หมวด ๗ สวัสดกิ ารและสิทธิประโยชน์ตามทค่ี ณะกรรมการบริหารสถาบันกำหนดเพ่มิ เติม --------------------------- ข้อ 19 สถาบันอาจจัดให้เจ้าหน้าท่ีได้รับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามสมควร ปีละไม่เกินหนง่ึ พนั บาท ข้อ 20 เจ้าหนา้ ทมี่ ีสทิ ธิได้รับประโยชนเ์ กอื้ กูลอื่นจากสถาบัน ดังนี้ (1) รางวัลในโอกาสท่ีเจา้ หน้าท่เี กษยี ณอายุ รายละไม่เกินห้าพันบาท (2) ค่าตอบแทนตามประสิทธิภาพการดำเนินงานให้แก่เจ้าหน้าท่ีที่ปฏิบัติงานติดต่อกัน ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เง่ือนไข และกรอบวงเงินท่ีคณะกรรมการบริหาร สถาบันกำหนด ข้อ 21 ในกรณีเจ้าหน้าท่ีถึงแก่ความตาย ให้สถาบันจ่ายเงินช่วยเหลือจัดการงานศพ ในอตั ราไม่เกนิ ห้าพันบาท ให้แกบ่ คุ คลใดบคุ คลหนงึ่ ตามลำดับ ดงั นี้ (1) บุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่ทำหนังสือระบุให้เป็นผู้จัดการศพ และได้เป็นผู้จัดการศพเจ้าหน้าที่ ผนู้ นั้ (2) สามี ภริยา บิดา มารดา หรือบุตรของเจ้าหน้าท่ีซ่ึงมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้จัดการ ศพเจา้ หน้าท่ีผ้นู ัน้ (3) บุคคลอื่นซง่ึ มีหลกั ฐานเป็นผ้จู ัดการศพเจ้าหนา้ ท่ผี ู้นัน้ กรณีเป็นบิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรที่บิดารับรองแล้ว ถึงแกค่ วามตาย ให้ช่วยเหลอื จัดการงานศพในอัตรารายละไมเ่ กินสามพนั บาท ข้อ 22 สถาบันอาจจัดทำโครงการสงเคราะห์เพื่อที่อยู่อาศัยของเจ้าหน้าท่ี ซ่ึงมีวัตถุประสงค์ เพ่ือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ให้สามารถมีท่ีอยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยให้ทำเป็นโครงการความร่วมมือ กบั ธนาคารทผ่ี ู้อำนวยการเหน็ ชอบ ข้อ 23 สถาบันอาจจัดเงินช่วยเหลือค่าเครื่องแต่งกายตามแบบท่ีสถาบันกำหนด ใหแ้ กเ่ จา้ หนา้ ทไ่ี ดต้ ามความจำเปน็ และเหมาะสม ดังน้ี (๑) เคร่ืองแบบพิธีการ สถาบันจัดเงินช่วยเหลือไม่เกินชุดละสามพันห้าร้อยบาท จำนวน หน่ึงคร้งั (๒) เครื่องแบบชุดสูทพร้อมเคร่ืองหมายสถาบัน สถาบันจัดเงินช่วยเหลือ ไม่เกิน ชดุ ละสามพันหา้ รอ้ ยบาท ให้ทกุ สปี่ ี บทเฉพาะกาล ข้อ 24 เจ้าหน้าที่ท่ีได้รับการบรรจุแต่งต้ังก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับสิทธิ การรักษาพยาบาลสำหรับบุคคลในครอบครัวตามระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ว่าด้วยการจดั สวสั ดิการและสทิ ธิประโยชนอ์ นื่ แกเ่ จ้าหนา้ ท่แี ละลูกจ้าง พ.ศ. 2556 ต่อไป ประกาศ ณ วนั ที่ 26 มิถนุ ายน พ.ศ. 2563 (นายมานติ ธีระตนั ติกานนท์) ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ หน้า 96
หนา้ 97
หนา้ 98
ระเบียบสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ ว่าดว้ ยหลักเกณฑ์ วธิ กี าร การดำเนนิ การทางวนิ ัย ของเจา้ หน้าทีแ่ ละลกู จ้าง ของสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ ------------------ โดยท่ีเป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ การดำเนินการทางวินัยของเจ้าหน้าที่ และลูกจ้าง ของสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 36 (4) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ประกอบกับข้อ ๕๙ และ ข้อ ๖๐ ของระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย การบริหารงานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปน้ี ข้อ 1 ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ การดำเนินการ ทางวนิ ยั ของเจ้าหนา้ ทีแ่ ละลูกจ้าง ของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓” ขอ้ 2 ระเบยี บน้ีให้ใช้บงั คบั ตัง้ แต่วันถดั จากวันประกาศเปน็ ตน้ ไป ขอ้ 3 ในระเบียบนี้ “สถาบัน” หมายความวา่ สถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ “ผู้อำนวยการ” หมายความวา่ ผูอ้ ำนวยการสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ “เจ้าหน้าท”่ี หมายความว่า เจา้ หน้าทข่ี องสถาบันวัคซีนแห่งชาติ “ลูกจา้ ง” หมายความวา่ ลกู จ้างของสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ “ผู้กล่าวหา” หมายความว่า ผู้แจ้งให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติทราบว่าได้รับความเดือดร้อนจากการ กระทำผิดวินยั ของเจ้าหน้าที่ของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ หรือมกี รณีการกระทำผิดวินัย “ผู้ถูกกล่าวหา” หมายความว่า เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ซ่ึงถูกกล่าวหา วา่ กระทำผดิ วนิ ัยหรือมเี หตอุ ันควรสงสยั ว่าเป็นผกู้ ระทำผิดวินัย “สืบสวน” หมายความว่า การแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เก่ียวกับการกระทำ ผดิ วนิ ยั “สอบสวน” หมายความวา่ การดำเนินการสอบสวนผถู้ ูกกลา่ วหา และรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน ตา่ ง ๆ ท่ีเกย่ี วกับการกระทำผิดวินัย “คณะกรรมการสอบสวน” หมายความว่า คณะกรรมการท่ีผู้อำนวยการแต่งต้ังเพ่ือดำเนินการ สอบสวนผ้ถู ูกกลา่ วหา และรวบรวมขอ้ มลู พยานหลกั ฐานตา่ ง ๆ ท่เี ก่ียวกบั การกระทำผิดวนิ ยั ข้อ ๔ หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือการดำเนินการทางวินัยใดท่ีมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้นำ หลักเกณฑต์ ามกฎหมายวา่ ด้วยระเบยี บขา้ ราชการพลเรอื นมาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลมเพยี งเท่าทจี่ ะใช้บังคบั ได้ หน้า 99
ข้อ ๕ ให้ผอู้ ำนวยการรกั ษาการตามระเบียบนี้ ในกรณีมปี ญั หาในการปฏิบัตใิ ห้เป็นไปตามระเบียบนี้ ให้ผู้อำนวยการเปน็ ผวู้ ินิจฉยั ชีข้ าด หมวด ๑ การสบื สวนข้อเทจ็ จริง ข้อ ๖ เม่ือมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้ใดกระทำผิดวินัย ให้ผู้อำนวยการรีบดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยผู้อำนวยการจะสืบสวนด้วยตนเอง หรือสั่งให้ดำเนินการ สบื สวน เพอื่ พิจารณาในเบอื้ งต้นวา่ มีมลู ทค่ี วรกลา่ วหาวา่ ผูน้ ัน้ กระทำผิดวนิ ยั หรือไม่ ในกรณเี หน็ วา่ ไม่มีมูลให้ยตุ ิเรือ่ งได้ ในกรณีเห็นว่ามีมูลโดยมีพยานหลักฐานในเบ้ืองต้นอยู่แล้ว ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งคณะกรรมการ สอบสวนตอ่ ไป หมวด ๒ คณะกรรมการสอบสวน ข้อ ๗ คณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วย ประธานกรรมการซ่ึงต้องเป็นเจ้าหน้าท่ีที่ดำรงตำแหน่ง ไมต่ ่ำกว่าผู้ถูกกลา่ วหาหรือผู้ทรงคุณวุฒจิ ากภายนอกที่ดำรงตำแหน่งในระดบั ไม่ตำ่ กว่าผถู้ ูกกล่าวหา และกรรมการ อย่างน้อยสองคนแต่ไม่เกินสี่คนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก โดยให้กรรมการคนหน่ึง เปน็ เลขานุการ และอาจแต่งตัง้ เจ้าหนา้ ท่ีหนึง่ คนเปน็ ผ้ชู ่วยเลขานกุ ารก็ได้ กรรมการสอบสวนอย่างน้อยหนึง่ คนต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนิติกร หรอื ผู้ได้รับปรญิ ญาทางกฎหมาย หรอื ผไู้ ด้รบั การฝกึ อบรมตามหลักสตู รการดำเนินการทางวนิ ัย หรอื ผูม้ ีประสบการณ์ด้านการดำเนนิ การทางวนิ ยั กรณีเรื่องที่สอบสวนเป็นเร่ืองที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะด้าน ให้แต่งต้ังผู้ท่ีมีความรู้ในเรื่องน้ัน ๆ เป็นกรรมการด้วย ขอ้ ๘ เมอื่ มคี ำส่ังแต่งตง้ั คณะกรรมการสอบสวนแลว้ ให้ผู้อำนวยการดำเนนิ การดงั ต่อไปน้ี (๑) แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบคำส่ังโดยเร็ว และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อและวันท่ีรับทราบ ไว้เป็นหลักฐาน ในการน้ีให้แจ้งองค์ประกอบและตำแหน่งของคณะกรรมการสอบสวน รวมท้ังสิทธิที่จะคัดค้าน กรรมการสอบสวนไปพร้อมกัน และให้มอบสำเนาคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ถูกกล่าวหาไว้หน่ึงฉบับ ในกรณี ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบคำส่ัง ให้ทำบันทึกลงวันท่ีและสถานที่ท่ีแจ้งและลงลายมือชื่อผู้แจ้ ง พรอ้ มทั้งพยานรเู้ ห็นไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน โดยถอื ว่าวนั ที่แจ้งน้ันเปน็ วนั รับทราบแล้ว ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งให้ผู้ถกู กล่าวหาทราบโดยตรงได้ตาม (๑) ให้แจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ ลงทะเบยี นตอบรับไปให้ผูถ้ ูกกล่าวหา ณ ทอี่ ยู่ตามที่ไดใ้ ห้ไว้กับสถาบัน ในกรณเี ช่นน้ีให้ถอื ว่าผูถ้ กู กล่าวหาไดร้ ับแจ้ง เม่ือครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันรับเอกสารกรณีส่งในประเทศ หรือเม่ือครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันรับเอกสาร กรณีส่งไปยังต่างประเทศ (๒) ส่งสำเนาคำสั่งแต่งต้ังคณะกรรมการสอบสวน และเอกสารหลักฐานท่ีเก่ียวข้องกับเร่ือง ทกี่ ล่าวหาให้ประธานกรรมการสอบสวนโดยเร็ว หนา้ 100
ขอ้ ๙ กรรมการสอบสวนอาจถกู คัดคา้ นไดใ้ นกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผกู้ ล่าวหา หรือผู้รายงานความผิดวินยั (๒) เป็นคูห่ ม้ันหรือค่สู มรสของผู้กล่าวหา (๓) เป็นญาติของผู้กล่าวหา ได้แก่ เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใดๆ หรือเป็นพี่น้องหรือ ลกู พลี่ กู น้องนบั ไดเ้ พยี งสามช้ัน หรอื เป็นญาตเิ กย่ี วพันทางการสมรสนบั ได้เพียงสองชนั้ (๔) เปน็ ผ้มู ีสาเหตุโกรธเคืองกับผูถ้ ูกกลา่ วหาหรอื กบั คหู่ ม้นั หรือคู่สมรสของผู้ถูกกลา่ วหา (๕) เป็นผมู้ ปี ระโยชนไ์ ดเ้ สียในเรือ่ งท่ีสอบสวน (๖) เป็นผู้รู้เห็นเหตกุ ารณใ์ นขณะกระทำผิดตามเร่ืองทีก่ ลา่ วหา (๗) เป็นผทู้ ม่ี เี หตอุ ่ืนซง่ึ มสี ภาพรา้ ยแรงอนั อาจทำใหก้ ารสอบสวนไม่เปน็ กลางหรือเสยี ความเปน็ ธรรม ขอ้ ๑๐ การคัดค้านกรรมการสอบสวนต้องทำเป็นหนังสือยื่นต่อผู้อำนวยการภายในเจ็ดวันนับแต่วัน ทราบหรือถือว่าทราบคำส่ังแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือนับแต่วันท่ี ทราบว่ามีกรณีที่อาจคัดค้านได้ ตามข้อ ๙ โดยหนงั สือคัดคา้ นต้องแสดงขอ้ เทจ็ จริงหรือพฤติการณ์ที่เป็นเหตุแห่งการคัดคา้ นดว้ ย ในกรณีผู้อำนวยการเห็นว่าการคัดคา้ นเป็นไปตามเงือ่ นไขที่กำหนดตามวรรคหน่ึง ใหแ้ จ้งผูถ้ ูกคัดค้าน ทราบ และให้โอกาสผู้ถูกคดั ค้านช้ีแจงเป็นหนังสือภายในเจ็ดวันนับแต่วนั ท่ีได้รับแจ้ง ในการน้ีผู้ถูกคัดค้านต้องหยุด ปฏิบัติหน้าท่ีกรรมการสอบสวนนับแต่วันท่ีได้รับแจ้งน้ัน แต่ถ้าเห็นว่าการคัดค้านไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ตามวรรคหนง่ึ ให้ผอู้ ำนวยการไมร่ ับคำคัดคา้ นนน้ั และแจง้ ใหผ้ ู้คัดค้านทราบ ข้อ ๑๑ เม่ือมีการคัดค้านกรรมการสอบสวนตามข้อ ๑๐ แล้วให้ผู้อำนวยการพิจารณาสั่งการ อยา่ งหน่ึงอย่างใด ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ในกรณีเห็นว่าคำคัดค้านรับฟังได้ ให้ส่ังให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากหน้าท่ีกรรมการสอบสวน หากเห็นสมควรจะแต่งต้ังผู้อื่นเป็นกรรมการสอบสวนแทนผู้ถูกคัดค้านก็ได้ แต่ถ้ากรรมการสอบสวนท่ีเหลืออยู่ มีจำนวนนอ้ ยกวา่ สองคน ใหแ้ ต่งต้ังผ้อู ืน่ เปน็ กรรมการสอบสวนแทนผถู้ กู คดั ค้าน (๒) ในกรณีที่เห็นว่าคำคัดค้านไม่อาจรับฟังได้ ให้ส่ังยกคำคัดค้านและแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบโดยเร็ว และแจ้งใหผ้ ู้ถกู คดั ค้านน้ันกลบั เข้าปฏบิ ตั ิหน้าทต่ี ่อไปได้ โดยคำส่ังยกคำคัดคา้ นใหเ้ ป็นทีส่ ดุ ท้ังนี้ การเปล่ยี นแปลงกรรมการสอบสวนตาม (๑) ไม่มีผลกระทบต่อการสอบสวนทไี่ ดด้ ำเนินการแล้ว ข้อ ๑๒ ในกรณีกรรมการสอบสวนผู้ใดเห็นว่าตนอาจถูกคัดค้านได้ตามข้อ ๙ ให้ผู้น้ันแจ้งให้ ผอู้ ำนวยการทราบ และให้ผ้อู ำนวยการพิจารณาสง่ั การตามขอ้ ๑๑ ต่อไป ข้อ ๑๓ การประชุมคณะกรรมการสอบสวนให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติ ความมนั่ คงด้านวคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม หมวด ๓ การสอบสวน และการสัง่ ลงโทษ ข้อ ๑๔ ให้ประธานกรรมการสอบสวนจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการสอบสวนครั้งแรก ภายในเจ็ดวันนับแต่วันท่ีประธานกรรมการสอบสวนทราบเรื่องตามข้อ ๘ (๒) ในกรณีไม่อาจจัดประชุมได้ตามวัน ทกี่ ำหนดให้รายงานเหตุผลความจำเป็นให้ผู้อำนวยการทราบ และกำหนดวันประชุมต่อไปโดยเร็ว หน้า 101
การประชุมตามวรรคหน่ึง ให้คณะกรรมการสอบสวนกำหนดประเด็น วางแนวทางการสอบสวน และการรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อ ๑๕ เมื่อได้วางแนวทางการสอบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐานตามข้อ ๑๔ แล้ว ใหค้ ณะกรรมการสอบสวนดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) รวบรวมข้อเท็จจรงิ ข้อกฎหมาย และพยานหลกั ฐานท่ีเก่ยี วข้อง (๒) เรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบเพื่อดำเนินการสอบสวนโดยแจ้งข้อกล่าวหา สิทธิ หน้าที่ และสรุป พยานหลกั ฐานท่สี นับสนุนข้อกล่าวหาใหผ้ ู้ถกู กล่าวหาทราบ (๓) สอบถามและบันทกึ ถ้อยคำทันที หรือให้ผ้ถู ูกกล่าวหายน่ื คำชี้แจงและหลักฐานเพื่อแกข้ อ้ กล่าวหา ตอ่ ประธานกรรมการสอบสวนภายในสิบหา้ วนั นบั แตว่ ันสอบสวน (๔) พิจารณาทำความเหน็ เกย่ี วกบั เรื่องทส่ี อบสวน (๕) ทำรายงานการสอบสวนพรอ้ มความเหน็ เสนอต่อผู้อำนวยการ ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาไม่มาพบคณะกรรมการสอบสวน หรือมาพบแต่ไม่ยื่นคำช้ีแจงและหลักฐาน ภายในระยะเวลาท่ีกำหนดให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ประสงค์จะแก้ข้อกล่าวหา และให้คณะกรรมการสอบสวน ดำเนินการสอบสวนต่อไป โดยบนั ทึกเหตุน้ันในสำนวนการสอบสวนด้วย เวน้ แต่คณะกรรมการสอบสวนจะเห็นควร ดำเนินการเปน็ อยา่ งอื่นเพือ่ ประโยชน์แหง่ ความเปน็ ธรรม ขอ้ ๑๖ ในการสอบสวนผถู้ กู กล่าวหาหรือเรยี กพยานบคุ คลมาให้ข้อมลู ให้ดำเนนิ การคราวละหนง่ึ คน โดยมีกรรมการสอบสวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการท้ังหมดในการสอบสวนนั้น และห้ามบุคคลอื่นอยู่ ในท่ีสอบสวน เว้นแตเ่ ปน็ บคุ คลซง่ึ คณะกรรมการสอบสวนอนญุ าตเพ่ือประโยชนแ์ ห่งการสอบสวน ข้อ ๑๗ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอท่ีจะพิจารณาแล้ว ใหค้ ณะกรรมการสอบสวนประชุมเพ่ือพจิ ารณาทำความเห็นเก่ยี วกบั เร่ืองท่สี อบสวน ในการพิจารณาทำความเห็นตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการสอบสวนต้องพิจารณาทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และมีมติในเรื่องท่ีสอบสวนให้ครบทุกประเด็นว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิดวินัยในเร่ืองที่สอบสวน หรือไม่ ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิดวินัย ต้องพิจารณาให้ได้ความว่าผิดวินัยกรณีใด ควรได้รับโทษสถานใด มเี หตุอนั ควรลดโทษหรอื ไมเ่ พยี งใด ในกรณีคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าผลการสอบสวนยังไม่ได้ความแน่ชัดพอที่ จะลงโทษเพราะ กระทำผิดวินัย แต่เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาหย่อนความสามารถในการปฏิบัติงาน ประพฤติตนไม่เหมาะสม กับตำแหน่งหน้าท่ีหรือบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ อันมีผลให้เกิดความเสียหายต่อสถาบัน ให้ทำความเห็น เสนอในรายงานการสอบสวนด้วย ข้อ ๑๘ ในกรณีผู้ถูกกล่าวหารับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาใด ให้คณะกรรมการ สอบสวนบันทึกการรับสารภาพตามข้อกล่าวหาน้ันไว้เป็นหนังสือ และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือช่ือไว้ในบันทึก นัน้ ดว้ ย โดยคณะกรรมการสอบสวนจะไมท่ ำการสอบสวนในขอ้ กลา่ วหาน้นั ก็ได้ หน้า 102
ข้อ ๑๙ รายงานการสอบสวนอย่างน้อยต้องประกอบด้วย เรื่องที่สอบสวน ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ท่เี ก่ยี วข้อง พยานหลกั ฐานท่ีสนบั สนนุ หรือเพ่ือแก้ขอ้ กลา่ วหา ประเดน็ ทตี่ ้องพจิ ารณา ความเหน็ ของคณะกรรมการ สอบสวน และลายมือช่ือคณะกรรมการสอบสวนทุกคน และให้ประธานกรรมการลงลายมือชื่อกำกับไว้ในรายงาน การสอบสวนทุกหน้า กรณีที่กรรมการสอบสวนคนใดไม่อาจลงลายมือช่ือได้ ให้ประธานกรรมการสอบสวนบันทึก เหตุจำเป็นดังกล่าวไว้ด้วย และในกรณีกรรมการสอบสวนผู้ใดมีความเห็นแย้ง ให้แสดงช่ือและสรุปความเห็นแย้ง ของผู้นั้นไว้ในรายงานการสอบสวนด้วย ในการน้ี ผู้มีความเห็นแย้งนั้นจะทำบันทึกรายละเอียดความเห็นแย้งและ ลงลายมอื ชอ่ื ของตนแนบไวก้ บั รายงานการสอบสวนดว้ ยก็ได้ ข้อ ๒๐ คณะกรรมการสอบสวนจะต้องรายงานการสอบสวนพร้อมทั้งสำนวนการสอบสวน เสนอต่อผู้อำนวยการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งรอ้ ยย่ีสบิ วันนบั แต่วันท่ีมีการประชุมคณะกรรมการสอบสวนคร้ังแรก ใน ก ร ณี มี เห ตุ ผ ล ค ว าม จ ำ เป็ น ไม่ อ า จ ด ำ เนิ น ก า ร ให้ แ ล้ ว เส ร็ จ ได้ ภ าย ใน ร ะ ย ะ เว ล า ท่ี ก ำ ห น ด ไว้ในวรรคหน่ึง ให้ประธานกรรมการสอบสวนรายงานต่อผู้อำนวยการเพ่ือพิจารณาขยายระยะ เวลา ตามความจำเป็น โดยให้ขยายไดไ้ ม่เกนิ สองครงั้ ครงั้ ละไม่เกินสามสบิ วนั ในกรณีมีการดำเนินการสอบสวนเกินกว่าที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ให้ผู้อำนวยการติดตามเร่งรัด ให้ดำเนินการใหแ้ ลว้ เสร็จโดยเร็วตอ่ ไป ข้อ ๒๑ เมื่อผู้อำนวยการได้รับรายงานการสอบสวนและสำนวนการสอบสวนแล้ว ให้พิจารณา ตรวจสอบความถูกต้องของการสอบสวน ถ้าเห็นว่าการสอบสวนถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้ดำเนินการตามข้อ ๒๒ แต่ถ้าเห็นวา่ การสอบสวนยงั ไมถ่ กู ต้องครบถ้วน ให้สั่งดำเนนิ การดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีเห็นว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือการแจ้งข้อกล่าวหายังไม่ครบถ้วน ให้ส่ังให้ คณะกรรมการสอบสวนดำเนนิ การแจ้งขอ้ กลา่ วหาหรือแจ้งข้อกลา่ วหาให้ครบถ้วนโดยเรว็ (๒) ในกรณีเห็นว่าควรรวบรวมข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเพ่ิมเติม ให้กำหนดประเด็นหรือ ขอ้ สำคญั ท่ตี ้องการให้คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพ่ิมเตมิ (๓) ในกรณีเห็นว่าการดำเนินการใดไม่ถูกต้อง ให้ส่ังให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการให้ถูกต้อง โดยเรว็ ข้อ ๒๒ เม่ือผู้อำนวยการเห็นว่าการสอบสวนถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้พิจารณาเพื่อดำเนินการ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) ในกรณีทผี่ อู้ ำนวยการพจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ผู้ถูกกลา่ วหาไมไ่ ด้กระทำผดิ วินยั ให้สง่ั ยตุ เิ รื่อง (๒) ในกรณี ที่ผู้อำนวยการพิจารณ าแล้วเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากระทําผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้สั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือลดเงินเดือนหรือค่าจ้าง โดยให้พิจารณาให้เหมาะสม กับการกระทำผิด ถ้ามีเหตุอันควรลดโทษจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ถ้าเป็นการกระทำผิดวินัย เลก็ น้อยหรอื เปน็ การกระทำผดิ ครง้ั แรก จะงดโทษโดยใหว้ ่ากล่าวตกั เตือนกไ็ ด้ (๓) ในกรณีที่ผอู้ ำนวยการเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยร้ายแรงให้สั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก กรณมี ีเหตุลดโทษจะนำมาประกอบการพจิ ารณาก็ได้ แตจ่ ะลงโทษต่ำกว่าปลดออกมิได้ ให้ผู้อำนวยการรายงานผลการพิจารณาสั่งการตามวรรคหนึ่งให้คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล ทราบต่อไป หนา้ 103
ข้อ ๒๓ การสั่งลงโทษให้ทำเป็นคำส่ังระบุช่ือและตำแหน่งของผู้กระทำผิดวินัย และแสดงข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญว่ากระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง หรือกระทำผิดวินัยร้ายแรงในกรณีใด ตามกฎหมายใด พร้อมท้ัง สทิ ธิในการอทุ ธรณแ์ ละระยะเวลาในการอุทธรณไ์ วใ้ นคำสง่ั นน้ั ดว้ ย ขอ้ ๒๔ แบบท่เี กย่ี วขอ้ งกบั การดำเนินการทางวินัยให้เป็นไปตามเอกสารแนบทา้ ยของระเบียบน้ี ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายนคร เปรมศร)ี ผูอ้ ำนวยการสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ หนา้ 104
คำสงั่ สถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ ท่ี …../.... เรื่อง แตง่ ตัง้ คณะกรรมการสอบสวนทางวนิ ัย --------------------------------------------------------- ด้วย ....................(ชื่อ)..........................................เลขที่บัตรประชาชน............................... เจ้าหน้าที่/ลูกจ้าง ตำแหน่ง...............................................สำนัก........................................... .......เลขที่.......... มกี รณีมมี ูลกล่าวหาว่ากระทำความผิดวนิ ัยอยา่ งรา้ ยแรง........................................................................... ...... อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๖ วรรคสาม ประกอบกับข้อ ๗ ของระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ การดำเนินการทางวินัยของเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 จงึ ออกคำส่ังแตง่ ตง้ั คณะกรรมการสอบสวนผถู้ กู กล่าวหาเรอื่ งดงั กลา่ วประกอบด้วยบุคคล ดงั ตอ่ ไปน้ี ๑. ชอ่ื /นามสกุล ประธานกรรมการ 2. ชอ่ื /นามสกุล กรรมการ 3. ช่ือ/นามสกุล กรรมการ 4. ชือ่ /นามสกุล กรรมการ 5. ช่อื /นามสกลุ กรรมการ และเลขานุการ 6. ชื่อ/นามสกลุ ผู้ชว่ ยเลขานุการ (ถา้ มี) ให้กรรมการสอบสวนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ที่กำหนดในระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ การดำเนินการทางวินัยของเจ้าหน้าท่ีและลูกจ้าง ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2563แล้วเสนอสำนวนสอบสวนมาเพอื่ ดำเนนิ การต่อไป ทั้งนี้ ตงั้ แต่บัดนี้เปน็ ต้นไป สง่ั ณ วันท่ี ........... () ผู้อำนวยการสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ หน้า 105
คำสง่ั สถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ ที่ …../.... เร่ือง เปลยี่ นแปลงกรรมการสอบสวน --------------------------------------------------------- ต าม ค ำส่ั งส ถ า บั น วั ค ซี น แ ห่ งช า ติ ท่ี ....../.....ล งวั น ท่ี ..................................... เร่ือ งแ ต่ งตั้ งค ณ ะ ก รรม ก ารส อ บ ส ว น ท างวินั ย ....................(ชื่ อ ).......................................... เลขที่บัตรประชาชน...............................เจ้าหน้าที่/ลูกจ้าง ตำแหน่ง............................................... สำนัก..................................................เลขที.่ .........น้ัน บัดน้ี เห็นสมควรเปล่ียนแปลงกรรมการสอบสวน ดังนี้ ๑. ชื่อ/นามสกุล ประธานกรรมการ 2. ชื่อ/นามสกุล กรรมการ 3. ชื่อ/นามสกุล กรรมการ 4. ชอ่ื /นามสกุล กรรมการ 5. ชื่อ/นามสกุล กรรมการ และเลขานกุ าร 6. ชื่อ/นามสกุล ผชู้ ว่ ยเลขานุการ (ถา้ มี) ทงั้ น้ี ต้งั แต่บดั นเี้ ปน็ ตน้ ไป สง่ั ณ วนั ที่ ........... () ผอู้ ำนวยการสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ หน้า 106
บันทึกถอ้ ยคำพยาน เรอื่ ง การสอบสวน....................ชื่อ........................ซ่ึงถูกกลา่ วหาวา่ กระทำความผิดวินัย --------------------------------------------------------- สอบสวนที่ สถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ วนั ที่ ข้าพเจ้า.............(ชื่อพยาน)....................เลขที่บัตรประชาชน.......... .....................อายุ......ปี สัญชาติ................... ศาสนา..................... อาชีพ.............................................อยู่บ้านเลขท่ี ...... ........ ตรอก/ซอย........................................ ถนน................................... ........ ตำบล/แขวง............................ อำเภอ/เขต....................................... จังหวัด....................................... ข้าพเจ้าได้ทราบแล้วว่า ข้าพเจ้ า เป็นพยานในกรณี ท่ี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ สั่งแต่งต้ังคณ ะกรรมการสอบสวนวินั ย ของ ................(ชือ่ ผู้ถูกกล่าวหา)................ ในเรือ่ ง .......................................................................................และ คณ ะกรรมการสอบสวนได้แจ้งให้ข้าพเจ้าทราบแล้วว่ากรรมการสอบสวนมีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา การให้ถอ้ ยคำอนั เป็นเทจ็ ตอ่ คณะกรรมการสอบสวนอาจเปน็ ความผิดตามกฎหมาย ข้าพเจ้า ขอใหถ้ ้อยคำตามความสตั ยจ์ ริงดงั ต่อไปน้ี.............................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................... ................................................ .................................................................................................................................... ข้าพเจ้าขอรับรองว่า คณะกรรมการสอบสวนมิได้กระทำการใดๆ ซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญา ขูเ่ ข็ญหลอกหลวง บังคับ หรือกระทำโดยมชิ อบด้วยกฎหมายไม่วา่ ดว้ ยประการใดๆ เพือ่ จูงใจข้าพเจ้าเพ่ือให้ถอ้ ยคำ ก่อนการลงลายมือชื่อคณะทำงานฯ ได้อ่านให้ข้าพเจ้าฟัง และข้าพเจ้าได้อ่านบันทึกถ้อยคำแล้ว ขอรับรองว่าเป็น การบันทกึ ถอ้ ยคำทถี่ กู ตอ้ งจึงลงลายมือช่อื ไวต้ อ่ หน้าคณะกรรมการสอบสวน ลงชอ่ื .............................................ผใู้ หถ้ ้อยคำ/พยาน () ลงชอ่ื ..................................................ผบู้ นั ทึกถ้อยคำ () หนา้ 107
ขา้ พเจา้ ขอรบั รองวา่ ...............(ช่อื ผู้ใหถ้ อ้ ยคำ)..............ได้ใหถ้ ้อยคำและลงลายมือช่ือต่อหน้าข้าพเจ้า ลงช่ือ.............................................ประธานกรรมการ () ลงชอ่ื ..............................................กรรมการ () ลงชือ่ ..............................................กรรมการ () ลงชือ่ ..............................................กรรมการ () ลงชอื่ ..............................................กรรมการ ( )และเลขานกุ าร ลงชอ่ื ..............................................ผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร () หน้า 108
11 บันทกึ ถ้อยคำของผูถ้ ูกกลา่ วหา เรื่อง การสอบสวน .......(ช่อื ผถู้ กู กลา่ วหา)……. ซ่ึงถูกกลา่ วหาว่ากระทำความผดิ วนิ ยั ------------------------------------------------------ สอบสวนท่ี สถาบันวัคซนี แห่งชาติ วนั ที่ ข้าพเจ้า................(ชื่อผู้ถูกกล่าวหา)..................เลขท่ีบัตรประชาชน...................................... อายุ.........ปี สัญชาติ............... ศาสนา.................... อาชีพ.................................................................................. อยู่บ้านเลขที่...................... ตรอก/ซอย..................................................... ถนน....................... .......................... อำเภอ/เขต....................................... ตำบล/แขวง......................................... จังหวัด......................................... ข้าพเจ้าได้ทราบแล้วว่าข้าพเจ้าเป็นผู้ถูกกล่าวหา ตามคำสั่งท่ี............./............. สั่ง ณ วันท่ี........................ ....... ในเรอ่ื ง........................................................................................................................................ ................................. .................................................................................................................................................................................... ข้าพเจ้าขอชี้แจงวา่ .......................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ข้าพเจ้าขอรับรองว่า คณะกรรมการสอบสวนมิได้กระทำการใดๆ ซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญา ขเู่ ข็ญหลอกหลวง บังคับ หรอื กระทำโดยมชิ อบด้วยกฎหมายไม่วา่ ดว้ ยประการใดๆ เพอ่ื จูงใจข้าพเจ้าเพื่อให้ถ้อยคำ ก่อนการลงลายมือชื่อ คณะทำงานฯ ได้อ่านให้ข้าพเจ้าฟัง และข้าพเจ้าได้อ่านบันทึกถ้อยคำแล้ว ขอรับรองว่าเป็น การบนั ทึกถอ้ ยคำทีถ่ กู ต้องจึงลงลายมือชอ่ื ไวต้ ่อหนา้ คณะกรรมการสอบสวน ลงช่ือ..................................................ผ้ถู ูกกลา่ วหา () ลงช่ือ..................................................ผ้บู นั ทกึ ถอ้ ยคำ () หนา้ 109
12 ข้าพเจา้ ขอรบั รองวา่ ...............(ชอื่ ผู้ถกู กลา่ วหา)..............ได้ให้ถอ้ ยคำและลงลายมือช่ือตอ่ หน้าข้าพเจ้า ลงชอื่ .............................................ประธานกรรมการ () ลงชื่อ..............................................กรรมการ () ลงชอ่ื ..............................................กรรมการ () ลงชือ่ ..............................................กรรมการ () ลงชอ่ื ..............................................กรรมการ ( )และเลขานุการ ลงชื่อ..............................................ผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร () หน้า 110
13 บนั ทกึ การแจ้งข้อกล่าวหา และสรุปพยานหลกั ฐานท่ีสนบั สนุนข้อกล่าวหา เรื่อง การสอบสวน .......(ชื่อผ้ถู ูกกล่าวหา)……. ซ่งึ ถูกกลา่ วหาว่ากระทำความผดิ วนิ ัย ------------------------------------------------------ สอบสวนท่ี สถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ วันที่ ตามคำสั่ง...........ที่ ........./........ ส่ัง ณ วันที่.................................แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน วินัย.......................(ชื่อผู้ถูกกล่าวหา).................................. คณะกรรมการสอบสวน ได้ดำเนินการรวบรวม พยานหลกั ฐานที่เกย่ี วข้องกับเรอ่ื งทีก่ ล่าวหา............................................................................................................... ...................................................................................................................................นั้น บัดนี้ คณะกรรมการสอบสวนได้ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและพยานหลักฐาน ที่เก่ียวข้อง และได้ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าเพียงพอท่ีรับฟังและดำเนินการต่อไปได้โดยมีข้อกล่าวหา และพยานหลกั ฐานสรุป ไดด้ งั น้ี ขอ้ กล่าวหา............................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... ................................................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................................................................ สรปุ พยานหลักฐานทสี่ นับสนุนข้อกล่าวหา.............................................................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................. ............................................... ในการสอบสวนนี้ ผ้ถู กู กลา่ วหามสี ิทธทิ ่ีจะให้ถอ้ ยคำหรือยื่นคำชีแ้ จงแก้ขอ้ กลา่ วหาเปน็ หนงั สอื และมีสิทธทิ จี่ ะแสดงพยานหลักฐานหรอื จะอา้ งพยานหลกั ฐานเพ่อื ขอใหเ้ รียกพยานหลักฐานน้นั มาก็ได้ หลักฐาน บันทกึ นีท้ ำขนึ้ สองฉบบั มีขอ้ ความตรงกัน และคณะกรรมการสอบสวนได้ลงลายมือช่ือไวเ้ ป็น ลงช่อื .............................................ประธานกรรมการ () ลงช่ือ..............................................กรรมการ () หน้า 111
ลงช่ือ..............................................กรรมการ () ลงช่ือ..............................................กรรมการ () ลงชอื่ ..............................................กรรมการ ( )และเลขานุการ ลงชื่อ..............................................ผูช้ ่วยเลขานกุ าร () หนา้ 112
สถาบันวัคซีนแห่งชาติ วนั ท่ี ข้าพเจ้า.......................(ช่ือผถู้ ูกกล่าวหา)........................... ได้รับทราบและลงลายมอื ช่ือรบั ทราบ ข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา ตามบันทึกลงวันท่ี.......................................ไว้เป็น หลักฐานตอ่ หนา้ พยาน คณะกรรมการสอบสวน และไดร้ ับบนั ทึกน้ีหนงึ่ ฉบับไวเ้ ป็นท่ีเรียบรอ้ ย ลงชือ่ .............................................ประธานกรรมการ () ลงช่ือ..............................................กรรมการ () ลงช่อื ..............................................กรรมการ () ลงชื่อ..............................................กรรมการ () ลงชอ่ื ..............................................กรรมการ ( )และเลขานุการ ลงชือ่ ..............................................ผู้ช่วยเลขานกุ าร () หน้า 113
รายงานการสอบสวน -------------------------- สถาบันวคั ซนี แห่งชาติ วันท่ี เรอ่ื ง การสอบสวน .......(ชอื่ ผู้ถกู กล่าวหา)……. ซงึ่ ถูกกล่าวหาวา่ กระทำความผิดวินยั เรยี น ผู้อำนวยการสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ ตามคำส่งั สถาบันวคั ซีนแห่งชาติ ท่ี....../...... ส่งั ณ วนั ท.ี่ ...........................................แต่งต้งั คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย.......(ช่ือผู้ถูกกลา่ วหา)……. ในเรอ่ื ง............................................................... .......................................................................................................................นัน้ ประธานกรรมการได้รับสำเนาคำส่ังแต่งต้ังคณะกรรมการการสอบสวนพร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน ที่เก่ียวข้องกับเรื่องท่ีกล่าวหาต้ังแต่วันท่ี.................................................... และได้ประชุ มคณะกรรมการสอบสวน ครั้งแรกเมือ่ วนั ที่......................................................... บัดน้ี คณะกรรมการการสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนและได้ประชุมพิจารณามีความเห็นใน เรอื่ งทสี่ อบสวนนีแ้ ล้ว จึงขอรายงานสอบสวนโดยมขี อ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ กฎหมาย และความเหน็ ดังตอ่ ไปน้ี 1. มูลกรณีเร่ืองนป้ี รากฏขนึ้ เนื่องจาก........................................................................................ .................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................... 2. การสบื สวนหรอื พจิ ารณาในเบื้องต้น..................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................... 3. ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พิจารณาเห็นว่า กรณีนี้มีมูลที่ควรกล่าวหาว่า .......(ชื่อผ้ถู ูกกลา่ วหา)……. กระทำความผดิ วนิ ัย จงึ มคี ำสงั่ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 4. คณะกรรมการสอบสวนได้ประชุมพิจารณาวางแนวทางการสอบสวน และได้ดำเนินการ รวบ รวม ข้อเท็ จจริง ข้อกฎ ห ม าย และพ ยาน ห ลั กฐาน ที่ เกี่ยวข้อง และได้ป ระชุม พิ จารณ าแล้ ว เห็ น ว่ า พ ย า น ห ลั ก ฐ า น เพี ย งพ อ ที่ จ ะ รั บ ฟั ง ได้ ว่ า .............(ชื่ อ ผู้ ถู ก ก ล่ า ว ห า ) ………...ผู้ ถู ก ก ล่ า ว ห า ก ร ะ ท ำ ความผิดวินั ยใน เร่ืองนี้ โดยมี ข้อเท็ จจริงใน เบื้ องต้น ข้อกล่าวห าและพ ยาน ห ลักฐาน ที่ สนั บ สนุ น ขอ้ กล่าวหา โดยสรปุ ดังนี้ ขอ้ เท็จจรงิ ไดค้ วามในเบื้องต้นวา่ ............................................................................................. ... .................................................................................................................................................................. ................ ข้อกลา่ วหา............................................................................................. .................................... ............................................................................................................................................................................... หนา้ 114
พยานหลักฐานทีส่ นบั สนุนขอ้ กลา่ วหา..................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 5. คณะกรรมการสอบสวนได้เรียก.............(ชื่อผู้ถูกกล่าวหา)………...ผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งและ อธิบายข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานท่ีสนับสนุนข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้ลง ลายมอื ชือ่ รบั ทราบและได้รับมอบบนั ทกึ การแจง้ ดงั กล่าว ลงวนั ที.่ ...........................ไปจำนวนหน่งึ ฉบับแล้วด้วย 6. .............(ชอ่ื ผถู้ ูกกลา่ วหา)………...ผถู้ ูกกล่าวหาไดช้ ีแ้ จงและนำสืบแกข้ ้อกล่าวหา ดงั นี้ คำชแ้ี จงแก้ข้อกลา่ วหา........................................................................................................ ....... ................................................................................................................................................ พยานหลกั ฐานทห่ี กั ล้างข้อกล่าวหา.............................................................................. ............. ................................................................................................................................................ 7. คณะกรรมการสอบสวนได้ประชุมพิจารณา ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานต่างๆ และมคี วามเห็นดังน้ี ขอ้ เทจ็ จรงิ เบือ้ งต้น................................................................................................................ ..... ข้อกฎหมายที่เก่ยี วขอ้ ง............................................................................................... ................ ประเด็นทีต่ อ้ งพิจารณา........................................................................................................ ....... ความเหน็ ของคณะกรรมการสอบสวน............................................................................... ......... จงึ เรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และพร้อมนไ้ี ดเ้ สนอสำนวนการสอบสวนมาดว้ ยแลว้ ลงชอ่ื .............................................ประธานกรรมการ () ลงชอ่ื ..............................................กรรมการ () ลงชอื่ ..............................................กรรมการ () ลงชอื่ ..............................................กรรมการ () ลงชอื่ ..............................................กรรมการ ( )และเลขานกุ าร ลงช่อื ..............................................ผูช้ ่วยเลขานุการ () หน้า 115
ระเบยี บสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติวา่ ด้วยหลกั เกณฑ์ และวธิ ีการเก่ียวกบั การส่ังพักงานและการเบกิ จา่ ย เงนิ เดอื นหรือค่าจ้างระหว่างพักงานเจ้าหน้าทแี่ ละลูกจา้ งของสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ --------------------------- โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการส่ังพักงานและ การเบกิ จา่ ยเงินเดือนหรอื คา่ จ้างระหวา่ งพักงานเจา้ หน้าที่และลูกจา้ งของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๖ (๔) แห่งพระราชบัญญัติความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ประกอบกบั ความในข้อ ๖๑ วรรคสาม ของระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะอนกุ รรมการดา้ นบริหารปฏิบัติหนา้ ท่ีคณะอนุกรรมการบรหิ ารงานบคุ คล เมือ่ วันท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ จึงออกระเบียบไว้ ดงั ต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสถาบันวคั ซนี แห่งชาตวิ ่าด้วยหลักเกณฑ์ และวธิ ีการเก่ียวกับ การส่ังพักงานและการเบิกจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างระหว่างพักงานเจ้าหน้าท่ีและลูกจ้างของสถาบันวัคซีน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓” ขอ้ ๒ ระเบยี บน้ใี หใ้ ช้บังคบั ต้ังแตว่ ันถัดจากวนั ประกาศเป็นตน้ ไป ขอ้ ๓ ในระเบยี บนี้ “สถาบัน” หมายความวา่ สถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผอู้ ำนวยการสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “เจา้ หน้าที่” หมายความวา่ เจ้าหนา้ ที่ของสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจา้ งของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ “คณะกรรมการสอบสวน” หมายความวา่ คณะกรรมการท่ีผู้อำนวยการแต่งต้ัง เพ่ือดำเนินการ สอบสวนผู้ถูกกล่าวหา และรวบรวมข้อมลู พยานหลกั ฐานตา่ ง ๆ ท่ีเกย่ี วกับการกระทำผิดวนิ ัย ข้อ ๔ หลักเกณฑ์ วิธกี าร หรือการดำเนินการเกี่ยวกับการสั่งพักงาน และการเบิกจ่ายเงินเดือน หรือค่าจ้างระหว่างพักงานที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบน้ี ให้นำหลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนมาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม ข้อ ๕ ในกรณีเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูก ตั้งกรรมการสอบสวน ให้ผอู้ ำนวยการสัง่ พักงานได้เมื่อมเี หตุอย่างหนงึ่ อยา่ งใด ดงั ต่อไปน้ี (๑) เจ้าหน้าที่หรือลกู จ้างผู้นน้ั ถูกต้ังกรรมการสอบสวนในเรือ่ งเก่ยี วกับการทุจริตต่อหนา้ ที่ หรือ ประพฤติตนไม่เหมาะสม ทำให้เส่ือมเสียช่ือเสียงแก่ตนเองหรือสถาบัน โดยผู้อำนวยการพิจารณาแล้วเห็นว่า ถา้ ใหเ้ จา้ หน้าที่หรือลูกจ้างผู้นัน้ ปฏบิ ัติงานในตำแหนง่ ดังกล่าวตอ่ ไป อาจทำให้เกิดความเสยี หายแกส่ ถาบนั ได้ (๒) มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าให้เจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้ที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนนั้น อย่ใู นตำแหนง่ ตอ่ ไป จะเป็นอปุ สรรคตอ่ การสอบสวนหรือการพิจารณา ทง้ั นี้ การสั่งพักงานใหส้ ั่งพกั ไดไ้ มเ่ กินเกา้ สบิ วัน ข้อ ๖ เจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกต้ังกรรมการ สอบสวนหลายสำนวนในกรณีทไี่ ดส้ ่งั พกั งานในสำนวนใดไวแ้ ล้ว ใหส้ ่ังพกั งานในสำนวนท่ีเพม่ิ ขึ้นน้นั ด้วย หน้า 116
ขอ้ ๗ คำสงั่ พกั งานให้ทำเปน็ หนงั สอื ระบุชอื่ ผู้ถูกสงั่ พกั งาน และเหตทุ สี่ ั่งพักงานดว้ ย เม่ือได้มีคำส่ังให้เจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้ใดพักงานแล้ว ให้แจ้งคำสั่งให้ผู้นั้นทราบพร้อมทั้ง ส่งสำเนาคำสั่งให้ดว้ ยโดยพลนั ในกรณีท่ีไม่สามารถแจ้งให้ผู้นั้นทราบได้ หรอื ผู้นั้นไม่ยอมรับทราบคำสง่ั ใหป้ ิด สำเนาคำสั่งและมีหนังสือแจ้งพร้อมกับส่งสำเนาคำสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปให้ผู้นั้น ณ ที่อยู่ของผู้น้ัน ตามท่ีได้ให้ไว้กับสถาบัน ในกรณีเช่นน้ีเม่ือล่วงพ้นสิบวันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการดังกล่าว ให้ถือว่าผู้น้ันได้ ทราบคำสัง่ พักงานแล้ว ข้อ ๘ ในระหว่างถูกส่ังพักงาน ให้เจ้าหน้าที่ผู้ถูกส่ังพักงานมีสิทธิใช้สวัสดิการการรักษาพยาบาล และเงนิ ช่วยเหลือการศึกษาบุตรได้ตามระเบยี บคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาตวิ ่าด้วยหลกั เกณฑ์ และวิธีการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชนแ์ ก่เจา้ หน้าท่ีของสถาบัน และหากปรากฏผลในภายหลังว่ามีคำส่ัง ลงโทษปลดออกหรือไล่ออก มิให้เรยี กเงนิ ทส่ี ถาบันจา่ ยตามข้อนคี้ ืนโดยถือเป็นการช่วยเหลอื ตามธรรมจรรยา ในส่วนสวัสดิการอ่ืน ๆ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในวรรคหน่ึงให้ระงับไว้ชั่วคราวจนกว่า การสอบสวนจะถึงท่ีสุด และเมื่อผลการสอบสวนปรากฏว่าเจ้าหน้าท่ีผู้ถูกส่ังพักงานมิได้กระทำความผิดหรือ ถูกลงโทษไม่ถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออก ให้เบิกจ่ายสวัสดิการย้อนหลังตามสิทธิท่ีกำหนดในระเบียบคณะ กรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ แกเ่ จ้าหนา้ ท่ีของสถาบัน ข้อ ๙ เมื่อได้ส่ังให้เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างผู้ใดพักงานเพ่ือรอผลการสอบสวน หากภายหลัง ปรากฏผลการสอบสวนเปน็ ประการใด ใหด้ ำเนนิ การดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีผลการสอบสวนปรากฏว่าเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างไม่ได้กระทำผิดวินัย และไม่มีกรณี ท่ีจะต้องถูกสั่งให้ออกจากงานเพราะเหตุอื่น ให้สั่งให้ผู้ถูกสั่งพักงานกลับเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งเดิมหรือ ตำแหนง่ อืน่ ในระดับเดียวกัน (๒) ในกรณีผู้ถูกส่ังพักงานถูกลงโทษไม่ถึงข้ันปลดออกหรือไล่ออก ให้สั่งให้ผู้ถูกสั่งพักงาน กลบั เข้าปฏิบัติงานในตำแหนง่ ท่ีไมต่ ำ่ กว่าตำแหนง่ เดมิ (3) ในกรณีผู้ถูกสั่งพักงาน กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้สั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออกนับแต่ วนั ท่ีถกู สัง่ พกั งาน ข้อ ๑๐ ใหร้ ะงบั การจ่ายเงนิ เดอื นสำหรับผู้ถูกส่งั พักงานต้ังแตว่ ันท่ถี กู สงั่ พักงานเปน็ ต้นไป ข้อ ๑๑ เงินเดือนระหว่างพักงานของผู้ถูกส่ังพักงาน เม่ือการสอบสวนสิ้นสุดให้ดำเนินการ ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ในกรณีผลการสอบสวนปรากฏว่าผู้ถูกส่ังพักงานมิได้กระทำความผิด หรือกระทำความผิด และถกู สง่ั ลงโทษไม่ถงึ ข้นั ปลดออกหรือไล่ออก ใหเ้ บิกจา่ ยเต็มจำนวน (๒) ในกรณีผลการสอบสวนปรากฏว่าผู้ถูกสั่งพักงานกระทำความผิดและถูกส่ังลงโทษตั้งแต่ ปลดออกหรอื ไลอ่ อก มใิ หจ้ า่ ยเงินเดอื น ขอ้ ๑๒ ในกรณผี ้ถู กู สงั่ พกั งานตายระหวา่ งการสอบสวน ให้ดำเนินการสอบสวนต่อไปจนแล้วเสร็จ ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายนคร เปรมศรี) ผู้อำนวยการสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ หน้า 117
หนา้ 118
หนา้ 119
หนา้ 120
หนา้ 121
หนา้ 122
ประกาศคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เรอ่ื ง โครงสร้างเงินเดือนเจ้าหนา้ ทีข่ องสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2563 เพื่อให้การกำหนดโครงสร้างเงินเดือนเจ้าหน้าที่ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติมีความชัดเจน เป็นธรรม และสอดคล้องกับคา่ งานตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๖ ของระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย การบริหารงานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และมติคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีน แห่งชาติเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ จึงกำหนดโครงสร้าง เงนิ เดอื นเจ้าหนา้ ท่สี ถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ และเงินเพมิ่ พิเศษในการบรรจุครง้ั แรก ดังน้ี 1. โครงสรา้ งเงินเดือน ประเภทตำแหน่ง ระดับ ชว่ งเงนิ เดือน (บาท) บรหิ าร วิชาการ ระดับสูง (รองผ้อู ำนวยการ) ๑๐๐,๐๐๐ - ๑6๐,๐๐๐ สนับสนุน ระดับสงู (ผู้ช่วยผูอ้ ำนวยการ) ๘๐,๐๐๐ - 150,๐๐๐ ระดับต้น (ผูจ้ ดั การสำนัก) ๖๔,๐๐๐ - 145,000 ๘๐,๐๐๐ - 135,000 ระดับเชย่ี วชาญพเิ ศษ ๕๒,๐๐๐ - 87,000 ระดบั ชำนาญการพิเศษ ๓๒,๐๐๐ - 72,000 ๒๒,๕๐๐ - 38,000 ระดบั ชำนาญการ ๔๕,๐๐๐ - 76,000 ระดบั ปฏิบัตกิ าร ๒๗,๐๐๐ - 51,300 18,800 - 36,000 ระดับสงู ระดับกลาง ระดบั ตน้ 2. เงินเพมิ่ พเิ ศษในการบรรจุครงั้ แรก 2.๑ อตั ราเงินเดอื นเร่มิ ต้นตามวุฒิการศึกษา (เพม่ิ เติม) 2.1.1 ประเภทสนบั สนุน - วุฒปิ ริญญาโท อัตราเงินเดอื น ๒๑,๑๐๐ บาท - วฒุ ปิ รญิ ญาเอก อตั ราเงนิ เดือน ๒๕,๑๐๐ บาท 2.1.2 ประเภทวชิ าการ: - วุฒปิ ริญญาโท อตั ราเงินเดอื น ๒๕,๓๐๐ บาท - วุฒปิ ริญญาเอก อัตราเงนิ เดือน ๓๑,๐๐๐ บาท /๒.2 ค่าประสบการณ์ ... หน้า 123
๒.2 คา่ ประสบการณ์ - ประสบการณ์ตรง ปีละ ๕๐๐ บาท หรอื ตามความเหมาะสม - ประสบการณใ์ กล้เคียง ปีละ ๓๐๐ บาท หรอื ตามความเหมาะสม 2.๓ เงินเพ่มิ กรณจี บการศึกษาจากตา่ งประเทศที่ สำนกั งาน ก.พ. รับรอง - ระดบั ปรญิ ญาตรี เพ่ิม ๒,๐๐๐ บาท - ระดบั ปริญญาโท เพิ่ม ๓,๐๐๐ บาท - ระดบั ปรญิ ญาเอก เพ่ิม ๕,๐๐๐ บาท ประกาศ ณ วนั ที่ 14 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖3 (นายมานิต ธรี ะตันติกานนท์) ประธานกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ หน้า 124
ประกาศคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ เร่อื ง มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ประเภทตำแหน่ง ชอ่ื ตำแหนง่ ลกั ษณะงานทีต่ ้องปฏิบัติ และคุณสมบตั ิเฉพาะตำแหน่ง ของเจา้ หน้าที่สถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยที่เป็นการสมควรให้มีมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ประเภทตำแหน่ง ชื่อตำแหน่ง ลกั ษณะงานทต่ี อ้ งปฏิบัติ และคุณสมบัตเิ ฉพาะตำแหนง่ ของเจา้ หนา้ ท่ีสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๗ ของระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย การบริหารงานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบกับมติคณะกรรมการบริหาร สถาบันวัคซีนแห่งชาติในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ คณะกรรมการบริหาร สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จึงกำหนดมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ประเภทตำแหน่ง ชื่อตำแหน่ง ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ของเจ้าหน้าที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ตามรายละเอียด ที่แนบท้ายประกาศ ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. 2563 (นายมานติ ธรี ะตันตกิ านนท์) ประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซนี แห่งชาติ หนา้ 125
มาตรฐานกำหนดตำแหน่งของเจา้ หน้าท่ีสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ ด้วยภาระหนา้ ทีค่ วามรับผิดชอบภายใต้วัตถุประสงค์การจัดตั้งตามพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีน พ.ศ. 2561 และการกำหนดโครงสร้างตำแหน่ง การกำหนดชื่อตำแหน่ง และกรอบอัตรากำลังระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563-2565) ภายใต้ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 สถาบันได้กำหนดมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของเจ้าหน้าที่สถาบันวัคซีน แห่งชาติ ประกอบด้วย ประเภทตำแหน่ง ชื่อตำแหน่ง ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ดังน้ี 1. รองผูอ้ ำนวยการสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ ตำแหน่งประเภท นกั บริหาร ระดับตำแหน่ง ระดบั สูง หนา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบหลกั มีหน้าที่ความรับผิดชอบหลักในการบริหารงานในฐานะรองผู้อำนวยการสถาบัน เป็นตำแหน่งประเภท บริหารระดับสูง โดยช่วยผู้อำนวยการในภารกิจของสถาบัน งานนโยบายและยุทธศาสตร์ งานบริหารงานบุคคล งานงบประมาณ งานพัสดุและทรัพย์สิน งานประชาสัมพันธ์ และงานเกี่ยวกับการวิจัย การพัฒนา และการผลิต วัคซีน งานภารกิจพิเศษ โดยมีลักษณะงานเกี่ยวกับการวางแผนเชิงระบบ บูรณาการแผนงาน การบริหารจัดการ จัดระบบงาน อำนวยการ วินิจฉัย สั่งการ มอบหมาย กำกับดูแล ตรวจสอบ ติดตาม ให้คำแนะนำ ปรับปรุงแก้ไข ปัญหาในงานของสำนักที่รับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการสถาบันมอบหมาย ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบของงาน สงู มากเปน็ พิเศษ และปฏบิ ัตงิ านอ่ืนตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย คุณสมบตั เิ ฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหน่งประเภทบรหิ ารระดบั ตน้ ไมน่ ้อยกว่า 5 ปี และผ่านการอบรมด้านบริหาร 2. ผจู้ ัดการสำนกั ตำแหน่งประเภท นักบริหาร ระดบั ตำแหน่ง ระดบั ตน้ หน้าที่ความรบั ผดิ ชอบหลัก มีหนา้ ท่คี วามรับผิดชอบหลกั ในการบริหารงานในฐานะผ้จู ดั การสำนักภายในสถาบนั ทีม่ หี น้าที่และอำนาจ ในการบริหารงานทั่วไปในสำนัก โดยมีลักษณะงานเกี่ยวกับการวางแผน การบริหารจัดการ จัดระบบงาน อำนวยการ สั่งการ มอบหมาย กำกับดูแล ตรวจสอบ ติดตาม ให้คำแนะนำ ปรับปรุงแก้ไขปัญหา ในงานของสำนักที่รับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการสถาบันมอบหมาย ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบของงานสูงมาก และปฏิบัตงิ านอ่นื ตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ หรือดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับสูง ไมน่ ้อยกวา่ 5 ปี และผา่ นการอบรมดา้ นบริหาร หน้า 126
3. นักวิชาการวัคซนี ตำแหนง่ ประเภท วิชาการ หน้าทีค่ วามรบั ผิดชอบหลัก มีหนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบหลักในการปฏิบตั ิงานทางด้านวัคซนี ซึง่ มลี กั ษณะงานทปี่ ฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย วินิจฉัยปัญหา พัฒนางานด้านวัคซีน ได้แก่ การวิจัยพัฒนา การผลิต การประกันและควบคุม คุณภาพ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อเสนอนโยบาย วางแผนงาน ดำเนินงาน กำกับติดตาม ประเมินผล การดำเนนิ งาน และปฏบิ ัตหิ น้าทอี่ ื่นท่เี ก่ียวข้อง 3.1 นกั วชิ าการวคั ซนี ระดับปฏิบัตกิ าร หนา้ ทคี่ วามรับผดิ ชอบหลกั หนา้ ท่คี วามรบั ผิดชอบหลัก ไดแ้ ก่ ปฏบิ ตั งิ านในฐานะผู้ปฏบิ ัติงานระดับต้น ทตี่ อ้ งใชค้ วามรู้ความสามารถ ทางวิชาการในการปฏิบัติงานด้านวัคซีน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้ รบั มอบหมาย โดยมลี ักษณะงานทป่ี ฏิบตั ิ ดงั น้ี 1) ศึกษา ค้นคว้า รวบรวม จัดเตรียมข้อมูลทางวิชาการเบื้องต้น เกี่ยวกับงานด้านวัคซีน ได้แก่ การวจิ ัยพัฒนา การผลติ การประกนั และควบคุมคุณภาพ การสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุ้มกันโรค 2) ประสานงานกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร ให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ งานด้านวคั ซนี 3) ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานหรือโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและ ผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด 4) ให้บริการทางวิชาการ เช่น การจัดทำเอกสาร ตำรา คู่มือ เอกสาร สื่อ เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพ่ือการเรยี นรู้ และสนบั สนนุ ภารกจิ ของหนว่ ยงาน 5) ติดตามผลการศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยงานด้านวัคซีน อำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุน การดำเนนิ การตา่ ง ๆ คุณสมบัตเิ ฉพาะตำแหน่ง 1. ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ได้แก่ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาวิชา แพทยศาสตร์ สาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ สาขาวิชา เทคโนโลยีชีวภาพ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข หรือสาชาวิชาใดสาขาวิชาหน่ึง ท่สี ถาบนั เหน็ ว่าเหมาะสมกบั หน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบและลักษณะงานทป่ี ฏิบัติ 2. ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ได้แก่ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาวิชา แพทยศาสตร์ สาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ สาขาวิชา เทคโนโลยีชีวภาพ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข หรือสาชาวิชาใดสาขาวิชาหน่ึง ที่สถาบนั เหน็ วา่ เหมาะสมกบั หน้าท่ีความรบั ผดิ ชอบและลักษณะงานที่ปฏิบตั ิ หนา้ 127
3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ได้แก่ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาวิชา แพทยศาสตร์ สาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ สาขาวิชา เทคโนโลยีชีวภาพ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข หรือสาชาวิชาใดสา ขาวิชาหน่ึง ทส่ี ถาบันเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรบั ผดิ ชอบและลักษณะงานทีป่ ฏิบัติ 3.2 นกั วชิ าการวคั ซนี ระดับชำนาญการ หนา้ ท่ีความรบั ผดิ ชอบหลกั หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ความสามารถ ความชำนาญสูงในงานด้านวัคซีน ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์เพื่อให้ การดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ แก้ไขปัญหางานที่มีความยุ่งยากและ มีขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อนและมีขอบเขตกว้างขวาง มีการกำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะ กับสถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้งานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานทีป่ ฏบิ ัติ ดังน้ี 1) ศึกษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลที่ยากและมีความซับซ้อนที่ต้องอาศัยความรู้ทางวิชาการด้านวัคซีน 2) สังเคราะห์ วิเคราะห์ ติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อใช้เป็น ข้อมูลในการปฏิบัตงิ านจัดทำรายงาน เอกสารวชิ าการ หรือเอกสารประกอบการประชุม 3) ประสานงานกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร ให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงาน ดา้ นวัคซนี 4) ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานหรอื โครงการ และแกป้ ัญหาในการปฏิบัติงาน เพื่อใหก้ ารดำเนินงาน เปน็ ไปตามเป้าหมายและผลสมั ฤทธิ์ที่กำหนด 5) ดำเนินการจัดทำเอกสาร ตำรา คู่มือ เอกสาร สื่อ เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้ รวมท้ัง พัฒนาเครอื่ งมือ วธิ ีการ หรือประยุกตเ์ ทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในงานท่เี กยี่ วข้อง 6) ติดตามประเมินผล ให้คำปรึกษา แนะนำ ปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและ ผลสมั ฤทธ์ิทีก่ ำหนดได้ คณุ สมบัติเฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับ ปริญญาโทข้นึ ไปหรือเทียบเทา่ กำหนดเป็น 3 ปี 3.3 นักวชิ าการวคั ซีนระดับชำนาญการพิเศษ หน้าทีค่ วามรับผิดชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานและประสบการณ์สูงมาก ในงานด้านวัคซีน ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ ควบคุม การปฏิบัติงานที่มีขอบเขตเนื้อหาของงานหลากหลาย แก้ไขปัญหางานที่มีความยุ่งยากและมีขั้นตอนการทำงาน ที่ซับซ้อนมาก กำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะกับสถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้งานสำเร็จ ตามวตั ถุประสงค์ และปฏบิ ัติหน้าทีอ่ น่ื ตามที่ไดร้ บั มอบหมาย โดยมีลักษณะงานทีป่ ฏบิ ัติ ดงั นี้ หนา้ 128
1) วางแนวทางศึกษา ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ ข้อมูลที่ยากและมีความซับซ้อนที่ต้องอาศัยความรู้ ทางวชิ าการด้านวคั ซีน รวบรวม และวิเคราะห์รายงานเพ่ือวางแนวทางในการจัดทำมาตรฐานงาน วเิ คราะห์ปัญหา และแก้ไขปัญหาท่เี กิดขน้ึ เพอื่ ใหก้ ารดำเนนิ งานเปน็ ไปตามเป้าหมาย 2) วางแนวทางการประเมินผลการดำเนินการในโครงการต่าง ๆ ปรับปรุงระบบงานให้มีประสิทธิภาพ ให้ขอ้ มลู เสนอแนะการดำเนินงาน แนวทางแกไ้ ข ควบคุม ดูแล ติดตามประเมินผล 3) วางแผนการทำงานหรือโครงการ แก้ปัญหาในการปฏิบัติงานและติดตามประเมินผล เพื่อให้ การดำเนนิ งานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสมั ฤทธิท์ ก่ี ำหนด 4) วางแนวทางการพัฒนาเนื้อหา องค์ความรู้ การจัดทำเอกสาร ตำรา คู่มือ เอกสาร สื่อต่าง ๆ เพื่อให้ ประชาชนมีความรคู้ วามเขา้ ใจในงานดา้ นวคั ซนี 5) ให้คำปรึกษาและอำนวยการในการถ่ายทอดความรู้ในงานด้านวิชาการและการปฏิบัติแก่เจ้าหน้าท่ี ระดบั รองลงมา เพือ่ สร้างความรูใ้ หส้ ามารถดำเนินงานได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ 6) ติดตามประเมินผล ให้คำปรึกษา แนะนำ ปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและ ผลสมั ฤทธ์ทิ ก่ี ำหนดได้ คณุ สมบตั ิเฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหนง่ ประเภทวชิ าการ ระดบั ชำนาญการ ไมน่ อ้ ยกวา่ 7 ปี 3.4 นักวชิ าการวคั ซีนระดับเชยี่ วชาญพเิ ศษ หน้าท่คี วามรบั ผิดชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีความเชี่ยวชาญในงาน โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในงานดา้ นวัคซีน ปฏิบัติงานทีต่ ้องตัดสนิ ใจหรอื แก้ปัญหาในทาง วิชาการที่ยากและซับซ้อนมากและมีผลกระทบในวงกว้าง และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะ งานทีป่ ฏิบัติ ดังน้ี 1) เสนอยทุ ธศาสตรก์ ารดำเนนิ งานของสถาบนั และวางแผนเชงิ ระบบในการดำเนินงานและกำกับติดตาม ประเมนิ ผล 2) เป็นหัวหน้าโครงการในการศึกษา คน้ ควา้ วิเคราะห์ วิจัยข้อมูลทีม่ ผี ลต่อการตัดสินใจในระดับนโยบาย ของประเทศ 3) มีสมรรถนะสูงในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ และระหว่างประเทศ และ สามารถเป็นผู้แทนของหนว่ ยงานในการนำเสนอข้อมลู หรอื รว่ มประชมุ ในเวทีระดับประเทศ และระดบั นานาชาติ 4) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอแนะความเห็น และแก้ไขปัญหาด้านวิชาการที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อน มากเป็นพเิ ศษ เพือ่ ใหบ้ รรลุเปา้ หมายและผลสมั ฤทธ์ิทีก่ ำหนดได้ 5) สร้างและพฒั นาศกั ยภาพของบุคลากรทีจ่ ะเปน็ กำลงั สำคัญในการปฏบิ ตั งิ านของสถาบนั คณุ สมบัติเฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหน่งประเภทวชิ าการ ระดับชำนาญการพิเศษ ไม่น้อยกว่า 5 ปี 5 หน้า 129
4. นักวเิ คราะห์นโยบายและแผน ตำแหน่งประเภท วิชาการ หน้าท่ีความรบั ผดิ ชอบหลัก มหี น้าทีค่ วามรบั ผดิ ชอบหลักในการปฏิบัติงานบรหิ ารยุทธศาสตร์ วเิ คราะห์นโยบายและการวางแผน ซึ่งมี ลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ประสานแผน ประมวลแผน พิจารณาเสนอแนะ เพื่อประกอบการกำหนดนโยบายหรือยุทธศาสตร์ จัดทำแผนหรือโครงการ วิเคราะห์ความต้องการ การใช้ทรัพยากร การจัดหาและการจัดสรรทรัพยากร การบริหารทรัพยากร การวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย การติดตาม ประเมินผล การดำเนินงานตามแผนและโครงการต่าง ๆ การจัดทำข้อมูลสารสนเทศเพื่อการวางแผนและ ปฏบิ ตั ิหนา้ ทอี่ น่ื ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง 4.1 นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนระดบั ปฏิบัติการ หนา้ ท่ีความรับผิดชอบหลัก หน้าทีค่ วามรบั ผดิ ชอบหลัก ไดแ้ ก่ ปฏิบัตงิ านในฐานะผู้ปฏบิ ัตงิ านระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ ทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบและปฏบิ ัติงานอื่นตามที่ไดร้ ับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานทปี่ ฏิบตั ิ ดงั น้ี 1) ศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ ประสานแผน ประมวลแผน เพื่อประกอบการดำเนินงานเกี่ยวกับ การกำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตรค์ วามม่นั คงดา้ นวัคซนี แห่งชาติ และแผนยุทธศาสตร์ของสถาบนั 2) วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงาน ประสานการ ทำงาน ชี้แจงใหร้ ายละเอียดเก่ยี วกับขอ้ มูล ข้อเทจ็ จรงิ 3) จัดเก็บข้อมูล ให้บริการข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน สนับสนุนภารกิจ ของหนว่ ยงาน เพื่อเพ่มิ พูนประสิทธภิ าพในการทำงาน 4) ให้คำแนะนำ ตอบปญั หาและชแี้ จงเรอ่ื งตา่ ง ๆ เกย่ี วกับงานนโยบายและแผน 5) ตดิ ตามผลการดำเนนิ งานตามแผนยุทธศาสตร์ความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ แผนปฏบิ ัติการประจำปี ของสถาบัน และการใชจ้ า่ ยงบประมาณของสถาบนั คณุ สมบัติเฉพาะตำแหน่ง 1. ได้รบั ปรญิ ญาตรหี รอื คุณวุฒิอย่างอ่นื ท่ีเทยี บไดใ้ นระดับเดียวกนั ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหน่ึงท่ีสถาบัน เหน็ วา่ เหมาะสมกับหนา้ ทค่ี วามรับผดิ ชอบและลกั ษณะงานทีป่ ฏบิ ตั ิ 2. ได้รบั ปรญิ ญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอนื่ ที่เทียบได้ในระดบั เดียวกัน ในสาขาวชิ าใดสาขาวิชาหน่ึงท่ีสถาบัน เหน็ ว่าเหมาะสมกับหนา้ ท่ีความรบั ผดิ ชอบและลักษณะงานทีป่ ฏิบตั ิ 3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ทส่ี ถาบันเหน็ วา่ เหมาะสมกับหน้าทคี่ วามรบั ผิดชอบและลกั ษณะงานทีป่ ฏบิ ัติ หนา้ 130
4.2 นักวิเคราะหน์ โยบายและแผนระดบั ชำนาญการ หนา้ ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานสูง ในงานด้านวิเคราะห์นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบงานที่ต้อง ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์เพื่อให้การปฏิบัติงานดำเนินงานตามแผนงานโครางการสำเร็จตามเป้าหมายและ วัตถุประสงค์ แก้ไขปัญหางานที่มีความยุ่งยากและมีขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากและมีขอบเขตกว้างขวาง มกี ารกำหนดแนวทางการทำงานท่ีเหมาะกบั สถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏิบตั งิ านเพ่ือใหง้ านสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และปฏบิ ัติหนา้ ทอี่ ่นื ตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติ ดงั นี้ 1) ปฏิบัติงานด้านการบริหารยุทธศาสตร์และแผนขั้นสูงที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ตรวจสอบ การปฏบิ ัตงิ านบริหารยทุ ธศาสตรแ์ ละแผน 2) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือวิจัยที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนาเอกสาร คู่มือเกี่ยวกับงาน ในความรับผิดชอบเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนางานวิชาการ เทคนิควิธีการพัฒนาระบบและมาตรฐานของงาน ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จัดทำแผนงานโครงการ ติดตามประเมินผลการดำเนินการตามแผนงาน และโครงการตา่ ง ๆ เพอ่ื ให้การปฏบิ ัตงิ านบรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ 3) ร่วมกำหนดนโยบายและแผนงาน มอบหมาย ตรวจสอบ ควบคุม ใหค้ ำปรกึ ษา แนะนำ ปรับปรุงแก้ไข เพือ่ ใหก้ ารปฏิบตั ิงานบรรลเุ ป้าหมายและผลสมั ฤทธ์ทิ ก่ี ำหนด 4) ประสานการทำงาน โดยมีบทบาทในการเจรจา เพ่ือให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ พัฒนาข้อมูล จัดทำเอกสารวิชาการให้บริการวิชาการด้านวิเคราะห์นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ เพื่อก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้และสนับสนนุ ภารกจิ ของหนว่ ยงาน คุณสมบตั เิ ฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับ ปริญญาโทขึ้นไปหรือเทียบเท่า กำหนดเป็น 3 ปี 4.3 นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผนระดับชำนาญการพิเศษ หน้าทค่ี วามรับผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ทักษะและประสบการณ์สูงมากในงานด้านนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ ปฏิบัติงาน ท่ีต้องศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วเิ คราะห์ สังเคราะห์ เพอื่ การปฏิบัติงานหรือการพัฒนางานท่ีต้องตัดสินใจหรือแก้ไข ปัญหาในงานที่ยุ่งยากมาก ควบคุมการปฏิบัติงานที่มีเนื้อหาของงานหลากหลาย มีขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยาก ซับซ้อน กำกับตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ และปฏิบัติหน้าที่อ่ืน ตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานทป่ี ฏิบตั ิ ดงั น้ี 1) การบริหารงานด้านยุทธศาสตร์และแผน ที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ดูแลติดตาม ตรวจสอบ การปฏิบัติงานบริหารยุทธศาสตร์และแผน ที่ต้องใช้ความรู้ ความชำนาญงาน ประสบการณ์และให้เป็นไป ตามที่กำหนด 2) ศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิเคราะห์ สังเคราะห์ที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนาเอกสารวิชาการเพื่อก่อให้เกิด การพัฒนางานวิชาการ กำหนดแนวทาง พัฒนาระบบงานให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หรือเพื่อหาวิธีการ ในการแกไ้ ขปญั หาเก่ียวกับงานบรหิ ารยทุ ธศาสตรแ์ ละแผน หน้า 131
3) ให้บริการวิชาการและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับหลักการและวิธีการของงานในด้านบริหารนโยบาย และแผน 4) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานในหน้าที่ กำหนด ร่วมกำหนด นโยบายการปฏิบัติงาน แผนงาน โครงการของหน่วยงาน ติดต่อประสานงาน วางแผนมอบหมายส่งเสริม ติดตาม ประเมนิ ผล และแก้ไขปญั หาเพือ่ ให้การปฏบิ ัตงิ านบรรลผุ ลสมั ฤทธิ์ คุณสมบัติเฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหนง่ ประเภทวชิ าการ ระดบั ชำนาญการ ไม่นอ้ ยกว่า 7 ปี 4.4 นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผนระดับเชีย่ วชาญพิเศษ หน้าทคี่ วามรบั ผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีความเชี่ยวชาญในงาน โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน ปฏิบัติงานที่ต้องตัดสินใจ หรือแก้ปัญหาในทางวิชาการที่ยากและซับซ้อนมากและมีผลกระทบในวงกว้าง และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ได้รับ มอบหมาย โดยมีลักษณะงานท่ีปฏบิ ตั ิ ดังนี้ 1) เสนอยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสถาบัน และวางแผนเชงิ ระบบในการดำเนินงานและกำกับติดตาม ประเมินผล 2) เป็นหวั หน้าโครงการในการศึกษา คน้ คว้า วเิ คราะห์ วิจัยขอ้ มูลท่ีมีผลต่อการตัดสินใจในระดับนโยบาย ของประเทศ 3) มีสมรรถนะสูงในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ และระหว่างประเทศ และ สามารถเป็นผู้แทนของหน่วยงานในการนำเสนอข้อมูล หรอื ร่วมประชุมในเวทรี ะดบั ประเทศ และระดบั นานาชาติ 4) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอแนะความเห็น และแก้ไขปัญหาด้านนโยบาย แผนงาน แผนงบประมาณ ที่มคี วามยงุ่ ยาก ซับซ้อนมากเป็นพเิ ศษ เพอ่ื ใหบ้ รรลุเปา้ หมายและผลสมั ฤทธท์ิ ก่ี ำหนดได้ 5) สร้างและพฒั นาศกั ยภาพของบุคลากรท่ีจะเปน็ กำลงั สำคัญในการปฏบิ ัติงานของสถาบนั คณุ สมบตั เิ ฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหนง่ ประเภทวิชาการ ระดบั ชำนาญการพเิ ศษ ไมน่ ้อยกวา่ 5 ปี 5. ผ้ตู รวจสอบภายใน ตำแหนง่ ประเภท สนบั สนุน หนา้ ท่ีความรับผิดชอบหลกั มีหน้าที่ความรับผิดชอบหลักเกี่ยวกับการตรวจสอบการดำเนินงาน การบริหารจัดการของหน่วยงาน ในด้านงบประมาณ บัญชีและพัสดุ รวมทั้งการตรวจสอบเอกสารหลักฐานทางการบัญชี การเงิน ยอดเงิน การทำสัญญา การจัดซื้อพัสดุ การเบิกจ่าย การลงบัญชี การจัดเก็บรักษาพัสดุในคลังพัสดุ ตรวจสอบการใช้และ การเก็บรักษายานพาหนะ ให้ประหยดั และถูกตอ้ งตามระเบียบ และปฏิบตั หิ น้าทอี่ ื่นทเี่ ก่ยี วข้อง 5.1 ผ้ตู รวจสอบภายในระดับตน้ หน้าที่ความรบั ผดิ ชอบหลกั หน้าทค่ี วามรบั ผิดชอบหลกั ไดแ้ ก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัตงิ านระดบั ต้น ท่ตี อ้ งใช้ความรู้ ความสามารถ ทางวิชาการในการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบภายใน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอ่ืน ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานท่ปี ฏบิ ตั ิ ดังน้ี หนา้ 132
1) ตรวจสอบการปฏิบัติงานในด้านงบประมาณ บัญชี ตรวจสอบหลักฐานเอกสารทางบัญชี ควบคุม เอกสารทางด้านการเงิน ตรวจสอบการปฏิบัติงานทางด้านพัสดุ จัดทำรายงานและข้อเสนอแนะเพื่อให้การใช้ งบประมาณและทรพั ยากรเปน็ ไปอย่างประหยัด มีประสิทธภิ าพ ๒) ให้คำปรกึ ษา แนะนำ ตอบปัญหาและช้แี จงเรอื่ งตา่ ง ๆ ทีเ่ กย่ี วกบั งานในหน้าท่ี 3) วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมวางแผนการทำงานของหน่วยงาน ประสานชี้แจงการทำงาน ร่วมกัน แก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้นและให้บริการข้อมูลทางวิชาการและสนับสนุนภารกิจ ของหนว่ ยงาน คุณสมบตั ิเฉพาะตำแหนง่ 1. ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งที่สถาบันเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าท่ี ความรบั ผดิ ชอบและลักษณะงานที่ปฏบิ ตั ิ 2. ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอ่ืนที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งที่สถาบันเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ ความรบั ผิดชอบและลกั ษณะงานที่ปฏบิ ตั ิ 3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งที่สถาบันเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าท่ี ความรบั ผิดชอบและลักษณะงานท่ปี ฏิบัติ 5.2 ผูต้ รวจสอบภายในระดับกลาง หนา้ ทีค่ วามรับผิดชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ความสามารถ ความชำนาญงานสูงในงานด้านตรวจสอบภายใน ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ แก้ไขปัญหางานที่ยุ่งยาก มีขั้นตอนการทำงานและขอบเขตกว้างขวาง มีการกำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏิบตั งิ านเพ่ือให้งานสำเรจ็ ตามวัตถุประสงค์ และปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีอนื่ ตามทไี่ ด้รับมอบหมาย โดยมีลกั ษณะ งานที่ปฏบิ ัติ ดังน้ี 1) ตรวจสอบการปฏิบัติงานในด้านงบประมาณ บัญชี ตรวจสอบหลักฐานเอกสารทางบัญชี ควบคุม เอกสารทางด้านการเงิน ตรวจสอบการปฏิบัติงานทางด้านการเงิน ตรวจสอบการปฏิบัติงานทางด้านพัสดุ จดั ทำรายงานและข้อเสนอแนะ เพือ่ ใหก้ ารใชง้ บประมาณและทรพั ยากรเปน็ ไปอยา่ งประหยดั มีประสทิ ธิภาพ 2) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์งานตรวจสอบภายใน จัดทำเอกสาร คู่มือเกี่ยวกับงาน ในความรับผิดชอบ ออกแบบจัดวางระบบการควบคุมภายในของหน่วยงาน รวบรวมและตรวจสอบความถูกต้อง ใหค้ ำปรึกษาแนะนำ ตอบปญั หาและช้แี จงเรือ่ งต่าง ๆ ท่เี กีย่ วกับงานในหนา้ ท่ี 3) ร่วมกำหนดนโยบายและแผนงาน มอบหมาย ตรวจสอบ ควบคุม ให้คำปรึกษาแนะนำ ปรับปรุงแก้ไข เพอื่ ให้การปฏบิ ตั ิงานบรรลุเป้าหมายและผลสมั ฤทธ์ทิ ี่กำหนด 4) ประสาน ให้คำปรึกษาแนะนำ ข้อคิดเห็น พัฒนาข้อมูลจัดทำเอกสารวิชาการ ให้บริการวิชาการ ดา้ นงานตรวจสอบภายใน เพ่ือให้เกิดการแลกเปลีย่ นเรียนรู้ ความรว่ มมอื และผลสัมฤทธติ์ ามทีก่ ำหนด หน้า 133
คณุ สมบัติเฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ข้นึ ไปหรอื เทียบเท่า กำหนดเปน็ 3 ปี 5.3 ผ้ตู รวจสอบภายในระดบั สงู หนา้ ท่คี วามรบั ผดิ ชอบหลัก หน้าท่ีความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานสูงมากในงานด้านตรวจสอบภายใน ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบงานที่ต้องศึกษา ค้นคว้า วเิ คราะห์ เพ่ือให้การดำเนนิ งานตามแผนงานโครงการสำเรจ็ ตามเป้าหมายและวตั ถุประสงค์ ควบคุมการปฏิบัติงาน ที่มีขอบเขตเนื้อหาหลากหลาย แก้ไขปัญหางานที่มีความยุ่งยากและมีขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนมากและมี ขอบเขตกวา้ งขวาง กำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะสมกบั สถานการณ์ ตรวจสอบผปู้ ฏิบตั งิ านเพ่ือให้งานสำเร็จ ตามวตั ถปุ ระสงค์ และปฏิบัตหิ นา้ ที่อ่ืนตามที่ได้รบั มอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานทีป่ ฏิบัติ ดงั น้ี 1) ปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบภายในขั้นสูง ที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ดูแล ติดตาม ตรวจสอบ การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ การเงิน การพัสดุ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ เพ่ือดูแลการใช้งบประมาณและทรัพยากรให้เป็นไปอยา่ งประหยดั มีประสิทธภิ าพ 2) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนาเอกสารวิชาการ คู่มือเกี่ยวกับงาน ในความรบั ผิดชอบ เผยแพร่ผลงานเพอ่ื กอ่ ให้เกิดการพฒั นางานวิชาการ เทคนคิ ใหบ้ รกิ ารวชิ าการ กำหนดแนวทาง พฒั นาระบบงานใหม้ คี ุณภาพและประสทิ ธิภาพยงิ่ ขึ้น 3) ควบคุมการออกแบบและการประเมินผล การจัดวางระบบควบคุมภายใน ติดตามประเมินผล การปฏบิ ัตงิ านตามแผนงาน 4) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอความเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานในหน้าที่ที่กำหนด ร่วมกำหนด นโยบายการปฏิบัติงาน แผนงานโครงการของหน่วยงาน ติดต่อ ประสานงาน วางแผน มอบหมาย ส่งเสริม และ แกไ้ ขปญั หาเพือ่ ให้การปฏบิ ัติงานบรรลุผลสมั ฤทธ์ิ คุณสมบัติเฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหน่งประเภทสนบั สนุน ระดบั กลาง ไมน่ อ้ ยกว่า 7 ปี 6. นักทรัพยากรบุคคล ตำแหนง่ ประเภท สนบั สนุน หนา้ ทคี่ วามรบั ผิดชอบหลกั มีหน้าที่ความรับผิดชอบหลกั ในการปฏิบัตงิ านเกี่ยวกบั การบริหาร การวางแผนและการพัฒนาทรัพยากร บุคคล ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ และดำเนินการเกี่ยวกับการวางระบบมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคล การวางแผนทรัพยากรบุคคล การกำหนดตำแหน่ง การให้ได้รับ เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง การสรรหา การบรรจุ และการแต่งตั้ง การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การเสริมสรา้ งแรงจูงใจในการปฏบิ ัติงาน การรักษาจรรยาและวินยั การออกจากงาน การคุ้มครองระบบคุณธรรม และปฏบิ ัตหิ นา้ ท่อี ่นื ที่เก่ียวขอ้ ง หนา้ 134
6.1 นักทรพั ยากรบุคคลระดบั ตน้ หนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัตงิ านระดับตน้ ที่ตอ้ งใช้ความรู้ความสามารถ ทางวิชาการในการปฏิบัตงิ านด้านการบริหารหรอื การพัฒนาทรัพยากรบุคคล ภายใต้การกำกับแนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบตั งิ านอืน่ ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานทีป่ ฏิบตั ิ ดังนี้ 1) ศึกษา รวบรวม ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากร บุคคล การกำหนดตำแหน่ง การวางแผนอัตรากำลัง การบริหารผลการปฏิบัติงาน การบริหารค่าตอบแทน การสรรหา การบรรจุ การแต่งต้ัง 2) วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงาน เพื่อให้ การดำเนินงานเปน็ ไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธท์ิ ่ีกำหนด 3) จัดเก็บข้อมูล ให้บริการข้อมูลทางวิชาการ ให้คำปรึกษาแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารและ การพฒั นาทรพั ยากรบคุ คล และสนบั สนุนภารกจิ ของหน่วยงาน 4) ดำเนินการจัดสวัสดิการ และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพ การปฏบิ ตั งิ าน คุณสมบตั ิเฉพาะตำแหน่ง 1. ไดร้ ับปริญญาตรีหรือคณุ วฒุ ิอย่างอนื่ ที่เทียบไดใ้ นระดับเดียวกนั ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งท่ีสถาบัน เห็นว่าเหมาะสมกับหนา้ ท่คี วามรับผดิ ชอบและลกั ษณะงานท่ปี ฏบิ ัติ 2. ไดร้ ับปริญญาโทหรือคณุ วุฒิอย่างอน่ื ที่เทยี บได้ในระดบั เดียวกัน ในสาขาวชิ าใดสาขาวชิ าหนึ่งที่สถาบัน เห็นว่าเหมาะสมกบั หน้าทค่ี วามรับผิดชอบและลกั ษณะงานท่ปี ฏิบัติ 3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหน่ึง ทส่ี ถาบนั เห็นวา่ เหมาะสมกบั หน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบและลักษณะงานท่ปี ฏิบัติ 6.2 นกั ทรพั ยากรบุคคลระดับกลาง หน้าทคี่ วามรับผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานสูงในงานด้านการบริหารบุคคล งานด้านการบริหารทั่วไป ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเป้ าหมายและ วัตถุประสงค์ แก้ไขปัญหางานที่มีความยุ่งยาก และมีขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน และมีขอบเขตกว้างขวาง มกี ารกำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะกับสถานการณ์ ตรวจสอบผปู้ ฏิบตั งิ านเพื่อใหง้ านสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และปฏิบัติหน้าทอี่ ืน่ ตามที่ไดร้ ับมอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานทีป่ ฏิบัติ ดังน้ี 1) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหาร หรือการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การสร้างและพัฒนาวิธีการหรือ เครื่องมือเกี่ยวกับการวดั ประเมนิ ต่าง ๆ 2) บันทึก รวบรวม ศึกษา คน้ ควา้ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ดา้ นการบรหิ ารบคุ คล จัดทำเอกสารวิชาการ คมู่ ือ เกี่ยวกับงานในความรับผิดชอบ วางหลักเกณฑ์ กำหนดวิธีการและระเบียบปฏิบัติทางด้านการ บริหาร หรือ การพัฒนาทรพั ยากรบุคคล เพอ่ื พัฒนาระบบหรือมาตรฐานในการปฏิบตั งิ าน 3) ร่วมกำหนดนโยบายและแผนงาน มอบหมาย ตรวจสอบ ควบคุม ให้คำปรึกษา แนะนำ และปรับปรุง แกไ้ ข เพอื่ ใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านบรรลุเป้าหมายและผลสัมฤทธิต์ ามที่กำหนด หนา้ 135
4) ประสาน ให้คำปรึกษา แนะนำ ข้อคิดเห็น พัฒนาข้อมูล จัดทำเอกสารวิชาการ ให้บริการวิชาการ ดา้ นการบรหิ ารทรัพยากรบุคคลเพื่อก่อใหเ้ กดิ การแลกเปลยี่ นเรียนรู้ คณุ สมบัตเิ ฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ข้นึ ไปหรือเทยี บเท่า กำหนดเปน็ 3 ปี 6.3 นักทรัพยากรบคุ คลระดบั สูง หนา้ ทคี่ วามรับผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ทักษะ และประสบการณ์สูงมาก ในงานด้านการบริหาร หรือการพัฒนาทรัพยากร บุคคล ปฏิบัติงานท่ีต้องศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์เพือ่ การปฏิบัตงิ านหรอื การพัฒนางาน ต้องตัดสินใจหรอื แก้ไข ปญั หาในงานที่ยุง่ ยากมาก ควบคมุ การปฏิบัติงานท่ีมีเน้ือหาของงานหลากหลาย มขี น้ั ตอนทำงานท่ียุ่งยากซับซ้อน กำกับ ตรวจสอบการปฏิบตั งิ านของผู้ปฏิบัตงิ านเพ่ือใหง้ านบรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ และปฏิบตั ิหนา้ ทอี่ น่ื ตามท่ีได้รับ มอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานทป่ี ฏบิ ตั ิ ดงั นี้ 1) ปฏิบัติการด้านการบริหาร หรือพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ดูแล ติดตาม ตรวจสอบการปฏบิ ัติงาน ท่ตี อ้ งใช้ความรู้ ความชำนาญงานและประสบการณท์ างด้านการบรหิ ารสูง 2) ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์งานด้านการบริหาร หรือพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนา เอกสารวิชาการเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนางาน กำหนดแนวทาง พัฒนาระบบงานให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ยง่ิ ขน้ึ 3) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับงานในหน้าที่ กำหนดหรือร่วมกำหนดนโยบาย การปฏิบัติงาน แผนงานหรือโครงการของหน่วยงาน ติดต่อประสานงาน วางแผนมอบหมาย ส่งเสริม และติดตาม ประเมินผล ตลอดจนแก้ไขปญั หาเพ่อื ให้การปฏบิ ัติงานบรรลผุ ลสมั ฤทธ์ิ คณุ สมบตั ิเฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดบั กลาง ไมน่ ้อยกว่า 7 ปี 7. นกั บัญชี ตำแหน่งประเภท สนับสนนุ หน้าทีค่ วามรับผิดชอบหลัก มีหน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ในการปฏิบัติงานทางการคลัง และการบัญชี ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติ เกี่ยวกับการคลัง การบัญชี การจัดทำรายงานทางการเงิน การวิเคราะห์สถานะทางการเงินและบัญชี การจัดทำฐานข้อมูลทางการเงิน การตรวจสอบความถูกต้องของการลงบัญชีประเภทต่าง ๆ และปฏิบัติงานอ่ืน ท่ีเกี่ยวขอ้ ง 7.1 นักบญั ชีระดับตน้ หนา้ ท่ีความรับผิดชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ไดแ้ ก่ ปฏบิ ตั งิ านในฐานะผ้ปู ฏิบัติงานระดับต้น ทีต่ อ้ งใช้ความรู้ความสามารถ ทางวิชาการ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับวิชาการการบัญชี ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบและปฏิบัติงานอื่น ตามที่ไดร้ ับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานทป่ี ฏบิ ัติ ดังนี้ หนา้ 136
1) จัดทำบัญชี และรายงานเอกสารทางบัญชี ตามระเบียบวิธีการของหน่วยงาน รวบรวมข้อมูลและ รายงานทางการเงิน 2) ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีประเภทต่าง ๆ ประเมินผล ติดตามผลการใช้จ่ายเงิน รายงาน ทางบัญชีประเภทตา่ ง ๆ ให้ถกู ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ 3) วิเคราะห์ และเสนอความเห็น วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ประสานชี้แจงการทำงานร่วมกัน ให้รายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติด้านบัญชี แก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น สนับสนุนภารกิจ ของหนว่ ยงาน คณุ สมบัตเิ ฉพาะตำแหนง่ 1. ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งที่สถาบันเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าท่ี ความรบั ผิดชอบและลักษณะงานทปี่ ฏบิ ัติ 2. ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งที่สถาบันเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าท่ี ความรับผิดชอบและลักษณะงานท่ีปฏบิ ตั ิ 3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งที่สถาบันเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ ความรับผิดชอบและลักษณะงานทป่ี ฏบิ ัติ 7.2 นักบญั ชรี ะดับกลาง หนา้ ท่คี วามรบั ผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญสูง ในงานด้านบัญชี ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์เพื่อให้ การดำเนินงานตามแผนงานโครงการให้สำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ แก้ไขปัญหางานที่มีความยุ่งยาก และมีขอบเขตกว้างขวาง กำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะกับสถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้ งานสำเร็จตามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีอ่นื ตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานทปี่ ฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 1) ควบคุม จัดทำบัญชี เอกสารตามระเบยี บวธิ กี ารบัญชี ควบคุมตรวจสอบรายงานทางการเงินและบัญชี ใหถ้ ูกต้องตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการท่ีกำหนด 2) ศึกษา วิเคราะห์ เสนอความเห็นเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติ ประเมินผล และติดตามผลการจ่ายเงิน งบประมาณ วิเคราะห์ สังเคราะห์งานด้านวิชาการบัญชี จัดทำเอกสาร คู่มือเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบ ให้บริการ วชิ าการตา่ ง ๆ เผยแพรค่ วามร้คู วามเข้าใจเก่ยี วกบั หลกั การและวิธกี ารของงานบญั ชี 3) รว่ มกำหนดนโยบายและแผนงาน มอบหมาย ตรวจสอบ ควบคมุ ใหค้ ำปรกึ ษา แนะนำ ปรับปรุงแก้ไข เพือ่ ให้การปฏบิ ัติงานบรรลเุ ปา้ หมายและผลสมั ฤทธิท์ ่กี ำหนด 4) ประสาน ให้คำปรึกษา แนะนำ ข้อคิดเห็น พัฒนาข้อมูล จัดทำเอกสารวิชาการ ให้บริการวิชาการ ดา้ นการบัญชี เพอ่ื ก่อให้เกิดการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ คณุ สมบัตเิ ฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ขึ้นไปหรอื เทียบเท่า กำหนดเปน็ 3 ปี หน้า 137
7.3 นกั บญั ชรี ะดับสูง หนา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบหลกั หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานสูง ในงานด้านวิชาการบัญชี ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษา ค้นคว้าวิเคราะห์ เพ่อื ใหก้ ารดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ แก้ไขปญั หางานที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อน และมีขอบเขตกว้างขวาง มีการกำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ตรวจสอบ ผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้งานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงาน ทปี่ ฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 1) ปฏิบัติการด้านการบัญชีขั้นสูง ที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ดูแล ติดตาม ตรวจสอบที่ต้องใช้ความรู้ ความชำนาญงานและประสบการณ์ทางดา้ นการบัญชีระดบั สงู 2) ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์งานด้านบัญชีที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนาเอกสารวิชาการเพื่อก่อให้เกิด การพฒั นางานดา้ นบัญชี กำหนดแนวทาง พัฒนาระบบงานให้มีคุณภาพและประสทิ ธภิ าพย่งิ ขึ้น 3) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอความเห็นเกี่ยวกับงานในหน้าที่ ร่วมกำหนดนโยบายการปฏิบัติงาน แผนงานโครงการของหน่วยงาน ติดต่อ ประสานงาน วางแผน มอบหมาย ส่งเสริม ติดตามประเมินผลและแก้ไข ปัญหาเพอ่ื ให้การปฏบิ ตั งิ านบรรลผุ ลสมั ฤทธ์ิ คุณสมบตั ิเฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทสนบั สนนุ ระดบั กลาง ไม่น้อยกวา่ 7 ปี 8. นกั การเงิน ตำแหน่งประเภท สนับสนุน หน้าท่ีความรบั ผดิ ชอบหลกั มีหน้าที่ความรบั ผิดชอบหลัก ในการปฏิบตั ิงานทางวิชาการเงิน ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏบิ ัติเกี่ยวกับการเงนิ การจัดทำรายงานทางการเงิน การจัดทำฐานข้อมูลทางการเงิน การตรวจสอบความถูกต้องของการใช้จ่าย งบประมาณ และปฏิบตั งิ านอ่ืนทเ่ี กี่ยวขอ้ ง 8.1 นักการเงนิ ระดับต้น หนา้ ทคี่ วามรับผดิ ชอบหลัก หน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบหลกั ได้แก่ ปฏบิ ัติงานในฐานะผู้ปฏบิ ัตงิ านระดับตน้ ที่ตอ้ งใช้ความรู้ความสามารถ ทางวิชาการ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับวิชาการเงิน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบและปฏิบัติงานอื่นตาม ท่ีได้รบั มอบหมาย โดยมีลักษณะงานท่ีปฏิบตั ิ ดังนี้ 1) จัดทำรายงานเอกสารทางการเงิน ตามระเบียบวิธีการของหน่วยงาน รวบรวมข้อมูลและรายงาน ทางการเงนิ จัดทำฎกี าเบกิ จา่ ยในหมวดต่าง ๆ 2) ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของรายงานการเงินให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ 3) วิเคราะห์ และเสนอความเห็น วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ประสานชี้แจงการทำงานร่วมกัน ให้รายละเอียดเก่ียวกับระเบียบปฏิบตั ิด้านการเงนิ แก้ไขปัญหาข้อขดั ข้อง จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น สนับสนนุ ภารกิจ ของหนว่ ยงาน หนา้ 138
คณุ สมบตั เิ ฉพาะตำแหนง่ 1. ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งที่สถาบันเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ ความรบั ผดิ ชอบและลกั ษณะงานทปี่ ฏบิ ัติ 2. ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งที่สถาบันเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ ความรับผดิ ชอบและลักษณะงานทป่ี ฏิบัติ 3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งที่สถาบันเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ ความรับผดิ ชอบและลักษณะงานท่ีปฏบิ ตั ิ 8.2 นกั การเงนิ ระดับกลาง หน้าที่ความรบั ผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญสูง ในงานด้านวิชาการเงิน ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเปา้ หมายและวัตถุประสงค์ แกไ้ ขปญั หางานที่มคี วามยุ่งยาก และมีขอบเขตกว้างขวาง มีการกำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะกับสถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้ งานสำเร็จตามวตั ถุประสงค์และปฏบิ ตั ิหนา้ ทอ่ี ่นื ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย โดยมีลักษณะงานทป่ี ฏิบตั ิ ดงั นี้ 1) ควบคุม จัดทำเอกสารทางการเงิน ควบคุมตรวจสอบรายงานทางการเงินให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และวิธีการทกี่ ำหนด 2) ศึกษา วิเคราะห์ เสนอความเห็นเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติ ประเมินผล และติดตามผลการจ่ายเงิน งบประมาณ วิเคราะห์ สังเคราะห์งานด้านวิชาการเงิน จัดทำเอกสาร คู่มือเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบ ให้บริการ วิชาการตา่ ง ๆ เผยแพร่ความรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกับหลักการและวิธกี ารของงานการเงนิ 3) ร่วมกำหนดนโยบายและแผนงาน มอบหมาย ตรวจสอบ ควบคมุ ให้คำปรกึ ษา แนะนำ ปรบั ปรุงแก้ไข เพ่อื ให้การปฏบิ ตั งิ านบรรลเุ ปา้ หมายและผลสัมฤทธ์ิท่ีกำหนด 4) ประสาน ให้คำปรึกษา แนะนำ ข้อคิดเห็น พัฒนาข้อมูล จัดทำเอกสารวิชาการ ให้บริการวิชาการ ดา้ นการเงนิ เพอ่ื กอ่ ให้เกดิ การแลกเปล่ียนเรยี นรู้ คุณสมบัติเฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ขึ้นไปหรือเทยี บเท่า กำหนดเป็น 3 ปี 8.3 นกั การเงินระดบั สงู หน้าทคี่ วามรับผิดชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานสูง ในงานด้านวิชาการเงิน ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ เพื่อให้การดำเนนิ งานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ แก้ไขปัญหางานทีม่ ีความยุ่งยากซบั ซ้อน และมีขอบเขตกว้างขวาง มีการกำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้ งานสำเร็จตามวตั ถุประสงคแ์ ละปฏบิ ัติหน้าทอี่ ืน่ ตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย โดยมลี กั ษณะงานท่ีปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี หน้า 139
1) ปฏิบัติการด้านวิชาการเงินขั้นสูง ที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ดูแล ติดตาม ตรวจสอบที่ต้องใช้ความรู้ ความชำนาญงานและประสบการณ์ทางดา้ นการเงนิ ระดับสูง 2) ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์งานด้านการเงินที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนาเอกสารวิชาการเพื่อก่อให้เกิด การพัฒนางานวชิ าการเงนิ กำหนดแนวทาง พัฒนาระบบงานให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพย่งิ ข้ึน 3) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอความเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานในหน้าที่ ร่วมกำหนดนโยบาย การปฏิบัติงานแผนงานโครงการของหน่วยงาน ติดต่อ ประสานงาน วางแผน มอบหมาย ส่งเสริม ติดตาม ประเมินผลและแกไ้ ขปัญหาเพอื่ ให้การปฏบิ ัตงิ านบรรลผุ ลสัมฤทธิ์ คณุ สมบตั ิเฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทสนบั สนุน ระดับกลาง ไม่นอ้ ยกวา่ 7 ปี 9. นกั บรหิ ารงานพัสดุ ตำแหน่งประเภท สนบั สนุน หนา้ ท่ีความรับผิดชอบหลกั มีหน้าที่ความรับผิดชอบหลักในการปฏิบัติงานวิชาการพัสดุ ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการพัสดุ ทั่วไปของหน่วยงาน ร่างสัญญาจ้าง การศึกษาค้นคว้ารายละเอียดต่าง ๆ ของวัสดุและครุภัณฑ์ เพื่อกำหนด มาตรฐานและคุณภาพของพัสดุ ศึกษาวิเคราะห์ และเสนอความเห็นเกี่ยวกับงานพัสดุ และปฏิบัติหน้าที่อื่น ท่ีเก่ยี วข้อง 9.1 นักบรหิ ารงานพสั ดรุ ะดบั ต้น หนา้ ทคี่ วามรบั ผิดชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผูป้ ฏบิ ัติงานระดับต้นที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ ทางวิชาการในการทำงาน ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับงานด้านวิชาการพัสดุ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัตงิ านอื่นตามที่ไดร้ บั มอบหมาย โดยมีลักษณะงานทีป่ ฏบิ ตั ิ ดังนี้ 1) ศึกษา รวบรวม ตรวจสอบข้อมูลเพื่อประกอบการดำเนินงานเกี่ยวกับงานพัสดุ ในการจัดหา เก็บรักษา ซ่อมแซม ดูแล รักษา จัดทำรายละเอียดบัญชีของงานพัสดุ รวบรวม สรุปรายงาน เพื่อสนับสนุน การดำเนินงานของสถาบนั 2) วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการ วางแผนการทำงานของหน่วยงานและปร ะสาน การทำงาน 3) จัดเก็บข้อมูล บริหารข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับด้านงานพัสดุ ให้คำปรึกษา แนะนำเบื้องต้น และสนบั สนนุ ภารกจิ ของหนว่ ยงานเพื่อเพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการทำงาน คุณสมบัตเิ ฉพาะตำแหนง่ 1. ได้รับปรญิ ญาตรีหรอื คุณวุฒิอย่างอน่ื ท่ีเทียบไดใ้ นระดับเดยี วกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งที่สถาบัน เห็นว่าเหมาะสมกับหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบและลกั ษณะงานท่ปี ฏบิ ัติ 2. ไดร้ บั ปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นทเี่ ทียบได้ในระดบั เดียวกัน ในสาขาวชิ าใดสาขาวชิ าหนึ่งท่ีสถาบัน เห็นว่าเหมาะสมกบั หน้าท่คี วามรบั ผิดชอบและลักษณะงานทปี่ ฏิบตั ิ 3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ท่ีสถาบันเหน็ วา่ เหมาะสมกับหนา้ ที่ความรบั ผิดชอบและลกั ษณะงานท่ปี ฏิบัติ หนา้ 140
9.2 นกั บรหิ ารงานพสั ดรุ ะดบั กลาง หน้าทีค่ วามรับผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานสูง ในงานด้านวิชาการพัสดุ ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ แก้ไขปญั หางานท่ีมคี วามยุ่งยาก และมีขอบเขตกว้างขวาง มีการกำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะกับสถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงาน เพอ่ื ให้งานสำเรจ็ ตามวัตถุประสงค์ และปฏบิ ตั หิ น้าทีอ่ ่นื ตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย ลกั ษณะงานที่ปฏิบัติ 1) ปฏิบัติการเกี่ยวกับงานการพัสดุ การจัดหา การจัดเก็บบำรุงรักษา การสร้างและพัฒนาวิธีการ เพอื่ กำหนดมาตรฐานและคุณภาพของพสั ดุ เสนอความเห็นเพ่ือประกอบการตัดสนิ ใจ 2) บันทึก รวบรวม ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์เกี่ยวกับงานพัสดุ จัดทำเอกสารวิชาการ คู่มอื เกยี่ วกับงานในความรบั ผิดชอบ วางหลักเกณฑ์ กำหนดวธิ ีการและระเบยี บปฏบิ ตั ทิ างดา้ นการบริหารงานพัสดุ เพ่อื พฒั นาระบบหรอื มาตรฐานในการปฏบิ ัตงิ าน 3) ร่วมกำหนดนโยบายและแผนงาน มอบหมาย ตรวจสอบ ควบคมุ ให้คำปรึกษา แนะนำ ปรบั ปรุงแก้ไข เพื่อใหก้ ารปฏิบัตงิ านบรรลุเป้าหมายและผลสมั ฤทธ์ทิ ีก่ ำหนด 4) ประสาน ให้คำปรึกษา แนะนำ ในการพัฒนาข้อมูล ให้บริการวิชาการด้านการบริหารงานพัสดุ เพือ่ กอ่ ใหเ้ กิดการแลกเปล่ยี นเรยี นรแู้ ละสนบั สนนุ ภารกิจของหนว่ ยงาน คุณสมบตั เิ ฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ขึ้นไปหรอื เทียบเทา่ กำหนดเป็น 3 ปี 9.3 นกั บรหิ ารงานพัสดรุ ะดับสงู หน้าทีค่ วามรบั ผิดชอบหลกั หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงาน ทักษะและประสบการณ์สูงมากในงานด้านวิชาการพัสดุ ปฏิบัติงานที่ต้องศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อการปฏิบัติงานหรือการพัฒนางาน ต้องตัดสินใจหรือแก้ไขปัญหาในงานที่ยุ่งยาก มาก ควบคุมการปฏิบัติงานที่มีเนือ้ หาของงานหลากหลาย มีขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อน กำกับตรวจสอบ การปฏิบัติงานของผ้ปู ฏิบัตงิ านเพอื่ ใหง้ านบรรลุตามวตั ถุประสงค์ และปฏบิ ัตหิ น้าทอี่ ืน่ ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย ลักษณะงานทปี่ ฏิบตั ิ 1) ปฏิบัติงานด้านวิชาการพัสดุขั้นสูงที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ดูแล ติดตาม ตรวจสอบการปฏิบัติงาน พสั ดุทต่ี ้องใช้ความรู้ ความชำนาญงาน ประสบการณ์ และให้เปน็ ไปตามระเบยี บวา่ ดว้ ยการพสั ดุ 2) ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์งานด้านพัสดุที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนาเอกสารวิชาการเพื่อก่อให้เกิด การพัฒนางานวิชาการ กำหนดแนวทาง พัฒนาระบบงานให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หรือเพื่อหาวิธี ในการแก้ไขปัญหาเกย่ี วกบั งานด้านพสั ดุ 3) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอความเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานในหน้าที่ กำหนดหรือร่วมกำหนด นโยบายการปฏิบตั ิงาน แผนงาน โครงการของหนว่ ยงาน ติดต่อประสานงาน วางแผน มอบหมาย ส่งเสริม ตดิ ตาม ประเมินผลและแกไ้ ขปัญหาเพือ่ ใหก้ ารปฏิบัตงิ านบรรลผุ ลสมั ฤทธิ์ หนา้ 141
คุณสมบัตเิ ฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหนง่ ประเภทสนับสนุน ระดบั กลาง ไมน่ ้อยกว่า 7 ปี 10. นติ กิ ร ตำแหนง่ ประเภท สนบั สนนุ หนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบหลกั มีหน้าที่ความรับผิดชอบหลักในการปฏิบัติงานกฎหมาย ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณา วินิจฉัยปัญหากฎหมาย ร่างและพิจารณาตรวจรา่ งกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง จัดทำนิติกรรม รวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี การสอบสวน การพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับวินัย ของบุคลากร การร้องทุกข์ หรืออุทธรณ์ ซึ่งงานต่าง ๆ เหล่านี้มีลักษณะที่จำเป็นต้องใช้ผู้มีความรู้ความชำนาญ ในวชิ าการทางกฎหมาย และปฏบิ ัตงิ านอื่นทเี่ กยี่ วขอ้ ง 10.1 นติ กิ รระดับตน้ หนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏบิ ัติงานระดับต้นที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ เกี่ยวกับงานด้านนิติการ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานทปี่ ฏบิ ตั ิ ดงั นี้ 1) ร่างหรือเพิ่มเติมกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ จัดทำนิติกรรม เอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายเสนอ ความเหน็ และวนิ ิจฉยั ปัญหากฎหมาย ตอบขอ้ หารอื ศกึ ษา คน้ ควา้ วเิ คราะหง์ านทางดา้ นกฎหมาย 2) สอบสวนพิจารณาดำเนินการเก่ียวกับวนิ ยั ของบุคลากรและการร้องทกุ ข์ หรืออุทธรณ์ การดำเนินการ ทางคดี ตดิ ตามประสานงาน 3) ให้บริการวิชาการ ให้คำปรึกษาแนะนำ ตอบปัญหาชี้แจงเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงาน ได้อย่างถูกตอ้ ง มีประสิทธิภาพ จดั เก็บขอ้ มลู สนบั สนนุ ภารกิจของหนว่ ยงาน 4) วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมวางแผนการทำงานของหน่วยงาน ประสานการทำงาน ชี้แจง ให้รายละเอยี ดเพ่อื สรา้ งความเข้าใจ คณุ สมบัตเิ ฉพาะตำแหน่ง 1. ได้รบั ปรญิ ญาตรีหรือคุณวฒุ อิ ยา่ งอ่นื ทีเ่ ทยี บได้ในระดบั เดียวกนั ในสาขาวิชานิติศาสตร์ 2. ได้รบั ปริญญาโทหรอื คณุ วฒุ ิอย่างอ่นื ท่เี ทยี บไดใ้ นระดบั เดียวกนั ในสาขาวชิ านติ ิศาสตร์ 3. ไดร้ ับปริญญาเอกหรอื คณุ วุฒิอยา่ งอน่ื ท่ีเทยี บได้ในระดบั เดียวกนั ในสาขาวชิ านิตศิ าสตร์ 10.2 นติ กิ รระดับกลาง หน้าทีค่ วามรบั ผิดชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานสูง ในงานด้านนิติการ ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ เพื่อให้ การดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ แก้ไขปญั หางานที่มีขั้นตอนการทำงาน ที่ยุ่งยาก และมีขอบเขตกว้างขวาง มีการกำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ตรวจสอบ ผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้งานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงาน ท่ีปฏิบัติ ดังนี้ หนา้ 142
1) ร่างหรือเพิ่มเติมกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุง เปล่ยี นแปลงระเบยี บปฏบิ ัติ แนวทางพจิ ารณาเร่อื งต่าง ๆ เพื่อใหม้ คี วามเหมาะสมยิ่งขน้ึ 2) ติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อนำไปวิเคราะห์ ประกอบการพิจารณาปรบั ปรุงแก้ไข 3) พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับวินัยของบุคลากรเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความถูกต้องและ เป็นธรรม ตอบขอ้ หารอื หรอื วนิ ิจฉัยปัญหากฎหมายทม่ี ีผลกระทบต่อการดำเนินงาน 4) บันทึก รวบรวม ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์เกี่ยวกับงานนิติการและกฎหมายต่าง ๆ จัดทำ เอกสารวิชาการค่มู อื เกี่ยวกับงานในความรับผดิ ชอบ วางหลกั เกณฑ์ กำหนดวิธกี ารและระเบียบปฏบิ ตั งิ าน 5) ร่วมกำหนดนโยบายและแผนงาน มอบหมาย ตรวจสอบ ให้คำปรึกษา แนะนำ ปรับปรุง แก้ไข เพ่ือให้การปฏบิ ตั งิ านบรรลุเป้าหมายและผลสัมฤทธ์ทิ ่กี ำหนด 6) ประสาน ให้คำปรึกษาแนะนำ ข้อคิดเห็น พัฒนาข้อมูลจัดทำเอกสารวิชาการให้บริการวิชาการ ดา้ นนติ กิ าร เพื่อกอ่ ใหเ้ กิดการแลกเปลย่ี นเรียนร้แู ละสนับสนนุ ภารกจิ ของหนว่ ยงาน คุณสมบัตเิ ฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ข้ึนไปหรอื เทียบเทา่ กำหนดเป็น 3 ปี 10.3 นติ ิกรระดบั สงู หนา้ ท่คี วามรับผดิ ชอบหลกั หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานท่ีมีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงาน ทักษะและประสบการณ์สงู มากในงานด้านนติ ิการ ปฏบิ ัตงิ านทตี่ ้องศกึ ษา คน้ คว้า ควบคุมการปฏิบัติงานที่มีเนื้อหาของงานหลากหลาย มีขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อน กำกับตรวจสอบ การปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามท่ีได้รับมอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานทปี่ ฏบิ ตั ิ ดังนี้ 1) ปฏิบัติงานด้านนิติการขั้นสูง ที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ดูแล ติดตาม ตรวจสอบการปฏิบัติงาน ดา้ นนิติการที่ต้องใช้ความรู้ ความชำนาญงาน และประสบการณท์ างดา้ นกฎหมายสงู มาก 2) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์งานด้านนิติการที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนาเอกสารวิชาการ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนางานวิชาการ กำหนดแนวทาง พัฒนาระบบงานที่มีคุณภาพประสิทธิภาพยิ่งขึ้นหรือ เพือ่ หาวิธกี ารในการแกไ้ ขปัญหาเกย่ี วกับงานนติ ิการ 3) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอความเหน็ ขอ้ เสนอแนะเกย่ี วกับงานในหน้าท่ี กำหนด ร่วมกำหนดนโยบาย การปฏิบัติงาน แผนงาน โครงการของหน่วยงาน ติดต่อประสานงาน วางแผน มอบหมาย ส่งเสริม ติดตาม ประเมินผล และแก้ไขปญั หาเพ่ือให้การปฏิบตั งิ านบรรลุผลสัมฤทธิ์ คณุ สมบตั เิ ฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหน่งประเภทสนบั สนุน ระดับกลาง ไมน่ ้อยกว่า 7 ปี หนา้ 143
11. นักวชิ าการคอมพิวเตอร์ ตำแหน่งประเภท สนับสนนุ หนา้ ที่ความรับผิดชอบหลัก มีหน้าท่ีความรับผิดชอบหลักในการปฏิบัติงานวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับ การศึกษา วิเคราะห์ กำหนดคุณลักษณะของเครื่อง จัดระบบติดตั้งเชื่อมโยงระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ เกี่ยวกับชุดคำสั่งระบบ ชุดคำสั่งประยุกต์ รวมถึง การเขียนคู่มืออธิบายการใช้คำสั่งต่าง ๆ กำหนดคุณลักษณะ ติดตั้งและใช้เครื่องมือและชุดคำสั่งสื่อสาร การจัดและบริการระบบสารสนเทศ ให้คำปรึกษา แนะนำ อบรม เกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ด้านต่าง ๆ แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ ๆ และปฏบิ ตั ิงานอน่ื ที่เก่ยี วข้อง 11.1 นกั วชิ าการคอมพิวเตอรร์ ะดับตน้ หนา้ ที่ความรบั ผิดชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ ทางวิชาการในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบและปฏิบัติงาน อน่ื ตามที่ได้รบั มอบหมาย โดยมีลักษณะงานทปี่ ฏบิ ตั ิ ดงั นี้ 1) ตดิ ตัง้ เคร่ือง อุปกรณ์ และระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์เพ่ือใช้ในงานเทคโนโลยสี ารสนเทศ 2) ประมวลผล ปรับปรงุ ข้อมลู เพ่ือให้สามารถปฏิบัตงิ านไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ 3) วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ประสานการทำงาน ให้บริการ ชี้แจงให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ดา้ นวิทยาการคอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศแกบ่ คุ คลหรือหน่วยงาน 4) จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น ให้บริการข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สนับสนุน ภารกจิ ของหน่วยงาน คุณสมบตั เิ ฉพาะตำแหนง่ 1. ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ทางคอมพวิ เตอร์ 2. ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหน่ึง ทางคอมพิวเตอร์ 3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหน่ึง ทางคอมพวิ เตอร์ 11.2 นกั วิชาการคอมพิวเตอร์ระดบั กลาง หน้าที่ความรบั ผดิ ชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานสูง ในงานด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติงานเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ แก้ไขปัญหางาน ที่มีความยุ่งยาก และมีขอบเขตเนื้อหาของงานที่หลากหลาย มีความซับซ้อนของงานค่อนข้างมาก มีการกำหนด แนวทางการทำงานที่เหมาะกับสถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้งานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และปฏิบัติ หนา้ ที่อน่ื ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานที่ปฏบิ ตั ิ ดังนี้ หนา้ 144
1) ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบระบบงาน ระบบสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ เสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ระบบงานด้านคอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยสี ารสนเทศตา่ ง ๆ เพอ่ื ใหม้ คี วามเหมาะสมย่ิงขน้ึ 2) ศึกษาค้นคว้าให้บริการทางวิชาการเกี่ยวกับหลักการและวิธีการของงานวิทยาการคอมพิวเตอร์ และให้คำปรึกษา แนะนำ ชแี้ จงเกีย่ วกบั งานในหน้าท่ี 3) ตดิ ตามประเมนิ ผลการปฏิบัติงานในงานท่รี ับผดิ ชอบเพือ่ ใหก้ ารปฏบิ ัติงานบรรลตุ ามเปา้ หมาย 4) รว่ มกำหนดนโยบายและแผนงาน มอบหมาย ตรวจสอบ ควบคมุ ให้คำปรึกษา แนะนำ ปรับปรุงแก้ไข เพอ่ื ให้การปฏบิ ตั ิงานบรรลุเป้าหมายและผลสมั ฤทธ์ิที่กำหนด 5) ประสาน ใหค้ ำปรึกษา แนะนำ ขอ้ คดิ เห็น พฒั นาขอ้ มลู จัดทำเอกสารวิชาการ ใหบ้ ริการเพือ่ ก่อให้เกิด การแลกเปลยี่ นเรยี นรู้และสนับสนุนภารกจิ ของหนว่ ยงาน คณุ สมบตั ิเฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ข้ึนไปหรือเทียบเท่า กำหนดเป็น 3 ปี 11.3 นักวิชาการคอมพวิ เตอร์ระดับสงู หน้าท่ีความรบั ผิดชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงาน ทักษะและประสบการณ์สูงมากในงานด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติงาน ที่ต้องศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อการปฏิบัติงานหรือการพัฒนางาน ตัดสินใจหรือแก้ไขปัญหาในงาน ที่มีความยุ่งยากมาก ควบคุมการปฏิบัติงานที่มีเนื้อหาของงานหลากหลาย มีขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อน กำกับตรวจสอบการปฏิบัติงานของผปู้ ฏิบตั ิงานเพื่อให้งานบรรลุตามวตั ถุประสงค์ และปฏบิ ัติหน้าท่ีอ่ืนตามที่ได้รับ มอบหมาย โดยมี ลกั ษณะงานทีป่ ฏบิ ัติ ดังนี้ 1) ปฏิบัติการด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ขั้นสูง ที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ดูแลติดตาม ตรวจสอบ การปฏิบัติงานด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้ความรู้ ความชำนาญงานและประสบการณ์ทางด้านวิทยา การคอมพวิ เตอร์สงู มาก ควบคุมตรวจสอบการปฏิบตั ิงาน 2) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์งานด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนาเอกสาร วิชาการเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนางาน กำหนดแนวทางพัฒนาระบบงานให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งข้ึน หรือเพือ่ หาวิธีการในการแกไ้ ขปญั หาเกย่ี วกับงานด้านวิทยาการคอมพวิ เตอร์ 3) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอความเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานในหน้าท่ี ให้บริการวิชาการกำหนด ร่วมกำหนดนโยบายการปฏิบัติงาน แผนงาน โครงการของหน่วยงาน ติดต่อประสานงาน วางแผนมอบหมาย ส่งเสริม ตดิ ตาม ประเมนิ ผล และแกไ้ ขปญั หาเพื่อใหก้ ารปฏิบัตงิ านบรรลุผลสมั ฤทธิ์ คณุ สมบตั เิ ฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหน่งประเภทสนบั สนุน ระดับกลาง ไม่นอ้ ยกวา่ 7 ปี หนา้ 145
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252