Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เมื่อลูกสาวแม่เป็นมุสลิม

เมื่อลูกสาวแม่เป็นมุสลิม

Published by thaiislamlib.com, 2022-06-08 02:24:32

Description: เรื่องราวของสาวอเมริกันเมื่อเข้ารับอิสลาม

Search

Read the Text Version

คานาผ้แู ปล ปรากฏการณ์หนง่ึ ท่ีเกิดขนึ ้ หลงั จากเหตกุ ารณ์ก่อวนิ าศกรรมถลม่ ตกึ เวลิ ด์เทรด เซ็นเตอร์ เมื่อวนั ท่ี 11 กนั ยายน 2544 คอื มีมสุ ลมิ ในสหรัฐอเมริกาจานวนมากออกมาเคลื่อนไหวประณามผ้ทู ่ีอยเู่ บอื ้ งหลงั เหตกุ ารณ์ท่ีเกิดขึ ้ น และสิง่ ท่ีตดิ ตามมาก็คอื ศาสนาอสิ ลามได้รับความสนใจมากขนึ ้ อยา่ งเป็ นประวตั กิ ารณ์ในสหรัฐอเมริกา หลายคนคงจะแปลกใจวา่ มสุ ลมิ เหลา่ นีม้ าจากไหน มาจากผ้ทู ่ีอพยพย้ายถ่ินฐานจากประเทศมสุ ลมิ เข้าไปอาศยั อยใู่ นสหรัฐอเมริกาใชห่ รือไม่ คาตอบก็คือ ถกู เป็ นบางสว่ น เพราะเหตวุ า่ ก่อนเกิดเหตวุ ินาศกรรมเม่ือวนั ท่ี 11 กนั ยายน 2544 นนั้ มีชาวอเมริกนั จานวนมากที่สนใจในศาสนาอิสลาม และเมื่อศกึ ษาเกี่ยวกบั คาสอนของอิสลามแล้ว คนเหลา่ นีจ้ งึ ตดั สนิ ใจเข้ารับอิสลาม โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนดิ เป็นกลมุ่ ที่เข้ารับอิสลามมากท่ีสดุ และผ้หู ญิงเหลา่ นีส้ ว่ นใหญ่ได้แตง่ งานมีครอบครัวกบั ผ้ชู ายมสุ ลมิ ท่ีมาจากประเทศอื่น หนงั สือ “เมื่อลกู สาวแมเ่ ป็นมสุ ลมิ ” เป็นการรวบรวมข้อมลู จากงานศกึ ษาเชงิ วิจยั ของผ้หู ญิงคนหนงึ่ ท่ีมีลกู สาวเข้ารับนบั ถือศาสนาอสิ ล ามและแตง่ งานกบั ผ้ชู ายมสุ ลิม เธอสงั เกตเหน็ อีกด้วยวา่ ยงั มีผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนิดอีกเป็นจานวนมากเข้ารับนบั ถือศาสนาอสิ ลามเชน่ เดียวกบั ลกู สาวข องเธอ ประกอบกบั ความสนใจใคร่รู้ความจริงวา่ อะไรคือแรงบนั ดาลใจให้ลกู สาวของเธอและผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนิดยอมรับอสิ ลาม ทงั้ ๆ ที่พวกเธอมีชีวิตอยอู่ ยา่ งอสิ ระเสรีที่สดุ เทา่ ท่ีผ้หู ญิงในโลกนีพ้ งึ จะมี ทา่ มกลางความสะดวกสบายท่ีสดุ ของสงั คมอนั ศวิ ไิ ลซ์ของประเทศอภิมหาอานาจหนงึ่ เดียวของโล กแหง่ นี ้และแนวโน้มการเข้ารับอิสลามของผ้หู ญิงเหลา่ นีไ้ มม่ ีลดลงเลย กลบั มีแตจ่ ะพงุ่ สงู ขนึ ้ ทกุ วนั จนขณะนีท้ าให้ประชากรมสุ ลิมมีจานวนมากเป็นอนั ดบั สองของสหรัฐอเมริกาไปแล้ว หนงั สือเลม่ นี ้จะทาให้ทา่ นได้รับรู้ข้อมลู และความกระจา่ งในทกุ แง่ทกุ มมุ เกี่ยวกบั สาเหตุ ท่ีผ้หู ญิงเหลา่ นีเ้ข้ารับอิสลาม ประสบการณ์ในการปรับตวั ของพวกเธอในศาสนาใหม่ และแนวทางการดาเนินชีวิตของพวกเธอภายใต้ความศรัทธาของศาสนาอสิ ลาม ซงึ่ ข้อมลู ในบางแง่มมุ ทา่ นอาจไมเ่ ช่ือวา่ ผ้หู ญิงอเมริกนั เหลา่ นี ้จะสามารถเปลี่ยนแปลงตวั เอง มีความเชื่อมน่ั ศรัทธา และปฏิบตั ติ วั อยา่ งจริงจงั ตามครรลองของศาสนาใหมไ่ ด้อยา่ งเคร่งครัดถงึ เพียงนี ้ ที่สาคญั ที่สดุ คือ รัฐบาลอเมริกนั นนั้ ผ้ตู งั้ ตวั เป็นปฏิปักษ์กบั อิสลามและมสุ ลมิ มาโดยตลอด และอยา่ งรุนแรงท่ีสดุ ด้วย

ถึงขนั้ ที่วา่ จะระเบดิ สงครามถลม่ มสุ ลมิ อยทู่ กุ ขณะ แตไ่ ฉนอสิ ลามอนั เป็ นศตั รูตวั ฉกาจของรัฐบาลอเมริกนั จงึ เตบิ โตอยา่ งรวดเร็วท่ีสดุ ในใจกลางแหง่ ดนิ แดนของตน คาตอบทงั้ หมดอยใู่ นหนงั สือเลม่ นีแ้ ล้ว ฟารีด บินยซู ุฟ 5 มีนาคม 2546 คานาผ้จู ดั พมิ พ์ มนษุ ย์ทกุ คนเมื่อเกิดมาในโลกนี ้จะต้องแสวงหาสองส่ิงท่ีสาคญั ยิ่งตอ่ ชีวิต นนั่ คือปัจจยั ยงั ชีพท่ีเป็นวตั ถุ เพ่ือการดารงชีพในโลกนี ้และอีกสิ่งหนงึ่ คือ การแสวงหาเป้ าหมายของชีวติ ทางด้านจิตวญิ ญาณ ปัจจยั ยงั ชีพท่ีเป็นวตั ถนุ นั้ มนษุ ย์สว่ นใหญ่สามารถแสวงหามาเป็นเจ้าของได้อยา่ งไมย่ ากเย็นนกั และบางคนยงั สามารถสะสมไว้ได้อยา่ งมากมายมหาศาล แตใ่ นประการหลงั นนั้ บางครัง้ ถึงแม้มนษุ ย์จะประสบความสาเร็จในส่ิงแรก แตอ่ าจไมส่ ามารถแสวงหาเป้ ามหายทางจติ วิญญาณของตนได้ สงั คมอเมริกนั เป็นสงั คมที่ประสบความสาเร็จอยา่ งสงู สดุ ในด้านการแสวงหาและสะสมปัจจยั ทางด้านวตั ถุ แตก่ ลบั ล้มเหลวในด้านการแสวงหาเป้ าหมายในชีวิตอยา่ งสนิ ้ เชงิ แม้วา่ จะได้ชื่อวา่ เป็นสงั คมแหง่ คริสต์ศาสนาก็ตาม แตส่ ภาพของศาสนาคริสตท์ ี่ดารงอยใู่ นสงั คมอเมริกนั ไม่อาจให้คาตอบแก่ชีวิตของคนอเมริกนั ได้ จากชอ่ งวา่ งนีเ้องทาให้คนอเมริกนั โดยเฉพาะสตรีชาวอเมริกนั โดยกาเนดิ เร่ิมแสวงหาคาตอบให้กบั จิตวิญาณของตนเอง และศาสนาอิสลามคือแนวทางหนง่ึ ที่คนเหลา่ นีเ้ข้าไปสมั ผสั และศกึ ษาหาความรู้ ซงึ่ เป็นเหตทุ าให้อสิ ลามเป็นศาสนาท่ีมีการเตบิ โตสงู สดุ ในสหรัฐอเมริกา หนงั สือ “เม่ือลกู สาวแมเ่ ป็นมสุ ลิม” ซงึ่ เป็นหนงั สือท่ีนาเสนอข้อมลู ในแง่มมุ ตา่ งๆ เก่ียวกบั สตรีเอมริกนั โดยกาเนดิ ที่เข้ารับอิสลาม ได้รับการจดั พิมพ์ในสหรัฐอเมริกามามากกวา่ 10 ปี แล้ว และมีการพิมพ์ซา้ หลายครัง้ ทางสถาบนั สง่ เสริมการศกึ ษาและวิจยั เกี่ยวกบั อสิ ลาม จงึ ดาเนนิ การแปลและจดั พมิ พ์เป็นภาษาไทย ด้วยเห็นวา่ เป็ นหนงั สือท่ีมีประโยชน์อยา่ งยงิ่ ในเชิงการศกึ ษาข้อมลู เปรียบเทียบ รวมทงั้ เป็นการนาเสนอข้อเท็จจริงที่วา่ เพราะเหตใุ ดอิสลามจงึ กลายมาเป็นวถิ ีชีวิตของสตรีอเมริกนั โดยกาเนดิ นบั ล้านคน ผ้พู รั่งพร้อมด้วยความอดุ มสมบรู ณ์ทางด้านวตั ถไุ ด้ ด้วยจิตคารวะ

16 มีนาคม 2546 คานาผ้จู ดั พมิ พ์ เรื่องราวชีวติ และการตอ่ ส้ขู องอมิ ามฮเู ซน ณ แผน่ ดนิ กรั บะลาอ์ เพอื่ การพทิ กั ษ์อสิ ลามทแ่ี ท้จริงไว้ ด้วยกบั การพลอี ทุ ิศชีวติ บตุ รหลาน อนั เป็ นสดุ ทร่ี ักของทา่ นศาสดามฮุ มั มดั ภายใต้การนาของทา่ นอมิ ามฮเู ซน ผ้ไู ด้รับการเทิดเกียรติไว้อยา่ งสงู ในตาแหนง่ ซยั ยดิ อชั ชฮุ ะดาอ์ (นายแหง่ บรรดาผ้สู ละชีพเพอื่ สจั ธรรม) ซงึ่ ยงั ไมม่ ีมนษุ ยค์ นใดเลยท่ไี ด้รับตาแหนง่ อนั สงู ศกั ดิ์เชน่ นมี ้ ากอ่ น ในประวตั ศิ าสตร์ของมนษุ ยชาติ ดงั หนงั สอื ช่ือ “ฮเู ซนวีรชนแหง่ อสิ ลาม” ซง่ึ ได้รับการจดั พิมพ์ไปก่อนหน้านแี ้ ล้ว ยอ่ มเป็ นประจกั ษ์พยานถงึ ตาแหนง่ อนั สงู สง่ นไี ้ ด้เป็ นอยา่ งดี ถึงกระนนั้ เรื่องราวของการตอ่ ส้ขู องทา่ นอิมามฮเู ซน ท่ีได้รับการสาธยายและบนั ทึกไว้เป็นลายลกั ษณ์อกั ษรอยา่ งละเอียดถ่ีถ้วนในทกุ แงม่ มุ จะเกิดขนึ ้ ไมไ่ ด้เลย หากไมใ่ ชเ่ พราะความกล้าหาญชาญชยั ของทา่ นหญิงซยั หนบั ผ้ซู ง่ึ เป็นน้องสาวสดุ ที่รักของทา่ นอมิ ามฮเู ซนที่ได้เข้าร่วมในชะตากรรมเดยี วกนั กบั พี่ชายสดุ ที่รักขอ งนาง จนได้รับสมยานามท่ีสงู สง่ วา่ “วีรสตรีแห่งอิสลาม” และด้วยกบั ตาแหนง่ อนั สงู สง่ เชน่ นีท้ ่ีทางสานกั พมิ พ์ได้เรียกชื่อหนงั สืออนั ทรงคณุ คา่ ยิ่งเลม่ นีว้ า่ “ซัยนับ วีระสตรีแห่งอสิ ลาม” ซง่ึ ได้จดั พิมพ์คกู่ นั กบั เรื่อง อมิ ามฮเู ซน วีรชนแหง่ อิสลาม เพ่ือเป็นการต้อนรับ มหกรรมหนงั สือ นานาชาติ ครัง้ ที่ 1 ซงึ่ กาลงั จะจดั ขนึ ้ ณ ศนู ย์ประชมุ แหง่ ชาตสิ ิริกิตต์ ในวนั ที่ 2 7 มีนาคม ศกนี ้ อีกโสดหนงึ่ ด้วย ทางสานกั พมิ พ์รู้สกึ สานกึ ในบญุ คณุ ท่คี ณุ ซมี ียา ศกุ ระมลู ได้ตอบรับท่ีจะเป็ นผ้แู ปลหนงั สอื นจี ้ ากต้นฉบบั ภาษาองั กฤษช่ือ JANAB-E-ZAINAB A.S. GRAND- DANGHTER OF THE HOLY PROPHET ซงึ่ เขยี นโดย และได้ดาเนนิ การจดั แปลจนเสร็จการตามกาหนดอยา่ งสมบรู ณ์ หนงั สอื นจี ้ งึ เป็ นผลงานเลม่ ท่ีสองท่ที า่ นได้จดั แปล อนั เป็ นเร่ืองราวของสตรีในอสิ ลาม และจึงขอแสดงความขอบคณุ คณุ ซามียา ศกุ รมลู ไว้อยา่ งสงู ณ ทน่ี ี ้ ขอพระเจ้าจงโปรดประทานพรอนั จะเริญให้กบั ทา่ น และครอบครัวของทา่ น ตลอดกาลนาน ตลอดจนทกุ ทา่ นท่ีได้มสี ว่ นร่วมอนั สาคญั ทีท่ าให้หนงั สอื นสี ้ ามารถจดั พิมพ์เป็ นรูปเลม่ ได้อยา่ งสมบรู ณ์ ดงั ทปี่ รากฏอยใู่ นมอื ของทา่ นผ้มู เี กียรตขิ ณะนี ้ ขอพระเจ้าจงประทานความจาเริญให้กบั ทกุ ผ้ทู ่ยี นื หยดั ตอ่ ส้เู พอื่ สจั ธรรมความจริง ด้วยความปรารถนาดีและมิตรไมตรี สานพั มิ พ์ 14 พลบั บลเิ คชน่ั

เม่อื ลกู สาวแมเ่ ป็นมสุ ลิม พบกบั ผ้เู ขียน แครอล แอล. แอนเวย์ จบการศกึ ษาปริญญาโททางด้านการศกึ ษาวชิ าเอกแนะแนวการศกึ ษา (M.S Ed.) ใช้เวลาหลายปี ในการเป็นศกึ ษานิเทศก์โรงเรียน เขียนและเรียบเรียงเร่ืองทรัพยากรบคุ คลทางด้านการศกึ ษาของคริสเตยี น โดยมงุ่ เน้นไปท่ีเดก็ ครอบครัวและสตรี เป็นเวลากวา่ 11 ปี ท่ีเธอเดนิ ทางไปทว่ั สหรัฐอเมริกาและแคนาดา เพื่อนาเสนอการสมั มนาเชิงปฏิบตั ิการเก่ียวกบั ผ้สู อนศาสนาระหวา่ งรุ่น แนวทางการศกึ ษาของสงั คมคริสเตยี นและการฝึกอบรมครู รวมทงั้ การสร้างภาวะผ้นู าของผ้สู อนศาสนาท่ีคา่ ย การศกึ ษา การเขียน และการมีชีวิตในด้านจิตวญิ ญาณของเธอ มสี ว่ นช่วยในการประนีประนอมกบั ทางเลอื กของลกู สาวของเธอเอง ในการเปลี่ยนเข้ารับนบั ถือศาสนาอิสลาม ในหนงั สอื “เม่ือลกู สาวแมเ่ ป็นมสุ ลิม” นี ้ คณุ แอนเวย์ได้แบ่งปันประสบการณ์ของเธอ รวมทงั้ เรื่องราวของลกู สาวของเธอและผ้หู ญิงอเมริกนั คนอื่นๆ ที่เลอื กจะเป็นมสุ ลิม คาประกาศ ความประทบั ใจอย่างลกึ ซงึ ้ ของฉนั ขอมอบให้โจดี ฏอฮิเราะฮ์ แอนเวย์ มฮุ มั มดั ซอเดฮ์ เป็นอนั ดบั แรก ผ้ซู งึ่ ทาให้ฉนั ได้ออกไปสมั ผสั และเห็นโลกผ่านทางหน้าตา่ งบานอ่นื ครอบครัวของเราทงั้ หมด ได้รับประโยชน์และเปิ ดโลกทศั น์กว้างออกไป ด้วยการเดนิ ทางสารวจไปกบั เธอ เพ่ือมองดชู ีวติ ในมมุ มองใหมแ่ ละลกึ ซงึ ้ การช่วยเหลอื ของเธอตลอดโครงการ และการเขียนหนงั สอื เลม่ นีไ้ ด้รับประโยชน์จากเธออยา่ งยิ่ง นบั ตงั้ แตก่ ารตรวจทาน การตงั้ ช่ือเร่ืองและผลสะท้อน การดาเนินการอยา่ งตอ่ เน่ืองและความกระตือรือร้นในโครงการของฉนั ได้รับการสนบั สนนุ โดย ดร. ญะมลี ะฮ์ โคโลโคโทรนิส จิตต์หมวด และคณุ ซซู าน เอลซยั ยาด ซง่ึ ทงั้ สองท่านเป็นผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนิด ท่ีเข้ารับนบั ถือศาสนาอสิ ลาม และเป็นอาจารย์อยทู่ ่ี โรงเรียนอิสลามแหง่ เมอื งแคนซสั เธอทงั้ สองพบกบั โจดีและฉนั และช่วยเหลือในการจดั ทาโครงการ นาเสนอความต้องการในชีวิตของพวกเธอ เพื่อเป็นแหลง่ ข้อมลู สาหรับการประสานงาน ฉนั อยากที่จะได้พบกบั บรรดาสตรีที่ได้แบง่ ปันเรื่องราวการเข้ารับอสิ ลามของพวกเธอ ด้วยการตอบแบบสอบถาม แตล่ ะแบบสอบถามเป็นแรงบนั ดาลใจและหลกั ฐานถงึ ส่งิ ที่เธอเลอื ก ท่ีจะเป็นผ้หู ญิงมสุ ลมิ ผ้ยู อมจานนตอ่ พระประสงค์ของพระผ้เู ป็นเจ้า การได้ทางานกบั ทานิทา เพนนงิ ตนั บรรณาธิการและเพื่อนเกา่ แกข่ องฉนั นบั เป็นความร่ืนรมย์อยา่ งหนงึ่ เธอเป็นผ้ทู ่ีมคี วามจาเป็นสาหรับฉนั อย่างมาก โดยท่ีเธอชว่ ยเหลือฉนั เพ่ือให้สามารถนาเสนอหนงั สือเลม่ นีใ้ นรูปแบบกระทดั รัด และการจดั ทาท่ีสมบรู ณ์ ฉนั ต้องการเธอจริงๆ

และขอขอบคณุ โจ สามแี ละผ้เู ป็นที่รักในชีวติ ของฉนั สาหรับการสนบั สนนุ และเอาใจใสต่ ลอดงานนีแ้ ละหลายปี ทอ่ี ยรู่ ่วมกนั สารบญั บทนา 1. เมอื่ ลกู สาวแมเ่ ป็นมสุ ลิม เม่ือผ้หู ญิงในอเมริกามาเป็นมสุ ลมิ 2. เส้นทางท่ีเริ่มต้น เติบโตขนึ ้ เป็นคริสเตยี น ในครอบครัวอเมริกนั 3. เปลย่ี นเส้นทาง ผ้หู ญิงอเมริกนั เลือกที่จะเป็นมสุ ลมิ 4. การตดั ขาดจากเส้นทางสายเดิม ปฏิกิริยาของญาติมติ ร 5. การเดินทางในเส้นทางมสุ ลมิ การใช้ชีวติ และปฏิบตั ติ ามหลกั การอสิ ลาม 6. ยอมรับการเดินทางของลกู สาว การประนีประนอมทางเลือกของวิถีชีวติ ระหวา่ งลกู สาวกบั พ่อแม่ 7. ดาเนินตามเส้นทางเข้าสกู่ ารแตง่ งาน เมื่อสองคนรวมเป็นหนง่ึ ในอิสลาม 8.การเลยี ้ งดลู กู ๆ ในเส้นทางของมสุ ลมิ เดก็ ๆ มสุ ลิมในสงั คมอเมริกนั 9. ยอมรับเส้นทางท่ีแตกตา่ ง ปฏิบตั ิภารกิจร่วมกนั เพ่ือสร้างและถนอมรักษาความสมั พนั ธ์ 10. เมื่อลกู สาวพดู ส่งิ ที่ผ้เู ปลี่ยนเป็นมสุ ลมิ อยากให้เรารู้ บนั ทกึ ท้ายเลม่ ภาคผนวก ก. จดหมายและแบบสอบถาม : ผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนิดท่ีเข้ารับอิสลาม ภาคผนวก ข. แบบสอบถาม พอ่ แมข่ องผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนิดท่ีเข้ารับอิสลาม ภาคผนวก ค. เร่ืองราวของผ้หู ญิงคนหนง่ึ ในการตอบแบบสอบถาม อภิธานศพั ท์

คาอุทิศ โลกเตบิ โตและเปลยี่ นแปลงอยา่ งมนั่ คง ทกุ คนมเี ส้นทางท่ีจะเดนิ ทางไป และมหี นทางที่จะค้นหาเพ่ือนาความหมายมาสชู่ ีวิตของตน ถงึ แม้วา่ ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เราอาจจะถกู กระหน่าด้วยข้อมลู ขา่ วสารเกี่ยวกบั การดารงชีวิตของผ้คู นในสว่ นอน่ื ๆ ของโลก จนบางคราวเราไมอ่ าจจบั ได้เป็นชิน้ เป็นอนั เรามแี นวโน้มที่จะแยกตวั ออกมาอย่ใู นเศรษฐกิจ ศาสนาหรือกลมุ่ ทางวฒั นธรรมของเราเอง และตอ่ ต้านขดั ขวางที่จะเข้าไปปะทะในวฒั นธรรมและแนวความคดิ อื่น เราถกู ตบแตง่ ด้วยหวั ข้อข่าวและการรายงานขา่ วประจาวนั ซงึ่ สามารถกระพือความหวาดกลวั และเพ่ิมลกั ษณะท่ีเป็นพิมพ์เดียวกนั หมดของเรา ซงึ่ บ่อยครัง้ ทาให้เราหลงทาง หนงั สือเลม่ นีเ้ขียนขนึ ้ เพ่ืออทุ ิศให้กบั ทา่ นผ้อู า่ น เพราะท่านใช้เวลาเพื่อมองดเู หนือจากส่งิ ท่ีท่านรู้ ท่านต้องเสาะแสวงหาความจริงเก่ียวกบั การที่ผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนิดเลือกแนวทางอิสลามเป็นสรณะ ซง่ึ มสุ ลมิ เหลา่ นีอ้ าจเป็นเพื่อนร่วมห้อง เพ่ือนร่วมงาน ลกู จ้าง เพ่ือนบ้าน ญาติพี่น้อง หลานสาว และใชแ่ ล้วอาจจะเป็นแม้แตล่ กู สาวของทา่ นเอง บทนา ครัง้ แรกท่ีฉนั ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง “Fiddler on the Roof” ฉนั รู้สกึ อารมณ์เสียไปกบั เทฟเย พ่อที่ผกู พนั อย่างเหนียวแน่นอยกู่ บั ขนบประเพณีของตน ซง่ึ เขาได้ตดั ขาดจากลกู สาวคนหนงึ่ และเกือบจะตดั ขาดจากลกู สาวอกี สองคน เพราะพวกเธอเลือก “ขนบประเพณี” ที่แตกตา่ งออกไป หญิงสาวเหล่านนั้ เป็นคนดี ซ่ึงจะมีชีวิตทีด่ ี แมว้ า่ จะไม่ไดอ้ ยู่ในขนบประเพณีเดียวกบั พอ่ แม่ของพวกเธอก็ตาม ทาไมไม่ปล่อยพวกเธอเป็นเอกเท ? ฉนั คดิ จากนนั้ ฉนั กไ็ ด้เรียนรู้เป็นครัง้ แรกเกี่ยวกบั การตอ่ สู้ ซงึ่ ดาเนินไปพร้อมกบั การมลี กู คนหนง่ึ ทท่ี าลายความมงุ่ หวงั ทางขนบประเพณี เชน่ เดยี วกบั เทฟเย ฉนั มีประสบการณ์ของการไมย่ อมรับ ความโกรธและความเศร้าเสียใจ โจดี ลกู สาวของเรา ดเู หมอื นจะได้เรียนรู้มโนคติอย่างหนงึ่ ที่ฉนั ต้องการสอนเธอ “มิสซูรีไมใ่ ชส่ ถานท่ีเดยี วในโลก” มโี ลกทงั้ หมดอย่ขู ้างนอกนน่ั ที่จะให้สารวจ พระผ้เู ป็นเจ้าทรงรักมนษุ ย์ทงั้ มวล ดงั นนั้ เราจงึ ต้องเปิ ดไปสพู่ วกเขา และมีมโนคตทิ ่ีสมบรู ณ์ของชีวิต ฉนั ดใี จท่ีเพ่ือนบางคนของเธอมาจากประเทศอน่ื ๆ หลงั จากนนั้ ฉนั จงึ พบวา่ เธอเริ่มจริงจงั กบั เรซา เดก็ หน่มุ จากประเทศอหิ ร่าน ไมน่ านเธอก็เผยความตงั้ ใจของเธอที่จะแตง่ งานกบั เขา และแม้แตก่ ารเดินทางไปอยทู่ ี่อิหร่าน เขาเป็นคนท่ีเรามีความสขุ ที่ได้รู้จกั

แตก่ ารที่ลกู สาวของเราจะแตง่ งานกบั เขาและเดินทางไปยงั ตา่ งประเทศ …… ฉนั ย้อนภาพของเทฟเยที่กาลงั มองดลู กู สาวคนท่ีสองของเขาขนึ ้ รถไฟ โดยที่รู้วา่ เขาจะไมม่ ีวนั พบเธออกี ในชีวติ กลบั ไปกลบั มาในใจของตวั เอง อย่างไรก็ตาม ในเวลาไมน่ านนกั โจสามขี องฉนั และตวั ฉนั เอง กเ็ ร่ิมยอมรับความคดิ ดงั กลา่ วและรู้วา่ เราเติบโตมาด้วยเหตผุ ล แม้แตม่ สุ ลิมเอง เรซาดเู หมือนจะเปิ ดเผยและยอมรับ และเรารู้สกึ วา่ โจดีมีความมนั่ คงพอในความเช่ือทางคริสต์ศาสนาของเธอและนิกายของเรา การแตง่ งานของเธอท่ีโบสถ์วอร์เรนเบอร์ก เป็นงานที่มคี วามสขุ เมอื่ เรซาและโจดจี บการศกึ ษา ฉนั บอกกบั ตวั เองวา่ คงจะใช้เวลาเป็นปี ก่อนท่ีพวกเขาจะเดนิ ทางไปอหิ ร่าน บางทีในชว่ งนนั้ พวกเขาอาจเปลย่ี นใจกไ็ ด้ ภายในเวลาสองปี ความหวาดกลวั ของฉนั เกี่ยวกบั การเดินทางไปอิหร่านของเธอ กถ็ กู กลบทบั ลงด้วยความหวาดกลวั ท่ียิ่งใหญ่กวา่ นนั่ คอื การตดั สินใจของโจดีที่จะเข้ารับอสิ ลาม ฉนั ไมเ่ คยคดิ วา่ เหตกุ ารณ์เช่นนีจ้ ะเกิดขนึ ้ กบั ฉนั ท่ีเธอยอมสมคั รใจท่ีจะเปล่ียนศาสนา ซงึ่ ตา่ งไปจากครอบครัวของเธอ แตเ่ ธอได้ทา หนงั สือเลม่ นจี ้ ะนาเสนอเร่ืองราวของฉนั ของโจดี และความเปล่ยี นแปลงซงึ่ เกิดขนึ ้ ในความสมั พนั ธ์ของเรา กบั การประพฤติปฏิบตั ขิ องเธอในการเป็นมสุ ลิม และสงิ่ ท่ีนาเสนอ ยงั เป็นเรื่องราวของผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนิดอกี บางสว่ น ท่ียอมรับอิสลาม เก่ียวกบั ภมู หิ ลงั เหตผุ ลในการเปลย่ี นศาสนา การยอมรับหลกั การอิสลาม ซงึ่ พวกเธอพบวา่ น่าดงึ ดดู ใจ และมีความหมายอย่างย่ิงตอ่ ชีวติ และครอบครัวของพวกเธอ ปลอ่ ยสงั คมตะวนั ตกสมยั ใหมท่ ่ีสร้างพวกเธอมาไว้เบือ้ งหลงั พวกเธอยอมมอบตวั เองตอ่ วิถีชีวติ ที่ชีน้ าโดยหลกั การอิสลาม ซงึ่ ได้รับการอธิบายอย่ใู นสงั คมมสุ ลิม ซงึ่ เป็นสงั คมท่ีพวกเธอร่วมเคารพภกั ดแี ละร่วมสมาคมด้วย ความหวงั ของฉนั กค็ อื ผ้อู า่ นหนงั สือเลม่ นี ้ จะได้รับความเข้าใจท่ีแจม่ แจ้งเกี่ยวกบั หญิงสาวชาวอเมริกนั โดยกาเนิดซงึ่ เลือกอสิ ลาม วา่ ทาไมและอย่างไร ท่ีพวกเธอยอมรับนบั ถือศาสนาอิสลาม และความเข้มแขง็ ท่ีพวกเธอได้รับจากการเลอื กแนวทางนี ้โดยท่ีผ้หู ญิงเหลา่ นใี ้ ช้ชีวติ ประจาวนั ด้วยการปฏิบตั ติ ามหลกั คาสอนของอิสลาม ผ้ทู ่ีไมใ่ ชม่ สุ ลิมจงึ ไมเ่ ฉพาะจะได้เรียนรู้เกี่ยวกบั แนวทางอิสลามเทา่ นนั้ แตย่ งั จะได้พบกบั วธิ ีท่ีดที ี่สดุ ท่ีจะติดตอ่ สมั พนั ธ์กบั ผ้หู ญิงเหลา่ นีใ้ นสถานท่ีทางาน ในฐานะญาติมิตร เพื่อนร่วมงาน และคนที่ค้นุ เคยกนั สาหรับพวกเราหลายคน พวกเธอคอื ลกู สาว พ่ีสาว น้องสาว หลานสาว ญาติ เพื่อนฝงู หรือเพ่ือนร่วมงานของเรา ผ้ซู ง่ึ เลือกแนวทางสายอ่นื ในความศรัทธาตอ่ พระผ้เู ป็นเจ้า หวงั วา่ หนงั สอื เลม่ นีจ้ ะเป็นโอกาสท่ีจะก้าวข้ามผา่ นไปในเวลาอนั จากดั เพื่อเข้าใจการเข้าหาและการประพฤติปฏิบตั ิในเส้นทางสายอนื่ ของพวกเธอ

บทที่ 1 เมื่อลุกสาวแม่เป็ นมุสลิม เมือ่ ผ้หู ญงิ มาเป็ นมุสลิมในอเมริกา เธออาจกาลงั จบั จ่ายอย่ใู นห้างสรรพสินค้า กาลงั ขบั รถ ศกึ ษาเลา่ เรียนอยใู่ นมหาวทิ ยาลยั หรือร่วมทางานอยใู่ นสานกั งานของบริษัท เคร่ืองแตง่ กายของเธอมิดชิด มีผ้าคลมุ ผมปิ ดศรี ษะ มีเพียงใบหน้าและฝ่ ามอื ที่ไมไ่ ด้ถกู ปกปิ ด (แม้บางทีใบหน้าของเธออาจถกู ปิ ด) เธอแตง่ กายด้วยเสือ้ ผ้าที่รัดกมุ ซงึ่ มคี วามประณีต แตไ่ มโ่ อ้อวด บางครัง้ อาจสะท้อนแฟชนั่ ของตา่ งชาตอิ ยบู่ ้าง เธอเป็นที่สนใจอยา่ งมากในสงั คมของเรา บ่อยครัง้ ที่บงั เกิดความคดิ แปลกๆ เช่น “ศาสนาท่ีประหลาด” “พวกก่อการร้าย” “พวกจารีตนิยม” “พวกลกึ ลบั “คนตา่ งชาติ หรือ “นา้ มนั ” และเธอทาให้เรารู้สกึ อดึ อดั แปลกแยก หากหวงั วา่ จะได้ยินสาเนียงแปร่งๆ เม่อื พดู กบั เธอ บางคนอาจจะแปลกใจ ถ้าสาเนียงเสียงพดู ของเธอ ก็เหมือนคนอเมริกนั ทวั่ ไป “คณุ มาจากท่ีไหนหรือ?” ผ้สู งั เกตการณ์อย่างเอาจริงเอาจงั อาจถาม “โทเลโด โอไฮโอ” เธออาจจะตอบเช่นนนั้ แตม่ นั ก็อาจจะเป็นเมอื งใด เมอื งหน่ึง ในท่ีอื่นๆ กไ็ ด้ “โอ จริงหรือ ?” ผ้สู งั เกตการณ์คนเดิมตอบ ในสว่ นหนง่ึ กจ็ ะประจกั ษ์วา่ เธอคอื คนหนง่ึ ในพวกเรานี่เอง จานวนท่ีเพิ่มขนึ ้ ของผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนดิ ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ที่เปล่ียนมานบั ถือศาสนาอสิ ลาม และเรียกตวั เองวา่ มสุ ลิม เหมือนกบั ศาสนกิ คนอื่นๆ ของอสิ ลาม มีจานวนมากที่ยดึ ถือขนบประเพณีการคลมุ ศีรษะ (ฮญิ าบ) ในท่ีสาธารณะ อีกบางสว่ นอาจจะรู้สกึ วา่ ยงั ไมจ่ าเป็นต้องคลมุ ซง่ึ มีจานวนน้อย แตย่ งั ไงก็ตาม คนเหลา่ นีก้ ็อยใู่ นจานวนท่ีเตบิ โตขนึ ้ ของผ้เู ข้ารับอสิ ลามในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ไมม่ ผี ้ใู ดทราบแนน่ อนว่า มสุ ลมิ มากกวา่ 1,000 ล้านคนในโลกนี ้ อาศยั อย่ใู นสหรัฐอเมริกาและแคนาดาจานวนเท่าใด แตส่ ภามสุ ลมิ แหง่ กรุงวอชิงตนั ดี ซี ประมาณวา่ มปี ระมาณ 6 ถงึ 8 ล้านคน ซง่ึ รวมผ้เู ข้ารับอิสลาม ผ้อู พยพ และการเพ่ิมขนึ ้ ของเดก็ ๆ มสุ ลมิ อเมริกนั ดงั นนั้ อสิ ลามจงึ นา่ จะมผี ้นู บั ถอื ในสหรัฐอเมริกา มากกวา่ ยดู าย ซงึ่ มีอยู่ 5.5 ล้านคน ซงึ่ ทาให้อสิ ลามเป็นศาสนาชนั้ นาลาดบั ท่ีสอง รองจากศาสนาคริสต์ จานวนมสั ยิดและศนู ย์การศกึ ษาที่เพิ่มขนึ ้ กเ็ ป็นสิ่งสะท้อนให้เหน็ ถงึ การลงหลกั ปักฐานของอิสลามในปัจจบุ นั ราวปี ค.ศ. 1985 มมี สั ยิดอย่ปู ระมาณ 600 แหง่ และศนู ย์กลางการศกึ ษา รวมทงั้ องค์กรอิสลามจานวนมาก ประวตั ศิ าสตร์ของมสุ ลิมในสหรัฐอเมริกานบั วา่ ยงั สนั้ มาก หนงั สือ หนงึ่ ศตวรรษของอิสลามในอเมริกา (1) (A Century of Islam in America) แบ่งคลืน่ การอพยพของมสุ ลมิ ออกเป็นสามชว่ ง ครัง้ แรกเกิดขนึ ้ ในปี ค.ศ.1875 ซงึ่ เป็นการอพยพของกรรมกร แรงงานไร้ฝี มอื และขาดการศกึ ษา ซงึ่ มีความต้องการจะทางานหนกั

สว่ นมากอาศยั อย่อู ย่างถาวร แตผ่ ้ทู ี่กลบั ไปก็ชกั ชวนคนอ่นื ๆ ให้กลบั มาอเมริกาอกี คลื่นการอพยพชว่ งที่สอง เกิดขนึ ้ ในทศวรรษท่ี1930 และหยดุ ลงเพราะสงครามโลกครัง้ ที่ 2 ชว่ งท่ีสามของการอพยพเกิดขนึ ้ ในทศวรรษที่ 1950 และ 1960 ซงึ่ เป็นพวกท่ีมีการศกึ ษาและมาจากครอบครัวของชนชนั้ นา บ่อยครัง้ ที่เป็นการลภี ้ ยั จากการกดข่ีทางการเมอื ง หรือเพ่ือมาศกึ ษาตอ่ ในระดบั ที่สงู ขนึ ้ มสุ ลิมจะรวมกลมุ่ กนั อยใู่ นเมอื งใหญ่ ซงึ่ พวกเขาจะได้รับการสนบั สนนุ ซงึ่ กนั และกนั ในมหาวิทยาลยั ใหญ่ๆ หลายแหง่ มีกลมุ่ นกั ศกึ ษามสุ ลิมท่ีกระตอื รือร้น ซง่ึ ท่ีน่ีพวกเขาจะได้เรียนรู้และช่วยเหลือกนั ในการดารงชีวิตอยอู่ ย่างมสุ ลมิ ซง่ึ ในเวลาดงั กลา่ วเป็นการยากสาหรับพวกเขาที่จะผสมผสานกบั โปรแกรมและกิจกรรมตา่ งๆ ในสงั คมอเมริกนั มสุ ลมิ มคี วามจาเป็นต้องปฏิบตั ิตามหลกั การอสิ ลามในชีวิตประจาวนั ทกุ ยา่ งก้าว การประพฤติปฏิบตั นิ ีถ้ กู กาหนดโดยคมั ภีร์อลั กรุ อาน และวจนะ (คาพดู ความประพฤตแิ ละการกระทา) ของทา่ นศาสดามฮุ มั มดั และแบบอยา่ งอื่น ที่อ้างถงึ ท่านศาสดา สภาพแวดล้อมท่ีมคี ณุ คา่ ในตะวนั ตกอย่างหนงึ่ คือ สทิ ธิในการปฏิบตั ิตามหลกั การศาสนาที่บคุ คลต้องการ ซง่ึ เออื ้ ให้มสุ ลิมมโี อกาสใช้ชีวติ ตามแบบอสิ ลาม ตามที่ได้กาหนดไว้ในสงั คมของพวกเขา ประเทศตะวนั ตกซง่ึ ครัง้ หนงึ่ ถกู จดั วา่ เป็นประเทศยดู าย – คริสเตียน อาจต้องเปล่ียนเป็นสงั คมยดู าย คริสเตยี น มสุ ลมิ การเจริญเตบิ โตของอิสลามในภมู ิภาคตะวนั ตกกลายเป็นหวั ข้อหลกั ท่ีสือ่ ตา่ งๆ ให้ความสนใจ การแผ่ขยายของอิสลามเป็นประเดน็ หลกั ร่วมสมยั ของชาวอเมริกาเหนือ ถงึ แม้วา่ ชาวอเมริกนั จะมีความรู้น้อยมาก ไมว่ า่ จะเกี่ยวกบั หลกั การหรือประวตั ศิ าสตร์อสิ ลาม อสิ ลามมีต้นกาเนิดในคาบสมทุ รอาหรับเม่อื ราวคริสต์ศตวรรษท่ี 7 เมื่อมฮุ มั มดั ได้รับการประทานโองการจากพระผ้เู ป็นเจ้า ผา่ นเทวทตู ญิบรีล (กาเบรียล) โองการเหลา่ นี ้ มฮุ มั มดั ได้อา่ นปากเปลา่ และถกู บนั ทกึ เป็นคมั ภีร์อลั กรุ อาน คมั ภีร์ศกั ด์สิ ทิ ธิ์ของมสุ ลมิ ซงึ่ ถือวา่ เป็นคมั ภีร์สดุ ท้ายของพระผ้เู ป็นเจ้าทปี่ ระทานมายงั โลกนี ้ อิสลามเข้ามาในโลกของฉัน 14 ปี ที่แล้ว โจดี ลกู สาวของเราแตง่ งานกบั เดก็ หนมุ่ จากประเทศอิหร่าน และในไมช่ ้าก็เข้ารับอิสลาม เธอเริ่มคลมุ ศรี ษะและเรียนรู้ท่ีจะใช้ชีวิตและปฏิบตั ติ วั แบบมสุ ลมิ สองสามปี หลงั จากนนั้ เป็นชว่ งเวลาแหง่ ความทกุ ข์และการปรับเปลย่ี นของครอบครัวเรา ในชว่ งปี เหลา่ นนั้ เราเพิ่มความสนใจในความแขง็ แกร่งและการประพฤตปิ ฏิบตั ขิ องลกู สาวของเรา และเพ่ือนๆ ชาวอเมริกนั มสุ ลมิ ของเธอ จากประสบการณ์สว่ นตวั ครัง้ นี ้ ฉนั ตดั สินใจที่จะรวบรวมเร่ืองราวของผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนิดที่เข้ารับอสิ ลาม

ฉนั ได้แก้ไขปรับปรุงและแจกจา่ ยแบบสอบถามออกไป และในไมช่ ้าก็ได้รับการตอบรับ การแสดงออกถงึ ความมนั่ คงและความศรัทธาสว่ นตวั ของพวกเธอจานวนมาก ชาวอเมริกาเหนือ (รวมสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) มีความค้นุ เคยกบั หนงั สือและภาพยนตร์ เร่ือง Not Without My Daughter และภาพยนตร์เรื่อง True Lies หรือบทความ ส่อื วเิ คราะห์ที่เตม็ ไปด้วยภาพลบของมสุ ลิม เราไมใ่ คร่มโี อกาสท่ีจะได้สารวจคณุ ภาพชีวติ ของผ้หู ญิงมสุ ลมิ อเมริกนั โดยกาเนิด ด้วยตวั เอง ในการปฏิบตั ติ วั แบบอสิ ลามของพวกเธอ ฉนั รู้สกึ ว่าภาพลกั ษณ์ทางด้านบวกมากกวา่ นีม้ คี วามจาเป็น และโดยการเข้าร่วมและแบ่งปันเรื่องราวบางอย่างของผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนิดท่ีเข้ารับอสิ ลาม ซง่ึ จะทาให้สง่ิ ที่ฉนั ต้องการ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ของมนั โดยความตงั้ ใจแล้ว ฉนั ไมต่ ้องการใช้เรื่องราวของใครคนหนง่ึ ทงั้ หมด แตจ่ ะใช้เนือ้ หาบางสว่ นเพื่อเปิ ดเผยเรื่องราวและการเดินทางด้านความศรัทธาของหลายๆ คนที่เลอื กจะรับนบั ถือศาสนาอสิ ลาม และที่ถกั ทออย่ใู นเร่ืองเหลา่ นี ้กม็ เี รื่องของฉนั ด้วย ในฐานะที่เป็นแมข่ องผ้หู ญิงคนหนงึ่ ที่เป็นมสุ ลมิ ณ ท่ีนี ้คอื โอกาสที่จะค้นหาความเชื่อในอสิ ลาม และการที่อิสลามเข้ามาอยใู่ นชีวิตประจาวนั ของผ้ทู ี่นบั ถือออกมาด้วย ผลสรุปโดยทัว่ ไปของการสารวจ แบบสอบถาม (แบบท่ี 1) แจกจ่ายไปยงั ชมุ นมุ ชนมสุ ลิมตา่ งๆ และสง่ ทางไปรษณีย์ แก่ผ้ทู ี่โทรศพั ท์เข้ามาขอ เพราะทราบข่าวการสารวจ และจากการบอกเลา่ ของคนอ่นื ๆ แบบสอบถามแจกจา่ ยออกไปทงั้ หมด 350 ชดุ ทวั่ อเมริกาเหนือ ตงั้ แต่ โอกลาโฮมา แคนซสั มสิ ซูรี เวอร์จิเนีย นิวเจอร์ซี อินเดียน่า โอเรกอน อลาบามา เท็กซสั แคลฟิ อร์เนีย หลยุ เซียนา่ วอชิงตนั อลิ นิ อยส์ เพ็นซิลวาเนีย อาคนั ซอ เวอร์์มอนต์ และออนตาริโอ ผ้ทู ี่ตอบแบบสอบถามกลบั มาทงั้ หมด ต้องใช้เวลาหลายชวั่ โมง ในการตอบปัญหาเชิงลกึ ที่ถกู สง่ ให้กบั พวกเธอ ระดบั การศกึ ษาของผ้ทู ่ีตอบแบบสอบถามอย่รู ะหวา่ งระดบั เตรียมอดุ มถงึ ปริญญาเอก ร้อยละ 53 จบระดบั ปริญญาตรีหรือสงู กวา่ ร้อยละ 35 จบปริญญาตรีสาขาศลิ ปะศาสตร์หรือวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 12 จบระดบั ปริญญาโทสาขาศิลปะศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ และร้อยละ 6 จบระดบั ปริญญาเอก และมีอยู่ 7 คน ท่ีกาลงั ศกึ ษาตอ่ ระดบั ที่สงู ขนึ ้ ไป ช่วงอายขุ องผ้ตู อบแบบสอบถามอย่รู ะหวา่ ง 21 – 47 ปี ร้อยละ 40 อยใู่ นช่วง 20 ปี ร้อยละ 48 อยใู่ นชว่ ง 30 ปี และร้อยละ 12 อยใู่ นช่วง 40 ปี ระยะเวลาของการเป็นมสุ ลมิ อย่รู ะหวา่ ง 6 เดือนถงึ 22 ปี ผ้ทู ่ีเป็นมสุ ลมิ ระหวา่ ง 6 เดอื น – 3 ปี ร้อยละ32 4 – 10 ปี มีร้อยละ 24 7 –10 ปี ร้อยละ 20 และร้อยละ 24 เป็นมสุ ลมิ มากกวา่ 11 ปี โดยมีสองคนท่ีเป็นมานาน 19 ปี และ 22 ปี ตามลาดบั ราวร้อยละ 40 ของผ้หู ญิงเหลา่ นีท้ างานนอกบ้าน ทงั้ เตม็ เวลาและพาร์ทไทม์ สองคนมธี รุ กิจอยทู่ ่ีบ้าน ร้อยละ 12 ทางานตามวฒุ ิการศกึ ษา ครึ่งหนงึ่ เป็นแมบ่ ้าน และในจานวนนี ้ หนง่ึ ในสี่ จดั การศกึ ษาท่ีบ้าน (Home School) ให้ลกู ๆ ในวยั ศกึ ษาเลา่ เรียน แม้วา่ ร้อยละ 75 จะมลี กู

แตก่ ็ไมท่ งั้ หมดท่ีอย่ใู นวยั เลา่ เรียน ร้อยละ 47 สง่ ลกู ไปโรงเรียนรัฐบาล ร้อยละ 11 สง่ ไปโรงเรียนเอกชนที่ไมใ่ ช่ของมสุ ลิม ร้อยละ 26 มลี กู อย่ใู นโรงเรียนมสุ ลมิ และร้อยละ 26 จดั การศกึ ษาที่บ้าน ทงั้ หมดนรี ้ วมกนั จะเกินร้อยละ 100 เพราะบางคนมีลกู เรียนอยใู่ นโรงเรียนหลายระบบ ในการสารวจการปฏิบตั ิตามหลกั การอสิ ลามทวั่ ๆ ไป พบวา่ มีเพียง 2 คน ที่ยงั ไมไ่ ด้คลมุ ศีรษะเป็นประจา โดยทว่ั ๆ ไปแล้ว ทงั้ หมดปฏิบตั ินมาซ ถือศลี อดในเดอื นรอมฎอนและเข้าร่วมศกึ ษาอสิ ลามเป็นประจา ร้อยละ 18 ยงั รับประทานเนือ้ สตั ว์ท่ียงั ไมป่ ระทบั ตราฮาลาล (เครื่องหมายอนญุ าตตามหลกั การอิสลาม) ยกเว้นเนือ้ สกุ รท่ีห้ามอยา่ งเดด็ ขาด ร้อยละ 90 ของผ้หู ญิงที่ตอบแบบสอบถาม แตง่ งานแล้วและประสบความสาเร็จ รวมทงั้ มีความสขุ ดใี นชีวติ แตง่ งาน ณ เวลาที่สารวจวิจยั พวกเธอแสดงให้เห็นถงึ ความพงึ พอใจอย่างมาก ตอ่ สถานภาพที่พวกเธอได้รับจากคาสอนของอสิ ลาม บางสว่ นที่เป็นโสดเนื่องจากหยา่ ร้าง เป็นหม้ายและยงั ไมไ่ ด้แตง่ งานกลา่ ววา่ พวกเธอรู้สกึ ไมค่ อ่ ยสบายใจเมอื่ อย่ใู นที่ชมุ นมุ พวกเธอกลา่ ววา่ การแตง่ งานทาให้สถานภาพของพวกเธอดขี นึ ้ ในสงั คมมสุ ลมิ โดยท่ีการแตง่ งานถือเป็น “สถานภาพตามธรรมชาติ” ในสงั คมมสุ ลิม พวกเธอจงึ รู้สกึ สญู เสียพลงั อานาจท่ีผา่ นทางสามี ซงึ่ จะเป็นสายสมั พนั ธ์และมสี ว่ นร่วมในการตดั สนิ ใจเร่ืองตา่ งๆ ท่ีมสั ยิด การตอบแบบสอบถามของพวกเธอ แสดงให้เหน็ ถงึ การตอบสนองในเชิงบวก ตอ่ การเลอื กชีวิตแบบมสุ ลมิ อยา่ งมากที่สดุ ซงึ่ แตกตา่ งกนั อย่างสิน้ เชิงกบั เร่ืองราวในทางลบ ซง่ึ มกั จะได้ยินจากสอื่ ตา่ งๆ ในสงั คมอเมริกนั โดยทวั่ ไปแล้ว สามารถแนใ่ จได้วา่ ผ้หู ญิงอเมริกนั มสุ ลิมเกือบทงั้ หมด มคี วามสขุ มกี ารปรับตวั อย่างดี ระหวา่ งเรื่องของ “ชีวติ ไมม่ ปี ัญหาอะไร” กบั เร่ืองราวของชีวติ ที่มแี ตค่ วามเศร้าระทมและทกุ ข์ใจ ในการศกึ ษาวิจยั ครัง้ นี ้ ผ้หู ญิงสว่ นใหญ่พบกบั ความสขุ ความสมหวงั ในการตดั สินใจของพวกเธอที่จะใช้ชีวติ แบบพิเศษ นนั่ คือแบบอิสลาม บทที่ 2 เส้นทางทีเ่ ร่ิมต้น เติบโตแบบคริสเตียน ในครอบครัวอเมริกัน โจดีหยดุ การเรียนจากวิทยาลยั ระหวา่ งภาคเรียนฤดใู บไม้ร่วง ขณะนนั้ เธอเป็นนกั ศกึ ษาปี ที่ 2 เธออย่ใู นอารมณ์ และจิตใจท่ีสบั สน และติดคณุ ย่าของเธอแจ เนื่องจากไมแ่ น่ใจวา่ จะใช้ชีวติ อยกู่ บั เราได้ ภายหลงั ในฤดใู บไมร่ ่วงนนั้ เอง โจดมี ีโอกาสเดนิ ทางไปกบั กลมุ่ วยั รุ่นกลมุ่ เลก็ ๆ ในการทศั นะศกึ ษากบั ทางโบสถ์ เพ่ือนาผ้สู อนศาสนาไปร่วมชมุ นมุ และเพ่ือสารวจแหลง่ โบราณของทางโบสถ์ เม่ือกลบั มาจากการเดนิ ทาง โจดไี ด้เลา่ ประสบการณ์ท่ีชว่ ยบาบดั รักษาอารมณ์ของเธอ

“พอ่ กบั แมค่ ะ ตอนนีห้ นรู ู้แล้วถงึ สง่ิ ท่ีพ่อกบั แม่ หมายถงึ การมีอยขู่ องพระผ้เู ป็นเจ้า หนมู ปี ระสบการณ์เกี่ยวกบั พระผ้เู ป็นเจ้าแล้ว ขณะท่ีหนนู ง่ั อยใู่ นกลมุ่ ที่ร่วมกนั สวดภาวนา มนั เหมือนกบั สายนา้ ท่ีอบอนุ่ ทว่ มท้นเหนือจิตวิญญาณของหนู ซงึ่ เป็นหลกั ประกนั วา่ มีพระผ้เู ป็นเจ้าท่ีแท้จริง นบั เป็นเวลาแหง่ การบาบดั รักษาจิตใจสาหรับหนู และขณะนีห้ นพู ร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นชีวติ ของหนู” แตโ่ จดยี งั คงไมพ่ ร้อมที่จะกลบั มาอยทู่ ่ีบ้าน เราจงึ เตรียมห้องเลก็ ๆ ให้เธอ ในบ้านที่เราเชา่ ให้ ขณะท่ีเธอไปเรียนที่วทิ ยาลยั ชมุ ชน ซงึ่ พอ่ ของเธอสอนอยู่ ในภาคการศกึ ษานนั้ โจดีและเรซาเริ่มค้นุ เคยกนั เรซาซง่ึ เป็นนกั ศกึ ษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ในวทิ ยาลยั เดียวกบั โจดี เป็นเดก็ หน่มุ ที่เอาจริงเอาจงั ซง่ึ มจี ริยธรรมท่ีดงี ามอย่างที่โจดีต้องการ สาหรับชีวิตของเธอ น่ีคือคนที่จะชว่ ยให้เธอได้เป็น ในส่ิงท่ีเธอต้องการจะเป็ นจริงๆ ในช่วงเทศกาลอีสเตอร์เราจะออกไปนอกเมืองเพ่ือเย่ียมเยียนญาติ เราบอกโจดใี ห้เชิญเรซาไปกบั เราด้วย ในตอนเช้าวนั อีสเตอร์ ขณะท่ีเราเตรียมตวั ออกเดนิ ทางไปโบสถ์ โจดีมากระซิบท่ีหอู ย่างตนื่ เต้น “แมค่ ะ เรซาต้องการให้หนแู ตง่ งานกบั เขา และไปอย่ทู ี่อิหร่าน วเิ ศษไหมแม่ ?” ไม่ มนั ไมว่ เิ ศษ อะไรเลย อหิ ร่านเป็นประเทศที่มแี ตว่ ิกฤตการณ์เกิดขนึ ้ ไม่ ส่ิงนจี ้ ะต้องไมเ่ กิดขนึ ้ ตลอดเทศกาลอีสเตอร์ ฉนั ร้องไห้นา้ ตาไหลนองหน้าตลอด มโนภาพในใจฉนั มองเหน็ ภาพจาก ภาพยนตร์เร่ือง Fiddler on the Roof ซง่ึ เทฟยามาสง่ ลกู สาวคนที่สองของเขาที่สถานีรถไฟ ทงั้ ท่ีรู้วา่ เขาจะไมม่ ีโอกาสได้พบหน้าเธออีก เธอร้องเพลง “Far From the Home I Love” ให้พ่อเธอฟัง ฉนั ทนตอ่ สงิ่ นีไ้ มไ่ ด้ เรซาเชิญเราไปทานอาหารเย็นที่ห้องพกั ของเขา ในวนั พฤหสั ตอ่ มา เราจะไปดไี หม ก็ดี นน่ั เป็นสง่ิ ที่วิเศษมาก ใช่ เราจะต้องชอบมนั มนั เป็นเวลาท่ีสดช่ืนด้วยกนั แล้วเรซาก็เข้าประเดน็ “คณุ โจกบั คณุ แครอล ผมเชิญคณุ ทงั้ สองมาที่นี่ เพราะผมต้องการขอแตง่ งานกบั โจดี และหวงั วา่ คณุ ทงั้ สองคงจะอนญุ าต” “เมื่อไหร่” “ทนั ทที ่ีเป็นไปได้ ภายในฤดรู ้อนนี ้ผมหวงั เช่นนนั้ ” จากนนั้ เขาพยายามอธิบายความรู้สกึ ของเขาทงั้ สอง มิตรภาพระหวา่ งกนั และข้อตกลงทีส่ าคญั ตา่ งๆ ฉนั ยงั ไมอ่ าจเห็นชอบด้วยได้ เธอมกี ารศกึ ษาท่ีต้องเรียนให้จบ พวกเขาต้องจ่ายให้กบั มนั เท่าไหร่ กนั ไมไ่ ด้เดด็ ขาด ! แตเ่ มอ่ื เวลาผ่านไป เรากย็ งั เหน็ พวกเขาดาเนินการตอ่ ไป ไมว่ า่ เราจะอนญุ าตหรือไมก่ ็ตาม วนั นนั้ เป็นวนั ท่ี 1 พฤษภาคม ขณะนนั้ ฉนั อยนู่ อกเมือง เนื่องด้วยหน้าท่ีการงาน ขณะทฉี่ นั ดวู ดี โี อ เพ่ือเตรียมการประชมุ เชิงปฏิบตั ิการในสดุ สปั ดาห์ ซง่ึ ฉนั ต้องทาหน้าที่เป็นวทิ ยากร ฉนั ได้ดสู ว่ นที่เกี่ยวกบั นกั เผยแผ่ศาสนาในอนิ เดีย นกั เผยแผศ่ าสนาเลา่ ถงึ การเดินทางท่ีทรุ กนั ดารเป็นไมล์ๆ ทา่ มกลางอากาศร้อน เพื่อไปให้ถงึ หมบู่ ้าน

เท้าของเขาพองเป็นแผล เมอ่ื ไปถงึ หมบู่ ้านเขานง่ั ลงบนตอไม้ หญิงชราในหมบู่ ้านมาหาเขาพร้อมกบั ถาดนา้ ถอดรองเท้าและถงุ เท้า ล้างเท้าให้เขา ขณะที่เขามองตาของเธอ เขาบอกวา่ เขาเหน็ รัศมขี องพระเยซูคริสต์ในดวงตาคนู่ นั้ เมือ่ ฉนั ได้ฟังเร่ืองราว ฉนั ถงึ กบั ทรุดลง “โอ้พระผ้เู ป็นเจ้า ฉนั ไมไ่ ด้พยายามเหน็ สงิ่ ใดในตวั เรซา ฉนั มเี พียงการตอ่ ต้าน ฉนั จะมองหารัศมขี องพระองค์ในดวงตาของเขา และมองหาการยอมรับ” เมื่อฉนั พบเขาอกี ครัง้ หนงึ่ หลงั จากกลบั มา ฉนั มองดเู รซาในลกั ษณะท่ีแตกตา่ งไป ดวงตาดาขลบั ของเขา สะท้อนความรัก ความเออื ้ อาทรและแสงสวา่ ง และฉนั ถกู ปกคลมุ ไปด้วยความรู้สกึ แห่งการยอมรับ โจสามขี องฉนั กย็ อมรับเขาด้วย ดงั นนั้ กาหนดการแตง่ งานจงึ ถกู ถกู วางแผนขนึ ้ ในวนั ท่ี 1 สงิ หาคม เรซาเป็นชายหนมุ่ ท่ีดี เราจะแบง่ ปันพระคมั ภีร์กบั เขา และบางทีในเวลาไมน่ านนกั เขาอาจจะมาเป็นคริสเตียน พวกเราสว่ นมาก มคี วามค้นุ เคยกบั ความรู้สกึ และอารมณ์ ที่มลี กู ๆ เป็นเดก็ วยั รุ่น พวกเขาเลือกส่งิ ท่ีเราไมเ่ หน็ ด้วย เราคิดวา่ เราเลีย้ งดเู ขา เพ่ือให้รับเอาคณุ คา่ ตา่ งๆ จากเรา และมีการตดั สินใจท่ีสอดคล้องต้องกนั กบั แนวทางการดาเนินชีวิตของเรา แตบ่ างครัง้ ก็ไมไ่ ด้เป็นเช่นนนั้ พวกเขามีทางเลอื ก และมกั จะเลอื กแนวทางการดาเนินชีวิต แตกตา่ งจากที่เราหวงั วา่ จะให้พวกเขาเลอื ก ในการรวบรวมเร่ืองราวของผ้หู ญิงอเมริกนั โดยกาเนิดที่เข้ารับอสิ ลาม สว่ นมากแล้วพวกเธอเติบโตขนึ ้ มาในบรรยากาศของการปฏิบตั ติ ามหลกั การศาสนา ไมว่ า่ จะเป็นเพราะครอบครัวต้องการ หรือเพราะพวกเธอต้องการเข้าไปมสี ว่ นร่วม มเี พียงสองรายท่ีกลา่ ววา่ ศาสนาไมใ่ ช่เรื่องสาคญั สาหรับเธอ ในชว่ งเวลาที่ผา่ นๆ มา และมคี นหนงึ่ ทไ่ี มเ่ คยเป็นคริสเตยี น มบี างสว่ นที่ออกจากนิกายท่ีนบั ถือ เพราะมคี วามรู้สกึ วา่ คาถามของพวกเธอไมไ่ ด้รับคาตอบ หรือเมื่อออกจากบ้าน พวกเธอไมเ่ คยคดิ วา่ “จะต้องไปโบสถ์” เพราะความต้องการของพ่อแม่ ผ้หู ญิงบางคนเป็นลกู สาวหรือหลานสาวของนกั เทศน์ประจาโบสถ์เสยี ด้วยซา้ พวกเธอมาจากแนวจารีตนิยม จนถงึ กลมุ่ ที่สงั กดั ฝ่ ายที่เสรีนิยมกวา่ ถงึ แม้วา่ ร้อยละ 28 จะไมร่ ะบนุ ิกายสงั กดั แตพ่ วกท่ีระบกุ ม็ ตี งั้ แต่ คาทอลกิ เซาเทิร์นแบบตสิ ท์ เมโธดสิ ต์ คริสเตยี น ผ้ดู าเนินตามพระคริสต์ อีพิสคอพาเลี่ยน อาร์แอลดเี อส นาซาเรน เชิร์ช เพรสไบทีเรี่ยน ลเู ธอแรน พยานแห่งพระยโฮวา เควกเกอร์ กรีก ออร์โธดอกส์ เซเวน่ เดย์แอดเวนติสต์ เวิด์ลไวลด์เชิร์ช ออฟกอ็ ด รวมทงั้ คริสมาตกิ และบอร์นอะเกนคริสเตียน มีคนหนง่ึ เป็นคริสเตียนท่ีกลายเป็นฮินดู และอีกคนหนง่ึ ไปเป็นยดู าย เกอื บทงั้ หมดมาจากผ้มู ีภมู ิหลงั ทางศาสนา และเป็นผ้แู สวงหาความหมายของชีวติ เม่อื ยงั เป็นเดก็ สาว ที่อย่ใู นวยั ตงั้ คาถาม ตอ่ ไปนีเ้ป็นคาอธิบายถงึ ความเข้าใจในสภาพแวดล้อมทางศาสนา ในชีวิตชว่ งแรกของพวกเธอ

ครอบครัว ซึ่งเข้มงวดในความเคร่งครัดทางศาสนา ผ้หู ญิงบางคนมาจากครอบครัวท่ีคิดวา่ ลกู สาวจะเป็นผ้ทู ี่ขยนั หมนั่ เพียรในการไปโบสถ์ ไมเ่ ฉพาะในวนั อาทิตย์เท่านนั้ แตร่ ะหวา่ งสปั ดาห์ด้วย คาวา่ “เข้มงวด” ถกู ใช้บ่อยในการอธิบาย ความม่งุ หวงั ของบางครอบครัว ในเร่ืองเก่ียวกบั ศาสนา  ฉนั เติบโตขนึ ้ มาในฐานะเป็นคาทอลกิ ถกู พาไปโบสถ์และโรงเรียนวนั อาทิตย์ ทกุ วนั อาทิตย์ เพราะพอ่ ยืนกราน และบงั คบั ให้ฉนั น้องชายและน้องสาวให้ไป และบอกพวกเราวา่ ถ้าไมไ่ ปโบสถ์ เราจะต้องลงนรก ฉนั ศรัทธาในพระผ้เู ป็นเจ้าและเกรงกลวั พระองค์ในระดบั หนง่ึ พร้อมทงั้ ขอความช่วยเหลอื จากพระองค์ เมื่อฉนั อายุ 17 ปี ฉนั หยดุ ไปโบสถ์ และมคี ่าคืนอนั น่ากลวั เกี่ยวกบั การที่ซาตานจะมาเอาตวั ฉนั ซงึ่ กินเวลาราว 6 เดือน หรือมากกวา่ นนั้  พอ่ ของฉนั เป็นนกั เทศน์นิกายยไู นเตด็ เมโธดิสต์ ป่ ขู องฉนั เป็นนกั เทศน์นิกายแบบติสต์ ฉนั เติบโตขนึ ้ มาในสภาพแวดล้อมท่ีเคร่งครัดศาสนาอย่างย่ิง ฉนั ไปโบสถ์เกือบทกุ วนั ในแตล่ ะสปั ดาห์  ฉนั เตบิ โตขนึ ้ มาเป็นคริสเตียน (เซเวน่ เดย์ แอด็ เวนตสิ ต์) ไปโบสถ์และเรียนหนงั สือในโรงเรียนเอกชน ท่ีบริหารโดยโบสถ์ ไมม่ ีกิจกรรมที่ไมใ่ ชเ่ รื่องศาสนาจากเวลาดวงอาทิตย์ตกวนั ศกุ ร์ จนถงึ ดวงอาทิตย์ตกวนั เสาร์ โบสถ์มกี ิจกรรมมากมาย เคร่งครัดในการงดอาหาร (ไมเ่ ฉพาะหมู แตเ่ ป็นสิง่ อนื่ ที่ระบไุ ว้ในพระคมั ภีร์เก่าด้วย) ไมม่ ีการดมื่ ของมนึ เมา ไมม่ กี ารสบู บหุ รี่ ไมม่ ีเครื่องประดบั ฯลฯ เมื่ออย่เู ตรียมอดุ มศกึ ษา ฉนั ได้พบความจริงเกี่ยวกบั โบสถ์ เพราะฉนั เหน็ ความหน้าไหว้หลงั หลอกมากมายท่ีโบสถ์ ฉนั จงึ ตดั สนิ ใจหยดุ ไปโบสถ์และออกจากโรงเรียนเมอ่ื อายุ 17 ปี ครอบครัวเหลา่ นีต้ ้องการให้สิ่งท่ีพวกเขาคดิ ว่าดีท่ีสดุ เพ่ือการเติบโตขนึ ้ ของลกู สาว บ่อยครัง้ ที่ผ้หู ญิงพฒั นาความเช่ือในพระผ้เู ป็นเจ้าอยา่ งลกึ ซงึ ้ ของพวกเธอ แตก่ ารไปโบสถ์ เป็นสง่ิ ที่พวกเธอต้องทา แตบ่ รรเทาลงเม่ืออายมุ ากพอท่ีจะตดั สินใจด้วยตวั เอง เกี่ยวกบั การไปโบสถ์ได้ พ่อแมท่ ่ีความเช่ือมนั่ ในยดึ ถือของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปหรือออ่ นแอลง ถงึ แม้วา่ พ่อแมจ่ านวนมากจะมีความเช่ือมนั่ ในศาสนาอย่างลกึ ซงึ ้ พวกเขาก็ยงั ผละจากโบสถ์หรือไปร่วมเพียงชว่ั ครัง้ ชวั่ คราว บางครอบครัวตดั ขาดออกจากการนบั ถือนิกายของตน บางครอบครัวหนั ไปนบั ถือนิกายใหม่ ระหวา่ งท่ีลกู สาวเตบิ โตขนึ ้ ผ้หู ญิงบางคนได้แสดงความไมส่ มปรารถนาในศาสนาเดิมของพวกเธอ

 เม่ือฉนั ยงั เป็นเดก็ ครอบครัวของฉนั นบั ถือนิกาย เวลิ ด์ไวด์เชิร์ช ออฟก็อด แตพ่ วกเขาละทิง้ ไปเม่ือฉนั ยงั วยั รุ่นอยู่ พอ่ ของฉนั รู้สกึ วา่ นิกายท่ีตงั้ ขนึ ้ ทงั้ หมดมคี วามฉ้อฉล แตท่ ่าน (ในความเห็นของฉนั ) เป็นผ้ทู ี่คลง่ั ไคล้ในศาสนา ด้วยการเตบิ โตมาแบบนี ้ ฉนั จงึ แสวงหาความพงึ พอใจในด้านศาสนา  ฉนั นบั ถือนิกายบอร์น อะเกน คริสเตียน แตไ่ มไ่ ด้ปฏิบตั ศิ าสนกิจใดๆ ฉนั ไมไ่ ด้ไปโบสถ์ เพราะฉนั ไมม่ คี วามสนใจในเร่ืองศาสนาทงั้ หมด ในบรรยากาศที่มคี วามกดดนั แมข่ องฉนั นบั ถือนิกายบอร์น อะเกน คริสเตยี น เมือ่ ฉนั เรียนอย่รู ะดบั สาม กอ่ นหน้านีเ้ราเป็นคาทอลิก ฉนั ยงั จาที่แมส่ งั่ ให้เราคกุ เข่าตอ่ หน้าโทรทศั น์ เม่ือแมเ่ หน็ จิม เคเกอร์ทางโทรทศั น์ได้ดี  การปฏิบตั ิศาสนกิจของฉนั นนั้ ได้รับการปลกู ฝังอย่างลกึ ซงึ ้ พอ่ แมข่ องฉนั ไมไ่ ปโบสถ์ แตส่ ง่ ฉนั ให้ไปกบั ครอบครัวเพื่อน ตงั้ แตฉ่ นั อายสุ องขวบ พ่อแมข่ องฉนั ยงั คงมีมาตรฐานทางศีลธรรม ซงึ่ ได้สอนฉนั เมื่อเป็นเดก็ โดยไมเ่ ก่ียวกบั ประวตั ิการไปโบสถ์ของพวกท่าน ยา่ ของฉนั เป็นผ้เู ผยแผน่ ิกายเพนเตคอสตอล และแมข่ องฉนั แสดงความรู้สกึ ท่ีไมด่ ตี อ่ พ่อของทา่ นเสมอ ท่ีบงั คบั ให้แมไ่ ปโบสถ์สปั ดาห์ละสามวนั  เมอื่ ฉนั เป็นเดก็ ฉนั ไปโบสถ์ นิกายเชิร์ชออฟก็อด ซง่ึ พอ่ ของฉนั สงั กดั อยู่ และเม่อื ฉนั เข้าสวู่ ยั รุ่น ฉนั ไปโบสถ์นิกายอพี ิสโคปอลกบั แม่ เหตผุ ลของการเปลย่ี นนิกาย เพราะแมต่ ดั สินใจท่ีจะกลบั ไปสรู่ ากเหง้าของความเป็นอีพิสโคปอลของแม่ แตฉ่ นั ไมไ่ ด้พงึ พอใจอย่างแท้จริงกบั ทงั้ สองนิกาย ตามที่สะท้อนจากผ้ตู อบแบบสอบถามบางคน มคี วามย่งุ ยากหรือความไมส่ งบอย่ใู นครอบครัวของพวกเธอเก่ียวกบั เรื่องศาสนา ผลท่ีตามมากค็ อื ทศั นะท่ีแตกแตง่ เป็นหนงึ่ ในความขดั แย้งและความสงสยั ผู้หญิงท่ีรู้สกึ ถงึ การดงึ ดดู ไปสู่ประสบการณ์ทางศาสนา การประจกั ษ์แกส่ ายตา ความขดั แย้ง คาถามท่ีไมไ่ ด้รับคาตอบ น่ีคอื ประสบการณ์ในวยั เยาว์เกี่ยวกบั ศาสนาของผ้หู ญิงจานวนมาก ท่ีมกี ารนาเสนอออกมา อย่างไรก็ตามนอกจากความคบั ข้องใจแล้ว เรื่องราวของพวกเธอแสดงให้เห็นถงึ ความทมุ่ เท ไปอยใู่ น “จดุ แห่งการแสวงหา” และค้นหาความมนั่ คงของชีวติ ในทางศาสนาของพวกเธอ  พอ่ ของฉนั นบั ถือนิกายเพรสไบทีเรี่ยน สว่ นแมเ่ ป็นคาทอลกิ พ่อไมเ่ คยเข้าร่วมในโบสถ์แหง่ ใด แมพ่ ยายามเลีย้ งดลู กู ๆ ให้เป็นคาทอลิก

ฉนั เข้าพิธีรับศีลมหาสนิท ในโบสถ์คาทอลกิ การรับอาหารในพิธีศลี มหาสนิทครัง้ แรกของฉนั เกิดขนึ ้ เมื่อฉนั อายุ 8 ขวบ หลงั จากนนั้ เราไปโบสถ์เพียงปีละครัง้ เมอื่ อายรุ าว 10 ขวบ ฉนั ได้กลายเป็นสมาชิกที่กระตอื รือร้น ของโบสถ์เพรสไบทีเร่ียนใกล้บ้าน เมื่อเรียนอยรู่ ะดบั เก้า ฉนั เป็นผ้ชู ว่ ยภรรยาของนกั เทศน์ ช่วยสอนในโรงเรียนวนั อาทิตย์ เมือ่ อย่ชู นั้ เตรียมอดุ ม ฉนั เร่ิมตงั้ กลมุ่ เยาวชนของโบสถ์ขนึ ้ โดยรวบรวมเพื่อนๆ อีก 4 คนเข้ามาร่วม แม้จะเป็นกลมุ่ เลก็ ๆ แตเ่ ราก็มกี าหนดการศกึ ษาคมั ภีร์ไบเบิลร่วมกนั พดู คยุ กนั ถงึ เร่ืองพระผ้เู ป็นเจ้า และหาเงินชว่ ยการกศุ ล ตวั ฉนั และเพ่ือนๆ เหลา่ นี ้มกั จะนงั่ อย่ดู ้วยกนั และพดู คยุ กนั ถงึ เรื่องราวทางจิตวิญญาณ เราถกเถียงกนั ถงึ ปัญหาที่อยใู่ นใจ เกิดอะไรขนึ ้ กบั ผ้คู นท่ีมีชีวิตอย่กู อ่ นพระเยซูคริสต์จะถือกาเนิด (ไปนรกหรือสวรรค์) ทาไมคนท่ีมคี ณุ ธรรมอยา่ งมากบางคนจงึ ต้องลงนรก โดยอตั โนมตั ิ เพียงเพราะไมเ่ ชื่อในพระเยซคู ริสต์คริสต์ (เราคิดถงึ คานธี) ในอกี ด้านหนง่ึ ทาไมคนท่ีมคี วามเลวทรามบางคน (อยา่ งเช่นเพื่อนของฉนั ที่ไมเ่ ชื่อฟังพอ่ แม่) จงึ ได้รับการตอบแทนรางวลั เพียงเพราะพวกเขาเป็นคริสเตียน ทาไมพระผ้เู ป็นเจ้าผ้ทู รงมคี วามรักและความเมตตาจงึ ทรงต้องการ การสละเลือดเนือ้ (ของเยซู) เพ่ือไถ่บาปให้มวลมนษุ ย์ ทาไมเราต้องรับผิด เพราะบาปของอาดมั ทาไมพระคมั ภีร์ของพระผ้เู ป็นเจ้า (ไบเบิล) จงึ ขดั แย้งกบั ข้อเทจ็ จริงทางวิทยาศาสตร์ พระเยซคู ริสต์คริสต์เป็นพระผ้เู ป็นเจ้าได้อยา่ งไร ทาไมพระผ้เู ป็นเจ้าองค์เดียว จงึ ทรงแบง่ แยกกลายเป็นสามสิง่ ฉนั ถกเถียงในปัญหาเหลา่ นี ้ แตไ่ มเ่ คยบรรลสุ คู่ าตอบทน่ี ่าพอใจ โบสถ์กไ็ มส่ ามารถให้คาตอบท่ีดแี ก่เราได้ เพียงแตบ่ อกวา่ ให้มี “ความศรัทธามนั่ ”  ฉนั เตบิ โตขนึ ้ มาเป็นคาทอลิก แตห่ ยดุ ไปเมือ่ อยรู่ ะดบั เตรียมอดุ ม เพราะอาการทางประสาทของแม่ ฉนั ชอบขนบประเพณีของโบสถ์คาทอลกิ และรักในคณุ คา่ แบบอนรุ ักษ์นิยม แตม่ ีคาถามท่ีไมไ่ ด้รับคาตอบอย่เู สมอ เมื่อฉนั ยงั เป็นเดก็ ฉนั ไมอ่ าจยอมรับคาตอบท่ีคลมุ เครือและไมม่ เี หตผุ ลได้ ฉนั รู้ แม้เม่อื ยงั เป็นเดก็ วา่ อาณาบริเวณแห่งความคลมุ เครือของความศรัทธาและปรัชญาของการยอมตามนกั บวชอย่ างบอดใบ้นนั้ ไมถ่ กู ต้อง  ฉนั เป็นคริสเตยี น โดยกาเนิด ฉนั รักโรงเรียนวนั อาทิตย์และโบสถ์เสมอ ในสภาพผสมระหวา่ งครอบครัวท่ีหย่าร้างและไมม่ น่ั คง ฉนั จงึ มองหาความมนั่ คงในชีวิต ไมเ่ พียงแตจ่ ากสงั คมเทา่ นนั้ แตจ่ ากพระผ้เู ป็นเจ้า หลงั จากอายไุ ด้ 18 ปี ฉนั แสวงหาคาตอบจากนิกายหนง่ึ ไปยงั อีกนิกายหนง่ึ แตน่ น่ั กเ็ พียงเพ่ือจะได้รับคาตอบที่ขดั แย้งกนั มากขนึ ้ ของนกั เทศน์ และบาดหลวงแตล่ ะคน ฉนั ยงั จาได้วา่ เคยบอกเพ่ือนเสมอๆ วา่ ฉนั ต้องการท่ีจะได้พบนิกาย (ที่ถกู ต้อง)

ฉนั มีท่ีวา่ งอยใู่ นหวั ใจของฉนั เสมอ เธอพยายามยา้ ให้ฉนั ไปโบสถ์วนั อาทิตย์ แตเ่ มอื่ อายไุ ด้ 22 ปี ฉนั กล็ ะทิง้ “ศาสนาที่มนษุ ย์ประดิษฐ์ขนึ ้ ” ไมใ่ ช่โดยพระผ้เู ป็นเจ้า  ฉนั เตบิ โตขนึ ้ มาในนิกายคาทอลกิ แมข่ องฉนั ปฏิบตั ิตามความศรัทธาของท่าน แตพ่ ่อไมเ่ ข้าร่วมพิธีฉลองการเสยกระยาหารมอื ้ สดุ ท้ายของพระเยซูคริสต์คริสต์เลย นบั ตงั้ แตฉ่ นั อยใู่ นโรงเรียนประถม ฉนั ถามคณุ ครู (แมช่ ี) และพ่อแมเ่ กี่ยวกบั รื่องตรีเอกานภุ าพ (ฉนั ควรจะสวดอ้อนวอนตอ่ ใคร พระเยซูคริสต์ พระผ้เู ป็นเจ้าหรือพระบิดา หรือพระวญิ ญาณบริสทุ ธิ์ แล้วพวกนกั บวชเลา่ ) คาตอบท่ีฉนั ได้รับคือ ไมม่ ีคาอธิบายและฉนั จะต้องยอมรับอยา่ งที่มนั เป็นอยู่ ซงึ่ นบั วา่ เป็นความขดั แย้งสาหรับฉนั เสียจริงๆ ฉนั ไมเ่ คยได้รับความพอใจจากนิกายคาทอลกิ เลย และหยดุ ไปโบสถ์เมื่ออายุ 17 ปี แตย่ งั คงสวดอ้อนวอนตอ่ พระผ้เู ป็นเจ้าอยู่ อย่างเช่นท่ีเคยปฏิบตั มิ าตงั้ แตเ่ ดก็  ฉนั เป็นแบบตสิ ท์ และเรียนในโรงเรียนคาทอลิก ฉนั เข้าร่วมกิจกรรมอย่างเตม็ ที่ ท่ีโบสถ์ของครอบครัว แตฉ่ นั พดู ไมไ่ ด้วา่ ฉนั ได้ส่ิงที่ต้องการอยา่ งแท้จริง ในฐานะวยั รุ่น ฉนั ยงั คงแสวงหาสง่ิ ท่ีถกู ต้องอยู่  เป็นเวลาหลายปี ที่ฉนั กระโดดไปรอบๆ จากนิกายหนง่ึ ไปยงั อกี นิกายหนง่ึ ฉนั ก็ไมม่ ีความสขุ กบั นิกายใดเลย ถ้าบางสงิ่ บางอยา่ งไมเ่ ป็นผลสาหรับนิกายหนงึ่ ฉนั ก็จะไปยงั นิกายอนื่ นนั่ คือทงั้ หมดท่ีฉนั คิด และแล้วฉนั กป็ ระจกั ษ์แจ้งในความคดิ ทงั้ หมด สิ่งที่ฉนั เหน็ คือความหน้าไหว้หลงั หลอกในทกุ สถานท่ี ฉนั จงึ หยดุ ไปโบสถ์ทงั้ หมด และเข้าไปสชู่ ว่ งที่มดื มดิ ที่สดุ ของชีวติ ฉนั จมด่ิงลงไปส่กู ้นบงึ ้ ของสงั คม ผ้หู ญิงเหลา่ นี ้ไมพ่ งึ พอใจกบั สงิ ที่พวกเธอพบในโบสถ์ มีคาถามและแสวงหาบางส่ิงบางอย่างท่ีจะเตมิ ช่องวา่ งทางจิตวิญญาณของพวกเธอให้เตม็ มีสญั ญาณของความพร้อมในสว่ นของพวกเธอที่จะพบกบั ความต้องการทางศาสนาและจิตวญิ ญาณที่พ วกเธอโหยหา ผ้หู ญงิ ทีม่ าจากลกั ษณะของการมอบหมาย สาหรับผ้หู ญิงจานวนมากแล้ว ศาสนาคือหวั ใจแหง่ การเดนิ ทางสายศรัทธา ในชว่ งเวลาแหง่ การเจริญเติบโต พวกเธอเป็นผ้เู ข้าร่วมกิจกรรมในโบสถ์อย่างกระตือรือร้น ในฐานะครู นกั เปี ยโน นกั บรรเลงเด่ยี ว และผ้เู คารพภกั ดี มีความรู้สกึ มอบหมายอย่างลกึ ซงึ ้ ตอ่ พระผ้เู ป็นเจ้า และมโนคติทางศาสนาในชีวติ ของพวกเธอ  ฉนั เกิดและเตบิ โตมาในฐานะลกู สาวของนกั เทศน์นิกายนาซาเรน และเข้าร่วมกบั วงดนตรีของโบสถ์อยา่ งกระตอื รือร้น

ฉนั เป็นนกั เปี ยโนของโบสถ์เป็นเวลาหลายปี ได้ร้องเพลงและเลน่ ดนตรีในการแขง่ ขนั ระดบั ท้องถ่ินหลายครัง้  ฉนั เตบิ โตมาในนิกายแบบติสท์ แตศ่ กึ ษาหลายศาสนาหลงั จากออกจากบ้านมา ฉนั เตบิ โตมาในครอบครัวคริสเตยี นที่พยายามใช้ชีวิตแบบคริสเตียน ไมใ่ ช่เป็นคริสเตียนแตป่ าก  ฉนั เตบิ โตมาในนิกายคาทอลกิ ช่วงวยั รุ่นทงั้ หมด ฉนั ต้องการเป็นแมช่ ี ถงึ ขนาดใช้ชีวติ ในเขตนกั บวช และตดิ ตอ่ สานกั แมช่ ี เพื่อขอรายละเอยี ด กลา่ วได้วา่ ฉนั คอื คาทอลิกผ้เู คร่งครัด เข้าร่วมงานทกุ อยา่ งที่โบสถ์ทกุ วนั  ก่อนการเข้ารับอิสลาม ฉนั เป็นคริสเตียน ไปโรงเรียนวนั อาทิตย์ตงั้ แตอ่ ายุ 2 ขวบ และเข้าร่วมรับใช้กิจกรรมของโบสถ์พร้อมกบั ครอบครัว ตงั้ แตอ่ ายไุ ด้ 6 ขวบ ฉนั มคี วามเคร่งครัดมากและรับศลี มหาสนิทเมอ่ื อายุ 8 ขวบ หลงั จากท่ีได้รับการถามคาถามจากบาทหลวงที่โบสถ์ของเรา ในตอนแรกท่านยงั ลงั เลท่ีจะให้ศลี กบั ผ้ทู ี่อายยุ งั น้อยเกินไป แตเ่ มือ่ ฉนั สามารถตอบคาถามได้ทงั้ หมด ทา่ นก็ตดั สนิ ใจวา่ ฉนั พร้อมที่จะเป็นสมาชิกของโบสถ์ ฉนั ถือศลี มหาสนิทและยงั คงเป็นสมาชิกที่ซ่ือสตั ย์ จนกระทง่ั ฉนั พบกบั สามี จากนนั้ ฉนั จงึ เร่ิมศกึ ษาอิสลาม  ฉนั เป็นเมโธดสิ ต์ จนกระทงั่ อายุ 18 ปี เมอ่ื อายคุ รบ 18 ปี ฉนั เปลีย่ นมาเป็นคาทอลกิ กอ่ นการเปลย่ี นแปลงครัง้ นนั้ ฉนั ได้อา่ นเกี่ยวกบั ศาสนาตา่ งๆ ทวั่ โลก ฉนั มีความกระตอื รือร้นทงั้ ในโบสถ์ที่ฉนั สงั กดั และที่อน่ื ๆ เพอื่ การได้รับรางวลั เหรียญและประกาศนียบตั ร ฯลฯ ฉนั ถือวา่ ตวั เองเป็นผ้ทู ่ีเคร่งครัดและกระตือรือร้น ฉนั ต้องการเป็นแมช่ ี ฉนั รู้จกั แมช่ ีในสานกั แมช่ ที ้องถ่ิน และได้รับรู้เก่ียวกบั ชีวิตแมช่ ี สาหรับผ้หู ญิงเหลา่ นีจ้ านวนมาก ศาสนาเป็นแนวทางปกตขิ องชีวติ พวกเธอมกั ไมพ่ อใจกบั คาตอบที่ได้รับจากคาถามท่ีถามบรรดานกั บวชนกั เทศน์ของโบสถ์ พวกเธออยใู่ นชว่ งดงั กลา่ วของชีวติ ท่ี เม่ือพวกเธอตดั สินใจด้วยตวั เองวา่ เธอคอื ใคร และพวกเธอต้องการชีวติ ให้เป็นแบบไหน พวกเธอเป็นเดก็ สาวท่ีทาการเลอื กโดยอสิ ระ ณ จดุ ของการแสวงหาดงั กลา่ วนนั้ เอง ท่ีพวกเธอได้สมั ผสั กบั อิสลาม ไมใ่ นทางใดก็ทางหนง่ึ .

บทที่ 3 เปลี่ยนเส้นทางเดนิ สตรีอเมริกนั เลือกท่ีจะเป็นมสุ ลมิ เราอยกู่ บั โจดีเป็นเวลาสองวนั ในฤดรู ้อนหนงึ่ เพ่ือร่วมงานสมรสของเพ่ือน เธอกบั เรซาสมรสกนั ได้สองปี แล้ว และกาลงั ศกึ ษาอย่ใู นมหาวิทยาลยั อาร์คนั ซอ ซง่ึ อยหู่ า่ งจากบ้านของเราไป ด้วยการขบั รถราวแปดชว่ั โมง เธอดแู ตกตา่ งไปอยา่ งมาก แม้วา่ ฉนั จะชอบทา่ ทางท่ีเป็นธรรมชาตแิ ละเออื ้ อาทรของเธอก็ตาม เม่อื นดั กบั ช่างทาผม เธอระบวุ า่ ต้องเป็นช่างสตรีเท่านนั้ ถงึ แม้วา่ จะอยใู่ นชว่ งท่ีระอขุ องกลางฤดรู ้อน เธอก็ยงั ใสเ่ สอื ้ แขนยาว การเปลี่ยนศาสนาของเธอเป็นเรื่องจริงจงั อย่างที่เธอพดู ออกมาเกี่ยวกบั สิ่งที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกบั อสิ ลาม ระหวา่ งทางไปงานสมรส เราพดู คยุ กนั โจดนี ง่ั อยเู่ บาะหน้ากบั พอ่ เธอหนั มาหาฉนั ซง่ึ นงั่ อย่เู บาะหลงั และพดู ขนึ ้ วา่ “แมเ่ ช่ือวา่ พระเยซูคริสต์เป็นใคร!” “ ลกู กร็ ู้นี่ โจดี ลกู ไปโบสถ์มาตลอดชีวติ ของลกู ” ฉนั ตอบ “แตแ่ มค่ ะ หนอู ยากจะได้ยินแมบ่ อกหนตู อนนี”้ จากนนั้ ฉนั กบ็ อกเธอ ในสง่ิ ทฉ่ี นั คิดวา่ เป็นพืน้ ฐานคาสอนของคริสเตยี น เกี่ยวกบั ความเช่ือเรื่องการเกิดของพระเยซคู ริสต์ สถานะของทา่ น เกี่ยวกบั การเป็นพระบตุ ร เกี่ยวกบั การสนิ ้ ชีวิตของทา่ น รวมทงั้ การฟื น้ คนื ชีพเพ่ือช่วยเหลือพวกเรา “ถ้าอย่างนนั้ เยซูก็เป็นพระผ้เู ป็นเจ้าสิแม่ ” โจดถี าม “ใช่เยซเู ป็นสว่ นหนง่ึ ของตรีเอกานภุ าพ” ฉนั ตอบ “และตลอดชีวิตการเผยแผแ่ ละการสงั่ สอนของทา่ น ทา่ นชีน้ าเราไปสพู่ ระผ้เู ป็นเจ้า” ฉนั รู้สกึ ย่งุ ยากสบั สน บางครัง้ การสนองตอบของเธอทาให้ฉนั รู้สกึ วา่ อะไรขาดหายไป ทาไมฉนั ไมท่ าให้ดกี วา่ นี ้แม้วา่ เธอจะไมไ่ ด้กลา่ วอะไร แตฉ่ นั รู้สกึ ถงึ การเคล่อื นเข้าสทู่ ศั นะของอสิ ลามของเธอ อย่างไรกด็ ี เธอคงไมม่ โี อกาสเดนิ ไปตลอดทางหรอก ฉนั ปลอบใจตวั เอง ในไมช่ ้าโจดี กก็ ลบั ไปสโู่ ลกของการศกึ ษาเลา่ เรียนในมหาวทิ ยาลยั พร้อมกบั เรซา สามขี องเธอ เชน่ เดยี วกนั เรากก็ ลบั มาสบู่ ้านและหน้าท่ีการงานของตนเอง เรายงั คงตดิ ตอ่ กบั โจดที างโทรศพั ท์ ในการโทรศพั ท์แตล่ ะครัง้ เรารู้สกึ ถงึ ช่องวา่ งที่ถ่างกว้างขนึ ้ เธอเลยี นแบบคนอน่ื โดยธรรมชาตแิ ละมีเสยี งคล้ายๆ กบั ชาวอิหร่านพยายามเรียนภาษาองั กฤษ เพราะเธอเลยี นสาเนียงเพ่ือนๆ ของเธอ เธอพดู เกี่ยวกบั การปรุงอาหาร แตไ่ มใ่ ช่อาหารอเมริกนั มนั เป็นครัวของอิหร่าน เธอพดู เก่ียวกบั เพ่ือนมสุ ลิมของเธอเท่านนั้ ไมใ่ ช่เพ่ือนชาวคริสเตยี น หรือแม้แตเ่ พื่อนชาวอเมริกนั เราไมอ่ าจอธิบายได้แตม่ นั กเ็ ปล่ยี นไปแล้ว เดือนพฤศจิกายนมาถงึ โจดีและเรซามาเย่ียมบ้านในเทศกาลขอบคณุ พระผ้เู ป็นเจ้า เรามคี วามหวาดหวนั่ แตก่ ร็ อคอยมนั จริงๆ แล้วเรารักเขาทงั้ สองคน และคดิ ถงึ พวกเขา โจดเี ดนิ เข้ามาทางประตู เธอสวมชดุ ยาวทบั กางเกงยีนส์ และเสือ้ คลมุ ถือผ้าคลมุ ศีรษะในมอื และผมแบนแนบศรี ษะ เรากอดกนั และนง่ั คยุ กนั ในลกั ษณะของการแสดงออกภายนอกท่ัวๆ ไป

มนั สายแล้วและเป็นเวลาที่จะพกั ผ่อน เรซาออกไปข้างนอกเพ่ือยกกระเป๋ าเสอื ้ ผ้าเข้ามา ขณะที่ฉนั ยืนขนึ ้ โจดีเดนิ มาหาฉนั “ แม่ หนมู เี ร่ืองจะคยุ กบั แม”่ ฉนั หนั หลงั กลบั และเดนิ มงุ่ หน้าเข้าไปในครัว นา้ ตาไหลเออ่ ล้นดวงตา ไม่ ฉนั ไมอ่ าจจะพดู คยุ กบั เธอได้ ฉนั ทนไมไ่ ด้ในส่ิงที่ฉนั คิดวา่ เธอจะพดู “ไมใ่ ชต่ อนนลี ้ กู ” ฉนั ตอบโดยไมห่ นั มามอง วนั รุ่งขนึ ้ เป็นวนั ขอบคณุ พระผ้เู ป็นเจ้า เราทงั้ หมดกาลงั จะออกไปบ้านคณุ ย่า ซง่ึ ขบั รถประมาณหนงึ่ ชว่ั โมง “แมค่ ะ เราจะไมก่ ินไก่งวงและไมแ่ ตง่ ตวั เราจะกินเฉพาะเนือ้ สตั ว์ท่ีรับรองแล้ว” โอ เร่ืองใหญ่แล้วสิ ฉนั ไมส่ นใจ ฉนั ไมไ่ ด้มองหรือรับรู้เธอ เธอสวมเสือ้ คลมุ ทบั กางเกงยีนส์อกี ครัง้ หนง่ึ และขณะที่เดนิ ออกจากประตู เธอกเ็ อาผ้าคลมุ มาปิ ดศรี ษะจนไมเ่ หน็ ผม ฉนั นง่ั อยทู่ ี่เบาะหน้าและจมอยอู่ ยา่ งนนั้ ตลอดการเดินทาง คนอื่นในครอบครัวก็ดเู หมอื นจะทาตวั ไปตามปกติ ทงั้ เรซา โจดี น้องชายของเธอทงั้ สองคนและพ่อของเธอ ฉนั พยายามเล่ียงเธอตลอดวนั นนั้ จนกระทง่ั กลบั มาบ้านในตอนกลางคนื “แมค่ ะ เราคงต้องคยุ กนั ” “แมไ่ มต่ ้องการได้ยินเรื่องพวกนี”้ “แมต่ ้องฟังคะ่ ได้โปรดเถอะแม่” ในที่สดุ ฉนั ก็ยอมแพ้ และนง่ั ลง “แมค่ ะ หนยู อมรับนบั ถืออสิ ลาม และเป็นมสุ ลิมแล้วในขณะนี ้ แตห่ นไู มพ่ ร้อมท่ีจะบอกแม่ หนตู ้องการความแข็งแกร่งเพ่ิมขนึ ้ ท่ีจะบอกแม่” สญั ลกั ษณ์ตา่ งๆ นนั้ มอี ย่เู สมอ ที่คนหน่มุ สาวของเรา ได้เปลี่ยนเส้นทางจากท่ีเราต้องการให้แกพ่ วกเขา แตเ่ ราก็ยงั ไมแ่ นใ่ จวา่ จะจดั การกบั มนั อยา่ งไร! ผลที่ตามมาคอื เรามกั เมินเฉยตอ่ มนั อย่บู ่อยๆ โดยหวงั ว่าสถานการณ์ตา่ งๆ จะเลยผ่านไป และเรากไ็ มต่ ้องไปย่งุ เกี่ยวกบั มนั ในฐานะเป็นคนหน่มุ สาว ลกู ๆ ของเราอย่เู หนือการควบคมุ ของพ่อแม่ พวกเขาเผชิญหน้ากบั แนวความคดิ และมมุ มองใหมๆ่ ในโลก และพวกเขากต็ ดั สินใจด้วยตวั เอง ลกู สาวเรียนรู้เส้นทางสายใหม่ ในจานวนผ้ตู อบแบบสอบถาม ร้อยละ 63 สมรสกบั มสุ ลิมก่อนเข้ารับอิสลาม ทศั นะของพวกเธอตอ่ อสิ ลาม ในขณะเวลาท่ีสมรส มีตงั้ แตห่ วาดกลวั จนกระทงั่ พร้อมท่ีจะศกึ ษาหาความเข้าใจด้วยตวั เอง ร้อยละ 23 เข้ารับอิสลามกอ่ น ตอ่ มาจงึ พบและสมรสกบั มสุ ลมิ ในขณะที่ร้อยละ 6 ยงั คงเป็ นโสด มเี พียง 1 คน ท่ีตอบวา่ เป็นมสุ ลิม ทงั้ ๆ ที่ยงั แตง่ งนอยกู่ บั ชาวอเมริกนั ผิวขาว ซง่ึ ไมใ่ ชม่ สุ ลมิ ไมม่ ผี ้ใู ดถกู บงั คบั จากสามใี ห้ศกึ ษาและยอมเข้ารับอสิ ลาม ในหลายตวั อย่าง เป็นการแสวงหาของภรรยาเอง ท่ีบงั คบั ให้สามีต้องหนั มาปฏิบตั ศิ าสนกิจในศาสนาของตน

บรรดาผ้ชู ายมสุ ลิมทไี่ มใ่ คร่ปฏบิ ตั ศิ าสนกิจเหลา่ นี ้มีความรู้ดีในศาสนาของตน ไมใ่ ชเ่ พราะไมร่ ู้ความหมายของอิสลามและไมใ่ ชไ่ มร่ ู้วา่ อสิ ลามต้องการให้เขาทาอะไร แตเ่ ป็นเพราะการอย่หู ่างไกลจากครอบครัว มาอยใู่ นดนิ แดนที่ยากจะปฏิบตั ิตวั แบบอิสลาม ซง่ึ การอปุ ถมั ภ์คา้ จนุ กนั ก็มีน้อย ความรับผิดชอบทางครอบครัวและการแสวงหาภรรยาท่ีเป็นผ้สู นบั สนนุ จะผลกั ดนั พวกเขาโดยธรรมชาติ ให้กลบั มาปฏิบตั ศิ าสนกิจอีกครัง้ หนง่ึ ถงึ แม้วา่ เรื่องราวของสตรีเหลา่ นีจ้ ะกว้างขวางในรายละเอยี ด แตก่ ม็ ีความเรียบง่ายอยใู่ นบทนาและการเข้ารับอสิ ลามของพวกเธอ สตรีสว่ นมากได้รับการแนะนาเก่ียวกบั อสิ ลามจากสามี คนอ่ืนๆได้รับการแนะนาจากห้องเรียนท่ีเธอเข้าเรียน และมจี านวนเลก็ น้อยท่ีรู้จกั กบั เพ่ือนบ้านมสุ ลิม หรือจากการไปทอ่ งเท่ียวในประเทศมสุ ลมิ อิสลามสมั ผสั กบั สงิ่ ท่ีพวกเธอรู้สกึ ต้องการ แตล่ ะคนอย่ใู นวถิ ีทางของตนที่จะเลือกรับอิสลาม โดยการกลา่ วคาปฏิญาณ ประกาศตนวา่ เป็นมสุ ลิมด้วยการรับรู้วา่ “ไมม่ พี ระผ้เู ป็นเจ้าอื่นใด นอกจากอลั ลอฮ์ และมฮุ มั มดั เป็นศาสนทตู ของพระองค์” เรื่องราวตอ่ ไปนีจ้ ะชว่ ยเราให้ได้รับรู้ถงึ วิถีทางตา่ งๆ ที่พวกเธอศกึ ษาเกี่ยวกบั อสิ ลาม และประสบการณ์ในการเข้ารับอิสลาม ซง่ึ นาสตรีเหลา่ นไี ้ ปสขู่ นั้ ตอนของการประกาศตวั พยานตอ่ ผ้ทู ี่มีความสาคญั ความต้องการท่ีจะมีความสมั พนั ธ์กบั มสุ ลิมตอ่ ไป จนกลายเป็นบคุ คลสาคญั เป็นแรงผลกั ดนั ให้บางคนสงั เกตดคู วามศรัทธาในอสิ ลามอยา่ งจริงจงั  ฉนั พบกบั สามี ในปี ค.ศ.1983 กอ่ นหน้านนั้ ฉนั มีภาพที่เหน็ กนั อย่ทู วั่ ๆ ไปของอสิ ลามอย่แู ล้ว นน่ั คอื ภาพของความล้าหลงั กดขี่สตรีและก่อการร้าย ฉนั ไมเ่ คยมขี ้อมลู พืน้ ฐานของอิสลามเลย แม้วา่ จะจบการศกึ ษาระดบั ปริญญาโทกต็ าม แม้วา่ จะไมไ่ ด้ปฏิบตั ินมาซและถือศีลอดเป็นประจาก็ตาม สามีของฉนั ก็ยงั มนั่ ใจวา่ อิสลามเป็นศาสนาท่ีแท้จริงของพระผ้เู ป็นเจ้า ฉนั รู้วา่ ถงึ แม้ไมอ่ ย่ใู นภาวะจาเป็นท่ีจะต้องยอมรับอสิ ลามก็ตาม เขาก็จะไมส่ มรสกบั ฉนั โดยปราศจากการสญั ญาวา่ จะเลยี ้ งดลู กู ที่เราจะมดี ้วยกนั ให้เติบโตมาเป็นมสุ ลมิ ฉนั รู้สกึ วา่ เขามรี ะบบแห่งคณุ คา่ ท่ีสมบรู ณ์ และข้อมลู เบือ้ งต้นของฉนั เกี่ยวกบั คมั ภีร์อลั กรุ อาน กไ็ มไ่ ด้ชกั จงู ฉนั ไปในทางใด แตฉ่ นั ก็มองไมเ่ ห็นส่งิ ใดที่รู้สกึ เป็นปฏิปักษ์กบั การเลยี ้ งดลู กู ๆ ให้เป็นมสุ ลมิ ในปี ค.ศ.1988 ลกู ชายคนแรกของเราอายไุ ด้ 18 เดือน การสมรสของเรามีปัญหาร้าวลกึ ด้วยเหตผุ ลหลายอย่าง ฉนั จงึ หนั ไปหาคมั ภีร์อลั กรุ อาน เพื่อหาหนทางท่ีฉนั จะใช้จดั การให้สามหี นั มาปรึกษากนั ความขดั แย้งของเรามาถงึ จดุ แตกหกั ในเดอื นกนั ยายน ค.ศ.1988 และฉนั บอกให้เขาหย่า

ฉนั รู้สกึ วา่ ตวั เองไมม่ ที างเลือก แม้วา่ ฉนั จะยงั คงรักเขาอยู่ ฉนั ขบั รถไปทางานอยา่ งสงบเยือกเย็น แตภ่ ายในจิตใจกลบั เตม็ ไปด้วยความเจบ็ ปวด ฉนั ร้องออกมาเสียงดงั ให้พระผ้เู ป็นเจ้าทรงช่วยเหลอื ฉนั ณ ห้วงเวลานนั้ ฉนั จงึ ประจกั ษ์ถงึ ความต้องการของตวั เองท่ีจะเป็นมสุ ลิม และไมเ่ ป็นไร ถ้าชีวิตการสมรสของฉนั ต้องแตกสลาย ฉนั จะเป็นมสุ ลมิ เพ่ือตวั ของฉนั เอง  ฉนั พบสามที ่ีมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีแห่งหลยุ เซียนา่ เขาไมต่ ้องการมคี วามสมั พนั ธ์ท่ีผิดกฎหมายกบั ฉนั ดงั นนั้ เขาจงึ ขอสมรสทนั ที และบอกให้ฉนั สนใจทจี่ ะศกึ ษาเก่ียวกบั อิสลามและเป็นมสุ ลมิ และยงั บอกอยา่ งเอาจริงเอาจงั ให้ฉนั สวมผ้าคลมุ ศรี ษะ ฉนั ถกู สบประมาท ด้วยคาแนะนาสองข้อหลงั และในขณะอายุ 18 ปี ฉนั ไมแ่ นใ่ จวา่ ต้องการจะสมรส ฉนั ประทบั ใจในตวั เขาและต้องการอยกู่ บั เขา เขาหยดุ การติดตอ่ กบั ฉนั ฉนั จงึ กลบั ไปบ้านและศกึ ษาอิสลามด้วยตวั เอง ฉนั เปลี่ยนแปลงและต้องการสมรสกบั เขา  (จากผ้ทู ี่ไมส่ งั กดั นิกาย) สามขี องฉนั คือการสนบั สนนุ ที่จะช่วยให้ชีวิตฉนั เคลื่อนไปอยา่ งไมห่ ยดุ ยงั้ ฉนั ได้รับการเยียวยาจากปัญหาทางอารมณ์อกี ครัง้ หนง่ึ เขาแทบไมต่ ้องทาอะไรเลยเก่ียวกบั การรับอสิ ลามของฉนั เขาแนะนาอิสลามให้ฉนั แตไ่ มเ่ คยขอให้ฉนั เข้ารับนบั ถือ อิสลามกไ็ มต่ ้องการเชน่ กนั แตฉ่ นั ก็หนั ไปสศู่ าสนาของเขาอยา่ งเตม็ ที่ ตามที่ฉนั เหน็ เขาได้รับความสงบภายในอย่างแท้จริง ทาให้ฉนั อจิ ฉา ความสงบภายในคือสิ่งท่ีฉนั ค้นหา ดงั นนั้ ฉนั จงึ ขอหนงั สือจากเขา ย่ิงอา่ นมาก ฉนั ก็ได้เรียนรู้มากขนึ ้ อสิ ลามหมายถงึ “การยอมสยบตอ่ พระประสงค์ของพระผ้เู ป็นเจ้า” หรือ “ความสงบภายใน” ฉนั รู้สกึ วา่ พระผ้เู ป็นเจ้าเองได้นาทางฉนั เรียนรู้เก่ียวกับอสิ ลามและประเทศมุสลมิ สตรีบางคนได้ไปเย่ียมเยือนประเทศมสุ ลมิ และได้รับอทิ ธิพลอย่างลกึ ซงึ ้ จากประชาชนและการปฏิบตั ิตนตามหลกั การอสิ ลามของพวกเขา พวกเธอสงั เกตวถิ ีชีวติ และวฒั นธรรมการใช้ชีวิตท่ีออกมาจากพืน้ ฐานของวฒั นธรรมอิสลาม  เมื่อฉนั อายุ 18 ปี ได้สมรสกบั เพ่ือนชาย เพราะเขาเดนิ ทางไปเวียดนาม ฉนั จงึ สมคั รอย่ใู นหน่วยทหารเสนารักษ์ ในระหวา่ งนนั้ ฉนั ศกึ ษาศาสนายดู าย (และคริสเตยี นในเวลาเดยี วกนั ) หลกั การก็คือ พวกเขาไมเ่ ชื่อวา่ พระเยซคู ริสต์ตริสต์เป็นผ้ชู ่วยเหลือให้ปลอดภยั แตฉ่ นั พบวา่ ตวั เองยอมรับท่านเป็นศาสดาและพวกยิวไมเ่ ชื่อ

ฉนั ยงั ยอมรับการถือกาเนิดอย่างบริสทุ ธิ์ ซง่ึ เป็นส่ิงที่พวกเขาปฏิเสธอีก สว่ นทกุ อยา่ งเก่ียวกบั ความเช่ือของพวกเขาไมม่ ีปัญหาอะไรสาหรับฉนั ซง่ึ แตกตา่ งจากคาถามท่ีฉนั มีกบั บาดหลวงและศาสนาจารย์ กอ่ นหน้านี ้ ดงั นนั้ ฉนั จงึ ถือวา่ ตวั เองเป็นคนยิวท่ีไมใ่ ชย่ ิว ฉนั ได้รับการฝึกให้เป็นพยาบาลสนามและอยทู่ ี่ไซง่ ่อน ในวนั สดุ ท้ายก่อนเวียดนามแตก (ได้รับหนง่ึ เหรียญดาวทองแดง และหวั ใจสีมว่ งสองเหรียญ) ในปี ค.ศ.1978 ฉนั ถกู สง่ ตวั ไปประจาที่ซาอดุ อิ ารเบีย เพราะสหประชาชาติ ต้องการบคุ ลากรท่ีผ่านการฝึก เพื่อปฏิบตั กิ ารชว่ ยเหลอื ผ้ปู ระสบภยั จากการแพร่ระบาดของโรคติดตอ่ ในแถบภาคใต้ของซาอดุ ิอารเบีย โอมานและเยเมน เดก็ ๆ และคนชราจานวนมากต้องเสยี ชีวติ เมอ่ื มีเวลา ฉนั จะมองดอู าหรับทะเลทรายนมาซหลายครัง้ ตอ่ วนั และคาๆ เดียวที่ฉนั สามารถจบั ได้คอื “อลั ลอฮ์” แตก่ ารอทุ ิศตวั ของพวกเขานนั้ ประทบั ใจฉนั ฉนั เดินทางไปทอ่ งเท่ียวตะวนั ออกกลางอกี ในปี ค.ศ.1980 พร้อมด้วยสามี ในไคโร “ไฟกระพริบ” ของฉนั เร่ิมติดขนึ ้ อีกครัง้ หนงึ่ โดยการดาเนินการศกึ ษาอิสลามตอ่ ไป ชีวิตสมรสของฉนั เดินทางมาถงึ จดุ จบ และเมอื่ การหย่าร้างเกิดขนึ ้ ฉนั มีอาการเครียดทางประสาท เพราะครอบครัวของฉนั และของสามี พยายามท่ีจะทาลายแผนการของฉนั จากอนั ตรายแห่งความ ”คลง่ั ” ศาสนาท่ีฉนั กาลงั ตรึงใจกบั มนั หลงั จากบาบดั อาการเครียด ฉนั เดนิ ทางลงใต้ และกลบั เข้าเรียนในวิทยาลยั เพ่ือให้จบปริญญาอีกครึ่งใบทค่ี ้างอยู่ ที่นน่ั ฉนั ได้พบนกั ศกึ ษามสุ ลมิ จานวนมาก ซงึ่ ประหลาดใจกบั ความรู้ของฉนั เกี่ยวกบั ศาสนาของพวกเขา หกเดือนตอ่ มา ฉนั ได้อา่ นคมั ภีร์อลั กรุ อานจนจบ และกลา่ วปฏิญาณตนเป็นมสุ ลิม ในเดอื นรอมาฎอนปี ค.ศ.1989  การเข้ารับอิสลามของฉนั เร่ิมขนึ ้ เม่อื ฉนั เข้าเรียนวชิ าศาสนาในมหาวิทยาลยั เพอร์ดู การแนะนาอิสลามครัง้ แรกนีป้ ระทบั ใจฉนั และเป็นเหตเุ ป็นผลมาก (และตอ่ มาเป็นเหตเุ ป็นผลทงั้ หมด) กวา่ ศาสนาอน่ื ที่ฉนั เคยศกึ ษา จากนนั้ ฉนั จงึ ตดั สนิ ใจเดนิ ทางทศั นะศกึ ษาภาคฤดรู ้อนไปอียิปต์ เพ่ือเย่ียมเยียนประเทศมสุ ลมิ เป็นลาดบั แรก เพื่อเท่ียวชมมสั ยิด พดู คยุ กบั ผ้คู น ทศั นะศกึ ษาครัง้ นีเ้ปิ ดหวั ใจของฉนั อย่างมากมาย จากจดุ นนั้ เอง อิสลามได้กลายเป็นหนทางเดียวสาหรับฉนั ท่ีจะเดินไป เมือ่ กลบั มาจากอยี ิปต์ ฉนั ได้เดนิ ทางไปยงั มสั ยิดท้องถ่ิน และพ่ีน้องสตรีได้ชว่ ยฉนั ให้เริ่มหนทางแห่งความรู้และชีวติ ในเดอื นพฤศจิกายน ค.ศ.1993 ฉนั ยอมรับอสิ ลามและพบสนั ตใิ นชีวิต กอ่ นเข้ารับอิสลามฉนั ไมม่ ศี าสนา ด่ืมของมนึ เมา

มคี วามรุนแรง อิสลามสอนฉนั วา่ ชีวติ นีค้ ือการตดั สนิ หลงั ความตาย และการขอบคณุ ตอ่ พระผ้เู ป็นเจ้า คือสิง่ สาคญั ที่สดุ  ฉนั ศกึ ษาอิสลาม ในฐานะเป็นสว่ นหนง่ึ ของการศกึ ษาวชิ าเอกในสาขาแอฟริกนั และตะวนั ออกกลางศกึ ษา … ฉนั ไมเ่ ช่ือวา่ จะมีใครปฏิบตั ิตามหลกั การอสิ ลามได้ ในยคุ ปัจจบุ นั ฉนั เดินทางไปแอฟริกาตะวนั ตกในฐานะอาสาสมคั รเป็นเวลา 3 เดือน ในเวลานนั้ ฉนั ได้พบกบั มสุ ลิมท่ีแท้จริง เมอ่ื พวกเขาได้ยินเสียงเรียกร้องสกู่ ารนมสั การ พวกเขาจะวิ่งไปท่ีมสั ยิด ถ้าบางคนมเี งินเหลือจากการใช้จา่ ยประจาวนั เขาจะบริจาคให้ผ้ทู ่ีด้อยกวา่ พระนามของพระผ้เู ป็นเจ้าอย่ทู ี่ลนิ ้ ของพวกเขาเสมอ ย่ิงฉนั อย่กู บั พวกเขามากเทา่ ใด กย็ ิ่งอยากเข้ารับอสิ ลามมากขนึ ้ เท่านนั้ ฉนั ไมส่ บายอยา่ งมาก จนต้องนาสง่ โรงพยาบาลในเมืองหลวง ไมม่ ีใครที่จะดแู ลเอาใจใสฉ่ นั เพื่อฝงู ของฉนั อย่หู ่างไกลออกไปมาก ทงั้ หมดที่ฉนั ทาได้คือสวดอ้อนวอน ฉนั วงิ วอนขออยา่ งตอ่ เนื่องเป็นเวลาเกือบ 3 วนั ฉนั ยงั จาเรื่องราวการเข้ารับอสิ ลาม ของยซู ฟุ อิสลาม (แคท สตีเวน่ ) ได้ดี ยซู ุฟบนบานและสญั ญากบั พระผ้เู ป็นเจ้าวา่ เขาจะมอบหมายชีวิตให้พระองค์ ถ้าพระผ้เู ป็นเจ้ารักษาชีวิตของเขาไว้ ฉนั ทาแบบเดียวกนั ภายในเวลา 2 วนั ฉนั ก็กลบั มาอย่ทู ี่หม่บู ้านพร้อมหน้ากบั เพื่อนชาวมสุ ลิมของฉนั แตฉ่ นั กย็ งั ประวิงการเข้ารับอิสลามไว้ ฉนั ได้รับความทกุ ข์เม่อื กลบั มาสหรัฐอเมริกา ฉนั ไมส่ ามารถปฏิบตั ิภารกิจในสงั คมได้ แล้วยงั ลบเลอื นสง่ิ ท่ีฉนั ต้องการด้วย ฉนั ได้พบเพื่อนชาวอเมริกนั และอาหรับมสุ ลมิ จานวนมาก ท่ีคะยนั้ คะยอฉนั ด้วยความน่มุ นวล ให้ยอมจานนตอ่ พระผ้เู ป็นเจ้า ฉนั ไมอ่ าจตอ่ ส้กู บั แรงดงึ ดดู ของอิสลามได้ ในทีส่ ดุ เม่อื วนั ท่ี 21 มกราคม ค.ศ.1989 ฉนั ก็เข้ารับอสิ ลาม สตรีเหลา่ นีด้ เู หมือนจะตรึงใจกบั สง่ิ ท่ีพวกเธอได้พบเหน็ ในประเทศมสุ ลิม พวกเธอประทบั ใจกบั สิ่งท่ีเหน็ และรู้สกึ และพวกเธอก็ตอบสนอง ด้วยการเป็นสว่ นหนง่ึ ของสิ่งท่ีได้รับการแนะนาแก่พวกเธอ ประจกั ษ์พยานจากเพ่ือนบ้านมสุ ลมิ และผ้ทู ี่รู้จกั กนั สตรีสาวชาวอเมริกนั ได้พบกบั มสุ ลมิ ในประเทศนี ้(สหรัฐอเมริกา) ซง่ึ มีอทิ ธิพลตอ่ พวกเธอ ด้วยการใช้ชีวิตและกิจวตั รปฏบิ ตั ปิ ระจาวนั พวกเธอรู้สึกในความเข้มแขง็ สว่ นตวั ของมสุ ลมิ ซง่ึ ดเู หมือนจะมาจากความศรัทธาของพวกเขา บางครัง้ ประจกั ษ์พยานที่ได้จากมสุ ลมิ นนั้ กค็ ือคาพดู ท่ีพวกเขาตอบตอ่ คาถามตา่ งๆ แตส่ ่งิ ท่ีพบบอ่ ยที่สดุ คือวิธีที่พวกเขาเลอื กในการใช้ชีวติ

 ฉนั อายไุ ด้ 15 ปี เมอื่ เร่ิมศกึ ษาเกี่ยวกบั อิสลาม มีครอบครัวชาวซาอดุ ิอารเบีย ย้ายเข้ามาอาศยั อยตู่ รงกนั ข้าม และฉนั ประทบั ใจกบั นิสยั ใจคอของพวกเขา รวมทงั้ การแตง่ กาย ภาษาและศาสนา ผ้เู ป็นภรรยาและฉนั กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกนั แตฉ่ นั ก็ใช้เวลาถงึ 4 ปี กวา่ จะยอมรับอสิ ลาม พวกเขาไมเ่ คยยดั เยียด พวกเขาตอบปัญหาของฉนั อย่างงา่ ยๆ และแสดงความเออื ้ อาทรและความมีนา้ ใจอย่างมากต่อฉนั ตลอดเวลาท่ีอย่เู ตรียมอดุ มศกึ ษา ถงึ แม้วา่ ฉนั จะไมใ่ ชม่ สุ ลิม ฉนั ก็อยหู่ า่ งจากส่งิ ที่เป็นผลเสยี มนั มาจากอทิ ธิพลของเพื่อนชาวซาอดุ ิอารเบียของฉนั ดงั นนั้ เม่ือฉนั เข้ารับอสิ ลาม สิง่ ท่ีเปลยี่ นไปจริงๆ กค็ อื เคร่ืองแตง่ กาย และกิจกรรมยามวา่ ง เชน่ การดคู อนเสิร์ต ภาพยนตร์และการเลน่ กีฬา เท่านนั้  ก่อนท่ีจะเป็นมสุ ลิม ฉนั เป็นพวกไมม่ ีศาสนาและถอนตวั ออกจากนิกายตา่ งๆ อยา่ งไรก็ตามฉนั ยงั ไมป่ ิ ดกนั้ ที่จะถกเถียงอยา่ งยืดยาวและลกึ ซงึ ้ เกี่ยวกบั พระผ้เู ป็นเจ้าและโ ลกนี ้หลงั จากหลายปี ของความสาเร็จ แตถ่ กู “เผาผลาญ” หมดไป ฉนั ก็เร่ิมเดินทางมงุ่ สตู่ อนใต้ของอเมริกาภาคกลาง และสนิ ้ สดุ ที่รัฐเท็กซสั ประชาคมมสุ ลิมต้อนรับฉนั ยินดใี ห้พกั อยดู่ ้วย และขจดั ความขดั แย้งท่ียงุ่ ยากสบั สนทงั้ หมดของฉนั ด้วยพระประสงค์ของพระผ้เู ป็นเจ้า ฉนั ได้รับการชีน้ าสกู่ ารเป็นมสุ ลิม กลา่ วคาปฏิญาณและต้องการสมรส สง่ิ เหลา่ นีไ้ ด้นาฉนั สเู่ อกลกั ษณ์ใหม่ และวถิ ีชีวติ ท่ีแตกตา่ ง แตไ่ มส่ ญู เสีย “ความเป็นตวั ฉนั ” แตด่ งั้ เดิมเลย  สามขี องฉนั ไมป่ ฏิบตั ศิ าสนกิจตามหลกั การศาสนา เม่ือเวลาที่ฉนั พบเขา ดงั นนั้ เขาจงึ ไมส่ ามารถปฏิเสธได้ เมือ่ ฉนั ตดั สินใจกลบั ไปโบสถ์ พร้อมทงั้ เอาลกู ไปด้วย ส่งิ เดียวท่ีเขาขอร้องคอื อยา่ กินอาหารที่มเี นือ้ หมู แขกจากอยี ิปต์มาเยี่ยมเยียนธรุ กิจของพ่อฉนั นน่ั คือครัง้ แรกท่ไี ด้เหน็ อสิ ลามซงึ่ ถกู ปฏิบตั ิอยา่ งเตม็ รูปแบบ และเป็นเวลาเดียวกบั ท่ีสามีของฉนั เร่ิมคิดท่ีจะเอาจริงเอาจงั กบั ชีวิตเสยี ที จากนนั้ ป้ าของฉนั ได้สมรสกบั มสุ ลิม และฉนั ใช้เวลาอยา่ งมากอย่ทู ่ีนน่ั เพ่ือถามคาถามเก่ียวกบั อสิ ลาม ในปี ค.ศ. 1990 ฉนั คลอดลกู คนท่ี 4 ฉนั จงึ สมั ผสั ความศรัทธาของตวั เองได้โดยไมร่ ู้ตวั สิ่งที่ฉนั หมายถงึ กค็ ือ ฉนั ไมร่ ู้จริงๆ วา่ ฉนั ศรัทธาในอสิ ลาม คนื หนง่ึ พระผ้เู ป็นเจ้าได้ทาให้สจั ธรรมมาพบกบั ตวั ฉนั มนั รู้สกึ เหมอื นกบั หิน และร้องไห้เหมือนกบั ลกู สาววยั 3 สปั ดาห์ของฉนั เอง ในคืนที่ฉนั นง่ั อย่ตู อ่ หน้าแผน่ ภาพท่ีฉนั ใช้สวดวิงวอน ฉนั ปกปิ ดความศรัทธาของฉนั เป็นความลบั แม้แตก่ บั สามี อยเู่ ป็นเวลาประมาณ 2 สปั ดาห์ วนั หนง่ึ ฉนั จงึ บอกเขาทางโทรศพั ท์ เมอ่ื เขาโทรศพั ท์มาหาฉนั จากที่ทางาน

เขาจงึ เริ่มถามฉนั ทนั ทีวา่ ทาไม เขาบอกฉนั วา่ มนั เป็นเร่ืองจริงจงั มาก ที่ฉนั ไมค่ วรกระโดดขนึ ้ ไปหามนั บคุ คลหนง่ึ ต้องมีความเชื่อมน่ั และไมห่ วน่ั ไหว เขาตดั บทด้วยการพดู สนั้ ๆวา่ “เราจะพดู เรื่องนีก้ นั เมอ่ื ผมไปถงึ บ้าน” เขาเลา่ ภายหลงั วา่ เขาร้องไห้ออกมาและขอบคณุ ตอ่ พระผ้เู ป็นเจ้าหลงั จากวางโทรศพั ท์ เขาสญั ญาวา่ จะพยายามใช้ชีวิตใหม่ และปฏิบตั ติ ามหลกั การอิสลามอย่างเตม็ รูปแบบ เขาบอกฉนั ในคืนนนั้ วา่ ได้ อะซานที่หขู วา และอิกอมะฮ์ท่ีหซู ้ายของลกู คนเลก็ ซงึ่ บางครัง้ เขาไมไ่ ด้ปฏิบตั ิกบั ลกู คนก่อนๆ  ในปี ค.ศ.1983 ฉนั พบกบั สตรีอาหรับคนหนงึ่ ผา่ นทางเพ่ือน และกลายมาเป็นเพ่ือนสนิทกนั วนั หนง่ึ เธอขอให้ฉนั ชว่ ยอยเู่ ป็นเพื่อนดแู ลลกู สาวของเธอ ซงึ่ ฉนั รับปาก คนื หนง่ึ ก่อนท่ีเดก็ จะเข้านอน พวกเขาอา่ นคาขอพรให้ฉนั ฟัง และต้องการจะสอนฉนั ด้วย วนั ตอ่ มาเธอถามฉนั ว่า นบั ถือพระเยซูคริสต์เป็นบตุ รของพระผ้เู ป็นเจ้า ฉนั ตอบวา่ “จริงๆ แล้วฉนั ไมม่ ศี าสนา แตก่ บ็ อกฉนั เถอะเกี่ยวกบั ศาสนาอสิ ลามของเธอ” และหลงั จากนนั้ สองปี ตอ่ มา ฉนั ก็กลา่ วคาปฏิญาณตนเข้ารับอิสลาม  ฉนั อาสาท่ีจะช่วยสอนพิเศษสตรีชาวซาอดุ ิอารเบีย ซงึ่ เรียนภาษาองั กฤษ เป็นภาษาที่สอง ฉนั พบวา่ เป็นเร่ืองแปลกทพี่ วกเธอปฏิเสธครูสอนพิเศษซง่ึ เป็นผ้ชู าย แตห่ ลงั จากตรวจสอบดแู ละอา่ นหนงั สือหลายเลม่ เก่ียวกบั อสิ ลาม จากห้องสมดุ สาธารณะและห้องสมดุ โรงเรียน ฉนั เร่ิมท่ีจะเข้าใจสตรีลกึ ลบั ในชดุ ดาเหลา่ นี ้ บรรดาสตรีเหลา่ นี ้เริ่มเปิ ดกว้างขนึ ้ เรื่อยๆ และเชิญฉนั ไปที่บ้านของพวกเธอ และความรู้เก่ียวกบั อิสลามกถ็ ูกเปิ ดเผยขนึ ้ ฉนั ยกยอ่ งอย่างจริงใจตอ่ ศาสนาที่ฉนั เหน็ วา่ ได้รับการปฏิบตั เิ ป็นประจาทกุ วนั นี ้ ฉนั อยใู่ นฤดใู บไม้ผลิของปี ค.ศ.1988 ซง่ึ ฉนั เร่ิมปฏิบตั ิตามหลกั การอิสลามอยา่ งจริงจงั ฉนั ติดตอ่ กบั สมาคมอิสลามในท้องถิ่น และเข้าร่วมกบั กลมุ่ สตรีเพ่ือศกึ ษาคมั ภีร์อลั กรุ อาน ณ ที่นน่ั ฉนั ได้พบกบั พีน่ ้องสตรี ซง่ึ ยงั คงเป็นแบบอยา่ งที่ดี ย่ิงใหญ่และเป็นพลงั ชีน้ าสาหรับฉนั มาจนทกุ วนั นี ้ ผลกระทบของความเคร่งครัดและการอทุ ิศตวั ของมสุ ลิม ตอ่ ชีวติ ของสตรีเหลา่ นี ้ สนบั สนนุ หลกั การที่เจริญเติบโตของโบสถ์ที่วา่ ในศาสนาคริสต์ ผ้ทู ่ีเปล่ยี นแปลงมาเข้าโบสถ์ เกิดจากบางคนที่พวกเขารู้จกั เป็นผ้มู อี ิทธิพลตอ่ ชีวติ ของพวกเขาตอ่ การยอมรับศาสนาคริสต์ สตรีเหลา่ นี ้ รู้สกึ วา่ การใช้ชีวิตแบบมสุ ลิม ทาให้จิตวญิ ญาณของคนเหลา่ นีส้ มบรู ณ์ และพวกเธอก็เช่นกนั มีความรู้สกึ ท่ีอยากจะเข้าใกล้พระผ้เู ป็นเจ้าด้วยการเป็นมสุ ลิมที่แท้จริง เรียนรู้เกี่ยวกบั อสิ ลามในวทิ ยาลยั สตรีจานวนมากได้สมั ผสั กบั อสิ ลามเป็นครัง้ แรกในหลกั สตู รของวทิ ยาลยั อาจจะโดยผา่ นหลกั สตู รเฉพาะเกี่ยวกบั ศาสนา

จากหนงั สอื ที่พวกเธออา่ นจากหลกั สตู รทว่ั ไปของวทิ ยาลยั หรือจากนกั ศกึ ษามสุ ลมิ ท่ีพวกเธอพบปะพดู คยุ ด้วยในสถานศกึ ษา การได้ยินได้ฟังเก่ียวกบั อิสลามเป็นความน่าสนใจอย่างยิ่งของพวกเธอ  ฉนั พบกบั กลมุ่ นกั ศกึ ษานานาชาติ ในฐานะเป็นสว่ นหนง่ึ ของหลกั สตู รการสนทนากลมุ่ ในวิชาภาษาองั กฤษ ตามท่ีฉนั รับฟังชาวปาเลสไตน์เลา่ เก่ียวกบั ชีวิต ครอบครัว ความเช่ือมนั่ ศรัทธาของเขา มนั กระทบกระเทือนตอ่ โสตประสาทของฉนั อยา่ งมาก ยิ่งเรียนรู้อสิ ลามมากขนึ ้ เทา่ ใด กย็ ่ิงมีความสนใจมากขนึ ้ เท่านนั้ ในฐานะสงิ่ ท่ีเป็นไปได้สาหรับชีวติ ของฉนั ในภาคเรียนตอ่ มากลมุ่ ศกึ ษาดงั กลา่ วยกเลิกไป แตฉ่ นั ได้ลงทะเบียนในชนั้ เรียน “บทนาสอู่ ิสลาม” ชนั้ เรียนนี ้นาฉนั กลบั ไปสคู่ วามต้องการทงั้ หมดที่ฉนั มตี อ่ ศาสนาคริสต์ ปัญหาของฉนั ทงั้ หมดได้รับการให้คาตอบ พวกเราทงั้ หมดไมใ่ ชก่ ารถกู ลงโทษจากบาปดงั้ เดมิ ของอาดมั อาดมั ขออภยั โทษตอ่ พระผ้เู ป็นเจ้า และพระผ้ทู รงเมตตาและผ้ทู รงรักเราได้ให้อภยั ตอ่ อาดมั พระผ้เู ป็นเจ้าไมต่ ้องการ การสละเลือดเพื่อไถบ่ าป เราต้องขออภยั โทษอย่างจริงใจและเปลีย่ นแปลงเส้นทางของเรา เยซูไมใ่ ชพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ทา่ นเป็นศาสดาเชน่ เดียวกบั ศาสดาท่านอ่ืนๆ ทงั้ หมด พวกท่านเทศนาสงั่ สอนสาสน์ เดียวกนั นนั่ คอื ให้เชื่อมน่ั ศรัทธาในพระผ้เู ป็นเจ้าที่เที่ยงแท้พระองค์เดียว เคารพภกั ดแี ละยอมจานนตอ่ พระองค์เท่านนั้ และใช้ชีวิตอย่ใู นความเท่ียงตรง ตามทางนาท่ีพระองค์ทรงสง่ ลงมา สิง่ นีต้ อบคาถามของฉนั ทงั้ หมด เกี่ยวกบั เรื่องตรีเอกานภุ าพและธรรมชาตทิ ี่แท้จริงของเยซู (เป็นพระผ้เู ป็นเจ้า เป็นมนษุ ย์ หรือผสมกนั ระหวา่ งมนษุ ย์กบั พระผ้เู ป็นเจ้า) พระผ้เู ป็นเจ้าทรงสมบรู ณ์และเป็นผ้ตู ดั สนิ ที่มคี วามยตุ ิธรรม ซง่ึ จะทรงให้รางวลั หรือลงโทษเรา ตามความศรัทธาและความเท่ียงตรงของเรา ฉนั พบคาสอนทที่ าให้ทกุ ส่งิ อยใู่ นมมุ มองท่ีควรจะเป็น ดงึ ดดู จิตใจและสติปัญญาของฉนั ดเู ป็นธรรมชาติ ไมม่ ีความขดั แย้ง ฉนั ได้ค้นหาและพบสถานท่ีพกั ผ่อนแห่งความศรัทธาของตนเอง  ฉนั ศกึ ษาทางด้านจิตวิทยาและสงั คมวิทยา ในวทิ ยาลยั แตม่ คี วามรู้สกึ วา่ ต้องการกลบั ไปสเู่ ร่ืองศาสนา ถงึ แม้วา่ ฉนั จะไมเ่ ห็นด้วยกบั ศาสนาคริสต์ทงั้ หมดกต็ าม โดยเฉพะอยา่ งยิ่งวธิ ีที่ศาสนาคริสต์ถกู นาเสนอต่อชีวิตของฉนั กอ่ นหน้านี ้ หลงั จากที่ศกึ ษาดศู าสนาตา่ งๆ ไปทว่ั ไมว่ า่ จะเป็นฮินดู พทุ ธ ฉนั จงึ เข้าสชู่ นั้ เรียนเกี่ยวกบั ศาสนาในวทิ ยาลยั และได้รับตวั บทของพระคมั ภีร์เดิม

ส่ิงหนง่ึ ท่ีปรากฏขนึ ้ กค็ อื การกลบั ไปสรู่ ากฐานของคริสเตียน ซง่ึ ดเู หมือนวา่ ศาสนาคริสต์นนั้ กใ็ ช้ได้อยู่ แตท่ วา่ มกี ารเปลยี่ นแปลงในจดุ ท่ีสตรีไมไ่ ด้รับการยอมรับ เช่นเดยี วกบั การเปลี่ยนแปลงอน่ื ๆ จากการอา่ นตวั บท ฉนั เข้าใจส่งิ ที่บาดหลวงของเราไมเ่ คยพดู ถงึ ซงึ่ ทาให้ฉนั ประหลาดใจมาก และฉนั เร่ิมมีคาถามเก่ียวกบั คมั ภีร์ไบเบิล สามีของฉนั มอบคมั ภีร์อลั กรุ อานให้เลม่ หนึ่ง เป็นของขวญั สมรส และมนั ก็เพียงแตต่ งั้ อย่บู นชนั้ ตลอดเวลาที่ฉนั เข้าชนั้ เรียนเกยี่ วกบั ศาสนา หลงั จากนนั้ เราเดินทางไปซเี รีย เพื่อเยี่ยมเยียนครอบครัว ฉนั ไมส่ ามารถพดู ภาษา (อาหรับ) ได้ ดงั นนั้ ฉนั จงึ มีเวลาเป็นของตวั เอง ฉนั จงึ อา่ นทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง และขณะท่ีอา่ น ฉนั กค็ ้นหาส่งิ ท่ีดเู หมอื นวา่ จะไมถ่ กู ต้อง หรือเป็นปัญหาสาหรับฉนั ฉนั เข้าใจความหมายภาษาองั กฤษ ซง่ึ สร้างความราคาญให้ฉนั อย่างเช่น “จงตภี รรยาของทา่ นเบาๆ” ฉนั จงึ ถามสามีวา่ คณุ เช่ือข้อความไร้สาระอย่างนีไ้ ด้อยา่ งไร” เขากจ็ ะตอบวา่ “ในภาษาอาหรับมิได้หมายถงึ เช่นนนั้ ” และเขาจะอธิบายถงึ ต้นฉบบั จริงๆ ฉนั อา่ นทกุ ส่งิ ทกุ อย่าง และไมพ่ บสงิ่ ใดทไี่ มถ่ กู ต้อง ฉนั จงึ คิดวา่ “สงิ่ เหลา่ นีด้ ีกวา่ ทกุ ๆ สง่ิ ที่ฉนั เคยรู้” ฉนั จงึ เข้ารับอสิ ลาม ในปี ค.ศ.1988  ฉนั ถือนิกายโรมนั คาทอลกิ และศกึ ษาด้านแอฟริกนั อเมริกนั ศกึ ษา ในฐานะสว่ นหนงึ่ ของผลงาน ทีจ่ ะจบในสาขาสงั คมศาสตร์ หลงั จากอา่ น “อตั ชีวประวตั ขิ องมลั คอล์ม เอก็ ส์” ฉนั รู้สกึ ถกู บงั คบั ให้เข้าใจพลงั ที่อย่เู บือ้ งหลงั การเปล่ียนแปลงของมลั คอล์ม เอก็ ส์ หลงั จากการทาฮจั ญ์ เม่ือเขากลบั มายงั สหรัฐอเมริกาและกลา่ วว่า เผา่ พนั ธ์นุ ิยมไมใ่ ชส่ ว่ นหนง่ึ ของอิสลาม ตามท่ีฉนั เร่ิมศกึ ษา ฉนั รู้สกึ อยา่ งมน่ั ใจวา่ การรู้แจ้งได้จ่โู จมฉนั ไมใ่ ห้ศกึ ษาศาสนาอน่ื ๆ ฉนั ศกึ ษาอยา่ งไมเ่ ป็นทางการเป็นเวลา 3 เดือน และอยา่ งเอาจริงเอาจงั อีก 3 เดือน จากนนั้ จงึ กลา่ วปฏิญาณตนตอ่ พระผ้เู ป็นเจ้า ก่อนท่ีฉนั จะย่างก้าวเข้าไปในมสั ยิดเป็นครัง้ แรก เม่ือวนั ท่ี 29 พฤษภาคม ค.ศ.1993 และวนั รุ่งขนึ ้ ฉนั จงึ กลา่ วคาปฏิญาณตอ่ หน้าที่ชมุ นมุ ในมสั ยิด การเปล่ียนแปลงไมใ่ ช่ทางเลือกของฉนั แตฉ่ นั เหมือนได้กลบั บ้าน อสิ ลามให้คาตอบตอ่ คาถามที่ฉนั มแี ละตอ่ คาถามที่ฉนั ไมม่ ี ฉนั รักอิสลาม ฉนั รักแนวความคดิ เก่ียวกบั ความเป็นประชาชาติ ขอขอบคณุ ตอ่ พระผ้เู ป็นเจ้า ที่พระองค์ทรงเหน็ ฉนั ผ่านการทดสอบไปได้ ค้นหาเพ่ือเตมิ เตม็ ช่องว่างทางจติ วญิ ญาณ ผ้ตู อบแบบสอบถามจานวนมาก ค้นหาบางสิ่งบางอย่างในปริมณฑลทางจิตวญิ ญาณ เพื่อเตมิ ช่องวา่ งในชีวติ ของพวกเธอ โดยผา่ นชอ่ งที่เปิ ดอยนู่ ี ้สตรีจานวนมากได้รับแรงดึงดดู สอู่ ิสลาม

ความต้องการนี ้สะท้อนอยใู่ นรายละเอยี ดท่ีสตรีเหลา่ นีไ้ ด้ให้ไว้ เก่ียวกบั ประสบการณ์การเข้ารับอสิ ลามของพวกเธอ พวกเธออาจจะมาถงึ ระดบั ของการยอมรับจากหลากหลายสถานการณ์ แตเ่ กือบทงั้ หมดยอมรับเพราะความต้องการจากภายในของพวกเธอ และการจงู ใจท่ีสภุ าพนมุ่ นวลของมสุ ลิม หรือแหลง่ ข้อมลู ท่ปี ระทบั ใจและจิตวญิ ญาณของพวกเธอ  ฉนั สมรสกบั คนที่ไมใ่ ช่คริสเตียน และเราสองคนเป็นผ้ทู ่ีไมไ่ ด้ปฏิบตั ิส่งิ ใดที่เป็นศาสนา ฉนั ยงั คดิ วา่ ตวั เองเป็นคริสเตยี น “จะมอี ะไรไหมละ่ ” ฉนั คิด ฉนั ยงั คงมีความเชื่อในพระผ้เู ป็นเจ้าและการสรรค์สร้างโลกของพระองค์ แตไ่ มแ่ นใ่ จในความเชื่ออ่นื ๆ ท่ีฉนั มีวา่ เพิ่มมากขนึ ้ หรือไม่! ปี ตอ่ มาหลงั จากการหย่าร้างในปี ค.ศ.1990 ฉนั เร่ิมคิดถงึ สงิ่ ท่ีฉนั ต้องการ ฉนั เชื่อถือศรัทธาในส่งิ ใด ต้นปี ค.ศ.1991 ฉนั เร่ิมตรวจสอบดหู นงั สือท่ีชนั้ หนงั สอื ในห้องสมดุ และอา่ นเกย่ี วกบั อิสลามมากขนึ ้ เพราะฉนั จริงจงั กบั มนั มากกวา่ ส่งิ อ่ืน ฉนั อา่ นหนงั สือเกี่ยวกบั อสิ ลามอยา่ งช้าๆ แตก่ ใ็ ช้ชีวิตอย่างท่ีเคยเป็น ฉนั ยงั ไมต่ ดั สนิ ใจวา่ จะทาอย่างไรกบั อิสลาม จะยอมรับหรือละทิง้ ไปเสีย จนกระทงั่ ฤดใู บไม้ร่วงปี ค.ศ.1992 ฉนั ได้พบพี่น้องสตรีอเมริกนั มสุ ลิมในแมนฮตั ตนั ซงึ่ อยหู่ ่างจากเมืองเลก็ ๆ ท่ีฉนั อาศยั อยรู่ าว 20 ไมล์ ฉนั ศกึ ษาร่วมกบั พวกเธอและเรียนภาคปฏิบตั ิจากสิง่ ที่ฉนั อา่ นมาจากหนงั สือตลอดหนงึ่ ปี ค ร่ึงมานี ้ฉนั ปฏิญาณตนรับอสิ ลามเม่ือเดือนธนั วาคม ปี ค.ศ.1992  การตอ่ ส้ขู องฉนั เร่ิมต้นเมือ่ หลายปี มาแล้ว กบั การค้นหาเอกลกั ษณ์ของตนเอง การเตบิ โตขนึ ้ มาในอเมริกาในฐานะคนผิวดาทาให้เกิดการท้าทายที่มคี วามหมายย่ิงสาหรับ ฉนั ในระหวา่ งทศวรรษที่ 1960 และ 1970 หลงั จากต้องวิ่งไปรอบๆ กบั หลายๆ ประเดน็ ในเร่ืองเผ่าพนั ธ์นุ ิยมและรู้สกึ ถงึ ความกดดนั ในยคุ แรกๆ ของการยกเลิกการแบ่งแยกสผี วิ ในมสิ ซสิ ซปิ ปี แ้ ละเทก็ ซสั ฉนั ก็เริ่มตงั้ คาถามถงึ บทบาทของฉนั ในชีวิต ในฐานะท่ีเป็นสตรีผิวดา ฉนั ประสบความสาเร็จในอาชพี แตช่ ีวติ สว่ นตวั กลบั ล้มเหลว ชีวิตการสมรสที่ล้มเหลว ความสมั พนั ธ์ท่ีลมุ่ ๆ ดอนๆ กบั พ่อแมแ่ ละญาตพิ ่ีน้อง ความไมพ่ งึ พอใจกบั โบสถ์และพระผ้เู ป็นเจ้า ทงั้ หมดนีท้ าให้ฉนั ตกอย่ใู นคาถามท่ีวา่ ฉนั คอื ใคร และจะทาอย่างไร อะไรจะทาให้ความสมั พนั ธ์กบั ผ้คู นและโลกโดยทว่ั ไปดีขนึ ้ ฉนั เร่ิมแสวงหาคาตอบ โดยการค้นคว้าประวตั ิศาสตร์ของคนผิวดาอกี ครัง้ หนงึ่ ฉนั ตื่นเต้นท่ีพบวา่ ชาวแอฟริกนั เกือบทงั้ หมดมาจากรัฐอิสลาม ภายหลงั ฉนั ได้พบกบั มสุ ลมิ ซุนนี ซง่ึ แบ่งปันข้อมลู ที่นา่ สนใจมาก เก่ียวกบั สวรรค์และนรก

ซง่ึ ทาให้หวั ใจที่เป็นแนวจิตนิยม (ซฟู ี ) ของฉนั ซาบซงึ ้ มาก ในขณะนนั้ ฉนั สอนการพดู และการแสดง ท่ีโรงเรียนเตรียมอดุ มศกึ ษาคาทอลิก ในกรุงวอชองตนั ดี ซี ฉนั เป็นมสุ ลมิ เม่อื ปี ค.ศ.1974 ฉนั ถกู ขอร้องให้ลาออกในตอนปลายปี เพราะนกั เรียนบางคนกไ็ ด้เข้ารับอิสลาม อิสลามทาให้ฉนั เยือกเยน็ ลง ชว่ ยให้ฉนั ค้นพบพระผ้เู ป็นเจ้าโดยปราศจากความกงั วลและรู้สกึ ผิด อยา่ งที่เคยรู้สกึ ในตอนเป็นคริสเตยี น ฉนั รักพระองค์เสมอและรู้วา่ ฉนั สามารถสนทนากบั พระองค์ได้โดยตรง ด้วยการต้อนรับด้วยความยินดี  ฉนั ได้รับการแนะนาให้รู้จกั อสิ ลามครัง้ แรก เมอื่ อายุ 14 ปี แตเ่ พราะปัญหาขดั แย้งในครอบครัว ฉนั จงึ ไมส่ ามารถศกึ ษาและปฏิบตั ิได้ หลงั ออกจากบ้าน เพ่ือเข้าเรียนในวทิ ยาลยั ฉนั จงึ มเี สรีภาพที่จะเลือกนบั ถือศาสนา การเปล่ยี นแปลงครัง้ ใหญ่ทีส่ ดุ ท่ีฉนั กระทา (นอกจากการแตง่ กายและการลดความอ้วน) กค็ อื การอยหู่ า่ งจากครอบครัวและเพ่ือนเก่า ฉนั กระทาสง่ิ เหลา่ นี ้เพื่อป้ องกนั ตนเอง ทาให้ตวั ฉนั เองแขง็ แกร่งขนึ ้ ในศาสนา โดยปราศจากความวอกแวก ฉนั มคี วามรู้สกึ เพียงเลก็ น้อยวา่ สญู เสีย เพราะฉนั ได้เตมิ เตม็ ช่องวา่ ง ด้วยเพ่ือนใหมซ่ ง่ึ เป็นมสุ ลิมที่ฉนั พบ และภายหลงั คือสามขี องฉนั ความรู้สึกถงึ ความน่าเชอื่ ถอื ของคัมภรี ์อัล กุรอาน สตรีจานวนมากได้แสดงให้เหน็ ถงึ การให้เกียรติและความรักในคมั ภีร์อลั กรุ อานท่ีเพ่ิมขนึ ้ ของพวกเธอ ซง่ึ ถือเป็นดารัสสดุ ท้ายของพระผ้เู ป็นเจ้า สาหรับบางคนแล้วคมั ภีร์อลั กรุ อานคอื สว่ นสาคญั ในประสบการณ์การเข้ารับอสิ ลามของพวกเธอ  การเข้ารับอสิ ลามของฉนั เกิดขนึ ้ จากผลของการท้าทายจากมสุ ลมิ ให้อา่ นคมั ภีร์อลั กรุ อาน เพ่ือให้เราถกเถียงกนั ถงึ สถานภาพของสตรีในอสิ ลาม ภาพโดยทวั่ ไปของสตรีมสุ ลมิ ท่ฉี นั มคี อื การถกู กดขี่และมสี ภาพท่ีเลวร้าย เมื่อเทียบกบั คริสเตยี นซง่ึ เป็นฝ่ ายตรงข้าม ฉนั เป็น คริสเตยี นพืน้ ๆ โดยทว่ั ไป เตบิ โตมาในสิง่ แวดล้อมแบบคาทอลิก แตไ่ มเ่ คยปฏิบตั ศิ าสนกิจและจริงๆแล้ว กเ็ พียงแตป่ ระทบั ตราตวั เองวา่ เป็นคริสเตียน เพ่ือให้ดวู า่ ไมเ่ ป็นการกอ่ กบฏตอ่ หน้าครอบครัวของตวั เอง (และท่ีจริงครอบครัวของฉนั ก็เป็ นคริสเตียนแตช่ ่ือ ไมใ่ ช่คริสเตยี นที่แท้จริง) การอา่ นคมั ภีร์อลั กรุ อานและวจนะของท่านศาสดา คอื ส่งิ ท่ีผกู มดั ฉนั เอาไว้อยู่ ฉนั ดาเนินผา่ นประสบการณ์ครัง้ แรก ด้วยการใช้เวลาทงั้ สปั ดาห์อา่ นคมั ภีร์อลั กรุ อาน

โดยไมไ่ ด้หลบั นอน และดเู หมือนฉนั จะถกู เขยา่ ตลอดทงั้ คนื ได้เปลี่ยนเป็นความเหน็ดเหนื่อยด้วยความตนื่ เต้น ฉนั มีความฝันท่ีแปลกและมีชีวติ ชีวา เกี่ยวกบั ประเดน็ ทางศาสนา และเมื่อตืน่ ขนึ ้ มา สิ่งท่ีฉนั ต้องการคอื การอา่ นคมั ภีร์อลั กรุ อานตอ่ ไป แม้แตอ่ า่ นหนงั สอื สอบเทอมสดุ ท้าย ซงึ่ มขี นึ ้ ในเวลาเดยี วกนั ฉนั ก็ไมไ่ ด้ทา  ฉนั เริ่มเรียนในหลกั สตู รประวตั ิศาสตร์ตะวนั ออกกลาง ซงึ่ ทาให้มโี อกาสลงลกึ ตอ่ ไปในการศกึ ษาอสิ ลาม เม่ืออาจารย์อา่ นตวั บทจากคมั ภีร์อลั กรุ อาน เพ่ือแสดงให้เหน็ “เคร่ืองมอื ” อนั ทรงประสทิ ธิภาพในการแผข่ ยายอสิ ลามไปทว่ั โลก หวั ใจของฉนั เต้นระรัว ฉนั รู้วา่ ฉนั พบสจั ธรรมแล้ว ฉนั ได้แสวงหาพระผ้เู ป็นเจ้ามาตงั้ แตท่ ศวรรษท่ี 1980 ณ จดุ นฉี ้ นั รู้แล้ววา่ วนั หนง่ึ ฉนั จะต้องเป็นมสุ ลมิ หลงั จากชนั้ เรียนสิน้ สดุ ลง ฉนั ได้ดาเนินการสารวจตรวจสอบเข้าไปในอสิ ลาม ฉนั ซือ้ คมั ภีร์อลั กรุ อานฉบบั ภาษาองั กฤษมาและอา่ นทกุ วนั ณ เวลานนั้ ฉนั ยงั อาศยั อย่ทู ่ีบ้าน และซอ่ นเร้นสิ่งเหลา่ นีจ้ ากครอบครัว ฉนั ได้อยพู่ ร้อมกบั เพ่ือนใหมข่ องฉนั (อลั กรุ อาน) บอ่ ยครัง้ และวิถีชีวิตของฉนั ก็เริ่มเปล่ียนแปลงไป  การเข้ารับอสิ ลามของฉนั เป็นกระบวนการท่ียืดยาว ฉนั ละทิง้ ศาสนาคริสต์เม่อื อย่เู ตรียมอดุ มศกึ ษาตอนต้น ฉนั เตบิ โตมาในนิกายเมโธดสิ ต์ ครัง้ หนงึ่ พ่อของฉนั เคยเป็นศาสนาจารย์ และคอ่ นข้างเข้มงวดเมอื่ ฉนั ยงั เดก็ พอ่ แมข่ องฉนั ออกจากนิกายเดิม แมไ่ ปนบั ถือแนวทางลาโกตาของอเมริกนั อนิ เดียน สว่ นพ่อละทิง้ ไปเฉยๆ ฉนั พิจารณาดแู นวความเชื่อตา่ งๆ แตไ่ มม่ ีแนวทางใดดงึ ดดู ใจฉนั ฉนั เตบิ โตขนึ ้ เพื่อมองดวู ฒั นธรรมอน่ื ด้วยจดุ ท่ีเข้าใจ ด้วยความพยายามท่ีจะออกจากจดุ ยืนทางวฒั นธรรมของฉนั เพื่อพิจารณาดวู ฒั นธรรมของผ้อู น่ื การปฏิวตั ใิ นอหิ ร่านได้จดุ ประกายคาถามมากมายสาหรับฉนั ฉนั ตดั สนิ ใจศกึ ษาเพ่ิมเติมเก่ียวกบั ผ้คู นและวฒั นธรรม และเร่ิมอา่ นประวตั ศิ าสตร์อิหร่าน ซง่ึ นาไปสปู่ ระวตั ศิ าสตร์อิสลาม ไมเ่ ฉพาะขอบขา่ ยเนือ้ หาท่ีมีสอนในโรงเรียน ส่ิงนีน้ าฉนั ไปสกู่ ารอา่ นคมั ภีร์อลั กรุ อาน ฉนั เผชิญกบั วกิ ฤติทางอารมณ์ความรู้สกึ เมือ่ ความสมั พนั ธ์ (กบั ชาวอาหรับ) ล้มเหลวลง และฉนั พบวา่ ตวั เองได้หนั ไปสคู่ มั ภีร์อลั กรุ อาน ฉนั ประจกั ษ์ถงึ ความต้องการที่จะพง่ึ พาบางสง่ิ บางอยา่ งนอกจากผ้คู น ตอ่ มาแม่เสียชีวิต ครอบครัวของฉนั อย่หู า่ งไกลออกไป ฉนั ไมร่ ู้วา่ จะหนั ไปพง่ึ หรือเช่ือถือใคร คมั ภีร์อลั กรุ อานสมั ผสั กบั ความรู้สกึ ของฉนั ฉนั ได้รู้จกั กบั กลมุ่ สตรีมสุ ลิม ซงึ่ พวกเธอมีความกระตอื รือร้นที่จะให้การสนบั สนนุ และให้คาอธิบาย ฉนั มีความประทบั ใจเป็นพิเศษในพืน้ ฐานท่ีเป็นตรรกะของอิสลาม ฉนั ใช้เวลาอีกประมาณหนง่ึ ปี กอ่ นที่จะกลา่ วปฏิญาณตน

คมั ภีร์ศกั ดิ์สิทธิ์นีไ้ ด้รับการยกยอ่ งจากมสุ ลิมเป็นอย่างยิ่งว่า เป็นดารัสสดุ ท้ายของพระผ้เู ป็นเจ้า และเป็นทิศทางของมนษุ ยชาติ ประทบั ความรู้สกึ ของสตรีเหลา่ นี ้ในฐานะที่เรียกร้องสคู่ วามศรัทธา ให้เข้ามาอย่แู ละยอมจานนตวั พวกเธอเองต่อพระผ้ทู รงบริสทุ ธิ์และสพั พญั ํู พวกเธอยอมรับด้วยความกระตอื รือร้นและอารมณ์ความรู้สกึ ตอ่ บทบญั ญตั ิของอสิ ลาม ค้นหาคาตอบในอสิ ลาม สตรีบางคนพยายามที่จะพิสจู น์ศาสนาคริสต์ตอ่ สามที ่ีเป็นมสุ ลมิ ของพวกเธอ พวกเธอจะขอความช่วยเหลอื จากผ้นู าคริสเตียน แตต่ ้องประสบกบั ความล้มเหลวในความพยายามเหลา่ นนั้ สตรีบางคนตอ่ ส้ดู ้วยการขออนญุ าตไปสแู่ นวทางคริสต์ ถงึ แม้วา่ พวกเธอจะมคี วามรู้สกึ ถงึ ความเป็นมสุ ลิม ปัญหาทางศาสนาบางข้อทาให้พวกเธอหวนั่ ไหว ในขณะที่อสิ ลามโน้มเอียงไปสกู่ ารท่ี “จะต้องมีคาตอบ” ทาให้บอ่ ยครัง้ มีความขดั แย้งในทางเทววิทยาของศาสนาคริสต์ สิ่งท่ีมสุ ลิมถามกค็ อื ในอิสลามมพี ระผ้เู ป็นเจ้าเพียงองค์เดียว ดงั นนั้ พระเยซูคริสต์จะเป็นพระผ้เู ป็นเจ้าได้อย่างไร คริสเตยี นจานวนมากมคี วามเหน็ วา่ คมั ภีร์ไบเบิล เป็นพระคาของพระผ้เู ป็นเจ้า ซึ่งก็มปี ัญหาอีก มสุ ลิมยา้ วา่ มีการเปล่ียนแปลงมากมายตลอดหลายศตวรรษที่ผา่ นมา ในตวั บทท่ีประกอบกนั ขนึ ้ เป็นคมั ภีร์ไบเบิล และกลา่ ววา่ ไบเบิลถกู เขียนขนึ ้ มาจากบคุ คลท่รี ู้สกึ วา่ ตวั เอง “ได้รับการดลใจ” ซงึ่ หา่ งจากเหตกุ ารณ์จริงเป็นเวลาหลายปี พวกเขาได้ชีอ้ อกมาให้เหน็ ถงึ ส่ิงท่ีพวกเขารู้สกึ วา่ เป็นความขดั แย้งซงึ่ ปรากฏอยใู่ นไบเบลิ มสุ ลมิ เป็นผ้ทู ี่มีความเชี่ยวชาญอย่างดียิ่งในความศรัทธาของพวกเขา และบ่อยครัง้ ยงั สามารถเตมิ ชอ่ งวา่ ง ให้กบั ความขดั แย้งสบั สนของผ้ทู ่ีแสวงหาพระผ้เู ป็นเจ้าได้ ในสว่ นท่ีเกี่ยวกบั คาตอบ แนวทางปฏิบตั ิ ท่ีจะประสบกบั ความสงบสขุ ความไมป่ ระทบั ใจในหลากหลายระดบั เกี่ยวกบั เรื่องเทววิทยาของแนวทางคริสเตียน ซง่ึ พวกเธอสงั เกตเหน็ มปี รากฏอยเู่ ป็นจานวนมากในเร่ืองราวของพวกเธอ ศนู ย์กลางของปัญหาบางประการอยทู่ ่ีแนวคิดเกี่ยวกบั ตรีเอกานภุ าพ บาปดงั้ เดิม (ของอาดมั ) หรือพระเยซูคริสต์เป็นบตุ รของพระผ้เู ป็นเจ้า หรือพระเยซูคริสต์เป็นพระผ้เู ป็นเจ้า ความขดั ข้องใจของพวกเธอเกี่ยวกบั แนวคิดเหลา่ นี ้ช่วยเปิ ดประตใู ห้กบั การนาเสนอศาสนาใหม่  หลงั จากลกู คนทีส่ องของเราเกิด ฉนั ตดั สินใจท่ีจะกลบั ไปสโู่ บสถ์ ฉนั มีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมากและพยายามร้องเพลง อา่ นคมั ภีร์ไบเบิล และบอกสามวี า่ เขาควรจะกลบั ไปสพู่ ระผ้เู ป็นเจ้าเพียงใด ด้วยความไมเ่ ตม็ ใจ เขาจงึ ยอมไปโบสถ์กบั ฉนั และลกู สาวในบางครัง้

วนั หนง่ึ เขาพดู ขนึ ้ วา่ “ผมไมอ่ าจไปได้อีกแล้ว และผมไมต่ ้องการให้คณุ พาลกู สาวของเราไปด้วย” เขาตอ่ ส้อู ย่างรุนแรงและเกือบจะถงึ ขนั้ แตกหกั จนกระทงั่ เราตดั สนิ ใจที่จะเข้าไปดใู นทงั้ สองศาสนา ถ้าฉนั สามารถอธิบายศาสนาคริสต์จนเป็นที่พอใจ เขาก็จะยอมเป็น คริสเตยี น ในขณะเดียวกนั ฉนั จะต้องศกึ ษาอสิ ลาม (ฉนั เคยเข้ารับอสิ ลาม สองปี หลงั จากสมรส แตเ่ ขาไมก่ ระตือรือร้น ฉนั จงึ หมดความสนใจอย่างรวดเร็ว) ฉนั เร่ิมสอบถามปัญหามากมายจากบาทหลวง นกั การศาสนา และผ้อู าวโุ ส ในขอบเขตที่ฉนั จะสามารถพิสจู น์เร่ืองศาสนาคริสต์แก่สามขี องฉนั ได้ ฉนั ต้องการมนั อยา่ งมาก ฉนั ร้องขอตอ่ พวกเขาเพ่ือให้ช่วยเหลอื ฉนั แตพ่ วกเขาเกือบทงั้ หมดกลา่ ววา่ “ผมเสียใจ” “ผมไมร่ ู้” หรือ “แล้วผมจะเขียนตอบไป” แตฉ่ นั ไมเ่ คยได้รับส่ิงใดจากพวกเขา ย่ิงพยายามอย่างหนกั ขนึ ้ เทา่ ใด ที่จะพิสจู น์คริสต์ศาสนาเพ่ือเปล่ยี นแปลงเขา ฉนั กย็ ่ิงโน้มเอยี งเข้าหาอิสลาม เพราะมนั เป็นเหตเุ ป็นผล จนกระทง่ั ฉนั ยอมแพ้ตอ่ ความเป็นเอกะของพระผ้เู ป็นเจ้า จากสง่ิ หนงึ่ ไปสอู่ ีกสงิ่ หนง่ึ จนกระทง่ั ฉันและสามีเริ่มปฏิบตั ิตวั แบบมสุ ลมิ สาหรับฉนั อิสลามได้มอบความสงบทางจิตให้ เพราะฉนั ไมจ่ าเป็นต้องเข้าใจเร่ืองตรีเอกานภุ าพ และการที่พระผ้เู ป็นเจ้าทรงมีสามองค์ในหนง่ึ หรือการท่ีพระผ้เู ป็นเจ้าตายบนไม้กางเขน สาหรับฉนั นนั้ อสิ ลามได้ให้คาตอบในทกุ เร่ือง  ฉนั เรียกตวั เองวา่ นกั รหสั ยะ (ซฟู ี ) เมอ่ื ฉนั เข้าเรียนในวิทยาลยั ฉนั คดิ วา่ ฉนั เชื่อในพระผ้เู ป็นเจ้า และไมจ่ าเป็นต้องทาอะไรเพิม่ เติม หลงั จากนนั้ ไมก่ ่ีปี ฉนั พร้อมท่ีจะกลบั ไปเป็นผ้เู คร่ง ครัดศาสนาอีกครัง้ หนงึ่ ในเวลาเดยี วกนั ฉนั พบผ้ชู ายคนหนง่ึ จากเลบานอน ซงึ่ ภายหลงั จะมาเป็นสามีของฉนั เขาและฉนั ตา่ งร่วมกนั เรียนรู้เกี่ยวกบั อสิ ลามมากขนึ ้ และประมาณ 6 เดอื นตอ่ มา ฉนั ก็เข้ารับอิสลาม และสมรสหลงั จากนนั้ อีก 6 เดือน สว่ นท่ีหนกั หนาท่ีสดุ คอื การเปล่ยี นแปลงความคิดเก่ียวกบั พระเยซคู ริสต์ ฉนั ต้องใช้เวลานาน กวา่ จะสามารถกลา่ วได้วา่ พระเยซคู ริสต์ไมใ่ ช่บตุ รของพระผ้เู ป็นเจ้า โดยไมร่ ู้สกึ วา่ เป็นการดหู มนิ่ แตฉ่ นั ประจกั ษ์วา่ ความเชื่อถือศรัทธาจะต้องปิ ดลงในวิถีทางหนงึ่ มารี (มรั ยมั ) เป็นผ้บู ริสทุ ธิ์ และพระเยซูคริสต์เป็นศาสดาผ้ยู ิ่งใหญ่ ความแตกต่างนนั้ อย่ทู ี่สถานะภาพของพระเยซูคริสต์  ฉนั ไมเ่ คยรู้สง่ิ ใดเลยเก่ียวกบั อสิ ลาม นอกจาก “มฮุ มั มดั เป็นฆาตกรและอิสลามเผยแผด่ ้วยคมดาบ” ฉนั ออกไปใช้ชีวติ อย่กู บั สามขี องฉนั ก่อนสมรส (เขาไมป่ ระพฤติตวั แบบมสุ ลิมในขณะนนั้ )

แตเ่ ม่อื เราสมรสและเขาบอกกบั ครอบครัวของเขา เง่ือนไขของพ่อสามีคือ ฉนั จะต้องเป็นมสุ ลิม ฉนั บอกกบั สามีวา่ ฉนั ไม่อาจเปลย่ี นศาสนาเพื่อชายคนหนงึ่ ได้ เพราะฉนั ใกล้ชิดกบั พระผ้เู ป็นเจ้าเสมอ แตไ่ มเ่ คยมแี นวทางท่ีถกู ต้องในการดาเนินชีวติ จากนนั้ ฉนั จงึ เร่ิมพดู เก่ียวกบั สิง่ ท่ีฉนั เชื่อ ฉนั สญั ญากบั พระผ้เู ป็นเจ้าวา่ จะศกึ ษาอิสลาม และขอให้พระองค์ช่วยนาทางให้ หลายเดือนตอ่ มา ฉนั เริ่มพดู คยุ กบั เพ่ือนสามที ี่เข้ารับอิสลาม และปฏิบตั ศิ าสนกิจอย่างเคร่งครัด ฉนั ถามคาถามเขามากมาย และหลีกเล่ยี งที่จะถามสิ่งเหลา่ นีจ้ ากสามี เพราะฉนั ต้องการทีจ่ ะปฏิเสธเทา่ ท่ีเป็นไปได้ อปุ สรรคที่หนกั หนาท่ีสดุ กค็ ือของฉนั ก็คอื การข้ามไปเสยี จากภาพลกั ษณ์ที่เราจะถกู เผาในขุ มนรก จากการเรียนและหนงั สอื ในโรงเรียนวนั อาทิตย์ ฉนั ได้รับการสงั่ สอนมากมายหลายครัง้ วา่ ถ้าฉนั ไมเ่ ชื่อวา่ พระเยซคู ริสต์ตายเพ่ือบาปของฉนั และทา่ นเป็นผ้ไู ถ่บาป ฉนั จะต้องลงนรกตลอดกาล แตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้าก็ชีห้ นทางให้ฉนั ฉนั อา่ นหนงั สือเก่ียวกบั อิสลามจานวนมาก และทกุ ส่งิ ทฉ่ี นั ได้อา่ นคอื ความรู้สกึ ภายในของฉนั คาตอบทงั้ หมดอยทู่ ่ีนน่ั ฉนั อาจไมเ่ ข้าใจทกุ สิง่ ทกุ อย่าง แตส่ ่ิงที่เข้าใจนนั้ กไ็ ปกนั ได้กบั สตปิ ัญญา 6 เดือนหลงั จากนนั้ ฉนั ยอมรับอสิ ลามและใช้ชีวติ ในเดอื นรอมาฎอนร่วมกบั สามี ซงึ่ บดั นี ้ ได้หนั กลบั มาปฏิบตั ติ ามหลกั การอิสลามแล้ว แนวความคดิ ท่ีถือวา่ พระเยซคู ริสต์เป็นพระผ้เู ป็นเจ้าของคริสเตียน เป็นสง่ิ ที่ไมอ่ าจเป็นจริงได้สาหรับสตรีบางคน แตท่ วา่ มสุ ลมิ ปฏิเสธความเช่ือนี ้ ด้วยการยา้ วา่ การนาสงิ่ หนง่ึ สิ่งใด ขนึ ้ ไปเทียบเท่าพระผ้เู ป็นเจ้านนั้ เป็นบาปใหญ่ จดุ นีค้ ือจดุ ท่ีแบ่งแยกความศรัทธาของคริสเตยี นและมสุ ลมิ สาหรับคริสเตยี น ถือวา่ เป็นบาปใหญ่ในการปฏิเสธพระเยซวู า่ ไมไ่ ด้เป็นสว่ นหนง่ึ ของตรีเอกานภุ าพ สาหรับมสุ ลมิ บาปที่ใหญ่ที่สดุ คือการนาเอาพระเยซคู ริสต์ (ซงึ่ เป็นมนษุ ย์และศาสดาผ้ยู ่ิงใหญ่) ขนึ ้ ไปเทียบเทา่ พระผ้เู ป็นเจ้า  ฉนั ขอร้องให้เพื่อนเข้าร่วมพิธีฉลองกระยาหารมอื ้ สดุ ท้ายของพระเยซูคริสต์ร่วมกบั ฉนั เขาบอกวา่ เขาไมเ่ ข้าโบสถ์ เพราะเขาเป็นมสุ ลิม “มสุ ลมิ คอื อะไร !” ฉนั ถาม โดยไมร่ ู้เลยวา่ ชีวิตของฉนั จะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ทนั ทที ่ีเขาเร่ิมตอบ ในตอนแรกฉนั ฟังอยา่ งตงั้ ใจ แตห่ ลงั จากเขาดาเนินไปจนถงึ ส่วนท่ีปฏิเสธวา่ พระเยซูคริสต์ เป็นบตุ รของพระผ้เู ป็นเจ้า ปฏิเสธแม้แตว่ า่ ทา่ นยอมสละชีวิตเพ่ือเราบนไม้กางเขน ฉนั จงึ ขอตวั จากเพ่ือนผ้นู ี ้ และนกึ ตาหนิตวั เองท่ีมาเสยี เวลาไปมากมาย

จนกระทง่ั พลาดการเข้าร่วมพิธีฉลองกระยาหารมอื ้ สดุ ท้ายของพระเยซคู ริสต์ และต้องไปสารภาพบาปแทน ภายหลงั เขาได้เลา่ ให้ฟังอีกถงึ ความศรัทธาของเขา ดเู หมอื นเราจะยิ่งคล้ายกนั มากขนึ ้ ในความเช่ือถือศรัทธา สวรรค์ นรก เทวทตู และหน้าที่ของเราตอ่ เพ่ือนมนษุ ย์ คมั ภีร์ศกั ดิ์สิทธ์ิ มีเพียงเร่ืองของพระเยซคู ริสต์เทา่ นนั้ ที่ยงั ทาให้เราเป็นปรปักษ์กนั ฉนั ยงั รู้สกึ ถงึ ความสลบั ซบั ซ้อนอยา่ งอื่น นอกจากทกุ สงิ่ แล้ว ฉนั หลงรักเขา อิสลามไมใ่ ช่ประเดน็ แตเ่ ป็นศาสนาคริสต์ ฉนั เป็น “คนขีส้ งสยั ” ในทกุ ๆ เร่ือง และความรู้สกึ ผิดก็ครอบคลมุ ฉนั ฉนั เริ่มแสวงหาคาแนะนาทกุ ชนิด เพ่ือขจดั ความสงสยั ท่ีมอี ทิ ธิพลร้ายนี ้ จากนนั้ เหตกุ ารณ์สามอยา่ งได้เกิดขนึ ้ ในหนงึ่ สปั ดาห์ ซงึ่ ทาให้ฉนั ตดั สนิ ใจท่ีจะละทิง้ ศาสนาคริสต์ เหตกุ ารณ์ท่ีหนงึ่ ฉนั ไปหาแมช่ ีท่ีฉนั เช่ือถือศรัทธาอย่างลกึ ซงึ ้ และระบายความในใจออกมา เธอตอบรับด้วยความกรุณา แตท่ ่านมอบคมั ภีร์อลั กรุ อานให้ฉนั ขณะท่ีกาลงั จะจากท่านมา จากนนั้ ฉนั ไปหาอาจารย์ท่ีสอนศาสนาให้ฉนั ซง่ึ เป็นฆราวาส ขณะท่ีพดู คยุ กนั ฉนั ย่ิงเกิดความขดั แย้งมากขนึ ้ และในที่สดุ จงึ พดู วา่ “ ดสู ิอาจารย์ หนตู ้องการให้อาจารย์บอกหนวู า่ ไมต่ ้องสงสยั และจงมคี วามมนั่ ใจอยา่ งเตม็ เป่ี ยม พระเยซคู ริสต์เป็นบตุ รของพระผ้เู ป็นเจ้า” ทา่ นพดู โดยไมไ่ ด้มองดฉู นั ว่า “อาจารย์ไมอ่ าจบอกเธออย่างนนั้ ได้” ตอนนีฉ้ นั เริ่มโมโหบ้างแล้ว เกิดอะไรขนึ ้ กบั คนเหลา่ นี ้ท่ีปฏิเสธจะให้คาตอบ ในสงิ่ ทีฉ่ นั แสวงหา ในท่ีสดุ ฉนั จงึ หนั เข้าหาพระผ้เู ป็นเจ้า และสดุ ท้ายฉนั กแ็ น่ใจวา่ พรองค์ทรงอยทู่ ี่นน่ั เพื่อฉนั และพระองค์จะทรงช่วยเหลอื ฉนั ฉนั วงิ วอนให้พระองค์เปิ ดหวั ใจ และจิตวญิ ญาณของฉนั ทงั้ ยงั ขอให้พระองค์เปิ ดเผยคาตอบท่ีฉนั แสวงหา ฉนั ใช้วธิ ีท่ีใช้มาหลายครัง้ แล้วก่อนหน้านี ้ ฉนั วอนขอทกุ สิง่ ทกุ อย่างในหวั ใจ แล้วเปิ ดคมั ภีร์ไบเบลิ เพื่อสมุ่ หาหน้าและคาตอบที่ฉนั ต้องการ ฉนั เปิ ดไบเบลิ ไปท่ีหน้าเกี่ยวกบั การตามสะกดรอยพระเยซคู ริสต์ และมาอยตู่ อ่ หน้าข้าหลวง พอนเตียส พิลาเต ข้าหลวงโรมนั ต้องการให้พระเยซคู ริสต์พดู บางสิ่งบางอย่าง ท่ีจะทาให้ท่านได้รับความเชื่อมน่ั เพ่ือจะปลดปลอ่ ยท่านให้พ้นจากความผิด ซง่ึ จะต้องถกู นาไปประหารชีวิต สมตามความปรารถนาของประชาชน พิลาเตถามทา่ นวา่ “ทา่ นเป็นบตุ รของพระผ้เู ป็นเจ้าใชห่ รือไม่” และพระเยซูคริสต์ ได้ตอบคาถามปรากฏในแมทธิว มาร์ค ลกู า และจอห์นวา่ “ท่านตา่ งหากเป็นผ้พู ดู สง่ิ เหลา่ นี”้ ทนั ใดนนั้ ฉนั กร็ ู้สกึ สงบในทนั ที  เมอ่ื ฉนั อายุ 18 ปี ฉนั ได้เข้าศกึ ษาในวทิ ยาลยั คริสเตยี นประจาท้องถิ่นเป็นเวลา 2 ปี ณ ที่นนั่ เป็นครัง้ แรกทฉี่ นั ได้สมั ผสั กบั มสุ ลมิ มีนกั ศกึ ษามสุ ลิมจานวนมากท่ีนนั่

และรู้สกึ ประทบั ใจกบั แนวความคิดของคนอกี กลมุ่ หนง่ึ ท่ีฉนั ไมเ่ คยมีความรู้เกี่ยวกบั พวกเขามากอ่ น บางคนมาจากดินแดนศกั ดิ์สทิ ธ์ิ ฉนั เข้าเรียนในชนั้ เรียน “ศาสนาในโลกที่ยงั มชี ีวติ อย่”ู และได้เรียนรู้เลก็ น้อยเกี่ยวกบั อสิ ลาม ฉนั พบ (ผ้ทู ่ีจะมาเป็น) สามที ี่นน่ั เมอ่ื ฉนั อายไุ ด้ 19 ปี และสมรสกบั เขาใน 4 เดอื นตอ่ มา ฉนั ย้ายไปไกลมากเพื่อเข้าศกึ ษาในมหาวทิ ยาลยั ที่นนั่ ฉนั พบกบั สตรีอเมริกนั มสุ ลมิ ท่ีสวมผ้าคลมุ ศรี ษะ เธอให้หนงั สอื และแผน่ พบั เก่ียวกับอสิ ลาม ฉนั อา่ นหนงั สือนนั่ บางสว่ น และดวู ดี โี อเก่ียวกบั การแลกเปลีย่ นระหวา่ งมสุ ลิมกบั คริสเตียน เก่ียวกบั การเป็นพระผ้เู ป็นเจ้าของพระเยซูคริสต์ และความนา่ เช่ือถือของคมั ภีร์ไบเบิล ณ เวลานนั้ เอง ท่ีฉนั ได้รับฟังอยา่ งชดั เจนเป็นครัง้ แรกวา่ คริสเตยี น (รวมทงั้ คาทอลิก) คดิ วา่ พระเยซคู ริสต์เป็นพระผ้เู ป็นเจ้า และคมั ภีร์ไบเบิลถกู เปลีย่ นแปลงโดยมนษุ ย์และอาจกลา่ วได้วา่ เกือบทงั้ หมดถกู เขียนขนึ ้ มา ด้วยมอื มนษุ ย์ ไมใ่ ช่พระผ้เู ป็นเจ้า ฉนั ถงึ กบั ตกตะลงึ และรู้วา่ บดั นนั้ ฉนั ไมใ่ ชพ่ วกเขาอกี แล้ว แสวงหาบางส่งิ บางอย่างท่คี ล้ายคลงึ ในอสิ ลาม เอกลกั ษณ์ท่ีใกล้ชิดของอสิ ลามเกี่ยวกบั ศาสดา เก่ียวกบั การยา้ ว่าอลั ลอฮ์ทรงเป็นพระผ้เู ป็นเจ้าองค์เดียวกบั ท่ีคริสเตยี นและยิวเคารพภกั ดี เกี่ยวกบั พระเยซูคริสต์วา่ เป็นศาสดาผ้ยู ่ิงใหญ่และเป็นผ้สู ง่ั สอน เกี่ยวกบั เร่ืองราวของรากเหง้าของพวกเขาไปสอู่ บิ รอฮีม (อบั ราฮมั ) ทงั้ หมดนีท้ าให้เกิดความคล้ายคลงึ กนั อนั นาไปสมู่ โนคติที่วา่ ทา่ นศาสดามฮุ มั มดั มาเพื่อนาโลกมนษุ ย์ในยคุ สดุ ท้าย ให้อย่ใู นทางนาแห่งโองการของพระผ้เู ป็นเจ้าท่ที รงประทานลงมา เพื่อเป็นแนวทางของมนษุ ย์ ความคล้ายคลงึ นี ้ จงึ เป็นสว่ นหนง่ึ ของการเปลยี่ นถ่ายที่ง่ายดายของสตรีอเมริกนั โดยกาเนิดบางสว่ น เมอื่ อสิ ลามได้รับการอธิบาย  หลงั จากพบกบั สามขี องฉนั เราได้แลกเปลี่ยนความเชื่อทางศาสนาซง่ึ กนั และกนั ซง่ึ กค็ ล้ายคลงึ กนั ฉนั เร่ิมสารวจความรู้สกึ ทางด้านศาสนา หลงั จากเขาถามฉนั เกี่ยวกบั ความเช่ือที่วา่ พระเยซคู ริสต์คริสต์เป็นพระผ้เู ป็นเจ้า และเขาได้อธิบายเกี่ยวกบั ความเป็นศาสดาและเกี่ยวกบั มฮุ มั มดั ฉนั เหน็ ด้วยกบั การอรรถาธิบายของอิสลามในจดุ นี ้ ฉนั เริ่มศกึ ษาจากความสนใจเก่ียวกบั อิสลาม 6 เดือนตอ่ มา เราสมรสกนั ฉนั เริ่มนมาซ และหลงั จากนนั้ อีก 6 เดอื น ฉนั จงึ มโี อกาสถือศลี อดในเดือนรอมาฎอน ฉนั พบ ณ จดุ นีว้ า่ อิสลามคือความศรัทธาของฉนั ฉนั ไมอ่ าจปฏิเสธความศรัทธาของตวั เองตอ่ อสิ ลาม เพียงเพราะไมอ่ ยากทาร้ายความรู้สกึ ของบางคนได้

 เมอื่ ฉนั พบกบั ผ้ชู ายท่ีจะมาเป็นสามีของฉนั และรู้วา่ เขาเป็นมสุ ลิม ฉนั มีความหวาดกลวั และถามทกุ คาถามท่ีเป็นเหตใุ ห้ฉนั หวาดหวนั่ ฉนั ยงั เข้าเรียนในชนั้ เรียนของวทิ ยาลยั เรื่อง “อิสลามกบั ความเปลยี่ นแปลงทางสงั คม” และศกึ ษามากขนึ ้ เก่ียวกบั อสิ ลาม เม่ือฉนั ได้เรียนรู้มากขนึ ้ และมากขนึ ้ ในชนั้ เรียน ฉนั กย็ ิ่งมคี าถามมากมาย พร้อมด้วยความกลวั ที่เพ่ิมขนึ ้ อยา่ งไรก็ตามความกลวั นี ้แตกตา่ งจากความกลวั ในสิง่ ท่ีไมร่ ู้ มนั เป็นความกลวั ที่จะค้นพบตวั เอง ฉนั พบวา่ ตลอดเวลา ฉนั ได้แบง่ ปันความศรัทธาผ่านทางอสิ ลามมาโดยตลอด แตไ่ มไ่ ด้ให้ชื่อความศรัทธานีเ้ทา่ นนั้ ชนั้ เรียนดงั กลา่ ว คมั ภีร์อลั กรุ อานและสามขี องฉนั ช่วยให้ฉนั ประจกั ษ์วา่ หลายปีที่ผ่านมา ฉนั มชี ีวิตอยอู่ ยา่ งมสุ ลิมโดยไมร่ ู้จกั มนั (ฉนั ยงั ไมร่ ู้จนกระทง่ั ได้ปฏิบตั ติ ามบทบญั ญตั ขิ องอสิ ลามในฐานะมสุ ลิม) ดงั นนั้ เมื่อผ้คู นถามฉนั วา่ เป็นมสุ ลมิ มานานเทา่ ใด ฉนั ไมส่ ามารถตอบพวกเขาได้ แตฉ่ นั คดิ วา่ ประมาณ 11 ปี เหน็ จะได้ ถ้าพวกเขาถามวา่ ฉนั เข้ารับอสิ ลามเมอื่ ใด ฉนั จะตอบวา่ ปี ค.ศ.1992 ตามเนือ้ หาของความจริงแล้ว สามีของฉนั รู้มากอ่ นแล้ววา่ ฉนั เป็นมสุ ลิม แตป่ ลอ่ ยให้ฉนั ประจกั ษ์ชดั ด้วยตวั เอง และการเริ่มต้นเดินทางสายศรัทธาของสตรีเหลา่ นี ้มผี ลกระทบตอ่ ผ้ทู ี่อยรู่ ายล้อมพวกเธอ ไมว่ า่ จะเป็นครอบครัวที่พวกเธอเติบโตขนึ ้ มา เพ่ือนฝงู ของพวกเธอ ผ้รู ่วมงาน หรือเพื่อนนกั เรียนนกั ศกึ ษา ย่ิงกวา่ นนั้ ทงั้ หมด มนั จะเปลีย่ นทิศทางและการดาเนินชีวิตของพวกเธอ ไมเ่ ฉพาะในความรู้สกึ ทางศาสนาเท่านนั้ แตเ่ ป็นทกุ แงม่ มุ ของการมีอย่ขู องพวกเธอ บทที่ 4 การตดั ขาดจากเส้นทางเดมิ ปฏิกิริยาของญาตมิ ติ ร โจดีกบั ฉนั นงั่ อย่ดู ้วยกนั เพียงสองคน ในห้องนงั่ เลน่ ของครอบครัว ในเยน็ ของเทศกาลขอบคณุ พระผ้เู ป็นเจ้าวนั นนั้ ในทส่ี ดุ ฉนั กร็ ู้วา่ ฉนั จะต้องฟัง ฉนั ต้องการความแน่ใจวา่ จะจดจาได้ทงั้ หมดในภายหลงั ในส์ิ งท่ีเธอจะพดู กบั ฉนั สงิ่ นีส้ าคญั มาก ฉนั รู้วา่ ตวั เองเป็นคนท่ีอารมณ์รุนแรงเกินกวา่ จะมเี หตผุ ล ดงั นนั้ ฉนั จงึ เตรียมเคร่ืองบนั ทกึ เสยี งไว้ เพื่อบนั ทกึ การพดู คยุ กนั ของเรา ข้อความตอ่ ไปนีค้ อื สงิ่ ที่นามาจากบนั ทกึ การสนทนาดงั กลา่ ว ระหวา่ งโจดกี บั ฉนั เธอเร่ิมต้นกอ่ นวา่ “เดอื นกรกฎาคมที่แล้ว หนตู ดั สินใจเปลี่ยนแปลงตวั เองสอู่ สิ ลาม ไมใ่ ชเ่ พราะความใจเร็วดว่ นได้ แตเ่ มือ่ เดือนท่ีแล้วนีห้ นตู ดั สนิ ใจท่ีจะคลมุ ศีรษะ ดงั นนั้ หนจู งึ คลมุ ศีรษะทกุ วนั และมนั เป็นหนทางเลอื กของหนเู อง หนเู ป็นผ้รู ับผิดชอบทกุ ส่ิงทกุ อย่าง เรซาดใี จมากเก่ียวกบั สิง่ นี ้ แตเ่ ขาก็ไมไ่ ด้ขอให้หนทู า หนตู ้องการบอกแม่ และอยากให้แมถ่ ามคาถามทกุ ข้อท่ีแมม่ ี หนเู ลือกสงิ่ นีเ้พื่อตวั เอง หนจู ะชว่ ยทาให้สาเร็จลลุ ว่ งไป

ถ้าแมต่ ้องการ นนั่ คือสิง่ ที่หนสู ามารถนาเสนอได้ หนตู ้องการท่ีจะรับเอาคาวิจารณ์ที่นา่ รังเกียจหรือสง่ิ ที่แมต่ ้องการกาจดั เอาไว้ทงั้ หมด มนั ไมง่ า่ ยนกั สาหรับหนทู จี่ ะยืนอย่ใู นฝ่ ายผิด … ถงึ แม้หนจู ะรู้สกึ วา่ ไมม่ ีใครในเราสองคนเป็นฝ่ ายผิด เราเพียงแตเ่ ลอื กทางเลือกท่ีตา่ งกนั หนมู สี ง่ิ อื่นที่จะพดู อกี แตห่ นอู ยากฟังแมพ่ ดู ก่อน” ฉนั ตอบเธอวา่ “แมเ่ จบ็ ปวดอย่างมากเพราะสง่ิ นี ้ มีหลายสง่ิ หลายอยา่ งที่แมข่ อให้หนทู าและต้องการให้หนทู า เพื่อรับฟังเกี่ยวกบั แนวทางคริสเตียน จากทศั นะของผ้ใู หญ่ จากบางคนที่รู้จริง แมร่ ู้สกึ วา่ ลกู ไมพ่ ยายามท่ีจะทาสง่ิ ดงั กลา่ ว แมผ่ ิดหวงั มาก ท่ีหนไู มท่ าตามท่ีแมต่ ้องการ แมโ่ กรธมากและโกรธมานานแล้วด้วย ไมก่ ่ีเดอื นหลงั มานี ้ มนั เหมอื นกบั หนตู ายและหายไปจากพวกเราแล้ว เหมอื นกบั วา่ เรากาลงั อยใู่ นความเศร้าระทมท่ีถาวร” “แมค่ ะ น่ีเป็นการตดั สนิ ใจของหนเู อง มนั ไมใ่ ชเ่ ป็นการปฏิเสธแม่ หนไู มต่ ้องการทาร้ายแม่ หนรู ู้สกึ วา่ สามารถนาเสนอตวั หนผู า่ นส่ิงนี ้หนมู าไกลจากที่เคยเป็นมากแล้ว” “หนหู วงั อะไรจากเราในฐานะเป็นพ่อแม่ !” “หนไู มร่ ู้วา่ หวงั สง่ิ ใด อาจจะเป็นข้อเท็จจริงที่วา่ หนไู มไ่ ด้วงิ่ ไปรอบๆ หนไู มร่ ู้ด้วยซา้ วา่ ชีวติ ของหนจู ะยืนยาวสกั เท่าไหร่ อาจเป็นเพียงความฝัน แตห่ นมู ีความรู้สกึ เหมอื นกบั วา่ มีส่ิงตา่ งๆ มากมายท่ีหนตู ้องกระทาในอิสลาม หนถู ามคนอื่นวา่ พวกเขามีความรู้สกึ เช่นนีบ้ ้างหรือไม่ พวกเขาตอบวา่ ไม่ พวกเขามีความหวงั และความฝัน แตส่ าหรับหนู เป็นความรู้สกึ มากกวา่ วา่ หนมู หี นทางท่ีจะไป ชีวติ หนอู าจจะลาบาก และหนกู จ็ ะต้องเป็นคนที่เข้มแขง็ แตถ่ ้าหนเู ข้มแข็งเพียงพอ หนกู ท็ ามนั ได้” “ดงั นนั้ เราจะทาอยา่ งไร ให้เหมาะสมกบั ชีวิตของหนู โจดี” ฉนั ถาม “หนมู องเห็นแมม่ านานมากแล้ว และมองดแู มใ่ นฐานะเป็นสิง่ ปลกู สร้าง เพื่อให้หนเู ป็นอย่างทกุ วนั นี”้ “แมร่ ู้สกึ วา่ หนไู ด้พดู ในสิ่งที่เคยพดู คอื สง่ิ ที่เรามอบให้หนยู งั ไมด่ ีพอ และกาลงั จะโยนมนั ทิง้ และปฏเิ สธทกุ สงิ่ เก่ียวกบั เรา หนไู ด้ตดั สายสมั พนั ธ์ทงั้ หมด เหมอื นกบั วา่ หนไู มส่ นใจเกี่ยวกบั สิ่งใดในอดีต” “แมค่ ะ หนมู ีความรู้สกึ อย่างนนั้ เป็นครัง้ แรก เมอื่ หนเู ข้าร่วมคา่ ยเยาวชนของโบสถ์เรา ในฐานะเป็นวยั รุ่น พวกเขาพดู ถงึ การท่ีความเคร่งครัดและการตามพระเยซูคริสต์จะนาไปสทู่ กุ สิง่ และวตั ถไุ มใ่ ช่สิ่งสาคญั พวกเขายงั จากแม้แตค่ รอบครัวมา หนเู ร่ิมคดิ วา่ มีหลายสิง่ หลายอย่างที่หนไู มอ่ าจยอมแพ้ได้ หนไู ม์่อาจยอมแพ้ตอ่ สถิตขิ องตวั เองได้ หนชู อบตอ่ ส้กู บั มนั หนเู ป็นนกั ค้นหาจิตวญิ ญาณ ณ จดุ นนั้ ไม่ หนไู มอ่ าจยอมแพ้ตอ่ หลายสิ่งหลายอยา่ ง แนน่ อนวา่ มนั ทาให้ผ้ทู ่ีเข้มแข็งยอมแพ้ และยอมตามพระเยซูคริสต์ในลกั ษณะนนั้ หนจู ะไมม่ วี นั ทาอย่างนนั้ อยา่ งเดด็ ขาด และหนกู ็เสยี ใจเก่ียวกบั มนั แตแ่ ล้ว เวลาหนงึ่ ก็มาถงึ เมื่อหนปู ระจกั ษ์วา่ สาหรับครัง้ หนง่ึ ในชีวติ หนไู มเ่ คยสนใจในสงิ่ ที่เป็นวตั ถุ ในขณะที่ส่ิงอ่ืนสาคญั มากกวา่ นน่ั คือชีวิตด้านจิตวิญญาณและความสมั พนั ธ์”

เราดาเนินการพดู คยุ ตอ่ ไป ฉนั ตาหนิเธออย่างรุนแรง เกี่ยวกบั การตดั สินใจอย่างรีบดว่ นในการคลมุ ศรี ษะ ฉนั วจิ ารณ์เสอื ้ ผ้าและผ้าคลมุ ท่ีไมป่ ระณีตของเธอ และอกี มากมายที่ตาหนิวา่ เธอปฏิเสธเรา เธอพยายามให้คามน่ั ครัง้ แล้วครัง้ เลา่ วา่ “หนไู มไ่ ด้ปฏิเสธแม่ หนเู พียงแตก่ ระทาบางส่งิ บางอยา่ งที่แตกตา่ งไป … แมก่ บั พอ่ คอื แบบอย่างของหนู หนเู ทิดทนู วธิ ีท่ีแมก่ บั พอ่ ช่วยเหลอื ผ้คู น และปลอบใจผ้ทู ี่ยากจน … หนเู ลอื กแนวทางที่แตกตา่ ง ทงั้ หมดท่ีหนทู าได้ คือช่วยแมใ่ ห้อย่กู บั มนั ได้” ในที่สดุ ฉนั กเ็ สยี การควบคมุ และร้องไห้ ”แมเ่ พียงแตโ่ ศกเศร้า แมไ่ มเ่ คยแม้แตจ่ ะคดิ วา่ จะต้องมีปฏิกิริยาแบบนี ้ แมป่ ฏิบตั ภิ ารกิจอย่างหนกั หนว่ ง ถงึ วิธีที่จะยอมรับสงิ่ เหลา่ นี ้แตแ่ มก่ ็ยงั ไมไ่ ด้ทามนั แมต่ ้องทนทกุ ข์ทรมานอยา่ งมากในหลายวนั ที่ผา่ นมานี ้ แมไ่ มร่ ู้วา่ จะทาอย่างไร แมย่ งั คงแปลกใจท่ีเราหลงทางไป ถงึ แม้วา่ บางสิง่ ที่หนทู าจะวเิ ศษมาก แมไ่ มต่ ้องการสญู เสยี ลกู แตแ่ มก่ ต็ ้องการผลกั ลกู ให้ไกลออกไปเท่าท่ีแมจ่ ะทาได้ ถ้าแมไ่ มแ่ คร์มากนกั แมไ่ มต่ ้องการท่ีจะเห็นหน้าหนอู ีกเลย แมเ่ กลยี ดมนั แตแ่ มก่ ย็ งั คงต้องปฏิบตั ิภารกิจเก่ียวกบั มนั ตอ่ ไป” เราสวมกอดซง่ึ กนั และกนั และร้องไห้เป็นเวลานาน จนโจดีกลา่ วเสริมวา่ “เรซารักและยกยอ่ งพอ่ กบั แมจ่ ริงๆ เราเลือกทางเดนิ ที่ตา่ งกนั เลก็ น้อย ส่ิงท่ีเราคิดถกู ต้อง แตเ่ ราก็มองดพู อ่ กบั แมเ่ ป็นคนดีและแข็งแกร่งเช่นกนั เราหวงั วา่ การสมรสของเราจะดีเหมอื นกบั ชีวิตสมรสของพ่อกบั แม่ และนน่ั เราจะสามารถชว่ ยเหลอื ผ้คู นได้เหมือนกบั ที่พ่อแมไ่ ด้ทา เรายงั ขาดประสบการณ์และยงั มกี ารตอ่ ส้อู ีกมากมาย ไมว่ า่ จะเป็นสขุ ภาพ การศกึ ษาและการทางาน ทกุ อย่างรอคอยอย่อู ย่างพร้อมหน้า แตเ่ ราก็ต้องการท่ีจะปฏิบตั ิภารกิจเหลา่ นี”้ ในท่ีสดุ เราไมม่ ีอะไรที่จะพดู ตอ่ กนั อีก ฉนั กลบั ไปที่ห้อง และร้องไห้เกือบตลอดทงั้ คืน ไมเ่ คยมปี ระสบการณ์ท่ีเศร้าสร้อยเช่นเวลานนั้ มากอ่ น ฉันเจบ็ ปวดอยา่ งมาก จนกระทงั่ รู้สกึ ราวกบั อวยั วะบางสว่ นถกู ดงึ ออกไปจากร่างกาย ประมาณเที่ยงวนั ตอ่ มา ฉนั คกุ เขา่ อย่ทู ่ีหน้าตา่ งห้องนอนแล้ววงิ วอนวา่ “พระผ้เู ป็นเจ้าของคริสเตียน ของมสุ ลมิ และของจกั รวาลนี ้ฉนั จะทาอยา่ งไรตอ่ ไป ฉนั จะยืนหยดั กบั ส่งิ นไี ้ ด้อยา่ งไร จากนนั้ ขณะท่ีฉนั นงั่ รอคอยความชว่ ยเหลอื อยู่ ฉนั ได้ยินเสยี งดนตรีท่ีลกู ชายของฉนั เลน่ อยใู่ นห้องถดั ไป “เม่อื วานนี ้ความย่งุ ยากทงั้ มวลของฉนั ดเู หมอื นจะอย่หู า่ งออกไป ความรักเป็นเสมอื นการละเลน่ ง่ายๆ ที่จะเลน่ โอ้ฉนั ปรารถนาเม่อื วานนีเ้พียงใด” ฉนั วงิ วอนวา่ “พระผ้เู ป็นเจ้า นน่ั คอื ความรู้สกึ ของฉนั ฉนั ปรารถนาเม่อื วานนี ้ เมื่อมนั ง่ายกวา่ นีก้ บั โจดี” และเพลงอื่น กด็ งั ขนึ ้ “โอ้ เพื่อนเอย๋ อย่าเศร้าสร้อยไปเลย เอาความเศร้าสร้อยนนั้ มา แล้วทาให้มนั ดขี นึ ้ ” ส่ิงนีส้ ะกิดใจฉนั มาก เพราะฉนั ต้องทาให้เพลงเศร้าของฉนั เพลงนี ้ เป็นเพลงแหง่ ความปี ตยิ ินดใี ห้ได้ ฉนั เริ่มมคี วามรู้สกึ ที่ดี กระบวนการแหง่ การเยียวยาได้เร่ิมต้นขนึ ้

เมอ่ื โจดกี บั เรซาลากลบั ไปอาร์คนั ซอ ฉนั สามารถโอบกอดพวกเขาได้และกลา่ ววา่ “แมต่ ้องการก้าวข้ามไป เอาใจช่วยแมด่ ้วย แมร่ ักเธอทงั้ สองคนมาก แมต่ ้องการลกู สาวของแมก่ ลบั มา และจะเรียนรู้ให้ยอมรับในส่ิงที่พวกเธอเลอื ก” ฉนั ไมอ่ าจเสีย่ งตอ่ การสญู เสยี ลกู สาวและลกู เขยไป ฉนั จะทาทกุ ส่ิงที่จะเยียวยาความสมั พนั ธ์ตอ่ กนั การตดั สนิ ใจทางศาสนาเป็นกรณีที่รุนแรงท่ีสดุ ในความชอกชา้ ของชีวติ ครอบครัว อารมณ์ความรู้สกึ วง่ิ ขนึ ้ สงู และปฏิกิริยาตอ่ การตดั สินใจนนั้ นาไปสู่ความเปล่ยี นแปลง ซงึ่ อาจเป็นสาเหตขุ องความแตกแยกในครอบครัว ถ้าหากการดาเนินไปสกู่ ารยอมรับจะเกิดขนึ ้ ทงั้ หมดแล้ว ก็อาจเป็นความยากลาบากที่ยาวนานทีเดยี ว ผ้ตู อบแบบสอบถามได้ร่วมแบง่ ปันเร่ืองราวสว่ นตวั ของพวกเธอ เกี่ยวกบั การตอบสนองของพอ่ แมใ่ นเบือ้ งแรก สะท้อนถงึ ทกุ ส่ิงทกุ อยา่ ง ตงั้ แตก่ ารยอมรับ จนกระทงั่ ถงึ การตดั ขาดและปฏิเสธอย่างสิน้ เชิง ร้อยละ 47 บอกวา่ ทศั นะของพอ่ แม่ ในขนั้ แรกออกมาเป็นลบและตงึ เครียด ในขณะที่ร้อยละ 23 ระบวุ า่ พวกเขายอมรับในลกั ษณะท่ี “กด็ ”ี โดยไมม่ คี วามตงึ เครียดและความโกรธ ร้อยละ 14 กลา่ ววา่ พ่อแมข่ องพวกเธอยอมรับอย่างมากและมที า่ ทีสนบั สนนุ บางคนชีว้ า่ มนั ไมใ่ ชก่ ารเลือกท่พี ่อแมจ่ ะยอมรับหรือปฏิเสธ ไมใ่ ชเ่ รื่องของพ่อแม่ ที่จะเก่ียวข้องกบั การเลอื กของลกู ๆ ที่เตบิ โตเป็นผ้ใู หญ่แล้ว เมือ่ เวลาผา่ นไปการเยียวยาซงึ่ เป็นท่ีต้องการ กเ็ ร่ิมเข้ามาสคู่ รอบครัวสว่ นใหญ่สตรีเกือบทงั้ หมด ได้เหน็ การปรับปรุงความสมั พนั ธ์ของพวกเธอ พร้อมด้วยการยอมรับจากสมาชิกในครอบครัว แม้วา่ จะมจี านวนน้อยที่ถกู ตดั ขาด โดยไมม่ ีความสมั พนั ธ์อนั ใดหลงเหลอื อย่เู ลย บางครัง้ ความหา่ งไกลกนั กท็ าหน้าท่ีท่ีมคี ณุ คา่ ในเชิงบวกตอ่ ความสมั พนั ธ์กนั เพราะพวกเขาไมไ่ ด้อย่ใู กล้กนั เพียงพอ จนต้องทางานตดิ ตอ่ กนั อย่ทู กุ วนั อยา่ งไรก็ตามในสถานการณ์อน่ื ระยะทางก็ทาให้ความสมั พนั ธ์ถกู แช่แข็งอยอู่ ยา่ งนนั้ โดยไมม่ กี ารเคลอ่ื นไหวไปสกู่ ารแก้ปัญหา สตรีเหลา่ นี ้ได้เขียนถงึ ปฏิกิริยาที่หลากหลายและขนั้ ตอนที่ครอบครัวจะดาเนินผ่านไป เมอื่ เผชิญหน้ากบั การเลือกของลกู สาวในการเป็นมสุ ลิม การยอมรับทางเลือก มคี รอบครัวท่ีเปิ ดกว้างและยอมรับการเลือกของลกู สาวที่จะเข้ารับอิสลาม โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงหลงั จากความเกี่ยวข้องในขนั้ ตอนแรกได้รับการจดั การ และพ่อแมร่ ู้สกึ มนั่ ใจวา่ ลกู สาวของพวกเขาจะไมเ่ ป็นอะไร  หลงั จากการเข้ารับอิสลาม ฉนั กแ็ สดงตวั ด้วยการคลมุ ศรี ษะ อธิบายสิง่ ที่ฉนั เป็นตอ่ พวกเขา ฉนั ไมเ่ คยกงั วลใจมากนกั ตอ่ ครอบครัวของฉนั เพราะรู้วา่ พวกเขาจะยอมรับสง่ิ ท่ีฉนั เป็นด้วยความสขุ

ฉนั มีน้องชายคนหนงึ่ ท่ียวั่ โมโหฉนั ด้วยการบอกให้เอาผ้าคลมุ ผมออก ฉนั คิดวา่ เป็นการง่ายสาหรับฉนั ที่จะเป็นมสุ ลิม เพราะรู้วา่ ฉนั สามารถพงึ่ พาครอบครัวได้ไมใ่ ชห่ นั หลงั ให้พวกเขา ฉนั อธิบายและตอบคาถามอย่างอิสระ ฉนั ให้คมั ภีร์อลั กรุ อานพ่อ ไว้อา่ นเลม่ หนง่ึ  การเลือกที่จะเป็นมสุ ลมิ ของฉนั ไมม่ ีผลกระทบตอ่ ความสมั พนั ธ์กบั ครอบครัวเดมิ แตอ่ ยา่ งใด แมด่ ใี จท่ีฉนั เป็นคนเคร่งครัดในศาสนามากขนึ ้ แมม่ คี วามสขุ กบั ฉนั แมไ่ มร่ ู้อะไรมากนกั เกี่ยวกบั อิสลาม แตร่ ู้วา่ ฉนั มคี วามศรัทธาในพระผ้เู ป็นเจ้าองค์เดยี ว ดงั นนั้ แมจ่ งึ ยอมรับการเปล่ียนแปลงของฉนั  เม่อื ฉนั ยอมรับอิสลามและบอกพอ่ กบั แม่ พอ่ เข้าใจและสนบั สนนุ สว่ นแมก่ ็มีความเข้าใจได้ในเวลาอนั รวดเร็ว ฉนั รู้สกึ วา่ การท่ีแมม่ คี วามเข้าใจได้ในเวลาอนั รวดเร็ว เป็นเพราะปัจจยั หลายประการคอื 1) ความรักของแมท่ ่ีมตี อ่ ฉนั และต้องการสิ่งที่ดที ่ีสดุ ให้ฉนั 2) การพบปะสมั พนั ธ์โดยทว่ั ๆ ไปกบั บทบาทของสตรีในอิสลาม 3) การเดินทาง (ของแม)่ ไปยงั เบรุต เม่อื แมย่ งั สาวอยู่ 4) ความสมั พนั ธ์ที่จริงจงั ซงึ่ แมเ่ คยมีกบั ผ้ชู ายมสุ ลิม ฉนั คิดวา่ แมต่ ้องการให้ฉนั มที ศั นะหลายๆ ด้านตอ่ ศาสนากอ่ นที่จะตดั สนิ ใจ แมท่ กุ คนกต็ ้องการส่งิ ที่ดที ่สี ดุ ให้กบั ลกู ๆ และต้องการปกป้ องพวกเขา และเราทงั้ มวลตา่ งกป็ ระจกั ษ์ดี ในทา่ ทีของสงั คมปัจจบุ นั ตอ่ อสิ ลาม ฉนั อยากจะกลา่ ววา่ ไมม่ แี ม้แตค่ รัง้ เดยี ว ที่แมจ่ ะไมส่ นบั สนนุ การตดั สนิ ใจของฉนั แมเ่ พียงแตแ่ สดงความเป็นหว่ ง ซงึ่ ฉนั ก็เพียงแตบ่ อกพ่อกบั แม่ ถงึ คาถาม ความสนใจและการวจิ ารณ์  โชคไมด่ ีท่ีฉนั ยงั ไมอ่ าจไปเยี่ยมเยียนครอบครัวของฉนั ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้ (ทงั้ ที่อยใู่ นแผนการของเรา) พวกเขาต้องมาที่สหรัฐอเมริกา เม่ือฉนั เข้ารับอิสลามและสมรส เมื่อพวกเขาแน่ใจวา่ ฉนั ไมเ่ ป็นอะไร เน่ืองจากสามขี องฉนั เป็นคนน่ารัก พวกเขายอมรับการตดั สินใจของฉนั อย่างไรกต็ ามคาถามก็มอี ย่ดู าษด่ืน เป็นไปได้ ที่เราจะมีการพดู คยุ กนั ครัง้ ใหญ่ การวิงวอนขอของฉนั ก็คอื ให้พอ่ มาเป็นมสุ ลมิ โดยที่หวั ใจของทา่ นนนั้ เป็นอยแู่ ล้ว  ฉนั ไมม่ คี รอบครัวเดมิ ยกเว้นน้องชายคนหนง่ึ ซง่ึ ไมไ่ ด้พบกนั นานมากแล้ว ตงั้ แตฉ่ นั เข้ารับอิสลาม ฉนั คดิ วา่ เขากย็ ินดีกบั การเข้ารับอิสลามของฉนั เพราะเขาสามารถมองเหน็ ได้วา่ ฉนั มีเป้ าหมายท่ีเป็นจริงมากขนึ ้  ฉนั ไมม่ ีปัญหาหลกั ๆ กบั ครอบครัว พวกเขายอมรับฉนั ในฐานะมสุ ลมิ ตราบเทา่ ท่ีเป็นสง่ิ ทฉี่ นั ต้องการ บางคนคดิ วา่ ฉนั เสยี สตไิ ป เพราะฉนั คลมุ ศีรษะและสามีของฉนั ทาตวั เหมือนคนอเมริกนั มากกวา่ เราไมเ่ คยมีการตอ่ ส้กู นั ในทางความคดิ เราใช้เวลาตอ่ กนั มากเท่าท่ีจะทาได้ ด้วยการพบกนั หรือโทรศพั ท์ถงึ กนั

 ครอบครัวของฉนั ไมม่ ีปัญหาอะไร ยงั ไมเ่ คยมีปัญหาอะไร เพราะฉนั ยงั คงเงียบตอ่ เหตผุ ลที่ฉนั เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวติ พ่อกบั แมม่ องดจู ดุ ยืนของฉนั ที่เปลยี่ นไปตงั้ แตอ่ ยวู่ ทิ ยาลยั ฉนั กลบั มาบ้านด้วยทรงผมแอฟโร และทา่ นเกือบตาย ฉนั เป็นคนแรกในครอบครัวที่หยา่ ร้าง นนั่ อย่ใู นจดุ ที่สงู สาหรับรายการที่ไมเ่ คยปรากฏของพวกทา่ น เมอื่ ทา่ นประจกั ษ์วา่ ฉนั มชี ีวติ เป็นของตนเอง ท่านกเ็ พียงแตต่ ้องการสง่ิ ที่ดที ่ีสดุ แกฉ่ นั และไมเ่ คยตาหนิตวั ฉนั หรืออิสลาม ท่านมคี วามสขุ ที่ฉนั ศรัทธาในพระผ้เู ป็นเจ้าและมจี ริยธรรมท่ีดี มีคณุ คา่ และสง่ ตอ่ สง่ิ เหลา่ นไี ้ ปยงั ลกู ชายของฉนั ครอบครัวเหลา่ นีส้ ามารถที่จะปรับเพื่อยอมรับการตดั สินใจของลกู สาว เมื่อพวกเขารู้สกึ มน่ั ใจวา่ เธอจะปลอดภยั และเข้าใจในบางขอบขา่ ยของความตงั้ ใจและการปฏิบตั ิ บางทีครอบครัวเหลา่ นี ้เป็นลกั ษณะของครอบครัวที่ปล่อยให้ลกู สาวของตนไป และเป็นปัจเจกบคุ คลท่ีมีกรอบของเธอเอง ไมว่ า่ เธอจะเป็ นมสุ ลิมหรือไมก่ ็ตาม สิง่ นีไ้ มไ่ ด้หมายความวา่ จะไมม่ ีการก่อความสมั พนั ธ์กนั ในอนาคต ความสมั พนั ธ์ทางครอบครัวเป็นสิ่งที่เปล่ียนแปลง สบั เปล่ียนและปรับตาแหนง่ อยตู่ ลอดเวลา ตามท่ีเวลาและชีวิตดาเนินไป ยอมรับด้วยการสงวนทา่ ที การเห็นลกู สาวยอมรับขนบประเพณีของศาสนาอนื่ อาจทาให้สมาชิกในครอบครัวมีความรู้สกึ ถงึ รอยแตกแยกท่ีมองไมเ่ หน็ แตล่ กึ ซงึ ้ มาแบง่ แยกระหวา่ งพวกเขา ความรู้สกึ ของความแตกแยกนี ้อาจจะเกิดขนึ ้ ในพ่ีน้องชาย พ่ีน้องสาว ป่ ยู า่ ตายาย ลงุ ป้ า และเพื่อนๆ ถงึ แม้ว่าระดบั แหง่ การยอมรับจะแตกตา่ งกนั ไปกต็ าม บางคนอาจพร้อมที่จะยอมรับ คนอน่ื ๆ อาจจะยงั ไมพ่ ร้อมท่ีจะเปิ ดกว้าง ในทนั ที พี่น้องชายหญิงอาจจะรู้สกึ กระดากอายท่ีจะถกู พบเหน็ ในท่ีสาธารณะกบั พี่น้องสาวท่อี ย่ใู นเครื่องแตง่ กายและผ้าคลมุ ศีรษะแบบใหม่ ป่ ู ยา่ ตาและยายอาจไมเ่ ข้าใจวา่ หลานสาวสดุ ที่รัก ไปเลือกหนทางแบบนนั้ ได้อย่างไร แตพ่ วกเขาก็อาจจะเป็นผ้หู นง่ึ ท่ียงั คงติดตอ่ สมั พนั ธ์เหมือนกบั ญาติหา่ งๆ คนอน่ื ๆ ของสมาชิกในครอบครัว บางครอบครัวมคี วามกลวั วา่ ลกู สาวจะตกนรก เพราะออกจากศาสนาคริสต์ พวกเขาพยายามผลกั ดนั เรื่องทางเทววทิ ยาให้ทางานผ่านทางมโนคตขิ องศาสนาคริสต์เก่ียวกบั ความรอด พ้น ในสว่ นท่ีเกี่ยวกบั ลกู สาวของพวกเขา และพวกเขาตอ่ ส้เู พ่ือแสวงหาความพงึ พอใจระดบั ที่เหมาะสม เก่ียวกบั ประเดน็ นี ้

 นอกจากแมแ่ ล้ว ครอบครัวของฉนั ถือวา่ การที่ฉนั เข้ารับอิสลามเป็นเรื่องซง่ึ จดั การได้งา่ ย จนทกุ วนั นี ้ฉนั ยงั รู้สกึ เหมอื นกบั วา่ แมย่ งั เดียดฉนั ท์การเข้ารับอิสลามของฉนั ด้วยพระประสงค์ของพระผ้เู ป็นเจ้า ฉนั หวงั วา่ แมค่ งจะยอมรับวถิ ีชีวิตของฉนั สกั วนั หนง่ึ วนั ที่ 4 กรกฎาคมที่แล้ว เราไปพกั ผ่อนร่วมกนั ซงึ่ ได้กลายเป็นสิง่ ที่นา่ รังเกียจไป เพราะเราได้เข้าไปพดู คยุ กนั ในประเด็นเกี่ยวกบั การเมืองและเรื่องตกึ เวลิ ด์เทรดเซน็ เตอร์ ซงึ่ ในที่สดุ กก็ ลายมาเป็นเรื่องความขดั แย้งระหวา่ งคริสต์กบั อิสลาม ฉนั แก้ไขสถานการณ์ด้วยการทาให้ชดั เจนวา่ ถ้าแมก่ าลงั บอกให้ฉนั หนั เหออกจากอิสลาม ฉนั กจ็ ะไมพ่ บกบั แมอ่ กี เธอจงึ บรรเทาลงไป แตฉ่ นั รู้สกึ วา่ แมก่ ็ยงั ไมค่ อ่ ยจริงใจ  ฉนั มีครอบครัวที่เลก็ มากๆ คือมีพ่ีสาวหนง่ึ คน ฉนั ไมไ่ ด้ติดตอ่ กบั แม่ พอ่ เป็นคนเลยี ้ งดพู ี่สาวกบั ฉนั พี่สาวของฉนั จบการศกึ ษาระดบั มหาวทิ ยาลยั และศกึ ษาเก่ียวกบั ศาสนา ดงั นนั้ เธอจงึ ยอมรับการเข้ารับอสิ ลามของฉนั อย่างเตม็ ที่ และยงั ยอมรับท่ีฉนั สมรสกบั ผ้ชู ายอาหรับมสุ ลมิ อีกด้วย พอ่ ของฉนั ใช้เวลานานและยากลาบากกวา่ ที่จะยอมรับมนั พ่อหยดุ ไปโบสถ์เป็นเวลานานมาแล้ว ก่อนท่ีตวั ฉนั เองจะหยดุ ไปเสยี อกี แตพ่ อ่ คดิ วา่ ฉนั ควรทาตวั แบบ “อเมริกนั ” แตง่ ตวั เหมอื นกบั คนอืน่ ๆ ฉลองคริสต์มาสเหมือนกบั คนอน่ื ๆ ตามพืน้ ฐานทวั่ ๆ ไปไมต่ ้องทาตวั ให้แตกตา่ งจากคนอน่ื แตพ่ อ่ ก็เริ่มยอมรับชีวติ แบบมสุ ลิมของฉนั และยอมรับท่ีลกู สาวของฉนั จะได้รับการเลยี ้ งดแู บบมสุ ลมิ  ครอบครัวของฉนั มองดฉู นั แบบ “คนประหลาด” ดงั นนั้ เม่อื ฉนั บอกหรือพดู คยุ กบั พวกเขาเก่ียวกบั ”ศาสนาใหม”่ ของฉนั พวกเขาก็เพียงแตร่ อดู ตอนท่ีฉนั หมดความสนใจ ปี ตอ่ มา แม่วจิ ารณ์ วา่ กลา่ วเก่ียวกบั การเปล่ยี นศาสนาและไมย่ อมอย่ใู นศาสนาที่ฉนั ถกู เลีย้ งดมู า (เราไปโบสถ์เฉพาะอสี เตอร์) พอ่ กบั แมย่ อมรับมนั แตฉ่ นั คดิ วา่ แมต่ ้องการให้ฉนั กลบั ไปเป็นคริสเตียน โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งท่านไมช่ อบให้ฉนั อยบู่ ้านแทนทีจ่ ะไปทางาน แตท่ วา่ ท่านกส็ นบั สนนุ ความพยายามที่จะจดั การศกึ ษาให้ลกู ที่บ้าน พ่อแมข่ องฉนั เป็นคนที่เปิ ดกว้างมาก ทา่ นยอมรับการเปลย่ี นชอื่ หน้า (เป็นชื่อมสุ ลิม) ของฉนั อย่างง่ายดาย พ่อดเู หมือนจะยอมรับมากกวา่ แม้แตก่ ารพิสจู น์ ทา่ นชอบชดุ ของฉนั (แมต่ าหนิ) และยงั อา่ นหนงั สอื บางเลม่ ของฉนั ด้วย  พ่อกบั แมเ่ สยี ใจมาก เมอ่ื ทา่ นรู้เป็นครัง้ แรกเก่ียวกบั การเข้ารับอสิ ลามของฉนั ฉนั คิดวา่ ท่านหวงั วา่ มนั จะเป็นเพียง “ชว่ งหนง่ึ ” ท่ีฉนั เข้าไปและออกมา พ่ออ่านคมั ภีร์อลั กรุ อานจบทงั้ เลม่ สว่ นแมเ่ ข้าชนั้ เรียนเกี่ยวกบั อสิ ลามในโบสถ์ ดงั นนั้ ท่านทงั้ สองจงึ มคี วามรู้เกี่ยวกบั อิสลามเพ่ิมมากขนึ ้

และขณะนีก้ ร็ ู้สกึ สบายใจเก่ียวกบั อิสลาม ฉนั ไมค่ ิดวา่ ทา่ นจะมาเป็นมสุ ลมิ แตก่ ห็ วงั วา่ ทา่ นจะเป็น พี่สาวของฉนั เป็นพวกคริสเตียนแนวจารีตนิยม และปฏิเสธทีจ่ ะพดู ถงึ มนั เธอเสยี ใจทฉ่ี นั จะต้องตกนรกเวลาที่ตายไป และสวดอ้อนวอนให้ฉนั อยเู่ สมอ อยา่ งไรกต็ าม เราทงั้ สองกม็ ีความสมั พนั ธ์ท่ีดีตอ่ กนั และเป็นที่เข้าใจตรงกนั วา่ จะไมม่ ใี ครนาเอาประเดน็ เร่ืองศาสนามาพดู ยกเว้นเราสองคนจะต้องการด้วยกนั ทงั้ คู่  ความสมั พนั ธ์กบั พอ่ แมข่ องฉนั เป็นไปด้วยดี ทา่ นดจู ะเข้าใจการเข้ารับอสิ ลามของฉนั และเปิ ดใจกว้างมาก คณุ ยายไมค่ อ่ ยมคี วามสขุ มากนกั เก่ียวกบั การเป็นมสุ ลิมของฉนั ทา่ นปฏิเสธความจริงที่วา่ หนงั สอื พิมพ์ท้องถ่ินได้รายงานวา่ ฉนั เป็นมสุ ลมิ ทา่ นบอกวา่ มนั เป็นความผิดพลาดและฉนั กบ็ อกท่านวา่ ไมไ่ ด้เป็นเช่นนนั้ ฉนั หวงั วา่ วนั หนง่ึ คณุ ยายจะเข้าใจความต้องการท่ีจะเป็นมสุ ลมิ ของฉนั มีเพียงความตงึ เครียดกบั คณุ ยายเทา่ นนั้ ฉนั หวงั วา่ จะสามารถเปิ ดความศรัทธาของฉนั ตอ่ ท่านได้ ฉนั ไมม่ ีปัญหายากลาบากใดๆ กบั พ่อแม่ ความจริงฉนั ชอบท่ีจะไปเย่ียมเยียนท่านหรือแม้แตค่ ณุ ยาย ซงึ่ มีความสนกุ สนานที่จะคยุ กบั ท่าน ถ้าหลีกเลี่ยงเรื่องศาสนาเสีย  ทา่ นผิดหวงั มากในตอนแรก แตข่ ณะนีค้ ่อยๆ ยอมรับได้ พ่อโกรธมากและบิดแขนฉนั พร้อมทงั้ บอกเร่ืองผ้าคลมุ ศีรษะของฉนั วา่ “เอาเจ้าสิง่ นนั้ ออกเสยี เพราะพอ่ ไมต่ ้องการเหน็ มนั อย่กู บั ลกู ในที่สาธารณะ” สงิ่ นีเ้กิดขนึ ้ ในปี ค.ศ.1983 ฉนั หวงั ที่จะยงั คงสนิทสนมกบั ทา่ น แตฉ่ นั กว็ างแผนทจ่ี ะใช้ชีวิตแบบมสุ ลมิ ซง่ึ จะแยกฉนั ออกไปไกลหลายไมล์ ฉนั รู้วา่ อสิ ลามตอ่ ต้านการตดั สมั พนั ธ์ทางสายเลอื ด (บาปใหญ่ท่ีกลา่ วถงึ ในคมั ภีร์อลั กรุ อาน) ฉนั รักแม่ พ่ีชายและพ่ีสาวของฉนั จริงๆ มกี ารตอ่ ส้ทู ่ีมากมายในการปรับความสมั พนั ธ์ เพ่ือแสวงหาการยอมรับของญาติพ่ีน้องกบั ลกู สาวเหลา่ นี ้ ซง่ึ ละทิง้ แนวทางของพอ่ แมแ่ ละมีความแตกตา่ งอย่างมากในเวลานี ้ ร่องรอยของความแตกแยกนนั้ กว้างเหลอื เกินและกระทบกระเทือนกบั ความสมั พนั ธ์ทางกาย อารมณ์และจิตใจ ถงึ แม้วา่ จะตอ่ ต้านในตอนแรก ตอ่ การเปลยี่ นแปลงวิถีทางของลกู สาว แตก่ ็มกี ารคอ่ ยๆ ยอมรับและประสานความแตกแยกขนึ ้ แน่นอนการประสานนีอ้ อกมาจากความต้องการความรักของลกู สาวอยา่ งลกึ ซงึ ้ แกค่ รอบครัวของเธอ และครอบครัวกต็ ้องการให้ลกู สาวของพวกเขามคี วามสมั พนั ธ์อย่างใกล้ชิด

การปฏิบัตสิ ู่การยอมรับ ถงึ แม้วา่ ครอบครัวอาจไปถงึ จดุ ท่ีตกตะลงึ และโศกเศร้าในตอนแรก แตพ่ วกเขากต็ ้องการที่จะปรับความสมั พนั ธ์กบั ลกู สาว ความต้องการที่จะปรับปรุงความสมั พนั ธ์นี ้ บางครัง้ ได้รับการผลกั ดนั โดยสงิ่ แวดล้อมอื่น อาทิเช่น การถือกาเนิดของทารกในครอบครัวมสุ ลมิ การเคล่อื นไหวสกู่ ารยอมรับอาจจะมากบั ช่วงเวลาหนง่ึ บางทีหลงั จากครอบครัวเดิม ได้ประจกั ษ์วา่ สงิ่ ท่ีลกู สาวเลือกไม่ใช่เพียงช่วงหนง่ึ ในชีวติ ณ เวลาท่ีมีการประสานความสมั พนั ธ์นนั้ ดเู หมือนจะมาจากลกู สาวมากกวา่ จะมาจากครอบครัว การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมากในวถิ ีชีวิต ศาสนา เคร่ืองแตง่ กาย และคา่ นิยม ทาให้สามีเป็นเป้ าหมายที่ง่ายที่สดุ ของบางครอบครัวท่ีจะย้ายการกลา่ วหาจากลกู สาวไปสู่สามขี องเธอ สตรีบางคนเปล่ยี นแปลงสอู่ ิสลาม ขณะที่ยงั อาศยั อย่กู บั พอ่ แม่ สถานการณ์ทงั้ หมดนีต้ ้องการเวลา ความมานะพยายามและการทางานของทงั้ ฝ่ ายลกู สาวและครอบครัว เพ่ือที่จะมาสกู่ ารยอมรับในระดบั หนงึ่ ครอบครัวเหลา่ นีย้ งั ทางานในกระบวนการของการยอมรับนีอ้ ยู่  เม่อื ฉนั เข้ารับอิสลาม ฉนั บอกกบั ครอบครัว พวกเขาไมแ่ ปลกใจ พวกเขาเหน็ มนั มาจากการกระทาของฉนั และสง่ิ ที่ฉนั พดู เมื่อฉนั อย่ทู ่ีบ้านในตอนฤดรู ้อน พวกเขายอมรับการตดั สินใจของฉนั และรู้วา่ ฉนั จริงใจ แม้กอ่ นหน้านี ้ ครอบครัวของฉนั ก็ยอมรับการกระทาและความศรัทธาท่ีลกึ ซงึ ้ ของฉนั เสมอ แม้วา่ พวกเขาจะไมไ่ ด้ร่วมแบ่งปันมนั กต็ าม อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยงั ไมเ่ ปิ ดใจยอมรับ เม่อื ฉนั เร่ิมคลมุ ศรี ษะ พวกเขากงั วลว่าฉนั จะตดั ตวั เองออกจากสงั คม ฉนั อาจถกู เลอื กปฏิบตั ิ กลวั วา่ มนั จะเป็นอปุ สรรคกีดขวางฉนั ไปสคู่ วามสาเร็จ และพวกเขาลาบากใจที่จะถกู พบเห็นวา่ อย่รู ่วมกบั ฉนั พวกเขาคดิ วา่ มนั รุนแรงเกินไป พวกเขาไมส่ นใจที่ความศรัทธาของฉนั แตกตา่ ง แตพ่ วกเขาไมช่ อบมนั ท่ีจะมีผลกระทบกบั ชีวิตของฉนั ในวถิ ีทางภายนอก นบั เป็นเวลาสามปี และสงิ่ ตา่ งๆ มากมายก็เปล่ียนไป ครอบครัวของฉนั ประจกั ษ์วา่ ฉนั มไิ ด้ทาลายชีวิตของตวั เอง พวกเขาได้เห็นวา่ อิสลามนาความสขุ มาสตู่ วั ฉนั ไมใ่ ช่ความเจบ็ ปวดหรือความเศร้าเสยี ใจ พวกเขาภมู ใิ จในความสาเร็จของฉนั และสามารถมองได้อยา่ งชดั เจนวา่ ฉนั มคี วามสขุ ท่ีแท้จริงและอยใู่ นสงบ ความสมั พนั ธ์ของเรากลบั ไปสภู่ าวะปกติ และพวกเขากาลงั รอคอยการมาเย่ียมเยียนของเราในเดือนหน้า ถ้าเป็นพระประสงค์ของพระผ้เู ป็นเจ้า  ในโอกาสที่เป็นมสุ ลิม ฉนั รู้สกึ วา่ พ่อกบั แมผ่ ิดหวงั ในตวั ฉนั การบอกวา่ ฉนั เป็นมสุ ลิม มนั เหมือนกบั การตบหน้าทา่ น เหมอื นกบั ฉนั ปฏิเสธทกุ สิง่ ทกุ อยา่ งท่ีทา่ นสอนฉนั มาตงั้ แตเ่ ดก็ ทกุ ส่ิงทกุ อยา่ งท่ีท่านเรียนรู้จากพอ่ แมข่ องทา่ น ดีพอสาหรับทา่ น

แล้วทาไมจงึ ไมด่ ีพอสาหรับฉนั เมอ่ื ฉนั เข้ารับอิสลาม น้องชายของฉนั อายุ 16 ปี 14 ปี และ 11 ปี ตามลาดบั และพวกเขาไมไ่ ด้สนใจอะไรจริงจงั กบั ฉนั นกั มนั เป็นทางเลอื กของฉนั และเป็นสทิ ธิของฉนั ท่ีจะทาในสิ่งที่ฉนั ต้องการ ญาติคนอื่นๆ ยงั คงเป็นมติ รกบั ฉนั โดยการคยุ กนั ทางโทรศพั ท์แตเ่ มื่อฉนั และสามไี ปเยี่ยมเยียนเป็นการสว่ นตวั พวกเขากลบั ดเู หมือนเหินหา่ งหรือเครียด แม้แตก่ ารปลอ่ ยเราไว้ แล้วพวกเขาพดู คยุ กนั ราวกบั วา่ ไมม่ เี รานง่ั อยู่ ณ ท่ีนนั้ ในครอบครัวของฉนั ไมม่ ีใครสนใจอิสลามและไมม่ ีใครต้องการเป็นมสุ ลมิ แมห่ วงั อย่เู สมอว่าสามขี องฉันจะกลบั ไปอหิ ร่านและทิง้ ฉนั ไว้ข้างหลงั ท่านจินตนาการวา่ ฉนั จะละทิง้ อสิ ลามและกลบั ไปเป็นลกู สาวของทา่ นอยา่ งเมื่อกอ่ นนี ้ หลงั จากสมรสได้ 4 ปี สามีของฉนั เดนิ ทางไปตา่ งประเทศและกลบั มาภายใน 6 สปั ดาห์ตอ่ มา แมจ่ งึ คอ่ ยแน่ใจวา่ เขาจะไมท่ ิง้ ฉนั ไป และเริ่มยอมรับการเป็นมสุ ลิมของฉนั จากนนั้ ฉนั จงึ พดู คยุ แลกเปลีย่ นความศรัทธาและการปฏิบตั ขิ องฉนั กบั ทา่ น และเธอก็ยอมรับโดยปราศจากเงื่อนไข ท่านประจกั ษ์วา่ ฉนั เป็นผ้เู ลอื กการศรัทธาตามท่ีฉนั ปฏิบตั อิ ยู่ แมบ่ อกวา่ ท่านกบั พ่อแก่เกินไปที่จะเปลยี่ นเส้นทางเดิน หลงั จากการสมรสของฉนั ผ่านไป 13 ปี แมบ่ อกวา่ ฉนั ดสู วยงามภายใต้ผ้าคลมุ ศีรษะ ดคู ล้ายกบั รูปของพระนางมารี ผ้บู ริสทุ ธิ์ (มรั ยมั ) เมอ่ื น้องชายของฉนั ซง่ึ เป็นนกั เทศน์ เขียนจดหมายถงึ ฉนั ถงึ สามีและลกู เลก็ ๆ ของเรา เขาบอกวา่ เราทงั้ ครอบครัวจะต้องลงนรก เพราะความศรัทธาของเรา แมไ่ มเ่ ห็นด้วยกบั เขา แมบ่ อกวา่ ท่านเชื่อวา่ มีหลายวิธีที่จะเข้าใกล้ชิดพระผ้เู ป็นเจ้า และวา่ ท่านไมเ่ ช่ือวา่ เราจะลงนรก 5 ปี ตอ่ มาแมก่ ็จากไป ขอให้พระผ้เู ป็นเจ้าประทานความสงบให้ท่าน และครัง้ สดุ ท้ายท่ีฉนั คยุ กบั ทา่ น ทา่ นพดู เกี่ยวกบั ความไมก่ ลวั ตาย แมบ่ อกวา่ ไมก่ งั วลเก่ียวกบั ตวั ฉนั แตท่ า่ นกงั วลเกี่ยวกบั น้องชายทงั้ สามของฉนั ร่วมทงั้ คนที่เป็นนกั เทศน์ด้วย แมอ่ าจจะเข้ามายอมรับอสิ ลาม ในตอนสดุ ท้ายในฐานะท่ีเป็นสจั ธรรม แม้วา่ ท่านจะไมส่ ามารถปฏิบตั ไิ ด้ด้วยตวั ท่านเอง  สามแี ละตวั ฉนั อยใู่ นสถานการณ์ท่ีวิเศษ เพราะเรายงั คงอาศยั อยกู่ บั พอ่ แม่ ทา่ นเข้าใจเราอย่างมาก และไมเ่ คยแสดงความรู้สกึ ตอ่ ต้านความศรัทธาของเรา ออกมาอย่างเปิ ดเผย และแมก่ ็จะทาอาหารท่ีมีเนือ้ หมใู ห้พอ่ ทาน ขณะท่ีเราออกไปกินข้าวนอกบ้านเทา่ นนั้ เราอยกู่ บั คณุ ตาคณุ ยายเป็นปกตใิ นวนั หยดุ และทา่ นยงั ให้ของขวญั เราเป็นประจา ฉนั เรียนรู้ตงั้ แต่ย์ังนบั ถือนิกายยะโฮวาวิทเนส ที่จะไมท่ าลายความสนกุ สนานของท่าน ด้วยการปฏิเสธของขวญั มีเรื่องท่ียากลาบากเลก็ น้อย อยา่ งเชน่ การขดั แย้งกบั แมใ่ นเร่ืองความยาวของชดุ ที่ท่านตดั ให้ใส่

“ทาไมลกู ต้องการให้มนั ยาวถงึ ขนาดนนั้ เชียว !” และความขดั ข้องใจของแม่ เมอ่ื ฉนั บอกทา่ นวา่ จะไมก่ ินอาหารท่ีทามาจากสว่ นประกอบที่มีเจลาตินอีก (โดยที่มกั ทามาจากหม)ู ทงั้ หลายทงั้ ปวงนนั้ ท่านก็กลายมาเป็นคนที่เข้าใจมากขนึ ้ จนถงึ กบั รู้วา่ สื่ออเมริกนั มเี ป้ าหมายท่ีจะบิดเบือนมสุ ลิม ไปในทางท่ีเส่อื มเสยี บดั นีท้ า่ นรู้ถงึ สิ่งที่เราชอบอยา่ งแท้จริงแล้ว ฉนั หวงั วา่ ในอนาคต เราจะสามารถถกเถียงกนั มากขนึ ้ เกี่ยวกบั ความศรัทธาท่ีเฉพาะเจาะจง ซง่ึ เรายงั ไมไ่ ด้ทามากมาย และได้แลกเปล่ยี นกบั พ่อ ซง่ึ โดยพืน้ ฐานแล้วไมม่ ีความสนใจศาสนา ไมว่ า่ จะในรูปแบบใด  ครัง้ แรกการรับอสิ ลามของฉนั ทาให้เกิดความขดั แย้งอย่างใหญ่หลวงกบั ครอบครัว พวกเขาไมม่ ที ่าทีสนบั สนนุ และรู้สกึ วา่ ฉนั หลงทาง รวมทงั้ ถกู ล้างสมองจากสามี สงิ่ นีไ้ ด้เปลยี่ นไปในภายหลงั เน่ืองมาจากเหตผุ ล 2 ประการ (1) พวกเขาประจกั ษ์วา่ ส่งิ นีไ้ มใ่ ชส่ ิ่งท่ีฉนั นิยมชว่ั ครัง้ ชว่ั คราว หรือการเปลย่ี นแปลงท่ีฉนั จะผ่านเลยไป และถ้าพวกเขาต้องการที่จะตดิ ตอ่ สมั พนั ธ์กบั ฉนั พวกเขาต้องยอมรับฉนั ในฐานะที่เป็นมสุ ลิม และ (2) เม่ือฉนั มีลกู และเลีย้ งดขู นึ ้ มาเป็นมสุ ลิม มนั เป็นความยากลาบากสาหรับพวกเขา ท่ีจะติดตอ่ กบั เดก็ ในลกั ษณะที่มีอคติ ฉนั พยายามที่จะพดู กบั กบั ครอบครัวเกี่ยวกบั อสิ ลาม ด้วยความหวงั วา่ ฉนั จะสามารถชว่ ยเหลอื พวกเขาให้มีชีวิตและตายในฐานะมสุ ลิม  ในตอนแรกพ่อกบั แมร่ ู้สกึ ตกตะลงึ พ่อกลา่ วหาสามีของฉนั ถงึ แม้วา่ ทงั้ สองจะเป็นเพื่อนท่ีดตี อ่ กนั แตห่ ลงั จากฉนั เข้ารับอิสลาม พ่อไมค่ อ่ ยพดู กบั เขาเป็นปี หลายครอบครัวโต้เถียงกนั เน่ืองมาจากการเข้ารับอสิ ลามของฉนั พวกท่ีถือทิฐิในครอบครัว จะอย่ฝู ่ ายแม่ สาหรับพวกเขาแล้ว ฉนั กลายเป็นผ้เู คารพภกั ดปี ี ศาจ ซงึ่ ประณามศาสนาคริสต์ อย่างไรก็ตาม เมอื่ ครอบครัวกลบั มารวมกนั ใหมไ่ มน่ านมานี ้ ฉนั ได้รับการยกระดบั ขนึ ้ เป็นคริสเตียน ผ้ยู งั ไมร่ ู้วิธีท่ีจะยอมรับและกลบั ตวั เป็นชาวคริสต์ ฉนั เรียนรู้ท่ีจะไมถ่ กเถียงเรื่องศาสนากบั พวกเขา ตอนนี ้ แมจ่ ะเป็นคนบอกวา่ ผ้าคลมุ ศรี ษะสีไหนที่ดดู ที ี่สดุ สาหรับฉนั และช่วยแตง่ เติมให้ฉนั อย่บู ่อย ๆ แมเ่ ร่ิมพฒั นาที่จะยอมรับมนั ฉนั ได้แตห่ วงั วา่ พอ่ กบั แมจ่ ะถามฉนั ถงึ เรื่องความศรัทธาและอา่ นคมั ภีร์อลั กรุ อานบ้าง  การเลอื กที่จะเป็นมสุ ลิมของฉนั ทาให้เกิดความแตกตา่ งในเร่ืองความสมั พนั ธ์กบั ครอบครัว มนั เป็นความตงึ เครียดจริงๆ ฉนั รู้สกึ ยงั กบั วา่ พวกเขาคดิ ว่ามนั คือขนั้ ตอนหนงึ่ ของชีวติ ท่ีฉนั กาลงั ผา่ นเข้าไป ปัจจบุ นั ผ่านไป 4

ปี แล้ว และทกุ สิ่งก็ยงั ประหลาดเหมอื นเดิม ฉนั รู้สกึ ถกู ปฏิเสธนิดหน่อย ฉนั ต้องการให้ครอบครัวของฉนั เปิ ดกว้างและถามคาถาม แทนท่ีจะรับเอาความจริงเกี่ยวกบั อสิ ลามจากสือ่ หรือแหลง่ ข้อมลู ที่ผิดอนื่ ๆ สงิ่ ท่ีตงึ เครียดที่สดุ คือครอบครัวของฉนั กลา่ วหาสามีของฉนั วา่ เป็นตวั การทาให้ฉนั เข้ารับอสิ ลาม ฉนั ชอบทีจ่ ะเป็นตวั อยา่ งท่ีดที ี่สดุ ของมสุ ลิม เม่ือฉนั ไปเยี่ยมครอบครัว แตฉ่ นั ได้รับรู้ถงึ สงิ่ ที่น่าเศร้าท่ีสดุ คอื พวกเขาไมใ่ ชม่ สุ ลิม แมบ่ อกฉนั เสมอวา่ ท่านต้องการให้น้องสาวอกี สองคนของฉนั เป็นแมท่ ี่ดเี หมอื นฉนั การเป็นแมท่ ี่ดีนนั้ เป็นสว่ นหนงึ่ ของการเป็นมสุ ลมิ ที่ดี สตรีเหลา่ นี ้ช่างโชคดีเสียน่ีกระไร ที่ครอบครัวของพวกเธอพยายามปรองดองและเข้าใจกนั บ่อยครัง้ ท่ีพ่อแมร่ ู้สกึ วา่ การตดั สนิ ใจของลกู ๆ ท่ีอายยุ งั น้อย เป็นการกระทาทหี่ นุ หนั พลนั แลน่ และไมจ่ ริงจงั อะไร ถงึ แม้วา่ นน่ั จะเป็นเวลาท่ีเป็นไปได้ ซงึ่ แสดงให้เห็นวา่ การกระทาของลกู สาวจะยงั คงดารงอย่ตู ลอดไป และเปล่ียนแปลงวิถีชีวติ ของเธออย่างถาวร หนั หลังให้กับการยอมรับ บางครอบครัวดเู หมอื นวา่ ไมอ่ าจอดทนตอ่ การเปลีย่ นแปลงได้ พวกเขารู้สกึ ปลอดภยั กวา่ ท่ีจะตดั ความสมั พนั ธ์อยา่ งสิน้ เชิง หรือถ้ามีกเ็ พียงเลก็ น้อยมากกบั ลกู สาว สาหรับผ้เู ข้ารับอิสลามบางคน วถิ ีชีวิตของครอบครัวเดิม แตกตา่ งอย่างมากมาย จากสิ่งท่ีวถิ ีชีวติ แบบอิสลามต้องการ ทาให้พวกเขาเลอื กที่จะอยแู่ ยกจากครอบครัว การขาดการยอมรับของครอบครัวดเู หมอื นจะย่นยอ่ มาจากปัญหาพืน้ ฐานสองข้อคอื (1) การขาดความเข้าใจเกี่ยวกบั การเลอื ก หรือ (2) ปฏิเสธท่ีจะเข้าใจการเลือก ครอบครัวอาจเรียนรู้ท่ีจะไปด้วยกนั ได้จากบรรทดั ฐานภายนอก แตจ่ ะรู้สกึ ไมส่ บายใจ ถ้าไปไกลกวา่ นนั้ การถกเถียงกนั อย่างจริงจงั อาจเป็นการยากในครอบครัวเหลา่ นี ้ การกลา่ วหาและการเป็นศตั รูกนั แบบคลืน่ ใต้นา้ ก็จะปรากฏขนึ ้  ตงั้ แตฉ่ นั กลา่ วคาปฏิญาณตวั ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งครอบครัวกบั ฉนั ก็เหินหา่ งกนั มากขนึ ้ เร่ือยๆ ฉนั วงิ วอนตอ่ พระผ้เู ป็นเจ้าให้ประทานทางนาแก่พวกเขา และความโปรดปรานท่ีพระองค์ทรงประทานให้ฉนั ในอนาคตเพ่ือวนั ตดั สนิ พิพากษา ฉนั หวงั ให้พวกเขาให้เกียรตฉิ นั และศาสนาที่ฉนั นบั ถือ พวกเขาคิดวา่ แนวทางด้านศาสนาเป็นความคลงั่ ไคล้ และฉนั จะทามนั ให้เตบิ โตอยา่ งรวดเร็ว จนกระทงั่ เมอ่ื พวกเขาเห็นความเอาจริงเอาจงั ของฉนั และจากนนั้ ก็เตรียมการสมรส การสมรสกบั สามขี องฉนั เป็นจดุ สาคญั ของความตงึ เครียด

ครอบครัวของฉนั ไมค่ อ่ ยมาเย่ียมเยียน พวกเขามาเย่ียมเพียง 3 ครัง้ ในเวลา 11 ปี โดยท่ี 5 ปี แรกพวกเขาสร้างแตป่ ัญหา และปฏิเสธที่จะมาเย่ียม  ฉนั ร์ู วา่ ฉนั อย่ภู ายในวงในของการเป็นการเปลย่ี นแปลง และการผิดหวงั ครัง้ สาคญั ครอบครัวของฉนั มาอนั ดบั หนงึ่ แตใ่ นปัจจบุ นั ฉนั ไมไ่ ด้รับการต้อนรับในการไปบ้านของพวกเขา ฉนั เดนิ ทางไปเยี่ยมเยียนพวกเขาเมือ่ ปลายเดือนกนั ยายน และไมเ่ พียงพวกเขาจะหยิบยน่ื ช่วงเวลาท่ียากลาบากที่สดุ ให้ฉนั เทา่ นนั้ พวกเขายงั ปฏิเสธท่ีจะพบหรืออนญุ าตให้สามขี องฉนั เข้าไปในบ้านด้วย ความจริงพวกเขาบอกเราให้กลบั กอ่ นท่ีเพื่อนบ้านจะเหน็ เราอย่ทู ่ีหน้าบ้านเสียด้วยซา้ นนั่ เป็นครัง้ แรกท่ีฉนั ได้พบพวกเขาในเวลาหลายปี มานี ้  ตงั้ แตฉ่ นั เป็นมสุ ลมิ ฉนั โชคไมด่ ที ี่ไมไ่ ด้ติดตอ่ กบั สมาชิกในครอบครัว สง่ิ นีร้ บกวนจิตใจของฉนั แตม่ นั ก็เป็นสงิ่ ท่ีพวกเขาเลือก อยา่ งไรกต็ าม ส่งิ ตา่ งๆ ดีขนึ ้ ทีละเลก็ ทีละน้อย ในเวลาไมก่ ี่เดอื นที่ผ่านมา สมาชิกในครอบครัวบางคนตดิ ตอ่ กบั ฉนั ซง่ึ นน่ั กเ็ ป็นความหวงั ประเดน็ หลกั ท่ีพอ่ ปฏิเสธ เพราะสง่ิ ที่เห็นชดั เจนท่ีสดุ ในมโนคตแิ หง่ ความศรัทธาของฉนั นนั่ คือการสวมผ้าคลมุ ศีรษะ ท่านไมเ่ ข้าใจหรือยอมรับมนั ครอบครัวของฉนั ไมม่ ีความรู้เรื่องหลกั การทวั่ ๆไปของอสิ ลาม และไมส่ นใจท่ีจะรู้ด้วย  ในตอนแรกพ่อกบั แมเ่ สียสตไิ ปเลย นี่เป็นเพราะท่านไมเ่ ข้าใจอิสลาม เมอื่ ฉนั เร่ิมคลมุ ศีรษะหลงั จากเป็นมสุ ลมิ ได้หนงึ่ ปี ครึ่ง ความย่งุ ยากท่ีแท้จริงก็เริ่มขนึ ้ พ่ีสาวของฉนั ยงั คิดวา่ ฉนั เป็นคนประหลาดและเสยี สติ และไมย่ ่งุ เกี่ยวอะไรกบั ฉนั อีก  ฉนั รู้สกึ อยหู่ า่ งไกลจากครอบครัว ฉนั สนิทกบั พ่ีสาวและน้องชายมาก แตท่ กุ วนั นีไ้ มส่ นิทกนั เหมือนเดมิ แล้ว ฉนั รู้สึกห่างเหินจากพ่อกบั แม่ แมไ่ มต่ ้องการเชื่อว่ามกี ารเปลี่ยนแปลงเกิดขนึ ้ ในคมั ภีร์ไบเบลิ ซงึ่ ท่านปฏบิ ตั ติ าม หรือเช่ือวา่ อิสลามเป็นแนวทางท่ีถกู ต้อง ท่านไมเ่ ข้าใจวา่ ทาไมฉนั จงึ ต้องคลมุ ศรี ษะและไมก่ ินอาหารทีม่ สี ว่ นผสมของหมู ฉนั ไมเ่ คยเปิ ดประเดน็ กบั พ่อ ทา่ นไมค่ อ่ ยมกี ารศกึ ษาและจมปลกั อย่ใู นแนวทางของตน ฉนั ต้องการท่ีจะพดู คยุ กบั ทา่ นจริงๆ แตไ่ มร่ ู้วา่ จะพดู อะไร หรือแม้แตว่ า่ จะพดู อย่างไร ครอบครัวของฉนั เกือบทงั้ หมดคิวา่ ฉนั เป็นมสุ ลมิ เพื่อสามี พวกเขาไมเ่ ข้าใจว่าฉนั มีความศรัทธาอยา่ งแท้จริงในอิสลาม ด้วยหวั ใจทงั้ หมดของฉนั ฉนั ต้องการท่ีจะนาเสนอสจั ธรรมเก่ียวกบั อิสลามตอ่ พวกเขา จนกระทง่ั พวกเขายอมกลา่ วคาปฏิญาณ  ฉนั รู้วา่ พวกเขาคดิ วา่ สามเี ป็นคนบงั คบั ฉนั ให้รับอสิ ลาม และปฏิเสธท่ีจะเชื่อเป็นอยา่ งอ่ืน ฉนั วา่ แมค่ งจะยอมรับฉนั อยา่ งที่เป็นอยู่ และยอมรับความจริงตามที่มนั เป็นและเป็นทางเลือกของฉนั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook