Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566

หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566

Published by pariyapat2279, 2023-07-23 07:32:42

Description: หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566

Search

Read the Text Version

โรงเรยี นวดั พชื นมิ ิต(คาสวัสดิร์ าษฎร์บารงุ ) ไดใ้ ชร้ ปู แบบการจัดประสบการณ์การเรียนรโู้ ดยใช้ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้ เด็กได้สังเกต สารวจ ค้นคว้า ทดลอง และแก้ปัญหาด้วยตนเอง รู้จักคิด มีความคิดสร้างสรรค์ ให้ โอกาสเด็กได้ใช้ความคิดของตนเองได้มากท่ีสุด ผ่านกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ในโครงการ “บ้านนกั วิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ซ่ึงกระบวนการสืบเสาะหาความรปู้ ระกอบดว้ ย ๕ ขนั้ ตอน คือการสร้างความสนใจ (Engagement) การสารวจและค้นหา (Exploration) การอธิบาย (Explanation) การขยายความรู้ (Elaboration) และการประเมินผล (Evaluation) ท้ังนี้กิจกรรมท่ี จะให้นักเรียนสารวจตรวจสอบ จะต้องเชื่อมโยงกับความคิดเดิม และนาไปสู่การแสวงหาความรู้ใหม่ และไดใ้ ช้กระบวนการและทักษะต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตรแ์ ละการสืบเสาะหาความรู้ ซ่ึงโรงเรยี นวดั พชื นิมิต(คาสวัสดิ์ราษฎร์บารุง) ได้ประยุกต์ข้ันตอนของกระบวนการสืบเสาะหาความรู้เพ่ือให้เหมาะสม กับสาหรบั เด็กปฐมวัย ดงั น้ี ขั้นที่ ๑ ผูเ้ รียนมีส่วนร่วมในการต้ังคาถามเชิงวทิ ยาศาสตรอ์ ย่างงา่ ยๆ ขั้นท่ี ๒ ผ้เู รียนทาการสารวจตรวจสอบเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสงั เกต สารวจ สืบคน้ หรือทดลอง และ บันทึกผลการสารวจตรวจสอบดว้ ยวิธีท่ีเหมาะสมกับวยั ข้นั ที่ ๓ ผู้เรียนตอบคาถามทตี่ ้ังขึ้นโดยใชผ้ ลจากการสารวจตรวจสอบมาสรา้ งคาอธบิ ายที่ มีเหตผุ ล ขั้นที่ ๔ การนาเสนอผลการสารวจตรวจสอบให้กบั ผู้อ่นื ดว้ ยวธิ ที ่ีเหมาะสมกับวยั และ ความสามารถ ส่อื พัฒนำกำรเรียนรู้ โรงเรียนวัดพืชนิมิต(คาสวัสดิ์ราษฎร์บารุง) จัดให้มีส่ือเพ่ือสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้ ของเด็ก สื่อประกอบการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวยั ท้ังทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยจดั ใหม้ ีสอื่ ท้ังท่เี ปน็ ประเภท ๒ มติ ิ และ ๓ มติ ิ ทเ่ี ปน็ สื่อของจรงิ สือ่ ธรรมชาติ สื่อ ท่ีอยู่ใกล้ตัวเด็ก สื่อสะท้อนวัฒนธรรม ส่ือท่ีปลอดภัยต่อตัวเด็ก ส่ือเพ่ือพัฒนาเด็กในดา้ นต่างๆให้ครบ ทุกด้าน สื่อท่ีเอื้อให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสท้ังห้า โดยการจัดการใช้สื่อเริ่มต้นจาก ส่ือของจรงิ ภาพถา่ ย ภาพโครงรา่ ง และ สัญลักษณ์ ใช้สอื่ เหมาะสมกับวัย วฒุ ิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจและความตอ้ งการของเดก็ ที่หลากหลาย โรงเรียนวัดพืชนิมิต(คาสวสั ดร์ิ าษฎร์บารุง) มุง่ เนน้ ให้เดก็ ๆไดเ้ รียนรู้จากส่อื ท่ีมีความหลากหลายและไดเ้ รียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนและในชุมชน เพอ่ื เน้นใหเ้ ด็กสร้างองค์ความร้ทู ่ีเกิดจากการได้ลงมอื ปฏิบัติจริง ท้ังน้ี โรงเรยี นไดจ้ ัดส่ือสาหรบั เดก็ ปฐมวัย ดงั น้ี ๑. สอ่ื ทีไ่ ดจ้ ากการจัดซ้ือ จัดหา เชน่ หนังสอื นิทาน เกมการศึกษา ของเล่น เครื่องดนตรี เครื่องกีฬา ๒. สื่อประเภทที่ครผู ู้สอนจดั ทา เชน่ สอื่ ประจาหน่วยการเรยี นรู้ ๓. สือ่ ที่ไดร้ ับการบริจาคจากผู้ปกครอง เช่นตกุ๊ ตา เครอ่ื งมือ เครอ่ื งใช้ เสอ้ื ผ้า ท่ีเปน็ ของจริง ๔. สื่อวสั ดธุ รรมชาตจิ ากชุมชน ๕. สอ่ื ประเภทเทคโนโลยี อาทิ เครอ่ื งเลน่ เทป วีดิทศั น์คอมพวิ เตอร์ ๖. สือ่ ท่ีเป็นภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ิน

ในการจัดประสบการณ์การเรียนรสู้ าหรับเด็กปฐมวัย โรงเรยี นวัดพืชนมิ ติ (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารงุ ) กาหนดให้มกี าร ใชส้ อื่ ในกิจกรรมและมุมประสบการณต์ ่างๆดงั นี้ กิจกรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ สื่อมีดงั นี้ ๑. เครือ่ งเคาะจงั หวะ เช่น ฉงิ่ เหลก็ สามเหลยี่ ม กรบั รา มะนา กลอง ฯลฯ ๒. อุปกรณป์ ระกอบการเคลือ่ นไหว เช่น หนังสือพมิ พ์ รบิ บน้ิ แถบผา้ ห่วง หวาย ถงุ ทราย กิจกรรมเสริมประสบกำรณ์ /กจิ กรรมในวงกลม สอ่ื มีดังนี้ ๑. สอ่ื ของจรงิ ท่ีอยู่ใกล้ตัวและสอ่ื จากธรรมชาตหิ รือวสั ดทุ อ้ งถิ่น เชน่ ตน้ ไม้ ใบไม้ เปลือกหอย เส้ือผ้า ฯลฯ ๒. สื่อทีจ่ า ลองขนึ้ เช่น ลกู โลก ต๊กุ ตาสตั ว์ ฯลฯ ๓. ส่อื ประเภทภาพ เช่น ภาพพลกิ ภาพโปสเตอร์ หนังสือภาพ ฯลฯ ๔. สื่อเทคโนโลยี เช่น วทิ ยุ เคร่ืองบันทึกเสียง เคร่ืองขยายเสียง โทรศัพท์ ฯลฯ กิจกรรมสรำ้ งสรรค์ มีวัสดุ อุปกรณ์ ดังนี้ ๑. การวาดภาพและระบายสี - สเี ทยี นแทง่ ใหญ่ สไี ม้ สีชอล์ก สีนา้ - พกู่ ันขนาดใหญ่ (ประมาณเบอร์ ๑๒) - กระดาษ - เส้อื คลุม หรือผ้ากันเปอื้ น ๒.การเลน่ กบั สี - การเปา่ สี มี กระดาษ หลอดกาแฟ สนี ้า - การหยดสี มี กระดาษ หลอดกาแฟ พกู่ ัน สีนา้ - การพับสี มี กระดาษ สนี ้า พู่กนั - การเทสี มี กระดาษ สีน้า - การละเลงสี มี กระดาษ สีน้า แปง้ เปยี ก ๓.การพมิ พภ์ าพ - แมพ่ มิ พ์ตา่ ง ๆ จากของจรงิ เช่น นิ้วมอื ใบไม้ ก้านกล้วย ฯลฯ - แมพ่ ิมพ์จากวัสดุอื่น ๆ เชน่ เชอื ก เส้นด้าย ตรายาง ฯลฯ - กระดาษ ผา้ เช็ดมือ สโี ปสเตอร์ (สีนา้ สีฝนุ่ ฯลฯ) ๔.การปน้ั เชน่ ดินนา้ มนั ดินเหนียว แป้งโดว์ แผน่ รองปั้น แม่พิมพร์ ูปตา่ ง ๆ ไมน้ วดแปง้ ๕.การพบั ฉกี ตัดปะ เชน่ กระดาษ หรอื วสั ดุอนื่ ๆทจี่ ะใช้พบั ฉีก ตัด ปะ กรรไกรขนาดเล็ก ปลายมน กาวน้าหรือแป้งเปียก ผ้าเชด็ มือ ๖. การประดิษฐเ์ ศษวัสดุ เชน่ เศษวัสดุต่าง ๆ มกี ล่องกระดาษ แกนกระดาษ เศษผา้ เศษ ไหม กาว กรรไกร สี ผา้ เช็ดมอื ๗.การร้อย เชน่ ลูกปดั หลอดกาแฟ หลอดด้าย ฯลฯ ๘.การสาน เช่น กระดาษ ใบตอง ใบมะพรา้ ว ฯลฯ ๙.การเลน่ พลาสตกิ สร้างสรรค์ พลาสตกิ ช้ินเล็ก ๆ รูปทรงต่าง ๆ สามารถนามาต่อเป็น รปู แบบตา่ ง ๆ ตามความต้องการ ๑๐.การสรา้ งรปู เชน่ จากกระดานปักหมดุ จากแปน้ ตะปทู ใี่ ชห้ นังยางหรอื เชอื กผูกดึงให้เปน็

รูปรา่ งตา่ ง ๆ กจิ กรรมกลำงแจ้ง สือ่ มีดงั นี้ ๑. เคร่ืองเล่นสนาม เชน่ เคร่ืองเล่นสา หรับปนี ป่าย เคร่ืองเล่นประเภทล้อเลอื่ น ฯลฯ ๒. ที่เล่นทราย มที รายละเอยี ด เคร่อื งเลน่ ทราย เคร่อื งตวง ฯลฯ ๓. ทีเ่ ล่นน้า มภี าชนะใสน่ ้าหรอื อา่ งน้าวางบนขาตงั้ ทีม่ ั่นคง ความสูงพอทเ่ี ด็กจะยนื ได้พอดี เสอ้ื คลมุ หรือผา้ กนั เปอ้ื นพลาสติก อปุ กรณ์เล่นนา้ เชน่ ถว้ ยตวง ขวดตา่ งๆสายยาง กรวยกรอกน้า ตุ๊กตายาง เกมการศึกษา ส่ือประเภทเกมการศกึ ษามีดงั น้ี ๑. เกมจับคู่ - จับคูร่ ูปร่างท่ีเหมอื นกัน - จับคูภ่ าพเงา - จบั คู่ภาพทซ่ี อ่ นอยูใ่ นภาพหลัก - จบั คู่สิง่ ท่ีมคี วามสมั พนั ธก์ นั สง่ิ ทีใ่ ช้ค่กู ัน - จับคูภ่ าพส่วนเตม็ กบั ส่วนย่อย - จับค่ภู าพกับโครงรา่ ง - จบั คูภ่ าพช้นิ ส่วนทหี่ ายไป - จับคูภาพท่ีเปน็ ประเภทเดยี วกัน - จับคู่ภาพทซ่ี อ่ นกนั - จับคภู่ าพสมั พันธแ์ บบตรงกันข้าม - จบั คภู่ าพที่สมมาตรกัน - จบั คแู่ บบอุปมาอุปไมย - จับคู่แบบอนกุ รม ๒. เกมภาพตดั ต่อ - ภาพตดั ตอ่ ท่ีสัมพนั ธ์กบั หน่วยการเรยี นตา่ ง ๆ เช่น ผลไม้ ผัก ฯลฯ ๓. เกมจัดหมวดหมู่ - ภาพสง่ิ ต่าง ๆ ที่นามาจัดเป็นพวก ๆ - ภาพเกย่ี วกบั ประเภทของใช้ในชวี ิตประจาวัน - ภาพจัดหมวดหมตู่ ามรูปร่าง สี ขนาด รปู ทรงเรขาคณิต ๔. เกมวางภาพต่อปลาย (โดมโิ น) - โดมิโนภาพเหมอื น - โดมิโนภาพสัมพันธ์ ๕. เกมเรยี งลาดบั - เรยี งลาดับภาพเหตกุ ารณ์ต่อเนอ่ื ง - เรยี งลาดบั ขนาด ๖. เกมศึกษารายละเอียดของภาพ (ลอตโต) ๗. เกมจับคู่แบบตารางสัมพันธ์ (เมตรกิ เกม) ๘. เกมพน้ื ฐานการบวก

กิจกรรมเสรี /กำรเลน่ ตำมมุม มีสือ่ ประกอบการเรยี นรใู้ นมุมประสบการณ์ ประกอบด้วย ๑. มุมบทบาทสมมติ จัดเปน็ มุมเล่น ดงั นี้ ๑.๑ มุมบ้าน - ของเลน่ เครือ่ งใชใ้ นครวั ขนาดเลก็ หรอื ของจา ลอง เชน่ เตา กะทะ ครก กาน้า เขียง มดี พลาสติก หม้อ จาน ช้อน ถว้ ยชาม กะละมงั ฯลฯ - เครอ่ื งเลน่ ตุ๊กตา เสื้อผา้ ต๊กุ ตา เตียง เปลเดก็ ตุ๊กตา - เคร่ืองแตง่ บา้ นจาลอง เช่น ชุดรับแขก โตะ๊ เครื่องแปง้ หมอนองิ กระจกขนาด เหน็ เตม็ ตวั หวี ตลบั แป้ง ฯลฯ - เครื่องแต่งกายบคุ คลอาชพี ต่าง ๆ ทีใ่ ชแ้ ล้ว เช่น ชุดเครือ่ งแบบทหาร ตารวจ ชุดเสือ้ ผา้ ผ้ใู หญช่ ายและหญงิ รองเท้า กระเปา๋ ถือทไี่ ม่ใช้แล้ว ฯลฯ - โทรศพั ท์ เตารีดจาลอง ทรี่ ีดผา้ จาลอง - ภาพถ่ายและรายการอาหาร ๑.๒ มมุ หมอ - เครอ่ื งเลน่ จาลองแบบเครื่องมือแพทยแ์ ละอุปกรณ์การรกั ษาผู้ป่วย เช่น หูฟงั เส้อื คลุมหมอ ฯลฯ - อุปกรณ์สาหรบั เลยี นแบบการบันทกึ ขอ้ มูลผูป้ ่วย เชน่ กระดาษ ดินสอ ฯลฯ ๑.๓ มมุ รา้ นค้า - กล่องและขวดผลิตภัณฑ์ต่างๆท่ใี ช้แลว้ - อุปกรณ์ประกอบการเล่น เช่น เครือ่ งคิดเลข ลูกคิด ธนบตั รจาลอง ฯลฯ ๒. มมุ บลอ็ ก - ไมบ้ ลอ็ กหรือแทง่ ไม้ทีม่ ขี นาดและรูปทรงต่างๆกนั จา นวนตง้ั แต่ ๕๐ ชิ้นขน้ึ ไป - ของเลน่ จาลอง เชน่ รถยนต์ เครอ่ื งบนิ รถไฟ คน สัตว์ ตน้ ไม้ ฯลฯ - ภาพถ่ายต่างๆ - ท่ีจดั เกบ็ ไม้บล็อกหรอื แทง่ ไมอ้ าจเป็นชน้ั ลังไม้หรือพลาสติก แยกตามรูปทรง ขนาด ๓. มุมหนังสือ - หนงั สือภาพนทิ าน สมดุ ภาพ หนังสอื ภาพท่ีมีคา และประโยคสนั้ ๆพร้อมภาพ - ชน้ั /ทว่ี างหนงั สอื - อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ท่ีใช้ในการสร้างบรรยากาศการอา่ น เช่น เสอ่ื พรม หมอน ฯลฯ - สมดุ เซ็นยืมหนังสอื กลบั บ้าน - อุปกรณส์ าหรบั การเขยี น - อุปกรณเ์ สรมิ เชน่ เคร่อื งเล่นเทป ตลบั เทปนิทานพรอ้ มหนังสอื นทิ าน หฟู งั ฯลฯ ๔. มมุ วิทยาศาสตร์ หรือมมุ ธรรมชาติศึกษา -วสั ดตุ า่ ง ๆ จากธรรมชาติ เชน่ เมล็ดพชื ต่าง ๆ เปลอื กหอย ดิน หนิ แร่ ฯลฯ - เครอื่ งมอื เครื่องใช้ในการสารวจ สงั เกต ทดลอง เช่น แวน่ ขยาย แม่เหล็ก เข็มทศิ เคร่อื งช่ัง ฯลฯ

แหลง่ เรยี นรสู้ ำหรบั เดก็ ปฐมวยั โรงเรยี นวดั พืชนมิ ิต(คาสวัสดร์ิ าษฎร์บารงุ ) จัดแหลง่ เรยี นรู้เพ่ือสง่ เสริมการเรียนรู้สาหรับเด็ก ปฐมวัย แบ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน และแหล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรียน ซ่ึงประกอบด้วย บุคคลและสถานท่ี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและภูมิปัญญาท้องถ่ิน โดยโรงเรียนมี วัตถปุ ระสงค์ในการใช้แหลง่ เรียนรสู้ าหรับเด็กปฐมวยั ดังนี้ ๑. เพ่ือขยายความคิดในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กวา้ งขวางขึน้ ๒. เพ่อื สนับสนนุ ให้จดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ใหส้ อดคล้องกับหลกั สูตรและเป็นการจดั การ เรียนรูต้ ามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ ๓. เพื่อสนบั สนุนการใชแ้ หล่งเรียนรูท้ มี่ ีอยู่แล้วให้เกิดคุณคา่ ตอ่ การเรยี นรู้ของผู้เรียนอยา่ ง แทจ้ รงิ ๔. เพือ่ กระต้นุ และพฒั นาการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรูท้ ่ีสอดคลอ้ งกบั ท้องถิน่ และเป็น ระบบมากขนึ้ ๕. เพื่อส่งเสรมิ ความสมั พันธ์ทด่ี ีระหวา่ งโรงเรยี นและชุมชน แหลง่ เรียนรสู้ าคญั ทโี่ รงเรียนใช้จดั ประสบการณ์การเรยี นร้สู าหรบั เด็กปฐมวัยมัดังนี้ แหลง่ เรียนรู้ภำยในโรงเรยี น ๑. หอ้ งสมดุ โรงเรียนวดั พืชนิมิต(คาสวสั ดิ์ราษฎร์บารุง) ๒. ห้องคอมพิวเตอรโ์ รงเรียนวัดพืชนิมิต(คาสวสั ด์ริ าษฎรบ์ ารงุ ) ๓. ป้ายนเิ ทศตา่ งๆของโรงเรยี นวัดพืชนมิ ิต(คาสวสั ดริ์ าษฎร์บารุง) แหล่งเรยี นรูภ้ ำยนอกโรงเรียน ๑. วัดพืชนมิ ิต ๒. สถานีรถไฟเชียงรากน้อย ๓. ศูนยเ์ รยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ทอ้ งฟ้าจาลอง ปทุมธานี ๔. สวนกลว้ ยไม้ นายโสภณ คุ้มโต ๕. สวนเกษตรพอเพียง นายละออ เจรญิ สุข ๖. พพิ ธิ ภณั ฑ์การเกษตรเฉลมิ พระเกียรติ

กำรจดั สภำพแวดล้อมและบรรยำกำศกำรเรยี นรู้ โรงเรียนวัดพืชนิมิต(คาสวัสดิ์ราษฎร์บารุง) ตระหนักและเห็นความสาคัญของการจัด สภาพแวดลอ้ มทส่ี ง่ เสรมิ บรรยากาศการเรียนรู้ของเดก็ ปฐมวัยเปน็ อย่างยิ่ง เน่ืองจากธรรมชาตขิ องเด็ก ในวัยน้ีสนใจที่จะเรียนรู้ ค้นคว้า ทดลอง และต้องการสัมผัสกับส่ิงแวดล้อมรอบๆตัว ดังนั้น การ จัดเตรียมส่ิงแวดล้อมอย่างเหมาะสมตามความต้องการของเด็ก จึงมีความสาคัญที่เกี่ยวข้องกับ พฤติกรรมและการเรียนรู้ของเด็ก เด็กสามารถเรียนรู้จากการเล่นท่ีเป็นประสบการณ์ตรงท่ีเกิดจาก การรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า จึงจาเป็นต้องจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนให้สอดคล้องกบั สภาพและ ความตอ้ งการ เพ่ือสง่ ผลให้บรรลจุ ดุ หมายในการพฒั นาเด็ก การจดั สภาพแวดล้อมและบรรยากาศการเรียนร้ขู องเด็กปฐมวยั โรงเรยี นวัดพชื นมิ ิต(คาสวัสด์ิ ราษฎร์บารงุ ) คำนงึ ถึงส่ิงต่อไปน้ี ๑. ความสะอาด ความปลอดภัย ๒. ความมีอสิ ระอย่างมีขอบเขตในการเลน่ ๓.ความสะดวกในการทา กิจกรรม ๔.ความพรอ้ มของอาคารสถานท่ี เชน่ ห้องเรียน ห้องนา้ หอ้ งสว้ ม สนามเดก็ เลน่ ฯลฯ ๕.ความเพยี งพอเหมาะสมในเร่อื งขนาด นา้ หนกั จา นวน สีของสอ่ื และเคร่ืองเล่น ๖.บรรยากาศในการเรยี นรู้ การจัดทีเ่ ล่นและมมุ ประสบการณต์ ่าง ๆ โรงเรียนวัดพืชนิมิต(คาสวัสดิ์ราษฎร์บารุง) จึงกาหนดหลักการจัดสภาพแวดล้อมและ บรรยากาศการเรียนร้ภู ายในและภายนอกหอ้ งเรียนไวด้ ังนี้ สภาพแวดล้อมและบรรยากาศการเรียนรูภ้ ายในหอ้ งเรยี น จัดบรรยากาศท่ีเน้นความเป็นระเบียบ สะอาด สวยงาม ปลอดภัย มีมุมประสบการณ์ต่างๆ เพ่อื ให้เอือ้ ต่อการพัฒนาการและการจัดการเรียนรู้ของเดก็ จัดให้มีที่ว่างให้เด็กๆ สามารถทากิจกรรม ไดอ้ ยา่ งสะดวก เนน้ ใหห้ อ้ งเรียนมแี สงสว่างและสีสันสบายตา มตี สู้ าหรบั เก็บของใช้ส่วนตัวของเด็กแต่ คนเพ่ือปลกู ฝงั ความมีวนิ ัย ความเปน็ ระเบยี บ และการร้จู กั เกบ็ รักษาของใช้ของตนเอง ซง่ึ จดั แบ่งพืน้ ท่ี ให้เหมาะสมกบั การประกอบกจิ กรรมตามหลกั สูตร ดงั นี้ ๑. พื้นที่อานวยความสะดวกเพอื่ เด็กและผสู้ อน ๑.๑ ทีแ่ สดงผลงานของเดก็ จดั เป็นแผ่นป้าย หรือท่แี ขวนผลงาน ๑.๒ ทเี่ กบ็ แฟ้มผลงานของเดก็ จัดทาเปน็ กลอ่ งหรือจัดใส่แฟม้ รายบคุ คล ๑.๓ ที่เกบ็ เคร่ืองใชส้ ่วนตวั ของเดก็ ทาเปน็ ชอ่ งตามจานวนเดก็ ๑.๔ ทเ่ี ก็บเครื่องใช้ของผสู้ อน เชน่ อุปกรณ์การสอน ของส่วนตัวผสู้ อน ฯลฯ ๑.๕ ป้ายนิเทศตามหน่วยการสอนหรือสิ่งท่เี ดก็ สนใจ ๒. พืน้ ที่ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมและการเคลือ่ นไหว จัดพื้นท่ีที่เด็กสามารถจะทางานได้ด้วยตนเอง และทากิจกรรมด้วยกันในกลุ่มเล็ก หรือกลุ่ม ใหญ่ เด็กสามารถเคลอื่ นไหวได้อย่างอิสระจากกิจกรรมหนึง่ ไปยงั กจิ กรรมหนึง่ โดยไม่รบกวนผู้อ่นื

๓. พ้นื ทจี่ ดั มมุ เลน่ หรอื มุมประสบการณ์ จัดแยกส่วนที่ใช้เสียงดังและเงียบออกจากกัน เช่น มุมบล็อกอยู่ห่างจากมุมหนังสือ มุม บทบาทสมมติอยู่ตดิ กบั มุมบลอ็ ก มุมวทิ ยาศาสตร์อยู่ใกล้มมุ ศิลปะ ฯลฯ จดั ให้มขี องเล่น วสั ดอุ ุปกรณ์ ในมมุ อย่างเพียงพอต่อการเรียนรขู้ องเด็ก สภาพแวดล้อมและบรรยากาศการเรยี นรภู้ ายนอกห้องเรยี น จัดสภาพภายนอกหอ้ งเรยี นตามแนวโรงเรียนนา่ ดู นา่ อยู่ นา่ มอง มกี ารจดั สวนหย่อมประเภท สวนผักสวนครัวเพ่ือเป็นตัวอย่างแก่เด็กและชุมชน มีแปลงเกษตรพืชสมุนไพร มีต้นไม้การเรียนรู้ ฝา ผนงั พูดได้ มมี ุมบา้ นหลงั นอ้ ย สนามเด็กเล่นเพ่ือสนับสนนุ ใหเ้ ดก็ เรยี นรู้อยกู่ ลางธรรมชาติ เรียนรู้อย่าง มีความสุข สอดคล้องกับพัฒนาการตามวยั ซ่ึงจัดแบ่งพน้ื ท่ีให้เหมาะสมกบั การประกอบกิจกรรมตาม หลักสูตร ดงั นี้ ๑. บรเิ วณสนามเดก็ เลน่ จัดพน้ื ผวิ ของสนามทไ่ี มเ่ ป็นอนั ตรายต่อเด็ก มีพ้ืนที่สาหรับเลน่ ของ เล่นทีม่ ีลอ้ รวมท้งั ท่ีรม่ ท่โี ลง่ แจ้ง พื้นดนิ สาหรับขุด ทเี่ ลน่ น้า บอ่ ทรายพรอ้ มอุปกรณ์ประกอบการเล่น เคร่ืองเล่นสนามสาหรับปีนป่าย ทรงตัว ฯลฯ ท้ังนี้ไม่ติดกับบริเวณที่มีอันตราย และหม่ันตรวจตรา เครื่องเล่นใหอ้ ยู่ในสภาพแข็งแรง ปลอดภยั อยเู่ สมอ และหม่นั ดแู ลเรอ่ื งความสะอาด ๒.ท่ีนัง่ เล่นพกั ผอ่ น จัดทีน่ งั่ ไว้ใตต้ น้ ไมม้ รี ม่ เงา สาหรบั ใช้จัดกิจกรรมกลุม่ ย่อย ๆ หรอื กจิ กรรม ทต่ี ้องการความสงบ หรอื จัดเปน็ ลานนทิ รรศการให้ความรู้แกเ่ ดก็ และผปู้ กครอง ๓.บริเวณธรรมชาติ ปลูกไมด้ อก ไมป้ ระดับ และพืชผกั สวนครัว

กำรประเมนิ พฒั นำกำร โรงเรยี นวัดพชื นมิ ติ (คาสวสั ด์ริ าษฎรบ์ ารงุ ) ถือว่าการประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวยั เปน็ กระบวนการต่อเนอ่ื ง และเป็นสว่ นหนึ่งของกิจกรรมปกติตามตารางกจิ กรรมประจาวนั และครอบคลมุ พัฒนาการของเดก็ ทกุ ดา้ น ได้แก่ ดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสตปิ ญั ญา เพอ่ื นาผลมาใช้ในการจัดกจิ กรรมหรือ ประสบการณ์พฒั นาเดก็ ใหเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพของแตล่ ะคน โดยยดึ หลกั การและขนั้ ตอนการประเมิน พัฒนาการตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซ่ึงมรี ายละเอียด ดังน้ี หลกั กำรประเมินพฒั นำกำร ๑.ประเมนิ พฒั นาการของเด็กครบทุกดา้ นและนา ผลมาพัฒนาเดก็ ๒. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่าเสมอตอ่ เนื่องตลอดปี ๓. สภาพการประเมินควรมลี ักษณะเช่นเดียวกับการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมประจา วนั ๔. ประเมินอย่างเปน็ ระบบ มีการวางแผน เลือกใชเ้ ครอ่ื งมอื และจดบนั ทึกไว้เปน็ หลกั ฐาน ๕. ประเมนิ ตามสภาพจริงดว้ ยวธิ กี ารหลากหลายเหมาะกับเดก็ รวมทั้งใชแ้ หล่งข้อมูลหลายๆ ด้าน ไมใ่ ช้การทดสอบ ขนั้ ตอนกำรประเมนิ พัฒนำกำร การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวัย มขี ้ันตอนต่างๆ ดังตอ่ ไปน้ี ๑. ศึกษาและทาความเข้าใจพัฒนาการของเด็กในแตล่ ะชว่ งอายุทุกดา้ น ไดแ้ ก่ ด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และ สติปัญญา ๒. วางแผนเลือกใชว้ ธิ ีการและเคร่ืองมือท่เี หมาะสมสาหรบั ใชบ้ นั ทึกและประเมินพฒั นาการ ๓. ดาเนนิ การประเมินและบนั ทกึ พฒั นาการ ๔. ประเมนิ และสรปุ ๕. รายงานผล ๖. ใหผ้ ู้ปกครองมีสว่ นร่วมในการประเมนิ วิธีกำรประเมนิ จดั ใหม้ ีการประเมนิ พัฒนาการเดก็ ทุกด้านโดยใช้วิธกี ารประเมนิ ทีห่ ลากหลาย เน้นการ ประเมินตามสภาพจรงิ โดยมวี ิธีการประเมนิ พฒั นาการดงั นี้ ๑. การสงั เกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรมของเด็ก ๒. การสมั ภาษณ์ สนทนา ซักถามเดก็ ๓. การสมั ภาษณ์ สนทนา ซักถามผปู้ กครอง ๔. การตรวจผลงาน ประเมินชน้ิ งานอย่างตอ่ เน่อื ง ๕. การรวบรวมผลงานท่ีแสดงความก้าวหนา้ ของเด็กรายบุคคล (portfolio) ๖. การประเมินการเจริญเตบิ โต

เคร่ืองมือทีใ่ ช้ในกำรประเมนิ ๑. แบบสารวจรายการพฤติกรรมของเด็ก ๒. แบบบนั ทกึ การเลือกเลน่ ตามมุม ๓. การบันทึกสขุ ภาพ ๔. แบบสมั ภาษณ์ ๕. แบบสงั เกตพฤติกรรม ๖. แบบบนั ทึกคาพูด เกณฑ์กำรประเมิน ใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ระดับคณุ ภาพ ๓ ระดับ ดงั น้ี ระดบั ๓ หมายถึง ดี ระดบั ๒ หมายถึง พอใจ ระดบั ๑ หมายถึง ปรบั ปรุง ระยะเวลำประเมิน โรงเรยี นวดั พชื นิมติ (คาสวสั ด์ิราษฎรบ์ ารงุ ) กาหนดการประเมนิ พัฒนาการเด็กปฐมวยั ไว้ดงั น้ี ๑.การประเมินระหว่างการเรยี นรู้ ใหค้ รผู ูส้ อนประเมินพฒั นาการตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ของแต่ละหนว่ ยการเรียนรู้ ๒. การประเมนิ รายภาคเรยี น ให้ครูผู้สอนประเมนิ พัฒนาการตามมาตรฐานคณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ของหลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั ปีการศึกษาละ ๒ ครั้ง และสรปุ ผล ๓. การประเมนิ เม่ือจบหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย เอกสำร/หลักฐำนแสดงผลกำรประเมนิ พฒั นำกำร ๑. สมดุ บันทกึ พัฒนาการ (อบ.๑) ๒. สมดุ บันทึกพฒั นาการ (อบ.๒) ๓. สมดุ บันทกึ พฒั นาการ (อบ.๓)

กำรบรหิ ำรจดั กำรหลกั สตู รสถำนศกึ ษำปฐมวัย โรงเรยี นวัดพชื นมิ ติ (คาสวสั ด์ิราษฎรบ์ ารุง) กาหนดภารกจิ การบรหิ ารจัดการหลกั สูตร สถานศึกษาปฐมวัย ไว้ดงั นี้ ๑. กำรเตรียมควำมพร้อมของสถำนศกึ ษำ การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาในการ บรหิ ารจัดการหลักสตู รสถานศกึ ษา ได้แก่ ๑.๑ สร้างความตระหนักใหแ้ กบ่ ุคคล ซง่ึ ประกอบด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บรหิ าร ครผู สู้ อน ผู้ปกครอง ชมุ ชน นักเรียน ท้งั นเ้ี พอ่ื ใหเ้ หน็ ความสาคญั ความจาเป็นทต่ี อ้ งรว่ มมอื กนั บริหาร จัดการหลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั ของสถานศึกษา โดยมขี อ้ มลู ที่แสดงความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การจดั ทาหลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั ของบุคลากรทเี่ กี่ยวขอ้ ง มเี อกสารและหลักฐานเผยแพร่ความรู้ เก่ียวกบั หลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย และบคุ ลากรท่ีเกี่ยวขอ้ งมีความสนใจ และกระตอื รือร้นท่จี ะหา ความรเู้ ก่ยี วกับหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๑.๒ พัฒนาบคุ ลากรของสถานศึกษาใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ียวกบั การพฒั นาหลกั สตู ร สถานศึกษา โดยมีคณะทางานที่รับผิดชอบเอกสารหลักสูตร มีข้อมูลเก่ียวกับความต้องการพัฒนา ความรู้เก่ียวกบั การศึกษาปฐมวยั ของบุคลากรในสถานศึกษา และมีบญั ชีรายช่อื สถานศกึ ษาและแหล่ง เรียนรู้ ๑.๓ ดาเนินการแต่งต้งั คณะกรรมการของสถานศึกษา ซงึ่ ประกอบด้วย คณะกรรมการ บริหารหลกั สตู รและงานวชิ าการการศึกษาปฐมวัย และคณะกรรมการอ่ืน ๆ ตามความจาเป็น และ ชี้แจงให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเขา้ ใจบทบาทหน้าท่ีของตนเองสอดคลอ้ งกบั นโยบาย ของสถานศึกษา ๑.๔ จดั ทาระบบสารสนเทศของสถานศกึ ษา มีการจดั ทาขอ้ มูลพนื้ ฐานของโรงเรียนชุมชน และขอ้ มูลการดาเนินงานอยา่ งเป็นระบบ และมขี ้อมลู เกี่ยวกบั การจดั ทาหลกั สตู รทั้งในอดตี ปัจจุบัน และอนาคต และจะตอ้ งเป็นขอ้ มูลสารสนเทศท่มี ีคุณภาพทง้ั ในดา้ นความถกู ตอ้ ง เชอ่ื ถอื ไดม้ ีความเป็น ปจั จบุ ัน สามารถตอบสนองผู้ใชไ้ ด้ทนั เหตกุ ารณ์ ๑.๕ จัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวยั โดยนาข้อมลู สารสนเทศของสถานศึกษา ชมุ ชน มาใช้ในการจดั ทาแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาท่ีมีความสอดคล้องกบั สภาพของสถานศกึ ษา เป็นกระบวนการพฒั นาปรบั ปรงุ การจัดการศกึ ษาของสถานศกึ ษาท้ังระบบทวั่ ท้ังองค์กร กาหนดเป็น แผนพฒั นาอย่างตอ่ เนื่อง โดยทกุ กจิ กรรมที่เปน็ องคป์ ระกอบหลกั ของระบบการจดั การศึกษา ได้แก่ หลักสตู ร การจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้ การประเมินพัฒนาการ การบรหิ ารจัดการ การปกครอง การพัฒนาวิชาชพี บุคลากร การบรหิ ารงบประมาณ และการมีส่วนรว่ มของผู้ปกครอง ชมุ ชน จัดทา เปน็ เอกสารให้ทุกคนรบั ทราบและดาเนินการตามแผนพัฒนาที่กาหนดขึ้น ๑.๖ เผยแพร่ประชาสัมพนั ธห์ ลกั สูตรให้กบั ผปู้ กครอง นักเรียน หน่วยงาน องคก์ รในชมุ ชน ทุกฝา่ ยได้รับทราบด้วยวิธีการที่หลากหลาย และขอความรว่ มมือ โดยมีการประชาสัมพนั ธ์ หลกั สตู ร ความเคลือ่ นไหวของหลักสตู รการศึกษาปฐมวัยให้กับบุคลากรในสถานศึกษา ผูป้ กครอง ชุมชนทราบ และบุคลากรทกุ ฝ่ายอาสาทจ่ี ะชว่ ยเผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธ์

๒. กำรจัดทำหลกั สูตรสถำนศกึ ษำปฐมวยั ๒.๑ ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลที่เก่ยี วขอ้ ง ๒.๒ กาหนดวสิ ัยทศั น์ ภารกิจ เป้าหมายของการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษาในระดับ ปฐมวยั ๒.๓ กาหนดมาตรฐานคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ ๒.๔ กาหนดโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย สาระการเรียนรรู้ ายปี ๒.๕ กาหนดการจดั ประสบการณ์ ๒.๖ กาหนดการสร้างบรรยากาศการเรยี นรู้ ๒.๗ กาหนดการประเมินพฒั นาการ ๒.๘ กาหนดสื่อและแหลง่ เรยี นรู้ ๒.๙ กาหนดการบริหารจัดการหลกั สูตร การนาหลักสตู รไปใช้ การจัดงบประมาณ อาคาร สถานท่ี วัสดุอปุ กรณ์ และบุคลากรให้สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศกึ ษา ๓. กำรวำงแผนดำเนินกำรใช้หลกั สตู ร ๓.๑ สรา้ งบรรยากาศการเรยี นรู้ บรรยากาศและสิง่ แวดล้อมท่ดี ีในโรงเรียน เช่น สะอาด ปลอดภยั สะดวกสบาย และสง่ เสริมการใฝ่รู้ สนองความสนใจท่ีจะเรียนรู้ ค้นคว้า ทดลอง และ สัมผัสของเด็ก จัดเตรียมสิง่ แวดล้อมอย่างเหมาะสมกับความตอ้ งการของเด็ก รวมถึงสอดคลอ้ งกับ สภาพและความต้องการของหลักสูตร เพือ่ สง่ ผลให้บรรลจุ ดุ หมายในการพฒั นาเดก็ ๓.๒ จัดหา เลอื กใช้ ทาและพัฒนาสื่อ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และหลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย มงุ่ ส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนรู้ด้วยตนเอง พฒั นาเด็กปฐมวยั ทัง้ ดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสติปญั ญา ใช้สอ่ื อยา่ งเหมาะสมกับวัย วุฒภิ าวะ ความแตกตา่ งระหว่าง บุคคล ความสนใจและความตอ้ งการของเดก็ ทห่ี ลากหลาย โดยมแี นวทางดังน้ี ๓.๒.๑ จัดทาและจัดหาส่ือท่ีมอี ยู่ในท้องถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นสือ่ การเรียนรู้ ๓.๒.๒ ศึกษา คน้ ควา้ วิจัยเพ่อื พฒั นาสื่อการเรยี นรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ ของผ้เู รยี น ๓.๒.๓ จัดทาและจัดหาสื่อ สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน และสาหรับเสริม ความรขู้ องผสู้ อน ๓.๒.๔ ศึกษาวิธีการเลือกและการใช้สื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสม หลากหลายและสอดคล้องกบั วธิ กี ารเรียนรู้ ความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล ๓.๒.๕ ศึกษาวิเคราะห์และประเมินคุณภาพมาตรฐานส่ือการเรียนรู้ที่จัดทาขน้ึ เองและ ท่เี ลอื กนามาใช้ประกอบการเรยี นรู้ ๓.๒.๖ จัดหาและจัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ที่ประสิทธิภาพใน สถานศกึ ษาและในชุมชน เพ่อื ศกึ ษาค้นคว้า แลกเปลย่ี นประสบการณก์ ารเรียนรู้ ๓.๒.๗ จัดให้มีเครือข่ายการเรียนรู้ เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปล่ียนการเรียนรู้ระหว่าง สถานศกึ ษา ทอ้ งถ่ิน ชมุ ชนและสังคมอ่นื ๓.๒.๘ จัดให้มีการกับ ติดตาม และประเมินผลการดาเนนิ งานเกีย่ วกบั ส่ือ และการใช้ สอื่ การเรียนรู้เปน็ ระยะ ๆ

๓.๓ จัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ ให้สอดคล้องกบั จิตวิทยาพฒั นาการและการเรียนรขู้ อง เดก็ ใช้หลักการบูรณาการ โดยจัดประสบการณ์ผ่านการเลน่ พฒั นาเด็กโดยองคร์ วม จัดเนอื้ หาสาระ และกิจกรรมให้สอดคล้องกบั ความสนใจและความถนัดของผเู้ รียน โดยคานึงความแตกต่างระหวา่ ง บคุ คล และบรบิ ททเี่ ดก็ อาศยั อยู่ ให้เด็กไดเ้ รียนรู้ท้ังกระบวนการและผลผลิตผ่านสอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ท่ี หลากหลาย โดยจัดการประเมนิ พัฒนาการเป็นกระบวนการอย่างตอ่ เน่ือง และใหผ้ ู้ปกครองและชมุ ชน มีส่วนรว่ มในการพฒั นาเด็ก ๔. กำรดำเนนิ กำรบรหิ ำรหลกั สูตร(กำรใชห้ ลักสูตร) การดาเนนิ การบรหิ ารหลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั คอื การใชห้ ลักสูตรตามทิศทาง ทสี่ ถานศึกษากาหนดให้บรรลผุ ลสาเร็จ จัดการเรียนการสอนและดาเนนิ กจิ กรรมต่างๆตาม แผนปฏิบัตกิ ารของสถานศกึ ษา การดาเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเป็นวิธีการทดี่ ี สามารถใชบ้ ริหารจัดการหลกั สตู รไดป้ ระสบผลสาเร็จ ๕. กำรกำกบั ติดตำม ประเมินผลและรำยงำน ๕.๑ การนิเทศ กากับ ตดิ ตามและประเมินผลการบรหิ ารจัดการหลักสูตรและงานวชิ าการ ภายในสถานศกึ ษา โดยจัดระบบการกากับ ติดตาม ประเมนิ ผลและรายงานคุณภาพการจัดการศึกษา ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ให้ทุกฝ่ายท่มี ีส่วนรว่ มรบั ผิดชอบมองเหน็ ภาพความสาเร็จ ปญั หา อปุ สรรค ตลอดจนการให้ความรว่ มมือ ช่วยเหลือ ส่งเสริมสนบั สนุนการวางแผนการดาเนนิ งานจดั การศึกษา ปฐมวัยให้มคี ุณภาพอยา่ งแท้จรงิ ดี บทบำทผ้เู กีย่ วขอ้ งกบั กำรบรหิ ำรจัดกำรหลักสูตร ๑.บทบำทของผ้บู ริหำรสถำนศกึ ษำปฐมวยั โรงเรียนมีเป้าหมายจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยในสถานศกึ ษาให้เกดิ ประสิทธผิ ล สงู สดุ จงึ กาหนดบทบาทของผู้บริหารสถานศกึ ษา ดงั นี้ ๑.๑ ศึกษา ทาความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั และมวี สิ ยั ทศั นด์ า้ นการจดั การศึกษาปฐมวยั ๑.๒ คัดเลือกบุคลากรท่ีทางานกับเด็ก เช่น ผ้สู อน พ่ีเล้ียง อย่างเหมาะสม ๑.๓ สง่ เสรมิ การจัดบริการทางการศกึ ษาให้เดก็ ได้เข้าเรยี นอยา่ งท่วั ถึงและเสมอภาค และ ปฏิบัติการรับเด็กตามเกณฑท์ กี่ าหนด ๑.๔ สง่ เสรมิ ใหค้ รูผูส้ อนและผปู้ ฏิบตั ิงานกับเด็กพฒั นาตนเองมีความรู้ก้าวหน้าอยู่เสมอ ๑.๕ เปน็ ผู้นาในการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาโดยรว่ มให้ความเห็นชอบกาหนดวิสยั ทัศน์ และคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ขอเด็กทุกช่วงอายุ ๑.๖ สรา้ งความรว่ มมือและประสานกับบคุ ลากรทกุ ฝา่ ยในการจัดทาหลกั สูตรสถานศกึ ษา ๑.๗ จัดให้มขี อ้ มูลสารสนเทศเกย่ี วกบั ตัวเด็ก งานวิชาการหลกั สูตรอยา่ งเปน็ ระบบและมี การประชาสัมพนั ธห์ ลกั สตู รสถานศกึ ษา ๑.๘ สนบั สนุนการจดั สภาพแวดลอ้ มตลอดจนสอื่ วสั ดุ อปุ กรณท์ ี่เอือ้ อานวยต่อการเรยี นรู้ ๑.๙ นิเทศ กากับ ติดตามการใช้หลกั สูตร โดยจัดให้มกี ารนิเทศภายในอย่างมีระบบ ๑.๑๐ กากับ ตดิ ตามใหม้ กี ารประเมินคณุ ภาพภายในสถานศึกษาและนาผลจากการ ประเมินไปใช้ในการพฒั นาคุณภาพเดก็

๑.๑๑ กากับ ติดตาม ใหม้ กี ารประเมินการนาหลักสูตรไปใช้ เพือ่ นาผลจากการประเมนิ มา ปรับปรุงและพัฒนาสาระของหลกั สตู รสถานศกึ ษาใหส้ อดคลอ้ งกบั ความต้องการของเดก็ บริบทสังคม และมคี วามทันสมัย ๒.บทบำทผ้สู อนระดับปฐมวัย การพัฒนาคุณภาพเดก็ โดยถือว่าเด็กมคี วามสาคัญที่สุด กระบวนการจดั การศึกษา ตอ้ งสง่ เสริมให้เดก็ สามารถพฒั นาตนตามธรรมชาติ สอดคลอ้ งกับพฒั นาการและเตม็ ศักยภาพ ดงั นั้น ผู้สอนจงึ มีบทบาทสาคัญย่งิ ท่จี ะทาใหก้ ระบวนการจัดการเรยี นรดู้ ังกล่าวบรรลุผลอย่างมีประสทิ ธิภาพ โรงเรียนวดั พชื นิมิต(คาสวัสดิร์ าษฎรบ์ ารงุ ) จึงกาหนดบทบาทและหนา้ ทข่ี องครผู ู้สอนระดับปฐมวยั ดังนี้ ๒.๑ บทบาทในฐานะผ้เู สรมิ สร้างการเรียนรู้ ๒.๑.๑ จัดประสบการณก์ ารเรียนรูส้ าหรับเด็กที่เด็กกาหนดข้ึนดว้ ยตวั เด็กเอง และผู้สอน กาหนดร่วมกบั เด็ก โดยเสริมสรา้ งพฒั นาการให้ครบทกุ ดา้ น ๒.๑.๒ ส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ ใช้ข้อมูลแวดลอ้ ม ศักยภาพของตัวเด็ก และหลักทางวิชาการในการ ผลติ กระทา หรอื หาคาตอบในสง่ิ ท่เี ดก็ เรียนรู้อย่าวงมเี หตผุ ล ๒.๑.๓ กระตนุ้ ให้เดก็ รว่ มคิด แกป้ ัญหา คน้ คว้าหาคาตอบด้วยตนเอง ด้วยวิธีการศึกษาที่ นาไปสู่การใฝร่ ู้ และพัฒนาตนเอง ๒.๑.๔ จัดสภาพแวดลอ้ มและสร้างบรรยากาศการเรียนทสี่ ร่างเสริมใหเ้ ด็กทากิจกรรมไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพและความแตกต่างของเด็กแต่ละบคุ คล ๒.๑.๕ สอดแทรกการอบรมด้านจริยธรรมและค่านยิ มทพี่ ึงประสงคใ์ นการเรียนรู้ และ กจิ กรรมตา่ งๆอยา่ งสม่าเสมอ ๒.๑.๖ ใช้กิจกรรมการเล่นเปน็ สือ่ การเรยี นรสู้ าหรับเด็กให้เปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ๒.๑.๗ ใชป้ ฏสิ ัมพนั ธท์ ด่ี ีระหวา่ งผู้สอนและเด็กในการดาเนนิ กจิ กรรมการเรยี นการสอนอย่าง สม่าเสมอ ๒.๑.๘ จดั การประเมินผลการเรยี นร้ทู ี่สอดคลอ้ งกับสภาพจรงิ และนาผลการประเมนิ มา ปรบั ปรงุ พัฒนาคณุ ภาพเด็กเต็มตามศักยภาพ ๒.๒ บทบาทในฐานะผ้ดู แู ลเดก็ ๒.๒.๑ สงั เกตและสง่ เสริมพัฒนาการเด็กทกุ ด้านทั้งทางดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสติปญั ญา ๒.๒.๒ ฝึกให้เด็กชว่ ยเหลอื ตนเองในชีวิตประจาวนั ๒.๒.๓ ฝึกใหเ้ ด็กมีความเชือ่ ม่นั มีความภูมิใจในตนเองและกล้าแสดงออก ๒.๒.๔ ฝกึ การเรยี นรหู้ น้าท่ี ความมีวินัย และการมีนสิ ัยทด่ี ี ๒.๒.๕ จาแนกพฤตกิ รรมเดก็ และสร้างเสริมลักษณะนิสัยและแกป้ ัญหาเฉพาะบุคคล ๒.๒.๖ ประสานความร่วมมือระหวา่ งสถานศกึ ษา บา้ น และชุมชน เพอื่ ให้เด็กได้พัฒนาเตม็ ศกั ยภาพและมมี าตรฐานคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ ๒.๓ บทบาทในฐานะนกั พัฒนาเทคโนโลยีการสอน ๒.๓.๑ นานวัตกรรม เทคโนโลยีทางการสอนมาประยุกตใ์ ช้ใหเ้ หมาะสมกับสภาพบริบทสงั คม ชมุ ชน และท้องถนิ่ ๒.๓.๒ ใชเ้ ทคโนโลยีและแหลง่ เรียนรู้ในชมุ ชนในการเสริมสร้างการเรยี นรูใ้ ห้แก่เด็ก

๒.๓.๓ จัดทาวิจยั ในชั้นเรยี น เพอ่ื นาไปปรับปรุง พัฒนาหลกั สตู ร กระบวนการเรียนรู้ และ พัฒนาส่อื การเรียนรู้ ๒.๓.๔ พัฒนาตนเองใหเ้ ป็นบุคคลแหง่ การเรยี นรู้ มีคุณลักษณะของผใู้ ฝร่ ู้ มวี ิสัยทัศน์และ ทันสมัยทันเหตกุ ารณใ์ นยุคของขอ้ มูลข่าวสาร ๒.๔ บทบาทในฐานะผู้บริหารหลักสตู ร ๒.๔.๑ ทาหน้าท่วี างแผนกาหนดหลกั สตู ร หน่วยการเรยี นรู้ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ การ ประเมินผลการเรยี นรู้ ๒.๔.๒ จัดทาแผนการจดั ประสบการณท์ ่เี น้นเดก็ เปน็ สาคญั ให้เดก็ มอี สิ ระในการเรียนรทู้ ้งั กายและใจ เปิดโอกาสให้เดก็ เลน่ /ทางานและเรยี นรทู้ ้งั รายบคุ คลและเป็นกลมุ่ ๒.๔.๓ ประเมินผลการใชห้ ลกั สูตร เพื่อนาผลการประเมินมาปรับปรุง พัฒนาหลักสูตรให้ ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผเู้ รยี น ชุมชน และทอ้ งถิน่ ๓.บทบำทของพ่อแม่ หรอื ผ้ปู กครองเดก็ ปฐมวยั การศกึ ษาระดับปฐมวัยเปน็ การศกึ ษาท่จี ัดให้แก่เดก็ ที่ผู้สอนและพอ่ แม่หรือผปู้ กครอง ต้องสือ่ สารกนั ตลอดเวลา เพื่อความเข้าใจตรงกันและพร้อมรว่ มมอื กันในการจัดการศกึ ษาใหก้ บั เด็ก ดังนน้ั โรงเรียนวัดพืชนมิ ิต(คาสวสั ดิ์ราษฎรบ์ ารงุ ) จงึ กาหนดบทบาทหน้าทขี่ องพ่อแมห่ รือผูป้ กครอง ดงั น้ี ๓.๑ มีสว่ นรว่ มในการกาหนดแผนพฒั นาสถานศึกษาและใหค้ วามเห็นชอบกาหนดแผนการเรยี นรู้ ของเดก็ รว่ มกับผู้สอน ๓.๒ สง่ เสริม สนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา และกจิ กรรมการเรยี นรู้เพอื่ พฒั นาเดก็ ตาม ศกั ยภาพ ๓.๓ เป็นเครือข่ายการเรยี นรู้ จัดบรรยากาศภายในบ้านใหเ้ อือ้ ตอ่ การเรยี นรู้ ๓.๔ สนับสนุนทรพั ยากรเพือ่ การศึกษาตามความเหมาะสมและจาเป็น ๓.๕ อบรมเล้ยี งดู เอาใจใส่ให้ความรัก ความอบอนุ่ ส่งเสริมการเรยี นรแู้ ละพัฒนาการดา้ นตา่ งๆ ของเดก็ ๓.๖ ป้องกนั และแก้ไขปัญหาพฤติกรรมท่ีไมพ่ งึ ประสงค์ตลอดจนสง่ เสริมคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ โดยประสานความร่วมมอื กับผู้สอนและผู้เกีย่ วขอ้ ง ๓.๗ เป็นแบบอย่างทด่ี ีทั้งในดา้ นการปฏบิ ตั ติ นให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และมคี ุณธรรมนาไปสู่ การพฒั นาให้เปน็ สถานบนั แหง่ การเรียนรู้ ๓.๘ มีส่วนรว่ มในการประเมินผลการเรียนรขู้ องเดก็ และในการประเมนิ การจดั การศกึ ษาของ สถานศึกษา ๔. บทบำทของชมุ ชน การปฏิรปู การศึกษา ตามพระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๒ ได้ กาหนดให้ชุมชนมีบทบาทในการมสี ่วนร่วมในการจัดการศกึ ษา โดยใหม้ กี ารประสานความร่วมมือเพือ่ รว่ มกนั พฒั นาผู้เรยี นตามศกั ยภาพ ดังน้นั ชุมชนจึงมบี ทบาทในการจัดการศึกษาปฐมวยั ดังนี้

๔.๑ มีสว่ นร่วมในการบรหิ ารสถานศกึ ษา ในบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา สมาคม ชมรมผ้ปู กครอง ๔.๒ มีสว่ นรว่ มในการจดั ทาแผนพัฒนาสถานศกึ ษา เพือ่ เปน็ แนวทางในการดาเนนิ การของ สถานศกึ ษา ๔.๓ เป็นศนู ย์การเรียนรู้ เครือขา่ ยการเรยี นรู้ ให้เดก็ ได้เรียนรู้และมีประสบการณ์จากสถานการณ์ จรงิ ๔.๔ ใหก้ ารสนบั สนนุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรขู้ องสถานศกึ ษา ๔.๕ สง่ เสริมให้มกี ารระดมทรัพยากรเพือ่ การศึกษา ตลอดจนวิทยากรภายนอกและภมู ปิ ญั ญา ทอ้ งถน่ิ เพื่อเสรมิ สร้างพฒั นาการของเดก็ ทกุ ดา้ น รวมท้งั สบื สานจารตี ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมของ ทอ้ งถ่นิ และของชาติ ๔.๖ ประสานงานกับองคก์ รทัง้ ภาครฐั และเอกชน เพื่อให้สถานศกึ ษาเปน็ แหล่งวิทยาการของ ชมุ ชน และมสี ่วนในการพฒั นาชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ ๔.๗ มสี ว่ นรว่ มในการตรวจสอบ และประเมินผลการจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษา ทาหนา้ ท่ี เสนอแนะในการพัฒนาการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา

กำรเชือ่ มตอ่ ของกำรศกึ ษำระดับปฐมวยั กบั ระดบั ประถมศกึ ษำปที ่ี ๑ การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ มีความสาคัญอยา่ ง ยิ่งต่อการจัดการศึกษาและจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับธรรมชาติการเรียนรู้และพัฒนาการ ของเดก็ แต่ละคน เพ่ือใหเ้ ดก็ ทุกคนสามารถพฒั นาและเรียนรไู้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสมตามวยั โรงเรียนวดั พืช นิมิต(คาสวัสด์ิราษฎร์บารงุ ) มีนโยบายให้บุคลากรทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้องให้ความสนใจตอ่ การลดช่องว่าง ของความไม่เข้าใจในการจัดการศึกษาทั้งสองระดับ คือ ระดับการศึกษาปฐมวัย และ ระดั บ ประถมศึกษา ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอน ตัวเด็ก ผู้สอน ผู้ปกครองและบุคลากรทางการ ศึกษาอื่นๆท้ังระบบ โดยกาหนดให้ผู้สอนระดับปฐมวัย กับผู้สอนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ สร้าง ความเข้าใจร่วมกัน ซ่ึงผู้บริหารสถานศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายเป็นผู้ให้ การสนับสนุนและช่วยเหลือที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กสามารถปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงในช่วงรอย เชื่อมต่อได้เป็นอย่างดี สามารถพัฒนาการเรียนรูไ้ ด้อย่างราบร่ืนและ ประสบผลสาเร็จตามเป้าหมาย หลกั สตู รทกี่ าหนดไว้โรงเรียนวัดพืชนิมิต(คาสวสั ดิร์ าษฎรบ์ ารงุ ) มีแนวทางในการสร้างการเช่อื มตอ่ ของ การศกึ ษาระดับปฐมวัยกับระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ดงั นี้ ๑.ผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นบุคคลสาคัญที่มบี ทบาทเป็นผนู้ าในการสรา้ งรอยเชือ่ มต่อ โดยเฉพาะระหว่างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยในช่วงอายุ ๓ - ๕ ปกี บั หลักสูตรการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน ชว่ งชน้ั ท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ โดยต้องศึกษาหลกั สูตรทั้งสองระดบั เพ่ือทาความเขา้ ใจ จดั ระบบการบรหิ ารงานด้านวิชาการทีจ่ ะเออ้ื ตอ่ การเชือ่ มโยงการศกึ ษาทัง้ สองระดบั โดยการจัด กจิ กรรมเพื่อสรา้ งรอยเชอ่ื มต่อ ดงั ตวั อย่างกิจกรรมตอ่ ไปนี้ ๑.๑.จัดประชมุ ผสู้ อนระดบั ปฐมวัยและระดบั ประถมศึกษาร่วมกันพัฒนารอยเชอ่ื มต่อของ หลักสตู รทั้งสองระดับให้เป็นแนวปฏบิ ตั ิของสถานศกึ ษา เพอ่ื ผสู้ อนทัง้ สองระดับจะได้เตรียมการสอน ให้สอดคลอ้ งกับเดก็ วยั น้ี ๑.๒ จัดหาเอกสารดา้ นหลักสูตรและเอกสารทางวิชาการของทง้ั สองระดบั มาไว้ใหผ้ ู้สอน และบคุ ลากรอ่ืน ๆ ได้ศึกษาทาความเข้าใจ อยา่ งสะดวกและเพยี งพอ ๑.๓ จัดกิจกรรมใหผ้ ูส้ อนทัง้ สองระดับมีโอกาสแลกเปลย่ี น เผยแพร่ความรู้ใหม่ ๆ ทไ่ี ด้รับ จากการอบรม ดงู าน ซึง่ ไมค่ วรจัดใหเ้ ฉพาะผสู้ อนในระดบั เดียวกันเทา่ นนั้ ๑.๔ จัดเอกสารเผยแพร่ตลอดจนกิจกรรมสมั พันธใ์ นรูปแบบต่าง ๆ ระหวา่ งสถานศึกษา ผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษาอย่างสมา่ เสมอ ๑.๕ ระหว่างท่ีเดก็ อยใู่ นระดับปฐมวยั ผู้บริหารควรจดั ให้มีการพบปะทากิจกรรม รว่ มกับผปู้ กครองอย่างสมา่ เสมอตอ่ เน่อื ง เพือ่ ผู้ปกครองจะได้สร้างความเขา้ ใจและสนบั สนุนการ เรียนการสอนของบตุ รหลานตนได้อยา่ งถกู ต้อง ๑.๖ สถานศกึ ษาท่ีมีเดก็ ทงั้ สองระดับควรจดั กจิ กรรมทีผ่ สู้ อน ผู้ปกครองและเดก็ ไดท้ า กจิ กรรมรว่ มกนั ในบางโอกาส ๑.๗ สถานศกึ ษาทีม่ กี ารจัดการศึกษาทั้งสองระดับ ควรจัดปฐมนิเทศผู้ปกครอง ๒ คร้ัง คอื ก่อนเดก็ เข้าเรยี นช้ันปฐมวัย และก่อนเด็กจะเลอ่ื นขึน้ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เพอ่ื ให้ผปู้ กครอง

เข้าใจการศกึ ษาท้งั สองระดบั และให้ความรว่ มมือชว่ ยเด็กให้สามารถปรับตวั เขา้ กบั สภาพแวดลอ้ มใหม่ ไดด้ ขี ึ้น ๒.ผ้สู อนระดับปฐมวยั ผ้สู อนนอกจากจะต้องศกึ ษาทาความเข้าใจหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย และจดั กิจกรรม พัฒนาเดก็ ของตนแล้ว ควรศึกษาหลักสตู รการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน การจดั การเรียนการสอนในชั้น ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ และสร้างความเข้าใจใหก้ บั ผ้ปู กครองและบุคลากรอืน่ ๆ รวมทั้งช่วยเหลอื เด็กใน การปรบั ตัวกอ่ นเล่อื นขน้ึ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ โดยผู้สอนอาจจัดกิจกรรมดังตวั อยา่ งต่อไปนี้ ๒.๑ เก็บรวมรวมข้อมูลเกี่ยวกบั ตัวเด็กเปน็ รายบุคคลเพื่อส่งต่อให้ผู้สอนใน ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ซงึ่ จะทาให้ผู้สอนในระดับประถมศึกษาสามารถใช้ขอ้ มลู นน้ั ชว่ ยเหลือเดก็ ใน การปรบั ตวั เขา้ กบั การเรยี นรใู้ หมต่ ่อไป ๒.๒ พูดคุยกบั เด็กถงึ ประสบการณท์ ่ีดี ๆเก่ียวกับการจดั การเรยี นรใู้ นระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ เพอื่ ให้เด็กเกิดเจตคตทิ ่ีดีตอ่ การเรยี นรู้ ๒.๓ จดั ใหเ้ ดก็ ได้มีโอกาสทาความรจู้ กั กบั ผู้สอนตลอดจนสภาพแวดล้อมบรรยากาศของ ห้องเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑ ทั้งท่ีอยใู่ นสถานศึกษาเดียวกนั หรือสถานศกึ ษาอื่น ๓.ผู้สอนระดบั ประถมศกึ ษำ ผู้สอนระดับประถมศึกษาตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจและเจตคติที่ดีต่อการจดั ประสบการณ์ ของหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั เพื่อนามาเปน็ ขอ้ มลู ในการพัฒนาจดั การเรียนรู้ในระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ ของตนให้ตอ่ เนอ่ื งกบั การพัฒนาเด็กในระดบั ปฐมวัย ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้ ๓.๑ จดั กิจกรรมใหเ้ ด็กและผู้ปกครองมโี อกาสได้ทาความรู้จกั คนุ้ เคยกับผูส้ อนและ ห้องเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ก่อนเปิดภาคเรียน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook