กลมุ่ ท่ี 2 ประเด็นการพฒั นาเพอื่ ยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 41 กล่มุ ท่ี 2 ประเด็นการพัฒนาเพอ่ื ยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก 2.1 การพัฒนามาตรฐานผู้ใหบ้ ริการด้านการนวดไทยของประเทศไทย 2.2 หมอพน้ื บา้ นกับอนาคตสุขภาพชมุ ชนไทย 2.3 อนาคตการวจิ ยั ตำ� รบั ยาแผนไทย 2.4 ทศิ ทางการศกึ ษาเพอื่ พัฒนาการแพทย์แผนไทยอย่างย่งั ยืน (ในระดบั อุดมศึกษา) 2.5 ผลกระทบของกรอบการเจรจาระหวา่ งประเทศว่าด้วยทรพั ยส์ ินทางปัญญา ที่เก่ยี วกับทรพั ยากรพันธุกรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ และการแสดงออกทาง วัฒนธรรมดั้งเดมิ ตอ่ กฎหมายคุ้มครองและส่งเสรมิ ภมู ิปญั ญาการแพทย์แผนไทย Position-5.indd 41 9/13/19 16:05
42 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย การพฒั นามาตรฐานผู้ให้บริการดา้ นการนวดไทยของประเทศไทย ดร.ภก.ยงศกั ด์ิ ตนั ติปิฎก หน่วยวิจยั ระบบภูมิปัญญาสุขภาพ 1. ความเปน็ มา หลักการและเหตุผล บทความน้ีต้องการน�ำเสนอสภาพปัญหาท่ีเกี่ยวข้องกับมาตรฐานผู้ให้บริการด้านการนวดไทยของ ประเทศไทย ซ่ึงเก่ียวข้องกับการนวดไทยและการนวดเพื่อสุขภาพซ่ึงมีความเป็นมาที่แตกต่างกัน มีกฎระเบียบที่ ใช้ในการควบคุมแตกต่างกัน มีปัญหามาตรฐานหลักสูตรที่แตกต่างกัน เกิดความซ้อนทับและคลุมเครือเกี่ยวกับ ขอบเขตของการปฏิบตั ิงาน เกิดความสับสนในการรบั รขู้ องประชาชน และความลกั ลัน่ ในการควบคุมก�ำกับ โอกาส ในปี พ.ศ. 2562 น้ี นวดไทย (Nuad Thai) ได้รับการเสนอเพื่อขอขึ้นทะเบียนจารึกในรายการตัวแทนมรดก ทางวัฒนธรรมท่ีจับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage) คณะอนกุ รรมการวชิ าการ งานมหกรรมสมนุ ไพรแหง่ ชาติ ครง้ั ท่ี 16 จงึ เหน็ สมควรใหม้ หี อ้ งการประชมุ วชิ าการประจำ� ปี เพื่อให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสในการก�ำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน โดยมอบหมายให้ ผเู้ ขียนเป็นผนู้ �ำเสนอบทความน้เี พอ่ื เป็นขอ้ มลู น�ำเขา้ สู่การอภปิ รายในการประชมุ ดงั กล่าว โดยทก่ี อ่ นการประชมุ วชิ าการประจำ� ปี ไดม้ กี ารจดั ประชมุ ยอ่ ยเพอ่ื ปรกึ ษาหารอื ในระดบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ านเกย่ี วกบั แนวทางในการแก้ไขปัญหาและพัฒนามาตรฐานผู้ให้บริการด้านการนวดไทยของประเทศไทย ผู้เขียนได้นำ� ประเด็น ทม่ี ปี รกึ ษาหารือเหล่านนั้ มาใชเ้ ป็นส่วนหน่ึงในการเขยี นบทความน้ดี ้วยแล้ว ความเป็นมาและสภาพปญั หา กอ่ นจะทำ� ความเขา้ ใจสภาพปญั หาเกยี่ วกบั มาตรฐานผใู้ หบ้ รกิ ารดา้ นการนวดไทยของประเทศไทย จำ� เปน็ ตอ้ งกลา่ วถงึ ความเปน็ มาเกย่ี วกบั ผใู้ หบ้ รกิ ารดา้ นการนวดไทยตามทม่ี กี ฎหมายรบั รองในประเทศ ซงึ่ เกย่ี วขอ้ งกบั ความ เป็นมาของ “การนวดไทย” และ “การนวดเพื่อสุขภาพ” การนวดไทย การนวดไทย เป็นผลผลิตจากการฟื้นฟูการนวดไทยในทศวรรษ 2530 ซึ่งด�ำเนินการโดยองค์กร ภาคประชาสงั คมดา้ นสขุ ภาพ หนว่ ยงานภาครฐั ทีเ่ กยี่ วข้อง และองคก์ รวิชาชพี ซ่ึงเรม่ิ ดว้ ยการฟืน้ ฟพู ัฒนาการนวด แผนโบราณ เพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองของประชาชนในงานสาธารณสุขมูลฐาน แล้วขยายไปสู่การพัฒนาใน ดา้ นตา่ ง ๆ ได้แก่ การศกึ ษาวิจัยประสทิ ธิผลของการนวดไทย การพฒั นารปู แบบการน�ำการนวดไทยไปใช้ในระบบ บรกิ ารสาธารณสขุ ของรฐั การนำ� การนวดไทยไปใชใ้ นการฟน้ื ฟเู ดก็ พกิ าร การพฒั นาผนู้ วด ซง่ึ เปน็ ผพู้ กิ ารทางสายตา การพฒั นากฎหมายเพอื่ ใหก้ ารนวดไทยเปน็ สาขาหนง่ึ ของการประกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทย การสงั คายนาและ พฒั นาต�ำราการนวดไทย การจดั ทำ� มาตรฐานวชิ าชีพด้านการนวดไทย เป็นตน้ ปจั จบุ ัน การนวดไทยมนี ิยามปรากฏ ในกฎหมายวา่ ดว้ ยการประกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทย การใหบ้ รกิ ารตอ้ งกระทำ� โดยผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทย์ แผนไทยหรือการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ในคลินิกการแพทย์แผนไทยตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล Position-5.indd 42 9/13/19 16:05
กลมุ่ ที่ 2 ประเด็นการพฒั นาเพอื่ ยกระดบั การแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 43 การขับเคล่ือนการพัฒนาการนวดไทยจึงเป็นแรงขับที่มาจากความต้องการพัฒนาทางเลือกในการดูแลรักษาสุขภาพ จากภมู ปิ ญั ญาดัง้ เดมิ ของชาต[ิ 1] การนวดเพือ่ สุขภาพ การนวดเพอ่ื สขุ ภาพ เปน็ ผลผลติ ของการนำ� การนวดไปใชใ้ นภาคธรุ กจิ บรกิ าร ซงึ่ แตกแขนงมาจากการนวด ในสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ หรือท่ีรู้จักกันในชื่อสถานอาบอบนวด ซึ่งมีภาพลักษณ์เกี่ยวข้อง กับการค้าบริการทางเพศ การขับเคลื่อนการนวดเพื่อสุขภาพมีแรงขับมาจากการมองเห็นศักยภาพของบริการนวด ท่ีสามารถสร้างรายได้และเศรษฐกิจของประเทศ ซ่ึงเติบโตเป็นอย่างมากในภาคบริการและการท่องเท่ียว ปัจจุบัน การนวดเพื่อสุขภาพมีนิยามปรากฏในกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ การให้บริการต้องกระท�ำโดย ผใู้ ห้บรกิ ารนวด (ไม่ใชผ่ ู้ประกอบวชิ าชีพ) แต่เป็นผทู้ ี่ไดร้ ับวุฒบิ ตั รหรอื ประกาศนียบตั รผ่านการอบรมตามหลกั สตู ร ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพรับรอง ซึ่งมีหลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพเป็นหนึ่งในหลักสูตรด้านการบริการเพ่ือ สขุ ภาพที่มีการรบั รอง[1] 2. นโยบายและมาตรการท่ีด�ำเนนิ การปัจจบุ นั ประเภทของผู้ใหบ้ ริการดา้ นการนวดไทย ประเภทของผู้ให้บริการด้านการนวดไทยของประเทศไทยเก่ียวข้องกับการนวดไทยในระดับวิชาชีพ และ การนวดเพ่ือสขุ ภาพซ่งึ เป็นการนวดในภาคธุรกจิ บรกิ าร ดังนี้ 1. ผู้ให้บริการด้านการนวดไทยในระดับวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 ผ้ทู ส่ี ามารถประกอบวิชาชีพการแพทยแ์ ผนไทย ดา้ นการนวดไทย ประกอบด้วย 1.1 ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทยแ์ ผนไทย ดา้ นการนวดไทย 1.2 ผูป้ ระกอบวิชาชพี การแพทย์แผนไทย ด้านเวชกรรมไทย 1.3 ผู้ประกอบวชิ าชพี การแพทย์แผนไทยประยกุ ต์ 1.4 ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 31(5) และ 31(6) แห่ง พระราชบญั ญัติวิชาชพี การแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556[2-4] 2. ผู้ให้บริการนวดเพ่ือสุขภาพในสถานประกอบกิจการนวดเพื่อสุขภาพ ตามพระราชบัญญัติสถาน ประกอบการเพื่อสขุ ภาพ พ.ศ. 2559 ซึ่งผา่ นการอบรมนวดไทยเพ่อื สขุ ภาพ 150 ชม. หรือหลักสตู รนวดไทยเพอ่ื สุขภาพส�ำหรับผู้พิการทางสายตา 255 ชม. หรือ หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 100 ชม. ต่อยอด 60/80 ชม. (เทียบเทา่ หลกั สูตรนวดไทยเพอ่ื สุขภาพ 150 ชม.) หลกั สูตรการนวดไทย ปจั จบุ นั หลกั สตู รการนวดไทยท่ีไดร้ ับการรบั รองจากสภาการแพทย์แผนไทย ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพ การแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2556 มี 2 หลกั สตู ร คือ 1. หลักสูตรวิชาชพี การนวดไทย 800 ชม. 2. หลักสูตรผูช้ ่วยแพทย์แผนไทย 330 ชม. Position-5.indd 43 9/13/19 16:05
44 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย ส่วนหลักสูตรการนวดไทยท่ีได้รับการรับรองตามประกาศคณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับรองวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรท่ีผู้ด�ำเนินการหรือผู้ให้บริการได้รับจากสถาบันการศึกษา หนว่ ยงาน หรอื องคก์ รต่าง ๆ พ.ศ. 2559 ตามพระราชบญั ญตั สิ ถานประกอบการเพอ่ื สขุ ภาพ พ.ศ. 2559 มหี ลกั สตู ร มาตรฐาน 3 หลกั สูตร คือ 1. หลักสูตรนวดไทยเพ่ือสขุ ภาพ 150 ชม. 2. หลกั สตู รนวดไทยเพ่อื สุขภาพส�ำหรับผู้พิการทางสายตา 255 ชม. 3. หลักสตู รนวดไทยเพ่ือสขุ ภาพ 100 ชม. ต่อยอด 60/80 ชม. (เทยี บเทา่ หลกั สตู รนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชม.) 3. สภาพปัญหา/ข้อจำ� กัดและโอกาสในการพัฒนา วเิ คราะหป์ ัญหา 1. ความซอ้ นทบั และสับสนระหวา่ งการนวดไทยกบั นวดเพ่อื สขุ ภาพ 1.1 ในดา้ นการรับรู้ของสาธารณะ ยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาถึงการรับรู้ของสาธารณะต่อการนวดไทยและนวดเพื่อสุขภาพ แต่จากข่าวสารใน สื่อสารมวลชน พออนุมานได้ว่ายังมีความสับสนและคลุมเครือระหว่างการนวดไทยกับนวดเพ่ือสุขภาพ การนวด ประเภทต่าง ๆ ที่มีให้บริการในสถานประกอบการโดยเฉพาะนวดฝ่าเท้า ซึ่งมักปรากฏเป็นเมนูนวด ในร้านนวด แผนไทยดว้ ย และกรมสนบั สนนุ บรกิ ารสขุ ภาพกถ็ อื วา่ เปน็ สว่ นหนง่ึ ของ “นวดแบบไทย” อกี ทงั้ ปา้ ยสถานประกอบการ นวดตา่ ง ๆ มกั ระบวุ า่ เปน็ นวดแผนไทย และบางแห่งยงั รบั นวดแกอ้ าการตา่ ง ๆ เปน็ การเฉพาะดว้ ย ทำ� ใหข้ อบเขต ของการนวดซ้อนทับกับการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย เพราะเป็นการนวดเพื่อการแก้ไขอาการความ เจบ็ ปว่ ยหรอื บ�ำบัดโรค เชน่ เดยี วกับคลนิ กิ การแพทย์แผนไทยของผู้ประกอบวิชาชพี การแพทยแ์ ผนไทย 1.2 ในดา้ นหลกั สูตรการอบรม การมหี ลกั สตู รการนวดไทยเพอื่ สขุ ภาพ 150 ชม. อย่ใู นการนวดเพอ่ื สขุ ภาพ โดยหัวข้อวชิ าการอบรมใน หลักสูตรการเรียนการสอนส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับหลักสูตรการนวดไทยในระดับวิชาชีพ เช่น วิชาทฤษฎีการแพทย์ แผนไทย วิชาเภสัชกรรมไทยเบ้อื งต้น วิชาประวัติ องค์ความรู้ และการประยกุ ต์ใชก้ ารนวดไทย วิชาเส้นประธาน วิชาการนวดไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เป็นต้น แต่จ�ำนวนชั่วโมงเรียนมีน้อยกว่า และมีบางวิชาที่เกี่ยวข้องกับการ ตรวจรักษาเพิ่มเติมเข้ามาอีก เช่น การตรวจร่างกายเบื้องต้น การนวดไทยแก้ไขอาการที่พบบ่อย ซ่ึงท�ำให้มีความ สับสนไดว้ า่ ผ้ผู า่ นการอบรมหลักสูตรนวดไทยเพ่อื สุขภาพ สามารถตรวจร่างกายผ้รู ับบริการ และนวดบ�ำบัดอาการ ซ่ึงเป็นการกระท�ำที่เข้าข่ายการประกอบวิชาชีพได้หรือไม่เพียงใด หรือ การเรียนวิชาเส้นประธาน ซึ่งเก่ียวข้องกับ หลักวิชาในการตรวจและบ�ำบัดโรคลม ซึ่งมีเส้นประธานท้ังสิบเป็นแนวทางในการตรวจวินิจฉัยและบ�ำบัด เป็น การเรยี นการสอนเพอื่ อะไร เปน็ ต้น 2. มาตรฐานหลักสตู รท่ีแตกต่างและไมเ่ ช่อื มโยงกนั การท่ีกฎหมายรับรองให้มีหลักสูตรการนวดท้ังในระดับอาชีพและวิชาชีพ ท�ำให้มีหน่วยงานท่ีท�ำหน้าที่ รบั รองหลกั สูตรหรอื สถาบันการฝกึ อบรมที่ขออนญุ าตจดั การฝึกอบรมเป็นคนละหนว่ ยงานกนั ดงั น้ี Position-5.indd 44 9/13/19 16:05
กลมุ่ ท่ี 2 ประเดน็ การพัฒนาเพอ่ื ยกระดบั การแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 45 หลกั สูตรวชิ าชพี การนวดไทย 800 ชม. และหลักสูตรผชู้ ว่ ยแพทยแ์ ผนไทย 330 ชม. ตามพระราชบญั ญัติ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 สภาการแพทย์แผนไทยเป็นหน่วยงานรับรองสถาบันการฝึกอบรมและ หลกั สูตร หลักสตู รนวดไทยเพื่อสขุ ภาพ 150 ชม. ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพอื่ สุขภาพ พ.ศ. 2559 กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสุขภาพเปน็ หนว่ ยงานรบั รองหลักสูตร ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ หลักสูตรวิชาชีพการนวดไทย 800 ชม. หลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 330 ชม. และหลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชม. ไม่มีความเชื่อมโยงหรือสามารถน�ำผลการอบรมจากหลักสูตรหนึ่ง ไปใช้เพอ่ื อบรมตอ่ เนอ่ื งกบั หลักสตู รท่ีสูงกวา่ (จ�ำนวนช่วั โมงมากกวา่ ) ได้ หรือผูท้ ี่ผา่ นการอบรมหลกั สูตรท่ีสูงกว่าไม่ สามารถใช้ผลการอบรมน้ันกับหลักสูตรที่ต�่ำกว่าได้ ต้องเข้ารับการอบรมใหม่ทั้ง ๆ ท่ีได้ผ่านการอบรมในวิชาต่าง ๆ มาแล้วเป็นส่วนใหญ่ แม้จะมีความพยายามท่ีจะน�ำปัญหาน้ีเข้าสู่การปรึกษาหารือระหว่างสภาการแพทย์แผนไทย กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแล้ว แต่ยังมีปัญหาในการเทียบเคียงหลักสูตรอยู่ เพราะมีบางวิชาอาจมีเน้ือหา แตกตา่ งกนั หรอื จำ� นวนชัว่ โมงเรียนยังแตกต่างกนั สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นน้ีท�ำให้ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถปรับมาตรฐานการนวดให้เป็นมาตรฐานระดับชาติ ที่เกิดจากการตกลงร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องได้ และไม่สามารถท�ำให้เกิดการพัฒนาสมรรถนะของ ผูใ้ ห้บริการนวดทตี่ ่อเน่อื งกนั ได้ 3. ความลักลนั่ ของการควบคุมก�ำกบั การมีหลักสูตรการนวดทั้งระดับอาชีพและระดับวิชาชีพ มีหน่วยงานควบคุมก�ำกับแยกจากกัน ท�ำให้ มีความลักล่ันในการปฏิบัติ กล่าวคือ ในการนวดไทยระดับวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทยประยกุ ต์ มี professional autonomy ท่ีจะรบั ผดิ ชอบและตัดสินใจกบั การ จดั การกบั ผปู้ ว่ ยโดยใชค้ วามรขู้ องตนเองตามทไี่ ดฝ้ กึ หดั อบรมทางวชิ าชพี มาไดโ้ ดยอสิ ระ ภายใตม้ าตรฐานวชิ าชพี และ จรรยาบรรณแหง่ วชิ าชพี โดยมสี ภาการแพทยแ์ ผนไทยเปน็ องคก์ รควบคมุ การประกอบวชิ าชพี มกี ารลงโทษทางวชิ าชพี เมื่อกระท�ำผิดข้อจ�ำกัดและเง่ือนไขในการประกอบวิชาชีพ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งการประกอบวิชาชีพ การแพทยแ์ ผนไทย โดยการลงโทษสงู สดุ คอื การเพกิ ถอนใบอนญุ าต การประกอบวชิ าชพี สว่ นผชู้ ว่ ยแพทยแ์ ผนไทย ไมม่ ี professional autonomy เพราะตอ้ งประกอบวชิ าชพี ภายใตก้ ารควบคมุ ของผปู้ ระกอบวชิ าชพี ในสถานบรกิ าร สาธารณสุของรัฐ หรือคลินิกการแพทย์แผนไทย/คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดยมีข้อจำ� กัดหรือขอบเขตที่ สามารถทำ� การนวดบำ� บดั และฟน้ื ฟสู ขุ ภาพไดใ้ นระดบั หนง่ึ ตามทกี่ ำ� หนดในระเบยี บกระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2560 ยังไม่มีจรรยาบรรณหรือมารยาทท่ีจะต้องยึดถือปฏิบัติตามในเชิงบังคับ แต่อนุโลมว่าให้ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ แห่งการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย แต่หากมีการฝ่าฝืน ยังไม่มีบทลงโทษทางวิชาชีพ เช่น การพักหรือ เพิกถอนใบอนุญาต สว่ นการนวดไทยระดับอาชพี ผใู้ หบ้ ริการนวดไม่ถือว่ามี professional autonomy แตเ่ ปน็ ผ้ใู ห้บรกิ าร นวดตามท่ีได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ไม่ต้องอยู่ภายใต้ การควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพ แต่ต้องให้บริการนวดในสถานประกอบการนวดเพ่ือสุขภาพที่ได้รับอนุญาต ยัง ไม่มีความชัดเจนในข้อกฎหมายเก่ียวกับมาตรฐานการประกอบอาชีพและมารยาทของผู้นวด ท่ีมีผลเชิงบังคับให้ ผ้ใู หบ้ ริการนวดต้องปฏบิ ัติตาม หรือมีบทลงโทษเมอ่ื ผ้ใู หบ้ ริการนวดผนู้ ั้นกระทำ� ผดิ มาตรฐานหรอื มารยาท อีกท้งั ยงั ไม่มีการควบคุมการปฏิบัติงานโดยผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพหรือผู้ท่ีมีความรู้โดยเฉพาะในการคัดกรองผู้มารับ บริการนวด ทำ� ใหอ้ าจมีปญั หาการให้บริการนวดกบั ผู้รับบรกิ ารท่เี ป็นกลมุ่ เส่ยี งหรือไม่ควรใหบ้ ริการนวด Position-5.indd 45 9/13/19 16:05
46 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย ตารางที่ 2.1 สรปุ การควบคมุ ก�ำกบั การนวดไทยในระดับตา่ ง ๆ ผู้ใหบ้ รกิ าร Professional Under ขอ้ จ�ำกัดและ จรรยาบรรณ องค์กรควบคุม บทลงโทษ ผู้ประกอบวชิ าชีพการ autonomy supervision เงอ่ื นไข เชงิ บงั คับ ทางวิชาชพี แพทยแ์ ผนไทย/ ยังไมม่ ี ประยุกต์ มี ไมม่ ี มี สภาการแพทย์ มี ผู้ช่วยแพทยแ์ ผนไทย ตอ้ งจดั ท�ำเปน็ แผนไทย ไมม่ ี มี ขอ้ บงั คบั สภาฯ ผูใ้ ห้บริการนวดเพื่อ มีตามระเบียบ ไม่มี หน่วยงาน ไม่มี สขุ ภาพ ไม่มี ไม่มี กระทรวงฯ ราชการ ไมม่ ี ทม่ี อบหมาย ไมม่ ี กรม สบส. ไม่มี การควบคมุ ผใู้ หบ้ รกิ ารนวดใหป้ ฏบิ ตั ใิ นขอบเขตตามทก่ี ฎหมายกำ� หนด จงึ ขนึ้ อยกู่ บั การควบคมุ กำ� กบั และ ตดิ ตามหลังการอนญุ าตใหเ้ ปน็ สถานประกอบนวดเพื่อสุขภาพของพนกั งานเจา้ หน้าทตี่ ามกฎหมายเทา่ นั้น ในกรณีท่ี ผู้ให้บริการนวดปฏิบัติการนวดเพื่อแก้อาการแก่ผู้รับบริการในสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพ ถือว่าผู้ให้บริการ นวดกระท�ำผิดพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 ซึ่งการจะด�ำเนินคดี ตามความผิดนี้ ต้อง ด�ำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย โดยใช้กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ไม่สามารถใช้ พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพอ่ื สขุ ภาพ พ.ศ. 2559 ต้งั ข้อหาหรือกล่าวโทษ ไดโ้ ดยตรง จากตารางจะเห็นได้ว่า การควบคุมก�ำกับผู้ให้บริการนวดเพื่อสุขภาพเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ช่วยแพทย์ แผนไทย ยงั ขาดการควบคมุ โดยผทู้ ม่ี คี วามรคู้ วามสามารถทส่ี งู กวา่ สว่ นการควบคมุ กำ� กบั ผใู้ หบ้ รกิ ารนวดเพอื่ สขุ ภาพ และผชู้ ว่ ยแพทยแ์ ผนไทยเมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ยงั ไมม่ ขี อ้ จำ� กดั และมารยาทในการนวดทเ่ี ปน็ ระเบยี บ ซ่งึ จะมีผลตอ่ การลงโทษเมือ่ ฝา่ ฝนื ระเบียบน้นั 4. ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายและเชิงปฏบิ ตั ิ จากการวิเคราะห์ปัญหาข้างต้น บทความมีข้อเสนอเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติเพ่ือพัฒนามาตรฐานผู้ให้ บริการนวดไทยของประเทศดงั ต่อไปนี้ 1. หน่วยงานทเี่ กย่ี วข้องควรรว่ มกนั กำ� หนดสมรรถนะ (competency) ของผใู้ ห้บริการนวดไทย ทัง้ 3 ประเภทให้สอดคล้องกัน โดยผูป้ ระกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทยควรมีสมรรถนะท้งั ในด้านการบ�ำบดั รกั ษา ฟ้ืนฟู สุขภาพ ป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ ระดับผู้ช่วยแพทย์แผนไทยควรมีสมรรถนะด้านการส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟู สุขภาพในบางโรค ส่วนระดับผู้ให้บริการนวดเพ่ือสุขภาพควรมีสมรรถนะด้านการส่งเสริมสุขภาพเท่าน้ัน เมื่อมี การกำ� หนดสมรรถนะ ของผใู้ หบ้ รกิ ารนวดไทยของประเทศแบบขน้ั บนั ไดแลว้ ผทู้ มี่ สี มรรถนะในขนั้ ทส่ี งู กวา่ จะสามารถ ปฏบิ ตั งิ านดา้ นการนวดไทยทต่ี อ้ งการผมู้ สี มรรถนะตำ่� กวา่ ได้ โดยไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งฝกึ อบรมซำ�้ และผทู้ มี่ สี มรรถนะในขนั้ ที่ต�่ำสามารถศึกษาอบรมเพิ่มเติมเพื่อเพ่ิมสมรรถนะให้สูงขึ้นได้ โดยไม่ต้องฝึกอบรมซ�้ำในส่วนที่ได้ผ่านการฝึกอบรม มาแล้ว Position-5.indd 46 9/13/19 16:05
กล่มุ ท่ี 2 ประเดน็ การพฒั นาเพอ่ื ยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 47 2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรร่วมกันปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนและการฝึกอบรมผู้ให้บริการ ด้านการนวดไทยของประเทศ คือผู้ให้บริการนวดเพื่อสุขภาพ ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย และผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย ให้มคี วามเชอ่ื มโยงและสามารถศึกษาอบรมตอ่ เนอื่ งได้ เพอ่ื เพมิ่ สมรรถนะใหส้ ูงขนึ้ ตามขอ้ 1 3. สภาการแพทย์แผนไทย ควรเร่งรัดการจัดท�ำข้อบังคับว่าด้วยข้อจ�ำกัดและเงื่อนไขในการประกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย จัดท�ำมาตรฐานการประกอบวิชาชีพด้านการนวดไทยของผู้ประกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย และจัดท�ำมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ช่วยแพทย์แผนไทยให้มีความ ชดั เจน และกำ� หนดกรรมวธิ กี ารนวดทอี่ นญุ าตใหผ้ ชู้ ว่ ยแพทยแ์ ผนไทยใชใ้ นสถานบรกิ ารสาธารณสขุ ของรฐั หรอื คลนิ กิ การแพทย์แผนไทย กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพควรจดั ท�ำมาตรฐานการปฏิบัติงานของผใู้ หบ้ ริการนวดเพื่อสุขภาพ และก�ำหนดกรรมวิธกี ารนวดที่อนญุ าตใหผ้ ใู้ หบ้ ริการนวดเพ่อื สุขภาพใชใ้ นสถานประกอบการนวดเพ่ือสขุ ภาพ 4. สภาการแพทย์แผนไทยควรจัดท�ำมารยาทของผู้ช่วยแพทย์แผนไทย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ควรจัดท�ำมารยาทของผู้ให้บริการนวดเพ่ือสุขภาพ และพัฒนากลไกในการควบคุมดูแลให้มีการรักษามารยาทอย่าง เครง่ ครดั 5. สภาการแพทย์แผนไทย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลอื ก ควรรว่ มกนั พฒั นาระบบการกำ� กบั ดแู ลผใู้ หบ้ รกิ ารดา้ นการนวดไทย โดยเฉพาะผใู้ หบ้ รกิ ารนวดเพอ่ื สขุ ภาพ ซ่ึงยังไม่มีการควบคุมโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ซึ่งยังไม่มีการจัดท�ำทะเบียนและ ยังไม่มีข้อมูลรายชื่อผู้ประกอบวิชาชีพท่ีควบคุมการประกอบวิชาชีพของผู้ช่วยแพทย์แผนไทยในสถานบริการ สาธารณสุขของรฐั หรอื คลินิกการแพทย์แผนไทย เอกสารอ้างองิ 1. ยงศกั ดิ์ ตันติปิฎก และส�ำลี ใจด.ี (บรรณาธิการ). ตำ� ราการนวดไทย เล่ม 1. ปรบั ปรงุ ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: มูลนธิ ิ สาธารณสขุ กับการพัฒนา; 2559. 2. ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยบุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การ บริหารส่วนต�ำบลกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามท่ีมีกฎหมายก�ำหนด หรอื สภากาชาดไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชพี การแพทยแ์ ผนไทยในความควบคมุ ของเจา้ หนา้ ที่ ซงึ่ เปน็ ผปู้ ระกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2560, ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 134, ตอนพเิ ศษ 65 ง, 1-2. 3. ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าดว้ ยบุคคลซ่งึ ปฏิบตั งิ านในสถานพยาบาล ตามกฎหมายว่าดว้ ยสถานพยาบาลกระทำ� การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ในความควบคุมของ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทยหรอื ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทยประยกุ ต์ พ.ศ. 2560, ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม 134, ตอนพเิ ศษ 65 ง, 3-4. 4. ข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับรองหลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2561, ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 135, ตอนพิเศษ 35 ง, 16-23. Position-5.indd 47 9/13/19 16:05
48 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย หมอพน้ื บ้านกบั อนาคตสขุ ภาพชมุ ชนไทย ภราดร สามสงู เนิน และคณะ กองค้มุ ครองและสง่ เสริมภูมิปญั ญาการแพทย์แผนไทยและแพทยพ์ ้นื บ้านไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสขุ 1. ความเปน็ มา หลักการและเหตุผล 1.1 ความส�ำคัญและความจ�ำเป็น การแพทย์ด้ังเดิมเป็นองค์ประกอบท่ีส�ำคัญของระบบสุขภาพ แต่มักจะได้รับการประเมินคุณประโยชน์ ตำ�่ กว่าทคี่ วร องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ไดจ้ ดั ทำ� ยทุ ธศาสตร์การแพทยด์ ง้ั เดิม มาอย่างต่อเน่ือง ตามมติของสมัชชาอนามัยโลกว่าด้วยการแพทย์ดั้งเดิม (WHA62.31)(13) ได้จัดท�ำยุทธศาสตร์ การแพทยด์ ้ังเดิมขององคก์ ารอนามัยโลก พ.ศ. 2557-2566 โดยมีเป้าหมายสำ� คญั 2 ประการคือ (1) สนบั สนนุ ให้ประเทศสมาชิกน�ำศักยภาพของการแพทย์ด้ังเดิมและการแพทย์เสริมมาใช้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ การอยู่ดี มีสุขและการบริการสุขภาพที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง (2) ส่งเสริมการใช้การแพทย์ดั้งเดิมและการแพทย์เสริม อยา่ งปลอดภยั และมปี ระสทิ ธผิ ล โดยมกี ารควบคมุ กำ� กบั ดแู ลผลติ ภณั ฑเ์ วชปฏบิ ตั ิ และผปู้ ระกอบวชิ าชพี การจะบรรลุ เปา้ หมาย 2 ประการ จ�ำเปน็ ต้องด�ำเนนิ งานยุทธศาสตร์ 3 เรอื่ ง ไดแ้ ก่ (1) สรา้ งฐานความรู้และก�ำหนดนโยบาย ระดบั ชาติ (2) สรา้ งเสรมิ ความปลอดภยั และคณุ ภาพประสทิ ธผิ ล โดยพฒั นากฎระเบยี บในการกำ� กบั ดแู ล (3) สง่ เสรมิ ระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้ โดยการบรู ณาการการบรกิ ารการแพทยด์ งั้ เดมิ และการแพทยเ์ สรมิ และการดแู ล สขุ ภาพดว้ ยตนเองเข้าส่รู ะบบสขุ ภาพแห่งชาติ กรณสี งั คมไทยถอื เป็นคร้งั แรกในประวตั ศิ าสตร์ท่ีรฐั ธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 55 “รัฐต้องด�ำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขท่ีมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมี ความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้าน การแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ประกอบกับพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 ระบุสาระส�ำคัญของกฎหมายไว้ถึงการรับรองการแพทย์พื้นบ้านไทย และหมอพื้นบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับการ ขับเคลื่อนภารกิจของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก 2.2 สถานการณ์และบทเรยี นการฟ้ืนฟภู มู ิปัญญาพ้นื บา้ นในการดแู ลสุขภาพชมุ ชน บทน�ำ ภมู ปิ ญั ญาพน้ื บา้ นดา้ นสขุ ภาพนบั เปน็ วฒั นธรรมการดแู ลสขุ ภาพ และความเจบ็ ปว่ ยของประชาชน มคี วาม หลากหลายทั้งชาติพันธุ์ และวัฒนธรรมย่อยในสังคมไทยเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ตกผลึกจากการสังเกต ทดลองใช้ คัดเลือก กลั่นกรอง และสั่งสมสืบทอดจากคนรุ่นก่อนสู่คนรุ่นหลัง เป็นสิ่งสะท้อนระบบความคิด ความเช่ือ และ แนวทางการดูแลชีวิตและสุขภาพ เป็นความรู้และเทคโนโลยีที่เรียบง่าย สามารถเข้าถึง ใช้ประโยชน์ สามารถ พ่ึงตนเอง อันเป็นแบบแผนการดแู ลสุขภาพของตนเองบนฐานแนวคิดแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง Position-5.indd 48 9/13/19 16:05
กล่มุ ที่ 2 ประเดน็ การพัฒนาเพื่อยกระดับการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 49 กระแสแนวคิดการฟื้นฟูเรื่องภูมิปัญญาด้านสุขภาพ กลับมาสู่ระบบการดูแลสุขภาพของสังคมไทยอย่าง เป็นทางการ โดยกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรพัฒนาเอกชนในช่วงกว่าสามทศวรรษ ถือเป็นจุดเปล่ียนท่ีส�ำคัญ ท่ีการจัดการระบบการดูแลสุขภาพได้เปิดโอกาสให้ความรู้แบบอ่ืนท่ีไม่ใช่ความรู้แบบวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือ ความรู้แบบการแพทย์ชีวภาพ (Biomedicine) ในท่ีนี้คือภูมิปัญญาพ้ืนบ้านด้านสุขภาพท่ีเป็นระบบการดูแลระบบ สขุ ภาพของประชาชน ด้วยการสง่ เสรมิ งานสาธารณสขุ มลู ฐาน (Primary Health Care: PHC) การฟืน้ ฟภู ูมปิ ัญญา พ้ืนบ้านด้านสุขภาพเพ่ือใช้ประโยชน์ในการพัฒนาสุขภาพชุมชน โดยการส่งเสริมการใช้สมุนไพรในการสาธารณสุข มูลฐานในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 4 จากการขับเคลื่อนงานดังกล่าว และงานวิจัย “การศึกษา ศกั ยภาพหมอพนื้ บา้ นในงานสาธารณสขุ มลู ฐาน” มขี อ้ คน้ พบทส่ี ำ� คญั คอื ภมู ปิ ญั ญาพน้ื บา้ นดา้ นสขุ ภาพ ไมใ่ ชเ่ ฉพาะ “สมนุ ไพร” เทา่ นน้ั แตไ่ ดเ้ รยี นรถู้ งึ หมอพน้ื บา้ น องคค์ วามรกู้ ารแพทยพ์ น้ื บา้ นทมี่ กี ารใชป้ ระโยชนใ์ นการดแู ลสขุ ภาพ ใน 3 ลกั ษณะ คอื (1) การดูแลสุขภาพยามปกติ (Indigenous system of health/wellness) ความรทู้ เ่ี ปน็ ภูมปิ ญั ญาท่ี ใชป้ ระโยชนใ์ นการดแู ลชีวติ ดำ� เนินไปได้อย่างปกตแิ ละสมดุล เชน่ การบรโิ ภคพชื ผักพื้นบา้ น อาหารพืน้ บา้ น (2) การรักษาสุขภาพ/ความเจ็บป่วยด้วยตนเอง (Indigenous self-care) องค์ความรู้ท่ีเป็นการรักษา สขุ ภาพตนเอง และการดูแลความเจ็บปว่ ยในครอบครัวและญาติ โดยมไิ ด้พง่ึ พาผอู้ ืน่ เช่น การดูแลสตรหี ลงั คลอด การใชย้ ากลางบา้ น (มีหอ่ ยา ร่วมยา หรอื ตำ� รบั ยาประจำ� ครอบครัว) (3) การแพทย์พ้ืนบ้าน (Indigenous or Folk Medicine) องค์ความรู้ และเทคโนโลยีส่วนนี้ “หมอ พื้นบ้าน” เป็นผู้ปฏิบัติการส�ำคัญ และท�ำงานเช่ือมโยงกับระบบนิเวศน์ ภูมิปัญญาท้องถ่ินมีลักษณะเป็นการผสม ผสานการเรียนรู้ของความรู้ท่ีหลากหลายไม่ยึดติดอยู่กับความรู้ชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างเดียว เป็นความรู้ที่ข้ึนกับการ เปล่ียนแปลงไปตามสถานการณ์ (Situated knowledge) การสะสมบทเรียน กระบวนการเรียนรู้ วิธีการในการ ดูแลสุขภาพเชื่อมโยงกับบริบทเฉพาะท้องถิ่นท่ีได้ถูกหล่อหลอมและพัฒนาเป็นวัฒนธรรมสุขภาพของแต่ละท้องถ่ิน ท่ีมีความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะวัฒนธรรม (Identify) ท�ำให้เราเรียนรู้ว่าในแต่ละสังคมจะมีรูปแบบและวิธีการดูแล สุขภาพท่ีหลายกหลาย และทับซ้อนกันมากกว่าหนึ่งวิธีการเสมอ ดังน้ัน การท�ำความเข้าใจการดูแลสุขภาพ และ การดูแลความเจ็บป่วยในแต่ละสังคมจึงต้องมองเงื่อนไขปัจจัยต่าง ๆ ท้ังภายในและภายนอกอย่างวิเคราะห์ให้เห็น ความเชอื่ มโยงบนฐานความคดิ แบบองคร์ วม ระบบการแพทย พ้นื บา น (Folk sector) ระบบการแพทย ระบบการแพทย แบบวชิ าชพี ของประชาชน (Professional (Popular sector) sector) ภาพท่ี 2.1 งานศกึ ษาระบบการแพทยพ์ หุลกั ษณ์ของ Kleinman, 1980 Position-5.indd 49 9/13/19 16:05
50 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย กรอบแนวคิดการทาํ งาน 10 การสง เสรมิ และการพฒั นาการใชป ระโยชน การ สงเสริมและพัฒนา การวจิ ัยประสทิ ธผิ ล และประสิทธิภาพตอยอด 98 การบูรณาการการแพทยพ้ืนบา น ระบบการสง ตอ การฟนฟูและการสงเสรมิ ในระบบบรกิ ารสุขภาพภาพรฐั การดูแลสุขภาพในระดับชมุ ชน • งานวิจยั ในงานประจาํ (R to R) 5 • การวจิ ยั การปฏบิ ัติการเพ่ือทองถน่ิ กระบวนการ • การศกึ ษาวจิ ัย การวิจยั และพัฒนา (Community-based Action การจัดการ research) ความสัม ัพน ธของหมอ 7 • การรวบรวม • การจดั การระบบ 6 การรับรองสิทธิ • การสังคายนา หมอพนื้ บาน กระบวนการสบื ทอด 1 ความรู/การเรียนรู 2 หมอพ้นื บาน 3 ความสัมพนั ธทางสงั คม • ประเพณี 4 สถานะองคค วามรู • วฒั นธรรม • เการแพทยพ นื้ บา น • ผูร ทู องถิน่ ดานตาง ๆ ประสบการณเ ชงิ ปฏิบตั ิ • การแพทยพน้ื บา น แบบพิธกี รรม/ศาสนธรรม ปา/ระบบนิเวศ ภาพท่ี 2.2 การขบั เคลอ่ื นงานการแพทยพ์ ื้นบ้านทผ่ี ่านมาได้ ก�ำหนดการทำ� งาน ดว้ ยกระบวนการการจัดการความรู้ แนวคดิ เชงิ ปฏบิ ัติ 3 ประเดน็ หลกั และ 10 ประเดน็ ย่อย ระบบการแพทย์แบบพหุลกั ษณ์ในสงั คมไทย ประกอบดว้ ยระบบย่อย 3 ส่วน (1) ระบบการแพทย์ของ ประชาชน (Popular sector) (2) ระบบการแพทยพ์ น้ื บา้ น (Indigenous or Folk sector) และ (3) ระบบการ แพทย์แบบวิชาชีพ (Professional sector) องค์ความรู้และวิถีปฏิบัติของการแพทย์พื้นบ้าน มีความสัมพันธ์กับ วัฒนธรรมท้องถิ่น มีอัตลักษณ์ มีการผสมผสานกับการแพทย์แบบอื่น มีการปรับตัวอย่างต่อเน่ืองเป็นภูมิปัญญาท่ี สืบทอดผ่านประสบการณ์ตรง และสะสมเรียนรู้จากการปฏิบัติภายใต้บริบทของสังคมวัฒนธรรมเฉพาะ ดังน้ันการ แพทย์พนื้ บ้านมีความจรงิ และวธิ กี ารพิสจู น์ความจริงท้งั เหมือน และแตกต่างไปจากการแพทย์แผนไทย และแบบ วิทยาศาสตร์ ความสมั พนั ธข์ องหมอพนื้ บา้ น ทบ่ี อกลกั ษณะหรอื ธรรมชาตขิ องความรกู้ ารแพทยพ์ น้ื บา้ น วา่ หมอพน้ื บา้ น คือผสู้ ะสมความรแู้ ละประสบการณใ์ นการดแู ลสขุ ภาพ ทสี่ ัมพนั ธ์เช่อื มโยงกับชมุ ชน มิติของเครือขา่ ยทาง สงั คมกับผูร้ ทู้ ้องถิ่นต่าง ๆ ในชมุ ชน วัฒนธรรม ประเพณี และระบบนเิ วศน์ท้องถิน่ /ป่า สถานะองคค์ วามรู้ของ การแพทยพ์ ้นื บา้ น จัดได้ 2 กลุม่ หลกั คือ การแพทยแ์ บบประสบการณ์เชิงปฏิบัติ (Secular sub-sector) และ แบบพธิ กี รรม (sacred sub-sector) ความสมั พนั ธด์ งั กลา่ ว จงึ ทำ� ใหก้ ารแพทยพ์ น้ื บา้ นมเี อกลกั ษณ์ หรอื มอี ตั ลกั ษณ์ (Identify) เฉพาะลกั ษณะของความรูส้ ว่ นนเี้ ปน็ เชงิ ประสบการณ์ และความรู้แฝงในตัวบคุ คล ประเพณี วฒั นธรรม Position-5.indd 50 9/13/19 16:05
กลุ่มที่ 2 ประเด็นการพัฒนาเพื่อยกระดบั การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก 51 เปน็ ความรโู้ ดยนยั (Tacit knowledge) ดงั นน้ั กระบวนการจดั การความรู้ สว่ นทจ่ี ะใหค้ วามสำ� คัญ ดา้ นการวจิ ยั เชิง คุณภาพ โดยอาศัยแนวคิดแบบเชงิ ซอ้ น (Multiple perspective) การศึกษาเชงิ ปริมาณเปน็ สว่ นประกอบ กระบวนการจัดการความรู้ภาพรวม จากภาพท่ี 2.2 กระบวนการประกอบด้วยประเด็นย่อย การ รวบรวมจัดระบบ และการสังคายนา ระบบการสืบทอดความรู้ การเรียนรู้ การรับรองสิทธิของ หมอพื้นบ้าน มีการออกแบบในระบบงานการปฏบิ ตั งิ านวจิ ัย ขึ้นกับจงั หวะของการขับเคล่ือนงาน เช่น การจดั การ ความร้ภู มู ิปญั ญาการแพทยพ์ ื้นบา้ นในการดูแลผูป้ ว่ ยอมั พฤกษ์ อมั พาต ผูเ้ รยี นรูแ้ ละผูบ้ นั ทึกความรู้ สอ่ื นกั วิจยั ท่ี เปน็ แพทยแ์ ผนไทย การรับรองสทิ ธิของหมอพื้นบา้ น จัดการความรทู้ ้งั ในลักษณะ โครงการขบั เคล่อื นทางนโยบาย ในลักษณะการพัฒนารูปแบบ และการผลักดันกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ เพ่ือให้เกิดการพัฒนาระบบรับรอง สทิ ธหิ มอพ้ืนบ้าน กระบวนการจัดการความรู้ภาพรวม จากภาพที่ 2.2 ในมิติการส่งเสริมการพัฒนา ดังน้ี การฟื้นฟู และสง่ เสริมการดแู ลสุขภาพในระดับชมุ ชน (Community self-care) ออกแบบกระบวนการจดั การความรู้ แบบ การวจิ ยั ปฏิบัติการเพ่อื ทอ้ งถน่ิ (Community-based Action research) เนน้ การเสรมิ พลงั (Empowerment) ในชมุ ชนหมอพน้ื บา้ นและภาคี เปน็ นกั วจิ ยั หลกั มนี กั วชิ าการเปน็ ผเู้ ออ้ื อำ� นวย (Facilitator) เชน่ การขบั เคลอื่ นงาน สมนุ ไพรพนื้ บา้ นและอาการทอ้ งถนิ่ เนน้ พฒั นาทมี งานและผรู้ หู้ มอพนื้ บา้ นในทอ้ งถนิ่ มกี ารปฏบิ ตั งิ านคน้ ควา้ รวบรวม ความรใู้ นทอ้ งถนิ่ ตนเอง เพอ่ื ฟน้ื ฟกู ารใชป้ ระโยชนแ์ ละสบื ทอด การบรู ณาการการแพทยพ์ น้ื บา้ นในระบบบรกิ าร สขุ ภาพภาครฐั (Integration in primary care) ประเด็นด้านสุขภาพ 7 ประเด็นออกแบบกระบวนการการจัดการ ความรดู้ ว้ ยการวิจยั 3 ลักษณะ คือ 1. การวจิ ยั และพัฒนา 2. การวจิ ยั คลนิ กิ การดูแลรักษากระดกู หกั โดยหมอพื้นบ้าน 3. การวจิ ัยในงานประจำ� (Routine to research: R to R) วิธวี ิทยานี้ได้รบั ความสนใจมาก โดยเฉพาะ หน่วยงานบริการสุขภาพ มีการส่งเสริมให้บุคคลได้ต้ังค�ำถาม จากการปัญหาการท�ำงานในระบบและออกแบบ กระบวนการแก้ปัญหา เกิดความรู้จากการท�ำงาน การส่งเสริมและพัฒนาการใช้ประโยชน์ ต่อยอด มีการ คัดเลือกต�ำรับยารักษามะเร็งเต้านม ของหมอพ้ืนบ้านจังหวัดชุมพร ศึกษาวิจัยต่อในการวิจัยในห้องปฏิบัติการโดย ความร่วมมือของสถาบันวิจัยผลิตภัณฑ์ยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การวิจัยต�ำรับยาพ้ืนบ้านดูแลสตรีหลังคลอด ในโรงพยาบาลชุมชน 4 แห่ง 2. ผลของการดำ� เนนิ การขับเคลอ่ื นงานภมู ปิ ัญญาพ้ืนบ้านในการดแู ลสขุ ภาพชมุ ชน สว่ นที่ 1 การขบั เคล่ือนดา้ นนโยบาย ด้วยการแพทย์พื้นบ้าน เป็นระบบการแพทย์ภาคประชาชน การฟื้นฟูส่งเสริม การใช้ประโยชน์ในการ ดูแลสุขภาพชมุ ชนโดยอาศัยกรอบแนวคดิ ที่ได้กลา่ วข้างต้น ผลการท�ำงานทผ่ี ่านมาจำ� แนกได้ 4 ด้าน ประกอบด้วย (1) การพัฒนาด้านนโยบาย (2) การจัดการความรู้และการวิจัย: บทเรียนการรวบรวมศึกษาองค์ความรู้เชิงปฏิบัติ ดา้ นภมู ปิ ญั ญาการแพทย์พ้ืนบ้าน (3) การจดั การความรแู้ ละการวิจยั การแพทยพ์ น้ื บา้ น: บทเรียนดา้ นกระบวนการ และวธิ ีการ และ (4) เครอื ข่ายการแพทยพ์ ้นื บา้ น 6 ประเทศลุม่ น�ำ้ โขง: ความร่วมมือนานาชาติ เพอื่ การขบั เคล่ือน ทิศทางการพัฒนา Position-5.indd 51 9/13/19 16:05
52 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย ** 165 คน การสงเสรมิ และพัฒนาการแพทยพ้ืนบานในระบบสุขภาพชมุ ชน กระบวนการประเมินรับรอง ทไ่ี ดรับใบประกอบโรคศลิ ปะตาม และพัฒนาตอยอดในระบบบรกิ ารสขุ ภาพ ประเมนิ ผล สถานภาพ พรบ. 2542 ม.33 (1)(ค)** องคค วามรูและผลการรักษาเชงิ ลึก และสมาชกิ สภาการแพทยแ ผนไทย ตามมาตรา 12(2)(ค)*** หมอพน้ื บา น 2,742 คน 59,414 คน พระราชบัญญัติระเบยี บ รับรองหมอพนื้ บานตามระเบยี บ สาํ นกั ทะเบียนกลาง บรหิ ารราชการแผนดิน กรมพัฒนาการแพทยแ ผนไทยและ พ.ศ. 2535 มาตรา 32 การแพทยท างเลอื กวาดวยการออก (27 ม.ี ค. 2561) หนงั สอื รบั รองหมอพ้นื บา น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 *** (จาํ นวน 44 จังหวัด; ณ 14 ก.ค. 2558) จัดทาํ (รา ง) ระเบยี บ กระทรวงสาธารณสขุ วา ดวยการอนญุ าตใหบุคคล ทางการประกอบโรคศิลปะโดยอาศยั * พระราชบญั ญัตคิ ุม ครองและสงเสริมภูมปิ ญ ญาการแพทยแผนไทย พ.ศ. 2542 ความรกู ารแพทยพ ้ืนบา นไทย **** ** พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 มาตรา 33(1) (ค) *** พระราชบัญญัตวิ ิชาชพี การแพทยแ ผนไทย พ.ศ. 2556 **** พระราชบญั ญัติสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. 2550 การสงเสริมและพัฒนาการแพทย ***** พระราชบัญญตั ิหลักประกันสขุ ภาพแหง ชาติ พ.ศ. 2545 พ้นื บานระดับสาธารณสขุ มูลฐาน (PHC ➡ กองทนุ สุขภาพตําบล)***** ภาพท่ี 2.3 แนวทางการประเมินและรบั รองสถานภาพ หมอพื้นบ้านเพ่ือสง่ เสรมิ และพฒั นาในระบบ การขับเคลื่อนงานแต่ละด้าน ประกอบด้วยประเด็นย่อยท่ีมีความส�ำคัญต่อการพัฒนางานการแพทย์ พ้ืนบา้ นดงั น้ี 1. การพฒั นาดา้ นนโยบาย มีการขับเคล่ือนใน 6 ประเด็น ทีเ่ กดิ ความรเู้ ชงิ ประจักษ์ ทมี่ ีความส�ำคัญต่อ การสรา้ งและพัฒนากลไก รองรับการฟื้นฟแู ละส่งเสริมการแพทย์พื้นบ้านในระบบสขุ ภาพชมุ ชนดงั น้ี ประเดน็ 1.1 การพฒั นากฎหมายและกฎระเบยี บทเี่ กยี่ วขอ้ ง การรบั รองการแพทยพ์ นื้ บา้ นในระดบั วชิ าชพี ตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 มาตรา 33 (1)(ค) โดยใช้การประเมินจากความรู้ความ สามารถและการอทุ ศิ ตนในการดแู ลสุขภาพในชมุ ชน ปัจจบุ นั มจี �ำนวน 165 คน และการรับรองหมอพืน้ ของแต่ละ จงั หวัด โดยอาศยั ระเบยี บกรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก ฉบบั ที่ 2 พ.ศ. 2555 ปจั จบุ นั มี จ�ำนวน 2,742 คน ในพืน้ ท่ี 44 จังหวัด ดงั ภาพที่ 2.3 ประเด็น 1.2 การจัดการความรู้หมอพ้ืนบ้านโดยความร่วมมือของสถานบันอุดมศึกษาท่ีมีการเรียน การสอนแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ประสานความร่วมมือกับ 19 สถาบัน รวบรวมองคค์ วามรูห้ มอพ้นื บา้ น 1,550 คน ในพ้ืนท่ี 35 จงั หวัด 5 ภมู ิภาค สนับสนนุ งบประมาณโดย กองทนุ ภมู ิปัญญาการแพทย์แผนไทยจัดกลมุ่ หมอพื้นบา้ นตามความชำ� นาญได้ 7 กลมุ่ คอื (1) หมอนวดพน้ื บ้าน (2) หมอ รักษาอัมพฤกษ์ อัมพาต (3) หมอรักษากระดูกหัก (4) หมอเด็กและสตรี (5) หมอยาสมุนไพร (6) หมอรักษา อาการทางผวิ หนัง และ (7) หมอรกั ษาสตั ว์พิษกดั และงกู ัดจากการท�ำงานดงั กล่าว ทำ� ให้สถาบันการศกึ ษาได้พัฒนา แผนงานดา้ นการจดั การเรยี นรตู้ อ่ เนอื่ ง เชน่ การนำ� ตำ� รบั ยาหมอพนื้ บา้ นในการดแู ลแผลเบาหวานโดยมหี มอพน้ื บา้ น รักษารว่ มกัน และการส่งข้อมลู ให้นายทะเบยี นจังหวดั เพอื่ ใชป้ ระโยชน์ในการรบั รองหมอพ้นื บ้าน เปน็ ตน้ Position-5.indd 52 9/13/19 16:05
กลุ่มที่ 2 ประเดน็ การพัฒนาเพอื่ ยกระดับการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 53 ประเด็น 1.3 การจัดการสุขภาพชุมชนโดยกลุ่มและเครือข่ายหมอพ้ืนบ้านในรูปแบบ “ศูนย์เรียนรู้การ แพทย์พื้นบ้าน” จากการสำ� รวจของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2559 พบวา่ มกี ลมุ่ หรอื ชุมชนที่มีการด�ำเนินงานด้านการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์แผนไทยในชุมชน 620 กลุ่ม ในพื้นท่ี 76 จังหวัด การดำ� เนนิ การสง่ เสรมิ ในลกั ษณะกลมุ่ หรอื ชมรม กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื กไดม้ กี ารดำ� เนนิ การ น�ำร่องเร่ือง “ศูนย์เรียนรู้การแพทย์พ้ืนบ้านไทย” ซ่ึงมีบทบาทในการจัดบริการสุขภาพประชาชนในชุมชน การ ถ่ายทอดความรู้ ประเด็น 1.4 กองทุนสุขภาพพ้ืนทใ่ี นระบบหลักประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ (กองทุนสขุ ภาพตำ� บล): ตน้ ทุน และแนวโน้มการก่อรูปกองทุนสุขภาพชุมชนด้วยระบบภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน มีองค์กรส่วนท้องถิ่นและ เทศบาล จำ� นวน 7,760 แหง่ (ร้อยละ 97.79) เข้าร่วมกองทุนหลักประกันสุขภาพพน้ื ท่ี ซึ่งมผี ลดตี ่อการด�ำเนินงาน คอื การสนบั สนนุ ใหก้ ลมุ่ หรอื องคก์ รประชาชน หรอื หนว่ ยงานอน่ื ในพนื้ ทดี่ ำ� เนนิ งานเพอื่ สรา้ งสขุ ภาพและปอ้ งกนั โรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพและการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุก พื้นท่ีต้นแบบหรือชุมชนที่ทำ� งานเชิงรุกที่ ตน่ื ตวั ทงั้ หมด ไดร้ บั การสนบั สนนุ จากกองทุนสุขภาพต�ำบล ประเด็น 1.5 การรับรองสิทธิหมอพ้ืนบ้าน: รูปแบบการส่งเสริมและพัฒนาการแพทย์พื้นบ้านในระบบ สุขภาพชุมชน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ด�ำเนินการและสนับสนุนการรับรองสิทธิหมอพ้ืนบ้าน 2 รปู แบบ คอื รูปแบบท่ี 1 การรับรองสิทธิทางกฎหมายของหมอพื้นบ้านแบบวิชาชีพโดยคณะกรรมการวิชาชีพสาขา การแพทย์แผนไทย รูปแบบที่ 2 การรับรองสิทธิหมอพื้นบ้านแบบมีส่วนร่วมของชุมชนภายใต้ ระเบียบกรมพัฒนาการ แพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกว่าด้วยการออกหนังสือรับรองหมอพื้นบ้าน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2555 โดย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ หมอพ้ืนบ้านที่ดี มีคุณธรรมและยังให้การดูแลรักษาจนเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชนภายใต้หลักการการกระจาย อำ� นาจ และการมสี ่วนรว่ ม รายละเอยี ดจะได้กล่าวตอ่ ไป สรุปการขับเคลื่อนงานด้านนโยบายท้ัง 5 ประเด็นข้างต้นมีความสัมพันธ์เช่ือมโยงกันเพื่อให้เกิดความรู้ และข้อมลู เชงิ ประจกั ษ์ท่ีจะผลักดันงานต่อไปด้วยฐานความรู้ ส่วนที่ 2 การจัดการความรู้และการวจิ ัย: บทเรียน การรวบรวมศึกษาองค์ความรู้เชงิ ปฏิบตั ิ ดา้ นภูมิปญั ญาการแพทย์พน้ื บ้าน กระบวนการจดั การความรแู้ ละการวจิ ยั ภาพรวมเปน็ การจดั หมวดหมกู่ ารดำ� เนนิ งานจดั การความรแู้ ละการ วิจยั จากการปฏบิ ตั จิ ริง โดยอาศัยหลักแนวคดิ จากการท�ำงาน แผนภาพท่ี 2 โดยมีเปา้ หมาย 2 หลักประเด็น คอื (1) เพอ่ื ฟน้ื ฟแู ละสง่ เสรมิ การดแู ลสขุ ภาพในระดบั ชมุ ชน (Community self-care) ออกแบบกระบวนการ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพ่ือท้องถิ่น (Community-based Action research: CBAR) เน้นการเสริมพลัง (Empowerment) ให้ชุมชน หมอพื้นบ้านและภาคีเป็นนักวิจัยหลัก มีนักวิชาการ นักวิจัยเป็นผู้เอื้ออ�ำนวย (Facilitator) เช่น การขับเคลื่อนงานสมุนไพรพ้ืนบ้านและอาหารท้องถิ่น เน้นพัฒนาทีมงานและผู้รู้ หมอพ้ืนบ้าน ในทอ้ งถ่ิน มกี ารปฏบิ ตั งิ าน ค้นควา้ รวบรวมความรูใ้ นทอ้ งถ่นิ ตนเอง เพ่อื ฟน้ื ฟูการใช้ประโยชน์ และสบื ทอด Position-5.indd 53 9/13/19 16:05
54 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย (2) การบูรณาการการแพทย์พ้ืนบ้านในระบบบริการสุขภาพภาครัฐ (Integration in primary care) ดว้ ยประเด็นสขุ ภาพ 8 ประเดน็ ออกแบบกระบวนการวจิ ยั 3 ลกั ษณะคือ (1) การวิจยั และพัฒนา งานวจิ ัยสว่ นใหญเ่ ป็นวจิ ยั และพฒั นา (2) การวจิ ยั คลินิก เชน่ การวิจัยภมู ปิ ัญญาหมอพ้ืนบา้ นในการรักษากระดูกหกั การวจิ ัยต�ำรบั ยาพื้น บ้าน ในการดูแลสตรหี ลงั คลอด (3) การวิจัยในงานประจำ� (Routine to Research: R to R) วธิ ีวิทยานไ้ี ดร้ ับความสนใจมาก โดย เฉพาะหนว่ ยบรกิ ารสขุ ภาพ มกี ารสง่ เสรมิ ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ าน ตงั้ คำ� ถามจากการทำ� งานในระบบและออกแบบกระบวนการ แกป้ ัญหา เกดิ ความร้จู ากการทำ� งาน และสง่ เสริมการใช้ประโยชน์ตอ่ ยอด มีการคดั เลอื กตำ� รบั ยาเพือ่ วจิ ัยในคลนิ กิ ประเด็นสขุ ภาพ 8 ประเด็นทที่ �ำงานจดั การความร้แู ละการวิจยั มีดังนี้ (1) สมุนไพรพื้นบ้านและอาหารท้องถิ่น: ความมั่นคงระบบสุขภาพชุมชนเป็นงานวิจัยปฏิบัติการเพื่อ ทอ้ งถน่ิ CBAR (2) ภมู ปิ ญั ญาหมอพน้ื บา้ นในการดแู ลสขุ ภาพแมแ่ ละเดก็ (หมอตำ� แย): การผสมผสานการใชป้ ระโยชนใ์ น การดแู ลแมแ่ ละเด็กรว่ มกบั ระบบสุขภาพปฐมภูมิ (3) ภมู ปิ ญั ญาหมอพนื้ บา้ นและการพฒั นาหลกั สตู รการเรยี นรเู้ พอ่ื พฒั นาศกั ยภาพหมอพนื้ บา้ นดแู ลกระดกู หักในชุมชน (4) ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านในการรักษาสัตว์พิษกัด งูกัด กับความร่วมมือระหว่างระบบการแพทย์ แผนปจั จบุ ัน แพทยแ์ ผนไทย และหมอพืน้ บ้านในโรงพยาบาลชุมชน (5) ภูมปิ ัญญาการแพทย์พื้นบ้านกบั การดแู ลสขุ ภาพผู้ป่วยเบาหวาน (6) ภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านในการดูแลรักษาผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต: ระบบสุขภาพใกล้บ้านของ ผปู้ ่วยตดิ เตียง (7) ภมู ปิ ัญญาการแพทยพ์ นื้ บ้านในการรกั ษาผูป้ ว่ ยมะเร็ง: องค์ความรูท้ ีส่ ามารถตอ่ ยอดเพอ่ื ผู้ป่วยมะเรง็ (8) ภูมปิ ัญญาหมอพนื้ บ้านในการสง่ เสริมดแู ลผสู้ งู อายุอยา่ งมีวฒั นพลงั 2.1 ผลการจัดการความรู้ (1) เกิดนวัตกรรมด้านวิธีวิทยาการวิจัยทางคลินิก กรณีหมอพ้ืนบ้านรักษากระดูกหัก โดยความร่วมมือ ของอาจารยท์ ่ีปรกึ ษาท่เี ช่ียวชาญดา้ นศัลยกรรมกระดูกและเครอื ขา่ ยนกั วิจยั 14 กรณี 9 จังหวดั พัฒนาเคร่อื งมือ และวิธกี ารประเมินผลการรกั ษาของหมอพืน้ บา้ น (2) เกิดชุดความรู้ ส�ำหรับการขับเคลื่อน ด้านนโยบายการแพทย์พ้ืนบ้าน 5 ชุด เช่น การรับรอง สถานภาพหมอพน้ื บา้ น พัฒนากฎหมายและกฎระเบยี บ เกณฑ์การประเมนิ และการรบั รองสถานภาพ หมอพ้นื บา้ น การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในการจัดการความรู้หมอพ้ืนบ้าน พัฒนารูปแบบศูนย์เรียนรู้ การแพทยพ์ ืน้ บ้านไทย (3) เกดิ ชุดความรู้ “การแพทย์พนื้ บา้ น” จากการจดั การความรู้และการวจิ ัย 8 ชุด พัฒนาและจัดท�ำค่มู ือ แนวทางปฏิบัตงิ านการแพทยพ์ น้ื บา้ น ส�ำหรับเจา้ หนา้ ท่ี 8 ชุด และจัดท�ำคมู่ อื ส�ำหรบั ประชาชน เกี่ยวกับสมุนไพร และผกั พืน้ บา้ น ส�ำหรบั ดูแลสขุ ภาพ 8 ชดุ (4) พัฒนาฐานข้อมูลองค์ความรู้ หมอพ้ืนบ้านในระบบดิจิทัลภายใต้โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ องคค์ วามรู้ดิจทิ ัลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของประเทศไทย (Thai Traditional Digital Knowledge Library: TTDKL) จำ� นวน 4,000 ราย Position-5.indd 54 9/13/19 16:05
กลมุ่ ท่ี 2 ประเดน็ การพฒั นาเพื่อยกระดับการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก 55 2.2 การน�ำไปใช้ (1) การออกแบบการท�ำงาน การจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม เช่น การวิจัยปฏิบัติการเพ่ือท้องถิ่น (Community-based Action research) การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) การวิจัย การวจิ ยั ในงานประจำ� (Routine to Research: R to R) ทกุ การทำ� งานให้เกิดการเรียนรรู้ ะหวา่ งทีมวจิ ัย ทีมงาน สหวิชาชีพกับหมอพ้ืนบ้าน มีผลการท�ำงานได้เรียนรู้ภูมิปัญญาหมอพ้ืนบ้านเชิงประจักษ์ เกิดความเข้าใจระหว่าง กันหลายกรณี การพัฒนา การบรู ณาการ การดแู ลรักษาสุขภาพในพนื้ ท่ตี อ่ เนอ่ื ง เช่น โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพ ต�ำบลส�ำโรงโคกเพชร จงั หวัดสุรินทร์ เทศบาลต�ำบลโคกมว่ ง จงั หวดั พัทลุง มกี ารดแู ลสุขภาพมารดาหลังคลอดรว่ ม กับหมอพนื้ บ้าน เปน็ ต้น (2) ภาพลักษณ์ต่อตนเองของหมอพื้นบ้าน “มีความภูมิใจ” ที่เจ้าหน้าท่ีด้านสุขภาพให้การยอมรับ การออกหนังสอื รบั รองหมอพน้ื บา้ นของเจ้าหน้าท่ี ทำ� ให้รู้สึกวา่ “เขาไม่ใชห่ มอเถ่ือน” (3) เกิดรูปแบบความร่วมมือ ระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพกับหมอพื้นบ้านร่วมกันดูแลสุขภาพ ตาม ศักยภาพของหมอพื้นบ้านหลายลักษณะ เช่น เชิญหมอพื้นบ้านร่วมรักษาในโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริม สขุ ภาพต�ำบล มีระบบสง่ ต่อผู้ปว่ ยระหว่างหมอพนื้ บ้านกบั โรงพยาบาล 2.3 การขับเคลอื่ นภารกจิ ดา้ นนโยบาย (1) สถานการณด์ า้ นกฎหมายและกฎหมายวา่ ดว้ ยการรบั รองสทิ ธหิ มอพ้นื บ้านทง้ั ระดับวชิ าชีพและระดับ ท้องถน่ิ (2) การดำ� เนนิ การเรอื่ งกองทนุ สขุ ภาพพน้ื ที่ (กองทนุ สขุ ภาพตำ� บล) ภายใตร้ ะบบหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ (3) ผลการรบั รองหมอพน้ื บา้ น ระดบั วชิ าชพี 165 คน และรบั รองสถานภาพในระดบั พนื้ ท่ี จำ� นวน 2,742 คน ในพืน้ ท่ี 44 จงั หวดั ดงั ภาพท่ี 2.4 2.4 สถานการณ์และแนวทางการประเมนิ และรับรองหมอพ้ืนบา้ น เพอ่ื ส่งเสรมิ และพัฒนา ในระบบสุขภาพ กฎหมายและกฎระเบยี บทกี่ ลา่ วขา้ งตน้ มคี วามสำ� คญั ทเ่ี ปน็ กลไกการสนบั สนนุ และรองรบั การสง่ เสรมิ และ พฒั นาหมอพน้ื บา้ นใหม้ บี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มในการดแู ลสขุ ภาพชมุ ชน และประสานความรว่ มมอื บรู ณาการในระบบ การดูแลสุขภาพในระดับปฐมภมู ิ ดังภาพที่ 2.5 Position-5.indd 55 9/13/19 16:05
56 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย ภาพที่ 2.4 จ�ำนวนหมอพื้นบ้านที่ไดก้ ารรับรองในระดบั วิชาชพี และระดับจังหวัด ภาพที่ 2.5 สถานการณ์แนวทางการประเมนิ และรับรองหมอพ้ืนบ้านเพอื่ สง่ เสริมและพัฒนาในระบบ Position-5.indd 56 9/13/19 16:05
กลมุ่ ท่ี 2 ประเด็นการพัฒนาเพอื่ ยกระดบั การแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 57 3. สรุปภาพรวม 3.1 การฟื้นฟูและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ของการแพทย์ดั้งเดิมในระบบสุขภาพขององค์การอนามัยโลก (World health Organization: WHO) จากการมีการจัดทำ� ยทุ ศาสตรก์ ารพฒั นาท่ชี ดั เจนพร้อมกบั การเรียกร้อง ให้ประเทศสมาชิกได้น�ำใช้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวในการท�ำงาน เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความรู้ภูมิปัญญาของ การแพทยด์ ้ังเดมิ ในประเทศสมาชิก บรู ณาการการดแู ลสขุ ภาพประชาชนไดอ้ ยา่ งปลอดภยั ด้วยแนวคิดสขุ ภาพแบบ องค์รวม (Holistic Health) และมผี ูร้ ับบริการเปน็ ศนู ย์กลาง 3.2 บทเรียนและประสบการณก์ ารขบั เคล่อื นงาน การแพทย์พืน้ บา้ นของไทย จากการทำ� งานท่ีกลา่ วข้าง ตน้ ยืนยันใหเ้ ห็นถงึ บทบาท การด�ำรงอยู่ของการแพทย์พนื้ บา้ น ในการมสี ่วนรว่ มในการดแู ลสขุ ภาพชุมชน ท้งั ใน ระดบั ชมุ ชน (Community) และการบรู ณาการดแู ลสขุ ภาพในระบบสขุ ภาพระดบั ปฐมภมู ิ และทตุ ยิ ภมู ิ (Integration with Primary Care and Secondary Care) 3.3 ประเดน็ การดำ� เนนิ การทผ่ี า่ นมาของไทย ทงั้ ดา้ นนโยบาย และประเดน็ สขุ ภาพ มคี วามสำ� คญั ตอ่ การ ขบั เคลอื่ นภายใตก้ รอบแนวความคดิ การทำ� งาน มคี วามสมั พนั ธเ์ ชอ่ื มโยงกนั ทงั้ ระบบ ตามแผนภาพที่ 2 ทคี่ รอบคลมุ 3 ประเด็นหลกั คือ (1) ทิศทางการใช้ประโยชน์ในระบบสขุ ภาพ (2) ความเข้าใจธรรมชาติหรือสภาวะของภมู ปิ ัญญา การแพทยพ์ ้นื บา้ น และ (3) กระบวนการจดั การความรูจ้ ากการปฏบิ ัติงาน 3.4 หมอพ้นื บ้าน คือปจั จยั สำ� คัญ เพราะเป็นความรูใ้ นตวั บคุ คล (Tacit knowledge) ท่ปี ระกอบดว้ ย วิถีคดิ วถิ ีปฏบิ ตั กิ ารดูแลสขุ ภาพประชาชน ท่ตี อ้ งใชก้ ระบวนการจัดการความรู้ เพื่อรวบรวมจดั ระบบ สร้างความรู้ ใหม่จากการปฏิบัตกิ ารให้แสดงผลเชงิ ประจักษ์ ดงั นน้ั การพัฒนาให้มกี ฎระเบียบ กฎหมาย รองรบั “หมอพน้ื บา้ น” ทั้งในระดบั “วชิ าชีพ” และ “ระดับพนื้ ที”่ แบบมีสว่ นร่วม จะเปน็ กลไกใหห้ มอพนื้ บ้านได้มสี ่วนในการดูแลสุขภาพ ประชาชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พ้ืนบ้าน ซ่ึงรวมถึงทรัพยากรและเทคโนโลยีท้องถ่ินที่ง่าย ประหยัด ประชาชน เข้าถึงได้ อันเป็นหัวใจส�ำคัญของการดูแลสุขภาพด้วยวิถีท่ีพอเพียง ชุมชนสามารถพ่ึงตนเอง จัดการตนเองได้ อันเป็นหลกั ประกนั ของความมัน่ คงของระบบสขุ ภาพชมุ ชน เอกสารอ้างองิ 1. Jutthaphutti A. Health service system and education system of Traditional medicine in ASEAN. Bangkok: Translate from Traditional Medicine and Health Care Coverage; 2012. 2. Jutthaphutti A. WHO congress on traditional medicine 6-9 November 2008 Beijing, China. Nonthaburi: Department for Thai Traditional and Alternative Medicine, Ministry of Public Health; 2008. 3. Bureau of Sanatorium and of Healing, Department of Health Service Support, Ministry of Public Health. The Practice of the art of Healing Act B.E. 2542 (1999). Bangkok: Royal Gazette: The war Veterans Organization of Thailand Press; 2009. 4. Central Registrar’s office, Department of Health Service Support, Ministry of Public Health. Bureau of protection of Thai traditional medicine wisdom and herb. [Internet]. 2010. [cited 2010 Dec 21]. Available from: http://ptmk.dtam.moph.go.th/reg/summary. 5. Gerard BK, Gemma BF. Traditional, complementary and alternative medicine: policy and public health perspectives. London: Imperial College Press; 2007. Position-5.indd 57 9/13/19 16:05
58 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย 6. Legal Division, Department for Thai Traditional and Alternative Medicine, Ministry of Public Health. The Protection and promotion of traditional Thai medicine wisdom Act B.E. 2542 (1999) and Related Laws. Bangkok: The Agricultural Co-operative Federation of Thailand Press; 2009. 7. Office of the national Economics and Social Development Board. 2006. Estimated cost for education and public health in five years’ time. [Internet]. 2006. [cited 2009 Jul 20]. Available from http://www.ssnet.doae.go.th/ssnet2/knowledgebase/KB_NOK/Ex_Health/index.html. 8. Thai Traditional Medicine Working Group, Department for Development of Thai Traditional and Alternative Medicine, Ministry of Public Health. Thai Traditional Medicine. Bangkok: the express transportation organization of Thailand Press (ETO);… 9. Yu Yan Ren Ke. Medicine and health care among Chinese ethnic minorities. China: China Intercontinental Press; 2006 10. กมลทพิ ย์ สวุ รรณเดช. บนั ทกึ ภมู ปิ ญั ญาหมอพนื้ บา้ น ภาคใต.้ กรงุ เทพฯ: กองการแพทยพ์ น้ื บา้ น กรมพฒั นาการแพทย์ แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2555 11. ฉนั ทนา กระภูฤทธ,์ิ วนิดา ขมุ แร่, ภัททริ า ทองศร,ี มนตรี ด�ำรงศักด์,ิ ธนิดา ขนุ บญุ จันทร,์ สิรลิ ดา พิมพา, และคณะ, รายการการศึกษา เรื่อง ประสทิ ธผิ ลของหมอพืน้ บา้ นในการรักษาไหลต่ ดิ ทางคลนิ ิก กรณศี กึ ษาหมอสุนทร นม่ิ นอ้ ม. กรงุ เทพฯ: กองการแพทยพ์ ้นื บา้ นไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2557. 12. ชัชวาล ชูลา, วุฒิชัย พระจันทร์ และสุวิไล วงศ์ธีรสุต. ภูมิปัญญาพ้ืนบ้าน: ศักยภาพชุมชนบ้านโคกสวาย ในการ คุ้มครองและประโยชน์เพื่อดูแลสุขภาพ. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและ การแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2552. 13. ดารณี อ่อนชมจันทร์ และเสาวณีย์ กุลสมบูรณ์. การนวดพ้ืนบ้านไทย. พิมพ์คร้ังที่ 3. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์ พน้ื บ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2552. 14. ดารณี อ่อนชมจันทร์. แนวทางส�ำหรับผู้ปฏิบัติงานการดูแลสุขภาพแม่และเด็กด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พ้ืนบ้าน. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข; 2554. 15. ดารณี ออ่ นชมจนั ทร์. องคค์ วามรโู้ ต๊ะบิแด (หมอต�ำแย) ใน 3 จังหวดั ชายแดนใต้. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พน้ื ไทย บ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2550. 16. ธนิดา ขุนบุญจันทร์. สมุนไพรพื้นบ้านลดความเส่ียง โรคเบาหวาน ตามภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พนื้ ไทย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2554 17. ธนิดา ขุนบุญจันทร์. สมุนไพรพ้ืนบ้านลดความเสี่ยง โรคมะเร็ง ตามภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านกรุงเทพฯ: กองการแพทย์พืน้ บ้านไทย กรมพัฒนาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข; 2554. 18. ธนิดา ขุนบุญจันทร์. สมุนไพรพื้นบ้านลดความเส่ียง โรคหัวใจและหลอดเลือด ตามภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้าน. กรงุ เทพฯ: กองการแพทย์พ้ืนบา้ นไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข; 2554. 19. ธนิดา ขุนบุญจนั ทร์. เห็ดเป็นยา เพอ่ื สขุ ภาพ ตามภมู ปิ ญั ญาของหมอพนื้ บา้ น. กรงุ เทพฯ: กองการแพทย์พนื้ บา้ นไทย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2554. 20. ธนดิ า ขนุ บญุ จนั ทร.์ เหด็ เปน็ อาหาร เพอ่ื สขุ ภาพ ตามภมู ปิ ญั ญาของหมอพน้ื บา้ น. กรงุ เทพฯ: กองการแพทยพ์ น้ื บา้ นไทย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื กกระทรวงสาธารสขุ ; 2554. 21. ธนดิ า ขนุ บญุ จนั ทร.์ เหด็ เศรษฐกจิ เพอื่ สขุ ภาพ ตามภมู ปิ ญั ญาของหมอพนื้ บา้ น. กรงุ เทพฯ: กองการแพทยพ์ น้ื บา้ นไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื กกระทรวงสาธารสขุ ; 2554. Position-5.indd 58 9/13/19 16:05
กลุ่มท่ี 2 ประเดน็ การพัฒนาเพือ่ ยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 59 22. ธนิดา ขุนบญุ จนั ทร์, ฉนั ทนา กระภฤู ทธิ์, สิรลิ ดา พมิ พา, กฤษณะ คตสขุ , อาภากร เตชรัตน์, ละเอียด ปานทอง, และคณะ. คมู่ อื หมอพนื้ บา้ นในการรกั ษาผปู้ ว่ ยกระดกู หกั และการฟน้ื ฟสู ภาพผปู้ ว่ ยหลงั การรกั ษา. กรงุ เทพฯ: กองการ แพทยพ์ ้นื บา้ นไทย กรมพัฒนาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2557. 23. ธนิดา ขุนบุญจันทร์, ฉันทนา กระภูฤทธิ์, สิริลดา พิมพา, กฤษณะ คตสุข, นภัสกร คงไทย, และคณะ. รายงานการศึกษา เรื่อง ประสิทธิผลของหมอพื้นบ้านในการรักษาผู้ป่วยกระดูกหัก. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์ พื้นบา้ นไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2557. 24. ธนิดา ขุนบุญจนั ทร,์ ฉันทนา กระภูฤทธิ,์ สิริลดา พมิ พา, กฤษณะ คตสุข, นภสั กร คงไทย, และคณะ. ประสทิ ธผิ ล ของหมอพ้ืนบ้านในการรักษาผู้ป่วยกระดูกหัก. นนทบุรี กองการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2557. 25. ธนิดา ขุนบุญจนั ทร,์ สริ ิลดา พิมพา, ฉันทนา กระภูฤทธิ์, อาภากร เตชรตั น,์ ละเอียด ปานทอง, อาทติ ย์ กระออมแกว้ และคณะ. รายงานการวิจัยการศึกษาสถานการณ์การใช้ภูมิปัญญาหมอพ้ืนบ้านในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พนื้ บ้านไทย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข; 2557. 26. ปฐั ยาวดี แจงเชอ้ื , และภราดร สามสงู เนนิ . ภมู ปิ ญั ญาพนื้ บา้ น: ศกั ยภาพชมุ ชนชากไทย ในการคมุ้ ครองและประโยชน์ เพื่อดูแลสุขภาพ. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2552. 27. ภราดร สามสูงเนิน และคณะ. ครอบครวั ฉนั รทู้ ันโรคเบาหวาน. กรุงเทพฯ: กองการแพทยพ์ ืน้ บา้ นไทย กรมพฒั นา การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2553. 28. ภราดร สามสงู เนนิ และวรพจน์ ภจู่ นิ ดา. คมู่ อื ประกอบระเบยี บกรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองหมอพื้นบ้าน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2555. 29. ภราดร สามสูงเนิน และสมัคร สมแวง. บันทึกภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพฯ: กองการแพทยพ์ ้นื บ้านไทย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2555. 30. รัชนี จันทรเ์ กษ, ปารณฐั สุขสุทธิ์, มาลี สทิ ธเิ กรยี งไกร, วรรณา จารสุ มบูรณ์, และสุพตั รา สันทนานกุ าร. เรยี นรู้และ เขา้ ใจหมอพนื้ บา้ น. กรงุ เทพฯ: กลมุ่ งานการแพทยพ์ นื้ บา้ นไทย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข; 2548. 31. รุจินาถ อรรถสิษฐ และคณะ. แนวทางการดูแลสุขภาพผู้ป่วยเบาหวาน ด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พ้ืนบ้านส�ำหรับ ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน. กรงุ เทพฯ: กองการแพทยพ์ ้นื บา้ นไทย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวง สาธารณสุข; 2553. 32. รุจินาถ อรรถสิษฐ, เสาวณีย์ กุลสมบูรณ์ และอรจิรา ทองสุกมาก. รูปแบบการใช้ภูมิปัญญาโต๊ะบิแด ในการดูแล สุขภาพแม่และเด็กในชุมชนและภาครัฐ. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2550. 33. รจุ นิ าถ อรรถสษิ ฐ. การดแู ลรกั ษาโรคเบาหวาน ดว้ ยภมู ปิ ญั ญาการแพทยพ์ นื้ บา้ น. กรงุ เทพฯ: กองการแพทยพ์ นื้ บา้ นไทย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2553. 34. รุจินาถ อรรถสิษฐ. ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์ พ้ืนบา้ นไทย กรมพัฒนาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2554. 35. วิชยั โชคววิ ัฒน และสนั ตสิ ขุ โสภณสิร.ิ พ่อหนานอินสม สิทธติ นั หมอไทยดีเดน่ แห่งชาติ พ.ศ. 2557 กรงุ เทพฯ: คณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพแห่งชาติ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2557. Position-5.indd 59 9/13/19 16:05
60 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย 36. วิชิต เปานิล. การศึกษาคุณค่าและมูลค่าของสมุนไพรพื้นบ้านต่อการพัฒนาระบบการผลิตยาสมุนไพรและเศรษฐกิจ ชมุ ชน. กรงุ เทพฯ: กองการแพทย์พืน้ บ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก. 37. วิฑูรย์ เลี่ยนจ�ำรูญ การศึกษาความเคล่ือนไหวของกระแสโลกาภิวัฒน์และความหลากหลายทางชีวภาพ กรุงเทพฯ: กองการแพทยพ์ ้นื บ้านไทย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข; 2551. 38. วทิ เชษฐ พชิ ยั ศกั ด,ิ์ สรุ ชยั ปญั ญาพฤทธพิ์ งศ,์ ยลชยั จงจริ ะศริ ,ิ ศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ มหารตั นวงศ.์ คมู่ อื หมอพน้ื บา้ นในการรกั ษา ผู้ป่วยกระดกู หกั และการฟน้ื ฟสู ภาพผปู้ ว่ ยหลงั การรักษา. นนทบุร:ี กองการแพทย์พื้นบา้ นไทย กรมพัฒนาการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2557. 39. ศริ วิ รรณ นาคมุข, นฤมล สขุ พนั ธ,์ และสุวิไล วงศธ์ ีรสตุ . ภมู ปิ ัญญาพื้นบ้าน: ศักยภาพชมุ ชนทุ่งตาเซะ ในการค้มุ ครอง และประโยชนเ์ พือ่ ดูแลสุขภาพ. กรงุ เทพฯ: กองการแพทย์พืน้ บ้านไทย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2552. 40. กองการแพทยพ์ ื้นบา้ นไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข. องค์ความรู้ การดูแลอัมพฤกษ์ อัมพาตของหมอพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ำกัด. 2554 หน้า 13-22. 41. สุพตั รา สนั ทนานกุ าร และคณะ บทเรยี นศูนยเ์ รยี นรู้การแพทยพ์ ื้นบา้ น ปี 2546-2548. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์ พน้ื บา้ นไทย กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2552. 42. สุพตั รา สนั ทนานกุ าร และเสาวณีย์ กลุ สมบูรณ์. บทเรยี นศูนย์เรยี นรูก้ ารแพทย์พ้ืนบ้าน. กรงุ เทพฯ: กองการแพทย์ พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2552 43. สุพนิ ภสู ง่า, อาทิตย์ เลศิ ลำ�้ , และพจีกาญจน์ จิระเสถียรพงศ.์ ภมู ิปัญญาพื้นบ้าน: ศักยภาพชมุ ชนเหล่ากลาง ในการ คุ้มครองและประโยชน์เพ่ือดูแลสุขภาพ. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พ้ืนบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข; 2552. 44. เสาวณยี ์ กลุ สมบรู ณ์ และประกอบ อบุ ลขาว. คมู่ อื การประเมนิ หมอพน้ื บา้ น. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2. กรงุ เทพฯ: กองการแพทย์ พืน้ บา้ นไทย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2554. 45. เสาวณยี ์ กลุ สมบรู ณ์ และรจุ นิ าถ อรรถสษิ ฐ. การศกึ ษาและพฒั นาการรบั รองสถานภาพทางกฎหมายของหมอพนื้ บา้ น. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พ้ืนบ้านไทย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2555. 46. เสาวณีย์ กุลสมบูรณ์ และรุจินาถ อรรถสิษฐ. รายงานวิจัย เร่ือง สถานภาพและทิศทางการวิจัยภูมิปัญญาพื้นบ้าน ด้านสุขภาพ. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงานการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2550. 47. เสาวณีย์ กุลสมบรู ณ์, สิริรักษ์ อารทรากร และอรจริ า ทองสกุ มาก. แผนพฒั นาการแพทยพ์ ้ืนบา้ น พ.ศ. 2555-2559. กรงุ เทพฯ: กองการแพทย์พน้ื บ้านไทย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2555. 48. เสาวณยี ์ กลุ สมบรู ณ.์ สถานการณแ์ ละความเคลอ่ื นไหวดา้ นการพฒั นาการแพทยพ์ นื้ บา้ นไทย ประเทศไทย. กรงุ เทพฯ: กองการแพทยพ์ นื้ บ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2555. 49. อรจริ า ทองสกุ มาก และสมคั ร สมแวง. บนั ทกึ ภมู ปิ ญั ญาหมอพน้ื บา้ น ภาคกลาง. กรงุ เทพฯ: กองการแพทยพ์ น้ื บา้ นไทย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2555. 50. อรพินท์ ครุฑนาค. บันทึกภูมิปัญญาหมอพ้ืนบ้าน ภาคเหนือ. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พ้ืนบ้านไทย กรมพัฒนา การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ ; 2555. 51. อมั พาพรรณ พงศผ์ ลาดสิ ยั และเอกชัย ปัญญาวฒั นานกุ ูล. การศกึ ษา สงั เคราะห์ และจัดระบบองคค์ วามรู้การแพทย์ พ้ืนบ้านในการรักษาสัตว์พิษกัดและงูกัด. กรุงเทพฯ: กองการแพทย์พ้ืนบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข; 2554. Position-5.indd 60 9/13/19 16:05
กล่มุ ท่ี 2 ประเดน็ การพัฒนาเพ่อื ยกระดับการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 61 อนาคตการวจิ ยั ต�ำรบั ยาแผนไทย ดร.ภญ.มณฑกา ธีรชยั สกุล และคณะ กองสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข 1. ความเป็นมา หลักการและเหตุผล ปัจจุบันกระแสของความนิยมด้านการใช้สมุนไพรและการแพทย์ดั้งเดิมมีแนวโน้มมากข้ึนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลประเทศไทยได้ให้ความส�ำคัญด้านงานการแพทย์แผนไทย และสมุนไพรไทยเพิ่มมากขึ้นมาโดยตลอด รวมทั้งการให้บริการแพทย์แผนไทยในระบบบริการของกระทรวง สาธารณสขุ ทสี่ ามารถเบกิ จา่ ยจากระบบประกนั สขุ ภาพตามสทิ ธปิ ระโยชนข์ องสำ� นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นแรงสนับสนุนให้เกิดการจัดบริการแพทย์แผนไทยและการใช้ยาจากสมุนไพร เพิ่ม มากข้ึนเรื่อย ๆ ยิ่งไปกว่าน้ันจากรายงานสมุนไพรไทย แพทย์แผนไทย ในชีวิตคนไทย ปี 2557 ส�ำรวจความเห็น 5,800 ครัวเรือนทั่วประเทศพบว่า ร้อยละ 80 ของกลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยอย่างยิ่งว่ายาแผนไทยสามารถน�ำมาใช้ รักษาอาการระยะแรกได้และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อย่างมาก ในทางตรงกันข้ามงานวิจัยหลายช้ิน แสดงใหเ้ หน็ วา่ บคุ ลากรทางการแพทยแ์ ผนปจั จบุ นั กลบั ไมม่ คี วามมนั่ ใจตอ่ การใชย้ าแผนไทยและเหน็ วา่ ควรมขี อ้ มลู การวิจัยทางคลินิกที่น่าเชื่อถือมากกว่าท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน โดยมองว่าความรู้ด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ยงั คงกระจดั กระจาย อกี ทงั้ ขาดขอ้ มลู ยนื ยนั ทางวชิ าการถงึ สรรพคณุ ของยาแผนไทยในการรกั ษาโรค สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ การสง่ ตอ่ ขอ้ มูลและช่องวา่ งของการวิจยั ของสมุนไพรและการแพทยแ์ ผนไทย ประเทศไทยมีการด�ำเนินการศึกษาสถานการณ์งานวิจัยด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยหลายระยะ สะทอ้ นใหเ้ หน็ ปรมิ าณงานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วขอ้ งมจี ำ� นวนเพมิ่ มากขนึ้ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ประเภทงานวจิ ยั ทม่ี ปี รมิ าณการทำ� วจิ ยั สูงสดุ คือ งานวิจยั ทางด้านสมุนไพรและตำ� รบั ยาคดิ เป็นอตั ราสว่ นมากกวา่ ร้อยละ 50 สว่ นงานวจิ ัยด้านอ่ืน ๆ เช่น งานวจิ ัยเชงิ ระบบ งานวจิ ัยด้านองคค์ วามรู้และการวินจิ ฉัยตามแนวการแพทยแ์ ผนไทย ยงั มปี ริมาณน้อย อกี ทง้ั จาก รายงานสถานการณ์งานวิจัยด้านสมุนไพรของ วัจนา ตั้งความเพียร และคณะปี 2559 ท่ีสรุปว่างานวิจัยสมุนไพร ไทยกระจุกตัวอยู่ท่ีงานวิจัยพื้นฐาน แต่กลับไม่เอ้ือให้เกิดการพัฒนาคุณภาพสมุนไพร ขณะที่การวิจัยประยุกต์ที่มุ่ง วิจัยสมุนไพรเพ่ือใช้ประโยชน์ทางคลินิกยังมีปริมาณน้อยและกระจัดกระจายไม่เชื่อมต่อกับรายการสมุนไพรที่มีการ ศึกษาฤทธ์ิพ้ืนฐานไว้แล้ว ท�ำให้การพัฒนาสมุนไพรไม่สามารถสนับสนุนให้เกิดการส่งต่อไปถึงผู้บริโภค หรือใช้เพื่อ การรักษาโรคทางคลนิ ิกไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ สะทอ้ นถึงภาพของใหญข่ องประเทศท่ีการวจิ ยั ดา้ นสมนุ ไพรและแพทยแ์ ผน ไทยไมค่ รบหว่ งโซ่ ขาดการสง่ ตอ่ และขาดการทำ� งานวจิ ยั แบบทมี ทบ่ี รู ณาการความเชย่ี วชาญระหวา่ งหนว่ ยงานตา่ ง ๆ หากพจิ ารณาจากหว่ งโซข่ องการพฒั นายาจากสมนุ ไพรอาจมกี ระบวนการขน้ั ตอนทเี่ กยี่ วขอ้ งมากมายไดแ้ ก่ (1) การวจิ ัยพ้นื ฐาน (Ethnomedicinal research, Phytochemistry research, Physiochemistry research, Pharmacognostic research) การวจิ ยั เพื่อจัดทำ� มาตรฐานวัตถดุ บิ และการวจิ ัยทางพรีคลินิก (งานวจิ ยั ทางพิษวิทยาและงานวจิ ัยฤทธ์ิทางเภสัชวิทยา) Position-5.indd 61 9/13/19 16:05
62 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย (2) การวจิ ยั ประยกุ ต์ (การวจิ ยั ทางคลนิ กิ ) เพอ่ื ยนื ยนั ประสทิ ธภิ าพประสทิ ธผิ ล ความปลอดภยั ของสมนุ ไพร (3) งานวจิ ยั สนบั สนนุ ทจ่ี ำ� เปน็ (งานวจิ ยั เชงิ ระบบและนโยบาย เพอื่ การนำ� ไปใชป้ ระโยชนใ์ นระบบบรกิ าร สขุ ภาพของประเทศ) งานวจิ ยั ทจี่ ำ� เปน็ ตอ่ การพฒั นาอตุ สาหกรรมสมนุ ไพรของประเทศ (การวจิ ยั ดา้ นเทคโนโลยเี พอื่ การพัฒนาสมุนไพร การวิจัยด้านการตลาดเพ่ือส่งเสริมการใช้ การวิจัยด้านกฎหมาย กฎระเบียบ รวมถึงการวิจัย ความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค) แสดงใหเ้ หน็ ความเชอ่ื มโยงความจำ� เปน็ ทต่ี อ้ งวจิ ยั ใหค้ รบวงจรตามมาตรฐานจงึ จะสามารถ นำ� ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ ริง ในทางตรงกันขา้ มการวิจัยทางการแพทยด์ งั้ เดมิ (Traditional Medicine) อาจมีข้นั ตอน และกระบวนการที่แตกต่างออกไป มีหลายคร้ังที่มีการถกเถียงถึงขั้นตอนและกระบวนการทางการวิจัยท่ีเหมาะสม สำ� หรบั การวิจัยการแพทยด์ งั้ เดมิ กลา่ วถึงกระบวนการวจิ ัยแบบ Reverse Pharmacology เปน็ ตน้ อกี ท้ังขั้นตอน และกระบวนการวจิ ยั ทางการแพทยแ์ ผนไทยกย็ งั คงเปน็ อปุ สรรคสำ� คญั ทท่ี ำ� ใหก้ ารพฒั นา ทางการแพทยแ์ ผนไทยยงั คงกระจัดกระจาย ขาดความเป็นเอกภาพและความต่อเนื่อง เพื่อให้มีการพัฒนาต่อเนื่องท้ังระบบจ�ำเป็นต้องมีการ พิจารณาต้ังแต่แรกเริ่มการด�ำเนินการพัฒนาโครงร่างงานวิจัยว่าเหมาะสมถูกต้องตามระเบียบวิธีและจริยธรรมการ วิจัยหรือไม่ หลังจากท�ำแล้วผลการศึกษาสามารถน�ำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในวงการวิชาการและบริการ รวมถึง ขนั้ ตอนการขนึ้ ทะเบยี นตำ� รบั ยาแหง่ ชาติ หรอื ประกาศเชงิ นโยบายเพอื่ ขยายฐาน ผใู้ หบ้ รกิ าร เพอ่ื ประชาชนสามารถ เขา้ ถงึ บริการและรับประโยชนจ์ ากการศกึ ษาวจิ ัยไดอ้ ยา่ งแท้จรงิ 2. นโยบายและสถานการณ์ปัจจบุ นั จากการทร่ี ฐั บาลมนี โยบายผลกั ดนั ใหเ้ กดิ การพฒั นาสมนุ ไพรไทยและการแพทยแ์ ผนไทย ซง่ึ เปน็ ภมู ปิ ญั ญา และทรพั ยากรท่ีส�ำคญั ของประเทศสามารถน�ำไปใช้ประโยชน์ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ มคี วามปลอดภัย และสามารถ สรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ใหแ้ กย่ าและผลติ ภณั ฑจ์ ากสมนุ ไพร สรา้ งความสามารถในการแขง่ ขนั เปน็ ทยี่ อมรบั ในระดบั ชาตแิ ละ ระดบั สากล จึงเปน็ ที่มาของแผนแม่บทแหง่ ชาติว่าดว้ ยการพัฒนาสมนุ ไพรไทย ฉบบั ที่ 1 พ.ศ. 2560-2564 เพ่ือ ให้เกิดการพัฒนาสมุนไพรไทยท้ังระยะต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ซ่ึงจะน�ำไปสู่การส่งออกวัตถุดิบสมุนไพร ที่มีคุณภาพ ตลอดจนยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในระดับช้ันน�ำของภูมิภาคอาเซียน อันจะน�ำมาซึ่งรายได้แก่ ประเทศอย่างมหาศาลก่อให้เกิดความมั่นคง และความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ การวิจัยและนวัตกรรมถือ เป็นกลไกส�ำคัญในการขับเคลื่อนการด�ำเนินการดังกล่าวรวมถึงท�ำให้ประเทศสามารถปรับตัวรองรับผลกระทบท่ี จะเกิดข้ึนจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก สอดคล้องกับกระทรวงสาธารณสุขมียุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข ประกอบได้ด้วยยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ 4 ด้าน โดยมีแผนงานเร่ืองการเน้นการพัฒนางาน วิจัย และนวัตกรรมด้านสุขภาพตัวช้ีวัดที่เก่ียวข้องกับงานวิจัยด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกท่ี สำ� คญั คอื จำ� นวนต�ำรับยาแผนไทยแหง่ ชาตทิ ีผ่ า่ นความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการคมุ้ ครองและสง่ เสรมิ ภูมิปญั ญา การแพทยแ์ ผนไทย และจำ� นวนงานวจิ ยั สมนุ ไพร/งานวจิ ยั การแพทยแ์ ผนไทย และการแพทยท์ างเลอื กทนี่ ำ� มาใชจ้ รงิ ทางการแพทย์ หรอื การตลาด โดยภาพรวมของการวิจัยทางสมุนไพร การแพทย์แผนไทย การแพทย์พ้ืนบ้าน และการแพทย์ทางเลือก แสดงใหเ้ ห็นทิศทางการวิจยั กว่ารอ้ ยละ 70 มุ่งเนน้ ไปที่ตวั ผลิตภณั ฑ์ อาทเิ ช่น ยา และเวชภณั ฑ์ เปน็ ตน้ โดยงาน วจิ ยั ทางดา้ นสมนุ ไพรและตำ� รบั ยาคดิ เปน็ อตั ราสว่ นมากกวา่ รอ้ ยละ 50 งานวจิ ยั ทางการแพทยแ์ ผนไทยกม็ ที ศิ ทางไป ในแนวเดยี วกนั และมงี านวจิ ยั ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ระบบบรกิ ารประมาณรอ้ ยละ 18 โดยงานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การอภบิ าล ระบบ การเงินและค่าใช้จ่าย รวมไปถึงด้านก�ำลังคนยังมีปริมาณน้อยซ่ึงไม่แตกต่างจากสถานการณ์เดิมท่ีรายงาน การวจิ ัยอ่ืน ๆ ระบุไว้ Position-5.indd 62 9/13/19 16:05
กลุ่มท่ี 2 ประเด็นการพัฒนาเพอื่ ยกระดับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก 63 ด้านกลุ่มอาการและโรคที่ได้รับความสนใจในการท�ำวิจัยทางการแพทย์แผนไทย อาการปวดโดยเฉพาะ อย่างย่ิงกล้ามเนื้อและข้อเป็นอาการล�ำดับแรกที่มีการวิจัยยืนยันมากที่สุด ซ่ึงส่วนใหญ่จะเป็นการนวดลดอาการ ปวดกล้ามเนื้อในต�ำแหน่งต่าง ๆ และการใช้ยาสมุนไพรต�ำรับเพ่ือบรรเทาอาการปวดข้อเข่า ขณะท่ีอาการ/โรค ในระบบสืบพันธ์ได้รับความสนใจเป็นล�ำดับรองลงมา ซึ่งในกลุ่มนี้มีท้ังการนวดและประคบกระตุ้นน�้ำนม การ นวดเพื่อให้มดลูกเข้าอู่ รวมไปถึงการใช้ยาสมุนไพรต�ำรับกระตุ้นน�้ำนม และการขับน้�ำคาวปลาในหญิงหลังคลอด เปน็ ต้น สว่ นในลำ� ดบั 3, 4 และ 5 มสี ัดส่วนของการทำ� วิจยั ไมต่ า่ งกันมากนัก ไดแ้ ก่ การวจิ ัยแพทยแ์ ผนไทยกับ อาการ/โรคในระบบประสาท อาทิเช่น การนวดฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง การนวดลดอาการชาในผู้ป่วย เบาหวาน การวจิ ยั แพทยแ์ ผนไทยกบั โรคมะเรง็ ซง่ึ เปน็ การวจิ ยั ยาสมนุ ไพรตำ� รบั เพอื่ ใชร้ กั ษาผปู้ ว่ ยมะเรง็ ทงั้ หมด และ ล�ำดับท่ีห้าคือ การวิจัยแพทย์แผนไทยกับอาการ/โรคระบบต่อมไร้ท่อ เป็นการวิจัยยาสมุนไพรต�ำรับกับการรักษา เบาหวาน อยา่ งไรกด็ ี หวั ข้อการวจิ ัยยังคงมีลักษณะกระจัดกระจาย ซ่ึงอาจมีสว่ นท�ำให้งานวจิ ยั แพทยแ์ ผนไทยเกอื บ ทั้งหมดไม่มีผล (Impact) ในการเปลี่ยนแปลงสังคมมากนัก อีกทั้งถูกระบุจากบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ว่า ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ท่ีมากพอ ทว่าปรากฏการณ์น้ีไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศไทยเท่าน้ัน แต่เป็นปรากฏการณ์ ท่สี อดคล้องกันในหลายประเทศทัว่ โลก ข้นั ตอนการวิจยั การแพทย์แผนไทย ข้ันตอนการวิจัยทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ดั้งเดิมเป็นส่ิงท่ีมีการถกเถียงมาโดยตลอด เนื่อง ด้วยองค์ความรู้ทางการแพทย์ด้ังเดิมมีพ้ืนฐานปรัชญาของการรักษาบ�ำบัดผู้ป่วยที่แตกต่างจากปรัชญาและการ วิเคราะห์ของการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างมาก กล่าวคือ การแพทย์ด้ังเดิมมักจะมุ่งเน้นการวิเคราะห์โรคและความ เจ็บป่วยจากหลายระบบพร้อมกัน (องค์รวม) ขณะท่ีการแพทย์แผนปัจจุบันเน้นการแยกส่วนและการวิเคราะห์โรค แบบเฉพาะเจาะจง เป็นผลให้เกิดการต้ังค�ำถามว่า ข้ันตอนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดของแพทย์แผน ปัจจุบันจะสามารถน�ำมาใช้ในการวิจัยกับการแพทย์ดั้งเดิมได้ดีเพียงไร จ�ำเป็นต้องมีการสังเคราะห์ข้ันตอนการวิจัย พร้อมล�ำดับขั้นตอนการวิจัยที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสามารถน�ำมาใช้ประโยชน์กับการวิจัยทาง การแพทยด์ ง้ั เดิมได้ จากรายงานของ Kenji Watanabe และคณะ กลา่ วถงึ สถานการณ์และกระบวนการวิจยั ทางการแพทย์ ด้ังเดิมของญี่ปุ่นหรือ“Kampo Medicine” ว่าด้วยกรอบกระบวนการวิจัยทางคลินิกในปัจจุบันท�ำให้การศึกษา วิจัยทางคลินิกของยาแคมโปถูกวิเคราะห์ตามกรอบความคิดของการวินิจฉัยโรคตามแนวคิดของการแพทย์ แผนปจั จบุ นั ซง่ึ เมอ่ื นำ� ผลการศกึ ษาวจิ ยั ยาแคมโประหวา่ งปี ค.ศ. 1986-2008 มงี านวจิ ยั ทางคลนิ กิ ของยาแคมโปทงั้ สิ้น 320 รายงาน จากฐาน Cochrane, PubMed และ ICHUSHI (Japan Medical Abstracts Society) เมือ่ สกดั ขอ้ จำ� กดั ตา่ ง ๆ ออกไปทำ� ใหเ้ หลอื งานวจิ ยั ทางคลนิ กิ จำ� นวน 135 รายงาน นำ� เขา้ สกู่ ระบวนการวเิ คราะห์ พบวา่ มีขนาดของกลุ่มตัวอย่างแตกต่างกันสูงมากคือ จาก 4 คน ถึง 2,069 คน ซ่ึงมากกว่า 2 ใน 3 ของการวิจัย ทางคลนิ กิ มีจำ� นวนอาสาสมัครน้อยกว่า 100 คน และคุณภาพของงานวิจัยเกอื บท้ังหมดจัดอยู่ในระดบั คณุ ภาพตำ�่ อีกท้ังเมื่อแบ่งการวิจัยตามการวินิจฉัยโรคของการแพทย์แผนปัจจุบัน พบว่า โรคท่ีได้รับการศึกษาวิจัยมีความ กระจัดกระจายอย่างมาก และท่ีส�ำคัญท่ีสุดคณะผู้วิจัยระบุว่า ไม่มีงานวิจัยช้ินใดเลยท่ีระบุการรักษาด้วยยาแคมโป ตามหลักการวินิจฉัยโรคตามแนวคิดของการแพทย์แคมโป ทั้งหมดเป็นการวิจัยยาแคมโปตามแนววินิจฉัยโรคของ การแพทยแ์ ผนปจั จบุ นั มเี พยี งงานวจิ ัยช้ินเดยี วทม่ี กี ารใชย้ าแคมโป 7 สตู ร ดงั น้นั ผ้วู ิจัยจงึ สรุปว่า กระบวนการวิจยั ทางคลนิ กิ ทเ่ี ปน็ มาตรฐานของการวจิ ยั ในปจั จบุ นั อาจไมใ่ ชว่ ธิ กี ารวจิ ยั ทเี่ หมาะสมทส่ี ดุ กบั การแพทยแ์ คมโป เนอ่ื งจาก การแพทย์แคมโปมีการวินิจฉัยผู้ป่วยท่ีเฉพาะรายและแตกต่างออกไป กล่าวคือ แม้ว่าผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่า Position-5.indd 63 9/13/19 16:05
64 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย เป็นโรคเดียวกันตามการวินิจฉัยทางการแพทย์แผนปัจจุบัน อาจได้รับยาแคมโปคนละชนิดกัน ในขณะท่ีผู้ป่วยที่ได้ รับการวินิจฉัยว่าเป็นคนละโรคกันตามการวินิจฉัยทางการแพทย์แผนปัจจุบันอาจได้รับยาแคมโปชนิดเดียวกันก็ได้ แสดงให้เห็นว่าการแพทย์แคมโปมีการรักษาที่ละเอียดและพิจารณาผู้ป่วยซับซ้อนกว่าการแพทย์แผนปัจจุบัน ยัง ผลให้ผู้วิจัยเสนอกระบวนการวิจัยส�ำหรับการแพทย์แคมโปว่า มีอีกหลายค�ำตอบที่การแพทย์แคมโปควรต้องตอบ และอาจเป็นประโยชน์มากกว่าการพุ่งเป้าการวิจัยไปที่การประเมินผลการรักษาตามมาตรฐานของการแพทย์แผน ปัจจุบันเพราะข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นว่า ยาแคมโปปรากฏอยู่ในร้านขายยาทั่วไปและได้ถูกน�ำไปใช้ประโยชน์ใน ประเทศญปี่ นุ่ มาเป็นระยะเวลานานแลว้ ดงั นัน้ คณะผู้วิจัยจึงเสนอว่า หลายค�ำถามท่สี �ำคัญสามารถตอบไดด้ ้วยการ ท�ำวิจัยแบบสังเกตการณ์โดยติดตามข้อมูลไปข้างหน้า (Prospective observational study) อาทิเช่น ใครคือ ผู้ได้รับประโยชน์จากยาแคมโปน้ี ยาแคมโปตัวนี้น�ำไปใช้เพ่ือการรักษาโรคอะไร ถูกน�ำไปใช้อย่างไร ปลอดภัย หรอื ไม่ และผลการรกั ษามแี นวโนม้ เปน็ อยา่ งไร โดยคณะผวู้ จิ ยั เสนอวา่ การตดิ ตามประเมนิ ประสทิ ธผิ ลของยาแคมโป นน้ั ๆ ควรไดร้ บั การประเมินทง้ั จากผปู้ ่วยและผู้ให้การรกั ษา สว่ นการวัดผลการรักษาแบบการวิจยั เชงิ ทดลอง อาจ เป็นการวิจัยท่ีถูกพิจารณาด�ำเนินการในล�ำดับถัดมาโดยคณะผู้วิจัยเสนอว่า เป็นเรื่องจ�ำเป็นท่ีการวิจัยแบบทดลอง ทางคลนิ กิ ของการแพทยแ์ คมโปควรถกู ออกแบบใหม้ กี ารวนิ จิ ฉยั ตามแบบการแพทยแ์ คมโปควบคกู่ นั ไปดว้ ย โดยอาจ พิจารณารูปแบบการทำ� วิจยั ทม่ี ีความเหมาะสมมากกว่าการวิจยั แบบส่มุ มีกลุม่ ควบคุม (Randomize control trial) ทั่ว ๆ ไป อาทิเชน่ การวจิ ยั แบบ N of one trial เปน็ ตน้ นอกจากนี้ คณะผวู้ จิ ัยน�ำเสนอรูปแบบการวจิ ัยทเ่ี พ่มิ การวินิจฉัยทางการแพทย์แคมโปดังแสดงในภาพที่ 2.6 ซึ่งรูปแบบการวิจัยที่คณะผู้วิจัยน�ำเสนอน้ีเคยมีการน�ำไป ศึกษาวิจัยกบั การแพทยด์ ้งั เดมิ อนื่ ๆ มาแลว้ อาทิเชน่ การแพทยโ์ ฮมโี อพาธีย์ เป็นต้น สอดคลอ้ งกบั ขอ้ เสนอจากการรายงานของ Francesco Cardini และคณะ (2006) กลา่ วถงึ ความแตกตา่ ง ของตรรกะและการตัง้ คำ� ถามทางการวิจัยของการแพทย์ด้งั เดมิ และการแพทยแ์ ผนปัจจบุ นั ดงั แสดงในตารางที่ 2.2 ภาพท่ี 2.6 การน�ำการวนิ จิ ฉัยทางการแพทย์แคมโป (ยกตัวอย่าง ภาวะหมดประจ�ำเดอื น) เปน็ เกณฑ์การวนิ จิ ฉัยเพือ่ คัดอาสาสมัครเขา้ สกู่ ารทดลอง จากนัน้ จึงค่อยสุม่ แบง่ เป็นกลุ่มควบคุมและกลมุ่ ทดลอง Position-5.indd 64 9/13/19 16:05
กลุม่ ที่ 2 ประเดน็ การพฒั นาเพ่อื ยกระดบั การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก 65 ตารางท่ี 2.2 เปรียบเทียบลำ� ดบั การตง้ั ค�ำถามทางการวิจัยของการแพทยแ์ ผนปจั จุบันและการแพทย์ดง้ั เดิม Conventional Treatment Traditional Treatment (1) Requirements for Strong physioathological basis (“it Widespread and enduring use consideration could work”) in clinical practice (“it seems to work”) (2) Next step Evaluation of safety and efficacy Pragmatic evaluation of safety and (3) Next step (if found safe and (“does it work in experimental effectiveness (“does it work in useful at step 2) settings?”) clinical practice?”) Introduction in clinical practice; Evaluation of efficacy; research evaluation of effectiveness on mechanism (“has it specific (“does it work in clinical actions? why and how does it practice?”) work?”) จากตารางที่ 2.2 จะเห็นว่าข้อเท็จจริงและสภาวะแวดล้อมของการแพทย์ด้ังเดิมและการแพทย์ แผนปัจจุบันมีความแตกต่างกัน การแพทย์ดั้งเดิมมักเป็นสิ่งท่ีใช้กันอยู่กว้างขวางและมีมานานในชุมชนหรือ สังคมหน่ึง ๆ ขณะที่การแพทย์แผนปัจจุบันเกิดขึ้นจากทฤษฎีและสมมติฐานซ่ึงเป็นเหตุเป็นผลแสดงให้เห็นกลไก ความสมั พนั ธไ์ ด้ ดงั นนั้ การตง้ั ค�ำถามเพือ่ การประเมนิ การแพทยท์ ง้ั สองแบบจึงแตกตา่ งกัน กลา่ วคือ การแพทย์แผน ปัจจุบันจึงจัดการทดลองเพ่ือทดสอบประสิทธิผลและความปลอดภัยตามทฤษฎีที่คิดขึ้น ขณะท่ีการแพทย์ด้ังเดิม เป็นการประเมิน เพือ่ บอกประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครอื่ งมอื ดังกล่าวในสถานการณ์ท่เี ป็นจริงมากกว่า ในรายงานฉบับเดียวกันเสนอข้ันตอนการด�ำเนินการทางวิจัยทางคลินิกของการแพทย์ดั้งเดิมดังแสดงใน ตารางที่ 2.3 คณะผู้วิจัยเสนอให้มีการเริ่มต้นกระบวนการวิจัยโดยรวบรวม ส�ำรวจข้อมูลและทบทวนวรรณกรรม พ้ืนฐาน อาทิเช่น การศึกษาทางพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน รายงานกรณีศึกษา ฯลฯ จากน้ันจึงด�ำเนินการประมวล ข้อมูลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพเบื้องต้นในกลุ่มตัวอย่างท่ีมีขนาดเล็กโดยมีข้อบ่งใช้ท่ีชัดเจน ซึ่งอาจจะ ใช้กระบวนการศึกษาแบบสังเกตการณ์และติดตามผลไปข้างหน้าหรือจะเป็นการศึกษาน�ำร่องและวิจัยทดลองแบบ สุ่มและมีกลุ่มควบคุมข้ึนอยู่กับเง่ือนไขที่เป็นไปได้ จากนั้นจึงเริ่มท�ำการศึกษาเปรียบเทียบทั้งประสิทธิภาพ ความ ปลอดภัย และการถ่ายทอดเพ่ือการน�ำไปใช้ประโยชน์โดยเสนอให้ศึกษาวิจัยในหลายสถานที่พร้อมกัน จากนั้นจึง ค่อยเป็นการศึกษาวจิ ัยเพื่อลงลกึ ถงึ การตอบคำ� ถามเร่ืองกลไกการออกฤทธ์ิหรอื เตมิ เตม็ ความรพู้ ้ืนฐานอ่นื ๆ หากยงั ขาดอยูแ่ ละจึงมกี ารตดิ ตามความปลอดภัยของการใช้การแพทยด์ ง้ั เดิมในระยะยาว นอกจากน้ีมีรายงานการสังเคราะห์แนวทางการวิจัยยาจากสมุนไพรในฐานะท่ีเป็นส่วนหน่ึงของการแพทย์ ด้งั เดิมจากประเทศสมาชกิ ในอาเซยี น กลา่ วคือ เสนอการศึกษาวจิ ยั เปน็ 2 ขัน้ ตอนใหญ ่ ๆ คือ 1) การศึกษาวจิ ัยการน�ำไปใชป้ ระโยชน์ (Study of use pattern) อาทิเชน่ การศึกษาการใช้ประโยชน์ แบบพฤกษศาสตรพ์ นื้ บา้ นหรอื การศกึ ษาแนวระบาดวทิ ยาเพอ่ื เหน็ ทม่ี าทไี่ ปของการนำ� สมนุ ไพรดงั กลา่ วมารกั ษาโรค เปน็ ต้น 2) การศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัย (Study of safety and efficacy) ซึ่งหากเป็นกลุ่มยา สมนุ ไพรต�ำรับดงั้ เดมิ ควรเร่ิมต้นการศึกษาจากการสังเกตการณ์กอ่ นแลว้ จงึ ตามดว้ ยการวิจยั ทางคลินกิ โดยสามารถ เริม่ ทกี่ ารวจิ ยั ทางคลนิ กิ ระยะท่ี 2 ได้เลย ขณะท่หี ากเป็นยาสมุนไพรเด่ยี วอาจจ�ำเป็นตอ้ งเริ่มตง้ั แต่การวจิ ัยทางพรี คลินิก ไปสู่การวิจัยทางคลนิ ิกระยะท่ี 1 และ 2 เรอ่ื ยไปตามลำ� ดบั ขน้ั รายละเอยี ดในภาพท่ี 2.7 Position-5.indd 65 9/13/19 16:05
66 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย ตารางท่ี 2.3 เสนอล�ำดบั ขั้นตอนการวิจัยทางคลนิ กิ ของการแพทยด์ ง้ั เดิม Phase Purpose Tool I Documentation and description of a traditional Surveys, ethnomedical research, case studies treatment and review of the available observational data II Preliminary evaluation of safety, effectiveness Observational, prospective, pragmatic, and transferability on a small group of intercultural pilot study – randomized and subjects with a defined indication controlled, if feasible – oriented to set up an RCT protocol III Comparative evaluation of safety, effectiveness Pragmatic multicenter RCT, versus and transferability conventional treatment or no treatment (if no treatment is available) IVa Research on efficacy and on mechanism of Explanatory RCT, basic science research action IVb Surveillance after acceptance in the new Long term follow up, pharmacological clinical setting either as an additional surveillance, risk-benefit studies option for patients or as integrated part of conventional clinical practice ภาพท่ี 2.7 ขั้นตอนกระบวนการวจิ ัยสำ� หรับยาจากสมุนไพรทง้ั รปู แบบสมนุ ไพรเด่ยี วและสมุนไพรตำ� รับ Position-5.indd 66 9/13/19 16:05
กลุ่มท่ี 2 ประเด็นการพัฒนาเพอ่ื ยกระดับการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก 67 การสงั เคราะหข์ ัน้ ตอนการวิจัยการแพทยแ์ ผนไทย การแพทยแ์ ผนไทยจดั เปน็ การแพทยด์ ง้ั เดมิ ของประเทศไทย ซงึ่ มแี นวคดิ และปรชั ญาในการรกั ษาคลา้ ยคลงึ กบั การแพทยด์ งั้ เดมิ ของประเทศอน่ื ๆ กลา่ วคอื เปน็ การแพทยท์ มี งุ่ เนน้ การรกั ษาเฉพาะราย มแี นวทางการวเิ คราะห์ ความเจ็บป่วยแบบเฉพาะโดยแพทย์แผนไทยใช้สมุฏฐานวินิจฉัยเป็นที่ต้ังแห่งโรค ในการรักษา ทางการแพทย์ แผนไทยจะไม่ใช้ยาเดี่ยวในการรักษาโรคแต่มักจะใช้ยาในรูปของต�ำรับยา (มีสมุนไพรหลายตัวในหนึ่งต�ำรับ) โดย ในทางเวชปฏิบัติแผนไทยจะมีการปรับยาและเครื่องยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน ดังนั้น จึงเผชิญปัญหาแบบ เดียวกันกับการแพทย์ด้ังเดิมอื่นในกระบวนการและข้ันตอนการวิจัยทางคลินิก เพราะหากประเมินประสิทธิผลของ ยาสมุนไพรต�ำรับตามกรอบวินิจฉัยโรคแบบแพทย์แผนปัจจุบัน อาจยังผลให้ไม่สามารถยืนยันประสิทธิผลของยา สมนุ ไพรต�ำรับนัน้ ๆ ครอบคลุมตามองค์ความร้เู ดมิ ได้จริง การสังเคราะห์ขั้นตอนการวิจัยทางการแพทย์แผนไทยโดยน�ำเอาข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรมร่วม กับการอภิปรายจากผู้ทรงคุณวุฒิและการอภิปรายของทีมวิจัย และข้อมูลสถานการณ์เป็นปัจจัยน�ำเข้าหลักในการ น�ำเสนอขั้นตอนการวิจัยทางการแพทย์แผนไทยพร้อมทดลองด�ำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามข้ันตอนท่ีก�ำหนดขึ้น จากน้ันคณะผู้วิจัยจึงมีการอภิปรายและตกผลึกข้อสรุปร่วมกันสาระที่สอดคล้องกันกับรายงาน การวิจัยใน ตา่ งประเทศทีก่ ลา่ วถึงขั้นตอนการวิจยั ทางการแพทย์ดง้ั เดมิ ดงั นี้ 1. การแพทย์แผนไทยเป็นการแพทย์แบบองค์รวมที่มีการวิเคราะห์ผู้ป่วยแบบเฉพาะรายการจ่ายยา สมุนไพรไทยในรูปของตำ� รบั เป็นการสง่ั จ่ายรายบุคคลจงึ จะมีประสิทธิผล ดังนนั้ กระบวนการวจิ ยั จงึ ไมค่ วรวัดแค่ ผลจากยาตำ� รบั ยา แต่ควรตอ้ งมีกระบวนการทางเวชกรรมไทยประกอบอย่ใู นหลกั การดว้ ย 2. การวดั ผลหรอื ปจั จยั ทถ่ี กู วัด (Parameter) ซึ่งเป็นผลจากการรกั ษาดว้ ยการแพทย์แผนไทย อาจจะ เปน็ การรกั ษาด้วยยาสมนุ ไพรตำ� รบั การนวดไทย ฯลฯ ไม่ควรวดั แค่ตวั ชีว้ ัดที่เปน็ วตั ถุวิสยั (Objective) ตามมาตร วัดของการแพทยแ์ ผนปจั จุบันเพยี งอยา่ งเดียว ควรตอ้ งมมี าตรวดั ทเี่ ปน็ อตั วสิ ยั (Subjective) ดว้ ย 3. การแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์พ้ืนบ้านเป็นการแพทย์ที่มีอยู่หรือคงอยู่ในสังคมมาและถูกน�ำมาใช้ ประโยชนเ์ ปน็ ระยะเวลานานแลว้ ไมใ่ ชส่ ง่ิ ทถ่ี กู สรา้ งขน้ึ มาใหม่ ดงั นนั้ กระบวนการวจิ ยั ทมี่ งุ่ เนน้ การอธบิ ายเพอ่ื สอื่ สาร ให้เกดิ ความเขา้ ใจทั้งต่อการแพทยด์ ง้ั เดิมนัน้ ๆ ความเป็นอยูข่ องชมุ ชน และวฒั นธรรมทอี่ ิงอาศัยประโยชนจ์ ากการ รักษาดังกลา่ ว ยังเปน็ สงิ่ จำ� เปน็ 4. การท�ำงานวิจัยแค่มุ่งกระโดดไปวัดผลลัพธ์ของการรักษาท่ีเป็นวัตถุวิสัยภายใต้กรอบการวินิจฉัยโรค ทางการแพทย์แผนปจั จบุ ัน อาจไมใ่ ชค่ �ำตอบท่ีดสี �ำหรบั การแพทย์แผนไทยและการแพทยพ์ ืน้ บ้านไทย ดังนั้นจากเวทีอภิปรายของผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกับการอภิปรายท�ำให้เกิดข้อเสนอต่อกรอบแนวทาง และข้นั ตอนการดำ� เนินการวจิ ัยทางการแพทย์แผนไทย ดงั แสดงในภาพที่ 2.8 Position-5.indd 67 9/13/19 16:05
68 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย Socio-cultural study การวิจัยเชิงพรรณนาท่ีอธบิ ายถงึ ทมี่ าและทไ่ี ปของการรักษา Observational study for safety and efficacy การศกึ ษาโดยตดิ ตามขอมลู ดา นการใช การรักษา และประโยชนข องการรักษา Outcome assessment การศึกษาท่เี นนการวดั ผลการรักษา เปนการประเมินผลลัพธจ ากการใหการรกั ษา Post-marketing surveillance การติดตามและรายงานความปลอดภยั ของการรกั ษานัน้ ๆ ในระยะยาวอยา งเปนระบบ ภาพท่ี 2.8 ข้อเสนอกรอบข้นั ตอนการวจิ ยั การแพทย์แผนไทย จากภาพที่ 2.8 การแพทย์แผนไทยและการแพทย์พน้ื บา้ นควรมีล�ำดบั ขัน้ ของการวจิ ยั โดยเร่มิ ตน้ จาก 1) Socio-cultural study คอื การวจิ ยั เชงิ พรรณนาทีอ่ ธบิ ายถงึ ท่ีมาและท่ีไปของการรักษาอาทิ ทฤษฎี การรักษา ตัวยาต�ำรับที่จะศึกษา ประวัติของการน�ำไปใช้ประโยชน์ เป็นต้น โดยควรบรรยายให้เห็นความส�ำคัญ ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับการแพทย์ด้ังเดิมน้ัน ในท่ีนี่คือแพทย์แผนไทย ต�ำรับยาไทยหรือเทคนิควิธีการนวด แบบนน้ั ๆ โดยอาจใช้แนวทางและวิธกี ารศึกษาทางดา้ นชาตพิ ันธุ์การแพทย์เปน็ กรอบทฤษฎี 2) Observational study for safety and efficacy คอื การศกึ ษาโดยติดตามข้อมูลดา้ นการใช้ การ รักษา และประโยชนท์ ่ไี ด้รบั จาก ชุมชน/โรงพยาบาล/สถานท่ี ที่มกี ารน�ำตำ� รบั ยาหรอื หตั ถการนวดไปใช้ประโยชน์ เป็นการประเมินความปลอดภยั ประโยชน์ และประสทิ ธผิ ลเบอื้ งตน้ ของต�ำรบั ยาหรอื การนวดนน้ั ๆ โดยอาจใชก้ ล่มุ ตัวอยา่ งตัง้ แต่การรายงานเป็นกรณศี กึ ษาจนกระทั่งถึงกล่มุ ตัวอยา่ งขนาดใหญ่ 3) Outcome assessment คอื การศกึ ษาทีเ่ นน้ การวัดผลการรักษา ใช้การประเมินผลลัพธท์ ่เี รียกวา่ outcome process ซงึ่ จะตอ้ งท�ำการวดั ทงั้ ก) แบบวตั ถุวสิ ัย (objective) เช่น การวดั คา่ ตัวแปรดว้ ยเครือ่ งมอื ประเภทต่าง ๆ การวัดผลทีต่ อ้ งไมใ่ ห้ผู้รักษาและผู้ปว่ ยทราบ ฯลฯ และ ข) แบบอตั วสิ ัย (subjective) ซ่ึงควรต้อง มีกระบวนการด�ำเนนิ การเพือ่ ใหแ้ บบวัดอัตวิสัยทไี่ ด้มาตรฐาน 4) Post-marketing surveillance คือ การส�ำรวจและเฝ้าระวังความปลอดภัยหลังการใช้โดยเฉพาะ อย่างยิ่งดา้ นยาสมนุ ไพรตำ� รบั ซ่งึ เน้นท่ีการติดตามความปลอดภัยในระยะยาวเป็นหลกั Position-5.indd 68 9/13/19 16:05
กลมุ่ ที่ 2 ประเดน็ การพัฒนาเพอื่ ยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก 69 ภาพท่ี 2.9 หว่ งโซ่การวิจยั การแพทย์แผนไทยและการวจิ ัยยาจากสมุนไพร (กฤษณ์และมณฑกา, 2559) ห่วงโซ่อย่างง่ายของการวิจัยการแพทย์แผนไทยเปรียบเทียบกับการวิจัยสมุนไพรท้ังระบบจากข้อมูล สถานการณง์ านวิจยั และขนั้ ตอนการวจิ ัยการแพทย์แผนไทย ข้อเสนอดงั แสดงในภาพที่ 2.9 ภาพท่ี 2.9 แสดงห่วงโซ่อย่างง่ายของการวิจัยทั้งการแพทย์แผนไทยและการวิจัยยาจากสมุนไพร โดย แบง่ ระยะของหว่ งโซเ่ ปน็ 4 ระยะ กลา่ วคอื หากเป็นการวจิ ยั ยาจากสมนุ ไพร ห่วงโซอ่ ยา่ งงา่ ยของการวิจัยยาจาก สมนุ ไพรประกอบด้วย การวิจยั ทางเกษตรและตวั สมนุ ไพร การวจิ ยั ในมนุษย์ การวจิ ัยทางการตลาด และการวิจยั ในกลุม่ ผบู้ ริโภค กลา่ วคอื การวจิ ยั ตน้ นำ้� ที่เกย่ี วกบั พืชตัง้ แต่การปลกู การเกบ็ เกย่ี ว จัดทำ� และการควบคุมคุณภาพ และมาตรฐาน จนถงึ การศกึ ษาความปลอดภัยและประสทิ ธผิ ลในสตั ว์ จากนน้ั จงึ เข้าสู่ระยะท่ี 2 ทเ่ี ปน็ การทดลอง ทางคลินิกซ่ึงครอบคลุมตั้งแต่การท�ำวิจัยทางคลินิกระยะท่ี 1 ถึง 3 จากน้ันจึงเป็นการน�ำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด และมีการติดตามผลของการใช้ ซ่ึงคือ การวิจัยทางคลินิกระยะท่ี 4 จากน้ันจึงไปสู่การวิจัยที่สัมพันธ์กับความ ต้องการทางการตลาด (การวิจัยระยะที่ 5) อาทิเช่น ความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรม, โรค/ความเจ็บป่วยใน อนาคตท่ีสมนุ ไพรน่าจะช่วยได้ เปน็ ตน้ ขณะที่หากเป็นการวิจัยทางการแพทย์แผนไทยหรอื ต�ำรับยา การวจิ ยั ทง้ั 4 ระยะประกอบด้วยการวิจัยพื้นฐาน, การวิจัยทางคลินิก, การวิจัยบริการ และการวิจัยเชิงระบบโดยจุดเร่ิมต้นของ การวจิ ยั พนื้ ฐานทก่ี ลา่ วถงึ การวจิ ยั ทางสงั คมและวฒั นธรรมทเี่ ลา่ ถงึ ความเปน็ มาของกระบวนการรกั ษาดงั้ เดมิ นน้ั อนั จะครอบคลมุ ทง้ั มติ ขิ องความเชอื่ สขุ ภาพ ความเปน็ อยใู่ นชวี ติ ประจำ� วนั และการใชป้ ระโยชนจ์ ากการรกั ษาดง้ั เดมิ นนั้ จากน้ันจึงเข้าสู่กระบวนการรายงานความปลอดภัยและประโยชน์ท่ีสังเกตเห็นจากการใช้จริงในชุมชนจัด เปน็ การบรกิ ารรปู แบบหนง่ึ ซงึ่ อาจอยใู่ นสถานบรกิ ารทางการแพทยห์ รอื ไมก่ ไ็ ด้ จากนนั้ จงึ เขา้ สกู่ ระบวนการประเมนิ ผลลพั ธท์ างคลนิ กิ ซงึ่ ควรครอบคลมุ ทง้ั มติ ทิ เ่ี ปน็ วตั ถวุ สิ ยั และอตั วสิ ยั ขน้ั ตอนตอ่ ไป จงึ เปน็ การทำ� งานวจิ ยั ทพ่ี ฒั นาการ บูรณาการกระบวนการรักษาดั้งเดิมน้ันเข้าสู่ระบบริการของประเทศ ท้ายท่ีสุด จึงเป็นการศึกษาวิจัย เชิงระบบท้ัง ด้านการเงิน ก�ำลงั คน และระบบขอ้ มลู ที่จำ� เปน็ ซึ่งหากวเิ คราะหถ์ งึ การลงทนุ ดา้ นการวจิ ยั ในสภาพการณ์ปจั จบุ ัน สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ หากเปน็ การวจิ ยั ยาจากสมนุ ไพรเดย่ี วจะมกี ารลงทนุ เยอะมากในสว่ น ตน้ ทางของการวจิ ยั ในระยะ ยกลางทางและปลายทางจะเรมิ่ ทยอยลดลงเรอ่ื ย ๆ เนอื่ งจากโอกาสทจี่ ะไดย้ าใหมจ่ ากกระบวนการวจิ ยั สมนุ ไพรนนั้ มี Position-5.indd 69 9/13/19 16:05
70 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย ไดน้ ้อย ขณะท่ีหากเป็นการวิจยั ทางการแพทย์แผนไทยทีใ่ ชต้ �ำรับยาดง้ั เดิม การลงทนุ การวิจัยจะมีมากในระยะท่ี 2 และ 3 ซึ่งเป็นการสังเกตจากการปฏิบัติและน�ำความรู้ดั้งเดิมน้ันเข้าสู่ระบบการประมวลผลลัพธ์ เพราะการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์พ้นื บ้านเป็นส่งิ ทม่ี ีการปฏิบัตจิ ริงอย่ใู นชุมชนต่าง ๆ อยกู่ ่อนแลว้ 3. สภาพปญั หา/ขอ้ จำ� กัดและโอกาสในการพฒั นา ประเด็นแรก อาจกล่าวถึง ปัญหามาตรฐานการด�ำเนินการศึกษาวิจัยต�ำรับยาแผนไทย ซ่ึงเป็นผลเน่ือง มาจากยงั ไมม่ หี ลกั เกณฑท์ ดี่ ใี นการวจิ ยั และการตดิ ตามตรวจสอบการดำ� เนนิ การวจิ ยั ทเ่ี ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั และสง่ ผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมลู ท้งั ทางดา้ นประสิทธิผลและความปลอดภยั ของตำ� รับยาไทย อันเน่ืองมาจากปรัชญา และการวิเคราะห์ท่ีแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังน้ัน ขั้นตอนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตามแนวคิดของแพทย์แผน ปจั จบุ นั จงึ อาจไมส่ ามารถนำ� มาใชใ้ นการวจิ ยั กบั การแพทยด์ งั้ เดมิ ได้ อกี ทง้ั รวมไปถงึ งานวจิ ยั ดา้ นอนื่ ๆ เพอ่ื ใหค้ รบหว่ ง โซท่ สี่ ามารถนำ� งานวจิ ยั ไปใชไ้ ดจ้ รงิ มกั ไมไ่ ดถ้ กู ดำ� เนนิ การ ไมว่ า่ จะเปน็ การวจิ ยั เชงิ ระบบ บคุ ลากรหรอื นโยบาย เปน็ ตน้ ประการทสี่ อง คอื ปญั หามาตรการทางกฎหมายทใ่ี ชใ้ นการควบคมุ ยา เนอื่ งจากการจดั ประเภทของยาเปน็ แผนปจั จบุ นั และแผนโบราณรวมทงั้ หลกั เกณฑก์ ารขน้ึ ทะเบยี นตำ� รบั ยาไมเ่ ออื้ อำ� นวยตอ่ การนำ� ยาทว่ี จิ ยั และพฒั นาใน ประเทศมาผลติ และจำ� หนา่ ยเทา่ ทค่ี วร การขน้ึ ทะเบยี นตำ� รบั ยาแผนไทยหรอื ยาแผนโบราณยงั ทำ� ไดย้ ากและใชร้ ะยะ เวลาค่อนข้างนาน นอกจากน้ีการน�ำยาแผนโบราณมาท�ำเป็นผลิตภัณฑ์แบบใหม่ ๆ เช่น สูตรยาน�้ำมันส�ำหรับนวด ซ่ึงเดมิ วธิ ีใชค้ ือ นวด ชบุ หรือ พอก พอน�ำมาบรรจุขวดเป็นสเปรยอ์ ดั แก๊ส ให้มรี ูปแบบทที่ ันสมัย กไ็ มส่ ามารถขึน้ ทะเบียนยาแผนโบราณได้ ตอ้ งขึน้ ทะเบียนเป็นยาแผนปัจจุบันทม่ี สี ว่ นผสมของสมุนไพร เปน็ ตน้ อย่างไรก็ดี โอกาสในการแก้ไขมีอยู่มากเน่ืองจากท้ังกระแสสุขภาพของประชาชนในปัจจุบัน และรัฐบาล มีนโยบายชัดเจนในการสนับสนุนการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรเต็มรูปแบบ ปัญหาประการแรก อาจต้องมีการ นำ� เสนอหลกั เกณฑ์ ขนั้ ตอนการดำ� เนนิ การสำ� หรบั งานวจิ ยั ตำ� รบั ยาแผนไทย ดงั ทก่ี ลา่ วมาแลว้ ขา้ งตน้ ใหเ้ ปน็ มาตรฐาน เดียวกันและประกาศแกค่ ณะกรรมการท่พี ิจารณางานวิจยั ซง่ึ ส่วนใหญ่ลว้ นแต่จบมาทางดา้ นแผนปจั จุบนั จงึ อาจไมม่ ี ความเข้าใจในยาแผนไทยมากพอ ให้ได้รับทราบและมีแนวทางในการพิจารณาโครงการวิจัยต่าง ๆ เพ่ือเอื้อต่อการ พัฒนางานวิจัยท่ีมีคุณภาพตามหลักวิชาการ น�ำไปสู่ผลการศึกษาท่ีมีความน่าเชื่อถือ เห็นถึงประสิทธิผลและความ ปลอดภยั ของตำ� รบั ยาอยา่ งชดั เจน กอ่ นสง่ ตอ่ ไปยงั ฝา่ ยรบั ขน้ึ ทะเบยี นยา เพอื่ ใหเ้ ปน็ ตำ� รบั ของชาติ สามารถขยายผลสู่ ระบบบรกิ ารสาธารณสขุ ไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง ซงึ่ ในประเดน็ ทสี่ องเอง ทางสำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่เป็นหน่วยงานหลักในการรับขึ้นทะเบียนยา อาจจ�ำเป็นต้องมีการปรับแก้กฎหมายหรือ ผ่อนปรนการข้ึนทะเบียน ต�ำรับยาแผนไทยและแผนโบราณให้มีความรวดเร็วข้ึน แต่กฎเกณฑ์การพิจารณาในเร่ืองของความปลอดภัย ความ คมุ้ ครองตอ่ ประชาชนกย็ งั ตอ้ งมอี ยเู่ ชน่ เดมิ จงึ จะสามารถทำ� ใหง้ านวจิ ยั ตำ� รบั ยาแผนไทยมอี นาคตตอ่ ไปไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื Position-5.indd 70 9/13/19 16:05
กล่มุ ที่ 2 ประเด็นการพฒั นาเพอ่ื ยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 71 เอกสารอา้ งองิ 1. Bodeker G, Ong CK, Grundy C, Burford G, Shine K. WHO Global Atlas of Traditoional, Complementary and Alternative Medicine. World Health Organization: Switzerland. 2005. 2. สำ� นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาต.ิ คมู่ อื บรหิ ารงบกองทนุ พฒั นาระบบการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก ในระบบหลกั ประกันสุขภาพถว้ นหนา้ ปีงบประมาณ 2554. กฤช ลที่ องอนิ , บรรณาธกิ าร. กรุงเทพมหานคร: บรษิ ัท สหมติ รพร้ินตงิ้ แอนดพ์ บั ลสิ ชงิ่ จ�ำกัด; 2553. 3. มิง่ สรรพ์ ขาวสะอาด และ ณฏั ฐาภรณ์ เลยี มจรัสกุล. สมุนไพรไทย แพทยแ์ ผนไทย ในชวี ตคนไทย. ส�ำนกั งานกองทนุ สนบั สนุนการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ. เชียงใหม:่ ลอ๊ คอนิ ดีไซน์เวริ ค์ ; 2557. 4. อรุณพร อฐิ รตั น์ และคณะ. ปัจจัยทีม่ ีผลต่อพฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจใชส้ มุนไพรและการดูแลแพทย์แผนไทยของแพทย์ แผนปจั จบุ นั ในโรงพยาบาล. เสนอตอ่ แผนงานสรา้ งเสรมิ นโยบายสาธารณะทดี่ ี (นสธ.) สถาบนั ศกึ ษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2557. 5. คคั นางค์ โตสงวน และคณะ. ความเหน็ ของบคุ ลากรสาธารณสขุ ต่อยาจากสมนุ ไพรและนโยบายสง่ เสรมิ การใช้ยาจาก สมุนไพรในสถานบรกิ ารสาธารณสุข. วาสารวจิ ัยระบบสาธารณสุข. ปที ่ี 5 ฉบบั ท่ี 4 ต.ค.-ธ.ค. 2554. 6. วัจนา ต้ังความเพียร และคณะ. (ร่าง) รายงานสถานการณ์งานวิจัยด้านสมุนไพร: เอกสารประกอบการประชุมการ จัดทำ� แผนกลยุทธง์ านวิจยั ด้านการแพทย์แผนไทย 5 ปี ระหวา่ งวนั ท่ี 28-29 กรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมบางแสน เฮอร์รเิ ทจ. เอกสารอดั สำ� เนา. สถาบนั วิจัยการแพทย์แผนไทย กรมพฒั นาการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก: กรุงเทพมหานคร. 7. Pathak N. Reverse pharmacology of Ayurvedic drugs includes mechanisms of molecular actions. Journal of Ayurveda and Integrative Medicine 2011; 2(2): 49-50. 8. Joon SY. Reverse Pharmacology Applicable for Botanical Drug Development-Inspiration from the Legacy of Traditional Wisdom. Journal of Traditional and Complementary Medicine 2011; 1(1): 5. 9. Langevin HM, Badger GJ, Povolny BK, et al. Yin scores and yang scores: a new method for quantitative diagnostic evaluation in traditional Chinese medicine research. The Journal of Alternative and Complementary Medicine 2004; 10(2): 389-395. 10. ส�ำนักข้อมูลและประเมินผล. รายงานการสาธารณสุขไทยด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พ้ืนบ้านและการแพทย์ ทางเลือก 2554-2556. สมชัย นจิ พานชิ , บรรณาธิการ. พิมพค์ รั้งที่ 1. นนทบุร:ี กองทุนภูมิปญั ญาการแพทย์แผนไทย. 2556. 11. Willow J.H.Liu, Editor. Traditional herbal medicine research methods.New Jersey: John & Sons; 2011. 12. Watanabe K, Matsuura K, Gao P, et al. Traditional Japanese Kampo Medicine: Clinical Research between Modernity and Traditional Medicine-The State of Research and Methodological Suggestions for the Future. Evidence-based Complementary and Alternative Medicine: eCAM. 2011; 2011:513842. doi:10.1093/ecam/neq067. 13. Cardini F, Wade C, Regalia AL, et al. Clinical research in traditional medicine: Priorities and methods. Complementary Therapies in Medicine 2006; 14 (4): 282-287.. 14. มณฑกา ธีชัยสกุล, กฤษณ์ พงศ์พิรุฬห์ และคณะ. ขั้นตอนการวิจัยการแพทย์แผนไทย: ข้อเสนอและสถานการณ์ การวจิ ัยดา้ นการแพทย์แผนไทย, กรุงเทพมหานคร: ส�ำนกั พิมพ์พุ่มทอง; 2560. Position-5.indd 71 9/13/19 16:05
72 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย ทศิ ทางการศกึ ษาเพอื่ พฒั นาการแพทย์แผนไทยอย่างย่ังยืน (ในระดบั อดุ มศกึ ษา) ดร.ปราวรี ภูนรี ับ และคณะ สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยกุ ต์ สำ� นกั วิชาวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ มหาวทิ ยาลยั แมฟ่ ้าหลวง 1. ความเปน็ มา หลกั การและเหตผุ ล อันด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้มีการก�ำหนดในมาตรา 55 “รัฐต้อง ดําเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขท่ีมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้ พ้ืนฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมคุณภาพ การป้องกันโรค ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์ แผนไทยใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ ” รฐั บาลโดยนายกรฐั มนตรพี ลเอกประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา จงึ ไดม้ นี โยบายในการปฏริ ปู การแพทยแ์ ผนไทย โดยกรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก ไดเ้ ปน็ หนว่ ยงานในการดำ� เนนิ การขบั เคลอื่ น การปฏริ ูปใน 3 ประเดน็ ประกอบด้วย ประเด็นดา้ นอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยเพื่อเศรษฐกจิ (herbal industry) ระบบบริการการแพทย์แผนไทย (service) และระบบการศึกษาการแพทย์แผนไทย (education) ซ่ึงประเด็นใน การปฏริ ปู การศกึ ษาการแพทยแ์ ผนไทย มแี นวทางทจี่ ะดำ� เนนิ การทงั้ หมด 5 ดา้ น ไดแ้ ก่ การพฒั นาปรบั ปรงุ หลกั สตู ร การแพทย์แผนไทยระดับปริญญาตรี การพัฒนาหลักสูตรเพิ่มพูนทักษะวิชาชีพแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทย ประยุกต์ การพัฒนาแหล่งฝึกภาคปฏิบัติและประสบการณ์วิชาชีพ การพัฒนาต�ำราอ้างอิงมาตรฐาน (standard textbook) ดา้ นการแพทยแ์ ผนไทย และการพัฒนาระบบการศึกษาต่อเน่อื ง ในประเด็นด้านการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการแพทย์แผนไทยระดับปริญญาตรี เป็นประเด็นที่ได้มี การอภิปรายกันมาอย่างต่อเน่ืองในกลุ่มเครือข่ายสถาบันการศึกษาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนไทย ประยุกต์ รวมถึงหน่วยงานรัฐท่ีเก่ียวข้อง แต่ก็ยังคงมีหลายมุมมองในการหาแนวทางในการปรับปรุงหลักสูตร การแพทย์แผนไทย ในสภาวะท่ีระบบการศึกษานั้นเข้าสู่การเปล่ียนแปลงตามสถานการณ์และสถานะของสังคมใน ยคุ ปจั จบุ นั ซงึ่ มกี ารเปลย่ี นแบบพลวตั และสถาบนั การศกึ ษาจะเดนิ หนา้ ยกระดบั การจดั การศกึ ษาเพอื่ สรา้ งหมอไทย 4.0 ทท่ี นั โลก ทนั สมยั และทนั เทคโนโลยี ในทางการแพทยแ์ ผนไทยนนั้ ไดอ้ ยา่ งไร อกี ทง้ั จะเดนิ หนา้ ยกระดบั หลกั สตู ร การเรียนการสอนทางการแพทย์แผนไทยอย่างไร ให้ผลิตหมอไทยให้มีประสิทธิผลเชี่ยวชาญในศาสตร์บูรณาการ องคค์ วามรู้สมัยใหม่ ทำ� งานในระบบสาธารณสขุ อย่างมอื อาชพี อย่างไรก็ตาม เพือ่ ใหก้ ารปฏริ ูปนั้นเกิดกระแสอย่าง เป็นรูปธรรมและมีเวทีในการแลกเปล่ียน รวมท้ังการรับฟังข้อคิดเห็นต่าง ๆ ดังนั้น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึง เห็นว่าควรมีการจัดประชุมวิชาการในประเด็นดังกล่าว เพ่ือได้มีเวทีในการเสวนาแลกเปล่ียนแนวความคิดจาก หลากหลายภาคส่วนในวงกว้าง เพื่อได้มุมมองแนวความคิด ในการปฏิรูปการศึกษาทางการแพทย์แผนไทย พร้อมทั้งเป็นการจุดประกายทางความคิดให้สถาบันการศึกษาได้แนวความคิดในการน�ำกลับไปพัฒนาหลักสูตรให้มี คณุ ภาพทางวิชาการและวิชาชพี เพอ่ื สรา้ งหมอไทยทมี่ คี ุณภาพสู่สงั คม Position-5.indd 72 9/13/19 16:05
กล่มุ ที่ 2 ประเด็นการพฒั นาเพือ่ ยกระดับการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 73 2. นโยบายและมาตรการท่ดี �ำเนนิ การปจั จบุ ัน การด�ำเนินการโครงการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต โดยกรมการแพทย์ แผนไทยและแพทยท์ างเลือก ขน้ั ที่ 1 วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 มคี ำ� สงั่ กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก ท่ี 883/2561 เรอื่ ง แตง่ ตงั้ คณะกรรมการและคณะ ท�ำงานขบั เคลอ่ื นการปฏริ ปู การแพทยแ์ ผนไทยและสมุนไพรเพื่อเศรษฐกจิ ปี 2561-2564 (คณะทำ� งาน โครงการ พฒั นา ปรบั ปรงุ หลกั สตู รแพทยแ์ ผนไทยบณั ฑติ และเพม่ิ พนู ทกั ษะวชิ าชพี แพทยแ์ ผนไทย และโครงการพฒั นาแหลง่ ฝึกภาคปฏบิ ตั ิของแพทยแ์ ผนไทยฝกึ หัด และแหลง่ ฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพรว่ มกบั สถาบนั อดุ มศึกษา) ข้ันที่ 2 วนั ท่ี 22 มถิ ุนายน 2561 มีประชุมคณะท�ำงานโครงการพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตรแพทย์แผนไทยบัณฑิตและเพ่ิมพูนทักษะวิชาชีพ แพทยแ์ ผนไทย และโครงการพฒั นาแหลง่ ฝกึ ภาคปฏบิ ตั ขิ องแพทยแ์ ผนไทยฝกึ หดั และแหลง่ ฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี รว่ มกบั สถาบันอดุ มศกึ ษา คร้งั ท่ี 1/2561 มขี ้อเสนอให้ขอขอ้ มูลสมรรถนะของบณั ฑติ แพทยแ์ ผนไทยท่ีผู้ใชบ้ ณั ฑิต ต้องการและให้สถาบนั ศึกษารว่ มระดมความคดิ เห็นเพ่อื หาแนวทางหรือรา่ งปรบั ปรงุ โครงสรา้ งหลักสตู รท่ีเหมาะสม ขั้นท่ี 3 วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 จดั ประชมุ หารอื แนวทางการพฒั นาการจดั การศกึ ษาดา้ นการแพทยแ์ ผนไทยเฉพาะกจิ ประเดน็ “สมรรถนะ แพทย์แผนไทยที่พงึ ประสงค”์ ซึ่งมีผใู้ ช้บณั ฑติ ในระบบสาธารณสขุ เป็นตวั แทนจาก ผอู้ ำ� นวยการโรงพยาบาลสอง จังหวัดแพร่ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ส�ำนักงานสาธารณสุข จังหวัดสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลอู่ทอง โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลวัฒนานคร มีข้อคิด เหน็ สรปุ ไดด้ งั น้ี 1. แพทย์แผนไทยหลงั จากจบการศกึ ษา และเขา้ สกู่ ารท�ำงานในสถานบรกิ ารสาธารณสุข พบวา่ มีปญั หา ในการส่ือสารเพือ่ วางแผนการรกั ษารว่ มกันระหว่างแพทย์แผนไทยกับสหวิชาชพี อน่ื เชน่ ประสิทธิผลของหัตถาการ และยาแผนไทยเพอ่ื ใช้ดแู ลผปู้ ว่ ย 2. ปัญหาการขาดทักษะการดูแลผู้ป่วยใน (IPD) เน่ืองจากหลักสูตรการศึกษาส่วนใหญ่มุ่งเน้นการ ฝึกประสบการณ์วิชาชีพเฉพาะเวชปฏิบัติผู้ป่วยนอกเท่าน้ัน การเรียนการสอนแพทย์แผนไทยทั้ง 4 ยังไม่มีการ พัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยเก่ียวกับผู้ป่วยในให้ชัดเจน ก่อนบรรจุเน้ือหาการดูแลผู้ป่วยในเข้าไป ในหลักสูตรการแพทย์แผนไทย เน่ืองจากการท�ำแนวทางเวชปฏิบัติในผู้ป่วยนอกท่ีชัดเจนและน�ำร่องการดูแลรักษา ผู้ป่วยอย่างมีระบบ รวมทั้งมีแนวทางการติดตามประเมินผลผู้ป่วยชัดเจน จะเป็นปัจจัยส�ำคัญในการจัดการเรียน การสอนและการฝกึ ประสบการณ์การวชิ าชีพในผูป้ ่วยในได้ 3. ปัญหาขาดองค์ความรู้ด้านยาแผนปัจจุบันและการอ่านผล การตรวจจากห้องปฏิบัติการ เนื่องจาก ผู้ป่วยที่มีประวัติการรับยาแผนปัจจุบันบางตัวหรือมีโรคประจ�ำตัวอยู่ หากแพทย์แผนไทยจ�ำหน่ายยาแผนไทย โดยมทิ ราบ Drug interaction ของยาแผนไทย และขอ้ หา้ ม/ขอ้ ระวงั ของการใชย้ าแผนไทยในผปู้ ว่ ย ทม่ี โี รคประจำ� ตวั จะทำ� ให้เกิดปัญหาได้ เช่น การใหก้ ลุ่มยารสร้อนในผปู้ ว่ ยท่ีมคี วามดนั โลหิตสูง 4. การจัดบริการผดุงครรภ์แผนไทย พบว่าการดูแลมารดาระยะต้ังครรภ์ (ANC) ไม่สามารถประเมิน มารดาและทารกในครรภไ์ ด้ และการดแู ลระยะรอคลอดแพทยแ์ ผนไทยไมส่ ามารถใชศ้ กั ยภาพในการดแู ลอาการปวด ในระยะรอคลอดได้เตม็ ท่ี เนื่องจากขาดประสบการณ์ในการบริบาล Position-5.indd 73 9/13/19 16:05
74 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย 5. เนื้อหาในหลักสูตรการแพทย์แผนไทยมีเนื้อหาการเรียนที่มีหลายส่วน แต่เรียนเฉพาะเนื้อหาพ้ืนฐาน โดยไม่ได้ลงลกึ จึงทำ� ให้แพทย์แผนไทยมอี งคค์ วามรทู้ ่ไี ม่ลึกซง้ึ ตามไปดว้ ย 6. ด้านเวชกรรมไทย แพทยแ์ ผนไทยสว่ นใหญข่ าดทกั ษะการตรวจ วินจิ ฉัย และรักษาโรคตามแนวทาง การแพทย์แผนไทยอย่างแท้จริง แต่กลบั ใชแ้ นวทางการประเมนิ การรักษาด้วยแนวทางการแพทยแ์ ผนปจั จุบนั เช่น การดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง แพทย์แผนไทยไม่สามารถใช้ทฤษฎีการแพทย์แผนไทยในการประเมินอาการได้ แต่ กลบั ใช้การประเมนิ ADL Index ในการประเมนิ ผู้ป่วยซ่ึงเปน็ องค์ความรใู้ นทางการแพทย์แผนปัจจุบัน 7. แพทยแ์ ผนไทยไมไ่ ดม้ คี วามรเู้ กยี่ วกบั drug interaction ระหวา่ งยาแผนไทยและยาแผนปจั จบุ นั มาก พอจงึ ทำ� ให้มปี ัญหาในการจา่ ยยาควบคกู่ บั ยาแผนปจั จุบนั 8. ขาดทกั ษะการบริการจดั การคลินิกและการบริหารโครงการพัฒนาแผนงานในชมุ ชน การดูแลสุขภาพ ในชมุ ชน (community medicine) ซงึ่ เป็นส่งิ สำ� คญั ของแพทย์แผนไทยตอ้ งน�ำไปใชจ้ รงิ ในหนว่ ยบริการ 9. ประเด็นอาจารย์ผู้สอนด้านการแพทย์แผนไทยควรได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ทักษะในการจัดการ เรยี นการสอน ในการเป็นอาจารยเ์ พ่อื สามารถจดั การเรยี นการสอนให้นกั ศึกษาแพทยแ์ ผนไทยอย่างมีประสทิ ธิภาพ สรปุ สมรรถนะแพทย์แผนไทยท่ีพึงประสงค์ ดงั นี้ ด้านเวชกรรมไทย - ทกั ษะการตรวจประเมนิ การรกั ษาผปู้ ว่ ยนอก - ความรู้ ทักษะการตรวจประเมินผู้ป่วยก่อนและหลังการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย เช่น การจับชีพจร - ทักษะใหก้ ารรกั ษาด้วยการแพทย์แผนไทย - ความรแู้ ละทักษะการรกั ษาผู้ป่วยในรว่ มกับสหวิชาชพี - ความรเู้ ก่ียวกับระบบการทำ� งานในแผนกผปู้ ่วยใน - ความรู้ในการประเมินภาวะเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน ระดับความรุนแรงของโรคของผู้ป่วยใน เพื่อการ ตดั สินใจในการรกั ษาด้านการแพทยแ์ ผนไทยรว่ มกบั แพทย์แผนปจั จบุ ัน - ความรู้และทกั ษะการดแู ลผู้ปว่ ยในด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย - การให้ข้อมูลเก่ียวกับการตรวจประเมินผู้ป่วยและการให้การรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยแก่ สหวิชาชีพและผูป้ ่วย เช่น หลักการและเหตุผลในการรกั ษาด้วยการนวด หรือจา่ ยยาสมนุ ไพรแกผ่ ู้ปว่ ย - ทกั ษะการวนิ จิ ฉยั แยกโรค - การวนิ จิ ฉัยโรคโดยใชศ้ าสตร์การแพทย์แผนไทย - การเทยี บเคยี งโรคทางแผนปจั จุบนั - ความรู้ ทกั ษะ เรื่องการปอ้ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอ้ื ในโรงพยาบาล - ทกั ษะการประเมินผูป้ ่วยท่ีมีภาวะติดเชอ้ื โรคติดต่อ เช่น โรคตดิ เชือ้ โรคติดตอ่ ทางผิวหนงั ทางระบบ หายใจ - ความรู้และทักษะการอ่านผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพ่ือเป็นข้อมูลประกอบการประเมินภาวะคนไข้ ใชป้ ระกอบการตดั สินใจในการใหก้ ารรักษาหรอื สง่ ต่อผู้ป่วย - ทกั ษะการคัดกรองภาวะความเส่ียงทางคลินกิ เพ่อื การส่งตอ่ ผ้ปู ่วย - ทักษะการประเมนิ ความรุนแรง/อาการ เพื่อส่งต่อผูป้ ่วย - ความรู้ ทกั ษะการใช้ความช่วยเหลอื ผู้ป่วยในภาวะวิกฤต (first aid) Position-5.indd 74 9/13/19 16:05
กลุ่มที่ 2 ประเดน็ การพัฒนาเพือ่ ยกระดับการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 75 - ความแมน่ ยำ� ในองคค์ วามรดู้ า้ นการแพทยแ์ ผนไทย เพอื่ ความมนั่ ใจในการรกั ษาและการสอื่ สารใหข้ อ้ มลู ท่ีชัดเจนแกส่ หวชิ าชีพและผูป้ ว่ ย - ความรูแ้ ละทักษะการรักษาแผลประเภทตา่ ง ๆ เบอื้ งต้น เช่น แผลสด แผลกดทับ - ความรเู้ กีย่ วกับการวินจิ ฉยั โรคทางแพทยแ์ ผนปัจจุบนั ด้านเภสัชกรรมไทย - ทกั ษะการใช้ยาตำ� รบั - ทักษะการตง้ั ต�ำรับยา การปรงุ ยาเฉพาะราย - ความรเู้ ร่ือง Drug interaction - ความรู้เกี่ยวกบั การบรหิ ารคลงั ยาและวตั ถุดบิ สมุนไพร (สมนุ ไพรแห้ง) - ความรู้และทักษะการ identify สมนุ ไพร - การให้ข้อมลู ที่ชดั เจนเกี่ยวกับยาสมุนไพรแกแ่ พทยแ์ ผนปัจจุบันเพือ่ ส่งเสริมการส่ังจ่ายยาสมนุ ไพร และ สรา้ งความมนั่ ใจในการให้การรักษารว่ มกับแพทยแ์ ผนปัจจุบนั ดา้ นการนวดไทย - ทักษะการตรวจประเมิน วนิ จิ ฉัยและใหก้ ารรักษาด้วยศาสตรแ์ พทยแ์ ผนไทย - ความรู้เกี่ยวกับการประเมินผู้ป่วยท่ีมีภาวะไม่เหมาะแก่การท�ำหัตถการ เช่น กระดูกหัก กระดูกพรุน หมอนรองกระดกู เคลอื่ น ดา้ นผดงุ ครรภ์ไทย - ทักษะการดูแลผูป้ ว่ ยระยะกอ่ นคลอด ระยะคลอด และระยะหลังคลอด - ทกั ษะการตรวจครรภ์ การประเมินการต้งั ครรภข์ องมารดาในแผนก ANC ความรทู้ ่วั ไป - ความรู้ ทกั ษะการบริหารจดั การ เชน่ การนิเทศ การควบคุมก�ำกบั งาน - การท�ำงานในชมุ ชนรว่ มกบั สหวิชาชพี (community medicine) - ทกั ษะการสือ่ สาร ประสานงาน - ภาวะความเป็นผู้น�ำ - ความรู้ ทกั ษะการท�ำวิจัย R2R - ทกั ษะการประยุกตน์ ำ� ข้อมูลหรอื ความร้มู าใชป้ ฏบิ ัตจิ รงิ - ความรู้เกี่ยวกบั การทำ� งานของสหวิชาชพี ข้นั ที่ 4 วันท่ี 24 กรกฎาคม 2561 จดั ประชมุ หารอื แนวทางการพฒั นาการจดั การศกึ ษาดา้ นการแพทยแ์ ผนไทยเฉพาะกจิ ประเดน็ “รา่ ง การ พฒั นาหลกั สตู รการแพทยแ์ ผนไทยระดบั ปรญิ ญาตรแี นวใหม”่ ซง่ึ มผี แู้ ทนจากสถาบนั ศกึ ษาแพทยแ์ ผนไทยและแพทย์ แผนไทยประยกุ ตเ์ ขา้ ร่วมประชุม โดยมปี ระเดน็ ท่สี ำ� คัญ ดังนี้ ประธานได้เสนอใหม้ สี ถาบนั การศกึ ษาเพือ่ น�ำรอ่ งใน การใช้หลักสูตร 5 ปี โดยพบว่าการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาการแพทย์แผนไทยระยะเวลาน้อย จึงท�ำให้ขาดความ มน่ั ใจในการตรวจรกั ษา ซ่ึงเสนอใหม้ กี ารปรับปรงุ หลกั สตู รโดย ให้มกี ารฝกึ ปฏบิ ัติแบบ internship ตามแบบแพทย์ แผนปัจจุบัน ควรเพ่ิมเนื้อหาเกี่ยวกับการประเมินสภาพผู้ป่วยฉุกเฉิน เพ่ือการบริหารจัดการส่งต่อได้อย่างถูกต้อง การพฒั นาทักษะการปรุงยาเฉพาะราย รวมถึงความรู้ของ drug interaction ของยาปรงุ เฉพาะรายและการใช้ยา สมุนไพรร่วมกบั ยาแผนปัจจบุ ัน อกี ทง้ั ยงั ขาดการท�ำงานร่วมกบั สหวชิ าชีพ Position-5.indd 75 9/13/19 16:05
76 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย ขั้นท่ี 5 วนั ท่ี 27-28 สงิ หาคม พ.ศ. 2561 การประชุมเชิงปฏิบัติการ (ร่าง) แนวทางการพัฒนาหลักสูตรการแพทย์แผนไทยระดับปริญญาตรี แนวใหม่ ผู้เขา้ ร่วมการประชมุ ประกอบดว้ ย ประธานหลกั สตู ร อาจารย์ประจ�ำหลักสูตร และอาจารย์ผเู้ ก่ยี วข้องกบั การบรกิ ารจดั การหลกั สตู รจากสถาบนั การศกึ ษาทเี่ ปดิ การเรยี นการสอนหลกั สตู รสาขาการแพทยแ์ ผนไทยและสาขา แพทย์แผนไทยประยุกต์ จำ� นวน 26 สถาบนั ผู้เขา้ ร่วมการประชุมได้รบั ทราบเก่ียวกับสภาพปญั หาการปฏบิ ัติงาน ของบัณฑิตแพทย์แผนไทยจากข้อคิดเห็นของผู้ใช้บัณฑิตในการประชุมหารือประเด็นสมรรถนะแพทย์แผนไทย เมอื่ วนั ท่ี 13 กรกฎาคม 2561 และไดร้ บั การทบทวนความรเู้ กยี่ วกบั หลกั การทวั่ ไปในการจดั การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี เพ่อื ผลติ บคุ ลากรแพทยแ์ ผนไทย ผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ ไดร้ ว่ มกนั วเิ คราะหส์ าเหตขุ องปญั หาการปฏบิ ตั งิ านของบณั ฑติ แพทยแ์ ผนไทย จากขอ้ คดิ เห็นของผู้ใช้บัณฑิต โดยมีความเห็นว่า หลักสูตรการแพทย์แผนไทยและสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตาม มคอ.1 มสี าระครบถว้ นแลว้ แตอ่ าจตอ้ งเพมิ่ การฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี เพอ่ื เสรมิ สรา้ งความชำ� นาญและความมนั่ ใจ ของบัณฑิต โดยสถาบันการศึกษาจะต้องพิจารณาจัดท�ำหรือทบทวนผลการเรียนรู้ที่คาดหวังให้ครอบคลุมประเด็น ปัญหา และตรวจสอบระบบการจัดการศึกษาท่เี ป็นอยู่ เพอ่ื ใหม้ ่ันใจวา่ บัณฑติ ท่ีสำ� เรจ็ การศึกษาบรรลุผลการเรยี นรู้ ทคี่ าดหวงั และมสี มรรถนะตามทก่ี ำ� หนด ซงึ่ สรปุ แนวทางพฒั นาการจดั การศกึ ษาหลกั สตู รตามขอ้ เสนอแนะผเู้ ขา้ รว่ ม การประชุมได้ ดงั น้ี สาระและวิธีการสอน - การจดั การเรยี นการสอนควรใหน้ ้�ำหนกั การแปลผลการตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการโรคท่พี บบอ่ ย ระบุเปน็ หัวข้อให้ชัดเจนในรายวชิ าใดวชิ าหนึง่ - ในการวเิ คราะหป์ ัญหาผปู้ ่วย ควรจัดให้มีสหวิชาชพี รว่ มอภปิ รายดว้ ยตามความเหมาะสม - ปรบั สาระรายวิชาเภสชั วิทยา เร่ือง drug interaction - อบรมเรอื่ งการควบคุมการติดเช้อื กอ่ นการฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชีพ - เพมิ่ ทักษะการค้นหาข้อมูลวชิ าการ งานเวชศาสตรเ์ ชิงประจกั ษ์ และงานวิจยั - เพ่ิมการฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้นักศึกษามีโอกาสฝึกคิด วิเคราะห์ วางแผน เขียนโครงการเพื่อ ส่งเสรมิ การดแู ลสุขภาพระดับชุมชนมากข้นึ - เตรียมความพร้อมของนักศึกษาดา้ นการเรยี นรกู้ ารให้นโยบายของรัฐบาลอาจารย์ผสู้ อน - ฝกึ อบรมหรอื พฒั นาทักษะของอาจารยผ์ สู้ อนให้เปน็ มาตรฐานเดียวกนั ทงั้ 4 ด้าน - ฝกึ อบรมการสอนทางคลนิ ิกใหก้ บั อาจารยผ์ ู้สอน แหลง่ ฝึกประสบการณว์ ชิ าชพี สถาบันการศึกษา - ขอให้สถาบันการศึกษาท�ำหนังสือประสานและขอความอนุเคราะห์โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวง สาธารณสุขเพ่ือรับฝึกประสบการณ์วิชาชีพผ่านส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และส�ำเนาแจ้งให้ โรงพยาบาลทราบ - ขอใหส้ ถาบันการศกึ ษาไดร้ ว่ มกำ� หนดเกณฑ์การคัดเลอื กแหลง่ ฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพ - สถาบันการศึกษาควรจัดให้นักศึกษาได้เรียนรู้เก่ียวกับบริบทและการบริหารงานของแหล่งฝึก ประสบการณว์ ชิ าชพี และหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง เช่น ส�ำนักงานสาธารณสขุ จงั หวดั Position-5.indd 76 9/13/19 16:05
กลมุ่ ที่ 2 ประเดน็ การพฒั นาเพือ่ ยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 77 กรมการแพทย์แผนไทยและแพทยท์ างเลือก - เสนอให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกสนับสนุนงบประมาณเพ่ือพัฒนาแหล่งฝึก ประสบการณ์วชิ าชพี - เสนอให้กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกประสานความร่วมมือกับแหล่งฝึกประสบการณ์ วิชาชีพและสถาบันการศึกษาเพื่อก�ำหนดค่าตอบแทนแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพท่ีเป็นมาตรฐาน เดียวกนั อืน่ ๆ - สรา้ งความเข้าใจเก่ียวกับบทบาทของวชิ าชีพแพทยแ์ ผนไทยในระบบบรกิ ารสุขภาพของผู้ใช้บัณฑิต ประเด็นการเพิม่ ระยะเวลาหลักสูตรเป็น 5 ปี นน้ั ท่ีประชุมมีความเหน็ วา่ ต้องมีความพรอ้ มก่อน ซึง่ จะ ตอ้ งพจิ ารณาปจั จยั อน่ื ๆ ใหร้ อบคอบวา่ จะสง่ ผลกระทบอยา่ งไร และในการดำ� เนนิ การไมค่ วรนำ� รอ่ งใชห้ ลกั สตู รเพยี ง 1-2 แหง่ เท่านน้ั แตค่ วรได้รบั ความรว่ มมือจากสถาบนั ทุกแหง่ โดยมปี ระเด็นท่ตี ้องพจิ ารณาก่อนการตดั สนิ ใจ เชน่ อตั ราเงนิ เดอื นจะเพ่มิ ข้นึ จากหลักสตู ร 4 ปี หรอื ไม่ มแี หลง่ ฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชีพท่ีมคี วามพร้อมจำ� นวนเพยี งพอ ต่อการรบั นักศกึ ษาหรือไม่ และการสอบใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี จะด�ำเนนิ การในช่วงปกี ารศึกษาท่ี 4 หรือ 5 ท้ังนี้ เพื่อขับเคล่ือนงานในประเด็นการพัฒนาและปรังปรุงหลักสูตรการแพทย์แผนไทยระดับปริญญาตรี ตามแผนการปฏิรูปการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยเพ่ือเศรษฐกิจด้านการแพทย์แผนไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ีประชุมมีความเห็นว่า ควรด�ำเนินการพัฒนาแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพและพัฒนาอาจารย์ผู้สอนเป็นอันดับ แรกโดยขอให้กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกเป็นผู้ด�ำเนินการและเป็นผู้ประสานหลัก รวมถึงการสร้าง ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั สมรรถนะวชิ าชพี ของแพทยแ์ ผนไทยแกผ่ ใู้ ชบ้ ณั ฑติ โดยสถาบนั การศกึ ษาจะดำ� เนนิ การปรบั สาระ และวิธีการสอนให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ควบคู่กันไปด้วยเพ่ือแก้ปัญหาการปฏิบัติงานของบัณฑิตแพทย์แผนไทย ในเบือ้ งตน้ และเตรียมความพร้อมส�ำหรบั การพัฒนาหลักสตู รการแพทย์แผนไทยระดบั ปริญญาตรใี นอนาคต การแพทยแ์ ผนไทย (service) และระบบการศกึ ษาการแพทยแ์ ผนไทย (education) โดยประเด็นปฏิรปู ด้านการศึกษาการแพทยแ์ ผนไทย (education) เกย่ี วขอ้ งกบั การปรับปรงุ หลักสูตรการแพทยแ์ ผนไทย การพฒั นา ต�ำราอ้างอิงมาตรฐาน (standard textbook) ด้านการแพทย์แผนไทย ที่พัฒนาศูนย์การศึกษาต่อเนื่องด้านการ แพทย์แผนไทย (CTME) และการพัฒนาแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพด้านการแพทย์แผนไทย และเน่ืองจากใน ระยะท่ีผ่านมาผู้ใช้บัณฑิตสถานบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ให้ข้อคิดเห็นถึงสมรรถนะของแพทย์ แผนไทยที่มีศักยภาพไม่เพียงพอ รวมถึงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพด้านการแพทย์แผนไทยไม่มากเท่ากับวิชาชีพ อื่นในระบบสุขภาพ เช่น แพทย์ และพยาบาลวิชาชีพ ท�ำให้บัณฑิตขาดทักษะในการท�ำงานร่วมกับวิชาชีพอ่ืน ๆ ส่งผลใหแ้ พทยแ์ ผนไทย ขาดการยอมรบั และเช่อื มนั่ จากสหวชิ าชพี จึงเสนอแนวคดิ ในการจดั ท�ำหลักสูตรการแพทย์ แผนไทยแนวใหม่ ก�ำหนดระยะเวลา 5 ปี ดำ� เนินการโดยมหาวทิ ยาลยั /สถาบนั การศกึ ษา ซึ่งควรเพิ่มเติมเนอ้ื หาใน ระดบั (Pre-Clinic) ไดแ้ ก่ การตรวจวินจิ ฉัยทางห้องปฏบิ ัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์ เชน่ การตรวจเลือด (CBC, blood sugar, LFT) การเอ็กซเรย์ การท�ำอัลตราซาวด์ และในระดับ clinic ได้แก่ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การ ตรวจวินิจฉัยสั่งการรักษาในแผนกผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน การดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน การจัดบริการในคลินิก ครอบครัว (primary care cluster) และการแพทย์พ้ืนบ้าน ซ่ึงขึ้นอยู่กับท่ีตั้งของมหาวิทยาลัย แต่อย่างไร ก็ตามเห็นควรหารือกับคณะท�ำงานฯ เพื่อหาแนวทางพัฒนาหลักสูตรแพทย์แผนไทยที่มีคุณภาพ ส่งผลให้บุคลากร การแพทย์แผนไทยสามารถปฏิบัติงานได้ตามสมรรถนะท่ีต้องการ และเป็นที่ยอมรับของสหวิชาชีพโดยเน้นย้�ำ ว่าการปรับปรุงหลักสูตรดังกล่าว มุ่งเน้นให้เกิดสมรรถนะทางการบริการเพ่ิมมากข้ึน โดยเนื้อหาท่ีเพิ่มข้ึนมานั่น อาจออกแบบหลักสูตรเพ่ือสนองตอบการจัดการรูปแบบใหม่ เช่น primary care cluster หรือทักษะการดูแล Position-5.indd 77 9/13/19 16:05
78 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย ผปู้ ว่ ยฉกุ เฉนิ ในกรณจี ำ� เปน็ รวมถงึ การนำ� รอ่ งปรบั ปรงุ หลกั สตู รการแพทยแ์ ผนไทยเปน็ 5 ปี นนั้ สถาบนั การศกึ ษาไม่ จำ� เปน็ ตอ้ งนำ� รอ่ งพรอ้ มกนั ทงั้ หมด แตห่ ากดำ� เนนิ การนำ� รอ่ งการใชห้ ลกั สตู ร 5 ปี แลว้ ไดผ้ ลดจี ะทำ� ใหส้ ภาการแพทย์ แผนไทย น�ำไปต่อยอดรับรองหลักสูตรต่อไป โดยเสนอแนวทางอื่น ๆ ควบคู่กับการพัฒนาหลักสูตร เช่น การ ขอปรับมาตรฐาน/ประเมินค่างานต�ำแหน่งแพทย์แผนไทยท่ีจบหลักสูตรใหม่ การน�ำร่องการผลิตแพทย์แผนไทย หลักสูตร 5 ปี ในสถาบันการศึกษา 2-3 แห่ง การก�ำหนดเงื่อนไขการชดใช้ทุนรัฐบาล (สัญญาฝ่ายเดียว) การก�ำหนดเงื่อนไขสถาบนั การศกึ ษาหลักสตู รใหมต่ ามมาตรฐานวิชาชพี รวมถงึ การขอสนับสนนุ การของบประมาณ ใหส้ ถาบันการศกึ ษาเพื่อนำ� รอ่ งหลกั สตู รการแพทยแ์ ผนไทยบัณฑติ 5 ปี โดยอาจเตรียมจัดทำ� คำ� ของบประมาณผา่ น คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ เพ่ือขอสนับสนุนการของบประมาณขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาด้านการแพทย์ แผนไทย เชน่ การสนบั สนุนงบประมาณจัดการเรียนการสอน ชั้นปีที่ 5 การจดั ทำ� สือ่ การเรียนการสอน การพัฒนา อาจารย/์ อาจารยพ์ เี่ ลย้ี ง และสนบั สนนุ การฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี เปน็ ตน้ และรว่ มกบั การฝกึ ทกั ษะวชิ าชพี ระยะเวลา ประมาณ 9-12 เดอื น โดยกระทรวงสาธารณะสขุ (5+1 ปี) รายละเอียดตามเอกสารประกอบการประชุม 2. นโยบายและมาตรการทด่ี ำ� เนินการปัจจุบนั จากการด�ำเนินการที่ผ่านมาของกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก รวบรวมประเด็นจากท้ัง ผู้ใชบ้ ณั ฑติ และผู้ผลิตบณั ฑติ ซึ่งเป็นขอ้ มลู ในการปฏริ ูปการศึกษาทางการแพทย์แผนไทย ซึง่ ยังคงตอ้ งด�ำเนินการ การหาแนวทางในเชงิ ปฏบิ ตั นิ น้ั ตอ่ ไป สถาบนั การศกึ ษาจงึ จำ� เปน็ อยา่ งยงิ่ ทจี่ ะตอ้ งเขา้ มารว่ มกนั เสนอขอ้ คดิ เหน็ และ แนวทางในการพฒั นาปรบั ปรงุ หลกั สตู รการแพทยแ์ ผนไทย ซงึ่ มหาวทิ ยาลยั แมฟ่ า้ หลวงเหน็ ความสำ� คญั ในการปฏริ ปู การศึกษาแพทย์แผนไทย จึงได้ร่วมในการจัดเสวนาในหัวข้อ ทิศทางการศึกษาเพื่อพัฒนาการแพทย์แผนไทยอย่าง ยั่งยนื (ในระดับอุดมศกึ ษา) วันที่ 6 มนี าคม 2562 ณ หอ้ ง symposium 5 จะเปน็ การรว่ มเสวนาและแสดงความ คดิ เหน็ จากผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ ในวงกวา้ งทน่ี อกเหนอื จากคณะทำ� งาน ซงึ่ จะเปน็ ประโยชนใ์ นการนำ� ขอ้ มลู ใหค้ ณะทำ� งาน ไดใ้ ชเ้ ป็นข้อมูลประกอบในการด�ำเนินงานตอ่ ไป 3. หน่วยงานทเ่ี กย่ี วข้องต่อการพัฒนาปรับปรุงการจดั การเรียนการสอนหลกั สูตร การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยกุ ต์ในระดบั อุดมศกึ ษา 1. กรมการแพทยแ์ ผนไทยและแพทยท์ างเลอื ก มพี นั ธกจิ ในการพฒั นาวชิ าการดา้ นการแพทยแ์ ผนไทยและ การแพทยท์ างเลอื ก โดยคมุ้ ครอง อนรุ กั ษแ์ ละสง่ เสรมิ ภมู ปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย สง่ เสรมิ และพฒั นาการจดั ระบบ ความรู้ และสรา้ งมาตรฐานดา้ นการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื กใหท้ ดั เทยี มกบั การแพทยแ์ ผนปจั จบุ นั และ นำ� ไปใชใ้ นระบบสขุ ภาพอยา่ งมคี ณุ ภาพและปลอดภยั เพอ่ื เปน็ ทางเลอื กแกป่ ระชาชนในการดแู ลสขุ ภาพ ซงึ่ ในปี พ.ศ. 2561 มคี ำ� สงั่ แตง่ ตงั้ คณะกรรมการและคณะทำ� งานขบั เคลอื่ นการปฏริ ปู การแพทยแ์ ผนไทยและสมนุ ไพรเพอ่ื เศรษฐกจิ ปี 2561-2564 ซ่งึ มีคณะท�ำงานโครงการพฒั นา ปรับปรงุ หลักสูตรแพทยแ์ ผนไทยบณั ฑติ และเพิ่มพูนทักษะวชิ าชีพ แพทยแ์ ผนไทย และโครงการพฒั นาแหลง่ ฝกึ ภาคปฏบิ ตั ขิ องแพทยแ์ ผนไทยฝกึ หดั และแหลง่ ฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี รว่ มกบั สถาบันอดุ มศกึ ษา 2. คณะกรรมการการอุดมศึกษา ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการส�ำนักงานคณะกรรมการการ อุดมศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ. 2546 ขอ้ 1 กำ� หนดให้สำ� นกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มีภารกิจ เกี่ยวกับการจัดและส่งเสริมการศึกษาระดับอุดมศึกษาโดยค�ำนึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการ Position-5.indd 78 9/13/19 16:05
กลมุ่ ท่ี 2 ประเดน็ การพัฒนาเพื่อยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก 79 ของสถานศกึ ษาระดบั ปริญญา โดยใหม้ อี ำ� นาจหน้าทีใ่ นการจดั ทำ� ขอ้ เสนอนโยบายและมาตรฐานการอุดมศึกษาและ แผนพฒั นาการอดุ มศกึ ษารวมทง้ั ดำ� เนนิ งานดา้ นความสมั พนั ธร์ ะดบั อดุ มศกึ ษากบั ตา่ งประเทศ จดั ทำ� หลกั เกณฑแ์ ละ แนวทางการสนับสนุนทรัพยากร และการจัดต้ัง จัดสรรงบประมาณอุดหนุนสถาบันอุดมศึกษาและวิทยาลัยชุมชน ประสานและส่งเสริมการด�ำเนินงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และศักยภาพนักศึกษารวมทั้งผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความสามารถพิเศษในระบบอุดมศึกษาและประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศ เสนอแนะเก่ียวกับการจัดต้ัง ยุบ รวม ปรับปรุง และยกเลิกสถาบันอุดมศึกษา และวิทยาลัยชุมชน รวมถึงด�ำเนินการเกี่ยวกับการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการอุดมศึกษาตามที่ คณะกรรมการการอดุ มศึกษามอบหมาย รวมทง้ั การรวบรวมขอ้ มูลและจัดทำ� สารสนเทศดา้ นการอุดมศกึ ษา 3. สภาการแพทย์แผนไทย มีอ�ำนาจหน้าที่ ข้ึนทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย และผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรอื วฒุ บิ ัตรในวิชาชพี การแพทยแ์ ผนไทยของสถาบนั ตา่ ง ๆ เพ่ือประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิก รบั รองหลักสูตร ส�ำหรับการฝึกอบรมเป็นผู้ช�ำนาญการในด้านต่าง ๆ ของวิชาชีพการแพทย์แผนไทยของสถาบันท่ีท�ำการฝึกอบรม ดงั กลา่ ว เปน็ ตน้ ซงึ่ ในปจั จบุ นั มสี ถาบนั ทผี่ า่ นการรบั รองหลกั สตู รแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยแ์ ผนไทยประยกุ ตใ์ น ระดบั อดุ มศึกษา จ�ำนวนทง้ั สิ้น 29 สถาบัน ประกอบด้วยสถาบันท่จี ดั การศึกษาระดบั ปริญญาหรือประกาศนียบัตร เทยี บเทา่ ปรญิ ญา สาขาการแพทยแ์ ผนไทย 19 สถาบนั และสถาบนั ทจ่ี ดั การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาหรอื ประกาศนยี บตั ร เทียบเท่าปรญิ ญาสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ 10 สถาบนั ลำ� ดับ สถาบนั ท่ีจดั การศกึ ษาระดับปรญิ ญาสาขาการแพทย์แผนไทยประยกุ ต์ 1 สถานการณ์แพทยแ์ ผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตรศ์ ิริราชพยาบาล มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล 2 สถานการณ์แพทยแ์ ผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3 วิทยาลยั การแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี 4 คณะการแพทยแ์ ผนไทยอภยั ภูเบศร มหาวิทยาลยั บูรพา 5 วิทยาลยั สหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสนุ นั ทา 6 ส�ำนักวิชาวทิ ยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลยั แมฟ่ า้ หลวง 7 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 8 คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร 9 คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั พะเยา 10 วิทยาลยั นานาชาติพระนคร มหาวิทยาลัยราชภฏั พระนคร ล�ำดบั สถาบนั ทีจ่ ดั การศกึ ษาระดับปรญิ ญาสาขาการแพทย์แผนไทย 1 คณะวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบรุ ี 2 คณะวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสรุ ินทร์ 3 คณะแพทยแ์ ผนไทยและแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุบลราชธานี 4 วทิ ยาลัยการสาธารณสุขสิรนิ ธร จังหวดั ยะลา สถาบันสมทบ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏยะลา 5 วิทยาลยั การสาธารณสุขสริ นิ ธร จังหวดั ชลบุรี สถาบันรวมผลิต มหาวทิ ยาลยั บูรพา 6 วทิ ยาลัยการแพทย์พ้ืนบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลยั ราชภัฏเชียงราย 7 คณะวทิ ยาการสุขภาพและการกฬี า มหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ วทิ ยาเขตพทั ลงุ 8 คณะสาธารณสุขศาสตรแ์ ละสง่ิ แวดลอ้ ม มหาวิทยาลัยปทุมธานี 9 คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร Position-5.indd 79 9/13/19 16:05
80 สมนุ ไพร นวดไทย อนาคตไทย ล�ำดับ สถาบนั ทจ่ี ัดการศึกษาระดบั ปรญิ ญาสาขาการแพทย์แผนไทย 10 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภฏั บ้านสมเด็จเจา้ พระยา 11 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง 12 วทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ นิ ธร จงั หวดั พษิ ณโุ ลก สถาบนั สมทบ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วทิ ยาเขตสกลนคร 13 วิทยาลยั เทคโนโลยที างการแพทย์และสาธารณสขุ กาญจนาภเิ ษก จังหวดั นนทบุรี สถาบนั สมทบ มหาวทิ ยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสกลนคร 14 วทิ ยาลัยการแพทยบ์ ูรณาการ มหาวทิ ยาลัยธรุ กิจบณั ฑติ 15 วทิ ยาลยั มวยไทยศกึ ษาและการแพทย์แผนไทย มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมู่บ้านจอมบงึ 16 หลักสูตรการแพทยแ์ ผนไทย มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช 17 คณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรวี ชิ ัย 18 คณะแพทยแ์ ผนไทย มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ 19 คณะแพทย์แผนตะวนั ออก มหาวิทยาลยั รังสิต เอกสารอ้างองิ 1. สํานกั งานศาลรฐั ธรรมนญู . รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2560. กรุงเทพฯ: บรษิ ัท ธนาเพรส จาํ กดั ; 2560. 2. ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554). [ออนไลน์]. 2549 [6 มกราคม 2562]; ที่มา: http://www.nesdb.go.th/download/ article/article_20160323112418.pdf. 3. สภาการแพทย์แผนไทย. รายช่ือสถาบันท่ีจัดการศึกษาระดับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญา สาขา การแพทยแ์ ผนไทยทสี่ ภาการแพทยแ์ ผนไทยรบั รองตามพระราชบญั ญตั วิ ชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. 2556. นนทบรุ :ี สภาการแพทยแ์ ผนไทย; 2556. 4. สภาแพทยแ์ ผนไทย. รายชอ่ื สถาบนั ทจี่ ดั การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาหรอื ประกาศนยี บตั รเทยี บเทา่ ปรญิ ญา สาขาการแพทย์ แผนไทยที่สภาการแพทยแ์ ผนไทยรบั รองตามพระราชบัญญัติวชิ าชพี การแพทย์แผนไทยประยกุ ต์ พ.ศ. 2556. นนทบุรี: สภาการแพทยแ์ ผนไทย; 2556. 5. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะท�ำงานขับเคลื่อนการปฏิรูป การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรเพ่ือเศรษฐกิจ ปี 2561-2564. นนทบุรี: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลอื ก; 2560. 6. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. รายงานการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาด้าน การแพทย์แผนไทยเฉพาะกิจ “สมรรถนะแพทย์แผนไทยทพี่ ึงประสงค”์ ครั้งท่ี 1/2561. 13 กรกฎาคม 2561; ห้อง ประชุมกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. นนทบุรี: กรมการแพทย์แผนไทย และการแพทยท์ างเลือก; 2561. 7. กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก. รายงานการประชมุ จดั ประชมุ หารอื แนวทางการพฒั นาการจดั การศกึ ษา ด้านการแพทย์แผนไทยเฉพาะกิจ ประเด็น “ร่าง แนวทางการพัฒนาหลักสูตรการแพทย์แผนไทยระดับปริญญาตรี แนวใหม”่ ครง้ั ท่ี 1/2561. 24 กรกฎาคม 2561; หอ้ งประชุมสถาบนั การแพทย์แผนไทย กรมการแพทยแ์ ผนไทยและ การแพทยท์ างเลอื ก; 2561. 8. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. รายงานการประชุมจัดประชุมหารือแนวทางการพัฒนาการจัดการ ศกึ ษาดา้ นการแพทยแ์ ผนไทยเฉพาะกจิ ประเดน็ “รา่ ง แนวทางการพฒั นาหลกั สตู รการแพทยแ์ ผนไทยระดบั ปรญิ ญาตรี แนวใหม่” คร้ังที่ 2/2561. 27-28 สิงหาคม 2561; ห้องประชุมตักศิลา สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ชั้น 7 อาคารปิยมหาราชการณุ ย์ คณะแพทย์ศาสตร์ศริ ริ าชพยาบาล มหาวทิ ยาลัยมหิดล Position-5.indd 80 9/13/19 16:05
กลุ่มที่ 2 ประเดน็ การพฒั นาเพ่อื ยกระดบั การแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 81 ผลกระทบของกรอบการเจรจาระหวา่ งประเทศว่าดว้ ย ทรัพยส์ นิ ทางปญั ญาทเี่ กย่ี วกับทรัพยากรพนั ธุกรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น และการแสดงออกทางวัฒนธรรมดง้ั เดมิ ตอ่ กฎหมายคมุ้ ครองและส่งเสรมิ ภูมปิ ัญญาการแพทย์แผนไทย ดร.ปวริศร เลศิ ธรรมเทวี คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั รามค�ำแหง 1. ความเป็นมา หลักการ และเหตผุ ล ประเทศไทยเปน็ ประเทศที่ม่งั ค่ังในทรัพยากรพนั ธุกรรม และมคี วามหลากหลายทางชวี ภาพทสี่ ูงมากแห่ง หนง่ึ ของโลก จัดเปน็ อันดับ 8 ของโลก[1]ความมัง่ คง่ั ในทรัพยากรดงั กล่าวนบั เปน็ ทนุ ทางเศรษฐกจิ ที่เป็นจดุ แขง็ และ เป็นโอกาสของประเทศ และเป็นประเด็นที่มีความเช่ือมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนทั้งการรักษาและใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรพันธุกรรม (Genetic Resources, GR) การแสดงออกทางวัฒนธรรมด้ังเดิม (Traditional Cultural Expression, TCE) และภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ [2] (Traditional Knowledge, TK) อยา่ งไรกต็ าม มีรายงานท่ีแสดงถึง ปญั หาอปุ สรรคของการใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรดงั กลา่ ว อาทิ การฉกฉวยทรพั ยากรและภมู ปิ ญั ญาไปใชป้ ระโยชน์ ในเชิงพาณิชย์ หรือการน�ำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ประเด็นดังกล่าวน้ี มีกรณีอุทาหรณ์เกิดข้ึนในประเทศไทย หลายครั้ง อาทิ การจดสิทธิบัตรสารสกดั จากเปลา้ น้อย (Plao Noi) หรอื การจดสทิ ธิบตั รกวาวเครือ อนั เป็นผลมา จากการขาดระบบการคุม้ ครองและการบรหิ ารจัดการเชิงกฎหมายที่เหมาะสมและมปี ระสทิ ธิภาพ[3-4] คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลในเร่ืองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญา ทอ้ งถ่นิ และการแสดงออกทางวฒั นธรรมดัง้ เดมิ ขององค์การทรัพย์สนิ ทางปญั ญาโลก (WIPO Intergovernmental Committee on Intellectual Property and Genetic Resources, Traditional Knowledge and Traditional Cultural Expression, IGC)[5] จดั ต้งั ขึ้นภายใต้องคก์ ารทรัพยส์ ินทางปัญญาโลก (WIPO) โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อวาง กรอบนโยบายใน 3 เรือ่ งส�ำคัญ ไดแ้ ก่ (1) ด้านภูมิปัญญาท้องถ่ินซ่ึงเก่ียวกับองค์ความรู้ ทักษะและนวัตกรรมความคิดในท้องถ่ินหรือในแต่ละ ประเทศท่ีตกทอดมาจากอดีตหลายช่ัวอายุคนจนกลายเป็นแบบแผนประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมาเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะถน่ิ [6-7] (2) ด้านการแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมซึ่งหมายถึงการแสดงออกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ท่ีเป็นมรดกทาง วัฒนธรรมดั้งเดิมของสังคม ซึ่งมีการวางกรอบให้มีการปกป้องในฐานะที่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage, ICH)[8] อันเปน็ ประเด็นส�ำคญั ท่อี ยู่ภายใตก้ ารดูแลของ UNESCO และ (3) ด้านทรัพยากรพันธุกรรมเกี่ยวข้องกับวัตถุธรรมชาติที่มีถิ่นฐานเฉพาะพ้ืนที่และชุมชน โดยเป็นการ แสวงหาแนวทางการคุ้มครอง ส่งเสริมและปกป้องสิทธิของผู้เป็นเจ้าของทรัพยากรพันธุกรรม[9]โดยเฉพาะเรื่องการ เข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ (ABS) ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity, CBD)[10] พธิ สี ารนาโกยา (Nagoya Protocol) และสนธสิ ญั ญาระหว่าง ประเทศวา่ ด้วยพันธุกรรมพชื ขององค์การอาหารและการเกษตร (FAO)[11] Position-5.indd 81 9/13/19 16:05
82 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย การวางกรอบนโยบายทั้งสามประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยทั้งในเร่ืองการเตรียม ความพร้อม การก�ำหนดนโยบายและปรบั ปรุงแกไ้ ขกฎหมาย ตลอดจนการวางระบบบรหิ ารจดั การภายในประเทศ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในฐานะหน่วยงานที่เก่ียวข้องจึงมีความประสงค์ให้ท�ำ การศึกษาวิจัยเพื่อศึกษากรอบการเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาท่ีเก่ียวกับทรัพยากร พันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ินและการแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิม เพื่อน�ำผลการศึกษามาใช้ประโยชน์ใน การเตรยี มความพรอ้ ม การกำ� หนดนโยบายและมาตรการตา่ ง ๆ รวมทง้ั การปรบั ปรงุ แกไ้ ขกฎหมายทเี่ กย่ี วขอ้ งรองรบั ประเด็นดังกล่าว และในการศึกษาจ�ำเป็นต้องมีที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกฎหมาย โดยเฉพาะ กฎหมายทรัพยส์ ินทางปญั ญา กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายสิง่ แวดล้อม เข้ามาร่วมด�ำเนินการจึงจะทำ� ให้ การด�ำเนินงานของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกบรรลุผลต่อไป จึงเป็นท่ีมาและความส�ำคัญของ การศึกษาในครัง้ นี้ 2. กรอบกตกิ าระหว่างประเทศท่ีสำ� คญั 2.1 กฎหมายสิ่งแวดลอ้ มระหว่างประเทศ (International Environmental Law) ความตกลงระหว่างประเทศท่ีถือได้ว่ามีความส�ำคัญที่สุดเม่ือกล่าวถึงประเด็นเร่ืองทรัพยากรพันธุกรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ และการแสดงออกทางวัฒนธรรมดัง้ เดมิ คือ อนุสญั ญาสหประชาชาตวิ า่ ด้วยความหลากหลายทาง ชวี ภาพ ค.ศ. 1992 (United Nations Convention on Biological Diversity: CBD)[12] และเอกสารกฎหมาย สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศอีก 3 ฉบับ ได้แก่ พิธีสารนาโกยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรมและการแบ่ง ปันผลประโยชน์ทีเ่ กดิ จากการใชท้ รัพยากรพนั ธกุ รรมทเี่ ป็นธรรมและเทา่ เทียม ค.ศ. 2010 (Nagoya Protocol on Access to Genetic Resources and the Fair and Equitable Sharing of Benefits Arising from their Utilization: Nagoya Protocol) สนธิสัญญาระหวา่ งประเทศวา่ ด้วยทรัพยากรชวี ภาพดา้ นพชื เพอื่ การเกษตรและ การอาหาร (International Treaty on Plant Genetic Resources for Food and Agriculture: ITPGRFA)[13] และอนุสัญญาเพ่ือต่อต้านการเกิดทะเลทรายในประเทศท่ีประสบภัยแล้งรุนแรงและ/หรือการเกิดทะเลทราย โดยเฉพาะในแอฟรกิ า ค.ศ. 1994 (United Nations Convention to Combat Desertification in Those Countries Experiencing Serious Drought and/or Desertification, Particularly in Africa: UNCCD)[14] 2.1.1 อนุสญั ญาว่าดว้ ยความหลากหลายทางชวี ภาพ อนสุ ญั ญา CBD มบี อ่ เกดิ จากการประชมุ สหประชาชาตวิ า่ ดว้ ยสง่ิ แวดลอ้ มและการพฒั นา (United Nations Conference on Environment and Development: UNCED) ในปี ค.ศ. 1992 ท่ีนครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซลิ [15] CBD ตราขน้ึ เพอ่ื ไปสเู่ ปา้ ประสงคท์ สี่ ำ� คญั ในการพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื (Sustainable Development)[16] โดย CBD เป็นเอกสารกฎหมายระหว่างประเทศฉบับแรกของโลกที่มีสภาพบังคับ ที่ให้การรับรองสิทธิของชุมชน ในส่วนที่เก่ียวกับการอนุรักษ์ การสงวน การรักษาและการคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมและส่ิงแวดล้อมธรรมชาติ อาจกล่าวได้ว่า อนุสัญญา CBD จึงเปรียบเสมือนกับรัฐธรรมนูญของกฎหมายทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญา ทอ้ งถิน่ และการแสดงออกทางวฒั นธรรมดัง้ เดิม สาระส�ำคัญของ CBD คือมีการรับรองหลักการเร่ืองอ�ำนาจอธิปไตยแห่งรัฐเหนือทรัพยากรธรรมชาติ[17] รัฐประชาคมจึงมีอ�ำนาจโดยชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศในการที่จะใช้ประโยชน์หรือจัดการทรัพยากร Position-5.indd 82 9/13/19 16:05
กลุ่มที่ 2 ประเด็นการพัฒนาเพือ่ ยกระดบั การแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 83 ธรรมชาติภายในรัฐตนได้อย่างอิสระ หลักการดังกล่าวได้กลายมาเป็นจารีตประเพณีของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อ�ำนาจอธิปไตยเช่นว่านั้น อาจถูกจ�ำกัดในกรณีท่ีเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับรัฐประชาคมตาม หลกั การว่าด้วย “ความเป็นหว่ งของมวลมนุษยชาติ” ยงิ่ กว่านน้ั CBD ไดใ้ ห้การรับรองสทิ ธิของชุมชนเปน็ คร้ังแรก การรับรองสทิ ธิดังกลา่ วแสดงให้เห็นถึงความ ส�ำคัญแห่งสิทธิของชุมชนในฐานะเป็นผู้ใช้ทรัพยากรพันธุกรรม โดย CBD ได้รับรองและให้การคุ้มครองว่าชุมชน พื้นเมืองและชุมชนในฐานะเป็นเจ้าของภูมิปัญญาท้องถ่ิน เอกชนผู้ใดผู้หนึ่งจะเป็นเจ้าของมิได้ตามหลักการว่าด้วย มรดกของมวลมนุษยชาติ CBD[18] ก�ำหนดหลักการสำ� คัญไว้หลายประเด็นเก่ียวกับทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญา ท้องถน่ิ และการแสดงออกทางวฒั นธรรม ได้แก่ การอนรุ ักษค์ วามหลากหลายทางชีวภาพ ซ่งึ ถอื ว่าเป็นปจั จยั ส�ำคัญ ทชี่ ว่ ยสง่ เสรมิ และรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งยง่ั ยนื [19] การสนบั สนนุ เพอื่ ใหม้ กี ารใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ ความหลากหลายทางชวี ภาพอยา่ งยงั่ ยนื โดยรฐั สมาชกิ จะตอ้ งดำ� เนนิ การกำ� หนดแนวนโยบายดงั กลา่ วตามพนั ธกรณี ที่ CBD ได้วางไว้ และจะต้องเป็นไปในลักษณะท่ีก่อให้เกิดการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะ อยา่ งย่ิง มาตรา 8(j) แหง่ อนุสญั ญาดงั กลา่ วได้บญั ญตั ิไว้ว่า ภาคีสมาชิก จะต้องให้ความเคารพ สงวนและรักษาภูมิปัญญา นวัตกรรม และ แนวปฏิบัติของชนพื้นเมืองและชุมชนด้านภูมิปัญญาท้องถ่ิน วิถีชีวิตที่เก่ียวกับการอนุรักษ์และ ใช้ทรัพยากรอย่างย่ังยืน และสนับสนุนการต่อยอดองค์ความรู้ดังกล่าว เพ่ือเกิดการแบ่งปัน ผลประโยชน์อยา่ งเท่าเทียม ขอบเขตและสาระส�ำคัญการคุ้มครองดังกล่าวมีความเก่ียวพันกับประเด็นเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น[20] และ กฎหมายทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา อาทิ กฎหมายคุม้ ครองพันธ์พุ ืช[21] กฎหมายคมุ้ ครองสิง่ บ่งช้ีทางภมู ศิ าสตร[์ 22] อย่าง ใกล้ชดิ ประเทศไทยเปน็ ภาคีอนุสญั ญาดังกลา่ วในวนั ท่ี 29 มกราคม 2004 (พ.ศ. 2547) มพี นั ธกรณีภายใต้ CBD ท่ีจะต้องปฏบิ ตั ติ ามกรอบอนุสญั ญา CBD โดยมีพระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองพันธพ์ุ ืช พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญตั ิ ค้มุ ครองและส่งเสริมภมู ปิ ัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ตราขึน้ เพ่ือรองรบั พนั ธกรณภี ายใต้ CBD 2.1.2 พิธสี ารนาโกยา (Nagoya Protocol) พิธีสารนาโกยาว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพและการแบ่งปันผลประโยชน์จากความหลากหลายทาง ชีวภาพอย่างเป็นธรรมและเที่ยงธรรม หรือ “พิธีสารนาโกยา” (Nagoya Protocol on Access to Genetic Resources and the Fair and Equitable Sharing of Benefits Arising from the Biological Diversity: Nagoya Protocol)[23] เป็นเอกสารอีกฉบับที่มีความส�ำคัญกับประเด็นการวิจัย โดยพิธีสารนาโกยาเป็นเอกสารท่ี ก�ำหนดแนวทางในการปรับใช้หลักการของอนุสัญญา CBD ในภาคปฏิบัติในเร่ือง “การแบ่งปันผลประโยชน์จาก ทรัพยากรชีวภาพ อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม” ซ่ึงเป็น 1 ใน 3 หลักการและวัตถุประสงค์ส�ำคัญของ CBD พธิ ีสารดังกล่าวมผี ลบงั คบั ใชต้ ั้งแต่วนั ที่ 12 ตลุ าคม ค.ศ. 2014 และมีรัฐประชาคมใหส้ ัตยาบัน 50 ประเทศ รวม ท้งั ประเทศไทยซงึ่ รว่ มลงนามต้งั แต่วนั ท่ี 31 มกราคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) ความส�ำคัญของพิธีสารนาโกยา คือการสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับแนวปฏิบัติว่าด้วยการ “เข้าถึงและ แบ่งปันผลประโยชน์” เกี่ยวกับทรัพยากรชีวภาพอันเป็นหลักการที่รองรับใน CBD และ ITPGRFA ดังกล่าว ข้างตน้ พิธีสารดงั กลา่ วก�ำหนดหลกั เกณฑแ์ ละเง่อื นไขทมี่ คี วามชัดเจนยง่ิ ขึน้ โดยกำ� หนดให้รฐั สมาชิกด�ำเนินการใน 3 ประเด็นดงั ต่อไปน้ี Position-5.indd 83 9/13/19 16:05
84 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย 1. จดั ตัง้ องคก์ รระดบั ชาติ (National Focus Points: NFPs) หรือองค์กรระดบั รัฐอ่ืน (Competent National Authorities: CNAs) เพอ่ื ทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ องคก์ รกลางในการประสานงานในการใหข้ อ้ มลู การกำ� หนดอนญุ าต การศึกษาวจิ ยั และให้ความรว่ มมอื เก่ยี วกบั ประเด็นดา้ นทรพั ยากรชีวภาพ 2. ดำ� เนนิ การจดั ทำ� Clearing House เกย่ี วกบั การเขา้ ถงึ และแบง่ ปนั ผลประโยชนจ์ ากทรพั ยากรชวี ภาพ ทางเศรษฐกจิ เพอ่ื เป็นฐานข้อมลู (database) ในการแลกเปลี่ยนองคค์ วามรู้ อาทิ กฎระเบยี บทเ่ี กยี่ วกับการเขา้ ถึง แหลง่ ทรพั ยากรชวี ภาพภายในประเทศสมาชกิ กฎหมายเกยี่ วกบั การแบง่ ปนั ผลประโยชน์ จากทรพั ยากรชวี ภาพทาง เศรษฐกจิ และขอ้ มลู เกยี่ วกบั หนว่ ยงานภาครฐั หรอื องคก์ รหลกั ทที่ ำ� หนา้ ทดี่ แู ลประเดน็ เกยี่ วกบั ความหลากหลายทาง ชีวภาพ 3. การเสรมิ สรา้ งขดี ความสามารถภาครฐั (capacity building) ในการออกกฎระเบยี บ หรอื ตรากฎหมาย ท่เี ก่ียวกบั การสง่ เสริม สนบั สนุนและคุม้ ครองทรพั ยากรชีวภาพ การเสริมสร้างขดี ความสามารถภาครัฐดงั กลา่ วขา้ งต้น พิธีสารฯ เปิดโอกาสใหร้ ฐั สมาชกิ ดำ� เนนิ การตรวจ สอบและประเมินผลภายในถึงความส�ำคัญและความต้องการว่ารัฐจะด�ำเนินการส่งเสริมขีดความสามารถภาครัฐใน ประเดน็ เรื่องใด อาทิ - การพฒั นาระบบกฎหมายท่เี ก่ียวกบั ABS - การพัฒนาองคก์ รหรอื สถาบันระดบั ชาติเกยี่ วกบั ประเดน็ ทรัพยากรชวี ภาพ - การส่งเสริมและสรา้ งความเขา้ ใจเก่ยี วกับความสำ� คญั ของทรัพยากรชีวภาพ - การแลกเปลย่ี นทางองค์ความรู้และเทคโนโลยีดา้ นชวี ภาพ - สนับสนุนด้านการเงินเกี่ยวกับการศกึ ษาประเดน็ ตา่ ง ๆ ดา้ นทรพั ยากรชีวภาพ ด้วยกองทุนสงิ่ แวดลอ้ ม โลก (Global Environment Fund: GEF) 2.1.3 สนธิสญั ญา ITPGRFA นอกเหนือจากอนุสัญญา CBD และพิธีสารนาโกยายังมีสนธิสัญญา ITPGRFA ซ่ึงเป็นเอกสารกฎหมาย ระหว่างประเทศที่ส�ำคัญอีกฉบับ โดยมีวิวัฒนาการมาจากกรอบระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรชีวภาพ ด้านพืช (1983 International Undertaking for Plant Genetic Resources: IU)[24] เป็นเอกสารที่ไม่มีสภาพบังคับ ขององคก์ ารอาหารและการเกษตร (FAO) โดยก่อนที่ ITPGRFA จะมีผลใชบ้ งั คับ IU เป็นเอกสารส�ำคัญท่ีก�ำหนด หลักเกณฑ์ของประชาคมโลกในการใช้ทรัพยากรชีวภาพพืช มีการจัดต้ังกองทุนเพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริม และ สนับสนุนการแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรชีวภาพ วัตถุประสงค์ของ IU ท่ีส�ำคัญคือการสนับสนุน ให้ประชาคมโลกตระหนักถึงความส�ำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพ่ือช่วยเหลือเกษตรกร และชุมชน การเกษตรในการคุ้มครองและรักษาทรัพยากรพันธุกรรมซึ่งเป็นองค์ประกอบส�ำคัญใช้ในการผลิตอาหารและใน กระบวนการทางการเกษตร อย่างไรก็ตาม IU เป็นกฎหมายระหว่างประเทศแบบ Soft Law ไม่มีสภาพบังคับ ให้รัฐประชาคมต้องปฏิบัตติ าม ฉะน้นั จึงเกดิ การปรับปรงุ ขอ้ ด้อยของ IU ในปี ค.ศ. 2001 เกดิ สนธสิ ญั ญาระหวา่ ง ประเทศท่ีมสี ภาพบังคบั ทำ� หนา้ ทค่ี วบคุมดแู ลประเด็นด้านทรัพยากรชวี ภาพภายใต้ ITPGRFA[25] ภายหลังการประกาศใช้ในวันท่ี 29 มิถุนายน 2004 มีประเทศให้สัตยาบันเป็นภาคีสมาชิกสนธิสัญญา ดังกล่าว 55 ประเทศ และอีก 50 ประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีในภายหลัง ประเทศไทยยังมิได้เข้าร่วมเป็นภาคี สนธิสัญญาดังกล่าว ท่าทีและสถานะของประเทศไทยท่ีมีต่อ ITPGRFA ยังอยู่ในสถานะประเทศผู้สังเกตการณ์ สนธิสัญญา ITPGRFA ให้ความส�ำคัญกับประเด็นในเรื่องของการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถ่ินที่เกี่ยวกับทรัพยากร พนั ธกุ รรมดา้ นพชื ซงึ่ เปน็ การเนน้ ยำ�้ ถงึ ความสำ� คญั ของสทิ ธชิ มุ ชนในความเปน็ เจา้ ของภมู ปิ ญั ญาทแี่ ทจ้ รงิ ตามท่ี CBD Position-5.indd 84 9/13/19 16:05
กล่มุ ที่ 2 ประเดน็ การพฒั นาเพ่ือยกระดบั การแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก 85 ได้เคยให้การรับรองไว้ รวมตลอดท้ังให้ความส�ำคัญกับการแบ่งปันผลประโยชน์อันอาจจะเกิดจากการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรชีวภาพทั้งปวง สนับสนุนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชนการเกษตรในการตัดสินของภาครัฐ ซึ่งหลักการดังกล่าวเป็นการด�ำเนินการตามหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนตามครรลองของหลักประชาธิปไตยใน สิ่งแวดล้อม[26] ยิง่ กวา่ นัน้ ITPGRFA ใหค้ วามส�ำคญั กับการคุ้มครองสทิ ธิของเกษตรกร (Farmers’ Rights) ตามที่ ปรากฏในมาตรา 9 ซงึ่ บญั ญตั ิใหร้ ัฐสมาชกิ ก�ำหนดมาตรการดังตอ่ ไปน้ี 1. คุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือองค์ความรู้ดั้งเดิมที่เก่ียวกับทรัพยากรชีวภาพพืชเพ่ือการเกษตรและ การอาหาร 2. รับรองสิทธิในการมีส่วนร่วมของชุมชนการเกษตรในการได้รับการแบ่งปันประโยชน์จากการใช้ ทรัพยากรชีวภาพอยา่ งเท่าเทียม 3. สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ ในประเด็นท่ีเก่ียวกับการอนุรักษ์ และการใช้ ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรชีวภาพพชื อยา่ งย่ังยนื เพ่ือการอาหารและการเกษตร จากบทบญั ญตั มิ าตรา 9 ของสนธสิ ญั ญา ITPGRFA จะเหน็ ไดว้ า่ เปน็ เอกสารฉบบั แรกทกี่ ลา่ วถงึ การเกษตร อยา่ งยงั่ ยนื มกี ารผสมผสานหลกั การของ CBD ในเอกสารดงั กลา่ ว และยงิ่ กวา่ นนั้ ITPGRFA ใหค้ วามสำ� คญั กบั ประเดน็ เรือ่ ง “สทิ ธิของเกษตรกร” อยา่ งเป็นรปู ธรรม กล่าวคอื สนธิสัญญา ITPGRFA ให้การรบั รองสทิ ธิของเกษตรกรใน การเก็บ เพาะปลกู แลกเปลยี่ น การขายเมลด็ พันธุท์ ีผ่ ่านการเพาะปลกู มากอ่ น จะเห็นได้ว่า ITPGRFA มีการกล่าว ถึงประเด็นเรอ่ื งสทิ ธิของเกษตรกรว่าเกยี่ วข้องกับทรัพยากรชีวภาพ เพ่ิมเติมครอบคลุมยงิ่ กว่าอนสุ ัญญา CBD 2.2 กฎหมายทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาระหวา่ งประเทศ (International Intellectual Property Law) 2.2.1 ข้อตกลงทางการค้าท่เี ก่ยี วกบั สิทธิในทรัพยส์ ินทางปญั ญา ข้อตกลงทางการค้าท่ีเก่ียวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หรือ “ข้อตกลงทริปส์” (Agreement on Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights: TRIPS Agreement) เปน็ หน่งึ ในขอ้ ตกลงในการ จดั ต้ังองค์การการคา้ โลก (World Trade Organization: WTO) ก่อให้เกิดการสร้างมาตรฐานขัน้ ต่ำ� ในการค้มุ ครอง สทิ ธใิ นทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาทวั่ โลก โดยทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาทไ่ี ดร้ บั ความคมุ้ ครองภายใตข้ อ้ ตกลงทรปิ ส์ ประกอบดว้ ย 8 สาขา ไดแ้ ก่ ลขิ สิทธ์ิ สทิ ธิบตั ร เครอ่ื งหมายการค้า ส่ิงบ่งช้ที างภูมิศาสตร์ คุ้มครองพันธุ์พชื ออกแบบผลิตภัณฑ์ ผงั ภมู วิ งจรรวม และความลบั ทางการคา้ จะเหน็ ไดว้ า่ ขอ้ ตกลงทรปิ สม์ ไิ ดก้ ลา่ วถงึ เรอ่ื งของ “ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ” หรอื เรื่อง “การแสดงออกทางวัฒนธรรมด้ังเดิม” ไว้แต่ประการใด สาเหตุหน่ึงเป็นเพราะ ส่ิงท่ีจะได้รับความคุ้มครอง ทรัพย์สินทางปัญญาจะต้องมีความใหม่ (new) ประเด็นนี้จึงเป็นสาเหตุส�ำคัญท่ีบรรดารัฐประชาคม โดยเฉพาะ กลุ่มประเทศก�ำลังพัฒนาในความพยายามท่ีจะสร้างกฎระเบียบในระดับระหว่างประเทศให้ความคุ้มครองเร่ืองของ ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ ท่มี ีลักษณะและสภาพบงั คบั ดงั เชน่ ข้อตกลงทรปิ ส์ 2.2.2 กรอบการเจรจา WIPO IGC สำ� หรบั กรอบการเจรจา WIPO IGC เปน็ ความพยายามของบรรดารฐั สมาชกิ ทจ่ี ะสรา้ งบรรทดั ฐานระหวา่ ง ประเทศในเรอื่ งการคมุ้ ครองภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ทขี่ าดหายไปในข้อตกลง ทรปิ ส์ โดยรฐั สมาชกิ ได้เพ่ิมเติมสาระสำ� คญั ของกติกาเป็น 3 สาขาให้ครอบคลุมประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาท่ีเก่ียวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น (Traditional Knowledge: TK) ทรัพยากรพันธุกรรม (Genetic Resources: GR) และการแสดงออกทางวัฒนธรรมด้ังเดิม (Traditional Cultural Expression: TCE) ปจั จุบันกรอบ WIPO IGC ยงั อยู่ระหวา่ งการเจรจาและไมเ่ ปน็ ท่ยี ุติ Position-5.indd 85 9/13/19 16:05
86 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย กรอบการเจรจา WIPO IGC อย่างไรกต็ ามกรอบการเจรจาดังกล่าวมคี วามส�ำคัญตอ่ ประเดน็ เรอ่ื งการคุ้มครองและ สง่ เสรมิ ภมู ิปญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย และการศึกษาวิเคราะห์ในครงั้ น้ี 3. กรอบการเจรจาระหวา่ งประเทศ WIPO IGC 3.1 ท่ีมาท่นี �ำไปสกู่ ารเจรจากรอบ WIPO IGC ปัจจุบันกรอบการเจรจาด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ินและ การแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมภายใต้ WIPO IGC อยู่ในระหว่างการเจรจาหาข้อยุติ ประเด็นที่น�ำมาสู่การ เจรจาภายใต้ WIPO IGC มีผลเหตุมาจากการเมอื งระหวา่ งประเทศ ซ่งึ สรปุ ปัจจัยท่ีน�ำมาสู่การเจรจา WIPO IGC ได้อยา่ งน้อย 4 ประการ ประการแรก องค์การการคา้ โลก (WTO) กอ่ ให้เกิดการสรา้ งมาตรฐานขนั้ ต่ำ� ในการคมุ้ ครองทรพั ยส์ นิ ทาง ปญั ญาทั่วโลกภายใต้ขอ้ ตกลงทริปส์ (TRIPS Agreement) โดยขอ้ ตกลง ทริปส์กล่าวเฉพาะประเดน็ ด้านทรัพยส์ ิน ทางปัญญาที่เก่ียวกับทรัพยากรพันธุกรรม (IP-related GR) แต่มิได้กล่าวถึงเร่ืองของการคุ้มครองภูมิปัญญา ท้องถ่ิน หรือการแสดงออกทางวฒั นธรรมดั้งเดิมไว้แตป่ ระการใด เนื่องจากทง้ั สองประเดน็ เปน็ ส่ิงทมี่ อิ าจได้รบั ความ คมุ้ ครองในระบบกฎหมายทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา[27] ยงิ่ กวา่ นน้ั ประเดน็ เรอื่ งทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาทเ่ี กยี่ วพนั กบั ทรพั ยากร พนั ธกุ รรมยงั เกดิ กรณปี ญั หาเกยี่ วกบั การฉกฉวยทรพั ยากร (Misappropriation) หรอื การนำ� ทรพั ยากรตามธรรมชาติ ซงึ่ ชมุ ชนเปน็ ผอู้ นรุ กั ษ์ สงวนหรอื รกั ษาไวต้ งั้ แตบ่ รรพบรุ ษุ ไปขอรบั ความคมุ้ ครองทางทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา โดยเฉพาะ การจดทะเบยี นสทิ ธิบตั ร[28] ประการที่สอง ประเทศที่เป็นสมาชิก WTO รวมท้ังประเทศไทย เป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญา CBD ซึ่ง เป็นกรอบกติกาสำ� คญั ท่ีเกีย่ วกบั GR TK และ TCE ก�ำหนดใหร้ ัฐสมาชิกปรับใช้มาตรการในการคุม้ ครอง สง่ เสรมิ และป้องกันทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ินและการแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิม พันธกรณีดังกล่าว ยังขาดประสิทธิภาพในการบังคับให้ภาคีสมาชกิ ปฏิบตั ติ าม[29] ประการทส่ี าม กรอบกตกิ าระหวา่ งประเทศทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั ประเดน็ TK GR หรอื TCE ซงึ่ มอี ยกู่ ระจดั กระจาย หลายฉบับ ขอบเขตวัตถปุ ระสงค์ในการคมุ้ ครองมคี วามแตกตา่ งกนั และมีจ�ำนวนภาคีสมาชิกไมเ่ ทา่ กนั กรณีนจี้ ึงส่ง ผลใหก้ ารบงั คบั ใชก้ ฎหมายภายในของแตล่ ะประเทศแตกตา่ งกนั ตามการเขา้ เปน็ ภาคสี มาชกิ ของแตล่ ะประเทศ และ ขาดความเป็นเอกภาพในระดบั ระหวา่ งประเทศ[30] ประการสุดท้าย ประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศก�ำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา (Least Developed Countries: LDCs) ยังเผชิญความกดดันจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วภายใต้การจัดท�ำเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคี (Free Trade Agreements: FTAs)[31] ที่บรรจุหลักการและขยายขอบเขตการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เกินกวา่ มาตรฐานข้ันต�่ำท่กี �ำหนดไว้ในขอ้ ตกลงทรปิ ส์ หรอื ทีเ่ รยี กว่า “TRIPS-Plus”[32] 3.2 ประเด็นทีถ่ ูกหยบิ ยกและเคา้ โครงกรอบการเจรจา WIPO IGC ปจั จบุ นั กรอบการเจรจา WIPO IGC วา่ ดว้ ยทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาทเี่ กย่ี วกบั ทรพั ยากรพนั ธกุ รรม ภมู ปิ ญั ญา ท้องถ่ินและการแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิม ยังไม่ได้ข้อยุติระหว่างสมาชิกและอยู่ระหว่างการเจรจา แม้การ เจรจาเพ่ือจัดท�ำกรอบกติกาดังกล่าวยังไม่ได้ข้อยุติ แต่สมาชิกได้ตกผลึกในประเด็นสาระส�ำคัญที่ก่อให้เกิดร่าง ข้อบทภายใต้ WIPO IGC ในประเด็นดงั กล่าวแลว้ ซึง่ ประกอบไปด้วยสาระส�ำคญั 10 ประการดังต่อไปนี้ Position-5.indd 86 9/13/19 16:05
กลมุ่ ท่ี 2 ประเด็นการพัฒนาเพ่อื ยกระดบั การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก 87 รายละเอยี ดนยิ ามคำ� ศพั ทท์ ่ีสำ� คัญ (List of Terms) I. คำ� ปรารภ หรอื อรมั ภบท (Preamble) ซงึ่ เปน็ เสมอื นหลกั การและเหตผุ ลของการจดั ทำ� กรอบกตกิ า ดังกล่าว II. วตั ถุประสงค์ (Policy Objectives) ของกรอบความตกลง III. สาระส�ำคญั เกยี่ วกบั สง่ิ ทจ่ี ะไดร้ ับความค้มุ ครอง (Subject-matters) IV. การเปดิ เผยแหล่งท่ีมา (Disclosure of Origin) V. มาตรการป้องกนั (Defensive Measures) VI. การจดั ท�ำฐานขอ้ มูล (Database) VII. ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างร่างข้อบทกับความตกลงระหว่างประเทศอื่น ๆ อาทิ Patent Cooperation Treaty (PCT) และ Patent Law Treaty (PLT) VIII. ความร่วมมอื เกีย่ วกับมาตรการพรมแดน (Transboundary Measures) IX. ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิค ความร่วมมือและการเสริมสร้างขีดความสามารถ (Technical Assistance, Cooperation and Capacity-Building) สำ� หรับกล่มุ ท่มี ีบทบาทส�ำคญั ในการผลกั ดันให้เกดิ รา่ งขอ้ บทดังกลา่ ว สามารถแบ่งออกเป็น 2 กล่มุ อยา่ ง ชัดเจน ไดแ้ ก่ กลุ่มประเทศท่ีพัฒนาแลว้ อาทิ สหรฐั อเมรกิ า ญป่ี ุน่ และสหภาพยโุ รป และกล่มุ ประเทศกำ� ลังพัฒนา อย่าง อินเดยี ประเทศสมาชกิ อาเซยี น และหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้ สรุปประเดน็ การเจรจาได้ดงั น้ี 3.2.1 การก�ำหนดวตั ถปุ ระสงคข์ องกรอบกติกา (Policy Objectives) วัตถุประสงค์ส�ำคัญของกรอบกติกาภายใต้ WIPO IGC ประกอบด้วย 4 หลักการที่ส�ำคัญ ได้แก่ (1) การก่อให้เกิดความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (2) การป้องกัน การน�ำภูมิปัญญาไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต (3) การส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดคล้องกับกรอบ ความตกลงระหว่างประเทศฉบับต่าง ๆ ท่เี ก่ียวข้อง และ (4) การป้องกนั และลดปริมาณการจดทะเบยี นสิทธบิ ตั รท่ี ผดิ พลาด โดยกลุ่มการเจรจาWIPO IGC มีท่าทีตอ่ หลกั การท้งั สปี่ ระการข้างตน้ ที่แตกต่างกันดังน้ี ทา่ ทขี องกลมุ่ ประเทศพฒั นาแลว้ ไมส่ นบั สนนุ การใชค้ ำ� วา่ “การขโมย/ยกั ยอก” หรอื “Misappropriation” โดยเฉพาะสหรฐั อเมรกิ าเสนอใหต้ ดั คำ� วา่ “Misappropriation” ออกจากการกำ� หนดวัตถปุ ระสงคข์ องกรอบความ ตกลงทก่ี ำ� ลงั เจรจา เนื่องจากขดั กบั กฎหมายภายในประเทศของอเมรกิ า และเสนอใหใ้ ชค้ ำ� วา่ “การนำ� ไปใชโ้ ดยมไิ ด้ รับอนญุ าต” (Unauthorized Access/Use) แทนทีค่ ำ� ดงั กลา่ ว ท่าทีของกลุ่มประเทศก�ำลังพัฒนา ส�ำหรับกลุ่มประเทศก�ำลังพัฒนาเน้นย้�ำเรื่อง “การฉกฉวย” (Misappropriation) และต้องการให้คำ� ดังกล่าวไปปรากฏอยู่ในกรอบความตกลงท่ีก�ำลังเจรจาภายใต้ WIPO IGC บางประเทศ อาทิ อินเดีย และนามิเบียยังเสนอให้มีการใช้ค�ำว่า “โจรสลัดชีวภาพ” (Bio-piracy) แทนท่ีค�ำว่า Misappropriation และบางประเทศ อาทิ ฟิลิปปนิ ส์และ แอฟรกิ าใต้ เสนอใหใ้ ส่ประเดน็ เรอ่ื งการเขา้ ถงึ และแบ่ง ปนั ผลประโยชน์จากทรัพยากรพนั ธกุ รรมในลกั ษณะเดยี วกับอนสุ ญั ญา CBD ไว้ในกรอบกติกาของ WIPO IGC จะเหน็ ไดว้ า่ ประเดน็ เรอ่ื งการกำ� หนดวตั ถปุ ระสงคข์ องรา่ งกรอบความตกลงภายใต้ WIPO IGC มคี วามเหน็ ที่แตกต่างกันในเรื่องนิยามค�ำศัพท์ โดยเฉพาะการใช้ค�ำว่า “Misappropriation” “Bio-Piracy” และค�ำว่า “Unauthorized Access/Use” ประเดน็ ดงั กลา่ วจะไดน้ ำ� ไปวเิ คราะหว์ า่ ประเทศไทยควรวางทา่ ที (Position) เกย่ี ว กบั ประเดน็ ดังกลา่ วอยา่ งไรในบทตอ่ ไป Position-5.indd 87 9/13/19 16:05
88 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย 3.2.2 ส่ิงที่จะได้รับความคมุ้ ครอง (Protectable Subject-Matters) ประเด็นเรือ่ ง “สงิ่ ทจ่ี ะได้รบั ความคุ้มครอง” (Protectable Subject-Matters) ภายใตก้ รอบความตกลง WIPO IGC เปน็ อีกประเด็นท่ีสำ� คัญ โดยประกอบดว้ ย 3 ประเดน็ ส�ำคัญในการถกเถยี งระหวา่ งสมาชิก ได้แก่ 1. การคมุ้ ครองทรพั ยากรพนั ธกุ รรมควรจะคมุ้ ครองเฉพาะในระบบกฎหมายสทิ ธบิ ตั ร หรอื ทรพั ยส์ นิ ทาง ปัญญาทกุ ประเภทที่เกี่ยวข้อง 2. การขยายความคุ้มครองทรพั ยากรพนั ธกุ รรมให้ครอบคลมุ ถึงเร่อื งอนุพันธุ์ (Derivatives) 3. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งทรพั ยากรพนั ธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถิน่ ประเด็นเร่ือง “สิ่งที่จะได้รับความคุ้มครอง” (Subject-Matters) มีความเก่ียวพันกับเรื่องลักษณะ ของทรพั ยากรพนั ธกุ รรมทจ่ี ะไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามกฎหมาย และกฎหมายในเรอื่ งใดจะคมุ้ ครองประเดน็ GR เหมาะ สมที่สดุ ประเด็นเรอ่ื งอนุพนั ธุ์ (Derivatives) และประเด็นเรือ่ งทรพั ยากรพันธกุ รรมที่มคี วามเกี่ยวพนั กับภูมปิ ญั ญา ท้องถ่ิน ซ่ึงจะเป็นอีกประเด็นที่จะได้มีการวิเคราะห์ในบทต่อไปว่าประเทศไทยควรวางท่าทีและมาตรการรองรับใน เรอ่ื งนี้อย่างไร ใหม้ ีความเหมาะสม ทา่ ทขี องกลุม่ ประเทศทีพ่ ฒั นาแล้ว กลมุ่ ประเทศทีพ่ ัฒนาแล้ว อาทิ สหรฐั อเมรกิ า และยโุ รปมีทา่ ทีท่ชี ดั เจน ในการเสนอให้กล่าวถึงการคมุ้ ครองเรือ่ งของ GR กลา่ วไว้ในระบบกฎหมายสทิ ธบิ ตั รเทา่ นัน้ และไมส่ นับสนุนในเรื่องการ คุ้มครองไปถงึ อนพุ ันธ์ุ (Derivatives) เน่อื งจากเร่อื งของอนพุ นั ธกุ์ ลุ่มประเทศกลุม่ พฒั นามองว่า หลายประเทศเปน็ ภาคี อนสุ ญั ญาระหวา่ งประเทศวา่ ดว้ ยการคมุ้ ครองพนั ธพ์ุ ชื ใหม่ (UPOV Convention) มกี ลไกทางกฎหมายภายในในการรองรบั ประเดน็ ดงั กลา่ วภายใตก้ ฎหมายทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาวา่ ดว้ ยการคมุ้ ครองพนั ธพ์ุ ชื อยแู่ ลว้ เรอื่ งการคมุ้ ครองอนพุ นั ธใ์ุ นระบบ กฎหมายทรัพยส์ ินทางปัญญา จงึ อยู่ในขอบเขตของกฎหมายค้มุ ครองพนั ธพ์ุ ชื มากกว่าจะเปน็ เรอ่ื งสิทธิบตั ร ท่าทีของกลุ่มประเทศก�ำลังพัฒนา ส�ำหรับกลุ่มประเทศก�ำลังพัฒนาต้องการให้มีการนิยามส่ิงที่จะได้รับความ คุ้มครองตามกฎหมาย ที่เปิดกว้างไม่เจาะจงแต่ระบบสิทธิบัตร จะท�ำให้การคุ้มครองเรื่องทรัพยากรพันธุกรรมมีความ สมบรู ณย์ ่ิงขน้ึ 3.2.3 การเปดิ เผยแหลง่ ทมี่ า (Disclosure of Origins) ประเดน็ เรอ่ื งการเปดิ เผยแหลง่ ทมี่ า (Disclosure of Origins) เปน็ ประเดน็ สำ� คญั ทหี่ ลายประเทศเหน็ ควร วา่ ควรมขี อ้ ก�ำหนดทางกฎหมาย โดยเฉพาะในกฎหมายสทิ ธิบตั ร และกฎหมายทีเ่ กีย่ วขอ้ งในการเปดิ เผยแหลง่ ทีม่ า ของส่ิงทีน่ ำ� มาขอรับความคุม้ ครองสิทธบิ ตั ร และทรพั ย์สินทางปญั ญาในประเภทอื่น ๆ อาทิ พันธุ์พชื หรือภูมปิ ญั ญา ท้องถิน่ ในลักษณะต่าง ๆ ประเดน็ เรอื่ งการเปดิ เผยแหลง่ ทม่ี าสรุปทา่ ทขี องแต่ละกลมุ่ ไดด้ งั นี้ ทา่ ทขี องกลมุ่ ประเทศพฒั นาแล้ว ไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั การเปดิ เผยแหลง่ ทม่ี า และเห็นว่าการเปดิ เผยแหลง่ ท่มี าควรมี ลกั ษณะเปน็ แบบสมคั รใจเปดิ เผย (Voluntary Disclosure) และจะเปน็ การสรา้ งอปุ สรรคทางการคา้ อนั ขดั ตอ่ วตั ถปุ ระสงค์ หลักของข้อตกลงทรปิ ส์ (TRIPS Agreement) ทวี่ างหลกั ไวว้ ่าการคมุ้ ครองและบังคับใช้กฎหมายทรพั ยส์ ินทางปญั ญาจะ ตอ้ งไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ อปุ สรรคและการกดี กนั ทางการคา้ ระหวา่ งประเทศ นอกจากนี้ บางประเทศ อาทิ สหรฐั อเมรกิ าและญปี่ นุ่ มองวา่ การกำ� หนดหลกั เกณฑด์ งั กล่าวไวใ้ นกฎหมาย (สิทธบิ ตั ร) กอ่ ให้เกิดความลา่ ช้าในการตรวจสอบค�ำขอ (สิทธิบตั ร) ซง่ึ ปกติใช้เวลานานอยู่แลว้ และสง่ ผลตอ่ การนำ� สินคา้ เข้าสู่ตลาดต่อไป ท่าทีของกลุม่ ประเทศกำ� ลงั พัฒนา กลุ่มประเทศกำ� ลังพฒั นา อาทิ อินเดีย ไทย บราซลิ แอฟรกิ าใต้ เป็นตน้ ต้องการใหม้ กี ารเปดิ เผยแหลง่ ที่มาแบบบังคับไวใ้ นกฎหมายภายใน (Mandatory Disclosure) เพื่อปอ้ งกนั ประเดน็ เรอื่ ง การขโมยทรพั ยากรพนั ธกุ รรม และภูมปิ ญั ญาของประเทศตนเอง Position-5.indd 88 9/13/19 16:05
กลุ่มท่ี 2 ประเดน็ การพฒั นาเพ่ือยกระดับการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก 89 จากทา่ ทขี องท้ังสองกลมุ่ จงึ สรุปแนวทางเก่ียวกับการเปดิ เผยแหลง่ ทม่ี า (Disclosure of Origins) ไดเ้ ป็น 2 แนวทาง กลา่ วคือ (1) ก�ำหนดในลกั ษณะสมัครใจ (Voluntary Disclosure) กับ (2) กำ� หนดเป็นเงอื่ นไขหนงึ่ ในกฎหมายภายใน (Mandatory Disclosure) ซ่งึ เปน็ อกี ประเด็นท่สี ำ� คญั ทปี่ ระเทศไทยควรพจิ ารณาว่าจะวางท่า ทอี ยา่ งไรใหเ้ หมาะสม โดยในบทต่อไปจะได้วิเคราะห์ถงึ ข้อดแี ละข้อเสียของแนวทางทง้ั สองประการตอ่ ไป 3.2.4 รายละเอยี ดและสาระสำ� คญั ของการเปดิ เผยแหลง่ ท่ีมา ประเด็นการเปิดเผยแหล่งที่มาน�ำไปสู่ประเด็นเกี่ยวกับเนื้อหาและรายละเอียดว่าการเปิดเผยแหล่งที่มา ควรจะมีเนือ้ หาและสาระสำ� คญั อยา่ งไร ทา่ ทขี องกลมุ่ ประเทศพฒั นาแลว้ สหรฐั อเมรกิ า ซง่ึ เปน็ ผนู้ ำ� ในการเจรจา มองวา่ การเปดิ เผยแหลง่ ทมี่ าจะขดั กบั หลักการของข้อตกลงทริปส์ โดยเฉพาะเร่ืองเง่ือนไขของค�ำขอจดทะเบียนสิทธิบัตร ในมาตรา 29 “Conditions on Patent Applications” จึงเสนอให้มกี ารตดั เรอื่ งการเปิดเผยแหลง่ ทีม่ า (Disclosure of Origins) ไปไว้เป็นขอ้ ยกเวน้ และ ข้อจำ� กดั (ให้เป็นความสมัครใจของผู้ยนื่ คำ� ขอ) เพื่อสรา้ งความยดื หยุน่ ในการก�ำหนดกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ ทา่ ทขี องกลมุ่ ประเทศกำ� ลงั พฒั นา ตอ้ งการใหม้ กี ารกำ� หนดเงอื่ นไขทางกฎหมายเกย่ี วกบั การเปดิ เผยแหลง่ ทมี่ า และเสนอให้การเปิดเผยดงั กลา่ วครอบคลุมไปยัง Country of Origin และ Sources of GR และองค์ประกอบของสิง่ ที่ นำ� มาขอรับความคุม้ ครองตามกฎหมาย ประเดน็ เรอื่ งรายละเอยี ดและเนอ้ื หาของการเปดิ เผยแหลง่ ทมี่ า เปน็ อกี ประเดน็ ทปี่ ระเทศไทยควรพจิ ารณา วา่ หากมกี ารกำ� หนดเงอ่ื นไขทางกฎหมายใหม้ กี ารเปดิ เผยแหลง่ ทมี่ าของสงิ่ ทขี่ อรบั การคมุ้ ครองตามกฎหมาย ควรจะ มสี าระสำ� คญั และเนอ้ื หาอยา่ งไรจงึ จะเหมาะสมสำ� หรบั ประเทศไทย โดยจะนำ� มมุ มองของแตล่ ะฝา่ ยไปใชเ้ ปน็ ฐานใน การวิเคราะห์ และกำ� หนดทา่ ทีทีเ่ หมาะสมสำ� หรับประเทศไทย อันจะได้กล่าวไว้ในบทต่อไป 3.2.5 การก�ำหนดข้อยกเว้นและข้อจำ� กัดเกยี่ วกบั การเปดิ เผยแหล่งทมี่ า สำ� หรบั เรอื่ งการกำ� หนดขอ้ ยกเวน้ และขอ้ จำ� กดั เกยี่ วกบั การเปดิ เผยแหลง่ ทม่ี า เปน็ อกี ประเดน็ ทถี่ กู หยบิ ยก ในการเจรจาภายใต้ WIPO IGC และแตล่ ะประเทศมมี มุ มองทีแ่ ตกตา่ งกนั ท่าทขี องกลมุ่ ประเทศพฒั นาแล้ว เสนอใหม้ ีการกำ� หนดข้อยกเวน้ และขอ้ จำ� กดั ในการเปิดเผยแหล่งที่มาให้มาก ท่สี ุด เพือ่ สร้างความยดื หยุน่ ของกรอบความตกลงระหว่างประเทศ ทา่ ทขี องกลมุ่ ประเทศพฒั นาแลว้ เหน็ ดว้ ยวา่ ควรมกี ารกำ� หนดขอ้ ยกเวน้ และขอ้ จำ� กดั เรอ่ื งการเปดิ เผยแหลง่ ทมี่ า แตอ่ ยากใหเ้ พ่มิ เตมิ ประเด็นเรอื่ ง “ประโยชน์สาธารณะ” (Public Interests) เข้าไว้ในขอ้ ยกเว้นดังกลา่ ว กรอบการเจรจาในประเด็นน้ีจึงเกี่ยวกับ การก�ำหนดข้อยกเว้นและข้อจ�ำกัดของการเปิดเผยแหล่งท่ีมา และเรอื่ งขอ้ ยกเวน้ เพอื่ คมุ้ ครองประโยชนส์ าธารณะ และเปน็ อกี ประเดน็ ทปี่ ระเทศไทยควรทบทวนทา่ ทวี า่ จะดำ� เนนิ มาตรการรองรับเชงิ นโยบายในเรือ่ งนี้อยา่ งไรอนั จะได้วเิ คราะห์ตอ่ ไป Position-5.indd 89 9/13/19 16:05
90 สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย 3.2.6 มาตรการทางกฎหมายกรณีไมป่ ฏบิ ัตติ ามขอ้ ก�ำหนดเรื่องการเปดิ เผยแหลง่ ทม่ี า ท่าทีของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ต้องการให้มีมาตรการบังคับทางกฎหมายกรณีไม่ปฏิบัติตามข้อก�ำหนด เรอื่ งการเปดิ เผยแหลง่ ทมี่ า เนอื่ งจากเห็นวา่ เรอื่ งดงั กล่าวควรเป็นการสมคั รใจ (Voluntary Disclosure) อย่แู ล้ว ท่าทีของกลมุ่ ประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะกล่มุ ประเทศในทวปี แอฟรกิ า อาทิ ไนจีเรีย นามเิ บีย และกาน่า ตอ้ งการใหม้ กี ารกำ� หนดบทลงโทษ (Criminal Sanctions) เพื่อปอ้ งปรามมไิ ดเ้ กดิ กรณีไม่ปฏบิ ัตติ าม และควรมมี าตรการ เยียวยาผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง (เจ้าของ TK หรือ TCE) และควรก�ำหนดแนวทางการเพิกถอนสิทธิบัตรที่มีการรับจด ทะเบียนผดิ พลาด ประเดน็ เรือ่ งการไมป่ ฏบิ ัติตามขอ้ ก�ำหนดเรือ่ งการเปิดเผยแหล่งท่มี า (Failure to Disclosure) เปน็ อีก ประเด็นท่ีสมาชิกเจรจา ซึ่งจะน�ำไปวิเคราะห์ว่าประเทศไทยควรมีท่าทีในเรื่องดังกล่าวอย่างไร และควรด�ำเนินการ เชงิ นโยบายและกฎหมายภายในรองรบั การเจรจาในเรอ่ื งดงั กล่าว อนั จะไดก้ ล่าวในบทต่อไป 3.2.7 สิทธทิ จ่ี ะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพยส์ ินทางปญั ญาส�ำหรับ “ทรัพยากรพันธุกรรม” และ “อนพุ นั ธ”ุ์ ประเดน็ เรอื่ ง “สทิ ธทิ จ่ี ะไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามกฎหมายทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา” สำ� หรบั “ทรพั ยากรพนั ธกุ รรม” และ “อนุพันธุ์” เป็นอีกประเด็นท่ีกลุ่มประเทศก�ำลังพัฒนา ต้องการให้สร้างความชัดเจนว่า ทรัพยากรพันธุกรรมและ อนพุ นั ธต์ุ า่ งๆ ถอื วา่ เปน็ สง่ิ ทมี่ อี ยตู่ ามธรรมชาตแิ ละไมส่ ามารถขอรบั การคมุ้ ครองในระบบกฎหมายทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาได้ ประเด็นนจ้ี ะได้น�ำไปวเิ คราะห์เพอื่ ก�ำหนดทา่ ทีสำ� หรับประเทศไทยในบทต่อไปเชน่ กัน 3.2.8 การสรา้ งสิทธิเฉพาะ (Sui Generis Rights) กบั เจ้าของ TK และ TCE ประเดน็ เรอ่ื งการสิทธเิ ฉพาะกับเจา้ ของ TK และ TCE มีความชัดเจนกวา่ ประเด็นอ่นื ๆ ขา้ งตน้ หลาย ประเทศ โดยเฉพาะกล่มุ ประเทศพฒั นาแล้ว มองว่าควรจะมีการสรา้ งสิทธิเฉพาะสำ� หรบั เจา้ ของ TK และ TCE ใน ลักษณะแบบเดียวกับการให้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (Exclusive Rights) สาเหตุส�ำคัญมาจากกรณีท่ีว่าระบบ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทีป่ รากฏในปจั จุบันมไิ ด้ให้การคุ้มครองเร่ือง TK หรือ TCE เน่ืองจากเป็นส่ิงทีม่ ไิ ดร้ บั ความค้มุ ครอง ตามกฎหมาย เพราะไมผ่ า่ นเรือ่ ง “ความใหม่” (Novelty Requirements) และเมื่อพจิ ารณาหลกั เกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขการไดม้ าซง่ึ สิทธิในทรัพยส์ นิ ทางปัญญาทกุ ๆ ประเภท จะพบว่าเรื่องของ TK และ TCE มิอาจได้ รบั ความคมุ้ ครอง ในระบบกฎหมายทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาแตอ่ ยา่ งใด อาทิ กฎหมายสทิ ธบิ ตั ร ซงึ่ มกี ารกำ� หนดเงอ่ื นไข สำ� คญั วา่ สงิ่ ประดษิ ฐท์ จ่ี ะไดร้ บั ความคมุ้ ครองจะตอ้ งมคี วามใหม่ กลา่ วคอื ไมเ่ คยปรากฏมากอ่ น มขี น้ั ของนวตั กรรม และ มปี ระโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรม หรือกรณกี ฎหมายลิขสิทธิ์ ซง่ึ มีหลกั เกณฑ์สำ� คัญวา่ ส่งิ ท่จี ะไดร้ บั ความคุ้มครอง ลิขสิทธ์จิ ะต้องมกี ารแสดงออกทางความคดิ และมคี วามคดิ รเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์ (Originality) กรณนี จี้ ึงไมค่ รอบคลุมกบั กรณี TK และ TCE นกั กฎหมายทรัพยส์ นิ ทางปัญญาตา่ งมองว่า ระบบกฎหมายทรัพยส์ ินทางปัญญาในปัจจุบันให้ ความคมุ้ ครองไม่เพยี งพอต่อเร่ืองของ TK และ TCE ฉะนัน้ Position-5.indd 90 9/13/19 16:05
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160