Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566

หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566

Published by pariyapat2279, 2023-07-23 07:32:42

Description: หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566

Search

Read the Text Version

๓.๒ มคี วามรูสึก ๓.๒.๑กลาพดู ๓.๒.๑ กลาพดู ๓.๒.๑ กลาพูด ๑๔.การรวม ทีด่ ตี อตนเองและ กลาแสดงออก กลาแสดงออก กลาแสดงออก ๑๕.การรวม อยางเหมาะสม ผอู ื่น(ตอ) บางสถานการณ อยางเหมาะสม ๑๖.การเลน ตาม สถานการณ ๑๗.การทา ๑๘.การมีส ๑๙.การมีส ดานสตปิ ญั ๑.การพดู แ ตองการ ๒.การพูดก หรอื พดู เลาเ ๓.การพูดอ ความสัมพัน ๔.การพูดอ กระทาตางๆ ๕.การรอจงั ๖.การพดู เร ๗.การอธิบา เหตุการณหร ๘.การตงั้ คา ๙.การมสี วน ขอมลู จากกา และแผนภูม

มกจิ กรรมวันสาคัญ บคุ คลและสถานทแ่ี วดลอม(ตอ) ๓.การปฏบิ ตั ิตนตอบุคคลตางๆ มสนทนาและแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ ทเ่ี กยี่ วของ หรอื ใกลชิดและมี นและทางานรวมกับผูอื่น ปฏิสมั พันธในชวี ิต ประจาวัน ๔.การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ศาสนา าศิลปะแบบรวมมือ ทีน่ บั ถอื สวนรวมในการเลอื กวิธีการแกปญหา ๕.สถานท่ี บุคคล แหลงวิทยากร สวนรวมในการแกปญหาความขัดแยง แหลง เรยี นรูตางๆ และอาชีพใน ญญา ทองถน่ิ แสดงความคิด ความรูสึก และความ กับผูอนื่ เกี่ยวกับประสบการณของตนเอง ธรรมชาติรอบตัว เรือ่ งราวเก่ยี วกบั ตนเอง ๑.การอนรุ ักษสิ่งแวดลอม อธบิ ายเก่ยี วกับสิ่งของ เหตุการณ และ ๒.การรักษาสาธารณสมบตั ิ นธของสิ่งตางๆ ส่ิงตางๆรอบตวั อยางสรางสรรคในการเลน และการ ๑.การใชภาษาเพ่อื สื่อความหมายใน ๆ ชีวติ ประจาวัน งหวะที่เหมาะสมในการพูด ๒.การรวบรวมขอมูลงายๆ และนามา รยี งลาดบั คาเพือ่ ใชในการสอ่ื สาร ถายทอดใหผูอืน่ เขาใจไดโดยนาเสนอ ายเชอื่ มโยงสาเหตุและผลทาเกดิ ขน้ึ ใน ดวย รปู ภาพ สญั ลกั ษณ แผนผงั ผัง รือการกระทา ความคิด แผนภมู ิ ฯลฯ าถามในเร่ืองท่สี นใจ นรวมในการรวบรวมขอมูลและนาเสนอ ารสืบเสาะหาความรูในรปู แบบตางๆ มอิ ยางงาย

มำตรฐำนที่ ๔ ช่นื ชมและแสดงออกทำงศิลปะ ดนตรี และกำรเคลอ่ื นไหว สภำพที่พึงประสงค ตวั บงช้ี ช้นั อ. ๑ ชน้ั อ.๒ ช้ัน อ.๓ (๓ – ๔ ป) (๔ -๕ ป) (๕ – ๖ ป) ๔.๑ สนใจ มี ๔.๑.๑ สนใจ มี ๔.๑.๑ สนใจ มี ๔.๑.๑ สนใจ มี ดานรางกาย ความสขุ และ ความสุข และ ความสขุ และ ความสุข และ ๑.การเขียนภ แสดงออก ผาน แสดงออกผาน แสดงออกผาน แสดงออกผาน ๒.การปน งานศลิ ปะ ดนตรี งานศลิ ปะ งานศลิ ปะ งานศลิ ปะ ๓.การประด ๔.การหยบิ จ และ การ การปะ และ ดานอารมณ เคล่ือนไหว ๑.การทากจิ ๒.การสรางส ๓.การปฏิบตั ของ ตนเอง ดานสังคม ๑.การมสี วน ทงั้ ภายในแล ๒.การใชวสั ด ๓.การทางาน ท่ีใชแลวมาใ ๔.การใหคว ๕.การทาศลิ

สำระกำรเรยี นรูรำยป ประสบกำรณสำคญั สำระทีค่ วรเรียนรู ย สง่ิ ตางๆรอบตัว ๑.สที ่ีใชทางานศิลปะ เชน สีเทียน สไี ม ภาพและการเลนกบั สี สีนา้ สีฝุน สชี อลค ฯลฯ ดษิ ฐส่งิ ตางๆ ดวยเศษวสั ดุ ๒.อปุ กรณทีใ่ ชทางานศิลปะ เชน พูกนั จบั การใชกรรไกร การฉีก การตัด กาว กรรไกร ดินนา้ มัน ะการรอยวสั ดุ ๓.การทางานศิลปะประเภทตางๆเชน ณและจิตใจ การ ปนดนิ นา้ มนั วาดภาพ ระบายสี จกรรมศลิ ปะตางๆ ฉกี ตัด ปะ ประดษิ ฐ ฯลฯ สรรคสิ่งสวยงาม ๔.รปู เรขาคณิต เชน รปู วงกลม รูป ติกิจกรรมตางๆตามความสามารถ สี่เหล่ยี ม รปู สามเหลีย่ ม ธรรมชาติรอบตวั ๑.สจี ากธรรมชาติ เชน ใบไม ดอกไม ดิน นรวมรับผดิ ชอบดูแลรกั ษาสิ่งแวดลอม ๒.การอนรุ กั ษสง่ิ แวดลอม การนา ละภายนอกหองเรยี น สง่ิ ของ เหลือใชมาใชใหมหรอื ทา ดุและส่ิงของเคร่อื งใชอยางคุมคา ประโยชนอนื่ นๆ การรไี ซเคิล นศลิ ปะทีน่ าวสั ดุ หรอื สิง่ ของเครอ่ื งใช ๓.วัสดุประเภทตางๆเชน วสั ดทุ องถน่ิ ใชซ้า หรือแปรรปู แลวนากลบั มาใชใหม วัสดุ ธรรมชาติ วัสดุเหลอื ใช วามรว มมอื ในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตางๆ ลปะแบบรวมมอื

๖.การปฏบิ ตั เศรษฐกิจพอ ๗.การเลน แ ๘.การเลนห ดานสติปญญ ๔.๑ สนใจ มี ๔.๑.๑ สนใจ มี ๔.๑.๑ สนใจ มี ๔.๑.๑ สนใจ มี ๑.การรับรู วัสดุ ของเลน ความสุข และ ความสุข และ ความสขุ และ ความสุข และ ๒.การทาซ้า แสดงออก ผาน แสดงออกผาน แสดงออกผาน แสดงออกผาน งานศิลปะ ดนตรี งานศิลปะ งานศิลปะ งานศลิ ปะ ๓.การแสดง ทาทาง การ และ การ ๔.การสรางส เคลอ่ื นไหว วัสดุ ท่หี ลาก ๕.การพูดแส ตองการ ๖.การพดู เรยี

ติตนตามแนวทางของหลักปรชั ญาของ อเพียง และทางานรวมกบั ผูอืน่ หรอื ทากจิ กรรมรวมกับกลุมเพ่อื น ญา และแสดงความคิด ความรูสึกผานสือ่ น และ ชิน้ งาน า การตอเตมิ การสรางแบบรปู งความคิดสรางสรรคผานภาษา รเคลื่อนไหว และศิลปะ สรรคช้ินงานโดยใชรปู รางรปู ทรงจาก กหลาย สดงความคิด ความรูสกึ และความ ยงลาดับคาเพ่ือใชในการส่อื สาร

หน้า ๔๐ สภำพท่พี ึงประสงค์ ตวั บงช้ี ชัน้ อ. ๑ ช้นั อ.๒ ชนั้ อ.๓ ๔.๑ สนใจ มี ความสขุ และ (๓ – ๔ ป) (๔ -๕ ป) (๕ – ๖ ป) แสดงออผา่ น งานศิลปะ ๔.๑.๒ สนใจ ๔.๑.๒ สนใจ มี ๔.๑.๒ สนใจ ดานรางกาย ดนตรี และ การเคลื่อนไหว มีความสุข และ ความสขุ และ มคี วามสุข และ ๑.การเคลือ่ น แสดงออกผ่าน แสดงออกผา่ น แสดงออกผ่าน ระดบั และ เสยี งเพลงดนตรี เสยี งเพลงดนตรี เสยี งเพลงดนตรี ดานอารมณ ๑.การฟงเพ ปฏกิ ิรยิ าโตต ๒.การเลนเ ๓.การเคลือ่ ๔.การรองเ ๕.การปฏิบ ของตนเอง ดานสงั คม ๑.การใหควา ๒.การเลนห ดานสตปิ ญญ ๑.การฟงเพ หรอื เร่อื งราว ๒.การพดู อย

สำระกำรเรียนรูรำยป ประสบกำรณสำคัญ สำระที่ควรเรยี นรู ย ตัวเด็ก ๑.การเคล่ือนไหวรางกายไปในทศิ ทาง นไหวโดยควบคมุ ตนเองไปในทศิ ทาง ระดบั และพื้นทต่ี างๆประกอบ พนื้ ท่ี เสยี งเพลง และดนตรี ณและจิตใจ ๒.การปฏบิ ัติตามขอตกลงในการทา พลง การรองเพลง และการแสดง กจิ กรรม ตางๆ ตอบเสียงดนตรี ๓.การแสดงอารมณ ความรูสกึ ตางๆ เครอื่ งดนตรปี ระกอบจงั หวะ ส่งิ ตางๆรอบตัว อนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี ๑.เคร่ืองดนตรีประกอบจังหวะ เพลง เชน กลอง แทมมารนี บัตกิ จิ กรรมตางๆตามความสามารถ ๒.เครอื่ งดนตรตี างๆ ๓.เพลงสาหรับเด็ก ามรวมมือในการปฏิบตั กิ ิจกรรมตางๆ หรือทากิจกรรมรวมกบั กลุมเพอ่ื น ญา พลง นทิ าน คาคลองจอง บทรอยกรอง วตางๆ ยางสรรคในการเลนและกระทาสงิ่ ตางๆ

สภำพที่พึงประสงค ตวั บงช้ี ช้ัน อ. ๑ ชัน้ อ.๒ ช้ัน อ.๓ (๔ -๕ ป) (๕ – ๖ ป) (๓ – ๔ ป) ๔.๑.๓ สนใจ ๔.๑.๓สนใจมี ๔.๑ สนใจ มี ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุขและ ความสขุ และ ดานอารมณ ความสขุ และ มีความสขุ แสดงทาทาง/ แสดงทาทาง/ ๑.การฟงเพ เคลื่อนไหว เคลื่อนไหว ปฏกิ ริ ยิ าโต แสดงออ ผานงาน และ แสดง ประกอบเพลง ประกอบเพลง ๒.การเลนเ จงัหวะและ จังหวะและ ศลิ ปะ ดนตรี และ ทาทาง/ ดนตรี ดนตรี ๓.การเคล่อื การเคลื่อนไหว เคล่อื นไหว ๔.การปฏบิ ของ ตนเอ ประกอบ ดานสังคม ๑.การใหค เพลง จังหวะ ตางๆ ๒.การเลนห และดนตรี กลมุ เพ่ือน ดานสตปิ ญญ ๑.การฟงเพ หรือเรื่องรา

สำระกำรเรียนรูรำยป ประสบกำรณสำคญั สำระท่ีควรเรยี นรู ณและจิตใจ ตวั เดก็ พลง การรองเพลง และการแสดง ๑.การเคลอื่ นไหวรางกายไปในทิศทาง ตตอบเสียงดนตรี ระดับ และพน้ื ท่ตี างๆ ประกอบ เคร่ืองดนตรีประกอบจังหวะ เสยี งเพลง และดนตรี อนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี ๒.การปฏบิ ัติตามขอตกลงในการทา บตั ิกิจกรรมตางๆตามความสามารถ กิจกรรม ตางๆ อง ๓.การแสดงอารมณ ความรูสกึ ตางๆ สงิ่ ตางๆ รอบตัว ความรวมมือในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ๑.เครอ่ื งดนตรปี ระกอบจังหวะ เชน กลอง แทมมารนี หรอื ทากิจกรรมรวมกบั ๒.เครือ่ งดนตรีต่างๆ ๓.เพลงสาหรบั เด็ก ญา พลง นทิ าน คาคลองจอง บทรอยกรอง ๔.นทิ าน คาคลองจอง บทรอยกรอง าวตางๆ ๕.เครื่องเลนแผนซีดี

๕ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และมีจติ ใจท่ีดงี ำม สภำพท่ีพึงประสงค ตัวบงชี้ ชนั้ อ.๑ ชนั้ อ.๒ ชัน้ อ.๓ (๓ – ๔ ป) (๔ -๕ ป) (๕ – ๖ ป) ๕.๑ ซอื่ สตั ย ๕.๑.๑ บอก ๕.๑.๑ ขอ ๕.๑.๑ ขอ ดานอารมณ สจุ ริต หรือช้ี ไดวาส่ิง อนญุ าต หรือรอ อนญุ าต หรือรอ ๑.การปฏิบัต คอยเมือ่ ๒.การฟงนทิ ใดเปนของ คอยเม่ือ ตองการ ตองการส่ิงของ ๓.การรวมส ของผูอนื่ ดวย เชิงจรยิ ธรรม ตนเองและส่งิ ใด สงิ่ ของ ของผูอื่น ๔.การเลนบ เปนของผูอ่ืน เมอ่ื มผี ูช้ีแนะ ตนเอง ดานสังคม ๑.การเล่น แ ๒.การปฏบิ ัต ๓.การมสี วน ๔.การมสี วน ดานสติปญญ ๑.การพดู แส ตองการ ๒.การอธิบา เหตกุ ารณหร

สำระกำรเรียนรูรำยป ประสบกำรณสำคัญ สำระที่ควรเรยี นรู ณ-จิตใจ ตัวเดก็ ตติ นตามหลกั ศาสนาทนี่ ับถือ ทาน เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม ๑.คุณธรรมจริยธรรม- ความซื่อสตั ย สนทนาและแลกเปล่ียนความคิดเหน็ สจุ ริต ม บทบาทสมมติ ๒.การเคารพสิทธิของตนเองและผูอน่ื ๓.การปฏิบัตติ นเปนสมาชกิ ทดี่ ี และทางานรวมกบั ผูอื่น ๔.การแสดงมารยาทท่ีดี ตติ นเปนสมาชกิ ที่ดขี องหองเรียน บคุ คลและสถานทแ่ี วดลอม นรวมในการเลอื กวธิ กี ารแกปญหา ๑. การปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบ/ขอตกลง นรวมในการแกปญหาความขัดแยง ๒.แสดงความคิดเห็นอยางเหมาะสม ญา และรับฟงความคดิ เหน็ ของผูอ่นื สดงความคิด ความรูสึก และความ ๓.การรับรูความรูสกึ ของผูอน่ื ายเชอ่ื มโยงสาเหตแุ ละผลที่เกิดข้ึนใน รือการกระทา

สภำพที่พึงประสงค ตัวบงชี้ ชั้น อ.๑ ช้ัน อ.๒ ช้นั อ.๓ (๓ – ๔ ป) (๔ -๕ ป) (๕ – ๖ ป) ๕.๒ มคี วาม เมตตากรณุ า มี ๕.๒.๑ ๕.๒.๑แสดงความ ๕.๒.๑ ดานอารม ํน้าใจและ ชวย เหลือแบงปน แสดงความ รกั เพอ่ื นและมี แสดงความ ๑.การปฏ รกั เพื่อนและ มี เมตตาสตั วเลี้ยง รักเพ่อื นและมี ๒.การฟงน เมตตาสัตวเล้ยี ง ๓.การรวม เมตตาสัตวเล้ยี ง เชิงจริยธร ๔.การเลน ๕.การเลี้ย ๕.๒.๒ แบงปนผู ๕.๒.๒ ชวยเหลือ ๕.๒.๒ ชวยเหลอื ดานอารม อื่น ไดเมอื่ มี ผู และแบงปนผูอื่น และแบงปนผูอื่น ๑.การฟงน ชีแ้ นะ ได เมื่อมีผชู ีแ้ นะ ได ดวยตนเอง ๒.การเลน ๓.การปฏ ดานสังคม ๑. การปฏ

สำระกำรเรยี นรูรำยป ประสบกำรณส ำคัญ สำระท่ีควรเรยี นรู มณ-จิตใจ ตัวเด็ก ฏิบัตติ นตามหลักศาสนาทนี่ ับถือ ๑. คุณธรรมจรยิ ธรรม นทิ าน เกยี่ วกบั คุณธรรม จริยธรรม - ความเมตตา กรุณา มสนทนาและแลกเปลีย่ นความคดิ เห็น รรม นบทบาทสมมติ ยงสตั ว มณ-จิตใจ ตัวเด็ก นิทาน เกี่ยวกบั คุณธรรม จริยธรรม ๑. คุณธรรมจรยิ ธรรม นบทบาทสมมติ - ความมีนา้ ใจ ชวยเหลือ แบงปน ฏบิ ตั ติ นตามหลักศาสนาที่นับถอื ม - ความกตญั ู ฏบิ ตั ติ นเปนสมาชิกที่ดขี องหองเรยี น

๕.๓ มีความเห็น ๕.๓.๑ แสดงสี ๕.๓.๑ แสดงสี ๕.๓.๑ แสดงสี ดานอารม อกเหน็ ใจผอู ื่น หนา หรอื ทาทาง หนา และทาทาง หนา และทาทาง ๑.การฟงน รบั รู ความรูสกึ ผู รบั รู ความรูสึกผู รับรู ความรูสึกผู อืน่ อยาง ๒.การเลน อ่นื อืน่ สอดคลอง ๓.การปฏ กบั สถานการณ ๔.การแสด ใจ เม่ือผูอน่ื เศ ปลอบโยน ดานสงั คม ๑.การเลน ๒.การเลน ๕.๔ มคี วาม ๕.๔.๑ ทางาน ที่ ๕.๔.๑ ทางาน ท่ี ๕.๔.๑ ทางาน ที่ ดานรางก รับผิดชอบ ไดรบั มอบหมาย ไดรบั มอบหมาย ๑.การเข ไดรบั มอบหมาย จนสาเรจ็ จนสาเร็จ ดวย ๒.การป จนสาเร็จเม่ือมี ผู ๓.การป ชวยเหลือ เม่ือมีผชู แ้ี นะ ตนเอง ๔.การห การตัด ก ดานอารม ๑.การทา ๒.การสร ๓.การปฏ ความสาม

มณจติ ใจ ตวั เดก็ นิทาน เก่ยี วกับคุณธรรม จรยิ ธรรม ๑. คณุ ธรรมจริยธรรม นบทบาทสมมติ - ความเห็นอกเหน็ ใจผูอืน่ ฏิบตั ิตนตามหลักศาสนาที่นับถอื ๒.การรบั ความรูสกึ ของตนเองและ ดงความยินดี เมื่อผูอื่นมคี วามสขุ เหน็ ผอู ่นื ศราหรอื เสยี ใจและการชวยเหลอื น เม่ือผูอื่นไดรับบาดเจบ็ ม นและทางานรวมกบั ผูอ่นื นบทบาทสมมติ กาย ตัวเด็ก ขียนภาพและการเลนกบั สี ๑. คุณธรรมจรยิ ธรรม -ความรับผิดชอบ ปน -ความอดทน มุงมัน่ ประดษิ ฐส่ิงตางๆ ดวยเศษวัสดุ - ความเพียร หยิบจับ การใชกรรไกร การฉกี การปะ และการรอยวสั ดุ มณและจิตใจ ากิจกรรมศิลปะตางๆ รางสรรคส่ิงสวยงาม ฏบิ ัตกิ จิ กรรมตางๆตาม มารถ ของตนเอง

ดานสงั ค ๑.การทา ๒.การดแู ๓.การมสี อม ท้งั ภา ๔.การรว ๕.การชว ๖.การเพ ๗.การเลย้ี ๘.การปร ๙.การเขา ๖.๑.๒ ๖.๑.๒ ๖.๑.๒ ตัวเดก็ รบั ประทาน อา รับประทาน อา รบั ประทาน ๑.การรบั หารดวยตนเอง หารดวยตนเอง อาหารดวย ๒.มารยา ตนเอง อยางถกู ส่ิงตางๆร วธิ ี ๑.อุปกรณ

คม ากิจกรรมศลิ ปะตางๆ แลหองเรยี นรวมกนั สวนรวมรบั ผดิ ชอบดูแลรกั ษาส่ิงแวดล ายในและภายนอกหองเรยี น วมกาหนดขอตกลงของหองเรยี น วยเหลือตนเองในกจิ วตั รประจาวัน พาะปลกู ดแู ลตนไม ลยงสัตว ระกอบอาหารไทย ารวมกจิ กรรมวันสาคัญ บประทานอาหารอยางถกู วธิ ี ตัวเดก็ าทในการรับประทานอาหาร ๑.การรับประทานอาหารอยางถูกวิธี รอบตวั ๒.มารยาทในการรับประทานอาหาร สิ่งตางๆรอบตวั ณที่ใชรบั ประทานอาหาร ๑.อุปกรณท่ใี ชรบั ประทานอาหาร

พัฒนำกำรดำนสังคม มำตรฐำนที่ ๖ มที ักษะชีวิตและปฏบิ ตั ิตนตำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง สภำพทีพ่ งึ ประสงค ตวั บงชี้ ช้นั อ. ๑ ชนั้ อ.๒ ชนั้ อ.๓ (๓ – ๔ ป ) ( ๔ -๕ ป ) (๕–๖ป) ๖.๑ชว่ ยเหลือ ๖.๑.๑ แตงตัวโดย ๖.๑.๑ แตงตวั ดวย ๖.๑.๑แตงตวั ดวย ดานรางก ตนเอง ในการ ตนเอง ๑.การปฏ ปฏิบตั ิกจิ วตั ร มี ผูชวยเหลอื ตนเอง ไดอยาง ใน กจิ วตั ประจาวัน คลองแคลว ดานสังค ๑.การชว ดานสตปิ ๑.การสงั เปลี่ยนแ โดยใชปร

ม สำระกำรเรียนรรู ำยป ประสบกำรณ์สำคญั สำระทค่ี วรเรยี นรู กาย ตัวเดก็ ฏบิ ตั ิตนตามสุขอนามัย สุขนสิ ยั ท่ีดี ๑.การชวยเหลือตนเงในการแตงกาย ตรประจาวนั ๒.เครอ่ื งแตงกาย เชน เสือ้ กางเกง กระโปรง คม ๓.การแตงกายทเี่ หมาะสมกับเพศกาลเทศะ วยเหลอื ตนเองในชวี ิตประจาวนั และ ฤดูกาล ปญญา งเกตลกั ษณะ สวนประกอบ การ แปลงและความสัมพนั ธของส่ิงตางๆ ระสาทสัมผสั อยางเหมาะสม

๖.๑ ช่วยเหลอื ๖.๑.๓ ใชหองนา้ ๖.๑.๓ ใชหองน้า ๖.๑.๓ใชและทา ดานรางก ตนเอง ในการ หองสวม โดยมี หองสวม ดวย ความสะอาด ๑.การป หลงั ใชหองน้า ประจาว ปฏิบัติกิจวตั ร ผ้ชู ่วยเหลอื ตนเอง หองส้วมดวย ๒.การป ประจาวัน ตนเอง ๓.การฟ ๔.เลนบ ดานสงั ค ๑.การชว ๒.การปฏ ๖.๒ มีวนิ ยั ใน ๖.๒.๑ เกบ็ ของเลน ๖.๒.๑ เกบ็ ของเลน ๖.๒.๑ เก็บของ ดานอาร ตนเอง ของใช เขาทเ่ี มื่อ ของใช เขาทดี่ วย เลน ของใช เขาที่ ๑.การฟง อยาง ดานสังค มีผชู ้แี นะ ตนเอง เรยี บรอยดวย ๑.การมีส ตนเอง ภายในแ ๒.การปฏ ๓.การดูแ

กาย ตัวเดก็ ปฏบิ ัติตนตามสขุ อนามัย สขุ นิสัยทดี่ ีใน กิจวัตร ๑.การใชหองนา้ อยางถกู สขุ ลักษณะ วัน ปฏิบัตติ นใหปลอดภัยในกจิ วัตรประจาวนั ฟงนิทานเรอื่ งราวเกยี่ วกับสขุ นิสยั ทีด่ ี บทบาทสมมติ คม วยเหลอื ตนเองในชวี ิตประจาวัน ฏิบตั ติ นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง รมณและจติ ใจ สิง่ ตางๆ รอบตวั เด็ก งนิทานเกี่ยวกับคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ๑.การเกบ็ ของเลนของใช คม ๒.การดูแลรักษาสงิ่ แวดลอมทัง้ ภายใน สวนรวมรบั ผดิ ชอบดแู ลรักษาส่งิ แวดลอม ทั้ง และ ภายนอกหองเรียน และภายนอกหองเรียน ฏิบัติตนเปนสมาชกิ ทด่ี ีของหองเรียน แลหองเรยี นรวมกนั

สภำพท่ีพึงประสงค ตัวบงช้ี ช้นั อ. ๑ ชนั้ อ.๒ ชัน้ อ.๓ (๓ – ๔ ป ) ( ๔ -๕ ป ) (๕–๖ป) ๖.๒ มวี ินยั ใน ตนเอง ๖.๒.๒ เขาแถว ๖.๒.๒ เขาแถว ๖.๒.๒ เขาแถว ดานอาร ตามลาดบั กอนหลงั ตามลาดบั กอน ตามลาดบั กอน ๑.การฟ ไดเม่อื มีผูชแ้ี นะ หลงั ไดดวย ตนเอง หลงั ไดดวย ดานสังค ตนเอง ๑.การปฏ ๖.๓ ประหยัดและ ๖.๓.๑ ใชส้ ่ิงของ ๖.๓.๑ ใชส้ ิ่งของ ๖.๓.๑ ใชสง่ิ ของ ดานอาร เครอื่ งใชอยาง เคร่อื งใชอยาง เครอ่ื งใชอยาง ๑.การฟ พอเพียง ประหยัดและ ประหยัดและ ประหยดั และ ดานสงั ค พอเพียง พอเพยี ง ดวย ๑.การปฏ พอเพียง เมื่อมผี ชู ีแ้ นะ ตนเอง ๒.การปฏ เมื่อมีผูชแ้ี นะ เศรษฐก ๓.การใช ๔.การทา แลวมาใช

สำระกำรเรียนรูรำยป ประสบกำรณ์สำคญั สำระทคี่ วรเรยี นรู รมณและจิตใจ ตัวเดก็ ฟงนิทานเกยี่ วกับคุณธรรมจรยิ ธรรม ๑.การมวี ินยั คม ๒.การเขาแถว ฏิบัตติ นเปนสมาชิกที่ดีของหองเรยี น รมณและจติ ใจ ตวั เดก็ ฟงนทิ านเกี่ยวกบั คุณธรรมจริยธรรม ๑.คณุ ธรรมจรยิ ธรรม คม ๒.การใชสงิ่ ของอยางคุมคา ฏิบตั ิตนเปนสมาชิกท่ีดีของหองเรียน ธรรมชาตริ อบตวั ฏบิ ตั ิตนตามแนวทางของหลักปรัชญาของ ๑.การอนรุ ักษสงิ่ แวดลอมและ กจิ พอเพยี ง ประหยัด ทรพั ยากร ชวัสดุและสงิ่ ของเครอ่ื งใชอยางคุมคา างานศลิ ปะที่นาวัสดุหรือสิ่งของเครอื งใชท่ี ใช ชซา้ หรือแปรรูปแลวนากลับมาใชใหม

มำตรฐำนท่ี ๗ รกั ธรรมชำติ สิ่งแวดลอม วฒั นธรรม และควำมเปนไทย สภำพท่พี งึ ประสงค ตัวบงช้ี ช้ัน อ. ๑ ชนั้ อ.๒ ชัน้ อ.๓ (๓ – ๔ ป ) ( ๔ -๕ ป ) (๕–๖ป) ๗.๑ ดูแลรักษา ๗.๑.๑ มสี วนร่วม ๗.๑.๑ มสี วนร่วม ๗.๑.๑ มีสวนร่วม ดานสงั ค ธรรมชาตแิ ละ สิง่ ดแู ลรกั ษาธรรมชาติ ดูแลรกั ษาธรรมชาติ ดูแลรกั ษา ๑. การม และสงิ่ แวดลอม และสิ่งแวดลอม ธรรมชาติ และ ทง้ั ภายใน แวดลอม เมอ่ื มผี ชู แ้ี นะ สิง่ แวดลอม ๒. การส เมอื่ มผี ชู แ้ี นะ ดวยตนเอง ธรรมชาต ๓. การท ๔.ธรรมช ๕. การเพ ดานสตปิ ๑.การอธ เหตุการณ ๒.การตดั แกปญหา

สำระกำรเรียนรูรำยป ประสบกำรณ์สำคญั สำระทค่ี วรเรียนรู คม บคุ คลและสถานที่แวดลอมตวั เด็ก มีสวนรวมในการดูแลรักษาส่งิ แวดลอม ๑.ส่ิงแวดลอมในโรงเรยี น และการ นและภายนอกหองเรียน ดูแลรักษา สนทนาขาวและเหตุการณที่เก่ียวกับ ๒. ส่งิ แวดลอมตามธรรมชาติและการ ตแิ ละส่ิงแวดลอมในชวี ติ ประจาวัน อนุรักษสิง่ แวดลอม ทางานศลิ ปะทีน่ าวสั ดุ หรอื สิง่ ของฯ ๓. การรกั ษาสาธารณสมบตั ิในหอง ชาตแิ ละสงิ่ แวดลอมในชีวิตประจาวนั เรยี น พาะปลกู และดแู ลตนไม ธรรมชาติรอบตวั ปญญา ๑.ส่ิงแวดลอมตามธรรมชาติรอบตัว ธบิ ายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดข้นึ ใน ๒.สง่ิ แวดลอมท่ีมนษุ ยสรางขน้ึ ณหรอื การกระทา ๓.การอนุรกั ษสิง่ แวดลอม ดสินใจและมีสวนรวมในกระบวนการ า

๗.๑.๒ ทิง้ ขยะ ได ๗.๑.๒ ทิ้งขยะ ได ๗.๑.๒ ท้ิงขยะ ได ดานสงั ค ถกู ท่ี ถูกที่ ถกู ท่ี ๑. การม ทงั้ ภายใ ๒. การส และส่ิงแ เปนสมาช ดานสตปิ ๑. การค ตามลกั ษ ๗.๒ มมี ารยาท ๗.๒.๑ ปฏบิ ตั ิตน ๗.๒.๑ ปฏิบัติตน ๗.๒.๑ ปฏบิ ตั ิตน ดานสังคม ตามวัฒนธรรมไทย ตามมารยาทไทยได ตามมารยาทไทยได ตามมารยาทไทย ๑.การเล และรักความ เมอ่ื มผี ูชี้แนะ ด้วยตนเอง ได ตามกาลเทศะ ไทย ๒.การปฏ เปนไทย ประเพณ

คม ส่ิงตางๆรอบตวั มสี วนรวมในการดูแลรักษาส่ิงแวดลอม ในและภายนอกหองเรียน ๑.ขยะและการคัดแยกขยะ ๒.การดูแลรกั ษาสิง่ แวดลอมและ สนทนาขาวและเหตุการณที่เกยี่ วกับ ธรรมชาติ สาธารณ สมบตั ิ แวดลอมในชีวิตประจาวัน 3.การปฏบิ ัติตน ชิกท่ีดีของหองเรียน ปญญา คัดแยก การจัดกลมุ และจาแนกสิง่ ตางๆ ษณะและรปู ราง รูปทรง ม ตวั เดก็ ลนบทบาทสมมตกิ ารปฏบิ ัตติ นในความเปน คน ๑.การปฏบิ ตั ิตนตามมารยาทและ ฏบิ ัตติ นตามวฒั นธรรมทองถ่ินท่ีอาศยั และ วฒั นธรรมไทย ณีไทย ๒.การแสดงมารยาทท่ีดี -การแสดงความเคารพ เชน การไหว การยนื ตรง - การพูดสภุ าพ -การกลาวคาขอบคุณและ ขอโทษ บคุ คลและสถานที่แวดลอม ๑. การปฏิบตั ิตามวฒั นธรรมทองถ่ิน และความ เปนไทย ๒.การปฏิบตั ิตนใหถกู ตองตาม กาลเทศะ ๓.การปฏิบตั ิตนตอบคุ คลตางๆ อยางเหมาะสม

๗.๒ มีมารยาท ๗.๒.๒ กลาว คา ๗.๒.๒ กลาว คา ดานสงั คม ตามวฒั นธรรมไทย ขอบคณุ และ ขอบคุณและ ขอ ๗.๒.๒ กลาว คา ๑.การเล และรกั ความเปน็ ขอโทษเมอ่ื มี โทษดวยตนเอง ขอบคุณและ ขอ คนไทย โทษดวยตนเอง ๒.การปฏ ไทย ผูชี้แนะ ประเพณ ๗.๒.๓ หยุดยืนเมือ่ ๗.๒.๓ ยืนตรงเมือ่ ๗.๒.๓ ยนื ตรง ดานอารม ไดยินเพลงชาตไิ ทย ไดยินเพลงชาติไทย และ รวมรอง ๑. การพ และเพลงสรรเสรญิ และเพลงสรรเสริญ พระบารมี พระบารมี เพลงชาติ ไทย ดานสังคม และเพลง ๑.การเล คนไทย สรรเสริญพระ ๒.การปฏ ประเพณ บารมี

ม ตวั เด็ก ลนบทบาทสมมติการปฏิบตั ติ นในความเปน ๑.การปฏิบัตติ นตามมารยาทและ วฒั นธรรมไทย ฏิบัติตนตามวัฒนธรรมทองถิ่นที่อาศัยและ -การพดู สุภาพ ณีไทย -การกลาวคาขอบคุณและขอโทษ มณและจติ ใจ บคุ คลและสถานทแี วดลอมเดก็ พดู สะทอนความรูสึกของตนเองและผูอ่ืน ๑.วนั สาคญั ของชาติ ศาสนา ม พระมหากษัตรยิ ลนบทบาทสมมติการปฏิบัติตนในความเปน ๒. สญั ลกั ษณสาคัญของชาติไทย ๓.การแสดงความจงรักภักดีตอ ฏิบัตติ นตามวฒั นธรรมทองถิ่นท่ีอาศยั และ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย ณีไทย

มำตรฐำนท่ี ๘ อยูรวมกับผูอนื่ ไดอยำงมคี วำมสุขและปฏบิ ตั ติ นเปนสมำชกิ ท่ดี ขี องสังค สภำพที่พึงประสงค ตวั บ่งช้ี ชัน้ อ. ๑ ชน้ั อ.๒ ชน้ั อ.๓ (๓ – ๔ ป ) ( ๔ -๕ ป ) (๕–๖ป) ๘.๑ ยอมรับความ ๘.๑.๑ เลนและ ทา ๘.๑.๑ เลนและ ทา ๘.๑.๑ เลนและ ดานอาร เหมือนและความ กิจกรรมรวมกับ กิจกรรมรวมกับ ทากจิ กรรมรวม ๑.การเล แตกตางระหวาง เด็กท่ีแตกตางไป เดก็ ท่แี ตกตางไป กบั ๒.การเล จากตน จากตน เด็กที่แตกตางไป ๓. การเ บคุ คล จากตน ดานสัง ๑.การร ๒.การเล ๓.การท ๔.การเล ๕.การให ๘.๒ มีปฏิสมั พนั ธท่ี ๘.๒.๑ เลนร่วม กับ ๘.๒.๑ เลนหรือ ทา ๘.๒.๑ เลนหรอื ดานสงั ค ดี กบั ผอู ื่น เพอื่ น งานรวมกบั เพ่ือน ทางานรวมมอื กับ ๑.การร เปนกลุม เพอ่ื นอยางมี ๒.การให เปาหมาย ๓.การด ๔.การร ๕.การเล

คม ในระบอบประชำธิปไตยอนั มพี ระมหำกษตั ริยทรงเปนประมุข สำระกำรเรยี นรูรำยป ประสบกำรณสำคญั สำระทีค่ วรเรียนรู รมณและจติ ใจ เร่ืองราวเกยี่ วกับตวั เดก็ ลนรายบคุ คล กลุมยอย กลุมใหญ ๑.การเคารพสทิ ธขิ องตนเองและผูอน่ื ลนตามมมุ ประสบการณ/มุมเลนตางๆ ๒.ความแตกตางของบคุ คลเชนความ เลนนอกหองเรยี น แตกตางดาน รางกายภาษา วฒั นธรรม งคม ศาสนา สถานภาพทางเศรษฐกิจและ รวมสนทนาและแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ สังคม ๒.การรูจักแสดงความคดิ เหน็ ของตนเอง ลนและทางานรวมกบั ผูอ่ืน และรับฟง ความคดิ เห็นของผูอื่น ทาศิลปะแบบรวมมือ ๓.การสะทอนการรบั รอู ารมณและความ รสู กึ ของ ตนเองและผูอืน่ ลนหรอื ทากจิ กรรมรวมกับกลุมเพ่อื น ๔.การแสดงมารยาทท่ีดี หความรวมมอื ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตางๆ คม เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั บคุ คลและสถานท่ี รวมกาหนดขอตกลงของหองเรยี น แวดลอมเด็ก หความรวมมอื ในการปฏิบัติกจิ กรรมตางๆ ๑.การนับถือศาสนาหรอื มีความเช่ือที่ ดูแลหองเรียนรวมกนั เหมือนหรือ แตกตางกนั เร่อื งราวเกย่ี วกบั ตวั เด็ก รวมสนทนาและแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ ลนและทางานรวมกับผูอ่นื ๑.การเคารพสทิ ธขิ องตนเองและผูอนื่

๖.การท ๗.การม ๘.การม การเลน ๘.๒ มี ๘.๒.๒ ย้มิ หรือ ทกั ๘.๒.๒ ยม้ิ ทกั ทาย ๘.๒.๒ ยิ้มทกั ทาย ดานอาร ทายผูใหญและ หรอื พูดคยุ กับ ผู และพดู คยุ กับ ๑.การพ ปฏสิ มั พันธที่ดี บุคคลท่คี ุนเคยเมื่อ ใหญ และบคุ คล ผใู หญ และบุคคล กบั ผูอื่น มีผูชแ้ี นะ ที่คนุ เคยไดดวย ทคี่ นุ เคยได้ ตนเอง เหมาะสมกบั สถานการณ

ทาศิลปะแบบรวมมอื ๒.การรูจกั แสดงความคิดเหน็ ของตนเอง มีสวนรวมในการเลอื กวิธีการแกปญหา และรับฟง ความคิดเห็นของผูอนื่ มสี วนรวมในการแกปญหาความขัดแยง ๓.การสะทอนการรับรอู ารมณและความ นหรือทากจิ กรรมรวมกับกลุมเพื่อน รสู กึ ของ ตนเองและผูอน่ื ๔.การแสดงมารยาทท่ีดี รมณและจติ ใจ พดู สะทอนความรูส้ ึกของตนเองและผูอื่น ตัวเดก็ ๑.การแสดงออกทางอารมณและความ รสู กึ อยาง เหมาะสม ๒.การแสดงมารยาทท่ีดี ๓.บุคคลในครอบครวั บุคคลและสถานท่แี วดลอมเดก็ ๑.บุคคลตางๆในโรงเรียน ๒.บุคคลตางๆในชมุ ชน

๘.๓ ปฏบิ ตั ิตน ๘.๓.๑ ปฏบิ ัติตาม ๘.๓.๑ มสี วนรว่ ม ๘.๓.๑มสี วนรวม ด เบื้องตนในการ ขอตกลงเมอื่ มผี ู สรางขอตกลง และ สรางขอตกลง ๑ เปน สมาชกิ ท่ีดี ชี้แนะ ปฏบิ ตั ิตาม ๒ และปฏบิ ตั ิตาม ของสังคม ขอตกลงเมื่อมี ผู ขอตกลงดวย ๓ ชีแ้ นะ ตนเอง ต ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ แ ด ๑ ๒ แ

ดานสงั คม บุคคลและสถานที่แวดลอม ๑.การรวมกาหนดขอตกลงของหอง ๑.การปฏิบัติตนตามขอตกลงใน ๒.การปฏบิ ัติตนเปนสมาชกิ ทีด่ ขี องหองเรยี น บาน หองเรียน โรงเรยี น และ ชุมชน ๓.การใหความรวมมอื ในการปฏิบัตกิ จิ กรรม ๒.วฒั นธรรมทองถน่ิ ที่อาศยั และ ตางๆ ประเพณีไทย ๔.การมสี วนรวมในการเลือกวธิ ีการแกปญหา ๓.การละเลนพื้นบานไทย ๕.การมสี วนรวมในการแกปญหาความขดั แยง ๔.วันสาคญั ตางๆ ๖.การรวมกกิ รรมวนั สาคัญ ๕.สถานท่ีสาคญั และแหลงเรยี นใน ๗.การศึกษานอกสถานท่ี ชมุ ชน ๘.การเลนพ้ืนบานของไทย ๙.การปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมทองถน่ิ ทีอ่ าศัย และประเพณไี ทย ดานสติปญญา ๑.การฟงและปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนา ๒.การตดั สินใจและมีสวนรวมในกระบวนการ แกปญหา

๘.๓ ปฏิบัติตน ๘.๓.๒ ปฏิบัติตน ๘.๓.๒ ปฏบิ ตั ิตน ๘.๓.๒ ปฏบิ ัติตน ด เบื้องตนในการ เปนผูนาและ ผูตาม เปนผูนาและผู เปนผู้นาและผู ๑ เปนสมาชิกที่ดี เมือ่ มผี ูชี้แนะ ตาม ไดดวย ตาม ไดเหมาะสม ๒ ของสังคม ตนเอง กับ สถานการณ ต ๓ ๔ ด ๑ ๘.๓.๓ ยอมรบั การ ๘.๓.๓ ๘.๓.๓ ด ประนปี ระนอม ประนีประนอม ประนีประนอม ๑ แกไขปญหาเมื่อมี ผู แกไข ปญหาโดย ๒ ปราศจากการใช แกไข ปญหาโดย ค ช้แี นะ ความรนุ แรงเม่ือ ปราศจากการใช ด มีผูช้แี นะ ความรนุ แรงดวย ๑ ๒ ตนเอง ๓ ต ๔ ๕ ด ๑ ๒ แ

ดานสงั คม ตัวเด็ก ๑.การปฏบิ ัติตนเปนสมาชิกท่ีดขี องหองเรียน ๑.การปฏบิ ตั ิตนเปนสมาชิกที่ดขี อง ๒.การใหความรวมมือในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ครอบครวั โรงเรียนและชุมชน ๒.การเคารพสิทธขิ องตนเองและผู ตางๆ อื่น ๓.การรวมกิกรรมวนั สาคญั ๓.การเปนผูนาและผูตามที่ดี ๔.เลนและทางานรวมกบั ผูอ่นื ดานสติปญญา ๑.การฟงและปฏิบัตติ ามคาแนะนา ดานอารมณและจิตใจ ตวั เด็ก ๑.การฟงนิทานเกยี่ วกับคณธรรมจรยิ ธรรม ๑.คุณธรรมจริยธรรม-ความสามัคคี ๒.การรวมสนทนาและแลกเปลี่ยนความ บุคคลและสถานท่ีแวดลอมเดก็ คดิ เหน็ เชงิ จริยธรรม ๑.การรับฟงความคดิ เหน็ และรับรู ดานสังคม ๑.การรวมกาหนดขอตกลงของหอง ความรสู ึกซึ่งกนั และกนั ๒.การปฏิบตั ิตนเปนสมาชิกท่ีดีของหองเรียน ๓.การใหความรวมมือในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ตางๆ ๔.การมีสวนรวมในการเลือกวิธกี ารแกปญหา ๕.การมีสวนรวมในการแกปญหาความขดั แยง ดานสตปิ ญญา ๑.การฟงและปฏบิ ัตติ ามคาแนะนา ๒.การตดั สนิ ใจและมีสวนรวมในกระบวนการ แกปญหา

พฒั นำกำร มำตรฐำนที่ ๙ ใชภำษำส่ือสำรไดเหมำะกับวัย ตวั บงช้ี ชัน้ อ. ๑ สภำพท่ีพงึ ประสงค ชน้ั อ.๓ (๓ – ๔ ป ) (๕ –๖ ป ) ช้ัน อ.๒ ( ๔ -๕ ป ) ๙.๑ สนทนา ๙.๑.๑ ฟงผูอื่นพูด ๙.๑.๑ ฟงผูอนื่ พดู ๙.๑.๑ ฟงผูอื่น ด จนจบและพูด จนจบและ พูด จนจบและ ๑ โตตอบและ โตตอบเก่ียวกบั สนทนา โตตอบ สนทนา โต้ ก สอดคลอง ตอบอยาง ๒ เลาเรอื่ งใหผอู น่ื เร่ืองท่ฟี ง กับเร่ืองทีฟ่ ง ตอเนื่อง เชอื่ มโยง ต เขาใจ ๓ กับเรอ่ื งทฟี่ ง ต ๔ แ ๕ ๖ ส

รดำนสตปิ ญญำ สำระกำรเรียนรูรำยป ประสบกำรณสำคัญ สำระที่ควรเรยี นรู ดานสตปิ ญญา ๑.ตวั เด็ก ๑. การฟงเพลง นิทาน คาคลองจอง บทรอย ๒.บคุ คลและสถานทีแ่ วดลอมเด็ก กรอง หรอื เรอ่ื งราวตางๆ ๓.ธรรมชาติรอบตัวเด็ก ๒.การพูดแสดงความคิด ความรูสึก และความ ๔.สิ่งตางๆ รอบตัวเด็ก ตองการ ๓.การพดู กับผูอน่ื เกยี่ วกับประสบการณของ ตนเอง หรอื พดู เลาเรือ่ งราวเก่ียวกับตนเอง ๔.การพูดอธบิ ายเกย่ี วกบั สิ่งของ เหตุการณ และ ความสัมพันธของสิง่ ตางๆ ๕.การรอจังหวะที่เหมาะสมในการพดู ๖.การพดู เรยี งลาดับคาเพ่อื ใชในการ สือ่ สาร

๙.๑.๒เลาเรอ่ื งดวย ๙.๑.๒เลาเรอ่ื ง ๙.๑.๒ เลาเปน ด ประโยคสนั้ ๆ ๑ เปนประโยคอยาง เรื่องราวตอเนือ่ ง ต ๒ ตอเน่อื ง ได้ ต ๓ แ ๔ ๕ ส ๙.๒ อาน เขยี น ๙.๒.๑อานภาพ ๙.๒.๑ อานภาพ ๙.๒.๑ อานภาพ ด ภาพ และ สัญลักษณคา สญั ลกั ษณ คา ๑ สญั ลกั ษณได และพดู ขอ้ ความด พรอม ทั้งชี้หรือ ดวยการชหี้ รือ ป วยภาษาของตน กวาดตา กวาด ๒ มอง ขอความตาม ตามอง จุดเร่ิมตน ก บรรทดั ๓ และจดุ จบของ ก ขอความ ๔ ข ๕ บ ๖ ค

ดานสตปิ ญญา ๑.ตัวเดก็ ๑.การพูดแสดงความคิด ความรูสกึ และความ ๒.บคุ คลและสถานทีแ่ วดลอมเด็ก ตองการ ๓.ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก ๒.การพดู กบั ผูอื่นเกีย่ วกับประสบการณของ ๔.สงิ่ ตางๆ รอบตวั เดก็ ตนเอง หรอื พดู เลาเร่อื งราวเกย่ี วกับตนเอง ๓.การพูดอธิบายเก่ยี วกบั สง่ิ ของ เหตุการณ และ ความสัมพันธของสง่ิ ตางๆ ๔..การรอจงั หวะทเี่ หมาะสมในการพดู ๕.การพูดเรยี งลาดบั คาเพื่อใชในการ สือ่ สาร ดานสติปญญา ๑.ตัวเดก็ ๑.การอานหนังสือภาพ นิทานหลากหลาย ๒.บุคคลและสถานที่แวดลอมเดก็ ประเภท/ รูปแบบ ๓.ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก ๒.การอานอยางอิสระตามลาพัง การอานรวม ๔.สง่ิ ตางๆ รอบตวั เดก็ กนั การอานโดยมีผูชีแ้ นะ ๓.การอานอยางอิสระตามลาพัง การอานรวม กนั การอานโดยมผี ูชีแ้ นะ ๔.การสังเกตทิศทางการอานตวั อกั ษรคาและ ขอความ ๕.การอานและชขี้ อความโดยกวาดสายตาตาม บรรทัด จากซายไปขวา จากบนลงลาง ๖.การสังเกตตวั อกั ษรในชื่อของตน หรอื คา คนุ เคย

๗ รอ ๘ ส ๙ ๙.๒.๒ เขยี นขดี เขย่ี ๙.๒.๒ เขยี น ๙.๒.๒ เขียนชอ่ื ส อยางมีทิศทาง คลาย ตัวอักษร ของตนเอง ๑ ตามแบบ เขยี น ๒ อ ขอความดวยวธิ ีที่ ๓ คิดข้ึนเอง เด ๔ ค

๗.การสังเกตตัวอกั ษรทปี่ ระกอบเปนคาผานกา อาน หรือเขยี นของผูใหญ ๘.การคาดเดาคา วลี หรอื ประโยค ที่มีโครง สรางซ้าๆกัน จากนทิ าน เพลง คาคลองจอง ๙.การเลนเกมทางภาษา สตปิ ญญา ๑.ตวั เด็ก ๑.การเหน็ แบบอยางของการเขยี นทถ่ี ูกตอง ๒.บุคคลและสถานทีแ่ วดลอมเดก็ ๒.การเขยี นรวมกันตามโอกาส และการเขยี น ๓.ธรรมชาติรอบตัวเดก็ อสิ ระ ๔.สงิ่ ตางๆ รอบตัวเดก็ ๓.การเขยี นคาท่มี ีความหมายกบั ตัว ด็ก/ คาคุนเคย ๔.การคิดสะกดคาและเขยี นเพ่อื สอ่ื ความหมายดวย ตนเองอยางอิสระ

มำตรฐำนที่ ๑๐ มคี วำมสำมำรถในกำรคิดที่เปนพื้นฐำนในกำรเรยี นรู สภำพที่พึงประสงค ตวั บง่ ช้ี ชัน้ อ. ๑ ชนั้ อ.๒ ช้ัน อ.๓ ๑๐.๑ มี (๓ – ๔ ป ) ( ๔ -๕ ป ) (๕ –๖ ป ) ๑ ๑๐.๑.๑ บอก เ ความสามารถ ลักษณะของ ๑๐.๑.๑ บอก ๑๐.๑.๑ บอก โ ใน การคดิ สง่ิ ตางๆ จากการ ลกั ษณะ และ ลักษณะ สวน รวบยอด สวนประกอบ ประกอบการ สงั เกตโดยใช ของ สิ่งตางๆ เปลีย่ นแปลง จากการ สังเกต หรือความ ประสาทสัมผัส โดยใช ประสาท สัมพนั ธของ สงิ่ สมั ผัส ตางๆจากการ สังเกตโดยใช ประสาทสมั ผสั

สำระกำรเรยี นรูรำยป ประสบกำรณ์สำคัญ สำระทค่ี วรเรียนรู สตปิ ญญา ตวั เด็ก ๑.การสงั เกตลักษณะ สวนประกอบ การ ๑.อวยั วะและสวนตางๆของ เปล่ยี นแปลง และความสมั พันธของ สิง่ ตางๆ รางกาย โดยใชประสาทสัมผัสอยางเหมาะสม ๒.การเจริญเตบิ โตของมนษุ ย ๒.การสังเกตสิง่ ตางๆ และสถานทีจ่ าก บุคคลสถานที่แวดลอมเด็ก มุมมอง ทต่ี างกนั ธรรมชาตริ อบตัว ๓.การบอกและแสดงตาแหนง ทิศทาง และ ๑.สิง่ มชี ีวติ และสิง่ ไมมชี ีวติ ระยะทางของส่งิ ตางๆ ดวยการกระทา ภาพวาด ภาพถาย และรปู ภาพ ๒.สภาพภมู ิอากาศ ๔.การเลนกบั สือ่ ตางๆ ที่เปนทรงกลม ทรง ส่ีเหลี่ยมมมุ ฉาก ทรงกระบอก กรวย ๓.ฤดูกาล ๕.การสารวจสง่ิ ตางๆ และแหลงเรยี นรู ๔.กลางวัน-กลางคืน รอบตัว ๕.แรง ๖.พลังงาน ๗.ส่ิงแวดลอมตามธรรมชาติและ สงิ่ แวดลอมที่ มนุษยสรางข้ึน



๖.การรับรูและแสดงความคิด ความรูสึก สงิ่ ตางๆ รอบตวั เดก็ ผาน ส่อื วสั ดุ ของเลนและชนิ้ งาน ๗.การฟงเสียงตางๆ ในสิง่ แวดลอม ๑.ปรากฏการณธรรมชาติ ๘.การพูดกับผูอื่นเกี่ยวกับประสบการณของ ตนเอง หรือพดู เลาเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง ๒.การเจริญเติบโตของพชื และสัตว ๙.การพูดอธบิ ายเกย่ี วกับสิง่ ของ เหตกุ ารณ ๓.ช่อื ลักษณะ สี ผวิ สมั ผัส ขนาด และ ความสัมพนั ธของส่งิ ตางๆ รูปราง รูปทรง ปรมิ าตร นา้ หนกั ๑๐.การมีสวนรวมในการลงความเห็น จาก จานวนของสิง่ ตางๆรอบตวั ๔.สวนประกอบ การเปลย่ ี นแปลง ขอมลู อยางมเี หตุผล และ ความสมั พนั ธของสงิ่ ตาง ๆ รอบตวั ๕.การเปลี่ยนแปลงของสง่ิ ตางๆ จากการทดลอง อยางงาย ๖.การเปลี่ยนแปลงของสิง่ ตางๆจาก การประกอบ อาหาร

๑๐.๑ มี ๑๐.๑.๑ บอก ๑๐.๑.๑ บอก ๑๐.๑.๑ บอก ความสามารถ ลักษณะของ ลักษณะ และ ลกั ษณะสวน ใน การคดิ สง่ิ ตางๆ จากการ สวนประกอบ ประกอบ การ รวบยอด สังเกตโดยใช ของ ส่ิงตางๆ เปลี่ยนแปลง ประสาทสัมผสั จากการ สังเกต หรือความ โดยใช ประสาท สัมพนั ธของ สง่ิ สัมผัส ตางๆจากการ สงั เกตโดยใช ประสาทสัมผัส

ดานสตปิ ญญา ๙.ประโยชน การใชงานและการ ๑.การคัดแยก การจัดกลมุ และการจาแนก เลอื กใชสงิ่ ของ เคร่อื งใช สิ่ง ตางๆ ตามลักษณะและรูปราง รูปทรง ๑๐.ยานพาหนะ การคมนาคม ๒.การจับคู การเปรยี บเทียบ และการ เรียงลาดับ ส่งิ ตางๆ ตามลักษณะ ความ ๑๑.เทคโนโลยแี ละการส่อื สาร ยาว/ ความสงู นา้ หนัก ปรมิ าตร ตางๆ ในชีวิตประจาวนั ๓.การนบั และแสดงจานวนของสิ่งตางๆ ใน ชวี ติ ประจาวัน ๔.การเปรียบเทียบและเรียงลาดับจานวน ของ สิ่งตางๆ ๕.การชง่ั ตวง วัดสง่ิ ตางๆ โดยใชเครื่องมอื และ หนวยทีไ่ มใชหนวยมาตรฐาน ๖.การใชภาษาทางคณิตศาสตรกับ เหตุการณใน ชีวิตประจาวนั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook