Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมบทบบัญญัติ_NVI V1.0

รวมบทบบัญญัติ_NVI V1.0

Published by sirinipasom, 2023-07-18 09:49:36

Description: รวมบทบบัญญัติ_merged

Search

Read the Text Version

เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๗๑ ๒๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานเุ บกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีปัจจุบันกลไกการบริหารจัดการ ด้านวัคซีนของประเทศไทยยังขาดความเป็นเอกภาพ ขาดความต่อเน่ืองในการบูรณาการนโยบายและ แผนยุทธศาสตรด์ ้านวคั ซีน จงึ มคี วามจาเปน็ ทจ่ี ะต้องดาเนินการส่งเสรมิ และสนบั สนุนให้มีการวิจยั การพฒั นา การผลิต การกระจายวัคซีนท่ีมีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอสาหรับการใช้วัคซีนเพ่ือสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ให้แก่ประชาชนและสัตว์ท่ีเป็นพาหะนาโรคสู่คน ท้ังในสถานการณ์ปกติและในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจน การสร้างเครือข่ายผู้เช่ียวชาญด้านวัคซีนและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ดังน้ัน สมควรกาหนดให้มีกลไกที่เป็นระบบในการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้มีการวิจัย การพัฒนา การผลิต การประกัน การควบคุมคุณภาพ การจัดหา และการกระจายวัคซีนท่ีเหมาะสมและเพียงพอ โดยมีคณะกรรมการ ที่กาหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ มีองค์กรและคณะกรรมการบริหาร ซึ่งทาหน้าท่ีขับเคลื่อนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว เพ่ือให้การบริหารจัดการด้านวัคซีนมีความเป็น เอกภาพ มีความต่อเนอ่ื ง และมีประสิทธิภาพย่งิ ขึ้น สามารถป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่ควบคมุ ได้ ด้วยวัคซีนให้อยู่ในเขตจากัด ให้น้อยท่ีสุด หรือหมดไปจากประเทศไทย อันจะนาไปสู่การพ่ึงตนเองและ ความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศ ตลอดจนมีการกาหนดโทษอาญาเพ่ือให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ จงึ จาเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ินี้ หนา้ 46

เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๔๖ ง หน้า ๓ ๒๑ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๒ ราชกจิ จานเุ บกษา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรือ่ ง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงอ่ื นไขการไดม้ าซง่ึ คณะกรรมการสรรหา และกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิในคณะกรรมการวคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยที่เป็นการสมควรกาหนดให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒใิ นคณะกรรมการ วคั ซนี แหง่ ชาติ อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนงึ่ และมาตรา ๕ วรรคสามแหง่ พระราชบัญญตั ิ ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปน้ี ข้อ ๑ ประกาศน้ีเรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการได้มาซึ่งคณะกรรมการสรรหา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒” ขอ้ ๒ ประกาศน้ใี ห้ใชบ้ งั คบั ตงั้ แตว่ นั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป ขอ้ ๓ ในประกาศนี้ “สถาบนั ” หมายความวา่ สถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ “คณะกรรมการสรรหา” หมายความว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการวัคซีนแหง่ ชาติ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการวัคซนี แห่งชาติ “กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒิ” หมายความว่า กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒใิ นคณะกรรมการวัคซีนแหง่ ชาติ “รฐั มนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ ข้อ ๔ ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่ง เพื่อทาหน้าท่ีสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการสรรหา ประธานกรรมการบริหาร สถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ อธิบดีกรมควบคมุ โรค อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และอธิบดกี รมปศุสตั ว์ เป็นกรรมการสรรหา ให้ผู้อานวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติเป็นเลขานุการ และให้ผู้อานวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ แต่งตงั้ เจา้ หน้าทจี่ านวนสองคนเป็นผชู้ ่วยเลขานกุ าร ข้อ ๕ การประชุมของคณะกรรมการสรรหาต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหนึ่ง ของจานวนกรรมการทัง้ หมดเท่าท่ีมีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการสรรหาเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการสรรหาไมม่ าประชุม หรอื ไมอ่ าจปฏบิ ตั หิ น้าทีไ่ ด้ ให้กรรมการที่มาประชมุ เลอื กกรรมการคนหน่ึงเป็นประธานในท่ปี ระชุม หนา้ 47

เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๔๖ ง หน้า ๔ ๒๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๒ ราชกจิ จานเุ บกษา การวินิจฉัยช้ีขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหน่ึงให้มีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสยี งเท่ากันใหป้ ระธานในทปี่ ระชุมออกเสยี งเพม่ิ ขน้ึ อีกเสียงหน่ึงเปน็ เสยี งชี้ขาด ขอ้ ๖ การได้มาซึ่งรายช่ือของผู้ที่มีความเหมาะสมเพื่อคัดเลือกให้เป็นผู้สมควรได้รับ การแต่งต้ังเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕ (๔) แห่งพระราชบัญญัติความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้ไดม้ าโดยวธิ กี าร ดังตอ่ ไปน้ี (๑) คณะกรรมการสรรหาพิจารณาเสนอรายชอ่ื ผูท้ ี่มคี วามเหมาะสม (๒) วิธกี ารอื่นใดที่คณะกรรมการสรรหาเห็นสมควร ขอ้ ๗ ให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาคัดเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งต้ังเป็นกรรมการ ผทู้ รงคณุ วุฒิ ให้คานึงถงึ องคป์ ระกอบ ดังนี้ (๑) ประวัตสิ ่วนตัว การศกึ ษา และประวตั กิ ารทางาน (๒) มีความรู้ มีผลงาน และมีประสบการณ์สูงเป็นที่ประจักษ์ในด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๕ (๔) แหง่ พระราชบัญญัติความมน่ั คงด้านวคั ซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ (๓) ความเหมาะสมอนื่ ๆ ข้อ ๘ การคัดเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งต้ังเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ดาเนินการ ดังตอ่ ไปน้ี (๑) ก่อนพิจารณาคัดเลือกให้คณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ พร้อมท้ังประวัติ และผลงานของแต่ละคนโดยให้ผู้ท่ีมีความเหมาะสมเพื่อคัดเลือกให้เป็นผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจัดส่งประวัติและผลงานของตนเองให้แก่คณะกรรมการสรรหาตามแบบที่ ฝ่ายเลขานุการจัดทาขน้ึ (๒) ให้คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งต้ังให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จานวนไมเ่ กินสองเทา่ ของจานวนที่สรรหา (๓) ให้รัฐมนตรีพิจารณาคัดเลือกรายช่ือผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเท่าจานวนที่กาหนด ตามมาตรา ๕ (๔) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และเสนอ ป ร ะ ธ า น ก ร ร ม ก า ร วั ค ซี น แ ห่ ง ช า ติ เ พื่ อ เ ส น อ ต่อ ค ณ ะ รั ฐ มน ต รี เพ่ื อ พิ จ า ร ณ า แ ต่ ง ตั้ ง เ ป็น ก ร ร มการ ผทู้ รงคณุ วุฒติ ่อไป (๔) นารายช่ือพร้อมท้ังเอกสารหลักฐานท่ีเกี่ยวข้องของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกตาม (๓) เสนอต่อคณะรัฐมนตรเี พอื่ แต่งตงั้ เปน็ กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิต่อไป ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีไม่เห็นชอบรายช่ือผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เสนอทั้งหมดหรือบางส่วน ให้คณะกรรมการสรรหาดาเนินการสรรหาและเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิคนใหม่ ให้ครบจานวนตามท่ี กฎหมายกาหนดโดยเร็ว หน้า 48

เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๔๖ ง หน้า ๕ ๒๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๒ ราชกจิ จานเุ บกษา ขอ้ ๙ ในการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิครั้งแรก ให้คณะกรรมการสรรหาดาเนินการสรรหา ผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามประกาศนี้ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นบั แตว่ นั ทีพ่ ระราชบญั ญตั ิความมน่ั คงด้านวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ใช้บังคับ ข้อ ๑๐ ให้รัฐมนตรรี ักษาการตามประกาศนี้ ประกาศ ณ วนั ที่ 20 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๖2 ปิยะสกล สกลสตั ยาทร รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ หนา้ 49

หน้า ๘ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๖๙ ง ราชกจิ จานุเบกษา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรือ่ ง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขการไดม้ าซง่ึ ประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิ ในคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยที่เป็นการสมควรกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้มาซ่ึงประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นธรรมโดยให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การสรรหาประธานกรรมการ และกรรมการใน คณะกรรมการองค์การมหาชนตามมตคิ ณะรฐั มนตรเี มื่อวนั ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา ๒๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ตามหนังสือสานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ท่ี นร ๐๕๐๕/ว(ล) ๒๓๗๖๘ ลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เรื่อง ผลการดาเนินการตามมาตรา ๕/๘ แห่งพระราชบัญญัติ องค์การมหาชน (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศไว้ ดังตอ่ ไปน้ี ขอ้ ๑ ประกาศน้ีเรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการได้มาซึ่งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสถาบัน วัคซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒” ขอ้ ๒ ประกาศน้ีใหใ้ ชบ้ งั คับตัง้ แตว่ ันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นต้นไป ขอ้ ๓ ในประกาศน้ี “สถาบนั ” หมายความวา่ สถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความวา่ ประธานกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” หมายความว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสถาบัน วคั ซนี แห่งชาติ “คณะอนุกรรมการสรรหา” หมายความว่า คณะอนกุ รรมการสรรหาประธานกรรมการบรหิ าร สถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติและกรรมการผู้ทรงคณุ วุฒใิ นคณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ “ประธานอนุกรรมการสรรหา” หมายความว่า ประธานอนุกรรมการสรรหาประธานกรรมการ บรหิ ารสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ และกรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิในคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “อนุกรรมการสรรหา” หมายความว่า อนุกรรมการสรรหาประธานกรรมการบริหารสถาบัน วคั ซีนแห่งชาติ และกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิในคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซนี แห่งชาติ “ผูอ้ านวยการ” หมายความวา่ ผอู้ านวยการสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ หนา้ 50

หน้า ๙ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา “รัฐมนตรี” หมายความว่า รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ ขอ้ ๔ ใหม้ คี ณะอนุกรรมการสรรหาคณะหนึง่ ประกอบด้วย (๑) ประธานอนุกรรมการสรรหา ซ่ึงคณะกรรมการบริหารสถาบันแต่งต้ังจากผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ ความเชีย่ วชาญในสาขาท่เี กยี่ วขอ้ งกับการดาเนินงานของสถาบนั (๒) ผแู้ ทนสานกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ เป็นอนุกรรมการสรรหาโดยตาแหน่ง (๓) อนุกรรมการสรรหา จานวนสามคน ซ่ึงคณะกรรมการบริหารสถาบันแตง่ ตง้ั จากผู้ดารงตาแหนง่ ในสว่ นราชการ รัฐวสิ าหกิจ หนว่ ยงานของรัฐ ผูแ้ ทนกลมุ่ ผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสียหรอื ผู้ทรงคุณวฒุ ทิ ่เี กี่ยวข้องกับ การดาเนินงานของสถาบัน โดยในจานวนนี้ต้องเป็นผู้ท่ีมิใช่ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัตงิ านในหน่วยงานของรัฐ ท่ีมตี าแหน่ง หรอื เงนิ เดอื นประจาร่วมอยู่ดว้ ยไม่น้อยกว่าหนึง่ คน ใหผ้ ู้อานวยการแตง่ ตั้งเจา้ หน้าทีข่ องสถาบนั คนหนึ่งเป็นเลขานกุ ารของคณะอนุกรรมการสรรหา ข้อ ๕ ประธานอนุกรรมการสรรหาตามขอ้ ๔ (๑) และอนุกรรมการสรรหาตามขอ้ ๔ (๓) ต้องมีคุณสมบตั แิ ละไมม่ ีลักษณะตอ้ งห้าม ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) มีสญั ชาตไิ ทย (๒) มีอายไุ มต่ ่ากว่าสามสิบห้าปบี รบิ รู ณ์ (๓) ไมเ่ ป็นบคุ คลล้มละลายหรอื เคยเป็นบุคคลล้มละลายทจุ ริต (๔) ไมเ่ ป็นคนไรค้ วามสามารถหรือคนเสมอื นไรค้ วามสามารถ (๕) ไม่เคยรับโทษจาคกุ โดยคาพิพากษาถงึ ท่ีสุดใหจ้ าคกุ เว้นแตเ่ ปน็ โทษสาหรบั ความผดิ ท่ไี ดก้ ระทา โดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ (๖) ไม่เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ หรือผู้ดารงตาแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ท่ีปรึกษาพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ พรรคการเมอื ง (๗) ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงาน ของเอกชน เพราะทุจริตต่อหนา้ ท่ี ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือถือว่ากระทาการทุจริตและประพฤติ มิชอบในวงราชการ (๘) ไม่เป็นกรรมการ เจ้าหน้าท่ี หรือลูกจ้างของสถาบัน หรือท่ีปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ซ่ึงมีสญั ญาจา้ งกับสถาบนั (๙) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกจิ การท่ีกระทากับสถาบัน หรือในกิจการที่เปน็ การแข่งขันกบั กิจการ ของสถาบันหรือขัดหรือแย้งกับวัตถุประสงค์ของสถาบัน ท้ังนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่ เป็นผู้ซ่ึงคณะกรรมการบริหารสถาบันมอบหมายให้เป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้แทน ของสถาบันในการเข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอ่ืนตามมาตรา ๒๒ (๘) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคง ดา้ นวคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ (๑๐) ไมเ่ ป็นผูเ้ ขา้ รับการสรรหาเป็นประธานกรรมการบริหารสถาบนั หรือกรรมการผ้ทู รงคุณวฒุ ิ หน้า 51

หน้า ๑๐ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๖๙ ง ราชกิจจานเุ บกษา ขอ้ ๖ ในกรณีท่ีประธานอนุกรรมการสรรหาตามข้อ ๔ (๑) หรืออนุกรรมการสรรหา ตามข้อ ๔ (๓) ผใู้ ดลาออก หรอื พน้ จากตาแหนง่ เพราะขาดคณุ สมบัตหิ รอื มลี กั ษณะตอ้ งหา้ มตามขอ้ ๕ ให้คณะอนุกรรมการสรรหาประกอบด้วยอนุกรรมการสรรหาเท่าท่ีเหลืออยู่และปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เว้นแต่ คณะอนุกรรมการสรรหามจี านวนเหลืออยู่ไม่ถงึ ก่ึงหน่ึง ให้ดาเนินการแต่งต้ังอนุกรรมการสรรหาให้ครบ ตามจานวน หากประธานอนุกรรมการสรรหาหรืออนุกรรมการสรรหาผู้ใด เป็นผู้เข้ารับการสรรหาเป็น ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ผู้นั้นพ้นจากการเป็นประธานอนุกรรมการสรรหาหรือ อนุกรรมการสรรหา แลว้ แตก่ รณี ขอ้ ๗ การประชุมของคณะอนุกรรมการสรรหาให้นาบทบัญญัติตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบญั ญัติความม่นั คงดา้ นวคั ซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม ขอ้ ๘ ใหค้ ณะอนุกรรมการสรรหามีหน้าทแ่ี ละอานาจ ดงั ต่อไปน้ี (๑) ดาเนินการสรรหาเพ่ือให้ได้มาซ่ึงบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ ท่ีเหมาะสมกับกิจการของสถาบัน (๒) กาหนดหลกั เกณฑ์ ขัน้ ตอนการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิ (๓) ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีท่ีเกี่ยวข้อง ทัง้ นี้ เพ่อื ให้การสรรหาเปน็ ไปอย่างบริสุทธิ์ ยตุ ิธรรม เปดิ เผย และโปร่งใสตามระบบคณุ ธรรม ขอ้ ๙ บุคคลท่ีคณะอนุกรรมการสรรหาทาบทามเพ่ือเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นประธาน กรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิน้ัน ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ ประกอบกับมาตรา ๒๗ วรรคทา้ ยแห่งพระราชบญั ญัติความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอ้ ๑๐ ให้คณะอนุกรรมการสรรหาดาเนินการทาบทามบคุ คลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มลี ักษณะ ต้องห้ามตามข้อ ๙ และเม่ือได้รับการตอบรับการทาบทามจากบุคคลดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร ใหค้ ณะอนกุ รรมการสรรหารวบรวมรายช่ือจานวนไมเ่ กินสองเท่าของจานวนประธานกรรมการ และกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิท่ีต้องได้รับการสรรหาตามที่กาหนดไว้ในพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ พร้อมท้ังเอกสารข้อมูลประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทางาน ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการทางานเสนอต่อคณะกรรมการบริหารสถาบัน เพื่อพิจารณาคัดเลือกให้เหลือ เท่ากับจานวนที่กาหนดในพระราชบัญญัติความมัน่ คงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และดาเนนิ การ ดงั น้ี (๑) เสนอรายช่ือผู้สมควรได้รับการสรรหาเป็นประธานกรรมการให้รัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ เพ่ือเสนอคณะรฐั มนตรีแตง่ ต้งั เปน็ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบันตอ่ ไป (๒) เสนอรายช่ือผู้สมควรรับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา เห็นชอบและแตง่ ตง้ั เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒใิ นคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั ตอ่ ไป หน้า 52

หน้า ๑๑ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๖๙ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ข้อ ๑๑ เพื่อประโยชน์ในการแต่งตั้งผู้ดารงตาแหน่งแทนประธานกรรมการ และกรรมการ ผทู้ รงคุณวุฒิทีพ่ ้นจากตาแหนง่ ก่อนครบวาระ และคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั พิจารณาแล้วเหน็ สมควร จัดทารายช่ือบุคคลที่ตอบรับการทาบทามตามขอ้ ๑๐ แต่ไมไ่ ดร้ บั การพิจารณาแตง่ ตัง้ เป็นประธานหรือ กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิจัดไว้เป็นบัญชีรายชื่อสารองก็ได้ โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการสรรหาจัดทา บัญชีรายชอ่ื สารองตามลาดบั ไว้ใหค้ ณะกรรมการบริหารสถาบนั พิจารณาคัดเลือกเพ่ือเสนอคณะรฐั มนตรี แต่งต้ังเป็นประธานกรรมการหรือเสนอรัฐมนตรีแต่งต้ังเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต่อไป เว้นแต่วาระ ของประธานกรรมการหรือกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ เิ หลือไมถ่ งึ หนง่ึ รอ้ ยแปดสบิ วนั จะไมแ่ ต่งตัง้ ก็ได้ ขอ้ ๑๒ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีไม่เห็นชอบกับรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นประธานกรรมการ หรือรัฐมนตรีไม่เห็นชอบกับรายช่ือผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิท้ังหมดหรือบางส่วน ให้มีการพิจารณาสรรหาเพ่ือคัดเลอื กประธานกรรมการหรือกรรมการผ้ทู รงคุณวุฒอิ ีกคร้งั หนงึ่ เพ่ือเสนอ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือเสนอรัฐมนตรีพิจารณาแต่งต้ังเป็นกรรมการ ผูท้ รงคณุ วุฒิ ใหค้ รบจานวนตามทีก่ ฎหมายกาหนดโดยเรว็ ข้อ ๑๓ ใหค้ ณะอนกุ รรมการสรรหาไดร้ ับเบ้ียประชุมและค่าใชจ้ ่ายในการเดินทางในอตั ราเดียวกับ คณะอนกุ รรมการที่คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันแต่งตัง้ ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๕ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๖2 ปยิ ะสกล สกลสตั ยาทร รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ หน้า 53

หน้า ๓๒ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา ระเบยี บคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ ว่าดว้ ยการประชมุ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยที่เป็นการสมควรกาหนดให้มีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการประชุมของคณะกรรมการบริหาร สถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๒๘ (๘) แห่งพระราชบัญญตั ิความมั่นคงด้านวคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และมติคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ เมอื่ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการบริหารสถาบนั วัคซนี แห่งชาตจิ งึ ออกระเบยี บไว้ ดงั ต่อไปน้ี ข้อ ๑ ระเบียบน้เี รียกวา่ “ระเบยี บคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ ว่าด้วยการประชุม คณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒” ข้อ ๒ ระเบยี บนี้ให้ใชบ้ ังคบั ตัง้ แต่วันถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป ขอ้ ๓ ในระเบียบนี้ “สถาบนั ” หมายความวา่ สถาบันวคั ซนี แห่งชาติ “การประชุม” หมายความว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั ” หมายความว่า คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการในคณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ “เลขานกุ าร” หมายความวา่ เลขานุการในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ ขอ้ ๔ ใหป้ ระธานกรรมการเปน็ ผรู้ กั ษาการตามระเบียบนี้ ในกรณีท่ีมีปัญหาเกี่ยวกับการดาเนินการตามระเบียบนี้ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยช้ีขาด คาวินจิ ฉัยของประธานกรรมการใหถ้ ือเปน็ ที่สุด หมวด ๑ การประชมุ ข้อ ๕ การประชุม ถือเป็นการประชุมโดยเปิดเผย แต่ถ้ากรรมการมีมติให้ประชุมลับก็ให้ ประชมุ ลบั การประชุมลับ ห้ามบุคคลท่ีมิใช่กรรมการเข้าฟังการประชุม เว้นแต่ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากประธาน ในที่ประชุมเท่าน้นั ในกรณีที่เลขานกุ ารไมไ่ ดอ้ ยู่ในที่ประชมุ ให้ประธานในท่ปี ระชมุ มอบใหผ้ ู้ใดผู้หนึง่ ทาหนา้ ท่ี เลขานุการในการประชุมลบั ครงั้ น้ัน ข้อ ๖ การประชุมตามปกติจะมีขึ้นเม่ือใด ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการบริหารสถาบัน หรือตามท่ปี ระธานกรรมการเห็นสมควร หน้า 54

หน้า ๓๓ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานุเบกษา ขอ้ ๗ การนัดประชุม ตอ้ งทาเป็นหนงั สอื แจง้ ใหท้ ราบลว่ งหนา้ ข้อ ๘ ให้สถาบันส่งระเบียบวาระการประชุม และโดยปกติให้ส่งเอกสารท่ีเกี่ยวข้อง ไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม เว้นแต่เป็นการประชุมเร่งด่วนหรือมีเหตุผลความจาเป็นไม่สามารถส่ง เอกสารทีเ่ กย่ี วข้องไปพร้อมกบั หนังสอื นดั ประชุม ให้สถาบันจัดสง่ เฉพาะระเบยี บวาระการประชมุ ก็ได้ ข้อ ๙ การจดั ระเบียบวาระการประชุมใหส้ ถาบนั จัดลาดับ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) เรื่อง ประธานแจง้ ใหท้ ี่ประชมุ ทราบ (๒) เรือ่ ง รับรองรายงานการประชมุ (๓) เรื่อง สืบเนือ่ งจากการประชมุ คร้ังท่ีแล้ว (๔) เรื่อง เพ่ือทราบ (๕) เรอ่ื ง เพ่ือพิจารณา (๖) เรอ่ื ง อนื่ ๆ (ถา้ มี) ข้อ ๑๐ ให้เลขานกุ ารตรวจสอบวา่ กรรมการมาครบองคป์ ระชุมหรือไม่ แล้วเสนอใหป้ ระธาน กรรมการทราบ ถ้าหากไม่ครบองค์ประชุมและพ้นกาหนดเวลานัดประชุมสามสิบนาทีแล้วประธาน อาจสงั่ เลือ่ นการประชมุ ไปกไ็ ด้ ในการประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้ ให้ที่ประชุม เลอื กกรรมการคนหน่ึงเปน็ ประธานในทป่ี ระชมุ ให้กรรมการและผู้ท่เี ข้าร่วมประชมุ ทกุ คนลงลายมอื ช่ือไวเ้ ป็นหลกั ฐานในการประชมุ ทุกคร้งั ขอ้ ๑๑ การประชุม ต้องดาเนนิ การตามระเบยี บวาระ เว้นแต่ที่ประชมุ จะได้มมี ตเิ ปน็ อยา่ งอ่นื ข้อ ๑๒ ประธานในที่ประชุม มีอานาจปรึกษาที่ประชุมในปัญหาใด ๆ รวมท้ังสั่งพักการประชุม เลอื่ นการประชมุ หรอื ยกเลิกการประชุมได้ตามทเ่ี หน็ สมควร ข้อ ๑๓ ก่อนท่ีเลขานุการจะเสนอรายงานการประชุมให้ที่ประชุมรับรอง ให้เลขานุการ ทารายงานการประชุมน้ันส่งไปให้กรรมการพร้อมหนังสือนัดประชุม เว้นแต่เป็นการนัดประชุมเร่งด่วน หรือมเี หตผุ ลความจาเป็นใหส้ ถาบนั แจกรายงานการประชมุ ในวนั ทม่ี ีการประชมุ ก็ได้ กรรมการผู้ใดต้องการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเพิ่มเติมถ้อยคาหรือข้อความในรายงาน การประชุมต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชมุ ข้อ ๑๔ ให้มีการรับรองรายงานการประชุมแตล่ ะครงั้ ในการประชุมครั้งตอ่ ไป เว้นแต่เรื่องเร่งดว่ น และเปน็ มตทิ ส่ี าคัญให้ทปี่ ระชุมรับรองในการประชมุ คร้งั นัน้ ได้ ข้อ ๑๕ ท่ปี ระชมุ อาจมีมตใิ หจ้ ดรายงานการประชมุ ลบั คร้งั ใดทง้ั หมดหรือแต่เพยี งบางส่วนกไ็ ด้ ขอ้ ๑๖ การเปิดเผยรายงานการประชุมลับให้คณะกรรมการบริหารสถาบันพิจารณา ว่าสามารถเปดิ เผยได้หรือไม่ และเมื่อใด หนา้ 55

หน้า ๓๔ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง ราชกจิ จานุเบกษา ขอ้ ๑๗ หากกรรมการโดยตาแหน่งในคณะกรรมการบริหารสถาบันมอบหมายให้ผู้แทน มาประชุมแทน จะต้องมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรและเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีความต่อเนื่อ ง ควรมอบหมายผูแ้ ทนคนเดิมมาประชมุ ทุกครัง้ หากไมจ่ าเปน็ ไมค่ วรเปลี่ยนตัวผแู้ ทน หมวด ๒ การลงมติ ขอ้ ๑๘ การลงมติท่ีประชุม ให้ประธานในที่ประชุมหรือเลขานุการเป็นผู้สรุปประเด็น ให้ที่ประชุมลงมติ ข้อ ๑๙ การลงมติในท่ปี ระชมุ โดยปกตใิ หเ้ ปน็ ไปตามความเห็นของเสียงขา้ งมาก แตห่ ากเป็น กรณีท่มี คี วามเหน็ เป็นสองฝ่ายและจาเป็นต้องออกเสยี งคะแนนเพ่ือลงมติ ใหก้ ระทาดว้ ยวธิ กี าร ดงั นี้ (๑) กรณกี ารออกเสยี งลงคะแนนโดยเปดิ เผยใหก้ ระทาโดยการยกมือเหนือศรีษะ (๒) กรณีการออกเสียงลงคะแนนลบั ใหก้ ระทาโดยการเขียนลงในกระดาษทก่ี าหนดให้ ขอ้ ๒๐ การออกเสียงลงคะแนนเพื่อลงมติโดยปกติให้กระทาโดยเปิดเผย แต่ถ้ากรรมการ รวมกนั ไม่นอ้ ยกวา่ หน่ึงในสามของกรรมการทมี่ าประชมุ ขอให้ออกเสียงลงคะแนนลบั จึงใหล้ งคะแนนลบั ขอ้ ๒๑ มติท่ีประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเทา่ กันให้ประธานในทปี่ ระชุมออกเสยี งเพิ่มขนึ้ อกี เสียงหนึง่ เปน็ เสยี งชี้ขาด หมวด ๓ ลกั ษณะหรือประเภทการมสี ว่ นไดเ้ สยี ของกรรมการ ข้อ ๒๒ ในการประชุมให้แสดงการมีส่วนได้ส่วนเสียของกรรมการก่อนเริ่มประชุมทุกครั้ง ตามแบบท่ีสถาบันกาหนด ถ้ามีการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องกรรมการผู้ใดโดยเฉพาะ หรือกรรมการผู้น้ัน มีส่วนได้เสีย กรรมการผู้น้ันไม่มีสิทธิอยู่ในท่ีประชุมแต่หากกรรมการผู้นั้นได้เข้าประชุมแล้วและ ตอ้ งออกจากทป่ี ระชมุ ใหน้ บั ผู้น้ันเป็นองค์ประชุมด้วย ขอ้ ๒๓ การมีสว่ นได้สว่ นเสยี ของกรรมการตามมาตรา ๒๒ ไดแ้ ก่ (๑) เปน็ คกู่ รณีหรอื เกย่ี วข้องโดยตรง (๒) เปน็ ค่หู ม้ันหรอื คสู่ มรสของคู่กรณี (๓) เป็นญาตขิ องคู่กรณี คือ เป็นบพุ การหี รอื ผู้สืบสนั ดานไมว่ า่ ช้ันใด ๆ หรือเปน็ พี่นอ้ ง หรือ ลูกพ่ลี ูกน้องนบั ได้เพยี งสามชน้ั หรอื เปน็ ญาติเก่ียวพนั ทางแต่งงานนบั ไดเ้ พยี งสองชน้ั (๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ หรือผู้แทน หรือ ตัวแทนของคกู่ รณี (๕) เปน็ เจา้ หนหี้ รือลกู หนีข้ องค่กู รณีโดยตรง (๖) กรณอี นื่ ตามท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบนั เห็นสมควร หนา้ 56

หน้า ๓๕ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ขอ้ ๒๔ ในกรณีทม่ี ีผ้คู ัดค้านวา่ กรรมการท่านใดเปน็ ผ้มู ีส่วนไดส้ ว่ นเสยี ตามข้อ ๒๓ ประธาน กรรมการจะให้ท่ีประชุมพิจารณาเหตุคัดค้านนั้น ในการประชุมดังกล่าวกรรมการผู้ถูกคัดค้านเม่ือได้ ช้ีแจงข้อเทจ็ จริงและตอบข้อซกั ถามแล้วต้องออกจากทป่ี ระชมุ โดยใหถ้ อื ว่าคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั ประกอบดว้ ยกรรมการทกุ คนทีไ่ มถ่ ูกคัดค้าน ถ้าที่ประชุมมีมติให้กรรมการผู้ถูกคัดค้านปฏิบัติหน้าท่ีต่อไปด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า สองในสามของกรรมการที่ไม่ถกู คัดค้าน ก็ให้กรรมการผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ มติดังกล่าวให้กระทา โดยวธิ ีลงคะแนนลบั และใหเ้ ป็นท่สี ุด การคัดคา้ น ใหผ้ ู้คัดคา้ นแถลงดว้ ยวาจาในที่ประชุม ข้อ ๒๕ เม่ือท่ีประชุมได้ลงมติไปแล้ว หากปรากฏภายหลังว่ากรรมการผู้ใดมีส่วนไดส้ ่วนเสยี ตามข้อ ๒๓ มติที่ประชุมย่อมไม่เสียไปเพราะเหตุดังกล่าว เว้นแต่คณะกรรมการบริหารสถาบัน จะเห็นสมควรดาเนินการอย่างหนึง่ อย่างใดเสยี ใหม่กไ็ ด้ ประกาศ ณ วนั ท่ี 30 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕62 มานติ ธรี ะตนั ตกิ านนท์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ หน้า 57

หลักเกณฑการกําหนดเบ้ียประชมุ และประโยชนตอบแทนอ่นื ของประธานกรรมการ กรรมการ ทป่ี รกึ ษา ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการในคณะกรรมการวัคซีนแหง ชาติ ประเภท อัตราเบ้ียประชมุ (บาท)/ ประโยชนต์ อบแทนอืน่ คน/เดือน 1) ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ และทปี่ รึกษาในคณะกรรมการวัคซนี แหง่ ชาติ 1.1) ประธานกรรมการ 10,000 ได้รบั ค่าเบี้ยเลี้ยง คา่ เชา่ ที่พกั คา่ พาหนะ 1.2) รองประธานกรรมการ 9,000 ในการเดินทาง และคา่ ใช้จา่ ยอืน่ ที่เกยี่ วข้อง 8,000 ในอตั ราทร่ี าชการกำหนดสำหรบั ข้าราชการ 1.3) กรรมการ พลเรอื น ตำแหน่งนักบรหิ ารระดบั สูง 1.4) ทป่ี รกึ ษา 8,000 2) ประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการในคณะกรรมการวัคซนี แหง่ ชาติ 2.1) ประธานอนกุ รรมการ 5,000 ไดร้ บั คา่ เบี้ยเล้ียง ค่าเช่าท่ีพัก คา่ พาหนะ 2.2) อนุกรรมการ 4,000 ในการเดนิ ทาง และคา่ ใชจ้ า่ ยอ่นื ที่เกยี่ วข้อง ในอตั ราท่รี าชการกำหนดสำหรับข้าราชการ พลเรือน ตำแหน่งนักบริหารระดับต้น หมายเหตุ : หลกั เกณฑ์ดังกล่าวเปน็ ไปตามมติคณะรฐั มนตรเี มื่อวนั ที่ 28 พฤษภาคม 2562 หนา้ 58

หน้า ๑๓ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๒๘ ง ราชกจิ จานุเบกษา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรอื่ ง เบีย้ ประชุมและประโยชน์ตอบแทนอนื่ ๆ ของคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยที่เป็นการสมควรกาหนดให้คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซนี แห่งชาติ ได้รับเบี้ยประชุม และประโยชน์ตอบแทนอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะรฐั มนตรกี าหนดและเพ่ือให้สอดคล้องกับพระราชกฤษฎกี า เบีย้ ประชุมกรรมการ อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัตคิ วามมัน่ คง ด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๔๗ ที่เห็นชอบ ให้หน่วยงานของรัฐท่ีจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะซ่ึงมีภารกิจในการให้บริการสาธารณะเช่นเดียวกับ องค์การมหาชนที่จัดตง้ั ขึ้นตามพระราชบัญญัติองคก์ ารมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ใช้หลักเกณฑ์การกาหนด เบ้ียประชุมและประโยชน์ตอบแทนอ่ืนของประธานกรรมการ กรรมการ ท่ีปรึกษา และอนุกรรมการ ตามหลักเกณฑ์ฯ เดียวกันกับองค์การมหาชนท่ีจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ใหอ้ อกประกาศไว้ ดังนี้ ข้อ ๑ ในประกาศน้ี “คณะกรรมการบริหารสถาบนั ” หมายความว่า คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความวา่ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “กรรมการ” หมายความวา่ กรรมการในคณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสุข “การเดินทาง” หมายความว่า การเดินทางไปปฏิบัติงาน ประชุม สัมมนา หรือฝึกอบรม ทั้งในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักร ท้ังนี้ ตามท่ีสถาบันวัคซีนแห่งชาติเป็นผู้ดาเนินการ หรอื เป็นผปู้ ระสานงาน ขอ้ ๒ ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันได้รับเบ้ยี ประชุมเป็นรายเดือน และให้ได้รบั เบี้ยประชมุ เฉพาะในเดอื นทไ่ี ดร้ ่วมประชุม ดงั นี้ (๑) ประธานกรรมการ ๑๐,๐๐๐ บาท (๒) กรรมการ ๘,๐๐๐ บาท หนา้ 59

หน้า ๑๔ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๑๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ขอ้ ๓ ให้ประธานกรรมการ และกรรมการ ได้รับประโยชน์ตอบแทนอื่น เฉพาะในการเดินทาง คือ ค่าเบ้ียเลี้ยง ค่าเช่าทพี่ ัก ค่าพาหนะในการเดนิ ทาง และค่าใช้จา่ ยอื่นท่ีเกี่ยวข้อง ในอัตราที่ราชการกาหนด สาหรับข้าราชการพลเรอื นประเภทบริหารระดับสงู ขอ้ ๔ ในกรณที ีม่ ีปญั หาหรือขอ้ โต้แยง้ ตามประกาศน้ี ใหร้ ัฐมนตรีเป็นผู้วนิ ิจฉัยชี้ขาด ข้อ ๕ ให้รฐั มนตรรี กั ษาการตามประกาศนี้ ประกาศ ณ วนั ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖2 ปิยะสกล สกลสตั ยาทร รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ หนา้ 60

ประกาศคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ เรือ่ ง เบย้ี ประชุมและประโยชนต์ อบแทนอน่ื ๆ ของทปี่ รกึ ษาในคณะกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ คณะอนุกรรมการ และที่ปรกึ ษาในคณะอนกุ รรมการ พ.ศ. ๒๕๖๒ ------------------ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ท่ีปรึกษาในคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ คณะอนุกรรมการ และทปี่ รกึ ษาในคณะอนุกรรมการ ได้รับเบีย้ ประชมุ และประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๔๗ ท่ีเห็นชอบให้หน่วยงานของรัฐท่ีจัดตั้งข้ึน ตามพระราชบัญญัติเฉพาะซึ่งมีภารกิจในการให้บริการสาธารณะเช่นเดียวกับองค์การมหาชนท่ีจัดต้ังขึ้น ตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ใช้หลักเกณฑ์การกำหนดเบ้ียประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่น ของท่ีปรึกษา และอนุกรรมการตามหลักเกณฑ์ฯ เดียวกันกับองค์การมหาชนท่ีจัดต้ังขึ้นตามพระราชบัญญัติ องค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงออกประกาศไวด้ งั น้ี ขอ้ ๑ ในประกาศนี้ “ท่ปี รกึ ษา” หมายความว่า ที่ปรึกษาทค่ี ณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซนี แห่งชาตแิ ตง่ ตั้ง “คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีน แหง่ ชาติแตง่ ต้ัง “ที่ปรึกษาอนุกรรมการ” หมายความว่า ที่ปรึกษาท่ีคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการบริหาร สถาบนั วัคซีนแห่งชาติแต่งตัง้ “การเดินทาง” หมายความว่า การเดินทางไปปฏิบัติงาน ประชุม สัมมนา หรือฝึกอบรม ทั้งในราชอาณ าจักรและนอกราชอาณ าจักร ท้ั งนี้ ตามท่ีสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการ หรือเป็นผ้ปู ระสานงาน ข้อ ๒ ให้ท่ีปรึกษา คณ ะอนุกรรมการ และท่ีปรึกษาอนุกรรมการ ได้รับเบ้ียประชุม เป็นรายเดือน และให้ไดร้ ับเบ้ยี ประชุมเฉพาะในเดือนที่ไดร้ ว่ มประชุม ดงั นี้ (๑) ทีป่ รกึ ษา 8,000 บาท (๒) ประธานอนกุ รรมการ ๕,000 บาท (๓) อนกุ รรมการ 4,000 บาท (๔) ท่ปี รึกษาอนุกรรมการ ๔,000 บาท ขอ้ ๓ ให้ประธาน ... หนา้ 61

๒ ข้อ ๓ ให้ที่ปรกึ ษาได้รับประโยชน์ตอบแทนอ่ืนเฉพาะในการเดินทาง คือ คา่ เบ้ียเล้ียง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องในอัตราท่ีราชการกำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือน ประเภทบรหิ ารระดบั สงู ขอ้ ๔ ให้ประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการ และทป่ี รึกษาอนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทน อื่นเฉพาะในการเดินทาง คือ ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าท่ีพัก ค่าพาหนะในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ในอตั ราทร่ี าชการกำหนดสำหรบั ข้าราชการพลเรือนประเภทบรหิ ารระดับต้น ประกาศ ณ วนั ที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ (นายมานิต ธีระตนั ติกานนท์) ประธานกรรมการบริหารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ หนา้ 62

หน้า ๒๗ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา ระเบียบคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวัคซนี แห่งชาติ ว่าดว้ ยการปฏิบตั ิงานของผอู้ านวยการ และการมอบอานาจให้ผู้อนื่ ปฏบิ ตั งิ านแทน พ.ศ. 2562 โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบวา่ ดว้ ยการปฏิบัตงิ านของผู้อานวยการ และการมอบอานาจ ให้ผูอ้ ่ืนปฏบิ ตั ิงานแทน อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๒๘ (๗) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบกบั มติคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาตเิ มือ่ วนั ที่ 19 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติจึงออกระเบยี บไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย การปฏบิ ตั งิ านของผ้อู านวยการ และการมอบอานาจให้ผู้อ่ืนปฏบิ ตั ิงานแทน พ.ศ. 2562” ขอ้ ๒ ระเบียบนใี้ หใ้ ชบ้ ังคบั ตั้งแต่วันถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป ข้อ ๓ ในระเบียบน้ี “สถาบัน” หมายความว่า สถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ “คณะกรรมการบรหิ ารสถาบัน” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความวา่ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ “กรรมการ” หมายความวา่ กรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ “ผอู้ านวยการ” หมายความว่า ผู้อานวยการสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ “รองผู้อานวยการ” หมายความวา่ รองผู้อานวยการสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ “ผู้จัดการสานัก” หมายความว่า เจ้าหน้าท่ีซึ่งผู้อานวยการแต่งตั้งให้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ และลกู จา้ งในสานักใดสานักหนึง่ ของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ ข้อ ๔ ให้ผู้อานวยการบริหารกิจการของสถาบันให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ หน้าท่ีและอานาจ ของสถาบนั รวมตลอดถึงกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ มติ และนโยบายของคณะกรรมการบรหิ ารสถาบัน ในการบริหารกิจการของสถาบัน ให้ผู้อานวยการจัดทาแผนการดาเนินงาน แผนการลงทุน แผนการเงินและงบประมาณของสถาบันเสนอคณะกรรมการบริหารสถาบันเพ่ือพิจารณาอนุมัติ ก่อนเริ่มปงี บประมาณ ข้อ ๕ ผู้อานวยการต้องมาปฏิบัติงานให้แก่สถาบันเต็มเวลาตามวันและเวลาทาการ ของสถาบัน ในกรณที ี่ไม่สามารถมาปฏิบตั งิ านได้ในวันใดให้ย่ืนใบลาตอ่ ประธานกรรมการ หรือกรรมการ ท่ปี ระธานกรรมการมอบหมาย การลาตามวรรคหน่ึง ผู้อานวยการอาจลาป่วย ลากิจส่วนตัว หรือลาพักผ่อนประจาปี ได้ตามทปี่ ระธานกรรมการเหน็ สมควร หน้า 63

หน้า ๒๘ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา ข้อ ๖ ในการบริหารงานโดยทั่วไปภายในสถาบัน กรณีที่เป็นเร่ืองอานาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติงาน หรือการดาเนินการอื่นท่ีผู้อานวยการพึงปฏิบัติ หรือ การดาเนินงานตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือมติของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติหรือ คณะกรรมการบริหารสถาบัน ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือมติในเรื่องน้ันมิได้กาหนดเร่ือง การมอบอานาจไว้เป็นอย่างอ่ืน หรือมิได้ห้ามเรื่องการมอบอานาจไว้ ผู้อานวยการอาจมอบอานาจ ใหร้ องผ้อู านวยการ หรอื เจ้าหนา้ ทีซ่ ่ึงดารงตาแหนง่ อื่นใดปฏบิ ตั กิ ารแทนผอู้ านวยการก็ได้ ขอ้ ๗ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้อานวยการในฐานะผู้แทนของสถาบัน จะมอบอานาจให้รองผู้อานวยการ หรือเจ้าหน้าท่ีซ่ึงดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่าผู้จัดการสานัก เป็นผู้แทน ของสถาบันในการปฏิบัตงิ านเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ขอ้ ๘ การมอบอานาจตามข้อ ๖ และข้อ ๗ ให้ทาเป็นหนังสือ และผู้รับมอบอานาจ จะมอบอานาจน้นั ให้ผอู้ น่ื ปฏบิ ตั แิ ทนมิได้ ผอู้ านวยการมีหน้าทกี่ ากับดูแล และติดตามผลการปฏบิ ตั งิ านของผ้รู ับมอบอานาจ ขอ้ ๙ ในกรณผี ูร้ ับมอบอานาจตามขอ้ ๗ กระทานิตกิ รรมใด ๆ กบั บคุ คลภายนอกในนาม ของสถาบันตามหนา้ ทีแ่ ละอานาจทไี่ ด้รับมอบน้นั ให้ใช้ข้อความว่า “สถาบันวัคซนี แห่งชาตโิ ดย ............... ผู้รับมอบอานาจ” เพอื่ แสดงสถานะความเป็นผู้แทนของสถาบันในการทานติ ิกรรมนัน้ ๆ ข้อ ๑๐ ใหป้ ระธานกรรมการรกั ษาการตามระเบยี บน้ี ประกาศ ณ วนั ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕62 มานติ ธีระตนั ติกานนท์ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ หนา้ 64

หน้า ๒๑ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๒๗๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ วา่ ดว้ ยการสรรหา การแตง่ ตั้ง การประเมนิ ผล และการถอดถอน ผูอ้ านวยการสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. 2562 โดยที่เป็นการสมควรกาหนดการสรรหา การแต่งตั้ง การประเมินผลและการถอดถอน ผู้อานวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ อาศัยอานาจตามความในมาตรา 28 (7) แห่งพระราชบัญญัติ ความม่ันคงด้านวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เรื่อง หลักเกณฑ์การสรรหาผู้อานวยการองค์การมหาชน และมติคณะกรรมการบริหารสถาบัน วัคซีนแห่งชาติเมื่อวันท่ี 19 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ จึงออกระเบียบไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้ ขอ้ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย การสรรหา การแต่งตั้ง การประเมินผล และการถอดถอนผู้อานวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562” ขอ้ 2 ระเบยี บนีใ้ หใ้ ช้บงั คับต้งั แต่วนั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป ขอ้ 3 ในระเบียบนี้ “สถาบนั ” หมายความว่า สถาบนั วัคซนี แห่งชาติ “คณะกรรมการบริหารสถาบัน” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “คณะอนุกรรมการสรรหา” หมายความว่า คณะอนุกรรมการสรรหาผู้อานวยการสถาบัน วคั ซีนแหง่ ชาติ “ประธานอนุกรรมการสรรหา” หมายความว่า ประธานอนุกรรมการสรรหาผู้อานวยการ สถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “อนกุ รรมการสรรหา” หมายความวา่ อนกุ รรมการสรรหาผู้อานวยการสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “ผู้อานวยการ” หมายความว่า ผ้อู านวยการสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอ้ 4 ใหป้ ระธานกรรมการรกั ษาการตามระเบยี บน้ี หน้า 65

เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๐ ง หน้า ๒๒ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ราชกจิ จานเุ บกษา หมวดท่ี 1 บททั่วไป ขอ้ 5 ก่อนการดาเนินการสรรหาผู้อานวยการ ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันกาหนด วัตถปุ ระสงคก์ ารปฏิบัตงิ าน เป้าหมาย ตวั ช้วี ดั ผลผลติ ตลอดจนกรอบวงเงนิ ค่าตอบแทนผอู้ านวยการ เสนอรัฐมนตรพี จิ ารณาเห็นชอบ และแจง้ ใหค้ ณะกรรมการพฒั นาและส่งเสรมิ องคก์ ารมหาชนทราบ กรอบวงเงนิ ค่าตอบแทนผ้อู านวยการให้เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ทค่ี ณะรัฐมนตรกี าหนด ขอ้ 6 ให้ดาเนินการสรรหาผู้อานวยการไว้ล่วงหน้าเป็นเวลาสี่เดือนก่อนท่ีผู้อานวยการ ที่ดารงตาแหน่งอยู่จะพ้นจากตาแหน่งตามวาระ หรือในกรณีท่ีมีเหตุอื่นให้ต้องสรรหา และให้แจ้ง คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนทราบด้วย ข้อ 7 ให้ดาเนินการสรรหาและแต่งต้ังผู้อานวยการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่มีเหตุให้ต้องสรรหา เว้นแต่มีเหตุผลจาเป็นให้คณะกรรมการบริหารสถาบันขยายระยะเวลา ไดอ้ ีกไม่เกนิ หกสบิ วัน ในกรณีท่ีดาเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการ บริหารสถาบันรายงานคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาตอ่ ไป หมวดที่ 2 คณะอนกุ รรมการสรรหา ข้อ 8 ในกรณีท่ีมีเหตุต้องสรรหาผู้อานวยการ ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันแต่งต้ัง คณะอนุกรรมการสรรหาคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะอนุกรรมการสรรหาผู้อานวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ” ประกอบดว้ ย (1) ผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงแต่งต้ังจากผู้ท่ีมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ท่ีเก่ียวข้องกับ การดาเนินงานของสถาบนั เปน็ ประธานอนกุ รรมการสรรหา (2) ผแู้ ทนสานกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ เป็นอนกุ รรมการสรรหา (3) ผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับ การดาเนนิ งานของสถาบนั จานวนสามคน เปน็ อนกุ รรมการสรรหา อนุกรรมการสรรหาตาม (๓) ให้แต่งตั้งจากผู้ดารงตาแหน่งในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือผู้แทนกลุ่มผู้มสี ่วนได้ส่วนเสียท่ีเก่ียวข้องกับการดาเนนิ งานของสถาบันหรอื จะเปน็ ผู้ทรงคุณวุฒิท่ีเก่ียวข้องกับการดาเนินงานของสถาบัน ซึ่งอาจเป็นกรรมการในคณะกรรมการบริหาร สถาบันก็ได้ ท้ังนี้ ต้องมีบุคคลท่ีไม่เป็นข้าราชการซ่ึงมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา พนักงานหรือ หนา้ 66

หน้า ๒๓ ๓๑ ตลุ าคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๒๗๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา ลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมอยู่ด้วย ไม่น้อยกวา่ หนึ่งคน ใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั แต่งตัง้ เจา้ หน้าทขี่ องสถาบนั คนหน่งึ เปน็ เลขานุการ ข้อ 9 ประธานอนุกรรมการสรรหาและอนุกรรมการสรรหาตามข้อ 8 (1) และ (3) ตอ้ งมีคณุ สมบตั แิ ละไม่มีลักษณะต้องหา้ ม ดงั ต่อไปน้ี (๑) มีสญั ชาติไทย (๒) มีอายุไมต่ ่ากวา่ สามสบิ หา้ ปีบรบิ ูรณ์ (๓) ไม่เป็นบคุ คลล้มละลายหรอื เคยเป็นบคุ คลลม้ ละลายทุจริต (๔) ไมเ่ ป็นคนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมือนไรค้ วามสามารถ (5) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับ ความผิดท่ไี ด้กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (6) มีความเป็นกลางทางการเมืองและไม่เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถ่ิน หรือผู้บริหารท้องถ่ิน กรรมการหรือผู้ดารงตาแหน่งซ่ึงรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษา พรรคการเมอื ง หรือเจา้ หน้าท่พี รรคการเมอื ง (7) ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือ หน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าท่ี ประพฤติช่ัวอย่างร้ายแรง หรือถือว่ากระทาการทุจริต และประพฤตมิ ิชอบ ในวงราชการ (๘) ไม่เปน็ เจา้ หน้าท่หี รือลูกจ้าง หรอื ท่ีปรกึ ษาหรือผู้เช่ียวชาญซึง่ มีสัญญาจ้างกับสถาบนั ข้อ 10 ในกรณีท่ีอนุกรรมการสรรหาผู้ใดลาออก หรือพ้นจากตาแหน่งเพราะขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 9 หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะอนุกรรมการสรรหา ประกอบดว้ ยอนกุ รรมการสรรหาท่ีเหลืออยู่ปฏิบตั ิหนา้ ท่ตี อ่ ไป เว้นแต่คณะอนกุ รรมการสรรหาที่เหลืออยู่ มไี ม่ถึงก่ึงหน่งึ ใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันแต่งตัง้ อนกุ รรมการสรรหาใหค้ รบตามจานวน ในกรณีทีป่ ระธานอนกุ รรมการลาออก หรือพ้นจากตาแหน่งเพราะขาดคุณสมบัติหรือมลี ักษณะ ต้องห้ามตามข้อ 9 หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้ ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ สรรหาข้นึ ใหม่หรอื จะแต่งตง้ั เฉพาะประธานอนกุ รรมการสรรหาก็ได้ ประธานอนุกรรมการสรรหา อนุกรรมการสรรหา หรือเลขานุการคณะอนุกรรมการสรรหา ผู้ใดเป็นผู้เข้ารับการสรรหาเป็นผู้อานวยการ ให้ผู้นั้นพ้นจากการเป็นประธานอนุกรรมการสรรหา อนุกรรมการสรรหา หรอื เลขานุการคณะอนุกรรมการสรรหา แล้วแต่กรณี ข้อ 11 ใหค้ ณะอนกุ รรมการสรรหามหี นา้ ทแ่ี ละอานาจ ดังต่อไปน้ี (1) กาหนดรายละเอยี ดเกีย่ วกบั กระบวนการ ขั้นตอน และระยะเวลาการดาเนนิ การต่าง ๆ (2) ดาเนนิ การสรรหาผู้อานวยการตามระเบียบน้ี (3) เสนอคณะกรรมการพจิ ารณาคัดเลอื กบุคคลซงึ่ สมควรไดร้ ับคัดเลือกเป็นผูอ้ านวยการ หน้า 67

หน้า ๒๔ ๓๑ ตลุ าคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา (4) ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่อ่นื ตามทคี่ ณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั มอบหมาย การดาเนินการสรรหา ให้ดาเนินการไปด้วยความบริสุทธ์ิ ยุติธรรม เปิดเผย และโปร่งใส และใหเ้ ปน็ ไปตามระบบคณุ ธรรม ขอ้ 12 การประชุมของคณะอนุกรรมการสรรหา ให้ดาเนินการตามระเบียบคณะกรรมการ บริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยอนุโลม ข้อ 13 ให้คณะอนุกรรมการสรรหาได้รับเบ้ียประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่ คณะกรรมการบริหารสถาบนั กาหนด หมวดที่ 3 การสรรหาผอู้ านวยการ ข้อ 14 วธิ สี รรหาผอู้ านวยการ ใหด้ าเนินการโดยวิธใี ดวธิ ีหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (1) ประกาศรับสมัครท่ัวไป (2) ทาบทามโดยเฉพาะเจาะจง (3) จดั จ้างให้เอกชนท่ีมีวิชาชีพดา้ นการสรรหาบคุ ลากรคัดสรรมาใหเ้ ลอื ก (4) วิธอี ่ืนท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบันกาหนด การดาเนินการสรรหาโดยวิธีการตาม (2) และ (๓) ต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการบริหารสถาบนั กอ่ นจึงจะดาเนินการได้ ขอ้ 15 ข้นั ตอนการสรรหาผูอ้ านวยการ ใหค้ ณะอนกุ รรมการสรรหาดาเนินการ ดงั ต่อไปน้ี (1) ออกประกาศรายละเอียดเกีย่ วกับกระบวนการ ขน้ั ตอน และระยะเวลาการดาเนนิ การต่าง ๆ (2) ใหผ้ ้เู ขา้ รับการสรรหาแสดงวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และแผนบรหิ ารสถาบัน (3) พจิ ารณา คดั เลอื ก ผู้ท่มี คี ุณสมบัติเหมาะสม ข้อ 16 ให้คณะอนุกรรมการสรรหาดาเนินการสรรหาตามขั้นตอนที่กาหนดไว้ในข้อ 1๕ และเสนอรายช่ือบุคคลซึ่งสมควรได้รับคัดเลือกเป็นผู้อานวยการที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้คณะกรรมการ บริหารสถาบันพิจารณาคัดเลือก ใ น ก ร ณี ท่ี ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร บ ริ ห า ร ส ถ า บั น เ ห็ น ว่ า ไ ม่ มี บุ ค ค ล ซ่ึ ง ส ม ค ว ร ไ ด้ รั บ คั ด เ ลื อ ก เปน็ ผู้อานวยการให้ดาเนนิ การสรรหาใหมอ่ ีกครั้งหนงึ่ ขอ้ 1๗ เม่ือคณะกรรมการบริหารสถาบันพิจารณาบุคคลซึ่งสมควรได้รับคัดเลือก เป็นผู้อานวยการเรียบร้อยแล้ว ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันเจรจาต่อรองเงินเดือนและประโยชน์ ตอบแทนอ่ืนใหแ้ ลว้ เสร็จภายในสามสิบวนั นบั แต่วันท่ีไดร้ ับคดั เลอื ก หน้า 68

หน้า ๒๕ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๒๗๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันแจ้งช่ือบุคคลซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นผู้อานวยการ พร้อมกับ รา่ งสัญญาจา้ งผูอ้ านวยการ ใหร้ ัฐมนตรีเพอ่ื พจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบเงินเดือนและประโยชนต์ อบแทนอนื่ ข้อ 1๘ เม่ือรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอ่ืนแล้ว ให้มีการ ทาสัญญาจา้ งผูอ้ านวยการและแต่งตั้งผอู้ านวยการต่อไป เมื่อดาเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้สถาบันแจ้งช่ือผู้อานวยการ และส่งสาเนาสัญญาจ้าง ผอู้ านวยการเป็นเอกสารลับให้คณะกรรมการพฒั นาและส่งเสริมองค์การมหาชนทราบด้วย หมวดที่ 4 การประเมินผลเพ่อื แตง่ ตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ อกี วาระ ข้อ ๑๙ กรณีผู้อานวยการท่ีดารงตาแหนง่ ครบวาระแรก และมีผลการประเมนิ การปฏบิ ัตงิ าน ในระดับดีมากข้ึนไป มีผลงานเป็นท่ีประจักษ์และคณะกรรมการบริหารสถาบันเห็นว่าการจ้าง ผู้อานวยการเดมิ จะเกิดประโยชนแ์ กส่ ถาบัน คณะกรรมการบริหารสถาบันอาจพิจารณาเห็นสมควรให้ ดารงตาแหนง่ ในวาระทส่ี องเพอื่ แต่งตั้งเปน็ ผูอ้ านวยการแทนการสรรหาตามความในหมวดที่ 3 กไ็ ด้ หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบัน กาหนด ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันเจรจาต่อรองเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ของผ้อู านวยการ ข้อ 20 เม่ือคณะกรรมการบริหารสถาบนั เห็นชอบให้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการอกี วาระหน่ึง ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันเสนอวัตถุประสงค์การปฏบิ ตั งิ าน เปา้ หมาย ตวั ช้ีวดั ผลผลิต ตลอดจน กรอบวงเงนิ ค่าตอบแทนผอู้ านวยการใหร้ ฐั มนตรเี พ่อื พจิ ารณาใหค้ วามเห็นชอบ เมื่อรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้แจ้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริม องคก์ ารมหาชนทราบ และใหม้ กี ารทาสัญญาจ้างผู้อานวยการและแต่งตง้ั ผ้อู านวยการ และส่งสัญญาจา้ ง ผูอ้ านวยการเป็นเอกสารลับ ให้คณะกรรมการพฒั นาและส่งเสริมองคก์ ารมหาชนดว้ ย หมวดท่ี 5 การถอดถอน ขอ้ 21 คณะกรรมการบริหารสถาบันมีอานาจลงมติให้ถอดถอนผู้อานวยการออกจาก ตาแหน่ง หากพบว่าบกพรอ่ งต่อหนา้ ที่ มคี วามประพฤตเิ สื่อมเสีย หรอื หยอ่ นความสามารถ หนา้ 69

หน้า ๒๖ ๓๑ ตลุ าคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๗๐ ง ราชกิจจานุเบกษา มติของคณะกรรมการบริหารสถาบันให้ถอดถอนผู้อานวยการออกจากตาแหน่งตามวรรคหน่ึง ต้องประกอบดว้ ยคะแนนเสยี งไม่น้อยกวา่ สองในสามของจานวนกรรมการท่ีมอี ยู่ โดยไม่นับรวมตาแหน่ง ผูอ้ านวยการ ประกาศ ณ วนั ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕62 มานติ ธีระตนั ตกิ านนท์ ประธานกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ หนา้ 70

หน้า ๙ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๓๑๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ วา่ ดว้ ยการบรหิ ารงานบุคคลของสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยที่เป็นการสมควรให้มรี ะเบยี บวา่ ด้วยการบริหารงานบคุ คลของสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ อาศัยอานาจความในมาตรา 28 (4) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 โดยมตคิ ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติเม่อื วนั ท่ี 23 สงิ หาคม พ.ศ. 2562 คณะกรรมการบริหารสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติจึงออกระเบยี บไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย การบริหารงานบคุ คลของสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒” ข้อ 2 ระเบยี บนใี้ ห้ใช้บงั คบั ตั้งแตว่ นั ถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป ข้อ 3 ในระเบยี บน้ี “สถาบนั ” หมายความว่า สถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ “คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั ” หมายความวา่ คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความวา่ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ “คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล” หมายความว่า คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการท่ีปฏิบัติหน้าที่เก่ียวกับ การบรหิ ารงานบุคคลของสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ “ผ้อู านวยการ” หมายความว่า ผอู้ านวยการสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ “เจ้าหน้าท่ี” หมายความว่า เจ้าหนา้ ท่ีของสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ “ลกู จา้ ง” หมายความว่า ลูกจ้างของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ข้อ 4 ใหป้ ระธานกรรมการรักษาการตามระเบยี บนี้ ในกรณีมีปัญหาในการปฏิบัตใิ ห้เปน็ ไปตามระเบียบนี้ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้วินิจฉยั ชขี้ าด โดยคาแนะนาของคณะอนกุ รรมการบรหิ ารงานบคุ คล หน้า 71

หน้า ๑๐ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๓๑๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา หมวด 1 คณะอนกุ รรมการบริหารงานบคุ คล ขอ้ 5 ให้มีคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลของสถาบัน ซ่ึงคณะกรรมการบริหารสถาบันแต่งตง้ั ประกอบดว้ ย (1) กรรมการในคณะกรรมการบริหารสถาบนั 1 คน เปน็ ประธานอนุกรรมการ (2) ผทู้ รงคุณวุฒดิ ้านบริหารงานบคุ คล 2 คน เป็นอนุกรรมการ (3) ผู้ทรงคุณวุฒดิ ้านกฎหมาย 1 คน เปน็ อนุกรรมการ (4) ผู้อานวยการ เปน็ อนกุ รรมการ (๕) ผ้จู ัดการสานักอานวยการ เป็นอนุกรรมการและเลขานกุ าร (๖) นกั ทรพั ยากรบคุ คล 1 คน เป็นผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร เว้นแตค่ ณะกรรมการบริหารสถาบันเห็นสมควรอาจมอบหมายใหค้ ณะอนุกรรมการ คณะใดคณะหน่งึ ทาหน้าทค่ี ณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลก็ได้ ขอ้ 6 ในกรณีตาแหน่งประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังมิได้แต่งตั้งประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้คณะอนุกรรมการ บรหิ ารงานบคุ คลประกอบดว้ ยอนุกรรมการเทา่ ท่เี หลอื อยู่ ถ้าตาแหน่งท่ีว่างลงตามวรรคหนึ่งเป็นประธานอนุกรรมการ ให้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการ บริหารงานบุคคลเลือกอนุกรรมการคนใดคนหน่ึง เป็นประธานอนุกรรมการเป็นการช่ัวคราว จนกว่า จะมีการแตง่ ตงั้ ประธานอนุกรรมการมาแทนตาแหน่งทีว่ า่ ง ข้อ ๗ ใหค้ ณะอนุกรรมการบริหารงานบคุ คลมหี น้าที่และอานาจ ดังต่อไปนี้ (1) พิจารณากลน่ั กรองเกยี่ วกับ การกาหนดแผนอัตรากาลัง การกาหนดตาแหน่ง มาตรฐาน กาหนดตาแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตาแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อ่ืน ของเจ้าหน้าที่หรอื ลูกจ้าง รวมทั้งการปรับปรุงแก้ไขระเบียบ ประกาศ ที่เกี่ยวกับการบริหารงานบคุ คล เพ่ือเสนอตอ่ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั (2) กากับ ตดิ ตาม และให้ข้อเสนอแนะเกย่ี วกับการดาเนินงานให้เปน็ ไปตามแผนการบรหิ าร บุคลากรและแผนพัฒนาบุคลากรของสถาบันเพื่อให้สถาบันเป็นองค์กรที่เข้มแข็งและสามารถสนับสนุน การดาเนินงานของสถาบันให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และรายงาน คณะกรรมการบริหารสถาบนั ทราบ (๓) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามแผนบริหารงานบุคลากร และ แผนพัฒนาองคก์ รของสถาบัน (๔) กระทาการอ่ืนใดท่ีจาเปน็ หรือตอ่ เนอ่ื ง เพ่ือให้บรรลุหนา้ ท่ีและอานาจ ของคณะอนุกรรมการ บรหิ ารงานบุคคล หนา้ 72

หน้า ๑๑ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๓๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา (๕) ปฏิบัติงานอื่นตามท่ีกาหนดไว้ในระเบยี บน้ีหรือตามท่คี ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันมอบหมาย ข้อ ๘ การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล ให้นาบทบัญญัติมาตรา 9 แหง่ พระราชบัญญัติความม่นั คงดา้ นวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2561 มาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม ขอ้ ๙ ให้ประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล ไดร้ บั เบย้ี ประชมุ และประโยชนต์ อบแทนอนื่ ตามระเบยี บท่ีคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันกาหนด หมวด 2 เจา้ หนา้ ทแี่ ละลูกจ้าง สว่ นท่ี 1 บททัว่ ไป ขอ้ 1๐ ผู้ท่ีจะได้รับการบรรจุและแต่งต้ังเป็นเจ้าหน้าท่ีและลูกจ้างจะต้องมีคุณสมบัติและ ไมม่ ีลกั ษณะตอ้ งห้าม ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) มสี ัญชาตไิ ทย (๒) มีอายไุ ม่ตา่ กวา่ สบิ แปดปบี รบิ ูรณ์ และไมเ่ กินหกสิบปีบรบิ ูรณ์ (๓) สามารถทางานให้แก่สถาบันได้เต็มเวลา (๔) มคี ณุ วฒุ ิหรอื ประสบการณ์เหมาะสมกับวตั ถุประสงค์ตามหนา้ ที่และอานาจของสถาบนั (๕) ไม่เปน็ เจา้ หน้าทขี่ องรฐั เว้นแต่เปน็ กรณีตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบญั ญตั คิ วามมนั่ คง ด้านวัคซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ (๖) ไม่เปน็ ที่ปรึกษาหรอื ผเู้ ช่ียวชาญซึง่ มสี ญั ญาจา้ งกับสถาบัน (๗) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๙) หรือ มาตรา ๓๓ (๕) แห่งพระราชบัญญตั คิ วามมนั่ คงด้านวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ความใน (๑) มิให้ใช้บังคับแก่เจ้าหน้าท่ีและลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งสถาบันจาเป็นต้องจ้าง หรือแตง่ ตงั้ ตามขอ้ ผูกพนั หรือตามลกั ษณะของกจิ การของสถาบัน ข้อ ๑๑ บุคคลผู้สมัครเข้าเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง ต้องยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐาน ตามทีส่ ถาบนั กาหนด เม่ือได้รับการบรรจุและแต่งต้ังเป็นเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างแล้วหากภายหลังพบว่าบุคคลน้ัน มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน หรือมีลักษณะต้องห้ามเพราะบุคคลน้ันมิได้แจ้งคุณสมบัติหรือลักษณะต้องหา้ ม ตามความเป็นจริงหรือแสดงหลักฐานอนั เปน็ เทจ็ หรอื ทาใหส้ ถาบนั สาคญั ผดิ ในขอ้ เท็จจริง สถาบันมสี ทิ ธิ ให้เจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้น้ันพ้นจากตาแหน่งและพ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างได้ โดยเจ้าหน้าที่ หรอื ลกู จา้ งผนู้ ้ันจะเรยี กรอ้ งค่าชดเชยมิได้ หนา้ 73

หน้า ๑๒ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๓๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ข้อ 1๒ เจ้าหน้าท่ีซ่ึงทางานกับสถาบันครบหน่ึงปีหรือลูกจ้างซ่ึงทางานกับสถาบันครบหนึ่งปี และได้รับการต่อสัญญาให้ปฏิบัติงานต่อไปอีก ให้มีสิทธิลาพักผ่อนประจาปีได้โดยได้รับเงินเ ดือน หรอื ค่าจ้าง เต็มจานวนซ่งึ ปีหนงึ่ ได้สิบวันทาการ ถ้าในปีใดเจ้าหน้าที่ผู้ใดมิได้ลาพักผ่อนประจาปี หรือลาพักผ่อนประจาปีไม่ครบสิบวันทาการ ให้สะสมวันท่ียังมิได้ลาในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อ ๆ ไปได้ แต่วันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อน ในปปี จั จบุ นั จะต้องไมเ่ กนิ ยสี่ บิ วันทาการ นอกจากการให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างลาพักผ่อนประจาปีแล้ว สถาบันอาจให้เจ้าหน้าท่ี และลูกจา้ งลาเพื่อการอ่ืนโดยไดร้ บั เงนิ เดอื นหรือคา่ จ้างเต็มจานวนไดอ้ กี ตามความจาเปน็ และเหมาะสม หลักเกณฑ์ วิธีการลา และประเภทของการลา รวมตลอดถึงการกาหนดวันทางาน เวลาทางาน และวันหยุด ให้เป็นไปตามระเบียบท่ีผู้อานวยการกาหนด โดยความเห็นชอบของ คณะอนกุ รรมการบรหิ ารงานบคุ คล สว่ นท่ี 2 เจ้าหนา้ ท่ี ข้อ 1๓ ตาแหน่งของเจ้าหน้าท่ีมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้ (1) ประเภทบริหาร (2) ประเภทวิชาการ (3) ประเภทสนบั สนุน โครงสร้างตาแหน่งในแต่ละประเภทและการกาหนดช่ือตาแหน่ง และกรอบอัตรากาลัง ใหเ้ ป็นไปตามทีค่ ณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั กาหนด ข้อ 1๔ ให้ผอู้ านวยการเปน็ ผู้มอี านาจสงั่ บรรจุ แต่งต้ัง โยกยา้ ย เล่อื นตาแหนง่ ดาเนนิ การ ทางวินัย ลงโทษทางวินัย การพ้นจากตาแหน่ง และการพ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าท่ีของเจ้าหน้าท่ี ทุกตาแหน่ง ส่วนที่ 3 ลูกจา้ ง ข้อ 1๕ การบรรจุแต่งต้ังบุคคลเป็นลูกจ้าง ให้กระทาได้เฉพาะกรณีมีเหตุผลความจาเป็น เพื่อปฏิบัติงานเฉพาะคราวท่ีมีกาหนดระยะเวลาส้นิ สุด หรือความจาเปน็ ของงานท่แี น่นอน หรือมาช่วย ปฏิบัติงานในกรณีไม่มีอตั รากาลังเจ้าหนา้ ทีเ่ พื่อปฏิบตั ิงานน้นั ได้เพียงพอ ทั้งนี้ โดยใหส้ ถาบนั จัดทาแผน และกรอบอัตรากาลังลูกจ้างเสนอคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลพิจารณาให้ความเห็นชอบ เว้นแต่กรณีลูกจ้างโครงการของสถาบันให้บรรจุลูกจ้างตามแผนงานโครงการที่คณะกรรมการบริหาร สถาบนั อนุมัตแิ ล้ว หนา้ 74

หน้า ๑๓ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๓๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้ท่ีได้รับการบรรจุและแต่งต้ังเป็นลูกจ้างตามวรรคหน่ึงทาสั ญญาปฏิบัติงานกับสถาบัน คราวละไม่เกินหนึ่งปี เว้นแต่บรรจุให้ปฏิบัติงานในโครงการของสถาบันท่ีมีกาหนดเวลาสิ้นสุด ของโครงการน้นั ไว้เปน็ ที่แน่นอนใหท้ าสัญญาปฏิบัตงิ านตามระยะเวลาสนิ้ สดุ ของโครงการน้ัน ข้อ 1๖ ให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างในอัตราขั้นต้นตามตาแหน่งและวุฒิการศึกษาของเจ้าหน้าท่ี ในตาแหน่งนั้น เว้นแต่ผู้ท่ีมีประสบการณ์ในการทางานหรือผลงานทางวิชาการสูง อาจได้รับค่าจ้าง ในอัตราท่ีสูงกว่าขั้นต้นของตาแหน่งและวุฒิการศึกษา ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์ที่ผู้อานวยการกาหนด โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการบริหารสถาบัน หมวด 3 การบรรจุการแตง่ ต้งั และการเลอื่ นตาแหนง่ ข้อ ๑๗ สถาบันจะต้องบรรจุและแต่งต้ังเจ้าหน้าท่ีและลูกจ้างตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง ตามท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบันกาหนด โดยมาตรฐานดังกล่าวจะต้องแสดงประเภทตาแหน่ง ชื่อตาแหนง่ ลักษณะงานท่ีตอ้ งปฏบิ ตั แิ ละคุณสมบตั เิ ฉพาะตาแหน่งไว้ดว้ ย ข้อ ๑๘ การบรรจุบุคคลเพ่ือแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่และลูกจ้างในตาแหน่งต่าง ๆ ให้บรรจุ และแต่งต้ังจากผู้ท่ีผ่านการคัดเลือกและทดสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตาแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ และวิธกี ารทผ่ี ู้อานวยการกาหนด ในการแต่งต้ัง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือน เล่ือนตาแหน่ง และการลงโทษทางวินัย เจ้าหน้าที่ ซึ่งทาหนา้ ที่เป็นผู้ตรวจสอบภายในของสถาบัน ให้ผู้อานวยการและคณะกรรมการตรวจสอบของสถาบัน พิจารณารว่ มกันแลว้ เสนอให้คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั ให้ความเห็นชอบกอ่ นจงึ ดาเนินการได้ ข้อ ๑๙ ในกรณีที่มีเหตุผลความจาเป็นเพ่ือประโยชน์ของสถาบัน ผู้อานวยการอาจสั่งบรรจุ และแต่งตั้งเจ้าหน้าท่ีโดยการสรรหาโดยมิต้องคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารตามข้อ ๑๘ วรรคหน่งึ ก็ได้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสถาบนั โ ด ย ส ภ า พ ข อ ง ง า น ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ เ ฉ พ า ะ ผู้ อ า น ว ย ก า ร อ า จ สั่ ง บ ร ร จุ แ ล ะ แ ต่ ง ต้ั ง เ จ้ า ห น้ า ที่ ซ่งึ มคี ณุ สมบตั เิ ฉพาะตาแหนง่ ตา่ งไปจากมาตรฐานกาหนดตาแหนง่ โดยการสรรหากไ็ ดโ้ ดยความเหน็ ชอบ ของคณะกรรมการบริหารสถาบัน ขอ้ 2๐ ผู้ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งต้ังให้เป็นเจ้าหน้าท่ีในตาแหน่งใด ให้ผู้น้ันทดลอง ปฏิบัติงานในตาแหนง่ น้ันเป็นเวลาไม่นอ้ ยกว่าเก้าสิบวัน และเม่ือครบกาหนดระยะเวลาทดลองปฏิบัติงานแล้ว ให้ประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานของผู้นั้นให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันครบกาหนด ระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน ถ้าผลการประเมินต่ากว่ามาตรฐานที่กาหนด ผู้อานวยการอาจสั่งให้ผู้นั้น ออกจากงาน การประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานและมาตรฐานการประเมินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบท่ีผูอ้ านวยการกาหนด หน้า 75

หน้า ๑๔ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๓๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา เจ้าหน้าที่ซึ่งถูกสั่งให้ออกจากงานและพ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าทเี่ พราะไมผ่ ่านการประเมินผล การทดลองปฏิบตั งิ านจะเรียกร้องคา่ ชดเชยการออกจากงานไม่ได้ ข้อ 2๑ เพ่อื ประโยชนใ์ นการนับอายุงานของเจา้ หนา้ ที่ ใหเ้ ร่ิมนบั อายงุ านของเจา้ หน้าทตี่ ง้ั แต่ วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ โดยให้นับระยะเวลาระหว่างการทดลองปฏิบัติงาน และระยะเวลาประเมนิ ผลการทดลองปฏบิ ตั ิงานรวมเข้าไว้ดว้ ย ขอ้ 2๒ ให้ผู้อานวยการจัดสรรอัตรากาลังให้เหมาะสมกับโครงสร้างการจัดแบ่งส่วนงาน ของสถาบัน และขอบเขตหน้าท่ีและอานาจของส่วนงานนั้น ๆ ท้ังนี้ จานวนรวมของอัตรากาลัง เงนิ เดอื น และคา่ จา้ งต้องไมเ่ กนิ กรอบอัตรากาลังและกรอบวงเงนิ ทค่ี ณะกรรมการบริหารสถาบันกาหนด แลว้ แต่กรณี ข้อ 2๓ การเลื่อนตาแหน่งของเจ้าหนา้ ที่ ต้องคานึงถงึ ความรู้ความสามารถ ความประพฤติ ปริมาณและคุณภาพของงาน ความอุตสาหะ การรักษาวินัยและความเหมาะสมกับตาแหน่ง ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบท่ีผู้อานวยการกาหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะอนุกรรมการบริหาร งานบุคคล ขอ้ 2๔ การเปลี่ยนตาแหน่งเจ้าหน้าที่จากประเภทหน่ึงไปเป็นอีกประเภทหน่ึงให้กระทาได้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการทผ่ี ู้อานวยการกาหนด ข้อ ๒๕ ความในข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ ข้อ 2๐ และข้อ 2๑ ของหมวดน้ีมิให้ ใช้บังคับกับเจ้าหน้าท่ีซ่ึงมาปฏิบัติงานเป็นการชัว่ คราวตามมาตรา 42 แห่งพระราชบญั ญัติความม่ันคง ดา้ นวคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2561 หมวด 4 เงนิ เดือน ค่าจา้ ง และการเล่อื นเงนิ เดอื นประจาปี ขอ้ ๒๖ เจ้าหน้าทแี่ ละลูกจ้างจะไดร้ บั เงนิ เดอื นหรอื คา่ จ้างในอตั ราทแี่ ตกตา่ งกันตามคุณสมบตั ิ และตาแหน่งที่บรรจุและแต่งต้ัง โดยอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างให้เป็นไปตามโครงสร้างเงินเดือน ทค่ี ณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั กาหนด ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ปรากฏว่าโครงสร้างเงินเดือนท่ีใช้อยู่ไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ในปัจจบุ นั ให้ผู้อานวยการพิจารณาปรบั ปรงุ และเสนอคณะอนกุ รรมการบรหิ ารงานบคุ คล เพ่อื พจิ ารณา กลน่ั กรองและนาเสนอคณะกรรมการบริหารสถาบนั พจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบต่อไป การพิจารณาปรบั ปรงุ โครงสรา้ งเงนิ เดอื นตามวรรคหนง่ึ จะตอ้ งคานึงถึง (1) หน้าทแ่ี ละความรบั ผิดชอบงานในแต่ละตาแหน่ง (2) สถานการณแ์ ละความจาเป็นของสถาบัน (3) อตั ราเงนิ เดือนหรือค่าจ้างของหน่วยงานอื่นทมี่ ีลกั ษณะใกลเ้ คียงกัน (4) อัตราคา่ จา้ งแรงงานในตลาดแรงงานภายในประเทศ หนา้ 76

หน้า ๑๕ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๓๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา (5) สภาพเศรษฐกิจและสภาวะเงนิ เฟอ้ ของประเทศ ข้อ ๒๘ เงินเดือนหรือค่าจ้างของเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างเปน็ ความลับของสถาบัน ผู้ใดเปิดเผย เงินเดือนหรือค่าจ้างของเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างถือเป็นความผิดฐานเปิดเผยความลับของสถาบันและ เป็นความผิดทางวินัย เว้นแต่จะเป็นการกระทาเพื่อการปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ หรือตามที่ สถาบันมอบหมายเทา่ นัน้ ข้อ ๒๙ สถาบันจะจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้าง และเงินอ่ืน (ถ้ามี) ให้แก่เจ้าหน้าท่ีและลูกจ้าง ณ ที่ทาการของสถาบัน หรือนาเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่สถาบันกาหนดในชื่อบัญชีของเจ้าหน้าที่ หรอื ลกู จา้ งแล้วแตก่ รณี โดยสถาบันจะหักภาษีเงินได้ ณ ทจ่ี า่ ยตามอตั ราทีก่ ฎหมายกาหนด ขอ้ 3๐ การกาหนดวงเงินปรับเพ่ิมเงินเดือนหรือค่าจ้างเพื่อใช้เล่ือนเงินเดือนของเจ้าหน้าท่ี หรอื ปรับคา่ จ้างของลูกจ้างประจาปีในปงี บประมาณใด ใหเ้ ป็นไปตามท่ีคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันกาหนด การเล่ือนเงินเดือนของเจ้าหน้าท่ีหรือค่าจ้างของลูกจ้างประจาปี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการท่ีผู้อานวยการกาหนด โดยให้นาการประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้าง มาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย และแจ้งการสั่งเลื่อนเงินเดือนหรือค่าจ้างให้ทราบเป็นรายบุคคลโดยไม่ต้อง ประกาศให้ทราบเปน็ การทั่วไป ข้อ 3๑ เจ้าหน้าท่ีผ่านการทดลองงานแล้วและปฏิบัติงานมาไม่น้อยกว่าแปดเดือนจะได้รับ การพิจารณาเล่ือนเงินเดือนประจาปี ในวันท่ี 1 ตุลาคมของทุกปี จนกว่าจะได้รับเงินเดือนในอัตราสูงสุด ของชว่ งเงนิ เดือนในตาแหนง่ ทคี่ รองซึ่งอยู่ การปรับอตั ราค่าจ้างของลกู จา้ งใหเ้ ปน็ ไปตามสัญญาปฏบิ ตั งิ าน ขอ้ 3๒ การคานวณจานวนเงินในการเลื่อนเงินเดือนหรือปรับค่าจ้างตามหมวดน้ี ถ้ามีเศษ ไม่ถึงหนึง่ ร้อยบาทใหป้ ัดเป็นหน่งึ รอ้ ยบาท หมวด 5 การประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน ขอ้ 3๓ ให้สถาบันจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ปีละสองครั้ง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสมและศักยภาพของเจ้าหน้าที่ ในการดารงตาแหน่ง เปลี่ยนตาแหน่ง เลื่อนตาแหน่ง เลื่อนเงินเดือน และการเพ่ิมพูนประสิทธิภาพ ในการปฏิบตั ิงานของเจา้ หน้าท่ี การประเมินผลการปฏิบัติงานต้องกระทาด้วยความเป็นธรรม และผู้ประเมินต้องแจ้งผล การประเมินใหผ้ ้รู ับการประเมินทราบทกุ ครัง้ ทม่ี กี ารประเมนิ เป็นรายบคุ คล หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และแบบการประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านใหเ้ ปน็ ไปตามที่ผูอ้ านวยการกาหนด โดยความเหน็ ชอบของคณะอนกุ รรมการบริหารงานบุคคล หน้า 77

หน้า ๑๖ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๓๑๐ ง ราชกจิ จานุเบกษา ขอ้ 3๔ การประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซ่ึงทาหน้าท่ีเป็นหัวหน้าหน่วยงาน ตรวจสอบภายในของสถาบัน ให้ผู้อานวยการและคณะกรรมการตรวจสอบของสถาบันร่วมกนั พิจารณา และเสนอให้คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั พจิ ารณาให้ความเห็นชอบต่อไป หมวด 6 สวสั ดกิ าร และสิทธิประโยชน์ ข้อ ๓๕ ใหส้ ถาบนั จดั สวัสดกิ ารและสทิ ธิประโยชน์แก่เจา้ หน้าท่ี ดังต่อไปนี้ (1) การรกั ษาพยาบาลและการตรวจสขุ ภาพประจาปี (2) การประกันอบุ ตั เิ หตุในการปฏิบัติงาน (3) เงินช่วยเหลอื การศกึ ษาบตุ ร (4) เงินชว่ ยเหลือการประสบภัย (5) กองทนุ สารองเล้ียงชพี (๖) สวัสดกิ ารและสิทธิประโยชน์ตามทค่ี ณะกรรมการบริหารสถาบนั กาหนดเพมิ่ เติม การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันกาหนด หมวด 7 การพัฒนา การเพม่ิ พูนประสิทธภิ าพ และเสริมสรา้ งแรงจงู ใจในการปฏบิ ตั ิงาน ข้อ ๓๖ ให้สถาบันจัดให้มีการพัฒนา และเพิ่มพูนประสิทธิภาพให้แก่เจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ เจตคติ คุณธรรมและจริยธรรม เพ่ือให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ โดยสถาบันต้องจัดทาแผนพัฒนาบุคลากรของสถาบัน และจัดสรรงบประมาณ เพือ่ พฒั นาและเพ่มิ พูนประสทิ ธภิ าพของเจ้าหน้าท่แี ละลกู จ้างอยา่ งเหมาะสมทุกปี ข้อ ๓๗ เพ่ือประโยชน์ในการพัฒนาและเพิ่มพูนประสิทธิภาพของเจ้าหน้าท่ีและลูกจ้าง สถาบันอาจจัดให้มกี ารพัฒนาเจ้าหนา้ ท่ีและลกู จ้างในการปฏิบตั งิ าน โดยนาเสนอต่อคณะกรรมการบริหารสถาบนั ให้ความเหน็ ชอบ ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) การศกึ ษา ฝกึ อบรม หรอื ดงู าน (๒) การปฏบิ ัตงิ านวิจยั หรอื งานวชิ าการ (๓) การแลกเปล่ียนเจ้าหนา้ ที่ (4) การอ่ืนใดที่จาเป็นหรือเหมาะสมเพ่ือประโยชน์ในการพัฒนาและเพ่ิมพูนประสิทธิภาพ เจา้ หน้าทีแ่ ละลกู จ้าง หนา้ 78

หน้า ๑๗ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๓๑๐ ง ราชกิจจานเุ บกษา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพัฒนาและเพ่ิมพูนประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่และ ลูกจ้าง รวมทั้งสัญญาผูกพันในการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามท่ีผู้อานวยการประกาศกาหนดโดย ความเหน็ ชอบของคณะกรรมการบรหิ ารสถาบัน ข้อ ๓๘ เจ้าหน้าท่ีผู้ใดประพฤติตนอยู่ในจรรยาและระเบียบวินัยปฏิบัติหน้าที่ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อภารกิจของสถาบัน ผู้อานวยการอาจพิจารณาให้บาเหน็จความชอบ เป็นเครอ่ื งเชิดชูเกยี รติ หรือรางวลั เพือ่ เสรมิ สร้างแรงจูงใจในการปฏิบตั งิ านกไ็ ด้ หมวด 8 การพ้นจากตาแหน่งและพน้ สภาพการเปน็ เจา้ หน้าท่ีและลูกจา้ ง ขอ้ 39 เจา้ หนา้ ทแ่ี ละลูกจา้ งพน้ จากตาแหนง่ เมือ่ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติ ความมัน่ คงด้านวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ (๔) ถกู ให้ออก เพราะไม่ผ่านการประเมนิ ผลงานตามระเบียบทีค่ ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันกาหนด (๕) ถกู ไล่ออกหรอื ปลดออก เพราะผิดวนิ ยั ตามระเบียบท่คี ณะกรรมการบริหารสถาบนั กาหนด การขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๔๐ (๒) แห่งพระราชบัญญัติความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ใหถ้ ือว่าเป็นการพ้นจากตาแหนง่ ตามกาหนดเวลาในสัญญาจา้ ง ข้อ 40 การพน้ จากตาแหนง่ ตามขอ้ ๓๙ ใหเ้ จา้ หนา้ ทีแ่ ละลกู จ้างพ้นสภาพการเป็นเจ้าหนา้ ที่ และลกู จ้างดว้ ย ขอ้ 41 เจ้าหนา้ ท่ีผใู้ ดประสงคจ์ ะลาออกจากงาน ให้ยื่นหนังสอื ขอลาออกลว่ งหน้าไมน่ อ้ ยกวา่ สามสบิ วนั ตามลาดับช้ันจนถึงผู้อานวยการ เมอื่ ผอู้ านวยการส่ังอนมุ ตั ิแลว้ จงึ ใหอ้ อกจากงานได้ ในกรณีเจ้าหน้าที่ยื่นหนังสือขอลาออกล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ในวรรคหน่ึง หากผู้อานวยการพิจารณาเหน็ วา่ การอนมุ ัตใิ หเ้ จา้ หน้าท่ลี าออกจากงานตามความประสงค์จะไม่กอ่ ให้เกดิ ความเสียหายแกส่ ถาบันใหผ้ ู้อานวยการส่งั อนมุ ัติได้ ในกรณีผู้อานวยการพิจารณาแล้วเห็นว่า มีความจาเป็นเพื่อประโยชน์แก่สถาบันจะยับย้ัง การลาออกของเจ้าหน้าที่ไว้เป็นเวลาไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันขอลาออกก็ได้ แต่ต้องแจ้งการยับย้ัง การขอลาออกพรอ้ มด้วยเหตุผลใหผ้ ู้ขอลาออกทราบ และเมื่อครบกาหนดเวลาทีย่ บั ยง้ั แลว้ ใหก้ ารลาออก มผี ลตั้งแต่วนั ถดั จากวันครบกาหนดเวลาทีย่ บั ย้ัง ในกรณีผู้อานวยการมิได้สั่งอนุมัติหรือยับยั้งการลาออกตามวรรคสาม ให้การลาออกน้ันมีผล ต้ังแตว่ นั ท่ีขอลาออก หน้า 79

หน้า ๑๘ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๓๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ในกรณีเจ้าหน้าท่ีขอลาออกจากงาน เพ่ือดารงตาแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้ง ใหก้ ารลาออกมผี ลนับตัง้ แตว่ ันท่ผี นู้ ั้นลาออก ในกรณเี จา้ หนา้ ทีผ่ ูซ้ ึง่ ประสงคล์ าออกจากงานอยู่ในระหวา่ งถกู สอบสวนทางวนิ ัย ใหด้ าเนินการ สอบสวนต่อไปให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ขอลาออก เว้นแต่กรณีท่ี มีเหตุอันสมควร ผู้อานวยการอาจอนุมัติให้ขยายเวลาสอบสวนออกไปอีกตามความจาเป็น แม้ว่าการลาออกจะมีผลแล้วก็ตาม โดยให้สถาบันระงับการจ่ายเงินท่ีสถาบันจ่ายสมทบเข้ากองทุนสารองเล้ียงชีพและผลประโยชน์ในส่วน ของเงินดงั กลา่ วไวเ้ ปน็ การชวั่ คราวจนกว่าจะทราบผลการดาเนินการทางวินยั ข้อ 42 ผู้อานวยการมีอานาจส่ังให้เจ้าหน้าท่ีออกจากงานหรือบอกเลิกสัญญาปฏิบัติงาน ของลกู จา้ งได้ ในกรณดี ังตอ่ ไปน้ี (๑) เมื่อเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของตน ได้อย่างสม่าเสมอ โดยแพทย์แผนปัจจุบันท่ีได้รับใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ตรวจและวินิจฉัยว่า ไม่สามารถปฏบิ ัติงานไดอ้ กี ต่อไป (๒) เม่ือเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตาแหน่งหน้าท่ีหรือบกพร่อง ในการปฏบิ ตั ิหน้าท่ี อันมผี ลให้เกดิ ความเสียหายตอ่ สถาบัน (๓) เม่ือเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างปฏิบัติหน้าท่ีโดยไม่มีประสิทธิภาพ หรือโดยใช้ความรู้ ความสามารถไม่ถึงเกณฑ์ทีส่ ถาบันกาหนด หรอื ไมผ่ า่ นการประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงานประจาปี (๔) เมื่อเจ้าหน้าท่ีไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือนประจาปีติดต่อกันสองปี เว้นแต่กรณี ไดร้ บั เงินเดือนสงู สุดของตาแหน่ง ข้อ 43 เมื่อเจ้าหน้าท่ีไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ใหผ้ ูอ้ านวยการสั่งใหเ้ จา้ หน้าที่ผูน้ น้ั ออกจากงานเปน็ การช่วั คราว เม่ือเจ้าหน้าที่ผู้ถูกสั่งให้ออกจากงานช่ัวคราวตามวรรคหน่ึง พ้นจากราชการทหารโดยมิได้ กระทาการใดในระหว่างรับราชการทหารให้เสียหายแก่สถาบันอย่างร้ายแรง หากประสงค์จะกลับเข้า เป็นเจ้าหน้าที่ ให้มีหนังสือขอกลับเข้าเป็นเจ้าหน้าท่ีภายในกาหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันพ้นจาก ราชการทหาร และให้ผู้อานวยการส่ังให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานในตาแหน่งเดิมหรือในตาแหน่ง ท่ีไมต่ ่ากว่าระดับเดมิ โดยใหไ้ ดร้ บั เงนิ เดือนไมน่ ้อยกว่าเดิม ในกรณีท่ีมิได้ขอกลับเข้าเป็นเจ้าหน้าท่ีภายในกาหนดระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าคาส่ัง ใหอ้ อกจากงานเปน็ การช่วั คราวตามวรรคหน่ึงเป็นคาสั่งให้ออกจากงานเดด็ ขาด หมวด 9 วินยั และการรกั ษาวนิ ยั ขอ้ ๔4 เจา้ หนา้ ทแี่ ละลูกจ้าง ตอ้ งรักษาวินยั โดยเครง่ ครดั หนา้ 80

หน้า ๑๙ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๓๑๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ข้อ 45 เจ้าหน้าท่ีและลูกจ้าง ต้องสุภาพเรียบร้อยไม่แสดงกิริยาก้าวร้าวต่อผู้บังคับบัญชา ตอ่ ผู้ซึง่ มีหน้าที่กากบั ดแู ลการปฏบิ ัตหิ น้าท่ี และต่อเพอื่ นร่วมงาน ข้อ 46 เจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ต้องรักษาความสามัคคีในสถาบัน ต้องไม่กระทาการใด ๆ ให้เกิดการแตกความสามัคคี ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการปฏิบัติหน้าท่ีให้เกิดผลดีหรือ เกิดความก้าวหนา้ ต่อสถาบัน ข้อ 47 เจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ และคาสัง่ ท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั สถาบนั การจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ และคาส่ังตามวรรคหนึ่ง จนเปน็ เหตใุ หเ้ กดิ ความเสยี หายแก่สถาบันอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยรา้ ยแรง ข้อ 48 เจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ต้องเช่ือฟังและปฏิบัติตามคาสั่งของผู้บังคับบัญชา และผู้ซึ่ง มหี นา้ ทีก่ ากบั ดูแลการปฏิบตั ิหน้าทข่ี องตนซงึ่ สง่ั การในหนา้ ทโี่ ดยชอบ ในกรณีเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้ใดได้รับคาสั่งแล้วเห็นว่าการปฏิบัติตามคาสั่งน้ันจะทาให้เกิด ความเสียหายแก่สถาบัน หรือไม่เป็นการรักษาผลประโยชน์ของสถาบัน ต้องเสนอความเห็นต่อผู้ออก คาสั่งหรือสั่งการทันที หากผู้ออกคาส่ังหรือส่ังการยังยืนยันคาส่ังเดิม ให้เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างปฏิบัติ ให้เปน็ ไปตามคาส่ังนนั้ ข้อ 49 เจ้าหน้าทแ่ี ละลูกจ้างตอ้ งปฏิบตั หิ นา้ ท่ีตามตาแหนง่ หนา้ ท่ี และตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย ให้เกิดผลดีและเกิดความก้าวหน้าต่อสถาบัน รวมถึงต้องระมัดระวังทรัพย์สินและผลประโยชน์ ของสถาบัน และตอ้ งไม่ปฏิบัตกิ ารอนื่ ใดอนั จะเปน็ การขัดต่อวตั ถปุ ระสงค์และผลประโยชน์ของสถาบนั การประมาทเลินเล่อในหน้าท่ีอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สถาบันอย่างร้ายแรง เปน็ ความผดิ วนิ ยั อย่างร้ายแรง ข้อ ๕0 เจ้าหน้าท่ีและลูกจ้าง ต้องอุทิศเวลาให้แก่สถาบันเพ่ือให้ภารกิจของสถาบันบรรลุ ซึง่ ความสาเร็จตามวตั ถปุ ระสงค์และต้องมาปฏบิ ัติหน้าท่ีตรงตามเวลาท่ีกาหนด จะละท้ิงหน้าท่ีมไิ ด้ ข้อ ๕1 เจ้าหน้าทีแ่ ละลกู จ้างตอ้ งรกั ษาความลับของสถาบัน การนาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าท่ีและลูกจ้างในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับสถาบันไปเปิดเผย โดยมใิ ชห่ น้าทขี่ องตน ใหถ้ ือเปน็ การไมร่ กั ษาความลบั ของสถาบัน ข้อ ๕2 เจ้าหน้าท่ีและลูกจ้างต้องประพฤติปฏิบัติตามจริยธรรมแหง่ วชิ าชีพของตนและตามท่ี สถาบันกาหนด ข้อ ๕3 เจ้าหน้าท่ีและลูกจ้างต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้ซึ่งมีหน้าท่ีกากับดูแล การปฏิบัตหิ น้าท่ขี องตน การปกปิดข้อความอันควรต้องแจ้งถือเป็นการรายงานเทจ็ ดว้ ย การจงใจรายงานเท็จจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแกส่ ถาบันอย่างร้ายแรง ถือเป็นความผิดวนิ ยั อย่างรา้ ยแรง หนา้ 81

หน้า ๒๐ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๓๑๐ ง ราชกจิ จานุเบกษา ข้อ ๕4 เจ้าหน้าที่และลูกจ้างต้องให้การต้อนรับให้ความสะดวกและให้ความเป็นธรรม ต่อผู้มาติดต่อสถาบัน ในกิจการอันเก่ียวกับหน้าที่และอานาจของตนโดยไม่ชักช้าด้วยความสุภาพเรียบร้อย ห้ามมใิ ห้กระทาการดูหมนิ่ เหยยี ดหยาม กดขี่ข่มเหงผูม้ าตดิ ต่อสถาบนั ข้อ 55 เจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ต้องปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความซ่ือสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม ห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อ่ืนอาศัยอานาจหน้าท่ีของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม หาผลประโยชนใ์ ห้แก่ตนเองหรือผูอ้ ื่นโดยมชิ อบ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพ่ือหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น เป็นความผิดวนิ ยั รา้ ยแรง ข้อ 56 เจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ต้องรักษาชื่อเสียงแห่งตนมิให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติตน ไม่เหมาะสม และห้ามประพฤตติ นไปในทางทอี่ าจทาให้เสอื่ มเสยี ช่ือเสียงแกต่ นเองหรือสถาบนั การประพฤติตนจนทาใหเ้ ส่ือมเสียช่ือเสยี งของสถาบนั อยา่ งร้ายแรง เปน็ ความผดิ วินยั ร้ายแรง ขอ้ 57 ให้การกระทาดังตอ่ ไปนเ้ี ปน็ การกระทาผิดวินยั ร้ายแรงดว้ ย (๑) ขัดคาสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคาสั่งผู้บังคับบัญชา หรือผู้ซึ่งมีหน้าที่กากับดูแล การปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีของตนซึ่งสงั่ การในหนา้ ท่โี ดยชอบดว้ ยกฎหมาย เป็นเหตใุ ห้เกดิ ความเสยี หายแกส่ ถาบนั อยา่ งร้ายแรง (๒) ละทง้ิ หนา้ ทโ่ี ดยไม่มีเหตุอันสมควรจนเปน็ เหตใุ ห้เกิดความเสยี หายแกส่ ถาบนั อย่างรา้ ยแรง หรอื ละท้งิ หน้าท่ตี ดิ ตอ่ กันในคราวเดยี วกนั เป็นเวลาเกินกวา่ เจ็ดวันโดยไม่มีเหตุผลอนั สมควร (๓) เปดิ เผยความลบั ของสถาบันจนเปน็ เหตใุ หเ้ กดิ ความเสียหายแก่สถาบันอย่างร้ายแรง (๔) ปลอมแปลงเอกสารหรือใช้เอกสารเท็จ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สถาบัน อยา่ งรา้ ยแรง (๕) ดูหม่ิน เหยยี ดหยาม กดขขี่ ่มเหง ผู้มาติดต่องานกับสถาบนั อย่างรา้ ยแรง (๖) ลกั ทรพั ย์ หรอื ยักยอกทรัพย์ของสถาบนั หรือของบุคคลหนงึ่ บุคคลใดในสถาบัน (๗) นายาเสพติดใหโ้ ทษหรืออาวธุ รา้ ยแรงเขา้ มาในสถาบันโดยผดิ กฎหมาย (๘) เลน่ การพนนั ในเวลาปฏบิ ัติงาน หรอื ในบริเวณสถาบนั (๙) เมาสุราหรือยาเสพติดให้โทษถงึ ขนั้ อาละวาดในบริเวณสถาบนั ข้อ 58 ผู้บังคับบัญชาและผู้ซ่ึงมีหน้าท่ีกากับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าท่ีและลูกจ้าง ต้องเสริมสร้างและพฒั นาใหผ้ อู้ ยู่ใตบ้ ังคบั บัญชาหรือผอู้ ยูใ่ ต้การกากับดูแลมีวินยั และรักษาวินยั อยเู่ สมอ หมวด 10 การดาเนนิ การทางวนิ ยั และการลงโทษทางวนิ ยั ข้อ 59 เม่ือมีการกล่าวหาโดยปรากฏตัวผู้กล่าวหา หรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่าเจ้าหน้าที่ หรอื ลกู จ้างผูใ้ ดกระทาผดิ วนิ ัย ใหผ้ ้อู านวยการรีบดาเนินการสบื สวนหรอื พิจารณาในเบอ้ื งตน้ วา่ กรณีมมี ูล หนา้ 82

หน้า ๒๑ ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๓๑๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ที่ควรเชื่อว่ามีการกระทาผิดวินัยหรือไม่ ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูลให้ผู้อานวยการสั่งดาเนินการทางวินัยทันที แตถ่ ้าเหน็ ว่ากรณีไมม่ มี ูลให้สงั่ ยตุ ิเร่อื ง ข้อ ๖0 ในกรณีท่ีดาเนินการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นแล้วเห็นว่ากรณีมีมูล ให้ผู้อานวยการแต่งตง้ั คณะกรรมการสอบสวนเพ่ือดาเนินการสอบสวนเจ้าหน้าทห่ี รือลูกจา้ งทถี่ ูกกล่าวหา ว่ากระทาผิดวินัย การสอบสวนจะต้องกระทาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาท่ผี ู้อานวยการกาหนด ข้อ ๖1 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างผู้ใดถกู กล่าวหาวา่ กระทาผิดวินัยอย่างร้ายแรง จนถูก ต้ังกรรมการสอบสวน ให้ผู้อานวยการมีอานาจส่ังพักงานเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้นั้นได้ไม่เกินเก้าสิบวัน เพื่อรอฟงั ผลการสอบสวน โดยในระหวา่ งนนั้ จะระงบั การจ่ายเงินเดือนหรอื คา่ จา้ งเปน็ การช่ัวคราวก็ได้ ถ้าในภายหลังปรากฏผลการสอบสวนว่าผู้นั้นมิได้กระทาผิดวินัย หรือกระทาผิดวินัย แต่ไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษไล่ออกหรือปลดออก และไม่มีกรณีที่จะต้องพ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างด้วยเหตุอื่น ให้ผู้อานวยการสั่งให้ผู้น้ันกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตาแหน่งเดิมหรือในตาแหน่ง ระดับเดียวกันกับที่ต้องใช้คุณสมบัติเฉพาะท่ีผู้นั้นมีอยู่ และให้จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ระงับไว้ให้แก่ เจา้ หน้าที่หรือลกู จา้ งผูน้ น้ั ดว้ ย หลักเกณฑ์ และวิธีการเก่ียวกับการสั่งพักงานและการเบิกจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างระหว่าง พักงาน ให้เปน็ ไปตามทผ่ี ู้อานวยการกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล ข้อ ๖2 ในกรณีเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทาผิดวินยั อย่างรา้ ยแรง แมผ้ ู้น้นั จะพ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างไปแล้วเว้นแต่พ้นสภาพเพราะตาย ให้ผู้อานวยการมีอานาจ ดาเนนิ การทางวนิ ยั แกเ่ จ้าหนา้ ทีห่ รอื ลูกจ้างผูน้ นั้ ตอ่ ไปได้ ข้อ ๖3 โทษทางวินัยมี ๕ สถาน ดังน้ี (๑) ภาคทัณฑ์ (๒) ตดั เงนิ เดือนหรือค่าจ้าง (๓) ลดเงนิ เดอื นหรือคา่ จ้าง (๔) ปลดออก (๕) ไลอ่ อก ข้อ ๖4 เจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้ใดกระทาผิดวินัย จะต้องได้รับโทษทางวินัย เว้นแต่จะมีเหตุ อนั ควรลดโทษ หรอื งดโทษตามท่ีกาหนดไว้ในขอ้ 65 ให้ผู้อานวยการส่ังลงโทษให้เหมาะสมกับการกระทาผิด ในคาส่ังลงโทษต้องระบุให้ชัดเจน วา่ ผ้ถู ูกลงโทษกระทาผดิ วินัยในเรอื่ งใดหรอื มเี หตลุ ดหรอื งดโทษอยา่ งไร การสั่งลงโทษทางวินัย การส่ังลดเงินเดือนหรืองดโทษ การส่ังพักงานและการส่ังให้ผู้ถูกสั่ง พกั งานกลับเข้าทางานตอ้ งทาเปน็ หนังสือ หน้า 83

หน้า ๒๒ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๓๑๐ ง ราชกจิ จานุเบกษา ข้อ 65 เจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้ใดกระทาผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษภาคทัณฑ์ตัดเงินเดือน หรือคา่ จา้ ง หรือลดเงินเดือนหรือค่าจ้าง โดยให้พจิ ารณาใหเ้ หมาะสมกับการกระทาผิด ถ้ามเี หตุอันควร ลดโทษจะนามาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ถ้าเป็นการกระทาผิดวินัยเล็กน้อยหรือเป็นการ กระทาผดิ ครัง้ แรกจะงดโทษโดยใหว้ า่ กล่าวตักเตอื นก็ได้ ข้อ 66 ผู้กระทาผิดวินัยร้ายแรงให้ลงโทษไล่ออก เว้นแต่จะมีเหตุลดโทษจะนามาประกอบ การพิจารณาก็ได้ แตจ่ ะลงโทษตา่ กว่าปลดออกมไิ ด้ หมวด 11 การอทุ ธรณ์ ข้อ 67 เจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างผู้ใดถูกลงโทษทางวินัยโดยถูกสั่งให้พักงานและระงับการจ่าย เงินเดือนหรือค่าจ้างเป็นการช่ัวคราว มีสิทธิ์อุทธรณ์คาสั่งดังกล่าวได้โดยให้ย่ืนอุทธรณ์ต่อคณะอนุกรรมการ บรหิ ารงานบคุ คลภายในสามสิบวนั นบั แต่วนั ทที่ ราบหรือถือวา่ ทราบคาส่ังน้นั เมื่อคณะอนกุ รรมการบรหิ ารงานบคุ คลวนิ จิ ฉยั เป็นประการใด ใหถ้ อื เปน็ ยตุ แิ ละใหผ้ อู้ านวยการ ดาเนินการให้เป็นไปตามคาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า กรณีสั่งให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ให้นาหลักเกณฑ์ ตามขอ้ ๖1 มาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม หลักเกณฑ์ และวิธีการเก่ียวกับการอุทธรณ์และการพิจารณาการอุทธรณ์ ให้เป็นไป ตามประกาศของสถาบนั โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการบริหารสถาบนั หมวด 12 การร้องทกุ ข์ ขอ้ 68 ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ซ่ึงมีหน้าที่กากับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าท่ี หรือลูกจ้างปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือ แบบธรรมเนียมของสถาบัน เจา้ หนา้ ที่หรือลกู จ้างมีสิทธิร์ ้องทกุ ขไ์ ด้ ดงั น้ี (๑) กรณีเป็นการร้องทุกข์จากการกระทาของผู้บังคับบัญชาหรือผู้ซ่ึงมีหน้าท่ีกากับดูแล การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างระดับต่ากว่าผู้ช่วยผู้อานวยการลงมา ให้ย่ืนคาร้องทุกข์ เป็นหนังสือต่อผู้อานวยการ และให้ผู้อานวยการแต่งต้ังคณะกรรมการพิจารณาคาร้องทกุ ข์ขนึ้ คณะหนึ่ง ทาหน้าท่ีพิจารณาและรายงานผลการพิจารณาคาร้องทุกข์ให้ผู้อานวยการทราบเพื่อวินิจฉัยต่อไป เมอื่ ผอู้ านวยการวินจิ ฉยั และสั่งการเป็นประการใดแลว้ ให้ถือเป็นท่ียุติ (๒) กรณีเป็นการร้องทุกข์จากการกระทาของผู้อานวยการ รองผู้อานวยการ หรือผู้ช่วย ผู้อานวยการ ให้ย่ืนคาร้องทุกข์เป็นหนังสือต่อคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล และให้คณะอนุกรรมการ บริหารงานบุคคลพิจารณาและรายงานผลการพิจารณาคาร้องทุกข์ให้คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันทราบ เพ่อื พจิ ารณาและสั่งการตอ่ ไป เมอ่ื คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั ส่งั การเปน็ ประการใดแล้วใหถ้ อื เป็นที่ยุติ หนา้ 84

หน้า ๒๓ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๓๑๐ ง ราชกจิ จานเุ บกษา หลักเกณฑ์ และวิธีการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ให้เป็นไปตามประกาศของสถาบันโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการบริหารสถาบัน บทเฉพาะกาล ข้อ ๖๙ ให้ข้าราชการตามข้อ 7 วรรคห้า แห่งประกาศคณะกรรมการบริหารสถาบัน วคั ซีนแห่งชาติ เร่ือง หลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารประเมินเพ่อื ต่อสัญญาจ้าง ลงวันที่ 15 ตลุ าคม 2557 เกษยี ณอายุในวนั สิ้นปีงบประมาณในปีทผ่ี ู้น้ันครบเกษยี ณอายุ ประกาศ ณ วนั ท่ี 30 สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕62 มานติ ธรี ะตนั ติกานนท์ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ หนา้ 85

หน้า ๗๗ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๑๗๓ ง ราชกจิ จานเุ บกษา แก้คำผิด ระเบียบคณะกรรมกำรบรหิ ำรสถำบันวคั ซนี แหง่ ชำติ วำ่ ด้วยกำรบรหิ ำรงำนบคุ คลของสถำบันวัคซีนแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซ่ึงประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ ฉบับประกำศและงำนท่ัวไป เลม่ ๑๓6 ตอนพเิ ศษ 310 ง วนั ที่ 20 ธนั วำคม ๒๕๖2 หน้ำที่ ๑๓ บรรทัดที่ ๑๗ คำว่ำ “เจ้ำหน้ำท่ีซึ่งทำหนำ้ ทีเ่ ปน็ ผตู้ รวจสอบ ภำยในของสถำบนั ” ให้แก้เป็น “เจ้ำหน้ำที่ซ่ึงทำหน้ำท่ีเป็นหัวหน้ำหน่วยงำน ตรวจสอบภำยในของสถำบัน” หน้ำท่ี ๑๕ บรรทัดที่ ๑๙ คำว่ำ “ถ้ำมีเศษไม่ถึงหนึ่งร้อยบำทให้ปัดเป็น หนึ่งร้อยบำท” ให้แก้เปน็ “ถ้ำมีเศษไม่ถงึ สบิ บำทใหป้ ดั เปน็ สบิ บำท” หนำ้ ที่ ๒๒ บรรทดั ท่ี ๑๐ คำวำ่ “ถกู ลงโทษทำงวนิ ัยโดยถกู สง่ั ใหพ้ ักงำน และระงับกำรจ่ำยเงินเดือนหรือค่ำจ้ำงเป็นกำรช่ัวครำว มีสิทธิ์อทุ ธรณ์คำสัง่ ดงั กล่ำวได้” ให้แก้เป็น “ถูกส่ังให้พักงำนและระงับกำรจ่ำยเงินเดือน หรือค่ำจ้ำงเป็นกำรช่ัวครำว หรือถูกส่ังลงโทษทำงวินัย มีสทิ ธอิ ทุ ธรณ์คำสงั่ ดังกลำ่ วได้” บรรทัดท่ี ๒๓ คำวำ่ “มีสิทธ์ิ” ให้แก้เปน็ “มสี ทิ ธิ” หน้ำที่ ๒๓ บรรทัดที่ ๕ คำว่ำ “ให้ข้ำรำชกำรตำมข้อ ๗ วรรคห้ำ แห่ งป ระกำศค ณ ะกรรม กำรบ ริห ำรสถ ำบั น วัค ซีน แ ห่ งชำติ เร่ือง หลักเกณฑ์ และวิธีกำรประเมินเพ่ือต่อสัญญำจ้ำง ลงวันที่ ๑๕ ตุลำคม ๒๕๕๗” ใหแ้ กเ้ ป็น “ให้ข้ำรำชกำรซง่ึ เปล่ียนมำเป็นเจ้ำหน้ำท่ีของสถำบัน” หนา้ 86

ระเบยี บสถาบนั วคั ซนี แหง่ ชาติ ว่าด้วยหลกั เกณฑ์ วธิ ีการเล่ือนเงินเดอื นของเจา้ หน้าท่ี และการปรบั คา่ จา้ งของลกู จา้ ง และการประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานของเจ้าหนา้ ที่ ของสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 …………………………………. โดยทเี่ ปน็ การสมควรให้มรี ะเบยี บวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์ วิธีการเล่ือนเงินเดือนของเจ้าหนา้ ที่ และ การปรบั คา่ จ้างของลกู จ้าง และการประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านของเจา้ หนา้ ที่ ของสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๖ (๓) และ (๔) แห่งพระราชบัญญตั คิ วามมนั่ คงด้านวัคซีน แห่งชาติ และข้อ ๓๐ วรรคสอง ข้อ ๓๓ วรรคสาม ของระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกอบกับมติคณะอนุกรรมการ ด้านบริหารปฏิบัติหน้าที่คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลเมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้อำนวยการ สถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ เลื่อนเงินเดือนของเจ้าหนา้ ท่ี และการปรับค่าจ้างของลกู จ้าง และการประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2563” ขอ้ ๒ ระเบียบนใ้ี หใ้ ช้บงั คบั ตัง้ แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศเปน็ ตน้ ไป ขอ้ ๓ ในระเบียบน้ี “สถาบัน” หมายความวา่ สถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ “คณะกรรมการบริหารสถาบนั ” หมายความว่า คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ “คณะกรรมการกลั่นกรอง” หมายความว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการประเมินผล การปฏิบัติงานประจำปีของเจา้ หนา้ ที่ของสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความวา่ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ “ผ้อู ำนวยการ” หมายความวา่ ผอู้ ำนวยการสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ “เจา้ หนา้ ท่ี” หมายความวา่ เจ้าหน้าทขี่ องสถาบันวัคซนี แห่งชาติ “ลูกจ้าง” หมายความว่า ลกู จา้ งของสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ “ป”ี หมายความวา่ ปีงบประมาณ “เลื่อนเงินเดือน” หมายความว่า เลื่อนเงินเดือนประจำปสี ำหรบั เจ้าหน้าท่ีของสถาบันวัคซีน แหง่ ชาติ ข้อ 4 การประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้ใช้แบบประเมินตามที่สถาบันกำหนด โดยจัดใหม้ ีการประเมินปีละสองครั้งในเดอื นมนี าคม และเดือนกนั ยายนของทกุ ปี ข้อ 5 การประเมินผลการปฏิบัติงานให้ดำเนินการโดยวิธีการที่โปร่งใส เป็นธรรม สามารถ ชแี้ จงและตรวจสอบได้ ดังน้ี (๑) ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประเภทบริหาร ส่วนเจ้าหน้าที่ประเภทอื่น ให้ผู้จัดการสำนักซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้นั้นสังกัดเป็นผู้ประเมินเบื้องต้น และนำเสนอ คณะกรรมการกล่นั กรองกอ่ นเสนอผอู้ ำนวยการพจิ ารณา หนา้ 87

(๒) ให้ผู้อำนวยการและคณะกรรมการตรวจสอบของสถาบัน ร่วมกันประเมินผล การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ตรวจสอบภายในของสถาบัน และเสนอผลการประเมิน ใหค้ ณะกรรมการบริหารสถาบันใหค้ วามเหน็ ชอบ (๓) ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง ทำหน้าที่พิจารณาการประเมินผล การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่ประเภทบริหาร และมิใช่เจ้าหน้าที่ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ตรวจสอบ ภายในของสถาบัน ประกอบด้วยผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการที่ผู้อำนวยการมอบหมายเป็นประธาน รองผ้อู ำนวยการและผจู้ ดั การสำนักตามจำนวนที่เห็นสมควรเปน็ กรรมการ (๔) ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแจ้งผลการประเมิน ให้เจ้าหน้าที่ทราบ เปน็ รายบคุ คล (๕) ให้ผู้ประเมินเปิดโอกาสให้ผู้รับการประเมินได้ชี้แจง หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับคะแนน การประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน ข้อ ๖ กลุ่มคะแนนการประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อใช้ประกอบการเลื่อนเงินเดือน แบ่งออกเปน็ สี่ระดบั ดังน้ี (๑) ระดบั ดีมาก มากกว่า ๘5 คะแนน (๒) ระดับดี 71 – 85 คะแนน (๓) ระดับพอใช้ ๕6 – 70 คะแนน (๔) ระดับปรับปรุง ต่ำกวา่ ๕6 คะแนน การเลื่อนเงินเดือนให้เลื่อนเป็นร้อยละของเงินเดือนเดิม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะได้เลื่อนเงินเดือน เท่าใดในแต่ละปี ให้คณะกรรมการกลั่นกรองเป็นผู้กำหนดโดยพิจารณาจากวงเงินการขึ้นเงินเดือนประจำปี ที่คณะกรรมการบริหารสถาบันกำหนด โดยมิให้เลื่อนเงินเดือนเกินกว่าวงเงินที่คณะกรรมการบริหารสถาบัน กำหนด ทง้ั นี้ หากเงนิ เหลือใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินิจของผอู้ ำนวยการ ข้อ 7 การพจิ ารณาเพื่อเลือ่ นเงินเดือนของเจา้ หน้าท่ี ให้กระทำปลี ะหนึง่ คร้ัง ข้อ 8 การเล่อื นเงินเดือนของเจ้าหนา้ ท่ี ใหเ้ ลื่อนได้ไม่เกินเงนิ เดือนสงู สดุ ของเงินเดือนสำหรับ ตำแหนง่ ที่ดำรงอยู่ ข้อ 9 เจา้ หนา้ ท่ซี ึง่ จะได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดอื นตอ้ งอย่ใู นหลักเกณฑ์ ดงั ต่อไปนี้ (๑) ในปีทีแ่ ล้วมามีผลการประเมนิ การปฏิบตั งิ านไม่ต่ำกวา่ ระดับพอใช้ (๒) ในปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกสั่งลงโทษทางวินัยที่หนักกว่าโทษภาคทัณฑ์ หรือไม่ถูก ศาลพิพากษาในคดีอาญาให้ลงโทษในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ หรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสีย เกียรติศกั ด์ิของตำแหนง่ หน้าท่ขี องตน ซ่งึ มใิ ชค่ วามผดิ ทีไ่ ดก้ ระทำโดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ (๓) ในปที แ่ี ลว้ มาต้องไม่ถกู ส่ังพักงานเกินกว่าสองเดือน (๔) ในปที ี่แล้วมาต้องไม่ขาดงานโดยไมม่ ีเหตุผลอนั สมควร (๕) ในปที ี่แล้วมาตอ้ งได้รบั การบรรจุเปน็ เจ้าหนา้ ท่ีมาแล้วเปน็ เวลาไมน่ ้อยกวา่ แปดเดือน (๖) ในปีที่แล้วมา สำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติงานวิจัยหรือ งานวชิ าการตอ้ งมีเวลาปฏิบัติงานไม่นอ้ ยกวา่ แปดเดือน (7) ในปีที่แล้วมาต้องมีเวลาปฏิบัติงาน โดยมีวันลาป่วยและลากิจ รวมกันไม่เกินสี่สิบห้าวัน แต่ไม่รวมถึงวันลาตามระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยวัน เวลาปฏิบัติงาน วันหยุด การปฏิบัติงาน นอกเวลาทำการ และการลาของผ้ปู ฏบิ ัติงาน ของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ หน้า 88

ข้อ 10 ในการพิจารณาการเลื่อนเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ ให้นำข้อมูลการลา พฤติกรรม ในการมาทำงาน การรกั ษาวินยั การปฏิบตั ิตนเหมาะสม และข้อควรพจิ ารณาอื่นมาประกอบการพิจารณาด้วย ข้อ 11 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่คนใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิได้รับการเลื่อนเงินเดือน ตามข้อ ๙ แต่สมควรไดร้ ับการเลื่อนเงนิ เดอื นเปน็ กรณพี ิเศษ ให้ผอู้ ำนวยการพิจารณาตามความเหมาะสม ข้อ 12 การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนของเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษเกินกว่าปกติ ให้พิจารณา คัดเลือกจากผู้ซึง่ อยู่ในหลักเกณฑด์ ังกล่าวตามข้อ 9 และต้องเป็นผู้ซ่ึงอยู่ในหลักเกณฑป์ ระการใดประการหน่ึง ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ปฏิบัติงานในหนา้ ท่สี ำเร็จได้ผลดีย่งิ จนถือเปน็ ตัวอย่างที่ดี (๒) ปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ทท่ี มี่ ีความยากลำบากทัง้ การเสี่ยงภัยอันตรายเปน็ กรณีพเิ ศษ (๓) ปฏบิ ตั งิ านใด ๆ ในหนา้ ทข่ี องตนเป็นผลดีจนเกดิ ประโยชน์ต่อสถาบันเป็นพิเศษ (๔) ปฏิบัติงานโดยได้ค้นคว้านวัตกรรมหรือองค์ความรู้ หรือประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหน่ึง ซง่ึ เป็นประโยชนต์ อ่ สถาบนั เป็นพเิ ศษ และสถาบันไดร้ ับรองใหใ้ ช้การค้นคว้าหรือสิง่ ประดิษฐ์นัน้ (๕) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดจนสำเร็จเป็นผลดียิ่ง แก่สถาบนั หรือแกป่ ระเทศชาติ (๖) ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่มีคุณภาพและปริมาณของงานสูงกว่าตำแหน่งที่ครองอยู่ และไดผ้ ลดีสมความมงุ่ หมาย ทั้งนี้ ให้พิจารณาหลักฐานโดยละเอียดรอบคอบว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติงานถึงขนาด ท่ีสมควรจะได้เล่ือนเงนิ เดือนเป็นกรณพี เิ ศษหรอื ไม่ ถ้าเหน็ ว่าเป็นการสมควรก็ใหเ้ ลอื่ นได้ ข้อ 13 ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปี ถ้าผู้อำนวยการเห็นสมควรให้เจ้าหน้าที่ผู้ใด ได้เลื่อนเงินเดือน แต่ปรากฏว่าได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ผู้นั้นว่ากระทำผิดวินัยอย่าง รา้ ยแรงกอ่ นวนั เล่ือนเงนิ เดอื นประจำปี ให้ผู้อำนวยการรอการเลือ่ นเงนิ เดอื นไว้กอ่ น และให้กนั เงนิ สำหรบั เลื่อน เงินเดือนไว้ด้วย เมื่อผู้อำนวยการได้รับรายงานการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนและมีคำส่ัง ว่าผู้น้ันไม่มีความผดิ หรอื มีคำสัง่ ลงโทษ ใหผ้ ู้อำนวยการพิจารณาดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ถ้ามีคำสั่งว่าผู้นั้นไม่มีความผิดหรือมีคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ให้สั่งเลื่อนเงินเดือนที่รอ การเลื่อนไว้ได้ ถ้าได้รอการเลื่อนเงินเดือนไว้เกินหนึ่งปี ให้สั่งเลื่อนเงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละปีที่ได้รอ การเลอื่ นเงนิ เดือนไว้ แม้วา่ ผู้นนั้ จะไดอ้ อกจากงานไปแล้วกต็ าม (๒) ถ้ามีคำสั่งลงโทษตัดเงนิ เดือนหรือลดเงินเดือน ให้งดเล่ือนเงนิ เดือนที่รอการเล่ือนไว้ ถ้าได้ รอการเลื่อนเงินเดือนไว้เกินหนึ่งปี ให้งดเลื่อนเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ในปีที่มีคำสั่งลงโทษ ถ้าผู้นั้นได้ออก จากงานไปแล้วด้วยเหตุผลอื่นที่มิใช่เพราะเหตุเกษียณอายุตามระเบียบของสถาบัน ให้งดเลื่อนเงินเดือนในปี ที่จะได้เลื่อนเงินเดือนปีสุดท้าย แต่ถ้าเป็นผู้พ้นจากงานไปเพราะเหตุเกษียณอายุตามระเบียบของสถาบัน ให้งดเลื่อนเงินเดือนที่ได้รอการเลื่อนเงินเดอื นไว้ในปีสุดท้ายก่อนท่ีผู้นั้นจะพ้นจากงาน ส่วนในปีอื่นให้สั่งเลือ่ น เงนิ เดือนยอ้ นหลังไปในแต่ละปีทไี่ ดร้ อการเลื่อนเงนิ เดือนไว้ (๓) ถ้ามีคำสั่งลงโทษ ปลดออก หรือไล่ออก ให้งดเลื่อนเงินเดือนทุกปีที่ได้รอการเลื่อน เงนิ เดือนไว้ การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนตาม (1) (2) และ (3) สำหรับผู้ที่ถูกแต่งตั้งคณะกรรมการ สอบสวนวา่ กระทำผิดวนิ ัยอยา่ งร้ายแรงหลายกรณี ให้แยกพจิ ารณาเป็นกรณี ๆ ไป หน้า 89

ข้อ 14 ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปี ถ้าผู้อำนวยการเห็นสมควรให้เจ้าหน้าที่ผูใ้ ด ได้เลื่อนเงินเดือน แต่ปรากฏว่าผู้นัน้ ถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดที่เกีย่ วกับการปฏิบัติงานหรือความผิดที่ทำให้ เส่ือมเสยี เกียรติศักดข์ิ องตำแหน่งหน้าท่ีของตน ซึ่งมใิ ช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือ ความผิดที่พนักงานอัยการรับแก้ต่างให้ และศาลได้ประทับรับฟ้องคดีนั้นแล้วก่อนวันเลื่อนเงินเดือนประจำปี ให้รอการเลื่อนเงินเดือนไว้ก่อน และให้กันเงินสำหรับเลื่อนเงินเดือนไว้ด้วย เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว ให้พจิ ารณาดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ถ้าศาลพิพากษาว่าผู้นั้นไม่มีความผิด ให้สั่งเลื่อนเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ได้ ถ้าได้รอ การเลื่อนเงินเดือนไว้เกินหนึ่งปี ให้สั่งเลื่อนเงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละปีที่ได้รอการเลื่อนเงินเดือนไว้ แม้ว่า ผนู้ นั้ จะออกจากงานไปแลว้ กต็ าม (๒) ถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษเบากว่าโทษจำคุก ให้งดเลื่อนเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ ถ้าได้ รอการเลื่อนเงินเดอื นไว้เกินหนึ่งปี ให้งดเลื่อนเงนิ เดอื นทรี่ อการเลือ่ นไว้ในปีทศี่ าลพิพากษาใหล้ งโทษ ถา้ ผนู้ ้นั ได้ ออกจากงานไปแล้วด้วยเหตุอืน่ ที่มใิ ช่เพราะเหตุเกษียณอายุตามระเบียบของสถาบัน ให้งดเลื่อนเงินเดือนในปี ที่จะได้เลื่อนเงินเดือนปีสุดท้าย แต่ถ้าเป็นผู้พ้นจากงานไปเพราะเกษียณอายุตามระเบียบของสถาบัน ให้งดเลื่อนเงินเดือนที่ไดร้ อการเลื่อนเงนิ เดือนไว้ในปสี ุดท้ายก่อนทีผ่ ู้นั้นจะพ้นจากงาน ส่วนในปีอื่นให้สั่งเลือ่ น เงนิ เดือนยอ้ นหลังไปในแต่ละปที ่ีไดร้ อการเลื่อนเงนิ เดือนไว้ (๓) ถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าจำคุก ให้งดเลื่อนเงินเดือนทุกปีที่ได้ รอการเล่ือนเงินเดอื นไว้ การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนตาม (1) (2) และ (3) สำหรับผู้ที่ถูกฟ้องคดีอาญาหลายคดี ใหแ้ ยกพิจารณาเป็นคดี ๆ ไป ข้อ 15 ในกรณีที่ได้รอการเลื่อนเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ผู้ใดไว้ เพราะเหตุถูกแต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวนตามข้อ 13 หรือเพราะเหตุถูกฟ้องคดีตามข้อ 14 ในการกระทำกรรมเดียวกัน ให้รอ การเลื่อนเงินเดือนผู้นั้นไว้จนกว่าผู้อำนวยการจะได้รับรายงานการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนและ มีคำสั่งว่าผู้นั้นไม่มีความผิดหรือมีคำสั่งลงโทษ หรือจนกว่าศาลมีคำพิพากษา แล้วจึงพิจารณาการเลื่อน เงินเดอื นตามขอ้ 13 (1) (2) และ (3) หรอื ตามขอ้ 14 (1) (2) หรือ (3) แล้วแตก่ รณี โดยถือเกณฑ์จำนวนปีที่ จะต้องงดเลื่อนเงินเดือนท่ีมากกว่าเป็นหลักในการพิจารณา เว้นแต่ผู้นั้นได้พ้นจากงานไปแล้วตามผล ของการถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามข้อ 13 หรือตามผลของการถูกฟ้องคดีอาญาตามข้อ 14 กรณี ใดกรณีหนึ่ง จึงจะพิจารณาการเลื่อนเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ได้ตามผลของกรณีนั้น โดยไม่ต้องรอผล ของอีกกรณหี น่ึง ข้อ 16 การสั่งเลื่อนเงินเดือนตามปกติ ให้เลื่อนตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนแรกของปีที่ได้เลื่อน นั้น กรณีเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์สมควรได้เลื่อนเงินเดือนได้ออกจากสถาบัน หรือไปรับราชการทหาร ตามกฎหมายว่าด้วยการรบั ราชการทหารก่อนทีจ่ ะมีคำส่ังเลื่อนเงินเดือน จะสั่งเลื่อนเงินเดือนให้เจ้าหน้าที่นั้น ยอ้ นหลังไปถึง วันท่ี 1 ของเดือนแรกของปที ี่ไดเ้ ลอ่ื นนั้นก็ได้ ขอ้ 17 เจา้ หนา้ ทซี่ ่งึ ได้รบั เงินเดอื นในอตั ราขนั้ สูงสุด หรือเกนิ กว่าอัตราขั้นสูงสุดของตำแหน่ง ของตนอยแู่ ล้วอาจไดร้ บั คา่ ตอบแทนพเิ ศษ โดยใช้หลักเกณฑด์ งั ตอ่ ไปน้ี (๑) กรณีมีเงินเดือนถึงอัตราสูงสุดของตำแหน่งหรือเกินกว่าอยู่ก่อนรอบการประเมินผล การปฏิบัติงาน ให้พิจารณาจากการประเมินผลการปฏิบัติงาน และจ่ายค่าตอบแทนพิเศษเป็นรายเดือน ตามอัตราที่ได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยคำนวณจากเงินเดือนอัตราสูงสุดของตำแหน่งที่ครองอยู่ หรือเงนิ เดอื นปจั จุบนั ทไ่ี ดร้ ับอยู่ หน้า 90

(๒) กรณีเงินเดือนใกล้ถึงอัตราสูงสุดของตำแหน่ง และได้รับการประเมินให้เพิ่มเงินเดือน เกินกว่าอัตราสูงสุดของตำแหน่ง ให้เพิ่มเงินเดือนจนถึงอัตราสูงสุดของตำแหน่งก่อน และนำส่วนที่เหลือ จากการเพิม่ เงนิ เดอื นดงั กลา่ วมาจ่ายเป็นค่าตอบแทนพิเศษ โดยคา่ ตอบแทนพิเศษใหจ้ ่ายเปน็ รายเดอื น ข้อ ๑๘ ในการปรับค่าจ้างของลูกจ้างประจำปี ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ การประเมินผล การปฏบิ ตั งิ านของเจ้าหน้าทีม่ าใช้บังคับโดยอนโุ ลม ประกาศ ณ วันท่ี 17 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายนคร เปรมศรี) ผอู้ ำนวยการสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ หนา้ 91

ระเบยี บคณะกรรมการบริหารสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ ว่าด้วยหลกั เกณฑ์และวธิ ีการจัดสวสั ดกิ ารและสิทธิประโยชน์แก่เจ้าหน้าท่ีของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 --------------------------- โด ย ท่ี เป็ น ก า ร ส ม ค ว ร ให้ มี ร ะ เบี ย บ ว่ า ด้ ว ย ห ลั ก เก ณ ฑ์ แ ล ะ วิ ธี ก า ร จั ด ส วั ส ดิ ก า ร แ ล ะ สทิ ธปิ ระโยชน์แก่เจ้าหนา้ ทข่ี องสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28 (4) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ประกอบกับข้อ ๓๕ วรรคสองของระเบียบคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย การบริหารงานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยมติคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีน แห่งชาติ เม่อื วันที่ 19 มิถนุ ายน พ.ศ. 2563 คณะกรรมการบริหารสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ จึงออกระเบียบ ไวด้ ังต่อไปนี้ ข้อ 1 ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วย หลักเกณฑ์และวธิ ีการจดั สวสั ดิการและสิทธิประโยชนแ์ ก่เจ้าหนา้ ทข่ี องสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2563” ขอ้ 2 ระเบียบนใ้ี ห้ใชบ้ ังคับต้งั แต่วันถัดจากวันประกาศเป็นตน้ ไป ข้อ 3 ในระเบยี บน้ี “สถาบัน” หมายความว่า สถาบันวคั ซีนแห่งชาติ “คณะกรรมการบริหารสถาบนั ” หมายความว่า คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ “ประธานกรรมการ” หมายความวา่ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผอู้ ำนวยการสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ “เจ้าหน้าที่” หมายความวา่ เจ้าหนา้ ทข่ี องสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ “เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร” หมายความว่า เงินบำรุงการศึกษา ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม และ ค่าธรรมเนยี มการศึกษา “กองทุน” หมายความว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งจัดตั้งข้ึนตามกฎหมายว่าด้วยกองทุน สำรองเลยี้ งชีพ “เงนิ เดือน” หมายความวา่ เงินที่สถาบันวัคซนี แห่งชาติจ่ายให้แก่เจ้าหน้าท่ีของสถาบันวัคซีน แห่งชาติเปน็ ค่าตอบแทนการทำงานประจำเดอื น “เงินสะสม” หมายความว่า เงินที่เจ้าหน้าท่ีของสถาบันวัคซีนแห่งชาติจ่ายเข้ากองทุน สำรองเลย้ี งชีพตามเง่ือนไขทก่ี ำหนดในระเบียบน้ี “เงินสมทบ” หมายความว่า เงินที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติจ่ายเข้ากองทุนสำรองเล้ียงชีพ ตามเงอ่ื นไขท่กี ำหนดในระเบียบน้ี “ระยะเวลาปฏิบัติงาน” หมายความว่า ระยะเวลาท่ีเจ้าหน้าท่ีของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ไดท้ ำงานมาตัง้ แต่วันแรกท่ีไดร้ ับการบรรจุเป็นเจา้ หน้าท่จี นถึงวันสดุ ทา้ ยทท่ี ำงาน “ปี” หมายความว่า ระยะเวลาต้ังแต่วันท่ี 1 ตุลาคมของปีหนึ่ง ถึงวันท่ี 30 กันยายน ของปีถัดไป ข้อ 4 ให้ประธานกรรมการรกั ษาการตามระเบยี บนี้ ในกรณีมีปัญหาในการปฏิบัติใหเ้ ป็นไปตามระเบียบน้ี ใหป้ ระธานกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยช้ีขาด โดยคำแนะนำของคณะอนุกรรมการบริหารงานบคุ คลของสถาบัน หน้า 92

หมวด 1 บทท่ัวไป --------------------------- ข้อ 5 ให้สถาบนั จดั สวัสดกิ ารและสทิ ธิประโยชนแ์ ก่เจา้ หน้าที่ ดังต่อไปน้ี (1) การรักษาพยาบาลและการตรวจสขุ ภาพประจำปี (2) การประกันอบุ ัตเิ หตุในการปฏิบตั ิงาน (3) เงินช่วยเหลอื การศกึ ษาบตุ ร (4) เงินชว่ ยเหลือการประสบภัย (5) กองทุนสำรองเลย้ี งชพี (6) สวัสดิการและสทิ ธปิ ระโยชน์ตามที่คณะกรรมการบริหารสถาบันกำหนดเพิ่มเติม หมวด 2 การรกั ษาพยาบาลและการตรวจสขุ ภาพประจำปี --------------------------- ข้อ 6 เจ้าหน้าที่มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับกฎหมายว่าด้วย เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และระเบียบของทางราชการท่ีใช้บังคับกับข้าราชการโดยอนุโลม เฉพาะตนเอง กรณีการรักษาทางทันตกรรมในสถานพยาบาลเอกชน ให้เบิกจ่ายตามจริงได้ไม่เกิน ปีละสามพนั บาท ข้อ 7 ให้สถาบันจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีแก่เจ้าหน้าท่ีปีละหนึ่งคร้ัง การเบิกจ่าย คา่ ตรวจสุขภาพให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ (1) เจา้ หนา้ ท่อี ายุน้อยกวา่ สามสิบห้าปี เบิกไดต้ ามทจ่ี า่ ยจรงิ ไม่เกนิ ปีละสามพนั บาท (๒)เจ้าหน้าท่อี ายุสามสบิ ห้าปีขึน้ ไป เบกิ ไดต้ ามท่ีจา่ ยจริงไม่เกินปลี ะส่ีพันบาท หมวด 3 การประกนั อบุ ัตเิ หตใุ นการปฏิบัตงิ าน --------------------------- ข้อ 8 ให้เจ้าหน้าที่ซ่ึงเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ได้ รับการประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพตลอดระยะเวลาการเดินทางหรือการอยู่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ ทงั้ น้ี ให้เป็นไปตามท่ผี อู้ ำนวยการกำหนด ให้ท่ีปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของสถาบันซ่ึงเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ได้รับ การประกนั ชีวิต ประกนั อุบัตเิ หตุ และประกันสขุ ภาพเช่นเดยี วกับเจ้าหน้าที่ หมวด 4 เงนิ ช่วยเหลอื การศึกษาบตุ ร --------------------------- ข้อ 9 ให้เจ้าหน้าที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาในประเทศ ในหลักสูตรท่ีไม่สูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า สำหรับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและบุตรท่ีบิดารับรองแล้ว ท่ีมีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี ลำดับที่หนึ่งถึงลำดับท่ีสามเรียงลำดับก่อนหลัง ไม่ว่าบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใด หรอื อยู่ในอำนาจการปกครองของตนหรอื ไม่ และหากบตุ รแฝดให้นับบุตรแฝดทกุ คนเป็นหน่งึ ลำดบั หน้า 93

ในกรณีมีบุตรเกินสามลำดับ ถ้าบุตรคนหน่ึงคนใดที่ก่อให้เกิดสิทธิรับเงินช่วยเหลือการศึกษา บุ ตรถึงแก่ความตาย พิ การจน ไม่สามารถ ศึกษ าเล่าเรียน ได้ เป็ น คน ไร้ความสามารถ ห รือ คนเสมือนไร้ความสามารถ วิกลจริต หรือจิตฟ่ันเฟือนจนไม่สามารถศึกษาเล่าเรียนได้ก่อนครบอายุ ยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ ให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นมีสิทธิรับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรเพ่ิมจนครบสามลำดับ โดยให้นับบุตรท่อี ยใู่ นลำดบั ถดั ไปกอ่ น ข้อ 10 ในกรณีบิดาและมารดาของบุตรที่ก่อให้เกิดสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร เป็นเจ้าหน้าท่ีทั้งคู่ ให้บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิรับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร เพียงฝ่ายเดียว เว้นแต่เม่ือมีการจดทะเบียนหย่าหรือแยกกันอยู่และบตุ รอยู่ในอุปการะของเจ้าหน้าที่ฝ่ายใด ใหเ้ จา้ หน้าทฝ่ี า่ ยนัน้ เป็นผู้มสี ทิ ธไิ ดร้ ับเงินช่วยเหลือการศึกษาบตุ ร การให้เจ้าหน้าท่ีฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรตามวรรคหน่ึง ให้ทำเปน็ บันทกึ ขอ้ ตกลงของทงั้ สองฝ่ายตามแบบทีส่ ถาบนั กำหนด ข้อ 11 ในกรณีคู่สมรสของเจ้าหน้าท่ีเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร หรือเงิน สงเคราะห์บุตรในลักษณะเดียวกับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรจากหน่วยงานอ่ืนท่ีคู่สมรสของเจ้าหน้าท่ี ผู้น้ันทำงานอยู่ เจ้าหน้าท่ีผู้นั้นไม่มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรจากสถาบัน เว้นแต่สิทธิที่คู่สมรส ของเจ้าหน้าท่ีผู้นั้นได้รับต่ำกว่าสิทธิที่เจ้าหน้าท่ีจะพึงได้รับตามระเบียบน้ี ให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นมีสิทธิขอรับ เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรจากสถาบันได้เพียงเท่าจำนวนที่ยังขาดอยู่ โดยแสดงหลักฐานเป็นสำเนา การจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ซึ่งหน่วยงานท่ีคู่สมรสของเจ้าหน้าท่ีผู้นั้นปฏิบัติงานอยู่เป็นผู้รับรอง ความถกู ต้องของสำเนานนั้ ข้อ 12 ให้เจ้าหน้าที่ที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรย่ืนขอรับเงินช่วยเหลือ การศึกษาบุตร ได้เท่ากับจำนวนท่ีจ่ายจริงแต่ต้องไม่เกินจำนวนปีที่กำหนดในแต่ละหลักสูตร และไม่เกิน อตั ราตามที่กำหนด ดงั ต่อไปน้ี (๑) ประเภทเตรียมอนบุ าล ไมเ่ กนิ ปีละหกพันบาท (๒) ประเภทสามญั ศกึ ษา ไมเ่ กนิ ปีละหน่ึงหมืน่ ห้าพนั บาท (๓) ประเภทอาชีวศึกษา ไม่เกนิ ปีละสองหมนื่ บาท (๔) หลกั สูตรปริญญาตรี ไมเ่ กนิ ปีละสองหมืน่ หา้ พันบาท ท้งั นี้ ประเภทสามญั ศึกษาไม่รวมถงึ ประเภทเตรียมอนุบาล ข้อ 13 ให้เจ้าหน้าท่ีท่ีมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ย่ืนขอรับเงินช่วยเหลือ การศึกษาบุตรตามแบบที่สถาบันกำหนด พร้อมหลั กฐานการจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ตามที่สถานศึกษาออกให้ โดยการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ให้กระทําภายในกําหนดเวลา ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ภายในหนึ่งปีการศึกษานับแต่วันเปิดภาคเรียนแต่ละภาค ในกรณีท่ีสถานศึกษา เรยี กเกบ็ เงินคา่ การศึกษาเปน็ รายภาคเรียน (๒) ภายในหนึ่งปีการศึกษานับแต่วันเปิดภาคเรียนภาคท่ีหนึ่งของปีการศึกษา ในกรณี ท่ีสถานศกึ ษาเรียกเก็บเงนิ ค่าการศึกษาครง้ั เดยี วตลอดปี ทั้งน้ี หากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหน่ึง ให้ถือว่าสิทธิในการย่ืนขอรับเงินช่วยเหลือ การศึกษาบตุ รน้ันหมดไป สำหรับภาคการศึกษาหรือปีการศึกษานั้น ข้อ 14 เจ้าหนา้ ทีผ่ ู้ใดขอรับเงินช่วยเหลือการศกึ ษาบุตรโดยทุจรติ ให้เจ้าหน้าท่ีผู้นั้นหมดสิทธิ ได้รบั เงนิ ช่วยเหลอื การศกึ ษาบุตรจากสถาบันตลอดไป และให้ถอื ว่าเปน็ ความผิดวินัยอย่างรา้ ยแรง หน้า 94

หมวด 5 เงนิ ชว่ ยเหลอื การประสบภยั --------------------------- ข้อ 15 ในกรณีเจ้าหน้าท่ีประสบอันตรายจากเหตุสุดวิสัย เช่น อัคคีภัย วาตภัย หรืออุทกภัย จนทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากภัยดังกล่าว ให้สถาบันจัดเงินช่วยเหลือการประสบภัยให้แก่ ผู้น้นั ตามความจำเป็นและเหมาะสม รายละไม่เกินหา้ หมนื่ บาทตอ่ ครั้ง หมวด 6 กองทนุ สำรองเล้ียงชพี --------------------------- ข้อ 16 ให้สถาบันจัดให้มีกองทุน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันแก่เจ้าหน้าท่ี ของสถาบันในกรณีตาย ออกจากงาน หรือลาออกจากกองทุน โดยเจ้าหน้าท่ีเป็นสมาชิกโดยสมัครใจ และจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนทุกคร้ังท่ีมีการจ่ายเงินเดือน ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละสองแต่ไม่เกิน ร้อยละสิบห้าของเงินเดอื น ข้อ 17 ให้สถาบันจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในวันเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่จ่ายเงินสะสม เขา้ กองทุนในอตั รา ดงั ต่อไปน้ี (1) เจา้ หน้าซงึ่ มีระยะเวลาปฏบิ ัติงานไมเ่ กนิ ห้าปี นับแตว่ ันแรกทไ่ี ดร้ ับการบรรจุเปน็ เจา้ หนา้ ที่ ให้สถาบนั จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราไมเ่ กนิ ร้อยละส่ีของเงนิ เดือน (2) เจ้าหน้าซ่ึงมีระยะเวลาปฏิบัติงานเกินกว่าห้าปีถึงสิบปี นับแต่วันแรกท่ีได้รับการบรรจุ เป็นเจ้าหน้าที่ ให้สถาบันจา่ ยเงนิ สมทบเขา้ กองทนุ ในอัตราร้อยละหก แต่ไมเ่ กนิ ร้อยละแปดของเงนิ เดือน (3) เจ้าหน้าซึ่งมีระยะเวลาปฏิบัติงานเกินกว่าสิบปี นับแต่วันแรกท่ีได้รับการบรรจุ เปน็ เจ้าหนา้ ท่ี ให้สถาบนั จ่ายเงนิ สมทบเข้ากองทุนในอัตราร้อยละแปด แต่ไมเ่ กินร้อยละสิบของเงนิ เดือน ท้ังนี้ อัตราการจ่ายเงินสมทบตามวรรคหน่ึงให้เป็นไปตามท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบัน กำหนดในแต่ละปี ข้อ 18 เมื่อเจ้าหน้าท่ีพ้นจากตำแหน่งและพ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่ตามระเบียบ คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ มีสิทธิ ไดร้ บั เงนิ สมทบและผลประโยชน์ ดังตอ่ ไปนี้ (1) เจ้าหน้าท่ีซึ่งมีระยะเวลาปฏิบัติงานต้ังแต่หน่ึงปีแต่ไม่ถึงสามปี มีสิทธิได้รับเงินสมทบ ร้อยละสามสบิ (2) เจ้าหน้าที่ซึ่งมีระยะเวลาปฏิบัติงานต้ังแต่สามปีแต่ไม่ถึงห้าปี มีสิทธิได้รับเงินสมทบ รอ้ ยละเจ็ดสบิ (3) เจา้ หนา้ ที่ซงึ่ มรี ะยะเวลาปฏิบัติงานตง้ั แตห่ า้ ปีขนึ้ ไป มสี ิทธิได้รบั เงินสมทบรอ้ ยละรอ้ ย ในกรณีเจ้าหน้าท่ีพ้นจากตำแหน่งและพ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่ เพราะถูกลงโทษทางวินัย ให้สทิ ธิการไดร้ ับเงนิ สมทบจากสถาบนั ของผูน้ นั้ หมดไป หน้า 95


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook