ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ซุ่มโจมตี ท้ังสามคนหลังน้ีตาย ขณะปฏิบตั ิหน้าที่ เปน็ ทีน่ ่าภาคภูมใิ จของร่นุ ในชว่ งตง้ั แตอ่ ายปุ ระมาณ 20 ถึง 60 ปี ถา้ ไมต่ ายดว้ ยอบุ ตั เิ หตุ มะเร็งกับโรคหัวใจน่ีแหละท่ีดูเหมือนจะเป็นตัวการส�ำคัญ ไม่น่า เชื่อว่าเพื่อนผมจะตายด้วยโรคมะเร็งมากถึง 7 คน และอีก 6 คน ตายด้วยโรคหวั ใจ พวกเราจะอยู่กันไปอีกนานเท่าไร ถา้ ดูจาก “ตารางชีพ” ของประเทศไทย ณ วันน้ี คนท่มี ีอายุ 60 ปี คาดวา่ จะมีชีวิตอยตู่ อ่ ไปได้อกี ประมาณ 20 ปี ผหู้ ญิงจะ มีชวี ติ อยู่ไดย้ ืนยาวกวา่ ผู้ชาย อยา่ งเพื่อนๆ รุ่นผม เม่ือมีอายุครบ 60 ปี เพ่อื นผหู้ ญิงจะมชี วี ิตอยู่ตอ่ ไปอีก 21.5 ปีโดยเฉลี่ย และ เพื่อนชายคาดวา่ จะมีชวี ติ อยู่ตอ่ ไปอกี ราว 18.5 ปี คดิ ดแู ลว้ จาก วนั นตี้ อ่ ไปอกี 20 ปี เปน็ เวลาทไ่ี มน่ านเลย ยง่ิ เวลาผา่ นไปรวดเรว็ ราวตดิ ปกี บนิ อย่างนี้ อกี ประเด๋ยี วเดยี ว ชวี ติ เฉลยี่ ทีเ่ หลอื อยูข่ อง คนรุ่นผมก็จะหมดไปแลว้ แตค่ ำ� ว่า “อายุคาดเฉล่ีย” หรือ “ชวี ิตทเ่ี หลืออย”ู่ อาจฟังดูน่า ตกใจ พวกเราเม่ือมอี ายุ 60 ปี คาดว่าจะมีชีวติ เหลืออยโู่ ดยเฉล่ีย 100
อกี เพยี งประมาณ 20 ปี แตจ่ ริงๆ แล้ว ผมเคยค�ำนวณไว้วา่ เมอ่ื ถึงอายุ 80 ปี เพ่ือนๆ รนุ่ เดียวกับผมจะตายไปราว 60% กล่าวอีกนัยหน่ึงในจ�ำนวนเพ่ือนรว่ มรุน่ 200 คน อีก 20 ปขี ้าง หน้า หรือราว พ.ศ.2570 ก็จะตายจากไปราว 120 คน (ไมร่ ูจ้ ะ รวมตัวผมด้วยหรือเปล่า) หลังจากน้ันเพ่ือนผมก็จะทยอยจากไป เหมือนใบไมร้ ่วงปลี ะหลายๆ คน จนเมื่ออายพุ วกเราถึง 90 ปี เมอ่ื ประมาณปี พ.ศ.2580 ก็น่าจะมีเพื่อนๆ เหลืออยูไ่ ม่ถงึ 15% หรอื 30 คน และเมือ่ อายถุ งึ 95 ปี ในราวปี พ.ศ.2585 ถา้ เพ่อื นๆ จะยงั มีชีวิตเหลอื อยสู่ ัก 5% หรือประมาณ 10 คน กน็ บั ว่าเก่งแล้ว ย่ิงเมือ่ ถึงปี พ.ศ.2590 เมอ่ื พวกเราอายเุ ข้าสเู่ ขตแดน รอยตอ่ อายุครบศตวรรษจะได้เป็น “ศตวรรษกิ ชน” กข็ อภาวนา ใหเ้ หลอื เพอื่ นรว่ มรนุ่ สกั คนไวด้ โู ลกอนั ??? (อนั เปน็ อยา่ งไรกไ็ มร่ )ู้ พวกเราเป็นคนร่นุ ซิกตสี้ ์ ผมน�ำเอาเร่ืองของเพื่อนรุ่นเดียวกันมาเป็นตัวอย่างเพ่ือแสดงภาพ การเปล่ียนแปลงของคนรุ่นหน่ึง คนรุ่นผมเป็นวัยรุ่นกันในช่วง ทศวรรษ 1960 หรือเรยี กวา่ เป็นคนร่นุ “ซิกต้สี ”์ (1960s) คนร่นุ น้เี กดิ หลงั สงครามโลกครั้งทีส่ อง (หลังปี พ.ศ.2488) เปน็ วัยรุ่นใน ชว่ งทศวรรษที่ 1960 (พ.ศ.2503-2512) แล้วก�ำลงั ยา่ งเขา้ สวู่ ยั สูง อายุนับต้ังแตป่ ี พ.ศ.2548 เป็นตน้ มา 101
ผมก�ำลังคิดถึงเพื่อนร่วมรุ่น ท่ีก�ำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ พวกเราซ่ึงเป็นคนรุ่นซิกตี้ส์ก�ำลังจะกลายเป็นผู้สูงอายุ อยากจะ เก็บขอ้ มูลเพิ่มเติม ขอ้ มลู ง่ายๆ ทรี่ วบรวมจากเพื่อน 10 คนใน รถที่เดินทางไปปราจีนบุรีในวันน้ัน อยากจะรู้ว่าน�้ำหนักของคน รุ่นซิกต้ีส์จะเพิ่มขึ้นมากน้อยเท่าไรจากเม่ือยังเป็นวัยหนุ่มสาว จนเมอื่ ย่างเข้าสงู อายุในวนั น้ี และท่สี �ำคญั คอื อยากจะตดิ ตามดูวา่ สุขภาพของคนรุ่นซิกต้ีส์จะเป็นอย่างไรในวันหน้า เมื่อคนรุ่นนี้ จะตอ้ งมีชีวิตอยู่ตอ่ ไปอย่างนอ้ ยก็อีก 20-30 ปี 102
๑๒เคยเล่าเร่ืองนไี้ วเ้ มื่อปลายปี 2551 อกย่าางรมมคีอี าวยามยุ ืนสุข ประชากรและการพฒั นา ปีที่ 29 ฉบับท่ี 1 ตลุ าคม-พฤศจิกายน 2551
ในวิชาประชากรศาสตร์ระดับปริญญาโทที่เรียนกันเมื่อช่วงเช้า ของวนั จันทร์ท่ผี า่ นมา เราพูดกันถึงเร่ือง “การตาย” (mortality) ของประชากร ซ่ึงเปน็ องคป์ ระกอบหนงึ่ ที่ท�ำให้ประชากรลดจ�ำนวนลง การตายน้ี ผู้สอนบางท่านหรือต�ำราบางเล่มเลี่ยงไปใช้ศัพท์ค�ำว่า “การรอดชีพ” (survival) แทน ซ่ึงมีความหมายตรงข้ามกับ ค�ำว่าตาย คนเราเมื่อเกิดมาแล้วถ้ายังไม่ตายก็เท่ากับยังมี ชีวติ รอดอยเู่ ปน็ หน่วยหน่ึงของประชากรกลุ่มนัน้ ตอ่ ไป ผมพดู เร่อื ง “การตาย” หรือ “การรอดชพี ” ในห้องเรียนแลว้ แต่ประเด็นเร่ืองนก้ี ย็ ังค้างคาอยูใ่ นใจ ไม่ใช่เพราะคิดว่าตัวเองมีอายุมากข้ึน จนเวลาที่เหลือรอดชีพ ลดน้อยลง ไม่ใช่เพราะรู้ตัวว่าได้เดินทางมาค่อนชีวิตจนใกล้ตาย เข้าไปทุกทีแล้ว แต่ผมก�ำลังคิดถึงการตายหรือการรอดชีพของ คนในสงั คมหรือของประชากรทเ่ี ปน็ กล่มุ รวม ในหอ้ งเรยี น ผมวาดเสน้ กราฟแสดงโอกาสในการมชี วี ติ อยรู่ อดของ คนเมื่ออายุต่างๆ นับตั้งแต่เกิดไปจนหมดอายุขัย ผมขอเรียก เส้นกราฟนี้ว่า “เส้นการรอดชีพ” คนเราเม่ือเกิดมาและมีอายุ มากขึ้น ช่วงแรกของชีวิตนับตั้งแต่ยังเป็นทารก เข้าสู่วัยเด็ก วัยรุ่น วยั หนมุ่ สาว จนผ่านวยั กลางคน โอกาสท่จี ะมีชีวติ อย่รู อด 104
ก็จะยังมีมากเมื่อเทียบกับช่วงปลายชีวิต เมื่อย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ โอกาสทจี่ ะรอดชพี กจ็ ะลดนอ้ ยลง และนอ้ ยลงอยา่ งรวดเรว็ เมอื่ เขา้ สชู่ ว่ งปลายสดุ ของชวี ติ ในทส่ี ดุ เมอื่ หมดอายขุ ยั โอกาสในการรอด ชพี ของคนๆ หนึ่งก็จะลดลงจนเหลือศูนย์ ผมขอแบ่งเส้นรอดชีพน้ีออกเป็น 3 เส้น คือ “เส้นรอดชีพใน อุดมคต”ิ “เสน้ รอดชีพในความเปน็ จรงิ ” และ “เสน้ รอดชีพอยา่ ง มคี วามสขุ ” เสน้ รอดชพี ในอดุ มคติ “เส้นรอดชีพในอุดมคติ” ผมอยากจะจินตนาการว่า เมื่อคนเรา เกิดมาแล้วก็มีชีวิตอยู่รอดจนส้ินอายุขัยสูงสุดจึงตายไป ไม่ตาย ก่อนวัยอนั สมควร ถ้าหากมนุษย์มอี ายขุ ัยอย่ทู ่ี 100 ปี ทกุ คน ท่เี กดิ มาพร้อมกันก็ตายพรอ้ มๆ กนั เม่ืออายุ 100 ปี และยง่ิ ไป กว่าน้ัน แต่ละคนก็มีชีวิตอยู่ตลอดชั่วอายุขัยของตนอย่างมี ความสุข สมมตุ ิวา่ คนเกิดมาพร้อมๆ กัน 100 คน ทัง้ รอ้ ยคนนกี้ ็มชี วี ติ อยู่ดว้ ยกนั ไป โดยแต่ละคนมีความสขุ จนกวา่ จะมอี ายุ 100 ปี จึง ตายไปพร้อมๆ กนั 105
อยา่ งไรกต็ ามในความเปน็ จรงิ มนษุ ยไ์ มว่ า่ จะอยใู่ นสงั คมทพี่ ฒั นา แลว้ หรือกำ� ลังพัฒนาระดับใดกย็ ังมีการตาย หรอื การรอดชีพห่าง ไกลจากการรอดชีพในอุดมคติทไ่ี ด้กล่าวไว้ข้างต้น คนเราเกิดมา แล้วก็จะตายไปเสยี ก่อนถึงอายขุ ัยสงู สดุ เสียเปน็ ส่วนมาก ตายเสยี ตั้งแต่ยงั เปน็ ทารก ตายไปต้งั แต่เด็ก ผใู้ หญ่วยั กลางคน วยั ชรา จนเหลอื ทจี่ ะตายเพราะหมดอายุขัยจริงๆ น้อยเต็มที ยังไมต่ อ้ ง พดู ถงึ วา่ ขณะมีชวี ิตอยนู่ นั้ จะมีทกุ ขส์ ขุ หรือไมอ่ ยา่ งไร เสน้ รอดชพี ในความเป็นจรงิ กฎธรรมชาติมีอยู่ว่าคนเกิดมาแล้วย่อมต้องตาย ไม่มีใครมีชีวิต อยู่ค้�ำฟ้า ปัจจุบันอายุขัยสูงสุดของมนุษย์ก็น่าจะอยู่ในราว 120 ปี คนอายุยืนได้ถงึ 110 ปี ทเี่ รียกกนั ว่า “อภิศตวรรษกิ ชน” ก็หาได้ยากเต็มทีแล้ว ใครอยู่ถึง 120 ปีได้ต้องเรียกว่าเป็น “อภิอภิศตวรรษิกชน” ยากเหลือเกินที่จะหาคนอายุยืนเช่นนี้ คนท่ีมีอายุยืนถงึ 120 ปไี ด้ต้องนับว่าเป็นหนง่ึ ในหลายหมน่ื ลา้ น คนทเี ดียว อายถุ งึ 100 ปี นา่ จะเรยี กไดว้ า่ เปน็ อายขุ ยั ของมนษุ ยส์ ว่ นใหญค่ น เกดิ มาพรอ้ มกนั เกอื บรอ้ ยทงั้ รอ้ ยกจ็ ะตายเสยี กอ่ นทจ่ี ะไดช้ อื่ วา่ เปน็ “ศตวรรษกิ ชน-คนรอ้ ยป”ี 106
อย่างในประเทศไทย คนเกิดมาพรอ้ มๆ กัน 100 คน จะตายไป กอ่ นเมอื่ อายตุ า่ งๆ ตามเบย้ี บา้ ยรายทาง จนเหลอื เปน็ ศตวรรษกิ ชน อย่อู ยา่ งมากเพยี งคนเดียว การตายตามรายทางนน้ั เรม่ิ ตงั้ แตย่ งั เปน็ ทารก เกดิ มา 100 คน อายุยังไม่ทันครบขวบก็ตายไปคนหน่ึงแล้ว กว่าจะพ้นวัยเด็กเมื่อ อายุ 15 ปีกต็ ายไปอีก 2 คน เหลอื 97 คนที่ต้องผจญชีวติ กนั ตอ่ ไป ในวัยต้ังแต่ 15 ปี จนยา่ งเข้าสูว่ ัยสูงอายุเมือ่ 60 ปี คนทเ่ี หลือ 97 จากทเี่ กดิ มาพรอ้ มกนั 100 คนนั้นก็จะตายไปดว้ ยโรคภยั ไข้ เจ็บ อบุ ตั เิ หตุ ความรนุ แรง และสาเหตอุ ื่นๆ ไปอกี 17 คน เทา่ กบั วา่ รอ้ ยคนทเี่ กดิ มาพรอ้ มกนั ตายไปกอ่ นทจ่ี ะเขา้ สวู่ ยั สงู อายุ ถึง 20 คน เหลอื รอดชพี เขา้ สู่ชมรมผสู้ งู วยั 80 คน ต่อไป หลงั จากเปน็ ผู้สงู อายแุ ลว้ กจ็ ะตายกนั มากขึ้นและเรว็ ข้ึน ชว่ ง 10 ปรี ะหว่างอายุ 60-69 ปี จะตายไปอกี 10 คน อกี 20 คนตายระหวา่ งอายุ 70-79 ปี เท่ากบั ว่าพออายถุ ึง 80 ปี คนท่ี เกิดมาพร้อมกัน 100 คนนั้นก็จะเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวคือ 50 คน หลงั จากอายุ 80 ปีไปแลว้ การมีชวี ติ อยู่รอดต่อไปจะย่ิงยากข้นึ ระหว่างอายุ 80 ถึง 89 ปี จะตายไปมากถึง 35 คน เหลอื 107
คนร่นุ เดียวกันท่มี ีอายถุ งึ 90 ปอี ยู่อกี เพยี ง 15 คนเทา่ น้ัน 15 คน ท่ีเหลืออยู่นี้จะตายไประหว่างอายุ 90-94 ปี อีกอย่างน้อย 10 คน เหลือคนท่มี ีอายุถงึ 95 ปอี ยอู่ ีกไมเ่ กนิ 5 คน และจะ เหลอื คนอายุถงึ 100 ปีอกี คนเดยี วเปน็ อยา่ งมาก เอาตวั เลขการตายตามรายทางของคนทเ่ี กดิ มาพร้อมกนั 100 คน มาเลา่ สกู่ นั ฟงั เพราะอยากแสดงใหเ้ หน็ วา่ การรอดชพี ในความเปน็ จรงิ กบั ในอดุ มคตนิ น้ั แตกตา่ งกนั มาก ในขณะทเ่ี ราปรารถนาใหค้ น เกดิ มาพรอ้ มกนั 100 คน อยรู่ อดชวี ติ ดว้ ยกนั จนหมดอายขุ ยั แลว้ จึงตายพร้อมกันทัง้ หมด แต่ในความเปน็ จริง คน 100 คนนก้ี ลับ ทยอยตายไประหวา่ งทางเมอ่ื อายตุ า่ งๆ ตงั้ แตเ่ ปน็ ทารกวยั เดก็ วยั ทำ� งาน ผา่ นวยั สูงอายุจนเหลอื คนอายถุ งึ 100 ปีมชี วี ิตอยูอ่ ย่าง มากเพียงคนเดียว บคุ คลหรอื หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การพฒั นา ไมว่ า่ จะอยใู่ นฐานะ เป็นรฐั บาลทำ� หนา้ ท่ีบริหารประเทศ หนว่ ยงานปกครองทกุ ระดบั หรอื องคก์ รพฒั นาเอกชนทง้ั หลาย ตา่ งพยายามทจี่ ะลดความแตก ตา่ งระหวา่ งการรอดชพี ในอดุ มคตกิ บั ในความเปน็ จรงิ ใหเ้ หลอื นอ้ ย ทสี่ ดุ โดยเฉพาะการตายในระยะแรกๆ ของชีวติ อย่างเชน่ กรณี ของประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขก�ำลังพยายามท่จี ะลดการ ตายก่อนอายุ 80 ปี ซึ่งเป็นการตายประมาณครึ่งหน่ึงของคน ที่เกิดมาพร้อมๆ กัน เพื่อยกระดับเส้นรอดชีพในความเป็นจริง 108
ในช่วงอายุต้ังแต่เกิดจนถึง 80 ปีนี้ให้สูงข้ึนไปใกล้เคียงกับเส้น รอดชพี ในอุดมคติมากทสี่ ุด การลดช่องวา่ งระหว่างเสน้ รอดชพี ทงั้ สองน้ี ถ้าท�ำไดม้ ากเท่าไร ก็ แสดงว่าเราประสบความส�ำเร็จในการพัฒนาสุขภาพอนามัยของ ประชาชนในประเทศมากเทา่ นน้ั เส้นรอดชีพอย่างมคี วามสุข ในขณะทเ่ี ราพยายามยกระดบั เสน้ รอดชพี ในความเปน็ จรงิ ใหข้ น้ึ ไป ใกล้เคียงกับเส้นรอดชีพในอุดมคติน้ัน ยังมีเส้นการมีชีวิตอยู่รอด อกี เสน้ หนึ่งท่ีอยตู่ ำ�่ ลงมาอีก คือเสน้ รอดชีพอย่างมีคุณภาพหรอื มี ความสขุ คนเราเกดิ มาแลว้ ยอ่ มตอ้ งมที กุ ขบ์ า้ งสขุ บา้ งเปน็ ธรรมชาติ บางคน เกิดมาแล้วมีร่างกายพิการไม่สมประกอบ บางช่วงบางตอนของ ชวี ิตอาจมีโรคภยั ไขเ้ จ็บบางอย่าง แต่มีความสขุ บางคนรา่ งกาย สมบรู ณด์ ีทุกอย่าง ไม่เจบ็ ป่วยเป็นไข้ แต่ไมม่ คี วามสุข คนทกุ คนปรารถนาที่จะมคี วามสขุ คนเราเมอ่ื เกิดมาแล้ว ไมว่ ่า ร่างกายจะครบถ้วนสมบูรณ์หรือผิดปกติอย่างไร ขณะที่ยังมีชีวิต อยู่ ก็ยอ่ มอยากอยูอ่ ยา่ งมคี วามสุข 109
เรื่องนิยามและการวัดความสุขนั้นเป็นอีกประเด็นหน่ึง แต่เร่ือง ส�ำคัญทเ่ี ราก�ำลงั พูดถึงกนั อยูต่ รงน้ี คือ ความปรารถนาทจี่ ะเห็น วา่ ตลอดชวี ติ ของคนเราทกุ คนตงั้ แตเ่ กดิ มาจนกระทงั่ ตายไป มแี ต่ ความสุข หรอื มีความทุกขน์ ้อยที่สุด ความพยายามของคนเราคือ ยกระดับให้เส้นรอดชีพอย่างมีความสุขสูงขึ้นจนใกล้เคียงกับเส้น รอดชพี ในความเปน็ จรงิ มากทส่ี ดุ กลา่ วคอื เรากำ� ลงั พยายามทำ� ให้ คนเมอ่ื ยงั มีชวี ิตอยนู่ น้ั มีความสขุ โดยท่วั กัน ความพยายามของมนุษย์ในการยกระดับเส้นรอดชีพอย่างมี ความสุขให้ข้ึนสูงใกล้เคยี งกับเส้นรอดชพี ในความเปน็ จริงนนั้ มอี ยู่ ตลอดเวลา การรักษาความเจ็บไข้ได้ป่วย การส่งเสริมบ�ำรุง สุขภาพของคน การท�ำให้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ฯลฯ ล้วนเป็นมาตรการที่จะท�ำให้คนเมื่อเกิดมาแล้วมีความสุขมากขึ้น ท้ังสิ้น ในขณะเดยี วกนั อยา่ งทไ่ี ดก้ ล่าวมาแล้วในตอนต้นๆ คนเราก�ำลัง พยายามยกระดบั เสน้ รอดชพี ในความเปน็ จรงิ ใหส้ งู ขน้ึ ไปใกลเ้ คยี ง กับเส้นรอดชีพในอุดมคติ สิง่ ที่เปน็ ความปราถนาสูงสดุ ของมนุษย์ คอื สภาวการณท์ ที่ งั้ เสน้ รอดชพี อยา่ งมคี วามสขุ และเสน้ รอดชพี ใน ความเปน็ จรงิ สงู ขน้ึ จนไปใกลเ้ คยี งกบั เสน้ รอดชพี ในอดุ มคตนิ น่ั เอง 110
ลองนกึ ภาพดู คนเกดิ มาพรอ้ มกนั 100 คน ไมม่ ใี ครตายระหวา่ ง ทางเลย ต่างไปตายพร้อมกันเมื่อสิ้นอายุขัย เช่น เม่ือมีอายุ 100 ปีข้นึ ไป และระหวา่ งท่มี ีชีวิตอยนู่ ้ัน คนท้ัง 100 คนกม็ ี ชวี ิตอยู่กนั อย่างมีความสขุ ผมสะดงุ้ ตืน่ จากความฝนั สภาวการณก์ ารรอดชพี ในอดุ มคตทิ ผี่ มวาดภาพไวน้ น้ั ดเู หมอื นจะ เปน็ ความฝันอนั สูงสดุ (อตุ มนิมิต) โดยแท้ ถงึ แมส้ ภาวการณเ์ ชน่ นนั้ จะเปน็ เพยี งฝนั และยากทจ่ี ะเปน็ ไปไดใ้ น โลกแห่งความเป็นจริง แต่ผมก็ยังมองโลกในแง่ดีว่า ถ้าเราเอา เสน้ รอดชพี ในอดุ มคตติ งั้ เปน็ เปา้ หมายไวก้ อ่ น เสมอื นปกั ธง บอก ทางให้เรามุ่งสู่ทิศนั้น แล้วพยายามหาวิธีการขยับให้เส้น รอดชีพอย่างมีความสุขสูงขึ้นไปใกล้เคียงกับเส้นรอดชีพในความ เป็นจริง พร้อมๆ กบั ขยับเส้นรอดชพี ในความเปน็ จริงให้สูงข้ึน ไปหาเส้นรอดชีพในอุดมคติ พยายามให้ช่องว่างระหว่างเส้น รอดชพี ทง้ั สามเสน้ นมี้ นี อ้ ยลงๆ โดยเอาเสน้ รอดชพี ในอดุ มคตเิ ปน็ หลักไว้ อย่างน้ีก็คงเป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตความ เปน็ อยู่และสขุ ภาพอนามยั ของประชากรท่ีเห็นได้ชัดเจน 111
๑๓เคยเลา่ เรอื่ งน้ไี ว้เม่ือกลางปี 2552 เม่ือผูส้ งู อายุเตรียมตัวแก่ ประชากรและการพฒั นา ปที ่ี 29 ฉบบั ท่ี 6 สงิ หาคม-กันยายน 2552
ถงึ วันนี้ ผมผ่านเกณฑเ์ ป็นผู้สูงอายมุ าปกี ว่าแล้ว เร่ิมรูส้ ึกชินกบั ความเปน็ ผสู้ งู วยั ไมเ่ คอะเขนิ เหมือนเม่อื ปกี ลายตอนเป็นนอ้ งใหม่ อายุครบ 5 รอบในปีแรก จ�ำไดว้ ่าตอนนน้ั แมอ้ ายจุ ะถึงเกณฑ์แลว้ แต่ใจยังไม่ถึง ยังรู้สึกเก้อๆ เมื่อมีคนเรียกว่าเป็นผู้สูงอายุ เดีย๋ วน้ี งานไหนท่ีเขาตอ้ งการใชบ้ ริการผอู้ าวุโสด้วยวัยวุฒิ ผมก็ เตม็ ใจกา้ วเขา้ ไปท�ำหนา้ ทีน่ ้นั โดยไม่อิดเอ้ือน หรอื ดัดจริตทำ� ท่าวา่ ตัวเองยงั ไมแ่ กพ่ อ ตอนนค้ี นหนุ่มสาวจะเรียกเราว่า “คณุ ลุง” ก็ ไมร่ ังเกยี จ หรือแม้กระทั่งเด็กๆ จะเรียกเราวา่ “คุณตา” ก็พอทน ฟงั ได้ ไม่จั๊กกะจห้ี ัวใจเหมือนเม่ือกอ่ น เมื่อสองวันก่อน ผมไปทันตคลินิคใกล้บ้านเพ่ือให้หมอขูดหินปูน ระหว่างปฏิบัติการหมอก็รายงานใหท้ ราบวา่ พบฟนั อกี ซีห่ น่งึ ของ ผมจะต้องถอนทิ้งอย่างแน่นอนแล้ว ฟันซี่น้ีส้ินสภาพจนไม่อาจ รกั ษาใหก้ ลบั คนื ดไี ด้ ผมไมอ่ าจซกั ถามคณุ หมอในตอนนนั้ เพราะ ตอ้ งอ้าปากกวา้ งค้างอยู่ ได้แต่ร้สู กึ เศรา้ เสียดายฟนั ซนี่ ้ันลว่ งหนา้ จะไม่ให้ผมเศร้าได้อย่างไร ก็ผมเพ่ิงถอนฟันล่างด้านซ้ายซ่ีในสุด ไปเมอ่ื 6-7 เดอื นมานเ้ี อง และทจี่ รงิ ฟนั กรามทง้ั ซา้ ยขวาทงั้ บนลา่ ง ก็ถูกถอนไปจนหมดสิ้นแล้ว ฟันผมร่อยหรอไปเร่ือยๆ อยา่ งนี้อีก 10-20 ปี ถา้ ยังมชี วี ติ อย่ผู มจะมีฟนั แท้เหลอื ไวใ้ ห้ช่นื ใจสักก่ีซีก่ ัน ฟันเป็นอวัยวะส�ำคญั ฟนั เป็นเคร่ืองมือประจำ� ตัวให้เราใช้กดั และ บดเคีย้ วอาหาร แต่ผมกม็ ีปญั หากับฟันมาตลอด ตอนเด็กๆ ผม 114
คงมฟี นั มากกว่าปกติ เพราะมนั ข้นึ เหยเกไปหมด แทงเหงือกออก มาทางโนน้ ทางน้ี เกะกะไมเ่ ปน็ ระเบยี บ ฟนั ซบี่ นดา้ นซา้ ยแทงโผล่ ออกมาเหมอื นเขย้ี ว เม่อื 40–50 ปีกอ่ นเทคนคิ การดดั ฟันยังไม่ กา้ วหนา้ แพรห่ ลายอยา่ งในปจั จบุ นั ผมจงึ ตอ้ งไปถอนฟนั ทอ่ี ยนู่ อก ลนู่ อกรอยทงิ้ เสียหลายซ่ี ฟันท่ีติดตัวเรามานม่ี ีประโยชนม์ ากหลาย แต่เวลาฟนั มปี ญั หาขึ้น มากท็ ารณุ ชะมดั เกดิ ปวดข้นึ มาคราใด กแ็ สนทุกขท์ รมาน จะ เป็นจะตายเสียใหไ้ ด้ ผมได้คุยกับอาจารย์แพทย์หญิงเยาวรัตน์ ปรปักษ์ขาม พ่ีผู้มี ประสบการณส์ งู วยั มายาวนานกวา่ ผม 10 กวา่ ปี เธอเลา่ เรอ่ื งความ เสื่อมของรา่ งกายเมือ่ แกต่ วั ลงไว้อยา่ งน่าฟังและนา่ คดิ คนเราเม่อื แกข่ น้ึ (หรอื จะพดู วา่ แกล่ งด)ี อวยั วะและสว่ นประกอบตา่ งๆ ของ ร่างกายก็ย่อมเส่ือมสภาพและท�ำหน้าที่ด้อยประสิทธิภาพลงเป็น ธรรมดา เราตอ้ งยอมรบั ความจรงิ เหลา่ นแ้ี ละเตรยี มเผชญิ กบั สภาพ ตา่ งๆ ทจ่ี ะเกิดขนึ้ ใหไ้ ด้ ผมเชื่อพ่ี เลยมาน่งั คดิ ทบทวนถึงอวยั วะต่างๆ ท่ตี อ้ งเสือ่ มสภาพ ลงเมื่อเราแก่ข้ึน เพื่อเตรียมใจเผชิญเหตุการณ์ที่จะเกิดข้ึนใน อนาคตอันใกลน้ ี้ 115
ฟัน เรอ่ื งแรกขอเรมิ่ ดว้ ย “ฟนั ” เรอื่ งทพี่ ดู ถงึ มาแลว้ ในตอนตน้ เชอื่ ผม เถอะ เราจะหาคนแกม่ ากๆ ที่มีฟันแท้อยู่ครบถว้ นท้ัง 32 ซี่ ได้ ยากมาก เราจงึ มกั เหน็ คนแกฟ่ นั หลอ หรอื เหลอื ฟนั อยไู่ มก่ ซี่ หี่ ลาย คนใส่ฟันปลอม ปลอมหมดทั้งปากเลยก็มี บางคนพอถอดฟัน ปลอมออก แกม้ กต็ อบ ปากก็ยบุ รูปโฉมเปล่ียนไป ดูแก่กว่าเดมิ ไปอกี หลายปี ผมเรมิ่ มปี ญั หาเรอ่ื งฟนั มองเหน็ อนาคตฟนั ของตวั เอง ผสู้ งู วยั และ อ่อนวัยทั้งหลายควรใส่ใจในสุขภาพฟันของตน เม่ือฟันยังดีอยู่ กค็ วรทจ่ี ะดูแลรกั ษาฟันดีเหลา่ น้ันไวใ้ ห้ดีท่สี ดุ ผม ผมกำ� ลงั พูดถึงผมท่ีอย่บู นศรี ษะนะครบั ไม่ใชผ่ มท่ีเปน็ สรรพนาม แทนตวั ผมหงอกเมื่อสูงวัยเป็นเร่ืองธรรมดา พอแกต่ วั ลง ผมก็จะเปลีย่ นสี จากดำ� เปน็ สีดอกเลา ดอกแขม (ดอกไมส้ ีขาวๆ เทาๆ ทชี่ ูช่อ พลว้ิ ลมอยรู่ มิ ทาง) คนสมยั ใหมผ่ มหงอกเรว็ อาจเปน็ เพราะทำ� งาน หนกั หรือไมก่ ค็ ิดมาก อายุเพยี ง 30–40 ปี ผมก็เรม่ิ หงอก บาง คนอายุ 50 กวา่ ปี ยังไมท่ นั เปน็ ผูส้ งู อายุ ผมกข็ าวโพลนไปหมด 116
ท้ังหัวแล้ว ยังดีที่สมัยน้ีวิทยาการย้อมผมเปลี่ยนสีผมก้าวหน้าไป มาก ซื้อยามายอ้ มเอง หรอื จะไปใชบ้ ริการทรี่ ้านทำ� ผมรา้ นใดก็ได้ จะเปลยี่ นสีผมเป็นสีใด ไม่ว่าจะเป็นสที อง แดง ม่วง น�้ำเงิน หรือ สปี ระกายรงุ้ อืน่ ๆ กเ็ ลือกไดต้ ามใจชอบ ผมเปล่ยี นสกี ็เร่อื งหนง่ึ ถา้ เรายอมรบั มนั ได้ มนั อยากจะหงอกขาว ก็ใหม้ ันขาว หรือเราอยากจะเปลี่ยนสีแซมผสมกันหลายๆ สกี ไ็ ป ใหช้ ่างท�ำผมเขาท�ำให้ อยา่ งนีก้ ไ็ ม่มีปญั หาอะไร แต่ปญั หาผมอกี เรอื่ งหนงึ่ สำ� หรบั ผสู้ งู วยั คอื ผมรว่ ง พออายมุ ากขน้ึ ผมมนั กอ็ ยากอยู่ กบั เรานอ้ ยลง บางคนผมพรอ้ มใจกนั รว่ งเปน็ กระจกุ ๆ ผชู้ ายศรี ษะ ลา้ นอาจดูเปน็ เรื่องธรรมดา แตผ่ ู้หญิงผมบางมากๆ อาจดูไม่งาม นกั ในฐานะท่ีผมกำ� ลังมอี ายสุ ูงขึ้นเร่อื ยๆ ผมก็ตอ้ งทำ� ใจยอมรับสผี ม ทม่ี นั จะเปลีย่ นไปตามธรรมชาติใหไ้ ด้ สกั วันหนง่ึ ในอนาคต คงไม่ สามารถที่จะย้อมเปลีย่ นสผี มของตัวเองได้บอ่ ยๆอกี แล้ว ส�ำหรับ ผสู้ งู อายทุ ย่ี งั มผี มอยู่ กค็ วรทำ� นบุ ำ� รงุ ไวใ้ หด้ ที ส่ี ดุ เลอื กยาบำ� รงุ ผม ยาสระผมท่มี ีคณุ ภาพ แมจ้ ะแพงไปนดิ ก็อย่าคิดเสยี ดายเงินเลย 117
หู เคยไดย้ นิ ผสู้ งู อายพุ ดู กนั เลน่ ๆ วา่ “พอแกต่ วั ลง อะไรๆบนรา่ งกาย มันก็หย่อนยานไปหมด เหลืออย่างเดียวที่ยังเต่งตึงอยู่... ก็หูนี่ แหละ... แก่แล้ว ก็เหลือแตห่ ูอย่างเดยี วท่ตี งึ ” ผมยงั ไมม่ ปี ญั หาเรอ่ื งหู แตผ่ มกร็ มู้ าวา่ ประสาทการไดย้ นิ จะเสอื่ ม ลงเม่ือคนมีอายุมากขึ้น ความสามารถในการได้ยินของหูท้ังสอง ข้างของคนหนึง่ อาจไมเ่ ท่ากนั เชน่ หขู า้ งหนง่ึ ตึงเอามากๆ แตอ่ กี ขา้ งหนง่ึ ยงั พอไดย้ นิ กรณที ห่ี ดู ไี มเ่ ทา่ กนั อยา่ งน้ี เวลาฟงั คนอนื่ พดู คงต้องตะแคงหูข้างดีเข้าหาคนพูด คนท่ีหูตึงทั้งสองข้าง ก็อาจ ตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์ชว่ ยฟังซ่ึงปจั จุบันหาได้ไมย่ ากในทอ้ งตลาด วา่ กนั วา่ เวลาฟงั คนอนื่ พดู แลว้ ไมไ่ ดย้ นิ จะชวนใหอ้ ารมณห์ งดุ หงดิ ได้ เพราะฉะน้นั เวลาใครพูดกบั คนแก่ กค็ วรพูดเสยี งดงั ๆ ออก เสียงให้ชัดๆ อย่าทำ� เป็นสุภาพ พูดเสียงนุ่มนวลแผ่วเบา ท่าน ผูอ้ าวโุ สจะมคี วามสขุ มากถา้ ได้ยินเสยี งคสู่ นทนาพูดชดั เจน มีคนเคยบอกผมว่า คนหูไมด่ มี กั จะพูดเสียงดัง ถา้ เรื่องน้ีเปน็ จริง เพื่อนๆ รุ่นผมโดยเฉพาะพวกผู้หญิงคงต้องมีอาการหูตึงกันเป็น สว่ นใหญแ่ ลว้ เพราะเวลาพวกเธอคุยกัน ตา่ งแย่งกนั พูดด้วยเสียง ที่ดังไมแ่ พ้กนั หูตงึ ตั้งแตย่ งั ไม่ทนั แก่กันเลยนะแมเ่ จ้าประคุณ 118
พวกเราทุกคน ไม่ว่าจะสูงวัยหรืออ่อนวัย ควรท่ีจะดูแลหูไว้ให้ดี อย่าเอาวสั ดุใดไมว่ ่าจะนมิ่ หรอื แขง็ เขา้ ไปแยง ปนั่ แคะ เขี่ยใน ชอ่ งหู เมือ่ มปี ัญหาเรอ่ื งหูประการใดกไ็ ปปรึกษาโสตแพทย์ ตา คนเราแก่ตัวลงก็ยากที่จะมีสายตาดีอย่างเมื่อยังเป็นหนุ่มสาวได้ ผมและเพอ่ื นๆ อกี หลายคนเรม่ิ มปี ญั หาสายตาตง้ั แตย่ งั ไมท่ นั เปน็ ผู้สูงอายุ อย่างผมเคยมีสายตาดีมากเม่ือตอนหนุ่ม พออายุใกล้ 50 ปี สายตาก็กลับยาวขึ้นอ่านหนังสือหรือมองใกล้ต้องอาศัย แว่นตา ผมเหน็ ผสู้ งู อายเุ กอื บทกุ คนตอ้ งใสแ่ วน่ เวลาอา่ นหนงั สอื เร่อื งนนี้ า่ จะช่วยเป็นข้อคิดให้ผู้ผลิตหนังสือหรือเอกสารส�ำหรับผู้สูงอายุ ไดบ้ ้าง หนังสอื ท่ีเหมาะส�ำหรบั ผู้สูงอายุควรพมิ พ์ดว้ ยอักษรท่ใี หญ่ พอสมควร ไม่ใช่พิมพ์ตวั เลก็ จ๋ิวจนต้องใช้แวน่ ขยาย เพอ่ื นผมบางคนบน่ วา่ มปี ญั หาการมองเหน็ เวลาขบั รถตอนกลางคนื บางคนไดไ้ ปผา่ ตอ้ กระจกมาแลว้ ผสู้ งู อายจุ ะมอี ตั ราเสยี่ งทจ่ี ะเปน็ ตอ้ กระจกสูงมาก ผมเองก็ชกั สงั หรณ์ใจวา่ อาจต้องไปผา่ ตดั เอา ตอ้ กระจกออกบา้ งในอนาคต 119
มคี นเคยเตอื นผมวา่ ใหร้ ะวงั เรอ่ื งอาหารการกนิ กนิ ไมด่ อี าจกระทบ จกั ษุประสาทได้ กระทบอยา่ งไร? ก็ถ้ากนิ ไม่ดี กนิ แป้ง น�้ำตาล มากไป จะทำ� ให้เป็นโรคเบาหวาน และถา้ น้�ำตาลขึ้นตาละก็ ถงึ กบั ตาบอดมองอะไรไม่เห็นเลยละ ตาสำ� คญั เชน่ นแ้ี ลว้ พวกเราทกุ เพศทกุ วยั คงตอ้ งทะนถุ นอมแกว้ ตา ประดจุ ดังดวงใจ ตวั ผ้สู งู อายหุ ลายคนบอกผมวา่ เมอ่ื แกต่ วั ลง สว่ นสงู ของตัวเองก็จะ ลดลงไปบ้าง จนถึงบดั น้ี ตวั ผมเองก็เตย้ี ลงไปประมาณ 1 เซนตเิ มตร อกี 20 ปีข้างหนา้ ถ้ายงั มีชวี ติ อยู่ ตวั ผมคงจะหดสน้ั ลงไปอีก ธรรมชาติของคนเรา เม่ือแกต่ ัวลง กระดูกโครงสรา้ งของรา่ งกาย ก็หดลง เพราะฉะน้ัน ก็อยา่ ไดต้ กใจ ถ้าไปวัดส่วนสูงใหม่เมื่อเปน็ ผูส้ งู อายุ แลว้ พบวา่ สว่ นสงู ลดลงไปจากเดิมบ้าง รา่ งกายของเรา เม่ือยืดได้ กย็ อ่ มหดได้ ท่ีส�ำคัญ ในขั้นสุดท้าย คือ ร่างกายของพวกเราทุกคนจะแปร สภาพเปน็ ผงธลุ ีในทีส่ ดุ 120
ผิว คนแก่แล้วผิวพรรณยังเปล่งปล่ังเต่งตึงนั้นมีไม่มากนัก เม่ืออายุ มากขนึ้ ผวิ หนังของคนเรากย็ ่อมเห่ยี วย่นไปบ้างเป็นธรรมดา ผม เหน็ เพอ่ื นๆ ทค่ี บกนั มาต้งั แต่เดก็ แล้วไม่ไดพ้ บกันนาน พอเจอ กนั อกี ที จำ� ไมไ่ ด้ ไมน่ ึกวา่ หนา้ ตาจะเห่ียวย่นแก่ไปไดถ้ งึ ขนาดนั้น ผมเตรียมใจไว้แล้วว่า ในอนาคตผิวพรรณจะต้องเห่ียวย่นลง อยา่ งหลีกเลี่ยงไมไ่ ด้ แม้จะไดร้ บั พรจากพระอย่บู อ่ ยๆ ว่า อายุ วัณโณ สุขงั พะลัง แต่วรรณะน้ันกย็ อ่ มเป็นอนิจจงั เสอ่ื มสภาพ ไปตามอายุ ขอ้ เรื่องปวดขอ้ ปวดเข่านีก้ ็ดจู ะเปน็ ธรรมชาตขิ องผูส้ งู อายุอีกเชน่ กัน ผมได้ยนิ เพือ่ นๆ บ่นกันมากเกย่ี วกบั อาการปวดข้อ เข่าและหลัง เคยสังเกตเวลาไปท�ำบุญฟังพระสวดด้วยกัน มีเพ่ือนๆ จ�ำนวน หนงึ่ ไมส่ ามารถนงั่ พบั เพยี บกบั พนื้ ถา้ เปน็ ไปไดก้ เ็ ลอื กทจี่ ะนงั่ เกา้ อี้ น่ังพิงเสาหรือพิงฝาผนัง เวลานั่งนานๆ เพื่อนหลายคน เม่ือ ลกุ ขึน้ กแ็ สดงอาการทลุ ักทเุ ล แสดงให้คนอื่นร้วู า่ เป็นคนแก่ อนาคต ผมแนใ่ จวา่ ตวั เองจะต้องเผชญิ กับปัญหาปวดข้อปวดหลัง น้อี ย่างแน่นอน ตอนน้ี นอกจากเตรียมใจแล้ว ผมกย็ ังเตรยี มตวั ดว้ ยการเดินออกกำ� ลังกายทุกวนั 121
สมอง ผสู้ งู อายทุ ย่ี งั มคี วามทรงจำ� ดี จะไดร้ บั การชนื่ ชมเปน็ พเิ ศษจากผคู้ น ส�ำหรับผมเม่ือเป็นผู้สูงอายุแล้ว ผมชักรู้สึกว่าอวัยวะท่ีท�ำหน้าท่ี จดจำ� สว่ นนขี้ องกระผมอาจจะเสอื่ มไปบา้ งแลว้ เมอ่ื วนั กอ่ นพบคน ทีค่ บหาสมาคมกันมานาน แตไ่ มไ่ ด้พบหน้ากันมาราว 2 ปี ผม นกึ ชอ่ื เขาไม่ออก ตอ้ งคอ่ ยๆ ไล่เรียงอยคู่ รู่ใหญ่ จงึ จ�ำได้ เชน่ เดียวกบั ชื่อคนอีกหลายคน ที่หลุดออกไปจากความทรงจ�ำ เวลา พบหน้ากัน ก็เกิดปัญหาว่าช่ือของเขาเหล่านั้นติดอยู่แค่ริมฝีปาก ไม่สามารถเอย่ ออกมาได้ นอกจากลืมชอ่ื คนทเ่ี คยค้นุ เคยแลว้ ผมยงั มีอาการลืมอย่างอ่นื อยู่ บ่อยๆ ลืมวา่ วางของไว้ทไี่ หน ลมื ท�ำโน่นทำ� นี่ จนชกั กงั วลว่าเมอื่ แก่ตัวลงแล้ว จะเปน็ โรคสมองเส่ือมอัลไซเมอร์หรือเปล่า ผมยงั นกึ ภาพไมอ่ อกวา่ เมอื่ ตวั เองมอี ายมุ ากขน้ึ แลว้ มอี าการสมอง เสอ่ื ม จะมสี ภาพเป็นอย่างไร ไดแ้ ตภ่ าวนาขอพรพระวา่ ขออยา่ ได้ เป็นโรคน้ีเลย ผมจะคอยเตือนตัวเองให้หม่ันฝึกสมองทดลอง ปญั ญาไวเ้ สมอ คดิ โน่น คิดน่ี ไม่ให้สมองฝอ่ แต่เรากต็ ้องยอมรับ ว่า สมองก็เหมือนกับอวัยวะอ่ืนๆ ที่ต้องเสื่อมสภาพลงเม่ือมี อายุมากข้ึน เม่ือแก่ตัวลงจะให้คิดอะไรได้ฉับไว ความทรงจ�ำ ชดั แจ่มแจ๋วเหมือนเมื่อยังเป็นหนุม่ สาวไม่ไดอ้ ีกแล้ว 122
หากเรารู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเราในอนาคต และเรายอมรับ สง่ิ ทจ่ี ะเกิดขึน้ เหลา่ นนั้ ได้ เรากค็ งจะไม่เปน็ ทุกข์มากนกั เม่อื แก่ ตวั ลง รา่ งกายของเรายอ่ มเสือ่ มสภาพไป ในอนาคตผมของเราจะ เปล่ียนเป็นสีขาว จะร่วงหล่นจนเหลือน้อยลง ฟันแท้ของเราจะ เหลอื ไมก่ ซี่ ี่ ตาของเราจะพรา่ มวั มองเหน็ ไดไ้ มช่ ดั เจนเหมอื นทเ่ี คย หูจะได้ยินน้อยลง ตัวจะหดสั้นลง ผิวหนังจะเห่ียวย่น จะมี การปวดข้อปวดเข่าบ่อยครั้งข้ึน และความทรงจ�ำของเราจะ เส่อื มลง สิ่งเหล่านี้ย่อมตอ้ งเกดิ ข้นึ อย่างหลีกเล่ยี งไมไ่ ด้ การเตรียมตวั แกค่ อื ยอมรบั ธรรมชาติเช่นน้ี 123
๑๔เคยเล่าเรอื่ งนี้ไวเ้ ม่ือปลายปี 2552 อาทิตย์ขนึ้ อาทิตยต์ ก ประชากรและการพัฒนา ปที ี่ 30 ฉบับท่ี 2 ธันวาคม-มกราคม 2552
Sunrise, sunset, sunrise, sunset. Is this little girl I carried? Is this little boy at play? I don’t remember growing older when did they. When did she get to be a beauty? When did he grow to be so tall? Wasn’t it yesterday that they were smal? Sunrise, sunset, sunrise, sunset. Swiftly flow the days. Seedlings turn overnight to sunflowers. Blossoming even as they gaze. Sunrise, sunset, sunrise, sunset. Swiftly fly the years. One season following another. Laden with happiness and tears. One season following another. Laden with happiness and tears. 126
เพลงนอ้ี ยูใ่ นภาพยนตร์เรอื่ ง Fiddler on the Roof ซ่งึ เข้ามา ฉายในเมืองไทยเมือ่ ราว 30 ปีก่อน Fiddler หรือ “คนสีไวโอลนิ ” มบี ทบาทเปน็ ตวั เลา่ เรอื่ งอารมณข์ องตวั ละคร ฉากสำ� คญั ของเรอ่ื ง น้ี คอื ตอนท่ี “คนสีไวโอลนิ ” ขนึ้ ไปสไี วโอลินเป็นเพลง “อาทิตย์ ขึ้น อาทิตยต์ ก” อยู่บนหลังคาบ้านของครอบครัวคนสง่ นมชาวยิว ทอี่ ยใู่ นหมบู่ า้ นเลก็ ๆ ในประเทศรสั เซยี สมยั ทย่ี งั ปกครองดว้ ยระบบ กษัตรยิ ์ หรอื ซาร์ เมือ่ ประมาณปี ค.ศ.1900 ในขณะนนั้ ชาวบ้าน ในหมู่บ้านชนบทมีวถิ ชี วี ติ ตามแบบประเพณที ี่สบื ทอดกันมา และ มีความเช่ือทางศาสนาที่เคร่งครัด ในขณะเดียวกนั อิทธิพลของ การเปล่ียนแปลงจากโลกภายนอกก็เริ่มรุกคืบเข้ามาในหมู่บ้าน กระแสความคดิ เกา่ กบั ความคดิ ใหมป่ ะทะกนั คนรนุ่ เกา่ กพ็ ยายาม รักษาขนบประเพณีวิถีชีวิตแบบด้ังเดิมไว้ คนรุ่นใหม่ก็อยากจะ เปลย่ี นไปตามกระแสโลก เกิดการตอ่ สูข้ ัดแยง้ กันในใจของผ้คู น 127
เพลง “อาทติ ยข์ น้ึ อาทติ ยต์ ก” ทคี่ นสไี วโอลนิ บรรเลงอยบู่ นหลงั คา ในฉากนี้ แสดงอารมณ์ ความรู้สึกของพ่อที่มีต่อลูกสาวคนโตท่ี เปน็ เจา้ สาวในงานแตง่ งานวนั นนั้ “คนนห้ี รอื เดก็ นอ้ ยทฉี่ นั เคยอมุ้ ” มองดูเจ้าบ่าวเด็กในหมู่บ้านที่เป็นเพื่อนของลูกสาวมาตั้งแต่เด็ก ลูกสาวแต่งงานกับคนรักในวันน้ีเป็นการท�ำลายม่านประเพณีที่ ปฏิบัติกันมาแต่ด้ังเดิมที่ผู้หญิงจะต้องแต่งงานกับผู้ชายท่ีพ่อสื่อ จัดการใหเ้ ทา่ นนั้ ทแี รกพอ่ สือ่ ประจ�ำหม่บู ้านจะจัดการใหล้ กู สาว แต่งงานกับพ่อม่ายอายุคราวพ่อ ลูกสาวมาสารภาพกับพ่อว่า มคี นรกั อยกู่ อ่ นแลว้ พอ่ เหน็ ใจจงึ ทำ� อบุ ายจนลกู สาวไดแ้ ตง่ งานกบั คนทตี่ นรัก 128
“อาทิตยข์ ึ้น อาทติ ยต์ ก อาทติ ยข์ ึ้น อาทติ ย์ตก น่ีเป็นเด็กน้อย ทฉ่ี ันเคยอมุ้ ใชไ่ หม นเ่ี ป็นเด็กตัวเล็กๆ ท่ฉี ันเหน็ เล่นอยูต่ รงน้นั ใช่ไหม ฉนั จ�ำไม่ไดว้ า่ เขาเติบโตข้ึน เมอื่ ไร เด็กนอ้ ยกลายเปน็ สาวสวย เม่ือไร เด็กน้อยกลายเป็นหน่มุ สงู ใหญ่ เม่อื ไร เพง่ิ จะเมอื่ วานนเี้ องไม่ใช่หรอื ที่เขายังตวั เลก็ ๆ อยู่ อาทิตยข์ ึน้ อาทติ ยต์ ก อาทิตย์ข้ึน อาทิตย์ตก แต่ละวันผ่านแวบ้ ไป เมลด็ เล็กๆ ชวั่ ข้ามคนื กก็ ลายเป็นดอกทานตะวัน บานสะพรั่ง เหมอื นด่ังจอ้ งมองเราอยู่ แตล่ ะปีผา่ นแวบ้ ไป ฤดูหนึ่งผา่ นไป อกี ฤดหู น่ึงกต็ ามมา ทาบทับดว้ ยความสุขและน�้ำตา ฤดูหน่งึ ผา่ นไป อีกฤดหู นงึ่ กต็ ามมา ทาบทบั ด้วยความสขุ และนำ�้ ตา อาทิตยข์ ึ้น อาทิตยต์ ก อาทติ ย์ขึ้น อาทติ ยต์ ก” 129
ผมฟังเพลง Sunrise, sunset ท่รี ้องโดย Perry Como ดว้ ย อารมณซ์ งึ้ ยง่ิ จนิ ตนาการปลอ่ ยใจไปตามเนอื้ เพลง กเ็ หน็ ภาพการ เปลี่ยนแปลงของสังขารและสงั คมไดช้ ัด คนรุ่นราวคราวเดยี วกบั ผม เอาเป็นว่าพวกทก่ี ำ� ลังก้าวย่างเข้าสู่วัย สงู อายุ และพวกที่เพง่ิ ได้ชือ่ วา่ เปน็ ผ้สู ูงอายุมาหมาดๆ เมอื่ ไดฟ้ งั เพลงน้แี ล้ว กค็ งมีความร้สู กึ คล้ายๆ กัน เดย๋ี วนีบ้ ทสนทนาในหมู่ เพอ่ื นฝงู รนุ่ เดียวกนั มักไม่คอ่ ยพลาดทจี่ ะรำ� พันว่า เวลาชา่ งผ่าน ไปเร็วเหลือเกนิ “แตล่ ะเดือน แต่ละปี ผ่านแวบ้ ไป” “ฤดหู นง่ึ ผ่าน ไป อกี ฤดหู นงึ่ กต็ ามมา” ตอนนกี้ เ็ ขา้ ฤดหู นาวแลว้ อกี ประเดี๋ยว เดยี วกจ็ ะถงึ ฤดรู อ้ น แลว้ กเ็ ขา้ หนา้ ฝน คนื วนั ผา่ นไปราวกบั วา่ เวลา บินได้ทีเดยี ว ถา้ ยดึ เอาตวั เองเปน็ หลกั คนรนุ่ ราวคราวเดยี วกบั ผมกน็ บั วา่ ใชช้ วี ติ มาเกนิ ครง่ึ ทางจนคอ่ นมาทางปลายแลว้ คนรนุ่ ผมมพี อ่ แมท่ อี่ าวโุ ส กว่าอยอู่ ีกเพียงรุ่นเดียว เกอื บไม่มีพวกเราคนใดเลยทจี่ ะมีปยู่ ่าตา ยายหลงเหลืออยู่ ถ้าปู่ย่าตายายของคนรุ่นผมยังมีชีวิต กต็ อ้ งมอี ายรุ ้อยกว่าปีขึน้ ไป ถ้าแบ่งคนทย่ี งั มชี วี ิตอย่อู อกเปน็ 4 ร่นุ นับเอาคนรุ่นผมเปน็ หลกั ก็มี (1) รุ่นพอ่ แม่ (2) รุ่นตัวเอง (3) รนุ่ ลูก และ (4) รุ่นหลาน หรือรุ่นลกู ของลูก 130
คนรนุ่ ผมผ่านโลกมาแลว้ ราว 60 ปี ได้ผ่านสถานภาพความเปน็ “ลกู ” เปน็ “หลาน” มาดว้ ยตวั เองแลว้ เมอื่ มชี วี ติ อยมู่ าจนถงึ วนั น้ี กไ็ ดเ้ หน็ การเจรญิ เตบิ โตของลกู หลาน มปี ระสบการณช์ วี ติ เพยี งพอ ทจี่ ะซง้ึ กบั เนอ้ื เพลงตอนทวี่ า่ “เพง่ิ เมอ่ื วานนเ้ี องไมใ่ ชห่ รอื ทยี่ งั เหน็ เปน็ เด็กตัวเล็ก...คนน้ีน่ะหรือ เดก็ นอ้ ยที่ฉันเคยอุม้ คนน้นี ะ่ หรือ เด็กน้อยที่เคยเหน็ วง่ิ เลน่ อยู่ตรงนนั้ ” “ฉันจ�ำไม่ได้ว่าเขาเติบโตขึ้นเม่ือไร” ยังเห็นเป็นเด็กอยู่เม่ือวาน นีเ้ อง โตข้นึ เปน็ สาวสวย เป็นหนมุ่ หลอ่ กันต้งั แต่เมื่อไรนะ ที่จริง ก็เหมือนก�ำลังจะบอกตัวเองว่า “ฉันจ�ำไม่ได้ว่าตัวเองแก่อย่างนี้ ต้ังแตเ่ ม่ือไร” “เพ่ิงจะเมื่อวานนี้เองไม่ใช่หรือ ที่พวกเรายังเป็นหนุ่มเป็นสาว กนั อยู”่ 40 ปีผ่านไป แต่ก็เหมือนเป็นเหตุการณ์เม่ือวานนี้ ตอนนั้น ประเทศไทยมีพลเมอื งราว 30 กวา่ ลา้ นคน กรงุ เทพฯ ยังแบง่ เป็น คนละจงั หวัดกับธนบรุ ี มีคนอยู่ไม่นา่ จะถงึ 2 ลา้ นคน น้�ำอัดลม ไม่ว่าจะเป็นน�้ำด�ำหรือน้�ำสีขวดละบาทเดียว บุหรี่ไม่มีก้นกรอง ซองละ 3.50 บาท มีก้นกรองราคาเพิ่มเป็นซองละ 5 บาท เบยี รส์ งิ หน์ า่ จะขวดละ 15 บาท กว๋ ยเตย๋ี ว ขา้ วมนั ไก่ ขา้ วหมแู ดง จานละ 5 บาท ไม่มีทางเดินข้ามถนน ไม่มีถนนข้ามสี่แยก ไมม่ ี 131
ถนนตา่ งระดับ ไปสนามบนิ ดอนเมืองดว้ ยถนนพหลโยธนิ เพราะ ยังไม่มีถนนวิภาวดีรังสิต โทรทัศน์ยังเป็นสีขาวด�ำ มีแต่ช่อง 4 บางขนุ พรหมกบั ช่อง 5 สนามเป้า โรงภาพยนตร์ชน้ั หน่ึงราคา ถกู สุดนง่ั แถวหนา้ ราคาเพียง 5 บาท ถัดมา 10 บาท 12.50 บาท มเี งนิ หนอ่ ยซอ้ื ตว๋ั 20 บาท ไดท้ นี่ งั่ หลงั ๆ กน็ บั วา่ โกม้ าก ตอนนน้ั บณั ฑติ จบปรญิ ญาตรอี อกไปท�ำงานไดเ้ งินเดือน 1,000 กว่าบาท เท่านน้ั เหตุการณ์เหลา่ นนั้ เหมือนเพ่งิ เกิดขน้ึ เมอ่ื วานนี้เอง อาทิตย์ขึน้ อาทิตยต์ ก อาทติ ยข์ น้ึ อาทิตย์ตก วนั น้ปี ระเทศไทยมีพลเมอื งมากถงึ 64 ลา้ นคน กรุงเทพมหานคร และปรมิ ณฑล มปี ระชากรรวมกันแลว้ นา่ จะใกล้เคยี งกบั 10 ล้าน คน มถี นนยกระดับ สะพานตา่ งระดับ รถไฟฟา้ รถใตด้ นิ สาย การบินนับสิบสาย ทีวีนับสิบๆ ช่อง ไม่มีโทรทัศน์ขาวด�ำ ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งฉายพร้อมกันนับสิบๆ โรงท่ัวประเทศ มีรถ โดยสารประจ�ำทางปรับอากาศ กว๋ ยเตีย๋ ว ขา้ วมันไก่ ข้าวหมแู ดง ชามละ 25-30 บาท น้�ำอดั ลมขวดละ 10 บาท บหุ ร่ีก้นกรอง ซองละน่าจะถึง 50 บาท (โชคดจี รงิ ๆ ท่ีเลิกสูบบหุ ร่ีไดต้ ้งั แต่ เมอื่ 20 ปแี ลว้ ) 132
โทรศพั ทบ์ า้ นซงึ่ เคยขอหมายเลขกนั ยากเยน็ แสนเขญ็ ตอ้ งออ้ นวอน ขอความเมตตาจากองค์การโทรศัพท์ แล้วก็ต้องรอกันนาน แสนนาน เดี๋ยวนี้คนมีโทรศัพท์มือถือกันคนละเครื่อง บางคนมี หลายเครื่อง โทรศัพท์มือถอื กลายเป็นของจ�ำเปน็ ในชีวติ ราคาก็ ถูกลงๆ จนเป็นสินค้าที่ไม่แบ่งแยกชนชั้นจะยากจนเพียงใด กพ็ อทีจ่ ะซ้ือหามาใชไ้ ด้ โทรเลขต้องเลิกกิจการไป คนเขียนจดหมายถึงกันน้อยลง คน ติดต่อส่ือสารถึงกันท่ัวโลกได้อย่างฉับพลันทางโทรศัพท์มือถือและ ทางอนิ เทอร์เน็ต อาทติ ย์ขึน้ อาทติ ย์ตก อาทิตย์ข้นึ อาทิตยต์ ก มาถึงวันนี้ เม่ือคนรุ่นราวคราวเดียวกับผมมองดูเด็กรุ่นลูก และ รุน่ หลาน เด็กท่เี คยจูง เคยอุ้มมาต้งั แต่ยงั ตัวน้อยๆ วนั นก้ี เ็ ตบิ โต เป็นผู้ใหญ่ คนร่นุ ผมเกดิ ความรูส้ ึกขัดแย้งในใจวา่ คนรุ่นใหม่ ซ่งึ หมายถงึ คน รนุ่ ลกู ของพวกเราไมค่ อ่ ยนยิ มแตง่ งานกนั เหมอื นประเพณที พ่ี วกเรา คนุ้ เคย 133
ความคดิ เกย่ี วกบั การสรา้ งครอบครวั ของคนรนุ่ ลกู คงเปลย่ี นไปแลว้ อิทธิพลของโลกาภิวัฒน์ และบริโภคนิยมก�ำลังบีบให้คนรุ่นใหม่ มีชีวิตออกนอกวถิ ีทางท่เี คยปฏิบตั ิกนั มาในสมยั คนรุ่นเรา “ท�ำไม จะต้องแตง่ งานกนั ” “ทำ� ไมจะต้องจดทะเบียนสมรสกัน” รกั กนั ชอบกันกอ็ ยู่กินกนั ไป ไมช่ อบกนั เมอื่ ไรก็เลิกรากันไป ลูกๆ หลาย คนไม่คิดจะมีคู่ครอง พ่อแม่หลายคนคิดจะเข้าไป “แทรกแซง” จนลกู บางคนตอ้ งขอรอ้ งพอ่ แมว่ า่ กรณุ าอยา่ ยงุ่ ลกู ๆ บางคนสนใจ แตเ่ พอ่ื นเพศเดยี วกนั หลายคนแตง่ งานแลว้ แตไ่ มอ่ ยากมลี กู หรอื บางคนมีลกู แต่ก็ขอมเี พยี งคนสองคนเทา่ นนั้ วันนี้ ลูกๆ ของคนรุ่นราวคราวเดยี วกับผมผลิตหลานๆ ให้พวก เราเป็นจำ� นวนนอ้ ยเตม็ ที เพือ่ นๆ ของผมไม่มากนกั ท่มี โี อกาสได้ เปน็ ป่ยู า่ ตายาย แลว้ พร่งุ นี้ คนร่นุ ผม จะมสี กั กี่คนทีจ่ ะมีเหลน เรยี กเปน็ “ทวด” กับเขาบา้ ง อาทติ ย์ขน้ึ อาทิตยต์ ก อาทิตยข์ ้นึ อาทิตย์ตก 134
๑๕เคยเลา่ เรื่องนไ้ี ว้เม่อื ตน้ ปี 2553 ผสู้ งู อายุ คือ ผ้มู ีอายุ 65 ปีขึน้ ไป จะดกี วา่ ไหม? ประชากรและการพฒั นา ปีท่ี 30 ฉบับที่ 3 กมุ ภาพันธ-์ มีนาคม 2553
พระอาทติ ย์ขึน้ พระอาทิตย์ตก พระอาทติ ยข์ นึ้ พระอาทติ ยต์ ก พระอาทติ ยข์ ้ึน พระอาทติ ย์ตก ซำ�้ แลว้ ซ�้ำเลา่ เปน็ ภาพของกาล เวลาที่ วัน เดือน ปี ผ่านไปแต่ละวนั เรมิ่ ต้นเม่อื อาทติ ย์โผลพ่ น้ ขอบฟา้ ยามเชา้ แล้วคอ่ ยเคลอื่ นคลอ้ ยเปน็ สาย เทย่ี ง บ่าย เยน็ จนลบั หายไปทางทศิ ตะวันตก กลายเป็นเวลาคำ�่ มืด ดึกด่นื จน เวยี นมาเปน็ รุ่งสางของเช้าวนั ใหม่ วนเวียนอยู่อยา่ งน้ี วันแล้ววัน เล่า ปแี ลว้ ปเี ลา่ ผมโชคดที บ่ี า้ นอยใู่ กลพ้ ทุ ธมณฑล ไดม้ โี อกาสไปเดนิ ออกกำ� ลงั กาย ในมณฑลท่ีสงบร่มรื่นแห่งน้ีแทบทุกวัน ผมออกเดินตอนเช้ามืด บอ่ ยครงั้ เมอ่ื ยงั ไมส่ วา่ งผมจะเดนิ รอบองค์ “พระศรศี ากยทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์” องค์พระพุทธรูปปางลีลาหัน พระพกั ตรไ์ ปทางทศิ ตะวนั ออก ผมไดเ้ หน็ ชว่ งเปลยี่ นผา่ นของกาลเวลา จากคนื เปน็ วนั เมอื่ ฟา้ สาง เหน็ แสงอาทติ ยย์ ามเชา้ ทสี่ อ่ งสาดความ มดื ใหจ้ างลง มองไปทางกรงุ เทพมหานคร ฟา้ คอ่ ยสวา่ งขน้ึ เรอ่ื ยๆ แล้วแสงที่เริ่มจากทางทิศตะวันออกก็แผ่ซ่านครอบคลุมท่ัวผืนฟ้า อย่างรวดเร็ว บรเิ วณพุทธมณฑลที่ผมเดนิ อยกู่ ส็ ว่างข้ึน มองเห็น หน้าตาผู้คนท่ีมีกิจวัตรอย่างเดียวกัน คือมาเดินออกก�ำลังกาย ยามเช้า 136
ทพ่ี ุทธมณฑลแห่งนี้ ยามร่งุ สาง พวกเราได้สดู อากาศบริสทุ ธ์ิ ฟัง เสียงนกนานาชนิดท่ีเพ่ิงต่ืนรับแสงอาทิตย์ส่งเสียงร้องขานรับ ประสานกนั เสยี งกระรอกรอ้ งกรอ๊ กๆ อยู่ตามตน้ ไม้ เชา้ วันใหม่ ทแ่ี สนสดช่นื ไดเ้ ร่มิ ต้นขึน้ อีกวนั หนึง่ แลว้ “มแี ต่คนแก่ๆ ทัง้ นน้ั เลย (ท่มี าเดนิ ออกก�ำลงั กายกัน)” วันหนึ่ง ขณะทีผ่ มเดินรอบพุทธมณฑลในตอนสาย มีผู้คนมาใช้ สถานทแ่ี หง่ นเ้ี พอ่ื พกั ผอ่ นหยอ่ นใจมากมาย บา้ งใหอ้ าหารเลย้ี งปลา ในสระน�ำ้ ใหญ่ บ้างน่ังเลน่ ใตร้ ม่ ไม้ และบ้างเดนิ เลน่ ตามทางเดนิ ภายในบริเวณ ขณะท่ีผมเดินสวนทางกับแม่ลูกคู่หน่ึง ผมได้ยิน ลกู สาวอายุราวสิบขวบตน้ ๆ พดู กบั แมว่ า่ “มีแต่คนแก่ๆ ทั้งนน้ั เลยนะแม่” เธอคงหมายถงึ ผคู้ นทเ่ี ธอเห็นมาเดินออกก�ำลังกายอยู่ ในวนั นน้ั วา่ มแี ตค่ นแก่ ผมไดย้ นิ แลว้ กส็ ะดงุ้ เพราะเธอพดู ประโยค นใี้ นจงั หวะทเ่ี ดินสวนกับผมพอดี “คนแก่ๆ” ทเ่ี ธอพดู ถงึ จงึ เข้าตัว ผมอยา่ งจงั ผมคงเปน็ หนง่ึ ในบรรดา “คนแกๆ่ ทง้ั นนั้ ” ในสายตา ของเธอ ผมไม่แน่ใจว่าคนแก่ๆ ในสายตาของเด็กอายุสิบกว่าขวบน้ันจะ หมายถึงคนอายปุ ระมาณสกั เทา่ ไร ลองคดิ ยอ้ นกลบั ไปดูสมยั เมอ่ื 137
ตวั เองยงั เปน็ เดก็ ผมกร็ สู้ กึ วา่ คนอายุ 40-50 ปี เปน็ คนสงู วยั มากๆ แลว้ แม้จะยังไม่ถึงกับเป็นคนแก่ก็ตาม เมอื่ เราเป็นเดก็ เราคงจะ รู้สึกเหมือนกันว่าคนอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นคนแก่แล้วจริงๆ ยิง่ ถ้าอายุ 70-80 ปี กม็ องวา่ เป็นคนแก่มากๆ จนถึงข้ันท่ีเรยี กได้ วา่ “แก่หงอ่ ม” ไดเ้ ลยทีเดียว ความจริง “ความแก่” คงไม่ได้อยูท่ ่อี ายุเปน็ จ�ำนวนปที ม่ี ีชวี ิตอยู่ มาต้ังแตเ่ กดิ ตอนผมเป็นเดก็ นกั เรียนมธั ยม และเม่ือเข้าเรียนใน มหาวิทยาลยั แล้ว ก็มีเพ่ือนรว่ มชนั้ เรียนหลายคนทีห่ น้าแก่ บาง คนถงึ ขนาดท่เี พ่ือนๆ ใหส้ มญาวา่ “ไอ้แก่” ทั้งๆ ท่อี ายกุ ็ไมต่ า่ ง กบั เพื่อนๆ รนุ่ เดียวกนั มากนกั เพอ่ื นหนา้ แก่ตงั้ แต่เด็กเหล่านี้ พอ อายุมากขนึ้ บางคนหนา้ กลบั ออ่ นวัยกวา่ คนอ่นื จึงพอจะพูดไดว้ า่ ความแกเ่ ป็นลกั ษณะทางกายภาพ ไมเ่ กี่ยวกบั จ�ำนวนปที ่มี ีชีวิตอยู่ มา เดก็ ๆ ก็แก่ได้ ฝร่ังใช้ค�ำว่า “old” เพ่อื หมายถงึ แก่ หรอื เก่า แต่เม่ือถามวา่ คุณอายุเทา่ ไร กลบั ถามว่า “How old are you?” แปลเปน็ ไทยว่า “คุณแกเ่ ท่าไร” ท�ำไมไมถ่ ามว่า “How young are you?” “คณุ ออ่ นเท่าไร” ก็ไม่รู้ เด็กหญิงทพ่ี ูดกับแม่ว่ามีแตค่ นแกๆ่ มาเดนิ ท่ีพทุ ธมณฑลนั้น อาจ เปน็ เพราะเธอเกอื บจะไมเ่ หน็ เดก็ รนุ่ ราวคราวเดยี วกนั กบั เธอมาเดนิ เลยกไ็ ด้ ถ้าเช่นนนั้ ก็คงเป็นจริงอยา่ งท่ีเธอเห็นว่ามีแต่คนแกๆ่ ใน 138
พนื้ ทที่ ผี่ คู้ นมาเดนิ หรอื วง่ิ ออกกำ� ลงั กายเชน่ ทพ่ี ทุ ธมณฑลนี้ เรามกั ไมค่ อ่ ยเหน็ เดก็ และวยั รนุ่ การเดนิ ดเู หมอื นจะเปน็ วธิ อี อกกำ� ลงั กาย ของผสู้ งู อายุ หรอื เปน็ ทางเลอื กของคนทมี่ นี ำ้� หนกั เกนิ แลว้ ตอ้ งการ ลดนำ้� หนกั เมอื่ เปน็ เดก็ นอ้ ย เธอจงึ มองไปวา่ มแี ตค่ นแกๆ่ มาเดนิ อยู่เทา่ น้ัน ผมเอาค�ำพูดของเด็กหญิงคนนั้นมาคิดดูอีกทีหนึ่ง “มีแต่คนแก่ๆ ทั้งน้ัน” ค�ำพูดนก้ี ็นา่ จะใช้อธบิ ายสงั คมไทยได้ดีทีเดยี ว การท่เี รา เห็นทารกและเด็กมีอยู่น้อยในสังคม ก็จะท�ำให้เราเห็นไปว่ามีแต่ คนแก่ๆ ชวี ติ ผมยาวนานพอทจี่ ะไดเ้ หน็ การเปลยี่ นแปลงในสงั คมไทยมาบา้ ง เพยี งเมอื่ ราว 30 ปีก่อน ยงั จำ� ได้วา่ เวลาเขา้ ไปในหมบู่ ้านชนบท เราจะได้ยินเสียงทารกร้อง ได้เห็นเด็กเล็กๆ วิ่งเล่น ต่างกับ สมัยนี้ เวลาเขา้ ไปเดินในหมบู่ า้ นจะรู้สกึ เงียบเหงา ไม่คอ่ ยไดย้ นิ เสียงทารกร้องจากบา้ นโนน้ บ้านนีเ้ หมอื นเมอ่ื ก่อน สงั เกตได้ชดั ๆ ว่ามีเด็กเล็กๆ ในหมู่บ้านน้อยลง เราเห็นคนแก่ในหมู่บ้านมี มากขน้ึ อาจเปน็ เพราะคนแกส่ มยั นมี้ สี ขุ ภาพดี อายุ 70-80 ปแี ลว้ ก็ยังเดนิ เหนิ ไปมาได้คล่องแคลว่ ออกมาเดิน มาน่งั นอกบ้านได้ ดังนัน้ ถ้าไปตามหม่บู า้ นชนบทขณะนีก้ ็เห็นจะต้องพูดว่า “มแี ต่ คนแกๆ่ ท้งั น้นั ” 139
คนแกส่ มัยก่อนกับสมยั นีอ้ ายุต่างกนั ถ้าเราลองนกึ ถงึ ภาพคนแกใ่ นสงั คมสมยั ก่อน กค็ งพอจะมองเห็น ว่าคนที่จะเรียกได้ว่าเป็นคนแก่ต่างยุคสมัยกันน่าจะมีวัยไม่เท่ากัน สงั คมเมอ่ื หลายรอ้ ยปกี อ่ น เมอ่ื ผคู้ นยงั อายไุ มย่ นื ยาวนกั “อายคุ าด เฉลีย่ ” อาจจะอยู่ในราว 40 กวา่ ปีเท่านัน้ เม่อื ร้อยปีกอ่ น ใครท่ี อายถุ ึง 40 ปี ก็ตอ้ งนับว่าเป็นผสู้ งู อายุ ถ้าอายเุ กนิ จากนีไ้ ปเป็น 50-60 ปี ก็นบั ไดว้ า่ เปน็ คนแก่แลว้ คนทอ่ี ายุ 60 ปีขึน้ ไปมีไมม่ าก นกั อาจมีอยูไ่ มถ่ งึ 1% ของประชากรทัง้ หมดดว้ ยซ้�ำ สมัยกอ่ น คนทเี่ กดิ มาในรนุ่ ปเี ดยี วกนั มไี มถ่ งึ 20% ทจ่ี ะรอดชวี ติ อยจู่ นมอี ายุ ถึง 60 ปี แต่ก่อนผู้หญิงผู้ชายท่ีอายุ 50 ปีข้ึนไปก็สามารถ เปน็ ปู่ยา่ ตายายได้แล้ว อาจมลี ูกหลานนบั เป็นสบิ ๆ คน เพราะ คนรุ่นก่อนแตง่ งานกันเมอ่ื อายยุ งั นอ้ ย และเมื่อแต่งงานแล้วก็มลี กู กันมาก จึงไม่แปลกท่ีคนอายุขึ้นถึงหลัก 50 ปีจะเรียกว่าเป็น คนแก่ไดอ้ ยา่ งเตม็ ปากเต็มค�ำ ขอ้ คิดส�ำคัญอีกประการหนง่ึ คอื เมอ่ื รอ้ ยปกี ่อน คนอายุ 50 ปี มี “อายคุ าดเฉล่ยี ที่เหลอื อย”ู่ อกี เพยี งประมาณ 17 ปีเท่านัน้ หมายความว่า เมอ่ื คนสมยั ก่อนมอี ายุ 50 ปีแลว้ กจ็ ะมีชวี ิตอยู่ ต่อไปโดยเฉล่ียอีกเพียง 17 ปี ถ้าเทียบกับคนสมัยปัจจุบัน ที่พอมีอายุ 50 ปี กค็ าดวา่ จะมชี วี ติ อยู่ต่อไปโดยเฉลยี่ อกี นานกวา่ 30 ปี นานกว่าคนเมือ่ ร้อยปีกอ่ นเปน็ เทา่ ตวั 140
ดังนั้น ในขณะที่คนเมือ่ ร้อยปีกอ่ นพอมอี ายุ 50 ปี ก็เรียกได้วา่ “แก่แล้ว” คนสมัยน้ีที่มีอายุ 50 ปีเท่ากัน ยังไม่น่าจะเรียกว่า เป็น “คนแก”่ เพราะอย่างน้อยก็จะมชี ีวติ เหลอื อย่ยู าวนานอีกกว่า 30 ปี นิยามของผสู้ ูงอายุน่าจะดทู ่อี ายทุ ่ีเหลอื อยู่มากกว่าอายุจรงิ ความก้าวหน้าทางการแพทย์สาธารณสุข สุขาภิบาลและ สิ่งแวดล้อมได้ท�ำให้ผู้คนมีอายุยืนยาวข้ึน คนสมัยนี้ตายยากขึ้น การตายในวัยทารกได้ลดลงเป็นสิบเป็นร้อยเท่ากว่าเมื่อร้อยปีก่อน เพราะการดแู ลครรภ์ การท�ำคลอด อนามัยแมแ่ ละเดก็ รวมทง้ั การสร้างภูมิคุ้มกันให้ทารกและเด็กได้พัฒนาก้าวหน้าและ ครอบคลุมท่วั ถึงมากข้นึ โรคติดเช้อื ต่างๆ ที่เคยระบาดและครา่ ชีวิตคนลงคราวละมากๆ ได้ถูกขจัดให้หมดไป สุขาภิบาลและ ส่งิ แวดล้อมทดี่ ีขนึ้ ช่วยขจดั เชอ้ื โรคและพาหะนำ� โรคหลายชนดิ ให้ ลดน้อยลงอยา่ งมาก ความก้าวหน้าทางการแพทย์และเวชศาสตร์ ช่วยรักษาชีวิตมนุษย์จากความเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ ท�ำให้ อตั ราตายของประชากรลดนอ้ ยลง เดยี๋ วน้ี คนไมต่ ายกนั งา่ ยๆ เหมอื นเมอื่ กอ่ น ถา้ ไมห่ นกั หนาสาหสั จรงิ ๆ หรอื ไม่ใชโ่ รคหรอื การบาดเจ็บทีท่ ำ� ลายอวยั วะสำ� คัญจริงๆ 141
ก็มีทางบำ� บดั รักษาแกไ้ ขใหย้ งั คงมชี วี ิตอยู่ได้ แม้บางครง้ั อวยั วะ สำ� คญั ของรา่ งกายบกพรอ่ งเสยี หาย หรอื ไมท่ ำ� หนา้ ทก่ี ม็ กี ารเปลยี่ น ถ่ายอวัยวะกนั ได้ ท้งั เอาของคนอื่น หรือใช้อวัยวะเทยี มมาใสแ่ ทน ได้ ชวี ิตคนสมยั น้ีจงึ ยืนยาวขนึ้ อยา่ งมาก ปจั จบุ นั ประเทศไทยนยิ ามผสู้ งู อายวุ า่ หมายถงึ บคุ คลทม่ี อี ายตุ ง้ั แต่ 60 ปขี นึ้ ไป คอื เอาจ�ำนวนปขี องชวี ติ ตง้ั แตเ่ กดิ มาจนถงึ 60 ปเี ปน็ เกณฑ์ ถา้ เราคดิ ดใู หด้ ๆี นยิ ามนไ้ี มน่ า่ จะสอดคลอ้ งกบั สภาพความ เป็นจริงของพัฒนาการเก่ียวกับอายุคาดเฉลี่ยของคนไทยที่เพิ่มสูง ขึ้นอย่างมาก ในอดีตเมื่อ 50 ปีก่อน คนไทยเกิดมาจนมีอายุ 60 ปี จะมอี ายยุ นื ตอ่ ไปโดยเฉลย่ี เพยี ง 13-14 ปเี ทา่ นน้ั แตป่ จั จบุ นั พอคนไทยอายุ 60 ปี กค็ าดว่าจะมีอายุที่เหลอื อยู่อีกมากถงึ 20 กวา่ ปี อายคุ าดเฉลยี่ ทเ่ี หลอื อยนู่ ม้ี แี นวโนม้ ทจ่ี ะเพมิ่ ขนึ้ อกี ในอนาคต ตอ่ ไปอกี เพยี งประมาณ 10 ปีขา้ งหนา้ เมื่อคนไทยอายุ 60 ปแี ล้ว ก็จะมอี ายุคาดเฉลีย่ ท่ีเหลอื อย่อู ีกถงึ 25 ปี หรอื มากกวา่ นน้ั เมื่อเป็นเช่นน้ี แทนท่ีจะใช้อายุหรือจ�ำนวนปีตั้งแต่เกิดมาจนถึง 60 ปีเป็นเกณฑ์จดั คนใหเ้ ป็นผูส้ ูงอายุ เราควรจะนำ� เอา “จ�ำนวน ปขี องชีวติ ท่เี หลอื อย”ู่ มาใช้ประกอบการพิจารณาเรยี กคนวา่ เปน็ “ผู้สูงอายุ” จะดีกว่าไหม กล่าวคือ แทนที่จะก�ำหนดตายตวั ลงไป ว่าคนที่อายุ 60 ปีข้ึนไปเปน็ ผูส้ ูงอายุ เรามาคดิ กนั ใหมว่ า่ คนจะมี 142
ชีวติ อยตู่ อ่ ไปอีกก่ีปจี งึ จะเรียกวา่ เปน็ ผู้สงู อายุ ถา้ สมมุตกิ ำ� หนดให้ ผสู้ งู อายมุ ชี ีวติ ทเี่ หลืออยจู่ นกวา่ จะตายโดยเฉล่ยี ประมาณ 15 ปี ผู้สูงอายกุ ็ควรหมายถึงบคุ คลที่มอี ายุ 67-68 ปี ข้นึ ไป ต่อไปใน อนาคต เม่ือคนไทยอายุยืนยาวข้ึนอีกจนคนท่ีอายุ 70 ปีจึงจะ มีชีวิตท่ีเหลืออยู่อีก 15 ปี เราก็ปรับนิยามผู้สูงอายุเป็นคนที่มี อายุ 70 ปขี ึ้นไป ตอนนีค้ นไทยกม็ อี ายยุ นื ยาวขน้ึ อยา่ งมากแล้ว เราอาจขยบั เกณฑ์ ผู้สูงอายุท่ีเคยใช้ 60 ปีข้ึนไป เป็นผู้สูงอายุคือผู้ที่มีอายุต้ังแต่ 65 ปีข้ึนไป ซ่ึงก็จะเหมือนกับเกณฑ์ท่ีนานาประเทศเขาใช้กัน ทน่ี ิยามว่าผู้สงู อายุคือบุคคลท่ีมีอายุ 65 ปีขนึ้ ไป ถ้าประเทศไทยเปลีย่ นนยิ าม “ผู้สูงอายุ” จาก 60 ปขี ยับขึน้ ไป เป็น 65 ปี จ�ำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยก็จะลดลงทันที ประมาณ 2.5 ลา้ นคน และประชากรอายุ 60-64 ปี กจ็ ะเข้าไป รวมอยูก่ ับส่วนทเ่ี ปน็ แรงงาน ประชากรอายุ 60-64 ปนี อ้ี าจเป็น แรงงานทไ่ี มใ่ ชก้ ำ� ลงั หากแตใ่ ชส้ มอง ภมู คิ วามรู้ และประสบการณ์ เปน็ หลัก ประชากรกลมุ่ วยั นเ้ี มอื่ ยังไมถ่ ูกจดั ให้เป็นผ้สู ูงอายุ กย็ งั ไม่ต้องได้รับบ�ำนาญเงินช่วยเหลือหรือสวัสดิการในฐานะผู้สูงอายุ รัฐก็อาจน�ำสวัสดิการหรือเงินช่วยเหลือในส่วนน้ีไปจ่ายเพ่ิมให้ ผู้สูงอายทุ ีม่ อี ายุ 65 ปขี ้ึนไป 143
ในสว่ นตวั ผมยงั อยากใหเ้ ปลยี่ นนยิ ามผ้สู ูงอายใุ ห้สงู ไปถึง 70 ปี เสยี ด้วยซำ�้ เพราะอีกไม่นานคนอายุ 70 ปกี ็จะมี “ชวี ิตท่ีเหลอื อยู่ โดยเฉลยี่ ” อกี ประมาณ 15 ปี เทา่ กับชวี ิตทีเ่ หลืออยูข่ องคนอายุ 50 ปีสมยั ก่อน ทสี่ �ำคัญ ถ้าเปลี่ยนเกณฑผ์ ู้สงู อายุเป็น 70 ปีได้ ผมก็จะอยใู่ น สถานภาพเป็นคนวยั กลางคนไปได้อีกหลายปีทีเดียว ไมต่ อ้ งเที่ยว ประกาศว่าเปน็ ผูส้ ูงอายุ ทั้งๆ ทีใ่ จยังไม่ยอมแก่ 144
๑๖เคยเลา่ เรอ่ื งนไ้ี วเ้ มอ่ื ปลายปี 2553 ถา้ เตรยี มใจพรอ้ ม ความตายกไ็ มน่ ่ากลวั ประชากรและการพฒั นา ปที ่ี 31 ฉบบั ท่ี 3 กุมภาพันธ์-มีนาคม 2554
ในขณะทเี่ รม่ิ เขยี นบทความน้ี เหลอื เวลาอกี ไมก่ ว่ี นั กจ็ ะหมดปี 2553 แล้ว ขอกล่าวซ�้ำในข้อความทพ่ี ดู อยบู่ อ่ ยๆ และพูดได้ตลอดทง้ั ปี ว่า “เวลาช่างผ่านไปเร็วจริง ประเดี๋ยววัน ประเด๋ียวปี เผลอ แผล็บๆ ก็ผ่านไปอกี ปหี นงึ่ แลว้ ” คงไมใ่ ชผ่ มเพยี งคนเดยี วทร่ี สู้ กึ วา่ วนั เวลาผา่ นไปเรว็ ในหมเู่ พอื่ นๆ วัยเดียวกันเราก็คุยกันเร่ืองน้ี และคงไม่ใช่แต่คนท่ีอายุมากอย่าง พวกเราทค่ี ดิ เชน่ นั้น สองวนั ก่อน เดนิ ผา่ นกลมุ่ คนหนมุ่ ท่ีมีอาชพี ขับรถตู้โดยสาร ได้ยินเขาคุยกันว่า “เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน” “ปนี เ้ี รว็ จรงิ ๆ เหมอื นกบั วา่ เพง่ิ ขน้ึ ปใี หมไ่ ปเมอ่ื สองสามวนั กอ่ นมา นเ้ี อง” โลกสมยั ใหม่ เวลานา่ จะผา่ นไปเรว็ กวา่ ในสมยั กอ่ น ความกา้ วหนา้ ดา้ นเทคโนโลยใี นการตดิ ตอ่ สอ่ื สาร และคมนาคมไดย้ อ่ โลกใหเ้ ลก็ ลง เม่ือร้อยปีก่อน การเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหรือประเทศใน ทวีปยโุ รปต้องใช้เวลาเป็นเดือน เดี๋ยวนเี้ ราบนิ ข้ามนำ�้ ข้ามแผ่นดิน ไปครง่ึ โลกกใ็ ชเ้ วลาเพยี งวนั เดยี วเท่านน้ั เคยคุยกันวา่ ในตอนเช้า เราบนิ จากกรงุ เทพฯไปเมอื งใหญเ่ มอื งใดกไ็ ดใ้ นประเทศไทย ไมว่ า่ จะเปน็ เชยี งใหม่ หาดใหญ่ อุดรธานี อุบลราชธานี กินขา้ วเชา้ ท�ำธุระ กินอาหารกลางวัน ท�ำธุระต่ออีก แล้วบินกลับมาถึง กรงุ เทพฯกย็ งั ไมค่ ำ่� แลว้ เดย๋ี วนี้ ไมว่ า่ จะอยแู่ หง่ ไหนในประเทศไทย เรากย็ งั สามารถใช้โทรศัพท์มือถือตดิ ตอ่ กับคนไดท้ วั่ ทง้ั โลก 146
คงเป็นด้วยเหตุทีโ่ ลกแคบลง เล็กลงอย่างนีล้ ะกระมัง ท่ีทำ� ให้เรา รู้สึกวา่ เวลาสมัยนชี้ า่ งผ่านไปเรว็ เหลอื เกนิ หนง่ึ เดอื นเตม็ ในโรงพยาบาล ผ่านไปอีกปีหน่ึงแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าปีน้ีผมต้องนอนในโรงพยาบาล เป็นเวลานานถึง 30 วนั ผมเข้าโรงพยาบาลเพอื่ รับการผ่าตดั ใหญ่ 2 ครั้ง คร้ังแรกในเดอื นเมษายน อยู่โรงพยาบาล 18 วัน ครง้ั ที่ สองในเดือนพฤศจกิ ายน อกี 12 วนั เมอื่ เดอื นเมษายน กอ่ นถงึ วนั สงกรานต์ 2 วนั ผมเกดิ อาการอดึ อดั ในทอ้ งอยา่ งมาก อาเจยี น แต่ไมม่ อี ะไรออกมามากนกั มีไข้สงู และความดันโลหิตขึ้นสูงมาก ผมต้องเข้าโรงพยาบาลรามาธิบดี อย่างฉุกเฉิน มีนิ่วก้อนใหญ่ในถงุ น�้ำดี และกำ� ลงั อักเสบ ยาสลบเปน็ ยามหศั จรรย์ ผมนบั จากหนง่ึ ไมท่ นั ถงึ สาม กห็ มดความ ร้สู กึ อย่างส้ินเชิง ไม่คดิ ไมฝ่ นั จิตไม่ได้ออกจากรา่ งไปทใี่ ดทั้งส้นิ ถา้ ไมม่ กี ารวางยาสลบ การผา่ ตดั รา่ งกายคงทำ� ไดย้ าก โดยเฉพาะ การผา่ ตดั เพือ่ รกั ษาอวยั วะภายใน ไม่วา่ จะเปน็ สมอง เสน้ โลหิต 147
หัวใจ ปอด ตับ ไต ไส้ กระเพาะ และกระดกู ขอ้ ตอ่ ตา่ งๆ ผมหลบั ไปในการผา่ ตัดคร้ังแรกเกือบ 6 ช่วั โมง และคร้งั หลังผม กห็ ลับไปอีกประมาณ 6 ช่ัวโมงเชน่ กนั รวมเวลาท่ีผมสลบ ไมม่ ี ความรสู้ กึ อยา่ งใดทง้ั สน้ิ ในปนี ้ี ราว 12 ชว่ั โมงหรอื ครึ่งวัน การผ่าตัดครง้ั แรก เป็นเร่อื งฉุกเฉนิ ผมไมไ่ ดเ้ ตรยี มตัวเตรยี มใจ อยา่ งไรทงั้ สิ้น เขา้ โรงพยาบาลในตอนเย็น คืนนนั้ รา่ งกายของผม กไ็ ดร้ บั การตรวจตราอยา่ งละเอยี ดดว้ ยเครอ่ื งมอื ทางการแพทยท์ นั สมยั นานาชนิด ไมว่ า่ จะเป็นการเอ็กซเรยค์ วามถ่ีสูง อลั ตราซาวด์ การทำ� สแกนเพื่อเหน็ ภาพอวัยวะภายในร่างกาย เชา้ วนั รงุ่ ขนึ้ ผมกไ็ ดร้ บั การผา่ ตดั หมอไดผ้ า่ เอากอ้ นนว่ิ สดี ำ� ขนาด พอๆ กบั หัวนิ้วโปง้ ออก และตัดถุงน�ำ้ ดที ีม่ อี าการอักเสบทิ้งไปเลย ผมไมม่ ดี ี (ถงุ น้ำ� ด)ี แลว้ ครบั เมอ่ื ฟน้ื จากฤทธย์ิ าสลบจากการผา่ ตดั ครงั้ แรก ผมมปี ญั หา หายใจ ไมไ่ ด้ ปอดทำ� งานไดไ้ มเ่ ตม็ ที่ สาเหตเุ นอื่ งมาจากอาการอกั เสบตดิ เช้ือของน่ิวก้อนนั้น และที่ส�ำคัญคือ บางส่วนของล�ำไส้ได้เลื่อน ทะลุ “กะบงั ลม” ข้ึนมาเบยี ดพน้ื ที่ปอด กะบงั ลมของผมฉีกขาด เนอื่ งมาจากอุบัติเหตเุ ม่ือ 20 ปีก่อน เวลาผา่ นไป บางสว่ นของ ล�ำไส้ได้ค่อยๆ เล่ือนข้ึนมา ท�ำให้ปอดมีพื้นท่ีขยายตัวน้อยลง 148
แพทย์จึงต้องให้ผมใส่ท่อคาไว้ในหลอดลมเพ่ือช่วยหายใจ ช่วงน้ี ทรมานท่ีสดุ พดู กพ็ ดู ไมไ่ ด้ และพยาบาลจะมาดูดเสมหะออกจาก ลำ� คอทกุ ๆ 2 ชั่วโมง ซึ่งกเ็ จบ็ มากอยู่เหมอื นกัน ผมอาศยั ทอ่ ชว่ ย หายใจอยู่นานถึง 3 วนั ในการผา่ ตดั คร้งั แรก และต้องอยูใ่ นหอ้ ง ไอซยี ูถึง 5 วนั เตรยี มตัวผา่ ตดั ผมใชเ้ วลา 2-3 เดือนก่อนทจ่ี ะตดั สินใจวา่ จะขอเขา้ รบั การผ่าตัด อีกคร้ัง ผ่าตัดคราวนี้เพ่ือ “จัดระเบียบอวัยวะภายใน” คือ ดึงและดันให้ส่วนของส�ำไส้เล่ือนทะลุกะบังลมกลับไปอยู่ใน บริเวณช่องท้องตามเดิม และปะรอยฉีกขาดของกะบังลม การผา่ ตดั ตอ้ งอาศยั แพทยผ์ เู้ ชยี่ วชาญทงั้ ดา้ นอวยั วะภายในทรวงอก และในช่องท้อง การผ่าตัดครั้งหลังน้ีก�ำหนดเป็นต้นเดือน พฤศจกิ ายน 2553 เม่ือตัดสินใจแน่นอน และมีก�ำหนดเวลาชัดเจนแล้ว ผมก็ “ออกกำ� ลังกาย” เพื่อใหร้ ่างกายแข็งแรง พรอ้ มทจี่ ะรับมือกับการ ผา่ ตดั เปดิ เขา้ ไปถงึ ทรวงอกและชอ่ งทอ้ ง ทสี่ ำ� คญั คอื ผมได้ “ออก ก�ำลังใจ” ให้พร้อมที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดข้ึนใน 149
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242