Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมบทบบัญญัติ_NVI V1.0

รวมบทบบัญญัติ_NVI V1.0

Published by sirinipasom, 2023-07-18 09:49:36

Description: รวมบทบบัญญัติ_merged

Search

Read the Text Version

12. นักประชาสมั พันธ์ ตำแหน่งประเภท สนับสนนุ หนา้ ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบหลัก มหี น้าทคี่ วามรับผดิ ชอบหลกั ในการปฏิบตั ิงานประชาสมั พันธ์ ซึง่ มีลกั ษณะงานที่ปฏบิ ัติเกย่ี วกับการติดต่อ ประสานงานกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ การเสริมสร้างภาพลักษณ์หน่วยงาน สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ข้อมลู เอกสารวชิ าการ และปฏบิ ตั งิ านอ่นื ทเ่ี กย่ี วข้อง 12.1 นักประชาสัมพนั ธ์ระดบั ต้น หนา้ ที่ความรับผดิ ชอบหลกั หนา้ ท่คี วามรบั ผดิ ชอบหลัก ได้แก่ ปฏบิ ตั งิ านในฐานะผูป้ ฏบิ ตั ิงานระดับต้น ท่ตี ้องใช้ความรู้ ความสามารถ ทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานด้านประชาสัมพันธ์ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอน่ื ที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานท่ปี ฏบิ ัติ ดังนี้ 1) จัดกิจกรรมตามโครงการประชาสัมพันธ์ โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ การดำเนนิ งานประชาสัมพันธ์บรรลผุ ลสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย 2) ศึกษา คน้ คว้า รวบรวมรายละเอยี ด เตรยี มข้อมลู วิเคราะห์ ทำความเห็น รายงาน ติดต่อประสานงาน ให้ความร่วมมอื อำนวยความสะดวกเพ่ือสนับสนนุ การดำเนินงานต่าง ๆ ใหค้ ำปรึกษาแนะนำตอบปญั หาและชี้แจง เร่อื งตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วกบั งานในหนา้ ที่ 3) วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมวางแผนการทำงานของหน่วยงาน ประสานชี้แจงการทำงาน ร่วมกัน แก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้นและให้บริการข้อมูลทางวิชาการ และสนับสนุนภารกิจ ของหน่วยงาน คณุ สมบัตเิ ฉพาะตำแหนง่ 1. ไดร้ บั ปริญญาตรหี รือคณุ วุฒิอย่างอน่ื ท่ีเทียบไดใ้ นระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวชิ าหนึ่งท่ีสถาบัน เห็นวา่ เหมาะสมกบั หนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบและลกั ษณะงานที่ปฏบิ ตั ิ 2. ไดร้ ับปริญญาโทหรอื คุณวุฒิอย่างอน่ื ท่เี ทยี บได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวชิ าหน่ึงที่สถาบัน เห็นว่าเหมาะสมกับหนา้ ท่คี วามรับผดิ ชอบและลักษณะงานท่ีปฏบิ ตั ิ 3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ที่สถาบันเหน็ วา่ เหมาะสมกบั หนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบและลกั ษณะงานท่ีปฏิบตั ิ 12.2 นักประชาสมั พนั ธ์ระดับกลาง หนา้ ที่ความรบั ผดิ ชอบหลกั หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานสูง ในงานด้านประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ เพอื่ ใหก้ ารดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเรจ็ ตามเป้าหมายและวัตถปุ ระสงค์ แกไ้ ขปญั หางานที่มคี วามยุ่งยาก และมีขอบเขตกว้างขวาง มีการกำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะกับสถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้ งานสำเร็จตามวตั ถุประสงค์ และปฏิบัติหน้าทีอ่ น่ื ตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานที่ปฏบิ ัติ ดังน้ี 1) ศึกษา สังเคราะห์ วิเคราะห์ ติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพอ่ื ใชเ้ ป็นข้อมูลในการปฏิบตั ิงาน จัดทำรายงาน ขอ้ เสนอแนะการดำเนนิ งาน แนวทางแก้ไข ควบคมุ ดูแล ติดตาม ประเมนิ ผลเพอ่ื แกไ้ ขปัญหาในการดำเนินงาน หนา้ 146

2) ศึกษา ค้นคว้า วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ หรือวิจยั ดา้ นประชาสัมพันธ์ จัดทำเอกสารวชิ าการเผยแพร่ผลงาน เพือ่ พฒั นามาตรฐานการปฏบิ ัติงาน 3) รว่ มกำหนดนโยบายและแผนงาน มอบหมาย ตรวจสอบ ควบคุม ใหค้ ำปรึกษา แนะนำ ปรบั ปรงุ แก้ไข เพอ่ื ใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านบรรลเุ ปา้ หมายและผลสมั ฤทธทิ์ ี่กำหนด 4) ประสาน ให้คำปรึกษา แนะนำ ข้อคิดเห็น พัฒนาข้อมูล จัดทำเอกสารวิชาการ ให้บริการวิชาการ เพอื่ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ความรว่ มมือ และผลสัมฤทธิ์ตามท่กี ำหนด คณุ สมบัตเิ ฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวฒุ ิการศึกษาระดับปริญญาโท ขน้ึ ไปหรอื เทยี บเท่า กำหนดเปน็ 3 ปี 12.3 นักประชาสมั พันธร์ ะดับสงู หนา้ ทคี่ วามรับผิดชอบหลกั หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานและประสบการณ์สูงมาก ในงานด้านประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติงานในเชิงพัฒนาระบบ งานที่ต้อง ศกึ ษา คน้ คว้า วิเคราะหเ์ พอ่ื ให้การดำเนนิ งานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเปา้ หมายและวัตถุประสงค์ ควบคุม การปฏิบัติงานที่มีขอบเขตเนื้อหาของงานหลากหลาย แก้ไขปัญหางานที่มีความยุ่งยาก มีขั้นตอนการทำงาน ทซ่ี บั ซ้อนมาก และมขี อบเขตกว้างขวาง กำหนดแนวทางการทำงานที่เหมาะกบั สถานการณ์ ตรวจสอบผ้ปู ฏบิ ัตงิ าน เพือ่ ใหง้ านสำเร็จตามวตั ถปุ ระสงค์ และปฏิบัติหน้าทอ่ี ่นื ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานที่ปฏิบตั ิ ดงั นี้ 1) ปฏิบัติงานด้านประสัมพันธ์ข้ันสูง ที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ดูแล ติดตาม ตรวจสอบการปฏิบัติงาน เกยี่ วกบั งานประชาสมั พนั ธ์ เพอื่ ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานท่กี ำหนด และเกดิ ประโยชน์สูงสดุ 2) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์งานด้านประชาสัมพันธ์ที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนาเอกสารวิชาการ คู่มือเกี่ยวกับงานในความรับผิดชอบ เผยแพร่ผลงานเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนางานวิชาการ เทคนิค ให้บริการ วชิ าการ กำหนดแนวทางพัฒนาระบบงานให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพย่งิ ขน้ึ 3) ควบคุม ดูแล กำหนดรูปแบบวธิ ีการเผยแพร่ ประยกุ ตเ์ ทคโนโลยเี พือ่ การสนบั สนุนภารกจิ องค์กร 4) ให้คำปรึกษา แนะนำเสนอความเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกบั งานในหน้าที่ที่กำหนด รว่ มกำหนดนโยบาย การปฏิบัตงิ านแผนงานโครงการของหน่วยงาน ติดต่อประสานงาน วางแผน มอบหมาย ส่งเสริม และแก้ไขปัญหา เพอื่ ใหก้ ารปฏิบัติงานบรรลผุ ลสมั ฤทธิ์ คุณสมบตั เิ ฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนนุ ระดบั กลาง ไม่นอ้ ยกวา่ 7 ปี หน้า 147

13. นกั จัดการงานทัว่ ไป ตำแหนง่ ประเภท สนบั สนนุ หนา้ ที่ความรับผิดชอบหลกั มีหน้าที่ความรับผิดชอบหลักในการปฏิบัติงานบริหารจัดการภายในสำนักงานและการบริหารงานทั่วไป ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุม และบริหารงานหลายด้าน เช่น งานสารบรรณ งานจัดระบบงาน งานบริหารอาคารสถานที่ งานเอกสาร งานระเบียบแบบแผน งานยานพาหนะ และปฏบิ ัติงานอืน่ ทเ่ี ก่ยี วข้อง 13.1 นักจัดการงานทวั่ ไประดับตน้ หน้าที่ความรบั ผดิ ชอบหลกั หน้าที่ความรบั ผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏบิ ตั งิ านในฐานะผปู้ ฏิบัตงิ านระดบั ต้น ที่ตอ้ งใชค้ วามรู้ ความสามารถ ทางวิชาการในการปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการภายในสำนักงานหรือการบริหารงานทั่วไป ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏบิ ตั งิ านอนื่ ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานทปี่ ฏิบัติ ดงั น้ี 1) ศึกษา รวบรวมรายละเอียด สรุปรายงาน เพื่อสนับสนุนการบริหารสำนักงานในด้านต่าง ๆ เช่น งานสารบรรณ งานจัดระบบงาน งานบริหารอาคารสถานที่ งานเอกสาร งานระเบียบแบบแผน งานยานพาหนะ เป็นตน้ 2) วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมวางแผนการทำงานของหน่วยงาน ประสานชี้แจงการทำงาน ร่วมกัน แก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้นและให้บริการข้อมูลทางวิชาการ และสนับสนุนภารกิจ ของหน่วยงาน คณุ สมบตั เิ ฉพาะตำแหนง่ 1. ไดร้ บั ปริญญาตรีหรอื คณุ วุฒิอย่างอื่นท่ีเทยี บได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวชิ าหนึ่งท่ีสถาบัน เห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรบั ผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏบิ ัติ 2. ไดร้ บั ปริญญาโทหรอื คณุ วุฒิอย่างอน่ื ทเี่ ทียบได้ในระดบั เดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหน่ึงท่ีสถาบัน เหน็ ว่าเหมาะสมกับหนา้ ท่คี วามรับผดิ ชอบและลกั ษณะงานทป่ี ฏบิ ัติ 3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหน่ึง ทีส่ ถาบนั เหน็ วา่ เหมาะสมกบั หนา้ ทค่ี วามรับผิดชอบและลกั ษณะงานทีป่ ฏิบตั ิ 13.2 นกั จัดการงานทั่วไประดับกลาง หนา้ ที่ความรบั ผิดชอบหลกั หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานสูง ในงานด้านการบริหารจัดการภายในสำนักงานหรือการบริหารงานทั่วไป ปฏิบัติงานในเชิง พัฒนาระบบ งานที่ต้องศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนงานโครงการสำเร็จตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ แก้ไขปัญหางานที่มีความยุ่งยาก และมีขอบเขตกว้างขวาง มีการกำหนดแนวทางการทำงาน ทเ่ี หมาะกับสถานการณ์ ตรวจสอบผู้ปฏบิ ัตงิ านเพ่ือใหง้ านสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และปฏบิ ตั หิ น้าที่อ่ืนตามท่ีได้รับ มอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏบิ ัติ ดังน้ี 1) ศึกษา สังเคราะห์ วิเคราะห์ ติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพอ่ื ใช้เปน็ ข้อมูลในการปฏิบตั ิงาน จัดทำรายงาน ขอ้ เสนอแนะการดำเนินงาน แนวทางแก้ไข ควบคมุ ดแู ล ติดตาม ประเมินผลเพอื่ แกไ้ ขปญั หาในการดำเนนิ งาน หน้า 148

2) รว่ มกำหนดนโยบายและแผนงาน มอบหมาย ตรวจสอบ ควบคมุ ใหค้ ำปรกึ ษา แนะนำ ปรับปรุง แกไ้ ข เพ่ือใหก้ ารปฏิบัตงิ านบรรลเุ ปา้ หมายและผลสัมฤทธ์ิทกี่ ำหนด 3) ประสาน ให้คำปรึกษา แนะนำ ข้อคิดเห็น พัฒนาข้อมูล จัดทำเอกสารวิชาการ ให้บริการวิชาการ เพอื่ ให้เกิดการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ ความรว่ มมอื และผลสัมฤทธต์ิ ามที่กำหนด คณุ สมบัติเฉพาะตำแหนง่ ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ขนึ้ ไปหรือเทยี บเทา่ กำหนดเปน็ 3 ปี 13.3 นกั จัดการงานทั่วไประดบั สงู หน้าท่ีความรบั ผิดชอบหลัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ ปฏิบัติงานในฐานะผู้มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงานและประสบการณ์สูงมาก ในงานด้านการบริหารจัดการภายในสำนักงานหรือการบริหารงาน ท่ัวไป ปฏิบตั ิงานในเชิงพฒั นาระบบ งานท่ีตอ้ งศึกษา คน้ คว้า วเิ คราะหเ์ พอื่ ให้การดำเนินงานตามแผนงานโครงการ สำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ ควบคุมการปฏิบัติงานที่มีขอบเขตเนื้อหาของงานหลากหลาย แก้ไขปัญหา งานที่มีความยุ่งยาก มีขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนมาก และมีขอบเขตกว้างขวาง กำหนดแนวทางการทำงาน ทเ่ี หมาะกับสถานการณ์ ตรวจสอบผูป้ ฏบิ ตั ิงานเพื่อใหง้ านสำเรจ็ ตามวัตถุประสงค์ และปฏิบตั หิ นา้ ท่ีอ่ืนตามท่ีได้รับ มอบหมาย โดยมีลกั ษณะงานท่ปี ฏิบตั ิ ดงั น้ี 1) ปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการภายในสำนักงานหรือการบริหารงานทั่วไปขั้นสูง ที่ยุ่งยากซับซ้อน ควบคุม ดูแล ติดตาม ตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในสำนักงานหรือการบริหารงาน ทัว่ ไป เพ่อื ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานทกี่ ำหนด และเกดิ ประโยชนส์ ูงสุด 2) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์งานด้านการบริหารจัดการภายในสำนักงานหรือการบริหารงาน ทั่วไปที่ยุ่งยากซับซ้อน พัฒนาเอกสารวิชาการ คู่มือเกี่ยวกับงานในความรับผิดชอบ เผยแพร่ผลงานเพื่อก่อให้เกิด การพฒั นางานวชิ าการ เทคนคิ ให้บริการวิชาการ กำหนดแนวทางพัฒนาระบบงานให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ยง่ิ ข้นึ 3) ใหค้ ำปรกึ ษา แนะนำเสนอความเห็น ข้อเสนอแนะเกีย่ วกับงานในหน้าที่ท่ีกำหนด รว่ มกำหนดนโยบาย การปฏิบัตงิ านแผนงานโครงการของหน่วยงาน ติดต่อประสานงาน วางแผน มอบหมาย ส่งเสริม และแก้ไขปัญหา เพื่อใหก้ ารปฏิบตั ิงานบรรลุผลสมั ฤทธิ์ คณุ สมบัตเิ ฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งประเภทสนบั สนนุ ระดบั กลาง ไม่นอ้ ยกว่า 7 ปี ............................................................................................ หนา้ 149

ประกาศสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ เรอ่ื ง หลกั เกณฑ์ และวธิ ีการเล่อื นตำแหนง่ ของเจา้ หน้าที่ ของสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 ------------------ เพ่ือให้การเลื่อนตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติเป็นไปอย่างมีระบบ มีความ โปร่งใสเปน็ ธรรม สามารถตรวจสอบได้ รวมทง้ั เพอ่ื ใหม้ ีประสทิ ธิภาพและเกิดประสทิ ธผิ ลไดผ้ ู้มคี วามรู้ ความสามารถ ความชำนาญงาน และมคี วามเหมาะสมกบั ตำแหนง่ ท่ไี ดร้ ับการแตง่ ตั้ง อาศยั อำนาจตามความในมาตรา ๓๖ (๓) แห่งพระราชบญั ญัติความม่ันคงด้านวคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ประกอบกับ ความในข้อ 23 ของระเบี ยบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย การบริหารงานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มติคณะอนุกรรมการด้านบริหารปฏิบัติหน้าที่ คณะอนุกรรมการบรหิ ารงานบุคคลเม่ือวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ผอู้ ำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาตจิ ึงเห็นชอบให้ กำหนดหลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารเลอื่ นตำแหน่งของเจ้าหนา้ ที่ ของสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ ดงั น้ี หลกั เกณฑ์การเลอ่ื นตำแหน่ง 1. ประเภทวชิ าการ 1.1 ระดับชำนาญการ เจ้าหน้าท่ีที่จะเข้ารับการประเมินผลงาน เพื่อเล่ือนและแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ตอ้ งมีคุณสมบัตดิ ังนี้ 1.1.1 เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ ผ้มู ีคุณวฒุ ิการศึกษาระดบั ปริญญาโทขน้ึ ไปหรอื เทียบเท่า ตอ้ งดำรงตำแหน่งดังกล่าวไม่น้อยกวา่ ๓ ปี 1.1.2 มีผลประเมินการปฏิบัติงานท่ีผ่านมาอยู่ในระดับดีขึ้นไป ติดต่อกัน ๓ ปี ก่อนปี ท่จี ะมีการพจิ ารณาเลื่อนตำแหนง่ 1.1.3 มีคะแนนผลการสอบภาษาอังกฤษ ประเภท Test of English for International Communication (TOEIC) หรอื เทยี บเทา่ ตั้งแต่ 450 คะแนนข้นึ ไป 1.1.4 มีอัตราเงินเดือนน้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต้นของตำแหน่งท่ีขอเลื่อน ไม่เกินร้อย ละหา้ 1.2 ระดบั ชำนาญการพิเศษ เจ้าหนา้ ที่ทจี่ ะเข้ารับการประเมินผลงาน เพ่ือเลื่อนและแต่งตงั้ ให้ ดำรงตำแหนง่ ประเภทวชิ าการ ระดบั ชำนาญการพิเศษ ต้องมีคณุ สมบัติดังน้ี 1.2.1 เป็นผูด้ ำรงตำแหนง่ ประเภทวชิ าการ ระดบั ชำนาญการ ไม่นอ้ ยกว่า 7 ปี 1.2.2 มีผลประเมินการปฏิบัติงานที่ผ่านมาอยู่ในระดับดีขึ้นไป ติดต่อกัน 3 ปีก่อนปีที่จะ มีการพิจารณาเลอ่ื นตำแหนง่ โดยมีผลประเมินในระดับดมี ากอยา่ งน้อย 1 ปี 1.2.3 มีคะแนนผลการสอบภาษาอังกฤษ ประเภท Test of English for International Communication (TOEIC) หรือเทยี บเทา่ ต้งั แต่ 500 คะแนนขน้ึ ไป 1.2.4 มีอัตราเงินเดือนน้อยกว่าอัตราเงินเดือนข้ันต้นของตำแหน่งที่ขอเล่ือน ไม่เกิน รอ้ ยละห้า 1.3 ระดับเชี่ยวชาญพิเศษ เจ้าหน้าที่ที่จะเข้ารับการประเมินผลงาน เพ่ือเลื่อนและแต่งต้ังให้ ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชยี่ วชาญพิเศษ ตอ้ งมคี ณุ สมบตั ิดังน้ี 1.3.1 เป็นผูด้ ำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดบั ชำนาญการพิเศษ ไมน่ ้อยกว่า 5 ปี 1.3.2 มีผลประเมินการปฏิบัติงานท่ีผ่านมาอยู่ในระดับดีขึ้นไป ติดต่อกัน 5 ปี โดยมีผล ประเมินในระดับดมี ากอยา่ งน้อย 2 ปี หน้า 150

1.3.3 มีคะแนนผลการสอบภาษาอังกฤษ ประเภท Test of English for International Communication (TOEIC) หรอื เทยี บเทา่ ต้ังแต่ 600 คะแนนขน้ึ ไป 1.3.4 มีอัตราเงินเดือนน้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต้นของตำแหน่งที่ขอเลื่อน ไม่เกินร้อย ละห้า 2. ประเภทสนับสนนุ 2.1 ระดับกลาง เจ้าหน้าท่ีที่จะเข้ารับการประเมินผลงาน เพื่อเล่ือนและแต่งต้ังให้ดำรง ตำแหนง่ ประเภทสนบั สนนุ ระดบั กลาง ต้องมีคุณสมบตั ิดังน้ี 2.1.1 เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทสนับสนุน ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ ผมู้ คี ณุ วุฒกิ ารศกึ ษาระดับปรญิ ญาโทข้นึ ไปหรอื เทียบเท่า ต้องดำรงตำแหนง่ ดงั กลา่ วไมน่ อ้ ยกว่า ๓ ปี 2.1.2 มีผลประเมินการปฏิบัติงานท่ีผ่านมาอยู่ในระดับดีขึ้นไป ติดต่อกัน 3 ปี ก่อนปี ทจี่ ะมกี ารพิจารณาเลอ่ื นตำแหน่ง 2.1.3 มีอัตราเงินเดือนน้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต้นของตำแหน่งที่ขอเลื่อน ไม่เกินร้อย ละห้า 2.1.4 อาจนำคะแนนผลการสอบภาษาอังกฤษ ประเภท Test of English for International Communi- cation (TOEIC) หรือเทียบเท่า ต้ังแต่ 400 คะแนนข้ึนไป มาประกอบการพิจารณา เลอ่ื นตำแหนง่ ได้ โดยอาจไดร้ ับการพจิ ารณาเป็นพิเศษ 2.2 ระดับสูง เจ้าหน้าที่ที่จะเข้ารับการประเมินผลงาน เพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทสนบั สนนุ ระดับสูง ตอ้ งมีคณุ สมบัติดงั น้ี 2.2.1 เป็นผดู้ ำรงตำแหน่งประเภทสนับสนนุ ระดับกลาง ไมน่ อ้ ยกวา่ 7 ปี 2.2.2 มีผลประเมินการปฏิบัติงานที่ผ่านมาอยู่ในระดับดีขึ้นไป ติดต่อกัน 3 ปี ก่อนปี ท่ีจะมกี ารพิจารณาเลอื่ นตำแหนง่ โดยมผี ลประเมนิ ในระดับดีมากอยา่ งนอ้ ย 1 ปี 2.2.3 มีอัตราเงินเดือนน้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต้นของตำแหน่งที่ขอเล่ือน ไม่เกินร้อย ละห้า 2.2.4 อาจนำคะแนนผลการสอบภาษาอังกฤษ ประเภท Test of English for International Communi - cation (TOEIC) หรือเทียบเท่า ต้ังแต่ 450 คะแนนข้ึนไป มาประกอบการพิจารณา เล่ือนตำแหนง่ ได้ โดยอาจไดร้ บั การพจิ ารณาเป็นพเิ ศษ 3. ประเภทบรหิ าร 3.1 ระดับต้น เจ้าหน้าที่ท่ีจะเข้ารับการประเมินผลงาน เพ่ือเล่ือนและแต่งต้ังให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบรหิ าร ระดับตน้ ตอ้ งมคี ณุ สมบัติดังน้ี 3.1.1 เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ หรือดำรงตำแหน่ง ประเภทสนบั สนุน ระดบั สูง ไมน่ อ้ ยกวา่ 5 ปี และผ่านการอบรมด้านบรหิ าร 3.1.2 มีผลประเมินการปฏิบัติงานที่ผ่านมาอยู่ในระดับดีข้ึนไป ติดต่อกัน 3 ปี ก่อนปี ทจี่ ะมีการพิจารณาเล่อื นตำแหน่ง โดยมีผลประเมินในระดบั ดีมากอย่างน้อย 1 ปี 3.1.3 มีคะแนนผลการสอบภาษาอังกฤษ ประเภท Test of English for International Communication (TOEIC) หรอื เทียบเทา่ ต้งั แต่ 550 คะแนนขึ้นไป 3.1.4 มีอัตราเงินเดือนน้อยกว่าอัตราเงินเดือนข้ันต้นของตำแหน่งท่ีขอเล่ือน ไม่เกินร้อย ละหา้ หน้า 151

3.2 ระดับสูง เจ้าหน้าท่ีท่ีจะเข้ารับการประเมินผลงาน เพ่ือเล่ือนและแต่งต้ังให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบริหาร ระดับสูง ต้องมคี ุณสมบตั ดิ ังน้ี 3.2.1 เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ไม่น้อยกวา่ 5 ปี และผ่านการอบรม ดา้ นบรหิ าร 3.2.2 มีผลประเมินการปฏิบัติงานที่ผ่านมาอยู่ในระดับดีข้ึนไป ติดต่อกัน 5 ปี โดยมีผล ประเมนิ ในระดับดมี ากอย่างนอ้ ย 2 ปี 3.2.3 มีคะแนนผลการสอบภาษาอังกฤษ ประเภท Test of English for International Communication (TOEIC) หรือเทยี บเท่า ต้งั แต่ 600 คะแนนขน้ึ ไป 3.2.4 มีอัตราเงินเดอื นน้อยกวา่ อตั ราเงินเดือนขั้นตน้ ของตำแหน่งทข่ี อเล่ือน ไม่เกินร้อย ละหา้ ทั้งนี้ การเลื่อนตำแหน่งจ้าหน้าที่ประเภทต่าง ๆ นอกจากพิจารณาคุณสมบัติของผู้ได้รับ การประเมินในด้านประสบการณ์ การประเมินผลการปฏิบัติงานท่ีผ่านมา ผลการสอบภาษาอังกฤษ ประเภท Test of English for International Communication (TOEIC) หรือเทียบเท่า และอัตราเงินเดือนแล้ว จะต้อง พิจารณาคุณสมบัติตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง หรือตามท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติพิจารณา กำหนด กรณีมีการปรับวุฒิ การศึกษาเป็น ระดับปริญญาโทหรือระดับปริญญาเอก ระหว่าง การปฏิบัติงาน ให้นับระยะเวลาดำรงตำแหน่งตามวันท่ีบรรจุหรือวันท่ีได้รับวุฒิดังกล่าว โดยใช้วันท่ีครบกำหนด กอ่ นเปน็ เกณฑ์ วิธีการเล่อื นตำแหน่ง 1. การแจ้งตำแหน่งว่าง งานบริหารงานบุคคล สำนักอำนวยการ รายงานผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพ่ือขอใช้ ตำแหนง่ ว่างบรรจุเจ้าหน้าที่ และจัดทำหนงั สอื เวยี นแจ้งเจา้ หนา้ ที่ 2. การแตง่ ตงั้ คณะกรรมการ งานบริหารงานบุคคล สำนักอำนวยการ เสนอผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติแต่งตั้ง คณะกรรมการ เพ่ือพิจารณาคัดเลือก และประเมินบุคคล เพื่อเล่ือนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งท่ีสูงขึ้น ประกอบดว้ ยเจา้ หนา้ ท่ี อย่างนอ้ ย 3 คน ดงั น้ี 2.1 ผอู้ ำนวยการสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ หรือผู้ทีผ่ ู้อำนวยการสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติมอบหมาย 2.2 ผู้บังคับบัญชาโดยตรง หรือผู้บังคับบัญชาเหนือข้ึนไปของตำแหน่งท่ีจะเลื่อนและ แตง่ ต้งั 1 คน 2.3 ผู้บริหาร ระดับตน้ 1 คน 2.4 นักทรัพยากรบุคคลทไี่ ดร้ ับมอบหมาย เป็นเลขานุการ 3. การจดั เตรยี มเอกสารประกอบการคดั เลือกและประเมินบคุ คล 3.1 งานบริหารงานบุคคล สำนักอำนวยการ จัดเตรียมเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ สำหรับ ใช้ประกอบการพจิ ารณา ไดแ้ ก่ 3.1.1 ข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ประวตั ิส่วนตัว วุฒิการศึกษาและสาขา ประวตั ิการทำงาน ผลประเมนิ การปฏบิ ัตงิ าน ผลสอบภาษาองั กฤษ (ถ้ามี) ประวตั ิทางวินยั และความประพฤติ 3.1.2 รายละเอียดหนา้ ท่คี วามรับผิดชอบของตำแหน่งทจ่ี ะทำการประเมิน หนา้ 152

ได้แก่ 3.2 ผู้รับการประเมิน จัดเตรียมเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ สำหรับใช้ประกอบการพิจารณา ของผ้นู นั้ การประเมนิ 3.2.1 ผลงานหรอื งานสำคญั เป็นทป่ี ระจักษ์ 3.2.2 เหตุการณ์สำคัญในชีวิตการปฏิบัติงานซ่ึงช่วยบ่งบอกถึงบุคลิกลักษณะสำคัญ 3.2.3 ความสามารถพเิ ศษ ความชำนาญพเิ ศษ และทักษะทที่ ำใหป้ ระสบความสำเรจ็ 3.2.4 ผลการพัฒนาตนเองจากการฝึกอบรมหรอื ศึกษาดงู าน 3.2.5 เอกสารท่ีสามารถอธิบายคุณลักษณะตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่เข้ารับ 4. การประชุมคณะกรรมการ คณะกรรมการ พิจารณาคัดเลือก และประเมินบุคคลตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยให้คำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ ผลงานเป็นที่ประจักษ์ และคุณลักษณะอ่ืนท่ีจำเป็นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร เมื่อดำเนินการคัดเลือกและประเมินบุคคลแล้วเสร็จ ให้งานบริหารงานบุคคล เสนอรายงานผลการประชุม คณะกรรมการพร้อมรายช่ือผู้ได้รับคัดเลือกต่อผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พร้อมเหตุผลประกอบ เพ่อื พจิ ารณา 5. การจัดทำคำส่งั แต่งตัง้ งานบริหารงานบุคคล สำนักอำนวยการ จดั ทำคำส่ังเล่ือนตำแหน่งเสนอผ้อู ำนวยการสถาบันวัคซีน แห่งชาตลิ งนาม พรอ้ มแจง้ เวยี นคำส่ังภายในสถาบัน ท้ังน้ี แบบการเล่อื นตำแหน่ง รายละเอยี ดตามภาคผนวก 1-3 แนบทา้ ย ประกาศ ณ วันท่ี ๙ มกราคม พ.ศ. 2563 (นายนคร เปรมศรี) (ผู้อำนวยการสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ) หนา้ 153

แบบฟอร์มประกอบการคัดเลือกบุคคลเขา้ รับการประเมินผลงาน ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และเชย่ี วชาญพิเศษ ช่อื -สกลุ ...................................................................................................................................................................... ตำแหนง่ .......................................................................... สำนกั ............................................................................... ขอรับการคัดเลือกเพอื่ แต่งต้ังให้ดำรงตำแหนง่ ........................................................................................................... สว่ นท่ี 1 คุณลักษณะทวั่ ไป ผา่ น ไม่ผา่ น (งานบริหารงานบคุ คลจดั เตรยี มเอกสารประกอบ) 1. ประสบการณ์ 2. ผลประเมินการปฏบิ ตั ิงานทผี่ า่ นมา 3. ผลการสอบภาษาอังกฤษ ประเภท Test of English for International Communication (TOEIC) หรอื เทียบเทา่ 4. เงินเดือนปัจจบุ นั 5. ประวัติทางวินัยและความประพฤติ หมายเหตุ: ผู้เขา้ รับการประเมิน จะต้องผา่ นเกณฑ์ในส่วนที่ 1 คุณลกั ษณะทัว่ ไป ทง้ั หมด จงึ จะประเมินส่วนที่ 2 และ 3 พอใช้ ดี ดมี าก (2-3 (3-4 (4-5 คะแนน) คะแนน) คะแนน) ส่วนที่ ๒ ผลงาน (ผู้รบั การประเมินจดั เตรยี มเอกสารประกอบ) 1. ผลการพัฒนาตนเองจากการฝึกอบรมหรือศกึ ษาดงู าน 2. ผลงานหรอื งานสำคัญเปน็ ทปี่ ระจกั ษ์ 3. เหตกุ ารณ์สำคญั ในชีวิตการปฏบิ ตั งิ านซงึ่ ช่วยบง่ บอกถึงบุคลิกลกั ษณะสำคัญของผูน้ น้ั 4. ความสามารถพิเศษ ความชำนาญพเิ ศษ และทกั ษะทท่ี ำให้ประสบความสำเร็จ สว่ นที่ ๓ คุณลกั ษณะตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง (ผรู้ บั การประเมินจดั เตรยี มเอกสารประกอบ) ระดับชำนาญการ 1. จดั เตรียมข้อมลู ทมี่ ีความซบั ซ้อน ท้ังขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ และเชงิ คณุ ภาพ รวมถึงการแปลผล ขอ้ มูลเพ่ือนำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม 2. สงั เคราะห์องคค์ วามรทู้ ีไ่ ด้จากการรวบรวมขอ้ มูลจากแหล่งต่าง ๆ เพ่อื จดั ทำเป็นเอกสาร วชิ าการ หรอื เอกสารประกอบการประชมุ ใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจ 3. ประสานงานกับหนว่ ยงานทงั้ ภายในและภายนอกองคก์ ร ให้ได้มาซึง่ ขอ้ มลู ทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั งานตามตำแหนง่ 4. มสี ว่ นร่วมในการกำหนดและบรหิ ารแผนงาน โครงการทเี่ กยี่ วขอ้ งกับงานตามตำแหนง่ 5. สามารถใหค้ ำปรกึ ษา แนะนำ ปรบั ปรงุ แก้ไขการปฏิบตั ิงาน เพอื่ ให้บรรลเุ ป้าหมายและ ผลสมั ฤทธ์ิทก่ี ำหนดได้ 6. ติดตามประเมินผลการดำเนนิ งานทีเ่ ก่ยี วขอ้ งตามตำแหนง่ หน้า 154

พอใช้ ดี ดีมาก (2-3 (3-4 (4-5 คะแนน) คะแนน) คะแนน) ระดับชำนาญการพิเศษ 1. วิเคราะหป์ ัญหาและอุปสรรค จดั ทำขอ้ เสนอแนะในการปรบั ปรงุ แก้ไขระบบงานให้มี ประสทิ ธภิ าพ รวมทง้ั แนวทางในการเพิ่มศกั ยภาพในทกุ มติ ิท่เี กยี่ วขอ้ ง 2. สามารถนำเสนอแนวคดิ เชงิ นโยบาย หรือข้อมูลประกอบการตดั สินใจทส่ี ามารถดำเนินการ ได้อยา่ งเปน็ รูปธรรม 3. มีสมรรถนะสงู ในการสรา้ งความร่วมมือกบั หนว่ ยงานภายในประเทศ และระหวา่ งประเทศ และสามารถเปน็ ผแู้ ทนของหนว่ ยงานในการนำเสนอขอ้ มลู หรอื รว่ มประชมุ ในเวที ระดับประเทศ 4. เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการกำหนดนโยบาย หรือบรหิ ารแผนงาน โครงการท่ีเกี่ยวข้องกับ งานตามตำแหน่ง 5. สามารถให้คำปรึกษา แนะนำ ปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้านวิชาการที่ยุ่งยาก ซบั ซ้อน เพ่ือให้ บรรลเุ ป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ทีก่ ำหนดได้ 6. ตดิ ตามประเมนิ ผลการดำเนนิ งานทเี่ กย่ี วขอ้ งตามตำแหนง่ ระดบั เช่ียวชาญพิเศษ 1. เสนอยุทธศาสตร์การทำงานของสถาบัน และวางแผนเชิงระบบในการดำเนินงานและ กำกบั ตดิ ตาม ประเมินผล 2. เป็นหัวหน้าโครงการในการศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยข้อมูลที่มีผลต่อการตัดสินใจใน ระดับนโยบายของประเทศ 3. มีสมรรถนะสงู ในการสร้างความร่วมมอื กบั หน่วยงานภายในประเทศ และระหวา่ งประเทศ และสามารถเป็นผู้แทนของหน่วยงานในการนำเสนอข้อมูล หรือร่ว มประชุมในเวที ระดบั ประเทศ และระดบั นานาชาติ 4. ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอแนะความเห็น และแก้ไขปัญหาด้านวิชาการที่มีความยุ่งยาก ซบั ซ้อนมากเป็นพเิ ศษ เพ่อื ให้บรรลเุ ปา้ หมายและผลสัมฤทธท์ิ ่กี ำหนดได้ 5. สรา้ ง และพฒั นาศกั ยภาพของบคุ ลากรที่จะเปน็ กำลงั ของสถาบัน หมายเหต:ุ เกณฑ์คะแนน ตอ้ งไดค้ ะแนนมากกว่าร้อยละ 80 ทงั้ ส่วนท่ี 2 และ 3 (ส่วนที่ 3 เฉพาะระดับทเ่ี ขา้ รับ การประเมนิ ) หน้า 155

ภาคผนวก 2 แบบฟอร์มประกอบการคดั เลอื กบุคคลเขา้ รับการประเมินผลงาน ประเภทสนบั สนุน ระดบั กลาง และระดบั ต้น ชอ่ื -สกลุ ...................................................................................................................................................................... ตำแหนง่ .......................................................................... สำนกั ............................................................................... ขอรบั การคดั เลือกเพอ่ื แตง่ ต้ังให้ดำรงตำแหน่ง ........................................................................................................... ส่วนท่ี 1 คุณลักษณะทั่วไป ผา่ น ไมผ่ า่ น (งานบรหิ ารงานบุคคลจัดเตรยี มเอกสารประกอบ) 1. ประสบการณ์ 2. ผลประเมินการปฏิบัตงิ านทผี่ ่านมา 3. เงินเดอื นปจั จุบนั 4. ประวัติทางวนิ ัยและความประพฤติ หมายเหตุ: 1. ผู้เขา้ รับการประเมนิ จะต้องผา่ นเกณฑ์ในส่วนที่ 1 คณุ ลักษณะทัว่ ไป ทัง้ หมด จึงจะประเมนิ ส่วนท่ี 2 และ 3 2. หากมผี ลการสอบภาษาองั กฤษ ประเภท Test of English for International Communication (TOEIC) หรอื เทยี บเท่า จะไดร้ บั การพิจารณาเปน็ พเิ ศษ พอใช้ ดี ดมี าก (2-3 (3-4 (4-5 คะแนน) คะแนน) คะแนน) ส่วนที่ ๒ ผลงาน (ผูร้ ับการประเมนิ จัดเตรยี มเอกสารประกอบ) 1. ผลการพฒั นาตนเองจากการฝกึ อบรมหรือศกึ ษาดงู าน 2. ผลงานหรืองานสำคัญเปน็ ทป่ี ระจกั ษ์ 3. เหตุการณส์ ำคัญในชวี ิตการปฏิบตั งิ านซ่งึ ชว่ ยบ่งบอกถึงบุคลกิ ลกั ษณะสำคญั ของผนู้ น้ั 4. ความสามารถพเิ ศษ ความชำนาญพเิ ศษ และทกั ษะทที่ ำให้ประสบความสำเร็จ สว่ นท่ี ๓ คุณลกั ษณะตามมาตรฐานกำหนดตำแหนง่ (ผรู้ ับการประเมนิ จดั เตรียมเอกสารประกอบ) ระดบั กลาง 1. วเิ คราะห์ขอ้ มูลท้งั ในและตา่ งประเทศ เพ่อื ประกอบการวางระบบ การจดั ทำมาตรฐานหรอื หลักเกณฑเ์ ก่ียวกบั การทำงานตามตำแหนง่ 2. ใหบ้ ริการ ตอบปัญหาเบอ้ื งตน้ เรอ่ื งต่าง ๆ เก่ียวกับงานในหนา้ ทเ่ี พอื่ สร้างความเข้าใจและ สนับสนนุ งานตามภารกจิ ของหนว่ ยงาน 3. ให้บรกิ ารข้อมูลเพ่ือสนบั สนนุ ภารกจิ ของบุคคลหรือหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ภายในและนอกสถาบนั ได้ 4. ประสานการทำงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายให้สอดคลอ้ งกับภาพรวม ผลงานของทมี งาน ประสานงาน กับสมาชกิ ภายในทมี งาน ใหค้ วามชว่ ยเหลือภายในทีมงาน เพอ่ื ให้ไดผ้ ลสัมฤทธติ์ ามทีก่ ำหนดไว้ 5. ใหข้ ้อเสนอแนะที่เกย่ี วกับเน้ืองานตามตำแหน่งงานของตนแก่บุคลากรภายในสถาบนั ได้ 6.วเิ คราะหแ์ ละถ่ายทอด สอนงานแกเ่ จา้ หน้าทใ่ี นระดบั ต้นและกลางได้ มีการสอ่ื สารขอ้ มูลดา้ นต่าง ๆ เพื่อประกอบการดำเนนิ งานเกย่ี วกบั การดำเนินงานตามตำแหนง่ 7. มสี ่วนรว่ มในการกำหนดและบรหิ ารแผนงาน โครงการทเี่ กย่ี วข้องกับงานตามตำแหนง่ หนา้ 156

พอใช้ ดี ดีมาก (2-3 (3-4 (4-5 คะแนน) คะแนน) คะแนน) ระดบั สงู 1. ออกแบบและวางระบบเพ่อื สนับสนุนการดำเนนิ งานของสถาบนั ให้มีประสิทธิภาพ 2. ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอแนะความเห็น และแก้ไขปัญหาด้านบริหารจัดการที่มีความ ยุ่งยาก ซับซ้อนมากเป็นพเิ ศษ เพอ่ื ใหบ้ รรลุเปา้ หมายและผลสัมฤทธ์ทิ ่ีกำหนดได้ 3. เป็นผู้แทนของสถาบันในการประสานและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อ พัฒนางานที่เกี่ยวข้องตามตำแหน่ง รวมท้ังประสานงานกับบุคลากรภายใน เพ่ือให้ได้ ผลสมั ฤทธ์ติ ามทก่ี ำหนดไว้ 4. สามารถให้บริการข้อมูล และสื่อสารทำความเข้าใจ เพ่ือสนับสนุนภารกิจของบุคคลหรือ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกสถาบันได้ เพ่ือใช้ประกอบการพิจารณากำหนด นโยบาย แผนงาน หลกั เกณฑแ์ ละมาตรการต่าง ๆ ของประเทศ 5. ร่วมกำหนดนโยบายและวางแผนการทำงานของตนเองและหน่วยงานหรือโครงการ เพ่ือให้ การดำเนนิ งานเปน็ ไปตามเป้าหมาย ผลสมั ฤทธ์ิท่กี ำหนด หมายเหตุ: เกณฑ์คะแนน ตอ้ งได้คะแนนมากกว่าร้อยละ 80 ทัง้ สว่ นท่ี 2 และ 3 (ส่วนท่ี 3 เฉพาะระดับท่เี ขา้ รบั การประเมนิ ) หน้า 157

ภาคผนวก 3 แบบฟอร์มประกอบการคัดเลือกบคุ คลเข้ารบั การประเมินผลงาน ประเภทบรหิ าร ระดับตน้ และระดับสูง ชือ่ -สกลุ ...................................................................................................................................................................... ตำแหนง่ .......................................................................... สำนกั ............................................................................... ขอรบั การคัดเลือกเพ่อื แต่งต้ังให้ดำรงตำแหนง่ ........................................................................................................... ส่วนที่ 1 คณุ ลกั ษณะทว่ั ไป ผ่าน ไม่ผ่าน (งานบรหิ ารงานบคุ คลจดั เตรียมเอกสารประกอบ) 1. ประสบการณ์ 2. ผลประเมนิ การปฏบิ ัตงิ านทีผ่ า่ นมา 3. ผลการสอบภาษาอังกฤษ ประเภท Test of English for International Communication (TOEIC) หรือเทยี บเท่า 4. เงนิ เดอื นปจั จุบนั 5. ประวัติทางวินยั และความประพฤติ หมายเหต:ุ ผเู้ ขา้ รบั การประเมนิ จะตอ้ งผา่ นเกณฑใ์ นสว่ นที่ 1 คณุ ลักษณะทว่ั ไป ท้ังหมด จึงจะประเมินส่วนท่ี 2 และ 3 พอใช้ ดี ดีมาก (2-3 (3-4 (4-5 คะแนน) คะแนน) คะแนน) ส่วนท่ี ๒ ผลงาน (ผู้รบั การประเมนิ จัดเตรียมเอกสารประกอบ) 1. ผลการพัฒนาตนเองจากการฝึกอบรมหรือศึกษาดูงาน 2. ผลงานหรืองานสำคญั เปน็ ท่ีประจกั ษ์ 3. เหตุการณส์ ำคัญในชีวติ การปฏบิ ัติงานซ่งึ ช่วยบง่ บอกถงึ บคุ ลิกลกั ษณะสำคัญของผนู้ ้นั 4. ความสามารถพิเศษ ความชำนาญพเิ ศษ และทักษะท่ีทำใหป้ ระสบความสำเรจ็ สว่ นท่ี ๓ คุณลกั ษณะตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง (ผรู้ ับการประเมนิ จดั เตรยี มเอกสารประกอบ) ระดับตน้ 1. เสนอยทุ ธศาสตรก์ ารทำงานของสำนัก แผนปฏิบัตงิ าน งบประมาณ และวางแผนเชิงระบบใน การดำเนินงาน 2. บูรณาการแผนงาน โครงการ กิจกรรม เพ่ือให้เป็นไปตามเปา้ หมายและผลสัมฤทธ์ขิ องสถาบนั 3. ตดิ ตาม เร่งรดั การดำเนินกจิ กรรมต่าง ๆ ใหเ้ ปน็ ไปตามแผนงาน โครงการ ตลอดจนประเมินผล และรายงานผลการดำเนนิ งาน เพ่ือใหเ้ ปน็ ไปตามเปา้ หมายและผลสมั ฤทธิ์ของสถาบนั 4. มอบหมาย กำกบั ดแู ล ตรวจสอบ ตดิ ตาม ใหค้ ำแนะนำ ปรบั ปรงุ แก้ไข และพฒั นาการ ปฏิบตั งิ านของเจ้าหนา้ ทใี่ นบังคบั บัญชา 5. ติดต่อ ประสานงานกบั หนว่ ยงานภาครัฐ เอกชน และบุคคลทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื ใหเ้ กิดความร่วมมือ หรือบรู ณาการงานให้เกดิ ผลสัมฤทธแ์ิ ละเป็นประโยชนต์ ่อสถาบนั และเปน็ ผู้แทนหน่วยงานในการ นำเสนอข้อมลู หรอื ร่วมประชุมในเวทีระดบั ประเทศและระดบั นานาชาติ หน้า 158

พอใช้ ดี ดีมาก (2-3 (3-4 (4-5 คะแนน) คะแนน) คะแนน) ระดับสงู 1. เสนอยทุ ธศาสตร์การทำงานของสถาบนั และวางแผนเชิงระบบในการดำเนนิ งาน 2. บรู ณาการแผนงาน โครงการขนาดใหญ่ กิจกรรม เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธข์ิ อง สถาบนั 3. ตดิ ตาม เรง่ รัด การดำเนนิ กจิ กรรมต่าง ๆ ที่มคี วามหลากหลาย และความยุง่ ยากซบั ซอ้ นมาก ให้ เป็นไปตามแผนงาน โครงการ ตลอดจนประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงาน เพือ่ ใหเ้ ป็นไป ตามเปา้ หมายและผลสมั ฤทธขิ์ องสถาบนั 4. มอบหมาย กำกบั ดแู ล ตรวจสอบ ตดิ ตาม ให้คำแนะนำ ปรบั ปรุงแกไ้ ขในเรือ่ งตา่ ง ๆ ที่เก่ียวขอ้ ง กับภารกจิ ทหี่ ลากหลายและเบด็ เสร็จของสถาบนั 5. วินิจฉยั สง่ั การ เรื่องที่มีขอบเขตผลกระทบในวงกวา้ ง หรอื มคี วามซับซอ้ นของประเดน็ ปัญหา ซ่งึ ต้องพจิ ารณาอนมุ ตั ิ อนญุ าตการดำเนนิ การตา่ ง ๆ ตามภารกจิ ของสถาบัน 6. ตดิ ตอ่ ประสานงานกบั หน่วยงานภาครฐั เอกชน และบุคคลทีเ่ ก่ยี วข้อง เพอื่ ให้เกดิ ความรว่ มมือ หรอื บรู ณาการงานใหเ้ กิดผลสมั ฤทธิแ์ ละเป็นประโยชนต์ ่อสถาบนั และเปน็ ผ้แู ทนหน่วยงานในการ นำเสนอขอ้ มูล หรอื รว่ มประชมุ ในเวทีระดับประเทศและระดบั นานาชาติ หมายเหต:ุ เกณฑ์คะแนน ต้องไดค้ ะแนนมากกวา่ ร้อยละ 80 ทงั้ สว่ นที่ 2 และ 3 (สว่ นท่ี 3 เฉพาะระดบั ท่เี ข้ารบั การประเมิน) หน้า 159

ประกาศสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ เรอื่ ง หลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานของเจา้ หนา้ ที่ พ.ศ. ๒๕๖๓ ......................................................................... โดยท่ีเป็นการสมควรกำหนดให้มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบการประเมินผลการทดลอง ปฏบิ ัตงิ านเจา้ หน้าที่ของสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ ให้เป็นไปด้วยความเรยี บรอ้ ย มีประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๖ (๓) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบกับความในข้อ ๒๐ วรรคสอง แห่งระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ จงึ ออกประกาศไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้ ข้อ ๑ ผู้ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งใด ให้ทดลองปฏิบัติงาน ในตำแหนง่ น้ันเปน็ ระยะเวลาไม่นอ้ ยกว่าเก้าสบิ วัน ข้อ ๒ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งไปรายงานตัวเพื่อเริ่มปฏิบัติงาน ให้ดำเนินการ ดงั น้ี (1) การปฐมนเิ ทศ และให้คำแนะนำเจ้าหน้าท่ีใหม่ (ก) การปฐมนิเทศ เป็นการแนะนำต้อนรับเจ้าหน้าที่บรรจุใหม่เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าใจ ถึงสภาพแวดลอ้ มการทำงานในหน่วยงาน วสิ ัยทศั น์ พนั ธกิจ โครงสร้างองคก์ ร ผูบ้ งั คบั บัญชา เพอ่ื นร่วมงาน หนา้ ที่ ความรับผิดชอบ ตลอดจนการสร้างขวัญและกำลงั ใจให้แก่เจา้ หน้าท่ีบรรจุใหม่ (ข) การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาจิตสำนึก การส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม จรรยาบรรณเจ้าหน้าที่ของรัฐ กิจกรรมช่วยเหลือสังคม การทำงานเป็นทีม ตลอดจนความตระหนักในหน้าที่ ของเจา้ หนา้ ท่ีของรฐั และมีความพรอ้ มในการทำงาน (๒) ให้ผู้บังคับบัญชา (ผู้อำนวยการ ผู้จัดการสำนัก) ของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นมอบหมายงาน เป็นลายลักษณ์อักษร ตามแบบหมายเลข ๑ (แบบมอบหมายงานการทดลองปฏบิ ัติงาน) แนบท้ายประกาศนี้ และ แจ้งให้เจ้าหน้าท่ีผู้ทดลองปฏิบัติงานทราบอย่างชัดเจนเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงาน การประพฤติตน รายการประเมิน วธิ ีการประเมนิ และมาตรฐานหรอื เกณฑก์ ารประเมินผลการทดลองปฏิบตั งิ าน (๓) ผู้อำนวยการอาจมอบหมายให้มีผู้ดูแลการทดลองปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีที่มิใช่เจ้าหน้าท่ี ประเภทบริหาร โดยผู้ดูแลดังกล่าวต้องเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีผู้นั้น สำหรับผู้ตรวจสอบ ภายในใหผ้ อู้ ำนวยการร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบดูแลการทดลองปฏิบัติงาน หน้า 160

ข้อ ๓ ให้ผบู้ ังคบั บัญชาหรอื ผดู้ แู ลการทดลองปฏิบัติงานแล้วแต่กรณี ดำเนนิ การดงั ต่อไปนี้ (๑) สอนงาน ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับวิธีการทำงาน ความรู้เกี่ยวกับงาน และเรื่องอื่น ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง (๒) ใหค้ ำปรึกษาแนะนำเกย่ี วกับพฤตกิ รรมการอยู่รว่ มกันในทีท่ ำงาน วัฒนธรรมองค์กร (๓) ติดตามผลการทดลองปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ี และให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าท่ีเพื่อประโยชน์ ในการพัฒนาหรือปรบั ปรงุ แกไ้ ขในการปฏบิ ตั ิงานต่อไป ข้อ ๔ ให้เจ้าหน้าท่ีจัดทำรายงานการปฏิบัติงานของตน ตามแบบหมายเลข ๒ (แบบรายงาน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ทดลองปฏิบัติงาน) แนบท้ายประกาศนี้ เสนอต่อผู้ดูแลการทดลองปฏิบัติงานหรือ ผู้บังคับบัญชา หรือคณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานแล้วแต่กรณี โดยให้ส่งรายงานดังกล่าว เปน็ ประจำทกุ เดือน ขอ้ ๕ การประเมนิ ผลการทดลองปฏิบตั ิงานของเจา้ หนา้ ทปี่ ระเภทตา่ ง ๆ กำหนดดังนี้ (๑) ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้ประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ (๒) ให้ผู้อำนวยการแต่งตงั้ คณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบัตงิ านของเจ้าหน้าที่ตำแหน่ง ผจู้ ดั การสำนัก ประกอบด้วย (ก) ผู้อำนวยการ เปน็ ประธาน (ข) รองผู้อำนวยการท่รี ับผดิ ชอบดแู ลสำนกั น้ัน ๆ เปน็ กรรมการ (ค) ผจู้ ดั การสำนักทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย เปน็ กรรมการ (ง) นกั ทรพั ยากรบคุ คล เป็นเลขานกุ าร (๓) ให้ผู้จัดการสำนักเป็นผู้ประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีภายในสำนัก กรณมี ผี ดู้ แู ลการทดลองปฏิบตั งิ านใหผ้ ดู้ ูแลร่วมในการประเมนิ ผลการทดลองปฏิบตั ิงานดว้ ย (๔) ให้ผู้อำนวยการและคณะกรรมการตรวจสอบร่วมกันประเมินผลการทดลองปฏิบัติงาน ของผูต้ รวจสอบภายใน และเสนอผลให้คณะกรรมการบริหารสถาบนั วัคซนี แห่งชาติให้ความเห็นชอบ ข้อ ๖ การประเมินผลการทดลองปฏิบัติงาน ให้ใช้แบบประเมินผลการทดลองปฏิบัติงาน ของเจา้ หนา้ ทตี่ ามแบบหมายเลข ๓ (แบบประเมินผลการทดลองปฏบิ ตั ิงาน) เมอ่ื ผูป้ ระเมนิ ตามขอ้ ๕ ดำเนนิ การประเมนิ เสรจ็ สนิ้ ให้นักทรพั ยากรบุคคลดำเนนิ การรวบรวมผล การประเมนิ เพือ่ เสนอผูอ้ ำนวยการพจิ ารณาดำเนินการต่อไป หนา้ 161

ข้อ ๗ ให้ผู้ประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานดำเนินการประเมินผลตามแบบประเมิน โดยมอี งค์ประกอบ ๒ ส่วน คือ (๑) ผลสัมฤทธขิ์ องการทดลองปฏิบัติงาน อยา่ งน้อยตอ้ งประกอบดว้ ย (ก) ความสามารถในการเรียนรู้งาน (ข) ความสามารถในการปรบั ใช้ความร้กู บั งานในหนา้ ที่ (ค) ความสำเร็จของงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย (๒) พฤติกรรมของผูท้ ดลองปฏบิ ัตงิ าน อยา่ งนอ้ ยต้องประกอบดว้ ย (ก) ความรับผิดชอบ ตรงตอ่ เวลา (ข) ความมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม (ค) การรักษาวนิ ยั สัดส่วนคะแนน : คะแนนผลสัมฤทธิ์ของการทดลองปฏิบัติงานและคะแนนพฤติกรรม ของเจ้าหน้าทมี่ ีสัดส่วนเทา่ กัน คือ ๕๐ : ๕๐ ข้อ ๘ เจ้าหน้าท่ีท่ีได้คะแนนแต่ละส่วนจากการประเมินตั้งแต่ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป ให้ถือว่าผู้น้ัน ผ่านการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงาน ในกรณีท่ีได้คะแนนแต่ละส่วนจากการประเมินต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ใหถ้ อื ว่าผนู้ ้นั ไม่ผา่ นการประเมินผลการทดลองปฏิบตั งิ าน ข้อ ๙ วิธีการประเมินผลการทดลองปฏบิ ัตงิ าน ให้ผูป้ ระเมินดำเนนิ การดงั นี้ ให้ดำเนินการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานเมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานครบระยะเวลา เก้าสิบวัน เว้นแต่กรณีไม่อาจประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานได้ เนื่องจากเจ้าหน้าท่ีผู้ทดลองปฏิบัติงาน มเี หตุดังต่อไปน้ี (ก) ลาปว่ ยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบตั งิ านหรือขณะเดนิ ทางไปปฏิบตั ิงาน (ข) ลาป่วยซง่ึ จำเป็นต้องรกั ษาตัวเป็นเวลานาน (ค) ลาคลอดบุตร (ง) ลาเขา้ รบั การตรวจเลอื กหรอื เขา้ รับการเตรียมพล (จ) ลาอนั เน่อื งมาจากเหตุสุดวสิ ัย เมื่อเกิดเหตุตาม (ก) – (จ) ผู้ประเมินจะประเมินเจ้าหน้าที่หลังจากผู้นั้นกลับเข้ามาทดลอง ปฏิบัติงาน โดยนับระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานต่อจากระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานครั้งแรกจนครบเก้าสิบวัน ทง้ั นี้ ผ้ปู ระเมินอาจพิจารณาใหเ้ รมิ่ ตน้ นับระยะเวลาทดลองปฏบิ ัติงานใหม่กไ็ ด้แล้วแตก่ รณี ข้อ ๑๐ กรณีเจ้าหน้าที่ไม่ผ่านการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานไม่ว่ากรณีใด ให้สถาบัน มคี ำสงั่ ให้ผูน้ ั้นออกจากงาน และพ้นสภาพการเปน็ เจา้ หนา้ ทีข่ องสถาบัน หนา้ 162

ข้อ ๑๑ ในระหว่างทดลองปฏิบัติงาน ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ทดลองปฏิบัติงานได้ประพฤติไม่ดีหรือไม่มี ความรู้ความสามารถที่จะปฏิบัติงานต่อไปได้ โดยปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้ ง ให้ผู้ประเมินรายงาน ต่อผู้อำนวยการในทันที เมื่อผู้อำนวยการเห็นว่าไม่ควรให้ปฏิบัติงานต่อไป ก็ให้มีคำสั่งให้ผู้นั้นออกจากงานและ พ้นสภาพการเปน็ เจา้ หนา้ ท่ีของสถาบนั นบั แตว่ นั ทไ่ี ดร้ ับรายงานไมเ่ กินสามวันทำการ ข้อ ๑๒ เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลองปฏิบัติงานของสถาบัน ให้ดำเนินการประเมิน ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารทก่ี ำหนดไว้ในประกาศน้ี ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายนคร เปรมศรี) ผอู้ ำนวยการสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ หน้า 163

แบบหมายเลข ๑ แบบมอบหมายงานการทดลองปฏบิ ัติงาน ๑. เจา้ หน้าทผ่ี ู้ทดลองปฏบิ ตั งิ าน ชอื่ – สกลุ ………………………………………………………………………........ตำแหนง่ ……………………………………………………………………………………………………………… กลุม่ /งาน ............................................................................... สำนัก ....................................................................................................................................... ระยะเวลาทดลองปฏบิ ตั ิงาน ตงั้ แตว่ นั ที่ ........ เดือน ............................พ.ศ. .... ถงึ วันที่ …...... เดือน .......................................พ.ศ. .... ๒. ผู้บงั คบั บัญชา/ผดู้ ูแลการทดลองปฏิบัติงาน ช่ือ – สกลุ ........................................................................... ตำแหน่ง.................................................................. ๓. ผลการปฏบิ ัติงาน ๓.๑ งานทมี่ อบหมาย ๓.๑.๑ รายละเอยี ดของงาน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๓.๑.๒ ความร้คู วามสามารถ ทักษะ สมรรถนะ และพฤตกิ รรมท่ีจำเปน็ สำหรบั การปฏิบัติงาน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๓.๒ ผลผลิตของงานทค่ี าดหวัง และตัวชว้ี ัดความสำเรจ็ ของงาน งาน ผลผลติ ของงานทคี่ าดหวงั ตวั ช้วี ดั ผลสำเรจ็ ของงาน หน้า 164

๔. การพัฒนาผทู้ ดลองปฏิบัตงิ าน ผ้ทู ดลองปฏบิ ตั ิงานจะต้องเข้าร่วมในการปฐมนิเทศ และอบรมหลกั สตู รต่าง ๆ ภายในระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน ดงั นี้ ๔.๑ การปฐมนิเทศ (E-learning) เพอื่ ใหม้ ีความรู้เกย่ี วกบั สถาบัน ๔.๒ การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง เพื่อใหม้ ีความรเู้ กย่ี วกบั กฎหมาย กฎ ระเบียบของสถาบนั ๔.๓ การอบรมสัมมนาร่วมกนั เพอื่ ปลกู ฝงั การประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นเปน็ ผ้ปู ฏิบตั งิ านทดี่ ี ๔.๔ การอบรมอนื่ ๆ ที่สถาบนั กำหนด (ถ้าม)ี ............................ ๕. การลงชอ่ื เพื่อมอบหมายงาน และรบั มอบหมายงานในการทดลองปฏิบตั ิงานโดยได้มกี ารชแี้ จงจนเปน็ ทีเ่ ขา้ ใจร่วมกันแลว้ (ลงชื่อ) ..................................................... (……………………………………………………) ตำแหน่ง ……………………………………………………………… เจ้าหนา้ ท่ีผทู้ ดลองปฏิบตั ิงาน วนั ที่ …………………………………………………………….. (ลงชือ่ ) ..................................................... (......................................................) ตำแหนง่ ..................................................... ผ้ดู แู ลการทดลองปฏบิ ตั ิงาน (ถ้าม)ี วันท่ี ……………………………………………………………….. (ลงชื่อ) ..................................................... (......................................................) ตำแหนง่ ..................................................... ผู้บังคบั บัญชาผมู้ อบหมายงาน วนั ท่ี............................................................. หน้า 165

แบบหมายเลข ๒ แบบรายงานการปฏิบัติงานของเจ้าหนา้ ท่ีผู้ทดลองปฏิบัติงาน ขา้ พเจ้า นาย/นาง/นางสาว……………………………………………ตำแหน่ง………………………………………………… กลมุ่ /งาน ............................................................................... สำนกั ..................................................................... ระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน ตงั้ แต่วันท่ี ........ เดอื น ……….....พ.ศ. .... ถึง วันท่ี ....... เดอื น ...................พ.ศ. .... ขอรายงานการปฏิบัตงิ านประจำเดอื น …………………………………………………………………… โดยมรี ายละเอยี ด ดังนี้ งานที่ไดร้ ับมอบหมาย รายละเอียดการปฏบิ ตั งิ าน ผลการปฏิบัติงาน (ลงชอ่ื )...................................................... (ลงชอื่ )...................................................... (..................................................) (..................................................) ตำแหนง่ .................................................. ตำแหน่ง.................................................. ผ้ทู ดลองปฏิบัตงิ าน ผู้ดแู ลการทดลองปฏบิ ตั งิ าน/ผบู้ ังคับบัญชา วนั เดอื น.......................พ.ศ. .... วัน เดือน.......................พ.ศ. .... หน้า 166

แบบหมายเลข ๓ แบบประเมินผลการทดลองปฏบิ ตั งิ าน ครัง้ ที่ ………… 1. ข้อมูลทัว่ ไป ชือ่ ผูท้ ดลองปฏิบัตงิ าน (นาย/นาง/นางสาว) .............................................................................................. ซง่ึ ไดร้ ับการบรรจุและแต่งต้ังใหด้ ำรงตำแหน่ง ..................................กลมุ่ งาน ....................................................... สำนัก ....................................................................................................................................................................... ทดลองปฏบิ ัติงานเป็นระยะเวลาตั้งแต่วนั ที่ ....... เดอื น ....................พ.ศ. ....ถึง วันที่ ....เดอื น .................. พ.ศ. .... 2. ขอ้ มูลการพัฒนาผทู้ ดลองปฏบิ ัติงาน  ดำเนินการแล้ว  ยังไม่ได้ดำเนนิ การ ๑. การปฐมนิเทศ  ดำเนนิ การแล้ว  ยังไม่ได้ดำเนนิ การ ๒. การเรยี นรดู้ ้วยตนเอง  ดำเนนิ การแล้ว  ยังไม่ได้ดำเนนิ การ ๓. การอบรมสมั มนารว่ มกัน  ดำเนนิ การแลว้  ยังไม่ได้ดำเนนิ การ ๔. การอบรมอนื่ ๆ 3. การประเมินการทดลองปฏิบัตงิ าน ๓.๑ ผลสมั ฤทธขิ์ องการทดลองปฏบิ ตั ิงาน รายการประเมิน ระดบั ค่าคะแนน คะแนนเต็ม คา่ คะแนนที่ได้ (ช่วง ๑-๔)* ๑ ความรทู้ ีใ่ ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน (๒๐ คะแนน) (ระดับคา่ คะแนน x ๒.๕ = คา่ คะแนนท่ีได)้ (ก) ความรู้ในกฎระเบยี บทเี่ ก่ียวข้องกบั งาน ๑๐ (ข) ความรู้ในหลักวิชาการเฉพาะด้าน/ความเชย่ี วชาญ ๑๐ ๒. ความสามารถในการปฏบิ ัตงิ าน (๓๐ คะแนน (ระดบั ค่าคะแนน x ๒.๕ = ค่าคะแนนท่ไี ด้) (ก) การปฏบิ ตั งิ านสำเรจ็ ตามเวลาทกี่ ำหนด ๑๐ (ข) คุณภาพของงาน ๑๐ (ค) ความเชื่อถือได้ในผลงาน ๑๐ รวมผลคะแนนการประเมนิ ๕๐ หนา้ 167

๓.๒ คะแนนพฤตกิ รรมของผู้ทดลองปฏิบัติงาน ค่าคะแนนที่ได้ ๕ พฤติกรรมในการปฏบิ ัตงิ าน (๕๐ คะแนน) (ระดบั ค่าคะแนน x ๑.๒๕ = ๕ ความซอ่ื สัตย์ ๕ ความมีคุณธรรม จริยธรรม ๕ การรกั ษาวนิ ยั ๕ ความมีมนุษยสัมพันธ์ ๕ ความอุตสาหะ ๕ ความเสยี สละและอทุ ิศเวลา ๕ ความสนใจที่จะพฒั นาตนเอง ๕ การเรียนร้งู านและความมีไหวพริบปฏิภาณ ๕ ความสามารถในการปฏิบัตงิ านกบั ผูอ้ ่นื ๕๐ ความรับผดิ ชอบ ตรงต่อเวลา รวมผลคะแนนการประเมนิ ความหมายระดับค่าคะแนน ระดบั ๔ หมายถึง มีความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ ในระดบั ดมี าก ระดับ ๓ หมายถึง มีความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ ในระดบั ดี ระดับ ๒ หมายถึง มีความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ ในระดบั พอใช้ ระดบั ๑ หมายถงึ มีความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ ในระดบั ไม่ผา่ นเกณฑ์ จุดเดน่ .............................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................. สิง่ ท่ีควรปรับปรงุ .............................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................. หนา้ 168

๔. สรุปผลการประเมินการทดลองปฏิบัติงาน รายการประเมิน ผลการประเมนิ สรปุ ผลการประเมิน ๑.ผลสัมฤทธข์ิ องการทดลองปฏิบตั งิ าน คะแนน รอ้ ยละ ผา่ น ไม่ผา่ น ๒.พฤตกิ รรมของผู้ทดลองปฏิบัตงิ าน สงู กว่าร้อยละ ๖๐) (ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐) * ในการประเมินแตล่ ะรายการใหถ้ ือวา่ เกณฑ์ผา่ นคือ รอ้ ยละ ๖๐ ของคะแนนเต็ม หากผู้ทดลองปฏบิ ตั ิงานได้คะแนนต่ำกว่ารอ้ ยละ ๖๐ ใหถ้ ือวา่ ไดค้ ะแนนตำ่ กวา่ เกณฑท์ ี่กำหนด ๕. ผลการพัฒนาเจ้าหน้าทีท่ ี่อยู่ระหว่างการทดลองปฏบิ ตั ิงาน  พัฒนาครบ  พัฒนาไม่ครบ สรุปผลการประเมนิ การทดลองปฏิบัติงาน  ไมต่ ำ่ กว่ามาตรฐานท่ีกำหนด  ต่ำกวา่ มาตรฐานทก่ี ำหนด (ลงชอื่ ).................................................................. (.......................................................) ประธานกรรมการ/กรรมการ วนั ที.่ ....เดอื น.............พ.ศ. .... หน้า 169

แบบหมายเลข ๔ แบบรายงานการประเมนิ ผลการทดลองปฏบิ ตั งิ าน (สำหรบั ประธานกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบตั ิงาน) ตามที่ สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้มีคำสั่ง........./....... ลงวันที่....................... แต่งตั้ง คณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบตั ิงานของ (นาย/นาง/นางสาว)............................................. ซึ่งเป็นผู้ท่ี ได้รับการแตง่ ต้ังให้ดำรงตำแหนง่ .................. กลมุ่ /งาน............................ สำนกั ........................................ คณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏบิ ตั ิงานไดป้ ระเมนิ ผลการทดลองปฏบิ ตั ิงานของ เจ้าหน้าทด่ี ังกลา่ วแล้ว ปรากฏวา่ ผลการประเมนิ การทดลองปฏิบัตงิ าน ดังน้ี การประเมนิ ครง้ั ที.่ ...... ระหวา่ งวันที.่ .......เดือน................................พ.ศ. .... ถึง วนั ที.่ ..... เดือน................................พ.ศ. ....  ไมต่ ำ่ กวา่ มาตรฐานท่ีกำหนด เหน็ ควรให้ปฏิบตั ิงานตอ่ ไป  ตำ่ กว่ามาตรฐานทก่ี ำหนด เห็นควรให้ขยายระยะเวลาทดลองปฏิบัตงิ านตอ่ ไปอีก จำนวน ..... วัน (ไมเ่ กิน ๑๘๐ วนั ) (ลงชอ่ื ).................................................................. (.......................................................) ประธานกรรมการ/กรรมการ วนั ท.่ี ....เดอื น.............พ.ศ. .... ความเห็นแยง้ (ถ้ามี) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ความเหน็ ผอู้ ำนวยการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชอื่ ).................................................................. (.......................................................) ผูอ้ ำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ วนั ท่ี.....เดือน.............พ.ศ. .... หนา้ 170

การประเมินขยายระยะเวลา วันท่ี........เดอื น.......................................พ.ศ…….. ถงึ วันที.่ ..........เดือน...............................................พ.ศ. .... จำนวน วัน การพัฒนาในระหวา่ งทดลองปฏบิ ตั งิ าน  พัฒนาครบ ๒ สว่ น  พฒั นาไม่ครบ ๒ ส่วน ผลการประเมนิ ทดลองปฏบิ ัติงาน  ไม่ต่ำกวา่ มาตรฐานทีก่ ำหนด เหน็ ควรใหป้ ฏบิ ัติงานตอ่ ไป  ต่ำกว่ามาตรฐานท่ีกำหนด เห็นควรใหอ้ อกจากงาน (ตามสรุปผลคะแนนการประเมนิ การทดลองปฏิบัติงานที่แนบ) เหตผุ ล …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………... (ลงชอื่ ).................................................................. (.......................................................) ประธานกรรมการประเมินผลการทดลองปฏบิ ัตงิ าน วนั ท่ี.....เดอื น.............พ.ศ. .... ความเหน็ แยง้ (ถา้ มี) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ความเหน็ ผอู้ ำนวยการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงช่อื ).................................................................. (.......................................................) ผอู้ ำนวยการสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ วนั ที.่ ....เดอื น.............พ.ศ. .... หน้า 171

ประกาศสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการอทุ ธรณ์ และการรอ้ งทุกข์ ของเจ้าหนา้ ทแี่ ละลกู จา้ งของสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ ------------------ เพ่ือให้การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นไปอย่างมีระบบ มีความโปร่งใสเป็นธรรม อาศัยอำนาจตามความในข้อ 67 วรรคสาม และข้อ ๖๘ วรรคสอง ของระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีน แหง่ ชาติ ในการประชมุ เม่ือวนั ท่ี ๑๙ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓ จงึ ได้ออกประกาศไว้ ดงั น้ี ขอ้ ๑ ในประกาศน้ี “สถาบัน” หมายความว่า สถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ “ผู้อำนวยการ” หมายความวา่ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ “เจา้ หนา้ ท่”ี หมายความว่า เจา้ หนา้ ทขี่ องสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ “ลูกจา้ ง” หมายความว่า ลูกจ้างของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ข้อ ๒ หลักเกณฑ์ วิธีการ ในการอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์ใดที่มิได้กำหนดไว้ในประกาศนี้ ใหน้ ำหลักเกณฑต์ ามกฎหมายว่าดว้ ยระเบียบขา้ ราชการพลเรอื นมาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลมเพียงเท่าทีจ่ ะใช้บังคับได้ ข้อ ๓ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างผู้ใดถูกสั่งลงโทษทางวินัย ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะอนุกรรมการ บริหารงานบุคคลได้ โดยทำคำอุทธรณ์เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมแสดงเหตุผลประกอบการอุทธรณ์ ให้ชัดเจนต่อประธานอนุกรรมการบริหารงานบุคคลด้วยตนเองภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่งอันก่อให้เกิด สทิ ธอิ ุทธรณ์ ให้คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลวินิจฉัยอุทธรณ์นั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับอุทธรณ์ เว้นแตม่ เี หตผุ ลความจำเปน็ จะขยายเวลาออกไปอกี ก็ได้ โดยให้ขยายไดไ้ มเ่ กนิ สองครง้ั คร้ังละไม่เกนิ สิบหา้ วัน ในกรณอี ทุ ธรณ์เทจ็ ใหถ้ ือเปน็ ความผดิ วินยั รา้ ยแรง ข้อ ๔ ให้ประธานอนุกรรมการบริหารงานบุคคลแจ้งผลการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ทราบ เป็นลายลักษณ์อกั ษรผ่านผอู้ ำนวยการภายในเจ็ดวนั นับแตว่ ันท่ไี ด้พิจารณาวินิจฉยั แลว้ เสร็จ โดยคำวนิ ิจฉัยดังกล่าว ให้ถอื เป็นท่ีสดุ ข้อ ๕ ในกรณีท่ีผู้บังคับบัญชาหรือผู้ซ่ึงมีหน้าท่ีกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้าง ปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือแบบธรรมเนียมของสถาบัน เจ้าหนา้ ท่หี รือลูกจา้ งมีสทิ ธิรอ้ งทุกขไ์ ด้ดังนี้ (๑) กรณีเป็นการร้องทุกข์จากการกระทำของผู้บังคับบัญชาหรือผู้ซ่ึงมีหน้าท่ีกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างระดับต่ำกว่าผู้ช่วยผู้อำนวยการลงมา ให้ย่ืนคำร้องทุกข์เป็นหนังสือต่อผู้อำนวยการ และให้ ผู้อำนวยการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำร้องทุกข์ข้ึนคณะหน่ึงทำหน้าท่ีพิจารณาและรายงานผลการพิจารณา คำร้องทกุ ข์ใหผ้ ้อู ำนวยการทราบเพอ่ื วนิ ิจฉัยตอ่ ไป เม่อื ผ้อู ำนวยการวินิจฉยั และส่ังการเป็นประการใดแลว้ ให้ถอื เป็นท่ียตุ ิ หน้า 172

-๒– (๒) กรณีเป็นการร้องทุกข์จากการกระทำของผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หรือผู้ช่วยผู้อำนวยการ ให้ย่ืนคำร้องทุกข์เป็นหนังสือต่อคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล และให้คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล พิจารณาและรายงานผลการพิจารณาคำร้องทุกข์ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติเพื่อพิจารณา และส่ังการตอ่ ไป เม่ือคณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติสั่งการเป็นประการใดแลว้ ใหถ้ ือเป็นท่ียุติ ข้อ ๖ ให้การปฏิบัติตน หรือไม่ปฏิบัติตนของผู้บังคับบัญชาหรือผู้ซึ่งมีหน้าท่ีกำกับดูแลการปฏิบัติ หนา้ ทีข่ องเจ้าหนา้ ทห่ี รือลูกจ้าง ซึง่ มีลกั ษณะอยา่ งหนึง่ อย่างใดดงั ต่อไปนี้เป็นเหตแุ หง่ การรอ้ งทุกข์ดว้ ย (๑) ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ คำสั่ง หรือปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติอ่ืนใดโดยไม่มี อำนาจ หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบข้ันตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญท่ีกำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น หรือโดย ไม่สุจริต หรือมีลักษณะเป็นการ เลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการสร้างข้ันตอนโดยไม่จำเป็น หรือสร้างภาระให้เกิดขึ้นเกินสมควร หรอื เปน็ การใช้ดุลพนิ จิ โดยมิชอบ (๒) ไมม่ อบหมายงานใหป้ ฏบิ ตั ิ (๓) ประวิงเวลา หรือหน่วงเหนี่ยวการดำเนินการบางเรื่องอันเป็นเหตุให้เสียสิทธิ หรือไม่ได้รับสิทธิ ประโยชน์อันพงึ มีพงึ ได้ในเวลาอนั สมควร ข้อ ๗ การร้องทุกข์ตามข้อ ๖ ให้เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างท่ีต้องการร้องทุกข์ ดำเนินการร้องทุกข์ ด้วยตนเองต่อผู้มีอำนาจตามที่กำหนดไว้ใน ข้อ ๕ (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี โดยทำเป็นหนังสือช้ีแจงสาเหตุและ ข้อมูลทีส่ มบรู ณภ์ ายในเจด็ วันนบั แต่วนั ทม่ี เี หตรุ อ้ งทกุ ข์ ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการพิจารณาคำร้องทุกข์ หรือคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลตามท่ีกำหนด ไวใ้ น ขอ้ ๕ (๑) หรือ (๒) แล้วแตก่ รณี พจิ ารณาคำรอ้ งทกุ ขใ์ ห้แลว้ เสรจ็ ภายในย่สี ิบวันนบั แตว่ นั ท่ีไดร้ บั เร่อื งรอ้ งทกุ ข์ ประกาศ ณ วันท่ี ๒๕ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายนคร เปรมศรี) ผอู้ ำนวยการสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ หน้า 173

ประกาศคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวัคซนี แห่งชาติ เรอ่ื ง กรอบอตั รากำลังของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ ระยะ ๓ ปี (พ.ศ.๒๕๖๓ - พ.ศ. ๒๕๖๕) โดยทเี่ ป็นการสมควรให้กำหนดกรอบอตั รากำลงั ของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ และให้เป็นไปตาม ความในข้อ ๑๓ วรรคสอง แห่งระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการบริหาร งานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และมติคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ จึงกำหนดกรอบอัตรากำลัง ของสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ ระยะ ๓ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๓ - พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามรายละเอียดท่แี นบท้ายประกาศ ประกาศ ณ วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563 (นายมานติ ธีระตนั ตกิ านนท์) ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ หน้า 174

กรอบอัตรากาลังสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 - 2565) ประเภทบริหำร ประเภทวิชำกำร ประเภทสนบั สนนุ สถำบันวัคซีนแห่งชำติ ระ ัดบ ูสง หมำยเหตุ ระ ัดบ ้ตน เ ี่ขยวชำญ ิพเศษ ชำนำญกำร ิพเศษ ป ิฏ ับ ิตกำร/ชำนำญกำร ระ ัดบ ูสง ระ ัดบกลำง ระ ัดบ ้ตน รองผ้อู ำนวยกำรหรือผู้ช่วยผู้อำนวยกำร 2 นกั วิชำกำรวัคซนี เชย่ี วชำญพเิ ศษ 1 ผู้ตรวจสอบภำยใน 2 1.สำนกั อำนวยกำร (12) 1.1 ผูจ้ ัดกำรสำนกั อำนวยกำร 1 * เล่ือนข้ึนเม่ือคุณสมบตั ิครบ 1.2 นกั จัดกำรงำนท่ัวไป 2 1.3 นกั ทรัพยำกรบุคคล 2 1.4 นติ ิกร 1 1.5 นกั วิชำกำรคอมพวิ เตอร์ 2 1.6 นกั กำรเงิน 1.7 นกั บัญชี 1* 2* 1 1.8 นกั บริหำรงำนพสั ดุ 1 2 สำนกั นโยบำยและยุทธศำสตร์ (14) 2.1 ผู้จัดกำรสำนกั นโยบำยและยุทธศำสตร์ 1 2 2.2 นกั วิชำกำรวัคซนี 1* 6 2.3 นกั วิเครำะหน์ โยบำยและแผน 1* 5 2.4 นกั ประชำสัมพนั ธ์ 1 สำนกั บริหำรควำมม่ันคงด้ำนวัคซนี (14) 3.1 ผ้จู ัดกำรสำนกั บริหำรควำมม่ันคงด้ำนวัคซนี 2* 13 3.2 นกั วิชำกำรวัคซนี 1 สำนกั พัฒนำศักยภำพด้ำนวัคซนี ของประเทศ (14) 2* 13 4.1 ผจู้ ัดกำรสำนกั พฒั นำศักยภำพด้ำนวัคซนี ของประเทศ 4.2 นกั วิชำกำรด้ำนวัคซนี 2 4 1 6 37 1 2 15 รวมอัตรำท้ังหมด ( 59 อัตรำ ) หนา้ 175

หน้า ๙ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๐๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ระเบียบคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ว่าดว้ ยการจดั แบง่ สว่ นงาน และขอบเขตหน้าทแี่ ละอานาจของสว่ นงานของสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ เพ่ือให้การบริหารงานของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสมกับ สถานการณ์ มปี ระสทิ ธภิ าพยิง่ ขึน้ และเปน็ ไปตามวตั ถุประสงค์ทกี่ าหนดไว้ อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๒๘ (๓) แหง่ พระราชบญั ญตั ิความมน่ั คงด้านวคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และมติคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๒ คณะกรรมการบริหารสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ จงึ ออกระเบียบไว้ ดงั ต่อไปน้ี ขอ้ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย การจดั แบง่ ส่วนงาน และขอบเขตหนา้ ที่และอานาจของส่วนงานของสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒” ขอ้ ๒ ระเบยี บน้ีให้ใช้บังคบั ต้ังแตว่ ันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นตน้ ไป ขอ้ ๓ ในระเบียบน้ี “สถาบัน” หมายความวา่ สถาบันวคั ซนี แห่งชาติ “คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั ” หมายความว่า คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ “ผอู้ านวยการ” หมายความว่า ผู้อานวยการสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ ข้อ ๔ ใหจ้ ดั โครงสร้างภายในสถาบันเป็น ๔ สานัก ดงั น้ี (๑) สานกั บริหารความมนั่ คงดา้ นวคั ซีน (๒) สานักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ (๓) สานักพัฒนาศักยภาพดา้ นวัคซีนของประเทศ (๔) สานกั อานวยการ ขอ้ ๕ สานกั บรหิ ารความมัน่ คงด้านวคั ซีน มีหน้าที่รบั ผิดชอบ ดงั นี้ (๑) ศึกษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลทางวิชาการเป็นรายวัคซีนเก่ียวกับการวิจัยพัฒนา การผลิต การประกัน และการควบคุมคุณภาพ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค รวมท้ังโครงสร้างพื้นฐานและบุคคลากร ทเี่ กยี่ วข้อง (๒) วิเคราะห์ช่องว่าง และจัดลาดับความสาคัญในการส่งเสริมการพัฒนาวัคซีนตลอดวงจร รวมทัง้ การพัฒนาโครงสรา้ งพน้ื ฐานและศักยภาพบุคคลากรในส่วนที่จาเปน็ เพ่ือลดช่องวา่ งของการพัฒนา งานดา้ นวคั ซนี (๓) จัดทาข้อเสนอแนะในการสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนตามความจาเป็นและความต้องการ ของประเทศท่ียังไม่มีให้มี และเพิ่มศักยภาพเพ่ือให้สามารถบรรลุความสาเร็จในการสร้างความม่ันคง ดา้ นวัคซีนของประเทศ หน้า 176

หน้า ๑๐ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา (๔) ปฏบิ ัตหิ นา้ ทีอ่ ื่น ๆ ทไ่ี ด้รับมอบหมาย ข้อ ๖ สานักนโยบายและยุทธศาสตร์ มีหน้าท่รี ับผดิ ชอบ ดังนี้ (๑) จัดทานโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ การรวบรวมและ วิเคราะห์แผนงาน/โครงการ/งานของเครือข่าย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพ่ือจัดทาแผนบูรณาการและ กรอบวงเงินงบประมาณบรู ณาการดา้ นการพฒั นางานวัคซีนของประเทศ (๒) จัดทายทุ ธศาสตร์ แผนปฏิบตั ิการประจาปี และคาของบประมาณของสถาบนั (๓) ติดตามและประเมินผลการดาเนินงานตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ ยุทธศาสตร์สถาบัน และผลการดาเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ตามแผนบูรณาการด้านการพัฒนางานวัคซีน แผนปฏิบตั ิการประจาปี และการใชจ้ า่ ยงบประมาณของสถาบัน (๔) งานเลขานุการของคณะกรรมการวัคซนี แหง่ ชาติ คณะอนุกรรมการภายใตค้ ณะกรรมการ วัคซีนแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารสถาบัน คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการบริหารสถาบัน โดยจัดเตรียมระเบียบวาระการประชุม เอกสารประกอบการประชุม หนังสือ เชิญประชุม การจัดทา รายงานการประชุม และดูแลอานวยความสะดวกในการประชุม รวมทั้งติดตามผลการดาเนินงาน ตามมติทีป่ ระชมุ (๕) งานสารนิเทศ การสร้างเสริมภาพลักษณ์องค์กร สื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูล ผลงานวิชาการ ข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งขององคก์ รและการพัฒนางานด้านวคั ซนี รวมท้ังการจัดทา ส่ือส่งิ พิมพผ์ า่ นชอ่ งทางตา่ ง ๆ ที่เหมาะสมกบั กลุม่ เปา้ หมาย (๖) งานประเมินองค์กร เป็นงานเก่ียวกับการจัดทาตัวช้ีวัดของสถาบัน ผู้อานวยการ และการถ่ายทอดตัวช้ีวัดของระดับสานัก และระดับรายบุคคล ตัวชี้วัดการประเ มินคุณธรรมและ ความโปร่งใสรวมทัง้ รวบรวมและจัดทารายงานผลการประเมนิ (๗) ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่อี ื่น ๆ ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย ขอ้ ๗ สานักพัฒนาศักยภาพด้านวัคซนี ของประเทศ มีหนา้ ทร่ี บั ผิดชอบ ดงั นี้ (๑) ประสาน จัดหา และบริหารจัดการทุนท้ังในส่วนของสถาบันและหน่วยงานอื่น ให้สอดคล้องกับประเด็นสาคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถบรรลุความสาเร็จ ในการสรา้ งความมั่นคงดา้ นวคั ซีน (๒) สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศในการพัฒนางาน ด้านวัคซีนรวมทัง้ โครงสรา้ งพน้ื ฐานและบุคลากรดา้ นวัคซีน ในรูปแบบท่ีเหมาะสม (๓) รว่ มทนุ กับนติ บิ ุคคลอนื่ ในกิจการทีเ่ กีย่ วเน่อื งกบั วตั ถปุ ระสงคข์ องสถาบนั (๔) งานวิเทศสัมพันธ์ โดยการแสวงหาความร่วมมือ แหล่งทุนและติดต่อประสานงาน กับหนว่ ยงาน องค์กรตา่ งประเทศ เพือ่ ส่งเสรมิ ศักยภาพและสรา้ งสมั พันธภาพดา้ นวัคซีนของประเทศ (๕) ปฏบิ ัติหน้าที่อน่ื ๆ ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย หนา้ 177

หน้า ๑๑ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ขอ้ ๘ สานักอานวยการ มีหน้าที่รบั ผิดชอบ ดังนี้ (๑) งานบริหารทั่วไป เป็นงานเกี่ยวกับงานสารบรรณกลางของสถาบัน งานบารุงรักษา อาคารสถานที่ ครุภัณฑ์ต่าง ๆ ของสถาบัน งานรักษาความสะอาด และงานรักษาความปลอดภัย ของสถาบัน งานอานวยความสะดวกให้ผมู้ าตดิ ต่อสถาบัน งานยานพาหนะ และงานธรุ การทัว่ ไป (๒) งานบริหารงานบุคคล เป็นงานเกี่ยวกับงานสรรหา แต่งตั้ง เลื่อนระดับ เล่ือนข้ัน เงินเดือน ค่าตอบแทนการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนตาแหน่ง เล่ือนข้ันเงินเดือนหรือค่าจ้าง การจัดทาประวัติผูป้ ฏบิ ัตงิ านใหเ้ ป็นปจั จุบัน รวมทง้ั การจัดสวสั ดิการใหเ้ จา้ หน้าที่ (๓) งานการเงนิ และบัญชี (๓.๑) งานการเงิน เป็นงานเก่ยี วกบั การเบิกจา่ ยเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ ประเภทต่าง ๆ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปปฏิบัตงิ าน การรับเงนิ การเก็บรักษาเงนิ การตรวจทานยอดเงินตา่ ง ๆ การจา่ ยเงินให้เจ้าหนโี้ ดยการ โอนเงนิ เขา้ บญั ชี การเขยี นและจา่ ยเชค็ รวมท้ังการจัดทารายงานการเงินประจางวด/ประจาปี เปน็ ตน้ (๓.๒) งานบัญชี เป็นงานเกี่ยวกับการบันทึกค่าใช้จ่าย และรายรับประจาวันต่าง ๆ เพอื่ จดั ทาบัญชแี ยกประเภท บญั ชีเกณฑ์คงค้าง บญั ชีต้นทนุ และอื่น ๆ เพอ่ื วิเคราะห์สถานะทางการเงนิ ของสถาบัน รวมท้งั การจดั ทางบการเงิน (๔) งานพสั ดุ เป็นงานเก่ยี วขอ้ งกับ (๔.๑) งานจัดหา การจัดทาแผนการจัดหาพัสดุประจาปี การจัดซื้อ/จัดจ้างการทา ข้อตกลง/สัญญาซื้อขาย/สัญญาจ้าง และการบริหารสัญญา การตรวจรับพัสดุ โดยมีการแต่งตั้ง ผู้ตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และการรายงานผลการดาเนินจัดหาพัสดุประจาปี ให้คาแนะนาเจ้าหน้าที่ ส่วนงานอ่ืน ในการจัดทาข้อกาหนดของผู้ว่าจ้าง (TOR : Term of Reference) กระบวนการจัดหา การตรวจรับพัสดุ การทาสัญญา การจาหน่าย พัสดุท่ีหมดอายุ การใช้งาน และ การโอนพัสดใุ ห้หนว่ ยงานอื่น (๔.๒) งานเก็บรักษา การรับพัสดุเข้าคลัง การเบิกจ่ายพัสดุ การดูแลความปลอดภัย ของคลงั พัสดุ การรายงานการรบั - การเบกิ จา่ ย และพัสดุคงคลัง งวดหกเดือนหรอื ประจาปี การจัดทารายงาน พสั ดุคงเหลอื ประจาปี และรายงานพสั ดทุ ่ีหมดสภาพการใช้งาน (๕) งานกฎหมาย เป็นงานเกย่ี วกบั (๕.๑) การตรวจและการปรับยกรา่ งกฎหมาย เช่น การจดั ทาอนบุ ัญญตั ิ (๕.๒) การให้คาปรึกษาและความเห็นทางกฎหมาย เช่น การตีความบทบัญญตั ิแห่งกฎหมาย การใช้บังคับกฎหมาย ซึ่งสาคัญต่อการปฏิบัติงาน และมีผลกระทบต่อสิทธิ หน้าท่ี และเสรีภาพของ เจ้าหนา้ ที่และประชาชน (๕.๓) การร่างสัญญาและการบริหารสัญญา มีสามส่วนคือ งานยกร่างนิติกรรมสัญญา งานตรวจร่างสัญญา และการบริหารสญั ญา หน้า 178

หน้า ๑๒ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา (๕.๔) การดาเนนิ การทางวินยั เปน็ งานทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั วนิ ัย การรกั ษาวนิ ัย และการดาเนนิ การ ทางวินัยของผู้ปฏิบัติงาน เช่น การพิจารณาข้อร้องเรียน ข้อกล่าวหาและการพิจารณาความผิด และการกาหนดโทษ รวมทั้งดาเนินการโครงการพัฒนางานวินัย การเผยแพร่และให้ความรู้ด้านวินัย การเสรมิ สรา้ งวนิ ัย จริยธรรมและจรรยาบรรณของผปู้ ฏบิ ัตงิ าน (๕.๕) การทาสานวนการไต่สวน สานวนการสอบสวน หรือสานวนการสืบสวน จากการรอ้ งเรยี น รอ้ งทกุ ข์ การตรวจสอบหรือการสืบสวน และการสอบสวน (๕.๖) การดาเนินคดีอาญา คดแี พ่ง คดีในศาลปกครอง หรือคดีอน่ื (๕.๗) การพจิ ารณาและตรวจสอบคาอุทธรณ์ หรอื คาโตแ้ ยง้ (๕.๘) การเผยแพร่ให้ความรูท้ างดา้ นกฎหมาย (๕.๙) การบังคบั คดีตามคาพิพากษาหรือคาสั่ง (๖) งานเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นงานเก่ียวกับแผนพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ท้ังแผนระยะสนั้ และแผนระยะยาว ให้บริการระบบโครงสร้างพ้ืนฐานดา้ น IT การบริหารจัดการฐานข้อมูล และสื่อมัลติมีเดีย ให้คาปรึกษาเก่ียวกับระบบและการใช้งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของสถาบนั (๗) ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่อี นื่ ๆ ทไี่ ด้รับมอบหมาย ข้อ ๙ ภายใต้ข้อบังคับมาตรา ๔๓ วรรคสอง แหง่ พระราชบญั ญัติความมน่ั คงดา้ นวคั ซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้มีหน่วยตรวจสอบภายในมีหน้าท่ีเป็นผู้ตรวจสอบภายใน ให้ข้ึนตรงและมีหน้าท่ี รับผิดชอบตามท่ีกาหนดไว้ในข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๑๙ ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบัน วคั ซีนแห่งชาติวา่ ด้วยการตรวจสอบภายในของสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๑๐ ให้สถาบันมีอัตรากาลังผู้ปฏิบัติงาน เพื่อปฏิบัติหน้าท่ีตามข้อ ๕ - ข้อ ๘ ตามระเบยี บนี้ จานวนท้งั สิ้น ๖๐ อตั รา ตามทคี่ ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันใหค้ วามเห็นชอบ การเพิ่มอัตรากาลงั ผปู้ ฏิบัตงิ านเพ่ือปฏบิ ัติภารกจิ ตามระเบียบน้ี ให้เปน็ ไปตามทผ่ี ูอ้ านวยการกาหนด ทงั้ น้ี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบรหิ ารสถาบัน ขอ้ ๑๑ ให้ประธานกรรมการเป็นผรู้ กั ษาการตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วนั ที่ 1 เมษายน พ.ศ. ๒๕62 มานติ ธรี ะตนั ติกานนท์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ หนา้ 179

หน้า ๔ ๒๕ กนั ยายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ระเบียบคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ วา่ ดว้ ยเคร่อื งแบบพธิ ีการของผอู้ านวยการ เจ้าหนา้ ที่ และลูกจา้ งของสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยที่เป็นการสมควรกาหนดให้มีเครื่องแบบของผู้อานวยการ เจ้าหน้าท่ี และลูกจ้าง ของสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ เพ่ือใชใ้ นงานพธิ กี ารต่าง ๆ อยา่ งเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยและเหมาะสม อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๒๘ (๘) แห่งพระราชบัญญัติความม่ันคงด้านวัคซีน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และมติคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ เมื่อวนั ที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการบริหารสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติจงึ ออกระเบยี บไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย เคร่ืองแบบพิธกี ารของผอู้ านวยการ เจ้าหน้าที่ และลกู จา้ งของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒” ข้อ ๒ ระเบยี บนีใ้ หใ้ ช้บงั คบั ต้ังแตว่ นั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป ข้อ ๓ ในระเบยี บนี้ “สถาบนั ” หมายความวา่ สถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ “คณะกรรมการบรหิ ารสถาบัน” หมายความวา่ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ “ผู้อานวยการ” หมายความวา่ ผ้อู านวยการสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ “เจา้ หนา้ ท่ี” หมายความว่า เจ้าหน้าทีข่ องสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ “ลกู จา้ ง” หมายความว่า ลูกจ้างของสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ “เคร่ืองแบบพิธีการ” หมายความว่า เคร่ืองแต่งกายท่ีใช้ในโอกาสเข้าร่วมพิธี ตามหมายกาหนดการ ของสานักพระราชวงั และตามกาหนดการของพธิ ที ่หี นว่ ยงานอืน่ หรอื สถาบนั วคั ซีนแห่งชาตกิ าหนด ข้อ ๔ ผู้มีสิทธิแต่งเคร่ืองแบบพิธีการ ได้แก่ ผู้อานวยการ เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างของ สถาบนั วัคซีนแห่งชาติ ในกรณีท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติต้องไปรว่ มงานหรือปฏิบัติหน้าท่ีในฐานะ ผู้แทนของสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ ถ้าในหมายกาหนดการหรือตามกาหนดการของพิธีกาหนดให้แต่งกาย ด้วยเคร่ืองแบบพิธีการ ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติสามารถแต่งเครื่องแบบพิธีการ ทีม่ ีลกั ษณะและรปู แบบเช่นเดียวกบั ผอู้ านวยการไดโ้ ดยอนโุ ลม ขอ้ ๕ การแต่งเคร่ืองแบบพิธีการ ให้แต่งตามหมายกาหนดการของสานักพระราชวัง หรือตามกาหนดการของพิธีทีห่ นว่ ยงานอ่นื กาหนดหรือตามทส่ี ถาบันกาหนด ขอ้ ๖ เคร่ืองแบบพธิ กี ารของสถาบนั มี ๓ ชนดิ คอื (๑) เครื่องแบบปกติขาว (๒) เคร่ืองแบบพธิ กี ารครงึ่ ยศ (๓) เครอื่ งแบบพิธีการเต็มยศ หนา้ 180

หน้า ๕ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ข้อ ๗ เคร่ืองแบบปกติขาวของผู้อานวยการ เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างของสถาบัน มีลักษณะ ดงั น้ี (๑) หมวก (ก) เครื่องแบบปกติขาวชาย ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีขาว กะบังหน้าทาด้วยหนังหรือ วัสดุเทียม หนังสีดา สายรัดคางสีทอง กว้างหน่ึงเซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก ติดทขี่ า้ งหมวกข้างละหนึง่ ดมุ ผา้ พนั หมวกสขี าว หนา้ หมวกตดิ ตราครฑุ พา่ ห์ปกั ด้ินสที องสงู หา้ เซนตเิ มตร บนหมอนสกั หลาดสขี าว (ข) เครอ่ื งแบบปกตขิ าวหญิง ใชแ้ บบ (ก) โดยอนุโลมแตเ่ ป็นทรงอ่อน หรือใช้หมวกแกป๊ ทรงอ่อนพับปีกสีขาว สายรัดคางสีทอง มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ หนง่ึ ดมุ ผ้าพันหมวกสขี าว หนา้ หมวกตดิ ตราครุฑพา่ ห์ปกั ด้นิ สที องสงู สเี่ ซนติเมตรครึง่ บนหมอนสกั หลาดสขี าว กรณีผู้นับถือศาสนาอิสลาม หากจะใช้ผ้าคลุมศีรษะ ให้ใช้ผ้าคลุมสีดาคลุมศีรษะท้ังหมด เวน้ ใบหนา้ ชายผา้ คลมุ ศีรษะสอดไวใ้ นปกเสอื้ คอพับทงั้ ด้านหน้าและด้านหลงั ในกรณที ม่ี กี ารสวมหมวก ให้สวมหมวกทับผ้าคลมุ ศีรษะ (๒) เสื้อ (ก) เคร่ืองแบบปกติขาวชาย ใช้เสื้อแบบราชการสีขาว ใช้ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ขนาดใหญ่ห้าดุม ผู้ได้รับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับแพรแถบเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ ทีอ่ กเสื้อเหนือกระเปา๋ บนซา้ ยดว้ ย (ข) เครื่องแบบปกติขาวหญิง ใช้เส้ือนอกคอแบะสีขาวแบบคอแหลมหรือคอป้าน แขนยาวถึงข้อมือมีตะเข็บหลังส่ีตะเข็บ ที่แนวสาบอกมีดุมโลหะสีทองครุฑพ่าห์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง หน่ึงเซนติเมตรครึ่ง สามดุม สาหรับแบบเส้ือคอแหลม และห้าดุม สาหรับแบบเสื้อคอป้านมีกระเป๋าล่าง ข้างละหนึ่งกระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อยไม่มีใบปกกระเป๋า และใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว ผูกผ้าพันคอสีดาเงื่อนกลาสี ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ประดบั แพรแถบเครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ ทอี่ กเส้ือเบ้ืองซ้ายดว้ ย (๓) กางเกง กระโปรง (ก) เคร่ืองแบบปกติขาวชาย ใช้กางเกงแบบราชการสีขาวขายาว ไม่พับปลายขา และ เข็มขัดหนงั สดี า (ข) เคร่ืองแบบปกติขาวหญิง ใช้กระโปรงสีขาว ตีเกล็ดด้านหน้าสองเกล็ดและด้านหลัง สองเกล็ดยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อยใช้กับแบบเสื้อคอแหลม หรือกระโปรงสีขาวยาวปิดเข่าปลายบาน เลก็ นอ้ ยใช้กบั เสือ้ คอปา้ น หนา้ 181

หน้า ๖ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา กรณผี ูน้ ับถือศาสนาอสิ ลามใช้กระโปรงแบบ (ข) โดยจะยาวคลุมข้อเท้ากไ็ ด้ (๔) รองเท้าและถุงเทา้ (ก) เครอื่ งแบบปกตขิ าวชาย ใช้รองเท้าห้มุ สน้ หนังหรอื วตั ถุเทียมหนงั สีดาชนิดผูก ถุงเทา้ สดี า (ข) เคร่ืองแบบปกติขาวหญิง ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดาแบบปิด ปลายเทา้ ไมม่ ีลวดลาย สน้ สงู ไม่เกนิ สบิ เซนติเมตร ถุงเทา้ ยาวสเี นื้อ (๕) อินทรธนใู ห้ใช้ตามแบบที่สานักงานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการกาหนด (๖) เคร่ืองหมายประดับคอเส้ือ ให้ใช้เครื่องหมายแบบเดียวกับเคร่ืองหมายของกระทรวง สาธารณสขุ ข้อ ๘ ลักษณะเครอื่ งแบบปกตขิ าวให้เป็นไปตามเอกสารแนบทา้ ย ข้อ ๙ เครื่องแบบพิธีการคร่ึงยศของผู้อานวยการ เจ้าหน้าท่ี และลูกจ้างของสถาบัน ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเคร่ืองแบบปกติขาว เว้นแต่กางเกงและกระโปรงให้ใช้ผ้าสีดา ผู้ท่ีได้รับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ท่ีได้รับ และผู้ท่ีไ ด้รับ พระราชทานเครื่องราชอสิ ริยาภรณช์ ั้นสายสะพายให้ประดับเคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ์ แต่ไมต่ อ้ งสวมสายสะพาย ข้อ ๑๐ เคร่ืองแบบพิธีการเต็มยศ ของผู้อานวยการ เจ้าหน้าท่ี และลูกจ้างของสถาบัน ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบพิธีการครึ่งยศ ผู้ที่ได้รับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ท่ีได้รับและผู้ท่ีได้รับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ช้ันสายสะพาย ให้ประดับเครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ์ พรอ้ มสวมสายสะพายตามทก่ี าหนดไว้ในหมายกาหนดการหรือกาหนดการ ขอ้ ๑๑ ใหป้ ระธานกรรมการรักษาการตามระเบียบน้ี ประกาศ ณ วนั ท่ี 9 กนั ยายน พ.ศ. ๒๕62 มานติ ธรี ะตนั ติกานนท์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ หน้า 182

แนบท้ายระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ วา่ ด้วยเครื่องแบบพิธกี ารของผู้อานวยการ เจ้าหน้าที่ และลกู จา้ งของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2562 หนา้ 183

แนบทา้ ยระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ วา่ ด้วยเครื่องแบบพิธกี ารของผู้อานวยการ เจ้าหน้าที่ และลกู จา้ งของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2562 หนา้ 184

หน้า ๑๙ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการเงนิ การบัญชี การพสั ดุ ทรพั ย์สนิ การเกบ็ รกั ษาและการเบกิ จา่ ยเงิน ของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยท่เี ป็นการสมควรให้มรี ะเบยี บว่าดว้ ยการเงนิ การบัญชี การพัสดุ ทรัพย์สิน การเก็บรกั ษา และการเบิกจ่ายเงนิ ของสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๒๖ วรรคสอง ประกอบกับมาตรา ๒๘ (๕) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และโดยมติคณะกรรมการบริหาร สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ จึงออกระเบยี บไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี ข้อ ๑ ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ว่าด้วยการเงิน การบัญชี การพัสดุ ทรัพย์สิน การเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงินของสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒” ข้อ ๒ ระเบียบนีใ้ หใ้ ช้บงั คบั ตง้ั แต่วนั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป ขอ้ ๓ ในระเบยี บน้ี “สถาบนั ” หมายความวา่ สถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ “คณะกรรมการบริหารสถาบนั ” หมายความว่า คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความวา่ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ “กรรมการ” หมายความวา่ กรรมการในคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “ผอู้ านวยการ” หมายความว่า ผูอ้ านวยการสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ “ผปู้ ฏิบัตงิ าน” หมายความว่า เจา้ หน้าที่และลกู จา้ งของสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหนา้ ทีข่ องสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ “ลูกจา้ ง” หมายความว่า ลกู จ้างของสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ “เงินทดรองจ่าย” หมายความว่า เงินงบประมาณท่ีสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้สารองจ่ายไป เพ่อื ดาเนนิ งานของสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ ตามงบประมาณรายจ่ายประจาปี “เงินยืมทดรองจ่าย” หมายความว่า เงินงบประมาณท่ีสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้สารองจ่าย ใหแ้ กผ่ ู้ปฏิบัตงิ านของสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ เพ่ือเปน็ ค่าใช้จ่ายในการปฏิบตั ิงาน “หลักฐานการจ่ายเงิน” หมายความว่า หลักฐานซ่ึงแสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงิน หรอื เจ้าหน้ตี ามขอ้ ผกู พันถกู ตอ้ งแลว้ “ปงี บประมาณ” หมายความวา่ ระยะเวลาตงั้ แตว่ ันท่ี ๑ ตลุ าคมของปหี นึ่ง ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ของปีถดั ไป โดยใช้ปี พ.ศ. ของปีถัดไปเป็นชือ่ ของปงี บประมาณนัน้ หน้า 185

หน้า ๒๐ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา “งบประมาณรายจ่ายประจาปี” หมายความว่า จานวนเงินอย่างสูงสุดที่อนุญาตให้จ่ายหรือ ก่อหนี้ผูกพันได้ตามวัตถุประสงค์ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และระยะเวลาที่กาหนดไว้ในแต่ละ ปงี บประมาณ “เงนิ สดยอ่ ย” หมายความวา่ เงินสดท่ีมไี วป้ ระจาสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาตเิ พือ่ เป็นเงนิ สารองจา่ ย สาหรบั ค่าใชจ้ า่ ยของสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ “ใบสาคัญรับเงิน” หมายความว่า หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงิน หลักฐาน ของธนาคารแสดงการจา่ ยเงนิ ให้แก่เจา้ หนี้ หรอื หลักฐานการรับเงินเข้าบัญชเี งนิ ฝากทธ่ี นาคารออกให้ “ใบสาคญั ” หมายความวา่ หลกั ฐานแสดงการจ่ายเงินของผู้ปฏิบัติงาน “ผู้รับเงิน” หมายความว่า ผู้มีสิทธ์ิรับเงินหรือเจ้าหนี้ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติรวมถึง ผรู้ บั มอบฉันทะหรอื รับมอบอานาจจากบุคคลเช่นวา่ น้ัน ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการเปน็ ผ้รู กั ษาการตามระเบียบน้ี ในกรณีท่ีมีปัญหาเกี่ยวกับการดาเนินการตามระเบียบนี้ ให้ประธานกรรมการบริหารสถาบัน เป็นผวู้ นิ จิ ฉยั ชีข้ าด คาวินจิ ฉยั ของประธานกรรมการให้ถอื เปน็ ทสี่ ดุ หมวด ๑ การรบั เงนิ ของสถาบนั สว่ นที่ ๑ การรบั เงนิ และใบเสรจ็ รบั เงนิ ข้อ ๕ ในการรับเงินทุกประเภท ยกเว้นเงินงบประมาณแผ่นดินและดอกเบ้ียเงินฝาก ทกุ ประเภท ใหเ้ จ้าหน้าท่ผี รู้ บั ผิดชอบออกใบเสรจ็ รบั เงินไว้เปน็ หลักฐานทุกคร้งั และนาเข้าบญั ชเี งนิ ฝาก ของสถาบันอย่างช้าภายในวันทาการถัดไป เว้นแต่มีเช็คหรือเงินสดเก็บรักษาไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ให้นาเขา้ บญั ชีเงินฝากของสถาบันอย่างชา้ ภายในสามวันทาการถัดไป การรับเงินที่เป็นธนาณัติหรือตราสารอ่ืน ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบออกใบเสร็จรับเงิน โดยหมายเหตุวา่ ใบเสรจ็ รับเงนิ น้นั จะสมบรู ณ์ตอ่ เมื่อไดเ้ รยี กเก็บเงินตามธนาณัติ หรือตราสารน้นั แล้ว ให้เจ้าหน้าท่ีผู้รบั ผิดชอบนาธนาณัติหรอื ตราสารอน่ื นั้นไปข้ึนเงนิ อย่างช้าภายในวันทาการถัดไป และนาเงนิ ที่ได้รบั เขา้ บญั ชเี งินฝากของสถาบนั ภายในวันเดยี วกันหรอื อยา่ งช้าภายในวนั ทาการถดั ไป ขอ้ ๖ ใบเสร็จรับเงินให้ใช้ตามแบบที่สถาบันกาหนด และให้มีสาเนาเย็บติดไว้กับเล่ม อยา่ งน้อย ๑ ฉบบั โดยใหพ้ มิ พ์หมายเลขกากับเล่ม หมายเลขกากบั ใบเสรจ็ รับเงนิ เรยี งกันไปทกุ ฉบับ และให้มที ะเบยี นควบคุมใบเสร็จรับเงินและหลกั ฐานการเบิกใบเสร็จรบั เงนิ ท่ีสามารถตรวจสอบได้ หน้า 186

หน้า ๒๑ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา ข้อ ๗ การรับเงินทุกรายการจะต้องบันทึกเงินที่ได้รับในบัญชีเงินสด หรือบัญชีเงินฝาก ธนาคารภายในวนั ท่ีได้รับเงินนน้ั โดยแสดงใหท้ ราบวา่ ได้รับเงนิ ตามใบเสรจ็ รบั เงนิ หรือเอกสารอื่นเล่มใด เลขทใ่ี ด จานวนเท่าใด และสง่ ใหง้ านบญั ชตี รวจสอบภายในเจด็ วนั นบั แต่วันสนิ้ เดือน ในกรณีที่มีการรับเงินภายหลังกาหนดเวลาสาหรบั ปดิ บัญชสี าหรับวนั น้ันแล้ว ให้บันทึกการรับเงนิ ดังกล่าวในวันทาการถัดไป เว้นแต่กรณีรับทราบการชาระเงินในภายหลังกาหนดระยะเวลาปิดบัญชี ในวันถัด ๆ ไปให้บันทึกการรบั เงินดงั กล่าวนบั แตว่ ันที่ได้ทราบการโอนเงินนัน้ ขอ้ ๘ ใบเสร็จรับเงินแต่ละเล่ม ให้ใช้สาหรับรับเงินของปีงบประมาณแต่ละปีเท่าน้ัน เม่ือข้ึนปีงบประมาณใหม่ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มใหม่ ส่วนเล่มเก่าให้ปรุ เจาะรูหรือประทับตราเลิก ใช้เพอื่ มิให้นามาใชร้ บั เงนิ ไดอ้ กี ตอ่ ไป ข้อ ๙ ใบเสร็จรับเงิน ห้ามขูด ขีด ลบ แก้ไข เพ่ิมเติม หมายเลขกากับเล่ม หมายเลข กากับใบเสร็จรับเงิน จานวนเงินหรือผู้ชาระเงิน เว้นแต่ลงรายการรับเงินผิดพลาด ให้ขีดฆ่าและเขียนใหม่ ให้ชัดเจน พร้อมทั้งให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกากับการขีดฆ่าไว้ด้วยหรือให้ทาการยกเลิกใบเสร็จรับเงิน ฉบบั นั้น การยกเลิกใบเสร็จรับเงิน ให้ติดใบเสร็จรับเงินฉบับท่ีขีดฆ่ายกเลิกใช้แล้วไว้กับสาเนาในเล่ม เพื่อการตรวจสอบ ขอ้ ๑๐ ในการจัดเก็บเงินทุกประเภท ให้งานการเงนิ เป็นผู้จดั เกบ็ เงินท่ีไดร้ บั และตอ้ งนาฝาก สถาบันการเงินท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบันกาหนดหรือเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามของสถาบัน ในวนั ทรี่ บั เงินหรืออยา่ งชา้ ในวนั ทาการถดั ไป ข้อ ๑๑ ให้เจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการรับเงินส่งรายละเอียดให้กับงานบัญชี เพอ่ื ประกอบการจดั ทารายงานรายรบั แยกตามประเภท และใหร้ ายงานใหผ้ ้อู านวยการทราบทกุ เดือน สว่ นที่ ๒ การเกบ็ รกั ษาเงนิ ของสถาบนั ขอ้ ๑๒ ให้สถาบันจัดให้มีตู้นิรภัยสาหรับเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินอื่นท่ีเกี่ยวกับการเงิน และบัญชีของสถาบัน ต้ังไว้ในที่ปลอดภัยและให้มีลูกกุญแจอย่างน้อยสองดอกแต่ละดอกมีลักษณะ แตกตา่ งกนั และใหม้ อี ย่างนอ้ ยสองชดุ ข้อ ๑๓ การเก็บรักษาลกู กญุ แจต้นู ิรภยั ให้มอบให้เจ้าหนา้ ท่ีเกบ็ รักษาไว้ ดงั นี้ ชุดที่หน่ึง ดอกทห่ี นงึ่ ผู้จดั การสานักอานวยการ ดอกที่สอง เจา้ หน้าท่ีทผี่ ูอ้ านวยการมอบหมาย ชดุ ทส่ี อง ดอกท่ีหนึ่ง ผจู้ ดั การสานักอืน่ ทผ่ี อู้ านวยการมอบหมาย ดอกที่สอง เจ้าหน้าที่ทผี่ ู้อานวยการมอบหมาย ท้ังน้ี ต้องไม่เปน็ บุคคล คนเดยี วกันกับผเู้ กบ็ รักษาลกู กุญแจต้นู ริ ภยั ชดุ ที่หนง่ึ หน้า 187

หน้า ๒๒ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานุเบกษา ข้อ ๑๔ การเก็บรักษาลูกกุญแจตู้นิรภัยต้องให้อยู่ในที่ปลอดภัยอย่าให้สูญหาย หรือให้ผู้ใด ลักลอบไปพิมพ์แบบลูกกุญแจได้ หากปรากฏว่าลูกกุญแจสูญหายหรือมีกรณีสงสัยว่าจะมีผู้ปลอมแปลง ลกู กญุ แจ ให้ผู้รักษากญุ แจรายงานให้ผู้อานวยการทราบเพอ่ื ส่ังการโดยพลัน ข้อ ๑๕ ให้เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีท่ีผู้อานวยการมอบหมายจัดทาบัญชีทรัพย์สิน ทเ่ี ก็บรกั ษาไวใ้ นตนู้ ิรภัย และใหม้ กี ารตรวจสอบบญั ชีเป็นครั้งคราวตามกาหนดเวลาที่เหน็ สมควร ขอ้ ๑๖ เมื่อสิ้นเวลารับจ่ายเงิน ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบนาเงินท่ีเก็บรักษาและรายงาน เงินคงเหลือประจาวันส่งมอบให้ผู้รักษาลูกกุญแจชุดที่หน่ึง เว้นแต่ในวันน้ันผู้รักษาลูกกุญแจชุดท่ีหน่ึง ไม่มาปฏิบัติงานให้ครบถ้วนได้ หรือมาแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้ให้ส่งมอบให้ผู้รักษาลูกกุญแจ ชดุ ท่ีสอง ห้ามมิให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาลูกกุญแจตู้นิรภัยตามข้อ ๑๓ มอบลูกกุญแจให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้าท่ี แทนเวน้ แตเ่ ปน็ การมอบให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตัง้ ให้เปน็ ผรู้ กั ษาลกู กญุ แจตูน้ ริ ภยั แทนเป็นการชว่ั คราว ใ ห้ ผู้ รั ก ษ า ลู ก กุ ญ แ จ แ ละ เ จ้า ห น้ า ที่ ก า ร เ งิ น แ ล ะ บั ญ ชี ร่ ว ม กั น ต ร ว จ สอ บ เ งิ น แ ละ ห ลัก ฐ า น แทนตัวเงินกับรายงานเงินคงเหลือประจาวัน เม่ือปรากฏว่าถูกต้อง ให้ลงลายมือชื่อ ในรายงาน เงนิ คงเหลือประจาวนั ไวเ้ ปน็ หลกั ฐานแล้วนาเงินเขา้ มาเก็บรักษาในตู้นิรภัย ระยะเวลาสิ้นเวลารับจ่ายเงิน ให้เปน็ ไปตามทผ่ี อู้ านวยการประกาศกาหนด ขอ้ ๑๗ ในกรณีผู้รักษาลูกกุญแจตู้นิรภัยคนใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้ ให้รายงาน ต่อผู้อานวยการเพ่ือมอบหมายให้เจ้าหน้าท่ีคนหนึ่งคนใดผู้รักษาลูกกุญแจตู้นิรภัยเป็นการชั่วคราว การสง่ มอบและรบั ลูกกญุ แจตู้นิรภัยจะตอ้ งมบี ันทึกไว้เปน็ หลักฐานดว้ ยทกุ คราว ข้อ ๑๘ ให้เจ้าหน้าท่ีการเงินและบัญชีที่ผู้อานวยการมอบหมายเสนอรายงานเงินคงเหลือ ประจาวันใหผ้ ู้อานวยการหรอื ผู้ทผี่ ้อู านวยการมอบหมายทราบ ในวันทาการถัดไป ข้อ ๑๙ ในกรณีท่ีปรากฏว่าเงินที่รับมอบให้เก็บรักษาไม่ตรงกับจานวนที่แสดงไว้ในรายงาน เงินคงเหลือประจาวัน ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อ ๑๖ ทุกคนลงลายมือชื่อในรายงานเงินคงเหลือประจาวัน นาเงนิ เกบ็ เขา้ ในตนู้ ิรภยั แล้วรายงานใหผ้ ู้อานวยการทราบทันทีเพ่อื พจิ ารณาสง่ั การตอ่ ไป ขอ้ ๒๐ ในวันทาการถัดไป หากจะต้องนาเงินออกจ่าย ให้ผู้รักษาลูกกุญแจมอบเงินท่ีเก็บรักษา ไว้ให้แก่เจ้าหน้าท่ีการเงินและบัญชีรับไปจ่าย โดยให้บุคคลดังกล่าวลงลายมือชื่อรับเงินไว้ในรายงาน เงนิ คงเหลือประจาวันกอ่ นวันทาการทร่ี ับเงนิ ไปจา่ ย ข้อ ๒๑ การเปิดตู้นิรภัย ให้ผู้รักษาลูกกุญแจตรวจสภาพลูกกุญแจ และตู้นิรภัยก่อน เมื่อปรากฏว่าอยใู่ นสภาพเรยี บรอ้ ยจึงเปิดได้ หากปรากฏว่าลกู กญุ แจหรือตู้นริ ภยั อยใู่ นสภาพไมเ่ รียบรอ้ ย หรอื มเี หตอุ นื่ ใดท่ที าให้สงสัยว่าจะ มีการทุจรติ ให้รายงานใหผ้ อู้ านวยการทราบทันที เพ่ือพจิ ารณาส่งั การตามที่เห็นสมควรตอ่ ไป หน้า 188

เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง หน้า ๒๓ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ราชกจิ จานุเบกษา หมวด ๒ การจา่ ยเงนิ สว่ นท่ี ๑ การจ่ายเงนิ และหลักฐานการจ่ายเงนิ ข้อ ๒๒ การจ่ายเงิน ใหจ้ า่ ยเฉพาะเพอื่ กจิ การของสถาบันภายในขอบวตั ถุประสงค์และหน้าที่ และอานาจตามมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และตามระเบียบของคณะกรรมการบริหารสถาบัน ประกาศ คาส่ังท่ีเก่ียวข้อง หรือตามมตคิ ณะรัฐมนตรี การจา่ ยเงนิ ทุกรายการจะต้องมีหลักฐานการจา่ ยเงนิ เพือ่ ประโยชนใ์ นการตรวจสอบการจ่ายเงิน ขอ้ ๒๓ ในการอนุมัติให้ดาเนินการและการอนุมัติการจ่ายเงินครั้งละไม่เกินห้าล้านบาท ให้ผูอ้ านวยการเป็นผพู้ จิ ารณาอนุมัติ หากเกนิ กวา่ ห้าล้านบาทแตไ่ มเ่ กินสิบลา้ นบาทใหป้ ระธานกรรมการ เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ หากเกินสิบล้านบาทขึ้นไปให้เสนอคณะกรรมการบริหารสถาบันพิจารณาอนุมัติ เว้นแต่กรณที ี่กาหนดเป็นการเฉพาะ ผู้อานวยการอาจมอบหมายให้รองผู้อานวยการหรือเจ้าหน้าท่ีในตาแหน่งอ่ืนเป็นผู้อ นุมัติ ใหด้ าเนนิ การและอนมุ ตั ิการจ่ายเงนิ แทนผอู้ านวยการตามที่เหน็ สมควรก็ได้ ขอ้ ๒๔ การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินทุกรายการ จะต้องมีการบันทึกการจ่ายเงินไว้ในบัญชีเงินสด หรือบัญชเี งนิ ฝากธนาคาร แล้วแตก่ รณีในวนั ท่ีจ่ายเงนิ นัน้ ข้อ ๒๕ ห้ามมใิ หเ้ จา้ หน้าท่ผี รู้ ับผิดชอบทีม่ ีหน้าทจ่ี ่ายเงนิ เรียกใบเสรจ็ รบั เงิน หรอื ใบสาคัญรบั เงนิ หรือใหผ้ ู้รบั เงนิ ลงลายมอื ชื่อรับเงินในหลักฐานการจา่ ยเงนิ ลว่ งหน้า โดยที่ยงั มิไดม้ ีการจ่ายเงนิ ใหแ้ ก่ผรู้ ับเงิน ขอ้ ๒๖ ใบสาคัญรับเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงิน ซ่ึงผู้รับเงินออกให้อย่างน้อยต้องมีรายการ ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ชือ่ สถานทีอ่ ยู่ หรอื ท่ีทาการของผ้รู บั เงนิ (๒) วนั เดอื น ปี ทรี่ บั เงนิ (๓) รายการแสดงการรับเงนิ ทีร่ ะบุวา่ เปน็ ค่าใช้จา่ ยใดบา้ ง (๔) จานวนเงนิ ทัง้ ตวั เลขและตวั อักษร (๕) ลายมอื ชอ่ื ของผูร้ บั เงนิ ข้อ ๒๗ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบท่ีมีหน้าท่ีจ่ายเงินประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” หรือ “PAID” และลงลายมือชื่อซ่ึงมีช่ือตัวและชื่อสกุลตัวบรรจงกากับไว้ พร้อมทั้งลงวัน เดือน ปี ท่ีจ่ายเงิน ในหลักฐานการจ่ายเงนิ ทุกฉบบั เพอ่ื ปอ้ งกันการเบิกซ้าและเพอื่ ประโยชนใ์ นการตรวจสอบ หน้า 189

หน้า ๒๔ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ขอ้ ๒๘ ในการจ่ายเงิน ถ้าผู้รับเงินไม่สามารถรับเงินด้วยตนเองได้ จะมอบฉันทะหรือ มอบอานาจให้ผู้อ่ืนเป็นผู้รับเงินแทนก็ได้ แต่ต้องมีใบมอบฉันทะหรือหนังสือมอบอานาจการรับเงินจาก ผมู้ อี านาจ ขอ้ ๒๙ การจ่ายเงินสาหรับการไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ซึ่งตามกฎหมายหรือประเพณีนิยม ของประเทศน้ัน ๆ ไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงิน หรือใบเสร็จรับเงินไม่เป็นไปตามท่ีกาหนดในข้อ ๒๖ ให้ผู้จ่ายเงินทาใบรับรองการจ่ายเงินโดยระบุรายการแสดงการจ่ายเงิน วัน เดือน ปี ท่ี จ่ายเงิน จานวนเงินทีจ่ ่ายและให้ลงลายมือช่อื รับรองการจา่ ยไว้ด้วย ในกรณที ี่หลักฐานการจ่ายเงินเป็นอย่างอนื่ ใหแ้ นบหลกั ฐานนนั้ ไปพร้อมกับใบรับรองการจา่ ยเงนิ เพ่อื ตรวจสอบด้วย ขอ้ ๓๐ การจ่ายเงินรายใด ซ่ึงตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้ผู้จา่ ยเงนิ ใชห้ ลกั ฐานใบรบั รองการจา่ ยเงินแทนหลักฐานการรบั เงินหรือใบเสรจ็ รบั เงิน ใบรับรองการจ่ายเงิน ให้เป็นไปตามแบบที่สถาบันกาหนด และอย่างน้อยให้มีรายการ ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ช่ือ สถานทีอ่ ยู่ หรือทที่ าการของผ้รู บั เงิน (ถ้าม)ี (๒) วัน เดอื น ปี ทจ่ี ่ายเงนิ (๓) รายการแสดงการจ่ายเงินทีร่ ะบวุ ่าเป็นคา่ ใช้จา่ ยใดบ้าง (๔) จานวนเงนิ ท่จี า่ ยท้ังตวั เลขและตัวอกั ษร (๕) ลายมอื ชื่อผู้จา่ ยเงนิ ข้อ ๓๑ ในกรณที ีห่ ลักฐานการจา่ ยเงินชารุดหรือสูญหายให้ปฏบิ ัติ ดงั น้ี (๑) กรณีใบสาคัญรับเงินชารุดหรือสูญหาย ให้ใช้สาเนาใบสาคัญรับเงินซึ่งผู้รับเงินรับรอง เป็นใบสาคัญรับเงินได้ โดยใหเ้ จ้าหน้าทผ่ี ู้รับผดิ ชอบใบสาคัญรบั เงินนน้ั จดแจง้ เหตุผลไวใ้ นสาเนาใบสาคญั รับเงินและลงนามผจู้ ดแจ้งไวด้ ้วย (๒) กรณีใบสาคัญรับเงินชารุดหรือสูญหาย และไม่อาจขอสาเนาใบสาคัญรับเงินได้ ให้เจ้าหน้าที่ ผู้จ่ายเงินทาใบรับรองการจ่ายเงินและช้แี จงพฤติการณ์ที่ใบสาคญั รบั เงินชารดุ หรือสูญหาย และเหตุผลที่ไม่อาจขอสาเนาใบสาคัญรับเงินนั้นได้ต่อผู้อานวยการเพื่อพิจารณาอนุมัติ เม่ือได้รับอนุมัติ แล้วใหใ้ ชใ้ บรบั รองการจา่ ยเงนิ น้นั เปน็ ใบสาคญั คู่จ่ายได้ (๓) กรณีหลักฐานการจ่ายเงินอ่ืนที่ไม่ใช่ใบสาคัญคู่จ่ายชารุดหรือสูญหาย ให้นาวิธีการตาม (๑) และ (๒) มาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม หน้า 190

หน้า ๒๕ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ข้อ ๓๒ หลักฐานการจ่ายเงนิ ใหพ้ ิมพ์หรอื เขียนด้วยหมึก การแก้ไขหลักฐานการจ่ายเงนิ ใหใ้ ช้ วธิ ขี ีดฆ่าแลว้ พิมพ์ หรือเขยี นใหม่ โดยใหผ้ ู้รับเงินลงลายมอื ชื่อกากบั ไวท้ ุกแห่ง ส่วนที่ ๒ วิธปี ฏบิ ตั ใิ นการจา่ ยเงนิ ข้อ ๓๓ การจ่ายเงินของสถาบันให้จ่ายเป็นเช็คหรือโอนเงินผ่านธนาคารหรือจ่ายโดย บัตรอิเล็กทรอนกิ ส์ เวน้ แตก่ รณจี า่ ยไม่เกนิ ห้าพนั บาท หรือจา่ ยจากเงนิ สดยอ่ ยอาจจา่ ยเปน็ เงนิ สด การจ่ายเงนิ ผา่ นธนาคารหรอื ด้วยวิธีอืน่ ใด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑท์ ผ่ี ู้อานวยการกาหนด ข้อ ๓๔ การออกเช็คส่ังจ่ายของสถาบันให้ผู้อานวยการลงนามร่วมกับรองผู้อานวยการ หรือ เจ้าหนา้ ทที่ ีผ่ อู้ านวยการมอบหมาย ขอ้ ๓๕ การเขยี นเช็คสั่งจา่ ยเงนิ ให้ปฏิบัติ ดังน้ี (๑) การจ่ายเงินให้จ่ายแก่เจ้าหน้ี ในกรณีซื้อ เช่าซื้อ เช่าทรัพย์สิน หรือจ้างทาของ ให้ออก เช็คส่งั จา่ ยในนามของเจา้ หน้ี ขีดฆ่าคาวา่ “หรอื ตามคาส่ัง” หรอื “หรือผูถ้ ือ” ออก และขีดครอ่ มดว้ ย (๒) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้นอกจากกรณีตาม (๑) ให้ออกเช็คส่ังจ่ายในนามของเจ้าหนี้ ขดี ฆา่ คาว่า “หรอื ตามคาสง่ั ” หรือ “หรอื ผู้ถอื ” ออก และจะขดี คร่อมหรอื ไม่ก็ได้ (๓) ในกรณีจ่ายเงินด้วยเช็คเพ่ือเบิกเงินสดมาจ่าย ให้ออกเช็คส่ังจ่ายในนามเจ้าหน้าท่ี หรือลูกจ้างและขีดฆ่าคาว่า “หรือตามคาส่ัง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก ห้ามออกเช็คโดยไม่ระบุช่ือผู้รับเงิน และห้ามออกเชค็ สั่งจ่ายเงินสด (๔) การเขียนหรือพิมพ์จานวนเงินในเช็คท่ีเป็นตัวอักษร ให้ขีดเส้นหน้าจานวนเงินอย่าให้มี ช่องว่างที่จะเขียนหรือพิมพ์จานวนเงินเพิ่มเติมได้ และให้ขีดเส้นตรงหลังช่ือบุคคล ชื่อบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วน จนชิดคาว่า “หรือตามคาสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” แล้วแต่กรณี โดยมิให้มีการเขียน หรือพมิ พช์ อ่ื บุคคลอน่ื เพิ่มเติม ได้อกี ข้อ ๓๖ การจ่ายเงินเดือนและคา่ จ้างของเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ให้ใช้บรกิ ารของธนาคารท่ีสะดวก โดยขอเปดิ บญั ชีของเจา้ หน้าท่แี ละลกู จ้างแต่ละราย ให้งานบริหารงานบุคคลจัดทาบัญชีเงินเดือนและค่าจ้างคงเหลือสุทธิ ซ่ึงหักภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย และเงินที่เจ้าหน้าที่และลูกจ้างตกลงยินยอมให้หักแล้วส่งงานการเงินนาเข้า ฝากธนาคารในบัญชีของเจ้าหน้าท่ีและลูกจ้างแต่ละราย เพ่ือท่ีผู้ปฏิบัติงานจะสามารถเบิกเงินจาก ธนาคารได้ตามกาหนดเวลาอย่างช้าทุกวนั สิ้นเดอื น หน้า 191

หน้า ๒๖ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ส่วนที่ ๓ การเบิกจ่ายเงินยมื ของสถาบัน ขอ้ ๓๗ เจ้าหน้าท่ีจะเบิกเงินยืมทดรองจ่าย เม่ือได้รับอนุมัติจากผู้อานวยการหรือผู้ที่ ผอู้ านวยการมอบหมายโดยถูกตอ้ งแลว้ ให้ผู้อานวยการหรือผู้ที่ผู้อานวยการมอบหมายอนุมัติการเบิกจ่ายเงินยืมทดรองจ่ายได้คราวละ ไม่เกนิ หา้ แสนบาท ขอ้ ๓๘ เงินยมื ทดรองจ่ายให้ใช้ไดใ้ นกรณี ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) เพ่อื การจัดซื้อหรือจา้ งท่จี าเปน็ และเร่งดว่ น (๒) เพื่อเปน็ ค่าใชจ้ ่ายในการเดินทางไปปฏิบตั ิงาน (๓) เพอ่ื เป็นคา่ ใช้จ่ายอื่นตามภาระหน้าที่ในการปฏบิ ตั ิงาน ขอ้ ๓๙ การสง่ คนื เงนิ ยืมทดรองจ่ายใหป้ ฏบิ ตั ิ ดังน้ี (๑) เงินยืมทดรองจ่ายเพ่ือการจัดซอ้ื จัดจา้ ง ให้ส่งคืนเงนิ ยมื เหลือจ่าย (ถ้ามี) พร้อมใบสาคัญ ภายในสบิ วันนับแตว่ ันทไ่ี ดร้ ับเงนิ (๒) เงินยืมทดรองจ่ายเพ่ือเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน ให้ส่งเงินยืมเหลือจ่าย (ถ้ามี) พร้อมใบสาคัญภายในสิบห้าวันนับจากวันที่กลับจากการปฏิบัติงาน หากไม่ได้เดินทางตามที่กาหนด ให้นาเงนิ ยืม ท่เี บกิ ไปทัง้ สิ้นสง่ คนื ทันที (๓) เงินยืมทดรองจ่ายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่น นอกจาก (๑) และ (๒) ให้ส่งคืนเงินยืมเหลือจ่าย (ถ้าม)ี พร้อมใบสาคัญภายในสิบห้าวนั นับจากวนั เสรจ็ ส้ินภาระหน้าที่ ข้อ ๔๐ ผู้เบิกเงินยืมทดรองจ่ายจะต้องใช้เงินตามที่ระบุไว้ในรายการ และวัตถุประสงค์ ตามที่ไดร้ บั อนมุ ัตเิ ท่าน้ัน ข้อ ๔๑ ผู้เบิกเงินยืมทดรองจ่ายจะต้องนาส่งใบสาคัญเพื่อส่งคืนเงินยืมตามหลักฐานการเบิก เงินยืมทดรองจ่ายครั้งก่อนพร้อมเงินยืมเหลือจ่าย (ถ้ามี) ให้เสร็จส้ินก่อนจึงจะเบิกเงินยืมทดรองจ่าย จานวนใหมไ่ ด้ เมอื่ ผูเ้ บิกเงนิ ยืมทดรองจ่ายสง่ คนื เงนิ ยมื ใหเ้ จ้าหนา้ ทผี่ รู้ ับผิดชอบผู้รบั เงนิ คืน บนั ทกึ การรบั คนื เงนิ ยมื พร้อมท้งั ออกใบเสรจ็ รบั เงิน (ถา้ ม)ี และใบรับใบสาคัญให้ผ้เู บิกเงนิ ยืมไวเ้ ป็นหลักฐาน ข้อ ๔๒ ในกรณผี ูเ้ บกิ เงินยืมทดรองจ่ายมไิ ด้คนื เงินยืมทดรองจา่ ยภายในกาหนด ให้เจา้ หน้าที่ ผู้รับผิดชอบที่มีหนา้ ที่รบั เงนิ คืน เรียกใหผ้ ู้เบิกเงินยืมทดรองจ่ายคืนเงนิ ตามเงื่อนไขในหลักฐานการเบิกเงนิ ยมื ให้เสรจ็ สน้ิ โดยเร็ว อย่างช้าไมเ่ กนิ สิบหา้ วนั นบั แตว่ ันครบกาหนด ในกรณีท่ีไม่อาจปฏิบัตไิ ด้ตามวรรคหนง่ึ ให้รายงานให้ผู้อานวยการทราบ เพ่ือพิจารณาส่ังการ บังคับใหเ้ ปน็ ไปตามหลักฐานการเบิกเงินยมื ทดรองจ่ายตอ่ ไป หนา้ 192

หน้า ๒๗ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ขอ้ ๔๓ หลักฐานการเบกิ เงินยืมทดรองจ่ายซงึ่ ยังไมไ่ ดร้ บั คืนเงินใหเ้ สรจ็ สิ้น จะต้องเก็บรกั ษา ไว้ในท่ีปลอดภัยไม่ให้สูญหาย เม่ือรับคืนเงินครบถ้วนแล้ว ให้ระบุข้อความว่า “ส่งใช้เงินยืมทดรองจ่ายแล้ว” ในหลกั ฐานการเบกิ เงินยมื ทดรองจ่ายฉบับน้นั ทนั ที ส่วนท่ี ๔ เงินสดย่อย ข้อ ๔๔ ให้สถาบนั มเี งนิ สดย่อยไวส้ ารองจ่ายไดไ้ มเ่ กินหา้ หม่นื บาทต่อวนั ข้อ ๔๕ เจ้าหน้าท่ีผู้รบั ผิดชอบท่ีมีหน้าที่รับผิดชอบในเร่ืองเงินสดย่อยจะตอ้ งได้รับการแตง่ ตงั้ จากผอู้ านวยการ ข้อ ๔๖ เจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบที่มีหน้าท่ีรับผิดชอบในเรอื่ งเงินสดย่อยจะต้องเก็บรักษาเงินสดยอ่ ย ไว้ในตู้นิรภัย โดยปฏิบัติตามข้อกาหนดวา่ ด้วยการเกบ็ รกั ษาเงนิ ในสว่ นท่ี ๒ ของหมวด ๑ ขอ้ ๔๗ การจา่ ยเงินจากเงนิ สดย่อยใหจ้ ่ายสาหรบั คา่ ใช้จา่ ยต่าง ๆ ดงั น้ี (๑) เป็นการชาระหนใ้ี นการสัง่ ซ้ือหรือสง่ั จา้ งจานวนเลก็ นอ้ ย (๒) เป็นการชาระหนใี้ นการสั่งซอื้ ส่ังจ้างท่ีต้องชาระดว้ ยเงินสด ซ่ึงผู้ขายไมย่ ินยอมรบั ชาระหนี้ ดว้ ยเช็ค และเป็นสินค้าทไ่ี ม่สามารถจดั ซื้อจากผขู้ ายรายอ่นื ได้ หรอื จัดซอ้ื จากผ้ขู ายรายอ่ืนได้แต่ไม่สะดวก (๓) เปน็ การชาระหน้ีตามใบสงั่ ซื้อซง่ึ มีราคาไม่เกนิ ห้าพนั บาท (๔) เปน็ เงินสารองจา่ ยเพ่ือซื้อของหรือค่าใชจ้ า่ ยในการปฏบิ ัตงิ าน (๕) เป็นเงินสารองจ่ายค่ารักษาพยาบาล และเงินสารองจ่ายช่วยเหลือการศึกษาบุตร ของเจา้ หนา้ ที่ ข้อ ๔๘ จานวนเงินสดย่อยในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง จะต้องมีจานวนที่ตรวจสอบได้แน่นอน และมีบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร หากมีการเปลี่ยนแปลงจานวนจากที่กาหนดจะต้องมีรายงาน และไดร้ บั อนุมตั จิ ากผูอ้ านวยการเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร ข้อ ๔๙ บันทึกเงินสดย่อยของเจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบเงินสดย่อยในแต่ละวัน จะต้อง ประกอบดว้ ยรายการ ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) จานวนเงนิ สดย่อยคงเหลือ (๒) ใบสาคัญทไ่ี ด้สารองจ่ายเงินไปแลว้ (๓) หลกั ฐานการเบิกเงนิ สดยอ่ ย (ถ้าม)ี เม่ือใดท่ีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเงินสดย่อยเห็นว่าเงินสดย่อยจะมีไม่เพียงพอจ่าย ให้ทารายงาน เบิกเงนิ ชดเชยจานวนเทา่ กับใบสาคัญท่ไี ดส้ ารองจ่ายเงนิ ไปแลว้ มาสมทบกบั จานวนเงินสดย่อยคงเหลือต่อไป ขอ้ ๕๐ การเบิกเงินจากเงินสดย่อยผู้เบิกจะต้องทาหลักฐานการเบิกเงินและให้ถือปฏิบัติ ตามข้อกาหนดเร่ืองเงนิ ยืมทดรองจา่ ยโดยอนุโลม หนา้ 193

หน้า ๒๘ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ขอ้ ๕๑ รายการรับจ่ายเงินสดย่อยทุกรายการจะต้องลงรายการบัญชีในสมุดคุมเงินสดย่อย หลักฐานการจ่ายเงินสดย่อยทุกรายการ พร้อมทั้งเอกสารประกอบจะต้องประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” หรอื “PAID” เพ่ือป้องกันการนามาเบกิ ซ้า ขอ้ ๕๒ ในกรณีเจ้าหน้าท่ีผูร้ ับผิดชอบเงินสดย่อยไม่สามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้ ให้ผู้อานวยการ มอบหมายให้เจ้าหน้าท่ีคนอ่ืนปฏิบัติการแทนเป็นการชั่วคราวไปก่อน โดยให้มีการตรวจสอบยอดเงิน คงเหลือและรายการใบสาคัญท่ียังไม่ได้เบิกชดเชยและให้ส่งมอบงานเป็นลายลักษณ์อักษ รจนกว่า เจ้าหน้าทีผ่ รู้ ับผิดชอบเงนิ สดย่อยจะกลบั มาปฏบิ ตั งิ านตามปกติ ข้อ ๕๓ ให้มีการตรวจสอบการจ่ายเงนิ สดยอ่ ยและเงนิ สดย่อยคงเหลอื เป็นครง้ั คราวอย่างนอ้ ย สัปดาห์ละหน่ึงครั้ง รายงานการตรวจสอบจะต้องจัดทาและเก็บรักษาไว้ท่ีงานการเงินและบัญชี หากมี ความผิดพลาดอยา่ งใดในการตรวจสอบจะต้องรายงานให้ผอู้ านวยการทราบทันที หมวด ๓ การบญั ชี ข้อ ๕๔ การบัญชีของสถาบัน ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายบัญชี ภาครัฐ ข้อ ๕๕ รอบปีบญั ชีของสถาบัน ใหถ้ อื ตามปีงบประมาณ ขอ้ ๕๖ หลักฐานท่ีใช้ในการบันทึกบัญชีต้องเก็บรักษาไว้ใช้ในการตรวจสอบ และให้เก็บรักษา ไม่นอ้ ยกว่าสิบปี ในกรณีที่เป็นหนังสือหรือเอกสารเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน หรือการก่อหน้ีผูกพัน ทางการเงนิ ทไี่ มม่ ีหลักฐานแหง่ การกอ่ หนี้ เปลย่ี นแปลง โอน สงวน หรอื ระงับ ซึ่งสทิ ธใิ นทางการเงนิ หรือเป็นหนังสือหรือเอกสารเก่ียวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การก่อหน้ี การเปล่ียนแปลง โอน สงวน หรือระงับ ซ่ึงสิทธิในทางการเงิน ท่ีมีหนังสือหรือเอกสารอ่ืนที่สามารถนามาใช้อ้างอิง หรือทดแทนหนังสือหรือเอกสารดังกล่าว และสานักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหา หรอื เปน็ เอกสารทไี่ ม่มคี วามจาเปน็ ตอ้ งใช้ประกอบการตรวจสอบ หรือเพ่อื การใด ๆ อกี ใหเ้ ก็บรกั ษาไว้ ไมน่ อ้ ยกว่าห้าปี ขอ้ ๕๗ ให้งานการเงินและบัญชีรับผิดชอบจัดทารายการเงินประจาเดือน เสนอต่อผู้อานวยการ ภายในวันที่ ๑๕ ของเดอื นถัดไป ข้อ ๕๘ การลงบญั ชเี ก่ียวกบั วสั ดุ ใหเ้ ลือกวธิ ีการใดวธิ กี ารหนง่ึ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) ถือเป็นทรัพย์สินเม่ือซื้อ เม่ือนาไปใช้งานจึงลงจ่ายเป็นค่าใช้จ่าย และเมื่อสิ้นงวดบัญชี จงึ ตรวจนบั เปน็ ยอดทรพั ย์สินคงเหลือต่อไป หรอื (๒) ถือเป็นค่าใช้จ่ายเม่ือซ้ือทั้งจานวน และเม่ือส้ินงวดบัญชี จึงตรวจนับยอดคงเหลือ ถือเปน็ ทรพั ยส์ นิ คงเหลอื ตอ่ ไป หน้า 194

เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง หน้า ๒๙ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ราชกจิ จานุเบกษา หมวด ๔ การตรวจสอบบญั ชี ขอ้ ๕๙ ให้ผู้ตรวจสอบภายในของสถาบัน ตรวจสอบเก่ียวกับการเงิน การบัญชี และ การพัสดุ ของสถาบัน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการบริหารสถาบันทราบอย่างน้อย ปีละสองคร้ัง ข้อ ๖๐ ในกรณีคณะกรรมการบริหารสถาบันแต่งต้ังผู้สอบบัญชีจากบุคคลภายนอก โดยความเหน็ ชอบของสานักงานการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ ตามมาตรา ๔๔ วรรคสอง แห่งพระราชบญั ญตั ิ ความมั่นคง ดา้ นวคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้ผสู้ อบบัญชีมหี นา้ ท่ีและอานาจ ดงั น้ี (๑) ดาเนินการตรวจสอบบัญชีและรับรองงบการเงินของสถาบัน รวมท้ังประเมินผลการใช้ จ่ายเงินและทรัพย์สินของสถาบัน โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายเงิน และทรพั ย์สินดังกล่าวเป็นไปตามวตั ถุประสงค์ ประหยดั และได้ผลตามเปา้ หมายเพียงใด แล้วทาบันทกึ รายงานผลการสอบบัญชเี สนอต่อคณะกรรมการบริหารสถาบนั (๒) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวกับการบัญชีของสถาบัน และสอบถาม ผู้อานวยการ ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้ปฏิบัติงาน หรือผู้อื่นท่ีเก่ียวข้อง รวมทั้งเรยี กใหส้ ่งเอกสารหลักฐานตา่ ง ๆ ของสถาบนั เปน็ การเพิ่มเตมิ ไดต้ ามความจาเปน็ หมวด ๕ การงบประมาณ ขอ้ ๖๑ ให้สถาบันจัดทางบประมาณรายจ่ายประจาปี โดยแยกหมวดเงินและประเภท รายจ่ายตามงาน แผนงานหรือโครงการ เสนอต่อคณะกรรมการบริหารสถาบัน เพื่ออนุมัติใช้เป็น งบประมาณรายจ่ายประจาปี หมวดเงินและประเภทรายจา่ ยแต่ละงาน แผนงาน หรอื โครงการแยกออกเป็นหกหมวด ดงั นี้ (๑) หมวดค่าใช้จ่ายบุคลากร ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าสวัสดิการ ค่าเบี้ยประชุม ค่าตอบแทนการเลิกจ้าง และเงนิ อ่ืนทเ่ี ก่ยี วกบั บุคลากร (๒) หมวดค่าใช้จ่ายดาเนินงาน ได้แก่ ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าสาธารณูปโภค และเงินอืน่ ในลักษณะเดยี วกนั (๓) หมวดค่าใช้จ่ายโครงการ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการดาเนินโครงการของสถาบันซ่ึงมี ระยะเวลาดาเนนิ โครงการและวงเงินคา่ ใชจ้ ่ายตามโครงการทีช่ ดั เจน (๔) หมวดค่าใช้จ่ายลงทุน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการร่วมทุนกับนิติบุคคลอืน่ ในกจิ การท่ีเก่ยี วกบั วัตถุประสงค์ของสถาบัน และค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และส่ิงก่อสร้างเพ่ือการลงทุนท่ีก่อให้เกิดรายได้ แกส่ ถาบนั หนา้ 195


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook