Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore อัล-มุรอญิอาต เล่ม 1

อัล-มุรอญิอาต เล่ม 1

Published by thaiislamlib.com, 2022-06-06 05:29:41

Description: จดหมายสนทนาโตตอบทางวิชาการระหว่างอุลามาชีอะห์กับผู้รู้ซุนนี

Search

Read the Text Version

(74) รายละเอียดเรื่องน้ีทานอิมาม อะบู ญะอฺฟร บากิร และอิมาม อับดุลลอฮฺ ศอดิก (อ) ได ยนื ยนั วาศอฮ้ฮี ฺ และมรี ายงานในสายสบื ของนักปราชญฝา ยซุนนะฮอฺ กี หกฮาดีษดวยสายสืบที่เรียกวา มัรฟูอ ถึงทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) การอรรถาธิบายรายละเอียดของเร่ืองนี้ ดูในบาบท่ี 39-40 “หนังสอื ฆอยะตลุ -มะรอม” และบรรดามนุษยจะตองถูกสอบสวนเก่ียวกับเร่ืองฐานะทางอํานาจการปกครองของพวก เขา (วิลายะฮฺ) ในวันที่ถูกทําใหฟนคืนชีพ ดั่งเชนไดมีหลักฐานจากการอรรถาธิบายขอความแหง โองการของพระองคท่วี า “พวกเขาเหลา น้นั จะไดย ืนขึ้น แทจรงิ พวกเขาเหลานนั้ ลวนเปนผถู กู สอบสวน” (อัศ-ศอฟฟาต : 24)(76) (75) รายงานโดยทานอิมาม ษะอฺละบีย ในหนังสือตัฟสีรฺ อัลกะบีรฺ วาน้ีคือเรื่องราวท่ี ตอเน่ืองกันและทานอัลลามะฮฺแหงมิศรีย คือ ชิบลันญีย ก็ไดอางวาเกี่ยวกับเร่ืองของทานอาลี เชนกัน ในหนังสือของทานชื่อนูรุล-อับศอร ดูหนา 71 ซึ่งมีรายละเอียดที่ยืดยาว ทานฮะละบีย ก็ได อธิบายเกี่ยวกับเร่ืองน้ีไวอีกเชนกัน ในตอนหลัง ๆ ของเรื่องการทํา “ฮัจญะตุล-วิดาอฺ” จากุซอฺที่ 3 หนังสือ “ซีเราะฮฺ” ของทานและทานฮากิม ก็ยังไดรายงานเร่ืองน้ีไวอีกเชนเดียวกันในหนังสือ “มุส ตัดรอ็ ก” ของทา น ในตอนอธบิ ายซเู ราะฮฺ “อลั -มะอารจิ ญ” ดหู นา 502 จากุซอฺที่ 2. (76) รายงานโดย อัต-ตัยละมียฺ (เชนเดียวกับท่ีมีรายงานไวใน อัศศอวาอิก) วามีรายงานมา จากทา นอะบู ซะอีด อัล-คุตดิรีย ไดกลาววา แทจริงทานศาสนทูตฯ ไดกลาววา “พวกเขาเหลาน้ันจะ ยืนขึ้น แทจริงพวกเขาเหลาน้ันลวนเปนผูถูกสอบสวนเก่ียวกับเรื่องฐานะอํานาจการปกครองของ อาลี” ทานวาฮิดีย ไดกลาวไวในทํานองเดียวกับที่มีในอัศศอวาอิกอีกดวยเชนเดียวกันวา “มีรายงาน ยืนยันวาโองการของอัลลอฮฺ ผูทรงสูงสุดที่ตรัสวา “พวกเขาเหลาน้ันจะไดยืนขึ้น แทจริงพวกเขา เหลานั้นลวนเปนผูถูกสอบสวน” นั้นหมายถึงการสอบสวนเก่ียวกับเร่ืองฐานะทางอํานาจการ ปกครองของอาลี และบรรดาอะหลฺ ลุ บยั ตฺ (ทา นไดก ลาวอกี วา) เน่อื งจากอัลลอฮฺไดทรงบัญชาแกนบี ของพระองคใหสอนบรรดามนุษยวา แทจริงทานมิไดขอสิ่งใด ๆ จากพวกเขาเก่ียวกับการเผยแพร ประกาศศาสนาน้ี ซึ่งรางวัลส่ิงของใด ๆ เวนแตใหมีความรักในบรรดาญาติสนิทเทาน้ัน (ทานกลาว อีกวา) ความหมายก็คือวา แทจริงพวกเขาจะตองถูกสอบสวนตามขอแมน้ี น่ันคือ สิทธิทางดานผูนํา ตามที่ทานนบีไดส่ังเสียไวแกพวกเขาวาไดละวาง หรือใหความสําคัญอยางไร ดังนั้นการสอบสวน

และการติดตามผลในเร่ืองน้ีตองมีแนนอนตอพวกเขา ทานวาฮิดียฺ ไดยุติคําพูดแคนี้ สวนทานอิบนุ ฮะญัรฺ ก็ไดยืนยันไวอยางเต็มที่ในบาบท่ี 11 ของหนังสือ “อัศศอวาอิก” โดยกลาวถึงโองการตาง ๆ ที่ถกู ประทานมาเกย่ี วกบั เรื่องของพวกเขา ขอทานอยาไดเพิกเฉย เพราะวาแทจริงฐานะทางอํานาจการปกครองของพวกเขาน้ัน แนนอนยอมเปนส่ิงท่ีอัลลอฮฺไดทรงแตงตั้งข้ึนมาโดยบรรดานบีตาง ๆ และเปนหลักฐานท่ีเปนขอ พสิ ูจนตอพระองค และเปนบรรดาผไู ดร ับการสั่งเสยี ใหรับผดิ ชอบสบื ตอ (เอาศยิ าอ)ฺ ดังท่ีพระองคไดท รงมโี องการวา “และเจา จงถามผูท ีเ่ ราไดสงมากอ นเจา คือ บรรดารอซลู ของเรา (อซั ซุครุฟ : 45)(77) ซึ่งส่ิงนั้นก็คือ ส่ิงท่ีอัลลอฮฺไดทรงยึดถือเปนพันธะสัญญาท่ีมีตอพระองค ดังท่ีไดมีการ อธิบายโองการของพระองคผทู รงสูงสดุ ในโองการท่วี า (77) หวังเปนการเพียงพอแกทานดวยรายงานอันละเอียดท่ีมีปรากฏในตัฟสีรของอะบูนะอีม อัล ฮาฟช และจากรายงานทุกกระแสของษะอละบีย นัยสาบุรีย อัล-บัรกีย โดยไดใหความหมายไว ในตัฟสีรของพวกเขา และจากรายงานของอิบรอฮีม บิน มุฮัมมัด ฮะมูวัยนี และนักปราชญฝายซุน นะฮฺคนอื่น ๆ อีกหลายคนโดยเฉพาะอยางยิ่งในรายงานของทานฎ็อบรอสียในตัฟสีรมัจญมุอุล-บะ ยานท่มี รี ายงานมาจากทานอามีรุล-มมุ ินนี ในบาบที่ 44-45 ของหนงั สือ “ฆอยะตุล-มะรอม” “และจงใครครวญเม่ือพระผูอภิบาลของเจาไดทรงเอาออกมาจากลูกหลานของอาดัม โดย ออกจากสันหลังของพวกเขา ซ่ึงผูสืบพงษพันธของพวกเขา และใหเขาเปนพยานตอตัวของพวกเขา ฉันมิไดเปนพระผูอภิบาลของสูเจาดอกหรือ ? พวกเขาเหลานั้นกลาววา “ใชแลว” (อัล-อะอฺรอฟ : 172)(78) และทานนบีอาดัมก็ไดเรียนรูคําตาง ๆ จากพระผูอภิบาลของทาน แลวพระองคก็ไดทรง อภัยโทษใหแกทานนบีอาดัม (79) อัลลอฮฺจะไมทรงลงโทษพวกเขาเหลานั้น (80) พวกเขาเหลาน้ันเปน หลักประกันความซื่อสัตย ใหแกบรรดาชาวโลกและเปนสายใยท่ีติดตอบรรดามนุษยทั้งหลายกับ

พระผูอภิบาล ดังนั้นพวกเขาจึงเปนมนุษยที่ไดรับการอิจฉาริษยา ตามท่ีอัลลอฮฺไดทรงกลาวไวใน เรอื่ งของพวกเขาเหลานั้นวา (78) มีฮะดีษทางฝายอะหฺลุลบัยตฺ เปนจํานวนมากที่ยืนยันโองการน้ีไวเปนหลักฐานในการ อธิบายถึงเรอ่ื งความสาํ คัญของพงษพ นั ธของศาสดามุฮัมมัด (79) รายงานโดยอิบนุ มะฆอซะลีย อัช-ชาฟอีย เปนฮาดีษท่ีรายงานจากทานอิบนุ อับบา สไดกลาววา “ทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบันดา ลกู หลานของทาน) ไดถ กู ถามถงึ เรื่องเก่ียวกบั คาํ ตาง ๆ ท่ีทานนบีอาดมั ไดเ รยี นรูม าจากพระผูอภิบาล ของทาน แลวพระองคก็ไดอภัยโทษใหแกทาน” ทาน (ศ) ไดตอบวา ทานนบีอาดัมไดขอจาก พระองคโดยใชสิทธิของอาลี ฟาฏิมะฮฺ ฮาซันและฮุเซน แลวพระองคก็ไดอภัยโทษใหแกเขา น่ีคือ ความรจู ากฝายของเราในการอรรถาธบิ ายโองการนี้ (80) ดู “อัศศอวาอิก อัล-มุฮัรเราะเกาะฮฺ” ของทานอิบนุ ฮะญัร ท่ีไดอรรถาธิบายโองการซ่ึง มีความวา “และอัลลอฮฺจะไมทรงลงโทษตอพวกเขาเหลาน้ัน” น่ีเปนโองการที่เจ็ดจากหลาย ๆ โองการท่ีกลาวถึงเกียรติยศของพวกเขาเหลาน้ัน ซ่ึงมีรายละเอียดอยูในบาบที่ 11 ของหนังสือ ดงั กลา ว ทา นจะพบความจริงตามที่เราไดกลาวแลวน้.ี “หรือวาเปนเพราะพวกเขามีความอิจฉาคนท่ีอัลลอฮฺไดทรงประทานเกียรติยศของพระองค ใหแกพวกเขา”(81) (อนั -นิสาอฺ : 54) “และพวกเขาเปนบรรดาผูที่มีมาตรฐานในวิชาความรูซ่ึงพวกเขาเหลาน้ันไดกลาววา เรา เปนผูศรัทธา” (อาล-ิ อิมรอน : 7)(82) พวกเขาเหลาน้ันเปน บคุ คลแหงฐานตงั้ ท่ีสูง (อลั -อะอรฺ อฟ) ซึ่งพระองคไดทรงกลา ววา (81) ทานอิบนุ ฮะญัร ไดสรุปความหมายวา “นี่คือโองการหนึ่งจากหลาย ๆ โองการที่ได ประทานมาเกีย่ วกบั เรอื่ งของพวกเขาเหลา นั้น” และเปนโองการที่ 6 จากหลาย ๆ โองการ ซึ่งทานได กลาวรายละเอียดไวในบาบที่ 11 ของหนังสือ “อัศศอวาอิก” และมีรายงานจากอิบนุ มะฆอซะลีย อัช-ชาฟอีย ซึ่งมรี ายละเอยี ดตรงกนั กบั การตัฟสีร โองการนี้ในหนังสืออัศศอวาอิกซึ่งไดอางรายงาน ของทานอิมาม บากิรที่ไดกลาววา “เราคือคนที่ถูกอิจฉา ขอสาบานดวยพระนามของอัลลอฮฺ” และ ในบาบท่ี 60-61 ของหนงั สอื “ฆอยะตลุ -มะรอม” กไ็ ดมี 30 ฮาดษี ศอฮ้ีฮกฺ ไ็ ดอ ธบิ ายอยางน้ี

(82) รายงานโดยนักปราชญคนสําคัญของโลกอิสลาม คือ มุฮัมมัด บิน ยะอฺกูบ โดยสายสืบ ท่ศี อฮฮ้ี ฺ จากทานอมิ ามศอดกิ ทีไ่ ดก ลาววา “เราคือพวกท่ีอัลลอฮไฺ ดทรงกาํ หนดใหม ีการเชื่อฟงปฏิบตั ิ ตามเรา เราคือมูลฐานแหงวิชาการ และเราคือผูที่ไดรับการอิจฉาตามที่อัลลอฮฺ ผูทรงสูงสุดไดมี โองการวา “หรือวาเปนเพราะพวกเขามีความอิจฉาคนท่ีอัลลอฮฺไดทรงประทานเกียรติยศของ พระองคใหแ กพ วกเขา” และทานยงั ไดรายงานเร่ืองนี้ไวอีกในหนังสือ “อัต-ตะฮฺซีบ” ดวยสายสืบฮา ดีษศอฮี้ฮจฺ ากทา นอมิ าม ศอดิก อาลยั ฮสิ ลาม “และบนฐานที่สูงน้ันมีชาย (ผูมีธรรมระดับสูง) พวกเขารูจักคนท้ังหมดไดดวยเคร่ืองหมาย ของพวกเขา” (อลั -อะอร อฟ : 46) (83) และชายผมู ีความซอ่ื สัตย บรรดาผูซ่งึ อัลลอฮไฺ ดท รงตรสั วา (83) รายงานจากทานษะอละบีย ไดใหความหมายโองการน้ีใน หนังสือตัฟสีรของทานโดย อางฮาดีษ จากทานอิบนุ อับบาส ท่ีไดกลาววา “ฐานต้ังที่สูงนั้น อยูที่สะพาน “ศิรอฏ” ซ่ึงบนน้ันมี ทานอับบาส ทานฮัมซะฮ ทานอาลี และทานญะอฺฟรโอบสองปกไว พวกเขารูจักคนท่ีมีความรักตอ พวกเขาได ดวยรัศมีขาวนวลจากใบหนาและรูจักคนท่ีชิงชังพวกเขาไดดวยสีดําคลํ้าที่ใบหนา และมี รายงานจากทา นฮากิม ดว ยสายสืบของทานอาลีที่ไดกลาววา “ในวันกียามัตน้ัน เราจะยืนอยูระหวาง สวนสวรรคและนรก ดังน้ันผูใดที่เขาไดสนับสนุนตอเรา เราก็จะไดรูจักเขาดวยเคร่ืองหมายที่ ใบหนาของเขา แลวเราจะไดใ หเขาเขาไปสูสวนสวรรคและผใู ดทีเ่ ขาโกรธเรา เราก็จะรูจักเขาไดโดย เคร่ืองหมายที่ใบหนาของเขา” รายงานจากทานซัลมาน ฟาริซีย ไดกลาววา ฉันไดยินทานศาสนทูต เคยพูดวา “โออาลีเอย แนนอนท่ีสุดเจาและบรรดาทายาทอันมาจากลูก ๆ ของเจาน้ัน จะไดอยูบน ฐานท่ีสูง” ทานคารอกกุฎนีย ก็ไดรายงานฮาดีษบทนี้ในทํานองเดียวกันกับรายละเอียดที่ปรากฏอยู ในตอนทายของ ุซอฺที่ 2 บาบที่ 9 หนังสือ “ศอวาอิก” วา “แทจริงทานอาลี ไดกลาวแกคนท้ังหกที่ ทานอมุ ัร ไดแตง ตง้ั ใหเปนกรรมการในการพจิ ารณาเร่ืองสําคัญในหมูพวกเขา ดวยคําพูดท่ียืดยาวดัง มีใจความวา “ขอใหทานท้ังหลาย ไดใครครวญดวยพระนามของอัลลอฮฺเถิดวา ในหมูพวกทานนี้จะ มีคนใดบางที่ทานศาสนทูต ไดเคยกลาวแกเขาวา “โออาลีเอย เจาคือมาตรการที่จําแนกของสวรรค และนรก ในวันกียามัต นอกจากฉันเสียคนหน่ึงแลว ?” พวกเขาเหลาน้ันกลาววา “ดวยพระนาม ของอัลลอฮฺ ไมมีใครเลย” ทานอิบนุ ฮะญัร ไดกลาวตอไปอีกวา “ความหมายของโองการนี้ “ทาน อนิ ตะเราะฮฺ ยงั ไดร บั คํารายงานมาจากทา นอาลีรฎิ อฯ ซึง่ ระบวุ า “แทจรงิ ทานนบี (ศ) ไดเคยกลาวแก

ทานวา “โออาลี แทจริงเจาเปนมาตรการจําแนกของสวรรคและนรก ดังนั้นเม่ือถึงวันกียามัต เจาจะ ไดกลาวแกนรกวา น่ีคือสวนของฉันและน่ีคือสวนของฉันและนี่คือสวนของเจา” “ทานอิบนุฮะญัร ยังไดกลาวอีกวา” “มีรายงานจากอิบนุ สิมาก ไดกลาววา “แทจริงทานอาบูบักรฺไดเคยกลาวถึงเร่ือง ของทานอาลี (ขออัลลอฮฺทรงมีความโปรดปรานตอทานท้ังสอง) วา “ฉันเคยไดยินทานศาสนทูตฯ กลาววา “หนทาง (ศิรอฎ) จะไมไดเปนท่ีอนุมัติแกผูใด นอกจากแกผูที่ไดมีขอความบันทึกแกเขาวา “อาลีไดอ นุมัตใิ หแลว ” “จากบรรดาผูศรัทธาท้ังหลายน้ัน มีปวงบุรุษที่เขาซ่ือสัตยตอเรื่องท่ีพวกเขาไดสัญญา ตออลั ลอฮฺ ดงั นั้นในหมูพ วกเขาไดม ีผปู ฏบิ ตั ติ ามการบนบานของเขา และในหมูพวกเขามีผูที่ยังคอย อยู และพวกเขามิไดป รวนแปรแมแตน อ ย”(84) (อลั -อะหซาบ : 23) และบรรดาชายผทู ําการพรรณนาความบริสุทธ์ิ (ตซั บีห) ตามที่ อัลลอฮฺผูทรงสูงสุดไดทรงมี โองการวา (84) ทานอิบนุ ฮะญัร ไดอธิบายไวในุซอฺที่ 5 บาบที่ 9 ของหนังสือ “ศอวาอิก” โดยได กลาวถงึ การถึงแกก รรมของทา นอาลวี า “แทจริงทานอาลี (อาลัยฮสิ ลาม) ไดถูกถามในขณะท่ีทานอยู บนมิมบัร ณ เมือง กูฟะฮฺ ถึงความหมายของโองการหนึ่งที่วา “ปวงบุรุษผูมีความซ่ือสัตยตามสิ่งที่ พวกเขาไดใหสัญญาไวกับอัลลอฮฺ” ทานไดกลาววา “ดวยพระนามของอัลลอฮฺ ผูทรงไวซ่ึงการอภัย โทษ โองการน้ีไดถูกประทานมาในเรื่องของฉัน และในเรื่องลุงของฉันคือ ฮัมซะฮฺและในเร่ืองของ ลูกพ่ีลูกนองของฉัน คือ อุบัยดะฮฺ บิน ฮาริษ บิน มุฏฏอลิบ เพราะสําหรับอุบัยดะฮฺน้ัน เขาไดปฏิบัติ ตามการบนบานของเขา ดวยการเปนชะฮีดในสงครามบะดัร สวนฮัมซะฮฺนั้น เขาไดปฏิบัติตามการ บนบานของเขา ดวยการเปนชะฮีดในสงครามอุหุด สําหรับฉันก็คือ ผูที่ยังรอคอยการไหลหลั่งของ มัน (เลือด) ท่ีไหลเย้ิมต้ังแตตรงน้ีไปถึงตรงน้ี แลวทานไดช้ีไปท่ีเคราของทานกับศีรษะของทาน ซึ่ง เปนพันธะสัญญาขอผูกพัน ซ่ึงบุคคลผูเปนที่รักย่ิงของฉัน คือ อาบู กอซิม (อัลลอฮฺทรงประทาน ความจาํ เรญิ และความสนั ติสขุ แดทานและแดบ นั ดาลูกหลานของทาน) ไดตั้งไวแกฉัน” รายงานโดย ทานฮากิมทํานองเดียวกันน้ียังไดมีความหมายของโองการน้ีอีกดวย ในหนังสือ “มัจญมุอ อัล-บะ ยาน” ซ่ึงอางรายงานของอุมัร บิน ษาบิต โดยอางจากรายงานของ อาบู อิสฮาก ซึ่งเปนรายงานฮาดีษ ท่ีมาจากทานอาลี (อาลัยฮิสลาม) ท่ีไดกลาววา “ในหมูพวกเรานี้ไดมีโองการซ่ึงถูกประทานลงมา

ยืนยันวาเปนปวงบุรุษผูมีความสัตยจริงตามขอสัญญาท่ีมีตออัลลอฮฺ สําหรับฉันขอสาบานดวยพระ นามของอัลลอฮวฺ า ฉนั คือ ผทู ีย่ งั คอยอยู และฉันมิไดปรวนแปรแมแ ตนอ ย” “สรรเสริญสดุดีพระองคในนั้น ท้ังยามเชาและยามพลบค่ําโดยปวงบุรุษผูที่การคาและการ ขาย มิไดหันหางเขาท้ังหลาย จากการรําลึกถึงอัลลอฮและการดํารงนมาซและการจายซะกาต เขา ทง้ั หลายกลัววนั ท่ี ในน้นั หวั ใจของพวกเขาและสายตาจะกระวนกระวาย” (อัน-นรู : 36-37) (85) และบานของพวกเขาเหลานั้น คือที่ซ่ึงพระนามของอัลลอฮฺผูทรงสูงสุด ไดถูกรําลึกถึง ตามทมี่ ีโองการวา “ตามบรรดาเคหะสถานซ่ึงอัลลอฮฺไดทรงอนุญาตใหทําการยกยองและเปนท่ีซึ่งพระนาม ของพระองคไ ดถกู ราํ ลึกถึงอยูเสมอ (อัน-นูร : 36) (86) (85) จากตัฟสีรของทาน มุญาฮิด และของทานยะอฺกูบ บิน ซุฟยาน ไดอางฮาดีษของ ทานอิบนุอับบาส ที่ไดอธิบายโองการ ผูทรงสูงสุดที่วา “และในเมื่อพวกเขาเหลานั้นไดเห็นกอง คาราวานคาขาย หรือการละเลน พวกเขาก็พากันไปที่นั่น และปลอยเจาไวใหยืนอยู” (อัล-ุมฺอะฮฺ : 11) คือเมื่อตอนที่พวกพอคานํากองคาราวานสินคามาจากเปอรเซีย และผานมายังมัสญิด หลังจาก น้ันก็ไดมีการตีเกราะเพื่อเรียกรองใหประชาชนมีความสนใจ ฉะน้ันประชาชนสวนหน่ึงก็ไดพากัน ไปมุงดูโดยทิ้งใหทานนบี (ศ) ยืนอานคุฏบะฮฺอยูบนมิมบัร ยังคงเหลืออยูแตเพียงทานอาลี ฮาซัน ฮุ เซน ทานหญิงฟาฏิมะฮฺ ทานซัลมาน ทานอาบูซัรและทานมิกดาด แลวทานนบี (ศ) ก็ไดกลาววา “แนน อนทส่ี ุดอลั ลอฮไฺ ดทรงมองทีม่ ัสญิดของฉนั ในวนั ศกุ ร ถาหากวาไมมีพวกเหลานี้แลว แนนอน ท่ีสุดเมืองมะดีนะฮฺ จะลุกโชนไปดวยกองไฟ และจะถูกพายุเหินกระหนํ่า เสมือนดั่งหมูชนของ พวกนบีลูฏ” และอัลลอฮฺจึงไดทรงประทานโองการมาเพื่อยืนยันถึงผูที่ยังคงอยูกับทาน ศาสนทูตฯ ในมัสญิด โดยโองการของพระองค ผูทรงสูงสุดที่วา “แซซรองสดุดีพระองคในน้ัน ท้ังยามเชาและ ยามพลบคํ่า ปวงบุรุษผทู ก่ี ารคา มิไดทําใหเ ขาท้งั หลายหนั หาง.... จนจบโองการ และแนนอนท่ีสุด อัลลอฮฺไดทรงทําใหพวกเขาเหลาน้ัน เปนชองทางตามผนัง ดังที่มีใน โองการ “อัน-นูร” กลาวเปนอุปมาไวสําหรับแสงสวางของพระองค (87) ซ่ึงสําหรับพระองคนั้นไดมี การอุปมาที่สูงสงในช้ันฟาท้ังหลายและแผนดิน และพระองค คือ ผูทรงอานุภาพ ผูทรงวิทยปญญา และพวกเขาเหลาน้ันอกี เชน กันทีไ่ ดช อ่ื วา

(86) รายงานโดยทานษะอละบีย ในการอธิบายความหมายโองการน้ี จากตัฟสีรอัล-กะบีร ดวยสายสืบฮาดีษของทานอานัส บิน มาลิก และทานบะรีดไดกลาววา “ทานศาสนทูตฯ ไดอาน โองการน้ี ถึงในตอนท่ีวา “ตามบรรดาเคหะสถานที่ซึ่งอัลลอฮฺไดทรงอนุญาตใหทําการยกยองและ เปนท่ีซึ่งพระนามของพระองคไดถูกรําลึกอยูเสมอ” ทานอาบูบักรฺไดลุกข้ึนไปหาทานแลวกลาววา “โอท านศาสนทตู ฯ นแ่ี หละคือบานเหลานั้น” แลว ทา นกไ็ ดชไ้ี ปยังบานของ “ทานอาลแี ละทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺ” ทานศาสนทูตฯ ไดกลาววา “ใชแลว จะมีใครมีเกียรติยศยิ่งไปกวาน้ันอีก” ดูในบาบที่ 12 หนังสือ “ฆอยะตุล-มะรอม” ซึง่ มฮี าดีษศอฮ้ีฮฺ 9 บทยนื ยนั ในเร่อื งน้ดี วย (87) ดูการอธิบายโองการของอัลลอฮฺ ผูทรงสูงสุด ท่ีไดทรงอุปมาแสงสวางของพระองค เปนเชนชองตามผนงั ความหมายตามโองการน้ี ทานอิบนุ มะฆอชะลีย อัช-ชาฟอีย ไดรายงานไวใน หนังสือของทาน โดยอาศัยสายสืบของทานอาลี บินญะอฺฟร ที่ไดกลาววา “ฉันไดถามทานอาบูฮา ซัน (อัล-กาซิม) ถึงความหมายของโองการแหงพระผูทรงสูงสุดที่วา “เปนเชนชองตามผนังซึ่งใน นั้นมีตะเกียง” ทานอาบู ฮาซัน (อาลัยฮิสลาม) ไดกลาววา “ชองตามผนัง (อัล-มิชกาตต) หมายถึง ทานหญิงฟาฏิมะฮฺ สวนตะเกียง (อัล-มิศบาห) หมายถึงทานฮาซันและทานฮุเซน คําวา โคมแกว (อัซ-ซุญาญะฮฺ) ท่ีเปนเสมือนดาวประกายแสงน้ันทานไดกลาววา “ทานหญิงฟาฎิมะฮฺเปนดาวที่ ประกายแสงของมวลสตรีในสากลโลกที่ถูกจุดมาจาก (นํ้ามัน) ของพฤกษาหน่ึงอันจําเริญ” ซ่ึง พฤกษาน้ันหมายถึง ทานนบีอิบรอฮีม โองการท่ีวา “มิไดเปนของฝายตะวันออกและมิไดเปนของ ฝายตะวันตก” น้ันหมายความวา มิไดเปนของยะฮุดีและมิไดเปนของนัศรอนีย คําวา “ซ่ึงนํ้ามันของ มันแทบประกายแสงกลา (ออกมาเอง)” “ทานไดกลาววา “หมายถึง วิชาความรูท่ีแทบจะพูดออกมา ไดเองจากทาน” และโองการที่วา “แมมิไดมีไฟจุดมันก็ตามแสงสวางซอนแสงสวาง” นั้นทานได กลาววา หมายถงึ “อมิ ามหลังจากอิมามท่อี ัลลอฮฺ ไดท รงนาํ ทางดว ยแสงสวา งของพระองค สําหรับผู ท่ีพระองคทรงประสงคอัลลอฮฺ ทรงนําทางโดยอํานาจการปกครองของเราใหแกผูที่พระองคทรง ประสงค น่คี ือ การอรรถาธิบายอยางละเอยี ดลออจากบรรดาบุคคลแหง อะหฺลลุ บัยตฺท่ีไดถูกประทาน มา” “เปน พวกทีอ่ ยูทางขางหนาเปนพวกที่อยูหนาสุด (ในการไดผลของความดี) พวกเขาเหลาน้ี คือ ผูท่ีถกู ใหอยอู ยางใกลช ดิ (ความปราโมทยข องอัลลอฮ)ฺ ” (อัล-วากอิ ะฮฺ : 10-11) (88)

และพวกเขาเหลาน้ันเปนผูมีความซ่ือสัตยจริง (89) พวกเขาเหลานั้นเปนบรรดาผูพลีชีพและ เปนเหลาบรรดาผูมีคุณธรรม ท้ังพวกเขาเหลาน้ันและบรรดาผูซ่ึงเปนมวลมิตรของพวกเขาตามท่ี อลั ลอฮฺ ผทู รงสงู สุดไดม ีโองการวา (88) รายงานโดยอัต-คัยละมีย ในทํานองเดียวกันกับฮาดีษท่ี 29 ภาคท่ี 2 บาบท่ี 9 ของ หนังสืออัศศอวาอิก อัล-มุฮัรเราะเกาะฮ ของทานอิบนุ ฮะญัร จากฮาดีษของทานหญิงอาอีซะฮฺ โดย รายงานของทา นฏ็อบรอนยี  และอบิ นุ มรั ดวุ ยี ะฮ อา งฮาดษี ท่ีมีรายงานมาจากทานอิบนุ อับบาส ท่ีได กลาววา แทจรงิ ทานนบีไดกลาววา “พวกที่อยูกอนสามพวกน้ันหมายถึงพวกท่ีมุงไปยังทานนบีมูซา ซึง่ นําโดยยูซะอ บิน นูน พวกทมี่ งุ ไปยังนบอี ซี า นน้ั นาํ โดยยาซนี สวนพวกท่ีมุงไปยังนบมี ฮุ มั มัดน้ัน นาํ โดยอาลี บนิ อาบูฏอลิบ” ฮาดษี น้ีรายงานโดยเมาฟก บินอะหฺมัด และวะกีฮฺ บิน มะฆอชะลีย ดวย สายสืบของรายงานฮาดษี จากทา นอบิ นุ อบั บาส (89) รายงานโดยอิบนุ นัจญาร ทํานองเดียวกันกับในฮาดีษท่ี 30 ดังท่ีเราไดรับการช้ีแจงมา จากหนังสือศอวาอิก อันเปนรายงานฮาดีษของทานอิบนุ อับบาส ซ่ึงไดกลาววา ทานศาสนทูตฯ ได กลาวดังน้ี “บรรดาผูมีความสัตยจริงน้ันมีสามเหลา นั่นคือฮัซกีล มุอฺมิน แหงวงศวานของฟรเอาวน และฮะบีบ นัจญาร จากพวกของยาซีนและอาลี บิน อาบีฏอลิบ” และมีรายงานจากทานอาบู นาอีม และอิบนุ อะซากริ ทํานองเดยี วกันกบั ในฮาดีษท่ี 31 ซึง่ เราไดรับการช้ีแจงมาจากหนงั สอื “ศอวาอิก” ซงึ่ เปน รายงานของทานอบิ นุ อาบูลัยลา ท่ไี ดกลาววา แทจริงทานศาสนทูตฯ ไดกลาวดังน้ี “บรรดาผู มีความสัตยจริงนั้นมีสามเหลา ไดแกฮะบีบ นัจญาร มุอฺมิน อาลิยฺาซีน” ทานไดกลาววา “โอ ประชาชนเอย จงเชอื่ ฟงปฏบิ ตั ิตามบรรดาศาสนทูตเถดิ และฮซั กีล มอุ ฺมนิ จากวงศวานของฟร เอาวน ท่ีเขาไดกลาววา “พวกทานไดฆาประชาชนที่เขากลาววา พระผูอภิบาลของฉันคือ อัลลอฮฺกระน้ัน หรือและอาลี บิน อาบีฏอลิบ ซึ่งเขาเปนผูท่ีมีเกียรติย่ิงในบุคคลเหลาน้ัน นี่คือฮาดีษท่ีศอฮี้ฮฺในยุค กอน ๆ มีหลกั ฐานยนื ยันท่ีแข็งแรง โดยสายสืบทสี่ อดคลองตอ งกนั หลายกระแส “และมาจากผูซึ่งเราไดสรางมาทั้งหลายนั้น มีประชาชาติหนึ่งท่ีเขาไดรับทางนําดวย หลักการท่เี ปนสจั จะ และโดยนยั นน้ั พวกเขาปฏิบัติอยางเทีย่ งธรรม” (อัล-อะอฺรอฟ : 181) (90) และพระองคไดกลาวถึงเร่ืองของพลพรรคของพวกเขาเหลานั้นกับพลพรรคของศัตรูแหง พวกเขาเหลานน้ั วา

“บรรดาพวกของนรกและพวกของสวรรคน ้ันไมเหมอื นกัน พวกของสวรรคค อื เหลาบรรดา ผูไดร ับชัย (อลั -ฮะชรั : 20) (91) (90) อางอิงจาก “ศ็อดรุล-อะอิมมะฮฺ” ของทานเมาฟก บิน อะหฺมัด จากรายงานของอาบู บักรฺ บิน มัรดาวียะฮฺ ดวยสายสืบที่ยืนยันไปยังทานอาลี ตามที่ไดกลาวไวดังนี้ “ประชาชาตินี้จะ แตกแยกออกไปเปน 73 จําพวก ทุก ๆ พวกเหลาน้ันจะไดเขาไปอยูในไฟนรก นอกจากพวกเดียว เทา นั้น แนนอนพวกน้จี ะไดเขาไปอยูใ นสวรรค” และพวกเขาเหลานั้นก็คือบรรดาผูซ่ึงอัลลอฮฺผูทรง สูงสุดไดทรงตรัสไวถึงสิทธิของพวกเขาในโองการที่วา “และมาจากผูซึ่งเราไดสรางมาท้ังหลายน้ัน มีประชาชาติหน่ึงที่เขาไดรับทางนําดวยหลักการที่เปนสัจจะ และโดยนัยน้ัน พวกเขาปฏิบัติอยาง เท่ยี งธรรม” ซงึ่ พวกเขาเหลา น้นั กค็ ือ ฉนั และชอี ะฮฺ (พวกปฏบิ ตั ิตาม) ของฉนั (91) รายงานโดยชัยค อัฏ-ฏซีย ในหนังสืออูมาลีย โดยอางสายสืบฮาดีษศอฮี้ฮฺจากทานอามี รุล-มุมินีน ไดกลาววา “แทจริงทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและ ความสันตสิ ขุ แดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ไดอานโองการน้ี “บรรดาพวกของนรกและ พวกของสวรรคน้ันไมเหมือนกัน” แลวทานไดกลาววา “บรรดาชาวสวรรคนั้น ไดแก ผูท่ีเชื่อฟง ปฏิบัติตามฉันและจงรกั ภกั ดีตอ อาลี บิน อาบฏี อลิบหลังจากฉนั และยึดมั่น และโองการทไี่ ดก ลาวไวใ นเรอื่ งของคนสองพวกนี้ อกี คร้ังหนึง่ ดงั มีใจความวา “เราจะปฏิบัติตอบรรดาผูศรัทธาและประกอบความดีทั้งหลาย เชน ผูกอการเสียหาย ณ แผน ดิน กระนน้ั หรอื ? หรือเราจะปฏบิ ัติตอผูส าํ รวมตน เชน คนชว่ั กระน้นั หรือ ?” (ศอด : 28) (92) และพระองคไ ดท รงมีโองการในเร่ืองสองพวกน้อี กี แหง หน่งึ วา “หรือบรรดาผูไดประกอบการช่ัว คิดวาเราจะทําใหพวกเขาเปนเสมือนบรรดาผูศรัทธาและ ประกอบการดที ้งั หลาย อยางเทาเทยี มกันทั้งในดานการดํารงชีวิตของพวกเขา และการตายของพวก เขา ชว่ั ชาแท ๆ ทีพ่ วกเขาตัดสนิ อยา งน”ี้ (อัล-ญาษยิ ะฮฺ : 21) (93) ตออํานาจการปกครองของเขา” ไดมีคนถามขึ้นวา “แลวบรรดาชาวนรกเลา ?” ทานไดตอบวา “หมายถงึ ผทู รยศตออาํ นาจการปกครอง (อัล-วิลายะฮ)ฺ โดยบัน่ ทอนพนั ธะขอผูกพันน้ีและไดสังหาร เขาภายหลังจากฉัน” และยังมีรายงานของทานศุดดูก ซึ่งเปนฮาดีษท่ีมาจากทานอาลี (อาลัยฮิสลาม) กับรายงานของ อะบู มุอัยยิด เมาฟก บิน อะหฺมัด เปนฮาดีษที่มาจากคําบอกเลาของทานญาบิรกลาว วา “ทานศาสนทูต (ศ) ไดกลาววา “ขอสาบานตอพระผูซึ่งชีวิตของฉันอยูในพระหัตถของพระองค

วา “แทจ รงิ คน ๆ น้ี (หมายถึงทานอาลี) และชีอะฮฺ (พรรคพวกผูปฏิบัติตาม) ของเขาคือ เหลาบรรดา ผูที่จะมชี ยั ในวนั กิยามตั ” (92) ดูความหมายของโองการน้ีไดในการ ตัฟสีร ของทานอาลี บิน อิบรอฮีม หรือจะดูใน บาบท่ี 81 และบาบท่ี 82 ของหนงั สือ” ฆอยะตลุ -มะรอม” และพระองคไดกลาวในเรื่องของพวกเขาพรอมกับเรื่องของเหลาบรรดาผูซ่ึงปฏิบัติตาม พวกเขาอีกดงั นี้ “แทจ ริงบรรดาผูซ ง่ึ ศรัทธาและประกอบคุณงามความดี พวกเขาเหลานั้นคือเหลาบรรดาผูท่ี มีความประเสริฐท่ดี ยี ่งิ ” (อลั -บยั ยนิ ะฮ : 7) (94) และพระองคยังไดกลาวถึงในเรื่องของพวกเขา และในเร่ืองการโตเถียงของพวกเขาดังมี โองการความวา (93) โองการนี้มีสาเหตุท่ีถูกประทานลงมาคือ ในเรื่องของทานฮัมซะฮ ทานอาลีและทาน อุบัยดะฮฺ เมื่อตอนท่ีพวกเขาไดพลีตนเพ่ือตอสูกับอุตบะฮฺ ชัยบะฮฺ และ วะลีด ดังน้ันบรรดาผูซึ่ง ศรัทธาตามความหมายของโองการน้ี ในขณะน้ันก็คือทานฮัมซะฮ และทานอาลี และทานอุบัยดะฮ สว นบรรดาผซู ึ่งเปน ฝา ยประกอบความชั่วตามความหมายของโองการน้ี ในขณะทีไ่ ดถ กู ประทานลง มาก็คือ อุตบะฮ ชัยบะฮ และวะลีด นี่คือ การอธิบายความหมายของโองการนี้ตามหลักฮาดีษศอฮี้ฮฺ หลาย ๆ บท (94) ทานสามารถพิจารณาเร่ืองน้ีได เพราะทานอิบนุ ฮะญัรก็ไดยอมรับวาเปนโองการที่ถูก ประทานลงมาในเร่ืองท่ีเกี่ยวกับพวกเขา และทานไดกํากับไววาเปนหนึ่งในหลายๆ โองการท่ีระบุ ถึงเกียรติยศของพวกเขาเหลาน้ัน โดยเฉพาะของพวกเขาเหลาน้ัน ซึ่งรายละเอียดของเรื่องน้ีทานได อธิบายไวในภาคท่ี 1 จากบาบที่ 11 จากหนังสือศอวาอิก การที่ชี้ใหวิเคราะหตามส่ิงท่ีเราไดอธิบาย มาจากบรรดาฮาดีษท่ีเกี่ยวของกันกับโองการเหลานี้ก็เพียงแตในรายละเอียดท่ีฝายซุนนะฮฺไดใหคํา อรรถาธบิ ายตอฝายชีอะฮฺ ซึ่งเกย่ี วกับเรื่องราวทส่ี าํ คญั ยง่ิ ของเรา “ผโู ตเ ถียงท้ังสองฝายน้ัน พวกเขาไดโตเถียงเกี่ยวกับ ในเร่ืองของพระผูอภิบาลของพวกเขา ดงั นัน้ บรรดาผูปฏเิ สธสาํ หรบั พวกเขากค็ อื อาภรณ ทีถ่ ูกตัดมาจากไฟน้าํ ทีเ่ ดอื ดพลา น จะไดถูกเทราด ลงบนศรี ษะของพวกเขา” (อัล-ฮัจญ : 19) (95)

และพระองคยงั ไดทรงกลาวถงึ ในเร่อื งน้ขี องพวกเขา และในเรอ่ื งของศัตรูของพวกเขา โดย โองการอีกตอนหนงึ่ วา (95) ทานบุคอรีไดรายงานไวในการอรรถาธิบาย ซูเราะฮฺ อัล-ฮัจญ หนา 107 ุซอที่ 3 จาก หนังสือศอฮี้ฮฺของทาน โดยอางสายสืบที่รายงานมาจากทานอาลีท่ีไดกลาววา “ฉันเปนคนแรกที่จะ ยนื หยัดอยูกับพระพักตรของพระผูทรงกรุณาปรานีในวันกียามัตเพ่ือตอสูกับฝายปรปกษ (ทานบุคอ รีไดกลาววา) ทานกยั สไ ดกลาววา “และในเร่อื งของพวกเขาเหลานั้น โองการหน่ึงไดถูกประทานมา น้ัน คือ “ผูโ ตเถยี งท้งั สองนี้โตเถยี งเกย่ี วกับพระผอู ภิบาลของพวกเขา” แลวทานไดกลาวอีกวา “พวก เขาเหลานั้นคือ บรรดาผูซึ่งไดเสียสละในวันบะตัร คือทานอาลี และพวกของทานอีกสองคนคือ ทานฮัมซะฮ และทานอุบัยดะฮฝายหน่ึง โดยมีชัยบะฮฺ บิน รอบีอะฮฺ และพรรคพวกของเขาอีกสอง คน คือ อุตบะฮฺ บิน รอบีอะฮฺ และ วะลีด บิน อุตบะฮฺ ฝายหน่ึง นอกจากน้ียังมีรายงานในหนังสือ ศ็อฟฮะตุล-มัสกูเราะฮฺ จากรายงานฮาดีษของทานอาบูซัรวา “แทจริงทานขอยืนยันในเรื่องน้ีวา โองการน้ี (ผูโตเถียงทั้งสองไดโตเถียงเกี่ยวกับพระผูอภิบาลของพวกเขา) ไดถูกประทานลงมาใน เรื่องของทานอาลีและพรรคพวกฝายหน่ึงกับอุตบะฮฺและพรรคพวกอีกฝายหนึ่งในวันท่ีทําการตอสู กนั ในสงครามบะดรั . “ดังนั้นผูท่ีเขาเปนผูศรัทธาจะมีสภาพเสมือนกับผูที่ฝาฝนกระนั้นหรือ พวกเขาไม เหมือนกันดอก สวนบรรดาผูศรัทธาและทําการดีทั้งหลาย ดังนั้นสําหรับพวกเขาคือ สวนสวรรค หลากหลายเปนท่ีพํานัก จะไดรับการตอนรับตามสิ่งท่ีพวกเขาไดกระทําไว สวนบรรดาผูฝาฝนที่ พาํ นกั ของพวกเขาคอื ไฟ คราใดท่พี วกเขาปรารถนาจะออกไปจากมัน พวกเขาก็ถูกใหกลับไปในน้ัน อีก จะมีการกลาวแกพวกเขาวา จงชิมการลงโทษของไฟซึ่งพวกทานเคยกลาววามันเปนความเท็จ” (อัล-สัจญดะฮฺ 18-20) (96) และในเรื่องเกี่ยวกับพวกเขากับเรื่องของผูที่อวดดีตอพวกเขาดวยการใหน้ําดื่มแกผูทําฮัจญ และบาํ รุงมัสญดิ อัล-ฮะรอมตามท่ีอัลลอฮฺผูทรงสูงสุดไดประทานโองการความวา (96) โองการน้ีไดถูกประทานลงมาในเร่ืองที่เกี่ยวกับทานอะมีรุล-มุมินีนและวะลีด บิน อุ ตบะฮฺ บิน อาบีมอุ ีฏ โดยไมม หี ลกั ฐานอนื่ ใดคดั คา นและนี่คือรายละเอียดซ่ึงบรรดานักปราชญฮาดีษ

และนักปราชญตัฟสีรไดรายงานและไดอรรถาธิบายไวทานอิมามอาบูฮาซัน อาลี บิน อะหฺมัด อัส- วาฮิดีย ก็ไดรายงานอธิบายความหมายของโองการนี้ไวในหนังสือของทานอีกเชนกัน (อัส-บาบุน นุซูล) ดวยสายสืบที่มาจากรายงานของสะอีด บิน ุบัรย ที่ไดรับฟงมาจากทานอิบนุ อับบาส วาวะ ลีด บิน อุตบะฮฺ บิน อาบีมุอีฏ ไดกลาวแกทานอาลี บิน อาบีฏอลิบ วา ฉันก็เปนคนหน่ึงท่ีใกลชิดกับ ทานและใหความกวางขวางกับทาน ฉะนั้นบัญชีของฉันก็ควรที่จะไดรับจากทานอยางเต็มท่ี ทาน อาลีไดกลาวแกเขาวา “จงหยุด เพราะแทจริงทานเปนผูฝาฝน” ดังน้ันโองการนี้ถึงไดถูกประทานลง มาวา “ดังนั้นผูท่ีเขาเปนผูศรัทธาจะมีสภาพเหมือนกับผูท่ีฝาฝนกระน้ันหรือ ?” ทานไดกลาวอีกวา “ผูศรัทธา” ตามความหมายของโองการนี้ คือทานอาลี และความหมายของ “ผูฝาฝน” ในโองการนี้ คอื วะลีด บิน อตุ บะฮฺ” “สูเจาถือเอาการท่ีไดใหนํ้าด่ืมแกผูทําฮัจญและการบํารุงมัสญิดอัล-ฮะรอมวาจะเปนเสมือน ผูศรัทธาในอัลลอฮฺและวันปรโลก และดิ้นรนตอสูในหนทางของอัลลอฮฺกระน้ันหรือ พวกเขาไม เสมอื นกันหรอกอกี ในทัศนะของอัลลอฮฺ โดยแทจริงอัลลอฮฺจะไมทรงนําทางหมูชนผูอธรรม” (อัต- เตาบะฮฺ : 19) (97) และในเร่ืองเกียรติยศและความสูงสงในดา นของความอดทนและความเสียสละของพวกเขา อลั ลอฮฺผทู รงสงู สดุ กไ็ ดม ีโองการอกี วา (97) โองการนี้ไดถูกประทานลงมาในเรื่องที่เกี่ยวกับทานอาลี และทานลุงของทานคือทาน อับบาส ฝายหนึ่งกับฎ็อลฮะฮฺ บิน ชัยบะฮฺ ดวยเหตุที่วาพวกเขาเหลาน้ันมีการโตแยงกัน โดยฎ็อล ฮะฮฺไดกลาววา “ฉันคือผูมีสิทธแหงบัยตุลลอฮฺมากกวาคนอ่ืน เพราะกุญแจของมันอยูในกํามือของ ฉันและผาคลุมก็เก็บไวท่ีฉัน” ทานอับบาสไดกลาวขึ้นวา “สําหรับฉันเปนฝายที่มีหนาท่ีใหนํ้าดื่ม และเปนผูดูแลมันมาตลอด” ทานอาลีไดกลาวข้ึนบางวา “ฉันไมทราบวาทานท้ังสองกําลังพูดกันใน เร่ืองอะไร แตแ นน อนท่สี ุดฉันไดนมาซญมากอนประชาชนท้ังหลายเปนเวลาถึง 6 เดือน ฉันเปนคน ของการตอสดู ิน้ รน” ดงั น้ันอลั ลอฮฺ ผูท รงสงู สุดจึงไดประทานโองการบทนี้ลงมา ทานอิมามอัล-วาฮิ ดีย ก็ยังไดอางความหมายจากการอธิบายโองการนี้ไวในหนังสือ “อัสบาบุนนุซูล” อีกดวย นอกจากน้ีทานฮาซัน บัสรีย ทานชุอบีย และทานกุรฎบียก็ยังไดอางอิงความหมายตามนี้อีกดวยโดย ไดอางจากรายงานของทานอิบนุ ซีรีน และทานมุรเราะฮฺ ฮัมคานียท่ีไดกลาววา “แทจริงทานอาลีได

กลาวแกทานอับบาสวา ทานยังไมไดเปนผูอพยพจนกวาทานจะไดติดตามทานนบี (อัลลอฮฺทรง ประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบันดาลูกหลานของทาน) ทานอับบาสไดก ลาววา “ฉันมีความประเสริฐยงิ่ กวาการอพยพมใิ ชห รอื ? ฉันมิใชหรือท่ีเปนผูใหนํ้าด่ืมแกคนทําฮัจญ ที่บัยตลุ ลอฮฺและฉันไดบ ํารงุ มสั ญิดอลั -ฮะรอม” แลว โองการน้กี ็ไดถกู ประทานลงมา “และในหมมู นุษยน ัน้ มีผูทไ่ี ดขายชีวติ ของเขาไปเพื่อแสวงหาความพงึ พอใจของอัลลอฮฺ แท จรงิ อัลลอฮฺเปนผูทรงเอน็ ดูแกปวงบาว” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 207) (98) และพระองคไดทรงมีโองการอีกวา (98) รายงานโดยทานฮากิม หนา 4 ุซอฺท่ี 3 หนังสือ “มุสตัดร็อก” โดยอางฮาดีษจาก ทานอิบนุอับบาสท่ีไดกลาววา “อาลีเขาไดขายชีวิตของเขาและไดสวมเสื้อผาของทานนบี” ทาน ฮากิมยังไดอธิบายเพ่ิมเติมวามีสายสืบที่ศอฮ้ีฮฺตามมารตรฐานของทานชัยคทั้งสอง ถึงแมวาทานท้ัง สองน้ันจะไมรายงานฮาดีษบทน้ีก็ตาม แตทานซะละบียก็ไดยอมรับความจริงของเร่ืองน้ีไวใน หนังสือ “ตลั -คีศมสุ ตดั ร็อก” และยงั มรี ายงานจากทานฮากิมในหนังสือ “ศ็อฟฮะตุล มัซกูเราะฮฺ” อีก วา มีรายงานจากทานอาลี บิน ฮุเซน ไดกลาววา “แทจริงบุคคลแรกที่เปนผูขายชีวิตของเขาเพ่ือ แสวงหาความปราโมทยจากอัลลอฮฺนั้นไดแกทานอาลี บินอาบีฏอลิบในขณะท่ีทานไดนอนบนท่ี นอนของทา นศาสนทตู ” “แทจริงอัลลอฮฺไดทรงซ้ือจากผูศรัทธาซึ่งชีวิตของเขาทั้งหลายและสมบัติของพวกเขา ดวย การใหแกพวกเขาเหลานนั้ ซึ่งสวนสวรรค พวกเขาเหลา นั้นตอ สูในวถิ ที างของอลั ลอฮฺ ดังน้ันพวกเขา ไดฆาและพวกเขาไดถูกฆาเปนคําสัญญาแหงสัจจะที่มีตอพระองค ทั้งในคัมภีรเตารอตและคัมภีร อินญีลและ อัล-กุรอาน แลวผูใดเลาจะปฏิบัติตามสัญญาของเขาใหสมบูรณยิ่งกวาอัลลอฮฺ ดังนั้นจง ช่ืนชมยินดีกับการคาขายของสูเจาซึ่งไดตกลงกันกับสิ่งน้ัน และน่ีคือความสําเร็จอันใหญหลวง บรรดาผลู แุ กโทษผูเ คารพภักดี ผูสรรเสรญิ ผูถ อื ศลี อด ผูโคง ผกู ราบ ผกู ําชบั ใหก ระทําดี ผูหามปราม จากการกระทําความช่ัวและผูรักษาบทบัญญัติของอัลลอฮฺ และจงแจงขาวดีแกผูศรัทธาท้ังหลาย (อตั -เตาบะฮฺ : 111-112)

บรรดาผูซึ่งไดบริจาคทรัพยสินของพวกเขาท้ังหลายดวยเวลากลางคืน และกลางวัน ทั้งยาม ลบั และเปดเผย ดังนั้นจะไดแ กพ วกเขากค็ ือรางวลั ของพวกเขา ณ พระผูอภิบาลของพวกเขาทั้งหลาย และจะไมม คี วามหวาดกลัวแกพ วกเขาและพวกเขาจะไมเ ศรา โศก” (อลั -บะเกาะเราะฮ : 274) (99) (99) บรรดานักปราชญฮาดีษและนักปราชญตัฟสีรตางไดรายงานรวมกันกับบรรดา นักปราชญเ จาของตําราตาง ๆ ในสาเหตขุ องการประทานโองการนี้ดวยสายสืบของพวกเขาท่ีมาจาก รายงานของทานอิบนุ อับบาส ในการอรรถาธิบายโองการของพระผูทรงสูงสุด ขอความที่วา “บรรดาผูซึ่งไดบริจาคทรัพยสินของพวกเขาดวยเวลากลางคืน และเวลากลางวันทั้งโดยลับและโดย เปดเผย” ดงั น้ี “โองการนี้ไดถ กู ประทานมาในเรอ่ื งที่เก่ยี วกับทานอาลี บนิ อาบีฏอลิบ ซึ่งในขณะนั้น ทา นมีเงนิ 4 ดริ ฮมั แลวทา นไดบริจาคในตอนกลางคืนหน่ึงดิรฮัม และไดบริจาคในตอนกลางวันอีก หน่ึงดิรฮัม และไดบริจาคในยามลับอีกหน่ึงดิรฮัม และไดบริจาคในยามเปดเผยอีกหนึ่งดิรฮัม และ โองการน้ีก็ไดถูกประทานลงมา” ทานอิมามวาฮิดีย ก็ไดรายงานไวในอัสบาบุนนุซูนโดยสายสืบฮา ดษี ที่มาจากทานอบิ นุ อบั บาส ซ่ึงไดรายงาน โดยทานมุญาฮิดอีกดวย และพวกเขาเหลาน้ันเปนผูท่ีมีความซื่อสัตยตอความสัตยจริง ดังนั้นสัจธรรมอันเท่ียงแทจึง ไดป ระจักษย นื ยันใหแกพวกเขา โดยพระองคผูทรงจําเรญิ ไดท รงมโี องการวา “และผูซ่ึงไดนํามาซ่ึงความจริงและไดยืนยันกับมัน พวกเขาเหลาน้ีเปนผูสํารวมตนจาก ความชัว่ ” (อซั -ซมุ รั : 33) (100) พวกเขาเหลานี้คือผูท่ีทานศาสนทูตไดยกยองวาเปนผูบริสุทธ์ิและเปนญาติที่สนิทของทาน เปนบรรดาผซู ึ่งอัลลอฮฺไดทรงเจาะจงใหพ วกเขาไดรับเกียรติจากการดูแลรักษาของพระองค และอยู ในความกรณุ าอนั ยง่ิ ใหญของพระองค ดังท่พี ระองคไดม ีโองการวา “และจงตักเตือนบรรดาญาติ ผูใ กลช ดิ ของเจา” (อชั -ชอุ รฺ ออฺ : 214) และโองการที่วา (100) ผูซ่ึงมายืนยัน “ความจริง” น้ัน คือทานศาสนทูต และผูซ่ึงยืนยัน “ตอส่ิงน้ัน” ก็คือ ทานอามีรุล-มมุ นิ ีน เลาโดยทานบากิร ทานศอดกิ ทา นกาซิม ทา นรฎิ อ ทานอิบนุ อับบาส ทานอิบนุ- ฮะนะฟยะฮ ทานอับดุลลอฮฺ บิน ฮาซัน และทานซะฮีด ซัยด บิน อาลี บิน ฮุเซน ทานอาลี บิน ญะอ ฟร ศอดิก ซึ่งทานอามีรุล-มุมินีนเปนผูท่ีไดสําแดงความจริงดังกลาวน้ีดวยตัวของทานเอง รายงาน

โดยทานอิบนุมะฆอสะลียในหนังสือ มะนากิบ ไดอางรายงานที่มาจากทานมุญาฮิด วา “ผูซ่ึงนํา ความจริงมานั้นคือมุฮัมมัด และผูซึ่งยืนยันตอส่ิงนั้นคืออาลี รายงานโดยทานอิบนุ มัรดุวียะฮ และ อาบู นาอมี “สวนผูสัมพันธทางเครือญาตินั้นบางคนในหมูพวกเขาก็มีสิทธิเหนืออีกบางคนตาม บทบญั ญตั ิของอัลลอฮ.ฺ ... (อลั -อะหซาบ : 6) และพวกเขาจะเปน ผูท ี่อยใู นระดับฐานะทส่ี ูงสง ในวันกียามัตโดยอยูในอาคารหนง่ึ แหง สวน สวรรคอันบรมสขุ ตามที่พระองคผ ูทรงสงู สดุ ไดม ีโองการวา “สวนบรรดาผูศรัทธาและบันดาลูกหลานของพวกเขาเหลาน้ันที่ไดเจริญรอยตามพวกเขา ดวยความศรัทธา เราจะใหลูกหลานของพวกเขาอยูรวมกับพวกเขาและเราจะไมทําใหลดนอยลงแก พวกเขาเหลา นั้นจากการงานใด ๆ (อัฏฎร : 21) (101) พวกเขาเหลา น้นั เปน บรรดาผูท ดี่ ํารงอยไู วซึ่งสทิ ธติ ามทอ่ี ลั -กุรอาน ไดส ําทบั ไวว า “และจงมอบใหแ กผ เู ปนญาตทิ ่ีสนทิ ซ่งึ สิทธิของเขา” (อัล-อสั รออฺ 26) (101) รายงานโดยทานฮากิม ในการอธิบายซูเราะฮฺอัฏฎร หนา 468 ุซอฺที่ 2 จากหนังสือ ศอฮี้ฮฺ มุสตดั ร็อก ที่อางคํารายงานฮาดีษจากทานอิบนุ อับบาสท่ีกลาวถึงโองการของพระองค ผูทรง สูงสุดท่ีวา “เราจะใหลูกหลานของพวกเขาอยูรวมกับพวกเขา และเราจะไมทําใหลดนอยลงแกพวก เขา” ทานกลาววา “แทจริงอัลลอฮฺไดทรงยกยองเชื้อสายของผูศรัทธา โดยจะใหอยูในตําแหนง เดียวกันในสวนสวรรค ถึงแมว า พวกเขาเหลา นัน้ ยังมกี ารงานทไี่ มเ พยี งพอก็ตาม หลังจากนนั้ ทานได อานอกี วา “และบรรดาผซู ึ่งศรทั ธาและบรรดาลูกหลานของพวกเขาและเราจะไมทําใหลดนอยลงแก พวกเขาเหลานั้น” ทา นกลาววา “หมายถงึ เราจะไมบน่ั ทอนพวกเขาเหลา นน้ั ” พวกเขาเปนผูมีสิทธิในอัล-คุมส (จํานวนหนึ่งในหา) ซ่ึงความผิดของบุคคลใด ๆ จะไมถูก ลบลา ง จนกวาจะไดบรจิ าคทรพั ยสินสวนนี้ ดังท่ีอัลลอฮฺไดมีโองการวา

“และจงรไู วเถิดวา แทจ ริงสงิ่ ทีส่ ูเจา ริบไดน นั้ ไมวาสงิ่ หนง่ึ สง่ิ ใด (ในการทําสงคราม) ดังนั้น แทจริงหน่ึงในหาของมันเปนสิทธิ์ของอัลลอฮฺและของรอซูลและของเครือญาติท่ีสนิท(ของรอซูล) เดก็ กาํ พราและผูเ ดนิ ทาง” (อลั -อันฟาล : 41) พวกเขาไดชอ่ื วาเปนอุลลุ ไฟอต ามทพี่ ระองคท รงมโี องการวา “และอันใดท่ีไดมาจากชาวเมือง (ในภาวะปกติ) นั้น อัลลอฮฺไดทรงประทานใหแกรอซู ลของพระองค ดังน้ัน (หนึ่งในหา ของมนั ) จึงเปนสวนท่ีมีสําหรับอัลลอฮฺและเปนสําหรับรอซูลและ สําหรบั ญาตสิ นทิ (ของรอซลู ) ... เดก็ กาํ พรา คนขัดสนและคนเดินทาง (อัล-ฮัชรุ : 7) พวกเขาเหลานน้ั คืออะหฺลลุ บัยตฺ ซึง่ เปน ผไู ดร ับการกลาวถึงโดยโองการของพระองค ผูทรง สงู สดุ ท่วี า “แทจริงอัลลอฮฺเพียงแตประสงคท่ีจะขจัดออกไปจากสูเจาซ่ึงความมลทิน โออะหฺลุลบัยตฺ และทรงชําระสูเจาใหส ะอาดบรสิ ทุ ธิ”์ (อัล-อะหซ าบ : 33) พวกเขาเหลานัน้ เปน อาลิยาซนี บรรดาผูซึ่งอลั ลอฮไฺ ดทรงใหพ วกเขามีชีวิตอยูดวยการรําลึก อันทรงวิทยปญญา ตามทีพ่ ระองคทรงมโี องการวา “ความสันตพิ งึ มีแด อลิ ยาซนี ” (อศั -ศ็อฟฟาต : 130) (102) และบรรดาลูกหลานของมุฮัมมัดน้ัน พวกเขาเปนบรรดาผูซึ่งอัลลอฮฺไดทรงกําหนดใหบาว ของพระองค ทําการสดดุ ี และอาํ นวยความสันตสิ ุขใหแ กพวกเขาตามทพ่ี ระองคท รงมโี องการวา (102) นคี่ อื โองการที่ 3 จากหลาย ๆ โองการทีท่ านอบิ นุ ฮะญรั ไดอธิบายเปนรายละเอียดไว ในบาบที่ 11 ของหนังสือศอวาอิกและไดมีการอางวา “แทจริงมีกลุมนักปราชญตัฟสีรจํานวนหน่ึง ไดอางฮาดีษซึ่งมีรายงานมาจากคํากลาวของทานอิบนุ อับบาสท่ีวาโองการนี้หมายถึง “การใหความ สันติแกลูกหลานของมุฮัมมัด” ทานอิบนุ ฮะญัรไดกลาววา “ทานกัลบียก็ไดกลาววา ทานฟครุรรอซี ไดยืนยันวา แทจริงบรรดาอะหฺลุลบัยตฺของทานศาสนทูตนั้นไดรับเกียรติที่สูงสงในอิสลาม 5 ประการ ทานไดกลาววา “ขอความสันติสุขพึงมีแดทาน โอนบี แลวทานก็ตองกลาวใหแกพวกเขา ดวยในการอาน “ตะชะฮุด” และในเร่ืองของความสะอาด อัลลอฮฺผูทรงสูงสุด ไดทรงมีโองการวา

ฎอฮาหมายความถึง “ผูบริสุทธ์”ิ ทพ่ี ระองคท รงกลาววา “และพระองคทรงชําระพวกสูเจาใหสะอาด บริสุทธ์ิ” และในเร่ืองของความรักที่พระองคผูทรงสูงสุดไดมีโองการวา “ดังนั้นพวกทานจงเชื่อฟง ปฏบิ ตั ติ ามฉันแลวอัลลอฮฺจะทรงรกั พวกทาน” แลวพระองคทรงมีโองการอีกวา “จงกลาวเถิด (มุฮัม มัด) ฉันไมไดขอจากพวกทา น เก่ยี วกับการน้นั ซึง่ รางวัลใด ๆ เวนแตก ารใหค วามรักในญาติสนทิ ” “แทจริงอัลลอฮฺ และมะลาอิกะฮฺของพระองคไดประทานความจําเริญใหแกนบี โอบรรดาผู ศรัทธาเอยจงขอความจําเริญใหแกเขาและจงขอความสันติสุขดวยการวิงวอนให ซึ่งความสันติสุข อยางมากมายเถิด (อลั -อะหซ าบ : 56) (103) ซ่ึงบรรดาเหลาสาวกก็ไดถามทานศาสนทูตวา “โอทานศาสนทูต สําหรับการใหสลามแก ทา นนัน้ แนน อนพวกเรารูกันดีอยูแลว แตสําหรับการขอความจําเริญใหแกทานนั้นเราจะทําอยางไร “ทานศาสนทูตไดกลาววา “พวกเขาจงกลาวเถิดวา อัลลอฮฺฮุมมา ศ็อลลิ อะลา มุฮัมมัดวะ-อะลาอาลิ มุฮัมมัด” (โออัลลอฮฺขอไดทรงโปรดประทานความจําเริญใหแกมุฮัมมัด, และลูกหลานของมุฮัมมัด ดว ยเถิด) (อัล-ฮาดีษ) ฉะน้ันจึงเปนท่ีรูกันมาวา แทจริงการกลาวศอลาวาตแกพวกเขาเหลานั้นเปนสวนหน่ึงของ การนมาซ ซึ่งถูกบัญชาไวในโองการนี้และดวยเหตุน้ีบรรดานักปราชญท้ังหลายตางก็ถือวาเปน โองการหน่ึงในจํานวนหลาย ๆ โองการที่ไดถูกประทานลงมาเกี่ยวของกับพวกเขา แมกระท่ัง ทานอิบนุ ฮะญัรก็ไดกลาวถึงไวในบาบท่ี 11 ของหนังสือศอวาอิก (104) กับพวกเขาเหลานั้นอีก เชนกันทเี่ ปน “ความผาสุก” (ฏบา) ตามความหมายในโองการทีว่ า “ความผาสุกยอมเปนของพวกเขาทัง้ หลาย และเปน การกลบั ที่ดียิ่ง” (อรั -เราะ-อฺดุ : 29) (105) (103) รายงานโดยทา นบุคอรใี นการอธบิ ายอลั -กุรอาน ุซอฺที่ 3 จากหนังสือศอฮ้ีฮฺของทาน บาบที่วาดวย แทจริงอัลลอฮฺและ มะลาอิกะฮฺของพระองค็ไดประทานความจําเริญแกนบี (ซู เราะฮฺอัล-อะหซาบ) และรายงานโดยทานมุสลิม ในบาบการศอลาวาตแกทานนบีกิตาบุศศอ ลาฮฺุซอฺที่ 1 หนังสือศอฮ้ีฮฺของทาน และยังมีรายงานโดยนักฮาดีษอีกเปนจํานวนมาก โดยอาง สายสืบจากกะออฺ บั บนิ อะญิซะฮฺ (104) ดูอายะฮฺทสี่ องซึ่งไดอธบิ ายความหมายไวใ นหนา ท่ี 87 สําหรับพวกเขาเหลาน้ันคือบรรดาผูที่ไดถูกเลือกสรรแลวจากบรรดาปวงบาวทั้งหลาย ของอัลลอฮฺ เปนกลุมแนวหนาของเหลาบรรดาผูกระทําความดีโดยอนุมัติของอัลลอฮฺ พวกเขาเปน

บรรดาทายาทผูไดรับวิชาความรูจากอัล-กุรอานของอัลลอฮฺ เขาเหลานั้นคือบรรดาผูซ่ึงอัลลอฮฺได ทรงตรัสในเรือ่ งของพวกเขาวา “หลงั จากน้นั เราไดใหบรรดาผทู เ่ี ราไดเลอื กสรรแลวจากปวงบาวของเรารับมรดกแหงอัล-กุ รอานน้ัน ดังน้ันในหมูพวกเขามีผูอธรรมแกตัวพวกเขาเอง และในหมูพวกเขามีพวกที่ทํากํ้าก่ึงและ ในหมูพวกเขามีผูรุดหนาในการทําความดีโดยอนุมัติของอัลลอฮฺ น่ันคือความโปรดปรานอัน ยิ่งใหญ” (ฟาฏริ : 32) (106) (105) รายงานโดยษะอละบีย ในตัฟสีรอัล-กะบีร ซึ่งไดอางฮาดีษของทานศาสนทูต (ศ) วา “ฎบ า” ที่มีความหมายวา “ความผาสุก” น้นั หมายถึงตนไมตนหน่ึงในสวนสวรรคท่ีรากของมันหยั่ง ลึกอยูในบานของฉัน และก่ิงของมันแผตระการใหบรรดาชาวสวรรค บรรดาสาวกบางคนไดกลาว วา “โอทานศาสนทูต พวกเราขอขากทานดวยเถิด ทานนบีก็ไดกลาวอีกวา “รากของมันอยูในบาน ของอาลีดวย และกิ่งของมันแผตระการใหชาวสวรรค” แลวทานศาสนทูต (ศ) ไดกลาวอีกวา “บาน ของฉันกับบา นของอาลนี นั้ มิใชเปนหลังเดียวกันดอกหรือ?” (106) รายงานโดยนักปราชญคนสําคัญของอิสลามคือกุลัยนีย ดวยสายสืบศอฮ้ีฮฺท่ียืนยันมา จากทานซาลมิ ทีไ่ ดกลาววา ฉนั ไดถ ามทา นอาบู ญะอฺฟร (บากริ ) ถึงความหมายของโองการแหง พระ ผทู รงสูงสดุ ทีว่ า “หลงั จากน้ัน เราไดใหบรรดาผูที่เรา ไดเลือกสรรจากปวงบาวของเรารับมรดกแหง พระคัมภีรน้ัน” ทานอิมาม (อาลัยอิสลาม) ไดกลาววา คําวา “ผูที่รุดหนาในการทําความดีนั้น” หมายถึง “อิมาม” “ผูมีความก้ําก่ึงกัน” นั้นหมายถึง “ผูท่ีรูจักอิมาม” “ผูที่อธรรมตอตัวเอง” น้ัน หมายถึง “ผูซึ่งไมรูจักอิมาม” ทานอิมามอาบู อับดุลลอฮฺ ศอดิก ทานอิมาม อาบู ฮาซัน อาซิม ทานอิ มามอาบู ฮาซนั ริฎอ ตา งกไ็ ดรายงานไวเ ชน นี้ ซ่งึ ทานศุดดูก (ผูอธรรมตอตัวเขาเอง ไดแกผูซ่ึงไมรูจักอิมาม ผูที่ก้ํากึ่งกันไดแกผูท่ียอมรับบรรดาอิมาม สว นผทู ่ีรดุ หนา ดวยความดีใจโดยอนุมตั ิของอัลลอฮฺนน้ั คืออิมาม) และในมาตรการตาง ๆ เหลานี้เปนสวนหนึ่งของบรรดาโองการท้ังหลายท่ียกยองใหเกียรติ ตอพวกเขาเปนลําดับ ทานอิบนุอับบาสไดกลาววา “โองการที่ถูกประทานมาในเร่ืองของทานอาลี เพียงคนเดียวนั้นมีจํานวนมากถึง 300 โองการ”(107) และทานไดกลาวอีกวา “ในเม่ือรวมพวกเขา ทั้งหมดแลวโองการท่ีถูกประทานมีมากถึงหน่ึงในสี่ของอัล-กุรอาน” และไมเปนที่นาประหลาดแต อยางใด เพราะวาพวกเขาเหลา นัน้ กบั ทานอาลียอ มไมแ ตกแยกออกจากกนั ได

ดังน้ันหวังวาบัดน้ีคงจะเปนที่เพียงพอสําหรับ สิ่งท่ีเราไดอธิบายถึงบรรดาโองการท้ังหลาย ท่ีชัดแจง ซ่ึงลวนเปนตัวบทแหงพระคัมภีรทั้งส้ิน ขอใหทานจงไดรับส่ิงตาง ๆ เหลาน้ีไวพิจารณา และทําการตรวจสอบ หลักฐานที่ยังความสวางจะตองบรรเจิดข้ึนจากส่ิงตาง ๆ เหลาน้ัน ขอใหทาน จงรับมันไวดวยความสงบและเยือกเย็น ดวยความใจกวางที่ใสสะอาด ขอใหทานพิจารณาสิ่งตาง ๆ เหลา น้ีดวยความเช่ยี วชาญ โปรดรับเอาเรื่องราวทท่ี า นทําตกหลน น้ไี ปพิจารณาถึงแมเรื่องราวอยางนี้ มิเคยไดถ ูกบอกเลา แกท า นมากอ น วสั ลาม (ช) และสานุศิษยคนอื่น ๆ ของทานไดบันทึกไวทานอิบนุ มัรดุวียะฮ ไดรายงานวา ทานอาลีไดอธิบาย โองการน้ีวา “พวกเขาเหลาน้ันคือเรา” รายละเอียดของเรื่องน้ีอยูในหนังสือ “ตัลซีล-อายาต” และ หนงั สอื “ฆอยะตุล-มะรอม” (107) รายงานโดยทานอิบนุ อะซากิร ท่ีอางจากฮาดีษของทานอิบนุ อับบาส ทํานอง เดยี วกันก็มีรายงานนี้ปรากฏอยูในุซอทฺ ี่ 3 บาบท่ี 9 หนงั สอื ศอวาอกิ หนา 76 อลั -มรุ อญิอะฮฺ 13 23. ซุล-เกาะอดฺ ะฮฺ 1329 • การอนุมานโดยอาศัยรายงานฮาดษี ฏออฟี มาประกอบใน “อัซบาบุนนุซูล” ของโองการท้ังหลาย เหลา น้ี ดวยพระนามของอัลลอฮฺ! พระองคทรงเปนผูตรวจสอบอยางเขมงวดท่ีสุดตอทาน พระองค ทรงเปนผูดําเนินการอยางเครงครัดตอขอเขียนของทาน ซ่ึงลวนแลวแตมีการหยิบยกมูลฐานเดิม ออกไปแลวแสดงรายละเอียดมาประกอบกับหนากระดาษเหลาน้ี และส่ิงตาง ๆ น้ีไดทําการยับยั้ง เร่ืองราวอันเปนเนื้อหาเดิมของมันโดยทัศนะของนักวิจารณท่ีมีความเช่ียวชาญ ซึ่งทานไดทําการ เบ่ียงเบนเนื้อหาเดิมน้ันใหอยูในวิถีทางของการช้ีนําไปสูอีกดานหนึ่ง ขอมูลตาง ๆ เหลานั้นไมไดมี ผลใหเ กดิ การยอมรับที่เปน แกนสารที่จะแจงไดแ ตอ ยา งใด เวน แตใหมีการเห็นดีเหน็ งามดว ยเทาน้นั

ฉะน้ันสําหรับขอมูลของทานคร้ังหลังนี้ ปรากฏวาเปนการทุมเทขอตําหนิมาอยางทวมทน ทานไดนํามาซึ่งขอนาตําหนิเหลานั้นโดยอาศัยหลักฐานจากบรรดาโองการตาง ๆ ท่ีชัดแจงซ่ึงมี รายละเอียดแหงการอธิบายอยางเที่ยงตรงอยูแลว แตทานไดนําออกมาจากเง่ือนไขเดิมไปสูความ เชื่อถือของทาน และทานมิไดบั่นทอนเลยแมแตนอยกับสิ่งตาง ๆ ที่มีเงื่อนไขผูกพันอยูกับทาน ดังนั้นผลสะทอนอันมีแกทานก็คือส่ิงท่ีเปนหวงเหวอันลึกลับ เปนการยกหลักฐานอางอิงท่ีดําเนิน เขา ไปอยูในความผิดพลาดและเปน การตัดสินโดยอาศัยหลักแหงความรเู ทา ไมถ ึงการณ (ญาฮิล) ทั้งนก้ี เ็ น่ืองจากวา ส่ิงทแ่ี สดงมาท้ังหมดน้ัน แทจริงเปนเร่ืองราวการประทานมาของโองการ นั้น ๆ โดยรายงานของบรรดาผูซ่ึงเปนนักปราชญของฝายชีอะฮฺและบุคคลซึ่งเปนนักปราชญของ ฝายชีอะฮฺนั้น นักปราชญฝายซุนนะฮฺยอมไมอาจที่จะยอมรับพวกเขาได ดังน้ันคําตอบปญหาน้ีจะ เปน ฉันใด ? ขอใหท านแถลงสง่ิ น้ันดว ย ถาหากทานมคี วามประสงคแ ละขอขอบคุณ วสั ลาม (ซ) อัล-มรุ อญิอะฮฺ 14 24 ซลุ -เกาะอฺดะฮฺ 1329 1. การโตแ ยงโดยหลักอนมุ านเชน นนั้ เปน ความผดิ พลาด 2. ผโู ตแยงไมไดม คี วามรใู นความเปน จรงิ ของชีอะฮฺ 3. ลักษณะพเิ ศษของพวกเขาเหลา นนั้ ในการเขมงวด หา มการโกหก ในฮาดีษอยางเดด็ ขาด 1. คาํ ตอบของเรอื่ งนก้ี ค็ ือ แทจริงการโตแยงโดยหลักอนุมานอยางน้ีลักษณะของมันยอมไม เปนผล โดยแทแนนอนท่ีสุดมันคือความเสียหายในทุก ๆ ดานไมวาปญหาดานรองหรือปญหาดาน หลกั ของมัน สําหรับปญหาดานรองที่วานี้ก็คือ คําที่พูดวา “แทจริงบรรดาผูซ่ึงบอกเลารายงานฮาดีษอัซ บาบุนนุซูลของโองการตาง ๆ เหลานี้พวกเขาลวนแตเปนนักปราชญฝายชีอะฮฺ” นั่นคือความผิด พลาดที่ชัดแจง บุคคลสําคัญของฝายซุนนะฮฺ ซ่ึงเปนผูรายงานอัซบาบุนนุซูลในโองการตาง ๆ

เหลา นีก้ ม็ ยี นื ยนั ตามทเ่ี ราไดก ลา วไปแลว และโดยสายสืบตาง ๆ ของพวกเขาเหลาน้ันตางก็ยืนยันวา พวกเขามีสายสืบในเร่ืองนี้มาจากสายสืบของนักปราชญฝายชีอะฮฺ ดังที่เราไดอธิบายไวแลวใน หนังสอื ของเราคอื “ตัลซีลุลอายาต” ซง่ึ เปน หนังสอื ทร่ี วบรวมโองการท่ยี กยอ งในเกยี รตขิ องเช้ือสาย ผูบริสุทธ์ิ และคงเปนที่เพียงพอแกทานไดโดยหนังสือ “ฆอยะตุล-มะรอม” ซึ่งไดตีพิมพแจกจายอยู ในประเทศอสิ ลามทัง้ หลาย สําหรบั ปญ หาหลกั น้นั ก็คือคํากลาวท่วี า “แทจ ริงนักปราชญฝายชอี ะฮฺนั้นนักปราชญฝา ยซุน นะฮยอมไมอาจที่จะยอมรับพวกเขาได” นี่คือความผิดพลาดท่ีชัดแจงย่ิงกวาปญหารอง ทานเองก็ ยอ มประจกั ษถึงบรรดานักปราชญข องฝายซนุ นะฮฺเหลาน้ีและยอมประจักษถึงสายสืบของพวกเขาท่ี มีนํ้าหนักจนเปนที่ยอมรับกันเหลานั้นยอมมาจากสายสืบที่เปนนักปราชญฝายชีอะฮฺ หนังสือศอฮี้ฮฺ ของพวกเขาท้ังหกเลมเหลาน้ันและตําราอ่ืน ๆ ของพวกเขาเหลานั้นตางก็ใหการยอมรับตอ นักปราชญของฝายชีอะฮฺทั้งส้ิน ซึ่งผูใสรายไดสรางความมลทินใหแกพวกเขาโดยขอหาวาเปน ชีอะฮฺอีกท้ังบิดเบือนและไดปรักปรําพวกเขาดวยวิธีการปฏิเสธและขัดแยง อีกทั้งมีการประนามตอ พวกเขาดวยแผนการและชน้ั เชิงและทําใหเ หออกไปจากแนวทางอาจารยหลาย ๆ คนของทานบุคอรี ก็เปนนักปราชญฝายชีอะฮฺ พวกเขาเหลาน้ันตางถูกปรักปรําโดยฝายตรงขาม และพวกเขาถูกใสราย อยางเกลียดชัง ดังนั้นจะเห็นไดวา ไมเคยมีการสบประมาทในความยุติธรรมของพวกเขา ทํานองน้ี จากทานบุคอรีและทานอ่ืน ๆ เลย จนกระทั่งพวกเขาตางยอมรับหลักฐานจากบรรดานักปราชญฝาย ชีอะฮฺไวในตําราศอฮ้ีฮฺไวอยางเต็มท่ี ดังน้ันยังมีทางท่ีจะเอนเอียงไปตามคําพูดของฝายโตแยงไดอีก หรือวา “แทจรงิ บรรดานักปราชญฝายชีอะฮฺน้ัน นักปราชญฝายซุนนะยอมไมอาจจะยอมรับพวกเขา ได” หามไิ ด! 2. เน่ืองจากวาผูโตแยงท้ังหลายยังไมมีความรูนั่นเอง เพราะถาหากวาเขาไดรูจักกับ ขอเท็จจริงแลว แนนอนเขาก็จะไดรูวาแทจริงชีอะฮฺน้ันเปนฝายที่ดําเนินไปตามมาตรฐานของเช้ือ สายผูบริสุทธิ์เทาน้ัน พวกเขาดําเนินตามแบบฉบับอันสูงสงโดยความสูงสงของพวกเขา และพวก เขาจะไมม ีการยอมรับสิ่งอื่นใดนอกจากความมุงหมายของผูบริสุทธ์ิเทาน้ัน พวกเขาจะไมกระทําส่ิง หนงึ่ สิ่งใดนอกจากอาศัยตัวบทของผูบรสิ ุทธ์ิ ท้ังนี้ก็เพราะวาไมมีใครเหมือนพวกเขา สําหรับการยึด ม่ันอยางเหนียวแนนในความซื่อสัตยและในหลักสัจธรรม ไมมีผูใดที่เสมอเหมือนพวกเขาในดาน ของการออนนอมและสุขุมคัมภีรภาพ โดยผูที่ต้ังขอกลาวหาพวกเขาและผูซ่ึงชิงดีชิงเดนกับพวกเขา ไมสามารถท่ีจะกระทําตัวใหคลายคลึงได ไมวาในดานของความมักนอย การอิบาดะฮฺ และความ

ประพฤติที่มีมารยาทอันดีงาม การอบรมบมนิสัยที่ประเสริฐ การตอสูเสียสละการใครครวญพินิจ พิจารณาราํ ลึกถงึ อัลลอฮใฺ นทุก ๆ เส้ียวสว นของยามกลางคนื และยามกลางวัน ไมมีผูใดทําตัวใหดียิ่ง ไปกวาพวกเขาไดในดานของการรักษาบทบัญญัติผูมัดตัวเองและปกปองตัวเองใหพนจากความชั่ว และไมมผี ูใดจะสามารถใหต ัวเองดาํ เนินอยใู นหลกั สัจธรรมอันบริสทุ ธ์ิและสามารถอธิบายสิ่งตาง ๆ เหลาน้ันออกมาไดโดยทุก ๆ เสี้ยวสวนของพฤติกรรมจากตัวของพวกเขาเอง ถาหากวาส่ิงเหลาน้ีมี โอกาสซึมทราบใหผูท่ียังโตแยงไดรับรูตอความเปนจริงของพวกเขาไดแลว น่ันแหละยอมหมายถึง ความจริงท่ีจะตองปรากฏข้ึนเปนกิจลักษณะ แนนอนพวกเขาจะตองกระโดดเขาไปรับสิ่งสําคัญอัน ใหญหลวงน้ันเปนแนแท ซึ่งจะสามารถนําพวกเขาเหลานั้นใหเปนผูคลอยตามข้ึนมาได แตทวา ความเบาปญญาของเขาที่มีตออิมามอะหฺลุลบัยตฺน้ันไดทําใหพวกเขามีทัศนะตอเรื่องราวของผู บริสุทธิ์เสมือนดงั เชน ปลอยเหตุการณใ หผ านไปตามบุญตามกรรม หรือเสมือนกับผูที่อาศัยพาหนะ ของคนตาบอดในยามกลางคนื อันมืดมิดนักปราชญคนสําคัญของอิสลาม เชน ทานมุฮัมมัด บิน ยะอฺ กูบ อัลกุลัยนีย ทานศ็อดดูก-มุสลิมีน ทานมุฮัมมัด บิน อาลี บิน บาบูวียะฮฺ อัลกุมมียและทานชัยคุ ลอุมมะฮฺ มุฮัมมัด บิน ฮาซัน บิน อาลี อัฏฏซีย ซ่ึงตําราตาง ๆ ของพวกเขาเหลานี้กลับกลายเปน อปุ กรณท ่ีสรางความนาหวั่นกลัว ทงั้ ๆ ทต่ี ําราเหลา นค้ี อื ศูนยรวมของวชิ าการแหงลูกหลานของมฮุ มั มัด (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและบรรดาลูกหลานของทาน) และ บรรดาผูอาวุโส ปรมาจารยของพวกเขาเหลานั้นกลับถูกวางมาตรการตาง ๆ นานาเพื่อลบลาง วิชาการ และเปล่ียนพื้นฐานความศรัทธาโดยน้ํามือของบรรดาผูซึ่งบั่นทอนเกียรติคุณของบรรดาอิ มามท่ียึดมั่นตอหลักการเผนแพรเพ่ืออัลลอฮฺผูทรงสูงสุดเพื่อคัมภีรของพระองคและเพื่อรอซูลของ พระองค (อลั ลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและบรรดาลูกหลานของทาน) และเพ่ือประชาชาตมิ สุ ลิมทง้ั มวล 3. แนนอนที่สุดท้ังผูมีคุณธรรมและคนโฉดท้ังหลายตางก็รูดีถึงกฎเกณฑที่วา “การกลาว เท็จตอบรรดาผูมีคุณธรรม” โดยขอมูลตาง ๆ ที่ไดมาจากบรรดานักปราชญผูมีช่ือเสียงท้ังหลายซึ่ง เหลาน้ันตางไดบงถึงโทษสําหรับ “ผูกลาวเท็จ” ซ่ึงโทษของการ “กลาวเท็จ” นั้นไดมีการระบุในฮา ดีษวา “ตองเขาไปสูไฟนรก” ซึ่งจะไดแกพวกเขาท้ังหลายในการเจตนาใสความเท็จในฮาดีษ ยกตัวอยางความละเอียดถี่ถวนในบทบัญญัติจากฮาดีษ เชนการใหขอจําแนกสําหรับผูถือศีลอดท่ีได รับประทานอาหาร ซึ่งจําเปนวาเขาตองชดเชยหรือจายอาหารทดแทน ในกรณีสําหรับผูมีเหตุการณ เชนนี้ในเดือนรอมฎอนทํานองนี้ถือวาเปนขอกําหนดท่ีจําเปนท้ังสองประการแกผูท่ีละศีลอดโดย

เจตนา น่ีคือบทบัญญัติของพวกเขา และฮาดีษตาง ๆ ของพวกเขาเหลานั้นไดมีการอธิบาย รายละเอียดทั้งสองอยางน้ีไว ดังน้ันจะต้ังขอหาวาเท็จไดอยางไร ในฮาดีษของพวกเขาเหลานั้น เพราะพวกเขาเปนผูมีคุณธรรมท่ีประเสริฐ พวกเขาดํารงนมาซในยามกลางคืนถือศีลอดในยาม กลางวัน ดวยเหตุผลใดอีกเลา จึงต้ังขอหาใสไคลเหลาน้ันแกผูมีคุณธรรมในหมูชีอะฮฺ (พรรคพวกผู ปฏิบัติตาม) ลูกหลานของมุฮัมมัด และบรรดามวลมิตรของพวกเขา สวนบรรดาคําโฆษณาชวนเชื่อ ของพวกเคาะวาริจญ, พวกมัรญีอะฮฺ, และพวกก็อดรียะฮน้ัน ถึงแมวาจะเปนขอมูลสําหรับ การทํา ความเขา ใจโดยรูเ ทา ไมถ ึงการณ (ที่นารังเกยี จกต็ าม) แตก็ไมถ กู ตง้ั ขอ หาใด ๆ ท้งั ส้นิ เราขอความคมุ ครองจากอลั ลอฮใฺ หพน จากความไมส มหวงั ท้ังปวงเหลานนั้ และเราขอความ คุมครองตอพระองคใหพนจากภัยรายของผูอธรรมและศัตรู ไมมีพลังและไมมีอํานาจใด ๆ เวนแต โดยอนมุ ัติของอลั ลอฮฺ ผทู รงสูงสดุ ผทู รงยง่ิ ใหญ วัสลาม. (ช) อลั -มรุ อญิอะฮฺ 15 25. ซลุ -เกาะอดฺ ะฮฺ 1329 1. รัศมแี หงสัจธรรมไดเร่ิมสอ งความสวา ง 2. คาํ รองขอรายละเอยี ดตา ง ๆ ในหลกั ฐานที่ฝายซนุ นะฮฺยอมรบั นักปราชญฝายชอี ะฮฺ 1. จดหมายของทา นครง้ั ลา สุดไดใ หเ หตุผลละเอียดถี่ถวน เปนคาํ อธบิ ายซ่ึงใหความกระจาง มรี ายละเอียดท่ีสวยงามเปน ประโยชนอ ยางยิง่ ใกลชดิ กบั เหตุผลใหแงคิดที่กวางขวางกินความหมาย กวางไกลใหทัศนะที่แผกวาง ทัศนะของขาพเจาไดคอย ๆ ปรากฏเปนรูปข้ึนอยางเห็นพองกับส่ิง เหลาน้ัน ขาพเจาไดรับการฉายแสงมาจากขอมูลตาง ๆ โดยอาศัยการประกายมาจากความอุตสาหะ ของทาน เงื่อนไขตาง ๆ แหงความด้ินรนของทานนั้นกําลังเกิดประโยชนใหแกขาพเจาอยางมาก ทีเดยี ว

2. แตทวาทําไมทานจึงไมเอยถึงหลักฐานการยอมรับของนักปราชญฝายซุนนะฮฺที่มีตอ นักปราชญฝายชีอะฮฺใหสมบูรณในประโยคและทานมิไดกลาวถึงรายละเอียดในเรื่องน้ีซึ่งประการ แรกทานควรจะไดเอยใหทราบถึงบรรดานักปราชญตาง ๆ โดยระบุ ชื่อเสียงของพวกเขาเหลาน้ัน และขอใหทานไดนํารายละเอียดท่ีนักปราชญฝายซุนนะฮฺ ศึกษามาจากนักปราชญฝายชีอะฮฺโดยให การยอมรบั ตอ พวกเขา บัดนี้ทานมีความสามารถท่ีจะนํารายชื่อท่ีละเอียดเหลาน้ันมาเสนอไดหรือไม ท้ังน้ีเพ่ือท่ีจะ ไดประจักษถึงเคร่ืองหมายแหงความเปนจริง และเพื่อท่ีจะใหแสงสวางแหงความรูที่แทจริงได ปรากฏขึ้น วัสลาม (ซ) อลั -มุรอญอิ ะฮฺ 16 26. ซุล-เกาะอฺดะฮฺ 1329 • สายสบื ของนกั ปราชญฝ ายชีอะฮมฺ ีหนง่ึ รอยคนซง่ึ เปน ที่ยอมรับของฝายซนุ นะฮฺ ขา พเจา ยนิ ดที ี่จะมอบรายละเอียดนี้ใหแกทานตามท่ีขาพเจาไดรับการรองเรียนโดยเร็วที่สุด เปนรายชื่อท่ีสรุปจากบุคคลกลุมหน่ึงที่บรรดาผูแสวงหาความรูตางไดใหการยอมรับตอพวกเขามา โดยตลอดบนเงอื่ นไขทว่ี า ยังไมม ีระดับข้นั ของวชิ าการท่ีกวางขวาง ถา หากวายังมิไดรับวิชาการจาก บรรดาผูรูเหลาน้ี สําหรับทานในท่ีนี้ก็จะไดรับทราบถึงรายช่ือของพวกเขาเหลานั้นและรายชื่อของ บรรพบุรษุ ของพวกเขาเหลา นัน้ โดยลําดบั ตามตัวอักษรดังตอไปน(ี้ 108)

1. อูบาน บิน ตัฆฺลิบ บิน ริบาห นักปราชญชาวเมืองกูฟะฮฺ ทานซะฮะบียไดกลาวถึงประวัติ โดยยอ ของเขาไวในหนังสือมีซานของเขาวา อบุ าน บิน ตฆั ลบิ ชาวกูฟะฮผฺ ูนี้เปนชีอะฮฺ สําหรับพวก เราน้ันไดประจักษถึงความซื่อสัตยของเขา และความเปนอัจฉริยะของเขา ทานไดกลาววา “ทานอะหฺมัด บิน ฮันบัล และทานอิบนุ มุอีน และทานอาบู ฮาดิม และทานอิบนุ อาดียก็ไดให ความสําคัญตอเขาโดยไมกลาววา “เขาเปนผูที่มีความรูสูงคนหนึ่งในหมูชีอะฮฺ” แตในตอนทายตาม ขอความที่ทานซะฮะบียไ ดก ลาวถึงเขาน้ัน ทา นไดร ะบวุ าเขาเปน คนหนงึ่ ในจํานวนที่ทา นมุสลมิ และ นักปราชญของ 4 มัซฮับ ทานอาบู ดาวูด ทานติรมิซีย ทานนะสาอียและทานอิบนุ มาญะฮฺไดใหการ ยอมรับ ถึงกับไดเอาชื่อของบุคคลผูนี้ไวเปนสัญลักษณของพวกเขา ทานไมอาจท่ีจะผานพนฮาดีษ ของเขาไดในหนังสือศอฮี้ฮฺมุสลิม และซุนันอัรบะอฺจากทานฮุกม และทานอะฮฺมัช ทานฟะฎีลบิน อุมัร รายงานของทานนั้นอยูที่ทานมุสลิม คือรายงานท่ีผานมาจากทานซุฟยาน บิน อัยยินะฮฺ ทาน ชอุ ฺบะฮฺ ทานอิดรสี อัลอดู ีย ทานผูน ไี้ ดเสยี ชีวติ ในป ฮ.ศ. 141 (108) บทวเิ คราะหต อนนม้ี ีรายละเอียดท่ียืดยาวมาก ดังนั้น ผูทําการศึกษาจะตองไมทอถอย กับความยืดยาวในเรอื่ งท่มี ปี ระโยชนอยางยงิ่ ซ่งึ ผิดกนั กับการอธิบายในเรื่องทั่ว ๆ ไป เพราะถาหาก ท้ิงใหคางคาไวในบางเรื่องก็จะไมอาจจะเขาใจได หลังจากนั้นจึงคอยอานเรื่องราวใน อัล-มุ รอญอิ ะฮฺ ที่ 17 2. อิบรอฮมี บนิ ยะซดี บิน อุมรั บิน อสั วัด บนิ อุมรั อันนคั อีย อัลกูฟย อัลฟากีฮ มารดาของ ทานช่ือ มะลีกะฮฺ บินต ยะซีด บิน กัยส อันนัคอีย เปนนองสาวของอัสวัด และอิบรอฮีม และอับดุร เราะมาน ผเู ปนลกู หลานของ ยะซีด บิน กัยส พวกเขาเหลาน้ีท้ังหมดก็เปนเสมือนกับลุงของพวกเขา คืออุลกอมะฮฺ และอุบัยลูกของกัยส พวกเขาเหลาน้ันเปนที่ยอมรับของบรรดามุสลิมีน เปนสายสืบ ของตาํ ราศอฮ้ีฮฺทั้งหลาย ซ่ึงนักปราชญของตําราศอฮี้ฮฺทั้ง 6 เลมและนักปราชญคนอื่น ๆ ตางก็ไดให การยอมรบั ตามพวกเขา ทั้ง ๆ ทีท่ ุกคนกต็ ระหนกั ดีวาแทจรงิ บคุ คลเหลานั้นเปน ชอี ะฮฺ สําหรับอิบรอฮีม บิน ยะซีดผูน้ี ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺ ยังไดระบุเร่ืองราวของทานไวใน หนังสือมะอาริฟ(109) อีกดวยวาเปนนักปราชญฝายชีอะฮฺและหนังสืออิรซาล มุสลีมาตก็ไดยืนยัน ความจริงอันนี้ดวย ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของเขาผูนี้ไดจากตําราศอฮ้ีฮฺทุกเลม ไมวาจะเปนของ ทานบุคอรีหรือทานมุสลิม ซึ่งจะมีอางถึงรายงานจากลุงของมารดาของทานคืออุลกอมะฮฺ บิน กัยส และจากรายงานทุกกระแสท่ีมาจากอิมาม บิน ฮาริษ และอาบู อุบัยดะฮฺ บิน อับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด

และจากรายงานของอบุ ยั ดะฮฺ และอัสวัด บนิ ยะซดี ซง่ึ เขาเปนนาชายของทานผูน ี้ ฮาดีษของทานผูนี้ ยงั มีปรากฏในตําราศอฮฮี้ ฺมสุ ลมิ โดยสายสืบของนาชายของทานอีกคนหนึ่งคืออับดุรเราะหฺมาน บิน ยะซีด และจากซะฮัม บิน มุนญาบ และอาบู มุอัมมัร และอาบีด บิน นัฎละฮฺ และ อาบิส และยังไดมี ริวายะฮขฺ องทานอยใู นหนงั สือศอฮ้ฮี ฺฮยั นของมันศูรและอะฮฺมัช และซะบีด และฮุกม และอิบนุเอาน ซ่ึงในศอฮ้ีฮฺมุสลิมก็ไดมีผูรับรายงานฮาดีษมาจากเขา เชน ฟะดีล บิน อุมัร, มุฆีเราะฮฺ, ซียาด บิน กะ ลดี วาซนิ , ฮาซัน บนิ อุบยั ดินละฮ,ฺ ฮมิ าด บนิ อาบสู ุลัยมาน, และซิมาก ทานอิบรอฮีมผูน้ีไดเกิดในป ฮ.ศ. 50 และเสยี ชีวติ ในป ฮ.ศ. 95 3. อะหฺมัด บิน มุฟฏฏ็อล บิน กุฟย ฮะฟะรีย ซึ่งอาบู ซุรฺอะฮ และอาบู ฮาติม ก็ไดรับการศึ กําษามาจากทา นแตไ ดป ด บังไว โดยทเ่ี ขาทงั้ สองไดท ําการศึกษาในสถานท่ีของทานซึ่งอยูในแวดวง ของแนวทางชีอะฮฺ ตอมาทานอาบู ฮาติมก็ไดเปดเผยเร่ืองน้ีซึ่งเขาไดกลาวเชนเดียวกับที่หนังสืออัล- มีซานไดทําการแนะนําประวัติของทานอะหฺมัดไววาทานอะหฺมัดบินมุฟฏฏ็อล ผูน้ีเปนนักปราชญ ระดับสูงของฝายชีอะฮฺเชนเดียวกับทานศ็อดดูก ทานซะฮะบียยังไดกลาวถึงทานผูนี้ในหนังสือมี ซาน และไดกลาวถึงอีกวาทานอาบู ดาวูดและทานนะสาอียก็ยังไมตําหนิกับทานผูนี้ ซึ่งแสดงวา บุคคลท้ังสองก็ไดใหการยอมรับกับทานอีกดวย ฉะนั้นทานจึงไมอาจจะหลีกพนจากรายงานฮาดีษ ของทานผูนี้ไดในตําราศอฮี้ฮฺท้ังสองเลมดังกลาวที่เปนรายงานมาจากอัษษูรียและรายงานฮาดีษของ ทา นทม่ี าจากอัสบาฏ บนิ นะษิร และอิสรออลี (109) หนังสือมะอาริฟ หนา 206 กลา วถงึ เขาวา เปน นกั ปราชญชอี ะฮฺ 4. อสิ มาอีล บิน อุบาน อะซาดีย อัลกูฟย เปนอาจารยคนหน่ึงของทานบุคอรีท่ีไดปรากฏช่ือ อยูในศอฮี้ฮฺของทาน ทานซะฮะบียไดกลาวยืนยันไวในหนังสือมีซานซ่ึงแสดงถึงการยอมรับที่ทาน บคุ อรี และทา นตริ มซิ ียม ตี อวิชาการของทานผูน้ี ไวในตําราศอฮ้ีฮฺของทานท้ังสองและไดระบุตอไป อีกวา แทจริงทานยะหยาและทานอะหฺมัดก็ไดศึกษามาจากทานผูน้ี ทานบุคอรีไดกลาววา “เขาเปน คนซ่ือสัตย” คนอ่ืน ๆ ก็ไดกลาววา “เขาเปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานไดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 286 แต ทานกัยซะรอนียไดกลาววา “ทานไดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 216” ทานบุคอรีไดรับรายงานฮาดีษมาจาก การบอกเลาของทานผูนี้ไวในตําราศอฮี้ฮฺของทานซึ่งเปนทํานองเดียวกันที่ทานกัยซะรอนียและคน อืน่ ๆ ไดรบั รายงานจากทาน

5. อิสมาอีล บิน คอลีฟะฮฺ อัลมะละอีย อัลกูฟย และเพื่อนสนิทของทานคืออาบูอิสรออีล ทานซะฮะบียไดก ลาวถงึ ชือ่ ของทา นผูน้ีไวในหมวดบุคคลของหนังสือมีซานวา “เขาเปนนักปราชญ ชีอะฮฺหัวรุนแรงผูหน่ึงซ่ึงปฏิเสธตออุสมาน” ทานซะฮะบียยังไดอางถึงเร่ืองอื่น ๆ ของทานผูนี้อีก มากมายซ่ึงเราไมจําเปนจะตองเอยถึงท้ังหมดแตพรอม ๆ กันนั้นทานก็ไดยืนยันวาทานติรมีซียก็ยัง ไดรับรายงานฮาดีษของทานผูนี้ไวในหนังสือศอฮ้ีฮฺของทาน และน่ันก็มิใชเปนเพียงคนเดียวของ นักปราชญฝายซุนนะฮฺ ทานอาบูฮาติมไดยกยองฮาดีษที่มาจากทานผูนี้ ทานอาบูซุรอะฮฺไดกลาววา “เขาเปนคนซ่ือสัตยทัศนะของเขากวาง” ทานอะหฺมัดกลาววา “ทานไดเขียนฮาดีษของเขา” ทานอิบ นุมุอีนไดกลาวอีกครั้งหน่ึงวา “เขาเปนคนเขมแข็งมาก” ทานฟะลาสไดกลาววา “เขามิไดเปนพวก โกหกเลย ทานไมอาจหลีกพนจากฮาดีษของทานผูนี้ไดในตําราศอฮี้ฮฺติรมีซีย และทานอื่น ๆ ท่ีมี รายงานมาจากฮุกม บิน อุตัยบะฮฺ อาฏียะฮฺอูฟย ทานอิสมาอีล อุมัรว บัจญลีย และกลุมนักปราชญ ทง้ั หลายแหลใ นสมัยน้ันตา งกศ็ กึ ษารายงานฮาดษี มาจากทา นผูน ้ี ทานอิบนุกุตัยบะฮฺไดยืนยันวาเขาผู นเี้ ปนนักปราชญชอี ะฮ”ฺ (หนงั สือมะอาริฟ) 6. อิสมาอีล บิน ซะกะรียา อัลอะสะดีย ค็อลกอนีย ทานซะฮะบียไดช้ีแจงไวในหนังสือมี ซานของทานวา อิสมาอีล บิน ซะกะรียา (อ)....ค็อลกอนีย อัลกูฟย เปนชีอะฮฺผูซ่ือสัตย ทานไดระบุ ตอไปอีกวาเขาเปนผูที่นักปราชญศิฮาฮุสสิตตะฮไดใหการยอมรับถึงกับบรรดานักปราชญทั้งหลาย เหลานัน้ ไดเ อาชอื่ ของทานระบุไวด ว ยการยอมรบั ทา นไมอาจหลกี เลี่ยงใหพนจากรายงานฮาดีษของ ทานผูนี้ไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺบุคอรีที่รายงานฮาดีษจากมุฮัมมัด บิน ซูเกาะฮฺ และ อุบัยดินละฮฺ บิน อุมัร และรายงานฮาดีษของทานผูน้ียังมีปรากฏอยูในศอฮ้ีฮฺมุสลิม ซ่ึงเปนรายงานจากซุฮัยล มาลิก บิน มาฆูล สําหรับฮาดีษของทานท่ีนํามาโดยอาซิมอะหวัล นั้นปรากฏวาถูกบันทึกไวในตําราศอฮ้ีฮฺ ท้ังสองเลมน้ีอยางครบครัน มุฮัมมัด บิน ศอบะฮฺก็ไดศึกษารายงานฮาดีษจากทานอาบูรอบีอฺท่ีได ศึกษามาจากศอฮี้ฮฺน้ันในป ฮ.ศ. 174 ณ กรุงแบกแดด ทานดําเนินกิจการของทานทุก ๆ ดานอยูกับ ฝายชีอะฮฺอยางเปดเผยเปนที่รูกันโดยทั่วไปจนกระท่ังไดมีผูโจษขานกันวาทานเปนผูกลาววา “แทจ ริงผซู งึ่ เรยี กรองบา วของพระองคทีภ่ ูเขาฎร นน้ั คอื อาลี บิน อาบีฏอลิบ” และมีผูกลาวกันวาทาน ไดพูดวา “องคแรกเริ่มและองคสุดทาย องคเปดเผยและองคซอนเรนนั้นคืออาลี บิน อาบีฏอลิบ” น่ี คอื การโจมตีทีส่ รา งความหวัน่ ไหวเปน อยา งย่ิงใหแ กนกั ปราชญท่ีเกี่ยวของกับทานผูน้ีเน่ืองจากทาน ผูนี้เปนชีอะฮฺ (พรรคพวกผูปฏิบัติตาม) ดังน้ันจึงมีผูดําเนินงานลํ้าหนาทานไปไดเปนจํานวนมาก

ทานซะฮะบียไดกลาวไวในการอธิบายถึงชื่อเสียงของทานจากหนังสือ อัล-มีซานหลังจากได กลาวถึงการใสรายปายสีดังกลาวน้ีแลววา “การกุสถานการณตาง ๆ จากถอยแถลงเหลาน้ันยอมไม เปนการถูกตอง เพราะแทจริงถอยคําดังกลาวเปนคําพูดของพวกนอกศาสนา มิใชเปนคําพูดของค็อ ลกอนีย” 7. อิสมาอลี บิน อบิ าด อบิ นุ อับบาส ฏอลกิ อนีย อาบูกอซิม ผูซึ่งมีฉายาวา ศอฮิบ บิน อิบาด ทานซะฮะบียไดกลาวถึงทานไวในหนังสือมีซาน(110) วา “ทานอาบูดาวูดและติรมิซียไดนําชื่อของ ทานผูน้ีบันทึกไวโดยใหการยอมรับในหนังสือศอฮ้ีฮฺของทานทั้งสอง” หลังจากนั้นทานไดยกยอง เขาวา “ทานผนู ีเ้ ปนนกั ปราชญช ีอะฮฺท่ีมีมารยาทงามซึ่งเฉลียวลาดมากผูหน่ึง” ขาพเจาเองขอยอมรับ วา “การเปน ชีอะฮฺของทานผูนี้มิไดเปนส่ิงท่ีสรางความคลางแคลงใด ๆ แกคนอื่น ๆ เลย” ดวยเหตุนี้ เองทานและบิดาของทานไดถูกยอมรับจากผูปกครองชั้นสูงแหงรัฐบูวีฮียะฮฺ ทานเปนหนึ่งของ บรรดาปราชญท่ีทําหนาที่รับผิดชอบอยางมากมาย เน่ืองจากทานเปนที่ปรึกษาระดับสูงของ ผูปกครองมาตั้งแตสมัยที่ยังเปนเด็ก ฉะนั้นทานจึงไดรับฉายาวา “ศอฮิบ” ทานอยูในตําแหนงนี้ ติดตอกันมาจนกระท่ังทานมีชื่อเสียงโดงดัง จนเปนท่ียอมรับแกคนระดับสูงทุก ๆ คนท่ีทําหนาท่ี รับผดิ ชอบหลังจากทา น ซ่งึ บุคคลแรกทท่ี ําหนาท่ีรบั ผดิ ชอบตอมานน้ั ไดแกอาบู มนั ซูร บนิ รกุ น เดา ละฮฺ อิบนุบาวีย ตอมาครั้นเมื่อมุอัยยิด เดาละฮฺ ไดถึงแกกรรมในเดือนชะบาน ป ฮ.ศ. 373 นองชาย ของเขาคือ อาบู ฮาซัน อาลี ก็ไดขึ้นสําเร็จราชการแทนโดยไดรับสมญานามวา “ฟครุดเตาละฮฺ” ซึ่ง เขาก็ยังยอมรับทานศอฮิบผูน้ีไวใหอยูในตําแหนงท่ีปรึกษาของเขาอีกโดยไดใหความเคารพนับถือ ตอ ทา นผูนเี้ ปน อยางย่ิง จนกระท่งั เขาหมดอํานาจการปกครองไปแลว เขาก็ยังใหการยอมรับกับทาน ผูนี้เสมือนกับเคยใหการยอมรับตอบิดาของทานคืออิบาต บิน อับบาส ทานศอฮิบผูนี้ไดเสียชีวิตลง ในคืนวันศุกรท่ี 24 เดือนศอฟร ป ฮ.ศ. 385 ชาวเมืองตางไดไปรวมตัวกันที่ประตูวังเพื่อรอคอยการ นําญะนาซะฮฺของทานผูนี้ออกมา และขณะนั้นฟครุดเดาละฮฺก็ไดออกมาพบกับประชาชนพรอมกับ บรรดาที่ปรึกษาและกลุมผูนําโดยเปลี่ยนเสื้อผาเครื่องแตงกายของพวกเขา คร้ันเมื่อเขาไดออก มาแลวประชาชนท้ังหลายตางก็เปลงเสียงใหการตอนรับอยางพรอมเพรียงกัน ฟครุดเดาละฮฺก็ได เดินรวมกับขบวนแห ญะนาซะฮฺเหมือนกับประชาชนคนอื่น ๆ เขาไดใหเกียรติเปนเวลาหลายวัน บรรดานักปราชญตาง ๆ จากทุก ๆ ฝายตางก็สดุดียกยองตอทานผูน้ี ทานอาบูบักร เคาะวาริสมียได กลาววา “ทานศอฮิบ บิน อิบาด น้ีเปนผูที่มีคุณสมบัติสูงของตําแหนงท่ีปรึกษาเปนผูที่มีจรรยาและ

ระเบยี บท่ีสูงเกินกวาการต้ังขอรังเกียจใด ๆ ทานไดรับวิชาการท่ีถูกตองและสืบทอดมาจากบิดาของ ทาน” ทํานองเดยี วกันนี้ อาบูซะอดี รอ็ ตตะมยี  ไดยกยอ งในเกยี รติยศของทานผูนว้ี า (110) ทานซะฮะบียไดบันทึกประวัติของทานผูน้ีในหนังสือมีซานพลาดไปโดยที่ทานได เอยถึงประวัติของอิสมาอีล บิน อิบาต ในหมวดประวัติของอิสมาอีล บิน อุบาล ฆ็อนวีย และ อิสมา อีลบนิ อุบาล อะสะดยี  “ภารกิจที่ทานไดทําหนาท่ีสืบทอดมานั้นย่ิงใหญเหนือความยิ่งใหญพ้ืนฐานแหงสายสืบ ของนกั รายงานฮาดีษตาง ๆ น้นั ตา งไดร ับการบอกเลามาจากทานอับบาส อีบาด และนั่นก็คือภารกิจ ทีส่ ําคัญของทาน และนน่ั คอื อสิ มาอลี บนิ อีบาด” 8. อิสมาอีล บิน อับดุรเราะหมาน บิน อาบีกะรีมะฮฺ อัลกูฟย เปนนักอธิบายอัล-กุรอานท่ีมี ชื่อเสียงซึ่งเปนที่รูจักกันในนามของสุดีย ทานซะฮะบียไดกลาวถึงทานไวในหนังสือมีซานวา “เขา ถูกโจมตีเพราะการเปนชีอะฮฺ แลวก็ยังมีรายงานมาจากฮุเซน บิน วากิร มะรูซีย วาแทจริงเขาเองเคย ไดยินทานผูน้ีกลาวประณามอาบูบักรและอุมัร” แตถึงกระน้ันทานอัษษูรีย และทานอาบูบักร บิน อี ยาชกย็ งั ใหการยอมรับในวชิ าการตาง ๆ จากทาน และทา นมุสลมิ ตลอดจนถงึ นกั ปราชญฝ ายซุนนะฮฺ 4 มัซฮับก็ยังใหการยอมรับตอทาน ทานอะหฺมัดไดใหความสําคัญตอทานผูนี้เปนอยางย่ิง ทานอิบนุ อาดียเคยกลาววา “เขาผูน้ีเปนคนมีความซ่ือสัตย” ทานยะหยา กิฏอน ไดกลาววา “ทานผูนี้ไมมี ปญหาใด ๆ เลย” ทา นยะหย า บิน สะอีดไดกลาววา “ฉันไมเคยไดยินบุคคลใด ๆ พูดถึงทานสุดีย ใน ทํานองอื่นนอกจากยอมรับวาเปนคนดี” และทานกลาวอีกวา “ไมเคยมีใครละท้ิงทานผูน้ี” ทานอบิ รอฮมี อลั นัคอียไดเคยผานไปยงั ทานสดุ ีย ซึง่ ในขณะนั้นทา นกําลังตัฟสีรอัล-กุรอานอยู ทาน ไดกลาวถึงวา “การตัฟสีรของทานผูนี้ก็เหมือนการตัฟสีรของนักปราชญทั้งหลาย” แตเม่ือพิจารณา ใหลึกซ้ึงตอการตัฟสีรของสุดียแลวจะเห็นความเที่ยงตรงและจะพบกับรายละเอียดท่ีแมนยํา ทานมิ อาจผานพน ฮาดษี ของทานสดุ ียไ ด ในหนังสอื ศอฮีฮ้ มฺ ุสลมิ ซงึ่ เปน ฮาดษี ทร่ี ายงานโดยทา นอานัส บิน มาลิก ทานสะอัด บิน อุบัยดะฮฺ ทานยะหยา บิน อิบบาด ซ่ึงมีรายงานอยูในมุสลิมและสําหรับใน ตําราของนักปราชญซุนนะฮฺ 4 มัซฮับนั้น ก็อยูในรายงานของอาบูอิวานะฮฺ ทานซูรีย ทานฮาซัน บิน ศอลิห ทานซาอีดะฮฺ ทานอิสรออีล ทานผูน้ีเปนปรมาจารยที่อาวุโสมากคนหนึ่งของเหลาบรรดา นักปราชญท ้ังหลาย ทา นไดเสียชวี ิตเมือ่ ป ฮ.ศ. 127 9. อิสมาอีล บิน มูซา ฟซซารีย อัลกูฟย ทานอิบนุ อาดียไดกลาวถึงทานผูนี้เชนเดียวกันกับ ในหนังสือมีซานของทานซะฮะบียวา “พวกเขาไดโจมตีทานผูนี้อยางผิด ๆ ในการเปนชีอะฮฺ” ทาน

อับดานไดกลาวในทํานองเดียวกันอีกวา “ฮุนาดและอิบนุอาบีชัยบะฮฺไดโจมตีเรา ที่เราไดมีทัศนะ ตรงกับทานผูน้ี” และเขาไดกลาววา “พวกทานรูไหมวาการงานที่ทานไดปฏิบัติไปน้ันเปนฟาสิก (การละเมิด) ในตอนที่ประณามบรรพชน?” แตขณะเดียวกับทานอิบนุ คุซัยมะฮฺ และอาบูอะรูบะฮฺ คอลาอิกตางก็ไดใหการยอมรับกับทานผูนี้ นอกจากน้ันทานยังเปนนักปราชญชั้นสูงของบุคคล เหลาน้ีอีกดวย เชน อาบูดาวูดและติรมิซีย ซ่ึงบุคคลทั้งสองก็ยังไดยอมรับหลักฐานตาง ๆ จากทานผู นี้โดยทําการปดบังไวในหนังสือศอฮี้ฮฺของทานท้ังสอง นอกจากน้ีอาบูฮาติมยังไดกลาวถึงทานผูน้ี อีกวา “เปนคนมีความซ่ือสัตย” ทาน นะสาอียไดกลาวถึงทานผูน้ีวา “ทานผูน้ีไมมีปญหาใด ๆ เลย” ทุกส่ิงทุกอยางเหลานี้บันทึกอยูในหมวดที่อธิบายประวัติของทานจากหนังสือมีซานของทานซะฮะ บีย ทานไมอาจจะผานพนรายงานฮาดีษของบุคคลน้ีไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺติรมิซีย สุนัน อาบูดาวูดซ่ึง เปนรายงานที่มาจาก มาลิก ชะรีก และอุมัรว บิน ชากิร ทานไดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 245 ทานคือบุตร ของบตุ รสาวทา นสดุ ีย แตถึงกระนน้ั ทา นก็ยงั ไดถ กู โจมตี วัลลอฮอุ าลัม. 10. ตะลีด บิน สุลัยมาน อัลกูฟย ทานอิบนุมุอีนไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีวา “เขาเปนคนที่ ประณามอุสมาน” สวนหนึง่ ของบรรดาผทู ส่ี วามิภกั ด์ิตอ อุสมานท่ไี ดยนิ คาํ พูดของเขาไดข วา งจนเทา ของเขาแตก อาบูดาวูดก็ไดกลาวถึงเขาผูน้ีวา “เปนคนที่ประณามอาบูบักรและทานอุมัรอยาง ฉกาจฉกรรจ แตในขณะเดียวกันวิชาการทุกอยางของเขาไดเปนท่ียอมรับของทานอะหฺมัดและอิบนุ นุมัยร บุคคลท้ังสองน้ีไดใหการยอมรับและศึกษาวิชาการของเขาผูซึ่งเปนชีอะฮฺ” ทานอะหฺมัดได กลาววา “แมตะลีดจะเปนอุละมาอฺของฝายชีอะฮฺ แตฉันก็ไมเห็นความบกพรองใด ๆ ของเขา” ทาน ซะฮะบียก็ไดกลาวถึงเขาผูนี้ทุกอยาง ทานติรมีซียก็ไดนําเอาชื่อของเขาผูนี้ใหอยูในอันดับท่ีสําคัญ คนหนึง่ โดยชแ้ี จงวาเขาผูน ้เี ปนนักปราชญแ หงสายสืบของทาน ฉะนั้นทานไมอาจท่ีจะหลีกเลี่ยงให พนจากรายงานฮาดีษของเขาผูน้ีไดในหนังสือศอฮี้ฮฺติรมีซียโดยสายสืบท่ีรายงานจากอาฎออ บิน ซาอิบ และอับดุลมาลกิ บิน อมุ ยั ร 11. ษาบิต บิน ดีนาร ผูไดรับสมญานามวาอาบูฮัมซะฮฺษุมาลียเขาเปนนักปราชญช้ันเอกคน หน่ึงในฝา ยชีอะฮฺ หนังสือมีซานไดกลาวถึงทานผูนี้วาช่ือของทานอุสมานไดถูกเอยถึงครั้งหน่ึงในที่ ชุมนุมของอาบูฮัมซะฮฺ ทานผูน้ีไดกลาวขึ้นวา “อุสมานเปนใคร?” ดวยการแสดงความรังเกียจ หลังจากน้นั ษลุ ยั มานยี ย งั ไดอางวา ทานติรมซิ ียไดใหความสาํ คัญตอช่ือของอาบูฮัมซะฮฺผูน้ี โดยไดมี การชี้แจงวา ทา นคือนกั ปราชญค นหนึ่งทเี่ ปน สายสืบสําหรบั ตาํ ราของเขา วะกีอฺ อาบูนาอีม ก็ใหการ

ยอมรับตอทาน ซึ่งเปนรายงานฮาดีษของทานอานัส ทานชุอบีย ทานผูน้ียังเปนท่ียอมรับของ นกั ปราชญทงั้ หลายของกลมุ นี้อกี ดวย ทานไดเสียชวี ติ ในป ฮ.ศ. 150 12. ษุวัยร บิน อาบูฟาคิตะฮ อาบูญะฮัม อัลกูฟย เปนคนใชของอุมมุฮานีย บิน อาบีฏอลิบ ทานซะฮะบียไดอางถึงช่ือของทานผูนี้ในหนังสือมีซานของทานโดยไดกลาววา “เขาเปนพวกหัว รนุ แรงคนหน่งึ จากคาํ ยนื ยนั ของ ยนู สุ บิน อาบูอิสหาก แตในขณะเดียวกันทานกย็ ังไดเปนท่ียอมรับ ของซุฟยาน และชุอบะฮฺ” ทานติรมีซีย ไดยอมรับรายงานของทานผูน้ีไวในหนังสือศอฮี้ฮฺของทาน โดยอางอิงจากริวายะฮฺของทานอิบนุอุมัร ทานซัยค บิน อัรก็อม ทานผูน้ีมีชีวิตอยูในสมัยของทานอิ มามบากิร ทานเปนผูยึดม่ันตอสิทธิการปกครอง (วิลายะฮฺ) ของทานอิมามจนเปนที่รูกันอยาง แพรหลาย สาํ หรบั ทา นน้ันอยกู บั ทา นอุมัร บินซรั กอดยี  และอบิ นุกัยส 13. ญาบริ บิน ยาซีด บิน ฮาริษ อัลุฟย อัลกูฟย ทานซะฮะบียไดกลาวถึงเขาผูน้ีในหนังสือ มีซาน วาเปนนักปราชญคนหน่ึงของฝายชีอะฮฺ และไดอางคํากลาวของทานซุฟยานวา “แทจริงเขา ไดยินทานญาบิรพูดวาทานผูนี้ไดเรียนรูวิชาการที่ทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและ ความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ใหแกทานอาลีแลวทานอาลีไดสอนใหแก ทานฮาซัน หลังจากนั้นวิชาการอันน้ีก็ไดมายังทานญะอฺฟร ศอดิก (อ) ซึ่งปรากฏวาทานก็ไดมีชีวิต อยูในสมัยของอิมามผูนี้” ทานมุสลิมไดรายงานไวในตอนตน ๆ ของหนังสือศอฮี้ฮฺของทานโดยอาง รายงานจากญิรอหวา ฉันไดยินทานญาบิรกลาววา “ฉันเองจดจําฮาดีษท่ีรายงานมาจากทานญะอฺฟร บากริ ซึ่งเปนฮาดีษของทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแด บรรดาลูกหลานของทาน) มากถึงเจ็ดหมื่นฮาดีษ” ทานซุฮัยรไดรายงานวา “ฉันไดจดจําฮาดีษ ทั้งหมดหาหมื่นฮาดีษ” ในขณะเดียวกันทานผูน้ีก็ไดเปนท่ียอมรับของทานนะสาอียและอาบูดาวูด ขอใหดูรายงานฮาดีษของทานผูน้ีไวในเรื่องสุูดสะฮวีย ของหนังสือศอฮ้ีฮฺท้ังสองทานซะฮะบียได กลาวถึงทานผูนี้ในหนังสือมีซานอีกวา “เขาเปนบุคคลสําคัญที่อาบูดาวูดและติรมิซียไดใหการ ยอมรับวาเปนนักปราชญ สําหรับสายสืบของทานทั้งสอง” ทานซุฟยานไดกลาววา “คุณสมบัติ ของญาบริ อุ ฟ ยผ นู ้ีเปนคนที่มีความเครงครัดในการบอกเลาฮาดีษอยางยิ่ง” ทานชุอบะฮไดกลาววา “ญาบิรเปนคนท่ีซื่อสัตย คราวใดที่ญาบิรไดเลาฮาดีษเขาจะกลาววา เราไดรับการบอกเลามาวา...” เขาเปนคนที่มีลักษณะท่ีจริงจังอยางยิ่ง ทานวาอกียกลาววา พวกทานอยาไดมีความคลางแคลงใด ๆ ดังนั้น พวกทานอยาไดสงสัยในสิ่งใด ๆ เพราะแทจริงญาบิร ุอฟยนั้นเปนคนท่ีมีน้ําหนักมาก ทา นญาบริ ไดเ สยี ชวี ติ ในป ฮ.ศ. 127 หรือ 128 ขออัลลอฮฺทรงมีความเมตตาตอ ทานผูนีด้ ว ย

14. ญะรีร บิน อับดุลฮามีด อัลกูฟย ทานอิบนุ กุตัยบะฮไดระบุวา “เขาผูนี้คือนักปราชญ ชอี ะฮฺ” ทานซะฮะบียไ ดอ ธบิ ายถึงเขาผนู ี้ในหนังสอื มซี านวา ท่ียอมรับของนักปราชญเจา ของตาํ ราอฮี้ ฮฺจํานวนมากและไดยกยองเขาผูน้ีวาเปนนักวิชาการที่ซื่อสัตย เจาของตําราตาง ๆ ไดใหการยอมรับ ตอเขา กลุมนักปราชญตาง ๆ ลวนอางถึงความสําคัญของเขา ทานไมอาจที่จะหลีกพนฮาดีษของเขา ผูนี้ไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺของบุคอรีและมุสลิม จากรายงานฮาดีษของ อะหฺมัด มุฆีเราะฮฺ มันศูร และ อิสมาอีล บิน อาบูคอลิด และอาบู อิสหาก ชัยบานีย กุตัยบะฮฺ บิน ซะอีด บิน ยะหยา และอุสมาน บิน อาบูชัยบะฮฺตางก็ไดรับรายงานฮาดีษมาจากเขาผูน้ี ผูที่อัลลอฮฺทรงเมตตาใหมีความปราดเปร่ือง ทานน้ไี ดเสยี ชวี ติ ในป ฮ.ศ. 87 15. ญะอฺฟร บิน ซียาต อัลกูฟย ทานอาบูดาวูดไดกลาวถึงเขาผูน้ีวา “เปนนักปราชญชีอะฮฺท่ี มีความซือ่ สัตย” ทานเยาซ ญานยี ไดกลาววา “เขาเปนมาตรฐานวชิ าการแขนงหน่ึงแหงอะหฺลุลบัยตฺ” และไดกลาวอีกวา “หลานชายของทานคือฮุเซน บิน อาลี บิน ญะอฺฟร บิน ซียาต” ไดกลาววา “ปู ของทานคือ ญะอฺฟรเปนหัวหนาระดับสูงคนหนึ่งของฝายชีอะฮฺแหงเมืองคุรอสาน เขาไดถูกจับกุม ขังพรอ มกับพรรคพวกของเขากลุมหน่ึงจนตลอดชีวิต” อิบนุ อัยยีนะฮ วะอกียอ อะบูฆอสสาน มะอ ดีย ยะหย า บิน บะชารฺ ฮะรีรีย และอิบนุ มะอด ียต า งก็ใหการยอมรับตอเขาวา “เปนนักฮาดีษท่ีดีเลิศ” ทานซะฮะบียไดอางช่ือของเขาในหนังสือมีซานโดยระบุวาทานติรมีซียและทานนะสาอียตางไดให การยอมรบั ตอเขา ทานไมอาจจะหลกี พน ฮาดีษทรี่ ายงานโดยเขาผนู ี้ไดใ นตาํ ราศอฮฮี้ ฺท้ังสองเลม จาก ริวายะฮฺของบะอยาน บิน บะชัร และอะอฎออ บิน ซาอิบ นอกจากน้ียังมีนักปราชญกลุมอ่ืน ๆ ของ พวกเขาเหลานั้นยังไดใหการยอมรับตอทานอีกดวย ทานผูไดรับความเมตตาของอัลลอฮฺทานนี้ ได เสียชีวติ เมื่อป ฮ.ศ. 167 16. ญะอฺฟร บิน สุลัยมาน ฏ็อบอีย บัสรีย อาบูสุลัยมาน ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺ ระบุวาทานผูน้ี เปนนักปราชญ(111) ทานอิบนุ สะอัดไดกลาวถึงเขาผูน้ีวาเปนชีอะฮฺที่มีความสําคัญยิ่งคนหนึ่ง ทานอะหฺมดั บิน มกิ ดามไดกลาววา “เขาผูนี้เปนคนหัวรุนแรง” ทานอิบนุ อาดียไดกลาววา “ถึงเขาผู นี้จะเปนชีอะฮฺ แตฉันคิดวาเขามิไดมีความเสื่อมเสียอันใด ฮาดีษตาง ๆ ของเขาน้ันไมถูกถือวาเปน โมฆะ เขาคือ บุคคลท่ีฉันตองใหการยอมรับและยกยองฮาดีษของเขา” ทานอาบูฏอลิบไดกลาววา “ฉนั ไดยนิ ทานอะหฺมัดกลาววาญะอฺฟร บิน สุลัยมานผูน้ีไมมีความบกพรองใด ๆ” มีคนเคยกลาวแก ทานอะหฺมัดวา “แทจริงสุลัยมาน บิน ฮะร็อบกลาววา เขาจะไมบันทึกฮาดีษของบุคคลคนนี้” ดังน้ัน ทานอะหฺมัดจึงกลาววา “เขาไมควรเปนคนกีดกันทานผูน้ัน ถึงแมวาญะอฺฟรผูน้ีเปนชีอะฮฺ แตเขาก็

ไดเลาฮาดีษตาง ๆ ของทานอาลี” ทานอิบนุ มุอีนไดกลาววา “ฉันไดรับฟงคํากลาวของทานอับดุร เราะซักท่ีไดแถลงเก่ียวกับตัวของบุคคลผูน้ีวา “เขาอยูบนหลักการของมัซฮับของเขา” ฉันเคยได กลาวแกเขาวา “แลวบรรดาครูบาอาจารยของทาน (อับดุรเราะซัก) ทุกคนท่ีเปนนักปราชญฝายซุน นะฮฺ เชน มุอัมมัร อิบนุญะรีจญ เอาซาอีย, มาลิก, ซุฟยาน คนเหลานี้ เขาไดเอาความรูมาจากผูใด? ทานตอบวา “พวกเราไดเอามาจากญะอฺฟร บิน สุลัยมาน ฏ็อบอีย เพราะฉันเห็นวาเขาเปนคนท่ีมี เกียรติ มีบุคลิกที่เครงครัด ฉะน้ันมัซฮับเหลานี้จึงไดเอาวิชาการมาจากผูอยูในมัซฮับชีอะฮฺ” ฉันได กลาวตอไปอีกวา “แตทวามุฮัมมัด บิน อาบูบักร มุก็อดดะมียเขามีความเห็นตรงกันขาม” เขาได อธิบายวา “แทจริงญะอฺฟรนั้นเปนผูท่ีไดรับการตอตานจากอับดุรเราะซัก และดวยเหตุนี้เขาจึงได กลาววาส่ิงท่ีอับดุรเราะซักไดลบลางไปนั้นไมบังเกิดความเสียหายใด ๆ แกการเปนชีอะฮฺของญะอฺ ฟร” ทานอุกัยลียไดรายงานตามคําบอกเลาของสะฮล บิน อาบูฆอดูสะฮฺวา ฉันไดกลาวแกญะอฟร บิน สลุ ยั มานวา มคี นบอกใหฉ นั ทราบวา “ทานสบประมาทอาบูบักรและอุมัร” ทานไดตอบวา “การ สบประมาทนั้นเปนไปไมได แตทวาความรังเกียจน้ันทานเองก็อาจจะมีได” ทานซะฮะบียได กลาวถึงญะอฺฟรในหนังสือมีซานโดยไดอธิบายเพิ่มเติมวาเขาเปนนักปราชญชีอะฮฺท่ีมีความสมถะ ทีส่ ดุ ทานมสุ ลิมกไ็ ดยอมรบั วชิ าการของเขาผูนี้ไวในตําราศอฮี้ฮฺของทาน และไดบันทึกฮาดีษตาง ๆ ของเขาผูน ี้ไวม ากเปน พิเศษ ทานซะฮะบียยังไดช ี้แจงตอไปอกี ถงึ เรือ่ งท่ีเก่ยี วกับทา นญะอฺฟร ทา นไม อาจจะหลีกพนฮาดีษของทานผูนี้ในหนังสือศอฮี้ฮฺมุสลิมที่เปนรายงานมาจากษาบิต บะนานีย, ุอ ดีย บิน อุสมาน, อาบีอิมรอน ูนีย, ยาซีด บิน รอซัก, สะอีด ญะรีรีย ฯลฯ เขาผูน้ีซึ่งไดเลาฮาดีษท่ีริ วายะฮฺโดยยะซีด เราะซัก, มัฎร็อก จากอิมรอน บินฮุซัยน ไดกลาววา “ทานศาสนทูต (ศ) ไดแตงตั้ง ใหทานอาลี เปนผูปกครองของพวกเขาเหลาน้ัน” และฮาดีษท่ีวา “พวกทานประสงคส่ิงใดกับอาลี อาลีนั้นมาจากฉันและฉันก็มาจากเขาเชนกัน เขาคือผูปกครองของผูศรัทธาทุกคนหลังจากฉัน” รายงานฮาดีษน้ีโดยทานนะสาอียใ นหนังสือศอฮ้ีฮฺของทานและอิบนุ อาดียก็ไดอางคํากลาวนี้จากศอ ฮ้ีฮฺนะสาอียเ ชน กัน ทา นซะฮะบยี กไ็ ดสรุปเรื่องราวเหลาน้ีของทานญะอฺฟรในหนงั สอื อัลมีซาน ทาน ไดเสียชวี ิตในเดือนรอญับ ป ฮ.ศ. 178 ขอใหอลั ลอฮฺทรงเมตตาตอทานผูน ้ี (111) หนังสือมะอารฟิ หนา 206 17. ญามิอ บนิ อามีเราะฮฺ บิน ษะอลาบะฮ อัลกูฟย อัตตัยนีย ทานอาบูฮาติมไดกลาวถึงทาน ผนู ีไ้ วเ ชน เดียวกบั ตอนทา ยของบทที่อธิบายถงึ บคุ คลนีใ้ นหนังสือมซี านวาเขาเปน ชาวกูฟะฮฺทเ่ี ลาฮา ดีษไดดีย่ิง ซึ่งเปนฮาดีษท่ีมาจากชีอะฮฺ ทานอิบนุ ฮิบบาน ไดกลาวถึงทานผูนี้ไวเชนเดียวกันกับ

หนังสืออัลมีซานอีกวา “ทานผูน้ีเปนคนหัวรุนแรง” ทานอินลาอ บิน ศอลิอ ทานศอดาเกาะฮบิน มุซันนา ทานฮากิม บิน ุบัยรไดใหการยอมรับวาเขาผูน้ีเปนปรมาจารยของพวกเขา ในหนังสือ สุนันตาง ๆ นั้นก็มีรายงานฮาดีษของเขา ทานติรมีซียไดใหการยอมรับตอเขาผูน้ีดังท่ีทานซะฮะบีย ไดกลาวไวในหนังสืออัลมีซาน เขาเปนคนหน่ึงในบรรดาตาบีอีนเขาเคยไดพบกับทานอิบนุ อุมัร และทานหญิงอาอีชะฮฺ ในรายงานฮาดีษบทหนึ่งเขาไดรับการบอกเลามาจากทานอิบนุ อุมัร วา “แทจริงเขาเคยไดยินทานศาสนทูตกลาวแกทานอาลีวา “เจาเปนพ่ีนองของฉันท้ังในโลกน้ีและ ปรโลก” 18. ฮาริษ บิน หาศีเราะฮ อาบูนุอมาน อาซะดีย อัลกูฟย ทานอาบู ฮาติม อัรรอสีย ได กลาวถึงเขาผูน้ีวา “เปนชีอะฮฺที่มีความอิสระ” อาบู อะหฺมัด ซุบัยรียก็ไดกลาวถึงเขาผูน้ีอีกวา “เขา เปน ผูศรทั ธาท่เี ครง ครัด” ทา นอิบนุ อาดียก็ไดกลาวถึงเขาผูนี้วา “เขาไดบันทึกฮาดีษตาง ๆ ซ่ึงฉันไม เคยเห็นวาเขาเปนคนมีหลักฐานออนแอเขาเปนคนหนึ่งของบรรดาผูสํารวมในหมูชีอะฮฺแหงเมือง กูฟะฮฺ” ทานซานีจญไดกลาวอีกวา “ฉันเคยถามทานญะรีรวา ทานเคยเห็นฮาริษ บิน หาศีเราะฮ บาง หรอื ไม? ” ทานกลา ววา “ใชแลว ฉนั เห็นเขาเปน ผูอาวุโสท่ียง่ิ ใหญคนหนึ่ง เขาเปน ผมู ีความสงบเยอื ก เย็น เขาขวนขวายในกิจการท่ีมีเกียรติย่ิง” ทานยะหยา บิน มุอีนไดเคยกลาวถึงเขาผูนี้วา “เขาเปนคน สําคัญของเช้ือสายตระกูล” ทานนะสาอียก็ยังยอมรับในความสําคัญของเขาผูนี้ ทานเษารียก็ไดรับ วิชาการมาจากเขาเชนเดียวกันกับมาลิก บิน มะฆูลทานอับดุลลอฮฺ บิน นุมัยร และกลุมนักปราชญ อีกสวนหนึ่งของบุคคลเหลานี้ ซึ่งเขาผูน้ีไดเปนปรมาจารยที่สําคัญของพวกเขาเหลานั้น ทานซะฮะ บียไดอธิบายถึงเขาผูนี้ในหนังสืออัลมีซาน ทานไดอธิบายไปเหมือนกับที่เราไดอางมาแลวนี้ทุก ประการ ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของเขาผูนี้ไดในหนังสือสุนันตาง ๆ ซ่ึงเปนฮาดีษท่ีเลาโดยซัยด บิน วะฮับและอิกรอมะฮฺ และนักปราชญคนอื่น ๆ ในกลุมของสองทานนี้ ทานนะสาอียก็ไดบันทึก ฮาดีษของทานผูนี้มาจากกระแสรายงานของ อิบาตร บินยะกูบ ซ่ึงไดรับชวงรายงานมาจาก อับ ดุลลอฮฺ บิน อับดุลมาลิก มัสอูดียซ่ึงไดรับรายงานโดยตรงมาจากทานฮาริษ บิน หาศีเราะฮ จากทาน ซัยด บิน วะฮบั ซ่งึ ไดกลาววา “ฉนั ไดยินทานอาลี ไดกลาววาฉันเปนบาวของอัลลอฮฺ เปนพี่นองของ ทานศาสนทูต ไมมีใครสามารถกลาวคํานี้ไดอีกแลวหลังจากฉัน นอกจากคนเท็จ” และรายงานของ ทานฮารษิ บิน หาศีเราะฮ จากอาบีดาวูด สะบีอีย ซึ่งไดรับรายงานมาจากอิมรอน บิน ฮุศัยนไดกลาว วา “ฉันเคยไดน่ังอยูรวมกับทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทาน และแดบรรดาลูกหลานของทาน) กลาววา ไมมีใครรักเจานอกจากผูศรัทธา ไมมีใครโกรธเจา

นอกจากผูกลับกลอก จนกระท่ังถึงวันกียามัต” รายงานฮาดีษน้ีโดยนักฮาดีษจํานวนมากเชนมุฮัมมัด บิน กะษีร เปนตนซึ่งไดรับรายงานมาจากฮาริษ บิน หาศีเราะฮท้ังส้ิน ใน “อัษนาอ สะดีย” ได กลาวถงึ ฮารษิ บิน หาศีเราะฮวา “เขาเปน คนซื่อสัตย แตท วา เขาเปนคนหวั รนุ แรง” 19. ฮาริษ บิน อับดุลลอฮฺ ฮัมดานียเปนผูใกลชิดคนหน่ึงของทานอามีรุลมุมีนีน โดยเฉพาะ บุคคลผูนี้เปนตาบิอีนท่ีอาวุโสคนหน่ึง กิจการตาง ๆ ของเขาอยูกับฝายชีอะฮฺมาโดยตลอด เขาเปน บุคคลแรกของกลุมที่อิบนุ กุตัยบะฮไดระบุวาเปนนักปราชญชีอะฮฺในหนังสือมะอาริฟ ทานซะฮะ บียไดกลาวถึงเขาผูนี้ไวในหนังสือมีซานวา “เปนท่ียอมรับกันวา แทจริงเขาผูนี้เปนนักปราชญแหง ตาบิอีนท่ีอาวุโสที่สุด” หลังจากน้ันทานไดอางคํากลาวของทานอิบนุ ฮิบบานที่วา “เขาเปน นักปราชญท่ีเชี่ยวชาญของฝายชีอะฮฺ” ฉะน้ันเขาจึงไดรับขอหาจากประชาชนดวยสาเหตุหลาย ประการแตในขณะเดียวกัน พวกเขาเหลานั้นก็ยังไดใหการยอมรับวาบุคคลผูนี้เปนนักปราชญ เปน นักวิชาการ เปนคนที่มีทัศนะท่ีมั่นคงกับความรูเปนอยางยิ่ง และเปนท่ีรูกันโดยทั่วไปวา แทจริงฮา ดีษของฮารีษมีบันทึกอยูในตําราสุนันท้ัง 4 มัซฮับและทานไดอธิบายวา แทจริงถึงแมวาทานนะสา อียจะเปนผทู พ่ี ถิ พี ิถนั ในตัวของนักปราชญก็ตาม แตเ ขายังใหการยอมรับตอ ฮาริษอยา งมัน่ คง ทานฮา รษิ ไดเสยี ชวี ติ ในป ฮ.ศ. 65 (ขอใหอ ลั ลอฮฺ ผทู รงสูงสุดไดมเี มตตาตอเขา) 20. ฮะบีบ บิน อาบีสาบิด อัล-อะสะดีย กาฮิลีย อัลกูฟย ตาบิอีย นักปราชญทั้งหลายตาง ๆ ไดยืนยันเชนเดียวกันกับทานอิบนุกุตัยบะฮฺ ในหนังสือมะอาริฟวา เขาผูนี้คือนักปราชญชีอะฮฺ ทาน ซะฮะบียไดกลาวถึงเขาผูนี้วา “เจาของตําราศอฮ้ีฮฺทั้ง 6 เลม ตางก็ไดใหการยอมรับตอช่ือของบุคคล คนนี”้ โดยทานไดก ลา วเพิ่มเตมิ อกี วา “บุคคลตาง ๆ ในหมูนักปราชญของตําราศอฮ้ีฮฺท้ังหลายไดให การยอมรับตอเขาผูน้ีทุกคน” ทานไดกลาวอีกวา “ยะหยา บิน มุอีน และกลุมนักปราชญของเขาได ใหการยอมรับตอบุคคลผูนี้” ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของบุคคลนี้ไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺบุคอรีและ ศอฮ้ีฮฺมุสลิม โดยรายงานฮาดีษท่ีมาจากซะอีด บิน ุบัยร และอาบูวาอิล สําหรับฮาดีษของเขาท่ีมา จากรายงานของซัยด บิน วาฮับนั้นมีเฉพาะแตเพียงในศอฮี้ฮฺบุคอรีเทานั้น สําหรับฮาดีษของเขาที่อยู ในศอฮี้ฮฺมุสลิมนั้น คือฮาดีษที่รายงานมาจากมุฮัมมัด บิน อาลี ลิน อับดุลลอฮฺ บิน อับบาส และจา กฎอวูส ฎิหากมัชรอกีย, อาบี อับบาส บิน ชากิร, อาบี มินฮาล, อับดุรเราะมาน, อาฎออ บิน ยะซาร, และอิบรอฮีม บิน สะอัด บิน อาบี กอศ และมุญาฮิดทานไดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 119 (ขออัลลอฮฺ ประทานความเมตตาตอเขา)

21. ฮาซนั บิน หยั หมายถงึ หัย ศอลหิ  บนิ ศอลิห ฮัมดานีย เปนนอ งชายของอาลี ท้ังสองคน นี้เปน นกั ปราชญชีอะฮฺ เขาเปนลกู ฝาแฝดคือ อาลีน้ันไดเกิดกอนเขาประมาณหนึ่งชั่วโมง ทานซะฮะ บียไดกลาวถึงบุคคลท้ังสองในหนังสือมีซานวา เขาเปนนักปราชญชีอะฮฺที่มีความคิดกาวหนา เขามี ทัศนะที่เปนกบฏตอผูปกครองที่ไมเปนธรรม และไดกลาวถึงเขาอีกวา “แทจริงบุคคลผูนี้ไมให เกียรติตออุสมาน” ทานอิบนุสะอัดไดกลาวถึงบุคคลนี้ในุซอฺท่ี 6 ของหนังสือฎอบากอต วา “เขา เปนนักรายงานฮาดีษศอฮ้ีฮฺจํานวนมากท่ีมีความสําคัญคนหน่ึงและเขาเปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานอิ มาม อิบนุ กุตัยบะฮฺไดกลาวถึงเขาผูนี้ในหนังสือมะอาริฟ วา “เขาเปนคนเครงครัดตอการเปนชีอะฮฺ ของเขา ทานมุสลิมและนักปราชญเจาของตําราสุนันไดใหการยอมรับตอเขา” ทานไมอาจหลีกพน ฮาดีษของบุคคลน้ีไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺมุสลิม จากทุก ๆ ฮาดีษท่ีรายงานโดยสิ-มาก บิน ฮะร็อบ, อิส มาอีล, สุดีย, อาศิม, อะหวัล, และฮารูน บิน สะอัด นอกจากนี้เขายังเปนที่ยอมรับของอาบู ดุลลอฮฺ บิน มูซา อะบะซีย, ยะหยา บิน อาดัม ฯลฯ ทานซะฮะบียไดอางไวในหนังสือมีซานวา แทจริงอิบนุ มุอีนและคนอื่น ๆ ไดใหการยอมรับในความสําคัญของเขาผูน้ี ทานซะฮะบียไดกลาวอีกวา “แทจริง อาบูฮาติมไดกลาววาบุคคลผูนี้เปนคนสําคัญมาก เปนคนมีความจําสูง เปนคนมีความสํารวมตนย่ิง” ทานอาบูซรุ อฺ ะฮฺ ไดกลา ววา “ความสาํ รวมตน ความเปนนักปราชญ ความเปนผูเ คารพภกั ดีและความ สมถะนั้น มีรวมอยูในบุคคลผูน้ี” แทจริงทานนะสาอียก็ไดใหความสําคัญอยางยิ่งตอเขาและอาบู นาอีมไดกลาววา “ฉันไดบันทึกฮาดีษจากเขาผูนี้ 800 ฮาดีษ ฉันไมเคยเห็นใครมีคุณสมบัติที่สูงสง มากไปกวาฮาซัน บนิ ศอลิห” ทานเกดิ เมอ่ื ป ฮ.ศ. 100 และ เสยี ชีวติ ในป ฮ.ศ. 169 22. ฮากมี อุตัยบะฮฺ อลั กูฟย ทานอบิ นุ กตุ ยั บะฮฺไดยืนยันไวใ นหนังสือมะอารฟิ วา บคุ คลผนู ้ี เปน ชีอะฮฺ ทานบุคอรี และมสุ ลิมไดใ หการยอมรับตอเขาผูนี้ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของบุคคลผูน้ี ไดใ นหนงั สือศอฮี้ฮฺทั้งสอง ซึ่งฮาดีษตาง ๆ ที่รายงานมาจากอาบี ญะฮีฟะฮ อิบรอฮีม นัฆอีย มุญาฮิด และ ซะอีด บิน ุบัยร สําหรับในศอฮ้ีฮฺมุสลิมนั้นยังมีฮาดีษของเขาที่รายงานมาจากอับดุรเราะมาน บิน อาบูลยั ลา, กอสิม บนิ มุคยั มาเราะฮฺ, อาบศู อลหิ  ฯลฯ และทร่ี ายงานโดยเฉพาะอยูในศอฮี้ฮฺบุคอรี น้ันคือฮาดีษท่ีมาจากอับดุลมาลิก บิน อาบีฆอนียะฮฺ ทานผูน้ีไดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 115 โดยมีอายุ 65 ป 23. ฮัมมาด บิน อีซา อัลุฮนีย ฆอรีก ุหฟะฮฺ ทานอาบูอาลีไดกลาวถึงบุคคลน้ีในหนังสือ มนุ ตะฮามะกอลและทานหาซัน บิน อาลี บิน ดาวูด ไดก ลา วถึงบุคคลผูน้ีโดยยอในหนังสือ “แนะนํา

บุคคล” ของทาน ตางระบุวาเขาผูนี้เปนนักปราชญชีอะฮฺ เขามีศัตรูเปนจํานวนมากท่ีแข็งแกรง เขา เปน คนหนึ่งในบรรดาพรรคพวกของอมิ ามอลั ฮุดา (อาลยั ฮมิ สุ ลาม) เขาไดร ับฟง ฮาดีษที่มาจากอิมาม ศอดกิ (อาลยั ฮิสลาม) โดยตรง 70 ฮาดษี แตเขามิไดถายทอดมากไปกวา 20 ฮาดีษ พรรคพวกของเรา ไดบันทึกรายงานท่ีเกี่ยวกับบุคคลผูนี้วา คร้ังหน่ึงเขาไดเขาไปหาทานอาบู ฮาซัน กาซิม (อาลัยฮิ สลาม) แลว ไดกลาววา “ฉันขอใหท านไดกระทําส่ิงหนงึ่ ใหแกฉัน ทานโปรดไดข อวิงวอนจากอัลลอ ฮฺใหแกฉันดวยเถิดวาใหพระองคไดประทานเคร่ืองยังชีพ ภรรยา, บุตร, คนรับใชและโอกาสไปทํา ฮัจญในทุก ๆ ป” ทานอิมาม (อาลัยฮิสลาม) ไดกลาววา “โออัลลอฮฺ ขอประทานความจําเริญแดมุฮัม มัด และลูกหลานของมุฮัมมัดขอพระองคไดทรงโปรดปรานใหบุคคลผูนี้มีบาน มีภรรยา, มีบุตร, มี คนรับใชแ ละมโี อกาสไดทําฮัจญ 50 ป” ทานฮัมมาดไดกลาววา ทานไดทําฮัจญมีบาน, ภรรยา, บุตร, คนใชครบครัน ปรากฏวาทา นฮัมมาดไดเ สยี ชวี ิตในป ฮ.ศ. 209 ภมู ลิ ําเนาเดิมของเขาอยูท่ีเมืองกูฟะฮฺ และไดอพยพมาต้งั ถิน่ ฐานอยทู ี่เมืองบัศเราะฮฺและไดใชชีวิตอยูที่นั่นเปนเวลาถึง 70 ป ทานซะฮะบีย ไดกลาววา “ช่ือของบุคคลผูน้ีไดเปนที่ยอมรับของนักปราชญฝายซุนนะฮฺ” และกลาววา “เขาได เสียชีวิตดวยสาเหตุจมนํ้า ในป ฮ.ศ. 208” การเปนชีอะฮฺของเขาไดทําใหเขาถูกโจมตีวาออนแอ แต แลว เขากย็ งั ยอมรบั รายงานของบุคคลนี้ไวในตําราของเขา (นักปราชญเหลานั้นเขาทํางานกันอยางน้ี แหละ)... 24. ฮุมรอน บิน อะอฺยุน และ คูซิรอเราะฮฺ เขาทั้งสองเปนนักปราชญท่ีสําคัญของฝายชีอะฮฺ เปนผูรวมรวมรักษาบทบัญญัติตาง ๆ แหงวิชาการของลูกหลานศาสดามุฮัมมัด เขาทั้งสองเปนดวง ประทีปของสายธาร เปนนักปราชญของแนวทางท่ีข้ึนตรงตอบรรดาอิมาม ผูทรงคุณธรรมผูมีความ สัตยจริง เขาทั้งสองอยูกับหลักการของบรรดาอิมามท่ีมาจากลูกหลานของศาสดามุฮัมมัด (ขออัลลอ ฮฺทรงประทานความจําเรญิ ใหแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) อันสูงสงสําหรับฮุมรอนน้ัน ทานซะฮะบียไดกลาวถึงเขาวา ชื่อของบุคคลนี้เปนท่ียอมรับของบรรดานักปราชญ เจาของตํารา สุนันท้ังหลาย ทานอาบูฮาติมไดยกยองบุคคลนี้วา เปนอาจารยผูอาวุโส ทานอาบูอาวูด ไดกลาวถึง บคุ คลนี้วาเปนคนทีม่ ีความเขมแขง็ เฉียบขาด. 25. คอลิด บิน มุค็อลลิด ก็อฎวานีย อาบูฮัยษัม กูฟย เปนอาจารยคนหนึ่งของทานบุคอรี สําหรับในหนงั สอื ศอฮ้ฮี ฺ ทานอิบนุ สะอดั ไดก ลาวถึงเขาในหมวดที่ 6 ของ หนังสือ ฎอบากอต หนา 283 วาบุคคลผูน้ีเปนชีอะฮฺ เขาไดเสียชีวิตท่ีเมืองกูฟะฮฺ ในกลางเดือนมุฮัรร็อม ป ฮ.ศ. 213 ในสมัย ของคอลีฟะฮฺมะมูนและปรากฏวาเขาเปนชีอะฮฺที่ถูกโจมตีอยางมากมาย แตก็ยังมีนักปราชญบันทึก

รายงานฮาดีษของเขา ทานอาบู ดาวูดไดกลาวถึงเขาผูนี้วา เขาเปนคนท่ีมีความซื่อสัตยแตเขาเปน ชีอะฮฺ ทานเญาซญานียไดกลาววา “เขาเปนคนที่ถูกประณามอยางหนัก เพราะมัซฮับของเขา” ทาน ซะฮะบียไดกลาวถึงเขาผูนี้ในหนังสือมีซาน โดยอางคํากลาวของอาบูดาวูดและทานเญาซญานีย ตามท่ีเราไดกลาวไปแลว ทานบุคอรีและมุสลิมไดยอมรับฮาดีษของบุคคลผูนี้ไวในศอฮ้ีฮฺของทาน ท้ังสอง ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของทานผูนี้ไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺบุคอรี ซ่ึงรายงานฮาดีษท่ีมาจาก มุฆีเราะฮฺ บินอับดุรเราะมาน และฮาดีษของเขายังมีรายงานอยูในศอฮี้ฮฺมุสลิม โดยทุก ๆ ฮาดีษท่ีมา จากมุฮัมมัด บิน อาบูกาษีรฺ, มาลิก บิน อะนัส, มุฮัมมัด บิน มูซา ทานบุคอรีไดรายงานฮาดีษของ บุคคลผนู ไี้ วไมน อยกวาครง่ึ หนึ่งของฮาดีษทัง้ หมดที่เปนรายงานของมุฮัมมัด บิน อุสมาน บิน กะรอ มะฮฺ บรรดานักปราชญซนุ นะฮทฺ ั้งหมดตางก็ใหการยอมรับตอฮาดีษของบุคคลผูน้ี ทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็ รูดีวาบคุ คลผนู อ้ี ยใู นมัซฮับชอี ะฮฺ 26. ดาวูด บิน อาบีเอาฟ อาบู หิญาฟ ทานอิบนุ อาดีย ไดกลาวถึงบุคคลผูนี้วา ไมใชเปน เพราะวา “บุคคลผูน้ีอยูกับฉันแลวจึงมีคนยอมรับเขา แตชีอะฮฺท่ัว ๆ ไปตางก็รูดีวา บุคคลผูนี้ยกยอง ในเกียรติยศของอะหฺลุลบัยตฺ” เปนท่ีนาแปลกอยูอยางหน่ึงก็คือทานอาบูดาวูด (เจาของตําราสุนัน) เคยกลาวในทํานองใสรายตอบุคคลผูน้ี แตแลวเขากลับตองยอมถึงนักปราชญคนอื่น ๆ ของคนกลุม นี้ ทา นอาบดู าวูดและทา นนะสาอยี ต ลอดจนถึงทา นอะหมฺ ัด ทา นยะหยาตา งไดใ หการยอมรับและได ใหความสําคัญกับฮาดีษท่ีมาจากรายงานของบุคคลผูน้ี ทานนะสาอียไดกลาววา “บุคคลผูนี้ไมมี ความบกพรองใด ๆ” ทา นอาบฮู าติมไดก ลาววา “เขาเปนนักรายงานฮาดีษท่ีดีที่สุด” ทานซะฮะบียได กลา วถงึ บคุ คลผนู ้ใี นหนงั สือมซี านโดยอา งคํากลา วของบคุ คลทง้ั หมดนด้ี งั ที่ไดกลาวไปแลว ทานไม อาจหลีกพนจากฮาดีษของเขาไดในสุนันอาบูดาวูดและนะสาอียจากรายงานของอาบู ฮาซิม อัชญะ อียแ ละอิกรอมะฮฺ 27. ซบุ ัยด บนิ ฮาริษ บิน อับดลุ การีม อัลกูฟย อาบูอับดุรเราะมาน ทานซะฮะบียไดกลาวถึง บุคคลผูน้ีในหนังสือมีซานวา “เขาเปนตาบิอีนที่มีความสําคัญยิ่งคนหน่ึงในฝายชีอะฮฺ” เขาเปนท่ี ยอมรับของบรรดานักปราชญศอฮี้ฮฺและเจาของตําราสุนันท้ังหลาย ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของ ซุบัยดไ ดใ นหนงั สอื ศอฮ้ฮี บฺ คุ อรีและมุสลิม จากฮาดษี ตา ง ๆ ทร่ี ายงานมาจากอาบูวาอิล ชุอบีย อิบรอ ฮมี นกั อียแ ละซะอดั บนิ อาบีย อบุ ยั ดะฮฺ สําหรบั ฮาดษี ของเขาทมี่ รี ายงานโดยมะยาอิดนนั้ มีแตใ นศอ ฮี้ฮฺบุคอรี สวนฮาดีษของเขาที่มีจากรายงานของมุรเราะฮฺ ฮัมดานียและมะอาริฟ บิน ดิษาร อัมมา

เราะฮฺ บิน อุมัยร และอิบรอฮีม อัตตัยมียนั้นมีเฉพาะแตในศอฮี้ฮฺมุสลิม ทานซุบัยตไดเสียชีวิตใน ฮ. ศ. 124 (ขออัลลอฮปฺ ระทานความเมตตาแกเ ขา) 28. ซัยด บิน ฮับบาบ อาบูฮาซัน อัลกูฟย ตะมัยนีย ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺไดระบุวาบุคคลผูน้ี เปนชีอะฮฺ (หนังสือมะอาริฟ) ทานซะฮะบียไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีในหนังสือมีซานวาอาบิดไดให เกียรติตอความสําคัญในดานความซื่อสัตยของบุคคลผูน้ี ทานอิบนุ มุอีน อิบนุ มะดีนียตางก็ไดให การยอมรับตอเขา โดยอางคํากลาววา “ทานผูนี้เปนที่เช่ือถือของนักปราชญทุกคน เชน อาบูฮาติม และทานอะหมัด” และไดอางตอไปวาทานอิบนุ อาดียไดกลาววา “บุคคลผูน้ีเปนชาวกุฟะฮ ท่ีมี ชื่อเสียงดีมาก ไมมีใครสงสัยในความซ่ือสัตยของเขา” ทานไดกลาวอีกวา “ทานมุสลิมไดใหการ ยอมรับตอบุคคลผูน้ี” ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของบุคคลผูน้ีไดในศอฮ้ีฮฺมุสลิมซึ่งเปนรายงานที่มา จากมอุ าวียะฮฺ บิน ศอลหิ , ฎิหาก บิน อุสมาน, กุดเราะฮฺ บินฆอลิบ, อิบรอฮีม บิน ชาฟอ, ยะหยา บิน อยั ยูบ, ซัยฟ บิน สุลยั มาน ฯลฯ 29. สาลิม บิน อาบี ญอดิ อัชยาอีย อัลกูฟย เขาเปนพี่ชายของอะบีด, ซิยาด, อิมรอน, และ มุสลิม บานูอาบีุอดิ ทานอิบนุ สะอัด ไดกลาวถึงบุคคลเหลาน้ีท้ังหมด ในุซอฺที่ 6 ของหนังสือ ฎอบากอต หนา 2303 บรรดานักปราชญท้ังหลายไดยืนยันวา “สาลิม บิน อาบีุอดีย ผูนี้เปน นกั ปราชญฝ ายชอี ะฮ”ฺ ทานอิบนุ กุตัยบะฮกฺ ไ็ ดระบุถงึ ช่ือของบคุ คลผูนใ้ี นหนังสือมะอาริฟเชนกันวา “เขาเปนนักปราชญข องฝายชีอะฮ”ฺ ทานซะฮะบียไดกลาวถึงบุคคลนี้ไวในหนังสือมีซานของทานวา “เปนคนสําคัญยิ่งคนหน่ึงของนักปราชญแหงยุคตาบิอีน” และไดกลาวถึงตอไปอีกวา “ฮาดีษของ บุคคลผนู ี้ คือรายงานตาง ๆ ท่มี าจากทานนุอมาน บิน บะชีร และจากทานญาบิรเปนฮาดีษที่มีบันทึก อยูในตําราศอฮี้ฮฺทั้งสองเชนกัน” ทานซะฮะบียไดกลาวตอไปอีกวา มีฮาดีษ ท่ีเลาโดยบุคคลผูนี้จาก รายงานของอบั ดลุ ลอฮบฺ นิ อุมัร และอบิ นุ อุมัรซึ่งมบี นั ทึกอยใู นหนังสือบคุ อรี และในบันทึกของศอ ฮี้ฮฺบุคอรีนั้น รายงานของอุมมุดัรดาอก็เปนฮาดีษท่ีเลาโดยบุคคลผูนี้ และท่ีมีบันทึกอยูในศอฮ้ีฮฺ มุสลิมโดยฮาดีษของบุคคลผูน้ีก็คือรายงานตาง ๆ ที่มาจากมิอดาน บิน อาบีฏ็อลฮะฮฺกับบิดา และฮา ดีษของบุคคลผูน้ียังปรากฏอยูในบันทึกของสุนัน นะสาอีย และสุนัน อาบูอาวูดอีกดวยทานได เสียชีวิตประมาณป ฮ.ศ. 97 หรือ 98 ในสมัยของสุลัยมาน บินอับดุลมาลิก บางทานก็วาไดเสียชีวิต ในป ฮ.ศ. 100 หรอื ประมาณ 101 ในสมัยของอมุ รั บนิ อับดลุ อะซีซ วัลลอฮฮฺ อุ าลมั 30. สาลิม บิน อาบูหัฟเศาะฮฺ อัจญลีย อัลกูฟย ชะฮรุสตานีย ไดระบุถึงบุคคลผูน้ีในหนังสือ มะฮลัลและนะฮฮัล วา “เปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานซะฮะบียไดกลาวถึงบุคคลผูนี้โดยอางถึงถอยคํา

จากบรรดานักปราชญทั้งหลายไวมากมาย และทานอิบนุ สะอัดก็ไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีไวเชนกันใน หนา 234 ุซอฺท่ี 6 หนังสือเฎาะบากอตโดยอางวา “เขาเปนนักปราชญชีอะฮฺที่เขมแข็งและหัว รนุ แรงมาก” ทา นซะฮะบยี ไดกลาวในหนงั สือมซี านวา “บุคคลผนู ี้เปน หวั หนาของพวกตาํ หนิตเิ ตยี น อาบบู ักรและทา นอุมรั คนหนงึ่ พรอ ม ๆ กนั นัน้ ทานซฟุ ยาน และทานมุฮัมมดั บนิ ฟะฏีล ก็ไดใหการ ยอมรบั ตอ เขา ทานติรมซี ียก็ยงั ไดรบั หลักฐานตาง ๆ จากบุคคลผูนี้มาบันทึกไวในหนังสือศอฮี้ฮฺของ ทา น และทานอบิ นุ มอุ ีนก็ไดใ หค วามสําคัญกับบุคคลผนู ี้” ทา นไดเสยี ชวี ติ ในป ฮ.ศ. 137 31. สะอดั บนิ ฏอรฟี อลั -อัสกาฟ ทานซะฮะบียไ ดก ลา วถึงบุคคลผนู ี้วา “เปนแหลงนําฮาดีษ ของบรรดานักปราชญฝายซุนนะฮฺ” ทานฟลลาสไดอางวา “การเปนชีอะฮฺของบุคคลผูนี้ไมอาจกีด ขวางการยอมรับของทานติรมิซียและทานอื่น ๆ ตอเขาได” ฉะน้ันทานจึงไมอาจหลีกพนฮาดีษของ บุคคลนี้ในหนังสือศอฮี้ฮฺติรมีซียซ่ึงเปนรายงานท่ีมาจากอิกรอมะฮฺและอาบูวาอิล อัสบัฆฺ บินนะบา ตะฮฺ และอมิ รอน บิน ฎอ็ ลฮะฮฺ อะมรี บนิ มะมูน 32. สะอีด บิน อัชวะอฺ ทานซะฮะบียไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีในหนังสือมีซานของทานวา “สะ อดี บนิ อัชวะอฺ เปนผพู ิพากษาคนหนึง่ ประจําเมืองกฟู ะฮผฺ ูมคี วามซื่อสัตยที่มีชื่อเสียง” ทานนะสาอีย ไดกลาววา “บุคคลผูน้ีไมมีปญหา ใด ๆ เลยและบุคคลผูนี้คือสะอีด บิน อุมัร อัชวะอฺ ผูซ่ึงเปน นักปราชญของประชาชน” ทานเญาซ ญานีย ไดกลาววา “เขาเปนผูมีความปราดเปร่ืองหลักแหลม เปนผูทรงคุณวุฒิของนักปราชญชีอะฮฺ ทานบุคอรีและมุสลิมไดรับหลักฐานตาง ๆ ของบุคคลผูนี้มา บันทึกไวใน ศอฮ้ีฮฺทั้งสองเลม” ฮาดีษของบุคคลผูนี้คือ รายงานที่รับรองมาจากชุอบีย จากซะการียา บิน อุบี ซาอิดะฮฺ จากคอลิค ฮัซซาอฺ ซึ่งเปนนักริวายัตที่มีอยูทั้งในบุคอรีและมุสลิม ทานผูนี้ได เสยี ชวี ิตในสมยั ของคอลดิ บิน อับดุลลอฮฺ 33. สะอดี บิน คยั ษัม ฮิลาลีย ทานอิบรอฮีม บิน อับดุลลอฮฺ ไดกลาววา “มีผูถามทานยะหยา บิน มุอีน วาแทจริงสะอีด บิน คัยซัมผูเปนนักปราชญชีอะฮฺ ทัศนะของทานท่ีมีตอเขาผูน้ีวาอยางไร บาง” ทานกลาววา “เขาคงจะเปนชีอะฮฺ เพราะเขาเปนคนเขมแข็ง” ทานซะฮะบียไดกลาวถึงบุคคลผู นี้ในหนังสือมีซานวา “ช่ือของทานสะอีดไดเปนท่ียอมรับของติรมีซียและนะสาอียโดยไดช้ีใหเห็น วา แทจ รงิ บุคคลท้ังสองไดน ําหลักฐานตา ง ๆ มาจากเขาผนู ้มี าบนั ทึกไวใ นศอฮฮ้ี ขฺ องเขาทง้ั สอง” 34. สะลามะฮฺ บิน ฟฎ ล อับรอ็ ช หนงั สอื มีซานไดร ะบุวา “ทา นผูน เี้ ปนนักปราชญฝายชีอะฮฺ แตเขามิไดมีขอตําหนิใด ๆ บรรดานักวิชาการท้ังหลายไมอาจท่ีจะเอาชนะดวยการกลาวรายตอ

บุคคลผูนี้ได” “ความผิดในสายตาของคนท้ังหลายเก่ียวกับคนผูนี้ก็คือ การที่เขาอยูกับฝายชีอะฮฺ อะหลลิ บัยตฺเทานัน้ ” ทา นซะฮะบยี ไดกลาวถึงบุคคลนี้ในหนังสือมีซานของทานวา “ทานอาบู ดาวูด และทานติรมีซียไดใหความสําคัญเปนพิเศษกับช่ือของบุคคลนี้ โดยไดชี้ใหเห็นวาทานทั้งสองไดมี ความผูกพันอยางแนนแฟนตอบุคคลผูนี้ และคนทั้งสองไดเสนอหลักฐานฮาดีษตาง ๆ มาบันทึกซ่ึง เปนฮาดีษที่รายงานมาจากเขาผูนี้” ทานซะฮะบียไดกลาวสรุปวา “บุคคลผูน้ีเปนคนที่เครงครัดใน การนมาซ และนอบนอ มเปน อยางสงู ” ทานไดเสยี ชีวิตในป ฮ.ศ. 191 35. สะละมะฮ บิน กุฮัยล บิน ฮุซัยน บิน กาบิดห บิน อาสัด ฮัฎรอมีย บรรดานักปราชญ ท้ังหลายตางไดยอมรับกันวา บุคคลผูน้ีเปนนักปราชญชีอะฮฺ เชนเดียวกับท่ีทานอิบนุ กุตัยบะฮฺได กลาวไวในหนังสือมะลัลฯ แนนอนย่ิงหลักฐานตาง ๆ ของบุคคลผูน้ีไดเปนที่ยอมรับของบรรดา นักปราชญฝายตําราศอฮี้ฮฺทั้ง 6 เลม โดยเฉพาะอยางย่ิงในบุคอรีและมุสลิม ท่ีเปนรายงานของอาบู ญาฮีฟะฮฺ สุวัยด บินฆ็อฟละฮ, ชุอบีย และอะฎออฺบิน อาบูริบาห เฉพาะสําหรับในบุคอรีน้ันมีใน รายงานของทานุนดุบบิน อับดุลลอฮฺดวยนอกจากน้ีก็ยังมีรายงานของบุคคลดังตอไปน้ี ซึ่งมี บันทึกอยูใน ศอฮี้ฮฺมุสลิม เชน ซัร บิน อับดุลลอฮฺ บากิร บิน อะชัร, ซัยด บิน กะอับ, สาอีด บิน ูบัยร, อาบสู ะละมะฮ บินอบั ดุลเราะมาน, มุอาวียะฮ บิน สุวัยด, ฯลฯ ทานผูน้ีไดเสียชีวิตในวันอาชู รออฺ ป ฮ.ศ. 121 36. สุลัยมาน บิน ศ็อรด ค็อซซาอีย อัลกูฟย เปนนักปราชญใหญของชีอะฮฺสําหรับประเทศ อิรัคในสมัยนั้น ทานเปนผูนําและนักปราชญระดับสูงท่ีบานเมืองของทานเปนที่ชุมนุมของเหลา บรรดานักปราชญเพ่ือเรียนรูเรื่องราวของทานอิมาม ฮุเซน (อาลัยฮิสลาม) บุคคลผูนี้ไดถูกทหาร ของมัรวาน บิน ฮากิมจํานวนหนึ่งบุกสังหารอยางทารุน เม่ือทานมีอายุได 93 ป ทหารไดนําศีรษะ ของเขาไปมอบแกมัรวาน บิน ฮากิมทานสุลัยมานผูนี้ในสายตาของคนท่ีไมใชเปนศัตรูของอะหฺ ลุลบัยตฺแลวก็จะเปนท่ียอมรับของบรรดานักฮาดีษท้ังหลาย เพราะฮาดีษที่เลาโดยทานผูนี้ลวนแต เปนฮาดีษท่ีมาจากทานศาสนทูต โดยมิไดอางสื่อกลาง ทานุบัยค บิน มัรอัม ก็ไดนํามาบันทึกไว ในหนังสือศอฮี้ฮฺบุคอรีและมุสลิม และนอกจากนี้เจาของตําราศอฮี้ฮฺทั้งสองก็ยังไดศึกษาริวายะฮฺฮา ดีษของทานสุลัยมานซึ่งมาจากทานอาบู อิสหาก ซะบีอีย และอาดีย บิน ซาบิร แตในหนังสือศอฮี้ฮฺ ท้ังสองนั้นกลับไมไดบันทึกฮาดีษตาง ๆ ที่ทานสุลัยมานเลาถึงเร่ืองของอิมาม อามีรุล-มุมนีน และ ทา นอมิ ามฮาซนั

37. สุลยั มาน บิน ฏ็อรคอน อัตตัยมีย อัล-บัศรีย ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺไดระบุไวในหนังสือมะ อาริฟวา ทานสุลัยมานผูนี้เปนนักปราชญชีอะฮฺที่บรรดานักปราชญศอฮ้ีฮฺของตําราทั้ง 6 ตางไดให การยอมรับตอหลักฐานของเขา ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของบุคคลผูน้ีได ไมวาในตําราศอฮี้ฮฺเลม ใดท่ีเปนรายงานฮาดีษมาจากทานอานัส บิน มาลิก ทานอาบูมาญาซทานบากิร บิน อับดุลลอฮฺทาน กอตาดะฮฺและทานอาบู อุสมาน อันนะดีย เฉพาะที่มีบันทึกอยูในศอฮ้ีฮฺมุสลิมนั้นมีเปนจํานวนมาก ทานผูน้ีไดเสียชวี ติ ในป ฮ.ศ. 143 38. สุลัยมาน บิน เกาะร็อม บิน มุอาซ อาบูดาวูด ฏ็อบบีย อัลกูฟย ทานอิบนุ ฮิบบานได กลา วถงึ บุคคลผูนเ้ี ชน เดียวกันกับทมี่ ีกลาวไวในหนังสือมีซานวา “เขาผูน้ีเปนนักปราชญหัวรุนแรง” และพรอ ม ๆ กันน้นั ก็ยงั ไดเ ปนที่ยอมรับนับถอื ของทานอะหมัด บนิ ฮนั บัลอกี ดวย ทานอิบนุอาดียก ไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีในทํานองเดียวกันกับที่มีกลาวไวในหนังสือมีซานเชนกันวา “สุลัยมาน บิน เกาะร็อมนั้น ฮาดีษตาง ๆ ของเขาลวนดีมาก ฮาดีษของคนผูน้ีดีกวาของสุลัยมาน บิน อัรก็อม มากมาย” เขาไดก ลาวตอไปวา “ฮาดีษของบุคคลผูนี้ ทุก ๆ บทลว นไดรบั การบนั ทึกไวโดยมุสลิมนะ สาฮีย ติรมีซีย และอาบูดาวูด” ทานซะฮะบียไดกลาวไวในอัลมีซานอีกวาพวกเขาเหลาน้ันไดให ความสําคัญอยางยิ่งตอช่ือของสุลัยมานผูน้ี ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของบุคคลผูนี้ ท่ีมีบันทึกอยูใน หนังสือศอฮี้ฮฺมุสลิมได เชน ฮาดีษที่กลาววา “อัลมัรอุ มะอะมัน อะฮับบะฮฺ” เปนตน และฮาดีษท่ีวา “การแสวงหาวิชาความรูเปนสิ่งจําเปนสําหรับมุสลิมทุกคน” เปนตน นอกจากนี้ฮาดีษท่ีมาจากทาน ผูน้ีอีกบทหนึ่งก็คือรายงานของทานอับดุลลอฮฺ บิน อุมัร ที่กลาววา “คร้ังหน่ึงหุกม บิน อาบูอาศได นั่งใกลทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลูกหลานของทาน) และเขาไดเอาเร่ืองราวตาง ๆ ของทานรอซูลไปบอกเลาแกพวกกุรัยช ดังน้ัน ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลาน ของทาน) จึงไดสาปแชงเขา และเช้ือสายที่มาจากกระดูกสันหลังของเขาจวบจนถึงวันกียามัต” เปน ตน 39. สุลัยมาน บิน มะอฺรอน กาอิลีย อัลกูฟย เขาเปนผูอาวุโสคนหน่ึงของนักปราชญชีอะฮฺ และเปนที่ยอมรับของบรรดานักฮาดีษทั้งหลาย ผูทรงคุณวุฒิระดับสูงในหมูอะฮฺลิซซุนนะฮฺตางได ระบุวา สุลัยมาน ผูน้ีเปนนักปราชญชีอะฮฺ” ดังท่ีทานอิมามอิบนุ กุตัยบะฮฺไดกลาวยืนยันไวใน หนังสือมะอาริฟและทานชะรอสตานียก็ไดกลาวไวในหนังสือมะลัลดวยเชนเดียวกัน นอกจากนี้ ทานเญาซ ญานียก็ไดกลาวทํานองเดียวกันกับมีการกลาวไวในหนังสือมีซานของทานซะฮะบียวา

“บุคคลผูนี้เปนชาวกูฟะฮฺเปนหมูชนท่ีประชาชนท้ังหลาย ไมไดยกยองมัซฮับของพวกเขา แตพวก เขาคือหัวหนาของบรรดานักฮาดีษชาวกูฟะฮฺ เชน อาบีอิสหาก, มัรศูร, ซุบัยด, อันยานียเปนตน” พวกเขาเหลานี้ไดเปนท่ียอมรับนับถือของประชาชนในการแถลงฮาดีษดวยลิ้นที่มีความสัตย นกั ปราชญศอฮี้ฮฺสติ ตะฮฺตางไดใหก ารยอมรับตอหลกั ฐานฮาดีษท่ีมาจากทานผูน้ีทานไมอาจผานพน ฮาดีษของเขาผูน ้ไี ดในหนงั สอื ศอฮี้ฮฺบคุ อรี และมสุ ลิม อันเปนรายงานทุก ๆ บทท่ีมาจากซัยด บิน วา ฮับ, สะอดี บิน บุ ยั ร, มุสลิม บะฎนี , ทานผูนไ้ี ดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 148 (ขออัลลอฮฺไดทรงเมตตาตอ เขา) 40. ชะรีค บิน อับดุลลอฮฺ บิน สีนาน บัน อานัส ทานอิมามกุตัยบะฮฺไดระบุวา “บุคคลผูนี้ เปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานอับดุลลอฮฺ บิน อิดรีสก็ไดกลาวทํานองเดียวกันกับในตอนทายของ หนังสือมีซานท่ีระบุวา “ชะรีคผูนี้เปนชีอะฮฺ” ทานอาบู ดาวูด รอฮาวีย ไดเลาวา “เขาไดเคยรับฟง ทานชะรีคพูดวา อาลีเปนมนุษยผูประเสริฐย่ิง ดังนั้นผูใดปฏิเสธ เทากับ ทรยศ หมายความวาเขา เพียงแตประสงคท่ีจะช้ีใหเห็นวา อาลีเปนมนุษยที่ประเสริฐท่ีสุด ถัดจากทานศาสนทูต (ศ)” และใน ทํานองเดียวกันนี้เญาซ ญานียก็ไดกลาวถึงไวเหมือนดังท่ีมีกลาวอยูในหนังสือมีซานท่ีวา “แทจริง บุคคลผูนี้ไดรับการยืนยันอยางแนนอนวาอยูในมัซฮับอะลุลบัยตฺ ชะรีคเปนผูรายงานฮาดีษเปน จํานวนมากจากทา นอามรี ุล มุมนี นี ” ในหนงั สือมซี านไดก ลาวตอไปอีกวา มีรายงานจากทานอาบูรอ บีอะฮฺ จากอิบนุ บุรัยดะฮฺ จากบิดาของทานซึ่งเปนฮาดีษที่เลามาจากบุคคลผูน้ีวา “สําหรับทุก ๆ นบี น้ัน ตางก็มีทายาทและผูสืบมรดกแทจริงอาลีเปนทายาทของฉันและเปนผูสืบมรดกของฉัน” ทานผู นเี้ ปนผูท่ีทาํ การตแี ผเกียรตคิ ุณของทานอามีรุล มุมีนีน และเคียดแคนตอวงศอุมัยยะฮฺ ทานฮะรีรียได เขียนในหนังสือของทานชื่อ “ดุรรอตุลฆีวาศ” เชนเดียวกันกับขอเขียนของอิบนุ ค็อลกาล ใน หนังสือวูฟยาดวา “ครั้งหน่ึงลูกนองของวงศอุมัยยะฮฺ ไดมาอยูตอหนาชะรีค ชะรีคไดกลาวถึง เร่ืองราวบางอยางซ่ึงเปนเกียรติคุณของอาลี บิน อาบีฏอลิบ คนของวงศอุมัยยะฮฺผูนั้นก็ไดกลาวข้ึน วา เพราะทานอาลีเปนบุคคลท่ีประเสริฐเชนนี้เอง ฉันจึงเขมงวดตอเขา” ผูใดก็ตามท่ีไดทําการศึกษา ชีวประวัติของชะรีคแลว เขายอมรูไดทันทีวา “แทจริงบุคคลผูน้ีเปนผูท่ีจงรักภักดีตออหฺลุลบัยตฺ” ทา นอบั ดุรเราะมานผเู ปนบุตรของเขาไดก ลาวไวด งั มกี ารอา งอิงอยใู นหนงั สือมีซานวา “บิดาของฉัน บนั ทึกเรอื่ งราวตา ง ๆ ไวถึงหน่ึงหมื่นเรื่องที่ริวายะฮฺมาจากญาบิร ุอฟย และอีกหนึ่งหมื่นเรื่องท่ีมา จากคนอ่ืน ๆ ทา นอับดลุ ลอฮฺ บนิ มุบาร็อกไดกลา วไวเชนกันวา “ชะรคี ผูน้ีเปน นกั ปราชญฮาดีษ ชาว กูฟะฮฺที่รอบรูยิ่งกวาซุฟยาน เขาเปนศัตรูสําหรับบรรดาศัตรูของทานอาลี คํากลาวตาง ๆ ของเขาน้ัน

รุนแรงมาก” คร้ังหนึ่งอับดุสสลาม บิน ฮะร็อกไดกลาวแกเขาวา “ทานเปนศัตรูกับพ่ีชายของทาน หรือ” เขากลาววา “ใครเลา?” อับดุสสลามกลาววา “มาลิก บิน มะฆูล” ชะรีคไดกลาววา “เขาไมใช เปนพี่ชายของฉัน ถาเขาเปนผูท่ีอาฆาตมาดรายตออาลี และอัมมาร” และไดมีคนกลาวถึงมุอาวียะฮฺ วา “เปนคนสุภาพเรียบรอย” ชะรีคไดกลาววา “คนที่ดูหม่ินตอสัจธรรมไมใชเปนคนเรียบรอย และ เขาเปนคนมีสวนฆาอาลี บิน อาบีฏอลิบ” บุคคลผูน้ีไดรับรายงานฮาดีษมัรฟูอฺซ่ึงรายงานมาจาก อาศิม, ทานซัร, ทานอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด วา “เม่ือพวกทานไดเห็นมุอาวียะฮฺอยูบนมิมบัรของฉัน แลวก็ไดสังหารเขาเสีย”(112) ทานซะฮะบียไดบันทึกไวในหนังสือมีซานตอไปนี้ ทานอิมามมุสลิม และบรรดานักปราชญฝายซุนนะฮฺสี่มัซฮับไดใหการยอมรับหลักฐานของทานชะรีด ทานไมอาจ หลีกพนฮาดีษของบุคคลผูน้ีได ไมวาจากตําราเลมใดของพวกเขาเหลานั้นอันเปนฮาดีษที่มาจาก รายงานของซิยาด บิน อะลาเกาะฮฺ, อัมมาร สะฮานีย, ฮิชาม บิน อุรวะฮ, ยะอลา บิน อาฎออ, อับดุล มาลิก บิน อามีร, อัมมาเราะฮฺ บิน เกาะกออฺ, อับดุลลอฮฺ บิน ชิบรอมะฮ ฯลฯ ทานผูนี้เกิดท่ีคูเราะ สาน บางกระแสกบ็ อกวา เกิดทเี่ มืองบคุ อรเี มือ่ ป ฮ.ศ. 95 เสียชีวิตที่เมืองกูฟะฮฺในวันเสารขางข้ึนของ เดอื นซลุ กอิ ฺดะฮปฺ ระมาณป ฮ.ศ. 117-178 (112) รายงานโดยทานฎ็อบรีย และมีการอางอิงเรื่องนี้อยูในหนังสือมีซานของทานซะฮะ บยี ใ นหมวดทกี่ ลาวถึงทานอิบาด บนิ ยะอฺกบู . 41. ชุอฺบะฮฺ บิน ฮัจญาจญ อาบู วัรด อัตกีอฺ เขาเปนคนหน่ึงที่ไดรับการพิจารณาจากบรรดา นักฮาดษี ท้ังหลาย และเปนผูท่ีหลีกหางจากบรรดาบุคคลท่ีหยอนยานในสมรรถภาพและบุคคลที่ไม ถูกยอมรับในการรายงานฮาดีษ นักปราชญระดับผูทรงคุณวุฒิของอะฮฺลิซซุนนะฮฺตางก็ไดระบุวา “บุคคลผูนี้เปนนักปราชญชีอะฮฺ” เชน ทานอิบนุกุตัยบะฮไดกลาวไวในหนังสือมะอาริฟ ทานชะ รอสตานียก็ไดกลาวไวเชนเดียวกันในหนังสือมะลัล บรรดานักปราชญเจาของตําราศอฮ้ีฮฺทั้ง 6 เลม ของฝายซุนนะฮฺ ตลอดจนถึงนักปราชญคนอ่ืน ๆ ตางก็ไดหาการยอมรับกับหลักฐานฮาดีษของ บคุ คลผูน้ี ขณะเดียวกันฮาดีษของบุคคลผูนี้ก็ยังไดถูกนําไปบันทึกอยูในตําราศอฮ้ีฮฺทั้งสองเลมคือ บุ คอรี และมุสลิมโดยฮาดีษทุกรายงานท่ีมาจากอาบี อิสหาก สาบีอีย, อิสมาอีล บิน อาบูคอลิก, มนั ศรู อะหมชั ฯลฯ ทานผนู เี้ กิดเมอ่ื ฮ.ศ. 83 และเสยี ชวี ิตในป ฮ.ศ. 160 (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาตอเขา ดว ย) 42. เศาะศออะฮฺ บิน เศาหาน บิน ฮาญัร บิน ฮาริษ อับดีย ทานอิมามอิบนุ กุตัยบะฮฺได กลาวถึงบุคคลนี้ไวในหนา 206 หนังสือมะอาริฟวาเขาเปนคนท่ีมีชื่อเสียงอยางย่ิง คนหน่ึงในหมู

นักปราชญชีอะฮฺ ทานอิบนุ สะอัดไดอธิบายชีวประวัติโดยยอของบุคคลนี้ไวในหนา 154 ุซอฺที่ 6 หนังสือฏอบากอต “เขาเปนบุคคลระดับมีมาตรฐานคนหนึ่งของเมืองกูฟะฮฺ เขาเปนนักพูดและเขา เปนสหายคนหน่ึงของทานอาลี และเขาไดเขารวมสงครามกับทานอาลีทั้งพี่ชายของเขาท่ีชื่อซัยด และศัยหาน” ฮาดีษของทานเศาะศออะฮฺมีนอยมาก แตก็เปนรายงานที่ไดมาจากทานอาลี ทานอับ ดุลลอฮฺ บิน อับบาส, ซึ่งลวนแตเปนฮาดีษที่มีความสําคัญท้ังน้ัน อยางไรก็ตาม ทานอิบนุ อับดุรบัร ไดกลาวไวในหนังสืออิสตีอาบวา “ชาวมุสลิมในสมัยของทานศาสนทูตน้ัน เขาไมมีโอกาสไดพบ และไดเห็นใครเทา ไรนกั เน่ืองจากเขายังเลก็ มากนัน่ เอง” เขาเปนคนระดับหัวหนาในกลุมของเขา เปนนักพูดที่ชาญฉลาด เปนคนท่ีมีความเปร่ือง ปราด เครงครัดตอ ศาสนา มีเกียรติคุณและมีความเฉลยี วฉลาด ทานผูน้ีไดถูกจัดใหอยูในจํานวนของ บุคคลหนึ่งแหงบรรดาสหายของทาน (อ) ทานยะหยา บิน มุอีนไดกลาววา “เศาะศออะฮฺและซัยด กับศัยหานผูเปนบุตรของเศาหานลวนเปนนักพูด ซัยดและศัยหานถูกสังหารเมื่อสงครามอูฐ” ครั้ง หน่ึงไดเกิดมีปญหายุงยากบางอยางข้ึนแกทานอุมัร ในสมัยท่ีทานเปนคอลีฟะฮฺ ทานไดยืนกลาวคํา ปราศรัยตอประชาชนและไดขอรองใหพวกเขาเหลานั้นใหชวยกันแกไขในเร่ืองดังกลาว เศาะ ศออะฮฺ ซ่ึงยังเปนเด็กวัยรุนก็ไดลุกข้ึนยืน แลวไดตอบปญหาโดยใหความกระจางอยางถูกตองไป ตามบรรทัดฐาน ดังนั้นประชาชนทั้งหลายจึงไดใหการยอมรับและปฏิบัติตามคําพูดและทัศนะของ เขา นอกจากน้ียังไดมีการบันทึกไวในหนังสืออิสตีอาบและอิศอบะฮฺอีกดวย “บรรดานักฮาดีษ ทั้งหลาย ตางก็ไดยอมรับรายงานฮาดีษตาง ๆ ของบุคคลผูนี้ไวมากมาย” ทานอัสก็อลลานียไดกลาว วา “บุคคลผูน้ีไดรับรายงานฮาดีษมาจากทานอุสมานและทานอาลี เขาไดรวมเขาทําสงครามศิฟฟน พรอ มกบั ทานอาลี เขาเปน นกั พดู ทช่ี าญฉลาด” ทา นอลั ลาอียไดก ลา วไวใ นหนงั สอื อคั บารวา “บุคคล ผูนี้ไดเ สยี ชีวิตหลงั จากอาบซู รั ” ทา นซะฮะบียไดก ลาวไวใ นหนังสอื มีซานวา “เศาะศออะฮฺ เปนคนท่ี ถูกยอมรับมีนํ้าหนักมาก” ทานอิบนุสะอัดก็ยังไดยืนยันถึงความสําคัญของบุคคลผูน้ี ทานนะสาอีย ไดยอมรับในช่ือของบุคคลผูน้ีเปนอยางย่ิงและไดนําหลักฐานของเขาไปบันทึกเปนจํานวนมากถึง ขนาดมีคํากลาววา “ผูใดท่ีไมยอมรับหลักฐานของบุคคลผูน้ี แทจริงเทากับเขากอการรายตอตัวเขา เองและอธรรมตอตัวเขาเองดวย” 43. ฏอวสู บิน กีลาส อลั คลู านยี  ฮัมดานีย ยะมานีย อาบู อบั ดรุ เราะมาน มารดาของทานเปน ชาวเปอรเซีย บดิ าของทานมาจากเผานมั ร บิน กสิ ริ นักปราชญฝ า ยซุนนะฮฺตางยืนยันวา “บรรพบุรุษ ของบุคคลผูน้ีเปนชีอะฮฺท้ังหมด” ทานชะรอสตานียไดระบุในหนังสืออัลมะลัลวา “บุคคลผูนี้คือ

นักปราชญของชีอะฮฺ” ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺไดบันทึกไวในหนังสือ มะอาริฟวา “บรรดานักปราชญ เจาของตําราศอฮี้ฮฺทั้งหกเลมตางไดรับหลักฐานฮาดีษของบุคคลผูนี้มาบันทึกไวเปนจํานวนมาก” ทานไมอ าจหลีกพนฮาดีษของเขาไดไมว า ในตําราศอฮ้ีฮเฺ ลมใดท่ีเปนรายงานมาจากทานอิบนุอับบาส อิบนุอุมัร และอาบูฮุรัยเราะฮฺ ฮาดีษของบุคคลผูน้ีที่มีบันทึกอยูในศอฮ้ีฮฺมุสลิมน้ันคือทุกฮาดีษที่มา จากรายงานของทานหญิงอาอีชะฮฺ ซัยด บิน ษาบิต, อับดุลลอฮฺ บิน อุมัรร, ทานไดเสียชีวิตในการ บาํ เพญ็ ฮัจญท ีม่ ักกะฮปฺ ระมาณป ฮ.ศ. 104-106 44. ซอลิม บิน อุมัร ซุฟยาน อาบูอัสวัด ดะอูดีย ชีวิตของบุคคลผูน้ีอยูกับฝายชีอะฮฺมาโดย ตลอด และเปนผูมีความจริงใจอยางยิ่งในการยึดถือทานอิมามอาลี ฮาซัน และฮุเซน ตลอดจนถึง บรรดาอิมามท้ังหลายแหงอะหฺลิลบัยตฺ (อาลัยฮิมุสลาม) เรื่องราวของบุคคลผูน้ีที่เก่ียวของอยูกับฝาย ชอี ะฮฺมมี ากมายเสยี จนเกินความจําเปนท่ีจะกลาวถึงในหนังสือเลมน้ี แตจะกลาวโดยสรุปวาบุคคลผู นเ้ี ปนศูนยร วมของฝา ยชีอะฮฺมาตั้งแตส มัยประวัติศาสตรอิสลาม แตการเปนชีอะฮฺของเขาก็มิไดเปน พิษภัยแกผูใดและไมมีบุคคลใดตําหนิติเตียนในตัวของเขา พรอม ๆ กันนั้นบรรดานักปราชญ เจาของตําราฝายซุนนะฮฺท้ังหกเลมตางก็ไดใหการยอมรับในหลักฐานตาง ๆ ของบุคคลผูนี้ ทานไม อาจหลกี พน ฮาดีษของเขาไดในตําราศอฮี้ฮฺบุคอรี เชน รายงานฮาดีษท่ีมาจากทานอุมัร บิน ค็อฏฏ็อบ เปน ตน นอกจากนฮ้ี าดีษของเขาก็ยังไดรับการบันทึกไวในหนังสือศอฮี้ฮฺมุสลิมอีกดวย เชน ริวายะฮฺ จากอาบูมูสา อมิ รอน บิน ฮุซัยน เปนตน ทานผูนี้ไดเสียชีวิตที่เมืองบัศเราะฮฺในป ฮ.ศ. 99 ทานมีอายุ 85 ป ทานเปนผูซึ่งวางแนวทางวิชาไวยกรณอาหรับใหแกพื้นฐานภาษา โดยไดศึกษาเรียนรูมาจาก ทานอามรี ลุ -มมุ นี นี . 45. อามิร บิน วาอีละฮฺ บุตรของอับดุลลอฮฺ บิน อุมัร ลัยษีย มักกีย อาบูฎอฟล ทานเกิดในป ทําสงครามอุหุดและไดมีโอกาสใชชีวิตอยูกับสมัยของทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญ และความสันตสิ ุขแดท า นและแดบ รรดาลูกหลานของทา น) 8 ป ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺไดระบุถึงบุคคล ผูนี้ไวในหนังสือมะอาริฟวา “เปนบุคคลกลุมแนวหนาคนหนึ่งของพวกหัวรุนแรง” และทานได แถลงอีกวา “เขาผูนี้เปนนักปราชญผูมีทัศนคติท่ีดีเลิศ เปนศอฮาบะฮฺรุนสุดทายท่ีไดเสียชีวิต” ทานอิบนุ อับดุลบัรไดกลาวถึงบุคคลผุน้ีในหนังสือกุลมียวา “เขาผูน้ีไดพํานักอยูที่เมืองกูฟะฮฺเปน คนสนิทของทานอาลีในการทําสงครามทุกคร้ัง คร้ันเมื่อทานอาลีถูกสังหารแลวเขาก็ไดยายไปอยูที่ มกั กะฮฺ” ทา นอบิ นุ อับดรุ บรั ไดกลา วตอไปวา “เขาเปนผมู สี ติปญ ญาที่ลาํ้ เลศิ สามารถตอบคําถามทุก

อยางไดปราดเปร่ือง และเขาเปนชีอะฮฺผูจงรักภักดีตอทานอาลี” (ขออัลลอฮฺทางมีความปติช่ืนชมตอ ทา น) ทานไดกลาวอีกวา อาบูฏอฟลไดไปหามุอาวียะฮฺในวันหน่ึงแลว มุอาวียะฮฺก็ไดกลาววา “ทาน มีความเห็นอยางไรท่ีไดเปนเพ่ือนสนิทกันกับพอของฮาซัน?” เขาตอบวา “ฉันเห็นวาเหมือนกับแม ของนบีมูสากับนบีมูสา” มุอาวียะฮฺไดกลาวข้ึนวา “ทานเปนผูท่ีลอมเพื่อบุกสังหาร อุสมานดวย หรือ?” เขาตอบวา “ไม แตฉันอยูกับผูที่ไดมาหาเขา” มุอาวียะฮฺไดกลาววา “อะไรที่ยับยั้งทานมิให ชว ยเหลือเขา?” เขา ตอบวา “แลวทา นละ มีอะไรทย่ี บั ย้ัง ทานมิใหชวยเหลือเขา?” ฮาดีษของบุคคลผู นไี้ ดถ า ยทอดไปยังทานซุฮฺรีย อาบูซุบัยร อัลญะรีรีย, อิบนุ อาบีฮุศัยน, อับดุลมาลิกบิน อับยัร, กอตา ดะฮ,ฺ มะอรฺ ูฟ, วะลีด บิน ญามอิ ฺ เปนตน ซ่ึงอาดีษของบุคคลเหลา นที้ ั้งหมดตางก็มีบันทึกอยูในศอฮ้ีฮฺ ของทานมุสลมิ และยงั มีรายงานโดยตรงของทานอาบูฏอฟลบันทึกอยูในศอฮี้ฮฺมุสลิม ถึงเร่ืองการทํา ฮัจญของทานศาสนทูต และทานเปนผูบอกเลาถึงคุณลักษณะตาง ๆ ของทานนบี (อัลลอฮฺทรง ประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) และทานไดรับ รายงานในเรื่องการนมาซ และหลักฐานตาง ๆ ของทานนบีจากมุอาซ บิน ญะอบัล และทานไดฟง เร่ือง “อัลก็อดร” มาจากทาน อับดุลลอฮฺ บนิ มสั อดู และทานไดร ับรายงานเรื่องอ่ืน ๆ ทงั้ หมดมาจาก ทานอาลี, ทานฮซุ ัยฟะฮฺ บิน อะสดี , และทานฮซุ ัยฟะฮฺบิน ยะมาน, ทานอับดุลลอฮฺ บิน อับบาส และ ทานอุมัร บิน ค็อฏฏ็อบ อาบูฎอฟลไดเสียชีวิตท่ีมักกะฮฺในป ฮ.ศ. 100 บางกระแสก็บอกวา ป ฮ.ศ. 102 บางกระแสกบ็ อกวา ป ฮ.ศ. 107 และบางคนกบ็ อกวา ป ฮ.ศ. 110 อิบนุ กยั สะรอนียบอกวา ทานผู น้ีเสยี ชวี ติ ในป ฮ.ศ. 120 (วัลลอฮฺฮุอาลัม) 46. อิบาด บิน ยะอฺกูบ อาสาดีย เราะวาญินีย อัลกูฟยทานอารุกุฏนียไดกลาววา “อิบาด บิน ยะอฺกูบเปนชีอะฮฺที่ซ่ือสัตย” ทานอิบนุฮิบบานไดกลาววา “อิบาดุลลอฮฺ บิน ยะอฺกูบเปนคนหัว รุนแรงคนหน่ึง” ทา นอบิ นคุ ซุ ยั มะฮฺไดกลา ววาฮาดีษตาง ๆ ของเรามนี ํา้ หนักก็เพราะเปนรายงานของ บุคคลผูมีความสําคัญคนหน่ึงของศาสนา คืออิบาด บิน ยะอฺกูบ ผูซึ่งไดรับรายงานฮาดีษมาจากทาน ฟฏล บิน กอสิม จากทานซุฟยาน อัษเษารียจากซุบัยร จากมุรเราะฮฺ และจากอิบนุ มัดอูด ซ่ึงเขาเปน ผูรับฮาดีษที่รายงานมาจากชะรีค บิน อาชิม ทานซัร ทานอับดุลลอฮฺท่ีไดกลาววา “ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ได กลาววา “เม่ือพวกทานไดเห็นมุอาวียะฮฺยืนบนมิมบัรของฉันแลว ก็จงสังหารเขาเสีย” รายงานโดย ทานฏ็อบรียและบุคคลอ่ืน ๆ ทานอิบาดไดกลาววา “ผูใดที่ไมปลีกตนในการนมาซใหพนจากศัตรู

ของลูกหลานมุฮัมมัด แลวก็เทากับเขาเปนพวกเดียวกันกับเขาเหลานั้น” และเขาไดกลาววา “แท จรงิ อัลลอฮฺผูทรงสงู สุดจะหลีกเลีย่ งมิให ฏ็อลฮะฮฺ และซุบัยรเขาสวนสวรรค เพราะเขาท้ังสองเปนผู ตอสูกับทานอะลี หลังจากที่ไดใหสัตยาบันตอทานแลว” ศอลิหญาซาเราะฮฺไดกลาววา “อิบาด บิน ยะอฺกูบเปนคนประนามทานอุสมาน” และไดกลาวอีกวา “อิบาด บิน ยะอฺกูบเปนคนประณามทานอุ สมาน” และไดกลาวอีกวา “อิบาด บิน ยะอฺกูบเปนคนประณามบรรพชนผูอธรรม แตถึงกระนั้นฮา ดีษตาง ๆ ที่เขาไดบอกเลาก็กลับเปนที่ยึดถือของบรรดานักปราชญฝายซุนนะฮฺ เชน บุคอรี ติรมีซีย อิบนุมาญะฮฺ อิบนุ คุซัยมะฮฺ และอาบูดาวูด เขาผูน้ีเปนปรมาจารยและอยูในตําแหนงท่ีสําคัญของ พวกเขาเหลานั้น” ทานอาบูฮาติมไดกลาววา “ในความเห็นของทานเองถือวาบุคคลผูน้ีเปน ผูทรงคุณวุฒทิ ่ีมีน้าํ หนกั อยา งยิ่ง” ทานซะฮะบีย ไดกลา วถึงบุคคลผูนไ้ี วในหนังสอื มีซานวา “เขาเปน ฐานที่สําคญั ของชอี ะฮฺและเปน คนระดับแนวหนาของการบิดอะฮแฺ ตทวาเขาเปนคนซ่อื สตั ยใ นฮาดีษ จะเห็นไดวาทานบุคอรีไดรับรายงานฮาดีษของบุคคลผูน้ีในเรื่องเกี่ยวกับเตาฮีดมาบันทึกในหนังสือ ศอฮีฮ้ ขฺ องทา น” ทา นไดเสยี ชวี ติ ในเดอื นเชาวาล ป ฮ.ศ. 250 (ขออลั ลอฮทฺ รงมีเมตตาตอทานผนู ี้) 47. อับดุลลอฮฺ บิน ดาวูด อาบูอับดุรเราะมาน ฮัมดานีย อัลกูฟย ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺไดระบุ ไวในหนงั สอื มะอารฟิ วา “บคุ คลผูน เี้ ปนนักปราชญช ีอะฮฺ และทานบุคอรีก็ไดยอมรบั หลักฐานฮาดีษ ตาง ๆ ของเขามาบันทึกไวในหนังสือศอฮี้ฮฺของทาน” ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของเขาได ใน หนังสือศอฮี้ฮฺบุคอรีซึ่งบรรดารายงานที่มาจากทานอะหฺมัด และฮิชาม บิน อุรวะฮฺ และอิบนุญาริฮฺ เขาไดเสียชวี ติ ในป ฮ.ศ. 212 48. อับดุลลอฮฺ บิน ชัดดาด บิน อาด หรืออีกช่ือหนึ่งคือฮาด อุสามะฮฺ บิน อุมัร บิน อับ ดุลลอฮฺ บิน ญาบิร บิน บะชัร บินอัดวาเราะฮฺ บิน อามิร บิน มาลิก บิน ลัยษ อัลลัยษีย อัลกูฟย อาบู วาลีด ผูเปนสหายของอามีรุล-มุมีนีน มารดาของทานช่ือสะลามีย บินต อามีส คุษอะมียะฮฺ นองสาว ของอัสมะฮฺผูเปนบุตรของนาสาวทานอับดุลลอฮฺ บิน ญะอฺฟรและมุฮัมมัด บิน อาบีบักรฺ ทานอิบนุ สะอัดไดก ลา ววา “บุคคลผูน ้เี ปนชาวกุฟะฮฺท่ีไดรบั ความรทู างศาสนามาจากคนรุนตาบิอนี ” และทาน ไดกลาวไวในตอนทายของหนา 86 ุซอฺที่ 6 ของหนังสือฏอบากอตวา “อับดุลลอฮฺ บิน ชัดดาด ได ออกไปทาํ ฮัจญพ รอมกบั ชาวเมอื งตา ง ๆ ในสมัยของอับดรุ เราะมาน บิน มุฮัมมัด บิน อัสอัส แลวเขา ไดถกู ฆาตายในสงครามดะญีล” ทา นไดก ลา วอีกวา “เขาเปนคนหนักแนน มีความจําฮาดีษสูง ซึ่งเขา เปนนักปราชญชีอะฮฺ” บรรดานักปราชญเจาของตําราศอฮี้ฮฺทุกทาน ตลอดจนถึงบรรดาอิมามตาง ๆ

ไดยอมรับหลักฐานฮาดีษทีม่ าจากทา นอบั ดุลลอฮฺ บิน ชัดดาดผูนี้ ซึ่งทานอาบูอิสหาก ชัยบานีย ทาน มุอับบิด บิน คอลิด ทานสะอัด บิน. อิบรอฮีมตางก็ไดทําการศึกษาฮาดีษมาจากบุคคลผูน้ี แลวฮาดีษ ของพวกเขาเหลา นี้ก็ไดถูกถา ยทอดนํามาบนั ทกึ ไวใ นหนังสือศอฮ้ีฮฺท้ังสองเลมอีกท้ังตําราศอฮี้ฮฺและ มสุ นดั ทง้ั หลายอีกดว ย 49. อับดุลลอฮฺ บิน อุมัร บิน มุฮัมมัด บิน อุบาน บินศอลิห. บิน อะมีรอัลกุรชีย อัลกูฟย ทานผูนี้เปนอาจารยคนหนึ่งของทานอิมามมุสลิม ทานอาบูดาวูด และทานบัฆวีย รายละเอียดตาง ๆ ของบุคคลเหลานี้มีขอมูลสําคัญดวยการท่ีพวกเขาไดยอมรับเรื่องราวตาง ๆ มาจากทานอับดุลลอฮฺ บิน อุมัรผูนี้ ทานอาบูฮาติมไดกลาวถึงบุคคลน้ีวา “เขาเปนคนซื่อสัตย และแนนอนเขาเปน นักปราชญชีอะฮฺ” ทานศอลิหบิน มุฮัมมัด บิน ยะสีเราะฮฺไดกลาววา “เขาเปนบุคคลท่ีมีคุณคาอยาง ยิ่งคนหน่ึงในหมูนักปราชญชีอะฮฺ” และพรอม ๆ กันน้ัน ทานอับดุลลอฮฺ บิน อะหฺมัดไดรายงานถึง คําบอกเลาท่ีมาจากบิดาของทานวา “เขาเปนคนสําคัญของเมืองมุชกีดาน” ทานซะฮะบียไดกลาวถึง บุคคลผูน้ีในหนังสือมีซานวา “เขาเปนทานนักฮาดีษท่ีซ่ือสัตยเปนที่ยอมรับของอิบนุมุบาร็อกและ ดะรออฺ วัรดีย ทานมุสลิม, ทานอาบูดาวูดและทานบัฆวียก็ไดยอมรับฮาดีษท่ีมาจากบุคคลผูนี้ โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ทา นมุสลิมและอาบดู าวดู ไดใ หความสําคญั เปน อยางย่ิงตอ ชือ่ ของเขา” นักปราชญ ไดกลาววา เขาผูนี้เสียชีวิตในป ฮ.ศ. 239 ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของเขาไดในหนังสือศอฮี้ฮฺ มสุ ลมิ โดยรายงานที่มาจากทา นอบั ดะฮฺ บนิ สลุ ยั มาน ทานอบั ดลุ ลอฮฺ บนิ มุบาเราะฮฺ ทานอับดุรเราะ มาน บนิ สุลัยมาน, ทา นอาลี บนิ ฮาชิม ฯลฯ 50. อับดุลลอฮฺ บิน ลุหัยอะฮฺ บิน อุบบะฮฺ ฮัดเราะมีย กอฎียประจําเมืองอียิปตและเปน นักปราชญใหญของท่ีนั่น ทานอิบนุกุตัยบะฮฺไดกลาวระบุถึงบุคคลผูนี้ไวในหนังสือมะอาริฟวา “เปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานอิบนุอาดียก็ไดกลาวไวเชนเดียวกันกับท่ีหนังสือมีซานไดกลาววา บุคคลผูน้ีเปนผูปราดเปร่ืองในฝายชีอะฮฺ” ทานอาบูยะลาอไดรายงานคําบอกเลาของทานกามิล บิน ฎ็อลฮะฮฺวาทานอิบนุ ลุหัยอะฮฺไดเลาฮาดีษใหแกพวกเราวาทานหัยร บิน รอสิรียไดเลาฮาดีษใหแก ฉันวา มีรายงานจากอาบูอับดุรเราะมาน ฮับลีย ซ่ึงไดรับรายงานมาจากทานอับดุลลอฮฺ บิน อุมัรวา “แทจ ริงทานรอซูลลุ ลอฮิ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลูกหลานของทาน) ไดกลาวในขณะท่ีทานไดปวยหนักวา จงเรียกพี่นองของฉันมาหาฉันหนอยเถิด แลว ไดม ีคนเชญิ อาบบู กั รมาหาทาน แตท านก็ปฏเิ สธตอ เขา หลงั จากน้ันทานก็ไดกลาวอีกวา จงเรียก

พ่ีนองของฉันใหมาหาฉันเถิด ดังนั้นทานอุสมานก็ไดถูกเชิญมาหาทาน แตแลวทานก็ปฏิเสธตอเขา หลังจากน้ัน ทานอาลีก็ถูกเชิญตัวใหเขาไปหาทาน ดังน้ันทานจึงไดปูผาของทานเปนการตอนรับ ทานอาลี ครั้นแลวทานอาลีก็ไดออกมาจึงมีคนถามทานวา ทานไดกลาวอะไรแกทานบาง? ทานอาลี ตอบวาทา นไดส อนวิชาความรูใหแกฉัน 1000 ประตู แตละประตูน้ันมีหนึ่งพันสาขา” ทานซะฮะบีย ไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีไวในหนังสือมีซานของทานอีกวา บุคคลผูน้ีไดเปนท่ียอมรับของบรรดา นกั ปราชญฝายซุนนะฮฺ และทา นไมอ าจหลกี พน ฮาดษี ของเขาได ไมวาในหนงั สอื ศอฮี้ฮฺติรมีซีย หรือ อาบูดาวูด ตลอดจนถึงบรรดาตําราตาง ๆ ของฝายซุนนะฮฺ ทานอิบนุ ค็อลกานไดกลาวสดุดียกยอง คุณงามความดีตาง ๆ ของบุคคลผูน้ีไวในหนังสือวุฟยาต ทานมุสลิมไดรับรายงานตาง ๆ มาจาก บคุ คลผนู ี้ โดยผานทา นอิบนุ วะฮับ ทานไมอ าจหลีกพน ฮาดีษของเขาไดในหนังสือศอฮีฮ้ มฺ ุสลิม โดย รายงานฮาดีษท่ีมาจากทานยะซีด บิน อาบู ฮาบีบ, ทานอิบนุ กัยสะรอนียไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีไวใน หนังสือของทานวา “เขาเปนนักปราชญของทานบุคอรีและมุสลิม” ทานอิบนุ ลุหัยอะฮฺ ไดเสียชีวิต ในวนั อาทติ ยก ลางเดอื น รอบีอุลอาคริ ป ฮ.ศ. 174 51. อับดุลลอฮฺ บิน มัยมูน อัลกีดาห อัลมักกีย เขาเปนคนสนิทของทานอิมาม ญะอฺฟร บิน มุฮัมมัด ศอดิก ทานติรมีซียไดใหการยอมรับตอหลักฐานของบุคคลผูนี้ ทานซะฮะบียไดกลาววา “ช่อื ของบคุ คลผูนี้มีความหมายที่สําคัญยิ่งตอทานติรมีซียโดยเปนการแสดงใหเห็นวา เขาไดยอมรับ วิชาการตาง ๆ จากบุคคลผูน้ี” ทานไดกลาวอีกวา “แทจริงบุคคลผูนี้ไดรับรายงานมาจากทาน ญะอฺ ฟร บิน มุฮมั มดั และ ฏอ็ ลฮะฮฺ บนิ อมุ ัร 52. อบั ดุรเราะมาน บนิ ศอลิห อะสะดีย นนั่ คอื อาบูมุฮัมมัด อัลกูฟย ทานอับบาส อัดดูรีย ผู เปนคนสนิทและเปนสานุศิษยของเขาไดกลาวถึงเขาวา “เขาเปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานอิบนุ อาดีย ไดกลาวอีกวา “เขาถูกหลอหลอมขึ้นมาดวยฝายชีอะฮฺโดยแท” ทานศอลิห ญาซาเราะฮฺไดกลาวถึง บคุ คลผนู ี้วา “เขาเปนผปู ฏิเสธตอทานอสุ มาน” และอาบูดาวูดก็ไดกลาวถึงเขาอีกดวยวา “เขาเปนตน ตํารับของตําราท่ีกลาวถึงความบกพรองตาง ๆ ของซอฮาบะฮฺ ตลอดถึงบุคคลตาง ๆ ท่ีเปนคนไมดี” พรอม ๆ กันนั้นทานอับบาส และอิมามบัฆวีย ก็ไดรับรายงานมาจากบุคคลผูน้ี ทานนะสาอียก็ได ยอมรับฮาดีษตาง ๆ ของเขา ทานซะฮะบียก็ไดกลาวถึงเขาในหนังสือมีซานวา “ช่ือของบุคคลผูน้ี เปนเคร่อื งหมายทส่ี ําคัญอยา งยงิ่ ของทา นนะสาอยี ท ่ีแสดงใหเห็นวา เขาจะตองยอมรับหลักฐานฮาดีษ ของบุคคลผูน้ี” และยังไดอางถอยแถลงของบรรดาอิมามตาง ๆ ท่ีไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีไวอีกเปน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook