ไมเพียงแตเปนหลักฐานที่อธิบายในแงมุมของการเปนคอลีฟะฮฺเทาน้ัน หากแตยังเปนหลักฐานที่ ปรากฏอยงเห็นไดชัดวาทานเอง ถาหากทานจะออกเดินทางไปท่ีใดโดยท่ียังมิไดแตงตั้ง ทานอาลี เปนผูแ ทนตวั ของทานอยขู างหลงั แลวไซร แนนอนท่สี ดุ การกระทําเชนนน้ั เปน สิ่งท่ีทานไมอาจจะ กระทําไดเ หตุผลในขอนี้มิใชค วามหมายจากแงม ุมใด นอกเสียจากวาเนื่องจากความจรงิ ดงั กลาวนั้น เปนสิ่งที่ถูกบัญชามากจากอัลลอฮฺผูทรงอานุภาพสูงสุดเกี่ยวกับเรื่องใหทานไดแตงตั้งตัวแทนของ ทา นเอาไว ทาํ นองเดยี วกนั กับหลักฐานท่ืปรากฏอยา งเหน็ ไดช ดั ในการอรรถาธิบายโองการของอลั ลอ ฮฺ ผูทรงสูงสุด ในโองการท่ีวา “โอรอซูลเอย จงประกาศส่ิงที่ถูกประทานมายังเจา จากพระผูอภ“โอรอซูลเอย จง ประกาศสิ่งที่ถูกประทานมายังเจา จากพระผูอภิบาลของเจาเถิด และถาหากเจามิไดกระทํา ดังนั้น เจาก็มไิ ดประกาศศาสน ของพระองคเ ลย” (อลั -มาอิตะฮฺ : 67) ไดมีผูพยายามพิจารณาโองการของอัลลอฮฺผูทรงสูงสุดในวรรคน้ี (ดังน้ัน เจามิไดประกาศ สาสนของพระองคเลย) แลวไดนําไปพิจารณาเปรียบเทียบในถอยคําของทานนบี (ขออัลลอฮฺทรง ประทานความจําเริญและความสันติสุขแตทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ที่วา “เมื่อได พิจารณาขอความทั้งสองนี้แลว ก็สามารถเห็นไดชัดวา สองขอความน้ีตางมีจุดมุงหมายมุงไปสู เหตุผลเดียวกันอยางมิตองสงสัย และเราตองไมลืมถอยคําของทานศาสนทูต (ขออัลลอฮฺทรง ประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ท่ีมีปรากฏอยูใน ฮาดีษนี้วา “เจาคือผูปกครองของผูศรัทธาทุกคนหลังจากฉัน” นั่นคือรายละเอียดซ่ึงเปนหลักฐานที่ บงช้ีวาทานอาลี คือ ผูมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในกิจการตาง ๆ เปนผูดํารงอยูในฐานะตัวแทน ของทานศาสดาในภารกิจท้ังหลายทั้งปวง ดังเชนที่ทานกวี กุมัยต (ขออัลลอฮฺทรงประทานความ เมตตาแกเขา) ไดกลาวสดุดีไววา “เปนความโปรดปรานอันประเสริฐ สําหรับผูไดอํานาจการ ปกครอง หลังจากการปกครองของทานศาสดา เปนที่ท่ีพ่ึงพาอาศัยสําหรับผูยําเกรงและเปนความ โปรดปรานสาํ หรบั ผูม อี ารยธรรม” วัสลาม
(ช) อลั -มุรอญอิ ะฮฺ ๒๗ 18 ซลุ -อจิ ญะฮฺ 1329 • ความสงสยั ทยี่ งั มีอยใู นเรื่องของสายสือบฮาดีษทีว่ า ดวยฐานะของทา นอาลี ฮาดีษที่วาดวยตําแหนงฐานะของทานอาลีน้ัน เปนฮาดีษที่ศอฮี้ฮฺถูกตองและเปนท่ี ยอมรบั กัน อยางทวมทน แตทวาผูท่ีมีความพิจารณาอยางพิถีพิถันในหมูผูทรงคุณวุฒิคือ “อามิดียฺ” ผูท่ีมี ชื่อเสียงดีเดน เปนผูทรงคุณวุฒิในแขนงวิชาการ ข้ันพื้นฐานของหลักศาสนา เขายังมีขอสงสัยอยู ในสายสืบของฮาดีษ และความเที่ยงแทในกระแสนรายงานของมันอยู ในบางครั้งฝายตางขามกับ ทา นไดใหค วามเช่ือมนั่ ไปตามทศั นะของเขา ซง่ึ ทานจะมีหลกั ฐานแสดงแกพวกเขาไดอ ยา งไรบา ง? วสั ลาม (ซ) อลั -มุรอญิอะฮฺ 28 19 ซลุ -ฮจิ ญะฮฺ 1329 1. ฮาดษี ทีว่ า ดว ยตําแหนง ฐานะของทานอาลนี น้ั เปน ขอ มูงทีม่ หี ลักฐานมง่ั คงแขง็ แรง 2. ผสู ันทันกรณที ีม่ ีคุณวุฒิตาง ๆ ไดย ืนยนั สนบั สนุนความถูกตองอยา งสมบรู ณของฮาดษี น้ี 3. ฮาดีษบทนีไ้ ดถ กู นําบนั ทกึ โดยนกั ปราชญฝ า ยซุนนะฮฺ
4. สาเหตุของการท่ีนักปราชญอามิตียฺยังมีความสงสัยในความถูกตองของสายสืบฮาดีษ บทนี้ 1. นักปราชญอามิดียฺท่ีอยุติธรรมตอตัวเองเทาน้ันที่มีความสงสัยเก่ียวกับสายสืบของฮาดีษ บทนี้ เพราะแทจริงฮาดีษที่ไดรับการยืนยันวาศออี้ฮฺถูกตอง โดยนักปราชญของฝายซุนนะฮฺเอง และยังเปนฮาดษี ทีถ่ อื ไดวาเปนขอมลู ซ่ึงเปน ท่ียอมรับกนั อยางมั่นคงแข็งแรง 2. ไมมีผูใดท่ีมีความสงสัยคลางแคลงใจ ในความถูกตองของสายสืบฮาดีษบทน้ี และไม เคยไดป รากฏวา ในหมูของผทู ีเ่ ขมงวดกวดขันทง้ั หลายจะมคี นใดหยบิ ยกปญ หาความแนน อนของฮา ดีษบทนี้มาทําการถกเถียง ดวยการตั้งปญหาทางถวยคํากันขึ้น แมกระทั่งทานซะฮะบียผูซึ่งมีความ คิดเห็นท่ีขัดแยงกันกับกลุมอะหลุลบัยตฺก็ยังอธิบายไวในหลังสือตัลคีศมุสตัดร็อกวาฮาดีษบทน้ีมี หลักฐานที่ยืนยันวาถูกตอง(134) ทานอิบนุ ฮะญัร ฮัยษุมียก็ยังไดกลาวยกยองสายสืบของฮาดีษบทนี้ ไวในหนังสือเศาะวาอิก หัวขอที่ 12 โดยทานไดอางถอยคําท่ียืนยันถึงหลักฐานท่ีถูกตองของฮาดีษ บทน้ีมาจากบรรดานักปราญชฮาดีษระดับผูนําของฝายซุนนะฮฺ ซึ่งพวกเขาเหลานั้นไมมีผูใดกลาว ตาํ หนฮิ าดีษบทนี้ไดเลย ซ่ึงทานสามารถท่ีจะนอนกลับไปพิจารณาได(135) และถาหากวาฮาดีษบทนี้ ไมม ีหลักฐานทม่ี ั่งคงแข็งแรงจริง ๆ แลว ทา นอิมามบุคอรีจะไมบันทึกไวใ นหนังสือศอฮ้ีฮฺของทาน ทัง้ น้กี ็เพราะวา ทานเปนบุคคลที่มี่ความคิดเห็นรุนแรงโดยสวนตัวของทานเองตอเกียรติคุณที่มีอยาง เฉพาะของทานอิมามอาลี และเกียรติยศของบรรดาอะหฺลุลบัยตฺ ซ่ึงทัศนะของทานนั้นมีความไม เห็นดวยเปน การสว นตวั แมแตมุอาวียะฮฺผูเปนหัวหนาของเหลาบรรดากลุมบุคคลผูละเมิดผูเปนปรปกษที่ขับเคร่ียว กันตลอดมากับทานอิมามอะมีรุลมุมีนีนถึงขนาดกลาวคําสาปแชงตาง ๆ นานาตอทานอาลีบน มิมบัรของบรรดามุสลิมท้ังหลายและยังไดออกคําสั่งแกสาธารณชนใหทําการแชงดาประจานทาน อาลี เขาเปนบุคคลท่ีอยูในกลุมของเหลาศัตรูที่โอหังบังอาจอยางที่สุดตอทานอาลี แตกระน้ันเขาก็ ยังมิไดปฏิเสธตอฮาดีษท่ีวาดวยฐานะและตําแหนงของทานอาลีเขาไมไดแสดงอํานาจบาตรใหญใน ความสาํ คัญของฮาดษี บทนต้ี อทา นสะอดั บิน อาบกู อศเลย เม่ือตอนทท่ี านผูนี้ไดกลา วแกเขาตามทีม่ ี บนั ทึกอยูในศอฮีฮ้ มฺ ุสลมิ (136) วา มุอาวียะฮไฺ ดกลาววา “อนั ใดท่ียับย้ังทาน มิใหดาประจานอะบูตูรอบ (ฉายานามหนึง่ ของทานอาลี)?” ทานสะอดั กลา ววา “เพราะ
(134) ทา นไดพ ิจารณาเรอื่ งนผ้ี านไปแลวในมรุ อญยิ ะฮทฺ ่ี 16 ซึ่งเปนบทอธิบายความถูกตอง ของสายสืบฮาดี บทน้ี (135) โปรดดูหนา 29 ของหนังสือ “เศาะวาอกิ ”ฃ (136) ในบาบท่ีวาดวยเกียรติยศของทานอาลี ตอนที่ 1 หนา 324 ุชอฺท่ี 2 หนังสือศอฮ้ีฮฺ มสุ ลิม เหตุวา ฉนั ยังจําไดถึงถอยคํา 3 ขอ ท่ีทา นศาสนทตู ไดเคยกลาวถึงเขาฉะนั้นจงึ ไมอ าจดา ประจานเขา ได ทเ่ี ปน ขอซ่ึงฉนั ประทําใจยิ่งเสยี กวาไดอ ฐู สแี ดงนัน้ กค็ ือฉนั ไดยนิ ทา นศาสนทูต ไดกลาวแกเขา โดยที่ทานไดตั้งใหเขาเปนตัวแทนของทาน เม่ือนตอนทานไปทําสงคราม ครั้งหน่ึงวา “เจามิได พอใจดอกหรือตอการท่ีเจากับฉันน้ีมีตําแหนงเหมือนฮารูนที่มี่ตอมูซ? นอกจากวา จะไมมีนบี ภายหลังจากฉันแลวเทาน้ันเอง”(137) ดังนั้นมุอาวียะฮฺจึงไดรับความผิดหวังแตก็ตองระงับตอการที่ จะบีบค้ันกับทานสะอัด ขาพเจาใครที่จะขอเพิ่มเติมรายละเอียดท่ีนาสนใจของเรื่องนี้วามุอาวียะฮฺเองก็ยังไดเกลาว ถึงฮาดีษที่วาดวยฐานะและตําแหนงของทานอาลีดวยตัวของเขาเอง ดังท่ีทานอิบนุ ฮะญัรไดกลาว ไวในหนังสือเศาะวาอิกของทานวา(138) ทานอะหุมันไดบันทึกวา มีชายคนหน่ึงไดถามมุอาวียฮฺถึง ปญหาขอหน่ึง แลวเขาไดกลาววา “จงเอาปญหาน้ีไปถามตอาลีเถิดเพราะเขาเปนคนรูกวา” ชาย คนน้ันไดกลาวอีกวา “คําตอบของทานท่ีมี่ตอปญหาน้ีเปนความพใจสําหรับฉัน ย่ิงกวาจะได คําตอบของอาล”ี มุอาวยี ะฮฺไดกลา ววา “ทานไดพูดคําทีเ่ ลวท่สี ดุ .....แนนอนย่ิงทานไดดูหมิ่นบุคคล ที่ทานรอซูลุลลอฮฺ ไดฝกฝนทางวิชาการใหอยางดีเปนพิเศษ ซึ่งแนนอนที่สุดทานเคยไดกลาวแก เขาวา “เจามิไดพอใจหรือ ตอการท่ีเจากับฉันน้ีมีตําแหนงเหมือนฮารูนท่ีมีตอมูซา นอกจากวาจะ ไมมีนบีภายหลังจากฉันแลวเทานั้นเอง” แมแตทานอุมัร เมื่อติดขัดในปญหาหนึ่งปญหาใดแลว ก็ ยงั ตองยอมรับเอาความรูมาจากเขา (137) อิมามฮากิมไดบันทึกฮาดีษบทนี้ดวยเชนกัน อยูในตอนท่ี 1 หนา 109 ุซอฺท่ี ๓ หนังสือมุสคัดร็อกแลวยืนยันวาฮาดีษบทนี้มาตรฐานศอฮี้อฺตรงตามเง่ือนไขของผูอาวุโศทั้งสอง ทานซะฮะบียก็ไดอธิบายไวอยางละเอียดในหนังสือตัลคีศของทานแลวจํากัดความไววา เปนฮาดีษ ท่ศี ฮฮ้ีฮตฺ ามเงอื่ นไขของทา นมสุ ลิม (138) หนา 107 หนังสอื “เศาะวาอิก”
นน่ั คือตอนทายสดุ ของคํากลา วของเขา(139) โดยสรุปแลวจะเห็นไดอยางชัดเจนวาฮาดีษที่วา ดวยตําแหนงและฐานะของทานอาลีบทนี้เปนฮาดีษท่ีไมเคยไดรับความสงสัยใด ๆ ในความมั่นคง ของมนั ทง้ั นโ้ี ดยมติท่ีเปน เอกฉันทแลว ของบรรดามสุ ลมท้งั หลายไมวาพวกเขาจะอยใู นลกั ษณะทม่ี ี ขอ แตกตางกันทางมัซฮบั หรือแนวทางทีแ่ ตกตา งกนั เพียงใดก็ตาม. 3.แนนอนท่ีสุดฮาดีษบทน้ีไดรับการบันทึกโดยกลุมนักปราชญที่ไดลงมติกันเปนเอกฉันท แลวในตําราศิฮาฮุสสิตตะฮฺ(140) แบะกลุมนักปราชญท่ีมีมติรวมเปนเอกฉันทของบรรดานักปราชญ เจาของตําราศอฮี้ฮฺทั้งหลาย(141) ฮาดีษบทนี้ยังมีบันทึกอยูในหนังสือศอฮี้ฮฺบุคอรี หมวดท่ีวาดวย สงครามตาบูก(142) และยังมีบันทึกอยูในหนังสือศอฮ้ีฮฺมุสลิม(143) และยังมีบันทึกอยูในหมวดที่วา ดวยเกยี รตยิ ศของสาวกแหงศาสดาในหนังสือสุนันของอิบนุมาญะฮฺ(144) และยังมีบันทึกอยูในหมวด ทว่ี า ดวยเกยี รตยิ ศของทานอาลีในหนังสือมุสตัดร็อกของทานฮากิน(145) ทานอิมามอะหฺมัด บิน ฮัน บัลก็ไดบันทึกฮาดีษบทน้ีไวในหนังสือมุสนัดของทาน ซึ่งเปนฮาดีษท่ีรายงานมาโดยทานสะอัด ดวยสายสืบท่ีมากมายหลายกระแส(146) และทานไดรายงานฮาดีษบทนี้ไวในหนังสือมุสนัดอีก เชนเดียวกนั จากฮาดีษทกุ ๆ บท (139) รายละเอยี ดของเรอื่ งนี้มีขอความที่เพ่ิมเติมอยูอีกในหนังสือเศาะวาอิก หนา 107 โดย บงช้ีวากลุมนักปราชญ ฮาดีษทั้งหลายนอกจากทานอะหฺมัดไดบันทึกฮาดีษท่ีวาดวย ตาํ แหนง บทนี้โดยสายสบื ท่ี อางไปถงึ มุอาวียะฮฺ (140) ในหมวดที่วา ดวยเกยี รติยศของทานอาลี (141) ในหมวดท่ีวาดวยความดีเดนที่ประเสริฐสุดของทานอาลี และในหมวดท่ีวาดวยสง ความตบุ ูกทกุ เลม (142) หนา 58 ซุ อทฺ ี่ ๓ (143) หนา 323 ุซอทฺ ี่ ๒ (144) หนา 28 ซุ อทฺ ี่ ๑ ตอนท่กี ลา วถึงเกียรติยศของทานอาลี (145) ในตอนแรกของหนา 109 ุซอฺท่ี ๓ และบทตอมาซ่ึงผูศึกษาสามารถทําการพิสูจน ได (146) ดูหนา 173, 175, 177, 179, 182, 185 แลวทานจะไดรับความกระจางจากหนาตาง ๆ เหลา นี้ในซุ อฺที่ ๑ ของหนังสือมสุ นดั
ที่รายงานมาจากอิบนุอับบาส(147) อัสมะอ บินต อุมัยส(148) อาบูสะอีดอัล-คุดรีย(149) มุอาวียะฮฺ บิน อาบซู ฟุ ยาน(150) และกลมุ ซอฮาบะฮฺอื่น ๆ อกี เปน จํานวนมาก ทานฎ็อบรอนียไ ดร ายงานฮาดษี บทนี้ โดยอา งจากฮาดีษทุกตอนของอัสมะฮฺ บินต อุมัยส, อุมมุสะละมะฮฺ, หุบัยส บิน ุนาดาฮฺ, อิบนุ อุมัร, อิบนุอับบาส, ญาบิร บิน สามุเราะฮฺ, ซัยด บิน อัรก็อม, บัรเราะอฺ บิน อาซิบ, อาลี บิน อาบีฎอลิบ,(151) และอื่น ๆ อีกหลายทานทานบัซซาซไดรายงานฮาดีษน้ีไวในหนังสือมุสนัดของ ทาน(152) ติรมีซียก็ไดบันทึกฮาดีษนี้ไวเชนกันในหนังสือศอฮ้ีฮฺของทาน(153) จากฮาดีษของอาบีสะ อึด อัลคุดรีย ทานอิบนุอับดุลบัรร ไดอธิบายรายละเอียดของฮาดีษนี้ไวในหมวดท่ีวาดวยเร่ืองของ ทานอาลใี นหนงั สืออลั อีสตีอาบ หลังจากน้ันทานกไ็ ดก ลาวถึงสิง่ ที่เปน ขอ สงั เกตของทานวา ฮาดีษนีเ้ ปน ผลงานทถี่ กู ตอ งดว ย ความมั่นคงและสมบูรณตามหลักฐานอยางชัดเจนซึ่งทานสะอัด บิน อาบู วักกอศ ไดนํารายงาน ฮาดีษบทนมี้ าจากทา นนบีโดยตรง แลวกลาวอีกวาฮาดีษของทานซะอัดในเร่ืองนี้มีแถลงไวมากมาย เหลือเกิน ซ่งึ ทา นอิบนุอาบู คัยสมุ ะฮและบคุ คลอ่ืน ๆ กไ็ ดก ลาวไวอยางน้เี ชนเดียวกนั ดว ย ทา นได กลา วอกี วาทานอิบนุอบั บาส, อาบูสะอดี อัลคดุ รยี , (147) ดหู นา 331 ซุ อฺท่ี 1 หนงั สอื มสุ นดั (148) ดหู นา 396, 438 ุซอฺท่ี 6 หนงั สอื มสุ นัด (149) ดหู นา 32 ซุ อทฺ ่ี 3 หนังสือมุสนัด (150) เราไดกลาวถึงเร่ืองน้ีผานไปแลวครั้งหนึ่งวาเปนขอความที่ปรากฏอยูในบาบท่ี 11 หนังสือเศาะวาอกี หนา 107 (151) ทานอิบนุฮะญัรไดระบุฮาดีษน้ีไวเปนฮาดีษหนึ่งจาก 40 ฮาดีษ ซ่ึงทานไดรวบรวม ไวในภาคที่ ๒ บาบที่ 9 หนา ๗๒ หนังสือเศาะวาอิก ทานซะยูฎีไดกลาวถึงในเรื่องราว ของทานอาลจี ากประวัตขิ อง คอลีฟะฮฺวา ทานฎ็อบรอนียไดรายงานฮาดีษบทนี้มาจากพวก เขาเหลานัน้ ทุกคนโดยเพิ่ม อัสมะอฺ บินต กัยส (152) ดังท่ีทานซะยูฎีไดระบุถึงเร่ืองนี้ไวในหมวดที่วาดวยเหตุการณตาง ๆ ของทานอาลี ในหนังสือประวัตศิ าสตรคอลีฟะฮฺ หนา 65 (153) เปนฮาดีษท่ีไดมีปรากฏอยูในหัวขอฮาดีษท่ี 2504 จากหนังสือรวบรวมกันซ หนา 152 ซุ อฺที่ 6
อมุ มุสะละมะฮ,ฺ อัสมะฮฺ บินต อุมัยส, ทานญาบีร บิน อับดุลลอฮฺ, ก็ไดรายงานฮาดีษบทน้ีคําพูด ของอิบนอุ บั ดลุ บรั ในตอนนี้ไดกลาวถึงจํานวนของบุคคลเหลาน้ีอยางยืดยาว ซ่ึงทุกคนเหลาน้ันตาง ก็ไดยืนยันถึงเรื่องการทําสงครามตาบูก จากบรรดานักฮาดีษ นักประวัติศาสตรและนักวิชาการที่ พวกเขาไดอา งถงึ ฮาดษี บทนแ้ี ละการอางอิงของทา นในทุก ๆ สวนนัน้ ลวนแตใ หความหมายท่ีสําคัญ ตอทา นอาลไี มว าจะเปนกลุมบคุ คลรนุ หน่ึงรนุ ใดทม่ี คี วามขดั แยงกันในเร่ืองแนวทางและมัซฮับของ พวกเขา และฮาดีษบทน้ีก็ยังไดถูกบันทึกไวในตําราทุก ๆ เลมที่กลาวถึงเกียรติยศของอะหฺลิลบัยตฺ และเกียรติยศของบรรดาสาวก โดยบรรดาอิมามท้ังหลายเชนทานอะหฺมัด บิน ฮํนบัล และบุคคล อื่น ๆ ทั้งปรากฎนามกอนทานหรือมาทีหลังทาน ฮาดีษนี้จึงเปนฮาดีษหน่ึงของจํานวนฮาดีษ ทัง้ หลายอนั เปนท่ถี กู ยอมรับกนั ในทุกยุคทกุ สมยั ของประชาชาติน้ี 4. ฉะนั้นจึงไมมีเงื่อนไขใด ๆ สําหรับความสงสัยของนักปราชญอามิดียในสายสืบฮาดีษ บทน้ีของเขา เพราะวาโดยแทจริงแลวเขามิไดเปนนักวิชาการฝายฮาดีษแตอยางใด วิทยปญญาของ เขาในความรูเ ก่ยี วกบั สายสืบและกระแสรายงานฮาดีษน้นั เปนวิทยปญญาทย่ี งั ไมลึกซ่ึงถึงขอเท็จจริง ทาํ นองเดยี วกันกบั บรรดาผทู ี่ไมเขา ใจฮาดษี ทงั้ หลายและเขายังคับแคบอยใู นวิชาการข้ันพื้นฐานของ ศาสนา ฉะนั้นเขาจึงไมอาจท่ีจะมาอยูในฐานะการพิจารณาเงื่อนไขท่ียากยิ่งเหลาน้ีได ท้ังนี้ เน่ืองจากความคิดเห็นของเขาผูกติดอยูกับพทนฐานของการอธิบายที่ไมอํานวยใหกับความบริสุทธ์ิ ใจเขาจึงมแี ตค วามสงสยั คลางแคลงในสายสืบของฮาดีษนี้ โดยความสงสยั ที่เกดิ ข้ึนมาจากตัวเขาเอง ซ่ึงสิ่งเหลานี้ไดเปนสิ่งท่ีเกิดขึ้นอยูเสมอ ฉะนั้นจึงเปนการหางไกลและหางไกลจากความจริงโดย ส้ินเชงิ อัล-มรุ อญอิ ะฮฺ ๒๙ 20 ซุล-ฮิจญะฮฺ ๑๓๒๙ 1. เชือ่ มั่นตามสิ่งทเี่ ราไดกลาวไปแลว ในเรื่องของสายสบื ฮาดษี 2. ความสงสัยในความหมายของฮาดีษนีว้ า ระบถุ ึงเหตกุ ารณโดยทั่วไปหรอื ไม 3. ขอ สงสยั ในหลักฐานฮาดีษดังกลา ว
1. ทุกส่ิงทุกอยางตามท่ีทานไดกลาวถึงไปแลว เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงของฮาดีษท่ีวา ดวยตําแหนง และฐานะของทานอาลีน้ัน เปนขอเท็จจริงท่ีปราศจากความคลางแคลงสงสัยใด ๆ ในเรื่องน้ีอีกแลวโดยสิ้นเชิง สวนนักปราชญ อามิดีย นั้นเขามีทัศนะท่ีผิดพลาด ในหลักฐานฮาดีษ บทน้ี อันเปนความผิดพลาดที่แสดงใหเห็นถึงความเหินหางของเขาจากวิชาการทางฮาดีษ แนนอน ท่ีสุดขาพเจาไดสรางภาระที่หนักใหแกทานดวยการกลาวถึงทัศนะของเขา ซึ่งทานก็ไดเสนอ หลักฐานตาง ๆ ของทานใหแกเราจนเปนที่กระจางชัดอยางแจมแจง และความผิดในขอน้ีเราตอง ขออภัยจากทานดวย 2. บดั นข้ี าพเจาไดรูมาแลววาฝายตรงขามกับพวกทานท้ังหลายบางกลุมน้ีนอกเหนือไปจาก อามิดียแลว ก็ยังมีความเช่ือมั่นกันอยูวา ความหมายของฮาดีษที่วาดวยฐานะและตําแหนงของทาน อาลีน้ัน มิไดระบุถึงฐานะโดยท่ัวไป หากแตวาฮาดีษบทน้ีมีความหมายเพียงเฉพาะแตบางกรณี เทานั้น และยังไดมีการแสดงหลักฐานการตีความฮาดีษโดยอางถึงเหตุการณท่ีมาของมัน เน่ืองจากวาเปนฮาดีษท่ีทานศาสดาไดกลาวแกทานอาลีเฉพาะเพียงแตในยามที่ทานไดตั้งใหทาน อาลีเปนตัวแทนดูแลนครมะดีนะฮฺ ในยามสงครามตาบูกเทาน้ัน โดยอางถึงคํากลาวท่ีทานอิมาม (อัลลอฮฺทรงปติช่ืนชมตอทาน) ไดกลาวแกทานศาสดาวา ทานจะแตงตั้งใหฉันเปนผูปกครองดูแล หมสู ตรีและเยาวชนหรือ ? แลวทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุข แดทา นและแดบ รรดาลกู หลานของทา น) ไดกลา ววา “เจามิไดพ อใจดอกหรือตอ การท่ีเจากับฉันนี้มี ฐานะเชน ฮารูนกับมูซา เพียงแตวา จะไมมนี บีภายหลงั จากฉนั แลว เทานั้นเอง” ถอยคําดังกลาวนี้คลายกับวาทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความ สันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) มีความประสงคที่จะใหทานอาลีกับทานอยูใน ฐานะของฮารูนที่มีตอมูซาเชนการท่ีทานนบีมูซาไดแตงต้ังใหนบีฮารูนอยูดูแลพรรคพวกของทาน ในตอนที่ทา นเดนิ ทางไปยังภูเขาฎร ดงั นั้นใจความของประโยคน้ันก็เทา กบั วาเธอยูในฐานะของฉัน เฉพาะแตใ นยามสงครามตาบูกเหมือนกับฐานะของฮารูนทมี่ ตี อมูซา ในยามที่ทา นไดป ลีกตนไปเฝา พระผูอ ภิบาลของทา นเทาน้นั เอง 3.บางครั้งพวกเขาเหลา นนั้ ไดกลา ววา “ฮาดีษนมี้ ิไดเ ปนหลักฐานทจี่ ะบง ช้ีในเร่ืองใดเลย ท่ี จะระบุวาฐานะของทานอาลีน้ันไดรับการเกี่ยวของกับเหตุการณท่ัว ๆ ไป ทั้งน้ีก็เน่ืองจากวาฮาดีษ บทน้ีเปนฮาดีษท่ีถูกจํากัดมาเฉพาะแตเหตุการณหนึ่งเทาน้ัน และโดยทั่วไปแลวส่ิงที่ถูกจํากัด ขอบเขตไวอ ยางเฉพาะเชน นย้ี อมไมม ีขอ พสิ ูจนใด ๆ ทเ่ี หลอื ไวเพอ่ื การพจิ ารณาได
อัล-มุรอญิอะฮฺ 30 ‘ 22 ซลุ -ฮิจญะฮฺ ๑๓๒๙ 1. ผสู ันทดั ในหลกั ภาษาตอ งตระหนักวา เปน ฮาดษี ที่มใี จความกลาวถึงเหตุการณโดยทั่ว ๆ ไป 2. คํากลาวที่วา ฮาดษี นี้มคี วามหมายระบุถึงเหตุการณเฉพาะนนั้ เปน ความผดิ พลาด 3. คาํ กลา วใด ๆ ทลี่ บลางหลักฐานของฮาดษี น้ียอ มถอื วา เปน โมฆะ 1. เราขอมอบหมายการตอบคํากลาวหาของผูท่ีไมยอมรับในความหมายโดยทั่วไปที่ กลาวถึงฮาดีษนี้ ไปยังนักศึกษาและผูรอบรูในหลักภาษาอาหรับซ่ึงทานเองก็เปนผูทรงคุณวุฒิของ ภาษาอาหรับคนหนึ่ง ทานยอมไมปฏิเสธและผลักไส ฉะน้ันกลุมผูทรงคุณวุฒิของทานในทาง ภาษามคี วามคิดเห็นเกีย่ วกบั การตคี วามถึงตําแหนงและฐานะโดยท่วั ไปของทานอาลีจากความหมาย ของฮาดีษบทนี้ดวยหรือ ? และอะไรท่ียังซอนเรนความหมายที่ชัดเจนเหลาน้ีอยู ? เปลาเลยโดย ฐานะแหงคุณวุฒิอยางทานยอมที่จะตีความไดทันทีวา เปนเหตุการณท่ีกลาวถึงโดยทั่วไป เพราะ เปน ประโยคที่ใชส รรพนามท่ีประกอบขึ้นอยางสมดุล ซ่ึงยืนยันถึงความจริงขอน้ีท้ังหมด ดังนั้นถา หากวาทานไดกลาวแกขาพเจาวา “ฉันไดมอบหมายใหทานใชอํานาจของฉันเก่ียวกับการงานชิ้น หน่ึงชิ้นใดแลวไซร จะเปนไปไดหรือที่ขาพเจาจะใชอํานาจตามคําส่ังของทาน ในการทํางานช้ินน้ี เฉพาะเพยี งบางสว นของงานเทา น้ัน ? หรอื วาจะตอ งดาํ เนนิ การอยา งสมบรู ณจ นทั่วถึงกับงานตาง ๆ เหลา น้ันทั้งหมดจงึ จะถอื ไดวาเปน ผูยดึ มน่ั ตามคาํ ส่ังนน้ั อยางแทจ รงิ ?” ขอใหอัลลอฮฺทรงคุมครองตอการที่ทานจะมีทัศนะเห็นวาเหตุการณเชนนี้ มิไดมีสวน เก่ียวของกับการณีทั่ว ๆ ไป และขอใหอัลลอฮฺทรงคุมครองตอการที่ทัศนะเชนนั้นไดตีความ หลักฐานฮาดีษไปสูความผิดพลาด และถาหากวาผูปกครองประชาคมมุสลิมท้ังหลายไดกลาวแก สหายของเขา คนหนึ่ง วา “ฉันขอแตงตั้งใหทานใชอํานาจของฉันแกประชาชน หรือใหทานอยูใน ตําแหนงขอฉันตอพวกเขาเหลานั้น” คํากลาวเชนน้ี จะสามารถตีกควาใหรับกันกับสติปญญาได หรือวามิใชเปนคําสั่งท่ีเก่ียวของกับเหตุการณโดยท่ัวไป ? และถึงแมวาผูน้ันจะถูกบัญชาใหทําการ ปกครอง โดยเฉพาะเพียงบางสวนของภาระหนา ที่ท้งั หลาย เขาก็ไมค วรที่จะเปนอยางอน่ื นอกจาก
การเปน คอลีฟะฮใฺ ชหรือไม ? และถาหากวาผปู กครองไดก ลาวแกผูร วมภารกิจของเขาสักคนหนึ่งวา “หนาที่ของทานในสมัยของฉันนค้ี ือใหอ ยูในฐานะเชน อุมัรมีฐานะในสมัยของอาบูบักรฺ เวนแตวา แทจริงทา นนั้นหาไดเปน สาวกของฉนั ไม” จากขอความที่เปรียบเทียบข้ึนเหลาน้ี ดวยทัศนะของผูท่ีมีความเช่ียวชาญในทางภาษา อาหรบั แลว จะเหน็ วาเปนคาํ สง่ั ท่ีมเี งือ่ นไข เฉพาะในเหตกุ ารณหน่ึง ๆ เพียงบางสวนเทานั้น หรือ วา มีความหมายรวมไปถึงเหตุการณทัว่ ๆ ไปดวย ? ดวยพระนามของอัลลอฮฺ ทานยอมจะมอไมเห็นแงของความหมายอันน้ีท่ีจะตีความไป ในทางอ่ืนได นอกจากวา จะตองเปนความหมายท่ีกินความถึงเหตุการณโดยทั่วไปและขาพเจามี ความม่ันใจในตัวทานวา จะตองมีความเห็นวา ในถอยคําของทานศาสนทูต (ขออัลลอฮฺทรง ประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) นั้น จะตองเปน คํากลาวทีม่ ีความหมายถงึ ฐานะโดยตลอดไปของทานอาลี ตามที่ทานศาสนทูตไดกลาววา “เธอกับ ฉันอยูในฐานะของฮารูนท่ีมีกับมูซา” โดยอาศัยการเปรียบเทียบใจความของถอยคําดังกลาวนี้ กับ หลักวิชาทางดานภาษาอาหรับกจ็ ะเห็นไดวา ความหมายทนี่ อกเหนือจากการยกยองของทา นศาสดา แลวแนนอนท่ีสุดฮาดีษน้ียังชี้ใหเห็นวาทานไดระบุอยางชนิดท่ีเห็นไดอยางชัดเจนวา เปนคําสั่งที่ กลาวถึงเหตุการณืโดยท่ัวไป วิชาการทางดานภาษาอาหรับนั้น เปนสิ่งที่อยูกับตัวของทานอยูแลว ฉะนน้ั ขอใหทานไดพ จิ ารณาเร่ืองนีก้ บั หลักวชิ าอนั น้ันดเู ถิด 2. สําหรับคํากลาวของฝายตรงขามวาแทจริงฮาดีษบทนี้เปนฮาดีษท่ีมีใจความบงชี้ถึงเหตุ เฉพาะกลางเทา นนั้ สาํ หรับปญ หาน้ีขอใหท าํ การพจิ ารณาดว ยหลกั สองประการ คือ.... ประการที่หน่ึง ดวยเหตุที่วาแทจริงฮาดาบทน้ีมีความหมายอยูในตัวอยางชัดเจนดังท่ีทาน เองก็ทราบดีอยูแลววา เปนฮาดีษท่ีมีความหมายถึงเหตุการณทั่วไปโดยตลอด ดังน้ันสําหรับ ความหมายของฮาดีษบทนี้ ถาหากเราจะยอมรับวาเปนฮาดีษท่ีมีเนื้อหาจํากัดเฉพาะเพียงกรณีหน่ึง ใด โดยไมยอมรับวาเปนฮาดีษที่มีเน้ือหาระบุถึงเรื่องราวที่จะตองเปนไปโดยตลอด ทั้ง ๆ ที่ ใจความของฮาดีษท้ังหมดมิไดเปนใจความที่บงช้ีถึงเหตุเฉพาะกาลเลย ตามที่รูปประโยคไดผูกข้ึน อยา งสมั พันธอยใู นมูลฐานของมนั เอง กข็ อใหทานไดสังเกตดวยวาหากทานไดเห็นคนมีุนุบ (ผูท่ี ยงั มิไดอ าบนํา้ ตามศาสนบัญญัติหลงั จากรว มประเวณีหรือสตรีที่มีประจําเดือน) สัมผัสจับตองกับอา ยะฮฺกุรสีย แนนอนทานจะตองกลาวแกเขาวา “ผูมีฮะดัษ (ผูมีุนุบ) จับตองสัมผัสโองการ ทั้งหลายของอัล-กุรอานมิได” จะเปนไปไดหรือที่วาคําพูดคํานี้จะมีใจความระบุถึงวรรคหนึ่งวรรค
ใดโดยเฉพาะ? หรือวามีใจความรวมถึงวรรคอ่ืน ๆ โดยท่ัว ๆ ไปของโองการแหงอัล- กุรอาน ท้ังหมดและสําหรับผูมีฮะดัษทุก ๆ คนดวย? ขาพเจาไมสงสัยเลยวาจะมีบุคคลใดท่ีเขายังเขาใจวา คําสั่งน้ีมีความหมายเฉพาะเพียงแกผูมีุนุบผูน้ันโดยเฉพาะที่เขาจะสัมผัสจับตองเฉาพะแตอายะฮฺ กรุ สียเ ทาน้นั และถาหากวานายแพทยเหน็ คนปว ยกนิ ลูกอนิ ทรผลมั แลวเขาไดห ารมผูปว ยคนนันมิ ใหกินของหวานจะเปนไปไดหรือที่ผูมีความรูในทางภาษาจะพิจารณาวาความหมายของประโยค เชนน้ีมคี วามหมายเพยี งเฉาพะสัมหรบั อนิ ทผลมั เม็ดนัน้ ? หรือวา เขาจะตอ งมีความเขา ใจโดยปรยิ าย วา จะตอ งหมายถึงของหวานทกุ ๆ ชนิด ? โดยทว่ั ไปอีกดวย ? ดวยพระนามของอลั ลอฮฺ ขา พเจาเหน็ วา คงจะไมม ีบคุ คลใดทเี่ ขากลาวประโยคน้ีโดยมคี วาม หายที่จะใหตีควาไปวาความหมายของเขาท่ีพูดไปน้ันขึ้นอยูกับเรื่องราวหน่ึง ๆ โดยเฉพาะเจาะจง เทานั้นเพราะเหตุวาเปนความหมายที่อยูหางไกลกันเหลือเกินจากพ้ืนฐานในรูปประโยคเปนความ เขาใจท่ีหางไกลจากหลักเกณฑทางดานภาษาศาสตร เปนการหางไกลอยางส้ินเชิงจากหลักวิชา ทางดานไวยกรณของภาษา เปนการหางไกลอยางสุดเหลือประมาณจากภาษาทุก ๆ ภาษาแหงโลก ของเรา เพราะฉะนั้นก็เปนเรื่องทํานองเดียวกันกับการกลาวถึงฮาดีษที่วาดวยตําแหนงและฐานะ ของทานอาลีวามีความหายที่ข้ึนอยูกับเหตุการณท่ีเฉพาะแตเพียงในสงครามตะบูกเทานั้น ซึ่งความ เขา ใจเชน น้ีก็ไมแ ตกตา งอะไรกับความเขาใจผดิ ในขอเปรียบเทยี บของประโยคดังทีไ่ ดก ลาวมาแลว ประการท่ีสอง แทจริงฮาดีษบทนี้ ความหายของมันมิไดถูกจํากัดวาทานอาลีมีฐานะ ปกครองเมอื งมะดีนะฮใฺ นยามสงครามตะบูกโดยเฉพาะเพยี งเหตุการณเดยี วตามทีท่ ศั นะของฝายตรง ขามเขามีความเชื่อถืออยางน้ัน โดยหลักฐานที่ถูกตองอยางแนชัดของเราซึ่งขึ้นอยูกับสายสืบท่ี สอดคลองตองกันมาจากบรรดาอิมามผูสืบเชื้อสายท่ีบริสุทธ์ิตางก็ไดยืนยันถึงเน้ือหาสาระท่ีสําคัญ ของฮารดีษบทน้ีไวเปนรายละเอียดอีกแขนงหน่ึงดวย ฉะน้ันผูคนควาเพื่อหาคําอธิบายตลอดจนถึง นักปราชญทยี่ ึดม่นั อยูกบั ตํารบั ตําราของฝา ยอะฮลฺ ุซซนุ นะฮฺควรท่ีจะไดยอ นกลบั ไปพิจารณามันบาง แลวจะไดเห็นความจริงในเร่ืองน้ีประจักษชัดข้ึน ดังเชนผูที่เขาไดติดตามศึกษาคนควาไดรูไปแลว ฉะนั้นถอยคําของผูท่ีปฏิเสธความหมายของฮาดีษบทน้ี ซ่ึงดึงเน้ือหาฮาดีษบทนี้มาทําการตีความ เพื่อแสดงใหเห็นวาฐานะของทานอาลีนั้นมีเฉพาะแตเพียงในเหตุการณสงครามตาบูก จึงเปนการ ตีความที่ไมสามารถบรรลุผลถึงขอพิสูจนอันควรแกการรับฟงได โดยท่ีไมมีขอแมใด ๆ เวนไว สาํ หรับความสงสัยอีกเลย
3. สําหรับคํากลาวของพวกเขาเหลานั้นท่ีวาฮาดีษบทน้ีมีความหมายเพียงเฉพาะแตใน เหตุการณหน่ึงน้ันยอมไมเปนมูลฐานทีจ่ ะเหลือไวสาํ หรบั การพิจารณาใด ๆ อกี เลย เพราะเปนความ เขา ใจผดิ อยา งชัดแจง เปนความผิดพลาดอยางเห็นไดชัด ฉะนั้นใครก็ตามท่ีเขากลาวหาโดยตีความ ฮาดีษน้ี อยางเชนทีไ่ ดอางไปแลวนั้น,ยอมเปนบคุ คลทก่ี ระทําการอยา งมุทะลุ,ซึง่ การกระทําเชนนั้น, เทา กับเขาไดดําเนินทัศะไปทามกลางความเลือนราง,เปรียบประประดุจการอาศัยยานพาหนะหน่ึงท่ี ขับข่ีไปในความมืดมิดของกลางคืน เราขอความคุมครองจากอัลลอฮฺใหพนจากความโงเขลาเบา ปญ ญา,และขอสรรเสริญตอ พระองคสาํ หรบั ความเออื้ เฟอทพ่ี ระองคท รงประทานใหแ กเรา แนนอน ท่ีสุดรายละเอียดท่ีลึกซึ้งเปนพิเศษท่ีกลาวกันไดโดยท่ัว ๆ ไป ซ่ึงเปนขอพิสูจนท่ีเขากันไดกับ สตปิ ญญานั้น,ยงั มิไดน ําออกมาแถลงเพ่ือใหหมดความสงสัยเพราะจะเปนการยืดเย้ือโดยใชเหตุ แต ขอใหไดสังเกตขอความตาง ๆ ตามท่ีระบุไวในเร่ืองราวของเราอีกประการหน่ึง นั้นก็คือถาสมมุติ วาเจา นายคนหน่งึ ไดกลาวแกค นใชข องเขาวา “ทุก ๆ คนท่ีทาํ งานใหฉันทัง้ หมด ในวันน้ีฉันขอให เกียรติแกเขาทุกคนยกเวน ซัยต” ฉะนั้นเปนอันวาลูกจางทุกคนยอมไดรับการใหเกียรติอยางดี ยกเวนแตซัยดเพียงคนเดียว อันเนื่องมาจากเขาเปนคนที่ขัดขืนคําส่ังของนายจางซ่ึงคนทั้งหลายท่ีมี สติสัมปชัญญะยอมสามารถท่ีจะยอมรูไดวาเขาเปนคนมีความผิดที่ควรจะไดรับการตัดสินที่เขากับ เหตุผลทางสติปญญาและหลัการที่ถูกตองวาผูฝาฝนจะตองไดรรับบทลงโทษและบทลงโทษน้ัน ๆ ก็จะตองเปน ไปตามขอบเขตแหงความประพฤติของเขาเองในกรณีความผิดนั้น ๆ น่ีคือการตัดสินท่ี ชอบดว ยสตปิ ญญาตลอดจนถงึ หลกั การ ไมมีใครแมแตสังคนเดียวในหมูของผูท่ีมีสติสัมปชัญญะท่ี จะมองไปยังขอแมของเขาวาขอแมอันนี้เปนเหตุการณท่ีเฉพาะสําหรับกรณีหนึ่ง แตทวาขอแมของ เขาที่ไดประพฤติโดยตลอดมานั้นไดเปนท่ีประจักษดีแกบรรดาพรรคพวกท้ังหลายท่ีแสดงความ รงั เกียจตอ ความประพฤตทิ ี่ผิด ๆ ของเขา ฉะน้ันจึงไมมีเหตุผลอ่ืนใดอีกแลวนอกจากทางเดียวเทาน้ันที่แสดงออกไดอยางชัดเจนวา เรื่องนี้เปนเหตุการณท่ีจะตองกินความหมายโดยทั่ว ๆ ไป มิใชเปนขอแมท่ีบงในลักษณะของเหตุ เฉพาะกาลเลยโดยไมต องสงสยั และทา นเองก็ไดทราบดีกันอยแู ลววา แทจ ริงการดําเนินชีวิตของบรรดาสมุสลิมและบุคคล อื่น ๆ น้ันลวนแตดําเนินกันไปตามหลักฐานตาง ๆ ที่มีลักษณะบงชี้ถึงเหตุการณโดยท่ัว ๆ ไปเปน พิเศษอยูแลว แมตบรรพชนไมวาในยุคสมัยของศอฮาบะฮฺ ตาบิอึนเขาก็ไดดําเนินชีวิตกันไปใน ลักษณะท่ีถือกันวาฮาดีษบทน้ีเปนหลักฐานที่บงชี้ในลักษณะท่ีกลาวถึงเหตุการณท่ัว ๆ ไป เชนกัน
แมแตบรรดาสานุศิษยของเหลาตาบิอึน ตลอดจนถึงบรรดาผูที่ปฏิบัติตามพวกเขาเหลานั้นตราบ จนถึงปจจุบันนี้ก็ยังยึดมั่นตอทัศนะเชนนี้โดยดีกันมาตลอด ยอมเปนท่ีแนนอนเหลือเกินสําหรับ ทัศนะของบุคคลตาง ๆ ไมวาจะเปนบรรดาอิมามแหงอะหฺลุลบัยตฺ ตลอดจนถึงบรรดาอิมามผูนํา ของประชาชาติมุสลมิ ทัง้ มวลก็ตาม และสิ่งเหลานี้เปนสิ่งท่ีไมมีขอแมใด ๆ ที่จะมีไวสําหรับความสงสัยในเรื่องนั้นอีก หวังวา คงเปนท่ีเพียงพอใหแกทานเกี่ยวกับหลักฐานของฮาดีษบทนี้ท่ีจะพอเปนขอพิสูจนช้ีไดอยางชัดเจน วา เปนเหตุผลท่จี ะตอ งยอมรบั กนั ถงึ ความหมายท่บี งบอกถึงเหตุการณโดยทั่ว ๆ ไป ทัศนะดังกลาว มิใชวาจะมิไดเปนขอพิสูจนอยางชัดเจนโดยบรรดาอิมามท้ังสี่มัซฮับ ตลอดจนถึงเหลานักปราชญ อ่ืน ๆ ผูรอบรูตอประตูแหงวิชาการรูหลักเกณฑบทบัญญัติเง่ือนไขรายละเอียดตาง ๆ ทุกทาน เหลาน้นั ตางก็ไดบงชถ้ี ึงหลกั ฐานที่แสดงไวเกีย่ วกับเร่อื งน้อี ยางตอเนอื่ ง ดังน้ัน ถาหากวาไดถือหลักการปฏิบัติตามวิชาการท่ีไดกลาวโดยทั่วไปตามขางตนแลวนี้ก็ สามารถท่ีจะเขาใจปญหาได แตทวาการตีความที่จํากัดเพื่อเหตุการณหน่ึงโดยเฉพาะเทานั้น เปน การผิดพลาดทต่ี องตกอยกู บั ความมืดมน และเม่ือน้ันประตูแหงวิชาการตาง ๆ ก็จะถูกปดทันที เรา ขอความคมุ ครองจากอัลลอฮฺไวด วย วัสลาม (ช) อลั -มรุ อญิอะฮฺ ๓๑ 22 ซุล-ฮจิ ญะฮฺ ๑๓๒๙ • ตองการท่จี ะไดพิสูจนกับใจความโดยละเอยี ดของฮาดษี ททน้ี ทานยังมิไดอางถึงเหตุการณโดยละเอียดอันเปนที่มาแหงฮาดีษนี้ในประเด็นที่นอกเหนือจาก การทําสงครามตะบูก ขาพเจามีความปรารถนาอยางแรงกลาในอันที่จะรูเรื่องราวตาง ๆ ท้ังหมด
(ในกรณีทีท่ า นศาสนทูตไดแตง ตง้ั ใหทา นอาลีอยูในฐานะ เชน ฮารูน) ทานพอท่ีจะอํานวยประมวล หลักฐานตา ง ๆ เก่ียวกบั เรอื่ งเหลานนั้ ใหแกข าพเจาโดยละเอยี ดไดหรือไม วสั ลาม (ช) อลั -มรุ อญิอะฮฺ 32 24 ซุล-ฮจิ ญะฮฺ 1329 1. เรอ่ื งราวบางประการที่เกิดขึ้นเมอ่ื ตอนท่ที านศาสนทตู ไปเยีย่ มอุมมุซาลิม 2. เร่อื งราวของ บินต ฮมั ซะฮฺ 3. ตอนที่ทานศาสนทูตเอนกายทบั ลงบนตัวของทา นอาลเี มอ่ื ออ นเพลีย 4. การประกาศความเปน พี่นอ งในครงั้ ทีห่ นึ่ง 5. การประกาศควมเปนพน่ี อ งในครัง้ ท่ีสอง 6. การปด ประตูทั้งหลาย 7. ทานนบีไยกยองวาทานอาลี และทานนบีฮรูนน้ันเปนเสมือนฟรกอดัยน (ดาวดวงที่อยู ตรงบริเวณขัง้ โลกเหนือซ่งึ เปนทส่ี งั เกตของชาวเรือ) 1.เรื่องราวบางประการในวันที่ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความ สันติแดทานและแตบรรดาลูกหลานของทาน) ไดกลาวแกอุมมุซาลิม(154) ผูซ่ึงไดทําการผละจาก การนบั ถอื ศาสนาอนื่ มาเขา (154) ทา นหญิงผนู ี้ เปนบตุ รสาวของมิลฮาน บิน คอลิด อัล-อันศอรียและเปนนองสาวของ ฮะรอมบิน มิลฮาน บิดาของทานและพ่ีชายของทานไดเสียชีวิตโดยการพลีชีพเมื่อเขาทํา สงครามรับอิสลาม และทานผูน้ีอยูในตําแหนงสตรีคนสําคัญคนหน่ึงที่ทานศษสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของ ทา น) ไดใหเกียรติเพราะการเปนกลุมบุคคลรุนแรกท่ีไดเขามาสวามิภักดิ์ตอศาสนาอิสลาม ดวยความบริสุทธ์ิใจ ความซาบซึ้งใจและมีความอดทนอยางดีเยี่ยมตอภัยพิบัติตาง ๆ ที่ ทานหญิงไดประสบคร้ังหนึ่งทานนบีไดเคยไปเยี่ยมเยียนและสนทนากับทานหญิงในบาน ของทาน ทานเคยไดกลาวกับทานหญิงผูนี้ประโยคหน่ึงวา “อุมมุซาลิมเอย แทจริงอาลี
นั้นเนื้อของเขาคือเน้ือของฉัน และเลือดของพรอมกับทานศษสนทูต (ศ) ทานหญิงเปน สภุ าพสตรีท่มี ีเกียรตยิ ศและมสี ติปญ ญาสูงยิง่ คนหนึ่ง ทา นไดจ ดจาํ ฮาดีษตาง ๆ จากทา นศษ สนทตู (ศ) ไวเ ปนจาํ นวนมาก นอกจานี้บตุ รของทา นผูหนงึ่ คอื อานสั ก็ไดเ รียนรฮู าดษี ตา ง ๆ จากทานหญิงดวย ท้ังนี้รวมถึงทานอิบนุ อับบาส ทานซัยต บิน ษาบิต อาบูสะลามะฮฺ บน อับคุรเราะมาน และบุคคลอื่น ๆ ที่เปนกลุมบุคคลผูซึ่งอยูในกลุมของศาสนิกอ่ืนมา กอน และตอมาก็ไดเขารับนับถือศาสนาอิสลาม เมื่อครั้งท่ีทานหญิงยังอยูในสังคมของ ชาวญาฮีลียะฮฺน้ันทานเปนภรรยาของมาลิก บิน นัฎร โดยไดใหกําเนินบุตรชายคนหน่ึงคือ ทานอานัส บิน มาลิก ครั้งเม่ืออัลลอฮฺไดเปดโอกาสใหแกศาสนาอิสลาม ทานหญิงก็ได เปนคนหนึ่งในกลุมบุคคลรุนแรกท่ีไดใหการยอมรับโดยผลันทานหญิงไดเคยเชิญชวนให มาลิก สามีของทานไดยอมรับตอลัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค แตแลวเขาก็ได ปฏิเสธไมยอมรับ ดังน้ันทานหญิงจึงจําเปนตองหยารางกับเขา สวนมาลิกก็ไดมุงออกไป ยังซีเรียดวยความโกรธ แลวเขาไดถึงแกกรรมที่น่ันในสภาพกาฟร ทานหญิงไดอบรมส่ัง สอนบุตรของทานที่ช่ือ อานัส ซึ่งในขณะนั้นทานยังเปนเด็กอายุเพียงสิบขวบ ทานหญิง จึงมอบใหไปทําการรับใชทานศษสนทูต (ศ) ดังนั้นทานศาสนทูตก็ไดใหการรับรองโดย การใหเกียรติแดทานหญิง และไดสั่งสอนใหทานหญิงไดรูถึงจริยธรรมตาง ๆ ของชาว อาหรับ ซง่ึ ตอนหนึ่งทานหญิงไดกลา ววา “ขา พเจา จะไมแตงงานจนกวาอานัส จะบรรลุวัย เขาสูร ะดับความเปน ผูใหญท ่รี จู ักรบั ผดิ ของตวั เอง” ทานอานัสจึงไดกลาววา “ขอใหอัลลอ ฮฺทรงประทานการตอบแทนท่ีดีที่สุดใหแกมารดาของขาพระองคดวยเถิดผูซึ่งไดชุบเลี้ยง ดูแล รักษาขาพระองคอยางดีที่สุด” นอกจากนี้ยังเปนท่ียอมรับกันถึงคุณสมบัติของทาน หญิงอีกวา เม่ือครั้งที่อาบูฏ็อลฮะฮฺ อัล-อันศอรียยังเปนการฟรอยูน้ันเขาเคยไดสูขอทาน หญิงผูนี้มาแลวคร้ังหนึ่ง แตทานหญิงก็ไดปฏิเสธไมยอมแตงงานดวย ฉะน้ันเขาจึงเขา ยอมรับอิสลามตามคําเรียกรองเชิญชวนของทานหญิง และทานก็ไดประจักษแกตัวเองวา อาบูฏ็อลฮะฮฺไดเขารับนับถือศาสนาอิสลามจริง ทานหญิงจึงยินยอมแตงงานดวย อาบฏู อ ลฮะฮฺกบั เขาก็คือเลือดของฉัน เขากับฉันอยูในฐานะเชนฮารูนท่ีมีตอมูซา(155) ยอมไมมีสิ่งใดท่ีซอนเรนจาก ความรูของทานไดวาแทจริงฮาดีษบทน้ีเปนถอยคําท่ีกลาวข้ึนมาโดยทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรง
ประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) โดยท่ีมิไดมี จุดมุงหมายเพ่ือสาเหตุอ่ืนใดเลยนอกจากเพื่อเปนการประกาศ และแจงใหทราบเพื่ออัลลอฮฺผูทรง สูงสุดในการขยายความใหแจมชัดในเรื่องฐานะตําแหนงของผูปกครองในยุคสมัยของทาน และ เปนผูที่จะมาดํารงตําแหนงในสถานภาพท่ีทานไดบงชี้ไวหลังจากทาน ฉะนั้นจึงเปนไปไมไดที่ ถอ ยคาํ ดงั กลาวนจี้ ะมีความหมายจาํ กัดอยู ทานหญิงผูน้ีไดมีบุตรดวยกันคนหนึ่งซ่ึงตอมาเขาไดปวยและเสียชีวิตลงทานหญิงไดกลาว ข้ึนวาขออยาใหใครไดบอกเลาเรื่องการตายของลูกคนนี้ใหบิดาเขาฟงกอนฉัน” ตอมาคร้ัง เมอื่ อาบฏู ็อลฮะฮฺไดมาถงึ แลว ไดไ ตถ ามถึงบุตรของตน ทานหญงิ ก็ไดกลาววา “เขาอยูในที่ ท่ีเขาอยู” ดังนั้นอาบูฏ็อลฮะฮฺจึงคิดวาลูกของตนนอนหลับและแลวนางก็ไดไปหาอาหาร นํามาใหผูเปนสามีรับประสานจนอื่นหนํา เสร็จแลวก็ไดตกแตงประดับประดาและ ประพรมน้ําหอมใหแกเขา เขาก็ไดหลับนอนรวมกับนาง จนกระท่ังเมื่อถึงตอนเชาตรูนาง ไดกลาวแกเ ขาวา “บุตรของทานไดเ สยี ชีวติ แลว” ดังนน้ั ทา นอาบูฏ็อลฮะฮกฺ ไ ดนําเรอ่ื งเราว เหลานี้ของนางไปบอกแกรานรอซูลุลลอฮฺ ซ่ึงทานไดกลาวชมเชยวา “อัลลอฮฺทรง ประทานความจําเริญใหแกทานท้ังสองในคืนท่ีผานไปน้ีทานหญิงไดกวาววา “ทานรอซู ลุลลอฮฺไดออนวอนขอพรจากอัลลอฮฺใหแกฉัน” จนตอมาในคืนน้ันเองทานหญิงก็ไดต้ัง ครรภบตุ รอกี คนหน่งึ คืออบั ดุลลอฮฺ บิน อาบีฏ็อลฮะฮฺ ซ่ึงเปนสิ่งที่อัลลอฮฺไดทรงประทาน ความจําเริญย่ิงใหแกเขา และตอมาเขาก็ไดเปนบิดาของอิสฮาก บิน อับดุลลอฮฺ บิน อา บีฏอ็ ลฮะฮฺ ผูปราดเปร่ืองพ่ีนองของเขาทั้งหมดมีดวยกันสิบคน ซ่ึงแตละคนตางก็มีความรู ปราดเปรื่อง ทานหญงิ อุมมุซาลิมไดออกสงครามรวมกันกับทานศาสนทูตในสงครามอุหุด ทานหญิงไดถือกริชไวกับมือโดยไดตอสูห้ําห่ันกับชาวมุชริกีนที่เขามาตอสูกับทาน ทาน หญิงเปนกุลสตรีท่ีมีความอดทนอยางลํ้าเลิศในอิสลาม และไมเคยปรากฏใหเปนท่ีรูวายังมี สตรีคนอ่ืนนอกเหนือจากนางท่ีทานศาสดาถึงกับไปเยี่ยมเยี่ยนท่ีบานอยางใหเกียรติเชนน้ี ทานหญิงผูน้ีเปนบุคคลที่ใหความสําคัญเปนพิเศษกับเรื่องราวตาง ๆ ของเชื้อสายทาน ศาสดา และเปนผรู อบรูในสิทธติ าง ๆ ของบรรดาอมิ ามเหลา น้นั (155) ฮาดิษน้ีเปนฮาดิษที่ ๒๕๕๔ จากหนังสือรวบรวมฮาดีษกันซ หนา 154 ุซอฺท่ี 6 และมีในตอนทา ย ๆ ของหนา ๓๑ ุซอทฺ ่ี ๕ หนังสือมุสนดั ของทา นอะหฺมัด
เฉพาะแตเพียงในเรอ่ื งการทาํ สงครามตาบูก 2. ทํานองเดียวกันน้ีก็ยังมีฮาดีษที่สําคัญซ่ึงเกิดขึ้นเมื่อคร้ังท่ีมีกรณีพิพาทกันระหวาง บินต ฮัมซะฮฺ ที่ไดถกเถียงกันกับนางโดยทานอาลี ทานญะอฺฟรและทานซัยด ซ่ึงทานรอซูลุลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ได กลา ววา “โออ าลีเจากบั ฉนั อยูในฐานะของฮารนู ”(156) 3. ทํานองเดียวกันนี้ยังมีอีกฮาดีษหน่ึงซ่ึงเปนเร่ืองราวท่ีปรากฏข้ึนตอหนาอาบูบักรฺ ทาน อุมัร ทานอาบูอุบัยดะฮฺ บิน ญะรออฺ ขณะที่ทุกคนอยูกับทานนบี (ศ) ซ่ึงขณะน้ันทานไดเอนกาย นอนพักบนตักของทานอาลี ทานไดเอามือของทานวางบนตัวของทานอาลีแลวกลาววา “อาลีเอย เจาเปนคนแรกของบรรดาผูศรัทธาที่มีความศรัทธาและเปนคนแรกในหมูพวกเขาท่ีเขารับอิสลาม และเจา กับฉันนีม้ ฐี านะเชน ฮารูนกับมูซา”(157) 4. และยังมีรายงานฮาดีษที่สําคัญอีกจํานวนหนึ่งซ่ึงดปรากฏขึ้นในวันประกาศความเปนพ่ี นองที่มีความสัมพันธกันอยางแนบแนนคร้ังท่ีหนึ่ง นั้นก็คือเหตุการณที่ปรากฏข้ึนในเมืองมักกะฮฺ กอนการอพยพ ทานรอซูลุลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความสันติสุขและความจําเริญแดทานและ แดบรรดาลูกหลานของทาน) ไดประกาศความเปนพ่ีนองของทานกับทานอาลีระหวางกลุมชาวผู อพยพโดยเฉพาะ 5. และเหตุการณในวันประกาศความเปนพี่นองครั้งท่ีสองซึ่งไดเกิดข้ึนในนครมะดีนฮฺ หลังจากไดทําการอพยพแลวเปนเวลา 5 เดือน ณ ที่น้ันทานศาสนทูตไดประกาศความเปนพ่ีนอง ขน้ึ (156) รายงานโดยทานอิมามนะสาอีย หนา 19 หนงั สือเคาะศออิศ อุลุวยี ะฮฺ (157) รายงานโดยทานฮาซัน บิน บัตร และทานฮากิม ในหนังสือกัลปมียาต และทาน ชัยรอซีย ในหังสืออัลกอบ ุซอฺท่ี 6 ทานอิบนุนัจญารก็ไดบันทึกไวดวย เปนฮาดีษที่ 6029 และ 6032 จากหนังสือรวบฮาดษี กนั ซ หนา 395 ระหวางบรรดาผูอพยพ (มุฮาญิรีน) กับบรรดาผูใหการอนุเคราะหชวยเหลือ (อันศอร) ซึ่งใน เหตุการณท้ังสองครั้งนี้ทานศาสนทูตไดเลือกเอาทานอาลีไวเปนพี่นองสําหรับตัวของทาน โดยท่ี ทานมิไดเลือกบุคคลอื่น ๆ มาเปนพ่ีนองของทานเลย(158) เปนการใหเกียรติอยางที่บุคคลอื่นไมมี โอกาสไดร ับ
และทานไดกลาวแกทานอาลีวา “เจากับฉันมีฐานะเชนฮารูนกับมูซา เพียงแตวาแทจริงจะ ไมมีนบีภายหลังจากฉันอีกแลว” จํานวนฮาดีษท่ีประกาศในเหตุการณน้ีมีสายสืบที่สอดคลอง ตรงกัน มาจากสายสืบทางดานเช้ือสายของเหลาบรรดาผูบริสุทธ์ิ และทานสามารถท่ีจะคนควา พิจารณาไดจากฮาดีษตาง ๆ ที่มีมาจากสายสืบของบุคคลอ่ืน ๆ ท่ีไดกลาวถึงเหตุการณการประกาศ ความเปนพน่ี อ งคร้ังที่หนึ่งไดโดยอาศัยการพิจารณากับฮาดีษของซัยด บิน อาบีเอาฟา ซ่ึงเปนฮาดีษ ท่ีไดมีการบันทึกไว โดยอิมามอะหฺมัด บิน ฮัมบัล ในหมวด “มานะกิบ อาลี” และฮาดีษน้ียังไดมี การบนั ทกึ โดยทาน อิบนุ (158) ทานอิบนุอับดุลบัรไดกลาวไวในหนังสืออิสตีอาบ หมวดที่กลาวถึงอาลีวา ทาน รอซูลุลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลกู หลานของทาน) ไดป ระกาศความเปนพน่ี อ งของทานและทา นอาลขี ้นึ ทามกลางบรรดาผู อพยพหลังจากนั้นทานก็ไดประกาศความเปนพ่ีนองกันอีกคร้ังหน่ึงทามกลางบรรดาผู อพยพและบรรดาชาวอันศอร ซ่ึงในทุกคร้ังของท้ังสองวาระน้ีทานไดกลาวแกทานอาลีวา “เจาเปน พี่นองของฉนั ท้ังในโลกนี้และปรโลก” รายละเอียดของเร่ืองเหลานี้มีปรากฏอยูใน หนังสือตาง ๆ ที่วาดวยชีวประวัติและหนังสือบันทึกเหตุการณสําคัญ สําหรับรายละเอียด ที่สําคัญของการประกาศความเปนพ่ีนองครั้งท่ีหน่ึงในหนา 26 และหนา 120 ซึ่งเปนการ ประกาศความเปนพ่ีนองครั้งที่สอง จากุซอฺท่ี 2 ของหนังสือ “ซีเราะตุล-ฮะละบียะฮฺ” ทานจะไดเห็นถึงเกียรติยศท่ีไดแกทานอาลีซ่ึงมีเหนือกวาบุคคลอ่ืน ๆ ทั้งมวลดวยการที่ ทานนบีไดประกาศความเปนพี่นองกับทานถึงสองคร้ัง และในหนังสือ “ซีเราะตุล-ดะห ลานียะฮฺ” น้ันก็มีรายละเอียดท่ีกลาวถึงการประกาศความเปนพ่ีนองครั้งท่ีหนึ่งและครั้งท่ี สอง เชนเดียวกันกับท่ีมีบันทึกอยูในหนังสือซีเราะตุลฮะละบียะฮฺ และไดระบุเวลาของ การประกาศความเปนพีน่ องคร้งั ทีส่ องไวดว ยวา เกดิ ข้ึนหลงั จากทําการอพยพแลว เปน เวลา 5 เดือน อาซากิร ในหนังสือตารีคของทาน(159) ฮาดีษนี้ยังไดมีการบันทึกไวโดยทานบัฆวียและทานฎ็อบ รอนียในหนังสือมัจญมุอฺของทานทั้งสองและฮาดีษน้ียังไดมีการบันทึกไวโดยทานบารูดียใน หนังสือ “มะรีฟต ” และทา นอบิ นอุ าดยี ( 160) ตลอดจนถงึ บุคคลอน่ื ๆ อีกเปนจํานวนมาก เปนฮาดีษ ทีม่ คี วามยดื ยาวโดยไดอธิบายถึงรายละเอียดอยางสมบูรณของวิธีการประกาศความเปนพ่ีนอง และ
ในตอนทายของฮาดีษเหลาน้ันไดมีประโยคคําพูดท่ีทานอาลีไดกลาวไวดวยวา “โอทานศาสนทูต ของอัลลอฮฺ แนนอนที่สุด วิญญาณของฉันและสันหลังของฉันแทบวาจะแตกแยกออกไปเสียแลว ในขณะที่ฉันไดเห็นวาทานไดกระทํากับบรรดาสาวกของทานโดยที่ทานมิไดเลือกคนอ่ืนเลย นอกจากฉัน ฉะนั้นถาหากวาเร่ืองนี้มีผูใดท่ีไดกลาวตําหนิติเตียนตอฉันแลวไซร ขอใหทานโปรด ไดม คี วามเอ็นดเู มตตาและเอ้อื เฟอ ดว ยเถิด” แลวทานรอซูลุลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแด บรรดาลูกหลานของทาน) ไดกลาวววา “ฉันขอสาบานตอพระผูซ่ึงไดทรงแตงตั้งฉันมาดวยสัจ ธรรม ฉันจะไมปลอยท้ิงเจาไปไหน นอกจากวาเจาจะตองอยูกับตัวของฉัน และเจากับฉันอยูใน ฐานะของฮารูนที่มีตอมูซา เพียงแตวาตางกันตรงท่ีจะไมมีนบีภายหลังจากฉันอีกแลวแตเจาคือพี่ นองของฉนั และเปน ผูส บื มาดกของฉนั ” (159) มกี ารอา งอิงฮาดษี เหลา นีเ้ ปน จาํ นวนมาก ซ่ึงบนั ทกึ ไวโดยทานอิมามอะหุมัด และ ทานอิบนุอาซากิร ซึ่งเปนบุคคลที่มีช่ือเสียงท่ีมั่นคงในกลุมนักปราชญผูทรงคุณวุฒิและอีก คนหนึ่งของพวกเขาเหลานน้ั กค็ ือทานมตุ ตากีย อัล-ฮินดีย โปรดพิจารณาฮาดีษท่ี 918 ใน ตอนแรก ๆ ของหนา 40 ุซอฺท่ี 5 และมีการอางอิงไวในหนา 390 ุซอฺที่ 6 รายงาน โดยทาน อะหมฺ ดั ในมะนากิบ อาลี ซึ่งเปน ฮาดษี ท่ี 5900 ในหนงั สือกนั ซฯ ดังน้นั ขอให พิจารณาดว ย (160) ไดมีการกลาวถึงฮาดีษน่ีจากทุกฝายของบรรดานักปราชญระดับผูนําของกลุม นักปราชญผูทรงคุณวุฒิที่มีช่ือเสียงมั่นคงทั้งหลาย บุคคลหน่ึงจากบรรดาพวกเขาเหลานั้น คือทานมุตตากีย อัล-ฮินดีย เปนฮาดีษท่ีอยูในตอนตนของหนา 41 ุซอฺท่ี 5 หนังสือ กลั ซลุ อุมาล เปน ฮาดีษที่ 919 ขอไดโ ปรดพิจารณาดว ย ทา นอาลไี ดก ลา ววา “อะไรบา งทเี่ ปน มรดกของทา น ?” ทานศาสนทูตไดกลาววา “ส่ิงที่เปนมรดกของบรรดานบีท้ังหลายกอนหนาฉันน้ันก็คือ อลั -กุรอานของพระผูอภบิ าลของพวกเขา และแบบฉบับตา ง ๆ ของบรรดานบีของพวกเขา และเจา จะไดอ ยูก ับฉันในปราสาทของฉันในสวนสวรรคพรอมกับฟาฏิมะฮฺบุตรสาวของฉัน และเจาเปนพ่ี นอ งและเพ่ือนสนิทของฉัน”
หลังจากนน้ั ทา นศาสนทตู (อลั ลอฮทฺ รงประทานความจาํ เริญและความสนั ตสิ ขุ แดทานและ แ ด บ ร ร ด า ลู ก ห ล า น ข อ ง ท า น ) ไ ด อ า น โ อ ง ก า ร จ า ก พ ร ะ ม ห า -คั ม ภี ร อั ล -กุ ร อ า น “เปนพน่ี องกนั อยูบนท่นี อนสูง เปน ผพู บปะซ่งึ กันและกัน” (อัล-ฮิจรฺ : 47) หมายถึงเปนผูท่ีมั่นคงตอความรักในเอกองคอัลลอฮฺ ท่ีพวกเขาเหลาน้ันไดมองเห็นซึ่งกัน และกัน ทานสามารถที่จะทําการพิจารณาไดจนเปนที่เพียงพอ สําหรับฮาดีษท่ีกลาวถึงเหตุการณ การประกาศความเปนพ่ีนองในครั้งที่สอง ดวยการพิจารณาถึงฮาดีษท่ีบันทึกโดยทานฎ็อบรอนีย ในหนังสือ อัลกาบีร อันเปนรายงานฮาดีษท่ีมาจากทานอิบนุ อับบาส ซ่ึงไดกลาวถึง ตอนที่ ทานศาสนทูตไดกลา วแกท านอาลีวา “เจาโกรธฉันเพราะการทฉ่ี ันไดเ ลือกเจา เปน พน่ี องทามกลางบรรดาผอู พยพและชาวอนั ศอร โดยที่ฉันมิไดเลือกคนอื่น ๆ ในหมูพวกเขามาเปนพ่ีนองกระนั้นหรือ เจามิไดภูมิใจ หรือตอการที่ เจากับฉนั น้ีมตี ําแหนงเชน ฮารนู กบั มซู า ตา งกันแตวา จะไมม ีนบี ภายหลงั จากฉันอกี แลว ?” (161) 6. ในทํานองเดียวกันนี้ก็ยังมีอีกหลายฮาดีษซึ่งไดเลาเหตุการณโดยละเอียดในเรื่องของการ ท่ีทานศาสนทูตส่ังใหทําการปดประตูตาง ๆ ท่ีจะผานไปยังมัสญิดยกเลนประตูของทานอาลี ทาน จะสามารถพิจารณาฮาดีษนี้ไดอยางเต็มท่ีกับฮาดีษของทานญาบีร บิน อับดุลลอฮฺ(162) ท่ีไดกลาววา ทานศาสนทูตแหง อลั ลอฮฺ (อลั ลอฮฺทรง (161) ไดมกี ารอางฮาดีษนโ้ี ดยทานมุตตากีย อัลฮินดีย ในหนังสือกันซุลอะมาล และใน หนังสือมุนตาค็อบ ซึ่งขอใหพิจารณาหนังสือมุนตาค็อบ หนา 31 ุซอฺท่ี 5 จากมุสนัด อะหมฺ ัด ทานจะไดเ หน็ วา เปน ประโยคเดียวกันกับที่เราไดอธิบายไปแลว และแนนอนท่ีสุด สําหรับสิ่งท่ีมีความหมายอยูในคํากลาวของทานศาสนทูตท่ีไดกลาววา “เจาโกรธฉันหรือ ....นั้น” คือความรูสึกที่เต็มไปดวยความออนโยนและทะนุถนอมฉันทบิดาท่ีมีตอบุตร ที่ ไดมีปฏิริริยาตอบิดาซึ่งเปนการแสดงความเอ็นดูที่เต็มไปดวยความปรานี จะสังเกตไดถึง ถอยคําท่ีทานไดกลาวในทํานองวา ทานจะปลอยใหทานอาลีผานเลยไปโดยท่ีทานมิได เลือกไวเปนพี่นองของทานไดอยางไร อีกในประกาศคร้ังที่สอง ท้ัง ๆ ที่ทานก็ไดเคย ประกาศไปแลว ในครงั้ ท่ีหนึ่งโดยยนื ยนั ไวเชนน้เี หมือนกัน ซ่ึงเปนการยืนยันถึงเจตนาของ ทา นอกี คร้งั หน่งึ ถาหากเราไดเปรยี บเทียบเหตุการณค รั้งที่สองและคร้ังที่หนึ่ง เน่ืองจากวา
เหตกุ ารณคร้งั ท่หี น่ึงน้นั เปน การประกาศความเปน พี่นอ งทมี่ ขี น้ึ เฉพาะในกลุมชาวมุฮาญิรีน อันจะสังเกตไดวาในกลุมนั้นไมมีบุคคลใดท่ีจะอยูในลักษณะความเปนพี่นองของทานนบี ยิ่งไปกวาทานอาลีอยูแลว ซึ่งแตกตางกับลักษณะของเหตุการณในครั้งที่สอง เพราะใน คร้ังนี้เปนการประกาศความเปนพี่นองข้ึนระหวางบรรดามุฮาญิรีนกับชาวอันศอร คือ หมายความวา ในครัง้ ทีส่ องน้ีชาวมุฮาญิรีนท้ังหลายจะตองเลือกพี่นองของเขาไดเฉพาะแต เพียงชาวอันศอรเทาน้ันและชาวอันศอรก็จะตองเลือกชาวมุฮาญิรีนมาเปนพ่ีนองของเขา เชนเดียวกัน แตทวาทานนบีกับทานอาลีน้ันท้ังสองก็เปนชาวมุฮาญิรีนดวยกัน ซึ่งมี ขอสังเกตที่ควรพิจารณาวา ในครั้งสองน้ีทานไมควรท่ีจะจับคูเปนพ่ีนองกันอีก ซึ่งทาน อาลีก็คิดในใจวาพ่ีนองของทานในคราวน้ีก็ควรจะไดเปนชาวอันศอรเทาน้ัน แตแลว ทานศษสนทูตก็มิไดเลือกชาวอันศอร คนใดมาเปนพี่นองของทานในวันน้ันเลยนอกจาก ทานอาชีเชนเดิม ซ่ึงเปนเรื่องที่อัลลอฮฺและรอซูลของพระองคมีความประสงคท่ีจะแสดง เกียรติยศใหแกทานใหเปนที่ประจักษแกสายตาของบรรดามุฮาญิรีน และชาวศอรในวัน นน้ั (162) มีปรากฏอยูในตอนทายของบาบท่ี 9 หนังสือยุนาบิอุล มะวัดดะฮฺ อางมาจาก หมวดวา ดว ยเกียรติยศของอะหลฺ ลุ บยั ตฺ ประทานความจําเรญิ และความสนั ติสุขแดท า นและแดบ รรดาลกู หลานของทา น) ไดกลา ววา “โอลา ลี แทจริงส่ิงตาง ๆ ในมัสญิด ซ่ึงเปนท่ีอนุมัติใหแกฉันน้ันยอมเปนท่ีอนุมัติใหแกเจาดวย และท จริงเจา กับฉนั อยูในฐานะเชน ฮารูนทม่ี ีตอมูซา ตางกนั แตวา จะไมมนี บีภายหลงั จากฉันเสยี แลว ” และยงั มรี ายงานฮาดษี ทีเ่ ลา โดยฮซุ ัยฟะฮฺ บิน อุสัยต อัล-ฆ็อฟฟารีย(163) ไดกลาววา ทานน บี (อัลลอฮทฺ รงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ได ลุกขึ้นประกาศเนื่องในวันสง่ั ใหทาํ การปด กั้นประตตู า ง ๆ วา “แทจริงประชาชนทั้งหลายเขายอมมี ความรูสกึ สะดุดใจในประการหนึ่ง คอื วา แทจ ริงอาลีนนั้ ไดมีอากสพักแรมอยูท่ีมัสญิด แตพวกเขา ท้ังหลายไดถูกส่ังใหออกไป ขอสาบานดวยพระนามของอัลลอฮฺวา ฉันมิไดสั่งใหพวกเขาออกไป หรืออนุญาตใหอาลพี ักแรมอยโู ดยพละการของฉันเอง หากแตวา อัลลอฮฺทรงประสงคท่ีจะใหพวก เขาเหลานั้นออกไปและใหอาลีพกัแรมอยู แทจริงอัลลอฮฺ ผูทรงอานุภาพสูงสุดไดทรงมีวะหยูแกมู ซาและพ่ีนองของเขาใหสรางสถานท่ีพํานักของเขาดวยกันที่ประเทศอียิปต และไดสั่งใหบรรดาผู ศรัทธา (สาวก) ของเขาสรางบานข้ึนมาเปนท่ีอยูตางหากและเปนที่ตํารงการนมาซตงหาก” ซึ่ง
ตอมาทานศาสนทตู ก็ไดกลาวอีกวา “อาลีกับฉันอยูในฐานะของฮารูนกับมูซาเขาคือ พ่ีนองของฉัน และไมเ ปนทอ่ี นุมตั ิใหแ กผูใดอยูกับภรรยาในมสั ญิดนอกจากอาลี” ยังมีฮาดีษอีกจํานวนมากท่ีเปนรายงานเลาเหตุการณในเร่ืองเหลาน้ี ซ่ึงไมอาจจะนํามา บันทกึ ไวใ นเนื้อท่ที ่จี ํากัดเหลา น้ไี ด แตห วงั เปนอยา งยง่ิ วา เทา ทไ่ี ดก ลา วมาแลวน้ีคงเปนขอมูลพอจะ ลบลางคํากลาวหาที่วาฮาดีษท่ีบงช้ีถึงฐานะและตําแหนงของทานอาลีนั้น มีความหมายเฉพาะแต เพียงในเหตุการณสงครามตะบูกได และคงจะไดเห็นน้ําหนักของคํากลาวหาเชนนั้นได ในเม่ือเอา มาเปรียบเทยี บพรอ ม ๆ กันกบั จํานวนฮาดีษอนั มากมายทีม่ รี ายละเอียด ดงั ทไี่ ดกลา วไปแลว นี้ 7.ใครก็ตามที่ไดทําการศึกษาชีวประวัติของทานศาสนทูตแลวก็จะไดเห็นวาทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ได อุปมาทานอาลีกับทานนบีฮารูนไวในลักษณะของดาวฟรกอดัยนโดยมีลักษณะเปนอันหน่ึงอัน เดียวกัน อยางชนิดท่ีไมมีการจําแนกสวนหนึ่งของคนหน่ึงกับอีกคนหน่ึงไวเลยไมวาในเร่ืองใด ๆ และน่ีก็คือสวนหนึ่งของหลักฐานที่มั่นคงแข็งแรงอันแสดงใหเห็นวา ฮาดีษเก่ียวกับฐานะและ ตําแหนงของทานอาลีนั้นจะตองมีความหมายคลุมไปถึงเหตุการณทั่ว ๆ ไปโดยตลอด อันเปน ความหมายที่แสดงวาตําแหนงฐานะของทานอาลีที่มีอยูตลอดโดยท่ัวไปนั้น เปนการเขาใจท่ี สอดคลองตองกันกับรูปประโยคที่ประจักษแกสายตาไปแลวจากขอมูลตาง ๆ ที่แข็งแรง เชนเดยี วกบั ทเ่ี ราไดอธบิ ายนน่ั เอง วสั ลาม (ซ) อัล-มุรอญิอะฮฺ 33 25 ซลุ -ฮจิ ญะฮฺ 1329 • ทานศาสนทูต (ศ) ไตทําการอุปมาทานอาลีและนบีฮารูนวาเปนดาวฟรกอดัยน เมือ่ ไหร ? ถวยคําของทานยังมิไดใหความกระจางแจงแกเราถึงตอนท่ีวาทานศาสนทูต (อัลลอฮฺ ทรง
ประทานความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ไดทําการเปรียบเทียบใหทานอาลี และนบีฮารูนเปนเสมือนดาวฟรกอดยน ซ่ึงมีลักษณะเปนอันหนึ่งอันเดียวกันและอยากทราบวา ทา นไดทําการเปรยี บเทียบเรื่องดงั กลาวนเี้ มือ่ ไหร ? วสั ลาม (ซ) อัล-มุรอญิอะฮฺ 34 25 ซุล-ฮจิ ญะฮฺ 1329 1. เร่ืองของชะบรั , ชบุ ยั ร,และมชุ บริ 2. ในเหตกุ ารณแ หงวันประกาศความเปนพ่ีนอง 3. ในเหตุการณแ หง วนั ประกาศปดกนั้ ประตูทั้งหลาย ถาทานไดทําการติดตามศึกษาชีวประวัติของทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความ จําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ทานก็ยอมจะไดทราบวาทานศา สนทูตไดทําการเปรียบเทยี บทานอาลแี ละทานนบีฮารูนไวเสมือนดาวฟรกอดัยนท่ีปรากฏในทองฟา และเปรียบเสมือนนัยนตาท้ังสองท่ีใบหนา ทานมิไดทําการจําแนกความแตกตางของบุคคลทั้งสอง เลยในหมปู ระชาชาติของทา น 1.ทา นจะสามารถเห็นไดอยางชัดเจนวา ไมอาจมีใครปฏิเสธวาช่ือของบรรดาบุตรของทาน อาลีน้ันมีลักษณะนามไมคลายคลึงกันกับชื่อของบรรดาบุตรของทานนบีฮารูนจะเห็นไดวาช่ือของ ลูก ๆ ของทานอาลีนั้น คือ ฮาซัน ฮุเซน และมุหซิน ทานศาสนทูตไดกลาววา (164) “แทจริง ช่ือ ของพวกเขาเหลานไี้ ดตง้ั ข้นึ โดยสรรพนามตาม (164) บรรดานักฮาดีษไดบันทึกฮาดีษบทนี้โดยอางสายสืบท่ีศอฮี้ฮฺมาจากตําราสุนันตาง ๆ ทานไมอาจหลีกพนฮาดีษน้ีไดในหนา 265 และหนา 168 จากุซอฺที่ 3 หนังสือมุสตัด รอ็ ก อันเปน ชอ่ื ของลูก ๆ ของนบฮี ารูน ทช่ี อ่ื วา ชะบัร ชุบัยร และมุชบรั ”
2. ทานศาสนทูตมีความประสงคที่จะย้ําใหเห็นความสําคัญและความละมายคลายคลึงกัน ระหวางฮารูนทั้งสอง ซ่ึงในลักษณะความคลายคลึงกันของท้ังสองบุคคลดังกลาว ที่จะอยูตําแหนง ฐานะและลักษณะความเปนไปเสมอเหมือนเทาเทียมกัน สําหรับเหตุผลท่ีสําคัญท่ีสุดนี้เองที่ทานศา สนทูตไดยึดถือเอาทานอาลีเปนพี่นองของทาน และโดยเน้ือหาสาระดังกลาวน้ี เปนส่ิงท่ีไมมีผูใด เสมอเหมือน เปนขอพิสูจนที่ยืนยันใหเห็นถึงความจริงของลักษณะความคลายคลึงระหวางฐานะ ของฮารูนท้งั สองกบั พน่ี อ งของเขาท้งั สองและทา นมคี วามปรารถนาท่จี ะชใ้ี หเห็นวาไมมีปญหาใด ๆ ทจ่ี ะแบง แยกความแตกตางระหวางบุคคลทง้ั สองโดยความจรงิ แลว กเ็ ปน ทร่ี กู ันในหมสู าวกทัง้ หลาย ของทา นวา ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลกู หลานของทาน) ไดประกาศความเปนพ่ีนองกับทานอาลีถึงสองวาระดวยกัน ซ่ึงคร้ังหน่ึงน้ันได ประกาศขึ้นตอหนาอาบูบักรฺและทานอุมัร ขณะท่ีทั้งสองไดประกาศความเปนพ่ีนองกัน ทาน อุษมานกับทานอับดุรเราะมาน บิน เอาฟ ก็ไดประกาศความเปนพี่นองกัน และสําหรับในการ ประกาศความเปนพีน่ อ งครั้งทส่ี องนนั้ ฮาดีษทีม่ ีสายสืบตรงตามมาตรฐานของผูอาวุโสท้ังสอง (บุคอรีและมุสลิม) ฮาดีษน้ีรายงาน โดยทานอิมามอะหฺมัดอีกดวย ซึ่งเปนฮาดีษท่ีเลาโดยทานอาลี ในหนา 98 ุซอฺท่ี 1 หนังสือมุสนัด ทานอิบนุ อับดุลบัรก็ไดบันทึกฮาดีษบทนี้ไวในตอนอรรถาธิบาย ชีวประวัติของทานฮาซันในหนังสือ อัลอิสตีอาบ และยังเปนฮาดีษท่ีทานซะฮะบียก็ได บันทึกไวดวยในหนังสือตัลคีศโดยกลาวยืนยันวาเปนฮาดีษท่ีศอฮ้ีฮฺ ทั้ง ๆ ที่เปนคนแสดง การตอตานในเร่ืองนี้อยางเปดเผย และทานบัฆวียก็ไดบันทึกฮาดีษนี้ไวในหนังสือมุอฺญิม ทานอับดุลฆอนียก็ไดบันทึกไวในหนังสืออีฎออฺ ทํานองเดียวกันนี้ก็ยังมีบันทึกอยูในหนา 115 ของหนังสือศอวาอิก มุฮัรรอเกาะฮฺ จากรายงานของสุลัยมาน และทํานองเดียวกันน้ี ทานอิบนุอะซากิรกไ ดบ นั ทกึ ไวด วย อาบูบักรฺกับคอรีญะฮฺ บิน ซัยด ไดประกาศความเปนพี่นองกัน สวนทานอุมัรก็ไดประกาศความ เปนพ่ีนองกันกับอุตบาน บิน มาลิก แตทานก็ยอมรูอยูแลววา ท้ังสองครั้งสองครามน้ันทานอาลี ไดรับการประกาศความเปนพ่ีนองของทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความ สนั ตสิ ุขแดทานและแดบ รรดาลกู หลานของทาน)
สําหรบั ในรายละเอยี ดซง่ึ เปน สายสืบทย่ี ืนยนั โดยมาตรฐานท่ีศอฮี้ฮฺถูกตองของเรอ่ื งเหลาน้ีมี รายงานฮาดีษมากมายซึ่งเน้ือท่ีของเรามีจํากัดไมอาจที่จะกลาวถึงใหละเอียดถ่ีถวนได ท้ังนี้เปนฮา ดีษท่ีอาศัยการรายงานมาจากทานอิบนุ อับบาส ทานอิบนุ อุมัร ทานซัยดบิน อัรก็อบ ทานซัยด บิน อาบูอูฟา ทานอานัส บิน มาลิก ทานฮุซัยฟะฮฺ บิน ยะมาน ทานมัคดูจญ บิน ยาซีน ทนอุมัร บนิ ค็อฏฎ็อบ ทานบัรรออฺ บิน อาซิบ ทานอาลี บิน อาบีฏอลิบ และบุคคลอ่ืน ๆ อีกเปนจํานวนมาก ไดยืนยันวา.... ทานรอซูลุลลอฮไฺ ดก ลาววา “เจาเปนพีน่ อ งของฉันท้งั ในโลกนแี้ ละปรโลก”(165) และทานก็มีโอกาสไดรับทราบไปแลวคร้ังหนึ่งในอัล-มุรอญิ-อะฮฺท่ี 20 สําหรับตอนท่ีมีฮา ดีษเลาวาทานศาสนทูตไดเอ้ือมมือของทานไปวางที่ศีรษะของทานอาลี แลวกลาววา “แทจริง นี่คือ พน่ี อ งของฉนั และเปน ทายาทของฉนั ในภายภาคหนา และเปน ตัวแทนของฉันใน (165) ฮาดีษนี้บันทึกโดยทานฮากิม ในหนา 14 ุซอฺที่ 3 หนังสือมุสตัดร็อก จาก รายงานของทา นอิบนอุ มุ ัร โดยสายสืบท่ีศอฮี้ฮฺตรงตามมาตรฐานของบุคอรีและมุสลิมทาน ซะฮะบียก็ไดบันทึกฮาดีษบทน้ีไวในหนังสือตัลคีสแลวระบุวาเปนฮาดีษศอฮี้ฮฺ ทานติรมี ซียไดบันทึกฮาดีษบทน้ี ซึ่งทานอิบนุฮะญัรไดอางไวหนา 72 หนังสือศอวาอิก มุฮัรรอ เกาะฮฺ โปรดพจิ ารณาฮาดีษท่ี 7 จากประมวลฮาดีษตอนท่ี 2 บาบที่ 9 หนังสือศอวาอิก ซ่ึง ไดรวบรวมฮาดีษรายงานตาง ๆ ที่เก่ียวของถึงเหตุการณประกาศความเปนพี่นองมาแสดง ไวโดยอา งจากหลักฐานของนักประวัติศาสตรท ี่สาํ คญั ตา ง ๆ หมูพวกทา นท้งั หลาย ดังน้นั พวกทา นจงเชอื่ ฟงและจงปฏิบตั ิตามเขา” และในวนั หนงึ่ ทานศาสนทตู (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ได ออกมาทาํ การสนทนากับบรรดาสาวกของทานดวยในหนาท่ีมีความอ่ิมเอิบ ทานอับดุรเราะมานบิน เอาวฟ ไดถามทาน (ถึงเรื่องท่ีทานมีความช่ืนใจ) ทานไดกลาววา “ฉันไดรับขาวดีที่สุดจากพระผู อภิบาลของฉันในเรื่องของพี่นองของฉัน ผูเปนลูกของลุงกับบุตรสาวของฉัน เพราะวาแทจริง อัลลอฮฺไดท รง (อนมุ ตั ิ) จัดการแตงงานอาลีกับฟาฎมิ ะฮฺแลว”(166) เม่อื น้ันเองท่ีแสดงใหเห็นถึงความ เหมาะสมท่ีคูควรกันระหวาง ประมุขของบรรดาสตรี กับหัวหนาของเช้ือสายท่ีบริสุทธ์ิ นั่นคือ ทา นอาลี
ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลูกหลานของทาน) ไดกลาวอีกวา “โออุมมุอัยมัน จงไปเรียกพี่นองของฉันมาเถิด” ทานอุมมุอัย มันไดกลาวขนึ้ วา “เขาเปนพี่นองของทานแลว ทานจะใหเขาแตงงานกับบุตรสาวของทานหรือ ?” ทานกลา ววา “ใชแ ลว อุมมุอัยมันเอย” วาแลวนางก็ไดไปเรียกทานอาลีซึ่งทานก็ไดมาหา(167) และ มีฮาดีษจํานวนมากทีช่ ้ีระบุถงึ เหตกุ ารณท าํ นองนเี้ ชนคาํ ที่ทา นศาสนทตู ไดกลาววา “น่ีคือพี่นองของ ฉัน บุตรของลงุ ของฉนั บุตรเขยของฉนั และเปนบดิ าแหงลกู ๆ ของฉัน” (168) และคําท่ที า นเอย (166) รายงานฮาดีษนี้โดยอาบูบักรฺ เคาะวาริซมีย ดังท่ีมีปรากฏอยูในหนา 103 ของ หนงั สือศอวาอกิ (167) รายงานฮาดษี นโ้ี ดยทานฮากิม ในหนา 159 ซฺ อฺที่ 3 หนงั สือมุสตดั รอ็ ก และยังเปน ฮาดีษท่รี ายงาน โดยทานซะฮะบีย ซ่งึ มปี รากฏอยใู นหังสือคัลคีศ โดยระบุวาเปนฮาดีษศอ ฮ้ฮี ฺ ทา นอบิ นอุ ะญรั ไดอ างฮาดษี นีไ้ วในบาบที่ 11 หนังสือศอวาอิกโดยไดอางถึงเรื่องราวที่ เหมาะสมกันกับทานหญงิ ฟาฏมิ ะฮฃฺ (168) เปนฮาดษี ที่ทา นชัยรอซียไดบ นั ทึกไวใ นหนงั สืออัล-อัลกอ็ บ ทานอิบนนุ จั ญารไดรับ รายงานฮาดีษน้ีมาจากทานอิบนุมุมัร ทานมุตตากีย อัลฮินดียไดอางฮาดีษบทนี้ไวใน หนังสือกันชฯ และหนงั สือมนุ ตาค็อบท่ีถูกพิมพรวบรวมอยูในฮามิช มุสนัด ขอไดโปรด พิจารณาบรรทันท่ี 2 จากหนังสือฮามิช หนา 32 ฺซอทฺ ่ี 5 ดวย ถึงอยบู อย ๆ น้ัน กค็ อื ฮาดีษที่ทานไดก ลวแกท า นอาลีวา “เจาเปนพ่ีนองของฉันและเปนเพ่ือนสนิท ของฉัน”(169) และบอยครั้งท่ีทานไดพูดวา “เจาเปนพ่ีนองของฉัน เปนสหายของฉัน และเปนมิตร ของฉันในสวนสวรรค”(170) และทานไดเคยตักเตือนทานอาลี ในวันท่ีเกิดการถกเถียงกันขึ้น ระหวางทานและระหวางพี่ชายของทานคือญะอฺฬร กับซัยดบิน ฮารีษะฮฺ โดยทานไดกลาววา “สาํ หรบั เจาน้นั อาลีเอยเจา คอื พ่ีนองของฉัน และเปน บดิ าแหงลูก ๆ ของฉนั และเปนผไู ดรับอํานาจ ตาง ๆ สืบตอจากฉัน”(171) และทานศาสนทูตไดเคยสัญญากับทานในวันหน่ึงวา “เจาคือพี่นองของ ฉันเปนผูรวมภารกิจของฉัน เจาเปนผูชําระหนี้สินตาง ๆ ของฉัน และเจาเปนผูชําระสะสางขอ ผกู พนั สญั ญาตาง ๆ ของฉัน และเจา เปนผทู ําใหฉนั ไดคลาดแคลวจากความผิดพลาดของฉนั ”(172) และเมอื่ ตอนท่ที า นศาสนทตู ใกลจ ะถึงวาระสดุ ทาน ทานไดกลาวข้ึนวา “จงไปเรียกพี่นอง ของฉันมาหาเถิด” ดังนั้นก็ไดมีคนไปเรียกทานอาลีใหมาหาทานแลวทาไดกลาววา “ใหเขามาชิด
ตวั ฉันเถิด” ดงั นัน้ ทานอาลีก็ไดเขาไปจนถงึ ตัวทา น และทานไดวางศรีษะของทานศาสดาไวกับตัก ของทานเอง ดังนั้นทานศาสดาก็ไดถึงแกวะฟาตลงที่นั่น โดยไดส่ังเสียเร่ืองที่สําคัญบางอยางของ ทาน (อลั - (169) รายงานฮาดีษนี้โดยทานอิบนุอับดุลบัร ในตอนอธิบายชีวประวัติของทานอาลี หนังสอื อิสตีอาบโดยสายสบื ของทานอิบนอุ ับบาส (170) ฮาดีษน้ีบันทึกโดยทานคอฏีบ เปนฮาดีษท่ี 6015 จากหนังสือรวบรวมกัลซุล อุ มาลหนา 402 ซุ อฺท่ี 6 (171) บันทกึ โดยทานฮากมิ ในหนา 217 ซุ อทฺ ี่ 3 หนังสอื มสุ ตดั รอ็ ก โดยสายสืบทศ่ี อฮี้ ฮฺ ตรงตาม มาตรฐานของทานมุสลิม ทานซะฮะบีย ก็ไดยืนยันไวในหนังสือตัลคีศ ของ ทา นวาเปน ฮาดษี ทศ่ี อฮฮี้ ฺ ตรงตามมาตรฐานนี้ (172) รายงานโดยทานฎ็อบรอนียในหนังสืออัลกาบีร เปนฮาดีษที่เลาโดยทานอิบนุมุอัร ทานมุตตากยี อลั ฮลิ ดยี ไดอ างฮาดษี นีไ้ วในหนังสือกันซ และในหนังสือมุนตาค็อบ ขอได โปรดพจิ ารณาหนังสือ มนุ ตาค็อบทมี่ ีผนวกอยใู นหนา 32 ซุ อฺที่ 5 หนงั สอื มสุ นดั ลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทาน และแดบรรดาลูกหลานของทาน) แกทาน อาลี(173) ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลูกหลานของทาน) ไดกลาวอีกวา “ขอความที่ถูกบันทึกไว ณ ประตูของสวรรคนั้นคือ” ลาอิลา ฮะอิลลัลลอฮฺ (ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ) นุฮัมมะตุรรอซูลุลลอฮฺ (มุฮัมมัตเปนศาสนทูต ของอัลลอฮฺ) อาลอี าคูรซลู ุลลอฮฺ (อาลเี ปนพ่ีนอ งของรอซลู ลุ ลอฮ)ฺ ”(174) และมีอีกฮาดีษหนึ่งท่ีทานศาสนทูตไดกลาววา “อัลลอฮฺผูทรงอานุภาพสูงสุด ไดทรง ประทานวะหยูใหแกญ บิ รออลี และมกี าอีลในคืนแหงการอพยพ (จากมักกะฮฺไปสูนครมะดีนะฮฺ) วา “แทจริงฉันไดสรางสรรคความเปนพี่นองระหวางพวกเจาท้ังสอง โดยท่ีฉันไดกําหนดใหอายุของ เจาคนหนึ่ง ฉะนนั้ จะมีคนใดบางที่จะยอมเสียสละชีวิตเพ่ือพ่ีนองของเขา ดังนั้นมะลาอิกะฮฺท้ังสอง ตางก็เลือกเอาฝายท่ีมีชีวิตดวยกันท้ังคู อัลลอฮฺจึงไดวะหยูแกมะลาฮิกะฮฺท้ังสองวา “ทําไมเจาทั้ง สองจึงไมมีใครถือปฏิบัติตามเย่ียงอยางของอาลี บิน อาบีฎิลิบที่ฉันไดสรางสรรคความเปนพี่นอง ระหวางเขากับมุฮัมมัด (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา
ลูกหลานของทาน) บัดนี้เขาไดนอนอยูบนที่นอนของมุฮัมมัดเพ่ือท่ีจะพลีรางกายและเสียสละชีวิต เพื่อมุฮัมมัด ฉะนั้นเจาท้ังสองจงรีบไปยังพ้ืนโลกเด๋ียวน้ีแลวจงพิทักษรักษาเขาใหแคลวคลาดจาก ศัตรู” ดังนั้นมะลาอิกะฮฺทั้งสองก็ไดเสด็จลงมาโดยที่ญิบรออีลน้ันประทับอยูทางดานศรีษะของ ทา นอาลี สว นมีกาอีลนน้ั อยูต รงเบ้อื งเทาของทานและทา นญิบรออีลก็ไดกลาวข้ึนวา “ดเี หลือเกิน... ดเี หลอื เกิน จะมีใครท่ีไหนสามารถ (173) รายงานโดยทานอิบนุสะอัดในหนา 51 ภาคที่ 2 ุซอฺท่ี 2 หนังสือฎอบากอต และหนา 55 ุซอฺท่ี 4 หนงั สือกัลซลุ อมุ าล (174) รายงานโดยทานฎ็อบรอนียในหนังสืออัลเอาสัฎ และทานคอฎีบไดบันทึกไวใน หนังสือมุตตาฟกและมุฟตารีก โปรดพิจารณาหนังสือมุนตาค็อบที่มีผนอกอยูในหนา 35 ุซอทฺ ่ี 5 หนงั สอื มุสนัดอะหฺมัด ทําตามเยี่ยงอยางของทานไดเลา โอบุตรของอาบีฏอลิบ อัลลอฮฺไดทรงยกยองเกียรติคุณใหแกทาน เหนือกวามะลาอิกะฮฺ และอัลลอฮฺผูทรงสูงสุดไดประทานโองการในเรื่องน้ีวา “และเร่ืองนี้วา “ผู หนึ่งของบรรดาประชาชนนั้นคือผูที่เขาไดขายชีวิตของเขาเพ่ือแสวงหาความโปรดปรานจานอัลลอ ฮฺ”(175) ทานอาลีไดเคยกลาววา “ฉันคือบาวของอัลลอฮฺและพี่นองของศาสนทูตของอัลลอฮฺ ฉัน คอื ผทู ีม่ ีความเช่ือมนั่ ทซี่ อื่ สตั ยยิง่ จะไมม ผี ใู ดสามารถกลา วประโยคนีไ้ ดอีกแลวหลงั จากฉนั เวน แต คนมุสา”(176) และทานไดกลาวอีกวา “ขอสาบานดวยพระนามของอัลลอฮฺ แนนอนที่สุดฉันน้ีคือพี่ นองของศาสนทแหงอัลลอฮฺ และเปนเพ่ือนของทาน และเปนบุตรแหงลุงของทานและเปนผูสืบ มารดกทางวิชาการของทา นฉะนน้ั จะมีใครอกี เลา ท่ีมีคณุ สมบตั ิตอทา นใหด ยี ิ่งไปกวาฉนั ?(177) ทานอาลีไดกลาวในวันประชุมเพื่อปรึกษาหารือกันในกิจการ (อัชชูรออฺ) เพื่อทานอุสมาน และทานอับดุรเราะมานกับทานสะอัดทานซุบัยรวา “ฉันขอสาบานดวยพระนามของฮัลลอฮฺ พวก ทานท้ังหลายก็รูอยูแลววาในหมูพวกทานน้ีมีผูหนึ่งที่เปนพ่ีนองของรอซูลุลลอฮฺท่ีใกลชิดฉะน้ันผู เปนพ่ีนองของทานในมวลมุสลิมทั้งหลายน้ีจะมีใครท่ีไหนนอกเหนือจากฉันบาง ? พวกเขา เหลา นน้ั กลา ววา “โออ ลั ลอฮพฺ วกเราขอยนื ยนั วาไมม ใี คร”(178) (175) นักปราชญอะฮฺลิซซุนนะฮฺไดบันทึกไวในสมุสนัดตาง ๆ อิมามฟครุดดีน รอซียไดระบุไว ในการตฟั สีรโองการนี้ ซูเราะบะเกาะรอฮฺ หนา 189 ซุ อฺท่ี 2, ตฟั สรี อัล-กะบรี
(176) ทานนะสาอียไดบันทึกไวใน “เคาะศออิศ อุลุวียะฮฺ” ทานฮากิมบันทึกไวในตอนแรกของ หนา 112 ุซอฺที่ 3 หนังสือมุสตัดร็อก อิบนุอาบีชัยบะฮและอิบนุอาบูอาศิม บันทึกไว ใน “อัซซุนนะฮฺ” อาบูนาอีมไดบันทึกไวใน “อัล-มะอฺริฟะฮฺ” ทานมุตตากีย อัล-ฮินดีย อางไวในกัลซุล อุมาล” และใน “มุนตาค็อบ” โปรดพิจารณาบทผนวก หนา 40 ุซอฺที่ 5 ของ “มสุ นดั อะหฺมดั ” (177) โปรดพิจารณาหนา 126 ุซอฺท่ี 3 หนังสือ “มุสตัดร็อก ซะฮะบีย” ทานซะฮะบีย บนั ทกึ ไวใ น “ตัลคศี มสุ ลมิ ” โดยระบุวา เปน ฮาดีษศอฮ้ฮี ฺ (178) รายงานโดยอิบนุ อับดุลบัร ในหัวขอเร่ือง “ทานอาลี” หนังสือ อัล-อิสตีอาบ และ มี ผูท รงคณุ วุฒอิ ืน่ ๆ อีกจาํ นวนหนึ่งทีไ่ ดบันทกึ ฮาดษี บทน้ไี ว และในวันที่ทานอาลีไดปะทะกําลังกันกับวะลีดในสงครามบะดัร โดยท่ีวะลีดไดกลาวแก ทานวา “เจาคือใคร ?” ทานอาลีไดตอบวา “ฉันคือบาวของอัลลอฮฺ และพี่นองของศาสนทูต แหงอัลลอฮฺ”(179)ทานอาลีไดถามทานอุมัรเม่ือสมัยที่ทานอุมัรยังดํารงตําแหนงเปนคอลีฟะอฺอยูวา “ทานมีความคิดเห็นอยางไรบาง ถาสมมุติวาปวงชนชาวบะนีอิสรออีลไดมาหาทานแลวเขาคน หน่ึงดก ลา วแกท า นวา ฉันคอื บตุ รของลุงแหงนบีมซู าทานจะใหเ ขาไดร บั การตองรับโดยยกฐานะไว เปนพิเศษเหนือบรรดาพรรคพวกของเขาหรือไม ?” ทานอุมัรตอบวา “แนนอนตองเปนอยางน้ัน” ทา นอาลีกลาวอีกวา “ฉะนั้น ดวยพระนามของอลั ลอฮฺฉนั ของสาบานวา ฉันคอื พ่นี อ งของศาสนทูต แหงอัลลอฮฺและเปนบุตรแหงลุงของเขา” ดังน้ันทานอุมัรจึงไดถอดเส้ือคลุมของตนออกมาปูบน พนื้ ตอนรับทาน แลวทานกลาววา “ขอสาบานดวยพระนามของอัลลอฮฺวา ไมมีที่นังอ่ืนใดสําหรับ ทาน เวนแตผาคลุมผืนน้ี จนกวาเราจะไดแยกจากการสนทนากัน” ดังนั้นทานอาลีก็จึงดมีโอกาส นั่งลงลนผาคลุมผืนนั้นและไดทําการตัดเตือนคนทั้งหลาย จนกระท่ังผูคนไดถึงเวลาแยกตัวออก สวนทานอุมัรน้ันก็ยังคงนั่งอยูกับทานตอไป ดวยการมีอัธยาศัยท่ียกยองเปนพิเศษกับพ่ีนอง และ ลูกพ่ีลูกนอ งของทานศาสนทูต(180) 3. แลว ก็นไ่ี ง กับกระแสรายงานจากรายละเอยี ดแหงขอ มูลของพวกเราคือวาทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ได ออกคาํ สง่ั ใหทําการปด (179) ทานอิบนุ สะอัดไดบันทึกไวในเรื่อง “สงครามบะตัร” หนังสือ “อัฏฏอบากต” หนา 15 ภาคที่ 1 ุซอทฺ ี่ 2
(180) ในบันทึกของทานดาเราะกุฏนยี น น้ั เปนประโยคเดยี วกนั กบั ทม่ี ีบันทึกอยูในหัวขอท่ี 5 ของ การตัฟสีรโองการ “มะวัตตะตุฟล-กุรบา” ซึ่งเปนโองการที่ 14 ของบรรดาโองการ ทั้งหลาย ซง่ึ ไดร ะบถุ ึงเรอื่ งน้นั โดยทา นอิบนฮุ ะญัร ในบาบที่ 11 หนังสือเศาะวาอิก หนา 107 ประตูทุกบานของบรรดาสาวกที่ประตูเหลาน้ันเคยเปดอาเปนทางผานไปสูมัสญิด ทั้งน้ีก็ เพราะเหตุวา จะไดเ ปน การหวงหามมใิ หบ ุคคลผนู ้ีมีนุ ุบผานเขาในมัสญิด แตทวาทานยังใหคงไว อยูเชนเดิมสําหรับประตูของทานอาลี และเนื่องจากทานไดรับการอนุโลกจากอัลลอฮฺ ผูทรงสูงสุด ท่ีจะใหเขาไปในมัสญิดไดแมแตขณะท่ีุนุบซ่ึงลักษณะเชนน้ีก็คือการอนุโลมท่ีเปนลักษณะสําหับ ทา นนบฮี ารนู เราจะไดยกเหตุผลขอน้ีมาเปนขอเปรียบเทียบเพ่ือใหเห็นถึงความเทาเทียมกันระหวาง ฮารนู ทัง้ สอง (ขอความสนั ตสิ ุขพงึ มแี ดท า นท้ังสอง) ทานอิบนุ อับบาส ไดกลาววา “ทานศาสนทูตของอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความ จําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลาของทาน) ไดสั่งใหทําการปดประตูตาง ๆ ของมัสญิด ยกเวนประตูของทานอาลี ฉะน้ันทานจึงเขามัสญิดกับเสนทางของทานไดท้ัง ๆ ท่ีมีุ นุบ โดยทานไมจําเปนทจี่ ะตอ งใชเสน ทางอนื่ ”(181) ทานอุมัร บิน ค็อฏฏ็อบไดกลาวไว ดังมีปรากฏเปนอาดีษท่ีศอฮ้ีฮฺ(182) ตรงตามเง่ือนไข ของผูอาวุโสทั้งสอง (บุคอรี-มุสลิม) อีกวา “แนนอนท่ีสุดาลี บิน อาบีฏอบิลไดรับคุณสมบัติที่ สูงสง สามประการแทจริงถาหากหน่ึงในสามประการนี้มีโอกาสสําหรับฉันแลวไซรจะเปนความช่ืน ชอบใหแ กฉ นั เสียยิง่ กวาไดอฐู สีแดง นัน่ คอื ....ภรรยาของเขาคือฟาฏมิ ะฮ (181) รายละเอียดของฮาดีษนี้มีอยูในฮาดีษที่บงบอกความดีงาม 10 ประการของทานอาลีตามที่ เราไดอ ธิบายผา นไปแลว ใน อัล-มรุ อญอิ ะฮทฺ ่ี 16 (182) มีปรากฏอยูในหนา 125 ุซอฺที่ 3 “หนังสือมุสตัดร็อก” รายงานโดยอาบูยะลาอฺ ดังมี ปรากฏอยูในตอนท่ีสาม บาบท่ี 9 หนังสือ “เศาะวาอิก” โปรดพิจารณาท่ีหนา 76 ดวย ซ่ึงเขาไดบันทึกฮาดีษบทนี้ไวตามสํานวนที่ใกลเคียงกันกับทานอะหฺมัด บิน ฮันบัล ซึ่ง เปนรายงานฮาดีษจากทานอับดุลลอฮฺ บิน อุมัร หนา 26 ุซอฺท่ี 2 หนังสือมุสนัด และ บรรดานักปราชญผูทรงคุณวุฒิอีกจํานวนไมนอยก็ยังไดบันทึกรายงานบทนี้ท่ีเลาโดยทาน อมุ รั และทานอับดุลลอฮบฺ ุตรของทา น ดวยสายสืบท่แี ตกตางกันไป
บุตรของศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ สถานท่ีอยูอาศัยของเขาก็คือมัสญิดอันเปนท่ีอยูรวมกับ ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ ส่ิงตาง ๆ ท่ีถูกอนุมัติแกศาสนทูตในสถานที่นั้นยอมเปนส่ิงที่ถูกอนุมัติ ใหแกเ ขาดว ย และเขาคอื ผูถอื ธงชยั แหง สงครามคยั บัร” ทานสะอัด บิน มาลิกไดกลาวถึง เร่ืองราวเหลานั้นดวยขอความบางสวนท่ีเก่ียวของกับ ทานอาลี ไวในฮาดีษที่มีมาตรฐานศอฮี้ฮฺอีกวา(183) ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺไดส่ังใหลุงของทาน และบุคคลอ่ืน ๆ ออกไปจากมัสญิด ทานอับบาสจึงไดกลาวอุทรณแกทานวา “ทานไดสั่งใหเรา ออกไป แตทานไดใหอาลีพักอาศัยอยูกระนั้นหรือ ?” ทานกลาววา “ฉันมิไดส่ังใหพวกทาน ออกไปและมิไดใหเขาอาศัยอยูโดยพละการของฉันเอง หากแตวาอัลลอฮฺทรงกําหนดใหพวกทาน ออกไป และทรงอนมุ ตั ใิ หเ ขาพักอาศัยอยู” ทานซัยด บิน อัรก็อม ไดกลาวไววา(184) “ไดมีประตูหลาย ๆ ประตูที่เปนทางเดินไป ในมัสญิดที่บรรดาสาวกของทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺใชเปนทางผาน” ตอมาทานศาสนทูต แหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลาน ของทาน) ไดกลาววา “พวกทานจงปดประตูทั้งหลายเหลาน้ีเสียเถิด ยกเวนประตูของอาลี” ดังนี้ ประชาชนจึงพากันพดู ตา ง ๆ นานา ในเร่ืองนี้ ทานรอซูลุลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญ และความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) จึงไดลุกข้ึนยืนแลวทําการสรรเสริญ สดดุ ตี ออัลลอฮฺ หลังจากน้ัน (183) ดังที่มีปรากฏอยูในตอนที่ 1 ของหนา 17 ุซอฺที่ 3 หนังสือมุสตัดร็อก “ฮาดีษ” บทน้ีมี ปรากฏอยูในบันทึกของนักปราชยอะฮฺลิสซุนนะฮฺ ตาง ๆ ที่มีสายสืบศอฮ้ีฮฺ ซ่ึง ผทู รงคณุ วุฒิทสี่ าํ คญั ๆ ของฝา ยอะฮฺลสิ ซุนนะฮฺ จาํ นวนไมน อยไดบ ันทกึ ฮาดีษบทน้ีเอาไว (184) เปนฮาดีษท่ีทานอะหฺมัดไดบันทึกอยูในหนา 369 ุซอฺที่ 4 หนังสือมุสนัด รายงานโดย ทานฎียาออีกเชนกัน ตามที่ปรากฏอยูในหนังสือ “กันซุลอุมมาล” และ “มุนตาค็อบ” โปรดพิจารณาในภาคผนวกมุนตาคอ็ บ หนา 29 ซุ อทฺ ่ี 5 หนงั สือมสุ นดั ทา นกไ็ ดกลา ววา “แนนอนที่สุด สําหรับกรณที ี่ฉันไดออกคําส่ังใหทําการปดประตูทั้งหลายเหลาน้ี โดยยกเวน ประตูของอาลีนั้น ไดมีคนกลาวขานโจษจันกันในหมูพรรคพวกของทานเก่ียวกับเรื่องนี้ ขอใหรไู วด วยวา แนนอนที่สุดฉนั มไิ ดทาํ การปด กน้ั สิ่งหน่ึงสง่ิ ใด และมิไดท ําการเปด โอกาสใหแก เขา โดยพละการของฉัน แตทวาเมื่อฉันไดถูกบัญชาใหดําเนินการเกี่ยวกับสิ่งหน่ึงสิ่งใดแลว ฉันก็ จะตอ งปฏบิ ัตติ ามสิง่ น้ัน ๆ” รายงานโดยทา นฎอ็ บรอนยี ห นังสืออัล-กะบีร
จากการบอกเลาของทานอิบนุอับบาสอีกตอนหน่ึงไดกลาววา(185) “แทจริงทานศาสนทูต แหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลาน ของทาน) ไดลุกข้ึนยืนประกาศในวันหน่ึงวา “ฉันมิไดออกคําสั่งใหพวกทานท้ังหลายออกไป (จากมัสญิด) โดยพละการของฉัน และฉันก็มิไดปลอยใหเขา (อาลี) อยู หากแตวาอัลลอฮฺเปนผู ทรงบัญชาใหพวกทานออกไป และทรงอนุมัติใหเขาอยู แทจริงสําหรับฉันเปนเพียงบาวผูซึ่งถูก บัญชาการ ฉะนั้นส่ิงใดท่ีฉันถูกบัญชาโดยพระองคแลว ฉันจะกระทํา ฉันมิไดปฏิบัติตามส่ิงหนึ่ง ส่งิ ใด เวน แตส่ิงท่ีถูกวะหย มู ายังฉนั ” ทานรอซูลลุ ลอฮฺ (อัลลอฮทฺ รงประทานความจําเริญและความสันติสขุ แดท านและแดบรรดา ลูกหลานของทาน ไดกลาอีกวา(186) “โออาลีเอย ไมเปนท่ีอนุมัติใหแกผูใดเลยท่ีจะอยูในมัสญิดใน สภาพมีุนบุ ยกเวนฉนั กับเจา ” รายงานมาจรากทานสะอัด บิน อาบูวะกอศ ทานบัรเราะอฺ บิน อาซิบ ทานอิบนุบาส ทานอิบนุอมุ รั และทานฮุซัยฟะฮฺ บิน (185) ทานมุสตากยี อัลฮินดียไ ดบ ันทกึ ไวในตอนทา ยของหนงั สอื มุนตาค็อบ 75 (186) ทา นติรมีซียไดบ นั ทึกฮาดีษบทน้ีไวในหนงั สอื “ศอฮฮ้ี ”ฺ ของทาน ทานมุสตากียอ ลั ฮินดยี ก็ ไดอางฮาดีษบทนี้ดังท่ีเราไดชี้แจงผานไปแลวในหนังสือ “มุนตาค็อบ” ทานบัซซาซ ได รายงานฮาดีษน้ีมาจากทานสะอัดตามที่มีปรากฏอยูในฮาดีษที่ 13 จากหลาย ๆ ฮาดีษซ่ึง ทานอิบนุฮะญัรไดเสนอไวในสวนท่ี 2 บาบท่ี 9 หนังสือ “เศาะวาอิก” ขอใหพิจารณาดู ในหนา 73 อุสัยดุล-ฆ็อฟฟารีย ไดแถลงเชนเดียวกันทั้งหมดวา(187) ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรง ประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ไดออกไป ยังมัสญิด แลวไดกลาววา “แทจริงอัลลอฮฺไดทรงวะหยูไปยังทานนบีมูซาของพระองควา “ใหทํา การกอสรางมัสญิดท่ีสะอาดเพ่ือฉันโดยอยาใหผูใดอาศัยอยูในนั้นยกเวนเจากับฮารูน” และแทจริง อลั ลอฮฺกไ็ ดท รงวะหย มู ายังฉนั เพ่อื ใหฉ นั ไดทําการกอสรา งมัสญดิ ที่สะอาด มใิ หผ ใู ดอาศัยอยูในนั้น เวนแตฉนั และอาลีผูเ ปนพีน่ อ งของฉนั ” เร่ืองราวเหลาน้ีมีมากมายเสียจนเกินกวาที่เราจะสามารถนํามาบันทึกไวใหหมดสิ้นลงใน หนากระดาษที่จํากัดนี้ได ทั้งน้ีก็คือรายงานอันเปนหลักฐานที่แนนอนในเรื่องน้ีซ่ึงเปนฮาดีษท่ีเลา
มาโดยทานอิบนุอับบาส ทานอาบูสะอึดอัล-ดุดรีย ทานซัยด บิน อัรก็อมและบุคคลตาง ๆ ในหมู สาวกแหงค็อษอัม ทานอัสมะอฺ บินต อุมัยส ทานอุมมุสะลามะฮฺ ทานฮุซัยฟะฮฺ บิน อุสัยด, ทานสะ อัด บิน อาบูวักกอศ ทานบัรรออฺ บิน อาซิบ ทานอาลี บิน อาบีฏอลิบ และทานอุมัร ทานอับดุลลอฮฺ บิน อุมัร ทานอาบูซัร ทานอาบีฏฟยล ทานบุรัยดะฮฺ อัลอัสลามีย ทานอาบูรอฟอิ์ (คนรับใชของ ทา นศาสนทตู แหง อลั ลอฮฺ) ทา นญาบีร บนิ อับดุลลอฮฺ ฯลฯ และในความหมายแหงบทขอพรของทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความ สนั ติสุขแดท านและแดบ รรดาลูกหลานของทาน) ทท่ี านไดเ คยออ นวอนวา “โออ ัลลอฮฺ แทจริงทพ่ี นอ งของฉันคอื มซู าน้ันเขาไดเ คยวงิ วอนขอตอพระองควา “โอพระผูอภิบาลของฉันขอไดทรงโปรด ใหความปลอดโปรงแกฉันซึ่งทรวงอกของฉัน และขอไดทรงทําใหสะดวกแกฉันซ่ึงกิจการตาง ๆ ของ (187) เปนฮาดีษที่ไดรับการบันทึกไวทั้งหมดจากบุคคลเหลาน้ีโดยทานอาลี บิน มุฮัมมัดอัล คอฏีบนักปราชญืฟะกีฮฺแหงมัซฮับซาฟอีย ผูที่ถูกรูจักกันในนามของอิบนุมะฆอซะลียใน หนังสือ “อัล-มะนากิบ” โดยสายสืบท่ีมีสํานวนแตกตางกัน สานุศิษยคนสําคัญช่ือบะลา คีย กไ็ ดอางฮาดีษบทนีบ้ นั ทึกไวใ นบาบท่ี 17 หนงั สอื “ยูนาบีอ”ฺ ฉัน และขอไดทรงคลี่คลายเง่ือนงําท่ีติดอยูกับล้ินของฉันใหพวกเขาเหลานั้นไดเขาใจ ถอ ยคําของฉนั และขอไดท รงแตงตง้ั ผูชวยเหลอื ใหแ กฉ ัน ซึ่งไดแกพ่ีนองของฉันที่มาจากครอบครัว ของฉันคือฮารูน ขอใหพระองคทรงทําใหแข็งแรงข้ึนแกภารกิจของฉันโดยเขา และใหพระองคทํา ใหเขารวมรับผิดชอบในกิจการตาง ๆ ของฉัน” ดังน้ันพระองคก็ไดทรงวะหยูแกเขา (มูซา) วา “เรา จะใหความมัน่ คงแขง็ แรงแกแขนของเจา (ภารกจิ ) ดว ยพ่นี องของเจา และเราไดด ําเนินการใหเ จา ทงั้ สองไดรบั ซ่ึงอํานาจตาง ๆ” “โออัลลอฮฺแทจริงขาพระองคคือบาวของพระองคและรอซุลของพระองค มุฮัมมัด ดังนั้น ขอพระองคไดทรงทําใหปลอดโปรงแกฉัน ซ่ึงทรวงอกของฉัน และขอใหพระองคใหความ สะดวกแกฉันซึ่งภารกิจตาง ๆ ของฉันและขอพระองคไดทรงแตงต้ังผูรวมภารกิจท่ีมาจาก ครอบครวั ของฉัน นนั่ คืออาลีผูเ ปน พน่ี อ งของฉนั (188)
และยังมีอีกฮาดีษหน่ึงที่คลายคลึงกันนี้ ซึ่งรายงานมาจากทานบัซซาซ ไดกลาววา “แทจริงทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและ แดบรรดาลูกหลานของทาน) ไดจับมือของทานอาลีแลวกลาววา “แทจริงนบีมูซาน้ันทานได วิงวอนตอพระผูอภิบาลของทานเพ่ือที่จะใหมัสญิดของทานน้ันสะอาด โดยการมีสวนรวมของฮา รูน และแทจริงฉันก็ไดวิงวอนขอตอพระผูอภิบาลของฉันวา ใหมัสญิดของฉันนี้ไดสะอาดโดยการ มสี ว นรว มของเจา” หลงั จากนนั้ ทา นไดออกคาํ สัง่ ใหอาบูบักรทฺ าํ การปดประตูของเขาเสีย อาบูบกั รฺ ไดแสดงความฉงนใจ หลังจากน้ันทานก็ไดกลาววา “ฉันเปนผูเช่ือฟงและฉันเปนผูปฏิบัติตาม” แลวทานศาสดาก็ไดอ อกคาํ สงั่ นไ้ี ปยงั ทา นอุมรั ถดั จากน้ันกอ็ อกคําสงั่ ไปยงั ทาน (188) ทานอาบูอิสฮาก ษะลาบียไดรายงานฮาดีษบทนี้มาจากทานอาบูซัร ฆ็อบฟารียในตอน อธิบายโองการที่วา (แทจริงผูปกครองของสูเจานั้นมีเพียงอัลลอฮฺและศาสนทูตของ พระองคและบรรดาผูซึ่งศรัทธา...) ในซูเราะฮฺมาอิดะฮฺ หนังสือ “ดัฟสีร อัล-กาบีร และ นกั ปราชญบ ะลาคยี ก ็ไดอา งไวอกี ดังมีปรากฎอยูจ ากมสุ นัดอมิ ามอะหมฺ ดั อบั บาสในลักษณะเดียวกัน และแลวทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแด บรรดาลูกหลานของทาน) ไดกลาววา “ฉันมิไดสั่งปดประตูท้ังหลายของพวกทานแลวสั่งใหเปด ประตูของอาลี โดยพละการของฉัน แตทวาอัลลอฮฺตางหากที่พระองคไดเปดประตูของเขาและปด ประตูทั้งหลายของพวกทา น”(189) ขอมลู ตา ง ๆ เหลานค้ี งจะเปน ที่เพยี งพอสาํ หรับสง่ิ ทีเ่ ราไดเ สนอไปแลว วาทา นอาลีกับนบีฮา รูนน้นั มลี ักษณะท่ีเสมอเหมือนกันในทกุ ๆ มาตรการและคุณลกั ษณะ (ยกเวน การเปน นบ)ี วัสลาม (ช) อลั -มุรอญอิ ะฮฺ 35 27 ซุล-ฮจิ ญะฮ 1329 • ขอพสิ ูจนหลักฐานอ่ืน ๆ ท่ียังเหลอื อยู หน้า ๒๓๔
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234