Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรDLTบรรยายภายใน UET

หลักสูตรDLTบรรยายภายใน UET

Published by chalong TS, 2020-12-08 04:13:18

Description: หลักสูตรDLTบรรยายภายใน UET

Search

Read the Text Version

การเตรยี มความพรอ้ มของรถ วธิ ีการตรวจสภาพรถก่อนใชง้ านแบบ BE – WAGON N เสียง (Noise) ตรวจเสียงดงั จากจุดต่าง ๆ โดยติดเคร่ืองยนตเ์ พอื่ ฟังเสียงตามจุดตา่ ง ๆ เช่น เสียงวาลว์ ดงั ลูกปื นไดชาร์จ เสียงสายพาน เสียงเครื่องยนต์ เสียงท่อไอเสีย โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ระหวา่ งขบั รถใหส้ ังเกตเสียงหรือกลิ่นผดิ ปกติ และตรวจหาวา่ ความ ผดิ ปกติน้นั มาจากจุดใด เพ่อื จะไดซ้ ่อมแซมแกไ้ ข ก่อนที่จะเกิดอุบตั ิเหตุ Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 51

การเตรยี มความพรอ้ มของรถ วธิ ีการตรวจสภาพรถก่อนใชง้ านแบบ BE – WAGON ระบบการตรวจเช็ครถประจาวนั (โดยใช้แบบฟอร์ม) การตรวจเชค็ ประจาวนั เป็นการตรวจสภาพรถเพ่อื ยนื ยนั การใชร้ ถปฏิบตั ิ หนา้ ท่ี ซ่ึงเป็นเร่ืองสาคญั อยา่ งยงิ่ ท่ีจะทาใหห้ น่วยงานน้นั ๆ ประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายในการ ซ่อมบารุงเบ้ืองตน้ ไดอ้ ยา่ งมาก หน่วยงานจึงควรใหค้ วามสาคญั การตรวจเชค็ รถ ประจาวนั เพราะคา่ ใชจ้ ่ายในการดูแลบารุงรักษารถ จะใชง้ บประมาณต่ากวา่ การซ่อมเม่ือ ชิ้นส่วนชารุดหรือเสียหายแลว้ เป็นการตรวจเชค็ การทางานของผใู้ ชร้ ถ ใหเ้ ป็นไปตามท่ี ผบู้ ริหารไดจ้ ดั ระบบการดูแลรถแบบยง่ั ยนื ควบคูไ่ ปกบั การฝึกอบรมท่ีใหค้ วามรู้ ทกั ษะ การขบั รถอยา่ งปลอดภยั ท่ีเก่ียวเน่ืองกบั อุปกรณ์และสภาพรถดว้ ย การตรวจเชค็ อยา่ ง สม่าเสมอจะทาใหป้ ระหยดั ท้งั เวลาบุคลากรและผลของการทางานท่ีแม่นยา Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 52

การเตรียมความพรอ้ มของรถ 3.3 การตรวจเช็ครถในระหว่างขบั รถ 3.3.1 การตรวจเช็คเครื่องยนต์ • ในระหว่างขับขผ่ี ู้ขบั ข่ตี ้องสังเกตเสียงเคร่ืองยนต์ว่ามเี สียงดังผดิ ปกตหิ รือไม่ หากมี เสียงดงั ควรหยดุ รถเพื่อตรวจในทนั ที • อตั ราการเร่ง ผ้ขู บั รถต้องสังเกตอตั ราการเร่งของเครื่องยนต์ได้ หากกาลงั ตกขณะ ขบั บนทางปกตคิ วรหยดุ รถตรวจสอบ • ควนั ทอ่ี อกจากท่อไอเสีย สังเกตว่ามีปริมาณมากกว่าปกติหรือไม่ และให้สังเกตสีของ ควนั ความเข้มของควนั Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 53

การเตรยี มความพรอ้ มของรถ 3.3 การตรวจเช็ครถในระหว่างขบั รถ 3.3.2 ภายในหน้าปัดหรือมาตรวดั ต่าง ๆ • ตรวจดูมาตรอุณหภูมิ • ตรวจดูระดบั น้ามนั เช้ือเพลิง • มาตรวดั แรงดนั น้ามนั เครื่อง • มาตรวดั แรงดนั ลม • สญั ญาณเตือนต่าง ๆ เช่น ระดบั น้า Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 54

การเตรยี มความพรอ้ มของรถ 3.3 การตรวจเช็ครถในระหว่างขบั รถ 3.3.3 ระบบส่งกาลงั • ในระหว่างขบั ผ้ขู ับรถต้องสังเกตการทางานของระบบคลตั ช์ว่ายงั ปกตหิ รือไม่ • การเข้าเกยี ร์ในขณะออกตวั การเปลยี่ นเกยี ร์ต่าง ๆ และขณะวงิ่ บนทางในสภาพต่าง ๆ ว่าเกยี ร์มีเสียงดงั ผดิ ปกตหิ รือไม่ • ในขณะขับผ้ขู บั ขี่ต้องสังเกตการหมุนของเพลากลางว่ามีการกระพือหรือส่ันหรือไม่ • สังเกตเฟื องท้ายขณะออกตัวว่ามเี สียงดงั หรือไม่ Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 55

การเตรยี มความพรอ้ มของรถ 3.3 การตรวจเช็ครถในระหว่างขบั รถ 3.3.4 ระบบบังคบั เลยี้ ว • สังเกตอาการสะบัดเวลาเลยี้ ว และการคืนพวงมาลยั • การบังคับพวงมาลยั ทางด้านซ้าย ‟ ขวา และขณะขบั ทางตรงพวงมาลยั ต้องได้ศูนย์ ขณะขับไม่กนิ ด้านซ้ายหรือด้านขวา • สังเกตเสียงของระบบเพาเวอร์ขณะทาการเลยี้ ว Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 56

การเตรยี มความพรอ้ มของรถ 3.3 การตรวจเช็ครถในระหว่างขบั รถ 3.3.5 ระบบเบรก • การตรวจเชค็ เบรกขณะรถว่ิงทางปกติ • การตรวจเชค็ เบรกจอดก่อนออกจากรถ (Stationary test) • การตรวจเชค็ และทดสอบเบรกไอเสีย Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 57

การเตรยี มความพรอ้ มของรถ 3.3 การตรวจเช็ครถในระหว่างขบั รถ 3.3.6 ระบบไฟฟ้า • ตรวจสอบระบบไฟเล้ียว • ตรวจสอบไฟหนา้ • ตรวจสอบไฟขอทาง • ตรวจสอบระบบการชาร์จจากหนา้ ปัด Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 58

การเตรียมความพรอ้ มของรถ 3.3 การตรวจเช็ครถในระหว่างขบั รถ 3.3.7 ระบบรองรับนา้ หนัก / ช่วงล่าง • สังเกตความคล่องตวั ของรถขณะขบั บนทางขรุขระ • สังเกตขณะขบั รถเขา้ ทางโคง้ • สังเกตการกระแทกของระบบรองรับน้าหนกั Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 59

การเตรียมความพรอ้ มของรถ 3.4 การตรวจเช็คระหว่างจอด การตรวจเชค็ ระหวา่ งการจอดพกั ในระหวา่ งการเดินทาง พนกั งานขบั รถอาจมีเวลาไม่มาก โดยการตรวจเชค็ ระยะน้ีอาจเป็นการตรวจเชค็ โดยรวม โดยมีข้นั ตอนการตรวจง่าย ๆ ดงั น้ี 1. ตรวจดูความเรียบร้อยรอบ ๆ รถ รวมถึงการทรงตวั ในแนวต้งั ของรถ 2. ตรวจดูยาง และหาจุดชารุดของยาง 3. ตรวจดูระบบใหส้ ัญญาณไฟต่าง ๆ ท้งั ไฟเล้ียว ไฟส่องป้าย สัญญาณไฟหร่ี 4. ตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ามนั หลอ่ ลื่นและน้ามนั เช้ือเพลิงบริเวณปั๊มจ่ายน้ามนั ที่ เคร่ืองยนต์ 5. ตรวจสอบรอยร่ัวซึมของระบบน้าหล่อเยน็ โดยการสังเกตรอยหยดของน้าบริเวณ หมอ้ น้า 6. ตรวจสอบรอยร่ัวของลมโดยการฟังเสียงของลมในระบบ Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 60

การเตรยี มความพรอ้ มของรถ 3.5 การตรวจเช็คหลงั การใช้งาน • เม่ือพนกั งานขบั รถสิ้นสุดการใชร้ ถผขู้ บั รถควรตรวจสอบในจุดต่าง ๆ และลงบนั ทึก การตรวจเชค็ หลงั การใชง้ านอยา่ งละเอียดเพ่ือส่งใหค้ นขบั รถคนต่อไป หาก ตรวจสอบพบความบกพร่องของอุปกรณ์และส่วนการควบคุมต่าง ๆ เช่น ระบบ บงั คบั เล้ียว ระบบเบรก ระบบคลตั ช์ ในระหวา่ งเดินทาง ซ่ึงส่ิงท่ีตรวจพบหรือคาด วา่ หากนารถไปใชต้ อ่ ไปอาจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายหรืออาจเกิดอุบตั ิเหตุได้ พนกั งานขบั รถตอ้ งทารายงานใหผ้ คู้ วบคุมทราบเพ่อื แกไ้ ขทนั ที Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 61

บทท่ี 4 การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ตั เิ หตุ (Defensive Driving) Revision 1/2018 62 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ัตเิ หตุ ประกอบด้วย 1. ความรู้ในเรื่องเทคนิคการขบั รถทถี่ ูกต้อง 2. เพมิ่ ทกั ษะความชานาญในการใช้อปุ กรณ์ต่าง ๆ 3. การสังเกตการณ์และคาดการณ์ถงึ อนั ตรายที่อาจเกดิ ขนึ้ 4. ต้องมสี มาธิโดยใช้เทคนิคการขบั เสียงนาสมองหรืออธิบายการขบั Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 63

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ตั เิ หตุ การเตรียมความพร้อมก่อนการออกรถ 8 ข้นั ตอน 1. กระจกหน้าต่างต้องใสสะอาดท้งั ด้านในและด้านนอก 2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าประตูทุกบานปิ ดสนิท และลอ็ คทุกบาน 3. ปรับเบาะที่นั่งให้สะดวกสบายในการขบั 4. ปรับกระจกส่องหลงั และกระจกข้าง ต้องอยู่ในตาแหน่งถูกต้องและใส 5. คาดเขม็ ขดั นิรภยั ทุกคร้ังจนเป็ นอปุ นิสัยและต้องทดสอบ 6. ก่อนสตาร์ทให้ขนึ้ เบรกมือ ตาแหน่งเกยี ร์ว่าง ปิ ดอุปกรณ์ไฟฟ้า เหยยี บคลตั ช์และสตาร์ท 1. ตรวจสอบสัญญาณทแ่ี ผงหน้าปัดรถ ตลอดถงึ ระดับนา้ มันเชื้อเพลงิ 2. เคล่ือนรถและทดสอบระบบเบรกเท้าเพ่ือความแน่ใจ Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 64

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อบุ ตั เิ หตุ การขับรถด้วยเทคนิคระบบเสียงนาสมอง การขบั แบบใช้เสียงนาสมอง โดยผู้ขบั ขจี่ ะพูด ในสิ่งทสี่ ังเกตเห็นและคาดการณ์ถงึ เหตุ การณ์ต่าง ๆทน่ี ่าจะก่อให้เกดิ อนั ตรายในขณะขบั รถ ซ่ึงเป็ นการฝึ กทกั ษะการมอง การสังเกตการณ์ การคาดการณ์และการปฏบิ ตั อิ ย่างต่อเนื่องในขณะขบั รถ เพ่ือให้มสี มาธิในการขบั ขอี่ ยู่ตลอดเวลา • การสังเกตการณ์หมายถึง การมองระยะไกล ระยะกลาง ระยะใกล้ การกวาดสายตาไปมาอย่าง สมา่ เสมอ สังเกตสิ่งทบี่ ่งบอกถงึ อนั ตรายต่าง ๆ แยกแยะและประเมนิ ความเสี่ยง • การคาดการณ์หมายถงึ การคาดการณ์ถึงอนั ตรายต่าง ๆ ทค่ี าดว่าน่าจะเกดิ ขนึ้ จากส่ิงทมี่ องเห็น • การแก้ไขสถานการณ์หมายถึง การปฏบิ ตั ิหลบหลกี อย่างทนั ท่วงที จากการสังเกตการณ์และการ คาดการณ์ถงึ อนั ตรายต่าง ๆ ทอ่ี าจจะเกดิ ขนึ้ ตวั อย่าง เช่น ในขณะขบั รถผู้ขบั ขม่ี องและสังเกตเห็นเดก็ ยืนรอข้ามถนน โดยคาดการณ์ว่าเดก็ อาจจะข้ามถนนเมื่อไหร่กไ็ ด้ ใช้แตรเพ่ือเตือน ชะลอความเร็วรถ เพ่ือเตรียมหยุด ซึ่งในขณะขบั รถ ผู้ขบั ขพี่ ดู เกย่ี วกบั เหตุการณ์ต่าง ๆ ทตี่ นสังเกตเห็น คาดการณ์ และปฏิบตั ิอย่างต่อเน่ือง Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 65

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ตั เิ หตุ การใช้อปุ กรณ์ในการควบคุมรถ พวงมาลยั เป็ นหัวใจของการบังคบั รถ และแก้ไขสถานการณ์ การควบคุมและหลบหลกี ได้อย่างทนั กาล วธิ ีจบั พวงมาลยั • จับพวงมาลยั 2 มือตลอดเวลาทข่ี บั รถ เว้นเมื่อมเี หตุจาเป็ นต้องเปลยี่ นเกยี ร์ • มือซ้ายจบั ทต่ี าแหน่ง 9 นาฬิกา มือขวาจับทตี่ าแหน่ง 15 นาฬิกา • หัวแม่มือวางแนบกบั วงพวงมาลยั ห้ามสอดเข้าไปในพวงมาลยั 12 • หมุนพวงมาลยั แบบดงึ – ดนั (Push and Pull) 9 15 Revision 1/2018 6 66 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ การใชอ้ ุปกรณ์ในการควบคุมรถ การหมุนพวงมาลยั มี 3 แบบ ดงั น้ี 1.แบบดึงและดนั (Pull and Push) โดยมือท้งั สองขา้ งจะสมั ผสั พวงมาลยั ตลอดเวลา ในขณะเล้ียวรถให้ ใชม้ ือท่ีทางดา้ นที่จะทาการเล้ียวดึงและอีกมือหน่ึงดนั 2.แบบไขวแ้ ขน (Hand Over Hand) โดยมือท้งั สองขา้ งจะสมั ผสั กบั พวงมาลยั ตลอดเวลา ในขณะเล้ียวรถ ใหใ้ ชม้ ือท่ีอยตู่ รงขา้ มกบั ทิศทางท่ีจะเล้ียวหมุนพวงมาลยั จนถึงฝั่งตรงขา้ ม และใหม้ ือที่อยใู่ นทิศทาง ที่จะเล้ียวไปจบั ฝ่ังตรงขา้ มพร้อมกบั ดึงหมุนพวงมาลยั 3.แบบจบั แบบตายตวั (Fix Hand) โดยมือซา้ ยจบั ตาแหน่ง 9 นาฬิกาและมือขวาจบั ตาแหน่ง 15 นาฬิกา ในกรณีขบั รถทางตรงและกรณีหกั หลบฉุกเฉิน Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 67

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ตั เิ หตุ การใช้อปุ กรณ์ในการควบคุมรถ ข้อปฏิบตั ทิ ถี่ ูกต้องในการบงั คบั ควบคุมพวงมาลยั มดี งั ต่อไปนี้ 1.กลไกของพวงมาลยั มรี ะบบบงั คบั การทรงตวั ด้วยตัวเอง เพราะฉะน้ันผู้ขบั ขอ่ี าจประคองพวง มาลยั อย่างเบา ๆ กส็ ามารถบงั คบั ให้รถเคลื่อนไปในเส้นตรงได้ 2.การจับพวงมาลยั ทถ่ี ูกต้องมอี ยู่ 2 ประเภท คือจบั ด้วยมือท้งั สองอยู่ในลกั ษณะ 10 และ 14 นาฬิกาและ ตาแหน่ง 9 และ 15 นาฬิกา ขนึ้ อยู่กบั ขนาดของพวงมาลยั ควรจับในตาแหน่งทส่ี บายและถนัดทส่ี ุด 3.อย่าปล่อยพวงมาลยั ให้หมุนกลบั มาในขณะบงั คบั พวงมาลยั เพ่ือเลยี้ วรถ 4.อย่าปล่อยพวงมาลยั หมุนกลบั มาเองในขณะกาลงั เลยี้ วโดยเดด็ ขาด 5.การหมุนบงั คบั พร้อมกบั การใช้ความเร็วทถี่ ูกต้องต่อสภาพถนนและความโค้งจะได้มาจากการฝึ กฝน ทสี่ มา่ เสมอเท่าน้ัน Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 68

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การใช้อุปกรณ์ในการควบคุมรถ ข้อปฏิบตั ิทถี่ ูกต้องในการบงั คบั ควบคุมพวงมาลยั มดี งั ต่อไปนี้ (ต่อ) 6.ควรหมุนพวงมาลยั ให้เหมาะสมกบั ความโค้งของถนน ผู้ขบั ขคี่ วรมองไกลออกไปข้างหน้าเสมอ คอยดู สถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อจะสามารถปรับและจับบงั คบั พวงมาลยั และควบคุมความเร็วก่อนทจี่ ะเลยี้ วได้อย่าง ปลอดภัย 7.การขบั เข้าทางโค้ง ต้องหมุนพวงมาลยั อย่างช้า ๆ โดยไม่ปล่อยมือท้งั สองหรือข้างใดข้างหน่ึงออกจาก พวงมาลยั และเม่ือออกจากทางโค้งให้หมุนพวงมาลยั กลบั ตาแหน่งเดมิ เพื่อสามารถบงั คบั ให้รถเคลื่อนไป ในทางตรงต่อไป Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 69

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ การใช้อุปกรณ์ในการควบคุมรถ ข้อปฏบิ ตั ทิ ถี่ ูกต้องในการบงั คบั ควบคุมพวงมาลยั มดี งั ต่อไปนี้ (ต่อ) 8.การเลยี้ วทางทโ่ี ค้งมาก ๆ อาจจะต้องหมุนพวงมาลยั หลายรอบ ผู้ขบั ขคี่ วรระวงั เสมอไม่ให้มือท้งั สอง ข้างไขว้กนั ในขณะหมุนพวงมาลยั หลงั ออกจากทางโค้งให้หมุนพวงมาลยั อย่างรวดเร็วกลบั มาตาแหน่ง เดมิ เพื่อสามารถขบั รถตรงต่อไปได้ 9.ขณะทถ่ี อยหลงั รถจะไม่หมุนตามการหมุนบงั คบั พวงมาลยั อย่างรวดเร็วเหมือนตอนทเี่ ดนิ หน้า จงึ ทาให้ ผู้ขบั รถมือใหม่มกั จะหมุนพวงมาลยั มากเกนิ ไป ดงั น้ันในขณะถอยหลงั ให้ค่อย ๆ หมุนบงั คบั หมุนพวงมา ลยั ไปในทศิ ทางทจ่ี ะไปอย่างนุ่มนวลและช้ากว่าการหมุนบงั คบั พวงมาลยั รถในขณะขบั เดนิ หน้า Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 70

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ตั เิ หตุ การใชอ้ ุปกรณ์ในการควบคุมรถ เบรกเท้า (Brake) คือ ชีวติ ของผู้ใช้รถ ไม่เพยี งแต่ใช้ได้ แต่ต้องใช้ให้เป็ น พฤติกรรมทผี่ ู้ขบั รถมกั ทาผดิ วธิ ีในการหยดุ หรือชะลอรถทพี่ บเห็นอยู่เสมอ มดี งั นี้ - ไม่ใช้เบรกชะลอความเร็ว แต่ใช้วธิ ีเหยยี บคลตั ช์ และปล่อยให้รถวง่ิ ยาว ๆ โดยไม่มคี วามจาเป็ น - ปลดเกยี ร์เป็ นเกยี ร์ว่างขณะทรี่ ถวง่ิ อยู่ - ขณะทรี่ ถมคี วามเร็วสูง ผู้ขบั เหยยี บคลตั ช์ก่อน หรือเหยยี บพร้อมกบั การเหยยี บเบรก - เลยี้ งคลตั ช์หรือพกั เท้าบนแป้นคลตั ช์ “การกระทาใด ๆ ดงั กล่าวมาแล้ว มผี ลทาให้รถมอี าการลอยตวั ระยะเบรกจะยาวขนึ้ การควบคุมรถ ขณะใดขณะหนึ่งขาดหายไป เรียกว่า Coasting” Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 71

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การใช้อปุ กรณ์ในการควบคุมรถ การใช้เบรกเท้าทถ่ี ูกต้อง 1. แตะเบรกเพ่ือชะลอความเร็วก่อนเข้าทางโค้ง หลกี เลยี่ งการใช้เบรกขณะเข้าโค้งหรือวงเลยี้ ว 2. หลกี เลยี่ งการเบรกกะทนั หัน 3. เบรกอย่างนุ่มนวล ใช้สัญญาณไฟเบรกป้องกนั ตนเอง (เทคนิคการใช้เบรก 3 จงั หวะ จงั หวะที่ 1 แตะเบรกเพ่ือให้ไฟท้ายติดเพ่ือเตือนรถคนั หลงั จงั หวะที่ 2 กดนา้ หนักเท้าเพื่อทาการชะลอรถ และ จงั หวะท่ี 3 กดเพื่อหยุดรถ แต่ถ้าจะชะลอรถให้ใช้ 2 จงั หวะ 4.ใช้เบรกและเกยี ร์เพื่อจงั หวะการขบั ขรี่ ถทสี่ ามารถไหลเวยี นไปกบั การจราจร Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 72

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ตั เิ หตุ การใช้อปุ กรณ์ในการควบคุมรถ การใช้เกยี ร์ ข้อแนะนาในการเปลยี่ นเกยี ร์ - ใช้เกยี ร์ในการควบคุมความเร็ว - ดูรอบเคร่ืองให้พอดกี บั การเปลย่ี นเกยี ร์ - หลกี เลย่ี งการเปลยี่ นเกยี ร์ เช่น ลงเนิน ทางโค้ง และทางร่วมทางแยก - ควรเลือกเกยี ร์ท่ีเหมาะสมก่อนสถานการณ์น้ัน ๆ จะมาถึง Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 73

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ัตเิ หตุ การใช้อปุ กรณ์ในการควบคุมรถ รถเกยี ร์อตั โนมตั ิ - การทางานของเกยี ร์ D ควรเหยยี บเบรกทุกคร้ังก่อนเข้าเกยี ร์ในการออกรถ เพราะจะมแี รงฉุดจาก เครื่องยนต์เกดิ ขนึ้ โดยไม่ได้เหยยี บคนั เร่ง ซ่ึงเรียกว่า “แรงคลาน” ซึ่งจะทาให้รถเคล่ือนทไ่ี ด้ทนั ที โดยเกยี ร์จะเปลยี่ นขนึ้ ลงอตั โนมตั ิ ตามความเร็วและรอบเครื่องยนต์ - การทางานของเกยี ร์ P การจอดรถโดยมรี ะบบลอ็ กเกยี ร์ทลี่ ้อคู่หน้าเพื่อป้องกนั รถเคลื่อนทคี่ วรใช้ใน ทปี่ ลอดภยั เท่าน้ัน Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 74

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ การใช้อปุ กรณ์ในการควบคุมรถ เบรกมือ - เป็ นอุปกรณ์ความปลอดภยั ทม่ี ใี นรถทุกคนั การทางานเป็ นระบบกลไก ทกี่ ้านเบรกมือในขณะท่ี เราดงึ ก้านเบรกมือขนึ้ มา ก้านเบรกมือกจ็ ะไปดงึ สายเบรกทเี่ พลากลางหรือทเี่ พลาคู่หลงั ให้ผ้าเบรก กางออกจบั กบั จานเบรก ซ่ึงเบรกมือใช้เฉพาะตอนรถหยุดเท่าน้ัน เทคนิคการใช้เบรกมือทถี่ ูกต้อง ดงั นี้ - การออกรถในทางราบ ควรเข้าเกยี ร์ก่อนปลดเบรกมือ - การออกรถบนทางลานชัน เข้าเกยี ร์ 1 ค่อย ๆ ผ่อนคลตั ช์ให้สอดคล้องกบั กดคนั เร่งให้แรงฉุดพอดี กบั ความลาดชัน เมื่อสังเกตว่ารถมแี รงฉุดไปข้างหน้า ค่อย ๆ ปลดเบรกมืออย่างนุ่มนวล ให้เบรกมือลง สุดเม่ือรถเริ่มเคล่ือนตัว Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 75

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การใช้อุปกรณ์ในการควบคุมรถ เบรกมือ (ต่อ) - การหยุดรถในการจราจร เมื่อหยุดเนื่องจากรอสัญญาณไฟ การจราจรตดิ ขดั หรือหยุดเน่ืองจากเหตุ การณ์ใด ๆ กต็ าม เป็ นเวลานานเกนิ กว่า 10 วนิ าที ควรขนึ้ เบรกมือก่อนและปลดเกยี ร์ว่าง แต่ถ้ารถเคล่ือน ทต่ี ่อเน่ืองสลบั กบั หยุด ไม่จาเป็ นต้องขนึ้ เบรกมือ - การจอดรถ ให้เลือกทจ่ี อดรถทปี่ ลอดภยั ไม่กดี ขวางการจราจร จากน้ันขนึ้ เบรกมือ เข้าเกยี ร์ว่าง หรือเกยี ร์ P สาหรับเกยี ร์อตั โนมตั ิและดบั เคร่ืองยนต์ Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 76

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ การใชอ้ ุปกรณ์ในการควบคุมรถ ระบบเบรก (ABS) - ผู้ขบั ขค่ี วรรู้จักการใช้งานอุปกรณ์ในรถเพ่ือความปลอดภยั ควรรู้ว่าเม่ือใช้ระบบเบรก ABS ควรจะ เหยยี บเบรกแรง ๆ ทเี ดยี วค้างไว้ หรือรู้ว่าระบบ ESP จะช่วยชดเชยและปรับสภาพรถให้ทรงตัวอยู่ใน สภาวะปกติทนั กรณรี ถเกดิ สไลด์เม่ือถนนเปี ยกล่ืน หรือหากมสี ิ่งใดมาตัดหน้ารถแต่เบรกทนั ทีไม่ได้ และ ควบคุมรถให้อยู่ในเลนก่อนเบรกรถเพื่อหยุด Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 77

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อบุ ัตเิ หตุ การใช้อุปกรณ์ในการควบคุมรถ ทปี่ ัดนา้ ฝน - วธิ ีการขบั รถขณะฝนตกทปี่ ลอดภัย ผู้ขบั ขคี่ วรจะเปิ ดทปี่ ัดนา้ ฝน โดยปรับระดบั ความเร็วให้สัมพนั ธ์ กบั ฝนทตี่ กลงมา กดป่ ุมไล่ฝ้ากระจกหลงั เมื่อฝนตกใหม่ ๆ นา้ ทกี่ ระเดน็ ขนึ้ มาจะมลี กั ษณะเหนียวคล้าย โคลนควรจะใช้นา้ ฉีดกระจกชะล้างคราบโคลน แต่ไม่ควรฉีดในขณะขบั รถด้วยความเร็วสูง เพราะจะทา ให้มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน เพื่อป้องกนั อุบตั เิ หตุจากรถลื่นไถลหรือหยุดรถไม่ทนั ไม่ควรขบั รถเร็วใน ช่วงฝนตก และไม่ควรจะขบั รถชิดคนั หน้ามากเกนิ ไป พยายามขบั รถให้อยู่ในช่องทางของตนเอง ไม่หยุด รถหรือเปลยี่ นช่องทางกะทนั หันในระยะกระช้ันชิด และหลกี เลยี่ งการเปิ ดไฟกระพริบหรือไฟฉุกเฉิน เพราะจะสร้างความเข้าใจผดิ แก่ผู้ร่วมทางได้ Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 78

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ตั เิ หตุ การใช้อปุ กรณ์ในการควบคุมรถ สัญญาณแตร สัญญาณแตร คือ สัญญาณเสียงทใ่ี ช้เตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพม่ิ ความระมดั ระวงั โดยแจ้งให้รู้ว่า ตาแหน่งของรถทใ่ี ห้สัญญาณอยู่ทใี่ ด การใช้สัญญาณแตรทถ่ี ูกต้อง ควรเปิ ดสัญญาณส้ัน ๆ ห้ามใช้สัญญาณแตรยาวเกนิ ควรโดยเดด็ ขาด ยกเว้นกรณฉี ุกเฉินทจ่ี า เป็ นจริง ๆ หากฝ่ าฝื นมโี ทษปรับไม่เกนิ 500 บาท และควรให้สัญญาณแตร เมื่อขบั รถผ่านบริเวณทางโค้ง หักศอกทมี่ องไม่เห็นรถทวี่ ง่ิ สวนทางมาหรือมุมอบั และตามซอยทมี่ กี าแพงทบึ บงั อยู่ เพื่อส่งสัญญาณให้ กบั รถคนั อ่ืน Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 79

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ัตเิ หตุ การใช้อปุ กรณ์ในการควบคุมรถ สัญญาณแตร (ต่อ) ข้อสาคญั ควรหลกี เลย่ี งการใช้สัญญาณแตรเพื่อต่อว่าผู้ขบั ขอี่ ื่น ขณะเดยี วกนั การเปิ ดเคร่ือง เสียงภายในรถควรเปิ ดทร่ี ะดบั ไม่เกนิ 85 – 90 เดซิเบล เพราะเสียงดงั เกนิ กว่าทรี่ ะบุ จะเป็ นการทาลาย ประสาทหูของผู้ทอี่ ยู่ภายในระโดยไม่รู้ตัว และการเปิ ดเครื่องเสียงดบั เกนิ ไป อาจทาให้ไม่ได้ยนิ เสียง ความผดิ ปกตขิ องเคร่ืองยนต์หรืออุปกรณ์ของรถ และจะทาให้ผู้ขบั ขไี่ ม่ได้ยนิ เสียงแตร หรือเสียงสัญญาณ อื่น ๆ ทรี่ ถคนั อ่ืนต้องการส่งสัญญาณให้ อาจทาให้เกดิ อุบตั ิเหตุทไี่ ม่คาดคดิ ตามมา Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 80

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การใช้อุปกรณ์ในการควบคุมรถ การให้สัญญาณไฟฉุกเฉิน แม้ว่าสัญญาณไฟฉุกเฉินจะมปี ระโยชน์ เม่ือเกดิ เหตุคบั ขนั หรืออยู่ในสถานการณ์อนั ตราย แต่หากเปิ ดใช้อย่างพร่าเพรื่อ อาจเป็ นต้นเหตุของอุบตั ิเหตุร้ายแรงได้ เช่น กรณขี บั ข้ามสี่แยกทไี่ ม่มี สัญญาณไฟ ไม่ควรเปิ ดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เพราะจะทาให้ผู้ขบั รถทางซ้ายและทางขวาน้ันเป็ นไฟกระ พริบเพยี งด้านเดยี วทาให้เข้าใจผดิ ว่ารถกาลงั จะเลยี้ วก่อให้เกดิ อุบตั เิ หตุได้ วธิ ีทขี่ บั รถข้ามทางแยกทไี่ ม่มี สัญญาณไฟทถ่ี ูกต้องน้ัน ต้องชะลอความเร็วมองซ้ายมองขวาอย่างรอบคอบเมื่อเห็นว่าถนนไม่มรี ถจึง ค่อยขบั รถตรงไปจะเป็ นวธิ ีทป่ี ลอดภัยทส่ี ุด Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 81

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การใช้อุปกรณ์ในการควบคุมรถ ไฟตดั หมอก ไฟตดั หมอก ส่วนใหญ่จะเป็ นหลอดพเิ ศษ (Spot Light) ส่องในระนาบขนานกบั พืน้ ถนนหรือ ตกพืน้ ในระยะไกลความสว่างมมี าก และส่องได้ไกลกว่าโดยเฉพาะในขณะทฝี่ นตกหรือหมอกลงจัด หลอดไฟหน้าปกตถิ ้าเปิ ดส่องในขณะหมอกลงจัด การขบั รถบนถนนทสี่ ภาพอากาศปกตไิ ม่ให้เปิ ดไฟตัด หมอกเพราะไฟตัดหมอกเป็ นไฟทใ่ี ห้ความสว่างสูงเป็ น Spot Light จงึ สามารถส่องสว่างไปได้ไกล ซ่ึง หากเปิ ดใช้ในช่วงเวลาทไ่ี ม่เหมาะสมแล้วแสงจากหลอดไฟตัดหมอก จะไปรบกวนสายตาผู้ทข่ี บั ขรี่ ถสวน ทางมาทาให้ตาพร่ามวั และมโี อกาสทจี่ ะเกดิ อุบตั ิเหตุได้สูงมาก Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 82

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การใช้อปุ กรณ์ในการควบคุมรถ ท่านั่งขบั ผู้ขบั ขส่ี ่วนใหญ่มากกว่า 80 % ยงั มที ่านั่งขณะขบั รถทไ่ี ม่ถูกต้องซึ่งจะมผี ลต่อการควบคุมรถ เม่ือเกดิ เหตุฉุกเฉิน หรืออาจประสบปัญหาปวดหลงั ปวดไหล่ เม่ือต้องขบั รถเป็ นระยะเวลานาน วธิ ีการน่ัง ขณะขบั รถทถ่ี ูกต้อง ควรน่ังให้ก้นชิดเบาะ ไหล่พงิ เบาะ เท้าอยู่ในตาแหน่งเหยยี บคนั เร่ง เบรก และคลตั ช์ อย่างสะดวก ส่วนหลงั ต้งั ตรง ไหล่พงิ แนบเบาะพอดี โดยการน่ังขบั ขใ่ี นท่าดงั กล่าว จะเป็ นการถ่ายนา้ หนัก ลงสู่บ้นั ท้ายทถ่ี ูกต้องตามสุขลกั ษณะ จะช่วยคลายความเครียด แก้ปัญหาปวดหลงั และทาให้ประสาทส่ัง การได้ดดี ้วย Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 83

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การใช้อปุ กรณ์ในการควบคุมรถ การคาดเข็มขัดนิรภัย (Seat belt) ผู้ขบั ขแี่ ละผู้โดยสารทุกคนต้องคาดเขม็ ขดั นิรภยั ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดนิ ทางใกล้หรือไกล เพราะ ผู้ทไี่ ม่คาดเขม็ ขดั มอี ตั ราเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเมื่อเกดิ อุบตั ิเหตุ ตัวของผู้ประสบเหตุอาจกระแทกกบั พวงมา ลยั รถหรือกระจกบงั ลมหน้ารถก่อนด้วยความเร็วสูงใกล้เคยี งกบั การตกจากตกึ สูง ร่างกายส่วนบนกระแทก กบั พวงมาลยั ศีรษะกระแทกกบั กระจก ขาส่วนบนจะยนั กบั หน้าปัด เป็ นเหตุให้ขาหักและกระดูกเชิงกราน เคลื่อน ทาให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงข้นั เสียชีวติ ได้ และหากผู้ประสบเหตุหลุดออกนอกรถ จะมโี อกาสเสีย ชีวติ มากกว่าคนอยู่ในรถถึง 6 เท่า ไม่ควรให้เดก็ น่ังเบาะหน้ารถหรือน่ังตกั ผู้ขบั ขเ่ี พราะหากเกดิ อุบตั เิ หตุ เดก็ อาจไปกระแทกคอนโซลรถหรือกระจกหน้า และหากถุงลมนิรภัยทางานจะพอตัวมากระแทกศีรษะและ ปิ ดทางเดนิ หายใจ มโี อกาสเสียชีวติ เพมิ่ ขนึ้ Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 84

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ การใช้อุปกรณ์ในการควบคุมรถ การสตาร์ทเคร่ืองยนต์ วธิ ีการสตาร์ทเคร่ืองยนต์อย่างถูกต้องควรเริ่มต้นด้วยการดงึ เบรกมือให้สุด ให้รถอยู่ในตาแหน่ง เกยี ร์ว่าง เหยยี บคลตั ช์ให้สุด ปิ ดอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด บดิ Switch กุญแจไปทตี่ าแหน่ง ON ตรวจมาตรวดั และหลอดไฟเตือนต่าง ๆ จากน้ันจงึ สตาร์ทเคร่ืองยนต์ ซ่ึงโดยปกติไม่ควรใช้เวลาเกนิ 5 วนิ าที โดยก่อนออก รถต้องตรวจมาตรวดั และหลอดไฟเตือนอกี คร้ัง เมื่อเขม็ มาตรความร้อนเริ่มขยบั จงึ ค่อย ๆ ออกรถ ข้อสาคญั ไม่ (ควรบดิ กุญแจ) สตาร์ทเคร่ืองยนต์นานเกนิ 30 วนิ าที เพราะจะทาให้แบตเตอร่ีไฟ หมดหรือไดสตาร์ทไหม้ Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 85

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ เทคนิคการมองทป่ี ลอดภัย เทคนิคการมองทปี่ ลอดภยั มอี ยู่ 6 จุดได้แก่ รถทม่ี าจากด้านหน้า รถทอี่ ยู่ด้านหลงั รถทเี่ รากาลงั เตรียมแซง รถทก่ี าลงั จะขบั แซง รถทมี่ าจากด้านข้างและรถทวี่ งิ่ สวนทางมา ดงั น้ันการใช้สายตาและการให้ สัญญาณไฟ จึงเป็ นสิ่งสาคญั จึงควรตรวจสอบสายตาให้พร้อมสาหรับการขบั รถด้วย การมองแบ่งเป็ น 3 ระยะ คือ ระยะท่ี 1 คือระยะไกล ทสี่ ามารถมองเห็นสถานการณ์การจราจรในภาพรวมทม่ี เี วลาวเิ คราะห์แยกแยะสถาน การณ์ทอ่ี าจก่อนให้เกดิ อุบตั เิ หตุ ระยะที่ 2 คือระยะกลาง เป็ นข้นั เตรียมตัวเตรียมการแก้ไขสถานการณ์ ระยะที่ 3 คือระยะแก้ไขสถานการณ์ ในการขบั รถทปี่ ลอดภัยนอกจากต้องมกี ารมอง 3 ระยะดงั กล่าวแล้ว ยงั ต้องมกี ารมองกวาดสายตาด้วย เพราะเมื่อความเร็วรถเพม่ิ ขนึ้ การมองเห็นด้านข้างจะลดลง เช่น รถท่ี ความเร็ว 100 กม./ ชม. มุมองศาของตาจะแคบลงเหลือเพยี ง 40 องศาเท่าน้ัน จงึ ต้องชดเชยด้วยการ กวาดสายตาสมา่ เสมอขณะขบั รถ Revision 1/2018 vdo 5 - 8 86 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อบุ ัตเิ หตุ เทคนิคการมองทปี่ ลอดภัย เทคนิคการมองทปี่ ลอดภัย มอี ยู่ 6 จุดได้แก่ รถทมี่ าจากด้านหน้า รถทอ่ี ยู่ด้านหลงั รถทเ่ี รากาลงั เตรียมแซง รถทกี่ าลงั จะขบั แซง รถทม่ี าจากด้านข้างและรถทว่ี งิ่ สวนทางมา ดงั น้ันการใช้สายตาและการให้ สัญญาณไฟ จงึ เป็ นส่ิงสาคญั จึงควรตรวจสอบสายตาให้พร้อมสาหรับการขบั รถด้วย การมองแบ่งเป็ น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 คือระยะไกล ทสี่ ามารถมองเห็นสถานการณ์การจราจรในภาพรวมทม่ี เี วลาวเิ คราะห์แยกแยะสถาน การณ์ทอี่ าจก่อให้เกดิ อุบตั เิ หตุ ระยะท่ี 2 คือระยะกลาง เป็ นข้นั เตรียมตวั เตรียมการแก้ไขสถานการณ์ ระยะที่ 3 คือระยะแก้ไขสถานการณ์ ในการขบั รถทป่ี ลอดภัยนอกจากต้องมกี ารมอง 3 ระยะดงั กล่าวแล้ว ยงั ต้องมกี ารมองกวาดสายตาด้วย เพราะเมื่อความเร็วรถเพมิ่ ขนึ้ การมองเห็นด้านข้างจะลดลง เช่น รถท่ี ความเร็ว 100 กม./ ชม. มุมองศาของตาจะแคบลงเหลือเพยี ง 40 องศาเท่าน้ัน จึงต้องชดเชยด้วยการ กวาดสายตาสมา่ เสมอขณะขบั รถ Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 87

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ การใช้สายตามองขณะขบั ขี่ มาตรฐานการขบั ขที่ ป่ี ลอดภยั ผู้ขบั ขต่ี ้องมสี ายตาทส่ี ามารถมองเห็นส่ิงต่าง ๆ บนท้องถนนและ ข้างทางได้อย่างน้อยร้อยละ 85 ของสายตาปกติ และต้องมลี านสายตา คือบริเวณท้งั หมดทมี่ องเห็นเมื่อเพ่ง ตรงไปข้างหน้ากว้างไม่น้อยไม่ 140 องศา รวมท้งั ต้องไม่ตาบอดสี หรือสายตามองเห็นกลางคืนได้ช้ากว่า ปกติ เพราะน่ันจะเป็ นสาเหตุของอุบตั เิ หตุ การขอต่ออายุใบอนุญาตขบั ขท่ี ุกชนิดจงึ ต้องผ่านการทดสอบ สายตาเพ่ือความปลอดภยั ในการขบั รถ นอกจากนีผ้ ู้ขบั ขคี่ วรระวงั จุดทม่ี กั เกดิ อุบตั ิเหตุขณะขบั ขด่ี ้วย Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 88

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ การปรับมุมกระจก อุบตั เิ หตุมกั มโี อกาสเกดิ ขนึ้ สูงในช่วงการเปลย่ี นช่องทางการขบั รถโดยทม่ี องไม่เห็นรถทอ่ี ยู่ด้าน ข้างหรือรถทข่ี บั ตามมาอนั เนื่องจากตาแหน่งของกระจกมองข้างและมองหลงั เกดิ มุมอบั ทาให้เห็นไม่ชัดเจน ตาแหน่งของกระจกข้างทเ่ี หมาะสมต้องอยู่ในแนวต้ังขนานไม่ก้มหรือเงย หรือเห็นตัวถังรถด้านข้างมาก เกนิ ไป ส่วนกระจกมองหลงั ต้องปรับให้เห็นพืน้ ทดี่ ้านหลงั ให้มากทส่ี ุด และต้องให้เห็นพืน้ ทดี่ ้านซ้ายของ รถด้วย โดยต้องไม่ให้เห็นศีรษะของผู้ขบั ในกระจกมองหลงั Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 89

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ เทคนิคการมองกระจก ในขณะขบั รถ ผู้ขบั ขจ่ี าเป็ นต้องตรวจสอบกระจกทุกบานตลอดเวลา หรือทุก ๆ 5 – 8 วนิ าทเี พื่อ ให้รู้ตาแหน่งรถคนั อ่ืน เพ่ือเป็ นข้อมูลในการวางแผนการขบั ข่ี แต่เนื่องจากกระจกมจี ุดบอด ซึ่งจะทาให้มอง ไม่เห็นครอบคลุมท้งั หมด ดงั น้ันทุกคร้ังก่อนเปลย่ี นช่องทางจราจร หรือเลยี้ วรถ ควรมองข้ามหัวไหล่ โดย การหันหน้าไปมองด้านข้างในทศิ ทางทเี่ รากาลงั จะไปอกี คร้ัง ซ่ึงฝึ กโดยใช้เทคนิค ก. ส. ม. ป. ย่อมาจาก กระจก – สัญญาณ – มองข้ามไหล่ - ปฏิบตั ิ Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 90

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การตรวจสอบการจราจร การขับรถทเี่ พม่ิ ความปลอดภยั มากขนึ้ ต้องมตี รวจสอบการจราจรด้าน ข้างและด้านหลงั จากกระจกอย่างสมา่ เสมออย่างน้อยทุก ๆ 10 วนิ าที (ดูรถด้าน หลงั และด้านข้าง) และควรขับรถทงิ้ ห่างรถคนั หน้าไม่น้อยกว่า 4 วนิ าทใี นกรณที ีร่ ถวง่ิ ด้วย ความเร็ว 60 กโิ ลเมตรต่อช่ัวโมง (เพื่อให้มีระยะเบรกหยุด) ส่วนกรณขี ับรถตามรถขนาดใหญ่ ต้องทงิ้ ระยะห่างให้มากขนึ้ กว่าปกติทุกคร้ัง Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 91

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การออกรถทป่ี ลอดภยั การออกรถทปี่ ลอดภัย ป้องกนั รถไหลไปชนรถคนั อื่น ผู้ขบั ขตี่ ้องเข้าเกยี ร์รถก่อนออกรถ จากน้ันค่อยปลดเบรกมือ ซ่ึงเบรกมือจะลงสุดเม่ือรถเริ่มเคล่ือนตัวไปในทศิ ทางทตี่ ้องการ ส่วนการออกรถ บนทล่ี าดชันให้เข้าเกยี ร์ก่อน แล้วเล่ือนเท้าไปคุมทคี่ นั เร่งกดลงไปให้เพยี งพอ และพอดกี บั ความลาดชันท่ี มองเห็น จากน้ันจึงปลดเบรกมือและลงสุดเม่ือรถเริ่มเคล่ือนตวั วธิ ีการนีจ้ ะช่วยป้องกนั รถไหลไป ชนคนั หลงั Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 92

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การจอดและหยดุ รถ วธิ ีการจอดรถและหยุดรถทถี่ ูกต้อง สามารถช่วยลดอุบตั ิเหตุได้อกี ทางหนึ่ง เช่น การหยุดรถเม่ือ ตดิ สัญญาณไฟแดง การหยุดรถระหว่างการจราจรบนทางราบนานเกนิ 10 วนิ าที ควรขนึ้ เบรกมือแล้วปลด เกยี ร์ว่างทุกคร้ัง เพ่ือความปลอดภัย เพราะขณะรถหยุดอยู่ หากมรี ถอื่นพลาดพล้งั มาชนท้ายรถ การใส่ เบรกมือไว้จะช่วยบรรเทาความรุนแรงจากอุบตั ิเหตุดงั กล่าว ให้ได้รับความบาดเจ็บน้อยลง แล้วยงั ช่วยไม่ ให้รถเล่ือนไหลไปชนท้ายรถคนั หน้าได้อกี ด้วย Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 93

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อบุ ตั เิ หตุ ระยะหยดุ รถ ระยะหยุด = ระยะคดิ + ระยะเบรก ระยะทางทร่ี ถวงิ่ ไปต้งั แต่ผู้ขบั ขสี่ ังเกตเห็น ถอนเท้าออกจาก คนั เร่งไปแตะเบรกและเหยยี บเบรกจนรถหยุดน่ิง ระยะคดิ ระยะทางทร่ี ถวงิ่ ไปต้งั แต่ผู้ขบั ขสี่ ังเกตเห็น และถอน เท้าจากคนั เร่งไปแตะเบรก ขนึ้ อยู่กบั ความสามารถทางสมอง ของผู้ขบั ขแี่ ต่ละคน เร็วช้า ไม่เท่ากนั แม้ว่าคนเดยี วกนั แต่ต่างเวลา ต่างอารมณ์กไ็ ม่เท่ากนั ระยะเบรก ระยะทางทร่ี ถวงิ่ ไปต้ังแต่เร่ิมเหยยี บเบรกจนกระทงั่ รถหยุดน่ิง ซ่ึงขนึ้ อยู่กบั ขนาดและชนิดของรถ สภาพยาง ระบบช่วงล่าง สภาพถนน เป็ นต้น Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 94

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ รถนง่ั ทว่ั ไป ระยะคดิ ระยะเบรก ระยะหยุดรถ 95 (เมตร) (เมตร) (เมตร) อตั ราความเร็ว 7 กม./ชม. 4 3 12 20 6 6 18 30 8 10 25 40 10 15 34 50 12 22 43 60 14 29 54 70 16 38 66 80 18 48 90 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 Revision 1/2018

การขบั รถปลอดภัยเชิงป้องกนั อบุ ัตเิ หตุ รถบรรทุก / รถโดยสารขนาดใหญ่ อตั ราความเร็ว ระยะคดิ ระยะเบรก ระยะหยุดรถ กม./ชม. (เมตร) (เมตร) (เมตร) 23 20 14 9 38 17 55 30 21 27 73 38 97 40 28 55 123 74 158 50 35 102 185 122 60 42 70 49 80 56 90 63 96 Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การจอดรถริมทาง อนั ตรายจากการจอดรถริมไหล่ทาง เป็ นจุดอนั ตรายทมี่ กั เกดิ อุบตั ิเหตุบ่อยคร้ัง เนื่องจากหากมี รถจอดข้างทางแล้วมรี ถแซงซ้ายด้วยความเร็วโดยไม่ทราบว่ามรี ถจอดกดี ขวางอยู่ อาจจะหยุดรถไม่ทนั พุ่ง ชนรถทจ่ี อดข้างทางอย่างรุนแรง เพื่อความปลอดภัยไม่ควรจอดรถริมไหล่ทาง โดยเฉพาะทางขนึ้ ลงสะพาน ถนนทไี่ หล่ทางแคบหรือเป็ นคอขวดโดยเดด็ ขาด หากจาเป็ นควรให้สัญญาณไฟล่วงหน้า เปิ ดไฟฉุกเฉิน ต้งั ป้ายเตือนหรือวางวสั ดุทเี่ ห็นได้ชัดในระยะไกล เช่น วางกรวยยางด้านหน้าและหลงั รถในระยะ 50 เมตร ซ่ึงระยะมองเห็นต้องไม่น้อยกว่า 150 เมตร หรือจอดในจุดจอดรถริมทางทจ่ี ัดไว้เท่าน้ัน นอกจากนีส้ ่ีแยกก็ เป็ นจุดเสี่ยงทม่ี กั เกดิ อุบตั เิ หตุรุนแรง เน่ืองจากรถทวี่ งิ่ ผ่านทางแยกมกั ใช้ความเร็วสูง กรณเี ป็ นสี่แยกทมี่ ี สัญญาณไฟ ผู้ขบั ขคี่ วรปฏิบตั ิตามอย่างเคร่งครัด หากเห็นไฟเหลืองให้ชะลอความเร็วและหยุดรถหลงั เส้น ทกี่ าหนด ส่ีแยกทไ่ี ม่มสี ัญญาณไฟ กค็ วรจะชะลอความเร็ว มองซ้าย – มองขวา จนแน่ใจว่าปลอดภยั แล้วจึง ค่อยข้ามผ่านทางแยก Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 97

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบตั เิ หตุ การจอดรถริมทาง (ต่อ) การจอดรถริมทางทถ่ี ูกต้อง ต้องคานึงถึงมารยาทการขบั รถด้วย โดยไม่ต้องกดี ขวางการจราจร และต้องจอดรถทด่ี ้านซ้ายของการเดนิ รถด้วย การจอดชิดขอบทางด้านซ้ายในระยะห่างไม่เกนิ 25 เซนตเิ มตรหรือจอดในจุดทเ่ี จ้าพนักงานกาหนด โดยห้ามจอดบนทางเท้า บนสะพานหรืออุโมงค์ ในทางร่วม ทางแยกและในระยะ 10 เมตรจากทางร่วมทางแยก และทสี่ าคญั ห้ามจอดในเขตทม่ี เี คร่ืองหมายจราจรห้าม จอดรถเป็ นอนั ขาด เพราะเป็ นการฝ่ าฝื นกฎจราจร ซึ่งนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนต่อการสัญจรแล้ว ยงั มคี วามผดิ ตามกฎหมายด้วย Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 98

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อบุ ัตเิ หตุ การเบรก (รถบรรทุก/รถโดยสารขนาดใหญ่) อุบตั เิ หตุส่วนใหญ่เกดิ ขนึ้ จากเบรกไม่ทนั ดงั น้ันผู้ขบั ขค่ี วรศึกษาความสัมพนั ธ์ระหว่างความเร็ว รถกบั ระยะเบรกทป่ี ลอดภัย ดงั นี้ ถ้าคุณขบั รถด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ระยะเบรกทตี่ ้องใช้อย่างน้อยทส่ี ุด คือ 97 เมตร ถ้ารถด้วยความเร็ว 80 กม./ชม. ระยะเบรกทต่ี ้องใช้อย่างน้อยทสี่ ุดคือ 158 เมตร ถ้าขบั รถด้วย ความเร็ว 100 กม./ชม. ระยะเบรกทตี่ ้องใช้อย่างน้อยทสี่ ุดคือ 214 เมตร ก่อนตัดสินใจขบั รถด้วยความเร็วเท่าใดอย่าลืมเผ่ือระยะเบรก ทป่ี ลอดภัยไว้ด้วยทุกคร้ัง เพราะอุบตั ิเหตุจากการขบั ข่ี แต่ละคร้ัง ก่อให้เกดิ ความสูญเสีย และสร้างความเดือดร้อนให้กบั ผู้ร่วมทางบนท้องถนน อกี มากมาย Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 99

การขบั รถปลอดภยั เชิงป้องกนั อุบัตเิ หตุ การเบรก (รถน่ังส่วนบุคคลทว่ั ไป) อุบตั เิ หตุส่วนใหญ่เกดิ ขนึ้ จากเบรกไม่ทนั ดงั น้ันผู้ขบั ขคี่ วรศึกษาความสัมพนั ธ์ระหว่างความเร็ว รถกบั ระยะเบรกทป่ี ลอดภยั ดงั นี้ ถ้าคุณขบั รถด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ระยะเบรกทต่ี ้องใช้อย่างน้อยทสี่ ุด คือ 34 เมตร ถ้ารถด้วยความเร็ว 80 กม./ชม. ระยะเบรกทตี่ ้องใช้อย่างน้อยทสี่ ุดคือ 54 เมตร ถ้าขบั รถด้วย ความเร็ว 100 กม./ชม. ระยะเบรกทตี่ ้องใช้อย่างน้อยทส่ี ุดคือ 80 เมตร ก่อนตัดสินใจขบั รถด้วยความเร็วเท่าใดอย่าลืมเผ่ือระยะเบรกทป่ี ลอดภยั ไว้ด้วยทุกคร้ัง เพราะอุบตั ิเหตุจากการขบั ขแ่ี ต่ละคร้ัง ก่อให้เกดิ ความ สูญเสีย และสร้างความเดือดร้อนให้กบั ผู้ร่วมทางบนท้องถนน อกี มากมาย Revision 1/2018 วณฐั สุข สงวนศิริ www. Advanceddefensives.com อา้ งอิง: กรมการขนส่งทางบก 2560 100


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook