2 การพฒั นาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 1
2 2 การพฒั นาหลักสตู รฐานสมรรถนะ หลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัตกิ ารจัดการอาชีวศึกษา ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ และระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชนั้ สูง 2 การพัฒนาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ
2 การพัฒนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 3 หลกั เกณฑ์และแนวปฏิบตั ิการจดั การอาชวี ศกึ ษา ระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพ และระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพชน้ั สงู เรอ่ื งที่ 2 การพฒั นาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ พิมพ์คร้งั ท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ลิขสิทธิ์ สำนักมาตรฐานการอาชีวศกึ ษาและวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร คณะที่ปรกึ ษา : ดร. ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นางสาววลั ลภา อยทู่ อง ผู้ชำนาญการด้านการจัดการเรียนการสอน อาชีวศึกษาและกระบวนการเรยี นรู้ เรืออากาศโทสมพร ปานดำ ผอู้ ำนวยการสำนกั มาตรฐานการอาชีวศึกษา และวชิ าชพี ดร. ผ่องพรรณ จรัสจินดารัตน์ หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ คณะทำงาน : นางสาววลั ลภา อยทู่ อง ผชู้ ำนาญการดา้ นการจัดการเรยี นการสอน อาชวี ศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ นายเรืองแสง หา้ สกลุ ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเพชรบุรี นางสาวพรรษชล ทองคุ่ย สำนกั มาตรฐานการอาชีวศกึ ษาและวิชาชพี นางสาวทศั น์ตะวนั พงึ่ วงศ์ญาติ สำนักมาตรฐานการอาชีวศกึ ษาและวชิ าชีพ บรรณาธิการและรปู เล่ม : อยทู่ อง ผู้ชำนาญการด้านการจดั การเรยี นการสอน นางสาววลั ลภา อาชวี ศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ นางสาวอารี โอสถจันทร์ สำนกั มาตรฐานการอาชวี ศึกษาและวิชาชีพ นายณัฐพงศ์ แดงหล้า สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวชิ าชพี นายพิศาล บุญมาวาสนาสง่ สำนักมาตรฐานการอาชีวศกึ ษาและวชิ าชพี นายธนสาร รจุ ิรา หน่วยศึกษานเิ ทศก์ พมิ พท์ ่ี วทิ ยาลยั เทคนิคมีนบุรี เลขที่ 57 ถนนสหี บุรานุกิจ แขวงมีนบรุ ี เขตมนี บุรี กรงุ เทพมหานคร 10510
4 2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ คำนำ หลักเกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ตั เิ กยี่ วกับการจัดการอาชวี ศกึ ษาระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี และระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชนั้ สงู ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกาศ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. 2562 เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. 2562 และ เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ พ.ศ. 2562 ได้ กำหนดเป้าหมายการจัดการอาชีวศึกษาเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาทุกระดับคุณวุฒิ ประเภทวิชาและ สาขาวิชา มีคุณภาพอย่างน้อย 4 ด้าน คือ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ด้าน ความรู้ ด้านทักษะและด้านความสามารถในการประยกุ ต์ใช้และความรับผิดชอบ พร้อมทั้งกำหนดให้การ พัฒนาหลกั สูตรหรือปรบั ปรุงหลกั สูตร ฐานสมรรถนะ การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนา คุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาในแต่ละระดับคุณวุฒิ ต้องเป็นไปตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มาตรฐาน อาชีพ หรอื ตามความตอ้ งการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน ทงั้ น้ี เพ่อื ประโยชนต์ ่อการรบั รอง หลักสูตรและคณุ วฒุ กิ ารศึกษาของผ้สู ำเรจ็ การศกึ ษา ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนและการจัดการอาชีวศึกษา ทุกระดับคุณวุฒิอาชีวศึกษาเป็นไปอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานที่สาขาวิชาและสาขางานกำหนด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ ร่วมกับหน่วย ศกึ ษานิเทศก์ จึงได้จัดทำหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกีย่ วกบั การจดั การอาชีวศึกษาระดบั ประกาศนียบัตร วิชาชีพ และระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ในลักษณะของชุดเอกสารและเอกสารออนไลน์ จำนวน 10 เรื่อง ประกอบด้วย การจัดการอาชีวศึกษา การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ การพัฒนาหลักสูตร เพิ่มเติมและการขออนุมัติเปดิ สอน การนำหลักสูตรไปใช้ การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพและการ จัดโครงงานพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพ การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร การวัดและประเมินผลอาชีวศึกษา การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การเทียบโอนผลการเรียนรู้ และการประกันคุณภาพของหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้หรือปรับใช้ในการ พฒั นาการจดั อาชวี ศึกษาเพือ่ ใหผ้ สู้ ำเรจ็ การศกึ ษามคี ณุ ภาพตามมาตรฐานท่กี ำหนด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร ครู นักวชิ าการศึกษาและผู้มสี ่วนเกี่ยวข้องในการจดั ทำเอกสารฉบบั นี้ มา ณ โอกาสนี้ สำนกั งานคณะการการการอาชวี ศกึ ษา กรกฎาคม 2562
2 การพฒั นาหลักสตู รฐานสมรรถนะ 5 สำรบญั หนา้ ก หลกั เกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ตั เิ กย่ี วกับการจัดการอาชวี ศกึ ษาระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี และระดับประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชนั้ สงู 1 4 • คำชี้แจงการนำไปใช้ 9 • แนวคดิ 9 • นยิ ามศพั ท์ทีเ่ ก่ียวข้อง 11 • ระบบคุณวุฒิวชิ าชีพและมาตรฐานอาชีพ 12 16 - คุณวฒุ ิวิชาชีพ 17 - โครงสรา้ งกรอบคณุ วฒุ แิ หง่ ชาติ 18 - ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้ตามระดบั คุณวุฒติ ามกรอบคณุ วฒุ ิ 19 • การพัฒนาหลักสตู รภายใต้กรอบคุณวฒุ วิ ชิ าชพี 19 - การเทียบเคยี งระบบคุณวฒุ ใิ นประเทศไทยกบั กรอบคุณวุฒแิ หง่ ชาติ 20 - บทบาทและภารกิจของหนว่ ยงานทเ่ี กีย่ วข้องกับกรอบคุณวุฒแิ หง่ ชาติ 21 • กรอบการพฒั นาหลกั สตู รอาชวี ศกึ ษา 24 - คุณภาพของผูส้ ำเร็จการอาชวี ศึกษา 26 - ภารกจิ /กิจกรรมในการพฒั นาหลักสตู รอาชวี ศกึ ษา 33 - การกำหนดสาขาวชิ า สาขางาน 33 - การกำหนดมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพของสาขาวิชาและสาขางาน 34 - การพัฒนาหลักสตู รอาชวี ศึกษา 38 - การอนุมัตหิ ลกั สูตร 40 • มาตรฐานอาชพี กบั หลกั สตู รฐานสมรรถนะ 42 - การวิเคราะหห์ นา้ ทง่ี านเพ่ือจัดทำมาตรฐานอาชพี 43 - การจัดทำรายละเอยี ดของแต่ละสมรรถนะยอ่ ย 43 - การจดั ระดบั สมรรถนะอาชีพ 45 - การทวนสอบมาตรฐานอาชพี หรอื มาตรฐานสมรรถนะ 61 • กระบวนการพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ - การกำหนดชอ่ื หลักสูตร ระดบั ของหลกั สตู รและวุฒิการศึกษาของหลักสตู ร - การกำหนดมาตรฐานของหลกั สตู ร - การกำหนดขอ้ ปฏบิ ตั ิเกยี่ วกับหลักสูตร
6 2 การพฒั นาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ สำรบญั (ตอ่ ) หลกั เกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั การจัดการอาชวี ศกึ ษาระดับประกาศนียบตั รวชิ าชพี และระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชนั้ สงู - การกำหนดเนือ้ หาสาระของหลกั สตู ร หนา้ - องค์ประกอบของเอกสารหลกั สูตร 65 • แนวปฏบิ ัตใิ นการขออนุมตั ิ ประกาศใช้และรับรองหลกั สูตร 98 - แนวปฏบิ ตั ิในการขออนมุ ัติหลกั สตู ร 99 - แนวปฏิบัตใิ นการขอประกาศใชห้ ลกั สตู รและขอรบั รองหลกั สูตร 100 • บรรณานุกรม 103 • คำสงั่ สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ที่ 430/2562 104 ลงวนั ท่ี 14 มีนาคม พ.ศ. 2562 106
2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ ก7 คำชแี้ จงกำรนำไปใช้ หลักเกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ตั เิ กย่ี วกับการจดั การอาชวี ศกึ ษาระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี และระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชนั้ สงู หลักเกณฑ์และแนวปฏบิ ัติเกี่ยวกับการจดั การอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง นี้ได้เรียบเรียงขึ้นโดยยึดประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบ คุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐาน คุณวฒุ อิ าชวี ศกึ ษาระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพ พ.ศ. 2562 และประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เร่อื ง เกณฑม์ าตรฐานคุณวฒุ อิ าชีวศกึ ษาระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพชน้ั สงู พ.ศ. 2562 ซึ่งสอดคลอ้ งกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และมาตรฐาน การศึกษาของชาติ นอกจากนี้ ยังได้พิจารณานำขอ้ มูลที่เกีย่ วข้องกับการจัดการอาชีวศกึ ษาท้ังสองระดับ ได้แก่ ระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ ฯลฯ มาเรียบเรยี งนำเสนอ เพื่อเผยแพร่แก่สถานศกึ ษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้สนใจได้ศึกษาและนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการจัดการ อาชีวศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพตามมาตรฐาน โดยชุดเอกสารและเอกสารออนไลน์นี้ ประกอบดว้ ย 10 เร่อื ง ดงั นี้ เรื่องที่ 1 การจัดการอาชีวศึกษา เรอ่ื งท่ี 2 การพัฒนาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ เรอ่ื งที่ 3 การพฒั นาหลักสูตรเพ่ิมเติมและการขออนมุ ัติเปดิ สอน เรอ่ื งที่ 4 การนำหลักสตู รไปใช้ เร่ืองที่ 5 การฝกึ ประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชีพและการจดั โครงงานพฒั นาสมรรถนะวิชาชีพ เรื่องท่ี 6 การจดั กจิ กรรมเสรมิ หลักสูตร เรอ่ื งท่ี 7 การวดั และประเมนิ ผลอาชวี ศึกษา เร่ืองท่ี 8 การจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เรื่องที่ 9 การเทียบโอนผลการเรียนรู้ เรื่องที่ 10 การประกนั คณุ ภาพของหลกั สูตรและการจดั การเรียนการสอน เอกสารแต่ละเร่ืองจะประกอบด้วยแนวคิด นิยามศัพท์ รายละเอียดของเน้ือหาสาระและหรือ แนวปฏิบัติซึ่งสอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ บรรณานุกรมและภาคผนวก ซึ่งแนะนำ แบบฟอร์ม ตัวอย่าง และแหล่งข้อมูลที่สามารถศึกษารายละเอียดเพ่ิมเติม ทั้งนี้ สถานศึกษา หน่วยงาน หรือผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลหรือเนื้อหาสาระทุกเรื่องตามที่ได้จัดเรียงลำดับเรื่องที่ควรรู้ก่อน -หลัง หรอื จะเลือกศึกษาเฉพาะเรอื่ งท่สี นใจก็ได้
2 การพฒั นาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ 1 กำรพฒั นำหลกั สตู รฐำนสมรรถนะ หลักเกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ัตเิ กยี่ วกับการจดั การอาชวี ศกึ ษาระดับประกาศนียบตั รวชิ าชพี และระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชนั้ สงู แนวคิด การศกึ ษาเป็นเครื่องมือสำคญั ย่งิ ในการพฒั นาคนให้มีคุณภาพ ซง่ึ เปน็ รากฐานของการพัฒนา ประเทศให้มีความมั่นคงและเจริญก้าวหน้า พร้อมที่จะแข่งขันกับนานาประเทศได้ ปัจจุบันความ เจรญิ ก้าวหนา้ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะขอ้ มูลข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเรว็ ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงสภาพสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของประเทศ แต่ที่ผ่านมาการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของประเทศไม่เป็นไปตามเป้าหมาย กำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมและนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ ขาดการนำ ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับใช้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีค่านิยมในการศึกษาด้านอาชีวศึกษาน้อย ส่งผลกระทบต่อความต้องการกำลังคนและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ ดงั น้ันแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติจงึ ยดึ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนา ที่ยั่งยืน” และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” รวมทั้งยึด “หลักการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลด ความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนการเจริญเติบโตจากการเพิ่มผลิตภาพการผลิตบนฐานการใช้ภูมิ- ปัญญาและนวัตกรรม เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมทั้งจากภาครัฐ เอกชน ประชาชน และภาค การศึกษาในทุกพื้นที่ของประเทศ” เป็นกลไกประชารัฐที่รวมพลังให้สามารถกำหนดเป้าหมาย แนวทางการพัฒนา รวมทั้งแผนงานโครงการสำคัญที่ตอบสนองความต้องการ และแก้ไขปัญหาให้กับ ประชาชนไดอ้ ย่างสอดคลอ้ งกับภูมิสงั คมและเกิดผลสัมฤทธอ์ิ ยา่ งจรงิ จงั ในการดำเนินการดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดแนวนโยบายในการจัดการศึกษา เพอ่ื ให้สอดคลอ้ งกับ “พระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพมิ่ เตมิ ” ซ่ึงเน้นการ ปฏิรูปการศึกษาทัง้ ดา้ นการบริหารและการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรูต้ ลอดชีวิต ตามความถนัด ตามความสนใจ และได้รับการบริการด้านการศึกษาจากรัฐอย่างมีคุณภาพ โดยคำนึงถึง ความแตกต่างระหว่างบุคคล เน้นการฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และ การประยุกต์ความรู้มาใชเ้ พือ่ ป้องกันและแก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผูเ้ รียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเน่ือง ให้มีการจัดการเรียน การสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ดา้ นต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งใหม้ ีการปลูกฝังคณุ ธรรม ค่านิยมท่ดี ีงามและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคไ์ วใ้ นทุกวิชา
2 2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ “พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551” เน้นความสำคัญของการจัดการอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษา แห่งชาติ เพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพระดับฝีมือ ระดับเทคนิคและระดับเทคโนโลยี รวมทั้งเพื่อ ยกระดับการศึกษาวิชาชีพให้สูงขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมไปถึงการ เตรยี มความพร้อมเพ่ือการทำงานในกลุ่มประชาคมอาเซียนและนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างย่ิงการพัฒนา ศักยภาพในการแข่งขันและสามารถเข้าสู่การเปิดเสรีทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต จึงได้ กำหนดนโยบายในการยกระดับทักษะฝีมือและเตรียมความพร้อมแก่กลุ่มเป้าหมายให้มีสมรรถนะที่ได้ มาตรฐานสากล สอดคล้องกบั การปรบั โครงสร้างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและการผลิตสนิ คา้ และบริการที่ มกี ารแข่งขนั ทงั้ ด้านคณุ ภาพ ปรมิ าณและระยะเวลาในการผลิต โดยพัฒนาระบบการจัดการอาชีวศึกษา ตามแรงขับจากผู้ใช้ “Demand Driven” ภายใต้ความร่วมมือกันระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ สถาบันกับสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้ผลผลิตของอาชีวศึกษา เพื่อผลิตกำลังคนตามความ ต้องการของตลาดแรงงาน นำความรู้ในทางทฤษฎีอันเป็นสากลและภูมิปัญญาไทยมาพัฒนาผู้รับ การศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพให้มีความรูค้ วามสามารถในทางปฏิบัติ และมีสมรรถนะจนสามารถนำไป ประกอบอาชพี ในลกั ษณะผปู้ ฏิบัตหิ รือประกอบอาชีพโดยอสิ ระได้ เนื่องจากการจัดการอาชีวศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ ประกอบกับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญตั ิการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 ต้องการ ให้มีการกระจายอำนาจทางวิชาการสู่สถานศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษา เพ่ือให้เกิดความคล่องตัว ในการบริหารจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจึงกำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ อาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อเปิดโอกาสให้สถานศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษา สามารถ พัฒนาหลักสูตรได้เอง โดยยึดเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาและมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพตาม ระดับคุณวุฒิและสาขาวิชา ในการพัฒนาหลักสูตรการอาชีวศึกษาในรูปแบบอาศัยแรงขับจากผู้ใช้ ทั้งนี้ หลักสูตรที่จะพัฒนาจะต้องเป็นหลักสูตรแบบฐานสมรรถนะ “Competency Based Curriculum” ซึ่ง นำสมรรถนะที่ผู้ประกอบอาชีพปฏิบัติจริงในงานอาชีพจากมาตรฐานอาชีพ หรือมาตรฐานสมรรถนะ มาพัฒนาเป็นหลักสูตรการอาชีวศกึ ษา เพื่อจัดการศึกษาร่วมกับสถานประกอบการให้ผู้สำเร็จการศึกษา มีสมรรถนะวิชาชพี ท่ีตรงกับสมรรถนะอาชีพและสามารถประกอบอาชีพได้ทันที ดังนั้นคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะทั้งระดับสว่ นกลางและระดับสถานศึกษา จึงต้องเข้าใจถึงมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อมีการนำหลักสูตรไปใช้ก็จะต้องดำเนินการพัฒนา คุณภาพผูเ้ รียนใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานทีก่ ำหนดดว้ ย
2 การพฒั นาหลักสตู รฐานสมรรถนะ 3 พ.ร.บ. การศกึ ษาแหง่ ชาติ มาตรฐานการศกึ ษาของชาติ พ.ร.บ.การอาชีวศกึ ษา 2551 แผนการศกึ ษาชาติ กรอบคุณวฒุ อิ าชวี ศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรฐานอาชพี /มาตรฐาน มาตรฐานการศึกษาวชิ าชีพ เกณฑ์มาตรฐานคณุ วฒุ ิ สมรรถนะ ระดับ .. อาชีวศกึ ษา ระดบั .. ตามระดบั คณุ วฒุ วิ ชิ าชพี สาขาวชิ า.. สาขางาน.. พ.ศ. 2562 วางแผนปรบั ปรุง หลกั สูตรอาชีวศกึ ษา เห็นชอบ/อนุมัติ และพัฒนา ระดับ... ประกาศใช้หลกั สูตร ประเมินหลกั สตู ร สาขาวชิ า … สาขางาน กพ. รบั รองคุณวุฒิ อย่างต่อเนอ่ื ง จัดทำข้อกำหนดจำเพาะของ - ระเบยี บการจัด-ประเมนิ ผลฯ รายงานผล หลักสตู รและรายวชิ า - ระเบยี บ ประกาศ รายวชิ า - หลกั เกณฑ์ แนวปฏบิ ัติ ฯลฯ จัดกระบวนการเรยี นรู้ มงุ่ เนน้ สมรรถนะ - แผนการจดั การเรยี นรู้ บูรณาการ เนน้ สมรรถนะ การวดั และประเมินผล - เทคนคิ วธิ กี ารสอนแบบตา่ ง ๆ ตามสภาพจริง - สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้ - การวจิ ยั และพัฒนา การประกนั คณุ ภาพ INPUT PROCESS OUTPUT - หลกั สตู ร - กระบวนการจดั การเรียนรู้ - คุณภาพผู้เรยี นและผสู้ ำเรจ็ - ผู้เรยี น ครูและบุคลากร เน้นสมรรถนะ คณุ ธรรมฯ การศกึ ษาตามมาตรฐาน ทางการศกึ ษา - การพฒั นาครู บุคลากร ผเู้ รียน - ความพงึ พอใจของหน่วยงาน - ทรัพยากร - การบริหารและบริการวิชาการ ชมุ ชน ประเทศมีความสามารถ - งบประมาณ ฯลฯ ในการแขง่ ขนั ฯลฯ ภาพท่ี 1 แสดงความเชือ่ มโยงในการพัฒนาหลกั สตู รและการจัดการอาชีวศกึ ษาสคู่ ณุ ภาพมาตรฐาน
4 2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ นิยามศพั ทท์ ่ีเกยี่ วข้อง เนื่องจากการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะมีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมการพัฒนา หลักสูตรทั้งระดับส่วนกลาง ระดับสถาบันการอาชีวศึกษาและสถานศึกษาจะต้องเข้าใจตรงกัน จึงขอ นำเสนอนยิ ามหรอื ความหมายของคำศพั ทเ์ หลา่ นั้นไว้ ดังน้ี กรอบคุณวฒุ แิ ห่งชาติ (National Qualifications Framework) หมายถึง กรอบแนวทางการเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ของระดับคุณวุฒิการศึกษาตามเกณฑ์ มาตรฐานการเรยี นร้ใู นแต่ละระดับและประเภทการศกึ ษากบั ระดับการปฏบิ ัติงานตามมาตรฐานอาชีพ คุณวุฒกิ ารศกึ ษา (Educational Qualifications) หมายถงึ แนวทางการจดั และแบ่งระดับคณุ วฒุ กิ ารศกึ ษา ตามระดบั และประเภทการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน อาชีวศึกษาและอุดมศกึ ษา มาตรฐานอาชีพ (Occupational Standard) หมายถึง แนวทางการกำหนดระดบั ความสามารถในการปฏิบัตงิ าน หรอื ระดับสมรรถนะในการปฏิบัติ ทม่ี คี วามยุ่งยากซบั ซอ้ นต่างกัน ประกอบด้วยมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ มาตรฐานฝมี อื แรงงาน และ มาตรฐานอาชพี ในระดับสากล ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้ (Learning Outcomes) หมายถึง เกณฑ์บ่งชี้คุณลักษณะการเรียนรูแ้ ละผลของการเรียนรู้ ทั้งที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเรยี นรู้ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรที่กำหนดไว้ในแต่ละระดับและประเภทการศึกษา และ/หรือ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากฝึกปฏิบัติ และ/หรือจากการทำงาน ประกอบด้วย 3 มิติ คือ ความรู้ ทักษะ ความสามารถในการประยกุ ต์ใช้และความรบั ผิดชอบ สมรรถนะ (Competency) หมายถึง ความสามารถในการปฏิบตั งิ านทเ่ี กดิ จากการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ ทักษะ และคุณลกั ษณะท่ีพึง ประสงค์ ซ่ึงแบ่งเป็นสมรรถนะแกนกลางและสมรรถนะอาชีพ สมรรถนะแกนกลาง (Core Competency) หมายถงึ ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะทวั่ ไปทีใ่ ช้ในการปฏิบัติงาน เชน่ การส่ือสาร การคำนวณ การ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ การคดิ วิเคราะห์ การแกป้ ญั หา และการทำงานเป็นทมี เป็นตน้ สมรรถนะอาชพี (Occupational Competency) หมายถงึ ความรู้ ความสามารถและทกั ษะเฉพาะในการปฏบิ ตั ิงานในแตล่ ะสาขางานหรอื สาขาวิชาชีพ (Functional Competency)
2 การพัฒนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 5 การวิเคราะห์หน้าท่ี (Functional Analysis) หมายถงึ กระบวนการวเิ คราะห์หนา้ ท่ีของการทำงานออกมาเปน็ ลำดบั ชั้น (Hierarchy) เพอื่ ใช้อธิบาย หรือแสดงถึงหนว่ ยสมรรถนะและสมรรถนะยอ่ ยท่ผี ้ปู ฏบิ ตั ิงานในอาชีพตอ้ งทำ ความมุ่งหมายหลัก (Key Purpose) หมายถึง คำบรรยายทีแ่ สดงลักษณะและขอบเขตของหน้าที่งานในอาชีพที่ได้จากการวิเคราะห์หน้าที่ ในภาพรวมอย่างกว้าง ๆ โดยจะเขียนในลักษณะของความมุง่ หมายที่สนั้ กระชบั ไมข่ ยายความมากเกินไป บทบาทหลกั (Key Roles) หมายถึง คำบรรยายที่แสดงลักษณะและขอบเขตของหน้าที่งานในอาชพี ที่เกดิ จากการแยกย่อยความ ม่งุ หมายหลักให้เกิดระดบั ชน้ั ทถี่ ัดลงมา หน้าทีห่ ลัก (Key Functions) หมายถึง คำบรรยายที่แสดงลักษณะและขอบเขตของหน้าที่งานในอาชีพที่เกิดจากการแยกย่อย บทบาทหลกั ใหเ้ กดิ ระดับชน้ั ทีถ่ ัดลงมาเป็นชน้ั ท่ี 3 ของผงั แสดงหน้าท่ี หนว่ ยสมรรถนะ (Unit of Competence) หมายถึง คำบรรยายผลลัพธ์ที่บุคลากรคนเดียวหรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ที่มีสมรรถนะและ รับผิดชอบ ซึ่งเป็นการแยกย่อยจากหน้าที่หลัก หรือเป็นการรวมกลุ่มสมรรถนะย่อยต่าง ๆ ที่สัมพันธ์เข้า ดว้ ยกนั ในผังแสดงหน้าที่หนว่ ยสมรรถนะจะอยู่ตอ่ จากหนา้ ที่หลกั และอยเู่ หนอื สมรรถนะย่อย สมรรถนะย่อย (Element of Competence) หมายถึง คำบรรยายผลลัพธ์ของงานที่บุคลากรแต่ละรายบุคคลต้องทำได้ ซึ่งงานที่ทำอาจเป็นงานที่ทำ เพียงคนเดียวหรือทำเป็นกลุ่ม สมรรถนะย่อยจะเป็นระดับสุดท้ายของผังแสดงหน้าที่ ซึ่งจะมีองค์ประกอบ สนับสนนุ คือ เกณฑ์การปฏิบัติงาน ขอบเขต หลกั ฐานและแนวทางการประเมิน เกณฑ์การปฏบิ ตั ิงาน (Performance Criteria) หมายถึง ขอ้ กำหนดหรือมาตรฐานท่ีใช้ประเมนิ ผลลัพธก์ ารทำงานหรอื คณุ ภาพการทำงานท่ียอมรับได้ ซ่งึ ถือเปน็ หัวใจของสมรรถนะยอ่ ยทแ่ี สดงใหเ้ หน็ วา่ คณุ ภาพของผลงานทีป่ ฏิบตั ินั้นจะต้องประเมนิ เรอ่ื งใดบา้ ง ขอบเขต (Range) หมายถึง การระบุเง่อื นไขทเี่ กี่ยวขอ้ งหรือมีผลกระทบตอ่ ผลลัพธ์ของสมรรถนะยอ่ ย ซ่ึงเปน็ สิง่ ท่บี ่งบอก ถึงความยากง่าย ความซับซ้อน ที่ต้องใช้ในการทำงาน ได้แก่ ชนิด ลักษณะเครื่องมือ วัสดุที่ใช้ สภาวะการ ทำงาน เทคนคิ วิธีการทำงาน เปน็ ตน้ หลกั ฐานการปฏิบตั ิงาน (Performance Evidence) หมายถึง การระบุถึงทักษะหรือขั้นตอนกระบวนการที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดผลงาน หรอื ผลผลิตของแตล่ ะสมรรถนะย่อย
6 2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ หลกั ฐานความรู้ (Knowledge Evidence) หมายถึง การระบุถึงรายละเอียดของความรู้ที่สนับสนุนให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล ซ่ึงแสดงใหเ้ ห็นว่าผ้ปู ฏิบตั ิงานแต่ละสมรรถนะยอ่ ยมีความรู้ความเขา้ ใจในงานทที่ ำ แนวทางการประเมิน (Assessment Guidance) หมายถงึ ข้อความที่ชี้แนะแนวทางในการประเมนิ สมรรถนะย่อย เพื่อช่วยให้ผู้เขา้ รบั การประเมินและ ผปู้ ระเมินมีความเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกนั ซึง่ จะระบถุ งึ วิธีการ เงอ่ื นไขและสภาพทจ่ี ะประเมิน คณุ วฒุ วิ ชิ าชีพ (Vocational Qualification : VQ) หมายถึง การรับรองระดับความรู้ ความสามารถหรือระดับสมรรถนะในการปฏิบัติงานให้แก่ผู้ที่ผ่าน การประเมินตามข้อกำหนดของมาตรฐานอาชพี (Occupational Standard) คณุ วุฒิการศกึ ษาวิชาชพี (General Vocational Qualification : GVQ) หมายถึง การรับรองระดับความรู้ความสามารถและเจตคติที่เกิด จากการเรียนรู้ฝึกหัด อบรมจาก การศึกษาอาชีวศึกษา ซึง่ ผูท้ ีจ่ ะไดร้ บั คณุ วุฒกิ ารศึกษาวิชาชีพจะต้องสำเรจ็ การศกึ ษาวชิ าชีพตามหลักเกณฑ์ที่ หลักสตู รกำหนด กรอบคุณวฒุ ิอาชีวศกึ ษา (Vocational Education Qualification Framework) หมายถึง ข้อกำหนดการจัดและแบ่งระดับคุณวุฒิผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษา ซึ่งจะต้องสอดคล้อง กับกรอบคุณวุฒิการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ข้นั อดุ มศึกษาและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ เพอ่ื ใชเ้ ปน็ แนวทางในการพัฒนาหรือ ปรับปรุงหลกั สตู ร การจัดการเรยี นการสอน และการพฒั นาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษาใหส้ ามารถผลิตผู้สำเร็จ การศึกษาท่มี ีคณุ ภาพ และเพ่ือประโยชน์ตอ่ การรับรองมาตรฐานคณุ วฒุ ิผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษา เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒอิ าชวี ศึกษา (Vocational Education Qualification Standard) หมายถึง ข้อกำหนดแกนกลางที่ระบถุ ึงองค์ประกอบของหลักสูตรและการจัดการศึกษาของหลักสตู ร ตามระดับคณุ วุฒอิ าชีวศกึ ษา สำหรับใช้เปน็ แนวทางในการพฒั นาหรือปรบั ปรุงหลกั สูตรตามระดับคุณวุฒิ ให้ สามารถผลติ ผู้สำเรจ็ การศึกษาที่มีคุณภาพและเพอื่ ประโยชนต์ อ่ การรับรองมาตรฐานคุณวุฒผิ ูส้ ำเรจ็ การศกึ ษา หลกั สูตร (Curriculum) หมายถงึ ประมวลวิชาและกจิ กรรมตา่ ง ๆ ทก่ี ำหนดไวใ้ นสถานศกึ ษา เพอื่ วตั ถปุ ระสงคอ์ ยา่ งใดอยา่ งหน่งึ หลกั สตู รอาชวี ศกึ ษา (Vocational Education Curriculum) หมายถึง หลักสูตรเพ่ือการจดั การศกึ ษาและการฝึกอบรมวิชาชพี ตามที่คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กำหนด ซึ่งได้จากการนำความรู้ในทางทฤษฎีอนั เปน็ สากลและภูมิปัญญาไทยมาพัฒนาเพื่อให้ผู้รับการศึกษา มีความรู้ความสามารถในทางปฏิบัตแิ ละมีสมรรถนะจนสามารถนำไปประกอบอาชีพในลักษณะผู้ปฏบิ ัติหรือ ประกอบอาชีพโดยอสิ ระได้ ประกอบดว้ ย หลักสูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง หลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ และหลักสูตรที่จัดขึน้ เพื่อความรูห้ รือทักษะใน การประกอบอาชพี หรือการศึกษาตอ่ ซึ่งจัดขึน้ เป็นโครงการหรอื สำหรับกลุ่มเปา้ หมายเฉพาะ
2 การพฒั นาหลักสตู รฐานสมรรถนะ 7 มาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชีพ (Vocational Education Standard) หมายถึง ข้อกำหนดแกนกลางที่ใช้เป็นมาตรฐานในการปรับปรุงหรือพัฒนาหลักสูตรสาขาวิชาของ แต่ละระดับคณุ วฒุ ิอาชวี ศกึ ษา ท่รี ะบถุ งึ คณุ ภาพผสู้ ำเรจ็ การศึกษาด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะท่ี พึงประสงค์ ด้านสมรรถนะแกนกลาง และด้านสมรรถนะวิชาชีพ ที่สอดคล้องกับระดับคุณวุฒิวิชาชีพของ มาตรฐานอาชีพหรือความต้องการของงานอาชพี ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (Certificate of Vocational Education) หมายถึง การศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ตอนตน้ หรอื เทียบเทา่ ใช้อกั ษรย่อว่า “ปวช.” ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ช้นั สงู (Diploma of Vocational Education) หมายถึง การศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หลังจากจบการศึกษาระดับ ประกาศนียบตั รวชิ าชพี หรอื เทยี บเท่า หรือระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า ใชอ้ ักษรย่อว่า “ปวส.” ผูเ้ ขา้ เรียน หมายถึง ผู้มาสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษา หรือสมัครฝึกอาชีพกับสถานประกอบการที่ยังไม่ได้ขึ้น ทะเบยี นเปน็ นกั เรียน นักศกึ ษา นกั เรียน หมายถึง ผทู้ ีไ่ ดข้ ึ้นทะเบยี นเปน็ นกั เรียนตามหลักสูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพ นักศึกษา หมายถงึ ผทู้ ีไ่ ดข้ ึน้ ทะเบยี นเป็นนักศกึ ษาตามหลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสงู การเรยี นแบบเปิด (Open Learning) หมายถึง การจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนมีทางเลือกเกี่ยวกับวิธีการเรียนรู้จากสื่อที่หลากหลาย (เช่น สิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ แถบบันทึกเสียง สื่อ On-line ฯลฯ) สถานที่เรียน (เช่น บ้าน สถานที่ทำงาน สถานศึกษา ฯลฯ) และเวลาเรียน ผู้เรียนจะต้องวางแผนและบริหารเวลาในการเรียนตามความพร้อมและ ความสามารถของตน เข้าเรยี นเม่อื มีความพร้อมและจบเม่อื มีสมรรถนะครบตามมาตรฐาน การเรยี นแบบยืดหย่นุ (Flexible Learning) หมายถึง การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีที่หลากหลาย ได้แก่ การเชื่อมโยงการเรียนรู้แบบเปิดกับแบบปกติ ใช้ปรัชญาผู้เรียนเป็นสำคัญ ยอมรับการเรียนรู้แบบต่าง ๆ ความเสมอภาคด้านหลักสูตรและวิธีสอน ความ ตอ้ งการของผู้เรียน การใช้ทรพั ยากรและสอื่ การเรยี นรู้ท่หี ลากหลายเพอื่ สนบั สนนุ นิสัยการเรยี นรู้ตลอดชวี ิต การศกึ ษาในระบบ (Formal Education) หมายถงึ การจัดการศึกษาวิชาชพี ท่เี นน้ การศึกษาในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันเป็นหลกั โดย มีการกำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการ สำเร็จการศกึ ษาทีแ่ นน่ อน
8 2 การพฒั นาหลักสูตรฐานสมรรถนะ การศึกษานอกระบบ (Informal Education) หมายถึง การจัดการศึกษาวิชาชีพที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและประเมินผลที่เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมี ความเหมาะสมและสอดคลอ้ งกับสภาพปัญหาและความตอ้ งการของแต่ละบุคคล แต่ละกลุ่ม การศึกษาระบบทวภิ าคี (Dual system) หมายถึง การจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาหรือสถาบันการอาชวี ศึกษา กบั สถานประกอบการ หรือแหล่งวิทยาการ ในเรื่องการจัดหลักสูตร การเรยี นการสอน การวัดและประเมนิ ผล โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษา และเรียนภาคปฏิบัติในสถาน- ประกอบการหรือแหล่งวทิ ยาการ ภาคเรยี น หมายถึง ช่วงเวลาที่สถานศึกษาเปิดทำการสอน โดยกำหนดให้ 1 ปีการศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ภาค- เรยี น และใน 1 ภาคเรียน มรี ะยะเวลาจดั การศึกษารวมการวดั ผล 18 สปั ดาห์ ภาคเรียนฤดรู อ้ น หมายถึง ชว่ งเวลาทส่ี ถานศึกษาเปดิ ทeการสอนในชว่ งปดิ ภาคเรียน ตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ าร วา่ ด้วยการเปิดภาคเรยี นฤดูร้อนในสถานศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษาธิการ สถานศกึ ษา หมายถึง วิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่เรยี กชื่ออยา่ งอื่นของรัฐและเอกชน ที่จัดการศึกษาตามหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ และหรือหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง รวมถึงสถานศึกษาในสถาบันการ อาชวี ศึกษา สถานประกอบการ หมายถึง บริษัท ห้างหุ้นส่วน ร้าน รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและเอกชนทั้งในประเทศและ ต่างประเทศทีร่ ่วมมอื กบั สถานศึกษาเพือ่ จดั การอาชีวศกึ ษา มาตรฐานวชิ าชีพ หมายถึง ข้อกำหนดด้านสมรรถนะวิชาชีพ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการกำกบั ดแู ล ตรวจสอบและประกัน คณุ ภาพผสู้ ำเรจ็ การศึกษา การประเมินมาตรฐานวชิ าชีพ หมายถึง การทดสอบความรู้ ความสามารถ ตลอดจนลักษณะนิสัยในการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน วิชาชีพ โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสมซึ่งกำหนดเกณฑ์การตัดสินไว้ชัดเจน พร้อมทั้งจัดดำเนินการประเมิน ภายใต้เง่อื นไขทเี่ ปน็ มาตรฐาน
2 การพฒั นาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ 9 ระบบคณุ วฒุ วิ ชิ าชีพและมาตรฐานอาชพี • คุณวฒุ ิวิชาชพี (Professional Qualification) คุณวุฒิวิชาชีพ หมายถึง การรับรองระดับความรู้ความสามารถหรือระดับสมรรถนะในการ ปฏิบตั งิ าน ให้แกผ่ ้ทู ี่ผ่านการประเมนิ ตามขอ้ กำหนดของมาตรฐานอาชพี (Occupational Standard) กรอบคุณวฒุ ิวิชาชีพ 1. กรอบคุณวุฒิวชิ าชีพ 2. ระบบหมวดหมขู่ องอาชีพ ระบบหมวดหมู่ของอาชพี (ช่ืออาชพี และรหัสอาชีพ) 3. มาตรฐานอาชพี 4. กระบวนการรบั รองสมรรถนะของบุคคล มาตรฐานอาชีพ ตามมาตรฐานอาชพี กระบวนการรับรองสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐาน - ใหก้ ารรบั รององคก์ รทีม่ ีหน้าที่รบั รอง กระบวนการประกนัอคาชณุ ีพภาพคุณวฒุ ิวิชาชีพ สมรรถนะของบคุ คลตามมาตรฐาน กรอบและกระบวนการเช่อื มโยงกรอบ อาชีพ คณุ วุฒวิ ชิ าชพี แห่งชาติ - ใหป้ ระกาศนยี บัตรคณุ วุฒิวิชาชพี และ หนังสือรับรองมาตรฐานอาชพี ฐานข้อมลู คณุ ขอภงาไพทคยณุ กบัวฒุกริวอชิ บาคชณุ ีพวแุฒละิ AระEบCบสารสนเทศ ในการบริหารฐานขอ้ มูลและคณุ วุฒิวิชาชพี 5. กระบวนการประกนั คุณภาพคุณวฒุ ิ ระบบคุณวุฒิวิชาชพี แห่งชาติ วิชาชีพ 6. การเชือ่ มโยงกรอบคณุ วุฒวิ ิชาชีพกับ กรอบคุณวฒุ แิ หง่ ชาติกบั กรอบคุณวุฒิ อาเซียน 7. ฐานขอ้ มูลคณุ ภาพคุณวุฒวิ ิชาชพี และ ระบบสารสนเทศในการบรหิ าร ฐานขอ้ มูลและคณุ วุฒิวิชาชีพ ภาพท่ี 2 แสดงระบบคุณวฒุ วิ ิชาชพี
10 2 การพฒั นาหลักสตู รฐานสมรรถนะ ระดับ 8 ผมู้ สี มรรถนะในการสรา้ งสรรค์องค์ความรหู้ รือ นวัตกรรมใหม่ ระดับ 7 ผู้มีสมรรถนะในการบรหิ ารนโยบาย ระดับ 6 ผู้มสี มรรถนะในการจัดการและวางแผน ระดับ 5 ผู้มสี มรรถนะทางเทคนิคและการจดั การ ระดบั 4 ผู้มีสมรรถนะทางเทคนิคครอบคลมุ งานอาชีพ ระดบั 3 ผู้มสี มรรถนะทางเทคนคิ ในการประยกุ ต์หลักการ ระดับ 2 ผู้มสี มรรถนะฝมี ือในงานอาชพี ระดบั 1 ผมู้ ีสมรรถนะปฏบิ ัตงิ านประจำข้ันพืน้ ฐาน ภาพที่ 3 แสดงกรอบคุณวฒุ ิวิชาชีพ (NQF : National Qualification Framework ) 8 ระดับ ทีม่ า : http://tpqi-net.tpqi.go.th/tpqi/ • โครงสร้างกรอบคณุ วุฒิแหง่ ชาติ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) ได้กำหนดองค์ประกอบของคุณวุฒิ (Descriptors) ที่เป็น แกนกลางในการอ้างอิงไว้ 8 ระดับคุณวุฒิ บนฐานของผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes) และ กลไกการเชือ่ มโยงเตมิ เตม็ /เทียบเคียง ดังน้ี ระดับคุณวฒุ ิ (Levels) กรอบคุณวุฒิแห่งชาติได้กำหนดระดับความสามารถ หรือความสามารถใน การปฏิบัติงานตามขอบเขตความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) และ ความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ (Application and Responsibility) ซึ่งเชื่อมโยงกับผลลัพธ์การเรียนรู้ ที่มีข้อกำหนดขอบเขต ที่แตกต่างกันตั้งแต่ระดับง่ายไปยาก จากระดับ 1-8 โดยมีลักษณะเป็น แกนกลางที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับกำลังคนในแต่ละกลุ่มสาขาอาชีพ/ วชิ าชพี
2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ 11 ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้ ประกอบด้วย 3 ด้าน ไดแ้ ก่ 1) ความรู้ ครอบคลมุ ในเร่ืองความร้เู ชิง วชิ าการ (Learning outcomes) แนวคิด ทฤษฎี ข้อเท็จจริงต่าง ๆ 2) ทักษะ ครอบคลุมทักษะด้านการคิด อย่างมีเหตุผล การหยั่งรู้ การคิดสร้างสรรค์และการปฏิบัติ และ 3) กลไกการเชื่อมโยง ความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ โดยผลลัพธก์ ารเรียนรู้ เตมิ เต็ม/เทียบเคยี ง ทั้ง 3 ด้านนี้จะมคี วามแตกต่างกันไปในแต่ละระดับ ทั้งในด้านความซบั ซ้อน (Connecting, Filling- และความลึกของความรู้ความเข้าใจ ด้านวิชาการ และทักษะความสามารถ up/Benchmarking ทคี่ วรมีในแตล่ ะระดับการศกึ ษา Mechanism) การเชื่อมโยงและเทียบเคียงเข้าสู่กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ทั้งในส่วนของผู้ที่ สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษา และผู้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน อาชพี ต้องมกี ลไก/ระบบการเขา้ สรู่ ะดบั คณุ วุฒทิ ่มี ีความยดื หยนุ่ หลากหลาย และสามารถเข้าถงึ ได้ตลอดเวลา เพอื่ ให้บุคคลที่มคี ุณวฒุ ิทางการศกึ ษาหรอื มี ทักษะ ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ หรือสมรรถนะจากการ ปฏิบัติงานสามารถเทียบโอนหรือเติมเต็มอย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต เพื่อให้ ไดร้ บั การรบั รองและยกระดบั คณุ วฒุ ติ ามกรอบคุณวุฒแิ หง่ ชาติ ทั้งน้ี หากการพัฒนาและปรับปรุงหลักสตู รอาชีวศึกษาให้เป็นหลกั สูตรฐานสมรรถนะ เป็นไป ตามหลักการของกรอบคณุ วุฒิแห่งชาติ ผู้ไดร้ ับคณุ วุฒิการศึกษาตามหลักสูตรก็จะมีสมรรถนะสอดคลอ้ ง กับความต้องการของตลาดแรงงาน ส่วนผู้ท่ีมีทักษะความสามารถตามมาตรฐาน อาชีพ หากต้องการ คุณวุฒิการศึกษาก็สามารถเทียบเคียงเพื่อรับการประเมินและเติมเต็มส่วนที่ขาดด้านการศึกษาได้อย่าง เป็นระบบ • ผลลัพธ์การเรียนรู้ตามระดับคุณวุฒติ ามกรอบคณุ วุฒิ สำหรับผลลัพธก์ ารเรียนรู้ (Learning Outcomes) ทัง้ 3 ด้านในแต่ละระดบั คุณวฒุ ิ สามารถ นำมาเปน็ กรอบในการพัฒนาและปรับปรุงหลักสตู รอาชีวศึกษาให้มีเนือ้ หาสาระและมาตรฐานการศึกษา วิชาชีพที่มีความเช่ือมโยง ไม่ซ้ำซ้อนกัน เป็นไปตามระดับความง่าย-ยาก จากระดับคุณวุฒิวิชาชีพระดับ 2-3 ซึ่งเทยี บเคียงกับระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.) ระดับคณุ วฒุ ิวิชาชีพระดับ 4-5 ซึ่งเทียบเคียง กับระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพชัน้ สูง (ปวส.) และระดับคุณวุฒิวิชาชพี ระดับ 6 ซึ่งเทียบเคียงกับระดับ ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษามีคุณภาพ ทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะหรือสมรรถนะ และด้านความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ รวมทั้งคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาวชิ าชีพที่กำหนด ในแตล่ ะระดบั คณุ วฒุ อิ าชีวศึกษา สาขาวชิ าและสาขางาน
12 2 การพฒั นาหลักสูตรฐานสมรรถนะ 1. ผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านความรู้ (Knowledge) หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริง หลักการ ทฤษฎี และแนวปฏิบตั ิตา่ ง ๆ ทเ่ี ก่ียวข้องกบั สาขาวิชาท่ีเรียน/ทำงาน โดยเนน้ ความรู้เชิงทฤษฎี และ/หรอื ขอ้ เทจ็ จรงิ เป็นหลกั (Theoretical and/or factual) แบง่ เป็น 8 ระดับ ดงั น้ี ระดบั ผลลพั ธ์การเรยี นรู้ดา้ นความรู้ 1 ความรูเ้ บือ้ งตน้ เก่ียวกบั งานอาชีพ การส่ือสารในการปฏิบตั งิ านและการใชช้ วี ติ ในโลกของงาน 2 ความรู้ในการสื่อสารและสารสนเทศในการปฏิบัติงานพื้นฐานตามข้อเท็จจริง (Factual) ของ ลกั ษณะงานอาชีพ 3 ความรู้ในหลักการ (Principles) ทั่วไปของงานอาชีพเฉพาะและการวิเคราะห์เบื้องต้น รวมทั้งมี ความรภู้ าษาอังกฤษและเทคโนโลยีสารสนเทศทส่ี ามารถใชใ้ นการสอ่ื สารเบอ้ื งต้นได้ 4 ความรู้ทางทฤษฎีและเทคนิคที่ครอบคลุมขอบเขตของงานอาชีพและความรู้ภาษาอังกฤษและ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในระดับที่เช่อื มโยงกับการทำงาน 5 ความรทู้ างทฤษฎีและเทคนคิ เชงิ ลกึ ภายใต้ขอบเขตของงานอาชีพ 6 ความรู้ทางทฤษฎีและเทคนิคเฉพาะทางอย่างกว้างขวางและเป็นระบบในงานอาชีพ 7 ความรใู้ นระดบั แนวหน้าอยา่ งลึกซงื้ 8 ความรู้ในระดบั แนวหน้าอย่างเชี่ยวชาญสงู สดุ 2. ผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านทักษะ (Skills) หมายถึง ความสามารถปฏิบัติงาน ซึ่งบุคคลน้ัน ควรทำไดเ้ มอ่ื ได้รบั มอบหมาย โดยสามารถเลือกใชว้ ิธกี ารจัดการและแก้ปัญหาการทำงาน ดว้ ยทกั ษะด้าน กระบวนการคิด (Cognitive Skills) ท่ีเก่ียวข้องกับการใชต้ รรกะ ทกั ษะการหย่งั รแู้ ละความคดิ สรา้ งสรรค์ (Logical, Intuitive, and Creative Thinking) หรอื ทักษะการปฏบิ ัติ/วิธปี ฏบิ ัตทิ ี่มคี วามคล่องแคลว่ และ ความชำนาญในการปฏิบัติตามกรอบคณุ วุฒิแตล่ ะระดับ แบ่งเป็น 8 ระดับ ดงั น้ี ระดับ ผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านทกั ษะ 1 ทักษะพืน้ ฐานด้านงานอาชพี ทกั ษะการสอ่ื สาร ทกั ษะชวี ติ และทักษะในการปฏบิ ัติงานประจำท่ไี ม่มี ความซับซ้อน 2 ทักษะการปฏิบัติงานตามขั้นตอนและมาตรฐานที่กำหนดรวมทั้ง ทักษะการคิด ทักษะชีวิต ทักษะ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ 3 ทักษะในการเลือกและประยุกต์ใช้วิธีการ เครื่องมือและวัสดุพื้นฐาน รวมทั้งการสื่อสารและ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และทกั ษะในดา้ นความปลอดภัยที่เกีย่ วข้อง
2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ 13 ระดบั ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้ดา้ นทักษะ 4 ทักษะในการปรับใช้ (Adaping) กระบวนการปฏิบัติงานให้เหมาะสมและความปลอดภัยเชื่อมโยง กันในการทำงานที่หลากหลาย 5 ทักษะในการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาและทักษะในการวางแผนบริหารจัดการประสานงาน และการประเมนิ ผลในการปฏิบตั งิ าน 6 ทักษะในการคิดวเิ คราะห์ วิจารณแ์ ละเปรยี บเทียบปัญหา 7 ทักษะในการคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์ผลงานวิจัยด้วยตนเองรวมทั้ง ทักษะในการขยายองค์ความรู้ และแนวปฏิบตั แิ ละสามารถใชภ้ าษาอังกฤษในเชงิ วิชาการ ริเร่ิมคดิ และวจิ ยั ที่มผี ลต่อการสรา้ งองคค์ วามรู้และแนวปฏิบัติใหม่ไดด้ ้วยตนเองรวมทั้งสามารถใช้ 8 ภาษาอังกฤษในการนำเสนอผลงานทางวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์และเป็นที่ยอมรับในระดับ นานาชาติ 3. ผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ (Application and Responsibility) หมายถึง ความสามารถของบุคคลที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ การใชค้ วามรู้ ทกั ษะทางสังคม ในการทำงาน/ศึกษาอบรม เพ่ือการพัฒนาวิชาชีพของบคุ คล ซ่งึ ประกอบ ไปด้วยความสามารถในการสื่อสาร ภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบ (Responsibility) และความเป็นอิสระ (Autonomy) ในการดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง เช่น ความสามารถในการตัดสินใจและความ รบั ผิดชอบตอ่ ตนเองและผอู้ ่ืน แบง่ เป็น 8 ระดบั ดงั น้ี ระดบั ผลลัพธ์การเรียนรู้ดา้ นความสามารถในการประยกุ ต์ใชแ้ ละความรบั ผดิ ชอบ 1 • ความสามารถในการปฏิบัตงิ านประจำตามข้ันตอนทกี่ ำหนด • ความสามารถในการปฏิบตั ิงานภายใต้การกำกบั ดูแล และแนะนำอยา่ งใกล้ชิด 2 • ความสามารถในการปฏิบัตงิ านตามหลกั การและมาตรฐานที่กำหนด • ความสามารถในการปฏบิ ัติงาน ดแู ล และตดั สินใจแก้ไขปัญหาเบ้อื งตน้ • ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ านตามแบบแผน และสามารถปรบั ตวั กบั การเปลย่ี นแปลงทไ่ี ม่ ซับซ้อน 3 • ความสามารถในการใหค้ ำแนะนำพนื้ ฐานท่ตี ้องใช้การตัดสนิ ใจและการวางแผนในการแกไ้ ข ปญั หา โดยไมอ่ ยู่ภายใตก้ ารควบคมุ ในบางเรอื่ ง • ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะทางวิชาชีพ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการแกป้ ัญหา และการปฏิบัตงิ านในบรบิ ทใหม่ รวมทัง้ รับผิดชอบต่อตนเองและผู้อนื่
14 2 การพัฒนาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ ระดบั ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้ด้านความสามารถในการประยกุ ตใ์ ช้และความรับผิดชอบ • ความสามารถในการปฏิบัติงานตามแบบแผน และสามารถปรบั ตวั กับการเปล่ียนแปลง(Change) 4 • ความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง และประสานงานเพื่อแก้ปัญหาที่ไม่คุ้นเคย (Unfamiliar Issues) • ความสามารถในการปฏบิ ตั ิงานภายใตค้ วามเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา 5 • ความสามารถในการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเอง เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและเป็น นามธรรม (Abstract Issues) เปน็ บางคร้ัง • แก้ไขปญั หาทีซ่ บั ซอ้ นและเปล่ียนแปลงอยูต่ ลอดเวลา (Complex and Changing) 6 • สามารถริเร่ิม ปรับปรุง วางแผนกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและเป็นนามธรรมในการ ปฎบิ ัตงิ าน รวมทัง้ วางแผนการบรหิ ารและการจัดการในสาขาอาชีพ • แกป้ ัญหาที่ซบั ซอ้ นและคาดการณไ์ มไ่ ด้ พฒั นาและทดสอบวิธีการใหม่ ๆ รวมท้ังหาคำตอบอย่าง สร้างสรรค์ (Innovative Solutions) 7 • สามารถให้ความคิดเห็น (Judgment) และรับผิดชอบในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้ทั้งการ ปฏบิ ัติและการบริหารจดั การ • เป็นผูเ้ ชี่ยวชาญท่ีมีองคค์ วามร้ทู ั้งภาคทฤษฎแี ละภาคปฏิบัติ ตลอดจนการบรหิ ารจดั การ • เชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน พัฒนาและทดสอบทฤษฎีใหม่ หรือค้นหาคำตอบใหม่ท่ี ซับซอ้ นและเป็นนามธรรม (Complex and Abstract Issue) 8 • เป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้นำ (Authoritative) สามารถให้ความเห็นด้านความรู้ในวิชาชีพ เพื่อการ บริหารจัดการด้านงานวิจัยหรือองค์กร (Organization) และรับผิดชอบอย่างสำคัญในการขยาย องค์ความรแู้ ละแนวปฏบิ ัติ รวมทั้งสรา้ งสรรคแ์ นวความคดิ และ/หรอื กระบวนการใหมใ่ นวชิ าชพี
2 การพฒั นาหลักสตู รฐานสมรรถนะ 15 การพฒั นาหลกั สูตรภายใตก้ รอบคณุ วฒุ ิวชิ าชีพ เนื่องจากการศึกษาและการฝึกอบรมเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้บุคคลมีความรู้ ทักษะและ พฤติกรรมที่พึงประสงค์สำหรับนำไปใช้และหรือประยกุ ต์ใช้ในการทำงาน การพัฒนาหลักสูตรการศกึ ษา ทุกระดับและหลักสูตรการฝึกอบรมวิชาชีพ จึงต้องยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้ ผู้สำเร็จ การศ ึกษา ห รือฝ ึก อบร ม ตาม หลั กสูต รมีส มร รถนะส อดคล ้อง กับค วามต้ อ ง กา ร ข อ ง ตลาดแรงงาน กรอบคุณวฒุ แิ ห่งชาติ NQF : National Qualification กรอบมาตรฐานคณุ วุฒิการศกึ ษา กรอบมาตรฐานคณุ วุฒิวิชาชพี ของกลมุ่ อาชพี TQF : Thai Qualification Framework - TPQF (Thai Professional Qualification Framework) ของสถาบันคุณวุฒวิ ชิ าชพี กรอบมาตรฐานคณุ วุฒิอุดมศกึ ษา - มาตรฐานฝมี ือแรงงาน ของกระทรวงแรงงาน TQF for Higher Education Framework - มาตรฐานอาชีพ ของสมาคมวชิ าชีพ องค์กร กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิอาชีวศกึ ษา วิชาชพี สภาวชิ าชีพ TQF for Vocational Education Framework กรอบมาตรฐาน คุณวุฒิอาชวี ศึกษาแหง่ ชาติ กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เกณฑม์ าตรฐานคุณวฒุ ิอาชวี ศกึ ษา TQF for Basic Education Framework - ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ - ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพชั้นสูง - ระดบั ปรญิ ญาตรีสายเทคโนโลยีหรอื สายปฏบิ ตั ิการ ภาพที่ 4 แสดงความเชื่อมโยงระหวา่ งคุณวฒุ ิทางการศึกษากบั มาตรฐานอาชพี ดัดแปลงจาก : กรอบคณุ วฒุ แิ ห่งชาติ (ฉบับปรบั ปรุง)
16 2 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ • การเทยี บเคยี งระบบคุณวุฒิในประเทศไทยกบั กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ การจัดการศกึ ษาในแต่ละระดับคณุ วฒุ แิ ละมาตรฐานอาชีพสามารถเทียบเคยี งกับระบบ คุณวุฒติ ามกรอบคุณวฒุ แิ หง่ ชาติ 8 ระดับ ไดด้ งั นี้ คุณวุฒกิ ารศกึ ษา กรอบคณุ วฒุ ิ มาตรฐานอาชพี แหง่ ชาติ ข้ันพน้ื ฐาน อาชวี ศึกษา อดุ มศึกษา กรอบคณุ วุฒวิ ชิ าชีพ มาตรฐานฝีมอื ระดบั 8 แรงงาน ระดับ 7 ปรญิ ญาเอก ระดับ 6 คณุ วุฒิวิชาชพี ขัน้ 8 ปริญญาโท ระดับ 5 ปริญญาตรี ระดับ 4 คณุ วุฒวิ ิชาชพี ขน้ั 7 ปรญิ ญาตรี อนปุ ริญญา ระดับ 3 คุณวุฒวิ ชิ าชพี ขน้ั 6 (ทล.บ.) ประกาศนียบัตร ระดับ 2 คุณวฒุ ิวิชาชพี ข้นั 5 ระดบั 5 (มชร.3) วชิ าชีพช้ันสูง ระดับ 1 (ปวส.) คุณวฒุ ิวิชาชพี ข้ัน 4 ระดบั 4 (มชร.2) ประกาศนยี บัตร ม.ปลาย + วิชาชีพ คุณวฒุ ิวชิ าชพี ขัน้ 3 ระดบั 3 (มชร.1) ทักษะอาชพี (ปวช.) ม.ปลาย คุณวุฒวิ ชิ าชพี ข้นั 2 ระดบั 2 ม.ตน้ คณุ วุฒวิ ชิ าชีพขั้น 1 ระดบั 1 กลไกเช่ือมโยง/การเตมิ เต็ม เพือ่ เทยี บเคียง/เทียบโอนระหวา่ งคุณวุฒิการศึกษากบั มาตรฐานอาชพี - การทดสอบ วัดและประเมนิ ผล - การศึกษาหาความรูเ้ พิม่ เติมจากการศึกษาในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศยั - การเทยี บโอนประสบการณจ์ ากการทำงาน/การฝกึ ฝนและปฏบิ ัติจริงจากการทำงาน - การสะสมหนว่ ยการเรยี น (Credit Bank) การศกึ ษาตอ่ เนือ่ ง/การศึกษาตลอดชวี ติ ภาพท่ี 5 แสดงแนวทางการเชอื่ มโยง/เทียบเคยี งสู่กรอบคณุ วฒุ ิแห่งชาติ ท่ีมา : กรอบคุณวฒุ แิ ห่งชาติ (ฉบบั ปรับปรงุ )
2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ 17 • บทบาทและภารกิจของหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กรอบคุณวฒุ แิ ห่งชาติ ในการดำเนินงานขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติให้ประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมาย สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนากำลังคนของประเทศได้อย่างมี ประสิทธิภาพ จึงมีการกำหนดบทบาทและภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานทางด้าน การศึกษา หน่วยงานด้านมาตรฐานอาชีพ ตลอดจนสถานศึกษา/องค์กรฝึกอบรม ซึ่งต้องเชื่อมโยงและ ประสานการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์การเรียนรู้จากระบบการศึกษาทกุ ระดบั เชอื่ มโยงหรอื เป็นไปตามสมรรถนะการปฏิบัตงิ านของผู้ใชแ้ รงงาน และมรี ะบบการประกันคุณภาพ ท่สี ร้างความเชือ่ มัน่ ทง้ั ภายในประเทศและระดบั สากล องคก์ รดา้ นการศึกษา องคก์ รกลาง องค์กรด้านมาตรฐาน • พัฒนาหลกั สูตรใหม/่ ปรับ • พฒั นานโยบายและแผนการดำเนินงาน อาชีพ หลกั สูตรเดิมใหส้ อดคลอ้ ง เพือ่ ผลกั ดนั ใหม้ ีการเชอ่ื มโยงระหวา่ ง กับกรอบคุณวฒุ ิแห่งชาติ คุณวุฒิการศกึ ษากบั มาตรฐานอาชพี • จดั ทำ ปรับปรงุ พัฒนา มาตรฐานอาชีพให้สอดคลอ้ ง • ขนึ้ ทะเบยี นหลักสูตรตาม • จดั ทำเกณฑ์มาตรฐาน และใหก้ ารรับรอง กับความตอ้ งการของ กรอบคุณวุฒแิ ห่งชาติ หลกั สตู รท่ีสอดคลอ้ งกบั กรอบคณุ วฒุ แิ หง่ ชาติ ประเทศและสากล • สนบั สนุนการพัฒนาครแู ละ • พัฒนาระบบการประกนั คุณภาพการศกึ ษา • สนับสนุนใหอ้ งค์กรดา้ น อุปกรณก์ ารเรยี นการสอน ท้งั ระดบั หลกั สูตรและระดับสถาบัน เพอ่ื ให้ การศึกษานำมาตรฐาน การจัดการเรียนการสอนเปน็ ไปตามกรอบ อาชพี ไปพัฒนาหลกั สตู รฐาน • ติดตามและรายงานผลการ คุณวฒุ แิ ห่งชาติ สมรรถนะที่สอดคล้องกบั ดำเนินงาน ความตอ้ งการของ • พัฒนาระบบการเทยี บเคยี ง เพ่อื สร้าง ตลาดแรงงาน สถานศึกษาและองค์กร ความก้าวหนา้ ให้กับผเู้ รยี นและกำลงั ฝกึ อบรม แรงงาน โดยเชื่อมโยงระบบคุณวฒุ ิ • พฒั นาระบบทดสอบเพอื่ การศึกษากับมาตรฐานอาชพี พฒั นาทักษะ ความรู้ และ • จัดการเรียนการสอนและ ยกระดบั มาตรฐานอาชีพ การฝกึ อบรมท่ีสอดคลอ้ ง • จัดระบบและพฒั นาฐานขอ้ มูลระบบคณุ วุฒิ กบั มาตรฐานอาชพี ท่ีสอดคล้องกับกรอบคุณวุฒแิ ห่งชาติ • ร่วมมือกับสถานประกอบการ • ตดิ ตาม ประเมินผล และสง่ เสรมิ การ ในการจัดการเรียนการ พฒั นาหลักสตู รใหส้ อดคลอ้ งกบั การ สอน/การฝกึ อบรม เปลีย่ นแปลงทงั้ ของประเทศและสังคมโลก • วดั และประเมนิ ผลผู้เรยี น • พัฒนาระบบการเทยี บเคยี งกรอบคุณวฒุ ิ ตามสภาพจริงเพ่อื ประเมิน แหง่ ชาตกิ ับกรอบคณุ วุฒอิ า้ งองิ อาเซยี น สมรรถนะตามที่กรอบ และสากล คุณวุฒิแหง่ ชาตกิ ำหนด • ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเขา้ ใจ ให้กบั ทุกภาคสว่ นในสังคม และสรา้ ง เครือข่ายความร่วมมอื ระหวา่ งหน่วยงานท่ี เกีย่ วขอ้ ง ภาพที่ 6 แสดงบทบาทและภารกจิ ของหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับกรอบคุณวฒุ ิแหง่ ชาติ ท่มี า : กรอบคุณวุฒแิ หง่ ชาติ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
18 2 การพัฒนาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ กรอบการพฒั นาหลักสตู รอาชวี ศึกษา จากภาพที่ 5 จะเห็นได้ว่าการเทียบเคียงระดับคุณวุฒิมีความเชื่อมโยงกันระหว่างระดับ คุณวุฒิการศึกษากับระดับคุณวุฒิวิชาชีพของมาตรฐานอาชีพ การพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาเพื่อผลิต กำลังคนสู่การประกอบอาชีพจึงใหค้ วามสำคญั กับผลสัมฤทธิ์ของผูส้ ำเร็จการศึกษาทัง้ ด้านความรู้ ทักษะ ความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ รวมทั้งพฤติกรรมลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ตาม ระดับคุณวุฒิอาชีวศึกษา โดยนำมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะและความต้องการกำลังคนไป พัฒนาสูม่ าตรฐานการศึกษาวชิ าชีพของสาขาวชิ าและสาขางาน แล้วพัฒนาเป็นหลกั สูตรการอาชีวศึกษา แต่ละระดับ ซึ่งในท่นี จ้ี ะขอกล่าวถงึ เฉพาะหลักสูตรประกาศนียบตั รวชิ าชพี และหลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาชพี ชั้นสงู • คุณภาพของผู้สำเรจ็ การอาชวี ศกึ ษา ในการพัฒนาหลักสูตรดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้มีประกาศ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. 2562 และ ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศกึ ษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการกำหนดคุณภาพของผู้สำเร็จ การศึกษาแต่ละระดับคุณวุฒิ สำหรับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษา และสถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการ พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้สามารถผลิตผู้สำเร็จการศึกษาที่มคี ุณภาพ และเพื่อประโยชน์ต่อการ รับรองมาตรฐานคุณวุฒิผู้สำเร็จการศกึ ษา โดยได้กำหนดคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาทุกระดับคุณวุฒิ ครอบคลุมอย่างน้อย 4 ด้าน คือ ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและคณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ ด้านความรู้ ด้าน ทักษะ ด้านความสามารถในการประยุกต์ใชแ้ ละความรบั ผิดชอบ โดยเทียบเคยี งกับผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้ของ ระบบคณุ วุฒิแตล่ ะระดบั ดงั นี้ คุณภาพ ระดบั ปวช. ระดับ ปวส. ดา้ นคุณธรรม มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ จรยิ ธรรมและ คณุ ลักษณะ เจตคติและกิจนิสัยที่ดี ภูมิใจและรักษา เจตคติและกิจนิสัยที่ดี ภูมิใจและรักษา ทพี่ ึงประสงค์ เอกลักษณ์ของชาติไทย เคารพกฎหมาย เอกลักษณ์ของชาติไทย เคารพกฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความรับผิดชอบตาม เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความรับผิดชอบตาม บทบาทหน้าที่ของตนเองตามระบอบ บทบาทหน้าที่ของตนเองตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข มีจิตสาธารณะและมีจิตสำนึกรักษ์ ประมุข มีจิตสาธารณะและมีจิตสำนึกรักษ์ ส่ิงแวดลอ้ ม สิง่ แวดลอ้ ม
2 การพฒั นาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 19 คณุ ภาพ ระดับ ปวช. ระดบั ปวส. ด้านความรู้ ความรูใ้ นหลกั การทัว่ ไปของงานอาชพี เฉพาะ ความรู้ทางทฤษฎีและเทคนิคเชิงลึกภายใต้ และการวิเคราะห์เบื้องต้น รวมทั้งมีความรู้ ขอบเขตของงานอาชีพ รวมทั้งความรู้ ภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีสารสนเทศท่ี ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สามารถใชใ้ นการสือ่ สารเบื้องต้นได้ สื่อสารในระดบั ท่เี ชือ่ มโยงกับการทำงาน ดา้ นทักษะ ทักษะการเลือกและประยุกต์ใช้วิธีการ ทักษะในการปรับใช้กระบวนการปฏิบัติ งาน เครอ่ื งมือและวสั ดุขั้นพ้ืนฐานในการปฏิบัติงาน ให้เหมาะสม ทักษะด้านความปลอดภัยท่ี ทักษะการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ เชือ่ มโยงกันในการทางานท่ีหลากหลาย ทักษะ ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะการคิด การเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะการคิดวิเคราะห์ วิเคราะห์และการแก้ปัญหา และทักษะด้าน และการแก้ปัญหา ทักษะในการวางแผน การ สขุ ภาวะและความปลอดภยั บริหารจัดการ การประสานงาน และการ ประเมินผลในการปฏิบตั ิงานด้วยตนเอง ด้านความสามารถ สามารถปฏิบัติงานตามแบบแผน ปรับตัวกับ สามารถปฏิบัติงานตามแบบแผน และ ในการประยุกตใ์ ช้ การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ซับซ้อน ให้คำแนะนำ ปรับตัวภายใต้ความเปลี่ยนแปลง สามารถ และความ พื้นฐานที่ต้องใช้การตัดสินใจ วางแผนและ แก้ปัญหาที่ไม่คุ้นเคยหรือซับซ้อนและเป็น รบั ผิดชอบ แก้ไขปัญหาโดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมใน นามธรรมเปน็ บางคร้งั บางเรื่อง ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะทาง วิชาชีพ เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร ในการแก้ปัญหาและการปฏิบัติงาน ในบริบทใหม่ รวมทั้งรับผิดชอบต่อตนเอง และผอู้ น่ื • ภารกิจ/กิจกรรมในการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา จากคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละระดับข้างต้น คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรของ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้นำไปพิจารณาร่วมกับมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐาน สมรรถนะของผู้ปฏิบัติงานจริงในงานอาชีพ กำหนดเป็นกรอบมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพแกนกลางของ สาขาวิชาและสาขางานตามระดับคุณวุฒิ เพื่อกำหนดรายวิชาที่ผู้เรียนจะต้องศึกษาและฝึกปฏิบัติตาม โครงสรา้ งหลกั สูตรแต่ละประเภทวชิ า สาขาวิชาและสาขางาน และนำไปจัดการเรยี นการสอนตอ่ ไป ทงั้ นี้ การพัฒนาหลักสูตรระดับสาขาวชิ าและสาขางานเพิ่มเติมกต็ ้องพจิ ารณาใหส้ อดคล้องกบั กรอบมาตรฐาน การศึกษาวิชาชีพแกนกลางดังกล่าว ส่วนการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาในส่วนท่ีอนญุ าตให้พฒั นาเพิ่มเตมิ ได้ก็จะต้องยึดโยงตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชา สาขางานของระดับคุณวุฒิเดียวกันมีมาตรฐานที่เทียบเคียงกันได้ โดยมีภารกิจหรือกิจกรรมหลักที่ต้อง ดำเนินการ ดังน้ี
20 ภารกิจ/กิจกรรม 2 การพัฒนาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ ผรู้ ับผดิ ชอบ การกำหนดสาขาวิชา เอกสารทเ่ี กีย่ วข้อง/เอกสารที่ได้ สาขางาน สำนักงานคณะกรรมการ - ขอ้ มูลอาชพี และความตอ้ งการกำลังคน การอาชีวศกึ ษา และ การกำหนดมาตรฐาน จากผลการวจิ ยั /ผลการสำรวจ/BOI/ สถานศกึ ษา/สถาบัน การศกึ ษาวิชาชีพ ระดับ... สภาอุตสาหกรรม สภาวิชาชีพ ฯลฯ สาขาวชิ า... สาขางาน... - ขอ้ มลู ความตอ้ งการและจำนวนผู้เรยี น ผเู้ ช่ียวชาญหลักสูตร - ความพรอ้ มของสถานศึกษา/สถาบนั และผ้เู ช่ียวชาญในอาชพี การพฒั นา หลกั สูตรอาชีวศกึ ษา - มาตรฐานอาชพี /มาตรฐานสมรรถนะ คณะกรรมการ - เกณฑ์มาตรฐานคณุ วฒุ อิ าชวี ศกึ ษา พัฒนาหลักสูตร การขออนุมตั ิหลกั สูตร - การนำเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒอิ าชวี ศกึ ษา ของ สอศ. สถานศกึ ษา/ สกู่ ารปฎบิ ตั ิ - มาตรฐานการศึกษาวิชาชพี สถาบัน - เนอ้ื หาสาระสำคญั ของหลักสตู ร สอศ./คณะกรรมการ - เกณฑม์ าตรฐานคุณวฒุ ิอาชวี ศึกษา การอาชวี ศกึ ษา - จุดประสงค์สาขาวิชา - มาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชพี สาขาวชิ า/งาน - จำนวนหนว่ ยกิตและโครงสร้างหลักสตู ร - รายวชิ าแตล่ ะหมวดวิชาตามโครงสรา้ ง - รา่ งหลกั สตู ร พรอ้ มแผน่ บันทกึ ขอ้ มลู - เอกสารประกอบการขออนมุ ัตหิ ลกั สตู ร ภาพที่ 7 แสดงภารกจิ /กจิ กรรมในการพฒั นาหลักสตู รอาชวี ศกึ ษา ที่มา : แนวปฏิบตั ิเกย่ี วกับหลักสูตรการอาชวี ศึกษา หน่วยศึกษานิเทศก์ สอศ. • การกำหนดสาขาวิชา สาขางาน ในการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการตัดสินใจพัฒนาหลักสูตร ได้แก่ ข้อมูลอาชีพและความต้องการกำลังคนจากผลการวิจัย ผลการ สำรวจ ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment : BOI) สภา อุตสาหกรรม สภาวิชาชีพ ฯลฯ ข้อมูลความต้องการของผู้เรียนและจำนวนผู้เรียน ตลอดจนความพร้อม ของสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันที่จะเปิดสอนและจัดการศึกษาตามหลักสตู รนั้น และที่สำคัญคอื ผู้สำเร็จการศึกษาแล้วต้องสามารถปฏิบัติงานได้จริง มีงานทำและมีความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพนั้น สำหรับขอ้ พิจารณาในการกำหนดสาขาวชิ า สาขางาน มดี ังนี้
2 การพัฒนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 21 1. อาชีพที่จะพัฒนาเป็นหลักสูตรสาขาวิชาและสาขางานนั้นต้องการผูท้ ี่สำเร็จการศึกษาจาก การเรียนในระบบหรือจากการฝึกอบรม หากเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะเฉพาะเรื่องตามความ ตอ้ งการของผู้เรียนโดยใช้ระยะเวลาไม่นาน อาจพัฒนาเป็นหลกั สูตรวิชาชีพระยะส้นั แตห่ ากเป็นการเรียน ในระบบก็ต้องพิจารณาว่าหลักสูตรวิชาชีพนั้นจะเริม่ ตน้ ที่หลักสูตรระดับใดและสามารถพัฒนาต่อเนื่องไป ได้ถึงระดับใดตามระยะเวลา องค์ประกอบและเงื่อนไขของหลักสูตรนั้น ตลอดจนความต้องการของงาน อาชพี 2. ผ้พู ัฒนาหลักสูตรมีอำนาจหรอื ไดร้ บั มอบอำนาจตามกฎหมาย ข้อบงั คบั ในการจัดการศึกษา หรือฝกึ อบรมบคุ คลเพ่อื เข้าสอู่ าชพี นนั้ หรือไม่ เพราะบางอาชพี จะต้องไดร้ บั อนุญาตจากองค์กรหรือสมาคม วิชาชพี 3. ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ความต้องการหรือการจา้ งงานในอาชีพนัน้ ทงั้ ในปัจจบุ นั และอนาคตสามารถ เชื่อถือได้ และมปี รมิ าณเพียงพอตอ่ การวางแผนและลงทุนผลิตกำลงั คน 4. การกำหนดชื่อสาขาวิชาและสาขางานที่จะพัฒนาหลักสูตรต้องเป็นอาชีพที่มีอยู่จริงและ หรอื สามารถยกระดบั ของการประกอบอาชพี ได้ นอกจากนีอ้ าชีพน้นั ตอ้ งมีความต้องการกำลังคนทม่ี คี วามรู้ ทักษะอยู่ในระบบการจ้างงานอย่างแน่นอน และหรือมีมาตรฐานอาชีพเพื่อเชื่อมโยงสู่การพัฒนาเนื้อหา สาระของหลักสตู รตามระดับคุณวฒุ ิ 5. ข้อมูลความต้องการของผู้ที่จะสมัครเข้าศึกษาหรือฝึกอบรมในสาขาวิชา สาขางานนั้นมี จำนวนแนน่ อนและเพียงพอ 6. ครู คณาจารยม์ คี ุณสมบัติ ความรู้ ความชำนาญและความพรอ้ มในสาขาอาชพี นนั้ 7. สิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ อาคารสถานท่ี เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ สื่อและแหล่งเรียนรู้ สนับสนนุ การจดั การศึกษาหรอื ฝกึ อบรมในสาขาวิชาและสาขางานนั้นมีจำนวนเพียงพอ หรอื สามารถจัดหา มาไดค้ รบเมื่อจะเปิดหลักสตู ร 8. หากมีการเปิดหลักสูตรสาขาวิชาอื่นที่ใกล้เคียงกัน จะยังคงมีจำนวนผู้ที่ต้องการเข้าศึกษา หรือฝกึ อบรมในสาขาวิชานีเ้ พียงพอต่อการเปดิ สอน ทง้ั นี้ คณะทำงานอาจใชแ้ บบสำรวจหรือแบบสอบถามเพื่อนำขอ้ มูลมาพิจารณาสรุปเลอื กอาชพี ทจี่ ะพฒั นาหลักสูตร ดงั ตวั อยา่ งการวเิ คราะหข์ อ้ มูลเพื่อพฒั นาหลกั สูตรฝึกอบรมวชิ าชพี ตอ่ ไปน้ี
22 2 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ตัวอย่าง แบบสำรวจขอ้ มูลเพ่ือพิจารณาเลือกอาชีพทีจ่ ะพฒั นาหลกั สูตรฝึกอบรม คำชี้แจง แบบสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับงานอาชีพ เพื่อเป็นข้อมูลในการ ตัดสินใจพัฒนาหลกั สูตรฝึกอบรม ขอให้ท่านพิจารณารายชื่ออาชีพกับรายการคำถามต่อไปนี้ หาก เห็นด้วยในรายการใดให้ทำเครอ่ื งหมาย ในช่องทีต่ รงกนั หมายเหตุ * หมายถงึ คำถามท่สี ำคัญ สาขาอาชีพ/สาขาวิชา…. รายการที่ตอ้ งสำรวจและพิจารณา คะแนนสรุป รายชื่ออาชพี ท่ีจะสำรวจ 12345678 ้ตองการคนงานจากการเรียนในระบบ? จำนวนของคำตอบว่า * มีอำนาจจัดการฝึกอบรมเ ืพ่อเ ้ขา ู่สอา ีชพ? ใช่ ของแตล่ ะอาชีพ ีมข้อมูลป ิรมาณจ้างงานปัจจุบัน อนาคต? ีม ้ขอมูล ู้ผ ึฝก ี่ท ้ตองการสมัครเข้า ึฝกอบรม? (รวมคะแนน) อา ีชพ ี้นเป็นระ ัดบ ้ชัน ้ตนของสาขาอา ีชพ? * ีม ู้ผสอน ่ีทมี ุคณสม ับ ิตตรงตามอา ีชพ? * ีมเค ืร่อง ืมอ ุอปกรณ์ ึฝกอบรมเพียงพอ? ัรบรองป ิรมาณคนต้องการเข้า ึฝกอา ีชพ ้ีน? 1. ช่างซ่อมรถอแี ต๊น / // / 4 2. ช่างต่อเพลารถบรรทุก 3 3. ชา่ งบำรงุ รักษารถยนต์ // / 8 4. ...... 5. ...... //////// 6. ...... จากตัวอย่างข้างต้นนี้ สรุปได้ว่าอาชีพที่น่าจะมาจัดเป็นหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพ ได้แก่ อาชพี ช่างบำรงุ รกั ษารถยนต์
2 การพฒั นาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 23 • การกำหนดมาตรฐานการศกึ ษาวิชาชีพของสาขาวิชาและสาขางาน ตามประกาศกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกรอบ มาตรฐานในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ สำหรับสถานศึกษาหรือสถาบัน การอาชีวศึกษาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนและการ พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา และเพื่อประโยชน์ต่อการรับรองมาตรฐานคุณวุฒิผู้สำเร็จการศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตรแต่ละระดับจะตอ้ งพิจารณาให้เปน็ ไปตามเกณฑม์ าตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษา ทกี่ ำหนดไว้สำหรับระดับวฒุ ิการศึกษาน้นั เพอื่ กำหนดเปน็ หลักการและจดุ หมายของหลักสูตรแต่ละระดับ ส่วนลักษณะเฉพาะของการเป็นสาขาวิชาและสาขางาน นอกจากจุดประสงค์สาขาวิชาแล้ว “มาตรฐาน การศกึ ษาวชิ าชีพ” ของสาขาวิชาและสาขางาน กถ็ อื เป็นกรอบสำคญั สำหรบั การกำหนดเนื้อหาสาระของ หลกั สตู รและแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐานตามระดับหลักสูตร สาขาวิชาและสาขางานนั้น ทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ด้านความรู้ ด้าน ทักษะ และดา้ นความสามารถในการประยกุ ตใ์ ช้และความรับผดิ ชอบ การกำหนดมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพของสาขาวิชาและสาขางาน เป็นการแปลงมาตรฐาน อาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะที่อาชีพต้องการตามระดับคุณวุฒิ ซึ่งได้จากการวิเคราะห์หน้าที่ของอาชีพ แล้วกำหนดเป็นรายการสมรรถนะที่บุคคลในแต่ละตำแหน่งหน้าที่ของงานอาชีพต้องรู้ ต้องปฏิบัติได้และ ต้องมีคุณลักษณะที่ต้องการ นำมากำหนดเป็นคุณลักษณะและสมรรถนะของผู้เรียนเพื่อพัฒนาเป็น หลักสูตรฐานสมรรถนะภายใต้เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาในระดับที่เทียบเคียงกับระดับคุณวุฒิ วิชาชีพ มาตรฐานการศึกษาวิชาชีพจึงเป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการศึกษา สำหรบั สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา สถาบนั การอาชีวศึกษาและหรือสถานศึกษาให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ สง่ ผลให้ผูส้ ำเรจ็ การศกึ ษาในสาขาวชิ าและสาขางานเดียวกนั มคี ณุ ภาพมาตรฐานใกลเ้ คียงกนั กรอบแนวทางในการกำหนดมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพในหลักสตู รประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ พุทธศักราช 2562 และมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 น้นั มีแนวทางในการเขยี นดงั นี้ 1. การเขียนรายการคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ในทุกระดับคุณวุฒิ อาชีวศึกษาต้องมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมที่ดีเพื่อการดำเนินชีวิตทั้งชีวิตประจำวันและการ ประกอบอาชีพ สอดคล้องกับรายการคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยมและคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงคข์ องผู้สำเรจ็ การอาชีวศึกษา ซึ่งกำหนดให้สถานศึกษาและครูผู้สอนต้องสอดแทรกบูรณาการในการเรียนการสอนและ ให้มีการประเมินผลในสัดส่วนร้อยละยี่สิบในทุกรายวิชา รวมทั้งให้สอดแทรกบูรณาการในกิจกรรมเสริม หลักสตู รและกิจกรรมตา่ ง ๆ ของสถานศกึ ษาดว้ ย
24 2 การพัฒนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 2. การเขียนรายการคุณภาพด้านความรู้ ด้านทักษะและด้านความสามารถในการ ประยกุ ต์ใชแ้ ละความรับผดิ ชอบ เพื่อนำไปสกู่ ารกำหนดรายวิชาตามโครงสร้างหลกั สตู ร แบง่ เปน็ 2.1 ดา้ นสมรรถนะแกนกลาง ไดแ้ ก่ ความรู้ ทกั ษะและความสามารถในการประยุกต์ใช้ใน ด้านภาษาและการสื่อสาร ดา้ นการคดิ และการแกป้ ัญหา และด้านสงั คมและการดำรงชีวิต เพ่ือนำไปสู่การ กำหนดรายวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง สำหรบั สถานศกึ ษานำไปจดั และเลือกจดั ตามเง่ือนไขของ กลมุ่ วิชาต่าง ๆ ในหมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง คอื 2.1.1 กลุ่มวิชาภาษาไทย 2.1.2 กลุ่มวชิ าภาษาตา่ งประเทศ 2.1.3 กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ 2.1.4 กลุ่มวชิ าคณติ ศาสตร์ 2.1.5 กลุ่มวิชาสังคมศกึ ษา (ระดบั ปวช.) หรอื สงั คมศาสตร์ (ระดับ ปวส.) 2.1.6 กลมุ่ วชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา (ระดับ ปวช.) หรือมนษุ ยศาสตร์ (ระดับ ปวส.) ทั้งน้ี สมรรถนะที่เกิดขึ้นจากการเรยี นรู้รายวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางน้ี จะ ประกอบด้วยสมรรถนะบังคับเพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และสมรรถนะเลือกที่สอดคล้องกับ สาขาวิชาเพื่อการนำไปประยุกต์ใช้ในงานอาชีพ นอกจากนี้จะต้องสอดคล้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐานและ การอุดมศึกษาตามระดับท่ีเทยี บเท่ากนั ดว้ ย เพอื่ การศึกษาตอ่ หรือการเทียบเคียงคณุ วฒุ กิ ารศกึ ษา 2.2 ด้านสมรรถนะวิชาชีพ ได้แก่ ความรู้ ทักษะและความสามารถในการประยุกต์ใช้ใน ดา้ นงานอาชีพ เพื่อนำไปสกู่ ารกำหนดรายวชิ าในกลมุ่ วิชาตา่ ง ๆ ในหมวดวชิ าสมรรถนะวชิ าชีพ แบ่งเป็น 2.2.1 กล่มุ สมรรถนะวิชาชพี บังคบั เปน็ กลุ่มรายวิชาทีผ่ เู้ รียนในสาขาวชิ านั้นตอ้ งเรียน เพ่ือสะทอ้ นความเปน็ สาขาวิชาที่ ก.พ. รบั รองคุณวุฒิ โดยจัดเปน็ กลมุ่ วชิ าต่าง ๆ คือ 1) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพื้นฐาน ได้แก่ รายวิชาบังคับเพื่อเป็นพื้นฐานและ หรือสนับสนุนงานอาชีพ ประกอบด้วยรายวิชาในกลุ่มการจัดการอาชีพ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ และ กลุม่ พน้ื ฐานงานอาชพี 2) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ ได้แก่ กลุ่มรายวิชาชีพที่ผู้เรียนในสาขาวิชา น้นั ตอ้ งเรียนเพอ่ื ให้มสี มรรถนะหลกั หรอื สมรรถนะบงั คบั ทส่ี ะทอ้ นความเป็นสาขาวชิ า 3) กลุม่ ฝกึ ประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชีพ เพ่อื เตมิ เต็มประสบการณ์และความ พรอ้ มในการทำงานในสถานประกอบการท่สี อดคล้องกบั สาขาวิชา สาขางานทเี่ รียน 4) กลุ่มโครงงานพฒั นาสมรรถนะวิชาชพี เพือ่ ประยกุ ต์ใช้ความรู้ ทักษะในการ ประดิษฐค์ ดิ คน้ พัฒนา แก้ปญั หาในงานอาชพี ตามสาขาวิชา สาขางานทีเ่ รยี น
2 การพฒั นาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ 25 2.2.2 กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเลือก ได้แก่ กลุ่มรายวิชาที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือก เรียนตามความถนัดและความสนใจเพื่อความเป็นเฉพาะทางในงานอาชีพ และหรือเพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะและความสามารถในการประยกุ ตใ์ ช้ ทั้งนี้ ความรู้ ทักษะและความสามารถในการประยุกต์ใช้จะต้องมีการทวนสอบกับมาตรฐาน อาชีพและผู้เชี่ยวชาญในงานอาชีพตามระดับคุณวุฒิ โดยสมรรถนะบังคับถือเป็นแก่นของสาขาวิชาซ่ึง สะทอ้ นถึงรายวิชาบงั คบั ทผี่ เู้ รยี นต้องเรียน ส่วนสมรรถนะเลอื กถือเป็นสว่ นสะท้อนสาขางานที่ผู้เรียนเลือก เรียน อย่างไรก็ตามคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรสามารถพิจารณาเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสมกับ ระดับคุณวุฒิและความต้องการของงานอาชีพ มาตรฐานการศึกษาวิชาชีพนี้นอกจากจะใช้เป็นกรอบ ในการกำหนดรายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรสาขาวิชาและสาขางานแล้ว ยังใช้เป็นกรอบในการกำหนด เกณฑ์และเคร่ืองมอื ประเมนิ มาตรฐานวชิ าชีพเพอ่ื รบั รองคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาดว้ ย ตัวอย่างกรอบการเขียนมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพของสาขาวิชาและสาขางาน หลักสูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ พุทธศกั ราช 2562 และหลกั สูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพชัน้ สูง พุทธศักราช 2563 จะไดน้ ำเสนอในหัวขอ้ กระบวนการพฒั นาหลักสตู รฐานสมรรถนะตอ่ ไป • การพัฒนาหลักสูตรอาชวี ศกึ ษา ดังที่กล่าวแล้วว่า “หลักสูตร (Curriculum)” หมายถึง ประมวลวิชาและกิจกรรมต่าง ๆ ท่ี กำหนดไว้ในสถานศึกษา เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วน “หลักสูตรอาชีวศึกษา (Vocational Education Curriculum)” หมายถึง หลักสูตรเพื่อการจัดการศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพตามท่ี คณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด ดังนั้นการพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพจะต้อง เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. 2562 ส่วนการพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงจะต้อง เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. 2562 โดยนำความรู้ในทางทฤษฎีอันเป็นสากลและภูมิปัญญาไทย มาพัฒนาเพื่อให้ผู้รับการศึกษามีความรู้ความสามารถในทางปฏิบัติและมีสมรรถนะจนสามารถนำไป ประกอบอาชพี ในลักษณะผปู้ ฏบิ ัติหรอื ประกอบอาชพี โดยอิสระได้ เนื่องจากการจัดการอาชีวศึกษามุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพระดับฝีมือ ระดับ เทคนิค และระดับเทคโนโลยี รวมทั้งเพื่อยกระดับการศึกษาวิชาชีพให้สูงขึ้นและสอดคล้องกับความ ต้องการของตลาดแรงงาน การพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาจึงต้องยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพและความ
26 2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ ตอ้ งการของงานอาชพี ตามระดบั คณุ วุฒิวชิ าชีพดว้ ย ดงั นนั้ สิง่ สำคัญที่ต้องพิจารณาในการพัฒนาคนเข้าสู่ อาชีพ คอื - อาชีพนั้นมีข้อมูลความต้องการที่ชัดเจนว่านักเรียน นักศึกษาท่ีจะผลิตหรือพัฒนานี้จะ เขา้ ไปทำงานในสว่ นใดและระดับใดของกลุม่ อาชีพหรืออาชีพท่ีกำหนด - ตำแหน่งงานนั้นต้องการคนมคี ุณลกั ษณะและมีสมรรถนะอยา่ งไร - จะต้องพัฒนาหรือใชห้ ลักสูตรชนดิ ใดและระดบั ใดในการพัฒนาคนเหลา่ นี้ - หลักสูตรที่จะพัฒนาหรือนำมาใช้นั้น มีข้อกำหนดอย่างไรในเรื่องของจุดหมาย หลักการ โครงสร้าง หน่วยกติ และเงอื่ นไขอนื่ ๆ ท่เี กย่ี วข้อง - กระบวนการในการพฒั นาหลกั สูตรหรือนำหลักสตู รมาใชน้ นั้ จะตอ้ งดำเนนิ การอย่างไร และ เกย่ี วข้องกับผใู้ ดหรือหน่วยงานใดบ้าง อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากระบวนการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยความรว่ มมอื ของผู้เช่ียวชาญดา้ นหลักสูตรและผู้เชี่ยวชาญด้านอาชพี จนไดห้ ลกั สูตรท่ีผ่านการอนุมัติ การประกาศใช้และการรับรองคุณวุฒิผู้สำเร็จการศึกษา แต่หากสถาบันการอาชีวศึกษาและสถานศึกษา ที่นำหลักสูตรไปใช้ไม่เข้าใจในการบริหารจัดการศึกษาตามหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน ผู้สำเร็จ การศึกษากอ็ าจไมม่ คี ุณภาพมาตรฐานตามท่ีกำหนด นักเรียน นักศกึ ษา การบรหิ ารหลกั สตู ร ภาพท่ี 8 แสดงความสำคญั ของเครือ่ งมอื ทใ่ี ช้ในการผลติ นักเรยี น นกั ศกึ ษาอาชวี ศึกษา
2 การพฒั นาหลักสูตรฐานสมรรถนะ 27 จากการที่สังคมมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หลักสูตรการศึกษาจึงจำเป็นต้องมี การพัฒนาอย่างต่อเนื่องควบคู่กันไป โดยเฉพาะหลักสูตรอาชีวศึกษาซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัด การศึกษาเพื่อผลิตกำลังคนให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของงานอาชีพ ควรจะต้องมีการนิเทศ ติดตามประเมินผลการนำหลกั สูตรไปใช้เพื่อสำรวจข้อดีแเละข้อบกพร่อง ตลอดจนปัญหาต่าง ๆ ในการ ใชห้ ลกั สตู รเพอ่ื นำมาพัฒนาและปรบั ปรุง นอกจากน้ีจะต้องเปิดโอกาสให้มกี ารพัฒนาสาขาวชิ า สาขางาน และรายวิชาเพิ่มเติมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของสังคมได้ด้วย สำหรับรูปแบบของ การพัฒนาหลักสูตร ซง่ึ เปรียบเสมอื นพมิ พเ์ ขยี วในการจดั การศึกษานัน้ มีแนวคิดหลายรปู แบบ ดงั นี้ 1. รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรยี นการสอนของ UNESCO Model การพัฒนาหลกั สูตรการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะรูปแบบนี้ ประกอบด้วย 1.1 วงจรการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ขั้นการ ประเมินความต้องการจำเป็น (2) ขั้นการออกแบบหลักสูตรฐานสมรรถนะ (3) ขั้นการทดลองและ ปรบั ปรุงหลกั สูตรฐานสมรรถนะ และ (4) ขนั้ การประเมนิ ผลหลักสตู รฐานสมรรถนะ 1.2 วงจรการจัดทำแผนการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรรายวิชาฐานสมรรถนะ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ (5) ขั้นการออกแบบและจัดทำแผนการจัดการเรียนการสอนหลักสูตร รายวชิ าฐานสมรรถนะ (6) ขั้นการนิเทศและการทดลองใชแ้ ผนการจัดการเรยี นการสอนหลกั สูตรรายวิชา ฐานสมรรถนะ (7) ขนั้ การนำแผนการจัดการเรยี นการสอนหลักสูตรรายวชิ าฐานสมรรถนะไปใชจ้ รงิ และ (8) ข้นั การประเมนิ ผลแผนการจัดการเรียนการสอนหลกั สตู รรายวชิ าฐานสมรรถนะ ดังภาพ (1) Need Assessment Competency-based Curriculum Development (5) Design of Course Material Competency-based Course Development (4) Curriculum (8) Course (6) Experimentation (2) Design Evaluation Evaluation Validation (7) Implementation (3) Try-out / Improve ภาพท่ี 9 แสดงรปู แบบการพัฒนาหลกั สตู รการจดั การเรยี นการสอนฐานสมรรถนะของ UNESCO
28 2 การพัฒนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 2. รปู แบบการพฒั นาหลักสูตรของ UNESCO Model รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรนี้ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนมหภาค (Macro-level) และสว่ นจุลภาค (Micro-level) 2.1 ส่วนมหภาค จะเป็นส่วนของการให้เหตุผลในหลักการใหญ่ ๆ โดยเริ่มจากการ วิเคราะห์สถานการณข์ ั้นสดุ ท้ายที่ตอ้ งการในดา้ นความต้องการส่วนตัวของผู้เรียนหรือความต้องการของ สังคม เพื่อนำมากำหนดงานเฉพาะอย่างหรือเป้าหมายของหลักสูตร รายละเอียดเนื้อหาหลักสูตร วิธีการใช้หลกั สตู ร ตลอดจนวธิ ีหรือรูปแบบของการประเมินผลหลกั สูตรในระดับของระบบการเรียน หรือ ของสถาบันนน้ั ๆ Study of Needs Population Analysis Job Analysis Design of Course Macro Level Materials Evaluation Experimentation Determination of & Validation Philosophy of Goal Micro Level Implementation Determination of Course Objectives Evaluation Instrument ภาพท่ี 10 แสดงรปู แบบการพฒั นาหลักสตู รของ UNESCO ส่วนมหภาค 2.2 ส่วนจุลภาค จะเป็นส่วนของการวิเคราะห์รายละเอียดต่าง ๆ ของความต้องการ แรงงานสาขาต่าง ๆ ในอนาคต ตลอดจนวิเคราะห์คุณสมบัติความต้องการพิเศษเฉพาะอย่างของผู้เรียน ด้วย เช่น พื้นฐานความรู้เดิม โอกาสของการที่จะมีงานทำ ความสามารถในการเรียน เพื่อนำไปกำหนด วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของหลักสูตรให้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงขอบข่ายของสาขาการเรยี น วัตถุประสงค์ ของการเรียนการสอนในแต่ละวิชาด้วย จากนั้นจึงนำเอารายละเอียดไปทดลองใช้จริง และดำเนินการ ประเมนิ ผล ตรวจสอบข้อมลู ตา่ ง ๆ ของกระบวนการพฒั นาหลกั สูตรเพอื่ นำผลทีไ่ ดไ้ ปปรบั ปรงุ และพฒั นา หลกั สูตรต่อไป
2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ 29 Analysis Implementation Evaluation Design Improvement ภาพที่ 11 แสดงรูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รของ UNESCO สว่ นจลุ ภาค 3. รปู แบบการพฒั นาหลกั สตู รตามแนวคิดของ Nolker & Schocfeldt รปู แบบของการพฒั นาหลกั สูตรตามแนวคิดนี้ประกอบดว้ ยวงกลม 2 วง คอื 3.1 วงกลมแรก กล่าวถึงการกำหนดเป้าหมายและการตัดสินใจเลือกเนื้อหาในการเรียน การสอน มี 4 ขัน้ ตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์สถานการณ์ความต้องการของผูเ้ รียน ความรู้เดิม ทัศนคติ และความตอ้ งการของสงั คม ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดเงื่อนไขพื้นฐานระดับของการเรียน สร้างแบบทดสอบและ รวบรวมรายละเอียดตา่ ง ๆ ตามสิทธทิ ีพ่ ึงมเี พือ่ จัดตั้งงบประมาณและนำหลักสูตรน้ีให้เขา้ ไปอยู่ในระบบ ของการศกึ ษา ขั้นตอนที่ 3 การวิเคราะห์ยุทธวิธีโดยให้เหตผุ ลในการกำหนดเนื้อหาและสดั ส่วนของ เนอื้ หาหมวดวชิ าต่าง ๆ โดยดูท่ีความเจริญทางดา้ นเทคโนโลยีและผลทไ่ี ด้จากการวจิ ยั ขน้ั ตอนที่ 4 การกำหนดจดุ มุง่ หมายของการเรียน 3.2 วงกลมหลัง กล่าวถึงการนำไปปฏิบัติและประเมินผลตามหลักของการวัดผลทาง การศึกษา มี 3 ขน้ั ตอน คือ ขั้นตอนที่ 5 การจัดการเรียนการสอน วางแผนการใช้วิธีสอนและอุปกรณ์การสอน รวมทงั้ ทำตารางสอน ขน้ั ตอนท่ี 6 การดำเนนิ การกระบวนการเรยี นการสอน ขั้นตอนท่ี 7 การประเมินผล โดยทดสอบกระบวนการเรียนการสอน วิธีการนำ หลกั สูตรไปใช้ และตวั หลักสูตร
30 2 การพฒั นาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ Situation Organization of Analysis Learning & Training Pre-Conditions Objectives of Teaching Practice Learning And Training Didactic Analysis Evaluation ภาพที่ 12 แสดงรูปแบบการพฒั นาหลกั สตู รตามแนวคิดของ Nolker & Schocfeldt 4. รูปแบบการพฒั นาหลักสตู รการเรยี นการสอนวิชาเทคนคิ ของ พิสิฐ เมธาภัทร และ W. Peters การพัฒนาหลกั สูตรรปู แบบนี้แบง่ เป็น 3 ส่วน คือ 4.1 ส่วนแรก เป็นการให้ความหมายหรือปรัชญาในการเรียนการสอนวชิ าเทคนิค เพื่อให้ เกิดความสัมพันธ์กับงานอาชพี ทตี่ อ้ งการโดยตรง และเพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นมีสว่ นในกจิ กรรมการเรียนเพ่มิ มากข้ึน ท้ังการคิดริเร่มิ แกป้ ัญหาต่าง ๆ ทางดา้ นเทคนิคในสถานการณข์ องการเรยี นรทู้ ี่ต่าง ๆ กัน 4.2 ส่วนที่สอง เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากส่วนที่ 1 โดยพิจารณาเกี่ยวกับวุฒิที่ ตอ้ งการสำหรับอตุ สาหกรรม และการเลือกหัวข้อการเรยี นทีจ่ ะทำให้ผูเ้ รียนมคี ณุ วฒุ ทิ ต่ี อ้ งการ Philosophy First Part Determination of content Survey of Aids, Analytical Comparative Job Study of Study of Observation Schools Tech. Subject Curricular Feedback Loop Decision on Content & Objective Second Part Design Third Part Implementation Forth Part Evaluation ภาพท่ี 13 แสดงรูปแบบการพัฒนาหลักสตู รของ พสิ ฐิ เมธาภัทร และ W. Peters
2 การพัฒนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 31 ในการดำเนินการจะต้องใชว้ ธิ ีการหลายแบบ เชน่ วิเคราะห์และศกึ ษาเนอื้ หา เปรยี บเทยี บ และศึกษาหลักสูตรที่แตกต่างกัน รวมทั้งสังเกตและวิเคราะห์งานและอุปกรณ์ในสถานศึกษา เช่น อปุ กรณช์ ว่ ยสอน เครือ่ งจกั ร หรืออปุ กรณ์ ตลอดจนสำรวจครผู สู้ อน วธิ กี ารทง้ั หมดน้ีมีจดุ ประสงค์ท่ีจะใช้ ในการ “กำหนดเน้อื หา” เพ่อื ใหก้ ารออกแบบการเรยี นการสอนวิชาเทคนคิ มคี ณุ ภาพและประสทิ ธิภาพ ศึกษาวเิ คราะหเ์ น้ือหา ศกึ ษาเปรยี บเทียบหลักสตู ร สำรวจโรงงาน ศกึ ษาวิเคราะหเ์ นือ้ หา กิจกรรม กิจกรรม กิจกรรม กิจกรรม - ศกึ ษาตำรา - วเิ คราะหห์ ลักสูตรของ - สงั เกตในงานจริง - การสงั เกต - เยย่ี มชมคณะตา่ ง ๆ สถาบันอาชวี ศกึ ษาตา่ ง ๆ - แบบสอบถาม - แบบสอบถาม - เชญิ ครพู เิ ศษมา - สมั ภาษณ์ - สัมภาษณ์ บรรยาย - แบบจำลอง - ศึกษาคูม่ อื ตา่ งๆ และ สถานการณ์จริงๆ ถกปัญหากบั ผบู้ รหิ าร โรงงาน การตัดสินใจเลอื กเนอ้ื หา / กำหนดจดุ มุ่งหมาย ภาพที่ 14 แสดงขนั้ ตอนการตัดสนิ ใจเลือกเนอื้ หาหรือกำหนดจดุ มงุ่ หมาย 4.3 ส่วนที่สาม เป็นขั้นตอนการออกแบบ โดยการนำเอาข้อมูลที่วิเคราะห์จากส่วน ที่สองมาออกแบบวัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการสอน ได้แก่ เขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมเพื่อใช้ในการสอน เลือกเนือ้ หาวชิ าทจี่ ะสอนให้ตรงตามวัตถปุ ระสงค์เชงิ พฤติกรรม ออกแบบและสรา้ งใบเนือ้ หา ใบกิจกรรม ใบงาน ฯลฯ จัดกิจกรรมของผู้เรียนในช่วงท้ังขั้นการให้เนื้อหาและข้ันทำแบบฝึกหัด ออกแบบและสรา้ ง สื่อเพื่อใช้ในการสอน ออกแบบสร้างใบทดสอบ และวิธีการทดสอบต่าง ๆ เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของ การเรียนการสอน 4.4 ส่วนที่สี่ เป็นการทดลองใช้จริงเพ่ือเก็บข้อมูลต่าง ๆ จากสถานการณ์ สอนจริง มาทำ การวิเคราะห์และประเมินผล เพอ่ื เป็นขอ้ มูลย้อนกลับไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุง การเรียนการสอน ให้ทนั สมัยและดยี ่งิ ข้นึ จากแผนภมู ิท้งั 4 ข้ันตอน เปน็ ระบบครบวงจร เพอ่ื ใชใ้ นการเรียนการสอนวชิ าเทคนคิ แต่จะ ให้การสอนมีคุณภาพที่ดีนั้น จะรู้เพียงแค่ระบบไม่เป็นการเพียงพอ ครูผู้สอนควรจะรู้ถึงลักษณะและ คุณสมบตั ิของวชิ าเทคนิคดว้ ยวา่ มคี วามแตกต่างกับวิชาสามัญท่ัว ๆ ไปอยา่ งไร และในแตล่ ะกลมุ่ ของวชิ า เทคนิคเองมคี วามแตกต่างกันอยา่ งไร
32 2 การพฒั นาหลักสูตรฐานสมรรถนะ สรุปได้วา่ การพัฒนาหลกั สตู รมุง่ ทจี่ ะให้ได้หลักสูตรท่ีดีเหมาะสมตามสภาพแวดลอ้ ม สงั คมใน ยุคน้ัน ๆ หลักสูตรที่ดีต้องพัฒนาผู้เรยี นได้ทั้งในด้านความรู้ ความเข้าใจ เจตคติและทักษะความชำนาญ ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตร สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องศึกษาอย่างมากคือ ข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งข้อมูล เหล่านี้จะเป็นรากฐานในการกำหนดจดุ มุ่งหมายของหลักสตู ร เนื้อหา สาระและประสบการณ์การเรียนรู้ ของหลักสูตรนั้น ๆ ตลอดจนการนำเอาหลักสูตรไปใช้ เมื่อนำหลักสูตรไปใช้แล้วก็ต้องมีการประเมินผล หลักสูตรเพื่อหาขอ้ ดีและข้อบกพร่องของหลกั สตู รน้ัน แลว้ นำขอ้ มูลทไ่ี ด้ ไปปรบั ปรุงหลกั สูตรให้เหมาะสม ตอ่ ไป สำหรบั การพัฒนาหลักสูตรอาชวี ศึกษาท่เี นน้ สมรรถนะ จะไดก้ ลา่ วรายละเอียดตอ่ ไป • การอนมุ ัติหลักสตู ร เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษาและหรือสถานศึกษาได้ ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรใหม่ จะต้องนำเสนอหลักสูตรต่อคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบ จากนั้นจึงดำเนินการอนุมัติโดยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกาศใช้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รับรองคุณวุฒิของผู้สำเร็จการศึกษาโดยสำนักงาน คณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน (ก.พ.) จัดทำฐานข้อมูลและเผยแพร่หลักสตู รตอ่ ไป สำหรบั รายละเอียดของกระบวนการข้างตน้ จะไดก้ ล่าวรายละเอียดตอ่ ไป มาตรฐานอาชพี กับหลกั สูตรฐานสมรรถนะ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะสำหรับการจัดการอาชีวศึกษานั้น ขั้นตอนสำคัญคือต้องนำ มาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะ (Occupational Standards /Competency Standards) ของ อาชีพที่เลือกว่าจะพัฒนาหลักสูตรมาเป็นแกนหรือเป็นหลักในการจัดทำ ในกรณีที่มีมาตรฐานอาชีพ อยู่แลว้ จะต้องนำมาทวนสอบ (Verify) และปรับใหเ้ ขา้ กับสภาพงานหรืออุตสาหกรรมท้องถนิ่ หากยังไมม่ ี มาตรฐานอาชีพนั้นจะต้องกำหนดมาตรฐานอาชีพก่อน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์งานท่ีคนในอาชีพน้ัน จะต้องปฏิบัติจริง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนิยมใช้การวิเคราะห์หน้าที่ (Functional Analysis) ซึ่งจะวิเคราะห์ ตงั้ แตค่ วามม่งุ หมายหลกั บทบาทหลกั หน้าทห่ี ลัก หนว่ ยสมรรถนะและสมรรถนะยอ่ ย รวมท้งั เกณฑ์การ ปฏิบัติงาน ขอบเขต หลักฐานการปฏิบัติงานและหลักฐานความรู้ที่ต้องการ ตลอดจนแนวทางการ ประเมิน เพื่อสรุปเป็นมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะ แล้วนำข้อมูลนั้นมาแปลงเป็นหลักสูตร ฐานสมรรถนะ
2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ 33 • การวิเคราะห์หน้าท่งี านเพื่อจัดทำมาตรฐานอาชพี “มาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะ (Occupational Standards /Competency Standards)” หมายถึง แนวทางการกำหนดระดับความสามารถในการปฏิบัติงาน หรือระดับสมรรถนะ ในการปฏิบัติที่มีความยุ่งยากซับซ้อนต่างกัน เพื่อใช้ในการรับรองระดับความรู้ ความสามารถหรือระดับ สมรรถนะในการปฏิบตั ิงานใหแ้ ก่ผู้ท่ีผา่ นการประเมินตามขอ้ กำหนดของมาตรฐานอาชพี น้นั ๆ สำหรับแนวทางในการวิเคราะห์หน้าที่ (Functional Analysis) เพื่อจัดทำมาตรฐานอาชีพ เริ่มต้นด้วยการกำหนดความมุ่งหมายหลักของสาขาอาชีพ แล้ววิเคราะห์ต่อเนื่องไปตามผังแสดงหน้าท่ี โดยใช้การตั้งคำถามถึงหน้าที่หรืองานที่ต้องทำในอาชีพนั้นมากกว่าจะถามถึงวิธีการทำงาน ความ น่าเชื่อถือขึ้นอยู่กับความสามารถของกลุ่มคณะทำงานที่เข้าใจปรัชญาของสมรรถนะ และความสามารถ ของผอู้ ำนวยความสะดวก (Facilitator) ทจี่ ะดูแลการให้ขอ้ มลู ของกลมุ่ คณะทำงาน ทั้งนี้ จากโครงสร้างของผังแสดงหน้าที่ คณะทำงานจะต้องกำหนดสมรรถนะหรือ ความสามารถในการปฏิบัติงานที่เกิดจากการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ในแตล่ ะระดับจากความมุ่งหมายหลกั ไปจนถงึ สมรรถนะยอ่ ย ความมงุ่ หมาย บทบาทหลัก หนา้ ท่หี ลัก หนว่ ยสมรรถนะ สมรรถนะย่อย หลกั (Key Role) (Key Function) (Unit of Competence) (Element of Competence) (Key Purpose) บทบาทหลกั หน้าทีห่ ลัก หนว่ ยสมรรถนะ สมรรถนะยอ่ ย (Key Role) (Key Function) (Unit of Competence) (Element of Competence) บทบาทหลัก หนา้ ทห่ี ลัก หน่วยสมรรถนะ สมรรถนะยอ่ ย (Key Role) (Key Function) (Unit of Competence) (Element of Competence) หนว่ ยสมรรถนะ สมรรถนะยอ่ ย (Unit of Competence) (Element of Competence) - เกณฑ์การปฏิบัตงิ าน (Performance Criteria) - ขอบเขต (Range Statement) - หลกั ฐานทต่ี อ้ งการ (Evidence Requirements) - แนวทางการประเมิน (Assessment Guidance) ภาพท่ี 15 แสดงโครงสร้างของผงั แสดงหนา้ ท่ี (Functional Map)
34 2 การพัฒนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 1. ความมงุ่ หมายหลัก (Key Purpose) ความมุ่งหมายหลักเป็นสิ่งแรกที่ผู้จัดทำมาตรฐานอาชีพจะต้องกำหนดเพื่อให้เห็นเป็น รูปธรรม มขี อ้ พจิ ารณาในการเขียนดงั นี้ 1.1 ความมุ่งหมายหลกั จะต้องแสดงภาพรวมของอาชพี ทีจ่ ะจดั ทำมาตรฐานอาชีพ 1.2 ข้อความแสดงความมุ่งหมายหลักต้องกระชับ ชัดเจนและครอบคลุมบทบาทหลัก ทกุ รายการ 1.3 รูปแบบของการเขียน คอื “กริยา-กรรม-เงอ่ื นไข” กรยิ า คือ คำทแี่ สดงการกระทำ ซงึ่ แสดงสมรรถนะในการปฏิบัติ การผลติ หรอื บรกิ าร กรรม คือ ส่งิ ที่ถูกกระทำ อาจเปน็ บุคคล ส่งิ ของ ผลิตภณั ฑห์ รือข้อมูลเพอื่ การ ตัดสินใจ เงือ่ นไข คือ บรบิ ท สถานการณ์ ใชร้ ะบกุ ารดำเนินการใหเ้ กิดสมรรถนะที่ชดั เจน 1.4 ความมุ่งหมายหลักจะต้องสามารถแยกย่อยออกเป็นบทบาทหลัก ซึ่งเป็นระดับชั้นที่ ถดั ลงไปได้มากกวา่ 1 รายการ 2. บทบาทหลัก (Key Role) บทบาทหลักเกิดจากการแยกย่อยความมุ่งหมายหลักเป็นระดับชั้นถัดลงมา หรือเป็นการ รวมหนา้ ท่ีหลักตา่ ง ๆ ที่สมั พันธก์ ันเข้าดว้ ยกนั มีข้อพจิ ารณาในการเขยี นดังน้ี 2.1 เขียนในรูปของ “กรยิ า-กรรม-เงื่อนไข” 2.2 ข้อความแสดงบทบาทหลักต้องกระชับ ชัดเจนและครอบคลุมหนา้ ที่หลักทุกรายการ 2.3 บทบาทหลักแต่ละรายการตอ้ งมรี ะดับความสำคญั เทา่ กัน ซง่ึ โดยสว่ นใหญ่จะเป็นอิสระ ต่อกัน แตเ่ มื่อรวมกันแล้วตอ้ งสนองขอ้ กำหนดของความมุ่งหมายหลกั 2.4 การจัดลำดับของบทบาทหลักแต่ละรายการ จะเรียงจากงานอาชีพที่เป็นต้นน้ำไปหา ปลายนำ้ หรือเรียงลำดับตามลกั ษณะงานอาชีพท่ใี ช้ความรู้และทักษะจากง่ายไปสทู่ ม่ี ีความยุ่งยาก ซับซ้อน 2.5 บทบาทหลักแต่ละรายการจะต้องสามารถแยกย่อยออกเป็นหน้าที่หลัก ซึ่งเป็น ระดับช้ันทถ่ี ัดลงไปได้มากกวา่ 1 รายการ 3. บทบาทหลกั และหน้าทหี่ ลัก (Key Role and Key Function) หน้าที่หลกั เกดิ จากการแยกย่อยบทบาทหลักเป็นระดับชน้ั ถัดลงมา หรือเปน็ การรวมหน่วย สมรรถนะตา่ ง ๆ ทส่ี มั พนั ธก์ ันเขา้ ด้วยกนั มขี ้อพิจารณาในการเขียนดังน้ี
2 การพฒั นาหลักสูตรฐานสมรรถนะ 35 3.1 เขยี นในรูปของ “กริยา-กรรม-เงอื่ นไข” 3.2 ข้อความแสดงหน้าท่ีหลักต้องกระชับ ชัดเจนและครอบคลุมหน่วยสมรรถนะในระดับชั้น ทีถ่ ดั ลงไปจากหน้าทห่ี ลักนั้น ๆ 3.3 หนา้ ท่ีหลกั แต่ละรายการในแต่ละบทบาทหลักต้องมีระดับความสำคญั เทา่ กนั โดยอาจ เปน็ อิสระต่อกนั หรือเป็นกระบวนการท่ีเรียงลำดบั ต่อเนือ่ งกนั แตเ่ มอื่ รวมกันแล้วต้องสนองข้อกำหนดของ บทบาทหลกั ทจ่ี ำแนกออกมา 3.4 หน้าท่ีหลักแต่ละรายการจะต้องสามารถแยกย่อยออกเป็นหน่วยสมรรถนะ ซึ่งเป็น ระดบั ชั้นท่ถี ัดลงไปได้มากกวา่ 1 รายการ 4. หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence) หน่วยสมรรถนะเกิดจากการแยกย่อยหน้าที่หลักเป็นระดับชั้นถัดลงมา หรือเป็นการรวม หน่วยย่อยหรือสมรรถนะย่อยต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กันเข้าด้วยกัน หน่วยสมรรถนะเป็นส่วนสำคัญท่ีมีคุณค่า และอสิ ระในการจ้างงาน การรับรองผลหรอื การเทยี บโอน มขี อ้ พจิ ารณาในการเขยี นดงั นี้ 4.1 เขียนในรูปของ “กรยิ า-กรรม-เงื่อนไข” 4.2 ข้อความแสดงหน่วยสมรรถนะต้องกระชับ ชัดเจนและครอบคลุมสมรรถนะย่อย ในระดบั ชัน้ ทีถ่ ดั ลงไปจากหนว่ ยสมรรถนะน้ัน ๆ 4.3 หน่วยสมรรถนะแต่ละรายการในแต่ละหน้าที่หลกั ต้องมีระดับความสำคัญเท่ากัน โดย อาจเปน็ อิสระตอ่ กนั หรือเปน็ กระบวนการท่เี รยี งลำดับต่อเนอ่ื งกนั แตเ่ มือ่ รวมกันแล้วต้องสนองข้อกำหนด ของหนา้ ท่ีหลกั ท่ีจำแนกออกมา 4.4 หน่วยสมรรถนะแต่ละรายการต้องสามารถทำสำเร็จได้ด้วยรายบุคคล โดยอาจจะ ทำงานคนเดยี วหรือเปน็ สว่ นหนง่ึ ของกลุ่ม 4.5 หน่วยสมรรถนะแต่ละรายการจะต้องสามารถแยกย่อยออกเป็นหน่วยสมรรถนะ ซึ่ง เป็นระดับช้ันท่ีถดั ลงไปไดม้ ากกวา่ 1 รายการ 5. สมรรถนะยอ่ ย (Element of Competence) สมรรถนะย่อยเป็นลำดับชั้นสุดท้ายของการวิเคราะห์หน้าที่ โดยแยกย่อยมาจากหน่วย สมรรถนะ สมรรถนะยอ่ ยประกอบด้วยข้อความหรอื ขอ้ กำหนดซึง่ แตล่ ะบคุ คลต้องทำได้ มีขอ้ พจิ ารณาใน การเขียนดงั นี้ 5.1 เขยี นในรปู ของ “กริยา-กรรม-เงือ่ นไข” 5.2 ขอ้ ความแสดงสมรรถนะยอ่ ยต้องกระชบั ชัดเจน สามารถทำสำเร็จไดด้ ว้ ยรายบคุ คล
36 2 การพัฒนาหลักสตู รฐานสมรรถนะ 5.3 การจัดลำดับของสมรรถนะย่อยในแต่ละหน่วยสมรรถนะจะจัดเรียงตามกระบวนการ หรอื งานทตี่ ้องปฏิบัติ และเมอื่ รวมกนั แล้วตอ้ งสนองข้อกำหนดของหนว่ ยสมรรถนะทจี่ ำแนกออกมา 5.4 แต่ละสมรรถนะย่อยต้องสามารถเขียนองค์ประกอบสนับสนุนเพื่อนำไปใช้ในการ ประเมนิ ได้ คือ เกณฑ์การปฏบิ ัตงิ าน ขอบเขต หลกั ฐานดา้ นความรแู้ ละดา้ นการปฏบิ ตั ิงานที่ต้องการ และ แนวทางการประเมิน ดงั ตวั อย่าง ความมงุ่ หมายหลกั บทบาทหลัก หนา้ ท่ีหลกั (Key Purpose) (Key Role) (Key Function) 701 บำรุงรกั ษายานยนต์ 10 วิจยั พฒั นาและ *** ออกแบบยานยนต์ 702 ซ่อมยานยนต์ 70 บริการและซ่อม ยานยนต์ 703 ตรวจและรับรองสภาพยานยนต์ *** ตัดตอ่ มาจากผังใหญ่ หน้าท่ีหลัก หนว่ ยสมรรถนะ หนว่ ยยอ่ ย (Key Function) (Unit of Competence) (Element of Competence) 701 บำรงุ รกั ษา 7011 บำรุงรักษาตัวถงั 7011.1 ทำความสะอาดตัวถงั ภายในและภายนอก ยานยนต์ ยานยนต์ 7011.2 ขดั มันสแี ละเคลือบสี 7012 บำรุงรักษายานยนต์ 7012.1 บรกิ ารเปลีย่ นวัสดุ อุปกรณ์ตามระยะทาง/ ตามระยะทางหรือ ระยะเวลา ระยะเวลา 7012.2 บรกิ ารปรับตัง้ ช้ินส่วนอุปกรณ์เครอื่ งยนต์ 7013 บำรงุ รกั ษาระบบ 7013.1 บริการระบบเครื่องลา่ ง เครอื่ งลา่ งและสง่ กำลงั 7013.2 บรกิ ารระบบส่งกำลงั 7014 บำรุงรกั ษาระบบไฟฟ้า/ 7014.1 บำรุงรกั ษาระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ 7014.2 บำรุงรักษาระบบปรับอากาศ ภาพที่ 16 ตวั อย่างการเขยี นแผนภาพแสดงหนา้ ที่ อาชพี บริการเครอื่ งกล
2 การพัฒนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 37 หนา้ ท่ีหลัก หน่วยสมรรถนะ หนว่ ยยอ่ ย (Key Function) (Unit of Competence) (Element of Competence) 702 ซ่อมยานยนต์ 7021 ซ่อมระบบไฟฟ้า 7021.1 ตรวจซอ่ มระบบไฟจดุ ระเบิด ยานยนต์ 7021.2 ตรวจซ่อมระบบควบคุมการฉีดเชอ้ื เพลิง 7021.3 ตรวจซอ่ มระบบประจไุ ฟและสตาร์ท 7021.4 ตรวจซ่อมระบบไฟส่องสวา่ งและสัญญาณ 7022 ซอ่ มระบบเชือ้ เพลงิ 7022.1 ตรวจซอ่ มระบบนำ้ มนั เช้ือเพลงิ ดเี ซล 7022.2 ตรวจซ่อมระบบน้ำมันเช้ือเพลงิ แก๊สโซลีน 7023 ซอ่ มระบบหลอ่ ลืน่ 7023.1 ตรวจซ่อมระบบหล่อลื่น และระบบระบาย 7023.2 ตรวจซ่อมระบบระบายความร้อน ความรอ้ น ภาพท่ี 16 ตัวอยา่ งการเขียนแผนภาพแสดงหนา้ ท่ี อาชีพบรกิ ารเคร่ืองกล (ต่อ) • การจัดทำรายละเอยี ดของแต่ละสมรรถนะยอ่ ย ขั้นตอนนี้จัดว่าเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะบอกว่าผู้ปฏิบัติงานที่มีสมรรถนะตามข้อกำหนดน้ี จะต้องปฏิบัติงานอย่างไร และผลลัพธ์ของงานคืออะไร ปริมาณมากน้อยเท่าไร และมีคุณภาพอย่างไร (Performance Criteria) ระดับของงานยากง่ายเพียงไร ใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ วัสดุอะไร ใช้เทคโนโลยี ระดับพื้นฐานหรือระดับใด (Range Statement) ต้องใช้พื้นความรู้และทักษะในเรื่องใดบ้าง (Evident Requirement) และมีแนวทางการประเมินผลงานนั้นอย่างไร (Assessment Guidance) โดยจะทำการ วิเคราะหส์ มรรถนะยอ่ ยแตล่ ะรายการดงั นี้ 1. เกณฑ์การปฏิบัติงาน (Performance Criteria) เป็นหัวใจของการประเมินหรือเป็น มาตรฐานด้านผลลัพธ์ของการปฏิบัติงาน เขียนในรูปของผลลัพธ์ ข้อกำหนดการประเมิน โดยกำหนด ด้านทีส่ ำคญั ทสี่ ดุ ของการปฏิบัตงิ าน คำที่ไม่ให้เขียนแสดงไว้ในเกณฑ์การปฏิบัติงาน เช่น รู้ เข้าใจ ตระหนักถึง หรือมีความ ซาบซึ้ง คำที่ไม่สื่อความหมาย เช่น ถูกต้อง เหมาะสม หากจะใช้ต้องนิยามให้ชัดเจนว่าถูกต้องหรือ เหมาะสมอยา่ งไร 2. ขอบเขต (Range) ขอบเขตของสมรรถนะยอ่ ย ครอบคลมุ ถงึ เร่ืองตอ่ ไปนี้ 2.1 ปฏิบตั ิเกยี่ วกับส่ิงใด และสง่ิ นนั้ มขี อบเขตอะไรบ้าง
38 2 การพัฒนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 2.2 ปฏบิ ัติอยภู่ ายใต้เงือ่ นไขใด 2.3 ปฏบิ ตั ิอยา่ งหลากหลาย โดยวิธใี ดบ้าง 2.4 จดั ให้มีความเช่อื มโยงระหวา่ งมาตรฐานกับการปฏิบัติในงาน 2.5 มุ่งเน้นการประเมิน 2.6 สามารถปรับใหเ้ ปน็ ปัจจบุ ัน 3. หลกั ฐานท่ตี อ้ งการ (Evidence) เพอ่ื ม่นั ใจว่าการปฏิบตั งิ านนน้ั มคี วามคงเส้นคงวาและ เป็นความสามารถท่ียัง่ ยนื หลกั ฐานที่ต้องการมี 2 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ 3.1 หลักฐานการปฏิบัติงาน สามารถระบุโดยพิจารณาจากหลักฐานกระบวนการว่า ขั้นตอนใดที่จะใช้เป็นหลักฐานการประเมิน และหลักฐานผลงานหรือผลผลิตว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ลกั ษณะใด 3.2 หลักฐานด้านความรู้ สามารถระบุได้โดยพิจารณาแต่ละขั้นตอนว่าจะต้องมีความรู้ อะไร อย่างไร จึงจะทำงานได้ตามมาตรฐาน อาจเขียนในรูปของเนื้อหาสาระที่เป็นหัวข้อเรื่อง โดย รายละเอียดของความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีหรือแนวคิดทางทฤษฎี ความมุ่งหมาย หลักการและวิธีการท่ี สนับสนุนงานนั้นในแต่ละขั้นตอนหรือทั้งสมรรถนะย่อย หรืออาจเขียนในรูปจุดประสงค์การเรียนรู้ก็ได้ แต่ทั้งระบบต้องเขียนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งตลอดทุกมาตรฐาน ในการประเมินอาจใช้การสอบ สัมภาษณท์ ้ังในขณะปฏิบัติงานและนอกเวลาปฏิบตั ิงาน แบบทดสอบ และคำถามอตั นยั 4. แนวทางการประเมิน (Assessment Guidance) เป็นข้อแสดงรายละเอียดทั่วไปของ วิธีการประเมิน และความแตกต่างของข้อเปรียบเทียบของชุดหลักฐาน หรืออาจเป็นข้อกำหนดทั่วไปของวิธี การประเมิน เพอื่ ใหผ้ มู้ ีสว่ นเกย่ี วขอ้ งได้ทราบแนวทางในขั้นต้น ส่วนรายละเอยี ดอาจแยกไว้ในคู่มือการประเมิน ตัวอย่างการวิเคราะห์สมรรถนะย่อย/ขอ้ กำหนดมอดลู หน้าท่ีหลกั (Key Function) 7011 บำรุงรักษาตัวถังยานยนต์ หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence) 7011.1 ทำความสะอาดตัวถงั ภายในและภายนอก เกณฑก์ ารปฏบิ ัติงาน (Performance Criteria) 1. เครือ่ งมือ อุปกรณ์ ลา้ ง ปรบั ตง้ั ตรวจสภาพ และคมู่ ือการให้บริการยานยนตเ์ ตรยี มมาครบตามข้อกำหนด 2. ตัวถงั ภายนอกและภายในยานยนตไ์ ดร้ ับการล้าง เช็ด แหง้ สะอาดและตรวจสอบสภาพช้ินส่วน ตา่ ง ๆ ให้ อยใู่ นสภาพพร้อมใช้งานตามขั้นตอนตามข้อกำหนด 3. ลอ้ และยางทุกล้อ นำ้ ล้างกระจกได้รับการตรวจสอบและเติมใหอ้ ยใู่ นสภาพพรอ้ มใช้งานตามข้อกำหนด
2 การพัฒนาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ 39 ตัวอย่างการวเิ คราะห์สมรรถนะย่อย/ขอ้ กำหนดมอดูล (ตอ่ ) ขอบเขต (Range Statement) 1. ใช้เคร่ืองปัม๊ น้ำแรงดนั สงู 2. ใช้ผลิตภัณฑ์ลา้ งทำความสะอาดทไ่ี มก่ ่อมลพิษ หลกั ฐานท่ีต้องการ (Evidence Requirements): หลักฐานการปฏิบัติงานทีต่ อ้ งการ (The Performance Evidence Requirements): ลป 1 เตรียมเครือ่ งมือ อุปกรณ์ วัสดุทำความสะอาดตัวถังรถยนต์ตามขอ้ กำหนด ลป 2 ปรบั ตงั้ เคร่อื งป๊ัมน้ำแรงสูงได้ตามข้อกำหนด ลป.3 บนั ทกึ ใบตรวจรายการเตรียมงนและรายงานผลการบรกิ ารรถ หลักฐานความรทู้ ่ีต้องการ (The Knowledge Evidence Requirements): ลร 1 การจำแนกและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบริการยานยนต์ ลร 2 วธิ กี ารใชแ้ ละบำรงุ รกั ษาเคร่ืองมือ อุปกรณก์ ารทำความสะอาดและบรกิ ารยานยนต์ ลร 3 ลำดับขั้นตอนการทำความสะอาดและบริการยานยนต์ แนวทางการประเมิน (Assessment Guidance) 1. ตรวจรายการเตรยี มงานและรายงานผลการใหบ้ ริการ 2. ประเมินการเตรยี ม การดำเนินการ การส่งมอบงาน การจัดเก็บเคร่ืองมืออปุ กรณ์ 3. ประเมินความปลอดภัยในการทำงานและความพึงพอใจของผูใ้ ช้บริการ • การจดั ระดบั สมรรถนะอาชีพ การจัดระดับสมรรถนะอาชีพ เป็นการนำหน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence) และหรือ สมรรถนะย่อย (Element of Competence) มาวิเคราะหจ์ ดั แบ่งเปน็ ระดบั ความสามารถของผปู้ ฏบิ ัตงิ าน ในอาชีพนั้น ๆ ว่าจะต้องใช้ผู้มีความสามารถในระดับใดเมื่อเทียบกับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ และในแต่ละ ระดับ ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความสามารถหรือสมรรถนะในการปฏิบัติงานในเรื่องใดบ้างที่จำเป็นหรือที่บังคับ และมีสมรรถนะในการปฏิบัติงานเรื่องใดบ้างที่เป็นเรื่องเสริม ซึ่งในการกำหนดระดับสมรรถนะสำหรับ ผู้เรียนด้านวิชาชีพในแต่ละระดับคุณวุฒิการศึกษานั้นสามารถเปรียบเทียบกั บระดับสมรรถนะของ ผู้ปฏบิ ัตงิ านอาชีพในแตล่ ะระดับคณุ วฒุ ิวิชาชพี ได้ดงั นี้
40 2 การพฒั นาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ตัวอยา่ ง ตารางวเิ คราะหร์ ะดับมาตรฐานสมรรถนะตามระดบั คุณวุฒวิ ชิ าชีพ ช่างบำรุงรกั ษา ช่างซ่อมเครอ่ื งยนต์ รถยนต์ สมรรถนะย่อย (Element of Competence) VQ 2 ร2ะดับ VQ 3 VQ 2 ร2ะดับ VQ 3 VQ 4 รหสั สมรรถนะ ระดับ ร3ะดับ ร3ะดับ 5 ร1ะดับ ร1ะดับ ร4ะดับ 7011.1 ทำความสะอาดตัวถังภายในและภายนอก R R 7011.2 ขัดมันสีและเคลือบสี R RR R 7012.1 บรกิ ารเปล่ียนวัสดุ อุปกรณ์ตามระยะทาง/เวลา R RR 7012.2 บริการปรับตั้งชิ้นสว่ นอุปกรณ์เคร่ืองยนต์ R E 7013.1 บริการระบบเครอ่ื งล่าง ER ER R 7013.2 บรกิ ารระบบส่งกำลัง ER R 7014.1 บำรงุ รกั ษาระบบไฟฟ้า R ER 7014.2 บำรุงรักษาระบบปรับอากาศ R R ER 7021.1 ตรวจซอ่ มระบบไฟจุดระเบิด E RR 7021.2 ตรวจซ่อมระบบควบคุมการฉดี เชอื้ เพลงิ R 7021.3 ตรวจซ่อมระบบประจุไฟและสตารต์ RRR RRR 7021.4 ตรวจซ่อมระบบไฟสอ่ งสวา่ งและสญั ญาณ E E E 7022.1 ตรวจซ่อมระบบนำ้ มันเชอ้ื เพลงิ ดีเซล E E 7022.2 ตรวจซอ่ มระบบน้ำมันเชอ้ื เพลงิ แกส๊ โซลนี E 7023.1 ตรวจซอ่ มระบบหล่อล่ืน 7023.2 ตรวจซ่อมระบบระบายความรอ้ น 7024.1 ตรวจซ่อม ฝาสูบ ลิ้นและชดุ กลไกควบคมุ ล้ิน 7024.2 ตรวจซอ่ ม ชดุ ลูกสูบ ปลอกสูบและเพลาข้อเหว่ียง 7025.1 ตรวจซอ่ มระบบเคร่ืองล่าง 7025.2 ตรวจซ่อมระบบส่งกำลงั 7025.1 ซ่อมตัวถังยานยนต์ 7025.2 ซอ่ มสียานยนต์ 7031.1 ตรวจและรับรองล้อและเบรก 7031.2 ตรวจและรับรองระบบไฟสอ่ งสว่าง 7032.1 ตรวจและรับรองระดบั เสียง 7032.2 ตรวจและรบั รองมาตรฐานไอเสีย R หมายถึง สมรรถนะบงั คับ E หมายถึง สมรรถนะเลอื ก
2 การพฒั นาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ 41 ตวั อย่างขอ้ สรปุ อาชีพ ขอ้ สรุปอาชพี ช่างบำรงุ รักษารถยนต์ ระดบั 1 หนา้ ท่ีหลัก 701 บำรุงรกั ษารถยนต์ หนว่ ยสมรรถนะ 7011 บำรงุ รกั ษาตวั ถังรถยนต์ 7012 บำรุงรักษารถยนตต์ ามระยะทางหรอื ระยะเวลา กลมุ่ เป้าหมาย : ผจู้ บการศกึ ษามธั ยมต้นมาฝึกงาน หรอื ผ้สู อบผา่ น ปวช. 1 คำอธิบาย อาชีพช่างบำรุงรักษารถยนต์นี้เป็นพื้นฐานเบื้องต้นในงานบริการและซ่อมรถยนต์ โดย ลกั ษณะงาน เริ่มต้นจากการบำรุงรักษาตัวถังยานยนต์ทั้งภายในและภายนอก ขัดมันสีและเคลือบสีตัวถัง รถยนต์ รวมทั้งบริการเปลี่ยนวัสดุ อุปกรณ์ตามระยะทาง/ระยะเวลา นอกจากนั้นอาจมี สมรรถนะยอ่ ย ในการบริการระบบเครอ่ื งล่างหรอื บรกิ ารระบบสง่ กำลงั อย่างใดอย่างหน่งึ สมรรถนะยอ่ ยบงั คับ 7011.1 ทำความสะอาดตัวถังภายในและภายนอก 7011.2 ขดั มันสแี ละเคลือบสี 7012.1 บริการเปลยี่ นวัสดุ อุปกรณ์ตามระยะทาง/ระยะเวลา ขอ้ สรุปอาชพี ช่างบำรงุ รกั ษารถยนต์ ระดับ 1 (ตอ่ ) สมรรถนะย่อยเลอื ก 7013.1 บริการระบบเคร่อื งลา่ ง 7013.2 บรกิ ารระบบสง่ กำลงั ขอ้ อ้างอิงสำหรับคุณวฒุ วิ ชิ าชีพไทย TVQs : มฐ. ชา่ งบำรุงรักษารถยนต์ 7011.1, 7011.2, 7012.1, 7013.1 และ 7013.2 • การทวนสอบมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะ การทวนสอบมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะ เป็นการนำมาตรฐานอาชีพหรือ มาตรฐานสมรรถนะที่จัดทำขึ้นไปวิพากษ์กับเจ้าของอาชีพ เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ ก่อนนำไปกำหนดมาตรฐานการศึกษาวิชาชพี และจัดทำหลกั สตู รฐานสมรรถนะตอ่ ไป
42 2 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ กระบวนการพฒั นาหลักสตู รฐานมรรถนะ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ เป็นการนำมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะตาม ระดบั คุณวฒุ วิ ชิ าชีพไปพัฒนาสู่มาตรฐานการศึกษาวชิ าชพี แลว้ จัดทำเปน็ หลักสตู รตามระดบั คุณวุฒิ โดยมี ขนั้ ตอนในการดำเนินการดงั นี้ การกำหนดชื่อหลักสตู ร ระดบั ของหลกั สตู ร • จุดหมายของหลักสตู ร และวุฒกิ ารศึกษาของหลักสูตร • หลักการของหลักสตู ร • จุดประสงค์สาขาวชิ า การกำหนดมาตรฐานของหลักสตู ร • มาตรฐานการศกึ ษาวิชาชีพ การกำหนดข้อปฏิบตั ิเกี่ยวกบั หลักสูตร • หลกั เกณฑก์ ารใช้หลกั สูตร การกำหนดเนอื้ หาสาระของหลกั สตู ร • การกำหนดรหัสวชิ า • โครงสรา้ งหลักสูตร • รายวชิ าและรายละเอยี ดของ รายวิชา ภาพท่ี 17 แสดงกระบวนการพัฒนาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ • การกำหนดชื่อหลกั สูตร ระดบั ของหลักสตู รและวฒุ กิ ารศกึ ษาของหลักสตู ร เนื่องจากหลักสูตรอาชีวศึกษาเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะที่มุ่งเน้นการ ผลิตกำลังคนสู่การ ประกอบอาชีพ การพัฒนาหลักสูตรจึงต้องยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพ การกำหนดชื่อหลักสูตรสาขาวิชา และสาขางานจึงต้องอิงกับข้อมูลอาชีพและความต้องการกำลังคนจากผลการวิจัย ผลการสำรวจ ข้อมูล ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment : BOI) สภาอุตสาหกรรม และ หรือสภาวชิ าชพี ฯลฯ ท้งั น้ี หลกั สูตรอาชีวศึกษาทีค่ ณะกรรมการการอาชวี ศึกษากำหนด ประกอบด้วย 1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 (ม.3) หรือเทียบเทา่ ใช้ระยะเวลาในการเรยี น 3 ปกี ารศกึ ษา เม่ือสำเร็จการศึกษาได้รับ วฒุ ิประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116