Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวน63

หลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวน63

Published by โรงเรียน บ้านนานวน, 2020-09-07 09:26:55

Description: หลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวน63

Search

Read the Text Version

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๑๙๖ คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน กิจกรรมแนะแนว เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ปี กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ช้ันประถมศกึ ษาปีที 4 รจู้ กั เขา้ ใจและเห็นคุณคา่ ในตนเองแลผู้อนื่ การรบั รู้และเข้าใจความต้องการแสงหาแบบอยา่ งทด่ี ี และเหมะสมกบั ตนเอง รแู้ ละเข้าใจความสนใจ ความถนดั ด้านการเรียน ดา้ นอาชีพ รกั และนบั ถอื ผู้อื่น เขา้ ใจปญั หาและสามารถแก้ปัญหาได้ เข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบคุ คล สอื่ สารความคิด ความรสู้ ึกให้ผู้อน่ื เขา้ ใจได้ เหมาะสมกบั กาลเทศะ และบุคคล ความสามารถในการจดั การกับอารมณ์ และแสดงออกได้เหมาะสม ปฏบิ ตั ิตนให้เปน็ ประโยชน์ตอ่ ส่วนรวมแสดงออกในฐานะผู้นาและผตู้ ามได้เหมาะสม ตดั สินใจแก้ปัญหาได้ดว้ ยตนเอง ร่วมตัดสินใจแก้ไขปัญหาเกีย่ วกับโรงเรยี น ครอบครัวและสังคม สามารถแสวงหาและใชข้ ้อมลู และสารสนเทศ ค้นหา รวบรวมวิเคราะห์ข้อมลู จากแหลง่ เรียนรู้ ตา่ ง ๆ และเลือกสรรข้อมลู สารสนเทศใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อตนเองและสงั คม เพื่อพัฒนาองคร์ วมของความเปน็ มนษุ ยใ์ หค้ รบทกุ ด้าน ท้งั ทางร่างกาย สตปิ ัญญา อารมณแ์ ละ สังคม เปน็ ผมู้ ศี ีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีคุณภาพ ปลูกฝงั การสรา้ งจิตสานึกของการทา ประโยชน์เพื่อสังคม ผลการเรียนรู้ ๑. การรบั รู้และเขา้ ใจความต้องการและความรสู้ ึกของตนเอง ๒. แสวงหาแบบอย่างทด่ี แี ละเหมะสมกับตนเอง ๓. รักและนับถือตนเองและผู้อ่นื ๔. การรูจ้ ักและเข้าใจสาเหตุปัญหาและสามารถแก้ปญั หาได้ ๕. สือ่ สารความคดิ ความรู้สึกใหผ้ ู้อน่ื เข้าใจไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ และบุคคล ๖. ความสามารถในการจดั การกบั อารมณ์ และแสดงออกไดเ้ หมาะสม ๗. ปฏิบัติตนให้เปน็ ประโยชน์ตอ่ สว่ นรวม ๘. การรว่ มตดั สนิ ใจแกไ้ ขปญั หาเกีย่ วกับโรงเรยี น ครอบครัวและสังคม ๙. เลอื กสรรขอ้ มลู สารสนเทศใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเองและสังคม รวม 9 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๑๙๗ คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน กจิ กรรมแนะแนว เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปที ี 5 รจู้ ักเขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ในตนเองแลผู้อืน่ การรับรู้และเข้าใจความต้องการแสงหาแบบอย่าง ทดี่ ีและเหมะสมกับตนเอง รแู้ ละเข้าใจความสนใจ ความถนดั ด้านการเรยี น ด้านอาชพี รกั และนับถือผอู้ ่นื เขา้ ใจปัญหาและสามารถแก้ปัญหาได้ เขา้ ใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบคุ คล สือ่ สารความคิด ความรู้สกึ ให้ผอู้ นื่ เขา้ ใจได้ เหมาะสมกับกาลเทศะ และบุคคล ความสามารถในการจัดการกบั อารมณ์ และแสดงออกไดเ้ หมาะสม ปฏิบัตติ นใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ สว่ นรวมแสดงออกในฐานะผู้นาและผู้ตามไดเ้ หมาะสม ตัดสินใจแกป้ ัญหาได้ด้วยตนเอง ร่วมตัดสนิ ใจแก้ไขปัญหาเก่ียวกบั โรงเรยี น ครอบครวั และสังคม แสวงหาและใชข้ ้อมลู และสารสนเทศ ค้นหา รวบรวมวเิ คราะห์ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ และเลอื กสรรข้อมลู สารสนเทศใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อตนเองและสงั คม พัฒนาองคร์ วมของความเป็นมนษุ ย์ให้ครบทุกด้าน ท้ังทางรา่ งกาย สติปัญญา อารมณ์และสงั คม เปน็ ผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวนิ ยั และมคี ุณภาพ ปลกู ฝังการสร้างจติ สานึกของการทาประโยชน์ เพอื่ สังคม ผลการเรยี นรู้ ๑. รูแ้ ละเขา้ ใจความสนใจ ความถนัดดา้ นการเรยี น อาชพี และบุคลกิ ภาพของตนเอง ๒. การรจู้ กั และเขา้ ใจสาเหตุปญั หาและสามารถแกป้ ญั หาได้ ๓. ส่ือสารความคิด ความรสู้ ึกใหผ้ ู้อน่ื เข้าใจได้เหมาะสมกับกาลเทศะ และบุคคล ๔. ความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ และแสดงออกได้เหมาะสม ๕. สามารถในการทางานตามบทบาทในฐานะผู้นาและผตู้ ามท่ีดแี ละอยู่ร่วมกับผู้อ่นื ได้อย่างมี ความสขุ ๖. การร่วมตัดสนิ ใจแกไ้ ขปญั หาเก่ยี วกบั โรงเรยี น ครอบครวั และสังคม ๗. เลือกสรรขอ้ มูลสารสนเทศใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสังคม รวม 7 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๑๙๘ คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน กจิ กรรมแนะแนว เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ชั้นประถมศกึ ษาปที ี 5 รจู้ กั เขา้ ใจและเหน็ คุณคา่ ในตนเองแลผอู้ ืน่ การรับรแู้ ละเขา้ ใจความต้องการแสงหาแบบอยา่ งท่ดี ี และเหมะสมกับตนเอง รูแ้ ละเข้าใจความสนใจ ความถนดั ด้านการเรียน ดา้ นอาชีพ รักและนับถอื ผู้อ่นื เข้าใจปัญหาและสามารถแก้ปัญหาได้ เขา้ ใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบคุ คล สื่อสารความคิด ความรสู้ ึกใหผ้ ้อู ่นื เขา้ ใจได้ เหมาะสมกับกาลเทศะ และบุคคล ความสามารถในการจดั การกบั อารมณ์ และแสดงออกไดเ้ หมาะสม ปฏิบตั ติ นให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ สว่ นรวมแสดงออกในฐานะผู้นาและผตู้ ามได้เหมาะสม ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาไดด้ ้วยตนเอง รว่ มตัดสินใจแก้ไขปัญหาเกย่ี วกับโรงเรียน ครอบครัวและสังคม สามารถแสวงหาและใชข้ ้อมูลและสารสนเทศ ค้นหา รวบรวมวเิ คราะห์ข้อมลู จากแหล่งเรียนรู้ ต่าง ๆ และเลอื กสรรข้อมูลสารสนเทศใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ ตนเองและสงั คม เพือ่ พัฒนาองคร์ วมของความเป็นมนษุ ย์ให้ครบทุกดา้ น ท้ังทางรา่ งกาย สติปัญญา อารมณ์และสงั คม เป็นผู้มีศลี ธรรม จรยิ ธรรม มีระเบียบวนิ ัย และมคี ุณภาพ ปลกู ฝงั การสรา้ งจติ สานึกของการทาประโยชน์ เพอื่ สงั คม ผลการเรยี นรู้ ๑. แสวงหาแบบอย่างทีด่ ีและเหมะสมกบั ตนเอง ๒. รแู้ ละเข้าใจความสนใจ ความถนดั ด้านการเรียน อาชพี และบคุ ลกิ ภาพของตนเอง ๓. การรจู้ กั และเขา้ ใจสาเหตุปญั หาและสามารถแก้ปัญหาได้ ๔. สื่อสารความคดิ ความร้สู กึ ให้ผอู้ ่ืนเข้าใจได้เหมาะสมกับกาลเทศะ และบุคคล ๕. ความสามารถในการจดั การกับอารมณ์ และแสดงออกได้เหมาะสม ๖. ปฏบิ ัติตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อส่วนรวม ๗. สามารถในการทางานตามบทบาทในฐานะผู้นาและผู้ตามที่ดแี ละอยู่รว่ มกับผ้อู ืน่ ได้อย่างมี ความสุข ๘. การรว่ มตดั สินใจแกไ้ ขปัญหาเก่ียวกบั โรงเรียน ครอบครัวและสงั คม ๙. ความสามารถแสวงหา และใชข้ ้อมูลและสารสนเทศ ๑๐. คน้ หา รวบรวมวิเคราะห์ขอ้ มูลจากแหลง่ เรยี นรูต้ า่ ง ๆ ด้วยวธิ กี ารทนั สมัย และเลือกสรร ขอ้ มลู สารสนเทศใหเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อตนเองและสังคม รวม 10 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 199 คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน กิจกรรมแนะแนว ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น รับรู้และเข้าใจว่าตนเองมีความหวังในชีวิตในทางท่ีดี ค้นหาส่ิงดีที่เกิดขึ้นจะช่วยสร้างความ รักและความภาคภูมิใจ มองโลกในแง่ดีนาไปสู่ความรักและนับถือตนเอง เข้าใจสาเหตุของปัญหาและมี แนวทางแก้ไข ยอมรบั ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลและความคดิ เห็นของผู้อื่นอย่างมีเหตผุ ลในเรื่องอารมณ์ ความรู้สึกทางด้านดีและไม่ดี จัดการกับอารมณ์และแสดงออกได้อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ ด้วยการสังเกต สร้างสัมพันธภาพท่ีดี รู้คุณลักษณะท่ีสาคัญของการเป็นท่ีรักของเพื่อน ตัดสินใจ แกป้ ัญหาของตนและผอู้ นื่ ปฏิบตั ติ นให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม รวบรวมข้อมูลเกย่ี วกับอาชีพ เพอื่ พฒั นาตนไปส่เู ป้าหมายในชีวติ ที่ดี มองโลกในแงด่ ี สามารถตัดสินใจเลอื กอาชีพและส่งิ ท่ดี ี ที่สดุ ในการดาเนนิ ชวี ิตที่มีความสขุ ผลการเรียนรู้ ๑. รับรู้และเขา้ ใจว่าตนเองมีความหวงั ในชวี ิตในทางที่ดมี ากน้อยเพยี งใด ๒. รบั รูแ้ ละเขา้ ใจวา่ การคน้ หาสง่ิ ดี ๆ ทเ่ี กิดขึ้นจะชว่ ยสรา้ งความรกั และความภมู ิใจในตนเองและ ผู้อ่นื ได้ ๓. รับรแู้ ละเข้าใจสาเหตุของปัญหาในตนเอง และมองเหน็ แนวทางในการแกป้ ญั หา ๔. เขา้ ใจและยอมรบั ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลและความคดิ เห็นของผ้อู ื่นอย่างมีเหตผุ ล ๕. จดั การกับอารมณ์และแสดงออกได้อยา่ งเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ ๖. รู้คุณลกั ษณะการเปน็ ที่รกั ของเพ่อื น และสรา้ งสัมพนั ธภาพทดี่ ี ๗. ตัดสนิ ใจและแกป้ ัญหาของตนเองได้ ๘. ค้นหารวบรวมข้อมูลเกยี่ วกับอาชีพได้ รวม 8 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 200 คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น กิจกรรมแนะแนว ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี 2 เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น รบั รู้และเข้าใจว่าตนเองมคี วามหวังในชวี ิตในทางท่ดี ี คน้ หาสง่ิ ดีทีเ่ กิดขน้ึ จะชว่ ยสร้างความรักและ ความภาคภูมิใจ มองโลกในแง่ดีนาไปสู่ความรักและนับถือตนเอง เข้าใจสาเหตุของปัญหาและมีแนว ทางแก้ไข ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลและความคิดเห็นของผู้อ่ืนอย่างมีเหตุผลในเรื่องอารมณ์ ความรู้สึกทางด้านดีและไม่ดี จัดการกับอารมณ์และแสดงออกได้อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ ด้วยการสังเกต สร้างสัมพันธภาพที่ดี รู้คุณลักษณะที่สาคัญของการเป็นที่รักของเพื่อน ตัดสินใจ แก้ปัญหาของตนและผ้อู นื่ ปฏิบัตติ นใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ ่อสว่ นรวม รวบรวมข้อมูลเก่ียวกับอาชีพ เพอ่ื พฒั นาตนไปสเู่ ป้าหมายในชีวติ ทดี่ ี มองโลกในแงด่ ี สามารถตัดสินใจเลือกอาชีพและสง่ิ ท่ดี ี ทสี่ ดุ ในการดาเนินชีวติ ทีม่ ีความสขุ ผลการเรยี นรู้ ๑. รับรู้และเขา้ ใจว่าตนเองมีความหวงั ในชวี ติ ในทางท่ีดมี ากน้อยเพียงใด ๒. รบั รู้และเขา้ ใจวา่ การคน้ หาส่ิงดี ๆ ทเี่ กิดข้ึนจะช่วยสรา้ งความรกั และความภูมิใจในตนเองและ ผูอ้ ื่นได้ ๓. รับรู้และเข้าใจสาเหตขุ องปัญหาในตนเอง และมองเห็นแนวทางในการแกป้ ญั หา ๔. เข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลและความคิดเห็นของผ้อู ืน่ อยา่ งมีเหตผุ ล ๕. จดั การกับอารมณแ์ ละแสดงออกได้อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ ๖. ร้คู ณุ ลกั ษณะการเป็นทรี่ ักของเพอื่ น และสร้างสัมพันธภาพท่ดี ี ๗. ตัดสนิ ใจและแกป้ ญั หาของตนเองได้ ๘. ค้นหารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพได้ รวม 8 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 201 คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน กจิ กรรมแนะแนว ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น รับรู้และเข้าใจว่าตนเองมีความหวังในชีวิตในทางท่ีดี ค้นหาส่ิงดีท่ีเกิดข้ึนจะช่วยสร้างความ รักและความภาคภูมิใจ มองโลกในแง่ดีนาไปสู่ความรักและนับถือตนเอง เข้าใจสาเหตุของปัญหาและมี แนวทางแก้ไข ยอมรบั ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลและความคดิ เห็นของผู้อ่นื อยา่ งมีเหตุผลในเรอ่ื งอารมณ์ ความรู้สึกทางด้านดีและไม่ดี จัดการกับอารมณ์และแสดงออกได้อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ ด้วยการสังเกต สร้างสัมพันธภาพที่ดี รู้คุณลักษณะที่สาคัญของการเป็นท่ีรักของเพ่ือน ตัดสินใจ แก้ปญั หาของตนและผู้อ่ืน ปฏบิ ัตติ นใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ สว่ นรวม รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั อาชพี เพือ่ พัฒนาตนไปสูเ่ ปา้ หมายในชีวติ ท่ดี ี มองโลกในแง่ดี สามารถตัดสินใจเลือกอาชีพและสง่ิ ท่ีดีที่สุด ในการดาเนนิ ชวี ิตทมี่ ีความสขุ ผลการเรยี นรู้ ๑. รบั ร้แู ละเข้าใจวา่ ตนเองสามารถปรับตัวเขา้ กับสงิ่ แวดล้อมได้ ๒. รับร้แู ละเข้าใจวา่ การคน้ หาส่ิงดี ๆ มีความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ เพอ่ื พฒั นาตนเอง ๓. รบั รู้และเขา้ ใจสาเหตุของปัญหาในตนเองและปัญหาของเพ่ือน ครอบครวั และมองเห็นแนวทาง ในการแกป้ ญั หา ๔. เขา้ ใจและยอมรบั ความแตกตา่ งระหว่างบุคคลและเคารพความคิดเหน็ ของผ้อู ื่นอย่างมีเหตุผล ๕. ควบคุมอารมณแ์ ละพฤติกรรมทแ่ี สดงออกได้อยา่ งเหมาะสมกับวยั และสถานการณ์ ๖. สามารถทาตวั ให้เป็นที่รกั ของเพอื่ น และสรา้ งสัมพันธภาพทด่ี ีกับบุคคลอื่นได้ ๗. ตดั สนิ ใจและแกป้ ัญหาของตนเอง ปัญหาของเพ่ือนในหอ้ งเรียน โรงเรียนได้ ๘. ค้นหารวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกับ การศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพได้ รวม 8 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 202 คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน กจิ กรรมแนะแนว ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น รับรแู้ ละเข้าใจว่าตนเองมคี วามหวังในชวี ติ ในทางทีด่ ี คน้ หาส่ิงดที เี่ กิดขน้ึ จะชว่ ยสร้างความรักและ ความภาคภูมิใจ มองโลกในแง่ดีนาไปสู่ความรักและนับถือตนเอง เข้าใจสาเหตุของปัญหาและมีแนว ทางแก้ไข ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลและความคิดเห็นของผู้อ่ืนอย่างมีเหตุผลในเรื่องอารมณ์ ความรู้สึกทางด้านดีและไม่ดี จัดการกับอารมณ์และแสดงออกได้อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ ด้วยการสังเกต สร้างสัมพันธภาพท่ีดี รู้คุณลักษณะท่ีสาคัญของการเป็นที่รักของเพื่อน ตัดสินใจ แกป้ ัญหาของตนและผ้อู ่ืน ปฏบิ ัติตนให้เป็นประโยชนต์ ่อสว่ นรวม รวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั อาชพี เพอ่ื พฒั นาตนไปสเู่ ปา้ หมายในชีวติ ท่ีดี มองโลกในแง่ดี สามารถตดั สินใจเลือกอาชีพและส่งิ ท่ีดี ทสี่ ุดในการดาเนนิ ชีวติ ท่มี ีความสุข ผลการเรยี นรู ๑. รับรู้และเข้าใจวา่ ตนเองมีความหวังในชีวติ ในทางทดี่ มี ากน้อยเพยี งใด ๒. รับรแู้ ละเขา้ ใจวา่ การคน้ หาสงิ่ ดี ๆ ท่ีเกิดขึน้ จะช่วยสร้างความรกั และความภูมิใจในตนเองและ ผู้อน่ื ได้ ๓. รบั รูแ้ ละเขา้ ใจสาเหตุของปัญหาในตนเอง และมองเหน็ แนวทางในการแกป้ ญั หา ๔. เข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลและความคดิ เหน็ ของผู้อื่นอยา่ งมีเหตุผล ๕. จดั การกับอารมณ์และแสดงออกได้อย่างเหมาะสมกบั วยั และสถานการณ์ ๖. รู้คณุ ลักษณะการเปน็ ทีร่ ักของชมุ ชน และสรา้ งสัมพันธภาพทด่ี ีกับบุคคลอน่ื ๗. ตัดสนิ ใจและแกป้ ัญหาของครอบครัว สังคมและชมุ ชนได้ ๘. ค้นหารวบรวมข้อมูลเกีย่ วกับการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพได้ รวม 8 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 203 คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน กิจกรรมแนะแนว ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น ร้แู ละเขา้ ใจลักษณะเฉพาะของตนได้ดีและมองเหน็ แนวทางในการพัฒนาตน แสวงหาแบบอยา่ งท่ี ดีและเหมาะสมกับตนเองโดยค้นหาเอกลกั ษณแ์ หง่ ตน หาคนทจ่ี ะเปน็ แบบอยา่ งในชวี ิต รู้จกั และเขา้ ใจ ลักษณะทแ่ี ทจ้ รงิ ของตนเอง รกั นับถือตนเองและผู้อืน่ เขา้ ใจสาเหตขุ องปัญหาและมีแนวทางแก้ไข ยอมรับ ความแตกต่างระหวา่ งบุคคล ร้ทู กั ษะการเจรจารูผ้ ลทเ่ี กดิ ข้ึนจาการติดต่อสื่อสาร รู้วธิ ีการจดั การกบั อารมณ์ ของตนเอง สามารถแสดงออกไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วยั และสถานการณ์ ปฏิบัติตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ส่วนรวม รลู้ กั ษณะนิสัยแบบใดท่ีจะทาใหต้ นประสบความสาเร็จ มีมนุษยสมั พันธ์ท่ีดี ทางานร่วมกับผู้อน่ื ได้ ตัดสนิ ใจเลอื กอาชพี ที่เหมาะสมรว่ มแกป้ ัญหาของโรงเรยี นได้ รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ ขอ้ มูลเฉพาะ ดา้ นจากแหลง่ เรยี นรตู้ า่ งๆ เลอื กสรรและใช้ข้อมลู สารสนเทศให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเองและสงั คมได้ ผลการเรียนรู้ ๑. เข้าใจลกั ษณะเฉพาะของตนไดแ้ ละมองเหน็ แนวทางในการพฒั นาตนเพื่อให้มีลักษณะที่ดมี าก ยง่ิ ข้ึน ๒. แสวงหาแบบอย่างท่ดี ีและเหมาะสมกับตนเอง โดยค้นหาเอกลักษณ์แหง่ ตน หาคนที่จะเปน็ แบบอยา่ งในชวี ิต ๓. เขา้ ใจสาเหตุของปัญหาท่ีทาใหต้ นเองไม่มคี วามสุขและมีแนวทางในการแก้ปญั หา ๔. เขา้ ใจและยอมรบั ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล และความคิดเหน็ ของผู้อื่นอยา่ งมเี หตผุ ล ๕. รู้ทกั ษะการเจรจาสามรปู แบบและรู้ว่าควรเลือกใชร้ ปู แบบใดกบั ใคร ในเวลาใดจงึ ทาให้การ เจรจาสอ่ื ความไดผ้ ลตามที่ตนเองต้องการ ๖. เรียนรูผ้ ลทเี่ กิดขึน้ จาการตดิ ต่อส่อื สารกบั บุคคลอ่นื และใชอ้ ารมณ์ที่แตกตา่ งกนั ในแตล่ ะ สถานการณ์ ๗. สามารถจดั การกับอารมณ์ของตนและแสดงออกไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั วยั และสถานการณ์ ๘. ปฏิบตั ติ นใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ สว่ นรวม ๙. รู้ลกั ษณะนิสัยที่ทาให้ตนประสบความสาเร็จในชวี ติ และวเิ คราะห์สง่ิ ท่ีตนมกี บั สง่ิ ที่ตนตอ้ งเพมิ่ พูนได้ ๑๐. ตัง้ ใจฟงั เพื่อนและสื่อความคดิ เหน็ ท่ตี นไดร้ ับจากเพื่อนได้อย่างถูกตอ้ ง โดยอาศยั การมีมนษุ ย สัมพนั ธ์ที่ดีต่อกนั ช่วยใหส้ ามารถทางานตามบทบาทของตนได้ ๑๑. เรียนรวู้ ธิ กี ารทางานรว่ มกับเพ่ือน ร้จู ักการทางานในฐานะประธานและสมาชิกของกลมุ่ สามารถทางาน ตามบทบาทของการเป็นผู้นาและผูต้ ามทดี่ ไี ด้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 204 ๑๒. ค้นหา รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลเฉพาะด้านจากแหล่งเรียนรตู้ ่างๆดว้ ยวธิ ีการท่ี หลากหลาย ๑๓. เลอื กสรรและใช้ขอ้ มูลสารสนเทศด้านประวตั บิ คุ คลสาคญั ใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ ตนเองในการ เลอื กแบบอยา่ งในการดาเนินชีวิต รวม 13 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 205 คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น กิจกรรมแนะแนว ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน รู้และเข้าใจลักษณะเฉพาะของตนได้ดีและมองเห็นแนวทางในการพัฒนาตน แสวงหา แบบอย่างที่ดีและเหมาะสมกับตนเองโดยค้นหาเอกลักษณ์แห่งตน หาคนท่ีจะเป็นแบบอย่างในชีวิต รู้จัก และเขา้ ใจลักษณะที่แท้จริงของตนเอง รักนบั ถอื ตนเองและผูอ้ ่ืนเข้าใจสาเหตุของปัญหาและมีแนวทางแก้ไข ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล รู้ทักษะการเจรจารู้ผลที่เกิดข้ึนจาการติดต่อส่ือสาร รู้วิธีการจัดการ กบั อารมณ์ของตนเอง สามารถแสดงออกได้อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ ปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อ ส่วนรวม รู้ลักษณะนิสัยแบบใดท่ีจะทาให้ตนประสบความสาเรจ็ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ทางานร่วมกับผู้อ่ืน ได้ ตัดสินใจเลือกอาชีพที่เหมาะสมร่วมแก้ปัญหาของโรงเรียนได้ รวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูล เฉพาะด้านจากแหล่งเรยี นรตู้ า่ งๆ เลือกสรรและใชข้ ้อมูลสารสนเทศใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ ตนเองและสังคมได้ ผลการเรียนรู้ ๑. รจู้ ักและเข้าใจลกั ษณะทีแ่ ท้จริงของตนเอง โดยการสารวจตนเองและใหเ้ พ่ือนชว่ ยกันประเมิน ๒. รกั นับถือตนเองและผู้อนื่ โดยร้วู ่าตนเองและเพื่อนมีอะไรดีบา้ งทัง้ ในปจั จุบันและอนาคต ๓. เข้าใจและยอมรบั ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล และความคิดเห็นของผอู้ ืน่ อยา่ งมีเหตผุ ล ๔. รู้ทักษะการเจรจาสามรูปแบบและรู้ว่าควรเลือกใช้รูปแบบใดกับใคร ในเวลาใด จึงทาให้การ เจรจาส่ือความได้ผลตามท่ตี นเองต้องการ ๕. สามารถจัดการกับอารมณ์ของตนและแสดงออกไดอ้ ย่างเหมาะสมกับวยั และสถานการณ์ ๖. รู้วธิ ีการจดั การกบั อารมณ์ของตนเองและสามารถแสดงออกได้อยา่ งเหมาะสมกบั วัยและ สถานการณ์ ๗. ปฏิบัตติ นใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ส่วนรวม ๘. ตัง้ ใจฟังเพ่ือนและส่อื ความคิดเห็นที่ตนไดร้ บั จากเพ่ือนได้อย่างถูกต้อง โดยอาศยั การมีมนษุ ย สมั พนั ธท์ ่ดี ตี ่อกันชว่ ยให้สามารถทางานตามบทบาทของตนได้ ๙. เรยี นรูว้ ิธกี ารทางานรว่ มกับเพอ่ื น ร้จู ักการทางานในฐานะประธานและสมาชกิ ของกลุ่ม สามารถทางาน ตามบทบาทของการเปน็ ผนู้ าและผู้ตามท่ีดีได้ ๑๐. ตดั สินใจเลือกอาชพี ทเ่ี หมาะสมกบั ตนเองได้ ๑๑. ตัดสินใจและร่วมแกไ้ ขปญั หาของโรงเรียนได้ ๑๒. ค้นหา รวบรวม วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ข้อมูลเฉพาะด้านจากแหล่งเรียนรตู้ ่างๆด้วยวธิ กี ารท่ี หลากหลาย

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 206 ๑๓. เลอื กสรรและใชข้ ้อมลู สารสนเทศดา้ นประวัติบุคคลสาคัญใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเองในการ เลอื กแบบอยา่ งในการดาเนนิ ชวี ติ รวม 13 ผลการเรียนรู้ ๒. กจิ กรรมนักเรยี น เป็นกิจกรรมท่ีสง่ เสริมและพฒั นานักเรยี นใหม้ รี ะเบียบวินัย มคี วามเปน็ ผู้นา ผูต้ ามท่ีดี ความรบั ผดิ ชอบ การทางานร่วมกัน การร้จู กั แก้ปญั หา การตดั สนิ ใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลอื แบง่ ปัน เอ้ืออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดใหส้ อดคล้องกบั ความสามารถ ความถนัด และ ความสนใจของนักเรยี นใหป้ ฏบิ ตั ดิ ้วยตนเองทุกขนั้ ตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏบิ ตั ติ าม แผน ประเมนิ และปรับปรงุ การทางาน เนน้ การทางานรว่ มกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม และ สอดคลอ้ งกับวฒุ ภิ าวะของผเู้ รยี นและบรบิ ทของสถานศกึ ษาและท้องถิ่น กจิ กรรมนักเรียน ประกอบดว้ ย ๒.๑ กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี นักเรียนทกุ คนต้องเขา้ ร่วมกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ๔๐ ชั่วโมงตอ่ ปกี ารศึกษา ในระดับประถมศึกษา และ ๒๐ ชวั่ โมงตอ่ ภาคเรียนในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น แนวการจัดกิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี โรงเรยี นผาแดงวทิ ยาไดจ้ ัดกจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารีโดยกาหนดวัตถปุ ระสงค์ เนื้อหาและแนวการ จัดกิจกรรมโดยแบง่ เป็นระดบั ชน้ั ดังนี้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 207 กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ชั้นประถมศึกษาปที ี ๑ กจิ กรรมนักเรยี น (เตรยี มลูกเสอื สารองและลกู เสือสารองดาวดวงท่ี ๑) เวลา 40 ชั่วโมง/ปี เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณและกฎ ของลูกเสือสารอง เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองท่ีมีความเป็น เอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรปุ ผลการปฏิบัติกิจกรรม ปดิ ประชุมกอง ในเรอื่ งตอ่ ไปนี้ ๑. เตรียมลูกเสือสารอง นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว เบ้ืองต้น คาปฏญิ าณ กฎและคตพิ จนข์ องลกู เสือสารอง ๒. ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหา ธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบนั เทงิ การผูกเง่ือน คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สารอง เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๑ สามารถปฏิบัติตามคา ปฏญิ าณ กฎ และคติ พจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟังและพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มี ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน รู้จักบาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือ และฝึกฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความ ม่ันคงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ผลการเรียนรู้ ๑. มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจา เชอ่ื ฟงั และพ่งึ พาตนเองได้ ๒. มคี วามซ่ือสัตย์ สจุ ริต มีระเบียบวินัยและเหน็ อกเหน็ ใจผู้อน่ื ๓. บาเพญ็ ตนเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์ ๔. ทาการฝมี ือและฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รกั ษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมประเพณี ภูมปิ ัญญาท้องถิ่นและ ความมั่นคง ๖. อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ มและลดภาวะโลกรอ้ น ๗. สามารถประยุกตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้ รวม ๗ ผลการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 208 กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ชน้ั ประถมศึกษาปที ี ๒ กจิ กรรมนกั เรยี น (ลกู เสือสารองดาวดวงท่ี ๒) เวลา 40 ช่วั โมง/ปี เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์และ กฎของลูกเสือสารอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองท่ีมีความ เป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจใฝ่รู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและ ปฏบิ ัติกิจกรรม ปิดประชมุ กองในเรื่องตอ่ ไปนี้ ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติ พจน์ของลูกเสือสารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ ทรัพยากรในชุมชนท้องถ่ิน ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือท่ีใช้ วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงท่ีส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิ ปญั ญาทอ้ งถ่ิน อนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ่งิ แวดลอ้ มลดภาวะโลกร้อน เพอ่ื ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๒ สามารถปฏบิ ตั ติ ามคาปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตยส์ ุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและ ฝึกฝนทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญา ท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดล้อม ความม่ันคงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้หลัก ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู้ 1. มีนสิ ัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟงั และพึ่งตนเองได้ 2. มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบยี บวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผู้อนื่ 3. บาเพญ็ ตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 4. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม 5. รกั ษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรมภูมปิ ัญญาท้องถิน่ และความม่นั คงของชาติ 6. อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้ รวม ๖ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 209 กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ชั้นประถมศึกษาปีที ๓ กิจกรรมนักเรยี น (ลกู เสือสารองดาวดวงที่ ๓) เวลา 40 ช่วั โมง/ปี เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์และ กฎของลูกเสือสารอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองที่มีความ เป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจใฝ่รู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปดิ ประชุมกองในเรื่องตอ่ ไปนี้ ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติ พจน์ของลูกเสือสารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ ทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้ วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิ ปัญญาท้องถ่นิ อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติสง่ิ แวดลอ้ มลดภาวะโลกร้อน เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๓ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟังและพ่ึงตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริต มี ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝน ทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง ผลการเรยี นรู้ ๑. มนี ิสัยในการสงั เกต จดจา เชอ่ื ฟังและพง่ึ ตนเองได้ ๒. มีความซ่ือสัตย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวินยั และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน ๓. บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๔. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่นและความมน่ั คงของชาติ ๖. อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพยี งได้ รวม ๖ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 210 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชั้นประถมศกึ ษาปที ี ๔ กจิ กรรมนกั เรยี น (ลูกเสือสามัญ (ลูกเสือตรี) ) เวลา 40 ชั่วโมง/ปี เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติ พจน์ และกฎของลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มี ความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้และมีจิตสานึกในการอนุรักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติ วฒั นธรรมประเพณี ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ลดภาวะโลกรอ้ นและประยุกต์ใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ความรู้เก่ียวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของ Load Baden Powell พระราช ประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หวั วิวัฒนาการของกระบวนการ ลูกเสือไทยและ ลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถวท่ามือ เปลา่ ท่ามอื ไมพ้ ลวง การใชส้ ัญญามอื และนกหวดี การตัง้ แถวและการเรยี นแถว เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสอื สามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติ พจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟัง และพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มี ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝน การทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมัน่ คง ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ผลการเรียนรู้ 1. มนี สิ ัยในการสงั เกต จดจา เชอื่ ฟงั และพ่ึงตนเองได้ 2. มีความซื่อสัตย์สุจรติ มีระเบยี บ วนิ ัยและเหน็ อกเห็นใจผ้อู ่ืน 3. บาเพญ็ ตนเพ่อื ส่งเสรมิ และสาธารณะประโยชน์ 4. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากจิ กรรมต่าง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ 5. รกั ษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น และความมนั่ คงของชาติ 6. อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน 7. สามารถประยุกตใ์ ชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง รวม ๗ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 211 กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชัน้ ประถมศึกษาปีที ๕ กจิ กรรมนักเรยี น ( กจิ กรรมลูกเสือสามัญ (ลูกเสือโท) ) เวลา 40 ชว่ั โมง/ปี เปิดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติ พจน์และกฎของลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญท่ีมีความ เป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ มีจิตสานึกในการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและการประยุกต์ใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทาง ไปยังสถานทต่ี า่ ง ๆ ทางานอดิเรก และเร่ืองทส่ี นใจ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลกู เสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏญิ าณ กฎ และคติ พจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟัง และพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มี ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผอู้ ่ืน บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝน การทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรมและความม่ันคง ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรยี นรู้ 1. มนี สิ ัยในการสังเกต จดจา เช่อื ฟังและพึ่งตนเองได้ 2. มีความซื่อสัตยส์ จุ ริต มรี ะเบียบ วนิ ัยและเหน็ อกเห็นใจผ้อู ่ืน 3. บาเพ็ญตนเพ่อื ส่งเสรมิ และสาธารณะประโยชน์ 4. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ 5. รักษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน และความมน่ั คงของชาติ 6. อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน 7. สามารถประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง รวม ๗ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 212 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คาอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ช้ันประถมศึกษาปที ี ๖ กิจกรรมนกั เรียน ( กิจกรรมลกู เสือสามัญ (ลูกเสือเอก) ) เวลา 40 ช่ัวโมง/ปี เปิดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และ กฎของลูกเสือสามัญ วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การพ่ึงตนเอง การผจญภัย การใช้สัญลักษณ์ สมาชิกลูกเสือสามัญ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ศึกษาธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถ่ินด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ และประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเพ่อื การอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดภาวะโลกรอ้ น เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติ พจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มี ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝน การทากิจกรรม ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีต ประเพณี วัฒนธรรมและความมน่ั คง ประโยชน์และสามารถประยุกตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผลการเรียนรู้ 1. มนี ิสัยในการสงั เกต จดจา เชื่อฟังและพ่ึงตนเองได้ 2. มคี วามซ่ือสัตย์สจุ รติ มีระเบียบ วนิ ัยและเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น 3. บาเพญ็ ตนเพื่อส่งเสรมิ และสาธารณะประโยชน์ 4. ทาการฝมี ือและฝึกฝนทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ 5. รกั ษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ และความมั่นคงของชาติ 6. อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน 7. สามารถประยุกตใ์ ช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง รวม ๗ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 213 กจิ กรรมลกู เสอื สามญั ร่นุ ใหญ่ - เนตรนารี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น อธิบาย บอก ระบุ สาธิต ปฏิบัติตนเกีย่ วกับ กจิ การของคณะลูกเสอื แห่งชาติ กิจการของ คณะลูกเสือโลกและความสมั พนั ธร์ ะหว่างลูกเสือนานาชาติ บทบาทของตนเองในฐานะที่เป็นลกู เสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสือ ระเบยี บแถว การกางเตน็ ท์ท่พี ักแรมในเวลากลางคนื การบรรจุ เคร่อื งหลัง การก่อและจดุ ไฟกลางแจง้ การใชแ้ ผนทีแ่ ละเขม็ ทิศ การผกู เงื่อน การปฐมพยาบาล เครอ่ื งหมายวชิ าพิเศษลกู เสือสามัญรุ่นใหญ่ (นักผจญภัย หัวหน้าคนครวั ผจู้ ดั การค่ายพกั แรม) โดยจัดประสบการณ์ เปิดประชุมกอง ดาเนนิ การตามกระบวนการลกู เสือและจดั กิจกรรมโดยให้ ศกึ ษา วเิ คราะห์ วางแผนปฏิบตั กิ จิ กรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบตั ิกจิ กรรม และปดิ ประชมุ กอง เพื่อพฒั นาลูกเสอื ทั้งทางกาย สตปิ ัญญา จติ ใจ และศลี ธรรม ให้เปน็ พลเมอื งดี มคี วาม รบั ผดิ ชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมใหม้ ีความเจริญก้าวหนา้ เพื่อความสงบสขุ และความม่ันคงของ ประเทศชาติ ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายเกีย่ วกับกิจการของคณะลูกเสือแหง่ ชาติ กจิ การของคณะลกู เสอื โลกและความสัมพันธ์ ระหว่างลกู เสอื นานาชาตไิ ด้ 2. บอกบทบาทของตนเองในฐานะที่เปน็ ลกู เสือสามัญรนุ่ ใหญ่ได้ 3. ยอมรบั และปฏิบัตติ ามคาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื 4. เข้าใจเรือ่ งระเบยี บแถวและปฏบิ ัติได้ 5. กางและร้ือเตน็ ท์ท่ีพกั แรมในเวลากลางคนื ได้ 6. สาธติ การบรรจุส่ิงของตา่ ง ๆ ลงในเครือ่ งหลังไดถ้ ูกต้อง 7. กอ่ และจดุ ไฟกลางแจง้ แล้วปรงุ อาหารได้ 8. สามารถอา่ นและใช้แผนท่ีเข็มทิศได้ 9. สามารถผกู และร้จู กั ประโยชน์ของเง่ือนอย่างนอ้ ย ๑๐ เง่อื น 10. รวู้ ธิ ปี ฏิบตั เิ ก่ียวกับการปฐมพยาบาล 11. ระบเุ รอ่ื งทีพ่ ึงระมดั ระวังเพ่ือความปลอดภยั ท่ัวไปได้ 12. สอบเคร่ืองหมายวิชาพเิ ศษตามที่กาหนดและตามความสนใจของตนเองได้ ๑๓. ซอ่ื สตั ยส์ ุจริต มรี ะเบียบวนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อ่ืน การบาเพ็ญตนเพ่ือสาธารณะประโยชน์ ๑๔. รู้ทาการฝีมอื และใชเ้ วลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์ ๑๕. พัฒนากาย สขุ ภาพจิตและศลี ธรรมทั้งนีโ้ ดยไมเ่ กีย่ วข้องลทั ธกิ ารเมอื งใด ๆ ๑๖. มคี วามรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยดึ มั่นในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมขุ รวม 16 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 214 กจิ กรรมลกู เสอื สามญั รุ่นใหญ่ - เนตรนารี ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน อธิบาย บอก ปฏบิ ตั ิตนเกีย่ วกบั ระเบียบแถวและการเดนิ สวนสนาม คาปฏญิ าณและกฎ ของลูกเสือ เครื่องหมายวิชาพิเศษลูกเสอื สามัญรุ่นใหญ่ นักสะกดรอย นักธรรมชาติวทิ ยา วิธีถกั สายยง ยศลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ กิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์และการช่วยเหลอื ชมุ ชน โดยจัดประสบการณ์ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ ศึกษา วิเคราะห์ วางแผนปฏิบตั กิ ิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏิบตั ิกิจกรรม และปดิ ประชมุ กอง เพ่ือพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สตปิ ัญญา จติ ใจ และศีลธรรม ใหเ้ ป็นพลเมืองดี มคี วาม รับผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มีความเจริญก้าวหน้า เพ่ือความสงบสุขและความม่ันคงของ ประเทศชาติ ผลการเรียนรู้ 1. ปฏบิ ตั ิตามระเบียบแถวและเดนิ สวนสนามได้ถูกต้องและพร้อมเพรียง 2. มคี วามเขา้ ใจคาปฏิญาณและกฎของลกู เสือ 3. สอบได้เคร่ืองหมายวชิ าพิเศษนักสะกดรอย 4. สอบได้เครอื่ งหมายวชิ าพิเศษนักธรรมชาตวิ ทิ ยา 5. สอบเครือ่ งหมายวชิ าพิเศษตามความสนใจของตนเองได้ 6. ถกั สายหนังเครอื่ งหมายสายยงยศของตนเองได้ 7. รู้จกั การบาเพญ็ ประโยชน์ต่อสว่ นรวม ๘. บาเพญ็ ตนเพ่ือสาธารณะประโยชน์ ๙. รทู้ าการฝีมอื และใชเ้ วลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์ ๑๐. พัฒนาสุขภาพกาย สขุ ภาพจิตและมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมทดี่ ีงามท้ังนี้โดยไม่เกย่ี วข้องลทั ธิ การเมืองใด ๆ ๑๑. มีความรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ และยึดมน่ั ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์เป็น ประมุข รวม 11 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 215 กจิ กรรมลกู เสือสามญั ร่นุ ใหญ่ - เนตรนารี ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น อธิบาย บอก ระบุ ปฏิบัติตนเกยี่ วกบั ความหมายและประโยชน์ของการเดนิ ทางสารวจ หลัก ในการจัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องใช้ในการเดินทางสารวจ ประวัติการลูกเสือไทยและลาดับเหตุการณ์ ความเป็นมาในยุคต่าง ๆ วิธีดาเนินการของขบวนการลูกเสือ การบริการและการพัฒนาชุมชน ประโยชน์ท่ี ได้รับจากการบริการชมุ ชน กฎของลกู เสือท่เี กย่ี วกบั การใหบ้ ริการชุมชน การปฐมพยาบาลเบ้อื งต้น การ เคล่ือนย้ายผู้ป่วยด้วยวิธีต่าง ๆ การอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติ ศิลปะทางอักษรศาสตร์และศิลปะ การวจิ ารณ์ การเดนิ ทางไกล การช่วยเหลอื ผู้ประสบภัย การใช้เข็มทศิ การปฏิบตั ิงานในเวลากลางคืน การแปลรหัส เหตฉุ กุ เฉินทางน้า โดยจัดประสบการณ์ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการลกู เสือและจัดกจิ กรรมโดยให้ ศึกษา วเิ คราะห์ วางแผนปฏบิ ัติกิจกรรมตามฐาน โดยเนน้ ระบบหมู่ สรุปผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม และปดิ ประชมุ กอง เพื่อพฒั นาลูกเสือทั้งทางกาย สติปญั ญา จติ ใจ และศลี ธรรม ให้เปน็ พลเมอื งดี มีความ รับผดิ ชอบ ชว่ ยสร้างสรรคส์ งั คมใหม้ ีความเจริญก้าวหนา้ เพ่ือความสงบสขุ และความม่ันคงของ ประเทศชาติ ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายและปฏิบตั ติ นเกย่ี วกับการเดนิ ทางสารวจได้ 2. บอกประวัตกิ ารลกู เสือไทยและวธิ ีดาเนนิ การของขบวนการลกู เสือได้ 3. ระบุถึงประโยชนท์ ีไ่ ดร้ บั จากการบริการชมุ ชนได้ 4. มีความเขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตามกฎของลูกเสือทเี่ กีย่ วกบั การใหบ้ รกิ ารชุมชน 5. ปฐมพยาบาลเบื้องตน้ ได้อย่างถูกต้อง 6. สามารถเคลื่อนยา้ ยผปู้ ่วยดว้ ยวิธีตา่ ง ๆ ได้ 7. อธิบายและปฏบิ ตั ติ นเก่ียวกบั การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม 8. รู้และเขา้ ใจเก่ยี วกบั ศิลปะทางอักษรศาสตรแ์ ละศลิ ปะการวิจารณ์ 9. สามารถเดินทางไกลระยะทาง ๘ กิโลเมตรได้ 10. ปฏบิ ัตติ นในขณะเกิดเหตฉุ ุกเฉินไดอ้ ย่างถูกต้อง ๑๑. มซี ่อื สัตยส์ จุ รติ มีระเบียบวนิ ัย และเหน็ อกเห็นใจผู้อน่ื การบาเพญ็ ตนเพื่อสาธารณะ ประโยชน์ ๑๒. รู้ทาการฝีมอื และการใชเ้ วลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ ๑๓. พฒั นาสุขภาพกาย สุขภาพจิตและมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมที่ดงี าม ทัง้ น้ีโดยไม่เก่ยี วข้องลัทธิ การเมืองใด ๆ ๑๔. มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ และยดึ มน่ั ในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยเ์ ป็น ประมุข รวม 14 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 216 กจิ กรรมลกู เสอื สามัญร่นุ ใหญ่ - เนตรนารี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน อธิบาย บอก ปฏบิ ตั เิ กย่ี วกับ ระเบียบแถวและการเดนิ สวนสนาม การปฐมพยาบาล และเหตุฉุกเฉิน การเคลอ่ื นย้ายผู้ปว่ ยด้วยวิธีตา่ ง ๆ การเดนิ ทางไกล แผนทท่ี หารและเข็มทิศ การผูก เง่ือน การอนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อมทางธรรมชาติ ดาราศาสตร์ วธิ ีถกั สายยงยศลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่ กจิ กรรม บาเพ็ญประโยชน์และการช่วยเหลือชมุ ชน โดยจัดประสบการณ์ เปดิ ประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการลูกเสือและจดั กจิ กรรม โดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผนปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม และปิดประชมุ กอง เพื่อพฒั นาลกู เสือท้งั ทางกาย สตปิ ญั ญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เปน็ พลเมืองดี มคี วามรบั ผิดชอบ ชว่ ยสรา้ งสรรคส์ งั คมใหม้ ีความเจริญก้าวหนา้ เพอ่ื ความสงบสุขและความมน่ั คงของ ประเทศชาติ ผลการเรยี นรู้ 1. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบียบแถวและเดนิ สวนสนามได้ถูกต้องและพร้อมเพรยี ง 2. สอบได้เครอื่ งหมายวิชาพิเศษการพยาบาล 3. สอบได้เคร่อื งหมายวชิ าพิเศษการช่วยผ้ปู ระสบภยั 4. สอบไดเ้ ครื่องหมายวิชาพเิ ศษนกั เดินทางไกล 5. สอบได้เครือ่ งหมายวชิ าพิเศษแผนท่ีทหารและเข็มทิศ 6. สอบได้เคร่ืองหมายวชิ าพเิ ศษนกั บุกเบกิ 7. สอบไดเ้ ครือ่ งหมายวชิ าพิเศษการอนรุ กั ษธ์ รรมชาติ 8. สอบได้เครือ่ งหมายวิชาพเิ ศษนักดาราศาสตร์ 9. สอบได้เครือ่ งหมายวชิ าพเิ ศษผู้พิทักษ์ป่า 10. สอบไดเ้ คร่อื งหมายวิชาพเิ ศษการหามิตร 11. สอบเครอื่ งหมายวิชาพเิ ศษตามความสนใจของตนเองได้ ๑๒.ถักสายหนงั เครอื่ งหมายสายยงยศของตนเองได้ ๑๓. สามารถรว่ มกจิ กรรมพัฒนาชมุ ชนกับชุมชน การบาเพ็ญประโยชนต์ อ่ สว่ นรวม ๑๔. มซี ือ่ สัตย์สุจริต มีระเบยี บวินัย และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อื่น ๑๕. สามารถการฝีมือและการใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ ๑๖. พฒั นาสขุ ภาพกาย จิตและมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมทีด่ ีงามทงั้ น้โี ดยไม่เก่ียวข้องลัทธิการเมอื ง ใด ๆ ๑๗. มีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ และยึดม่ันในระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์เป็น ประมขุ รวม 17 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 217 กจิ กรรมลกู เสือสามัญรุ่นใหญ่ - เนตรนารี ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น อธบิ าย บอก ระบุ ชแี้ จง ปฏบิ ตั ติ นเกีย่ วกบั บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการลกู เสือสามัญร่นุ ใหญ่ หลกั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นพระประมุข ปัญหาส่งิ แวดล้อมใน ท้องถนิ่ วธิ ีการอนรุ ักษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม หลักแหง่ ความปลอดภยั ในการเดินทางสารวจ การผลติ และจดั แสดงผลงานทางศลิ ปะ สมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์ เปดิ ประชมุ กอง ดาเนินการตามกระบวนการลูกเสือและจดั กิจกรรมโดยให้ ศกึ ษา วิเคราะห์ วางแผนปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามฐาน โดยเนน้ ระบบหมู่ สรุปผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม และปดิ ประชมุ กอง เพ่ือพัฒนาลูกเสือท้งั ทางกาย สติปัญญา จติ ใจ และศีลธรรม ใหเ้ ปน็ พลเมืองดี มีความรบั ผิดชอบ ชว่ ยสร้างสรรคส์ ังคมให้มคี วามเจริญก้าวหนา้ เพอ่ื ความสงบสุขและความมั่นคงของ ประเทศชาติ ผลการเรียนรู้ 1. บอกบทบาทหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการลูกเสือสามัญรุ่นใหญแ่ ละแผนการปฏิบตั งิ านได้ 2. ช้แี จงหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นพระประมุขได้ 3. ระบปุ ญั หาสิง่ แวดล้อมในท้องถิน่ วิธกี ารอนุรกั ษ์สง่ิ แวดล้อมและนาไปใช้ในชิตประจาวนั ได้ 4. อธบิ าย วธิ กี าร หลกั แห่งความปลอดภยั ในการเดนิ ทางสารวจดว้ ยเทา้ หรือรถจักรยาน หรือทาง เรอื ได้ 5. เดนิ ทางสารวจดว้ ยเท้าหรอื รถจักรยาน หรือทางเรือตามกฎเกณฑ์ที่กาหนดได้ 6. ผลิตผลงานทางศิลปะและจัดแสดงในที่สาธารณะได้ 7. อธบิ ายวธิ กี าร ประโยชน์ และปฏบิ ัติในการเลน่ กีฬาประเภทบุคคลและประเภททมี ได้ ๘. มีซื่อสตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบียบวินัย และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อน่ื การบาเพ็ญตนเพื่อสาธารณะ ประโยชน์ ๙. รู้ทาการฝีมือและใช้เวลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์ ๑๐. พฒั นาสขุ ภาพกาย จติ และมีคุณธรรม จรยิ ธรรมทด่ี ีงาม ทัง้ น้ีโดยไม่เก่ยี วข้องลัทธิการเมือง ใด ๆ ๑๑. มีความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ และยดึ มั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ เ์ ป็น ประมขุ รวม 11 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 218 กจิ กรรมลูกเสือสามญั รนุ่ ใหญ่ - เนตรนารี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน อธบิ าย บอก ระบุ ชแ้ี จง ปฏิบัตติ นเกีย่ วกบั หลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถอื ปญั หาในสงั คมท่ี เกดิ จากการไมป่ ฏิบัตติ ามคาสอนในศาสนา ความสอดคล้องของคาปฏิญาณ และกฎของลกู เสือกบั หลกั ธรรมในศาสนา ความหมาย จุดมงุ่ หมาย หลักเกณฑ์ และแนวในการจัดการโต้วาที ประวัตแิ ละ หลกั สูตรของลูกเสือสารอง การทาความเคารพหมู่ และทักษะของลกู เสอื สามญั ร่นุ ใหญ่ ผฝู้ กึ สอนในกอง ลูกเสอื สารอง คาปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ กจิ กรรมกลางแจง้ การฝกึ ระเบยี บแถวในระดบั ลกู เสือตรี คณุ สมบัติของผู้นา องค์ประกอบในการสรา้ งความเปน็ ปึกแผน่ โดยจดั ประสบการณ์ เปิดประชุมกอง ดาเนนิ การตามกระบวนการลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ ศึกษา วเิ คราะห์ วางแผนปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามฐาน โดยเนน้ ระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏบิ ัติกิจกรรม และ ปดิ ประชมุ กอง เพ่ือพฒั นาลูกเสือทั้งทางกาย สตปิ ญั ญา จติ ใจ และศีลธรรม ใหเ้ ปน็ พลเมอื งดี มี ความรบั ผดิ ชอบ ช่วยสร้างสรรค์สงั คมให้มคี วามเจริญก้าวหนา้ เพ่ือความสงบสุขและความมน่ั คงของ ประเทศชาติ ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายหลักธรรมของศาสนาท่ตี นนบั ถือและปัญหาในสังคมทีเ่ กิดจากการไมป่ ฏิบตั ิตามหลกั คา สอนในศาสนาได้ 2. อธิบายถึงความสอดคลอ้ งของคาปฏิญาณและกฎของลูกเสอื กบั หลักธรรมในศาสนา และการ ใช้คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื เป็นหลักในการแก้ปัญหาสังคมได้ 3. อธิบายความหมาย จดุ มุง่ หมาย หลักเกณฑ์ และจดั การโตว้ าทีได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม 4. บอกประวัติและหลักสูตรของลกู เสือสามญั รนุ่ ใหญ่ได้ 5. สาธติ การทาความเคารพหม่แู ละทักษะของลูกเสือสามัญรนุ่ ใหญ่ได้ 6. แสดงได้ว่าเปน็ ผ้มู คี วามรู้ความสามารถทีจ่ ะไปช่วยสอนในกองลกู เสอื สามัญรุ่นใหญ่ได้ 7. ช้ีแจงคาปฏญิ าณ กฎของลูกเสือ และความสาคญั ของกิจกรรมกลางแจ้งได้ 8. สาธติ และปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั การฝกึ ระเบียบแถวในระดบั ลูกเสือตรีได้ 9. อธบิ ายคณุ สมบตั ขิ องผูน้ าและองค์ประกอบในการสรา้ งความสามัคคีได้ ๑๐. มซี อ่ื สตั ย์สุจริต มีระเบียบวินยั และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน การบาเพ็ญตนเพ่ือสาธารณะ ประโยชน์ ๑๑. รทู้ าการฝมี ือและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ๑๒. พัฒนาสุขภาพกาย จิตและมีคุณธรรม จริยธรรมทด่ี ีงาม ท้ังน้ีโดยไมเ่ กย่ี วข้องลทั ธิการเมือง ใด ๆ ๑๓. มคี วามรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ และยึดมั่นในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ เ์ ปน็ ประมขุ รวม 13 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 219 ๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ นกั เรียนทกุ คนต้องเขา้ รว่ มกิจกรรมชุมนมุ ๓๐ ชวั่ โมงต่อปี การศึกษาในระดับประถมศึกษา และ ๑๐ – ๑๕ ชว่ั โมงตอ่ ภาคเรยี นในระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น แนวการจัดกจิ กรรมชมุ นุม โรงเรียนผาแดงวทิ ยาไดจ้ ดั กิจกรรมชมุ นมุ โดยกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ เนือ้ หาและแนวการจัด กิจกรรมโดยแบง่ เป็นระดบั ชน้ั ดงั น้ี กิจกรรมชุมนมุ ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ – ๖ เวลาเรียน ๓๐ ช่วั โมง/ปี จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนทีม่ งุ่ สง่ เสรมิ พัฒนาผู้เรยี นใหพ้ ัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ ในเรอื่ ง ของกิจกรรมทเี่ ลือก รจู้ กั เขา้ ใจและเห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อ่นื การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อ่ืน เปน็ การเปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นได้เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง และรจู้ ักใช้เวลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ความเข้าใจ ในกจิ กรรมด้านวิชาการ หรือกจิ กรรมการใฝ่รูใ้ ฝเ่ รยี น หรอื กิจกรรม ด้านกฬี า นนั ทนาการและการสง่ เสริมสุขภาพหรือด้านศิลปะ ดนตรีและนาฏศลิ ป์ หรอื ดา้ นการอนุรักษข์ นม ธรรมเนยี มประเพณี หรือสภาพแวดล้อม เพือ่ การปฏิบตั ิตนจนเกดิ คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อน่ื สามารถพัฒนาบคุ ลิกภาพและปรบั ตวั อยู่ในสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสุข มเี จตคตทิ ด่ี ีตอ่ กจิ กรรมชมุ นมุ มคี ่านิยมท่ดี ี มคี วามรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อยา่ ง พอเพียง มุ่งมัน่ ทางาน รักความเป็นไทย และมจี ิตสาธารณะ และมจี ติ สานึกรบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง ครอบครวั สงั คมและประเทศชาติและสามารถนาหลกั การของชมุ นุมไปใชใ้ นการดาเนนิ ชีวิตประจาวันและอยใู่ นสังคม ได้อยา่ งมคี วามสุข ผลการเรียนรู้ ๑. เกิดความรู้ความเขา้ ใจในกจิ กรรมชมุ นมุ .................. ๒. สามารถปฏิบัติตามข้ันตอนและกระบวนการเรียนรู้ที่กิจกรรมชุมนุม..................กาหนดไวไ้ ด้ ๓. สามารถพัฒนาบคุ ลิกภาพและปรบั ตวั อยู่ร่วมกับสมาชกิ ในกิจกรรมชุมนุมได้อย่างมีความสุข ๔. มเี จตคตทิ ดี่ ีตอ่ กจิ กรรมชุมนุม มีค่านยิ มท่ดี ี รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตย์สจุ ริต มีวนิ ัย ใฝ่ เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง ม่งุ มั่นทางาน รักความเปน็ ไทย และมีจติ สาธารณะ มจี ติ สานกึ รับผิดชอบส่วนรวม ชุมชน และประเทศชาติ ๕. สามารถนาหลกั การท่ีได้ไปใช้ในการดาเนนิ ชวี ติ และอยูใ่ นสังคมได้อย่างมคี วามสขุ ๖. มเี วลาและเขา้ ร่วมกิจกรรมท่ีชุมนมุ จดั ไมน่ ้อยกวา่ ๘๐ % รวม 6 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 220 กจิ กรรมชุมนุม ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ – ๓ เวลาเรียน ๑๐ - ๑๕ ชั่วโมง/ภาคเรยี น จัดกจิ กรรมชุมนุมท่มี ุ่งเนน้ และส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รยี นเกิดการพัฒนาตนเองอยา่ งเต็มศักยภาพ ใน เร่อื งของกิจกรรมชมุ นุม.............................................รูจ้ กั เข้าใจและเห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อื่น การ ยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืน เป็นการเปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรียนได้เลอื กเรียนรู้ คน้ คว้าด้วยตนเองตามความ ถนัดและความสนใจ รวมทั้งการร้จู กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเข้าใจในกจิ กรรมชมุ นุมด้านวิชาการ หรอื ด้านกีฬาและนนั ทนาการ หรอื ด้านกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ หรอื ดา้ นการส่งเสรมิ การอนุรักษ์สง่ิ แวดลอ้ ม หรอื ดา้ นขนบธรรมเนียม ประเพณี หรอื ด้านการละเล่นตา่ งๆ ทงั้ ดนตรีและนาฏศิลป์ หรือด้านศิลปะ เพื่อการปฏบิ ัตจิ นเกดิ คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ในความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สัตย์สุจริต มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ ง พอเพยี ง มุ่งม่ันทางาน รกั ความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ รกั และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น สามารถ พัฒนาบุคลกิ ภาพและปรบั ตัวอยู่ในสังคมได้ มีเจตคติทีด่ ีต่ออาชีพสุจริต มีคา่ นิยมทีด่ ีงาม สามารถนา หลักการของกจิ กรรมไปประยุกต์ใชใ้ นการดาเนินชีวติ เพ่ือการอยใู่ นสังคมได้อยา่ งมีความสุข ผลการเรียนรู้ ๑. เกดิ ความรคู้ วามเข้าใจในกิจกรรมชมุ นมุ .................. ๒. สามารถปฏิบตั ิตามขนั้ ตอนและกระบวนการเรียนร้ทู ่ีกิจกรรมชมุ นมุ ..................กาหนดไว้ได้ ๓. สามารถพฒั นาบคุ ลิกภาพและปรับตัวอยรู่ ่วมกับสมาชกิ ในกจิ กรรมชุมนุมได้อย่างมีความสขุ ๔. มีเจตคติท่ีดตี ่อกิจกรรมชมุ นมุ มคี ่านิยมท่ีดี รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซอ่ื สัตย์สุจรติ มีวินัย ใฝ่ เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันทางาน รักความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ รักและเหน็ คณุ ค่าในตนเอง และผ้อู ่ืน ๕. สามารถนาหลกั การท่ีได้ไปใชใ้ นการดาเนินชีวติ และอยู่ในสงั คมได้อย่างมีความสขุ ๖. มเี วลาเรยี นและเขา้ ร่วมกิจกรรมทชี่ ุมนมุ จดั ไม่น้อยกว่า ๘๐ % รวม 6 ผลการเรียนรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 221 ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นทส่ี ่งเสรมิ ให้นักเรียนบาเพญ็ ตนให้เป็น ประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผดิ ชอบ ความดงี าม ความเสียสละตอ่ สังคม และการมีจติ สาธารณะ เชน่ กจิ กรรมอาสาพฒั นาตา่ งๆ กจิ กรรม สร้างสรรคส์ งั คม นักเรียนทุกคนตอ้ งเขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชวั่ โมงต่อปีการศกึ ษา ในระดับประถมศกึ ษา และ ๕ – ๑๐ ช่ัวโมงตอ่ ภาคเรียนในระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ แนวการจัดกิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ โรงเรียนผาแดงวิทยาได้จัดกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์โดยกาหนดวัตถปุ ระสงค์ เนื้อหาและแนวการจัดกจิ กรรมโดยแบง่ เปน็ ระดับชั้นดังน้ี กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๖ เวลาเรียน ๑๐ ชวั่ โมง/ปี จัดกจิ กรรมที่มุ่งเนน้ และส่งเสริมใหผ้ ู้เรยี นเกิดการพฒั นาตนเอง มคี วามรบั ผดิ ชอบและความ ตระหนัก รกั และเห็นคุณค่าของกจิ กรรมทจี่ ดั ให้ รวมท้ังการร้จู กั ใช้เวลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์ เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจในกจิ กรรม สามารถปฏบิ ตั ติ น จนเกดิ คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ ใน ความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสัตยส์ จุ รติ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งม่นั ทางาน รักความ เป็นไทย และมีจิตสาธารณะ เหน็ คณุ คา่ ของตนเองและผู้อื่น สามารถพัฒนาความคิด ปรบั ตวั อยูใ่ นสงั คม ได้ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความคดิ ริเร่มิ กลา้ แสดงออก มคี ่านิยมท่ีดงี าม สามารถปฏบิ ัตติ นเปน็ แบบอย่างและเข้ารว่ มกจิ กรรมต่างๆ ด้วยความเต็มใจและมีความสขุ ผลการเรยี นรู้ ๑. เขา้ รว่ มกจิ กรรมที่โรงเรยี นจดั และกาหนดอย่างสม่าเสมอ ๒. เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่ีชุมชน สงั คมจัดในดา้ นวันสาคัญของชาติ ศาสนา และขนมธรรมเนียม ประเพณี ๓. เขา้ รว่ มกจิ กรรมบาเพ็ญประโยชนใ์ นทสี่ าธารณะและการเดนิ รนณรงคก์ จิ กรรมทางสังคมต่างๆ ๔. เขา้ รว่ มกิจกรรมรักษาความสะอาด รักษาส่ิงแวดล้อมทั้งในและนอกสถานศึกษา ๕. รว่ มดูแลรักษา ทาความสะอาดและไมท่ าลายทรัพย์สมบัติท่ีเป็นของสาธารณะ ๖. การรจู้ กั ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ ๗. มีจติ สานกึ ในความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริยแ์ ละยดึ มน่ั ในระบอบประชาธปิ ไตยอันมี พระมหากษัตรยิ เ์ ป็นประมขุ รวม 7 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 222 กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ – ๓ เวลาเรยี น ๕ - ๑๐ ช่วั โมง/ภาคเรียน จดั กจิ กรรมที่มุ่งเนน้ และสง่ เสรมิ ให้ผ้เู รยี นเกิดการพฒั นาตนเอง มคี วามรับผดิ ชอบและความ ตระหนกั รกั และเห็นคุณค่าของกจิ กรรมท่ีจดั ให้ รวมทง้ั การรจู้ ักใช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเข้าใจในกจิ กรรม สามารถปฏบิ ัตติ น จนเกดิ คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ ใน ความรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งม่นั ทางาน รกั ความ เป็นไทย และมจี ิตสาธารณะ เหน็ คณุ คา่ ของตนเองและผู้อ่ืน สามารถพัฒนาความคิด ปรบั ตัวอยูใ่ นสงั คม ได้ มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ มีความคิดรเิ รมิ่ กลา้ แสดงออก มคี า่ นยิ มท่ีดงี าม สามารถปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างและเขา้ รว่ มกิจกรรมตา่ งๆ ดว้ ยความเต็มใจและมีความสขุ ผลการเรียนรู้ ๑. เข้ารว่ มกจิ กรรมท่โี รงเรยี นจัดและกาหนดอยา่ งสมา่ เสมอ ๒. เขา้ ร่วมกจิ กรรมทช่ี ุมชน สังคมจัดในดา้ นวันสาคัญของชาติ ศาสนา และขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ๓. เข้ารว่ มกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ในที่สาธารณะและ กจิ กรรมรณรงคเ์ พือ่ การสง่ เสริม อนรุ ักษ์ และการป้องกันและพัฒนา ๔. เขา้ รว่ มกจิ กรรมรกั ษาความสะอาด รกั ษาสิ่งแวดลอ้ มท้ังในและนอกสถานศึกษา ๕. รว่ มจดั กิจกรรมพฒั นาและสนับสนนุ กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๖. การใช้เวลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ ดูแลรกั ษา พัฒนา ปรับปรงุ อนุรกั ษ์สภาพแวดลอ้ มและไม่ ทาลายทรัพยส์ มบตั ทิ ีเ่ ป็นของสาธารณะ ๗. มจี ติ สานกึ ในความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ แ์ ละยดึ มัน่ ในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตรยิ เ์ ป็นประมุข รวม 7 ผลการเรยี นรู้ แนวทางการประเมนิ ผลกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน การประเมินผลการจดั กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นตามหลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวน เปน็ การประเมนิ โดยนกั เรยี นต้องมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรม ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมและมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะเป็นระยะอย่าง ต่อเนอื่ ง มุ่งเน้นใหน้ ักเรียนค้นหาศกั ยภาพของตนสะท้อนแนวคิดจากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม การทางานกลุ่ม และการมจี ติ สาธารณะ โดยใหท้ กุ ฝา่ ยท่เี กย่ี วข้องมีส่วนรว่ มในการประเมนิ โดยมีการประเมนิ ๒ ประการ คือ การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นรายกจิ กรรม และการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพ่ือการตดั สิน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 223 ๑. การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นรายกจิ กรรม โรงเรยี นมแี นวปฏิบตั ิ ดังนี้ ๑.๑ ตรวจสอบเวลาเข้ารว่ มกจิ กรรมของผูเ้ รียนให้เป็นไปตามเกณฑท์ ่ีโรงเรยี นกาหนด คือ ร้อย ละ ๘๐ ของเวลาเรียนในกจิ กรรมนน้ั ๆ(สาหรบั กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชนผ์ เู้ รยี นตอ้ งปฏบิ ัติ กจิ กรรมครบตามโครงสร้างเวลาเรียน) ๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม และมีผลงาน/ชนิ้ งาน/คุณลักษณะ ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่โรงเรยี นกาหนด (ใช้เกณฑ์ทค่ี รูกับนักเรียนท้ังหอ้ งรว่ มกนั กาหนดในกิจกรรม นน้ั ๆ) ๑.๓ ผเู้ รยี นทีม่ เี วลาการเข้ารว่ มกจิ กรรม มีการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม และมผี ลงาน/ช้ินงาน/คุณลกั ษณะ ผ่านการประเมินตามเกณฑท์ ่โี รงเรยี นกาหนด (ใช้เกณฑ์ทคี่ รูกับนักเรยี นทั้งห้องร่วมกันกาหนดในกจิ กรรม นั้น ๆ) เป็นผู้ผ่านการประเมินรายกิจกรรมน้นั ๆ โรงเรียนจะนาผลการประเมนิ ไปบันทึกในระเบยี นแสดงผล การเรียน ๑.๔ ผเู้ รียนทมี่ ีผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑเ์ วลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม และ ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลกั ษณะตามเกณฑ์ทีโ่ รงเรยี นกาหนด ครหู รอื ผู้รบั ผิดชอบต้องดาเนินการซอ่ มเสรมิ และ ประเมินจนผ่าน ทง้ั นี้ควรดาเนินการใหเ้ สร็จสิ้นในปีการศกึ ษานนั้ ยกเวน้ มเี หตุสดุ วสิ ัย(ซ่ึงอยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของโรงเรียน) ๒. การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นเพ่อื การตดั สิน โรงเรียนมแี นวปฏิบตั ิ ดงั นี้ การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนเพ่อื การตดั สินเลื่อนชนั้ และจบระดบั การศึกษา เปน็ การ ประเมนิ การผา่ นกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนเปน็ รายป/ี รายภาค เพอื่ สรปุ ผลการผา่ นในแต่ละกิจกรรม ๑) สรุปผลรวมเพอ่ื เล่อื นชัน้ ๒) ประมวลผลรวมในปสี ุดท้ายเพ่อื จบแต่ละระดับการศกึ ษา โรงเรยี นมแี นวปฏิบัติดังนี้ ๒.๑ กาหนดใหค้ รูทรี่ ับผดิ ชอบในแตล่ ะกิจกรรมนาผลการประเมินมาสง่ ให้ครูประจาช้ัน/ครทู ี่ ปรกึ ษา/ฝา่ ยทะเบียนวัดผล ทาหนา้ ท่รี วบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ของผู้เรียนทุก คนตลอดระดับการศกึ ษา ๒.๒ ครปู ระจาชน้ั /ครทู ีป่ รึกษา/ฝา่ ยทะเบียนวัดผล ทาหน้าทสี่ รุปและตดั สนิ ผลการรว่ มกิจกรรม พฒั นาผ้เู รียนของผู้เรยี นเป็นรายบคุ คลตามเกณฑ์ที่โรงเรยี นกาหนด ซง่ึ เกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษาที่ โรงเรยี นกาหนดนั้น ผ้เู รยี นจะตอ้ งผ่านกจิ กรรม ๓ กิจกรรมสาคัญ ดงั น้ี ๒.๒.๑ กจิ กรรมแนะแนว ๒.๒.๒ กิจกรรมนักเรียน ไดแ้ ก่ ๑) กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี ๒) กจิ กรรมชุมนมุ ๒.๒.๓ กจิ กรรมเพอ่ื พฒั นาสังคมและสาธารณประโยชน์

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 224 ๒.๓ ครูประจาชัน้ /ครทู ่ปี รกึ ษา/ฝ่ายทะเบียนวดั ผล เสนอผลการประเมนิ ต่อคณะอนุกรรมการ กลมุ่ สาระการเรียนรู้และกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี นเพ่ือให้ความเหน็ ชอบ ๒.๔ ครูประจาชัน้ /ครูท่ปี รกึ ษา/ฝา่ ยทะเบยี นวดั ผลเสนอผู้บริหารสถานศึกษาพจิ ารณาเพื่ออนุมัติ ผลการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ผ่านเกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษา เกณฑ์การตดั สิน โรงเรยี นกาหนดเกณฑ์การตัดสินไวด้ ังน้ี ๑. กาหนดคุณภาพ/เกณฑก์ ารประเมนิ ตามหลกั สตู รโรงเรียนบ้านนานวนพุทธศักราช ๒๕๕๓ ซง่ึ กาหนดไว้ ๒ ระดับ คอื ผ่าน และ ไม่ผ่าน ๒. กาหนดประเด็นการประเมินใหส้ อดคล้องตามวตั ถุประสงค์ในแต่ละกจิ กรรม และกาหนดเกณฑ์ การผา่ นการประเมนิ ดังนี้ ๒.๑ เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินรายกิจกรรม ผ่าน หมายถึง ผูเ้ รยี นมเี วลาเข้ารว่ มกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบัตกิ ิจกรรม และมี ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะผ่านการประเมินตามเกณฑ์ทโ่ี รงเรียนกาหนด (ใชเ้ กณฑ์ทค่ี รูกบั นักเรยี นทั้งห้อง ร่วมกันกาหนดในกจิ กรรมน้ัน ๆ) ไม่ผา่ น หมายถึง ผเู้ รยี นมเี วลาเข้าร่วมกจิ กรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผา่ นการปฏิบัติ กิจกรรม หรอื มผี ลงาน/ชนิ้ งาน/คุณลกั ษณะไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ทโ่ี รงเรยี นกาหนด ๒.๒ เกณฑก์ ารตดั สินผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นรายปี/รายภาค ผ่าน หมายถงึ ผ้เู รียนมผี ลการประเมนิ ระดับ “ผา่ น” ในกิจกรรมสาคัญทั้ง ๓ กจิ กรรม คือ กิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมนักเรียน และกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรยี นมีผลการประเมินระดบั “ไม่ผ่าน” ในกิจกรรมสาคัญกิจกรรมใด กจิ กรรมหนึ่งจาก ๓ กจิ กรรม คอื กิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน และกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและ สาธารณประโยชน์ ๒.๓ เกณฑ์การตดั สินผลการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นเพอื่ จบระดับการศึกษา ผ่าน หมายถงึ ผเู้ รียนมีผลการประเมนิ ระดบั “ผ่าน” ทุกช้ันปีในระดับการศึกษาน้ัน ไมผ่ ่าน หมายถึง ผเู้ รียนมีผลการประเมนิ ระดบั “ไม่ผ่าน” บางช้ันปใี นระดับการศึกษานนั้

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 225 การจัดการศึกษา การจดั การศกึ ษาสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การจัดการศึกษาบางประเภทสาหรบั กลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะ เชน่ การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษา สาหรับผมู้ ีความสามารถพเิ ศษ การศึกษาทางเลอื ก การศกึ ษาสาหรับผู้ดอ้ ยโอกาส การศึกษาตามอธั ยาศยั สามารถนาหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐานไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม กับสภาพและบริบท ของแต่ละกลุ่มเปา้ หมาย โดยให้มีคุณภาพตามมาตรฐานทีก่ าหนด ทั้งนีใ้ ห้เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และวิธีการ ทีก่ ระทรวงศึกษาธิการกาหนด การจดั การเรยี นรู้ การจดั การเรียนร้เู ปน็ กระบวนการสาคญั ในการนาหลักสตู รสู่การปฏิบตั ิ หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนผาแดงวทิ ยาเปน็ หลักสตู รทม่ี ีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ของผเู้ รียน เปน็ เป้าหมายสาหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชน ในการพัฒนาผู้เรียนใหม้ ีคุณสมบตั ิตามเป้าหมายหลกั สตู ร ผสู้ อนพยายามคดั สรรกระบวนการ เรียนรู้ จัดการเรยี นรู้โดยชว่ ยใหผ้ ้เู รยี นเรยี นรูผ้ ่านสาระท่กี าหนดไวใ้ นหลกั สูตร ๘ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ รวมทง้ั ปลกู ฝงั เสรมิ สรา้ งคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ พัฒนาทกั ษะต่าง ๆ อนั เปน็ สมรรถนะสาคัญใหผ้ ้เู รียน บรรลตุ ามเปา้ หมาย ๑. หลกั การจดั การเรยี นรู้ การจดั การเรียนรู้เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นมีความรคู้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคญั และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ตามท่ีกาหนดไวใ้ นหลักสตู รโรงเรยี นผาแดงวิทยาโดยยึดหลกั ว่า ผเู้ รียนมี ความสาคัญทส่ี ุด เช่ือวา่ ทุกคนมคี วามสามารถเรียนรูแ้ ละพัฒนาตนเองได้ ยดึ ประโยชนท์ เ่ี กดิ กับผูเ้ รยี น กระบวนการจัดการเรยี นรตู้ ้องสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี น สามารถพัฒนาตามธรรมชาตแิ ละเต็มตามศักยภาพ คานึงถงึ ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลและพฒั นาการทางสมอง เน้นใหค้ วามสาคัญท้ังความรู้ และคุณธรรม ๒. กระบวนการเรียนรู้ การจดั การเรยี นรทู้ ่เี น้นผเู้ รียนเป็นสาคญั ผู้เรยี นจะต้องอาศยั กระบวนการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย เป็นเครอ่ื งมอื ทจี่ ะนาพาตนเองไปสเู่ ป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ทจี่ าเป็นสาหรับผเู้ รยี น อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา กระบวนการเรยี นรู้ จากประสบการณ์จริง กระบวนการ ปฏบิ ตั ิ ลงมือทาจริง กระบวนการจดั การ กระบวนการวิจยั กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสยั

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 226 กระบวนการเหลา่ น้เี ปน็ แนวทางในการจดั การเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรไดร้ ับการฝกึ ฝน พัฒนา เพราะจะ สามารถชว่ ยใหผ้ ูเ้ รียนเกดิ การเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดงั นั้น ผสู้ อนจึงจาเป็นตอ้ งศึกษาทา ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรูต้ า่ ง ๆ เพ่อื ใหส้ ามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมี ประสิทธิภาพ ๓. การออกแบบการจัดการเรยี นรู้ ผสู้ อนต้องศึกษาหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนผาแดงวิทยาให้เขา้ ใจถึงมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และสาระการเรยี นรู้ทีเ่ หมาะสมกบั ผเู้ รยี น แล้วจึงพจิ ารณาออกแบบการจดั การเรยี นรโู้ ดยเลอื กใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้ การวัด และประเมินผล เพอื่ ให้ผ้เู รยี นได้พัฒนาเตม็ ตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายท่ีกาหนด ๔. บทบาทของผสู้ อนและผเู้ รยี น การจัดการเรยี นรู้เพ่ือให้ผเู้ รียนมีคณุ ภาพตามเป้าหมายของหลักสตู ร ท้ังผู้สอนและผู้เรียนควรมี บทบาท ดงั นี้ ๔.๑ บทบาทของผสู้ อน ๑) ศึกษาวิเคราะหผ์ ้เู รยี นเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมลู มาใชใ้ นการวางแผนการจัดการ เรยี นรู้ ที่ทา้ ทายความสามารถของผ้เู รียน ๒) กาหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดข้ึนกับผู้เรียน ดา้ นความรู้และทักษะ กระบวนการ ที่ เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสมั พนั ธ์ รวมทงั้ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๓) ออกแบบการเรียนร้แู ละจดั การเรยี นรู้ท่ตี อบสนองความแตกต่างระหวา่ งบุคคลและ พัฒนาการทางสมอง เพ่ือนาผู้เรยี นไปส่เู ป้าหมาย ๔) จัดบรรยากาศท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผเู้ รยี นให้เกิดการเรยี นรู้ ๕) จดั เตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกบั กิจกรรม นาภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ เทคโนโลยีท่ี เหมาะสมมาประยุกต์ใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน ๖) ประเมนิ ความกา้ วหน้าของผู้เรียนด้วยวธิ ีการทห่ี ลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาตขิ อง วชิ าและระดบั พฒั นาการของผู้เรียน ๗) วเิ คราะหผ์ ลการประเมนิ มาใช้ในการซอ่ มเสรมิ และพฒั นาผูเ้ รียน รวมท้ังปรับปรงุ การ จดั การเรยี นการสอนของตนเอง ๔.๒ บทบาทของผเู้ รียน ๑) กาหนดเปา้ หมาย วางแผน และรบั ผดิ ชอบการเรียนรขู้ องตนเอง ๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรยี นรู้ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งคาถาม คดิ หาคาตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาดว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ ๓) ลงมือปฏิบัติจรงิ สรุปส่ิงทีไ่ ดเ้ รียนร้ดู ้วยตนเอง และนาความรไู้ ปประยกุ ต์ใชใ้ น สถานการณ์ต่าง ๆ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 227 ๔) มปี ฏิสัมพันธ์ ทางาน ทากิจกรรมร่วมกบั กลุม่ และครู ๕) ประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรยี นรขู้ องตนเองอย่างต่อเนื่อง สอ่ื การเรียนรู้ สื่อการเรียนรูเ้ ป็นเคร่อื งมอื สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การจัดการกระบวนการเรยี นรู้ ให้ผ้เู รียนเข้าถงึ ความรู้ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลกั สตู รไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ สอ่ื การ เรยี นรู้มีหลากหลายประเภท ทั้งส่ือธรรมชาติ ส่ือสิ่งพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยี และเครือขา่ ยการเรียนรตู้ า่ ง ๆ ท่ีมี ในท้องถนิ่ การเลือกใช้สือ่ ควรเลือกใหม้ ีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลลี าการเรียนรทู้ ่ี หลากหลายของผเู้ รียน การจัดหาส่ือการเรยี นรู้ ผู้เรียนและผ้สู อนสามารถจัดทาและพฒั นาขนึ้ เอง หรอื ปรับปรงุ เลือกใช้ อย่างมีคณุ ภาพจากสือ่ ต่าง ๆ ทม่ี อี ยู่รอบตัวเพื่อนามาใช้ประกอบในการจดั การเรียนร้ทู ่ีสามารถสง่ เสริมและ สื่อสารใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรยี นรู้ โดยโรงเรียนผาแดงวิทยาได้ดาเนนิ การดงั นี้ ๑. จดั ให้มีแหลง่ การเรยี นรู้ ศูนยส์ ่อื การเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือขา่ ยการ เรียนร้ทู ี่มปี ระสทิ ธภิ าพทง้ั ในสถานศกึ ษาและในชุมชน เพือ่ การศกึ ษาคน้ ควา้ และการแลกเปลีย่ น ประสบการณ์การเรียนรู้ ระหวา่ งโรงเรยี น ทอ้ งถน่ิ ชมุ ชน สังคมโลก ๒. จดั ทาและจดั หาสอื่ การเรียนรูส้ าหรับการศกึ ษาคน้ ควา้ ของผูเ้ รยี น เสริมความรใู้ หผ้ ูส้ อนรวมท้งั จัดหาสงิ่ ทมี่ อี ยู่ในท้องถ่นิ มาประยุกต์ใช้เปน็ ส่ือการเรยี นรู้ ๓. เลือกและใช้ส่อื การเรยี นรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มคี วามหลากหลาย สอดคล้องกับ วธิ กี ารเรยี นรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ๔. ประเมินคณุ ภาพของส่ือการเรียนรู้ท่ีเลอื กใชอ้ ย่างเป็นระบบ ๕. ศึกษาคน้ คว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสอื่ การเรยี นรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรยี นรูข้ องผู้เรียน ๖. จัดให้มกี ารกากับ ตดิ ตาม ประเมนิ คุณภาพและประสทิ ธิภาพเกย่ี วกบั ส่ือและการใช้สื่อการ เรียนรู้เปน็ ระยะ ๆ และสม่าเสมอ ในการจดั ทา การเลือกใช้ และการประเมนิ คณุ ภาพส่ือการเรียนรทู้ ี่ใช้ในโรงเรียนได้คานึงถงึ หลักการสาคญั ของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกบั หลักสูตร วัตถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ การออกแบบ กจิ กรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ใหผ้ ู้เรียน เนื้อหามีความถูกตอ้ งและทนั สมยั ไม่กระทบความมั่นคง ของชาติ ไม่ขดั ต่อศลี ธรรม มกี ารใช้ภาษาท่ีถูกต้อง รูปแบบการนาเสนอท่ีเข้าใจง่าย และนา่ สนใจ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 228 การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ของผเู้ รยี นต้องอยู่บนหลักการพืน้ ฐานสองประการคือ การ ประเมินเพ่อื พฒั นาผู้เรยี นและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพฒั นาคุณภาพการเรยี นรู้ของผู้เรยี นให้ประสบ ผลสาเร็จนั้น ผู้เรียนจะตอ้ งได้รับการพฒั นาและประเมินตามตวั ช้วี ดั เพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสาคญั และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผเู้ รียนซง่ึ เปน็ เปา้ หมายหลักในการวัดและ ประเมนิ ผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดบั สถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนที่การศกึ ษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใชผ้ ลการ ประเมนิ เปน็ ขอ้ มลู และสารสนเทศทแ่ี สดงพฒั นาการ ความกา้ วหน้า และความสาเรจ็ ทางการเรยี นของ ผ้เู รียนตลอดจนข้อมลู ทเ่ี ป็นประโยชนต์ อ่ การส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การพัฒนาและเรียนรู้อย่างเตม็ ตาม ศักยภาพ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ แบ่งออกเปน็ ๔ ระดบั ไดแ้ ก่ ระดับชั้นเรียน ระดบั สถานศึกษา ระดบั เขตพนื้ ท่ีการศึกษา และระดบั ชาติ มรี ายละเอียด ดงั น้ี ๑. การประเมินระดบั ช้นั เรียน เป็นการวดั และประเมินผลท่อี ย่ใู นกระบวนการจดั การเรียนรู้ ผสู้ อนดาเนินการเปน็ ปกติและ สมา่ เสมอ ในการจดั การเรยี นการสอน ใชเ้ ทคนิคการประเมินอยา่ งหลากหลาย เช่น การซักถาม การสงั เกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใชแ้ บบทดสอบ ฯลฯ โดยผูส้ อนเปน็ ผ้ปู ระเมนิ เองหรือเปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นประเมินตนเอง เพ่ือนประเมนิ เพื่อน ผปู้ กครอง รว่ มประเมิน ในกรณที ่ีไมผ่ า่ นตัวช้ีวัดใหม้ ีการสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชัน้ เรยี นเปน็ การตรวจสอบวา่ ผเู้ รยี นมีพัฒนาการความก้าวหนา้ ในการเรยี นรู้ อนั เป็นผลมาจากการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพยี งใด มสี ิง่ ท่ีจะต้องได้รับการ พัฒนาปรับปรุงและสง่ เสรมิ ในดา้ นใด นอกจากนย้ี งั เปน็ ข้อมลู ให้ผู้สอนใช้ปรบั ปรุงการเรียนการสอนของตน ด้วย ทงั้ น้โี ดยสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชวี้ ัด ๒. การประเมนิ ระดับสถานศกึ ษา เปน็ การประเมินที่สถานศึกษาดาเนนิ การเพอื่ ตดั สนิ ผลการเรยี นของผเู้ รยี นเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน นอกจากนเ้ี พื่อให้ไดข้ ้อมลู เกีย่ วกบั การจดั การศึกษาของสถานศกึ ษา ว่าส่งผลต่อการเรยี นรขู้ องผู้เรยี นตาม เป้าหมายหรือไม่ ผเู้ รยี นมีจดุ พัฒนาในดา้ นใด รวมทง้ั สามารถนาผลการเรียนของผเู้ รยี นในสถานศึกษา เปรยี บเทยี บกับเกณฑ์ระดบั ชาติ ผลการประเมินระดบั สถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศ เพ่ือการ ปรับปรงุ นโยบาย หลกั สูตร โครงการ หรอื วธิ ีการจดั การเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจดั ทาแผนพฒั นา คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกนั คุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัด

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 229 การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพ้ืนฐานผู้ปกครองและชมุ ชน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 230 ๓. การประเมนิ ระดับเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา เปน็ การประเมนิ คุณภาพผู้เรียนในระดบั เขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน เพ่ือใชเ้ ป็นข้อมลู พื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของเขต พน้ื ทีก่ ารศกึ ษาตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนนิ การโดยประเมนิ คุณภาพผลสมั ฤทธข์ิ องผู้เรียน ดว้ ยข้อสอบมาตรฐานท่ีจัดทาและดาเนนิ การโดยเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา หรือดว้ ยความรว่ มมือกบั หน่วยงานตน้ สงั กดั ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากน้ยี ังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับ สถานศึกษาในเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา ๔. การประเมนิ ระดบั ชาติ เป็นการประเมนิ คุณภาพผู้เรยี นในระดับชาติ ตามมาตรฐานการเรยี นรตู้ ามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขัน้ พื้นฐาน สถานศึกษาต้องจดั ให้ผูเ้ รียนทุกคนทีเ่ รียนในช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ ชน้ั ประถมศึกษา ปีท่ี ๖ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ และชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ เขา้ รบั การประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมลู ในการเทียบเคยี งคุณภาพการศึกษาในระดับตา่ ง ๆ เพ่ือนาไปใชใ้ นการวางแผนยกระดบั คุณภาพการจัด การศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนนุ การตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ ขอ้ มลู การประเมนิ ในระดับต่าง ๆ ข้างตน้ เปน็ ประโยชนต์ ่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวนพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน ถอื เปน็ ภาระความรับผดิ ชอบของสถานศึกษาทีจ่ ะต้องจัดระบบดแู ล ชว่ ยเหลอื ปรบั ปรงุ แก้ไข สง่ เสรมิ สนับสนนุ เพ่ือใหผ้ ู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพ้ืนฐานความแตกต่าง ระหว่างบคุ คลท่จี าแนกตามสภาพปญั หาและความต้องการ ไดแ้ ก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัวไป กลมุ่ ผู้เรียนทม่ี ี ความสามารถพิเศษ กลมุ่ ผเู้ รียนทม่ี ีผลสัมฤทธิท์ างการเรียนตา่ กลุ่มผูเ้ รียนที่มีปัญหาด้านวนิ ัยและพฤตกิ รรม กลุม่ ผู้เรยี นทีป่ ฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกจิ และสังคม กลุ่มพกิ ารทางร่างกายและ สตปิ ญั ญา เปน็ ต้น ขอ้ มลู จากการประเมินจงึ เปน็ หวั ใจของสถานศกึ ษาในการดาเนนิ การช่วยเหลือผู้เรยี นได้ ทนั ทว่ งที ปดิ โอกาสให้ผเู้ รยี นไดร้ ับการพฒั นาและประสบความสาเร็จในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผู้รบั ผิดชอบจดั การศึกษาจะต้องจดั ทาระเบยี บวา่ ดว้ ยการวัดและ ประเมนิ ผลการเรยี นของสถานศกึ ษาให้สอดคล้องและเปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัติทเี่ ปน็ ขอ้ กาหนดของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพื่อใหบ้ ุคลากรทเี่ กย่ี วข้องทุกฝ่ายถือปฏบิ ัตริ ว่ มกัน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 231 เกณฑก์ ารวดั และประเมินผลการเรียน ๑. การตดั สนิ การให้ระดับ และการรายงานผลการเรยี น ๑.๑ การตัดสนิ ผลการเรียน ในการตดั สนิ ผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนนนั้ ผู้สอนต้องคานงึ ถึงการพฒั นาผเู้ รยี นแต่ละคนเปน็ หลกั และต้องเกบ็ ขอ้ มูลของผเู้ รียนทกุ ดา้ นอยา่ งสม่าเสมอและต่อเน่ืองในแตล่ ะภาคเรยี น รวมทัง้ สอนซ่อม เสริมผเู้ รยี นใหพ้ ฒั นาจนเตม็ ตามศักยภาพ ระดบั ประถมศึกษา ๑) ผเู้ รียนตอ้ งมีเวลาเรยี นไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทัง้ หมด ๒) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รบั การประเมนิ ทกุ ตวั ชวี้ ัด และผ่านตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากาหนด (รอ้ ยละ ๗๕) ๓) ผ้เู รียนตอ้ งไดร้ บั การตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ๔) ผเู้ รยี นต้องได้รบั การประเมิน และมผี ลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนด ในการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน (มีเวลาเขา้ ร่วม กจิ กรรมทรี่ ้อยละ ๘๐ และผลการเข้ารว่ มกจิ กรรมเป็น ผ่าน) ระดับมัธยมศึกษา ๑) ตัดสนิ ผลการเรยี นเป็นรายวิชา ผเู้ รียนต้องมีเวลาเรยี นตลอดภาคเรยี น ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ ๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทกุ ตัวชี้วัด และผา่ นตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากาหนด (รอ้ ยละ ๗๕) ๓) ผู้เรยี นตอ้ งไดร้ ับการตดั สินผลการเรียนทกุ รายวชิ า ๔) ผู้เรียนตอ้ งได้รบั การประเมิน และมผี ลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากาหนด ในการอ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน (มีเวลาเขา้ รว่ ม กจิ กรรมทรี่ ้อยละ ๘๐ และผลการเขา้ รว่ มกจิ กรรมเปน็ ผา่ น) การพิจารณาเลอื่ นชั้นทัง้ ระดบั ประถมศึกษาและมธั ยมศกึ ษา ถา้ ผู้เรยี นมขี อ้ บกพร่องเพียง เลก็ นอ้ ย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของ สถานศกึ ษาท่ีจะผ่อนผันใหเ้ ล่ือนชัน้ ได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวชิ าจานวนมาก และมีแนวโนม้ ว่าจะเป็น ปญั หาตอ่ การเรียนในระดบั ชนั้ ท่สี งู ข้ึน สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพจิ ารณาให้เรยี นซา้ ชั้นได้ ท้ังนใี้ ห้ คานึงถงึ วฒุ ภิ าวะและความรู้ความสามารถของผูเ้ รยี นเปน็ สาคญั

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 232 ๑.๒ การใหร้ ะดับผลการเรยี น ระดับประถมศึกษา ในการตดั สินเพอ่ื ใหร้ ะดบั ผลการเรยี นรายวชิ า ใหใ้ ช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรยี นเป็น ๘ ระดับ คะแนนร้อยละ ระดับผลการเรยี น ๘๐ - ๑๐๐ ๔ ๗๕ - ๗๙ ๓.๕ ๗๐ - ๗๔ ๓ ๖๕ - ๖๙ ๒.๕ ๖๐ - ๖๔ ๒ ๕๕ - ๕๙ ๑.๕ ๕๐ - ๕๔ ๑ ๐ - ๔๙ ๐ การประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคน์ น้ั ใหร้ ะดับผล การประเมนิ เป็น ดเี ยยี่ ม ดี และผ่าน การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน จะตอ้ งพจิ ารณาท้งั เวลาการเขา้ รว่ มกจิ กรรม การปฏิบตั ิ กิจกรรมและผลงานของผู้เรียนโดยนักเรยี นจะต้องเวลาเขา้ รว่ มกิจกรรมไมต่ ่ากวา่ ร้อยละ ๘๐ และมีผลการ เข้ารว่ มกิจกรรมเป็นผ่าน ระดับมธั ยมศึกษา ในการตดั สินเพื่อให้ระดับผลการเรยี นรายวชิ า ให้ใชต้ ัวเลขแสดงระดับผลการเรยี นเปน็ ๘ ระดับ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผล การประเมนิ เป็น ดีเยย่ี ม ดี และผ่าน การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน จะตอ้ งพิจารณาทงั้ เวลาการเข้ารว่ มกิจกรรม การปฏิบตั ิ กจิ กรรมและผลงานของผู้เรียน โดยนกั เรียนจะตอ้ งเวลาเข้าร่วมกจิ กรรมไม่ต่ากว่าร้อยละ ๘๐ และมผี ลการ เขา้ รว่ มกจิ กรรมเปน็ ผา่ น ๑.๓ การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรยี นเป็นการสื่อสารใหผ้ ู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการ เรียนรขู้ องผู้เรียน ซ่ึงสถานศกึ ษาต้องสรปุ ผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานใหผ้ ปู้ กครองทราบเป็น ระยะ ๆ หรอื อยา่ งน้อยภาคเรียนละ ๑ คร้ัง

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 233 การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผูเ้ รยี นที่สะทอ้ น มาตรฐานการเรียนรกู้ ลุ่มสาระการเรียนรู้ ๒.เกณฑก์ ารจบการศึกษา หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน กาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการศึกษาเป็น ๓ ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น และระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๒.๑ เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศึกษา ๑) ผ้เู รยี นเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวชิ า/กิจกรรมเพิม่ เติม โดยเปน็ รายวิชาพ้นื ฐาน ตาม โครงสร้างเวลาเรยี น ทีห่ ลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐานกาหนด /รายวชิ า/ กิจกรรมเพิม่ เติมตามที่ สถานศกึ ษากาหนด ๒) ผูเ้ รยี นต้องมีผลการประเมินรายวชิ าพน้ื ฐาน ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ตามท่ีสถานศึกษากาหนด ๓) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน ในระดับผา่ น เกณฑ์ การประเมนิ ตามทีส่ ถานศกึ ษากาหนด ๔) ผู้เรียนมผี ลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามท่ี สถานศึกษากาหนด ๕) ผเู้ รียนเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนและมีผลการประเมนิ ผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามท่ี สถานศกึ ษากาหนด ๒.๒ เกณฑ์การจบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น ๑) ผู้เรียนรายวชิ าพนื้ ฐานและเพ่ิมเติม โดยเปน็ รายวชิ าพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวชิ า เพิม่ เติมตามทส่ี ถานศึกษากาหนด ๒) ผู้เรยี นต้องไดห้ น่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หนว่ ยกติ โดยเปน็ รายวิชาพืน้ ฐาน ๖๖ หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ไม่น้อยกวา่ ๑๑ หน่วยกิต ๓) ผเู้ รียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น ในระดบั ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ตามท่สี ถานศึกษากาหนด ๔) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามที่ สถานศึกษากาหนด ๕) ผเู้ รียนเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นและมีผลการประเมินผา่ นเกณฑ์การประเมินตามท่ี สถานศึกษากาหนด สาหรบั การจบการศึกษาสาหรับกล่มุ เป้าหมายเฉพาะ เช่น การศกึ ษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรบั ผู้มคี วามสามารถพเิ ศษ การศึกษาทางเลอื ก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศกึ ษาตามอัธยาศยั ให้ คณะกรรมการของสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และผูท้ ี่เกีย่ วข้อง ดาเนนิ การวัดและประเมินผลการ เรียนรูต้ ามหลกั เกณฑใ์ นแนวปฏบิ ัตกิ ารวัดและประเมินผลการเรียนร้ขู องหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน พ้ืนฐานสาหรบั กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 234 เอกสารหลกั ฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญท่บี ันทึกผลการเรียน ข้อมลู และสารสนเทศท่ี เกีย่ วข้องกบั พฒั นาการของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ แบง่ ออกเป็น ๒ ประเภท ดงั น้ี ๑. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาที่กระทรวงศกึ ษาธิการกาหนด ๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เปน็ เอกสารแสดงผลการเรยี นและรบั รองผลการเรียนของผเู้ รียนตามรายวิชา ผลการประเมิน การอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการ ประเมินกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมลู และออกเอกสารน้ใี ห้ผู้เรยี นเป็นรายบุคคล เมื่อ ผเู้ รียนจบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) จบการศึกษาภาคบังคบั (ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓) หรือเม่ือลาออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี ๑.๒ ประกาศนียบัตร เปน็ เอกสารแสดงวฒุ ิการศึกษาเพื่อรับรองศักดิ์และสิทธขิ์ องผจู้ บการศึกษา ท่ีสถานศกึ ษาใหไ้ ว้ แก่ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ และผ้จู บการศึกษาขัน้ พ้นื ฐานตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน ๑.๓ แบบรายงานผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา เปน็ เอกสารอนมุ ตั ิการจบหลกั สตู รโดยบนั ทึกรายช่ือและข้อมลู ของผจู้ บการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา (ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖) ผู้จบการศกึ ษาภาคบงั คบั (ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓) ๒. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาท่ีสถานศึกษากาหนด เป็นเอกสารทสี่ ถานศึกษาจดั ทาข้นึ เพ่อื บันทกึ พฒั นาการ ผลการเรยี นรู้ และข้อมลู สาคัญ เกี่ยวกบั ผเู้ รียน เชน่ แบบรายงานประจาตวั นกั เรียน แบบบันทกึ ผลการเรยี นประจารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรบั รองผลการเรยี น และเอกสารอืน่ ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการนาเอกสารไปใช้ การเทยี บโอนผลการเรียน การเทียบโอนผลการเรยี น สถานศกึ ษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรยี นในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยนรปู แบบการศกึ ษา การย้ายหลกั สูตร การออกกลางคันและขอกลบั เข้ารบั การศึกษาต่อ การศึกษา จากตา่ งประเทศและขอเขา้ ศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยงั สามารถเทยี บโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณจ์ ากแหล่งการเรียนรอู้ ่ืน ๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบนั การฝกึ อบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดยครอบครัว การเทียบโอนผลการเรียนควรดาเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรยี นแรก หรือต้นภาคเรยี นแรกที่ สถานศกึ ษารบั ผูข้ อเทียบโอนเปน็ ผ้เู รียน ทั้งนี้ ผ้เู รยี นทไี่ ด้รบั การเทียบโอนผลการเรยี นตอ้ งศึกษาตอ่ เน่ืองใน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 235 สถานศึกษาท่ีรบั เทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรยี น โดยสถานศึกษาทร่ี บั ผูเ้ รยี นจากการเทียบโอน ควรกาหนดรายวิชา/จานวนหนว่ ยกิต ทจ่ี ะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม การพจิ ารณาการเทียบโอน สามารถดาเนินการได้ ดังนี้ ๑. พจิ ารณาจากหลกั ฐานการศึกษา และเอกสารอน่ื ๆ ท่ีให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ ผ้เู รยี น ๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบดว้ ยวธิ กี ารต่าง ๆ ทั้งภาคความรู้ และภาคปฏบิ ตั ิ ๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัตใิ นสภาพจริง การเทียบโอนผลการเรยี นใหเ้ ป็นไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏบิ ัติของกระทรวงศึกษาธกิ าร การบริหารจดั การหลักสตู ร การบรหิ ารจัดการหลกั สตู ร ในระบบการศึกษาที่มกี ารกระจายอานาจใหท้ ้องถ่ินและสถานศึกษามีบทบาทในการพฒั นาหลกั สตู รนัน้ หนว่ ยงานตา่ ง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ต้งั แตร่ ะดบั ชาติ ระดับท้องถน่ิ จนถึงระดับสถานศกึ ษา มบี ทบาท หนา้ ที่ และความรบั ผดิ ชอบในการพัฒนา สนับสนุน สง่ เสริม การใช้และพฒั นาหลักสูตรใหเ้ ป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ เพ่ือให้การดาเนินการจัดทาหลักสตู รสถานศึกษาและการจดั การเรียนการสอนของสถานศึกษามี ประสิทธิภาพสงู สดุ อันจะสง่ ผลใหก้ ารพัฒนาคุณภาพผ้เู รยี นบรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรู้ทก่ี าหนดไวใ้ น ระดับชาติ ระดับท้องถ่ิน ไดแ้ ก่ สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษา หนว่ ยงานต้นสงั กัดอื่น ๆ เป็นหนว่ ยงานท่ีมีบทบาทใน การขับเคล่ือนคุณภาพการจัดการศกึ ษา เป็นตวั กลางที่จะเช่ือมโยงหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐานที่ กาหนดในระดับชาติให้สอดคลอ้ งกับสภาพและความต้องการของทอ้ งถ่นิ เพ่ือนาไปสกู่ ารจัดทาหลกั สูตร สถานศึกษา สง่ เสรมิ การใช้และพฒั นาหลักสูตรในระดับสถานศึกษาให้ประสบความสาเร็จ โดยมภี ารกิจสาคัญคือ กาหนดเปา้ หมายและจดุ เน้นการพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน ในระดับท้องถ่ินโดยพิจารณาให้สอดคลอ้ งกบั ส่งิ ที่เป็น ความตอ้ งการในระดบั ชาติ พัฒนาสาระการเรียนรทู้ ้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดบั ท้องถิน่ รวมทั้ง เพิ่มพนู คณุ ภาพการใช้หลกั สูตรดว้ ยการวิจัยและพัฒนา การพฒั นาบุคลากรสนับสนุน ส่งเสรมิ ตดิ ตามผล ประเมินผล วเิ คราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผเู้ รยี น สถานศึกษามหี นา้ ทส่ี าคัญในการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนนิ การใชห้ ลักสตู รการ เพ่มิ พูนคณุ ภาพการใช้หลักสูตรดว้ ยการวิจยั และพัฒนาการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจดั ทาระเบยี บการวัดและ ประเมนิ ผลในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตอ้ งพจิ ารณาใหส้ อดคล้องกับหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานและรายละเอียดที่เขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาหรือหนว่ ยงาน ตน้ สงั กดั อืน่ ๆ ในระดับท้องถ่ินได้จดั ทาเพิ่มเตมิ รวมท้ังสถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนทเี่ กี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคมภมู ิปัญญาท้องถ่ิน และความ ต้องการของผเู้ รียน โดยทกุ ภาคสว่ นเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษา

๑ ภาคผนวก

๒ คาสั่งโรงเรียนบา้ นนานวน ที่ / ๒๕๖๓ เร่อื ง แตง่ ต้งั คณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐาน ********************************* เพอื่ ให้การบรหิ ารหลักสูตรและงานวชิ าการสถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐานเป็นไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ท่ีกาหนดใหส้ ถานศึกษาข้นั พืน้ ฐานมหี นา้ ทจี่ ัดทาสาระของหลักสูตรเพื่อความเป็นไทย ความเปน็ พลเมืองทดี่ ขี องชาติ การดารงชวี ติ และการ ประกอบอาชีพ ตลอดจนเพ่อื การศกึ ษาต่อ ในส่วนท่เี ก่ยี วกับสภาพของปัญหาในชุมชน และสงั คม ภมู ิปัญญา ทอ้ งถ่ิน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคเ์ พ่ือเปน็ สมาชิกท่ดี ีของครอบครัว ชมุ ชน สงั คมและประเทศชาติและสอดคล้อง กับระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารวา่ ด้วยคณะกรรมการบรหิ ารหลักสตู รและงานวชิ าการสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๔๔ อาศัยอานาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. ๒๕๔๖ และท่ีแก้ไขเพม่ิ เติม จงึ แต่งต้งั คณะกรรมการบริหารหลักสตู ร และงานวชิ าการสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน โรงเรียนบา้ นนานวนปีการศึกษา ๒๕๖๓ ดังนี้ ๑. นายปณธิ าร หา้ วหาญ ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านนานวน ประธานกรรมการ ๒. นางสาวณัฐปภสั ร์ แขมคา ๓. นางบญุ ญา บุตรสวน หัวหนา้ การเรียนรู้ปฐมวัย กรรมการ ๔. นางรชั นี บญุ เหลอื ง ๔. นางสาวจันทิยา ปราณีกิจ หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย กรรมการ ๕. นายบรรดิษฐ์ เลอื่ นเพ็ชร ๖. นายสวาด บุญสรรค์ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ กรรมการ ๗. นายบรรดิษฐ์ เลือ่ นเพช็ ร ๘. นางสาวกิตยิ า ราชบรุ ี หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กรรมการ ๙. นางเกศศนิ ี ยา่ งสขุ ๑๐. นางเกศศินี ยา่ งสุข หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา กรรมการ ๑๑. นายสวาด บุญสรรค์ ๑๒. นางสาวจุฑามาศ พิมพล์ า หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาพลศึกษา กรรมการ ๑๓. นางสาวจันทยิ า ปราณีกิจ หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ กรรมการ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการงานอาชีพ และเทคโนโลยี กรรมการ หวั หน้ากลมุ่ สาระภาษาตา่ งประเทศ กรรมการ หัวหนา้ งานแนะแนว กรรมการ หัวหนา้ งานกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น กรรมการ หัวหน้างานวดั และประเมนิ ผล กรรมการ หัวหนา้ ฝ่ายวิชาการ กรรมการและเลขานกุ าร

๓ คณะกรรมการดาเนินการ มหี นา้ ทแี่ ละดาเนนิ การจดั การตามขน้ั ตอนท่กี าหนด ดังนี้ ๑. วางแผนการดาเนินงานวิชาการ กาหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและแนว ทางการจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ และสภาพเศรษฐกิจ สงั คม ศลิ ปวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น ๒. จัดทาคู่มือการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการของสถานศึกษา นิเทศ กากับ ติดตาม ให้คาปรึกษา เกีย่ วกบั การพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลและการแนะแนวใหส้ อดคล้องและ เป็นไปตามหลักสตู รการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ๓. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเก่ียวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวน การเรียนรู้ การวัด และประเมินผลและการแนะแนวให้เปน็ ไปตามจดุ หมายและแนวทางการดาเนินการของหลักสูตร ๔. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพ่ือให้การใช้หลักสูตรเป็นไป อย่างมปี ระสิทธภิ าพและมคี ณุ ภาพ ๕. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องและนา ขอ้ มลู ป้อนกลบั จากฝา่ ยตา่ ง ๆ มาพจิ ารณาเพ่อื ปรับปรุงและพัฒนาหลกั สูตรของสถานศึกษา ๖. ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกบั การพัฒนาหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้ ๗. ติดตามผลการเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล ระดับช้ัน และช่วงช้ัน ระดับวิชา กลุ่มวิชา ในแต่ละปี การศึกษา เพือ่ ปรบั ปรงุ แกไ้ ข และพัฒนาการดาเนินงานดา้ นตา่ ง ๆ ของสถานศกึ ษา ๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตรระดับ สถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา แล้ว ใช้ผลการประเมิน เพื่อวางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครูและการบริหาร หลักสตู รปกี ารศกึ ษาต่อไป ๙. รายงานผลการปฏบิ ัติงานและผลการบรหิ ารหลักสูตรของสถานศกึ ษา โดยเน้นผลการพัฒนาคุณภาพ นักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับเหนือส ถานศึกษา สาธารณชน และผู้เกยี่ วข้อง ๑๐. ให้ดาเนินการประชมุ คณะกรรมการอยา่ งนอ้ ยภาคเรียนละ ๒ ครัง้ ท้ังนี้ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งปฏบิ ัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอยา่ งมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ ทีต่ งั้ ไว้ ตัง้ แต่บัดน้เี ปน็ ต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒ เดือน มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓ (ลงช่อื ) (นายปณิธาร หา้ วหาญ) ผ้อู านวยการโรงเรียนบ้านนานวน

๔ หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนบา้ นนานวน พุทธศกั ราช ๒๕6๓ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ สานักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาสรุ นิ ทร์ เขต ๒ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook