Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)_ป.1

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)_ป.1

Description: ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)_ป.6-เทอม2

Search

Read the Text Version

ภำพกำรเปล่ียนแปลงจำกกำรกระทำของมนษุ ย์ การสร้างเข่ือน การสร้างโรงแรมตามชายทะเล

ผลท่ีเกิดจากการเปลยี่ นแปลงสภาพธรรมชาติจากอดตี ถึงปจั จบุ ัน มนษุ ยแ์ ละธรรมชำตมิ ีควำมสัมพนั ธก์ นั โดยที่มนุษย์เป็นสว่ นหนง่ึ ของระบบธรรมชำติ และสง่ิ ท่มี นุษย์สรำ้ งสรรค์ขึนเกดิ กำรเปล่ียนแปลงไปดว้ ยเช่นกนั ผลที่เกดิ จำกกำรเปลี่ยนแปลง ดังนี ด้านประชากร ลักษณะกำรตังถ่นิ ฐำน ประชำชนสว่ นใหญ่เลือกตังบำ้ นเรือนใกลเ้ สน้ ทำงคมนำคม เพอื่ ควำมสะดวกในกำรเดินทำง ใกล้เขตอตุ สำหกรรม ตลำด ศนู ย์กำรค้ำ โดยไมค่ ำนึงถึงควำมอดุ มสมบูรณ์ ของทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละสภำพแวดลอ้ มในถ่ินท่อี ยู่อำศัยเหมือนคนในสมยั อดีต กลุ่มชนตำ่ งๆ มแี นวโนม้ กำรอพยพย้ำยถ่ินที่อยู่อำศยั เดมิ เนือ่ งจำกกำรใช้ทรพั ยำกร เพ่มิ ขนึ อยำ่ งรวดเรว็ และขำดกำรดูแลรกั ษำอยำ่ งถูกตอ้ ง เชน่ ดินขำดควำมอุดมสมบูรณ์ ด้านประกอบอาชีพ ส่วนใหญ่ประกอบอำชีพเกษตรกรรมเปน็ หลกั รองลงมำ คืออตุ สำหกรรม กำรใหบ้ รกิ ำรและ กำรทอ่ งเท่ียว อำชีพเกษตรกรรม มกี ำรขยำยตัวเพ่ิมขนึ เน่อื งจำกปจั จบุ นั เป็นกำรทำเกษตรกรรมเพือ่ เศรษฐกจิ ไม่ใชเ่ พือ่ ยังชีพเหมอื นในอดีต กำรทำนำ ทำไร่ สำมำรถทำได้ตลอดทงั ปี โดยมกี ำรสร้ำงอำ่ งเกบ็ นำไวใ้ ช้ในฤดู แลง้ แต่ผลกระทบท่ตี ำมมำคือ ป่ำไม้ บรเิ วณเขอื่ นและอ่ำงเกบ็ นำเหนือเขอ่ื นไม้ถูกตดั ทำลำยไป อำชพี อตุ สำหกรรม ถกู พฒั นำไปสภู่ ำคธรุ กจิ มีกำรพัฒนำต่อเนือ่ งมำจำกกำรขยำยตวั ของภำค เกษตรกรรม ไดแ้ กก่ ำรปลูกพืชเศรษฐกจิ กำรตงั โรงงำนแปรรปู ผลผลิตที่เกยี่ วข้อง เชน่ โรงงำนอุตสำหกรรม อำหำรกระปอ๋ ง แต่ผลกระทบท่ีตำมมำคอื ป่ำไม้ และแหล่งนำถกู ทำย เพรำะต้องขยำยพนื ท่ีทำเกษตรกรรม อำชีพกำรให้บริกำรและกำรทอ่ งเท่ยี ว มกี ำรขยำยตวั ในทกุ จงั หวดั เนื่องจำกประเทศไทยมีภูมิ ประเทศที่สวยงำมและหลำกหลำย เชน่ ธรุ กจิ นำเท่ียว ธรุ กิจโรงแรม ดา้ นเศรษฐกจิ มนุษยม์ ีกำรนำเทคโนโลยแี ละวิธีกำรเข้ำมำใหมๆ่ เขำ้ มำในกำรพฒั นำเศรษฐกิจ ประกอบกบั กำร สนับสนนุ ของภำครัฐบำล โดยเนน้ ระบบทุนนิยม กำรพฒั นำเศรษฐกิจโดยเนน้ ให้เกิดกำรลงทนุ สง่ ผลให้ ประชำชนสว่ นใหญพ่ ่ึงพำเงนิ เป็นหลักในกำรดำรงชีวิต ซงึ่ สง่ กระทบไปถงึ ทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละส่ิงแวดล้อม

วิถีชวี ิตและเศรษฐกจิ ของประเทศ ในปัจจุบันเพอ่ื ให้ประชำชนสำมำรถพ่ึงพำตนเองไดเ้ หมอื นในอดีต จึงนำ แนวคดิ และหลักกำรปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพยี งผสมผสำนกบั ภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ มำประยกุ ต์ใชเ้ พอื่ เกดิ ประโยชนต์ อ่ กำรดำเนินชวี ิต และใช้ชีวิตอย่ำงมคี วำมสขุ ตำมฐำนะของตนเอง ดา้ นสงั คม อดีต วิถชี ีวิตควำมเปน็ อยู่ มีควำมผูกพันกับธรรมชำติ มนษุ ยม์ ีกำรปรบั ตัวเขำ้ หำสภำพแวดล้อม และดแู ลธรรมชำติ ปัจจุบนั วิถีชีวิตในชุมชนเมอื งเกิดควำมเรง่ รีบ และแข่งขนั กนั สูงกำรพฒั นำทำงเศรษฐกจิ ไดเ้ กดิ กำรแลกเปลย่ี นทำงเศรษฐกิจไม่เทำ่ เทียมกันกล่ำวคอื เม่ือประชำชนมีรำยได้แนน่ อนและเพมิ่ ขนึ จำกกำรขำย ผลผลติ แต่ถกู กระตุ้นให้ใช้เงินฟ่มุ เฟอื ยไปกบั กำรอุปโภคบรโิ ภคสินค้ำฟ่มุ เฟือยท่มี ีรำคำสงู กว่ำรำยได้ เช่น เคร่ืองใช้ไฟฟ้ำ เสือผ้ำสง่ ผลให้ประชำชนตกอยภู่ ำยใต้อิทธพิ ลของเงนิ และวัตถุสง่ิ ของฟุ่มเฟอื ย วิถชี ีวิตที่เรียบ ง่ำยจึงเปลี่ยนแปลงไป ดา้ นวฒั นธรรม อดตี วัฒนธรรมเป็นสงิ่ ท่ียึดถอื ปฏิบัตอิ ยำ่ งเครง่ ครัดและต่อเนือ่ ง เป็นสว่ นหนง่ึ ของวถิ ชี วี ิต เปรยี บเสมือนเป็นเอกลักษณ์ของประเทศชำติ เช่น รำไทย ชดุ ไทย อำหำรไทย ฝีมือกำรแกะสลัก ประเพณี สงกรำนต์ กำรอนรุ กั ษแ์ ละปฏบิ ัติอย่ำงตอ่ เนื่อง สง่ ผลให้เอกลักษณป์ ระจำชำติสำมำรถดำรงอยไู่ ดอ้ ยำ่ งย่งั ยนื ปจั จบุ ัน ควำมเจรญิ กำ้ วหน้ำทำงเทคโนโลยีในกำรตดิ ต่อสอ่ื สำรระหวำ่ งประเทศ ส่งผลให้เกดิ กำร แลกเปลย่ี นทำงวฒั นธรรม เกิดกำรผสมผสำนนำวัฒนธรรมตำ่ งประเทศเข้ำมำเป็นสว่ นหนงึ่ ของวิถีชีวติ ควำม เป็นไทย มกี ำรเรยี นรภู้ ำษำตำ่ งประเทศ เชน่ ภำษำอังกฤษ จีน เกำหลี ให้ควำมสำคญั กับเทศกำลวนั วำเลน ไทน์ คริสตม์ ำส ส่งผลกระทบตอ่ วัฒนธรรมจนไมเ่ หลือเอกลักษณข์ องควำมเป็นไทย ดงั นันจึงควรนำมำ ประยุกต์ปรบั เปล่ียนให้เข้ำกับยคุ สมัยอย่ำงเหมำะสม ท่ีมา: หนงั สือเรียนสังคมศกึ ษาฯ.พว.

ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุม่ ๓ – ๔ คน รว่ มกันจดั ปา้ ยนเิ ทศ สรปุ ความรู้ การเปลยี่ นแปลงของสภาพธรรมชาติในประเทศ ผลท่ีเกดิ จากการเปลี่ยนแปลงจากอดตี ถึงปจั จุบัน ดงั นี้  กำรเปลี่ยนแปลงสภำพแวดลอ้ มในประเทศและผลจำกกำรเปลยี่ นแปลงนนั วัสดุอปุ กรณ์ ๑. กระดำษขำว หรือ ฟวิ เจอร์บอรด์ หรือกระดำษบรู๊ฟ แลว้ แต่สภำพของโรงเรยี น ๒. รูปภำพจำกอินเตอร์เน็ต หรือภำพจำกสือ่ สง่ิ พมิ พ์ โดยนกั เรียนจดั หำเองหรอื ครูอำจจะ เตรียมไวห้ รอื นกั เรียนอำจจะวำดภำพด้วยตนเอง ๓. วสั ดทุ ่ีใชใ้ นกำรจดั ป้ำยนิเทศ เชน่ กระดำษ กรรไกร กระดำษตกแตง่ ตำมสภำพ * สา้ หรับข้อมูลนกั เรียนอาจจะใช้ใบความร้ทู ี่ใหใ้ นการจัดกิจกรรมในชน้ั เรียนมาประกอบได้ แบบทดสอบหลังเรยี น

หนว่ ยที่ ๕ โลกสวยดว้ ยมือเรา หน่วยย่อยท่ี ๓ ซมึ ซาบการเปลี่ยนแปลง ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี๖ ******************************** คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนทำเครือ่ งหมำย X ทบั ตัวอักษรหนำ้ ข้อควำมท่ีเปน็ คำตอบท่ีถูกต้องที่สดุ เพยี งข้อเดยี ว ๑. บคุ คลทอี่ ยู่ในสภำพอำกำศหนำว ควรรบั ประทำนอำหำรในข้อใด ก. ไส้อวั่ แกงโฮะ ข. ยำถว่ั พู ผดั ผักรวมมิตร ค. แกงออ่ ม ซุปหน่อไม้ ง. แกงจดื ตม้ ยำกงุ้ ๒. ขอ้ ใดสัมพนั ธก์ นั มำกที่สุด ก. ผู้ท่อี ยบู่ นภเู ขำมักประกอบอำชพี ขบั รถบรกิ ำร ข. ผู้ทอี่ ยู่ปำ่ มกั ประกอบอำชพี บริกำร ค. ผู้ที่อย่บู ริเวณท่ีรำบลมุ่ มกั ประกอบอำชพี คำ้ ขำย ง. ผู้ที่อยู่ตดิ ทะเลมกั ประกอบอำชพี ประมง ๓. ข้อใดกลำ่ วไมถ่ กู ต้อง ก. อำคำรบ้ำนเรอื นจดั เป็นสิง่ แวดลอ้ มทำงสังคม ข. ส่งิ แวดลอ้ มท่มี นุษย์สร้ำงขึนเรียกว่ำ สง่ิ แวดล้อมทำงสังคม ค. ประเพณีต่ำง ๆจัดเป็นสิ่งแวดลอ้ มทำงธรรมชำติ ง. สิ่งแวดลอ้ มท่ีเกิดขึนเองตำมธรรมชำติ เรียกวำ่ ส่ิงแวดลอ้ มทำงธรรมชำติ ๔. ในบริเวณทม่ี ีอำกำศเสียจะมีปริมำณก๊ำซใดสงู กว่ำปกติมำก ก. กำ๊ ซออกซิเจน ข. ก๊ำซคำร์บอนมอนอกไซด์ ค. ก๊ำซไนโตรเจน ง. ก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ ๕. ข้อใดน่ำจะเป็นผลเสียจำกกำรที่พืนทปี่ ่ำไม้ในประเทศไทยถูกทำลำยลง ก. ทำใหค้ นมที อ่ี ย่อู ำศัยมำกขนึ ข. ทำใหม้ ีพืนทส่ี ร้ำงเขื่อนกักเก็บนำ ค. ทำใหพ้ นื ดนิ เกดิ ควำมแหง้ แล้ง

ง. ทำใหม้ ีพนื ที่ทำเกษตรกรรมมำกขึน ๖. บคุ คลใดไมช่ ่วยอนุรักษท์ รพั ยำกรธรรมชำติในชมุ ชน ก. ดำวเรอื งตกั นำคลองรดนำตน้ ไม้ ข. ชบำอำบนำในลำคลอง ค. มะลใิ ชน้ ำคลองซกั เสือผ้ำ ง. จำปีใชไ้ ม้เขี่ยซำกสตั ว์ลงในนำ ๗. ทรพั ยำกรธรรมชำติท่ีเสือ่ มโทรมสง่ ผลกระทบต่อประชำกรในดำ้ นใดมำกที่สดุ ก. ทำใหป้ ระชำกรอพยพย้ำยถน่ิ ฐำน ข.กำรเกิดปัญหำควำมยำกจน ค. กำรขำดสถำนทีพ่ กั ผอ่ นหย่อนใจ ง.ขำดสถำนทท่ี ำมำค้ำขำย ๘. ขอ้ ใดเป็นปจั จัยท่ีสง่ ผลให้ทรพั ยำกรธรรมชำตลิ ดลง ก. ประเพณแี ละวัฒนธรรม ข. จำนวนประชำกรที่เพิม่ ขึน ค. ทรัพยำกรธรรมชำตมิ จี ำกดั ง. กำรประกอบอำชีพท่หี ลำกหลำย ๙. กำรเปลี่ยนแปลงทำงธรรมชำตขิ อ้ ใดที่ทำให้เกิดควำมสะดวกสบำยต่อมนษุ ย์ ก. กำรตัดภูเขำทำเหมืองหิน ข. กำรตัดไมม้ ำสรำ้ งบำ้ นเรือน ค. กำรสร้ำงแหลง่ ท่องเท่ยี วบริเวณริมนำ ง. กำรสรำ้ งถนนผ่ำนชอ่ งเขำทำให้เดินทำงไดร้ วดเรว็ ๑๐. ข้อใดสง่ ผลต่อวฒั นธรรมกำรแต่งกำยของประชำชนในภำคเหนอื ก. ภูมอิ ำกำศ ข. เชือชำติของประชำกร ค. ระบบกำรปกครอง ง. สผี ิวของประชำกร

คาชแี้ จง แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยที่ ๕ โลกสวยดว้ ยมือเรา หน่วยย่อยท่ี ๔ หวงแหนสงิ่ แวดลอ้ ม ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ********************************** ใหน้ ักเรียนทาเคร่ืองหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหน้าข้อความท่เี ปน็ คาตอบ ทถ่ี ูกต้องทสี่ ุดเพยี งขอ้ เดียว ๑. ข้อใดนำ่ จะเปน็ ผลเสียจำกกำรที่พนื ที่ป่ำไม้ในประเทศไทยถกู ทำลำย ก. ทำใหม้ พี ืนท่ีทำเกษตรกรรมมำกขนึ ข. ทำใหม้ พี ืนที่สรำ้ งเข่ือนกักเก็บนำ ค. ทำให้พืนดินเกดิ ควำมแหง้ แล้ง ง. ทำให้คนมที ่อี ยู่อำศยั มำกขึน ๒. ข้อใดเป็นหลักกำรสำคัญของกำรวำงแผนกำรใช้ทรพั ยำกรในชุมชน ก. หน่วยงำนของรฐั เป็นผู้จัดกำรเท่ำนนั ข. คนในชุมชนมีสว่ นรว่ มในกำรตดั สินใจ ค. อำนำจกำรใช้ทรัพยำกรเปน็ ของนำยทนุ ง. หัวหน้ำชมุ ชนเป็นผตู้ ัดสินใจเพียงคนเดยี ว ๓. กำรวำงแผนกำรใช้ทรัพยำกรในแตล่ ะชุมชนจะแตกต่ำงกนั ขึนอยูก่ ับปัจจัยใด ก. จำนวนประชำกรในชมุ ชน ข. ลักษณะนสิ ัยของคนในชมุ ชน ค. สภำพแวดล้อมในชมุ ชน ง. ควำมสำมำรถของผนู้ ำในชุมชน ๔. กำรวำงแผนกำรใช้ทรัพยำกรมปี ระโยชน์อย่ำงไร ก. ทำใหไ้ ม่มีคนใชท้ รัพยำกร ข. ทำให้ทรพั ยำกรมีรำคำแพงขนึ ค. ทำให้มีทรพั ยำกรใช้ไดย้ ำวนำน ง. ทำให้ทรัพยำกรทกุ ชนิดมีเพม่ิ มำกขนึ ๕. ข้อใดเปน็ ขนั ตอนแรกของกำรวำงแผนกำรใช้ทรัพยำกร ก. กำรดำเนินกำร ข. กำรวำงแผน ค. กำรวิเครำะห์ ง. กำรตดิ ตำมผล

๖. ถำ้ ไมม่ ีกำรวำงแผนกำรใช้ทรพั ยำกรในชุมชนจะกอ่ ให้เกดิ ผลอยำ่ งไร ก. ทรัพยำกรมเี พียงพอตอ่ ควำมต้องกำร ข. ทรัพยำกรมีมำกเกินควำมตอ้ งกำร ค. ทรัพยำกรหมดสนิ ไปอย่ำงรวดเรว็ ง. ทรัพยำกรมปี รมิ ำณเท่ำเดมิ ๗. ขอ้ ใดเปน็ แนวทำงในกำรใช้ทรพั ยำกรใหย้ ัง่ ยืน ก. สร้ำงจติ สำนึกดำ้ นทรัพยำกร ข. หำแนวทำงอนุรักษ์ด้วยวิธใี หม่ ค. ใช้วิธีกำรอนรุ กั ษ์เป็นแบบสำกล ง. ดูแลรกั ษำและใชเ้ ท่ำท่ีจำเปน็ ๘ . ข้อใดไม่ใช่ ประโยชน์ของกำรใช้ทรพั ยำกรที่ยง่ั ยืน ก. ทำให้ทรพั ยำกรหมดลงอยำ่ งรวดเร็ว ข. สง่ ผลกระทบต่อส่งิ แวดลอ้ มนอ้ ยลง ค. ทำให้ทรัพยำกรเกิดกำรฟ้นื ฟู ง. ธรรมชำติเกดิ ควำมสมดุล ๙. วธิ ีใดสำมำรถช่วยลดภำวะโลกร้อนได้ ก. กำรกำจัดขยะโดยกำรเผำ ข. ปลอ่ ยนำเสียลงในแมน่ ำ ค. เปิดแอร์เพ่อื ให้อำกำศเยน็ ง. ช่วยกันปลูกต้นไม้ เพม่ิ พนื ท่ีสีเขยี ว ๑๐. ขอ้ ใดเปน็ แนวทำงกำรจัดกำรดำ้ นมนุษยใ์ นกำรใชท้ รพั ยำกรในชมุ ชนอย่ำงย่งั ยนื ก. สร้ำงจิตสำนกึ ด้ำนทรัพยำกร ข. หำแนวทำงอนุรักษ์ด้วยวิธกี ำรใหม่ ๆ ค. ใชห้ ลกั กำรอนรุ ักษ์ทเี่ ปน็ แบบสำกล ง. ดูแลรกั ษำและใชเ้ ฉพำะท่ีจำเป็น

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ประจาหน่วยยอ่ ยท่ี ๔ หวงแหนส่งิ แวดล้อม เรียน เฉลย แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรยี น ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖ ๑. ค ๒. ข ๓. ค ๔. ค ๕. ค ๖. ค ๗. ง ๘. ก ๙. ง ๑๐. ก

ใบงานท่ี ๐๑ บ ๕.๔ / ผ๑ – ๐๑ เร่อื ง นำเสนอตวั อย่ำงท่สี ะท้อนใหเ้ ห็นผลจำกกำรดูแลรักษำสภำพแวดลอ้ ม คาช้แี จง ให้นักเรยี นศกึ ษำใบควำมรู้นำเสนอตัวอยำ่ งท่สี ะท้อนให้เห็นผลจำกกำรดูแลรักษำ สภำพแวดล้อม สมาชกิ กล่มุ ท่ี ๑ ๑. ชอ่ื ...........................................สกุล..............................................ชัน..............เลขที่.............. ๒. ช่ือ...........................................สกุล..............................................ชนั ..............เลขท.ี่ ............. ๓. ชือ่ ...........................................สกุล..............................................ชัน..............เลขท.ี่ ............. ๔. ชอื่ ...........................................สกุล..............................................ชนั ..............เลขท่ี.............. ๕. ชื่อ...........................................สกุล..............................................ชนั ..............เลขที่..............

บ ๕.๔ / ผ๒ – ๐๑ ใบงานที่ ๐๑ เร่อื ง แนวทำงกำรอนุรักษ์และรักษำสภำพแวดลอ้ มในภูมิภำค คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนศึกษำใบควำมรู้นำเสนอแนวทำงกำรอนรุ กั ษ์และรักษำสภำพแวดล้อม ในประเทศ สมาชกิ กลุ่มที่ ๓ ๑. ชอื่ ...........................................สกุล..............................................ชนั ..............เลขท่.ี ............. ๒. ชื่อ...........................................สกุล..............................................ชัน..............เลขที่.............. ๓. ชื่อ...........................................สกุล..............................................ชัน..............เลขท.่ี ............. ๔. ช่ือ...........................................สกุล..............................................ชัน..............เลขท.ี่ ............. ๕. ชื่อ...........................................สกุล..............................................ชัน..............เลขท.่ี .............

บ ๕.๔ / ผ๒ – ๐๒ ใบงานที่ ๐๒ แผนผงั ความคิด สรุปผลการดูแลรักษาและการทาลายส่งิ แวดลอ้ ม คาชแี้ จง ใหน้ กั เรียนสรุปผลกำรดแู ลรักษำและกำรทำลำยสง่ิ แวดลอ้ มเป็นแผนผงั ควำมคดิ แลว้ นำเสนอผลงำนบนปำ้ ยนิเทศ ชอ่ื ...........................................สกุล...................................................ชัน..................เลขท่ี...................

การเปล่ยี นแปลงสภาพแวดลอ้ มตามธรรมชาติ คลน่ื ยักษ์ \"สึนาม\"ิ ทเ่ี กิดจากแผน่ ดินไหวใตท้ ะเล

การเปล่ยี นแปลงท่เี กิดจากการกระทาของมนษุ ย์

ใบความรสู้ าหรับนักเรยี น ผลกระทบท่ีเกิดขึ้นจากการทาลายปา่ กำรทำลำยทรพั ยำกรปำ่ ไมส้ ง่ ผลกระทบต่อทรัพยำกรอนื่ ๆ เนื่องจำกปำ่ ไมม้ คี วำมสมั พนั ธ์กบั ทรัพยำกร นำ ทรพั ยำกรดิน ทรัพยำกรอำกำศ ทรพั ยำกรสตั ว์ปำ่ และรวมถงึ มนษุ ยด์ ้วย ดงั นี ๑. ส่งผลตอ่ ทรัพยากรดนิ ทำใหเ้ กิดกำรชะล้ำงพังทลำยของดิน ปกติพชื พรรณตำ่ งๆ ของตน้ ไม้ ไม้พ่มุ วัชพชื ต่ำงๆ ทกุ สว่ นของต้นไมม้ บี ทบำท ในกำรชว่ ยสกดั กันไม่ใหฝ้ นตกถงึ ดนิ โดยตรง ควำมตำ้ นทำนกำรไหลบ่ำ ของ นำ ช่วยลดควำมเร็วของนำทจี่ ะพัดพำหน้ำดินไป มีสว่ นของรำกชว่ ยยดึ เหน่ียวดินไว้ ทำให้เกดิ ควำมคงทนต่อกำร พงั ทลำยมำกยิ่งขึน แตห่ ำกพืนทว่ี ่ำงเปลำ่ อตั รำกำร พังทลำยของดนิ จะเกดิ รนุ แรง กำรสูญเสียดนิ จะเพิม่ ขนึ สง่ ผลทำใหด้ ินขำดควำมอดุ มสมบรู ณ์ บรเิ วณพนื ดนิ ทไี่ ม่มีวชั พืชหรอื ป่ำไม้ปกคลมุ กำรพดั พำดนิ โดยฝนหรอื ลมจะ เกิดขนึ ได้มำก โดยเฉพำะบริเวณผวิ หน้ำดิน ๒. สง่ ผลตอ่ ทรพั ยากรน้า ๒.๑ ทำให้เกิดนำท่วมในฤดูฝน กำรกระทำใด ๆ ท่ีรบกวนดนิ เช่น กำรตัดไมท้ ำลำยปำ่ ไฟปำ่ กำรชัก ลำกไม้ ทำใหผ้ วิ ดนิ แนน่ จำนวนรูพรนุ ขนำดใหญ่ลดลง กำรซมึ ของนำผ่ำนผวิ ดนิ ลดลง ก่อใหเ้ กดิ นำไหลบ่ำหนำ้ ผวิ ดนิ เพม่ิ มำกขึนจนระบำยนำไมท่ นั ทำให้เกดิ เปน็ อทุ กภยั ในพืนท่ีตอนล่ำงได้ ๒.๒ ทำให้เกดิ ควำมแหง้ แลง้ ในฤดูแลง้ กำรแผว้ ถำงทำลำยปำ่ ตน้ นำเป็นบรเิ วณกวำ้ ง ทำให้พืนทปี่ ำ่ ไม้ ไมต่ ดิ ตอ่ กนั เปน็ ผืนใหญ่ทำให้เกดิ กำรระเหยของนำจำกผิวดนิ สงู แต่กำรซมึ นำผ่ำนผวิ ดนิ ต่ำ ดินดดู ซบั และเกบ็ นำ ภำยในดินนอ้ ยลง ทำใหน้ ำหล่อเลียงลำธำรมีนอ้ ย หรอื ไม่มีเลย ลำธำรจะแห้งขอดเกิดควำมแหง้ แล้งและกำรขำด แคลนนำ ๒.๓ คณุ ภำพนำเสอื่ มลง กำรเปล่ยี นแปลง หรือทำลำยพืนทป่ี ่ำ กำรปนเปือ้ นของดนิ ตะกอนทีน่ ำ พดั พำดว้ ยกำรไหลบ่ำผำ่ นผวิ หน้ำดนิ นอกจำกนี กำรปรำบวัชพืชหรอื อินทรยี ต์ ่ำงๆ ทอี่ ยู่ในแนวทำงเดินของนำ กอ่ ใหเ้ กดิ กำรปนเป้ือนและสรำ้ งควำมสกปรกตอ่ นำได้ และมแี นวโน้มมำกขึน ทำใหไ้ ม่สำมำรถนำนำมำใชใ้ นกำร อุปโภคบริโภคได้ ตะกอนทอ่ี ยู่ในแหลง่ นำหรอื ลงสู่ทะเล จะทำใหน้ ำอยใู่ นสภำพขุ่นข้น ทำใหแ้ สงจำกดวงอำทติ ยซ์ งึ่ มีควำมสำคญั ในกำรสังเครำะหแ์ สงไมส่ ำมำรถสอ่ งไปได้ เปน็ กำรขดั ขวำงกระบวนกำรสงั เครำะหด์ ว้ ยแสงของพืชนำ สง่ ผลกระทบต่อกำรประมงในทำงออ้ ม ๓. ส่งผลในด้านเศรษฐกจิ และสงั คม ๓.๑ ไมม้ รี ำคำแพง จำกกำรสำรวจควำมต้องกำรใชไ้ มใ้ นประเทศพบว่ำสงู และไมเ่ พยี งพอกับควำม ต้องกำร ผู้ที่ตอ้ งกำรใชก้ ็ต้องลกั ลอบตัดไมใ้ นปำ่ เมอ่ื มีควำมต้องกำรมำกขนึ รำคำมักจะแพงจงึ เปน็ เหตใุ ห้เกดิ อำชีพขนึ มำ ใหมค่ อื กำรลักลอบตดั ไม้ขำย ๓.๒ กำรอพยพย้ำยถิ่น เนอื่ งจำกพืนทปี่ ่ำไมถ้ กู ทำลำย พืนดินขำดควำมอดุ มสมบูรณ์ หรอื จำกฝนตกหนักพร้อม ๆ กับกำรเกดิ กำรพังทลำยของ ดนิ ลงมำจำกพืนทีป่ ่ำถูกทำลำย พัดพำบ้ำนเรือน

สง่ิ ของตำ่ งๆ และทำลำยชีวติ มนษุ ยอ์ ย่ำงเตรียมตวั ไม่ทัน กำรอพยพไปอยู่ถ่นิ ใหมจ่ ึงเกิดขนึ เนอ่ื งจำกถิ่นเก่ำ ไม่ปลอดภัยต่อกำรดำรงอยู่ ๔. สง่ ผลต่อสัตวแ์ ละพืชพรรณในธรรมชำติ สตั ว์ป่ำและพชื พรรณธรรมชำติ เมอื่ ป่ำถกู ทำลำยสัตวป์ ่ำไมม่ ีทอี่ ยู่อำศัย ทำลำยแหล่งอำหำร และทำลำยแหลง่ เพำะพันธ์สุ ัตว์ป่ำ นอกจำกนยี งั ทำใหก้ ำรหมนุ เวียนแรธ่ ำตุในระบบนิเวศเกิด กำร เปลยี่ นแปลงไปจำกเดิม ส่งผลใหค้ วำมหลำกหลำยทำงชีวภำพในระบบนิเวศเปลี่ยนไป อำจเป็นผลให้พืชและ สตั ว์บำงชนิดลดจำนวนลงหรืออำจทำให้เกดิ กำรสญู พันธุไ์ ปจำกโลก ๕. สง่ ผลต่อส่ิงแวดลอ้ ม ๕.๑ อำกำศเสยี เน่อื งจำกกำรหำยใจของส่งิ มีชีวิตทกุ ชนดิ จะปล่อยแก๊สคำรบ์ อนไดออกไซด์ ออกมำ หำกมตี น้ ไม้จำนวนมำกหรือพืนท่ีป่ำมำกพอ ต้นไม้เหล่ำนีจะดดู ซับแกส๊ คำรบ์ อนไดออกไซดไ์ ว้ในตอน กลำงวันเพ่อื กำรสงั เครำะห์ดว้ ยแสง หรือแกส๊ ท่ีเกดิ จำกกำรเผำไหม้ ทไ่ี ม่สมบูรณ์ เชน่ แก๊สคำร์บอนมอนอกไซด์จะดูดซับไวโ้ ดยพชื ชันสูงเหล่ำนี อำกำศเสียก็จะไมเ่ กดิ ขึน ๕.๒ นำเสยี กำรท่ีมีนำน้อยลงในฤดแู ล้งของทกุ ลำหว้ ย ลำธำร และแมน่ ำกอ่ ใหเ้ กิดภำวะนำ เสียหรือใกลเ้ สียกระจำยอยทู่ ่ัวไป เพรำะมีควำมเขม้ ข้นของสงิ่ เจอื ปนในนำสูง กำรปลอ่ ยของเสยี หรือนำเสยี ลงสลู่ ำนำสำธำรณะจึงหลีกเล่ียงไมไ่ ดท้ ่ีจะทำให้เกิดปัญหำนำเสีย โดยเฉพำะลำห้วย ลำธำร ท่นี ำไหลชำ้ บรเิ วณที่รำบ ส่ิงมชี ีวติ ในนำตำยและสญู พนั ธ์ุ ๕.๓ โลกร้อน หรือเกดิ ปรำกฏกำรณ์เรือนกระจก ปกติแก๊สต่ำง ๆ ที่สะสมอยูใ่ นชัน บรรยำกำศอยู่เหนือพืนผวิ โลกขนึ ไป ๒๕ กิโลเมตร ได้รวมตัวกันเข้ำเปน็ เกรำะกำบงั พืนผิวโลกของเรำให้มี ควำมอบอุ่นพอเหมำะกบั กำรดำรงชวี ิต ทำหน้ำทคี่ ล้ำยกระจก ในเรอื นกระจกหรอื \"กรีนเฮำส\"์ ท่สี รำ้ งขนึ มำ เพือ่ รกั ษำอุณหภมู ใิ หต้ น้ ไมภ้ ำยในเรือนกระจกมชี วี ิตอยู่ ได้ เนอ่ื งจำกแก๊สพวกนียอมใหค้ วำมร้อนจำกดวง อำทิตยผ์ ่ำนลงมำยงั พืนโลกได้ แตจ่ ะกักเก็บควำมรอ้ นบำงสว่ นเอำไว้ไม่ใหส้ ะท้อนกลบั ออกไปสบู่ รรยำกำศ ทำใหโ้ ลกมีอณุ หภูมพิ อเหมำะ ปจั จุบันเกรำะกำบงั นีมคี วำมหนำแนน่ มำกขึน ทำให้สำมำรถเกบ็ ควำมร้อน จำกกำรดดู ซับรังสีจำกดวงอำทติ ยไ์ ว้มำกขึนโลกจงึ มีอณุ หภมู ิสงู ขนึ ผลของปรำกฏกำรณ์เรอื นกระจก ที่ทำให้อุณหภมู ขิ องโลกสงู ขนึ ดังกลำ่ วมีผลกระทบตอ่ เนื่อง คือ ทำใหน้ ำแขง็ ขัวโลกละลำยระดับนำทะเลสูงขนึ ทำให้เกิดอทุ กภยั เกดิ ควำมแห้งแลง้ พนื ทีท่ ่ีเคยอุดม สมบูรณ์จะเกิดกำรแหง้ แล้งและสลบั กับกำรเกดิ นำท่วม

ใบงานที่ ๐๑ บ.๐๕.๔/ผ ๓- ๐๑ ชือ่ โครงงาน.............................................................. ผู้รบั ผิดชอบโครงงาน ๑. ชอื่ ………………………………………สกุล…………..….................……….ชนั .........เลขท.่ี .......... ๒. ช่อื ………………………………………สกุล…………..….................……….ชนั .........เลขท.่ี .......... ๓. ชอ่ื ………………………………………สกลุ …………..….................……….ชัน.........เลขที่........... ๔. ชอื่ ………………………………………สกุล…………..….................……….ชนั .........เลขท.ี่ .......... ๕. ชอื่ ………………………………………สกุล…………..….................……….ชนั .........เลขท.่ี .......... หลักการและเหตุผล ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................. วตั ถปุ ระสงค์ ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................ วสั ดุ/อปุ กรณ์ ขันตอนกำรทำ/กำรดำเนินกำร ประโยชน์ที่ไดร้ บั .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................

ใบความรูส้ าหรบั นกั เรยี น การจัดทาแผนการใช้ทรัพยากรในชุมชน หลกั การสาคัญ ต้องกำรเสรมิ สรำ้ งใหค้ นในชุมชนมีสว่ นรว่ มในกำรรับร้ถู งึ สถำนกำรณจ์ รงิ ในชุมชน ทัง ดำ้ นปญั หำ สำเหตุของปญั หำ และแนวทำงแก้ไขปัญหำ โดยให้ทุกคนแสดงควำมคดิ เหน็ และรับ ฟังควำมคดิ เห็นอย่ำงเท่ำเทียมกัน โดยมีกำรศกึ ษำข้อมูลอย่ำงรอบคอบ องค์ประกอบของแผนการใช้ทรัพยากรในชุมชน มีควำมแตกต่ำงกันในแต่ละชมุ ชน ขึนอยูก่ บั สภำพแวดล้อมในชมุ ชนนนั ๆ เชน่ ประเภท ของทรพั ยำกร พฤติกรรมกำรใช้ทรพั ยำกรของคนในชุมชน ควำมคดิ เหน็ ของคนในชุมชน เปน็ ตน้ ข้นั ตอนการจัดทาแผนการใช้ทรพั ยากรในชุมชน ๑) ข้นั การวเิ คราะห์ เปน็ กำรเตรียมควำมพร้อมของข้อมลู และพืนที่ เพ่ือทำกำรสำรวจ ศกึ ษำและประเมนิ สถำนกำรณข์ องทรัพยำกรในชุมชนวำ่ เกิดปัญหำอะไร มสี ำเหตุจำกอะไร และมีแนวทำงแกไ้ ขปญั หำอยำ่ งไร ทีจ่ ะส่งผลดที ีส่ ุดต่อทรพั ยำกรและชุมชน ๒) ข้นั การวางแผน เป็นกำรกำหนดแนวทำงกำรจัดกำรกบั ปญั หำ หรือกำรสรำ้ งสรรค์ เพ่อื พัฒนำทรพั ยำกรในชุมชน ให้เกิดประสทิ ธิภำพสูงสดุ ๓) ขัน้ การดาเนนิ งาน เป็นกำรนำวิธกี ำรทไ่ี ดจ้ ำกกำรวำงแผนมำปฏิบัติ คือ ปฏบิ ตั ิ อยำ่ งไร ใครเปน็ ผู้ปฏบิ ตั ิ ใชร้ ะยะเวลำเท่ำใด ใชเ้ ทคโนโลยี หรือทรพั ยำกรอะไรบำ้ ง ๔) ขนั้ ตอนการติดตามผล เปน็ กำรติดตำมดผู ลจำกกำรดำเนนิ กำรในด้ำนต่ำง ๆ วำ่ เกิดผลอย่ำงไร ๕) ขั้นการประเมินผล เปน็ กำรสรุปควำมเปล่ยี นแปลงระหว่ำงผลท่ไี ด้จำกกำร ดำเนนิ กำรกับแผนที่วำงไว้ ว่ำเกิดผลอย่ำงไร เพื่อนำข้อสรปุ ที่ไดม้ ำปรบั แก้หรอื ใช้ดำเนนิ กำร ตอ่ ไป เพ่อื ควำมยั่งยืนของทรัพยำกรในชมุ ชน

ตวั อย่างแผนการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชน กำรจดั ทำแผนอนุรกั ษพ์ นื ที่ปำ่ ชำยเลน บริเวณอำเภอทำ่ ใหม่ อำเภอแหลมสงิ ห์ จงั หวัดจันทบุรี แผนท่ีบรเิ วณอาเภอทา่ ใหม่ อาเภอแหลมสิงห์ จังหวดั จันทบรุ ี

ประโยชน์ของการจัดทาแผนการใชท้ รพั ยากรในชมุ ชน  เกิดควำมร่วมมือกันภายในชมุ ชน ภำยใต้ระบบควำมสมั พันธ์ทเ่ี ขม้ แขง็ มีกำรเรียนรรู้ ว่ มกนั มี กิจกรรมเพมิ่ คุณค่ำใหก้ บั สังคมและเศรษฐกจิ ของคนในชมุ ชนอย่ำงย่ังยนื  เป็นกำรอนุรักษ์และฟ้ืนฟูทรัพยำกรธรรมชำติ ส่งผลใหเ้ กิดกำรพฒั นำชมุ ชนท่ีย่งั ยืน นกั เรยี นมวี ิธีช่วยประหยัด ทรพั ยำกรอยำ่ งไรบ้ำงคะ นำนำที่เหลอื จำกกำรซกั ผ้ำ ไปรดนำตน้ ไม้ค่ะ แยกขยะก่อนทงิ เพ่ือ นำไปผำ่ นกระบวนกำร รีไซเคลิ ครบั

ชื่อแผน แผนอนุรักษ์พืนทีป่ ำ่ ชำยเลนบริเวณอำเภอท่ำใหม่ อำเภอแหลมสงิ ห์ จงั หวดั จนั ทบุรี การวิเคราะห์ พืนทป่ี ่ำชำยเลนลดลง เนือ่ งจำกประชำชนส่วนใหญ่หันมำประกอบ อำชีพทำนำกุ้งเพิ่มขึน เนอื่ งจำกเห็นว่ำใชร้ ะยะเวลำในกำรเลยี งสัน แต่ใหผ้ ลตอบแทน สงู จึงสง่ ผลใหพ้ นื ท่ปี ่ำชำยเลนถกู ทำลำยและถกู บุกรกุ อยำ่ งรวดเรว็ อกี ทงั มกี ำร ดัดแปลงพืนทป่ี ำ่ ชำยเลน สรำ้ งเปน็ รีสอร์ท หรือบ้ำนพกั ตำ่ งอำกำศ เพ่อื รองรบั นักท่องเท่ียว รวมถึงกำรตัดไมเ้ พอื่ เผำถำ่ น การวางแผน กำหนดมำตรกำรเกย่ี วกบั กำรดูแลรกั ษำพืนทป่ี ำ่ ชำยเลน และบทลงโทษท่ี มปี ระสิทธภิ ำพ เพ่ือควบคุมดูแลกำรใชป้ ระโยชนจ์ ำกพืนท่ปี ่ำชำยเลน โดยกำหนด เป็นเขตสำหรับท่ีอยอู่ ำศยั เขตประกอบอำชพี ควบคู่ไปกับกำรปลูกปำ่ ชำยเลน

การดาเนินการ  ให้คนในชมุ ชนร่วมกบั องค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ กำหนดขอ้ กฎหมำย และบทลงโทษ เพ่อื ป้องกันกำรทำลำย และบุกรุกพนื ทป่ี ่ำชำยเลน  รณรงคใ์ หม้ ีกำรปลกู ป่ำชำยเลนอย่ำงต่อเน่อื ง เพ่ือเพ่ิมพนื ที่ป่ำชำยเลน และรกั ษำสมดลุ ของระบบนิเวศ การตดิ ตามผล แต่งตังกรรมกำรภำยในชุมชน เพ่อื คอยตดิ ตำมควำมก้ำวหนำ้ และตรวจสอบควำมเรียบร้อยตำมแผนงำน การประเมนิ ผล กรรมกำรท่ไี ดร้ ับกำรแต่งตังใหต้ ิดตำมผล เสนอรำยงำนตอ่ ทีป่ ระชมุ ของชมุ ชน จำกนันรว่ มกันประเมนิ ผลกำรเปลีย่ นแปลง และสรปุ ผลกำรแก้ปัญหำ

(ตวั อยา่ งโครงงานที่ ๑) โครงงาน เร่อื ง การอนุรกั ษท์ รัพยากรชายฝง่ั ทะเล ( ทะเลเราะ ) โครงงำน เรือ่ ง กำรอนรุ ักษท์ รัพยำกรชำยฝ่งั ทะเล ( ทะเลเรำะ ) ผ้จู ัดทำโครงงำน สมำชกิ ครอบครัวท่ี ๒๖๕๒ อำจำรยท์ ีป่ รึกษำ อ. สัมพันธ์ ดำเพง็ ทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน เน่ืองจำกปัจจุบันนเี กิดสภำวะโลกรอ้ นอย่ำงรนุ แรงและกระทบถึงกำรเป็นอยู่ของมนษุ ย์ ทำใหส้ ภำพอำกำศ เปลี่ยนแปลงไป ฝนไม่ตกตำมฤดูกำล เกิดภยั ธรรมชำติตำ่ งๆ เชน่ ภัยแล้ง นำทว่ ม ซงึ่ วิกฤตกำรณ์ต่ำงๆเหล่ำนีทำให้ชีวติ ควำมเปน็ อยู่ของมนุษย์พบเจอกบั ภัย ตำ่ งๆ เหตกุ อ็ ันเน่ืองมำจำกกำรใชช้ ีวิตของมนุษย์ท่ีมนี ิสยั มักง่ำยและไมใ่ สใจต่อ สงิ่ แวดล้อมซึ่งสิง่ เหล่ำนีได้ชว่ ยในกำรดำรงชวี ติ แทนที่มนุษย์จะช่วยกนั รกั ษำสิง่ แวดล้อมกลบั กลำยมำเป็นกำรทงิ ขว้ำงและ ทำลำย และสง่ ผลกระทบต่อ ทรัพยำกรป่ำไม้ ทรัพยำกรแหล่งนำ และรวมไปถงึ ทรัพยำกรชำยฝง่ั ทะเลเรำจึงเลง็ เหน็ ถึง ผลเสยี ของจำกกำรทำลำย สิ่งแวดล้อมดงั นนั เรำจงึ ไดจ้ ัดทำโครงงำนกำรอนุรกั ทรัพยำกรชำยฝัง่ ทะเลขึน เพรำะเปน็ แหล่ง ทรพั ยำกรทสี่ ำคัญทงั ในด้ำนอำชพี และเปน็ แหลง่ ทอ่ งเท่ียวทำงธรรมชำตทิ ีส่ ำคญั ดงั นนั เรำจงึ ไดร้ ่วมมือกนั เพื่อทจี่ ะรักษำ แหลง่ นเี พ่อื ทจี่ ะได้คงอยู่ และใชป้ ระโยชนส์ บื เน่ืองตอ่ ไป วัตถุประสงค์ ๑. เพือ่ เป็นกำรอนุรักษท์ รัพยำกรชำยฝัง่ ทะเล (ทะเลเรำะ) ๒. เพือ่ เป็นกำรปรับปรุงทัศนยี ภำพของชำยฝง่ั ทะเล ใหส้ ะอำดและน่ำทอ่ งเทีย่ ว ๓. เพ่อื เป็นกำรสร้ำงจิตสำนึกท่ีดีให้แก่นกั ทอ่ งเท่ยี วและผู้ท่ีอำศัยอยแู่ ถบชำยฝั่งทะเล ๔. เพ่อื เป็นกำรสรำ้ งควำมสำมัคคีแก่ผรู้ ่วมทำโครงงำนและคนในชมุ ชน

เป้าหมาย ๑. เป้ำหมำยเชิงปรมิ ำณ จำกร้ำนใตส้ นถึงหนำ้ วดั โสภณตธิ ำรำม ๒. เป้ำหมำยเชงิ คณุ ภำพ ปรมิ ำณขยะท่ีทิงบรเิ วณชำยหำดลดลง ๗๐% สถานที่ บ้ำนเรำะ ม.๓ ต.สระแกว้ อ.ทำ่ ศำลำ จ.นครศรธี รรมรำช ระยะเวลา วนั ที่ ๑ สิงหำคม พทุ ธศักรำช ๒๕๕๓ - วนั ท่ี ๓๑ สงิ หำคม พุทธศกั รำช ๒๕๕๓ ปฏิทินปฏิบตั ิงาน รำยกำรท๑่ี สำรวจพืนที่ ระยะเวลำ สัปดำห์ท่ี๑ รำยกำรที่๒ วำงแผนจัดกำร ระยะเวลำ สปั ดำหท์ ี่๑-สปั ดำหท์ ่ี๒ รำยกำรที่๓ เตรียมอปุ กรณ์ ระยะเวลำ สปั ดำหท์ ่ี ๒ รำยกำรท่ี๔ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ระยะเวลำ สปั ดำห์ท่ี ๒-๓ รำยกำรท่ี๕ สงั เกตกำรณ์ ระยะเวลำ สัปดำหท์ ่ี ๔ ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั ๑. เปน็ กำรปลกู จิตสำนกึ ใหเ้ ยำวชนไดร้ กั ธรรมชำติในทอ้ งถิ่นของตัวเอง ๒. ทำใหบ้ ริเวณชำยทะเลสะอำดขนึ ๓. เกิดควำมสำมัคคี ร่วมกนั ทำงำนภำยในกลุ่ม ๔. ทำใหส้ ภำพบรรยำกำศบรเิ วณชำยหำดน่ำสนใจ เหมำะแกก่ ำรทอ่ งเทีย่ ว พกั ผ่อน ๕. เกิดควำมภำคภูมิใจในตวั เอง ท่ไี ด้เป็นส่วนหน่ึงในกำรอนรุ ักษ์ รักษำ ธรรมชำติ (ทมี่ ำ http://dungtinteetee.blogspot.com)

(ตวั อย่างโครงงานที่ ๒) เรอ่ื ง คนไทยเชื้อสายมอญในโพธาราม ท่ีมาและความสาคญั ของโครงงาน ขณะที่กำลังเรยี นกลุ่มสำระกำรเรียนร้สู ังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม เรื่องวัฒนธรรมประเพณีของท้องถ่ิน ต่ำง ๆ คุณครูได้พูดถึงชนชำติต่ำง ๆ ท่ีมำอำศัยอยู่ในประเทศไทย นักเรียนในโรงเรียนของเรำก็มีคนเชือสำยต่ำง ๆ เช่น จีน มอญ ลำว เรำได้พูดถึงวัฒนธรรมของแต่ละชำติด้วยและโรงเรียนเรำตังอยู่ในบริเวณวัดไทร ซึ่งเป็นท่ีตังของชุมชน มอญมำก่อน จึงเกิดควำมสนใจอยำกจะรเู้ ร่ืองรำวของคนมอญในประเทศไทยบ้ำง จึงไดน้ ำเร่ืองคนไทยเชือสำยมอญในโพ ธำรำมไปปรึกษำกบั ครูผสู้ อน ทำ่ นได้ให้คำแนะนำและช่วยเหลือ จึงได้ไปศึกษำข้อมูลต่ำง ๆ เพิ่มเติมมำโดยหวังว่ำจะเกิด ประโยชนท์ ำให้ได้ควำมรนู้ ำไปเผยแพร่ตอ่ ไป วัตถุประสงคข์ องการศึกษา ๑. สำมำรถบอกประวัติควำมเป็นมำของชนชำติมอญในท้องถ่นิ ๒. บอกขนบธรรมเนยี มประเพณี วฒั นธรรม และควำมเช่อื ต่ำง ๆ ของชำวมอญ ๓. นำควำมร้ไู ปเผยแพร่ใหเ้ กิดประโยชน์ สมมุติฐานของการศกึ ษาค้นควา้ ชนชำตมิ อญเป็นชนชำตเิ ก่ำแก่ทีม่ ีควำมเจริญรงุ่ เรือง มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณที ่ีดีงำม ควรคำ่ แก่ กำรรักษำสืบทอดตอ่ ไปถงึ ชนรนุ่ หลัง ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า ๑. กำรศกึ ษำประวตั ิควำมเป็นมำของชำวมอญในท้องถิน่ ของเรำ ๒. ศกึ ษำขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ควำมเชอ่ื ต่ำง ๆ ของชำวมอญ ๓. ศึกษำค้นควำ้ หำควำมรูจ้ ำกแหล่งเรยี นรูต้ ่ำง ๆ เช่น หนังสอื อินเทอรเ์ น็ต สัมภำษณบ์ ุคคล ๔. กำรศึกษำ ในครังนี เป็นเพียงกำรหำข้อมลู เฉพำะเรื่องท่เี รำสนใจ และต้องกำรเรียนรู้ ดังนนั ขอ้ มลู ต่ำง ๆ อำจไม่ครบถว้ นสมบูรณ์ วสั ดอุ ุปกรณแ์ ละส่ิงที่ตอ้ งใช้ในการดาเนนิ งาน ๑. วัสดตุ ่ำง ๆ ท่ใี ชใ้ นกำรจัดทำเอกสำร เชน่ กระดำษ ปำกกำ ดินสอ ไม้บรรทัด ฯลฯ ๒. บรกิ ำรขอ้ มูล สำรสนเทศทำงอนิ เทอร์เนต็ และหนังสอื จำกหอ้ งสมดุ ของโรงเรียนเทศบำลวัดไทรอำรีรกั ษ์ (มณี วทิ ยำ) ๓. นักเรียนชนั ประถมศึกษำปที ี่ ๖ ที่มบี ้ำนอยู่ในชมุ ชนชำวไทยเชอื สำยมอญ หรือมเี ชือสำยมอญ ทำหน้ำที่ สัมภำษณ์บคุ คลต่ำง ๆ และบันทกึ ข้อมูล การเก็บขอ้ มูลและจัดทาเอกสารแสดงผลงาน

๑. นำข้อมลู ทงั หมดมำเรยี บเรยี ง และจัดทำเอกสำรเปน็ รูปเลม่ โดยให้อำจำรย์ทป่ี รึกษำเป็นผู้ตรวจขอ้ มลู และให้ คำแนะนำในกำรจัดทำเอกสำร และเรยี บเรียง ข้อมูลเป็นรปู เลม่ ๒. ตรวจสอบผลงำนอีกครงั โดยช่วยกันตรวจสอบขอ้ มลู พสิ ูจนอ์ ักษร ตรวจทำนให้ถูกต้องก่อนนำไปเขำ้ รปู เล่ม และเตรียมนำเสนอผลงำนหน้ำชนั เรยี น ๓. รำยงำนผลหน้ำชันเรยี น โดยคณะผจู้ ดั ทำแสดงผลงำนเปดิ โอกำสให้เพ่ือน ๆ นักเรียนซักถำมและแสดงควำม คิดเหน็ ต่อผลงำน เพือ่ แลกเปล่ยี นควำมรู้และประสบกำรณ์ ทม่ี ำ: โครงงำนเร่อื งคนไทยเชอื สำยมอญในโพธำรำม โรงเรยี นเทศบำลวัดไทรอำรรี ักษ์ (มณีวิทยำ) จงั หวัดรำชบรุ ี ชนะกำรประกวดโครงงำน ครังที่ ๔ ปีกำรศึกษำ ๒๕๔๖ รำงวัลที่ ๒

แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยที่ ๕ โลกสวยด้วยมอื เรา หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๔ หวงแหนสง่ิ แวดล้อม ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ******************************** คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนทำเครือ่ งหมำย X ทับตวั อักษรหนำ้ ข้อควำมท่ีเป็นคำตอบท่ถี กู ต้องท่สี ดุ เพยี งข้อเดยี ว ๑. ข้อใดน่ำจะเป็นผลเสียจำกกำรท่ีพนื ทปี่ ่ำไมใ้ นประเทศไทยถูกทำลำย ก. ทำให้มพี ืนท่ีทำเกษตรกรรมมำกขึน ข. ทำให้มพี ืนทสี่ รำ้ งเขอ่ื นกกั เก็บนำ ค. ทำใหพ้ นื ดนิ เกิดควำมแห้งแล้ง ง. ทำให้คนมที ีอ่ ยอู่ ำศยั มำกขึน ๒. ข้อใดเปน็ หลักกำรสำคญั ของกำรวำงแผนกำรใช้ทรพั ยำกรในชุมชน ก. หน่วยงำนของรฐั เป็นผจู้ ัดกำรเท่ำนนั ข. คนในชุมชนมีสว่ นร่วมในกำรตัดสินใจ ค. อำนำจกำรใช้ทรัพยำกรเป็นของนำยทุน ง. หัวหน้ำชมุ ชนเปน็ ผู้ตดั สนิ ใจเพยี งคนเดียว ๓. กำรวำงแผนกำรใช้ทรัพยำกรในแตล่ ะชมุ ชนจะแตกตำ่ งกนั ขนึ อยูก่ บั ปัจจัยใด ก. จำนวนประชำกรในชมุ ชน ข. ลกั ษณะนสิ ยั ของคนในชุมชน ค. สภำพแวดลอ้ มในชุมชน ง. ควำมสำมำรถของผนู้ ำในชมุ ชน ๔. กำรวำงแผนกำรใช้ทรัพยำกรมีประโยชนอ์ ย่ำงไร ก. ทำใหไ้ มม่ คี นใช้ทรัพยำกร ข. ทำให้ทรพั ยำกรมีรำคำแพงขึน ค. ทำให้มีทรัพยำกรใช้ได้ยำวนำน ง. ทำให้ทรพั ยำกรทุกชนิดมเี พิ่มมำกขึน

๕. ข้อใดเป็นขนั ตอนแรกของกำรวำงแผนกำรใช้ทรัพยำกร ก. กำรดำเนนิ กำร ข. กำรวำงแผน ค. กำรวิเครำะห์ ง. กำรติดตำมผล ๖. ถำ้ ไม่มีกำรวำงแผนกำรใช้ทรพั ยำกรในชุมชนจะก่อให้เกดิ ผลอยำ่ งไร ก. ทรพั ยำกรมีเพียงพอตอ่ ควำมตอ้ งกำร ข. ทรัพยำกรมมี ำกเกนิ ควำมต้องกำร ค. ทรพั ยำกรหมดสินไปอย่ำงรวดเรว็ ง. ทรัพยำกรมีปรมิ ำณเท่ำเดมิ ๗. ขอ้ ใดเป็นแนวทำงในกำรใช้ทรัพยำกรใหย้ ั่งยืน ก. สร้ำงจิตสำนึกดำ้ นทรัพยำกร ข. หำแนวทำงอนรุ กั ษ์ด้วยวิธใี หม่ ค. ใช้วิธกี ำรอนรุ ักษ์เป็นแบบสำกล ง. ดแู ลรกั ษำและใช้เท่ำที่จำเป็น ๘ . ข้อใดไม่ใช่ ประโยชนข์ องกำรใช้ทรพั ยำกรที่ยัง่ ยืน ก. ทำให้ทรพั ยำกรหมดลงอยำ่ งรวดเร็ว ข. สง่ ผลกระทบต่อส่ิงแวดลอ้ มน้อยลง ค. ทำให้ทรัพยำกรเกดิ กำรฟืน้ ฟู ง. ธรรมชำติเกดิ ควำมสมดุล ๙. วิธีใดสำมำรถชว่ ยลดภำวะโลกรอ้ นได้ ก. กำรกำจดั ขยะโดยกำรเผำ ข. ปล่อยนำเสียลงในแม่นำ ค. เปิดแอรเ์ พือ่ ใหอ้ ำกำศเย็น ง. ช่วยกนั ปลกู ต้นไม้ เพม่ิ พืนท่ีสเี ขียว ๑๐. ขอ้ ใดเปน็ แนวทำงกำรจดั กำรด้ำนมนุษยใ์ นกำรใช้ทรพั ยำกรในชุมชนอยำ่ งยั่งยนื ก. สร้ำงจิตสำนึกดำ้ นทรัพยำกร ข. หำแนวทำงอนุรักษด์ ้วยวธิ กี ำรใหม่ ๆ ค. ใช้หลักกำรอนุรักษ์ทเี่ ปน็ แบบสำกล ง. ดแู ลรักษำและใช้เฉพำะทจ่ี ำเป็น

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น-หลงั เรียน ประจาหนว่ ยยอ่ ยที่ ๔ หวงแหนสิง่ แวดล้อม เรียน เฉลย แบบทดสอบก่อนเรยี น – หลงั เรยี น ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ ๑. ค ๒. ข ๓. ค ๔. ค ๕. ค ๖. ค ๗. ง ๘. ก ๙. ง ๑๐. ก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook