กลุ่มท่ี 2 ประเด็นการพฒั นาเพื่อยกระดับการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก 91 แนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวคอื การสร้างสิทธิเฉพาะ (Sui Generis Rights) ให้แกเ่ จา้ ของ TK และ TCE ดังกล่าว เป็นกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอีกประเภทหน่ึง การสร้างสิทธิเฉพาะดังกล่าว อาจเป็นการก�ำหนดให้ สทิ ธใิ นหลากหลายระดับก็ได้ ต้ังแตก่ ารใหส้ ิทธแิ ก่บุคคล ชุมชน หรอื รัฐ จะเหน็ ไดว้ า่ ประเดน็ เรอ่ื งการสทิ ธเิ ฉพาะสำ� หรบั เจา้ ของ TK และ TCE มคี วามสมั พนั ธก์ บั พระราชบญั ญตั ิ คุม้ ครองและสง่ เสรมิ ภูมปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2542 อยา่ งเดน่ ชดั 3.2.9 การก�ำหนดข้อตกลงในการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ (ABS Agreement) ที่เกิดจาก ทรัพยากรพนั ธุกรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ และการแสดงออกทางวฒั นธรรม ท่าทีของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มองว่าเรื่อง ABS Agreement จะสร้างความยุ่งยากในทางปฏิบัติต่อ ผตู้ รวจค�ำขอทรัพยส์ นิ ทางปัญญา (สทิ ธบิ ตั ร) ท่าทีของกลุ่มประเทศก�ำลังพัฒนา เห็นว่าควรให้ส�ำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาภายในแต่ละประเทศเป็น หน่วยงานทำ� หน้าที่ ประสานเรอ่ื งการจัดท�ำข้อตกลง ABS Agreement กลา่ วได้ว่า ประเดน็ เร่ืองการก�ำหนดข้อตกลงเก่ยี วกับการเข้าถงึ และแบง่ ปนั ผลประโยชน์ (Access and Benefit Sharing) ท่ีเกดิ จากทรัพยากรพันธุกรรม ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ และการแสดงออกทางวัฒนธรรมด้ังเดมิ เปน็ ประเดน็ ทสี่ บื เนอื่ งมาจากความตอ้ งการของกลมุ่ ประเทศกำ� ลงั พฒั นาในการทำ� ใหอ้ นสุ ญั ญา CBD และพธิ สี าร Nagoya Protocol มีผลในทางภาคปฏบิ ตั ิ และเปน็ ผลมาจากความต้องการในเรื่องการเปิดเผยแหลง่ ทมี่ า (Disclosure of Origins) โดยการเปดิ เผยแหลง่ ทีม่ ามวี ตั ถปุ ระสงคส์ �ำคัญเพื่อตอบแทนเจา้ ของ GR, TK และ TCE ทแ่ี ท้จริง ซ่ึงใน กรณีนี้คอื ชุมชนตา่ ง ๆ ดว้ ยการก�ำหนดข้อตกลงแบง่ ปนั ผลประโยชน์ ประเด็นดงั กลา่ วจะได้น�ำไปศึกษาเพอ่ื หาทา่ ที ที่เหมาะสมและแนวทางในการจัดการเชิงนโยบายส�ำหรับประเทศไทยตอ่ ไป 3.2.10 การจัดท�ำฐานขอ้ มลู (GR, TK & TCE Database) ในเรอื่ งการจดั ทำ� ฐานขอ้ มลู ทรพั ยากรพนั ธกุ รรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ และการแสดงออกทางวฒั นธรรมดง้ั เดมิ (GR, TK, TCE Database) คงเปน็ ประเด็นเดียวทีท่ กุ ๆ ประเทศเหน็ พอ้ งกันว่าควรมกี ารจดั ท�ำฐานขอ้ มูลดงั กลา่ ว เพื่อป้องกันการจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะสิทธิบัตรที่ผิดพลาด โดยการสร้างแหล่งข้อมูล ท่ีชัดเจน และท�ำลายเร่ืองความใหม่ของสิ่งประดิษฐ์ท่ีน�ำทรัพยากรพันธุกรรมมาใช้ในการจดทะเบียนทรัพย์สินทาง ปัญญา (สิทธิบตั ร) อยา่ งไรก็ตาม การจดั ทำ� ฐานขอ้ มลู เก่ียวกบั GR, TK และ TCE ยังมีท่าทีระหวา่ งกลมุ่ ประเทศ ท่ีพฒั นาแล้วกับก�ำลงั พฒั นาท่ีแตกตา่ งกันในรายละเอียดและควรทีจ่ ะพิจารณา กลา่ วคอื มุมมองของกลุม่ ประเทศทพ่ี ัฒนาแล้ว เห็นวา่ ควรมี Database จัดใหส้ ำ� หรับการตรวจค้นคำ� ขอสิทธิบัตร เพื่อ ปอ้ งกนั ขอ้ ผดิ พลาดในเรอ่ื งการออกใบอนญุ าตสทิ ธิบตั ร มุมมองของกลุ่มประเทศก�ำลังพัฒนา เห็นด้วยกับการจัดท�ำฐานข้อมูลดังกล่าว แต่แสดงความกังวลเก่ียวกับ การรักษาความลับ (Confidentiality) ของข้อมูลดังกล่าว รวมถึงปัญหาการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตและ ผิดกฎหมาย หรือกรณกี ารลักลอบเขา้ ฐานขอ้ มูลและการเผยแพร่ข้อมลู รวมตลอดทัง้ ข้อจ�ำกัดในเรือ่ งงบประมาณในการ จัดท�ำฐานขอ้ มูลดงั กล่าว Position-5.indd 91 9/13/19 16:05
92 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย 4. ผลกระทบตอ่ ระบบกฎหมายไทยที่เก่ยี วกับกรอบ WIPO IGC 4.1 ระบบกฎหมายคมุ้ ครองภมู ิปญั ญาการแพทย์ทอ้ งถิน่ จากกรอบเจรจาภายใต้ WIPO IGC สู่ประเด็นเร่ืองผลกระทบของกรอบการเจรจาดังกล่าวต่อระบบ กฎหมายไทย แม้กรอบกติกาภายใต้ WIPO IGC จะยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่กล่าวได้ว่าประเด็นเร่ืองการคุ้มครอง ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ เปน็ เรอื่ งสำ� คญั สำ� หรบั ประเทศไทยทจี่ ำ� เปน็ จะตอ้ งมรี ะบบจดั การและมาตรการรองรบั เพอื่ ปกปอ้ ง คุ้มครองและรักษาภูมิปัญญามิให้ถูกฉกฉวยเอาไปใช้ประโยชน์ดังตัวอย่างที่เคยปรากฏมาก่อน อาทิ กรณี การจด ทะเบยี นสทิ ธบิ ตั รกวาวเครอื หรอื การจดสทิ ธบิ ตั รเปลา้ นอ้ ย[33] อนั เปน็ เหตผุ ลสำ� คญั ทที่ ำ� ใหป้ ระเทศไทย ตรากฎหมาย ขึ้นฉบับหน่ึงเพื่อเป็นการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองและ ส่งเสรมิ ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ส่วนนี้จะกล่าวถึงผลกระทบของกรอบการเจรจาระหว่างประเทศ ภายใต้ WIPO IGC ท่ีมีต่อกฎหมายดังกล่าว โดยจะให้ความส�ำคัญกับผลกระทบที่จะเกิดต่อกฎหมายไทยท้ังใน มุมมองของการป้องกัน (Defensive Measures) และการส่งเสริมภูมิปัญญา รวมตลอดท้ังการแนวทาง ในการ ถา่ ยทอดองคค์ วามร้เู กย่ี วกับประเดน็ ดังกลา่ วสภู่ าคประชาชนซง่ึ จะได้ท�ำเปน็ ขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบายต่อไป 4.2 การวิเคราะห์กฎหมายท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก การเจรจากรอบกตกิ าภายใต้ WIPO IGC เกย่ี วข้องกบั ประเด็นทรัพย์สนิ ทางปัญญาทเ่ี กย่ี วกับทรพั ยากร พันธุกรรม (IP-GR) ภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่ (TK) และการแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิม (TCEs) มีผลกระทบทโี่ ดยตรง ตอ่ พระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองและสง่ เสรมิ ภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2542 กฎหมายทอ่ี ยภู่ ายใตก้ รมการแพทย์ แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก โดยกฎหมายฉบบั ดงั กลา่ วเปน็ กฎหมายเพยี งไมก่ ฉ่ี บบั ในโลกทใ่ี หก้ ารคมุ้ ครอง และ สง่ เสรมิ เรอ่ื งเกย่ี วกบั องคค์ วามรดู้ า้ นการแพทย์[34] ซง่ึ บรรดานกั วชิ าการอา้ งวา่ การตรากฎหมายดงั กลา่ ว มวี ตั ถปุ ระสงค์ สำ� คญั เพอื่ ใหค้ วามคมุ้ ครองภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ และองคค์ วามรดู้ ง้ั เดมิ ของชมุ ชนภายในประเทศเปน็ ตวั อยา่ งของระบบ กฎหมายทดี่ ีที่แสดงใหเ้ ห็นถงึ การปฏิบัติตามแนวทางและกรอบพนั ธกรณที ่อี นสุ ญั ญา CBD ได้วางหลักไว้ สรปุ สาระ สำ� คญั พระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองและสง่ เสรมิ ภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2542 และผลกระทบทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ จาก กรอบเจรจาภายใต้ WIPO IGC ไดด้ งั ต่อไปนี้ 4.2.1 การขน้ึ ทะเบยี นต�ำรับและต�ำรายาแผนไทย หมวด 2 แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 เป็น บทบญั ญตั ิ ท่ีเก่ียวกบั การรับรองและการขนึ้ ทะเบียนตำ� รบั หรือต�ำรายาแผนไทย โดยภมู ิปญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย ท่ีได้รับการคุ้มครองจะเกี่ยวข้องกับสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย หรือเก่ียวกับต�ำรับยาแผนไทยหรือต�ำรา ยาแผนไทย ซึ่งแบง่ ระดบั การคุ้มครองออกเปน็ 3 ระดับ ตั้งแต่ 1) ภูมปิ ัญญาของชาติ 2) ภูมปิ ัญญาท่วั ไป และ 3) ภมู ิปญั ญาสว่ นบคุ คล จะเหน็ ไดว้ า่ กฎหมายดงั กลา่ วใหส้ ทิ ธกิ ารคมุ้ ครอง (Property Rights) เปน็ สามระดบั ตง้ั แตร่ ะดบั ปจั เจกชน (Individual) ระดับชุมชน (Communities) และระดับชาติ (State) และก่อให้เกิดระบบการคุ้มครองสิทธิ ใน ทางทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง กล่าวได้ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวมีความสอดคล้องรองรับแนวปฏิบัติของ อนุสัญญา CBD และกรอบเจรจาภายใต้ WIPO IGC อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องการก�ำหนดให้สมาชิก Position-5.indd 92 9/13/19 16:05
กล่มุ ท่ี 2 ประเด็นการพฒั นาเพ่ือยกระดับการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก 93 ดำ� เนนิ การคมุ้ ครองและใหส้ ทิ ธกิ ารคมุ้ ครองตามกฎหมายสำ� หรบั เจา้ ของภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ (TK Holders) อาจกลา่ ว ไดว้ า่ พระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองและสง่ เสรมิ ภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2542 เปน็ ตวั แบบของระบบกฎหมาย (Sui Generis Model) แกป่ ระเทศตา่ ง ๆ ท่ัวโลก การประกาศข้ึนทะเบียนต�ำรับและต�ำรายาแผนไทย กฎหมายก�ำหนดให้รัฐมนตรีเป็นผู้มีอ�ำนาจ ในการ ประกาศก�ำหนดต�ำรับยาแผนไทย หรือต�ำราการแพทย์แผนไทยที่มีประโยชน์หรือมีคุณค่าในทางการแพทย์หรือ สาธารณสุขพิเศษ หรือท่ีพ้นอายุการคุ้มครองสิทธิ เป็นต�ำรับยาแผนไทยทั่วไปหรือต�ำรายาแผนไทยทั่วไป แล้วแต่ กรณี จะเห็นได้ว่า การก�ำหนดต�ำรับและต�ำรายาแผนไทยทั่วไปมีลักษณะเป็นเพียงการข้ึนทะเบียนแสดงความเป็น เจา้ ของภูมิปัญญาดงั กล่าว เพ่อื ปอ้ งกันการนำ� ภูมปิ ัญญาไปใช้ในการแสวงหาประโยชน์โดยมคิ วรชอบ อาทิ การน�ำ ภูมิปญั ญาไปจดทะเบียนสทิ ธบิ ตั รเป็นเจา้ ของแต่เพยี งผเู้ ดยี ว[35] เปน็ ตน้ ส�ำหรับต�ำรับและต�ำรายาแผนไทยท่ีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นต�ำรับและต�ำรายาแผนไทยของชาติแล้ว ผู้ใดประสงค์ท่ีจะน�ำต�ำรับยาดังกล่าวไปขอขึ้นทะเบียนต�ำรับยา และขออนุญาตผลิตตามกฎหมายว่าด้วยตัวยา หรือน�ำไปศึกษาค้นคว้าทดลองเพ่ือปรับปรุงและพัฒนาเป็นต�ำรับใหม่ หรือเพื่อน�ำไปใช้ประโยชน์ในทางการค้า จะต้องยื่นคำ� ขออนุญาตใช้ประโยชนต์ ่อสถาบันการแพทย์แผนไทย ในส่วนท่ีเกี่ยวกับการคุ้มครองต�ำรับและต�ำรายาแผนไทยส่วนบุคคล เจ้าของภูมิปัญญาที่ข้ึนทะเบียนสิทธิ ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยส่วนบุคคลดังกล่าวมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว (exclusive rights) ในตำ� รับและต�ำรา ยาแผนไทยท่ีได้ข้ึนทะเบียน สิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IP rights) แบบเดียวกันกับสิทธิท่ีได้ รับความคุ้มครองในสาขาอื่น ๆ ดังกล่าวมาข้างต้นทั้งสิ้น โดยกฎหมายก�ำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญา การแพทยแ์ ผนไทยสว่ นบคุ คลดงั กลา่ วจะต้องมีคณุ สมบัตดิ งั ต่อไปน้ี 1. เป็นผู้คดิ คน้ ต�ำรับยาแผนไทย หรอื ต�ำราการแพทยแ์ ผนไทย 2. เปน็ ผปู้ รับปรุงหรือพฒั นาตำ� รับยาแผนไทย หรือตำ� ราการแพทยแ์ ผนไทย 3. เป็นผ้สู บื ทอดต�ำรับยาแผนไทย หรือตำ� ราการแพทย์แผนไทย ต�ำรับยาและต�ำรายาแผนไทยที่ได้รับการข้ึนทะเบียนแล้ว ผู้ขอข้ึนทะเบียนสิทธิดังกล่าว มีสิทธิแต่เพียง ผู้เดียวเกี่ยวกับองค์ความรู้ดังกล่าวที่ขึ้นทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ การขายหรือจ�ำหน่ายด้วยประการใด ๆ ปรับปรุง หรือพัฒนาต�ำรับยาแผนไทย หรือภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยท่ีได้จดทะเบียนไว้แล้วสิทธิดังกล่าว มีระยะเวลาคุ้มครองที่มากครอบคลุมตลอดอายุของผู้ทรงสิทธิ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่วันที่ ผทู้ รงสทิ ธถิ งึ แกค่ วามตาย ระยะเวลาการคมุ้ ครองสทิ ธดิ งั กลา่ ว มลี กั ษณะแบบเดยี วกบั การคมุ้ ครองงานอนั มลี ขิ สทิ ธ[์ิ36] นักวชิ าการหลายทา่ น อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.จกั รกฤษณ์ ควรพจน์ ตั้งขอ้ สงั เกตเก่ียวกบั ความเหมาะสมในการ ก�ำหนดระยะเวลาคุ้มครองดังกล่าวว่ามีความเหมาะสม (optimum) และสอดคล้องกับหลักการทางเศรษฐศาสตร์ (economic analysis) แล้วหรอื ยัง อยา่ งไรกต็ าม สทิ ธแิ ตเ่ พยี งผเู้ ดยี วของผทู้ รงสทิ ธใิ นภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทยดงั กลา่ วมขี อ้ ยกเวน้ สำ� หรบั (1) การกระท�ำเพอ่ื ประโยชนใ์ นทางการศึกษา คน้ คว้า หรอื ทดลอง (2) การเตรียมยาเฉพาะรายตามใบสัง่ แพทย์ โดยผูป้ ระกอบโรคศิลปะแผนไทย และ (3) การผลิตยาเพ่อื ยังชีพแบบพืน้ บ้าน หรือการผลิตยาโดยสถานพยาบาลของรฐั 4.2.2 หลกั การตา่ งตอบแทน หลกั การตา่ งตอบแทน (Reciprocity) เปน็ การปรบั ใชห้ ลกั การเรอ่ื ง “การปฏบิ ตั เิ ยยี่ งคนชาต”ิ (National Treatment) ซ่ึงเป็นอีกประเด็นที่อยู่ในการเจรจาภายใต้ WIPO IGC ก�ำหนดให้รัฐภาคีต่าง ๆ ให้การคุ้มครอง Position-5.indd 93 9/13/19 16:05
94 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย ภูมปิ ัญญาแกป่ ระเทศอ่ืน ๆ ในลักษณะเดียวกบั ท่ใี หค้ วามคุ้มครองแกเ่ จ้าของภมู ปิ ญั ญาฯ ภายในชาติของตนเองโดย หลกั การดงั กลา่ วปรากฏในมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญตั ิคุ้มครองและสง่ เสริมภมู ปิ ัญญาการแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2542 ซึ่งบัญญัตวิ ่า “บุคคลซ่ึงมีสัญชาติของประเทศ ท่ียินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยได้รับการคุ้มครอง สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในประเทศน้ันได้ อาจขอจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการ แพทย์พื้นเมืองของประเทศนั้นที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศของตน เพื่อขอรับการคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติน้ีได้ การขอจดทะเบียน การออกหนังสือส�ำคัญแสดงการจดทะเบียนและการ เพิกถอนการจดทะเบียนตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเง่ือนไขท่ีก�ำหนด โดยกฎกระทรวง” จะเห็นไดว้ า่ มาตรา 43 เปน็ การน�ำหลกั เรอ่ื ง “หลกั การปฏบิ ัตเิ ยย่ี งคนชาติ” (National Treatment) มาปรับใช้กับกรณีการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถ่ิน เป็นบทบัญญัติท่ียังปรากฏในกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอ่ืน ๆ ทกุ ฉบบั อาทิ พระราชบญั ญัติลิขสทิ ธ์ิ พระราชบัญญัติสทิ ธิบตั ร พระราชบัญญัติเครอ่ื งหมายการค้า พระราชบัญญตั ิ คุ้มครองแบบผังภูมิวงจรรวม พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พระราชบัญญัติคุ้มครองส่ิงบ่งช้ีทางภูมิศาสตร์ และพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช การน�ำหลักดังกล่าวมาปรับใช้ในมาตรา 43 กฎหมายคุ้มครองและส่งเสริม ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มีขึ้นเพ่ือเป็นการต่างตอบแทน (Reciprocity) ประเทศท่ีให้การคุ้มครองในลักษณะ เดยี วกับประเทศ ประเด็นท่ีต้องพจิ ารณาต่อไปคือว่า ประเทศใดบา้ งทีใ่ ห้การคุ้มครองภูมปิ ญั ญาการแพทย์พื้นเมือง ในลักษณะเดยี วกับประเทศไทย กลา่ วไดว้ ่า พระราชบญั ญัตคิ ุ้มครองและสง่ เสรมิ ภมู ิปญั ญาการแพทย์แผนไทยฯ เปน็ กฎหมายทมี่ ลี ักษณะ เฉพาะ (Unique) นกั กฎหมายทรพั ยส์ ินทางปญั ญาใหข้ อ้ สังเกตว่า เป็นกฎหมายเพียงไมก่ ่ีฉบับในโลก และจากการ สำ� รวจพบวา่ ประเทศทม่ี กี ารใหก้ ารคมุ้ ครองภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ 34 ประเทศ แตล่ ะประเทศมรี ะบบกฎหมายและสาระ ส�ำคัญของกฎหมาย TK ท่ีแตกต่างกนั และบางประเทศอย่รู ะหวา่ งการรา่ งกฎหมายฉบับดังกลา่ ว กล่าวโดยสรุป การให้ความคุ้มครองส�ำหรับสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นเมืองของต่างประเทศ เป็น การปฏบิ ตั ติ ามหลกั เรอ่ื งการปฏิบัติเย่ยี งคนชาติ (National Treatment) ซึ่งจะส่งเสรมิ ให้ประเทศไทยสามารถ นำ� ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยไปข้นึ ทะเบียนในต่างประเทศได้มากถงึ 34 ประเทศ ประเดน็ นปี้ ระเทศไทยควรมกี าร ทบทวนออกกฎระเบยี บทเ่ี กยี่ วขอ้ งเพอื่ อนญุ าตใหป้ ระเทศอนื่ ๆ ทใ่ี หก้ ารคมุ้ ครองในลกั ษณะเดยี วกนั กบั ประเทศไทย สามารถเขา้ มาขน้ึ ทะเบยี นการคมุ้ ครองไดเ้ ชน่ เดยี วกบั ประเทศไทย ซงึ่ กรณนี ก้ี อ่ ใหเ้ กดิ ผลดตี อ่ ประเทศหลายประการ กล่าวคือ ประการแรก การศึกษาและวิจัยเพ่ือต่อยอดองค์ความรู้สามารถท�ำได้มากขึ้นโดยอาศัยการศึกษาจาก หลกั ฐานภมู ปิ ัญญาทีม่ กี ารขน้ึ ทะเบียน ประการท่ีสอง การเพิ่มประสิทธิภาพของฐานข้อมูลเกี่ยวกับภูมิปัญญาฯ เพื่อใช้ในการตรวจค�ำขอ จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต่าง ๆ มีความครอบคลุมมากย่ิงขึ้น ซ่ึงจะไม่จ�ำกัดแต่เฉพาะภูมิปัญญาของไทย แตย่ งั รวมถงึ องคค์ วามร้จู ากตา่ งประเทศเป็นข้อมูลเดียวกัน ประการท่สี าม การใหส้ ทิ ธิคมุ้ ครองแกภ่ ูมปิ ัญญาท้องถน่ิ ยงั หมายถึงการปฏบิ ัติตามหลักการตา่ งตอบแทน ซงึ่ ประเทศทไ่ี ทยให้สทิ ธิในการขน้ึ ทะเบียนดงั กล่าว ยอ่ มต้องใหส้ ิทธิเช่นเดียวกลบั คนื แกป่ ระเทศไทย ตามหลกั การ ปฏบิ ัติเยี่ยงคนชาติและตา่ งตอบแทน Position-5.indd 94 9/13/19 16:05
กลุ่มที่ 2 ประเด็นการพฒั นาเพ่ือยกระดับการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 95 ประเด็นเรื่องหลักการต่างตอบแทนซึ่งอนุญาตให้เจ้าของภูมิปัญญาของต่างประเทศสามารถเข้ามา จดทะเบียนสทิ ธใิ นภมู ปิ ัญญาดงั กลา่ วได้เปน็ ประเดน็ ท่ไี ทยควรทบทวนออกกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องรองรบั ตอ่ ไป 4.2.3 การค้มุ ครองสมุนไพรไทย นอกเหนือจากการคุ้มครองสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริม ภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2542 ยงั มบี ทบญั ญตั ทิ ใี่ หค้ วามคมุ้ ครองในเรอ่ื งสมนุ ไพรไทยเปน็ การเฉพาะ โดย ปรากฏในหมวด 3 “การคุ้มครองสมุนไพร” (มาตรา 44-65) ประเด็นเร่ืองการคุ้มครองสมุนไพรมีความเช่ือมโยง กบั กรอบการเจรจาของ WIPO IGC ในเรื่องทรัพยส์ นิ ทางปญั ญาท่เี กีย่ วกบั ทรพั ยากรพันธกุ รรม (IP-GR) โดยตรง ในการคมุ้ ครองสมนุ ไพร รฐั มนตรโี ดยคำ� แนะนำ� ของคณะกรรมการตามพระราชบญั ญตั นิ มี้ อี ำ� นาจประกาศ ก�ำหนด ประเภท ลักษณะ ชนิด และชอื่ ของสมนุ ไพรท่มี คี า่ ตอ่ การศึกษา หรอื วจิ ยั หรือมีความส�ำคญั ทางเศรษฐกิจ หรอื อาจจะสูญพันธุ์ให้เป็นสมนุ ไพรควบคมุ ได้ ฉะน้ัน การใชป้ ระโยชนจ์ ากสมุนไพรควบคมุ จะตอ้ งไดร้ ับอนุญาตกอ่ น การดำ� เนนิ การ การบญั ญตั กิ ฎหมายในลกั ษณะดงั กลา่ วเปน็ การปอ้ งกนั การฉกฉวยทรพั ยากรพนั ธกุ รรมไปใชป้ ระโยชน์ โดยเฉพาะการน�ำไปจดทะเบียนทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา เปน็ มาตรการท่รี องรบั สาระส�ำคญั ของกรอบการเจรจา WIPO IGC เป็นอยา่ งดี สำ� หรบั กรณเี พอื่ ประโยชนใ์ นการอนรุ กั ษ์ และบรเิ วณทถี่ น่ิ กำ� เนดิ ของสมนุ ไพรทมี่ รี ะบบนเิ วศนต์ ามธรรมชาติ หรือมีความหลากหลายทางชีวภาพ หรืออาจได้รับผลกระทบจากการกระท�ำของมนุษย์ได้โดยง่าย รัฐมนตรี โดย ค�ำแนะน�ำจากคณะกรรมการจัดท�ำแผนปฏิบัติการ สามารถเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีจัดท�ำ “แผน จัดการเพ่ือคุ้มครองสมุนไพร” การจัดท�ำแผนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ส�ำคัญเพื่อควบคุมการเข้าถึงแหล่งสมุนไพรอัน เปน็ การสงวนรกั ษาและอนุรักษไ์ ว้ซงึ่ ทรัพยากรธรรมชาติ ฉะน้ัน กฎหมายจึงมบี ทบญั ญตั หิ ้ามมใิ หผ้ ู้ใด ยดึ ถือ หรือ ครอบครองทดี่ นิ หรอื ปลกู สรา้ งหรอื กอ่ สรา้ งสง่ิ หนงึ่ สงิ่ ใด หรอื ตดั โคน่ แผว้ ถาง เผา หรอื ทำ� ลายตน้ ไม้ หรอื พฤกษชาติ อื่น หรือท�ำลายความหลากหลายทางชีวภาพ หรือระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติ หรือการกระท�ำอ่ืนท่ีส่งผลเสียต่อ ทรพั ยากรในพ้นื ทีค่ มุ้ ครองสมุนไพรดงั กล่าว จะเหน็ ได้วา่ สาระส�ำคัญของกฎหมายค้มุ ครองและสง่ เสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมีความครบถ้วน และรองรับกรอบพันธกรณภี ายใต้ CBD และรวมถงึ กรอบกตกิ า WIPO IGC ทย่ี งั อยรู่ ะหวา่ งการเจรจาเป็นอยา่ งดี ท้ังประเดน็ เรื่องการก�ำหนดสิทธิเฉพาะ (Sui Generis Rights) ให้แก่เจ้าของ TK และ TCEs การสรา้ งขอ้ มูลเพื่อ เปน็ ฐาน (Check Point) ในการตรวจสอบคำ� ขอจดทะเบียนทรพั ย์สินทางปญั ญา โดยเฉพาะเรือ่ งสิทธิบตั ร และการ สง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การนำ� ภมู ปิ ญั ญาไปใชป้ ระโยชน์ ภายหลงั ทไ่ี ดร้ บั การขนึ้ ทะเบยี นตามกฎหมาย ฉะนน้ั ประเดน็ สำ� คญั ท่ี จำ� เปน็ ตอ้ งพจิ ารณามใิ ชส่ าระสำ� คญั ของกฎหมายแตเ่ กยี่ วขอ้ งกบั มาตรการทางการบรหิ าร (Administrative Action) และมาตรการจัดการทางกฎหมาย (Legal Management) ขององค์กรบังคับใช้กฎหมายกรณีนี้จึงต้องพิจารณา ผลกระทบต่อการปฏิบตั หิ นา้ ที่ของกรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 4.3 ประเดน็ เกี่ยวกบั องคก์ รบังคบั ใชก้ ฎหมาย ผลกระทบท่ีเกิดจากกรอบเจรจา WIPO IGC เก่ียวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรมการแพทย์ แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก ซึง่ มปี ระเด็นท่ตี อ้ งพิจารณาอย่างน้อยสีป่ ระการ กล่าวคอื 4.3.1 การจดั ท�ำฐานขอ้ มูลทเ่ี กย่ี วกบั ภูมิปัญญา (TK Database) 4.3.2 บทบาทของกรมฯ ในการเป็น Check Point 4.3.3 การเพ่ิมขีดความสามารถของบุคคลากรภายในกรมฯ 4.3.4 การสร้างความเข้าใจแก่ภาคประชาชนในเร่ืองภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ Position-5.indd 95 9/13/19 16:05
96 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย 4.3.1 การจดั ท�ำฐานขอ้ มลู เก่ียวกับภูมปิ ัญญา (TK Database) วัตถุประสงค์ส�ำคัญของการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เป็นประเด็นส�ำคัญในการเจรจาภายใต้กรอบ WIPO IGC คือปกปอ้ ง คมุ้ ครองและปอ้ งกันการฉกฉวยภมู ิปญั ญาไปใช้ประโยชนโ์ ดยไมถ่ ูกต้องตามกฎหมาย หรอื มิได้รับอนุญาตจากเจ้าของภูมิปัญญาที่แท้จริง พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มลี กั ษณะเช่นเดยี วกนั ฉะนัน้ การวางนโยบายดงั กลา่ วจงึ เป็นการปรบั ใช้มาตรการเชงิ รับ (Defensive Strategy) ซึ่งประสทิ ธิภาพของมาตรการดงั กลา่ วขึน้ อยูก่ ับการรวบรวมข้อมลู และฐานข้อมลู ที่มีความครบถว้ นและ มีรายละเอียดที่สมบูรณ์ ฉะน้ัน ผลกระทบประการแรกที่มีต่อกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก คือ บทบาทของกรมในการแสวงหาข้อมูลภูมิปญั ญาทอ้ งถิน่ ทีเ่ ก่ียวข้องกบั การดำ� เนนิ งานของกรมฯ อาทิ ขอ้ มูลเก่ยี วกับ สมุนไพร ขอ้ มูลต�ำรบั ต�ำรายาแผนไทย หรอื องคค์ วามรู้อืน่ ๆ ที่เกีย่ วข้องกับภูมิปญั ญาการแพทย์แผนไทย การรวบรวมขอ้ มลู ดังกลา่ ว คงหลีกเลี่ยงมไิ ด้ท่ีจะตอ้ งจัดท�ำเปน็ ภาษาอังกฤษ และมีการแบ่งประเภทของ ข้อมูล รวมถึงเง่ือนไขและมาตรการอนุญาตในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลดังกล่าว ประเด็นนี้ กรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก จึงต้องทบทวนความสมบูรณ์ของฐานข้อมูลดังกล่าว นอกจากน้ี องค์การทรัพย์สินทาง ปัญญาโลก (WIPO) ยังสนับสนุนให้สมาชิกเชื่อมโยงฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถ่ินในแต่ละประเทศสมาชิกเข้าด้วย กันเพ่ือประโยชน์ในการตรวจสอบค�ำขอการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยน�ำฐานข้อมูลที่ได้บรรจุไว้ในฐาน ข้อมูลของ WIPO ปัจจุบัน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกอยู่ระหว่างด�ำเนินการจัดท�ำฐานข้อมูล ดังกล่าว ซ่ึงกรณีนี้อาจก�ำหนดให้มีคณะท�ำงาน (Working Committee) เพ่ือจัดท�ำฐานข้อมูลดังกล่าว โดยอาจ แบง่ กลุม่ (Sub-Committee) ตามประเภทของขอ้ มลู ทีจ่ ะน�ำมาบรรจุไวใ้ นฐานข้อมูล อันจะสง่ ผลต่อความรวดเรว็ ในการจดั เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ต่อไป 4.3.2 บทบาทของกรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื กในฐานะเปน็ Check Point ผลกระทบส�ำคัญอีกประการที่มีต่อกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกคือบทบาทของกรม ในฐานะที่เป็น Check Point ในการตรวจสอบการกระท�ำที่กระทบกระเทือนต่อสิทธิท่ีเก่ียวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น หรอื การนำ� ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ มาใชป้ ระโยชนโ์ ดยมชิ อบดว้ ยกฎหมาย หรอื มไิ ดร้ บั อนญุ าตจากผเู้ ปน็ เจา้ ของภมู ปิ ญั ญา ดังกล่าว กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อาจจะต้องปรับปรุงโครงสร้างองค์กรด้วยการเพ่ิม หน่วยงานเฉพาะที่ท�ำหน้าท่ีเป็น Check Point ดังกล่าว ซึ่งจะสอดคล้องรองรับกับเรื่องการเปิดเผยแหล่งที่มา (Disclosure of Origin) ของส่ิงทน่ี ำ� มาจดทะเบียนทรัพยส์ นิ ทางปัญญา การกำ� หนดเรือ่ งการเปดิ เผยแหลง่ ทีม่ า (Disclosure of Origin) โดยกฎหมายเพยี งอย่างเดยี วคงมทิ �ำให้ การปอ้ งกนั การฉกฉวยภมู ปิ ัญญาฯ มีประสิทธิภาพเทา่ ทีค่ วร กรณีนี้ตอ้ งอาศัยกลยุทธเ์ ชงิ รุก (Offensive Strategy) ขององคก์ รบงั คบั ใชก้ ฎหมายดงั กลา่ วทำ� หนา้ ทตี่ รวจสอบ สบื คน้ และตดั สนิ ใจในเรอื่ งดงั กลา่ ว ฉะนนั้ กรมการแพทย์ แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื กอาจตอ้ งปรบั บทบาทจากฐานะเดมิ คอื เปน็ ผรู้ บั จดทะเบยี นภมู ปิ ญั ญาฯ เปน็ Check Point ความถกู ต้องของภมู ิปัญญาฯ และการกระท�ำผดิ ทีเ่ ก่ียวข้องกบั ภูมปิ ญั ญา ซ่งึ อาจมกี ารปรับเปล่ยี นโครงสร้าง โดยการเพมิ่ หนว่ ยงานเฉพาะทำ� หนา้ ทดี่ งั กลา่ ว ซง่ึ ตอ้ งประสานงานควบคกู่ บั หนว่ ยงานอน่ื ภายในประเทศทที่ ำ� หนา้ ที่ เป็นนายทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ซ่ึงกรณีน้ีคือกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ การปรับและเพิ่ม บทบาทดงั กล่าวของกรมฯ ยงั หมายถงึ การยกระดับฐานะของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก และ ความยอมรับจากภาคประชาชนมากย่งิ ขึ้น ซ่งึ กรณีน้ีมีนัยสำ� คัญถงึ ปรมิ าณงานที่เพม่ิ มากข้ึน และงบประมาณทย่ี ่อม เพมิ่ มากขน้ึ ตามลกั ษณะของงาน อตั ราก�ำลังคนและการพฒั นาทรัพยากรบคุ คลของกรมฯ ทีต่ ้องเพ่มิ ขน้ึ Position-5.indd 96 9/13/19 16:05
กลุม่ ท่ี 2 ประเด็นการพฒั นาเพอื่ ยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก 97 4.3.3 การเพิม่ ขีดความสามารถขององค์กร (Capacity-Building) การเพม่ิ ขดี ความสามารถขององคก์ ร (Capacity-Building) ทงั้ ดา้ นการปฏบิ ตั งิ าน ระบบการจดั การภายใน และทรัพยากรบุคคลเป็นอีกประเด็นที่ส�ำคัญ การปรับบทบาทของกรมให้เป็น Check Point และการรวบรวม ข้อมูลเก่ียวกับ TK เพื่อจัดท�ำฐานข้อมูลระดับประเทศท่ีเช่ือมโยงเข้ากับฐานข้อมูลของ WIPO จ�ำเป็นต้องอาศัย ทรพั ยากรบคุ คลทม่ี ศี กั ยภาพสงู กลา่ วคอื มกี รมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื กจำ� เปน็ จะตอ้ งมบี คุ คลากร ท่ีมีความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถ่ินหลากหลายสาขา และบุคคลากรท่ีมีความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการทาง ธุรกิจเพื่อส่งเสริมให้เกิดการน�ำภูมิปัญญาท้องถ่ินมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ยิ่งขึ้น กรณีน้ีจึงต้องอาศัยการเพ่ิมขีด ความสามารถขององค์กรโดยเฉพาะทรัพยากรบุคคล ซึ่งสามารถกระท�ำได้โดยการจัดฝึกอบรม (Training) สมั มนา (Seminar) และกิจกรรม (Workshop) หรือการศึกษาดูงานต่างประเทศ ซง่ึ ต้องมีการจดั ทำ� เป็นระยะ และมคี วาม หลากหลายทงั้ ดา้ นเนือ้ หาและกระบวนการ การศึกษาอบรมถอื ได้วา่ เปน็ ส่วนส�ำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถขององคก์ ร ด้วยการพฒั นาทรพั ยากร บุคคลภายในองค์กรย่อมเป็นการส่งเสริมศักยภาพขององค์กรยิ่งข้ึน ปัจจุบันการศึกษาอบรมมิได้จ�ำกัดอยู่เฉพาะ การศึกษาในช้ันเรียน แต่หมายถึงการศึกษาอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา ตัวอย่างของหน่วยงานราชการที่มีการ อบรมพัฒนาบุคคลากร อาทิ โครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคคลากรของส�ำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เกย่ี วกบั กฎหมายประชาคมอาเซยี น แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การปรบั ตวั ขององคก์ รฝา่ ยนติ บิ ญั ญตั ใิ นการรองรบั กระบวนการ ทางกฎหมายท่ีเปล่ียนแปลงไปภายใต้การรวมกลุ่มระดับภูมิภาค เป็นตัวอย่างหน่ึงที่แสดงให้เห็นถึงการต่ืนตัวของ หน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริมการเพ่ิมขีดความสามารถขององค์กรเป็นอย่างดี กรณีนี้ กรมการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลอื กควรมีการจัดฝกึ อบรม หรือการศกึ ษาดูงานทีเ่ ก่ียวข้องเพิม่ ขน้ึ ตอ่ ไป 4.3.4 การสร้างความเขา้ ใจแก่ภาคประชาชน นอกเหนือจากประเด็นทั้งสามประการข้างต้น ผลกระทบส�ำคัญที่มิอาจหลีกเล่ียงได้จากการเจรจา ภายใตก้ รอบ WIPO IGC คอื ความจำ� เปน็ ทจ่ี ะตอ้ งสรา้ งความเขา้ ใจเกย่ี วกบั กฎเกณฑร์ ะหวา่ งประเทศสภู่ าคประชาชน ประเดน็ นเี้ กยี่ วขอ้ งกบั บทบาทของกรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื กทจ่ี ะตอ้ งใหค้ วามรแู้ กภ่ าคประชาชน ทถี่ กู ตอ้ ง บอ่ ยครง้ั ทป่ี ระเดน็ ระหวา่ งประเทศถกู นำ� มาเปน็ ประเดน็ ทางการเมอื ง และประชาชน ขาดความเขา้ ใจเกย่ี ว กับกฎหมายระหว่างประเทศ ประเด็นนี้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงควรจัดให้มีช่องทางใน การประชาสัมพันธ์ (Public Relation) แก่ภาคส่วนต่าง ๆ ซ่ึงน่าจะสร้างความเข้าใจแก่ภาคประชาชนท้ังในเร่ือง ภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่นและกฎหมายระหว่างประเทศได้ตอ่ ไป 5. บทสรปุ บทความนี้กล่าวถึง กรอบการเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับทรัพยากร พันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแสดงออกทางวัฒนธรรมด้ังเดิมภายใต้ WIPO IGC ซ่ึงอยู่ระหว่างเจรจา เพื่อหาข้อยุติระหว่างประเทศสมาชิกในการจัดท�ำเอกสารกฎหมายระหว่างประเทศที่มีความเป็นเอกภาพในเรื่อง การคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยลักษณะของภูมิปัญญาท้องถ่ินดังกล่าวมีความคาบเกี่ยวหลายประเด็นต้ังแต่ ทรัพยากรพันธุกรรม องค์ความรู้ดั้งเดิมที่เปล่ียนผ่านจากรุ่นสู่รุ่น หรือการแสดงออกทางความรู้ (วัฒนธรรม) ดงั กลา่ ว และประเด็นเรื่องทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา สง่ ผลให้การคุ้มครองภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ เกีย่ วพันกบั เอกสารกฎหมาย ระหว่างประเทศมากมายหลายฉบบั Position-5.indd 97 9/13/19 16:05
98 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย ในระดบั ระหวา่ งประเทศ ประเดน็ เรื่องภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน มไิ ด้ถกู บรรจไุ ว้ในเวทกี ารเจรจาการคา้ ระหว่าง ประเทศ โดยเฉพาะภายในกรอบและขอบเขตขององคก์ ารการค้าโลก (WTO) ทีม่ ีขอ้ ตกลงทางการค้าท่เี กี่ยวกบั สิทธิ ในทรพั ย์สินทางปญั ญา หรือ “ขอ้ ตกลงทรปิ ส์” (TRIPS Agreement) ก�ำหนดมาตรฐานขนั้ ตำ่� ในเรอื่ งการค้มุ ครอง ทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ข้อตกลงทริปส์มิได้กล่าวถึงประเด็นเร่ืองภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้แต่อย่างใด จึง เกิดประเด็นข้อขัดแย้งกับกรอบกติการะหว่างประเทศหลาย ๆ ฉบับ อาทิ อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทาง ชวี ภาพ (CBD) ซงึ่ เปน็ กฎหมายระหวา่ งประเทศฉบบั หลกั ในเรอื่ งดงั กลา่ ว และมจี ำ� นวนภาคสี มาชกิ ใหก้ ารรบั รองอยา่ ง กว้างขวาง นำ� ไปสกู่ ารหาข้อยตุ แิ ละจัดท�ำกรอบกฎหมายระหวา่ งประเทศท่ใี หก้ ารค้มุ ครองในเร่ืองภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ภายใต้ WIPO IGC เพ่อื ใหบ้ รรดาสมาชกิ นำ� ไปอนวุ ตั ิการเป็นกฎหมายภายใน โดยการเจรจา WIPO IGC เรมิ่ ต้น ตง้ั แตป่ ี ค.ศ. 2001 จนถึงปัจจบุ ัน ซึ่งบรรจหุ ลักการส�ำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศหลาย ๆ ฉบับเขา้ ด้วยกนั ต้ังแต่ อนุสัญญา CBD พิธีสารนาโกยา (Nagoya Protocol) เอกสารขององค์การอาหารและการเกษตร (FAO) เอกสารของ UNESCO ทเ่ี กยี่ วกบั การคมุ้ ครองมรดกทางภมู ปิ ญั ญา เปน็ ตน้ โดยมสี าระสำ� คญั หลายประการ กลา่ วคอื ประการแรก กล่าวถึงเร่ืองการก�ำหนดสิทธิเฉพาะ (Sui Generis Rights) เพื่อคุ้มครองผู้เป็นเจ้าของ ภูมปิ ัญญา ประการที่สอง กรอบกติกา WIPO IGC ก�ำหนดเรื่องการเปิดเผยแหล่งที่มา (Disclosure of Origin) ของส่ิงที่น�ำมาขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาการขโมยทรัพยากรพันธุกรรม และ ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ ประการทสี่ าม กำ� หนดเรอ่ื งการจดั ทำ� ฐานขอ้ มลู (Database) ทบ่ี รรจขุ อ้ มลู และสาระสำ� คญั ของภมู ปิ ญั ญา ที่มีอยู่ภายในแต่ละประเทศสมาชิก เพื่อเชื่อมระบบกับฐานข้อมูลสากลภายใต้ WIPO อันจะน�ำไปสู่ระบบ การ ตรวจสอบ (Check Point) ทมี่ ีประสิทธิภาพทัว่ โลก ประการทส่ี ่ี การจดั ทำ� มาตรการทางกฎหมายกรณไี มป่ ฏบิ ตั ติ ามเรอ่ื งการเปดิ เผยแหลง่ ทมี่ า ซงึ่ WIPO IGC เปิดกว้างให้สมาชิกสามารถออกแบบได้ โดยสมาชิกอาจก�ำหนดโทษในทางอาญา หรือทางแพ่งตามความต้องการ ของรัฐสมาชิก ประการท่ีห้า ก�ำหนดเร่ืองการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในเชิงพาณิชย์ โดยก�ำหนดให้สมาชิกออกแบบข้อก�ำหนดหลักเกณฑ์เร่ืองข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ (ABS Agreement) และ หนว่ ยงานรบั ผดิ ชอบท่ีเหมาะสม 6. ข้อเสนอแนะที่ไดจ้ ากการวิจัย ส�ำหรับขอ้ เสนอแนะที่ได้จากการวิจยั เกย่ี วข้องกับผลกระทบทอี่ าจเกดิ จากกรอบการเจรจาภายใต้ WIPO IGC ต่อระบบกฎหมายไทยและมาตรการทางการบริหารท่ีควรเตรียมการรองรับ โดยกรอบกติกา WIPO IGC ดงั กล่าวมคี วามเกีย่ วพันและส่งผลกระทบตอ่ ระบบกฎหมายไทยหลายฉบับ โดยเฉพาะพระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองและ สง่ เสรมิ ภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2542 ซง่ึ เปน็ กฎหมายทปี่ ระเทศไทยตราขนึ้ เพอื่ ปอ้ งกนั ปญั หาการฉกฉวย ภมู ปิ ญั ญาและทรพั ยากรพนั ธกุ รรม ดงั ตวั อยา่ งทเ่ี คยปรากฏมากอ่ นในอดตี อาทิ กรณกี ารจดทะเบยี นสทิ ธกิ วาวเครอื หรือเปลา้ นอ้ ย เปน็ ตน้ โดยผลกระทบท่เี กิดจากกรอบกติกา WIPO IGC ตอ่ กฎหมายฉบับดงั กล่าวเกี่ยวข้อง ทง้ั ดา้ น บทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมายและการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย ซงึ่ เกย่ี วขอ้ งโดยตรงกบั การปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องกรมการแพทยแ์ ผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กล่าวคือ Position-5.indd 98 9/13/19 16:05
กลุม่ ที่ 2 ประเดน็ การพฒั นาเพือ่ ยกระดับการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 99 ในด้านผลกระทบต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กรอบ WIPO IGC ก�ำหนดให้สมาชิกออกแบบมาตรการ ภายใน เร่ืองการให้สิทธิเฉพาะแก่ผู้เป็นเจ้าของภูมิปัญญา กรณีนี้พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยสอดคล้องรองรับพันธกรณีดังกล่าวอยู่แล้ว เน่ืองจากมีการให้ความคุ้มครองเจ้าของภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยในสามระดับที่ส�ำคัญ ได้แก่ ระดับชาติ ระดับชุมชน และระดับปัจเจกชน อันเป็นการให้สิทธิ การคุ้มครอง ตามกฎหมายลักษณะเดยี วกันกบั การคุ้มครองสทิ ธใิ นทรพั ยส์ ินทางปญั ญา กรอบกติกา WIPO ยังก�ำหนดในเรื่องการเปิดเผยแหล่งที่มาของสิ่งที่น�ำมาขอจดทะเบียนทรัพย์สิน ทางปัญญาโดยเฉพาะสิทธิบัตร และองค์กรท่ีท�ำหน้าที่ในการตรวจตราประเด็นดังกล่าว กรณีน้ีพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ มีข้อก�ำหนดบังคับให้ผู้ท่ีน�ำภูมิปัญญาท้องถิ่นในเร่ืององค์ ความรู้ดา้ นการแพทย์แผนไทยไปขอรับความคมุ้ ครอง จะต้องไดร้ บั อนุญาตจากรฐั หรือเจ้าของภมู ิปญั ญากอ่ น และ จะต้องจดั ท�ำข้อตกลงแบง่ ปนั ผลประโยชน์ทอี่ าจเกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์จากภมู ปิ ญั ญาดังกลา่ ว อนั จะเห็นได้วา่ พระราชบญั ญัติของไทยมีมาตรการรองรบั กรอบกติกา WIPO IGC อยา่ งเห็นไดช้ ัด ประเด็นท่ีจำ� เป็นต้องพิจารณา คือองค์กรที่ท�ำหน้าที่เป็นผู้ตรวจตรา ซึ่งกรณีส�ำหรับประเทศไทยเก่ียวพันกับหน่วยงานทางราชการส�ำคัญสอง หนว่ ยงาน ได้แก่ กรมทรัพยส์ ินทางปญั ญา ซึง่ ทำ� หน้าท่ีเปน็ นายทะเบยี น ตรวจสอบค�ำขอการจดทะเบียนทรพั ย์สนิ ทางปัญญาประเภทต่าง ๆ กับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กลา่ วไดว้ า่ บทบาทและหนา้ ท่สี �ำคัญ ท่ีกรอบกติกา WIPO IGC ก�ำหนดให้ประเทศสมาชิกด�ำเนินการคือหน่วยงานที่จะต้องมาปฏิบัติหน้าที่ในการ ปกปกั รกั ษาภมู ปิ ญั ญา มใิ หถ้ กู ฉกฉวยนำ� ไปใชป้ ระโยชนโ์ ดยมคิ วรชอบดว้ ยกฎหมาย กรณจี งึ ควรเปน็ บทบาทของกรม การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก ซง่ึ มอี งคค์ วามรดู้ า้ นภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ดที สี่ ดุ ของไทยหนว่ ยงานหนง่ึ จงึ ควร มกี ารปรับบทบาทดังกลา่ วใหเ้ ปน็ หน่วยสืบคน้ ตรวจสอบและตรวจตรา (Check Point) เกี่ยวกบั ภูมิปญั ญาท้องถนิ่ นอกจากน้ี การเตรียมการเรื่องมาตรการทางกฎหมายเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดข้ึนจาก กรอบกติกา WIPO IGC ยังหมายถึงการเตรียมความพร้อมขององค์กรและบุคลากร รวมตลอดทั้งความเข้าใจ เก่ียวกับประเด็นดังกล่าวในภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคประชาชน ซึ่งกรณีนี้ควรจัดให้มีการอบรม สัมมนาหรือ การศึกษา ดูงานต่างประเทศส�ำหรับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเพื่อเพิ่มมุมมองเก่ียวกับ กฎหมายระหว่างประเทศ ทักษะและองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถ่ิน อันจะน�ำไปสู่การ พฒั นาศกั ยภาพ ของบุคคลากรในองคก์ รและการยกระดับความสามารถของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือกสรู่ ะดับสากลต่อไป นอกเหนือจากข้อเสนอแนะท่ีได้จากการวิจัยในคร้ังนี้ ประเด็นเร่ืองการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นมิได้ จ�ำกัดอยู่เฉพาะเวทีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) แต่ยังแผ่ขยาย ไปสู่เวทีการเจรจาการค้าอื่น ๆ และการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ฉะน้ัน การศึกษาวิจัยในข้ันต่อไป ควรจะให้ความส�ำคัญกับประเด็นเร่ืองการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถ่ินในเวทีการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ ภายใต้กรอบ การเจรจาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิค (Trans-Pacific Partnership: TPP) กรอบ ความตกลงหุ้นสว่ นทางเศรษฐกิจระดับภมู ิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) และรวมท้ังประเด็น เรื่องการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นภายใต้กรอบของประชาคมอาเซียน ความสอดคล้องของ ระบบกฎหมายไทยในเรอื่ งดงั กลา่ ว และทา่ ทขี องบรรดาประเทศสมาชกิ อาเซยี นทม่ี ตี อ่ ประเดน็ การคมุ้ ครองภมู ปิ ญั ญา ทอ้ งถน่ิ เพอื่ การสรา้ งความรว่ มมอื ระดบั ภมู ภิ าคอาเซยี น อนั เปน็ การเพมิ่ อำ� นาจการตอ่ รองในการเจรจาระดบั ระหวา่ ง ประเทศยิ่งขน้ึ ตอ่ ไป Position-5.indd 99 9/13/19 16:05
100 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย บรรณานกุ รม 1. ปวริศร เลิศธรรมเทวี, การปรบั ปรงุ กฎหมายทรัพยากรชีวภาพเพือ่ การเข้าส่ปู ระชาคมอาเซียน. กรุงเทพฯ: ส�ำนกั งาน พฒั นาเศรษฐกจิ จากฐานชีวภาพ (องคก์ ารมหาชน), 2558. 2. Halewood M. ‘Indigenous and Local Knowledge in International Law: A Preface to Sui Generis Intellectual Property Protection’ (1999) 44 McGill Law Journal, 953. 3. Robinson D, Kuanpoth J, ‘The Traditional Medicines Predicament: A Case Study of Thailand’ Journal of World Intellectual Property 2009; 11(5): 375. 4. Lertdhamtewe P. Plant variety protection in Thailand: the need for a new coherent framework. Journal of Intellectual Property Law and Practice 2013; 8(1): 33-42. 5. World Intellectual Property Organization (WIPO). [internet]. Available at: http://www. wipo.int/tk/ en/igc/ 6. Panizzon M. Legal Perspectives on Traditional Knowledge: The Case for Intellectual Property Protection. Journal of International Economic Law 2004; 7(2): 371, 385. 7. Gervais D. Traditional Knowledge & Intellectual Property: A TRIPS Compatible Approach. Michigan State Law Review (2005: 137. 8. Gervais D. Spiritual But Not Intellectual? The Protection of Sacred Intangible Traditional Knowledge. Cardozo Journal of International and Comparative Law 2003; 11: 467. 9. Girsberger M. The Protection of Traditional Plant Genetic Resources for Food and Agriculture and the Related Know-How by Intellectual Property Rights in International Law: The Current Legal Environment. Journal of World Intellectual Property 1998; 1(6): 1017. 10. United Nations Convention on Biological Diversity, opened for signature 5 June 1992, 31 UNTS 818 (entered into force 29 December 1993). 11. International Treaty on Plant Genetic Resources for Food and Agriculture, Rome 3 November 2001, Doc. Y3159/E. 12. United Nations Convention on Biological Diversity, opened for signature 5 June 1992, 31 UNTS 818 (entered into force 29 December 1993) (CBD). 13. International Treaty on Plant Genetic Resources for Food and Agriculture, Rome, 3 November 2001, Doc. Y3159/E (ITPGRFA). 14. United Nations Convention to Combat Desertification in Those Countries Experiencing Serious Drought and/or Desertification, Particularly in Africa, opened for signature 17 June 1994, 1954 UNTS 3; 33 ILM 1328 (entered into force December 1996). 15. Connelly J Smith G. Politics and the Environment: From Theory to Practice. London and New York: Routledge 2003: 65-68. 16. ปวริศร เลิศธรรมเทวี. หลักและทฤษฎีสิ่งแวดล้อมในกฎหมายระหว่างประเทศ. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ 2558; 44(3): 442-467. 17. ธนิต ชังถาวร และคณะ. โครงการศึกษาสถานภาพเรื่องการจัดการการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากการ ใช้ทรัพยากรชีวภาพในองค์กรวิจัย และพัฒนาในประเทศไทย: กรณีศึกษาทรัพยากรชีวภาพพืช. โครงการพัฒนา องคค์ วามรู้และศกึ ษานโยบายการจัดการทรัพยากรชวี ภาพในประเทศไทย. สงิ หาคม 2552: 1-3. 18. Cullet P. Plant Variety Protection in Africa: Towards Compliance with the TRIPS Agreement Journal of African Law 2001; 45: 97, 118. Position-5.indd 100 9/13/19 16:05
กลุ่มท่ี 2 ประเดน็ การพัฒนาเพือ่ ยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 101 19. Manley R. Developmental Perspectives on the TRIPs and Traditional Knowledge Debate Macquarie Journal of International and Comparative Environmental Law 2006; 3: 113, 121. 20. ธนติ ชงั ถาวร และคณะ. รายงานการศกึ ษากรอบความคดิ การคมุ้ ครองภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ไทย. กรมทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา กระทรวงพาณิชย.์ เมษายน 2550: 82. 21. Lertdhamtewe P. Thailand’s plant protection regime: a case study in implementing TRIPS. Journal of Intellectual Property Law and Practice 2012; 7(3): 186-189. 22. Lertdhamtewe P. The Protection of Geographical Indications in Thailand. Journal of World Intellectual Property 2014; 17(3): 114-115. 23. Nagoya Protocol on Access to Genetic Resources and the Fair and Equitable Sharing of Benefits Arising from their Utilization to the Convention on Biological Diversity, (Nagoya, 29 October 2010) (Nagoya Protocol). 24. International Undertaking for Plant Genetic Resources, Res. 8/83, Report of the Conference of Food and Agriculture Organization, 22nd Sess., 5-23 November 1983, Doc. C83/REP (1983). 25. Chiarolla C. Plant Patenting, Benefit Sharing and the Law Applicable to the Food and Agriculture Organisation Standard Material Transfer Agreement. Journal of World Intellectual Property 2008; 11(1): 1, 3-5. 26. ปวริศร เลิศธรรมเทวี. การรับรองสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. ดุลพาห 2557; 65(3): 1-45. 27. Manley R. Developmental Perspectives on the TRIPs and Traditional Knowledge Debate. Macquarie Journal of International and Comparative Environmental Law 2006; 3(1): 113-115. 28. Robinson D, Kuanpoth J. The Traditional Medicines Predicament: A Case Study of Thailand Journal of World Intellectual Property 2009; 11(5): 375. 29. Vivas-Eugui D. Bridging the Gap on Intellectual Property and Genetic Resources in WIPO’s Intergovernmental Committee (IGC) (ICTSD Programme on Innovation, Technology and Intellectual Property, January 2012: 9. 30. Thathong S. Lost in Fragmentation: The Traditional Knowledge Debate Revisited Asian Journal of International Law 2014; 4(2): 359-389. 31. ปวริศร เลิศธรรมเทวี และ อัครวัฒน์ เลาวัณย์ศิริ. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกับระบบกฎหมายไทย. กรุงเทพฯ: ส�ำนกั พมิ พ์วิญญชู น. 2557. 32. สุรวุธ กิจกุศล และปวริศร เลิศธรรมเทวี. บทวิเคราะห์ความตกลงทางการค้าในระดับภูมิภาคว่าด้วยการคุ้มครอง ทรพั ย์สนิ ทางปัญญา: ประโยชน์และผลกระทบตอ่ ระบบกฎหมายไทย วารสารรฐั ศาสตร์และนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัย กาฬสินธ์ุ 2559; 5(1): 207-233. 33. Thathong S. Rethinking Strategies in Legal Protection of Traditional Knowledge-A Case Study of Thailand. Journal of the Thai Justice System 2009; 2(2): 97. 34. ปวริศร เลศิ ธรรมเทว.ี ความรู้เกย่ี วกบั กฎหมายทรัพยส์ ินทางปญั ญา. กรุงเทพฯ: สำ� นักพมิ พว์ ิญญูชน. 2559. บทท่ี 6 สหวชิ ากฎหมายทรพั ย์สนิ ทางปัญญา. 35. Robinson D, Kuanpoth J. The Traditional Medicines Predicament: A Case Study of Thailand. Journal of World Intellectual Property 2009; 11(5): 375-392. 36. Kuanpoth J. Legal protection of traditional knowledge: A Thai perspective. Tech Monitor 2007; 34-40. Position-5.indd 101 9/13/19 16:05
102 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย กลุ่มท่ี 3 ประเดน็ การจดั การเพอ่ื นำ� การแพทยแ์ ผนไทย ไปใชป้ ระโยชน์ 3.1 กลไกการเฝ้าระวังความปลอดภัยในการใชส้ มนุ ไพรโดยมปี ระชาชนเปน็ ส่วนรว่ ม 3.2 การบรู ณาการการแพทย์แผนไทยเข้าสู่ระบบสขุ ภาพในอนาคต 3.3 บูรณาการคลังข้อมลู ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ Position-5.indd 102 9/13/19 16:05
กลุ่มที่ 3 ประเด็นการจดั การเพอ่ื น�ำ การแพทย์แผนไทยไปใช้ประโยชน์ 103 กลไกการเฝา้ ระวงั ความปลอดภยั ในการใชส้ มุนไพร โดยมปี ระชาชนเป็นส่วนรว่ ม ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญขา้ ว และคณะ โรงพยาบาลเจา้ พระยาอภัยเู บศร จังหวดั ปราจีนบรุ ี 1. ความเปน็ มา หลกั การ และเหตุผล สถานการณก์ ารใชส้ มุนไพรในประเทศไทย ประเทศไทยเป็นประเทศหน่ึงท่ีส่งเสริมให้มีการใช้สมุนไพร เนื่องจากเล็งเห็นว่าภูมิปัญญาการใช้สมุนไพร ที่มีอย่างยาวนานนั้น สามารถน�ำมาใช้ในการดูแลสุขภาพเพื่อลดการน�ำเข้าของยาแผนปัจจุบันจากต่างประเทศ ได้ในระดับประเทศมีบัญชียาจากสมุนไพร จ�ำนวน 73 รายการ ท่ีถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่ถึงกระนั้น ในโรงพยาบาลตา่ ง ๆ กย็ ังมีการใช้ยาจากสมนุ ไพรไม่มากนกั จากการศกึ ษาของพนดิ า โนนทงิ และคณะ[1] ไดท้ �ำการ สำ� รวจการใชส้ มนุ ไพรในปี 2556 พบวา่ โรงพยาบาลมรี ายการยาสมนุ ไพรเฉลย่ี 16.06 รายการ เปน็ ยาสมนุ ไพรเดยี่ ว แบบแคปซลู มากท่สี ดุ 4.15 รายการ รองลงมาคอื เป็นยาใช้ภายนอก 3.55 รายการ สถานการณข์ า้ งตน้ มคี วามแตกตา่ งจากสถานการณก์ ารใชส้ มนุ ไพรในภาคประชาชนทมี่ กั จะปรากฏขา่ วสาร ทางส่ือตา่ ง ๆ เสมอ จากการศึกษาของรวงทิพย์ ตันตปิ ิฎก และคณะ[2] พบวา่ แบบแผนพฤตกิ รรมในการใช้ยาจาก สมุนไพรของประชาชนมีความหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นการใช้สมุนไพรร่วมกับยาแผนปัจจุบัน โดยผู้ป่วยส่วนมาก ยอมรับว่าไม่ได้บอกเร่ืองการปรับลดการใช้ยาให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ โดยยังคงรับยามาเก็บไว้ที่บ้าน ผู้ป่วย สว่ นใหญเ่ ชือ่ วา่ การใช้ยาแผนปัจจบุ นั เป็นระยะเวลายาวนาน จะเกิดการสะสมของยาที่เป็นสารเคมี ในร่างกายและ เป็นพิษต่อไต ในทางตรงกันข้าม ผู้ป่วยให้ความเช่ือถือต่อฤทธ์ิของยาสมุนไพรที่ตนเองรับประทาน และคิดว่าไม่มี อันตราย เพราะเป็นเพยี งใบไมเ้ ทา่ นัน้ จงึ กลา้ ทดลองใช้ และไม่เคยคดิ ว่าจะมีปัญหายาตกี นั ระหว่างสมนุ ไพรกบั ยา แผนปจั จบุ นั เพราะเปน็ การรกั ษากนั คนละทาง โดยแหลง่ ของขอ้ มลู วธิ กี ารใชส้ มนุ ไพร มาจากการบอกตอ่ กนั มา และ มาจากการโฆษณาผ่านส่ือต่าง ๆ มากกว่ามาจากผู้เช่ียวชาญท่ีอยู่ในระบบบริการสุขภาพหรือสถาบันการศึกษา ซ่ึง สถานการณใ์ นประเทศไทยสอดคลอ้ งกบั หลายประเทศ เชน่ แคนาดาพบวา่ ประชาชนมคี วามสนใจในการใชส้ มนุ ไพร เนื่องจากกระแสการป้องกันสุขภาพ การโฆษณาของสื่อต่าง ๆ มีความกังวล ในการบริโภคยาสังเคราะห์[3] และ มกั ไม่เปิดเผยถึงการใชส้ มนุ ไพรกับแพทย์[4] หรือในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า ประชาชนมกั จะใช้ยาจากสมุนไพร ร่วมกบั ยาแผนปัจจุบัน[5,6] นอกจากนน้ั การศกึ ษาของ สกุ ิจ ไชยชมพู และคณะ[7] พบปัจจัยที่มผี ลตอ่ การใชส้ มุนไพรในการรกั ษาโรค ของคนไทย ดังนี้ 1. รายได้มีความสัมพันธ์แบบผกผันกับพฤติกรรมการใช้สมุนไพร กล่าวคือ ผู้ท่ีมีรายได้น้อย มีการใช้ สมุนไพรมาก กลุม่ ตัวอยา่ งทม่ี รี ายไดม้ ากกลับมพี ฤติกรรมการใช้สมนุ ไพรน้อย Position-5.indd 103 9/13/19 16:05
104 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย 2. ทัศนคติต่อการใช้สมุนไพรรักษาโรคมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการใช้สมุนไพรรักษาโรค กล่าวคือ กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นว่าการรับประทานพืชสมุนไพรเป็นประจ�ำช่วยท�ำให้มีสุขภาพดี มีความเชื่อม่ันว่า การรกั ษาดว้ ยสมนุ ไพรทำ� ใหห้ ายจากโรคทเี่ ปน็ อยู่ สมนุ ไพรเหมาะในการนำ� มารกั ษาโรคเมอ่ื เจบ็ ปว่ ยและรสู้ กึ สบายใจ ผ่อนคลายเม่อื เลือกรกั ษาโรคด้วยสมนุ ไพร 3. การใช้สมุนไพรในชีวิตประจ�ำวันมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการใช้สมุนไพร เพราะการใช้ บ่อย ๆ ทำ� ให้เกดิ การเรียนรู้ดว้ ยประสบการณถ์ งึ ประโยชนข์ องสมุนไพร แหลง่ สมุนไพรทน่ี ำ� มาใชไ้ ดส้ ะดวก มคี วาม สัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการใช้สมุนไพรรักษาโรค จากการศึกษาพบว่าร้านขายสมุนไพร คือ สถานที่สะดวก ที่สุดในการน�ำสมุนไพรมาใช้ รองลงมา คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล เนื่องจากมีความสะดวกในการ เขา้ ถงึ แหลง่ ขายยาสมนุ ไพร 4. การสนบั สนนุ ทางสงั คมมคี วามสมั พนั ธท์ างบวกกบั พฤตกิ รรมการใชส้ มนุ ไพรรกั ษาโรค โดยกลมุ่ ตวั อยา่ ง ไดร้ บั การสนับสนนุ จากบคุ คลในครอบครัวใหใ้ ช้สมนุ ไพรรกั ษาโรคมากทส่ี ุด 2. นโยบายและมาตรการท่ีดำ� เนนิ การปัจจบุ ัน ระบบการเฝา้ ระวงั ความปลอดภยั ในการใช้สมนุ ไพร ระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยในการใช้สมุนไพร เป็นส่วนหนึ่งของระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในประเทศไทยระบบการเฝ้าระวังอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัย ดา้ นผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ (Health Product Vigilance Center; HPVC) สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา HPVC ไดร้ ับขอ้ มูลจากสถานพยาบาลภาครัฐและเอกชนทง้ั ส่วนกลางและส่วนภมู ภิ าค รายงานที่ไดร้ บั จะถูกส่งต่อไปยงั ฐาน ข้อมูลขององค์การอนามยั โลกดว้ ย โดย HPVC มีขอบเขตการด�ำเนินงานท่สี ำ� คัญ ไดแ้ ก่ รวบรวม วิเคราะห์ และ ประเมนิ รายงานเหตกุ ารณไ์ มพ่ งึ ประสงค์ ตรวจจบั สญั ญาณและประเมนิ ความสมั พนั ธเ์ ชงิ สาเหตรุ ะหวา่ งเหตกุ ารณไ์ ม่ พงึ ประสงคท์ ีพ่ บกับผลติ ภณั ฑท์ ีต่ อ้ งสงสัย สนบั สนุนขอ้ มลู ความปลอดภยั ของผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพใหผ้ ู้ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง และ ส่งเสริม สนับสนุนการด�ำเนินงานของเครือข่ายเฝ้าระวังผ่านกลไกต่าง ๆ[8] แต่ถึงแม้จะมีระบบการเฝ้าระวังของ ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่เช่ือมต่อกับสถานพยาบาลต่าง ๆ แต่ก็ยังพบว่าอาการไม่พึงประสงค์ ของผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรหรือสมุนไพรมักไม่ค่อยได้ถูกรายงาน ตามที่เห็นเป็นข่าวปรากฏในส่ือต่าง ๆ จึงท�ำให้ กระบวนการวเิ คราะห์ ประเมินและแก้ไขปัญหาไมส่ ามารถทำ� ได้อย่างเป็นระบบ ปัจจุบันในหลายประเทศ ได้แก่ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ ราชอาณาจักรสวีเดน สหราชอาณาจักร สหรฐั อเมรกิ า แคนานดา และออสเตรเลยี รวมทง้ั มมี าเลเซยี ประเทศเพอื่ นบา้ นไดร้ เิ รมิ่ นำ� ระบบ Patient Reporting หรือ Consumer Reporting มาใชใ้ นการเฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ โดยระบบดังกลา่ ว เปน็ ระบบทผ่ี ใู้ ชย้ าหรอื ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ หรอื ในบางกรณอี าจรวมถงึ ผดู้ แู ลผปู้ ว่ ยหรอื ผปู้ กครองของเดก็ เปน็ ผรู้ ายงาน การเกดิ อาการอนั ไมพ่ งึ ประสงคไ์ ปยงั หนว่ ยงานทดี่ แู ลระบบตดิ ตามความปลอดภยั จากการใชย้ า โดยมรี ะบบรายงาน ทแี่ ตกต่างกันดงั แสดงในตารางท่ี 3.1[9] Position-5.indd 104 9/13/19 16:05
กลุ่มที่ 3 ประเด็นการจัดการเพื่อนำ�การแพทย์แผนไทยไปใชป้ ระโยชน์ 105 ตารางท่ี 3.1 ระบบการรายงานอาการอันไม่พึงประสงคจ์ ากการใช้ยาของผ้ปู ว่ ยโดยตรง Country Direct of indirect reporting Reporting Method System Australia to regulators commenced Denmark Telephone to pharmacists The Netherlands Indirect Hard copy and eform 2003 Direct Electronic 2003 Sweden Direct Electronic 2003 Indiret via DGV consumer 2004 USA group scheme Electronic, telephone, e-mail, Indirect, via KILEN hard copy 1978 Canada Electronic, paper based and The UK Direct telephone 1993 Telephone Malaysia Direct Electronic, paper based and 2003 Direct telephone 2005 Electronic and paper based Direct 2007 โดยในประเทศเหล่าน้ีหลังจากน�ำระบบดังกล่าวมาใช้ พบว่าผู้ป่วยให้ความร่วมมืออย่างดีต่อการรายงาน และมีแนวโน้มการรายงานท่ีสูงขึ้น ส่วนปริมาณและคุณภาพของรายงานจากผู้ป่วยนั้นมีความหลากหลาย ซึ่งอาจ เป็นผลมาจากวิธีการศึกษาหรือประชากรท่ีแตกต่างกันไป ผู้ป่วยส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการรายงานอาการ ไม่พึงประสงค์ที่ตนเห็นว่ามีความสัมพันธ์กับการใช้ยา ซึ่งมีท้ังท่ีสอดคล้องและแตกต่างกับรายงานจากบุคลากร ทางสุขภาพ ซ่ึงจากมุมมองของผู้ป่วยช่วยให้สามารถค้นพบอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่บุคลากรทางสุขภาพ มองข้ามไป เช่น อาการอันไม่พึงประสงค์ชนิดไม่รุนแรงแต่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย อันอาจน�ำไปสู่ปัญหา ความไมร่ ว่ มมอื ในการใช้ยา รวมทัง้ การคน้ พบอาการไมพ่ งึ ประสงคจ์ ากยาใหมไ่ ด้รวดเรว็ กวา่ บคุ ลากรทางการแพทย์ แต่อย่างไรก็ตามการรายงานโดยผู้ป่วยยังมีข้อจ�ำกัด ได้แก่ ผู้ป่วยที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ไม่รุนแรงอาจขาดแรง จงู ใจในการรายงาน ในกรณที เี่ กดิ อาการไมพ่ งึ ประสงคร์ นุ แรงกอ็ าจจะไมส่ ามารถรายงานไดด้ ว้ ยตนเอง รวมทงั้ ความ รู้ของประชาชนกม็ ีผลต่อการรายงาน กล่าวคือ ผู้ป่วยอาจคดิ วา่ อาการไม่พงึ ประสงค์ ทเ่ี กิดขึ้นเป็นอาการท่เี กดิ จาก โรคและไมส่ ามารถหลกี เล่ียงได้ ก็อาจจะไมร่ ายงานเขา้ มา[9] มีตัวอย่างของการศึกษาเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการรายงานอาการไม่พึงประสงค์ของ ผลิตภณั ฑ์ธรรมชาตใิ นประเทศแคนาดา เนือ่ งจากประชาชนมคี วามสนใจในการใช้ผลิตภัณฑ์กลุม่ นเ้ี พ่มิ ขึน้ แตย่ ังพบ รายงานอาการไม่พึงประสงค์ค่อนข้างต่�ำ โดยมีข้อเสนอให้ร้านจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นแหล่งในการรายงาน อาการไม่พึงประสงค์ เนื่องจากในประเทศแคนาดานั้นบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมีกลยุทธ์ในการสร้างความ ภักดีต่อสินค้า โดยให้ผู้บริโภคสามารถคืนผลิตภัณฑ์ธรรมชาติท่ีตนเองใช้แล้วไม่พอใจแก่บริษัทผู้ผลิตได้โดยผ่าน ร้านจ�ำหน่าย ซ่ึงปกติเองน้ันพนักงานขายจะต้องแนบเหตุผลของการขอคืนสินค้าและที่อยู่ของลูกค้าไปให้กับบริษัท ดว้ ยจึงจะไดร้ บั เงินคนื นักวิจัยจึงมขี ้อเสนอให้ขยายกระบวนการนี้ไปสู่การรายงานอาการไมพ่ งึ ประสงค์ ดว้ ยการให้ พนักงานขายเพ่ิมขอ้ มูลบางประเด็น เช่น ยาและผลติ ภัณฑ์ทีใ่ ช้ในขณะน้นั โดยอาจจะจำ� เปน็ ตอ้ งมีการอบรมความรู้ พน้ื ฐานทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การรายงานอาการไมพ่ งึ ประสงค์ เพอื่ เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการรายงาน นอกจากนนั้ ยงั มขี อ้ เสนอ Position-5.indd 105 9/13/19 16:05
106 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย ใหท้ ำ� ความเขา้ ใจกบั ผบู้ รโิ ภควา่ มสี ทิ ธริ์ ายงานอาการไมพ่ งึ ประสงคไ์ ปทกี่ ระทรวงสาธารณสขุ ไดโ้ ดยตรง หรอื หากเกดิ อาการไม่พึงประสงคแ์ ลว้ ไมแ่ น่ใจใหไ้ ปพบแพทย์หรอื เภสัชกร เพือ่ ใหร้ ายงานไปยังกระทรวงสาธารณสุข[10] การศึกษาการเฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance) ในร้านยาของประเทศแคนาดา พบว่า อาการ ไม่พึงประสงค์สูงข้ึน โดยผู้ป่วยท่ีรับประทานผลิตภัณฑ์ธรรมชาติควบคู่กับยาแผนปัจจุบันมีโอกาสเกิดอาการ ไม่พึงประสงค์สูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอัตราการรายงานของเภสัชกรในร้านยายังขึ้นกับภาระงานที่เภสัชกรมีด้วย หากมีภาระงานสูงกจ็ ะมีการรายงานอาการไมพ่ งึ ประสงคต์ ่�ำ[3] ในประเทศไทยมีเครือข่ายตาไวท่ีเป็นการท�ำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและประชาชน ได้พัฒนาระบบ รายงานผา่ น Application ทเี่ รียกว่า TaWai for Health version 1.0 โดยระบบรายงานประกอบดว้ ย 3 หวั ขอ้ คือ 1. ระบบเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ 2. ผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยและยาชุด และ 3. การโฆษณาเกินจริง โดย ให้ประชาชนร่วมเป็นผู้รายงานเข้าระบบ ปัญหาที่รายงานจะได้รับการแก้ไขจากเภสัชกรประจ�ำอ�ำเภอในเขตพื้นท่ี รายงานท่ีรับผิดชอบ และข้อมูลท้ังหมดจะถูกรวบรวมเป็นฐานข้อมูลและแสดงผลท้ังในรูปแบบสถิติและระบาด วิทยา เพื่อน�ำเสนอต่อส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สู่การแก้ปัญหาเชิงระบบและผลักดันเชิงนโยบาย ต่อไป โดยในปัจจบุ นั มกี ารใชง้ านระบบนใ้ี นเขตบริการสขุ ภาพที่ 10 และ 12 เทา่ นัน้ และทีมผู้พัฒนาก�ำลังเร่งสร้าง ระบบ TaWai for Health version 2 ท่ีมีประสทิ ธภิ าพทีส่ ามารถทำ� งานได้ในหลายพ้นื ทม่ี ากขนึ้ [11] ตวั อย่างระบบการจดั การความไม่ปลอดภัยจากการใช้สมุนไพร 1. ข้ีเหลก็ จากทมี่ รี ายงานภาวะตบั อกั เสบจากผลติ ภณั ฑข์ เ้ี หลก็ โดยผปู้ ว่ ยมที ง้ั ทแี่ สดงและไมแ่ สดงอาการ แตท่ งั้ สอง กรณมี ีคา่ การทำ� งานของตบั ทีผ่ ดิ ปกตมิ าที่ HPVC และได้มีการสืบคน้ ข้อมูลพบว่ามีความสัมพันธ์กับการรบั ประทาน ยาสมุนไพรข้เี หลก็ โดยมีจำ� นวน 5 ราย ที่เกดิ ภาวะตับอักเสบเฉยี บพลันจากการรายงานของแพทยร์ ะบบทางเดิน อาหาร หลังจากหยดุ ยาสมุนไพรขเี้ หลก็ เมด็ พบว่าภาวะตบั อักเสบดังกล่าวหายเปน็ ปกติภายใน 2-4 สัปดาห์ และมี ผู้ป่วย 1 ราย ไดก้ ลบั ไปรบั ประทานสมุนไพรดังกล่าวอกี ครงั้ พบวา่ ทำ� ให้เกดิ ภาวะตบั อักเสบข้นึ อกี ส�ำนกั งานคณะ กรรมการอาหารและยาไดม้ มี ตใิ หแ้ จง้ ขอ้ มลู แกบ่ คุ ลากรทางการแพทยแ์ ละเฝา้ ระวงั การใชส้ มนุ ไพรขเี้ หลก็ อยา่ งใกลช้ ดิ และเมอ่ื มกี ารศกึ ษาเพมิ่ ดา้ นความเปน็ พษิ เรอื้ รงั ในสตั วท์ ดลองของผลติ ภณั ฑท์ มี่ สี ว่ นประกอบของใบขเี้ หลก็ และสาร barakol พบว่าทำ� ให้เกิดความเปน็ พษิ ต่อตับแมใ้ ช้ในขนาดทีใ่ ชใ้ นคน ความรุนแรงสมั พันธ์กบั ขนาดท่ใี ช้ เมอ่ื หยุดยา มีแนวโน้มหายเป็นปกติ การรับประทานยาข้ีเหล็กในรูปแบบสารสกัดหรือแคปซูลท�ำให้เกิดพิษแตกต่างจากการรับ ประทานเป็นอาหารเนอื่ งจากพบวา่ การต้มใบขเี้ หลก็ ทง้ิ นำ�้ หลายครง้ั ท�ำใหส้ าร anhydrobarakol ลดลงได้ แต่การ ผลิตยาดังกล่าวไม่ได้มีการต้มน้�ำท้ิงตามที่เคยมีการใช้มาแต่ภูมิปัญญาไทยดั้งเดิมจึงท�ำให้เกิดความเป็นพิษต่อตับได้ จากขอ้ มลู ดังกลา่ วได้น�ำไปสกู่ ารยกเลิกทะเบยี นยาขเ้ี หลก็ โดยสมคั รใจ ในปี 2545[8] 2. ไคร้เครือ ไคร้เครอื มสี าร aristolochic acid ซึง่ HPVC ได้รับรายงานการเกิดภาวะไตอักเสบ[12] โดยมกี ารศึกษา ความเป็นพษิ ของ aristolochic acid ในหนูทดลอง หนไู มซ์ (mice) พบว่า aristolochic acid สามารถท�ำให้ เกิดความเป็นพิษต่อไตในหนูไมซ์แบบเฉียบพลันอย่างรุนแรงได้[13] เนื่องจากมีความเป็นพิษต่อไตและท�ำให้เกิด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะในมนุษย์ได้ (urothelial malignancy) ท้ังนี้ aristolochic acid ซึ่งเป็นสารที่สามารถ พบได้ ในพชื สกลุ Aristolochia ถูกจดั ให้เปน็ สารกอ่ มะเรง็ human (class I) carcinogen ตาม World Health Organization International Agency for Research on Cancer, 2002[14] ปัจจบุ นั ไคร้เครอื ได้ถกู ตดั ออกจาก Position-5.indd 106 9/13/19 16:05
กลุม่ ท่ี 3 ประเดน็ การจัดการเพ่อื น�ำ การแพทยแ์ ผนไทยไปใช้ประโยชน์ 107 ตำ� รบั ยาแผนไทยในบญั ชยี าหลกั แหง่ ชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2554 จ�ำนวน 10 ตำ� รับ ไดแ้ ก่ ยาหอมนวโกฐ ยาหอม แกล้ มวิงเวยี น ยาหอมอนิ ทจกั ร์ ยาธาตบุ รรจบ ยาประสะกานพลู ยาประสะเจตพังคี ยามันทธาตุ ยาวสิ ัมพยาใหญ่ ยาเขยี วหอม และยาอ�ำมฤควาท[ี 14] 3. ฟา้ ทะลายโจร นบั ตง้ั แตย่ าฟ้าทะลายโจรได้รับการบรรจุในบญั ชยี าหลกั แห่งชาติ เมือ่ ปี 2542 เป็นตน้ มา HPVC ก็ได้รับ รายงานที่เก่ียวข้องกับผื่นแพ้ยาอย่างรุนแรงของยาชนิดน้ี และในขณะเดียวกันก็พบว่าฐานข้อมูล WHO vigiBase ก็มีรายงานในลักษณะเดียวกันในประเทศออสเตรเลียและสวีเดนด้วย การด�ำเนินการตรวจจับสัญญาณ (signal) โดยวิเคราะห์ขอ้ มูลในฐานข้อมลู Thai VigiBase พบวา่ ตัง้ แต่ปี 2544-2554 มีรายงานอาการไมพ่ ึงประสงคจ์ ากยา สมุนไพรฟา้ ทะลายโจรรวม 154 ฉบบั เกิดอาการไม่พงึ ประสงคท์ งั้ สิ้น 199 อาการ ในจำ� นวนนี้เป็นอาการรนุ แรง 19 ฉบับ เป็นรายงานท่ีท�ำให้ผู้ป่วยต้องเข้านอนโรงพยาบาล 17 ฉบับ และคุกคามหรืออันตรายถึงชีวิต 2 ฉบับ อาการท่ีพบ เชน่ ผืน่ ลมพษิ (angioedema) แนน่ หน้าอก ภาวะชอ็ กจากการแพ้ (anaphylactic shock) เป็นต้น อาการสว่ นใหญ่ (12 ฉบบั ) เกดิ ในวนั แรกของการรบั ยา นอกจากนกี้ ารประยกุ ตแ์ นวคดิ ทางระบาดวทิ ยาเพอ่ื ตรวจจบั สญั ญาณความเสยี่ ง ผลทไ่ี ดน้ บี้ ง่ ชว้ี า่ anaphylactic shock เปน็ potential signal ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั ผลการประเมนิ ของคณะท�ำงานประเมินสัญญาณอันตรายจากการใช้ยาท่ีพิจารณาข้อมูลด้านคลินิกของรายงานแต่ละฉบับใน รายละเอียด (case by case review) ได้ข้อสรุปวา่ ภาวะ serious hypersensitivity เป็นสญั ญาณความเส่ียง ของยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ส�ำหรับข้อกังวลท่ีว่าภาวะดังกล่าวอาจเกิดจากคุณภาพของวัตถุดิบที่ปนเปื้อนสาร ก่อการแพ้รุนแรงนั้น พบว่า รายงานที่ได้รับไม่ได้เกิดจากผลิตภัณฑ์ท่ีมาจากแหล่งผลิตเดียวกัน แต่มีหลากหลาย ช่ือการค้าและแหล่งผลิตท้ังจากผู้ประกอบการและสถานพยาบาลผลิตตามหลักเกณฑ์และวิธีที่ดีในการผลิต (GMP) นอกจากนี้ อาการเหล่าน้ีไม่ได้พบเพียงแค่ในประเทศไทย ยังพบในประเทศออสเตรเลียและสวีเดนอีกด้วย จึงได้มี การสื่อสารข้อมลู ดังกล่าวออกไปตอ่ บุคลากรทางการแพทย์ และกำ� หนดใหม้ กี ารแสดงขอ้ กำ� หนดในฉลากยาด้วย[15] 3. สภาพปญั หา/ขอ้ จ�ำกัดและโอกาสในการพัฒนา ข้อเสนอเพื่อพฒั นากลไกการเฝา้ ระวงั ความปลอดภัยในการใชส้ มนุ ไพร โดยมปี ระชาชนเป็นสว่ นร่วม จากการทบทวนสถานการณก์ ารเฝา้ ระวงั ความปลอดภยั ของสมนุ ไพรทง้ั ในและตา่ งประเทศอาจจะสามารถ น�ำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนากลไกการเฝ้าระวังความปลอดภัยของการใช้สมุนไพรท่ีเหมาะสมในประเทศไทยได้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้สมุนไพรในประเทศไทยมีความแตกต่างจากประเทศอ่ืน คือ มีการใช้สมุนไพรในรูปแบบที่ เตรียมด้วยตนเองค่อนข้างมาก นอกเหนือจากการใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ส�ำเร็จรูป โดยการใช้เหล่านี้เกิดจากญาติ และเพ่ือนสนิทท่ีแนะน�ำมา ดังนั้นระบบการเฝ้าระวังท่ีพัฒนาข้ึนควรครอบคลุมการใช้สมุนไพรในลักษณะนี้ด้วย โดยอาจกำ� หนดมาตรการท่สี ำ� คญั ดงั ต่อไปน้ี 1. เปน็ กลไกทเี่ กดิ จากการทำ� งานรว่ มกนั ของภาครฐั บคุ ลากรทางการแพทย์ ประชาชน นกั วชิ าการ และ องค์กรสาธารณประโยชน์ 2. การสร้างความรอบรู้ด้านสมุนไพรให้กับประชาชน การควบคุมก�ำกับการให้ข้อมูลทางสุขภาพให้เป็น ไปอย่างเหมาะสม เพอื่ ใหป้ ระชาชนสามารถเลอื กใช้สมนุ ไพรไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสมมากขนึ้ 3. การควบคุมและก�ำกับให้มีผลิตภัณฑ์ส�ำเร็จรูปที่มีคุณภาพในท้องตลาด ตั้งแต่การก�ำหนดมาตรฐาน วตั ถุดิบ การผลิต เนือ่ งจากคณุ ภาพของผลติ ภณั ฑท์ ีไ่ ม่ดอี าจกอ่ ให้เกิดผลข้างเคียงจากการใชผ้ ลิตภณั ฑ์ Position-5.indd 107 9/13/19 16:05
108 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย 4. การเพิ่มพูนทักษะการจ�ำแนกและรายงานอาการไม่พึงประสงค์ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ แพทย์ เภสัชกร พยาบาล (โดยอาจมที กั ษะความช�ำนาญที่แตกต่างกนั ) 5. การพฒั นาชอ่ งทางทส่ี ะดวกและงา่ ยแกป่ ระชาชนทส่ี ามารถรายงานอาการไมพ่ งึ ประสงคไ์ ดด้ ว้ ยตนเอง 6. การสนบั สนนุ การศกึ ษาวจิ ยั เพอื่ สง่ เสรมิ ขอ้ มลู ในการเฝา้ ระวงั ความปลอดภยั ของสมนุ ไพร ยกตวั อยา่ ง เชน่ การศกึ ษาวจิ ยั แบบ cohort study ในการตดิ ตามอาการไมพ่ งึ ประสงคข์ องสมนุ ไพรชนดิ หนง่ึ ซงึ่ อาจเปน็ สมนุ ไพร ที่มีการน�ำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย หรือ การศึกษาวิจัยถึงอันตรกิริยาระหว่างยาแผนปัจจุบันกับยาสมุนไพร ซ่งึ อาจสง่ ผลต่อการเกดิ ความเสยี่ งทไี่ ม่พึงประสงคข์ องผ้ปู ่วยได้ เอกสารอา้ งองิ 1. พนดิ า โนนทงิ , สวุ ิชชา เจรญิ พร, นอ้ งเลก็ คุณวราดิศยั , แสวง วชั ระธนกจิ , อนุวัฒน์ วฒั นพิชญากลู . สถานการณ์ และปญั หาอปุ สรรคการใชส้ มนุ ไพร ในโรงพยาบาลของรฐั . The 5th Annual Northeast Pharmacy Research Conference of 2013 “Pharmacy Profession Moving Forward to ASEAN Harmonization”. Faculty of Pharmaceutical Sciences, Khon Kaen University, Thailand. 2013 February 16-17. 2. รวงทพิ ย์ ตันตปิ ิฏก, ยงศกั ด์ิ ตันตปิ ฎิ ก, ผกากรอง ขวัญข้าว, พินิต ชนิ สร้อย, ปยิ ะนชุ ทมิ คร, วสนั ต์ ชูชยั มงคล และคณะ. รายงานการศึกษาบทบาทและสมรรถนะเภสัชกรด้านสมุนไพรในโรงพยาบาลและส�ำนักงานสาธารณสุข จังหวัดในกระทรวงสาธารณสุข. 2561. 3. Necyk C, Tsuyuki RT, Boon H, Foster BC, LeGatt D, Cembrowski G, et al. Pharmacy study of natural health product adverse reactions (SONAR): a cross-sectional study using active surveillance in community pharmacies to detect adverse events associated with natural health products and assess causality. BMJ Open 2014; 4:e003431. 4. Walji R. Reporting Adverse Drug Reactions Associated with Herbal Products: Consumer, Health Food Store Personnel and Pharmacist Perspectives. Thesis: University of Toronto. 2008. 5. Eisenberg DM, Davis RB, Ettner SL, Appel S, Wilkey S, Van Rompay M, et al. Trends in alternative medicine use in the United States, 1990-1997: results of a follow-up national survey. JAMA. 1998; 280: 1569-75. 6. Tsen LC, Segal S, Pothier M, Bader AM. Alternative medicine use in presurgical patients. Anesthesiology. 2000; 93: 148-51. 7. สุกิจ ไชยชมภู, พูนสุข ช่วยทอง, วิราสิริร์ิ วสีวีรสิว์, สุนันท์ ศลโกสุม. ปัจจัยท่ีมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ สมนุ ไพรรกั ษาโรคของประชาชน ในเขต 11 กระทรวงสาธารณสขุ . วารสารเก้ือการุณย;์ 2555; 19(2): 60-73. 8. ปฐม สวรรค์ปญั ญาเลิศ, วิมล สวุ รรณเกศาวงษ.์ ระบบการเฝ้าระวงั ความปลอดภัยด้านผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพประเทศไทย Health Product Vigilance System in Thailand. นนทบรุ :ี ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. 2559. 9. นทพร ชัยพิชิต, นฤมล เจริญศิริพรกุล. ระบบการรายงานอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาของผู้ป่วยโดยตรง: การด�ำเนนิ งานนานาชาติ, วารสารวิจยั ระบบสาธารณสขุ 2554; 2: 257-66. 10. Walji R, Boon H, Barnes J, Austin Z. Adverse Event Reporting for Herbal Medicines: A Result of Market Forces. Healthcare Policy. 2009; 4(4): 77-90. Position-5.indd 108 9/13/19 16:05
กลุ่มที่ 3 ประเดน็ การจัดการเพ่อื น�ำ การแพทยแ์ ผนไทยไปใช้ประโยชน์ 109 11. สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา. ตาไว รทู้ นั สขุ ภาพ (Tawai for Health Application) เครอื่ งมอื และระบบการ จดั การความปลอดภยั ดา้ นผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพและการโฆษณา. ขา่ วสารดา้ นยาและผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ. 2561; 21(3):3-6. 12. กฤษณา กองทรัพย์. โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การแก้ปัญหาการใช้ยากลุ่มเสี่ยงที่เป็นภัยคุกคามสุขภาพใน ชุมชน; วันที่ 21 มิถุนายน 2561; ห้องประชุมศรีหริภุญชัย ช้ัน 4 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลล�ำพูน. ล�ำพูน 2561. 13. Sato N, Takahashi D, Chen S, Tsuchiya R, Mukoyama T, Yamagata S, et al. Acute nephrotoxicity of aristolochic acids in mice. Journal of Pharmacy and Pharmacology. 2004; 56(2): 221-9. 14. World Health Organization International agency for research on cancer. IARC monographs on the evaluation of carcinogenic risks to humans. Lyon: IARCPress. 2002. 15. ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. การพัฒนาเคร่ืองมืออัตโนมัติเพื่อตรวจจับสัญญาณ (Automatic Signal Detection Tool). การประชุมวิชาการงานเฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้ยาเร่ือง Pharmacovigilance: partnership for patient safety. 2-3 กรกฎาคม 2551. Position-5.indd 109 9/13/19 16:05
110 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย การบูรณาการการแพทย์แผนไทยเขา้ สูร่ ะบบสุขภาพในอนาคต เกษม เผยี ดสูงเนนิ สาธารณสขุ อำ� เภอลำ� สนธิ จังหวดั ลพบรุ ี 1. ความเปน็ มา หลักการและเหตุผล การแพทย์พน้ื บา้ นของไทย เปน็ การดูแลสุขภาพที่มีมาแต่ดัง้ เดมิ พรอ้ ม ๆ กับการก�ำเนดิ ของชาติไทย เกิด จากการเรียนรู้ธรรมชาติ ลองผดิ ลองถกู และจดจ�ำบอกเลา่ สืบต่อกนั มา มีความแตกตา่ งกนั ไปตามสง่ิ แวดล้อมทาง ภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความเช่ือต่าง ๆ การแพทย์แผนไทยเป็นระบบการดูแลสุขภาพแบบ องคร์ วมทง้ั กาย จติ สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ ม ประกอบดว้ ย 5 สาขา ไดแ้ ก่ เภสชั กรรมไทย เวชกรรมไทย การนวดไทย การผดุงครรภ์ไทย และการแพทย์พื้นบ้านไทย ครอบคลุม 4 มิติ คือ การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การบำ� บัดรกั ษาโรคและการฟน้ื ฟูสมรรถภาพ อ�ำเภอล�ำสนธิ จังหวัดลพบุรี เป็นพื้นท่ีที่มีอาณาเขตติดต่อกับภาคอีสาน โดยทิศตะวันออกติดกับอ�ำเภอ เทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ และอ�ำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ประชาชนส่วนใหญ่ย้ายถิ่นฐานมาจากจังหวัด ชัยภูมิ และจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ท�ำให้มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับทางภาคอีสาน รวมทั้งเร่ืองของการแพทย์พื้นบ้าน โดยชาวอีสานจะเช่ือเรื่องผี เชื่อว่าผู้มีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่ คือ ผีแถน หรือผีฟ้า พญาแถน เป็นผู้สร้างสรรพสง่ิ ให้ก�ำเนิดดนิ น้�ำ ลม ไฟ โลกและมนษุ ย์ และผที ่ีใกลช้ ิดชาวอสี านมากท่สี ุด คอื ผปี ู่ ตา หรือนิยมเรียกอีกอย่างว่า ผีตาปู่ ซ่ึงถือว่าเป็นผีบรรพบุรุษที่คอยปกปักรักษาลูกหลาน คอยช่วยเหลือชาวบ้าน ท่ีมีความทุกข์ร้อน ชาวบ้านจะสร้างศาลปู่ตาไว้ที่ป่าใกล้บ้าน เรียกว่า ป่าปู่ตา เป็นป่าที่ศักด์ิสิทธิ์ แต่ในปัจจุบัน นิยมสรา้ งไว้กลางหม่บู า้ น เป็นศนู ยร์ วมให้ชาวบา้ นไดม้ กี ิจกรรม บูชากราบไหว้ สกั การะไดส้ ะดวก ท้ังเป็นกจิ กรรม ท่ีท�ำร่วมกันประจ�ำปี และบนบานศาลกล่าวส่วนบุคคล นอกจากน้ีชาวอีสานยังเชื่อเร่ืองขวัญ ว่าเป็นศูนย์รวมชีวิต แต่มองไม่เห็น สัมผัสได้ มีการท�ำพิธีสู่ขวัญหรือเรียกขวัญ เพ่ือสร้างก�ำลังใจในการด�ำเนินชีวิต ในพิธีชาวบ้านจะ รวมกนั สง่ พลังใหถ้ ึงบุคคลท่ีพวกเขาชว่ ยกนั เรยี กขวญั กลับมา เป็นสญั ลกั ษณ์ว่า ชมุ ชนระดมจิตใจมาชว่ ยส่งเสริมให้ ผู้ที่เจบ็ ปว่ ย หรอื ท่มี ปี ญั หา กลบั มาสมบูรณ์หรอื มคี วามสุขอีกคร้งั หมอพื้นบ้านอสี าน สามารถจ�ำแนกตามลักษณะ ของการรักษาอันเนือ่ งมาจากสาเหตุของโรค แบ่งได้ดงั น้ี 1) หมอทรี่ กั ษาผู้ปว่ ยอนั เนือ่ งมาจากสาเหตุของโรคท่เี ปน็ ธรรมชาติ ไดแ้ ก่ หมอรากไม้ หมอเป่า หมอน้�ำมนต์ หมอนำ้� มนั เป็นต้น 2) หมอท่รี ักษาดว้ ยพิธีกรรมหรือสาเหตุ ของโรคเน่ืองจากส่ิงท่ีเหนือธรรมชาติ ได้แก่ โรคจากผีต่าง ๆ เจ้าท่ีเจ้าทาง หรือการปฏิบัติตนที่ละเมิดฝ่าฝืน ท�ำนองคลองธรรมของครอบครัว ชุมชน การรักษาจะต้องมีพิธีกรรม หมอเหล่าน้ีได้แก่ หมอพระ หมอผีฟ้า หมอสู่ขวัญ เป็นตน้ 3) หมอตำ� แย ซ่งึ จะทำ� หนา้ ทเ่ี กี่ยวกบั ดแู ลเกย่ี วกบั การคลอดลูกและดแู ลหลังการคลอด ปัจจุบัน ได้มีการฟื้นฟูการแพทย์แผนไทยอย่างกว้างขวาง หลังจากท่ีการแพทย์แผนไทยถูกปล่อยปะ ละเลยมานาน จนกลายเป็นเพียงการรักษาคนไข้แบบนอกระบบ เพราะพระราชบัญญัติการแพทย์เพ่ือควบคุม Position-5.indd 110 9/13/19 16:05
กล่มุ ที่ 3 ประเด็นการจัดการเพ่อื นำ�การแพทย์แผนไทยไปใช้ประโยชน์ 111 การประกอบโรคศิลปะ ซึ่งประกาศเมื่อปี พ.ศ. 2466 มีผลโดยตรง ท�ำให้การแพทย์แผนไทยเป็นส่ิงผิดกฎหมาย หมอยาไทยทั้งหมด ทั้งหมอหลวงและหมอเชลยศักด์ิ (หมอพื้นบ้าน) ต่างได้ละทิ้งอาชีพแพทย์แผนไทย กลาย เป็นหมอนอกระบบที่เรียกว่า การแพทย์แผนโบราณ ซ่ึงหมายถึง ผู้ประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยการสังเกต ความ ช�ำนาญอันได้บอกเล่าต่อกันมา หรืออาศัยต�ำราอันมีมาแต่โบราณ โดยมิได้ด�ำเนินไปในทางวิทยาศาสตร์ การที่ พระราชบัญญัติให้ค�ำจ�ำกัดความว่าไม่เป็นวิทยาศาสตร์นี้เอง ท�ำให้การแพทย์แผนไทยไม่ได้รับความสนใจจาก วงการสาธารณสุขไทย ต้องดำ� รงอยู่อย่างโดดเด่ียวและขาดการสนับสนนุ ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2494 พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 เสด็จพระราชด�ำเนินวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ในครั้ง น้ันได้ทรงปรารภว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามเป็นแหล่งรวบรวมต�ำราแพทย์แผนไทยอยู่แล้ว ท�ำไมไม่จัดให้มี โรงเรียนสอนการแพทยแ์ ผนไทย ในวิชาเวชกรรมผดงุ ครรภ์ หตั ถเวช และเภสัชกรรม เพื่อเป็นวิทยาทานแกผ่ สู้ นใจ ต้องการศึกษา ท�ำให้คณะกรรมการวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์แผนไทยที่ยัง หลงเหลืออยู่ได้รับสนองพระราชปรารภ และได้จัดท�ำหลักสูตร โรงเรียนแพทย์แผนโบราณขึ้นในนาม โรงเรียน แพทย์แผนโบราณแห่งประเทศไทย ต่อมาส�ำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มีการวางแผน ทรัพยากรมนุษย์ การศึกษา และการสาธารณสุข ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 7 (พ.ศ. 2535-2539) โดยระบุว่า การส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีจะต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาภูมิปัญญา การรักษาพยาบาลแบบพ้ืนบ้าน เช่น การแพทย์แผนไทย การใช้สมุนไพร การนวดผสมผสานกับบริการแพทย์ แผนปจั จบุ นั จนกระทง่ั วนั ท่ี 26 มนี าคม 2536 กระทรวงสาธารณสขุ ไดม้ กี ารจดั ตง้ั สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทย เทยี บเทา่ หน่วยงานระดับกอง โดยมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการพัฒนา การประสานสนับสนุน และให้ความร่วมมือด้าน การแพทย์แผนไทยของกระทรวงสาธารณสุข อีกท้ังงานด้านการพัฒนาความรู้และเทคโนโลยี ประกอบกับ นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในสมัยน้ัน ได้ก�ำหนดไว้ในนโยบายการบริหารงานของ กระทรวงสาธารณสขุ เปน็ 1 ใน 16 เรอื่ ง โดยกำ� หนดไวเ้ ปน็ นโยบายขอ้ ท่ี 10 โดยระบวุ า่ สง่ เสรมิ การใชแ้ พทยแ์ ผนไทย และการแพทย์ทางเลอื กในระบบบริการสาธารณสขุ ทุกระดับ ขณะน้กี ม็ หี ลายหนว่ ยงาน รวมทง้ั มหาวิทยาลัย ได้ให้ ความรว่ มมอื อย่างดี มกี ารระดมทงั้ นักวิชาการที่มีความรู้ดา้ นการวิจยั สมนุ ไพรและการแพทย์แผนไทย ก�ำหนดชนิด สมนุ ไพร เพือ่ รักษาอาการเบอ้ื งตน้ รวมทัง้ มกี ารพัฒนาเทคโนโลยี การผลิตยาสมุนไพร ประสานการวิจยั อ�ำเภอล�ำสนธิ ได้มีการผสมผสานการแพทย์แผนไทยเข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุขตามนโยบายของ กระทรวงสาธารณสขุ โดยไดม้ กี ารสง่ ผสู้ นใจเขา้ รบั การอบรมตามหลกั สตู รการนวดไทย อบรมบคุ ลากรผปู้ ฏบิ ตั งิ านใน สถานบรกิ ารสาธารณสขุ หลกั สตู รการนวดไทยและการใชย้ าสมนุ ไพร ระยะเวลา 5 วนั และจดั บรกิ ารแพทยแ์ ผนไทย ในสถานบรกิ ารสาธารณสขุ จดั ใหม้ กี ารประเมนิ มาตรฐานการใหบ้ รกิ ารการแพทยแ์ ผนไทยของหนว่ ยบรกิ าร ซง่ึ สภาพ ปญั หาดา้ นการแพทยแ์ ผนไทยในสถานบรกิ ารของรฐั ในปจั จบุ นั โดยเฉพาะในโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำ� บล พบวา่ การเข้าถึงระบบบริการการแพทย์แผนไทยของประชาชนค่อนข้างต่�ำ ความพร้อมของบุคลากรทางด้านการแพทย์ แผนไทยมีความจ�ำเป็น และจะต้องมีการพัฒนาบุคลากรการแพทย์แผนปัจจุบัน ให้มีความรู้ ความเข้าใจแนวคิด ของการแพทยแ์ ผนไทย และตอ้ งสรา้ งการยอมรับ การพฒั นานำ� การแพทย์แผนไทยบรู ณาการเข้ากับการแพทย์แผน ปัจจุบนั และมกี ารพฒั นาความรูด้ า้ นการแพทยแ์ ผนไทยอย่างตอ่ เน่ือง ด้านของการบรกิ ารเวชภณั ฑแ์ พทย์แผนไทย พบว่ายังมีไม่เพียงพอในการให้บริการ ประเทศไทยต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการซ้ือเคมีภัณฑ์และยาแผนปัจจุบัน ค่อนข้างสูง แพทย์แผนไทยและเภสัชกรรมไทยไม่สามารถจัดระบบบริการเภสัชกรรมยาแผนไทยและสมุนไพรได้ ครอบคลุม ด้านการวินิจฉัยและรักษาโรคท้ังแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันจะต้องก�ำหนดแนวทางวินิจฉัย และกระบวนการรกั ษาร่วมกนั และกำ� หนดช่องทางส่งต่อระหวา่ งกันอย่างชดั เจน Position-5.indd 111 9/13/19 16:05
112 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย การด�ำเนินงานแพทย์แผนไทยของอ�ำเภอล�ำสนธิในปัจจุบันนั้น ได้ร่วมมือและประสานงานกับหลาย หน่วยงานด้วยกัน ไดแ้ ก่ สำ� นกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดลพบุรีไดม้ ีบทบาทในการมอบนโยบาย และสนบั สนุนบุคลากร งบประมาณบางส่วน สนับสนุนวิชาการและแนวทางการด�ำเนินงานท่ีชัดเจน การนิเทศติดตามเพื่อการพัฒนา การสนับสนุนจากส�ำนักงานสาธารณสุขอำ� เภอลำ� สนธแิ ละโรงพยาบาลลำ� สนธิ ในเรอื่ งวิชาการ เวชภัณฑ์ การนิเทศ ติดตาม สนับสนุนการจัดบริการ สถานบริการในเขตอ�ำเภอล�ำสนธิ (รพ. และ รพ.สต.) ในการจัดบริการ แพทย์แผนไทยตามเกณฑ์มาตรฐาน การประสานงานกับเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ต�ำบลกุดตาเพชร อำ� เภอลำ� สนธิ จงั หวดั ลพบุรี เพ่อื เปดิ เส้นทางในการศึกษาและอนรุ ักษ์สมุนไพร การประสานกลมุ่ เกษตรกรผ้สู นใจ ในการปลูกสมุนไพรคุณภาพ เป็นตน้ 2. นโยบายและมาตรการท่ีดำ� เนินการปจั จุบนั ส�ำนักงานสาธารณสุขจงั หวดั ลพบรุ ี ไดน้ �ำนโยบายการพัฒนาและสนับสนุนการจัดบรกิ ารแพทยแ์ ผนไทยสู่ สถานบรกิ ารสาธารณสขุ ในจงั หวดั เพอื่ ใหป้ ระชาชนมที างเลอื กในการดแู ลสขุ ภาพ โดยใหบ้ รกิ ารทงั้ นวดเพอื่ การรกั ษา การสง่ เสริมสขุ ภาพ การอบสมนุ ไพร การประคบสมุนไพร และการดูแลสุขภาพหญิงหลงั คลอด ทำ� ให้สถานบรกิ าร สาธารณสุขมีการพัฒนาท้ังทางด้านบุคลากรและด้านการบริการ เพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการและเกิดความ พงึ พอใจมากที่สุด (ส�ำนักงานสาธารณสุขจงั หวดั ลพบุร,ี 2556) โดยมี รพ.สต.ในจังหวัดลพบุรี จำ� นวน 133 แหง่ เปิดให้บริการนวดไทยจ�ำนวน 76 แห่ง (ร้อยละ 57.2) และให้บริการโดยการใช้ยาแผนไทย จ�ำนวน 133 แห่ง (ร้อยละ 100) โดยมีการประเมินมาตรฐานงานบริการแพทย์แผนไทย 3 ระดับ คือ 1) รพ.สต.ประเมินตนเอง ทุกปี 2) การประเมินจากส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี 2 ปีต่อครั้ง 3) การประเมินมาตรฐานงานบริการ แพทยแ์ ผนไทยจากกรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก โดยการสมุ่ ประเมนิ 2 ปตี อ่ ครง้ั และพบวา่ รพ.สต. ในจงั หวดั ลพบรุ ที เี่ ปดิ ใหบ้ รกิ ารแพทยแ์ ผนไทย 133 แหง่ ไดร้ บั การประเมนิ มาตรฐานของหนว่ ยบรกิ าร โดยสำ� นกั งาน สาธารณสขุ จงั หวดั ลพบรุ ี จ�ำนวน 93 แห่ง (ร้อยละ 69.9) อย่ใู นระดบั ดีเย่ียม (คะแนน 90-100) จำ� นวน 2 แห่ง (รอ้ ยละ 2.2) ระดบั ดมี าก (คะแนน 80-89.9) จำ� นวน 20 แหง่ (รอ้ ยละ 21.5) ระดบั ดี (คะแนน 70-79.9) จำ� นวน 23 แหง่ (รอ้ ยละ 24.7) ผา่ นเกณฑ์มาตรฐานระดับพ้นื ฐาน (คะแนน 60-69.9) จ�ำนวน 48 แห่ง (ร้อยละ 51.6) และ รพ.สต. ไมไ่ ด้ประเมนิ ตนเอง จ�ำนวน 40 แห่ง (สกุ ญั ญา คุม้ โพธ,์ิ 2558) นอกจากนี้ ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวดั ลพบุรี ยงั มนี โยบายดา้ นอนื่ ๆ ในการดำ� เนนิ งานแพทยแ์ ผนไทย ไดแ้ ก่ การสง่ เสรมิ การเขา้ ถงึ ยาสมนุ ไพรและบรกิ ารดา้ นแพทย์ แผนไทย โดยการกระตนุ้ ใหส้ ถานบรกิ ารไดม้ กี ารจา่ ยยาสมนุ ไพร มกี ารเพมิ่ กรอบบญั ชยี าสมนุ ไพรใหส้ ถานบรกิ ารทม่ี ี แพทยแ์ ผนไทยตอ้ งมยี าสมนุ ไพรอยา่ งนอ้ ย 30 รายการ และในสถานบรกิ ารทไี่ มม่ แี พทยแ์ ผนไทยตอ้ งมยี าสมนุ ไพรใช้ อยา่ งนอ้ ย 10 รายการ ใหส้ ถานบรกิ ารมกี ารเพมิ่ การสงั่ จา่ ยยาสมนุ ไพรทดแทนยาแผนปจั จบุ นั ในการพฒั นาศกั ยภาพ บรกิ าร ไดม้ กี ารอบรมหลกั สตู รแพทยแ์ ผนไทยเวชปฏบิ ตั ิ (5 วนั ) การพฒั นาศกั ยภาพการใชย้ าสมนุ ไพรและการรกั ษา โรค NCDs (2 วัน) จดั ทำ� CPG ด้านการแพทยแ์ ผนไทย พัฒนาการแพทย์แผนไทยใน Intermediate care ward พฒั นาคลนิ ิก OPD คขู่ นาน มกี ารจดั ทำ� โครงการสืบสานภมู ปิ ญั ญาโอสถพระนารายณส์ ่ลู พบุรเี มืองแห่งสมุนไพร ส�ำหรับส�ำนักงานสาธารณสุขอ�ำเภอล�ำสนธิ มีการด�ำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทยเพ่ือตอบสนองต่อ นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและส�ำนกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลพบรุ ี ดงั น้ี 1. สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารดำ� เนนิ งานดา้ นแพทยแ์ ผนไทย โดยจดั ใหม้ บี รกิ ารแบบผสมผสานดา้ นการแพทยแ์ ผนไทย ร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล จัดให้มีระบบการเยี่ยมบ้านโดยผู้ช่วยนักแพทย์ แผนไทยรว่ มกับสหสาขาวชิ าชพี และบริการเชงิ รุกในชุมชน ตามสภาพปัญหาของพนื้ ท่ี Position-5.indd 112 9/13/19 16:05
กลุม่ ท่ี 3 ประเดน็ การจดั การเพือ่ นำ�การแพทย์แผนไทยไปใชป้ ระโยชน์ 113 2. ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการแพทย์แผนไทย สามารถดูแลสุขภาพตนเองด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น เพือ่ ให้ประชาชนมีการพ่งึ พาตนเองดา้ นสขุ ภาพมากข้นึ ลดค่าใช้จา่ ยในการดูแลสขุ ภาพ 3. มีการพัฒนายาสมุนไพรที่มีอยู่ในชุมชนมาปรับใช้ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล เช่น การท�ำ ลูกประคบสมุนไพร 4. สนับสนุนให้มีการอบรมเพ่ิมทักษะทางวิชาการให้กับเจ้าหน้าท่ีรับผิดชอบงานแพทย์แผนไทยตาม สมรรถนะ 5. สนับสนุนอบรมเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูความรู้ให้กับผู้ช่วยนักแพทย์แผนไทยให้ได้มาตรฐานตามท่ี กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือกก�ำหนดไว้ จากการท่สี �ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรไี ด้มกี ารสำ� รวจ พบวา่ ขม้นิ ชนั ของจังหวัดลพบุรีมสี ารสำ� คัญ ทอี่ อกฤทธทิ์ างยา คอื สารเคอรค์ วิ มนิ อยด์ (curcuminoid) สงู ถงึ รอ้ ยละ 10 ซง่ึ หาไดย้ ากในประเทศไทยและในโลก ส�ำนักงานสาธารณสขุ จงั หวัดลพบุรีไดร้ ว่ มกับสำ� นกั งานเกษตรจังหวัดลพบรุ ี และองคก์ ารเภสัชกรรม ทำ� การสง่ เสรมิ เกษตรกรในพน้ื ทอ่ี ำ� เภอเมอื ง อำ� เภอพฒั นานคิ ม และอำ� เภอลำ� สนธิ ในการปลกู ขมน้ิ ชนั ในรปู แบบการทำ� สญั ญาซอื้ ขาย ล่วงหน้า และปรับเปล่ียนวิถีชีวิตจากการปลูกมันส�ำปะหลัง ข้าวโพด ที่มีการใช้ยาฆ่าแมลงเป็นส่วนใหญ่ เป็นการ ปลกู สมนุ ไพรอนิ ทรยี ์ สง่ ผลใหป้ ระชาชน มสี ขุ ภาพดี ปลอดภยั จากการใชย้ าฆา่ แมลง สรา้ งรายไดแ้ ละความมนั่ คงแก่ เกษตรกรน�ำรายไดเ้ ข้าสู่จังหวัดลพบรุ จี ำ� นวนกว่า 12 ล้านบาท และเตรยี มขยายผลในการปลูกขมน้ิ ชันและสมุนไพร อ่ืน ๆ อาทิ มะแว้งต้น มะแวง้ เครือ ฟ้าทะลายโจร ขม้ินอ้อย อัญชนั กะเพราแดง พญายอ บวั บก ฯลฯ ในพืน้ ที่ จังหวัดลพบุรีต่อไป ส�ำนักงานสาธารณสุขอ�ำเภอล�ำสนธิจึงด�ำเนินการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรท่ีมีความสนใจปลูก พชื สมนุ ไพร ไดแ้ ก่ ขม้ินชนั โดยมีการส่งเสรมิ การปลกู ขมิน้ ชันแบบเกษตรอินทรยี ์ ในพนื้ ที่อำ� เภอลำ� สนธิ มกี ารแบ่ง กลมุ่ ผู้ปลกู เปน็ 2 ต�ำบล คอื ตำ� บลกดุ ตาเพชร และต�ำบลล�ำสนธิ มี 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวงั เชอ่ื ม กลมุ่ หนองพรม กลุ่มกุดตาเพชร และกลุ่มล�ำสนธิ รวมผู้ปลูกทั้งส้ิน 40 ราย เร่ิมด�ำเนินการปลูกขม้ินชันในปี 2561 และจะเก็บ ผลผลิตในปี 2563 สง่ ผลผลติ ใหก้ บั องค์การเภสัชกรรม จ�ำนวน 24 ตนั แห้ง เปน็ การส่งเสรมิ ให้เกษตรกรมรี ายได้ จากการขายขม้นิ ชันอกี ทางหนึง่ พัฒนางานแพทย์แผนไทย เพ่ือรองรับการประเมินโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลติดดาว (รพ.สต. ตดิ ดาว) ในเรื่อง - การจ่ายยาสมุนไพร อยา่ งนอ้ ย 10 รายการ - จัดให้มบี รกิ ารนวดไทย โดยผชู้ ว่ ยแพทยแ์ ผนไทยทผ่ี ่านการอบรมอย่างน้อย 330 ช่วั โมง - จัดให้มีเคร่อื งมือ อุปกรณด์ ้านการแพทยแ์ ผนไทยใหค้ รบถ้วนตามเกณฑม์ าตรฐาน รพ.สต. ตดิ ดาว - จดั ทำ� CPG การแพทยแ์ ผนไทย โรคทเ่ี ปน็ ปญั หาสำ� คญั อยา่ งนอ้ ย 3 เรอ่ื ง (สำ� นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั เป็นผู้จัดทำ� และใชเ้ ป็นแนวทางเดยี วกันท้ังจงั หวัด) - ส�ำหรับ รพ.สต. size L ต้องจัดให้มีแพทย์แผนไทยและให้บริการ เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย นวดไทย และผดุงครรภ์ไทย Position-5.indd 113 9/13/19 16:05
114 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย 3. สภาพปัญหา/ขอ้ จ�ำกดั และโอกาสในการพฒั นา จากการดำ� เนนิ งานดา้ นแพทยแ์ ผนไทยทผี่ า่ นมาหลายปใี นเขตอำ� เภอลำ� สนธิ ไดม้ คี วามพยายามดำ� เนนิ งาน ให้ตอบสนองต่อนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและสำ� นกั งานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี พบวา่ ในอำ� เภอล�ำสนธมิ ี โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำ� บลในความรบั ผดิ ชอบของสำ� นกั งานสาธารณสุขอ�ำเภอลำ� สนธิ จ�ำนวน 7 แห่ง และ มีโรงพยาบาลชุมชน 1 แห่ง มีการจัดบริการแพทย์แผนไทยในสถานบริการเพียง 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 37.5 (โรงพยาบาล 1 แห่ง รพ.สต. 2 แห่ง) ใน 3 แหง่ นม้ี ีนักแพทย์แผนไทยเพยี ง 1 คน ซึ่งประจ�ำอยทู่ ีโ่ รงพยาบาล ชุมชน (โรงพยาบาลลำ� สนธ)ิ ส�ำหรับ รพ.สต. อีก 2 แห่ง เปน็ ผูช้ ว่ ยนักแพทยแ์ ผนไทยท่ีผา่ นการอบรม 372 ช่วั โมง ตามมาตรฐานท่ีกรมการแพทย์แผนไทยก�ำหนดไว้ จะเห็นได้ว่าอ�ำเภอล�ำสนธิน้ันมีข้อจ�ำกัดทางด้านบุคลากรที่มี อยู่น้อยไม่เพียงพอต่อการด�ำเนินงาน ถึงแม้จะมีความพยายามสรรหาบุคคลท่ีมีความพร้อมและเหมาะสมเข้ารับ การอบรมตามหลักสตู รอยูเ่ สมอ แตก่ ม็ ีปญั หาที่บคุ ลากรปฏิบัตงิ านได้ไมน่ านก็มกั จะลาออกเพ่อื ไปหางานท�ำใหมท่ ี่มี คา่ ตอบแทนท่ีมากกว่า ท�ำใหก้ ารด�ำเนนิ งานดา้ นการแพทยแ์ ผนไทยในสถานบริการหลายแห่งต้องสะดดุ ไม่ตอ่ เนอ่ื ง การเร่ิมต้นใหม่น่ันหมายถึงต้องสรรหาบุคคลและส่งเข้ารับการอบรมใหม่ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ซ�้ำอีก จึงท�ำให้ เจา้ หนา้ ท่ี รพ.สต. หมดความพยายาม งานดา้ นแพทยแ์ ผนไทยจงึ ไมเ่ กดิ ในสถานบรกิ ารบางแหง่ และสง่ ผลทำ� ใหข้ าด โอกาสในการพัฒนางานด้านแพทย์แผนไทย ทางด้านโครงสร้างของสถานบริการ (ไม่มีห้องท่ีเหมาะสม) ตลอดจน เคร่ืองมือหรอื อุปกรณ์ที่ไม่พร้อม ประกอบกับการขาดงบประมาณ หรอื มีงบประมาณไมเ่ พยี งพอต่อการนำ� มาพฒั นา และจัดบริการทางด้านแพทย์แผนไทยก็เป็นอีกหนึ่งข้อจ�ำกัดที่ท�ำให้งานแพทย์แผนไทยไม่ก้าวหน้า ประเด็นการใช้ ยาสมุนไพรในเครือข่ายบริการสาธารณสุขอ�ำเภอล�ำสนธิน้ัน ยังมีการใช้ยาสมุนไพรไม่ครบ 10 ชนิด จึงท�ำให้ไม่ ผ่านเกณฑ์ตัวชวี้ ัดในเร่อื ง ร้อยละมลู ค่าการใช้ยาสมนุ ไพรตอ่ ยาแผนปัจจุบนั เพ่ิมขนึ้ ซ่งึ ในเรอื่ งการจดั หายาสมุนไพร สนบั สนุน รพ.สต. นนั้ ไดม้ ีการพูดคุยในการประชุม คปสอ.ล�ำสนธแิ ละไดม้ ีขอ้ ตกลงในการจัดหายาสมนุ ไพรให้เพยี ง พอและครบถ้วนแลว้ ส�ำหรับข้อเสนอแนะในการด�ำเนินงาน ผู้บริหารควรให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาการแพทย์แผนไทย โดยเน้นการบูรณาการเข้ากับการแพทย์แผนปัจจุบัน และก�ำหนดนโยบายอย่างชัดเจน ควรมีการสรรหาบุคลากร ด้านการแพทย์แผนไทยไปปฏิบัติงานในโรงพยาบาลทุกระดับ มีการก�ำหนดกรอบอัตราก�ำลังและภาระงาน แพทย์แผนไทยและก�ำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการแพทย์แผนไทยอย่างชัดเจน มีการพัฒนาบุคลากร ด้านการแพทย์แผนไทยอย่างต่อเนื่อง ก�ำหนดนโยบายและสนับสนุนการใช้ยาสมุนไพรในสถานบริการอย่างจริงจัง ตลอดจนมีการสนับสนุนงบประมาณเพ่ือใช้ในการพัฒนางานแพทย์แผนไทยให้มากข้ึน จึงจะสามารถพัฒนางาน ด้านการแพทย์แผนไทยใหเ้ ทียบเท่าแพทย์แผนปจั จบุ ันและดำ� เนนิ การรว่ มกนั ได้อย่างเหมาะสม เอกสารอ้างอิง 1. เสวย อุคำ� พันธ.์ แนวทางการพฒั นาการให้บริการการแพทยแ์ ผนไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพ ตำ� บล กรณศี กึ ษา รพ.สต. อ�ำเภอเมืองกาฬสินธ์ุ จังหวดั กาฬสินธ,ุ์ มหาวิทยาลยั ราชภฎั กาฬสินธ.ุ์ 2556. 2. สุกัญญา คุ้มโพธ์ิ. ความพร้อมของการให้บริการแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล จังหวัดลพบุรี. วทิ ยานพิ นธป์ ริญญาสาธารณสขุ ศาสตรมหาบัณฑติ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. 2558. 3. สำ� นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ลพบรุ .ี รายงานผลการประเมนิ มาตรฐานโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพและสนบั สนนุ การแพทย์ แผนไทยและการแพทยผ์ สมผสานสำ� นักงานสาธารณสขุ จงั หวดั ลพบรุ ี ณ วนั ที่ 15 กมุ ภาพันธ์ 2556, ลพบรุ ี. 2556. Position-5.indd 114 9/13/19 16:05
กลุม่ ท่ี 3 ประเดน็ การจดั การเพื่อนำ�การแพทย์แผนไทยไปใช้ประโยชน์ 115 ภาคผนวก พฒั นาระบบบรกิ าร พัฒนาระบบข้อมลู สง่ เสรมิ ภูมปิ ัญญาและอนรุ ักษ์ งานแพทยแ์ ผนไทย 1. ส่งเสริมให้สถานบรกิ ารจดั บรกิ าร 1. พฒั นาและปรบั ปรุงการลงข้อมูล แพทยแ์ ผนไทยผสมผสานแพทยแ์ ผน HDC โดย 1. สนบั สนนุ การเปิดเส้นทางศึกษา ปัจจุบัน - mapping รหัสยาสมนุ ไพรใหถ้ ูก สมนุ ไพรในเขตรกั ษาพันธ์สุ ัตวป์ ่า 2. สนับสนุนใหส้ ถานบริการได้รับการ ตอ้ ง ซับลงั กา อ.ล�ำสนธิ จ.ลพบรุ ี ประเมินมาตรฐานงานบริการแพทย์ - บนั ทกึ Diagnosis ให้ตรงกับยา แผนไทยและผ่านเกณฑอ์ ย่างน้อยใน สมุนไพรทจ่ี า่ ย 2. พัฒนาทมี “เจ้าบ้านนอ้ ย” ระดับ “ดีมาก” ในปี 2562 - Update program HosXp ให้ (มัคคุเทศก)์ โดยการอบรมเพ่ิมความรู้ 3. สง่ เสริมการเขา้ ถึงยาสมนุ ไพรและ เปน็ version ปัจจบุ นั และทักษะเร่อื งสมุนไพรอย่างตอ่ เนื่อง จดั หายาสมนุ ไพรใช้ในสถานบริการ ให้เพยี งพอ และครบตามเกณฑ์ที่ 3. สง่ เสริมการปลูกพืชสมุนไพรอินทรยี ์ ก�ำหนด ในปี 2562 “ขมิ้นชนั ” แก่กล่มุ เกษตรกรผ้สู นใจ 4. เพมิ่ การประชาสัมพนั ธ์ และสร้าง ในพ้ืนท่อี �ำเภอล�ำสนธอิ ยา่ งต่อเนอ่ื ง ความตระหนักในงานบริการแพทย์ 4. ขยายและสง่ เสรมิ การปลกู พชื สมนุ ไพร คณุ ภาพชนดิ อื่นตามท่ตี ลาดตอ้ งการ 5. สง่ เสริมการใชแ้ ละอนุรักษส์ มนุ ไพร แผนไทย ทัง้ ในสว่ นของเจา้ หน้าที่ สาธารณสุขและประชาชน Position-5.indd 115 9/13/19 16:05
116 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย บูรณาการคลงั ข้อมลู ทรพั ยากรชวี ภาพของประเทศไทย ชัชชยั ศิลปสุนทร สำ� นกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม 1. ความเปน็ มา หลักการ และเหตุผล ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพท้ังชนิดพันธุ์ พันธุกรรม และระบบนิเวศ เป็นปัจจัยส�ำคัญ ในการดำ� รงชีวิตของประชาชนทั้งทางด้านอาหาร ยารกั ษาโรคภยั ไข้เจบ็ หรือบำ� รงุ สขุ ภาพอนามยั เครอื่ งใชไ้ มส้ อย และเป็นฐานการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจของประเทศทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ อีกท้ังยังมีการ ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพในวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น คุณค่าและความรู้ ได้น�ำมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน โดยเฉพาะพืชสมุนไพรมีการพัฒนาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ สมัยใหม่ ท�ำให้สมุนไพรไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเน่ืองในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เคร่ืองด่ืม สปา และผลิตภัณฑ์ ยาแผนโบราณตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย อย่างไรก็ตาม การสูญเสียความหลากหลาย ทางชีวภาพในประเทศไทยยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการใช้ประโยชน์ และการพ่ึงพาทรัพยากรในธรรมชาติ โดยขาดการค�ำนึงถึงขีดจ�ำกัดและศักยภาพการฟื้นตัว ซ่ึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพทั้งการสูญเสีย แหล่งท่ีอยู่อาศัยในธรรมชาติ การลักลอบเก็บพืชป่าและการล่าสัตว์ป่า การรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น มลพิษ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เหล่านี้ล้วนเป็นแรงกดดันต่อความหลากหลายทางชีวภาพท่ีมีอยู่อย่าง จำ� กดั การขับเคลื่อนบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ และเสริมสร้างสมรรถนะการด�ำเนินงานของ หนว่ ยงานท่เี ก่ยี วข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศ เพอ่ื ให้เกิดการอนุรักษ์ ปกป้อง คุม้ ครอง และใช้ ประโยชนค์ วามหลากหลายทางชวี ภาพอยา่ งยง่ั ยนื ปจั จยั พน้ื ฐานสำ� คญั เชงิ ยทุ ธศาสตรท์ ม่ี คี วามสำ� คญั ในลำ� ดบั แรก ๆ ในการบรหิ ารจดั การ คอื เครอื่ งมอื /กลไก ซงึ่ ไดแ้ กร่ ะบบขอ้ มลู ทมี่ คี ณุ ภาพและองคค์ วามรทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ความหลาก หลายทางชวี ภาพทถี่ กู ตอ้ งและเปน็ ปจั จบุ นั เนอื่ งจากการดำ� เนนิ การดา้ นความหลากหลายทางชวี ภาพของประเทศไทย มคี วามเกย่ี วขอ้ งกับหลายหนว่ ยงานทมี่ ีภารกิจเฉพาะเรือ่ งทีม่ าจากภาคสว่ นหลกั ได้แก่ ภาครฐั ประชาคมวจิ ัย ภาค เอกชน องค์กรพฒั นาเอกชน และชุมชนทอ้ งถ่นิ โดยหนว่ ยงานรฐั ทีเ่ ก่ียวข้องมที ้งั หน่วยงานส่วนกลางมากกวา่ 30 แห่ง จากกระทรวงหลกั ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม รับผิดชอบโดยตรงในส่วนท่ีเก่ียวกับการรักษาทรัพยากร ดูแลสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์พืชและสัตว์ โดยมีหน่วยงานที่เก่ียวข้องโดยตรง ได้แก่ ส�ำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม กรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตวป์ ่า และพันธพุ์ ชื กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำ� นักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และสร้างงานวิจัยเพ่ืออนุรักษ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนการค้นหานวัตกรรมในมิติใหม่ ๆ โดยมีหน่วยงานท่ีมีพันธกิจเก่ียวข้อง ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ส�ำนักงานพัฒนา วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแหง่ ชาติ Position-5.indd 116 9/13/19 16:05
กลมุ่ ท่ี 3 ประเด็นการจัดการเพือ่ นำ�การแพทยแ์ ผนไทยไปใช้ประโยชน์ 117 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สร้างประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ จึงมีหน่วยงานวิชาการ ทที่ ำ� การวจิ ยั และรวบรวมขอ้ มลู ความหลากหลายทางชวี ภาพ ไดแ้ ก่ กรมวชิ าการเกษตร กรมการขา้ ว กรมหมอ่ นไหม กรมประมง กรมปศุสตั ว์ และสำ� นกั งานพัฒนาการวิจยั การเกษตร กระทรวงสาธารณสขุ มกี ารใชป้ ระโยชนจ์ ากความหลากหลายทางชวี ภาพโดยเฉพาะพชื สมนุ ไพร และสาร อินทรยี ์จากพชื สตั วต์ า่ ง ๆ ตั้งแตข่ นาดใหญ่ลงไปถึงส่งิ มีชีวิตขนาดเล็ก เช่น จุลนิ ทรีย์ ที่มอี ยู่ในประเทศไทย เปน็ จ�ำนวนมากมาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลอื ก และองค์การเภสชั กรรม กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความรู้ความเข้าใจแก่นักเรียน นักศึกษาเพ่ือสร้างความเข้าใจ และจิตส�ำนึก ให้เยาวชนเกิดความภาคภูมิใจและหวงแหนความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งเป็นสมบัติอันล�้ำค่าของประเทศไทย หน่วยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ งไดแ้ ก่ สำ� นกั งานคณะกรรมการอดุ มศกึ ษา (สกอ.) โดยมีมหาวิทยาลัยรฐั เปน็ ผดู้ �ำเนินงานวจิ ัย สรา้ งองค์ความรู้เกยี่ วกบั ความหลากหลายทางชีวภาพ และหนว่ ยงานสนบั สนนุ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวง การตา่ งประเทศ กระทรวงพาณชิ ย์ กระทรวงวฒั นธรรม หนว่ ยงานทไ่ี มไ่ ดส้ งั กดั สำ� นกั นายกรฐั มนตรี กระทรวง ทบวง อาทิ โครงการอนรุ ักษ์พันธุกรรมพชื อนั เนื่องมาจากพระราชด�ำริ สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ส�ำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานส่วนท้องถิ่นอีกจ�ำนวนมาก ดังนั้น ข้อมูลความ หลากหลายทางชีวภาพจงึ ถกู รวบรวมไวใ้ นหลายท่ีตามลักษณะโครงสร้างตามภารกจิ และวัตถปุ ระสงค์ การเช่ือมโยง และบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานท�ำได้ยากเนื่องจากข้อมูลไม่เป็นเอกภาพและมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ ขอ้ มลู มคี วามซำ้� ซอ้ นและการนบั ซำ�้ ไมเ่ ปน็ ปจั จบุ นั และขาดการอา้ งองิ ของแหลง่ ทม่ี า บางหนว่ ยงาน ไมม่ กี ารเผยแพร่ ข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แต่มีเป็นเอกสาร การเก็บตัวอย่างมีทั้งแบบมีชีวิต ตัวอย่างแห้ง เน้ือเย่ือ เมล็ด บางหน่วยงานไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้หรือเข้าถึงได้เพียงระดับหน่ึง เนื่องจากชั้นความลับของข้อมูลหรือเฉพาะ กลมุ่ ผใู้ ชท้ ไี่ ดร้ บั สทิ ธซิ งึ่ ตอ้ งมกี ารระบชุ อื่ ผใู้ ชแ้ ละรหสั ผา่ นเทา่ นนั้ ขอ้ มลู ความหลากหลายทางชวี ภาพและองคค์ วามรู้ ตา่ ง ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ งจงึ กระจดั กระจายอยูต่ ามหน่วยงานตา่ ง ๆ ตามหน้าที่และภารกิจ ข้อมูลมกี ารจดั เกบ็ ไมเ่ ป็นระบบ และยงั ไมส่ มบรู ณ์ อกี ทัง้ ยังไม่มีศนู ยร์ วมข้อมลู ความหลากหลายทางชีวภาพ ของประเทศ ท�ำใหข้ อ้ มลู ไม่ได้นำ� มาใช้ ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท้ังในเชิงอนุรักษ์และ การพัฒนาให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อ สรา้ งความม่นั คง มั่งคัง่ และย่งั ยนื ของประเทศตามวิสยั ทศั น์ของยุทธศาสตร์ชาตริ ะยะ 20 ปี จากสถานการณ์ดังกล่าว ส�ำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ได้พัฒนาคลัง ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในการบูรณาการข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ ซ่ึงจะเป็นการเช่ือมโยง แลกเปลยี่ นขอ้ มลู ทแี่ ยกสว่ นกนั อยรู่ ะหวา่ งหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งซง่ึ เปน็ เจา้ ของขอ้ มลู ในรปู แบบทแี่ ตกตา่ งกนั และมี รายละเอยี ดตา่ งกนั ตามภารกจิ และวตั ถปุ ระสงคใ์ หเ้ ปน็ คลงั ขอ้ มลู กลางระดบั ชาตอิ ยา่ งเปน็ ระบบ และครอบคลมุ ขอ้ มลู ความหลากหลายทางชวี ภาพในทกุ ดา้ นทเี่ กยี่ วขอ้ ง เพอื่ การใชป้ ระโยชนข์ อ้ มลู รว่ มกนั ของทกุ ภาคสว่ นใหส้ ามารถเขา้ ถงึ และใชป้ ระโยชนข์ อ้ มลู และองคค์ วามรทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งรว่ มกนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ตอบโจทยก์ ารพฒั นาประเทศและ เกิดประโยชน์สูงสุดในการอนุรักษ์ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ การสร้างคุณค่าและมูลค่าเพ่ิม รวมถึงก�ำหนดทิศทาง การบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพและการแบ่งปันผลประโยชน์ท่ีเป็นธรรม อีกทั้งจะเป็นกลไกท่ีจะช่วยสนับสนุนการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) แผนแม่บทบูรณาการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2558-2564 และแผนปฏิบัติการจัดการความ หลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2560-2564 ให้เกิดผลสัมฤทธิ์และบรรลุเป้าหมายระดับชาติท่ีก�ำหนด และยังเป็น การดำ� เนนิ งานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม (พ.ศ. 2561-2565) เรอ่ื ง ความ หลากหลายทางชวี ภาพ ใหบ้ งั เกดิ ผลเปน็ รปู ธรรม รวมถงึ สนบั สนนุ นโยบายของรฐั บาลในการกา้ วไปสปู่ ระเทศไทย 4.0 Position-5.indd 117 9/13/19 16:05
118 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย ความเขา้ ใจรว่ มกัน ความรว่ มมือ การสนับสนุนและเข้ามามสี ่วนรว่ มขับเคล่ือนการบูรณาการข้อมูลความ หลากหลายทางชีวภาพของภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องจึงเป็นสิ่งจ�ำเป็น ส�ำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานด�ำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศฯ ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและ การแพทยท์ างเลอื ก กำ� หนดจดั การเสวนาและระดมความคดิ เหน็ ในการพฒั นาคลงั ขอ้ มลู ความหลากหลายทางชวี ภาพ ของประเทศที่สามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยน ตอบสนองต่อการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ข้อมูลของทุกภาคส่วน และ การให้บริการของคลังข้อมูลฯ เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการด�ำเนินงานของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการน�ำไปใช้ คมุ้ ครองสิทธปิ ระโยชนข์ องประเทศในเชงิ ทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา โดยมปี ระเดน็ เสวนาประกอบด้วย 1) กระบวนการไดม้ าของขอ้ มลู ขนาดใหญใ่ นยคุ ดจิ ทิ ลั เพอ่ื การบรหิ ารจดั การความหลากหลายทางชวี ภาพ 2) การบูรณาการข้อมลู ตลอดหว่ งโซ่ จากความหลากหลายทางชวี ภาพ สคู่ วามมั่นคง มงั่ คง่ั ยง่ั ยนื 3) Standard with good and fair 4) ก้าวตอ่ ไปการพฒั นาคลงั ขอ้ มูลโดยประชาชนมสี ่วนร่วม 2. นโยบายและมาตรการท่ดี �ำเนินการในปัจจุบัน ยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนระดับชาติท่ีเกี่ยวข้องกับเร่ืองข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ มีสาระสำ� คัญสรุปได้ดงั น้ี 1. ยุทธศาสตรช์ าติ ระยะ 20 ปี คณะรัฐมนตรีมีมติเม่ือวันที่ 5 มิถุนายน 2561 เห็นชอบในหลักการ (ร่าง) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ท่ีก�ำหนดกรอบ และแนวทางการพัฒนาประเทศให้หน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนใช้เป็นกรอบการด�ำเนินงาน เพ่ือ บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ตามที่ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 2) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความ สามารถในการแขง่ ขนั 3) ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาและเสริมสรา้ งศกั ยภาพทรัพยากรมนษุ ย์ (4) ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม (5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ ส่ิงแวดลอ้ ม และ (6) ยุทธศาสตร์ด้านการปรบั สมดุลและพฒั นาระบบการบริหารจัดการภาครฐั โดยในยุทธศาสตร์ ท่ี 1 ยทุ ธศาสตรด์ า้ นความม่นั คงในเรอื่ งการรกั ษาความมนั่ คงและผลประโยชน์ทางทรพั ยากรธรรมชาติท้ังทาง บกและทางทะเล โดยการสรา้ งความตระหนกั รใู้ หแ้ กป่ ระชาชนในเรอ่ื งการใหค้ วามสำ� คญั กบั ฐานทรพั ยากรธรรมชาติ และแนวพระราชด�ำริในการอนุรักษ์ พัฒนา ฟื้นฟูท้องถ่ินและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและมีส่วนร่วมในการ ด�ำเนินการอย่างแทจ้ ริง และยทุ ธศาสตร์ที่ 5 ยทุ ธศาสตรด์ ้านการสร้างการเตบิ โตบนคณุ ภาพชีวิตทเี่ ปน็ มติ รต่อ สิ่งแวดล้อมในเรื่องการสร้างการเติบโตอย่างย่ังยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียวมุ่งเน้นการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจให้ เตบิ โตและมคี วามเปน็ ธรรมบนความสมดลุ ของฐานทรพั ยากรธรรมชาตดิ ว้ ยเศรษฐกจิ ชวี ภาพ โดยมเี ปา้ หมายสสู่ งั คม ทม่ี ีระดับคณุ ภาพชีวติ ทีส่ งู ข้ึน[1] 2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) คณะรฐั มนตรีมมี ติเม่อื วันที่ 13 กนั ยายน 2559 เหน็ ชอบกบั แผนพฒั นาฯ ฉบบั ท่ี 12 ตามที่สำ� นักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ ซึ่งยุทธศาสตร์ท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากร Position-5.indd 118 9/13/19 16:05
กลุ่มท่ี 3 ประเดน็ การจดั การเพอ่ื นำ�การแพทย์แผนไทยไปใชป้ ระโยชน์ 119 ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม คือ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมเพ่ือการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีเป้าหมายคือ ทุนทางธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดล้อมสามารถสนับสนุนการเติบโตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม มีความม่ันคงทางอาหาร พลังงาน และน้�ำ โดยก�ำหนดแนวทางการพัฒนาที่มีความส�ำคัญสูงและสามารถผลักดัน สู่การปฏิบัติไว้โดยการรักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สร้างสมดุลของการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างย่ังยืนและ เป็นธรรม ใช้ประโยชนจ์ ากทนุ ธรรมชาติโดยค�ำนงึ ถึงขีดจ�ำกดั และศกั ยภาพในการฟืน้ ตัว รักษาความมนั่ คงของฐาน ทรพั ยากร สรา้ งสมดลุ ระหวา่ งการอนรุ กั ษแ์ ละการใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งยงั่ ยนื และเปน็ ธรรม รวมทง้ั ผลกั ดนั แนวทางการ ประเมนิ มลู คา่ ของระบบนเิ วศ และการสรา้ งรายได้จากการอนรุ กั ษ์เพื่อใช้ในการบริหารจัดการท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพเพม่ิ ขน้ึ โดยการอนรุ กั ษแ์ ละใชป้ ระโยชนค์ วามหลากหลายทางชวี ภาพอยา่ งยงั่ ยนื ปกปอ้ งและอนรุ กั ษท์ รพั ยากรพนั ธกุ รรม อนุรักษ์พันธุกรรม และภูมิปัญญาท้องถ่ิน สนับสนุนธนาคารพันธุกรรมที่มีการด�ำเนินการอยู่แล้วอย่างเป็นระบบ ทั้งพืช สตั ว์ และจลุ ินทรยี ์ ส่งเสริมการใชป้ ระโยชน์ การสรา้ งมูลค่าเพ่ิมจากทรพั ยากรชีวภาพ และใหม้ ีการแบ่งปนั ผลประโยชนอ์ ยา่ งเปน็ ธรรม เชอื่ มโยงการพฒั นาผลติ ภณั ฑช์ วี ภาพใหมก่ บั กระบวนการพฒั นาสนิ คา้ ชมุ ชนหนงึ่ ตำ� บล หน่ึงผลิตภัณฑ์ โดยค้นหาเอกลักษณ์และศักยภาพท่ีแท้จริงของทรัพยากรชีวภาพ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของ ท้องถ่ิน เพอ่ื พัฒนาผลิตภณั ฑ์ใหมท่ ม่ี ีนวตั กรรมและมีมลู คา่ สูง[2] 3. แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม (พ.ศ. 2561-2565) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 เห็นชอบแผนการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน รวมถึง แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ตามทสี่ ำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ (สศช.) เสนอ โดยใหท้ กุ หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง พจิ ารณาจดั ทำ� แผนงาน/โครงการทอี่ ยรู่ ะหวา่ งการ ด�ำเนินงานของหนว่ ยงาน และเป็นแผนการด�ำเนินงานของหนว่ ยงานในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2561-2565) ใหส้ อดคล้อง เช่อื มโยงกบั แผนการปฏิรูปประเทศ และส่งไปยัง สศช. ภายใน 3 เดือน[3] แผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก�ำหนดให้มีการด�ำเนินการระหว่าง ปี พ.ศ. 2561-2565 ประกอบด้วยประเด็นปฏิรูป ได้แก่ ทรัพยากรทางบก ทรัพยากรน้�ำ ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และระบบบริหารจัดการ โดยในประเด็นปฏิรูปเร่ืองความ หลากหลายทางชีวภาพ ประกอบด้วยประเด็นปฏิรูปหลัก 6 เร่ือง ได้แก่ 1) ปฏิรูปกลไกด้านความหลากหลาย ทางชีวภาพท้ังระดับชาติและพ้ืนที่ 2) ปฏิรูประบบการวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ 3) ปฏิรูประบบ ขอ้ มลู ความหลากหลายทางชวี ภาพของประเทศ เพือ่ การอนรุ กั ษ์ คุ้มครอง ใช้ประโยชน์ และแบ่งปันผลประโยชน์ ที่เป็นธรรม 4) ปฏิรูประบบและเครือข่ายฐานทรัพยากรท้องถิ่นให้ครอบคลุมท่ัวประเทศ รวมถึงเครือข่ายระดับ ประเทศและอาเซียน 5) ปฏิรปู ระบบบคุ ลากรด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และ 6) ปฏริ ูประบบกลไกรองรับ การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างย่ังยืน โดยในประเด็นการปฏิรูปท่ี 3 ก�ำหนดให้มี การพัฒนาและเชื่อมโยงฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ โดยให้มีศูนย์ข้อมูลกลางด้านความหลากหลาย ทางชวี ภาพ เพอ่ื ใหห้ นว่ ยงานและชมุ ชนสามารถเขา้ ถงึ ใชแ้ หลง่ ขอ้ มลู และตวั อยา่ งความหลากหลายทางชวี ภาพ และ น�ำไปใช้ประโยชน์เพ่ือต่อยอดสร้างองค์ความรู้ส�ำหรับการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจ การแบ่งปันผลประโยชน์ อย่างเปน็ ธรรม การบรหิ ารจัดการ การตอบสนองพันธกรณแี ละความตกลงระหว่างประเทศ ความรว่ มมอื ในระดับ ภูมิภาค และการก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 การจัดล�ำดับความส�ำคัญของข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ ที่มีอยู่ในปัจจุบันท่ีมีความส�ำคัญต่อประเทศ การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และการจัดท�ำบัญชีรายการ ทรพั ยากรความหลากหลายทางชีวภาพและแหลง่ ตัวอย่าง[4,5] Position-5.indd 119 9/13/19 16:05
120 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย 4. (รา่ ง) ยทุ ธศาสตรก์ ารวิจัยและนวตั กรรมแหง่ ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ โดยในยุทธศาสตร์ท่ี 1 การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างความม่ังค่ัง ทางเศรษฐกิจ ได้ก�ำหนดวัตถุประสงค์ให้เกิดการวิจัยพัฒนาน�ำความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยไปสู่ เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและย่ังยืน และในยุทธศาสตร์ที่ 2 การวิจัยและนวัตกรรมเพ่ือการ พัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมในเรื่องการบริหารจัดการน�้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่ิงแวดล้อม ไดก้ ำ� หนดแผนงานวจิ ยั และนวตั กรรมทสี่ ำ� คญั ดา้ นการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรและสง่ิ แวดลอ้ ม ทมี่ งุ่ เนน้ การวจิ ยั และ นวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท้ังในเชิงเศรษฐกิจและสังคม หยุดย้ังการ สูญเสียชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามหรือใกล้สูญพันธุ์ การยกระดับฐานข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อมตามมาตรฐานสากลและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างบูรณาการ เพ่ือเป็นโครงสร้างพื้นฐานใน การเฝ้าระวังเตือนภยั และการจัดการอย่างมีประสิทธภิ าพ[6] 5. แผนจัดการคุณภาพสิง่ แวดลอ้ ม พ.ศ. 2560-2564 แผนจัดการคุณภาพส่ิงแวดล้อม พ.ศ. 2560-2564 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ โดยในเร่ืองความหลากหลายทางชีวภาพก�ำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ที่ 1 การ จัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและเป็นธรรม โดยมีเป้าหมาย คือ ให้ฐานทรัพยากรธรรมชาติและ ความหลากหลายทางชีวภาพได้รับการส่งเสริมท้ังการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์อย่างสมดุล เป็นธรรม และ เกดิ ความมนั่ คง และไดก้ ำ� หนดแผนงานความหลากหลายทางชวี ภาพไวภ้ ายใตก้ ลยทุ ธก์ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ เพ่อื การอนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟู และใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งยั่งยืน และยุทธศาสตร์ที่ 3 การเพม่ิ ประสทิ ธิภาพการใชท้ รพั ยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่า และย่ังยืน มีเป้าหมาย คือ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพมากข้ึน มีความคุ้มค่า และย่ังยืน โดยมีกลยุทธ์เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรชีวภาพ อย่างย่ังยืน ประกอบด้วยแผนงานการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการเพ่ิมมูลค่าในการพัฒนา เศรษฐกิจบนฐานทรพั ยากรชีวภาพ 6. แผนแมบ่ ทบรู ณาการจดั การความหลากหลายทางชวี ภาพ พ.ศ. 2558-2564 และแผนปฏบิ ตั กิ ารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2560-2564[7] คณะรัฐมนตรีมีมติเม่ือวันท่ี 10 มีนาคม 2558 เห็นชอบ (ร่าง) แผนแม่บทบูรณาการจัดการความ หลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2558-2564 และเป้าหมายระดับชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดย แผนแมบ่ ทฯ ก�ำหนดยทุ ธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 บรู ณาการคณุ ค่าและการจดั การความหลากหลาย ทางชวี ภาพโดยการมสี ว่ นรว่ มในทกุ ระดบั ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 อนรุ กั ษแ์ ละฟน้ื ฟคู วามหลากหลายทางชวี ภาพ ยทุ ธศาสตร์ ท่ี 3 ปกปอ้ งคมุ้ ครองสิทธปิ ระโยชน์ของประเทศ และบริหารจดั การเพ่อื เพิม่ พนู และแบง่ ปันผลประโยชนจ์ ากความ หลากหลายทางชีวภาพ โดยสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว และยุทธศาสตร์ท่ี 4 พัฒนาองค์ความรู้และ ระบบฐานข้อมลู ด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็นมาตรฐานสากล คณะรฐั มนตรีมมี ตเิ ม่ือวนั ที่ 28 มีนาคม 2560 เหน็ ชอบ (รา่ ง) แผนปฏบิ ตั กิ ารจัดการความหลากหลาย ทางชีวภาพ พ.ศ. 2560-2564 เพ่ือขับเคล่ือนการด�ำเนินการตามแผนแม่บทบูรณาการจัดการความหลากหลาย ทางชีวภาพ พ.ศ. 2558-2564 โดยแผนปฏบิ ัติการประกอบด้วย ยทุ ธศาสตร์หลัก 4 ดา้ น และแผนปฏบิ ัตกิ าร 10 เร่ือง โดยในยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 พัฒนาองค์ความรู้ และระบบฐานข้อมลู ด้านความหลากหลายทางชีวภาพใหเ้ ป็น Position-5.indd 120 9/13/19 16:05
กลมุ่ ท่ี 3 ประเด็นการจัดการเพ่ือนำ�การแพทย์แผนไทยไปใชป้ ระโยชน์ 121 มาตรฐานสากล ก�ำหนดให้มีการจัดการองค์ความรู้และระบบฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ โดยก�ำหนด เป้าหมายให้มีกลไกในการบูรณาการและเช่ือมโยงข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่มีอยู่ให้สามารถน�ำมา ใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดท�ำคลังข้อมูลทรัพยากรชีวภาพ และฐานข้อมูลเฉพาะด้านความ หลากหลายทางชวี ภาพให้เปน็ ระบบและเชื่อมต่อกัน[8] 3. โอกาสในการพฒั นา การบรู ณาการขอ้ มลู ความหลากหลายทางชวี ภาพของประเทศจากหนว่ ยงานหลกั และหนว่ ยงานสนบั สนนุ ทเี่ ก่ยี วข้อง จะท�ำใหม้ ีขอ้ มลู ขนาดใหญเ่ พื่อการสนับสนนุ การวางแผน การตัดสินใจในระดบั นโยบายทัง้ เชิงเศรษฐกจิ สงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม และความมน่ั คงของรฐั การคมุ้ ครอง ฟนื้ ฟแู หลง่ ทีอ่ ยูอ่ าศยั ลดภยั คกุ คามและจดั การชนิดพันธุ์ ตา่ งถนิ่ การแบง่ ปนั ผลประโยชนอ์ ยา่ งเทา่ เทยี มและยตุ ธิ รรม การบรหิ ารจดั การอยา่ งยง่ั ยนื การปกปอ้ งทรพั ยส์ นิ ของ ประเทศในเชงิ ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา โดย ผบู้ รหิ าร สามารถจดั ทำ� นโยบายและแผนการบรหิ ารจดั การความหลากหลาย ทางชีวภาพของประเทศไทยด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ นักอนุรักษ์ และผู้ดูแลกฎหมาย มีข้อมูลเพื่อพิทักษ์ ปกป้อง คุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ จัดการทรัพย์สินทางปัญญา เกษตรกร มีข้อมูลสนับสนุนการเพ่ิมผลผลิต ทางดา้ นการเกษตร นกั วิจัย สามารถตดิ ตามขอ้ มูลงานวิจัย เพ่อื พฒั นาต่อยอดงานวิจัยในอนาคต ผปู้ ระกอบการ มีขอ้ มลู เพ่อื พฒั นาเพม่ิ มลู ค่าทางเศรษฐกจิ จากความหลากหลายทางชวี ภาพ ชุมชน มีเครอ่ื งมือในการจัดเกบ็ ดูแล ปกปกั รกั ษาความหลากหลายทางชวี ภาพ เขา้ ถงึ ขอ้ มลู องคค์ วามรู้ เพอ่ื สรา้ งเศรษฐกจิ และรายได้ แบง่ ปนั ผลประโยชน์ ท่ีเปน็ ธรรม ทั้งนี้ เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของ หน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพระดับประเทศอย่างเป็นเอกภาพ ได้ก�ำหนด แผนดำ� เนนิ งานในเบอื้ งต้น (ระยะ 5 ปี) ประกอบดว้ ย 1) จัดท�ำสถาปัตยกรรมองค์กรระบบนิเวศให้เป็นแบบส�ำหรับบูรณาการระบบสารสนเทศที่ต่างกันให้ ท�ำงานร่วมกันได้ โดยคำ� นึงถงึ การคมุ้ ครองความเปน็ สว่ นตวั ของข้อมูล และความมัน่ คงทางไซเบอร์ 2) จัดท�ำมาตรฐานรายการข้อมูลร่วมที่ครอบคลุม และรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลส�ำหรับการบูรณาการ ตามสถาปตั ยกรรมองคก์ รฯ ตามทีก่ �ำหนด 3) พัฒนาบุคลากรท่ีมีความรู้เชิงบูรณาการและทักษะเชิงปฏิบัติ ด้านสถาปนิก ISE Information Modeling มาตรฐานข้อมูล และนักวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนการบริหารจัดการโครงการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ขนาดใหญท่ ี่ยืดหยุ่นรวดเรว็ 4) พฒั นาเคร่อื งมอื ในการตดิ ตาม ก�ำกับ และประเมินผล ตลอดจนควบคุมคณุ ภาพของข้อมลู 5) พัฒนาคลงั ขอ้ มลู ความหลากหลายทางชีวภาพและการใหบ้ รกิ าร Position-5.indd 121 9/13/19 16:05
122 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย เอกสารอา้ งองิ 1. วิทยาลยั ป้องกนั ราชอาณาจกั ร. ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580 (ฉบบั สำ� หรบั เผยแพร่). กรงุ เทพฯ. 2560. 2. ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12. กรุงเทพฯ. 2560. 3. ส�ำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. แผนแม่บทบูรณาการจัดการความหลากหลายทาง ชีวภาพ พ.ศ. 2558-2564. กรงุ เทพฯ. 2558. 4. ส�ำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม. แผนปฏิบัติการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2560-2564. กรงุ เทพฯ. 2560. 5. ส�ำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. แผนจัดการคุณภาพส่ิงแวดล้อม พ.ศ. 2560-2564. กรุงเทพฯ. 2560. 6. คณะอนุกรรมการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม. (ร่าง) ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579). กรงุ เทพฯ. 2561. 7. ส�ำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สภาขบั เคลอื่ นการปฏริ ปู ประเทศ เรือ่ ง ปฏิรปู การจดั การความหลากหลายทางชีวภาพ และการใชป้ ระโยชนอ์ ย่างยง่ั ยืน (ฉบบั ปรับปรงุ ). กรงุ เทพฯ. 2560. 8. ส�ำนักงานเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม. แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม (พ.ศ. 2561-2565). กรุงเทพฯ. 2561. Position-5.indd 122 9/13/19 16:05
กลมุ่ ที่ 3 ประเดน็ การจดั การเพือ่ น�ำ การแพทย์แผนไทยไปใชป้ ระโยชน์ 123 ภาคผนวก ภาพที่ 3.1 แผนดำ� เนนิ งานบรู ณาการข้อมลู ความหลากหลายทางชีวภาพในเบ้อื งตน้ ระยะ 5 ปี Position-5.indd 123 9/13/19 16:05
124 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย กล่มุ ท่ี 4 ประเด็นวิชาการร่วมสมยั 4.1 กัญชา: แนวทางการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และการควบคมุ การน�ำไปใชป้ ระโยชน์ 4.2 เหด็ เป็นยาและอาหาร Position-5.indd 124 9/13/19 16:05
กลุ่มที่ 4 ประเดน็ วิชาการร่วมสมัย 125 กัญชา: แนวทางการใชป้ ระโยชนท์ างการแพทย์ และการควบคมุ การน�ำไปใช้ประโยชน์ ส�ำนกั งานข้อมลู สมนุ ไพร คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล 1. ความเป็นมา หลักการและเหตผุ ล กญั ชาเป็นพืชในวงศ์ Canabaceae เปน็ ไมล้ ม้ ลุก ตน้ ตง้ั ตรง ลำ� ตน้ เปน็ เหลย่ี มเลก็ น้อย มขี น มที ้งั ต้นแยก เพศ เป็นตน้ ดอกเพศผู้ ต้นดอกเพศเมีย และตน้ ดอกสมบูรณเ์ พศ ใบทีอ่ ยูใ่ กลย้ อดเรยี งแบบบนั ไดเวียน มหี ูใบ 2 อนั เปน็ รูปเส้นด้ายตดิ อยู่ทโี่ คนก้านใบยาวประมาณ 0.5 ซม. ตง้ั ตรง ไมร่ ่วงงา่ ย แผ่นใบเป็นแฉก 5-7 แฉก แต่ละแฉก เปน็ รปู หอก ปลายแฉกแหลมเปน็ ติ่ง ขอบหยัก กา้ นใบมขี น ดอกตวั ผูอ้ อกเป็นช่อตามงา่ มใบและยอด ดอกมีกลีบ เพยี งชั้นเดยี ว จำ� นวน 5 กลีบ ไม่ติดกนั กลบี รูปขอบขนาน ดอกตัวเมีย ออกเดยี่ ว ๆ ตามง่ามใบและยอด แต่ละ ดอกมใี บประดบั สีเขยี วเข้ม คลา้ ยกาบและมีขนเป็นตอ่ มห้มุ อยู่ ไม่มีกลบี ดอก ผลรปู ไข่ หรอื รูปรี เกลยี้ ง มีใบประดับ หุ้มอยู่ 2 ใบ กญั ชาที่น�ำไปใช้ทางการแพทย์ คือ ตน้ กัญชาเพศเมยี เนือ่ งจากสารสำ� คัญของกญั ชาพบมากในสว่ น ของ trichome หรือขนท่ที �ำหน้าท่สี ะสมสารบรเิ วณชอ่ ดอกเพศเมยี กญั ชามที ั้งหมด 3 ชนดิ ไดแ้ ก่ Cannabis sativa L., C. indica Lam., C. rudralis Janisch ซง่ึ มี ความแตกตา่ งกนั ในเรอ่ื งลักษณะทางพฤกษศาสตร์ และถน่ิ ทพี่ บดังตารางท่ี 4.1 นอกจากกัญชาแตล่ ะชนิดและสายพันธุ์มีลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ (phynotype) แตกต่างกนั แล้ว ยงั มี ความแตกตา่ งในเรอ่ื งสารเคมที เ่ี ปน็ องคป์ ระกอบ (chemotype) โดยเฉพาะชนดิ และปรมิ าณสารกลมุ่ แคนนาบนิ อยด์ (cannabinoids) ซงึ่ พบหลายชนดิ ในกญั ชาและมฤี ทธท์ิ างชวี ภาพมากมาย แตส่ ารแคนนาบนิ อยดท์ ม่ี คี วามสำ� คญั และ มีบทบาททางการแพทยม์ ากทส่ี ดุ คอื delta-9-tetrahydrocannabinol (THC) และ cannabidiol (CBD) โดย พบว่า กัญชาชนิด C. sativa L. มีปริมาณ THC สูงกว่า CBD ส่วนชนิด C. indica Lam. มีปริมาณ CBD สูงกวา่ THC โดยสาร THC เปน็ สว่ นประกอบหลกั ที่ออกฤทธิ์ตอ่ จติ ประสาท ทำ� ใหเ้ กิดอารมณ์เคลิ้มสขุ คลายกงั วล สงบประสาท เซอ่ื งซึม และมฤี ทธเ์ิ ปน็ ยาแกป้ วด ตา้ นอาเจียน ลดการอกั เสบ ในขณะที่ CBD มฤี ทธ์ิระงับอาการวิตก กังวลตา้ นการชกั และเปน็ สารที่ไม่มีฤทธิ์เสพตดิ จากความแตกตา่ งของชนิดและปรมิ าณสาร cannabinoid ท�ำให้ ตารางท่ี 4.1 ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ และถิ่นทพ่ี บของกัญชาชนิดต่าง ๆ สายพนั ธ์ุ C. sativa L. C. indica Lam. C. rudralis Janisch ถนิ่ ท่พี บ พบบรเิ วณเส้นศนู ย์สูตร ภมู ปิ ระเทศ พบในเขตหนาว เช่น ประเทศ พบในเขตหนาวเยน็ ใกลข้ ว้ั โลก เช่น ลกั ษณะตน้ แบบรอ้ นชื้น ชอบแดดจดั อัฟกานสิ ถาน อหิ รา่ น สหพันธรัฐรัสเซีย ตน้ สูง 1.5-7.5 ม. กิ่งโปรง่ ใบเรยี ว ตน้ สงู ไมเ่ กนิ 1.5 ม. ไมแ่ ตกกงิ่ ก้าน ตน้ ขนาดเลก็ ใบขนาดเลก็ ดอก ยาว ช่อดอกโปร่งยาว ใบใหญ่ กวา้ ง สเี ขยี วเขม้ ช่อดอก ขนาดเล็ก ออกดอกง่ายและออกดอก แน่น เร็ว นยิ มนำ� ไปท�ำตน้ พนั ธุ์เพอ่ื ท�ำ ลูกผสม Position-5.indd 125 9/13/19 16:05
126 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย กญั ชาแตล่ ะชนดิ และสายพนั ธม์ุ คี วามเหมาะสมกบั การนำ� ไปใชป้ ระโยชนใ์ นการรกั ษาโรคแตกตา่ งกนั โดยกญั ชาทพี่ บ ในประเทศไทยเป็นชนิด C.sativa L. ซงึ่ เป็นชนดิ ท่พี บได้ในถิน่ ร้อนชื้น บริเวณใกลเ้ ส้นศูนย์สูตร เชน่ ประเทศไทย เมก็ ซโิ ก โคลมั เบีย จาไมกา้ เป็นตน้ กญั ชาถกู นำ� มาใชเ้ พอื่ ประโยชนท์ างการแพทยม์ าชา้ นาน และมหี ลกั ฐานวา่ ถกู นำ� มาใชใ้ นยาแผนไทยตงั้ แต่ สมัยสมเด็จพระนารายณ์ การรวบรวมข้อมูลจากต�ำราการแพทย์แผนไทย เช่น ต�ำราโอสถพระนารายณ์ ต�ำรา แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ พบว่ามีต�ำรับยาที่ใช้กัญชาเป็นส่วนประกอบมากกว่า 90 ต�ำรับ โดยแบ่งออกได้เป็น 4 กลมุ่ ใหญ่ คือ ยาสำ� หรับอาการในระบบทางเดนิ อาหาร ยาส�ำหรับใชแ้ ก้ลมหรืออาการสวิงสวาย ยาช่วยใหน้ อนหลบั และยาบำ� รุงร่างกาย ในตา่ งประเทศมกี ารนำ� กญั ชามาใชท้ างการแพทย์ ในรปู แบบของยาเมด็ เจลาตนิ แคปซลู และยาสเปรยพ์ น่ ในช่องปากและใต้ลิน้ เพอ่ื ต้านการอาเจียน กระต้นุ ความอยากอาหาร ป้องกันอาการคล่ืนไส้ทเี่ กิดจากยารกั ษามะเร็ง บรรเทาอาการนอนไม่หลบั รักษาอาการปวดเส้นประสาทอย่างรุนแรง และเพม่ิ ความอยากอาหารในผปู้ ่วยเอดส์ ซงึ่ แนวทางการใชส้ ารสกดั กญั ชาทางการแพทยใ์ นปจั จุบัน อาจแบ่งไดเ้ ปน็ 3 กล่มุ คือ 1. การใช้ประโยชนใ์ นการรักษาซงึ่ มขี ้อมูลทางวชิ าการท่สี นบั สนุนชัดเจน เช่น - ภาวะคล่ืนไสอ้ าเจียนในผู้ป่วยท่ีได้รบั ยาเคมีบ�ำบัด - โรคลมชกั ท่รี ักษาไดย้ ากในเด็กและโรคลมชกั ทดี่ ื้อยา - ภาวะกล้ามเนอื้ หดเกร็งในผปู้ ว่ ยปลอกประสาทเส่อื มแขง็ - ภาวะปวดประสาทที่ใช้วธิ ีการรกั ษาอ่ืนไม่ไดผ้ ล 2. การใช้ประโยชน์ในการควบคุมอาการ ซึ่งควรมีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนหรืองานวิจัยเพ่ิมเติม ในประเดน็ ความปลอดภัยและประสิทธิผลเพอื่ สนบั สนนุ การนำ� มาใช้ เชน่ - โรคพารก์ ินสัน - โรคอัลไซเมอร์ - โรควิตกกงั วลทั่วไป - ผู้ป่วยท่ีตอ้ งดูแลแบบประคับประคอง - ผ้ปู ว่ ยมะเร็งระยะสดุ ทา้ ย 3. การใช้สารสกัดกัญชาในการรักษา แต่ยังขาดข้อมูลจากงานวิจัยสนับสนุนท่ีชัดเจนเพียงพอในด้าน ความปลอดภยั และประสทิ ธผิ ล ซงึ่ ตอ้ งศกึ ษาวจิ ยั ในหลอดทดลองและสตั วท์ ดลองกอ่ นนำ� มาศกึ ษาวจิ ยั ในมนษุ ย์ เชน่ การรกั ษาโรคมะเรง็ ชนิดตา่ ง ๆ อย่างไรก็ตามการใช้กัญชาในรูปแบบของการสูบเป็นระยะเวลานานจะเพ่ิมความเส่ียงให้เกิดการเสพติด และหากมีการน�ำมาใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ โดยการสูบแบบต่อเนื่องจะท�ำให้เกิด ปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอเรื้อรัง หลอดลมอักเสบ และมะเร็งในระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งก่อให้ เกิดความผิดปกติต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ กระบวนการเรียนรู้และการจดจ�ำ นอกจากน้ีกัญชายังมีผลท�ำให้ เกดิ ความผิดปกติต่อภาวะทางจิต ดังน้นั กัญชาจงึ ถกู จัดใหเ้ ปน็ พืชเสพตดิ และผดิ กฎหมายในหลาย ๆ ประเทศรวมถงึ ประเทศไทย อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีการศึกษาและมีหลักฐานทางวิชาการรองรับการใช้ประโยชน์ของกัญชาทาง การแพทย์ ทำ� ใหบ้ างประเทศยอมรบั การใชก้ ญั ชามากขน้ึ จงึ ไดม้ กี ารผอ่ นปรนโดยการแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ กฎหมาย อนญุ าต ใหป้ ระชาชนใชก้ ญั ชาทางการแพทยห์ รอื เพอ่ื การนนั ทนาการไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมาย โดยในหลายรฐั ของสหรฐั อเมรกิ า ได้ออกกฎหมายอนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ส่วนในประเทศไทยแต่เดิมมี พ.ร.บ. ยาเสพตดิ ให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งจัดใหก้ ัญชาเปน็ ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 หา้ มมิให้ผใู้ ดผลติ จําหนา่ ย นาํ เขา้ Position-5.indd 126 9/13/19 16:05
กลมุ่ ท่ี 4 ประเดน็ วิชาการรว่ มสมัย 127 ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่รัฐมนตรีจะได้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเป็นราย ๆ ไป แต่เมื่อมีความต้องการน�ำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ จึงต้องมีการทบทวนและปรับแก้กฎหมาย โดยได้แก้ไข สาระส�ำคัญ คือ กัญชายังจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทท่ี 5 แต่อนุญาตให้มีการปลูก ผลิต จ�ำหน่าย และ ครอบครองเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่าน้ัน และต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เปน็ รายกรณไี ป โดย พ.ร.บ. ยาเสพตดิ ให้โทษ ฉบบั ท่ี 7 น้ีไดม้ พี ระราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ณ วันท่ี 17 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2562 2. นโยบายและมาตรการท่ีด�ำเนนิ การปัจจบุ ัน ปัจจุบันการนำ� กัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างกว้างขวาง ทำ� ให้ เกิดกระแสและการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการน�ำมาใช้ เน่ืองจากกัญชาเป็นพืชที่มีท้ังประโยชน์และ โทษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงได้แต่งต้ังคณะกรรมการพิจารณาการน�ำกัญชามาใช้ประโยชน์ทาง การแพทย์ เพื่อเสนอแนะนโยบายและแผนการพัฒนาการน�ำกัญชามาใช้ประโยชน์ฯ และการศึกษาวิจัยพัฒนา/ วางระบบการน�ำกัญชามาใช้ประโยชน์ให้ครบวงจร การปลูก-ปรับปรุงสายพันธุ์-ผลิตสารส�ำคัญ-พัฒนาผลิตภัณฑ์- การใช้ประโยชน์-การควบคุมการใช้ โดยมีหลักการเบื้องต้นการน�ำกัญชามาใช้ประโยชน์ในยุคปัจจุบัน (1) ตาม รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 หมวด 5 หน้าทีข่ องรฐั มาตรา 55 รัฐต้องดำ� เนนิ การใหป้ ระชาชน ได้รับบริการสาธารณสุขท่ีมีประสิทธิภาพอย่างท่ัวถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับการส่งเสริม สขุ ภาพและการปอ้ งกนั โรค และสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ใหม้ กี ารพฒั นาภมู ปิ ญั ญาดา้ นแพทยแ์ ผนไทยใหเ้ กดิ ประโยชน์ สูงสุด บริการสาธารณสุขตามวรรคหนึ่ง ต้องครอบคลมุ การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ การควบคมุ และปอ้ งกนั โรค การรกั ษา พยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพด้วยรัฐต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่าง ตอ่ เนื่อง (2) การวิจัยพฒั นายนื ยันประสทิ ธิผลความปลอดภัยของตำ� รบั ยา (2.1) การวจิ ยั ทางปรคิ ลนิ กิ (พษิ วทิ ยา เพอ่ื ยนื ยนั ความปลอดภยั ) (2.2) การวจิ ยั ระดบั คลนิ กิ ตามมาตรฐานจรยิ ธรรมการวจิ ยั ในมนษุ ยด์ า้ นการแพทยด์ งั้ เดมิ ท่ีองค์การอนามัยโลกก�ำหนด (การวิจัยท้ังสูตรต�ำรับ การน�ำหลักฐานบันทึก หรือประสบการณ์การใช้มาอ้างอิง) เพื่อยืนยันประสิทธิผลการใช้ในผู้ป่วย และ (3) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการใช้ ทางการแพทย์ ตงั้ แตก่ ารคดั เลอื กสายพันธ์ุ การปลกู การเกบ็ เกยี่ ว การแปรรูปเบือ้ งตน้ เชน่ บดเป็นผง การสกดั เชน่ สกัดเปน็ น้ำ� มัน การพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์ นอกจากน้ี พ.ร.บ. ยาเสพตดิ ให้โทษ พ.ศ. 2522 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลา นานและมีบทบัญญัติบางประการท่ีไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันปรากฏผลวิจัยว่าสารสกัดจากกัญชา มีประโยชน์ทางการแพทย์มากมาย ท�ำให้มีผู้ป่วยบางส่วนลักลอบใช้กัญชาเพ่ือการรักษาโรคมานานหลายปีแล้ว ท้ังผลิตใช้เองและผลิตในเชิงพาณิชย์ เป็นผลให้มีราคาแพง และอาจไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการแพทย์และต�ำรับยา จึงไดม้ ีการแก้ไขเพมิ่ เตมิ พ.ร.บ. ยาเสพติดใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 เพอ่ื เปดิ โอกาสใหส้ ามารถนำ� กัญชาไปทำ� การศึกษา วิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสามารถน�ำไปใช้ในการรักษาภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์ได้ โดยใน พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ฉบับแกไ้ ขนีเ้ ป็นฉบบั ที่ 7 และประกาศในราชกิจจานเุ บกษาในวันท่ี 18 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2562 กญั ชายังจัดเปน็ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภทท่ี 5 แตม่ สี าระส�ำคัญทีแ่ ก้ไข คอื 1. หา้ มมิให้ผลิต นำ� เขา้ หรอื สง่ ออก เวน้ แต่ได้รับอนญุ าตจากผูอ้ นุญาตเฉพาะกรณจี �ำเป็นเพ่อื ประโยชน์ ของทางราชการ การแพทย์ การรกั ษาผูป้ ว่ ย การศกึ ษาวิจัยและพัฒนา ทง้ั นีร้ วมถึงการเกษตรกรรม พาณชิ ยกรรม วิทยาศาสตร์ หรืออุตสาหกรรมเพ่อื ประโยชน์ทางการแพทย์ Position-5.indd 127 9/13/19 16:05
128 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย 2. หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดจำ� หนา่ ย หรอื มไี วใ้ นครอบครองเวน้ แตไ่ ดร้ บั ใบอนญุ าต ไวใ้ นครอบครองคำ� นวณเปน็ สาร บรสิ ทุ ธิ์ตามจ�ำนวนทกี่ �ำหนด ให้สนั นษิ ฐานวา่ มีไวใ้ นครอบครองเพอ่ื จ�ำหน่าย ยกเวน้ มไี วใ้ นครอบครองไม่เกินจ�ำนวน ท่ีจ�ำเป็นส�ำหรับใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือส�ำหรับใช้ประจ�ำในการปฐมพยาบาล หรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในเรือ เครอื่ งบิน หรือยานพาหนะอนื่ ใดทใี่ ช้ในการขนส่งสาธารณะระหวา่ งประเทศ 3. ผู้อนุญาตจะออกใบอนุญาตได้เม่ือผู้ขออนุญาตเป็น (1) สภากาชาดไทยหรือหน่วยงานของรัฐ ท่ีมีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ ให้บริการทางการแพทย์ เภสชั กรรม และเกษตรกรรม ใหบ้ รกิ ารทางเกษตรกรรมเพ่ือประโยชนท์ างการแพทย์ และ เภสชั กรรม ปอ้ งกันปราบปรามและแก้ไขปญั หายาเสพตดิ (2) ผูป้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรม เภสชั กรรม ทนั ตกรรม การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย (3) สถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ (4) ผปู้ ระกอบวชิ าชพี เกษตรกรรมทรี่ วมกลมุ่ กนั เปน็ วสิ าหกจิ ชมุ ชน วสิ าหกจิ เพอ่ื สงั คม สหกรณก์ ารเกษตร ซง่ึ อยภู่ าย ใตค้ วามรว่ มมอื และกำ� กบั ดแู ลว้ ของผู้ขออนุญาต ตาม (1) หรอื (3) ท้ังนผ้ี ้ปู ระกอบวชิ าชีพเกษตรกรรมสามารถรว่ ม ผลติ และพฒั นาสตู รตำ� รบั ยาแผนโบราณหรอื ยาสมนุ ไพรไดภ้ ายใตก้ ารกำ� กบั ดแู ลว้ ของผขู้ ออนญุ าต ตาม (1) หรอื (3) 4. ผูร้ บั อนญุ าตมีหน้าท่ที ำ� ตามกฎหมายก�ำหนด เช่น จดั ให้มีป้ายไว้ในทีเ่ ปิดเผยเหน็ ไดง้ ่าย ณ สถานท่ี ผลิตแสดงว่าเป็นสถานที่ผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 มีการวิเคราะห์ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ท่ีผลิต ข้นึ กอ่ นนำ� ออกจากสถานทผ่ี ลิต มีฉลากและเอกสารกำ� กบั ยาเสพติดใหโ้ ทษในประเภท 5 หรอื ค�ำเตือน หรือข้อควร ระวัง มีการแยกเกบ็ ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เป็นสัดสว่ น และตอ้ งแจ้งเป็นหนังสอื ใหผ้ อู้ นุญาตทราบในกรณี ทีย่ าเสพตดิ ให้โทษในประเภท 5 ถูกโจรกรรม สูญหาย หรอื ถกู ทำ� ลาย เปน็ ต้น 5. หา้ มโฆษณายาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5 เวน้ แต่เปน็ การโฆษณาตอ่ ผู้ประกอบวชิ าชพี ที่ไดร้ บั อนุญาต และเปน็ เอกสารก�ำกับยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภท 5 ทภ่ี าชนะหรอื หบี หอ่ บรรจุ 6. หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดเสพเวน้ แตก่ ารเสพนน้ั เปน็ การเสพเพอื่ การรกั ษาโรคตามคำ� สง่ั ของผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทไี่ ด้ รับใบอนญุ าต หรอื เปน็ การเสพเพอ่ื การศึกษาวิจยั ทง้ั นี้ ต�ำรับยาทีเ่ สพได้ให้เปน็ ไปตามที่รัฐมนตรีประกาศก�ำหนด 7. ก�ำหนดหนา้ ทีข่ องทายาท ผูค้ รอบครอง หรอื ผูจ้ ัดการมรดก และอำ� นาจหน้าท่ีของเจา้ หน้าท่ใี นกรณี ที่ผ้ไู ดร้ ับใบอนุญาตจำ� หนา่ ยหรือมีไว้ในครอบครองซึง่ ยาเสพตดิ ประเภท 5 ตายกอ่ นใบอนญุ าตสนิ้ อายุ แสดงความ จ�ำนงต่อผู้อนุญาตเพื่อขอประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตนั้นต่อไปภายในเก้าสิบวันนับแต่วันท่ีผู้รับอนุญาตตาย ใน กรณที ไ่ี มแ่ สดงความจำ� นงเพอื่ ขอประกอบกจิ การตอ่ ใหท้ ายาทผคู้ รอบครองนนั้ ทำ� ลายหรอื จำ� หนา่ ยยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ ในประเภท 5 ท่เี หลืออยู่แก่ผู้รบั อนญุ าตอนื่ ตามประเภทนน้ั หรอื ผู้ซงึ่ ผู้อนญุ าตเห็นสมควร 8. ผู้ใดมีไว้ครอบครองเพ่ือประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การรักษาโรคเฉพาะตัว หรือการ ศึกษาวจิ ยั ก่อนท่ี พ.ร.บ. นี้ ใช้บงั คับ ไมต่ ้องรบั โทษสำ� หรบั การกระท�ำนั้น เมอ่ื ด�ำเนนิ การขอนิรโทษ โดยยืน่ ค�ำขอ รบั ใบอนญุ าตตอ่ เลขาธกิ ารคณะกรรมการอาหารและยาภายในเก้าสิบวันนับแต่วนั ท่ี พ.ร.บ. นี้ ใช้บังคบั ในกรณีไม่ ได้รับอนุญาตให้ยาเสพติดให้โทษน้ันตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุขหรือให้ทำ� ลาย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศก�ำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยา เสพติดให้โทษ นอกจากนมี้ กี ารกำ� หนดมาตรการในการกำ� กบั ดแู ลการใชป้ ระโยชนข์ องกญั ชา ตง้ั แตก่ ารปลกู จำ� หนา่ ย นำ� เขา้ สง่ ออก การแปรรปู การผลติ การวจิ ัย การนำ� ไปใช้ประโยชนท์ างการแพทย์ และการมีไว้ในครอบครอง จะต้อง ไดร้ บั อนญุ าตจากหนว่ ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบในสว่ นกลางหรอื สว่ นภมู ภิ าคดงั ตารางท่ี 1 และทางสำ� นกั งานคณะกรรมการ อาหารและยา หรอื อย. ไดว้ างแนวทางการปฏบิ ตั สิ ำ� หรับผรู้ ับอนญุ าตเพอื่ ใช้ประโยชนข์ องกญั ชาทางการแพทย์ Position-5.indd 128 9/13/19 16:05
กลมุ่ ท่ี 4 ประเด็นวิชาการร่วมสมยั 129 - (รา่ ง) แนวทางการพจิ ารณาอนญุ าตใหป้ ลกู กญั ชา - (ร่าง) แนวทางการปฏิบัติด้านการจัดเตรียมสถานท่ี การเก็บรักษา และการควบคุมการใช้ส�ำหรับ ผ้ขู อรบั อนญุ าตปลกู - (ร่าง) แนวทางการปฏิบัติด้านการจัดเตรียมสถานท่ี การเก็บรักษา และการควบคุมการใช้ส�ำหรับ ผ้ขู อรับอนญุ าตผลติ นำ� เข้า จำ� หน่าย หรือมไี วใ้ นครอบครอง - (รา่ ง) หลักเกณฑ์เพ่อื ศึกษาวจิ ยั ทางคลนิ กิ ของกัญชาทางการแพทย์ นอกจากนยี้ งั มกี ารกำ� หนดแนวทางและข้นั ตอนการน�ำสารสกัดจากกัญชามาใชท้ างการแพทย์ ไดแ้ ก่ แนวทางการควบคมุ การสง่ั ใช้สารสกดั จากกญั ชา 1. การใชก้ ญั ชาทางการแพทยข์ องผู้ป่วย - การรักษาปกติ (standard pathway: approved drugs) - การศกึ ษาวจิ ัย (clinical trials: unapproved drugs) - การรักษากรณีจ�ำเป็นส�ำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย (ช่องทางพิเศษ) (special access scheme: unapproved drugs) 2. ใช้ในโรค/ภาวะ ทมี่ ขี อ้ บ่งใช้ เพ่อื เสริมจากการรกั ษาดว้ ยวิธีตามมาตรฐาน 3. สถานบรกิ ารสขุ ภาพตอ้ งขน้ึ ทะเบยี นกบั หนว่ ยงานทก่ี ำ� กบั ดแู ล เพอ่ื ควบคมุ กำ� กบั การใชส้ ารสกดั จาก กัญชาใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ 4. ตอ้ งคดั กรอง วนิ จิ ฉยั และประเมนิ ทางคลนิ กิ ผปู้ ว่ ย วา่ มขี อ้ บง่ ใช้ และจำ� เปน็ ตอ้ งใชส้ ารสกดั จากกญั ชา ในการรักษา 5. มีระบบตดิ ตามผลการรักษา และเฝา้ ระวงั อาการขา้ งเคียงของสารสกดั จากกัญชา รวมถึง การนำ� สาร สกดั จากกัญชาไปใช้ทีไ่ มต่ รงวัตถปุ ระสงคใ์ นการรกั ษา 6. แพทย์ผู้สั่งใช้ - ตอ้ งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชพี เวชกรรม และท่ีได้รบั วฒุ ิบตั ร/อนมุ ัติบัตรแพทยเ์ ฉพาะทางใน โรคที่มีข้อบ่งใช้ - ผา่ นหลักสูตรการอบรมการใช้สารสกัดจากกญั ชาในทางการแพทย์ - ข้นึ ทะเบยี น และไดร้ บั อนุญาตให้เป็นผสู้ ั่งใชส้ ารสกดั จากกญั ชาได้ - บนั ทกึ การสงั่ ใชส้ ารสกดั จากกญั ชา โดยระบรุ ายละเอยี ดสถานบรกิ ารสขุ ภาพ แพทยผ์ สู้ งั่ คำ� สง่ั การ ใช้ยา รายละเอยี ดผปู้ ่วย 7. ผปู้ ว่ ยตอ้ งข้ึนทะเบียน รับทราบผลดี/ผลเสยี ก่อนตดั สนิ ใจเข้ารบั การรกั ษาดว้ ยความสมคั รใจ โดยให้ ความยนิ ยอมเป็นลายลกั ษณอ์ ักษร 8. จัดต้ังศูนย์การควบคุมการใช้ทางการแพทย์ เพื่อติดตามผลทางคลินิก โดยมีหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ได้แก่ กรมการแพทย์ (สถาบันประสาทวิทยา สถาบนั มะเรง็ แห่งชาต)ิ กรมสขุ ภาพจิต กรมการแพทยแ์ ผนไทยและ การแพทย์ทางเลือก ฯลฯ 9. จัดท�ำแนวทางและประเด็นการก�ำกับ/ติดตามการใช้ โดยส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาท�ำ หนา้ ท่ีกำ� กบั การเบกิ -จ่าย ตดิ ตาม ควบคมุ การน�ำสารสกดั จากกัญชาไปใช้ Position-5.indd 129 9/13/19 16:05
Position-5.indd 130 130 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย ตารางท่ี 4.2 การกำ� กบั ดแู ลการใชก้ ญั ชาในทางการแพทยเ์ พอื่ การศกึ ษาวจิ ยั และอตุ สาหกรรม หนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การควบคมุ การใชก้ ญั ชาในการศกึ ษาวจิ ยั และการใชใ้ นทางการแพทย์ ล�ำดับ กระบวนการ Input output การควบคมุ การพิจารณาอนุญาต การตรวจสอบและเฝ้าระวัง ขออนุญาต ส่วนกลาง สว่ นภมู ภิ าค สว่ นกลาง สว่ นภูมิภาค 1 การปลกู ปลกู โดยเมล็ดพนั ธุห์ รอื วตั ถุดิบสมนุ ไพร: ต้น ใบ ผลติ หรอื นำ� เขา้ อย./กรมวชิ าการ ศอ.ปส.(จ)/คกก. ท่ี อย./กรมศลุ กากร/ อย./สสจ/ตำ� รวจ/ เน้อื เย่อื โรงเรือนระบบปิด ดอก ช่อดอก - ผรู้ บั อนุญาต เกษตร ผจว.มอบหมาย ตำ� รวจ/ปปส. ปปส./กรมวทิ ยฯ์ 2 แปรรูป วัตถดุ ิบสมุนไพร: วัตถุดิบสมุนไพรพร้อมใช้ ผลติ หรอื นำ� เขา้ อย. ศอ.ปส.(จ)/คกก. ที่ อย./กรมศลุ กากร อย./สสจ/ต�ำรวจ/ การสกัด ส่วนตา่ ง ๆ สารสกัด/น้�ำมันกัญชา ซึ่ง - ผรู้ ับอนุญาต ผจว.มอบหมาย ปปส/กรมวิทย์ฯ ผา่ นการตรวจ วิเคราะห์ 3 ศึกษาวิจยั ใน สารสกดั /น�้ำมนั กัญชา ขอ้ มูลดา้ นเภสชั วิทยาและ ครอบครอง อย./คกก.จรยิ ธรรม ศอ.ปส.(จ)/คกก. ที่ อย./ อย./สสจ สัตวท์ ดลอง* พิษวทิ ยา - ผรู้ บั อนุญาต (EC) ผจว.มอบหมาย คณะกรรมการ จรยิ ธรรม 4 พฒั นาต�ำรับ/ สารสกัด/นำ�้ มนั กัญชา ผลติ ภัณฑ์ส�ำเรจ็ รปู ต้นแบบ ผลิตหรือนำ� เขา้ อย./กรมศลุ กากร ศอ.ปส.(จ)/คกก. ท่ี อย./กรมศลุ กากร อย./สสจ/ต�ำรวจ/ ผลติ ภณั ฑ์ ขนาดการใช้ วิธใี ช้ และ - ผ้รู บั อนญุ าต ผจว.มอบหมาย ปปส/กรมวิทยฯ์ ส�ำเร็จรปู ขอ้ บ่งใช้ 5 ศึกษาวิจยั ผลติ ภัณฑ์สำ� เรจ็ รปู ต้นแบบ ขอ้ มูลดา้ นประสทิ ธิภาพ ผลติ /น�ำเข้า/ครอบครอง อย./คกก. อย. อย./สสจ. ด้านคลนิ ิก* และความปลอดภยั เพอื่ การศกึ ษาวิจัยทาง จริยธรรม (EC) คลินกิ - ผูร้ บั อนญุ าต/สถาบันวิจยั 6 การรบั รอง ข้อมลู ด้านคณุ ภาพ ผลติ ภณั ฑม์ คี ุณภาพ ขอรับรองตำ� รับ อย. ต�ำรบั ** ประสิทธภิ าพและความ ประสทิ ธภิ าพและความ - ผรู้ ับอนญุ าต ปลอดภยั ของผลิตภณั ฑ์ ปลอดภัยได้รับการรับรอง ส�ำเร็จรูป ต�ำรับ 7 ใช้ประโยชน์ ผลติ ภัณฑส์ �ำเร็จรูปทไ่ี ดร้ บั ประกาศกระทรวงฯ จำ� หน่าย อย. อย. อย./สสจ. ทางการแพทย์ การอนมุ ตั ิตำ� รับ ยาเสพตดิ ให้โทษ ประเภท - ผู้ประกอบวชิ าชีพ 5 ท่ใี ห้เสพ เวชกรรมหรอื แพทย์แผน ไทยท่ีมใี บอนญุ าตเพ่ือ บำ� บดั รกั ษาผู้ปว่ ยของตน หมายเหต:ุ ศอ.ปอ. (จ) คือ ศนู ยอ์ ำ� นวยการปอ้ งกนั และปราบปรามยาเสพติดจงั หวัด ซง่ึ มผี วู้ า่ ราชการจังหวัด หรือ รองผ้วู า่ ราชการจังหวดั ท่ีรับผดิ ชอบด้านยาเสพติดเปน็ ผอู้ ำ� นวยการศูนยฯ์ 9/13/19 16:05
กลมุ่ ท่ี 4 ประเดน็ วิชาการร่วมสมยั 131 แนวทางการดำ� เนินงานการนำ� ภูมิปัญญากัญชามาใช้ประโยชน์ ด�ำเนนิ การ 2 แนวทาง ควบคูก่ นั ดงั น้ี แนวทาง 1 การน�ำภูมปิ ญั ญามาใชค้ วบคู่กบั การวิจัย AUR (Actual Use Research) ภายใตเ้ ง่อื นไข: 1. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยฯ ก�ำหนดรายชื่อต�ำรับยาและจัดท�ำแนวทาง เวชปฏิบตั ิ 2. ใหก้ ระทำ� โดยผปู้ ระกอบวชิ าชพี เวชกรรมแผนไทยหรือแผนไทยประยุกต์ 3. ใหด้ ำ� เนนิ การในสถานพยาบาลประเภทโรงพยาบาลและคลนิ กิ ของรัฐและเอกชน 4. กองวิชาการและแผนงาน กรมการแพทย์แผนไทยฯ จัดท�ำรายงานผลการใช้ส�ำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ตอ่ ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมการแพทย์แผนไทยฯ 5. กองพฒั นายาแผนไทยและสมนุ ไพร กรมการแพทยแ์ ผนไทยฯ พฒั นาผลติ ภณั ฑก์ ญั ชาในรปู แบบตำ� รบั ยาแผนไทยสำ� เร็จรูป (ยาลกู กลอน ยาเม็ด ยานำ�้ ยาทา ยานำ้� มนั ยาผง) โดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้คัดเลือกกลุ่มยาน�ำร่อง 16 ต�ำรับ ท่ีมีหลักฐานการใช้และระบุส่วน ประกอบแน่ชัด เสนอต่อกระทรวงสาธารณสุขเพ่ือพิจารณาและประกาศใช้ โดยยา 16 ต�ำรับ มีรายละเอียด ดงั ตารางที่ 4.3 ตารางท่ี 4.3 ตำ� รับยาน�ำรอ่ ง 16 ต�ำรบั ที่มกี ญั ชาเป็นองคป์ ระกอบ ล�ำดับ ชอ่ื ต�ำรบั สรรพคุณ 1. ยาศุขไสยาศน์ ช่วยให้นอนหลบั เจริญอาหาร ฟืน้ ฟกู ำ� ลงั ของผปู้ ว่ ยโรคเรือ้ รงั 2. ยาน�ำ้ มนั สน่นั ไตรภพ ช่วยลดอาการแทรกซ้อนในผู้ปว่ ยมะเรง็ รงั ไข่ มะเรง็ มดลกู มะเร็งตับในระยะเริม่ ตน้ และ ช่วยแกก้ ษยั เหลก็ หรอื อาการทอ้ งแข็งเป็นดานซง่ึ ส่วนหน่ึงกค็ อื โรคมะเรง็ 3. ยาทำ� ลายพระสุเมรุ บรรเทาอาการเกรง็ กล้ามเนอ้ื แขนขาอ่อนแรง ชา ในผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต โดยในต�ำรา จริง ๆ จะเขียนวา่ แก้ลมชัก ปากเบย้ี ว ตาแหก ซึ่งทั้ง 3 อาการเปน็ อาการรวมของอัมพฤกษ์ อัมพาตจากเสน้ เลอื ดในสมองแตก 4. ยาทัพยาธคิ ุณ ลดอาการมอื ชาเทา้ ชาในผปู้ ว่ ยโรคเบาหวาน และใชร้ กั ษาอาการมอื เทา้ บวมในผปู้ ว่ ยมะเรง็ ตบั 5. ยาแก้ลมขึ้นเบ้ืองสงู แกล้ มข้นึ เบื้องสงู 6. ยาแกน้ อนไมห่ ลับหรือ แกไ้ ข้ผอมเหลอื ง ตัวสัน่ เสียงสนั่ ไมม่ กี �ำลัง ออ่ นเพลีย นอนไม่หลบั ยาแกไ้ ข้ผอมเหลอื ง 7. ยาไพสาลี บ�ำบดั โรคลม (แกส้ ารพัดโรค กล่อน หดื ไอ จุกเสียด ลมสลกั อก ลมมกั ให้หาวเรอ ให้ราก สะอึก ลมสะแกเวียน นอนไม่หลับ ลมปวดมวนในท้อง เป็นปา้ งเป็นจุกผามมา้ มย้อย) 8. ยาทาริดสดี วงทวารหนัก รกั ษาหัวรดิ สีดวงทวารหนกั รกั ษาโรคผวิ หนงั และโรคผวิ หนงั 9. ยาแก้ลมแกเ้ ส้น บรรเทาอาการปวดตงึ กลา้ มเนอ้ื ตามรา่ งกาย ลดอาการชาบรเิ วณมอื และเทา้ มอื เทา้ ออ่ นกำ� ลงั 10. ยาอไภยสาลี บำ� บดั โรคทางลม (ลม 80 จำ� พวก แก้โลหิต 20 จำ� พวก แก้รดิ สีดวง 20 จ�ำพวก) 11. ยาอมั ฤตโอสถ บรรเทาอาการกล้ามเน้ือ เส้นเอ็นรดั รงึ มือเท้าชา ผอมแหง้ แรงน้อย อันเนือ่ งมาจากความ เสอื่ มความผดิ ปกตขิ องร่างกาย 12. ยาแก้โรคจติ ลดความกังวลในจิตใจ และความเครยี ดในระบบประสาท ช่วยให้นอนหลับไดง้ ่ายข้ึน Position-5.indd 131 9/13/19 16:05
132 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย ตารางท่ี 4.3 ตำ� รบั ยาน�ำรอ่ ง 16 ตำ� รับ ทม่ี กี ัญชาเปน็ องค์ประกอบ (ตอ่ ) ลำ� ดบั ชื่อตำ� รับ สรรพคณุ 13. ยาแกส้ ัณฑฆาต บรรเทาอาการทอ้ งผกู เปน็ พรรดกึ อาการปวดเม่อื ยท่วั ร่างกาย มือชาเท้าชา ปสั สาวะเปน็ เลอื ด ปวดศีรษะ หน้ามดื วิงเวียน จุกเสยี ดท้องแนน่ หนา้ อก อนั เกิดจากโทสนั ฑฆาตและ กล่อนแหง้ กล่อนแหง้ แกค้ ลน่ื เหียนอาเจียน 4 ประการ ช่วยเจรญิ อาหาร บำ� รุงธาตทุ ้ัง 4 ชูก�ำลัง 14. ยาอคั คินีวคณะ แกอ้ าการทางลม คลายอาการทีท่ ำ� ใหเ้ จ็บปวดตึงบริเวณปลายมอื ปลายเท้าแล้วอาการลาม 15. ยาแกล้ มเนาวนารีวาโย ข้นึ มาบริเวณตน้ คอให้คอแขง็ ทำ� ให้เคลือ่ นไหวคอไมไ่ ด้ แกล้ มจุกเสียด แก้ปา้ งแกม้ า้ ม แก้ดานเสมหะใหป้ วดมวนทอ้ ง แก้อุจจาระเปน็ มูกเลอื ด 16. ยาไฟอาวุธ ออ่ นเพลยี ไมม่ แี รง แกไ้ อผอมเหลือง ในขณะนที้ างกรมการแพทยแ์ ผนไทยฯ ไดว้ างแผนการผลติ ยาแผนไทยทม่ี กี ญั ชาปรงุ ผสมอยู่ เปน็ 2 สว่ น คอื 1. การผลิตสำ� หรบั การวิจยั กัญชาท้ัง 16 ตำ� รับ แบบ Actual Use Research ในผู้ป่วยจรงิ ต�ำรับละ 1,000 ราย 2. การผลิตเครอ่ื งยาผสมกัญชากลาง เบื้องตน้ 3 ต�ำรับ - เรือนชอ่ ดอก : พริกไทย อัตราส่วน 1:1 - ใบ : พริกไทย อตั ราสว่ น 1:0.25 - ก้าน : บอระเพด็ อตั ราสว่ น 1:1 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2562 ระบวุ ่าแพทยแ์ ผนไทย แพทยแ์ ผนไทยประยกุ ต์ สามารถนำ� กัญชามาใช้รักษา โดยสามารถส่ังใช้ยาต�ำรับที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ ทั้ง 16 ต�ำรับ และอนุญาตให้น�ำกัญชา ไปปรุงยาเฉพาะบุคคล แต่ก่อนท่ีแพทย์แผนไทยจะได้รับอนุญาตให้สามารถสั่งจ่ายยากัญชา ต้องผ่านหลักสูตร การอบรมของกรมการแพทย์แผนไทย และสอบประเมินผ่านตามเกณฑ์จึงจะได้รับอนุญาตให้สั่งใช้ยากัญชาได้ซ่ึง ในขณะน้ีทางกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้ยื่นร่างหลักสูตรการอบรมไปยังคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดเพ่ือขอ อนุมัติ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และความผิดทางกฎหมาย ความรู้พื้นฐานของสมุนไพร การวิจัยเก็บข้อมูลเฝ้าระวังความปลอดภัยการใช้ต�ำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาโดยวิธี Actual Use Research (AUR) และหลักการปรุงยาเฉพาะราย หากผ่านการพิจารณา ทางกรมการแพทย์แผนไทยจะเปิดจัดอบรมแก่ แพทย์แผนไทยสว่ นกลาง (ครู ก) ในเดือนเมษายน 2562 นอกจากน้ีการวิจัยการใช้ประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทยน้ันยังมีโครงการวิจัยทั้ง การศึกษาทางคลนิ ิก ในสตั ว์ทดลอง และในหลอดทดลองเกีย่ วกบั การน�ำกัญชามารักษาโรคตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ โรคมะเรง็ โรคระบบประสาท เช่น โรคลมชกั ท่รี กั ษายากและดื้อยากนั ชกั โรคปลอกประสาทเส่ือมแข็ง อาการปวดจากปลาย ประสาท และโรคทางจติ เวช เป็นตน้ แนวทางการใช้สารสกัดจากกัญชาเพอ่ื การวิจยั สารสกดั จากกัญชาในทกุ รปู แบบ 1. ตอ้ งปราศจากสารอนั ตรายทอ่ี าจปะปน อาทิ สารโลหะหนัก เชอื้ รา 2. เปน็ ผลิตภัณฑจ์ ากการผลติ ครง้ั เดียวกันท้ังหมด Position-5.indd 132 9/13/19 16:05
กล่มุ ท่ี 4 ประเดน็ วิชาการร่วมสมัย 133 3. ทราบปริมาณ และอตั ราส่วนทีแ่ นน่ อนของสารส�ำคัญ 4. ผู้วจิ ัยหลกั ตอ้ งเป็นผู้เช่ียวชาญในโรค/ภาวะท่ที ำ� การศกึ ษาวจิ ยั 5. มีความพรอ้ มในการดูแลอาสาสมคั ร หากเกิดเหตกุ ารณ์ไมพ่ งึ ประสงค์ 6. ผวู้ จิ ัยตอ้ งขึ้นทะเบียนการใช้สารสกดั จากกัญชา 7. มีระบบควบคุมสารสกดั จากกัญชาเปน็ อยา่ งดี องคก์ ารเภสชั กรรมเป็นหน่ึงในหน่วยงานที่ไดท้ �ำวิจัยและพัฒนาผลิตภณั ฑจ์ ากกญั ชาเพอื่ ใชท้ างการแพทย์ โดยจัดท�ำโครงการผลิตสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์เพ่ือให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ซ่งึ แบ่งเป็น 3 ระยะ - ระยะท่ี 1 R&D Phase วิจัยและพัฒนาวิธีการสกัดและผลิตภัณฑ์ยาส�ำหรับการศึกษาทางคลินิก เบือ้ งตน้ (กนั ยายน 2561-ต่อเน่อื ง) - ระยะที่ 2 Pilot Phase การผลติ สารสกดั กญั ชาทางการแพทยใ์ นระดบั กง่ึ อตุ สาหกรรม (ตลุ าคม 2561- ตอ่ เนอ่ื ง) - ระยะที่ 3 Industrial Phase การผลติ สารกญั ชาทางการแพทย์ในระดบั อุตสาหกรรม (มกราคม 2562- ตอ่ เนื่อง) โดยเริ่มจากศึกษาวิจัยการปลูกกัญชา เพ่ือลดการปนเปื้อนยาฆ่าแมลงและโลหะหนัก และได้คัดเลือกมา 3 สายพันธุ์ คอื สายพันธท์ุ ี่มี THC สูง สายพนั ธุ์ท่ีมี CBD สงู และสายพันธ์ทุ ีม่ ี THC:CBD ในอัตราสว่ น 1:1 เลอื ก การปลูกในอาคาร และใชร้ ะบบปลูกแบบรากลอย (aeroponics) ใชเ้ วลาปลูกจนเก็บเก่ียวเปน็ ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน และด�ำเนินการตามหลัก 7 G เพื่อควบคมุ คณุ ภาพใหไ้ ดต้ ามมาตรฐานสากล ดังน้ี 1. GAP: Good Agricultural Practices หลักเกณฑม์ าตรฐานการปฏิบตั ิด้านการเพาะปลูกทด่ี ี 2. GLP: Good Laboratory Practices หลกั เกณฑม์ าตรฐานการปฏิบัติด้านหอ้ งปฏิบตั ิการทีด่ ี 3. GMP: Good Manufacturing Practice หลักเกณฑแ์ ละวิธีการในการผลติ ยาท่ดี ี 4. GCP: Good Clinical Practices หลกั เกณฑม์ าตรฐานการปฏิบตั ิด้านการวิจัยทางคลนิ กิ ที่ดี 5. GDP: Good Distribution Practices หลักเกณฑ์มาตรฐานการปฏบิ ตั ดิ ้านการจดั ส่งยาทด่ี ี 6. GSP: Good Security Practices หลักเกณฑ์มาตรฐานด้านการปฏบิ ตั ิดา้ นความปลอดภัยทีด่ ี 7. GIP: Good Information Practices หลักเกณฑ์มาตรฐานการปฏบิ ัติขอ้ มลู สารสนเทศทีด่ ี ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการศึกษาในระยะที่ 1 ซึ่งเร่ิมมีการเพาะปลูกไปเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2562 โดยคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์จากสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ในรูปของ sublingual drop (น้�ำมันหยด ใต้ล้ิน) จ�ำนวนประมาณ 2,500 ขวดแรกท่ีเตรียมจากกัญชาปลูกเอง จะพร้อมใช้ในเดือนกรกฏาคม 2562 เพื่อ ใช้ในการศึกษาเก่ียวกับความคงสภาพของผลิตภัณฑ์ และการศึกษาทางคลินิกน�ำร่องในผู้ป่วยท่ีเป็นโรคบางชนิด และในระยะถัดไปทางองค์การเภสัชกรรมยังได้มีโครงการปลูกกัญชาทางการแพทย์ในระดับก่ึงอุตสาหกรรม (Pilot Phase) ระยะท่ี 2 ที่ อ.ธญั บรุ ี จ.ปทมุ ธานี จะมที งั้ ปลกู ในอาคารและแบบโรงเรอื น เพอื่ วจิ ยั และพฒั นาสายพนั ธท์ุ ใ่ี ห้ สารส�ำคัญสูง และทนต่อโรคต่าง ๆ และในระยะท่ี 3 เป็นการผลิตสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ในระดับ อุตสาหกรรม (Industrial Phase) โดยเริ่มปลูกและผลิตสารสกัดระดับอุตสาหกรรมแบบครบวงจรในพื้นท่ี อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี Position-5.indd 133 9/13/19 16:05
134 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย 3. สภาพปญั หา/ข้อจ�ำกัดและโอกาสในการพฒั นา ปัจจุบันประชาชนมีความสนใจเรื่องของการน�ำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เน่ืองจากการให้รับ ขอ้ มลู ขา่ วสารจากแหลง่ ต่าง ๆ ว่ากัญชาสามารถรกั ษาโรคตา่ ง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเรง็ ใหห้ ายไดซ้ ง่ึ จรงิ ๆ แลว้ ยังไมม่ ี ข้อมูลสนับสนุนการรักษามะเร็งที่เพียงพอ ดังน้ันควรมีการเผยแพร่ข้อมูลเก่ียวกับประโยชน์ทางการแพทย์ที่ถูกต้อง เพ่อื ให้ประชาชนไดท้ ราบข้อเท็จจรงิ เก่ียวกับการใช้ประโยชนแ์ ละโทษของกัญชา สายพนั ธ์กุ ญั ชา ข้อปฏิบตั ิเกย่ี วกบั การปลูก ผลิต น�ำเข้า จ�ำหน่าย ครอบครอง และการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เน่ืองจากปัจจุบัน ประเทศไทยได้มีการปรับแก้ไข พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งกัญชายังจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 แต่ อนุญาตให้มีการปลกู ผลติ จำ� หน่าย และครอบครองเพอื่ ประโยชนท์ างการแพทยเ์ ทา่ นั้น และต้องได้รับอนุญาตจาก คณะกรรมการควบคุมยาเสพตดิ ใหโ้ ทษเป็นรายกรณไี ป นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องของวัตถุดิบกัญชาที่น�ำมาใช้ในการวิจัย และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ดงั นน้ั การใชก้ ัญชาสำ� หรับรักษาโรคต่าง ๆ สำ� หรบั การแพทยแ์ ผนปจั จุบันและแพทยแ์ ผนไทย ในประเทศไทยยงั ตอ้ ง ได้รับการศึกษาเพิ่มเติม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมการแพทย์ แผนไทยฯ องค์การเภสัชกรรม สถานศึกษาที่มกี ารศกึ ษาวิจัยและการเรยี นการสอนทางการแพทย์ เภสชั กรรม และ เกษตรกรรม ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชาท้ังที่เป็นยาเด่ียวและต�ำรับเพ่ือใช้ในการรักษา โรค โดยด�ำเนินการศึกษาตั้งแต่การปลูก คัดเลือกพันธุ์ การศึกษาประสิทธิภาพในการรักษาหรือบรรเทาอาการ ของยาในผู้ป่วย เปน็ ต้น ดงั นนั้ โอกาสของการนำ� กญั ชามาใชป้ ระโยชนท์ างการแพทยอ์ าจจะตอ้ งใชเ้ วลาในการวจิ ยั และพฒั นาอกี สกั ระยะ ประกอบกับหน่วยงานและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการพิจารณาการน�ำกัญชามาใช้ ประโยชนท์ างการแพทย์ คณะกรรมการขบั เคลอื่ นการใชป้ ระโยชนจ์ ากกญั ชา สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กรมการแพทย์แผนไทยฯ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพ่ือด�ำเนินการสร้างเคร่ืองมือหรือ กฎเกณฑแ์ ละแนวทางปฏิบตั ติ า่ ง ๆ รวมถงึ ยกร่างกฎกระทรวงตา่ ง ๆ เพอ่ื รองรับ พ.ร.บ. ยาเสพติดใหโ้ ทษ ฉบบั ใหม่ เพือ่ ปอ้ งกนั การใชใ้ นทางที่ผิด ในอนาคตไม่ช้านผี้ ้ปู ว่ ย โรคภาวะคล่ืนไสอ้ าเจยี นจากเคมบี ำ� บดั โรคลมชกั รักษายากในเดก็ และโรคลมชกั ท่ดี ้ือตอ่ ยารักษา ภาวะกลา้ มเน้อื หดเกร็งในผูป้ ว่ ยปลอกประสาทเส่อื มแข็ง อาการปวดประสาททร่ี กั ษาด้วยวธิ ตี า่ ง ๆ ไม่ไดผ้ ล โรคพารก์ ินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรคปลอกประสาทอักเสบ โรควิตกกงั วล ผปู้ ว่ ยที่ดแู ลแบบประคับประคอง ผปู้ ่วยมะเร็ง จะสามารถไดร้ ับการรกั ษาเสริมด้วยผลิตภัณฑ์ยากัญชา ทง้ั น้แี พทย์ผทู้ �ำการรักษาเหน็ ชอบ และเร่งเหน็ ว่าผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์ เพิ่มคุณภาพชีวิต และปลอดภัยจากการใช้ยาดังกล่าว รวมถึงการใช้ยาต�ำรับที่มีกัญชา เป็นสว่ นประกอบในการแพทย์แผนไทย 16 ต�ำรับ ที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ ก�ำหนดให้เปน็ ยาน�ำร่อง โดยแพทย์ แผนไทยหรอื แพทยแ์ ผนไทยประยุกต์ทีไ่ ดร้ บั อนญุ าต สามารถสง่ั จ่ายและน�ำกญั ชาไปปรุงยาเฉพาะบคุ คลได้ ในการสัมมนา กญั ชา: โอกาสและความทา้ ทายของประเทศไทย วันท่ี 7 มนี าคม 2562 มีประเด็นปัญหา ที่จะใหข้ ้อมูลเกย่ี วกับกญั ชาแตป่ ระชาชน และผู้ท่ีสนใจทราบดังนี้ - การใชป้ ระโยชน์กญั ชาทางการแพทยท์ ่มี งี านวจิ ยั รองรับ ใชร้ ักษาโรคหรอื บรรเทาอาการใดบา้ ง - สายพันธุ์กัญชา สารส�ำคัญและกลไกการออกฤทธิใ์ นการรกั ษาโรค - ข้อควรระวังในการใช้ และผลข้างเคยี งท่อี าจเกิดขึ้น - ต�ำรับยาของการแพทย์แผนไทยมีกัญชาเป็นองค์ประกอบ ต�ำรับยาท่ีได้รับการสนับสนุนโดย กรมการแพทย์แผนไทยฯ Position-5.indd 134 9/13/19 16:05
กลุม่ ท่ี 4 ประเดน็ วชิ าการร่วมสมัย 135 - ความก้าวหนา้ ในการดำ� เนนิ การเกี่ยวกบั การวิจยั และพฒั นายาหรอื ตำ� รบั ยาท่ีมกี ญั ชาในประเทศไทย - ปญั หาและอุปสรรคในด�ำเนินการวจิ ยั การใชก้ ญั ชาเพอ่ื ประโยชน์ทางการแพทย์ - สาระส�ำคัญของ พระราชบัญญตั ิยาเสพติดใหโ้ ทษ (ฉบับท่ี 7) พ.ศ. 2562 เกี่ยวกบั การใช้กญั ชา - นโยบายหรือแนวทางการควบคุมกญั ชาในทางการวิจยั และการแพทย์ - หน่วยงานทรี่ ับผิดชอบเก่ียวกบั การขออนญุ าตการปลกู การท�ำวิจัย และการใช้กญั ชา รวมถึงแนวทาง ปฏบิ ัติในการขออนญุ าต - คุณสมบัติของผู้ทีส่ ามารถสง่ั จ่ายและไดร้ ับการรักษาดว้ ยยาท่มี กี ัญชาเปน็ องคป์ ระกอบ เอกสารอา้ งอิง 1. พระราชบัญญัติ ยาเสพติดใหโ้ ทษ (ฉบบั ที่ 7) พ.ศ. 2562. เล่ม 136 ตอนที่ 19 ก ราชกจิ จานเุ บกษา 18 กุมภาพันธ์ 2562. 2. ลีนา ผ้พู ฒั นพงศ์. สมนุ ไพรไทย ตอนที่ 2. กรุงเทพฯ: หจก. นวิ ธรรมดาการพิมพ์, 2522:180 หนา้ . 3. ระพีพงศ์ สุพรรณไชยมาตย์ และ โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ. ประโยชน์และโทษที่อาจเกิดข้ึนจากการใช้กัญชาในทาง การแพทยแ์ ละการเปดิ เสรกี ารใชก้ ัญชา. วารสารวิจัยระบบสาธารณสขุ . 2561;12(1):71-94. 4. วีรยา ถาอุปชิค และนุศราพร เกษสมบูรณ์. การใช้กัญชาทางการแพทย์. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน 2560;13 (supplement): 228-40. 5. สำ� นกั งานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ กระทรวงยตุ ธิ รรม และสำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สรปุ การสัมมนา โครงการสร้างการรบั รแู้ ละความเขา้ ใจในการใชป้ ระโยชน์กญั ชาทางการแพทย.์ กระทรวงสาธารณสุข, นนทบุรี, 14 พฤศจิยายน 2561. 6. ชาญชัย เอ้ือชัยกุล. พืชกัญชา: ประโยชน์ โทษและข้อเสนอการพัฒนาการก�ำกับดูแล [อินเตอร์เนต]. เข้าถึงเม่ือ 17 ธันวาคม 2561. เข้าถึงได้จาก http://ccpe.pharmacycouncil.org/index.php? option=article_detail &subpage=article_detail&id=354 7. อนนั ต์ชัย อัศวเมฆิน. จะปลดล็อคกัญชาทางการแพทยไ์ ด้อยา่ งไร. เอกสารประกอบการสัมมนาโครงการสร้างการรับรู้ และความเข้าใจในการใชป้ ระโยชนก์ ญั ชาทางการแพทย์. กระทรวงสาธารณสขุ , นนทบุร,ี 14 พฤศจกิ ายน 2561. 8. ชยันต์ พิเชียรสุนทร แม้นมาส ชวลิต วิเชียร จีรวงส์. ค�ำอธิบายต�ำราพระโอสถพระนารายณ์. กรุงเทพฯ: บริษัท อมรินทรพ์ รน้ิ ติง้ แอนดพ์ บั ลิชช่งิ จ�ำกัด, 2544: 777 หน้า. 9. ไมป่ รากฏช่ือผู้แตง่ . ตำ� รายารกั ษาโรคแผนโบราณ. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพอ์ ักษรเจริญทศั น์ 2484: 68 หนา้ . Position-5.indd 135 9/13/19 16:05
136 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย เหด็ เปน็ ยาและอาหาร ศ.ดร.สายสมร ลำ� ยอง และคณะ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ 1. ความเป็นมา หลกั การและเหตผุ ล เหด็ (mushroom) จดั อยใู่ นอาณาจกั รฟงั ไจ ในความหมายทางจลุ ชวี วทิ ยาเปน็ เชอ้ื ราชนั้ สงู ซง่ึ จดั จำ� แนก อยใู่ นไฟลัมเบสดิ โิ อมายโคตา (phylum basidiomycota) และไฟลัมแอสโคมายโคตา (phylum ascomycota) ดอกเหด็ มรี ูปรา่ งหลากหลายซ่ึงมาจากการรวมของเส้นใยราขนาดเล็กเกิดเปน็ โครงสร้าง เพอ่ื สรา้ งโครงสรา้ งในการ สืบพันธุ์ โครงสร้างเห็ดประกอบด้วย ก้านดอกเห็ด หมวกเห็ดโดยภายใต้หมวกอาจเป็น ครีบ ท่อ หรือฟันเล่ือย อันเป็นแหล่งก�ำเนิดของสปอร์ ซ่ึงเส้นใยและสปอร์มีขนาดเล็กมากต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยในการมองเห็น ค�ำนิยามของ เห็ด ไม่ใช่พืช เห็ดอยู่ในอาณาจักร Fungi เน่ืองจากไม่มีคลอโรฟีลช่วยในการสังเคราะห์แสงจึงต้อง อาศัยอาหารจากการย่อยสลายอนิ ทรยี ว์ ัตถพุ บได้ในเห็ดกลุม่ ย่อยสลาย เชน่ เห็ดฟาง เหด็ นางฟ้า เห็ดหหู นู เปน็ ตน้ หรอื อาศยั สารอาหารจากพชื อาจเปน็ เหด็ กลมุ่ เอกโตไมคอไรซาทอ่ี าศยั พง่ึ พากนั ระหวา่ งเหด็ และพชื สว่ นใหญเ่ ปน็ เหด็ ทพ่ี บบนดินในฤดูฝน เชน่ เหด็ ระโงก เห็ดแดง เหด็ ตับเต่าดำ� เหด็ ขมน้ิ เห็ดเผาะ เป็นต้น รวมถึงเห็ดท่ีอาศัยอยู่กับ แมลง เชน่ เห็ดโคนอาศัยอยูก่ บั ปลวก ซงึ่ เป็นการแบ่งกลุ่มเห็ดตามสถานะและแหลง่ อาหารของเห็ด ประเทศไทยตง้ั ที่อยูใ่ นเขตรอ้ นช้นื มภี ูมิอากาศเหมาะสมต่อการเจรญิ เติบโตของเห็ดรา ถอื ไดว้ า่ เปน็ แหล่ง ทมี่ คี วามหลากหลายทางชวี ภาพของเห็ดราที่ดที ีส่ ุดของโลกจากการรายงานของ Royal Botanical Garden, Kew พบวา่ ประเทศไทยเปน็ อนั ดบั สามของโลกจากรายงานการคน้ พบราชนดิ ใหมข่ องโลก[1] รวมถงึ การรายงานการคน้ พบ เหด็ ราจากภาคเหนอื ของประเทศไทยปรากฎถงึ ร้อยละ 96 ของชนดิ ทค่ี น้ พบเปน็ ชนดิ ใหม่ของโลก[2] จากการคน้ พบ ดงั กลา่ วท้ังหมดคิดเปน็ เพยี งแค่ร้อยละ 6-10 ของเหด็ ราทค่ี าดวา่ จะพบจากประเทศไทย[3,4] จากการทปี่ ระเทศไทย มีความหลากชนดิ ของเห็ดสงู มาก[5] เหด็ ป่าที่พบในประเทศไทยจึงมที งั้ ชนดิ ท่ีรบั ประทานได้ และชนิดท่ีรบั ประทาน ไม่ได้ โดยจะแบง ตามคณุ สมบัติ 1. เห็ดทีร่ บั ประทานได้ มีกลน่ิ รส และสแี ตกตา่ งกัน ซ่งึ มที งั้ ชนดิ ท่ีเพาะเล้ยี งได้ และเพาะเล้ียงไม่ได้ 2. เห็ดพิษ สารพิษจากเห็ด เป็นสารท่ีเกิดจากกระบวนการทางสรีรวิทยาของเห็ด เม่ือคน หรือสัตวไ์ ด้รับสารเข้าไปในรา่ งกายจะก่อให้เกิดพยาธสิ ภาพ ท�ำให้เจบ็ ป่วยจนกระทงั่ ถึงแก่ชวี ิตได้ เห็ดพษิ บางชนดิ สามารถรับประทานได้หากรูจักวิธีการบริโภคที่ถูกตอง เน่ืองจากมีพิษอ่อนโดยสารพิษจะถูกสลายด้วยความร้อน เช่น เห็ดแดง หน้าม่อย เห็ดตีนแรด เป็นต้น รวมถึงการเกิดพิษเม่ือบริโภคเห็ดร่วมกับแอลกอฮอล์ และบางชนิด ไม่อาจจะรับประทานได้เน่ืองจากมีพิษรุนแรงซ่ึงไม่สามารถใช้ความร้อนท�ำลายพิษได้ อาการที่เกิดจากการบริโภค เห็ดพิษมีหลากกลุ่มอาการข้ึนอยูกับชนิดของเห็ด เห็ดพิษที่ท�ำให้เกิดอาการป่วยและรายงานการเสียชีวิตมากท่ีสุด ไดแก เห็ดในสกุล Amanita ซ่ึงพบว่ามีความหลายชนิดมากในประเทศไทย เชน เห็ดระโงกหิน เห็ดไขตายซาก เห็ดสะเกล็ดดาว เป็นตน ดังน้ันในการรับประทานเห็ดต้องพึงระมัดระวังในการรับประทานเห็ดท่ีไม่รู้จัก และไม่ แนใ่ จจงึ ไมค่ วรรับประทาน หรือเหด็ ทสี่ ามารถรับประทานไดค้ วรรบั ประทานแต่น้อย 3. เหด็ ท่ใี ชป ระโยชนทางยา เชน เห็ดหลินจือ เห็ดหอม กลุ่มถั่งเช่า เป็นต้น การน�ำมาใช้ได้ในหลายรูปแบบ เช่น รับประทานไดโดยตรง เหด็ เหลา่ นมี้ คี ณุ สมบตั ทิ าํ ใหร า งกายแขง็ แรง เชน เหด็ หลนิ จอื และเหด็ หอม มรี ายงานพบวา่ ดอกเหด็ และสปอรม สี าร ยับยัง้ การเจรญิ ของเช้อื ไวรัสทท่ี าํ ใหเ กิดโรคไขห วดั ใหญ เน้ืองอก (ในหนทู ดลอง) รวมถึงยบั ยั้งการเพ่มิ ตวั ของเซลล์ มะเร็งในห้องปฏิบัตกิ าร 4. เห็ดท่ีมีคุณสมบัตอิ ื่น เชน การนำ� มาทำ� สียอมของเห็ด กลมุ่ เห็ดก้อนกรวด[6-8] Position-5.indd 136 9/13/19 16:05
กลุม่ ท่ี 4 ประเด็นวชิ าการร่วมสมยั 137 เห็ด เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากธรรมชาติ โดยปราศจากไขมัน พบว่า มีปริมาณน้�ำตาลและเกลือ ค่อนข้างต�่ำ และยังเป็นแหล่งโปรตีนท่ีดี มีรสชาติและกลิ่นท่ีชวนรับประทาน ซ่ึงรสชาติที่โดดเด่นนี้ มาจากการ สะสมกรดอะมิโนกลูตามิค โดยกรดอะมิโนนี้จะท�ำหน้าท่ีช่วยกระตุ้นประสาทการรับรู้รสอาหารของล้ินไวกว่าปกติ และท�ำให้มีรสชาติคล้ายกับเนื้อสัตว์ นอกจากน้ีเห็ดยังอุดมไปด้วยวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบีรวม (ไรโบฟลาวิน) และไนอาซิน ซ่ึงจะช่วยควบคุมการท�ำงานของระบบย่อยอาหาร ในส่วนของเกลือแร่ เห็ดจัดเป็นแหล่งเกลือแร่ท่ี ส�ำคญั โดยมสี ่วนประกอบของเกลือแร่ เชน่ ซลิ ิเนียม ทำ� หน้าท่ีช่วยต้านอนมุ ูลอิสระ ลดความเส่ียงตอ่ การเกิดโรค มะเรง็ โรคหลอดเลือดหวั ใจอดุ ตนั โปแตสเซยี ม ทำ� หน้าที่ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ สมดลุ ของน้�ำในรา่ งกาย การท�ำงานของกล้ามเน้ือและระบบประสาท ลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ส่วนทองแดงช่วยท�ำหน้าที่ช่วย เสริมสร้างการท�ำงานของธาตุเหล็ก รวมถึงเห็ดมีองค์ประกอบของพฤกษเคมีท่ีช่ือว่า “โพลีแซคคาไรด์” (polysaccharide) ซึ่งจะท�ำงานร่วมกับแมกโครฟาจ (macrophage) ซึ่งเป็นเซลล์คุ้มกันขนาดใหญ่ท่ีออกจาก หลอดเลือดเข้าสู่เน้ือเย่ือและจะจับกับโพลีแซคคาไรด์ท่ีบริเวณกระเพาะอาหาร และส่งยังเซลล์คุ้มกันตัวอ่ืน ๆ โดยจะช่วยกระตุ้นวงจรการท�ำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เสริมและช่วยเพ่ิมปริมาณและประสิทธิภาพ ของเซลล์คุ้มกันธรรมชาติ ให้ท�ำหน้าท่ีท�ำลายเซลล์แปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย รวมถึงพวกไวรัสและแบคทีเรีย เหด็ ที่มปี ริมาณสารโพลีแซคคาไรดส์ ูง คอื เห็ดหอม เหด็ ร่างแห เหด็ นางรม เหด็ หหู นู และเหด็ กระดมุ รวมถงึ เหด็ ป่าบางชนิด เช่นเหด็ ตบั เต่าด�ำ กลุ่มเหด็ ผ้งึ เหด็ แดง และเหด็ ตาโล่ เปน็ ต้น และเหด็ อน่ื ๆ ท่ีนยิ มนำ� มารบั ประทาน ได้แก่ เห็ดหลินจอื เหด็ ฟาง เหด็ หูหนู เหด็ กระดมุ เหด็ โคน และเหด็ เข็มทอง เป็นตน้ นอกจากนีย้ งั สามารถใช้เห็ด เป็นยาได้อีกด้วย ซึ่งสรรพคุณทางยาของเห็ดมีมากมาย เช่น ช่วยควบคุมการท�ำงานของอวัยวะส�ำคัญต่าง ๆ เช่น สมอง หัวใจ ปอด ตับ และระบบไหลเวียนของโลหิต เน่ืองจากชาวจีนจัดเห็ดเป็นยาเย็น เพราะมีสรรพคุณช่วย ลดไข้ เพิ่มพลังชีวิต ดับร้อนใน แก้ช้�ำใน บ�ำรุงร่างกาย ลดระดับน้�ำตาล และคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ลดความดัน ขบั ปสั สาวะ ช่วยใหห้ ายหงุดหงดิ บำ� รงุ เซลลป์ ระสาท รักษาอาการอลั ไซเมอร์ และท่ีส�ำคญั คอื ช่วย ยบั ย้งั การเจรญิ เติบโตของเซลล์มะเรง็ ในห้องปฏบิ ตั ิการได้ ดังน้ัน เมื่อนึกถึงอาหารและยา เห็ดจึงเป็นหนึ่งในวัตถุดิบจากธรรมชาติที่ในยุคปัจจุบันจะค�ำนึงถึงเสมอ ด้วยความนิยมเหล่าน้ีกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับเห็ดจึงเป็นประเด็นท่ีน่าสนใจและถูกติดตาม ผลการศึกษา เก่ียวกับเห็ดในปัจจุบันท�ำให้เกิดผลิตภัณฑ์ท่ีหลากหลายและเพิ่มขึ้นในท้องตลาด แต่ผลิตภัณฑ์ด้านอาหารจาก เหด็ ปา่ ในประเทศไทยยงั ไมไ่ ดร้ บั ความสนใจเทา่ กบั เหด็ ปา่ จากตา่ งประเทศ เนอ่ื งจากขาดขอ้ มลู พนื้ ฐานเรมิ่ จากอนกุ รม วิธาน คุณค่าทางโภชนาการ คุณสมบัติพื้นฐานทางเคมีและสรรพคุณหรือสารออกฤทธิ์ทางยา เมื่อข้อมูลดังกล่าว มนี ้อยส่งผลให้การพัฒนาเห็ดปา่ ของไทยไม่คืบหนา้ ตา่ งจากเห็ดทม่ี าจากต่างประเทศ 2. ภาพรวมความส�ำคญั ของประเด็นนัน้ ๆ ทีต่ ้องด�ำเนนิ การท�ำ เห็ดเป็นอาหารและยานั้นมีการน�ำมาใช้หลายรูปแบบ ยกตัวอย่างการน�ำมาใช้โดยตรงเช่น การบริโภค ดอกเห็ดในรูปแบบต่าง ๆ โดยไม่มีการแปรรูป เช่น ต้ม ย�ำ ผัด ทอด น่ึง ร่วมกับเน้ือสัตว์หรือผักเป็นต้น เห็ด ในกลุ่มน้ีรู้จักดีในนามของเห็ดจากฟาร์ม หรือ เห็ดป่า เห็ดจากฟาร์มในประเทศไทยมีจ�ำหน่ายไม่หลากชนิดใน ท้องตลาด เกือบท้ังหมดเป็นสายพันธุ์ท่ีน�ำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดหูหนู เห็ดหอม เป็นต้น ส่วนที่ไม่มีขายในตลาดและต้องเก็บเองโดยตรงจากป่า หรือ เห็ดป่า เช่น เห็ดไคล เห็ดผึ้ง เห็ดระโงก เห็ดนกยงู เหด็ ขงิ เหด็ ข่า เหด็ ขมน้ิ เหด็ ตาโล่ เหด็ โคน และอีกมากมาย เห็ดปา่ เปน็ แหลง่ รายไดแ้ ละแหล่งอาหาร ท่ีส�ำคัญส�ำหรบั ผูอ้ าศยั โดยรอบป่า พบเฉพาะหนา้ ฝน ดอกเห็ดจะเปลีย่ นสกุลการขนึ้ ทุก 2-3 วัน ดอกเห็ดมลี ำ� ดับ Position-5.indd 137 9/13/19 16:05
138 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย การข้ึน เช่น เหด็ ระโงกข้นึ เปน็ อนั ดบั แรก ตามดว้ ยเห็ดผ้งึ เห็ดโคนอนั ดับสดุ ทา้ ย ส่วนเห็ดกอ่ จะขึ้นตลอดฤดฝู นแต่ สลบั ชนดิ ไป เชน่ เหด็ กอ่ แดงขน้ึ เปน็ อนั ดบั แรก ตามดว้ ยเหด็ กอ่ นกเอย้ี ง เปน็ ตน้ สง่ ผลถงึ ปรมิ าณและความหลากชนดิ ของเหด็ ปา่ ทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลงทกุ ๆ 2-3 วนั เนอ่ื งจากตน้ ทนุ ของการเกบ็ เพอื่ จำ� หนา่ ยนน้ั ไมม่ ใี นเชงิ การลงทนุ ทำ� ให้ ผเู้ กบ็ ไดเ้ มด็ เงนิ เตม็ ทจี่ ากราคาขายโดยไมม่ ตี น้ ทนุ ใหห้ กั พบวา่ ในฤดกู าลราคาขายเหด็ ปา่ ราคาตำ�่ สดุ กโิ ลกรมั ละ 100 บาท เชน่ เห็ดก่อนกเอ้ียง (Russula cf. foetens Pers. 1796) ไปจนถึงราคาขายสูงสดุ กโิ ลกรมั ละ 1,200 บาท เช่น เหด็ ระโงกเหลือง (Amanita cf. zombiana Pegler & Piearce 1980) เปน็ ต้น ดงั นนั้ เหด็ ป่ารับประทาน ได้ จึงกลายเปน็ รายไดส้ �ำคญั ของผคู้ นที่อาศัยอยรู่ ว่ มกับป่าในฤดฝู น รายได้จากการเกบ็ เหด็ ป่าขายไดไ้ ม่นอ้ ยกวา่ 30,000-50,000 บาทต่อปี แบบไม่มีเม็ดเงินเป็นต้นทุน แต่ความจริงแล้วต้นทุนทางธรรมชาติน้ันสูงมากเน่ืองจาก เปน็ การเก็บใชท้ รัพยากรธรรมชาตโิ ดยตรงจากแหล่งผลิตคอื ปา่ ธรรมชาติ ดงั นนั้ ป่าตอ้ งมีความสมบูรณจ์ งึ จะผลติ เหด็ ไดอ้ ย่างตอ่ เนื่องหากป่าไมส่ มบรู ณ์เห็ดปา่ จะหายไป ความนิยมของเห็ดแต่ละชนิดสะท้อนคุณค่าทางโภชนาการ เช่น เห็ดก่อแดง ได้รับความนิยมสูงสุดใน พ้ืนที่จังหวัดสกลนคร เม่ือน�ำมาเปรียบเทียบกับเห็ดป่าชนิดอื่นแล้ว เห็ดก่อแดงมีปริมาณนำ�้ ตาลสูงท่ีสุด น�้ำตาล 1 กรมั /100 กรัมน้ำ� หนกั แห้ง ท�ำใหเ้ กิดรสหวาน ชาวบา้ นจงึ ชอบเกบ็ รบั ประทานเป็นอนั ดบั หน่ึง จากขอ้ มูลคณุ คา่ ทางโภชนาการของเหด็ ปา่ เชน่ เหด็ ระโงกขาว (Amanita egregia) เห็ดระโงกเหลอื ง (Amanta cf. zombiana) เหด็ เผาะหนัง (Astraeus cf. odoratus) เหด็ ผ้งึ ขา้ ว (Boletus sp.) เหด็ ก่อนกเอ้ียง (Russula cf. foetens) เห็ดก่อแดง (Russula cf. nobilis) เหด็ โคน (Termitomyces sp.) เหด็ ผง้ึ แง้ (Tylopilus violatinctus) เห็ดผง้ึ นกยูง (Xerocomus sp.) (ชือ่ ทอ้ งถิ่นสกลนคร อ�ำนาจเจริญ) นั้นมคี วามแตกกัน เชน่ เห็ดโคนใหป้ ริมาณโปรตนี 37% สงู ทส่ี ดุ เมอ่ื เทยี บกบั เหด็ ทกุ ชนดิ ขา้ งตน้ ในขณะทเ่ี หด็ เผาะหนงั ใหป้ รมิ าณคารโ์ บไฮเดรี ต 57% สงู สดุ เมอ่ื เทยี บ กับเห็ดทกุ ชนดิ ข้างตน้ [9] เห็ดเป็นยาในธรรมชาติ ถูกใช้ประโยชน์ผ่านหมอยาพื้นบ้าน ซ่ึงมีความสามารถในการระบุชนิดของเห็ด เหลา่ นเี้ ป็นอยา่ งดี หมอยาจะพิจารณาเห็ดทจี่ ะนำ� มาใช้เปน็ ยาสมุนไพรรว่ มกบั ชนดิ ของตน้ ไมท้ เ่ี หด็ ชนดิ นน้ั อาศยั ข้ึน เหตจุ ากตน้ ไมท้ เ่ี ปน็ แหลง่ อาหารของเหด็ เหลา่ นมี้ สี ารเฉพาะในเปลอื กไมแ้ ตล่ ะชนดิ ทสี่ ง่ ผลถงึ ฤทธ์ิ สรรพคณุ ของเหด็ นน้ั หรอื ถงึ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ พษิ กบั เหด็ ทเี่ กาะอาศยั หรอื ใชต้ น้ ไมน้ นั้ เปน็ อาหาร ถงึ แมเ้ หด็ ชนดิ นนั้ สามารถรบั ประทานได้ หรอื เปน็ สมุนไพรแต่ข้นึ บนตน้ ไมท้ ่มี ีเปลอื กที่มีสารพษิ ท�ำให้สารท่ไี ด้จากเห็ดน้ันอาจมีพิษตกคา้ งอยภู่ ายในดอกเห็ด หมอยาจะไม่เลือกเห็ดนั้นมาใช้เป็นยาสมุนไพร การใช้เห็ดเป็นยามาจากองค์ความรู้แบบ “มุขปาฐะ” หรือ ความ ร้จู ากปากตอ่ ปาก การสงั เกต นำ� มาสู่การถา่ ยทอดองคค์ วามรู้รุ่นต่อรนุ่ แบบไม่ได้จดบันทกึ สืบตอ่ กนั มาทำ� ใหเ้ กดิ วธิ ี การน�ำเห็ดจากท้องถ่ินนั้นมารักษาโรค ยาเหล่าน้ีควรแก่การสืบทอดเพ่ือพัฒนาต่อยอดศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการ ออกฤทธิ์ของเห็ดเป็นยานั้นในอนาคต เพื่อให้เกิดการพัฒนาเป็นยาสมุนไพรไทย เพ่ือการรักษาหรือป้องกันใน เบอื้ งตน้ [10] สืบเนื่องจากคุณสมบัติของเห็ดป่าท่ีกล่าวข้างต้นมีมากมาย ส่งเสริมทั้งด้านสุขภาพ รักษาโรคและ ความงาม จงึ ส่งผลใหผ้ ลิตภัณฑจ์ �ำนวนมากในยุคปัจจบุ นั มีความเกย่ี วขอ้ งกับเหด็ จะเหน็ แนวโนม้ ของผลิตภัณฑ์ได้ จากแบรนดท์ ม่ี ชี อ่ื เสยี งระดบั โลกในยโุ รป อเมรกิ า ญป่ี นุ่ จนี รสั เซยี พบวา่ มเี หด็ เปน็ หนง่ึ ในสว่ นผสมของผลติ ภณั ฑ์ ที่วางขายในท้องตลาด ท�ำให้ผลิตภัณฑ์มีจุดเด่นเพิ่มขึ้น ไม่ต่างไปกับการมีพืชเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์น้ัน ๆ เห็ดที่เป็นที่นิยมน�ำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ยุคปัจจุบัน เช่น ถ่ังเช่า เห็ดหลินจือ เห็ดกระถินพิมาน และ เห็ดชาก้า เป็นต้น จากความนิยมข้างต้นส่งผลให้ราคาขายวัตถุดิบเห็ดจากตลาดในประเทศและตลาดโลกมีราคา สูงข้ึน ท�ำให้เกิดผู้ผลิตหลายระดับต้ังแต่ท้องถ่ินจนถึงอุตสาหกรรมต้องการมีส่วนแบ่งทางการตลาด สินค้าท่ี เกิดขึ้นท้ังระดับท้องถ่ินและระดับอุตสาหกรรมจึงเดินเส้นทางการผลิตสินค้าไปในทิศทางเดียวกับสินค้าจากแบรนด์ Position-5.indd 138 9/13/19 16:05
กล่มุ ที่ 4 ประเด็นวชิ าการร่วมสมยั 139 ดังเพราะได้ท�ำการตลาดจากเห็ดเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว แต่ข้อเท็จจริงคือ คุณภาพของวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อของ ดอกเหด็ ปรมิ าณและคุณภาพของสารสกดั จากดอกเหด็ หรอื จากเสน้ ใย ลว้ นแต่เป็นเคลด็ ลับในการผลิตสินค้าของ แบรนดด์ ังที่ยากจะเลียนแบบ ในยคุ ปจั จบุ นั ผเู้ กย่ี วขอ้ งกบั กระบวนการผลติ ระดบั โลกตอ้ งคำ� นงึ ถงึ กฎหมายในประเทศ กฎหมายระหวา่ ง ประเทศ และอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นท่ีมาของสายพันธุ์ท่ีน�ำมาใช้ ในการผลิตน้ันมีท่ีมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ไม่มีการลักลอบน�ำเข้า และมีการแบ่งปันผลประโยชน์ต่อ ผใู้ ห้สายพันธนุ์ ัน้ มาใชอ้ ย่างไร สว่ นการผลติ ในประเทศ เชน่ การผลติ เช้ือเหด็ ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร ตามหลัก ปฏบิ ัตสิ ำ� หรบั การผลิตเช้อื เหด็ (มกษ. 2507-2559) ของส�ำนกั งานมาตรฐานสนิ คา้ เกษตรและอาหารแหง่ ชาติ หรือ การดำ� เนนิ การใด ๆ ที่เกย่ี วข้องกบั วัสดุชีวภาพ ซ่งึ หมายถงึ หากผลติ สินค้าออกมาแลว้ และมีบางกระบวนการผลิตที่ ไม่สอดคล้องกับข้อกฎหมายข้อใดข้อหน่ึง อาจเส่ียงให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจ ผิดกฎหมาย หรือเป็นปัญหาต่อ การส่งต่อวัตถุดิบที่ผลิตแล้วนั้นไปยังข้ันการผลิตท่ีสูงขึ้น ซ่ึงจะกลายเป็นวัตถุดิบท่ีไม่มีมาตรฐานและไม่เป็นไปตาม กฎหมาย ดังนั้นการรวบรวมข้อมูลด้านกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เช่น รวมลิงค์หรือข้อกฎหมายที่ เกี่ยวข้องจะช่วยให้ผู้ผลิตเข้าใจในกฎระเบียบและข้อกฎหมายต่าง ๆ ซ่ึงจะท�ำให้การผลิตวัตถุดิบจากเห็ดน้ันเป็นไป ตามมาตรฐานของประเทศไทยและสากลจะชว่ ยใหป้ ้องกันปญั หาทีจ่ ะตามมาในอนาคตได้ ผลิตภัณฑ์จากเห็ดโดยกลุ่มของอาหารและยา ไม่มีการก�ำหนดมาตรฐานปริมาณสารออกฤทธิ์ให้เกิด ผลลัพธ์ (active ingredient) จากเห็ดอย่างชัดเจน ควรจะก�ำหนดว่าผลิตภัณฑ์ประเภทใด เช่น เครื่องด่ืมท่ีมี เห็ดเป็นองค์ประกอบ ครีมท่ีมีสารสกัดจากเห็ดเป็นองค์ประกอบ แคปซูลสารเสริมอาหารที่มีเห็ดเป็นองค์ประกอบ สินค้าเหล่าน้ีควรประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ให้เกิดผลลัพธ์จากเห็ดอย่างน้อยในปริมาณเท่าใดและปริมาณเท่าใดจะ อยู่ในช่วงความปลอดภัยที่ผู้บริโภคสามารถใช้ได้ สังเกตได้จากผลิตภัณฑ์ที่วางขายในปัจจุบันพบการแจ้งปริมาณ สารออกฤทธิ์ทีเ่ กดิ ผลลัพธ์อยา่ งชัดเจนนอ้ ยมาก ส่งิ เหลา่ น้ีเป็นอันตราย ส่งผลถงึ การเกดิ อนั ตรายในการบรโิ ภค จึง เปน็ ขอ้ ด้อยของผลิตภัณฑท์ เ่ี กี่ยวพันตอ่ ความเชอื่ มั่นของผูบ้ ริโภค อาจสง่ ผลถึงการปฏิเสธสนิ ค้าหรือมผี ลกระทบตอ่ การพิจารณาการเลือกซื้อสินค้าดังกล่าวได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์จากเห็ดที่ระบุปริมาณสารออกฤทธ์ิให้เกิดผลลัพธ์ (active ingredient) ที่ชดั เจนพบน้อยมากในทอ้ งตลาด ผลิตภณั ฑ์ทีพ่ บการแจ้งมักจะเปน็ ผลิตภณั ฑ์ท่ีท�ำงานรว่ มกบั องคก์ ร ของรัฐ จึงท�ำให้มีข้อมูลตัวเลขยืนยันชัดเจน สามารถระบุได้แต่ก็ยังไม่มีข้อควรระวังที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิด ผลกระทบในการบริโภคระยะยาวหรอื ใชผ้ ลติ ภณั ฑ์ในระยะยาว ปญั หาข้างต้นมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเห็ดของประเทศไทยที่จะแข่งขันกับตลาดโลก เนือ่ งจาก ต้นทุนการควบคุมการผลิตและตรวจสอบสารส�ำคัญจากเห็ดให้มีปริมาณในช่วงปริมาณท่ียอมรับได้ในทุก lot ของการผลิตเป็นเรอื่ งทใ่ี ช้ตน้ ทนุ สงู สนิ ค้าจากชมุ ชน วิสาหกิจชมุ ชนขนาดเล็กหรอื SMEs ท่มี ศี ักยภาพไม่สามารถ จะรองรับค่าใช้จ่ายเหล่าน้ันได้ ส่งผลให้การยกระดับสินค้าขึ้นเป็นสินค้า premium grade ยังคงเป็นเพียงความ ฝัน ดังนั้นการผลกั ดนั ใหเ้ กดิ การยอมรับผลิตภัณฑท์ มี่ าจากเหด็ ป่าของประเทศไทยท่มี ศี กั ยภาพ คณุ สมบตั มิ ากมาย เหมาะกับการนำ� ไปพัฒนาต่อยอดเปน็ ผลติ ภัณฑ์ในด้านต่าง ๆ เชน่ สารเสรมิ อาหาร สมุนไพร เคร่ืองสำ� อางและยา นั้นเป็นไปได้ยาก การยกระดับสินค้าเหล่านี้ไปสู่ตลาดโลกที่มีมาตรฐานหลายเรื่องเป็นตัวควบคุมคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์จึงจ�ำเป็นที่จะต้องมีการควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้�ำไปจนถึงปลายน�้ำ โดยเฉพาะเร่ืองการ ปนเปื้อนจากราชนิดอ่ืนท่ีไม่ต้องการ ซ่ึงอาจก่อให้เกิดสารพิษที่มาจากราชนิดอื่นท่ีปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ท่ีส่ง จ�ำหน่ายได้ ส่งผลต่อคุณภาพ สุขภาพของผู้บริโภค นั่นคือสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ดังน้ันงานวิจัยในประเทศไทย ควรสนับสนุนทุกขั้นตอน ต้ังแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ สนับสนุนการพัฒนาหรือปรับปรุงสายพันธุ์ให้มีคุณสมบัติที่ ตลาดต้องการ ศึกษาคุณสมบัติพื้นฐานทางเคมีของสายพันธุ์ วิเคราะห์ฤทธ์ิของสายพันธุ์ ซ่ึงรวมอยู่ในคุณสมบัติ Position-5.indd 139 9/13/19 16:05
140 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย ของวัตถุดบิ จากเห็ดปา่ ไปจนจบกระบวนการผลติ ผลติ ภัณฑแ์ ละส้ินสดุ ท่กี ระบวนการหลงั การผลิต เช่น packaging ท่ีช่วยยืดอายุสินค้าได้ หรือ ลดการปนเปื้อนของสินค้าได้ ซึ่งต้องใช้ผู้ช�ำนาญการหลายด้านให้เกิดการบูรณาการ รว่ มของงานวจิ ยั เพ่อื พฒั นาสินค้าจากเหด็ ป่าจากประเทศไทย เพื่อใหผ้ ลิตภัณฑข์ องประเทศไทยกา้ วไปสสู่ ากลอย่าง มมี าตรฐานโลก 3. ปญั หาและอุปสรรคท่สี ่งผลทำ� ใหป้ ระเทศไมพ่ ัฒนา เห็ดป่าจากประไทยไม่ใช่ไม่มีศักยภาพในการพัฒนาทางทั้งทางการแพทย์ สารเสริมอาหาร หรือ เครื่องส�ำอาง ความจริงเห็ดป่าของไทยท่ีสามารถแยกเชื้อเพื่อเล้ียงต่อได้หรือไม่สามารถแยกเชื้อได้น้ันมีศักยภาพ จ�ำนวนมากสะท้อนจากผลการศึกษาคุณสมบัติทางเคมีที่ศึกษาทั้งจากเชื้อบริสุทธิ์เล้ียงในระบบปิด และจากดอก ที่น�ำมาเพาะและท�ำการเปิดดอกในโรงเรือนของเห็ดป่าไทย พบการสร้างสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพชนิดใหม่ของ โลกและสารออกฤทธ์ิท่ีเป็นประโยชน์จ�ำนวนมาก การพบสารออกฤทธ์ิชนิดใหม่นั้นไม่เพียงแต่พบจากเส้นใยที่น�ำ มาเพาะเล้ียงแต่กลับพบจากดอกเห็ดท่ีเพาะเลี้ยงในโรงเรือนเพื่อเปิดดอก ซ่ึงเป็นส่ิงที่นักวิจัยไม่ได้คาดคิด เช่น เหด็ กลุ่มหลินจอื ปา่ Ganoderma austral และ G. orbiforme พบการสร้างสารออกฤทธ์ิชนิดใหม่จากดอกท่ี น�ำเชื้อมาเปิดในโรงเรือน คือ 3,4-seco-27-norlanostane triterpene, ganoboninketal D, (24S)-3-oxo- 7α,24,25-trihydroxylanosta-8-ene[11,12] เป็นต้น สารที่นักวิจัยพบจากเหด็ ปา่ เปน็ กลมุ่ ใหญท่ สี่ ดุ ทัง้ สารชนิดใหม่ และสารออกฤทธ์ทิ ่มี ปี ระโยชน์คอื สารกลุ่ม Triterpenoids เม่ือน�ำสารออกฤทธ์ิที่พบจากเห็ดป่าเหล่านี้มาทดสอบทางด้าน biological assay พบคุณสมบัติ มากมาย ตัวอย่างสารออกฤทธิ์จากเห็ดป่าไทยที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งมะเร็งปากมดลูกที่มีสาเหตุมาจาก herpes simplex virus type 1 เช่น เหด็ สกลุ Inonotus พบสาร inonoalliacane B[13] สารใหม่ Fomitopsin D (IC50 17 µg/mL) เห็ดกระด้าง Fomitopsis feei[14,15] และ Pinicolic acid A (IC50 15 µg/mL) จากเห็ด กระดา้ งรเู หล่ยี ม เช่น Flavodon flavus[16] เปน็ ตน้ ตวั อย่างสารออกฤทธิจ์ ากเห็ดปา่ ไทยทีม่ ีฤทธิใ์ นการยบั ยั้ง เชื้อเซลล์มะเร็งชนิด cancer cell-lines (KB, MCF-7, และ NCI-H187) ได้แก่ เห็ดดอกนิ่ม หรือเห็ดร่ม เนื้อเจลลี่อย่างสกุล Resupinatus ในอดีตถูกรายงานเป็นเห็ดในสกุล Marasmiellus ในขณะน้ันพบว่าสร้างสาร ใหม่ คือ marasmiellins A และ B (ท่ีความเข้มข้น 50 µg/mL)[17] สาร russulanigrins A-C และสารใหม่ russulanigrin D จาก Russula nigricans หรือเห็ดถ่าน[18] และสารใหม่ Mycenadiols A-D จากเหด็ ร่มดอก ขนาดเล็ก เช่น Mycena pruinosoviscida ท่ีพบเมือกบนก้านและเรืองแสงข้ึนบนขอนไม้ ส่วน astraeusins A-L และสารสกัดจากเห็ดเผาะหนัง A. ordoratus ท่ีมีฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็งแต่ไม่ได้ระบุเรื่องของชนิด เซลลม์ ะเรง็ และปรมิ าณทย่ี บั ยง้ั ได[้19] ตวั อยา่ งสารออกฤทธจิ์ ากเหด็ ปา่ ไทยทม่ี ฤี ทธใิ์ นการยบั ยง้ั เชอื้ mycobacterial (Mycobacterium tuberculosis H37Ra) ที่เปน็ สาเหตุของโรควณั โรค เช่น Ganoderma lanostanoids จากเห็ดกลุ่มหลินจือ Ganoderma sp. สายพันธุ์ BCC 16642 มีคุณสมบัติในการต้านวัณโรค[20,21] สาร porialbocin A ชนิดใหม่กลุ่ม cryptoporic acid derivative จากเห็ดกระด้างที่เคลือบบนกิ่งไม้ เช่น Poria albocincta[22] และสาร russulanigrins A-D จาก Russula nigricans หรือเห็ดถา่ น[18] ตวั อยา่ งสารออกฤทธิ์ จากเหด็ ปา่ ไทยทมี่ ฤี ทธใิ์ นการยบั ยงั้ เชอื้ Plasmodium falciparum K1 เปน็ สาเหตขุ องโรคมาเลเรยี เชน่ สาร ออกฤทธช์ิ นิดใหม่คอื astraeusins M-Q (ที่ความเขม้ ขน้ 3.0 µg/mL) จากเหด็ เผาะ Astraeus asiaticus[23] เช่น เดียวกบั porialbocin A จากเห็ดกระด้างที่เคลือบบนกิง่ ไม้ เชน่ Poria albocincta[22] และสาร russulanigrins A-C และสารใหม่ russulanigrin D จาก Russula nigricans หรือเห็ดถ่าน[18] และ tremulenediol A Position-5.indd 140 9/13/19 16:05
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160