Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษามัธยมศึกษา 4 - 6 2565

หลักสูตรสถานศึกษามัธยมศึกษา 4 - 6 2565

Published by netnapit89, 2022-08-02 07:30:33

Description: หลักสูตรสถานศึกษามัธยมศึกษา 4 - 6 2565

Search

Read the Text Version

๔๕ การศึกษาในระบบระดับการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน จดั การเทยี บโอนจากการจดั การศึกษา การเทยี บโอนจากการศกึ ษาตามหลกั สตู รตา่ งประเทศ รวั โดยศูนย์การเรยี นการศึกษาตามหลักสตู รระยะสั้น เข้าสกู่ ารศึกษาในระบบ บ หลักสตู รเฉพาะประสบการณ์การทำงาน การฝกึ อาชีพเขา้ สกู่ ารศึกษาในระบบ ะเมิน พจิ ารณาความรู้ ทกั ษะ ประสบการณท์ ขี่ อ ๑. สำเรจ็ การศึกษาภาคเรยี นใด ช้ันปีใด ใหพ้ ิจารณาเทียบโอน เทียบโอนวา่ ตรงกับรายวิชา/สาระ/กจิ กรรมใด ภาคเรียนต่อภาคเรียน ปตี อ่ ปี โดยนำพนื้ ความรู้สามญั เดิมมา จึงทำการประเมิน หากปรากฏวา่ ชื่อไม่ตรงกบั ที่ ประกอบการพิจารณาหรืออาจประเมินเพิ่มเติมเพอื่ ตรวจสอบ ปรากฏในโครงสรา้ งหลักสตู รใหก้ ำหนดและบรรจุ ความรพู้ ้นื ฐาน น ช่ือนั้นไว้ในหลกั สูตร ๒. รายวิชา/สาระ/กจิ กรรม ทยี่ ังไม่ได้เทยี บโอนเนื่องจากยัง ณ์ ไมต่ ดั สินผลการเรยี นให้ประเมนิ ตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนด ม ให้จำนวนหนว่ ยของรายวชิ า/สาระตามเกณฑ์ของ จำนวนหนว่ ยให้เป็นไปตามโครงสร้างหลกั สตู รของ หนด สถานศกึ ษาใหม่ สำหรบั กจิ กรรมไมใ่ ห้จำนวนหน่วย สถานศึกษาที่รับเข้าเรยี น งเขต ผลการประเมนิ ความรู้ ทกั ษะ ประสบการณใ์ ห้ ผลการประเมนิ เพ่ิมเตมิ ใหเ้ ปน็ ไปตามที่สถานศึกษาที่ ใน เป็นไปตามทสี่ ถานศกึ ษาใหม่กำหนด รับเข้าเรียนกำหนด นำผลการประเมินความรู้ ทกั ษะประสบการณ์ ๑. ใหก้ รอกรายช่ือและจำนวนหนว่ ยตามรายวชิ าของสถานศึกษาท่ี ะ กรอกในใบแสดงผลการเรียน รบั เข้าเรยี นในใบแสดงผลการเรยี นของสถานศกึ ษาที่รบั เข้า รอกใน เรียนโดยไม่ตอ้ งกรอกผลการเรียนและแนบใบแสดงผล กษา การเรียนจากสถาน ศึกษาเดมิ และสถานศึกษาท่ีรับเขา้ เรียน

แนวทาง การเทียบโอนจากการศึกษาใน การเทยี บโอนจากการศึกษานอก การเทียบโอนจากการจ การพิจารณา ระบบ ระบบเข้าสกู่ ารศึกษาในระบบ การศึกษาโดยครอบคร เขา้ สู่การศึกษาในระบบ เขา้ สกู่ ารศกึ ษาในระบบ แสดงผลการเรยี นใหม่และบันทกึ แสดงผลการเรียนใหมแ่ ละบนั ทกึ ใหม่ แต่ใหแ้ นบเอกสารเดิม จำนวนหนว่ ยท่ีได้รับการเทยี บโอน ตามโครงสรา้ งหลกั สตู รของสถานศกึ ษา จำนวนหนว่ ยท่ีไดร้ ับการเทยี บโอน ตาม กบั ใบแสดงผลการเรียนใหม เดิมไว้ในช่องหมายเหตุ ๒. รายวิชา/สาระ/กิจกรรมที่ยงั โครงสรา้ งหลักสูตรของ บันทึกข้อมลู และจำนวนหน ไมไ่ ดต้ ัดสินผลการเรยี นและได้รับ การประเมนิ ใหน้ ำผลการประเมนิ สถานศึกษาใหมไ่ ว้ในชอ่ งหมายเหตุ ไดร้ บั การเทยี บโอนไว้ในช่อ กรอกในชอ่ งหมายเหตุ หมายเหตุ การคิดผลการเรียนเฉลยี่ ให้นำ การคดิ ผลการเรยี น ผลการเรยี นและจำนวนหนว่ ยจาก การคิดผลการเรยี นเฉลย่ี ใหค้ ดิ การคิดผลการเรยี นเฉลย่ี ให เฉลี่ย สถานศึกษาเดมิ มาคดิ รวมกบั ผล จากรายวิชาท่มี ีจำนวนหนว่ ยและ จากรายวิชาท่ีได้จากการเรยี น การเรยี นและจำนวนหนว่ ยท่ีได้ ระดบั ผลการเรยี นที่ได้เรยี นใน สถานศึกษาใหม่ โดยนำผลการ จากการเรยี นในสถานศกึ ษาใหม่ สถานศกึ ษาใหม่ ประเมนิ ของเขตพ้นื ทท่ี ีม่ ีระด และ คิดผลการเรยี นเฉล่ยี รวม ผลการเรยี นมาคิดรวม ตลอดระดับช้นั

๔๖ จดั การเทยี บโอนจากการจดั การศึกษา การเทียบโอนจากการศึกษาตามหลักสตู รตา่ งประเทศ รัว โดยศนู ย์การเรยี นการศึกษาตามหลกั สตู รระยะสนั้ เขา้ สกู่ ารศกึ ษาในระบบ บ หลักสตู รเฉพาะประสบการณ์การทำงาน การฝึกอาชีพเข้าสกู่ ารศึกษาในระบบ มไว้ ม่และ ไวด้ ้วยกนั และบนั ทกึ ผล การเทยี บโอนไว้ในชอ่ งหมายเหตุ น่วยที่ ๒. รายวิชาทยี่ ังไมไ่ ดต้ ดั สนิ ผลการเรยี นและสถานศึกษา อง ที่รบั เข้าเรยี นไดป้ ระเมินผล การเรียนแล้วให้นำผล การประเมนิ กรอกไว้ในช่องหมายเหตุ หค้ ิด การคิดผลการเรยี นเฉลย่ี ให้คิดจากรายวิชาท่ีได้ ๑. ให้คิดผลการเรยี นเฉลยี่ จากรายวิชาที่มจี ำนวนหน่วยและ นใน จากการเรียนในสถานศึกษาใหม่ โดยไมต่ อ้ งนำผล ระดบั ผลการเรยี นท่ีได้จากการเรยี นในสถานศึกษาใหม่ การประเมินความรู้ ทกั ษะ ประสบการณม์ าคดิ ๒. รายวชิ าทยี่ ังไมไ่ ดต้ ดั สนิ ผลการเรยี นจากหลกั สูตร ดับ รวม ตา่ งประเทศที่สถานศึกษาทีร่ ับเข้าเรยี นไดป้ ระเมินแล้วและ ได้ระดบั ผลการเรยี น ให้นำมาคิดผลการเรยี นเฉลีย่ รวมกับ ผลการเรยี นทีไ่ ดจ้ าก การเรยี นในสถานศึกษาที่รบั เขา้ เรยี น ตลอดระดับช้ัน

๔๗ แผนการวดั และประเมนิ ผลการเรียนร้ขู องสถานศกึ ษา หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บ้านโป่ง “สามคั คคี ณุ ปู ถัมภ”์ มาตรฐานและตัวช้วี ดั การอา่ น คดิ วิเคราะห์ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ๘ กลมุ่ สาระ และเขยี น ภารกิจการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้โรงเรียนเลงิ ถ่อนโนนสมบูรณ์ กำหนดวธิ ีการ เครอื่ งมอื ระยะเวลา และเกณฑก์ ารประเมิน การประเมินกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ การประเมนิ การประเมิน การประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ประเมินผลการเรียนรู้ ไม่ผ่าน - ประเมนิ ระหว่าง ผา่ น ประเมนิ ไมผ่ า่ น ผา่ น ประเมนิ ไมผ่ า่ น ผ่าน ประเมิน การจดั การเรยี น ซ่อมเสริม การสอน ดีเย่ียม - ประเมินกลาง- ดี ภาคเรียน ผ่าน ระห ่วางเ ีรยน ซ่อมเสริม ดีเย่ยี ม ดี ควรกำหนดสัดส่วนระห ่วาง ผา่ น เรียนมากก ่วาปลาย ีป/ ปลายภาคเรียน ปลายป/ี ปลายภาคเรยี น ประถมฯ ประเมิน มัธยมฯ - ระดับ - ระดบั ผลการเรยี น ผลการเรยี น ๘ ระดับ - ระดับ - เง่อื นไข ผลการเรยี น คุณภาพ (ส มส) บนั ทึกผลการประเมนิ ในเอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่สี ถานศกึ ษากำหนด เลื่อนชนั้ ผ่าน อนมุ ัติ ประถมศกึ ษา ไมผ่ า่ น มัธยมศกึ ษา ซ่อมเสรมิ ซ่อมเสริม ประเมิน แก้ 0, ร, มส, มผ ผา่ น ไม่ผ่าน ผา่ น ไมผ่ า่ น ซ้ำชนั้ เรยี นซ้ำรายวชิ า/เรียนซำ้ ชนั้ แผนภาพที่ ๓.๑ แสดงแผนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของสถานศกึ ษา

๔๘ แผนการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องสถานศึกษา เม่ือสถานศึกษาจัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานและเหมาะสม กับสภาพบริบทของตนเองแล้ว ภารกิจต่อไปคือวางแผนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ หลักสูตร เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการวัดและประเมินผลในระดับชั้นเรียนสำหรับผู้สอน โดยใน การประเมินความรู้ และทักษะต่าง ๆ นั้นควรยึดบูรณาการไปพร้อม ๆ กับการประเมินคุณลักษณะอื่น ๆ มีรายละเอียดที่สถานศกึ ษาตอ้ งประเมนิ ดังน้ี ๑. การประเมินผลการเรยี นรตู้ ามกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ๒. การประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น ๓. การประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๔. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากน้ี ส่ิงท่ีสถานศึกษาต้องตรวจสอบเพ่ิมเติมเพื่อให้ม่ันใจว่าการจัดการเรียนรู้และ การประเมินผลการเรียนรู้ท่ีครูผู้สอนดำเนินการนั้น นำสู่การพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ๕ ด้าน ได้แก่ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี โดย การประเมินสมรรถนะสำคัญท้ัง ๕ ด้านนั้นควรเป็นการประเมินในลักษณะบูรณาการไปพร้อม ๆ กับการประเมิน คณุ ลักษณะอ่ืน ๆ การประเมินผลการเรยี นร้ตู ามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ การประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรทู้ ั้ง ๘ กลุ่มสาระ เป็นการประเมินผลการเรียนรู้ตาม ตัวช้ีวัดในหลักสูตร ซ่ึงจะนำไปสู่การสรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้ต่อไป ภารกิจของ สถานศึกษาในการดำเนินการประเมินผลการเรียนร้ตู ามกลุม่ สาระการเรยี นรู้มรี ายละเอียดดงั นี้ ๑. กำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับคะแนนปลายปี/ปลายภาค โดยให้ความสำคัญของ คะแนนระหว่างเรยี นมากกว่าคะแนนปลายป/ี ปลายภาค เช่น ๖๐:๔๐ , ๗๐:๓๐ , ๘๐:๒๐ เป็นตน้ ๒. กำหนดเกณฑ์การตัดสินผลการเรียน โดยพิจารณาความเหมาะสมตามระดับชั้นเรียน เช่น ระดับประถมศกึ ษาอาจกำหนดเป็นระดบั ผลการเรยี น หรอื ระดบั คณุ ภาพการปฏบิ ัติของผู้เรียนเป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบรอ้ ยละและระบบคุณภาพสะท้อนมาตรฐาน สำหรบั ระดับมัธยมศึกษากำหนดเป็นระดับ ผลการเรียน ๘ ระดับ และกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ของผลการเรียน เช่น การประเมินที่ยังไม่สมบูรณ์ (ได้ ร) การไม่มีสิทธิเข้ารับการสอบ (ได้ มส) เป็นต้น นอกจากน้ีสถานศึกษาอาจกำหนดคุณลักษณะของความสำเร็จ ตามมาตรฐานการศกึ ษาแตล่ ะชัน้ ปเี ป็นระดบั คุณภาพเพิม่ อกี กไ็ ด้ ๓. กำหนดแนวปฏิบัติในการสอนซ่อมเสริม การสอบแก้ตัว กรณีผู้เรียนมีระดับผลการเรียน “๐” และแนวดำเนินการกรณผี ้เู รยี นมีผลการเรยี นที่มีเงื่อนไข คอื “ ร ” “ มส.” ๔. กำหนดแนวปฏิบัติในการอนมุ ัติผลการเรียน ๕. กำหนดแนวทางในการรายงานผลการประเมนิ ต่อผเู้ ก่ียวข้อง เช่น ผูป้ กครอง ๖. กำหนดแนวทาง วิธีการในการกำกับ ติดตามการบันทึกผลการประเมินในเอกสารหลักฐาน การศกึ ษา ทงั้ แบบทีห่ ลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และแบบทสี่ ถานศึกษากำหนด

๔๙ การประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ดังน้ันสถานศึกษาต้องวางแผนการพัฒนาความสามารถ ด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ควบคู่ไปกับการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาต่าง ๆ สถานศึกษาอาจกำหนดขั้นตอนดำเนินการ ดังแผนภาพ ท่ี ๓.๒ ประชุมชีแ้ จงแนวการส่งเสรมิ /พัฒนา กำหนดเกณฑ์ คณะกรรมการพฒั นาและประเมิน การประเมนิ และแนวทางการวดั ผลประเมนิ ผล การอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขียน ดำเนินการสง่ เสรมิ /พัฒนา ควบคกู่ บั การจัดกจิ กรรม ครผู สู้ อน การเรยี นรู้ ๘ กลุม่ สาระ/โครงการ/กจิ กรรมสง่ เสรมิ ครูผสู้ อน ครทู ี่ปรกึ ษา/ครปู ระจำชัน้ วดั ผล ประเมินผล บนั ทึกผล (สรปุ ผล) หรือผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย ประมวลผล สรุปผล คณะกรรมการพัฒนาและประเมนิ การ อ่าน คิดวเิ คราะห์และเขยี น ไม่ผา่ น ผา่ น ซอ่ มเสรมิ - ครปู ระจำชน้ั ดเี ย่ยี ม - ครทู ีป่ รึกษา ดี - นายทะเบยี น ผ่าน บันทึกผล แผนภาพที่ ๓.๒ แสดงข้ันตอนการพัฒนาและประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี นของสถานศกึ ษา

๕๐ แนวดำเนินการพัฒนาและประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน การพัฒนาและประเมินความสามารถการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน สถานศึกษาอาจกำหนด แนวดำเนนิ การ ดังนี้ ๑. คณะกรรมการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ของสถานศึกษากำหนดผลการเรียนรู้ หรือความสามารถ การอา่ น คิดวเิ คราะห์และเขียน จากกล่มุ สาระการเรยี นรู้พรอ้ มกำหนดเกณฑ์ตดั สนิ คณุ ภาพ (ดเี ย่ียม ดีและ ผ่าน) ใหเ้ หมาะสมกบั ระดบั การศึกษา ๒. ผู้สอนแต่ละกลุ่มสาระออกแบบการประเมิน เพ่ือประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และ เขียน ให้เหมาะสมกบั ผู้เรียนแตล่ ะช้ันปี และการจัดการเรยี นรใู้ นแต่ละภาคเรยี น รปู แบบและวธิ ีการพัฒนาและประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน คณะกรรมการการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขยี น สามารถดำเนินการได้หลายวิธดี งั น้ี ๑. ประเมนิ จากผลงานและการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๑.๑ กรณีท่ีบคุ ลากรสอนตามเพียงพอ ใช้วธิ ีการบรู ณาการความสามารถ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียน เข้ากับหน่วยการเรียนรู้ ในรายวิชาที่มีสัดส่วนเพียงพอสามารถเป็นตัวแทนได้ เมื่อนำหน่วย การเรียนรู้ไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แต่ละรายวิชาแล้ว มีผลการประเมินของผู้เรียนเป็นผลงานในหน่วย การเรยี นรูน้ ้ัน ใหน้ ำผลการประเมนิ นั้นนบั เข้าเปน็ ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นด้วย ๑.๒ กรณีท่ีสถานศึกษามีบุคลากรเพียงพอ นอกจากส่งเสริมและพัฒนาการอ่าน คิดวิเคราะห์และ เขยี น ในกลุ่มสาระที่สอนแล้ว ยังสามารถจัดโครงงาน / กิจกรรมเสรมิ อีก เช่น โครงการรกั การอา่ น - การเขยี น เปน็ ตน้ การประเมินผลก็ใช้ผลจากการประเมินในกลุ่มสาระและผลจากการเข้ารว่ มโครงการและกิจกรรม ๒. ประเมินจากแบบทดสอบมาตรฐานประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และ เขียน โดยทดสอบกับ ผู้เรียนทุกคน การนำแบบทดสอบมาตรฐานมาใช้ประเมินผลต้องมีความมั่นใจในความเท่ียงตรง(Validity) ความยตุ ธิ รรม(Fair) และความเชอื่ ถอื ได้ (Reliability) เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินระดับคุณภาพ ใช้วิธีการที่เหมาะสมกับลักษณะของข้อมูลซึ่งไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ได้แก่ ฐานนิยม (Mode) แล้วตัดสินผลตามเกณฑ์ท่ีกำหนด ส่งผลให้แก่คณะกรรมการดำเนิน การประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขียน เพ่ือดำเนินการส่งเสริมพฒั นาตอ่ ไป เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้กำหนดเป็นระดับคุณภาพดีเยี่ยม ดีและผ่าน อย่างไรก็ตามใน กระบวนการพัฒนา สถานศึกษาควรกำหนดให้ผู้สอนได้ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนเพ่ือการพัฒนา การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ได้บรรลุเป้าหมายของสถานศึกษา การให้ข้อมูลย้อนกลับจะทำได้ดีหากมีการใช้เกณฑ์ การให้คะแนน (Rubrics) เปน็ แนวทางการกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาสามารถดำเนนิ การไดด้ ังน้ี ๑. กำหนดระดับคุณภาพตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานกำหนดไว้ได้แก่ ดีเย่ียม ดี และผา่ น ๒. กำหนดประเดน็ การประเมนิ ให้สอดคล้องกับความสามารถท่ีจะประเมนิ เชน่ - การนำเสนอเนือ้ หา - การใช้ภาษา ๓. ให้คำอธิบายระดับคณุ ภาพของประเดน็ การประเมนิ ดงั ตัวอย่าง

ประเด็น ๓ ระดับคะแนน ๕๑ การประเมิน ๒ การนำเสนอเน้ือหา - เรียงลำดบั เร่อื งราวได้ ๑ เหมาะสม ไมว่ กวน - เรียงลำดบั เรื่องราวได้ - เรยี งลำดบั เรือ่ งราวได้ การใชภ้ าษา เหมาะสม ไม่วกวน แตม่ กี ารวกวนบ้าง - แสดงความคิดเหน็ - แสดงความคดิ เหน็ - แสดงความคดิ เหน็ ประกอบได้อยา่ งมี ประกอบได้อยา่ งมี ประกอบ เหตุผลและสร้างสรรค์ เหตุผล - ข้อมูลสนับสนนุ หรือ - นำเสนอประเดน็ สำคัญ - นำเสนอขอ้ มูลชัดเจน ประเด็นยังไมช่ ัดเจน ท่ที ำให้เห็นความชดั เจน แตบ่ างประเดน็ ไม่ ของเร่อื ง ชัดเจน - เขยี นสะกดคำถูกตอ้ ง - ประเมนิ สิง่ ทเี่ ป็นประโยชน์ ตามอักขรวิธี ในการดำเนนิ ชีวติ ได้ - เขยี นสะกดคำถูกต้อง - เลือกใช้คำตรง ถูกต้อง ตามอกั ขรวธิ ี ความหมาย - เลอื กใชค้ ำตรง - เขียนสะกดคำถูกตอ้ งตาม ความหมาย อกั ขรวธิ ี - ใชภ้ าษาเหมาะสมกับ - เลือกใช้คำตรงความหมาย ระดับภาษา - ใช้ภาษาเหมาะสมกบั ระดับภาษา - ใช้ภาษาส่ือสารตรง จดุ ประสงค์ การประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หมายถึง ลักษณะท่ีต้องการให้เกิดข้ึนกับผู้เรียนอันเป็นคุณลักษณะที่ สังคมต้องการ ในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่าง มีความสุข ท้ังในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ตามท่ีหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานกำหนด ซ่ึงมีอยู่ ๘ คุณลักษณะ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน การทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ นอกจากนี้สถานศึกษาสามารถกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพม่ิ เติมใหส้ อดคล้องกับบริบทและจุดเน้นของตนเองได้ การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาจะบรรลุผลได้น้ัน ต้องอาศยั การบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ครูที่ปรึกษา ครูผู้สอน ผ้ปู กครองและชุมชนทีต่ ้องมงุ่ ขัดเกลา บม่ เพาะ ปลูกฝงั คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ให้เกดิ ข้นึ แกผ่ เู้ รยี น ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์สามารถกระทำได้โดยนำพฤติกรรมบ่งช้ีหรือพฤติกรรม ท่ีแสดงออกของคุณลักษณะแต่ละด้านท่ีวิเคราะห์ไว้ บูรณาการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและโครงการพเิ ศษต่าง ๆ ที่สถานศึกษาจดั ทำขนึ้ เช่น โครงการวนั พ่อ วันแม่แห่งชาติ โครงการลดภาวะโลกร้อน วันรักษ์สิ่งแวดล้อม แห่เทียนพรรษา ตามรอยคนดี หรือกิจกรรม ท่อี งค์กรในท้องถ่นิ จดั ข้ึน เปน็ ต้น สำหรับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น สถานศึกษาควรจัดให้มีการประเมินเป็นระยะ ๆ โดยอาจประเมินผลเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน รายภาค รายปีด้วย เพ่ือให้มีการสั่งสม และการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และประเมินผลสรปุ เมื่อจบปสี ุดทา้ ยของแตล่ ะระดับการศกึ ษา

ส่งเสรมิ /พฒั นา ประชมุ ชี้แจงแนวทาง ๕๒ ผ้เู รยี น การประเมิน การเกบ็ รวบรวม การรายงานความกา้ วหน้า คณะกรรมการพฒั นาและ ไมผ่ ่านเกณฑ์ การรายงานผล และสรุปผล ประเมนิ คุณลกั ษณะ อันพงึ ประสงค์ ประเมิน บันทกึ วเิ คราะห์ แปลผล และ รายงานผลการประเมิน ครผู สู้ อน ตอ่ ผูเ้ กยี่ วขอ้ ง ครูท่ีปรึกษา ครูประจำชน้ั หรือ - เก็บรวบรวม ผ้ทู ี่ไดร้ บั มอบหมาย - ประมวลผล - สรปุ ผล ทะเบยี น - วดั ผล - บันทึกขอ้ มลู ใน ปพ.1 นำขอ้ มูลท่ีไดม้ าวางแผน คณะกรรมการ แผนภาพที่ ๓.๓ แสดงขนั้ ตอนการดำเนินการวัดและประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของสถานศึกษา

๕๓ แนวดำเนินการพัฒนาและประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ สถานศึกษาควรดำเนินการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นขั้นตอนท่ีชัด เจน สามารถตรวจสอบกลับการดำเนินงานได้ แผนภูมิท่ี ๓.๒ แสดงขั้นตอนการดำเนินการวัดและประเมิน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ทสี่ ถานศึกษาสามารถนำไปปรบั ใช้ตามบริบทของสถานศึกษา โดย ๑) แตง่ ตั้งคณะกรรมการการพฒั นาและประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของสถานศึกษาเพือ่ ๑.๑ กำหนดแนวทางในการพัฒนาและแนวทางการประเมิน เกณฑ์การประเมิน และแนวทาง การปรับปรุงแกไ้ ขปรบั พฤติกรรม ๑.๒ พิจารณาตัดสินผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายปี (ระดับประถมศึกษา) รายภาค (ระดับมัธยมศกึ ษา) และจบการศกึ ษาแตล่ ะระดบั ๑.๓ จัดระบบการปรับปรุงแก้ไขปรับพฤติกรรมด้วยวิธีการอันเหมาะสมและส่งต่อข้อมูล เพือ่ การพัฒนาอย่างต่อเนือ่ ง ๒) พิจารณานิยามหรือความหมายของคุณลักษณะแต่ละตัว พร้อมทั้งกำหนดตัวช้ีวัด หรือพฤติกรรม บ่งช้ีหรือพฤติกรรมที่แสดงออกของคุณลักษณะแต่ละตัว และหากสถานศึกษาได้กำหนดคุณลักษณะ อนั พงึ ประสงค์เพม่ิ เติม สถานศึกษาตอ้ งจดั ทำนิยาม พรอ้ มท้งั ตัวชว้ี ัดเพิม่ เติมด้วย ๓) กำหนดเกณฑ์และแนวทางการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้สอดคล้องกับบริบทและ จุดเน้นของสถานศึกษา กำหนดระดับคุณภาพ หรือเกณฑ์ในการประเมินตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขนั้ พ้ืนฐานกำหนดไว้ ๓ ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี และ ผ่าน กำหนดประเด็นการประเมินให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๔) เลือกใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลท่ีไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ได้แก่ ค่าฐานนิยม (Mode) แล้วตัดสินผลตาม เกณฑ์ท่ีกำหนดไว้ นำผลการตัดสินให้คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พิจารณา เพอ่ื ดำเนนิ การส่งเสริม พัฒนาต่อไป ๕) ให้ครูผู้สอนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้และผู้ที่ได้รับมอบหมายรับผิดชอบการพัฒนาและประเมิน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมท่ีสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกระดับช้ัน เพ่ือส่งเสริมพัฒนา ความสามารถของตนเองตามความถนัด ความสนใจ ให้เต็มศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์รวมของความเป็น มนุษย์ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม สร้างเยาวชนของชาติให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบ วินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพ่ือสังคมและสามารถบริหาร การจัดการตนเองได้กิจกรรม พัฒนาผู้เรียน แบ่งเปน็ ๓ ลักษณะ ได้แก่ ๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจ โดยคำนึงถงึ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ด้วยกระบวนการทางจิตวทิ ยาการแนะแนว ให้สอดคล้องครอบคลุมด้านการศึกษา อาชีพส่วนตัวและสังคม กิจกรรมสำคัญในการพัฒนาได้แก่ กิจกรรม การรู้จักเข้าใจ และเห็นคุณค่าในตนเอง และผู้อ่ืน กิจกรรมการปรับตัวและดำรงชีวิต กิจกรรมแสวงหา และใช้ ข้อมลู สารสนเทศ กิจกรรมการตัดสนิ ใจและแก้ปัญหา เป็นต้น

๕๔ ๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามท่ีดี ความ รับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอ้อื อาทรและสมานฉนั ท์ โดยจดั ให้สอดคลอ้ งกับความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผเู้ รียนใหผ้ ู้เรียน ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุง การทำงาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบท ของสถานศกึ ษาและทอ้ งถน่ิ กจิ กรรมนักเรียนประกอบดว้ ย ๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์และนักศึกษาวิชาทหาร เป็น กิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จัก แก้ปญั หา การตดั สินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน การประนปี ระนอม เพ่ือส่งเสริมให้ ผู้เรยี นเจรญิ เติบโตเป็นผใู้ หญ่ท่มี ีความสมบูรณ์ พรอ้ มทงั้ ดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคมและสตปิ ัญญาเปน็ ต้น ๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับ ความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยเน้นใหผ้ ู้เรียนปฏิบัติดว้ ยตนเองตั้งแตก่ ารศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทำงาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม กิจกรรมสำคัญในการพัฒนา ได้แก่ ชุมนุม หรือชมรมต่าง ๆ ที่สถานศึกษากำหนดข้ึนตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของ ผู้เรียน และบริบทของสถานศกึ ษาและทอ้ งถิ่น ๓. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำประโยชน์ตาม ความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผดิ ชอบความดีงาม ความ เสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทำประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสำคัญได้แก่ กิจกรรมบำเพ็ญ ประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดำรงรักษา สืบสานศาสนา ศลิ ปะและวัฒนาธรรม กิจกรรมพฒั นา นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือสงั คม เปน็ ตน้ เวลาเรียนสำหรับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง ในระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ปีละ ๑๒๐ ชั่วโมงและช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ จำนวน ๓๖๐ ช่ัวโมง เป็นเวลาสำหรับปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ใน ส่วนกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ให้สถานศึกษาจดั สรรเวลาให้ผเู้ รยี นดังนี้ ระดบั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ - ๖ รวม ๖ ปี จำนวน ๖๐ ช่วั โมง (เฉลย่ี ปีละ ๑๐ ช่ัวโมง) ระดับมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ - ๓ รวม ๓ ปี จำนวน ๔๕ ช่ัวโมง (เฉลี่ยปีละ ๑๕ ชั่วโมง) ระดบั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ - ๖ รวม ๓ ปี จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง (เฉล่ียปลี ะ ๒๐ ชว่ั โมง) การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ สามารถนำไปสอดแทรก หรือบูรณาการใน กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์และนักศึกษาวิชาทหาร ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ให้ผู้เรียนรายงานแสดงการเข้าร่วมกิจกรรมและมีผู้รับรองผล การเขา้ รว่ มกิจกรรมด้วย

๕๕ การประเมินผลการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นเงื่อนไขสำคัญประการหน่ึงสำหรับ การเล่ือน ชั้นและการจบระดับการศึกษา ผู้เรียนต้องมีเวลาเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตลอดจนผ่าน การประเมินตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด โดยแนวทางการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีรายละเอียดดัง แผนภาพท่ี ๓.๔ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น แนะแนว ลกู เสือฯ ผบู้ ำเพ็ญฯ กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ ชุมนมุ /ชมรม เกณฑก์ ารประเมิน ๑. เวลาการเขา้ รว่ มกจิ กรรม ๒. การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ๓. ผลงาน / ชน้ิ งาน ตามเกณฑ์ ประเมิน ไม่ตามเกณฑ์ ไม่ผ่าน ผา่ น ซอ่ มเสริม ส่งผลการประเมนิ แผนภาพท่ี ๓.๔ แสดงข้ันตอนการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน แนวดำเนินการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น สถานศกึ ษาควรมกี ารดำเนนิ การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นเปน็ ข้ันตอนท่ชี ดั เจน ๑. การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนรายกจิ กรรม มีแนวปฏิบัติดงั นี้ ๑.๑ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ทสี่ ถานศกึ ษา กำหนด ดว้ ยวิธีการทห่ี ลากหลาย และใช้การประเมินตามสภาพจริง ๑.๒ ตรวจสอบเวลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมของผู้เรียนวา่ เป็นไปตามเกณฑท์ ส่ี ถานศึกษากำหนดไวห้ รือไม่ ๑.๓ ในกรณีที่ กิจกรรมใดต้องใช้เวลาปฏิบัติตลอดปี เม่ือสิ้นภาคเรียนแรก ควรจัดให้มีการประเมินผล การปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน เพ่ือสรุปความก้าวหน้า ปรับปรุงแก้ไข และรายงานให้ผู้ปกครองทราบ (โดยนำ ผลการประเมินในภาคเรียนแรกไปรวมกับผลการประเมินในภาคเรียนท่ีสองเพ่ือตัดสินผลการผ่านกิจกรรม พฒั นาผเู้ รยี นเมือ่ จบปกี ารศกึ ษาในระดับประถมศึกษาและเม่ือสนิ้ ภาคเรียนในระดับมธั ยมศึกษา) ๑.๔ ผู้เรียนที่มีเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ท่ี สถานศึกษากำหนด เป็นผู้ผ่านการประเมินรายกิจกรรมและนำผลการประเมินไปบันทึกในระเบียนแสดงผล การเรียน

๕๖ ๑.๕ ผู้เรียนที่มีผลการประเมินไม่ผ่านในเกณฑ์เวลาการเข้าร่วมกิจกรรมหรือเกณฑ์การปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผู้เรียนหรือทั้งสองเกณฑ์ ถือว่าไม่ผ่านการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผู้สอนต้อง ดำเนินการซ่อมเสรมิ และประเมินจนผ่าน ท้ังนค้ี วรดำเนินการใหเ้ สร็จส้ินในปีการศกึ ษาน้ัน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ใหอ้ ยใู่ นดุลพินิจของสถานศึกษา ๒. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพ่ือเล่ือนชน้ั และจบระดับการศกึ ษา การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพ่ือเล่ือนช้ันและจบระดบั การศึกษาเป็นการประเมินการผ่านกิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน เป็นรายปี / รายภาค เพื่อสรุปผลการผ่านในแต่ละกิจกรรม สรุปผลรวมเพ่ือเลื่อนชั้นและประมวลผลรวม ในปสี ดุ ทา้ ยเพอื่ การจบแตล่ ะระดบั การศึกษา โดยการดำเนนิ การดังกล่าวมแี นวปฏิบตั ิ ดังนี้ ๒.๑ กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นของผู้เรียน ทุกคน ตลอดระดับการศึกษา ๒.๒ ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ท่ี สถานศึกษากำหนด (เกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษาที่สถานศึกษากำหนดนั้น ผู้เรียนจะต้องผ่านกิจกรรม ๓ กจิ กรรมสำคัญ ดงั น้ี ๑) กิจกรรมแนะแนว ๒) กจิ กรรมนักเรียน ซึ่งได้แก่ (๑) กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี ยุวกาชาด ผบู้ ำเพ็ญประโยชน์ และ นกั ศกึ ษาวิชาทหาร (๒) กจิ กรรมชมุ นมุ ชมรม ๓) กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ ๒.๓ นำเสนอผลการประเมนิ ตอ่ คณะอนุกรรมการกลุ่มสาระการเรยี นรูแ้ ละกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน เพอ่ื ให้ความ เห็นชอบ ๒.๔ เสนอผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์การจบแต่ละ ระดับการศึกษา ๓. ข้อเสนอแนะ การประเมนิ ผลการเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนนั้น จะตอ้ งคำนงึ ถงึ ส่ิงต่อไปนี้ ๓.๑ เวลาการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด สถานศึกษาควรกำหนดเวลาไม่น้อย กว่ารอ้ ยละ ๘๐ ๓.๒ ผลการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด โดยอาจจัดให้ ผ้เู รยี นแสดงผลงาน แฟม้ สะสมงานหรือจัดนิทรรศการ ๓.๔ ผู้เรียนทุกคนต้องมีผลการประเมินระดับผ่าน ทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและ ผลงานของผู้เรยี นจึงจะได้ผลการประเมนิ เป็นผ่าน (ผ) เพื่อบนั ทึกในระเบียนแสดงผลการเรยี น ๓.๕ กรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านกิจกรรม (มผ) ให้เป็นหน้าที่ของครู หรือผู้รับผิดชอบกิจกรรมนั้น ๆ ท่ีจะต้อง ซ่อมเสริม โดยให้ผู้เรียนทำกิจกรรมจนครบตามเวลาท่ีขาดหรือปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของ กิจกรรมน้ัน แล้วจึงประเมินให้ผ่านกิจกรรม เพ่ือบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้ รายงานผู้บริหารสถานศึกษาทราบ เพอ่ื ดำเนินการชว่ ยเหลอื ผู้เรยี นอย่างเหมาะสมเปน็ รายกรณไี ป ๓.๖ ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น หากสถานศกึ ษามีบคุ ลากรไม่เพียงพอหรอื ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ อย่างหลากหลาย สถานศึกษาอาจจัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการ หรือสอดแทรกในกิจกรรมหรือโครงการ ต่าง ๆ เช่นกิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมวันสำคัญ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เป็นต้น ซ่ึงสถานศึกษาสามารถ ดำเนินการประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว และนำมาเป็นส่วนหน่ึงในการประเมินกิจกรรมพัฒนา ผู้เรียนได้

๕๗ เกณฑ์การผา่ นการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น ผ้เู รยี นจะต้องได้รับการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียนและผ่านเกณฑต์ ามท่ีสถานศึกษากำหนดโดยกำหนด เกณฑ์ในการประเมินอย่างเหมาะสม ดังนี้ ๑. กำหนดคุณภาพหรือเกณฑ์ในการประเมินตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานกำหนดไว้ ๒ ระดับ คือ ผ่าน และไมผ่ ่าน ๒. กำหนดประเด็นการประเมินให้สอดคล้องตามจุดประสงค์ในแต่ละกิจกรรมและกำหนดเกณฑ์การผ่าน การประเมิน ดงั นี้ ๒.๑ เกณฑ์การตดั สนิ ผลการประเมินรายกจิ กรรม ผ่าน หมายถึง ผู้เรยี นมเี วลาเข้ารว่ มกจิ กรรมครบตามเกณฑ์และปฏิบตั ิ กิจกรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมไม่ครบตามเกณฑ์หรือไมผ่ ่านการปฏบิ ัติกิจกรรมและ ผลงานของผู้เรยี นตามเกณฑท์ ่ีสถานศกึ ษากำหนด ๒.๒ เกณฑก์ ารตัดสินผลการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี นในแตล่ ะภาค/ปี ผ่าน หมายถงึ ผ้เู รยี นมีผลการประเมนิ ระดับ “ผ่าน” ในกจิ กรรมสำคัญท้ัง ๓ กิจกรรม คือ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กจิ กรรมเพื่อ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ไมผ่ ่าน หมายถึง ผู้เรียนมผี ลการประเมินระดับ“ไม่ผา่ น” ในกจิ กรรมสำคญั กิจกรรมใดกจิ กรรมหน่งึ จาก ๓ กิจกรรม คือ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๒.๓ เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนเพ่ือจบระดับการศกึ ษา ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมผี ลการประเมินระดับ “ผา่ น” ทุกชัน้ ปีในระดบั การศึกษานนั้ ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมผี ลการประเมินระดับ “ ไม่ผ่าน ” บางชัน้ ปีในระดับการศึกษาน้ัน

๕๘ คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ท๓๑๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ศึกษาหลักการอ่านบทร้อยแก้วบทร้อยกรอง หลักการเขียนเพื่อการส่ือสาร การเขียนเรียงความย่อ ความ การเขียนเชิงวชิ าการ การเขียนบันทึก การเขียนประเมินค่า หลักการฟงั การดู การพูด หลักการใช้ภาษา และวรรณคดีวรรณกรรม การเขียน การคัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย การเขียนสื่อสาร การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาการย่อความจากสื่อต่าง ๆ การเขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับสาระจากส่ือต่าง ๆ การเขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายขอความช่วยเหลือ จดหมายแนะนำ จดหมาย กจิ ธุระ จดหมายสอบถามข้อมูลตา่ ง ๆ การเขียนรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ การเขียนรายงานโครงงาน และ มารยาทในการเขียน การฟัง การดู และการพูด การพดู สรุปความ การพูดแสดงความรู้ การคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ จากเรื่องที่ได้ฟัง และดู การประเมินความนา่ เชื่อถือของสอ่ื ต่าง ๆ ทมี่ ีเน้ือหาโน้มน้าว การพูดรายงานการศกึ ษา ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชน และท้องถ่ินของตน มีมารยาทในการพูด อธิบายหลักการใช้ภาษาไทย ศึกษาหน่วยเสียงในภาษาไทย การสร้างคำ คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน ชนิด และหน้าที่ของคำ ภาษาพูด ภาษา เขยี น สำนวน สุภาษิตคำพังเพย ใช้กระบวนการทางภาษาท้ังในด้านการอ่าน ตีความ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า ฝึกทักษะใน การใช้ภาษาอย่างวิจารณญาณ แสดงความคิดเห็นในโอกาสต่าง ๆ อธิบาย และการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร แสดงความคิด การแก้ปญั หา การนำมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั มีมารยารทในการฟงั ดู พูด อ่านและเขยี น ชนื่ ชม เห็นคณุ ค่าภูมปิ ัญญาทางภาษา และภูมิใจในภาษาประจำชาติที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ศึกษาวรรณคดี วรรณกรรม โดยการพิจารณา วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมนิ ค่าวรรณคดวี รรณกรรม เพื่อเป็นแนวทาวในการศึกษา วรรณคดี และวรรณกรรมข้นั สงู ต่อไป การวัดและประเมินผลเพ่ือให้นักเรียนอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ร้อยแก้วได้ถูกต้อง ไพเราะ จับใจความเร่ืองท่ีอ่านได้ถูกต้อง ระบุเหตุผล และข้อเท็จจริงกับเรื่องที่อ่านได้ ระบุ และอธิบายคำเปรียบเทียบ และคำท่ีมีความหมายในบริบท ต่าง ๆ จากการอ่านได้ ตีความคำยากในเอกสารวิชาการ โดยพิจารณาจาก บริบทได้และมีมารยาทในการอ่าน ระบุข้อสังเกต และความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูงโน้มน้าว ใจ วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียนอย่างหลากหลาย เพ่ือนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทในการอ่านได้ คัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตามแบบรูปได้อย่างสวยงาม เขียน ส่ือสารแนะนำตนเอง แนะนำสถานท่ีบนส่ืออิเล็กทรอนิกส์ เขียนบรรยายประสบการณ์ได้ ย่อความจากเรื่องที่ อ่านเขียน แสดงความคิดเห็นจากสอ่ื ทไ่ี ด้รับ เขียนจดหมายส่วนตวั จดหมายกจิ ธุระไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเขียนรายงาน การศึกษาค้นคว้า เขียนโครงงานได้อย่างถูกต้องมีมารยาทในการเขียน พูดสรุปใจความ เล่าเร่ืองจากเรื่องท่ี ประสบ พูดแสดงความคิดเห็น รายงานจากเร่ืองที่ศึกษาค้นคว้าจากส่ือต่าง ๆ จากการฟัง การดู และ การสนทนา มีมารยาทในการฟัง ดู พูดอธิบายการสร้างคำ วิเคราะห์หน้าที่คำและชนิดของประโยคได้ แต่งบท ร้อยกรองบทร้อยกรอง โคลงส่ีสุภาพ อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ กาพย์ยานี ๑๑ กลอนสุภาพ ร่ายสุภาพ และลิลิต รูแ้ ละอธิบายสำนวนสุภาษิตไทยได้

๕๙ รหสั ตวั ชวี้ ดั ท.๑/๑ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ , ม.๔/๓ , ม.๔/๔ , ม.๔/๕ , ม.๔/๖ , ม.๔/๗ , ม.๔/๘ , ม.๔/๙ ท.๒/๑ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ , ม.๔/๓ , ม.๔/๔ , ม.๔/๕ , ม.๔/๖ , ม.๔/๗ , ม.๔/๘ ท.๓/๑ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ , ม.๔/๓ , ม.๔/๔ , ม.๔/๕ , ม.๔/๖ ท.๔/๑ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ , ม.๔/๓ , ม.๔/๔ , ม.๔/๕ , ม.๔/๖ , ม.๔/๗ ท.๕/๑ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ , ม.๔/๓ , ม.๔/๔ , ม.๔/๕ , ม.๔/๖ รวมทงั้ หมด ๓๖ ตัวชวี้ ัด

๖๐ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ฝึกทักษะการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด การวิเคราะห์ และประเมินค่าวรรณคดี และ วรรณกรรมเกี่ยวกับการอ่านออกเสียง ตีความ แปลความ และขยายความ คาดคะเนเหตุการณ์เรื่องท่ีอ่าน วิเคราะห์ วิจารณื แสดงความคิดเห็น โต้แย้งเกี่ยวกับเร่ืองท่ีอ่าน และเสนอความคิดใหม่อย่างมีเหตุผล ฝึกทักษะการเขียนบรรยาย เขียนพรรณนา เขียนโน้มน้าว เขียนโครงการและรายงานการดำเนโครงการ เขียน รายงานการประชุม ประเมินคณุ ค่างานเขียนในดา้ นต่าง ๆ การพูดสรุปแนวคิด และแสงดความคิดเหน็ จากเร่ือง ทฟ่ี ัง และดู ประเมินเรอ่ื งท่ีฟัง และดู ศึกษาเก่ียวกับระดบั ภาษา วิเคราะห์วิถีไทย ประเมินคา่ ความรู้ และจ้อคิด จากวรรณคดี และวรรณกรรม ทอ่ งจำบทอาขยานทก่ี ำหนด และบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจ ใช้กระบวนการอ่านเพื่อสร้างความรู้ ความคิด นำไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต กระบวนการเขียน เขียนสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการฟัง การดู และการพูด สามารถเลือกฟัง ดู และพดู แสดงความรู้ ความคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ และสร้างสรรค์ การวัดและประเมินผลเพ่ือให้เข้าใจธรรมชาติภาษา และหลังภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงภาษา ภูมิ ปัญญาทางภาษา วิเคราะห์ วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมอย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิต รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ และมีนิสัยรักการอ่าน การเขียน มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพดู รหัสตวั ชว้ี ดั ท.๑/๑ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ , ม.๔/๓ , ม.๔/๔ , ม.๔/๕ , ม.๔/๖ , ม.๔/๗ , ม.๔/๘ , ม.๔/๙ ท.๒/๑ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ , ม.๔/๓ , ม.๔/๔ , ม.๔/๕ , ม.๔/๖ , ม.๔/๗ , ม.๔/๘ ท.๓/๑ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ , ม.๔/๓ , ม.๔/๔ , ม.๔/๕ , ม.๔/๖ ท.๔/๑ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ , ม.๔/๓ รวมทงั้ หมด ๒๑ ตัวชีว้ ดั

๖๑ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน ท๓๒๑๐๑ ภาษาไทย เวลา ๔๐ ชว่ั โมง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ศึกษาหลักการอ่านบทร้อยแก้วบทร้อยกรอง หลักการเขียนเพ่ือการส่ือสาร การเขียนเรียงความ ย่อความ การเขียนเชิงวิชาการ การเขียนบันทึก การเขียนประเมินค่า หลักการฟัง การดู การพูด หลักการใช้ ภาษา และวรรณคดีวรรณกรรม การเขียน การคัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัว อักษรไทย การเขียนส่ือสาร การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาการย่อความจากส่ือต่าง ๆ การเขียนแสดงความ คิดเห็นเก่ียวกับสาระจากสื่อต่าง ๆ การเขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายขอความช่วยเหลือ จดหมายแนะนำ จดหมายกิจธุระ จดหมายสอบถามข้อมูลต่าง ๆ การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า การเขียนรายงาน โครงงาน และมารยาทในการเขียน การฟัง การดู และการพูด การพูดสรุปความ การพูดแสดงความรู้ การคิด อย่างสร้างสรรค์จากเร่ืองที่ได้ฟัง และดู การประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อต่าง ๆ ท่ีมีเน้ือหาโน้มน้าว การพูด รายงานการศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชน และท้องถิ่นของตน มีมารยาทในการพูด อธิบาย หลักการใช้ภาษาไทย ศึกษาหน่วยเสียงในภาษาไทย หลักการใช้ถ้อยคำ สำนวน หลักการร้อยเรียงถ้อยคำและ สำนวน หลกั การสรา้ งคำในภาษาไทย อทิ ธิพลของภาษาตา่ งประเทศและภาษาถ่นิ ใช้กระบวนการทางภาษาทั้งในด้านการอ่าน ตีความ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า ฝึกทักษะใน การใช้ภาษาอย่างวิจารณญาณ แสดงความคิดเห็นในโอกาสต่าง ๆ อธิบาย และการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร แสดงความคิด การแก้ปัญหา การนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการฟัง ดู พูด อ่านและ เขียนชื่นชม เห็นคุณค่าภูมิปัญญาทางภาษา และภูมิใจในภาษาประจำชาติที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ศึกษา วรรณคดีวรรณกรรม โดยการพิจารณา วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่าวรรณคดีวรรณกรรม เพ่ือเป็นแนวทางใน การศึกษาวรรณคดี และวรรณกรรมขั้นสูงต่อไป การวัดและประเมินผลเพ่ือให้นักเรียนอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ร้อยแก้วได้ถูกต้อง ไพเราะ จับใจความเร่ืองที่อ่านได้ถูกต้อง ระบุเหตุผล และข้อเท็จจริงกับเร่ืองที่อ่านได้ ระบุ และอธิบายคำเปรียบเทียบ และคำท่ีมคี วามหมายในบริบทต่าง ๆ จากการอ่านได้ ตีความคำยากในเอกสารวิชาการ โดยพจิ ารณาจากบริบท ได้และมีมารยาทในการอ่าน ระบุข้อสังเกต และความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูงโน้มน้าวใจ วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียนอย่างหลากหลาย เพ่ือนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทในการอ่านได้ คัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตามแบบรูปได้อย่างสวยงาม เขียน สื่อสารแนะนำตนเอง แนะนำสถานที่บนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เขียนบรรยายประสบการณ์ได้ ย่อความจากเร่ืองที่ อ่านเขียน แสดงความคิดเห็นจากส่ือท่ีได้รับ เขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายกิจธุระได้อย่างถูกต้อง เขียน รายงานการศึกษาค้นคว้า เขียนโครงงานได้อย่างถูกต้องมีมารยาทในการเขียน พูดสรุปใจความ เล่าเร่ืองจาก เรื่องท่ีประสบ พูดแสดงความคิดเห็น รายงานจากเรื่องที่ศึกษาค้นคว้าจากสื่อต่าง ๆ จากการฟัง การดู และ การสนทนา มีมารยาทในการฟัง ดู พูดอธบิ าย การสร้างคำ วิเคราะหห์ น้าท่คี ำ และชนิดของประโยคได้ แต่งบท ร้อยกรอง เรยี นรูล้ ักษณะคำประพันธ์รา่ ย รู้ และอธบิ ายสำนวนสุภาษิตไทยได้ รหัสตวั ช้ีวดั ท.๑/๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ , ม.๕/๓ , ม.๕/๔ , ม.๕/๕ , ม.๕/๖ , ม.๕/๗ , ม.๕/๘ , ม.๕/๙ ท ๒.๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ , ม.๕/๓ , ม.๕/๔ , ม.๕/๕ , ม.๕/๖ , ม.๕/๗ , ม.๕/๘ ท ๓.๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ , ม.๕/๓ , ม.๕/๔ , ม.๕/๕ , ม.๕/๖

๖๒ ท ๔.๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ , ม.๕/๓ , ม.๕/๔ , ม.๕/๕ , ม.๕/๖ , ม.๕/๗ ท ๕.๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ , ม.๕/๓ , ม.๕/๔ , ม.๕/๕ , ม.๕/๖ รวมทั้งหมด ๓๖ ตัวช้ีวัด

๖๓ คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน ท๓๒๑๐๒ ภาษาไทย เวลา ๔๐ ชัว่ โมง กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษาหลักการอ่านบทร้อยแก้วบทร้อยกรอง หลักการเขียนเพื่อการสื่อสาร การเขียนเรียงความย่อ ความ การเขียนเชงิ วิชาการ การเขียนบันทึก การเขียนประเมินค่า หลักการฟงั การดู การพูด หลักการใช้ภาษา และวรรณคดีวรรณกรรม การเขียน การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย การเขียนส่ือสาร การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาการย่อความจากส่ือต่าง ๆ การเขียนแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับสาระจากส่ือต่าง ๆ การเขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายขอความช่วยเหลือ จดหมายแนะนำ จดหมาย กิจธุระ จดหมายสอบถามข้อมูลต่าง ๆ การเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า การเขยี นรายงานโครงงาน และ มารยาทในการเขียน การฟัง การดู และการพูด การพูดสรปุ ความ การพูดแสดงความรู้ การคิดอย่างสรา้ งสรรค์ จากเร่ืองที่ได้ฟงั และดู การประเมินความน่าเชื่อถือของสือ่ ต่าง ๆ ทมี่ ีเนื้อหาโน้มน้าว การพดู รายงานการศึกษา ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชน และท้องถิ่นของตน มีมารยาทในการพูด อธิบายหลกั การใช้ภาษาไทย ศึกษาหน่วยเสียงในภาษาไทย หลักการใช้ถ้อยคำ สำนวน หลักการร้อยเรียงถ้อยคำและสำนวน หลักการสร้าง คำในภาษาไทย อทิ ธิพลของภาษาตา่ งประเทศและภาษาถ่นิ ใช้กระบวนการทางภาษาทั้งในด้านการอ่าน ตีความ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า ฝึกทักษะใน การใช้ภาษาอย่างวิจารณญาณ แสดงความคิดเห็นในโอกาสต่าง ๆ อธิบาย และการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร แสดงความคิด การแก้ปัญหา การนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการฟัง ดู พูด อ่านและ เขียนช่ืนชม เห็นคุณค่าภูมิปัญญาทางภาษา และภูมิใจในภาษาประจำชาติที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ศึกษา วรรณคดีวรรณกรรม โดยการพิจารณา วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่าวรรณคดีวรรณกรรม เพื่อเป็นแนวทางใน การศึกษาวรรณคดี และวรรณกรรมขน้ั สูงต่อไป การวัดและประเมินผลเพื่อให้นักเรียนอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ร้อยแก้วได้ถูกต้อง ไพเราะ จับใจความเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง ระบุเหตุผล และข้อเท็จจริงกับเรื่องที่อ่านได้ ระบุ และอธิบายคำเปรยี บเทียบ และคำท่ีมีความหมายในบรบิ ทต่าง ๆ จากการอ่านได้ ตีความคำยากในเอกสารวิชาการ โดยพจิ ารณาจากบริบท ได้และมีมารยาทในการอ่าน ระบุข้อสังเกต และความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูงโน้มน้าวใจ วิเคราะห์คุณค่าท่ีได้รับจากการอ่านงานเขียนอย่างหลากหลาย เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทในการอ่านได้ คัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตามแบบรูปได้อย่างสวยงาม เขียน สื่อสารแนะนำตนเอง แนะนำสถานท่ีบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เขียนบรรยายประสบการณ์ได้ ย่อความจากเร่ืองที่ อ่านเขียน แสดงความคิดเห็นจากส่ือท่ีได้รับ เขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายกิจธุระได้อย่างถูกต้อง เขียน รายงานการศึกษาค้นคว้า เขียนโครงงานได้อย่างถูกต้องมีมารยาทในการเขียน พูดสรุปใจความ เล่าเร่ืองจาก เร่ืองท่ีประสบ พูดแสดงความคิดเห็น รายงานจากเรื่องที่ศึกษาค้นคว้าจากสื่อต่าง ๆ จากการฟัง การดู และ การสนทนา มีมารยาทในการฟัง ดู พูดอธิบายการสร้างคำ วิเคราะห์หนา้ ท่ีคำ และชนิดของประโยคได้ แต่งบท รอ้ ยกรอง เรียนร้ลู ักษณะคำประพนั ธร์ า่ ย รูแ้ ละอธบิ ายสำนวนสุภาษติ ไทยได้ รหสั ตัวชี้วดั ท.๑/๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ , ม.๕/๓ , ม.๕/๔ , ม.๕/๕ , ม.๕/๖ , ม.๕/๗ , ม.๕/๘ , ม.๕/๙ ท ๒.๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ , ม.๕/๓ , ม.๕/๔ , ม.๕/๕ , ม.๕/๖ , ม.๕/๗ , ม.๕/๘ ท ๓.๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ , ม.๕/๓ , ม.๕/๔ , ม.๕/๕ , ม.๕/๖

๖๔ ท ๔.๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ , ม.๕/๓ , ม.๕/๔ , ม.๕/๕ , ม.๕/๖ , ม.๕/๗ ท ๕.๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ , ม.๕/๓ , ม.๕/๔ , ม.๕/๕ , ม.๕/๖ รวมทั้งหมด ๓๖ ตัวช้ีวัด

๖๕ คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ท๓๓๑๐๑ ภาษาไทย เวลา ๔๐ ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ศึกษาหลักการอ่านบทร้อยแก้วบทร้อยกรอง หลักการเขียนเพื่อการส่ือสาร การเขียนเรียงความย่อ ความ การเขียนเชิงวชิ าการ การเขียนบันทึก การเขยี นประเมินค่า หลกั การฟัง การดู การพูด หลักการใช้ภาษา และวรรณคดีวรรณกรรม การเขียน การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย การเขียนสื่อสาร การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาการย่อความจากสื่อต่าง ๆ การเขียนแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับสาระจากส่ือต่าง ๆ การเขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายขอความช่วยเหลือ จดหมายแนะนำ จดหมาย กิจธรุ ะ จดหมายสอบถามข้อมูลต่าง ๆ การเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นควา้ การเขียนรายงานโครงงาน และ มารยาทในการเขียน การฟัง การดู และการพูด การพูดสรปุ ความ การพูดแสดงความรู้ การคิดอย่างสร้างสรรค์ จากเรื่องท่ีได้ฟัง และดู การประเมินความน่าเช่ือถือของส่ือต่าง ๆ ท่ีมีเนื้อหาโน้มน้าว การพูดรายงานการศกึ ษา คน้ คว้าจากแหล่งเรยี นรู้ต่าง ๆ ในชุมชน และท้องถิ่นของตน มีมารยาทในการพูด อธิบายหลักการใช้ภาษาไทย ศึกษาหน่วยเสียงในภาษาไทย หลักการใช้ถ้อยคำ สำนวน หลักการร้อยเรียงถ้อยคำและสำนวน หลักการสร้าง คำในภาษาไทย อิทธพิ ลของภาษาตา่ งประเทศและภาษาถิ่น ใช้กระบวนการทางภาษาทั้งในด้านการอ่าน ตีความ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า ฝึกทักษะใน การใช้ภาษาอย่างวิจารณญาณ แสดงความคิดเห็นในโอกาสต่าง ๆ อธิบาย และการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร แสดงความคิด การแก้ปัญหา การนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการฟัง ดู พูด อ่านและ เขียนชื่นชม เห็นคุณค่าภูมิปัญญาทางภาษา และภูมิใจในภาษาประจำชาติที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ศึกษา วรรณคดีวรรณกรรม โดยการพิจารณา วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่าวรรณคดีวรรณกรรม เพ่ือเป็นแนวทางใน การศกึ ษาวรรณคดี และวรรณกรรมขั้นสูงตอ่ ไป การวัดและประเมินผลเพื่อให้นักเรียนอ่านออกเสียงร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้อย่างถูกต้องไพเราะ และเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน ตีความ แปลความและขยายความเร่ืองที่อ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องท่ีอ่านใน ทุก ๆ ด้านอย่าง มีเหตุผล คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อ่าน และประเมินค่า เพ่ือนำความรู้ ความคิดไปใช้ ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นโต้แย้งกับเรื่องที่อ่าน และเสนอ ความคิดใหม่อย่างมีเหตุผล ตอบคำถามจากการอ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ ภายในเวลาท่ีกำหนด อ่านเร่ือง ต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน สังเคราะห์ความรู้จากการอ่านสื่อ ส่ิงพิมพ์ ส่อื อิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการเรยี น และพัฒนาความรู้ทางอาชีพมี มารยาทในการอ่าน เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ โดยตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มขี ้อมูลและสาระสำคัญชัดเจน เขียนเรียงความ เขียนย่อความจากส่ือท่ีมีรูปแบบ และเนื้อหาหลากหลาย ผลิต งานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ ประเมินงานเขียนของคนอื่นแล้วนำมาพัฒนางานเขียนของตนเอง เขียน รายงานการศึกษาค้นคว้าเร่ืองที่สนใจ ตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ และใช้ข้อมูลสาระสนเทศอ้างอิงอย่าง ถกู ต้อง บันทึกการศึกษาค้นคว้า เพื่อนำไปพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ มมี ารยาทในการเขยี น สรุปแนวคดิ และ แสดงความคิดเห็นจากเร่อื งท่ีฟังและดู วิเคราะห์ แนวคิด การใช้ภาษาและความน่าเช่ือถือจากาเรื่องที่ฟัง และ ดูอยา่ งมีเหตุผล ประเมินเร่อื งท่ีฟังและดูแล้วกำหนดแนวทางนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต มีวิจารณญาณ ในการเลือกเร่ืองท่ีฟังและดู พูดในโอกาสาต่าง ๆ พูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าวใจ และเสนอแนวคิดใหม่ ด้วยภาษาถูกต้องเหมาะสม มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษา และลักษณะของภาษาใช้คำและกลุ่มคำสร้างประโยคตรงตามวัตถุประสงค์ ใช้ภาษาเหมาะสมแก่โอกาส กาลเทศะ และบุคคล รวมทั้งคำราชาศัพท์อย่างเหมาะสม แต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์อิทธิพลของ

๖๖ ภาษาต่างประเทศและภาษาถ่ิน อธิบายและวิเคราะห์หลักการสร้างคำในภาษาไทย วิเคราะห์และประเมิน การใชภ้ าษา จากสงิ่ ท่ีพิมพ์และสื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรม ตามหลักการ วิจารณ์เบ้ืองต้น วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของ สังคมในอดีต วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรม ในฐานะท่ีเป็นมรดก ทางวัฒนธรรมของชาติ สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรม เพ่ือนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง รวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้าน และอธิบายภูมิปัญญาทางภาษา ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนด และบทรอ้ ยกรองทม่ี ีคณุ คา่ ตามความสนใจ และนำไปใช้อ้างองิ รหสั ตัวชี้วัด ท.๑/๑ ม.๖/๑ , ม.๖/๒ , ม.๖/๓ , ม.๖/๔ , ม.๖/๕ , ม.๖/๖ , ม.๖/๗ , ม.๖/๘ , ม.๖/๙ ท ๒.๑ ม.๖/๑ , ม.๖/๒ , ม.๖/๓ , ม.๖/๔ , ม.๖/๕ , ม.๖/๖ , ม.๖/๗ , ม.๖/๘ ท ๓.๑ ม.๖/๑ , ม.๖/๒ , ม.๖/๓ , ม.๖/๔ , ม.๖/๕ , ม.๖/๖ ท ๔.๑ ม.๖/๑ , ม.๖/๒ , ม.๖/๓ , ม.๖/๔ , ม.๖/๕ , ม.๖/๖ , ม.๖/๗ ท ๕.๑ ม.๖/๑ , ม.๖/๒ , ม.๖/๓ , ม.๖/๔ , ม.๖/๕ , ม.๖/๖ รวมทั้งหมด ๓๖ ตัวชว้ี ดั

๖๗ คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน ท๓๓๑๐๒ ภาษาไทย เวลา ๔๐ ชว่ั โมง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๒ จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษาหลักการอ่านบทร้อยแก้วบทร้อยกรอง หลักการเขียนเพื่อการสื่อสาร การเขียนเรียงความย่อ ความ การเขยี นเชงิ วชิ าการ การเขยี นบันทึก การเขียนประเมินค่า หลกั การฟงั การดู การพูด หลักการใช้ภาษา และวรรณคดีวรรณกรรม การเขียน การคัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย การเขียนส่ือสาร การเขียนเรียงความเชิงพรรณนาการย่อความจากส่ือต่าง ๆ การเขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับสาระจากสื่อต่าง ๆ การเขียนจดหมายส่วนตัว จดหมายขอความช่วยเหลือ จดหมายแนะนำ จดหมาย กจิ ธุระ จดหมายสอบถามข้อมูลต่าง ๆ การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า การเขยี นรายงานโครงงาน และ มารยาทในการเขียน การฟัง การดู และการพูด การพดู สรปุ ความ การพูดแสดงความรู้ การคิดอย่างสร้างสรรค์ จากเร่ืองที่ได้ฟงั และดู การประเมินความน่าเช่ือถือของสือ่ ต่าง ๆ ทีม่ ีเนื้อหาโน้มน้าว การพูดรายงานการศึกษา ค้นคว้าจากแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชน และท้องถ่ินของตน มีมารยาทในการพูด อธิบายหลักการใช้ภาษาไทย ศึกษาหน่วยเสียงในภาษาไทย หลักการใช้ถ้อยคำ สำนวน หลักการร้อยเรียงถ้อยคำและสำนวน หลักการสร้าง คำในภาษาไทย อทิ ธพิ ลของภาษาต่างประเทศและภาษาถน่ิ ใช้กระบวนการทางภาษาท้ังในด้านการอ่าน ตีความ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า ฝึกทักษะใน การใช้ภาษาอย่างวิจารณญาณ แสดงความคิดเห็นในโอกาสต่าง ๆ อธิบาย และการใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร แสดงความคิด การแก้ปัญหา การนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการฟัง ดู พูด อ่านและ เขียนช่ืนชม เห็นคุณค่าภูมิปัญญาทางภาษา และภูมิใจในภาษาประจำชาติท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ศึกษา วรรณคดีวรรณกรรม โดยการพิจารณา วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่าวรรณคดีวรรณกรรม เพ่ือเป็นแนวทางใน การศึกษาวรรณคดี และวรรณกรรมขน้ั สูงตอ่ ไป การวัดและประเมินผลเพ่ือให้นักเรียนอ่านออกเสียงร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้อย่างถูกต้องไพเราะ และเหมาะสมกับเร่ืองที่อ่าน ตีความ แปลความและขยายความเรื่องท่ีอ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องที่อ่านใน ทุก ๆ ด้านอย่าง มีเหตุผล คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่ีอ่าน และประเมินค่า เพื่อนำความรู้ ความคิดไปใช้ ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นโต้แย้งกับเร่ืองที่อ่าน และเสนอ ความคิดใหม่อย่าง มีเหตุผล ตอบคำถามจากการอ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ ภายในเวลาที่กำหนด อ่านเร่ือง ต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน สังเคราะห์ความรู้จากการอ่านสื่อ ส่ิงพิมพ์ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพ มีมารยาทในการอ่าน เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ โดยตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มีข้อมูลและสาระสำคัญชัดเจน เขียนเรียงความ เขยี นย่อความจากสอ่ื ที่มีรูปแบบ และเน้ือหาหลากหลาย ผลิต งานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ ประเมินงานเขียนของคนอื่นแล้วนำมาพัฒนางานเขียนของตนเอง เขียน รายงานการศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ ตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ และใช้ข้อมูลสาระสนเทศอ้างอิงอย่าง ถกู ต้อง บันทึกการศกึ ษาค้นคว้า เพื่อนำไปพฒั นาตนเองอยา่ งสม่ำเสมอ มีมารยาทในการเขียน สรุปแนวคดิ และ แสดงความคิดเห็นจากเรอื่ งทีฟ่ ังและดู วเิ คราะห์ แนวคิด การใช้ภาษาและความน่าเชื่อถือจากาเรอ่ื งท่ฟี ัง และดู อย่างมีเหตุผล ประเมินเร่ืองที่ฟังและดูแล้วกำหนดแนวทางนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต มีวิจารณญาณ ใน การเลือกเร่ืองท่ีฟังและดู พดู ในโอกาสาต่าง ๆ พูดแสดงทรรศนะ โตแ้ ย้ง โนม้ น้าวใจ และเสนอแนวคิดใหม่ ด้วยภาษาถูกต้องเหมาะสม มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษา และลักษณะของภาษาใช้คำและกลุ่มคำสร้างประโยคตรงตามวัตถุประสงค์ ใช้ภาษาเหมาะสมแก่โอกาส กาลเทศะ และบุคคล รวมท้ังคำราชาศัพท์อย่างเหมาะสม แต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์อิทธิพลของ

๖๘ ภาษาต่างประเทศและภาษาถ่ิน อธิบายและวิเคราะห์หลักการสร้างคำในภาษาไทย วิเคราะห์และประเมิน การใช้ภาษา จากสง่ิ ที่พิมพ์และสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ วิเคราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรม ตามหลักการ วิจารณ์เบื้องต้น วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของ สังคมในอดีต วิเคราะห์และประเมินคณุ ค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะทเ่ี ป็นมรดกทาง วัฒนธรรมของชาติ สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง รวบรวม วรรณกรรมพ้ืนบ้าน และอธิบายภูมิปัญญาทางภาษา ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนดและบท รอ้ ยกรองทีม่ คี ณุ ค่าตามความสนใจ และนำไปใชอ้ ้างองิ รหสั ตวั ช้ีวดั ท.๑/๑ ม.๖/๑ , ม.๖/๒ , ม.๖/๓ , ม.๖/๔ , ม.๖/๕ , ม.๖/๖ , ม.๖/๗ , ม.๖/๘ , ม.๖/๙ ท ๒.๑ ม.๖/๑ , ม.๖/๒ , ม.๖/๓ , ม.๖/๔ , ม.๖/๕ , ม.๖/๖ , ม.๖/๗ , ม.๖/๘ ท ๓.๑ ม.๖/๑ , ม.๖/๒ , ม.๖/๓ , ม.๖/๔ , ม.๖/๕ , ม.๖/๖ ท ๔.๑ ม.๖/๑ , ม.๖/๒ , ม.๖/๓ , ม.๖/๔ , ม.๖/๕ , ม.๖/๖ , ม.๖/๗ ท ๕.๑ ม.๖/๑ , ม.๖/๒ , ม.๖/๓ , ม.๖/๔ , ม.๖/๕ , ม.๖/๖ รวมทั้งหมด ๓๖ ตัวชว้ี ัด

๖๙ คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม ท๓๐๒๐๑ ประวัติวรรณคดี ๑ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษา ค้นคว้า สรุปเน้ือหา ความหมาย ความสำคัญ ประเภท ลักษณะ และภูมิหลังของวรรณคดี สมัยสุโขทัย วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนกลาง และวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนปลาย คณุ คา่ ของวรรณคดี กวีและผลงานในสมัยสุโขทยั จนถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย ใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการส่ือความ เพ่ือให้ ผเู้ รียนเกดิ การอภิปรายกลุ่ม บรรยาย ถาม - ตอบ แบ่งกลุ่มคละความสามารถ บทบาทสมมติ เพ่ือนสาธติ เพ่อื น ศึกษาค้นคว้า ด้วยตนเอง การนำเสนอ เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับลักษณะวรรณคดีสมัยสุโขทยั และ อยธุ ยา และเกิดความซาบซึ้ง ตระหนกั รักความเปน็ ไทย รู้คุณค่า มีความภาคภูมใิ จในภูมปิ ัญญาในภาษาอันเป็น มรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ ตลอดจนเป็นพ้ืนฐานในการศกึ ษาต่อในระดบั ช้ันที่สูงข้ึน ตอ่ ไป การวัดและประเมินผล โดยวิธีการใบงานแบบประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ทำกิจกรรม ท้ายบทเรียน โดยทำกิจกรรมท้ายบทให้ครบถ้วน ทำบันทึกการเรียนรู้ แบบสังเกตกิจกรรม แบบประเมิน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ผลการเรียนรู้ ๑. อธบิ ายลกั ษณะ ภมู หิ ลัง รูปแบบของวรรณคดีสมยั สุโขทัยและสมัยอยุธยา ๒. วิเคราะห์ จำแนก และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ลักษณะของวรรณคดีสมัยสุโขทัย ๓. วเิ คราะหเ์ ช่อื มโยงวรรณคดีกบการเรยี นรทู้ างประวตั ิศาสตรแ์ ละวิถชี ีวิตของคนในอดีต ๔. มสี ว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์และเผยแพร่วรรณคดไี ทยในสมัยสโุ ขทัยและสมัยอยุธยา รวมท้ังหมด ๔ ผลการเรียนรู้

๗๐ คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม ท๓๐๒๐๒ ประวตั ิวรรณคดี ๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๒ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ศกึ ษา ค้นคว้า สรุปเนื้อหา ความหมาย ความสำคัญ ประเภท ลักษณะและภูมิหลังของวรรณคดีไทย สมัยธนบุรีจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยแบ่งการศึกษาออกเป็นยุคต่าง ๆ ตามพัฒนาการของวรรณคดีไทยใน สมัยธนบุรแี ละสมัยรัตนโกสินทร์ ประกอบด้วยวรรณคดีในยุคฟื้นฟู วรรณคดีในยุคทองของวรรณคดี วรรณคดี ในยุคแรกรับวัฒนธรรมตะวันตก และวรรณคดีในยุคปรับเปลี่ยนสู่สยามสมัยใหม่ คุณค่าของวรรณคดี กวีและ ผลงานในสมัยธนบรุ แี ละสมยั รตั นโกสินทร์ ใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ เพื่อให้ ผู้เรียนเกดิ การอภิปรายกล่มุ บรรยาย ถาม - ตอบ แบ่งกลุ่มคละความสามารถ บทบาทสมมติ เพื่อนสาธิตเพ่ือน ศึกษาค้นคว้า ด้วยตนเอง การนำเสนอ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับลักษณะวรรณคดีสมัยธนบุรีและ รตั นโกสินทร์ และเกิดความซาบซึ้ง ตระหนักรักความเป็นไทย รู้คุณค่า มีความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาในภาษา อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบทอดมาแตบ่ รรพบุรุษ ตลอดจนเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับช้ัน ที่สูงข้นึ ต่อไป การวัดและประเมินผล โดยวิธีการใบงานแบบประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ทำกิจกรรม ท้ายบทเรียน โดยทำกิจกรรมท้ายบทให้ครบถ้วน ทำบันทึกการเรียนรู้ แบบสังเกตกิจกรรม แบบประเมิน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายลักษณะ ภูมิหลัง รูปแบบของวรรณคดสี มัยสโุ ขทัยและสมยั อยธุ ยา ๒. วเิ คราะห์ จำแนก และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับลักษณะของวรรณคดสี มยั สุโขทัย ๓. วิเคราะหเ์ ชอื่ มโยงวรรณคดกี บการเรียนรทู้ างประวัติศาสตรแ์ ละวถิ ชี วี ิตของคนในอดีต ๔. มสี ว่ นรว่ มในการอนุรักษ์และเผยแพรว่ รรณคดไี ทยในสมัยสุโขทยั และสมัยอยุธยา รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรียนรู้

๗๑ คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม ท๓๐๒๐๓ วรรณกรรมท้องถ่ิน เวลา ๔๐ ช่ัวโมง กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษา ความหมาย ประวัติ ความเป็นมา ลักษณะรูปแบบ ประเภทและจุดมุ่งหมายของวรรณกรรม ทอ้ งถนิ่ ใช้กระบวนการอธิบาย บรรยาย ศึกษาเก่ียวกับเพลงพื้นบ้านของภาคต่าง ๆ ในด้านเนื้อหาสาระ วิเคราะห์คุณค่าของวรรณกรรมท้องถ่ินแต่ละประเภทในท้องถ่ินภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคอีสาน เพ่ือให้ผู้เรียนเห็นคุณค่า ตระหนักและเกิดความรักความหวงแหนในวรรณกรรมท้องถิ่นของชาติ อันถือเป็น เอกลักษณ์ และวฒั นธรรมทางภาษาที่ดีงามควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอดในฐานะที่เป็น ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภมู ิปัญญาไทยให้คงอยู่สืบไป การวัดและประเมินผล โดยวิธีการใบงานแบบประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ทำกิจกรรม ท้ายบทเรียน โดยทำกิจกรรมท้ายบทให้ครบถ้วน ทำบันทึกการเรียนรู้ แบบสังเกตกิจกรรม แบบประเมิน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ผลการเรยี นรู้ ๑. วเิ คราะหแ์ ละจำแนกประเภทวรรณกรรมท้องถนิ่ ปริศนาคำทาย และเพลงพ้ืนบา้ นได้ ๒. อธิบายรูปแบบ เนอ้ื หา สว่ นประกอบของวรรณกรรมท้องถ่นิ ปริศนาคำทายและเพลงพ้ืนบา้ น ๓. เลา่ เรื่องสรุปของวรรณกรรมท้องถิ่นเร่ืองเด่นในภาคของตนได้ ๔. ตระหนกั ในคณุ ค่า ความสำคัญของวรรณกรรมท้องถน่ิ ปริศนาคำทาย เพลงพื้นบา้ น ๕. มสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษ์และเผยแพร่วรรณกรรมท้องถ่ิน รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรยี นรู้

๗๒ คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม ท๓๐๒๐๔ การเขียนในงานอาชีพ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษา อธิบาย และวิเคราะหค์ วามรูเ้ ก่ียวกับการเขียนและอาชีพ อาชีพทเ่ี ก่ยี วข้องกบั การเขียนอาชีพ ท่ีเก่ียวข้องกับการเขียน ชนิดของคำ การเขียนสะกดคำ การเขียนคำทับศัพท์และศัพท์เฉพาะวิชาชีพการใช้คำ ตามความหมาย การเลือกคำและประโยคในการเขียน กลวิธีการใช้ภาษาในการเขียน ระดับภาษาการเขียน แสดงความคิดเห็นและแสดงความรู้สึก การเขียนบันทึกข้อความ การเขียนรายงานการประชุม การเขียน จดหมายในงานอาชีพ ความรู้เกี่ยวกับโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การเขียนโฆษณา การเขียนประชาสัมพันธ์ ความรเู้ กีย่ วกบั บทรอ้ ยกรอง และบทรอ้ ยกรองในงานอาชีพ ใช้ทักษะกระบวนการด้านการเขียน ทักษะกระบวนการในการแก้ปัญหา ทักษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการแสวงหาความรู้ ทกั ษะการใช้เทคโนโลยแี ละทักษะการสือ่ สาร เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจหลักการ เขียน สามารถใช้ภาษาไทยสร้างสรรค์งานเขียนได้อย่างถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา สามารถนำทักษะ การเขียนไปใช้พัฒนาตนเองและประกอบอาชีพในอนาคตได้ และเห็นคุณค่า ความสำคัญของการเขียนที่มี ประสิทธิภาพ สามารถทำให้ผู้อ่ืนเข้าใจข้อมูลข่าวสาร หรือความรู้อย่างชัดเจน ถูกต้อง ก่อให้เกิดประโยชน์ ทง้ั ตอ่ ตนเองและสังคมอยา่ งแท้จริง การวัดและประเมนิ ผล โดยวิธกี ารใบงานแบบประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ทำกจิ กรรม ท้ายบทเรยี น โดยทำกจิ กรรมท้ายบทใหค้ รบถว้ น ทำบนั ทึกการเรยี นรู้ แบบสงั เกตกิจกรรม แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผลการเรยี นรู้ ๑. อธบิ ายความรูเ้ ก่ยี วกบั การเขียนและอาชพี ได้ ๒. ร้จู ักอาชพี ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การเขยี นและบอกความสำคญั ของการเขียนในงานอาชีพได้ ๓. อธิบายหลกั การสะกดคำ การเขียนคำทับศัพท์ และการใช้คำเหมาะสมตามความหมายไดถ้ ูกต้อง ๔. รจู้ ักศพั ทเ์ ฉพาะวชิ าชพี สะกดคำและเขียนคำทับศัพท์ได้ถูกต้อง ๕. อธบิ ายความสำคญั ของการเขยี นในงานเขียนในงานอาชีพได้ ๖. ใชค้ ำถกู ต้องตามหลกั ไวยากรณ์ เรียบเรยี งถ้อยคำเปน็ ประโยค และใชส้ ำนวนไทยได้อย่างถกู ต้อง ๗. บอกความสำคัญของการเขยี นเพื่ออาชีพในโอกาสตา่ ง ๆ ได้ ๘. เขา้ ใจองค์ประกอบ รปู แบบของการเขยี นเพ่ืออาชีพในโอกาสต่าง ๆ และเขยี นเพ่ืออาชีพใน โอกาสตา่ ง ๆ ได้ ๙. อธบิ ายจุดประสงค์ องคป์ ระกอบ ลักษณะภาษา และหลักในการเขยี นโฆษณา และประชาสัมพันธ์ ๑๐. เขยี นโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์ได้ ๑๑. บอกความสำคญั ของการเขียนบทรอ้ ยกรองในงานอาชีพได้ ๑๒. เข้าใจหลักการและรปู แบบของการเขียนบทรอ้ ยกรอง และเขยี นร้อยกรองในงานอาชพี ได้ รวมท้ังหมด ๑๒ ผลการเรยี นรู้

๗๓ คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม ท๓๐๒๐๕ พดู อยา่ งมืออาชีพ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ศึกษาหลักการและวิเคราะห์แนวทางการพูดท่ีมีประสิทธิภาพในรูปแบบต่าง ๆ เรียนรู้ศิลปะ การพูด การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และการใช้ท่าทางประกอบการพูดตามกาลเทศะ การพูดในโอกาสต่าง ๆ ตลอดจน การพดู ในงานอาชีพ ใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการส่ือความการอภิปราย กลุ่ม บรรยาย ถาม - ตอบ แบ่งกลุ่มคละความสามารถ บทบาทสมมติ เพื่อนสาธิตเพื่อน ศึกษาค้นคว้าด้วย ตนเอง ฝึกปฏิบัติจริง การนำเสนอ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการพูด ตลอดจนเห็น คุณค่าการใช้ภาษาพดู ในฐานะเครอ่ื งมือส่ือสารท่ีสำคญั การวัดและประเมินผล โดยวิธีการใบงานแบบประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ทำกิจกรรม ท้ายบทเรียน โดยทำกิจกรรมท้ายบทให้ครบถ้วน ทำบันทึกการเรียนรู้ แบบสังเกตกิจกรรม แบบประเมิน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายความหมายและความสำคญั ของการพูดได้ ๒. วิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบและแนวทางการพูดเพ่ือเตรียมการพูดได้ ๓. บอกลักษณะการพูดที่ดไี ด้ ๔. อธิบายความหมายและความสำคญั ของศาสตรแ์ ละศลิ ป์ของการพูดได้ ๕. วเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบของศาสตร์และศลิ ป์ของการพดู ได้ ๖. อธบิ ายความสำคัญของกาลเทศะของการพูดได้ ๗. พดู ในโอกาสพิเศษตา่ ง ๆ ทางสังคมได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ๘. อธิบายความสำคัญและแนวทางของการพดู ในโอกาสท่ีเปน็ ทางการได้ ๙. พดู อยา่ งเป็นทางการตามสถานการณต์ า่ งที่เกดิ ขึ้นในชวี ิตประจำวันได้ ๑๐.อธบิ ายลกั ษณะของการพูดในแต่ละอาชีพได้ ๑๑.เขยี นบทพูดเพ่ือใชพ้ ูดในงานอาชพี ต่าง ๆ ได้ ๑๒.ตระหนักถึงการใช้ถ้อยคำใหถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสมกบั แตล่ ะอาชพี รวมทั้งหมด ๑๒ ผลการเรียนรู้

๗๔ คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม ท๓๐๒๐๖ ภาษาไทยเพอื่ อาชพี เวลา ๔๐ ชวั่ โมง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ศกึ ษา อธบิ ายและวิเคราะห์การส่ือสารกับงานอาชีพ ทักษะการส่อื สารในงานอาชีพ คำสั่งคำแนะนำ ในการปฏิบัติงานอาชีพ ความรเู้ กี่ยวกับการฟัง การดูและการอ่าน ส่ือและแหล่งเรียนรู้ในงานอาชีพการฟัง การ ดู และการอ่านสารในงานอาชีพ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่าสารในงานอาชีพ ความรู้เบื้องต้น เก่ียวกับเอกสารในงานอาชีพ ทักษะการอ่านเอกสารในงานอาชีพ การอ่านคู่มือปฏิบัติงาน การอ่านคู่มือการใช้ อุปกรณ์ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการนำเสนอในงานอาชีพ การพูดนำเสนอในงานอาชีพ การพูดสาธิต ความรู้ เบื้องต้นในการพูดติดต่อกิจธุระ การพูดติดต่อกิจธุระอย่างมีประสิทธิภาพ ความร้เู บื้องต้นเก่ียวกับการเขียนใน งานอาชีพ การเขียนรายงาน การปฏิบัติงาน การเขียนจดหมายกิจธุระ และการเขียนโฆษณาประชาสัมพันธ์ใน งานอาชีพ ใช้กระบวนการอ่าน การดู การฟังและการตีความ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่าสารใน งานอาชีพ การเขียน การพูด การแสดงความคิดเห็น และเสนอความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล รวมถึงทักษะ กระบวนกรในการแกป้ ัญหา ทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการใช้เทคโนโลยีและ การส่ือสาร เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ภาษาไทย สามารถใช้ภาษาไทยสื่อสารในงานอาชีพได้ อยา่ งถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา สามารถนำทักษะทางภาษาไทยไปใช้พัฒนาตนเองและงานอาชีพได้ เห็นคณุ ค่าและ ความสำคัญของการใช้ภาษาไทย พร้อมทั้งนำหลักความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ ตนเองและสงั คม การวัดและประเมินผล โดยวิธีการใบงานแบบประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ทำกิจกรรม ท้ายบทเรียน โดยทำกิจกรรมท้ายบทให้ครบถ้วน ทำบันทึกการเรียนรู้ แบบสังเกตกิจกรรม แบบประเมิน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ผลการเรียนรู้ ๑. บอกคณุ ค่า ความสำคญั ของภาษาไทย และอธบิ ายหลกั การใช้ภาษาได้ ๒. ส่ือสารในงานอาชพี ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งตามหลกั การใช้ภาษาไทยได้ ๓. จำแนกและอธบิ ายลักษณะของสอื่ และแหลง่ เรียนรู้ในชมุ ชนได้ ๔. อธิบาย วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่าการฟัง การดู การอ่านสารในงานอาชีพได้ แล้ว สามารถนำทักษะการฟัง การดู และการอ่านไปพฒั นาตนเองในงานอาชีพได้ ๕. อธิบายโครงสรา้ งและความสำคัญของเอกสารตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วข้องกบั งานอาชีพได้ ๖. ระบุใจความสำคัญ วิเคราะห์จุดมุ่งหมาย ตีความข้อมูลในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานอาชีพแล้ว นำไปพัฒนาตนเองในงานอาชีพได้ ๗. อธิบายรูปแบบ ขน้ั ตอนการเตรียม และวธิ ีพูดนำเสนอในงานอาชีพได้ ๘. พูดนำเสนอผลงานของตนเองโดยยใช้วิธที ่ีเหมาะสมและใชท้ ักษะการพูดนำเสนอผลงงานไปพัฒนา ตนองในงานอาชพี ได้ ๙. อธิบายจุดมุ่งหมายของการพูดติดต่อกิจธุระและแนวทางการใช้ภาษาไทยเพื่อการพูดตดิ ต่อกิจธุระ ในงานอาชพี ได้

๗๕ ๑๐.พดู ตดิ ตอ่ กจิ ธรุ ะในงานอาชีพไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การใชภ้ าษาและมารยาทในการพูดตดิ ต่อกจิ ธรุ ะ ๑๑.อธิบายความสำคัญ หลักการ และแนวทางการใชภ้ าษาเพื่อเขยี นสือ่ สารในงานอาชพี ได้ ๑๒.เขียนเอกสารทเ่ี กยี่ วข้องกับงานอาชีพได้ รวมทั้งหมด ๑๒ ผลการเรียนรู้

๗๖ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ค๓๑๑๐๓ คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง จำนวน ๒.๐ หน่วยกิต ศึกษา เซต เซตจำกัด เซตอนันต์ เซตท่ีเท่ากัน เซตว่าง และเอกภพสัมพัทธ์ สับเซต และพาวเวอร์เซต การเขียนแผนภาพเซต ยูเนียน อนิ เตอร์เซกชัน คอมพลีเมนต์ ผลต่าง จำนวนสมาชกิ ของเซตจำกัด ตรรกศาสตร์ ประพจน์ ตัวเช่ือมประพจน์ และค่าความจริงของประพจน์ท่ีมีตัวเช่ือม ประพจน์ท่ีสมมูลกัน ประพจน์ที่เป็น นิเสธกัน สัจนิรันดร์ ประโยคเปิด ตัวบ่งปริมาณ การอ้างเหตุผล จำนวนจริงและพหุนาม ระบบจำนวนจริง สมบัตขิ องจำนวนจริง การสมการตวั แปรเดียว สมบตั ิของการไมเ่ ท่ากัน ช่วงของจำนวนจริงและการแก้อสมการ ค่าสัมบูรณ์ สัจพจน์ความบริบูรณ์ ตัวประกอบของพหุนาม สมการและอสมการพหุนาม สมการและอสมการ เศษส่วนของพหุนาม สมการและอสมการค่าสัมบรู ณข์ องพหุนาม ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การแก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยง การให้เหตุผล และการคิด สรา้ งสรรค์ การวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนมีระเบียบ เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำงานอยา่ งเป็นระบบระเบยี บ มีความรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเชอ่ื ม่ันตนเอง รหสั ตวั ช้ีวัด ค ๑.๑ ม ๔ / ๑, ม ๔ / ๒, ม ๔ / ๓ ค ๓.๑ ม ๔ / ๑, ม ๔ / ๒, ม ๔ / ๓ รวมท้ังหมด ๖ ตัวช้ีวัด

๗๗ คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ค๓๑๑๐๔ คณติ ศาสตร์ กลุม่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง จำนวน ๒.๐ หนว่ ยกติ ศึกษา ลำดับและอนุกรม ลำดับ ลำดับเลขคณิต ลำดับเรขาคณิต ลิมิตของลำดับ อนุกรม อนุกรมเลข คณิต อนุกรมเรขาคณิต อนุกรมอนันต์ อนุกรมอ่ืน ๆ หลักการนับเบื้องต้น หลักการบวกแลคูณ การเรียง สับเปล่ียนเชิงเส้นกรณีสิ่งของแตกต่างกันทั้งหมด การจัดหมู่ความน่าจะเป็น การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ ความนา่ จะเปน็ ของเหตกุ ารณ์ ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์ให้ผูเ้ รยี นได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การ แก้ปัญหา การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิด สรา้ งสรรค์ การวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนมีระเบียบ เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณ มีความเช่ือม่ันตนเอง และรู้จกั ใช้หลักเหตุผล ในการแก้ปญั หา รหัสตัวชี้วัด ค ๓.๒ ม ๔/๑ , ม ๔/๒ ค ๑.๒ ม ๖/๑ , ม ๖/๒ , ม ๖/๓ , ม ๖/๔ รวมท้ังหมด ๖ ตัวช้ีวดั

๗๘ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน ค๓๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ศึกษา เซตและตรรกศาสตร์ เซตจำกัด เซตอนันต์ เซตท่ีเท่ากัน เซตว่าง และเอกภพสัมพัทธ์ สับเซต และพาวเวอร์เวต การเขยี นแผนภาพแทนเซต ยูเนยี น อนิ เตอร์เซกชัน คอมพลเี มนต์ ผลต่าง จำนวนสมาชิกของ เซตจำกัด ประพจน์ ตัวเช่ือมประพจน์ และค่าความจริงของประพจน์ที่มีตัวเช่ือม ประพจน์ท่ีสมมูลกัน ประพจน์ที่เปน็ นเิ สธกัน สจั นิรนั ดร์ ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสาร และการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิด สร้างสรรค์ การวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนมีระเบียบ เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมคี วามเช่ือม่นั ตนเอง รหสั ตัวชี้วดั ค ๑.๑ ม.๔/๑ รวมทั้งหมด ๑ ตัวชวี้ ดั

๗๙ คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน ค๓๑๑๐๒ คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษา ฟังก์ชัน ผลคูณคาร์ทีเซียน ความสัมพันธ์ โดเมนจ์ และเรนจ์ของความสัมพันธ์ ตัวผกผันของ ความสัมพันธ์ ความหมายหลักการนับเบื้องต้น หลักการบวกแลคูณ การเรียงสับเปล่ียนเชิงเส้นกรณีส่ิงของ แตกตา่ งกนั ท้ังหมด การจัดหมู่ ความนา่ จะเปน็ การทดลองสุ่มและเหตกุ ารณ์ ความน่าจะเปน็ ของเหตุการณ์ ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิด สร้างสรรค์ การวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนมีระเบียบ เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำงานอยา่ งเป็นระบบระเบียบ มีความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมีความเช่ือมนั่ ตนเอง รหัสตัวช้ีวัด ค ๓.๒ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ รวมท้ังหมด ๒ ตัวชี้วดั

๘๐ คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน ค๓๒๑๐๓ คณิตศาสตร์ กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง จำนวน ๒.๐ หน่วยกติ ศึกษา ฝึกทักษะกระบวนการเก่ียวกับสถิติ ข้อมูล ตำแหน่งหน้าท่ีของข้อมูล ค่ากลาง (ฐานนิยม มัธย ฐานคา่ เฉล่ียเลขคณิต) คา่ การกระจาย (พิสัย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน) การนำเสนอข้อมูลเชิง คุณภาพและเชิงปรมิ าณ การแปลความหมายของค่าสถติ ิ การแจกแจงปกติ ใช้กระบวนการความรู้ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา สถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสมโดยใช้วิธีการที่หลากหลายในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล ประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ใน การสื่อสาร การส่ือความหมายและการนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และนำความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงกับศาสตรอ์ ่ืน ๆ ได้ การวัดและประเมินให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์สามารถทำงานอย่างมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณมีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน รกั ความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะพร้อมทั้งตระหนักในคุณคา่ และมเี จตคตทิ ่ีดีต่อคณิตศาสตร์ รหัสตวั ช้ีวัด ค ๓.๑ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ รวมท้ังหมด ๒ ตัวช้ีวัด

๘๑ คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน ค๓๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษา ฝึกทักษะกระบวนการเก่ียวกับเลขยกกำลัง รากที่ n ของจำนวนจริงเม่ือ n เป็นจำนวนนับท่ี มากกว่า ๑ เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ ฟังกช์ ัน ฟังก์ชันและกราฟของฟังก์ชัน (ฟังก์ชันเชิง เส้น ฟงั กช์ ันกำลังสองฟงั ก์ชนั ขัน้ บันได ฟังก์ชนั เอกซ์โพเนนเชยี ล) ใช้กระบวนการความรู้ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมโดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล ประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ใช้ภาษา และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ใน การส่ือสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และนำความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไ์ ปเช่อื มโยงกับศาสตร์อน่ื ๆ ได้ การวัดและประเมนิ ผลให้เกดิ คุณลักษณะอันพึงประสงคส์ ามารถทำงานอยา่ งมีระบบระเบยี บ รอบคอบ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณมีความเช่ือม่ันในตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะพรอ้ มท้ังตระหนักในคณุ ค่า และมีเจตคติท่ีดตี อ่ คณิตศาสตร์ รหัสตวั ช้ีวัด ค ๑.๑ ม.๕/๑ ค ๑.๒ ม.๕/๑ , ม.๕/๒ ค ๑.๓ ม.๕/๑ รวมทั้งหมด ๔ ตัวชี้วัด

๘๒ คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน ค๓๒๑๐๒ คณติ ศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษา ฝึกทักษะกระบวนการเก่ียวกับลำดับอนุกรม ลำดับเลขคณิตและลำดับเรขาคณิต อนุกรมเลข คณิต และอนกุ รมเรขาคณิต ดอกเบ้ยี และมลู ค่าของเงนิ ดอกเบ้ยี มูลคา่ ของเงนิ คา่ รายงวด ใช้กระบวนการความรู้ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา สถานการณต์ ่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม โดยใช้วิธีการที่หลากหลายในการคดิ คำนวณ การแกป้ ญั หา การให้เหตผุ ล ประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ใน การสื่อสาร การส่ือความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และนำความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชือ่ มโยงกับศาสตรอ์ นื่ ๆ ได้ การวัดและประเมนิ ผลให้เกดิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์สามารถทำงานอย่างมีระบบระเบยี บ รอบคอบ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณมีความเช่ือมั่นในตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันใน การทำงาน รักความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะพร้อมท้ังตระหนกั ในคณุ ค่า และมเี จตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ รหสั ตัวช้ีวดั ค ๑.๑ ม.๕/๑ ค ๑.๒ ม.๕/๑, ม.๕/๒ ค ๑.๓ ม.๕/๒ รวมทั้งหมด ๔ ตัวชี้วดั

๘๓ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ค๓๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณและฝึกการแก้ปัญหาในสาระต่อไปนี้ สถิติและข้อมูล การแจกแจง ความถี่ของข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล (การวัดค่ากลางของข้อมูล การวัดตำแหน่งของข้อมูล การวัด การกระจายสัมบูรณ์ การวัดการกระจายสัมพัทธ์) การสำรวจความคิดเห็น การแจกแจงปกติ ความสัมพันธ์เชิง ฟังกช์ ันระหวา่ งขอ้ มูล ใช้กระบวนการความรู้ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา สถานการณต์ ่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม โดยใช้วธิ ีการทห่ี ลากหลายในการคิดคำนวณ การแกป้ ัญหา การให้เหตผุ ล ประกอบ การตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ใน การส่ือสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และนำความรู้ หลกั การ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเช่อื มโยงกับศาสตรอ์ ่นื ๆ ได้ การวัดและประเมินผลให้เกิดคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์สามารถทำงานอย่างมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณมีความเช่ือมั่นในตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะพร้อมทงั้ ตระหนกั ในคุณคา่ และมเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ คณติ ศาสตร์ รหัสตวั ชว้ี ัด ค ๕.๑ ม.๔ – ๖/๑ , ม.๔ – ๖/๒ , ม.๔ – ๖/๓ ค ๕.๒ ม.๔ – ๖/๑ ค ๕.๓ ม.๔ – ๖/๑ รวมท้ังหมด ๕ ตัวช้ีวัด

๘๔ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน ค๓๓๑๐๒ คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๖ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณและฝึกการแก้ปัญหาในสาระต่อไปน้ี ความหมายของลำดับ รูปแบบ ของลำดบั ลำดับเลขคณิต ลำดับเรขาคณิต สัญลักษณ์แทนการบวก ผลบวก n พจน์แรกของอนุกรม อนุกรมเลข คณิต อนุกรมเรขาคณิต ใช้กระบวนการความรู้ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้วธิ กี ารทหี่ ลากหลายในการคิดคำนวณ การแกป้ ัญหา การให้เหตุผล ประกอบ การตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ใน การสื่อสาร การส่ือความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และนำความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไ์ ปเช่ือมโยงกับศาสตร์อ่ืน ๆ ได้ การวัดและประเมินผลให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์สามารถทำงานอย่างมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณมีความเชื่อม่ันในตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันใน การทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะพรอ้ มทั้งตระหนกั ในคณุ ค่าและมเี จตคติที่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ รหสั ตวั ชี้วัด ค ๔.๑ ม.๖/๒ , ม.๖/๓ ค ๔.๒ ม.๖/๒ , ม.๖/๓ รวมท้ังหมด ๔ ตัวช้ีวัด

๘๕ คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ค๓๑๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะคณิตศาสตร์ ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง จำนวน ๒.๐ หน่วยกติ ศึกษา ฟังก์ชัน ผลคูณคาร์ทีเซียน ความสัมพันธ์ โดเมนจ์และเรนจ์ของความสัมพันธ์ ตัวผกผันของ ความสัมพันธ์ ความหมายของฟังก์ชัน การดำเนินการของฟังก์ชัน ฟังก์ชันประกอบ ฟังก์ชันผกผัน เรขาคณิต วเิ คราะห์ จุดและเส้นตรง วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอรโ์ บลา ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิด สร้างสรรค์ การวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนมีระเบียบ เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำงานอยา่ งเปน็ ระบบระเบยี บ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ และมคี วามเชอ่ื ม่ันตนเอง ผลการเรยี นรู้ ค ๑.๒ ม ๔ / ๑ , ม ๔ / ๒ ค ๒.๑ ม ๔ / ๑ รวมท้ังหมด ๓ ผลการเรยี นรู้

๘๖ คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม ค๓๑๒๐๒ เสรมิ ทักษะคณิตศาสตร์ ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง จำนวน ๒.๐ หน่วยกิต ศึกษา ฟังก์ชันเอกซ์โพแนนเชียล และฟังก์ชันลการิทึม ฟังก์ชันเอกโพแนนเชียล ฟังก์ลอการิทึม สมการเอกซ์โพแนนเชยี ล และสมการลอการทิ ึม เวกเตอร์ ความหมายของเวกเตอร์ เวกเตอร์ที่เท่ากัน เวกเตอร์ ท่เี ป็นนิเสธกัน การบวกเวกเตอร์ การคูณเวกเตอร์ดว้ ยสเกลาร์ การใช้เวกเตอร์ในการพสิ ูจน์ทฤษฎีบทเรขาคณิต เวกเตอร์ในระบบ ๒ มิติ เวกเตอร์ในระบบ ๓ มิติ ผลคูณเชิงสเกลาร์ของเวกเตอร์ ผลคูณเชิงเวกเตอร์ของ เวกเตอร์ ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสาร และการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยง การให้เหตุผล และการคิด สร้างสรรค์ การวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนมีระเบียบ เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำงานอยา่ งเป็นระบบระเบียบ มคี วามรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชอื่ มน่ั ตนเอง ผลการเรียนรู้ ค ๑.๓ ม ๔ / ๕ ค ๒.๒ ม ๕ / ๑ , ม ๕ / ๒ รวมท้ังหมด ๓ ผลการเรียนรู้

๘๗ คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ค๓๑๒๐๓ คณติ ศาสตร์เพิ่มเติม กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศึกษา เซต เซตจำกัด เซตอนันต์ เซตท่ีเท่ากัน เซตว่าง และเอกภพสัมพัทธ์ สับเซตและพาวเวอร์เซต การเขียนแผนภาพเซตยูเนียน อินเตอร์เซกชนั คอมพลีเมนต์ ผลต่าง จำนวนสมาชกิ ของเซตจำกัดตรรกศาสตร์ ประพจน์ ตัวเช่ือมประพจน์ และค่าความจริงของประพจน์ที่มีตัวเช่ือม ประพจน์ท่ีสมมูลกัน ประพจน์ที่เป็น นิเสธกัน สัจนิรันดร์ ประโยคเปิด ตัวบ่งปริมาณ การอ้างเหตุผล จำนวนจริงและพหุนาม ระบบจำนวนจริง สมบัติของจำนวนจริง การสมการตัวแปรเดยี ว สมบตั ิของการไมเ่ ท่ากัน ช่วงของจำนวนจริงและการแก้อสมการ ค่าสัมบูรณ์ สัจพจน์ความบริบูรณ์ ตัวประกอบของพหุนาม สมการ และอสมการพหุนาม สมการและอสมการ เศษส่วนของพหนุ าม สมการและอสมการคา่ สมั บูรณ์ของพหนุ าม ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยง การให้เหตุผล และการคิด สรา้ งสรรค์ การวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนมีระเบียบ เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำงานอย่างเปน็ ระบบระเบียบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อมนั่ ตนเอง ผลการเรียนรู้ ค ๑.๑ ม.๔/๑ , ม.๔/ ๒ , ม.๔/๓ ค ๓.๑ ม.๔/๑ , ม.๔/ ๒ , ม.๔/๓ รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู้

๘๘ คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม ค๓๑๒๐๔ คณติ ศาสตร์เพม่ิ เติม กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศึกษา ฟังก์ชั่น ผลคูณคาร์ทีเซียน ความสัมพันธ์ โดเมนจ์และเรนจ์ของความสัมพันธ์ ตัวผกผันของ ความสัมพันธ์ ความหมายของฟังกช์ ัน การดำเนนิ การของฟังก์ชัน ฟังกช์ ันประกอบ ฟังก์ชันผกผัน ฟงั ก์ชั่นเอกซ์ โพแนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึม ฟังก์ชันเอกโพแนนเชียล ฟังก์ลอการิทึม สมการเอกซ์โพแนนเชียล และ สมการลอการทิ ึม เรขาคณิตวเิ คราะห์ จดุ และเสน้ ตรง วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอร์โบลา ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การแก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิด สร้างสรรค์ การวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนมีระเบียบ เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำงานอยา่ งเป็นระบบระเบยี บ มีความรับผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ และมคี วามเชื่อม่ันตนเอง ผลการเรยี นรู้ ค ๑.๒ ม ๔/๑ , ม ๔/๒ ค ๑.๓ ม ๔/๕ ค ๒.๑ ม ๔/๑ รวมท้ังหมด ๔ ผลการเรียนรู้

๘๙ คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม ค๓๑๒๐๕ คณิตศาสตร์เสริม กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษา เซต เซตจำกัด เซตอนันต์ เซตที่เท่ากัน เซตว่าง และเอกภพสัมพัทธ์ สับเซตและพาวเวอร์เซต การเขียนแผนภาพเซตยูเนียน อินเตอร์เซกชนั คอมพลีเมนต์ ผลตา่ ง จำนวนสมาชิกของเซตจำกัดตรรกศาสตร์ ประพจน์ ตัวเช่ือมประพจน์ และค่าความจริงของประพจน์ที่มีตัวเชื่อม ประพจน์ที่สมมูลกัน ประพจน์ท่ีเป็น นิเสธกัน สัจนิรันดร์ ประโยคเปิด ตัวบ่งปริมาณ การอ้างเหตุผล จำนวนจริงและพหุนาม ระบบจำนวนจริง สมบัติของจำนวนจริง การสมการตัวแปรเดยี ว สมบตั ิของการไม่เท่ากัน ช่วงของจำนวนจริงและการแก้อสมการ ค่าสัมบรู ณ์ สัจพจน์ความบรบิ รู ณ์ ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การแก้ปัญหา การส่ือสาร และการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิด สร้างสรรค์ การวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนมีระเบียบ เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำงานอย่างเป็นระบบระเบยี บ มีความรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณ และมีความเชือ่ ม่ันตนเอง ผลการเรยี นรู้ ค ๑.๑ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ , ม.๔/๓ รวมท้ังหมด ๓ ผลการเรยี นรู้

๙๐ คำอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม ค๓๑๒๐๖ คณติ ศาสตร์เสริม กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษา ฟังก์ชัน ผลคูณคาร์ทีเซียน ความสัมพันธ์ โดเมนจ์และเรนจ์ของความสัมพันธ์ ตัวผกผันของ ความสัมพันธ์ ความหมายของฟังก์ชัน การดำเนนิ การของฟังก์ชัน ฟังกช์ ันประกอบ ฟังก์ชันผกผัน ฟงั ก์ชนั เอกซ์ โพแนนเชียลและฟังก์ชันลการิทึม ฟังก์ชันเอกโพแนนเชียล ฟังก์ลอการิทึม สมการเอกซ์โพแนนเชียล และ สมการลอการิทึม เรขาคณติ วิเคราะห์ จุดและเสน้ ตรง วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอร์โบลา ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยง การให้เหตุผล และการคิด สรา้ งสรรค์ การวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนมีระเบียบ เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ ทำงานอย่างเปน็ ระบบระเบยี บ มีความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเชื่อม่ันตนเอง ผลการเรียนรู้ ค ๑.๒ ม.๔/๑ , ม.๔/๒ ค ๑.๓ ม.๔/๕ ค ๒.๑ ม.๔/๑ รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรยี นรู้

๙๑ คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม ค๓๒๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะคณติ ศาสตร์ ๓ กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษา ฝึกทักษะกระบวนการเกี่ยวกับฟังก์ชันตรีโกณมิติ ฟังก์ชันตรีโกณมิติผกผัน เอกลักษณ์ และ สมการตรีโกณมิติ กฎของไซน์และกฎของโคไซน์ จำนวนเชิงซ้อน กราฟและค่าสัมบูรณ์ของจำนวนเชิงซ้อน จำนวนเชงิ ซ้อนในรูปเชิงขัว้ สมการพหนุ ามตวั แปรเดียวดีกรีไมเ่ กินส่ีท่ีมีสัมประสทิ ธเ์ิ ป็นจำนวนเต็ม ใช้ความรู้ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ อย่างเหมาะสมโดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ใชภ้ าษา และสัญลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสือ่ ความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และนำความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกับศาสตร์อื่น ๆ ได้ การวัดและประเมินให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์สามารถทำงานอย่างมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณมีความเช่ือม่ันในตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะพรอ้ มทัง้ ตระหนักในคุณคา่ และมเี จตคติที่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ ผลการเรยี นรู้ ๑. เขา้ ใจฟงั ก์ชันตรโี กณมิตแิ ละลกั ษณะกราฟของฟงั ก์ชนั ตรโี กณมิตแิ ละนำไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา ๒. แก้สมการตรีโกณมติ ิ และนำไปใช้ในการแกป้ ญั หา ๓. ใช้กฎของไซน์และกฎของโคไซน์ในการแก้ปัญหา ๔. แกส้ มการพหนุ ามตัวแปรเดียว ดกี รีไมเ่ กินสี่ ทีม่ สี มั ประสิทธเ์ิ ปน็ จำนวนเต็ม และนำไปใช้ ในการแก้ปญั หา รวมท้ังหมด ๔ ผลการเรียนรู้

๙๒ คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม ค๓๒๒๐๒ ทฤษฎีจำนวน กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ศึกษา มโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ และหลักการดำเนินการทางคณิตศาสตร์ โดยบูรณาการเน้ือหาสารสู่ กระบวนการแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่หลากหลาย โดยสอนเน้ือหาสาระสำคัญเก่ียวกับทฤษฎีจำนวนขั้นสูง ซง่ึ ประกอบไปด้วยเน้ือหาสาระที่สำคญั คือ ทฤษฎีบทเก่ียวกับการหาร ทฤษฎีบทการหารลงตัว ทฤษฎีจำนวนคู่ จำนวนค่ี ทฤษฎีดิวิชนั อัลกอลิธึม ทฤษฎีการหารแลว้ เหลือเศษ ห.ร.ม. ค.ร.น. จำนวนเฉพาะสัมพันธ์ สมการได้ โอแฟนไทน์เชิงเส้น การหาความชัน การหาคำตอบท่ัวไป เกรทเทส อินทิเจอร์ ฟังก์ชัน ทฤษฎีจำนวนเฉพาะ ทฤษฎีบทหลักมูลของเลขคณิต ห.ร.ม. ค.ร.น. โดยใช้ทฤษฎีบทหลักมูล คอนกรูเอนซ์ ทฤษฎีบทของ คอนกรเู อนซ์ เซตบริบูรณ์ของสว่ นตกคา้ งมอดุโล คอนกรูเอนซ์เชงิ เสน้ ใช้กระบวนการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่มุ่งเนน้ การสอนเชิงทฤษฎีที่มีความลึกซ้ึงเพ่ือนำไปใช้ใน การเรียนต่อมหาวิทยาลัย โดยเช่ือมโยงกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ใช้การสอนด้วยรูปแบบท่ีหลากหลาย เช่น การบรรยาย อธิบาย ประกอบการใช้คำถาม การสอนเพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจากการฝึกฝนจาก โจทยแ์ ละสถานการณป์ ญั หาอยา่ งหลากหลาย เป็นต้น การวัดและประเมินผลเพ่ือมุ่งพัฒนาทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ท่ีจำเป็นได้แก่ ความสามารถในการแก้โจทยป์ ัญหา การให้เหตผุ ล การส่ือสาร ส่ือความหมายและนำเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ืน ๆ และการมีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ อีกท้ังส่งเสริมให้นักเรียนมีการ ทำงานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีจิจารณญาณ มีความเช่ือมันใน ตนเอง พร้อมตระหนักในคุณค่าและมเี จตคติท่ีดตี ่อคณติ ศาสตร์ และสามารถนำความร้ไู ปใชใ้ นระดับทสี่ งู ขนึ้ ผลการเรยี นรู้ ๑. มคี วามเขา้ ใจทฤษฎีบทเกยี่ วกบั การหาร และสามารถใช้ทฤษฎีบทไปใช้ในการแสดงการพิสูจน์ ได้อยา่ งถูกต้อง ๒. มคี วามเขา้ ใจทฤษฎีทฤษฎดี วิ ชิ นั อัลกอลธิ มึ และสามารถนำทฤษฎไี ปประยกุ ตใ์ ช้ในการดำเนิน การหาคา่ ตา่ ง ๆ ได้ ๓. สามารถตรวจสอบสมการไดโอแฟนไทน์เชิงเส้น การหาความชัน และหาคำตอบท่ัวไปได้ ๔. มคี วามเข้าใจในการหาค่าเกรทเทส อินทเิ จอร์ ฟงั กช์ ัน และหาคา่ เกรทเทส อินทเิ จอร์ ฟงั กช์ ันได้ ๕. มคี วามเข้าใจในทฤษฎจี ำนวนเฉพาะ และสามารถตรวจสอบจำนวนเฉพาะ จำนวนประกอบได้ ๖. มีความเข้าใจทฤษฎบี ทหลักมลู ของเลขคณติ และสามารถนำทฤษฎไี ปประยกุ ต์ใช้ในการดำเนนิ การหาคา่ ต่าง ๆ ได้ ๗. มคี วามเข้าใจทฤษฎีคอนกรูเอนซ์ และสามารถนำทฤษฎีบทของคอนกรเู อนซ์ ไปประยุกตใ์ ช้ใน การดำเนินการหาค่าเซตบรบิ รู ณ์ของส่วนตกค้างมอดุโล คอนกรเู อนซ์เชิงเส้นได้ รวมท้งั หมด ๗ ผลการเรยี นรู้

๙๓ คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม ค๓๒๒๐๓ เสริมทักษะคณิตศาสตร์ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๘๐ ช่วั โมง จำนวน ๒.๐ หน่วยกติ ศึกษาฝึกทักษะกระบวนการหลักการนับเบ้ืองต้น หลักการบวกและการคูณ การเรียงสับเปล่ียน การเรียงสับเปลี่ยนเชิงเส้น การเรียงสับเปล่ียนเชิงวงกลม กรณีสิ่งของท่ีแตกต่างกันทั้งหมด การจัดหมู่กรณีที่ ส่ิงของแตกต่างกันท้ังหมด ความน่าจะเป็น การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ ความน่าจะเป็นและกฎท่ีสำคัญบาง ประการของความนา่ จะเป็น ใช้ความรู้ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาสถานการณ์ ต่าง ๆ ได้ อย่างเหมาะสมโดยใช้วิธีการที่หลากหลายในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการส่ือสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และนำความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไ์ ปเช่อื มโยงกบั ศาสตร์อ่ืน ๆ ได้ การวัดและประเมินผลให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงคส์ ามารถทำงานอย่างมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณมีความเชื่อม่ันในตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะพรอ้ มทง้ั ตระหนักในคณุ คา่ และมีเจตคตทิ ี่ดีตอ่ คณติ ศาสตร์ ผลการเรยี นรู้ ๑. เข้าใจและใช้หลกั การบวกและการคูณ การเรียงสับเปล่ียน และการจดั หมู่ในการแก้ปัญหา ๒. หาความนา่ จะเปน็ และนำความรู้เก่ียวกบั ความน่าจะเปน็ ไปใช้ได้ รวมทั้งหมด ๒ ผลการเรียนรู้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook