Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือมิลินทปัญหา(1)

หนังสือมิลินทปัญหา(1)

Published by อ้าย นะ บ้านนา, 2021-09-24 09:14:09

Description: หนังสือมิลินทปัญหา(1)

Keywords: ......

Search

Read the Text Version

อุปมาการไถนา “ ขอถวายพระพร เมื่อใดมหาบพิตรหิว เม่ือนนั้ หรือ…มหาบพิตรจงึ จกั ให้ไถนา ปลกู ข้าวสาลี หวา่ นพืช ขนข้าวมา หรือปลกู ข้าวเหนียว ด้วยรับสงั่ วา่ เราจกั กินข้าว ? ” “ ทาอยา่ งนนั้ ไมไ่ ด้ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพติ ร เมื่อถึงเวลาแล้วความพยายามไม่ สาเร็จประโยชน์ความรีบพยายามไว้ก่อนนนั้ แหละจงึ จะสาเร็จ ประโยชน์ ” “ ขอนมิ นต์อปุ มาให้ยงิ่ ขนึ ้ ไปอีก ” อุปมาการทาสงคราม “ ขอถวายพระพร เม่ือใดสงครามมาตดิ บ้านเมือง เมื่อนนั้ หรือ… มหาบพติ รจงึ จะให้ขดุ คู สร้างกาแพง สร้างเขื่อน สร้างป้ อม ขนเสบยี ง อาหารมาไว้ ให้ฝึกหดั ช้าง ม้า รถ ธนู ดาบ ? ” “ ทาอยา่ งนนั้ ไมไ่ ด้ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพติ ร เมื่อถึงเวลาแล้วความพยายามไม่ สาเร็จประโยชน์ความรีบพยายามไว้ก่อนนนั้ แหละ จงึ จะสาเร็จ ประโยชน์ ข้อนีส้ มกบั ท่ีสมเดจ็ พระบรมโลกนาถศาสดาจารย์ตรัส ประทานไว้วา่ ” ๑๕๑

“ บคุ คลรู้วา่ สิง่ ใดเป็นประโยชน์แก่ตนควรรีบทาสงิ่ นนั้ ผ้มู ีความคดิ มีความรู้ มีความบากบนั่ ไมค่ วรเอาเย่ียงอยา่ งพอ่ ค้าเกวียน คือ พอ่ ค้า เกวียนทงิ ้ ทางเก่า อนั เป็นทางเสมอ กว้างใหญ่ดี แล้วขบั เกวียนไป ในทางใหม่ ที่เป็นทางไมเ่ สมอดี เวลาเพลาเกวียนหกั แล้วก็ซบเซาฉนั ใด บคุ คลผ้โู งเ่ ขลาหลีกออกจากธรรมะไมป่ ระพฤตติ ามธรรม จวนจะ ใกล้ตายก็จะต้องซบเซา เหมือนพอ่ ค้าเกวียนท่ีมีเพลาเกวียนหกั ไป แล้วฉะนนั้ ” “ ดงั นี ้ขอถวายพระพร ” “ พระผ้เู ป็นเจ้ากลา่ วสมควรแล้ว ”  ปัญหาท่ี ๖ ถามถงึ ความร้อนแห่งไฟนรก พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามวา่ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พระผ้เู ป็นเจ้ากลา่ วไว้วา่ ไฟนรกร้อนมากวา่ ไฟปกติ ก้อนหนิ น้อย ๆ ทงิ ้ ลงไปในไฟปกติ ไฟเผาอยตู่ ลอดวนั ก็ไมย่ อ่ ย ยบั สว่ นก้อนหนิ โตเทา่ ปราสาททงิ ้ ลงไปในไฟนรก ก็ยอ่ ยยบั ไปในขณะ เดียวดงั นี ้ คานีโ้ ยมไมเ่ ชื่อถึงคาที่พระผ้เู ป็นเจ้ากลา่ วไว้วา่ พวกสตั ว์ นรกอยใู่ นนรกได้ตงั้ พนั ๆ ปี ก็ไมย่ อ่ ยยบั ไป ดงั นี ้คานีโ้ ยมก็ไมเ่ ช่ือ ” พระเถระตอบวา่ “ ขอถวายพระพร มหาบพิตรจะเข้าพระทยั อย่างไร…คือ พวก ๑๕๒

นกยงู ไกป่ ่ า มงั กร จระเข้ เตา่ ยอ่ มกินก้อนหนิ แขง็ ๆ ก้อนกรวดแข็งๆ จริงหรือ ” “ เออ…โยมได้ยินวา่ จริงนะ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร ก้อนหินก้อนกรวดเหลา่ นนั้ เข้าไปอยภู่ ายในท้อง ของสตั ว์เหล่านนั้ แล้ว แหลกยอ่ ยยบั ไปหรือไม่ ? ” “ แหลกยอ่ ยยบั ไป พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร ก็สตั ว์ที่อยใู่ นท้องของสตั ว์เหลา่ นนั้ แหลกย่อย ยบั ไปไหน ? ” “ ไมแ่ หลกยอ่ ยยบั ไป พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ เพราะอะไร มหาบพิตร ? ” “ โยมเข้าใจวา่ เพราะกรรมค้มุ ครองไว้ ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร พวกสตั ว์นรกถึงจะถกู ไฟไหม้อยู่ ในนรกตงั้ หลายพนั ปี ก็ไมย่ อ่ ยยบั ไป เพราะกรรมค้มุ ครองไว้ พวกสตั ว์ นรกเหลา่ นนั้ เกิดอย่ใู นนรก เจริญอยใู่ นนรก ตายอยใู่ นนรก ” ข้อนีส้ มกบั ท่ีสมเดจ็ พระชนิ สีห์ตรัสไว้วา่ “ บาปกรรมนนั้ ยงั ไมส่ นิ ้ ตราบใด สตั ว์นรกก็ยงั ไมต่ ายตราบนนั้ ” “ ขอนมิ นต์อปุ มาด้วย ” อุปมาด้วยราชสีห์ ๑๕๓

“ ขอถวายพระพร มหาบพิตรจะเข้าพระทยั ความข้อนีอ้ ยา่ งไร…คือ ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลืองตวั เมีย ยอ่ มเคีย้ วกินของแข็ง ๆ เคยี ้ วกิน กระดกู เคยี ้ วกินเนือ้ มีอยหู่ รือ ? ” “ มีอยู่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร กระดกู ที่เข้าไปอยใู่ นท้องของสตั ว์เหลา่ นนั้ แหลก ยอ่ ยไปไหม ? ” “ แหลกยอ่ ยไป พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร ลกู ในท้องสตั ว์เหลา่ นนั้ แหลกยอ่ ยยบั ไปไหม ? ” “ ไมแ่ หลก พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ เพราะอะไร มหาบพติ ร ? ” “ โยมเข้าใจวา่ เป็นเพราะกรรมรักษาไว้ แตข่ อนิมนต์อปุ มาให้ ยง่ิ ขนึ ้ ไป ” อุปมาด้วยนกหวั ขวาน “ ขอถวายพระพร มหาบพติ รจะเข้าพระทยั ความข้อนีอ้ ยา่ งไร…คอื นกหวั ขวาน นกยงู ยอ่ มเคีย้ วกินไม้อนั แขง็ มีอยหู่ รือ ? ” “ มีอยู่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ไม้อนั แข็งเหลา่ นนั้ เข้าไปอยใู่ นท้องของนกหวั ขวาน นกยงู เหลา่ นนั้ แล้ว ยอ่ ยยบั ไปหรือไม่ ? ” ๑๕๔

“ ยอ่ ยยบั ไป พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร ลกู นกหวั ขวานท่ีอยใู่ นท้อง ยอ่ ยยบั ไปหรือไม่ ? ” “ ไมย่ อ่ ยยบั ไป พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ เพราะอะไร มหาบพติ ร ? ” “ โยมเข้าใจ เพราะกรรมรักษาไว้ ขอนิมนต์อปุ มาให้ยงิ่ ขนึ ้ ไปอีก ” อุปมาด้วยสตรี “ ขอถวายพระพร มหาบพติ รจะเข้าพระทยั ความข้อนีอ้ ยา่ งไร…คอื นางโยนก นางกษัตริย์ นางพราหมณ์ นางคฤหบดี ที่มีความสขุ มาแต่ กาเนดิ ได้เคีย้ วกินของแข็ง ขนม ผลไม้ เนือ้ ปลาตา่ ง ๆ หรือไม่ ? ” “ เคยี ้ วกิน พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ของเหลา่ นนั้ ตกเข้าไปอยใู่ นท้องของหญิงเหลา่ นนั้ แล้ว ย่อยยบั ไปหรือไม่ ? ” “ ยอ่ ยยบั ไป พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ก็ลกู ในท้องของหญิงเหลา่ นนั้ ยอ่ ยยบั ไปหรือไม่ ? ” “ ไมย่ อ่ ยยบั ไป พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ เพราะอะไร มหาบพติ ร ? ” “ โยมเข้าใจวา่ เป็นเพราะกรรมค้มุ ครองไว้ ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพติ ร คอื พวกสตั ว์นรกถึงจะถกู ไฟไหม้ ๑๕๕

ในนรกตงั้ หลายพนั ปี ก็ไมย่ ่อยยบั ไป สตั ว์นรกเหลา่ นนั้ เกิดอยใู่ นนรก เจริญอยใู่ นนรก ตายอยใู่ นนรก ข้อนีส้ มกบั ท่ีสมเดจ็ พระทศพลตรัสไว้ วา่ ” “ บาปกรรมท่ีเขาทาไว้ยงั ไมส่ นิ ้ ตราบใดเขาก็ยงั ไมต่ ายตราบนนั้ ” “ สมควรแล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๗ ถามถงึ เร่ืองเคร่ืองรองแผ่นดนิ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พระผ้เู ป็นเจ้ากลา่ วไว้วา่ แผน่ ดนิ ใหญ่นีต้ งั้ อยู่ บนนา้ นา้ ตงั้ อยบู่ นลม ลมตงั้ อยบู่ นอากาศ ดงั นี ้คานีโ้ ยมไมเ่ ช่ือ ” พระเถระเม่ือจะวสิ ชั นาแก้ไข จงึ ได้เอาธนั กรก คอื กระบอกกรองนา้ ตกั นา้ ขนึ ้ มาแล้วก็เอามือปิ ดปากธมั กรกไว้ เพ่ือมิให้นา้ ไหลลงไปได้ ถือ ไว้ให้พระเจ้ามลิ นิ ท์ทอดพระเนตรแล้ว พร้อมกบั ถวายพระพรวา่ “ มหาบพิตรจงทรงสงั เกตดธู มั กรกนีเ้ถิดลมทรงไว้ซง่ึ นา้ ในกระบอก นีฉ้ นั ใด ถงึ นา้ ที่รองแผน่ ดนิ ลมก็รับไว้ฉนั นนั้ ” “ ถกู แล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๘ ถามถงึ เร่ืองนิโรธนิพพาน “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน นิโรธ คือ นิพพาน หรือ ? ” “ ถกู แล้ว มหาบพิตร ” ๑๕๖

“ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า อย่างไรจงึ วา่ นิโรธคือนิพพาน ? ” “ ขอถวายพระพร อนั วา่ พาลปถุ ชุ นทงั้ หลาย ยอ่ มเพลดิ เพลดิ ยินดี ใน อายตนะภายในภายนอก ( ยินดีในรูป เสียง กล่ิน รส สมั ผสั ) จงึ ถกู กระแสตณั หาพดั ไป จงึ ไมพ่ ้นจากการเกิด แก่ ตาย โศกร่าไร ไม่ สบายกาย ไมส่ บายใจ และคบั แค้นใจ สว่ นอริยสาวกผ้ไู ด้สดบั คาสอนพระพทุ ธเจ้าแล้วย่อมไมเ่ พลดิ เพลนิ ยนิ ดใี นอายตนะภายในภายนอก เมื่อไมเ่ พลิดเพลนิ ยินดี ตณั หาก็ดบั ไป เมื่อตณั หาดบั อปุ ทานก็ดบั เม่ืออปุ ทานดบั ภพก็ดบั เมื่อภพดบั ชาตกิ ็ดบั เม่ือชาติ คอื การเกิดดบั ความโศก ความร่าไร ความไม่ สบายกาย ไมส่ บายใจ และความคบแค้นใจก็ดบั เป็นอนั วา่ ความดบั แหง่ กองทกุ ข์ทงั้ สนิ ้ นี ้ ยอ่ มมีด้วยอาการอยา่ งนี ้ อยา่ งนีแ้ หละ มหาบพิตร จงึ วา่ นิโรธ คอื นิพพาน ” “ ถกู ต้องดีแล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๙ ถามเร่ืองการได้นิพพาน “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน บคุ คลทงั้ หลายได้นพิ พานเหมือนกนั หมด หรือ ? ” “ ขอถวายพระพร ไมไ่ ด้นิพพานเหมือนกนั หมด ” “ เหตไุ ฉนจงึ ไมไ่ ด้ ? ” ๑๕๗

“ ขอถวายพระพร ผ้ใู ดปฏิบตั ิดี รู้ยิง่ ซง่ึ ธรรมท่ีควรรู้ รอบรู้ธรรมท่ี ควรรอบรู้ละธรรมท่ีควรละ อบรมธรรมที่ควรอบรมกระทาให้แจ้งซงึ่ ธรรมท่ีควรทาให้แจ้ง ผ้นู นั้ ก็ได้นิพพาน ” “ ถกู ต้อง พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๑๐ ถามเร่ืองรู้จกั ความสุขในนิพพาน “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ผ้ทู ่ียงั ไมไ่ ด้นิพพานรู้หรือไมว่ า่ นิพพานเป็น สขุ ? ” “ ขอถวายพระพร…รู้ คือผ้ยู งั ไมไ่ ด้นพิ พาน ก็รู้วา่ นพิ พานเป็นสขุ ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ผ้ทู ่ียงั ไมไ่ ด้นิพพานทาไมจงึ รู้วา่ นิพพานเป็น สขุ ? ” “ ขอถวายพระพร พวกใดไมถ่ กู ตดั มือ ตดั เท้า พวกนนั้ รู้หรือไมว่ า่ การตดั มือตดั เท้าเป็ นทกุ ข์ ? ” “ ออ๋ ..รู้ซิ พระผ้เู ป็ นเจ้า ” “ เหตไุ ฉนจงึ รู้ละ่ ? ” “ รู้ด้วยเขาได้ยนิ เสียงผ้ถู กู ตดั มือตดั เท้าร้องไห้ครวญคราง ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร พวกท่ียงั ไมไ่ ด้นิพพาน ก็รู้ได้วา่ นพิ พานเป็นสขุ เพราะได้ยินเสียงพวกได้นิพพาน ” “ ถกู ดแี ล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ” ๑๕๘

 จบวรรคท่ี ๔  มิลินทปัญหา วรรคท่ี ๕  ปัญหาท่ี ๑ ถามเร่ืองความมีและความไม่มีแห่ง พระพุทธเจ้า พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามวา่ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พระผ้เู ป็นเจ้าได้เห็นพระพทุ ธเจ้าหรือ ? ” พระเถระตอบวา่ “ ไมไ่ ด้เหน็ ขอถวายพระพร ” “ ถ้าอยา่ งนนั้ อาจารย์ของพระผ้เู ป็นเจ้าได้เหน็ หรือ ? ” “ ขอถวายพระพร อาจารย์ก็ไมไ่ ด้เหน็ ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ถ้าอยา่ งนนั้ พระพทุ ธเจ้าก็ไมม่ ี ” “ ขอถวายพระพร มหาบพิตรได้เหน็ โอหานที คอื สะดือทะเล หรือไม่ ? ” “ ไมไ่ ด้เห็น พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ถ้าอยา่ งนนั้ พระราชบิดาของพระองคไ์ ด้เห็นหรือไม่ ? ” “ ไมไ่ ด้เห็น พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ถ้าอยา่ งนนั้ สะดือทะเลก็ไมม่ ี ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ถึงโยมและพระราชบดิ าของโยม ไมไ่ ด้เหน็ ๑๕๙

สะดือทะเลก็จริงแหล่ แตท่ วา่ สะดอื ทะเลมีอยเู่ ป็นแน่ ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร ถงึ อาตมาและอาจารย์ของอาตมา ไมไ่ ด้เห็นพระพทุ ธเจ้าก็จริง แตพ่ ระพทุ ธเจ้ามีอยแู่ น่ ขอถวายพระพร ” “ พระผ้เู ป็นเจ้าแก้ถกู ต้องดีแล้ว ”  ปัญหาท่ี ๒ ถามเร่ืองความย่งิ ใหญ่แห่งพระพุทธเจ้า “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พระพทุ ธเจ้าไมม่ ีผ้อู ่ืนย่งิ กวา่ หรือ ? ” “ ขอถวายพระพร จริง ” “ พระผ้เู ป็นเจ้ารู้ได้อยา่ งไรวา่ พระพทุ ธเจ้าไมม่ ีผ้อู ื่นยิ่งกวา่ เพราะ พระผ้เู ป็นเจ้าไมไ่ ด้เหน็ ? ” “ ขอถวายพระพร มหาบพติ รจะเข้าพระทยั ความข้อนีอ้ ยา่ งไร...คือ พวกท่ีไมไ่ ด้เหน็ มหาสมทุ ร รู้หรือไมว่ า่ มหาสมทุ รอนั กว้างใหญ่ มีนา้ ลกึ ประมาณไมไ่ ด้ หยงั่ ถงึ พืน้ ได้ยาก เป็นท่ีไหลไปรวมอยแู่ หง่ แมน่ า้ ใหญ่ ทงั้ ๕ คือ คงคา ยมนุ า อจิรวดี สรภู มหิ ความพร่องหรือความเตม็ แหง่ มหาสมทุ รนนั้ ไมป่ รากฏแมน่ า้ ใหญ่ทงั้ ๕ ก็ไหลไปสมู่ หาสมทุ รเนืองๆ? ” “ รู้ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพติ ร คือ อาตมภาพได้เหน็ พระสาวก ทงั้ หลายผ้เู ป็นพระอรหนั ต์ ผ้สู าเร็จนิพพานมีอยู่ จงึ รู้วา่ พระพทุ ธเจ้า เป็นผ้เู ยี่ยมไมม่ ีใครเทียมถงึ ” ๑๖๐

“ พระผ้เู ป็นเจ้าแก้ถกู ต้องดีแล้ว ”  ปัญหาท่ี ๓ ถามเร่ืองการรู้ความย่งิ ใหญ่ของ พระพทุ ธเจ้า “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พระผ้เู ป็นเจ้าอาจรู้หรือไมว่ า่ พระพทุ ธเจ้าเป็น ผ้เู ย่ียมไมม่ ีใครย่งิ กวา่ ? ” “ อาจรู้ ขอถวายพระพร ” “ อาจรู้ได้อยา่ งไร ? ” “ ขอถวายพระพร เม่ือก่อนมีอาจารย์เลของค์หนงึ่ ชื่อวา่ พระตสิ ส เถระ มีชื่อเสียงโดง่ ดงั อยหู่ ลายปี แตถ่ งึ มรณภาพไปแล้วอาจารย์เลข องคน์ นั้ ทาไมช่ือจงึ ยงั ปรากฏอยู่ ? ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า อาจารย์เลของค์นนั้ ยงั ปรากฏอยู่ เป็นด้วย เลขที่ทา่ นบอกไว้ ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร คือ ผ้ใู ดเหน็ ธรรม ผ้นู นั้ ก็ได้เห็น พระพทุ ธเจ้า เพราะธรรมเป็นของท่ีพระพทุ ธเจ้าทรงแสดงไว้ ” “ สมควรแล้ว พระผ้เู ป็ นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๔ ถามเร่ืองการเหน็ ธรรม “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พระผ้เู ป็นเจ้าได้เหน็ ธรรมะแล้วหรือ ? ” ๑๖๑

“ ขอถวายพระพร ธรรมะอนั พระพทุ ธเจ้าทรงแนะนาสง่ั สอนสาวก อนั พระพทุ ธเจ้าทรงบญั ญตั ไิ ว้แล้ว พระสาวกควรปฏิบตั ิตามจนตลอด ชีวิต ” “ แก้ถกู ต้องดีแล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ” ฏีกามลิ ินท์ เพราะเหตไุ ร...พระนาคเสนจงึ ไมต่ อบวา่ อาตมภาพได้เห็นธรรมะ แล้ว ? แก้วา่ ...เพราะเหตวุ า่ พระเจ้ามลิ ินท์รู้แนแ่ ล้วว่า พระเถระได้เห็น ธรรมะแล้ว แตอ่ ยากจะฟังคาตอบอนั วิจติ ร จงึ ตรัสถามเพ่ือผ้ทู ่ียงั ไมร่ ู้ พระเถระทราบพระอธั ยาศยั ของพระเจ้ามิลนิ ท์แล้ว จงึ ได้ตอบอยา่ งนนั้  ปัญหาท่ี ๕ ถามถงึ ความไม่ก้าวย่างไปแห่งผ้จู ะเกดิ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสนผ้ปู ระเสริฐ ผ้ทู ่ีจะไปเกิดใหมน่ นั้ ไมไ่ ด้ก้าวยา่ ง ไปด้วย แตถ่ ือกาเนิดได้ด้วยอยา่ งนนั้ หรือ ? ” “ อยา่ งนนั้ มหาบพติ ร ” “ ถ้าอยา่ งนนั้ ขอนมิ นต์อปุ มา ” “ ขอถวายพระพร เปรียบเหมือนวา่ บรุ ุษผ้หู นง่ึ เอาประทีปมาตอ่ ประทีป ประทีปจะก้าวไปจากประทีปเกา่ หรือไม่ ? ” ๑๖๒

“ ไมก่ ้าวไป พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพติ ร ” “ ขอนิมนต์อปุ มาอีก ” “ ขอถวายพระพร มหาบพิตรคงจาได้วา่ ในเวลาท่ีพระองค์ยงั ทรง พระเยาว์ มีพระชนั ษาได้ ๑๐ ได้รับวชิ าเลขและวชิ ากการตา่ ง ๆ ใน สานกั อาจารย์หรือ ? ” “ ได้รับ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร วิชาเลขและศลิ ปะตา่ ง ๆ นนั้ ก้าวย่างไปจาก อาจารย์หรือไม่ ? ” “ ไม่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร ผ้ทู ี่จะไปเกิดใหมน่ นั้ ไมไ่ ด้ก้าวย่าง ไปเลย แตถ่ ือกาเนิดได้ ” “ ถกู ต้องดีแล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๖ ถามถงึ ผู้สาเร็จเวทย์ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน บคุ คลผ้ถู งึ เวทย์มีอยหู่ รือไม่ ? ” “ ขอถวายพระพร เมื่อวา่ ตามปรมตั ถ์แล้ว...ไมม่ ี ” “ ถกู แล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ” ๑๖๓

 ปัญหาท่ี ๗ ถามถงึ การก้าวไปแห่งสภาพ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน สภาพอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ก้าวไปจากกายนีส้ ู่ กายอื่นมีอยหู่ รือ ? ” “ ขอถวายพระพร ไมม่ ีเลย ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ถ้าสภาพอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ก้าวจากกายนี ้ ไปสกู่ ายอื่นไมม่ ี บคุ คลก็จะพ้นจากบาปกรรมทงั้ หลายมิใชห่ รือ ” “ ขอถวายพระพร ถ้าเขาไมเ่ กิดอีก ก็จะพ้นจากบาปกรรมทงั้ หลาย แตเ่ พราะเขายงั เกิดอยู่ เขาจงึ ไมพ่ ้นจากบาปกรรมทงั้ หลาย ” “ ขอนมิ นต์อปุ มาด้วย ” “ ขอถวายพระพร เปรียบเชน่ เดยี วกบั บรุ ุษคนหนงึ่ ขโมยมะมว่ งที่ ผ้อู ่ืนปลกู ไว้ เขาควรจกั ต้องได้รับโทษหรือไม่ ? ” “ ควรได้รับโทษ พระผ้เู ป็ นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร มะมว่ งที่บรุ ุษนนั้ ขโมยไป ไมใ่ ชม่ ะมว่ งลกู ท่ีบรุ ุษ นนั้ ปลกู ไว้เหตใุ ดผ้ขู โมยจงึ ควรได้รับโทษ ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า มะมว่ งเหลา่ นนั้ อาศยั มะมว่ งลกู ที่บรุ ุษนนั้ ปลกู ไว้ จงึ เกิดเป็นลาดบั ขนึ ้ เพราะฉะนนั้ ผ้ขู โมยจงึ ควรได้รับโทษ ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร คือบคุ คลย่อมทากรรมดหี รือชว่ั ไว้ ด้วย นามรูปนี ้ แล้ว นามรูปอื่น ก็เกิดขนึ ้ ด้วยกรรมนนั้ เพราะฉะนนั้ เขาจงึ ไมพ่ ้นจากบาปกรรม ” ๑๖๔

“ แก้ดแี ล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๘ ถามถงึ ท่อี ยู่แห่งผลกรรม “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน กรรมดแี ละกรรมชว่ั ท่ีบคุ คลทาด้วยนามรูปนี ้ ไปอยทู่ ี่ไหน ? ” “ ขอถวายพระพร ติดตามผ้ทู าไปเหมือนกบั เงาตามตวั ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า อาจชีก้ รรมเหลา่ นนั้ ได้หรือไมว่ า่ กรรมเหลา่ นนั้ อยทู่ ี่ไหน ? ” “ ขอถวายพระพร ไมอ่ าจชีไ้ ด้ ” “ ขอถวายพระพร เปรียบเหมือนต้นไม้ท่ียงั ไมม่ ีผล มหาบพิตรอาจ ชีไ้ ด้หรือไมว่ า่ ผลอยทู่ ่ีไหน ? ” “ ไมอ่ าจชีไ้ ด้ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร เมื่อการสืบตอ่ ยงั ไมข่ าด ก็ไมอ่ าจ ชีก้ รรมเหลา่ นนั้ ได้วา่ กรรมเหลา่ นนั้ อยทู่ ี่ไหน ” พระเจ้ามลิ นิ ท์จงึ ตรัสว่า “ ถกู ดแี ล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๙ ถามถงึ ความรู้สกึ ของผู้จะเกดิ อีก “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ผ้ใู ดจะเกิด ผ้นู นั้ รู้หรือวา่ เราจะเกิด ? ” ๑๖๕

“ ขอถวายพระพรรู้ ” “ ขอนิมนต์อปุ มาด้วย ” “ ขอถวายพระพร เหมือนอยา่ งชาวนาหว่านพืชลงที่แผน่ ดนิ แล้ว เมื่อฝนตกดเี ขารู้หรือวา่ พืชจกั งอกงามขนึ ้ ? ” “ รู้พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพติ ร คือผ้ใู ดจะเกิด ผ้นู นั้ ก็รู้วา่ เราจกั เกิด ” “ ชอบแล้ว พระผ้เู ป็ นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๑๐ ถามเร่ืองท่อี ยู่ของพระพทุ ธเจ้าท่ี ปรินิพพาน “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พระพทุ ธเจ้ามีจริงหรือ ? ” “ ขอถวายพระพร มีจริง ” “ พระผ้เู ป็นเจ้าอาจชีไ้ ด้หรือไมว่ า่ พระพทุ ธเจ้าอยทู่ ี่ไหน ? ” “ ขอถวายพระพร พระพทุ ธเจ้าปรินิพพานด้วยการดบั ขนั ธ์แล้ว ไม่ อาจชีไ้ ด้วา่ อย่ทู ี่ไหน ” “ ขอนมิ นต์อปุ มาด้วย ” “ ขอถวายพระพร เปลวไฟที่ดบั ไปแล้วมหาบพิตรอาจชีไ้ ด้หรือไม่ วา่ เปลวไฟนนั้ ไปอยทู่ ี่ไหน ? ” ๑๖๖

“ ไมไ่ ด้ พระผ้เู ป็นเจ้า เพราะเปลวไฟนนั้ ถงึ ซง่ึ ความไมม่ ีบญั ญติ แล้ว ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร พระพทุ ธเจ้าดบั ขนั ธปรินิพพานไป แล้ว ก็ไมม่ ีใครอาจชีไ้ ด้วา่ ไปอยทู่ ี่ไหน อาจชีไ้ ด้เพียงพระธรรมกาย ของ พระพทุ ธเจ้าเทา่ นนั้ ” “ พระผ้เู ป็นเจ้าวสิ ชั นานีส้ มควรแล้ว ” จบวรรคท่ี ๕  มิลนิ ทปัญหา วรรคท่ี ๖  ปัญหาท่ี ๑ ถามถงึ ความรักร่างกายแห่งบรรพชิต พระเจ้ามลิ ินท์ตรัสถามวา่ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ร่างกายเป็ นท่ีรักของบรรพชิตทงั้ หลายหรือ? ” พระเถระตอบว่า “ ขอถวายพระพร ร่างกายไมไ่ ด้เป็นท่ีรักของบรรพชิตทงั้ หลาย ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็ นเจ้า ถ้าอยา่ งนนั้ ทาไมบรรพชติ จงึ ยงั อาบนา้ ชาระ กาย ถือว่ากายของเราอยู่ ? ” “ ขอถวายพระพร ผ้เู ข้าสสู่ งครามเคยถกู บาดเจ็บบ้างหรือไม่? ” “ ออ๋ ...เคยซิ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร แผลท่ีถกู อาวธุ นนั้ ฉาบทาด้วยเคร่ืองฉาบทา ทา ๑๖๗

ด้วยนา้ มนั พนั ด้วยผ้าเนือ้ ละเอียดแลหรือ ? ” “ ถกู แล้วพระผ้เู ป็นเจ้า ต้องทาอยา่ งนนั้ ” “ ขอถวายพระพร บาดแผลนนั้ เป็นท่ีรักของผ้นู นั้ หรือ? ” “ ไมไ่ ด้เป็นที่รักของผ้นู นั้ เลย แตว่ า่ เขาทาอยา่ งนนั้ เพอื่ ให้เนือ้ ตรง นนั้ งอกขนึ ้ เป็นปกติ ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร ร่างกายไมไ่ ด้เป็นท่ีรักของบรรพ ชติ ทงั้ หลาย แตบ่ รรพชิตทงั้ หลายรักษาร่างกายนีไ้ ว้ เพ่ืออนเุ คราะห์ พรหมจรรย์ อนั วา่ ร่างกายนีเ้ปรียบเหมือนกบั แผล บรรพชติ รักษา ร่างกายนีไ้ ว้เหมือนกบั บคุ คลรักษาแผล ” ข้อนีส้ มกบั ท่ีสมเดจ็ พระทศพลตรัสไว้ว่า “ กายนีม้ ีทวาร ๙ เป็ นแผลใหญ่ อนั หนงั สดปกปิ ดไว้ คายของ โสโครกออกโดยรอบ ไมส่ ะอาด มีกลิน่ เหมน็ ” “ ถกู ดแี ล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ” อธิบาย คาวา่ “ ทวาร ๙ ” ได้แก่ ตา ๒ หู ๒ จมกู ๒ ปาก ๑ ทวารหนกั ๑ ทวารเบา ๑ ๑๖๘

 ปัญหาท่ี ๒ ถามถงึ เหตทุ ่ไี ม่ทรงบัญญติสิกขาบทไว้ ล่วงหน้า “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พระพทุ ธเจ้าเป็นพระสพั พญั ญู คือทรงรู้ทกุ ส่งิ เป็นสพั พทสั สาวีคือทรงเห็นทกุ อยา่ งจริงหรือ ? ” “ ขอถวายพระพร จริง ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ถ้าจริง...เหตไุ ฉนจงึ ทรงบญั ญตั สิ กิ ขาบทไป ตามลาดบั เหตกุ ารณ์แก่สาวกทงั้ หลาย ทาไมจงึ ไมท่ รงบญั ญตั ไิ ว้ กอ่ น ? ” “ ขอถวายพระพร แพทย์ท่ีรู้จกั ยาทงั้ หมดในแผน่ ดนิ นีม้ ีอยหู่ รือ? ” “ มีอยู่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร ก็แพทย์นนั้ ให้คนไข้กินยาแตเ่ มื่อยงั ไมเ่ ป็นไข้ หรือเมื่อเป็นไข้แล้วจงึ ให้กินยา ? ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็ นเจ้า เม่ือเป็นไข้แล้วจงึ ให้กินยา เม่ือยงั ไมเ่ ป็นไข้ก็ ยงั ไมใ่ ห้กินยา ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ คือพระพทุ ธเจ้าเป็นผ้รู ู้ทกุ สิ่งเหน็ ทกุ อยา่ งจริง แตเ่ ม่ือยงั ไมถ่ งึ เวลาก็ยงั ไมบ่ ญั ญตั สิ ิกขาบท ตอ่ เม่ือถงึ เวลาจงึ บญั ญตั ิ สกิ ขาบท สกิ ขาบทที่ทรงบญั ญตั นิ นั้ พระสาวกไมค่ วรลว่ งละเมดิ จน ตลอดชีวิต ” “ ถกู แล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ” ๑๖๙

 ปัญหาท่ี ๓ ถามถงึ ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ของพระ พทุ ธมารดาบดิ า “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พระพทุ ธเจ้าประกอบด้วยมหาบรุ ุษลกั ษณะ ๓๒ และประดบั ด้วยอนพุ ยญั ชนะ ๘๐ มีสีพระกายดงั ทองคา มีพระ รัศมีสวา่ งรอบพระองค์ด้านละ ๑ วาเป็นนจิ จริงหรือ? ” “ ขอถวายพระพร จริง ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า พระมาดารบดิ าประกอบด้วยลกั ษณะมหา บรุ ุษ ๓๒ ประการกบั ประดบั ด้วยอนพุ ยญั ชนะ ๘๐ ประการ มีสีพระ กายดงั ทองคามีพระรัศมีข้างละ๑ วาหรือไม่ ? ” “ ขอถวายพระพร พระมารดาบดิ าไมเ่ ป็นอย่างนนั้ ” “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน เมื่อพระมารดาบดิ าไมเ่ ป็นอยา่ งนนั้ พระพทุ ธเจ้าเจ้าจะเป็นอยา่ งนนั้ ได้หรือ เพราะธรรมดาบตุ รย่อมคล้าย กบั มารดาหรือคล้ายกบั ข้างบดิ า? ” “ ขอถวายพระพร ดอกปทมุ หรือดอกอบุ ล ดอกโกมทุ ดอก ปณุ ฑริก มีอยหู่ รือ ? ” “ มีอยู่ พระผ้เู ป็นเจ้า เพราะดอกบวั เหล่านนั้ เกิดอยใู่ นนา้ เกิดอยใู่ น ดนิ แชอ่ ยใู่ นนา้ ” “ ขอถวายพระพร ดอกบวั เหลา่ นนั้ มีสี กลนิ่ รส เหมือนดนิ กบั นา้ หรือไม?่ ” ๑๗๐

“ ไม่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ถ้าอยา่ งนนั้ ดอกบงั เหลา่ นนั้ มีสี กล่ิน รส เหมือนกบั โคลนกบั ตม หรือไม่ ? ” “ ไม่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร ” “ พระผ้เู ป็นเจ้าเข้าใจแก้ เป็นอนั แก้ถกู ต้องดีแล้ว ”  ปัญหาท่ี ๔ ถามถงึ ความเป็ นพรหมจารีของ พระพุทธเจ้า “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พระพทุ ธเจ้าเป็นพรหมจารี คือเป็ นผ้ปู ระพฤติ เหมือนกบั พรหมจริงหรือไม่? ” “ ขอถวายพระพร จริง ” “ ถ้าอยา่ งนนั้ พระพทุ ธเจ้าก็เป็นศษิ ย์ของพรหมนะ่ ซิ ” “ ขอถวายพระพร ช้างทรงของมหาบพิตรมีอยหู่ รือ ? ” “ มีอยู่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ช้างทรงของมหาบพิตรนนั้ มีเสียงร้องเหมือนเสียงนกกระเรียนใน บางคราวหรือไม?่ ” “ ออ๋ ...บางคราวก็มีเสียงร้องเหมือนเสียงนกกระเรียน พระผ้เู ป็น เจ้า ” ๑๗๑

“ ถ้าอยา่ งนนั้ ช้างของมหาบพิตรก็เป็นศษิ ย์ของนกกระเรียนนะ่ ซี ” “ ไมใ่ ช่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร พระพทุ ธเจ้าประพฤตเิ หมือน พรหมจริง แตไ่ มไ่ ด้เป็นศษิ ย์ของพรหม ” “ ขอถวายพระพร พรหมนนั้ ได้ตรัสรู้ด้วยตนเองหรือไม่ ” “ ไม่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ถ้าอยา่ งนนั้ พรหมก็ต้องเป็นศษิ ย์ของพระพทุ ธเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๕ ถามถงึ การอุปสมบท ไม่อุปสมบท “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน การอปุ สมบทดหี รือ...หรือวา่ ไมอ่ ปุ สมบทดี? ” “ ขอถวายพระพร อปุ สมบทดี ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า อปุ สมบทของพระพทุ ธเจ้ามีอยหู่ รือ? ” “ ถวายพระพร พระพทุ ธเจ้าเป็นผ้ไู ด้อปุ สมบทแล้ว ” เม่ือพระนาคเสนกลา่ วอย่างนีแ้ ล้ว พระเจ้ามิลินท์จงึ ตรัสประกาศ ขนึ ้ วา่ “ ขอพวกโยนกทงั้ ๕๐๐ จงฟังถ้อยคาของเรา คอื พระนาคเสน กลา่ ววา่ พระพทุ ธเจ้าได้อปุ สมบทแล้ว เป็นอปุ สนั บนั คอื เป็นผ้ทู ี่บวช แล้ว ถ้าพระสมณโคดมเป็นอปุ สมั บนั ใครเป็ นอปุ ัชฌาย์ ใครเป็ น อาจารย์ มีสงฆ์มานงั่ หตั ถบาสเทา่ ใด ? ” ๑๗๒

“ ขอถวายพระพร พระพทุ ธเจ้าไมม่ ีอปุ ัชฌาย์ ไมม่ ีอาจารย์ ได้ อปุ สมบทเอง ตรัสรู้เองท่ีภายใต้ไม้ศรีมหาโพธิ พระองคไ์ ด้เป็ นผู้ อปุ สมั บนั พร้อมด้วยพระสพั พญั ญตุ ญาณ ” “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ถ้าอปุ ัชฌาย์อาจารย์ของพระสมณโคดมไมม่ ี โยมก็เข้าใจวา่ พระสมณโคดมเป็ นอนปุ สมั บนั คือผ้ทู ่ียงั ไมไ่ ด้บวช เพราะเหตไุ ร...พระพทุ ธเจ้าจึงไมม่ ีอปุ ัชฌาย์ ไมม่ ีอาจารย์ ? ” เมื่อพระเจ้ามิลนิ ท์ตรัสถามขนึ ้ อยา่ งนีพ้ ระนาคเสนองค์อรหนั ต์ ผ้สู าเร็จปฏิสมั ภิทาจงึ ย้อมถามไปวา่ “ มหาบพิตร ทรงเสวยแล้วหรือ ? ” “ โยมกินแล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ใครเป็นครูเป็นอาจารย์บอกให้เสวยละ่ ” “ ไมม่ ี พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ถ้าอยา่ งนนั้ มหาบพิตรก็เสวยไมไ่ ด้ ? ” “ ได้...ไมใ่ ชโ่ ยมกินไมไ่ ด้ ถึงไมม่ ีครูบาอาจารย์สง่ั สอน โยมก็กินได้ ด้วยเคยกินมาในวฏั สงสารนบั ไมถ่ ้วน ” “ ขอถวายพระพร ถ้าอยา่ งนนั้ ขอให้มหาบพิตรเข้าพระทยั เถิดวา่ พระพทุ ธเจ้าได้อปุ สมบทแล้วที่ภายใต้ไม้ศรีมหาโพธิ์ เพราะพระองคไ์ ด้ ทรงบาเพญ็ พระบารมีมาเตม็ เป่ี ยมแล้ว ” พระองค์อปุ สมบทเอง ไมม่ ีอปุ ัชฌาย์อาจารย์ ได้อปุ สมบทพร้อม ๑๗๓

กบั ได้พระสพั พญั ญตุ ญาณ เหมือนกบั มหาบพิตรผ้เู สวยโดยไมต่ ้องมี อาจารย์ เพราะเคยเสวยมาในวฏั สงสารอนั ไมป่ รากฏเบอื ้ งต้นอศั จรรย์ วนั อปุ สมบทในเวลาท่ีพระพทุ ธองคไ์ ด้เป็นอปุ สมั บนั ที่ภายใต้ไม้ศรี มหาโพธิ์ ด้วยอานาจพระบารมีนนั้ อศั จรรย์ตา่ ง ๆ ก็ปรากฏขนึ ้ ในโลก คือ คนตาบอดแตก่ าเนิดก็กลบั เป็นคนตาดี ๑ คนหหู นวกก็ได้ยนิ เสียง ๑ คนง่อยเปลีย้ ก็เดนิ ได้ ๑ คนใบ้ก็พดู ได้ ๑ คนหลงั คอ่ มก็ยืดตรงเป็น ปกตไิ ด้ ๑ คนกาลงั หิวข้าวก็ได้กินข้าว ๑ คนกระหายนา้ ก็ได้ดืม่ นา้ ๑ ผ้ทู ี่อาฆาตตอ่ กนั ก็ตกึ เมตตากนั ๑ ทกุ ข์ในแดนเปรตก็หายไป ๑ ยา พษิ ก็กลบั เป็นเหมือนยาทพิ ย์ ๑ หญิงมีครรภ์แก่ก็คลอดได้สบาย ๑ สาเภาท่ีไปตา่ งไปตา่ งประเทศก็กลบั มาถงึ ทา่ ของตน ๑ กลิ่นเหม็นก็ กลายเป็ นกลนิ่ หอม ๑ ไฟในอเวจีมหานรกก็ดบั ๑ นา้ เคม็ ใน มหาสมทุ รก็กลายเป็นนา้ หวาน ๑ ภเู ขาทงั้ หลายก็เปลง่ เสียงสะท้าน ๑ นา้ ในมหานทีทงั้ หลายก็หยดุ ไหล ๑ ผลจนั ทน์ทพิ ย์ดอกมณฑาทิพย์ก็ ตกลงมาจากสวรรค์ ๑ เทพยดานางฟ้ าทงั้ หลาย ก็โปรยดอกไม้ทิพย์ลง มา ๑ พรหมทงั้ หลายก็ตบมือสาธุการ ๑ ขอถวายพระพร พระพทุ ธเจ้าผ้มู ีสีพระกายดงั ทองคา ก็ได้ อปุ สมบทเองที่ภายใต้ไม้ศรีมหาโพธ์ิ อนั เป็นเหมือนปราสาทแก้วจงึ ได้ มีส่งิ อศั จรรย์ปรากฏขนึ ้ อย่างนี ้ ๑๗๔

ด้วยอานภุ าพแหง่ การอปุ สมบทของพระพทุ ธเจ้านนั้ ได้บนั ดาลให้ พระยาเขาสิเนรุราชหมนุ ครวญคราง เหมือนกบั กงรถกงเกวียนฉะนนั้ พวกเทวดาในอากาศพร้อมกบั บริวารก็มีใจเบกิ บานยินดี ได้โปรย ดอกไม้ทิพย์ลงมาบชู า จนั ทรเทพบตุ รก็หยดุ มณฑลรถไว้ท่ีอากาศ โปรยดอกไม้แก้วลงมาบชู าไมข่ าดสายเหมือนกบั นมสดท่ีไหลหลงั่ ลง มาจากอากาศ ฉะนนั้ การอปุ สมบทของพระตถาคตเจ้ายอ่ มปรากฏ อยา่ งนี ้ “ ขอพระผ้เู ป็นเจ้าจงอปุ มาด้วย ” อุปมาช้างพระท่นี ่ัง “ ขอถวายพระพร เม่ือมหาบพติ รขนึ ้ ประทบั นงั่ บนคอช้างพระท่ีนง่ั มีผ้ใู ดผ้หู นง่ึ นง่ั บนคอของพระองค์บ้างหรือไม่ ? ” “ ไมม่ ี พระผ้เู ป็นเจ้า หากใครขนึ ้ นง่ั บนคอของโยม ผ้นู นั้ จะต้องหวั ขาด ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพติ ร ไมม่ ีผ้อู ื่นจดั การอปุ สมบทให้ พระพทุ ธเจ้า ถ้าผ้ใู ดจดั การอปุ สมบทให้พระพทุ ธเจ้า ศรี ษะของผ้นู นั้ ต้องหลดุ ไปจากคอทนั ที เมื่อกีน้ ีม้ หาบพติ รถามอาตมาภาพวา่ พระพทุ ธเจ้าอปุ สมบทด้วย สงฆ์นง่ั หตั ถบาสเทา่ ไรอยา่ งนนั้ หรือ? ” ๑๗๕

“ อยา่ งนนั้ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร พระพทุ ธเจ้าไมไ่ ด้อปุ สมบทด้วยสงฆ์ มีแต่ มรรค กบั ผล เทา่ นนั้ ที่เป็นสงฆ์ ” ข้อนีส้ มกบั ที่พระพทุ ธองค์ตรัสไว้วา่ “ พระอริยบคุ คล ๔ เหลา่ คอื ผ้ตู งั้ อยใู่ นมรรค ๔ ผล ๔ ผ้มู นั่ อยใู่ นปัญญาและศีลเป็นสงฆ์ผ้ตู รงแท้ แตบ่ คุ คลบางเหลา่ ต้องอปุ สมบทด้วยสงฆ์ ” “ นา่ อศั จรรย์ พระนาคเสน พระผ้เู ป็นเจ้าได้แก้ปัญหาอนั ละเอียดย่ิง อนั ไมม่ ีสว่ นเปรียบได้แล้ว ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า อปุ สมบท เป็นของดหี รือ ? ” “ ขอถวายพระพร อปุ สมบทเป็นของดี ” “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน การอปุ สมบทของพระพทุ ธเจ้ามีอยหู่ รือไม่ มี? ” “ ขอถวายพระพร พระสมั มาสมั พทุ ธเจ้าได้อปุ สมบทด้วยความ เป็นพระสพั พญั ญู ที่ภายใต้ไม้ศรีมหาโพธิแล้ว ไมม่ ีผ้ใู ห้อปุ สมบทแก่ พระพทุ ธเจ้า เหมือนกบั พระพทุ ธเจ้าทรงให้อปุ สมบทแก่สาวกเลย ” “ แก้ถกู ต้องดีแล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๖ ถามถงึ ความต่างกนั แห่งนา้ ตา “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน บรุ ุษคนหนง่ึ ร้องไห้เพราะบดิ ามารดาตาย อีก ๑๗๖

คนหนง่ึ นา้ ตาไหลเพราะความชอบใจธรรมะ นา้ ตาของคนทงั้ สองนนั้ นา้ ตาของใครเป็นเภสชั นา้ ตาของใครไมเ่ ป็ นเภสชั ? ” “ ขอถวายพระพร นา้ ตาของคนที่ร้องไห้ด้วยราคะ โทสะ โมหะ เป็น นา้ ตาร้อน สว่ นนา้ ตาของผ้ฟู ังธรรมนนั้ มีนา้ ตาไหลด้วยปี ติยินดีเป็น นา้ ตาเย็น เป็ นอนั วา่ นา้ ตาเย็นเป็นเภสชั นา้ ตาร้อนไมเ่ ป็นเภสชั ” “ ถกู ดีแล้ว พระนาคเสน ”  ปัญหาท่ี ๗ ถามถงึ ความต่างกนั แห่งผู้เสวยรส “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ผ้ปู ราศจากราคะ กบั ผ้ไู มป่ ราศจากราคะ ตา่ งกนั อยา่ งไร ? ” “ ขอถวายพระพร ผ้หู นง่ึ ยงั มีความยึดถือ อีกผ้หู นง่ึ ไมม่ ีความ ยดึ ถือ ” “ ยดึ ถืออะไร...ไมย่ ดึ ถืออะไร ? ” “ ขอถวายพระพร คือผ้หู นงึ่ ยงั มีความต้องการ อีกผ้หู นงึ่ ไมม่ ีความ ต้องการ ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ผ้ปู ราศจากราคะ กบั ผ้ไู มป่ ราศจากราคะ ก็ ยงั ต้องการของเคยี ้ วของกินที่ดงี ามอยเู่ หมือนกนั ไมม่ ีใครต้องการสงิ่ ท่ี ไมด่ ีงาม โยมเห็นมีแตต่ ้องการสง่ิ ท่ีดีงามเหมือนกนั หมด ” “ ขอถวายพระพร ผ้ปู ราศจากราคะ ยงั รับรสอาหาร ยงั กินอาหาร ๑๗๗

อยเู่ หมือนกนั ก็จริงแหล่ แตท่ วา่ ไมย่ ินดใี นรสอาหาร สว่ นผ้ไู ม่ ปราศจากราคะ ยงั ยนิ ดีในรสอาหารอยู่ ไมใ่ ชไ่ มย่ ินดใี นรสอาหาร ” “ เข้าใจแก้ พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๘ ถามท่ตี งั้ แห่งปัญญา “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ปัญญาอยทู่ ่ีไหน ? ” “ ขอถวายพระพร ปัญญาไมไ่ ด้อยทู่ ี่ไหน ” “ ถ้าอยา่ งนนั้ ปัญญาก็ไมม่ ี ” “ ขอถวายพระพร ลมอยทู่ ่ีไหน ? ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ท่ีอยแู่ หง่ ลมไมม่ ี ” “ ขอถวายพระพร ถ้าอยา่ งนนั้ ลมก็ไมม่ ี ” “ ฉลาดแก้ พระผ้เู ป็ นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๙ ถามเร่ืองสงสาร “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน คาว่า สงสาร ได้แก่อะไร ? ” “ ขอถวายพระพร สตั ว์โลกเกิดในโลกนีก้ ็ตายในโลกนี ้ ตายจากโลก นีแ้ ล้วก็ไปเกิดในโลกอ่ืน เกิดในโลกนนั้ ก็ตายในโลกนนั้ ตายจากโลก นนั้ แล้วก็เกิดในโลกอื่น การเวียนตายเวียนเกิดอย่างนีแ้ หละ เรียกวา่ สงสาร ” ๑๗๘

“ ขอนมิ นต์อปุ มาด้วย ” “ ขอถวายพระพร เหมือนอยา่ งวา่ บรุ ุษคนหนง่ึ กินมะมว่ งสกุ แล้ว ปลกู เมล็ดไว้เมล็ดมะมว่ งนนั้ ก็เกิดเป็นต้นมะมว่ งใหญ่ขนึ ้ จนกระทงั่ มี ผลมะมว่ ง บรุ ุษนนั้ ก็กินมะมว่ งสกุ จากมะมว่ งต้นนนั้ แล้วปลกู เมลด็ มะมว่ งไว้อีก เมล็ดมะมว่ งนนั้ ก็เกิดเป็นต้น มะมว่ งใหญ่โตขนึ ้ จนมีผล ต้นแก่ก็ตายไป ท่ีสดุ เบอื ้ งต้นแหง่ ต้นมะมว่ งเหลา่ นนั้ ย่อมไมป่ รากฏวา่ มีมาเมื่อไร ข้อนีม้ ีอปุ มาฉนั ใด การเวียนตายเวียนเกิดของสตั ว์ ทงั้ หลาย ก็ไมป่ รากฏเบือ้ งต้นฉะนนั้ ” “ แก้ถกู ดีแล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๑๐ ถามถงึ เหตุท่ใี ห้ระลึกถงึ ส่งิ ท่ลี ่วงแล้วได้ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน บคุ คลระลกึ ถงึ ส่งิ ท่ีลว่ งไปนานแล้วได้ด้วย อะไร? ” “ ได้ด้วย สติ ขอถวายพระพร ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ส่ิงที่ลว่ งไปนานแล้วส่ิงหนงึ่ บคุ คลระลกึ ได้ ด้วย จิต ตา่ งหาก ไมใ่ ชร่ ะลกึ ได้ด้วยสติ ” “ ขอถวายพระพร มหาบพติ รทาสิง่ ใดส่งิ หนงึ่ ไว้แล้ว ระลกึ ไมไ่ ด้มีอยู่ หรือไม?่ ” “ มีอยู่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” ๑๗๙

“ ขอถวายพระพร ในเวลานนั้ พระองคไ์ มม่ ีจิตหรือ ? ” “ จิตมี แตเ่ วลานนั้ สตไิ มม่ ี ” “ ถ้าอยา่ งนนั้ ขอมหาบพิตรจงเข้าพระทยั เถิดวา่ บคุ คลระลึกได้ด้วย สติ ไมใ่ ชร่ ะลกึ ได้ด้วยจิต ” “ ถกู ดแี ล้ว พระนาคเสน ”  มลิ ินทปัญหา วรรคท่ี ๗  ปัญหาท่ี ๑ ถาม สตเิ กดิ แต่อาการเท่าไร (เป็นสานวนแปลของนายยมิ ้ ปัณฑยางกรู จากหนงั สือ \"ปัญหา พระยามิลนิ ท์\" ฉบบั หอสมดุ แหง่ ชาต)ิ พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามวา่ \"ดกู ่อนพระนาคเสน สตคิ วามระลกึ หรือ ความจา เกิดแตอ่ าการเทา่ ไร \" พระนาคเสนทลู ตอบวา่ \"ขอถวายพระพร เกิดแตอ่ าการ ๑๗ อยา่ ง คือ (๑) เกิดแตค่ วามรู้ยิ่ง ดงั ผ้รู ู้ประวตั กิ ารณ์ที่ลว่ ง ๆ มาแล้ว ความรู้นนั้ ยอ่ มเป็นแนวให้ระลกึ ถงึ เหตกุ ารณ์แตห่ ลงั ได้ (๒) เกิดแตก่ ารที่ได้กระทาเครื่องหมายไว้ (๓) เกิดแตก่ ารได้ขยบั ฐานะสงู ขนึ ้ ซง่ึ เป็นเหตใุ ห้นกึ ให้จา กิจการท่ีตนได้กระทามาแตห่ ลงั ๑๘๐

(๔) เกิดแตก่ ารได้รับความสขุ ซง่ึ ชวนให้สาวเอากิจการท่ีลว่ ง แล้วมานกึ มาคิด เพ่ือไตส่ วนหาเหตุ (๕) เกิดแตก่ ารได้รับความทกุ ข์ ซงึ่ ชวนให้หวนไปนกึ ถึงเหตแุ หง่ ความทกุ ข์นนั้ ๆ (๖) เกิดแตก่ ารได้รู้เห็นสง่ิ ที่คล้ายกนั ซงึ่ เป็นการเตอื นให้จาอีก สงิ่ หนงึ่ ได้ (๗) เกิดแตก่ ารรู้เหน็ สิ่งที่ตรงกนั ข้าม เชน่ เหน็ สีขาว ทาให้นกึ ถึง สีดาได้ (๘) เกิดแตก่ ารได้รับคาเตอื น (๙) เกิดแตร่ ู้เหน็ ตาหนิ หรือลกั ษณะทรวดทรง (๑๐) เกิดแตน่ กึ ขนึ ้ ได้โดยลาพงั (๑๑) เกิดแตก่ ารพินิจพเิ คราะห์ (๑๒) เกิดแตก่ ารนบั จานวนไว้ (๑๓) เกิดแตก่ ารทรงจาไว้ได้ตามธรรมดา (๑๔) เกิดแตก่ ารอบรม เชน่ ผ้ทู ่ีกระทาใจได้แน่วแน่ ในเม่ือ กระทากิจการ สามารถรวบรวมกาลงั ใจมาคิด มานกึ เฉพาะในกิจการ อยา่ งนนั้ แม้ว่ากิจการนนั้ จะได้ผา่ นหผู า่ นตามานานแล้ว เมื่อมานกึ มาคดิ ขนึ ้ ในภายหลงั ก็ยงั คงจาได้ระลกึ ได้ (๑๕) เกิดแตก่ ารได้จดได้เขียนไว้ ๑๘๑

(๑๖) เกิดแตก่ ารเก็บไว้ (๑๗) เกิดแตก่ ารเคยพบ เคยเห็น \" \" มากอยา่ ง \"  ปัญหาท่ี ๒ ถามว่า ผู้ท่ที าบาปมาตงั้ ๑๐๐ ปี ถ้าเวลา จะตาย ทาจติ ให้ผ่องใสได้กไ็ ปสุคคติ จะไปได้จริงหรือ (เป็นสานวนแปลของนายยมิ ้ ปัณฑยางกรู จากหนงั สือ \"ปัญหา พระยามิลินท์\" ฉบบั หอสมดุ แหง่ ชาต)ิ พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามวา่ \" ดกู ่อนพระนาคเสน คาท่ีเธอวา่ ผ้ทู ่ีทาบาปกรรมเรื่อยมาแม้ตงั้ ๑๐๐ ปี แตถ่ ้าเวลาจะตาย มีสตริ ะลกึ ถงึ พระคณุ ของพระพทุ ธเจ้าได้ ก็ ยอ่ มนาไปเกิดในสวรรค์ สว่ นผ้ทู ่ีทาบาปแม้แตค่ รัง้ เดียวก็ยอ่ มไปเกิด ในนรกนนั้ ดไู มส่ มเหตผุ ล ข้าพเจ้าก็ยงั ไมเ่ หน็ ด้วย \" พระนาคเสนทลู ตอบวา่ \" ขอถวายพระพร ศลิ าแม้ก้อนเล็กโดยลาพงั จะลอยนา้ ได้หรือไม่ \" \" ไมไ่ ด้ \" \" ก็ถ้าศลิ าตงั้ ๑๐๐ เลม่ เกวียน แตอ่ ยใู่ นเรือ ศลิ านนั้ จะลอยนา้ ได้ หรือไม่ \" \" ก็ได้สิเธอ \" ๑๘๒

\" ขอถวายพระพร เปรียบบญุ กศุ ลเหมือนเรือ บาปกรรมเหมือนศลิ า อนั คนท่ีกระทาบาปอยเู่ สมอจนตลอดชีวิต ถ้าเวลาจะตาย มไิ ด้ปลอ่ ย จิตใจให้ตามระทมถึงบาปท่ีตวั ทามาแตห่ ลงั นนั้ สามารถประคองใจไว้ ในแนวแหง่ กศุ ลอยา่ งใดอย่างหนงึ่ เชน่ อาจทาใจให้แนว่ อยเู่ ฉพาะแต่ ในพระคณุ ของพระพทุ ธเจ้าเทา่ นนั้ ถ้าตายลงในขณะแหง่ จิตดวงนนั้ ก็ เป็นอนั หวงั ได้วา่ ไปสสู่ คุ ติ ประหนง่ึ ศลิ า ซงึ่ มีเรือทานนา้ หนกั ไว้ มิให้ จมลงฉะนนั้ สว่ นผ้ทู ่ีกระทาบาปที่สดุ แตค่ รัง้ เดียว ถ้าเวลาใกล้จะดบั จติ เพียงแตจ่ ติ หวนไปพวั พนั ถึงกิริยาอาการที่ตวั กระทาบาปกรรมไว้ เทา่ นนั้ จิตดวงนนั้ ก็เป็นหนกั พอที่จะถว่ งตวั ไปให้เกิดในนรก ซง่ึ เหมือน ศลิ าที่เราโยนลงไปในนา้ แม้จะก้อนเล็กก็คงจมเชน่ เดียวกนั \" \" สมเหตสุ มผลละ \"  ปัญหาท่ี ๓ ถามว่า จะเพียรดับทกุ ข์ท่ยี งั ไม่มาถงึ จะได้ หรือไม่ (เป็นสานวนแปลของนายยมิ ้ ปัณฑยางกรู จากหนงั สือ \" ปัญหา พระยามลิ ินท์ \" ฉบบั หอสมดุ แหง่ ชาต)ิ พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามวา่ \" ดกู ่อนพระนาคเสน เธอพยายามฝึกฝนตน ด้วยมีประสงค์จะละ ทกุ ข์ท่ีลว่ งมาแล้วกระนนั้ หรือ? \" ๑๘๓

พระนาคเสนทลู ตอบวา่ \" ขอถวายพระพร หามิได้ \" \" หรือจะละทกุ ข์ที่ยงั มาไมถ่ ึง \" \" หามไิ ด้ \" \" ถ้าเชน่ นนั้ ก็จะละทกุ ข์ท่ีมีอยใู่ นบดั นี ้\" \" จะวา่ เฉพาะทกุ ข์ในบดั นีก้ ็ไมใ่ ช่ \" \" ถ้าวา่ อยา่ งนนั้ เธอกระทาความพยายามทาไม \" \" ขอถวายพระพร อาตมภาพพยายามด้วยหวงั วา่ จะดบั ทกุ ข์ท่ีมีอยู่ และจะมิให้ทกุ ข์อ่ืนซงึ่ ยงั มาไมถ่ ึงเกิดขนึ ้ \" \" ทกุ ข์ท่ียงั มาไมถ่ งึ นนั้ จะพยายามไมใ่ ห้มีขนึ ้ ได้หรือเธอ \" \" ขอถวายพระพร ได้ \" \" เธอฉลาดมาก พยายามจะละทกุ ข์ท่ียงั มีมาไมถ่ ึงก็ได้ \" \" ขอถวายพระพร พระองค์เคยถกู ราชศตั รูยกพลมาเพื่อจะชงิ เอา พระนครบ้างหรือไม่ \" \" เคยถกู อยบู่ ้าง \" \" ในทนั ทีนนั้ พระองค์ตรัสสง่ั ให้ลงมือขดุ คู สร้างป้ อมปราการ และ ฝึกหดั ทหารซ้อมเพลงอาวธุ กระนนั้ หรือ \" \" หามไิ ด้ กิจการเหลา่ นนั้ ต้องจดั ทาเตรียมไว้ก่อน \" \" นน่ั พระองค์มีพระประสงค์อยา่ งไร จงึ ต้องทาเตรียมล่วงหน้าไว้ ๑๘๔

เลา่ \" \" ประสงคว์ ่าเมื่อเกิดสงครามขนึ ้ จะได้ทาการตอ่ ส้ขู ้าศกึ ได้ทนั ทว่ งที มฉิ ะนนั้ ถึงเวลาสงครามก็จะหาโอกาสจดั ทาได้ยาก ท่ีสดุ ก็จะต้อง พา่ ยแพ้ข้าศกึ และการท่ีเตรียมจดั ทาไว้ในเวลาปกตยิ อ่ มทาได้ดี ทงั้ เป็นที่เกรงขามของข้าศกึ ท่ียงั มีมาไมถ่ งึ ได้ด้วย \" \" ขอถวายพระพร ข้าศกึ ที่ยงั มีมาไมถ่ งึ ก็มีด้วยหรือ \" \" มีสิเธอ \" \" เหตผุ ลท่ีพระองค์ตรัสถามเบอื ้ งต้นก็มีเชน่ นีแ้ ล การท่ีอาตมภาพ เพียรฝึกฝนกาย วาจา ใจ ไว้ให้อยใู่ นความควบคมุ ของจติ ที่อบรมดี แล้ว ก็เพ่ือปราบทกุ ข์ท่ีมีอยใู่ นบดั นี ้ และเพื่อไว้ตอ่ สู้ หรือป้ องกนั ทกุ ข์ท่ี ยงั มาไมถ่ ึง เชน่ เดียวกบั พระองค์เหมือนกนั เม่ือเป็นเชน่ นนั้ ก็ยอ่ มเป็ น ชอ่ งทางที่จะให้ความทกุ ข์เข้ามาผจญใจได้ เม่ือกาลงั ใจมีไมพ่ อท่ีจะ ต้านทาน ก็ต้องยอมเป็นเชลยแหง่ ความทกุ ข์เร่ือยไป เป็นอนั หาโอกาส ที่จะทาเชน่ นีไ้ ด้อีกยาก เพราะฉะนนั้ อาตมภาพจงึ ต้องพยายามฝึกฝน ตนไว้ก่อน \" \" เธอวา่ นีช้ อบแล้ว \"  ปัญหาท่ี ๔ ถามเร่ืองความไกลแห่งพรหมโลก “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน พรหมโลกไกลจากโลกนีส้ กั เทา่ ไร ? ” ๑๘๕

“ ขอถวายพระพร พรหมโลกไกลจากโลกนีม้ าก ถ้ามีผ้ทู งิ ้ ก้อนศลิ า โตเทา่ ปราสาทลงมาจากพรหมโลก ก้อนศลิ านนั้ จะตกลงมาได้วนั ละ ๔๘,๐๐๐ โยชน์ ต้องตกลงมาถึง ๔ เดือน จงึ จะถึงพืน้ ดนิ ” “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน มีคากลา่ ววา่ ภิกษุผ้มู ีฤทธ์ิ ผ้มู ีอานาจทางจิต หายวบั จากชมพทู วีปนี ้ ขนึ ้ ไปปรากฏในพรหมโลกได้เร็วพลนั เหมือนกนั กบั บรุ ุษผ้มู ีกาลงั ค้แู ขนเหยียดแขนฉะนนั้ ดงั นี ้ โยมไมเ่ ช่ือ เพราะถึงเร็วอยา่ งนนั้ ก็จกั ไปได้เพียงหลายร้อยโยชน์เทา่ นนั้ ” “ ขอถวายพระพร ชาตภิ มู ิ ( ถิ่นกาเนิด ) ของมหาบพิตรอยทู่ ่ีไหน? ” “ อยทู่ ่ีเกาะอลสณั ฑะ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร เกาะอลสณั ฑะไกลจากท่ีนีส้ กั เทา่ ไร ? ” “ ไกลประมาณ ๒๐๐ โยชน์ ” “ ขอถวายพระพร มหาบพิตรเคยกระทาสิง่ หนงึ่ สิ่งใดไว้ในที่นนั้ แล้วเคยนกึ ถงึ มีอยหู่ รือ ? ” “ มีอยู่ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร มหาบพติ รนกึ ไปถึงทีไกลประมาณ ๒๐๐ โยชน์ ได้โดยเร็วพลนั ไมใ่ ชห่ รือ ? ” “ ถกู แล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ” อธิบาย ๑๘๖

ในอรรถกถาสงั ยตุ ตนกิ าย ทา่ นกลา่ วไว้วา่ ก้อนศลิ าขนาดใหญ่ถกู ทงิ ้ ให้ตกลงมาจากพรหมโลกชนั้ ตา่ ก้อนศลิ านนั้ ตกลงมาวนั คนื หนงึ่ เป็นระยะ ๔๘,๐๐๐ โยชน์ จงึ จะถงึ พืน้ ดนิ เป็นเวลา ๔ เดือน เพราะ เหตนุ นั้ ระยะทางระหวา่ งพรหมโลกชนั้ พรหมปาริสชั ชา ถึงพืน้ ดนิ บณั ฑติ ผ้ทู ราบนยั พงึ ทราบว่าเป็น ๕,๗๖๐,๐๐๐ โยชน์ ดงั นี ้  ปัญหาท่ี ๕ ถามถงึ ความไปเกดิ ในพรหมโลกและเมือง กสั มริ ะ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ถ้ามีคน ๒ คนตายจากท่ีนีแ้ ล้วไปเกิดในท่ี ตา่ งกนั คือคนหนงึ่ ขนึ ้ ไปเกิดในพรหมโลก อีกคนหนง่ึ เกิดในเมืองกสั มิ ระ คนสองคนนี ้คนไหนจะไปช้าไปเร็วกวา่ กนั ? ” “ ขอถวายพระพร เทา่ กนั ” “ ขอนิมนต์อปุ มาด้วย ” “ ขอถวายพระพร ชาตภิ มู ิของมหาบพิตรอย่ทู ี่ไหน ? ” “ อยกู่ าลสริ คาม ” “ ขอถวายพระพร กาลสริ คามอยไู่ กลจากที่นีส้ กั เทา่ ไร? ” “ ประมาณ ๒๐๐ โยชน์ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ เมืองกสั มิระไกลจากที่นีส้ กั เทา่ ไร ? ” “ ประมาณ ๑๒ โยชน์ พระผ้เู ป็นเจ้า ” ๑๘๗

“ เชญิ มหาบพิตรนกึ ถงึ กาลสิรคามดซู ิ ” “ โยมนกึ แล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ เชิญมหาบพติ รนกึ ถงึ เมืองกสั มิระดซู ิ ” “ โยมนกึ แล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร ทางไหนนกึ ถงึ ช้าเร็วกวา่ กนั อยา่ งไร ?” “ เทา่ กนั พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร คอื ผ้ทู ่ีขนึ ้ ไปเกิดในพรหมโลก กบั ผู้ ท่ีไปเกิดในเมืองกสั มิระ เร็วเทา่ กนั ไปถึงพร้อมกนั ” “ ขอนิมนต์อปุ มาอีก ” อุปมาด้วยเงาของนก “ ขอถวายพระพร ถ้ามีนก ๒ ตวั บนิ มาจบั ต้นไม้พร้อมกนั ตวั หนงึ่ จบั ต่า ตวั หนงึ่ จบั สงู เงาของนกตวั ไหนจะถงึ พืน้ ดนิ ก่อนกนั ” “ ถึงพร้อมกนั พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร ” “ ขอนมิ นต์อปุ มาอีก ” อุปมาด้วยการแลดู “ ขอถวายพระพร ขอได้โปรดแลดอู าตมา ” ๑๘๘

“ โยมแลดแู ล้ว ” “ ขอได้โปรดแหงนดู ดวงจนั ทร์ ดวงอาทิตย์ ” “ โยมแหงนดแู ล้ว ” “ ขอถวายพระพร มหาบพิตรแลดอู าตมากบั แลดดู วงจนั ทร์ ดวง อาทิตย์ อนั อยไู่ กลถงึ ๔๒,๐๐๐ โยชน์ ข้างไหนจะเร็วช้ากวา่ กนั ? ” “ เทา่ กนั พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉันนนั้ แหละ มหาบพติ ร คือผ้ทู ี่ขนึ ้ ไปเกิดในพรหมโลก กบั ผู้ ท่ีไปเกิดในเมืองกสั มิระ ไปถึงพร้อมกนั ” “ แก้เกง่ มาก พระนาคเสน ”  ปัญหาท่ี ๖ ถามถงึ วรรณะสัณฐานของผู้ไปเกดิ ในโลกอ่ืน พระเจ้ามลิ ินท์ตรัสถามอีกวา่ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน โยมจกั ถามถงึ เหตอุ นั ย่ิงขนึ ้ ไป คือผ้ไู ปสโู่ ลกอื่น ไปด้วยสีเขียว แดง เหลือง ขาว แสด เล่ือม อยา่ งไร...หรือ ไปด้วยเพศ ช้าง ม้า รถ อย่างไร ? ” “ ขอถวายพระพร ข้อนีพ้ ระพทุ ธเจ้ามไิ ด้ทรงบญั ญตั ไิ ว้ในพระ ไตรปิฏกพทุ ธวจนะ ” พระเจ้ามิลนิ ท์ตรัสตอ่ ไปว่า “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ถ้าพระสมณโคดมไมบ่ ญั ญตั ไิ ว้วา่ ผ้ไู ปเกิดใน ๑๘๙

โลกอ่ีน ในระหวา่ งทางนนั้ ต้องมีสีเขียว หรือสีเหลือง แดง ขาว แสด เลื่อม อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ แล้ว จะวา่ พระสมณโคดมทรงรู้จกั ทกุ สง่ิ ได้หรือ ... คาของ คณุ าชีวก ผ้เู ป็นอาจารย์ใหญ่กลา่ วไว้วา่ ผ้ไู ปสโู่ ลกอื่นไมม่ ี ก็ต้องเป็นของจริง ผ้ใู ดกลา่ ววา่ โลกนีไ้ มม่ ี โลกอื่นไมม่ ี ผ้ไู ปเกิดในโลก อ่ืนไมม่ ี ผ้นู นั้ ก็ได้ชื่อวา่ กลา่ วถกู ได้ชื่อวา่ เป็นบณั ฑิต ” พระนาคเสนตอบวา่ “ ขอถวายพระพร ขอมหาบพติ ร จงตงั้ พระทยั ฟังถ้อยคาของอาตม ภาพ ” “ โยมตงั้ ใจฟังผ้แู ล้ว ” “ ขอถวายพระพร ถ้อยคาของอาตมภาพท่ีพ้นออกไปจากปาก ไปถงึ พระกรรณของมหาบพิตรนนั้ ในระหวา่ งท่ียงั ไปไมถ่ ึงนนั้ เสียงของอาตม ภาพมีสีอยา่ งไร มีทรวดทรงอยา่ งไร ? ” “ เห็นไมไ่ ด้ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร ถ้ามหาบพติ รว่าเหน็ ไมไ่ ด้ เสียงของอาตมภาพก็ ไมไ่ ปถงึ พระกรรณของมหาบพติ ร มหาบพติ รก็ตรัสคาเหลาะแหละนะ่ ซิ ” “ โยมไมไ่ ด้พดู เหลาะแหละ ถงึ ถ้อยคาของพระผ้เู ป็นเจ้าไมป่ รากฏสี เขียว หรือสีเหลืองในระหวา่ งทางก็จริง แตถ่ ้อยคาของพระผ้เู ป็นเจ้าก็ มาถึงโยมจริง ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร ถึงผ้ไู ปเกิดในโลกอ่ืนนนั้ จะไม่ ๑๙๐

ปรากฏสีเขียวหรือสีเหลืองในระหวา่ งทางก็จริง แตผ่ ้ไู ปเกิดในโลกอ่ืน นนั้ ก็มีอยู่ เหมือนกบั ถ้อยคาของอาตมา ” “ นา่ อศั จรรย์ พระนาคเสน ขอพระผ้เู ป็นเจ้าจงเสวยราชสมบตั ใิ หญ่ ในชมพทู วีปทงั้ สนิ ้ นีเ้ถิด เพราะขนั ธ์ ๕ นีไ้ มไ่ ด้ไปสโู่ ลกอ่ืน ขนั ธ์ ๕ ไมม่ ี อะไรตกแตง่ เกิดขนึ ้ เอง สงสารก็ไมม่ ี ” อุปมาด้วยการทานา “ ขอถวายพระพร มหาบพิตรเคยโปรดให้ทานาหรือไม่ ? ” “ ออ๋ ...เคยให้ทา ” “ ขอถวายพระพร ข้าวสาลีท่ีปลกู ลงในพืน้ ดนิ ย่อมมีรวงงอกขนึ ้ เมื่อ รวงข้าวสาลีงอกขนึ ้ จะวา่ งอกขนึ ้ เองหรืออยา่ งไร? ” “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ข้าวสาลีท่ีปลกู ลงในพืน้ ดนิ ย่อมมีรวงงอกขนึ ้ จะวา่ งอกขนึ ้ เอง ไมม่ ีผ้ใู ดกระทาไมไ่ ด้ ” “ ขอถวายพระพร ถ้าข้าวสาลีท่ีปลกู ลงในพืน้ ดนิ ยงั ไมม่ ีรวงงอกขนึ ้ เม่ือรวงยงั ไมง่ อกขนึ ้ จะวา่ ไมม่ ีผ้ปู ลกู จะวา่ ข้าวสาลีไมม่ ีจะได้หรือไม่? ” “ ไมไ่ ด้ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพติ ร ถ้าขนั ธ์ ๕ นีไ้ ปเกิดเอง คนตาบอดก็ จะเกิดเป็นคนตาบอดอีก คนใบ้ก็จะเกิดเป็นคนใบ้อีก บญุ ก็ไมม่ ี ประโยชน์อนั ใด ถ้าขนั ธ์ ๕ ไมม่ ีส่ิงใดตกแตง่ เป็นของเกิดขนึ ้ เอง ขนั ธ์ ๕ ๑๙๑

ก็จะต้องไปนรกด้วยอกศุ ลกรรม ” “ ขอนิมนต์อปุ มาให้ยง่ิ ขนึ ้ ” อุปมาด้วยการจุดประทปี “ ขอถวายพระพร เหมือนอยา่ งมีผ้เู อาประทีปมาจดุ ตอ่ กนั เปลว ประทีปดวงเก่าก้าวไปส่ปู ระทีปดวงใหมห่ รืออยา่ งไร ประทีปทงั้ สองนนั้ มีขนึ ้ เองไมม่ ีผ้กู ระทาอยา่ งนนั้ หรือ? ” “ ไมใ่ ชอ่ ยา่ งนนั้ พระผ้เู ป็ นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร ขนั ธ์ ๕ นีไ้ มไ่ ด้ไปสโู่ ลกอื่น ขนั ธ์ ๕ นีไ้ มใ่ ชเ่ กิดขนึ ้ เองโดยไมม่ ีสงิ่ ใดทาให้เกิดขนึ ้ ” “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน เวทนาขนั ธ์ ไปสโู่ ลกอ่ืนหรือ ? ” “ ขอถวายพระพร ถ้าเวทนาขนั ธ์ไปสโู่ ลกอื่น ผ้ทู ่ีไปเกิดในโลกอ่ืน ก็ คือเวทนาขนั ธ์อยา่ งนนั้ ซิ ? ” “ ไมใ่ ชอ่ ยา่ งนนั้ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร เพราะเหตนุ นั้ แหละมหาบพิตรจงเข้าพระทยั เถิด วา่ เวทนาขนั ธ์ในอตั ภาพนีไ้ มไ่ ด้ไปสโู่ ลกอื่น ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า สญั ญาขนั ธ์ ไปสโู่ ลกอ่ืนหรือ? ” “ ขอถวายพระพร ถ้าสญั ญาขนั ธ์ไปสโู่ ลกอ่ืน ผ้มู ีมือด้วนเท้าด้วนใน อตั ภาพนี ้ไปสโู่ ลกอ่ืน ผ้มู ีมือด้วนเท้าด้วนในอตั ภาพนี ้ไปสโู่ ลกอื่นแล้ว ๑๙๒

ก็จะต้องมีมือด้วนเท้าด้วนอีกหรืออยา่ งไร ? ” “ ไมใ่ ชอ่ ยา่ งนนั้ พระผ้เู ป็ นเจ้า ” “ เพราะเหตนุ นั้ แหละ มหาบพิตรจงเข้าพระทยั เถิดวา่ สญั ญาขนั ธ์ใน อตั ภาพนี ้ไมไ่ ด้ไปส่โู ลกอ่ืน ” “ ขอนมิ นต์อปุ มาให้ยง่ิ ขนึ ้ ไปอีก ” อุปมาด้วยกระจก “ ขอถวายพระพร มหาบพติ รจงทรงหยบิ เอากระจกส่องพระพกั ตร์ หรือไม?่ ” “ มี พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร มหาบพิตรจงทรงหยิบเอากระจกมาวางไว้ตรง พระพกั ตร์มหาบพิตร ” “ โยมหยิบมาตงั้ ไว้แล้ว ” “ ขอถวายพระพร ดวงพระเนตร พระกรรณ พระนาสกิ พระทนต์ ของมหาบพิตรปรากฏอย่ใู นกระจกนีเ้อง หรือวา่ มหาบพิตรทรงกระทา ให้ปรากฏ? ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ดวงตา หู จมกู ฟัน ของโยมปรากฏอยใู่ นวง กระจกนี ้ด้วยโยมกระทาขนึ ้ ” “ ขอถวายพระพร ถ้าอยา่ งนนั้ เป็นอนั วา่ มหาบพิตรได้ควกั เอาพระ ๑๙๓

เนตร ตดั เอาพระกรรณ พระนาสกิ และถอนเอาพระทนตข์ อง มหาบพิตร เข้าไปไว้ในกระจกแล้ว มหาบพิตรก็เป็นคนตาบอด ไมม่ ี พระนาสกิ และพระทนต์อยา่ งนนั้ ซิ? ” “ ไมใชอ่ ยา่ งนนั้ พระผ้เู ป็นเจ้า เงาปรากฏในกระจก เพราะอาศยั โยมกระทาขนึ ้ ไมใ่ ชว่ า่ เพราะโยมไมไ่ ด้กระทาขนึ ้ ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร ไมใ่ ชว่ า่ ขนั ธ์ ๕ นีไ้ ปสโู่ ลกอ่ืน ทงั้ ไมใ่ ชว่ า่ ขนั ธ์ ๕ ไมม่ ีสง่ิ กระทา เป็นของเกิดขนึ ้ เอง สตั ว์ถือกาเนดิ ใน ครรภ์มารดาด้วยกศุ ลกรรม อกศุ ลกรรม ท่ีตนกระทาไว้ เพราะอาศยั ขนั ธ์ ๕ นีแ้ หละ จงึ เหมือนเงาปรากฏในกระจก เพราะอาศยั การกระทา ของมหาบพิตรฉะนนั้ ” “ ถกู ต้องดีแล้ว พระนาคเสน ”  ปัญหาท่ี ๗ ถามเร่ืองถอื กาเนิดในครรภ์มารดา \" ข้าแตพ่ ระนาคเสน เมื่อสตั ว์จะเข้าถือกาเนิดในท้องมารดา เข้าไป ทางทวารไหน ? ” “ ขอถวายพระพร ไมป่ รากฏวา่ เข้าไปทางทวารไหน ” “ ขอนมิ นตอ์ ปุ มาด้วย ” “ ขอถวายพระพร หีบแก้วของมหาบพติ รมีอยหู่ รือ ? ” “ มีอยู่ พระผ้เู ป็ นเจ้า ” ๑๙๔

“ ขอถวายพระพร ขอจงนกึ เข้าไปในหีบแก้วดซู ิ ” \" โยมนกึ เข้าไปแล้ว ” “ ขอถวายพระพร จิตของมหาบพิตรท่ีนกึ เข้าไปในหีบแก้วนนั้ เข้า ไปทางไหน ? ” “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน จติ ของโยมไมป่ รากฏวา่ นึกเข้าไปทางไหน ” “ ข้อนีก้ ็ฉันนนั้ แหละ มหาบพิตร สตั ว์ที่เข้าไปถือกาเนิดในท้อง มารดา ก็ไมป่ รากฏวา่ เข้าไปทางไหนฉะนนั้ ” “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน การท่ีพระผ้เู ป็นเจ้าแก้ปัญหาปฏิภาณอนั วิจิตรยงิ่ นีไ้ ด้เป็นอศั จรรย์นกั หนา ถ้าพระพทุ ธเจ้ายงั ทรงพระชนม์อยู่ คงจะประทานอนโุ มทนาสาธุการเป็นแนแ่ ท้ ”  ปัญหาท่ี ๘ ถามเร่ืองโพชฌงค์ ๗ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน โพชฌงค์ มีเทา่ ไร ? ” “ ขอถวายพระพร มี ๗ ประการ ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า บคุ คลตรัสรู้ด้วยโพชฌงค์เทา่ ไร? ” “ ขอถวายพระพร บคุ คลตรัสรู้ด้วยโพชฌงค์ข้อเดยี ว ” “ คอื ข้อไหน พระผ้เู ป็นเจ้า ? ” “ ขอถวายพระพร คือข้อ ธมั มวจิ ยสมั โพชฌงค์ ” ( ใคร่ครวญ ธรรมะ) ๑๙๕

“ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็ นเจ้า ถ้าอยา่ งนนั้ พระพทุ ธองคท์ รงแสดงโพชฌงค์ ๗ ไว้ทาไม ? ” “ ขอถวายพระพร พระองค์จะเข้าพระทยั ความข้อนีอ้ ยา่ งไร... คือ ดาบที่บคุ คลสวมไว้ในฝัก บคุ คลไมไ่ ด้ชกั ออกจากฝัก อาจตดั ส่งิ ใดสง่ิ หนง่ึ ให้ขาดได้หรือ ? ” “ ไมไ่ ด้ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพติ ร คือบคุ คลปราศจาก ธมั มวจิ ยสมั โพชฌงค์ แล้วาตรัสรู้ด้วยโพชฌงค์ ๖ ไมไ่ ด้” “ ถกู แล้ว พระนาคเสน ” อธิบาย โพชฌงค์ คือองค์เป็นเคร่ืองตรัสรู้มี ๗ ประการ ดงั นี ้ ๑. สติ ระลกึ นกึ ไว้เสมอ ๒. ธมั มวิจยะ ใคร่ครวญธรรมะที่เราจะปฏิบตั ิ ๓. วริ ิยะ มีความเพียรตอ่ ส้กู บั อปุ สรรค ๔. ปี ติ สร้างความอิม่ เอบิ ใจให้ปรากฏกบั จติ ๕. ปัสสทั ธิ ความสงบ คือสงบจากนิวรณ์ หรือสงบจากกิเลส ๖. สมาธิ มีความตงั้ ใจมน่ั ๗. อเุ บกขา ทรงอารมณ์เดียวเข้าไว้ ไมย่ อมรับทราบอารมณ์อื่นเข้า ๑๙๖

มาสนใจ  ปัญหาท่ี ๙ ถามถงึ ความมากกว่ากันแห่งบาปและบุญ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน บญุ และบาปข้างไหนมากกวา่ กนั ? ” “ ขอถวายพระพร บญุ มากกวา่ บาป บาปน้อยกวา่ ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า ทาไมจงึ วา่ บญุ มากกวา่ บาปน้อยกวา่ ? ” “ ขอถวายพร บคุ คลทาบาปแล้วยอ่ มร้อนใจในภายหลงั วา่ เราได้ ทาบาปไว้แล้วเพราะเหตนุ นั้ บาปก็ไมไ่ ด้มากขนึ ้ สว่ นบญุ เม่ือบคุ คลทา เข้าแล้วไมเ่ ดือดร้อนในภายหลงั มีแตเ่ กิดปราโมทย์ ปี ติ ใจสงบมี ความสขุ จิตเป็ นสมาธิ เพราะฉะนนั้ บญุ จงึ มากขนึ ้ ดงั มีบรุ ุษผ้มู ีมือมี เท้าขาดแล้ว ได้บชู าพระด้วยดอกบวั เพียงกาเดียว ก็จกั ได้เสวยผลถงึ ๙๑ กปั ด้วยเหตนุ ีแ้ หละ จงึ วา่ บญุ มากกวา่ ขอถวายพระพร ” “ ชอบแล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๑๐ ถามถงึ การทาบาปแห่งผู้รู้กบั ผู้ไม่รู้ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน สมมตุ วิ า่ มีคน ๒ คน คนหนง่ึ รู้จกั บาป อีกคน หนง่ึ ไมร่ ู้จกั แตก่ ระทาบาปด้วยกนั ทงั้ สองคน ข้างไหนจะได้บาป มากกวา่ กนั ? ” “ ขอถวายพระพร ข้างไมร่ ู้จกั ได้บาปมากกวา่ ” ๑๙๗

“ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ราชบตุ รของโยมหรือราชมหาอามาตย์คนใดรู้ แตท่ าผิดลงไปโยมลงโทษแก่ผ้นู นั้ เป็นทวีคณู ” “ ขอถวายพระพร มหาบพติ รจะเข้าพระทยั ความข้อนีอ้ ยา่ งไร...คือ สมมตุ วิ า่ มีคน ๒ คน จบั ก้อนเหล็กแดงเหมือนกนั คนหนง่ึ รู้วา่ เป็นก้อน เหลก็ แดง อีกคนหนง่ึ ไมร่ ู้ คนไหนจะจบั แรงกวา่ กนั ? ” “ ข้าแตพ่ ระผ้เู ป็นเจ้า คนไมร่ ู้จบั แรงกวา่ ” “ ข้อนีก้ ็ฉันนนั้ แหละ มหาบพิตร คอื ผ้ไู มร่ ู้บาปได้บาปมากกวา่ ” “ ชอบแล้ว พระนาคเสน ”  ปัญหาท่ี ๑๑ ถามถงึ ผู้ท่ไี ปอุตตรกุรุทวีปและสวรรค์ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน ผ้ไู ปสอู่ ตุ ตรกรุ ุทวีปหรือพรหมโลก หรือไมท่ วีป อ่ืนด้วยกายนีม้ ีอยหู่ รือ ? ” “ ขอถวายพระพร มีอยู่ ” “ ข้อนีค้ อื อยา่ งไร พระผ้เู ป็ นเจ้า ? ” “ ขอถวายพระพร มหาบพิตรเคยกระโดดที่แผน่ ดนิ นีไ้ ด้คืบหรือ ศอก? ” “ ออ๋ ...โยมเคยกระโดดได้ ๘ ศอก ? ” “ ขอถวายพระพร มหาบพิตรกระโดดอยา่ งไร...จงึ ได้ถงึ ๘ ศอก ? ” “ พอโยมคดิ วา่ จะกระโดด กายของโยมก็เบา โยมจงึ กระโดดได้ถงึ ๑๙๘

๘ ศอก ” “ ข้อนีก้ ็ฉนั นนั้ แหละ มหาบพิตร คอื ภิกษุผ้มู ีฤทธ์ิ มีอานาจทางจิต ภาวนา อธิษฐานจิตแล้ว ก็เหาะไปสเู่ วหาสได้ ” “ ถกู แล้ว พระนาคเสน ”  ปัญหาท่ี ๑๒ ถามเร่ืองกระดกู ยาว “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน มีคากลา่ ววา่ มีกระดกู ยาวตงั้ ๑๐๐ โยชน์ โยมไมเ่ ชื่อเพราะต้นไม้ที่สงู ตงั้ ๑๐๐ โยชน์ ก็ยงั ไมม่ ี กระดกู ท่ีไหนจกั ยาวตงั้ ๑๐๐ โยชน์ ” “ ขอถวายพระพร มหาบพติ รเคยได้ทรงสดบั หรือไมว่ า่ ปลาใน มหาสมทุ รตวั ยาวตงั้ ๕๐๐ โยชน์ มีอย่?ู ” “ เคยฟัง พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ถ้าอย่างนนั้ กระดกู ของปลาท่ีมีตวั ยาวตงั้ ๕๐๐ โยชน์ จกั ยาวตงั้ ๑๐๐ โยชน์มิใชห่ รือ ? ” “ ใชแ่ ล้ว พระผ้เู ป็นเจ้า ”  ปัญหาท่ี ๑๓ ถามเร่ืองเก่ยี วกบั ลมหายใจ “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน บคุ คลอาจทาลมหายใจให้ดบั ได้หรือ? ” “ ขอถวายพระพร ได้ ” ๑๙๙

“ ได้อยา่ งไร...พระผ้เู ป็นเจ้า ? ” “ ขอถวายพระพร มหาบพติ รเคยได้ยินเสียงคนนอนกรนบ้างหรือ? ” “ ออ๋ ..เคยซิ พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร เวลาเขาพลกิ กายเสียงกรนเงียบไปไหม ? ” “ เงียบไป พระผ้เู ป็นเจ้า ” “ ขอถวายพระพร เสียงกรนนนั้ เป็นเสียงของผ้ไู มไ่ ด้อบรมกาย ไมไ่ ด้อบรมศลี ไมไ่ ด้อบรมจติ แตเ่ ม่ือพลิกตวั ก็ยงั หายไป สว่ นลม หายใจของผ้ไู ด้อบรมกาย อบรมศลี อบรมจิต เข้าจตตุ ถฌาน จะไมด่ บั หรือ...มหาบพิตร ? ” “ ชอบแล้ว พระนาคเสน ” อธิบาย คาวา่ “ จตตุ ถฌาน ” ได้แก่ ฌาน ๔ ที่มีลกั ษณะดบั ความรู้สกึ จาก ลมหายใจในขณะนนั้ ซง่ึ เป็ นอาการทว่ั ไปของผ้ทู ี่เข้าฌาณ ๔ มิใชว่ า่ ลมหายใจจะดบั สนิ ้ ไป ดงั นี ้  ปัญหาท่ี ๑๔ ถามว่าอะไรเป็ นสมุทร “ ข้าแตพ่ ระนาคเสน มีคากลา่ วกนั อยวู่ า่ “ สมทุ ร ๆ ” นา้ หรือชื่อวา่ สมทุ ร ? ” ๒๐๐


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook