Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมบทบบัญญัติ_NVI V1.0

รวมบทบบัญญัติ_NVI V1.0

Published by sirinipasom, 2023-07-18 09:49:36

Description: รวมบทบบัญญัติ_merged

Search

Read the Text Version

หน้า ๓๐ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานุเบกษา (๕) หมวดเงินอุดหนุน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุนด้านวัคซีนกับหน่วยงานอนื่ ของรฐั สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน รวมตลอดถึงทนุ เพ่อื สนบั สนนุ การดาเนินงานของสถาบัน (๖) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง โดยให้สถาบันจัดสรรงบประมาณในการดูแล บารงุ รกั ษา และใช้ประโยชน์จากทรพั ยส์ ินของสถาบนั ไวด้ ้วย ข้อ ๖๒ ค่าใช้จ่ายที่เกิดข้ึนในปีงบประมาณใด ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณภายใน ปีงบประมาณนั้น หากมีเหตุผลและความจาเป็นจะต้องเบิกจ่ายข้ามปีงบประมาณ หรือกันเงินไว้จ่าย เหลอื่ มปีหรือผูกพัน ให้ผู้อานวยการเป็นผ้อู นุมัติ ข้อ ๖๓ การโอนประเภทงบประมาณ หรือเปลี่ยนแปลงรายการหรือการเพ่ิมงบประมาณ รายจา่ ยประจาปีเพ่มิ เตมิ ระหว่างปี หรอื ลดงบประมาณรายจา่ ยประจาปี ใหป้ ฏบิ ัติ ดงั นี้ (๑) การโอนประเภทงบประมาณหรือเปลี่ยนแปลงรายการ โดยไม่เพ่ิมวงเงินงบประมาณ รายจ่ายประจาปใี ห้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของผอู้ านวยการท่จี ะดาเนนิ การตามความจาเป็นและเหมาะสม (๒) การโอนประเภทงบประมาณหรือเปล่ียนแปลงรายการ โดยเพมิ่ วงเงินงบประมาณเกนิ กว่า วงเงนิ งบประมาณรายจ่ายประจาปที ไี่ ด้รบั อนมุ ัตแิ ลว้ และการลดงบประมาณรายจา่ ยประจาปี ให้เสนอ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันเพ่ือให้ความเหน็ ชอบ ขอ้ ๖๔ งบประมาณรายจ่ายประจาปีใดออกใช้ไม่ทัน ให้ผู้อานวยการเสนอคณะกรรมการ บริหารสถาบนั อนุมตั ใิ ห้ใชว้ งเงินงบประมาณเท่าที่เคยได้รับอนมุ ัตใิ นปที แี่ ล้วไปพลางกอ่ น ขอ้ ๖๕ เมื่อส้ินปีงบประมาณ หากสถาบนั มรี ายได้ หรือมีงบประมาณคงเหลอื โดยมิได้กอ่ หนี้ ผูกพันหรือกันเงินเหลื่อมปีไว้ ให้นามาจัดสรรเป็นทุนของสถาบันหรือจัดสรรเป็นงบประมาณรายจ่าย ประจาปีถดั ไป หมวด ๖ การพสั ดุ ขอ้ ๖๖ การบริหารจัดการด้านพัสดุให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซ้ือจัดจ้าง และ การบริหารพัสดุภาครัฐ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารพัสดุภาครัฐ ประกาศ ระเบียบ หลักเกณฑ์และมติคณะรัฐมนตรีที่เก่ยี วข้อง ในกรณีท่ีการจัดซ้ือจัดจ้างไม่อาจดาเนินการตามวรรคหนึ่งให้สมประโยชน์แก่สถาบันได้ ใหเ้ สนอคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันพจิ ารณาเพ่อื ออกระเบียบปฏบิ ัติต่อไป หมวด ๗ การจาหน่ายทรพั ย์สนิ จากบญั ชีเปน็ สูญ ข้อ ๖๗ การจาหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญของสถาบันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ทค่ี ณะรัฐมนตรีกาหนด หน้า 196

เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง หน้า ๓๑ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ราชกิจจานเุ บกษา หมวด ๘ ความรับผดิ ขอ้ ๖๘ ผู้ปฏิบัติงานผู้ใดกระทาการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้างแรงไม่ปฏิบัติตาม ระเบยี บน้ี หรือกระทาการโดยมีเจตนาทุจริต หรือกระทาการนอกเหนืออานาจหนา้ ที่ ถอื วา่ ผู้นนั้ กระทา ผิดวนิ ัย และต้องรบั โทษทางวนิ ยั ขอ้ ๖๙ ผู้ปฏิบัติงานผู้ใดกระทาการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้างแรงให้เกิด ความเสียหายแกส่ ถาบัน ต้องรับผดิ ชอบชดใชค้ วามเสียหายทเี่ กดิ ขึ้นนั้น และจะต้องรบั โทษทางวนิ ัยด้วย ขอ้ ๗๐ เอกสารหลักฐานทุกชนิดที่เก่ียวกับการเงินและการบัญชี ให้ถือเป็นเอกสารปกปิด และมีไว้เพ่ือเป็นหลักฐานในการปฏิบัติงานของสถาบันเท่าน้ัน ผู้ปฏิบัติงานที่มีหน้าท่ีรับผิดชอบ หรือ บุคคลอ่ืนใด จะนาเอกสารนั้นไปเปิดเผยหรือนาไปใช้เพ่ือกิจกรรมอย่างอื่นไม่ได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาต เปน็ ลายลักษณอ์ กั ษรจากผอู้ านวยการ ผู้ปฏิบัติงานผู้ใดกระทาการตามท่ีกล่าวมาแล้วในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้น้ันกระทาผิดวินัย และต้องได้รับโทษทางวินัย บทเฉพาะกาล ข้อ ๗๑ ระเบยี บนีไ้ มม่ ผี ลกระทบกระเทอื นการใดซ่ึงไดด้ าเนินการไปแลว้ โดยชอบดว้ ยระเบยี บ ข้อบงั คับ หรอื คาส่งั ของสถาบนั ท่ีใชอ้ ย่กู ่อนวนั ทร่ี ะเบยี บน้มี ผี ลใช้บังคบั การปฏิบัติการใดที่กาหนดไว้ในระเบียบนี้ และอยู่ในระหว่างการดาเนินการยังไม่แล้วเสร็จ ในวันท่ีระเบียบน้ีมีผลใช้บังคับ ให้ดาเนินการตามระเบียบ ข้อบังคับหรือคาสั่งของสถาบันท่ีใช้อยู่เดิม ต่อไปจนกว่าจะแลว้ เสร็จ ประกาศ ณ วนั ท่ี 30 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕62 มานติ ธีระตนั ติกานนท์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ หนา้ 197

ระเบยี บสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ ว่าดว้ ยค่าใช้จ่ายในการบรหิ ารและการจัดการของสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ _____________________________________ โดยที่เป็นการสมควรออกระเบียบว่าด้วยค่าใช้จา่ ยในการบริหารและการจดั การของสถาบัน วัคซีนแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๖ (๔) แห่งพระราชบัญญัติความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบกับข้อ ๒๒ แห่งระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการเงิน การบัญชี การพัสดุ ทรัพย์สิน การเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงิน ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงออกระเบียบไว้ ดงั ต่อไปน้ี ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา่ “ระเบยี บสถาบันวัคซีนแหง่ ชาตวิ ่าด้วยค่าใชจ้ ่ายในการบรหิ ารและ การจดั การของสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒” ข้อ ๒ ระเบียบนใี้ ห้ใช้บงั คบั ต้ังแตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศเป็นต้นไป ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ “สถาบนั ” หมายความว่า สถาบันวัคซนี แห่งชาติ “ผ้อู ำนวยการ” หมายความวา่ ผอู้ ำนวยการสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ “ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ท่ีปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ผจู้ ัดการสำนกั ของสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ “ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันวัคซีนแห่งชาติตามมาตรา ๓๙ (๑) และ (๓) แห่งพระราชบัญญตั คิ วามม่ันคงดา้ นวัคซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ “บคุ คลภายนอก” หมายความว่า บุคคลที่มิใชผ่ ้ปู ฏิบตั ิงานของสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “การประชุม” หมายความว่า การอบรม การประชุมวิชาการ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมมนา การบรรยายพิเศษที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดข้ึนหรือมอบหมายให้หน่วยงานอื่นจัดขึ้น เพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือสนับสนุนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติความม่ั นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอ้ ๔ ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รักษาการตามระเบยี บน้ี หมวด ๑ คา่ ใช้จา่ ยในการประชุม ข้อ ๕ การเบกิ จา่ ยคา่ อาหารว่างและเคร่ืองดื่ม ใหเ้ บกิ จา่ ยได้ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ (๑) กรณีใช้สถานที่ของสถาบัน หรือส่วนราชการอ่ืน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงและ โดยประหยัดแต่ไม่เกินคนละ ๑๐๐ บาท ตอ่ ครัง้ (๒) กรณีใช้สถานท่ีอ่ืน ๆ นอกเหนือจากท่ีกำหนดไว้ใน (๑) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงและ โดยประหยัดแต่ไมเ่ กินคนละ ๑๕๐ บาท ต่อครง้ั หนา้ 198

ข้อ ๖ การเบิกจ่ายค่าอาหาร ใหเ้ บิกจา่ ยได้ตามหลักเกณฑ์ ดงั น้ี (๑) กรณีใช้สถานที่ของสถาบัน หรือส่วนราชการอ่ืน ให้เบิกจ่ายได้เท่าท่ีจ่ายจริงและ โดยประหยดั ดงั นี้ (ก) อาหารกลางวนั ไมเ่ กนิ คนละ ๒๐๐ บาท ตอ่ ม้ือ (ข) อาหารเย็น ไม่เกนิ คนละ ๕๐๐ บาท ต่อมอื้ (๒) กรณีใช้สถานท่ีอ่ืน ๆ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ใน (๑) ให้เบิกจ่ายได้เท่าท่ีจ่ายจริงและ โดยประหยดั ดงั น้ี (ก) อาหารกลางวนั ไมเ่ กินคนละ ๕๐๐ บาท ตอ่ มอื้ (ข) อาหารเยน็ ไมเ่ กนิ คนละ ๗๐๐ บาท ต่อมอื้ ข้อ ๗ การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงและโดยประหยัด ตามรายการ ดงั ต่อไปนี้ (๑) คา่ ใช้จา่ ยเก่ยี วกับการใช้และการตกแต่งสถานที่ (๒) คา่ ใช้จา่ ยในพธิ ีเปดิ - ปดิ การประชมุ (๓) คา่ วสั ดุ เครื่องเขียนและอุปกรณ์ (๔) คา่ พมิ พ์และเขยี นใบประกาศนยี บตั ร วุฒิบัตรหรอื อ่นื ๆ (๕) ค่าพมิ พ์เอกสารหรอื ส่ิงพิมพ์ (๖) ค่าใชจ้ ่ายในการติดตอ่ สื่อสาร (๗) ค่าเชา่ อปุ กรณ์ตา่ งๆ (๘) คา่ ลงทะเบียนอ่นื ๆ ในทำนองเดยี วกัน (๙) คา่ ใช้จ่ายอ่ืนท่ีจำเปน็ ในการประชมุ รายการค่าใช้จ่ายตาม (๑) – (๙) รายการใดมีค่าใช้จา่ ยไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท และเป็นกรณี จำเป็นเร่งด่วน ให้ถือว่ารายการตาม (๑) – (๙) ดังกล่าวนั้น ได้รับอนุมัติการจัดหาตามแนวทางการปฏิบัติ ในการดำเนินการจัดหาพัสดุทเ่ี ก่ียวกับค่าใช้จา่ ยในการบริหารงาน ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และ การประชุมของหนว่ ยงานของรัฐของกรมบัญชกี ลาง ข้อ ๘ การเบิกจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรในการประชุมตามระเบียบน้ี วิทยากรต้องไม่ใช่ ผู้ปฏิบตั ิงานของสถาบัน โดยใหเ้ บิกจา่ ยไดต้ ามหลักเกณฑ์และอตั รา ดังนี้ (๑) หลักเกณฑก์ ารจา่ ยค่าสมนาคุณวทิ ยากร (ก) ช่ัวโมงการประชุมที่มีลักษณะเป็นการบรรยาย ให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากร ไดไ้ ม่เกนิ ๒ คน (ข) ช่ัวโมงการประชุมท่ีมีลักษณะเป็นการอภิปรายหรือสัมมนาเป็นคณะให้ จ่าย คา่ สมนาคุณวิทยากรได้ไมเ่ กนิ ๕ คน โดยรวมถึงผดู้ ำเนนิ การอภิปรายหรือสมั มนาท่ีทำหน้าทีด่ ้วย (ค) ช่ัวโมงการประชุมที่มีลักษณะเป็นการแบ่งกลุ่มฝึกภาคปฏิบัติ แบ่งกลุ่มอภิปรายหรือ สัมมนา หรือแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมซึ่งจำเป็นต้องมีวิทยากรประจำกลุ่มให้เบิกจ่ายค่าวิทยากรได้ไม่เกิน กลุม่ ละ ๒ คน (ง) ให้เบิกจ่ายค่าสมนาคุณได้เฉพาะช่ัวโมงที่ทำหน้าท่ีวิทยากร เศษของชั่วโมงต้ังแต่ ๓๐ นาทีขึ้นไปให้นับเป็น ๑ ชั่วโมง หากไม่ถึง ๓๐ นาที ให้นับเป็นครึ่งช่ัวโมงและจ่ายค่าสมนาคุณ ไดไ้ ม่เกินกงึ่ หนง่ึ ของอตั ราคา่ สมนาคณุ น้นั หน้า 199

(จ) ช่ัวโมงการประชุมใดมีวิทยากรเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ให้เฉลี่ยจ่ายค่าสมนาคุณ วทิ ยากรไมเ่ กนิ ภายในจำนวนเงนิ ท่ีจ่ายได้ (๒) อัตราคา่ สมนาคุณวทิ ยากร (ก) วทิ ยากรซง่ึ เป็นเจา้ หน้าทขี่ องรัฐ ไม่เกินชัว่ โมงละ ๑,๕๐๐ บาท (ข) วทิ ยากรซ่งึ ไมใ่ ชเ่ จา้ หนา้ ที่ของรัฐ ไมเ่ กนิ ชว่ั โมงละ ๒,๕๐๐ บาท (ค) วิทยากรต่างประเทศ ไม่เกินช่ัวโมงละ ๓,๐๐๐ บาท และเบิกค่าเบี้ยเล้ียงได้ไม่เกิน วนั ละ ๑,๐๐๐ บาท ข้อ ๙ การเบิกจ่ายค่าเบ้ียประชุมของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน ทีส่ ถาบันแตง่ ตงั้ ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ ดังต่อไปน้ี (๑) คณะกรรมการ และท่ีปรกึ ษา ไม่เกนิ คนละ ๓,๐๐๐ บาท ตอ่ ครั้ง (๒) คณะอนกุ รรมการ ไมเ่ กินคนละ ๒,๒๕๐ บาท ต่อครงั้ (๓) คณะทำงาน ไม่เกินคนละ ๑,๗๐๐ บาท ตอ่ ครั้ง ทั้งนี้ หากได้เข้าร่วมประชุมหลายคณะในเวลาเดียวกันให้เบิกจ่ายค่าเบ้ียประชุมได้จากการ ประชมุ ใดการประชมุ หนง่ึ เทา่ น้ัน โดยผอู้ ำนวยการ และผู้ปฏิบัติงานไมม่ สี ิทธิไดร้ ับเบีย้ ประชุม ข้อ ๑๐ การเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งสถาบันมีหนังสือเชิญประชุม ใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดงั น้ี (๑) การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการวัคซีน แห่งชาติ คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ หรือสถาบัน ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนได้ไม่เกินคนละ ๑,๕๐๐ บาท ตอ่ ครัง้ (๒) การเข้าร่วมประชมุ คณะทำงานภายใต้ คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ คณะอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ คณะอนุกรรมการภายใต้ คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ หรือสถาบัน ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนได้ไม่เกินคนละ ๑,๐๐๐ บาท ต่อคร้งั (๓) การเข้าร่วมประชุมอื่นๆยกเว้น (๑) และ (๒) ของบุคคลภายนอก ที่มีหนังสือเชิญ เข้ารว่ มประชมุ ใหเ้ บิกจ่ายค่าตอบแทนได้ ไม่เกนิ คนละ ๕๐๐ บาท ตอ่ ครง้ั ในการประชุมที่มีผู้มาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้ผู้ที่มาประชุมได้รับค่าตอบแทน ใน (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี ท้ังนี้ หากได้เข้าร่วมประชุมหลายคณะในเวลาเดียวกัน ให้เบิกคา่ ตอบแทนไดจ้ ากการประชุมใดการประชุมหน่งึ เท่าน้ัน ข้อ ๑๑ การเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้คณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญ ในการพิจารณาโครงการ ท่ีขอรับการสนับสนุนของสถาบัน ให้เบิกจา่ ยไดใ้ นอตั ราดังตอ่ ไปน้ี (๑) คณะกรรมการให้เบกิ จา่ ยไดใ้ นอัตราเดียวกบั ข้อ ๙ (๑) (๒) ผเู้ ช่ียวชาญจากภายนอก ไมเ่ กิน คนละ ๑,๕๐๐ บาท ตอ่ โครงการ หมวด ๒ ค่าใช้จา่ ยในการเดินทาง ข้อ ๑๒ ผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติงาน ที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานหรือไปประชุม ในราชอาณาจักร ยกเว้น กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี และสมุทรปราการ ให้เบิกจ่าย คา่ ใชจ้ ่ายในการเดนิ ทางได้ตามหลักเกณฑ์ และอัตราทก่ี ำหนดไวใ้ นระเบียบนี้ หนา้ 200

ขอ้ ๑๓ ค่าเบยี้ เลย้ี ง ให้เบกิ จ่ายตามอตั ราดังนี้ (๑) ผู้อำนวยการ เบิกจ่ายได้ วนั ละ ๕๐๐ บาท (๒) ผูบ้ ริหาร เบิกจา่ ยได้ วนั ละ ๔๐๐ บาท (๓) ผูป้ ฏิบตั ิงาน เบิกจา่ ยได้ วันละ ๓๐๐ บาท กรณีท่ีสถาบันหรือหน่วยงานอ่ืนในฐานะผู้จัดการประชุม จัดเล้ียงอาหาร ๑ ม้ือ ให้เบิกได้ ไม่เกิน ๒ ใน ๓ ของอัตราเบ้ียเลี้ยง หากจัดเลี้ยงอาหาร ๒ ม้ือ ให้เบิกได้ไม่เกิน ๑ ใน ๓ ของอัตราเบี้ยเล้ียง หากมีการจดั เลี้ยงอาหารทุกม้อื ไม่มีสิทธเิ บิกคา่ เบีย้ เล้ียง ขอ้ ๑๔ คา่ พาหนะในการเดินทาง (๑) กรณีเดินทางโดยพาหนะประจำทางหรือพาหนะรับจ้าง ให้เบิกจ่ายค่าพาหนะได้ เท่าที่จ่ายจริงและโดยประหยัด กรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้พาหนะรับจ้างเดินทางข้ามจังหวัดอ่ืนท่ีไม่ติดต่อ กับเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ให้ระบุเหตุผลความจำเป็นเพ่ือประกอบการพิจารณา อนุมตั ิเบิกจา่ ยด้วย (๒) กรณีโดยสารโดยเครื่องบินภายในประเทศ ใหเ้ บกิ จ่ายไดต้ ามหลกั เกณฑด์ ังน้ี (ก) ผู้อำนวยการ ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกท่ีสถาบัน มีหนังสือเชิญประชุม ให้เบิกจ่ายได้ในชั้นประหยัด เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นให้เบิกจ่ายได้เท่าท่ีจ่ายจริง และให้ระบุเหตผุ ลความจำเป็นเพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาอนุมัติเบกิ จา่ ยด้วย (ข) ผ้ปู ฏิบัติงาน ถา้ มีความจำเป็นต้องเดินทางโดยเคร่ืองบนิ ใหร้ ะบุเหตุผลความจำเป็น เพื่อพิจารณาอนมุ ตั ิ และใหเ้ บิกจา่ ยได้ในชนั้ ประหยดั (ค) บุคคลภายนอกที่สถาบันมีหนังสือเชิญประชุม มีสิทธิเบิกค่าพาหนะเดินทาง ไดใ้ นอตั ราเดยี วกบั ผู้ปฏบิ ตั ิงาน ข้อ ๑๕ ค่าพาหนะในการเดินทาง กรณีใช้รถส่วนตัว ให้เบิกจ่ายเงินชดเชยค่าเช้ือเพลิง และค่าธรรมเนยี มผา่ นทางพิเศษ ดงั นี้ (๑) รถยนต์ส่วนตัว ให้เบิกจ่ายเงินชดเชยค่าเชื้อเพลิงในอัตรากิโลเมตรละ ๔ บาท หรือเบิกจา่ ยตามอัตราทีก่ ระทรวงการคลังกำหนด (๒) ค่าธรรมเนยี มผา่ นทางพเิ ศษใหเ้ บกิ จา่ ยได้เทา่ ทีจ่ า่ ยจรงิ และโดยประหยัด ข้อ ๑๖ ค่าทีพ่ ัก ใหเ้ บิกจ่ายได้ ดงั น้ี (๑) ผู้อำนวยการเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคืนละ ๒,๕๐๐ บาท หรือเบิกในลักษณะ เหมาจ่ายในอัตราไม่เกนิ คนื ละ ๑,๘๐๐ บาท (๒) ผู้บริหารในตำแหน่งอ่ืนเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคืนละ ๒,๒๐๐ บาท หรือ เบิกในลักษณะเหมาจา่ ยในอตั ราไม่เกินคนื ละ ๑,๒๐๐ บาท (๓) ผู้ปฏิบัติงานให้พักห้องคู่โดยเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคืนละ ๒,๐๐๐ บาท ต่อห้อง และในกรณีจำเป็นต้องพักห้องเดี่ยวต้องระบุเหตุผลความจำเป็นประกอบการเบิกจ่าย โดยเบิกได้เท่าท่ี จา่ ยจรงิ แตไ่ มเ่ กนิ คนื ละ ๒,๐๐๐ บาท หรอื เบิกในลักษณะเหมาจา่ ยในอตั ราไม่เกินคืนละ ๑,๐๐๐ บาท (๔) บคุ คลภายนอกให้เบกิ จา่ ยได้ในอัตราเดียวกับ (๑) การเบิกจา่ ยในลักษณะเหมาจ่าย ให้เบกิ จา่ ยได้เฉพาะในกรณที ี่ท่ีพักไมส่ ามารถออกหลกั ฐาน การรบั เงนิ ไดเ้ ทา่ น้ัน หน้า 201

ข้อ ๑๗ การเดินทางไปปฏิบัติงานหรือเดินทางไปเพื่อการประชุมในราชอาณาจักร ของผู้ปฏิบัติงานในลักษณะเป็นหมู่คณะ ให้ผู้มีตำแหน่งอาวุโสสูงสุดหรือผู้ท่ีผู้อำนวยการมอบหมายให้เป็น หั ว ห น้ า ค ณ ะ เดิ น ท า งมี ห น้ า ท่ี ก ำกั บ ดู แ ล ก า ร เดิ น ท าง แ ล ะ ก า ร พั ก แ ร ม ข อ งผู้ ป ฏิ บั ติ งา น ให้ เป็ น ไป ด้ ว ย ความเรียบร้อย ข้อ ๑๘ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประชุมหรือปฏิบัติงานในต่างประเทศ ให้ถือปฏิบัติตาม ระเบยี บของกระทรวงการคลงั การเบิกจ่ายค่าเลี้ยงรับรองในต่างประเทศให้เบิกได้เท่าท่ีจ่ายจริงและโดยเฉล่ียแล้ว ต้องไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ต่อคน โดยสามารถเลี้ยงได้ ๑ คร้ัง ต่อการเดินทาง และต้องมีผู้บริหารระดับสูง หรอื กรรมการในคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแห่งชาตริ ่วมในการเดินทางดว้ ย หมวด ๓ คา่ รับรองและอน่ื ๆ ขอ้ ๑๙ ค่าเลี้ยงรับรองผู้แทนของส่วนราชการหรือหน่วยงานหรือองค์กรอ่ืน ให้เบิกในอัตรา ของผู้ทดี่ ำรงตำแหนง่ ดังต่อไปน้ี (๑) ผู้อำนวยการ ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ตอ่ เดอื น (๒) รองผูอ้ ำนวยการ ไมเ่ กิน ๘,๐๐๐ บาท ตอ่ เดือน (๓) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ผู้จัดการสำนัก และหัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ต่อเดอื น ให้ผู้ปฏิบัติหน้าท่ีแทนหรือผู้รักษาการในตำแหน่งตาม (๑) – (๓) ของวรรคแรกมีสิทธิ เช่นเดียวกันกบั ผู้ทีต่ นปฏิบตั ิหนา้ ที่แทนหรือรกั ษาการ ข้อ ๒๐ ค่าใช้จ่ายอ่ืนๆ ในการเดินทางไปปฏิบัติงานหรือเดินทางไปประชุมในราชอาณาจกั ร ใหเ้ บกิ จา่ ยได้ในกรณที ี่มีความจำเปน็ เทา่ ท่จี า่ ยจรงิ และโดยประหยัด การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายอ่ืนๆ ตามวรรคหน่ึง ให้แนบใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานอ่ืน เพอ่ื ประกอบการอนุมัตเิ บกิ จ่ายด้วย ข้อ ๒๑ การรับรองชาวต่างประเทศที่มาปฏิบัติงานในสถาบันโดยไม่ได้รับค่าจ้างหรือ คา่ ตอบแทนใด ๆ ใหส้ ถาบันเบกิ จา่ ยคา่ อาหารกลางวนั ไดไ้ มเ่ กิน ๓๐๐ บาท ต่อวนั หมวด ๔ ค่าตอบแทนการปฏิบตั ิงานนอกเวลาทำการ ข้อ ๒๒ ผู้ปฏิบัติงานท่ีได้รับมอบหมายจากผู้จัดการสำนัก ให้ปฏิบัติงานนอกเวลาทำการ ให้ได้รบั ค่าตอบแทนการปฏิบตั ิงานนอกเวลาทำการตามอัตราและเงื่อนไข ดังน้ี (๑) ต้องเป็นการปฏิบัติงานในลักษณะงานซึ่งไม่สามารถปฏิบัติให้แล้วเสร็จภายในเวลา ทำการ และจำเป็นต้องปฏิบัติให้เสร็จเรียบร้อยเพื่อผลประโยชน์และเพ่ือป้องกันความเสียหายแก่สถาบัน หรือเปน็ งานทีไ่ ม่สามารถปฏบิ ตั ไิ ดใ้ นเวลาทำการ (๒) อัตราคา่ ตอบแทนการปฏบิ ตั ิงานนอกเวลาทำการให้นบั เวลาปฏิบตั งิ านตงั้ แต่ ๑๖.๓๐ น. และเบกิ จา่ ยไดด้ ังนี้ (ก) ปฏบิ ัติงานในวนั ทำการให้เบิกจ่ายได้ชวั่ โมงละ ๘๐ บาท ไม่เกนิ ๓ ช่วั โมง (ข) การปฏิบัติงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดตามประเพณีให้เบิกจ่ายได้ ชั่วโมงละ ๘๐ บาท ไมเ่ กนิ ๘ ช่ัวโมง หนา้ 202

(ค) เศษของชั่วโมงต้ังแต่ ๓๐ – ๔๕ นาที ให้นับเป็นครึ่งช่ัวโมง เศษของช่ัวโมงตั้งแต่ ๔๕ นาทขี ้นึ ไปใหน้ บั เปน็ หนงึ่ ช่วั โมง (๓) บคุ คลตอ่ ไปน้ี ไม่มสี ิทธไิ ดร้ ับคา่ ตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาทำการ (ก) ผอู้ ำนวยการ (ข) ผู้บริหาร (ค) ผปู้ ฏบิ ตั ิงานทไ่ี ปเข้ารับการฝึกอบรมหรือสัมมนา (ง) ผู้ปฏิบัติงานท่ีมีสิทธิเบิกค่าเบ้ียเล้ียง หรือมีการกำหนดเง่ือนไขการปฏิบัติงาน ไวโ้ ดยเฉพาะ หมวด ๕ ค่าใช้โทรศพั ทเ์ คลือ่ นที่ ข้อ ๒๓ ผู้ปฏิบัติงานท่ีมีสิทธิใช้โทรศัพท์เคล่ือนท่ีเพ่ือการปฏิบัติงานของสถาบัน ให้เบิกจ่าย ได้เทา่ ทีจ่ า่ ยจรงิ และโดยประหยดั ในอตั ราดังน้ี (๑) รองผูอ้ ำนวยการ และผชู้ ่วยผ้อู ำนวยการ ให้เบกิ จ่ายได้ไม่เกนิ ๒,๐๐๐ บาท ตอ่ เดือน (๒) ผู้จัดการสำนัก และหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในของสถาบัน ให้เบิกจ่ายได้ไม่เกิน ๑,๒๐๐ บาท ตอ่ เดือน (๓) ผู้ปฏิบัติงานท่ีมีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์เคล่ือนที่ ซ่ึงได้รับความเห็นชอบ จากผู้อำนวยการหรือผู้ที่ผอู้ ำนวยการมอบหมายแล้ว ใหเ้ บิกจ่ายไดไ้ ม่เกิน ๘๐๐ บาท ตอ่ เดือน ค่าใช้บริการโทรศัพท์เคล่ือนที่ให้หมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายทุกประเภทท่ีข้องเกี่ยวกับการ ใชโ้ ทรศัพท์เคล่อื นท่ดี ้วย หมวด ๖ คา่ ใชจ้ า่ ยอ่ืน ข้อ ๒ ๔ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสถาบั นดังต่อไปนี้ ให้ อยู่ในดุลยพิ นิจ ของผู้อำนวยการโดยเบกิ ได้เท่าทีจ่ า่ ยจรงิ ตามความจำเปน็ และเหมาะสม (๑) ค่าใช้จ่ายในการจดั พวงมาลา ช่อดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ พวงหรีด พานพุ่ม ต้นไม้ประดับ หรืออยา่ งอื่นในลักษณะเดยี วกนั ให้เบกิ จา่ ยได้เทา่ ทจี่ า่ ยจริง แต่ไมเ่ กนิ ๑,๕๐๐ บาท (๒) ค่าใช้จ่ายในการจอดรถ จัดทำนามบัตร จัดทำบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ให้เบิกจ่าย ไดเ้ ทา่ ท่ีจ่ายจริง (๓ ) ค่าใช้จ่ายในการจัดหาของขวัญ ของที่ ระลึกให้ กับ บุคคลห รือคณ ะบุคคล ที่ได้ช่วยปฏิบัติงาน หรือทำประโยชน์ให้แก่สถาบัน รวมทั้งกรณีที่มาเยี่ยมชมกิจการของสถาบัน หรือสถาบัน ไปเย่ยี มชมกจิ การของหนว่ ยงานนั้น ๆ ให้เบิกจ่ายไดใ้ นอัตรา ดงั น้ี (ก) กรณีเป็นรายบุคคล ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ตอ่ คน (ข) กรณีเป็นหมู่คณะ หัวหน้าคณะไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ต่อคน ผู้ติดตามไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท ต่อคน ข้อ ๒๕ ค่าใช้จ่ายเพ่ือสนับสนุนหน่วยงานท่ีดำเนินงานเกี่ยวกับวัคซีน หรือเป็นประโยชน์ และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสถาบันตามมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติความม่ันคง ด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้เบิกจ่ายได้หากมีคำขอสนับสนุนเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผ่าน ความเหน็ ชอบของผ้อู ำนวยการในวงเงินไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท หนา้ 203

ข้อ ๒๖ ค่าใช้จ่ายเพื่อการบริหารและการจัดการของสถาบัน ซ่ึงมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม เว้นแต่กรณีท่ีมีเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถปฏิบัติ ตามระเบียบของทางราชการได้ หรือกรณีจำเป็นจะต้องเบิกจ่ายเกินกว่าอัตราท่ีกำหนดไว้ในระเบียบ ของทางราชการหรอื ในระเบียบน้ี ใหเ้ สนอขออนุมตั ิตอ่ ผอู้ ำนวยการเป็นกรณีไป ประกาศ ณ วันท่ี ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (นายนคร เปรมศรี) ผู้อำนวยการสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ หน้า 204

หน้า ๒ ๒๕ กนั ยายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และอตั ราเรียกเกบ็ คา่ ธรรมเนียม ค่าตอบแทน และคา่ บริการ ของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยท่ีเป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราเรยี กเก็บค่าธรรมเนยี ม คา่ ตอบแทน และค่าบริการ ในการดาเนนิ กิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ อาศัยอานาจตามความในมาตรา 28 (2) แห่งพระราชบัญญัตคิ วามม่ันคงด้านแห่งวคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2561 ประกอบกบั มตคิ ณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ เมือ่ วนั ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562 คณะกรรมการบริหารสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติจงึ ออกระเบยี บไว้ ดังตอ่ ไปน้ี ขอ้ 1 ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราเรียกเก็บค่าธรรมเนยี ม ค่าตอบแทน และค่าบริการของสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562” ขอ้ 2 ระเบียบนี้ใหใ้ ช้บงั คับตั้งแต่วันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ านุเบกษาเปน็ ต้นไป ข้อ 3 ในระเบียบน้ี “สถาบัน” หมายความวา่ สถาบนั วัคซีนแห่งชาติ “คณะกรรมการบริหารสถาบัน” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ “ผอู้ านวยการ” หมายความวา่ ผู้อานวยการสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ “ฝึกอบรม” หมายความวา่ การเพ่ิมพูนความรู้ ความชานาญ หรอื ประสบการณ์ ดว้ ยการเรียน ตามหลักสูตรฝกึ อบรม หรือการสัมมนาอบรมเชิงปฏิบัตกิ าร เพือ่ การพฒั นาศักยภาพบคุ ลากรดา้ นวัคซนี ของประเทศ ท้งั นี้ โดยมไิ ด้มีวัตถุประสงคเ์ พื่อใหไ้ ด้มาซ่ึงปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตรวชิ าชีพ “บริการทางวชิ าชีพ” หมายความวา่ การให้ความรู้ทางวิชาการดว้ ยการบรรยาย การเสนอผลงาน ทางวชิ าการ และการประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร เพ่อื ประโยชน์ในเชิงนโยบาย เศรษฐกจิ และวิชาการดา้ นวัคซนี “ทรัพย์สินทางปัญญา” หมายความว่า สิทธิตามกฎหมายซ่งึ ไดก้ าหนดให้มขี ึ้นเกี่ยวกับผลงาน สรา้ งสรรค์ อนั เกดิ จากความคดิ หรือภมู ปิ ญั ญาของมนษุ ย์ ขอ้ 4 เพ่ือประโยชน์ในการดาเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านวัคซีนของประเทศ ให้สถาบันจัดทาหลักสูตรการฝึกอบรม และการสัมมนาอบรมเชิงปฏิบัติการ รวมตลอดถึงแผนการฝึกอบรม และแผนการสมั มนาอบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการประจาปี เสนอต่อคณะกรรมการบริหารสถาบันใหค้ วามเหน็ ชอบ ขอ้ ๕ ในการดาเนินการเก่ียวกับการฝึกอบรม ให้สถาบันเก็บค่าธรรมเนียมได้ในอัตรา ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ค่าธรรมเนยี มการเรยี นตามหลักสตู รการฝกึ อบรม (ก) หลกั สตู รภาษาไทย ๑,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ บาทต่อวนั หนา้ 205

หน้า ๓ ๒๕ กนั ยายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานเุ บกษา (ข) หลกั สูตรภาษาอังกฤษ ๒,๕๐๐ - ๕,๐๐๐ บาทต่อวัน (๒) คา่ ธรรมเนยี มการสมั มนาอบรมเชิงปฏิบัติการ (ก) หลกั สูตรภาษาไทย ๑,๕๐๐ - ๓,๕๐๐ บาทต่อวนั (ข) หลักสตู รภาษาอังกฤษ ๓,๕๐๐ - ๖,๐๐๐ บาทตอ่ วัน ข้อ ๖ ในการให้บรกิ ารทางวิชาการใหส้ ถาบันเรียกเก็บคา่ บริการได้ในอตั รา ๓,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ บาท ตอ่ คร้งั ข้อ ๗ ในการใหใ้ ชท้ รัพย์สินทางปญั ญาของสถาบันใหส้ ถาบันเรยี กเก็บค่าตอบแทนไดใ้ นอัตรา ท่ผี อู้ านวยการกาหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการบริหารสถาบัน ขอ้ ๘ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และค่าตอบแทนตามท่ีกาหนดในระเบียบนี้ จะเรยี กเกบ็ ในอตั ราเทา่ ใดในแตล่ ะชว่ งอัตรา ใหผ้ ู้อานวยการเป็นผกู้ าหนดตามที่สมควรโดยคานึงถึงประโยชน์ ในการสง่ เสรมิ และสนับสนนุ ให้เกดิ ความม่นั คงดา้ นวคั ซีนเปน็ สาคญั ในกรณีมีเหตุอันสมควร คณะกรรมการบริหารสถาบันอาจพิจารณาอนุมัติให้ยกเว้นการเรียกเก็บ ค่าธรรมเนยี ม ค่าตอบแทน และค่าบรกิ ารใด ๆ ตามระเบียบนี้กไ็ ด้ ขอ้ ๙ ในการให้บริการทางวิชาการด้วยการบรรยาย หรือการเสนอผลงานทางวิชาการ โดยผ้ปู ฏิบัตงิ านของสถาบนั ใหส้ ถาบนั จา่ ยค่าตอบแทนใหแ้ กผ่ ปู้ ฏบิ ตั งิ านของสถาบนั ผู้นนั้ ในอัตรารอ้ ยละหกสบิ ของอัตราค่าบรกิ ารที่สถาบนั เรียกเกบ็ ในแตล่ ะคร้ัง ขอ้ ๑๐ ให้ประธานกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาตริ ักษาการตามระเบียบน้ี ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบน้ีให้ประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซีน แหง่ ชาติเปน็ ผ้วู ินจิ ฉัย คาวินจิ ฉัยของประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาตใิ ห้ถือเปน็ ทีส่ ุด ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๙ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕62 มานติ ธรี ะตนั ติกานนท์ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ หนา้ 206

หน้า ๓๖ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานุเบกษา ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ ว่าดว้ ยการตรวจสอบภายในของสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยที่สมควรให้มีการตรวจสอบภายใน เพ่ือเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของสถาบัน วัคซีนแห่งชาติให้ดีข้ึน และช่วยให้บรรลุถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดไว้ด้วยการประเมินและ ปรบั ปรงุ ประสิทธผิ ลของกระบวนการบรหิ ารความเสยี่ ง การควบคุมและการกากบั ดูแลอย่างเปน็ ระบบ อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๒๘ (๖) มาตรา ๔๓ วรรคสองและวรรคทา้ ย แหง่ พระราชบญั ญตั ิ ความมนั่ คงดา้ นวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบกับมาตรา ๗๙ แหง่ พระราชบัญญตั วิ นิ ยั การเงนิ การคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ และมติคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เม่ือวันท่ี ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติจึงออกระเบยี บไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ วา่ ด้วยการตรวจสอบภายในของสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒” ขอ้ ๒ ระเบียบนใี้ หใ้ ช้บงั คับตั้งแตว่ ันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป ข้อ ๓ ในระเบียบน้ี “สถาบัน” หมายความวา่ สถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ “คณะกรรมการบริหารสถาบนั ” หมายความว่า คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการในคณะกรรมการบริหารสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” หมายความว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหาร สถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ “ผอู้ านวยการ” หมายความว่า ผูอ้ านวยการสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ “คณะกรรมการตรวจสอบ”หมายความว่า คณะกรรมการตรวจสอบของสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ ท่คี ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติแตง่ ต้งั “การตรวจสอบภายใน” หมายความว่า กิจกรรมให้ความเชื่อมั่นและการให้คาปรึกษา อย่างเท่ียงธรรมและเป็นอิสระ ซึ่งจัดให้มีขึ้นเพ่ือเพ่ิมคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของสถาบัน วัคซีนแห่งชาตใิ หด้ ขี ึ้น และจะช่วยใหส้ ถาบันวัคซนี แหง่ ชาตบิ รรลุเป้าหมายและวตั ถปุ ระสงค์ท่กี าหนดไว้ ด้วยการประเมิน และปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเส่ียง การควบคุม และ การกากับดแู ลอย่างเปน็ ระบบ “หน่วยงานตรวจสอบภายใน” หมายความว่า ส่วนงานที่รับผิดชอบงานตรวจสอบภายใน ของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ หน้า 207

หน้า ๓๗ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา “หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน” หมายความว่า ผู้ดารงตาแหน่งสูงสุดในส่วนงานตรวจสอบ ภายใน “ผตู้ รวจสอบภายใน” หมายความวา่ ผู้ดารงตาแหน่งผูต้ รวจสอบภายในของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ “หน่วยรับตรวจ” หมายความวา่ ส่วนงานที่รบั ผิดชอบในการปฏิบตั งิ านของสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการเปน็ ผรู้ กั ษาการตามระเบียบน้ี หมวด ๑ บททว่ั ไป ขอ้ ๕ ในการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน ให้สถาบันจัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายในขน้ึ ตรง ต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริหารสถาบนั ข้อ ๖ การบริหารงานทั่วไปของหนว่ ยงานตรวจสอบภายใน ให้หน่วยงานตรวจสอบภายใน ขึ้นตรงต่อผู้อานวยการ เว้นแต่ การแต่งต้ัง โยกย้าย ถอดถอน เล่ือนขั้น เลื่อนตาแหน่ง และ ประเมินผลงานของหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในของสถาบัน ให้เป็นไปตามอานาจหน้าที่ ของคณะกรรมการตรวจสอบ ตามขอ้ ๑๕ ผ้อู านวยการต้องจัดสรรบคุ ลากรและทรัพยากร เพ่ือใหก้ ารปฏิบตั ิงานของหน่วยงานตรวจสอบ ภายในเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคลอ้ งกับปริมาณงานและความซับซอ้ นของภารกิจของสถาบัน ข้อ ๗ หวั หนา้ หน่วยงานตรวจสอบภายในและผูต้ รวจสอบภายในตอ้ งมีคณุ สมบตั ิ ดงั ต่อไปนี้ (๑) มคี วามรู้ ทกั ษะ และความสามารถทจี่ าเปน็ ต่อการปฏิบัตหิ น้าท่ที ่ีไดร้ ับมอบหมาย (๒) มีความรู้เก่ียวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี ประกาศและคาสั่ง ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับการดาเนนิ งานของสถาบนั และหน่วยงานของรัฐ (๓) มีความร้เู กีย่ วกบั การปฏิบตั ิงาน การกากับดแู ล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุม ภายในของสถาบนั และหน่วยงานของรัฐ ข้อ ๘ ผู้อานวยการสถาบันจะแต่งต้ังให้ผู้ตรวจสอบภายในรกั ษาการตาแหน่งอื่นในขณะเดยี วกนั ไม่ได้ ผู้อานวยการและหรือคณะกรรมการตรวจสอบจะพิจารณาสั่งการให้ผู้ตรวจสอบภายใน ปฏิบัติงานได้ตามควรแก่กรณี ทั้งน้ี งานดังกล่าวต้องไม่ทาให้ผู้ตรวจสอบภายในขาดความเป็นอิสระ และความเที่ยงธรรมในกจิ กรรมทต่ี รวจสอบ ข้อ ๙ ให้ผู้ตรวจสอบภายในดารงไว้ซ่ึงความเป็นอิสระและไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ในกิจกรรมที่ตรวจสอบ และปราศจากการแทรกแซงในการปฏิบัติงานและการเสนอความเห็นในกา ร ตรวจสอบของฝ่ายบริหารหรือบุคคลหน่ึงบุคคลใด รวมทั้งต้องไม่ตรวจสอบงานท่ีตนเคยทาหน้าที่ บรหิ ารหรอื ปฏบิ ัติงานภายในระยะเวลาหนงึ่ ปีก่อนการตรวจสอบ หน้า 208

หน้า ๓๘ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานุเบกษา ผู้ตรวจสอบภายในไม่ควรเป็นกรรมการในคณะกรรมการใด ๆ ของหน่วยงานของรัฐหรือสถาบัน อันมผี ลกระทบตอ่ ความเป็นอิสระในการปฏิบตั งิ านและการเสนอความเหน็ ในการตรวจสอบ ขอ้ ๑๐ ให้ผู้ตรวจสอบภายในมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล บุคคล เอกสารหลักฐาน และ ทรพั ย์สนิ ต่าง ๆ เพ่อื รบั ทราบขอ้ มูลที่จะเปน็ ประโยชน์ต่อการปฏิบัตงิ านตรวจสอบภายใน ข้อ ๑๑ กรณีสถาบันไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายในสาหรับ หนว่ ยงานของรฐั ท่ีกระทรวงการคลังกาหนด ให้ขอทาความตกลงกบั กระทรวงการคลัง หมวด ๒ คณะกรรมการตรวจสอบ ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันเป็นผู้แต่งตัง้ คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบดว้ ย ประธานกรรมการตรวจสอบหนึ่งคน กรรมการตรวจสอบผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่าสองคนแต่ไม่เกินสค่ี น และใหห้ ัวหน้าหนว่ ยงานตรวจสอบภายในเปน็ เลขานกุ าร กรรมการตรวจสอบผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อยหน่งึ คนต้องเป็นกรรมการในคณะกรรมการบริหารสถาบนั หรือผทู้ ่ไี ดร้ ับมอบหมายจากคณะกรรมการบรหิ ารสถาบัน ขอ้ ๑๓ คุณสมบตั ิของคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วย (๑) เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจและมีประสบการณ์เพียงพอท่ีจะทาหน้าท่ีในฐานะกรรมการ ตรวจสอบตามภารกิจท่ีได้รับมอบหมาย โดยอย่างน้อยหนึ่งคนต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีประสบการณ์ ด้านการเงนิ การบญั ชหี รือด้านการตรวจสอบภายใน (๒) เป็นผมู้ ีความเขา้ ใจในภารกจิ ของหนว่ ยงานของรฐั (๓) เป็นผู้สามารถอุทิศเวลาในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ี และแสดงความเห็นและรายงานผลการดาเนินงาน ตามหนา้ ท่ที ่ีไดร้ บั มอบหมายด้วยความเป็นอสิ ระและเที่ยงธรรม ข้อ ๑๔ คณะกรรมการตรวจสอบต้องไม่มีลกั ษณะตอ้ งหา้ ม ดงั ต่อไปน้ี (๑) ไม่เปน็ ผปู้ ฏบิ ัติงานของสถาบนั ตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบญั ญัตคิ วามมั่นคงดา้ นวคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ (๒) ไม่เป็นกรรมการท่ีได้รับมอบหมายให้มีอานาจในการตัดสินใจด้านการบริหาร รวมทั้ง ไม่เป็นลูกจ้างหรือที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจาจากสถาบัน หรือผู้ท่ีเกี่ยวข้อง กับสถาบัน ทั้งนี้ ไม่ว่าในขณะดารงตาแหน่งหรือภายในระยะเวลาสองปีก่อนวันท่ีได้รับการแต่งต้ังเป็น คณะกรรมการตรวจสอบ (๓) ไม่เป็นผู้มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับสถาบัน ทั้งน้ี ไม่ว่าในขณะดารงตาแหน่ง หรือภายในระยะเวลาหนึง่ ปีก่อนวันท่ีได้รับแตง่ ตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ (๔) ไมเ่ ปน็ บพุ การี ผู้สืบสันดาน หรอื คูส่ มรส ของคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั ผู้อานวยการ หัวหนา้ หน่วยงานตรวจสอบภายใน หรอื ผตู้ รวจสอบภายในของสถาบนั หนา้ 209

หน้า ๓๙ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ขอ้ ๑๕ คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าทีแ่ ละความรบั ผิดชอบ ดังนี้ (๑) จัดทากฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบให้สอดคล้องกับขอบเขตความรับผิดชอบ ในการดาเนินงานของของสถาบัน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารสถาบัน และมกี ารสอบทานความเหมาะสมของกฎบัตรดงั กล่าวอย่างนอ้ ยปลี ะหน่ึงคร้งั (๒) สอบทานประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการควบคุมภายใน กระบวนการบริหาร ความเสยี่ งและกระบวนการกากับดแู ลทด่ี ี (๓) สอบทานใหส้ ถาบนั มกี ารรายงานการเงนิ อย่างถกู ต้องและน่าเชื่อถือ (๔) สอบทานการดาเนินงานของสถาบนั ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และขอ้ บังคับ หรือ มติคณะรัฐมนตรที ี่เก่ยี วข้องกบั การดาเนินงาน รวมท้ังข้อกาหนดอน่ื ของสถาบัน (๕) กากับดูแลระบบงานตรวจสอบภายในของสถาบัน ให้มีความเป็นอิสระเพ่ือพัฒนาการปฏิบัติ งานในหนา้ ท่ี (๖) พิจารณารายการท่ีเกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรอื มีโอกาสเกิดการทจุ ริตท่ีอาจมผี ลกระทบตอ่ การปฏบิ ัติงานของสถาบัน (๗) ให้ข้อเสนอแนะการพิจารณาแต่งตั้ง โยกยา้ ย เลื่อนข้ัน เลอ่ื นตาแหนง่ และการประเมนิ ผลงานของหวั หน้าหนว่ ยงานตรวจสอบภายในต่อคณะกรรมการบริหารสถาบัน (๘) ประชุมหารือร่วมกับสานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้สอบบัญชีที่สานักงาน การตรวจเงินแผ่นดินเห็นชอบเกี่ยวกับผลการตรวจสอบและเรื่องอื่น ๆ และอาจเสนอแนะให้สอบทาน หรือตรวจสอบรายการใดทเ่ี หน็ วา่ จาเปน็ รวมถึงเสนอคา่ ตอบแทนของผสู้ อบบญั ชตี อ่ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั และจัดให้มีการประชุมร่วมกับผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายใน และท่ีปรึกษาภายนอก ตามความจาเป็น และเหมาะสม (๙) รายงานผลการดาเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยปีละหน่ึงครั้ง ตอ่ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบัน (๑๐) ประเมินผลการดาเนินงาน ปัญหาและอุปสรรคของหน่วยงานตรวจสอบภายใน รวมท้ัง เสนอแนะแนวทางการพัฒนาระบบการตรวจสอบภายในและศักยภาพของ ผู้ตรวจสอบภายในของ สถาบนั อย่างนอ้ ยปีละหนึง่ คร้ังตอ่ คณะกรรมการบริหารสถาบนั (๑๑) ให้ข้อเสนอแนะคณะกรรมการบริหารสถาบันในการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ท้ังนี้ เฉพาะกรณีที่ผู้สอบบัญชไี มใ่ ช่สานักงานการตรวจเงินแผ่นดนิ เพ่ือตดิ ตามผลการปฏิบัติงานและพิจารณา คา่ ตอบแทนในการสอบบญั ชี (๑๒) พิจารณาตัดสินในกรณีที่ฝ่ายบริหารและผู้สอบบัญชีมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับรายงาน ทางการเงนิ (๑๓) ให้คาแนะนาในการจดั หาท่ีปรกึ ษาจากภายนอกหรือผู้เชีย่ วชาญทางวิชาชีพ ในการใหค้ าแนะนา หรือชว่ ยในการปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบ หนา้ 210

หน้า ๔๐ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา (๑๔) ปฏิบัติงานอ่นื ใดตามทก่ี ฎหมายกาหนดหรือคณะกรรมการบริหารสถาบนั มอบหมาย ข้อ ๑๖ วาระการดารงตาแหน่งของคณะกรรมการตรวจสอบให้เป็นไปตามวาระของ คณะกรรมการที่แต่งต้ัง ในกรณีที่ประธานกรรมการตรวจสอบหรือกรรมการตรวจสอบพ้นจากตาแหน่ง ก่อนวาระ หรือในกรณีท่ีคณะกรรมการแต่งต้ังกรรมการตรวจสอบเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการ ตรวจสอบ ซ่ึงแต่งต้ังไว้แล้วยังมีวาระการดารงตาแหน่งเหลืออยู่ ให้ผู้ที่ได้รับแต่งต้ังแทนตาแหน่ง ท่ีว่างหรือเป็นกรรมการตรวจสอบเพิ่มข้ึนอยู่ในตาแหน่งเท่ากับวาระท่ีเหลืออยู่ของกรรมการตรวจสอบ ที่แตง่ ต้ังไวแ้ ล้ว เมอื่ ครบวาระตามวรรคหน่งึ หากยังมิไดม้ ีการแตง่ ตัง้ ประธานกรรมการตรวจสอบหรอื กรรมการ ตรวจสอบแทนตาแหนง่ ทวี่ ่าง ใหป้ ระธานกรรมการตรวจสอบหรอื กรรมการตรวจสอบซงึ่ พ้นจากตาแหนง่ ตามวาระนั้นอยู่ในตาแหน่งเพื่อดาเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการตรวจส อบหรือกรรมการ ตรวจสอบซง่ึ ไดร้ บั แต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าท่ี ข้อ ๑๗ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ ให้ประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรมการ ตรวจสอบของสถาบนั พน้ จากตาแหน่งเมอื่ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคณุ สมบตั ติ ามข้อ ๑๓ หรือมีลักษณะตอ้ งหา้ มตามขอ้ ๑๔ (๔) คณะกรรมการบริหารสถาบันมีมติให้พ้นจากตาแหน่งเพราะบกพร่องต่อหน้าที่มีความ ประพฤติเส่ือมเสยี หรือหย่อนความสามารถ ข้อ ๑๘ ให้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ อย่างน้อยปีละสองคร้ัง เพื่อตรวจสอบ ผลการปฏิบตั งิ านและงบการเงนิ การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบให้นามาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติความม่ันคง ด้านวัคซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาใช้บังคบั โดยอนุโลม ให้คณะกรรมการตรวจสอบได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอ่ืนในอัตราเดียวกันกับ คณะอนุกรรมการทค่ี ณะกรรมการบริหารสถาบันแตง่ ตงั้ หมวด ๓ หนว่ ยงานตรวจสอบภายใน ขอ้ ๑๙ ให้หน่วยงานตรวจสอบภายในของสถาบันรับผิดชอบตรวจสอบการปฏิบัติงาน ของสถาบนั ขอ้ ๒๐ ให้หนว่ ยงานตรวจสอบภายในของสถาบัน มีหนา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบ ดังนี้ (๑) กาหนดเป้าหมาย ทิศทาง ภารกิจงานตรวจสอบภายใน เพื่อสนับสนุนการบริหารงาน และการดาเนนิ งานดา้ นตา่ ง ๆ ของสถาบัน คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั และคณะกรรมการตรวจสอบ หน้า 211

หน้า ๔๑ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา หรือคณะกรรมการอื่นใดท่ีปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกันโดยคานึงถึงการกากับดูแลที่ดี ความมี ประสทิ ธภิ าพของกจิ กรรมการบริหารความเสี่ยงและความเพียงพอของการควบคมุ ภายในของสถาบนั ดว้ ย (๒) กาหนดกฎบัตรไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและเสนอผู้อานวยการก่อนเสนอคณะกรรมการ ตรวจสอบ เพ่ือพิจารณาให้ความเห็นชอบและเผยแพร่ให้หน่วยรับตรวจทราบ รวมทั้งมีการสอบทาน ความเหมาะสมของกฎบตั รอย่างนอ้ ยปีละหนง่ึ คร้ัง (๓) จัดให้มีการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายในท้ังภายในและภายนอก และเสนอ รายงานผลประเมิน ปัญหาและอุปสรรค รวมท้ังแผนปรับปรุงการดาเนินงานเสนอผู้อานวยการ และคณะกรรมการตรวจสอบ (๔) จัดทาและเสนอแผนการตรวจสอบประจาปีต่อผู้อานวยการก่อนเสนอคณะกรรมการ ตรวจสอบ เพอ่ื พจิ ารณาอนุมัตภิ ายในเดอื นสดุ ท้ายของปีงบประมาณหรอื ปีปฏทิ นิ แล้วแต่กรณี ในกรณีท่ีหน่วยงานตรวจสอบภายในวางแผนการตรวจสอบที่มีระยะเวลาต้ังแต่หน่ึงปีขึ้นไป ใหน้ ามาใช้ประกอบการพจิ ารณาอนุมตั ิแผนการตรวจสอบประจาปีดว้ ย (๕) ใหป้ ฏิบัติงานตรวจสอบใหเ้ ปน็ ไปตามแผนการตรวจสอบประจาปีทไ่ี ด้รับอนมุ ัตติ ามข้อ (๔) (๖) จัดทาและเสนอรายงานผลการตรวจสอบต่อผู้อานวยการและคณะกรรมการตรวจสอบ ภายในเวลาอันสมควรหรืออย่างน้อยทุกสองเดือนนับจากวันที่ดาเนินการตรวจ สอบแล้วเสร็จตามแผน กรณเี รอื่ งทีต่ รวจพบเป็นเรอ่ื งที่จะมีผลเสยี หายตอ่ สถาบันให้รายงานผลการตรวจสอบทนั ที (๗) ติดตามผลการตรวจสอบ เสนอแนะและให้คาปรึกษาแก่หน่วยรับตรวจ เพ่ือให้การปรับปรุง แกไ้ ขของหน่วยรับตรวจเปน็ ไปตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบ (๘) ในกรณีมีความจาเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญมาร่วมปฏิบัติงานตรวจสอบให้เสนอขอบเขต และรายละเอียดของงาน คุณสมบัติของผู้รับจ้าง ระยะเวลาดาเนินการ และผลงานท่ีคาดหวังจากผู้รับจ้าง รวมทงั้ ขอ้ เสนอโครงการของผรู้ ับจา้ ง ให้ผ้อู านวยการพจิ ารณาอนุมัตใิ หว้ า่ จา้ งผ้เู ชีย่ วชาญตอ่ ไป (๙) ปฏบิ ัตงิ านในการให้คาปรกึ ษาแกผ่ ู้อานวยการ หนว่ ยรบั ตรวจ และผูท้ ี่เก่ียวข้อง (๑๐) ประสานงานกับผู้สอบบัญชี คณะกรรมการตรวจสอบหรือคณะกรรมการอ่ืนที่ปฏิบัติงาน เช่นเดียวกันและหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องเพ่ือให้เกิดความม่ันใจว่าขอบเขตของงานตรวจสอบครอบคลุม เร่อื งที่สาคญั อยา่ งเหมาะสมและลดการปฏบิ ตั ิงานท่ีซา้ ซอ้ นกนั (๑๑) ปฏิบัติงานอ่ืนท่ีเก่ียวข้องกับการตรวจสอบภายใน ตามท่ีได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ตรวจสอบและผู้อานวยการ ข้อ ๒๑ ขอบเขตงานของการตรวจสอบภายในให้ครอบคลุมถึง การตรวจสอบ วิเคราะห์ รวมทั้งการประเมินความเพียงพอและประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยง ของสถาบัน ซงึ่ รวมถงึ (๑) ประเมินความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดาเนินงานในหน้าท่ีของหน่วยรับตรวจ เสนอแนะการปรับปรุงการบรหิ ารความเสย่ี ง การควบคุม และการกากบั ดูแลอย่างตอ่ เน่ือง หน้า 212

หน้า ๔๒ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา (๒) สอบทานการปฏิบัติงานตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับหรือมติคณะรัฐมนตรี ท่เี กี่ยวขอ้ งกับการดาเนินงาน รวมท้ังข้อกาหนดอนื่ ของสถาบัน (๓) สอบทานความถูกต้องและเช่อื ถือไดข้ องข้อมลู การดาเนินงานและการเงนิ การคลัง (๔) ตรวจสอบระบบการดูแลรักษา และความปลอดภัยของทรัพย์สินของหน่วยรับตรวจ ให้มคี วามเหมาะสมกบั ประเภทของทรัพยส์ นิ นนั้ (๕) วิเคราะหแ์ ละประเมินความมีประสทิ ธิภาพ ประหยดั และคุ้มคา่ ในการใชท้ รัพยากร ขอ้ ๒๒ ให้ผู้ตรวจสอบภายในปฏิบัติงานตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานการตรวจสอบ ภายในสาหรับหน่วยงานของรัฐ กรณีที่ไม่ได้กาหนดไว้ใหถ้ ือปฏิบตั ิตามมาตรฐานสากล ขอ้ ๒๓ ให้ผู้ตรวจสอบภายในปฏิบัติตนให้เป็นไปตามจรรยาบรรณตรวจสอบภายในสาหรับ หน่วยงานของรัฐตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบ ภายในสาหรับหน่วยงานของรฐั หมวด ๔ หนว่ ยรับตรวจ ขอ้ ๒๔ ให้หนว่ ยรบั ตรวจ มีหน้าที่และความรับผดิ ชอบ ดงั น้ี (๑) อานวยความสะดวกและใหค้ วามร่วมมอื แกผ่ ตู้ รวจสอบภายใน (๒) จัดเตรียมเอกสารหลกั ฐานทเี่ กี่ยวกบั การดาเนนิ งาน รวมถึงข้อมลู ท่เี กีย่ วขอ้ งให้ครบถว้ นสมบรู ณ์ พรอ้ มที่จะตรวจสอบได้ (๓) จัดทาบัญชีและจัดเก็บเอกสารประกอบรายการบัญชีพร้อมท่ีจะให้ผู้ตรวจสอบภายใน ตรวจสอบได้ (๔) จัดใหม้ รี ะบบการเก็บเอกสารในการปฏิบัติงานทเี่ หมาะสมและครบถว้ น (๕) ชแ้ี จงและตอบขอ้ ซักถามตา่ ง ๆ พร้อมทั้งหาข้อมูลเพิ่มเติมให้แกผ่ ู้ตรวจสอบภายใน (๖) ปฏิบัติตามข้อทักท้วง และข้อเสนอแนะของผู้ตรวจสอบภายในในเร่ืองต่าง ๆ ที่ผู้อานวยการ สถาบันสงั่ ใหป้ ฏิบัติ กรณีที่เจ้าหน้าท่ีของหน่วยรับตรวจกระทาการโดยจงใจไม่ปฏิบัติ หรือละเลยต่อการปฏิบัติหน้าท่ี ตามวรรคหนงึ่ ใหผ้ ตู้ รวจสอบภายในรายงานผอู้ านวยการเพ่ือพิจารณาส่ังการตามควรแกก่ รณี บทเฉพาะกาล ข้อ ๒๕ ระเบียบนไี้ ม่มผี ลกระทบกระเทือนการใดซึง่ ไดด้ าเนินการไปแล้วโดยชอบดว้ ยระเบยี บ ข้อบงั คับ หรอื คาส่งั ของสถาบนั ที่ใชอ้ ยกู่ ่อนวนั ทรี่ ะเบียบน้มี ีผลใชบ้ งั คบั หนา้ 213

หน้า ๔๓ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา การปฏิบัติการใดที่กาหนดไว้ในระเบียบนี้ และอยู่ในระหว่างการดาเนินการยังไม่แล้วเสร็จ ในวันท่ีระเบียบน้ีมีผลใช้บังคับ ให้ดาเนินการตามระเบียบ ข้อบังคับหรือคาสั่งของสถาบันที่ใช้อยู่เดิม ต่อไปจนกวา่ จะแล้วเสร็จ ประกาศ ณ วนั ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕62 มานติ ธรี ะตนั ติกานนท์ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ หนา้ 214

หน้า ๔ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๘ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ระเบยี บคณะกรรมการวัคซนี แห่งชาติ ว่าดว้ ยการให้ทนุ การสง่ เสริม การสนับสนนุ และการสรา้ งความร่วมมอื เพ่อื การวจิ ยั การพฒั นา การผลติ วัคซนี พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยท่ีเป็นการสมควรให้มีระเบียบวา่ ด้วยการให้ทุน การส่งเสริม การสนับสนุน และการสร้าง ความรว่ มมอื เพื่อการวจิ ยั การพฒั นา การผลิต วคั ซนี ของประเทศ ใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและ สอดคลอ้ งกับนโยบายและแผนยทุ ธศาสตร์ความมั่นคงดา้ นวัคซนี แห่งชาติ อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๐ (๒) มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติความม่ันคงด้านวคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบกับมติคณะกรรมการวัคซีนแหง่ ชาติ เมื่อวันที่ ๒๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการวคั ซนี แหง่ ชาติจึงวางระเบียบไว้ ดังตอ่ ไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ว่าด้วยการให้ทุน การส่งเสริม การสนับสนุน และการสร้างความร่วมมือ เพ่ือการวิจัย การพัฒนา การผลิต วัคซีน พ.ศ. ๒๕๖๒” ขอ้ ๒ ระเบยี บนใี้ ห้ใช้บังคับตั้งแตว่ ันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป ขอ้ ๓ ในระเบียบนี้ “สถาบนั ” หมายความว่า สถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการวคั ซนี แหง่ ชาติ “คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการส่งเสรมิ การวิจยั พัฒนาและผลติ วัคซนี “ผ้อู านวยการ” หมายความวา่ ผู้อานวยการสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ “เครือข่ายด้านวัคซีน” หมายความว่า หน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชน หน่วยงานเอกชน หรือบุคคลธรรมดา ท่ีมีบทบาทหน้าท่ีในการ ดาเนินงานดา้ นวคั ซนี “การวิจัย” หมายความว่า การศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ หรือทดลองอย่างเป็นระบบ อนั จะทาให้ได้มาซ่งึ ขอ้ เท็จจริง ความรใู้ หม่ กระบวนการ หลักการ แนวทาง การต่อยอดในงานด้านวคั ซนี “การพัฒนาวัคซีน” หมายความว่า การต่อยอดงานวิจัย เพื่อพัฒนาให้ได้วัคซีนต้นแบบหรือ กระบวนการท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัคซีนในระดับห้องปฏิบัติการ ในสัตว์ทดลอง และในมนุษย์ รวมถงึ การพัฒนาดา้ นกระบวนการผลติ การประกนั และควบคุมคุณภาพ และการสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกันโรค “การผลิตวัคซีน” หมายความว่า กระบวนการที่ทาให้ได้มาซ่ึงวัคซีนในระดับอุตสาหกรรม โดยรวมตั้งแต่ระดับต้นน้า กลางน้า และปลายน้า ตลอดจนการนาเข้าเทคโนโลยีการผลิตจาก ตา่ งประเทศ หน้า 215

หน้า ๕ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๒๗๘ ง ราชกจิ จานุเบกษา “การประกันและควบคุมคุณภาพ” หมายความว่า กระบวนการควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบ รับรองคุณภาพ และการประเมินคุณภาพอย่างเป็นระบบในทุกกระบวนการ เพ่ือให้ได้มาซึ่งวัคซีน ที่มคี ณุ ภาพ “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รฐั วสิ าหกิจ หรือหนว่ ยงานอ่ืนของรัฐ ที่ดาเนินงานดา้ นวัคซีน “หน่วยงานเอกชน” หมายความว่า องค์กรที่จัดต้ังโดยภาคเอกชน เป็นนิติบุคคลและไมเ่ ปน็ นิติบุคคล และในการดาเนินการลักษณะเป็นการแสวงหากาไรและไม่แสวงหากาไร ที่ดาเนินการ หรอื สนับสนนุ การวิจัย การพัฒนา และการผลิตวคั ซนี “องค์กรให้ทุน” หมายความว่า ส่วนราชการ องค์การมหาชน หน่วยงานเอกชน องค์กรสาธารณกุศล หรือองค์กรอ่ืนใด ท่ีมีบทบาทหน้าท่ีในการสนับสนุนเงินทุนเพ่ือการพัฒนางานด้านวัคซีน หรอื ท่ีเก่ยี วข้อง โดยเปน็ องค์กรภายในหรอื ภายนอกประเทศก็ได้ “ทนุ ” หมายความวา่ เงินหรือทรัพยากรทีใ่ ช้ในการสนบั สนุนการดาเนินงานด้านวคั ซนี “นโยบายและแผนยุทธศาสตร์” หมายความว่า นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคง ด้านวัคซนี แหง่ ชาติ ขอ้ ๔ ใหป้ ระธานกรรมการวัคซนี แหง่ ชาตริ ักษาการตามระเบยี บน้ี หมวด ๑ การให้ทนุ ข้อ ๕ เพื่อให้การดาเนินงานดา้ นวคั ซีนของประเทศเป็นไปตามนโยบายและแผนยทุ ธศาสตร์ ให้หน่วยงานท่ีได้รับงบประมาณตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์นั้น จัดให้มีทุนเพ่ือสนับสนุนด้านการวิจัย การพัฒนา การผลิต วคั ซนี ขอ้ ๖ แหล่งทีม่ าของทุนตามข้อ ๕ ให้รวมถึง (๑) ทนุ ทไ่ี ด้รับจัดสรรจากงบประมาณ (๒) ทุนท่หี น่วยงานของรฐั มไี ว้เพ่ือสนบั สนนุ และดาเนินการให้ทุน (๓) ทนุ อดุ หนนุ จากหนว่ ยงานเอกชน หรอื องค์กรอื่น รวมท้งั จากตา่ งประเทศ และทีม่ ีผ้อู ทุ ศิ ให้ ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัยพัฒนา และผลิตวัคซีน เพื่อดาเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุนทุนด้านวัคซีนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใหม้ หี น้าทแี่ ละอานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) กาหนดกรอบและแนวทางสนับสนุนงบประมาณ เพ่ือเป็นทุนด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตวัคซีน การรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน การสนับสนุนด้านบุคลากรและโครงสร้าง พน้ื ฐานดา้ นวคั ซนี ตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ หนา้ 216

หน้า ๖ ๑๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๘ ง ราชกจิ จานุเบกษา (๒) กาหนดแนวทางส่งเสริมดา้ นการลงทุน เพื่อส่งเสรมิ สนับสนุนการวิจัย พัฒนา และผลติ วัคซีน ตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ (๓) กาหนดแนวทาง และหรือช่องทางขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพ่ือให้บรรลุ วัตถุประสงคข์ องการพฒั นางานด้านวคั ซนี ตามนโยบายและแผนยทุ ธศาสตร์ (๔) แตง่ ตั้งคณะทางาน เพื่อดาเนนิ การในเรอื่ งทเี่ กย่ี วกับการดาเนนิ งานของคณะอนุกรรมการ (๕) กาหนดแนวทางและดาเนินการอ่ืนใด เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายด้านการวิจัย พัฒนา และผลติ วัคซีนตามความเห็นชอบของคณะกรรมการ (๖) ดาเนนิ การอ่ืนใดตามท่ีคณะกรรมการมอบหมาย การดาเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓) ใหเ้ สนอคณะกรรมการพจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบ หมวด ๒ การสง่ เสรมิ การสนบั สนนุ ข้อ ๘ การดาเนนิ การตามมาตรา ๑๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖1 ให้เปน็ ไปตามระเบยี บที่คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติกาหนด ขอ้ ๙ ใหผ้ ผู้ ลิตยาทเ่ี ปน็ วคั ซนี ซึ่งผลิตในประเทศ ไดร้ บั การส่งเสริมตามกฎกระทรวงกาหนดพสั ดุ และวธิ กี ารจัดซอื้ จัดจ้างพัสดทุ ี่รัฐต้องการส่งเสรมิ หรือสนบั สนุน ท่ีออกโดยกระทรวงการคลงั ตามหลักเกณฑ์ ท่คี ณะกรรมการกาหนด ขอ้ ๑๐ เพื่อส่งเสริมและจูงใจให้หน่วยงานด้านการผลิตวัคซีนของประเทศซ่ึงเป็นหน่วยงานเอกชน ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น ให้สถาบันประสานส่วนราชการ ที่เก่ียวข้องท่ีมีอานาจหน้าที่ด้านกฎหมายร่วมกันกาหนดกรอบแนวทาง และหรือช่องทางเร่งด่วน ในการพิจารณามาตรการ จูงใจด้านภาษีสาหรับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม แกผ่ วู้ ิจัย ผู้พฒั นา และผผู้ ลิตวัคซีนเปา้ หมายตามนโยบายและแผนยทุ ธศาสตร์ ขอ้ ๑๑ เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านวัคซีน และสร้างศักยภาพด้านการผลิตวัคซีนในประเทศ คณะกรรมการอาจส่งเสริมให้เกิดโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อการผลิตวัคซีนเป้าหมาย ท่อี ยใู่ นนโยบายและแผนยทุ ธศาสตร์ ขอ้ ๑๒ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ผลิตวัคซีนในประเทศ ให้สถาบันประสานส่วนราชการ ทเ่ี ก่ยี วข้องเพม่ิ ช่องทางให้หน่วยงานรฐั วสิ าหกิจ หรือหนว่ ยงานอ่นื ของรัฐ สามารถนาเงินรายไดม้ าลงทนุ ในการวิจัยพัฒนาตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ โดยให้รับรู้เป็นผลสัมฤทธ์ิในการดาเนินงาน ของหนว่ ยงานนัน้ ขอ้ ๑๓ เพ่ือให้การวิจัย การพัฒนา การผลิต และการประกันคุณภาพด้านวัคซีนของประเทศ บรรลุผลสาเรจ็ ตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ หนา้ 217

หน้า ๗ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๘ ง ราชกจิ จานเุ บกษา (๑) ให้ส่วนราชการและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง พิจารณายกเว้นหรือใช้มาตรการทางภาษี สาหรับงานวิจัยพัฒนา หรือการดาเนินงานที่เก่ียวข้องกับวัคซีนเป้าหมาย และพิจารณายกเว้น หรือลดหย่อนค่าธรรมเนียม กรณีมีการจดสิทธิบัตรผลงานท่ีเกิดจากการวิจัยและพัฒนาวัคซีน ตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ (๒) ให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องประสานกับสถาบัน เพ่ือการเข้าถึงข้อมูลด้านวัคซีน ของผู้วิจัย ผู้พัฒนา ผู้ผลิต ผู้ประกันคุณภาพ ผู้บริหารจัดการ และผู้ให้บริการวัคซีน โดยการเข้าถึงข้อมูล จะต้องไมข่ ัดต่อกฎหมายท่เี กีย่ วข้อง หมวด ๓ การสรา้ งความรว่ มมอื ขอ้ ๑๔ เพื่อให้การวิจัย การพัฒนา การผลิต และการประกันคุณภาพด้านวัคซีนของประเทศ บรรลผุ ลสาเร็จตามนโยบายและแผนยทุ ธศาสตร์ ใหส้ ถาบันดาเนนิ การ ดงั นี้ (๑) ประสานและขอความร่วมมือในการจัดตั้งเครือข่ายเฉพาะ เพื่อสร้างความร่วมมือและ รวบรวมองคค์ วามรเู้ ชงิ เทคนคิ ดา้ นการพัฒนาวคั ซนี (๒) ประสานและขอความรว่ มมอื ให้หน่วยงานด้านการควบคมุ กากับคุณภาพวคั ซนี สนับสนุน ผู้เช่ียวชาญ หรือความร่วมมือ กรณีมีการทดสอบคุณภาพวัคซีนด้วยวิธีใหม่ ให้หน่วยงานประกันและ ควบคมุ คุณภาพถ่ายทอดวิธกี ารทดสอบคณุ ภาพวัคซีนใหก้ บั ผูผ้ ลติ ในประเทศ (๓) ประสานและขอความร่วมมือให้หน่วยงานด้านควบคุมกากับคุณภาพวัคซีนสนับสนุน ช่องทางเร่งด่วนในการอนุญาต การข้ึนทะเบียนตารับ และการรับรองรุน่ การผลิตวัคซนี สาหรับผู้ผลติ วัคซีนในประเทศ ท้ังในภาวะปกติและภาวะฉกุ เฉิน (๔) ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพ่ือกาหนดแนวทาง และหรือช่องทางในการ อานวยความสะดวก การแลกเปลีย่ น นาเข้าหรือส่งออกชวี วตั ถุเพือ่ การวิจัย พฒั นา ผลิต และประกนั คณุ ภาพวัคซีน ประกาศ ณ วนั ที่ 11 ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖2 อนทุ ิน ชาญวรี กลู รองนายกรฐั มนตรี ประธานกรรมการวคั ซนี แหง่ ชาติ หนา้ 218

เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๓๕ ง หน้า ๑ ๑๔ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ ราชกจิ จานุเบกษา ระเบยี บคณะกรรมการวคั ซีนแหง่ ชาติ ว่าดว้ ยการสง่ เสริม การสนบั สนุน และการใหค้ วามรว่ มมอื เพื่อการบรหิ ารจดั การ การจดั หา การกระจายวคั ซีน และการสรา้ งเสริมภมู คิ มุ้ กนั โรคใหแ้ กป่ ระชาชน พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยการส่งเสริม การสนับสนุน และการให้ความร่วมมือ เพื่อการบริหารจัดการ การจัดหา การกระจายวัคซีน และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ประชาชน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายและแผนยุทธศาสตร์คว ามม่ันคงด้านวัคซีน แหง่ ชาติ อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๐ (๒) และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบญั ญตั ิความม่ันคง ด้านวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบกบั มติคณะกรรมการวัคซีนแหง่ ชาติ เมอ่ื วันที่ ๒๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการวคั ซีนแห่งชาตจิ ึงวางระเบยี บไว้ ดังตอ่ ไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการส่งเสริม การสนับสนุน และการให้ความร่วมมือ เพื่อการบริหารจัดการ การจัดหา การกระจายวัคซีน และ การสร้างเสรมิ ภูมคิ ้มุ กันโรคใหแ้ กป่ ระชาชน พ.ศ. ๒๕๖๒” ขอ้ ๒ ระเบียบนีใ้ ห้ใชบ้ ังคบั ตงั้ แต่วันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป ขอ้ ๓ ในระเบียบนี้ “สถาบนั ” หมายความว่า สถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการวคั ซีนแหง่ ชาติ “คณะอนกุ รรมการ” หมายความวา่ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการวัคซีนเพื่อความมั่นคง “คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค” หมายความว่า คณะอนุกรรมการสร้างเสริม ภูมคิ มุ้ กันโรคภายใตค้ ณะกรรมการวคั ซีนแหง่ ชาติ ตามพระราชบญั ญัติน้ี “การบริหารจัดการ” หมายความว่า การคัดเลือก การจัดหา การสารอง การกระจาย การนาไปใช้ และการบรหิ ารจัดการคลงั วัคซีน “การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค” หมายความว่า ระบบและกระบวนการท่ีทาให้เกิดภูมิคุ้มกัน ในการป้องกนั โรคทัง้ ในระดบั บุคคลและในระดับภาพรวมด้านสาธารณสขุ “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถ่นิ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ดาเนินงานด้านการบริหารจัดการวัคซีน และการให้บริการ สร้างเสรมิ ภูมิคมุ้ กนั โรคใหแ้ กป่ ระชาชน “หน่วยงานเอกชน” หมายความว่า องค์กรท่ีจัดต้ังโดยภาคเอกชน เป็นนิติบุคคลและไมเ่ ป็น นิติบุคคล และในการดาเนินการลักษณะเป็นการแสวงหากาไรและไม่แสวงหากาไรท่ีดาเนินงาน ด้านการบริหารจดั การด้านวัคซีน และการให้บริการสรา้ งเสริมภูมคิ ุม้ กนั โรคใหแ้ กป่ ระชาชน หนา้ 219

เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๓๕ ง หน้า ๒ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ราชกิจจานเุ บกษา “ประชาชน” หมายความวา่ คนไทยและบคุ คลต่าง ๆ ทีอ่ ยใู่ นราชอาณาจักรไทย “นโยบายและแผนยุทธศาสตร์” หมายความว่า นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคง ด้านวคั ซนี แห่งชาติ ขอ้ ๔ เพ่ือให้การดาเนินงานด้านวัคซีนของประเทศเป็นไปตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ ให้หน่วยงานของรัฐที่ได้รับงบประมาณตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ ดาเนินการหรือสนับสนุน การดาเนินการด้านการบริหารจดั การวัคซนี หรือการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกนั โรคแกป่ ระชาชน ขอ้ ๕ ให้คณะกรรมการพิจารณาและประกาศกาหนดการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแก่ ประชาชนตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานของรัฐ และหนว่ ยงานเอกชนนาไปใช้เปน็ แนวทางในการดาเนนิ งาน ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการแต่งต้ังคณะอนุกรรมการบริหารจัดการวัคซีนเพ่ือความมั่นคง เพ่ือดาเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริม การสนับสนุน และการให้ความร่วมมือ เพ่ือให้การบริหารจัดการวัคซนี และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ประชาชน โดยหน่วยงานรัฐและหน่วยงานเอกชน เป็นไป อยา่ งครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยมหี น้าท่ีและอานาจ ดังตอ่ ไปน้ี (๑) กาหนดแนวทางในการบริหารจัดการวัคซีนทั้งในระยะส้ัน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้คณะอนุกรรมการ และคณะทางานของคณะกรรมการอ่ืนใด รวมท้ังหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับ การบริหารจัดการวัคซนี และการสรา้ งเสริมภูมิคุ้มกันโรค ใช้เป็นแนวทางในการดาเนินงานให้ครอบคลมุ ประชาชนทกุ กลมุ่ เปา้ หมาย ทง้ั ในภาวะปกตแิ ละภาวะฉกุ เฉนิ (๒) ใหข้ ้อเสนอแนะต่อผลการดาเนินงานดา้ นการบรหิ ารจัดการวคั ซีนของหนว่ ยงานที่เกยี่ วขอ้ ง เพ่ือการพฒั นาระบบการบริหารจัดการวัคซีนของประเทศให้เป็นเอกภาพและมปี ระสิทธิภาพ (๓) ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อรายการและแผนการจัดหาวัคซีนสาหรับประชาชน ทกุ กลมุ่ เปา้ หมายจากทกุ หนว่ ยงานของรฐั เพอื่ ให้เกิดความสอดคล้องกบั นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ (๔) ประสานกบั กลไกอื่น ๆ เพื่อให้การดาเนินงานคลอ่ งตัวและเป็นไปในทศิ ทางเดยี วกนั (๕) แต่งตง้ั คณะทางาน เพอ่ื ดาเนนิ การในเร่ืองทเี่ ก่ยี วกบั การดาเนนิ งานของคณะอนกุ รรมการ (๖) รายงานผลการดาเนนิ งานใหค้ ณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละครงั้ (๗) ดาเนนิ การอน่ื ใดตามท่ีคณะกรรมการมอบหมาย การดาเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓) ให้เสนอคณะกรรมการพจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบ ข้อ ๗ ให้สถาบันประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง ทั้งหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชน ในการกาหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีนของบุคคล ตามกาหนดการสร้างเสริม ภูมิคุ้มกนั โรค และตดิ ตามบันทกึ ข้อมูลการรับวคั ซีนของบคุ คล ในระยะเวลาท่ีเหมาะสม หน้า 220

เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๓๕ ง หน้า ๓ ๑๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ ราชกจิ จานเุ บกษา ข้อ ๘ ใหส้ ถาบนั ประสานความร่วมมอื กบั สถานบริการทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุขทกุ แห่ง ท้ังหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชน ในการรายงานข้อมูลการให้บริการวัคซีนแก่ประชาชน และ การบริหารจดั การวคั ซีนตามระบบทกี่ ระทรวงสาธารณสุขกาหนด ขอ้ ๙ ใหป้ ระธานกรรมการวคั ซนี แหง่ ชาตริ กั ษาการตามระเบยี บน้ี ประกาศ ณ วนั ท่ี 26 ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕62 อนทุ ิน ชาญวรี กลู รองนายกรฐั มนตรี ประธานกรรมการวคั ซนี แหง่ ชาติ หน้า 221

หน้า ๑ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๘๖ ง ราชกิจจานเุ บกษา ระเบยี บคณะกรรมการวัคซีนแหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์การคดั เลอื ก และวิธกี ารจดั ซ้ือยาทเี่ ป็นวคั ซนี ท่ีรฐั ต้องการสง่ เสรมิ หรอื สนบั สนุน พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยที่เป็นการสมควรให้มีหลักเกณฑ์การคัดเลือก และวิธีการจัดซ้ือยาที่เป็นวัคซีนซ่ึงผลิต ภายในประเทศให้เป็นพัสดุท่ีรัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมวัคซีน ภายในประเทศ และเปน็ การสร้างความม่ันคงดา้ นวัคซนี ของประเทศ อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๐ (๒) แหง่ พระราชบัญญตั ิความม่นั คงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และมติคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ในการประชุมคร้ังท่ี ๓/๒๕๖๓ เม่ือวันท่ี 29 มิถนุ ายน พ.ศ. 2563 จึงวางระเบยี บไว้ ดังตอ่ ไปน้ี ข้อ ๑ ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ การคดั เลอื ก และวธิ ีการจัดซอื้ ยาทเ่ี ปน็ วคั ซนี ที่รัฐต้องการสง่ เสรมิ หรอื สนับสนุน พ.ศ. ๒๕๖๓” ขอ้ ๒ ระเบยี บน้ีให้ใชบ้ ังคับตั้งแต่วันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตน้ ไป ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ “สถาบนั ” หมายความวา่ สถาบนั วัคซีนแห่งชาติ “คณะทางาน” หมายความวา่ คณะทางานคัดเลอื กยาทเี่ ปน็ วัคซนี ซ่งึ ผลติ ในประเทศ “ความมั่นคงด้านวัคซีน” หมายความว่า การเข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม การดาเนินการให้มีปริมาณวัคซีนเพียงพอต่อความต้องการ มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ในการสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค เพอื่ การมีสขุ ภาพท่ีดีของประชาชน “วัคซีน” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ท่ีผลิตจากส่ิงมีชีวิตหรือท่ีได้จากการสังเคราะห์ หรือกระบวนการอ่ืนใด ที่นามาใช้กระตุ้นหรือสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพ่ือป้องกัน ควบคุม รักษา หรือลดความรุนแรงของโรคในมนุษย์ “กระบวนการผลิตวคั ซีนระดับต้นน้า” หมายความวา่ กระบวนการผลิตต้ังแต่การเพิ่มจานวน เช้ือจุลชีพก่อโรค หรือเช้ือจุลชีพก่อโรคที่ถูกทาให้อ่อนฤทธ์ิแล้ว (Attenuated strain) หรือผลิต แอนติเจนที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพ่ือให้ได้หัวเชื้อสาหรับผลิตวัคซีน จากนั้นนาหัวเชื้อ ที่ได้มาทาให้บริสทุ ธิ์ (Purification) หรือทาให้หมดฤทธใ์ิ นการกอ่ โรค (Inactivation/ Detoxification) รวมทั้งการผสมสูตร (Formulation) กับสารเพ่ิมความคงตัว หรือวัตถุกันเสีย เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพ ของแอนติเจนตั้งต้น จนถึงการบรรจุ (Filling) กระบวนการทาแหง้ (Lyophilization) สาหรับวัคซนี ชนิดผงแห้ง พร้อมติดฉลาก (Labeling) ในภาชนะท่ีเหมาะสมด้วยกระบวนการปราศจากเช้ือ ไดเ้ ปน็ ผลติ ภณั ฑ์วัคซีน (Finished product) “กระบวนการผลิตวัคซีนระดับกลางน้า” หมายความว่า กระบวนการต้ังแต่การนาหัวเชื้อจุลชีพ ก่อโรคหรือแอนตเิ จนมาทาให้บรสิ ทุ ธ์ิ (Purification) หรอื ทาให้หมดฤทธใิ์ นการก่อโรค (Inactivation/Detoxification) หน้า 222

หน้า ๒ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๑๘๖ ง ราชกิจจานุเบกษา หรือผ่านกระบวนการทาให้เพิ่มความคงตวั หรือการผสมสูตร (Formulation) กับสารเพ่ิมความคงตัว หรือวัตถุกันเสีย เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพของแอนติเจนต้ังต้น จนถึงการบรรจุ (Filling) กระบวนการทาแห้ง (Lyophilization) สาหรับวัคซีนชนิดผงแห้ง พร้อมติดฉลาก (Labeling) ในภาชนะท่ีเหมาะสม ดว้ ยกระบวนการปราศจากเช้ือ ไดเ้ ป็นผลติ ภัณฑ์วคั ซีน (Finished product) “กระบวนการผลิตวัคซนี ระดบั ปลายนา้ ” หมายความวา่ กระบวนการผลิตตงั้ แต่การแบง่ บรรจุ (Filling) กระบวนการทาแห้ง (Lyophilization) สาหรับวัคซีนชนิดผงแห้ง และการติดฉลาก (Labeling) ในภาชนะทเ่ี หมาะสมดว้ ยกระบวนการปราศจากเช้อื ได้เปน็ ผลติ ภณั ฑ์วัคซนี (Finished product) ข้อ 4 ให้มีคณะทางานซ่ึงสถาบันแต่งตั้ง โดยมีคุณสมบัติเป็นผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และความเชยี่ วชาญในด้านตา่ ง ๆ ทีเ่ ป็นประโยชนต์ ่อการส่งเสรมิ ผู้ผลิตในประเทศ ข้อ 5 ให้คณะทางานพิจารณาคัดเลือกยาท่ีเป็นวัคซีนดังต่อไปนี้ เป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสรมิ หรอื สนับสนุน (๑) ผลิตในประเทศโดยภาครฐั หรอื ภาคเอกชน (๒) ขน้ึ ทะเบยี นในประเทศ (3) บรรจุในบัญชียาหลักแหง่ ชาติ หรือบรรจุในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกนั โรคของประเทศ หรือโครงการรณรงค์ หรือโครงการนาร่อง หรือโครงการสาธิต หรือโครงการกาจัดโรค หรือโครงการ กวาดลา้ งโรค หรอื วัคซนี สาหรบั ผู้เดนิ ทางต่างประเทศ ข้อ 6 ให้คณะทางานพิจารณาสัดส่วนและระยะเวลาการสนบั สนุน ตามกระบวนการผลิตวคั ซีน ดังตอ่ ไปนี้ (1) วัคซีนท่ีผลิตในประเทศต้ังแต่กระบวนการผลิตวัคซีนระดับต้นน้า ให้มีการจัดซ้ือ ร้อยละ ๖๐ - 80 ของมลู คา่ หรอื ปรมิ าณของวัคซนี ตามแผนการจัดซอ้ื เปน็ ระยะเวลา ๘ - ๑๒ ปี นบั แตว่ นั ท่ี สถาบนั ประกาศใหไ้ ด้รบั การสง่ เสรมิ หรือสนับสนุนตามระเบียบน้ี (2) วัคซีนที่ผลิตในประเทศต้ังแต่กระบวนการผลิตวัคซีนระดับกลางน้า ให้มีการจัดซ้ือ ร้อยละ ๓๐ - ๕๐ ของมูลค่าหรือปริมาณของวัคซีนตามแผนการจัดซื้อเป็นระยะเวลา ๕ - ๗ ปี นบั แตว่ นั ท่ีสถาบนั ประกาศให้ได้รับการสง่ เสรมิ หรือสนบั สนุนตามระเบียบนี้ (3) วัคซีนท่ีผลิตในประเทศตั้งแต่กระบวนการผลิตวัคซีนระดับปลายน้า ให้มีการจัดซ้ือ ร้อยละ ๒๐ - ๓๐ ของมูลค่าหรือปริมาณของวัคซีนตามแผนการจัดซื้อ เป็นระยะเวลา ๒ - ๕ ปี นับแต่วันทส่ี ถาบันประกาศให้ไดร้ ับการสง่ เสริมหรือสนบั สนุนตามระเบียบนี้ ขอ้ 7 ให้คณะทางานพิจารณาขอ้ มูลดังตอ่ ไปน้ี ประกอบการกาหนดสัดส่วนและระยะเวลา การสนบั สนุน ตามขอ้ ๖ (1) การดาเนินงานของผู้ผลิตสอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศ โดยการสนบั สนนุ วัคซนี ใหเ้ พยี งพอทง้ั ในภาวะปกติและภาวะฉกุ เฉิน หน้า 223

หน้า ๓ ๑๔ สงิ หาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๑๘๖ ง ราชกจิ จานุเบกษา (2) แผนการวิจัยพัฒนาวัคซีนเพ่ือส่งเสริมความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศที่มีผลลัพธ์ และกรอบเวลาท่ีชัดเจน โดยมีการพัฒนาวัคซีนท่ีมีนวัตกรรมและเป็นวัคซีนท่ีพัฒนาต้ังแต่ระดับต้นน้า ทั้งน้ี วัคซีนท่ีพัฒนาอาจเป็นวัคซีนท่ีได้รับการสนับสนุนตามประกาศ หรือเป็นวัคซีนชนิดใหม่ และแผนการเตรยี มความพร้อมสาหรบั ผลติ วัคซีนในภาวะฉุกเฉนิ (3) การกาหนดทิศทางการเติบโตของผู้ผลิตท่ีชัดเจนและมีความก้าวหน้าในการขยายตลาด สตู่ ่างประเทศ ขอ้ 8 การคัดเลือกยาที่เป็นวัคซีนซึ่งผลิตในประเทศเป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม หรือสนบั สนุนใหด้ าเนินการ ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ผู้ผลิตย่ืนเสนอรายการยาท่ีเป็นวัคซีนที่จะขอรับการสนับสนุน รวมทั้งข้อมูลตามข้อ ๗ และอนื่ ๆ ตามท่ีสถาบนั กาหนด (๒) คณะทางานพิจารณาคัดเลือกรายการวัคซีนและผู้ผลิต รวมท้ังกาหนดสัดส่วน การสนบั สนุน ระยะเวลา การติดตามประเมนิ ผลเง่อื นไขตา่ ง ๆ และการระงบั สิทธิ ตามระเบยี บนี้ (๓) สถาบันประกาศผลการคัดเลือกรายช่ือยาที่เป็นวัคซีนซ่ึงผลิตในประเทศและผู้ผลิต ทีร่ ัฐต้องการสง่ เสรมิ หรือสนบั สนนุ อยา่ งน้อยปีละ ๑ ครงั้ (๔) ผู้ผลิตตามที่กาหนดในข้อ 5 สามารถแสดงความจานงขอรับการส่งเสริมหรือสนับสนุน เพิม่ เติม เพ่อื ให้คณะทางานได้พิจารณาคดั เลือกให้การสง่ เสริมหรอื สนบั สนนุ ตอ่ ไป ข้อ 9 ให้ส่วนราชการจัดซื้อยาที่เป็นวัคซีนจากผู้ผลิตวัคซีนในประเทศ ตามประกาศ ของสถาบันโดยวิธีเฉพาะเจาะจงตามความในหมวด ๕ ข้อ ๒๑ ของกฎกระทรวงกาหนดพัสดุ และวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติ การจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ เว้นแต่กรณีท่ีผู้ผลิตไม่สามารถผลิตวัคซีน ไดต้ ามปรมิ าณทีก่ าหนด ให้จดั ซ้อื จากผ้ผู ลติ หรอื ผ้นู าเขา้ รายอ่ืนได้ ขอ้ ๑๐ คณะทางานอาจเปลี่ยนแปลงสัดส่วน ระยะเวลาการส่งเสริม สนับสนุน หรือระงับสิทธิ ในปีถดั ไป โดยพจิ ารณาจาก (1) ผลการส่งมอบวัคซนี ไม่เปน็ ไปตามสัญญา (2) ผลการดาเนินงานไม่เป็นไปตามแผนการวิจัยพัฒนาเพ่ือส่งเสริมความม่ันคงด้านวัคซีน ของประเทศ หนา้ 224

หน้า ๔ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๘๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ข้อ 1๑ ใหป้ ระธานกรรมการวคั ซีนแห่งชาติรักษาการตามระเบยี บนี้ ในกรณีท่ีมีปัญหาเก่ียวกับการดาเนินการตามระเบียบน้ี ให้ประธานกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เปน็ ผ้วู ินิจฉัยชีข้ าด ประกาศ ณ วนั ท่ี 22 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕63 อนุทนิ ชาญวรี กลู รองนายกรฐั มนตรี ประธานกรรมการวคั ซนี แหง่ ชาติ หน้า 225

เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๓ ง หน้า ๗ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ราชกิจจานุเบกษา ระเบยี บคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑก์ ารใหท้ นุ เพอื่ การวจิ ัย การพฒั นา การผลติ การประกนั และการควบคุมคุณภาพ การบรหิ ารจัดการ การจดั หา การกระจาย การใหบ้ รกิ ารวคั ซนี การสรา้ งเสรมิ ภมู ิคมุ้ กนั โรค ของสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. 2563 โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้ทุนเพ่ือการวิจัย การพัฒนา การผลิต การประกันและการควบคุมคุณภาพ การบริหารจัดการ การจัดหา การกระจาย หรือ การให้บรกิ ารวัคซีนหรอื การสร้างเสรมิ ภมู ิคุ้มกนั โรค ของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ อาศัยอานาจตามความในข้อ 8 ของระเบียบคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการให้ทุน การส่งเสริม การสนับสนุน และการสร้างความร่วมมือ เพ่ือการวิจัย การพัฒนา การผลิต วัคซีน พ.ศ. 2562 ประกอบกับมติคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันท่ี 20 มีนาคม พ.ศ. 2563 จงึ ออกระเบียบไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้ ขอ้ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้ทุนเพื่อการวิจัย การพัฒนา การผลิต การประกันและการควบคุมคุณภาพ การบริหารจัดการ การจัดหา การกระจาย การให้บริการวัคซีน การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ของสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2563” ขอ้ ๒ ระเบียบนีใ้ ห้ใชบ้ ังคับต้งั แต่วันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ต้นไป ขอ้ ๓ ในระเบยี บนี้ “สถาบนั ” หมายความว่า สถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “คณะกรรมการบรหิ ารสถาบัน” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ “คณะอนุกรรมการวิชาการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการวิชาการของสถาบันวัคซีน แหง่ ชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความวา่ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “ผอู้ านวยการ” หมายความว่า ผู้อานวยการสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ “ผ้ปู ฏบิ ัตงิ าน” หมายความวา่ เจา้ หนา้ ทห่ี รือลูกจา้ งของสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ “ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก” หมายความว่า ผู้มีความรู้ความเช่ียวชาญ หรือมีประสบการณ์ โดยตรงที่เก่ียวข้องกบั เรอื่ งทีข่ อรับทนุ “ผู้รับทุน” หมายความว่า หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐอื่น องค์กร ไมแ่ สวงหากาไร เอกชน สถาบนั การศึกษาของรัฐหรือเอกชน นิติบคุ คล หรอื บคุ คลธรรมดา หนา้ 226

เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๓ ง หน้า ๘ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ราชกิจจานุเบกษา “เครือข่ายด้านวัคซีน” หมายความว่า หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐอ่ืน องค์กรไม่แสวงหากาไร เอกชน สถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชน นิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ท่ีมีบทบาทหน้าทีใ่ นการดาเนนิ งานด้านวัคซนี ในรูปแบบเครอื ข่ายตามทส่ี ถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติกาหนด “แผนการใหท้ ุน” หมายความวา่ แผนการใหท้ ุนด้านวคั ซนี ของสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “แผนการใช้จ่ายงบประมาณ” หมายความว่า แผนการใช้จ่ายงบประมาณประจาปี ของสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ “วิจยั ” หมายความวา่ การศึกษาคน้ ควา้ วเิ คราะห์ หรอื ทดลองอย่างเปน็ ระบบ อันจะทาให้ ไดม้ าซง่ึ ขอ้ เทจ็ จริง ความร้ใู หม่ กระบวนการ หลักการ แนวทาง การต่อยอดในงานด้านวคั ซนี “ทุนวิจัย” หมายความว่า เงินหรือทรัพย์สินที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติให้การสนับสนุนหรือ ท่ีร่วมกับผู้อื่นให้การสนับสนุนแก่ผู้รับทุนในการศึกษาวิจัยด้านวัคซีน ตั้งแต่การวิจัยพัฒนา การผลิต การประกันและควบคมุ คณุ ภาพ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และการวิจัยเชิงนโยบาย เพ่ือใหไ้ ดข้ ้อมลู ความรู้ กระบวนการต่าง ๆ และผลติ ภณั ฑท์ ่ีสามารถนาไปพฒั นาต่อยอดในการนามาใช้เป็นวัคซีน หรือ กจิ กรรมอื่นใด ท่เี กยี่ วเน่ืองกับการวจิ ัย “ทุนอุดหนุน” หมายความว่า เงินหรือทรัพย์สินที่สถาบันวคั ซีนแห่งชาตใิ ห้การสนับสนุนหรอื ท่ีร่วมกับผู้อื่นให้การสนับสนุนแก่ผู้รับทุนเพ่ือดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับด้านวัคซีนซ่ึงไม่ใช่ ทนุ วจิ ยั “นโยบายและแผนยุทธศาสตร์” หมายความว่า นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคง ดา้ นวคั ซนี แห่งชาติ ขอ้ ๔ ใหป้ ระธานกรรมการรักษาการตามระเบยี บนี้ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดาเนินการตามระเบียบนี้ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ช้ีขาด คาวนิ ิจฉัยของประธานกรรมการใหถ้ ือเปน็ ที่สุด หมวดท่ี ๑ บทท่ัวไป ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการกลนั่ กรองทนุ ข้อ 5 ให้ผู้อานวยการแต่งต้ังคณะกรรมการกล่ันกรองทุน ประกอบด้วย ผู้อานวยการ เป็นประธาน ผู้แทนจากคณะอนุกรรมการวิชาการ จานวน 2 คน และผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกหรือ ผู้เชี่ยวชาญภายนอกท่ีมีความเชี่ยวชาญตรงกับเนื้อหาของข้อเสนอเพ่ือขอรับทุนแต่ละโครงการจานวน ไม่น้อยกว่า 3 คน เป็นกรรมการ ผู้จัดการสานักของสถาบันท่ีได้รับมอบหมาย เป็นกรรมการและ เลขานกุ าร และผู้ปฏบิ ตั งิ าน จานวน 2 คน เปน็ ผชู้ ่วยเลขานกุ าร หน้า 227

เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๙๓ ง หน้า ๙ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ผู้แทนจากคณะอนุกรรมการวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญตามวรรคหน่ึง จะพิจารณาจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับโครงการท่ีขอรับทุน ตามความเหมาะสม ข้อ 6 คณะกรรมการกล่นั กรองทนุ มหี น้าท่ีและอานาจ ดังตอ่ ไปนี้ (1) พิจารณากล่นั กรองโครงการขอรบั ทนุ วจิ ยั ทนุ อดุ หนนุ และผูข้ อรับทุน (2) ให้ความเหน็ เกย่ี วกับโครงการทีข่ อรับทุนของสถาบนั (3) ดาเนนิ การอนื่ ๆ ทีเ่ ก่ยี วกบั การขอรบั ทุนตามท่ีคณะอนุกรรมการวชิ าการมอบหมาย สว่ นท่ี 2 ประเภททนุ ขอ้ 7 ประเภทของทุน (1) ทุนวจิ ัย (2) ทนุ อดุ หนนุ ขอ้ 8 ทนุ วิจยั แบ่งออกเป็น 3 ประเภท (1) ทนุ วิจยั สาหรับบุคคลทัว่ ไป (2) ทนุ วจิ ยั สาหรบั นกั ศกึ ษาปรญิ ญาโทและปริญญาเอก (3) ทุนวิจัยพฒั นาวัคซีน ภายใตค้ วามรว่ มมอื ระหวา่ งสถาบันและเครอื ขา่ ยดา้ นวคั ซีน ขอ้ 9 ทนุ อดุ หนุน แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท (1) ทุนอดุ หนุนเครอื ข่ายด้านวัคซนี ภายใต้นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ แผนการให้ทุน (2) ทุนอุดหนนุ การดาเนนิ งาน ภายใต้บันทกึ ขอ้ ตกลงความร่วมมอื กับสถาบนั ส่วนที่ 3 การบรหิ ารจดั การทนุ ขอ้ 10 ให้สถาบันจดั ทาแผนการใหท้ นุ โดยแผนดังกล่าวอย่างน้อยตอ้ งประกอบด้วย (1) วตั ถุประสงคแ์ ละกรอบในการใหท้ ุนแต่ละประเภท (2) เปา้ หมาย และประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะไดร้ บั (๓) เทคโนโลยใี นการพัฒนาหรือวธิ ีการ (4) ประเภททนุ (5) จานวนทุน (6) วงเงิน แผนการให้ทุนตามวรรคหนึ่ง ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการวิชาการ โดยความ เห็นชอบจากคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั หน้า 228

เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๓ ง หน้า ๑๐ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ราชกจิ จานเุ บกษา ข้อ 11 แผนการให้ทุนด้านวัคซีนของสถาบันตามข้อ ๑๐ มีกาหนดเป็น ๓ ระยะ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนระยะสัน้ มีกาหนดระยะเวลา ๑ ปี แต่ไม่เกนิ ๒ ปี (๒) แผนระยะกลาง มีกาหนดระยะเวลา ๓ ปี - ๔ ปี แตไ่ ม่เกนิ ๕ ปี (๓) แผนระยะยาว มีกาหนดระยะเวลาตงั้ แต่ ๕ ปี ขนึ้ ไป ขอ้ 12 การดาเนินการพิจารณาจัดสรรทุนตามระเบียบน้ี ให้เป็นไปตามแผนการให้ทุน ตามข้อ 10 ซง่ึ ต้องสอดคลอ้ งกับแผนการใช้จา่ ยงบประมาณ และนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ การดาเนินการพิจารณาจัดสรรทุนที่ไม่เป็นไปตามแผนการให้ทุน ไม่ผูกพันสถาบันและ จะเบิกจ่ายจากงบประมาณของสถาบันไมไ่ ด้ เว้นแต่จะไดด้ าเนินการขอปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ต่อคณะกรรมการบริหารสถาบัน หรอื คณะกรรมการบริหารสถาบันใหส้ ตั ยาบนั แล้วแตก่ รณี ขอ้ 13 การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิ หรือทรัพยสิทธิใด ๆ ท่ีเกิดข้ึนหรือจะเกิดข้นึ จากการวิจัย หรือการจัดสรรผลประโยชน์ให้เป็นไปตามแนวทางของสถาบัน เว้นแต่จะตกลงเป็นอย่างอ่ืน โดยทาข้อตกลงเพม่ิ เตมิ ท้ังน้ี ต้องไม่ขัดหรอื แยง้ ต่อกฎหมายอน่ื ทเ่ี กย่ี วข้อง ข้อ 14 โครงการท่ีได้รบั อนุมตั ิ ต้องทาสญั ญารบั ทนุ ใหเ้ ปน็ ไปตามแบบทีส่ ถาบันกาหนด ขอ้ 15 เม่ือสิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญารับทุน ผู้รับทุนต้องดาเนินการส่งมอบผลงานวิจัย ทรัพยส์ นิ ทรัพย์สินทางปัญญา รายรบั อน่ื ใดท่เี กิดข้นึ จากโครงการใหแ้ ก่สถาบนั ตามระยะเวลาที่สถาบัน กาหนดหรอื ที่ตกลงกันตามสญั ญารับทนุ ทัง้ น้ี ต้องไมข่ ดั หรือแยง้ ต่อกฎหมายอื่นทเี่ กีย่ วข้อง ขอ้ 16 ให้สถาบันดาเนินการติดตามและประเมินผลโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุน จากสถาบนั ขอ้ 17 ผู้รับทุนต้องให้ความร่วมมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้แก่ผู้ท่ีได้รับอนุญาต ให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยของสถาบันอย่างเต็มความสามารถ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ องค์ความรู้ ทงั้ นี้ ต้องไมข่ ดั หรือแยง้ ต่อกฎหมายอนื่ ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง ขอ้ 18 อานาจในการอนุมตั จิ ่ายเงินทุน ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการเงิน การบัญชี การพัสดุ ทรัพย์สิน การเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงินของ สถาบนั วัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 หมวดที่ 2 คุณสมบตั ขิ องผ้ขู อรบั ทนุ สว่ นท่ี 1 คณุ สมบตั ิของผ้ขู อรับทนุ วจิ ยั ข้อ 19 ผูข้ อรับทุนวิจัยสาหรับบุคคลทัว่ ไปต้องมคี ุณสมบตั ใิ นข้อใดข้อหนงึ่ ดงั ตอ่ ไปน้ี หน้า 229

เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๓ ง หน้า ๑๑ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ราชกิจจานเุ บกษา (1) เป็นบคุ คลทป่ี ฏิบัตงิ านในหนว่ ยงานทเ่ี ปน็ เครือข่ายด้านวัคซีนของสถาบนั (2) เป็นผู้ท่ีมบี ทบาทหนา้ ท่ีและความรบั ผิดชอบในการวจิ ัยพัฒนา การผลิต การประกันและ ควบคุมคุณภาพ และการใชว้ ัคซนี หรอื มีประสบการณใ์ นการดาเนนิ งานเกยี่ วกบั วคั ซีน ข้อ 20 ผขู้ อรับทนุ วจิ ัยสาหรบั นักศึกษาปริญญาโทและปรญิ ญาเอก ตอ้ งมคี ณุ สมบัตดิ ังน้ี (1) เป็นผู้ที่กาลังศึกษาในระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอก หรือเทียบเท่าในสาขาแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรอื สาขาอน่ื ทเ่ี กย่ี วข้อง (2) มีโครงร่างวิทยานิพนธ์เก่ียวกับวัคซีน ที่ได้รับการอนุมัติหัวข้อวิทยานิพนธ์แล้ว ยกเว้น ทุนวิจัยพัฒนาวัคซีน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันและหน่วยงานอื่น ให้ผู้ขอรับทุนใช้หนังสือ รบั รองหัวขอ้ วจิ ัยหรอื วทิ ยานิพนธ์จากอาจารยท์ ป่ี รกึ ษาเพอ่ื ประกอบการขอรับทนุ (3) เปน็ ผ้มู คี วามประพฤตดิ ี และมคี วามรับผิดชอบ ส่วนที่ 2 คุณสมบตั ิของผูข้ อรบั ทนุ อุดหนนุ ข้อ 21 ผู้ขอรับทุนประเภททุนอุดหนุนเครือข่ายด้านวัคซีน ภายใต้นโยบายและแผน ยุทธศาสตร์ แผนการให้ทุน และทุนอุดหนุนการดาเนินงาน ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ต้องมีคุณสมบัติเป็นบุคคลที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานท่ีเป็นเครือข่ายด้านวัคซีนของสถาบัน หรือมีบันทึก ข้อตกลงความร่วมมอื กับสถาบนั และจะต้องไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากหวั หนา้ หน่วยงาน หมวดท่ี 3 การดาเนนิ การ ส่วนที่ 1 วธิ กี ารสรรหาผ้รู บั ทนุ ขอ้ 22 เม่ือสถาบันมแี ผนการใหท้ ุน ให้สถาบนั สรรหาผู้รบั ทุนจากเครือข่ายดา้ นวัคซนี หรอื ประกาศรับสมัครทุนตามแบบท่ีสถาบันกาหนด กรณีเป็นทุนวิจัยซึ่งต่อเน่ืองกับทุนที่เคยได้รับจากสถาบัน หรือทุนที่มีความเร่งด่วน ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาวัคซีน การผลิต การพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ หรือการวิจัยเพ่ือหาสาเหตุ ของการเกิดโรคในภาวะการระบาด หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติ ความมน่ั คงดา้ นวัคซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2561 ไม่ตอ้ งประกาศรบั สมัคร ในกรณีไม่มีผู้สมัครรับทุน สถาบันอาจขยายระยะเวลาในการสมัครขอรับทุนได้ตามท่ี เหน็ สมควร หน้า 230

เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๙๓ ง หน้า ๑๒ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ราชกิจจานเุ บกษา สว่ นท่ี 2 การพิจารณาทนุ ข้อ 23 การพจิ ารณาทุน (1) ในกรณีเปน็ ทนุ วิจยั ให้ดาเนนิ การดงั น้ี (ก) ให้สถาบนั รวบรวมเอกสารโครงการและข้อมูลของผู้ขอรบั ทุน เพื่อส่งให้ผทู้ รงคุณวุฒิ ภายนอกในคณะกรรมการกลนั่ กรองทุนพจิ ารณาใหค้ วามเห็น (ข) ให้สถาบนั รวบรวมความเห็นจาก (ก) เสนอตอ่ คณะกรรมการกลนั่ กรองทุน (ค) ให้ผู้ขอรับทุนเสนอรายละเอียดโครงการต่อคณะกรรมการกลั่นกรองทุน เพอื่ พจิ ารณาตามหลักเกณฑ์ท่สี ถาบนั กาหนด (ง) ให้สถาบันเสนอข้อมูลโครงการที่ผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการกล่ันกรองทุน ตอ่ คณะอนุกรรมการวชิ าการ ในกรณีที่คณะอนุกรรมการวิชาการมีความเห็นให้ผู้ขอรับทุนแก้ไขเอกสารท่ีเกี่ยวข้อง ผู้ขอรับทุนต้องดาเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาท่ีสถาบันกาหนด ท้ังนี้ หากผู้ขอรับทุนดาเนินการ ช้ากวา่ ระยะเวลาทีส่ ถาบนั กาหนด ใหถ้ ือวา่ ผู้ขอรบั ทุนไม่ผา่ นการคดั เลือก ในกรณีท่ีต้องพิจารณาโครงการอย่างเร่งด่วน ให้ผู้อานวยการใช้ดุลยพินิจในการเสนอ โครงการต่อคณะอนุกรรมการวชิ าการ โดยไมต่ ้องผา่ นขน้ั ตอนของคณะกรรมการกลน่ั กรองทนุ (จ) ให้สถาบันรวบรวมข้อมูลโครงการที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกของคณะอนุกรรมการ วิชาการ เพอื่ เสนอคณะกรรมการบริหารสถาบันใหค้ วามเห็นชอบ (ฉ) ให้สถาบันประกาศรายช่ือโครงการ และผู้ขอรับทุน ที่ผ่านความเห็นชอบ และ ดาเนนิ การจัดทาสัญญารับทนุ ตอ่ ไป (2) ในกรณเี ป็นทุนอดุ หนุน ใหด้ าเนินการดังนี้ (ก) ให้ผู้ขอรับทุนเสนอรายละเอียดโครงการต่อคณะกรรมการกล่ันกรองทุน เพื่อพิจารณา ตามหลกั เกณฑ์ท่สี ถาบันกาหนด (ข) ให้สถาบันรวบรวมข้อมูลโครงการท่ีผ่านการกลั่นกรองตาม (ก) เสนอต่อ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันใหค้ วามเหน็ ชอบ (ค) ให้สถาบันประกาศรายชื่อโครงการ และผู้ขอรับทุน ท่ีผ่านการเห็นชอบ และ ดาเนินการจัดทาสัญญารับทนุ ต่อไป ข้อ 24 สาหรับทุนวิจัยตอ่ เนื่อง ให้เป็นดุลยพินิจของผู้อานวยการทจ่ี ะให้ผ้ขู อรับทุน ไม่ตอ้ ง ดาเนินการกรอกแบบฟอร์มการรับทุนของสถาบัน แต่ในกรณีจาเป็น ผู้อานวยการอาจขอความเห็น จากคณะกรรมการกล่ันกรองทุน หรือคณะอนุกรรมการวิชาการ เพื่อประกอบการพิจารณาได้ โดยให้ เสนอผมู้ อี านาจเพ่ือพิจารณาเหน็ ชอบวงเงินทุน และดาเนินการจัดทาสัญญากับผ้ขู อรับทนุ ตอ่ ไป หน้า 231

เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๙๓ ง หน้า ๑๓ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ราชกิจจานเุ บกษา ขอ้ ๒๕ การบริหารจัดการพัสดุภายใต้สัญญารับทุนตามระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบยี บ ประกาศ ข้อวินิจฉัย หลักเกณฑ์ และมตคิ ณะรัฐมนตรีทีเ่ กยี่ วขอ้ ง ส่วนที่ 3 การขอขยายระยะเวลา ยกเลกิ และการแกไ้ ขเปล่ียนแปลงเงือ่ นไขในสญั ญารบั ทนุ ขอ้ 26 ในกรณีที่ผู้รับทุนไม่สามารถดาเนินการภายในระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ในสัญญารับทุน ให้ผู้รับทุนแจ้งขอขยายระยะเวลา โดยต้องส่งเอกสารตามแบบที่สถาบันกาหนดภายใน 30 วัน ก่อนครบกาหนดระยะเวลาตามสัญญา โดยการขอขยายระยะเวลาจะต้องไม่เกินหน่ึงเท่าของระยะเวลา ตามสัญญา และสูงสดุ ไม่เกิน 1 ปี ให้ผู้อานวยการมีอานาจในการพิจารณาการขยายระยะเวลาตามสัญญารับทุนและรายงาน ใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันทราบ ข้อ 27 เหตุในการขอขยายระยะเวลาตามสัญญารับทุนตามข้อ 26 ให้เป็นไปตามกรณี ดงั ต่อไปน้ี (1) เหตเุ กิดจากความผิดหรอื ความบกพรอ่ งของสถาบนั (2) เหตุสุดวิสยั (3) เหตุเกิดจากพฤติการณท์ ่ีผู้รบั ทนุ ไม่ต้องรบั ผิดตามกฎหมาย ข้อ 28 กรณีผรู้ บั ทนุ ขอขยายระยะเวลาดาเนนิ โครงการ ท่ีได้รับการอนมุ ัตใิ หข้ ยายระยะเวลา มาแล้วเกินกว่า ๑ คร้ัง ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันพิจารณาอนุมัติจานวนวนั ที่ขอขยายตามความ เหมาะสม โดยพิจารณาจากพฤตกิ ารณ์และเหตุในการขอขยายระยะเวลา ขอ้ 29 การยกเลิกทุน (1) การยกเลิกทุนกอ่ นทาสญั ญารับทุน กรณี อันเกิดจากผู้รับทุนขอยกเลิกการรับทุน ให้เป็นอานาจของผู้อานวยการในการอนุมตั ใิ ห้ ยกเลิกทุนได้ โดยให้ผรู้ บั ทนุ ทาหนังสือขอยกเลกิ ทนุ พร้อมช้แี จงเหตผุ ลเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรตอ่ สถาบัน (2) การยกเลิกทุนหลงั ทาสัญญารบั ทุน ในกรณีดงั ต่อไปน้ี (ก) ผรู้ บั ทุนขอยกเลกิ การรับทนุ โดยแจ้งสถาบนั พรอ้ มช้ีแจงเหตุผลเปน็ ลายลักษณอ์ ักษร (ข) ผูร้ บั ทุนไม่ปฏบิ ัติตามสญั ญารบั ทนุ (ค) มีเหตผุ ลอันสมควร ซ่งึ เปน็ เหตใุ ห้ผรู้ ับทุนไมส่ ามารถดาเนินการตามสัญญารับทุนได้ ในกรณีท่ีมีการยกเลิกทุนตาม (2) ให้ผู้รับทุนคืนเงินเฉพาะส่วนที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายหรือ เตม็ จานวนพรอ้ มท้งั ดอกผลแลว้ แตก่ รณี และตามเงือ่ นไขในสญั ญารบั ทุน และส่งมอบข้อมลู ทางวิชาการ ทเี่ กดิ ขน้ึ ทัง้ นี้ ให้เปน็ อานาจของผู้อานวยการในการอนุมัตใิ หย้ กเลิกทุนได้และให้รายงานคณะกรรมการ บริหารสถาบนั เพ่ือทราบ หนา้ 232

เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๓ ง หน้า ๑๔ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ราชกิจจานุเบกษา ขอ้ 30 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเง่ือนไขในสัญญารับทุนที่ไม่กระทบต่อวงเงินตามสัญญา ไม่ก่อให้เกดิ ความเสียหาย และไมข่ ดั ตอ่ ระเบยี บและหลักเกณฑท์ ่เี กย่ี วกบั การให้ทุนของสถาบนั สามารถ กระทาได้โดยจัดทาเป็นข้อตกลงของสถาบันกับผู้รับทุนแนบท้ายสัญญารับทุน โดยให้เป็นอานาจของ ผ้อู านวยการ และให้รายงานตอ่ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันเพื่อทราบ ขอ้ 31 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงจานวนวงเงินตามสัญญารับทุนจะกระทาไม่ได้ เว้นแต่เป็นไป เพ่ือประโยชน์ของสถาบัน หรือมีความจาเป็นในการดาเนินงานของสถาบันและไม่ทาให้สถาบนั เสียหาย หรือเสียเปรียบเกินสมควร ท้งั นี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสถาบนั บทเฉพาะกาล ขอ้ 32 แนวปฏบิ ัติเกย่ี วกับการขอรับทนุ สญั ญารับทนุ และการบริหารทุนของสถาบันที่กาลงั ดาเนินการอยูก่ ่อนระเบยี บน้ีใช้บังคบั ให้ดาเนินการตอ่ ไปและให้มีผลไปจนกวา่ สญั ญานนั้ จะสิน้ สุดลง ประกาศ ณ วนั ที่ 23 มนี าคม พ.ศ. ๒๕63 มานติ ธรี ะตนั ตกิ านนท์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ หนา้ 233

ระเบยี บสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้ทนุ ฝกึ อบรมและทุนการศึกษาของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ ------------------ โดยท่ีเป็นการสมควรให้มีระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้ทุนฝึกอบรม และทุนการศึกษาของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน หรือดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน วัคซีน ให้มี ความสอดคล้องต่อเนื่องและตอบ สนองต่อภ ารกิจความมั่นคงด้านวัคซีนของประเท ศได้อย่าง มี ประสทิ ธิภาพและยง่ั ยืน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 36 (4) ประกอบกับมาตรา 22 (๕) แห่งพระราชบัญญัติความ มัน่ คงดา้ นวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ผู้อำนวยการสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติใหอ้ อกระเบียบไว้ ดงั ต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้ทุนฝึกอบรม และทนุ การศกึ ษาของสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓” ขอ้ ๒ ระเบยี บนี้ให้ใช้บังคบั ต้งั แต่วันถดั จากวันประกาศเปน็ ตน้ ไป ขอ้ 3 ในระเบียบนี้ “สถาบนั ” หมายความว่า สถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ “คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ “คณะอนุกรรมการวชิ าการ” หมายความวา่ คณะอนุกรรมการวิชาการของสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผอู้ ำนวยการสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ “เจ้าหนา้ ที่” หมายความว่า เจา้ หนา้ ที่ของสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ “บุคคลภายนอก” หมายความว่า บุคลากรเครือข่ายด้านวัคซีนซึ่งมิได้เป็นเจ้าหน้าท่ีของสถาบัน วัคซนี แห่งชาติ “ทุน” หมายความว่า เงินหรือทรัพย์สินท่ีสถาบันวัคซีนแห่งชาติให้การสนับสนุนหรือที่ร่วมกับ ผ้อู ืน่ ใหก้ ารสนับสนนุ แก่ผู้รบั ทนุ เพอื่ เปน็ ค่าใช้จา่ ยในการศกึ ษาและการฝึกอบรม รวมทั้งค่าใช้จ่ายอ่ืนทเ่ี กีย่ วข้อง “ผู้รับทุน” หมายความว่า บุคลากรด้านวัคซีนท้ังที่เป็นเจ้าหน้าที่ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และบุคคลภายนอกซ่ึงเป็นบคุ ลากรเครอื ขา่ ยดา้ นวคั ซนี “บุคลากรด้านวัคซีน” หมายความว่า บุคลากรผู้ที่ปฏิบัติงานด้านวัคซีนเกี่ยวกับการวิจัย การพัฒนา การผลติ การประกันและการควบคุมคณุ ภาพ การบรหิ ารจัดการ การจัดหา การกระจาย การใหบ้ รกิ าร วคั ซีน และการสร้างเสริมภูมคิ มุ้ กนั โรค “เครือข่ายด้านวัคซีน” หมายความว่า หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐอ่ืน องค์กรไมแ่ สวงหากำไร เอกชน สถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชน นิตบิ ุคคล ท่ีมีบทบาทหน้าที่ในการดำเนนิ งาน ด้านวัคซีนในรปู แบบเครือข่ายตามท่ีสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติกำหนด “การศึกษา” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ ด้วยการเรียนการวิจัย ตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษา เพ่ือให้ได้มาซึ่งปริญญา หรือวุฒิบัตร และให้หมายความรวมถึง การเตรียมความพร้อมด้านภาษา การรับคำแนะนำก่อนเข้าศึกษา การฝึกอบรม หรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่ง ของการศกึ ษานั้นด้วย หนา้ 234

“สถาบันการศึกษา” หมายความว่า สถาบันการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซ่ึงได้รับ การรบั รองจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนกั งาน ก.พ.) “การฝึกอบรม” หมายความว่า การเพ่ิมพูนความรู้ ความชำนาญหรอื ประสบการณ์ โดยการเรียน การวิเคราะห์ การทดลองปฏิบัติ หรือในรูปแบบอื่นใด ท่ีสอดคล้องกับแผนพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีนของประเทศ และแผนพัฒนาบุคลากรของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยไม่มีการเพ่ิมคุณวุฒิ ทางการศึกษา “นโยบายและแผนยุทธศาสตร์” หมายความว่า นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคง ดา้ นวคั ซนี แห่งชาติ ขอ้ 4 ให้ผ้อู ำนวยการรักษาการตามระเบียบนี้ ในกรณที ่มี ีปัญหาในการปฏบิ ตั ิใหเ้ ป็นไปตามระเบียบนี้ ให้ผอู้ ำนวยการเปน็ ผวู้ ินิจฉัยชี้ขาด หมวด 1 การบรหิ ารจดั การทุน ------------------ ขอ้ 5 ทุนแบง่ เป็นสองประเภท ได้แก่ (1) ทุนการศึกษา (2) ทุนฝกึ อบรม ข้อ ๖ การจัดสรรทุนตามระเบียบน้ี ให้สถาบันจัดทำแผนการให้ทุนสำหรับบุคลากรด้านวัคซีน โดยให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ ในกรณีเป็นเจา้ หน้าท่ีให้เป็นไปตามแผนการพัฒนาบุคลากรของ สถาบันด้วย พร้อมกรอบงบประมาณ เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการวิชาการให้ความเห็นก่อนเสนอคณะกรรมการ บรหิ ารสถาบันเพอื่ ให้ความเหน็ ชอบ ข้อ ๗ อำนาจในการอนุมัติจ่ายเงินทุนให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีน แหง่ ชาตวิ ่าด้วยการเงิน การบัญชี การพัสดุ ทรัพย์สิน การเก็บรักษาและการเบกิ จ่ายเงินของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2562 ข้อ ๘ ให้สถาบันดำเนินการติดตามและประเมินผลการให้ทุนการศึกษาและทุนฝึกอบรม ทไ่ี ด้รับการสนบั สนนุ จากสถาบนั และจัดทำรายงานประจำปเี พอ่ื เสนอตอ่ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันเพื่อทราบ ข้อ ๙ การติดตามและประเมินผลผู้รับทุนการศึกษาในต่างประเทศ สถาบันอาจทำความร่วมมือ กับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) หรือหน่วยงานอื่น เพ่ือดำเนินการร่วมกัน โดยจดั ทำข้อตกลงการรบั ฝากนักศกึ ษาตามแนวทางของหนว่ ยงานดงั กล่าว ท้งั น้ี คา่ ใชจ้ า่ ยทีเ่ กิดจากการดำเนินการ ภายใต้ขอ้ ตกลงให้ถอื เป็นส่วนหนึ่งของทนุ ข้อ ๑๐ การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิ หรือทรัพยสิทธิใด ๆ หรือการจัดสรรผลประโยชน์ ท่ีเกิดขึ้นหรือจะเกิดข้ึน อันเป็นผลจากการศึกษาหรือการฝึกอบรมของผู้รับทุน ให้เป็นไปตามแนวทางของสถาบัน เว้นแตจ่ ะทำขอ้ ตกลงเป็นอยา่ งอน่ื เพิ่มเตมิ ขอ้ ๑๑ การบรหิ ารจัดการดา้ นบุคคลภายหลงั จากผู้รับทุนสำเร็จการศกึ ษาให้มแี นวทาง ดงั น้ี (๑) เจา้ หนา้ ที่ ให้เป็นไปตามแนวทางด้านการบริหารงานบุคคล และตามประกาศที่สถาบนั กำหนด (๒) บคุ คลภายนอก ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บและแนวทางดา้ นการบรหิ ารงานบคุ คล ของหน่วยงานตน้ สงั กัด หนา้ 235

หมวด 2 คณุ สมบตั ิ และลกั ษณะต้องห้ามของผู้ขอรบั ทุน ------------------ สว่ นท่ี 1 คณุ สมบตั ขิ องผู้ขอรับทุนการศกึ ษา ข้อ ๑๒ ผู้ขอรับทุนซง่ึ เป็นเจ้าหน้าท่ีตอ้ งมีคณุ สมบัติ ดังนี้ (1) ไดร้ ับการบรรจุแต่งตง้ั เปน็ เจา้ หนา้ ทมี่ าแล้วไม่น้อยกวา่ สองปี (2) สำเร็จการศกึ ษาไม่ตำ่ กว่าระดับปริญญาตรี (3) อายุไม่เกนิ สามสิบห้าปีสำหรับการศึกษาในระดับปรญิ ญาโท และอายุไม่เกินสีส่ ิบห้าปีสำหรับ การศึกษาในระดับปรญิ ญาเอก ณ วันทยี่ นื่ ขอรบั ทนุ การศึกษา (4) มีผลการเรียนในระดับปริญญาตรี หรือ ปริญญาโท เป็นตามประกาศของสถาบันซึ่ง สอดคล้องกับเกณฑข์ องสถาบนั การศกึ ษาทผี่ ู้ขอรบั ทนุ จะเข้าศึกษา (5) ความประพฤติดีและมีผลการประเมินการปฏิบัติงานในรอบที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ดีข้ึนไป ติดตอ่ กนั อย่างน้อยสองปี และได้รับการยินยอมจากผบู้ งั คบั บัญชาสูงสดุ ในสายงานให้ไปศกึ ษาต่อได้ (6) มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นท่ีเกี่ยวข้องเป็นไปตามเกณฑ์ของสถาบันการศึกษา ท่ผี ู้ขอรับทนุ จะเขา้ ศกึ ษา ขอ้ ๑๓ ผขู้ อรับทุนซง่ึ เป็นบุคคลภายนอกต้องมีคุณสมบตั ิ ดงั นี้ (๑) ปฏิบัติงานในหน่วยงานเครือข่ายด้านวัคซีนไม่น้อยกว่าสามปี กรณีปฏิบัติงานไม่ครบสามปี ต้องมีหนงั สือรบั รองทจี่ ะให้รับทนุ ได้จากผู้บังคับบัญชาสงู สุดของหน่วยงานต้นสงั กดั (๒) มีประสบการณ์การทำงานด้านวัคซีนเป็นท่ีประจักษ์โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ กล่นั กรองทุนการศกึ ษาและทนุ ฝกึ อบรม (๓) สำเรจ็ การศึกษาไมต่ ำ่ กว่าระดบั ปรญิ ญาตรี (๔) อายุไม่เกนิ สามสิบห้าปีสำหรับการศึกษาในระดับปริญญาโท และอายุไม่เกินสี่สิบห้าปีสำหรับ การศกึ ษาในระดบั ปรญิ ญาเอก ณ วนั ท่ยี น่ื ขอรบั ทุนการศึกษา (๕) มีผลการเรียนในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท เป็นไปตามประกาศที่สถาบันกำหนด และสอดคลอ้ งกบั เกณฑ์ของสถาบนั การศกึ ษาที่ผู้ขอรบั ทนุ จะเข้าศกึ ษา (๖) มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษหรือภาษาอ่ืนที่เก่ียวข้องเป็นไปตามเกณฑ์ของสถาบันการศึกษา ที่ผู้ขอรับทุนจะเขา้ ศึกษา ส่วนที่ 2 ลกั ษณะตอ้ งห้ามของผู้ขอรับทนุ การศึกษา ข้อ ๑๔ ลกั ษณะต้องหา้ มของผู้ขอรบั ทุนการศึกษา (๑) เปน็ ผดู้ ำรงตำแหนง่ ทางการเมือง (๒) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือมีอาการจิตไม่ปกติ วิกลจริต หรือเปน็ โรคตาม กฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยโรค (๓) เป็นผู้ท่ีอยู่ระหว่างถูกต้ังกรรมการสอบสวนทางวินัย หรือถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญา หรอื อยูร่ ะหว่างการถูกลงโทษทางวินัยหรอื ทางอาญา (๔) เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หนว่ ยงานอื่นของรัฐ หรือองคก์ รเอกชน (๕) เป็นผู้เคยกระทำการทจุ ริตในการสอบเข้ารบั ราชการหรอื เข้าปฏิบตั งิ านในหน่วยงานของรฐั หนา้ 236

(๖) เป็นบคุ คลลม้ ละลาย (๗) เปน็ ผทู้ ี่กำลงั รับทุนเพ่ือการศกึ ษาจากหน่วยงานอนื่ (๘) เป็นผ้ทู อี่ ย่รู ะหวา่ งการชดใชท้ ุนของหนว่ ยงานอน่ื (๙) เปน็ ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาและวฒุ ิท่ขี อรบั ทุนการศึกษา หรือเคยไดร้ บั ทนุ การศกึ ษา ในสาขาวิชาและคุณวุฒินนั้ มาแล้ว ส่วนท่ี 3 คณุ สมบตั ิของผู้ขอรบั ทุนฝกึ อบรม ขอ้ ๑๕ คุณสมบตั ิของเจ้าหน้าท่ีในการขอรับทุนฝกึ อบรม ให้เป็นไปตามประกาศทส่ี ถาบันกำหนด โดยใหเ้ ป็นไปตามแผนพฒั นาบุคลากรของสถาบัน และสอดคลอ้ งกบั นโยบายและแผนยทุ ธศาสตร์ ข้อ ๑๖ คุณสมบัติของบุคคลภายนอกในการขอรับทุนฝึกอบรม ให้เป็นไปตามประกาศท่ีสถาบัน กำหนด โดยสอดคล้องกบั นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ หมวด 3 การดำเนนิ การ ------------------ สว่ นที่ ๑ วธิ ีสรรหาผู้รับทนุ ข้อ ๑๗ การสรรหาผู้รับทุนท้ังทุนการศึกษาและทุนฝึกอบรม ให้สถาบันทำการประกาศรับสมัคร ตามแผนการใหท้ ุนตามขอ้ ๖ โดยมีรายละเอยี ด ระยะเวลา และเง่อื นไขตามทส่ี ถาบันกำหนด ข้อ ๑๘ เจ้าหน้าท่ีท่ีมีคุณสมบัติตามข้อ 1๒ หรือ ข้อ 1๕ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 1๔ บุคคลภายนอกซ่ึงมีคุณสมบัติตามข้อ 1๓ หรือ ข้อ 1๖ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 1๔ มีความประสงค์ จะขอรับทุนการศึกษาหรือทุนฝึกอบรม แล้วแต่กรณี ให้แจ้งความประสงค์โดยย่ืนใบสมัครตามแบบท่ีสถาบัน กำหนด ซ่งึ ได้รับความเห็นชอบของผู้บังคบั บัญชาสงู สุดในสายงาน กอ่ นเขา้ สู่กระบวนการพิจารณา ข้อ 19 ในกรณีไม่มีผู้สมัครขอรับทุน สถาบันอาจขยายระยะเวลาในการสมัครขอรับทุน ไดต้ ามทีเ่ หน็ สมควร ส่วนท่ี ๒ การพิจารณาจดั สรรทนุ ข้อ 20 ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองทุนการศึกษาและทุนฝึกอบรม ประกอบด้วย ผู้อำนวยการเป็นประธาน ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่มีความเช่ียวชาญ จำนวนไม่น้อยกว่าสามคนเป็นกรรมการ เจ้าหน้าท่ีที่ได้รับมอบหมายจำนวนสองคนเป็นกรรมการ และ ผู้จัดการสำนักพัฒนาศักยภาพด้านวัคซีนของประเทศเป็นกรรมการและเลขานุการ และเจ้าหน้าท่ีจำนวนสองคน เป็นผู้ชว่ ยเลขานุการ ข้อ 21 การพิจารณาจัดสรรทุน ให้ดำเนนิ การดังนี้ (๑) ให้สถาบันรวบรวมเอกสาร และข้อมูลของเจ้าหน้าท่ีและบุคคลภายนอกผู้ขอรับทุน เพ่ือให้คณะกรรมการกล่ันกรองทุนการศึกษาและทุนฝึกอบรม พิจารณาคัดเลือกผู้ขอรับทุนท่ีมีความเหมาะสม ท่ีจะได้รบั ทุน เพื่อเสนอตอ่ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันพิจารณาให้ความเหน็ ชอบ (๒) สถาบันประกาศรายชื่อผู้ขอรับทุนที่ผ่านการพิจารณาตาม (1) และดำเนินการจัดทำสัญญา รับทนุ ตามแบบที่สถาบันกำหนดต่อไป หนา้ 237

สว่ นท่ี 3 การทำสัญญา การคำ้ ประกัน และเงอ่ื นไขสัญญา ข้อ 22 การจัดทำสัญญาให้ทุนระหว่างสถาบันและผู้รับทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแบบ ที่สถาบันกำหนด โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวัน นับจากวันที่คณะกรรมการบริหารสถาบัน ใหค้ วามเห็นชอบ ในกรณีมีเหตุผลความจำเป็น ไม่สามารถดำเนินการได้ตามระยะเวลาท่ีกำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ใหผ้ อู้ ำนวยการพิจารณาขยายเวลาดำเนนิ การออกไปไมเ่ กนิ สามสิบวนั ขอ้ 23 ใหส้ ถาบันทำสญั ญากับผ้รู ับทนุ เป็นลายลักษณอ์ กั ษรตามแบบท่ีสถาบันกำหนด กรณี เป็น เจ้าหน้ าที่ เม่ื อสำเร็จการศึ กษาแล้วจะต้องกลับ มาป ฏิ บัติงาน ที่ สถาบั น ใน ตำแห น่ ง ทสี่ ถาบันกำหนด เปน็ เวลาไม่น้อยกว่าสามเทา่ ของระยะเวลาทผี่ ้รู ับทุนไดร้ ับทุนจากสถาบัน กรณีเป็นบุคคลภายนอกให้กลับมาปฏิบัติงานในหน่วยงานต้นสังกดั เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเท่า ของระยะเวลาที่ผู้รับทุนได้รบั ทุนจากสถาบัน ข้อ 24 ในกรณีเป็นทุนการศึกษา ผู้รับทุนจะต้องจัดหาบุคคลหรือหลักทรัพย์ซึ่งสถาบัน เห็นสมควรมาทำสญั ญาค้ำประกนั กบั สถาบนั ภายในเวลาที่สถาบันกำหนด ในกรณีท่ีผู้ค้ำประกันตาย หรือถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายในระหว่างอายุประกัน ตามระยะเวลาที่รับทุน หรือมีเหตุผลความจำเป็นท่ีจะต้องเปล่ียนผู้ค้ำประกัน ผู้รับทุนจะต้องจัดให้มีผู้ค้ำประกัน รายใหม่ภายในสามเดือน นับแต่วันที่ผู้ค้ำประกันเดิมตาย หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือมีเหตุผลความจำเป็น ท่ีจะตอ้ งเปลีย่ นผู้คำ้ ประกนั ในกรณีผู้รบั ทุนไม่ดำเนินการให้เปน็ ไปตามวรรคสอง ให้ถือวา่ ผรู้ ับทุนผิดสัญญา ข้อ 25 กรณีที่ผู้รับทุนถึงแก่ความตาย ทุพพลภาพ หรือเจ็บป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติงาน ให้กับสถาบันหรือหน่วยงานต้นสังกดั ได้ ในระหว่างการศึกษาหรือระหว่างการปฏบิ ัติงานเพ่ือชดใช้ทุน ผู้รับทุนและ ผคู้ ้ำประกนั ไม่ตอ้ งรับผดิ ชอบชดใชเ้ งินคนื ข้อ 26 ในระหวา่ งทรี่ บั ทนุ ไปศึกษา ผ้รู ับทุนจะตอ้ งปฏบิ ตั ิ ดังน้ี (๑) ผ้รู บั ทนุ จะไม่รับทนุ อนื่ เว้นแต่จะไดร้ บั อนุญาตเป็นลายลกั ษณอ์ ักษรจากสถาบัน (๒) ผรู้ ับทุนจะปฏบิ ัติตามระเบยี บ ข้อบังคับ และประกาศทเ่ี กี่ยวขอ้ งของสถาบัน หรือปฏิบัติตาม ระเบยี บ ขอ้ บังคบั และประกาศของผู้ได้รับมอบหมายจากสถาบัน ทใี่ ช้บงั คับทงั้ ในปจั จบุ นั และอนาคต (๓) ผู้รับทุนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จะต้องรักษาวินัยตามระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีน แห่งชาตวิ ่าด้วยการบรหิ ารงานบคุ คลของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ อย่างเคร่งครดั กรณเี ปน็ บุคคลภายนอกตอ้ งปฏิบตั ิ ตามระเบียบขอ้ บังคับของหน่วยงานต้นสังกดั อยา่ งเครง่ ครัด (๔) ผู้รับทุนจะต้ังใจศึกษาตามหลักสูตรที่กำหนด และจะไม่หลีกเลี่ยง ละเลย ทอดท้ิง ยุติหรือ เลิกการศึกษาก่อนสำเร็จการศกึ ษาตามหลักสูตรน้ัน เว้นแตจ่ ะยุติหรือเลกิ การศกึ ษาโดยความเห็นชอบเป็นลายลกั ษณ์ อกั ษรของสถาบนั (๕) ผู้รับทุนจะให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่สถาบันและผู้ท่ีได้รับมอบหมาย จากสถาบนั ในการติดตามและประเมินผลความก้าวหนา้ ในระหว่างการศึกษา ขอ้ 27 ในระหว่างทีร่ บั ทนุ ถ้าผู้รับทุนขอยกเลิกการรับทนุ หรือฝา่ ฝนื ระเบียบนี้ หรอื ไมป่ ฏบิ ัตติ าม ระเบียบนี้ จนสถาบันส่ังระงับการให้ทุนหรือสถาบันยกเลิกสัญญารับทุน ผู้รับทุนจะต้องชดใช้ทุนเป็นเงินตามท่ี สถาบันได้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราท่ีกฎหมายกำหนดนับต้ังแต่วันผิดนัดชำระ และผู้รับทุน ต้องคืนทรพั ยส์ ินทีส่ ถาบันใหก้ ารสนับสนุนพรอ้ มทง้ั ขอ้ มลู ทางวิชาการทเ่ี กดิ ข้ึนแก่สถาบนั หนา้ 238

ข้อ 28 กรณีท่ีผู้รับทุนไม่เข้าปฏิบัติงานตามสัญญา หรือปฏิบัติงานไม่ครบตามระยะเวลาและ เง่ือนไขในข้อ 23 ผู้รับทุนจะต้องชดใช้ทุนเป็นเงินตามท่ีสถาบันได้จ่ายไปแล้วท้ังสิ้น กับใช้เงินอีกสองเท่า ข อ ง ทุ น ดั ง ก ล่ า ว ให้ เป็ น เบี้ ย ป รั บ พ ร้ อ ม ด้ ว ย ด อ ก เบ้ี ย ใน อั ต ร า ท่ี ก ฎ ห ม า ย ก ำ ห น ด นั บ ตั้ ง แ ต่ วั น ผิ ด นั ด ช ำ ร ะ แก่สถาบันด้วย โดยค่าปรับให้ลดลงตามส่วนจำนวนวันที่ผรู้ ับทุนเขา้ ทำงานชดใช้ไปแล้ว เว้นแต่มีเหตุผลอันสมควร ทจี่ ะใหผ้ ูร้ บั ทนุ ไมต่ ้องชดใช้ทนุ ใหเ้ สนอคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั พจิ ารณาใหค้ วามเห็นชอบ ส่วนที่ 4 การขอขยายระยะเวลา การยกเลิก และการแกไ้ ขเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญารบั ทุน ข้อ 29 ในกรณีผู้รับทุนไม่สามารถศึกษาให้สำเร็จได้ภายในระยะเวลาท่ีกำหนด หากประสงค์ จะศึกษาต่อให้ขอขยายระยะเวลาศกึ ษา โดยทำหนงั สอื ช้แี จงเหตุผลความจำเป็นภายในสามสบิ วนั กอ่ นครบกำหนด ระยะเวลาตามสญั ญารบั ทุนการศึกษา การขยายระยะเวลาตามวรรคหนึ่งให้กระทำได้ครั้งละไม่เกินหกเดือน และอาจขอขยายได้อีก แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกินหน่ึงปี โดยให้ผู้อำนวยการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ และรายงาน คณะกรรมการบริหารสถาบนั เพ่ือทราบ การขยายระยะเวลาตามวรรคหนึ่งที่มีระยะเวลาเกินกว่าหน่ึงปี ให้เป็นไปตามความเห็นชอบ ของคณะกรรมการบริหารสถาบัน ข้อ 3๐ การสละสทิ ธิหรือยกเลกิ ทุนการศึกษา (๑) การสละสทิ ธิกอ่ นทำสญั ญารบั ทนุ ถ้าผู้ขอรับทุนขอสละสิทธิการรับทุนก่อนทำสัญญารับทุน ให้ผู้รับทุนทำหนังสือขอสละสิทธิ พร้อมช้แี จงเหตผุ ลเปน็ ลายลักษณ์อกั ษรต่อสถาบัน โดยใหผ้ ูอ้ ำนวยการเปน็ ผู้พจิ ารณาอนมุ ตั ิ (๒) การยกเลกิ ทนุ หลงั ทำสัญญารับทุน อาจกระทำได้ในกรณีดงั ต่อไปน้ี (ก) ผรู้ บั ทุนขอยกเลกิ การรับทนุ โดยแจง้ สถาบนั พรอ้ มชแ้ี จงเหตุผลเปน็ ลายลักษณ์อกั ษร (ข) ผรู้ บั ทุนไม่ปฏิบตั ติ ามสญั ญารบั ทุน (ค) มีเหตผุ ลอันสมควร ซ่ึงเปน็ เหตใุ หผ้ ู้รับทนุ ไมส่ ามารถดำเนินการตามสญั ญารับทุนได้ ในกรณีที่มีการยกเลิกทุนตาม (๒) ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ และรายงาน คณะกรรมการบริหารสถาบนั เพอ่ื ทราบ ข้อ 3๑ ผู้รับทุนการศึกษา จะเปลี่ยนแปลงสาขา สถานศึกษา กำหนดเวลา หรือแนวทาง การศึกษาท่ีผิดไปจากท่ีได้รับอนุมัติและได้ทำสัญญากับสถาบันแล้วไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุผลความจำเป็น หรือเหตุ อื่นใดที่สถาบันเห็นสมควร เช่น เกิดภาวะฉุกเฉิน หรือข้อเสนอแนะจากสถาบันการศึกษาของผู้รับทุน ท้ังนี้ ให้ผู้รับทุนทำหนังสือแจ้งสถาบนั เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สดุ นบั จากวันที่ก่อให้เกิดเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยให้ผอู้ ำนวยการเปน็ ผู้พจิ ารณาอนมุ ัติ และรายงานคณะกรรมการบริหารสถาบันเพอ่ื ทราบ ข้อ 3๒ การขอขยายระยะเวลา การยกเลิก และการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญารับทุน ฝึกอบรม ให้ผู้รับทุนทำหนังสือแจ้งสถาบันเป็ นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วท่ีสุด นับจากวันท่ีก่อให้เกิด เหตุแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยให้ผู้อำนวยการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ และรายงานคณะกรรมการบริหารสถาบัน เพอื่ ทราบ ข้อ 3๓ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินทุนตามสัญญารับทุนจะกระทำไม่ได้ เว้นแต่เป็นไป เพ่ือประโยชน์ของสถาบัน หรือมีความจำเป็นในการดำเนินงานของสถาบันและไม่ทำให้สถาบันเสียหายหรือ เสยี เปรยี บเกนิ สมควร ทัง้ น้ี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสถาบัน หนา้ 239

บทเฉพาะกาล ข้อ 3๔ แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการขอรับทุนการศึกษา และ ทุนฝึกอบรม สัญญารับทุน รวมทั้ง การบริหารทนุ ของสถาบัน ที่กำลงั ดำเนินการอยู่ก่อนระเบียบน้ีใชบ้ ังคับ ให้ดำเนินการต่อไปและให้มีผลใช้บังคบั ไป จนกวา่ สัญญานน้ั จะส้นิ สุดลง ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายนคร เปรมศร)ี ผ้อู ำนวยการสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ หน้า 240

ระเบยี บสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ ว่าด้วยการใชร้ ถสว่ นกลางของสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ ____________ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดใหม้ ีระเบียบวา่ ด้วยการใชร้ ถสว่ นกลางของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๖ (๔) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ผ้อู ำนวยการสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ จงึ ออกระเบียบไว้ ดงั ต่อไปน้ี ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการใช้รถส่วนกลางของสถาบัน วคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓” ขอ้ ๒ ระเบยี บนใี้ ห้ใช้บงั คบั ตั้งแตว่ นั ถัดจากวนั ประกาศเป็นตน้ ไป ขอ้ ๓ ในระเบยี บนี้ “สถาบนั ” หมายความวา่ สถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “คณะกรรมการบริหารสถาบนั ” หมายความว่า คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ “ผูอ้ ำนวยการ” หมายความว่า ผอู้ ำนวยการสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “ทป่ี รึกษา” หมายความว่า ท่ีปรึกษาของคณะกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ “ผู้จดั การสำนกั อำนวยการ” หมายความว่า เจ้าหนา้ ทซ่ี ่ึงผอู้ ำนวยการแต่งต้งั ใหบ้ งั คบั บัญชา เจา้ หน้าท่ีและลูกจ้างในสำนักอำนวยการ “ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้หมายความรวมถึงผู้ปฏิบัติงาน ท่ีสถาบนั จา้ งในลักษณะการจา้ งเหมาบริการ “รถ” หมายความว่า รถส่วนกลางทกุ ประเภทของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ ข้อ ๔ ให้ผ้อู ำนวยการรกั ษาการตามระเบยี บนี้ ในกรณีมีปัญหาในการปฏิบตั ิใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บน้ี ใหผ้ ูอ้ ำนวยการเปน็ ผ้วู ินิจฉัยช้ขี าด หมวด ๑ การใชร้ ถสว่ นกลาง ข้อ ๕ รถทุกคันให้มีตราเครื่องหมายของสถาบัน และอักษรชื่อสถาบันตามขนาดที่เหมาะสม ในกรณีมีการจำหน่ายรถของสถาบัน ให้สถาบันลบหรือทำลายตราเครื่องหมายและอักษรชื่อของสถาบัน ออกท้ังหมดกอ่ นสง่ มอบรถของสถาบนั ให้บคุ คลอ่ืน /ข้อ ๖ รถใหใ้ ช้ ... หน้า 241

ข้อ ๖ รถให้ใช้ในกิจการของสถาบัน หรือเพื่อประโยชน์ของสถาบัน โดยครอบคลุมถึงการ ดำเนนิ งานของคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันและทป่ี รึกษา ข้อ ๗ ให้ผู้จัดการสำนักอำนวยการหรือผู้ท่ีผู้อำนวยการมอบหมาย เป็นผู้พิจารณาและอนุญาต ในการขอใชร้ ถของสถาบัน เวน้ แตก่ ารขอใช้รถเพ่ือออกไปปฏิบัติงานนอกเขตพื้นทก่ี รุงเทพมหานครปริมณฑล หรอื ตามที่ผอู้ ำนวยการกำหนด หรอื จำเปน็ ต้องค้างคนื ตอ้ งได้รบั อนญุ าตจากผู้อำนวยการ ข้อ ๘ ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันที่ต้องการใช้รถ ให้ดำเนินการขอใช้รถในระบบสำนักงาน อิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันอย่างน้อยหนึ่งวันก่อนการใช้รถ เพื่อให้ผู้จัดการสำนักอำนวยการทำการ อนุญาตการใช้รถในระบบงานดังกล่าว หากกรณีต้องการใช้รถเร่งด่วนการอนุญาตใช้รถนั้นให้อยู่ในดุลยพินจิ ของผู้จดั การสำนักอำนวยการหรอื ผ้ทู ี่ผอู้ ำนวยการมอบหมาย ข้อ ๙ ในกรณีที่ไม่สามารถใช้รถตามที่ขอได้เนื่องจากรถติดภารกิจอื่นหรือเพราะเหตุอื่นใด ผู้ขอใช้รถสามารถใช้รถรับจ้างหรือรถสาธารณะได้ โดยให้ผู้ขอใช้รถสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายไปก่อน แล้วนำใบเสรจ็ รับเงิน หรือใบรบั รองแทนใบเสร็จรับเงนิ มาขอเบกิ ค่าใช้จ่ายดงั กล่าวกบั สถาบัน ข้อ ๑๐ ให้มีสมุดบันทึกการใช้รถประจำรถแต่ละคัน โดยสมุดบนั ทกึ ให้มขี ้อความตามแบบบันทึก ระยะทางการใช้รถยนต์ สวช. ๑ (รถ) ท้ายระเบียบนี้ และให้รายงานผู้จัดการสำนักอำนวยการหรือ ผู้ทผี่ อู้ ำนวยการมอบหมายภายในวนั ที่ ๑๐ ของเดือนถดั ไป เป็นประจำทกุ เดอื น หมวด ๒ การปฏบิ ตั งิ านของพนกั งานขบั รถ และการเก็บรกั ษารถ ขอ้ ๑๑ ให้พนักงานขับรถตรวจเช็คปริมาณนำ้ มนั รถและเตมิ น้ำมนั ให้เต็มถัง และตรวจสอบสภาพ รถใหม้ ีความพร้อมทกุ ครั้งก่อนนำออกปฏบิ ตั ิงาน หากเกิดปัญหาข้ึนกับรถให้พนกั งานขบั รถแจ้งผู้จัดการสำนัก อำนวยการหรือผ้ทู ี่ผู้อำนวยการมอบหมาย เพ่อื ดำเนินการซ่อมบำรุงต่อไป ข้อ ๑๒ ให้พนักงานขับรถบันทึกการขอเติมน้ำมัน และบันทึกรายละเอียดการซ่อมบำรุง ตามแบบบันทึก สวช. ๒-๓ (รถ) ทา้ ยระเบยี บนี้ และใหร้ ายงานผู้จัดการสำนักอำนวยการหรือผู้ที่ผู้อำนวยการ มอบหมายภายในวนั ท่ี ๑๐ ของเดือนถดั ไป เปน็ ประจำทุกเดือน ข้อ ๑๓ การเก็บรักษารถ ให้เก็บรักษาในสถานที่เก็บรักษาหรือในบริเวณสถาบัน ทั้งน้ี ผู้อำนวยการหรือผู้ที่ผู้อำนวยการมอบหมายอาจจะอนุญาตให้นำรถไปเก็บที่อื่นเป็นครั้งคราวได้ ตามความจำเปน็ /หมวด ๓ การสูญหาย ... หนา้ 242

หมวด ๓ การสญู หาย เสยี หาย และความรับผดิ ข้อ ๑๔ ในกรณีเกิดการสูญหายหรือเสียหายขึ้นกับรถในระหว่างการเก็บรักษาที่อื่นเป็นการชั่วคราว ตามข้อ ๑๓ พนักงานขับรถหรือผู้รับผิดชอบเก็บรักษารถต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่สถาบัน เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าการสูญหายหรือเสียหายนั้นมิได้เกิดขึ้นจากการจงใจหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ของพนักงานขับรถหรือผู้รับผิดชอบเก็บรักษารถ แต่หากการสูญหายหรือเสียหายนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการนำไปใช้ ในการอื่น หรือให้ผู้อื่นใช้ หรือนำไปเก็บไว้ ณ ที่ที่มิได้รับอนุญาต พนักงานขับรถหรือผู้รับผิดชอบเก็บรักษารถ ต้องรับผิดชอบทุกกรณี แม้ว่าจะเกิดด้วยเหตุสุดวิสัย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถึงอย่างไรความสูญหายหรือเสียหาย กจ็ ะเกดิ แก่รถคันน้ัน ข้อ ๑๕ เมื่อเกิดความสูญหายหรือเสียหายขึ้นกับรถ ให้พนักงานขับรถหรอื ผู้รบั ผิดชอบเก็บรักษา รถรีบรายงานผู้จัดการสำนักอำนวยการทราบทันที และบันทึกรายงานอุบัติเหตุรถตามแบบบันทึก สวช.๔ (รถ) ทา้ ยระเบียบน้ี โดยให้ผู้จดั การสำนักอำนวยการตรวจสอบทันที ถ้าความสูญหายหรือเสียหายที่เกิดขึ้นแก่รถนั้น เป็นเพราะความผิดของบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการสำนักอำนวยการซึ่งผู้อำนวยการมอบหมาย เป็นผู้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จากบุคคลภายนอกในนามของสถาบัน ในระหว่างที่ดำเนินการหาตัวผู้รับผิดในการสูญหายหรือเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ หากสถาบัน มีความจำเป็นต้องใชร้ ถคันดงั กล่าว ใหผ้ อู้ ำนวยการพจิ ารณาจดั หารถคนั อื่นทดแทนหรือซ่อมรถกอ่ นก็ได้ ข้อ ๑๖ ผู้ใดกระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ หรือ กระทำการโดยมีเจตนาทุจริต หรือกระทำการนอกเหนือหน้าที่และอำนาจ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย แก่สถาบันอย่างร้ายแรง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบัน วัคซนี แหง่ ชาตวิ า่ ดว้ ยการบรหิ ารงานบคุ คลของสถาบนั ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายนคร เปรมศรี) ผ้อู ำนวยการสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ หนา้ 243

ออกเดินทาง แบบบันทึก สวช. 1 (รถ) ลาดับที่ วันท่ี เวลา บันทึกระยะทางการใช้รถ รถหมายเลขทะเบียน.................................... ระยะ กม. / ไมล์ กลับถึงสถาบัน ระยะ กม. / ไมล์ รวมระยะทาง ผู้ใช้รถ สถานท่ีไป เม่ือรถออกเดินทาง วันที่ เวลา เม่ือรถกลับสถาบัน กม. / ไมล์ พนักงานขับรถ หมายเหตุ หนา้ 244 พนักงานขับรถ .................................................................... ทราบ () ผู้จัดการสานักอานวยการ

แ บ บ แบบบันทึก สวช. 2 (รถ) วนั ที่ .... เดอื น ........... พ.ศ. .... เรอ่ื ง ขอเติมนำ้ มนั รถ เรยี น ผู้จดั การสำนกั อำนวยการ ด้วยงานพาหนะมีความประสงคข์ อเติมน้ำมันรถ เพอื่ ใชใ้ นกจิ การของสถาบนั ดงั นี้ 1. หมายเลขทะเบียน....................... น้ำมัน .......... จำนวน..........ลิตรราคาลิตรละ.........บาท รวมเป็นเงนิ ทั้งส้ิน....................... บาท (..............................................................................) ณ หมายเลขไมล์.................................. 2. หมายเลขทะเบยี น....................... น้ำมัน............ จำนวน..........ลติ รราคาลติ รละ.........บาท รวมเป็นเงินทัง้ สน้ิ ....................... บาท (............................................................................. .) ณ หมายเลขไมล.์ ................................. รวมเป็นเงนิ ทง้ั สิ้น.....................................บาท (................................................................ ....) จึงเรียนมาเพอื่ โปรดพจิ ารณาอนญุ าตให้เติมนำ้ มนั รถตามทเี่ สนอ (.............................................................) พนักงานขบั รถ อนญุ าต (.............................................................) ผู้จัดการสำนักอำนวยการ หมายเหตุ ประวตั กิ ารเตมิ นำ้ มนั รถ ครัง้ ท่ีแล้ว 1. หมายเลขทะเบียน............................... วนั ที่....../...../.........จำนวน...........................ลิตร 2. หมายเลขทะเบียน............................... วันท.ี่ ...../...../.........จำนวน...........................ลติ ร หนา้ 245


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook