซ้ อฟต์แวร์ ตำรำงทำงำนในกำรประมวลผลข้อมูล  กำรใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศอยำ่ งปลอดภยั เช่น ปกปอ้ งขอ้ มลู ส่วนตัว  ขอควำมช่วยเหลือจำกครู หรอื ผูป้ กครองเมื่อเกิด ปญั หำจำกกำรใช้งำน เมื่อพบข้อมูลหรือบคุ คลท่ีทำให้ ไมส่ บำยใจ  กำรปฏิบตั ิตำมขอ้ ตกลงในกำรใช้อนิ เทอร์เนต็ จะทำให้ไม่เกิดควำมเสยี หำยต่อตนเองและผู้อื่น เชน่ ไม่ใช้คำหยำบ ล้อเลยี น ดำ่ ทอ ทำให้ผอู้ ืน่ เสยี หำย หรอื เสยี ใจ

๒๒๐ ชั้น ตวั ช้ีวัด อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. ใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในกำรแกป้ ัญหำ  ข้อดีและข้อเสยี ในกำรใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศ กำรอธิบำยกำรทำงำน กำรคำดกำรณ์ผลลพั ธ์ และกำรสื่อสำร จำกปัญหำอย่ำงงำ่ ย  กำรใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะเป็นกำรนำกฎเกณฑ์ หรือ ๒. ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอยำ่ งงำ่ ย เงอ่ื นไขที่ครอบคลมุ ทุกกรณีมำใชพ้ จิ ำรณำในกำร โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ หรือส่ือ และตรวจหำ แก้ปญั หำ กำรอธบิ ำยกำรทำงำน หรือกำรคำดกำรณ์ ข้อผดิ พลำดและแก้ไข ผลลพั ธ์ ๓. ใชอ้ ินเทอร์เน็ตคน้ หำควำมรู้ และประเมนิ  สถำนะเรม่ิ ตน้ ของกำรทำงำนทแ่ี ตกต่ำงกนั จะให้ ควำมน่ำเช่ือถือของข้อมูล ผลลัพธ์ทแ่ี ตกตำ่ งกัน  ตัวอยำ่ งปญั หำ เช่น เกม OX, โปรแกรมทมี่ ี กำรคำนวณ, โปรแกรมที่มตี วั ละครหลำยตัวและ มกี ำรสัง่ งำนที่แตกต่ำง หรือมีกำรส่ือสำรระหวำ่ งกนั , กำรเดนิ ทำงไปโรงเรียนโดยวิธกี ำรต่ำง ๆ  กำรออกแบบโปรแกรมอยำ่ งงำ่ ย เชน่ กำรออกแบบโดยใช้ storyboard หรือกำรออกแบบ อลั กอริทมึ  กำรเขยี นโปรแกรมเปน็ กำรสรำ้ งลำดบั ของคำส่ัง ให้คอมพวิ เตอร์ทำงำน เพ่อื ให้ไดผ้ ลลพั ธ์ตำม ควำมตอ้ งกำร หำกมีข้อผิดพลำดให้ตรวจสอบ กำรทำงำนทลี ะคำสัง่ เม่อื พบจุดท่ีทำใหผ้ ลัลพั ธ์ ไมถ่ ูกต้อง ใหท้ ำกำรแก้ไขจนกวำ่ จะไดผ้ ลลัพธ์ที่ถูกต้อง  ตวั อยำ่ งโปรแกรมท่ีมีเร่ืองรำว เช่น นทิ ำนทม่ี ี กำรตอบโต้กบั ผใู้ ช้ กำรต์ นู สน้ั เลำ่ กิจวัตรประจำวัน ภำพเคลื่อนไหว  กำรฝกึ ตรวจหำข้อผดิ พลำดจำกโปรแกรมของผอู้ ื่น จะช่วยพฒั นำทกั ษะกำรหำสำเหตุของปัญหำได้ดยี ่งิ ข้ึน ● ซอฟต์แวรท์ ีใ่ ชใ้ นกำรเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, logo  กำรใชค้ ำคน้ ทตี่ รงประเดน็ กระชบั จะทำให้ได้ ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงตำมควำมตอ้ งกำร  กำรประเมนิ ควำมนำ่ เชื่อถือของข้อมลู เช่น พิจำรณำประเภทของเว็บไซต์ (หน่วยงำนรำชกำร

ชั้น ตวั ชี้วดั อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ๒๒๑ ๔. รวบรวม ประเมนิ นำเสนอข้อมลู และ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สำรสนเทศ โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ท่ีหลำกหลำย สำนักข่ำว องคก์ ร) ผูเ้ ขยี น วนั ท่ีเผยแพร่ข้อมูล เพ่ือแก้ปัญหำในชีวิตประจำวนั กำรอำ้ งอิง ๕. ใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศอย่ำงปลอดภยั  เมือ่ ได้ข้อมลู ทีต่ ้องกำรจำกเว็บไซตต์ ำ่ ง ๆ จะตอ้ ง เขำ้ ใจสิทธแิ ละหนำ้ ทีข่ องตน เคำรพในสิทธิ นำเนื้อหำมำพิจำรณำ เปรยี บเทียบ แล้วเลือกข้อมลู ของผู้อน่ื แจง้ ผู้เกี่ยวข้องเม่ือพบข้อมูล หรือ ที่มีควำมสอดคล้องและสัมพนั ธก์ ัน บุคคลท่ีไมเ่ หมำะสม ● กำรทำรำยงำนหรือกำรนำเสนอขอ้ มลู จะต้อง นำขอ้ มลู มำเรยี บเรยี ง สรุป เป็นภำษำของตนเอง ท่เี หมำะสมกบั กลมุ่ เปำ้ หมำยและวธิ ีกำรนำเสนอ (บูรณำกำรกบั วิชำภำษำไทย)  กำรรวบรวมขอ้ มูล ทำไดโ้ ดยกำหนดหวั ขอ้ ที่ตอ้ งกำร เตรียมอปุ กรณ์ในกำรจดบันทกึ  กำรประมวลผลอยำ่ งงำ่ ย เชน่ เปรยี บเทยี บ จดั กล่มุ เรยี งลำดับ กำรหำผลรวม  วเิ ครำะห์ผลและสรำ้ งทำงเลอื กท่ีเปน็ ไปได้ ประเมินทำงเลอื ก (เปรียบเทียบ ตัดสนิ )  กำรนำเสนอข้อมูลทำไดห้ ลำยลกั ษณะตำม ควำมเหมำะสม เช่น กำรบอกเลำ่ เอกสำรรำยงำน โปสเตอร์ โปรแกรมนำเสนอ ● กำรใชซ้ อฟต์แวร์เพื่อแกป้ ัญหำในชีวติ ประจำวัน เช่น กำรสำรวจเมนอู ำหำรกลำงวันโดยใชซ้ อฟต์แวร์ สร้ำงแบบสอบถำมและเก็บข้อมลู ใช้ซอฟตแ์ วร์ตำรำง ทำงำนเพื่อประมวลผลขอ้ มลู รวบรวมข้อมลู เก่ียวกับ คุณค่ำทำงโภชนำกำรและสรำ้ งรำยกำรอำหำรสำหรบั ๕ วัน ใช้ซอฟต์แวร์นำเสนอผลกำรสำรวจ รำยกำร อำหำรทเ่ี ป็นทำงเลอื ก และข้อมูลด้ำนโภชนำกำร  กำรใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศอยำ่ งปลอดภัย เขำ้ ใจ สทิ ธิและหนำ้ ท่ีของตน เคำรพในสิทธขิ องผู้อื่น เชน่ ไม่สร้ำงข้อควำมเท็จและส่งให้ผอู้ นื่ ไม่สรำ้ ง ควำมเดือดร้อนต่อผ้อู นื่ โดยกำรสง่ สแปม ขอ้ ควำม ลกู โซ่ สง่ ต่อโพสต์ท่มี ีขอ้ มลู สว่ นตัวของผูอ้ ืน่ ส่งคำเชิญ เลน่ เกม ไม่เขำ้ ถึงข้อมลู ส่วนตัวหรือกำรบำ้ นของบุคคล

๒๒๒ ชั้น ตวั ชว้ี ัด อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ สาระการเรียนรู้แกนกลาง อนื่ โดยไม่ได้รับอนุญำต ไม่ใช้เคร่อื งคอมพวิ เตอร/์ ป.๕ ๑. ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในกำรแก้ปัญหำ ชือ่ บญั ชขี องผู้อน่ื กำรอธบิ ำยกำรทำงำน กำรคำดกำรณ์ผลลพั ธ์ จำกปญั หำอย่ำงง่ำย  กำรสอื่ สำรอย่ำงมีมำรยำทและรกู้ ำลเทศะ ● กำรปกป้องข้อมลู สว่ นตัว เช่น กำรออกจำกระบบ ๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่มี ีกำรใช้ เมื่อเลิกใชง้ ำน ไมบ่ อกรหัสผำ่ น ไม่บอกเลขประจำตวั เหตุผลเชิงตรรกะอย่ำงง่ำย ตรวจหำ ประชำชน ขอ้ ผิดพลำดและแก้ไข  กำรใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะเป็นกำรนำกฎเกณฑ์ หรือ เงอ่ื นไขท่ีครอบคลุมทุกกรณีมำใช้พจิ ำรณำ ในกำรแกป้ ัญหำ กำรอธบิ ำยกำรทำงำน หรือ กำรคำดกำรณ์ผลลพั ธ์  สถำนะเรม่ิ ตน้ ของกำรทำงำนท่แี ตกต่ำงกันจะให้ ผลลัพธ์ทแ่ี ตกตำ่ งกัน ● ตวั อย่ำงปญั หำ เช่น เกม Sudoku , โปรแกรม ทำนำยตัวเลข, โปรแกรมสร้ำงรปู เรขำคณติ ตำมคำ่ ขอ้ มูลเข้ำ, กำรจัดลำดับกำรทำงำนบ้ำนในชว่ ง วันหยุด, จดั วำงของในครวั  กำรออกแบบโปรแกรมสำมำรถทำได้โดยเขียน เป็นขอ้ ควำม หรือผงั งำน  กำรออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่ีมกี ำรตรวจสอบ เงอื่ นไขที่ครอบคลมุ ทุกกรณเี พ่ือให้ได้ผลลัพธท์ ่ีถกู ต้อง ตรงตำมควำมตอ้ งกำร  หำกมขี ้อผดิ พลำดให้ตรวจสอบกำรทำงำน ทลี ะคำส่งั เมื่อพบจดุ ท่ีทำใหผ้ ลัลพั ธไ์ ม่ถูกตอ้ ง ใหท้ ำกำรแก้ไขจนกวำ่ จะไดผ้ ลลัพธ์ท่ถี กู ต้อง  กำรฝึกตรวจหำข้อผิดพลำดจำกโปรแกรมของผู้อ่นื จะช่วยพัฒนำทักษะกำรหำสำเหตุของปัญหำได้ดี ย่ิงขน้ึ  ตัวอย่ำงโปรแกรม เชน่ โปรแกรมตรวจสอบเลขคู่ เลขค่ี โปรแกรมรับขอ้ มลู น้ำหนักหรอื ส่วนสูงแลว้ แสดงผลควำมสมสว่ นของรำ่ งกำย, โปรแกรมสัง่ ให้ ตวั ละครทำตำมเง่ือนไขท่กี ำหนด

๒๒๓ ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ● ซอฟต์แวร์ท่ใี ชใ้ นกำรเขยี นโปรแกรม เช่น Scratch, logo ๓. ใช้อินเทอรเ์ นต็ ค้นหำข้อมูล ตดิ ต่อสื่อสำร  กำรค้นหำขอ้ มลู ในอินเทอร์เน็ต และกำรพจิ ำรณำ และทำงำนร่วมกนั ประเมินควำมนำ่ เชอ่ื ถือ ผลกำรคน้ หำ ของข้อมูล  กำรติดต่อสอ่ื สำรผ่ำนอนิ เทอรเ์ น็ต เชน่ อีเมล บลอ็ ก โปรแกรมสนทนำ  กำรเขียนจดหมำย (บรู ณำกำรกบั วิชำภำษำไทย)  กำรใช้อนิ เทอร์เน็ตในกำรติดต่อสอ่ื สำรและทำงำน รว่ มกนั เชน่ ใช้นัดหมำยในกำรประชุมกลมุ่ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ประชำสมั พันธก์ ิจกรรมในห้องเรียน กำรแลกเปลยี่ น ควำมรู้ ควำมคิดเห็นในกำรเรียน ภำยใต้กำรดูแลของครู  กำรประเมินควำมนำ่ เชื่อถือของข้อมลู เชน่ เปรยี บเทียบควำมสอดคล้อง สมบรู ณข์ องข้อมูลจำก หลำยแหลง่ แหล่งต้นตอของขอ้ มลู ผู้เขียน วันที่ เผยแพร่ข้อมูล ● ขอ้ มูลที่ดตี ้องมรี ำยละเอียดครบทุกด้ำน เชน่ ข้อดี และข้อเสยี ประโยชน์และโทษ ๔. รวบรวม ประเมิน นำเสนอ ข้อมลู และ  กำรรวบรวมข้อมลู ประมวลผล สร้ำงทำงเลือก สำรสนเทศ ตำมวัตถุประสงค์โดยใชซ้ อฟต์แวร์ ประเมนิ ผล จะทำใหไ้ ด้สำรสนเทศเพ่ือใชใ้ นกำร หรอื บริกำรบนอินเทอรเ์ นต็ ที่หลำกหลำย เพอ่ื แก้ปัญหำหรือกำรตัดสินใจได้อยำ่ งมปี ระสทิ ธิภำพ แกป้ ัญหำในชีวติ ประจำวัน  กำรใชซ้ อฟตแ์ วร์หรือบริกำรบนอินเทอรเ์ น็ต ท่หี ลำกหลำยในกำรรวบรวม ประมวลผล สรำ้ ง ทำงเลอื ก ประเมนิ ผล นำเสนอ จะชว่ ยให้กำร แก้ปญั หำทำได้อยำ่ งรวดเร็ว ถูกต้อง และแมน่ ยำ ● ตวั อย่ำงปญั หำ เชน่ ถำ่ ยภำพและสำรวจแผนท่ี ในทอ้ งถนิ่ เพ่ือนำเสนอแนวทำงในกำรจัดกำรพ้ืนทว่ี ่ำง ใหเ้ กดิ ประโยชน์ ทำแบบสำรวจควำมคิดเห็นออนไลน์ และวเิ ครำะห์ขอ้ มลู นำเสนอข้อมลู โดยกำรใช้ Blog หรอื web page ๕. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศอย่ำงปลอดภัย  อันตรำยจำกกำรใชง้ ำนและอำชญำกรรม มีมำรยำท เข้ำใจสิทธแิ ละหน้ำที่ของตน เคำรพ ทำงอนิ เทอร์เนต็

๒๒๔ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ในสิทธขิ องผู้อืน่ แจง้ ผ้เู กย่ี วข้องเมื่อพบขอ้ มูล ● มำรยำทในกำรติดต่อสือ่ สำรผ่ำนอนิ เทอร์เน็ต หรอื บุคคลที่ไมเ่ หมำะสม (บรู ณำกำรกับวชิ ำท่ีเกย่ี วข้อง) ป.๖ ๑. ใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในกำรอธิบำยและ  กำรแก้ปัญหำอย่ำงเปน็ ข้นั ตอนจะช่วยใหแ้ กป้ ัญหำ ออกแบบวธิ กี ำรแกป้ ัญหำที่พบในชวี ติ ประจำวนั ไดอ้ ย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ  กำรใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะเป็นกำรนำกฎเกณฑ์ หรือ เงอ่ื นไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมำใชพ้ จิ ำรณำ ในกำรแกป้ ัญหำ  แนวคิดของกำรทำงำนแบบวนซ้ำ และเงอ่ื นไข  กำรพิจำรณำกระบวนกำรทำงำนท่มี ีกำรทำงำนแบบ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ วนซำ้ หรอื เงื่อนไขเป็นวิธกี ำรทจี่ ะช่วยให้กำรออกแบบ วธิ ีกำรแก้ปญั หำเป็นไปอยำ่ งมีประสทิ ธิภำพ ● ตวั อยำ่ งปญั หำ เชน่ กำรค้นหำเลขหนำ้ ทต่ี ้องกำร ใหเ้ รว็ ที่สุด, กำรทำยเลข ๑ – ๑,๐๐๐,๐๐๐ โดยตอบ ให้ถกู ภำยใน ๒๐ คำถำม, กำรคำนวณเวลำในกำร เดนิ ทำง โดยคำนงึ ถึงระยะทำง เวลำ จดุ หยดุ พกั ๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่ำงง่ำย  กำรออกแบบโปรแกรมสำมำรถทำได้โดยเขียน เพอื่ แกป้ ัญหำในชวี ิตประจำวัน ตรวจหำ เปน็ ขอ้ ควำม หรือผังงำน ขอ้ ผิดพลำดของโปรแกรมและแก้ไข  กำรออกแบบและเขยี นโปรแกรมที่มกี ำรใช้ตัวแปร กำรวนซ้ำ กำรตรวจสอบเงื่อนไข  หำกมีข้อผดิ พลำดใหต้ รวจสอบกำรทำงำน ทลี ะคำสง่ั เม่ือพบจดุ ท่ีทำให้ผลลัพธ์ไมถ่ ูกต้อง ให้ทำกำรแก้ไขจนกว่ำจะไดผ้ ลลัพธ์ทถี่ ูกต้อง  กำรฝึกตรวจหำข้อผิดพลำดจำกโปรแกรมของผู้อนื่ จะชว่ ยพัฒนำทกั ษะกำรหำสำเหตุของปัญหำได้ดยี ง่ิ ขึ้น  ตัวอยำ่ งปญั หำ เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหำค่ำ ค.ร.น เกมฝกึ พมิ พ์  ซอฟตแ์ วร์ทีใ่ ชใ้ นกำรเขยี นโปรแกรม เช่น Scratch, logo ๓. ใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตในกำรคน้ หำขอ้ มูลอยำ่ งมี  กำรคน้ หำอยำ่ งมีประสทิ ธิภำพ เป็นกำรคน้ หำ ประสิทธิภำพ ขอ้ มูลท่ีไดต้ รงตำมควำมต้องกำรในเวลำท่ีรวดเรว็

๒๒๕ ชนั้ ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง จำกแหลง่ ข้อมลู ทนี่ ่ำเชื่อถือหลำยแหล่ง และข้อมลู มีควำมสอดคลอ้ งกนั  กำรใชเ้ ทคนิคกำรค้นหำข้ันสูง เชน่ กำรใช้ ตวั ดำเนนิ กำร กำรระบุรปู แบบของขอ้ มูล หรอื ชนิด ของไฟล์  กำรจดั ลำดบั ผลลัพธจ์ ำกกำรคน้ หำของโปรแกรม คน้ หำ ● กำรเรยี บเรยี ง สรุปสำระสำคัญ (บรู ณำกำรกับวชิ ำ ภำษำไทย) ๔. ใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศทำงำนรว่ มกัน  อนั ตรำยจำกกำรใช้งำนและอำชญำกรรม อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ อยำ่ งปลอดภยั เข้ำใจสทิ ธแิ ละหนำ้ ทข่ี องตน ทำงอนิ เทอร์เนต็ แนวทำงในกำรปอ้ งกัน เคำรพในสิทธขิ องผู้อน่ื แจง้ ผู้เก่ยี วขอ้ งเม่ือพบ  วธิ ีกำหนดรหัสผ่ำน ข้อมูลหรือบคุ คลที่ไม่เหมำะสม  กำรกำหนดสิทธ์ิกำรใชง้ ำน (สทิ ธิ์ในกำรเข้ำถงึ )  แนวทำงกำรตรวจสอบและป้องกันมลั แวร์ ● อันตรำยจำกกำรติดตั้งซอฟต์แวร์ที่อย่บู น อินเทอรเ์ นต็ ม.๑ ๑. ออกแบบอัลกอริทมึ ทใ่ี ช้แนวคิดเชงิ นำมธรรม  แนวคิดเชิงนำมธรรม เป็นกำรประเมนิ ควำมสำคญั เพ่ือแก้ปัญหำหรืออธบิ ำยกำรทำงำนท่ีพบ ของรำยละเอียดของปัญหำ แยกแยะส่วนท่เี ป็น ในชีวิตจรงิ สำระสำคญั ออกจำกสว่ นที่ไมใ่ ชส่ ำระสำคัญ ● ตัวอย่ำงปญั หำ เชน่ ตอ้ งกำรปูหญำ้ ในสนำม ตำมพ้นื ทีท่ ก่ี ำหนด โดยหญ้ำหน่งึ ผืนมีควำมกว้ำง ๕๐ เซนตเิ มตร ยำว ๕๐ เซนตเิ มตร จะใชห้ ญำ้ ทง้ั หมดกีผ่ ืน ๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยำ่ งง่ำย  กำรออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่ีมกี ำรใชต้ วั แปร เพือ่ แกป้ ญั หำทำงคณิตศำสตร์ หรอื วิทยำศำสตร์ เง่ือนไข วนซ้ำ  กำรออกแบบอัลกอริทึม เพ่ือแกป้ ัญหำ ทำงคณิตศำสตร์ วิทยำศำสตรอ์ ย่ำงง่ำย อำจใชแ้ นวคดิ เชิงนำมธรรมในกำรออกแบบเพ่ือให้กำรแก้ปัญหำ มีประสทิ ธภิ ำพ  กำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็นขนั้ ตอนจะชว่ ยให้แก้ปญั หำ ไดอ้ ยำ่ งมีประสิทธิภำพ

๒๒๖ ชั้น ตวั ช้วี ัด อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๓. รวบรวมข้อมลู ปฐมภมู ิ ประมวลผล  ซอฟตแ์ วรท์ ใ่ี ช้ในกำรเขยี นโปรแกรม เช่น ประเมนิ ผล นำเสนอข้อมูลและสำรสนเทศ Scratch, python, java, c ตำมวัตถปุ ระสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือบริกำร ● ตัวอยำ่ งโปรแกรม เช่น โปรแกรมสมกำร บนอินเทอรเ์ น็ตที่หลำกหลำย กำรเคลื่อนท่ี โปรแกรมคำนวณหำพ้ืนท่ี โปรแกรม คำนวณดชั นีมวลกำย ๔. ใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศอย่ำงปลอดภยั ใชส้ ือ่ และแหล่งขอ้ มลู ตำมข้อกำหนดและ  กำรรวบรวมข้อมลู จำกแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ขอ้ ตกลง ประมวลผล สรำ้ งทำงเลือก ประเมนิ ผล จะทำใหไ้ ด้ สำรสนเทศเพ่ือใช้ในกำรแกป้ ัญหำหรอื กำรตัดสนิ ใจ ไดอ้ ยำ่ งมปี ระสิทธิภำพ  กำรประมวลผลเป็นกำรกระทำกับข้อมูลเพ่ือให้ได้ ผลลัพธ์ทีม่ ีควำมหมำยและมีประโยชนต์ ่อกำรนำไป ใช้งำน สำมำรถทำได้หลำยวิธี เช่น คำนวณอัตรำส่วน คำนวณค่ำเฉลย่ี  กำรใช้ซอฟต์แวร์หรือบริกำรบนอนิ เทอรเ์ น็ต ที่หลำกหลำยในกำรรวบรวม ประมวลผล สรำ้ ง ทำงเลือก ประเมนิ ผล นำเสนอ จะช่วยให้แกป้ ัญหำ ได้อยำ่ งรวดเร็ว ถกู ตอ้ ง และแมน่ ยำ ● ตัวอยำ่ งปัญหำ เนน้ กำรบูรณำกำรกบั วิชำอน่ื เช่น ตม้ ไข่ให้ตรงกบั พฤติกรรมกำรบริโภค ค่ำดัชนีมวล กำยของคนในทอ้ งถิ่น กำรสรำ้ งกรำฟผลกำรทดลอง และวิเครำะห์แนวโน้ม  ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศอย่ำงปลอดภัย เชน่ กำรปกป้องควำมเป็นส่วนตัวและอตั ลักษณ์  กำรจัดกำรอตั ลักษณ์ เชน่ กำรตงั้ รหัสผำ่ น กำรปกป้องข้อมูลส่วนตวั  กำรพจิ ำรณำควำมเหมำะสมของเน้อื หำ เช่น ละเมดิ ควำมเป็นส่วนตัวผูอ้ นื่ อนำจำร วิจำรณผ์ ู้อื่น อย่ำงหยำบคำย ● ข้อตกลง ข้อกำหนดในกำรใช้สือ่ หรือแหลง่ ข้อมูล ตำ่ ง ๆ เช่น Creative commons

๒๒๗ ชนั้ ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๒ ๑. ออกแบบอลั กอรทิ มึ ท่ีใช้แนวคิดเชงิ คำนวณ  แนวคดิ เชิงคำนวณ ในกำรแก้ปัญหำ หรือกำรทำงำนทพี่ บ  กำรแกป้ ัญหำโดยใช้แนวคิดเชงิ คำนวณ ในชีวิตจริง ● ตัวอยำ่ งปญั หำ เชน่ กำรเข้ำแถวตำมลำดับ ควำมสงู ใหเ้ รว็ ท่ีสดุ จดั เรยี งเสอื้ ให้หำไดง้ ่ำยทสี่ ดุ ๒. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมที่ใชต้ รรกะ  ตวั ดำเนินกำรบลู นี และฟังก์ชันในกำรแก้ปัญหำ  ฟงั ก์ชนั  กำรออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมีกำรใช้ตรรกะ และฟงั กช์ นั  กำรออกแบบอลั กอริทมึ เพ่ือแก้ปัญหำอำจใช้ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ แนวคิดเชิงคำนวณในกำรออกแบบเพ่ือให้ กำรแกป้ ัญหำมปี ระสทิ ธภิ ำพ  กำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็นขนั้ ตอนจะช่วยให้แกป้ ัญหำ ไดอ้ ย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ  ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในกำรเขยี นโปรแกรม เชน่ Scratch, python, java, c ● ตวั อยำ่ งโปรแกรม เชน่ โปรแกรมตดั เกรด หำคำตอบท้งั หมดของอสมกำรหลำยตัวแปร ๓. อภิปรำยองค์ประกอบและหลักกำรทำงำน  องคป์ ระกอบและหลักกำรทำงำนของระบบ ของระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี คอมพวิ เตอร์ กำรสอื่ สำร เพ่ือประยกุ ต์ใชง้ ำน หรอื แก้ปัญหำ เบ้อื งต้น  เทคโนโลยกี ำรสื่อสำร ● กำรประยุกตใ์ ช้งำนและกำรแก้ปญั หำเบื้องตน้ ๔. ใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศอยำ่ งปลอดภัย  ใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศอย่ำงปลอดภัย โดยเลอื ก มีควำมรับผิดชอบ สรำ้ งและแสดงสิทธิ แนวทำงปฏบิ ตั ิเมื่อพบเน้ือหำทไ่ี ม่เหมำะสม เชน่ ในกำรเผยแพรผ่ ลงำน แจง้ รำยงำนผเู้ ก่ียวข้อง ป้องกันกำรเข้ำมำของข้อมูล ท่ไี มเ่ หมำะสม ไมต่ อบโต้ ไมเ่ ผยแพร่  กำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศอย่ำงมี ควำมรบั ผดิ ชอบ เชน่ ตระหนักถึงผลกระทบ ในกำรเผยแพรข่ ้อมูล  กำรสร้ำงและแสดงสิทธิควำมเปน็ เจ้ำของผลงำน ● กำรกำหนดสทิ ธิก์ ำรใชข้ ้อมลู

๒๒๘ ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๓ ๑. พัฒนำแอพพลเิ คชนั ที่มีกำรบูรณำกำรกับ  ข้ันตอนกำรพัฒนำแอพพลิเคชัน วชิ ำอืน่ อยำ่ งสรำ้ งสรรค์  Internet of Things (IoT)  ซอฟตแ์ วรท์ ่ใี ช้ในกำรพฒั นำแอพพลเิ คชัน เชน่ Scratch, python, java, c, AppInventor ● ตัวอย่ำงแอพพลเิ คชัน เช่น โปรแกรมแปลง สกลุ เงนิ โปรแกรมผนั เสยี งวรรณยกุ ต์ โปรแกรม จำลองกำรแบง่ เซลล์ ระบบรดนำ้ อัตโนมตั ิ ๒. รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมนิ ผล  กำรรวบรวมขอ้ มูลจำกแหล่งขอ้ มลู ปฐมภมู แิ ละ นำเสนอข้อมูลและสำรสนเทศ ตำม ทตุ ิยภูมิ ประมวลผล สร้ำงทำงเลอื ก ประเมินผล วัตถุประสงค์โดยใชซ้ อฟต์แวร์ หรือบริกำร จะทำให้ไดส้ ำรสนเทศเพ่ือใชใ้ นกำรแกป้ ัญหำ หรือ บนอนิ เทอรเ์ น็ตที่หลำกหลำย กำรตดั สนิ ใจได้อย่ำงมีประสิทธภิ ำพ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ  กำรประมวลผลเป็นกำรกระทำกบั ข้อมูลเพ่ือให้ได้ ผลลพั ธ์ที่มคี วำมหมำยและมีประโยชนต์ อ่ กำรนำไป ใชง้ ำน  กำรใช้ซอฟตแ์ วร์หรือบริกำรบนอนิ เทอรเ์ นต็ ทหี่ ลำกหลำยในกำรรวบรวม ประมวลผล สร้ำง ทำงเลือก ประเมนิ ผล นำเสนอ จะชว่ ยให้แก้ปัญหำ ได้อย่ำงรวดเรว็ ถกู ต้อง และแมน่ ยำ ● ตวั อย่ำงปญั หำ เชน่ กำรเลือกโปรโมชนั โทรศพั ท์ ให้เหมำะกบั พฤติกรรมกำรใช้งำน, สินคำ้ เกษตร ท่ีตอ้ งกำรและสำมำรถปลูกได้ในสภำพดนิ ของท้องถนิ่ ๓. ประเมนิ ควำมนำ่ เช่ือถอื ของขอ้ มลู  กำรประเมนิ ควำมนำ่ เช่ือถือของข้อมลู เช่น วิเครำะหส์ อ่ื และผลกระทบจำกกำรให้ข่ำวสำร ตรวจสอบและยนื ยันข้อมลู โดยเทียบเคยี งจำกข้อมลู ท่ีผิด เพ่ือกำรใชง้ ำนอยำ่ งรู้เท่ำทัน หลำยแหล่ง แยกแยะข้อมลู ทเ่ี ปน็ ขอ้ เท็จจรงิ และ ขอ้ คิดเหน็ หรอื ใช้ PROMPT  กำรสืบค้น หำแหล่งตน้ ตอของขอ้ มูล  เหตผุ ลวิบตั ิ (logical fallacy)  ผลกระทบจำกขำ่ วสำรที่ผิดพลำด ● กำรร้เู ทำ่ ทันสือ่ เชน่ กำรวิเครำะห์ถึงจุดประสงค์ ของขอ้ มลู และผู้ใหข้ ้อมลู ตีควำม แยกแยะเนื้อหำ

๒๒๙ ชั้น ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สำระของสื่อ เลอื กแนวปฏบิ ตั ิไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม เมื่อพบข้อมูลต่ำง ๆ ๔. ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศอย่ำงปลอดภยั  กำรใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศอยำ่ งปลอดภัย เชน่ และมคี วำมรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตำม กำรทำธรุ กรรมออนไลน์ กำรซ้อื สินค้ำ ซื้อซอฟต์แวร์ กฎหมำยเกยี่ วกับคอมพวิ เตอร์ ใชล้ ขิ สทิ ธิ์ของ ค่ำบรกิ ำรสมำชิก ซอื้ ไอเทม็ ผูอ้ ื่นโดยชอบธรรม  กำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศอยำ่ งมี ควำมรับผิดชอบ เชน่ ไมส่ รำ้ งขำ่ วลวง ไมแ่ ชรข์ อ้ มูล โดยไมต่ รวจสอบข้อเท็จจรงิ  กฎหมำยเกีย่ วกับคอมพวิ เตอร์ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ● กำรใชล้ ิขสิทธ์ขิ องผู้อนื่ โดยชอบธรรม (fair use) ๑. ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในกำรพัฒนำ  กำรพัฒนำโครงงำน โครงงำนทีม่ ีกำรบูรณำกำรกับวชิ ำอน่ื  กำรนำแนวคดิ เชิงคำนวณไปพฒั นำโครงงำน อยำ่ งสร้ำงสรรค์ และเชือ่ มโยงกับชีวติ จริง ที่เกี่ยวกบั ชวี ิตประจำวนั เชน่ กำรจัดกำรพลังงำน อำหำร กำรเกษตร กำรตลำด กำรคำ้ ขำย กำรทำธรุ กรรม สุขภำพและส่ิงแวดล้อม ● ตัวอย่ำงโครงงำน เช่น ระบบดแู ลสุขภำพ ระบบ อัตโนมัติควบคุมกำรปลูกพืช ระบบจดั เส้นทำง กำรขนส่งผลผลติ ระบบแนะนำกำรใช้งำนหอ้ งสมุด ท่มี ีกำรโต้ตอบกับผ้ใู ชแ้ ละเช่ือมตอ่ กับฐำนขอ้ มูล ม.๕ ๑. รวบรวม วเิ ครำะหข์ ้อมูล และใช้ควำมรู้  กำรนำควำมรู้ด้ำนวทิ ยำกำรคอมพิวเตอร์ ส่ือดิจทิ ัล ดำ้ นวิทยำกำรคอมพิวเตอร์ สื่อดิจทิ ลั และเทคโนโลยีสำรสนเทศ มำใช้แก้ปญั หำกับชวี ติ จริง เทคโนโลยีสำรสนเทศในกำรแกป้ ัญหำ หรอื เพม่ิ มูลค่ำให้กบั บริกำรหรือผลติ ภณั ฑ์ทีใ่ ช้  กำรเพ่ิมมลู ค่ำให้บริกำรหรือผลติ ภณั ฑ์ ในชีวติ จริงอย่ำงสรำ้ งสรรค์  กำรเกบ็ ขอ้ มลู และกำรจดั เตรยี มข้อมูลใหพ้ ร้อมกับ กำรประมวลผล  กำรวเิ ครำะห์ขอ้ มูลทำงสถิติ  กำรประมวลผลข้อมลู และเครอ่ื งมือ  กำรทำขอ้ มูลให้เปน็ ภำพ (data visualization) เช่น bar chart, scatter, histogram  กำรเลือกใช้แหลง่ ข้อมูล เช่น data.go.th, wolfram alpha, OECD.org , ตลำดหลกั ทรพั ย์ , world economic forum

ชั้น ตัวช้ีวดั ๒๓๐ ม.๖ ๑. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศในกำรนำเสนอ สาระการเรียนรู้แกนกลาง และแบ่งปันขอ้ มูลอยำ่ งปลอดภัย มีจรยิ ธรรม และวิเครำะห์กำรเปล่ยี นแปลงเทคโนโลยี  คุณค่ำของข้อมลู และกรณีศึกษำ สำรสนเทศที่มผี ลต่อกำรดำเนินชวี ิต อำชพี สังคม และวฒั นธรรม  กรณศี ึกษำและวิธีกำรแก้ปัญหำ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ  ตัวอย่ำงปญั หำ เชน่ - รูปแบบของบรรจุภณั ฑท์ ด่ี งึ ดดู ควำมสนใจ และตรงตำมควำมต้องกำรผ้ใู ชใ้ นแต่ละประเภท - กำรจดั วำงป้ำยรถเมล์เพือ่ ใหล้ ดเวลำ เดินทำงและปัญหำกำรจรำจร - สำรวจควำมตอ้ งกำรรบั ประทำนอำหำร ในชมุ ชนและเลือกขำยอำหำรท่จี ะไดก้ ำไรสูงสดุ - ออกแบบรำยกำรอำหำร ๗ วัน สำหรบั ผู้ป่วยเบำหวำน  กำรนำเสนอและแบ่งปนั ข้อมูล เช่น กำรเขียน บล็อก อัปโหลดวิดโี อ ภำพ อินโฟกรำฟิก  กำรนำเสนอและแบ่งปันข้อมูลอยำ่ งปลอดภยั เชน่ ระมัดระวังผลกระทบท่ีตำมมำเม่ือมีกำรแบ่งปนั ข้อมูล หรอื เผยแพร่ข้อมูล ไมส่ ร้ำงควำมเดือดร้อนตอ่ ตนเอง และผูอ้ ืน่  จริยธรรมในกำรใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศ  เทคโนโลยีเกดิ ใหม่ แนวโน้มในอนำคต กำรเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี  นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดำ้ นต่ำง ๆ ทเี่ กย่ี วข้องกบั ชวี ติ ประจำวนั  อำชีพเกีย่ วกบั เทคโนโลยสี ำรสนเทศ ● ผลกระทบของเทคโนโลยสี ำรสนเทศตอ่ กำรดำเนิน ชวี ติ อำชพี สังคม และวฒั นธรรม

๒๓๑ อภิธานศพั ท์ ศัพท์ทเี่ กี่ยวข้องกับตัวชี้วัด สาระวทิ ยาศาสตร์ ที่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย ๑. กำหนดปญั หำ define problem ระบคุ ำถำม ประเดน็ หรือสถำนกำรณ์ ทเี่ ปน็ ๒. แก้ปัญหำ ข้อสงสัยเพื่อนำไปสู่กำรแกป้ ัญหำ หรืออภิปรำย ๓. เขยี นแผนผัง/ วำดภำพ ๔. คำดคะเน รว่ มกนั ๕. คำนวณ ๖. จำแนก solve problem หำคำตอบของปัญหำที่ยังไม่รู้วิธกี ำรมำก่อน ทง้ั ๗. ต้งั คำถำม ๘. ทดลอง ปญั หำที่เกยี่ วข้องกับวทิ ยำศำสตร์โดยตรง และ ๙. นำเสนอ ปญั หำในชีวติ ประจำวัน โดยใชเ้ ทคนิคและ ๑๐. บรรยำย อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ วิธีกำรตำ่ ง ๆ construct diagram/ นำเสนอขอ้ มูล หรือผลกำรสำรวจตรวจสอบด้วย illustrate แผนผงั กรำฟ หรอื ภำพวำด predict คำดกำรณ์ผลทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ในอนำคต โดยอำศัย ข้อมูลที่สังเกตได้ และประสบกำรณ์ทม่ี ี calculate หำผลลัพธ์จำกข้อมูลโดยใช้หลักกำร ทฤษฎี หรอื วิธกี ำรทำงคณิตศำสตร์ classify จัดกลมุ่ ของสิ่งตำ่ ง ๆ โดยอำศัยลกั ษณะที่ เหมือนกนั เป็นเกณฑ์ ask question พดู หรือเขยี นประโยค หรือวลีเพื่อให้ได้มำซง่ึ กำรค้นหำคำตอบทีต่ อ้ งกำร conduct/ ปฏบิ ตั ิกำรเพื่อหำคำตอบของคำถำม หรือปัญหำ experiment ในกำรทดลอง โดยตัง้ สมมติฐำนเพื่อเป็นแนวทำง ในกำรกำหนดตัวแปรและวำงแผนดำเนินกำร present เพอ่ื ตรวจสอบสมมตฐิ ำน แสดงข้อมูล เร่ืองรำว หรอื ควำมคิด เพอ่ื ใหผ้ ู้อื่น รับร้หู รอื พิจำรณำ describe ให้รำยละเอียดของเหตุกำรณ์หรือปรำกฏกำรณ์ท่ี เกดิ ข้นึ ให้ผู้อืน่ ไดร้ ับร้ดู ้วยกำรบอกหรือเขียน

232 ที่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย ๑๑. บอก tell ให้ขอ้ มูล ข้อเทจ็ จริง แกผ่ ู้อ่ืนด้วยกำรพดู หรือเขยี น ๑๒. บันทกึ record ๑๓. เปรยี บเทยี บ เขียนขอ้ มูลที่ได้จำกกำรสังเกต เพอ่ื ช่วยจำ หรือ ๑๔. แปลควำมหมำย compare เพ่ือเป็นหลักฐำน ๑๕. ยกตวั อย่ำง บอกควำมเหมือน และ/หรือ ควำมแตกตำ่ งของ ๑๖. ระบุ interpret สงิ่ ทเี่ ทียบเคียงกัน ๑๗. เลือกใช้ แสดงควำมหมำยของข้อมลู จำกหลกั ฐำนทป่ี รำกฎ ๑๘. วดั give examples เพื่อลงข้อสรปุ ๑๙. วเิ ครำะห์ ให้ข้อมูล เหตกุ ำรณ์ หรือสถำนกำรณ์ เพื่อแสดง ๒๐. สร้ำงแบบจำลอง identify ควำมเขำ้ ใจในส่งิ ท่ีได้เรยี นรู้ ชบ้ี อกสิ่งตำ่ ง ๆ โดยใช้ข้อมลู ประกอบอยำ่ งเพียงพอ ๒๑. สงั เกต อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ select พจิ ำรณำและตัดสินใจนำวัสดุ ส่ิงของ อปุ กรณ์ ๒๒. สำรวจ measure หรือวิธกี ำรมำใชไ้ ด้อย่ำงเหมำะสม analyze ๒๓. สืบค้นข้อมลู construct model หำขนำดหรือปริมำณของส่งิ ต่ำง ๆ โดยใช้เคร่อื งมอื ท่เี หมำะสม observe แยกแยะ จัดระบบ เปรียบเทียบ จัดลำดบั explore จัดจำแนก หรอื เช่ีอมโยงข้อมูล search นำเสนอแนวคิดหรือเหตกุ ำรณใ์ นรปู ของ แผนภำพ ชิ้นงำน สมกำร ข้อควำม คำพูด และ/หรือใช้ แบบจำลองเพ่ืออธิบำยควำมคดิ วัตถุ หรอื เหตกุ ำรณต์ ำ่ ง ๆ หำข้อมลู ด้วยกำรใช้ประสำทสัมผัสทง้ั หำ้ ทเี่ หมำะสม ตำมขอ้ เท็จจรงิ ท่ีปรำกฏ โดยไม่ใช้ ประสบกำรณเ์ ดิมของผู้สงั เกต หำข้อมูลเกยี่ วกับสง่ิ ตำ่ ง ๆ โดยใช้วีธกี ำรและ เทคนิคทเี่ หมำะสมเพื่อนำขอ้ มูลมำใช้ตำม วตั ถปุ ระสงค์ทกี่ ำหนดไว้ หำข้อมูล หรอื ข้อสนเทศที่มีผู้รวบรวมไว้แล้วจำก แหลง่ ต่ำง ๆ มำใชป้ ระโยชน์

233 ที่ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย ๒๔. ส่อื สำร communicate ๒๕. อธบิ ำย explain นำเสนอและแลกเปลีย่ นควำมคิด ข้อมลู หรอื ผล ๒๖. อภิปรำย discuss จำกกำรสำรวจตรวจสอบด้วยวิธที เ่ี หมำะสม กล่ำวถงึ เร่ืองรำวตำ่ ง ๆ อย่ำงมีเหตุผล และมี ๒๗. ออกแบบกำรทดลอง design experiment ข้อมูล หรือประจักษ์พยำนอำ้ งองิ แสดงควำมคดิ เห็นต่อประเด็น หรือคำถำมอย่ำง มเี หตผุ ลโดยอำศยั ควำมรู้และประสบกำรณ์ของ ผูอ้ ภิปรำยและข้อมูลประกอบ กำหนดและวำงแผนวิธีกำรทดลองใหส้ อดคล้องกับ สมมตฐิ ำนและตัวแปรต่ำง ๆ รวมทั้งกำรบันทึกข้อมูล ศัพท์ที่เก่ียวข้องกับตัวชี้วัด สาระเทคโนโลยีอ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ ที่ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย ๑. กำรใชล้ ขิ สทิ ธ์ิของผู้อนื่ fair use กำรนำส่อื หรอื ขอ้ มลู ท่เี ป็นลิขสทิ ธ์ขิ องผูอ้ ื่นไปใช้ โดยชอบดว้ ยกฎหมำย ภำยใตเ้ งอื่ นไขบำงประกำร โดยชอบธรรม เช่น ๑) นำไปใชใ้ นกำรศกึ ษำ หรือกำรค้ำ ๒. กำรตรวจและแก้ไข debugging ๒) งำนนนั้ เปน็ งำนวิชำกำร หรอื บันเทงิ ข้อผิดพลำด data processing ๓) คดั ลอกเพยี งส่วนน้อย หรือคดั ลอกจำนวนมำก ๔) ทำให้เจ้ำของเสยี ผลประโยชนท์ ำงกำรเงิน ๓. กำรประมวลผลข้อมูล มำกน้อยเพยี งใด กระบวนกำรในกำรค้นหำข้อผิดพลำดของ ๔. กำรรวบรวมขอ้ มลู data collection ๕. ข้อมูลปฐมภมู ิ primary data โปรแกรม เพ่ือแก้ไขใหท้ ำงำนได้ถูกต้อง กำรดำเนนิ กำรตำ่ ง ๆ กับข้อมูลเพื่อให้ได้ผลลพั ธท์ ี่ มคี วำมหมำย และมีประโยชนต์ อ่ กำรนำไปใช้งำน มำกย่งิ ขนึ้ กระบวนกำรในกำรรวบรวมข้อมลู ทเี่ กย่ี วขอ้ งจำก แหล่งขอ้ มูลตำ่ ง ๆ ข้อมูลท่ีรวบรวมโดยตรงจำกแหล่งข้อมูลขนั้ ตน้ โดยอำจใชว้ ธิ ีกำรสังเกต กำรทดลอง กำรสำรวจ กำรสมั ภำษณ์

234 ท่ี ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย ๖. เทคโนโลยี technology สิง่ ทมี่ นษุ ย์สร้ำง หรอื พัฒนำขึ้น ซง่ึ อำจเป็นได้ท้ัง ช้นิ งำน หรอื วธิ กี ำร เพือ่ ใชแ้ ก้ปัญหำ สนองควำม ๗. แนวคิดเชิงคำนวณ computational ตอ้ งกำร หรอื เพิ่มควำมสำมำรถในกำรทำงำนของ ๘. แนวคดิ เชิงนำมธรรม thinking มนษุ ย์ ๙. ระบบทำงเทคโนโลยี abstraction กระบวนกำรในกำรแก้ปญั หำ กำรคิดวิเครำะห์ technological อย่ำงมีเหตผุ ลเปน็ ข้ันตอน เพื่อหำวิธีกำรแกป้ ัญหำ ๑๐. เหตผุ ลเชิงตรรกะ system ในรปู แบบที่สำมำรถนำไปประมวลผลได้ ๑๑. เหตุผลวิบตั ิ กำรพจิ ำรณำรำยละเอยี ดทสี่ ำคัญของปญั หำ ๑๒. อัตลักษณ์ logical reasoning แยกแยะสำระสำคัญออกจำกส่วนที่ไมส่ ำคัญ ๑๓. อลั กอริทึม กลมุ่ ของส่วนตำ่ ง ๆ ตัง้ แตส่ องส่วนข้ึนไปประกอบ ๑๔. แอพพลเิ คชนั เขำ้ ดว้ ยกันและทำงำนรว่ มกนั เพอ่ื ให้บรรลุ วตั ถุประสงค์ โดยในกำรทำงำนของระบบทำง เทคโนโลยีจะประกอบไปด้วย ตัวป้อน (input) กระบวนกำร (process) และผลผลิต (output) ที่สมั พันธก์ ัน นอกจำกนรี้ ะบบทำงเทคโนโลยอี ำจมี ขอ้ มูลย้อนกลับ (feedback) เพ่อื ใช้ปรับปรงุ กำรทำงำนได้ตำมวตั ถุประสงค์ กำรใชเ้ หตผุ ล กฎ กฎเกณฑ์ หรือเงือ่ นไข ทเ่ี ก่ยี วข้อง เพ่ือแกป้ ัญหำไดค้ รอบคลมุ ทุกกรณี อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ logical fallacy กำรใช้เหตุผลท่ผี ดิ พลำด ไมอ่ ย่บู นพื้นฐำนของ ควำมจรงิ ไม่มนี ้ำหนกั สมเหตุสมผล Identity มำสนบั สนนุ หรอื ชนี้ ำขอ้ สรปุ ทีผ่ ดิ ใหด้ ูน่ำเชอ่ื ถือ ลกั ษณะเฉพำะ หรือข้อมูลสำคญั ทีบ่ ง่ บอกถึงควำม algorithm เปน็ ตัวตนของบุคคลหรือสงิ่ ใดสงิ่ หนงึ่ เชน่ ชือ่ บัญชี ผู้ใช้ ใบหน้ำ ลำยนว้ิ มือ software ข้ันตอนในกำรแกป้ ญั หำ หรือกำรทำงำน application โดยมลี ำดับของคำสั่งหรอื วธิ กี ำรท่ีชัดเจน ทค่ี อมพิวเตอร์สำมำรถปฏบิ ตั ิตำมได้ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ทีท่ ำงำนบนคอมพวิ เตอร์ สมำรท์ โฟน แทบ็ เลต็ หรืออปุ กรณ์เทคโนโลยอี ่ืน ๆ

235 คณะผจู้ ดั ทา ทีป่ รึกษา ผอู้ ำนวยกำรสถำบนั ส่งเสรมิ กำรสอนวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี รองผ้อู ำนวยกำรสถำบนั สง่ เสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ดร.พรพรรณ ไวทยำงกูร รศ.ดร.สญั ญำ มิตรเอม สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พคณะวิทยำศำสตร์ มหำวิทยำลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ คณะทางานยกรา่ ง ผเู้ ชี่ยวชำญ สสวท. ผู้ชำนำญ สสวท. ๑. ศ.ดร.ไพศำล สิทธกิ รกุล ผชู้ ำนำญ สสวท. ๒. รศ.ดร.วีระวรรณ สิทธิกรกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยกำร สสวท. ๓. ผศ.ดร.พัชนี สงิ หอ์ ำษำ สำขำวทิ ยำศำสตร์ภำคบังคบั สสวท. ๔. นำยณรงค์ พว่ งศรี สำขำวิทยำศำสตร์ภำคบังคับ สสวท. ๕. ดร.วนิดำ ธนประโยชนศ์ กั ดิ์ สำขำวิทยำศำสตร์ภำคบังคบั สสวท. ๖. นำงสำวสุนสิ ำ แสงมงคลพิพัฒน์ สำขำวทิ ยำศำสตร์มธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๗. ดร. เทพกัญญำ พรหมขัติแกว้ สำขำวทิ ยำศำสตร์มัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๘. ดร.พจนำ ดอกตำลยงค์ สำขำวิทยำศำสตร์มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๙. นำยธีรพฒั น์ เวชชประสทิ ธิ์ สำขำวิทยำศำสตรม์ ธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๐. ดร.ปำรวีร์ เล็กประเสริฐ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๑. ดร.ขวญั ชนก ศรทั ธำสุข ๑๒. นำงสำวปำณิก เวียงชัย ๑๓. นำงสำวปุณยำพร บรเิ วธำนันท์ คณะผ้เู ข้าร่วมประชุมพจิ ารณาร่าง นกั วชิ ำกำรอิสระ ๑. รศ.ดร.กิง่ แกว้ วัฒนเสริมกจิ คณะวิทยำศำสตร์ จฬุ ำลงกรณ์มหำวิทยำลยั ๒. รศ.ดร.ปรีดำ บุญ-หลง คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ ๓. ดร.ธรี ศกั ดิ์ เอโกบล คณะวทิ ยำศำสตร์ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ๔. ผศ.ดร.รัชนีกร ธรรมโชติ คณะวทิ ยำศำสตร์ จฬุ ำลงกรณม์ หำวทิ ยำลัย ๕. ผศ.ดร.ชมุ พล คุณวำสี คณะวิทยำศำสตร์ จฬุ ำลงกรณม์ หำวทิ ยำลยั ๖. อ.ดร.นพดล กิตนะ คณะศึกษำศำสตร์ มหำวิทยำลยั เชียงใหม่ ๗. ดร.สุทธิกัญจน์ ทิพยเกษร คณะครุศำสตร์ มหำวิทยำลัยรำชภัฏภูเกต็ ๘. ดร.ศริ วิ รรณ ฉตั รมณรี ุ่งเจรญิ โรงเรียนบดินทรเดชำ (สงิ ห์ สิงหเสน)ี ๙. นำงกณุ ฑรี เพชรทวพี รเดช

236 ๑๐. นำงหทยั ทตั บพุ พะเนติ โรงเรียนสตรวี ิทยำ 2 ในพระรำชปู ถัมภ์ฯ ๑๑. นำยอตโิ รจน์ ปพฒั นเ์ ปรมสิริ โรงเรยี นสรุ ำษฎร์พทิ ยำ จงั หวัดสุรำษฎรธ์ ำนี ๑๒. นำงณฐั นันท์ คงรตั น์ โรงเรียนสตรที งุ่ สง จังหวัดนครศรธี รรมรำช ๑๓. นำงศรีวิมล เสคนุ ด์ โรงเรยี นพัทลุง จงั หวดั พทั ลุง ๑๔. นำยสรุ เดช เอง่ ฉว้ น โรงเรียนอ่ำวลึกประชำสรรค์ จังหวดั กระบ่ี ๑๕. นำงสำววมิ ลมำลย์ โสพรรณรตั น์ โรงเรียนภูเกต็ วทิ ยำลยั จงั หวัดภเู กต็ ๑๖. นำงจุรีภรณ์ ไชยเหลก็ โรงเรียนแม่ใจวทิ ยำคม จงั หวดั พะเยำ ๑๗. นำงสำวเยำวเรช หมูด่ ี โรงเรียนประสำทวทิ ยำคำร จังหวัดสุรินทร์ ๑๘. นำงจำรลุ ัทธ์ิ กล่นิ เกษร โรงเรียนสำธิตจฬุ ำลงกรณม์ หำวทิ ยำลยั ฝำ่ ยมัธยม ๑๙. นำงสำวดวงกมล เหมะรัต ผู้เชย่ี วชำญ สสวท. ๒๐. นำงสำวลดั ดำวัลย์ แสงสำลี ผชู้ ำนำญ สสวท. ๒๑. นำงไสว ธรำภิชำตบิ ตุ ร ผู้ชำนำญ สสวท. ๒๒. นำงสำวรตพร หลิน สำขำวิทยำศำสตร์ภำคบงั คบั สสวท. ๒๓. นำงสำวกมลชนก บริบรู ณ์ สำขำวทิ ยำศำสตร์ภำคบงั คบั สสวท. ๒๔. ดร.เสำวลกั ษณ์ บัวอิน สำขำวทิ ยำศำสตรภ์ ำคบังคับ สสวท. ๒๕. ดร.สนุ ดั ดำ โยมญำติ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๒๖. นำงสำววลิ ำส รัตนำนุกลู สำขำวิทยำศำสตร์มัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๒๗. ดร.นนั ทยำ อคั รอำรยี ์ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๒๘. ดร.ภัณฑลิ ำ อุดร สำขำวิทยำศำสตร์มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ คณะบรรณาธกิ ารกจิ คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ๑. ศ.ดร.ไพศำล สทิ ธกิ รกุล คณะวทิ ยำศำสตร์ จุฬำลงกรณม์ หำวิทยำลยั ๒. รศ.ดร.ธีรพงษ์ บวั บชู ำ คณะศกึ ษำศำสตร์ มหำวิทยำลยั เกษตรศำสตร์ ๓. ผศ.ดร. นฤมล ยตุ ำคม มหำวิทยำลยั สงขลำนครินทร์ วิทยำเขตตรัง ๔. ผศ.ดร. ณฐั วทิ ย์ พจนตันติ คณะวิทยำศำสตร์ จฬุ ำลงกรณม์ หำวิทยำลัย ๕. รศ.ดร. ศภุ จติ รำ ชชั วำลย์ ผู้ช่วยผ้อู ำนวยกำร สสวท. ๖. ดร.วนดิ ำ ธนประโยชน์ศักด์ิ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๗. นำยธีรพัฒน์ เวชชประสทิ ธิ์ สำขำวทิ ยำศำสตรภ์ ำคบงั คับ สสวท. ๘. ดร.พจนำ ดอกตำลยงค์ สำขำวิทยำศำสตร์ภำคบังคับ สสวท. ๙. นำงสำวสนุ สิ ำ แสงมงคลพิพัฒน์ สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ คณะทางานยกรา่ ง

๑. ดร.กุศลนิ มุสิกุล 237 ๒. ดร.สุพรรณี ชำญประเสรฐิ ๓. นำยรงั สรรค์ ศรีสำคร ผู้ชว่ ยผูอ้ ำนวยกำร สสวท. ๔. นำงสำววรำภรณ์ ถริ สิริ ผู้เชย่ี วชำญ สสวท. ๕. นำงก่งิ แก้ว คอู มรพฒั นะ ผู้เชย่ี วชำญ สสวท. ๖. ดร.วันชยั นอ้ ยวงค์ ผเู้ ช่ียวชำญ สสวท. ๗. น.ส.ศำนกิ ำนต์ เสนีวงศ์ ผเู้ ชยี่ วชำญ สสวท. ๘. นำงสำวสณุ สิ ำ สมสมยั สำขำวทิ ยำศำสตรภ์ ำคบังคบั สสวท. ๙. ดร.เบ็ญจวรรณ หำญพพิ ัฒน์ สำขำวทิ ยำศำสตรภ์ ำคบงั คบั สสวท. ๑๐. ดร.ณัฐธิดำ พรหมยอด สำขำวิทยำศำสตรภ์ ำคบังคบั สสวท. ๑๑. ดร.นิพนธ์ จันเลน สำขำวิทยำศำสตร์ภำคบังคับ สสวท. ๑๒. นำงสทุ ธำทิพย์ หวงั อำนวยพร สำขำวิทยำศำสตร์ภำคบังคับ สสวท. ๑๓. นำงกมลวรรณ เกยี รติกวินกุล สำขำวิทยำศำสตร์ภำคบงั คับ สสวท. ๑๔. นำงสำวศริ ิรตั น์ พริกสี สำขำวิทยำศำสตรม์ ธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๕. นำยวนิ ยั เลศิ เกษมสันต์ สำขำวิทยำศำสตรม์ ัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๑๖. ดร.จำเรญิ ตำ ปรญิ ญำธำรมำศ สำขำวิทยำศำสตรม์ ัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๑๗. นำยรักษพล ธนำนวุ งศ์ สำขำวทิ ยำศำสตร์มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. สำขำวิทยำศำสตรม์ ธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. สำขำวิทยำศำสตร์มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ คณะผู้เข้ารว่ มประชมุ พิจารณารา่ ง คณะวิทยำศำสตร์ มหำวิทยำลัยบูรพำ ๑. ผศ.ดร.นภำ ตงั้ เตรียมจติ มนั่ คณะวิทยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั ขอนแก่น ๒. ผศ.ดร.ชูศกั ดิ์ พูนสวสั ด์ิ คณะวทิ ยำศำสตร์ จุฬำลงกรณม์ หำวทิ ยำลัย ๓. ผศ.ดร.นฤมล สุวรรณจนั ทรด์ ี คณะวิทยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั เกษตรศำสตร์ ๔. ดร.ธีระชำติ ล้ีประเสรฐิ คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยเชียงใหม่ ๕. ผศ.ดร.พรรัตน์ วฒั นกสิวิชช์ คณะวิทยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยอุบลรำชธำนี ๖. ดร.สุภำพ ตำเมอื ง คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยสงขลำนครินทร์ ๗. ผศ.ดร.สุทธิดำ รกั กะเปำ คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั สงขลำนครินทร์ ๘. ดร.ภุชงค์ วรรัตนำนุรักษ์ คณะวิทยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั ทกั ษิณ วทิ ยำเขตพทั ลุง ๙. ผศ.ดร.ประสงค์ เกษรำธคิ ณุ คณะวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี มหำวิทยำลัยรำชภัฏ ๑๐. ดร.วันดี สิริธนำ สวนดสุ ิต คณะวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี มหำวิทยำลัยรำชภัฏ ๑๑. ดร.ฐติ นิ ำถ สคุ นเขตร์ สวนดุสติ คณะครศุ ำสตร์ มหำวทิ ยำลัยรำชภัฏสวนสุนันทำ ๑๒. นำงกรกมล ชูชว่ ย

238 ๑๓. ดร.ศกั ด์ิ สุวรรณฉำย อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พคณะครศุ ำสตร์ มหำวิทยำลยั รำชภัฎวไลยอลงกรณ์ ๑๔. ดร.วนั เพญ็ ประทุมทอง คณะศกึ ษำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยศรีนครินทรวิโรฒ ๑๕. ดร.สิงหำ ประสิทธพิ์ งศ์ คณะศึกษำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยทักษณิ ๑๖. ดร.เดชำ ศุภพิทยำภรณ์ คณะศกึ ษำศำสตร์ มหำวิทยำลยั เชยี งใหม่ ๑๗. ดร.ชนนิ นั ท์ พฤกษ์ประมูล ศูนยว์ ทิ ยำศำสตรศ์ กึ ษำ มหำวิทยำลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ๑๘. ดร.ธีรพงษ์ แสงประดิษฐ์ ศูนย์วิทยำศำสตร์ศึกษำ มหำวิทยำลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ๑๙. นำยสนุ ทร ภรู ีปรีชำเลิศ โรงเรยี นสำธติ มหำวิทยำลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทมุ วนั ๒๐. นำยศกั ดส์ิ ิทธิ์ โอปณั ณำ โรงเรียนสำธติ มหำวิทยำลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ปทมุ วัน ๒๑. รศ.วรี ะชำติ สวนไพรนิ ทร์ โรงเรียนสำธิตจฬุ ำลงกรณ์มหำวทิ ยำลยั ฝ่ำยมธั ยม ๒๒. นำงสำวกฤษดำ สงวนสนิ โรงเรียนสำธติ แหง่ มหำวทิ ยำลัยเกษตรศำสตร์ ๒๓. ดร.พรทิพย์ ศิรภิ ทั รำชยั โรงเรียนสำธติ มหำวทิ ยำลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ประสำนมิตร (ฝำ่ ยประถม) ๒๔. นำยณัฐพล ตฤณเกศโกศล โรงเรยี นสำมเสนวทิ ยำลยั ๒๕. นำยนิวตั น์ โลณวัณ โรงเรียนโยธินบูรณะ ๒๖. นำยชำลี ครองศกั ด์ิศิริ โรงเรียนเบญจมรำชำลัย ในพระบรมรำชูปถัมภ์ฯ ๒๗. นำงสำวปิยะมำศ บุญประกอบ โรงเรียนวัดบวรนเิ วศ ๒๘. นำยพลพิพฒั น์ วัฒนเศรษฐำนกุ ุล โรงเรยี นมธั ยมวดั บึงทองหลำง ๒๙. นำยบุญโฮม สุขลว้ น โรงเรยี นรัตนโกสนิ ทร์สมโภชลำดกระบงั ๓๐. นำยอดศิ ักดิ์ ยงยทุ ธ โรงเรียนมธั ยมวัดหนองจอก ๓๑. นำยโฆสิต สงิ หสุต โรงเรียนศึกษำนำรี ๓๒. นำยธฒิ วิ ุฒิ พนั ธ์เุ จริญเกียรติ โรงเรียนลำซำล ๓๓. นำงสำวจริ วรรณ แสงศิลำ โรงเรียนสุรนำรีวทิ ยำ จงั หวดั นครรำชสีมำ ๓๔. นำงเกศินี ทองอำ่ โรงเรียนแม่จันวิทยำคม จงั หวัดเชียงรำย ๓๕. นำงสำววัชรำภรณ์ สที ำ โรงเรียนหลม่ เกำ่ พิทยำคม จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ๓๖. นำงปำลกิ ำ ศรสี ำรำกร โรงเรยี นดรุณำรำชบุรี จังหวดั รำชบรุ ี ๓๗. นำงจุฑำรัตน์ ทองคำชมุ โรงเรยี นทุง่ สง จงั หวัดนครศรธี รรมรำช ๓๘. นำยสพุ รรณ วริ ณุ พันธ์ โรงเรียนทรำยทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ๓๙. นำงมลิวัลย์ เลำหสูต โรงเรียนกนั ทรลกั ษ์วิทยำ จงั หวัดศรสี ะเกษ ๔๐. นำงอำรีย์ พิเครำะห์ โรงเรยี นปวั จังหวดั น่ำน ๔๑. นำยสเุ นตร ศรีบุญเลศิ โรงเรยี นสำธติ มหำวิทยำลยั ขอนแก่น ฝ่ำยมัธยมศกึ ษำ (ศกึ ษำศำสตร์) จงั หวดั ขอนแกน่ ๔๒. ผศ.สุมติ ร ถน่ิ ปัญจำ โรงเรียนสำธติ มหำวทิ ยำลยั ขอนแก่น ฝำ่ ยมัธยมศึกษำ (ศึกษำศำสตร)์ จงั หวัดขอนแกน่

๔๓. นำงปำริฉัตร พวงมณี 239 ๔๔. ผศ.ดร.จินดำ แตม้ บรรจง ๔๕. นำยบุญชยั ตนั ไถง ผ้เู ช่ยี วชำญ สสวท. ๔๖. นำยสมพร วัธนเวคิน ผูช้ ำนำญ สสวท. ๔๗. นำงสำววมิ ลมำศ ศรนี ำรำง ผู้ชำนำญ สสวท. ๔๘. ดร.ชลิตำ ธญั ญะคปุ ต์ ผู้ชำนำญ สสวท. ๔๙. ดร.ปุณิกำ พระพุทธคณุ สำขำวทิ ยำศำสตรภ์ ำคบังคับ สสวท. ๕๐. นำยศภุ วิริยะ สรณำรักษ์ สำขำวทิ ยำศำสตรภ์ ำคบงั คับ สสวท. สำขำวิทยำศำสตรม์ ัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. สำขำวทิ ยำศำสตร์มัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. คณะบรรณาธกิ ารกจิ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พนกั วชิ ำกำรอิสระ ๑. รศ.ดร.ทศั นีย์ บุญเตมิ คณะวิทยำศำสตร์ จุฬำลงกรณม์ หำวิทยำลยั ๒. ศ.ดร.มงคล สขุ วัฒนำสินทิ ธิ์ สถำบนั พัฒนำทรัพยำกรบุคคล มหำวทิ ยำลยั ขอนแกน่ ๓. ผศ.ดร.ไพศำล สวุ รรณนอ้ ย คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั มหิดล ๔. รศ.ดร.พลงั พล คงเสรี คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยมหดิ ล ๕. ผศ.ดร.เทยี นทอง ทองพันช่ัง คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยมหดิ ล ๖. ผศ.ดร.ขวัญ อำรยะธนติ กุล คณะศกึ ษำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั เชยี งใหม่ ๗. รศ.ดร.วีระพงษ์ แสง-ชโู ต ผู้ชว่ ยผูอ้ ำนวยกำร สสวท. ๘. ดร.กุศลิน มุสิกุล ผเู้ ชี่ยวชำญพเิ ศษอำวโุ ส สสวท. ๙. นำยณรงคศ์ ิลป์ ธปู พนม ผเู้ ช่ยี วชำญ สสวท. ๑๐. ดร.สพุ รรณี ชำญประเสรฐิ ผเู้ ชี่ยวชำญ สสวท. ๑๑. นำยรังสรรค์ ศรสี ำคร สำขำวิทยำศำสตร์ภำคบังคบั สสวท. ๑๒. ดร.วันชยั น้อยวงค์ สำขำวิทยำศำสตรภ์ ำคบงั คบั สสวท. ๑๓. ดร.เบญ็ จวรรณ หำญพพิ ฒั น์ สำขำวทิ ยำศำสตร์มัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๔. นำงสทุ ธำทิพย์ หวงั อำนวยพร สำขำวิทยำศำสตรม์ ัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๕. นำยรักษพล ธนำนุวงศ์ สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ รำชบณั ฑติ ดำรำศำสตร์ คณะทางานยกรา่ ง ผเู้ ช่ยี วชำญ สสวท. ผู้เชีย่ วชำญ สสวท. ๑. นำยนพิ นธ์ ทรำยเพชร ผเู้ ชยี่ วชำญ สสวท. ๒. นำยสุพจน์ วุฒโิ สภณ สถำบันสงิ่ แวดลอ้ มไทย ๓. นำงเบ็ญจวรรณ ศรีเจรญิ ๔. นำงชตุ มิ ำ เตมียสถิต ๕. นำงสำวบุศรำศิริ ธนะ

240 ๖. นำงสำวธนพรรณ ชำลี สำขำวิทยำศำสตรภ์ ำคบังคับ สสวท. ๗. นำงสำวลลิดำ อ่ำบวั สำขำวิทยำศำสตร์ภำคบงั คบั สสวท. ๘. นำงสำวกมลนำรี ลำยครำม สำขำวิทยำศำสตร์ภำคบังคบั สสวท. ๙. นำงฤทยั เพลงวฒั นำ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๑๐. นำงสำววชิ ุรำตรี กลับแสง สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๑๑. นำงสำวรัมภำ ศรบี ำงพลี สำขำวทิ ยำศำสตร์มธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๑๒. ว่ำที่ ร.ต. ภูรวิ จั น์ จิรำตันติพฒั น์ สำขำวิทยำศำสตรม์ ธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. คณะผู้เขา้ ร่วมประชุมพิจารณาร่าง อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พสถำบันวิจัยดำรำศำสตรแ์ ห่งชำติ ๑. ดร.ศรณั ย์ โปษยะจนิ ดำ คณะวทิ ยำศำสตร์ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ๒. รศ.ดร.ปรำโมทย์ โศจศิ ภุ ร คณะวิทยำศำสตร์ มหำวิทยำลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ ๓. รศ.ดร.นำ้ ฝน คูเจริญไพศำล คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวิทยำลยั นเรศวร ๔. ผศ.ดร.ฑิรำณี ขำลำ้ เลศิ คณะวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี มหำวิทยำลัยรำชภัฏเลย ๕. ผศ.ดร.สุรจิตร์ พระเมอื ง สำขำวิชำธรณศี ำสตร์ มหำวทิ ยำลยั มหิดล ๖. ดร.ปริญญำ พทุ ธำภิบำล วทิ ยำเขตกำญจนบุรี คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั เชียงใหม่ ๗. ดร.อำทิตย์ ลภิรัตนำกูล คณะวิทยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยเกษตรศำสตร์ ๘. ดร.พงศกร จิวำภรณค์ ปุ ต์ โรงเรียนบำงกะปิ ๙. นำยมนตรี ประเสริฐฤทธ์ิ โรงเรยี นเบญจมรำชำลยั ในพระบรมรำชปู ถมั ภ์ฯ ๑๐. นำงสำวรงั สิกุล ศริ ริ งั ษี โรงเรยี นวัดสทุ ธิวรำรำม ๑๑. นำงสำวชุณหภคั เทดิ อวยพร โรงเรียนนวมินทรำชนิ ูทิศ สตรีวิทยำ 2 ๑๒. นำงกุลนำถ โชติสุดเสนห่ ์ โรงเรยี นเสำไห้ \"วิมลวิทยำนกุ ูล\" จงั หวดั สระบรุ ี ๑๓. นำงพรทิพย์ ฐีตะธรรมำนนท์ โรงเรียนสตรสี มุทรปรำกำร จังหวัดสมุทรปรำกำร ๑๔. นำงสภุ ำพ แสงนวกิจ โรงเรียนบรรหำรแจ่มใสวิทยำ 3 จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ๑๕. นำงสำวพชั รำภรณ์ อ่วมอรุณ โรงเรยี นสรุ ศักดิ์วิทยำคม จังหวดั ชลบรุ ี ๑๖. นำงสำรวย อรรคบุตร โรงเรยี นปลวกแดงพิทยำคม จังหวดั ระยอง ๑๗. นำงนิตยำ เดิมบำงชัน โรงเรยี นชุมแพศึกษำ จงั หวัดขอนแกน่ ๑๘. นำงต้องตำ ไชยเสือ โรงเรยี นสำธิตจุฬำลงกรณม์ หำวิทยำลัย ฝำ่ ยมธั ยม ๑๙. นำงกมลรัตน์ แดงสวำ่ ง โรงเรยี นสำธติ มหำวทิ ยำลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ปทมุ วนั ๒๐. นำยศกั ด์สิ ทิ ธ์ิ โอปัณณำ นกั วชิ ำกำรอิสระ ๒๑. ผศ.ดร. อลิศรำ ชชู ำติ นักวชิ ำกำรอสิ ระ ๒๒. นำงสำวประพีร์ วิรำพร ผเู้ ช่ียวชำญ สสวท. ๒๓. นำงพรรณทพิ ำ ธนำกรโยธิน

๒๔. นำงดำรกิ ำ วรี วินันทนกลุ 241 ๒๕. นำงสำวสมรศรี กนั ภัย ๒๖. นำงยุพำพร ลำภหลำย ผชู้ ำนำญ สสวท. ๒๗. นำงสำวสวุ ินยั มงคลธำรณ์ โครงกำร GLOBE สสวท. ๒๘. นำยนทิ ัศน์ ล้ิมผอ่ งใส โครงกำร GLOBE สสวท. โครงกำร GLOBE สสวท. สำขำวิทยำศำสตร์มธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. คณะบรรณาธิการกจิ รำชบัณฑติ ดำ้ นดำรำศำสตร์ ๑. นพิ นธ์ ทรำยเพชร สถำบนั วจิ ยั ดำรำศำสตร์แห่งชำติ ๒. รศ.บุญรักษำ สนุ ทรธรรม คณะวิทยำศำสตร์ มหำวิทยำลัยมหิดล ๓. ดร.ปริญญำ พทุ ธำภิบำล วิทยำเขตกำญจนบุรี คณะเกษตร มหำวทิ ยำลัยเกษตรศำสตร์ ๔. ดร.นภำพร พนั ธกุ์ มลศิลป์ วทิ ยำเขตกำแพงแสน ผู้เชี่ยวชำญ สสวท. ๕. นำยสพุ จน์ วุฒิโสภณ ผเู้ ชี่ยวชำญ สสวท. ๖. นำงเบญ็ จวรรณ ศรีเจรญิ ผู้เช่ียวชำญ สสวท. ๗. นำงชตุ ิมำ เตมยี สถิต สถำบนั สงิ่ แวดลอ้ มไทย ๘. นำงสำวบุศรำศิริ ธนะ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๙. นำงฤทยั เพลงวัฒนำ สำขำวิทยำศำสตร์มัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๐. นำงสำววชิ ุรำตรี กลับแสงอ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ รายช่อื (เพิ่มเตมิ ) ผบู้ รหิ ารสถานศึกษาและศกึ ษานิเทศก์ ระดับชั้นประถมศึกษาและมธั ยมศึกษา เขา้ ร่วมประชมุ พิจารณาร่าง ๑. นำยไพบรู ย์ พุทธวงค์ โรงเรียนอนุบำลเชยี งใหม่ จังหวดั เชยี งใหม่ ๒. นำงสำวสมศรี แก้วทองมำ โรงเรียนอนุบำลสตูล จังหวัดสตูล ๓. นำงวำรที ิพย์ คงศรี โรงเรยี นอนบุ ำลวดั อ่ำงทอง จังหวัดอำ่ งทอง ๔. นำงวัลภำ วเิ ชียรสรำง โรงเรยี นอนบุ ำลนครศรีธรรมรำช จังหวัด นครศรีธรรมรำช ๕. นำยสมชำย ชว่ ยชหู นู โรงเรียนอนุบำลบำงสะพำนน้อย จงั หวัด ประจวบคีรีขนั ธ์ ๖. นำงสุภลักษณ์ ต้ังกลชำญ โรงเรยี นเทศบำลวัดโขดทมิ ทำรำม จังหวดั ระยอง ๗. นำงสำวสมบรู ณ์ ไตรยำวัฒน์ โรงเรียนวัดคลองเตย กรงุ เทพมหำนคร ๘. นำยไพชยนต์ พูนขวญั โรงเรียนวดั เกำะวังไทร จงั หวัดนครปฐม ๙. นำยวรี วุฒิ เกตุจำนงค์ โรงเรยี นบ้ำนหนองเขนิ จังหวดั ชลบุรี

๑๐. นำยธีระพล เพชรพิพัฒน์ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ 242 ๑๑. นำยสมเกียรติ นำรรี กั ษ์ ๑๒. นำยพชิ ยั จุลวรรณโณ โรงเรยี นบำ้ นหนองละมำน จงั หวัดนครสวรรค์ ๑๓. นำยสุพรรณ ทองสขุ โรงเรียนบำ้ นแม่ละเมำ จังหวดั ตำก ๑๔. นำยเนตร รอดประชำ โรงเรยี นบ้ำนสดำ จังหวัดศรสี ะเกษ ๑๕. นำงชัชญำภำ บรู ณ์ญเพช็ ร โรงเรียนบ้ำนสวำย จงั หวดั สุรินทร์ ๑๖. นำยวันเสำร์ สง่ ศิริ โรงเรยี นชมุ ชนบงึ บำ จังหวัดปทุมธำนี ๑๗. นำงสำวอจั ฉรำ ปำนรอด โรงเรยี นสตรีวิทยำ กรุงเทพมหำนคร ๑๘. นำงปรำณี ประวำลพฤกษ์ โรงเรียนโยธนิ บูรณะ กรงุ เทพมหำนคร ๑๙. นำยชำติ ก๋ำแกว้ โรงเรียนรำชินี กรุงเทพมหำนคร ๒๐. นำงกำนดำ ช่วงชยั โรงเรยี นจริ ะศำสตรว์ ิทยำ จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยำ ๒๑. นำงสรุ ำงค์ พุฒกลำง โรงเรยี นปวั จังหวัดน่ำน ๒๒. นำยวีระชยั วรรณวชิ ิต โรงเรยี นแม่จันวิทยำคม จังหวดั เชียงรำย ๒๓. นำยสุริยำ ชำปู่ โรงเรียนสรุ นำรวี ิทยำ จงั หวัดนครรำชสมี ำ ๒๔. นำยนิเทศ แสงศรเี รือง โรงเรียนดอนจำนวิทยำคม จังหวดั กำฬสนิ ธ์ุ ๒๕. นำยจกั รพันธ์ อดุ ทะดำดวง โรงเรยี นศรีสำโรงชนปู ถมั ภ์ จังหวดั สุโขทยั ๒๖. นำงจฑุ ำรัตน์ มำลำกรณ์ โรงเรียนบ้ำนโนนรังวิทยำคำร จังหวดั ขอนแกน่ ๒๗. นำงอุษำ พุ่มศรภี ำนนท์ โรงเรียนภเู ก็ตวิทยำลัย จังหวัดภูเก็ต โรงเรียนสำมเสนวิทยำลัย กรุงเทพมหำนคร ๒๘. นำงพทั ธกำนต์ หนนู ำรถ สำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำประถมศกึ ษำ ๒๙. นำงสำวลำใย สำยโงน กรุงเทพมหำนคร ๓๐. นำงสนุ นั ทำ รกั พงษ์ สำนักงำนเขตพน้ื ทีก่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำ ตรงั เขต 1 ๓๑. นำงสุปรำณี ขุนจนั ทร์ สำนกั งำนเขตพืน้ ที่กำรศกึ ษำประถมศึกษำ ศรีสะเกษ เขต 2 ๓๒. นำงสำวภชั ชฎำ โอษคลัง สำนักงำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศึกษำประถมศกึ ษำ อุตรดติ ถ์ เขต 1 ๓๓. นำงสำวนิภำพร หำญพิพัฒน์ สำนกั งำนเขตพื้นที่กำรศกึ ษำมธั ยมศึกษำ เขต 15 ๓๔. นำยเดชำ พลกันยิม้ สำนกั งำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำมธั ยมศึกษำ เขต 31 สำนกั งำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำมธั ยมศึกษำ เขต 36 สำนักงำนเขตพนื้ ท่ีกำรศึกษำมธั ยมศึกษำ เขต 39 รายช่ือ (เพม่ิ เติม) ครูวทิ ยาศาสตร์ ระดบั ชั้นประถมศึกษาและมัธยมศกึ ษา เข้ารว่ มประชมุ พจิ ารณาร่าง ๑. นำงศรสี มบูรณ์ แสนสมบตั ิ โรงเรยี นอนุบำลเชียงรำย จังหวดั เชียงรำย ๒. นำงรงุ่ หฤทัย ตำไฝ โรงเรียนบำ้ นป่ำซำง (ซำงดรณุ ำสำสน์) จังหวัดเชียงรำย ๓. นำงประคอง กลน่ิ จนั ทร์ โรงเรียนธำรทองวทิ ยำ (ป่ำรวก) จงั หวัดเชยี งรำย ๔. นำงรอยพิมพ์ กำพย์ไทย โรงเรียนอนบุ ำลเชียงใหม่ จงั หวดั เชยี งใหม่ ๕. นำงสำววรำงคณำ ปันทะนำ โรงเรียนอนุบำลเชยี งใหม่ จังหวัดเชยี งใหม่

๖. นำงพิมพผ์ กำ เมืองไสย อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ 243 ๗. นำงสนุ ยี ์ คุ้มฤทธิ์ โรงเรียนสนั ปำ่ ตอง (สวุ รรณรำษฎร์วทิ ยำคำร) ๘. นำยสุรพล ทองงำม จังหวดั เชียงใหม่ ๙. นำยธงไชย ภถู่ นนนอก โรงเรียนรฐั รำษฎรน์ ุเครำะห์ จงั หวดั น่ำน ๑๐. นำงอำพรรณ ใบศรี โรงเรยี นอนบุ ำลพิษณุโลก จังหวัดพิษณโุ ลก ๑๑. นำยประดษิ ฐ์ แก้วสหี ำบตุ ร โรงเรยี นหลม่ เก่ำพทิ ยำคม จังหวัดเพชรบูรณ์ ๑๒. นำงทศั นภรณ์ แสงศรีเรือง โรงเรยี นศรสี ำโรงชนปู ถัมภ์ จงั หวดั สโุ ขทยั ๑๓. นำงณัฎฐนนั ท์ นิภำธรกวินศิริ โรงเรียนอนุบำลขอนแกน่ จังหวดั ขอนแก่น ๑๔. นำยอภวิ ัฒน์ ศรกี ัณหำ โรงเรยี นบ้ำนโนนรังวิทยำคำร จังหวดั ขอนแกน่ ๑๕. นำยสุเนตร ศรีบุญเลิศ โรงเรียนเทศบำลบำ้ นสำมเหล่ียม จงั หวดั ขอนแกน่ โรงเรียนชมุ แพศึกษำ จงั หวดั ขอนแก่น ๑๖. นำงอุไรวรรณ บัณฑิตภริ มย์ โรงเรยี นสำธิตมหำวทิ ยำลัยขอนแก่น ฝ่ำยมธั ยมศึกษำ ๑๗. นำงส่องแสง สำรบรรณ (ศึกษำศำสตร์) จังหวดั ขอนแกน่ ๑๘. นำงสำวเกศนิ ี ชมเกียรติกลุ โรงเรยี นมัธยมเทศบำล 6 นครอุดรธำนี จงั หวดั อดุ รธำนี ๑๙. นำงสมกติ ต์ โอรสรัมย์ โรงเรียนหนองสำโรงวิทยำ จงั หวัดอดุ รธำนี ๒๐. นำงสำววรรณำ ใจกว้ำง โรงเรียนบำ้ นสำมโค จงั หวดั สรุ ินทร์ ๒๑. นำงนฐั ญำ ไหมฉิม โรงเรยี นสิรนิ ธร จังหวดั สุรนิ ทร์ ๒๒. นำงสมพร ขุนเกลยี้ ง โรงเรยี นชมุ ชนบำ้ นตำหลังใน จังหวดั สระแกว้ ๒๓. นำงสุรีรัตน์ พุทธวโิ ร โรงเรยี นอนบุ ำลสตลู จงั หวัดสตูล ๒๔. นำงศิวพร ไกรนรำ โรงเรยี นชมุ ชนวัดควนมดี จังหวัดสงขลำ ๒๕. นำยมูฮำมดั สำแม โรงเรยี นวดั เนนิ พชิ ัย จงั หวดั สงขลำ โรงเรียนวัดสวุ รรณคีรวี งก์ จังหวดั ภูเกต็ ๒๖. นำงวรำภรณ์ ไชยศรี โรงเรยี น อบจ. บ้ำนตลำดเหนอื (วนั ครู 2502) ๒๗. นำงอ่อนพักร์ หนูเงิน จงั หวดั ภูเกต็ ๒๘. นำงสำวศริ วิ รรณ ตรีเพ็ชร์ โรงเรียนภเู กต็ วทิ ยำลยั จังหวัดภูเกต็ ๒๙. นำงสดุ ำ โกยทอง โรงเรียนรำชประชำนเุ ครำะห์ 2 จงั หวัดกระบ่ี ๓๐. นำงเสำวนยี ์ อำรรี ักษ์ โรงเรยี นกุยบุรวี ทิ ยำ จงั หวัดประจวบครี ีขันธ์ ๓๑. นำงพัชรนิ ทร์ รตั ตะรมย์ โรงเรียนบำงสะพำนน้อย จังหวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ ๓๒. นำงอรุณี วังบอน โรงเรยี นเทศบำลวดั โขดทมิ ทำรำม จงั หวัดระยอง ๓๓. นำยสรำวธุ พฒั นะมำศ โรงเรยี นเทศบำลวดั โขดทิมทำรำม จังหวัดระยอง ๓๔. นำงยพุ ดิ โชติพนั ธ์ุ โรงเรียนเทศบำลวัดโขดทิมทำรำม จงั หวัดระยอง ๓๕. นำงพชรมน นวลดี โรงเรยี นเทศบำลชุมชนวมิ ลวทิ ยำ จังหวดั ตรำด โรงเรียนวัดทองประดิษฐ์ จังหวัดสุพรรณบุรี โรงเรียนหันคำพทิ ยำคม จังหวดั ชยั นำท

๓๖. นำงเฉลมิ ศรี จกั ษุพำ 244 ๓๗. นำงสำวพัชรินทร์ เผือคำ ๓๘. นำงสำวอุทุมพร จนั ทร์สิงห์ โรงเรยี นปำกเกร็ด จงั หวัดนนทบรุ ี ๓๙. นำงกลั ยกร เถื่อนแสน โรงเรยี นอนุรำชประสิทธิ์ จังหวดั นนทบรุ ี ๔๐. นำงสำวรุ่งธวิ ำ วำริชำ โรงเรยี นชมุ ชนบงึ บำ จงั หวดั ปทุมธำนี ๔๑. นำงจรรยำ พ่วงขำ โรงเรยี นจริ ะศำสตร์วทิ ยำ จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยำ ๔๒. นำงสำววรรณวรี ์ เหมอื นประยรู โรงเรียนจิระศำสตร์วทิ ยำ จังหวัดพระนครศรีอยุธยำ ๔๓. นำงสำวจนั ทร์ตรี เศรษฐำวิวฒั น์ โรงเรียนประภำมนตรี 3 จงั หวดั สมุทรปรำกำร ๔๔. นำยนิวฒั น์ โลณวัณต์ โรงเรียนพระตำหนกั สวนกหุ ลำบ ๔๕. นำงสำวจฑุ ำรัตน์ จรงิ ธนสำร โรงเรยี นโยธินบรู ณะ ๔๖. นำงอุทัยรัก นวลนุกูล โรงเรยี นโยธินบรู ณะ ๔๗. นำงเนตรนรนิ ทร์ มีชยั โรงเรยี นสตรีศรสี รุ ิโยทยั ๔๘. นำงสำวนงนจิ ตงั สุวรรณ์ โรงเรียนรำชนิ ี ๔๙. นำงสำวจริ ำรัตน์ จอมปอ้ โรงเรียนไผทอุดมศึกษำ ๕๐. นำงภสั ภสร แสวงศรี โรงเรียนรจุ เิ สรีวิทยำ ๕๑. นำงกมลรัตน์ แดงสวำ่ ง โรงเรียนบคี อนเฮ้ำส์แย้มสะอำดลำดพรำ้ ว ๕๒. นำงจำรุลัทธ์ิ กลนิ่ เกษร โรงเรียนสมำคมสตรีไทย ๕๓. นำยศักดิส์ ิทธ์ิ โอปณั ณำ โรงเรียนสำธติ จุฬำลงกรณ์มหำวทิ ยำลยั ฝ่ำยมธั ยม ๕๔. นำงสำวกฤษดำ สงวนสิน โรงเรยี นสำธิตจุฬำลงกรณ์มหำวทิ ยำลยั ฝำ่ ยมัธยม โรงเรยี นสำธิตมหำวทิ ยำลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ ปทุมวัน โรงเรยี นสำธิตแหง่ มหำวทิ ยำลยั เกษตรศำสตร์ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ สาระท่ี ๔ ชีววิทยา คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวิทยำลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ คณะทางานยกร่าง ผเู้ ชยี่ วชำญ สสวท. ผู้ชำนำญ สสวท. ๑. ศ.ดร.ไพศำล สทิ ธกิ รกุล ผู้ชำนำญ สสวท. ๒. รศ.ดร.วีระวรรณ สทิ ธิกรกลุ โรงเรียนบดนิ ทรเดชำ สิงห์ สงิ หเสนี ๓. ผศ.ดร.พัชนี สงิ ห์อำษำ ผชู้ ว่ ยผ้อู ำนวยกำร สสวท. ๔. นำยณรงค์ พ่วงศรี สำขำวิทยำศำสตรม์ ัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๕. นำงเพช็ รรัตน์ ศรวี ลิ ัย สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๖. ดร.วนิดำ ธนประโยชนศ์ ักด์ิ สำขำวทิ ยำศำสตร์มัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๗. นำยธีรพฒั น์ เวชชประสิทธ์ิ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๘. ดร.สุนัดดำ โยมญำติ สำขำวิทยำศำสตร์มัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๙. น.ส.วิลำส รัตนำนุกูล ๑๐. ดร.ขวัญชนก ศรัทธำสุข ๑๑. ดร.นันทยำ อัครอำรีย์

๑๒. ดร.ปำรวรี ์ เล็กประเสริฐ 245 ๑๓. ดร.ภณั ฑิลำ อุดร ๑๔. นำงสำวปำณกิ เวียงชัย สำขำวทิ ยำศำสตร์มธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๑๕. นำงสำวปณุ ยำพร บรเิ วธำนันท์ สำขำวิทยำศำสตร์มัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. สำขำวทิ ยำศำสตร์มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. สำขำวิทยำศำสตรม์ ัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. คณะผเู้ ขา้ รว่ มประชุมพจิ ารณาร่าง นกั วิชำกำรอสิ ระ ๑. รศ.ดร.ก่งิ แกว้ วฒั นเสริมกจิ นักวิชำกำรอิสระ ๒. ผศ.เรณู ถำวโรฤทธ์ิ คณะวทิ ยำศำสตร์ จุฬำลงกรณม์ หำวิทยำลยั ๓. ผศ.ดร.ชมุ พล คณุ วำสี โรงเรยี นสิรินธรรำชวิทยำลัย จ.นครปฐม ๔. นำงสำวศศพิ นิ ทุ์ นรเศรษฐพนั ธ์ุ โรงเรยี นระยองวิทยำคม จ.ระยอง ๕. นำงขวัญใจ สวุ รรณ โรงเรียนจักรคำคณำทร จ.ลำพนู ๖. นำงปณั ณิกำ ไชยนวล โรงเรียนอุตรดติ ถ์ดรุณี จ.อตุ รดติ ถ์ ๗. นำงสำวสุคนธำ มะโน โรงเรียนร้องกวำงอนุสรณ์ จ.แพร่ ๘. นำยฉัตรชัย ชัยนนถี โรงเรยี นจฬุ ำภรณรำชวทิ ยำลัย นครศรธี รรมรำช ๙. นำยอนรุ ุทธ์ิ หมีดเส็น จงั หวดั นครศรธี รรมรำช โรงเรยี นสุรำษฎรพ์ ทิ ยำ จงั หวัดสุรำษฎรธ์ ำนี ๑๐. ดร.อตโิ รจน์ ปพฒั น์เปรมสิริ โรงเรยี นกันทรลักษว์ ิทยำ จังหวัดศรสี ะเกษ ๑๑. นำงกนกลดำ สมพงษ์ โรงเรียนละหำนทรำยรัชดำภเิ ษก จงั หวัดบรุ ีรัมย์ ๑๒. นำยพบิ ูลย์ ถำนสมี ี อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ คณะบรรณาธิการกจิ คณะวิทยำศำสตร์ มหำวิทยำลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ๑. ศ.ดร.ไพศำล สทิ ธกิ รกุล คณะวิทยำศำสตร์ จฬุ ำลงกรณม์ หำวทิ ยำลยั ๒. รศ.ดร.ธีรพงษ์ บัวบูชำ ผชู้ ่วยผอู้ ำนวยกำร สสวท. ๓. ดร.วนดิ ำ ธนประโยชนศ์ ักดิ์ สำขำวทิ ยำศำสตร์มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๔. นำยธีรพฒั น์ เวชชประสทิ ธ์ิ สาระท่ี ๕ เคมี คณะวิทยำศำสตร์ จฬุ ำลงกรณม์ หำวทิ ยำลยั คณะทางานยกร่าง ผู้เช่ียวชำญ สสวท. ผ้ชู ำนำญ สสวท. ๑. ศ.ดร.มงคล สุขวฒั นำสินิทธิ์ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๒. ดร.สพุ รรณี ชำญประเสริฐ สำขำวิทยำศำสตร์มัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๓. ผศ.ดร.จินดำ แต้มบรรจง ๔. นำงสุทธำทิพย์ หวงั อำนวยพร ๕. นำงกมลวรรณ พฤฒนิ นั ทกลุ

๖. ดร.สนธิ พลชัยยำ 246 ๗. นำงสำวศริ ริ ตั น์ พริกสี ๘. นำยชำญณรงค์ พูลเพิ่ม สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๙. ดร.ปณุ ิกำ พระพุทธคุณ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๐. นำงสำวณฏั ฐกิ ำ งำมกิจภิญโญ สำขำวิทยำศำสตรม์ ัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๑๑. นำยศภุ วิรยิ ะ สรณำรักษ์ สำขำวิทยำศำสตร์มัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๑๒. นำยเตชทตั เรืองธรรม สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. สำขำวทิ ยำศำสตร์มัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. สำขำวิจยั และประเมินมำตรฐำน สสวท. คณะผู้เขา้ รว่ มประชมุ พจิ ารณาร่าง อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พคณะวิทยำศำสตร์ จุฬำลงกรณ์มหำวทิ ยำลัย ๑. ดร.พร้อมพงศ์ เพยี รพินจิ ธรรม คณะวิทยำศำสตร์ มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ ๒. ดร.ธีรชำติ ล้ีประเสรฐิ คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยเทคโนโลยี ๓. ดร.ชัชลฎิ ำ บุญเพนยี ด พระจอมเกลำ้ พระนครเหนือ โรงเรียนสวนกหุ ลำบวิทยำลัย ๔. นำงชน่ื จิตร เดชอดุ ม โรงเรยี นสตรวี ิทยำ ๕. นำงสำวสุทธำทิพย์ เลิศจลุ ศั จรรย์ โรงเรียนพิบูลวทิ ยำลยั จังหวดั ลพบรุ ี ๖. นำยพชิ ญ์ สรจรูญ โรงเรยี นสิรนิ ธรรำชวิทยำลยั จงั หวดั สรุ นิ ทร์ ๗. นำงสำวอรญั ญำ คงแก้ว โรงเรียนดัดดรุณี จังหวดั ฉะเชิงเทรำ ๘. นำงสำวธัญพมิ ล อำภยั โรงเรยี นวฒั โนทยั พำยัพ จงั หวัดเชยี งใหม่ ๙. นำงจันทร์ดำว แสงแกว้ โรงเรียนเชยี งคำวิทยำคม จงั หวดั เชียงรำย ๑๐. นำงจนั ทรฟ์ อง ผวิ สะอำด โรงเรียนหำดใหญ่วทิ ยำลยั จังหวดั สงขลำ ๑๑. นำงชมพนู ชุ อุทัยรัตน์ ผู้เชีย่ วชำญพิเศษอำวุโส สสวท. ๑๒. นำยณรงค์ศลิ ป์ ธปู พนม คณะบรรณาธกิ ารกจิ คณะวิทยำศำสตร์ จุฬำลงกรณ์มหำวทิ ยำลัย ๑. ศ.ดร.มงคล สุขวัฒนำสนิ ทิ ธ์ิ ผู้เชี่ยวชำญพเิ ศษอำวุโส สสวท. ๒. นำยณรงคศ์ ิลป์ ธูปพนม ผู้เช่ยี วชำญ สสวท. ๓. ดร.สพุ รรณี ชำญประเสริฐ ผู้ชำนำญ สสวท. ๔. ผศ.ดร.จนิ ดำ แตม้ บรรจง สำขำวิทยำศำสตร์มธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๕. นำงสุทธำทพิ ย์ หวังอำนวยพร สาระที่ ๖ ฟิสกิ ส์ คณะวิทยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยมหิดล คณะทางานยกรา่ ง ๑. รศ.ดร.วรรณพงษ์ เตรยี มโพธ์ิ

๒. ผศ.ดร.นรินทร์ ณฐั วฒุ ิ 247 ๓. นำยรำม ติวำรี ๔. นำยรังสรรค์ ศรีสำคร คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั มหิดล ๕. นำงก่ิงแกว้ คูอมรพัฒนะ ผเู้ ชยี่ วชำญ สสวท. ๖. นำยนัทธี สำมำรถ ผู้เชี่ยวชำญ สสวท. ๗. นำงเพ็ญจันทร์ ซงิ ห์ ผู้เช่ียวชำญ สสวท. ๘. นำยสมพร วธั นเวคนิ ผชู้ ำนำญ สสวท. ๙. นำยสมุ ิตร สวนสุข ผู้ชำนำญ สสวท. ๑๐. นำยวนิ ัย เลิศเกษมสนั ต์ ผชู้ ำนำญ สสวท. ๑๑. ดร.จำเรญิ ตำ ปรญิ ญำธำรมำศ ผู้ชำนำญ สสวท. ๑๒. นำยรกั ษพล ธนำนุวงศ์ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๓. ดร.ปรดี ำ พชั รมณีปกรณ์ สำขำวทิ ยำศำสตร์มัธยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๑๔. นำยสรจติ ต์ อำรีรัตน์ สำขำวิทยำศำสตร์มัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๕. นำยจอมพรรค นวลดี สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๖. นำยธนะรัชต์ คัณทักษ์ สำขำวิทยำศำสตร์มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๑๗. นำยเทพนคร แสงหัวชำ้ ง สำขำวทิ ยำศำสตร์มัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. สำขำวิทยำศำสตรม์ ธั ยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ คณะผเู้ ข้าร่วมประชุมพจิ ารณารา่ ง นกั วิชำกำรอสิ ระ ๑. ผศ.ดร.วทุ ธพิ ันธุ์ ปรชั ญพฤทธ์ิ นักวิชำกำรอิสระ ๒. รศ.สุวรรณ คูสำรำญ คณะวิทยำศำสตร์ จุฬำลงกรณม์ หำวิทยำลยั ๓. ผศ.ดร.บุรินทร์ อศั วพิภพ คณะวทิ ยำศำสตร์ จฬุ ำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ๔. ดร.นรพทั ธ์ ศรมี โนภำษ คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั มหดิ ล ๕. ผศ.ดร.ขวัญ อำรยะธนิตกลุ คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยนเรศวร ๖. นำยณรงค์ฤทธ์ิ มณีจริ ะปรำกำร มหำวทิ ยำลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้ำ ๗. ดร.สิรพฒั น์ ประโทนเทพ เจ้ำคณุ ทหำรลำดกระบัง โรงเรยี นเทพลลี ำ ๘. นำยพิพัฒน์พงษ์ สำจนั ทร์ โรงเรียนมัธยมวดั บงึ ทองหลำง ๙. นำยพลพิพัฒน์ วฒั นเศรษฐำนกุ ุล โรงเรยี นบดินทร์เดชำ ๑๐. นำยวศิ ำล จิตต์วำริน โรงเรยี นวดั บวรนิเวศ ๑๑. นำงสำวปยิ ะมำศ บญุ ประกอบ โรงเรียนตรำษตระกำรคณุ จังหวดั ตรำด ๑๒. นำยชูศกั ด์ิ วังเรียง โรงเรยี นจุฬำภรณรำชวทิ ยำลยั พษิ ณุโลก จงั หวัดพิษณโุ ลก ๑๓. นำยวีระพล พงศ์ดำ โรงเรยี นจุฬำภรณ์รำชวทิ ยำลัยพิษณโุ ลก จังหวัดพิษณโุ ลก ๑๔. นำงณฐั ภัสสร เหล่ำเนตร์

248 ๑๕. นำยจรี ะศกั ดิ์ อบอำย โรงเรียนหว้ ยนำ้ หอม จงั หวดั นครสวรรค์ ๑๖. นำยณรรตธร คงเจรญิ โรงเรียนสุโขทยั วิทยำคม จงั หวดั สโุ ขทยั ๑๗. นำงสังวำลย์ กลุ บตุ รดี โรงเรียนแจห้ ม่ วิทยำ จังหวดั ลำปำง ๑๘. นำงสำวสำยชล สขุ โข โรงเรียนจำ่ นกรอ้ ง จงั หวัดพิษณโุ ลก ๑๙. นำงนำ้ คำ้ ง รตั นพันธ์ โรงเรยี นกู่สวนแตงพิทยำคม จงั หวดั บุรีรัมย์ ๒๐. นำงสมสุข แสงปรำบ โรงเรียนนำงรอง จังหวัดบุรีรมั ย์ ๒๑. นำยบญุ ชยั ตันไถง ผชู้ ำนำญ สสวท. คณะบรรณาธกิ ารกิจ นกั วิชำกำรอิสระ ๑. ผศ.ดร.วทุ ธพิ นั ธ์ุ ปรชั ญพฤทธิ์ นักวิชำกำรอสิ ระ ๒. รศ.สวุ รรณ คสู ำรำญ คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั มหิดล ๓. รศ.ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธ์ิ คณะวทิ ยำศำสตร์ มหำวิทยำลยั มหดิ ล ๔. ผศ.ดร.ขวัญ อำรยะธนิตกลุ คณะวทิ ยำศำสตร์ จุฬำลงกรณม์ หำวิทยำลยั ๕. ผศ.ดร.บรุ นิ ทร์ อศั วพภิ พ ผู้เชย่ี วชำญ สสวท. ๖. นำยรำม ติวำรี ผเู้ ช่ียวชำญ สสวท. ๗. นำยรงั สรรค์ ศรสี ำคร ผู้เช่ยี วชำญ สสวท. ๘. นำงก่งิ แก้ว คอู มรพฒั นะ ผชู้ ำนำญ สสวท. ๙. นำงเพ็ญจนั ทร์ ซิงห์ อ ู่ยระห ่วาง ํดเาอเกนิสนากรา ้ตรนจัฉด ับพิบม ์พ รำชบัณฑติ ดำรำศำสตร์ สาระที่ ๗ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ สถำบนั สิ่งแวดล้อมไทย คณะทางานยกรา่ ง โรงเรียนบำงกะปิ โรงเรยี นสำธติ จฬุ ำลงกรณ์มหำวทิ ยำลัย ๑. นำยนพิ นธ์ ทรำยเพชร ผู้เชย่ี วชำญ สสวท. ๒. นำงสำวบศุ รำศิริ ธนะ ผเู้ ชย่ี วชำญ สสวท. ๓. นำยมนตรี ประเสรฐิ ฤทธ์ิ ผู้ชำนำญ สสวท. ๔. นำยวิทยำ อนิ โท ผชู้ ำนำญ สสวท. ๕. นำยสพุ จน์ วฒุ ิโสภณ ผชู้ ำนำญ สสวท. ๖. นำงเบญ็ จวรรณ ศรีเจรญิ สำขำวทิ ยำศำสตรม์ ธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๗. นำงพรรณทพิ ำ ธนำกรโยธิน สำขำวทิ ยำศำสตร์มธั ยมศึกษำตอนปลำย สสวท. ๘. นำงดำรกิ ำ วีรวนิ นั ทกลุ สำขำวิทยำศำสตรม์ ัธยมศกึ ษำตอนปลำย สสวท. ๙. นำงฤทยั เพลงวฒั นำ ๑๐. นำงสำววชิ ุรำตรี กลบั แสง ๑๑. นำงสำวรัมภำ ศรบี ำงพลี ๑๒. นำงสำวโศภิตำ จนั ทร์ศรี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook