39 2. การวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย เพื่อกำหนดจุดที่จะพัฒนา หมายถึง การวิเคราะห์ผลหรือข้อมูลที่ได้ จากการประเมินและองค์ประกอบที่ส่งผลต่อสภาพความสำเร็จของงานเพื่อประโยชน์ในการกำหนดจุดที่จะ พัฒนาและการประเมินแนวทางเลือกเพ่ือพัฒนาการเลือกจุดที่จะพัฒนาให้เหมาะสม ทำให้การนิเทศของ โรงเรียนมโี อกาสและประสบความสำเร็จได้ จดุ ทีจ่ ะพัฒนาอาจพจิ ารณาในด้านต่าง ๆ เชน่ ความรู้ความสามารถ ในการปฏบิ ัตงิ าน เจตคติตอ่ วิชาชีพ ค่านยิ มในการพัฒนาตนเอง ทกั ษะการทำงานรว่ มกับผูอ้ น่ื ความตระหนัก ถึงความสำคญั และความจำเปน็ ทีจ่ ะตอ้ งพฒั นานกั เรยี น 3. การหาแนวทางเลือกเพ่อื พัฒนาเปน็ การพิจารณาเลอื กยุทธศาสตร์ที่จะใช้ในการปรับปรุงแกไ้ ข หรือ พัฒนาให้มีความเป็นไปไดห้ รอื มโี อกาสทีจ่ ะประสบความสำเร็จมากทสี่ ุด โดยคำนงึ จดุ ทจี่ ะพฒั นา หรอื ข้อจำกัด ของหน่วยงาน การหาแนวทางเลือกของหน่วยงาน การหาแนวทางเลือกเพื่อพัฒนามีขั้นตอนการดำเนินงาน ดงั น้ี 1) รวบรวมข้อมลู แนวทางเลือกท่ีมีความเป็นไปได้ในการพัฒนา 2) พิจารณาแนวทางเลือกท่ีมีความเป็นไป ได้ในการพัฒนา 3) พิจารณาข้อดีข้อเสียของแนวทางเลือกท่ีมีความเป็นไปได้ 4) เลือกแนวทางพัฒนาที่ เหมาะสมทส่ี ดุ ทจี่ ะให้บรรลุความต้องการ 4. การลงมือปฏิบัติ เป็นการนำยุทธศาสตร์ที่กำหนดไวม้ าลำดับขั้นตอนการดำเนนิ การและกำหนดส่งิ สนับสนุนในการดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ คือ 1) กำหนดรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการ 2) กำหนดส่ิง สนับสนุนในการดำเนินการ ซึ่งได้แก่ งบประมาณ บุคลากร สิ่งอำนวย ความสะดวกในการปฏิบัติงาน วัสดุ อุปกรณ์ 3) กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการ 4) วางแผนติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน 5) จัดทำแผน นิเทศของโรงเรียน 6) ประชุม ชี้แจง และมอบหมายงานให้ตรงความสามารถของผู้นิเทศ 7) ผู้นิเทศจัดทำ ปฏิทินนิเทศ และประสานปฏิทินนิเทศกับผู้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง 8) ผู้นิเทศจัดกิจกรรมนิเทศตามแผนนิเทศที่ ได้รบั มอบหมาย ตามปฏทิ นิ นิเทศท่ีกำหนดไว้ 9) ผู้นิเทศบันทึกการนิเทศ และผลการนิเทศตามกิจกรรมท่ีได้รับ มอบหมาย 5. การตดิ ตามประเมินผลและปรับปรงุ แกไ้ ข เปน็ การรวบรวมข้อมลู ด้านการดำเนนิ การนิเทศและผลท่ี ได้ระหว่างดำเนินการ และเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินการตามแผนนิเทศ ข้อมูลที่ได้นำไปเปรียบเทียบกับสภาพ ความสำเร็จของแผนนเิ ทศ หากพบว่าไม่เปน็ ไปตามสภาพความสำเร็จที่กำหนดกต็ ้องพิจารณาว่ามีข้อบกพร่อง ตรงไหน อย่างไร และหาวิธีพัฒนาให้ดีขึ้น หรือหากพบว่าการดำเนินการตามแผนนิเทศบรรลุผลที่คาดหวังไว้ แต่จากการดำเนนิ การพบวา่ มีวิธกี ารท่ดี ีกว่ามีประสทิ ธิภาพสูงกว่าก็อาจพจิ ารณาปรับปรงุ ใหด้ ีขน้ึ อีกได้ ปรียาพร วงศอ์ นุตรโรจน์ (2544) ได้กลา่ วถึงขัน้ ตอนการดำเนินการนเิ ทศไวด้ งั นี้ 1. การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการนิเทศเป็นขั้นตอนที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญ ทสี่ ุด ก่อนที่ผนู้ เิ ทศจะดำเนินการนิเทศ ผนู้ ิเทศต้องทราบสภาพปัญหาและความต้องการของผู้รับการนเิ ทศ 2. การวางแผนและการจัดทำโครงการนิเทศ การวางแผนตามลักษณะงานนิเทศภายในโรงเรียน หมายถึง วิธีการที่อาศัยหลักการและเหตุผลและข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัจจุบัน และปัญหาความ ตอ้ งการของสถานศกึ ษาว่า มคี วามตอ้ งการนิเทศในด้านใดบ้าง แลว้ นำมาจัดทำแผนและโครงการต่อไป
40 3. การดำเนินงาน การดำเนนิ การนเิ ทศเป็นการนำแผนงานหรือโครงการไปปฏิบัติเพ่อื ให้ได้ตามความ ต้องการหรอื เปา้ หมายท่ไี ดว้ างไว้ ซง่ึ จะมีรายละเอยี ดของแต่ละขั้นตอน 4. การประเมินผลการนิเทศ การประเมนิ ผลเป็นขัน้ สุดท้ายในการดำเนินการ โดยอาศัยขอ้ มูลท่ีเชื่อถือ ได้ การประเมินสามารถทำได้สองระยะ คือ การประเมนิ ผลระหว่างโครงการเพอ่ื พิจารณาถงึ วธิ กี ารดำเนินการ เพื่อปรับปรุงโครงการและการประเมนิ ผลสรุป ซ่ึงประเมนิ ผลเพ่ือการตดั สินใจถึงผลที่ได้รบั จากการนิเทศ 2.4 บทบาทผนู้ เิ ทศภายในโรงเรียน การนิเทศภายในโรงเรียนมีความสำคัญมาก บุคลากรทุกคนในโรงเรียนต้องปฏิบัติงานประสานกัน อย่างเป็นระบบ สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ฝ่ายบริหารทุกระดับของโรงเรียนเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วย ผลักดันส่งเสริมให้กิจกรรมการนิเทศภายในโรงเรียนบรรลุตามเป้าหมาย ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียน อันเป็นทรัพยากรท่ีมีค่าสูงสุด กมล บญุ ประเสรฐิ (2542) กล่าวถึงบทบาทผบู้ ริหารท่มี ีต่อการนิเทศการศกึ ษาภายในโรงเรียน ดังนี้ 1) สง่ เสริมให้ครมู คี วามรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั การนิเทศการศึกษาภายในโรงเรยี น 2) ร่วมประชุมวางแผนการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนกับผู้นิเทศและครู โดยอยู่ในฐานะ ประธานของคณะทำงาน 3) พิจารณาอนุมตั โิ ครงการนเิ ทศภายในโรงเรียนที่สอดคล้องกบั นโยบายและแผนงานของโรงเรยี น 4) เปน็ ผใู้ หก้ ารสนบั สนนุ ด้านวสั ดอุ ุปกรณ์ งบประมาณ สร้างขวญั และกำลงั ใจแกผ่ ูด้ ำเนนิ โครงการ 5) ให้คำแนะนำ ให้คำปรกึ ษา และเป็นวทิ ยากรท่ดี แี กค่ รูและผนู้ ิเทศภายในโรงเรียน 6) ช่วยเหลอื และสง่ เสรมิ ให้ครมู คี วามรแู้ ละมีความงอกงามในวิชาชีพ 7) ใชเ้ ทคนคิ การบรหิ ารมาชว่ ยเพิ่มประสิทธภิ าพการนิเทศการศกึ ษาภายในโรงเรยี น 8) นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการนเิ ทศการศึกษาภายในโรงเรียน กรมวชิ าการ (2543) ได้สรุปบทบาทหน้าทข่ี องผู้บริหารโรงเรียนในการนิเทศภายในไว้ดังนี้ 1) ตระหนักและเหน็ ความสำคัญวา่ จะต้องมกี ารพฒั นาเปลี่ยนแปลง 2) บรหิ ารและจัดการแบบมสี ่วนรว่ ม 3) สรา้ งขวัญและกำลังใจ 4) สรา้ งความเข้าใจกบั ผปู้ กครองและหน่วยงานอืน่ 5) สนบั สนนุ ด้านงบประมาณ ยานพาหนะ และอำนวยความสะดวกทุกดา้ น 6) สรา้ งเครอื ข่ายกับโรงเรยี นและสถาบนั ผลติ ครเู พ่ือการพฒั นาโรงเรยี น 7) ประสานงานกบั หนว่ ยศึกษานเิ ทศก์ และสถาบันผลิตครูในทอ้ งถ่นิ เพอ่ื ร่วมกนั วางแผนในการพัฒนา บุคลากร และโรงเรยี น
41 กล่าวได้ว่าผู้บริหารโรงเรียนซึ่งเป็นหัวหน้าสถานศึกษาย่อมเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการนิเทศ การศึกษาภายในโรงเรยี น เพราะผู้บริหารมีบทบาททัง้ ผู้ให้การนเิ ทศการศกึ ษาและผู้ส่งเสริม สนบั สนุน แนะนำ ตลอดจนการนเิ ทศการศึกษาติดตามอนั จะสง่ ผลต่อบรรยากาศและผลสัมฤทธิ์ของโครงการนิเทศการศึกษาให้ เกิดขน้ึ ในโรงเรยี นไดเ้ ป็นอย่างดี ผชู้ ่วยผู้บรหิ ารโรงเรยี นทกุ ฝา่ ย มีหนา้ ทีเ่ ปน็ ผู้นเิ ทศ ชว่ ยเหลือครใู หเ้ ข้าใจระบบตา่ ง ๆ ของโรงเรยี นให้ดี ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ช่วยฝ่ายวิชาการ ซึ่งต้องรับผิดชอบโดยตรงในด้านการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน จงึ ควรมบี ทบาทต่อการนเิ ทศงานวชิ าการภายในโรงเรียน ดงั น้ี (กมล บญุ ประเสริฐ, 2542) 1) ร่วมวางแผนและวิเคราะหโ์ ครงการนิเทศงานวิชาการภายในโรงเรียน 2) รวบรวมโครงการ และจัดทำแผนงานนเิ ทศงานวชิ าการภายในโรงเรยี น 3) ประสานงานกับศึกษานเิ ทศก์ กลมุ่ โรงเรียนและแหลง่ วิทยาการต่าง ๆ เพื่อเพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการ ดำเนนิ การนิเทศภายในโรงเรียน 4) นิเทศ ติดตาม และประเมินผล และควบคุมคุณภาพการดำเนินงานโครงการนิเทศงานวิชาการ ภายในโรงเรียนทกุ โครงการ 5) บริการ สนับสนุน อำนวยความสะดวก บำรุงขวัญและกำลังใจอย่างสม่ำเสมอแก่บุคลากรผู้ดำเนนิ โครงการแต่ละโครงการ 6) ทำสถิตหิ รือเกบ็ ขอ้ มลู แสดงความก้าวหน้าทางวชิ าการเปน็ รายเดอื น รายภาคเรยี น และรายปี 7) สรปุ ผลการดำเนินโครงการ แจ้งแกบ่ ุคลากรในโรงเรียน และรายงานผลเสนอหนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวข้อง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้หรือหวั หนา้ หมวดวิชา เป็นผู้ที่มีหนา้ ที่รับผิดชอบโดยตรงตอ่ งานวิชาการ ภายในหมวดวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นผู้ทำงานใกลช้ ิดกับครูมากทีส่ ุด รู้ปัญหาและความต้องการของครู เปน็ อย่างดี จึงเป็นผ้หู นึง่ ทีม่ บี ทบาทสำคญั ในการนเิ ทศภายในโรงเรยี น ดงั ตอ่ ไปน้ี (กมล บุญประเสริฐ, 2542) 1) ประชมุ ครเู พ่ือวางแผนเตรยี มการจดั การศกึ ษาและจดั การเรียนการสอนในสายวชิ า 2) นิเทศ แนะนำ ให้คำปรึกษาแก่ครู เกี่ยวกับการใช้และการปรับปรุงหลักสตู รในระดับชั้นเรยี น เช่น การทำโครงการสอน แผนการสอน การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน การผลิตสื่อ การวดั ผลและประเมินผล 3) ประชุมวิเคราะหป์ ัญหา เพือ่ จัดทำโครงการนิเทศงานวชิ าการภายในหมวดวิชา/กลุม่ สาระการเรียนรู้ จากปญั หาความตอ้ งการจำเป็นท่แี ทจ้ ริง 4) จัดกิจกรรมการนิเทศภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้หลาย ๆ แบบ เช่น จัดอบรม สัมมนา ประชุม ปฏิบัติการ การทศั นศึกษา จัดใหม้ กี ารสาธติ การสอน สังเกตการสอนในชนั้ เรยี น ดูงานของกลมุ่ สาระการเรียนรู้ อื่น ๆ หรือโรงเรยี นอ่ืน จัดทำเอกสารเผยแพรค่ วามร้แู ก่ครู จดั ปา้ ยนิเทศ เปน็ ตน้ 5) นเิ ทศ ติดตามผลการปฏบิ ัติงานของครใู นหมวดวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ 6) บริการ อำนวยความสะดวก เอาใจใส่ดูแลสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูในการดำเนินโครงการนิเทศ ภายในหมวดวิชา/กล่มุ สาระการเรียนรู้
42 7) ช่วยเหลอื กระตุน้ ส่งเสรมิ ครู เพ่ือใหค้ รพู ัฒนาตนเองและพัฒนาการสอนให้ดขี ้ึน 8) ประสานความร่วมมอื ทางดา้ นวิชาการภายในหมวดวชิ าและระหว่างวิชาตา่ ง ๆ ภายในโรงเรยี น 9) จดั ให้มีการประชุม หรืออภปิ รายผลการปฏิบตั ิงาน ในโครงการนิเทศภายในหมวดวิชาเปน็ ระยะ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพ่อื วเิ คราะห์ปัญหาและอปุ สรรคในการปฏิบัติงานและหาแนวทางปรับปรุงงาน วัฒนา สุวิทยพันธ์ (2537) กล่าวถึงบทบาทครูกับการนิเทศการศึกษาไว้ว่าครูเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ที่สุดทจี่ ะบนั ดาลให้การนิเทศงานวิชาการภายในโรงเรยี นเกิดสัมฤทธิ์ผลได้ เพราะครูเปน็ ผู้ปฏิบัติย่อมจะทราบ ปัญหาต่าง ๆ ไดด้ ี ถ้าปราศจากการรว่ มมอื รว่ มใจจากครู การนิเทศการศกึ ษาจะไมบ่ งั เกิดผลเลย ดงั นั้นบทบาท ของครูในการนิเทศภายในโรงเรียนควรมีดังตอ่ ไปนี้ 1) ยอมรบั บทบาทของผ้นู ิเทศ โดยรับฟงั ความคดิ เหน็ ขอ้ เสนอแนะ และนำไปปฏบิ ตั ใิ ห้เกิดผล 2) มคี วามสนใจ ความตอ้ งการ และความกระตอื รือรน้ ต่อการปรับปรงุ การเรียนการสอน 3) ให้ความร่วมมอื ในการนิเทศ เช่น ร่วมเป็นวิทยากรสาธติ การสอน ร่วมอภิปรายแสดงความคิดเหน็ และใหข้ อ้ มลู ที่เปน็ ประโยชน์ตอ่ การนิเทศแกผ่ นู้ ิเทศ 4) ร่วมปรึกษากับผู้บริหารและผู้นิเทศในการหาแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนางานวิชาการภายใน โรงเรียน 5) เปน็ ผู้นิเทศการศึกษาในเร่ืองทถ่ี นัดหรอื มีความชำนาญพิเศษตามท่ีได้รับมอบหมาย จะเห็นว่าผู้มีบทบาทในการนิเทศการศึกษาทั้งในฝ่ายของผู้ให้ ผู้รับ และผู้สนับสนุน ต่างทำงานใน ลักษณะทแ่ี ตกตา่ งกนั แต่ทุกฝา่ ยมีจุดประสงค์เดียวกนั คอื การพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนของครูเพื่อเพิ่ม ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นของนกั เรียนใหส้ งู ขน้ึ สรุปไดว้ า่ กจิ กรรมการนิเทศภายในโรงเรียนนน้ั มีมากมายหลายรูปแบบ ผู้นิเทศต้องเข้าใจลักษณะของ กจิ กรรม สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาความตอ้ งการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดใน การดำเนินงานของโรงเรยี น สำหรบั ในการจัดทำโครงการนิเทศภายในตามวงจรคณุ ภาพโรงเรียนรัตนโกสินทร์ สมโภชบางขุนเทียนนั้น ประกอบด้วยกิจกรรม การประชุมคณะกรรมการบริหารงาน วิชาการจัดเตรียมวาง แผนการดำเนินโครงการนิเทศภายใน การประชุมคณะกรรมการบริหารงานวิชาการเพื่อกำหนดแนวทางการ นเิ ทศภายในสถานศกึ ษา การประชุมคณะกรรมการนเิ ทศภายใน การประชุมคณะกรรมการบริหารงานวิชาการ การอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร การ Coaching & Mentoring แลกเปล่ยี นเรียนรู้ทางวิชาชพี (PLC) การนิเทศวิชาการ การเยี่ยมช้ันเรียนและสังเกตการจัดการเรยี นการสอน กจิ กรรมวิชาการสัญจร 8 กลุ่มสาระ 1 กลุม่ งานกิจกรรม พฒั นาผู้เรยี น นทิ รรศการวิชาการจัดแสดงผลงานครูผู้จดั การเรยี นการสอนท่ีเป็นเลิศ
43 3. แนวคิดเกี่ยวกบั การบริหารตามวงจรคุณภาพ วงจรคุณภาพ PDCA มาจากคำว่า “Plan – Do – Check – Act” หมายถึง “วางแผน – ปฏิบัติ – ตรวจสอบ – ดำเนินการต่อ/ปรับปรุง” ซึ่งต้องดำเนินการอย่างมีวินัยให้ครบวงจร และหมุนเวียนไปไม่หยุด ซึ่งแนวคิดของวงจรนี้ ดร.วอลเตอร์ ชิวฮาร์ท (Walter A Shewhart) เป็น ผู้พัฒนาขึ้นเป็นคนแรก ในปี ค.ศ. 1939 ในญี่ปุ่นจะเรียกว่า วงจรเดมมิ่ง Deming (Deming's Cycle) เนื่องจากดร.เดมมิ่ง (Deming) เป็นผคู้ ดิ ปรบั ปรงุ และอธบิ ายใหเ้ หน็ เปน็ รปู ธรรม และนำมาเผยแพร่ในประเทศญ่ปี ุ่นเป็นคนแรกในปี ค.ศ. 1950 บางครงั้ อาจเรยี กว่าวงจร PDCA ซ่งึ วงจรน้ใี นปจั จุบนั นบั ว่าเป็นส่วนสำคญั ยิ่งในการบรหิ ารจดั การ W. Edwards Deming (อ้างใน วิฑูรย์ สิมะโชคดี, 2542) ได้เสนอขั้นตอนการบริหารงานคุณภาพ “วงจรเดมม่ิง” (Deming's Cycle) ไว้ 4 ข้นั ตอน ดังนี้ 1. การจัดทำและวางแผน (plan) ประกอบด้วย การทำความเขา้ ใจวัตถุประสงคใ์ หช้ ัดเจน แลว้ กำหนด หัวข้อควบคมุ กำหนดคา่ เปา้ หมายทต่ี อ้ งการบรรลุใหแ้ กห่ วั ขอ้ ควบคุม และกำหนดวิธีการเพอ่ื ใหบ้ รรลุเปา้ หมาย 2. การปฏบิ ัตติ ามแผน (do) ประกอบด้วย การหาความรเู้ ก่ยี วกบั วธิ ีดำเนนิ การนนั้ ดว้ ยวิธีการฝึกอบรม หรอื ศึกษาด้วยตนเอง ดำเนนิ การตามวธิ ีการทีก่ ำหนด และการเก็บรวบรวมบนั ทกึ ข้อมลู ท่เี ก่ยี วข้องและผลลัพธ์ ของหวั ข้อควบคุม 3. การติดตามประเมินผล (check) ประกอบด้วย การตรวจสอบว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามวิธีการ ทำงานมาตรฐานหรือไม่ การตรวจสอบว่าค่าที่วัดได้ (ของตัวแปรที่เกี่ยวข้อง) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ และตรวจสอบวา่ (หัวขอ้ ครอบคลมุ ) ไดต้ ามเปา้ หมายท่ีวางไว้หรือไม่ 4. การกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ไม่เป็นไปตามแผน (act) ประกอบด้วย 1) ถ้าการปฏบิ ตั ิงานไมเ่ ปน็ ไปตามวิธกี ารทำงานมาตรฐานก็หามาตรการแกไ้ ข 2) ถา้ ผลลพั ธท์ ไี่ ด้ไมเ่ ป็นไปตามท่ี คาดหวังก็ค้นหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นตอเพื่อมิให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นอีก และ 3) ปรับปรุงระบบการทำงานและ เอกสารวิธีการทำงานมาตรฐาน 1. การวางแผน (plan) เป็นการกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงาน Simon (1961) ได้ให้ความหมาย ของการวางแผนไวว้ า่ การวางแผนคือ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขอ้ เสนอในอนาคตและการประเมนิ ข้อเสนออนื่ ๆ เพื่อให้มีทางเลือก ตลอดจนวิธีการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามข้อเสนอนั้น ๆ การวางแผนเป็นเรื่องของ ความคิดท่ีมีเหตุผลให้สามารถปรับปรุงใชไ้ ด้ในเร่อื งต่าง ๆ ทก่ี ำลงั ดำเนนิ อยู่และในอนาคต รวมท้ังการควบคุม การดำเนินงานในเรอื่ งน้นั ๆ ดว้ ย โดยแผนจะอธบิ ายความจำเป็นและสร้างความเข้าใจในการแก้ปัญหา ซึง่ ต้อง อาศัยความรว่ มแรงร่วมใจร่วมมอื กนั การวางแผนจะมี 4 ข้นั ตอน คือ 1) ตระหนักและกำหนดปญั หาที่ต้องการ แก้ไขหรือปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยสมาชิกแต่ละคนจะร่วมมือและประสานกันอย่างใกล้ชิด ในการระบุปัญหา ที่เกิดขึ้นในการดำเนนิ งาน เพื่อที่จะรว่ มกันทำการศกึ ษาและวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขต่อไป 2) เก็บรวบรวม ขอ้ มลู สำหรับการวิเคราะห์และตรวจสอบการดำเนินงาน หรอื หาสาเหตุของปัญหา เพอื่ ใช้ในการปรับปรุงหรือ แก้ไขปญั หาทีเ่ กดิ ข้นึ ซง่ึ ควรจะวางแผนและดำเนนิ การเกบ็ ข้อมลู ใหเ้ ปน็ ระบบระเบยี บ เขา้ ใจง่ายและสะดวกต่อ
44 การใช้งาน 3) อธิบายปัญหาและกำหนดทางเลือก วิเคราะห์ปัญหา เพื่อใช้กำหนดสาเหตุของความบกพร่อง ตลอดจนแสดงสภาพปัญหาที่เกดิ ข้ึน ซึ่งนิยมใช้วิธีการเขยี น และวิเคราะหแ์ ผนภูมิหรอื แผนภาพ เช่น แผนภูมิ ก้างปลา แผนภูมิพาเรโต และแผนภูมิการควบคุม เป็นต้น เพื่อให้สมาชิกทุกคนในทีมงานเกิดความเข้าใจใน สาเหตุและปัญหาอย่างชัดเจน แล้วร่วมกันระดมความคิด (brainstorm) ในการแก้ปัญหา โดยสร้างทางเลือก ต่าง ๆ ท่ีเป็นไปไดใ้ นการตัดสนิ ใจ แก้ปัญหา เพื่อทำการวิเคราะห์และตัดสนิ ใจเลอื กทางเลอื กที่เหมาะสมทีส่ ดุ มาดำเนินงาน 4) เลือกวิธีการแก้ไขปัญหา หรือปรับปรุงการดำเนินงาน โดยร่วมกันวิเคราะห์และวิจารณ์ ทางเลือกต่าง ๆ ผ่านการระดมความคิด และการแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ ของสมาชกิ เพ่ือตดั สนิ ใจเลือกวิธีการ แก้ไข ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดในการดำเนินงานให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะ ต้องทำวจิ ัยและหาขอ้ มลู เพิ่มเตมิ หรอื กำหนดทางเลือกใหมท่ ี่มีความน่าจะเปน็ ในการแกป้ ัญหาได้มากกว่าเดิม ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์ และคณะ (2545) การวางแผนการนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการ หรือ กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้การดำเนินงานนิเทศบรรลุจุดมุ่งหมายและพัฒนาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น เป็นการกำหนด กิจกรรมหรืองานท่ีจะต้องดำเนินการภายในระยะเวลาท่ีกำหนด วิธีการดำเนินงาน สถานที่ ผู้รับผิดชอบ และ ทรัพยากรที่จะใช้ เป็นต้น การวางแผนการนิเทศเป็นการบรู ณาการความคิดที่จะดำเนินการในกจิ กรรมต่าง ๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ การวางแผนจึงเป็นความจำเป็นด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้ 1) งานนิเทศการศึกษา เช่นเดียวกับงานอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนและกำหนดแนว ทางการปฏิบัติงานไว้ว่าจะดำเนินการ อย่างไร เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบเป้าหมายที่แน่นอนว่าจุดหมายปลายทางของงานนิเทศอยู่ที่ไหนและมี วิธีการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร 2) การวางแผนงานนิเทศจะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานนิเทศ สามารถปฏิบัติงานได้โดยสะดวก อุปสรรคต่าง ๆ จะลดน้อยลง เพราะได้มีการวางแผนไว้แล้ว และทุกคนท่ี เกยี่ วขอ้ งไดท้ ราบหนา้ ท่ขี องตนเอง มคี วามรับผดิ ชอบตามแผนงานน้ัน ทำใหแ้ ต่ละคนมีระเบียบและแนวทางใน การทำงานดีขึน้ 3) งานการศึกษามีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง และพัฒนาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการ จัดการศึกษา แนวคิด และปรัชญาตลอดจนหลักสตู ร และกิจกรรมด้านการเรียนการสอน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะต้องจัดทำอย่างมีระบบและมีแผนงานไว้ และจะต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีความรู้และก้าวทันกับการ เปลย่ี นแปลงทเี่ กิดขึ้น 4) งานนิเทศการศึกษามีความซับซอ้ น ผลสำเรจ็ ของงานนเิ ทศมิได้เกิดข้ึนจากบุคคลหนึ่ง บุคคลใดโดยเฉพาะ ถ้าได้มีการวางแผนงานไว้จะทำให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในงานนั้น และจะเกิดการร่วมมือ ช่วยเหลือกนั ในการทำงานมากยิง่ ขึน้ 5) การวางแผนงานนิเทศเปน็ การหล่อหลอมแนวความคิดของบุคคลเข้า ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจและมองเห็นคุณค่าของงานท่ีปฏิบตั ใิ นวงกว้างมากขึน้ มิใช่ทราบกันเฉพาะ ผปู้ ฏิบัติงานเทา่ นนั้ และ 6) การวางแผนงานนเิ ทศเปน็ การกำหนดขั้นตอนท่ีจะก้าวไปสู่ความสำเร็จในระดับสูง ต่อไปตามเป้าหมายท่ีไดก้ ำหนดไว้ (ดสุ ิต ทวิ ถนอม, 2540) 2. การปฏิบัติตามแผน (do) เป็นการนำทางเลือกท่ีตัดสินใจไปวางแผนปฏิบัติงาน และลงมือปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำภารกิจการนิเทศที่กำหนดไว้ในแผนไปปฏิบัติ ซึ่งกิจกรรมการนิเทศที่ได้สรุปไว้ ประกอบด้วยการประชุมก่อนเปิดและปิดภาคเรียน การอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาเอกสารวิชาการ การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน การสังเกตการสอน การเยี่ยม
45 นิเทศชั้นเรียน การศึกษาดูงาน และการจัดนิทรรศการ ผู้บริหารหรือผู้นิเทศจะต้องนำหลักการนิเทศ เทคนิค และทกั ษะไปใช้ใหเ้ หมาะสมกับสถานการณ์และบุคลากรผู้รับการนเิ ทศ ควรจัดให้มีการประชุมคณะทำงานเพ่ือ ซักซ้อมความเข้าใจ เป็นต้น และ ดำเนินการตามกิจกรรมที่กำหนดไว้ การปฏิบัติภารกิจการนิเทศให้ได้ผลดี ผู้บริหารหรือผู้นิเทศไม่ควรละเลยเก่ียวกับการเสริมแรงให้กำลังใจ รับทราบปัญหา ความต้องการของครู และ นำเอาปัญหาความ ต้องการน้ันมาพจิ ารณาหาทางชว่ ยเหลอื สนบั สนนุ 3. การติดตามประเมินผล (check) เป็นการตรวจสอบและประเมนิ ผลการปฏิบัตภิ ารกิจการนิเทศ ว่า เปน็ ไปตามแผนหรือไม่ และจากการปฏิบัติตามแผนผู้รับการนิเทศไดร้ ับประโยชน์อะไรบ้าง สิง่ ที่ได้รับเพียงพอ ต่อการนำไปปฏิบัติจริงหรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบดำเนินการได้หลายวิธี เช่น สังเกตการร่วมกิจกรรม ศึกษาผล การระดมความคิด การสรปุ งาน สมั ภาษณ์ผูร้ ับการนิเทศ ตลอดจนการใช้แบบสอบถาม การตรวจสอบเป็นการ ติดตามกำกับงานว่ามีการปฏิบัติจริงหรือไม่ โดยกำหนดให้มีการประเมินเป็นระยะ ๆ ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็น ข้อบกพร่องในการปฏิบัติงานปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานต่าง ๆ แล้วนำมาเป็นข้อมูลเพื่อปรับปรุง แก้ไขต่อไป การประเมินผลงานเป็นการตรวจสอบความก้าวหน้าของงาน ตลอดจนพิจารณาผลสัมฤทธ์ิของการ ดำเนินงานวา่ เป็นไป ตามแผนมากน้อยเพียงใด Marks et al. (1973) ได้เสนอหลักการไว้ดังนี้ 1) ต้องยอมรับหลักในการนิเทศที่ว่าการนิเทศเป็น กิจกรรมบรกิ ารที่รว่ มประสานกันทกุ ฝา่ ยท่ีเกี่ยวข้องกับการเรยี นการสอน และจุดหมายปลายทางของการนิเทศ ก็เพอื่ ท่ีจะช่วยครใู หป้ ฏิบตั งิ านอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพย่ิง ๆ ขนึ้ ไป 2) การนเิ ทศเปน็ การกระตนุ้ ใหเ้ กิดพลังความคิด สร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาทั้งที่เป็นปัญหาของตนเองและของผู้อื่นที่ร่วมปฏิบัติงานในโรงเรียนที่เป็นปัญหา ร่วมกัน 3) การประเมินผลการนิเทศควรเป็นโครงการอยู่ในแผนการนิเทศ 4) การประเมินผลการนิเทศเป็น กระบวนการตอ่ เนอ่ื ง และตอ้ งทำสม่ำเสมอเปน็ ระยะ 5) จุดมงุ่ หมายของการประเมนิ ผล คือ การปรับปรุงการ นิเทศ และท่ีสำคัญที่สุด คือ การปรับปรุงการสอน 6) การประเมินผลควรมุ่งประเมินตามจุดมุ่งหมายของ แผนงานนิเทศ และผลสัมฤทธิ์ของการปรับปรุงการสอน 7) การประเมินผลควรสนับสนุนให้เกิดการปรับปรุง กระบวนการจดั การนิเทศ 8) การประเมนิ ผลควรเปน็ การกระทำท่ชี ่วยใหเ้ กิดความสัมพันธ์กันระหว่างคณะครู ในโรงเรียน 9) ตัวเลข สถิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน และการแปลความหมายของตัวเลขท่ไี ด้มานน้ั เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการนำมาใช้ในการประเมินผลการนิเทศ 10) การประเมินผลการนเิ ทศควรพิจารณาถึง ผลรวมทงั้ หมดทีเ่ ก่ียวข้องกับสถานการณ์ของการเรยี นการสอน และ 11) การประเมินผลการนเิ ทศจำเป็นต้อง ฟงั จากภายนอกในบางครัง้ เพื่อให้การประเมนิ ผลถกู ตอ้ งและเกดิ แนวคดิ ใหม่ การประเมินผลการนิเทศนอกจากจะอาศัยหลักการดังกล่าวข้างต้นแล้วยังจะต้องคำนึงถึง องค์ประกอบอย่างอื่นด้วย เช่น ความเข้าใจของครูถึงจุดประสงค์ของการประเมินว่าเป็นการประเมินเพื่อหา แนวทางในการปรับปรุงกระบวนการเรยี นการสอน มิใช่ประเมินเพื่อหาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นใน ตัวครู ข้อมูล จากการประเมนิ เปน็ การสร้างจิตสำนึกของครใู นการปฏิบัติท่ไี ด้มองเห็นความจำเปน็ ในการแก้ไขและปรับปรุง งานของตนให้ดขี ้นึ ซึง่ เป็นจุดประสงค์อนั สำคัญของการประเมินผลการนิเทศ (ดุสิต ทวิ ถนอม, 2540)
46 4. การดำเนินการต่อหรือแก้ไขปรับปรุง (act) เป็นการกำหนดมาตรฐานจากผลการดำเนินงานใหม่ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในอนาคต หรือทำการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่เกิดจากความไม่สอดคล้องกับความ ต้องการ ปัญหาที่ไม่ได้คาดหวัง และปัญหาเฉพาะหน้าในการดำเนินงาน จนได้ผลลัพธ์ที่พอใจ และได้รับการ ยอมรับจากทุกฝา่ ยแล้วจงึ จดั ทำเป็นมาตรฐานการปฏิบตั ิงานในอนาคต และจดั ทำรายงานเสนอต่อผบู้ รหิ ารและ กลุ่มอื่นได้ทราบต่อไป ในกรณีที่พบว่าขั้นตอนการปฏบิ ัติภารกจิ การนิเทศที่ดำเนินไปยงั ไม่ราบรื่นหรือผลการ นิเทศยังไม่เป็นท่ีน่าพอใจ ผู้บริหารหรือผู้นิเทศจำเป็นต้องแกไ้ ขปรับปรงุ ตามจุดบกพร่องที่พบ และหาวิธีการ พฒั นาให้ดียง่ิ ข้นึ ต่อไป หรือหากพบวา่ การดำเนนิ การตามแผนนิเทศบรรลุผลท่กี ำหนดไวแ้ ต่จากการดำเนินการ พบว่ามีวิธีการที่ดีกว่า มีประสิทธิภาพสูงกว่าก็อาจนำข้อมูลนี้ไปพิจารณาปรับปรุงใช้ในปีต่อไป (วัลลีภ์ ดอกพรม, 2547) 4. แนวคดิ เก่ยี วกบั รูปแบบการประเมนิ CIPP Model ในปี ค.ศ.1971 สตัฟเฟิลบีมและคณะได้เขียนหนังสือทางการประเมินออกมาหนึ่งเล่ม ชื่อ “Educational Evaluation and Decision Making” หนังสือเล่มนีไ้ ด้เป็นที่ยอมรับกนั อยา่ งกวา้ งขวางใน วงการศึกษาของไทยเพราะได้ใหแ้ นวคิดและวิธีการทางการวัดและประเมินผลการศึกษาไว้อย่างน่าสนใจและ ทันสมัยด้วย นอกจากนั้นสตัฟเฟิลบีมก็ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการประเมินและรูปแบบของการประเมินอีก หลายเล่มอย่างต่อเนื่อง จึงกล่าวได้ว่าท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทฤษฏีการประเมิน จนเป็นท่ี ยอมรับกนั ทวั่ ไปในปัจจุบัน สตัฟเฟมิ บีมได้ให้นยิ ามคำว่า “การประเมนิ ” วา่ เปน็ กระบวนการของการระบุ หรือ กำหนดขอ้ มูลทตี่ ้องการ รวมถงึ การดำเนนิ การเก็บรวบรวมข้อมูล และนำขอ้ มลู ท่ีจัดเกบ็ มาแล้วน้ันมาจัดทำให้ เกิดเป็นสารสนเทศที่มีประโยชน์ เพื่อนำเสนอสำหรับใช้เป็นทางเลือกในการประกอบการตัดสินใจต่อไป (เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี, 2553) สตัฟเฟิลบีม ได้แบ่งการประเมินเป็น 4 ด้าน ซึ่งการจัดประเภทของการ ประเมินดงั กล่าวแสดงถงึ การประเมินท่ีพยายามใหค้ รอบคลมุ กระบวนการทำงานในทุก ๆ ขั้นตอน หรือที่รู้จกั กันดใี น นาม “CIPP” ดังน้ี 1. การประเมินบริบทหรือสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation: C) เป็นการประเมินก่อนที่จะ ลงมือดำเนินการโครงการใด ๆ เป็นการประเมนิ ความตอ้ งการ 2) ปัญหา 3) สนิ ทรัพย์หรอื ทรัพยากร 4) โอกาส ต่าง ๆ เป็นการประเมินที่ช่วยในการตัดสินใจเพื่อกำหนดเป้าหมาย (goals) ลำดับความสำคัญก่อนหลัง (priorities) และผลลัพธ์ (Outcomes) รวมทั้งเพ่อื พิจารณาความจำเปน็ ที่จะตอ้ งจดั ทำโครงการดงั กล่าว การชี้ ประเดน็ ปัญหา ตลอดจนการพจิ ารณาความเหมาะสมของเป้าหมายของโครงการ 2. การประเมินปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation: I) เป็นการประเมินทางเลือกแผนปฏิบัติ แผน บคุ ลากร งบประมาณ เพื่อพิจารณาความเปน็ ไปได้ ความเหมาะสม ความเพยี งพอของทรพั ยากร ทีจ่ ะใชใ้ นการ ดำเนนิ โครงการ ในการที่จะบรรลุความต้องการและเป้าหมายที่ต้งั ใจ ดังนั้นการประเมนิ ปจั จยั นำเข้าจึงช่วยใน การตัดสินใจเกี่ยวกับการเลือกแผนปฏิบัติ การเขียนโครงการเพื่อขอ การสนับสนุนทางการเงิน การจัดสรร ทรัพยากร การมอบหมายงานและงบประมาณ
47 3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation: P) เป็นการประเมินการบริหารโครงการการจัด กิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ การนำปจั จยั นำเขา้ ของโครงการมาใช้เหมาะสมหรือไม่กิจกรรมต่าง ๆ ทจ่ี ัดข้ึนจะ บรรลวุ ัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่ สารสนเทศต่าง ๆ จะถกู วิเคราะห์ รวบรวม และนำเสนอ ผู้ดำเนินงาน โครงการอาจจะตอ้ งการสารสนเทศทุกวันหรอื ในตอนเริ่มตน้ โครงการเป็นการบันทกึ เหตุการณ์ ตา่ ง ๆ ท่ีเกิดข้ึน ในขณะดำเนินงานโครงการไว้เป็นหลักฐานการประเมินกระบวนการ มีประโยชน์ในการค้นหาจุดเด่นหรือจุด แข็ง (Strengths) หรือจุดด้อย (Weakness) ของโครงการ นำไปใช้ในการพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงการดำเนิน โครงการตอ่ ไปให้มปี ระสทิ ธิภาพมากยง่ิ ขน้ึ กลา่ วโดยสรุปคอื เปน็ การประเมนิ เพือ่ 3.1) หาข้อบกพรอ่ งของการดำเนินโครงการ เพอ่ื แกไ้ ขให้สอดคลอ้ งกับขอ้ บกพรอ่ งน้นั ๆ 3.2) หาขอ้ มูลประกอบการตัดสนิ ใจท่ีจะส่ังการเพือ่ การพัฒนางานต่าง ๆ 3.3) บันทึกภาวะของเหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนไว้เปน็ หลกั ฐาน 4. การประเมนิ ผลผลิต (Product Evaluation: P) เป็นการประเมนิ ผลผลติ และผลลพั ธ์ ทัง้ ทต่ี ้ังใจและ ไมไ่ ด้ต้งั ใจใหเ้ กิด ทง้ั ระยะสนั้ และระยะยาว เปน็ การประเมนิ ท่ีมงุ่ เนน้ การบรรลผุ ลลพั ธ์ท่ีสำคญั และความสำเร็จ ในการบรรลคุ วามต้องการที่ไดต้ ้ังเปา้ หมายไว้ โดยการเปรียบเทยี บผลทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการทำโครงการกับเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของโครงการที่กำหนดไว้แต่ต้น เป็นการประเมินผลที่ได้จากโครงการว่าเป็นไปตาม วัตถุประสงค์หรือไม่ คุ้มค่าเพียงใด โดยนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ มุ่งตอบคำถามว่า โครงการประสบความสำเรจ็ ตามแผนที่กำหนดไวห้ รือไม่ ผลการประเมนิ จะทำใหไ้ ด้สารสนเทศในการพิจารณา ในประเด็นของการยุบ เลิก ขยาย หรือปรับเปลี่ยนโครงการการประเมินผลผลิตจะทำการประเมิน 2 ขั้นตอน คือ 1) ประเมินทนั ทที ่สี นิ้ สดุ โครงการ เรียกว่าการประเมนิ ผลลัพธ์ และ 2) การประเมินผลกระทบของโครงการ ท้ังทางบวกและทางลบ การประเมินตามรูปแบบซิปป์ทั้ง 4 ขั้นตอน คือ การประเมินบริบท การประเมินปัจจัยนำเข้า การ ประเมนิ กระบวนการ และการประเมนิ ผลผลิต สามารถนำไปช่วยในการปรับปรงุ โครงการ ท้งั นีก้ ารประเมินใน แต่ละขึ้นตอนดังกลา่ วนำไปช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการ 4 ประเภท ดังนี้ (เชาว์ อินใย, 2555; เยาวดี รางชัยกลุ วิบลู ย์ศรี, 2553) 1. การตัดสินใจเพื่อการวางแผน (Planning Decisions) เป็นการตดั สินใจทีอ่ าศยั การประเมินสภาวะ แวดล้อม ผลการประเมนิ นำไปใชต้ ดั สินใจกำหนดวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ ทัง้ วตั ถปุ ระสงค์ระยะส้ันและระยะ ยาวใหส้ อดคลอ้ งกับแผนในการดำเนนิ งาน 2. การตัดสินใจเพื่อกำหนดโครงสร้างของโครงการ (Structuring Decisions) เป็น การตัดสินใจที่ อาศัยการประเมินตัวป้อน นำผลการประเมินไปใช้ตัดสินใจกำหนดโครงสร้างของแผนงานและขั้นตอนการ ทำงานตา่ ง ๆ ของโครงการ เพื่อใหบ้ รรลุวัตถปุ ระสงคข์ องโครงการ 3. การตัดสินใจเพื่อนำโครงการไปปฏิบัติ (Implementing Decisions) เป็นการตัดสินใจที่อาศัยการ ประเมินกระบวนการ นำผลการประเมินไปใช้ตัดสินใจเกี่ยวกับการนำโครงการไปสู่การปฏิบัติ ควบคุมการ ทำงานให้เป็นไปตามแผนท่ีกำหนด และเพอ่ื ปรับปรงุ แก้ไขแนวทางการทำงานใหไ้ ดผ้ ลดีที่สดุ
48 4. การตัดสินใจเพื่อทบทวนโครงการ (Recycling Decisions) เป็นการตัดสินใจที่อาศัยผลจากการ ประเมินท่ีเกิดข้ึน นำผลการประเมินไปใชต้ ัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของโครงการว่าควรจะทำต่อไป ยุติ ล้มเลกิ หรอื ขยายโครงการในช่วงเวลาต่อไป สวุ มิ ล ติรกานนั ท์ (2550) ได้อธิบายความสมั พนั ธ์ดงั กลา่ วดงั น้ี ตารางท่ี 2 ความสัมพันธ์ระหวา่ งประเภทการประเมนิ ประเภทการตดั สินใจ และการนำไปใช้ประโยชน์ตาม แบบจำลอง CIPP ประเภทการประเมิน ประเภทของการตดั สนิ ใจ การนำไปใชป้ ระโยชน์ Context Evaluation Planning Decision ใชก้ ำหนดนโยบายหรือเปา้ หมาย ใชค้ ดั เลอื กโครงการท่ีเหมาะสม Input Evaluation Structuring Decision กำหนดโครงสร้างการดำเนนิ งาน ยทุ ธวธิ ี วธิ ีการ แผนการดำเนินงาน Process Evaluation Implementation Decision ติดตามและกำกบั การดำเนนิ งานตามแผน ปรับปรงุ วิธีการดำเนินงาน รายงาน ความก้าวหน้าของโครงการ Product Evaluation Recycling Decision ยตุ ิ ชะลอ หรือขยายโครงการ Stufflebeam (2003, อ้างใน เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์, 2555) ได้สรุปแนวคิดสำคัญของแบบจำลอง ซิปป์ (CIPP Model) ในช่วงปี ค.ศ. 2003 สาระโดยสรุปมดี งั นี้ แนวคิดพ้นื ฐานของ CIPP Model ฉบบั ปัจจบุ นั เป็นกรอบการประเมินทีก่ วา้ งขวาง สามารถใช้ในการ ประเมินในลักษณะต่าง ๆ เช่น 1) ประเมินเป็นช่วง (formative evaluation) เพื่อการปรับปรุงแก้ไขและการ ประเมินผลรวม (summative evaluation) 2) การประเมินภายใน (internal evaluations) ซึ่งเป็นการ ประเมินตนเองหรือประเมินโดยบุคลากรภายในองค์การ และการประเมินภายนอก (external evaluations) ซึ่งประเมินโดยบุคลากรภายนอกองค์การ 3) การประเมินระยะสั้น (short-term) และการประเมินระยะยาว (long-term) 4) การประเมนิ ท้ังขนาดเลก็ และขนาดใหญ่ และในปัจจบุ ัน CIPP Model มิไดใ้ ช้เพ่ือการประเมิน โครงการแต่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้ในการประเมินโปรแกรม (programs) บุคคล (personal) ผลผลิต (products) สถาบัน (institutions) และระบบ (systems) การใช้ CIPP Model เพื่อการประเมินเป็นช่วง (formative evaluation) โดยมากประเมินเพื่อการ ปรบั ปรงุ น้ัน ความสำคัญอยู่ทก่ี ารได้ข้อมูลเพื่อการวางแผนและการนำไปสู่การปฏิบัติ ตวั แบบน้ีจะให้ข้อมูลแก่ ผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแนวทางหรือขอบเขตที่จะพัฒนาต่อไป การกำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมการวางแผน กิจกรรมและงบประมาณการดำเนนิ ตามแผนกิจกรรมให้สำเร็จ เป็นการประเมินเพือ่ ช่วยในการตัดสนิ ใจว่าจะ ซ้ำของเก่า ปรับปรุงและขยายงานต่อไปอีก หรือยุติกิจกรรมนั้น ๆ การประเมินเป็นช่วง (formative evaluation) จะประเมินสาระต่าง ๆ เพอื่ ตอบคำถามต่อไปนี้
49 1. บริบท (context) : ต้องการจะทำอะไร เป็นการประเมินความต้องการ (needs) ปัญหา สินทรัพย์ หรือทรพั ยากร และโอกาสต่าง ๆ เพ่อื ท่จี ะระบุความตอ้ งการ เลือก หรือจัดลำดับเปา้ หมาย 2. ปัจจัยนำเข้า (input) : จะทำอย่างไร เป็นการประเมินกลยุทธ์ทางเลือกและแผนในการจัดสรร ทรัพยากรเพือ่ การเลือกโปรแกรม กิจกรรม หรือกลยทุ ธ์อืน่ ๆ 3. กระบวนการ (process) : ทำแล้วหรือยัง เป็นการประเมินการกำกับติดตาม การตัดสินกิจกรรม ตา่ ง ๆ และการให้ขอ้ มูลย้อนกลบั เปน็ ระยะ ๆ เพอื่ การปฏบิ ตั ิตามแผน 4. ผลผลิต (product) : ทำสำเรจ็ หรอื ไม่ เป็นการประเมนิ ผลลพั ธแ์ ละผลขา้ งเคียง (side effects) เพื่อ พิจารณาว่ากจิ กรรมนัน้ ควรจะดำเนินการตอ่ ไป ปรับขยายหรอื ยตุ กิ ิจกรรมน้นั สำหรบั การใช้ CIPP Model เพอื่ การประเมินผลรวม (summative evaluation) จะใชผ้ ลการประเมิน เพื่อการพิจารณาคุณภาพ ค่าใช้จ่ายและการลงทุนตลอดจนความสามารถในแข่งขัน การประเมินผลรวมจะ ประเมนิ ในสาระต่าง ๆ เพื่อตอบคำถามตอ่ ไปนี้ 1. บริบท (Context) : ความต้องการที่สำคัญ (needs) ได้ระบุไว้หรือไม่ เป็นการเปรียบเทียบ เปา้ หมายและลำดับความสำคัญกับผลการประเมินความต้องการ ปัญหา สนิ ทรพั ยห์ รือทรัพยากร และโอกาส 2. ปัจจัยนำเข้า (input) : ได้ใช้ความพยายามหรือดำเนินกิจกรรมตามแผนและงบประมาณหรือไม่ เป็นการเปรียบเทียบกลยุทธ์ของโปรแกรม การออกแบบโปรแกรม และงบประมาณกับคู่แข่งที่สำคัญ และกับ ความตอ้ งการตามเปา้ หมายของผไู้ ด้รบั ประโยชน์ 3. กระบวนการ (process) : การออกแบบการให้บริการได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์หรอื ได้ปรบั ขยาย ตามความต้องการแล้วหรือไม่ เป็นการเปรียบเทียบกระบวนการและค่าใช้จ่ายตามแผนกับกระบวนการและ คา่ ใชจ้ ่ายท่ีปฏิบตั ิจริง 4. ผลผลิต (product) : ความพยายามที่ใช้ไปหรือกิจกรรมที่ทำประสบความสำเร็จหรือไม่ เป็นการ เปรยี บเทียบผลลพั ธ์และผลข้างเคยี งกับความตอ้ งการตามเป้าหมายและผลของโปรแกรมอน่ื สำหรบั การประเมนิ ผลผลติ (Product Evaluation) นั้น เป็นการประเมนิ ระยะยาว เพื่อจะตอบคำถาม ว่า ประสบความสำเร็จหรอื ไม่ ลกั ษณะเช่นนี้จะประเมินใน 4 องค์ประกอบ 1. ผลกระทบ (impact): กิจกรรมหรือผลการปฏิบตั ไิ ดถ้ ึงผู้ท่คี วรจะไดร้ บั ประโยชนห์ รือไม่ 2. ประสทิ ธผิ ล (effectiveness): ความต้องการของกลมุ่ เปา้ หมายได้บรรลุหรือไม่ 3. ความยั่งยืน (sustainability): ประโยชน์ทเี่ กดิ ขนึ้ มคี วามย่ังยืนหรือไม่ 4. ความสามารถที่จะถา่ ยทอดได้ (transportability) : กิจกรรมทีท่ ำและเกิดผลดีน้ันสามารถนำไปใช้ ทีอ่ ืน่ หรือปรับใช้เพอ่ื ให้เกิดประสทิ ธผิ ลในท่ีอ่นื ๆ ไดห้ รอื ไม่
50 อยา่ งไรกด็ ีการประเมินโดยใช้ CIPP Model จะตอ้ งตระหนกั ถึงเงื่อนไขท่สี ำคัญของการประเมนิ ดงั นี้ 1. ประโยชน์ใชส้ อย (utility) การประเมนิ จะต้องใหข้ ้อมลู ครอบคลมุ สมบรู ณ์แกผ่ ู้ใช้ผลการประเมิน 2. ความเปน็ ไปได้ (feasibility) การประเมินตอ้ งดำเนนิ การตามความเปน็ จริง สขุ มุ รอบคอบ ไม่ฟุ่มเฟอื ย 3. ความเหมาะสม (propriety) การประเมินต้องคำนงึ ถงึ ความถกู ต้องตามกฎข้อบงั คับ มีคุณธรรมและ จรยิ ธรรม คำนงึ ถึงสวสั ดภิ าพของผมู้ ีส่วนร่วมในการประเมนิ และผู้ทีจ่ ะไดร้ บั ผลกระทบจากการประเมนิ 4. ความแมน่ ยำ (accuracy) การประเมินตอ้ งใช้วิธีการท่ีจะได้ขอ้ มูลแม่นตรงเก่ยี วกบั คณุ ธรรม คุณค่า นอกจากนี้ เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ (2555) ได้ย้ำให้เห็นว่าจุดมุ่งเน้นของการประเมินโดยใช้ CIPP Model อยบู่ นพน้ื ฐานแนวคดิ ทวี่ ่าเป้าหมายของการประเมินมไิ ด้อยู่ทีก่ ารพิสจู น์ (prove) แต่อยู่ที่การปรับปรุง (improve) ดงั น้นั หน้าท่ีสำคญั ในการประเมนิ เพื่อผลระยะยาวคือ การกระตนุ้ ชว่ ยเหลอื ส่งเสริมให้กิจกรรมที่ ทำมีความเข้มแข็ง ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การประเมินโดยใช้ CIPP Model อาจนำไปสู่ คำตอบท่ีว่าโครงการ กจิ กรรม หรือบริการต่าง ๆ น้นั มคี ณุ ค่าท่จี ะดำเนินการตอ่ ไปหรอื ไม่ ควรปรับขยายหรอื ไม่ หรือไมม่ ีคณุ ค่าแล้วและสมควรทจ่ี ะหยดุ ดำเนินการความซอื่ สัตย์ และความสำคญั ของส่ิงทีป่ ระเมิน กล่าวโดยสรุป แบบจำลองการประเมินของสตัฟเฟิลบีม หรือโมเดลซิปป์ ได้ให้ความหมายของการ ประเมนิ ว่าเป็นกระบวนการให้ไดม้ าซึ่งสารสนเทศที่มีประโยชน์ เพอื่ นำมาใชป้ ระกอบการตัดสินใจ โดยแบ่งการ ประเมินออกเป็น 4 ประเภท คอื การประเมนิ บรบิ ทหรือสภาวะแวดลอ้ ม การประเมินปจั จัยนำเข้า การประเมนิ กระบวนการ และการประเมนิ ผลผลติ ทเี่ กิดขึ้น จากการทบทวนเอกสาร แนวคิดเกี่ยวกับแบบจำลองของการประเมินโครงการ จะเห็นได้ว่า แบบจำลองซปิ ป์ (CIPP) เปน็ รปู แบบทส่ี ามารถประเมินได้ท้ังระบบอย่างต่อเน่ือง เพราะเป็นการประเมินต้ังแต่ บริบทหรือสภาพแวดล้อม (context) ปัจจัยนำเข้า (input) กระบวนการ (process) ผลผลิต (product) และ ผลกระทบ (impact) รปู แบบน้จี งึ สามารถใหข้ ้อมูลค่อนข้างละเอยี ดแก่ผู้บริหารในการประเมินโครงการต่าง ๆ ทำให้ตรวจสอบหาข้อบกพร่องในการดำเนินงานได้ทุกขั้นตอนและแก้ไขได้ทันเวลา ผลจากการประเมิน โครงการโดยรูปแบบดงั กล่าว จะชว่ ยตดั สนิ ใจทำการเปลยี่ นแปลงหรือดำเนินโครงการตอ่ ไป จึงทำให้รูปแบบนี้ เป็นที่นิยมใช้แพร่หลายในปัจจุบัน สอดคล้องกับ สมหวัง พิธิยานุวัฒน์. (2524 อ้างใน สมจิต แก้วแสงขวัญ. 2545) ที่ให้แนวคิดว่า รูปแบบของการประเมินผลโครงการโดยทั่วไปจะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และการ ดำเนินงานของโครงการนั้น คือ แบบจำลองซิปป์ (CIPP) ของ Daniel L. Stufflebeam ดังนั้น การประเมิน โครงการนิเทศภายในโรงเรยี นรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพในครั้งนี้ ผรู้ ายงานจึงเลือกใช้ แบบจำลองการประเมินซิปป์ (CIPP) ซึ่งจะประเมิน 4 ประเด็นประกอบด้วย การประเมินบริบทของโครงการ การประเมินปัจจัยนำเขา้ ของโครงการ การประเมนิ กระบวนการดำเนินงานของโครงการ และการประเมินผล ผลิตของโครงการ
51 5. ขอ้ มูลพ้ืนฐานโรงเรยี นรตั นโกสินทรส์ มโภชบางขุนเทียน ขอ้ มลู ทั่วไป โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน (Rattanakosinsomphodbangkhunthian School) ตั้งอยู่เลขที่ 2 ซอยพระราม 2 ซอย 69 ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โทรศพั ท์ 0–2415–3083, 0–2416–0743 โทรสาร 0–2416–1801 E-mail: [email protected] เว็บไซต์โรงเรียน www.rst.ac.th เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 เนือ้ ท่ี 12 ไร่ เขตพน้ื ท่ีบรกิ าร ได้แก่ แขวงทา่ ขา้ ม แขวงแสมดำ เขตบางขนุ เทยี น ประวัตโิ รงเรยี นโดยย่อ โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประเภทสหศึกษา ก่อตั้งโดย นายสมยศ เจริญโสภา ผู้อำนวยการโรงเรียนคนแรก ซึ่งขณะดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์โรงเรียนสตรีวัดระฆงั เห็นว่าบริเวณของโรงเรียนสตรีวัดระฆงั คับแคบมาก มีเนื้อที่เพียง 2 ไร่ 2 งาน 79 ตารางวา จึงได้ติดต่อการ เคหะแห่งชาติ เพ่อื ขอท่ีดนิ บรเิ วณการเคหะชมุ ชนธนบรุ ี ถนนธนบุรี – ปากทอ่ ใหย้ กทีด่ นิ ของการเคหะแห่งชาติ จำนวน 12 ไร่ ให้แก่โรงเรียนสตรีวัดระฆัง เพื่อสรา้ งเป็นโรงเรียนสตรีวัดระฆังแหง่ ที่ 2 และให้รับท้ังชาย-หญงิ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2522 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประกาศจัดตั้งโรงเรียน มีชื่อว่า โรงเรียน บางขุนเทียนวิทยา และกรมสามัญศึกษาได้อนุมัติให้เปิดรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในขณะที่มีการ ก่อสร้างอาคารเรียน ก็ได้อาศัยโรงเรียนวัดนางร่ม (วัดยายร่ม) สังกัดกรุงเทพมหานคร จัดการเรียนการสอน และยา้ ยมาจัดการเรียนการสอนอยา่ งถาวรเมื่อวนั ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 พ.ศ. 2525 โรงเรียนได้ยกฐานะเปน็ โรงเรียนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี 4 มุมเมือง จากรัฐบาล ซึ่งโรงเรียนตัง้ อยู่ทางทศิ ใต้ของกรุงเทพมหานคร และเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2525 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศเปล่ยี นช่ือโรงเรียนเปน็ “โรงเรยี นรตั นโกสนิ ทรส์ มโภชบางขุนเทียน” และใชอ้ ักษรย่อ “ร.ส.ท.” ปัจจุบันโรงเรียนขับเคล่ือนนโยบายภายใต้การนำของ นางมนัสดากาณฑ์ รักษ์พงศส์ ถิต ผู้อำนวยการ สถานศึกษา วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพเิ ศษ ซึ่งมีความมุ่งม่ัน ตั้งใจที่จะสานต่อแนวทางหลักในการ พัฒนานักเรียนโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน คือ “เน้นคุณธรรม ย้ำคุณภาพ” สร้างสรรค์ ดูแล และพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง และเป็นที่ยอมรับของสังคม ให้สมนาม “สุภาพชน คนบางขุนเทียน” ตลอดจนพฒั นาโรงเรยี นให้มีความกา้ วหน้าและยัง่ ยืนให้สมคุณคา่ “สถานศึกษารางวัลพระราชทาน” ตลอดไป
52 ตารางท่ี 3 ขอ้ มูลนักเรยี นโรงเรยี นรตั นโกสินทรส์ มโภชบางขนุ เทียน ปกี ารศกึ ษา 2564 (ขอ้ มลู ณ วนั ที่ 10 กรกฎาคม 2564) ระดบั ช้นั เพศ รวม จำนวน จำนวนนักเรียน ชาย หญิง ห้องเรียน เฉลี่ยต่อห้อง ม.1 259 311 ม.2 279 307 570 14 41 ม.3 277 304 รวม 812 922 583 14 42 ม.4 245 301 ม.5 263 296 581 14 42 ม.6 221 279 รวม 729 826 1,734 42 42 รวมจำนวน นักเรียนท้ังหมด 546 13 42 559 13 43 500 12 42 1,605 38 42 1,541 1,798 3,339 80 42 ตารางท่ี 4 ข้อมูลบุคลากรโรงเรยี นรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทียน ปีการศึกษา 2564 กลุ่มงาน/กลมุ่ สาระฯ จำนวน (คน) รวม ชาย หญิง ผู้บริหาร -4 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 2 13 15 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 8 14 22 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 16 25 41 กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษาฯ 89 17 กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ 2 18 20 กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ 28 10 กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา 12 1 13 กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปศกึ ษา 78 15 กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น 13 4 58 103 161 รวม
53 ทศิ ทางการพฒั นาคุณภาพสถานศกึ ษา วสิ ัยทัศน์ โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล พัฒนาคนสู่นวัตกรที่ดี เทคโนโลยกี า้ วไกล บนวถิ ีไทยตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง พนั ธกจิ 1. จัดการเรียนการสอนตามหลกั สตู รสถานศึกษาอย่างมีคณุ ภาพได้มาตรฐานสากล 2. พฒั นาผ้เู รียนให้มีคุณลกั ษณะและทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 โดยใชน้ วัตกรรมเปน็ เครื่องมือ 3. ปลกู ฝังผู้เรียนใหเ้ ปน็ คนดี เป็นสภุ าพชนคนบางขนุ เทยี น บนวิถีไทยตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 4. พฒั นาครแู ละบคุ ลากรเป็นมืออาชีพทม่ี ที กั ษะในศตวรรษท่ี 21 5. บริหารจดั การศกึ ษาอยา่ งมคี ุณภาพ ยึดหลกั ธรรมาภิบาล โดยมสี ่วนร่วมระหว่างโรงเรียน วัด ผู้ปกครอง ชมุ ชน หนว่ ยงาน และสถาบนั ตา่ ง ๆ 6. สรา้ งเครือข่ายและความรว่ มมือในการจัดการศกึ ษาท้ังในและต่างประเทศ เป้าประสงค์ 1. ผ้เู รยี นมีความร้คู วามสามารถตามหลักสูตรสถานศกึ ษาอย่างมคี ุณภาพได้มาตรฐานสากล 2. ผู้เรียนมคี ุณลักษณะและทักษะการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21 โดยใชน้ วัตกรรมเปน็ เครอ่ื งมือ 3. ผูเ้ รยี นเป็นคนดี เป็นสุภาพชนคนบางขุนเทียน บนวถิ ไี ทยตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 4. ครูและบุคลากรเปน็ มอื อาชพี ทมี่ ีทักษะในศตวรรษที่ 21 5. สถานศึกษามรี ะบบบริหารจัดการศกึ ษาอยา่ งมคี ณุ ภาพ ยึดหลกั ธรรมาภบิ าล โดยมีส่วนรว่ มระหว่าง โรงเรยี น วัด ผปู้ กครอง ชุมชน หนว่ ยงาน และสถาบันตา่ ง ๆ 6. สถานศกึ ษามเี ครอื ข่ายและความรว่ มมอื ในการจัดการศึกษาท้งั ในและตา่ งประเทศ กลยทุ ธข์ องโรงเรยี น กลยทุ ธ์ท่ี 1 พฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น กลยทุ ธ์ท่ี 2 ส่งเสริมคุณธรรมผู้เรียน กลยทุ ธท์ ี่ 3 สง่ เสริมและพัฒนาคุณภาพครแู ละบุคลากร กลยทุ ธ์ท่ี 4 พัฒนาการบรหิ ารและการจัดการเรียนรู้ กลยุทธท์ ่ี 5 เสริมสรา้ งอัตลกั ษณ์/เอกลกั ษณ์ กลยุทธ์ที่ 6 สรา้ งเครือขา่ ยทางการศกึ ษา
54 6. โครงการนิเทศภายในโรงเรยี นรตั นโกสินทรส์ มโภชบางขุนเทยี นตามวงจรคุณภาพ 6.1 ความเป็นมาและความสำคญั ของโครงการ นโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ตามกรอบการปฏิรูปการศึกษาที่มี วัตถปุ ระสงค์ภายใต้แผนปฏิรปู ประเทศด้านการศึกษา คือ 1) ยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษา 2) ลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา 3) มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 4) ปรับปรุงระบบ การศึกษาให้มีประสิทธิภาพน้อมนำพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ด้านการศึกษา ทม่ี ุ่งสรา้ งพ้ืนฐานให้เด็ก เยาวชน และผู้เรียนมีทัศนคติที่ถูกตอ้ งในเรื่องสถาบนั หลักของชาติ สร้างพื้นฐานชีวิต (อปุ นิสัย) ที่เขม้ แข็ง สรา้ งความรู้ ทักษะเพื่อใหม้ อี าชีพ มีงานทำ และได้นำเปา้ หมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ด้านการเสริมสร้างศกั ยภาพและทรัพยากรมนุษย์ทม่ี ุ่งให้คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนจึงจัดการเรียนการสอนให้ เหมาะสมกับผู้เรยี น และสอดคลอ้ งกับนโยบายส่วนกลาง เพอ่ื สง่ เสริมให้ครไู ด้พฒั นาตนเองดา้ นการจัดการเรียน การสอน จึงจัดใหม้ ีกิจกรรม “นเิ ทศวิชาการ” ซึ่งมสี ว่ นสำคัญอย่างมากตอ่ การเพ่ิมประสทิ ธิภาพให้กับโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ครู” ซึ่งเป็นผู้สอนหลักในระบบโรงเรียน มีระบบการวัดผลและประเมินผลเป็น กระบวนการที่ใช้พัฒนาผู้เรียน ซึ่งจะช่วยให้ได้ข้อมูลสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้าและ ความสำเรจ็ ทางการเรยี นรขู้ องผูเ้ รยี น 6.2 วัตถปุ ระสงค์ 1) เพ่ือใหก้ ารจดั การเรียนการสอนมีประสิทธภิ าพ และพัฒนาผ้เู รยี นได้เต็มตามศกั ยภาพย่ิงขึน้ 2) เพื่อใหค้ รูมพี ฒั นาการด้านจดั การเรยี นการสอนที่มคี ณุ ภาพอยา่ งสม่ำเสมอ 3) เพอ่ื ยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใหส้ ูงข้นึ 4) เพ่อื ศึกษาความพึงพอใจของผทู้ ี่มสี ่วนเก่ยี วขอ้ ง 6.3 เปา้ หมาย 1) เชงิ ปรมิ าณ ร้อยละ 100 ของครูโรงเรียนรตั นโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน จำนวน 161 คน ได้พัฒนาตน พัฒนางานผา่ น โครงการนิเทศการจัดการเรยี นรูต้ ลอดปกี ารศกึ ษา 2564 2) เชงิ คุณภาพ 2.1) ครมู จี ัดการเรียนการสอนตรงตามเป้าหมายของหลกั สูตรอย่างมปี ระสิทธภิ าพ และเกดิ ประสิทธิผล 2.2) ครมู ีเจตคตทิ ด่ี ตี ่อการนิเทศ ได้รบั ข้อเสนอแนะจากผู้เช่ียวชาญหรอื ผบู้ ริหาร เพอื่ มาใช้ใน การปฏบิ ัตงิ านในโรงเรยี นให้มีประสทิ ธภิ าพมากข้นึ
55 6.4 กจิ กรรม/ขั้นตอนการดำเนนิ งาน การดำเนินกิจกรรมเป็นกระบวนการนำแผนงานไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิผลกับ ผเู้ กยี่ วขอ้ ง ดงั น้นั ประสิทธภิ าพในการดำเนินงานจะตอ้ งมแี นวทางทก่ี ำหนดเปน็ ระบบอย่างชดั เจน เช่น ดำเนิน กิจกรรมตามแนวทางการบริหารโรงเรียนและใช้กระบวนการ PDCA ของเดมมิงมาช่วยในการวางแผน ดังนั้น การดำเนินกิจกรรมเพื่อมุ่งส่คู ุณภาพจงึ อาศัยแนวทางดำเนินงาน ดงั นี้ ตารางท่ี 5 โครงการนิเทศภายในโรงเรยี นรัตนโกสินทร์สมโภชบางขนุ เทียนตามวงจรคุณภาพ ปีการศึกษา 2564 ขัน้ ตอน/งาน/กิจกรรม ระยะเวลา งบประมาณ ผ้รู ับผิดชอบ 1. ขั้นวางแผนการดำเนนิ การ (Plan) 5 มี.ค. 64 - รองผอู้ ำนวยการ 1.1 ประชมุ คณะกรรมการบรหิ ารงานวชิ าการ 12 มี.ค. 64 - กลมุ่ บริหารวชิ าการ จัดเตรยี มวางแผนการ ดำเนินโครงการนิเทศภายใน 15 ม.ี ค. 64 - รองผูอ้ ำนวยการ 1.2 ประชุมคณะกรรมการบรหิ ารงานวิชาการเพอ่ื กลุ่มบริหารวชิ าการ กำหนดแนว ทางการนิเทศภายในสถานศกึ ษา รองผอู้ ำนวยการ กลมุ่ บริหารวชิ าการ 1.3 จดั ทำคำสั่งแตง่ ตงั้ ผปู้ ฏบิ ัติงานแต่ละส่วน รองผอู้ ำนวยการ กล่มุ บริหารวชิ าการ 1.4 จดั ทำคมู่ ือการนเิ ทศภายใน 19-23 มี.ค. 64 - รองผอู้ ำนวยการ 2. ขน้ั ตอนการปฏิบตั แิ ละตรวจสอบการดำเนินการเปน็ ระยะ (Do & Check) กลุ่มบริหารวิชาการ 2.1 การประชมุ รองผู้อำนวยการ กลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ - คณะกรรมการนเิ ทศภายใน ประชมุ ชแี้ จง ภาคเรียนละ 2 คร้งั - ก่อนเปิดภาคเรียน และประชมุ กอ่ นปดิ - รองผ้อู ำนวยการ - กลมุ่ บรหิ ารวิชาการ ภาคเรยี นเพ่ือสรุปผล - คณะกรรมการบรหิ ารงานวิชาการ สัปดาห์ละ 1 ครง้ั รายงานผลการดำเนนิ การเป็น ระยะ 2.2 กจิ กรรมอบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการ - อบรมครูเรอ่ื งการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ทีเ่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั และการเขียนแผน ภาคเรียนละ 1 คร้งั การจดั การเรียนรู้
56 ตารางที่ 5 โครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ปีการศึกษา 2564 (ตอ่ ) ข้ันตอน/งาน/กิจกรรม ระยะเวลา งบประมาณ ผรู้ บั ผิดชอบ 2. ขั้นตอนการปฏบิ ตั แิ ละตรวจสอบการดำเนนิ การเปน็ ระยะ (Do & Check) 2.3 การ Coaching & Mentoring แลกเปล่ยี น ครูผ้สู อน - รองผู้อำนวยการ เรยี นรทู้ างวิชาชพี (PLC) รบั การนิเทศ กลุม่ บริหารวิชาการ ภาคเรยี นละ 2 ครง้ั 2.4 กจิ กรรมนิเทศวิชาการ การเย่ียมชั้นเรียน ครูผู้สอน - รองผอู้ ำนวยการ และสังเกตการจัดการเรยี นการสอน รับการนเิ ทศ กลมุ่ บริหารวิชาการ ภาคเรยี นละ 2 ครั้ง 2.5 กจิ กรรมวชิ าการสัญจร 8 กล่มุ สาระ ภาคเรยี นละ 1 คร้งั - รองผูอ้ ำนวยการ 1 กลมุ่ งานกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น กลมุ่ บริหารวชิ าการ 2.6 กิจกรรมนทิ รรศการวิชาการจดั แสดงผลงาน ปีการศึกษาละ 1 คร้ัง - รองผูอ้ ำนวยการ ครผู ูจ้ ดั การเรียนการสอนท่ีเป็นเลิศ กล่มุ บริหารวิชาการ 3. ข้นั ประเมนิ ผลและรายงานผล (Check& Act) หลงั การดำเนินการ รองผอู้ ำนวยการ กลุ่มบริหารวชิ าการ 3.1 การประเมินผล แตล่ ะกิจกรรม - สปั ดาห์ละ 1 ครัง้ 3.2 การรายงานผล ตามระยะเวลา รองผอู้ ำนวยการ กลุ่มบรหิ ารวิชาการ - ระหวา่ งการดำเนนิ กจิ กรรม แต่ละกิจกรรม - - เมอื่ ดำเนนิ การสิ้นสดุ กิจกรรม กำหนด 4. ขน้ั ตอนการพัฒนาปรบั ปรุงเปลีย่ นแปลง (Act) 4.1 ประชุมคณะกรรมการนเิ ทศภายใน กอ่ นจบปีการศกึ ษา - รองผู้อำนวยการ เพื่อพฒั นางานนิเทศภายใน กลุ่มบรหิ ารวิชาการ 4.2 ประชมุ คณะกรรมการบรหิ ารงานวชิ าการ ก่อนจบปกี ารศึกษา - รองผู้อำนวยการ เพอ่ื พฒั นางานนเิ ทศภายใน กลุ่มบรหิ ารวิชาการ
57 ตารางที่ 6 ปฏิทินปฏิบัตงิ านการนิเทศภายในโรงเรยี นรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคณุ ภาพ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 ระยะเวลาดำเนนิ งาน ท่ี กิจกรรม ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 ผรู้ ับผดิ ชอบ ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. 1 ข้นั ตอนการวางแผน ผู้รบั ผิดชอบงาน/ กลุม่ บริหารวชิ าการ กจิ กรรม/โครงการ 2 ขั้นตอนการปฏบิ ัติเพ่ือให้ งาน/กิจกรรม/ กลุ่มบรหิ ารวชิ าการ โครงการ 3 สรปุ ผลโครงการ กลุ่มบริหารวชิ าการ ขน้ั ตอนการพัฒนาปรบั ปรุง เปลย่ี นแปลง กลุ่มบรหิ ารวิชาการ 4 เพอ่ื ใหง้ าน/กจิ กรรม/โครงการมี ประสทิ ธภิ าพ 5 ขัน้ ตอนการตดิ ตาม ตรวจสอบ เพือ่ ให้ กลุ่มบรหิ ารวชิ าการ งาน/ กิจกรรม/โครงการมี ประสิทธภิ าพ
58 ตารางที่ 7 ปฏิทินปฏิบัตงิ านการนเิ ทศภายในโรงเรยี นรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทยี นตามวงจรคณุ ภาพ ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ระยะเวลาดำเนนิ งาน ท่ี กจิ กรรม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ผู้รบั ผดิ ชอบ ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. 1 ขัน้ ตอนการวางแผน ผรู้ ับผดิ ชอบงาน/ กลมุ่ บริหารวชิ าการ กิจกรรม/โครงการ 2 ขัน้ ตอนการปฏบิ ัตเิ พ่อื ให้งาน/กจิ กรรม/ กลมุ่ บริหารวชิ าการ โครงการ 3 สรุปผลโครงการ กลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ ขั้นตอนการพัฒนาปรบั ปรงุ เปล่ียนแปลง 4 เพอ่ื ใหง้ าน/กิจกรรม/โครงการมี กลมุ่ บริหารวิชาการ กลุ่มบรหิ ารวชิ าการ ประสิทธิภาพ 5 ขั้นตอนการตดิ ตามตรวจสอบ เพื่อให้ งาน/กิจกรรม/โครงการมีประสิทธิภาพ 6.5 ผลท่คี าดวา่ จะได้รบั 1) เชิงปรมิ าณ 1.1) ครทู กุ คนมีขวัญกำลงั ใจในการทำงาน 1.2) ทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้มีการพฒั นางานในกลุม่ 1.3) ครูทุกคนมีความเหมาะสมกบั งาน มกี ารวางแผนการทำงานอย่างมีประสทิ ธภิ าพและ ทำงานเปน็ ไปอย่างตอ่ เนือ่ ง 2) เชงิ คุณภาพ 2.1) ครูมกี ารปรับปรุงการเรยี นการสอนให้มคี ุณภาพมากข้นึ 2.2) ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นของนักเรยี นในระดบั โรงเรยี นมกี ารพัฒนาเพ่มิ สงู ข้ึน 2.3) ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรยี นในระดบั ชาตมิ ีการพัฒนาเพมิ่ สงู ข้ึน 2.4) ครแู ละบุคลากรไดร้ บั การยกยอ่ งเชิดชูเกยี รต2ิ .5 การนเิ ทศภายในโรงเรียนได้รับการพัฒนา โดยมกี ารดำเนนิ การอย่างเป็นระบบและตอ่ เนือ่ ง
59 7. งานวิจัยทีเ่ กย่ี วขอ้ ง 7.1 งานวจิ ยั ในประเทศ เกษม พงศ์ยี่ล่า (2550) ได้ทำการศึกษาการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านบางเตา ปีการศึกษา 2550 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบทของโครงการ ปัจจัยนำเข้าของโครงการ กระบวนการ ดำเนนิ โครงการและผลผลิตของโครงการ โดยใช้รปู แบบการประเมนิ รูปแบบซิปป์ (CIPP Model) กลุ่มตวั อย่าง ประกอบด้วย ผู้บรหิ ารโรงเรยี น ครูผสู้ อน คณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พื้นฐาน นกั เรียนและผู้ปกครอง จำนวน 110 คน ผลการศึกษาพบว่า การประเมินโครงการนเิ ทศภายใน โดยภาพรวมทกุ ประเด็นอยู่ในระดับมากทีส่ ดุ ตัวช้ีวัดประเด็นการประเมนิ ทกุ ประเด็น และภาพรวมของโครงการผา่ นเกณฑ์การประเมินทั้งหมด คอื 1. บรบิ ทของโครงการ อยใู่ นระดับมากทส่ี ุด ทงั้ 4 ตวั ชี้วัด คือ ด้านความตอ้ งการจำเป็นของโครงการ ด้านความเหมาะสมของวตั ถุประสงค์ของโครงการ ด้านกจิ กรรมต่าง ๆ ของโครงการและผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั 2. ปจั จยั นำเข้าของโครงการ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด กลา่ วคือ ด้านบคุ ลากรอยู่ในระดับมาก ท่สี ุด ดา้ นวสั ดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ อยใู่ นระดบั มาก ดา้ นงบประมาณ อย่ใู นระดับมากทีส่ ดุ 3. กระบวนการดำเนินโครงการ อยู่ในระดบั มากที่สุด ท้ัง 4 ตวั ชีว้ ดั คอื ขัน้ เตรยี มการ ขน้ั วางแผนการ ดำเนินงาน ข้นั ดำเนนิ การตามแผนขน้ั ประเมนิ ผลสรุปและรายงาน 4. ผลผลติ ของโครงการในภาพรวมอยใู่ นระดบั มากท่ีสุด และผลของตวั ชีว้ ดั ท้ัง 5 ตัวชวี้ ัดพบว่า ผลการ ดำเนินงานตามโครงการอยู่ในระดับมากที่สุด ความคาดหวังในการนำความรู้ไปใช้อยู่ในระดับมากที่สุด ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนในระดบั โรงเรียนอยู่ในระดับมาก และผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในระดับชาติอยู่ในระดับ มากที่สุด ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังประเมินโครงการปีการศึกษา 2549 กับปี การศึกษา 2550 ทั้งระดับสถานศึกษาและระดับชาติ พบว่าค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ปีการศึกษา 2550 สูงกว่าปี การศึกษา 2549 ผลการประเมินภายนอกรอบที่สอง ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ การศึกษา (องค์การมหาชน) ระดับการศึกษาปฐมวัยอยู่ในระดับมาก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่ในระดับ มากที่สุด ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครองและบุคลากรอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วน ข้อเสนอแนะพบว่า ครูควรพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรมี การศึกษาเกย่ี วกบั กลุ่มสาระการเรียนรทู้ ี่ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่ำกว่าเปา้ หมายของโรงเรียน เพือ่ หาแนวทาง ในการปรับปรุงแก้ไขปัญหา ควรจัดระบบการนิเทศภายในโรงเรียนเพื่อพัฒนาโรงเรียนสู่การประกันคุณภาพ การศกึ ษา จิรพรรณ คชสวัสด์ิ (2551) ไดท้ ำการศึกษาประเมนิ โครงการนิเทศภายในโรงเรียนวัดหว้ ยไผ่ สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาราชบุรี เขต 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบทปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการดำเนินงาน ผลผลติ ของโครงการ โดยใช้รปู แบบการประเมินรูปแบบซิปป์ (CIPP Model) กล่มุ ตัวอย่างคือ ครูและนักเรียน โรงเรียนวัดห้วยไผ่ วิทยากร และผู้นิเทศภายใน ผลการศึกษาพบว่า 1. การประเมินบริบท พบว่า ผลสรุปจาก ข้อมูลบริบทสภาพของโรงเรยี นในดา้ นความเชอื่ ความรู้ ความเข้าใจ ดา้ นกระบวนการเรยี นรู้ของผเู้ รียนและผล การเรียนรู้ ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ ด้านการวิจัยปฏิบัติการและการประกันคุณภาพ ด้านการบริหาร
60 โรงเรียน ด้านผลการปฏิบัติงาน จากการศึกษาความต้องการจำเป็นของโครงการ โดยวิธีการเปรียบเทียบ น้ำหนักความสำคัญของโครงการ (P.W.P.) พบว่าโครงการที่มีความสำคัญเป็นลำดับแรก ซึ่งโรงเรียนต้อง ดำเนนิ การกอ่ น คือโครงการนิเทศภายในโรงเรียน ของโรงเรยี นวดั ห้วยไผ่ 2. การประเมนิ ปัจจัยเบอื้ งตน้ พบว่า ปัจจัยที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ วิทยากรมีคุณวุฒิระดับปริญญาโท มีประสบการณ์ในการทำวิจัยเกี่ยวกบั การนเิ ทศภายใน หรือนิเทศการศึกษา ครผู ู้สอนพร้อมเขา้ รว่ มโครงการอบรมเทคนคิ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ มีเอกสารประกอบการฝกึ อบรมเก่ยี วกบั การจดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ มเี อกสารประกอบการค้นคว้าเพยี งพอและมีงบประมาณในการดำเนนิ โครงการอย่าง เพยี งพอ 3. การประเมิน กระบวนการดำเนินงานโครงการนิเทศภายในโรงเรียน พบว่าผ่านเกณฑ์ การประเมินคือ กระบวนการ ดำเนินงานเป็นไปตามแผน อยู่ในระดับมาก กระบวนการฝึกอบรมเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้น ผ้เู รยี นเป็นสำคญั ทำให้ครูมีความรู้ความเขา้ ใจ อยใู่ นระดับมาก ครูไดร้ ับการนิเทศภายในผ่านเกณฑ์ครบทุกคน ร้อยละ 100 4. การประเมินผลผลิต พบว่าผ่านเกณฑ์ การประเมิน คือ ครูผู้สอนร้อยละ 100 สามารถนำผล การนเิ ทศภายในมาใช้แกป้ ญั หา และวางแผน จดั การเรียนการสอนได้ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปี ที่ 3 ปีการศึกษา 2551 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เพิ่มขึ้นเฉลีย่ ร้อยละ 6.06 เป็นไปตามเกณฑ์ทีก่ ำหนดไว้ และ นักเรียนมีความ พงึ พอใจ ตอ่ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ทเี่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั อยใู่ นระดับมาก ดงั นัน้ จึงสรปุ ไดว้ า่ กระบวนการ นิเทศภายในสามารถพัฒนาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นของนักเรยี นให้สงู ขน้ึ ได้ พัชนี ขรรค์วิไลกุล (2551) ได้ทำการศึกษาการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนองค์การบริหาร สว่ นจงั หวัดเมืองภูเก็ต สงั กดั องค์การบริหารส่วนจงั หวัดภูเก็ต มีวตั ถุประสงค์เพ่ือประเมิน สภาพการปฏิบัติงาน โครงการนิเทศภายในโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเมืองภูเก็ต สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ปีการศึกษา 2551 โดยใชแ้ นวทางประเมนิ ตามรูปแบบซิปป์ (CIPP Model) กลมุ่ ตวั อยา่ ง ประกอบดว้ ย ผ้บู ริหาร โรงเรียน ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและนักเรียน จำนวน 285 คนประกอบด้วย ผลการประเมิน พบว่า 1. ด้านสภาวะแวดล้อม ผลการประเมินภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า การ กำหนดเป้าหมาย วตั ถปุ ระสงค์ วิธกี ารดำเนนิ การและระยะเวลา มคี วามเหมาะสมและปฏิบัตไิ ด้จรงิ อยู่ในระดับ มาก รองลงมาได้แก่ ด้านโครงการมีความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันปญั หาของโรงเรียน ประเดน็ ท่ีนอ้ ยท่ีสุด อยู่ ในระดบั ปานกลาง คอื เปิดโอกาสให้ทกุ คนมีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็นและตัดสนิ ใจในเป้าหมาย 2. ด้าน ปัจจัยเบ้ืองต้น ผลประเมนิ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมอ่ื พิจารณาเปน็ รายข้อ พบว่าบุคลากรให้ความสำคัญและ ความร่วมมืออยู่ในระดับมาก รองลงมาได้แก่จำนวนบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอ ส่วน ประเด็นที่น้อยที่สุด อยู่ในระดับปานกลาง คือ บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติกิจกรรมการนิเทศ ภายใน 3. ดา้ นกระบวนการ ผลการดำเนนิ การภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมอ่ื พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ พบว่า ประเด็น การศึกษาสภาพปัจจบุ นั ปัญหาและความต้องการในการพัฒนาอยู่ในระดบั มากทส่ี ุดและรองลงมาผู้บริหารติดตาม ควบคุม ดูแลโครงการนิเทศภายใน และการดำเนินกิจกรรมเป็นไปตามขั้นตอนทุกกิจกรรม ส่วนประเด็นที่น้อย ที่สุด อยู่ในระดับปานกลาง คือ มีการนิเทศติดตามกำกับการดำเนินโครงการตามขั้นตอนที่กำหนดทุกระยะ 4.
61 ด้านผลผลิต ผลการประเมินภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าประเด็น นักเรียนมี ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนดีขน้ึ ทุกกลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ยู่ในระดับมาก รองลงมาได้แก่ ครูจัดบรรยากาศ การเรยี นรู้ แบบเป็นกันเองอบอุ่น และการดูแลเอาใจใสน่ ักเรียนอย่างท่ัวถึง ประเด็นทีน่ ้อยท่ีสุด อยูใ่ น ระดับปานกลาง คือ การนิเทศภายในทำให้ครูมีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้มากขึ้น นอกจากน้ีผู้ประเมนิ โครงการยังได้ ประเมินด้านผลกระทบของการจัดโครงการนิเทศภายในโรงเรียน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ ประถมศึกษาปีที่ 1-6 และมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 มีผลการเรียนทั้ง 8 กลุ่มสาระฯ เกินเป้าหมายที่วางไว้ทุกกลุ่ม สาระการเรยี นรู้ โรงเรียน ครู และนกั เรยี นได้รับโลร่ างวัล เกยี รติบตั รจากหน่วยงานตา่ ง ๆ วรรณี ภิรมย์คำ (2552) ได้ทำการศึกษาการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนวัดบึงลาด สวาย อำเภอบางเลน สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อ ประเมินโครงการ นิเทศภายในโรงเรียนวัดบึงลาดสวาย ด้านบริบท (Context) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ด้านกระบวนการ (Process) และด้านผลผลิต (Product) และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลัง ดำเนินงานโครงการนิเทศภายใน โดยใช้รูปแบบซิปป์ (CIPP Model) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย คณะครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ผู้ปกครองของโรงเรียนจำนวน 226 คน ผลการศึกษา พบวา่ ผลการประเมินในภาพรวมพบว่า ความคดิ เห็นของครูท่มี ีต่อโครงการนิเทศภายในโรงเรียน วดั บึงลาดสวาย ในภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก สว่ นความคดิ เห็นของคณะกรรมการสถานศึกษา ขัน้ พ้ืนฐาน ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดบั ปานกลาง และความคิดเหน็ ของนกั เรยี นและผปู้ กครอง ใน ภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 1. ผลการประเมินด้านบรบิ ท (Context) พบว่า ครูมีความพึงพอใจ ในประเด็นหลักทั้ง 3 ประเดน็ คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 เกีย่ วกบั 1) ข้อกฎหมายระเบยี บท่ถี ือปฏิบัติ 2) นโยบายการ บริหารสถานศึกษา และ 3) สภาพพื้นฐานของโรงเรียนและของชุมชน ส่วนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พื้นฐานมีความพึงพอใจในประเด็นหลัก 2 ประเด็น คิดเป็นร้อยละ 66.67 คือ เกี่ยวกับ นโยบายการบริหาร สถานศึกษา และสภาพพน้ื ฐานของโรงเรียนและของชุมชน ไมพ่ ึงพอใจประเด็นหลัก 1 ประเดน็ คิดเป็นร้อยละ 33.33 เกี่ยวกับข้อกฎหมายระเบียบที่ถือปฏิบัติ 2. ผลการประเมินด้านปจั จัยนำเข้า (Input) พบว่าครูมีความ พึงพอใจในประเดน็ หลกั เก่ยี วกบั คุณวุฒิของครู พ้ืนฐานความร้ขู องนักเรยี น งบประมาณท่ีไดร้ ับสอื่ วสั ดอุ ปุ กรณ์ และสถานทที่ ้ัง 4 ประเดน็ หลัก คิดเปน็ ร้อยละ 100 ส่วนคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐานมีความพึงพอใจ ในประเด็นหลัก 1 ประเด็น คดิ เป็นร้อยละ 50 เกี่ยวกบั สอ่ื วสั ดุ อุปกรณ์ และสถานท่ี และไม่พงึ พอใจประเด็น หลัก 1 ประเด็น คิดเป็นร้อยละ 50 เกี่ยวกับ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และสถานที่ และไม่พึงพอใจประเด็นหลัก 1 ประเดน็ คดิ เป็นร้อยละ 50 เก่ียวกบั งบประมาณที่ไดร้ ับ 3. ผลการประเมินดา้ นกระบวนการ (Process) พบว่า ครูมีความพึงพอใจในประเด็นหลักทั้ง 6 ประเด็น คิดเป็นร้อยละ 100 เกี่ยวกับ 1) การศึกษาสภาพ ปัจจุบัน ปัญหา และความตอ้ งการ 2) การวางแผนและกำหนดทางเลือก 3) การสร้างส่อื และเคร่อื งมือการนเิ ทศ 4) การ ปฏบิ ตั ิการนเิ ทศ 5) การประเมนิ ผล และการรายงานผล 6) การพฒั นาและเผยแพรเ่ พอ่ื ให้เกิดประสทิ ธิภาพ ซ่ึง เป็นกระบวนการนิเทศภายในรูปแบบวรรณี โมเดล (WANEE’s Model) 4. ผลการประเมินด้านผลผลิต (Product) พบว่า 4.1 ครูมีความพึงพอใจในประเด็นหลักทั้ง 4 ประเด็น เกี่ยวกับ ครูสามารถจัดกิจกรรมการ
62 เรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของนักเรียนสงู ขัน้ ความพงึ พอใจของนกั เรียน ผูป้ กครอง คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานและชุมชน และโรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น 4.2 คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความพึงพอใจในประเด็นหลัก 2 ประเด็นเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและชุมชนโรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น และไม่พึงพอใจ ประเด็นหลกั 1 ประเดน็ เกี่ยวกับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของนักเรียน 4.3 นักเรียนมีความพงึ พอใจในประเด็น หลัก 3 ประเด็น คือ เกี่ยวกับครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความพึงพอใจของ นกั เรยี น ผูป้ กครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานและชมุ ชน และโรงเรียนมีสภาพแวดลอ้ มทดี่ ีขึ้น ไมพ่ งึ พอใจประเดน็ หลกั 1 ประเด็น เกย่ี วกับผลสัมฤทธ์ิทางการ เรยี นของนักเรียน 4.4 ผ้ปู กครองมีความพึงพอใจใน ประเด็นหลัก 4 ประเด็น เกีย่ วกับโรงเรียนมี สภาพแวดลอ้ มที่ดขี นึ้ ครสู ามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ความพึงพอใจของ นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และชุมชน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรียนสูงขึ้น 5. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรยี น พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเฉลี่ยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังดำเนินงานโครงการนิเทศภายในโรงเรียนวัดบึงลาดสวาย สูงกว่าก่อนดำเนินโครงการ นเิ ทศภายใน โรงเรยี นวดั บงึ ลาดสวายทกุ ชน้ั แสดงวา่ ผลการดำเนินงานโครงการนิเทศภายในโรงเรยี นวัดบึงลาด สวาย ทำให้นักเรยี นมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดขี ึ้น เอกชัย ส่งทวี (2552) ทำการศึกษาการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนวัดคงคาเลียบ สังกัด สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมนิ บริบท ประเมินปัจจัยเบื้องต้น ประเมินกระบวนการ และประเมนิ ผลผลติ ของโครงการโดยใชร้ ูปแบบการ ประเมินรูปแบบซิปป์ (CIPP Model) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูที่ปฏิบัติงานสอน ผู้ปกครองและนักเรียนจำนวน 31 คน พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งผ่านเกณฑ์การ ประเมินตามท่ีกำหนดประเดน็ บริบทของโครงการอย่ใู นระดบั มากที่สดุ ประเดน็ ปจั จัยเบอ้ื งต้นของโครงการอยู่ ในระดบั มาก ประเดน็ กระบวนการดำเนนิ งานโครงการอยูใ่ นระดับมากทส่ี ุด และประเด็นผลผลิตของโครงการ อยู่ในระดบั มาก เมอื่ พจิ ารณาตัวชี้วัดของประเด็นการประเมินท้งั 4 ประเดน็ จำนวนทั้งหมด 15 ตัวชี้วัด พบว่า ตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์ประเมินตามที่กำหนด สำหรับข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการโครงการนิเทศภายใน โรงเรียน ควรจดั การประชุมเชงิ ปฏิบตั ิการเก่ยี วกบั การนำกระบวนการวิจัยในช้ันเรยี น การจดั การเรียนรู้ท่ีเน้น ผู้เรียนเปน็ สำคญั เพ่มิ เตมิ ให้ครู และนำคณะครูไปศึกษาดูงาน ผ้บู ริหาร สถานศึกษา ผู้รับผิดชอบโครงการ หรือ ผู้นิเทศ ควรจะใช้กระบวนการนิเทศภายในการพัฒนางาน ควบคู่กับกระบวนการควบคมุ คุณภาพ PDCA และ สถานศึกษาควรสรา้ งความเขา้ ใจใหบ้ ุคลากรภายในสถานศกึ ษาเกดิ การยอมรบั และยินดีร่วมกิจกรรมการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management: SBM) เปิดโอกาสให้ครู ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน และนกั เรยี น เขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการบริหารจัดการศกึ ษา นำขอ้ มลู สารสนเทศอนั เกิดจากการประเมนิ โครงการ นิเทศภายในมาใช้ในการกำหนดแนวทางแก้ปัญหาและวางแผนพัฒนาการนิเทศภายใน โดยควรดำเนินการ นิเทศภายในอย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำทกุ ๆ ปกี ารศึกษา
63 ถนอม ปงใจ (2553) ทำการศึกษาการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนขุนห้วยไคร้ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 ปีการศึกษา 2553 มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมิน สภาพแวดลอ้ มท่ีเก่ียวข้อง ประเมินปจั จยั เบ้ืองตน้ หรือปัจจัยนำเข้าประเมนิ กระบวนการ ประเมินผลผลิต และ ประเมินผลกระทบของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนขุนหว้ ยไคร้ กลุ่มตวั อยา่ งประกอบด้วย ผูบ้ ริหารโรงเรียน ครูผู้สอน นักการภารโรง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน จำนวน 107 คน ผล การศึกษาพบว่า 1. ด้านบริบท พบว่า สภาวะแวดล้อมของโครงการมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมาก 2. ด้าน ปัจจัยเบื้องต้น พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งด้านงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ 3. ด้านกระบวนการ ดำเนินงานโครงการ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านการพัฒนาบุคลากร ด้านการพัฒนาหลักสูตร ด้าน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ด้านการพัฒนา สื่อการสอน ด้านการวิจัยในชั้นเรียน ด้านการประกันคุณภาพ การศึกษา และด้านการดำเนินงานพิเศษ 4. ด้านผลผลิตโครงการ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งด้าน กระบวนการนิเทศภายในด้าน ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ด้านกระบวนการเรียนรู้และคุณลักษณะของผู้เรยี นหลงั ดำเนินการนิเทศภายใน และด้านความพึงพอใจของชุมชน 5. ผลกระทบที่เกิดขึ้น พบว่า โรงเรียนได้รับความ ร่วมมือจากชุมชนมากขึ้น ครูได้รับการยกย่อง นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น โดยเฉพาะผลการ ทดสอบระดบั ชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) และการแขง่ ขนั กีฬาและทักษะทางวชิ าการ
64 7.2 งานวิจยั ต่างประเทศ Robinson (2000) ไดศ้ กึ ษาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความพึงพอใจในการทำงานของครูประถมศึกษาและ ระดับการปฏิบัติการนเิ ทศแบบคลนิ กิ ทใี่ ช้ในโรงเรยี นที่ครเู หลา่ นน้ั ทำการสอน และยังมจี ุดมุ่งหมายเพ่ือทราบว่า การปฏิบัติการนิเทศแบบคลินิกจะเพิ่มความพึงพอใจให้กับครูได้หรือไม่ ผู้รายงานได้ดำเนินการวิจัยโดยใช้ แบบสอบถามการปฏิบัตกิ ารนเิ ทศแบบคลินกิ เพื่อจัดอนั ดับโรงเรยี นประถมศึกษา 15 อนั ดับ แบ่งเป็นโรงเรียนที่ ปฏบิ ัตกิ ารนเิ ทศแบบคลนิ ิกระดับสงู ระดบั กลาง และระดบั ต่ำ หลังจากนนั้ ใช้แบบสอบถามความพึงพอใจของ ครู กับครูในโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง (1 โรงเรียนต่อ 1 ระดับ) ผลการวิจัยพบว่าโรงเรียนที่มีระดับการ ปฏบิ ตั กิ ารนเิ ทศแบบคลนิ กิ อยู่ใน ระดบั สูงและระดับปานกลาง มีความแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สำคัญต่อความพึง พอใจในการทำงานของ ครู และยังแนะนำให้เพิ่มการใช้การนิเทศแบบคลินิกเพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการ ทำงานของครู Moor (2000) ได้ศึกษาความคิดของผู้บริหารสำนักงานกลางจำนวน 7 คน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างการนเิ ทศกบั การประเมนิ ของผบู้ รหิ ารโรงเรยี น ผลการศกึ ษาพบว่า ผ้บู ริหาร สำนักงานกลางรบั รวู้ ่าการ นิเทศเป็นกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องซ่ึงเชื่อว่าจะช่วยทำให้ครูใหญ่มีการพัฒนาและมีความ เจริญกา้ วหนา้ ในการทร่ี ับผดิ ชอบ โดยผบู้ รหิ ารเหน็ ว่าการนิเทศเปน็ เคร่ืองมือสำคญั ท่ีมีคุณค่าเท่าเทียมกับการ ประเมินผล นอกจากน้ีผู้นิเทศและผู้บริหารโรงเรียนได้มีการทบทวนเครื่องมือการประเมินผลในช่วงที่มีการ ประชมุ กลางปแี ละปลายปกี ารศึกษา จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ จะเห็นได้ว่าการนิเทศภายใน โรงเรียนเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการบริหารการศึกษาที่มีผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ โรงเรียน และผ้บู ริหารโรงเรยี นเป็นผู้ท่ีมสี ่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะจัดการนิเทศภายในโรงเรียนของตนให้เป็น ระบบ มีขั้นตอนและมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนได้รับความพึงพอใจ จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จาก งานวิจยั จะเห็นได้วา่ ครยู ังตอ้ งการให้มีการประเมนิ โครงการนเิ ทศภายในโรงเรียนซง่ึ จะทำให้ทราบว่าโครงการที่ ครูดำเนนิ การนั้นบรรลุจดุ ประสงค์หรอื ไม่ มากน้อยเพยี งใดเพือ่ จะได้พัฒนาคุณภาพงานวชิ าการในโรงเรียนให้มี ประสิทธภิ าพตอ่ ไป
บทที่ 3 วิธดี ำเนินการประเมิน การประเมนิ โครงการนิเทศภายในโรงเรยี นรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ โดยใช้ แบบจำลองซปิ ป์ (CIPP Model) มีวัตถุประสงค์เพ่ือประเมินบริบท ปจั จัยนำเข้า กระบวนการดำเนินงาน และ ผลผลิตของโครงการ โดยในบทนี้เป็นการนำเสนอวิธีดำเนินการประเมินซึ่งประกอบด้วย ประชากรและกลุ่ม ตัวอยา่ งทีใ่ ช้ในการประเมนิ เครือ่ งมือที่ใช้ในการเกบ็ รวมรวมข้อมูล การสรา้ งและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และกรอบแนวทางการประเมนิ ภาพรวม โดยมีรายละเอยี ด ดังน้ี ประชากรและกล่มุ ตัวอยา่ งท่ใี ช้ในการประเมิน การประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ปีการศึกษา 2564 มรี ายละเอียดแหลง่ ขอ้ มลู /ผใู้ ห้ข้อมูล ดังน้ี 1. แหล่งข้อมูลประเภทเอกสาร/หลักฐาน ได้แก่ รายงานการประเมินตนเอง (Self – Assessment Report : SAR) ประจำปีการศึกษา 2563 และปีการศึกษา 2564 ข้อมูลสารสนเทศกลุ่มบริหารวิชาการ ปีการศกึ ษา 2564 และรายงานการประเมินคณุ ภาพภายนอกรอบสาม (พ.ศ.2554 - 2558) ระดบั การศึกษาข้ัน พน้ื ฐาน โรงเรยี นรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขนุ เทยี น พ.ศ. 2557 2. แหล่งข้อมลู ประเภทบคุ คล ประกอบดว้ ย 3 กล่มุ ดังน้ี 2.1 บคุ ลากร ประกอบดว้ ยครแู ละผู้บรหิ ารสถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา 2564 จำนวน 161 คน 2.2 นักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1- 6 โรงเรียนรตั นโกสนิ ทรส์ มโภชบางขนุ เทยี น ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 3,339 คน นำมากำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการเปิดตารางของ Krejcie & Morgan (1970: 608) ได้ขนาดของกลุ่มตวั อย่างจำนวน 341 คน ใช้วิธกี ารส่มุ แบบแบง่ ชน้ั ภูมชิ นิดสัดสว่ น (Proportionate Stratified Sampling) โดยใชร้ ะดับชัน้ เรยี นเปน็ ช้นั ภูมใิ นการส่มุ ดังนี้ 1) นำจำนวนนกั เรยี นในปกี ารศึกษา 2564 จำแนกตามระดบั ชนั้ และจำนวนรวมทัง้ หมด 2) คำนวณสัดสว่ นของกลมุ่ ตวั อย่างในแต่ละระดับชนั้ โดยนำจำนวนนักเรียนแตล่ ะระดบั ช้ัน คณู ดว้ ยขนาดของกลมุ่ ตวั อย่าง หารดว้ ยจำนวนนักเรียนทเ่ี ปน็ ประชากรทัง้ หมด 3) สุ่มตัวอยา่ งจากนกั เรียนแตล่ ะระดบั ชัน้ โดยใช้การสุ่มอย่างง่ายตามสดั สว่ นกล่มุ ตวั อย่าง ทค่ี ำนวณได้ 2.3 ผู้ปกครองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1- 6 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน ปีการศึกษา 2564 จำนวน 3,339 คน นำมากำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการเปิดตารางของ Krejcie & Morgan (1970: 608) ได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 341 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิชนิดสัดส่วน (Proportionate Stratified Sampling) คำนวณสดั สว่ นของกลุม่ ตวั อย่างเช่นเดียวกนั กับกลุ่มนักเรียน และใช้ วิธีการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) โดยรายละเอียดของกลุ่ม ตัวอย่าง ปรากฏดังตาราง 8
66 ตารางท่ี 8 รายละเอยี ดของกลุ่มตวั อย่างนักเรียนและผปู้ กครอง ระดับชัน้ นกั เรยี น ผ้ปู กครอง ประชากร กลมุ่ ตวั อยา่ ง ประชากร กลุ่มตัวอยา่ ง ม.1 570 58 570 58 ม.2 583 60 583 60 ม.3 581 59 581 59 ม.4 546 56 546 56 ม.5 559 57 559 57 ม.6 500 51 500 51 รวม 3,339 341 3,339 341 เคร่อื งมอื ท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล เคร่ืองมอื ท่ใี ช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลครง้ั น้ี มีจำนวน 10 ฉบับ ดงั น้ี 1. แบบสอบถามฉบับที่ 1 ประเมินบริบทโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุน เทยี นตามวงจรคณุ ภาพ สำหรบั ครแู ละผู้บรหิ ารสถานศึกษา ประกอบด้วย 2 ตอน ดังน้ี ตอนที่ 1 ข้อมลู ทว่ั ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม จำนวน 4 ขอ้ ตอนท่ี 2 บริบทของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขนุ เทียนตามวงจรคุณภาพ เปน็ แบบสอบถามเกีย่ วกับความเหมาะสม ความสอดคลอ้ งระหว่างความต้องการจำเป็น วตั ถุประสงค์กิจกรรม ตา่ ง ๆ ของโครงการและผลทคี่ าดว่าจะไดร้ ับกับความตอ้ งการจำเปน็ ของโรงเรียนและชมุ ชนมีลักษณะเป็นแบบ มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั จำนวน 21 ข้อ 2. แบบสอบถามฉบับที่ 2 ประเมินปจั จัยนำเขา้ โครงการนเิ ทศในโรงเรียนรัตนโกสนิ ทรส์ มโภชบางขุน เทียนตามวงจรคณุ ภาพ สำหรับครแู ละผบู้ ริหารสถานศึกษา ประกอบดว้ ย 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมลู ทัว่ ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม จำนวน 4 ข้อ ตอนที่ 2 ปัจจัยนำเข้าของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจร คุณภาพ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความพร้อม/ความเพียงพอ/ความเหมาะสมของปัจจัยต่าง ๆ ที่ใช้ในการ ดำเนินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ประกอบด้วย บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ ระยะเวลาและงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการ มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วน ประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 13 ขอ้ 3. แบบสอบถามฉบับที่ 3 ประเมินกระบวนการดำเนินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์ สมโภชบางขนุ เทียนตามวงจรคณุ ภาพ สำหรับครแู ละผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ประกอบด้วย 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ทัว่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม จำนวน 4 ขอ้ ตอนที่ 2 กระบวนการดำเนินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจร คุณภาพ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความเหมาะสมของขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินโครงการนิเทศภายใน
67 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ประกอบด้วย การวางแผนการดำเนินงาน (Plan) การดำเนนิ กิจกรรมตามแผน (Do) การนเิ ทศ ตดิ ตาม ตรวจสอบและประเมินผล (Check) และการแก้ไขปรับปรุง เพ่อื เป็นแนวปฏิบตั ใิ นอนาคต (Act) มีลกั ษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั จำนวน 20 ขอ้ 4. แบบสอบถามฉบับท่ี 4 ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของบุคลากรโครงการ นิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบดว้ ย 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทัว่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม จำนวน 4 ข้อ ตอนท่ี 2 ผลผลติ ของโครงการนิเทศภายในโรงเรยี นรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขนุ เทยี นตามวงจรคุณภาพ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของบุคลากร เพื่อพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียนให้บรรลุตามเปา้ หมายของหลกั สูตรและสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการประกันคุณภาพ ภายในของสถานศึกษา มลี กั ษณะเป็นแบบมาตราสว่ นประมาณค่า 5 ระดบั จำนวน 9 ขอ้ 5. แบบสอบถามฉบับที่ 5 ประเมินความพึงพอใจของครูและผู้บริหารสถานศึกษาต่อโครงการนิเทศ ภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบดว้ ย 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม จำนวน 4 ข้อ ตอนที่ 2 ความพึงพอใจของบุคลากรต่อการจัดโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความรู้สึกของบุคลากรว่าได้รับสิ่งที่ต้องการ ปรารถนา หรือตามที่คาดหวังไว้จากการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ โดยมีระดับตั้งแต่มากที่สุดถึง ระดับนอ้ ยทีส่ ดุ มลี กั ษณะเปน็ แบบมาตราส่วนประมาณคา่ 5 ระดับ จำนวน 14 ขอ้ 6. แบบสอบถามฉบับที่ 6 ประเมินความพึงพอใจของนักเรยี นต่อพฤติกรรมการจัดการเรียนรูข้ องครู โครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับนักเรียน ประกอบด้วย 2 ตอน ดังน้ี ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม จำนวน 2 ขอ้ ตอนที่ 2 ความพงึ พอใจของนกั เรียนต่อพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู เปน็ แบบสอบถามความรู้สึก ของนักเรียนว่าพฤติกรรมการเรียนการสอนของครูตรงกับสิ่งที่ต้องการ ปรารถนา หรือตามที่คาดหวังไว้ โดยมี ระดับตัง้ แต่มากทีส่ ุดถึงระดบั น้อยที่สุด มีลกั ษณะเปน็ แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั จำนวน 10 ข้อ 7. แบบสอบถามฉบับที่ 7 ประเมินความพึงพอใจผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพของนักเรียนโครงการนิเทศ ภายในโรงเรยี นรตั นโกสินทรส์ มโภชบางขุนเทยี นตามวงจรคุณภาพ สำหรบั ผ้ปู กครอง ประกอบดว้ ย 2 ตอน ดงั น้ี ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลท่วั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ความพึงพอใจผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพของนักเรียน เป็นแบบสอบถามความรู้สึกของ ผปู้ กครองวา่ นักเรียนมีคุณภาพตรงกับที่ผูป้ กครองต้องการ ปรารถนา หรือตามที่คาดหวังไว้ โดยมีระดับตั้งแต่ มากทีส่ ุดถึงระดบั น้อยท่สี ดุ มีลกั ษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณคา่ 5 ระดับ จำนวน 13 ข้อ
68 8. เคร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการเก็บขอ้ มูลสารสนเทศของโครงการจำนวน 3 ฉบบั ประกอบดว้ ย 8.1 เครื่องมอื ฉบบั ที่ 8 แบบบันทึกข้อมูลสารสนเทศเกีย่ วกบั กิจกรรมตามโครงการ 8.2 เครื่องมือฉบับที่ 9 แบบสรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ปีการศึกษา 2563 และ ปีการศึกษา 2564 8.3 เคร่ืองมือฉบับที่ 10 แบบสรปุ ผลการทดสอบระดับชาตขิ น้ั พน้ื ฐาน (O-NET) ปกี ารศกึ ษา 2563 และปีการศกึ ษา 2564 การสร้างเครื่องมอื และการตรวจสอบคณุ ภาพเคร่อื งมือ 1. ข้นั ตอนการสร้างเครื่องมอื ผู้รายงานได้ดำเนินการสร้างเครือ่ งมือทีใ่ ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลโครงการนิเทศภายในโรงเรียน รตั นโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ โดยมีข้นั ตอนตามลำดับ ดังนี้ 1.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการประเมินโครงการการนิเทศภายใน แนวคิดเกี่ยวกับวงจรคุณภาพ แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดของโครงการนิเทศภายในโรงเรียน รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ปีการศึกษา 2564 เพื่อกำหนดกรอบการประเมินตาม รปู แบบซิปป์ (CIPP Model) 1.2 กำหนดเครอื่ งมือทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ ตามกรอบการประเมิน ตามรูปแบบซิปป์ (CIPP Model) 1.3 กำหนดขอ้ คำถามของเคร่อื งมอื แต่ละฉบับ สรา้ งเปน็ แบบสอบถามและแบบเก็บข้อมูลฉบับร่าง และจดั พมิ พ์ 2. การตรวจสอบคณุ ภาพเครื่องมอื 2.1 ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนอ้ื หา (Validity) ผูร้ ายงานนำแบบสอบถามฉบับรา่ งทส่ี รา้ งขึ้นทั้ง 7 ฉบับ ไปใหผ้ ู้เชย่ี วชาญ จำนวน 5 ท่าน ตรวจสอบความสอดคลอ้ งระหว่างข้อคำถามกับวตั ถุประสงค์ ซึ่งเป็น กรอบการประเมิน และนำคะแนนที่ได้จากผู้เช่ียวชาญมาคำนวณหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item- Objective Congruence : IOC) โดยใช้สูตร ∑R IOC = N IOC แทน ดชั นีความสอดคลอ้ งระหว่างขอ้ คำถามกับวตั ถุประสงค์ ∑R แทน ผลรวมของคะแนนความคดิ เหน็ ของผูเ้ ช่ียวชาญทัง้ หมด N แทน จำนวนผเู้ ช่ียวชาญ ข้อคำถามที่มีค่า IOC เฉลี่ยตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไปถือว่าใช้ได้ ซึ่งผลการพจิ ารณาพบว่าข้อคำถามทกุ ขอ้ มคี ่า IOC มากกว่า 0.5 ผู้รายงานจึงคงข้อคำถามไว้ทุกขอ้ และปรับปรุงการใช้ภาษาตามทผ่ี ู้เชีย่ วชาญเสนอแนะ
69 2.2 การตรวจสอบความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามที่สร้างขึ้น ผู้รายงานนำ แบบสอบถามทั้ง 7 ฉบับ ไปทดลองใช้ (Try out) กับประชากรที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างในการประเมินคร้ังนี้ โดย ทดลองใชก้ ับบุคลากร นกั เรียน และผปู้ กครองนกั เรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี ดงั น้ี แบบสอบถามฉบบั ที่ 1-5 ทดลองใช้กบั บุคลากร จำนวน 30 คน แบบสอบถามฉบับที่ 6 ทดลองใช้กบั นักเรียน จำนวน 30 คน แบบสอบถามฉบบั ที่ 7 ทดลองใช้กบั ผปู้ กครอง จำนวน 30 คน ผรู้ ายงานดำเนนิ การตรวจสอบความเช่ือม่นั ของแบบสอบถามโดยใช้ค่าสมั ประสิทธ์ิอัลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha Coefficient) ผลการวิเคราะหไ์ ด้คา่ ความเช่อื มัน่ ของแบบสอบถาม ดงั นี้ 1) แบบสอบถามฉบับที่ 1 เพื่อการประเมินบริบทโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์ สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 21 ข้อ มีค่าความเชื่อม่ัน เท่ากับ 0.83 2) แบบสอบถามฉบบั ที่ 2 เพอ่ื การประเมนิ ปัจจยั นำเข้าโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรตั นโกสินทร์ สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 13 ข้อ มีค่าความเชื่อม่ัน เท่ากับ 0.83 3) แบบสอบถามฉบับที่ 3 เพื่อการประเมินกระบวนการดำเนินโครงการนิเทศภายในโรงเรียน รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 20 ข้อ มีค่า ความเชอ่ื ม่นั เทา่ กับ 0.91 4) แบบสอบถามฉบับที่ 4 เพื่อการประเมินผลผลิตโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์ สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 9 ข้อ มีค่าความเชื่อม่ัน เทา่ กับ 0.88 5) แบบสอบถามฉบับที่ 5 เพื่อการประเมินความพึงพอใจของบุคลากรต่อการจัดโครงการนิเทศ ภายในโรงเรียนรัตนโกสนิ ทรส์ มโภชบางขนุ เทยี นตามวงจรคุณภาพ สำหรบั ครแู ละผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 14 ขอ้ มีคา่ ความเชอ่ื มน่ั เทา่ กบั 0.80 6) แบบสอบถามฉบับที่ 6 เพื่อการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อพฤติกรรมการจัดการ เรียนรู้ของครู โครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับ นักเรียน จำนวน 10 ขอ้ มคี ่าความเชอ่ื ม่นั เทา่ กบั 0.74 7) แบบสอบถามฉบับที่ 7 เพื่อการประเมินความพึงพอใจผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพของนักเรียน โครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทยี นตามวงจรคณุ ภาพ สำหรับผปู้ กครอง จำนวน 13 ขอ้ มีคา่ ความเช่ือมั่นเท่ากบั 0.82
70 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้รายงานไดด้ ำเนนิ การเก็บรวบรวมข้อมลู ตามขัน้ ตอน ดังน้ี 1. การเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามเพื่อการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์ สมโภชบางขุนเทยี นตามวงจรคุณภาพ 1.1 การประเมินด้านบริบทของโครงการ เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 1 – 10 มิถุนายน พ.ศ. 2564 โดยใชแ้ บบสอบถามฉบับที่ 1 เพอ่ื การประเมินบริบทโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษา ได้รับแบบสอบถามคืนจำนวน 161 ฉบับ คดิ เป็นร้อยละ 100 1.2 การประเมินดา้ นปัจจยั นำเข้าของโครงการ เก็บรวบรวมข้อมลู ระหว่างวนั ที่ 11 – 20 มถิ ุนายน พ.ศ.2564 โดยใช้แบบสอบถามฉบับที่ 2 เพื่อการประเมินปัจจัยนำเข้าโครงการ นิเทศภายในโรงเรียน รัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษา ได้รบั แบบสอบถามคืน จำนวน 161 ฉบับ คิดเปน็ ร้อยละ 100 1.3 การประเมินด้านกระบวนการดำเนินโครงการ เก็บรวบรวมข้อมูล ระหว่าง วันที่ 21 – 30 มถิ ุนายน พ.ศ. 2564 โดยใช้แบบสอบถามฉบับท่ี 3 เพือ่ การประเมินกระบวนการดำเนินโครงการนเิ ทศภายใน โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษา ได้รับ แบบสอบถามคนื จำนวน 161 ฉบับ คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 1.4 การประเมินด้านผลผลิตของโครงการ เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 1 – 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 โดยใช้แบบสอบถามฉบบั ที่ 4 เพ่อื การประเมนิ ผลผลติ โครงการนิเทศภายในโรงเรยี นรตั นโกสินทร์สมโภช บางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ สำหรับครูและผู้บริหารสถานศึกษา แบบสอบถามฉบับที่ 5 เพื่อการประเมิน ความพึงพอใจของบุคลากรต่อการจัดโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทยี นตามวงจร คณุ ภาพ แบบสอบถามฉบบั ที่ 6 เพอื่ การประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียนตอ่ พฤติกรรมการจดั การเรียนรู้ของ ครู โครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพสำหรับนักเรียน และ แบบสอบถาม ฉบับที่ 7 เพื่อการประเมินความพึงพอใจผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพของนักเรียน โครงการนิเทศ ภายในโรงเรียนรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขนุ เทียนตามวงจรคณุ ภาพสำหรบั ผู้ปกครอง ผู้รายงานได้รับแบบสอบถามคืนจากบุคลากร จำนวน 161 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100 ส่วนข้อมูลจาก กลุ่มตัวอยา่ งซ่งึ ประกอบด้วยนกั เรยี นจำนวน 341 คน ไดร้ บั แบบสอบถามคนื จำนวน 341 ฉบับ คดิ เป็นร้อยละ 100 และผู้ปกครองนักเรียนจำนวน 341 คน ไดร้ บั แบบสอบถามคืน จำนวน 341 ฉบับ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100 2. การเก็บข้อมลู และสารสนเทศจากงานต่าง ๆ 2.1 การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการจดั โครงการนเิ ทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทรส์ มโภชบางขุนเทียน ตามวงจรคุณภาพเพ่อื ประเมนิ ผลผลติ ของโครงการ ใช้แบบบนั ทึกขอ้ มลู สารสนเทศจากรายงานการบริหารงาน วชิ าการโรงเรียนรตั นโกสนิ ทรส์ มโภชบางขุนเทียน ปกี ารศกึ ษา 2564
71 2.2 การเก็บข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับโรงเรียน ใช้แบบสรุปผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียน จากการรายงานผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของนักเรียน ปีการศึกษา 2563 – 2564 2.3 การเก็บข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชาติ ใช้แบบสรุปผลการทดสอบ ระดบั ชาติขัน้ พื้นฐาน (O-NET) จากรายงานของสถาบันการทดสอบทางการศกึ ษาแห่งชาติ (สทศ.) ปีการศึกษา 2563 – 2564 การวเิ คราะหข์ ้อมลู และสถติ ิทีใ่ ช้ในการวิเคราะหข์ ้อมูล 1. การวิเคราะหข์ อ้ มลู 1.1 การวิเคราะห์ผลการประเมินโครงการนิเทศภายในตามวงจรคุณภาพด้านบริบท ด้านปัจจัย นำเข้า ด้านกระบวนการดำเนินโครงการ ด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัตงิ านของบุคลากร และ ความพึงพอใจของบุคลากรที่มีต่อโครงการ ตามความคิดเห็นของครแู ละผู้บริหารสถานศึกษา วิเคราะห์ขอ้ มูล โดยการหาค่าเฉลี่ย (������) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (������) รายด้านและรายข้อ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำเรจ็ รูป 1.2 การวเิ คราะหค์ วามพงึ พอใจเกี่ยวกบั โครงการนิเทศภายในตามวงจรคุณภาพตามความเห็นของ นักเรียนและผู้ปกครอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย (������̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) รายด้าน และรายขอ้ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอรส์ ำเรจ็ รูป 1.3 วิเคราะหข์ ้อมลู ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลผลสัมฤทธิท์ างการเรียนระดับโรงเรียนของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 โดย การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในปีการศึกษา 2563 และปีการศึกษา 2564 และนำมาหาค่าร้อยละ ค่าเฉลยี่ (������̅) และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) วิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติขนั้ พนื้ ฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 และชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2563 และ 2564 และเปรียบเทียบค่าความแตกต่างของผลการทดสอบ ระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2564 หลังการ ดำเนนิ โครงการ ระหวา่ งระดับโรงเรยี นกับระดบั ประเทศ วิเคราะห์ขอ้ มลู โดยการหาคะแนนเฉล่ียร้อยละ 1.4 การวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศของงานต่าง ๆ ตามโครงการ จากแบบบันทกึ ข้อมลู สารสนเทศ วเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยการหาคา่ ร้อยละ และค่าเฉล่ีย (������̅) 2. สถิติท่ใี ช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมลู ได้แก่ 2.1 คา่ ร้อยละ (Percentage) 2.2 คา่ เฉล่ีย (Means) 2.3 ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
72 การกำหนดคา่ นำ้ หนักและเกณฑ์การประเมนิ เกณฑ์การประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ผู้รายงานได้กำหนดค่าน้ำหนักและเกณฑ์การประเมินตามกรอบการประเมินและตัวชี้วัด แล้วนำไปให้ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน พิจารณาความเหมาะสมของค่าน้ำหนักและเกณฑ์การประเมินตามกรอบการ ประเมินและตัวชวี้ ัด โดยได้คา่ เฉล่ียของคา่ น้ำหนักและเกณฑ์การประเมิน ปรากฏผลดงั ตารางที่ 9 ตารางที่ 9 ค่านำ้ หนักและเกณฑ์การประเมนิ ตวั ชีว้ ัดตามกรอบการประเมินจากการพิจารณาของผเู้ ช่ียวชาญ กรอบการประเมนิ /ตัวช้ีวัด น้ำหนัก (รอ้ ยละ) เกณฑ์ผา่ น บรบิ ทของโครงการ (10) 1. ความตอ้ งการจำเปน็ ของโครงการ 3 ������̅ ≥ 3.50 2. วัตถุประสงค์ของโครงการ 2 ������̅ ≥ 3.50 3. กจิ กรรมตา่ ง ๆ ของโครงการ 2 ������̅ ≥ 3.50 4. ผลที่คาดว่าจะไดร้ บั 3 ������̅ ≥ 3.50 ปจั จยั นำเขา้ ของโครงการ (10) 1. บคุ ลากร 4 ������̅ ≥ 3.50 2. วัสดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมอื 3 ������̅ ≥ 3.50 3. ระยะเวลาและงบประมาณ 3 ������̅ ≥ 3.50 กระบวนการดำเนนิ โครงการ (30) 1. การวางแผนการดำเนนิ งาน (Plan) 7 ������̅ ≥ 3.50 2. การดำเนินกิจกรรมตามแผน (Do) 8 ������̅ ≥ 3.50 3. การนิเทศ ตดิ ตาม ตรวจสอบ และ 8 ������̅ ≥ 3.50 ประเมนิ ผล (Check) 4. การแก้ไขปรบั ปรงุ เพือ่ เป็นแนวปฏบิ ตั ิ 7 ������̅ ≥ 3.50 ในอนาคต (Act) ผลผลติ ของโครงการ (50) 1. ผลการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ 10 ผ่านเกณฑ์ 7 ใน 9 กิจกรรมในโครงการ 2. ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผลการ 10 ������̅ ≥ 3.50 ปฏบิ ัตงิ านของบุคลากร
73 ตารางท่ี 9 คา่ นำ้ หนักและเกณฑ์การประเมินตัวชี้วัดตามกรอบการประเมินจากการพิจารณาของผเู้ ชี่ยวชาญ (ต่อ) กรอบการประเมิน/ตัวช้วี ัด น้ำหนัก (ร้อยละ) เกณฑ์ผา่ น 3. ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น 3.1 ระดับโรงเรยี น 10 เพม่ิ ข้นึ ≥ รอ้ ยละ 3 เฉลย่ี รวม ในทกุ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ผลต่างของคะแนนเฉลย่ี รวม 3.2 ระดบั ชาติ 10 ระดับโรงเรยี นกับระดับประเทศ หลงั ดำเนนิ โครงการ ≥ รอ้ ยละ 2 4. ความพงึ พอใจของผู้มสี ่วนเกีย่ วข้อง 4.1 นกั เรียน 4 ������̅ ≥ 3.50 4.2 ผปู้ กครอง 3 ������̅ ≥ 3.50 4.3 บุคลากร 3 ������̅ ≥ 3.50 รวม 100 ดำเนนิ การกำหนดค่าน้ำหนักและเกณฑ์การประเมินตามกรอบการประเมินและตัวชวี้ ัด แล้วนำมาคูณ กับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามแนวทางของบริษัททริส (TRIS) กรมบัญชีกลาง (2539 อ้าง ในพิสณุ ฟองศรี, 2549) ในแต่ประเด็นการประเมินและตัวชี้วัด โดยผลการตัดสินใช้เกณฑ์ปานกลางถือว่าผ่านการประเมิน ดังรายละเอียดในตาราง 10 ตารางท่ี 10 สรปุ ผลการพจิ ารณาเกณฑก์ ารตัดสินของตัวช้ีวัดตามประเด็นการประเมนิ โครงการ ระดบั /ตวั คูณ/ความหมาย กรอบการประเมิน/ตวั ชี้วัด เกณฑ์ 1 (0.2) 2 (0.4) 3 (0.6) 4 (0.8) 5 (1.0) นอ้ ยท่ีสุด นอ้ ย ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ บรบิ ทของโครงการ ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 1. ความตอ้ งการจำเป็นของโครงการ ≥ 4.50 2. วัตถปุ ระสงคข์ องโครงการ ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 ≥ 4.50 3. กิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 4. ผลทีค่ าดวา่ จะได้รับ ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 ปัจจยั นำเข้าของโครงการ ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 1. บุคลากร 2. วัสดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมอื ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 3. ระยะเวลาและงบประมาณ ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49
74 ตารางที่ 10 สรปุ ผลการพิจารณาเกณฑ์การตดั สินของตวั ชว้ี ดั ตามประเดน็ การประเมนิ โครงการ (ต่อ) ระดบั /ตัวคณู /ความหมาย กรอบการประเมิน/ตวั ชี้วดั เกณฑ์ 1 (0.2) 2 (0.4) 3 (0.6) 4 (0.8) 5 (1.0) นอ้ ยท่สี ดุ นอ้ ย ปานกลาง มาก มากที่สดุ กระบวนการดำเนินโครงการ 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 1. การวางแผนการดำเนินงาน (Plan) ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 2. การดำเนินกิจกรรมตามแผน (Do) 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 3. การนเิ ทศ ติดตาม ตรวจสอบ ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 และประเมนิ ผล (Check) ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 4. การแกไ้ ขปรับปรุงเพือ่ เปน็ แนวปฏิบัติ ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 ในอนาคต (Act) ผลผลติ ของโครงการ ผา่ นเกณฑ์ ผ่านเกณฑ์ ผ่านเกณฑ์ ผ่านเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ 1. ผลการดำเนนิ กิจกรรมตามโครงการ 7 ใน 9 5 ใน 9 6 ใน 9 7 ใน 9 8 ใน 9 9 กจิ กรรม กิจกรรม กจิ กรรม กจิ กรรม กิจกรรม กจิ กรรม 2. ประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ล การปฏิบตั งิ านของบคุ ลากร ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 3. ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เพิม่ ข้นึ เพิม่ ขึน้ เพมิ่ ขน้ึ เพิม่ ขึน้ เพ่ิมขึ้น เพมิ่ ข้ึน 3.1 ระดับโรงเรยี น ≥ ร้อยละ 3 ≥ รอ้ ยละ 1 ≥ ร้อยละ 2 ≥ รอ้ ยละ 3 ≥ ร้อยละ 4 ≥ รอ้ ยละ 5 3.2 ระดบั ชาติ ผลต่างของ ผลตา่ งของ ผลตา่ งของ ผลตา่ งของ ผลต่างของ ผลตา่ งของ คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน 4. ความพงึ พอใจของผู้มสี ่วนเกี่ยวขอ้ ง เฉล่ียรวม เฉล่ยี รวม เฉล่ียรวม เฉล่ยี รวม เฉลีย่ รวม เฉล่ียรวม 4.1 นักเรียน ≥ รอ้ ยละ 2 ≤ รอ้ ยละ ร้อยละ ร้อยละ รอ้ ยละ ≥ ร้อยละ 4 4.2 ผปู้ กครอง 0.99 1-1.99 2-2.99 3-3.99 4.3 บุคลากร ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 ������̅ ≥ 3.50 ≤ 2.99 3.00-3.49 3.50-3.99 4.00-4.49 ≥ 4.50 กรอบแนวทางการประเมนิ การประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน ตามวงจรคุณภาพ ผู้รายงานไดก้ ำหนดกรอบแนวทางการประเมนิ ดงั ตารางท่ี 11
75 ตารางที่ 11 กรอบแนวทางการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรตั นโกสนิ ทรส์ มโภชบางขนุ เทยี น ตามวงจรคณุ ภาพ กรอบการประเมิน/ตัวชี้วัด แหล่งขอ้ มลู เคร่ืองมือ เกณฑผ์ า่ น การวเิ คราะห์ บริบทของโครงการ ครูและผบู้ รหิ าร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. 1. ความตอ้ งการจำเปน็ ของโครงการ สถานศกึ ษา 2. วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ ครูและผู้บริหาร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. สถานศึกษา 3. กจิ กรรมต่าง ๆ ของโครงการ ครูและผู้บรหิ าร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. สถานศึกษา 4. ผลที่คาดวา่ จะได้รบั ครูและผบู้ ริหาร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. สถานศกึ ษา ปจั จัยนำเข้าของโครงการ ครูและผูบ้ รหิ าร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. 5. บคุ ลากร สถานศกึ ษา 6. วสั ดุ อปุ กรณ์ เครอื่ งมอื ครูและผบู้ รหิ าร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. สถานศึกษา 7. ระยะเวลาและงบประมาณ ครูและผู้บรหิ าร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. สถานศกึ ษา กระบวนการดำเนนิ โครงการ ครูและผบู้ รหิ าร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. 8. การวางแผนการดำเนินงาน สถานศึกษา (Plan) 9. การดำเนนิ กิจกรรมตามแผน ครูและผู้บรหิ าร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. (Do) สถานศกึ ษา 10. การนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบ ครแู ละผบู้ รหิ าร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. และประเมนิ ผล (Check) สถานศึกษา 11. การแก้ไขปรับปรงุ เพอ่ื เป็น ครูและผบู้ ริหาร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. แนวปฏิบัติในอนาคต (Act) สถานศึกษา ผลผลิตของโครงการ ครูและผู้บรหิ าร แบบบนั ทกึ ข้อมูล ผ่านเกณฑ์ 7 คา่ ความถี่ 12. ผลการดำเนินกจิ กรรม สถานศกึ ษา สารสนเทศเกีย่ วกับ ใน 9 กิจกรรมที่ ตามโครงการ ปรมิ าณการจัด กำหนดใน กจิ กรรม โครงการ 13. ประสิทธภิ าพและ ครแู ละผู้บริหาร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. ประสิทธผิ ลการปฏบิ ตั ิงาน สถานศกึ ษา ของบุคลากร
76 ตารางที่ 11 กรอบแนวทางการประเมนิ โครงการนเิ ทศภายในโรงเรียนรัตนโกสนิ ทรส์ มโภชบางขนุ เทียน ตามวงจรคณุ ภาพ (ต่อ) กรอบการประเมิน/ตัวช้ีวัด แหลง่ ข้อมูล เครอ่ื งมอื เกณฑ์ผา่ น การวิเคราะห์ 14. ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น งานวดั และ ผลสัมฤทธ์ิ เพ่มิ ขึ้น ≥ คา่ ร้อยละ ประเมินผล ทางการเรยี น รอ้ ยละ 3.00 ปีการศึกษา 2563 เฉลีย่ รวมในทุก และ 2564 สาระการเรียนรู้ เปรยี บเทยี บ ปกี ารศกึ ษา 2563 และ 2564 ผลการทดสอบ ผลต่างของ คะแนนเฉลี่ย ระดับชาตขิ ั้น คะแนนเฉลีย่ ร้อยละ พน้ื ฐาน (O-NET) รวมระดับ ปกี ารศึกษา 2563 โรงเรียนกับ และ 2564 ระดบั ประเทศ หลงั ดำเนนิ โครงการ ปีการศึกษา 2564 ≤ 2.99 15. ความพึงพอใจของผู้บุคลากร ครูและผู้บริหาร แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. ตอ่ การจดั กิจกรรมนเิ ทศ สถานศกึ ษา ภายใน 16. ความพงึ พอใจของนกั เรยี น ต่อพฤตกิ รรมการจดั การ นกั เรยี น แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. เรยี นรขู้ องครู 17. ความพงึ พอใจของผปู้ กครอง ผู้ปกครอง แบบสอบถาม ������̅ ≥ 3.50 ������̅, S.D. ต่อคุณภาพของนักเรียน
บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู การประเมนิ โครงการนเิ ทศภายในโรงเรยี นรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขนุ เทียนตามวงจรคุณภาพ โดยใช้ แบบจำลองซปิ ป์ (CIPP Model) ผ้รู ายงานนำเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ดังน้ี 1. สัญลกั ษณ์ทีใ่ ชใ้ นการนำเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมูล 2. ลำดบั ขน้ั ในการนำเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมลู 3. ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู สัญลักษณท์ ี่ใชใ้ นการนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล ผู้รายงานได้กำหนดความหมายของสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ ข้อมูล เพอ่ื ใหเ้ กิดความเข้าใจตรงกันในการแปลความหมายดังน้ี N แทน กลุม่ ประชากรท่ใี ชใ้ นการประเมนิ โครงการ n แทน กลมุ่ ตวั อยา่ งทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ โครงการ μ แทน คา่ เฉลีย่ ของกลมุ่ ประชากร (ครูและผบู้ รหิ ารสถานศึกษา) σ แทน สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐานของกลุ่มประชากร (ครแู ละผู้บริหารสถานศกึ ษา) ������̅ แทน คา่ เฉลี่ยของกล่มุ ตวั อยา่ ง (นักเรียนและผปู้ กครอง) S.D. แทน สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐานของกลุ่มตวั อย่าง (นักเรยี นและผู้ปกครอง) ลำดบั ขนั้ ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ผู้รายงานได้นำเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู เป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู ตามประเด็นการประเมนิ และตวั ชวี้ ัด ประกอบด้วย 1. ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู สถานภาพของผ้ตู อบแบบสอบถาม 2. ผลการประเมินดา้ นบริบทของโครงการนิเทศภายในตามวงจรคุณภาพ 3. ผลการประเมินดา้ นปัจจัยนำเขา้ ของโครงการนิเทศภายในตามวงจรคุณภาพ 4. ผลการประเมินดา้ นกระบวนการของโครงการนเิ ทศภายในตามวงจรคณุ ภาพ 5. ผลการประเมนิ ด้านผลผลติ ของโครงการนิเทศภายในตามวงจรคณุ ภาพ 5.1 ดา้ นผลการดำเนนิ กิจกรรมตามโครงการ 5.2 ด้านประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลการปฏบิ ตั ิงานของครแู ละผ้บู ริหารสถานศึกษา 5.3 ดา้ นผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนในระดบั โรงเรียนและระดับชาติ 5.4 ดา้ นความพงึ พอใจของครูและผูบ้ ริหารสถานศึกษา นักเรยี น ผปู้ กครองทีม่ ตี ่อการ ดำเนินโครงการนเิ ทศภายในตามวงจรคุณภาพ ตอนที่ 2 ผลการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจร คณุ ภาพ
78 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลตามประเดน็ การประเมนิ และตัวชว้ี ดั 1. ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลสถานภาพของผูต้ อบแบบสอบถาม ตารางท่ี 12 สถานภาพของครูและผู้บรหิ ารสถานศึกษาผตู้ อบแบบสอบถาม สถานภาพ (N = 161) 1. เพศ จำนวน รอ้ ยละ ชาย 58 36.02 หญิง 103 63.98 2. อายุ 21-30 ปี 54 33.54 31-40 ปี 46 28.57 41-50 ปี 36 22.36 51-60 ปี 25 15.53 3. การศึกษา ต่ำกว่าปรญิ ญาตรี -- ปรญิ ญาตรี 109 67.70 ปริญญาโท 52 32.30 ปรญิ ญาเอก -- อนื่ ๆ -- 4. ประสบการณ์ทำงานดา้ นการศึกษา 1-5 ปี 45 27.95 6-10 ปี 42 26.09 11-15 ปี 32 19.88 16-20 ปี 16 9.94 21-25 ปี 17 10.56 26 ปขี ึ้นไป 9 5.59 จากตารางท่ี 12 พบว่าครูและผบู้ ริหารสถานศกึ ษาท่ตี อบแบบสอบถามเป็นเพศหญงิ มากที่สุด (รอ้ ยละ 63.98) ส่วนใหญม่ อี ายุระหว่าง 21- 30 ปี (รอ้ ยละ 33.54) จบการศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี มากท่สี ดุ (รอ้ ยละ 67.70) และส่วนใหญม่ ีประสบการณ์ทำงาน 1-5 ปี (ร้อยละ 27.95)
79 ตารางท่ี 13 สถานภาพของนักเรยี นผู้ตอบแบบสอบถาม สถานภาพ (N = 341) 1. เพศ จำนวน รอ้ ยละ ชาย 156 45.75 หญงิ 185 54.25 2. ระดบั ชั้น มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 58 17.01 มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 60 17.60 มัธยมศึกษาปที ่ี 3 59 17.30 มธั ยมศึกษาปีที่ 4 56 16.42 มธั ยมศึกษาปีที่ 5 57 16.72 มัธยมศึกษาปที ่ี 6 51 14.96 จากตารางท่ี 13 พบวา่ นกั เรียนที่ตอบแบบสอบถามสว่ นใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 54.25) โดยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มากที่สุด (ร้อยละ 17.60) รองลงมา คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ร้อยละ 17.30) และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ร้อยละ 17.01) ตามลำดับ และนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 6 น้อยทีส่ ดุ (รอ้ ยละ 14.96)
80 ตารางที่ 14 สถานภาพของผู้ปกครองผตู้ อบแบบสอบถาม สถานภาพ (N = 341) 1. เพศ จำนวน รอ้ ยละ ชาย 159 46.63 หญิง 182 53.37 2. อายุ 20 ปี หรอื นอ้ ยกว่า -- 21-30 ปี 9 2.64 31-40 ปี 145 42.52 41-50 ปี 138 40.47 51-60 ปี 30 8.80 61 ปขี น้ึ ไป 19 5.57 3. การศกึ ษา ประถมศกึ ษา 20 5.87 มัธยมศกึ ษา 132 38.71 ปวช., ปวส. 90 26.39 ปริญญาตรี 76 22.29 สูงกวา่ ปริญญาตรี 23 6.74 อื่น ๆ -- 4. อาชพี เกษตรกร 14 4.11 รับจ้าง 90 26.39 คา้ ขาย 59 17.30 รบั ราชการ 47 13.78 พนกั งานบริษทั /หา้ งร้าน 103 30.21 ธุรกจิ สว่ นตวั 28 8.21 จากตารางที่ 14 พบว่าผู้ปกครองที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 53.37) มีอายุ ระหว่าง 31-40 ปี มากที่สุด (ร้อยละ 42.52) ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา (ร้อยละ 38.71) และ ประกอบอาชพี พนกั งานบรษิ ัท/ห้างรา้ น (รอ้ ยละ 30.21)
81 2. ผลการประเมนิ ด้านบริบทของโครงการนเิ ทศภายในโรงเรยี นรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน ตามวงจรคุณภาพ ตารางที่ 15 ค่าเฉล่ีย และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน การประเมนิ บรบิ ทของโครงการนิเทศภายในโรงเรียน รตั นโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคณุ ภาพ ตามความคิดเห็นของครแู ละผูบ้ รหิ าร สถานศึกษา โดยภาพรวม รายการ μ (N = 161) ดา้ นความต้องการจำเปน็ ของโครงการ 4.44 ดา้ นวัตถุประสงค์ของโครงการ 4.60 σ แปลผล ดา้ นกจิ กรรมต่าง ๆ ของโครงการ 4.39 0.56 มาก ด้านผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ บั จากโครงการ 4.43 0.50 มากที่สุด 0.58 มาก รวมเฉลย่ี 4.47 0.48 มาก 0.53 มาก จากตาราง 15 พบว่าการประเมินบริบทของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ตามความคิดเห็นของครูและผูบ้ ริหารสถานศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดบั มาก (μ = 4.47, σ = 0.53) โดยด้านวตั ถุประสงคข์ องโครงการอยูใ่ นลำดับสูงสุด ความคิดเห็นอยใู่ นระดับมากท่ีสุด (μ = 4.60, σ = 0.50) รองลงมาคือด้านความต้องการจำเป็นของโครงการ ความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (μ = 4.44, σ = 0.56) และด้านกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการอยูใ่ นลำดบั ต่ำสุด ความคิดเห็นอยูใ่ นระดับมาก (μ = 4.39, σ = 0.58)
82 ตารางที่ 16 ค่าเฉลยี่ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การประเมนิ บรบิ ทของโครงการนิเทศภายในโรงเรียน รตั นโกสนิ ทรส์ มโภชบางขนุ เทยี นตามวงจรคณุ ภาพ ตามความคิดเห็นของครูและผู้บริหาร สถานศกึ ษา ด้านความต้องการจำเป็นของโครงการ รายการ μ (N = 161) 1. หลักการและเหตุผลของโครงการ 4.34 σ แปลผล สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความ 0.62 มาก ต้องการของโรงเรยี นและชุมชน 4.37 2. การนิเทศภายในเกดิ จากความตอ้ งการ 0.58 มาก ของครูและผ้บู รหิ ารสถานศึกษาและผทู้ ่มี ี 4.62 สว่ นเก่ยี วขอ้ งทางการศกึ ษาทุกฝ่าย 0.48 มากที่สดุ 3. การนิเทศภายในมีความจำเป็นตอ่ 4.44 การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของ 0.56 มาก โรงเรยี น รวมเฉลีย่ จากตารางที่ 16 พบว่าการประเมินบริบทของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางขุนเทียนตามวงจรคณุ ภาพ ตามความคดิ เหน็ ของครูและผู้บรหิ ารสถานศึกษา ดา้ นความตอ้ งการจำเป็นของ โครงการในภาพรวมอยูใ่ นระดบั มาก (μ = 4.44, σ = 0.56) โดยครูและผู้บริหารสถานศึกษาเห็นว่าการนิเทศ ภายในมีความจำเป็นตอ่ การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรียนอยู่ในลำดับสูงสุด ความคิดเห็นอยู่ในระดับ มากที่สุด (μ = 4.62, σ = 0.48) รองลงมา คือ การนิเทศภายในเกิดจากความต้องการของครูและผู้บริหาร สถานศกึ ษาและผู้ที่มีส่วนเกีย่ วข้องทางการศึกษาทกุ ฝ่าย ความคดิ เห็นอยใู่ นระดบั มาก (μ = 4.37, σ = 0.58) และหลักการและเหตุผลของโครงการสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียนและชุมชน ความคิดเหน็ อยู่ในระดบั มาก (μ = 4.34, σ = 0.62)
83 ตารางท่ี 17 ค่าเฉลย่ี และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน การประเมนิ บรบิ ทของโครงการนิเทศภายในโรงเรยี น รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคณุ ภาพ ตามความคิดเห็นของครแู ละผู้บริหาร สถานศกึ ษา ดา้ นวัตถปุ ระสงค์ของโครงการ รายการ μ (N = 161) 1. วตั ถุประสงคข์ องโครงการสอดคล้อง 4.74 σ แปลผล กับนโยบายทิศทางการพัฒนาคุณภาพ 0.56 มากท่ีสดุ การศึกษาของโรงเรยี น 4.46 2. วัตถุประสงค์ของโครงการมีความ 4.60 0.44 มาก เปน็ ไปไดใ้ นทางปฏิบัติ 0.50 มากทีส่ ดุ รวมเฉลี่ย จากตารางที่ 17 พบว่าการประเมินบริบทของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ตามความคิดเห็นของครูและผู้บริหารสถานศึกษา ด้านวัตถุประสงค์ของ โครงการในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.60, σ = 0.51) โดยครูและผู้บริหารสถานศึกษาเห็นว่า วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกบั นโยบายทิศทางการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรียนอยู่ในลำดับ สูงสุด ความคิดเห็นอยู่ในระดับมากท่ีสุด (μ = 4.74, σ = 0.56) และวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการมีความเป็นไป ได้ในทางปฏบิ ัตอิ ยใู่ นลำดับตำ่ สดุ ความคิดเห็นอย่ใู นระดบั มาก (μ = 4.46, σ = 0.44)
84 ตารางท่ี 18 ค่าเฉล่ยี และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน การประเมินบริบทของโครงการนิเทศภายในโรงเรียน รัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทยี นตามวงจรคุณภาพ ตามความคดิ เห็นของครแู ละผบู้ รหิ าร สถานศึกษา ดา้ นกจิ กรรมต่าง ๆ ของโครงการ รายการ μ (N = 161) 1. การประชุมคณะกรรมการบริหารงานวชิ าการ 4.35 σ แปลผล จัดเตรียมวางแผนการดำเนินโครงการนิเทศ 0.63 มาก ภายใน 4.44 2. การประชุมคณะกรรมการบริหารงานวชิ าการ 0.78 มากทีส่ ดุ เพื่อกำหนดแนวทางการนิเทศภายใน 4.32 สถานศึกษา 4.19 0.54 มาก 3. การประชุมคณะกรรมการนเิ ทศภายใน 4.30 0.65 มาก 4. การประชุมคณะกรรมการบริหารงานวชิ าการ 4.63 0.74 มาก 5. การอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการ 0.43 มากที่สุด 6. การ Coaching & Mentoring แลกเปลี่ยน 4.58 เรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) 0.42 มากท่สี ุด 7. การนิเทศ การเยี่ยมชั้นเรียนและสังเกตการ 4.10 จดั การเรียนการสอน 0.61 มาก 8. กิจกรรมวิชาการสัญจร 8 กลุ่มสาระ 1 กลุ่ม 4.62 งานกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 0.39 มากทส่ี ดุ 9. นิทรรศการวิชาการจัดแสดงผลงานครู 4.39 ผูจ้ ดั การเรยี นการสอนทเ่ี ปน็ เลศิ 0.58 มาก รวมเฉลย่ี จากตารางที่ 18 พบว่าการประเมินบริบทของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ตามความคิดเห็นของครูและผู้บริหารสถานศึกษา ด้านกิจกรรมต่าง ๆ ของ โครงการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (μ = 4.39, σ = 0.58) โดยครูและผู้บริหารสถานศึกษาเห็นว่าการ Coaching & Mentoring แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ทางวิชาชพี (PLC) อยใู่ นลำดบั สงู สุด ความคดิ เหน็ อยู่ในระดับมาก ท่สี ุด (μ = 4.63, σ = 0.43) รองลงมา คือ นิทรรศการวชิ าการจดั แสดงผลงานครผู ู้จัดการเรียนการสอนท่ีเป็น เลิศ ความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.62, σ = 0.39) และกิจกรรมวิชาการ สัญจร 8 กลุ่มสาระ 1 กลุ่มงานกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนอยู่ในลำดับตำ่ สดุ ความคิดเหน็ อยใู่ นระดับมาก (μ = 4.10, σ = 0.61)
85 ตารางท่ี 19 ค่าเฉลย่ี และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน การประเมินบรบิ ทของโครงการนิเทศภายในโรงเรียน รตั นโกสนิ ทรส์ มโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ตามความคิดเหน็ ของครูและผู้บรหิ าร สถานศึกษา ด้านผลท่ีคาดว่าจะไดร้ ับจากโครงการ รายการ μ (N = 161) 1. การดำเนินโครงการส่งผลให้ครูมีความรู้ 4.75 σ แปลผล ทักษะเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนที่เน้น 0.46 มากท่ีสดุ ผเู้ รียนเป็นสำคญั 4.69 2. การดำเนินโครงการส่งผลต่อการพัฒนา 4.23 0.51 มากท่สี ดุ ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรยี นระดบั โรงเรียน 4.12 0.63 มาก 3. การดำเนินโครงการส่งผลต่อการพัฒนา 4.26 0.58 มาก ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นระดบั ชาติ 0.61 มาก 4. การดำเนินโครงการส่งผลต่อการแข่งขัน 4.47 ทักษะวชิ าการของนกั เรยี นในระดบั ตา่ ง ๆ 0.49 มาก 5. การดำเนินโครงการส่งผลต่อการได้รับการ 4.48 ยกย่องเชิดชูเกียรติของครูและผู้บริหาร 4.43 0.55 มาก สถานศึกษา 0.48 มาก 6. การดำเนินโครงการส่งผลต่อการพัฒนา ระบบประกัน คุณภาพภายในสถานศึกษาเพ่ือ รองรับการประเมนิ ภายนอก 7. การดำเนินโครงการส่งผลต่อการพัฒนา ระบบการนเิ ทศภายในที่เป็นระบบตอ่ เน่อื ง รวมเฉลีย่ จากตารางที่ 19 พบว่าการประเมินบริบทของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางขนุ เทยี นตามวงจรคุณภาพ ตามความคิดเห็นของครูและผู้บรหิ ารสถานศึกษา ด้านผลทค่ี าดวา่ จะได้รับจาก โครงการในภาพรวมมีความคดิ เห็นอยู่ในระดับมาก μ = 4.43, σ =0.48) โดยครูและผู้บรหิ ารสถานศึกษาเห็น ว่าการดำเนินโครงการส่งผลให้ครูมีความรู้ ทักษะเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อยใู่ นลำดบั สงู สุด ความคิดเหน็ อยู่ในระดับมากท่สี ุด (μ = 4.75, σ =0.46) รองลงมา คอื การดำเนินโครงการ ส่งผลต่อการพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นระดับโรงเรียน ความคดิ เหน็ อยู่ในระดบั มาก (μ = 4.69, σ =0.51) และการดำเนินโครงการส่งผลต่อการแขง่ ขันทักษะวิชาการของนักเรยี นในระดบั ตา่ ง ๆ อยู่ในลำดับตำ่ สุด ความ คดิ เหน็ อยู่ในระดบั มาก (μ = 4.12, σ = 0.58)
86 3. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางขนุ เทยี นตามวงจรคุณภาพ ตารางที่ 20 คา่ เฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การประเมนิ ด้านปจั จยั นำเขา้ ของโครงการนิเทศภายใน โรงเรยี นรัตนโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคณุ ภาพ ตามความคิดเห็นของครูและ ผบู้ ริหารสถานศึกษา โดยภาพรวม รายการ (N = 161) ด้านบุคลากร ด้านวัสดอุ ปุ กรณแ์ ละเครื่องมอื μ σ แปลผล ดา้ นระยะเวลาและงบประมาณ 4.64 0.57 มากที่สดุ 4.54 0.57 มากทส่ี ุด รวมเฉลี่ย 4.47 0.55 มาก 4.55 0.56 มากทีส่ ุด จากตารางที่ 20 พบว่าการประเมนิ ปจั จยั นำเข้าของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรตั นโกสินทร์สมโภช บางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ตามความคิดเห็นของครูและผู้บริหารสถานศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดบั มาก ที่สุด (μ = 4.55, σ =0.56) โดยด้านบุคลากรมีความคิดเห็นอยู่ในลำดับสงู สุด มีความคิดเหน็ อยู่ในระดับมาก ท่ีสุด (μ = 4.64, σ =0.57) รองลงมา คอื ด้านวสั ดอุ ปุ กรณ์และเครื่องมอื มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากท่ีสุด (μ = 4.54, σ =0.57) และด้านระยะเวลาและงบประมาณอยู่ในลำดับต่ำสุด มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (μ = 4.47, σ = 0.55)
87 ตารางที่ 21 ค่าเฉลีย่ และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน การประเมินดา้ นปจั จยั นำเข้าของโครงการนเิ ทศภายใน โรงเรียนรตั นโกสนิ ทร์สมโภชบางขุนเทยี นตามวงจรคุณภาพ ตามความคิดเห็นของครแู ละ ผู้บริหารสถานศึกษา ดา้ นบุคลากร รายการ μ (N = 161) 1. การแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายใน หรือ 4.81 σ แปลผล ผู้รบั ผดิ ชอบมกี ารระบบุ ทบาทหน้าทีใ่ นคำส่ังอย่างชดั เจน 4.69 0.35 มากที่สุด 2. บุคลากรที่รับผิดชอบโครงการนิเทศภายในมีจำนวนที่ 4.53 0.53 มากทส่ี ุด ความเหมาะสมกบั การดำเนนิ งาน 4.47 0.67 มากทีส่ ุด 3. บุคลากรที่รับผิดชอบโครงการนิเทศภายในมีความรู้ 0.66 มาก ความสามารถเหมาะสม 4.62 4. บุคลากรที่รับผิดชอบโครงการนิเทศภายในมีความ 4.74 0.85 มากท่สี ดุ เข้าใจ สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการของ 0.49 มากทส่ี ดุ สถานศึกษา 4.65 5. บุคลากรที่รับผิดชอบโครงการนิเทศภายในรู้บทบาท 4.64 0.44 มากทสี่ ุด หนา้ ทใ่ี นการดำเนนิ โครงการอย่างชัดเจน 0.57 มากท่ีสดุ 6. บุคลากรที่รับผิดชอบโครงการนิเทศภายในมีความ ต้องการและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพโรงเรียนไปสู่ ส่ิงที่ดขี ึ้น 7. บุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการดำเนิน โครงการ รวมเฉลยี่ จากตารางที่ 21 พบว่าการประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์ สมโภชบางขุนเทยี นตามวงจรคุณภาพ ตามความคิดเห็นของครูและผู้บริหารสถานศึกษา ด้านครูและผ้บู ริหาร สถานศกึ ษา โดยภาพรวมอยูใ่ นระดบั มากที่สุด (μ = 4.64, σ =0.57) โดยครูและผู้บริหารสถานศึกษา เหน็ วา่ มี การแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายในหรือผู้รับผิดชอบมีการระบุบทบาทหน้าที่ในคำสั่งอย่างชัดเจน อยู่ใน ลำดับสูงสุด ความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.81, σ =0.35) รองลงมาคือ บุคลากรที่รับผิดชอบ โครงการนิเทศภายในมีความตอ้ งการและพร้อมที่จะเปล่ียนแปลงสภาพโรงเรียนไปสู่สงิ่ ท่ีดีข้ึน ความคิดเห็นอยู่ ในระดับมากท่ีสุด (μ = 4.74, σ = 0.49) และบุคลากรทีร่ ับผิดชอบโครงการนิเทศภายในมีความเข้าใจสภาพ ปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการของสถานศกึ ษาอยู่ในลำดบั ต่ำสุด ความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (μ = 4.47, σ =0.66)
88 ตารางท่ี 22 ค่าเฉลย่ี และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน การประเมินด้านปัจจยั นำเขา้ ของโครงการนเิ ทศภายใน โรงเรียนรตั นโกสนิ ทรส์ มโภชบางขุนเทียนตามวงจรคณุ ภาพ ตามความคดิ เหน็ ของครูและ ผู้บริหารสถานศกึ ษา ด้านวัสดอุ ปุ กรณแ์ ละเครือ่ งมอื รายการ μ (N = 161) 1. เอกสารคู่มือการดำเนินการนิเทศ 4.51 σ แปลผล ภายในมีความเหมาะสม 4.49 0.61 มากที่สดุ 2. สื่อ/เครื่องมือที่ในการดำเนินโครงการ 4.62 0.53 มาก มีความเหมาะสม 3. วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนิน 4.54 0.58 มากทีส่ ุด โครงการที่มีคุณภาพ และเพียงพอ สำหรับการดำเนินงาน 0.57 มากท่ีสดุ รวมเฉล่ยี จากตารางที่ 22 พบว่าการประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนรัตนโกสินทร์ สมโภชบางขุนเทียนตามวงจรคุณภาพ ตามความคิดเห็นของครูและผู้บริหารสถานศึกษาด้านวัสดุอุปกรณ์ เคร่อื งมือ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทส่ี ุด (μ = 4.54, σ =0.57) โดยครูและผบู้ ริหารสถานศกึ ษาเห็นว่าวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินโครงการที่มีคุณภาพและเพียงพอสำหรับการดำเนินงานอยู่ในลำดับสูงสุด ความ คิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.62, σ =0.58) รองลงมา คือ เอกสารคู่มือการดำเนินการนิเทศภายในมี ความเหมาะสม ความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.51, σ =0.61) และสื่อ/เครื่องมือที่ ในการดำเนิน โครงการมีความเหมาะสม อย่ใู นลำดับตำ่ สุด ความคดิ เห็นอยใู่ นระดบั มาก (μ = 4.49, σ = 0.53)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176