Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน1_2563

แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน1_2563

Published by sang2556000, 2020-09-28 03:12:30

Description: แผนการสอนว21_20001_20012563

Search

Read the Text Version

แบบฝกึ หัด จงตอบคาถามต่อไปนี้ให้ไดใ้ จความสมบรู ณ์ 1. จดหมายเวียน (Mail Merge) คืออะไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………… ..……………………………………………………………………………………………………………………………..……………… 2. หนังสอื ภายนอก คืออะไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………… …..……………………………………………………………………………………………………………………………….……….… 3. หนงั สือภายในคืออะไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………

เฉลยแบบฝึกหดั จงตอบคาถามต่อไปน้ใี ห้ไดใ้ จความสมบูรณ์ 1.. จดหมายเวียน (Mail Merge) คอื อะไร ตอบ จดหมายเวียน (Mail Merge) คือจดหมายท่ีมีข้อความเดิมซา้ ๆ กันทุกฉบบั แต่มบี างส่วนของ จดหมายทแ่ี ตกต่างกันเช่น ช่อื และทอี่ ยู่ ซึ่งจะมี 2 ส่วน คอื ส่วนทีเ่ ป็นเอกสารหลัก (Main Document) ทเ่ี กบ็ ข้อความในจดหมาย และสว่ นทเ่ี ป็นแหลง่ ข้อมูล (Data Source) หรอื ฐานขอ้ มลู (Database) 2. หนงั สอื ภายนอก คืออะไร ตอบหนงั สือภายนอก คือหนังสือติดต่อราชการทเ่ี ป็นแบบพธิ ีโดยใช้กระดาษตราครุฑเปน็ หนังสือติดต่อ ระหวา่ งสว่ นราชการ หรอื สว่ นราชการมีถงึ หนว่ ยงานอน่ื ซ่ึงมใิ ชส่ ว่ นราชการ หรือท่ีมีถึง บคุ คลภายนอก หนงั สือภายนอก เป็นเอกสารทางราชการที่ใชภ้ ายนอกหน่วยงาน 3. หนังสือภายในคืออะไร ตอบหนงั สือภายใน คอื หนงั สอื ตดิ ต่อราชการทเ่ี ปน็ แบบพิธีนอ้ ยกว่าหนงั สือภายนอกเปน็ หนงั สือตดิ ต่อ ภายในกระทรวงทบวงกรมหรือจังหวัดเดียวกันใช้กระดาษบันทกึ ข้อความและให้จดั ตามแบบที่กาหนดไว้

แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรียน จงทาเครอื่ งหมาย× เพื่อเลอื กคาตอบท่ถี กู ต้องที่สดุ เพียงคาตอบเดยี ว 1. จดหมายเวยี น หมายถึง ข้อใด ก. เอกสารทางวิชาการหลายๆ หนา้ ข. จดหมายหรอื หนงั สอื ราชการ ค. เอกสารท่ัวไป ง. จดหมายหลายๆ ฉบบั ที่มเี นื้อความในจดหมายเหมือนกัน 2. องค์ประกอบของจดหมายเวยี นมกี ี่รายการ ก. 1 รายการ ข. 2 รายการ ค. 3 รายการ ง. 4 รายการ 3. โปรแกรมใดไมส่ ามารถสรา้ งแหลง่ ขอ้ มูลใหก้ บั จดหมายเวียนได้ ก. PowerPoint ข. Word ค. Excel ง. Access 4. ขอ้ ใดไมจ่ ดั อยูใ่ นประเภทของเอกสารหลัก ก. จดหมาย ข. ขอ้ ความอีเมล ค. ซองจดหมาย ง. ตัวชว่ ยสรา้ งจดหมายเวยี นทลี ะข้ันตอน 5. ตัวช่วยสร้างจดหมายเวยี นทีละข้ันตอนมีทงั้ หมดกข่ี ั้นตอน ก. 2 ขน้ั ตอน ข. 4 ขนั้ ตอน ค. 6 ขัน้ ตอน ง. 8 ขัน้ ตอน 6. เมื่อแทรกเขตข้อมูลผสานแล้วตอ้ งการดูผลลพั ธต์ ้องกดปุ่มใด ก. พิมพจ์ ดหมายเวียน ข. แสดงตัวอยา่ งผลลัพธ์ ค. แทรกเขตข้อมลู ง. เสร็จสิ้นและผสาน

7. ถ้าต้องการพิมพจ์ ดหมายเวยี นออกทางเครอ่ื งพิมพ์ใหเ้ ลือกรายการใด ก. แทรกเขตขอ้ มลู ข. การพมิ พ์ ค. ผสานไปยงั เครอ่ื งพิมพ์ ง. แสดงตัวอยา่ งผลลัพธ์ 8. ซองจดหมายเวียนมีขนาดกระดาษเท่าใด ก. ขนาด A4 (21 x 29.7) ข. ขนาด 10 (4 1/8 x 9 1/2) ค. ขนาด A5 (14.8 x 21) ง. ขนาด B5 (18.2 x 25.7) 9. เมอื่ สรา้ งซองจดหมายเวียนเสร็จ สามารถตรวจสอบจดหมายเวยี นท่รี ายการใด ก. เขตข้อมลู ผสาน ข. ภาพก่อนพิมพ์ ค. แสดงตัวอย่างผลลพั ธ์ ง. เสร็จสิ้นและผสาน 10. ปมุ่ เครื่องมอื หมายความว่าอย่างไร ก. แทรกเขตขอ้ มลู ผสาน ข. เนน้ เขตข้อมูลผสาน ค. ผสานเป็นเอกสารใหม่ ง. การสงั่ พมิ พ์จดหมายเวียน

ตัวช้วี ดั ที่ 1.2.2 ขอ้ 3 1.2.2 การจดั ทาแผนการเรียนร้/ู แผนการฝกึ อบรมอาชีพ/ แผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบุคคล(IP)/แผนการจดั ประสบการณ์ ขอ้ 3 มีกจิ กรรมการเรยี นรดู้ ว้ ยวิธีการปฏิบัตทิ ีส่ รา้ งสรรค์ สอดคลอ้ งกับธรรมชาตขิ องเนอ้ื หาสาระการเรยี นรู้ และ ผเู้ รียน หรอื ผู้เข้าอบรมอย่างหลากหลาย แผนกวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ วทิ ยาลยั เทคนคิ นา้ พอง

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 6 ชอื่ วิชา โปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) สอนครง้ั ท่ี 9–10 ชื่อหน่วย แผ่นพับ นามบัตร และการด์ จานวน 6 ช่ัวโมง ช่อื เร่อื ง แผ่นพับ นามบตั ร และการ์ด ชว่ั โมงรวม 30 1. สาระสาคญั การสรา้ งงานจากโปรแกรมประมวลผลคา นอกจากการพมิ พเ์ อกสารทว่ั ไปแลว้ ยงั สามารถ ประยกุ ตส์ รา้ งงานแบบมืออาชีพทใี่ ช้โปรแกรมใหมๆ่ นน่ั คือ การสร้างแผน่ พับ การสร้างนามบัตร และ การสร้างการด์ อวยพรในวันสาคัญต่าง ๆ ซึง่ มขี ั้นตอนและวิธีในการสร้างง่ายๆ 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพอื่ ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกับ ความรเู้ กี่ยวกับการสรา้ งแผ่นพับ นามบัตรและ การ์ด 2. เพื่อให้มีเจตคติทีด่ ตี อ่ การเตรยี มความพร้อมดา้ นการเรยี นรตู้ ามหวั ขอ้ ท่ีกาหนด ความ สนใจใฝร่ ู้ ความมเี หตุผล ความรอบรู้ ความรอบคอบ/ระมดั ระวงั ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และความเป็นประชาธปิ ไตย 2.2 จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม 1. สรา้ งแผ่นพับได้ 2. สร้างนามบัตรได้ 3. สร้างการ์ดได้ 4. ผเู้ รยี นมีคุณธรรม จรยิ ธรรมทพี่ งึ ประสงค์ คือ มีมนุษยสมั พนั ธ์ มวี นิ ยั มคี วามซือ่ สตั ย์ ความรับผดิ ชอบ เชื่อม่ันในตนเอง ประหยดั มีความคิดริเริม่ สรา้ งสรรค์ ความสนใจใฝร่ ู้ และพงึ่ ตนเอง 5. ผู้เรียนมีความพร้อมด้านการเรียนรู้ตามท่ีกาหนด มีความสนใจใฝร่ ู้ มีเหตุผล มีความ รอบรู้ รอบคอบ/ระมัดระวงั ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และมคี วามเป็นประชาธปิ ไตย 3. สมรรถนะ แสดงความรเู้ ก่ยี วกับการสร้างแผน่ พบั นามบัตร และการ์ด 4. สาระการเรยี นรู้ การสร้างแผน่ พบั นามบตั รและการด์ ศกึ ษาเกีย่ วกับ 1. การสรา้ งแผน่ พบั 2. การสรา้ งนามบัตร 3. การสรา้ งการด์

5. การบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5.1 เงื่อนไขความรู้ 1. การสร้างแผ่นพบั 2. การพิมพ์นามบตั ร 3. การพมิ พ์การ์ด 5.2 เงื่อนไขคณุ ธรรม 1. ความรับผดิ ชอบในการปฏิบัติงาน 2. ความมีวินยั 3. การพึง่ ตนเอง 4. มีความสนใจใฝ่รู้ 5. มีความซอื่ สัตย์สุจรติ 6. การประหยดั 7. มคี วามเชื่อมัน่ ในตนเอง 8. มคี วามคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 9. มคี วามรอบคอบ/ระมัดระวงั 10. มีความเป็นประชาธปิ ไตยและความเป็นไทย 5.3 ความพอประมาณ 1. มีความรคู้ วามเข้าใจปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพอ่ื ใชเ้ ป็นข้อมลู ในการใช้ พลังงานไฟฟา้ อย่างเหมาะสมและประหยดั เช่น ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ปิดไฟฟ้า ปิดพัดลมเมื่อเลิกการ ใช้งาน 2. จัดสรรเวลาในการปฏิบัตงิ านตามที่ไดร้ ับมอบหมายอยา่ งเหมาะสม 5.4 ความมีเหตุผล 1. เหน็ คุณคา่ ของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการนาไปพฒั นาชีวิต โดยใช้ พลงั งานไฟฟ้าท่ีมีอยใู่ ห้คมุ้ ค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด 2. สามารถสร้างแผน่ พบั นามบัตร และการด์ ได้อย่างถูกต้อง 5.5 การมภี ูมคิ ุม้ กันในตวั ที่ดี 1. มคี วามตระหนักและรู้จักประยกุ ตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการดาเนนิ ชีวติ ได้อยา่ งถูกต้อง 2. ฝึกฝนทักษะการสรา้ งแผ่นพับ นามบตั ร และการ์ดได้อย่างถูกต้อง

5.6 เชื่อมโยงสู่ 4 มิติ 1. มที กั ษะในการจัดการหัวกระดาษและทา้ ยกระดาษ การพิมพ์เอกสารออกทาง เครือ่ งพิมพแ์ ละการพมิ พ์เอกสารเปน็ ไฟล์ PDF โดยใช้โปรแกรม Microsoft Word 2019 ไดอ้ ย่าง เหมาะสม ทาให้เปน็ ผมู้ ีความสนใจใฝร่ ู้ มีความระมัดระวัง และเกิดความเช่อื มนั่ ในตนเอง 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สอนแบบบรรยาย อธิบายและสาธติ ) ขั้นเตรียม 1. จัดเตรยี มเอกสารประกอบการสอน ส่ือการเรียนการสอน วธิ กี ารเรยี น การปฏิบตั งิ านที่ ไดร้ บั มอบหมาย และวิธวี ดั ผลประเมินผล การปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของสถานศึกษา 2. ให้ผ้เู รยี นเปดิ ไฟฟ้าดวงทจ่ี าเปน็ ตอ้ งใช้ เปดิ เครื่องปรบั อากาศ และเปดิ เครื่องคอมพวิ เตอร์ ตามจานวนผู้เรยี น ถ้ามีเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ที่ไม่ได้ใชห้ รอื ใชไ้ ม่ได้ ห้ามไมใ่ หเ้ ปิดหน้าจอท้งิ ไว้ เพราะ ส้ินเปลืองพลังงาน 3. แจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นของหนว่ ยท่ี 6 และการใหค้ วามรว่ มมือของผูเ้ รยี นในการทากิจกรรม 4. สอบถามผูเ้ รยี นเร่อื งการสร้างแผ่นพบั นามบัตร และการ์ดผู้เรียนสามารถทาไดห้ รือไม่ โดยการสอบถามเป็นรายบุคคลและรายกลมุ่ เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นไดแ้ สดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตุผล 5. ผ้สู อนบอกแนวทางในการเรียน และวธิ กี ารปฏบิ ัติตามภาระงานท่ีมอบหมาย ขั้นนาเขา้ สู่บทเรยี น 1. ให้ผ้เู รยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยที่ 6 ในเวลาท่ีกาหนด 2. เม่ือผเู้ รียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนเสรจ็ แล้ว ใหผ้ ู้เรยี นผลัดกันตรวจแบบทดสอบกับ เพอ่ื นด้วยความซ่อื สัตยส์ ุจริต โดยผ้สู อนเฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยที่ 6 ขั้นสอน 1. ผ้สู อนทาการสอนโดยใหผ้ ู้เรียนเปิดหนังสือประกอบการเรยี นการสอนและเอกสาร ประกอบการเรยี นที่ผู้สอนจัดทาข้ึน 2. ผสู้ อนใหผ้ ้เู รยี นเปดิ เคร่ืองคอมพวิ เตอร์และเขา้ สกู่ ารใช้งานโปรแกรม Microsoft Word 2019 3. ผู้สอนทาการอธบิ ายเน้อื หาความรู้เกีย่ วกบั การสร้างแผ่นพับ นามบตั ร และการด์ พรอ้ มทั้งสาธติ เนื้อหาการเรยี นรู้แตล่ ะเรือ่ งใหผ้ เู้ รยี นได้เรยี นรูไ้ ปพร้อมกนั 4. ผู้สอนบอกวธิ กี ารและแนวคิดในการปฏิบตั ิทถ่ี ูกต้องให้แกผ่ ู้เรียน สงั เกต บันทกึ พฤติกรรม ผู้เรยี นขณะเรยี นและศึกษาบทเรยี น คอยชว่ ยเหลือและให้คาแนะนาเม่ือผ้เู รียนเกิดความสงสัย 5. ผู้สอนเปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรยี นซักถามข้อสงสัย ขน้ั สรุป 1. ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนศกึ ษาจากใบความรูแ้ ละทาแบบฝกึ ปฏบิ ัติตามใบงาน 2. สงั เกต บันทกึ พฤตกิ รรมผเู้ รยี นขณะดาเนินงานตามใบงาน คอยช่วยเหลือใหค้ าแนะนา เมอื่ ผู้เรยี นเกดิ ความสงสัย

3. ให้ผเู้ รยี นดาเนินงานตามใบงาน ผู้สอนเดินสารวจการศึกษาข้อมลู จากใบความรู้และฝึกปฏิบตั ิ ตามใบงานของผู้เรียน หากพบว่าผ้เู รยี นยังไมเ่ ขา้ ใจ ผูส้ อนจะทาการอธบิ ายให้ผเู้ รยี นอกี ครงั้ 4. เม่อื ผู้เรยี นทางานที่ได้รับมอบหมายเสร็จเรียบร้อยแลว้ ให้ส่งงานครผู ่านระบบเครือข่าย อินเตอรเ์ น็ต 5. ผสู้ อนร่วมกับผูเ้ รียนช่วยกนั สรุปสาระการเรียนร้ปู ระจาหนว่ ยการเรยี นเพอ่ื ส่งเสรมิ ความ เป็นประชาธิปไตย 6. ผเู้ รยี นทาแบบฝกึ หัดทา้ ยหนว่ ยเรียน 7. ผู้เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยท่ี 6 ในเวลาท่ีกาหนด 8. ผูส้ อนเฉลยแบบฝึกหดั ทา้ ยหนว่ ยเรยี นพร้อมกับให้ผเู้ รียนแลกเปลย่ี นกระดาษคาตอบกัน โดยครผู สู้ อนเฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น 9. ผ้สู อนให้ผูเ้ รียนท่ไี ดร้ ับมอบหมายเวรประจาวันสารวจความเรียบร้อยของห้องเรียน พร้อม ทาความสะอาดห้องเรยี น และใหผ้ ู้เรียนเตรยี มตัวเรยี นในคาบต่อไป 7. ส่อื ประกอบการจัดการเรียนรู้ สื่อส่ิงพิมพ์ 1. หนงั สอื เรยี นวิชาโปรแกรมประมวลผลคา (Microsoft Word 2019)รหสั วชิ า 20204-2102 2. แบบทดสอบก่อนเรยี น - หลังเรยี น 3. ใบความรทู้ ี่ 6 เรือ่ งแผน่ พับ นามบตั ร และการด์ เครอ่ื งพมิ พ์และการพมิ พเ์ อกสารเป็นไฟล์ PDF 4. ใบกิจกรรม 5. แบบฝึกหัดท้ายหน่วยเรยี น 6. แบบเฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น - หลงั เรียน และแบบฝึกหัดท้ายหนว่ ยเรียน 7. แบบประเมินผลการทางานตามใบงาน 8. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม สือ่ โสตทัศน์ 1. คอมพวิ เตอร์พรอ้ มอปุ กรณ์ตอ่ พว่ ง 2. โปรแกรม Microsoft Word 2019 3. โปรเจคเตอร์ 4. บทเรยี นออนไลน์ วชิ าโปรแกรมประมวลผลคา 5. ไมโครโฟน เคร่ืองขยายเสียงพร้อมลาโพง สอ่ื ของจริง -

8. แหล่งการเรยี นร้เู พม่ิ เตมิ ในสถานศกึ ษา 1. e-learning วิทยาลัยเทคนคิ นา้ พอง 2. หอ้ งปฏบิ ัตกิ าร Internet คน้ คว้าข้อมูลทาง Internet 3. ครูผู้สอนแผนกวชิ าคอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ นอกสถานศึกษา 1. ห้องสมุดประชาชน / รา้ นหนงั สอื 2. Internet 3. บุคลากรตา่ ง ๆ ท่มี ีความรูเ้ ก่ยี วกับการใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคา 9. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธก์ ับวชิ าอื่น 1. บูรณาการกับกลุ่มวิชาภาษาไทย การฝึกปฏิบัติเขียนย่อความเขียนเรียงความเขียนโครงการ เขียนรายงานวิชาการ เขียนจดหมายสมัครงานเขียนบันทึกข้อความในหน่วยงานเขียนรายงานการ ประชุมกรอกแบบฟอร์มเอกสารประเภทต่าง ๆ เขียนแสดงความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ โดยการจัดพิมพ์ใน โปรแกรมประมวลผลคา 2. บรู ณาการรว่ มกับกลุ่มวิชาภาษาตา่ งประเทศ โดยการนาโปรแกรมประมวลผลคามา ประยกุ ตใ์ ช้ในการเขยี นโตต้ อบทางสังคมเขยี นให้ข้อมูลบุคคลเขียนจดหมายสว่ นตัวเขยี นจดหมาย อเิ ล็กทรอนกิ ส์เขยี นบันทึกย่อ / ข้อความสนั้ ๆในโอกาสต่าง ๆ กรอกให้ข้อมูลในแบบฟอร์มตา่ ง ๆ ใบ สมัครงานใบสมัครสมาชิกตา่ ง ๆ ใบขอรับทุนใบสมัครเข้าศกึ ษาใบสมัครสอบฯลฯเขียนให้ข้อมลู ใน เอกสารการปฏิบัติงานในงานอาชพี ต่าง ๆ เขยี นบนั ทึกย่อรายงานสั้น ๆ เขียนจดหมายธรุ กจิ ประเภท ต่าง ๆ ใช้ ICT เป็นแหลง่ การเรียนรดู้ ว้ ยตนเองหรอื ฝกึ ฝนกับเพ่อื นใช้ ICT พัฒนาทักษะการฟัง -การดู การพูดอ่าน การเขียนสืบคน้ ข้อมลู จากแหล่งการเรยี นรทู้ ่หี ลากหลายเพื่อพฒั นาทักษะการสอ่ื สารและ การประกอบอาชีพ 3. บูรณาการร่วมกับกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ ด้านการใช้สูตรและฟังก์ชั่นในการคานวณประยุกต์ กระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นการวางแผนการออกแบบประดิษฐ์คิดคน้ ส่ิงใหมๆ่ ในงานอาชีพ 10. การวัดผลและประเมนิ ผล กอ่ นเรียน ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย 2. สงั เกตการปฏิบัตงิ าน

หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น 2. ตรวจงานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย 3. ตรวจแบบฝึกหัดทา้ ยหนว่ ยเรียน 1. สง่ิ ทีจ่ ะวดั 1.1 ความรคู้ วามเข้าใจจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1.2 การประเมนิ ผลงาน 1.3 สงั เกตพฤตกิ รรมขณะเรียน 2. วธิ กี ารวดั 2.1 ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน 2.2 ตรวจงานทม่ี อบหมาย 2.3 สังเกตพฤตกิ รรมขณะเรียน 3. เครือ่ งมือวัด 3.1 แบบทดสอบ 3.2 กิจกรรมท่ีมอบหมาย 3.3 แบบสงั เกตพฤติกรรม 4. เกณฑก์ ารวัดผลและประเมินผล เกณฑก์ ารวัดผล 1. ใหข้ อ้ ถูก ข้อละ 1 คะแนน ข้อผดิ 0 คะแนน 2. ให้คะแนนพฤติกรรมการเรียน 5 หมายถงึ ดมี าก 4 หมายถึง ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 และ 1 หมายถึง ตอ้ งปรบั ปรงุ เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. ผเู้ รยี นไดค้ ะแนนจากการทาแบบทดสอบ ไม่ตา่ กว่าร้อยละ 60 2. ผู้เรียนได้คะแนนจากกิจกรรมการเรียน ไมต่ ่ากว่าร้อยละ 80 3. ผูเ้ รยี นได้คะแนนพฤติกรรมการเรียน ไมต่ ่ากว่ารอ้ ยละ 60 เกณฑก์ ารวัด แบบทดสอบ 10 คะแนน ระดบั ดี ตง้ั แตร่ อ้ ยละ 80 ขึน้ ไป (8 คะแนน) ระดบั ปานกลาง ตั้งแต่รอ้ ยละ 60 - 70 ขึ้นไป (6 - 7 คะแนน) ระดบั ปรับปรงุ ตงั้ แต่รอ้ ยละ 50 ลงมา (5 คะแนนลงมา) เกณฑก์ ารผ่าน ตง้ั แตร่ ะดบั ปานกลางข้ึนไป หรือตง้ั แต่ร้อยละ 60 ขึ้นไป

กิจกรรมเสนอแนะประจาหน่วย 1. ผู้เรยี นตอ้ งให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนคิ วิธีการ หรือหลักการง่ายเพ่ือให้หา คาตอบได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟงั หลักการ เทคนิควิธีการที่ครผู ูส้ อนสรุปในขณะที่ ทาการสอน และนาข้อสงสยั ซักถามครูในการเรียนทุกครง้ั ท่ีเกิดความสบั สน และไม่เขา้ ใจ 2. ผู้เรียนควรมกี ารทบทวนบทเรียนตลอด เพื่อเสริมสรา้ งความเข้าใจอยา่ งแท้จรงิ 3. ผ้เู รยี นหม่ันทาใบงาน แบบฝกึ หดั และแกไ้ ขข้อท่ีผิดให้ถูกตอ้ งเสมอ ใบงานท่ี 6 หนว่ ยที่ 6 ชือ่ วิชาโปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) สอนครัง้ ท่ี 9–10 ช่ือหน่วย แผ่นพบั จานวน 6 ช่ัวโมง ชือ่ งาน แผน่ พับ จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. เพอ่ื ให้ผู้เรยี นรจู้ ักศึกษาค้นควา้ หาความรเู้ ก่ียวกับการสร้างแผ่นพับ 2. เพ่ือเสรมิ สรา้ งทกั ษะความสามารถทางดา้ นการปฏบิ ตั ิ 3. เพื่อแลกเปล่ยี นเรียนร้คู วามร้ซู ่งึ กันและกนั 4. เพือ่ ใหผ้ ูเ้ รยี นได้มบี ทบาทในการเรียน และสรา้ งสรรค์บรรยากาศที่ดจี ากการเรียน 5. เพื่อให้ผเู้ รียนไดป้ ฏบิ ตั ิงานดว้ ยความรอบคอบ วัสดุ/อปุ กรณ์ 1. หนงั สือเรยี นวชิ าโปรแกรมประมวลผลคา (2204-2108) 2. ใบงานที่ 6 เร่ืองการสร้างแผน่ พับ 3. เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพว่ ง 4. โปรแกรม Microsoft Word 2019 ลาดบั ข้นั การปฏบิ ตั งิ าน ขัน้ ที่ 1 รับใบงานท่ีครูผสู้ อน ขัน้ ที่ 2 ตรวจสอบอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ สายไฟ ปล๊กั ไฟ ใหเ้ รียบรอ้ ยแลว้ ทาการเปิดเคร่ือง คอมพิวเตอร์ เข้าสู่โปรแกรม Microsoft Word 2019 ขัน้ ท่ี 3 ปฏิบัติงานตามใบงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

ใบงาน วิทยาลัยเทคนคิ น้าพอง ใบงานที่ 6 วิชาโปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) ระดับชนั้ ปวช. 1 สอนโดย : ครูแสงเดือน จงเจรญิ วิไล ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ คาส่งั ให้นกั เรยี นสรา้ งแผน่ พับจากข้อความที่กาหนดให้ จัดรูปแบบและตกแต่งเอกสารให้สวยงาม แลว้ บนั ทึกเอกสารไวท้ ี่ไดร์ฟ D:\\งานนกั เรียน\\ชอ่ื -สกลุ นกั เรยี น\\ใบงานที่ 6.Docxใช้คาสั่งในการจัด เอกสารดงั ต่อไปนี้ 1. เปดิ โปรแกรมประมวลผลคา และสร้างเอกสารใหม่ โดยเลือกเทมเพลตแบบ เอกสารเปล่า 2. กาหนดขนาดกระดาษเป็น A4 3. กาหนดการวางแนวเป็น แนวนอน 4. กาหนดระยะขอบทง้ั 4 ด้านคือ ขอบบน ขอบล่าง ขอบซ้าย และขอบขวา เท่ากบั 0.5 ซม. 5. ใหส้ รา้ งแผน่ พบั จานวน 3 พบั 6. ผเู้ รียนค้นรปู ภาพเกีย่ วกบั เนือ้ หาท่คี รูกาหนดใหโ้ ดยคน้ ควา้ จากอินเทอร์เน็ต 7. บนั ทกึ เอกสารชือ่ ใบงานท่ี 6.Docx 8. พมิ พ์เอกสารออกทางเคร่ืองพิมพ์

ใบงานท่ี 7 หนว่ ยท่ี 6 ชื่อวิชา โปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) สอนครั้งที่ 9–10 ชื่อหน่วย นามบัตร จานวน 6 ช่ัวโมง ชอื่ งาน นามบัตร จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. เพอ่ื ให้ผูเ้ รียนรจู้ ักศึกษาคน้ ควา้ หาความร้เู กีย่ วกับการสร้างนามบตั ร 2. เพอื่ เสรมิ สรา้ งทักษะความสามารถทางด้านการปฏิบตั ิ 3. เพื่อแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ความรซู้ ่ึงกนั และกนั 4. เพ่ือให้ผ้เู รียนได้มีบทบาทในการเรียน และสร้างสรรคบ์ รรยากาศท่ีดจี ากการเรยี น 5. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนได้ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความรอบคอบ วัสด/ุ อปุ กรณ์ 1. หนงั สือเรยี นวชิ าโปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) 2. ใบงานท่ี 7 เรื่องการสรา้ งนามบัตร 3. เคร่ืองคอมพวิ เตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง 4. โปรแกรม Microsoft Word 2019 ลาดับขน้ั การปฏบิ ตั ิงาน ข้ันที่ 1 รบั ใบงานทีค่ รูผู้สอน ขน้ั ที่ 2 ตรวจสอบอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์ สายไฟ ปล๊ักไฟ ให้เรยี บร้อยแล้วทาการเปิดเคร่ือง คอมพิวเตอร์ เข้าสู่โปรแกรม Microsoft Word 2019 ขน้ั ท่ี 3 ปฏบิ ัตงิ านตามใบงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

ใบงาน วทิ ยาลัยเทคนคิ นา้ พอง ใบงานท่ี 7 วชิ าโปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) ระดบั ชั้น ปวช. 1 สอนโดย : ครูแสงเดือน จงเจริญวิไล …………………………………………………………………………………………. คาสง่ั ให้นกั เรยี นสรา้ งนามบัตรโดยสมมติตัวเองเป็นเจ้าของบริษทั ใหญ่ จดั รปู แบบและตกแตง่ นามบตั รใหส้ วยงาม แล้วบันทึกเอกสารไว้ที่ไดร์ฟ D:\\งานนกั เรียน\\ชื่อ-สกลุ นักเรียน\\ใบงานที่ 7.Docx ใช้คาสง่ั ในการจดั เอกสารดังต่อไปนี้ 1. เปดิ โปรแกรมประมวลผลคา และสร้างเอกสารใหม่ โดยเลือกเทมเพลตแบบ เอกสารเปลา่ 2. กาหนดขนาดกระดาษเปน็ A4 3. กาหนดการวางแนวเปน็ แนวตง้ั 4. กาหนดระยะขอบเปน็ แคบ 5. ใหส้ รา้ งนามบตั รตนเอง จานวน 10 ใบ 6. บันทกึ เอกสารชอ่ื ใบงานที่ 7.Docx 7. พมิ พเ์ อกสารออกทางเคร่ืองพิมพ์

ใบงานท่ี 8 หนว่ ยท่ี 6 ช่ือวิชา โปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) สอนครง้ั ที่ 9–10 ชอ่ื หน่วย การด์ จานวน 6 ชว่ั โมง ชือ่ งาน การด์ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. เพอ่ื ให้ผูเ้ รียนรู้จักศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกย่ี วกับการสร้างการ์ดอวยพร 2. เพ่ือเสรมิ สร้างทกั ษะความสามารถทางดา้ นการปฏิบตั ิ 3. เพอื่ แลกเปลี่ยนเรียนรูค้ วามร้ซู ึ่งกนั และกัน 4. เพอ่ื ให้ผูเ้ รียนไดม้ ีบทบาทในการเรียน และสร้างสรรค์บรรยากาศท่ีดีจากการเรยี น 5. เพอ่ื ให้ผู้เรียนได้ปฏิบตั งิ านด้วยความรอบคอบ วสั ดุ/อุปกรณ์ 1. หนงั สือเรยี นวชิ าโปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) 2. ใบงานท่ี 8 เรื่องการสร้างการ์ดอวยพร 3. เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์พรอ้ มอุปกรณต์ ่อพว่ ง 4. โปรแกรม Microsoft Word 2019 ลาดบั ขน้ั การปฏบิ ตั งิ าน ข้นั ที่ 1 รบั ใบงานท่คี รูผ้สู อน ข้ันท่ี 2 ตรวจสอบอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ สายไฟ ปลกั๊ ไฟ ให้เรียบรอ้ ยแลว้ ทาการเปิดเครื่อง คอมพวิ เตอร์ เขา้ ส่โู ปรแกรม Microsoft Word 2019 ขน้ั ที่ 3 ปฏบิ ัติงานตามใบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

ใบงาน วทิ ยาลัยเทคนิคนา้ พอง ใบงานที่ 8 วชิ าโปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) ระดับชนั้ ปวช. 1 สอนโดย : ครูแสงเดือน จงเจรญิ วิไล …………………………………………………………………………. คาสัง่ ใหน้ กั เรยี นสรา้ งการ์ดอวยพรเนอ่ื งในวนั พ่อ จัดรปู แบบและตกแต่งนามบัตรให้สวยงาม แล้ว บนั ทึกเอกสารไว้ท่ีไดร์ฟ D:\\งานนักเรียน\\ชอื่ -สกุลนกั เรียน\\ใบงานที่ 8.Docxใช้คาสง่ั ในการจัดเอกสาร ดังตอ่ ไปนี้ 1. เปิดโปรแกรมประมวลผลคา และสร้างเอกสารใหม่ โดยเลือกเทมเพลตแบบ เอกสารเปล่า 2. กาหนดขนาดกระดาษเป็น A4 3. กาหนดการวางแนวเปน็ แนวตง้ั 4. กาหนดระยะขอบเป็น แคบ 5. ให้สรา้ งการด์ อวยพรวันพ่อ จานวน 2ใบ 6. บันทึกเอกสารชือ่ ใบงานท่ี 8.Docx 7. พมิ พ์เอกสารออกทางเคร่ืองพมิ พ์

ตัวช้ีวัดที่ 1.2.2 ขอ้ 4 1.2.2 การจดั ทาแผนการเรยี นร/ู้ แผนการฝกึ อบรมอาชีพ/ แผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล(IP)/แผนการจดั ประสบการณ์ ขอ้ 4 มบี นั ทึกหลงั การสอนหรือหลงั การจัดกจิ กรรมการ เรียนรทู้ ส่ี อดคล้องกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ และนาผลมา ปรบั ประยกุ ตแ์ ผนการจัดการเรียนร้ใู หม้ ีคุณภาพสูงขึน้ แผนกวชิ าคอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ วิทยาลัยเทคนคิ น้าพอง

11. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………….............. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ผลการเรียนของผู้เรยี น …………………………………………………………………………………………………………………………………............ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ผลการสอนของครู …………………………………………………………………………………………………………………………………............. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 12. ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ ………………………………………………………………………………………………………………………………….............. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………......................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………....... ………………………………………………………………………………………………………………………………………....... ………………………………………………………………………………………………………………………………….............. ………………………………………………………………………………………………………………………………………....... . . ลงช่ือ ครูผู้สอน (นางแสงเดอื น จงเจรญิ วไิ ล)

การเปรียบเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคตติ อ่ การเรียนวชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ ของนักเรยี นชน้ั ประกาศนียบตั ร วชิ าชีพปีท่ี 1 ทจ่ี ัดการเรยี นรู้แบบสือ่ เทคโนโลยีเสมอื นจรงิ (AR) กบั การจัดการเรยี นร้แู บบปกติ โดย นางแสงเดอื น จงเจรญิ วิไล แผนกวิชาคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ วิทยาลยั เทคนคิ นา้ พอง สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ ปีการศกึ ษา 2563

บทท่ี 1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา การศึกษามคี วามสาคัญต่อการพฒั นาประเทศ การศึกษาจึงหมายถงึ การเจรญิ งอกงาม เพราะการศกึ ษาเปน็ กระบวนการพัฒนาบุคคลใหม้ ีความเจรญิ งอกงามทุกด้าน คือ สตปิ ญั ญา อารมณ์และสังคม การจัดการศึกษาท่ีดีจะตอ้ งคานึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคล ทงั้ น้ีเพราะวา่ เด็กแตล่ ะคนจะมีความแตกตา่ งกนั ทัง้ ด้านความคดิ ความร้สู กึ บุคลกิ ภาพ ความสนใจ และความถนดั ดังนั้นการศึกษามไิ ดข้ ึน้ อยู่กับ ความสามารถทางดา้ นสติปญั ญาเพียงอย่างเดยี ว แต่ยงั เกีย่ วข้องกับความถนัดทางการ เรียนของแตล่ ะบุคคล รวมทง้ั องคป์ ระกอบท่ีไม่เกีย่ วข้องกับสตปิ ัญญาด้วย เช่น สถานภาพ ทางสังคม บุคลิกภาพ ความสนใจ และพฤติกรรมต่าง ๆ ทแ่ี สดงออก อันเน่อื งมาจาก ความนึกคดิ เกย่ี วกับตนเอง ซ่ึงจะสง่ ผลตอ่ เจตคติ ความคิด ความร้สู ึก ความเขา้ ใจในส่ิง ต่าง ๆ ตลอดจนการปรบั ตวั และผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั 1. เพ่ือเปรยี บเทียบผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนวิชา การใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคา สาหรับ นักเรยี นชั้นประกาศนียบตั รวิชาชีพ ปที ี่ 1 สาขางานคอมพิวเตอร์ธรุ กิจ โดยใช้สือ่ เทคโนโลยีเสมอื นจริง (AR) และการเรยี นแบบปกติ 2. เพ่อื เปรียบเทียบเจตคตติ อ่ การเรยี นวชิ า การใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคา สาหรบั นกั เรียนช้ันประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ปที ่ี 1 สาขางานคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ โดยใชส้ ่ือ เทคโนโลยเี สมอื นจริง (AR) และการเรยี นแบบปกติ ขอบเขตของการวิจยั ในการวจิ ัยครง้ั นี้ ผู้วจิ ยั ใช้วชิ าโปรแกรมประมวลผลคา ของนักเรยี นชน้ั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ปีท่ี 1 สาขางานคอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ หลักสูตรประกาศนยี บัตร วชิ าชพี พุทธศักราช 2562 ประเภทวชิ าพาณิชยกรรม สาขาวชิ าพณิชยการ ซึ่งแบ่งเป็น หัวขอ้ ได้ดงั น้ี 1. เรอ่ื ง แผน่ พับ นามบัตร การ์ด จานวน 9 ชวั่ โมง

สมมติฐานการวจิ ัย 1. นักเรียนช้ันประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปีที่ 1 สาขางานคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ ทีไ่ ดร้ บั การสอน โดยใช้ส่อื เทคโนโลยีเสมือนจรงิ (AR) และการเรยี นแบบปกติ เรอื่ ง แผ่นพบั นามบตั ร การด์ มีผลสัมฤทธห์ิ ลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน 2. นกั เรียนชน้ั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ปีท่ี 1 สาขางานคอมพวิ เตอร์ธรุ กิจ ท่ีไดร้ บั การสอน โดยใช้ส่ือเทคโนโลยเี สมอื นจรงิ (AR) เร่อื งแผ่นพบั นามบตั ร การด์ มีผลสมั ฤทธท์ิ างการ เรียนสูงกว่านักเรียนที่สอนโดยวิธีปกติ 3. นกั เรียนชน้ั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ปีท่ี 1 สาขางานคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ท่ไี ดร้ ับการสอน โดยใช้สอ่ื เทคโนโลยเี สมือนจริง (AR) มีเจตคติตอ่ การเรียนเร่อื ง แผน่ พับ นามบัตร การด์ ดกี วา่ นกั เรยี นท่สี อนโดยวิธีปกติ

บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยทเ่ี กย่ี วข้อง วรรณกรรมทีเ่ กยี่ วข้อง • เยาวลกั ษณ์ พรมศรี (2555) ได้วจิ ยั พัฒนาและทดสอบประสทิ ธภิ าพของบทเรียน คอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนแบบมีส่วนรว่ มดว้ ยเทคนิคการใช้ปญั หาเป็นฐานร่วมกับ เทคนคิ จกิ ซอว์ เรื่อง อินเทอรเ์ น็ตเบอื้ งต้น • อุดมลักษณ์ ราชสมบัติ และชัยยา นอ้ ยนารถ (2554) ไดท้ าการวจิ ัยเรือ่ ง พฤติกรรมการเรียนและเจตคติของนกั ศกึ ษาท่มี ตี อ่ ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น • ศศธิ ร อารยะพูนพงศ ์ [3] เสนอการออกแบบและการพฒั นาโปรแกรมประยุกตบ์ น แทบ็ เลต็ (J-Nitan) นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ 1. นักเรียน หมายถงึ นักเรียนระดับชัน้ ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ช้นั ปีที่ 1 สาขางาน คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ วิทยาลยั เทคนิคน้าพอง อาเภอน้าพอง จังหวัดขอนแกน่ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563 2. โปรแกรมประมวลผลคา หมายถงึ โปรแกรม Microsoft Office Word 2019 3. วธิ ีการเรียนแบบใช้สอ่ื เทคโนโลยเี สมอื นจริง (AR) หมายถงึ เปน็ เทคโนโลยใี หม่ท่ผี สาน โลกแหง่ ความจริง

บทที่ 3 วธิ ีการวจิ ัย ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง ประชากรท่ีศกึ ษาเป็นนักเรยี นระดบั ช้ัน ปวช. 1 สาขางานคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคน้าพอง อาเภอนา้ พอง จังหวดั ขอนแก่น ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จานวน 41 คน เครือ่ งมือท่ใี ช้ในการวิจยั • สื่อเทคโนโลยเี สมือนจรงิ (AR) • แผนการสอนที่ใช้จดั การเรียนการสอนตามปกติ • แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จานวน 90 ขอ้ • แผนการสอนวชิ าคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ มอี งค์ประกอบ ดังน้ี • สาระสาคญั • จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ • เนื้อหาสาระ • กิจกรรมการเรียนการสอน การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู รูปแบบการวจิ ยั การวจิ ัยคร้ังน้เี ปน็ การวิจัยกงึ่ ทดลอง ซึ่งผวู้ ิจัยไดใ้ ชว้ ิธกี ารศึกษากลมุ่ ทดลองและกลมุ่ ควบคุม โดยการวัดผลกอ่ นและหลงั การทดลอง (Pretest-Posttest Design with Nonequivalent Group) โดยมรี ูปแบบการวจิ ัยดังนี้ (กาญจนา วธั นสุนทร, ปรีชา เนาว์ เยน็ ผล, และ สุภางค์ จนั ทวานิช. 2552 : 10-71) กลุม่ ทดลอง O1 O2 X กลุ่มควบคมุ O3 O4

บทที่ 4 การวิเคราะห์ผลการวิจยั การวเิ คราะหข์ ้อมลู การวเิ คราะห์ข้อมลู ผู้วจิ ัยได้ดาเนนิ การวเิ คราะหด์ ังนี้ 1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลงั การทดลองของกลุ่มทดลองโดยการ ทดสอบคา่ ทกี รณขี อ้ มูลไม่เป็นอิสระตอ่ กัน (t - test for dependent) 2. เปรียบเทียบผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนก่อนและหลงั การทดลองของกล่มุ ควบคุมโดยการ ทดสอบค่าทีกรณีขอ้ มูลไมเ่ ปน็ อสิ ระตอ่ กนั (t - test for dependent) 3. เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง และกล่มุ ควบคุม โดยการทดสอบค่าที กรณีขอ้ มลู เปน็ อิสระตอ่ กนั (t - test for Independent) 4. เปรยี บเทียบเจตคติตอ่ วิชาคอมพิวเตอร์เพื่องานอาชพี ของกลุม่ ทดลอง และกล่มุ ควบคมุ โดยการทดสอบค่าที กรณีขอ้ มูลเปน็ อิสระต่อกนั (t - test for Independent) (Real World) กบั โลกเสมอื น (Virtual World) บางคนเรยี กวา่ ระบบเสมือนจรงิ แนวทางการแกป้ ญั หา 1. เพื่อเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาการใช้โปรแกรมประมวลผลคา เรื่อง แผน่ พบั นามบตั ร การ์ด สาหรับนกั เรยี นช้นั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ ปีที่ 1 สาขางาน คอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจ โดยใชส้ อ่ื เทคโนโลยเี สมอื นจรงิ (AR) และการเรียนแบบปกติ 2. เพ่ือเปรยี บเทยี บเจตคติตอ่ การเรียนวชิ าการใช้โปรแกรมประมวลผลคา เรอื่ ง แผ่น พบั นามบัตร การ์ด สาหรับนกั เรียนชน้ั ประกาศนียบัตรวิชาชพี ปีที่ 1 สาขางาน คอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ โดยใช้ส่ือเทคโนโลยเี สมือนจรงิ (AR) และการเรียนแบบปกติ

บทที่ 5 สรุปผลการวิจยั และขอ้ เสนอแนะ ผลการวจิ ยั 1. นกั เรียนทไี่ ดร้ ับการสอนโดยใชว้ ิธีการจดั การเรยี นรู้แบบส่ือเทคโนโลยีเสมอื นจริง (AR) มีผลสมั ฤทธห์ิ ลังเรียนสูงกว่ากอ่ นเรียน อย่างมีนัยสาคญั ทางสถติ ทิ ี่ระดบั .01 2. นกั เรียนทไี่ ด้รับการจดั การเรยี นการสอนแบบปกติ มีผลสมั ฤทธิ์หลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน อยา่ งมนี ัยสาคัญทางสถติ ิท่ีระดบั .01 3. นักเรียนทไ่ี ด้รับการสอนโดยใช้วิธกี ารจัดการเรยี นร้แู บบสื่อเทคโนโลยเี สมอื นจริง (AR) มีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนสูงกว่านกั เรียนทไ่ี ด้รับการจดั การเรียนการสอน แบบปกติ อย่างมีนัยสาคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ .01 4. นกั เรียนท่ไี ดร้ ับการสอนโดยใชว้ ิธีการจัดการเรียนรแู้ บบสอ่ื เทคโนโลยีเสมอื นจริง (AR) มีเจตคติตอ่ การเรียนวชิ าโปรแกรมประมวลผลคา สงู กว่านกั เรียนที่ได้รบั การ จัดการเรยี นการสอนแบบปกติอย่างมนี ยั สาคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั .01 ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะในการนาไปใช้ 1. ผสู้ อนตอ้ งวิเคราะหเ์ นอ้ื หาว่าเหมาะสมทจ่ี ะแบ่งเปน็ หวั ขอ้ ย่อย ๆ ทีค่ อ่ นขา้ งเท่าเทียม กันได้ 2. ผู้สอนต้องปฐมนเิ ทศ แนะนาช้แี จงให้นกั เรียนเขา้ ใจหลกั การ ประโยชนแ์ ละเหน็ ความสาคญั ของการเรียนแบบสอ่ื เทคโนโลยีเสมือนจรงิ (AR) พร้อมท้ังอธบิ ายขั้นตอน ของการเรยี นแบบ ให้นกั เรยี นเขา้ ใจ และสามารถปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ตอ้ ง 3. ในการจดั การเรยี นการสอนแบบส่อื เทคโนโลยีเสมอื นจรงิ (AR) เนอ่ื งจากนกั เรียนตอ้ ง มีบทบาทเป็นท้ังผู้เรียนและผสู้ อนเพอ่ื น และควรคานึงถงึ ความเหมาะสมของเวลา เนื้อหา ภาษาความชัดเจน และความนา่ สนใจของส่อื ต่างๆ เพ่อื ให้การเรียนแบบน้มี ี ประสิทธิภาพสูงข้ึน

ข้อเสนอแนะสาหรับการศึกษาค้นควา้ ครงั้ ตอ่ ไป ควรมกี ารศกึ ษาเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ระหวา่ งผ้เู รยี นท่ีเรียนรู้ดว้ ย วิธกี จดั การเรียนร้แู บบร่วมมอื ด้วยเทคนคิ จกิ ซอว์ กับการเรียนรู้ดว้ ยวิธกี ารจัดการเรียนรู้ แบบรว่ มมือแบบอน่ื ๆ

รายงานการวจิ ยั ชุมชนแห่งการเรยี นรู้ (PLC) นางแสงเดือน จงเจรญิ วไิ ล Model Teacher นางสาววรรษษิฐา พาคา Buddy teacher นางสาวพชิ ญาวรี ์ วงบุรี Buddy teacher นายเชียวชาญ ทองคา Buddy teacher นางสาวรตั ติยา กาวี Buddy teacher นางสาวบศุ ยา ผาภู Buddy teacher ครแู ผนกวชิ าคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคนา้ พอง ช่ือเร่อื ง การพัฒนารูปแบบการเรยี นรขู้ องนักเรียน/นกั ศกึ ษาภายใต้ชุมชนแหง่ การเรียนรู้ (PLC) กรณีศกึ ษา การพมิ พ์สมั ผัสแป้นเหย้า นักเรียนระดับชนั้ ปวช. 1 สาขาวชิ าคอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ ความเปน็ มาและความสาคัญของปญั หา ชุมชนการเรียนร้ทู างวิชาชีพครู (Professional Learning Community) หรือ PLC มาจาก การพฒั นาความสามารถขององค์กรในการจัดการความรูเ้ พื่อการเรยี นรู้ กลยทุ ธร์ ะดับองคก์ รที่ มุง่ เนน้ ใหอ้ งค์กรมีการปรบั ตวั ตอ่ กระแสการเปลย่ี นแปลงของสงั คม ทเี่ กดิ ขึน้ อย่างรวดเรว็ โดยเร่มิ พัฒนาจากแนวคิดองคก์ รแห่งการ เรยี นรู้และปรับประยกุ ต์ให้มคี วามสอดคลอ้ งกบั บริบทของโรงเรยี น และการเรียนรู้รว่ มกันในทางวิชาชพี ทมี่ หี นา้ งานสาคัญคอื ความ รบั ผิดชอบการเรยี นรู้ของผ้เู รียน ร่วมกนั เป็นสาคัญ จากการศึกษา หลายโรงเรียนในประเทศสหรฐั อเมรกิ าดาเนินการในรูปแบบ PLC พบวา่ เกดิ ผลดีทางวชิ าชีพครู และผู้เรยี นท่ีมุ่งพัฒนาการของผ้เู รยี น

PLC ถอื เปนการพฒั นาบุคลากรโดยเรมิ่ จากลางข้นึ บน (Bottom Up) อยางแทจรงิ แทนทจ่ี ะ สง่ั การจากสวนบนลงมาซึ่งสง่ิ สาคญั ที่สุดของการอบรม PLC อยูทกี่ ารเรียนรู (Learning) กลาวคือผูเข าอบรมตองรูวาวนั นีไ้ ดเรียนรูและแบงปนความรูอะไรบางและจะทาอยางไรใหความรูจากการอบรมส งผลถงึ คุณภาพการศกึ ษาของเด็ก “ชมุ ชนแหง่ การเรียนรทู้ างวชิ าชพี เปน็ กระบวนการรวมกล่มุ โดยต้องอาศยั ความร่วมมือรว่ มใจเพ่ือ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ พูดคยุ สนทนา วพิ ากษ์ ใหข้ ้อเสนอแนะอยา่ งมีกลยั าณมิตร และสะท้อนคิดเพ่ือการ พฒั นาตามเป้าหมายทีมีรว่ มกันในวิชาชพี ครมู ุ่งสู่ผลสัมฤทธใิ์ นการเรยี นรู้ของผ้เู รียนเป็นสาคญั ”(อทุ ิศ บารุงชีพ, 2558) การนา PLC มาใชใ้ นโรงเรียนจะสาเรจ็ หรอื ไมข่ น้ึ กบั เง่ือนไข 5 ประการ ได้แก่ ความเปน็ ผู้นาท่ี สนบั สนุนและผู้แบ่งปนั การเรียนร้รู ่วมกันและการประยุกตใ์ ช้ ความรู้ค่านิยมร่วมและวสิ ยั ทัศนร์ ว่ ม ของสมาชิก เง่อื นไขทชี่ ่วยผดุงความเปน็ ชุมชนแหง่ การเรียนรู้ และการแบง่ ปนั การปฏบิ ัติ ชุมชนการเรยี นรทู้ างวชิ าชีพ คอื วธิ ีการทใี่ ชใ้ นการพฒั นาครูใหม้ ีความรคู้ วามสามารถใน การ จัดการเรียนการสอน โดยการสรา้ งบรรยากาศให้ครูได้แลกเปล่ียนเรียนรู้ซงึ่ กนั และกนั ชว่ ยใหค้ รูไม่ โดดเดี่ยว และมีเครือข่ายในการทา งาน โดยสง่ิ ทชี่ ว่ ยสง่ เสรมิ ใหช้ มุ ชนการเรียนรทู้ างวิชาชพี ประสบ ความสาเร็จได้เกิดจาก ครูมีจิตใจมงุ่ ม่ันพัฒนาคุณภาพผ้เู รยี น รจู้ ักเผื่อแผแ่ บง่ ปนั ความรแู้ ละ ประสบการณ์ให้เพ่ือนครยู อมรับในความรู้ ความสามารถและจดุ ดขี องคนอน่ื พร้อมทีจ่ ะเปลี่ยนแปลง ตนเองเม่ือพบส่ิงทีช่ ่วยพัฒนาผเู้ รยี นทดี่ ีกวา่ นอกจากนีย้ ังต้องจัดสภาพแวดล้อมทเี่ อื้ออานวยใหเ้ กิด การเรยี นรู้ท้งั ดา้ นสถานที่ เวลากฎเกณฑ์ กติกาและสง่ิ อานวยความสะดวก โดยทกุ คนมีวสิ ัยทัศน์ ค่านยิ ม และเป้าหมายรว่ มกัน และปัจจัยสาคญั อีกประการหน่ึงคือการมผี ู้บริหารที่มภี าวะ ชุมชนการ เรยี นรู้ทางวิชาชีพและแนวทางการนามาใชใ้ นสถานศึกษา วารสารศกึ ษาศาสตร์ มสธ. ปี ท่ี 10 ฉบบั ที่ 1 (ม.ค. – ม.ิ ย.) 2560 | 41 ผู้นาแบบสนบั สนุนและแบง่ ปันไมผ่ ูกขาดความเป็นผู้นาไวท้ ีต่ นเอง มใี จ กว้างและพร้อมท่จี ะเป็นผ้สู ง่ เสริม สนบั สนุนการเรียนรูข้ องครู และวจิ ารณ์ พานชิ , 2554 : การพัฒนาไปสู่วถิ ีการเรยี นร้แู ละพฒั นา ขององค์กรแบบชุมชน การเรยี นรูท้ ่เี รียกวา่ PLC มีหลากหลายในบริบทต่าง ๆ ของแต่ละประเทศ ทต่ี น่ื ตวั เพ่ือเปลี่ยนผา่ นให้ ทันต่อการเปล่ยี นแปลง ของในยคุ ศตวรรษที่ 21 ทัง้ กรณศี ึกษากลุ่มศกึ ษา บทเรยี น หรือ lesson study การจดั การศึกษาล้วนแล้วมุง่ เนน้ เพ่ือการปฏิรูปการจดั การเรยี นรู้ ผ่านกระบวนการของ PLC ซง่ึ เป็นแบบรว่ มแรงรว่ มใจกนั อยา่ งจริงจัง บนฐานงานจรงิ สาหรับประเทศไทย ผ้วู ิจัยพบว่า มโี รงเรียน สว่ นหน่ึงทีม่ ุง่ ใช้โรงเรียนเป็นฐาน การปฏิรูปการจัดการเรียนรู้ ตามแนวทางที่มีความสอดคล้องกนั คือ การจดั การความรแู้ บบPLC ในการขบั เคลื่อนกระบวนการจัดการการเรยี นรู้ และการพฒั นาวชิ าชีพครู รว่ มกนั เพื่อการพฒั นาบนรากฐานการทางานในหอ้ งเรียนจริง สาหรบั การปฏริ ูปการจดั การเรียนรใู้ น ศตวรรษที่ 21 ภายใตบ้ ริบทของ PLC ที่มีรากฐานวัฒนธรรม และเง่ือนไขทางสงั คมท่เี ป็น ลกั ษณะเฉพาะของบริบทประเทศไทย

PLC จะเปน็ เคร่ืองมือในการพัฒนาครูได้อยา่ งตอ่ เนื่อง และยงั่ ยืนเพราะสามารถทาไดท้ ันที เพราะการพฒั นาวิชาชพี ครจู ะพัฒนาไปพร้อมกบั การพฒั นาผู้เรยี น นอกจากนัน้ แลว้ สานักพฒั นา วิชาชพี ครไู ด้นาแนวพระราชดาริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้ามาร่วมเปน็ แนวปฏบิ ัติตามหลักคิด 9 ประการ จากขอ้ มูลบันทกึ การสอนรายวชิ าคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่อื งานอาชพี รหัสวิชา 20001-2001 ระดับชนั้ ปวช. 1 สาขาวชิ าคอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ วทิ ยาลัยเทคนิคน้าพอง ระหว่าง สปั ดาห์ท่ี 1-3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563 พบว่านกั เรียนมีประเด็นปัญหาในการเรียน เรือ่ ง การพิมพส์ ัมผสั จึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือรว่ มกนั กบั ครูในกลมุ่ PLC เพ่ือแก้พฤตกิ รรม การพิมพ์สัมผัสไม่ได้ ของนกั เรียน ซึ่งมีขอ้ เสนอแนะวิธกี ารแก้ปัญหาคือ ในทกุ รายวิชาท่ีสอน คอมพวิ เตอร์ใหค้ รไู ดส้ อนการพมิ พส์ ัมผสั ให้แกน่ ักเรยี นก่อนทุกคร้งั โดยคาดหวงั วา่ จะแก้พฤติกรรม การพมิ พ์สมั ผสั ของนักเรียนได้ ดังนัน้ ผูว้ จิ ัยจึงได้นาเสนอรูปแบบการจัดการเรียนการสอนดว้ ยกระบวนการชุมชนทาง วชิ าชพี PLC โดยกาหนดขัน้ ตอนสูก่ ารเรยี นรู้ ในศตวรรษท่ี 21 บรบิ ทโรงเรยี นในประเทศไทย เพ่ือเปน็ องค์ความรู้สาคญั ต่อความเขา้ ใจในการปฏริ ูป การเรยี นร้สู ูก่ ารเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 โดยใช้โรงเรยี น เป็นฐาน ดงั น้ี 1. ครูรว่ มกนั ระบุเป้าหมายในการพฒั นาผเู้ รียน 2. ครรู ่วมกันวางแผนการเรียนรู้และทดลองใช้ 3. ครูตรวจสอบแผนการเรียนรูแ้ ละกระบวนการนาไปใช้ 4. ปรบั ปรงุ แก้ไขแผนการจดั การเรียนรู้บนพื้นฐานของข้อมูล 5. ศึกษาแนวทางวิธีการสอนและลองใชว้ ิธใี หม่ 6. สะทอ้ นผลการทางานและพิจารณาแนวทางทเ่ี หมาะสมกบั ผเู้ รียนในบรทิ บของ วทิ ยาลัยเทคนคิ ฯ วตั ถุประสงคโ์ ครงการ 1. เพ่ือใหน้ ักเรียน ชนั้ ปวช. 1 สาขาวิชาคอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ วิทยาลัยเทคนคิ น้าพอง ท่เี รยี นรายวิชา คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชีพ รหัสวชิ า 2001-2001 ประจาภาคเรยี นท่ี 1/2563 มี พฤติกรรมที่พงึ ประสงค์ด้านการพมิ พ์สัมผสั ดว้ ยกระบวนการชมุ ชนการเรียนรทู้ างวชิ าชพี 2. เพ่อื นาเสนอรูปแบบการจดั การเรียนรูท้ ีเ่ กิดจากชมุ ชนการเรียนรู้ทางวชิ าชีพครจู ากการปฏบิ ตั จิ ริง ในช้ันเรยี น

ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ ับ 1. นกั เรียน ช้ัน ปวช. 1 สาขาวชิ าคอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ วิทยาลยั เทคนคิ น้าพอง ที่เรียนรายวชิ า คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ รหสั วิชา 20001-2001 ประจาภาคเรยี นท่ี 1/2563 มี พฤติกรรมที่พงึ ประสงค์ด้านการพมิ พส์ มั ผสั ด้วยกระบวนการชุมชนการเรียนรทู้ างวิชาชีพ 2. นาเสนอรูปแบบการจดั การเรียนรทู้ ี่เกิดจากชุมชนการเรียนรทู้ างวชิ าชีพครูจากการปฏบิ ัตจิ รงิ ใน ช้นั เรยี น กลมุ่ เปา้ หมาย(สมาชกิ เครือขา่ ย) 1. นักเรียนช้ัน ปวช. 1 สาขาวิชาคอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ จานวน 41 คน 2. ครูแผนกวิชาคอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ วิทยาลัยเทคนคิ น้าพอง ที่เข้าร่วมกลุ่ม PLC จานวน 6 คน เน้อื หา (นวัตกรรม) 1. การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนด้วย PLC 2. แบบฝกึ พิมพส์ ัมผัสการวางแป้นเหยา้ 3. การพัฒนาสื่อการเรยี นการสอนดว้ ย e-Learning (ผลสมั ฤทธ)ิ์ 1.สอ่ื การเรยี นการสอนดว้ ย PLC 2.นกั เรียนช้นั ปวช. 1 สาขาวชิ าคอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ พิมพ์สมั ผัสตามแป้นเหย้าได้ 2.สอ่ื การเรยี นการสอนดว้ ย e-Learning ระยะเวลา 21 ก.ค.2563 - 20 ก.ย.2563 วธิ ดี าเนินการ PLC การเกบ็ รวบรวมข้อมลู การดาเนนิ การประกอบด้วย 3 วงรอบดงั นี้

กจิ กรรม ชว่ งระยะเวลาการ การดาเนินกจิ กรรม รอ่ งรอย ดาเนินการ กจิ กรรมท่ี 1 ทาความเข้าใจ วนั ที่ 21 ก.ค. 2563 ประชุมเพื่อทาความเข้าใจแนวคิด ใบลงชอ่ื การเข้า ร่วมกนั หลักการการทางานตาม รว่ มกจิ กรรม ประชมุ เพ่ือพฒั นาแผนการ วันท่ี 21 ก.ค.-19 ก.ย. กระบวนการ PLC จดั การเรยี นรูแ้ ละทาความ 1. แผนการจดั การ เขา้ ใจการทางานตาม 2563 วงรอบท่ี 1 เรยี นรู้ พรอ้ ม กระบวนการ PLC 1.กาหนดปัญหา/เร่ืองทต่ี ้องการทา บนั ทกึ หลงั สอน กจิ กรรมที่ 2 วงรอบท่ี 1 รว่ มกัน 2. ภาพการพดู คยุ กจิ กรรมหรือการสอนเร่อื งท่ี 2. Model Teacher พัฒนาแผนการ ปรึกษากับ Buddy 1 เร่ือง จัดประชมุ กลุ่มย่อย จัดการเรยี นรเู้ รอ่ื งที่ 1 เพอื่ ให้ 3. ภาพกจิ กรรม เพ่อื กาหนดปญั หาและแนว เหมาะสมกบั บรบิ ทแต่ละสมาชกิ นา การสอน ทางการจัดการเรยี นการสอน แผนการจดั การเรียนร้ชู ดุ ที่ 1 4. แบบสงั เกตการ ปรกึ ษา Buddy Teacher (วนั ที่ 21 สอนของ Buddy ก.ค 2561 ถงึ วนั ที่ 3 ก.ย 2563) 3. Model Teacher นาแผนการ Teacher จดั การเรยี นรู้ 1 ทป่ี รับแล้ว ไปใช้ สอนในชนั้ เรียน(วนั ท่ี 10 ก.ค 2563 5. ภาพการนิเทศ ถงึ วันท่ี 12 ส.ค 2563) การสอน 4. Buddy Teacher (รวมถงึ ผูบ้ ริหาร หรอื ผู้เชยี่ วชาญ หากเปน็ ไปได้) สังเกตการสอนและสะท้อนผลการ สอน (วันเดียวกนั หรือตามนดั (วนั ท่ี 28 ก.ค 2563 ถงึ วนั ท่ี 15 ส.ค 2563) 5. Model Teacher สรุปผลการสอน พรอ้ มข้อเสนอแนะของ Buddy Teacher ลงแผนการจดั การเรียนรู้ ชดุ ท่ี 1 (วนั ท่ี 19 ก.ค. 2563)

กิจกรรมท่ี 3 วงรอบท่ี 2 วนั ที่ 25 ก.ค. - 23 วงรอบท่ี 2 1. แผนการจัดการ กจิ กรรมหรือ การสอนเร่ืองที่ ส.ค. 2563 1.กาหนดปญั หา/เรอ่ื งท่ีต้องการทา เรียนรู้ พร้อม 2 เรือ่ ง ติดตามแผนการ รว่ มกัน บนั ทึกหลงั สอน จดั การเรียนการสอนพร้อม วันที่ 30 ส.ค.-13 ก.ย. 2. Model Teacher พฒั นาแผนการ 2. ภาพการพูดคุย ติดตามการทา e-Learning จัดการเรียนรเู้ รอ่ื งท่ี 1 เพอ่ื ให้ ปรึกษากับ Buddy 2563 เหมาะสมกับบริบทแตล่ ะสมาชกิ นา 3. ภาพกิจกรรม กจิ กรรมท่ี 4 วงรอบท่ี 3 แผนการจัดการเรยี นรชู้ ดุ ท่ี 2 การสอน กจิ กรรมหรือการสอนเรอ่ื งท่ี ปรกึ ษา Buddy Teacher (วันที่ 25 4. แบบสงั เกตการ 3 เรือ่ ง ประเมินผลการทา ก.ค. ถงึ วันที่ 23 ส.ค. 2563) สอนของ Buddy PLC และประเมินผลการใช้ 3. Model Teacher นาแผนการ e-Learning จัดการเรยี นรู้ 2 ที่ปรบั แลว้ ไปใช้ Teacher สอนในชน้ั เรียน(วนั ท่ี 25 ก.ค. ถึง วนั ท่ี 23 ส.ค. 2563) 5. ภาพการนเิ ทศ 4. Buddy Teacher (รวมถึงผู้บริหาร การสอน หรือผู้เชย่ี วชาญ หากเป็นไปได้) สงั เกตการสอนและสะท้อนผลการ 1. แผนการจดั การ สอน(วนั เดยี วกนั หรอื ตามนัด (วันท่ี เรยี นรู้ พร้อม 25 ก.ค. ถงึ วนั ที่ 23 ส.ค. 2563) บันทกึ หลังสอน 5. Model Teacher สรุปผลการสอน 2. ภาพการพูดคุย พร้อมขอ้ เสนอแนะของ Buddy ปรึกษากับ Buddy Teacher ลงแผนการจัดการเรียนรู้ 3. ภาพกิจกรรม ชุดที่ 2 (วนั ท่ี 25 ก.ค. ถงึ วนั ท่ี 23 การสอน ส.ค. 2563) 4. แบบสังเกตการ วงรอบที่ 3 สอนของ Buddy 1.กาหนดปญั หา/เรอ่ื งท่ีต้องการทา รว่ มกนั Teacher 2. Model Teacher พฒั นาแผนการ จดั การเรยี นรเู้ ร่ืองที่ 3 เพอื่ ให้ เหมาะสมกับบริบทแตล่ ะสมาชิก นา แผนการจัดการเรยี นรู้ชุดที่ 3 ปรกึ ษา Buddy Teacher (วนั ท่ี 30 ส.ค.2563 ถงึ วันท่ี 13 ก.ย. 2563)

กจิ กรรมท่ี 5 3. Model Teacher นาแผนการ 5. ภาพการนิเทศ สรุปรายงาน จัดการเรียนรู้ 3 ทปี่ รับแลว้ ไปใช้ การสอน สอนในชน้ั เรยี น(วันท่ี 30 ส.ค.2563 ถึงวนั ที่ 6 ก.ย.2563) เล่มรายงาน 4. Buddy Teacher (รวมถึงผบู้ ริหาร หรือผ้เู ชีย่ วชาญ หากเป็นไปได้) สังเกตการสอนและสะท้อนผลการ สอน(วนั ท่ี 30 ส.ค.2563 ถงึ วันท่ี 6 ก.ย.2563) 5. Model Teacher สรปุ ผลการสอน พร้อมข้อเสนอแนะของ Buddy Teacher ลงแผนการจัดการเรียนรู้ ชุดที่ 3 (วนั ที่ 6 ก.ย.2563) วันที่ 9-20 ก.ย. 2563 ประชาสมั พันธ์กจิ กรรม ผลสาเร็จ ของโครงการสง่ รายงาน ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู (เชิงปริมาณ) นักเรียนระดบั ชัน้ ปวช. 1 สาขาวิชาคอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ จานวน 41 คน (เชิงคุณภาพ) นกั เรยี นระดบั ช้ัน ปวช. 1 สาขาวิชาคอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ จานวน 41 คน พมิ พส์ มั ผสั แปน้ เหยา้ ได้ สรปุ ผลการดาเนินการ PLC เสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ............................................................. (นางแสงเดือน จงเจรญิ วไิ ล) ผู้วิจยั ........../.........../.......... ............................................................. ............................................................. (นายไชยนั ต์ ไชยาดลุ านนั ท์) (นายศุภกฤต แกมนิรัตน)์ รองผูอ้ านวยการฝา่ ยวิชาการ ผอู้ านวยวทิ ยาลัยเทคนคิ นา้ พอง ........../.........../.......... ........../.........../..........

ตวั ชว้ี ดั ที่ 1.2.2 ขอ้ 5 1.2.2 การจดั ทาแผนการเรียนรู้/แผนการฝกึ อบรมอาชีพ/ แผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล(IP)/แผนการจดั ประสบการณ์ ขอ้ 5 เปน็ แบบอย่างท่ีดี เป็นพเี่ ลี้ยงและหรือเป็นทีป่ รกึ ษา ดา้ นการจดั ทาแผนการเรียนรู้ แผนกวชิ าคอมพิวเตอร์ธรุ กจิ วิทยาลยั เทคนิคนา้ พอง

ประเมินครเู พ่อื ขอเลอ่ื นวทิ ยฐานะท่สี ูงข้นึ

นเิ ทศการสอน สาขาวชิ าคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ

จดั เตรยี ม/ตรวจเยี่ยมการจดั ห้องเรยี นยคุ โควทิ 19

ตัวชวี้ ดั ท่ี 1.2.3 ขอ้ 1 1.2.3 กลยุทธ์ในการจัดการเรยี นรู้ ข้อ 1 จัดการเรียนรู้โดยใชร้ ปู แบบ เทคนิคและวธิ ีการที่ เน้นวธิ ีการปฏบิ ตั ิมีความหลากหลาย ใชส้ อื่ นวตั กรรม เทคโนโลยี การจดั การเรียนรู้ การวดั ผลและประเมนิ ผล ตามแผนการจดั การเรยี นรู้หรือแผนการฝึกอาชีพท่ี สอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้สมรรถนะประจา หน่วย หรอื สมรรถนะของหลกั สตู ร และสอดคล้องกับ ธรรมชาตขิ องผู้เรียน หรือผ้เู ขา้ รบั การฝึกอบรม และ เนอื้ หาสาระการเรียนรู้ แผนกวิชาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจ วทิ ยาลัยเทคนคิ นา้ พอง

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 7 ช่อื วิชา โปรแกรมประมวลผลคา (20204-2102) สอนครง้ั ที่ 11- 12 ชื่อหน่วยการพิมพ์หนังสือราชการและจดหมายธุรกิจ จานวน6 ชัว่ โมง ช่ือเรื่อง การพิมพ์หนังสือราชการและจดหมายธรุ กิจ ชวั่ โมงรวม 36 1. สาระสาคญั การติดต่อราชการท้ังภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงาน จาเป็นตอ้ งคานงึ ถงึ รูปแบบ ของหนงั สือราชการตามระเบียบของงานสารบรรณ ข้อความในหนงั สือดงั กลา่ วถือเป็นหลักฐานทาง ราชการส่วนการติดต่อทางด้านธรุ กิจ จะใช้จดหมายธุรกิจ ในการตดิ ต่อระหว่างกันในวงการธรุ กจิ โดย มีจดุ ประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งในการดาเนนิ ธรุ กจิ โดยถือเปน็ การส่อื สารทางธรุ กจิ รปู แบบหนงึ่ ทย่ี งั คง มีความสาคญั ต่อวงการธุรกิจ ทั้งในด้านการประหยัด ความสะดวกรวดเร็ว การใหร้ ายละเอยี ดข้อมลู การใชเ้ ป็นหลกั ฐาน และเป็นส่อื สมั พนั ธท์ ดี่ ีในการติดต่อธรุ กิจ โปรแกรมประมวลผลคาเปน็ อกี โปรแกรมหน่งึ ทีม่ ีความสามารถในดา้ นการพมิ พ์หนังสือดงั กล่าว 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 2.1 จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพ่ือใหม้ ีความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกับการพมิ พ์หนังสือราชการ 2. เพื่อให้มีเจตคติท่ดี ตี ่อการเตรยี มความพร้อมด้านการเรียนรูต้ ามหัวข้อท่ีกาหนด ความ สนใจใฝร่ ู้ ความมีเหตผุ ล ความรอบรู้ ความรอบคอบ/ระมัดระวงั ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความเปน็ ประชาธิปไตย 2.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. สร้างหนงั สือราชการได้ 2. สร้างจดหมายธุรกจิ ได้ 3. ผู้เรียนมคี ุณธรรม จริยธรรมทีพ่ งึ ประสงค์ คอื มมี นษุ ยสมั พนั ธ์ มีวินยั มีความซือ่ สัตย์ ความ รับผิดชอบ เช่ือม่นั ในตนเอง ประหยัด มีความคิดริเรม่ิ สรา้ งสรรค์ ความสนใจใฝร่ ู้ และพ่ึงตนเอง 4. ผู้เรียนมีความพร้อมด้านการเรียนรตู้ ามทกี่ าหนด มคี วามสนใจใฝร่ ู้ มีเหตุผล มคี วามรอบรู้ มี ความรอบคอบ/ระมดั ระวงั ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และมีความเป็นประชาธปิ ไตย 3. สมรรถนะ สามารถพิมพห์ นังสือราชการและจดหมายธรุ กจิ ได้อย่างถูกต้อง

4. สาระการเรยี นรู้ การพมิ พห์ นังสือราชการและจดหมายธุรกจิ ศึกษาเก่ียวกบั 1. หนังสือราชการ 2. จดหมายธรุ กจิ 5. การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 5.1 ความพอประมาณ 1. มคี วามร้คู วามเข้าใจปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการใช้ พลังงานไฟฟา้ อย่างเหมาะสมและประหยัด เชน่ ปิดเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ปิดเคร่ืองปรบั อากาศ ปิดไฟฟ้า ปิดพัดลมเม่ือเลิกการใช้งาน 2. จดั สรรเวลาในการปฏิบตั งิ านตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเหมาะสม 5.2 ความมีเหตุผล 1. เหน็ คุณค่าของปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการนาไปพัฒนาชีวิต โดยใช้ พลังงานไฟฟา้ ที่มีอยใู่ ห้คมุ้ ค่าและเกิดประโยชนส์ ูงสุด 2. สามารถพมิ พ์หนังสือราชการ และจดหมายธุรกจิ ได้อยา่ งถูกต้อง 5.3 การมภี ูมิคุ้มกันในตวั ท่ดี ี 1. มีความตระหนักและรู้จักประยกุ ตใ์ ช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการดาเนิน ชวี ิตได้อยา่ งถูกต้อง 2. ฝึกฝนทกั ษะการพิมพห์ นังสือราชการ และจดหมายธุรกิจได้อย่างถูกต้อง 3. ฝึกฝนทกั ษะการสรปุ สาระสาคญั ประจาหน่วยเรยี น 5.4 เงื่อนไขความรู้ 1. การพิมพ์และจัดรูปแบบหนังสอื ราชการ 2. การพิมพ์จดหมายธรุ กจิ 5.5 เงื่อนไขคณุ ธรรม 1. ความรบั ผิดชอบในการปฏิบัตงิ าน 2. ความมีวินัย 3. การพ่ึงตนเอง 4. มีความสนใจใฝ่รู้ 5. มีความซือ่ สัตย์สุจรติ 6. การประหยัด 7. มีความเช่ือมนั่ ในตนเอง 8. มีความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ 9. มีความรอบคอบ/ระมัดระวัง 10. มคี วามเป็นประชาธปิ ไตยและความเปน็ ไทย

5.6 เช่ือมโยงสู่ 4 มิติ มที ักษะในการพิมพ์หนงั สือราชการ และจดหมายธุรกิจ โดยใชโ้ ปรแกรม Microsoft Word 2016 ได้อย่างเหมาะสม ทาใหเ้ ป็นผู้มคี วามสนใจใฝ่รู้ มคี วามระมัดระวัง และเกิดความเช่ือมั่นในตนเอง 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สอนแบบบรรยาย อธบิ ายและสาธิต) ขน้ั เตรยี ม 1. จดั เตรียมเอกสารประกอบการสอน สอื่ การเรียนการสอน วธิ กี ารเรียน การปฏิบตั งิ านท่ี ได้รบั มอบหมาย และวธิ ีวดั ผลประเมนิ ผล การปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบของสถานศึกษา 2. ใหผ้ ู้เรยี นเปดิ ไฟฟ้าดวงที่จาเป็นตอ้ งใช้ และเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ตามจานวนผู้เรยี น ถา้ มี เครือ่ งคอมพวิ เตอรท์ ไ่ี ม่ได้ใชห้ รอื ใชไ้ ม่ได้ ห้ามไมใ่ หเ้ ปิดหนา้ จอทิง้ ไว้ เพราะสิ้นเปลืองพลังงาน 3. แจง้ จุดประสงค์การเรยี นของหน่วยที่ 7 และการให้ความรว่ มมอื ของผู้เรียนในการทากิจกรรม 4. สอบถามผเู้ รยี นเรื่องการพิมพ์หนังสอื ราชการ และจดหมายธุรกจิ สามารถใช้โปรแกรม Microsoft Word 2016 พิมพ์ได้หรือไม่ โดยการสอบถามเปน็ รายบคุ คลและรายกลุ่ม เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นได้ แสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมีเหตุผล 5. ผู้สอนบอกแนวทางในการเรยี น และวิธีการปฏบิ ัติตามภาระงานที่มอบหมาย ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. ใชเ้ กมส์ ใน Kahoo.it เพอื่ กระตุ้นใหผ้ เู้ รียน กระตือรือรน้ 2. ให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 7 ในเวลาท่กี าหนด (e-learning) 3. เมอ่ื ผู้เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียนเสรจ็ แลว้ ใหผ้ เู้ รียนผลัดกันตรวจแบบทดสอบกับเพื่อน ด้วยความซอ่ื สตั ย์สจุ รติ โดยผสู้ อนเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยท่ี 7 ข้นั สอน 1. ผู้สอนทาการสอนโดยให้ผ้เู รยี นเปิดหนงั สือประกอบการเรยี นการสอน 2. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นเปิดเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์และเขา้ สโู่ ปรแกรม Microsoft Word 2019 3. ผู้สอนทาการอธบิ ายเนื้อหาความรู้เกยี่ วกับการพิมพ์หนังสอื ราชการ และจดหมายธุรกิจ พร้อมทง้ั สาธิตเนอื้ หาการเรียนรแู้ ต่ละเร่ืองใหผ้ ้เู รียนไดเ้ รยี นรู้ไปพร้อมกนั 4. ผสู้ อนบอกวธิ ีการและแนวคิดในการปฏบิ ตั ทิ ถี่ ูกต้องให้แก่ผู้เรียน สงั เกต บนั ทึกพฤติกรรม ผเู้ รียนขณะเรยี นและศึกษาบทเรียน คอยชว่ ยเหลอื และให้คาแนะนาเมื่อผเู้ รียนเกดิ ความสงสยั 5. ผู้สอนเปดิ โอกาสให้ผเู้ รียนซกั ถามข้อสงสยั ขน้ั สรุป 1. ผู้สอนใหผ้ ้เู รียนศึกษาจากใบความรแู้ ละทาแบบฝกึ ปฏบิ ัตติ ามใบงาน 2. สังเกต บันทกึ พฤติกรรมผู้เรียนขณะดาเนนิ งานตามใบงาน คอยชว่ ยเหลือใหค้ าแนะนาเม่อื ผู้เรยี นเกิดความสงสยั

3. แบ่งกลุม่ ผเู้ รียนเพื่อดาเนนิ งานตามใบงาน ผสู้ อนเดนิ สารวจการศึกษาข้อมลู จากใบความรู้ และฝกึ ปฏิบตั ติ ามใบงานของผเู้ รยี น หากพบว่าผ้เู รยี นไมเ่ ข้าใจ ผูส้ อนทาการอธบิ ายใหผ้ เู้ รยี นอกี คร้ัง 4. เมอื่ ผู้เรยี นทางานที่ได้รบั มอบหมายเสรจ็ เรียบร้อยแล้ว ให้ตัวแทนกล่มุ หรือสมาชิกท้ังกลมุ่ ลุก ขน้ึ อธิบายคาตอบพรอ้ มทง้ั วิธีการได้มาซ่งึ คาตอบ 5. ผสู้ อนทาการเฉลยรว่ มกับผูเ้ รยี น พร้อมทัง้ อธิบายข้อมูลเพิ่มเตมิ หากผู้เรียนเกิดความสงสัย และผเู้ รยี นคนใดยงั ทางานที่ได้รับมอบหมายไมถ่ ูกต้องใหท้ าการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบรอ้ ยและเกบ็ สะสม ช้นิ งานทกุ งานท่ีได้รบั มอบหมายส่งตามกาหนด 6. ผู้สอนร่วมกบั ผเู้ รียนช่วยกนั สรุปสาระการเรียนรูป้ ระจาหน่วยการเรียน เพื่อสง่ เสริมความ เปน็ ประชาธิปไตย 7. ผเู้ รยี นทาแบบฝึกหัดท้ายหนว่ ยเรียน 8. ผูเ้ รยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยท่ี 7 ในเวลาท่กี าหนด 9. ผ้สู อนเฉลยแบบฝกึ หดั ทา้ ยหน่วยเรยี น พร้อมกบั ให้ผูเ้ รียนแลกเปล่ียนกระดาษคาตอบกัน โดยครผู สู้ อนเฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น 10. ผู้สอนใหผ้ เู้ รียนท่ีไดร้ ับมอบหมายเวรประจาวัน สารวจความเรียบรอ้ ยของห้องเรียน พรอ้ มทง้ั ทาความสะอาดห้องเรยี น และให้ผู้เรยี นเตรียมตัวเรยี นในคาบต่อไป 7. ส่ือประกอบการจัดการเรยี นรู้ สื่อสงิ่ พมิ พ์ 1. หนงั สอื เรียนวชิ าโปรแกรมประมวลผลคา (Microsoft Word 2019) รหสั วชิ า 20204-2102 2. แบบทดสอบกอ่ นเรียน - หลงั เรยี น 3. ใบความร้ทู ่ี 7เรื่องหนงั สือราชการ และจดหมายธรุ กิจ 4. ใบกจิ กรรม 5. แบบฝกึ หดั ท้ายหน่วยเรยี น 6. แบบเฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น - หลงั เรยี น และแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วยเรยี น 7. แบบประเมนิ ผลการทางานตามใบงาน 8. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ส่อื โสตทศั น์ 1. คอมพวิ เตอร์พรอ้ มอปุ กรณ์ตอ่ พ่วง 2. โปรแกรม Microsoft Word 2019 3. โปรเจคเตอร์ 4. บทเรยี นออนไลน์ วชิ าโปรแกรมประมวลผลคา 5. Kahoot.it (https://create.kahoot.it/kahoots/my-kahoots) 6. ไมโครโฟน เคร่ืองขยายเสียงพร้อมลาโพง

ส่ือของจริง - 8. แหล่งการเรยี นรเู้ พ่มิ เติม ในสถานศกึ ษา 1. ห้องสมดุ วิทยาลัยฯศึกษาข้อมลู จากเอกสาร 2. หอ้ งปฏบิ ตั ิการ Internet คน้ ควา้ ข้อมูลทาง Internet 3. ครูผสู้ อนแผนกวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกิจ http://202.29.230.210/moodle/my/ นอกสถานศึกษา 1. หอ้ งสมุดประชาชน / รา้ นหนังสอื 2. Internet / ร้านคอมพวิ เตอร์ทใี่ หบ้ ริการทางด้าน Internet 3. บคุ ลากรตา่ ง ๆ ทม่ี ีความรเู้ ก่ียวกบั โปรแกรมประมวลผลคา 9. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธก์ ับวิชาอน่ื 1. บรู ณาการกับกลมุ่ วิชาภาษาไทย การฝกึ เขียนคาภาษาไทยท่ถี กู ต้องการฝึกปฏิบตั เิ ขียนย่อ ความการเขียนเรียงความเขยี นโครงการเขยี นรายงานวชิ าการ การออกแบบเอกสาร การรา่ งเอกสาร กอ่ นพมิ พ์เอกสารประเภทต่าง ๆ ด้วยโปรแกรมประมวลผลคา 2. บูรณาการร่วมกับกลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศ เนื่องจากครูผู้สอนได้บูรณาการการสอนกับ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน การนาโปรแกรมประมวลผลคามาประยุกต์ใช้จาเป็นต้องมีส่วนเก่ียวข้องกับ รายวิชาภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะการพิมพเ์ อกสารที่เป็นภาษาอังกฤษใหถ้ ูกต้อง 3. บูรณาการร่วมกับกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ ด้านการใช้สูตรและฟังก์ช่ันในการคานวณประยุกต์ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการวางแผนการออกแบบประดิษฐค์ ิดค้นส่งิ ใหม่ ๆในงานอาชีพ 10. การวดั ผลและประเมินผล ก่อนเรยี น ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรยี น 1. ตรวจผลงานตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย 2. สงั เกตการปฏบิ ตั ิงาน หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น 2. ตรวจงานท่ไี ด้รบั มอบหมาย 3. ตรวจแบบฝกึ หัดทา้ ยหน่วยเรียน

1. สิง่ ทจ่ี ะวัด 1.1 ความรู้ความเข้าใจจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1.2 การประเมินผลงาน 1.3 สงั เกตพฤติกรรมขณะเรียน 2. วธิ กี ารวดั 2.1 ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน 2.2 ตรวจงานทม่ี อบหมาย 2.3 สังเกตพฤติกรรมขณะเรยี น 3. เครื่องมือวดั 3.1 แบบทดสอบ 3.2 กจิ กรรมที่มอบหมาย 3.3 แบบสงั เกตพฤติกรรม 4. เกณฑ์การวัดผลและประเมนิ ผล เกณฑก์ ารวัดผล 1. ให้ขอ้ ถูก ข้อละ 1 คะแนน ขอ้ ผดิ 0 คะแนน 2. ให้คะแนนพฤติกรรมการเรียน 5 หมายถงึ ดมี าก 4 หมายถึง ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 และ 1 หมายถงึ ตอ้ งปรบั ปรุง เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1. ผเู้ รยี นได้คะแนนจากการทาแบบทดสอบ ไม่ต่ากว่าร้อยละ 60 2. ผเู้ รยี นไดค้ ะแนนจากกจิ กรรมการเรียน ไม่ต่ากว่าร้อยละ 80 3. ผเู้ รียนได้คะแนนพฤติกรรมการเรียน ไมต่ ่ากวา่ รอ้ ยละ 60 เกณฑ์การวดั แบบทดสอบ 10 คะแนน ระดับดี ตง้ั แตร่ อ้ ยละ 80 ข้ึนไป (8 คะแนน) ระดับปานกลาง ตง้ั แต่รอ้ ยละ 60 - 70 ข้ึนไป (6 - 7 คะแนน) ระดับปรับปรุง ตั้งแตร่ ้อยละ 50 ลงมา (5 คะแนนลงมา) เกณฑ์การผ่าน ตงั้ แต่ระดบั ปานกลางข้ึนไป หรอื ต้ังแตร่ ้อยละ 60 ขึ้นไป

กิจกรรมเสนอแนะประจาหนว่ ย 1. ผู้เรยี นต้องให้ความสนใจในการศกึ ษา เพ่ือหาเทคนิค วิธีการ หรอื หลักการง่ายเพ่ือให้หา คาตอบได้อย่างถูกต้อง และรวดเรว็ โดยการ ตง้ั ใจฟังหลักการ เทคนคิ วธิ ีการที่ครูผู้สอนสรปุ ในขณะที่ ทาการสอน และนาข้อสงสยั ซักถามครใู นการเรยี นทุกครงั้ ท่เี กิดความสบั สน และไมเ่ ข้าใจ 2. ผูเ้ รียนควรมกี ารทบทวนบทเรียนตลอด เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอยา่ งแท้จริง 3. ผู้เรียนหมัน่ ทาใบงาน แบบฝึกหดั และแก้ไขข้อทผี่ ิดใหถ้ ูกต้องเสมอ 4. ผเู้ รยี นตอ้ งสร้างมโนภาพให้เกิดความคดิ รวบยอดในสาระการเรยี นร้แู ละเทคนคิ วิธีการ พร้อมกับความจาเป็นในการนาไปประยุกต์ใชใ้ หเ้ กดิ ขึ้นโดยตนเองให้ไดเ้ พ่อื เกิดความรู้ความเข้าใจ อยา่ งแท้จริงไม่ใชเ่ กดิ จากการท่องจา

จัดการเรยี นรู้โดยใช้รปู แบบ เทคนิคและวธิ ีการ ท่ีเน้นวธิ กี ารปฏิบตั มิ คี วามหลากหลาย ใชส้ ื่อ นวตั กรรม เทคโนโลยี การจดั การเรยี นรู้

จัดการเรยี นรู้โดยใช้รปู แบบ เทคนิคและวธิ ีการ ท่ีเน้นวธิ กี ารปฏิบตั มิ คี วามหลากหลาย ใชส้ ื่อ นวตั กรรม เทคโนโลยี การจดั การเรยี นรู้

ตัวช้วี ดั ที่ 1.2.3 ขอ้ 2 1.2.3 กลยุทธ์ในการจดั การเรียนรู้ ขอ้ 2 ประเมินผลในการใช้ กลยทุ ธ์ในการจัดการ เรียนร้แู ละนาผลการประเมนิ มาปรบั ปรุงพัฒนาให้มี คุณภาพสงู ขึ้น แผนกวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ วทิ ยาลยั เทคนคิ น้าพอง

แบบสรปุ การประเมินกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาและพัฒนาผเู้ รียน เร่ือง แผ่นพับ นามบตั ร การด์ กิจกรรมที่มอบหมาย 1. ให้นักเรียนแต่ละคน ทาตามใบงานท่ีมอบหมาย 1.1 ใบงานท่ี 6 การทาแผน่ พับ 1.2 ใบงานที่ 7 การทานามบัตร 1.3 ใบงานที่ 8 การทาการด์ ผลการประเมินกลยุทธ์ ................................................................................................................................................................ .................................................................................................. .............................................................. .................................................................................................. .............................................................. .................................................................................................. .............................................................. ............................................................................................................................................................... ลงช่อื .............................................ผูป้ ระเมิน (.........................................................) ........../.............../............


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook