๔๕ การศกึ ษาในระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน จัด การเทยี บโอนจากการจดั การศกึ ษา การเทียบโอนจากการศกึ ษาตามหลกั สตู รต่างประเทศ รวั โดยศนู ยก์ ารเรยี นการศึกษาตามหลกั สตู รระยะสนั้ เข้าสกู่ ารศึกษาในระบบ บ หลักสตู รเฉพาะประสบการณ์การทำงาน การฝกึ อาชีพเข้าสกู่ ารศึกษาในระบบ พิจารณาความรู้ ทกั ษะ ประสบการณท์ ข่ี อ ๑. สำเร็จการศกึ ษาภาคเรยี นใด ช้ันปีใด ให้พจิ ารณาเทียบโอน ามา เทียบโอนวา่ ตรงกับรายวิชา/สาระ/กจิ กรรมใด จึงทำ ภาคเรยี นต่อภาคเรียน ปีตอ่ ปี โดยนำพนื้ ความรูส้ ามญั เดิมมา การประเมนิ หากปรากฏวา่ ชือ่ ไม่ตรงกับทป่ี รากฏใน ประกอบการพิจารณาหรอื อาจประเมินเพมิ่ เติมเพ่ือตรวจสอบ ะเมิน โครงสร้างหลักสตู รใหก้ ำหนดและบรรจชุ อ่ื นน้ั ไว้ ความร้พู ้ืนฐาน รณ์ ในหลักสูตร ๒. รายวิชา/สาระ/กจิ กรรม ทย่ี ังไม่ได้เทยี บโอนเน่อื งจาก ยังไมต่ ัดสินผลการเรียนให้ประเมนิ ตามเกณฑท์ ีส่ ถานศึกษากำหนด ม ให้จำนวนหนว่ ยของรายวิชา/สาระตามเกณฑ์ของ จำนวนหนว่ ยให้เปน็ ไปตามโครงสร้างหลกั สตู รของ หนด สถานศกึ ษาใหม่ สำหรบั กจิ กรรมไม่ใหจ้ ำนวนหน่วย สถานศกึ ษาที่รบั เข้าเรียน งเขต ผลการประเมนิ ความรู้ ทกั ษะ ประสบการณใ์ ห้ ผลการประเมนิ เพ่ิมเตมิ ใหเ้ ป็นไปตามที่สถานศกึ ษาท่ี ใน เป็นไปตามทส่ี ถานศกึ ษาใหมก่ ำหนด รับเขา้ เรียนกำหนด นำผลการประเมนิ ความรู้ ทกั ษะประสบการณ์ ๑. ใหก้ รอกรายชอ่ื และจำนวนหน่วยตามรายวิชาของสถานศึกษาที่ ะ กรอกในใบแสดงผลการเรียน รบั เขา้ เรียนในใบแสดงผลการเรยี นของสถานศึกษาท่รี ับเขา้ รอกใน เรียนโดยไม่ตอ้ งกรอกผลการเรยี นและแนบใบแสดงผล กษา การเรยี นจากสถาน ศึกษาเดิมและสถานศกึ ษาท่ีรบั เขา้ เรยี น
แนวทาง การเทียบโอนจากการศกึ ษาในระบบ การเทียบโอนจากการศกึ ษานอก การเทียบโอนจากการจ การศึกษาโดยครอบคร การพจิ ารณา เขา้ สูก่ ารศกึ ษาในระบบ ระบบเขา้ สู่การศกึ ษาในระบบ เขา้ สูก่ ารศึกษาในระบบ การคดิ ผล แสดงผลการเรยี นใหม่และบันทกึ จำนวน แสดงผลการเรียนใหม่และบันทกึ ใหม่ แต่ใหแ้ นบเอกสารเดิม การเรียนเฉลย่ี หนว่ ยทีไ่ ด้รบั การเทยี บโอนตาม จำนวนหนว่ ยทไ่ี ดร้ บั การเทยี บโอนตาม กบั ใบแสดงผลการเรียนใหม โครงสร้างหลกั สตู รของสถานศกึ ษาเดมิ ไว้ใน โครงสรา้ งหลักสูตรของ บนั ทึกข้อมลู และจำนวนหน ชอ่ งหมายเหตุ สถานศึกษาใหม่ไว้ในชอ่ งหมายเหตุ ไดร้ ับการเทยี บโอนไวใ้ นช่อ หมายเหตุ ๒. รายวิชา/สาระ/กิจกรรมที่ยงั การคิดผลการเรียนเฉลย่ี ใหค้ ดิ ไม่ได้ตัดสินผลการเรยี นและได้รับการ จากรายวิชาท่ีมจี ำนวนหนว่ ยและ การคิดผลการเรยี นเฉลย่ี ให ประเมนิ ใหน้ ำผลการประเมนิ กรอกใน ระดับผลการเรยี นทีไ่ ดเ้ รียนใน จากรายวิชาท่ีได้จากการเรยี น ชอ่ งหมายเหตุ สถานศกึ ษาใหม่ สถานศึกษาใหม่ โดยนำผลการ ประเมนิ ของเขตพ้นื ที่ทมี่ รี ะด การคดิ ผลการเรยี นเฉลยี่ ให้นำ ผลการเรยี นมาคิดรวม ผลการเรยี นและจำนวนหนว่ ยจาก สถานศึกษาเดมิ มาคิดรวมกบั ผล การเรยี นและจำนวนหนว่ ยท่ไี ดจ้ าก การเรยี นในสถานศกึ ษาใหม่และ คดิ ผลการเรียนเฉลีย่ รวมตลอดระดบั ชน้ั
๔๖ จัด การเทยี บโอนจากการจดั การศึกษา การเทียบโอนจากการศึกษาตามหลักสตู รตา่ งประเทศ รัว โดยศูนยก์ ารเรยี นการศกึ ษาตามหลกั สตู รระยะสนั้ เขา้ สู่การศึกษาในระบบ บ หลักสตู รเฉพาะประสบการณ์การทำงาน การฝกึ อาชพี เข้าสู่การศึกษาในระบบ มไว้ ไว้ด้วยกนั และบนั ทกึ ผล การเทียบโอนไว้ในชอ่ งหมายเหตุ มแ่ ละ ๒. รายวชิ าทย่ี ังไม่ไดต้ ดั สนิ ผลการเรยี นและสถานศกึ ษา น่วยที่ ท่ีรับเข้าเรยี นได้ประเมินผล การเรียนแล้วให้นำผล อง การประเมินกรอกไว้ในชอ่ งหมายเหตุ ห้คดิ การคดิ ผลการเรียนเฉลยี่ ให้คิดจากรายวิชาที่ได้ ๑. ใหค้ ดิ ผลการเรยี นเฉลยี่ จากรายวชิ าทม่ี จี ำนวนหนว่ ย นใน จากการเรยี นในสถานศกึ ษาใหม่ โดยไมต่ ้องนำผล และระดับผลการเรียนท่ีไดจ้ ากการเรยี นในสถานศึกษาใหม่ การประเมินความรู้ ทกั ษะ ประสบการณ์มาคิด ๒. รายวิชาทีย่ ังไม่ได้ตดั สินผลการเรียนจากหลักสูตร ดับ รวม ต่างประเทศทีส่ ถานศึกษาท่ีรับเขา้ เรยี นได้ประเมนิ แลว้ และ ไดร้ ะดบั ผลการเรยี น ให้นำมาคดิ ผลการเรียนเฉลีย่ รวมกบั ผลการเรยี นทีไ่ ดจ้ าก การเรยี นในสถานศึกษาท่รี ับเข้าเรยี น ตลอดระดับชน้ั
๔๗ แผนการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรูข้ องสถานศกึ ษา หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบ้านโปง่ “สามคั คีคุณปู ถัมภ”์ มาตรฐานและตวั ช้ีวัด การอ่าน คดิ วิเคราะห์ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ และเขียน ภารกิจการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรโู้ รงเรียนเลงิ ถอ่ นโนนสมบรู ณ์ กำหนดวิธกี าร เครอื่ งมือ ระยะเวลา และเกณฑก์ ารประเมิน การประเมนิ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ การประเมิน การประเมิน การประเมิน การอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ประเมนิ ผลการเรียนรู้ ผา่ น ประเมนิ ผา่ น ประเมิน ไมผ่ ่าน ผ่าน ประเมนิ ไมผ่ า่ น ซอ่ มเสรมิ - ประเมนิ ระหวา่ ง ดีเยย่ี ม ไมผ่ ่าน ดีเยยี่ ม การจดั การเรียน ดี ซ่อมเสรมิ ดี การสอน ผา่ น ผ่าน - ประเมนิ กลาง- ภาคเรยี น ระห ่วางเ ีรยน ควรกำหนดสัด ่สวนระห ่วาง เ ีรยนมากก ่วาปลาย ีป/ ปลายภาคเ ีรยน ปลายปี/ปลายภาคเรยี น มัธยมฯ ประถมฯ ประเมนิ - ระดบั ผลการเรยี น - ระดบั ๘ ระดบั ผลการเรยี น - เงือ่ นไข - ระดับ ผลการเรียน (ส มส) คณุ ภาพ บนั ทกึ ผลการประเมนิ ในเอกสารหลักฐานการศกึ ษาที่สถานศึกษากำหนด เลือ่ นช้นั ผ่าน อนุมัติ ประถมศกึ ษา ไม่ผ่าน มธั ยมศึกษา ซอ่ มเสริม ซ่อมเสริม ประเมิน แก้ 0, ร, มส, มผ ผา่ น ไม่ผา่ น ผา่ น ไมผ่ ่าน ซำ้ ชั้น เรยี นซำ้ รายวชิ า/เรียนซำ้ ชน้ั แผนภาพท่ี ๓.๑ แสดงแผนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของสถานศึกษา
๔๘ แผนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของสถานศกึ ษา เมื่อสถานศึกษาจัดทำหลักสูตรท่ีสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและ เหมาะสมกับสภาพบริบทของตนเองแล้ว ภารกิจต่อไปคือวางแผนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ให้ สอดคล้องกับหลักสูตร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการวัดและประเมินผลในระดับช้ันเรียนสำหรับ ผู้สอน โดยในการประเมินความรู้ และทักษะต่าง ๆ นั้นควรยึดบูรณาการไปพร้อม ๆ กับการประเมิน คุณลักษณะอนื่ ๆ มีรายละเอียดทีส่ ถานศกึ ษาตอ้ งประเมนิ ดังนี้ ๑. การประเมินผลการเรียนรู้ตามกล่มุ สาระการเรียนรู้ ๒. การประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะห์และเขยี น ๓. การประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๔. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้ สิ่งท่ีสถานศึกษาต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อให้ม่ันใจว่าการจัดการเรียนรู้และ การประเมินผลการเรียนรู้ท่ีครูผู้สอนดำเนินการนั้น นำสู่การพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ๕ ดา้ น ได้แก่ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี โดยการประเมินสมรรถนะสำคัญท้ัง ๕ ด้านนั้นควรเป็นการประเมินในลักษณะบูรณาการไปพร้อม ๆ กับ การประเมนิ คุณลกั ษณะอน่ื ๆ การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ตามกลุ่มสาระการเรยี นรู้ การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ตามกลุ่มสาระการเรยี นรูท้ ั้ง ๘ กลุ่มสาระ เปน็ การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ตามตัวช้ีวัดในหลักสูตร ซ่ึงจะนำไปสู่การสรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้ต่อไป ภารกจิ ของสถานศึกษาในการดำเนนิ การประเมินผลการเรียนรู้ตามกลมุ่ สาระการเรียนรู้มีรายละเอยี ดดงั นี้ ๑. กำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับคะแนนปลายปี / ปลายภาค โดยให้ความสำคัญ ของคะแนนระหว่างเรียนมากกว่าคะแนนปลายปี/ปลายภาค เชน่ ๖๐:๔๐ , ๗๐:๓๐ , ๘๐:๒๐ เป็นตน้ ๒. กำหนดเกณฑ์การตัดสินผลการเรียน โดยพิจารณาความเหมาะสมตามระดับช้ันเรยี น เช่น ระดับประถมศึกษาอาจกำหนดเป็นระดับผลการเรียน หรือระดับคณุ ภาพการปฏิบตั ิของผู้เรียนเป็นระบบ ตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละและระบบคุณภาพสะท้อนมาตรฐาน สำหรับระดับมัธยมศึกษา กำหนดเป็นระดับผลการเรียน ๘ ระดับ และกำหนดเง่ือนไขต่าง ๆ ของผลการเรียน เช่น การประเมินทยี่ ัง ไม่สมบูรณ์ (ได้ ร) การไม่มีสิทธิเข้ารับการสอบ (ได้ มส) เป็นต้น นอกจากน้ีสถานศึกษาอาจกำหนด คุณลักษณะของความสำเรจ็ ตามมาตรฐานการศกึ ษาแตล่ ะชัน้ ปีเปน็ ระดับคณุ ภาพเพ่ิมอีกก็ได้ ๓. กำหนดแนวปฏิบัติในการสอนซ่อมเสริม การสอบแก้ตัว กรณีผู้เรียนมีระดับผลการเรียน “๐” และแนวดำเนินการกรณีผู้เรยี นมผี ลการเรยี นท่มี ีเงอื่ นไข คอื “ ร ” “ มส.” ๔. กำหนดแนวปฏบิ ตั ิในการอนมุ ัติผลการเรียน ๕. กำหนดแนวทางในการรายงานผลการประเมินต่อผู้เก่ียวข้อง เช่น ผปู้ กครอง ๖. กำหนดแนวทาง วิธีการในการกำกบั ติดตามการบันทึกผลการประเมินในเอกสารหลักฐาน การศกึ ษา ท้ังแบบทหี่ ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และแบบท่สี ถานศึกษากำหนด
๔๙ การประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขยี น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น ดังน้ันสถานศึกษาตอ้ งวางแผนการพัฒนาความสามารถ ดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียน ควบคู่ไปกับการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาต่าง ๆ สถานศึกษาอาจกำหนดข้ันตอนดำเนินการ ดังแผนภาพที่ ๓.๒ ประชุมช้ีแจงแนวการสง่ เสรมิ /พัฒนา กำหนดเกณฑ์ คณะกรรมการพฒั นาและประเมิน การประเมินและแนวทางการวัดผลประเมินผล การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน ดำเนนิ การสง่ เสริม/พฒั นา ควบคกู่ ับการจดั กจิ กรรม ครูผสู้ อน การเรยี นรู้ ๘ กลุม่ สาระ/โครงการ/กิจกรรมสง่ เสรมิ ครผู สู้ อน ครทู ี่ปรึกษา/ครูประจำช้ัน วัดผล ประเมนิ ผล บันทกึ ผล (สรปุ ผล) หรือผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย ประมวลผล สรุปผล คณะกรรมการพัฒนาและประเมนิ การ อ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น ไม่ผา่ น ผา่ น ซ่อมเสรมิ - ครปู ระจำชั้น ดเี ย่ยี ม - ครูทีป่ รกึ ษา ดี - นายทะเบียน ผา่ น บันทกึ ผล แผนภาพที่ ๓.๒ แสดงข้นั ตอนการพัฒนาและประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขียนของสถานศกึ ษา
๕๐ แนวดำเนินการพัฒนาและประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขยี น การพัฒนาและประเมินความสามารถการอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขยี น สถานศึกษาอาจกำหนด แนวดำเนนิ การ ดังน้ี ๑. คณะกรรมการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ของสถานศึกษากำหนดผล การเรียนรู้ หรือความสามารถ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน จากกลุ่มสาระการเรียนรู้พร้อมกำหนด เกณฑ์ตัดสนิ คุณภาพ (ดเี ยย่ี ม ดี และ ผา่ น) ให้เหมาะสมกับระดับการศกึ ษา ๒. ผู้สอนแต่ละกลมุ่ สาระออกแบบการประเมิน เพื่อประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น ใหเ้ หมาะสมกบั ผ้เู รียนแตล่ ะชัน้ ปี และการจัดการเรียนรูใ้ นแตล่ ะภาคเรยี น รูปแบบและวิธกี ารพฒั นาและประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น คณะกรรมการการประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน สามารถดำเนนิ การได้หลายวธิ ี ดงั น้ี ๑. ประเมนิ จากผลงานและการเขา้ รว่ มกิจกรรม ๑.๑ กรณีท่ีบุคลากรสอนตามเพียงพอ ใช้วิธีการบูรณาการความสามารถ การอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน เขา้ กบั หนว่ ยการเรียนรู้ ในรายวิชา ทม่ี สี ัดสว่ นเพยี งพอสามารถเป็นตวั แทนได้ เม่ือ นำหน่วยการเรียนรู้ไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แต่ละรายวิชาแล้ว มีผลการประเมินของผู้เรียนเป็นผลงาน ในหน่วยการเรียนรู้น้ัน ให้นำผลการประเมินนั้นนับเข้าเป็นผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และ เขยี นด้วย ๑.๒ กรณีท่ีสถานศึกษามีบุคลากรเพียงพอ นอกจากส่งเสริมและพัฒนาการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในกลุ่มสาระท่ีสอนแล้ว ยังสามารถจัดโครงงาน / กิจกรรมเสริมอีก เช่น โครงการรักการอ่าน การเขยี น เป็นต้น การประเมนิ ผลก็ใช้ผลจากการประเมนิ ในกลมุ่ สาระและผลจากการเข้ารว่ มโครงการและ กจิ กรรม ๒. ประเมินจากแบบทดสอบมาตรฐานประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และ เขียน โดยทดสอบ กับผู้เรียนทุกคน การนำแบบทดสอบมาตรฐานมาใช้ประเมินผลต้องมีความมั่นใจในความเท่ียงตรง (Validity) ความยตุ ธิ รรม(Fair) และความเช่ือถือได้ (Reliability) เกณฑก์ ารตดั สนิ ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น การวิเคราะห์ข้อมูลเพ่ือตัดสินระดับคุณภาพ ใช้วิธีการท่ีเหมาะสมกับลักษณะของข้อมูลซ่ึง ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ได้แก่ ฐานนิยม (Mode) แล้วตัดสินผลตามเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้แก่คณะกรรมการ ดำเนินการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน เพ่อื ดำเนินการสง่ เสริมพฒั นาต่อไป เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้กำหนดเป็นระดับคุณภาพดีเย่ียม ดีและผ่าน อยา่ งไรก็ตาม ในกระบวนการพัฒนา สถานศึกษาควรกำหนดให้ผู้สอนได้ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนเพ่ือการพัฒนา การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ไดบ้ รรลุเป้าหมายของสถานศึกษา การให้ขอ้ มลู ย้อนกลบั จะทำได้ดีหากมี การใช้เกณฑ์การให้คะแนน (Rubrics) เป็นแนวทางการกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน สถานศกึ ษาสามารถ ดำเนนิ การไดด้ ังน้ี ๑. กำหนดระดับคุณภาพตามท่ีหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานกำหนดไว้ได้แก่ ดีเย่ียม ดี และผ่าน
๕๑ ๒. กำหนดประเด็นการประเมินใหส้ อดคล้องกบั ความสามารถทจี่ ะประเมิน เชน่ - การนำเสนอเนือ้ หา - การใช้ภาษา ๓. ใหค้ ำอธบิ ายระดับคุณภาพของประเด็นการประเมนิ ดังตวั อย่าง ประเด็น ระดับคะแนน การประเมนิ การนำเสนอเน้ือหา ๓๒ ๑ - เรยี งลำดับเรอื่ งราวได้ การใชภ้ าษา - เรียงลำดับเรื่องราวได้ - เรยี งลำดับเรอ่ื งราวได้ แตม่ ีการวกวนบา้ ง - แสดงความคดิ เหน็ เหมาะสม ไมว่ กวน เหมาะสม ไม่วกวน ประกอบ - ข้อมูลสนบั สนุน หรอื - แสดงความคดิ เห็น - แสดงความคดิ เห็น ประเดน็ ยงั ไมช่ ัดเจน ประกอบได้อย่างมี ประกอบได้อย่างมี - เขียนสะกดคำถูกต้อง ตามอกั ขรวิธี เหตผุ ลและสร้างสรรค์ เหตุผล - เลอื กใช้คำตรง ความหมาย - นำเสนอประเด็นสำคัญ - นำเสนอข้อมูลชดั เจน ทีท่ ำใหเ้ ห็นความชัดเจน แต่บางประเดน็ ไม่ ของเร่อื ง ชัดเจน - ประเมนิ สิง่ ทเี่ ป็นประโยชน์ ในการดำเนินชวี ติ ได้ ถกู ต้อง - เขยี นสะกดคำถูกต้องตาม - เขยี นสะกดคำถูกต้อง อักขรวิธี ตามอักขรวิธี - เลอื กใชค้ ำตรงความหมาย - เลอื กใชค้ ำตรง - ใช้ภาษาเหมาะสมกับ ความหมาย ระดับภาษา - ใช้ภาษาเหมาะสมกับ - ใช้ภาษาสอ่ื สารตรง ระดับภาษา จุดประสงค์ การประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หมายถึง ลกั ษณะทต่ี ้องการให้เกิดข้ึนกบั ผู้เรียนอันเปน็ คณุ ลักษณะ ท่ีสังคมต้องการ ในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่าง มีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ตามท่ีหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกำหนด ซ่ึงมีอยู่ ๘ คุณลักษณะ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มงุ่ มน่ั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ นอกจากน้ีสถานศกึ ษาสามารถกำหนดคุณลักษณะอัน พงึ ประสงคเ์ พ่ิมเติมใหส้ อดคลอ้ งกบั บริบท และจดุ เนน้ ของตนเองได้ การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาจะบรรลุผลได้นั้น ต้องอาศัยการบริหาร จัดการและการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ครูท่ีปรึกษา ครผู ู้สอน ผู้ปกครองและชุมชนที่ต้องมุ่งขัดเกลา บ่มเพาะ ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใหเ้ กิดข้นึ แกผ่ ู้เรียน
๕๒ ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์สามารถกระทำได้โดยนำพฤติกรรมบ่งชี้หรือพฤติกรรมที่ แสดงออกของคุณลักษณะแต่ละด้านที่วิเคราะห์ไว้ บูรณาการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระ การเรียนรู้ต่าง ๆ ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและโครงการพิเศษต่าง ๆ ท่ีสถานศึกษาจัดทำข้นึ เช่น โครงการ วันพ่อ วันแม่แห่งชาติ โครงการลดภาวะโลกร้อน วันรักษ์สิ่งแวดล้อม แห่เทียนพรรษา ตามรอยคนดี หรือ กจิ กรรมที่องค์กรในท้องถ่ินจัดขนึ้ เป็นต้น สำหรับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน สถานศึกษาควรจัดให้มีการประเมินเป็น ระยะ ๆ โดยอาจประเมินผลเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน รายภาค รายปีด้วย เพื่อให้มีการส่ังสม และ การพัฒนาอย่างต่อเน่ือง โดยเฉพาะการนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั และประเมินผลสรุปเมื่อจบปสี ุดท้ายของแต่ ละระดบั การศึกษา ประชุมช้แี จงแนวทาง คณะกรรมการพัฒนาและ การประเมิน การเก็บรวบรวม ประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ การรายงานความก้าวหน้า การรายงานผล และสรปุ ผล ประสงค์ สง่ เสริม/พัฒนา ผูเ้ รยี น ไม่ผ่านเกณฑ์ ประเมนิ บนั ทึก วเิ คราะห์ แปลผล และ ครูผสู้ อน รายงานผลการประเมนิ ครูทปี่ รกึ ษา ครูประจำชั้น หรือ ต่อผูเ้ กย่ี วขอ้ ง ผทู้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย - เกบ็ รวบรวม ทะเบียน-วัดผล - ประมวลผล - สรปุ ผล - บนั ทกึ ข้อมลู ใน ปพ.1 นำข้อมลู ที่ไดม้ าวางแผน คณะกรรมการ แผนภาพท่ี ๓.๓ แสดงขนั้ ตอนการดำเนนิ การวัดและประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของสถานศกึ ษา
๕๓ แนวดำเนินการพฒั นาและประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สถานศึกษาควรดำเนินการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นข้ันตอนท่ีชัดเจน สามารถตรวจสอบกลับการดำเนินงานได้ แผนภูมิที่ ๓.๒ แสดงข้ันตอนการดำเนินการวัดและประเมิน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ทส่ี ถานศกึ ษาสามารถนำไปปรับใช้ตามบริบทของสถานศึกษา โดย ๑) แต่งตั้งคณะกรรมการการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา เพอ่ื ๑.๑ กำหนดแนวทางในการพัฒนาและแนวทางการประเมิน เกณฑ์การประเมิน และ แนวทางการปรบั ปรุงแกไ้ ขปรับพฤติกรรม ๑.๒ พิจารณาตัดสินผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายปี (ระดับประถมศึกษา) รายภาค (ระดบั มัธยมศกึ ษา) และจบการศึกษาแตล่ ะระดับ ๑.๓ จัดระบบการปรับปรุงแก้ไขปรับพฤติกรรมด้วยวิธีการอันเหมาะสมและส่งต่อข้อมูล เพื่อ การพฒั นาอย่างต่อเนือ่ ง ๒) พิจารณานิยามหรือความหมายของคุณลักษณะแต่ละตัว พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดหรือ พฤติกรรมบ่งชี้หรือพฤติกรรมท่ีแสดงออกของคุณลักษณะแต่ละตัว และหากสถานศึกษาได้กำหนด คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคเ์ พิ่มเติม สถานศกึ ษาต้องจัดทำนิยาม พรอ้ มทั้งตวั ช้วี ัดเพิ่มเติมดว้ ย ๓) กำหนดเกณฑ์และแนวทางการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้สอดคล้องกับบริบท และจุดเน้นของสถานศึกษา กำหนดระดับคุณภาพ หรือเกณฑ์ในการประเมินตามที่หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดไว้ ๓ ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี และ ผ่าน กำหนดประเด็นการประเมินให้ สอดคลอ้ งกบั ตวั ช้ีวัดคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๔) เลือกใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลท่ีไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ได้แก่ ค่าฐานนิยม (Mode) แล้วตัดสิน ผลตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ นำผลการตัดสินให้คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ พจิ ารณาเพื่อดำเนินการสง่ เสรมิ พฒั นาต่อไป ๕) ให้ครูผู้สอนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้และผู้ที่ได้รับมอบหมายรับผิดชอบการพัฒนาและ ประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ การประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมท่ีสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกระดับชั้น เพ่ือส่งเสริม พัฒนาความสามารถของตนเองตามความถนัด ความสนใจ ให้เต็มศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์รวม ของความเป็นมนุษย์ท้ังด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม สร้างเยาวชนของชาติให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคมและสามารถบริหาร การจัดการตนเองได้กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน แบง่ เปน็ ๓ ลักษณะ ไดแ้ ก่ ๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจ โดยคำนึงถงึ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ด้วยกระบวนการทาง จิตวิทยาการแนะแนว ให้สอดคล้องครอบคลุมด้านการศึกษา อาชีพส่วนตัวและสังคม กิจกรรมสำคัญในการพัฒนาได้แก่ กิจกรรม การรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและ ผูอ้ ื่น กิจกรรมการปรับตัวและดำรงชวี ิต กจิ กรรมแสวงหาและใช้ขอ้ มลู สารสนเทศ กิจกรรม การตัดสินใจและแกป้ ัญหา เปน็ ต้น
๕๔ ๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือ แบ่งปันกัน เอื้ออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจ ของผู้เรียนให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตาม แผน ประเมิน และปรับปรุงการทำงาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม และ สอดคล้องกับวฒุ ิภาวะของผูเ้ รียน บริบทของสถานศึกษาและท้องถ่ิน กจิ กรรมนกั เรียนประกอบด้วย ๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์และนักศึกษาวิชาทหาร เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบยี บวินัย ความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน การประนีประนอม เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรยี นเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ พร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปญั ญาเปน็ ตน้ ๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับ ความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยเน้นให้ผู้เรียนปฏิบัติด้วยตนเองต้ังแต่การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทำงาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม กิจกรรม สำคัญในการพัฒนา ได้แก่ ชุมนุมหรือชมรมต่าง ๆ ท่ีสถานศึกษากำหนดข้ึนตามความเหมาะสมและ สอดคล้องกบั วุฒิภาวะของผ้เู รียนและบรบิ ทของสถานศึกษาและท้องถน่ิ ๓. กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ เปน็ กิจกรรมทส่ี ่งเสริมใหผ้ ู้เรียนได้ทำประโยชน์ ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรบั ผิดชอบความดี งาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทำประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสำคัญได้แก่ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดำรงรักษา สืบสานศาสนา ศิลปะ และ วฒั นาธรรม กิจกรรมพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยเี พื่อสังคม เปน็ ตน้ เวลาเรียนสำหรับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง ในระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ปีละ ๑๒๐ ช่ัวโมงและช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ จำนวน ๓๖๐ ชั่วโมง เป็นเวลาสำหรับปฏิ บัติกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพ่ือสังคมและ สาธารณประโยชน์ในส่วนกิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชน์ใหส้ ถานศกึ ษาจัดสรรเวลาใหผ้ ู้เรียนดังนี้ ระดบั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ - ๖ รวม ๖ ปี จำนวน ๖๐ ชั่วโมง (เฉล่ยี ปีละ ๑๐ ชว่ั โมง) ระดับมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ - ๓ รวม ๓ ปี จำนวน ๔๕ ช่วั โมง (เฉลี่ยปลี ะ ๑๕ ชว่ั โมง) ระดับมธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ - ๖ รวม ๓ ปี จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง (เฉล่ียปีละ ๒๐ ช่วั โมง) การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ สามารถนำไปสอดแทรก หรือบูรณา การในกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์และนักศึกษาวิชาทหาร ได้ตามความ เหมาะสม ท้ังน้ี การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ให้ผู้เรียนรายงานแสดงการเข้าร่วม กจิ กรรมและมีผู้รับรองผลการเขา้ รว่ มกิจกรรมดว้ ย
๕๕ การประเมินผลการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งสำหรับ การเลื่อนช้ันและการจบระดับการศึกษา ผู้เรียนต้องมีเวลาเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตลอดจนผ่านการประเมนิ ตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากำหนด โดยแนวทางการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน มรี ายละเอียดดังแผนภาพท่ี ๓.๔ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น แนะแนว ลกู เสอื ฯ ผู้บำเพ็ญฯ กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ ชมุ นมุ /ชมรม เกณฑก์ ารประเมนิ ๑. เวลาการเขา้ ร่วมกจิ กรรม ๒. การปฏิบตั กิ ิจกรรม ๓. ผลงาน / ช้ินงาน ตามเกณฑ์ ประเมิน ไมต่ ามเกณฑ์ ไมผ่ า่ น ซอ่ มเสริม ผ่าน สง่ ผลการประเมิน แผนภาพท่ี ๓.๔ แสดงขัน้ ตอนการประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน แนวดำเนินการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น สถานศกึ ษาควรมกี ารดำเนนิ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นเปน็ ข้ันตอนที่ชัดเจน ๑. การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นรายกจิ กรรม มแี นวปฏบิ ัตดิ ังน้ี ๑.๑ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ท่ี สถานศกึ ษากำหนด ด้วยวธิ ีการทีห่ ลากหลาย และใชก้ ารประเมนิ ตามสภาพจริง ๑.๒ ตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกจิ กรรมของผู้เรียนว่า เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนดไวห้ รือไม่ ๑.๓ ในกรณีที่ กิจกรรมใดต้องใช้เวลาปฏิบัติตลอดปี เม่ือส้ินภาคเรียนแรก ควรจัดให้มี การประเมินผล การปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน เพ่ือสรุปความก้าวหน้า ปรับปรุงแก้ไข และรายงานให้ ผู้ปกครองทราบ (โดยนำผลการประเมินในภาคเรียนแรกไปรวมกับผลการประเมินในภาคเรียนท่ีสอง เพอื่ ตดั สนิ ผลการผา่ นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเม่อื จบปีการศึกษาในระดับประถมศกึ ษาและเมื่อสนิ้ ภาคเรยี น ในระดบั มัธยมศึกษา)
๕๖ ๑.๔ ผู้เรียนที่มีเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนด เป็นผู้ผ่านการประเมินรายกิจกรรมและนำผลการประเมินไปบันทึกในระเบียน แสดงผลการเรยี น ๑.๕ ผู้เรียนท่ีมีผลการประเมินไม่ผ่านในเกณฑ์เวลาการเข้าร่วมกิจกรรมหรือเกณฑ์การปฏิบัติ กิจกรรมและผลงานของผู้เรียนหรือท้ังสองเกณฑ์ ถือว่าไม่ผ่านการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผู้สอนต้องดำเนินการซ่อมเสริมและประเมินจนผ่าน ท้ังนี้ควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นในปีการศึกษาน้ัน ยกเว้นมีเหตุสุดวสิ ยั ใหอ้ ยใู่ นดุลพินจิ ของสถานศกึ ษา ๒. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนเพอ่ื เลื่อนช้ันและจบระดบั การศึกษา การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพ่ือเลื่อนช้ันและจบระดับการศึกษาเป็นการประเมินการผ่านกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน เป็นรายปี / รายภาค เพื่อสรุปผลการผ่านในแต่ละกิจกรรม สรุปผลรวมเพื่อเล่ือนชั้นและ ประมวลผลรวมในปีสุดท้ายเพ่ือการจบแต่ละระดับการศึกษา โดยการดำเนินการดังกล่าวมีแนวปฏิบัติ ดงั นี้ ๒.๑ กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียน ทกุ คนตลอดระดบั การศกึ ษา ๒.๒ ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตาม เกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด (เกณฑ์การจบแต่ละระดับการศกึ ษาที่สถานศึกษากำหนดน้ัน ผเู้ รียนจะต้อง ผ่านกจิ กรรม ๓ กิจกรรมสำคญั ดังน้ี ๑) กิจกรรมแนะแนว ๒) กิจกรรมนักเรียน ซ่ึงได้แก่ (๑) กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพญ็ ประโยชน์ และนกั ศกึ ษาวชิ าทหาร (๒) กิจกรรมชุมนมุ ชมรม ๓) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ๒.๓ นำเสนอผลการประเมินต่อคณะอนกุ รรมการกลุ่มสาระการเรยี นรแู้ ละกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น เพ่ือให้ ความเห็นชอบ ๒.๔ เสนอผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์การจบ แตล่ ะระดับการศึกษา ๓. ขอ้ เสนอแนะ การประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนัน้ จะตอ้ งคำนงึ ถึงสิ่งต่อไปน้ี ๓.๑ เวลาการเข้ารว่ มกิจกรรมของผู้เรียนตามเกณฑ์ท่สี ถานศกึ ษากำหนด สถานศึกษาควรกำหนดเวลาไม่ นอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ๓.๒ ผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมและผลงานของผู้เรียนให้เปน็ ไปตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากำหนด โดยอาจจัด ให้ผู้เรียนแสดงผลงาน แฟม้ สะสมงานหรือจัดนิทรรศการ ๓.๔ ผู้เรียนทุกคนต้องมีผลการประเมินระดับผ่าน ท้ังเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผู้เรยี นจงึ จะได้ผลการประเมินเป็นผ่าน (ผ) เพือ่ บันทึกในระเบยี นแสดงผลการเรยี น ๓.๕ กรณีท่ีผู้เรียนไม่ผ่านกิจกรรม (มผ) ให้เป็นหน้าที่ของครู หรือผู้รับผิดชอบกิจกรรมนั้น ๆ ท่ีจะต้องซ่อมเสริม โดยให้ผู้เรียนทำกิจกรรมจนครบตามเวลาที่ขาดหรือปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุตาม วัตถุประสงค์ของกิจกรรมน้ัน แล้วจึงประเมินให้ผ่านกิจกรรม เพื่อบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้รายงานผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาทราบ เพ่ือดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนอย่างเหมาะสม เป็นรายกรณไี ป
๕๗ ๓.๖ ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หากสถานศึกษามีบุคลากรไม่เพียงพอหรือไม่สามารถจัด กิจกรรมได้อย่างหลากหลาย สถานศึกษาอาจจัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการ หรือสอดแทรกใน กิจกรรมหรือโครงการต่าง ๆ เช่นกิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมวันสำคัญ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เป็นต้น ซ่ึงสถานศึกษาสามารถดำเนินการประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวและนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการ ประเมินกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนได้ เกณฑ์การผา่ นการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น ผู้เรียนจะต้องได้รับการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผ่านเกณฑ์ตามท่ีสถานศึกษากำหนด โดย กำหนดเกณฑใ์ นการประเมนิ อยา่ งเหมาะสม ดงั น้ี ๑. กำหนดคุณภาพหรือเกณฑ์ในการประเมินตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานกำหนดไว้ ๒ ระดบั คอื ผา่ น และไม่ผา่ น ๒. กำหนดประเด็นการประเมินให้สอดคล้องตามจุดประสงค์ในแต่ละกิจกรรมและกำหนดเกณฑ์ การผ่านการประเมนิ ดงั น้ี ๒.๑ เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินรายกิจกรรม ผ่าน หมายถงึ ผู้เรียนมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑแ์ ละปฏิบตั ิ กิจกรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ไม่ผา่ น หมายถึง ผู้เรียนมเี วลาเข้ารว่ มไม่ครบตามเกณฑ์หรือไมผ่ ่านการปฏิบัติ กิจกรรมและผลงานของผู้เรยี นตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษากำหนด ๒.๒ เกณฑก์ ารตดั สินผลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนในแตล่ ะภาค/ปี ผา่ น หมายถึง ผูเ้ รยี นมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ในกจิ กรรมสำคัญท้ัง ๓ กจิ กรรม คือ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมเพ่ือ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ไมผ่ า่ น หมายถึง ผู้เรียนมผี ลการประเมินระดับ“ไม่ผา่ น” ในกจิ กรรมสำคัญ กิจกรรมใดกจิ กรรมหน่ึงจาก ๓ กจิ กรรม คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรยี น กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๒.๓ เกณฑ์การตดั สนิ ผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นเพอ่ื จบระดับการศึกษา ผ่าน หมายถงึ ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ ระดบั “ผา่ น” ทุกช้ันปีในระดบั การศึกษาน้นั ไม่ผา่ น หมายถงึ ผูเ้ รียนมผี ลการประเมนิ ระดับ “ ไมผ่ ่าน ” บางช้ันปีในระดับการศึกษาน้นั
๕๘ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ศึกษาทักษะการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด การวิเคราะห์ และประเมินค่า วรรณคดีวรรณกรรม โดยศึกษาเก่ียวกับการอ่านออกเสียง การอ่านในชีวิตประจำวัน ฝึกทักษะการคัด ลายมือ การเขียนบรรยายประสบการณ์ การเขียนเรียงความ การเขียนย่อความ การเขียนจดหมาย สว่ นตวั และกิจธุระ การเขยี นแสดงความคดิ เห็น วิเคราะห์วิจารณ์ หรอื โต้แยง้ จากส่ือต่าง ๆ เขียนรายงาน การศึกษาค้นคว้า เขียนโครงงาน ฝึกทักษะการพูดสรุปใจความสำคัญ การเล่าเรื่องย่อ การแสดงความ คิดเห็น การประเมินความน่าเช่ือถือเร่ืองการฟังและการดู พูดรายงานการศึกษาค้นคว้า และศึกษา เกี่ยวกับลักษณะของเสียงในภาษาไทย การสร้างคำการวิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค การวิเคราะห์ความแตกตา่ งของภาษาพูดและภาษาเขียน การจำแนกและใช้สำนวนท่ีเป็นคำพังเพย และ สุภาษติ การแต่งบทร้อยกรองประเภทกาพย์ยานี 11 ใช้กระบวนการอ่านเพ่ือสร้างความรู้ความคิดนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต กระบวนการเขียนเขียนส่ือสารอย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการฟัง การดู และการพดู สามารถเลือกฟัง และดู และพูดแสดงความรู้ความคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์ เพื่อให้เข้าใจธรรมชาตภิ าษาและ หลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา พลังภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา วิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ และมีนิสัยรักการอ่าน การเขียน มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด และ มีลักษณะอันพึงประสงค์ วิเคราะห์ วถิ ีไทย ประเมินค่า ความรู้และข้อคิดจากวรรณคดี วรรณกรรม โคลง โลกนิติ สุภาษิตพระร่วง กาพย์เรื่อง พระไชยสุริยา นิทานพ้ืนบ้าน ท่องจำบทอาขยานท่ีกำหนดและบท ร้อยกรองท่มี คี ณุ ค่าตามความสนใจ การวัดและประเมนิ ผล โดยวธิ ีใบงานแบบประเมินการอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน ทำกิจกรรม ท้ายบทเรียนโดยทำกิจกรรมท้ายบทเรียนเสริมให้ครบ ทำแบบบันทึกการเรียนแบบสังเกตกิจกรรม แบบ ประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ รหสั ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙ ท ๑.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙ ท ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖ ท ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖ ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕ รวมทง้ั หมด ๓๕ ตวั ชว้ี ัด
๕๙ คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง จับใจความสำคัญสรุปความ และอธิบาย รายละเอียดจากเร่ืองที่อ่าน เขียนผังความคิดเพ่ือแสดงความเข้าใจบทเรียนที่อ่าน อธิบายแสดงความ คดิ เหน็ และขอ้ โตแ้ ยง้ เกี่ยวกับเรื่องท่ีอา่ นคัดลายมอื ตัวบรรจงคร่ึงบรรทดั เขียนบรรยายและพรรณนา เขยี น เรียงความเขียนย่อความ พูดสรุปใจความสำคัญจากเร่ืองที่ฟังและดู วิเคราะห์ข้อเท็จจริงข้อคิด เห็นและ ความน่าเชื่อถอื ของข่าวสารจากสอื่ ต่าง ๆ วิเคราะห์และวิจารณ์เร่ืองทฟ่ี ังและดูอยา่ งมเี หตุผลเพ่ือนำข้อคิด มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด สร้างคำในภาษาไทย วิเคราะห์ โครง สร้างประโยคสามัญ ประโยครวม และ ประโยคซ้อน สรุปเน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านใน ระดับที่ยากขึ้น วิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่านพร้อมยกเหตุผล ประกอบ ใช้กระบวนการอ่านกระบวนการเขียนกระบวนการคิดวิเคราะห์วิจารณ์ กระบวนการส่ือความ อภิปรายกลุ่ม บรรยาย ถาม-ตอบ เกม แบ่งกลุ่ม นิทาน ทำโครงงาน บทบาทสมมติ เพ่ือนสาธิตเพ่ือน ศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองฝึกปฏบิ ัติ ท่องคำประพนั ธ์ นำเสนองานหน้าชน้ั เรยี น การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนมีพ้ืนฐานความรู้ด้านหลักภาษา พัฒนาทักษะการใช้ภาษา ครบทุกด้าน และเรียนรู้คุณค่าท่ีสอดแทรกในวรรณคดีและวรรณกรรมไทยสามารถนำภาษาไทย รวมทั้ง จริงได้ถูกต้องเหมาะสม และ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ดังนี้รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ คุณธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นยิ มทด่ี งี ามไปใช้ในชวี ิต รหัสตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘ ท ๒.๑ ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗ ท ๓.๑ ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖ ท ๔.๑ ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖ ท ๕.๑ ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕ รวมทั้งหมด ๑๗ ตัวชว้ี ดั
๖๐ คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศึกษาการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรอง จับใจความสำคัญจากเร่ืองท่อี ่าน วิเคราะห์ และจำแนกข้อเท็จจริงข้อมูลสนับสนุนและข้อคิดเห็นจากบทความที่อ่าน ระบุข้อสังเกตการชวนเชื่อ การโน้มน้าวใจหรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน อ่านหนังสือบทความหรือคำประพันธ์อย่าง หลากหลายและประเมินคุณค่าหรือแนวคิดท่ีได้จากการอ่านเพ่ือนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตมีมารยาทใน การอ่าน เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า เขียนจดหมายกิจธุระ เขียนวิเคราะห์วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้งในเรื่องท่ีอ่านอย่างมีเหตุผล มีมารยาทในการเขียน พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรง ตามวัตถปุ ระสงค์ พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นทศี่ ึกษาค้นคว้าจากการฟงั การดูและการสนทนา มมี ารยาท ในการฟังการดูและ การพูด แต่งบทร้อยกรอง ใช้คำราชาศัพท์รวบรวมและอธิบายความหมายของคำ ภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน สรุปความรู้และ ข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่า ตามความสนใจ ใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห์วิจารณ์ กระบวนการสื่อความ อภิปรายกลุ่มบรรยาย ถาม-ตอบ แบ่งกลุ่มคละความสามารถ นิทาน ทำโครงงาน บทบาทสมมติ เพื่อน สาธิตเพื่อน ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองฝึกปฏิบัติ ท่องคำประพันธ์ นำเสนองานหน้าชั้นเรียน เพ่ือให้ผู้เรียน มีพื้นฐานความรู้ด้านหลักภาษา พัฒนาทักษะการใช้ภาษาครบทุกด้านและเรียนรู้คุณค่าท่ีสอดแทรกใน วรรณคดีและวรรณกรรมไทย สามารถนำภาษาไทยรวมท้ังคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมท่ีดีงามไปใช้ใน ชีวิตจริงได้ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ดังนี้ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง ม่งุ มั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ การวัดและประเมินผลเน้นการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยสอดคล้องกบั บรบิ ท และเปน็ ไปตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชวี้ ดั รหัสตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๕, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ท ๔.๑ ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ รวมทั้งหมด ๒๖ ตัวชว้ี ดั
๖๑ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ศึกษาการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง จับใจความสำคัญ จากเรื่องที่อ่าน วิเคราะหแ์ ละจำแนกข้อเท็จจริงข้อ มูลสนับสนุนและข้อคิดเห็น จากบทความที่อ่าน ระบุข้อสังเกต การชวนเช่ือ การโน้มน้าวใจหรือความสมเหตุ สมผลของงานเขียน อ่านหนังสือบทความหรือคำประพันธ์ อย่างหลากหลายและ ประเมินคุณค่าหรือแนวคิดที่ได้จากการอ่านเพ่ือนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต มีมารยาทในการอ่าน เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า เขียนจดหมายกิจธุระ เขียนวิเคราะห์วิจารณ์ และ แสดงความรู้ความคิดเห็น หรือโต้แย้งในเรื่องท่ีอ่าน อย่างมีเหตุผล มีมารยาทในการเขียน พูดในโอกาส ต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นท่ีศึกษา ค้นคว้าจากการฟังการดู และ การสนทนามีมารยาทในการฟังการดูและการพูด แต่งบทร้อยกรอง ใช้คำราชาศัพท์รวบรวม และอธิบาย ความหมายของคำภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย อธิบายคุณค่า ของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน สรุปความรู้และข้อคิดจากการ อ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบท ร้อยกรองทมี่ คี ณุ ค่าตามความสนใจ ใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ กระบวนการส่ือความ อภิปรายกลุ่มบรรยาย ถาม-ตอบ แบ่งกลุ่มคละความสามารถ นิทาน ทำโครงงาน บทบาทสมมติ เพ่ือน สาธติ เพื่อน ศกึ ษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง ฝกึ ปฏบิ ัติ ทอ่ งคำประพันธ์ นำเสนองานหน้าชน้ั เรยี น การวัดและประเมินผลเพ่ือให้ผู้เรียนมีพื้นฐานความรู้ด้านหลักภาษา พัฒนาทักษะการใช้ภาษา ครบทุกด้านและเรียนรู้คุณค่าท่ีสอดแทรกในวรรณคดีและวรรณกรรมไทย สามารถ นำภาษาไทยรวมท้ัง คุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมท่ีดีงามไปใช้ในชีวิตจริงได้ ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณลักษณะอันพึ่ง ประสงค์ดังนี้ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันใน การทำงาน รกั ความเปน็ ไทยและมีจิตสาธารณะ รหสั ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๒.๑ ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๓.๑ ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ท ๔.๑ ม.๒/๔, ม.๒/๕ ท ๕.๑ ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ รวมท้ังหมด ๑๖ ตัวชี้วัด
๖๒ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ศึกษาการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยร้อยกรองได้ถูกต้องและเหมาะสมกับเร่ืองที่อ่าน ระบุใจความสำคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องท่ีอ่าน อ่านเร่ืองต่าง ๆ แล้วเขียน กรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ยอ่ ความและรายงาน วิจารณ์ ความสมเหตุสมผล การลำดับความและ ความเป็นไปได้ของเร่ือง มีมารยาทในการอ่าน คัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัด เขียนข้อความโดยใช้ ถ้อยคำได้ถูกต้องตามระดับภาษา เขียนชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติโดยเล่าเหตุการณ์ ข้อคิดเห็นและ ทัศนคติในเรื่องต่าง ๆ เขียนจดหมายธุรกิจ กรอบแบบสมัครงานพร้อมเขยี นบรรยายเกี่ยวกับความรู้และ ทักษะของตนเอง ท่ีเหมาะสมกับงาน มีมารยาทในการเขียนแสดงความคิดเห็นและประเมินเรื่องจาก การฟังและการดู วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องท่ีฟังและดูเพ่ือนำข้อคิดมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด จำแนกและใช้คำภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย ใช้คำทับ ศัพท์และศัพท์บัญญัติ อธิบายความหมายคำศัพท์ทางวิชาการและวิชาชีพ สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่นในระดับท่ียากยิ่งขึ้น ท่องจำและบอกคณุ คา่ บทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทรอ้ ยกรองทีม่ ีคณุ คา่ ตามความสนใจและนำไปใชอ้ า้ งองิ ฝึกปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูล การอภิปรายเพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ การสือ่ สารส่ิงท่เี รยี นรู้ มีความสามารถในการอา่ น การเขยี น การพูด และการแสดงออก การวัดและประเมินผล เพ่ือให้ผู้เรียนมีนิสัยรักการอ่าน การศึกษาค้นคว้า ความรับผิดชอบ รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การพูด มุ่งมั่นในการทำงาน และ มวี ินัยเห็นคณุ คา่ การนำความร้ไู ปปรับใชใ้ นชีวิตประจำวัน มคี วามรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ รหสั ตวั ชี้วัด ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๓, ม๓/๔, ม.๓/๗, ม.๓/๑๐ ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๓, ม.๓/๕, ม.๓/๘ , ม.๓/๑๐ ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๖ ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๔, ม.๓/๕ ท ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๔ รวมท้ังหมด ๑๘ ตัวชี้วดั
๖๓ คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ศึกษาการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ระบุความแตกต่างของคำท่ีมีความหมายโดยตรงและโดยนัย วิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินเรื่องที่อ่านโดยใช้กลวิธีการเปรียบเทียบเพ่ือให้ผู้อ่านเข้าใจได้ ดีขึ้น ประเมินความถูกต้องของข้อมูลท่ีใช้สนับสนุนในเรื่องที่อ่าน วิเคราะห์เพ่ือแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง เก่ียวกับเร่ืองท่ีอ่าน ตีความและประเมินคุณค่าแนวคิดท่ีได้จากงานเขียนอย่างหลากหลายเพื่อนำไปใช้ แก้ปัญหาในชีวติ เขียนข้อความโดยใช้ถอ้ ยคำได้ถูกตอ้ งตามระดับภาษา เขยี นย่อความ เขียนอธิบายชี้แจง แสดงความคิดเหน็ และโต้แย้งอย่างมเี หตผุ ล เขยี นวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือ โต้แย้งในเร่ืองต่าง ๆ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษา ค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ พูดโน้มน้าวโดย นำเสนอหลักฐานตามลำดับเน้ือหาอย่างมีเหตุผลและน่าเช่ือถือ วิเคราะห์โครงสร้างประโยคซับซ้อน วิเคราะห์ระดับภาษา แต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์วิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน สรุปความรู้และข้อคิดจากการอา่ นเพ่ือนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ ฝึกปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูล การอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถในการคิด การส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การพูด การแสดงออก ซ่ึงการแกป้ ญั หา การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนมีนิสัยรักการอ่าน การศึกษาค้นคว้า ความรับผิดชอบ รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู การพูด มุ่งม่ันในการทำงาน และมีวินัยเห็นคุณค่า การนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีความรัก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ สุจริต รหสั ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๕, ม๓/๖, ม.๓/๘, ม.๓/๙ ท ๒.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๔, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๙ ท ๓.๑ ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕ ท ๔.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๖ ท ๕.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๓ รวมท้ังหมด ๑๘ ตัวช้ีวดั
๖๔ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน ค๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศึกษา จำนวนตรรกยะและความสัมพันธ์ของจำนวนตรรกยะ และใช้สมบัติของจำนวนตรรกยะ ในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง ใช้สมบัติของเลขยกกำลังท่ีมีเลขชี้กำลังเป็นจำนวน เต็มบวกในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริงใช้ความรู้ทางเรขาคณิตและเครื่องมือ เช่น วงเวียนและสันตรง รวมทั้งโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัต อนื่ ๆ เพื่อสร้างรูปเรขาคณิต ตลอดจนนำความรูเ้ ก่ยี วกับการสร้างนี้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปญั หาในชวี ิต จริงใช้ความรู้ทางเรขาคณิตในการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติ และรูป เรขาคณติ สามมติ ิ ทักษะในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และ สามารถนำไปใช้ในการเรียนรสู้ ่ิงต่าง ๆ และใช้ในชวี ิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ การวัดและประเมินผล เน้นการวัดและประเมินผลเพ่ือพัฒนาการเรียนรู้ ด้วยวิธีการที่ หลากหลาย โดยใหส้ อดคลอ้ งกับบริบท และเปน็ ไปตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ัด รหสั ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒ ค ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒ รวมท้ังหมด ๔ ตัวช้ีวัด
๖๕ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ค๒๑๑๐๒ คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ศึกษาและประยุกต์ใช้อัตราส่วน สัดสว่ น และร้อยละในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปญั หาใน ชีวิตจริง ใช้สมบัติของการเท่ากันและสมบัติของจำนวน เพ่ือวิเคราะห์และแก้ปัญหาโดยใช้สมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียว ใช้ความรู้เก่ียวกับกราฟในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง ใช้ความรู้ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ เชิงเส้น ในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง ใช้ความรู้ทางสถิติใน การนำเสนอขอ้ มลู และแปลความหมายข้อมลู รวมทั้งนำสถติ ไิ ปใชใ้ นชีวติ จริงโดยใช้เทคโนโลยที ่ีเหมาะสม ทักษะในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และ สามารถนำไปใช้ในการเรยี นรสู้ ิง่ ตา่ ง ๆ และใชใ้ นชีวิตประจำวนั อย่างสร้างสรรค์ การวัดและประเมินผล เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็น ระบบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ และมีความเชื่อมนั่ ตนเอง รหัสตัวช้ีวัด ค ๑.๑ ม.๑/๓ ค ๑.๓ ม.๑/๑ , ม.๑/๒ , ม.๑/๓ ค ๓.๓ ม.๑/๑ รวมท้ังหมด ๕ ตวั ชี้วัด
๖๖ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน ค๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศึกษาทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบทกลับ จำนวนจริงและความสัมพันธ์ของจำนวนจริง สมบัติของ จำนวนจริง และสมบัติของเลขยกกำลังท่ีมเี ลขช้ีกำลังเป็นจำนวนเต็ม พนื้ ทีผ่ ิวของปริซึมและทรงกระบอก ปริมาตรของปริซึมและทรงกระบอก การแปลงทางเราขาคณติ การเล่ือนขนาน การสะท้อน และการหมุน สมบัติของเลขยกกำลังท่ีมีเลขช้ีกำลังเป็นจำนวนเต็ม การดำเนินการของเลขยกกำลัง สมบัติของเลขยก กำลงั และเลขยกกำลังในรปู สญั กรณว์ ทิ ยาศาสตร์ และหลกั การดำเนินการของพหุนาม ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ การคิด คำนวณการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทาง คณิตศาสตรแ์ ละเชื่อมโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ แกป้ ัญหา และเห็นคุณค่าในการนำคณิตศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีความตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ คำตอบ การวัดและประเมินผล การทำแบบทดสอบก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน ใช้ทักษะ กระบวนการกลุ่ม การทำโครงงาน แสดงผลงานและชิ้นงาน สรุปองค์ความรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่าน การเขียน การคิดวเิ คราะห์ และสมรรถนะสำคัญ รหัสตวั ช้ีวัด ค ๑.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ ค ๑.๒ ม.๒/๑ ค ๒.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ ค ๒.๒ ม.๒/๓ , ม.๒/๕ รวมทั้งหมด ๗ ตัวช้ีวดั
๖๗ คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ค๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาความรู้เก่ียวกับการเขียนเศษส่วนในรปู ทศนิยมและเขียนทศนิยมซ้ำในรูปเศษส่วน จำแนก จำนวนจริงที่กำหนดให้ และยกตัวอย่างจำนวนตรรกยะและจำนวนอตรรกยะ อธิบายและระบุรากท่ีสอง และรากท่ีสามของจำนวนจริง หารากที่สองและรากท่ีสามของจำนวนเต็มโดยการแยกตัวประกอบและ นำไปใช้ในการแก้ปัญหาพร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ อธิบายผลที่เกิดข้ึนจาก การหารากท่ีสองและรากที่สามของจำนวนเต็ม เศษส่วน และทศนิยม บอกความสัมพันธ์ของการยกกำลัง กับการหารากของจำนวนจริง หาค่าประมาณของรากที่สอง และรากท่ีสามของจำนวนจริง และนำไปใช้ ในการแก้ปัญหาพร้อมท้ังตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ บอกความเกี่ยวข้องของจำนวนจริง จำนวนตรรกยะ และจำนวนอตรรกยะ ใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัส และบทกลับในการให้เหตุผล และ แก้ปญั หา แกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกับสมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียว พรอ้ มท้ังตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ คำตอบ ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ การคิด คำนวณการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ทาง คณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ื่น ๆ เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ แกป้ ัญหา และเห็นคุณค่าในการนำคณิตศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีความตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ คำตอบ การวัดและประเมินผล เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็น ระบบ มคี วามรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณ และมคี วามเชือ่ มั่นตนเอง รหสั ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ , ม.๒/๓ ค ๑.๒ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ ค ๑.๓ ม.๒/๑ ค ๑.๔ ม.๒/๑ ค ๓.๒ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ ค ๔.๒ ม.๒/๑ รวมท้ังหมด ๙ ตวั ชี้วดั
๖๘ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน ๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ศึกษาความรู้และทักษะการคิด คำนวณอย่างมีเหตุผลมีระบบมีแบบแผน สามารถวิเคราะห์และ ฝึกการแกป้ ัญหาในสาระตอ่ ไปน้ี อสมการตัวแปรเดียว การแกอ้ สมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว การนำความรู้ เก่ียวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวไปใช้แก้ปัญหา การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงกว่าสอง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว การแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียว การนำความรู้เกี่ยวกับการแก้สมการ กำลังสองตัวแปรไปใช้ในการแก้ปัญหาการพิจารณาสามเหล่ียมสองรูปคล้ายกัน การน้ำความรู้เกี่ยวกับ สามเหลี่ยมคล้ายกันไปแก้ปัญหา การแก้ปัญหากราฟของฟังก์ชนั่ กำลังสอง การนำความรู้เก่ียวกับฟังก์ชั่น กำลังสองไปใช้แก้ปัญหา สถิติเกี่ยวกับการสร้างแผนภาพกล่อง การอ่าน แปลความความหมายและ วเิ คราะห์ขอ้ มลู จากแผนภาพกลอ่ งเพอ่ื ใชใ้ นการตดั สนิ ใจสถานการณ์ต่าง ๆ ใช้กระบวนการการจัดประสบการณ์หรอื สร้างสถานการณท์ ่ีใกล้ตัวให้ผเู้ รียนได้ศึกษาค้นคว้า โดย ปฏิบัติจริง ทดลองสรุปรายงานเพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น ได้แก่ ความสามารถในการแกป้ ัญหาด้วยวธิ กี ารที่หลากหลาย การให้เหตุผล การส่ือสาร การสอ่ื ความหมายทาง คณิตศาสตร์และการนำเสนอ การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทา ง คณิตศาสตร์และเช่ือมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ืน ๆ การทำงานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความเชื่อมั่นในตนเอง พร้อมท้ังตระหนักในคุณค่า และ มเี จตคติทด่ี ีตอ่ คณติ ศาสตร์ การวัดและประเมินผลใช้วิธีการที่หลากหลาย ตามสภาพความเป็นจริงของการจัดกิจกรรม การ เรียนรู้ตามสาระ และทักษะท่ีต้องการวัด เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถ นำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์ เกิดความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง มงุ่ มนั่ ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ รหัสตวั ชว้ี ัด ค ๑.๓ ม.๓/๑ ค ๑.๒ ม.๓/๑ ค ๑.๓ ม.๓/๒ ค ๒.๒ ม.๓/๑ ค ๑.๒ ม.๓/๒ ค ๒.๑ ม.๓/๑ รวมทั้งหมด ๖ ตัวช้ีวัด
๖๙ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ค๒๓๑๐๒ คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ศกึ ษาความรู้และทักษะการคิด คำนวณอย่างมีเหตุผลมีระบบแบบแผน สามารถวิเคราะหแ์ ละฝึก การแก้ปัญหาในสาระต่อไปนี้ ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร วงกลม คอร์ด และเส้นส้มผัสและทฤษฎี บทเก่ียวกับวงกลม การหาพ้ืนท่ีผิวและปริมาตรของพีระมิด กรวยและทรงกลม นำความรู้ไปใช้ใน ชีวติ ประจำวัน ความนา่ จะเป็นของเหตกุ ารณจ์ ากการทดลองสุ่ม และนำความรเู้ กยี่ วกับความน่าจะเปน็ ไป ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั อัตราสว่ นตรโี กณ การนำคา่ มมุ 30 , 45 , 60 ไปใช้ในการแกป้ ญั หา ใช้กระบวนการการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวให้ผูเ้ รียนได้ศึกษาค้นควา้ โดย ปฏิบัติจริง ทดลองสรุปรายงานเพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ท่ีจำเป็น ได้แก่ ความสามารถในการแกป้ ัญหาด้วยวิธกี ารทีห่ ลากหลาย การให้เหตุผล การส่ือสาร การส่อื ความหมายทาง คณิตศาสตร์และการนำเสนอ การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การเชื่อมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ การทำงานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความเชือ่ ม่ันในตนเอง พรอ้ มท้ังตระหนักในคุณคา่ และมีเจตคติทด่ี ตี ่อ คณติ ศาสตร์ การวัดและประเมินผลใช้วิธีการที่หลากหลาย ตามสภาพความเป็นจริงของการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ตามสาระ และทักษะท่ีต้องการวัด เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถ นำไปใช้ในชีวติ ประจำวันอย่างสร้างสรรค์ เกิดความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มุ่งมัน่ ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ รหสั ตัวช้ีวดั ค ๑.๓ ม.๓/๓ ค ๒.๒ ม.๓/๓ ค ๒.๑ ม.๓/๑ ค ๓.๑ ม.๓/๑ ค ๒.๒ ม.๓/๑ รวมท้ังหมด ๕ ตัวช้ีวัด
๗๐ คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม ค๒๑๒๐๑ เสริมทักษะคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ศึกษาการประยุกต์ รูปเรขาคณิต จำนวนนับ และร้อยละในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อ ความหมายทางคณิตศาสตร์ การนำเสนอ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ ตลอดจนความคิด ริเร่ิมสร้างสรรค์ จำนวนและตัวเลข ระบบตัวเลขโรมัน ระบบตัวเลขฐานต่าง ๆ การเปลี่ยนฐานในระบบ ตัวเลข โดยได้รับรู้ถึงประวัติคร่าว ๆ ของการใช้จำนวนได้ความรู้เกี่ยวกับระบบการเขียนตัวเลขแทน จำนวนในระบบตา่ ง ๆ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้หลกั และคา่ ประจำหลัก สง่ิ ท่นี ่าสนใจก็คือ เราสามารถใช้เลขโดด ท่ีแตกต่างกัน ไม่ก่ีจำนวนมาเขียนแทนจำนวนที่ตอ้ งการได้อย่างไม่จำกดั จำนวน การประยกุ ต์ของจำนวน เต็ม มุ่งเน้นการคิดคำนวณ และโจทย์ปัญหา เก่ียวกับจำนวนเต็ม ท่ีเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความรู้สึก เชิงจำนวน การแก้ปัญหาเพื่อเสริมความรู้ ความสามารถในด้านทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ตลอดจนวธิ กี ารเรียนรู้ที่ตอ้ งอาศยั การคดิ เชิงวเิ คราะห์ และการใช้เหตุผลชว่ ยในการตดั สนิ ใจ ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ การคิด คำนวณ การแกป้ ัญหา การให้เหตุผล การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยงความรูต้ ่าง ๆ ทาง คณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ื่น ๆ เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ แกป้ ัญหา และเห็นคุณค่าในการนำคณิตศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีความตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ คำตอบ การวัดและประเมินผล การทำแบบทดสอบก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน ใช้ทักษะ กระบวนการกลุ่ม การทำโครงงาน แสดงผลงานและชิ้นงาน สรุปองค์ความรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่าน การเขยี น การคดิ วิเคราะห์ และสมรรถนะสำคัญ ผลการเรยี นรู้ ๑. บอกความสัมพันธ์ระหวา่ งผลบวกของความยาวของด้านทัง้ สองดา้ นกับความยาวด้านที่ สามของรูป สามเหลย่ี มใด ๆ ได้ ๒. บอกไดว้ า่ จุดที่กำหนดให้ในรปู เส้นโคง้ ปิดเชิงเดยี วเปน็ จุดภายในหรือจุดภายนอก ๓. ใช้ความรู้และทักษะทางคณติ ศาสตรแ์ ก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ๔. อา่ นและเขียนตวั เลขโรมันได้ ๕. บอกค่าของเลขโดดในตวั เลขฐานต่าง ๆ ทีก่ ำหนดให้ ๖. เขยี นตวั เลขทีก่ ำหนดใหเ้ ป็นเลขฐานต่าง ๆ ได้ ๗. ใชค้ วามรู้เกย่ี วกบั จำนวนเต็มในการแก้ปัญหาได้ รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรียนรู้
๗๑ คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม ค๒๑๒๐๒ เสรมิ ทกั ษะคณิตศาสตร์ กลุม่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ศึกษา ฝึกทักษะกระบวนการในสาระต่อไปน้ี การเตรียมความพร้อมในการให้เหตุผล ข้อความ คาดการณ์ ประโยคเง่ือนไขบทกลับของประโยคเง่อื นไข การให้เหตุผล พหุนาม เอกนาม การบวก การลบ การคูณ และการหารเอกนาม พหุนาม การบวก การลบพหุนาม การคูณและการหารพหุนามอย่างง่าย การประยกุ ต์ ๒ แบบรปู ของจำนวน ขา่ ยงาน การประยุกตข์ องเศษสว่ นและทศนยิ ม ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ ศึกษาค้นคว้าโดย การปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคดิ ทกั ษะกระบวนการทไ่ี ด้ไปใช้ในการเรยี นรสู้ ิ่งต่าง ๆ และใช้ในชวี ิตประจำวันอยา่ งสร้างสรรค์ การวัดและประเมินผล เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาใช้ ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ อย่างเหมาะสม ใช้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปได้อย่างเหมาะสมใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทาง คณิตศาสตร์ใน การส่ือสาร การสื่อความหมา และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องและชัดเจน รวมทั้งเห็น คณุ ค่า และมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความ รับผิดชอบ มวี ิจารณญาณ และมคี วามเช่ือม่นั ในตนเอง ผลการเรียนรู้ ๑. สงั เกต สร้างข้อความคาดการณ์ และใหเ้ หตุผลทางคณิตศาสตร์อย่างงา่ ยได้ ๒. หาผลบวก ผลลบของเอกนาม และพหนุ ามได้ ๓. หาผลคูณ ผลหารของเอกนาม และพหนุ ามอย่างงา่ ยได้ ๔. ใชค้ วามรู้ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรแ์ ก้ปัญหาต่าง ๆ ไดแ้ ละตระหนักถึงความ สมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรียนรู้
๗๒ คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ค๒๒๒๐๑ เสริมทักษะคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกิต ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะกระบวนการเก่ียวกับสมบัติเลขยกกำลัง การคูณเลขยกกำลัง การหาร เลขยกกำลัง สมบัติของเลขยกกำลัง เลขยกกำลังในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ การนำไปใช้พหุนามและ เศษส่วนของพหุนาม การบวกพหุนาม ลบพหุนาม และการคูณเอกนามกับพหุนาม การหารพหุนามด้วย เอกนาม การคูณ พหุนามกับพหุนาม การหารพหุนาม เศษส่วนของพหุนาม การคูณเศษส่วนของพหุนาม อย่างง่ายในรูปผลสำเร็จ การหารเศษส่วนของพหุนามอย่างง่ายในรูปผลสำเร็จ การบวกเศษส่วนของ พหุนามในรูปผลสำเร็จการลบเศษส่วนของพหุนามในรูปผลสำเร็จ การประยุกต์เกี่ยวกับอัตราส่วนและ ร้อยละ ความหมายของอัตราส่วนและสัดส่วน การประยุกต์เก่ียวกับอัตราส่วน ความหมายของร้อยละ การเขียนอตั ราสว่ นให้อยู่ในรูปร้อยละ การประยกุ ตเ์ ก่ียวกบั ร้อยละ การประยกุ ต์อตั ราส่วนและรอ้ ยละ ใช้กระบวนการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ ศึกษาคน้ ควา้ โดยการปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รายงาน การวัดและประเมินผล เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้นความรู้ ความคิด ทักษะและ กระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณค่า และมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความ รบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมีความเชื่อมนั่ ในตนเอง ผลการเรยี นรู้ ๑. คูณและหารจำนวนที่เขยี นอยู่ในรปู เลขยกกำลงั ท่ีมีเลขชกี้ ำลงั เป็นจำนวนเต็มโดยใช้บท นิยามและสมบัตขิ องเลขยกกำลัง และการนำไปใชแ้ กป้ ญั หา ๒. คำนวณและใช้เลขยกกำลังในการเขยี นแสดงจำนนวนทม่ี ีคา่ น้อย ๆ หรือมาก ๆ ในรูปสญั กรณ์ วทิ ยาศาสตร์ ๓. การนำความรู้เร่ืองเลขยกกำลังไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ๔. บวก ลบ คูณ และหารพหุนามได้ ๕. บวก ลบ คณู และหารเศษสว่ นของพหนุ ามอย่างงา่ ยได้ ๖. ใช้ความรเู้ กี่ยวกับอัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละแก้ปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
๗๓ คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ค๒๒๒๐๒ เสริมทกั ษะคณติ ศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกิต ศึกษา ฝกึ ทกั ษะ กระบวนการของการแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรีสอง การแยกตวั ประกอบ โดยใช้สมบัติการแจกแจง การแยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรีสองตัวแปรเดียว การแยกตัวประกอบของ พหุนามดีกรีสองที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์ การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองท่ีเป็นผลต่างของสอง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว การแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียว โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการกำลัง สมการตวั แปรเดยี วการแปรผนั การแปรผันตรง การแปรผกผนั การแปรผนั เกย่ี วเนื่อง ใช้กระบวนการจัดประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณ์ในชวี ิตประจำวันท่ีใกล้ตวั ใหผ้ ู้เรียนไดศ้ ึกษา ค้นคว้าโดย การปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปญั หา การใหเ้ หตุผล การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์และนำประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทกั ษะกระบวนการทไ่ี ดไ้ ปใช้ในการเรยี นรู้ส่ิงต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอยา่ งสรา้ งสรรค์ การวัดและประเมินผล เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิดทักษะกระบวนการ ทไี่ ดไ้ ปใช้ในการเรียนรู้ สิ่งตา่ ง ๆ และใชใ้ นชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและมเี จตคตทิ ี่ ดตี ่อคณิตศาสตร์ ทำงานอย่างเป็นระบบ ระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณและ มคี วามเช่อื ม่นั ในตนเอง ผลการเรยี นรู้ ๑. แยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรสี องตวั แปรเดียวท่ีมีสัมประสิทธ์ิของแต่ละพจน์เปน็ จำนวน เตม็ และมีสมั ประสทิ ธขิ์ องแตล่ ะพจนใ์ นพหุนามตวั ประกอบเปน็ จำนวนเตม็ ได้ ๒. แก้สมการกำลงั สองตัวแปรเดยี วโดยใชก้ ารแยกตัวประกอบได้ ๓. แก้โจทย์ปญั หาเกย่ี วกบั สมการกำลังสองตวั แปรเดียวโดยการแยกตัวประกอบและตระหนัก ถึงความสมเหตสุ มผลของคำตอบท่ไี ด้ ๔. เขียนสมการแสดงการแปรผนั ระหว่างปรมิ าณสองปริมาณใด ๆ ที่แปรผันต่อกนั ได้ ๕. แก้ปัญหาสถานการณ์ทก่ี ำหนดใหโ้ ดยใช้ความรู้เกี่ยวกับการแปรผันและตระหนักถึงความสมเหตุ สมผลของคำตอบที่ได้ รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรียนรู้
๗๔ คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม ค๒๐๒๐๕ เสรมิ ทักษะคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกิต ศึกษา กรณฑ์ การบวก การลบ การคูณ และการหาร จำนวนจริงที่อยู่ในรูปกรณฑ์ท่ีสอง การแยกตัวประกอบของพหนุ าม ดีกรีสองและดีกรีที่สูงกว่าสอง การแก้สมการกำลังสอง และการแก้โจทย์ ปัญหาสมการกำลังสองตัวแปรเดียว พาราโบลา การเขียนกราฟ การบอกลักษณะของกราฟพาราโบลา พ้นื ที่ผิวและปรมิ าตรของพีระมิด กรวย ทรงกลม และการแกป้ ญั หาโจทย์ ใช้กระบวนจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยปฏิบัติ จริง ทดลอง สรุปรายงานเพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ท่ีจำเป็น ได้แก่ ความสามารถใน การแกป้ ัญหาด้วยวิธกี ารที่หลากหลาย การให้เหตุผล การส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และ การนำเสนอ การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ การทำงานอย่างมีระบบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบมีระเบียบวินัย มีวจิ ารณญาณ มคี วามเช่ือมน่ั ในตัวเอง การวัดและประเมินผล เพื่อให้เห็นคุณค่า และเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์เกิดความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง พอเพยี ง มงุ่ มัน่ ใน การทำงาน รักความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ ผลการเรียนรู้ ๑. บวก ลบ คณู และหารจำนวนจริงซ่งึ เกี่ยวกบั กรณฑ์ท่สี องท่ีกำหนดให้และแก้ปัญหาได้ ๒. ตระหนักถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ ๓. แกส้ มการกำลังสองตวั แปรเดยี วโดยแยกตัวประกอบได้ ๔. แกส้ มการกำลังสองตัวแปรเดยี วโดยการใช้สูตรได้ ๕. แก้โจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั สมการกำลงั สองตวั แปรเดียวได้ ๖. ตระหนักถงึ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบท่ีได้ ๗. บวก ลบ คูณและหารเศษสว่ นของพหุนามที่กำหนดให้ได้ ๘. แกส้ มการเศษส่วนของพหุนามได้ รวมท้ังหมด ๘ ผลการเรยี นรู้
๗๕ คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม ค๒๐๒๐๖ เสริมทักษะคณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑ หน่วยกติ ศึกษา ฝึกทักษะกระบวนการในสาระต่อไปนี้ พาราโบลา สมการพาราโบลา กราฟของสมการ พาราโบลาท่ีอยู่ในรปู y = ax2 + bx + c เม่ือ a 0 ระบบสมการ การแก้ระบบสมการสองตัวแปรที่ มีดีกรีไม่เกินสอง การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับระบบสมการสองตัวแปรที่มีดีกรีไม่เกินสอง การให้เหตุผล ทางเรขาคณิต สมบัติเกี่ยวกับวงกลม การให้เหตุผลเก่ียวกับการสร้างรูปเรขาคณิต โดยใช้กระบวนการ คณิตศาสตร์ การจัดประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยการปฏิบัติ จริง ทดลอง และสรุปรายงาน โดยคำนึงถึงมาตรฐานด้านทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ใช้การวัด และประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลายให้ครอบคลุมท้ังด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ใช้กระบวนจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยปฏิบัติ จรงิ ทดลอง สรปุ รายงานเพอ่ื พัฒนาทักษะ กระบวนการทางคณติ ศาสตรท์ ีจ่ ำเปน็ ได้แก่ ความสามารถใน การแก้ปญั หาด้วยวธิ ีการทีห่ ลากหลาย การให้เหตุผล การสอื่ สาร การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละ การนำเสนอ การมีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ืน ๆ การทำงานอย่างมีระบบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบมีระเบียบวินัย มีวจิ ารณญาณ มีความเชื่อมนั่ ในตัวเอง การวัดและประเมินผล เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ดา้ นความรู้ ความคิดทักษะกระบวนการที่ ได้ไปใช้ใน การเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อ คณิตศาสตร์สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบมีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเช่อื มั่นในตนเอง ผลการเรยี นรู้ ๑. เขยี นกราฟพาราโบลาที่กำหนดให้ได้ ๒. บอกลกั ษณะของกราฟพาราโบลาทก่ี ำหนดใหไ้ ด้ ๓. แก้ระบบสมการสองตัวแปรทส่ี มการมดี ีกรีไมเ่ กินสองที่กำหนดให้ได้ ๔. แก้โจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับระบบสมการสองตวั แปรที่มดี กี รีไมเ่ กนิ สองท่ีกำหนดให้ได้ ๕. ใชส้ มบัติเกยี่ วกับวงกลมในการให้เหตผุ ลและแกป้ ัญหาที่กำหนดให้ได้ รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้
๗๖ คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน ว๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ศึกษาเปรียบเทียบรูปร่าง ลักษณะ และโครงสร้าง ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์รวมท้ังบรรยาย หน้าที่ของ ผนังเซลล์เย่ือหุ้มเซลล์ไซโทพลาซึม นิวเคลียส แวคิวโอล ไมโทคอนเดรีย และคลอโรพลาสต ใช้กล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสงศึกษาเซลล์ และโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์ ความสัมพันธ์ระหวา่ งรูปร่างกับ การทำหน้าทขี่ องเซลล์ การจัดระบบของสงิ่ มชี ีวิต โดยเรม่ิ จาก เซลล์เน้ือเยื่อ อวยั วะ ระบบอวัยวะจนเป็น ส่ิงมีชีวิต กระบวนการแพร่และออสโมซิสจาก และยกตัวอย่างการแพร่ และออสโมซิสในชีวิตประจำวัน ปัจจัยท่ีจำเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสง และผลผลิตที่เกิดข้ึนจากการสังเคราะห์ด้วยแสง ความสำคัญ ของการสงั เคราะห์ด้วยแสง ของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดล้อม ตระหนักในคุณคา่ ของพืชที่มีต่อส่ิงมีชีวิต และ ส่ิงแวดล้อม ลักษณะและหน้าท่ีของไซเล็มและ โฟลเอ็มทิศทาง การลำเลียงสารในไซเล็มและโฟล เอ็ม ของพืช การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และ ไม่อาศัยเพศของพืชดอก ลักษณะโครงสร้างของดอกที่มี ส่วนทำให้เกิดการถ่ายเรณู การปฏิสนธิของพืชดอก การเกิดผลและเมล็ด การกระจายเมล็ดและการงอก ของเมล็ด ตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ท่ีช่วยในการ ถ่ายเรณูของพืชดอก โดยการไม่ทำลายชีวิตของ สัตว์ท่ีช่วยในการถ่ายเรณู ความสำคัญของธาตุอาหาร บางชนิดท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโต และการ ดำรงชวี ิตของพืช วธิ กี ารขยายพนั ธุ์พืชใหเ้ หมาะสมกบั ความต้องการของมนุษยโ์ ดยใช้ความรู้ เกี่ยวกบั การ สืบพันธุ์ของพืช ความสำคัญของเทคโนโลยี การเพาะเล้ียงเนื้อเยื่อพืชในการใช้ประโยชน์ ด้านต่าง ๆ ตระหนักถึงประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช โดยการนำความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจำวนั สมบัติทางกายภาพ บางประการของ ธาตุโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ จัดกลุ่มธาตุเป็นโลหะ อโลหะ และ กึ่งโลหะ การใช้ธาตุ โลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ และธาตุกัมมันตรังสีท่ีมีต่อส่ิงมีชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสงั คม ตระหนักถึง คณุ ค่าของการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กงึ่ โลหะ ธาตุกัมมันตรังสโี ดยเสนอแนวทาง การใช้ธาตุอย่างปลอดภัย คุ้มค่า ความสัมพันธร์ ะหว่างอะตอม ธาตุและสารประกอบ โดยใช้แบบจำลอง และสารสนเทศ โครงสร้าง อะตอมทปี่ ระกอบดว้ ย โปรตอน นิวตรอนและอิเลก็ ตรอน โดยใช้ แบบจำลอง ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยา ศาสตร์ มีคุณธรรมและจรยิ ธรรม การวัดและประเมินผล สังเกตการทำงานกลุ่ม การนำเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคลแบบสังเกตพฤติกรรมแบบกลุ่ม แบบประเมินรายงานการทดลอง แบบประเมินชิ้นงาน แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน การอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ สรุปองคค์ วามรู้ รหัสตัวชี้วัด ว ๑.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙, ม.๑/๑๐ ม.๑/๑๑, ม.๑/๑๒, ม.๑/๑๓, ม.๑/๑๔, ม.๑/๑๕, ม.๑/๑๖, ม.๑/๑๗, ม.๑/๑๘ ว ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๗, ม.๑/๘ รวมท้ังหมด ๒๘ ตัวช้วี ัด
๗๗ คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน ว๒๑๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาเก่ียวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจำแนกสารด้วยสถานะ เน้ือสาร และขนาดอนุภาคของ สาร การเปลี่ยนแปลงของสาร สารบริสุทธ์ิและสารผสม สมบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม การใช้ความรู้ ทาง เคมีให้เป็นประโยชน์ตอ่ การเลือกใช้สารเคมีในชวี ิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย การศึกษาชวี วิทยา โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ศึกษาเก่ียวกับอุณหภูมิและการวัด ผลของความร้อนท่ีมีผลต่อการ เปล่ียนแปลงของสาร สมดุลความร้อน การถ่ายโอนความร้อน องค์ประกอบของบรรยากาศ การแบ่งช้ัน บรรยากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทติ ย์ตอ่ บรรยากาศ องคป์ ระกอบของบรรยากาศ ไดแ้ ก่ อุณหภูมอิ ากาศ ความ ดนั อากาศ ความชื้นอากาศ ลม เมฆและฝน พายุฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน มรสุม การพยากรณ์อากาศ และ การเปลีย่ นแปลงภมู ิอากาศของโลก ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การ วิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม การวัดและประเมินผล สังเกตการทำงานกลุ่ม การนำเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมแบบกลุ่ม แบบประเมินรายงานการทดลอง แบบประเมินช้ินงาน แบบทดสอบก่อนเรียน หลงั เรยี น การอา่ น คดิ วิเคราะห์ เขียน สมรรถนะสำคญั คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ สรุปองค์ความรู้ รหสั ตวั ชี้วัด ว ๒.๑ ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๙, ม.๑/๑๐ ว ๒.๒ ม.๑/๑ ว ๒.๓ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗ ว ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗ รวมท้ังหมด ๒๐ ตัวช้วี ดั
๗๘ คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน ว๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ศึกษา ระบบในร่างกายของมนุษย์ ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบ ประสาทระบบสืบพนั ธ์ุ องคป์ ระกอบของสารละลายและปัจจัยทมี่ ผี ลต่อสภาพละลายได้ การละลายในตัว ทำลาย ความเข้มข้นของสารละลาย แรงและการเคลื่อนที่ แรงเสียดทาน โมเมนต์ของแรง ความดันของ ของเหลวและแรงพยงุ สนามแมเ่ หลก็ สนามไฟฟ้า และสนามแรงโน้มถว่ ง ใช้กระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยใช้แนวการจัดการเรียนรู้ เชิงรกุ แบบรวมพลงั ดว้ ยวธิ ีการสอนแบบสืบสอบ แนวการสอน ๕ ขัน้ ตอน GPAS ๕ ขน้ั ตอน รูปแบบวงจร การเรียนรู้ ๕ ขั้นตอน การเรียนรู้ผ่านการใช้กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสืบสอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้ง การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง และสะเต็ม เพื่อการแก้ปัญหาเชิง สร้างสรรค์สร้างความรู้ใหม่ได้นวัตกรรม รวมท้ังการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์เพ่ือสนับสนุน รวมท้ังการใช้ และสร้างโมเดลเพ่ืออภิปรายสู่การเป็นผู้มีสมรรถนะการรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อการเป็นผู้รู้ วิทยาศาสตร์ มีความสนใจ ความตระหนัก ความใฝ่รู้ เป็นผู้ทำงานเป็นทีมและทำงานแบบรวมพลังรวมทั้งมีความ รบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ชุมชน สังคม และระดับโลก การวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผล การทำแบบทดสอบก่อนเรียน-ระหว่างเรียน-หลัง เรียน ใช้ทักษะกระบวนการกลุ่มการทำโครงงาน แสดงผลงานและช้ินงาน สรุปองค์ความรู้ คุณลักษณะ อนั พงึ ประสงค์ การอา่ น เขียน วิเคราะห์ และสมรรถนะสำคัญ รหสั ตัวช้ีวัด ว ๑.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ , ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐ ม.๒/๑๑, ม.๒/๑๒, ม.๒/๑๓, ม.๒/๑๔, ม.๒/๑๕, ม.๒/๑๖, ม.๒/๑๗ ว ๒.๑ ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ว ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ , ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐ ม.๒/๑๑, ม.๒/๑๒, ม.๒/๑๓, ม.๒/๑๔, ม.๒/๑๕ รวมทั้งหมด ๓๕ ตัวชี้วัด
๗๙ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน ว๒๒๑๐๒ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศึกษา วิเคราะห์การหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันท่ีกระทำต่อวัตถุ แรงลัพธ์ท่ี กระทำต่อวัตถุท่ีหยุดน่ิงหรือวัตถุเคลื่อนท่ีด้วยความเรว็ คงตัว การสะท้อนของแสง การหักเหของแสง ผล ของความสว่างทีม่ ีต่อมนุษย์และส่ิงมีชีวิตอื่น ๆ การดูดกลืนแสงสี การมองเห็นสีของวัตถุ ลักษณะของช้ัน หน้าตัดดิน สมบัติของดิน และกระบวนการเกิดดิน การปรับปรุงคุณภาพของดิน กระบวนการเกิดและ องค์ประกอบของหิน องค์ประกอบและสมบัติของหิน เพื่อจำแนกประเภทของหิน ลักษณะทางกายภาพ ของแร่ กระบวนการเกิดลักษณะและสมบัติของปโิ ตรเลียม ถา่ นหนิ หินน้ำมัน ลักษณะแหล่งน้ำธรรมชาติ การอนุรักษ์แหล่งน้ำในท้องถิ่น การเกิดแหล่งน้ำบนดิน แหล่งน้ำใต้ดิน กระบวนการผุพังอยู่กับท่ี การ กร่อน การพัดพา การทับถม การตกผลึก และผลของกระบวนการดังกล่าว การสร้างแบบจำลอง โครงสร้างและองคป์ ระกอบ ของโลก ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหาโดย การตั้งคำถามท่ีกำหนดประเด็นหรือตัวแปรท่ีสำคญั ในการสำรวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องทสี่ นใจ ได้อย่างครอบคลมุ และเช่ือถอื ได้ สร้างสมมตฐิ านท่ีสามารถตรวจสอบได้และวางแผนการสำรวจตรวจสอบ หลาย ๆ วิธี เลือกเทคนิควิธีการ สำรวจตรวจสอบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเท่ียงตรง และ ปลอดภัย โดยใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม รวบรวมข้อมูล จัดกระทำข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุปทั้งท่ีสนับสนุนหรือขัดแย้งกับ สมมติฐานและความผิดปกติของข้อมูลจากการสำรวจตรวจสอบ สร้างแบบจำลองหรือรูปแบบที่อธิบาย ผลหรือแสดงผลของ การสำรวจตรวจสอบ สร้างคำถามที่นำไปสู่การสำรวจตรวจสอบในเร่ืองที่เก่ียวข้อง และนำความร้ทู ่ีไดไ้ ปใช้ในสถานการณ์ใหม่ หรืออธิบายเกย่ี วกับแนวคิด กระบวนการและผลของโครงงาน หรือชิ้นงานให้ผอู้ ่ืนเข้าใจ บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การสำรวจตรวจสอบค้นคว้าเพ่มิ เติมจากแหล่ง ความรู้ต่าง ๆ ให้ได้ข้อมูลท่ีเช่ือถือได้ และยอมรับการเปล่ียนแปลงความรู้ท่ีค้นพบเม่ือมีข้อมูลและ ประจักษ์พยานใหม่เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิมจัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน หรืออธิบายเก่ียวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรอื ชนิ้ งานให้ผอู้ ่นื เข้าใจ การวัดและประเมนิ ผลเพือ่ ให้ผู้เรยี นได้เรยี นรู้ความรทู้ างวิทยาศาสตร์อย่างถกู ตอ้ ง มกี ระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ใน การค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ คิดตัดสินใจ และ สามารถสื่อสารเป็นท่ีเขา้ ใจตรงกัน รวมทั้งมจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม ตลอดจนเช่ือมโยงความรู้และ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน รหสั ตวั ช้ีวัด ว ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔ ว ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓ ว ๖.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐ ว ๘.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙ รวมท้ังหมด ๒๒ ตัวช้ีวดั
๘๐ คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน ว๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ศกึ ษาพันธกุ รรม โครโมโซม ดเี อ็นเอและยนี การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธกุ รรม การแบ่งเซลล์ ของสิ่งมีชีวิต ความผิดปกติทางพันธุกรรม การดัดแปลงทางพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ การเกิดคล่ืน ส่วนประกอบของคลื่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ประโยชน์และ การป้องกันอันตรายจากคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า การสะท้อนของแสงบนกระจกเงาราบ การสะท้อนของแสง บนกระจกเงาโค้ง การหักเหของแสงผ่านเลนส์ การทดลองการหักเหของแสง การเกิดภาพจากเลนส์บาง ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับแสง เช่น รุ้ง มิราจ และการทำงานของทัศนอุปกรณ์ เช่น แว่นขยาย กระจกโค้ง จราจร การมองเห็นวัตถุ ความสว่างของแสง การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ การเกิดฤดูกาล การเคล่ือนท่ีปรากฏของดวงอาทิตย์ การเกิดข้างข้ึนข้างแรม การเกิดน้ำข้ึนน้ำลง น้ำเป็น น้ำตาย เทคโนโลยอี วกาศ กลอ้ งโทรทรรศน์ ดาวเทียมและยานอวกาศ นักบินอวกาศ โครงการสำรวจอวกาศ ใช้กระบวนการโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบายและสรุป เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่ได้เรียนรู้ มีความสามารถใน การตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม การวัดและประเมินผล สังเกตการทำงานกลุ่ม การนำเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคลแบบสังเกตพฤติกรรมแบบกลุ่ม แบบประเมินรายงานการทดลอง แบบประเมินชิ้นงาน แบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน การอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ สรปุ องคค์ วามรู้ รหัสตัวช้ีวดั ว ๑.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐, ม.๓/๑๑ ว ๒.๓ ม.๓/๑๐, ม.๓/๑๑, ม.๓/๑๒, ม.๓/๑๓, ม.๓/๑๔, ม.๓/๑๕, ม.๓/๑๖, ม.๓/๑๗, ม.๓/๑๘, ม.๓/๑๙, ม.๓/๒๐, ม.๓/๒๑ ว ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔ รวมทัง้ หมด ๒๗ ตวั ชีว้ ัด
๘๑ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ว๒๓๑๐๒ การออกแบบและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ศึกษาสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และผลกระทบต่อมนุษย์ สงั คม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และอาชีพในชุมชน เพ่ือสำรวจและระบปุ ัญหาที่เกิดขึ้นได้ตรงตามความจริง กระบวนการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ ร่วมกัน ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับประเภท และสมบัติของวัสดุต่าง ๆ เช่น ไม้ เหล็ก พลาสติก ยางพารา เครื่องมือในการสร้าง ชน้ิ งาน เช่น ค้อน ประแจ สวา่ น คีมประเภทตา่ ง ๆ เพ่ือใหส้ ามารถตัดสินใจเลือกแนวทางในออกแบบการ แกป้ ญั หาได้อย่างเหมาะสม ใช้กระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ( Problem – based Learning) วิธีการสอนโดย เน้นรูปแบบการสอนแบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning) วัฏจักรการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้ (5Es Intructional Model) และวิธีการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบอุปนัย (Induction) เพ่ือเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์การแก้ปัญหา วาง แผนการเรยี นรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรูใ้ หม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคดิ และปฏิบัติ โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจ มีทกั ษะเกีย่ วกบั การใชค้ วามรู้ดา้ น วิทยาศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ ในการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ ท่ีสามารถนำไปใช้ใน ชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนา กระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และ ความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์ การวัดและประเมินผลโดยใช้แบบฝึกหัด แบบประเมินช้ินงาน/ภาระงาน แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล รหสั ตัวช้ีวัด ว ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕ รวมทั้งหมด ๕ ตัวชี้วัด
๘๒ คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ว๒๓๑๐๓ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตใน ระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ วัสดุในชีวิตประจำวัน สมบัติทางกายภาพและการใช้ ประโยชน์พอลิเมอร์ เซรามิก และวัสดุผสม ผลกระทบจากการใช้วัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิกและ วัสดุผสม ปฏิกิริยาเคมี การเกิดปฏิกิริยาเคมี ประเภทของปฏิกิรยิ าเคมี ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน ศกึ ษา วเิ คราะห์ ปริมาณทางไฟฟ้า กระแสไฟฟา้ ความต่างศกั ย์ ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้ากับ ความต่างศักย์ กฎของโอห์ม ความต้านทาน ตัวต้านทาน การต่อตัวต้านทานแบบอนุกรมและ แบบ ขนาน ช้ินส่วอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่าย ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ตัวเก็บประจุ วงจรรวม การต่อวงจร อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า การคำนวณค่าไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าในบ้าน อุปกรณ์ไฟฟ้า และเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ ในบา้ น การใช้ไฟฟา้ อย่างประหยดั และปลอดภัย ใช้กระบวนการโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบายและสรุป เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่ได้เรียนรู้ มีความสามารถในการ ตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม การวัดและประเมินผล สังเกตการทำงานกลุ่ม การนำเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมแบบกลุ่ม แบบประเมินรายงานการทดลอง แบบประเมินชิ้นงาน แบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน การอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ สรุปองค์ความรู้ รหสั ตัวช้ีวดั ว ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖ ว ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ว ๒.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙ รวมทัง้ หมด ๒๓ ตวั ช้วี ัด
๘๓ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ว๒๓๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ศึกษาเก่ียวกับการจัดการข้อมูลและสารสารเทศ การใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการข้อมูลและ สารสนเทศ ศึกษาเกี่ยวกับการประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล การรู้เท่าทันส่ือ ศึกษาเก่ียวกับการใช้ งานเทคโนโลยีสารสนเทศและกฎหมายคอมพิวเตอร์ ศึกษาเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน เทคโนโลยี IoT และ การพัฒนาแอปพลิเคช่ัน ใช้กระบวนการเรียนรู้ท่ีเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์ การแก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่าน กระบวนการคิดและปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคำนวณ การคิด วิเคราะห์ การแก้ปัญหาเป็นข้ันตอน และเป็นระบบ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูล ส่วนตัว และการส่ือสารเบ้ืองต้นในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนำ ความรู้ความเขา้ ใจในวิชาวทิ ยาศาสตร์ และนำเทคโนโลยีใหมท่ ี่เกิดขึ้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและ การดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและ การจัดการทักษะในการส่ือสาร ความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มในการใช้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ย่างสรา้ งสรรค์ การวัดและประเมินผลโดยใช้แบบฝึกหัด แบบประเมินช้ินงาน/ภาระงาน แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล รหสั ตัวช้ีวัด ว ๔.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔ รวมทั้งหมด ๔ ตัวช้ีวัด
๘๔ คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน ส๒๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ ศึกษาวิเคราะห์ เคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์ท่แี สดงลักษะทางกายภาพ และสงั คมของประเทศไทย ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย เส้นแบ่งเวลาของประเทศไทยกับทวีปต่าง ๆ ภัยธรรมชาติ และ การระวังภัยท่ีเกิดขึ้นในประเทศประชาคมอาเซียน ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ทำเลที่ตั้ง กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ปัจจัยทางกายภาพ และสังคมท่ีมีต่อการเลื่อนไหลของความคิด เทคโนโลยี สินค้าและประชากร การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ และความร่วมมือของประเทศต่าง ๆ ที่มี ผลต่อสิง่ แวดลอ้ มทางธรรมชาติของทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชยี เนีย และประชาคมอาเซียน ใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต นำไปพฒั นาแก้ปญั หาของตนเองและครอบครัว รักษาส่ิงแวดล้อม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง พอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ในสังคมไทย และสังคมโลก และเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ สภาพแวดล้อมทางกายภาพท่ีก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วฒั นธรรมมีจิตสำนึก และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอ้ ม เพือ่ การพัฒนาทยี่ ง่ั ยนื การวัดและประเมินผล นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน นักเรียนทำใบงาน นักเรยี นทำกจิ กรรมการเรียนรู้แต่ละหนว่ ย นักเรยี นจดั ปา้ ยนิเทศและรว่ มกันสรุปความรู้ รหัสตัวช้ีวัด ส ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓ ส ๕.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔ รวมทั้งหมด ๗ ตวั ชวี้ ดั
๘๕ คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ส๒๑๑๐๔ สังคมศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ ศึกษาหน้าที่การปฏิบัติตนตามกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล ระบุความสามารถของ ตนเองในการทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ อภิปรายเก่ียวกับคุณค่าทางวัฒนธรรมท่ีเป็นปัจจัย ในการสรา้ งความสมั พันธ์ทดี่ ีหรืออาจนำไปส่คู วามเข้าใจผิดต่อกนั แสดงออกถงึ การเคารพในสิทธิเสรีภาพ ของตนเองและผู้อื่น อธิบายและปฏิบัติตนตามกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับตนเอง ครอบครัวชุมชนและ ประเทศ อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย ฉบับปัจจุบันปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาจักรไทยฉบับปัจจุบันที่เก่ียวข้องกับ ตนเอง อธิบายความหมายและความสำคัญของเศรษฐศาสตร์ วิเคราะห์ค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภค ของคนในสังคมซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ อธิบายความเป็นมา หลักการและ ความสำคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย วิเคราะห์บทบาทหน้าที่และความแตกต่าง ของสถาบันการเงินแต่ละประเภทและธนาคารกลาง ยกตัวอย่างท่ีสะท้อนให้เห็นการพึ่งพาอาศัยกันและ การแข่งขันกันทางเศรษฐกิจในประเทศ ระบุปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการกำหนดอุปสงค์ และอุปทาน อภิปรายผลของการมกี ฎหมายเกยี่ วกบั ทรพั ย์สนิ ทางปัญญา ใช้กระบวนการ การคิดวิเคราะห์ ฝึกปฏิบัติ ใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล อภิปราย สร้าง ความคิดรวบยอด ใช้ทักษะชวี ติ ในการแก้ปัญหา นำภูมิปญั ญาท้องถน่ิ สภาพแวดล้อมมาเป็นส่วนหนงึ่ ของ กระบวนการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต นำไปพัฒนาแก้ปัญหาของตนเองและครอบครัว รักษาสิ่งแวดล้อม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้าน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รักความ เป็นไทย มจี ิตสาธารณะ สามารถอยูร่ ่วมกนั ได้อยา่ งสนั ติสุข รหสั ตวั ช้วี ัด ส ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔ ส ๒.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓ ส ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓ ส ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔ รวมทั้งหมด ๑๔ ตัวชีว้ ดั
๘๖ คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน ส๒๒๑๐๑ สังคมศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี น ๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ ศึกษาเก่ียวกับการเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย โดยการทำประโยชน์ต่อสังคมและ ประเทศชาติ เรียนรู้เกี่ยวกับสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพในฐานะที่เป็นพลเมืองดีของสังคมและ ประเทศชาติ มองเห็นประโยชน์และคุณค่าของการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ของสังคม และกฎหมายตามหลักมนุษยชน รู้และเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองท่ีมีมาตั้งแต่สมัย สุโขทัยจนถึงรัตนโกสินทร์ เข้าในสถาบันการปกครองและระบบการปกครองของไทย รวมถึงการอยู่ ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยยึดหลักกฎหมายและคุณธรรม ศึกษาเกี่ยวเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์และทวีป ยุโรปท้ังทางกายภาพและประชากร เศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรทางธรรมชาติในทวีป ยุโรป ใช้กระบวนการ อภิปราย บรรยาย ถาม ตอบ การฝึกปฏิบัติ การแบ่งกลุ่มและสาธิตการทำงาน ออกแบบช้ินงานการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเอง การนำเสนองานหน้าชั้นเรียน การศึกษาด้วย ตนเองจากแหล่งค้นคว้าอ่ืน ๆ เช่นห้องสมุดหรือจากอินเทอร์เน็ต การฝึกคิดวิเคราะห์ การแสดงบทบาท สมมติ การแสดงจำลองเหตุการณ์ เพื่อนสอนเพ่ือนกิจกรรมการแจ้งเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้และความ เข้าใจ เกี่ยวกับส่ิงต่าง ๆในสังคม และสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังประยุกต์ใช้ใน ชวี ิตประจำวัน เพอ่ื พัฒนาคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ในด้านตอ่ ไปนี้ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซอ่ื สตั ย์ สุจริต มีวนิ ัยใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มัน่ การทำงาน รักความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ การวัดและประเมินผลใช้วิธีการสังเกตและการตรวจงาน สังเกตการณ์ทำงานกลุ่ม ความร่วมมือ ของการทำงาน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้ แบบทดสอบ ในการวดั และประเมนิ ผลของนักเรียน รหสั ตวั ช้ีวัด ส ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔ ส ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๔ ส ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓ ส ๕.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม๒/๓, ม๒/๔ รวมทัง้ หมด ๑๔ ตวั ชีว้ ัด
๘๗ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ส๒๒๑๐๔ สงั คมศกึ ษา กลุม่ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี น ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ศึกษาเกี่ยวกับการเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย โดยการทำประโยชน์ต่อสังคมและ ประเทศชาติ เรียนรู้เก่ียวกับสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพในฐานะท่ีเป็นพลเมืองดีของสังคมและ ประเทศชาติ มองเห็นประโยชน์และคุณค่าของการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ของสังคม และกฎหมายตามหลักมนุษยชน รู้และเข้าใจเก่ียวกับการเมืองการปกครองท่ีมีมาต้ังแต่สมัย สุโขทัยจนถึงรัตนโกสินทร์ เข้าในสถาบันการปกครองและระบบการปกครองของไทย รวมถึงการอยู่ ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยยึดหลักกฎหมายและคุณธรรม ศึกษาความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ ความสำคัญของเศรษฐศาสตร์ ขอบเขตของวิชาเศรษฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ของหน่วยเศรษฐกิจ อุปสงค์ อุปทาน ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดจุดประสงค์และอุปทาน และกลไกราคา การพ่ึงพาอาศัย การ แข่งขันทางเศรษฐกิจในประเทศ ศึกษาหาความหมายของ การบริโภคและการบริการ ค่านิยมและ พฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมรวมท้ังการคุ้มครองของผู้บริโภค ศึกษาความหมายและหลักของ แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความเป็นมา ความสำคัญและคุณคา่ ของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ต่อสังคมไทย โครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การปฏิบัติตนตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง และตัวอย่าง การนำเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ศึกษาความหมาย ประเภท และ ความสำคัญของสถาบันทางการเงินบทบาทและหน้าที่ของสถาบันทางการเงินประเภทต่าง ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการเงินกับผู้ผลิตและผู้บริโภค ศึกษาความหมายของทรัพย์สินทาง ปัญญา กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวกับทรพั ย์สินทางปัญญา ใช้กระบวนการ อภิปราย บรรยาย ถาม ตอบ การฝึกปฏิบัติ การแบ่งกลุ่มและสาธิตการทำงาน ออกแบบช้ินงานการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเอง การนำเสนองานหน้าชั้นเรียน การศึกษาด้วย ตนเองจากแหล่งค้นคว้าอ่ืน ๆ เช่นห้องสมุดหรือจากอินเตอร์เน็ต การฝึกคิดวิเคราะห์ การแสดงบทบาท สมมติ การแสดงจำลองเหตกุ ารณ์ เพ่ือนสอนเพื่อนกจิ กรรมการแจ้ง การวัดและประเมินผลเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับส่ิงต่าง ๆในสังคม และ สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง อีกท้ังยังประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ในด้านต่อไปนี้ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัยใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมั่นการทำงาน รักความ เป็นไทย มีจิตสาธารณะ รหัสตวั ช้วี ดั ส ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔ ส ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๔ ส ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๔ ส ๓.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔ รวมทั้งหมด ๑๔ ตัวช้วี ัด
๘๘ คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน ส๒๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑ หนว่ ยกิต ศึกษาการใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์สำรวจ สืบค้น แผนท่ีเฉพาะเรื่องและเครื่องมือทาง ภูมิศาสตร์ลักษณะทางกายภาพทำเลที่ตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงปัจจัยทางกายภาพ ปัจจัยทางสังคมท่ีมีผลต่อทำเลท่ีตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปอเมริกาเหนือและทวีป อเมรกิ าใต้ สาเหตกุ ารเกิดภัยพิบตั ิ ประเด็นปัญหาการเกดิ ปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ งสภาพแวดล้อมทางกายภาพ กับมนุษย์ รวมถึงแนวทางการจัดการภัยพิบัติ การจัดการทางทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมทวีปอเมริกา เหนือ และทวีปอเมรกิ าใต้ ใช้กระบวนการเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการสืบค้น วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการ ทางภูมิศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ใช้ทักษะทางภูมิศาสตร์ด้านการสังเกต การแปลความ ข้อมลู ทางภูมศิ าสตร์ การคิดเชิงพ้ืนที่ การคิดแบบองค์รวม การใช้เทคโนโลยี การใชเ้ ทคนิคและเครื่องมือ ทางภูมิศาสตร์ การคิดเชิงภูมิสัมพันธ์ การใช้สถิติพื้นฐาน รวมถึงทักษะด้านการสื่อสาร และการใช้ เทคโนโลยีสารสรเทศ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถทางภูมิศาสตร์ กระบวนการทาง ภูมิศาสตร์ ทักษะทางภูมิศาสตร์ และมีทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑ ด้านการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ ความสามารถในการคิดและแก้ปัญหา มีคณุ ลกั ษณะด้านจิตสาธารณะ มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ มั่น ในการทำงาน มีส่วนร่วมในการจัดการ ภัยพิบัติและการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมในทวีปอเมริกาเหนือและ อเมริกาใต้ การวัดและประเมินผล โดยการทดสอบผ่านกิจกรรมพัฒนาการคิด ใบงาน การประเมินช้ินงาน การคิดวิเคราะห์แบบทอดสอบก่อนเรียน หลังเรียน เพ่ือให้เกิดการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง สรา้ งสรรค์ รหสั ตัวช้ีวัด ส ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓ ส ๓.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖ ส ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒ ส ๕.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕ รวมท้ังหมด ๑๖ ตัวช้ีวดั
๘๙ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ส๒๓๑๐๔ สงั คมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑ หนว่ ยกิต ศึกษาวิเคราะห์ความแตกต่างของการกระทำความคิดระหว่างคดีอาญาและคดีแพ่ง การมีส่วน รว่ มในการปกปอ้ งค้มุ ครองผอู้ ่ืนตามหลักสทิ ธิมนษุ ยชน การอนุรักษ์วฒั นธรรมไทยและเลือกรับวัฒนธรรม สากลทีเ่ หมาะสม ปัจจยั ทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ ปญั หา ความขัดแย้งในประเทศ และการเสนอแนวคิดในการลด ความขัดแย้ง การดำรงชีวิตอย่างมีความสุขในประเทศ และสังคมโลกระบอบการปกครองต่าง ๆ ที่ใช้ใน ปัจจุบัน เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกับ ประเทศอ่ืน ๆ ที่มีการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตราต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง การมีส่วนร่วมและ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทยและ แนวทางแกไ้ ข ใช้กระบวนการคิด การสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการ กลุ่ม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแกป้ ัญหา เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบัติใน การดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม สามารถดำเนินชีวิต อย่างสนั ตสิ ุขในสังคมไทยและสังคมโลก การวัดและประเมินผล โดยการทดสอบผ่านกิจกรรมพัฒนาการคิด ใบงาน การประเมินชิ้นงาน การคิดวิเคราะห์ แบบทอดสอบก่อนเรียน หลังเรียน เพ่ือให้เกิดการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง สรา้ งสรรค์ รหสั ตวั ชี้วัด ส ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕ ส ๒.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔ รวมท้ังหมด ๙ ตวั ช้ีวัด
๙๐ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน ส๒๑๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี น ๑ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ศึกษาวิเคราะห์ ความสำคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์และความสำคัญ ของอดีตที่มีต่อปัจจุบันและอนาคต ท่มี าและตัวอย่างการใช้ศกั ราชในเอกสารประวัติศาสตร์ไทย วิธเี ทียบ ศักราชตามแบบต่าง ๆ การนำวิธีการทางประวัติศาสตร์ไปใช้ในการศึกษาเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่มี อยู่ในท้องถ่ินและศึกษาที่ตั้ง สภาพภูมิศาสตร์ท่ีมีผลต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือผ่านการรวมกลุ่มเป็น อาเซียนที่ถือว่าเป็นพัฒนาการของภูมิภาค ที่ตั้งและความสำคัญของแหล่งอารยธรรมในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉยี งใต้ ใช้กระบวนการวิธีทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการสืบค้น ข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ และกระบวนการ แก้ปัญหา เพื่อให้ผู้เรียนตระหนัก เห็นคุณค่าและความสำคัญของประวัติศาสตร์ และวิธีการทาง ประวัติศาสตร์ ในการวิเคราะห์ ตรวจสอบ ประเมินคุณค่าของข้อมูลที่มีอยู่อย่างหลากหลายในยุค โลกาภิวัฒน์ เข้าใจถึงความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง ประวัติศาสตร์วเิ คราะห์เร่ืองราวเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เข้าใจพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ และ การเมืองของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุความสำคัญของแหล่งอารยธรรมใน ภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ การวัดและประเมินผลโดยวัดความสามารถด้านความรู้ ทักษะกระบวนการจากการปฎิบัติ กิจกรรม การทดสอบ การซักถาม แบบฝึกหัด ใบงาน แบบประเมินผลงาน แบบประเมินทักษะการคิด วิเคราะห์และการแกป้ ญั หา แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบทดสอบ รหสั ตวั ชว้ี ัด ส ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓ ส ๔.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒ รวมทงั้ หมด ๕ ตวั ชว้ี ดั
๙๑ คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน ส๒๑๑๐๕ ประวตั ิศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรียน ๒ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ศึกษาและพัฒนาความรู้เร่ืองการวิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในด้านต่าง ๆ วิเคราะห์อิทธิพลของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยสมัยสุโขทัยและสังคมไทยในปัจจุบัน การอธิบาย พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของประเทศต่าง ๆ ในภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ระบุ ความสำคญั ของแหลง่ อารยธรรมในภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ใช้กระบวนการวิเคราะห์ ระบุ เปรียบเทียบ อธิบาย บันทึก กระบวนการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการกลุ่ม ศึกษาค้นคว้า อภิปราย ซักถาม บรรยาย กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการทาง ประวัตศิ าสตร์ ฝึกปฏิบัติ ทำโครงงาน การนำเสนอและการทำผงั ความคิด การวัดและประเมินผลเพ่ือใหผ้ ู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบตระหนักถึงความสำคัญของเหตุการณ์ต่าง ๆ มีความรัก ความภูมใิ จ และธำรง ความเป็นไทย สามารถดำเนนิ ชวี ติ อย่างสันตสิ ขุ ในสงั คมไทยและสงั คมโลก รหัสตวั ชว้ี ดั ส ๔.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒ ส ๔.๓ ม.๑/๒, ม.๑/๓ รวมทั้งหมด ๔ ตวั ชวี้ ัด
๙๒ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน ส๒๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียน ๑ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ศกึ ษาวเิ คราะห์ วิธีการประเมินความน่าเชือ่ ถือของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ในลักษณะต่าง ๆ อย่างง่าย ๆ วิเคราะห์ข้อมูลในหลักฐานโดยสามารถแยกแยะความจริงกับข้อเท็จจริง รวมท้ังแยกแยะ ความคิดเห็นกับข้อเท็จจริงจากข้อมูล ตีความข้อมูลจากหลักฐาน อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครองของภูมิภาคเอเชีย (ยกเว้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ระบุ ความสำคัญของแหลง่ อารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชียและอทิ ธพิ ลของอารยธรรมโบราณท่ีมีตอ่ ภูมิภาค เอเชยี ในปัจจุบัน ใช้วิธีการวิธีทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ และกระบวนการแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้เรียนตระหนัก เห็นคุณค่าและความสำคัญของประวัติศาสตร์ และวิธีการทางประวัติศาสตร์ ใน การวิเคราะห์ ตรวจสอบ ประเมินคุณค่าของข้อมูลที่มีอยู่อย่างหลากหลายในยุคโลกาภิวัฒน์ เข้าใจ พัฒนาการของมนุษยชาติที่มีความเปล่ียนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และผลกระทบที่มีต่อสังคมไทย เข้าใจความแตกตา่ งทางวัฒนธรรมและสามารถปรับตวั อยู่ร่วมกนั ในสงั คมโลกอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ การวัดและประเมินผลโดยวัดความสามารถด้านความรู้ ทักษะกระบวนการจากการปฎิบัติ กิจกรรม การทดสอบ การซักถาม แบบฝึกหัด ใบงาน แบบประเมินผลงาน แบบประเมินทักษะการคิด วิเคราะหแ์ ละการแก้ปญั หา แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบทดสอบ รหัสตวั ชี้วัด ส ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓ ส ๔.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒ รวมท้ังหมด ๕ ตวั ชีว้ ัด
๙๓ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน ส๒๒๑๐๕ ประวตั ศิ าสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี น ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ศึกษา เกี่ยวกับพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาคเอเชียความสำคัญของ แหล่งอารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชีย ท่ีต้ังและสภาพทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย (ยกเว้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ท่ีมีผลต่อพัฒนาการโดยสังเขปพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคเอเชีย(ยกเว้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต)้ ท่ีตั้งและความสำคัญของแหล่ง อารยธรรมตะวันออกและแหล่งมรดกโลกในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย อิทธิพลของอารยธรรม โบราณท่มี ีตอ่ ภมู ภิ าคเอเชียในปจั จุบัน ใช้กระบวนการวิเคราะห์ ระบุ เปรียบเทียบ อธิบาย บันทึก กระบวนการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการกลุ่ม ศึกษาค้นคว้า อภิปราย ซักถาม บรรยาย กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการทาง ประวัติศาสตร์ ฝกึ ปฏบิ ัติ ทำโครงงาน การนำเสนอและการทำผังความคิด การวัดและประเมินผลเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถใชว้ ิธีการทางประวัติศาสตร์ มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบตระหนักถึงความสำคัญของเหตุการณ์ต่าง ๆ มีความรัก ความภูมใิ จ และธำรง ความเปน็ ไทย สามารถดำเนนิ ชวี ติ อยา่ งสนั ตสิ ขุ ในสังคมไทยและสังคมโลก รหสั ตัวชี้วัด ส ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓ ส ๔.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒ รวมทั้งหมด ๕ ตัวชีว้ ัด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187