Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษามัธยมศึกษา 4 - 6 2565

หลักสูตรสถานศึกษามัธยมศึกษา 4 - 6 2565

Published by netnapit89, 2022-08-02 07:30:33

Description: หลักสูตรสถานศึกษามัธยมศึกษา 4 - 6 2565

Search

Read the Text Version

๑๔๔ ๘. วเิ คราะหก์ ารเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชนั และระบุตวั รีดิวซแ์ ละตวั ออกซไิ ดส์ รวมทั้งเขยี นครง่ึ ปฏิกริ ยิ าออกซเิ ดชนั และคร่ึงปฏกิ ริ ยิ ารีดักชันของปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์ได้ ๙. ทดลอง และเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรดี ิวซ์หรือตวั ออกซิไดส์ และเขยี นแสดง ปฏกิ ริ ิยารีดอกซไ์ ด้ ๑๐. ดุลสมการรีดอกซ์ดว้ ยการใชเ้ ลขออกซิเดชันและวธิ ีคร่ึงปฏกิ ริ ิยาได้ ๑๑. ระบอุ งค์ประกอบของเซลล์เคมไี ฟฟา้ และเขยี นสมการเคมีของปฏิกิรยิ าท่แี อโนดและแคโทด ปฏกิ ริ ยิ ารวมและแผนภาพเซลลไ์ ด้ ๑๒. คำนวณคา่ ศกั ย์ไฟฟา้ มาตรฐานของเซลล์ และระบปุ ระเภทของเซลล์เคมไี ฟฟา้ ขว้ั ไฟฟ้าและ ปฏิกิรยิ าเคมที ี่เกดิ ขึน้ ได้ ๑๓. อธบิ ายหลักการทำงาน และเขยี นสมการแสดงปฏิกริ ิยาของเซลล์ปฐมภมู ิและเซลลท์ ตุ ิยภมู ไิ ด้ ๑๔. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมดี ว้ ยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าท่ีใชใ้ น การชุบโลหะ การแยกสารเคมดี ้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บรสิ ทุ ธิ์ และการป้องกัน การกัดกร่อนของโลหะได้ ๑๕. สบื ค้นขอ้ มลู และนำเสนอตวั อยา่ งความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยีทเ่ี กีย่ วข้องกบั เซลลเ์ คมไี ฟฟา้ ในชวี ติ ประจำวันได้ รวมท้ังหมด ๑๕ ผลการเรียนรู้

๑๔๕ คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม ว๓๓๒๒๒ ทกั ษะทางเคมี กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ศึกษาการนำความรู้ทางเคมีไปใช้ประโยชน์หรือแก้ปัญหา ศึกษาการแก้ปัญหาสถานการณ์หรือ ประเด็นที่สนใจโดยการบูรณาการความรู้ทางเคมีร่วมกับวิทยาศาสตร์แขนงอ่ืน รวมท้ังคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ศึกษาการนำเสนองานหรือการแสดง ผลงานโดยใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศประกอบการนำเสนอ รวมท้ังศึกษาการเขา้ รว่ มสัมมนา ประชมุ วิชาการ หรือ นทิ รรศการแสดงผลงาน ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธบิ าย อภิปราย และสรุปเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิด และการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิต วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มท่เี หมาะสม การวัดและประเมินผล สังเกตการณ์ทำงานกลุ่ม การนำเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมแบบกลุ่ม แบบประเมินรายงานการทดลอง แบบประเมินชิ้นงาน แบบทดสอบก่อนเรยี น และหลงั เรยี นการอ่าน คดิ วิเคราะห์ เขยี น สมรรถนะสำคัญ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ สรุปองคค์ วามรู้ ผลการเรียนรู้ ๑. กำหนดปัญหา และนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมจี ากสถานการณท์ ีเ่ กดิ ขึ้นใน ชีวติ ประจำวัน การประกอบอาชีพหรืออุตสาหกรรม ๒. แสดงหลกั ฐานถงึ การบรู ณาการความรทู้ างเคมรี ว่ มกบั สาขาวิชาอืน่ รวมทั้งทักษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตรห์ รอื กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม โดยเน้นการคดิ วิเคราะห์ การแก้ปญั หาและ ความคิดสร้างสรรค์ เพ่ือแกป้ ัญหาในสถานการณห์ รือประเดน็ ทส่ี นใจ ๓. นำเสนอผลงานหรือชนิ้ งานทไี่ ด้จากการแกป้ ญั หาในสถานการณ์หรือประเด็นทสี่ นใจโดยใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศ ๔. แสดงหลกั ฐานการเข้ารว่ มการสมั มนา การเขา้ ร่วมประชุมวิชาการ หรือการแสดงผลงานสง่ิ ประดษิ ฐ์ ในงานนทิ รรศการ รวมทงั้ หมด ๔ ผลการเรยี นรู้

๑๔๖ คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม ว๓๑๒๔๑ ชีววิทยา ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศึกษาลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิต การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ การนำความรู้ เกี่ยวกับชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โครงสร้างและหน้าท่ีของสารเคมีท่ีเป็นองค์ประกอบภายใน เซลล์ของส่ิงมีชีวิต ปฏิกิริยาภายในเซลล์ของสง่ิ มีชวี ิต เซลล์และทฤษฎีเซลล์ โครงสรา้ งและหนา้ ท่ีสว่ นประกอบ ของเซลล์ การส่ือสารระหว่างเซลล์ การลำเลียงสารผ่านเซลล์ โดยผ่านเย่ือหุ้มเซลล์และไม่ผ่านเย่ือหุ้มเซลล์ การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส และไมโอซสิ การเปล่ียนแปลงของนิวเคลยี สขณะทเ่ี ซลลก์ ำลังแบ่งตวั ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสบื ค้นขอ้ มูล อธิบายและ ทดลองรวมถงึ การสำรวจ ตรวจสอบ การใชเ้ หตผุ ล การสื่อสาร การนำเสนอ และการเชือ่ มโยงความรู้ การวดั และประเมินผลเพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจสิง่ ทเี่ รยี นรู้มีความสมารถในการตัดสินใจ ตระหนักถึงคุณค่า ความมีระเบียบ มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีวิจารณญาณ มีความเช่ือมั่นในตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไประยุกต์ใช้ใน ชวี ติ ประจำวนั ได้อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม ผลการเรยี นรู้ ๑. อธิบาย และสรุปสมบตั ทิ ส่ี ำคัญของสิ่งมชี ีวิตและความสมั พันธข์ องการจดั ระบบในสิง่ มชี ีวิตท่ีทำ ให้ส่ิงมีชีวิตดำรงชวี ิตอยู่ได้ ๒. อภิปราย และบอกความสำคญั ของการระบปุ ญั หา ความสัมพันธร์ ะหวา่ งปญั หา สมมติฐาน และ วธิ ีการตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมทัง้ ออกแบบการทดลองเพ่อื ตรวจสอบสมมตฐิ านได้ ๓. สืบค้นขอ้ มลู อธิบายเกยี่ วกบั สมบตั ขิ องนำ้ และบอกความสำคัญของน้ำทมี่ ตี ่อสิ่งมชี ีวติ และ ยกตวั อย่างธาตุชนิดตา่ ง ๆ ท่ีมคี วามสำคญั ตอ่ ร่างกายสิ่งมีชวี ิตได้ ๔. สบื ค้นข้อมลู อธิบายโครงสร้างของคารโ์ บไฮเดรตระบุกลมุ่ ของคารโ์ บไฮเดรต รวมทง้ั ความสำคัญของคาร์โบไฮเดรตทม่ี ีต่อส่งิ มีชีวิตได้ ๕. สบื คน้ ขอ้ มลู อธบิ ายโครงสร้างของโปรตนี และความสำคัญของโปรตนี ท่มี ีตอ่ ส่งิ มีชวี ติ ได้ ๖. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ ายโครงสรา้ งของลิพดิ และความสำคัญของลพิ ดิ ที่มตี ่อสงิ่ มชี วี ิตได้ ๗. อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลอิ ิก และระบุชนิดของกรดนิวคลอิ กิ และความสำคญั ของกรด นวิ คลอิ ิกทมี่ ตี ่อสงิ่ มชี ีวติ ได้ ๘. สืบค้นข้อมูล และอธิบายปฏิกริ ิยาเคมที เี่ กดิ ขึน้ ในสง่ิ มชี วี ติ ได้ ๙. อธิบายการทำงานของเอนไซม์ในการเร่งปฏิกริ ิยาเคมีในส่งิ มชี ีวิต และระบปุ ัจจยั ทม่ี ีผลต่อ การทำงานของเอนไซมไ์ ด้ ๑๐. บอกวิธกี าร และเตรียมตัวอย่างสงิ่ มชี วี ติ เพ่ือศึกษาภายใต้กลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงวัดขนาด โดยประมาณ และวาดภาพที่ปรากฏภายใต้กลอ้ ง บอกวธิ กี ารใช้ และการดแู ลรกั ษากลอ้ ง จลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงท่ถี กู ต้องได้ ๑๑. อธบิ ายโครงสร้างและหนา้ ทีข่ องส่วนทห่ี ่อห้มุ เซลลข์ องเซลล์พชื และเซลล์สตั ว์ได้ ๑๒. สืบคน้ ขอ้ มลู อธิบาย และระบุชนิดและหน้าที่ของออรแ์ กเนลล์ได้ ๑๓. อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องนวิ เคลยี สได้ ๑๔. อธิบาย และเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซิสการแพร่แบบฟาซิลเิ ทต และแอกทีฟทรานสปอรต์

๑๔๗ ๑๕. สบื คน้ ข้อมลู อธิบาย และเขยี นแผนภาพการลำเลยี งสารโมเลกุลใหญอ่ อกจากเซลล์ด้วย กระบวนการเอกโซไซโทซิส และการลำเลยี งสารโมเลกุลใหญ่เขา้ ส่เู ซลลด์ ้วยกระบวนการเอน โดไซโทซิส ๑๖. สงั เกตการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซสิ จากตวั อยา่ งภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ พรอ้ มทงั้ อธบิ าย และเปรยี บเทยี บการแบง่ นิวเคลยี สแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิส ๑๗. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปขัน้ ตอนการหายใจระดบั เซลลใ์ นภาวะทมี่ อี อกซเิ จนเพยี งพอ และภาวะที่มอี อกซิเจนไม่เพยี งพอ รวมทง้ั หมด ๑๗ ผลการเรียนรู้

๑๔๘ คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม ว๓๑๒๔๒ ชวี วิทยา ๒ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศกึ ษาเกีย่ วกบั การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม ขน้ั ตอนการทดลองพันธุศาสตร์ของเมนเดล กฎแห่ง การแยก และกฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีเป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล โรคท่ีเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม การศึกษาเก่ียวกับยีนและโครโมโซม การค้นพบสารพันธุกรรม โครงสร้างของโครโซม ดีเอ็นเอ การจำลองของ DNA การถอดรหัสพันธุกรรมจาก DNA สู่ RNA การสร้าง โปรตนี จากรหัสพันธุกรรม โรคท่ีเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาประยุกต์ใชใ้ น ด้านต่าง ๆ ด้านนิติวิทยาศาสตร์ การเกษตร ทางการแพทย์ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของเทคโนโลยีทางดี เอ็นเอ ศึกษาวิวัฒนาการและหลักฐานท่ีบ่งบอกถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของ สิง่ มีชีวติ พันธุศาสตร์ประชากร ปัจจัยทท่ี ำใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงความถ่ีของแอลลลี การกำเนิดของสปชี สี ์ใหม่ และวิวัฒนาการของมนุษย์ ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสืบคน้ ข้อมูล อธบิ ายและ ทดลองรวมถงึ การสำรวจ ตรวจสอบ การใช้เหตุผล การส่ือสาร การนำเสนอ และการเชือ่ มโยงความรู้ การวัดและประเมินผล เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสมารถใน การตัดสินใจตระหนักถึงคุณค่า ความมีระเบียบ มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีวิจารณญาณ มีความเชื่อม่ันใน ตนเอง มคี วามคดิ ริเรม่ิ สร้างสรรค์มีเจตคติทดี่ ตี อ่ วชิ าวิทยาศาสตร์ และเห็นคณุ คา่ ของการนำความร้ไู ประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวันได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. สบื ค้นขอ้ มลู อธิบาย และสรุปผลการทดลองของเมนเดลได้ ๒. อธบิ าย และสรปุ กฎแห่งการแยก และกฎแหง่ การรวมกลุ่มอย่างอิสระ และนำกฎของเมนเดลนี้ ไปอธิบายการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม และใชใ้ นการคำนวณโอกาสในการเกิดฟโี นไทป์ และจีโนไทปแ์ บบต่าง ๆ ของรุ่น F1 และ F2 ได้ ๓. สืบคน้ ขอ้ มลู อธิบาย และสรปุ เกี่ยวกบั การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม ท่ีเปน็ ส่วนขยายของ พันธุศาสตร์เมนเดล ๔. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ และเปรียบเทียบลักษณะทางพนั ธกุ รรมท่ีมีการแปรผันไม่ตอ่ เนื่องและ ลักษณะทางพนั ธุกรรม \"ที่มีการแปรผนั ตอ่ เน่อื ง\" ๕. อธบิ ายการถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม และยกตัวอยา่ งลกั ษณะทางพันธกุ รรมที่ถูกควบคมุ ดว้ ย ยนี บนออโตโซม และยนี บนโครโมโซมเพศ ๖. สบื คน้ ขอ้ มลู อธิบายสมบัติ และหนา้ ท่ีของสารพันธกุ รรม โครงสรา้ งและองค์ประกอบทางเคมี ของ DNA และสรปุ การจำลอง DNA ๗. อธบิ าย และระบุข้ันตอนในกระบวนการสงั เคราะห์โปรตนี และหน้าที่ของ DNA และRNA แตล่ ะ ชนิดในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน ๘. สรุปความสมั พันธร์ ะหว่างสารพันธุกรรม แอลลลี โปรตีน ลกั ษณะทางพันธุกรรม และเช่อื มโยง กับความรเู้ รอื่ งพันธศุ าสตร์เมนเดล ๙. สบื ค้นข้อมูล และอธบิ ายการเกิดมวิ เทชนั ระดบั ยนี และระดับโครโมโซม สาเหตกุ ารเกิด มิวเทชนั รวมท้ังยกตัวอยา่ งโรค และกลุม่ อาการทเ่ี ปน็ ผลของการเกดิ มวิ เทชัน

๑๔๙ ๑๐. อธบิ ายหลักการสร้างสงิ่ มชี ีวิตดดั แปรพนั ธุกรรมโดยใช้ดีเอ็นเอรคี อมบแิ นนท์ ๑๑. สืบคน้ ขอ้ มูล ยกตัวอยา่ ง และอภิปรายการนำเทคโนโลยีทางดเี อน็ เอไปประยุกตใ์ ชท้ ั้งในด้าน ส่งิ แวดล้อม นติ ิวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตร และอุตสาหกรรม และขอ้ ควรคำนึงถึง ดา้ นชีวจริยธรรม ๑๒. สบื ค้นข้อมลู และอธบิ ายเกยี่ วกับหลกั ฐานท่ีสนับสนนุ และขอ้ มลู ทใี่ ช้อธิบายการเกดิ วิวฒั นาการ ของสิ่งมีชีวติ ๑๓. อธบิ าย และเปรยี บเทียบแนวคดิ เก่ยี วกบั วิวฒั นาการของส่ิงมีชีวติ ของฌอง ลามารก์ และทฤษฎี เกย่ี วกับววิ ฒั นาการของสง่ิ มีชีวติ ของ ชาลส์ ดารว์ ิน ๑๔. ระบุสาระสำคัญ และอธบิ ายเงื่อนไขของภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวนเ์ บริ ์ก ปัจจยั ทท่ี ำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงความถ่ีของแอลลลี ในประชากร พรอ้ มทง้ั คำนวณหาความถี่ของแอลลลี และจีโน ไทปข์ องประชากรโดยใชห้ ลกั ของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก ๑๕. สบื คน้ ข้อมลู อภิปราย และอธิบายกระบวนการเกดิ สปชี สี ใ์ หม่ของสิง่ มีชีวติ รวมทั้งหมด ๑๕ ผลการเรยี นรู้

๑๕๐ คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม ว๓๒๒๔๑ ชีววิทยา ๓ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของพืช โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะพืชดอก เนื้อเย่ือพืช อวัยวะและ หน้าท่ีของอวัยวะของพืช การแลกเปล่ียนแก๊สและการคายน้ำของพืช การลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร และ การลำเลียงอาหารของพืช ศึกษาการสังเคราะห์ด้วยแสง การค้นคว้าท่ีเก่ียวข้องกับการสังเคราะห์ด้วยแสง กลไกเพิ่มความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซค์ในพืช C4 และ CAM ปัจจัยบางประการที่มีผลต่ออัตรา การสังเคราะห์ด้วยแสง ศึกษาการสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต วัฏจักรของพืชดอก การสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศของพืชดอก การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย โครงสร้างของผล และเมล็ด การงอกของเมล็ด ปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด ปัจจัยที่มีผลต่อ การเจริญเติบโตของพืช ศึกษา เกี่ยวกับการควบคุมการเจริญเติบโตและการตอบสนองของพืช สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช การตอบสนองของพชื ต่อสิ่งแวดล้อมภายนอก และการตอบสนองของพชื จากการเจริญเตบิ โต ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ในการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสืบคน้ ข้อมูล อธิบายและ ทดลองรวมถึงการสำรวจ ตรวจสอบ การใช้เหตุผล การสอ่ื สาร การนำเสนอ และการเชื่อมโยงความรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจส่ิงที่เรียนรู้ มีความสมารถใน การตัดสินใจตระหนักถึงคุณค่า และความมีระเบียบ มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีวิจารณญาณ มีความ เชื่อม่ันในตนเอง มีความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์ มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ ไประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง และเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายเก่ียวกบั ชนิดและลกั ษณะขอเน้ือเย่ือพชื และเขียนแผนผงั เพื่อสรปุ ชนิดของเน้ือเยื่อพืช ๒. สงั เกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างภายในของรากพืชใบเล้ยี งเด่ยี ว และรากพชื ใบเลี้ยงคู่ จากการตดั ตามขวาง ๓. สังเกต อธิบาย และเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งภายในของลำต้นพชื ใบเลยี้ งเด่ยี วและลำตน้ พืชใบ เลีย้ งคจู่ ากการตดั ตามขวาง ๔. สงั เกต และอธิบายโครงสร้างภายในของใบพชื จากการตัดตามขวาง ๕. สืบค้นขอ้ มูล สังเกต และอธบิ ายกาแลกเปล่ียนแก๊สและการคายน้ำของพชื ๖. สืบค้นข้อมลู และอธิบายกลไกการลำเลียงนำ้ และธาตุอาหารของพชื ๗. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ ายความสำคัญของธาตุอาหารและยกตวั อยา่ งธาตุอาหารที่สำคัญท่ีมผี ลต่อ การเจรญิ เติบโตของพชื ๘. อธิบายกลไกการลำเลยี งอาหารในพชื ๙. สบื ค้นขอ้ มูล และสรุปการศึกษาท่ไี ดจ้ ากการทดลองของนักวิทยาศาสตรใ์ นอดีตเกี่ยวกบั กระบวน การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ๑๐. อธบิ ายข้ันตอนทเ่ี กดิ ขึน้ ในกระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื C3 ๑๑. เปรียบเทียบกลไกการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช C3 พืช C4 และ พชื CAM ๑๒. สบื คน้ ขอ้ มลู อภปิ ราย และสรุปปัจจยั ความเขม้ ของแสง ความเขม้ ข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ และอุณหภูมิ ทม่ี ผี ลตอ่ การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื ๑๓.อธิบายวัฏจกั รชวี ิตแบบสลบั ของพชื ดอก

๑๕๑ ๑๔. อธบิ าย และเปรียบเทียบ กระบวนการสรา้ งเซลล์ สบื พนั ธ์ุเพศผู้และเพศเมียของพืชดอก และ อธบิ ายการปฏิสนธขิ องพืชดอก ๑๕. อธิบายการเกิดเมลด็ และการเกดิ ผลของพืชดอกโครงสร้างของเมล็ดและผล และยกตัวอย่าง การใช้ประโยชนจ์ ากโครงสร้างต่าง ๆ ของเมล็ดและผล ๑๖. ทดลอง และอธบิ ายเกี่ยวกบั ปจั จัยต่าง ๆ ทีม่ ีผลต่อการงอกของเมลด็ สภาพพักตัวของเมล็ด และบอกแนวทางในการแกส้ ภาพพักตัวของเมลด็ ๑๗. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบายบทบาทและหนา้ ท่ขี องออกซนิ ไซโทไคนนิ จิบเบอเรลลิน เอทิลีนและ กรดแอบไซซกิ และอภปิ รายเกย่ี วกบั การนำไปใช้ประโยชนท์ างการเกษตร ๑๘. สืบคน้ ข้อมูล ทดลอง และอภิปรายเกย่ี วกับสิง่ เร้าภายนอกท่ีมผี ลต่อการเจรญิ เติบโตของพืช รวมทั้งหมด ๑๘ ผลการเรยี นรู้

๑๕๒ คำอธิบายรายวิชาเพิม่ เติม ว๓๒๒๔๒ ชีววิทยา ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศึกษาเก่ียวกับระบบย่อยอาหาร การย่อยอาหารของส่ิงมีชีวิต ทั้งจุลินทรีย์ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และ สัตว์ การย่อยอาหารของมนุษย์ อวัยวะท่ีเก่ียวข้องกับการย่อยอาหารของมนุษย์ ความผิดปกติของทางเดิน อาหารในมนุษย์ ศึกษาเก่ียวกับระบบหายใจ การแลกเปลี่ยนแก๊สของส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียวและสัตว์ การแลกเปล่ียนแก๊สของมนุษย์ โครงสร้างท่ีใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส การแลกเปลี่ยนแก๊ส กลไกการหายใจ การควบคุมการหายใจ การวดั อตั รา การหายใจ ความผดิ ปกติทีเ่ กีย่ วข้องกบั ปอด และโรคระบบทางเดินหายใจ ศึกษาเก่ียวกับระบบหมุนเวียนเลือด การลำเลียงของสารในร่างกายสัตว์และมนุษย์ ระบบน้ำเหลือง ระบบ ภูมิคุ้มกัน กลไกการสร้างภูมิคุ้มกัน ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ศึกษาเก่ียวกับระบบขับถ่าย การขับถ่าย ของส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียวและของสัตว์ การขับถ่ายของมนุษย์ ไตและอวัยวะในระบบขับถ่ายปัสสาวะ ไตกับ การรกั ษาดลุ ภาพของร่างกาย และโรคท่เี กี่ยวข้องกับไต ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสบื คน้ ข้อมูล อธบิ ายและ ทดลองรวมถึงการสำรวจ ตรวจสอบ การใชเ้ หตุผล การสอ่ื สาร การนำเสนอ และการเช่ือมโยงความรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจส่ิงที่เรียนรู้ มีความสมารถใน การตัดสินใจตระหนักถึงคุณค่า ความมีระเบียบ มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีวิจารณญาณ มีความเชื่อม่ันใน ตนเอง มีความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไประยุกต์ ใชใ้ นชวี ิตประจำวันไดอ้ ย่างถูกต้อง และเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายเก่ียวกับชนิดและลกั ษณะขอเนื้อเยื่อพชื และเขียนแผนผงั เพือ่ สรปุ ชนดิ ของเนอ้ื เย่อื พืช ๒. สงั เกต อธิบาย และเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งภายในของรากพืชใบเล้ียงเดยี่ ว และรากพืชใบเลีย้ ง คู่จากการตัดตามขวาง ๓. สังเกต อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสร้างภายในของลำต้นพชื ใบเล้ยี งเด่ียวและลำต้นพชื ใบ เลย้ี งคู่จากการตดั ตามขวาง ๔. สงั เกต และอธิบายโครงสรา้ งภายในของใบพชื จากการตัดตามขวาง ๕. สบื คน้ ข้อมลู สงั เกต และอธบิ ายกาแลกเปล่ยี นแกส๊ และการคายน้ำของพชื ๖. สืบค้นขอ้ มูล และอธิบายกลไกการลำเลยี งนำ้ และธาตอุ าหารของพืช ๗. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ ายความสำคัญของธาตุอาหารและยกตัวอยา่ งธาตุอาหารที่สำคญั ท่ีมีผลต่อ การเจริญเตบิ โตของพืช ๘. อธิบายกลไกการลำเลียงอาหารในพืช ๙. สบื ค้นข้อมลู และสรุปการศึกษาทไ่ี ด้จากการทดลองของนักวิทยาศาสตรใ์ นอดีตเกี่ยวกบั กระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง ๑๐. อธิบายขน้ั ตอนทเี่ กดิ ข้นึ ในกระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพืช C3 ๑๑. เปรยี บเทียบกลไกการตรึงคาร์บอนไดออกไซดใ์ นพชื C3 พชื C4 และ พืช CAM ๑๒. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และสรุปปจั จัยความเขม้ ของแสง ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ และอุณหภูมิ ท่ีมผี ลต่อการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ๑๓. อธิบายวัฏจกั รชีวิตแบบสลับของพืชดอก

๑๕๓ ๑๔. อธิบาย และเปรยี บเทียบ กระบวนการสรา้ งเซลล์ สบื พันธเ์ุ พศผ้แู ละเพศเมียของพชื ดอก และ อธบิ ายการปฏสิ นธิของพืชดอก ๑๕. อธบิ ายการเกิดเมลด็ และการเกดิ ผลของพืชดอกโครงสร้างของเมล็ดและผล และยกตัวอย่าง การใช้ประโยชนจ์ ากโครงสร้างต่าง ๆ ของเมล็ดและผล ๑๖. ทดลอง และอธิบายเก่ยี วกบั ปจั จยั ตา่ ง ๆ ทีม่ ีผลต่อการงอกของเมล็ด สภาพพกั ตัวของเมลด็ และบอกแนวทางในการแกส้ ภาพพักตวั ของเมลด็ ๑๗. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ ายบทบาทและหน้าท่ีของออกซนิ ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลนิ เอทลิ นี และ กรดแอบไซซกิ และอภิปรายเก่ยี วกบั การนำไปใชป้ ระโยชนท์ างการเกษตร ๑๘. สืบค้นข้อมูล ทดลอง และอภิปรายเกีย่ วกบั สง่ิ เร้าภายนอกท่ีมีผลต่อการเจรญิ เติบโตของพืช รวมทง้ั หมด ๑๘ ผลการเรยี นรู้

๑๕๔ คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม ว๓๓๒๔๑ ชวี วิทยา ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ศกึ ษาเกี่ยวกบั การโครงสร้างและหน้าท่ีระบบประสาทของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว สัตว์ไม่มีกระดูกสนั หลัง และสัตว์ มีกระดูกสันหลัง โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ประสาท การทำงานของระบบประสาทในส่ิงมีชีวิต การเปล่ียนแปลงของศักย์ไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาท และกลไกการถ่ายทอดกระแสประสาท โครงสร้างของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก โครงสร้างและหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ใน สมองสว่ นหนา้ สมองส่วนกลางสมองส่วนหลัง และไขสนั หลัง การทำงานของระบบประสาทโซมาตกิ และระบบ ประสาทอัตโนวัติ ตา หู จมูก ล้ิน และผิวหนังของมนุษย์ ศึกษาโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะที่เก่ียวข้องกับ การเคลื่อนท่ีของส่งิ มีชวี ติ เซลลเ์ ดียว สตั วไ์ ม่มีกระดูกสนั หลัง และสตั ว์มกี ระดูก โครงสร้างและหน้าที่ของกระดูก และกล้ามเนื้อที่เก่ียวข้องกับการเคล่ือนไหวและการเคล่ือนที่ของมนุษย์ ศึกษาการสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต โครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบสืบพันธเ์ุ พศชายและระบบสืบพันธุเ์ พศหญิง ปฏิสนธิ การเจริญเติบโต ระยะเอ็มบริโอและระยะหลังเอ็มบริโอของ ศึกษาหน้าที่ของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเนื้อเย่ือท่ีสร้างฮอร์โมน ศึกษาพฤติกรรมทเี่ ป็นมาแตก่ ำเนดิ และพฤติกรรมทเ่ี กดิ จากการเรียนรู้ของสัตว์ ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา การสบื คน้ ข้อมูล อธิบายและ ทดลองรวมถึงการสำรวจ ตรวจสอบ การใช้เหตุผล การสื่อสาร การนำเสนอ และการเช่ือมโยงความรู้ เพื่อให้ เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจส่ิงที่เรียนรู้ มีความสมารถในการตัดสินใจตระหนักถึงคุณค่า ความมีระเบียบ มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีวิจารณญาณ มีความเช่ือมั่นในตนเอง มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์มีเจตคติที่ดีต่อ วชิ าวิทยาศาสตร์ และเหน็ คณุ คา่ ของการนำความร้ไู ประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั ได้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม การวัดและประเมินผลโดยการประเมินก่อนเรียนและประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยประเมิน การปฏิบัติงานจากกิจกรรม การนำเสนอผลงาน พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรม การทำงานกลมุ่ ความมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มั่นในการทำงาน ผลการเรียนรู้ ๑. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสร้างและหนา้ ทีข่ องระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรยี ไส้เดือนดนิ กุ้ง หอย แมลง และสตั ว์มกี ระดกู สนั หลังได้ ๒. อธิบายเกยี่ วกบั โครงสร้างและหนา้ ท่ขี องเซลล์ประสาทได้ ๓. อธบิ ายเกย่ี วกบั การเปล่ยี นแปลงของศักย์ไฟฟา้ ทเี่ ยื่อหมุ้ เซลล์ของเซลล์ประสาท และกลไก การถา่ ยทอดกระแสประสาทได้ ๔. อธบิ าย และสรุปเก่ยี วกบั โครงสร้างของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอกได้ ๕. สบื ค้นขอ้ มลู อธิบายโครงสรา้ งและหน้าท่ีของสว่ นต่าง ๆ ในสมองส่วนหนา้ สมองส่วนกลาง สมองส่วนหลัง และไขสนั หลงั ได้ ๖. สืบค้นข้อมลู อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างการทำงานของระบบประสาทโซมาติก และ ระบบประสาทอัตโนวัติ ๗. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบายโครงสร้างและหนา้ ท่ีของตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนังของมนุษย์ ยกตวั อยา่ งโรคต่าง ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง และบอกแนวทางในการดแู ลปอ้ งกนั และรกั ษา ๘. สงั เกต และอธิบายการหาตำแหน่งของจดุ บอดโฟเวีย และความไวในการรบั สมั ผสั ของผิวหนัง

๑๕๕ ๙. สบื ค้นข้อมลู อธบิ าย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งและหน้าที่ของอวัยวะทเ่ี ก่ยี วข้องกับ การเคลือ่ นทข่ี องแมงกะพรุน หมกึ ดาวทะเล ไสเ้ ดือนดนิ แมลง ปลา และนก ๑๐. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของกระดกู และกลา้ มเน้ือท่เี กี่ยวข้องกบั การเคล่อื นไหว และการเคลอ่ื นทขี่ องมนษุ ยไ์ ด้ ๑๑. สังเกต และอธิบายการทำงานของขอ้ ตอ่ ชนดิ ต่าง ๆ และการทำงานของกลา้ มเนื้อโครงร่างท่ี เกีย่ วข้องกับการเคลอื่ นไหว และการเคลื่อนทข่ี องมนุษยไ์ ด้ ๑๒. สืบค้นข้อมลู อธิบาย และยกตัวอยา่ งการสบื พนั ธ์แุ บบไม่อาศัยเพศ การสบื พนั ธุ์แบบอาศัยเพศ ในสตั ว์ได้ ๑๓. สบื ค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งและหน้าที่ของอวยั วะในระบบสบื พันธเุ์ พศชาย ระบบสืบพันธุ์ เพศหญงิ ได้ ๑๔. อธบิ ายกระบวนการสร้างสเปิรม์ กระบวนการสร้างเซลลไ์ ข่ และการปฏสิ นธใิ นมนุษย์ ๑๕. อธบิ ายการเจริญเตบิ โตระยะเอม็ บริโอและระยะหลงั เอ็มบรโิ อของกบ ไก่ และมนุษยไ์ ด้ ๑๖. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบาย และเขยี นแผนผังสรุปหนา้ ที่ของฮอรโ์ มนจากตอ่ มไร้ทอ่ เนือ้ เยอ่ื ที่สรา้ ง ฮอรโ์ มนได้ ๑๗. สืบค้นข้อมลู อธบิ าย เปรยี บเทยี บ และยกตัวอยา่ งพฤติกรรมทเ่ี ปน็ มาแตก่ ำเนดิ และพฤตกิ รรม ทีเ่ กดิ จากการเรียนรู้ของสตั ว์ ๑๘. สืบคน้ ข้อมูล อธบิ าย และยกตัวอยา่ งความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งพฤตกิ รรมกบั ววิ ฒั นาการของระบบ ประสาท ๑๙. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และยกตวั อยา่ งการส่ือสารระหว่างสัตวท์ ีท่ ำให้สัตว์แสดงพฤตกิ รรม รวมทง้ั หมด ๑๙ ผลการเรยี นรู้

๑๕๖ คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม ว๓๓๒๔๓ ชีววิทยา กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกบั การโครงสร้างและหน้าที่ระบบประสาทของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว สตั ว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์ มีกระดูกสันหลัง โครงสร้างและหน้าท่ีของเซลล์ประสาท การทำงานของระบบประสาทในสิ่งมีชีวิต การเปล่ียนแปลงของศักย์ไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาท และกลไกการถ่ายทอดกระแสประสาท โครงสร้างของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก โครงสร้างและหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ใน สมองสว่ นหน้า สมองส่วนกลางสมองส่วนหลัง และไขสนั หลัง การทำงานของระบบประสาทโซมาตกิ และระบบ ประสาทอัตโนวัติ ตา หู จมูก ล้ิน และผิวหนังของมนุษย์ ศึกษาโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับ การเคล่ือนทข่ี องสง่ิ มีชวี ติ เซลลเ์ ดียว สัตวไ์ ม่มกี ระดูกสนั หลงั และสัตว์มีกระดูก โครงสรา้ งและหน้าทีข่ องกระดูก และกล้ามเน้ือที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวและการเคล่ือนท่ีของมนุษย์ ศึกษาการสืบพันธ์ุของส่ิงมีชีวิต โครงสรา้ งและหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายและระบบสืบพันธุเ์ พศหญิง ปฏิสนธิ การเจริญเติบโต ระยะเอ็มบริโอและระยะหลังเอ็มบริโอของ ศึกษาหน้าที่ของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเน้ือเยื่อที่สร้างฮอร์โมน ศึกษาพฤติกรรมท่ีเป็นมาแต่กำเนดิ และพฤติกรรมทเี่ กิดจากการเรียนรู้ของสัตว์ ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสืบคน้ ขอ้ มูล อธิบายและ ทดลองรวมถึงการสำรวจ ตรวจสอบ การใช้เหตุผล การสื่อสาร การนำเสนอ และการเช่ือมโยงความรู้ เพ่ือให้ เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสมารถในการตัดสินใจตระหนักถึงคุณค่า ความมีระเบียบ มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีวิจารณญาณ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีเจตคติที่ดีต่อ วิชาวิทยาศาสตร์ และเห็นคณุ ค่าของการนำความรูไ้ ประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม การวัดและประเมินผลโดยการประเมินก่อนเรียนและประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยประเมิน การปฏิบัติงานจากกิจกรรม การนำเสนอผลงาน พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรม การทำงานกลมุ่ ความมีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน ผลการเรียนรู้ ๑. สบื ค้นข้อมลู อธบิ าย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรยี ไส้เดือนดิน กุ้ง หอย แมลง และสัตว์มกี ระดูกสนั หลงั ได้ ๒. อธิบายเกย่ี วกบั โครงสรา้ งและหนา้ ที่ของเซลล์ประสาทได้ ๓. อธิบายเกี่ยวกบั การเปลย่ี นแปลงของศักย์ไฟฟ้าทีเ่ ย่ือหุ้มเซลล์ของเซลลป์ ระสาท และกลไก การถา่ ยทอดกระแสประสาทได้ ๔. อธิบาย และสรปุ เกย่ี วกับโครงสรา้ งของระบบประสาทสว่ นกลางและระบบประสาทรอบนอกได้ ๕. สบื ค้นข้อมลู อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องสว่ นต่าง ๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมองส่วนหลัง และไขสันหลงั ได้ ๖. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ าย เปรียบเทยี บ และยกตัวอย่างการทำงานของระบบประสาทโซมาติก และ ระบบประสาทอัตโนวัติ ๗. สืบคน้ ข้อมูล อธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ขี องตา หู จมูก ล้นิ และผิวหนงั ของมนุษย์ ยกตัวอยา่ งโรคตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง และบอกแนวทางในการดูแลป้องกนั และรกั ษา ๘. สงั เกต และอธิบายการหาตำแหน่งของจดุ บอดโฟเวีย และความไวในการรบั สมั ผัสของผิวหนงั

๑๕๗ ๙. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องอวยั วะทเ่ี กยี่ วข้องกับ การเคล่ือนทีข่ องแมงกะพรุน หมกึ ดาวทะเล ไสเ้ ดือนดนิ แมลง ปลา และนก ๑๐. สบื ค้นข้อมูล และอธบิ ายโครงสร้างและหน้าที่ของกระดกู และกลา้ มเนื้อท่เี กี่ยวข้องกับ การเคล่อื นไหว และการเคลอ่ื นทขี่ องมนษุ ยไ์ ด้ ๑๑. สังเกต และอธิบายการทำงานของขอ้ ตอ่ ชนดิ ต่าง ๆ และการทำงานของกล้ามเนื้อโครงรา่ งท่ี เกย่ี วขอ้ งกบั การเคลื่อนไหว และการเคลื่อนทข่ี องมนุษยไ์ ด้ ๑๒. สืบค้นขอ้ มลู อธิบาย และยกตัวอย่างการสบื พนั ธ์แุ บบไมอ่ าศัยเพศ การสบื พันธ์แุ บบอาศัยเพศ ในสัตวไ์ ด้ ๑๓. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของอวยั วะในระบบสบื พนั ธ์ุเพศชาย ระบบสบื พันธุ์ เพศหญงิ ได้ ๑๔. อธบิ ายกระบวนการสร้างสเปิรม์ กระบวนการสร้างเซลล์ไข่ และการปฏสิ นธิในมนุษย์ ๑๕. อธบิ ายการเจรญิ เติบโตระยะเอม็ บริโอและระยะหลังเอ็มบริโอของกบ ไก่ และมนุษยไ์ ด้ ๑๖. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบาย และเขยี นแผนผังสรุปหนา้ ที่ของฮอรโ์ มนจากตอ่ มไร้ท่อ เนอ้ื เยอื่ ทส่ี รา้ ง ฮอร์โมนได้ ๑๗. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ าย เปรยี บเทยี บ และยกตัวอยา่ งพฤติกรรมทเ่ี ป็นมาแตก่ ำเนิดและพฤตกิ รรม ที่เกิดจากการเรียนรู้ของสัตว์ ๑๘. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ าย และยกตัวอย่างความสมั พนั ธ์ระหวา่ งพฤติกรรมกับวิวฒั นาการของระบบ ประสาท ๑๙. สบื คน้ ขอ้ มลู อธบิ าย และยกตวั อยา่ งการส่ือสารระหว่างสตั ว์ทีท่ ำให้สตั วแ์ สดงพฤติกรรม รวมทง้ั หมด ๑๙ ผลการเรยี นรู้

๑๕๘ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ส๓๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษาเรื่องโครงสร้างทางสังคม การขัดเกลาทางสังคม การเปลี่ยนแปลงทางสังคม การแก้ปัญหา และ แนวทางการพัฒนาสังคม วิเคราะห์วัฒนธรรมไทย เพื่อศึกษาแนวทางการอนุรักษ์วัฒนธรรมและวิเคราะห์ ความแตกต่าง ระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมสากล ปฏิบัติและมีส่วนร่วมในการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ของประเทศชาติและสังคมโลก ใช้กระบวนการเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมสู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ โดยการใช้ภาพ ข่าว หรือ สถานการณ์ต่าง ๆ ให้ผู้เรียนฝึกการสังเกต ตอบคำถามหาแนวทางปฏบิ ตั ิที่ถกู ต้องเหมาะสม ส่งเสรมิ การทำงาน กลุ่ม เพ่ือพัฒนาทักษะทางสังคมนำไปสู่การยอมรับและเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อ่ืน เพื่อให้ผู้เรียนเกิด ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของการศึกษาหน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม และปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหน้าท่ีของพลเมอื งดเี พ่ือให้ดำเนนิ ชวี ิตอย่างสันตสิ ุขในสงั คมไทยและสงั คมโลก การวัดและประเมินผลโดยใช้การทำแบบฝึกหัด ใบกิจกรรม แบบทดสอบและสังเกตพฤติกรรมใน การทำกจิ กรรมของนักเรยี น รหสั ตัวช้ีวดั ส ๒.๑ ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๕ รวมทั้งหมด ๓ ตัวช้ีวดั

๑๕๙ คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน ส๓๑๑๐๓ สังคมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและแนวทางการพัฒนา บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ปัญหาการเมืองท่ีสำคัญในประเทศไทย การเมือง การปกครอง การประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศ การแลกเปล่ียนเพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมด้าน วัฒนธรรม การศึกษา เศรษฐกิจ สังคม ความสำคัญและความจำเป็นท่ีต้องธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองตาม ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ กฎหมายแพ่งเก่ียวกับตนเองและครอบครัว กฎหมายแพ่งเกี่ยวกับนิติกรรมสัญญา กฎหมายอาญ าในเร่ือง ความผิดเกยี่ วกบั ทรพั ย์ ความผิดเก่ยี วกบั ชีวติ และรา่ งกาย กฎหมายอ่ืนท่ีสำคญั ขอ้ ตกลงระหว่างประเทศ ใช้กระบวนการเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมสู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ โดยการใช้ภาพ ข่าว หรือ สถานการณ์ต่าง ๆ ให้ผู้เรียนฝึกการสังเกต ตอบคำถามหาแนวทางปฏิบัติท่ีถูกต้อง เหมาะสม ส่งเสริม การทำงานกลมุ่ เพื่อพฒั นาทกั ษะทางสังคมนำไปสู่การยอมรบั และเห็นคุณคา่ ของตนเองและผอู้ ื่น การวัดและประเมินผลเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของการศึกษาหน้าท่ี พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม และปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าท่ีของพลเมืองดีเพื่อให้ดำเนิน ชวี ิตอย่างสนั ตสิ ุขในสงั คมไทยและสังคมโลก รหสั ตวั ชวี้ ัด ส ๒.๑ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๔ ส ๒.๒ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ ส ๒.๒ ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ รวมทง้ั หมด ๖ ตัวชวี้ ัด

๑๖๐ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน ส๓๒๑๐๑ สังคมศึกษา กล่มุ สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี น ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษา และอภิปรายการกำหนดราคาและค่าจ้างในระบบเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ และบทบาทของรัฐใน การแทรกแซงราคา และการควบคุมราคา เพ่ือการแจกจ่ายและจัดสรรในทางเศรษฐกิจ ตระหนักถึง ความสำคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่มีต่อเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ และประยุกต์ใช้เศรษฐกิจ พอเพียงในการดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัว และเห็นความสำคัญในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงมาใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับปัจจุบัน วิเคราะห์ ปัญหาเศรษฐกิจในชุมชนและ เสนอแนวทางแกไ้ ข ใช้กระบวนการคิด กระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการสร้าง ความตระหนัก เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์ ปัญหาที่เกิดข้ึน แนวทางแก้ไข รู้จักใช้ ทรพั ยากรธรรมชาติให้เกดิ ประโยชน์สูงสดุ เป็นแนวทางในการแก้ไขปญั หาต่าง ๆ ให้มปี ระสิทธิภาพ การวัดและประเมินผล โดยการทดสอบผ่านกิจกรรมพฒั นาการคดิ ใบงาน การประเมินช้ินงาน การคิด วิเคราะห์ แบบทอดสอบกอ่ นเรยี น หลงั เรยี น เพอ่ื ให้เกิดการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์ รหสั ตัวชวี้ ดั ส ๓.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔ รวมทงั้ หมด ๔ ตวั ช้วี ดั

๑๖๑ คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน ส๓๒๑๐๓ สังคมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี น ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ศึกษา และอธิบายบทบาทของรัฐบาลเก่ียวกับนโยบายการเงิน การคลัง ในการพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศราคาและการควบคุมราคา เพื่อการแจกจ่ายและจัดสรรในทางเศรษฐกิจ ตระหนักถึงความสำคัญของ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่มีต่อเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ และประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงใน การดำเนินชีวติ ของตนเองและครอบครวั และเหน็ ความสำคญั ในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมฉบับปัจจุบัน วิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจในชุมชน และเสนอแนว ทางแก้ไข ใช้กระบวนการคิด กระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการสร้าง ความตระหนัก เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์ ปัญหาท่ีเกิดขึ้น แนวทางแก้ไข รู้จักใช้ ทรพั ยากรธรรมชาติใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ เปน็ แนวทางในการแก้ไขปญั หาต่าง ๆ ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ การวัดและประเมินผล โดยการทดสอบผ่านกิจกรรมพฒั นาการคิด ใบงาน การประเมินชิ้นงาน การคิด วเิ คราะห์ แบบทอดสอบก่อนเรียน หลงั เรยี น เพอ่ื ใหเ้ กดิ การนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รหสั ตัวช้ีวดั ส ๓.๒ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ รวมท้งั หมด ๓ ตวั ชี้วัด

๑๖๒ คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ส๓๓๑๐๑ สงั คมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ศึกษาวิเคราะห์เกีย่ วกบั ปฏิสัมพนั ธ์เชงิ ภูมิศาสตร์ ความรทู้ ่ัวไปเก่ียวกบั โลกและประเทศไทย โดยการใช้ เครอื่ งมอื ทางภูมศิ าสตรใ์ นการรวบรวม วเิ คราะห์และนำเสนอข้อมูลภมู ิสารสนเทศอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ใช้กระบวนการคิด กระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการสร้าง ความตระหนัก เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์ ปัญหาท่ีเกิดขึ้น แนวทางแก้ไข รู้จักใช้ ทรพั ยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดเปน็ แนวทางในการแกไ้ ขปญั หาต่าง ๆ ให้มีประสทิ ธิภาพ การวัดและประเมินผล โดยการทดสอบผ่านกจิ กรรมพัฒนาการคิด ใบงาน การประเมินชิ้นงาน การคิด วเิ คราะห์ แบบทอดสอบก่อนเรยี น หลังเรียน เพอ่ื ให้เกิดการนำไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์ รหัสตัวชี้วัด ส ๓.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔ รวมทั้งหมด ๔ ตัวชีว้ ัด

๑๖๓ คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ส๓๓๑๐๒ สังคมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างส่ิงแวดล้อมทางกายภาพกับกิจกรรมของมนุษย์ในการสร้างสรรค์วิถี การดำเนินชีวิตของท้องถ่ินทั้งในประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ความสำคัญของสิ่งแวดล้อมท่ีมีลต่อ การดำเนินชีวิตของท้องถ่ินท้ังในประเทศ และภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ความสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อ การดำเนินชีวิตของมนุษย์ สถานการณ์ สาเหตุ และผลกระทบของการเปล่ียนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ระบุมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหา กฎหมายและนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม บทบาทขององค์การที่เก่ียวข้องการประสาน ความร่วมมือท้ังในประเทศและระหว่างประเทศ วิเคราะห์แนวทางและมีส่วนร่วมในการจั ดการ ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มเพื่อการพัฒนาทย่ี ่ังยืน ใช้ทักษะทางภมู ิศาสตรด์ ้านการสังเกต การแปลความข้อมลู ทางภูมิศาสตร์ การใช้เทคนิคและเครื่องมือ ทางภูมิศาสตร์การคิดเชิงพ้ืนที่ การคิดแบบองค์รวม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้สถิติพื้นฐาน ใช้แผนท่ี และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์สืบค้น วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ กระบวนการ สืบเสาะหาความรู้ รวมถงึ ทักษะด้านการสื่อสารและการรูเ้ ท่าทันสื่อ การวัดและประเมินผล โดยการทดสอบผ่านกจิ กรรมพัฒนาการคิด ใบงาน การประเมินชิ้นงาน การคิด วเิ คราะห์ แบบทอดสอบกอ่ นเรียน หลังเรียน เพื่อให้เกดิ การนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์ รหัสตัวชี้วัด ส ๕.๒ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ รวมท้งั หมด ๔ ตวั ชี้วัด

๑๖๔ คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ส๓๑๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ภาคเรียน ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์ ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ท่ีแสดงถึงการเปล่ียนแปลงของ มนุษยชาติ ข้ันตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ คุณค่าและประโยชน์ของวิธีการทางประวัติศาสตร์ท่ีมีต่อ การศึกษาทางประวัติศาสตร์ ประเด็นสำคัญทางประวัติศาสตร์ต้ังแต่ความเป็นมาของชาติไทยสมัยก่อน อาณาจักรสุโขทัยจนถึงเปล่ียนแปลงการปกครอง ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อชาติไทย ปัจจัยท่ี ส่งเสริมการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยซ่ึงมีผลต่อสังคมไทยในยุคปัจจุบัน บทบาทของ พระมหากษัตริย์ในการพัฒนาช่าติไทยด้านต่าง ๆ อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกที่มีต่อ สังคมไทย ใช้กระบวนการวิธีการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการสืบค้น ข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ และกระบวนการแก้ปัญหา เพื่อให้ผเู้ รยี นเกิดความรูค้ วามเข้าใจ ตระหนกั ในความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ชาตไิ ทย เกิดความรัก ความภาคภูมิใจและธำรงความเป็นไทย มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ รักความเป็นไทย มงุ่ ม่นั ในการทำงาน การวัดและประเมินผลโดยวัดความสามารถด้านความรู้ ทักษะกระบวนการจากการปฎิบัติกิจกรรม การทดสอบ การซักถาม แบบฝึกหัด ใบงาน แบบประเมินผลงาน แบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ และ การแก้ปัญหา แบบสงั เกตพฤตกิ รรม แบบทดสอบ รหสั ตัวชว้ี ดั ส ๔.๑ ม.๔/๑, ม.๔/๒ ส ๔.๓ ม.๔/๑, ม.๔/๒ รวมท้ังหมด ๔ ตัวช้วี ัด

๑๖๕ คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน ส๓๑๑๐๔ ประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๔/ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ศกึ ษาการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 บทบาทของสตรีไทย อทิ ธิพลของวฒั นธรรมตะวันตกและ ตะวันออกท่ีมีตอ่ สงั คมไทย ผลงานของบุคคลสำคัญทง้ั ชาวไทยและต่างประเทศที่มสี ่วนสร้างสรรค์วฒั นธรรมไทย และ ประวัติศาสตร์ไทยปจั จัยและบคุ คลที่สง่ เสรมิ ความสรา้ งสรรคภ์ ูมปิ ญั ญาไทย และวัฒนธรรมไทย ซ่งึ มีผลต่อสังคมไทยใน ปัจจบุ ัน สภาพแวดล้อมท่ีมีผลต่อการสรา้ งสรรค์ภมู ิปัญญาและวัฒนธรรมไทย วิถีชีวิตของคนไทยในสมัยต่าง ๆ การสืบ ทอดและเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมไทย การมสี ่วนรว่ มและแนวทางการอนรุ กั ษภ์ ูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย ใช้กระบวนการวิธีการทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม นำเสนอผลของการศึกษาหรอื โครงงานทางประวัติศาสตร์ การวัดและประเมินผลเพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจตระหนักในความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ ชาติไทย เกิดความรักความภาคภูมใิ จและธำรงความเปน็ ไทย มีคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สตั ยส์ ุจริต มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ รักความเปน็ ไทย ม่งุ ม่นั ในการทำงาน รหัสตัวช้ีวดั ส ๔.๓ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ , ม.๔-๖/๕ รวมทั้งหมด ๔ ตัวช้ีวัด

๑๖๖ คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน ส๓๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรียน ๑ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ศึกษาเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทย ตัวอย่างเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของสังคมมนุษย์ท่ีมีปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ความสำคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ อิทธิพลของอารยธรรมโบราณ ได้แก่ อารยธรรมลุ่มน้ำไทกรีส–ยูเฟรทิส ไนล์ หวางเหอ สินธุ และอารยธรรมกรีก โรมัน อารยธรรมยุโรปสมัยกลาง ระบอบศักดินาสวามภิ ักดิ์ สงครามครเู สด การติดต่อระหว่างโลกตะวันออกกบั โลกตะวันตกท่ีมีผลตอ่ พฒั นาการ และการเปลีย่ นแปลงของโลก ใช้กระบวนการวิธีการทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ นำเสนอตัวอย่างทีละข้ันตอนอย่างชัดเจน กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญ สถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม นำเสนอผลของการศึกษาหรือโครงงานทาง ประวตั ศิ าสตร์ การวัดและประเมินผลเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักในความสำคัญของการศึกษา ประวัติศาสตร์สากล มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ในด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย มคี วามรับผดิ ชอบ รหัสตัวชว้ี ดั ส ๔.๑ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ ส ๔.๒ ม.๔-๖/๑ รวมท้ังหมด ๓ ตัวชว้ี ดั

๑๖๗ คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน ส๓๒๑๐๔ ประวัติศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรียน ๒ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ศึกษ า การติ ด ต่ อระ ห ว่ างโล กต ะ วั น ออก กับ โล ก ต ะ วั น ต กแล ะ อิ ท ธิพ ล ท างวั ฒ น ธรรม ท่ี มี ต่ อกัน แล ะ กั น เหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ท่ีส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และ การเมืองเข้าสู่โลกสมัยปัจจุบัน เช่น การฟ้ืนฟูศิลปวิทยาการ การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจทางทะเล การปฏิรูปศาสนา การปฏิวัติอุตสาหกรรม แนวคิดเสรนี ิยม แนวคิดจักรวรรดินิยม แนวคิดชาตินยิ ม การขยาย การล่าอาณานคิ ม ผลกระทบของการขยายอิทธพิ ล ของประเทศในยุโรปไปยังทวีปอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย ความร่วมมือและความขัดแย้งของมนุษยชาติในโลกใน คริสตศ์ ตวรรษที่ ๒๐ สถานการณ์ของโลกในครสิ ต์ศตวรรษท่ี ๒๑ เช่น เหตกุ ารณ์การระเบดิ ตึก World Trade Center (เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์) ๑๑ กันยายน ๒๐๐๑ การขาดแคลนทรัพยากรการก่อการร้าย และการต่อต้านการก่อการร้าย ความขัดแยง้ ทางศาสนา ใช้กระบวนการวิธีการทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบ กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม นำเสนอผลของการศึกษาหรอื โครงงานทางประวตั ศิ าสตร์ การวัดและประเมินผลเพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักในความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ สากล มคี ุณลักษณะ ท่พี งึ ประสงค์ในด้านใฝ่เรียนรู้ มุง่ มน่ั ในการทำงาน ซือ่ สตั ยส์ จุ ริต มีวนิ ัย มีความรับผิดชอบ รหัสตัวชวี้ ดั ส๔.๒ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ รวมทัง้ หมด ๔ ตวั ชวี้ ัด

๑๖๘ คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน ส๓๐๑๐๑ ประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ภาคเรียน ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษาเร่ืองเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ เพื่อเช่ือมโยงเหตุการณ์และวิเคราะห์หลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ได้อยา่ งถูกตอ้ ง วเิ คราะหอ์ งค์ความรูท้ างประวัตศิ าสตร์ โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ วิเคราะห์ ประเด็นสำคัญเก่ียวกับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เพ่ือค้นคว้าหาข้อเท็จจริง ศึกษาเก่ียวกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของชาติไทย ศึกษาประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญใน ประวัติศาสตร์ท่ีมีผลงานต่อการสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทย วิเคราะห์ภูมิปัญญาและปัจจัยท่ีก่อให้เกิดการ สร้างสรรคภ์ ูมิปัญญาไทย รวมท้งั สง่ เสริมการอนุรกั ษ์ภูมปิ ัญญาไทยใหด้ ำรงอยู่ตอ่ ไป เชือ่ มโยงประสบการณ์เดิมสูก่ ารสรา้ งประสบการณ์ใหม่ โดยการใชภ้ าพ ขา่ ว หรอื สถานการณต์ ่าง ๆ ให้ผู้เรียนฝึกการสังเกต ตอบคำถาม หาแนวทางปฏิบัติท่ีถูกต้อง เหมาะสม ส่งเสริมการทำงานกลุ่ม เพื่อพัฒนา ทกั ษะทางสังคม นำไปสกู่ ารยอมรับและเห็นคุณคา่ ของตนเองและผู้อื่น ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่า ของการศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์ไทย เพ่ือให้เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย และสืบทอดส่ิงดีงามเก่ียวกับ วัฒนธรรมไทยให้คงอยสู่ บื ตอ่ ไป การวัดและประเมินผล โดยการทดสอบผ่านกจิ กรรมพัฒนาการคิด ใบงาน การประเมินชิ้นงาน การคิด วิเคราะห์ แบบทอดสอบกอ่ นเรียน หลังเรียน เพื่อให้เกิดการนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันอยา่ งสร้างสรรค์ ตวั ชี้วดั ส๔.๑ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ ส๔.๓ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ , ม.๔-๖/๕ รวมท้งั หมด ๗ ตวั ชว้ี ดั

๑๖๙ คำอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม ส๓๐๒๐๑ ศาสนาสากล กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ศึกษา ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธ คริสต์และอิสลาม ในเรื่องความเป็นมาของ ศาสดา นิกายสำคัญ หลักคำสอน พิธีกรรม และอิทธิพลท่ีมีตอ่ การดำเนนิ ชวี ิต ความสอดคล้องของหลกั คำสอนท้งั ๔ ศาสนา เพือ่ ให้ มีความเข้าใจหลักคำสอนของแตล่ ะศาสนา ตลอดจนเหน็ ความสำคัญของศาสนาทีม่ ีต่อการดำเนินชวี ติ และเกิด ความเขา้ ใจอนั ดีระหวา่ งศาสนกิ ชน นำหลักคำสอนของศาสนามาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์กบั ตนเองและส่วนรวม ใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ สืบคน้ อภปิ ราย นำเสนอแนวทางปฏบิ ตั ิตน มีส่วนรว่ ม สนับสนนุ การวัดและประเมินผลเพื่อให้เห็นคุณค่าของศาสนา มีความตระหนัก สามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน ชวี ิตประจำวนั มคี ุณธรรม จริยธรรม มจี ติ สำนึกและมีค่านยิ มท่ีดีงาม ผลการเรียนรู้ ๑. เข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลักธรรม ประโยชน์ท่ีนำไปปฏิบตั ิได้ ๒. เปรียบเทียบความสอดคล้องของหลักธรรมทางศาสนาพราหมณ์ พทุ ธ คริสต์ อิสลามได้ ๓. นำเสนอวิธกี ารประยกุ ตใ์ ชห้ ลักธรรมของศาสนาพราหมณ์ พทุ ธ คริสต์ อิสลามท่ีนำไปใช้ในชีวิต อย่างสนั ติสุข รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรยี นรู้

๑๗๐ คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม ส๓๐๒๐๒ ภูมศิ าสตรก์ ารท่องเทยี่ ว กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ศึกษาวิเคราะห์ความสำคัญ และองค์ประกอบของการท่องเท่ียว ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ท่ีมีผลต่อ การท่องเที่ยว รูปแบบการท่องเท่ียว โครงสร้างอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวไทย ความสำคัญและบทบาทหน้าที่ของมัคคุเทศก์ธุรกิจท่ีเก่ียวข้องกับมัคคุเทศก์การวางแผน การจัดนำ เที่ยวการท่องเที่ยว เชิงธรรมชาติการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวร่วมสมัย ปัญหาและ ผลกระทบจากการทอ่ งเท่ยี ว แนวทาง การแกไ้ ขและการจัดการทอ่ งเทย่ี วอย่างย่งั ยนื ใช้กระบวนการคดิ กระบวนการสบื ค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติกระบวนการมีส่วนร่วม กระบวนการ ทางสงั คม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และกระบวนการแกป้ ญั หา การวัดและประเมินผลเพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิง ธรรมชาติการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวร่วมสมัย บทบาทสำคัญของมัคคุเทศก์กับการท่องเท่ียว นำหลักคุณธรรม จริยธรรม ไปเป็น แนวทางการปฏิบัติตนในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวเชิง ธรรมชาติเชิงวัฒนธรรมและแหล่งท่องเทย่ี ว ร่วมสมัย การจดั การทอ่ งเทย่ี วอยา่ งย่งั ยืน ผลการเรยี นรู้ ๑. อธบิ ายความสำคัญ องค์ประกอบ และปจั จยั ทางภมู ศิ าสตร์ท่ีมีผลตอ่ การท่องเทยี่ วได้ ๒. อธิบายรูปแบบและอุตสาหกรรมการท่องเทย่ี วได้ ๓. วเิ คราะหค์ วามสำคัญ บทบาทหนา้ ท่ี และธุรกจิ ทเี่ กีย่ วข้องกับมัคคุเทศก์ได้ ๔. วางแผนการจัดนำ เท่ยี ว และนำความรู้พน้ื ฐานมัคคุเทศกไ์ ปประยุกต์ใช้ในการจดั การท่องเที่ยว ในชมุ ชนได้ ๕. อธบิ ายลกั ษณะสำคญั ของการท่องเทยี่ วเชงิ ธรรมชาตไิ ด้ ๖. เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหว่างการท่องเทย่ี วทางธรรมชาติและการท่องเทีย่ วเชิงนิเวศได้ ๗. เสนอแนวทางการอนรุ ักษ์แหลง่ ท่องเทีย่ วทางธรรมชาติและจัดการท่องเทย่ี วเชิงธรรมชาติได้ ๘. วิเคราะหค์ วามสำคัญและองค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงวฒั นธรรมได้ ๙. วางแผนจัดการท่องเที่ยวเชงิ วัฒนธรรม และเสนอแนวทางการอนุรักษ์แหลง่ ท่องเท่ียว ทางวฒั นธรรมได้ ๑๐. บอกความสำคญั ของการทอ่ งเที่ยวร่วมสมยั ได้ ๑๑. อธบิ ายลกั ษณะการท่องเทีย่ วร่วมสมยั และเสนอรูปแบบการท่องเท่ียวทเ่ี หมาะสมกบั ทอ้ งถิน่ ของตนเองได้ ๑๒. วิเคราะห์ความสำคญั และหลกั การจดั การท่องเทยี่ วอย่างย่งั ยนื ได้ ๑๓. มีส่วนร่วมในการจัดการท่องเทย่ี วอยา่ งยั่งยนื ได้ รวมท้ังหมด ๑๓ ผลการเรยี นรู้

๑๗๑ คำอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม ส๓๐๒๐๔ กฎหมายแรงงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศกึ ษาความหมายและที่มาของกฎหมาย ประเภทของกฎหมาย ประวัติความเปนมา ของกฎหมายไทย ขอบเขตของการใชกฎหมาย วันเร่ิมตน และส้ินสุดของการใชกฎหมาย ผูใช กฎหมาย กฎหมายรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติพระราชกําหนด พระราชกฤษฎกี า กฎกระทรวง และกฎหมายสวนทองถิ่น กฎหมายแพง และ พาณชิ ย วาดวยลักษณะบคุ คล ทรัพยนิตกิ รรม หนแ้ี ละสญั ญา เพื่อใหมีความรูความเขาใจในความหมาย ท่ีมา ประวัติและประเภทของกฎหมายไทย และให้มีความ เขาใจขอบเขตของการใชกฎหมายไทย โดยปลูกฝงใหเห็นความสําคัญของกฎหมายไทย รูจักฝกตนเองใหอยู่ใน กรอบบัญญัติของ กฎหมายเพื่อใหเปนพลเมืองดีของชาติ ให้สามารถนํามาใชในการแกปญหาที่เก่ียวกับ กฎหมายในชีวติ ประจาํ วนั และในงาน อาชพี ธุรกิจ การวัดและประเมินผลโดยการใช้เคร่ืองมือท่ีหลากหลาย ประกอบด้วยแบบสังเกตพฤติกรรมของ นักเรียนรายบุคคล แบบประเมินการให้คะแนนการนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนรายกลุ่ม และแบบประเมิน การใหค้ ะแนนการนำเสนผลงาน เพอื่ ให้การวัดและประเมนิ ผลเกิดประสิทธิภาพมากยิง่ ข้ึน ผลการเรยี นรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายและวิเคราะห์ความสำคัญ ลักษณะของกฎหมาย ประเภทและศักด์ิของ กฎหมายกระบวนการตรากฎหมายสำคญั ของประเทศ ๒. นักเรียนวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติตนของประชาชนตามบทบั ญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจกั รไทย ๓. นักเรียนวิเคราะห์ความสำคัญของการปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายปกครอง กฎหมายภาษี อากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายคุ้มครองผ้บู รโิ ภค กฎหมายการรบั ราชการทหาร กฎหมายเกีย่ วกับเด็ก ๔. นักเรียนวิเคราะห์ผลของการปฏิบัติตนกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บุคคล นิติกรรมสัญญา ทรัพย์ หน้ี ละเมดิ ครอบครัว และมรดก ๕. นักเรียนวิเคราะห์ผลของการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเก่ียวกับชีวิต ร่างกาย และทรพั ย์ ๖. นักเรียนอธิบายกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและทางอาญา ปัญหาการใช้กฎหมาย และแนวทาง ในการปอ้ งกันแกไ้ ข รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู้

๑๗๒ คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม ส๓๐๒๐๕ ทักษะชีวิตกับสังคม กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษา สืบค้น วิเคราะห์ความสำคัญและที่มาของการศึกษาทักษะชีวิตในสังคม องค์ประกอบและ การพัฒนาทักษะชีวิตในสังคม มนุษย์กับสังคม ความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียง หลักธรรมใน การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กรณีศึกษาการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงความสำคัญของมนุษย์สัมพันธ์ องค์ประกอบพ้ืนฐานของมนุษย์สัมพันธ์ มนุษย์สัมพันธ์ใน การทำงาน มรรยาทไทย มรรยาทสงั คม การพฒั นาคณุ ภาพชีวิตและแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ใช้กระบวนการแสวงหาความรู้ ทักษะกระบวนการฝึกปฏิบัติ ทักษะการดำรงชีวิตทักษะทักษะการคิด อย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะกระบวนการกลุ่ม ทักษะการ ส่ือสาร และทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ การวัดและประเมนิ ผลเพื่อให้มีความร้คู วามเข้าใจหลกั การดำเนินชีวิตในสังคมภายใต้หลักปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง มีมนุษย์สมั พันธ์ในการทำงาน มีมรรยาทไทยและมรรยาทสังคม สามารถพัฒนาคุณภาพชวี ิต ตามกรอบแนวคิดของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีทักษะสำคัญและจำเป็นของผู้เรียนในศตวรรษ ท่ี ๒๑ รวมถึง มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง พอเพียง มงุ่ มั่นในการทำงาน และมจี ิตสาธารณะ ผลการเรยี นรู้ ๑. วิเคราะห์ความสำคญั ของทกั ษะชีวิตในสงั คมและนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้ ๒. เหน็ คณุ คา่ และประยุกต์ใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการดำรงชีวิตได้ ๓. วิเคราะหค์ วามสำคัญของมนุษยส์ ัมพนั ธ์และปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้มีมนษุ ย์สมั พันธใ์ นการทำงานได้ ๔. เหน็ ความสำคัญและแสดงออกถงึ การมมี รรยาทไทยและมนั ยากสงั คมได้ ๕. เสนอแนวทางการพฒั นาคุณภาพชีวติ ตามกรอบแนวคดิ ของแผนพฒั นาเศรษฐกิจ และสังคม แห่งชาติ และสามารถนำไปประยกุ ต์ใชไ้ ด้ รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้

๑๗๓ คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม ส๓๐๒๓๑ หน้าที่พลเมือง ๑ กลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรียน ๑ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อ่ืนให้อนุรักษ์และเผยแพร่มารยาทไทยสู่สาธารณะ ในเร่ืองการแสดงความ เคารพ การสนทนา การแต่งกาย การมีสัมมาคารวะ เห็นคุณค่าอนุรักษ์ สืบสาน ประยุกต์และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความ อดทน ใฝ่หาความรู้ และต้ังใจปฏิบัติหน้าท่ี ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และ สนับสนุนใหผ้ ู้อื่นแสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มัน่ ในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ ปฏิบตั ิตนเป็น แบบอยา่ ง ประยกุ ต์ และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท ในเรื่องการมรี ะเบียบวินยั ความสามัคคี หลักการทรงงาน ในเรื่องระเบิดจากข้างในไม่ติดตำรา บริการรวมที่จุดเดียว ใช้อธรรมปราบอธรรม และหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัย ในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หา ความรู้ ต้ังใจปฏิบัตหิ น้าท่ี ยอมรบั ผลทีเ่ กดิ จากการกระทำของตนเอง ใช้กระบวนการกลุม่ กระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการ แก้ปญั หา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การวัดและประเมินผลเพื่อให้ผู้เรียนมลี ักษณะท่ีดีของคนไทย ภาคภมู ิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึง ความรักชาติ ยึดม่ัน ในศาสนา และเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง มีวิจารณญาณในการเลือกตั้ง และ การวิพากษน์ โยบายสาธารณะ อยรู่ ว่ มกับผู้อน่ื อย่างสนั ติ จดั การความขดั แย้งดว้ ยสันติวธิ ี และมีวนิ ัยในตนเอง ผลการเรยี นรู้ ๑. มสี ่วนรว่ มและแนะนำผอู้ ่นื ให้อนุรกั ษ์ และเผยแพรม่ ารยาทไทยสู่สาธารณะ ๒. เห็นคณุ คา่ อนรุ ักษ์ สืบสาน ประยุกต์ และเผยแพร่ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ิปัญญาไทย ๓. เป็นแบบอย่าง มสี ่วนร่วมในการจดั กจิ กรรม และสนบั สนนุ ใหผ้ ู้อ่ืนแสดงออกถงึ ความรักชาติ ยดึ ม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ ๔. เป็นแบบอยา่ ง ประยุกต์และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ๕. ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้มีวนิ ัยในตนเอง รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรียนรู้

๑๗๔ คำอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม ส๓๐๒๓๒ หน้าทพี่ ลเมือง ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้อื่นเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย เรื่อง การเป็นผู้นำและการเป็นสมาชิกที่ดี การใช้สิทธิและหน้าที่ การใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ ความกล้าหาญทาง จริยธรรม การเสนอแนวทางการแก้ปัญหาสังคมต่อสาธารณะ การติดตามและประเมินข่าวสารทางการเมือง และการรู้เท่าทันส่ือ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง ประยุกต์ใช้กระบวนการประชาธิปไตยใน การวิพากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะที่ตนสนใจ มีส่วนร่วมและตัดสินใจเลือกตั้งอย่างมีวิจารณญาณ รู้ทัน ข่าวสารและรู้ทันส่ือ คาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าบนพนื้ ฐานของข้อมูล ปฏิบัตติ นเป็นผ้มู ีวินัยในตนเองในเร่ือง ความซอื่ สัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัตหิ น้าท่ี และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทำ ของตนเอง ยอมรับในอัตลักษณ์และเคารพความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของการอยู่ ร่วมกัน อย่างสันติ และพ่ึงพาซึ่งกันและกันด้วยการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกิริยาและวาจาดูหม่ินผู้อื่น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบ่งปัน ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความอดทน ใฝ่หาความรู้ และยอมรับ ผลที่เกิดจาก การกระทำของตนเอง ใชก้ ระบวนการกล่มุ กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการ แก้ปญั หา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การวัดและประเมินผลเพื่อให้ผู้เรียนมีลักษณะทีด่ ีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึง ความรกั ชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดใี นระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง มีวิจารณญาณในการเลือกต้ัง และ การวิพากษ์นโยบายสาธารณะ อย่รู ว่ มกบั ผู้อ่ืนอย่างสันติ จัดการความขัดแยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ิธี และมวี ินยั ในตนเอง ผลการเรยี นรู้ ๑. เป็นแบบอย่างและส่งเสริมสนบั สนุนให้ผูอ้ น่ื เปน็ พลเมืองดตี ามวิถปี ระชาธิปไตย ๒. ประยกุ ตใ์ ชก้ ระบวนการประชาธิปไตยในการวิพากษ์ประเดน็ นโยบายสาธารณะทตี่ นสนใจ ๓. มีส่วนรว่ มและตัดสินใจเลอื กตงั้ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ ๔. รทู้ นั ขา่ วสารและร้ทู ันสือ่ ๕. คาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหนา้ บนพ้นื ฐานของข้อมูล ๖. ยอมรบั ในอัตลักษณ์และเคารพความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรม ๗. เหน็ คณุ ค่าของการอยูร่ ่วมกันอย่างสันติ และพ่ึงพาซง่ึ กันและกัน ๘. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผมู้ ีวินยั ในตนเอง รวมทัง้ หมด ๘ ผลการเรยี นรู้

๑๗๕ คำอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม ส๓๐๒๓๓ หนา้ ท่ีพลเมอื ง ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต แสดงออก แนะนำผู้อื่น และยกย่องบุคคลที่มีความเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่และเสียสละต่อสงั คม ปฏิบัติตนเป็น ผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองใฝ่หาความรู้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และสนับสนุนให้ ผู้อื่นแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง ประยุกต์ และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท ในเร่ืองการมีระเบียบวินัย ความสามัคคี หลักการทรงงาน ในเร่ือง ระเบิดจากข้างใน ไม่ติดตำรา บริการรวมที่จุดเดียว ใช้อธรรมปราบอธรรม และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัย ในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจรติ ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจ ปฏบิ ตั หิ น้าท่ี ยอมรับผลท่ีเกิดจาก การกระทำของตนเอง ใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการ แกป้ ัญหา กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การวัดและประเมินผลเพ่ือให้ผู้เรียนมีลักษณะท่ดี ีของคนไทย ภาคภมู ิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึง ความรกั ชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง มีวิจารณญาณในการเลือกต้ัง และ การวพิ ากษ์นโยบายสาธารณะ อย่รู ว่ มกับผู้อน่ื อยา่ งสนั ติ จัดการความขดั แย้งดว้ ยสันตวิ ธิ ี และมีวินยั ในตนเอง ผลการเรียนรู้ ๑. แสดงออก แนะนำผ้อู ่ืน และยกย่องบุคคลทม่ี คี วามเออ้ื เฟื้อเผ่อื แผ่ และเสียสละ ๒. เปน็ แบบอยา่ ง มีส่วนร่วมในการจดั กจิ กรรม และสนับสนุนให้ผู้อ่นื แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มัน่ ในศาสนา และเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ๓. เป็นแบบอยา่ ง ประยกุ ต์ และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพียง ๔. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มวี ินัยในตนเอง รวมท้งั หมด ๔ ผลการเรียนรู้

๑๗๖ คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม ส๓๐๒๓๔ หน้าทีพ่ ลเมือง ๔ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้อื่นเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในเร่ือง การเป็นผู้นำและการเป็นสมาชกิ ที่ดี การใช้สิทธิและหน้าที่ การใช้เสรีภาพอย่างรบั ผิดชอบ ความกล้าหาญ ทาง จริยธรรม การเสนอแนวทางการแก้ปัญหาสังคมต่อสาธารณะ การติดตามและประเมินข่าวสารทางการเมือง และการรู้เท่าทันสื่อ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง ประยุกต์ใช้กระบวนการประชาธิปไตยใน การวิพากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะที่ตนสนใจ มีส่วนร่วมและตัดสินใจเลือกต้ังอย่างมีวิจารณญาณ รู้ทัน ข่าวสารและรู้ทันส่ือคาดการณ์เหตุการณ์ลว่ งหน้าบนพื้นฐานของข้อมูล ปฏบิ ัติตนเป็นผู้มีวนิ ัยในตนเอง ในเรื่อง ความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหมนั่ เพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตง้ั ใจปฏิบัติหน้าท่ี ยอมรับผลที่เกดิ จากการกระทำของ ตนเอง มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเมื่อเกิดความขัดแย้งโดยสันติวิธี ด้วยการเจรจาไกล่เกล่ีย การเจรจาต่อรอง การระงับความขัดแย้ง และสร้างเครือข่ายป้องกันปัญหาความขัดแย้ง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่อง ความซื่อสตั ยส์ จุ รติ อดทน และยอมรับผลท่เี กดิ จากการกระทำของตนเอง ใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการ แกป้ ัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การวัดและประเมินผลเพ่ือให้ผู้เรียนมลี ักษณะทดี่ ีของคนไทย ภาคภมู ิใจในความเปน็ ไทย แสดงออกถึง ความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดใี นระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง มีวิจารณญาณในการเลือกต้ัง และ การวิพากษน์ โยบายสาธารณะ อยู่ร่วมกบั ผูอ้ ่ืนอยา่ งสันติ จัดการความขดั แยง้ ด้วยสนั ตวิ ธิ ี และมีวนิ ยั ในตนเอง ผลการเรยี นรู้ ๑. เปน็ แบบอยา่ งและส่งเสริมสนบั สนุนใหผ้ ้อู ืน่ เปน็ พลเมืองดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย ๒. ประยกุ ต์ใชก้ ระบวนการประชาธิปไตยในการวพิ ากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะทต่ี นสนใจ ๓. มสี ว่ นรว่ มและตดั สินใจเลอื กต้ังอย่างมีวิจารณญาณ ๔. ร้ทู นั ขา่ วสารและรทู้ ันสอ่ื ๕. คาดการณ์เหตกุ ารณ์ล่วงหนา้ บนพนื้ ฐานของขอ้ มูล ๖. มีสว่ นรว่ มในการแกป้ ัญหาเมอื่ เกดิ ความขดั แยง้ โดยสันติวิธี สรา้ งเครอื ขา่ ยการปอ้ งกนั ปญั หา ความขดั แย้ง ๗. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้มวี นิ ยั ในตนเอง รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรียนรู้

๑๗๗ คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน พ๓๑๑๐๑ สุขศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ศึกษากระบวนการสร้างเสริมระบบอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย อิทธิพลต่าง ๆ ที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศ และการดำเนินชีวิต บทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลท่ีมีต่อการสรา้ งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคใน ชุมชน อิทธิพลของสื่อโฆษณาเก่ียวกับสุขภาพเพ่ือการเลือกบริโภค ความปลอดภัยในชุมชน สารเสพติดการใช้ ยา และความรนุ แรง ใช้กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ GPAS 5 STEPs เพ่ือให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำข้อมลู มาใชว้ ิเคราะห์อย่างมีเหตุผล จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้แสดงออก เนน้ การลงมือ ปฏิบัติจริงจนเกิดเป็นความรู้ติดตัวผู้เรียน และนำไปทำประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ให้ผู้เรียนได้เห็นคุณค่าและ ความสำคัญของการดูแลสุขภาพ เพอ่ื นำไปเป็นแนวทางการปฏิบตั ิตนในชีวิตประจำวนั เพ่ือใช้ในการดูแลรักษา และสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพของตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และสังคมในชีวติ ประจำวัน การวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ท่ีได้จากกระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม การนำเสนอ ผลงาน/ชิ้นงาน โดยใช้เคร่ืองมือท่ีมีความหลากหลาย เช่น แบบบันทึกพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบทดสอบ แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ แบบประเมนิ ทกั ษะการอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียนส่อื ความ เปน็ ต้น รหัสตวั ช้ีวัด พ ๑.๑ ม.๔-๖/๑ พ ๒.๑ ม.๔-๖/๑ พ ๔.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒ พ ๕.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๔ รวมท้ังหมด ๖ ตัวช้ีวัด

๑๗๘ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน พ๓๑๑๐๓ สุขศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ศึกษาบทบาทและหน้าที่ของบคุ คลในการวางแผนดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว เรียนรู้ค่านิยม เร่ืองเพศตามวัฒนธรรม การคุ้มครองผู้บริโภค โรคทางพันธุกรรมและโรคจากการประกอบอาชีพ ผลกระทบที่ เกิดจากการครอบครอง การใช้ และการจำหน่ายสารเสพติด การสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชนและความ รุนแรงในสงั คม ใช้กระบวนการกลุ่ม การสาธิต การอธบิ าย การถามตอบ เพื่อให้ผเู้ รียนเกิดได้แลกเปล่ียนความคิดเห็น นำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้แสดงออก เน้นการลงมือปฏิบัติจริงจนเกิดเป็น ความรตู้ ิดตัวผเู้ รียน เพื่อนำไปทำประโยชน์ต่อชุมชนและสงั คม เหน็ คุณคา่ และความสำคญั ของการดูแลสุขภาพ เพอื่ นำไปเปน็ แนวทางการปฏิบตั ิตนในชีวติ ประจำวัน เพอื่ ใชใ้ นการดูแลรกั ษา และสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพของตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และสงั คมในชีวิตประจำวัน การวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ท่ีได้จากกระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม การนำเสนอ ผลงาน/ชิ้นงาน โดยใช้เครื่องมือที่มีความหลากหลาย เช่น แบบบันทึกพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบทดสอบ แบบสอบถาม การสมั ภาษณ์ แบบประเมินทกั ษะการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขยี นสอื่ ความ เป็นตน้ รหัสตวั ช้ีวัด พ ๑.๑ ม.๔-๖/๒ พ ๒.๒ ม.๔-๖/๒ พ ๔.๑ ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔ พ ๕.๑ ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๕ รวมท้ังหมด ๗ ตัวช้ีวดั

๑๗๙ คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน พ๓๒๑๐๑ สขุ ศึกษา กลุ่มสาระการเรียนร้สู ุขศึกษาและพลศึกษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ศึกษา วิเคราะห์ และอธิบายกระบวนการสร้างเสริมและดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบ อวัยวะต่าง ๆ วเิ คราะห์บทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลที่มีต่อการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค การวางแผน กำหนดแนวทางลดอุบัติเหตุและสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชน กิจกรรมการสร้างเสริมความ ปลอดภัยในชุมชน วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการครอบครอง การใช้ และการจำหน่ายสารเสพติด อิทธิพล ของสื่อโฆษณาเกี่ยวกับสุขภาพ แนวทางการเลือกบริโภคอย่างฉลาด และปลอดภัย รู้จักใช้สิทธิพ้ืนฐานของ ผู้บริโภคและกฎหมายที่เก่ียวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคปฏิบัติตนตามสิทธิข้ันพื้นฐานของผู้บริโภค และ กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องกับการค้มุ ครองผู้บริโภค เพอ่ื ความปลอดภัยและรกั ษาไวซ้ ึ่งสทิ ธทิ ่ีควรไดร้ ับ ใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการกลุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำข้อมูล มาใช้วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล ออกแบบหรือสร้างทางเลือกท่ีจะนำไปสู่การปฏิบัติให้ดีข้ึนกว่าเดิม โดยเน้น การปฏบิ ตั ิจริงจนเกดิ เป็นความรทู้ ่ีอย่ใู นตัวผู้เรียน ใหผ้ ูเ้ รยี นไดแ้ สดงออกเพื่อผลในการเจริญงอกงามก้าวหนา้ ขึ้น และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นคุณค่าและความสำคัญของการดูแลสุขภาพ เพื่อนำไปเป็นแนวทางการปฏิบตั ติ นในชวี ติ ประจำวัน เพอ่ื ใชใ้ นการดแู ลรกั ษา และสร้างเสรมิ สขุ ภาพของตนเอง ครอบครัว ชมุ ชนและสังคม การวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ที่ได้จากกระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม การนำเสนอ ผลงาน/ช้ินงาน โดยใช้เครื่องมือท่ีมีความหลากหลาย เช่น แบบบันทึกพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบทดสอบ แบบสอบถาม การสมั ภาษณ์ แบบประเมินทักษะการอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี นส่ือความ เป็นตน้ รหัสตวั ช้ีวัด พ ๑.๑ ม.๔-๖/๑ พ ๔.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓ พ ๕.๑ ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕ รวมทั้งหมด ๗ ตัวชี้วัด

๑๘๐ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน พ๓๑๑๐๒ พลศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ศึกษาวิเคราะห์ความคิดรวบยอดเก่ียวกับการเคล่ือนไหวแบบต่าง ๆ ในการเล่นกีฬาใช้ความสามารถ ของตนในการเลน่ กีฬาเพ่มิ ศักยภาพของทมี โดยคำนงึ ถงึ ผลท่เี กิดตอ่ ผ้อู ืน่ และสังคม ร่วมกิจกรรมการเคล่ือนไหว ที่สร้างสรรค์ กิจกรรมเข้าจังหวะหรือเชียร์ลีดเดอร์ เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการนอกโรงเรียน และนำหลัก แนวคิดของกิจกรรมนันทนาการไปใช้ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและสังคม กำหนดการวางแผน การออกกำลังกาย และเล่นกีฬา โดยใช้อุปกรณ์กีฬาเปน็ สื่อสทิ ธิเก่ียวกับกฎ กติกา และกลวิธกี ารเล่นต่าง ๆ ใน ระหว่างการเล่นกับผู้อื่น และนำไปสรุปเป็นแนวทางปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน วางแผนและปฏิบัติตาม แผนพฒั นาสมรรถภาพทางกลไก ใช้กระบวนการกลุ่ม ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือพิมพ์แล้ว นำเสนอหน้าช้ันเรียน และทดสอบก่อนเรียน หลังเรยี นฝกึ ปฏิบัตไิ ด้อยา่ งถูกต้อง มีหลกั การวางแผนการเล่น เพือ่ ความสนุกสนาน และกติกาในการเลน่ เพ่อื ให้ มีความรู้ ความเข้าใจ ความสำคัญ เห็นคุณค่าการเคลื่อนไหวเบ้ืองต้น มีระเบียบวินัยเคารพสิทธิกฎและกติกา เข้าร่วมกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ มีสมรรถภาพทางกาย เพ่ือสุขภาพรักการออกกำลังกาย และการเล่น กีฬา มีน้ำใจนักกีฬาเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ช่ืนชมในสุนทรียภาพของนักกีฬา มีความเอ้ืออาทร เสียสละ แสดงออก ถึงการเป็นผ้มู ีมารยาทในการดกู ารเล่นและการแขง่ ขัน ด้วยความมีนำ้ ใจเป็นนักกีฬา การ วั ด แ ล ะป ร ะเมิ น ผ ล ท ำ โด ย กา รจั ด กิจ กร รม ส่ งเส ริ มก าร พั ฒ น า พ้ื น ฐ า น ทั กษ ะกา รฝึ ก ป ฏิ บั ติ การทดสอบวิเคราะห์ สังเกต และอธิบายพร้อมนำเสนอ รหัสตวั ช้วี ดั พ ๓.๑ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ พ ๓.๒ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ รวมทง้ั หมด ๕ ตัวชี้วัด

๑๘๑ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน พ๓๓๑๐๔ พลศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ศึกษาวิเคราะห์ความคิดรวบยอดเก่ียวกับการเคลื่อนไหวแบบต่าง ๆ ในการเล่นกีฬาใช้ความสามารถ ของตนในการเล่นกฬี าเพิม่ ศักยภาพของทีม โดยคำนึงถึงผลที่เกิดต่อผ้อู ื่นและสังคม รว่ มกิจกรรมการเคล่ือนไหว ที่สร้างสรรค์ กิจกรรมเข้าจังหวะหรือเชียร์ลีดเดอร์ เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการนอกโรงเรียนและนำหลัก แนวคิดของกิจกรรมนันทนาการไปใช้ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและสังคม กำหนดการวางแผน การออกกำลังกายและเล่นกีฬา โดยใช้อุปกรณ์กีฬาเป็นสอ่ื สิทธิเกีย่ วกับกฎ กตกิ า และกลวิธกี ารเล่นต่าง ๆ ใน ระหว่างการเล่นกับผู้อ่ืน และนำไปสรุปเป็นแนวทางปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน วางแผน และปฏิบัติตาม แผนพัฒนาสมรรถภาพทางกลไก ใช้กระบวนการเล่นกีฬาทง้ั กีฬาไทย กีฬาสากล การทดสอบสมรรถภาพ การเลน่ กีฬาประเภททีม โดยมี หลกั การวางแผนการเลน่ เพอื่ ความสนกุ สนานและกตกิ าในการเลน่ การวัดและประเมินผลเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ ความสำคัญ เห็นคุณค่าการเคล่ือนไหวเบื้องต้น มีระเบียบวินัยเคารพสิทธิ กฎ และกติกา เข้าร่วมกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ มีสมรรถภาพทางกายเพ่ือ สุขภาพ รักการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา มีน้ำใจนักกีฬา เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ช่ืนชมในสุนทรียภาพ ของนักกีฬา มคี วามเอ้ืออาทร เสียสละ แสดงออกถึงการเปน็ ผู้มีมารายาทในการดู การเล่นและการแข่งขนั ดว้ ย ความมนี ้ำใจเปน็ นกั กีฬา รหสั ตวั ชว้ี ดั พ ๓.๑ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ , ม.๔-๖/๕ พ ๓.๒ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ รวมท้ังหมด ๙ ตัวชว้ี ัด

๑๘๒ คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน พ๓๒๑๐๒ พลศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ศึกษาเพ่ือให้ความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับความรู้ท่ัวไปของกีฬาบาสเกตบอล ประวัติความเป็นมา ประโยชน์คุณค่าของกีฬา ในการเล่นกีฬาบาสเกตบอล การเล่นเป็นทีมทั้ง ฝ่ายรับ และฝ่ายรุก กติกา การเล่น กีฬาบาสเกตบอลเบ้ืองต้น การเสริมสร้างและ การทดสอบสมรรถภาพ ทางกาย มีวินัย เคารพ กฎ กติกามี สุนทรียภาพทางด้านกีฬาบาสเกตบอล และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขมีน้ำใจนักกีฬา มี วจิ ารณญาณ ในการแขง่ ขัน ตามความถนดั และความสนใจ อยา่ งสนุกสนานและปลอดภัยและให้ความร่วมมือ ในการทำงานเป็นทมี ช่นื ชมและเหน็ คุณคา่ ของการออกกำลังกาย การแขง่ ขัน มีนำ้ ใจนกั กีฬาและรว่ มมือในการ ทำงาน เปน็ ทมี ใช้กระบวนการกลุ่ม การคิดวิเคราะห์การฝึกปฏิบัติ เปรียบเทียบวิเคราะห์ การนำเสนอกระบวนการ กลุ่ม การนำไปใช้ และแสดงความคิดเห็น ส่งเสริม พัฒนาร่างกาย ซ่ึง เป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตด้าน รา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม จิตวิญญาณ การวัดและประเมินผลเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ ความสำคัญ เห็นคุณค่าและศึกษาหาความรู้ องค์ประกอบของการ มีทักษะการเคลื่อนการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีช่ืนชมใน สุนทรยี ภาพของกีฬา รหัสตัวชี้วดั พ ๓.๑ ม.๕/๓ , ม.๕/๕ พ ๓.๒ ม.๕/๒ , ม.๕/๓ รวมทั้งหมด ๔ ตัวชี้วัด

๑๘๓ คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม พ๓๐๒๐๑ เพศศึกษา กล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ศึกษาเกย่ี วกับพฒั นาการทางเพศเม่อื เปลี่ยนแปลงเขา้ สู่วยั รุ่น การดแู ลสุขภาพทางเพศ สมั พันธภาพกับ ความคาดหวังต่อบทบาทและความรับผิดชอบ การแสดงออกทางเพศ ทักษะ การตัดสินใจ การต่อรองและ การสื่อสารความต้องการความคิดเห็นและความรู้สึก การตระหนัก ในคุณค่าของตนเองบนพ้ืนฐานของ การเคารพในสทิ ธิของผู้อน่ื สิทธิในการแสดงออกตามวถิ ีชีวติ ทางเพศภายใต้กรอบของกฎหมายด้วยเพศ สังคม และวัฒนธรรม ตลอดจนภาพลักษณ์ท่ีส่งผลต่อความรู้สึกและพฤติกรรม การเลือกใช้แหล่งบริการช่วยเหลือที่ เปน็ มิตรในพ้ืนที่ มีความรู้ ความเข้าใจท่ีถกู ตอ้ งเกี่ยวกับสุขอนามัยของระบบสืบพันธุ์ เสริมสร้างสมั พันธภาพที่ดี กับผู้อ่ืนตามหลักการ สามารถประเมินโอกาสเสี่ยงจากพฤติกรรมทางเพศ และปัญหาจากการมีเพศสัมพันธ์ ไม่พร้อม ตระหนักรู้ในคุณคา่ ของตนเอง สร้างแรงจูงใจในการตัดสินใจเลอื กแนวทาง การดำเนินชวี ิต อย่างมีสุข ภาวะ ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ สบื คน้ ข้อมูล วิเคราะห์ และอภิปรายเพ่อื ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ สำนกึ ในคณุ คา่ และศกั ยภาพของตนเอง การวัดและประเมินผลเพ่ือให้สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ และนำประสบการณ์ปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ สงู สดุ ในการดำเนินชวี ติ ผลการเรียนรู้ ๑. แสดงความร้เู กย่ี วกับสุขอนามยั ของระบบสบื พนั ธ์ุ พัฒนาการทางเพศในวัยรุ่น ๒. ทักษะด้านการจัดการเรื่องสัมพนั ธภาพระหวา่ งบคุ คล ทักษะการตัดสินใจ ๓. วเิ คราะห์อทิ ธพิ ลทางสงั คมท่ีมผี ลต่อพฤติกรรมทางเพศ ๔. แสดงความร้กู ารป้องกนั การรับเชื้อเอชไอวี ๕. ปฏบิ ัติโครงงานเกยี่ วกับเป้าหมายและแนวปฏิบัติในการดำเนินชวี ิตทีม่ ีสุขภาวะ รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

๑๘๔ คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม พ๓๐๐๔ บาสเกตบอล กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษากีฬาบาสเกตบอล ประวัติความเป็นมา ประโยชน์คุณค่าของกีฬาในการเล่นกีฬาบาสเกตบอล การเล่นเป็นทีมท้ัง ฝ่ายรับ และฝ่ายรุก กติกา การเล่นกีฬาบาสเกตบอลเบ้ืองต้น การเสริมสร้างและ การทดสอบสมรรถภาพ ทางกาย มวี ินยั เคารพ กฎ กตกิ ามีสนุ ทรยี ภาพทางดา้ นกีฬาบาสเกตบอล และสามารถ ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขมีน้ำใจนักกีฬา มีวิจารณญาณในการแข่งขันตามความถนัด และความ สนใจ อย่างสนุกสนานและปลอดภัย และให้ความร่วมมือใน การทำงานเป็นทีมชื่นชม และเห็นคุณค่าของ การออกกำลังกาย การแข่งขนั มีนำ้ ใจนักกีฬาและให้ความร่วมมือในการทำงาน เป็นทีม ความสนุกสนาน และ กติกาในการเล่น การใชก้ ระบวนการกล่มุ การคิดวเิ คราะหก์ ารฝึกปฏบิ ัติ เปรียบเทียบวิเคราะห์ การนำเสนอ ใช้กระบวนการเล่นกีฬา การทดสอบสมรรถภาพ การเล่นกีฬาประเภททีม โดยมีหลักการวางแผน การเล่นเพอื่ กระบวนการกลุ่ม การนำไปใช้ และแสดงความคดิ เห็น การเคลอื่ นไหวเบ้ืองตน้ มีระเบียบวนิ ัยเคารพ สิทธกิ ฎกติกา เขา้ รว่ มกิจกรรมทางกายอยา่ งสม่ำเสมอมีสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ การวัดและประเมินผลเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ความสำคัญ เห็นคุณค่าและศึกษาหาความรู้ องค์ประกอบของการมีทักษะการเคลื่อน การออกกำลังกาย และการเล่นกีฬา เป็นผู้นำ และผู้ตามท่ีดีชื่นชมใน สุนทรยี ภาพของกีฬา ผลการเรียนรู้ ๑. มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถอธิบายเก่ียวกับประวัติความเป็นมาของกฬี าบาสเกตบอลได้ ๒. บอกประโยชน์ของการเล่นกีฬาบาสเกตบอลได้ ๓. มคี วามรู้ ความเข้าใจ และสามารถแสดงทักษะการรบั ลูก การส่งลูก การทรงตัว การเคล่ือนท่ใี น ลกั ษณะต่าง ๆ ๔. มคี วามรู้ ความเข้าใจ และสามารถแสดงทักษะในการเล้ยี งลูกบาสเกตบอล ๕. มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถแสดงทักษะการยิงประตู ๖. มคี วามรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกบั ความรู้ทั่วไป เหน็ คณุ คา่ และยอมรับการออกกำลงั กายดว้ ยกฬี า บาสเกตบอล ๗. มีความรู้ ความเขา้ ใจ รู้คุณค่าและมที ักษะปฏิบตั ิในการสร้างเสรมิ และทดสอบสมรรถภาพทางกาย ๘. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคุณคา่ และมีทกั ษะปฏิบัตกิ ารเคลื่อนไหวพ้นื ฐาน การยดื เหยยี ด กลา้ มเนือ้ และอบอนุ่ รา่ งกายของกีฬาบาสเกตบอล ๓. มคี วามรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณคา่ และมที ักษะปฏิบตั ิตามกฎ กตกิ ากฬี าบาสเกตบอล ๑๐. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และมที ักษะปฏิบัติการเล่นทั้งบุคคลและทีมของกีฬาบาสเกตบอล และ รว่ มเล่นอย่างมคี วามสุขมีนำ้ ใจนกั กฬี า มวี ิณญาณในการแขง่ ขนั อยา่ งสนุกสนานและปลอดภยั รวมทัง้ หมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้

๑๘๕ คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม พ๓๐๒๐๖ แฮนด์บอล กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษาเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับความรู้ท่ัวไปของกีฬาแฮนด์บอล ประวัติความเป็นมา ประโยชน์คุณค่าของกีฬา ในการเล่นกีฬาแฮนด์บอล การเล่นเป็นทีมท้ัง ฝ่ายรับ และฝ่ายรุก กติกา การเล่น กีฬาแฮนด์บอลเบื้องต้น การเสริมสร้างและ การทดสอบสมรรถภาพ ทางกาย มีวินัย เคารพ กฎ กติกามี สุนทรียภาพทางด้านกีฬาแฮนด์บอล และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขมีน้ำใจนักกีฬา มีวิจารณญาณ ในการแข่งขัน ตามความถนัด และความสนใจ อย่างสนุกสนานและปลอดภัยและให้ความ ร่วมมือในการทำงานเป็นทีมชื่นชมและเห็นคุณค่าของการออกกำลังกาย การแข่งขัน มีน้ำใจนักกีฬาและ ร่วมมอื ในการทำงานเปน็ ทมี การใช้กระบวนการกลุ่ม การคิดวิเคราะห์การฝึกปฏิบัติ เปรียบเทียบวิเคราะห์ การนำเสนอ กระบวนการกลมุ่ การนำไปใช้ และแสดงความคิดเห็น เพือ่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ความสำคญั เห็นคุณคา่ และ ศึกษาหาความรู้ องค์ประกอบของการมีทักษะการเคล่ือนการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา เป็นผู้นำและผู้ ตามทด่ี ีช่ืนชมในสุนทรยี ภาพของกีฬา การวัดและประเมินผลเพื่อให้ผู้เรียนเกิด พลศึกษาเป็นการศึกษาทางด้านสุขภาพท่ีมุงเน้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสุภาพ ส่งเสริม พัฒนาร่างกาย ซ่ึง เป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตด้านร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม จิตวญิ ญาณ ความเข้าใจกระบวนการ ผลการเรียนรู้ ๑. เล่นกฬี าไทย กีฬาสากล ประเภทบคุ คล/ค่กู ีฬาประเภททมี ๒. เข้ารว่ มกจิ กรรมนันทนาการนอกโรงเรยี นและแกนนำหลกั แนวความคดิ ไปปรบั ปรุง และพัฒนา คณุ ภาพชีวติ ของตน และสังคม ๓. อธิบายและปฏิบตั ิเกย่ี วกับสทิ ธิ กฎกติกากลวิธีตา่ ง ๆ ในระหวา่ งการเล่นการแข่งขนั กีฬากับผู้อน่ื และนำไปสรุปเปน็ แนวทางปฏบิ ัตแิ ละใช้ในชวี ิตประจำวันอย่างต่อเนือ่ ง รวมทง้ั หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้

๑๘๖ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ศ๓๑๑๐๑ ทศั นศิลป์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ศึกษา อธิบาย วิเคราะห์การใช้ทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการส่ือความหมายในรูปแบบต่าง ๆ บรรยายจุดประประสงค์ และเนื้อหาของงานทัศนศิลป์โดยใช้ศัพท์ทางทัศนศิลป์ วิเคราะห์การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเทคนิคของศิลปินในการแสดงออกทางทัศนศิลป์ มีทักษะและเทคนิคในการใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ กระบวนการที่สงู ขึ้น ในการสร้างงานทศั นศิลป์ สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ป์ดว้ ยเทคโนโลยตี ่าง ๆ โดยเน้นหลกั การ ออกแบบและการจดั องค์ประกอบศิลป์ ออกแบบงานทศั นศิลป์ไดเ้ หมาะสมกับโอกาสและสถานที่ ใช้กระบวนการเปรียบเทยี บ การสร้างสรรคง์ าน นำเสนอแนวทาง วเิ คราะห์ การประเมินการแสดง การวัดและประเมินผลเพื่อให้เห็นคุณค่าของงานศิลปะ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญา ท้องถ่ินภูมิปัญญาไทยและสากล ใฝ่เรียนรู้ มีความมุ่งม่ัน มีวินัยในการปฏิบัติงาน สามารถประยุกต์ใช้ใน ชีวติ ประจำวนั ได้ รหสั ตวั ชี้วดั ศ ๑.๑ ม.๑/๔ , ม.๑/๒ , ม.๑/๓ , ม.๑/๔ , ม.๑/๕ , ม.๑/๕ รวมท้ังหมด ๖ ตัวช้ีวัด

๑๘๗ คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน ศ๓๑๑๐๓ ทศั นศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ศึกษาจุดมงุ่ หมายของศิลปินในการเลือกใช้วสั ดุ อุปกรณ์ เทคนคิ และเนอ้ื หาในการสร้างานทศั นศิลป์ ทฤษฎีการวิจารณ์ศิลปะ การจัดทำแฟ้มสะสมงานทัศนศิลป์ การสร้างงานทัศนศิลป์จากแนวคิดและวิธีการของ ศิลปิน การวาดภาพล้อเลียนหรือภาพการ์ตูน งานทัศนศิลป์รูปแบบตะวันออกและตะวันตก งานทัศนศิลป์ของ ศิลปินทีม่ ชี อื่ เสียง อิทธิพลของวฒั นธรรมระหวา่ งประเทศท่มี ีผลต่องานทัศนศิลป์ ใช้การวิเคราะห์และอธิบายจุดมุ่งหมายของศิลปินในการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เทคนิค และเนื้อหา เพื่อสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ ประเมินและวิจารณ์งานทัศนศิลป์โดยใช้ทฤษฏีการวิจารณ์ศิลป์ จัดกลุ่มงาน ทัศนศิลป์ เพื่อสะท้อนพัฒนาการและความก้าวหน้าของตนเอง สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ไทย สากลโดยศึกษา จากแนวคิดและวิธีการสร้างงานของศิลปินท่ีตนช่ืนชอบ วาดภาพระบายสีเป็นภาพล้อเลียนหรือภาพการ์ตูน ตะวันออกและรูปแบบตะวันตก ระบุงานทัศนศิลป์ของศิลปินท่ีมีช่ือเสียง และบรรยายผลตอบรับของสังคม อภปิ รายเกีย่ วกบั อิทธพิ ลของวฒั นธรรมระหวา่ งประเทศที่มีผลต่องานทัศนศลิ ปใ์ นสงั คม การวัดและประเมินผลเพื่อให้เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปญั ญาไทยและสากล ใฝ่เรยี นรู้ มีความมุ่งมั่น มวี ินยั ในการปฏบิ ัติงาน สามารถประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั รหสั ตวั ช้ีวดั ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๗ , ม.๔-๖/๘ , ม.๔-๖/๙ , ม.๔-๖/๑๐ , ม.๔-๖/๑๑ ศ ๑.๒ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ รวมทั้งหมด ๘ ตัวช้ีวัด

๑๘๘ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ศ๓๒๑๐๑ ทศั นศิลป์ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง กลุ่มสาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ศึกษา ฝึกปฏิบัตแิ ละวเิ คราะห์ วิจารณ์ ของการเขียนภาพ การระบายสี งานประติมากรรมเร่ืองความรู้ พน้ื ฐานของงานปติมากรรม วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียนภาพฝึกปฏิบัติ เขียนภาพท่ีแสดงรูปแบบและไม่แสดง รปู แบบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบของการเขียนภาพ ฝึกปฏิบัติการเขียนภาพเหมือน จรงิ กง่ึ เหมือนจรงิ ไม่เหมือนจรงิ ใช้กระบวนการการฝึกปฏบิ ัตเิ ขียนภาพเหมือนจรงิ กึ่งเหมือนจริง และไม่เหมอื นจรงิ ดว้ ยวัสดุอุปกรณ์ ต่าง ๆ ศึกษา ความรู้พน้ื ฐานทางปฏมิ ากรรรม และวิเคราะห์ วิจารณ์ผลงานทางศิลปะ การวัดและประเมินผลเพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าสามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มคี วามสามารถใน การตัดสินใจนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตศิลปะ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมที่ เหมาะสม รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียงมุ่งมั่นในการทำงาน รักความ เป็นไทยมีจติ สาธารณะ บนฐานเศรษฐกิจพอเพยี ง รหัสตัวช้ีวัด ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๗ , ม.๔-๖/๘ , ม.๔-๖/๙ , ม.๔-๖/๑๐ , ม.๔-๖/๑๑ ศ ๑.๒ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ รวมท้ังหมด ๘ ตัวช้ีวดั

๑๘๙ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน ศ๓๑๑๐๒ ดนตรี - นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ศึกษาเก่ยี วกบั รูปแบบของบทเพลง และวงดนตรแี ต่ละประเภททง้ั ไทยและสากล อธบิ ายความแตกตา่ ง ทางวัฒนธรรมท่ีมีผลต่อการสร้างสรรค์งานดนตรี อ่าน เขียน โน้ตดนตรีไทย และสากลในอัตราจังหวะต่าง ๆ รอ้ งเพลงหรือเล่นดนตรีเด่ียว และรวมวง โดยเน้นเทคนิคการแสดงออกและคุณภาพของการแสดง สร้างเกณฑ์ สำหรับประเมินคุณภาพ การประพันธ์ และการเล่นดนตรีของตนเองและผู้อ่ืน การนำดนตรีไปประยุกต์ในงาน อื่น ๆ วิเคราะห์สถานะทางสังคมของนักดนตรีในวัฒนธรรมต่าง ๆ เปรียบเทียบลักษณะเด่นของดนตรีใน วฒั นธรรมต่าง ๆ อธบิ ายบทบาทของดนตรีในการสะท้อนแนวความคิด และค่านิยมท่ีเปลี่ยนไปของคนในสังคม การสง่ เสริมและอนุรักษด์ นตรใี นฐานะมรดกของชาติ ใช้กระบวนการการเรยี นรู้ให้ผู้เรยี นสังเกตภาพ ศึกษาใบความรู้ โดยใช้กระบวนการคิดวเิ คราะหจ์ ำแนก ประเภท อธิบาย เปรียบเทียบความเหมือน และความแตกต่าง การสรุปความรู้ และการจัดระบบความคิดเป็น แผนภาพ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สร้างและนำเสนอผลงานด้านดนตรี ให้ได้ผลตามท่ีต้องการ สามารถสื่อสารให้ผู้อ่ืนเข้าใจความคิดความรู้สึกของตนเอง เข้าใจความไพเราะงดงามของดนตรี บรรยาย และ อธิบายเก่ยี วกับดนตรีได้สัมพนั ธ์ และเชือ่ มโยงกับประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม การวดั และประเมินผลเห็นความสำคัญและคุณค่าของดนตรี และนำความรดู้ ้านดนตรไี ปประยกุ ต์ใช้ใน ชีวิตประจำวนั และประกอบการเรยี นรใู้ นกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะอน่ื ๆ ตลอดจนสรา้ งสรรค์งานดนตรเี ชื่อม่ัน ภาคภูมิใจใน การแสดงออก รับผิดชอบ มุ่งม่ันในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น เห็นคุณค่าของดนตรีที่เป็นมรดก และเปน็ เอกลกั ษณ์ของชาติ รหัสตัวช้ีวดั ศ ๒.๑ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ , ม.๔-๖/๕ , ม.๔-๖/๖ ศ ๒.๒ ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ รวมทั้งหมด ๘ ตวั ชว้ี ัด

๑๙๐ คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน ศ๓๑๑๐๔ ดนตรี - นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ศึกษาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ เก่ียวกับรูปแบบ ประวัติความเป็นมา วิวัฒนาการ ความ งาม และคุณคา่ ของการแสดงนาฏศิลป์ การละครไทยและสากล บุคคลสำคัญในวงการนาฏศิลป์ และการละคร ของไทยยุคสมัยต่าง ๆ การแสดงพ้ืนเมืองภาคต่าง ๆ การแสดงนาฏศิลป์ในโอกาสต่าง ๆ การประดิษฐ์ท่ารำท่ี เป็นคู่และเป็นหมู่ ความหมาย ประวัติความเป็นมาท่าทาง เพลงที่ใช้ในการประดิษฐ์ท่ารำ หลักการสร้างสรรค์ และการวิจารณ์ หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร ละครสร้างสรรค์ความเป็นมา องค์ประกอบของ ละครสร้างสรรค์ ละครพูด ละครโศกนาฏกรรม ละครสุขนาฏกรรม ละครแนวเหมือนจริงและไม่เหมือนจริง เทคนิคการใช้แสง สี เสียง ฉาก อุปกรณ์ สถานท่ี และเคร่ืองแต่งกายในการจัดการแสดงนาฏศิลป์ การประเมิน คุณภาพด้านการแสดง และคุณภาพองค์ประกอบการแสดง สร้างสรรค์ผลงาน จัดการแสดงในวันสำคัญของ โรงเรียน จดั ชุด การแสดงประจำโรงเรียน นำเสนอแนวคิดอนรุ กั ษน์ าฏศิลป์ไทย ใช้กระบวนการคิด ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะกระบวนการใช้ชวี ิต ทกั ษะกระบวนการสอื่ สาร และทกั ษะกระบวนการใช้เทคโนโลยี การวัดและประเมินผลเพ่ือให้มีความร้คู วามเข้าใจ กล้าคดิ กล้าแสดงออกทางนาฏศิลป์ และละครอยา่ ง สร้างสรรค์ เห็นคุณค่า ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ และสามารถประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวัน รหสั ตวั ชีว้ ดั ศ ๓.๑ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ , ม.๔-๖/๕ , ม.๔-๖/๖ , ม.๔-๖/๗ , ม.๔-๖/๘ ศ ๓.๒ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ รวมท้งั หมด ๑๒ ตัวช้วี ัด

๑๙๑ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ศ๓๒๑๐๒ ดนตรี - นาฏศิลป์ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ศึกษาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ เก่ียวกับรูปแบบ ประวัติความเป็นมา วิวัฒนาการ ความงามและคุณค่าของการแสดงนาฏศิลป์ การละครไทยและสากล บุคคลสำคัญในวงการนาฏศิลป์ และ การละครของไทยยุคสมัยต่าง ๆ การแสดงพื้นเมืองภาคต่าง ๆ การแสดงนาฏศิลป์ในโอกาสต่าง ๆ การประดิษฐ์ท่ารำท่ีเป็นคู่และเป็นหมู่ ความหมาย ประวัติความเป็นมาท่าทาง เพลงที่ใช้ในการประดิษฐ์ ท่ารำ หลักการสร้างสรรค์ และการวิจารณ์ หลักการชมการแสดงนาฏศิลป์ และละคร ละครสร้างสรรค์ความ เป็นมา องค์ประกอบของละครสรา้ งสรรค์ ละครพูด ละครโศกนาฏกรรม ละครสขุ นาฏกรรม ละครแนวเหมือน จริงและไม่เหมือนจรงิ เทคนิคการใช้แสง สี เสียง ฉาก อุปกรณ์ สถานท่ี และเครื่องแตง่ กายในการจดั การแสดง นาฏศิลป์ การประเมินคุณภาพด้านการแสดง และคุณภาพองค์ประกอบการแสดง สร้างสรรค์ผลงาน จัดการ แสดงในวันสำคญั ของโรงเรยี น จัดชดุ การแสดงประจำโรงเรยี น นำเสนอแนวคิดอนรุ ักษ์นาฏศิลปไ์ ทย ใช้กระบวนการคิด ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะกระบวนการใช้ชวี ิต ทกั ษะกระบวนการสือ่ สาร และทกั ษะกระบวนการใชเ้ ทคโนโลยี การวดั และประเมินผลเพื่อใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจ กล้าคดิ กล้าแสดงออกทางนาฏศิลป์ และละครอย่าง สร้างสรรค์ เห็นคุณค่า ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ และสามารถประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั รหสั ตัวช้วี ดั ศ ๓.๑ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ , ม.๔-๖/๕ , ม.๔-๖/๖ , ม.๔-๖/๗ , ม.๔-๖/๘ ศ ๓.๒ ม.๔-๖/๑ , ม.๔-๖/๒ , ม.๔-๖/๓ , ม.๔-๖/๔ รวมทัง้ หมด ๑๒ ตวั ชีว้ ัด

๑๙๒ คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม ศ๓๐๒๐๒ การออกแบบ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษา ฝึกปฏิบัติ ของการเขยี นภาพ การระบายสี การแกะสลัก เรื่องความรู้พน้ื ฐานของการออกแบบ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการแกะสลักและการเขียนภาพฝึกปฏิบัติ เขียนภาพที่แสดงรูปแบบ และไม่แสดงรูปแบบ เพอ่ื ใหเ้ กิดความร้คู วามเขา้ ใจเกย่ี วกับองคป์ ระกอบของการแกะสลกั และการเขียนภาพ ฝึกปฏิบตั ิ ใช้กระบวนการฝึกปฏิบัติเขียนการแกะสลัก โดยใช้เศษวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ศึกษา ความรู้พ้ืนฐาน การแกะสลัก การวาดเขยี นทางศิลปะ การวัดและประเมินผลเพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ สามารถส่ือสารส่งิ ท่ีเรียนรู้ มี ความสามารถในการตัดสนิ ใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจำวนั มจี ติ ศิลปะ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มท่ี เหมาะสม รกั ชาติ ศาสน์กษัตริย์ ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพยี งมุ่งม่ันในการทำงาน รักความ เปน็ ไทยมจี ิตสาธารณะ บนฐานเศรษฐกจิ พอเพียง ผลการเรียนรู้ ๑. ผ้เู รยี นมคี วามรู้พื้นฐานการแกะสลัก ๒. อธบิ ายความหมายการแกะสลักและกระบวนการในการสร้างงานการแกะสลกั ๓. ผเู้ รียนอธบิ ายและเลอื กวัสดุอุปกรณ์ทใี่ ช้ในการแกะสลักได้ รวมท้ังหมด ๓ ผลการเรยี นรู้

๑๙๓ คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม ศ๓๐๒๐๒ การออกแบบ ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑ จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษา ฝึกปฏบิ ัติ ของการเขยี นภาพ การระบายสี การแกะสลัก เร่ืองความรู้พ้นื ฐานของการออกแบบ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการแกะสลักและการเขียนภาพฝึกปฏิบัติ เขียนภาพท่ีแสดงรูปแบบ และไม่แสดงรูปแบบ เพอื่ ให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั องคป์ ระกอบของการแกะสลักและการเขียนภาพ ฝึกปฏิบัติ ใช้กระบวนการฝึกปฏิบัติเขียนการแกะสลัก โดยใช้เศษวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ศึกษา ความรู้พื้นฐาน การแกะสลัก การวาดเขียนทางศิลปะ การวดั และประเมินผลเพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ สามารถส่อื สารสิ่งทเี่ รียนรู้ มี ความสามารถในการตัดสนิ ใจ นำความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั มีจติ ศลิ ปะ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มที่ เหมาะสม รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สจุ รติ มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพยี งมุง่ มน่ั ในการทำงาน รักความ เป็นไทยมจี ติ สาธารณะ บนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรยี นรู้ ๑. ผู้เรียนมคี วามรู้พ้นื ฐานการแกะสลัก ๒. อธิบายความหมายการแกะสลกั และกระบวนการในการสรา้ งงานการแกะสลัก ๓. ผู้เรียนอธิบายและเลือกวัสดอุ ปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการแกะสลักได้ รวมท้ังหมด ๓ ผลการเรยี นรู้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook