(74) รายละเอียดเรื่องน้ีทานอิมาม อะบู ญะอฺฟร บากิร และอิมาม อับดุลลอฮฺ ศอดิก (อ) ได ยนื ยนั วาศอฮ้ฮี ฺ และมรี ายงานในสายสบื ของนักปราชญฝา ยซุนนะฮอฺ กี หกฮาดีษดวยสายสืบที่เรียกวา มัรฟูอ ถึงทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) การอรรถาธิบายรายละเอียดของเร่ืองนี้ ดูในบาบท่ี 39-40 “หนังสอื ฆอยะตลุ -มะรอม” และบรรดามนุษยจะตองถูกสอบสวนเก่ียวกับเร่ืองฐานะทางอํานาจการปกครองของพวก เขา (วิลายะฮฺ) ในวันที่ถูกทําใหฟนคืนชีพ ดั่งเชนไดมีหลักฐานจากการอรรถาธิบายขอความแหง โองการของพระองคท่วี า “พวกเขาเหลา น้นั จะไดย ืนขึ้น แทจรงิ พวกเขาเหลานนั้ ลวนเปนผถู กู สอบสวน” (อัศ-ศอฟฟาต : 24)(76) (75) รายงานโดยทานอิมาม ษะอฺละบีย ในหนังสือตัฟสีรฺ อัลกะบีรฺ วาน้ีคือเรื่องราวท่ี ตอเน่ืองกันและทานอัลลามะฮฺแหงมิศรีย คือ ชิบลันญีย ก็ไดอางวาเกี่ยวกับเร่ืองของทานอาลี เชนกัน ในหนังสือของทานชื่อนูรุล-อับศอร ดูหนา 71 ซึ่งมีรายละเอียดที่ยืดยาว ทานฮะละบีย ก็ได อธิบายเกี่ยวกับเร่ืองน้ีไวอีกเชนกัน ในตอนหลัง ๆ ของเรื่องการทํา “ฮัจญะตุล-วิดาอฺ” จากุซอฺที่ 3 หนังสือ “ซีเราะฮฺ” ของทานและทานฮากิม ก็ยังไดรายงานเร่ืองน้ีไวอีกเชนเดียวกันในหนังสือ “มุส ตัดรอ็ ก” ของทา น ในตอนอธบิ ายซเู ราะฮฺ “อลั -มะอารจิ ญ” ดหู นา 502 จากุซอฺที่ 2. (76) รายงานโดย อัต-ตัยละมียฺ (เชนเดียวกับท่ีมีรายงานไวใน อัศศอวาอิก) วามีรายงานมา จากทา นอะบู ซะอีด อัล-คุตดิรีย ไดกลาววา แทจริงทานศาสนทูตฯ ไดกลาววา “พวกเขาเหลาน้ันจะ ยืนขึ้น แทจริงพวกเขาเหลาน้ันลวนเปนผูถูกสอบสวนเก่ียวกับเรื่องฐานะอํานาจการปกครองของ อาลี” ทานวาฮิดีย ไดกลาวไวในทํานองเดียวกับที่มีในอัศศอวาอิกอีกดวยเชนเดียวกันวา “มีรายงาน ยืนยันวาโองการของอัลลอฮฺ ผูทรงสูงสุดที่ตรัสวา “พวกเขาเหลาน้ันจะไดยืนขึ้น แทจริงพวกเขา เหลานั้นลวนเปนผูถูกสอบสวน” นั้นหมายถึงการสอบสวนเก่ียวกับเร่ืองฐานะทางอํานาจการ ปกครองของอาลี และบรรดาอะหลฺ ลุ บยั ตฺ (ทา นไดก ลาวอกี วา) เน่อื งจากอัลลอฮฺไดทรงบัญชาแกนบี ของพระองคใหสอนบรรดามนุษยวา แทจริงทานมิไดขอสิ่งใด ๆ จากพวกเขาเก่ียวกับการเผยแพร ประกาศศาสนาน้ี ซึ่งรางวัลส่ิงของใด ๆ เวนแตใหมีความรักในบรรดาญาติสนิทเทาน้ัน (ทานกลาว อีกวา) ความหมายก็คือวา แทจริงพวกเขาจะตองถูกสอบสวนตามขอแมน้ี น่ันคือ สิทธิทางดานผูนํา ตามที่ทานนบีไดส่ังเสียไวแกพวกเขาวาไดละวาง หรือใหความสําคัญอยางไร ดังนั้นการสอบสวน
และการติดตามผลในเร่ืองน้ีตองมีแนนอนตอพวกเขา ทานวาฮิดียฺ ไดยุติคําพูดแคนี้ สวนทานอิบนุ ฮะญัรฺ ก็ไดยืนยันไวอยางเต็มที่ในบาบท่ี 11 ของหนังสือ “อัศศอวาอิก” โดยกลาวถึงโองการตาง ๆ ที่ถกู ประทานมาเกย่ี วกบั เรื่องของพวกเขา ขอทานอยาไดเพิกเฉย เพราะวาแทจริงฐานะทางอํานาจการปกครองของพวกเขาน้ัน แนนอนยอมเปนส่ิงท่ีอัลลอฮฺไดทรงแตงตั้งข้ึนมาโดยบรรดานบีตาง ๆ และเปนหลักฐานท่ีเปนขอ พสิ ูจนตอพระองค และเปนบรรดาผไู ดร ับการสั่งเสยี ใหรับผดิ ชอบสบื ตอ (เอาศยิ าอ)ฺ ดังท่ีพระองคไดท รงมโี องการวา “และเจา จงถามผูท ีเ่ ราไดสงมากอ นเจา คือ บรรดารอซลู ของเรา (อซั ซุครุฟ : 45)(77) ซึ่งส่ิงนั้นก็คือ ส่ิงท่ีอัลลอฮฺไดทรงยึดถือเปนพันธะสัญญาท่ีมีตอพระองค ดังท่ีไดมีการ อธิบายโองการของพระองคผทู รงสูงสดุ ในโองการท่วี า (77) หวังเปนการเพียงพอแกทานดวยรายงานอันละเอียดท่ีมีปรากฏในตัฟสีรของอะบูนะอีม อัล ฮาฟช และจากรายงานทุกกระแสของษะอละบีย นัยสาบุรีย อัล-บัรกีย โดยไดใหความหมายไว ในตัฟสีรของพวกเขา และจากรายงานของอิบรอฮีม บิน มุฮัมมัด ฮะมูวัยนี และนักปราชญฝายซุน นะฮฺคนอื่น ๆ อีกหลายคนโดยเฉพาะอยางยิ่งในรายงานของทานฎ็อบรอสียในตัฟสีรมัจญมุอุล-บะ ยานท่มี รี ายงานมาจากทานอามีรุล-มมุ ินนี ในบาบที่ 44-45 ของหนงั สือ “ฆอยะตุล-มะรอม” “และจงใครครวญเม่ือพระผูอภิบาลของเจาไดทรงเอาออกมาจากลูกหลานของอาดัม โดย ออกจากสันหลังของพวกเขา ซ่ึงผูสืบพงษพันธของพวกเขา และใหเขาเปนพยานตอตัวของพวกเขา ฉันมิไดเปนพระผูอภิบาลของสูเจาดอกหรือ ? พวกเขาเหลานั้นกลาววา “ใชแลว” (อัล-อะอฺรอฟ : 172)(78) และทานนบีอาดัมก็ไดเรียนรูคําตาง ๆ จากพระผูอภิบาลของทาน แลวพระองคก็ไดทรง อภัยโทษใหแกทานนบีอาดัม (79) อัลลอฮฺจะไมทรงลงโทษพวกเขาเหลานั้น (80) พวกเขาเหลาน้ันเปน หลักประกันความซื่อสัตย ใหแกบรรดาชาวโลกและเปนสายใยท่ีติดตอบรรดามนุษยทั้งหลายกับ
พระผูอภิบาล ดังนั้นพวกเขาจึงเปนมนุษยที่ไดรับการอิจฉาริษยา ตามท่ีอัลลอฮฺไดทรงกลาวไวใน เรอื่ งของพวกเขาเหลานั้นวา (78) มีฮะดีษทางฝายอะหฺลุลบัยตฺ เปนจํานวนมากที่ยืนยันโองการน้ีไวเปนหลักฐานในการ อธิบายถึงเรอ่ื งความสาํ คัญของพงษพ นั ธของศาสดามุฮัมมัด (79) รายงานโดยอิบนุ มะฆอซะลีย อัช-ชาฟอีย เปนฮาดีษท่ีรายงานจากทานอิบนุ อับบา สไดกลาววา “ทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบันดา ลกู หลานของทาน) ไดถ กู ถามถงึ เรื่องเก่ียวกบั คาํ ตาง ๆ ท่ีทานนบีอาดมั ไดเ รยี นรูม าจากพระผูอภิบาล ของทาน แลวพระองคก็ไดอภัยโทษใหแกทาน” ทาน (ศ) ไดตอบวา ทานนบีอาดัมไดขอจาก พระองคโดยใชสิทธิของอาลี ฟาฏิมะฮฺ ฮาซันและฮุเซน แลวพระองคก็ไดอภัยโทษใหแกเขา น่ีคือ ความรจู ากฝายของเราในการอรรถาธบิ ายโองการนี้ (80) ดู “อัศศอวาอิก อัล-มุฮัรเราะเกาะฮฺ” ของทานอิบนุ ฮะญัร ท่ีไดอรรถาธิบายโองการซ่ึง มีความวา “และอัลลอฮฺจะไมทรงลงโทษตอพวกเขาเหลาน้ัน” น่ีเปนโองการที่เจ็ดจากหลาย ๆ โองการท่ีกลาวถึงเกียรติยศของพวกเขาเหลาน้ัน ซ่ึงมีรายละเอียดอยูในบาบที่ 11 ของหนังสือ ดงั กลา ว ทา นจะพบความจริงตามที่เราไดกลาวแลวน้.ี “หรือวาเปนเพราะพวกเขามีความอิจฉาคนท่ีอัลลอฮฺไดทรงประทานเกียรติยศของพระองค ใหแกพวกเขา”(81) (อนั -นิสาอฺ : 54) “และพวกเขาเปนบรรดาผูที่มีมาตรฐานในวิชาความรูซ่ึงพวกเขาเหลาน้ันไดกลาววา เรา เปนผูศรัทธา” (อาล-ิ อิมรอน : 7)(82) พวกเขาเหลาน้ันเปน บคุ คลแหงฐานตงั้ ท่ีสูง (อลั -อะอรฺ อฟ) ซึ่งพระองคไดทรงกลา ววา (81) ทานอิบนุ ฮะญัร ไดสรุปความหมายวา “นี่คือโองการหนึ่งจากหลาย ๆ โองการที่ได ประทานมาเกีย่ วกบั เรอื่ งของพวกเขาเหลา นั้น” และเปนโองการที่ 6 จากหลาย ๆ โองการ ซึ่งทานได กลาวรายละเอียดไวในบาบที่ 11 ของหนังสือ “อัศศอวาอิก” และมีรายงานจากอิบนุ มะฆอซะลีย อัช-ชาฟอีย ซึ่งมรี ายละเอยี ดตรงกนั กบั การตัฟสีร โองการนี้ในหนังสืออัศศอวาอิกซึ่งไดอางรายงาน ของทานอิมาม บากิรที่ไดกลาววา “เราคือคนที่ถูกอิจฉา ขอสาบานดวยพระนามของอัลลอฮฺ” และ ในบาบท่ี 60-61 ของหนงั สอื “ฆอยะตลุ -มะรอม” กไ็ ดมี 30 ฮาดษี ศอฮ้ีฮกฺ ไ็ ดอ ธบิ ายอยางน้ี
(82) รายงานโดยนักปราชญคนสําคัญของโลกอิสลาม คือ มุฮัมมัด บิน ยะอฺกูบ โดยสายสืบ ท่ศี อฮฮ้ี ฺ จากทานอมิ ามศอดกิ ทีไ่ ดก ลาววา “เราคือพวกท่ีอัลลอฮไฺ ดทรงกาํ หนดใหม ีการเชื่อฟงปฏิบตั ิ ตามเรา เราคือมูลฐานแหงวิชาการ และเราคือผูที่ไดรับการอิจฉาตามที่อัลลอฮฺ ผูทรงสูงสุดไดมี โองการวา “หรือวาเปนเพราะพวกเขามีความอิจฉาคนท่ีอัลลอฮฺไดทรงประทานเกียรติยศของ พระองคใหแ กพ วกเขา” และทานยงั ไดรายงานเร่ืองนี้ไวอีกในหนังสือ “อัต-ตะฮฺซีบ” ดวยสายสืบฮา ดีษศอฮี้ฮจฺ ากทา นอมิ าม ศอดิก อาลยั ฮสิ ลาม “และบนฐานที่สูงน้ันมีชาย (ผูมีธรรมระดับสูง) พวกเขารูจักคนท้ังหมดไดดวยเคร่ืองหมาย ของพวกเขา” (อลั -อะอร อฟ : 46) (83) และชายผมู ีความซอ่ื สัตย บรรดาผูซ่งึ อัลลอฮไฺ ดท รงตรสั วา (83) รายงานจากทานษะอละบีย ไดใหความหมายโองการน้ีใน หนังสือตัฟสีรของทานโดย อางฮาดีษ จากทานอิบนุ อับบาส ท่ีไดกลาววา “ฐานต้ังที่สูงนั้น อยูที่สะพาน “ศิรอฏ” ซ่ึงบนน้ันมี ทานอับบาส ทานฮัมซะฮ ทานอาลี และทานญะอฺฟรโอบสองปกไว พวกเขารูจักคนท่ีมีความรักตอ พวกเขาได ดวยรัศมีขาวนวลจากใบหนาและรูจักคนท่ีชิงชังพวกเขาไดดวยสีดําคลํ้าที่ใบหนา และมี รายงานจากทา นฮากิม ดว ยสายสืบของทานอาลีที่ไดกลาววา “ในวันกียามัตน้ัน เราจะยืนอยูระหวาง สวนสวรรคและนรก ดังน้ันผูใดที่เขาไดสนับสนุนตอเรา เราก็จะไดรูจักเขาดวยเคร่ืองหมายที่ ใบหนาของเขา แลวเราจะไดใ หเขาเขาไปสูสวนสวรรคและผใู ดทีเ่ ขาโกรธเรา เราก็จะรูจักเขาไดโดย เคร่ืองหมายที่ใบหนาของเขา” รายงานจากทานซัลมาน ฟาริซีย ไดกลาววา ฉันไดยินทานศาสนทูต เคยพูดวา “โออาลีเอย แนนอนท่ีสุดเจาและบรรดาทายาทอันมาจากลูก ๆ ของเจาน้ัน จะไดอยูบน ฐานท่ีสูง” ทานคารอกกุฎนีย ก็ไดรายงานฮาดีษบทนี้ในทํานองเดียวกันกับรายละเอียดที่ปรากฏอยู ในตอนทายของ ุซอฺที่ 2 บาบที่ 9 หนังสือ “ศอวาอิก” วา “แทจริงทานอาลี ไดกลาวแกคนท้ังหกที่ ทานอมุ ัร ไดแตง ตง้ั ใหเปนกรรมการในการพจิ ารณาเร่ืองสําคัญในหมูพวกเขา ดวยคําพูดท่ียืดยาวดัง มีใจความวา “ขอใหทานท้ังหลาย ไดใครครวญดวยพระนามของอัลลอฮฺเถิดวา ในหมูพวกทานนี้จะ มีคนใดบางที่ทานศาสนทูต ไดเคยกลาวแกเขาวา “โออาลีเอย เจาคือมาตรการที่จําแนกของสวรรค และนรก ในวันกียามัต นอกจากฉันเสียคนหน่ึงแลว ?” พวกเขาเหลาน้ันกลาววา “ดวยพระนาม ของอัลลอฮฺ ไมมีใครเลย” ทานอิบนุ ฮะญัร ไดกลาวตอไปอีกวา “ความหมายของโองการนี้ “ทาน อนิ ตะเราะฮฺ ยงั ไดร บั คํารายงานมาจากทา นอาลีรฎิ อฯ ซึง่ ระบวุ า “แทจรงิ ทานนบี (ศ) ไดเคยกลาวแก
ทานวา “โออาลี แทจริงเจาเปนมาตรการจําแนกของสวรรคและนรก ดังนั้นเม่ือถึงวันกียามัต เจาจะ ไดกลาวแกนรกวา น่ีคือสวนของฉันและน่ีคือสวนของฉันและนี่คือสวนของเจา” “ทานอิบนุฮะญัร ยังไดกลาวอีกวา” “มีรายงานจากอิบนุ สิมาก ไดกลาววา “แทจริงทานอาบูบักรฺไดเคยกลาวถึงเร่ือง ของทานอาลี (ขออัลลอฮฺทรงมีความโปรดปรานตอทานท้ังสอง) วา “ฉันเคยไดยินทานศาสนทูตฯ กลาววา “หนทาง (ศิรอฎ) จะไมไดเปนท่ีอนุมัติแกผูใด นอกจากแกผูที่ไดมีขอความบันทึกแกเขาวา “อาลีไดอ นุมัตใิ หแลว ” “จากบรรดาผูศรัทธาท้ังหลายน้ัน มีปวงบุรุษที่เขาซ่ือสัตยตอเรื่องท่ีพวกเขาไดสัญญา ตออลั ลอฮฺ ดงั นั้นในหมูพ วกเขาไดม ีผปู ฏบิ ตั ติ ามการบนบานของเขา และในหมูพวกเขามีผูที่ยังคอย อยู และพวกเขามิไดป รวนแปรแมแตน อ ย”(84) (อลั -อะหซาบ : 23) และบรรดาชายผทู ําการพรรณนาความบริสุทธ์ิ (ตซั บีห) ตามที่ อัลลอฮฺผูทรงสูงสุดไดทรงมี โองการวา (84) ทานอิบนุ ฮะญัร ไดอธิบายไวในุซอฺที่ 5 บาบที่ 9 ของหนังสือ “ศอวาอิก” โดยได กลาวถงึ การถึงแกก รรมของทา นอาลวี า “แทจริงทานอาลี (อาลัยฮสิ ลาม) ไดถูกถามในขณะท่ีทานอยู บนมิมบัร ณ เมือง กูฟะฮฺ ถึงความหมายของโองการหนึ่งที่วา “ปวงบุรุษผูมีความซ่ือสัตยตามสิ่งที่ พวกเขาไดใหสัญญาไวกับอัลลอฮฺ” ทานไดกลาววา “ดวยพระนามของอัลลอฮฺ ผูทรงไวซ่ึงการอภัย โทษ โองการน้ีไดถูกประทานมาในเรื่องของฉัน และในเรื่องลุงของฉันคือ ฮัมซะฮฺและในเร่ืองของ ลูกพ่ีลูกนองของฉัน คือ อุบัยดะฮฺ บิน ฮาริษ บิน มุฏฏอลิบ เพราะสําหรับอุบัยดะฮฺน้ัน เขาไดปฏิบัติ ตามการบนบานของเขา ดวยการเปนชะฮีดในสงครามบะดัร สวนฮัมซะฮฺนั้น เขาไดปฏิบัติตามการ บนบานของเขา ดวยการเปนชะฮีดในสงครามอุหุด สําหรับฉันก็คือ ผูที่ยังรอคอยการไหลหลั่งของ มัน (เลือด) ท่ีไหลเย้ิมต้ังแตตรงน้ีไปถึงตรงน้ี แลวทานไดช้ีไปท่ีเคราของทานกับศีรษะของทาน ซึ่ง เปนพันธะสัญญาขอผูกพัน ซ่ึงบุคคลผูเปนที่รักย่ิงของฉัน คือ อาบู กอซิม (อัลลอฮฺทรงประทาน ความจาํ เรญิ และความสนั ติสขุ แดทานและแดบ นั ดาลูกหลานของทาน) ไดตั้งไวแกฉัน” รายงานโดย ทานฮากิมทํานองเดียวกันน้ียังไดมีความหมายของโองการน้ีอีกดวย ในหนังสือ “มัจญมุอ อัล-บะ ยาน” ซ่ึงอางรายงานของอุมัร บิน ษาบิต โดยอางจากรายงานของ อาบู อิสฮาก ซึ่งเปนรายงานฮาดีษ ท่ีมาจากทานอาลี (อาลัยฮิสลาม) ท่ีไดกลาววา “ในหมูพวกเรานี้ไดมีโองการซ่ึงถูกประทานลงมา
ยืนยันวาเปนปวงบุรุษผูมีความสัตยจริงตามขอสัญญาท่ีมีตออัลลอฮฺ สําหรับฉันขอสาบานดวยพระ นามของอัลลอฮวฺ า ฉนั คือ ผทู ีย่ งั คอยอยู และฉันมิไดปรวนแปรแมแ ตนอ ย” “สรรเสริญสดุดีพระองคในนั้น ท้ังยามเชาและยามพลบค่ําโดยปวงบุรุษผูที่การคาและการ ขาย มิไดหันหางเขาท้ังหลาย จากการรําลึกถึงอัลลอฮและการดํารงนมาซและการจายซะกาต เขา ทง้ั หลายกลัววนั ท่ี ในน้นั หวั ใจของพวกเขาและสายตาจะกระวนกระวาย” (อัน-นรู : 36-37) (85) และบานของพวกเขาเหลานั้น คือที่ซ่ึงพระนามของอัลลอฮฺผูทรงสูงสุด ไดถูกรําลึกถึง ตามทมี่ ีโองการวา “ตามบรรดาเคหะสถานซ่ึงอัลลอฮฺไดทรงอนุญาตใหทําการยกยองและเปนท่ีซึ่งพระนาม ของพระองคไ ดถกู ราํ ลึกถึงอยูเสมอ (อัน-นูร : 36) (86) (85) จากตัฟสีรของทาน มุญาฮิด และของทานยะอฺกูบ บิน ซุฟยาน ไดอางฮาดีษของ ทานอิบนุอับบาส ที่ไดอธิบายโองการ ผูทรงสูงสุดที่วา “และในเมื่อพวกเขาเหลานั้นไดเห็นกอง คาราวานคาขาย หรือการละเลน พวกเขาก็พากันไปที่นั่น และปลอยเจาไวใหยืนอยู” (อัล-ุมฺอะฮฺ : 11) คือเมื่อตอนที่พวกพอคานํากองคาราวานสินคามาจากเปอรเซีย และผานมายังมัสญิด หลังจาก น้ันก็ไดมีการตีเกราะเพื่อเรียกรองใหประชาชนมีความสนใจ ฉะน้ันประชาชนสวนหน่ึงก็ไดพากัน ไปมุงดูโดยทิ้งใหทานนบี (ศ) ยืนอานคุฏบะฮฺอยูบนมิมบัร ยังคงเหลืออยูแตเพียงทานอาลี ฮาซัน ฮุ เซน ทานหญิงฟาฏิมะฮฺ ทานซัลมาน ทานอาบูซัรและทานมิกดาด แลวทานนบี (ศ) ก็ไดกลาววา “แนน อนทส่ี ุดอลั ลอฮไฺ ดทรงมองทีม่ ัสญิดของฉนั ในวนั ศกุ ร ถาหากวาไมมีพวกเหลานี้แลว แนนอน ท่ีสุดเมืองมะดีนะฮฺ จะลุกโชนไปดวยกองไฟ และจะถูกพายุเหินกระหนํ่า เสมือนดั่งหมูชนของ พวกนบีลูฏ” และอัลลอฮฺจึงไดทรงประทานโองการมาเพื่อยืนยันถึงผูที่ยังคงอยูกับทาน ศาสนทูตฯ ในมัสญิด โดยโองการของพระองค ผูทรงสูงสุดที่วา “แซซรองสดุดีพระองคในน้ัน ท้ังยามเชาและ ยามพลบคํ่า ปวงบุรุษผทู ก่ี ารคา มิไดทําใหเ ขาท้งั หลายหนั หาง.... จนจบโองการ และแนนอนท่ีสุด อัลลอฮฺไดทรงทําใหพวกเขาเหลาน้ัน เปนชองทางตามผนัง ดังที่มีใน โองการ “อัน-นูร” กลาวเปนอุปมาไวสําหรับแสงสวางของพระองค (87) ซ่ึงสําหรับพระองคนั้นไดมี การอุปมาที่สูงสงในช้ันฟาท้ังหลายและแผนดิน และพระองค คือ ผูทรงอานุภาพ ผูทรงวิทยปญญา และพวกเขาเหลาน้ันอกี เชน กันทีไ่ ดช อ่ื วา
(86) รายงานโดยทานษะอละบีย ในการอธิบายความหมายโองการน้ี จากตัฟสีรอัล-กะบีร ดวยสายสืบฮาดีษของทานอานัส บิน มาลิก และทานบะรีดไดกลาววา “ทานศาสนทูตฯ ไดอาน โองการน้ี ถึงในตอนท่ีวา “ตามบรรดาเคหะสถานที่ซึ่งอัลลอฮฺไดทรงอนุญาตใหทําการยกยองและ เปนท่ีซึ่งพระนามของพระองคไดถูกรําลึกอยูเสมอ” ทานอาบูบักรฺไดลุกข้ึนไปหาทานแลวกลาววา “โอท านศาสนทตู ฯ นแ่ี หละคือบานเหลานั้น” แลว ทา นกไ็ ดชไ้ี ปยังบานของ “ทานอาลแี ละทา นหญงิ ฟาฏิมะฮฺ” ทานศาสนทูตฯ ไดกลาววา “ใชแลว จะมีใครมีเกียรติยศยิ่งไปกวาน้ันอีก” ดูในบาบที่ 12 หนังสือ “ฆอยะตุล-มะรอม” ซึง่ มฮี าดีษศอฮ้ีฮฺ 9 บทยนื ยนั ในเร่อื งน้ดี วย (87) ดูการอธิบายโองการของอัลลอฮฺ ผูทรงสูงสุด ท่ีไดทรงอุปมาแสงสวางของพระองค เปนเชนชองตามผนงั ความหมายตามโองการน้ี ทานอิบนุ มะฆอชะลีย อัช-ชาฟอีย ไดรายงานไวใน หนังสือของทาน โดยอาศัยสายสืบของทานอาลี บินญะอฺฟร ที่ไดกลาววา “ฉันไดถามทานอาบูฮา ซัน (อัล-กาซิม) ถึงความหมายของโองการแหงพระผูทรงสูงสุดที่วา “เปนเชนชองตามผนังซึ่งใน นั้นมีตะเกียง” ทานอาบู ฮาซัน (อาลัยฮิสลาม) ไดกลาววา “ชองตามผนัง (อัล-มิชกาตต) หมายถึง ทานหญิงฟาฏิมะฮฺ สวนตะเกียง (อัล-มิศบาห) หมายถึงทานฮาซันและทานฮุเซน คําวา โคมแกว (อัซ-ซุญาญะฮฺ) ท่ีเปนเสมือนดาวประกายแสงน้ันทานไดกลาววา “ทานหญิงฟาฎิมะฮฺเปนดาวที่ ประกายแสงของมวลสตรีในสากลโลกที่ถูกจุดมาจาก (นํ้ามัน) ของพฤกษาหน่ึงอันจําเริญ” ซ่ึง พฤกษาน้ันหมายถึง ทานนบีอิบรอฮีม โองการท่ีวา “มิไดเปนของฝายตะวันออกและมิไดเปนของ ฝายตะวันตก” น้ันหมายความวา มิไดเปนของยะฮุดีและมิไดเปนของนัศรอนีย คําวา “ซ่ึงนํ้ามันของ มันแทบประกายแสงกลา (ออกมาเอง)” “ทานไดกลาววา “หมายถึง วิชาความรูท่ีแทบจะพูดออกมา ไดเองจากทาน” และโองการที่วา “แมมิไดมีไฟจุดมันก็ตามแสงสวางซอนแสงสวาง” นั้นทานได กลาววา หมายถงึ “อมิ ามหลังจากอิมามท่อี ัลลอฮฺ ไดท รงนาํ ทางดว ยแสงสวา งของพระองค สําหรับผู ท่ีพระองคทรงประสงคอัลลอฮฺ ทรงนําทางโดยอํานาจการปกครองของเราใหแกผูที่พระองคทรง ประสงค น่คี ือ การอรรถาธิบายอยางละเอยี ดลออจากบรรดาบุคคลแหง อะหฺลลุ บัยตฺท่ีไดถูกประทาน มา” “เปน พวกทีอ่ ยูทางขางหนาเปนพวกที่อยูหนาสุด (ในการไดผลของความดี) พวกเขาเหลาน้ี คือ ผูท่ีถกู ใหอยอู ยางใกลช ดิ (ความปราโมทยข องอัลลอฮ)ฺ ” (อัล-วากอิ ะฮฺ : 10-11) (88)
และพวกเขาเหลาน้ันเปนผูมีความซ่ือสัตยจริง (89) พวกเขาเหลานั้นเปนบรรดาผูพลีชีพและ เปนเหลาบรรดาผูมีคุณธรรม ท้ังพวกเขาเหลาน้ันและบรรดาผูซ่ึงเปนมวลมิตรของพวกเขาตามท่ี อลั ลอฮฺ ผทู รงสงู สุดไดม ีโองการวา (88) รายงานโดยอัต-คัยละมีย ในทํานองเดียวกันกับฮาดีษท่ี 29 ภาคท่ี 2 บาบท่ี 9 ของ หนังสืออัศศอวาอิก อัล-มุฮัรเราะเกาะฮ ของทานอิบนุ ฮะญัร จากฮาดีษของทานหญิงอาอีซะฮฺ โดย รายงานของทา นฏ็อบรอนยี และอบิ นุ มรั ดวุ ยี ะฮ อา งฮาดษี ท่ีมีรายงานมาจากทานอิบนุ อับบาส ท่ีได กลาววา แทจรงิ ทานนบีไดกลาววา “พวกที่อยูกอนสามพวกน้ันหมายถึงพวกท่ีมุงไปยังทานนบีมูซา ซึง่ นําโดยยูซะอ บิน นูน พวกทมี่ งุ ไปยังนบอี ซี า นน้ั นาํ โดยยาซนี สวนพวกท่ีมุงไปยังนบมี ฮุ มั มัดน้ัน นาํ โดยอาลี บนิ อาบูฏอลิบ” ฮาดษี น้ีรายงานโดยเมาฟก บินอะหฺมัด และวะกีฮฺ บิน มะฆอชะลีย ดวย สายสืบของรายงานฮาดษี จากทา นอบิ นุ อบั บาส (89) รายงานโดยอิบนุ นัจญาร ทํานองเดียวกันกับในฮาดีษท่ี 30 ดังท่ีเราไดรับการช้ีแจงมา จากหนังสือศอวาอิก อันเปนรายงานฮาดีษของทานอิบนุ อับบาส ซ่ึงไดกลาววา ทานศาสนทูตฯ ได กลาวดังน้ี “บรรดาผูมีความสัตยจริงน้ันมีสามเหลา นั่นคือฮัซกีล มุอฺมิน แหงวงศวานของฟรเอาวน และฮะบีบ นัจญาร จากพวกของยาซีนและอาลี บิน อาบีฏอลิบ” และมีรายงานจากทานอาบู นาอีม และอิบนุ อะซากริ ทํานองเดยี วกันกบั ในฮาดีษท่ี 31 ซึง่ เราไดรับการช้ีแจงมาจากหนงั สอื “ศอวาอิก” ซงึ่ เปน รายงานของทานอบิ นุ อาบูลัยลา ท่ไี ดกลาววา แทจริงทานศาสนทูตฯ ไดกลาวดังน้ี “บรรดาผู มีความสัตยจริงนั้นมีสามเหลา ไดแกฮะบีบ นัจญาร มุอฺมิน อาลิยฺาซีน” ทานไดกลาววา “โอ ประชาชนเอย จงเชอื่ ฟงปฏบิ ตั ิตามบรรดาศาสนทูตเถดิ และฮซั กีล มอุ ฺมนิ จากวงศวานของฟร เอาวน ท่ีเขาไดกลาววา “พวกทานไดฆาประชาชนที่เขากลาววา พระผูอภิบาลของฉันคือ อัลลอฮฺกระน้ัน หรือและอาลี บิน อาบีฏอลิบ ซึ่งเขาเปนผูท่ีมีเกียรติย่ิงในบุคคลเหลาน้ัน นี่คือฮาดีษท่ีศอฮี้ฮฺในยุค กอน ๆ มีหลกั ฐานยนื ยันท่ีแข็งแรง โดยสายสืบทสี่ อดคลองตอ งกนั หลายกระแส “และมาจากผูซึ่งเราไดสรางมาทั้งหลายนั้น มีประชาชาติหนึ่งท่ีเขาไดรับทางนําดวย หลักการท่เี ปนสจั จะ และโดยนยั นน้ั พวกเขาปฏิบัติอยางเทีย่ งธรรม” (อัล-อะอฺรอฟ : 181) (90) และพระองคไดกลาวถึงเร่ืองของพลพรรคของพวกเขาเหลานั้นกับพลพรรคของศัตรูแหง พวกเขาเหลานน้ั วา
“บรรดาพวกของนรกและพวกของสวรรคน ้ันไมเหมอื นกัน พวกของสวรรคค อื เหลาบรรดา ผูไดร ับชัย (อลั -ฮะชรั : 20) (91) (90) อางอิงจาก “ศ็อดรุล-อะอิมมะฮฺ” ของทานเมาฟก บิน อะหฺมัด จากรายงานของอาบู บักรฺ บิน มัรดาวียะฮฺ ดวยสายสืบที่ยืนยันไปยังทานอาลี ตามที่ไดกลาวไวดังนี้ “ประชาชาตินี้จะ แตกแยกออกไปเปน 73 จําพวก ทุก ๆ พวกเหลาน้ันจะไดเขาไปอยูในไฟนรก นอกจากพวกเดียว เทา นั้น แนนอนพวกน้จี ะไดเขาไปอยูใ นสวรรค” และพวกเขาเหลานั้นก็คือบรรดาผูซ่ึงอัลลอฮฺผูทรง สูงสุดไดทรงตรัสไวถึงสิทธิของพวกเขาในโองการที่วา “และมาจากผูซึ่งเราไดสรางมาท้ังหลายน้ัน มีประชาชาติหน่ึงที่เขาไดรับทางนําดวยหลักการที่เปนสัจจะ และโดยนัยน้ัน พวกเขาปฏิบัติอยาง เท่ยี งธรรม” ซงึ่ พวกเขาเหลา น้นั กค็ ือ ฉนั และชอี ะฮฺ (พวกปฏบิ ตั ิตาม) ของฉนั (91) รายงานโดยชัยค อัฏ-ฏซีย ในหนังสืออูมาลีย โดยอางสายสืบฮาดีษศอฮี้ฮฺจากทานอามี รุล-มุมินีน ไดกลาววา “แทจริงทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและ ความสันตสิ ขุ แดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ไดอานโองการน้ี “บรรดาพวกของนรกและ พวกของสวรรคน้ันไมเหมือนกัน” แลวทานไดกลาววา “บรรดาชาวสวรรคนั้น ไดแก ผูท่ีเชื่อฟง ปฏิบัติตามฉันและจงรกั ภกั ดีตอ อาลี บิน อาบฏี อลิบหลังจากฉนั และยึดมั่น และโองการทไี่ ดก ลาวไวใ นเรอื่ งของคนสองพวกนี้ อกี คร้ังหนึง่ ดงั มีใจความวา “เราจะปฏิบัติตอบรรดาผูศรัทธาและประกอบความดีทั้งหลาย เชน ผูกอการเสียหาย ณ แผน ดิน กระนน้ั หรอื ? หรือเราจะปฏบิ ัติตอผูส าํ รวมตน เชน คนชว่ั กระน้นั หรือ ?” (ศอด : 28) (92) และพระองคไ ดท รงมีโองการในเร่ืองสองพวกน้อี กี แหง หน่งึ วา “หรือบรรดาผูไดประกอบการช่ัว คิดวาเราจะทําใหพวกเขาเปนเสมือนบรรดาผูศรัทธาและ ประกอบการดที ้งั หลาย อยางเทาเทยี มกันทั้งในดานการดํารงชีวิตของพวกเขา และการตายของพวก เขา ชว่ั ชาแท ๆ ทีพ่ วกเขาตัดสนิ อยา งน”ี้ (อัล-ญาษยิ ะฮฺ : 21) (93) ตออํานาจการปกครองของเขา” ไดมีคนถามขึ้นวา “แลวบรรดาชาวนรกเลา ?” ทานไดตอบวา “หมายถงึ ผทู รยศตออาํ นาจการปกครอง (อัล-วิลายะฮ)ฺ โดยบัน่ ทอนพนั ธะขอผูกพันน้ีและไดสังหาร เขาภายหลังจากฉัน” และยังมีรายงานของทานศุดดูก ซึ่งเปนฮาดีษท่ีมาจากทานอาลี (อาลัยฮิสลาม) กับรายงานของ อะบู มุอัยยิด เมาฟก บิน อะหฺมัด เปนฮาดีษที่มาจากคําบอกเลาของทานญาบิรกลาว วา “ทานศาสนทูต (ศ) ไดกลาววา “ขอสาบานตอพระผูซึ่งชีวิตของฉันอยูในพระหัตถของพระองค
วา “แทจ รงิ คน ๆ น้ี (หมายถึงทานอาลี) และชีอะฮฺ (พรรคพวกผูปฏิบัติตาม) ของเขาคือ เหลาบรรดา ผูที่จะมชี ยั ในวนั กิยามตั ” (92) ดูความหมายของโองการน้ีไดในการ ตัฟสีร ของทานอาลี บิน อิบรอฮีม หรือจะดูใน บาบท่ี 81 และบาบท่ี 82 ของหนงั สือ” ฆอยะตลุ -มะรอม” และพระองคไดกลาวในเรื่องของพวกเขาพรอมกับเรื่องของเหลาบรรดาผูซ่ึงปฏิบัติตาม พวกเขาอีกดงั นี้ “แทจ ริงบรรดาผูซ ง่ึ ศรัทธาและประกอบคุณงามความดี พวกเขาเหลานั้นคือเหลาบรรดาผูท่ี มีความประเสริฐท่ดี ยี ่งิ ” (อลั -บยั ยนิ ะฮ : 7) (94) และพระองคยังไดกลาวถึงในเรื่องของพวกเขา และในเร่ืองการโตเถียงของพวกเขาดังมี โองการความวา (93) โองการนี้มีสาเหตุท่ีถูกประทานลงมาคือ ในเรื่องของทานฮัมซะฮ ทานอาลีและทาน อุบัยดะฮฺ เมื่อตอนท่ีพวกเขาไดพลีตนเพ่ือตอสูกับอุตบะฮฺ ชัยบะฮฺ และ วะลีด ดังน้ันบรรดาผูซึ่ง ศรัทธาตามความหมายของโองการน้ี ในขณะน้ันก็คือทานฮัมซะฮ และทานอาลี และทานอุบัยดะฮ สว นบรรดาผซู ึ่งเปน ฝา ยประกอบความชั่วตามความหมายของโองการน้ี ในขณะทีไ่ ดถ กู ประทานลง มาก็คือ อุตบะฮ ชัยบะฮ และวะลีด นี่คือ การอธิบายความหมายของโองการนี้ตามหลักฮาดีษศอฮี้ฮฺ หลาย ๆ บท (94) ทานสามารถพิจารณาเร่ืองน้ีได เพราะทานอิบนุ ฮะญัรก็ไดยอมรับวาเปนโองการที่ถูก ประทานลงมาในเร่ืองท่ีเกี่ยวกับพวกเขา และทานไดกํากับไววาเปนหนึ่งในหลายๆ โองการท่ีระบุ ถึงเกียรติยศของพวกเขาเหลาน้ัน โดยเฉพาะของพวกเขาเหลาน้ัน ซึ่งรายละเอียดของเรื่องน้ีทานได อธิบายไวในภาคท่ี 1 จากบาบที่ 11 จากหนังสือศอวาอิก การที่ชี้ใหวิเคราะหตามส่ิงท่ีเราไดอธิบาย มาจากบรรดาฮาดีษท่ีเกี่ยวของกันกับโองการเหลานี้ก็เพียงแตในรายละเอียดท่ีฝายซุนนะฮฺไดใหคํา อรรถาธบิ ายตอฝายชีอะฮฺ ซึ่งเกย่ี วกับเรื่องราวทส่ี าํ คญั ยง่ิ ของเรา “ผโู ตเ ถียงท้ังสองฝายน้ัน พวกเขาไดโตเถียงเกี่ยวกับ ในเร่ืองของพระผูอภิบาลของพวกเขา ดงั นัน้ บรรดาผูปฏเิ สธสาํ หรบั พวกเขากค็ อื อาภรณ ทีถ่ ูกตัดมาจากไฟน้าํ ทีเ่ ดอื ดพลา น จะไดถูกเทราด ลงบนศรี ษะของพวกเขา” (อัล-ฮัจญ : 19) (95)
และพระองคยงั ไดทรงกลาวถงึ ในเร่อื งน้ขี องพวกเขา และในเรอ่ื งของศัตรูของพวกเขา โดย โองการอีกตอนหนงึ่ วา (95) ทานบุคอรีไดรายงานไวในการอรรถาธิบาย ซูเราะฮฺ อัล-ฮัจญ หนา 107 ุซอที่ 3 จาก หนังสือศอฮี้ฮฺของทาน โดยอางสายสืบที่รายงานมาจากทานอาลีท่ีไดกลาววา “ฉันเปนคนแรกที่จะ ยนื หยัดอยูกับพระพักตรของพระผูทรงกรุณาปรานีในวันกียามัตเพ่ือตอสูกับฝายปรปกษ (ทานบุคอ รีไดกลาววา) ทานกยั สไ ดกลาววา “และในเร่อื งของพวกเขาเหลานั้น โองการหน่ึงไดถูกประทานมา น้ัน คือ “ผูโ ตเถยี งท้งั สองนี้โตเถยี งเกย่ี วกับพระผอู ภิบาลของพวกเขา” แลวทานไดกลาวอีกวา “พวก เขาเหลานั้นคือ บรรดาผูซึ่งไดเสียสละในวันบะตัร คือทานอาลี และพวกของทานอีกสองคนคือ ทานฮัมซะฮ และทานอุบัยดะฮฝายหน่ึง โดยมีชัยบะฮฺ บิน รอบีอะฮฺ และพรรคพวกของเขาอีกสอง คน คือ อุตบะฮฺ บิน รอบีอะฮฺ และ วะลีด บิน อุตบะฮฺ ฝายหน่ึง นอกจากน้ียังมีรายงานในหนังสือ ศ็อฟฮะตุล-มัสกูเราะฮฺ จากรายงานฮาดีษของทานอาบูซัรวา “แทจริงทานขอยืนยันในเรื่องน้ีวา โองการน้ี (ผูโตเถียงทั้งสองไดโตเถียงเกี่ยวกับพระผูอภิบาลของพวกเขา) ไดถูกประทานลงมาใน เรื่องของทานอาลีและพรรคพวกฝายหน่ึงกับอุตบะฮฺและพรรคพวกอีกฝายหนึ่งในวันท่ีทําการตอสู กนั ในสงครามบะดรั . “ดังนั้นผูท่ีเขาเปนผูศรัทธาจะมีสภาพเสมือนกับผูที่ฝาฝนกระนั้นหรือ พวกเขาไม เหมือนกันดอก สวนบรรดาผูศรัทธาและทําการดีทั้งหลาย ดังนั้นสําหรับพวกเขาคือ สวนสวรรค หลากหลายเปนท่ีพํานัก จะไดรับการตอนรับตามสิ่งท่ีพวกเขาไดกระทําไว สวนบรรดาผูฝาฝนที่ พาํ นกั ของพวกเขาคอื ไฟ คราใดท่พี วกเขาปรารถนาจะออกไปจากมัน พวกเขาก็ถูกใหกลับไปในน้ัน อีก จะมีการกลาวแกพวกเขาวา จงชิมการลงโทษของไฟซึ่งพวกทานเคยกลาววามันเปนความเท็จ” (อัล-สัจญดะฮฺ 18-20) (96) และในเรื่องเกี่ยวกับพวกเขากับเรื่องของผูที่อวดดีตอพวกเขาดวยการใหน้ําดื่มแกผูทําฮัจญ และบาํ รุงมัสญดิ อัล-ฮะรอมตามท่ีอัลลอฮฺผูทรงสูงสุดไดประทานโองการความวา (96) โองการน้ีไดถูกประทานลงมาในเร่ืองที่เกี่ยวกับทานอะมีรุล-มุมินีนและวะลีด บิน อุ ตบะฮฺ บิน อาบีมอุ ีฏ โดยไมม หี ลกั ฐานอนื่ ใดคดั คา นและนี่คือรายละเอียดซ่ึงบรรดานักปราชญฮาดีษ
และนักปราชญตัฟสีรไดรายงานและไดอรรถาธิบายไวทานอิมามอาบูฮาซัน อาลี บิน อะหฺมัด อัส- วาฮิดีย ก็ไดรายงานอธิบายความหมายของโองการนี้ไวในหนังสือของทานอีกเชนกัน (อัส-บาบุน นุซูล) ดวยสายสืบที่มาจากรายงานของสะอีด บิน ุบัรย ที่ไดรับฟงมาจากทานอิบนุ อับบาส วาวะ ลีด บิน อุตบะฮฺ บิน อาบีมุอีฏ ไดกลาวแกทานอาลี บิน อาบีฏอลิบ วา ฉันก็เปนคนหน่ึงท่ีใกลชิดกับ ทานและใหความกวางขวางกับทาน ฉะนั้นบัญชีของฉันก็ควรที่จะไดรับจากทานอยางเต็มท่ี ทาน อาลีไดกลาวแกเขาวา “จงหยุด เพราะแทจริงทานเปนผูฝาฝน” ดังน้ันโองการนี้ถึงไดถูกประทานลง มาวา “ดังนั้นผูท่ีเขาเปนผูศรัทธาจะมีสภาพเหมือนกับผูท่ีฝาฝนกระน้ันหรือ ?” ทานไดกลาวอีกวา “ผูศรัทธา” ตามความหมายของโองการนี้ คือทานอาลี และความหมายของ “ผูฝาฝน” ในโองการนี้ คอื วะลีด บิน อตุ บะฮฺ” “สูเจาถือเอาการท่ีไดใหนํ้าด่ืมแกผูทําฮัจญและการบํารุงมัสญิดอัล-ฮะรอมวาจะเปนเสมือน ผูศรัทธาในอัลลอฮฺและวันปรโลก และดิ้นรนตอสูในหนทางของอัลลอฮฺกระน้ันหรือ พวกเขาไม เสมอื นกันหรอกอกี ในทัศนะของอัลลอฮฺ โดยแทจริงอัลลอฮฺจะไมทรงนําทางหมูชนผูอธรรม” (อัต- เตาบะฮฺ : 19) (97) และในเร่ืองเกียรติยศและความสูงสงในดา นของความอดทนและความเสียสละของพวกเขา อลั ลอฮฺผทู รงสงู สดุ กไ็ ดม ีโองการอกี วา (97) โองการนี้ไดถูกประทานลงมาในเรื่องที่เกี่ยวกับทานอาลี และทานลุงของทานคือทาน อับบาส ฝายหนึ่งกับฎ็อลฮะฮฺ บิน ชัยบะฮฺ ดวยเหตุที่วาพวกเขาเหลาน้ันมีการโตแยงกัน โดยฎ็อล ฮะฮฺไดกลาววา “ฉันคือผูมีสิทธแหงบัยตุลลอฮฺมากกวาคนอ่ืน เพราะกุญแจของมันอยูในกํามือของ ฉันและผาคลุมก็เก็บไวท่ีฉัน” ทานอับบาสไดกลาวขึ้นวา “สําหรับฉันเปนฝายที่มีหนาท่ีใหนํ้าดื่ม และเปนผูดูแลมันมาตลอด” ทานอาลีไดกลาวข้ึนบางวา “ฉันไมทราบวาทานท้ังสองกําลังพูดกันใน เร่ืองอะไร แตแ นน อนท่สี ุดฉันไดนมาซญมากอนประชาชนท้ังหลายเปนเวลาถึง 6 เดือน ฉันเปนคน ของการตอสดู ิน้ รน” ดงั น้ันอลั ลอฮฺ ผูท รงสงู สุดจึงไดประทานโองการบทนี้ลงมา ทานอิมามอัล-วาฮิ ดีย ก็ยังไดอางความหมายจากการอธิบายโองการนี้ไวในหนังสือ “อัสบาบุนนุซูล” อีกดวย นอกจากน้ีทานฮาซัน บัสรีย ทานชุอบีย และทานกุรฎบียก็ยังไดอางอิงความหมายตามนี้อีกดวยโดย ไดอางจากรายงานของทานอิบนุ ซีรีน และทานมุรเราะฮฺ ฮัมคานียท่ีไดกลาววา “แทจริงทานอาลีได
กลาวแกทานอับบาสวา ทานยังไมไดเปนผูอพยพจนกวาทานจะไดติดตามทานนบี (อัลลอฮฺทรง ประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบันดาลูกหลานของทาน) ทานอับบาสไดก ลาววา “ฉันมีความประเสริฐยงิ่ กวาการอพยพมใิ ชห รอื ? ฉันมิใชหรือท่ีเปนผูใหนํ้าด่ืมแกคนทําฮัจญ ที่บัยตลุ ลอฮฺและฉันไดบ ํารงุ มสั ญิดอลั -ฮะรอม” แลว โองการน้กี ็ไดถกู ประทานลงมา “และในหมมู นุษยน ัน้ มีผูทไ่ี ดขายชีวติ ของเขาไปเพื่อแสวงหาความพงึ พอใจของอัลลอฮฺ แท จรงิ อัลลอฮฺเปนผูทรงเอน็ ดูแกปวงบาว” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 207) (98) และพระองคไดทรงมีโองการอีกวา (98) รายงานโดยทานฮากิม หนา 4 ุซอฺท่ี 3 หนังสือ “มุสตัดร็อก” โดยอางฮาดีษจาก ทานอิบนุอับบาสท่ีไดกลาววา “อาลีเขาไดขายชีวิตของเขาและไดสวมเสื้อผาของทานนบี” ทาน ฮากิมยังไดอธิบายเพ่ิมเติมวามีสายสืบที่ศอฮ้ีฮฺตามมารตรฐานของทานชัยคทั้งสอง ถึงแมวาทานท้ัง สองน้ันจะไมรายงานฮาดีษบทน้ีก็ตาม แตทานซะละบียก็ไดยอมรับความจริงของเร่ืองน้ีไวใน หนังสือ “ตลั -คีศมสุ ตดั ร็อก” และยงั มรี ายงานจากทานฮากิมในหนังสือ “ศ็อฟฮะตุล มัซกูเราะฮฺ” อีก วา มีรายงานจากทานอาลี บิน ฮุเซน ไดกลาววา “แทจริงบุคคลแรกที่เปนผูขายชีวิตของเขาเพ่ือ แสวงหาความปราโมทยจากอัลลอฮฺนั้นไดแกทานอาลี บินอาบีฏอลิบในขณะท่ีทานไดนอนบนท่ี นอนของทา นศาสนทตู ” “แทจริงอัลลอฮฺไดทรงซ้ือจากผูศรัทธาซึ่งชีวิตของเขาทั้งหลายและสมบัติของพวกเขา ดวย การใหแกพวกเขาเหลานนั้ ซึ่งสวนสวรรค พวกเขาเหลา นั้นตอ สูในวถิ ที างของอลั ลอฮฺ ดังน้ันพวกเขา ไดฆาและพวกเขาไดถูกฆาเปนคําสัญญาแหงสัจจะที่มีตอพระองค ทั้งในคัมภีรเตารอตและคัมภีร อินญีลและ อัล-กุรอาน แลวผูใดเลาจะปฏิบัติตามสัญญาของเขาใหสมบูรณยิ่งกวาอัลลอฮฺ ดังนั้นจง ช่ืนชมยินดีกับการคาขายของสูเจาซึ่งไดตกลงกันกับสิ่งน้ัน และน่ีคือความสําเร็จอันใหญหลวง บรรดาผลู แุ กโทษผูเ คารพภักดี ผูสรรเสรญิ ผูถ อื ศลี อด ผูโคง ผกู ราบ ผกู ําชบั ใหก ระทําดี ผูหามปราม จากการกระทําความช่ัวและผูรักษาบทบัญญัติของอัลลอฮฺ และจงแจงขาวดีแกผูศรัทธาท้ังหลาย (อตั -เตาบะฮฺ : 111-112)
บรรดาผูซึ่งไดบริจาคทรัพยสินของพวกเขาท้ังหลายดวยเวลากลางคืน และกลางวัน ทั้งยาม ลบั และเปดเผย ดังนั้นจะไดแ กพ วกเขากค็ ือรางวลั ของพวกเขา ณ พระผูอภิบาลของพวกเขาทั้งหลาย และจะไมม คี วามหวาดกลัวแกพ วกเขาและพวกเขาจะไมเ ศรา โศก” (อลั -บะเกาะเราะฮ : 274) (99) (99) บรรดานักปราชญฮาดีษและนักปราชญตัฟสีรตางไดรายงานรวมกันกับบรรดา นักปราชญเ จาของตําราตาง ๆ ในสาเหตขุ องการประทานโองการนี้ดวยสายสืบของพวกเขาท่ีมาจาก รายงานของทานอิบนุ อับบาส ในการอรรถาธิบายโองการของพระผูทรงสูงสุด ขอความที่วา “บรรดาผูซึ่งไดบริจาคทรัพยสินของพวกเขาดวยเวลากลางคืน และเวลากลางวันทั้งโดยลับและโดย เปดเผย” ดงั น้ี “โองการนี้ไดถ กู ประทานมาในเรอ่ื งที่เก่ยี วกับทานอาลี บนิ อาบีฏอลิบ ซึ่งในขณะนั้น ทา นมีเงนิ 4 ดริ ฮมั แลวทา นไดบริจาคในตอนกลางคืนหน่ึงดิรฮัม และไดบริจาคในตอนกลางวันอีก หน่ึงดิรฮัม และไดบริจาคในยามลับอีกหน่ึงดิรฮัม และไดบริจาคในยามเปดเผยอีกหนึ่งดิรฮัม และ โองการน้ีก็ไดถูกประทานลงมา” ทานอิมามวาฮิดีย ก็ไดรายงานไวในอัสบาบุนนุซูนโดยสายสืบฮา ดษี ที่มาจากทานอบิ นุ อบั บาส ซ่ึงไดรายงาน โดยทานมุญาฮิดอีกดวย และพวกเขาเหลาน้ันเปนผูท่ีมีความซื่อสัตยตอความสัตยจริง ดังนั้นสัจธรรมอันเท่ียงแทจึง ไดป ระจักษย นื ยันใหแกพวกเขา โดยพระองคผูทรงจําเรญิ ไดท รงมโี องการวา “และผูซ่ึงไดนํามาซ่ึงความจริงและไดยืนยันกับมัน พวกเขาเหลาน้ีเปนผูสํารวมตนจาก ความชัว่ ” (อซั -ซมุ รั : 33) (100) พวกเขาเหลานี้คือผูท่ีทานศาสนทูตไดยกยองวาเปนผูบริสุทธ์ิและเปนญาติที่สนิทของทาน เปนบรรดาผซู ึ่งอัลลอฮฺไดทรงเจาะจงใหพ วกเขาไดรับเกียรติจากการดูแลรักษาของพระองค และอยู ในความกรณุ าอนั ยง่ิ ใหญของพระองค ดังท่พี ระองคไดม ีโองการวา “และจงตักเตือนบรรดาญาติ ผูใ กลช ดิ ของเจา” (อชั -ชอุ รฺ ออฺ : 214) และโองการที่วา (100) ผูซ่ึงมายืนยัน “ความจริง” น้ัน คือทานศาสนทูต และผูซ่ึงยืนยัน “ตอส่ิงน้ัน” ก็คือ ทานอามีรุล-มมุ นิ ีน เลาโดยทานบากิร ทานศอดกิ ทา นกาซิม ทา นรฎิ อ ทานอิบนุ อับบาส ทานอิบนุ- ฮะนะฟยะฮ ทานอับดุลลอฮฺ บิน ฮาซัน และทานซะฮีด ซัยด บิน อาลี บิน ฮุเซน ทานอาลี บิน ญะอ ฟร ศอดิก ซึ่งทานอามีรุล-มุมินีนเปนผูท่ีไดสําแดงความจริงดังกลาวน้ีดวยตัวของทานเอง รายงาน
โดยทานอิบนุมะฆอสะลียในหนังสือ มะนากิบ ไดอางรายงานที่มาจากทานมุญาฮิด วา “ผูซ่ึงนํา ความจริงมานั้นคือมุฮัมมัด และผูซึ่งยืนยันตอส่ิงนั้นคืออาลี รายงานโดยทานอิบนุ มัรดุวียะฮ และ อาบู นาอมี “สวนผูสัมพันธทางเครือญาตินั้นบางคนในหมูพวกเขาก็มีสิทธิเหนืออีกบางคนตาม บทบญั ญตั ิของอัลลอฮ.ฺ ... (อลั -อะหซาบ : 6) และพวกเขาจะเปน ผูท ี่อยใู นระดับฐานะทส่ี ูงสง ในวันกียามัตโดยอยูในอาคารหนง่ึ แหง สวน สวรรคอันบรมสขุ ตามที่พระองคผ ูทรงสงู สดุ ไดม ีโองการวา “สวนบรรดาผูศรัทธาและบันดาลูกหลานของพวกเขาเหลาน้ันที่ไดเจริญรอยตามพวกเขา ดวยความศรัทธา เราจะใหลูกหลานของพวกเขาอยูรวมกับพวกเขาและเราจะไมทําใหลดนอยลงแก พวกเขาเหลา นั้นจากการงานใด ๆ (อัฏฎร : 21) (101) พวกเขาเหลา น้นั เปน บรรดาผูท ดี่ ํารงอยไู วซึ่งสทิ ธติ ามทอ่ี ลั -กุรอาน ไดส ําทบั ไวว า “และจงมอบใหแ กผ เู ปนญาตทิ ่ีสนทิ ซ่งึ สิทธิของเขา” (อัล-อสั รออฺ 26) (101) รายงานโดยทานฮากิม ในการอธิบายซูเราะฮฺอัฏฎร หนา 468 ุซอฺที่ 2 จากหนังสือ ศอฮี้ฮฺ มุสตดั ร็อก ที่อางคํารายงานฮาดีษจากทานอิบนุ อับบาสท่ีกลาวถึงโองการของพระองค ผูทรง สูงสุดท่ีวา “เราจะใหลูกหลานของพวกเขาอยูรวมกับพวกเขา และเราจะไมทําใหลดนอยลงแกพวก เขา” ทานกลาววา “แทจริงอัลลอฮฺไดทรงยกยองเชื้อสายของผูศรัทธา โดยจะใหอยูในตําแหนง เดียวกันในสวนสวรรค ถึงแมว า พวกเขาเหลา นัน้ ยังมกี ารงานทไี่ มเ พยี งพอก็ตาม หลังจากนนั้ ทานได อานอกี วา “และบรรดาผซู ึ่งศรทั ธาและบรรดาลูกหลานของพวกเขาและเราจะไมทําใหลดนอยลงแก พวกเขาเหลานั้น” ทา นกลาววา “หมายถงึ เราจะไมบน่ั ทอนพวกเขาเหลา นน้ั ” พวกเขาเปนผูมีสิทธิในอัล-คุมส (จํานวนหนึ่งในหา) ซ่ึงความผิดของบุคคลใด ๆ จะไมถูก ลบลา ง จนกวาจะไดบรจิ าคทรพั ยสินสวนนี้ ดังท่ีอัลลอฮฺไดมีโองการวา
“และจงรไู วเถิดวา แทจ ริงสงิ่ ทีส่ ูเจา ริบไดน นั้ ไมวาสงิ่ หนง่ึ สง่ิ ใด (ในการทําสงคราม) ดังนั้น แทจริงหน่ึงในหาของมันเปนสิทธิ์ของอัลลอฮฺและของรอซูลและของเครือญาติท่ีสนิท(ของรอซูล) เดก็ กาํ พราและผูเ ดนิ ทาง” (อลั -อันฟาล : 41) พวกเขาไดชอ่ื วาเปนอุลลุ ไฟอต ามทพี่ ระองคท รงมโี องการวา “และอันใดท่ีไดมาจากชาวเมือง (ในภาวะปกติ) นั้น อัลลอฮฺไดทรงประทานใหแกรอซู ลของพระองค ดังน้ัน (หนึ่งในหา ของมนั ) จึงเปนสวนท่ีมีสําหรับอัลลอฮฺและเปนสําหรับรอซูลและ สําหรบั ญาตสิ นทิ (ของรอซลู ) ... เดก็ กาํ พรา คนขัดสนและคนเดินทาง (อัล-ฮัชรุ : 7) พวกเขาเหลานน้ั คืออะหฺลลุ บัยตฺ ซึง่ เปน ผไู ดร ับการกลาวถึงโดยโองการของพระองค ผูทรง สงู สดุ ท่วี า “แทจริงอัลลอฮฺเพียงแตประสงคท่ีจะขจัดออกไปจากสูเจาซ่ึงความมลทิน โออะหฺลุลบัยตฺ และทรงชําระสูเจาใหส ะอาดบรสิ ทุ ธิ”์ (อัล-อะหซ าบ : 33) พวกเขาเหลานัน้ เปน อาลิยาซนี บรรดาผูซึ่งอลั ลอฮไฺ ดทรงใหพ วกเขามีชีวิตอยูดวยการรําลึก อันทรงวิทยปญญา ตามทีพ่ ระองคทรงมโี องการวา “ความสันตพิ งึ มีแด อลิ ยาซนี ” (อศั -ศ็อฟฟาต : 130) (102) และบรรดาลูกหลานของมุฮัมมัดน้ัน พวกเขาเปนบรรดาผูซึ่งอัลลอฮฺไดทรงกําหนดใหบาว ของพระองค ทําการสดดุ ี และอาํ นวยความสันตสิ ุขใหแ กพวกเขาตามทพ่ี ระองคท รงมโี องการวา (102) นคี่ อื โองการที่ 3 จากหลาย ๆ โองการทีท่ านอบิ นุ ฮะญรั ไดอธิบายเปนรายละเอียดไว ในบาบที่ 11 ของหนังสือศอวาอิกและไดมีการอางวา “แทจริงมีกลุมนักปราชญตัฟสีรจํานวนหน่ึง ไดอางฮาดีษซึ่งมีรายงานมาจากคํากลาวของทานอิบนุ อับบาสท่ีวาโองการนี้หมายถึง “การใหความ สันติแกลูกหลานของมุฮัมมัด” ทานอิบนุ ฮะญัรไดกลาววา “ทานกัลบียก็ไดกลาววา ทานฟครุรรอซี ไดยืนยันวา แทจริงบรรดาอะหฺลุลบัยตฺของทานศาสนทูตนั้นไดรับเกียรติที่สูงสงในอิสลาม 5 ประการ ทานไดกลาววา “ขอความสันติสุขพึงมีแดทาน โอนบี แลวทานก็ตองกลาวใหแกพวกเขา ดวยในการอาน “ตะชะฮุด” และในเร่ืองของความสะอาด อัลลอฮฺผูทรงสูงสุด ไดทรงมีโองการวา
ฎอฮาหมายความถึง “ผูบริสุทธ์”ิ ทพ่ี ระองคท รงกลาววา “และพระองคทรงชําระพวกสูเจาใหสะอาด บริสุทธ์ิ” และในเร่ืองของความรักที่พระองคผูทรงสูงสุดไดมีโองการวา “ดังนั้นพวกทานจงเชื่อฟง ปฏบิ ตั ติ ามฉันแลวอัลลอฮฺจะทรงรกั พวกทาน” แลวพระองคทรงมีโองการอีกวา “จงกลาวเถิด (มุฮัม มัด) ฉันไมไดขอจากพวกทา น เก่ยี วกับการน้นั ซึง่ รางวัลใด ๆ เวนแตก ารใหค วามรักในญาติสนทิ ” “แทจริงอัลลอฮฺ และมะลาอิกะฮฺของพระองคไดประทานความจําเริญใหแกนบี โอบรรดาผู ศรัทธาเอยจงขอความจําเริญใหแกเขาและจงขอความสันติสุขดวยการวิงวอนให ซึ่งความสันติสุข อยางมากมายเถิด (อลั -อะหซ าบ : 56) (103) ซ่ึงบรรดาเหลาสาวกก็ไดถามทานศาสนทูตวา “โอทานศาสนทูต สําหรับการใหสลามแก ทา นนัน้ แนน อนพวกเรารูกันดีอยูแลว แตสําหรับการขอความจําเริญใหแกทานนั้นเราจะทําอยางไร “ทานศาสนทูตไดกลาววา “พวกเขาจงกลาวเถิดวา อัลลอฮฺฮุมมา ศ็อลลิ อะลา มุฮัมมัดวะ-อะลาอาลิ มุฮัมมัด” (โออัลลอฮฺขอไดทรงโปรดประทานความจําเริญใหแกมุฮัมมัด, และลูกหลานของมุฮัมมัด ดว ยเถิด) (อัล-ฮาดีษ) ฉะน้ันจึงเปนท่ีรูกันมาวา แทจริงการกลาวศอลาวาตแกพวกเขาเหลานั้นเปนสวนหน่ึงของ การนมาซ ซึ่งถูกบัญชาไวในโองการนี้และดวยเหตุน้ีบรรดานักปราชญท้ังหลายตางก็ถือวาเปน โองการหน่ึงในจํานวนหลาย ๆ โองการที่ไดถูกประทานลงมาเกี่ยวของกับพวกเขา แมกระท่ัง ทานอิบนุ ฮะญัรก็ไดกลาวถึงไวในบาบท่ี 11 ของหนังสือศอวาอิก (104) กับพวกเขาเหลานั้นอีก เชนกันทเี่ ปน “ความผาสุก” (ฏบา) ตามความหมายในโองการทีว่ า “ความผาสุกยอมเปนของพวกเขาทัง้ หลาย และเปน การกลบั ที่ดียิ่ง” (อรั -เราะ-อฺดุ : 29) (105) (103) รายงานโดยทา นบุคอรใี นการอธบิ ายอลั -กุรอาน ุซอฺที่ 3 จากหนังสือศอฮ้ีฮฺของทาน บาบที่วาดวย แทจริงอัลลอฮฺและ มะลาอิกะฮฺของพระองค็ไดประทานความจําเริญแกนบี (ซู เราะฮฺอัล-อะหซาบ) และรายงานโดยทานมุสลิม ในบาบการศอลาวาตแกทานนบีกิตาบุศศอ ลาฮฺุซอฺที่ 1 หนังสือศอฮ้ีฮฺของทาน และยังมีรายงานโดยนักฮาดีษอีกเปนจํานวนมาก โดยอาง สายสืบจากกะออฺ บั บนิ อะญิซะฮฺ (104) ดูอายะฮฺทสี่ องซึ่งไดอธบิ ายความหมายไวใ นหนา ท่ี 87 สําหรับพวกเขาเหลาน้ันคือบรรดาผูที่ไดถูกเลือกสรรแลวจากบรรดาปวงบาวทั้งหลาย ของอัลลอฮฺ เปนกลุมแนวหนาของเหลาบรรดาผูกระทําความดีโดยอนุมัติของอัลลอฮฺ พวกเขาเปน
บรรดาทายาทผูไดรับวิชาความรูจากอัล-กุรอานของอัลลอฮฺ เขาเหลานั้นคือบรรดาผูซ่ึงอัลลอฮฺได ทรงตรัสในเรือ่ งของพวกเขาวา “หลงั จากน้นั เราไดใหบรรดาผทู เ่ี ราไดเลอื กสรรแลวจากปวงบาวของเรารับมรดกแหงอัล-กุ รอานน้ัน ดังน้ันในหมูพวกเขามีผูอธรรมแกตัวพวกเขาเอง และในหมูพวกเขามีพวกที่ทํากํ้าก่ึงและ ในหมูพวกเขามีผูรุดหนาในการทําความดีโดยอนุมัติของอัลลอฮฺ น่ันคือความโปรดปรานอัน ยิ่งใหญ” (ฟาฏริ : 32) (106) (105) รายงานโดยษะอละบีย ในตัฟสีรอัล-กะบีร ซึ่งไดอางฮาดีษของทานศาสนทูต (ศ) วา “ฎบ า” ที่มีความหมายวา “ความผาสุก” น้นั หมายถึงตนไมตนหน่ึงในสวนสวรรคท่ีรากของมันหยั่ง ลึกอยูในบานของฉัน และก่ิงของมันแผตระการใหบรรดาชาวสวรรค บรรดาสาวกบางคนไดกลาว วา “โอทานศาสนทูต พวกเราขอขากทานดวยเถิด ทานนบีก็ไดกลาวอีกวา “รากของมันอยูในบาน ของอาลีดวย และกิ่งของมันแผตระการใหชาวสวรรค” แลวทานศาสนทูต (ศ) ไดกลาวอีกวา “บาน ของฉันกับบา นของอาลนี นั้ มิใชเปนหลังเดียวกันดอกหรือ?” (106) รายงานโดยนักปราชญคนสําคัญของอิสลามคือกุลัยนีย ดวยสายสืบศอฮ้ีฮฺท่ียืนยันมา จากทานซาลมิ ทีไ่ ดกลาววา ฉนั ไดถ ามทา นอาบู ญะอฺฟร (บากริ ) ถึงความหมายของโองการแหง พระ ผทู รงสูงสดุ ทีว่ า “หลงั จากน้ัน เราไดใหบรรดาผูที่เรา ไดเลือกสรรจากปวงบาวของเรารับมรดกแหง พระคัมภีรน้ัน” ทานอิมาม (อาลัยอิสลาม) ไดกลาววา คําวา “ผูที่รุดหนาในการทําความดีนั้น” หมายถึง “อิมาม” “ผูมีความก้ําก่ึงกัน” นั้นหมายถึง “ผูท่ีรูจักอิมาม” “ผูที่อธรรมตอตัวเอง” น้ัน หมายถึง “ผูซึ่งไมรูจักอิมาม” ทานอิมามอาบู อับดุลลอฮฺ ศอดิก ทานอิมาม อาบู ฮาซัน อาซิม ทานอิ มามอาบู ฮาซนั ริฎอ ตา งกไ็ ดรายงานไวเ ชน นี้ ซ่งึ ทานศุดดูก (ผูอธรรมตอตัวเขาเอง ไดแกผูซ่ึงไมรูจักอิมาม ผูที่ก้ํากึ่งกันไดแกผูท่ียอมรับบรรดาอิมาม สว นผทู ่ีรดุ หนา ดวยความดีใจโดยอนุมตั ิของอัลลอฮฺนน้ั คืออิมาม) และในมาตรการตาง ๆ เหลานี้เปนสวนหนึ่งของบรรดาโองการท้ังหลายท่ียกยองใหเกียรติ ตอพวกเขาเปนลําดับ ทานอิบนุอับบาสไดกลาววา “โองการที่ถูกประทานมาในเร่ืองของทานอาลี เพียงคนเดียวนั้นมีจํานวนมากถึง 300 โองการ”(107) และทานไดกลาวอีกวา “ในเม่ือรวมพวกเขา ทั้งหมดแลวโองการท่ีถูกประทานมีมากถึงหน่ึงในสี่ของอัล-กุรอาน” และไมเปนที่นาประหลาดแต อยางใด เพราะวาพวกเขาเหลา นัน้ กบั ทานอาลียอ มไมแ ตกแยกออกจากกนั ได
ดังน้ันหวังวาบัดน้ีคงจะเปนที่เพียงพอสําหรับ สิ่งท่ีเราไดอธิบายถึงบรรดาโองการท้ังหลาย ท่ีชัดแจง ซ่ึงลวนเปนตัวบทแหงพระคัมภีรทั้งส้ิน ขอใหทานจงไดรับส่ิงตาง ๆ เหลาน้ีไวพิจารณา และทําการตรวจสอบ หลักฐานที่ยังความสวางจะตองบรรเจิดข้ึนจากส่ิงตาง ๆ เหลาน้ัน ขอใหทาน จงรับมันไวดวยความสงบและเยือกเย็น ดวยความใจกวางที่ใสสะอาด ขอใหทานพิจารณาสิ่งตาง ๆ เหลา น้ีดวยความเช่ยี วชาญ โปรดรับเอาเรื่องราวทท่ี า นทําตกหลน น้ไี ปพิจารณาถึงแมเรื่องราวอยางนี้ มิเคยไดถ ูกบอกเลา แกท า นมากอ น วสั ลาม (ช) และสานุศิษยคนอื่น ๆ ของทานไดบันทึกไวทานอิบนุ มัรดุวียะฮ ไดรายงานวา ทานอาลีไดอธิบาย โองการน้ีวา “พวกเขาเหลาน้ันคือเรา” รายละเอียดของเรื่องน้ีอยูในหนังสือ “ตัลซีล-อายาต” และ หนงั สอื “ฆอยะตุล-มะรอม” (107) รายงานโดยทานอิบนุ อะซากิร ท่ีอางจากฮาดีษของทานอิบนุ อับบาส ทํานอง เดยี วกันก็มีรายงานนี้ปรากฏอยูในุซอทฺ ี่ 3 บาบท่ี 9 หนงั สอื ศอวาอกิ หนา 76 อลั -มรุ อญิอะฮฺ 13 23. ซุล-เกาะอดฺ ะฮฺ 1329 • การอนุมานโดยอาศัยรายงานฮาดษี ฏออฟี มาประกอบใน “อัซบาบุนนุซูล” ของโองการท้ังหลาย เหลา น้ี ดวยพระนามของอัลลอฮฺ! พระองคทรงเปนผูตรวจสอบอยางเขมงวดท่ีสุดตอทาน พระองค ทรงเปนผูดําเนินการอยางเครงครัดตอขอเขียนของทาน ซ่ึงลวนแลวแตมีการหยิบยกมูลฐานเดิม ออกไปแลวแสดงรายละเอียดมาประกอบกับหนากระดาษเหลาน้ี และส่ิงตาง ๆ น้ีไดทําการยับยั้ง เร่ืองราวอันเปนเนื้อหาเดิมของมันโดยทัศนะของนักวิจารณท่ีมีความเช่ียวชาญ ซึ่งทานไดทําการ เบ่ียงเบนเนื้อหาเดิมน้ันใหอยูในวิถีทางของการช้ีนําไปสูอีกดานหนึ่ง ขอมูลตาง ๆ เหลานั้นไมไดมี ผลใหเ กดิ การยอมรับที่เปน แกนสารที่จะแจงไดแ ตอ ยา งใด เวน แตใหมีการเห็นดีเหน็ งามดว ยเทาน้นั
ฉะน้ันสําหรับขอมูลของทานคร้ังหลังนี้ ปรากฏวาเปนการทุมเทขอตําหนิมาอยางทวมทน ทานไดนํามาซึ่งขอนาตําหนิเหลานั้นโดยอาศัยหลักฐานจากบรรดาโองการตาง ๆ ท่ีชัดแจงซ่ึงมี รายละเอียดแหงการอธิบายอยางเที่ยงตรงอยูแลว แตทานไดนําออกมาจากเง่ือนไขเดิมไปสูความ เชื่อถือของทาน และทานมิไดบั่นทอนเลยแมแตนอยกับสิ่งตาง ๆ ที่มีเงื่อนไขผูกพันอยูกับทาน ดังนั้นผลสะทอนอันมีแกทานก็คือส่ิงท่ีเปนหวงเหวอันลึกลับ เปนการยกหลักฐานอางอิงท่ีดําเนิน เขา ไปอยูในความผิดพลาดและเปน การตัดสินโดยอาศัยหลักแหงความรเู ทา ไมถ ึงการณ (ญาฮิล) ทั้งนก้ี เ็ น่ืองจากวา ส่ิงทแ่ี สดงมาท้ังหมดน้ัน แทจริงเปนเร่ืองราวการประทานมาของโองการ นั้น ๆ โดยรายงานของบรรดาผูซ่ึงเปนนักปราชญของฝายชีอะฮฺและบุคคลซึ่งเปนนักปราชญของ ฝายชีอะฮฺนั้น นักปราชญฝายซุนนะฮฺยอมไมอาจที่จะยอมรับพวกเขาได ดังน้ันคําตอบปญหาน้ีจะ เปน ฉันใด ? ขอใหท านแถลงสง่ิ น้ันดว ย ถาหากทานมคี วามประสงคแ ละขอขอบคุณ วสั ลาม (ซ) อัล-มรุ อญิอะฮฺ 14 24 ซลุ -เกาะอฺดะฮฺ 1329 1. การโตแ ยงโดยหลักอนมุ านเชน นนั้ เปน ความผดิ พลาด 2. ผโู ตแยงไมไดม คี วามรใู นความเปน จรงิ ของชีอะฮฺ 3. ลักษณะพเิ ศษของพวกเขาเหลา นนั้ ในการเขมงวด หา มการโกหก ในฮาดีษอยางเดด็ ขาด 1. คาํ ตอบของเรอื่ งนก้ี ค็ ือ แทจริงการโตแยงโดยหลักอนุมานอยางน้ีลักษณะของมันยอมไม เปนผล โดยแทแนนอนท่ีสุดมันคือความเสียหายในทุก ๆ ดานไมวาปญหาดานรองหรือปญหาดาน หลกั ของมัน สําหรับปญหาดานรองที่วานี้ก็คือ คําที่พูดวา “แทจริงบรรดาผูซ่ึงบอกเลารายงานฮาดีษอัซ บาบุนนุซูลของโองการตาง ๆ เหลานี้พวกเขาลวนแตเปนนักปราชญฝายชีอะฮฺ” นั่นคือความผิด พลาดที่ชัดแจง บุคคลสําคัญของฝายซุนนะฮฺ ซ่ึงเปนผูรายงานอัซบาบุนนุซูลในโองการตาง ๆ
เหลา นีก้ ม็ ยี นื ยนั ตามทเ่ี ราไดก ลา วไปแลว และโดยสายสืบตาง ๆ ของพวกเขาเหลาน้ันตางก็ยืนยันวา พวกเขามีสายสืบในเร่ืองนี้มาจากสายสืบของนักปราชญฝายชีอะฮฺ ดังที่เราไดอธิบายไวแลวใน หนังสอื ของเราคอื “ตัลซีลุลอายาต” ซง่ึ เปน หนังสอื ทร่ี วบรวมโองการท่ยี กยอ งในเกยี รตขิ องเช้ือสาย ผูบริสุทธ์ิ และคงเปนที่เพียงพอแกทานไดโดยหนังสือ “ฆอยะตุล-มะรอม” ซึ่งไดตีพิมพแจกจายอยู ในประเทศอสิ ลามทัง้ หลาย สําหรบั ปญ หาหลกั น้นั ก็คือคํากลาวท่วี า “แทจ ริงนักปราชญฝายชอี ะฮฺนั้นนักปราชญฝา ยซุน นะฮยอมไมอาจที่จะยอมรับพวกเขาได” นี่คือความผิดพลาดท่ีชัดแจงย่ิงกวาปญหารอง ทานเองก็ ยอ มประจกั ษถึงบรรดานักปราชญข องฝายซนุ นะฮฺเหลาน้ีและยอมประจักษถึงสายสืบของพวกเขาท่ี มีนํ้าหนักจนเปนที่ยอมรับกันเหลานั้นยอมมาจากสายสืบที่เปนนักปราชญฝายชีอะฮฺ หนังสือศอฮี้ฮฺ ของพวกเขาท้ังหกเลมเหลาน้ันและตําราอ่ืน ๆ ของพวกเขาเหลานั้นตางก็ใหการยอมรับตอ นักปราชญของฝายชีอะฮฺทั้งส้ิน ซึ่งผูใสรายไดสรางความมลทินใหแกพวกเขาโดยขอหาวาเปน ชีอะฮฺอีกท้ังบิดเบือนและไดปรักปรําพวกเขาดวยวิธีการปฏิเสธและขัดแยง อีกทั้งมีการประนามตอ พวกเขาดวยแผนการและชน้ั เชิงและทําใหเ หออกไปจากแนวทางอาจารยหลาย ๆ คนของทานบุคอรี ก็เปนนักปราชญฝายชีอะฮฺ พวกเขาเหลาน้ันตางถูกปรักปรําโดยฝายตรงขาม และพวกเขาถูกใสราย อยางเกลียดชัง ดังนั้นจะเห็นไดวา ไมเคยมีการสบประมาทในความยุติธรรมของพวกเขา ทํานองน้ี จากทานบุคอรีและทานอ่ืน ๆ เลย จนกระทั่งพวกเขาตางยอมรับหลักฐานจากบรรดานักปราชญฝาย ชีอะฮฺไวในตําราศอฮ้ีฮฺไวอยางเต็มท่ี ดังน้ันยังมีทางท่ีจะเอนเอียงไปตามคําพูดของฝายโตแยงไดอีก หรือวา “แทจรงิ บรรดานักปราชญฝายชีอะฮฺน้ัน นักปราชญฝายซุนนะยอมไมอาจจะยอมรับพวกเขา ได” หามไิ ด! 2. เน่ืองจากวาผูโตแยงท้ังหลายยังไมมีความรูนั่นเอง เพราะถาหากวาเขาไดรูจักกับ ขอเท็จจริงแลว แนนอนเขาก็จะไดรูวาแทจริงชีอะฮฺน้ันเปนฝายที่ดําเนินไปตามมาตรฐานของเช้ือ สายผูบริสุทธิ์เทาน้ัน พวกเขาดําเนินตามแบบฉบับอันสูงสงโดยความสูงสงของพวกเขา และพวก เขาจะไมม ีการยอมรับสิ่งอื่นใดนอกจากความมุงหมายของผูบริสุทธ์ิเทาน้ัน พวกเขาจะไมกระทําส่ิง หนงึ่ สิ่งใดนอกจากอาศัยตัวบทของผูบรสิ ุทธ์ิ ท้ังนี้ก็เพราะวาไมมีใครเหมือนพวกเขา สําหรับการยึด ม่ันอยางเหนียวแนนในความซื่อสัตยและในหลักสัจธรรม ไมมีผูใดที่เสมอเหมือนพวกเขาในดาน ของการออนนอมและสุขุมคัมภีรภาพ โดยผูที่ต้ังขอกลาวหาพวกเขาและผูซ่ึงชิงดีชิงเดนกับพวกเขา ไมสามารถท่ีจะกระทําตัวใหคลายคลึงได ไมวาในดานของความมักนอย การอิบาดะฮฺ และความ
ประพฤติที่มีมารยาทอันดีงาม การอบรมบมนิสัยที่ประเสริฐ การตอสูเสียสละการใครครวญพินิจ พิจารณาราํ ลึกถงึ อัลลอฮใฺ นทุก ๆ เส้ียวสว นของยามกลางคนื และยามกลางวัน ไมมีผูใดทําตัวใหดียิ่ง ไปกวาพวกเขาไดในดานของการรักษาบทบัญญัติผูมัดตัวเองและปกปองตัวเองใหพนจากความชั่ว และไมมผี ูใดจะสามารถใหต ัวเองดาํ เนินอยใู นหลกั สัจธรรมอันบริสทุ ธ์ิและสามารถอธิบายสิ่งตาง ๆ เหลาน้ันออกมาไดโดยทุก ๆ เสี้ยวสวนของพฤติกรรมจากตัวของพวกเขาเอง ถาหากวาส่ิงเหลาน้ีมี โอกาสซึมทราบใหผูท่ียังโตแยงไดรับรูตอความเปนจริงของพวกเขาไดแลว น่ันแหละยอมหมายถึง ความจริงท่ีจะตองปรากฏข้ึนเปนกิจลักษณะ แนนอนพวกเขาจะตองกระโดดเขาไปรับสิ่งสําคัญอัน ใหญหลวงน้ันเปนแนแท ซึ่งจะสามารถนําพวกเขาเหลานั้นใหเปนผูคลอยตามข้ึนมาได แตทวา ความเบาปญญาของเขาที่มีตออิมามอะหฺลุลบัยตฺน้ันไดทําใหพวกเขามีทัศนะตอเรื่องราวของผู บริสุทธิ์เสมือนดงั เชน ปลอยเหตุการณใ หผ านไปตามบุญตามกรรม หรือเสมือนกับผูที่อาศัยพาหนะ ของคนตาบอดในยามกลางคนื อันมืดมิดนักปราชญคนสําคัญของอิสลาม เชน ทานมุฮัมมัด บิน ยะอฺ กูบ อัลกุลัยนีย ทานศ็อดดูก-มุสลิมีน ทานมุฮัมมัด บิน อาลี บิน บาบูวียะฮฺ อัลกุมมียและทานชัยคุ ลอุมมะฮฺ มุฮัมมัด บิน ฮาซัน บิน อาลี อัฏฏซีย ซ่ึงตําราตาง ๆ ของพวกเขาเหลานี้กลับกลายเปน อปุ กรณท ่ีสรางความนาหวั่นกลัว ทงั้ ๆ ทต่ี ําราเหลา นค้ี อื ศูนยรวมของวชิ าการแหงลูกหลานของมฮุ มั มัด (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและบรรดาลูกหลานของทาน) และ บรรดาผูอาวุโส ปรมาจารยของพวกเขาเหลานั้นกลับถูกวางมาตรการตาง ๆ นานาเพื่อลบลาง วิชาการ และเปล่ียนพื้นฐานความศรัทธาโดยน้ํามือของบรรดาผูซึ่งบั่นทอนเกียรติคุณของบรรดาอิ มามท่ียึดมั่นตอหลักการเผนแพรเพ่ืออัลลอฮฺผูทรงสูงสุดเพื่อคัมภีรของพระองคและเพื่อรอซูลของ พระองค (อลั ลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและบรรดาลูกหลานของทาน) และเพ่ือประชาชาตมิ สุ ลิมทง้ั มวล 3. แนนอนที่สุดท้ังผูมีคุณธรรมและคนโฉดท้ังหลายตางก็รูดีถึงกฎเกณฑที่วา “การกลาว เท็จตอบรรดาผูมีคุณธรรม” โดยขอมูลตาง ๆ ที่ไดมาจากบรรดานักปราชญผูมีช่ือเสียงท้ังหลายซึ่ง เหลาน้ันตางไดบงถึงโทษสําหรับ “ผูกลาวเท็จ” ซ่ึงโทษของการ “กลาวเท็จ” นั้นไดมีการระบุในฮา ดีษวา “ตองเขาไปสูไฟนรก” ซึ่งจะไดแกพวกเขาท้ังหลายในการเจตนาใสความเท็จในฮาดีษ ยกตัวอยางความละเอียดถี่ถวนในบทบัญญัติจากฮาดีษ เชนการใหขอจําแนกสําหรับผูถือศีลอดท่ีได รับประทานอาหาร ซึ่งจําเปนวาเขาตองชดเชยหรือจายอาหารทดแทน ในกรณีสําหรับผูมีเหตุการณ เชนนี้ในเดือนรอมฎอนทํานองนี้ถือวาเปนขอกําหนดท่ีจําเปนท้ังสองประการแกผูท่ีละศีลอดโดย
เจตนา น่ีคือบทบัญญัติของพวกเขา และฮาดีษตาง ๆ ของพวกเขาเหลานั้นไดมีการอธิบาย รายละเอียดทั้งสองอยางน้ีไว ดังน้ันจะต้ังขอหาวาเท็จไดอยางไร ในฮาดีษของพวกเขาเหลานั้น เพราะพวกเขาเปนผูมีคุณธรรมท่ีประเสริฐ พวกเขาดํารงนมาซในยามกลางคืนถือศีลอดในยาม กลางวัน ดวยเหตุผลใดอีกเลา จึงต้ังขอหาใสไคลเหลาน้ันแกผูมีคุณธรรมในหมูชีอะฮฺ (พรรคพวกผู ปฏิบัติตาม) ลูกหลานของมุฮัมมัด และบรรดามวลมิตรของพวกเขา สวนบรรดาคําโฆษณาชวนเชื่อ ของพวกเคาะวาริจญ, พวกมัรญีอะฮฺ, และพวกก็อดรียะฮน้ัน ถึงแมวาจะเปนขอมูลสําหรับ การทํา ความเขา ใจโดยรูเ ทา ไมถ ึงการณ (ที่นารังเกยี จกต็ าม) แตก็ไมถ กู ตง้ั ขอ หาใด ๆ ท้งั ส้นิ เราขอความคมุ ครองจากอลั ลอฮใฺ หพน จากความไมส มหวงั ท้ังปวงเหลานนั้ และเราขอความ คุมครองตอพระองคใหพนจากภัยรายของผูอธรรมและศัตรู ไมมีพลังและไมมีอํานาจใด ๆ เวนแต โดยอนมุ ัติของอลั ลอฮฺ ผทู รงสูงสดุ ผทู รงยง่ิ ใหญ วัสลาม. (ช) อลั -มรุ อญิอะฮฺ 15 25. ซลุ -เกาะอดฺ ะฮฺ 1329 1. รัศมแี หงสัจธรรมไดเร่ิมสอ งความสวา ง 2. คาํ รองขอรายละเอยี ดตา ง ๆ ในหลกั ฐานที่ฝายซนุ นะฮฺยอมรบั นักปราชญฝายชอี ะฮฺ 1. จดหมายของทา นครง้ั ลา สุดไดใ หเ หตุผลละเอียดถี่ถวน เปนคาํ อธบิ ายซ่ึงใหความกระจาง มรี ายละเอียดท่ีสวยงามเปน ประโยชนอ ยางยิง่ ใกลชดิ กบั เหตุผลใหแงคิดที่กวางขวางกินความหมาย กวางไกลใหทัศนะที่แผกวาง ทัศนะของขาพเจาไดคอย ๆ ปรากฏเปนรูปข้ึนอยางเห็นพองกับส่ิง เหลาน้ัน ขาพเจาไดรับการฉายแสงมาจากขอมูลตาง ๆ โดยอาศัยการประกายมาจากความอุตสาหะ ของทาน เงื่อนไขตาง ๆ แหงความด้ินรนของทานนั้นกําลังเกิดประโยชนใหแกขาพเจาอยางมาก ทีเดยี ว
2. แตทวาทําไมทานจึงไมเอยถึงหลักฐานการยอมรับของนักปราชญฝายซุนนะฮฺที่มีตอ นักปราชญฝายชีอะฮฺใหสมบูรณในประโยคและทานมิไดกลาวถึงรายละเอียดในเรื่องน้ีซึ่งประการ แรกทานควรจะไดเอยใหทราบถึงบรรดานักปราชญตาง ๆ โดยระบุ ชื่อเสียงของพวกเขาเหลาน้ัน และขอใหทานไดนํารายละเอียดท่ีนักปราชญฝายซุนนะฮฺ ศึกษามาจากนักปราชญฝายชีอะฮฺโดยให การยอมรบั ตอ พวกเขา บัดนี้ทานมีความสามารถท่ีจะนํารายชื่อท่ีละเอียดเหลาน้ันมาเสนอไดหรือไม ท้ังน้ีเพ่ือท่ีจะ ไดประจักษถึงเคร่ืองหมายแหงความเปนจริง และเพื่อท่ีจะใหแสงสวางแหงความรูที่แทจริงได ปรากฏขึ้น วัสลาม (ซ) อลั -มุรอญอิ ะฮฺ 16 26. ซุล-เกาะอฺดะฮฺ 1329 • สายสบื ของนกั ปราชญฝ ายชีอะฮมฺ ีหนง่ึ รอยคนซง่ึ เปน ที่ยอมรับของฝายซนุ นะฮฺ ขา พเจา ยนิ ดที ี่จะมอบรายละเอียดนี้ใหแกทานตามท่ีขาพเจาไดรับการรองเรียนโดยเร็วที่สุด เปนรายชื่อท่ีสรุปจากบุคคลกลุมหน่ึงที่บรรดาผูแสวงหาความรูตางไดใหการยอมรับตอพวกเขามา โดยตลอดบนเงอื่ นไขทว่ี า ยังไมม ีระดับข้นั ของวชิ าการท่ีกวางขวาง ถา หากวายังมิไดรับวิชาการจาก บรรดาผูรูเหลาน้ี สําหรับทานในท่ีนี้ก็จะไดรับทราบถึงรายช่ือของพวกเขาเหลานั้นและรายชื่อของ บรรพบุรษุ ของพวกเขาเหลา นัน้ โดยลําดบั ตามตัวอักษรดังตอไปน(ี้ 108)
1. อูบาน บิน ตัฆฺลิบ บิน ริบาห นักปราชญชาวเมืองกูฟะฮฺ ทานซะฮะบียไดกลาวถึงประวัติ โดยยอ ของเขาไวในหนังสือมีซานของเขาวา อบุ าน บิน ตฆั ลบิ ชาวกูฟะฮผฺ ูนี้เปนชีอะฮฺ สําหรับพวก เราน้ันไดประจักษถึงความซื่อสัตยของเขา และความเปนอัจฉริยะของเขา ทานไดกลาววา “ทานอะหฺมัด บิน ฮันบัล และทานอิบนุ มุอีน และทานอาบู ฮาดิม และทานอิบนุ อาดียก็ไดให ความสําคัญตอเขาโดยไมกลาววา “เขาเปนผูที่มีความรูสูงคนหนึ่งในหมูชีอะฮฺ” แตในตอนทายตาม ขอความที่ทานซะฮะบียไ ดก ลาวถึงเขาน้ัน ทา นไดร ะบวุ าเขาเปน คนหนงึ่ ในจํานวนที่ทา นมุสลมิ และ นักปราชญของ 4 มัซฮับ ทานอาบู ดาวูด ทานติรมิซีย ทานนะสาอียและทานอิบนุ มาญะฮฺไดใหการ ยอมรับ ถึงกับไดเอาชื่อของบุคคลผูนี้ไวเปนสัญลักษณของพวกเขา ทานไมอาจท่ีจะผานพนฮาดีษ ของเขาไดในหนังสือศอฮี้ฮฺมุสลิม และซุนันอัรบะอฺจากทานฮุกม และทานอะฮฺมัช ทานฟะฎีลบิน อุมัร รายงานของทานนั้นอยูที่ทานมุสลิม คือรายงานท่ีผานมาจากทานซุฟยาน บิน อัยยินะฮฺ ทาน ชอุ ฺบะฮฺ ทานอิดรสี อัลอดู ีย ทานผูน ไี้ ดเสยี ชีวติ ในป ฮ.ศ. 141 (108) บทวเิ คราะหต อนนม้ี ีรายละเอียดท่ียืดยาวมาก ดังนั้น ผูทําการศึกษาจะตองไมทอถอย กับความยืดยาวในเรอื่ งท่มี ปี ระโยชนอยางยงิ่ ซ่งึ ผิดกนั กับการอธิบายในเรื่องทั่ว ๆ ไป เพราะถาหาก ท้ิงใหคางคาไวในบางเรื่องก็จะไมอาจจะเขาใจได หลังจากนั้นจึงคอยอานเรื่องราวใน อัล-มุ รอญอิ ะฮฺ ที่ 17 2. อิบรอฮมี บนิ ยะซดี บิน อุมรั บิน อสั วัด บนิ อุมรั อันนคั อีย อัลกูฟย อัลฟากีฮ มารดาของ ทานช่ือ มะลีกะฮฺ บินต ยะซีด บิน กัยส อันนัคอีย เปนนองสาวของอัสวัด และอิบรอฮีม และอับดุร เราะมาน ผเู ปนลกู หลานของ ยะซีด บิน กัยส พวกเขาเหลาน้ีท้ังหมดก็เปนเสมือนกับลุงของพวกเขา คืออุลกอมะฮฺ และอุบัยลูกของกัยส พวกเขาเหลาน้ันเปนที่ยอมรับของบรรดามุสลิมีน เปนสายสืบ ของตาํ ราศอฮ้ีฮฺทั้งหลาย ซ่ึงนักปราชญของตําราศอฮี้ฮฺทั้ง 6 เลมและนักปราชญคนอื่น ๆ ตางก็ไดให การยอมรบั ตามพวกเขา ทั้ง ๆ ทีท่ ุกคนกต็ ระหนกั ดีวาแทจรงิ บคุ คลเหลานั้นเปน ชอี ะฮฺ สําหรับอิบรอฮีม บิน ยะซีดผูน้ี ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺ ยังไดระบุเร่ืองราวของทานไวใน หนังสือมะอาริฟ(109) อีกดวยวาเปนนักปราชญฝายชีอะฮฺและหนังสืออิรซาล มุสลีมาตก็ไดยืนยัน ความจริงอันนี้ดวย ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของเขาผูนี้ไดจากตําราศอฮ้ีฮฺทุกเลม ไมวาจะเปนของ ทานบุคอรีหรือทานมุสลิม ซึ่งจะมีอางถึงรายงานจากลุงของมารดาของทานคืออุลกอมะฮฺ บิน กัยส และจากรายงานทุกกระแสท่ีมาจากอิมาม บิน ฮาริษ และอาบู อุบัยดะฮฺ บิน อับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด
และจากรายงานของอบุ ยั ดะฮฺ และอัสวัด บนิ ยะซดี ซง่ึ เขาเปนนาชายของทานผูน ี้ ฮาดีษของทานผูนี้ ยงั มีปรากฏในตําราศอฮฮี้ ฺมสุ ลมิ โดยสายสืบของนาชายของทานอีกคนหนึ่งคืออับดุรเราะหฺมาน บิน ยะซีด และจากซะฮัม บิน มุนญาบ และอาบู มุอัมมัร และอาบีด บิน นัฎละฮฺ และ อาบิส และยังไดมี ริวายะฮขฺ องทานอยใู นหนงั สือศอฮ้ฮี ฺฮยั นของมันศูรและอะฮฺมัช และซะบีด และฮุกม และอิบนุเอาน ซ่ึงในศอฮ้ีฮฺมุสลิมก็ไดมีผูรับรายงานฮาดีษมาจากเขา เชน ฟะดีล บิน อุมัร, มุฆีเราะฮฺ, ซียาด บิน กะ ลดี วาซนิ , ฮาซัน บนิ อุบยั ดินละฮ,ฺ ฮมิ าด บนิ อาบสู ุลัยมาน, และซิมาก ทานอิบรอฮีมผูน้ีไดเกิดในป ฮ.ศ. 50 และเสยี ชีวติ ในป ฮ.ศ. 95 3. อะหฺมัด บิน มุฟฏฏ็อล บิน กุฟย ฮะฟะรีย ซึ่งอาบู ซุรฺอะฮ และอาบู ฮาติม ก็ไดรับการศึ กําษามาจากทา นแตไ ดป ด บังไว โดยทเ่ี ขาทงั้ สองไดท ําการศึกษาในสถานท่ีของทานซึ่งอยูในแวดวง ของแนวทางชีอะฮฺ ตอมาทานอาบู ฮาติมก็ไดเปดเผยเร่ืองน้ีซึ่งเขาไดกลาวเชนเดียวกับที่หนังสืออัล- มีซานไดทําการแนะนําประวัติของทานอะหฺมัดไววาทานอะหฺมัดบินมุฟฏฏ็อล ผูน้ีเปนนักปราชญ ระดับสูงของฝายชีอะฮฺเชนเดียวกับทานศ็อดดูก ทานซะฮะบียยังไดกลาวถึงทานผูนี้ในหนังสือมี ซาน และไดกลาวถึงอีกวาทานอาบู ดาวูดและทานนะสาอียก็ยังไมตําหนิกับทานผูนี้ ซึ่งแสดงวา บุคคลท้ังสองก็ไดใหการยอมรับกับทานอีกดวย ฉะนั้นทานจึงไมอาจจะหลีกพนจากรายงานฮาดีษ ของทานผูนี้ไดในตําราศอฮี้ฮฺท้ังสองเลมดังกลาวที่เปนรายงานมาจากอัษษูรียและรายงานฮาดีษของ ทา นทม่ี าจากอัสบาฏ บนิ นะษิร และอิสรออลี (109) หนังสือมะอาริฟ หนา 206 กลา วถงึ เขาวา เปน นกั ปราชญชอี ะฮฺ 4. อสิ มาอีล บิน อุบาน อะซาดีย อัลกูฟย เปนอาจารยคนหน่ึงของทานบุคอรีท่ีไดปรากฏช่ือ อยูในศอฮี้ฮฺของทาน ทานซะฮะบียไดกลาวยืนยันไวในหนังสือมีซานซ่ึงแสดงถึงการยอมรับที่ทาน บคุ อรี และทา นตริ มซิ ียม ตี อวิชาการของทานผูน้ี ไวในตําราศอฮ้ีฮฺของทานท้ังสองและไดระบุตอไป อีกวา แทจริงทานยะหยาและทานอะหฺมัดก็ไดศึกษามาจากทานผูน้ี ทานบุคอรีไดกลาววา “เขาเปน คนซ่ือสัตย” คนอ่ืน ๆ ก็ไดกลาววา “เขาเปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานไดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 286 แต ทานกัยซะรอนียไดกลาววา “ทานไดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 216” ทานบุคอรีไดรับรายงานฮาดีษมาจาก การบอกเลาของทานผูนี้ไวในตําราศอฮี้ฮฺของทานซึ่งเปนทํานองเดียวกันที่ทานกัยซะรอนียและคน อืน่ ๆ ไดรบั รายงานจากทาน
5. อิสมาอีล บิน คอลีฟะฮฺ อัลมะละอีย อัลกูฟย และเพื่อนสนิทของทานคืออาบูอิสรออีล ทานซะฮะบียไดก ลาวถงึ ชือ่ ของทา นผูน้ีไวในหมวดบุคคลของหนังสือมีซานวา “เขาเปนนักปราชญ ชีอะฮฺหัวรุนแรงผูหน่ึงซ่ึงปฏิเสธตออุสมาน” ทานซะฮะบียยังไดอางถึงเร่ืองอื่น ๆ ของทานผูนี้อีก มากมายซ่ึงเราไมจําเปนจะตองเอยถึงท้ังหมดแตพรอม ๆ กันนั้นทานก็ไดยืนยันวาทานติรมีซียก็ยัง ไดรับรายงานฮาดีษของทานผูนี้ไวในหนังสือศอฮ้ีฮฺของทาน และน่ันก็มิใชเปนเพียงคนเดียวของ นักปราชญฝายซุนนะฮฺ ทานอาบูฮาติมไดยกยองฮาดีษที่มาจากทานผูนี้ ทานอาบูซุรอะฮฺไดกลาววา “เขาเปนคนซ่ือสัตยทัศนะของเขากวาง” ทานอะหฺมัดกลาววา “ทานไดเขียนฮาดีษของเขา” ทานอิบ นุมุอีนไดกลาวอีกครั้งหน่ึงวา “เขาเปนคนเขมแข็งมาก” ทานฟะลาสไดกลาววา “เขามิไดเปนพวก โกหกเลย ทานไมอาจหลีกพนจากฮาดีษของทานผูนี้ไดในตําราศอฮี้ฮฺติรมีซีย และทานอื่น ๆ ท่ีมี รายงานมาจากฮุกม บิน อุตัยบะฮฺ อาฏียะฮฺอูฟย ทานอิสมาอีล อุมัรว บัจญลีย และกลุมนักปราชญ ทง้ั หลายแหลใ นสมัยน้ันตา งกศ็ กึ ษารายงานฮาดษี มาจากทา นผูน ้ี ทานอิบนุกุตัยบะฮฺไดยืนยันวาเขาผู นเี้ ปนนักปราชญชอี ะฮ”ฺ (หนงั สือมะอาริฟ) 6. อิสมาอีล บิน ซะกะรียา อัลอะสะดีย ค็อลกอนีย ทานซะฮะบียไดช้ีแจงไวในหนังสือมี ซานของทานวา อิสมาอีล บิน ซะกะรียา (อ)....ค็อลกอนีย อัลกูฟย เปนชีอะฮฺผูซ่ือสัตย ทานไดระบุ ตอไปอีกวาเขาเปนผูที่นักปราชญศิฮาฮุสสิตตะฮไดใหการยอมรับถึงกับบรรดานักปราชญทั้งหลาย เหลานัน้ ไดเ อาชอื่ ของทานระบุไวด ว ยการยอมรบั ทา นไมอาจหลกี เลี่ยงใหพนจากรายงานฮาดีษของ ทานผูนี้ไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺบุคอรีที่รายงานฮาดีษจากมุฮัมมัด บิน ซูเกาะฮฺ และ อุบัยดินละฮฺ บิน อุมัร และรายงานฮาดีษของทานผูน้ียังมีปรากฏอยูในศอฮ้ีฮฺมุสลิม ซ่ึงเปนรายงานจากซุฮัยล มาลิก บิน มาฆูล สําหรับฮาดีษของทานท่ีนํามาโดยอาซิมอะหวัล นั้นปรากฏวาถูกบันทึกไวในตําราศอฮ้ีฮฺ ท้ังสองเลมน้ีอยางครบครัน มุฮัมมัด บิน ศอบะฮฺก็ไดศึกษารายงานฮาดีษจากทานอาบูรอบีอฺท่ีได ศึกษามาจากศอฮี้ฮฺน้ันในป ฮ.ศ. 174 ณ กรุงแบกแดด ทานดําเนินกิจการของทานทุก ๆ ดานอยูกับ ฝายชีอะฮฺอยางเปดเผยเปนที่รูกันโดยทั่วไปจนกระท่ังไดมีผูโจษขานกันวาทานเปนผูกลาววา “แทจ ริงผซู งึ่ เรยี กรองบา วของพระองคทีภ่ ูเขาฎร นน้ั คอื อาลี บิน อาบีฏอลิบ” และมีผูกลาวกันวาทาน ไดพูดวา “องคแรกเริ่มและองคสุดทาย องคเปดเผยและองคซอนเรนนั้นคืออาลี บิน อาบีฏอลิบ” น่ี คอื การโจมตีทีส่ รา งความหวัน่ ไหวเปน อยา งย่ิงใหแ กนกั ปราชญท่ีเกี่ยวของกับทานผูน้ีเน่ืองจากทาน ผูนี้เปนชีอะฮฺ (พรรคพวกผูปฏิบัติตาม) ดังน้ันจึงมีผูดําเนินงานลํ้าหนาทานไปไดเปนจํานวนมาก
ทานซะฮะบียไดกลาวไวในการอธิบายถึงชื่อเสียงของทานจากหนังสือ อัล-มีซานหลังจากได กลาวถึงการใสรายปายสีดังกลาวน้ีแลววา “การกุสถานการณตาง ๆ จากถอยแถลงเหลาน้ันยอมไม เปนการถูกตอง เพราะแทจริงถอยคําดังกลาวเปนคําพูดของพวกนอกศาสนา มิใชเปนคําพูดของค็อ ลกอนีย” 7. อิสมาอลี บิน อบิ าด อบิ นุ อับบาส ฏอลกิ อนีย อาบูกอซิม ผูซึ่งมีฉายาวา ศอฮิบ บิน อิบาด ทานซะฮะบียไดกลาวถึงทานไวในหนังสือมีซาน(110) วา “ทานอาบูดาวูดและติรมิซียไดนําชื่อของ ทานผูน้ีบันทึกไวโดยใหการยอมรับในหนังสือศอฮ้ีฮฺของทานทั้งสอง” หลังจากนั้นทานไดยกยอง เขาวา “ทานผนู ีเ้ ปนนกั ปราชญช ีอะฮฺท่ีมีมารยาทงามซึ่งเฉลียวลาดมากผูหน่ึง” ขาพเจาเองขอยอมรับ วา “การเปน ชีอะฮฺของทานผูนี้มิไดเปนส่ิงท่ีสรางความคลางแคลงใด ๆ แกคนอื่น ๆ เลย” ดวยเหตุนี้ เองทานและบิดาของทานไดถูกยอมรับจากผูปกครองชั้นสูงแหงรัฐบูวีฮียะฮฺ ทานเปนหนึ่งของ บรรดาปราชญท่ีทําหนาที่รับผิดชอบอยางมากมาย เน่ืองจากทานเปนที่ปรึกษาระดับสูงของ ผูปกครองมาตั้งแตสมัยที่ยังเปนเด็ก ฉะนั้นทานจึงไดรับฉายาวา “ศอฮิบ” ทานอยูในตําแหนงนี้ ติดตอกันมาจนกระท่ังทานมีชื่อเสียงโดงดัง จนเปนท่ียอมรับแกคนระดับสูงทุก ๆ คนท่ีทําหนาท่ี รับผดิ ชอบหลังจากทา น ซ่งึ บุคคลแรกทท่ี ําหนาท่ีรบั ผดิ ชอบตอมานน้ั ไดแกอาบู มนั ซูร บนิ รกุ น เดา ละฮฺ อิบนุบาวีย ตอมาครั้นเมื่อมุอัยยิด เดาละฮฺ ไดถึงแกกรรมในเดือนชะบาน ป ฮ.ศ. 373 นองชาย ของเขาคือ อาบู ฮาซัน อาลี ก็ไดขึ้นสําเร็จราชการแทนโดยไดรับสมญานามวา “ฟครุดเตาละฮฺ” ซึ่ง เขาก็ยังยอมรับทานศอฮิบผูน้ีไวใหอยูในตําแหนงท่ีปรึกษาของเขาอีกโดยไดใหความเคารพนับถือ ตอ ทา นผูนเี้ ปน อยางย่ิง จนกระท่งั เขาหมดอํานาจการปกครองไปแลว เขาก็ยังใหการยอมรับกับทาน ผูนี้เสมือนกับเคยใหการยอมรับตอบิดาของทานคืออิบาต บิน อับบาส ทานศอฮิบผูนี้ไดเสียชีวิตลง ในคืนวันศุกรท่ี 24 เดือนศอฟร ป ฮ.ศ. 385 ชาวเมืองตางไดไปรวมตัวกันที่ประตูวังเพื่อรอคอยการ นําญะนาซะฮฺของทานผูนี้ออกมา และขณะนั้นฟครุดเดาละฮฺก็ไดออกมาพบกับประชาชนพรอมกับ บรรดาที่ปรึกษาและกลุมผูนําโดยเปลี่ยนเสื้อผาเครื่องแตงกายของพวกเขา คร้ันเมื่อเขาไดออก มาแลวประชาชนท้ังหลายตางก็เปลงเสียงใหการตอนรับอยางพรอมเพรียงกัน ฟครุดเดาละฮฺก็ได เดินรวมกับขบวนแห ญะนาซะฮฺเหมือนกับประชาชนคนอื่น ๆ เขาไดใหเกียรติเปนเวลาหลายวัน บรรดานักปราชญตาง ๆ จากทุก ๆ ฝายตางก็สดุดียกยองตอทานผูน้ี ทานอาบูบักร เคาะวาริสมียได กลาววา “ทานศอฮิบ บิน อิบาด น้ีเปนผูที่มีคุณสมบัติสูงของตําแหนงท่ีปรึกษาเปนผูที่มีจรรยาและ
ระเบยี บท่ีสูงเกินกวาการต้ังขอรังเกียจใด ๆ ทานไดรับวิชาการท่ีถูกตองและสืบทอดมาจากบิดาของ ทาน” ทํานองเดยี วกันนี้ อาบูซะอดี รอ็ ตตะมยี ไดยกยอ งในเกยี รติยศของทานผูนว้ี า (110) ทานซะฮะบียไดบันทึกประวัติของทานผูน้ีในหนังสือมีซานพลาดไปโดยที่ทานได เอยถึงประวัติของอิสมาอีล บิน อิบาต ในหมวดประวัติของอิสมาอีล บิน อุบาล ฆ็อนวีย และ อิสมา อีลบนิ อุบาล อะสะดยี “ภารกิจที่ทานไดทําหนาท่ีสืบทอดมานั้นย่ิงใหญเหนือความยิ่งใหญพ้ืนฐานแหงสายสืบ ของนกั รายงานฮาดีษตาง ๆ น้นั ตา งไดร ับการบอกเลามาจากทานอับบาส อีบาด และนั่นก็คือภารกิจ ทีส่ ําคัญของทาน และนน่ั คอื อสิ มาอลี บนิ อีบาด” 8. อิสมาอีล บิน อับดุรเราะหมาน บิน อาบีกะรีมะฮฺ อัลกูฟย เปนนักอธิบายอัล-กุรอานท่ีมี ชื่อเสียงซึ่งเปนที่รูจักกันในนามของสุดีย ทานซะฮะบียไดกลาวถึงทานไวในหนังสือมีซานวา “เขา ถูกโจมตีเพราะการเปนชีอะฮฺ แลวก็ยังมีรายงานมาจากฮุเซน บิน วากิร มะรูซีย วาแทจริงเขาเองเคย ไดยินทานผูน้ีกลาวประณามอาบูบักรและอุมัร” แตถึงกระน้ันทานอัษษูรีย และทานอาบูบักร บิน อี ยาชกย็ งั ใหการยอมรับในวชิ าการตาง ๆ จากทาน และทา นมุสลมิ ตลอดจนถงึ นกั ปราชญฝ ายซุนนะฮฺ 4 มัซฮับก็ยังใหการยอมรับตอทาน ทานอะหฺมัดไดใหความสําคัญตอทานผูนี้เปนอยางย่ิง ทานอิบนุ อาดียเคยกลาววา “เขาผูน้ีเปนคนมีความซ่ือสัตย” ทานยะหยา กิฏอน ไดกลาววา “ทานผูนี้ไมมี ปญหาใด ๆ เลย” ทา นยะหย า บิน สะอีดไดกลาววา “ฉันไมเคยไดยินบุคคลใด ๆ พูดถึงทานสุดีย ใน ทํานองอื่นนอกจากยอมรับวาเปนคนดี” และทานกลาวอีกวา “ไมเคยมีใครละท้ิงทานผูน้ี” ทานอบิ รอฮมี อลั นัคอียไดเคยผานไปยงั ทานสดุ ีย ซึง่ ในขณะนั้นทา นกําลังตัฟสีรอัล-กุรอานอยู ทาน ไดกลาวถึงวา “การตัฟสีรของทานผูนี้ก็เหมือนการตัฟสีรของนักปราชญทั้งหลาย” แตเม่ือพิจารณา ใหลึกซ้ึงตอการตัฟสีรของสุดียแลวจะเห็นความเที่ยงตรงและจะพบกับรายละเอียดท่ีแมนยํา ทานมิ อาจผานพน ฮาดษี ของทานสดุ ียไ ด ในหนังสอื ศอฮีฮ้ มฺ ุสลมิ ซงึ่ เปน ฮาดษี ทร่ี ายงานโดยทา นอานัส บิน มาลิก ทานสะอัด บิน อุบัยดะฮฺ ทานยะหยา บิน อิบบาด ซ่ึงมีรายงานอยูในมุสลิมและสําหรับใน ตําราของนักปราชญซุนนะฮฺ 4 มัซฮับนั้น ก็อยูในรายงานของอาบูอิวานะฮฺ ทานซูรีย ทานฮาซัน บิน ศอลิห ทานซาอีดะฮฺ ทานอิสรออีล ทานผูน้ีเปนปรมาจารยที่อาวุโสมากคนหนึ่งของเหลาบรรดา นักปราชญท ้ังหลาย ทา นไดเสียชวี ิตเมือ่ ป ฮ.ศ. 127 9. อิสมาอีล บิน มูซา ฟซซารีย อัลกูฟย ทานอิบนุ อาดียไดกลาวถึงทานผูนี้เชนเดียวกันกับ ในหนังสือมีซานของทานซะฮะบียวา “พวกเขาไดโจมตีทานผูนี้อยางผิด ๆ ในการเปนชีอะฮฺ” ทาน
อับดานไดกลาวในทํานองเดียวกันอีกวา “ฮุนาดและอิบนุอาบีชัยบะฮฺไดโจมตีเรา ที่เราไดมีทัศนะ ตรงกับทานผูน้ี” และเขาไดกลาววา “พวกทานรูไหมวาการงานที่ทานไดปฏิบัติไปน้ันเปนฟาสิก (การละเมิด) ในตอนที่ประณามบรรพชน?” แตขณะเดียวกับทานอิบนุ คุซัยมะฮฺ และอาบูอะรูบะฮฺ คอลาอิกตางก็ไดใหการยอมรับกับทานผูนี้ นอกจากน้ันทานยังเปนนักปราชญชั้นสูงของบุคคล เหลาน้ีอีกดวย เชน อาบูดาวูดและติรมิซีย ซ่ึงบุคคลทั้งสองก็ยังไดยอมรับหลักฐานตาง ๆ จากทานผู นี้โดยทําการปดบังไวในหนังสือศอฮี้ฮฺของทานท้ังสอง นอกจากน้ีอาบูฮาติมยังไดกลาวถึงทานผูน้ี อีกวา “เปนคนมีความซ่ือสัตย” ทาน นะสาอียไดกลาวถึงทานผูน้ีวา “ทานผูน้ีไมมีปญหาใด ๆ เลย” ทุกส่ิงทุกอยางเหลานี้บันทึกอยูในหมวดที่อธิบายประวัติของทานจากหนังสือมีซานของทานซะฮะ บีย ทานไมอาจจะผานพนรายงานฮาดีษของบุคคลน้ีไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺติรมิซีย สุนัน อาบูดาวูดซ่ึง เปนรายงานที่มาจาก มาลิก ชะรีก และอุมัรว บิน ชากิร ทานไดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 245 ทานคือบุตร ของบตุ รสาวทา นสดุ ีย แตถึงกระนน้ั ทา นก็ยงั ไดถ กู โจมตี วัลลอฮอุ าลัม. 10. ตะลีด บิน สุลัยมาน อัลกูฟย ทานอิบนุมุอีนไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีวา “เขาเปนคนที่ ประณามอุสมาน” สวนหนึง่ ของบรรดาผทู ส่ี วามิภกั ด์ิตอ อุสมานท่ไี ดยนิ คาํ พูดของเขาไดข วา งจนเทา ของเขาแตก อาบูดาวูดก็ไดกลาวถึงเขาผูน้ีวา “เปนคนที่ประณามอาบูบักรและทานอุมัรอยาง ฉกาจฉกรรจ แตในขณะเดียวกันวิชาการทุกอยางของเขาไดเปนท่ียอมรับของทานอะหฺมัดและอิบนุ นุมัยร บุคคลท้ังสองน้ีไดใหการยอมรับและศึกษาวิชาการของเขาผูซึ่งเปนชีอะฮฺ” ทานอะหฺมัดได กลาววา “แมตะลีดจะเปนอุละมาอฺของฝายชีอะฮฺ แตฉันก็ไมเห็นความบกพรองใด ๆ ของเขา” ทาน ซะฮะบียก็ไดกลาวถึงเขาผูนี้ทุกอยาง ทานติรมีซียก็ไดนําเอาชื่อของเขาผูนี้ใหอยูในอันดับท่ีสําคัญ คนหนึง่ โดยชแ้ี จงวาเขาผูน ้เี ปนนักปราชญแ หงสายสืบของทาน ฉะนั้นทานไมอาจท่ีจะหลีกเลี่ยงให พนจากรายงานฮาดีษของเขาผูน้ีไดในหนังสือศอฮี้ฮฺติรมีซียโดยสายสืบท่ีรายงานจากอาฎออ บิน ซาอิบ และอับดุลมาลกิ บิน อมุ ยั ร 11. ษาบิต บิน ดีนาร ผูไดรับสมญานามวาอาบูฮัมซะฮฺษุมาลียเขาเปนนักปราชญช้ันเอกคน หน่ึงในฝา ยชีอะฮฺ หนังสือมีซานไดกลาวถึงทานผูนี้วาช่ือของทานอุสมานไดถูกเอยถึงครั้งหน่ึงในที่ ชุมนุมของอาบูฮัมซะฮฺ ทานผูน้ีไดกลาวขึ้นวา “อุสมานเปนใคร?” ดวยการแสดงความรังเกียจ หลังจากน้นั ษลุ ยั มานยี ย งั ไดอางวา ทานติรมซิ ียไดใหความสาํ คัญตอช่ือของอาบูฮัมซะฮฺผูน้ี โดยไดมี การชี้แจงวา ทา นคือนกั ปราชญค นหนึ่งทเี่ ปน สายสืบสําหรบั ตาํ ราของเขา วะกีอฺ อาบูนาอีม ก็ใหการ
ยอมรับตอทาน ซึ่งเปนรายงานฮาดีษของทานอานัส ทานชุอบีย ทานผูน้ียังเปนท่ียอมรับของ นกั ปราชญทงั้ หลายของกลมุ นี้อกี ดวย ทานไดเสียชวี ติ ในป ฮ.ศ. 150 12. ษุวัยร บิน อาบูฟาคิตะฮ อาบูญะฮัม อัลกูฟย เปนคนใชของอุมมุฮานีย บิน อาบีฏอลิบ ทานซะฮะบียไดอางถึงช่ือของทานผูนี้ในหนังสือมีซานของทานโดยไดกลาววา “เขาเปนพวกหัว รนุ แรงคนหน่งึ จากคาํ ยนื ยนั ของ ยนู สุ บิน อาบูอิสหาก แตในขณะเดียวกันทานกย็ ังไดเปนท่ียอมรับ ของซุฟยาน และชุอบะฮฺ” ทานติรมีซีย ไดยอมรับรายงานของทานผูน้ีไวในหนังสือศอฮี้ฮฺของทาน โดยอางอิงจากริวายะฮฺของทานอิบนุอุมัร ทานซัยค บิน อัรก็อม ทานผูน้ีมีชีวิตอยูในสมัยของทานอิ มามบากิร ทานเปนผูยึดม่ันตอสิทธิการปกครอง (วิลายะฮฺ) ของทานอิมามจนเปนที่รูกันอยาง แพรหลาย สาํ หรบั ทา นน้ันอยกู บั ทา นอุมัร บินซรั กอดยี และอบิ นุกัยส 13. ญาบริ บิน ยาซีด บิน ฮาริษ อัลุฟย อัลกูฟย ทานซะฮะบียไดกลาวถึงเขาผูน้ีในหนังสือ มีซาน วาเปนนักปราชญคนหน่ึงของฝายชีอะฮฺ และไดอางคํากลาวของทานซุฟยานวา “แทจริงเขา ไดยินทานญาบิรพูดวาทานผูนี้ไดเรียนรูวิชาการที่ทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและ ความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ใหแกทานอาลีแลวทานอาลีไดสอนใหแก ทานฮาซัน หลังจากนั้นวิชาการอันน้ีก็ไดมายังทานญะอฺฟร ศอดิก (อ) ซึ่งปรากฏวาทานก็ไดมีชีวิต อยูในสมัยของอิมามผูนี้” ทานมุสลิมไดรายงานไวในตอนตน ๆ ของหนังสือศอฮี้ฮฺของทานโดยอาง รายงานจากญิรอหวา ฉันไดยินทานญาบิรกลาววา “ฉันเองจดจําฮาดีษท่ีรายงานมาจากทานญะอฺฟร บากริ ซึ่งเปนฮาดีษของทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแด บรรดาลูกหลานของทาน) มากถึงเจ็ดหมื่นฮาดีษ” ทานซุฮัยรไดรายงานวา “ฉันไดจดจําฮาดีษ ทั้งหมดหาหมื่นฮาดีษ” ในขณะเดียวกันทานผูน้ีก็ไดเปนท่ียอมรับของทานนะสาอียและอาบูดาวูด ขอใหดูรายงานฮาดีษของทานผูน้ีไวในเรื่องสุูดสะฮวีย ของหนังสือศอฮ้ีฮฺท้ังสองทานซะฮะบียได กลาวถึงทานผูนี้ในหนังสือมีซานอีกวา “เขาเปนบุคคลสําคัญที่อาบูดาวูดและติรมิซียไดใหการ ยอมรับวาเปนนักปราชญ สําหรับสายสืบของทานทั้งสอง” ทานซุฟยานไดกลาววา “คุณสมบัติ ของญาบริ อุ ฟ ยผ นู ้ีเปนคนที่มีความเครงครัดในการบอกเลาฮาดีษอยางยิ่ง” ทานชุอบะฮไดกลาววา “ญาบิรเปนคนท่ีซื่อสัตย คราวใดที่ญาบิรไดเลาฮาดีษเขาจะกลาววา เราไดรับการบอกเลามาวา...” เขาเปนคนที่มีลักษณะท่ีจริงจังอยางยิ่ง ทานวาอกียกลาววา พวกทานอยาไดมีความคลางแคลงใด ๆ ดังนั้น พวกทานอยาไดสงสัยในสิ่งใด ๆ เพราะแทจริงญาบิร ุอฟยนั้นเปนคนท่ีมีน้ําหนักมาก ทา นญาบริ ไดเ สยี ชวี ติ ในป ฮ.ศ. 127 หรือ 128 ขออัลลอฮฺทรงมีความเมตตาตอ ทานผูนีด้ ว ย
14. ญะรีร บิน อับดุลฮามีด อัลกูฟย ทานอิบนุ กุตัยบะฮไดระบุวา “เขาผูนี้คือนักปราชญ ชอี ะฮฺ” ทานซะฮะบียไ ดอ ธบิ ายถึงเขาผนู ี้ในหนังสอื มซี านวา ท่ียอมรับของนักปราชญเจา ของตาํ ราอฮี้ ฮฺจํานวนมากและไดยกยองเขาผูน้ีวาเปนนักวิชาการที่ซื่อสัตย เจาของตําราตาง ๆ ไดใหการยอมรับ ตอเขา กลุมนักปราชญตาง ๆ ลวนอางถึงความสําคัญของเขา ทานไมอาจที่จะหลีกพนฮาดีษของเขา ผูนี้ไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺของบุคอรีและมุสลิม จากรายงานฮาดีษของ อะหฺมัด มุฆีเราะฮฺ มันศูร และ อิสมาอีล บิน อาบูคอลิด และอาบู อิสหาก ชัยบานีย กุตัยบะฮฺ บิน ซะอีด บิน ยะหยา และอุสมาน บิน อาบูชัยบะฮฺตางก็ไดรับรายงานฮาดีษมาจากเขาผูน้ี ผูที่อัลลอฮฺทรงเมตตาใหมีความปราดเปร่ือง ทานน้ไี ดเสยี ชวี ติ ในป ฮ.ศ. 87 15. ญะอฺฟร บิน ซียาต อัลกูฟย ทานอาบูดาวูดไดกลาวถึงเขาผูน้ีวา “เปนนักปราชญชีอะฮฺท่ี มีความซือ่ สัตย” ทานเยาซ ญานยี ไดกลาววา “เขาเปนมาตรฐานวชิ าการแขนงหน่ึงแหงอะหฺลุลบัยตฺ” และไดกลาวอีกวา “หลานชายของทานคือฮุเซน บิน อาลี บิน ญะอฺฟร บิน ซียาต” ไดกลาววา “ปู ของทานคือ ญะอฺฟรเปนหัวหนาระดับสูงคนหนึ่งของฝายชีอะฮฺแหงเมืองคุรอสาน เขาไดถูกจับกุม ขังพรอ มกับพรรคพวกของเขากลุมหน่ึงจนตลอดชีวิต” อิบนุ อัยยีนะฮ วะอกียอ อะบูฆอสสาน มะอ ดีย ยะหย า บิน บะชารฺ ฮะรีรีย และอิบนุ มะอด ียต า งก็ใหการยอมรับตอเขาวา “เปนนักฮาดีษท่ีดีเลิศ” ทานซะฮะบียไดอางช่ือของเขาในหนังสือมีซานโดยระบุวาทานติรมีซียและทานนะสาอียตางไดให การยอมรบั ตอเขา ทานไมอาจจะหลกี พน ฮาดีษทรี่ ายงานโดยเขาผนู ี้ไดใ นตาํ ราศอฮฮี้ ฺท้ังสองเลม จาก ริวายะฮฺของบะอยาน บิน บะชัร และอะอฎออ บิน ซาอิบ นอกจากน้ียังมีนักปราชญกลุมอ่ืน ๆ ของ พวกเขาเหลานั้นยังไดใหการยอมรับตอทานอีกดวย ทานผูไดรับความเมตตาของอัลลอฮฺทานนี้ ได เสียชีวติ เมื่อป ฮ.ศ. 167 16. ญะอฺฟร บิน สุลัยมาน ฏ็อบอีย บัสรีย อาบูสุลัยมาน ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺ ระบุวาทานผูน้ี เปนนักปราชญ(111) ทานอิบนุ สะอัดไดกลาวถึงเขาผูน้ีวาเปนชีอะฮฺที่มีความสําคัญยิ่งคนหนึ่ง ทานอะหฺมดั บิน มกิ ดามไดกลาววา “เขาผูนี้เปนคนหัวรุนแรง” ทานอิบนุ อาดียไดกลาววา “ถึงเขาผู นี้จะเปนชีอะฮฺ แตฉันคิดวาเขามิไดมีความเสื่อมเสียอันใด ฮาดีษตาง ๆ ของเขาน้ันไมถูกถือวาเปน โมฆะ เขาคือ บุคคลท่ีฉันตองใหการยอมรับและยกยองฮาดีษของเขา” ทานอาบูฏอลิบไดกลาววา “ฉนั ไดยนิ ทานอะหฺมัดกลาววาญะอฺฟร บิน สุลัยมานผูน้ีไมมีความบกพรองใด ๆ” มีคนเคยกลาวแก ทานอะหฺมัดวา “แทจริงสุลัยมาน บิน ฮะร็อบกลาววา เขาจะไมบันทึกฮาดีษของบุคคลคนนี้” ดังน้ัน ทานอะหฺมัดจึงกลาววา “เขาไมควรเปนคนกีดกันทานผูน้ัน ถึงแมวาญะอฺฟรผูน้ีเปนชีอะฮฺ แตเขาก็
ไดเลาฮาดีษตาง ๆ ของทานอาลี” ทานอิบนุ มุอีนไดกลาววา “ฉันไดรับฟงคํากลาวของทานอับดุร เราะซักท่ีไดแถลงเก่ียวกับตัวของบุคคลผูน้ีวา “เขาอยูบนหลักการของมัซฮับของเขา” ฉันเคยได กลาวแกเขาวา “แลวบรรดาครูบาอาจารยของทาน (อับดุรเราะซัก) ทุกคนท่ีเปนนักปราชญฝายซุน นะฮฺ เชน มุอัมมัร อิบนุญะรีจญ เอาซาอีย, มาลิก, ซุฟยาน คนเหลานี้ เขาไดเอาความรูมาจากผูใด? ทานตอบวา “พวกเราไดเอามาจากญะอฺฟร บิน สุลัยมาน ฏ็อบอีย เพราะฉันเห็นวาเขาเปนคนท่ีมี เกียรติ มีบุคลิกที่เครงครัด ฉะน้ันมัซฮับเหลานี้จึงไดเอาวิชาการมาจากผูอยูในมัซฮับชีอะฮฺ” ฉันได กลาวตอไปอีกวา “แตทวามุฮัมมัด บิน อาบูบักร มุก็อดดะมียเขามีความเห็นตรงกันขาม” เขาได อธิบายวา “แทจริงญะอฺฟรนั้นเปนผูท่ีไดรับการตอตานจากอับดุรเราะซัก และดวยเหตุนี้เขาจึงได กลาววาส่ิงท่ีอับดุรเราะซักไดลบลางไปนั้นไมบังเกิดความเสียหายใด ๆ แกการเปนชีอะฮฺของญะอฺ ฟร” ทานอุกัยลียไดรายงานตามคําบอกเลาของสะฮล บิน อาบูฆอดูสะฮฺวา ฉันไดกลาวแกญะอฟร บิน สลุ ยั มานวา มคี นบอกใหฉ นั ทราบวา “ทานสบประมาทอาบูบักรและอุมัร” ทานไดตอบวา “การ สบประมาทนั้นเปนไปไมได แตทวาความรังเกียจน้ันทานเองก็อาจจะมีได” ทานซะฮะบียได กลาวถึงญะอฺฟรในหนังสือมีซานโดยไดอธิบายเพิ่มเติมวาเขาเปนนักปราชญชีอะฮฺท่ีมีความสมถะ ทีส่ ดุ ทานมสุ ลิมกไ็ ดยอมรบั วชิ าการของเขาผูนี้ไวในตําราศอฮี้ฮฺของทาน และไดบันทึกฮาดีษตาง ๆ ของเขาผูน ี้ไวม ากเปน พิเศษ ทานซะฮะบียยังไดช ี้แจงตอไปอกี ถงึ เรือ่ งท่ีเก่ยี วกับทา นญะอฺฟร ทา นไม อาจจะหลีกพนฮาดีษของทานผูนี้ในหนังสือศอฮี้ฮฺมุสลิมที่เปนรายงานมาจากษาบิต บะนานีย, ุอ ดีย บิน อุสมาน, อาบีอิมรอน ูนีย, ยาซีด บิน รอซัก, สะอีด ญะรีรีย ฯลฯ เขาผูน้ีซึ่งไดเลาฮาดีษท่ีริ วายะฮฺโดยยะซีด เราะซัก, มัฎร็อก จากอิมรอน บินฮุซัยน ไดกลาววา “ทานศาสนทูต (ศ) ไดแตงตั้ง ใหทานอาลี เปนผูปกครองของพวกเขาเหลาน้ัน” และฮาดีษท่ีวา “พวกทานประสงคส่ิงใดกับอาลี อาลีนั้นมาจากฉันและฉันก็มาจากเขาเชนกัน เขาคือผูปกครองของผูศรัทธาทุกคนหลังจากฉัน” รายงานฮาดีษน้ีโดยทานนะสาอียใ นหนังสือศอฮ้ีฮฺของทานและอิบนุ อาดียก็ไดอางคํากลาวนี้จากศอ ฮ้ีฮฺนะสาอียเ ชน กัน ทา นซะฮะบยี กไ็ ดสรุปเรื่องราวเหลาน้ีของทานญะอฺฟรในหนงั สอื อัลมีซาน ทาน ไดเสียชวี ิตในเดือนรอญับ ป ฮ.ศ. 178 ขอใหอลั ลอฮฺทรงเมตตาตอทานผูน ้ี (111) หนังสือมะอารฟิ หนา 206 17. ญามิอ บนิ อามีเราะฮฺ บิน ษะอลาบะฮ อัลกูฟย อัตตัยนีย ทานอาบูฮาติมไดกลาวถึงทาน ผนู ีไ้ วเ ชน เดียวกบั ตอนทา ยของบทที่อธิบายถงึ บคุ คลนีใ้ นหนังสือมซี านวาเขาเปน ชาวกูฟะฮฺทเ่ี ลาฮา ดีษไดดีย่ิง ซึ่งเปนฮาดีษท่ีมาจากชีอะฮฺ ทานอิบนุ ฮิบบาน ไดกลาวถึงทานผูนี้ไวเชนเดียวกันกับ
หนังสืออัลมีซานอีกวา “ทานผูน้ีเปนคนหัวรุนแรง” ทานอินลาอ บิน ศอลิอ ทานศอดาเกาะฮบิน มุซันนา ทานฮากิม บิน ุบัยรไดใหการยอมรับวาเขาผูน้ีเปนปรมาจารยของพวกเขา ในหนังสือ สุนันตาง ๆ นั้นก็มีรายงานฮาดีษของเขา ทานติรมีซียไดใหการยอมรับตอเขาผูน้ีดังท่ีทานซะฮะบีย ไดกลาวไวในหนังสืออัลมีซาน เขาเปนคนหน่ึงในบรรดาตาบีอีนเขาเคยไดพบกับทานอิบนุ อุมัร และทานหญิงอาอีชะฮฺ ในรายงานฮาดีษบทหนึ่งเขาไดรับการบอกเลามาจากทานอิบนุ อุมัร วา “แทจริงเขาเคยไดยินทานศาสนทูตกลาวแกทานอาลีวา “เจาเปนพ่ีนองของฉันท้ังในโลกน้ีและ ปรโลก” 18. ฮาริษ บิน หาศีเราะฮ อาบูนุอมาน อาซะดีย อัลกูฟย ทานอาบู ฮาติม อัรรอสีย ได กลาวถึงเขาผูน้ีวา “เปนชีอะฮฺที่มีความอิสระ” อาบู อะหฺมัด ซุบัยรียก็ไดกลาวถึงเขาผูน้ีอีกวา “เขา เปน ผูศรทั ธาท่เี ครง ครัด” ทา นอิบนุ อาดียก็ไดกลาวถึงเขาผูนี้วา “เขาไดบันทึกฮาดีษตาง ๆ ซ่ึงฉันไม เคยเห็นวาเขาเปนคนมีหลักฐานออนแอเขาเปนคนหนึ่งของบรรดาผูสํารวมในหมูชีอะฮฺแหงเมือง กูฟะฮฺ” ทานซานีจญไดกลาวอีกวา “ฉันเคยถามทานญะรีรวา ทานเคยเห็นฮาริษ บิน หาศีเราะฮ บาง หรอื ไม? ” ทานกลา ววา “ใชแลว ฉนั เห็นเขาเปน ผูอาวุโสท่ียง่ิ ใหญคนหนึ่ง เขาเปน ผมู ีความสงบเยอื ก เย็น เขาขวนขวายในกิจการท่ีมีเกียรติย่ิง” ทานยะหยา บิน มุอีนไดเคยกลาวถึงเขาผูนี้วา “เขาเปนคน สําคัญของเช้ือสายตระกูล” ทานนะสาอียก็ยังยอมรับในความสําคัญของเขาผูนี้ ทานเษารียก็ไดรับ วิชาการมาจากเขาเชนเดียวกันกับมาลิก บิน มะฆูลทานอับดุลลอฮฺ บิน นุมัยร และกลุมนักปราชญ อีกสวนหนึ่งของบุคคลเหลานี้ ซึ่งเขาผูน้ีไดเปนปรมาจารยที่สําคัญของพวกเขาเหลานั้น ทานซะฮะ บียไดอธิบายถึงเขาผูนี้ในหนังสืออัลมีซาน ทานไดอธิบายไปเหมือนกับที่เราไดอางมาแลวนี้ทุก ประการ ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของเขาผูนี้ไดในหนังสือสุนันตาง ๆ ซ่ึงเปนฮาดีษท่ีเลาโดยซัยด บิน วะฮับและอิกรอมะฮฺ และนักปราชญคนอื่น ๆ ในกลุมของสองทานนี้ ทานนะสาอียก็ไดบันทึก ฮาดีษของทานผูนี้มาจากกระแสรายงานของ อิบาตร บินยะกูบ ซ่ึงไดรับชวงรายงานมาจาก อับ ดุลลอฮฺ บิน อับดุลมาลิก มัสอูดียซ่ึงไดรับรายงานโดยตรงมาจากทานฮาริษ บิน หาศีเราะฮ จากทาน ซัยด บิน วะฮบั ซ่งึ ไดกลาววา “ฉนั ไดยินทานอาลี ไดกลาววาฉันเปนบาวของอัลลอฮฺ เปนพี่นองของ ทานศาสนทูต ไมมีใครสามารถกลาวคํานี้ไดอีกแลวหลังจากฉัน นอกจากคนเท็จ” และรายงานของ ทานฮารษิ บิน หาศีเราะฮ จากอาบีดาวูด สะบีอีย ซึ่งไดรับรายงานมาจากอิมรอน บิน ฮุศัยนไดกลาว วา “ฉันเคยไดน่ังอยูรวมกับทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทาน และแดบรรดาลูกหลานของทาน) กลาววา ไมมีใครรักเจานอกจากผูศรัทธา ไมมีใครโกรธเจา
นอกจากผูกลับกลอก จนกระท่ังถึงวันกียามัต” รายงานฮาดีษน้ีโดยนักฮาดีษจํานวนมากเชนมุฮัมมัด บิน กะษีร เปนตนซึ่งไดรับรายงานมาจากฮาริษ บิน หาศีเราะฮท้ังส้ิน ใน “อัษนาอ สะดีย” ได กลาวถงึ ฮารษิ บิน หาศีเราะฮวา “เขาเปน คนซื่อสัตย แตท วา เขาเปนคนหวั รนุ แรง” 19. ฮาริษ บิน อับดุลลอฮฺ ฮัมดานียเปนผูใกลชิดคนหน่ึงของทานอามีรุลมุมีนีน โดยเฉพาะ บุคคลผูนี้เปนตาบิอีนท่ีอาวุโสคนหน่ึง กิจการตาง ๆ ของเขาอยูกับฝายชีอะฮฺมาโดยตลอด เขาเปน บุคคลแรกของกลุมที่อิบนุ กุตัยบะฮไดระบุวาเปนนักปราชญชีอะฮฺในหนังสือมะอาริฟ ทานซะฮะ บียไดกลาวถึงเขาผูนี้ไวในหนังสือมีซานวา “เปนท่ียอมรับกันวา แทจริงเขาผูนี้เปนนักปราชญแหง ตาบิอีนท่ีอาวุโสที่สุด” หลังจากน้ันทานไดอางคํากลาวของทานอิบนุ ฮิบบานที่วา “เขาเปน นักปราชญท่ีเชี่ยวชาญของฝายชีอะฮฺ” ฉะน้ันเขาจึงไดรับขอหาจากประชาชนดวยสาเหตุหลาย ประการแตในขณะเดียวกัน พวกเขาเหลานั้นก็ยังไดใหการยอมรับวาบุคคลผูนี้เปนนักปราชญ เปน นักวิชาการ เปนคนที่มีทัศนะท่ีมั่นคงกับความรูเปนอยางยิ่ง และเปนท่ีรูกันโดยทั่วไปวา แทจริงฮา ดีษของฮารีษมีบันทึกอยูในตําราสุนันท้ัง 4 มัซฮับและทานไดอธิบายวา แทจริงถึงแมวาทานนะสา อียจะเปนผทู พ่ี ถิ พี ิถนั ในตัวของนักปราชญก็ตาม แตเ ขายังใหการยอมรับตอ ฮาริษอยา งมัน่ คง ทานฮา รษิ ไดเสยี ชวี ติ ในป ฮ.ศ. 65 (ขอใหอ ลั ลอฮฺ ผทู รงสูงสุดไดมเี มตตาตอเขา) 20. ฮะบีบ บิน อาบีสาบิด อัล-อะสะดีย กาฮิลีย อัลกูฟย ตาบิอีย นักปราชญทั้งหลายตาง ๆ ไดยืนยันเชนเดียวกันกับทานอิบนุกุตัยบะฮฺ ในหนังสือมะอาริฟวา เขาผูนี้คือนักปราชญชีอะฮฺ ทาน ซะฮะบียไดกลาวถึงเขาผูนี้วา “เจาของตําราศอฮ้ีฮฺทั้ง 6 เลม ตางก็ไดใหการยอมรับตอช่ือของบุคคล คนนี”้ โดยทานไดก ลา วเพิ่มเตมิ อกี วา “บุคคลตาง ๆ ในหมูนักปราชญของตําราศอฮ้ีฮฺท้ังหลายไดให การยอมรับตอเขาผูน้ีทุกคน” ทานไดกลาวอีกวา “ยะหยา บิน มุอีน และกลุมนักปราชญของเขาได ใหการยอมรับตอบุคคลผูนี้” ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของบุคคลนี้ไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺบุคอรีและ ศอฮ้ีฮฺมุสลิม โดยรายงานฮาดีษท่ีมาจากซะอีด บิน ุบัยร และอาบูวาอิล สําหรับฮาดีษของเขาท่ีมา จากรายงานของซัยด บิน วาฮับนั้นมีเฉพาะแตเพียงในศอฮี้ฮฺบุคอรีเทานั้น สําหรับฮาดีษของเขาที่อยู ในศอฮี้ฮฺมุสลิมนั้น คือฮาดีษที่รายงานมาจากมุฮัมมัด บิน อาลี ลิน อับดุลลอฮฺ บิน อับบาส และจา กฎอวูส ฎิหากมัชรอกีย, อาบี อับบาส บิน ชากิร, อาบี มินฮาล, อับดุรเราะมาน, อาฎออ บิน ยะซาร, และอิบรอฮีม บิน สะอัด บิน อาบี กอศ และมุญาฮิดทานไดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 119 (ขออัลลอฮฺ ประทานความเมตตาตอเขา)
21. ฮาซนั บิน หยั หมายถงึ หัย ศอลหิ บนิ ศอลิห ฮัมดานีย เปนนอ งชายของอาลี ท้ังสองคน นี้เปน นกั ปราชญชีอะฮฺ เขาเปนลกู ฝาแฝดคือ อาลีน้ันไดเกิดกอนเขาประมาณหนึ่งชั่วโมง ทานซะฮะ บียไดกลาวถึงบุคคลท้ังสองในหนังสือมีซานวา เขาเปนนักปราชญชีอะฮฺที่มีความคิดกาวหนา เขามี ทัศนะที่เปนกบฏตอผูปกครองที่ไมเปนธรรม และไดกลาวถึงเขาอีกวา “แทจริงบุคคลผูนี้ไมให เกียรติตออุสมาน” ทานอิบนุสะอัดไดกลาวถึงบุคคลนี้ในุซอฺท่ี 6 ของหนังสือฎอบากอต วา “เขา เปนนักรายงานฮาดีษศอฮ้ีฮฺจํานวนมากท่ีมีความสําคัญคนหน่ึงและเขาเปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานอิ มาม อิบนุ กุตัยบะฮฺไดกลาวถึงเขาผูนี้ในหนังสือมะอาริฟ วา “เขาเปนคนเครงครัดตอการเปนชีอะฮฺ ของเขา ทานมุสลิมและนักปราชญเจาของตําราสุนันไดใหการยอมรับตอเขา” ทานไมอาจหลีกพน ฮาดีษของบุคคลน้ีไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺมุสลิม จากทุก ๆ ฮาดีษท่ีรายงานโดยสิ-มาก บิน ฮะร็อบ, อิส มาอีล, สุดีย, อาศิม, อะหวัล, และฮารูน บิน สะอัด นอกจากนี้เขายังเปนที่ยอมรับของอาบู ดุลลอฮฺ บิน มูซา อะบะซีย, ยะหยา บิน อาดัม ฯลฯ ทานซะฮะบียไดอางไวในหนังสือมีซานวา แทจริงอิบนุ มุอีนและคนอื่น ๆ ไดใหการยอมรับในความสําคัญของเขาผูน้ี ทานซะฮะบียไดกลาวอีกวา “แทจริง อาบูฮาติมไดกลาววาบุคคลผูนี้เปนคนสําคัญมาก เปนคนมีความจําสูง เปนคนมีความสํารวมตนย่ิง” ทานอาบูซรุ อฺ ะฮฺ ไดกลา ววา “ความสาํ รวมตน ความเปนนักปราชญ ความเปนผูเ คารพภกั ดีและความ สมถะนั้น มีรวมอยูในบุคคลผูน้ี” แทจริงทานนะสาอียก็ไดใหความสําคัญอยางยิ่งตอเขาและอาบู นาอีมไดกลาววา “ฉันไดบันทึกฮาดีษจากเขาผูนี้ 800 ฮาดีษ ฉันไมเคยเห็นใครมีคุณสมบัติที่สูงสง มากไปกวาฮาซัน บนิ ศอลิห” ทานเกดิ เมอ่ื ป ฮ.ศ. 100 และ เสยี ชีวติ ในป ฮ.ศ. 169 22. ฮากมี อุตัยบะฮฺ อลั กูฟย ทานอบิ นุ กตุ ยั บะฮฺไดยืนยันไวใ นหนังสือมะอารฟิ วา บคุ คลผนู ้ี เปน ชีอะฮฺ ทานบุคอรี และมสุ ลิมไดใ หการยอมรับตอเขาผูนี้ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของบุคคลผูน้ี ไดใ นหนงั สือศอฮี้ฮฺทั้งสอง ซึ่งฮาดีษตาง ๆ ที่รายงานมาจากอาบี ญะฮีฟะฮ อิบรอฮีม นัฆอีย มุญาฮิด และ ซะอีด บิน ุบัยร สําหรับในศอฮ้ีฮฺมุสลิมนั้นยังมีฮาดีษของเขาที่รายงานมาจากอับดุรเราะมาน บิน อาบูลยั ลา, กอสิม บนิ มุคยั มาเราะฮฺ, อาบศู อลหิ ฯลฯ และทร่ี ายงานโดยเฉพาะอยูในศอฮี้ฮฺบุคอรี น้ันคือฮาดีษท่ีมาจากอับดุลมาลิก บิน อาบีฆอนียะฮฺ ทานผูน้ีไดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 115 โดยมีอายุ 65 ป 23. ฮัมมาด บิน อีซา อัลุฮนีย ฆอรีก ุหฟะฮฺ ทานอาบูอาลีไดกลาวถึงบุคคลน้ีในหนังสือ มนุ ตะฮามะกอลและทานหาซัน บิน อาลี บิน ดาวูด ไดก ลา วถึงบุคคลผูน้ีโดยยอในหนังสือ “แนะนํา
บุคคล” ของทาน ตางระบุวาเขาผูนี้เปนนักปราชญชีอะฮฺ เขามีศัตรูเปนจํานวนมากท่ีแข็งแกรง เขา เปน คนหนึ่งในบรรดาพรรคพวกของอมิ ามอลั ฮุดา (อาลยั ฮมิ สุ ลาม) เขาไดร ับฟง ฮาดีษที่มาจากอิมาม ศอดกิ (อาลยั ฮิสลาม) โดยตรง 70 ฮาดษี แตเขามิไดถายทอดมากไปกวา 20 ฮาดีษ พรรคพวกของเรา ไดบันทึกรายงานท่ีเกี่ยวกับบุคคลผูนี้วา คร้ังหน่ึงเขาไดเขาไปหาทานอาบู ฮาซัน กาซิม (อาลัยฮิ สลาม) แลว ไดกลาววา “ฉันขอใหท านไดกระทําส่ิงหนงึ่ ใหแกฉัน ทานโปรดไดข อวิงวอนจากอัลลอ ฮฺใหแกฉันดวยเถิดวาใหพระองคไดประทานเคร่ืองยังชีพ ภรรยา, บุตร, คนรับใชและโอกาสไปทํา ฮัจญในทุก ๆ ป” ทานอิมาม (อาลัยฮิสลาม) ไดกลาววา “โออัลลอฮฺ ขอประทานความจําเริญแดมุฮัม มัด และลูกหลานของมุฮัมมัดขอพระองคไดทรงโปรดปรานใหบุคคลผูนี้มีบาน มีภรรยา, มีบุตร, มี คนรับใชแ ละมโี อกาสไดทําฮัจญ 50 ป” ทานฮัมมาดไดกลาววา ทานไดทําฮัจญมีบาน, ภรรยา, บุตร, คนใชครบครัน ปรากฏวาทา นฮัมมาดไดเ สยี ชวี ิตในป ฮ.ศ. 209 ภมู ลิ ําเนาเดิมของเขาอยูท่ีเมืองกูฟะฮฺ และไดอพยพมาต้งั ถิน่ ฐานอยทู ี่เมืองบัศเราะฮฺและไดใชชีวิตอยูที่นั่นเปนเวลาถึง 70 ป ทานซะฮะบีย ไดกลาววา “ช่ือของบุคคลผูน้ีไดเปนที่ยอมรับของนักปราชญฝายซุนนะฮฺ” และกลาววา “เขาได เสียชีวิตดวยสาเหตุจมนํ้า ในป ฮ.ศ. 208” การเปนชีอะฮฺของเขาไดทําใหเขาถูกโจมตีวาออนแอ แต แลว เขากย็ งั ยอมรบั รายงานของบุคคลนี้ไวในตําราของเขา (นักปราชญเหลานั้นเขาทํางานกันอยางน้ี แหละ)... 24. ฮุมรอน บิน อะอฺยุน และ คูซิรอเราะฮฺ เขาทั้งสองเปนนักปราชญท่ีสําคัญของฝายชีอะฮฺ เปนผูรวมรวมรักษาบทบัญญัติตาง ๆ แหงวิชาการของลูกหลานศาสดามุฮัมมัด เขาทั้งสองเปนดวง ประทีปของสายธาร เปนนักปราชญของแนวทางท่ีข้ึนตรงตอบรรดาอิมาม ผูทรงคุณธรรมผูมีความ สัตยจริง เขาทั้งสองอยูกับหลักการของบรรดาอิมามท่ีมาจากลูกหลานของศาสดามุฮัมมัด (ขออัลลอ ฮฺทรงประทานความจําเรญิ ใหแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) อันสูงสงสําหรับฮุมรอนน้ัน ทานซะฮะบียไดกลาวถึงเขาวา ชื่อของบุคคลนี้เปนท่ียอมรับของบรรดานักปราชญ เจาของตํารา สุนันท้ังหลาย ทานอาบูฮาติมไดยกยองบุคคลนี้วา เปนอาจารยผูอาวุโส ทานอาบูอาวูด ไดกลาวถึง บคุ คลนี้วาเปนคนทีม่ ีความเขมแขง็ เฉียบขาด. 25. คอลิด บิน มุค็อลลิด ก็อฎวานีย อาบูฮัยษัม กูฟย เปนอาจารยคนหนึ่งของทานบุคอรี สําหรับในหนงั สอื ศอฮ้ฮี ฺ ทานอิบนุ สะอดั ไดก ลาวถึงเขาในหมวดที่ 6 ของ หนังสือ ฎอบากอต หนา 283 วาบุคคลผูน้ีเปนชีอะฮฺ เขาไดเสียชีวิตท่ีเมืองกูฟะฮฺ ในกลางเดือนมุฮัรร็อม ป ฮ.ศ. 213 ในสมัย ของคอลีฟะฮฺมะมูนและปรากฏวาเขาเปนชีอะฮฺที่ถูกโจมตีอยางมากมาย แตก็ยังมีนักปราชญบันทึก
รายงานฮาดีษของเขา ทานอาบู ดาวูดไดกลาวถึงเขาผูนี้วา เขาเปนคนท่ีมีความซื่อสัตยแตเขาเปน ชีอะฮฺ ทานเญาซญานียไดกลาววา “เขาเปนคนที่ถูกประณามอยางหนัก เพราะมัซฮับของเขา” ทาน ซะฮะบียไดกลาวถึงเขาผูนี้ในหนังสือมีซาน โดยอางคํากลาวของอาบูดาวูดและทานเญาซญานีย ตามท่ีเราไดกลาวไปแลว ทานบุคอรีและมุสลิมไดยอมรับฮาดีษของบุคคลผูนี้ไวในศอฮ้ีฮฺของทาน ท้ังสอง ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของทานผูนี้ไดในหนังสือศอฮ้ีฮฺบุคอรี ซ่ึงรายงานฮาดีษท่ีมาจาก มุฆีเราะฮฺ บินอับดุรเราะมาน และฮาดีษของเขายังมีรายงานอยูในศอฮี้ฮฺมุสลิม โดยทุก ๆ ฮาดีษท่ีมา จากมุฮัมมัด บิน อาบูกาษีรฺ, มาลิก บิน อะนัส, มุฮัมมัด บิน มูซา ทานบุคอรีไดรายงานฮาดีษของ บุคคลผนู ไี้ วไมน อยกวาครง่ึ หนึ่งของฮาดีษทัง้ หมดที่เปนรายงานของมุฮัมมัด บิน อุสมาน บิน กะรอ มะฮฺ บรรดานักปราชญซนุ นะฮทฺ ั้งหมดตางก็ใหการยอมรับตอฮาดีษของบุคคลผูน้ี ทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็ รูดีวาบคุ คลผนู อ้ี ยใู นมัซฮับชอี ะฮฺ 26. ดาวูด บิน อาบีเอาฟ อาบู หิญาฟ ทานอิบนุ อาดีย ไดกลาวถึงบุคคลผูนี้วา ไมใชเปน เพราะวา “บุคคลผูน้ีอยูกับฉันแลวจึงมีคนยอมรับเขา แตชีอะฮฺท่ัว ๆ ไปตางก็รูดีวา บุคคลผูนี้ยกยอง ในเกียรติยศของอะหฺลุลบัยตฺ” เปนท่ีนาแปลกอยูอยางหน่ึงก็คือทานอาบูดาวูด (เจาของตําราสุนัน) เคยกลาวในทํานองใสรายตอบุคคลผูน้ี แตแลวเขากลับตองยอมถึงนักปราชญคนอื่น ๆ ของคนกลุม นี้ ทา นอาบดู าวูดและทา นนะสาอยี ต ลอดจนถึงทา นอะหมฺ ัด ทา นยะหยาตา งไดใ หการยอมรับและได ใหความสําคัญกับฮาดีษท่ีมาจากรายงานของบุคคลผูน้ี ทานนะสาอียไดกลาววา “บุคคลผูนี้ไมมี ความบกพรองใด ๆ” ทา นอาบฮู าติมไดก ลาววา “เขาเปนนักรายงานฮาดีษท่ีดีที่สุด” ทานซะฮะบียได กลา วถงึ บคุ คลผนู ้ใี นหนงั สือมซี านโดยอา งคํากลา วของบคุ คลทง้ั หมดนด้ี งั ที่ไดกลาวไปแลว ทานไม อาจหลีกพนจากฮาดีษของเขาไดในสุนันอาบูดาวูดและนะสาอียจากรายงานของอาบู ฮาซิม อัชญะ อียแ ละอิกรอมะฮฺ 27. ซบุ ัยด บนิ ฮาริษ บิน อับดลุ การีม อัลกูฟย อาบูอับดุรเราะมาน ทานซะฮะบียไดกลาวถึง บุคคลผูน้ีในหนังสือมีซานวา “เขาเปนตาบิอีนที่มีความสําคัญยิ่งคนหน่ึงในฝายชีอะฮฺ” เขาเปนท่ี ยอมรับของบรรดานักปราชญศอฮี้ฮฺและเจาของตําราสุนันท้ังหลาย ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของ ซุบัยดไ ดใ นหนงั สอื ศอฮ้ฮี บฺ คุ อรีและมุสลิม จากฮาดษี ตา ง ๆ ทร่ี ายงานมาจากอาบูวาอิล ชุอบีย อิบรอ ฮมี นกั อียแ ละซะอดั บนิ อาบีย อบุ ยั ดะฮฺ สําหรบั ฮาดษี ของเขาทมี่ รี ายงานโดยมะยาอิดนนั้ มีแตใ นศอ ฮี้ฮฺบุคอรี สวนฮาดีษของเขาที่มีจากรายงานของมุรเราะฮฺ ฮัมดานียและมะอาริฟ บิน ดิษาร อัมมา
เราะฮฺ บิน อุมัยร และอิบรอฮีม อัตตัยมียนั้นมีเฉพาะแตในศอฮี้ฮฺมุสลิม ทานซุบัยตไดเสียชีวิตใน ฮ. ศ. 124 (ขออัลลอฮปฺ ระทานความเมตตาแกเ ขา) 28. ซัยด บิน ฮับบาบ อาบูฮาซัน อัลกูฟย ตะมัยนีย ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺไดระบุวาบุคคลผูน้ี เปนชีอะฮฺ (หนังสือมะอาริฟ) ทานซะฮะบียไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีในหนังสือมีซานวาอาบิดไดให เกียรติตอความสําคัญในดานความซื่อสัตยของบุคคลผูน้ี ทานอิบนุ มุอีน อิบนุ มะดีนียตางก็ไดให การยอมรับตอเขา โดยอางคํากลาววา “ทานผูนี้เปนที่เช่ือถือของนักปราชญทุกคน เชน อาบูฮาติม และทานอะหมัด” และไดอางตอไปวาทานอิบนุ อาดียไดกลาววา “บุคคลผูน้ีเปนชาวกุฟะฮ ท่ีมี ชื่อเสียงดีมาก ไมมีใครสงสัยในความซ่ือสัตยของเขา” ทานไดกลาวอีกวา “ทานมุสลิมไดใหการ ยอมรับตอบุคคลผูน้ี” ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของบุคคลผูน้ีไดในศอฮ้ีฮฺมุสลิมซึ่งเปนรายงานที่มา จากมอุ าวียะฮฺ บิน ศอลหิ , ฎิหาก บิน อุสมาน, กุดเราะฮฺ บินฆอลิบ, อิบรอฮีม บิน ชาฟอ, ยะหยา บิน อยั ยูบ, ซัยฟ บิน สุลยั มาน ฯลฯ 29. สาลิม บิน อาบี ญอดิ อัชยาอีย อัลกูฟย เขาเปนพี่ชายของอะบีด, ซิยาด, อิมรอน, และ มุสลิม บานูอาบีุอดิ ทานอิบนุ สะอัด ไดกลาวถึงบุคคลเหลาน้ีท้ังหมด ในุซอฺที่ 6 ของหนังสือ ฎอบากอต หนา 2303 บรรดานักปราชญท้ังหลายไดยืนยันวา “สาลิม บิน อาบีุอดีย ผูนี้เปน นกั ปราชญฝ ายชอี ะฮ”ฺ ทานอิบนุ กุตัยบะฮกฺ ไ็ ดระบุถงึ ช่ือของบคุ คลผูนใ้ี นหนังสือมะอาริฟเชนกันวา “เขาเปนนักปราชญข องฝายชีอะฮ”ฺ ทานซะฮะบียไดกลาวถึงบุคคลนี้ไวในหนังสือมีซานของทานวา “เปนคนสําคัญยิ่งคนหน่ึงของนักปราชญแหงยุคตาบิอีน” และไดกลาวถึงตอไปอีกวา “ฮาดีษของ บุคคลผนู ี้ คือรายงานตาง ๆ ท่มี าจากทานนุอมาน บิน บะชีร และจากทานญาบิรเปนฮาดีษที่มีบันทึก อยูในตําราศอฮี้ฮฺทั้งสองเชนกัน” ทานซะฮะบียไดกลาวตอไปอีกวา มีฮาดีษ ท่ีเลาโดยบุคคลผูนี้จาก รายงานของอบั ดลุ ลอฮบฺ นิ อุมัร และอบิ นุ อุมัรซึ่งมบี นั ทึกอยใู นหนังสือบคุ อรี และในบันทึกของศอ ฮี้ฮฺบุคอรีนั้น รายงานของอุมมุดัรดาอก็เปนฮาดีษท่ีเลาโดยบุคคลผูนี้ และท่ีมีบันทึกอยูในศอฮ้ีฮฺ มุสลิมโดยฮาดีษของบุคคลผูน้ีก็คือรายงานตาง ๆ ที่มาจากมิอดาน บิน อาบีฏ็อลฮะฮฺกับบิดา และฮา ดีษของบุคคลผูน้ียังปรากฏอยูในบันทึกของสุนัน นะสาอีย และสุนัน อาบูอาวูดอีกดวยทานได เสียชีวิตประมาณป ฮ.ศ. 97 หรือ 98 ในสมัยของสุลัยมาน บินอับดุลมาลิก บางทานก็วาไดเสียชีวิต ในป ฮ.ศ. 100 หรอื ประมาณ 101 ในสมัยของอมุ รั บนิ อับดลุ อะซีซ วัลลอฮฮฺ อุ าลมั 30. สาลิม บิน อาบูหัฟเศาะฮฺ อัจญลีย อัลกูฟย ชะฮรุสตานีย ไดระบุถึงบุคคลผูน้ีในหนังสือ มะฮลัลและนะฮฮัล วา “เปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานซะฮะบียไดกลาวถึงบุคคลผูนี้โดยอางถึงถอยคํา
จากบรรดานักปราชญทั้งหลายไวมากมาย และทานอิบนุ สะอัดก็ไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีไวเชนกันใน หนา 234 ุซอฺท่ี 6 หนังสือเฎาะบากอตโดยอางวา “เขาเปนนักปราชญชีอะฮฺที่เขมแข็งและหัว รนุ แรงมาก” ทา นซะฮะบยี ไดกลาวในหนงั สือมซี านวา “บุคคลผนู ี้เปน หวั หนาของพวกตาํ หนิตเิ ตยี น อาบบู ักรและทา นอุมรั คนหนงึ่ พรอ ม ๆ กนั นัน้ ทานซฟุ ยาน และทานมุฮัมมดั บนิ ฟะฏีล ก็ไดใหการ ยอมรบั ตอ เขา ทานติรมซี ียก็ยงั ไดรบั หลักฐานตาง ๆ จากบุคคลผูนี้มาบันทึกไวในหนังสือศอฮี้ฮฺของ ทา น และทานอบิ นุ มอุ ีนก็ไดใ หค วามสําคัญกับบุคคลผนู ี้” ทา นไดเสยี ชวี ติ ในป ฮ.ศ. 137 31. สะอดั บนิ ฏอรฟี อลั -อัสกาฟ ทานซะฮะบียไ ดก ลา วถึงบุคคลผนู ี้วา “เปนแหลงนําฮาดีษ ของบรรดานักปราชญฝายซุนนะฮฺ” ทานฟลลาสไดอางวา “การเปนชีอะฮฺของบุคคลผูนี้ไมอาจกีด ขวางการยอมรับของทานติรมิซียและทานอื่น ๆ ตอเขาได” ฉะน้ันทานจึงไมอาจหลีกพนฮาดีษของ บุคคลนี้ในหนังสือศอฮี้ฮฺติรมีซียซ่ึงเปนรายงานท่ีมาจากอิกรอมะฮฺและอาบูวาอิล อัสบัฆฺ บินนะบา ตะฮฺ และอมิ รอน บิน ฎอ็ ลฮะฮฺ อะมรี บนิ มะมูน 32. สะอีด บิน อัชวะอฺ ทานซะฮะบียไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีในหนังสือมีซานของทานวา “สะ อดี บนิ อัชวะอฺ เปนผพู ิพากษาคนหนึง่ ประจําเมืองกฟู ะฮผฺ ูมคี วามซื่อสัตยที่มีชื่อเสียง” ทานนะสาอีย ไดกลาววา “บุคคลผูน้ีไมมีปญหา ใด ๆ เลยและบุคคลผูนี้คือสะอีด บิน อุมัร อัชวะอฺ ผูซ่ึงเปน นักปราชญของประชาชน” ทานเญาซ ญานีย ไดกลาววา “เขาเปนผูมีความปราดเปร่ืองหลักแหลม เปนผูทรงคุณวุฒิของนักปราชญชีอะฮฺ ทานบุคอรีและมุสลิมไดรับหลักฐานตาง ๆ ของบุคคลผูนี้มา บันทึกไวใน ศอฮ้ีฮฺทั้งสองเลม” ฮาดีษของบุคคลผูนี้คือ รายงานที่รับรองมาจากชุอบีย จากซะการียา บิน อุบี ซาอิดะฮฺ จากคอลิค ฮัซซาอฺ ซึ่งเปนนักริวายัตที่มีอยูทั้งในบุคอรีและมุสลิม ทานผูนี้ได เสยี ชวี ิตในสมยั ของคอลดิ บิน อับดุลลอฮฺ 33. สะอดี บิน คยั ษัม ฮิลาลีย ทานอิบรอฮีม บิน อับดุลลอฮฺ ไดกลาววา “มีผูถามทานยะหยา บิน มุอีน วาแทจริงสะอีด บิน คัยซัมผูเปนนักปราชญชีอะฮฺ ทัศนะของทานท่ีมีตอเขาผูน้ีวาอยางไร บาง” ทานกลาววา “เขาคงจะเปนชีอะฮฺ เพราะเขาเปนคนเขมแข็ง” ทานซะฮะบียไดกลาวถึงบุคคลผู นี้ในหนังสือมีซานวา “ช่ือของทานสะอีดไดเปนท่ียอมรับของติรมีซียและนะสาอียโดยไดช้ีใหเห็น วา แทจ รงิ บุคคลท้ังสองไดน ําหลักฐานตา ง ๆ มาจากเขาผนู ้มี าบนั ทึกไวใ นศอฮฮ้ี ขฺ องเขาทง้ั สอง” 34. สะลามะฮฺ บิน ฟฎ ล อับรอ็ ช หนงั สอื มีซานไดร ะบุวา “ทา นผูน เี้ ปนนักปราชญฝายชีอะฮฺ แตเขามิไดมีขอตําหนิใด ๆ บรรดานักวิชาการท้ังหลายไมอาจท่ีจะเอาชนะดวยการกลาวรายตอ
บุคคลผูนี้ได” “ความผิดในสายตาของคนท้ังหลายเก่ียวกับคนผูนี้ก็คือ การที่เขาอยูกับฝายชีอะฮฺ อะหลลิ บัยตฺเทานัน้ ” ทา นซะฮะบยี ไดกลาวถึงบุคคลนี้ในหนังสือมีซานของทานวา “ทานอาบู ดาวูด และทานติรมีซียไดใหความสําคัญเปนพิเศษกับช่ือของบุคคลนี้ โดยไดชี้ใหเห็นวาทานทั้งสองไดมี ความผูกพันอยางแนนแฟนตอบุคคลผูนี้ และคนทั้งสองไดเสนอหลักฐานฮาดีษตาง ๆ มาบันทึกซ่ึง เปนฮาดีษที่รายงานมาจากเขาผูนี้” ทานซะฮะบียไดกลาวสรุปวา “บุคคลผูน้ีเปนคนที่เครงครัดใน การนมาซ และนอบนอ มเปน อยางสงู ” ทานไดเสยี ชีวิตในป ฮ.ศ. 191 35. สะละมะฮ บิน กุฮัยล บิน ฮุซัยน บิน กาบิดห บิน อาสัด ฮัฎรอมีย บรรดานักปราชญ ท้ังหลายตางไดยอมรับกันวา บุคคลผูน้ีเปนนักปราชญชีอะฮฺ เชนเดียวกับท่ีทานอิบนุ กุตัยบะฮฺได กลาวไวในหนังสือมะลัลฯ แนนอนย่ิงหลักฐานตาง ๆ ของบุคคลผูน้ีไดเปนที่ยอมรับของบรรดา นักปราชญฝายตําราศอฮี้ฮฺทั้ง 6 เลม โดยเฉพาะอยางย่ิงในบุคอรีและมุสลิม ท่ีเปนรายงานของอาบู ญาฮีฟะฮฺ สุวัยด บินฆ็อฟละฮ, ชุอบีย และอะฎออฺบิน อาบูริบาห เฉพาะสําหรับในบุคอรีน้ันมีใน รายงานของทานุนดุบบิน อับดุลลอฮฺดวยนอกจากน้ีก็ยังมีรายงานของบุคคลดังตอไปน้ี ซึ่งมี บันทึกอยูใน ศอฮี้ฮฺมุสลิม เชน ซัร บิน อับดุลลอฮฺ บากิร บิน อะชัร, ซัยด บิน กะอับ, สาอีด บิน ูบัยร, อาบสู ะละมะฮ บินอบั ดุลเราะมาน, มุอาวียะฮ บิน สุวัยด, ฯลฯ ทานผูน้ีไดเสียชีวิตในวันอาชู รออฺ ป ฮ.ศ. 121 36. สุลัยมาน บิน ศ็อรด ค็อซซาอีย อัลกูฟย เปนนักปราชญใหญของชีอะฮฺสําหรับประเทศ อิรัคในสมัยนั้น ทานเปนผูนําและนักปราชญระดับสูงท่ีบานเมืองของทานเปนที่ชุมนุมของเหลา บรรดานักปราชญเพ่ือเรียนรูเรื่องราวของทานอิมาม ฮุเซน (อาลัยฮิสลาม) บุคคลผูนี้ไดถูกทหาร ของมัรวาน บิน ฮากิมจํานวนหนึ่งบุกสังหารอยางทารุน เม่ือทานมีอายุได 93 ป ทหารไดนําศีรษะ ของเขาไปมอบแกมัรวาน บิน ฮากิมทานสุลัยมานผูนี้ในสายตาของคนท่ีไมใชเปนศัตรูของอะหฺ ลุลบัยตฺแลวก็จะเปนท่ียอมรับของบรรดานักฮาดีษท้ังหลาย เพราะฮาดีษที่เลาโดยทานผูนี้ลวนแต เปนฮาดีษท่ีมาจากทานศาสนทูต โดยมิไดอางสื่อกลาง ทานุบัยค บิน มัรอัม ก็ไดนํามาบันทึกไว ในหนังสือศอฮี้ฮฺบุคอรีและมุสลิม และนอกจากนี้เจาของตําราศอฮี้ฮฺทั้งสองก็ยังไดศึกษาริวายะฮฺฮา ดีษของทานสุลัยมานซึ่งมาจากทานอาบู อิสหาก ซะบีอีย และอาดีย บิน ซาบิร แตในหนังสือศอฮี้ฮฺ ท้ังสองนั้นกลับไมไดบันทึกฮาดีษตาง ๆ ที่ทานสุลัยมานเลาถึงเร่ืองของอิมาม อามีรุล-มุมนีน และ ทา นอมิ ามฮาซนั
37. สุลยั มาน บิน ฏ็อรคอน อัตตัยมีย อัล-บัศรีย ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺไดระบุไวในหนังสือมะ อาริฟวา ทานสุลัยมานผูนี้เปนนักปราชญชีอะฮฺที่บรรดานักปราชญศอฮ้ีฮฺของตําราทั้ง 6 ตางไดให การยอมรับตอหลักฐานของเขา ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของบุคคลผูน้ีได ไมวาในตําราศอฮี้ฮฺเลม ใดท่ีเปนรายงานฮาดีษมาจากทานอานัส บิน มาลิก ทานอาบูมาญาซทานบากิร บิน อับดุลลอฮฺทาน กอตาดะฮฺและทานอาบู อุสมาน อันนะดีย เฉพาะที่มีบันทึกอยูในศอฮ้ีฮฺมุสลิมนั้นมีเปนจํานวนมาก ทานผูน้ีไดเสียชวี ติ ในป ฮ.ศ. 143 38. สุลัยมาน บิน เกาะร็อม บิน มุอาซ อาบูดาวูด ฏ็อบบีย อัลกูฟย ทานอิบนุ ฮิบบานได กลา วถงึ บุคคลผูนเ้ี ชน เดียวกันกับทมี่ ีกลาวไวในหนังสือมีซานวา “เขาผูน้ีเปนนักปราชญหัวรุนแรง” และพรอ ม ๆ กันน้นั ก็ยงั ไดเ ปนที่ยอมรับนับถอื ของทานอะหมัด บนิ ฮนั บัลอกี ดวย ทานอิบนุอาดียก ไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีในทํานองเดียวกันกับที่มีกลาวไวในหนังสือมีซานเชนกันวา “สุลัยมาน บิน เกาะร็อมนั้น ฮาดีษตาง ๆ ของเขาลวนดีมาก ฮาดีษของคนผูน้ีดีกวาของสุลัยมาน บิน อัรก็อม มากมาย” เขาไดก ลาวตอไปวา “ฮาดีษของบุคคลผูนี้ ทุก ๆ บทลว นไดรบั การบนั ทึกไวโดยมุสลิมนะ สาฮีย ติรมีซีย และอาบูดาวูด” ทานซะฮะบียไดกลาวไวในอัลมีซานอีกวาพวกเขาเหลาน้ันไดให ความสําคัญอยางยิ่งตอช่ือของสุลัยมานผูน้ี ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของบุคคลผูนี้ ท่ีมีบันทึกอยูใน หนังสือศอฮี้ฮฺมุสลิมได เชน ฮาดีษที่กลาววา “อัลมัรอุ มะอะมัน อะฮับบะฮฺ” เปนตน และฮาดีษท่ีวา “การแสวงหาวิชาความรูเปนสิ่งจําเปนสําหรับมุสลิมทุกคน” เปนตน นอกจากนี้ฮาดีษท่ีมาจากทาน ผูน้ีอีกบทหนึ่งก็คือรายงานของทานอับดุลลอฮฺ บิน อุมัร ที่กลาววา “คร้ังหน่ึงหุกม บิน อาบูอาศได นั่งใกลทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลูกหลานของทาน) และเขาไดเอาเร่ืองราวตาง ๆ ของทานรอซูลไปบอกเลาแกพวกกุรัยช ดังน้ัน ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลาน ของทาน) จึงไดสาปแชงเขา และเช้ือสายที่มาจากกระดูกสันหลังของเขาจวบจนถึงวันกียามัต” เปน ตน 39. สุลัยมาน บิน มะอฺรอน กาอิลีย อัลกูฟย เขาเปนผูอาวุโสคนหน่ึงของนักปราชญชีอะฮฺ และเปนที่ยอมรับของบรรดานักฮาดีษทั้งหลาย ผูทรงคุณวุฒิระดับสูงในหมูอะฮฺลิซซุนนะฮฺตางได ระบุวา สุลัยมาน ผูน้ีเปนนักปราชญชีอะฮฺ” ดังท่ีทานอิมามอิบนุ กุตัยบะฮฺไดกลาวยืนยันไวใน หนังสือมะอาริฟและทานชะรอสตานียก็ไดกลาวไวในหนังสือมะลัลดวยเชนเดียวกัน นอกจากนี้ ทานเญาซ ญานียก็ไดกลาวทํานองเดียวกันกับมีการกลาวไวในหนังสือมีซานของทานซะฮะบียวา
“บุคคลผูนี้เปนชาวกูฟะฮฺเปนหมูชนท่ีประชาชนท้ังหลาย ไมไดยกยองมัซฮับของพวกเขา แตพวก เขาคือหัวหนาของบรรดานักฮาดีษชาวกูฟะฮฺ เชน อาบีอิสหาก, มัรศูร, ซุบัยด, อันยานียเปนตน” พวกเขาเหลานี้ไดเปนท่ียอมรับนับถือของประชาชนในการแถลงฮาดีษดวยลิ้นที่มีความสัตย นกั ปราชญศอฮี้ฮฺสติ ตะฮฺตางไดใหก ารยอมรับตอหลกั ฐานฮาดีษท่ีมาจากทานผูน้ีทานไมอาจผานพน ฮาดีษของเขาผูน ้ไี ดในหนงั สอื ศอฮี้ฮฺบคุ อรี และมสุ ลิม อันเปนรายงานทุก ๆ บทท่ีมาจากซัยด บิน วา ฮับ, สะอดี บิน บุ ยั ร, มุสลิม บะฎนี , ทานผูนไ้ี ดเสียชีวิตในป ฮ.ศ. 148 (ขออัลลอฮฺไดทรงเมตตาตอ เขา) 40. ชะรีค บิน อับดุลลอฮฺ บิน สีนาน บัน อานัส ทานอิมามกุตัยบะฮฺไดระบุวา “บุคคลผูนี้ เปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานอับดุลลอฮฺ บิน อิดรีสก็ไดกลาวทํานองเดียวกันกับในตอนทายของ หนังสือมีซานท่ีระบุวา “ชะรีคผูนี้เปนชีอะฮฺ” ทานอาบู ดาวูด รอฮาวีย ไดเลาวา “เขาไดเคยรับฟง ทานชะรีคพูดวา อาลีเปนมนุษยผูประเสริฐย่ิง ดังนั้นผูใดปฏิเสธ เทากับ ทรยศ หมายความวาเขา เพียงแตประสงคท่ีจะช้ีใหเห็นวา อาลีเปนมนุษยที่ประเสริฐท่ีสุด ถัดจากทานศาสนทูต (ศ)” และใน ทํานองเดียวกันนี้เญาซ ญานียก็ไดกลาวถึงไวเหมือนดังท่ีมีกลาวอยูในหนังสือมีซานท่ีวา “แทจริง บุคคลผูนี้ไดรับการยืนยันอยางแนนอนวาอยูในมัซฮับอะลุลบัยตฺ ชะรีคเปนผูรายงานฮาดีษเปน จํานวนมากจากทา นอามรี ุล มุมนี นี ” ในหนงั สือมซี านไดก ลาวตอไปอีกวา มีรายงานจากทานอาบูรอ บีอะฮฺ จากอิบนุ บุรัยดะฮฺ จากบิดาของทานซึ่งเปนฮาดีษที่เลามาจากบุคคลผูน้ีวา “สําหรับทุก ๆ นบี น้ัน ตางก็มีทายาทและผูสืบมรดกแทจริงอาลีเปนทายาทของฉันและเปนผูสืบมรดกของฉัน” ทานผู นเี้ ปนผูท่ีทาํ การตแี ผเกียรตคิ ุณของทานอามีรุล มุมีนีน และเคียดแคนตอวงศอุมัยยะฮฺ ทานฮะรีรียได เขียนในหนังสือของทานชื่อ “ดุรรอตุลฆีวาศ” เชนเดียวกันกับขอเขียนของอิบนุ ค็อลกาล ใน หนังสือวูฟยาดวา “ครั้งหน่ึงลูกนองของวงศอุมัยยะฮฺ ไดมาอยูตอหนาชะรีค ชะรีคไดกลาวถึง เร่ืองราวบางอยางซ่ึงเปนเกียรติคุณของอาลี บิน อาบีฏอลิบ คนของวงศอุมัยยะฮฺผูนั้นก็ไดกลาวข้ึน วา เพราะทานอาลีเปนบุคคลท่ีประเสริฐเชนนี้เอง ฉันจึงเขมงวดตอเขา” ผูใดก็ตามท่ีไดทําการศึกษา ชีวประวัติของชะรีคแลว เขายอมรูไดทันทีวา “แทจริงบุคคลผูน้ีเปนผูท่ีจงรักภักดีตออหฺลุลบัยตฺ” ทา นอบั ดุรเราะมานผเู ปนบุตรของเขาไดก ลาวไวด งั มกี ารอา งอิงอยใู นหนงั สือมีซานวา “บิดาของฉัน บนั ทึกเรอื่ งราวตา ง ๆ ไวถึงหน่ึงหมื่นเรื่องที่ริวายะฮฺมาจากญาบิร ุอฟย และอีกหนึ่งหมื่นเรื่องท่ีมา จากคนอ่ืน ๆ ทา นอับดลุ ลอฮฺ บนิ มุบาร็อกไดกลา วไวเชนกันวา “ชะรคี ผูน้ีเปน นกั ปราชญฮาดีษ ชาว กูฟะฮฺที่รอบรูยิ่งกวาซุฟยาน เขาเปนศัตรูสําหรับบรรดาศัตรูของทานอาลี คํากลาวตาง ๆ ของเขาน้ัน
รุนแรงมาก” คร้ังหนึ่งอับดุสสลาม บิน ฮะร็อกไดกลาวแกเขาวา “ทานเปนศัตรูกับพ่ีชายของทาน หรือ” เขากลาววา “ใครเลา?” อับดุสสลามกลาววา “มาลิก บิน มะฆูล” ชะรีคไดกลาววา “เขาไมใช เปนพี่ชายของฉัน ถาเขาเปนผูท่ีอาฆาตมาดรายตออาลี และอัมมาร” และไดมีคนกลาวถึงมุอาวียะฮฺ วา “เปนคนสุภาพเรียบรอย” ชะรีคไดกลาววา “คนที่ดูหม่ินตอสัจธรรมไมใชเปนคนเรียบรอย และ เขาเปนคนมีสวนฆาอาลี บิน อาบีฏอลิบ” บุคคลผูน้ีไดรับรายงานฮาดีษมัรฟูอฺซ่ึงรายงานมาจาก อาศิม, ทานซัร, ทานอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด วา “เม่ือพวกทานไดเห็นมุอาวียะฮฺอยูบนมิมบัรของฉัน แลวก็ไดสังหารเขาเสีย”(112) ทานซะฮะบียไดบันทึกไวในหนังสือมีซานตอไปนี้ ทานอิมามมุสลิม และบรรดานักปราชญฝายซุนนะฮฺสี่มัซฮับไดใหการยอมรับหลักฐานของทานชะรีด ทานไมอาจ หลีกพนฮาดีษของบุคคลผูน้ีได ไมวาจากตําราเลมใดของพวกเขาเหลานั้นอันเปนฮาดีษที่มาจาก รายงานของซิยาด บิน อะลาเกาะฮฺ, อัมมาร สะฮานีย, ฮิชาม บิน อุรวะฮ, ยะอลา บิน อาฎออ, อับดุล มาลิก บิน อามีร, อัมมาเราะฮฺ บิน เกาะกออฺ, อับดุลลอฮฺ บิน ชิบรอมะฮ ฯลฯ ทานผูนี้เกิดท่ีคูเราะ สาน บางกระแสกบ็ อกวา เกิดทเี่ มืองบคุ อรเี มือ่ ป ฮ.ศ. 95 เสียชีวิตที่เมืองกูฟะฮฺในวันเสารขางข้ึนของ เดอื นซลุ กอิ ฺดะฮปฺ ระมาณป ฮ.ศ. 117-178 (112) รายงานโดยทานฎ็อบรีย และมีการอางอิงเรื่องนี้อยูในหนังสือมีซานของทานซะฮะ บยี ใ นหมวดทกี่ ลาวถึงทานอิบาด บนิ ยะอฺกบู . 41. ชุอฺบะฮฺ บิน ฮัจญาจญ อาบู วัรด อัตกีอฺ เขาเปนคนหน่ึงที่ไดรับการพิจารณาจากบรรดา นักฮาดษี ท้ังหลาย และเปนผูท่ีหลีกหางจากบรรดาบุคคลท่ีหยอนยานในสมรรถภาพและบุคคลที่ไม ถูกยอมรับในการรายงานฮาดีษ นักปราชญระดับผูทรงคุณวุฒิของอะฮฺลิซซุนนะฮฺตางก็ไดระบุวา “บุคคลผูนี้เปนนักปราชญชีอะฮฺ” เชน ทานอิบนุกุตัยบะฮไดกลาวไวในหนังสือมะอาริฟ ทานชะ รอสตานียก็ไดกลาวไวเชนเดียวกันในหนังสือมะลัล บรรดานักปราชญเจาของตําราศอฮ้ีฮฺทั้ง 6 เลม ของฝายซุนนะฮฺ ตลอดจนถึงนักปราชญคนอ่ืน ๆ ตางก็ไดหาการยอมรับกับหลักฐานฮาดีษของ บคุ คลผูน้ี ขณะเดียวกันฮาดีษของบุคคลผูนี้ก็ยังไดถูกนําไปบันทึกอยูในตําราศอฮ้ีฮฺทั้งสองเลมคือ บุ คอรี และมุสลิมโดยฮาดีษทุกรายงานท่ีมาจากอาบี อิสหาก สาบีอีย, อิสมาอีล บิน อาบูคอลิก, มนั ศรู อะหมชั ฯลฯ ทานผนู เี้ กิดเมอ่ื ฮ.ศ. 83 และเสยี ชวี ิตในป ฮ.ศ. 160 (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาตอเขา ดว ย) 42. เศาะศออะฮฺ บิน เศาหาน บิน ฮาญัร บิน ฮาริษ อับดีย ทานอิมามอิบนุ กุตัยบะฮฺได กลาวถึงบุคคลนี้ไวในหนา 206 หนังสือมะอาริฟวาเขาเปนคนท่ีมีชื่อเสียงอยางย่ิง คนหน่ึงในหมู
นักปราชญชีอะฮฺ ทานอิบนุ สะอัดไดอธิบายชีวประวัติโดยยอของบุคคลนี้ไวในหนา 154 ุซอฺที่ 6 หนังสือฏอบากอต “เขาเปนบุคคลระดับมีมาตรฐานคนหนึ่งของเมืองกูฟะฮฺ เขาเปนนักพูดและเขา เปนสหายคนหน่ึงของทานอาลี และเขาไดเขารวมสงครามกับทานอาลีทั้งพี่ชายของเขาท่ีชื่อซัยด และศัยหาน” ฮาดีษของทานเศาะศออะฮฺมีนอยมาก แตก็เปนรายงานที่ไดมาจากทานอาลี ทานอับ ดุลลอฮฺ บิน อับบาส, ซึ่งลวนแตเปนฮาดีษที่มีความสําคัญท้ังน้ัน อยางไรก็ตาม ทานอิบนุ อับดุรบัร ไดกลาวไวในหนังสืออิสตีอาบวา “ชาวมุสลิมในสมัยของทานศาสนทูตน้ัน เขาไมมีโอกาสไดพบ และไดเห็นใครเทา ไรนกั เน่ืองจากเขายังเลก็ มากนัน่ เอง” เขาเปนคนระดับหัวหนาในกลุมของเขา เปนนักพูดที่ชาญฉลาด เปนคนท่ีมีความเปร่ือง ปราด เครงครัดตอ ศาสนา มีเกียรติคุณและมีความเฉลยี วฉลาด ทานผูน้ีไดถูกจัดใหอยูในจํานวนของ บุคคลหนึ่งแหงบรรดาสหายของทาน (อ) ทานยะหยา บิน มุอีนไดกลาววา “เศาะศออะฮฺและซัยด กับศัยหานผูเปนบุตรของเศาหานลวนเปนนักพูด ซัยดและศัยหานถูกสังหารเมื่อสงครามอูฐ” ครั้ง หน่ึงไดเกิดมีปญหายุงยากบางอยางข้ึนแกทานอุมัร ในสมัยท่ีทานเปนคอลีฟะฮฺ ทานไดยืนกลาวคํา ปราศรัยตอประชาชนและไดขอรองใหพวกเขาเหลานั้นใหชวยกันแกไขในเร่ืองดังกลาว เศาะ ศออะฮฺ ซ่ึงยังเปนเด็กวัยรุนก็ไดลุกข้ึนยืน แลวไดตอบปญหาโดยใหความกระจางอยางถูกตองไป ตามบรรทัดฐาน ดังนั้นประชาชนทั้งหลายจึงไดใหการยอมรับและปฏิบัติตามคําพูดและทัศนะของ เขา นอกจากน้ียังไดมีการบันทึกไวในหนังสืออิสตีอาบและอิศอบะฮฺอีกดวย “บรรดานักฮาดีษ ทั้งหลาย ตางก็ไดยอมรับรายงานฮาดีษตาง ๆ ของบุคคลผูนี้ไวมากมาย” ทานอัสก็อลลานียไดกลาว วา “บุคคลผูน้ีไดรับรายงานฮาดีษมาจากทานอุสมานและทานอาลี เขาไดรวมเขาทําสงครามศิฟฟน พรอ มกบั ทานอาลี เขาเปน นกั พดู ทช่ี าญฉลาด” ทา นอลั ลาอียไดก ลา วไวใ นหนงั สอื อคั บารวา “บุคคล ผูนี้ไดเ สยี ชีวิตหลงั จากอาบซู รั ” ทา นซะฮะบียไดก ลาวไวใ นหนังสอื มีซานวา “เศาะศออะฮฺ เปนคนท่ี ถูกยอมรับมีนํ้าหนักมาก” ทานอิบนุสะอัดก็ยังไดยืนยันถึงความสําคัญของบุคคลผูน้ี ทานนะสาอีย ไดยอมรับในช่ือของบุคคลผูน้ีเปนอยางย่ิงและไดนําหลักฐานของเขาไปบันทึกเปนจํานวนมากถึง ขนาดมีคํากลาววา “ผูใดท่ีไมยอมรับหลักฐานของบุคคลผูน้ี แทจริงเทากับเขากอการรายตอตัวเขา เองและอธรรมตอตัวเขาเองดวย” 43. ฏอวสู บิน กีลาส อลั คลู านยี ฮัมดานีย ยะมานีย อาบู อบั ดรุ เราะมาน มารดาของทานเปน ชาวเปอรเซีย บดิ าของทานมาจากเผานมั ร บิน กสิ ริ นักปราชญฝ า ยซุนนะฮฺตางยืนยันวา “บรรพบุรุษ ของบุคคลผูน้ีเปนชีอะฮฺท้ังหมด” ทานชะรอสตานียไดระบุในหนังสืออัลมะลัลวา “บุคคลผูนี้คือ
นักปราชญของชีอะฮฺ” ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺไดบันทึกไวในหนังสือ มะอาริฟวา “บรรดานักปราชญ เจาของตําราศอฮี้ฮฺทั้งหกเลมตางไดรับหลักฐานฮาดีษของบุคคลผูนี้มาบันทึกไวเปนจํานวนมาก” ทานไมอ าจหลีกพนฮาดีษของเขาไดไมว า ในตําราศอฮ้ีฮเฺ ลมใดท่ีเปนรายงานมาจากทานอิบนุอับบาส อิบนุอุมัร และอาบูฮุรัยเราะฮฺ ฮาดีษของบุคคลผูน้ีที่มีบันทึกอยูในศอฮ้ีฮฺมุสลิมน้ันคือทุกฮาดีษที่มา จากรายงานของทานหญิงอาอีชะฮฺ ซัยด บิน ษาบิต, อับดุลลอฮฺ บิน อุมัรร, ทานไดเสียชีวิตในการ บาํ เพญ็ ฮัจญท ีม่ ักกะฮปฺ ระมาณป ฮ.ศ. 104-106 44. ซอลิม บิน อุมัร ซุฟยาน อาบูอัสวัด ดะอูดีย ชีวิตของบุคคลผูน้ีอยูกับฝายชีอะฮฺมาโดย ตลอด และเปนผูมีความจริงใจอยางยิ่งในการยึดถือทานอิมามอาลี ฮาซัน และฮุเซน ตลอดจนถึง บรรดาอิมามท้ังหลายแหงอะหฺลิลบัยตฺ (อาลัยฮิมุสลาม) เรื่องราวของบุคคลผูน้ีที่เก่ียวของอยูกับฝาย ชอี ะฮฺมมี ากมายเสยี จนเกินความจําเปนท่ีจะกลาวถึงในหนังสือเลมน้ี แตจะกลาวโดยสรุปวาบุคคลผู นเ้ี ปนศูนยร วมของฝา ยชีอะฮฺมาตั้งแตส มัยประวัติศาสตรอิสลาม แตการเปนชีอะฮฺของเขาก็มิไดเปน พิษภัยแกผูใดและไมมีบุคคลใดตําหนิติเตียนในตัวของเขา พรอม ๆ กันนั้นบรรดานักปราชญ เจาของตําราฝายซุนนะฮฺท้ังหกเลมตางก็ไดใหการยอมรับในหลักฐานตาง ๆ ของบุคคลผูนี้ ทานไม อาจหลกี พน ฮาดีษของเขาไดในตําราศอฮี้ฮฺบุคอรี เชน รายงานฮาดีษท่ีมาจากทานอุมัร บิน ค็อฏฏ็อบ เปน ตน นอกจากนฮ้ี าดีษของเขาก็ยังไดรับการบันทึกไวในหนังสือศอฮี้ฮฺมุสลิมอีกดวย เชน ริวายะฮฺ จากอาบูมูสา อมิ รอน บิน ฮุซัยน เปนตน ทานผูนี้ไดเสียชีวิตที่เมืองบัศเราะฮฺในป ฮ.ศ. 99 ทานมีอายุ 85 ป ทานเปนผูซึ่งวางแนวทางวิชาไวยกรณอาหรับใหแกพื้นฐานภาษา โดยไดศึกษาเรียนรูมาจาก ทานอามรี ลุ -มมุ นี นี . 45. อามิร บิน วาอีละฮฺ บุตรของอับดุลลอฮฺ บิน อุมัร ลัยษีย มักกีย อาบูฎอฟล ทานเกิดในป ทําสงครามอุหุดและไดมีโอกาสใชชีวิตอยูกับสมัยของทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญ และความสันตสิ ุขแดท า นและแดบ รรดาลูกหลานของทา น) 8 ป ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺไดระบุถึงบุคคล ผูนี้ไวในหนังสือมะอาริฟวา “เปนบุคคลกลุมแนวหนาคนหนึ่งของพวกหัวรุนแรง” และทานได แถลงอีกวา “เขาผูนี้เปนนักปราชญผูมีทัศนคติท่ีดีเลิศ เปนศอฮาบะฮฺรุนสุดทายท่ีไดเสียชีวิต” ทานอิบนุ อับดุลบัรไดกลาวถึงบุคคลผุน้ีในหนังสือกุลมียวา “เขาผูน้ีไดพํานักอยูที่เมืองกูฟะฮฺเปน คนสนิทของทานอาลีในการทําสงครามทุกคร้ัง คร้ันเมื่อทานอาลีถูกสังหารแลวเขาก็ไดยายไปอยูที่ มกั กะฮฺ” ทา นอบิ นุ อับดรุ บรั ไดกลา วตอไปวา “เขาเปนผมู สี ติปญ ญาที่ลาํ้ เลศิ สามารถตอบคําถามทุก
อยางไดปราดเปร่ือง และเขาเปนชีอะฮฺผูจงรักภักดีตอทานอาลี” (ขออัลลอฮฺทางมีความปติช่ืนชมตอ ทา น) ทานไดกลาวอีกวา อาบูฏอฟลไดไปหามุอาวียะฮฺในวันหน่ึงแลว มุอาวียะฮฺก็ไดกลาววา “ทาน มีความเห็นอยางไรท่ีไดเปนเพ่ือนสนิทกันกับพอของฮาซัน?” เขาตอบวา “ฉันเห็นวาเหมือนกับแม ของนบีมูสากับนบีมูสา” มุอาวียะฮฺไดกลาวข้ึนวา “ทานเปนผูท่ีลอมเพื่อบุกสังหาร อุสมานดวย หรือ?” เขาตอบวา “ไม แตฉันอยูกับผูที่ไดมาหาเขา” มุอาวียะฮฺไดกลาววา “อะไรที่ยับยั้งทานมิให ชว ยเหลือเขา?” เขา ตอบวา “แลวทา นละ มีอะไรทย่ี บั ย้ัง ทานมิใหชวยเหลือเขา?” ฮาดีษของบุคคลผู นไี้ ดถ า ยทอดไปยังทานซุฮฺรีย อาบูซุบัยร อัลญะรีรีย, อิบนุ อาบีฮุศัยน, อับดุลมาลิกบิน อับยัร, กอตา ดะฮ,ฺ มะอรฺ ูฟ, วะลีด บิน ญามอิ ฺ เปนตน ซ่ึงอาดีษของบุคคลเหลา นที้ ั้งหมดตางก็มีบันทึกอยูในศอฮ้ีฮฺ ของทานมุสลมิ และยงั มีรายงานโดยตรงของทานอาบูฏอฟลบันทึกอยูในศอฮี้ฮฺมุสลิม ถึงเร่ืองการทํา ฮัจญของทานศาสนทูต และทานเปนผูบอกเลาถึงคุณลักษณะตาง ๆ ของทานนบี (อัลลอฮฺทรง ประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) และทานไดรับ รายงานในเรื่องการนมาซ และหลักฐานตาง ๆ ของทานนบีจากมุอาซ บิน ญะอบัล และทานไดฟง เร่ือง “อัลก็อดร” มาจากทาน อับดุลลอฮฺ บนิ มสั อดู และทานไดร ับรายงานเรื่องอ่ืน ๆ ทงั้ หมดมาจาก ทานอาลี, ทานฮซุ ัยฟะฮฺ บิน อะสดี , และทานฮซุ ัยฟะฮฺบิน ยะมาน, ทานอับดุลลอฮฺ บิน อับบาส และ ทานอุมัร บิน ค็อฏฏ็อบ อาบูฎอฟลไดเสียชีวิตท่ีมักกะฮฺในป ฮ.ศ. 100 บางกระแสก็บอกวา ป ฮ.ศ. 102 บางกระแสกบ็ อกวา ป ฮ.ศ. 107 และบางคนกบ็ อกวา ป ฮ.ศ. 110 อิบนุ กยั สะรอนียบอกวา ทานผู น้ีเสยี ชวี ติ ในป ฮ.ศ. 120 (วัลลอฮฺฮุอาลัม) 46. อิบาด บิน ยะอฺกูบ อาสาดีย เราะวาญินีย อัลกูฟยทานอารุกุฏนียไดกลาววา “อิบาด บิน ยะอฺกูบเปนชีอะฮฺที่ซ่ือสัตย” ทานอิบนุฮิบบานไดกลาววา “อิบาดุลลอฮฺ บิน ยะอฺกูบเปนคนหัว รุนแรงคนหน่ึง” ทา นอบิ นคุ ซุ ยั มะฮฺไดกลา ววาฮาดีษตาง ๆ ของเรามนี ํา้ หนักก็เพราะเปนรายงานของ บุคคลผูมีความสําคัญคนหน่ึงของศาสนา คืออิบาด บิน ยะอฺกูบ ผูซึ่งไดรับรายงานฮาดีษมาจากทาน ฟฏล บิน กอสิม จากทานซุฟยาน อัษเษารียจากซุบัยร จากมุรเราะฮฺ และจากอิบนุ มัดอูด ซ่ึงเขาเปน ผูรับฮาดีษที่รายงานมาจากชะรีค บิน อาชิม ทานซัร ทานอับดุลลอฮฺท่ีไดกลาววา “ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ได กลาววา “เม่ือพวกทานไดเห็นมุอาวียะฮฺยืนบนมิมบัรของฉันแลว ก็จงสังหารเขาเสีย” รายงานโดย ทานฏ็อบรียและบุคคลอ่ืน ๆ ทานอิบาดไดกลาววา “ผูใดที่ไมปลีกตนในการนมาซใหพนจากศัตรู
ของลูกหลานมุฮัมมัด แลวก็เทากับเขาเปนพวกเดียวกันกับเขาเหลานั้น” และเขาไดกลาววา “แท จรงิ อัลลอฮฺผูทรงสงู สุดจะหลีกเลีย่ งมิให ฏ็อลฮะฮฺ และซุบัยรเขาสวนสวรรค เพราะเขาท้ังสองเปนผู ตอสูกับทานอะลี หลังจากที่ไดใหสัตยาบันตอทานแลว” ศอลิหญาซาเราะฮฺไดกลาววา “อิบาด บิน ยะอฺกูบเปนคนประนามทานอุสมาน” และไดกลาวอีกวา “อิบาด บิน ยะอฺกูบเปนคนประณามทานอุ สมาน” และไดกลาวอีกวา “อิบาด บิน ยะอฺกูบเปนคนประณามบรรพชนผูอธรรม แตถึงกระนั้นฮา ดีษตาง ๆ ที่เขาไดบอกเลาก็กลับเปนที่ยึดถือของบรรดานักปราชญฝายซุนนะฮฺ เชน บุคอรี ติรมีซีย อิบนุมาญะฮฺ อิบนุ คุซัยมะฮฺ และอาบูดาวูด เขาผูน้ีเปนปรมาจารยและอยูในตําแหนงท่ีสําคัญของ พวกเขาเหลานั้น” ทานอาบูฮาติมไดกลาววา “ในความเห็นของทานเองถือวาบุคคลผูน้ีเปน ผูทรงคุณวุฒทิ ่ีมีน้าํ หนกั อยา งยิ่ง” ทานซะฮะบีย ไดกลา วถึงบุคคลผูนไ้ี วในหนังสอื มีซานวา “เขาเปน ฐานที่สําคญั ของชอี ะฮฺและเปน คนระดับแนวหนาของการบิดอะฮแฺ ตทวาเขาเปนคนซ่อื สตั ยใ นฮาดีษ จะเห็นไดวาทานบุคอรีไดรับรายงานฮาดีษของบุคคลผูน้ีในเรื่องเกี่ยวกับเตาฮีดมาบันทึกในหนังสือ ศอฮีฮ้ ขฺ องทา น” ทา นไดเสยี ชวี ติ ในเดอื นเชาวาล ป ฮ.ศ. 250 (ขออลั ลอฮทฺ รงมีเมตตาตอทานผนู ี้) 47. อับดุลลอฮฺ บิน ดาวูด อาบูอับดุรเราะมาน ฮัมดานีย อัลกูฟย ทานอิบนุ กุตัยบะฮฺไดระบุ ไวในหนงั สอื มะอารฟิ วา “บคุ คลผูน เี้ ปนนักปราชญช ีอะฮฺ และทานบุคอรีก็ไดยอมรบั หลักฐานฮาดีษ ตาง ๆ ของเขามาบันทึกไวในหนังสือศอฮี้ฮฺของทาน” ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของเขาได ใน หนังสือศอฮี้ฮฺบุคอรีซึ่งบรรดารายงานที่มาจากทานอะหฺมัด และฮิชาม บิน อุรวะฮฺ และอิบนุญาริฮฺ เขาไดเสียชวี ติ ในป ฮ.ศ. 212 48. อับดุลลอฮฺ บิน ชัดดาด บิน อาด หรืออีกช่ือหนึ่งคือฮาด อุสามะฮฺ บิน อุมัร บิน อับ ดุลลอฮฺ บิน ญาบิร บิน บะชัร บินอัดวาเราะฮฺ บิน อามิร บิน มาลิก บิน ลัยษ อัลลัยษีย อัลกูฟย อาบู วาลีด ผูเปนสหายของอามีรุล-มุมีนีน มารดาของทานช่ือสะลามีย บินต อามีส คุษอะมียะฮฺ นองสาว ของอัสมะฮฺผูเปนบุตรของนาสาวทานอับดุลลอฮฺ บิน ญะอฺฟรและมุฮัมมัด บิน อาบีบักรฺ ทานอิบนุ สะอัดไดก ลา ววา “บุคคลผูน ้เี ปนชาวกุฟะฮฺท่ีไดรบั ความรทู างศาสนามาจากคนรุนตาบิอนี ” และทาน ไดกลาวไวในตอนทายของหนา 86 ุซอฺที่ 6 ของหนังสือฏอบากอตวา “อับดุลลอฮฺ บิน ชัดดาด ได ออกไปทาํ ฮัจญพ รอมกบั ชาวเมอื งตา ง ๆ ในสมัยของอับดรุ เราะมาน บิน มุฮัมมัด บิน อัสอัส แลวเขา ไดถกู ฆาตายในสงครามดะญีล” ทา นไดก ลา วอีกวา “เขาเปนคนหนักแนน มีความจําฮาดีษสูง ซึ่งเขา เปนนักปราชญชีอะฮฺ” บรรดานักปราชญเจาของตําราศอฮี้ฮฺทุกทาน ตลอดจนถึงบรรดาอิมามตาง ๆ
ไดยอมรับหลักฐานฮาดีษทีม่ าจากทา นอบั ดุลลอฮฺ บิน ชัดดาดผูนี้ ซึ่งทานอาบูอิสหาก ชัยบานีย ทาน มุอับบิด บิน คอลิด ทานสะอัด บิน. อิบรอฮีมตางก็ไดทําการศึกษาฮาดีษมาจากบุคคลผูน้ี แลวฮาดีษ ของพวกเขาเหลา นี้ก็ไดถูกถา ยทอดนํามาบนั ทกึ ไวใ นหนังสือศอฮ้ีฮฺท้ังสองเลมอีกท้ังตําราศอฮี้ฮฺและ มสุ นดั ทง้ั หลายอีกดว ย 49. อับดุลลอฮฺ บิน อุมัร บิน มุฮัมมัด บิน อุบาน บินศอลิห. บิน อะมีรอัลกุรชีย อัลกูฟย ทานผูนี้เปนอาจารยคนหนึ่งของทานอิมามมุสลิม ทานอาบูดาวูด และทานบัฆวีย รายละเอียดตาง ๆ ของบุคคลเหลานี้มีขอมูลสําคัญดวยการท่ีพวกเขาไดยอมรับเรื่องราวตาง ๆ มาจากทานอับดุลลอฮฺ บิน อุมัรผูนี้ ทานอาบูฮาติมไดกลาวถึงบุคคลน้ีวา “เขาเปนคนซื่อสัตย และแนนอนเขาเปน นักปราชญชีอะฮฺ” ทานศอลิหบิน มุฮัมมัด บิน ยะสีเราะฮฺไดกลาววา “เขาเปนบุคคลท่ีมีคุณคาอยาง ยิ่งคนหน่ึงในหมูนักปราชญชีอะฮฺ” และพรอม ๆ กันน้ัน ทานอับดุลลอฮฺ บิน อะหฺมัดไดรายงานถึง คําบอกเลาท่ีมาจากบิดาของทานวา “เขาเปนคนสําคัญของเมืองมุชกีดาน” ทานซะฮะบียไดกลาวถึง บุคคลผูน้ีในหนังสือมีซานวา “เขาเปนทานนักฮาดีษท่ีซ่ือสัตยเปนที่ยอมรับของอิบนุมุบาร็อกและ ดะรออฺ วัรดีย ทานมุสลิม, ทานอาบูดาวูดและทานบัฆวียก็ไดยอมรับฮาดีษท่ีมาจากบุคคลผูนี้ โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ทา นมุสลิมและอาบดู าวดู ไดใ หความสําคญั เปน อยางย่ิงตอ ชือ่ ของเขา” นักปราชญ ไดกลาววา เขาผูนี้เสียชีวิตในป ฮ.ศ. 239 ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษของเขาไดในหนังสือศอฮี้ฮฺ มสุ ลมิ โดยรายงานที่มาจากทา นอบั ดะฮฺ บนิ สลุ ยั มาน ทานอบั ดลุ ลอฮฺ บนิ มุบาเราะฮฺ ทานอับดุรเราะ มาน บนิ สุลัยมาน, ทา นอาลี บนิ ฮาชิม ฯลฯ 50. อับดุลลอฮฺ บิน ลุหัยอะฮฺ บิน อุบบะฮฺ ฮัดเราะมีย กอฎียประจําเมืองอียิปตและเปน นักปราชญใหญของท่ีนั่น ทานอิบนุกุตัยบะฮฺไดกลาวระบุถึงบุคคลผูนี้ไวในหนังสือมะอาริฟวา “เปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานอิบนุอาดียก็ไดกลาวไวเชนเดียวกันกับท่ีหนังสือมีซานไดกลาววา บุคคลผูน้ีเปนผูปราดเปร่ืองในฝายชีอะฮฺ” ทานอาบูยะลาอไดรายงานคําบอกเลาของทานกามิล บิน ฎ็อลฮะฮฺวาทานอิบนุ ลุหัยอะฮฺไดเลาฮาดีษใหแกพวกเราวาทานหัยร บิน รอสิรียไดเลาฮาดีษใหแก ฉันวา มีรายงานจากอาบูอับดุรเราะมาน ฮับลีย ซ่ึงไดรับรายงานมาจากทานอับดุลลอฮฺ บิน อุมัรวา “แทจ ริงทานรอซูลลุ ลอฮิ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลูกหลานของทาน) ไดกลาวในขณะท่ีทานไดปวยหนักวา จงเรียกพี่นองของฉันมาหาฉันหนอยเถิด แลว ไดม ีคนเชญิ อาบบู กั รมาหาทาน แตท านก็ปฏเิ สธตอ เขา หลงั จากน้ันทานก็ไดกลาวอีกวา จงเรียก
พ่ีนองของฉันใหมาหาฉันเถิด ดังนั้นทานอุสมานก็ไดถูกเชิญมาหาทาน แตแลวทานก็ปฏิเสธตอเขา หลังจากน้ัน ทานอาลีก็ถูกเชิญตัวใหเขาไปหาทาน ดังน้ันทานจึงไดปูผาของทานเปนการตอนรับ ทานอาลี ครั้นแลวทานอาลีก็ไดออกมาจึงมีคนถามทานวา ทานไดกลาวอะไรแกทานบาง? ทานอาลี ตอบวาทา นไดส อนวิชาความรูใหแกฉัน 1000 ประตู แตละประตูน้ันมีหนึ่งพันสาขา” ทานซะฮะบีย ไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีไวในหนังสือมีซานของทานอีกวา บุคคลผูน้ีไดเปนท่ียอมรับของบรรดา นกั ปราชญฝายซุนนะฮฺ และทา นไมอ าจหลกี พน ฮาดษี ของเขาได ไมวาในหนงั สอื ศอฮี้ฮฺติรมีซีย หรือ อาบูดาวูด ตลอดจนถึงบรรดาตําราตาง ๆ ของฝายซุนนะฮฺ ทานอิบนุ ค็อลกานไดกลาวสดุดียกยอง คุณงามความดีตาง ๆ ของบุคคลผูน้ีไวในหนังสือวุฟยาต ทานมุสลิมไดรับรายงานตาง ๆ มาจาก บคุ คลผนู ี้ โดยผานทา นอิบนุ วะฮับ ทานไมอ าจหลีกพน ฮาดีษของเขาไดในหนังสือศอฮีฮ้ มฺ ุสลิม โดย รายงานฮาดีษท่ีมาจากทานยะซีด บิน อาบู ฮาบีบ, ทานอิบนุ กัยสะรอนียไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีไวใน หนังสือของทานวา “เขาเปนนักปราชญของทานบุคอรีและมุสลิม” ทานอิบนุ ลุหัยอะฮฺ ไดเสียชีวิต ในวนั อาทติ ยก ลางเดอื น รอบีอุลอาคริ ป ฮ.ศ. 174 51. อับดุลลอฮฺ บิน มัยมูน อัลกีดาห อัลมักกีย เขาเปนคนสนิทของทานอิมาม ญะอฺฟร บิน มุฮัมมัด ศอดิก ทานติรมีซียไดใหการยอมรับตอหลักฐานของบุคคลผูนี้ ทานซะฮะบียไดกลาววา “ช่อื ของบคุ คลผูนี้มีความหมายที่สําคัญยิ่งตอทานติรมีซียโดยเปนการแสดงใหเห็นวา เขาไดยอมรับ วิชาการตาง ๆ จากบุคคลผูน้ี” ทานไดกลาวอีกวา “แทจริงบุคคลผูนี้ไดรับรายงานมาจากทาน ญะอฺ ฟร บิน มุฮมั มดั และ ฏอ็ ลฮะฮฺ บนิ อมุ ัร 52. อบั ดุรเราะมาน บนิ ศอลิห อะสะดีย นนั่ คอื อาบูมุฮัมมัด อัลกูฟย ทานอับบาส อัดดูรีย ผู เปนคนสนิทและเปนสานุศิษยของเขาไดกลาวถึงเขาวา “เขาเปนนักปราชญชีอะฮฺ” ทานอิบนุ อาดีย ไดกลาวอีกวา “เขาถูกหลอหลอมขึ้นมาดวยฝายชีอะฮฺโดยแท” ทานศอลิห ญาซาเราะฮฺไดกลาวถึง บคุ คลผนู ี้วา “เขาเปนผปู ฏิเสธตอทานอสุ มาน” และอาบูดาวูดก็ไดกลาวถึงเขาอีกดวยวา “เขาเปนตน ตํารับของตําราท่ีกลาวถึงความบกพรองตาง ๆ ของซอฮาบะฮฺ ตลอดถึงบุคคลตาง ๆ ท่ีเปนคนไมดี” พรอม ๆ กันนั้นทานอับบาส และอิมามบัฆวีย ก็ไดรับรายงานมาจากบุคคลผูน้ี ทานนะสาอียก็ได ยอมรับฮาดีษตาง ๆ ของเขา ทานซะฮะบียก็ไดกลาวถึงเขาในหนังสือมีซานวา “ช่ือของบุคคลผูน้ี เปนเคร่อื งหมายทส่ี ําคัญอยา งยงิ่ ของทา นนะสาอยี ท ่ีแสดงใหเห็นวา เขาจะตองยอมรับหลักฐานฮาดีษ ของบุคคลผูน้ี” และยังไดอางถอยแถลงของบรรดาอิมามตาง ๆ ท่ีไดกลาวถึงบุคคลผูน้ีไวอีกเปน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234