๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วทิ ยาปรทิ รรศน์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทานพระราชดำ�รสั ในพธิ เี ปดิ การประชมุ ผไู้ ดร้ บั รางวลั โนเบล ในโอกาสทม่ี ลู นธิ ผิ ไู้ ดร้ บั รางวลั โนเบล ถวายพระเกียรตใิ หท้ รงดำ�รงต�ำ แหน่งสมาชกิ วุฒิสภากติ ตมิ ศักดิ์ เมื่อวนั ท่ี ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วิทยาปรทิ รรศน์ ตัวแทนนักวิทย์ไทยบนเวทีวิทยโ์ ลก “เคยอา่ นรายละเอยี ดเกย่ี วกบั งานประชมุ นกั วทิ ยาศาสตรร์ างวลั โนเบล ณ เมอื ง ลนิ เดามากอ่ น พบวา่ มเี ยาวชนจากนานาประเทศเขา้ รว่ มประชมุ เปน็ จ�ำ นวนมาก รวมท้ังผู้แทนจากเพ่ือนบ้านใกล้เคียง เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย จีน เป็นต้น แต่ไม่เคยมีเยาวชนไทยสาขาวิทยาศาสตร์คนใดได้เข้าร่วมงานนี้ อยากใหด้ �ำ เนนิ การในการประสานงานเพอื่ ขอรายละเอยี ดและตดิ ตอ่ ผจู้ ดั การ ในการจดั สง่ ตัวแทนไทยเข้ารว่ มประชมุ ดังกล่าวน”ี้ พระราชดำ�รัส สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานคณะผบู้ รหิ ารส�ำ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาติ (สวทช.) การประชุมผูไ้ ด้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา (Lindau Nobel Laureate Meetings) วนั ท่ี ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงทราบขอ้ มลู เกี่ยวกบั การประชมุ ผ้ไู ด้รับรางวัลโนเบล สาขาวิทยาศาสตร์ ณ เมืองลินเดา สหพันธ์สาธารณรฐั เยอรมนี จากการอ่านวารสาร Deutschland ฉบับวนั ท่ี ๑๗ กรกฎาคม ค.ศ. ๒๐๐๖ วตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ของการประชมุ น้ี คอื เพอ่ื เปน็ เวทใี หน้ กั วทิ ยาศาสตรร์ นุ่ ใหมจ่ ากทว่ั โลกไดม้ โี อกาสพบปะกบั นกั วทิ ยาศาสตร์ รางวลั โนเบล และเกดิ แรงบนั ดาลใจในการพฒั นาองคค์ วามรทู้ างดา้ นวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ตลอดจนสามารถสรา้ งเครอื ขา่ ยรว่ มกบั นกั วทิ ยาศาสตรร์ ะดบั โลก การประชมุ ผไู้ ดร้ บั รางวัลโนเบล สาขาวิทยาศาสตร์ ณ เมืองลนิ เดา จดั โดยมลู นธิ กิ ารประชมุ ผไู้ ดร้ บั รางวลั โนเบล ณ เมอื งลนิ เดา (Foundation Lindau Nobel Prizewinners Meeting at Lake Constance) ในช่วงปลายเดือน มถิ นุ ายนถงึ ตน้ เดอื นกรกฎาคมของทกุ ปี เรม่ิ ตง้ั แต่ พ.ศ. ๒๔๙๔ ในระยะแรก ๕๑
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วิทยาปริทรรศน์ การประชุมนี้จัดเวียนไปใน ๓ สาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี และสรีรวิทยา หรือแพทยศาสตร์ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้เพ่ิมสาขาเศรษฐศาสตร์โดย จัดข้ึนทุก ๒ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งเป็นปีฟิสิกส์โลก (World Year of Physics) เพอื่ ฉลองวาระครบรอบ ๑ ศตวรรษแหง่ ปมี หศั จรรยข์ องไอนส์ ไตน์ มลู นธิ ผิ ไู้ ดร้ บั รางวลั โนเบลแหง่ เมอื งลนิ เดาไดจ้ ดั การประชมุ ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ พร้อมกันทง้ั ๓ สาขา สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี มพี ระราชด�ำ ริ ว่านักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของไทยน่าจะมีโอกาสเข้าร่วมการประชุมนี้ ดงั นน้ั ส�ำ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาติ (สวทช.) จงึ ไดร้ บั สนองพระราชดำ�ริและดำ�เนินการคัดเลือกนิสิต นักศึกษา นักวิจัย และ นักวทิ ยาศาสตร์ ในสาขาฟสิ ิกส์ เคมี สรรี วทิ ยาหรอื แพทยศาสตร์ ให้เขา้ รว่ ม การประชมุ ศาสตราจารย์ ดร.ไพรชั ธัชยพงษ์ ผแู้ ทนองคก์ รประเทศไทย (สวทช.) ลงนามในบนั ทึกความรว่ มมอื คร้ังที่ ๓ กับเคาน์เตสเบตทนี า เบอร์นาดอตต์ ประธานสภาการประชุม ผไู้ ดร้ ับรางวัลโนเบล ณ เมืองลนิ เดา และศาสตราจารย์ ดร.โวล์ฟกงั ชอื เรอร์ ประธานมลู นิธกิ ารประชมุ ผู้ได้รบั รางวัลโนเบล ณ เมอื งลนิ เดา เมอ่ื วันท่ี ๓๐ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ๕๒
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วิทยาปริทรรศน์ ในระหว่าง พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๗ มีผ้แู ทนจากประเทศไทยเข้าร่วม การประชุมจ�ำ นวน ๓๓ คน แบ่งเป็นสาขาฟิสิกส์ ๓ คน (พ.ศ. ๒๕๕๑) เคมี ๖ คน (พ.ศ. ๒๕๕๒) สาขาเคมี ฟิสกิ ส์ สรรี วิทยาหรือแพทยศาสตร์ ๕ คน (พ.ศ. ๒๕๕๓) สาขาสรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์ ๓ คน (พ.ศ. ๒๕๕๔) สาขา ฟิสิกส์ ๖ คน (พ.ศ. ๒๕๕๕) สาขาเคมี ๕ คน (พ.ศ. ๒๕๕๖) และสาขา ชวี วิทยาหรอื แพทยศาสตร์ ๕ คน (พ.ศ. ๒๕๕๗) ภายหลังการเข้าร่วมประชุมที่ลินเดา ตัวแทนดังกล่าวมีภารกิจใน การไปบรรยายเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ตามสถานที่ต่างๆ อันเป็น การส่งต่อความรู้และแรงบันดาลใจท่ีได้รับมาจากเวทีการประชุมระดับโลก ให้แก่เดก็ และเยาวชนไทย ผแู้ ทนประเทศไทยเขา้ รว่ มประชุมในงาน The 63rd Meeting of Nobel Laureates ระหว่างวนั ท่ี ๓๐ มิถุนายน ถงึ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ การประชมุ สุดยอดนกั วทิ ยาศาสตรร์ ่นุ เยาวโ์ ลก นอกจากการประชมุ ทลี่ ินเดาแล้ว ยงั มงี านประชุมระดับโลกอกี งาน หนึง่ ซ่ึงมีจุดประสงค์ใกลเ้ คยี งกนั ไดแ้ ก่ การประชุมสุดยอดนักวทิ ยาศาสตร์ รุ่นเยาวโ์ ลก (GYSS: Global Young Scientists Summit) การประชุมน้ี จดั โดยมลู นธิ กิ ารวจิ ยั วทิ ยาศาสตรแ์ หง่ ชาติ สาธารณรฐั สงิ คโปร์ มวี ตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื สรา้ งเครอื ขา่ ยระหวา่ งนกั วทิ ยาศาสตรอ์ าวโุ สกบั นกั วทิ ยาศาสตรร์ นุ่ เยาว์ โดยเชิญนักวิทยาศาสตร์อาวุโสที่ได้รับรางวัลสำ�คัญระดับสากล อันได้แก่ รางวัลโนเบล (Nobel Prize) รางวัลเหรียญฟลิ ดส์ (Fields Medal) รางวัล เทคโนโลยีแห่งสหัสวรรษ (Millennium Technology Prize) และ ๕๓
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วทิ ยาปรทิ รรศน์ รางวลั เกยี รตยิ ศจากสมาคมไอทรเิ ปลิ อี (IEEE Medal of Honor) มาบรรยาย เพอ่ื ถา่ ยทอดประสบการณใ์ หแ้ กน่ กั วทิ ยาศาสตร์ร่นุ เยาว์จากทว่ั โลก การอภปิ รายกล่มุ (panel discussion) ของนักวิทยาศาสตรร์ างวลั โนเบล และนักคณติ ศาสตรร์ างวลั เหรยี ญฟิลด์ส ขอ้ คดิ จากนักคณติ ศาสตรร์ ะดับโลก ศาสตราจารย์สตเี ฟน สเมล (Stephen Smale) เปน็ นกั คณติ ศาสตร์ชาว อเมรกิ นั ผเู้ คยได้รับรางวลั เหรียญฟิลดส์ ทา่ นได้รับเชญิ ใหเ้ ป็นวิทยากรในงานประชุม สดุ ยอดนกั วทิ ยาศาสตรร์ ุ่นเยาวโ์ ลกครง้ั ที่ ๒ ซึง่ จดั ขึ้นระหว่างวนั ที่ ๑๙-๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ทม่ี หาวทิ ยาลัยเทคโนโลยนี ันยาง ท่านกล่าววา่ ในการท�ำ งานทางวิทยาศาสตร์ เราจำ�เป็นตอ้ งมีเพอ่ื นร่วมงาน ซ่ึงสามารถร่วมอภิปรายปัญหาได้ (ท่านกล่าวติดตลกว่า ปัจจุบันกูเกิลเป็นเสมือน เพ่ือนร่วมงานที่ดีที่เราสามารถปรึกษาได้ด้วยเช่นกัน) ส่วนห้องสมุดและคลังความรู้ กจ็ ำ�เป็นในการท�ำ วิจัย อยา่ งไรกด็ ี แม้ว่าเพื่อนรว่ มงานจะมคี วามสำ�คญั คอ่ นขา้ งมาก แต่ในการตกผลึกทางความคิด ท่านต้องการอิสระและความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ ความรับผิดชอบและการมีวินัยก็ถือเป็นคุณธรรมสำ�คัญในการใช้ชีวิตและการทำ�งาน ทางวทิ ยาศาสตร์ ทม่ี า : บทความ ประสบการณ์จากการเข้าร่วม Global Young Scientists Summit 2014 ตอนจบ ในวารสารเทคโนโลยีวัสดุ ฉบับท่ี ๗๕ ตุลาคม-ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ของ ดร.สมบูรณ์ โอตรวรรณะ, ดร.นำ้�รนิ ไทยตรง, ดร.ณริ วฒั น์ ธรรมจกั ร์, ดร.สมพงค์ จิตต์ม่นั และ นพ.พรเทพ ตน่ั เผ่าพงษ์ ๕๔
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วทิ ยาปริทรรศน์ ผู้แทนประเทศไทยเฝา้ ฯ รับเสดจ็ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี การประชุมสุดยอดนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์โลกมีรูปแบบเป็น สหสาขาวิชา ได้แก่ เคมี ฟิสิกส์ การแพทย์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ การประชุมสองครั้งแรกจัดท่ีประเทศสิงคโปร์ คร้ังแรกใน พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) และครัง้ ที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ ทมี่ หาวิทยาลัย เทคโนโลยนี ันยาง (Nanyang Technological University) สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี มพี ระราชประสงค์ ใหแ้ พทย์ วศิ วกร และนกั วทิ ยาศาสตรไ์ ทย ไดม้ โี อกาสเขา้ รว่ มการประชมุ สดุ ยอด นักวิทยาศาสตร์ร่นุ เยาว์โลก จึงโปรดให้สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ คัดเลือกผู้แทนเข้าร่วมกิจกรรมนี้โดยในการประชุม สองครั้งแรกมผี แู้ ทนเขา้ รว่ มครง้ั ละ ๕ คน กิจกรรมการเข้าร่วมประชุมนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลที่เมือง ลนิ เดา และการประชมุ สดุ ยอดนกั วทิ ยาศาสตรร์ นุ่ เยาวโ์ ลก จงึ ถอื เปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ ของการสร้างมิตรภาพและเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่ทำ�งานด้าน การวจิ ยั ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ซง่ึ จะส่งผลดแี กท่ ุกฝา่ ยท่เี กี่ยวข้อง ในอนาคต ๕๕
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วิทยาปริทรรศน์ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ฉายพระฉายาลกั ษณใ์ นพิธลี งนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างส�ำ นักงาน ก.พ. กับมหาวทิ ยาลัยแห่งสถาบันบัณฑติ วิทยาศาสตร์จีน (UCAS: University of Chinese Academy of Sciences) เม่ือวนั ที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วิทยาปริทรรศน์ ความรว่ มมือกับ สถาบันบณั ฑติ วทิ ยาศาสตรจ์ ีน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีกระแส พระราชด�ำ รสั กบั ศาสตราจารย์ ดร.ไพรชั ธชั ยพงษ์ วา่ ไทยกบั จนี มคี วามสมั พนั ธ์ เก่ียวข้องด้านภาษาและวัฒนธรรมมายาวนาน แต่ยังไม่มีความสัมพันธ์ด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากนัก ปัจจุบันจีนมีความก้าวหน้าทางด้าน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยมี าก นา่ จะสรา้ งความรว่ มมอื กบั จนี ในเรอ่ื งดงั กลา่ ว เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยของไทยได้เรียนรู้และแลกเปล่ียน ประสบการณ์กับจีน อกี ท้ังเพอื่ กระชบั ความสัมพันธร์ ะหว่างสองประเทศให้ แน่นแฟ้นยง่ิ ขึน้ ด้วย การดำ�เนินการตามแนวพระราชดำ�ริดังกล่าวปรากฏผลอย่างเป็น รูปธรรมผ่านกลไกความร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เรียกย่อ ว่าแคส (CAS : Chinese Academy of Sciences) ในหลายด้านดงั ต่อไปนี้ การพัฒนากำ�ลงั คนโดยการสนบั สนนุ ของมหาวิทยาลัยใน ก�ำ กบั ของแคส สำ�นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำ�นักงาน ก.พ.) ได้สนองพระราชดำ�ริโดยจัดให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่างสำ�นักงาน ก.พ. กับมหาวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาแห่งสถาบันบัณฑิต วิทยาศาสตร์จีน เรียกย่อว่า กูแคส (GUCAS: Graduate University of Chinese Academy of Sciences) ใน พ.ศ. ๒๕๕๒ มหาวทิ ยาลยั นไี้ ดเ้ ปลย่ี น ชื่อเป็น มหาวิทยาลัยแห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนเรียกย่อว่า ยูแคส (UCAS: University of Chinese Academy of Sciences) ๕๗
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วทิ ยาปรทิ รรศน์ ศาสตราจารย์ ดร.เต้ิงหยง่ ประธานสภามหาวทิ ยาลยั รบั เสด็จสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ในการเสดจ็ เยอื นกแู คส ครง้ั แรก เมอ่ื วนั ท่ี ๓๐ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในช่วง พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๗ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเยือนยูแคส ท้ังส้ิน ๔ ครั้ง ครั้งท่ี ๑ เมื่อ ๓๐ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ครั้งท่ี ๒ เม่ือ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ คร้งั ที่ ๓ เมอ่ื ๖ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๔ และ ครงั้ ที่ ๔ เมอ่ื ๑๐ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๗ และได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือระหว่างยูแคส กับ สำ�นกั งาน ก.พ. ๓ คร้งั ในการเสด็จพระราชดำ�เนนิ เยอื นครั้งที่ ๒, ๓ และ ๔ ตามล�ำ ดบั สาระส�ำ คญั คอื ใหม้ กี ารสง่ นกั ศกึ ษาไทยไปศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาโท หรือเอก ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ียูแคสเปิดสอน โดยยูแคส สนบั สนนุ คา่ ลงทะเบยี นใหค้ รง่ึ หนง่ึ ใหม้ กี ารแลกเปลย่ี นนกั วจิ ยั และบคุ ลากร วิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผลัดกันเป็นเจ้าภาพการประชุม คณะกรรมการร่วมสองฝ่ายท่ีกำ�กับดูแลโครงการ เพ่ือร่วมกันติดตาม การด�ำ เนนิ งานให้เป็นไปตามเปา้ หมายทกี่ ำ�หนด สาขาวชิ าที่กำ�หนดให้ศกึ ษา ไดแ้ ก่ การสำ�รวจระยะไกล (Remote Sensing) เทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) ฟิสิกส์ของเครื่องเร่ง อนุภาคและเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน (Accelerator Physics and ๕๘
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วทิ ยาปริทรรศน์ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ฉายพระฉายาลกั ษณร์ ว่ มกบั ผแู้ ทน ทง้ั ฝา่ ยไทยและจนี หลงั พิธลี งนามบันทึกความเขา้ ใจ (MoU) ครั้งท่ี ๑ ระหวา่ งส�ำ นกั งาน ก.พ. กับกูแคส เมื่อวันท่ี ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ Synchrotron Technology) การประมวลภาษาธรรมชาติและการแปล ภาษาด้วยคอมพิวเตอร์ (Natural Language Processing & Machine Translation) หุ่นยนต์อัตโนมัติ (Robot Automation) ดาราศาสตร์ (Astronomy) ดาราศาสตรฟ์ สิ กิ ส์ (Astrophysics) และระบบจ�ำ ลองน�ำ้ ส�ำ หรบั การเปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศ (Hydrological Model for Climate Change) ในช่วง พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๖ ส�ำ นักงาน ก.พ. ไดด้ �ำ เนินการจัดสรร ทุนสำ�หรับนักศึกษาจ�ำ นวน ๑๖ ทุน ทั้งน้ี ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ มนี ักศกึ ษาทจ่ี บ การศกึ ษากลบั มาแลว้ จำ�นวน ๕ คน ได้แก่ (๑) นายวราวุฒิ ศุภมิตรมงคล สาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมการจัดการ (๒) นายฐนวรรธน์ นิยะโมสถ สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์ (๓) นางสาวฐิติมา สงเคราะห์ สาขาชีวเคมี (๔) นายภีระ ยมวนั สาขาการส�ำ รวจระยะไกล (Remote Sensing) และ (๕) นายธีร์ เชาวนนทปญั ญา สาขาวศิ วกรรมและวทิ ยาศาสตร์วสั ดุ กิจกรรมทางวชิ าการและการวิจัยร่วมกบั หนว่ ยงานวจิ ยั ของแคส ความร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เปิดโอกาสให้ สถาบันวิจัยของไทยมีกิจกรรมทางวิชาการและงานวิจัยร่วมกับสถาบันวิจัย ภายใต้การกำ�กับของสถาบนั บัณฑิตวิทยาศาสตรจ์ ีน ดังต่อไปนี้ ๕๙
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วิทยาปริทรรศน์ การประชุมวิชาการ ICCES-HAII Workshop ในประเด็น การคาดการณ์ปริมาณน้ำ�ฝน (Rainfall Forecasting) สถาบันสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำ�และการเกษตร (สสนก.) จัดร่วมกับสถาบันฟิสิกส์บรรยากาศ (IAP: The Institute of Atmospheric Physics) และ ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรด์ า้ น ภูมอิ ากาศและสิ่งแวดล้อมนานาชาติ (ICCES: The International Center for Climate and Environmental Sciences) ทก่ี รงุ เทพมหานคร เมอื่ วนั ที่ ๒ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ การวจิ ยั รว่ มดา้ นฟสิ กิ สน์ วิ เคลยี รแ์ ละอนภุ าค ระหวา่ งมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กับ สถาบันวิจัยฟิสิกส์พลังงานสูง (IHEP: The Institute of High Energy Physics) โดยมีมีนักศึกษาปริญญาเอกของ มทส. ไปร่วมทำ�งานวิจัยท่ี สถาบันวิจัยฟิสิกส์พลังงานสูง และแลกเปลี่ยน อาจารย์ด้านวิจัยซ่ึงกันและกัน สถาบันทั้งสองได้ร่วมลงนามความร่วมมือ ในวันที่ ๑๘ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ และเตรียมการจดั การประชุมวิชาการ รว่ มกัน ใน พ.ศ. ๒๕๕๘ การวิจัยร่วมด้านดาราศาสตร์ ในหัวข้อ Observations and Studies of Low Mass Ratio, Deep Overcontact Binary Stars ระหวา่ ง สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กับหอดูดาวยูนนาน (YAO: Yunnan) ในชว่ ง พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๕๗ การวิจัยและพัฒนาระบบแปลภาษาอัตโนมัติจีน-ไทย โดยศูนย์ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช. ร่วมกับสถาบัน เทคโนโลยกี ารค�ำ นวณ (ICT: Institute of Computing Technology) ในชว่ ง พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๕๗ การประยกุ ตข์ อ้ มลู ดาวเทยี มของจนี และไทยเพอ่ื การจดั การปญั หา อุทกภัยในพ้ืนที่นำ้�ท่วมซำ้�ซาก สำ�นักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ดำ�เนินการร่วมกับ สถาบันการสำ�รวจระยะไกล และดจิ ทิ ลั เอริ ธ์ (RADI: Institute of Remote Sensing and Digital Earth) ในช่วง พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๕๗ ในช่วง พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๕๗ เป้าหมาย ๖๐
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วิทยาปริทรรศน์ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ฉายพระฉายาลกั ษณร์ ่วมกบั ผแู้ ทน ท้ังฝา่ ยไทยและจนี หลังพธิ ีลงนามบนั ทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันฟิสิกส์ประยุกตเ์ ซ่ยี งไฮ้ กบั สถาบันวจิ ัยแสงซนิ โครตรอน (องค์การมหาชน) เมอ่ื วันท่ี ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ของโครงการคือการพัฒนาแบบจำ�ลองเพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือในการจัดการ อุทกภัย โดยการประมวลผลภาพถ่ายดาวเทียม รวบรวมข้อมูลอุทกวิทยา และอุตุนิยมวิทยา และจัดทำ�ฐานข้อมูลของพ้ืนที่ศึกษา ได้แก่ ลุ่มนำ้�ยม และลุ่มนำ้�แยงซี เพ่ือเปรียบเทียบลักษณะภูมิประเทศและปัจจัยแวดล้อม ต่างๆ ท่มี ผี ลกระทบตอ่ การเกิดนำ้�ท่วมในพน้ื ทีศ่ กึ ษาดังกล่าว นอกเหนือจากทุนการศึกษาจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน แลว้ มหาวทิ ยาลยั ต่างๆ ทง้ั ในประเทศจีน สิงคโปร์ และสาธารณรฐั เกาหลี ยงั ได้ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาส�ำ หรับนักศกึ ษาไทย ดังน้ี มหาวทิ ยาลยั ซอี านเจยี วทง สาธารณรฐั ประชาชนจนี ทลู เกลา้ ฯ ถวายทนุ การศกึ ษาส�ำ หรบั นักศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาโท ปลี ะ ๓ ทนุ เรมิ่ ตัง้ แต่ พ.ศ. ๒๕๕๔ ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ มนี กั ศกึ ษาทไ่ี ดร้ บั ทนุ จ�ำ นวน ๔ รนุ่ รวม ๑๐ คน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนนั ยาง สาธารณรฐั สิงคโปร์ ทูลเกลา้ ฯ ถวายทนุ การศึกษาระดับปริญญาเอก สำ�หรับนักศึกษาสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ปีละ ๕ ทุน ติดต่อกนั ๓ ปี เริ่มต้งั แต่ พ.ศ. ๒๕๕๖ ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ มนี กั ศกึ ษาทีไ่ ด้รับทนุ จำ�นวน ๒ รุ่น รวม ๘ คน มหาวทิ ยาลยั ซงั คนุ ควน สาธารณรฐั เกาหลี ทลู เกลา้ ฯ ถวายทนุ การศกึ ษา ด้านนาโนเทคโนโลยีระดับปริญญาเอก และทุนวิจัยหลังปริญญาเอก ประเภทละ ๕ ทุนตอ่ ปีเป็นระยะเวลา ๔ ปี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘ ๖๑
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วิทยาปริทรรศน์ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรกจิ กรรมบนเรอื ตัดน้ำ�แข็งเสวีย่ หลง เมอ่ื วันท่ี ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วิทยาปริทรรศน์ สรา้ งความร้พู ้นื ฐาน จากการวจิ ยั ขั้วโลก สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงเปน็ คนไทย คนแรกที่เดินทางไปยังทวีปแอนตาร์กติก โดยเสด็จเยือนทวีปน้ีในเดือน พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ครงั้ นนั้ เสดจ็ พระราชด�ำ เนนิ ไปประทบั ณ สกอ๊ ตเบส (Scott Base) สถานวี จิ ยั ของประเทศนวิ ซแี ลนด์ ทง้ั ยงั ไดเ้ สดจ็ เยอื น สถานวี จิ ยั แมคเมอร์โด (McMurdo Station) ของสหรัฐอเมริกา เพื่อทอดพระเนตร การศึกษาวิจัยท่ีดำ�เนินการโดยสถานีวิจัยท้ังสองแห่งในสาขาต่างๆ เช่น ชีววิทยา ธรณีวิทยา อุตุนิยมวิทยา และสภาวะแวดล้อม เป็นต้น หลังจาก เสดจ็ พระราชดำ�เนนิ กลบั ได้ทรงพระราชนิพนธห์ นังสือชอ่ื แอนตารก์ ติกา : หนาวหนา้ รอ้ น ซง่ึ เปน็ บนั ทกึ การเสดจ็ พระราชด�ำ เนนิ เยอื นประเทศนวิ ซแี ลนด์ และทวีปแอนตาร์กติก ทรงกล่าวถึงการเสด็จพระราชดำ�เนินครั้งนี้ว่าเป็น “การผจญภยั ครั้งยิง่ ใหญ่ของข้าพเจา้ ” ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ ส�ำ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาติ (สวทช.) ไดเ้ จรจากบั สถาบนั แหง่ ชาตเิ พอ่ื การวจิ ยั ขวั้ โลกของญป่ี นุ่ (National Institute of Polar Research, Japan) เพ่ือขอการสนับสนุนให้ รองศาสตราจารย์ ดร.วรณพ วิยกาญจน์ นักวิทยาศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ไดเ้ ดนิ ทางไปทำ�งานวจิ ยั ทีส่ ถานวี ิจยั โชวว์ ะ (Syowa Station) ของประเทศญปี่ นุ่ ณ ทวปี แอนตารก์ ตกิ โดยเดนิ ทางไปกบั คณะส�ำ รวจทวปี แอนตาร์กตกิ ของญปี่ ุ่น ครง้ั ที่ ๔๖ ทเ่ี รยี กว่าจาเร่ ๔๖ (JARE-46: The 46th Japanese Antarctic Research Expedition) ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ ใน พ.ศ. ๒๕๕๒ รองศาสตราจารย์ ดร.สชุ นา ชวนชิ ย์ นกั วทิ ยาศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เดินทางไปทำ�งานวิจัยกับคณะสำ�รวจ แอนตาร์กติกาของญ่ีปุ่น คร้ังที่ ๕๑ หรือจาเร่ ๕๑ (JARE-51) และเมื่อ ๖๓
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วทิ ยาปรทิ รรศน์ กลบั มากไ็ ด้เขยี นหนังสอื ชอื่ แอนตารก์ ตกิ ...ดนิ แดนน�้ำ แขง็ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงอ่านหนังสือเล่มนี้ และมี พระราชด�ำ รวิ า่ ควรจะมโี ครงการสนบั สนนุ ใหน้ กั วจิ ยั ไทยไดเ้ ดนิ ทางไปท�ำ งานวจิ ยั ท่ีข้ัวโลกใต้อย่างสม่ำ�เสมออันจะยังประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ นอกจากนี้ ยงั มพี ระราชด�ำ รวิ า่ หากไดร้ ว่ มมอื กบั ประเทศจนี กจ็ ะเปน็ การดี เพราะพระองค์ เสดจ็ เยอื นจนี เพอ่ื เจรญิ สมั พนั ธไมตรรี ะหวา่ งประเทศทง้ั สองเปน็ ประจ�ำ อยแู่ ลว้ ท�ำ ไมคนไทยจงึ ควรสนใจศกึ ษาข้วั โลก? รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ อธิบายว่า “เนื่องจากในปัจจุบัน ภาวะโลกรอ้ นหรือการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศเปน็ ปญั หาระดบั โลกท่ตี อ้ งอาศยั ความรว่ มมอื ของนานาประเทศในการชว่ ยกนั ปอ้ งกนั และแกไ้ ข โดยอาศัยขอ้ มลู จาก การขุดเจาะนำ้�แข็งและข้อมูลอ่ืนๆ ท่ีพบในบริเวณขั้วโลก เราอาจบอกได้ว่าสภาพ ภูมิอากาศของโลกในอดีตและในปัจจุบันเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังอาจถือได้ว่า ขั้วโลกเปน็ ‘สถานที่รองรบั ของเสยี ’ อนั ไดแ้ ก่ กา๊ ซเรอื นกระจกตา่ งๆ ซึง่ เปน็ สาเหตุ หลกั ของภาวะโลกร้อนที่สง่ ผลใหน้ �้ำ แขง็ ข้ัวโลกละลาย ดงั นน้ั การทป่ี ระเทศไทยได้มี โอกาสเข้าไปร่วมศึกษาท่ีขั้วโลก ย่อมแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำ�คัญกับ ปัญหาระดับนานาชาติท่ีเป็นประเด็นใหญ่ในขณะน้ี และยังทำ�ให้ประเทศไทยได้รับ ข้อมลู ตา่ งๆ เพ่อื นำ�ไปใชใ้ นการรบั มอื กับสภาพภูมิอากาศท่ีกำ�ลังเปลี่ยนไป” ๖๔
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วิทยาปริทรรศน์ ในการเสดจ็ เยอื นสาธารณรฐั ประชาชนจนี ระหวา่ งวนั ท่ี ๖-๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ไดเ้ สด็จ ไปยังสำ�นกั งานบรหิ ารกจิ การทางทะเล (State Oceanic Administration) ท่ีกรุงปักก่ิง และสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งจีน (Polar Research Institute of China) ท่ีนครเซี่ยงไฮ้ ในวันที่ ๘ และ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามลำ�ดับ สถาบันท้ังสองแห่งรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพ รตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ไดท้ รงสนทนากบั นกั วจิ ยั จนี ซง่ึ ก�ำ ลงั ท�ำ งาน อยู่ที่ข้ัวโลกใต้ผ่านทางระบบการประชุมทางไกล และทอดพระเนตรเรือ ตดั น้ำ�แขง็ เสว่ยี หลง (雪龍 - มงั กรหมิ ะ) ซง่ึ เพง่ิ เดนิ ทางกลบั จากข้ัวโลกใต้ มาถึงเซ่ียงไฮ้อีกด้วย การเสด็จเยือนองค์กรทั้งสองแห่งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้น ของความร่วมมือด้านการวิจัยขัว้ โลกระหวา่ งไทยและจนี หลังจากที่ สวทช. ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงาน ขว้ั โลกเหนอื และขวั้ โลกใต้ (CAA: Chinese Arctic and Antarctic Adminis- tration) สงั กดั ส�ำ นกั งานบรหิ ารกจิ การทางทะเล เมอื่ วนั ท่ี ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ แลว้ จงึ ไดป้ ระสานงานกบั มหาวทิ ยาลยั ทม่ี งี านวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ขว้ั โลก เพอ่ื คดั เลอื กนกั วจิ ยั ไทย และถวายรายชอ่ื เพอื่ ขอพระราชวนิ จิ ฉยั จากสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯสยามบรมราชกมุ ารีเปน็ ขน้ั ตอนสดุ ทา้ ยทรงพระกรณุ า โปรดเกล้าฯ ใหน้ ักวจิ ัย ๒ คน ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนชิ ย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรฤทัย ภิญญาคง จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินทางไปกับคณะสำ�รวจทวีปแอนตาร์กติกจีน ครง้ั ท่ี ๓๐ หรอื ชินาเร่ ๓๐ (CHINARE-30: The 30th Chinese Antarctic Research Expedition) ระหวา่ งวนั ท่ี๑ มกราคม ถงึ ๑๐ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เพ่ือไปทำ�งานวิจัยที่สถานีวิจัยเกรทวอลล์ (Great Wall Station) ซึ่งตั้ง อยู่บนเกาะคิงจอร์จ ในคาบสมุทรแอนตาร์กติก กิจกรรมน้ีจึงนับเป็น ความร่วมมือคร้ังแรกระหว่างไทยกับจีนในการดำ�เนินโครงการวิจัยขั้วโลก ตามพระราชดำ�ริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้งนี้ บรษิ ทั ท.ี ซ.ี ฟารม์ าซตู คิ อล อตุ สาหกรรม จ�ำ กดั ซง่ึ เปน็ บรษิ ทั ในกลมุ่ เครอื่ งดมื่ ๖๕
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วทิ ยาปริทรรศน์ สถานวี ิจัยเกรทวอลล์ กระทิงแดง สนับสนุนงบประมาณเพ่ือเป็นค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม ส�ำ รวจขวั้ โลกในสว่ นทป่ี ระเทศไทยตอ้ งรบั ผิดชอบ เป็นระยะเวลา ๕ ปี ในการทำ�งานทสี่ ถานวี จิ ยั เกรทวอลล์ นกั วจิ ัยทั้งสองของไทยได้เก็บ ตัวอย่างสัตว์ทะเลและดินตะกอนในบริเวณสถานีวิจัยเพ่ือนำ�กลับมาศึกษา นอกจากน้ี ยงั ไดต้ ดิ ตามนกั วจิ ยั จนี ไปศกึ ษาเกยี่ วกบั ประชากรของนกเพนกวนิ และแมวน้ำ�บริเวณชายฝ่ังเกาะคิงจอร์จและเกาะข้างเคียง และได้เข้าร่วม การประชมุ ทส่ี ถานวี จิ ยั เอสคเู ดโร่ (Escudero Station) ของสาธารณรัฐชลิ ี ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะคิงจอร์จเช่นกัน ในการประชุมดังกล่าว นักวิจัยไทยได้ร่วม นำ�เสนอผลงานหัวขอ้ Thailand Antarctic Research Activities with CHINARE 30 โดยมนี กั วจิ ยั เขา้ รว่ มประชมุ ราว ๕๐ คน จากทง้ั หมด ๗ ประเทศ นอกจากการวิจัยข้ัวโลกใต้แล้ว ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ สมเด็จพระเทพ รตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี โปรดเกลา้ ฯ ใหก้ ระทรวงการตา่ งประเทศ และสำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถาบนั วจิ ยั และสถาบนั การศกึ ษาชนั้ น�ำ ของไทย ๕ หนว่ ยงาน ไดแ้ ก่ ส�ำ นกั งาน พฒั นาเทคโนโลยอี วกาศและภมู สิ ารสนเทศ (องคก์ ารมหาชน) สถาบนั บณั ฑติ พัฒนบรหิ ารศาสตร์ โรงเรยี นนายรอ้ ย จปร. คณะวทิ ยาศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ประสานงานกับมหาวิทยาลัยแห่งสวาลบาร์ด (UNIS: University Centre in Svalbard) และสถาบันขั้วโลกแห่งนอร์เวย์ (NPI: Norwegian Polar Institute) เพอ่ื ด�ำ เนนิ การศกึ ษาวจิ ยั ขว้ั โลกเหนอื ภายใตโ้ ครงการวจิ ยั ขว้ั โลก ตามพระราชด�ำ รสิ มเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี อกี ดว้ ย ๖๖
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วิทยาปรทิ รรศน์ งานวิจยั ของ งานวิจยั ของ รองศาสตราจารย์ ดร.สชุ นา ชวนชิ ย์ ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.อรฤทัย ภญิ ญาคง รองศาสตราจารย์ดร.สชุ นาชวนชิ ย์ จากผลการวิเคราะห์ตัวอย่างดิน ก�ำ หนดหวั ขอ้ วิจยั คือ “การเปลี่ยนแปลง ตะกอนจากสถานีวิจัยโชว์วะและพ้ืนท่ี สภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อสัตว์ทะเล ใกลเ้ คยี งท่ี รองศาสตราจารย์ ดร.สชุ นา บริเวณชายฝั่งทะเลทวีปแอนตาร์กติก” ชวนชิ ย์ ไดศ้ กึ ษาในเบื้องต้นตั้งแต่ พ.ศ. ซ่ึงเป็นงานที่ดำ�เนินการต่อเน่ืองจาก ๒๕๕๔ พบว่ามีจุลินทรีย์หลายชนิดที่น่า การเกบ็ ตวั อยา่ งเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๔๗/๒๕๔๘ สนใจ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรฤทัย และ พ.ศ. ๒๕๕๒/๒๕๕๓ ในการวิจัย จึงมุ่งเน้นศึกษาหน้าที่ของจุลินทรีย์ท่ี น้ีจะต้องดำ�นำ้�ลึกโดยใช้ชุดดำ�น้ำ�แบบ เก่ียวข้องกับการย่อยสลายทางชีวภาพ แห้ง (dry suit) เพื่อสังเกตพฤติกรรม ของสารมลพิษต่างๆ เช่น ปิโตรเลียม- ของสิ่งมีชีวิตพร้อมเก็บตัวอย่าง รวมทั้ง ไฮโดรคารบ์ อน เปน็ ตน้ โดยก�ำ หนดหวั ขอ้ ต้องเก็บตัวอย่างดินและดินตะกอนใน วิจัยคือ “การวเิ คราะหค์ วามหลากหลาย ทะเลอีกดว้ ย และหน้าท่ขี องจุลินทรีย์ในตัวอย่างดิน การดำ�น้ำ�ในเขตข้ัวโลกเป็น และดินตะกอน” กจิ กรรมทต่ี อ้ งการทกั ษะอยา่ งสงู เนอ่ื งจาก การวิจัยน้ีจะให้ข้อมูลสำ�คัญที่ อุณหภูมิใต้นำ้�สูงสุดตำ่�กว่า ๔ องศา บ่งชี้แนวทางบำ�บัดส่ิงแวดล้อมในพื้นท่ี เซลเซียส (หรือติดลบได้ในบางกรณี) ศึกษาทม่ี สี ารพษิ ปนเปอ้ื น รวมไปถงึ พน้ื ท่ี ดงั นนั้ ดร.สชุ นา จงึ ตอ้ งเตรยี มความพรอ้ ม แห่งอื่นที่มีอุณหภูมิต่ำ� อีกทั้งยังทำ�ให้รู้ ทางรา่ งกาย และฝกึ ฝนใหค้ นุ้ เคยกบั การใช้ ถึงบทบาท หน้าที่ และการปรับตัวของ ชุดดำ�นำ้�แบบแห้งและอุปกรณ์ประกอบ จุลนิ ทรยี ท์ ท่ี นตอ่ อณุ หภมู ติ �ำ่ ซง่ึ อาจน�ำ ไป ต่างๆ ณ สหรัฐอเมรกิ า รวม ๒ ครงั้ เปรยี บเทยี บกบั จลุ นิ ทรยี ใ์ นพน้ื ทอ่ี น่ื หรอื นำ�ข้อมูลที่ได้ (เช่น การปรับตัวต่อ ความเย็น) ไปประยุกต์ใช้ในด้านอื่นเช่น อตุ สาหกรรมและสงิ่ แวดลอ้ ม เป็นตน้ ๖๗
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วิทยาปริทรรศน์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี พรอ้ มดว้ ยเจ้าชายอากิชโิ น โนมิยะ ฟูมิฮิโต เสด็จพระราชดำ�เนินไปทรงเปดิ การประชมุ วชิ าการ โครงการวิจยั พหสุ ัมพันธค์ นกับไก่ ณ ศนู ย์ประชมุ อทุ ยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวดั ปทุมธานี เมอ่ื วนั ท่ี ๑๖ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๕๐
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วทิ ยาปริทรรศน์ คนกบั ไก่ สายใยแห่งความสัมพันธ์ “ท่ีผ่านมา การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์เล้ียงและสัตว์ปีกส่วนใหญ่เป็น การศกึ ษาในดา้ นชวี วทิ ยา อยา่ งไรกต็ าม สตั วเ์ หลา่ นแี้ ตกตา่ งจากสตั วป์ า่ ทวั่ ไป เพราะอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ส่ิงมีชีวิตเชิงวัฒนธรรม’ เน่ืองจากถูกสร้างข้ึนมา ในการด�ำ เนนิ ชวี ติ ของมนษุ ย์ ดงั นน้ั การศกึ ษาเกยี่ วกบั พวกสตั วป์ กี โดยเฉพาะ ในด้านท่ีเกี่ยวพันอย่างสูงกับมนุษย์ เช่น การพัฒนาเป็นสัตว์เลี้ยง จึง ไม่สมควรท่ีจะสำ�รวจและวิจัยแต่เฉพาะในศาสตร์ด้านชีววิทยาเท่าน้ัน เม่ือ มองจากแง่มุมที่ว่า กว่าจะกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงและสัตว์ปีกที่ถูกมนุษย์ เลย้ี งนน้ั มนษุ ยเ์ ข้าไปมีสว่ นเกีย่ วขอ้ งมากเพียงใด ดว้ ยเหตุน้ี กรอบความคิดพนื้ ฐานของโครงการวจิ ยั พหุสมั พันธ์คนกับไก่ คือ ต้องการให้มีผู้เก่ียวข้องจากหลายศาสตร์ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนา ไก่เป็นสัตว์เลี้ยง เข้าร่วมวิจัยให้มากท่ีสุดเพื่อแลกเปล่ียนความคิดเห็น และ ทำ�การวิจัยในเชิงสหสาขาวิชา ผลก็คือ ขณะน้ีมีบุคลากรจากหลากหลาย สาขาทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นมาร่วมอยู่ในโครงการไม่ว่าจะเป็นสาย มนษุ ยศาสตร์ ชีววทิ ยา เศรษฐศาสตร์ ภูมศิ าสตรแ์ ละอน่ื ๆ” พระราชด�ำ รสั เจ้าชายอากชิ โิ น โนมิยะ ฟูมฮิ โิ ต การประชมุ วชิ าการ ครง้ั ท่ี ๒ โครงการวจิ ยั พหุสมั พันธ์คนกับไก่ ณ กรุงโตเกยี ว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ ๑๙ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ๖๙
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วทิ ยาปรทิ รรศน์ เจา้ ชายอากิชโิ น โนมยิ ะ ฟูมิฮิโต เสด็จพระราชดำ�เนนิ ไปยงั บา้ นนาโต่ อำ�เภอแม่ฟา้ หลวง จังหวดั เชียงราย เพือ่ ทรงสมั ภาษณ์ชาวบา้ นที่เล้ยี งไก่ เมอื่ วนั ท่ี ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เจ้าชายอากิชิโน โนมิยะ ฟูมิฮิโต แห่งประเทศญี่ปุ่น สนพระทัย ความสัมพันธ์ระหว่างความเช่ือของมนุษย์กับหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นวิวัฒนาการของไก่ป่ามาเป็นไก่บ้านหรือไก่ชน จงึ ทรงกอ่ ตง้ั สมาคมเพอ่ื การศกึ ษาและวจิ ยั เรอ่ื งความสมั พนั ธห์ รอื ความเกย่ี วโยง ระหวา่ งความเชอ่ื ของมนษุ ยก์ บั หลกั การวทิ ยาศาสตรใ์ นเรอ่ื งววิ ฒั นาการของไกป่ า่ มาเป็นไก่บ้านหรือไก่ชน (The Society of Biosophia Studies) อีกทั้ง ยังทรงร่วมงานกับคณะนักวิจยั ญี่ปนุ่ ในการวจิ ัยที่มณฑลยูนนาน สาธารณรฐั ประชาชนจนี รวมทง้ั ทรงพระนพิ นธบ์ ทความและหนงั สอื ในเรอ่ื งดงั กลา่ วอกี ดว้ ย ต่อมาเมอ่ื ไดเ้ สดจ็ เยอื นประเทศไทย ระหว่างวันท่ี ๗-๒๑ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เพอ่ื เขา้ เฝา้ ฯ ถวายพระพรสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ในวโรกาสทท่ี รงเจรญิ พระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ เจ้าชายอากิชิโน โนมิยะ ฟูมฮิ โิ ต ได้กราบบงั คมทูลขอพระราชานุญาตในการด�ำ เนินโครงการวิจยั เพอื่ ศกึ ษาพหสุ มั พันธ์ระหวา่ งไก่กบั คนในประเทศไทย เรียกย่อว่า โครงการวิจยั เอชซีเอม็ อาร์ (HCMR: Human-Chicken Multi-Relationship Research Project) ๗๐
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วทิ ยาปรทิ รรศน์ เจ้าชายอากิชโิ น โนมยิ ะ ฟมู ิฮโิ ต เสด็จพระราชด�ำ เนนิ ไปยงั บ้านนาโต่ อ�ำ เภอแมฟ่ า้ หลวง จังหวดั เชยี งราย เพอื่ ทรงสมั ภาษณช์ าวบ้านที่เลย้ี งไก่ เมอ่ื วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ในการนี้ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นองค์อุปถัมภ์การดำ�เนินงานของสมาคมทางฝ่าย ประเทศไทย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธชั ยพงษ์ น�ำ ผทู้ รงคณุ วฒุ แิ ละนกั วชิ าการไทยในสาขาตา่ งๆ เขา้ รว่ มในโครงการ ดงั กล่าวด้วย โจทย์ของโครงการวิจัยเอชซีเอ็มอาร์ ในระยะที่ ๑ (ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๕๐) คือ “เหตุใดและอย่างไรไก่ป่าจึงมีวิวัฒนาการกลายมาเป็น ไก่บ้าน?” การศึกษาเพื่อตอบโจทย์นี้ใช้แนวการทำ�งานเป็นการผสมผสาน หลายสาขาวิชา อันประกอบด้วยชีววิทยา นิเวศวิทยา มนุษยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสารสนเทศภูมิศาสตร์ ดังน้ัน จึงมีหน่วยงานของไทย หลายแห่งเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ กรมปศุสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ส�ำ นกั งานพฒั นาเทคโนโลยอี วกาศและภมู สิ ารสนเทศ (องคก์ ารมหาชน) และส�ำ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาติ ๗๑
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วิทยาปรทิ รรศน์ ท�ำ ไมจงึ ตอ้ งศกึ ษาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งคนกบั ไก?่ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ นสพ. ดร.ชนนิ ทร์ ตริ วฒั นวานชิ คณะสตั วแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ใหค้ �ำ ตอบว่า “ การศึกษาวจิ ยั เพ่ือตอบโจทยห์ ลัก ๒ ขอ้ ไดแ้ ก่ หน่ึง : ไก่ทเี่ ล้ยี งอย่ทู ัว่ โลกในปัจจบุ นั มตี น้ กำ�เนิดมาจากไหน? สอง : การทม่ี นษุ ยน์ �ำ ไกจ่ ากปา่ มาเลย้ี งเพอ่ื จดุ ประสงคอ์ นั หลากหลาย (เชน่ ใชเ้ ปน็ อาหาร ใชเ้ ปน็ เกมกฬี า หรอื เปน็ สตั วเ์ ลย้ี งสวยงาม เปน็ ตน้ ) เป็นผล หรอื มี อิทธิพลต่อววิ ฒั นาการของไกอ่ ยา่ งไรบา้ ง? และในทางกลบั กนั ไกเ่ หลา่ นม้ี ี อทิ ธพิ ลต่อมนษุ ย์อยา่ งไรบา้ ง? นักวิจัยมีสมมติฐานว่าต้นกำ�เนิดของไก่ ทั่วโลกคือ ไก่ป่าสีแดง (Gallus gallus) ซง่ึ พบในประเทศไทย ดงั นน้ั หากผลการวจิ ยั ยืนยันว่าสมมติฐานน้มี ีนำ�้ หนัก ก็จะทำ�ให้ สรปุ ไดว้ า่ ประเทศไทยเปน็ แหลง่ ตน้ ก�ำ เนดิ พันธุกรรมของไก่ทั่วโลก กล่าวคือ พื้นที่ ในประเทศเรามีไก่ป่าที่มีศักยภาพในการ สรา้ งสายพนั ธไ์ุ กท่ ม่ี นษุ ยน์ �ำ มาใชป้ ระโยชน์ ในปจั จบุ ัน” ไกป่ า่ สแี ดง (Red junglefowl) ดร.ชนนิ ทร์ ยังกล่าวดว้ ยว่า “ความเขา้ ใจ ชอ่ื วทิ ยาศาสตร:์ Gallus gallus ถงึ อทิ ธพิ ลของมนษุ ยต์ อ่ ววิ ฒั นาการของไก่ ยังช่วยให้เราสามารถป้องกันและแก้ไขผล กระทบเชิงลบได้ เชน่ การคดั เลอื กพนั ธต์ุ ามความนยิ มในช่วงสมัยหนึ่ง อาจสง่ ผลให้ เราสูญเสียสายพันธหุ์ รือลกั ษณะบางอยา่ งของไกไ่ ด้ เปน็ ตน้ ” เม่อื โครงการฯ ระยะที่ ๑ ประสบผลส�ำ เรจ็ จึงมีการเสนอโครงการ วิจัยเอชซีเอ็มอาร์ ระยะท่ี ๒ โดยมีโจทย์คือ เพ่ือศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างคนกับไก่ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำ�ให้ไก่ป่ากลายเป็นไก่บ้าน (domestication) การศึกษานี้ครอบคลุมมุมมองต่างๆ อย่างรอบด้าน ๗๒
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วทิ ยาปริทรรศน์ ทงั้ จากดา้ นวทิ ยาศาสตร์ มนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ โครงการนมี้ รี ะยะเวลา ๓ ปี (พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๕- มนี าคม พ.ศ. ๒๕๕๙) และจะสรปุ ผลใน พ.ศ. ๒๕๖๐ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับไก่ยังให้ความสำ�คัญกับมิติ ทางประวตั ศิ าสตร์ มานษุ ยวทิ ยา และคตชิ นวทิ ยาอกี ดว้ ย ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ชมนาด ศีติสาร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ยก ตัวอย่างว่า “การศึกษาดังกล่าวทำ�ให้เรารู้ว่ากลุ่มชาติพันธ์ุต่างๆ ในสังคม ไทยมีสำ�นึกต่อไก่หรือสัตว์อย่างไร และอธิบายได้ว่าทำ�ไมเราจึงชอบหรือ ไม่ชอบสัตว์ชนิดไหน หรือสัตว์ชนิดใดมีความสำ�คัญหรือมีค่า ในขณะท่ี สัตว์บางชนิดก็ไม่สำ�คัญหรือเป็นท่ีรังเกียจ ค่านิยมต่างๆ เหล่าน้ีอาจนำ� ไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใด การทำ�ความ เข้าใจสัตว์ในเชิงวัฒนธรรมเป็นการเรียนรู้ภูมิปัญญาของผู้คนในสังคมไทย ท�ำ ใหค้ นรนุ่ ใหมๆ่ เขา้ ใจชวี ติ ความเปน็ อยแู่ ละมคี วามภมู ใิ จในองคค์ วามรขู้ อง คนรุ่นก่อนมากขึ้น” นอกจากโครงการวิจัยเอชซีเอ็มอาร์ ซึ่งมุ่งสร้างความรู้พื้นฐาน ทางวิชาการท่ีสำ�คัญแล้ว ยังมีโครงการท่ีเก่ียวเนื่องกัน กล่าวคือ สมเด็จ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี มีพระราชด�ำ ริใหก้ รมปศสุ ัตว์ พัฒนาพันธ์ุไก่ไข่ที่สามารถเลี้ยงปล่อยบนพ้ืน เพื่อนำ�ไปเลี้ยงในโรงเรียน ตำ�รวจตระเวนชายแดนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โครงการน้ีจะช่วยให้เด็กนักเรียนได้รับโปรตีนจากอาหารอย่างเพียงพอ กรมปศุสัตว์รับสนองพระราชดำ�ริดังกล่าว และสามารถพัฒนาพันธ์ุไก่ไข่ที่ เลี้ยงปล่อยบนพื้นประสบผลสำ�เร็จ ในปัจจุบันโรงเรียนตำ�รวจตระเวน ชายแดนกว่า ๕๐ แห่งทั่วประเทศ ได้รับไก่พันธุ์ไข่ที่กรมปศุสัตว์พัฒนา ตามพระราชด�ำ ริแล้ว ๗๓
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วิทยาปริทรรศน์ ดร.วีระชยั วีระเมธีกลุ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ณ ขณะนั้น) พรอ้ มด้วย ดร.ทวศี กั ด์ิ กออนนั ตกลู ผอู้ �ำ นวยการ ส�ำ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาติ (สวทช.) นอ้ มเกลา้ ฯ ถวายเมล็ดพันธขุ์ า้ วเหนียวต้านทานโรคไหม้ “ธญั สริ นิ ” จ�ำ นวน ๑,๐๐๐ กโิ ลกรมั เมอ่ื วนั ท่ี ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๔ ณ โรงเรยี นเชยี งกลางประชาพฒั นา อ�ำ เภอเชยี งกลาง จงั หวดั นา่ น
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วิทยาปริทรรศน์ นวัตกรรมข้าวไทย สรา้ งได้ด้วยเทคโนโลยจี โี นม ขา้ วเปน็ พชื ทผี่ กู พนั กบั วถิ ชี วี ติ ของคนไทยมาอยา่ งยาวนานในทกุ มติ ิ ท้งั เศรษฐกจิ ประเพณี วฒั นธรรม ตลอดจนสังคมและการเมือง ในปัจจบุ นั เทคโนโลยีจีโนมเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงพันธ์ุข้าวให้มีคุณภาพ สงู ขน้ึ ทนต่อโรค แมลง และสภาพแวดลอ้ มไดด้ ขี ้นึ เพอ่ื ให้ชาวนามที างเลือก ท่ีเหมาะสมในการลงทุนลงแรง และคนท่วั ไปมีข้าวคุณภาพดบี รโิ ภค ใน พ.ศ. ๒๕๔๒ ประเทศไทยเขา้ รว่ มโครงการหาล�ำ ดบั เบสจโี นมขา้ ว (IRGSP: International Rice Genome Sequencing Project) โดยทำ�งานร่วมกบั ญ่ปี นุ่ สหรัฐอเมริกา องั กฤษ แคนาดา ฝรงั่ เศส จีน ไต้หวนั เกาหลีบราซลิ และอนิ เดยี ชว่ ยกนั ถอดรหสั จโี นมขา้ วเพราะกวา่ รอ้ ยละ๙๐ของ ข้าวท่ัวโลกมีจีโนมเหมือนกัน นักวิจัยไทยรับหน้าท่ีถอดรหัสโครโมโซมท่ี ๙ บริเวณยีนทนนำ้�ทว่ มฉับพลัน และช่วยนักวิจัยญปี่ ุ่นถอดรหสั โครโมโซมท่ี ๘ บริเวณยีนความหอม ในขณะเดียวกันก็จัดทำ�โครงการวิจัยจีโนมข้าวใน ประเทศไทยไปพรอ้ มกนั สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล็งเห็นวา่ การศึกษาจีโนมข้าวจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาข้าวไทยในอนาคต จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ ๒ ล้านบาท ให้แก่โครงการวิจัย และมี พระราชดำ�รัสว่าให้ดำ�เนินโครงการวิจัยต่อไป สร้างความปล้ืมปีติให้แก่ คณะนกั วจิ ยั เปน็ อยา่ งยงิ่ อกี ทง้ั ส�ำ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี แห่งชาติ ยังได้สนบั สนุนงบประมาณใหอ้ ีกรวมแล้วเกือบ ๕๐ ลา้ นบาท ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สวทช. และ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ รว่ มกนั จดั ตง้ั หนว่ ยปฏบิ ตั กิ ารคน้ หาและใชป้ ระโยชน์ ๗๕
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วทิ ยาปริทรรศน์ ยีนข้าว (RGD: Rice Gene Discovery Unit) ณ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตก�ำ แพงแสน จงั หวดั นครปฐม มงุ่ เนน้ การคน้ หายนี และพฒั นาเทคโนโลยี เครอ่ื งหมายโมเลกลุ ทค่ี วบคมุ ลกั ษณะส�ำ คญั เพอ่ื ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการปรบั ปรงุ พนั ธ์ุ ผลงานเด่นของหน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว เช่น การค้นพบยีนควบคุมความหอมในข้าว และได้รับสิทธิบัตรของ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณุ หญงิ กลั ยา โสภณพนชิ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และคณะเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณ “พระบาท สมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช” และกราบบงั คมทลู รายงานเกย่ี วกบั สทิ ธบิ ตั ร “Transgenic rice plants with reduced expression of Os2AP and elevated levels of 2-acetyl-1-pyroline” เมอื่ วนั พธุ ที่ ๒๔ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ พระตำ�หนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำ�เภอหัวหิน จังหวัด ประจวบคีรขี นั ธ์ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบ RiceGeneThresher ท่ี ช่วยให้นักชีวโมเลกุล และนักพัฒนาพันธุ์ข้าวสามารถค้นหายีนท่ีสนใจได้ อย่างรวดเร็ว และการพฒั นาสายพันธข์ุ า้ วทีท่ นทานตอ่ โรค แมลง และสภาพ แวดลอ้ มทเ่ี ปน็ อปุ สรรคตามธรรมชาติ เปน็ ตน้ ผลงานเหลา่ นเ้ี กดิ ขน้ึ สบื เนอ่ื งจาก การร่วมมือกันทำ�งานวิจัยระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการข้าว มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา เปน็ ตน้ ๗๖
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วทิ ยาปรทิ รรศน์ รูจ้ กั หนว่ ยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชนย์ นี ข้าว แหลง่ สร้างนวตั กรรมข้าวไทย หน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว (Rice Gene Discovery Unit) เปน็ หนว่ ยงานภายใตค้ วามรว่ มมอื ระหวา่ งมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขต กำ�แพงแสน และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สวทช. มุ่งเน้น การใช้เทคโนโลยีชีวภาพ โดยเฉพาะเทคโนโลยีจีโนมิกส์ ในการพัฒนาและปรับปรุง สายพนั ธ์ขุ า้ วของไทย สวทช. สนับสนุนนักวิจัยให้มาประจำ�อยู่ที่หน่วยปฏิบัติการ เพ่ือทำ�งาน วิจัยร่วมกับอาจารย์ และนิสิตของมหาวิทยาลัย รวมทั้งสอนในระดับบัณฑิตศึกษา ส่วนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สนับสนุนอาคารสถานท่ี แปลงทดลองขนาดใหญ่ นอกจากน้ี มหาวิทยาลยั ยงั เป็นจดุ เชือ่ มโยงกับชุมชนเกษตรกรรมอีกด้วย ๗๗
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วทิ ยาปริทรรศน์ ตัวอย่างพันธุ์ข้าวผลงานของหน่วยปฏิบตั กิ ารค้นหาและ ใชป้ ระโยชน์ยีนข้าว ที่น่าสนใจ คณะท�ำ งานเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ถวายเมลด็ พนั ธข์ุ า้ ว “พนั ธห์ุ อมชลสทิ ธท์ิ นน�ำ้ ทว่ ม ฉบั พลัน” เมื่อวันท่ี ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจติ รลดา • ข้าวพันธุ์หอมชลสิทธ์ิทนน้ำ�ท่วมฉับพลัน : อยู่ใต้นำ้�ได้นาน ๒-๓ สัปดาห์ และฟื้นตัวได้ดีหลังนำ้�ลด ลำ�ต้นแข็ง ไม่หักล้มง่าย ไม่ไวต่อ ช่วงแสง ท�ำ ใหป้ ลกู ได้มากกว่า ๑ ครงั้ ต่อปี ผลผลติ เฉล่ยี ๘๐๐-๙๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ คุณภาพข้าวสุกจะนุ่มและมีกล่ินหอมเหมือนพันธุ์ขาว ดอกมะลิ ๑๐๕ ขา้ วพนั ธนุ์ มี้ กี ารเผยแพรต่ ง้ั แต่ พ.ศ. ๒๕๕๑ ปจั จบุ นั มกี ารปลกู แพรห่ ลาย ในพนื้ ทเ่ี ขตภาคเหนือ ภาคกลาง และได้เริม่ มกี ารปลกู ในพนื้ ที่ภาคใต้ จงั หวัดพทั ลุง เม่ือ พ.ศ. ๒๕๕๖ เกษตรกรที่ประสบอุทกภยั ในจังหวดั พทั ลงุ ไดร้ บั พระราชทานขา้ วพนั ธนุ์ จ้ี ากสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี • ขา้ วพนั ธ์ุกข๕๑ : ทนน�ำ้ ทว่ มฉบั พลนั ในระยะขา้ วแตกกอไดน้ านถงึ ๑๒ วนั และฟ้ืนตัวได้ดีภายหลังน้ำ�ลด ให้ผลผลิตดีกว่าข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ ๑๐๕ ถึงร้อยละ ๘๒ ผลผลิตเฉลี่ย ๕๕๐ กิโลกรัมต่อไร่ (ในสภาพ นาน�ำ้ ฝนท่วั ไป) สว่ นแงม่ มุ อืน่ ๆ เช่น อายุการเก็บเกยี่ วคณุ ภาพเมลด็ ทางกายภาพและทางเคมี การหงุ ตม้ และความหอม เปน็ ตน้ มลี กั ษณะ ใกล้เคียงกับข้าวพันธุ์ ขาวดอกมะลิ ๑๐๕ ข้าวพันธุ์ กข๕๑ ได้รับ การรบั รองพันธุ์ เม่อื วันท่ี ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ กรมการข้าวได้ดำ�เนินการขยายเมล็ดพันธ์ุเพื่อให้ เกษตรกรในพน้ื ที่เสีย่ งตอ่ น�ำ้ ทว่ มได้น�ำ ไปปลกู ต่อไป ๗๘
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วิทยาปรทิ รรศน์ • ข้าวพันธ์ุธัญสิริน : ต้านทานโรคไหม้ ลำ�ต้น แข็งแรง ทนต่อการหักล้ม ข้าวธัญสิรินเป็น ขา้ วเหนยี วทป่ี รบั ปรงุ จากขา้ วพนั ธ์ุกข๖ ซง่ึ เปน็ พนั ธ์ุ ข้าวเหนียวท่นี ิยมปลูกกันมากแต่มักอ่อนแอต่อ โรคไหม้ชอ่ื ธญั สริ นิ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเม่ือวันที่ ๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ คำ�ว่า “ธัญ” แปลว่าข้าว และ “สริ นิ ” มาจากพระนาม “สิรินธร” ตวั อยา่ งการน�ำ ขา้ วธญั สริ นิ ไปปลกู เชน่ กลมุ่ โรงเรยี นพระปรยิ ตั ธิ รรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดน่าน ได้รับพระราชทานข้าวพันธ์ุนี้ ในเดอื นกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ และต้งั แต่ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๗ ได้มีการเผยแพร่ข้าวพันธุ์ธัญสิรินผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เกษตรกรในหลายจังหวัด ทางภาคเหนือ เช่น น่าน ลำ�ปาง เชียงราย เชียงใหม่ และภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น มหาสารคาม กิจกรรมดังกล่าวน้ีดำ�เนินการโดยมหาวิทยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนารว่ มกบั หนว่ ยงานในพน้ื ท่ี ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง รองศาสตราจารย์ ดร.อภชิ าติ วรรณวจิ ติ ร ผอู้ �ำ นวยการหนว่ ยปฏบิ ตั กิ าร ค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว กล่าวว่าปัจจัยที่ทำ�ให้หน่วยปฏิบัติการฯ ประสบความส�ำ เรจ็ มาจากพระมหากรณุ าธคิ ณุ และพระวสิ ยั ทศั นข์ องสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมการศึกษาจีโนม มาตงั้ แตย่ งั เปน็ โครงการวจิ ยั ทง้ั พระราชทานพระราชทรพั ยแ์ ละทรงตดิ ตาม การดำ�เนนิ งานของหนว่ ยปฏิบตั ิการอยา่ งต่อเน่ือง ๗๙
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วิทยาปรทิ รรศน์ สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสดจ็ พระราชด�ำ เนนิ ทอดพระเนตรการด�ำ เนนิ งานของศนู ยฟ์ น้ื ฟสู มรรถภาพทางการแพทยภ์ าคใต้ ณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมอ่ื วนั ที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วิทยาปรทิ รรศน์ ภาคีวิศวกรรมชวี การแพทยไ์ ทย ภาควี ศิ วกรรมชวี การแพทยไ์ ทย(ThailandBiomedicalEngineering Consortium) เป็นเครือขา่ ยของแพทย์ วิศวกร นกั วจิ ัย และนักวิชาการใน สาขาตา่ งๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เทคโนโลยวี ศิ วกรรมชวี การแพทย์ (BME: Biomedical Engineering) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเหน็ ความส�ำ คญั และทรงสนบั สนนุ การพฒั นาเทคโนโลยนี เ้ี นอ่ื งจากเปน็ องคค์ วามรู้ และเครื่องมือสำ�คัญท่ีจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะโดยรวม ของคนไทย การจัดตงั้ ภาควี ิศวกรรมชีวการแพทย์ไทยเร่ิมตน้ ขึ้นจากการประชุม วิชาการ US-Thai Symposium on Biomedical Engineering ซ่ึงจดั ท่ี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างวันท่ี ๑๑-๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ในวโรกาสท่ีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญ พระชนมายุ ๕๐ พรรษา สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี มีพระราชปฏิสนั ถารกับนักวิจัย ในการประชุมวชิ าการ US-Thai Symposium on Biomedical Engineering ณ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย ๘๑
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วิทยาปรทิ รรศน์ ในปจั จบุ นั กลมุ่ สมาชกิ ภาคฯี ประกอบดว้ ยหนว่ ยงาน ๑๓ แหง่ ไดแ้ ก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ สถาบนั เทคโนโลยี พระจอมเกลา้ เจา้ คณุ ทหารลาดกระบงั ศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ดา้ นชวี วทิ ยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สำ�นักงานกองทุนสนับสนุน การวจิ ยั และสถาบนั วจิ ยั ระบบสาธารณสขุ โดยมสี �ำ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยแี หง่ ชาติ (สวทช.) รว่ มเป็นสมาชกิ และท�ำ หน้าทปี่ ระสานงาน ตัวอยา่ งผลงานวิจยั และพัฒนา : เครอ่ื งชว่ ยฟังดจิ ทิ ัล เครอ่ื งชว่ ยฟงั รนุ่ INTIMA เปน็ เครอ่ื งชว่ ยฟงั แบบดิจิทัล ซ่ึงเหมาะสำ�หรับผู้ท่มี ปี ญั หาทางด้าน การไดย้ นิ ระดบั ปานกลางถงึ ระดบั รนุ แรง การปรบั แตง่ คา่ ในเครอ่ื งใชโ้ ปรแกรมในคอมพวิ เตอร์ และเนอ่ื งจากเครอ่ื งรนุ่ นใ้ี ชแ้ บตเตอรพ่ี อลเิ มอรล์ เิ ทยี มไอออน (lithium-ion polymer battery) ซง่ึ ชารจ์ ไฟไดจ้ งึ ชว่ ยประหยัดค่าใชจ้ ่าย เคร่ืองช่วยฟังรุ่นนี้ทดสอบด้านคลินิก แล้วโดยภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้รับเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ CE ซง่ึ เปน็ เครือ่ งหมายรบั รองผลิตภณั ฑ์ตามมาตรฐานในสหภาพยุโรป ในปัจจุบันมีการผลิตในเชิงพาณิชย์ โดยบริษัท ไอเมด ลาบอราทอรี่ และ จำ�หนา่ ยในราคา ๗,๐๐๐ บาท ซง่ึ สามารถแข่งขนั กับผลิตภณั ฑ์จากต่างประเทศได้ งานวิจัยชิ้นนี้ นักวิจัยห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเพื่อการฟื้นฟูและ อ�ำ นวยความสะดวก ศนู ยเ์ ทคโนโลยอี เิ ลก็ ทรอนกิ สแ์ ละคอมพวิ เตอรแ์ หง่ ชาติ (เนคเทค) สวทช. เป็นผู้พัฒนา และเป็นผลงานที่เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงาน ๓ แห่ง ไดแ้ ก่ สำ�นักงานหลกั ประกนั สขุ ภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบนั วิจยั ระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ห่งชาติ (สวทช.) สมาชกิ ของภาคฯี ไดร้ ว่ มกนั ท�ำ งาน ในมติ ติ า่ งๆ ทจี่ ะชว่ ยสรา้ งความ เขม้ แขง็ ให้แกศ่ าสตร์แขนงนี้ ได้แก่ ๘๒
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วทิ ยาปริทรรศน์ การพัฒนาบคุ ลากร : สนับสนนุ หลักสตู รด้านวิศวกรรมชวี การแพทยใ์ หแ้ ก่ กลมุ่ ภาคฯี ในมหาวทิ ยาลยั ทงั้ ๙ แหง่ เชน่ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ ธนบรุ ี มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล เปน็ ตน้ ท้ังน้ีกลุ่มภาคีฯ ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ส�ำ นกั งาน ก.พ. จดั สรรทนุ การศกึ ษาตา่ งประเทศระดบั ปรญิ ญาโท-เอก ในระยะท่ี ๑ พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๖ จำ�นวน ๔๗ ทุน และระยะท่ี ๒ พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๑ อีก ๘๐ ทนุ เพื่อเพิ่มความเข้มแขง็ ดา้ นก�ำ ลังคน ใหแ้ กส่ ถาบนั และหนว่ ยงานในการผลติ นกั ศกึ ษาและบคุ ลากรของตนเอง ปัจจบุ ันมีผูไ้ ด้รับทุนที่ส�ำ เรจ็ การศกึ ษาและกลับมาปฏบิ ตั งิ านแล้ว การสรา้ งเครอื ขา่ ยการวจิ ยั : มกี ารแลกเปลย่ี นขอ้ มลู วจิ ยั รว่ มกนั (ดตู วั อยา่ ง ผลงานในกรอบ) และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งช่วยลด การซำ้�ซ้อนในการลงทนุ ดา้ นเครื่องมอื และอปุ กรณต์ ่างๆ การจดั กจิ กรรมวชิ าการ : มกี ารจดั การอบรม สมั มนา และการประชมุ วชิ าการ ท้ังในระดับชาติและระดับนานาชาติร่วมกัน เช่น The 5th National Conference on Biomedical Engineering (NCBME 2007), Biomedical Engineering International Conference (BMEiCON) และ International Convention on Rehabilitation Engineering and Assistive Technology (i-CREATe) เป็นต้น ที่สำ�คัญคือ สมาชิกของภาคีฯ ได้ร่วมจัดทำ�พิมพ์เขียวการพัฒนา วิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย เพื่อให้มีการผลักดันการวิจัยไปในทิศทางที่ สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของประเทศ การผนึกกำ�ลังในการทำ�งานร่วมกันส่งผลดีเป็นท่ีประจักษ์แก่ บุคลากรในวงการแพทย์และการสาธารณสุข ดังตัวอย่างข้อคิดเห็นของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ หน่ึงในกรรมการวิศวกรรม ชีวการแพทย์ และหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัย มหดิ ล ดังน้ี ๘๓
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วิทยาปรทิ รรศน์ “เม่ือก่อนเราเจอปัญหาว่าวิศวกรจะพบกับแพทย์เป็นเร่ืองยาก ไม่ค่อยมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยนัก บุคลากรด้านนี้ก็มีจำ�กัด แถมมีภาระงาน ยุ่งมาก จึงให้ความสำ�คัญกับวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้ไม่เต็มที่ แต่หลังจาก ทเ่ี ราผลกั ดนั เกดิ เปน็ เครอื ขา่ ยขน้ึ มา ศาสตรแ์ ขนงนก้ี ไ็ ดร้ บั ความนยิ มมากขนึ้ คนรจู้ กั มากขน้ึ บคุ ลากรทางการแพทยเ์ องกใ็ หค้ วามส�ำ คญั ตรงนเ้ี องนบั เปน็ การเตบิ โตของศาสตรแ์ ละบคุ ลากรดา้ นวศิ วกรรมชวี การแพทยท์ รี่ วดเรว็ มาก ในทกุ ๆ ดา้ น ท้ังทางนโยบายและการสนบั สนุนการวจิ ยั ” กรณศี กึ ษา : การสรา้ งกะโหลกศีรษะเทยี ม (ภาพซา้ ย) รูปจ�ำ ลองศรี ษะทีผ่ ิดปกตขิ องผูป้ ว่ ย (ภาพขวา) รูปจำ�ลองกะโหลกศรี ษะกอ่ นและหลงั การผ่าตดั (ก) เคร่อื งมือช่วยในการผา่ ตดั กระดกู ส่วนเกิน (ข) กะโหลกศีรษะเทยี มท�ำ จากวัสดุ PMMA (polymethyl methacrylate) ๘๔
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วิทยาปริทรรศน์ นางสาวหนึ่งฤทยั พลขดี ขนิ ทีมแพทย์ และนกั วจิ ัย สวทช. รบั เสดจ็ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทโ่ี รงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลมิ พระเกยี รติ เมือ่ วันท่ี ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ นางสาวหนงึ่ ฤทยั พลขดี ขิน อายุ ๑๘ ปี อดีตนักเรยี นดีเด่นโรงเรียนสวายจกี พิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์ ประสบอุบัติเหตุขณะขับข่ีรถจักรยานยนต์ แพทย์ได้ผ่าตัด นำ�กะโหลกส่วนที่แตกเสียหายออก แต่ไม่ได้ปิดกะโหลกด้วยวัสดุฝังใน ต่อมาร่างกาย ผลิตน้ำ�ปริมาณมากออกมาในบริเวณเนื้อเยื่อสมอง ส่งผลให้ศีรษะด้านซ้ายโป่งออก เน่ืองจากแรงดันนำ�้ เธอตอ้ งนอนบนเตียงตลอดเวลานานกว่า ๑ ปี ต่อมาวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ได้รับเธอเข้าโครงการการผ่าตัดแก้ไขและเสริมสร้างส่วนบกพร่อง กะโหลกศีรษะและใบหน้าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา โครงการนี้เป็น ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกับสำ�นักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ทต่ี ้องผ่าตดั ใสแ่ ผน่ กะโหลกเทยี ม โดยไม่คิดคา่ ใช้จ่าย น.พ.ปรีดิ์ นิมมานนิตย์ อาจารย์แพทย์ประจำ�ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นหัวหน้าทีมผู้รักษา และ ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป หัวหน้าห้องปฏิบัติการอุปกรณ์การแพทย์ ศนู ย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. เป็นหัวหน้าทีมออกแบบแผ่น กะโหลกเทียม โดยใช้เทคนิคการสร้างต้นแบบรวดเร็วทางการแพทย์ (Medical Rapid Prototyping Technique) ๘๕
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วทิ ยาปรทิ รรศน์
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วทิ ยาปริทรรศน์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพ่อื การศกึ ษา
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วิทยาปรทิ รรศน์ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสด็จพระราชดำ�เนินเยอื นศนู ย์การเรียนรู้ชมุ ชนชาวไทยภูเขา “แมฟ่ า้ หลวง” บ้านปิตคุ ี อ�ำ เภออมกอ๋ ย จงั หวดั เชียงใหม่ เมอ่ื วันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓
๖๐ พรรษา รัตนราชสุดา วทิ ยาปรทิ รรศน์ วทิ ยาศาสตรก์ ้าวไกล ในโรงเรียนชนบท “วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยเี ปน็ เครื่องมือสำ�คัญของการพัฒนา ทงั้ ในเมอื ง และชนบท รวมทงั้ พน้ื ท่ที ุรกนั ดารหา่ งไกล เพ่อื ทำ�ใหป้ ระชาชนมชี วี ิตความ เปน็ อยทู่ ด่ี ขี น้ึ วทิ ยาการเหลา่ นจ้ี ะเจรญิ กา้ วหนา้ และจะถกู น�ำ มาใชป้ ระโยชน์ ได้อย่างเหมาะสมขึ้นกับคนเป็นปัจจัยสำ�คัญ ดังนั้น การส่งเสริมการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่เด็กและเยาวชนในชนบทจึงมีความสำ�คัญ ต่อการพฒั นาชนบทอยา่ งย่ังยืน” สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงบรรยายเรือ่ ง เสรมิ สร้างศกั ยภาพของเดก็ ด้านวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สร้างรากฐานของการพัฒนาชนบทอยา่ งยัง่ ยืน งานสัมมนาความสมั พนั ธไ์ ทย-จนี วันท่ี ๒๑ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ แม้วา่ ประเทศไทยจะมีการพัฒนาในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเน่ือง แต่ ในทอ้ งถน่ิ หา่ งไกลหลายแหง่ ยงั คงตอ้ งการการเกอ้ื หนนุ เพอ่ื ยกระดบั คณุ ภาพ ชีวิตให้ดีขึ้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ ทอดพระเนตรสภาพชวี ติ ความเปน็ อยขู่ องผคู้ นในชนบทจากการทไ่ี ดโ้ ดยเสดจ็ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว และสมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ ีนาถ ไปทรงเย่ียมราษฎรในทว่ั ทุกภูมิภาคของประเทศ พระองค์มพี ระราชดำ�ริว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถใช้เป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาชนบท โดยเฉพาะการพฒั นาคนตง้ั แตเ่ ดก็ เนอ่ื งจากเดก็ เหลา่ นจ้ี ะเตบิ โตขน้ึ เปน็ ก�ำ ลงั ในการพัฒนาชมุ ชนของตนเองตอ่ ไป ๘๙
๖๐ พรรษา รตั นราชสุดา วทิ ยาปริทรรศน์ การพฒั นาเดก็ และเยาวชนใหม้ ชี วี ติ ความเปน็ อยทู่ ด่ี ขี น้ึ ตอ้ งไมล่ ะเลย ปจั จยั พน้ื ฐานทจ่ี �ำ เปน็ เชน่ ทกุ คนตอ้ งไดร้ บั ประทานอาหารทถ่ี กู สขุ ลกั ษณะ และมีปริมาณเพียงพอ เป็นต้น เมื่อปากท้องอิ่มแล้ว ก็ต้องฝึกให้ คิดเป็นทำ�เป็น ตลอดจนอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และอยู่ร่วมกับ ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งย่ังยืน โครงการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นโรงเรยี นชนบท ใน พ.ศ. ๒๕๔๐ ศนู ยพ์ นั ธวุ ศิ วกรรมและเทคโนโลยชี วี ภาพแหง่ ชาติ สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้สนองพระราชดำ�ริ ดงั กลา่ วโดยจดั ตง้ั โครงการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นโรงเรยี นชนบท ขน้ึ เรยี กยอ่ วา่ โครงการเอสไออารเ์ อส (SiRS: Science in Rural Schools) โครงการน้ี มงุ่ เนน้ พฒั นาคณุ ภาพของครูวิทยาศาสตร์และส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้มี ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มแข็ง คิดเป็นเหตุเป็นผล และนำ� ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวติ ของตนเองและชุมชนให้ดีขึน้ สว่ นนกั วจิ ยั รนุ่ ใหมท่ อี่ าสาเขา้ มารว่ มงานกจ็ ะเกดิ ความเขา้ ใจและจติ ส�ำ นกึ ในการชว่ ยเหลอื สงั คมชนบทอกี ดว้ ย โครงการเอสไออารเ์ อส เรม่ิ ตน้ ในพน้ื ทจ่ี งั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน เชยี งใหม่ นา่ น สกลนคร พงั งา และนราธวิ าส จนถงึ พ.ศ. ๒๕๕๗ ไดจ้ ดั กจิ กรรมเพอ่ื เสรมิ สรา้ งความสามารถทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี หแ้ กค่ รแู ละนกั เรยี น จำ�นวน กว่า ๔,๕๐๐ คน ในโรงเรยี น ๑๓๙ แห่ง และศนู ย์การศึกษาเพือ่ ชมุ ชนในเขตภเู ขา (ศศช.) อีกกว่า ๑๐๐ แหง่ การดำ�เนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์หลักแต่ละอย่าง จะใช้ โครงการยอ่ ยซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย อาทเิ ช่น การพัฒนาคุณภาพของครูท้ังโรงเรียนในโครงการโรงเรียนท้องถ่ิน ฐานวิทยาศาสตร์ ซึ่งมุ่งเน้นกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ฝึกการใช้ ๙๐
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วทิ ยาปรทิ รรศน์ ประสาทสัมผัส การจำ�แนก การเชื่อมโยงเหตุและผล การวิเคราะห์ การสงั เคราะห์ โดยจดั ล�ำ ดบั ความส�ำ คญั วางแผน และคดิ เชงิ กลยทุ ธ์ รวมทง้ั ฝกึ คิดในเชงิ นวตั กรรม การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กในโครงการ เรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรบ์ รู ณาการกบั เกษตรอาหารกลางวนั ใชว้ ธิ ฝี กึ ใหเ้ ดก็ เลย้ี งเปด็ เลย้ี งไก่ เลย้ี งปลาดกุ เพาะเห็ด ปลกู ผักบุ้ง และฟกั ทอง เป็นตน้ เด็กเรยี นรู้ วิธีการแล้วยงั สามารถนำ�ความรู้ดงั กล่าวไปถา่ ยทอดให้ผูป้ กครองไดอ้ กี ดว้ ย การฝึกทักษะและการพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของเด็ก และครูในโครงการการจัดทำ�โครงงาน วิทยาศาสตร์ มุ่งเน้นให้เด็กทำ�โครงงานท่ี เช่ือมโยงกับบริบทของชุมชน ฝึกครูให้เป็น พเ่ี ลย้ี ง ทง้ั ยงั สนบั สนนุ ใหเ้ กดิ การแลกเปลย่ี น เรียนรู้อย่างกว้างขวางระหว่างครู นักเรียน ชุมชน และหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ผา่ นการจดั ประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตรร์ ะดบั จงั หวดั ระดับภูมิภาค ไปจนถึงระดับประเทศ เช่น งานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับวิถีชีวิต เมืองสามหมอก จังหวัดแม่ฮ่องสอน งาน วิทยาศาสตร์ถิ่นกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร งานวิทยาศาสตร์พัฒนาภูมิปัญญาและ ทักษะชีวิต จังหวัดนราธิวาส งานเด็กวิทย์ คิดไกลกับไอทีที่จังหวัดพังงา และงาน มหกรรมวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาติ เปน็ ตน้ เด็กนกั เรยี นทำ�การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ๙๑
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วทิ ยาปรทิ รรศน์ การพฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้แกเ่ ด็ก ดว้ ยการ ใชส้ งิ่ แวดลอ้ มในทอ้ งถน่ิ เปน็ แหลง่ เรยี นรใู้ นโครงการคา่ ยวทิ ยาศาสตรส์ �ำ หรบั ท้องถิ่น มุ่งเน้นให้นำ�ความรู้และทักษะท่ีได้รับการฝึกไปใช้ในชีวิตประจำ�วัน ท่ีสำ�คัญคือ เด็กจะเกิดจิตสำ�นึกรักท้องถิ่นซ่ึงเป็นแรงผลักดันให้คิดทำ�การ ต่างๆ เพ่อื พฒั นาชมุ ชนของตนเองในอนาคต เดก็ ไทยคดิ เปน็ ท�ำ เปน็ เหน็ คุณคา่ ของสิ่งรอบตวั ปฏิวัติ นองชัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ (ใน พ.ศ. ๒๕๕๐) โรงเรียน บ้านแพะวิทยา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ผสมพันธ์ุเป็ดเทศกับเป็ดไข่พ้ืนเมือง เพ่ือหา สายพันธ์ุเป็ดที่มีภูมิต้านทานโรคและออกไข่ได้ครั้งละมากๆ ไข่ที่ได้ใช้เป็นอาหารใน ครอบครัวและขายในตลาดได้ หากมจี ำ�นวนมากพอ จิราพร ปันภิมล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ (ใน พ.ศ. ๒๕๕๐) โรงเรียน แม่สะเรียงบริพัตรศึกษา จังหวัดแม่ฮ่องสอน บอกว่าการเรียนรู้ที่ดีคือการท่ีเด็กได้ ลงมือปฏิบัติ ค้นหาคำ�ตอบจากโจทย์ที่มีอยู่จริง และมีครูทำ�หน้าท่ีชี้ทาง เธอทำ� โครงงานวทิ ยาศาสตร์คอื พฒั นาไหมขดั ฟนั จากเส้นใยธรรมชาติ เปน็ การใช้ส่งิ ที่มอี ยู่ ในชุมชนอยู่แลว้ ท�ำ ให้ได้ไหมขดั ฟันราคาประหยดั ท่ใี ชง้ านได้จริง นอกจากโครงการยอ่ ยตา่ งๆ ซง่ึ เนน้ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ลว้ ในพนื้ ทบี่ างแหง่ ทปี่ ระชาชนมปี ญั หาเกยี่ วกบั การใชภ้ าษาไทย กจ็ ะมกี ารสอน ภาษาไทยเพื่อให้คนในชุมชนสามารถรับรู้ข่าวสารและส่ือสารกับบุคคล ภายนอกได้ ตวั อยา่ งเชน่ โครงการสอนภาษาไทยแบบแจกลกู สะกดค�ำ ส�ำ หรบั ผเู้ รยี นบนพ้ืนท่สี ูง อ�ำ เภออมกอ๋ ย จงั หวดั เชียงใหม่ มุง่ เนน้ พฒั นาเด็กปฐมวัย เดก็ วยั เรียน และประชาชน ในชุมชนบนพน้ื ที่สูงให้เข้าใจภาษาไทย เป็นต้น อาจารย์สุรเดช พหลโยธิน ผู้ประสานงานในพ้ืนท่ีใช้วิธีสอนภาษาไทยแบบ แจกลูกสะกดคำ� เชื่อว่าการท่ีชาวไทยภูเขาสื่อสารด้วยภาษาไทยได้อย่างมี ประสิทธิภาพยังเป็นพื้นฐานสำ�คัญท่ีทำ�ให้โครงการเอสไออาร์เอส สามารถ เข้าไปต่อยอดโครงการอื่น เช่น โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยและ โครงการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์บูรณาการกับเกษตรอาหารกลางวันไดอ้ ีกด้วย ๙๒
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วิทยาปริทรรศน์ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำ�เนนิ เยอื นโรงเรียนสัมฤทธบิ ุญ อ�ำ เภอวังชิน้ จงั หวดั แพร ่ เมอ่ื วนั ที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ โครงการพฒั นาคุณภาพการศึกษาของโรงเรยี น พระปรยิ ัติธรรม แผนกสามัญศกึ ษา ในทอ้ งถน่ิ ทรุ กนั ดารหลายพนื้ ที่ ยงั มเี ดก็ และเยาวชนชายจ�ำ นวนหนง่ึ ขาดโอกาสทางการศกึ ษาเพราะครอบครวั มฐี านะยากจน บดิ ามารดาจงึ ใหบ้ ตุ ร บวชเป็นสามเณรเพื่อให้มีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แต่กระนั้น เด็กและเยาวชนกลุ่มน้ีก็ยังคงมีปัญหาอ่ืนๆ โดยเฉพาะดา้ นสขุ อนามัยเนอื่ งจากขาดโภชนาการทดี่ ี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทราบถึง สภาพปญั หาดงั กลา่ วในคราวทเ่ี สดจ็ พระราชด�ำ เนนิ เยย่ี มราษฎรทบ่ี า้ นบอ่ หลวง อ�ำ เภอบอ่ เกลอื จงั หวดั นา่ น เมอื่ วนั ที่ ๓๐ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ และทรงเยย่ี ม โรงเรียนวัดบอ่ หลวงวิทยาธรรม ซึง่ เปน็ โรงเรยี นพระปรยิ ตั ธิ รรมแผนกสามญั ศกึ ษา ตอ่ มาจงึ มพี ระราชด�ำ รใิ หจ้ ดั ตง้ั โครงการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาของ โรงเรยี นพระปรยิ ัตธิ รรม แผนกสามัญศึกษา เพ่ือบรรเทาปญั หานี้ โครงการนม้ี ีวตั ถุประสงคห์ ลกั ๓ ประการ ซึง่ อาจกลา่ วสัน้ ๆ ได้วา่ “อม่ิ ดี” “มที างเลอื กเรยี น” และ “เตรียมศาสนทายาท” ๙๓
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วทิ ยาปริทรรศน์ “อม่ิ ด”ี คอื สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นสามเณรมภี าวะโภชนาการและสขุ ภาพ อนามัยทด่ี ี โดยไดท้ รงถวายเงนิ จำ�นวนหนึ่งเปน็ คา่ ภตั ตาหารเพลแกส่ ามเณร นักเรียนทุกวันท่ีเปิดทำ�การสอน จำ�นวน ๒๐๐ วัน วันละ ๑๐ บาทต่อรูป รวมท้งั ถวายภัตตาหารเสริม (นมผงพระราชทาน) ให้สามเณรนักเรยี นไดฉ้ ัน วนั ละ ๒ เวลา ทกุ วนั “มที างเลอื กเรยี น” คอื เสรมิ สรา้ งโอกาสและทางเลอื กของการศกึ ษา ให้แก่เด็กและเยาวชนที่บรรพชา เข้ารับการศึกษาสายสามัญ นักธรรมบาลี และดา้ นวชิ าชพี ในระดบั สงู ตงั้ แตร่ ะดบั มธั ยมศกึ ษาเปน็ ตน้ ไป โปรดเกลา้ ฯ ให้ ส�ำ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาติ โดยศนู ยพ์ นั ธวุ ศิ วกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ จัดทำ�โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ตามพระราชดำ�ริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อยกระดับคุณภาพ การจัดการศึกษาให้ทัดเทียมกับการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานลักษณะอ่ืน ของประเทศ “เตรยี มศาสนทายาท” คอื สรา้ งบคุ ลากรทจ่ี ะท�ำ นบุ �ำ รงุ และสบื ทอด พระพุทธศาสนา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนการศึกษาปีละ ๓๐ ทุน ให้แก่สามเณรนักเรียนท่ีเรียนจบชั้นสูงสุดของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามญั ศกึ ษา จงั หวดั นา่ น ไปศกึ ษาตอ่ ระดบั อดุ มศกึ ษาทม่ี หาจฬุ าลงกรณ์ ราชวิทยาลยั (มจร.) วทิ ยาเขตพะเยา ห้องเรียนนา่ น ในปีการศกึ ษา ๒๕๔๘ นอกจากนนั้ ยงั ทรงถวายทุนการศึกษาพระอาจารยผ์ ู้บริหารโรงเรยี น จำ�นวน ๗ รูปท่ีกำ�ลังศึกษาระดับมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัย รามค�ำ แหง (ห้องเรยี นพเิ ศษจังหวดั นา่ น) จนส�ำ เรจ็ การศกึ ษา สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ไดท้ รงถวายทนุ การศึกษาพระอาจารย์และครูโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ๙๔
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วิทยาปรทิ รรศน์ ที่ยังไม่มีวุฒิครู ให้ได้ศึกษาต่อหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ทมี่ หาวิทยาลยั ราชภฏั เชียงราย จ�ำ นวน ๗๐ รปู /คน ในปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๔ และจ�ำ นวน ๓๒ รปู /คน ในปีการศกึ ษา ๒๕๕๗ นอกจากพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แล้ว มูลนิธิ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ไดม้ อบทนุ โครงการบณั ฑติ คนื ถน่ิ ใหแ้ กส่ ามเณร นักเรียนที่ประสงค์จะเป็นครูท่ีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จำ�นวน ๓๖ ทุน ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๖ จนถึงปี ๒๕๕๙ และมอบทุน พระอาจารย์เพ่ือให้ศึกษาต่อระดับมหาบัณฑิตที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในช่วงปีการศึกษา ๒๕๕๒-๒๕๕๖ รวม ๓ รนุ่ จำ�นวน ๑๙ รูป ระยะเร่ิมแรกใน พ.ศ. ๒๕๔๗ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงรบั กลมุ่ โรงเรยี นพระปรยิ ตั ธิ รรม แผนกสามญั ศกึ ษา จงั หวัดน่าน จ�ำ นวน ๑๒ โรงเรียน เขา้ ไว้ในโครงการตามพระราชดำ�ริ ต่อมา ทรงรับโรงเรียนทั้งหมดในกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม ๖ (ประกอบด้วยจังหวัดน่าน แพร่ เชียงราย พะเยา และลำ�ปาง) เข้าโครงการด้วย จำ�นวนโรงเรียนจึงเพ่ิมเป็น ๖๐ โรงเรียน (ข้อมูล พ.ศ. ๒๕๕๗) กจิ กรรมตา่ งๆ ทงั้ หมดในโครงการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ในโรงเรียนชนบท และโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน พระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ช่วยให้เด็กและเยาวชนในท้องถ่ิน ทุรกันดารได้รับโอกาสทางการศึกษา และพัฒนาความรู้และทักษะต่างๆ ทีจ่ �ำ เป็นในชีวิตเท่าเทียมกบั เด็กและเยาวชนในพนื้ ท่ีอน่ื ๆ ของประเทศ ๙๕
๖๐ พรรษา รตั นราชสดุ า วิทยาปรทิ รรศน์ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการดำ�เนินงานโครงการบา้ นวทิ ยาศาสตรน์ ้อย ภายในงานนิทรรศการเทดิ พระเกยี รติสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กับวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยไี ทย ณ อทุ ยานวทิ ยาศาสตรป์ ระเทศไทย เม่อื วันท่ี ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วิทยาปริทรรศน์ บา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย เพื่อเด็กปฐมวยั การจดั การเรยี นรูอ้ ย่างมีคณุ ภาพใหแ้ ก่เด็กปฐมวัย (๓-๖ ปี) มีความ สำ�คัญสูงย่ิง เนื่องจากประสบการณ์ต่างๆ ที่เด็กวัยนี้ได้รับจะมีส่วนกำ�หนด ทศั นคตแิ ละทกั ษะพน้ื ฐานท่จี ะตดิ ตวั แต่ละคนไปจนชวั่ ชีวิต ในประเทศเยอรมนี มมี ลู นธิ ิ Haus der kleinen Forscher หรอื มูลนิธิบ้านนักวิจัยน้อย ดำ�เนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ สำ�หรับเด็กอนุบาล มีกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับพ่อแม่ผู้ปกครอง ผ่านหนังสือ และรายการโทรทัศน์ท่ีน่าสนใจ โครงการในเยอรมนีเกิดจากความร่วมมือ ระหวา่ งภาครฐั และภาคเอกชน และประสบผลสมั ฤทธด์ิ เี ยย่ี ม ท�ำ ใหข้ ยายงาน ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ จากการน�ำ รอ่ ง ๕๐ โรงเรยี นในปแี รก เปน็ ๑๕,๐๐๐ โรงเรยี นใน ๓ ปตี อ่ มา ดว้ ยคณุ ภาพและมาตรฐานตามทไ่ี ดก้ �ำ หนดไว้ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ หลังจากเสดจ็ พระราชดำ�เนินกลบั จากการเข้าร่วมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวิทยาศาสตร์ และ ทอดพระเนตรงานวชิ าการตา่ งๆ ณ เมอื งลนิ เดา สหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนี แล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำ�ริ ว่าโครงการบ้านนักวิจัยน้อยของเยอรมนีเป็นโครงการที่ดี และควรนำ�มา ปรบั ใชใ้ นประเทศไทย มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำ�กัด ได้รับสนองพระราชดำ�ริ โดยติดต่อขอความรู้และคำ�แนะนำ�จากมูลนิธิ บ้านนักวิจัยน้อย เยอรมนี เพื่อจัดทำ�โครงการต้นแบบ เรียกชื่อว่า “บ้าน นกั วทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย ประเทศไทย” ตอ่ มาใน พ.ศ. ๒๕๕๓ จงึ ทดลองในโรงเรยี น ตา่ งๆ ทวั่ ทกุ ภูมิภาค รวม ๒๒๑ โรงเรียน ผา่ นการบริหารงานของหน่วยงาน ๙๗
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วทิ ยาปรทิ รรศน์ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ๗ หน่วยงาน เครือข่ายท้องถ่ิน ๗ แห่ง ตามวิธีการของเยอรมนี การดำ�เนินการโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ในประเทศไทย มี รองศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ เป็นประธานกรรมการ โครงการได้รับความอนุเคราะห์และการสนับสนุน จากคณะทป่ี รึกษา หนว่ ยงานภาครฐั บรษิ ัทเอกชนและองค์กรหลายแห่ง ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ มหี นว่ ยงานท้งั ภาครฐั และเอกชนร่วมสนับสนุน เพมิ่ อกี หลายหนว่ ยงาน ขยายผลเครือขา่ ยทอ้ งถ่ิน ๒๑๗ แห่ง และมีโรงเรยี น เขา้ รว่ มโครงการมากกว่า ๑๒,๐๐๐ โรงเรียน รายชอ่ื องค์กรและหนว่ ยงานตา่ งๆ ท่ใี หค้ วามร่วมมือ ในโครงการบา้ นนักวิทยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย โครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย ประเทศไทย เกดิ จากความรว่ มมอื ระหวา่ ง ภาครัฐและเอกชน โดยมีหน่วยงานที่ดำ�เนินโครงการหลัก ได้แก่ มูลนิธิสมเด็จ พระเทพรัตนราชสดุ า บรษิ ทั นานมีบุ๊คส์ จำ�กัด สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สำ�นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำ�นักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และ บี.กรมิ กร๊ปุ หนว่ ยงานทไ่ี ดใ้ หก้ ารสนบั สนนุ โครงการน้ี ไดแ้ ก่ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย มูลนิธินายห้างโรงปูนผู้หน่ึง สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณ รัฐเยอรมนี กรุงเทพฯ บริษทั ซเี มนส์ จ�ำ กัด บริษทั เมอร์ค จำ�กัด บรษิ ัท เลสชาโก้ (ประเทศไทย) จำ�กัด บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำ�กัด และสถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย ๙๘
๖๐ พรรษา รัตนราชสดุ า วทิ ยาปริทรรศน์ โครงงานในโรงเรยี นอนบุ าลมแี นวคิดอยา่ งไร? กิจกรรมส�ำ คญั รปู แบบหนง่ึ ในโครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย ไดแ้ ก่ การท�ำ โครงงาน จึงควรเขา้ ใจหลกั คดิ และวิธีปฏิบตั ิของกจิ กรรมน้ี โครงงานในโรงเรียนอนุบาล เป็นการศึกษาระยะยาวในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง เด็กจะเป็นผู้เลือกหัวข้อตามความสนใจ และครูเห็นว่าเหมาะสม ท้ังน้ี เด็กและครูจะ ช่วยกนั วางแผนและด�ำ เนินกิจกรรมไปร่วมกัน การทำ�โครงงานไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะเนื้อหาเท่านั้น แต่ครูจะคอยกระตุ้นให้เด็ก คิดทบทวนความคิดของตัวเด็กเองเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ของโครงงานน้ัน และแลก เปลย่ี นความคดิ กบั เดก็ ๆ ซง่ึ จะชว่ ยใหเ้ ดก็ ตระหนกั ถงึ การเรยี นรขู้ องตนเอง และเขา้ ใจหวั ขอ้ นนั้ อยา่ งลึกซงึ้ และสามารถเช่อื มโยงส่งิ ทไี่ ด้เรยี นรูก้ บั ประสบการณใ์ นชีวิตจรงิ ตัวอย่างเช่น ในโครงงานเรื่อง การละลาย ครูอาจเร่ิมจากการให้เด็กสังเกต การละลายของนำ�้ ตาล แล้วถามว่ามีอะไรอีกบา้ งที่ละลายน�้ำ ได้ หรอื ละลายไมไ่ ด้ หาก เปลย่ี นน�ำ้ เปน็ ของเหลวชนดิ อน่ื น�ำ้ ตาลจะยงั ละลายไดห้ รอื ไม่ ในทางกลบั กนั การทดลอง น�้ำ ตาลละลายอาจเปน็ สว่ นหนงึ่ ของโครงงานอน่ื เชน่ เรอื่ งการรบั ประทานอาหารอยา่ ง ถูกสขุ อนามยั โดยครอู าจถามเดก็ ๆ วา่ น�ำ้ ตาลมาจากไหน เดก็ ๆ ควรรบั ประทานน�ำ้ ตาล แคไ่ หน ท�ำ ไมจึงต้องแปรงฟันหลังรบั ประทานอาหาร เป็นต้น ใน พ.ศ. ๒๕๕๖ รายการ บ้านนักวิทยาศาสตรน์ อ้ ย ออกอากาศทางช่อง Thai PBS (ไทยพบี ีเอส) ทกุ วนั อาทติ ย์ ระยะเวลาประมาณ ๑๐ นาที รายการนี้แบ่งเป็น ๒ ชว่ ง ชว่ งแรกน�ำ เสนอการต์ นู ซ่ึงเน้ือเร่ืองได้รบั แรงบันดาลใจจากหนงั สอื “บา้ นนกั วทิ ยาศาสตร์นอ้ ย” ชว่ งท่สี องนำ�เสนอ กิจกรรมของเด็กๆ ในการท�ำ การทดลองเพอ่ื ไขปรศิ นาจากการต์ นู ๙๙
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258