Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore plan2557-1

plan2557-1

Published by Bour Lotus, 2015-08-25 04:30:36

Description: plan2557-1

Search

Read the Text Version

1

2 คำนำ แผนปฏิบัติรำชกำรประจำปีงบประมำณ 2558 ของโรงเรียนบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนุกูล) ซ่ึงเป็นโรงเรียนต้นแบบกำรใช้หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อดำเนินกำรใช้งบประมำณต่ำงๆให้สอดคล้องกับหลักสูตรสถำนศึกษำกับสภำพปัจจุบันของท้องถ่ินและชุมชน อีกทั้งแนวนโยบำย จุดเน้นกำรพฒั นำคุณภำพกำรจัดกำรเรียนกำรสอนเพือ่ เปน็ กรอบแนวทำงกำรใชง้ บประมำณในกำรพฒั นำคณุ ภำพกำรศกึ ษำทเ่ี น้นกำรปฏิรูประบบกำรศกึ ษำและกำรเรยี นรู้โดยเน้นประเดน็ หลัก 3 ประกำร คอื พัฒนำคณุ ภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำและเรียนรู้ของคนไทย เพ่ิมโอกำสทำงกำรศกึ ษำและกำรเรียนรู้ ส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมของทุกภำคส่วนของสังคมส่งผลให้คนไทยยุคใหม่ กำรดำเนินกำรปรับระบบงบประมำณแบบมุง่ เน้นผลงำน จดั สรรงบประมำณท่ีเนน้ อปุ สงค์หรอื ผ้เู รยี น ทำงโรงเรียนขอขอบคุณคณะครู ผู้ปกครอง คณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนและองค์กำรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนรำชกำรต่ำงๆท่ีเกี่ยวข้องทุกภำคส่วนที่ให้ควำมร่วมมือในกำรให้ข้อมูล ส่งเสริมสนับสนุนทุกๆด้ำนจนได้รับควำมสำเร็จอย่ำงมีประสิทธิภำพ หวังเป็นอย่ำงย่ิงว่ำแผนปฏิบัติรำชกำร ประจำปีงบประมำณ 2558 เล่มนี้จะส่งผลท่ีดีต่อกำรพฒั นำคณุ ภำพกำรศกึ ษำ กำรจัดกำรเรยี นกำรสอนอยำ่ งมคี ณุ ภำพ ขอขอบคุณทุกฝำ่ ยทีใ่ ห้ควำมรว่ มมืออย่ำงดีย่ิง (ลงช่อื ) (นำยธีรยทุ ธ อทุ ธำ) ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนกุ ลู ) กำรใหค้ วำมเหน็ ชอบเอกสำร แผนปฏิบตั ิรำชกำรประจำปงี บประมำณ 2558 ของโรงเรยี นบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนุกูล) สำนักงำนเขตพนื้ ทกี่ ำรศึกษำประถมศกึ ษำอุบลรำชธำนี เขต 4 .......................................... ท่ปี ระชมุ คณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพน้ื ฐำนโรงเรียนบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนกุ ูล) ครั้งท่ี........./ 2557 เมื่อวันที่............เดอื น พฤศจิกำยน พ.ศ. 2557 ได้พิจำรณำแผนปฏบิ ัติรำชกำรประจำปีงบประมำณ 2558ของโรงเรยี นบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนุกลู )แลว้ เห็นชอบในกำรแบ่งสัดสว่ นงบประมำณ ดังนี้ - งบดำ้ นวชิ ำกำร จำนวน 170,100 บำท คิดเป็นร้อยละ 60(เกณฑ์รอ้ ยละ 60-70) - งบดำ้ นบรหิ ำรทว่ั ไป จำนวน 85,050 บำท คิดเปน็ รอ้ ยละ 30(เกณฑ์รอ้ ยละ 20-30)

3 - งบสำรองจำ่ ย จำนวน 28,350 บำท คิดเป็นร้อยละ 10(เกณฑ์รอ้ ยละ 10-20) งบประมำณท้งั ส้นิ 283,500 บำท คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 (กอ่ นประถม 61,200 บำท ประถมศึกษำ 222,300 บำท)เห็นชอบใหด้ ำเนนิ กำรตำมแผนปฏิบัตริ ำชกำรประจำปงี บประมำณ 2558 ได้ (ลงชอ่ื ) (นำยคำเผย จันไตรย) ประธำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน โรงเรยี นบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนกุ ลู ) (ลงชอื่ ) (นำยธีรยุทธ อุทธำ) ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนกุ ูล)

สำรบญั 4สว่ นที่ 1 ขอ้ มลู พ้นื ฐำนประวัตโิ รงเรยี น 1สว่ นที่ 2 ขอ้ มูลเบือ้ งต้น ผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรยี น วสิ ัยทัศน์ พันธกิจของโรงเรยี น 4 11 วสิ ยั ทศั น์/พันธกจิ /เปำ้ หมำยของ สพฐ. 12 กลยุทธ์/จุดเน้น สพฐ. ปี 2558 19 เปำ้ หมำยกำรยกระดับคุณภำพกำรศึกษำของโรงเรียน 20 ตำรำงแสดงขอ้ มลู พื้นฐำนของโรงเรยี น 24สว่ นที่ 3 รำยละเอยี ดแผนงำน/โครงกำร/แผนกำรใชง้ บประมำณตำมโครงกำรประจำปี 2558 งำนวชิ ำกำร 30 โครงกำรลำยมืองำมตำมอย่ำงไทย 33 โครงกำรธนำคำรสตู รคูณ 37 โครงกำรปรับปรุงพฒั นำหลักสตู รสถำนศกึ ษำ 40 โครงกำรสร้ำงคุณภำพและปรบั ปรงุ พฒั นำหลกั สตู ร ตำรำ และกำรวดั ผล 44 โครงกำรอบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ำร กำรวิจัยในชั้นเรียน 46 โครงกำรพัฒนำระบบเทคโนโลยี One Tablet Per Child สำรสนเทศและกำรส่อื สำร 48 โครงกำรห้องสมุด 3 ดีมชี ีวิต 54 โครงกำรส่งเสริมนิสัยรกั กำรอ่ำน 58 โครงกำรพัฒนำกำรจดั กำรศึกษำมงุ่ ยดึ ผู้เรียนเป็นสำคัญ 61 โครงกำรจดั กำรจัดเรยี นกำรสอนรปู แบบใหม่ UTQ ระบบ e-Training 64 โครงกำรส่งเสรมิ กำรอำ่ น กำรเรยี นกำรสอนภำษำไทย(ป.3) ภำษำองั กฤษ(อ.1-ป.6) 67 โครงกำรสนบั สนุนค่ำใชจ้ ำ่ ยในกำรจดั กำรศกึ ษำต้งั แตร่ ะดบั อนุบำลจนจบกำรศึกษำฯ 70 โครงกำรผลิตสื่อ นวัตกรรมกำรเรยี นกำรสอน 73 โครงกำรหนง่ึ โรงเรยี น หนึง่ นวัตกรรม 75 โครงกำรประชุม อบรมสัมมนำกำรประกันคุณภำพภำยในสถำนศึกษำ โครงกำรประสำนสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้ทกุ ภำคสว่ นของสงั คมมสี ว่ นรว่ มในกำรจัดกำรศกึ ษำ 78 และกำรเกณฑเ์ ดก็ เขำ้ เรียนตำม พรบ. 81 โครงกำรประเมินคุณภำพนกั เรียนประจำปี 84 โครงกำรส่งเสรมิ มหกรรมแขง่ ขนั ศิลปหตั ถกรรมดนตรี กีฬำ วชิ ำกำร 87 โครงกำรวันสำคญั 90 โครงกำรสง่ เสรมิ และพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำระดบั ปฐมวัย “อนุบำลแนวหน้ำ” 93 โครงกำรเพม่ิ โอกำสและควำมเสมอภำคทำงกำรศึกษำให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเปำ้ หมำยและพืน้ ทีเ่ ขตบรกิ ำร 95 98 โครงกำรปรบั วิธีกำรวัดผลและประเมินผลผู้เรียน 101 โครงกำรเพ่ิมศักยภำพกำรเรยี นรสู้ ูค่ วำมเป็นเลศิ โครงกำรพฒั นำแหล่งเรยี นรู้ 106 งำนบคุ ลำกร 108 โครงกำรอบรมพฒั นำ ศึกษำดูงำนครูและบคุ ลำกร 111 โครงกำรจดั จำ้ งเหมำงำนบรกิ ำรเพื่อแกป้ ัญหำกำรบรหิ ำรจัดกำร 113 โครงกำรพฒั นำระบบบริหำรจดั กำรเพอื่ กำรเรยี นรู้ท่ีมีคณุ ภำพ โครงกำรสง่ เสริมสนบั สนนุ ให้โรงเรยี นบริหำรรำชกำรตำมหลักเกณฑ์ทดี่ ี

โครงกำรปรับปรุงสวัสดิภำพ สวัสดิกำรและขวญั กำลงั ใจของครู 5 โครงกำรปรับปรงุ พฒั นำเพิม่ ประสิทธภิ ำพกำรบรหิ ำรองค์กรคุณภำพ งำนบรหิ ำรทว่ั ไป 115 โครงกำรจัดห้องเรยี นสวยด้วย 5 ส. 117 โครงกำรวถิ ชี ีวิตเศรษฐกจิ พอเพียง โครงกำรสง่ เสริมกิจกรรมสหกรณโ์ รงเรยี น 121 โครงกำรส่งเสริมและพัฒนำระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรียน 124 โครงกำรส่งเสริมสุขภำพ “สขุ กำยสบำยชวี ี” 130 โครงกำรชุมชนสมั พนั ธ์ 133 โครงกำรโรงเรยี นวถิ ีพุทธ “คุณธรรมช้นั นำ” 137 โครงกำรสรำ้ งเสรมิ วินยั และจติ สำนกึ ควำมเปน็ ไทยเพ่ือพฒั นำเดก็ ไทยอย่ำงยงั่ ยนื 141 โครงกำรรณรงค์ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หำยำเสพติดในสถำนศึกษำ 144 โครงกำรเดินทำงไกลอยู่คำ่ ยพักแรมลูกเสือและยวุ กำชำด 147 โครงกำรส่งเสริมระเบียบ วินยั และประชำธปิ ไตยในโรงเรียน 150 โครงกำรพฒั นำคุณธรรม จริยธรรมนักเรยี นตำมแนวปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง 154 โครงกำรเข้ำคำ่ ยอบรมคุณธรรม จริยธรรม 157 โครงกำรกีฬำสภี ำยในโรงเรียน 159 งำนบรหิ ำรงบประมำณ 163 โครงกำรบริหำรส่งเสรมิ เงนิ ทนุ เงนิ อดุ หนนุ และเงินปัจจยั พ้นื ฐำนฯ 166 โครงกำรจัดซื้อวสั ดุสำนักงำนบรหิ ำรโรงเรียน โครงกำรชำระค่ำสำธำรณูปโภค 170 โครงกำรจัดซื้อครภุ ณั ฑ์เพอ่ื กำรศึกษำ 173 โครงกำรบรหิ ำรพัสดแุ ละสินทรัพย์ 176 โครงกำรปรับปรงุ ซ่อมแซมอำคำรเรียน อำคำรประกอบ 179 โครงกำรปรับปรงุ สภำพแวดล้อม บรเิ วณให้เปน็ ปัจจบุ นั 182 โครงกำรอำหำรกลำงวนั แบบยัง่ ยนื เรียนรูส้ ่อู ำชีพแบบชวี ติ พอเพยี ง 186 โครงกำรโรงเรียนร่วมเครือขำ่ ยพัฒนำคณุ ภำพ 189 โครงกำรส่งเสริมสนบั สนนุ กจิ กรรมศลิ ปะ ดนตรี นำฏศิลป์ กีฬำไทยและกฬี ำพนื้ บ้ำน 192 โครงกำรพัฒนำศนู ย์กำรเรียนรู้สปู่ ระชำคมอำเซยี น: ASEAN Learning School 195 197สว่ นท่ี 4 ภำคผนวก 201 สรุปแนวปฏิบตั ิกำรจดั ทำแผนปฏบิ ัติรำชกำรประจำปี กำรให้ควำมเหน็ ชอบเอกสำร 206 ขออนุมตั ดิ ำเนินโครงกำร 207 ขออนมุ ตั ดิ ำเนนิ กำร/โครงกำร/กิจกรรม 208 คำส่ังแต่งตัง้ คณะกรรมกำรรับผดิ ชอบโครงกำร 209 แบบติดตำมประเมินผลโครงกำรตำมแผนปฏิบัตริ ำชกำรประจำปี 210 แบบรำยงำนผลกำรปฏิบัติงำน/โครงกำร/กจิ กรรม ตำมแผนปฏิบัตริ ำชกำร 211 แบบควบคมุ กำรใช้เงนิ งบประมำณ 212 แบบรำยงำนกำรติดตำมกำรใช้งบประมำณ 215 คำสง่ั แต่งตัง้ คณะทำงำนจดั ทำแผนปฏบิ ัตริ ำชกำรประจำปี 2558 216 เทยี บมำตรฐำนประกันคณุ ภำพภำยในกับตวั บง่ ช้ี สมศ.รอบสำม(ปฐมวัย/ประถมศึกษำ) 217 218

6

1 สว่ นที่ 1 ขอ้ มลู พนื้ ฐำนของโรงเรยี นประวตั ขิ องโรงเรยี น โรงเรียนบำ้ นหนองคู (โสภณประชำนกุ ูล) เดิมตง้ั ข้นึ เป็นสำขำของโรงเรยี นประชำบำล ตำบลโนนโหนน 1 (วัดบ้ำนโนนโหนน) 23 กันยำยน พ.ศ. 2469 ได้ตั้งเป็นอิสระ ใช้ชื่อว่ำ “โรงเรียนประชำบำลตำบลโนนโหนน (วัดบ้ำนหนองคู)” มีนำยพิมพ์ สุทธำเวช เป็นครูใหญ่คนแรก และนำยพั่ว ปรำณีวัฒน์ เป็นครูน้อย จัดกำรเรียนกำรสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษำปีที่ 1–4 มีนกั เรยี น 169 คน ทำกำรสอนตำมหลักสตู รกระทรวงธรรมกำร พ.ศ. 2483 ไดร้ บั งบประมำณจำกทำงรำชกำร จำนวน 20,000 บำท และวัสดุสมทบจำกประชำชน ทำกำรก่อสร้ำงอำคำรเรียนหลังที่ 1 แบบ ป.1ซ.(พเิ ศษ) เปน็ อำคำรไมช้ ัน้ เดียวยกพื้นสงู ขนำด 3 ห้องเรียน บนท่ีดินท่ีประชำชนบริจำค และท่ีดินของดอนปู่ตำบำงส่วน รวมเน้ือที่ 8 ไร่เศษ กำรก่อสร้ำงอำคำรเรียนหลังแรกมีผู้ให้กำรสนับสนุนท่ีสำคัญคือ “หลวงพ่อพระครูโสภณวรศำสน์” ดงั นัน้ ทำงรำชกำรจงึ อนุญำตให้ใช้ชื่อโรงเรียนใหม่ ให้มีนำมของท่ำนปรำกฏอยู่ด้วยคือ “โรงเรียนบ้ำนหนองคู (โสภณประชำนุกลู )” นอกจำกนยี้ งั มีบุคคลสำคญั อกี ทำ่ นหนึง่ ที่มีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนในกำรก่อสร้ำงโรงเรียน คือ กำนันตำบลโนนโหนนในสมัยน้ันกำรกอ่ สร้ำงอำคำรเรียนแล้วเสรจ็ และเปิดทำกำรสอน เมอื่ ปี พ.ศ. 2584พ.ศ. 2518 สร้ำงอำคำรหลังท่ี 2 แบบ ป.1 ซ. เปน็ อำคำรไม้ชน้ั เดยี วยกพื้นสงู ขนำด 2 หอ้ งเรยี น สร้ำงดว้ ยงบประมำณของทำงรำชกำรพ.ศ. 2527 สร้ำงอำคำรหลังท่ี 3 แบบ สปช.105/26 เปน็ อำคำรคอนกรีตชน้ั เดียว ยกพนื้ สูง ขนำด 4 ห้องเรียน ดว้ ยงบประมำณของทำงรำชกำร จำนวน 980,000 บำทพ.ศ. 2531 ไดร้ บั งบประมำณตอ่ เติมชนั้ ลำ่ งอำคำร แบบ สปช.105/26 จำนวน 4 หอ้ งเรียน ดว้ ยงบประมำณของทำงรำชกำร จำนวน 240,000บำท สร้ำงแลว้ เสร็จเม่ือวันที่ 15 มนี ำคม 2531พ.ศ. 2534 ไดร้ ับงบประมำณสรำ้ งอำคำรหลังที่ 4 แบบ สปช.105/29 เปน็ อำคำรคอนกรตี 2 ชน้ั ขนำด 6 หอ้ งเรียน สรำ้ งดว้ ยงบประมำณของทำงรำชกำร จำนวน 1,500,000 บำทพ.ศ. 2541 ได้รบั งบประมำณจำกทำงรำชกำรซอ่ มแซมอำคำรเรยี นทชี่ ำรดุ - ก่อสรำ้ งทำนบคอนกรตี ก้ันดนิ ใต้ถนุ อำคำรเรยี น สปช.105/29 จำนวน 20,000 บำท - ซ่อมแซมฝำ้ เพดำนอำคำรเรยี น สปช. 105/29 จำนวน 20,000 บำทพ.ศ.2542 ชุมชนรว่ มกันจัดหำทุน - ก่อสร้ำงรว้ั ควำมยำว 200 เมตร มูลคำ่ 100,000 บำท - ก่อสร้ำงระบบประปำโรงเรยี น มลู ค่ำ 50,000 บำท - กอ่ สร้ำงทำนบคอนกรตี ก้ันดนิ สนำมฟุตบอล 20,000 บำทพ.ศ. 2547 คุณสมบูรณ์ บุก๊ เกอร์ ศษิ ย์เกำ่ สนับสนนุ กำรพัฒนำปรบั ปรงุ ห้องสมดุ โรงเรียน 60,000 บำทพ.ศ. 2548 นำยคำผุย ทองลี และครอบครัวสนับสนุนกำรกอ่ สรำ้ งป้ำยชือ่ รั้วโรงเรียน 60,000 บำท - ชุมชนสนับสนนุ กำรซอ่ มแซมรว้ั ด้ำนหน้ำโรงเรยี นมลู ค่ำ 30,000 บำท - คณุ สมบรู ณ์ บกุ๊ เกอร์ สนับสนนุ กำรกอ่ สร้ำงเวทีกำรแสดงกลำงแจ้งมลู คำ่ 20,000 บำท - ทำงรำชกำรอนมุ ัตงิ บประมำณผวู้ ่ำฯ CEO กอ่ สร้ำงลำนกีฬำอเนกประสงค์ 117,000 บำทพ.ศ. 2549 คณุ สมบรู ณ์ บุ๊กเกอร์ สนบั สนนุ กำรก่อสรำ้ งเวทีแสดงกลำงแจง้ ดำ้ นขำ้ ง ลำนกีฬำเอนกประสงคม์ ูลค่ำ 30,000 บำทพ.ศ. 2549 ผู้นำชุมชน ผ้ใู หญบ่ ้ำน ประชำชน คณะศษิ ย์เกำ่ ระดมทนุ เพอ่ื กอ่ สร้ำงถนนคอนกรีต พ้นื ท่ี 1,210 ตำรำงเมตร มูลค่ำ 220,020 บำท รับมอบโดยนำยโกวทิ เพลนิ จิตต์ ผอ.สพท.อบ.4พ.ศ. 2550 องคก์ ำรบรหิ ำรส่วนตำบลโนนโหนนสร้ำงศูนย์พัฒนำเด็กเล็กภำยในโรงเรยี นพ.ศ. 2551 คณะกรรมกำรสถำนศึกษำขน้ั พนื้ ฐำนไดร้ ่วมกันจัดทำผำ้ ป่ำเพอื่ ซอ้ื คอมพิวเตอร์เพอื่ กำรศกึ ษำ

2 ได้เงิน 301,546.50 บำท จัดซ้ือคอมพวิ เตอรไ์ ด้ 12 เครื่องพ.ศ. 2552 ชมุ ชน ผู้ปกครอง คณะครไุ ด้รว่ มบริจำคทรัพย์ - วัสดุต่อเตมิ ช้นั เรียน สปช. 105/29 จำนวน 2 ห้องเรียน โดยไม่ใช้งบจำกทำงรำชกำรพ.ศ. 2552 ทำงรำชกำรได้จัดสรรงบประมำณกอ่ สร้ำงส้วมแบบ สปช.604/45 จำนวน 4 ท่ี มูลคำ่ 242,000 บำทปีกำรศกึ ษำ 2552 ทำงโรงเรียนได้เป็นโรงเรียนต้นแบบกำรใช้หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 พร้อมประกำศใช้หลักสูตรโรงเรียนบ้ำนหนองคู พุทธศักรำช 2552 ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551ของสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำอุบลรำชธำนี เขต 4 พร้อมมีกำรเผยแพร่ กลอนลำนำเสนอสู่ชุมชนและบุคคลท่ัวไป(จัดนิทรรศกำรเผยแพร่ผลงำนในงำนมหกรรมศิลปหัตถกรรม ดนตรี วิชำกำรภำคตะวันออกเฉียงเหนือ 9-11 ธันวำคม 2552 ที่มหำวิทยำลัยอุบลรำชธำนี)พ.ศ. 2553 ได้ซ่อมแซมอำคำรอเนกประสงค์ ได้งบประมำณจำก อบต.โนนโหนน 50,000 บำท ไดร้ ับปำ้ ยสถำนศึกษำพอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพียงแบบอย่ำง โรงเรยี นวิถีพุทธเน้นจติ อำสำ (สพฐ.)พ.ศ. 2554 ไดร้ ับงบประมำณหอ้ งคอมพิวเตอร์ CL10 งบประมำณ 340,000 บำทพ.ศ. 2557 ไดซ้ อ่ มแซมอำคำร สปช.105/26 และ สปช.105/29 ตอ่ เตมิ โรงอำหำรเดิม 2 หอ้ ง(หลังคำ/รำงนำ้ ฝน) ไดร้ ับกำรประเมินจำก สมศ.รอบท่สี ำม ได้ระดับดี-ดเี ยย่ี มทกุ ตวั บ่งชี้ ได้ผำ่ นกำรรับรองโรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภำพระดับเพชร โรงเรยี นจิตอำสำเหรยี ญทองยอดเย่ยี ม ได้ติดตัง้ สัญญำนอนิ เตอร์เนตควำมเร็วสูง Wi-Net 5.9 Mb ได้รับแท็ปเลต็ ตำมโครงกำร One Tablet Per Child จำนวน 20 เครือ่ ง ไดท้ ำกำรร้ือถอนอำคำรเรยี นแบบ ป.1ซ พิเศษ(วันท่ี 15-19 ตลุ ำคม 2557)พ.ศ. 2557 ได้รับอนญุ ำตร้อื ถอนอำคำรเรยี นแบบ ป1ซ พิเศษ(15-19 ตลุ ำคม 2557) ทำกำรรื้อถอนเสร็จเรียบรอ้ ย ปจั จุบนั ทำกำรสอนต้งั แตช่ ้ันอนบุ ำลปีที่ 1 ถงึ ชนั้ ประถมศึกษำปีที่ 6 มนี กั เรยี น 155 คน มคี รทู ีท่ ำกำรสอนในโรงเรยี น 9คน ปจั จุบนั มีนำยธรี ยทุ ธ อุทธำ เป็นผูอ้ ำนวยกำรโรงเรียน ปรชั ญำของโรงเรยี น นตถฺ ิ ปญั ญฺ ำ สมำ อำภำ แสงสวำ่ งเสมอดว้ ยปญั ญำไมม่ ี คำขวัญของโรงเรยี น “มงุ่ พัฒนำ ศกึ ษำดี มจี รรยำ สำมคั คี มวี นิ ยั ใฝค่ ณุ ธรรม” สปี ระจำโรงเรยี น น้ำเงนิ -เหลอื ง

3 สว่ นท่ี 2 ขอ้ มลู เบอ้ื งตน้ ตำรำงท่ี 1 แสดงจำนวนนกั เรยี น 10 มถิ นุ ำยน 2557 ชน้ั จำนวนหอ้ งเรยี น จำนวนนกั เรยี น อนุบำล 1 1 ชำย หญงิ รวม อนบุ ำล 2 1 รวม 2 10 9 19 ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี 1 1 ช้นั ประถมศกึ ษำปีท่ี 2 1 5 14 19 ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ 3 1 ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี 4 1 15 23 38 ชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี 5 1 ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 6 1 4 10 14 รวมประถมศึกษำ 6 รวมท้งั ส้นิ 8 7 15 22 10 7 17 10 13 23 11 11 22 13 6 19 55 62 117 70 85 155 ตำรำงที่ 2 แสดงจำนวนบคุ ลำกรครู นกั กำรภำรโรง ปกี ำรศกึ ษำ 2557 ตำแหนง่ บคุ ลำกรครู นกั กำรภำรโรง รวม ผอู้ ำนวยกำรสถำนศกึ ษำ ชำย หญงิ 1 รองผู้อำนวยกำร 1- - ครู 9 -- 10 รวมบคุ ลำกรครู 18 1 บคุ ลำกรนักกำรภำรโรง 28 11 รวมทง้ั สนิ้ 1- 38ตำรำงท่ี 3 แสดงขอ้ มูลเก่ียวกบั ครู และบุคลำกรทำงกำรศึกษำปีกำรศึกษำ 2557 (1 ตลุ ำคม 2557)ท่ี เลขท่ี ช่ือ – สกลุ วัน เดอื น วนั เดอื น ปี สอนช้ัน/ ตำแหนง่ ปี เกดิ รบั รำชกำร วฒุ ิ วฒุ คิ ร/ู เอก ตำแหนง่ ระดบั ขน้ั วชิ ำ สำมญั เงินเดอื น 3 พ.ค.03 1 มิ.ย. 27 ม.ศ.5 คม.บรหิ ำร1 9591 นำยธรี ยทุ ธ อุทธำ 25 ม.ค.04 1 พ.ค.29 ม.ศ.5 คบ.ประวัตศิ ำสตร์ ผอ.รร. คศ.3 บริหำร2 9599 นำงสำลนิ ี ประสำนสงิ ห์ 21 ธ.ค.03 28 เมย.25 ม.ศ.5 คบ.คหกรรม ครู คศ.3 ป.33 2966 นำงเพ็ญศรี พำกรกลุ 27 ธ.ค.02 1 พ.ค.23 ม.ศ.3 คบ.ประถมฯ ครู คศ.2 อนุบำล 14 9595 นำงสมทบ มุระดำ 15 ต.ค.16 18 ก.ค.45 ม.6 คบ.คณติ ศำสตร์ ครู คศ.3 ป.15 4657 นำงเกศมณี ศลิ ำเกษ 23 ส.ค.18 15 ส.ค.40 ม.6 คม.วจิ ยั ฯ ครู คศ.2 ป.66 9503 นำงพรพมิ ล แจ้งไธสง 29 ม.ค.16 1 ส.ค.39 ม.6 คม.หลกั สตู ร ครู คศ.3 ป.57 9601 นำงชลนันต์ จนั ทร์สด ครู คศ.3 อนบุ ำล 28 9600 นำงธัญญพัทธ์ วงษส์ ถิตย์ 30 มคี .99 16 มยิ .20 มศ.5 ศษม.บริหำร ครู คศ.3 ป.2

9 9602 นำยธรี ะพล ประสำนสิงห์ 2 เมย.03 25 มิย.25 มศ.5 คบ.ศิลปศกึ ษำ ครู คศ.3 410 10674 นำงบุษบำ บรรลุ 31 พ.ค.06 มศ.5 คม.หลักสตู รฯ ครู คศ.3 ป.411 38691 นำยทองพนู กันยำทอง 30 ธ.ค.99 25 พ.ค.25 ป.4 - ชำ่ งครภุ ณั ฑ3์ – ป.6 บริกำร ผลสมั ฤทธทิ์ ำงกำรเรยี นของนกั เรยี นระดบั โรงเรยี นปกี ำรศึกษำ 2557ทท เฉลยี่ สรุปรำยงำนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรยี นตำมหลกั สูตรสถำนศึกษำโรงเรยี นบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนกุ ูล) ปีกำรศึกษำ 2555 ผลกำรสอบรำยวชิ ำรอ้ ยละระดบั ชนั้ ภำษำองั กฤษ กำรงำน อำชพี ศลิ ปะ สขุ ศกึ ษำ ประวตั ศิ ำสตร์ สงั คมศกึ ษำ วทิ ยำศำสตร์ คณติ ศำสตร์ ภำษำไทยประถมศึกษำปีท่ี 1 80.00 81.00 84.00 83.50 83.00 81.50 85.00 81.00 78.50 81.94ประถมศึกษำปที ี่ 2 76.06 75.94 75.72 78.33 76.83 83.57 83.39 78.72 75.67 78.24ประถมศกึ ษำปที ี่ 3 79.00 77.50 80.00 81.50 80.50 81.00 79.50 81.50 74.00 79.38ประถมศึกษำปที ่ี 4 80.50 85.00 82.00 88.00 86.00 87.50 86.50 84.00 76.00 83.94ประถมศึกษำปีท่ี 5 80.41 73.35 75.11 78.52 75.48 80.06 76.41 79.82 79.29 77.60ประถมศึกษำปีท่ี 6 74.00 77.00 76.00 75.00 84.00 76.00 84.00 83.00 80.00 78.77รวมเฉลย่ี 78.35 78.29 78.80 80.80 80.96 81.60 82.46 81.34 77.24 79.98 ผลกำรประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ปีกำรศกึ ษำ 2557ทท จำนวน นร. จำนวน/รอ้ ยละของนักเรยี นตำมระดบั คุณภำพ ทัง้ หมด ระดับชัน้ (คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์) 14ประถมศกึ ษำปที ่ี1 22 ดเี ยย่ี ม ดี ผำ่ น ไมผ่ ำ่ นประถมศกึ ษำปที ่ี2 17ประถมศึกษำปีที่ 3 23 --ประถมศกึ ษำปที ี่4 22ประถมศกึ ษำปีท่ี5 19 --ประถมศกึ ษำปีท่ี6 117 -- รวม เฉลย่ี ร้อยละ -- ระดับชัน้ -- -- -- -- ผลกำรประเมนิ กำรอำ่ น คดิ วเิ ครำะหแ์ ละเขยี นปกี ำรศกึ ษำ 2557ทท จำนวน นร. จำนวน/รอ้ ยละของนักเรยี นตำมระดบั คุณภำพ ท้ังหมด (กำรอ่ำนคิด วเิ ครำะห์ และเขียน)

ดเี ยยี่ ม ดี ผำ่ น 5ประถมศึกษำปีท่ี1 14 ไมผ่ ำ่ นประถมศึกษำปีที่2 -ประถมศกึ ษำปที ี่3 22 -ประถมศกึ ษำปีที่4 -ประถมศึกษำปที ี่5 17 -ประถมศกึ ษำปที ี่6 - 23 - รวม - เฉลีย่ ร้อยละ 22 - 19 117ผลกำรประเมนิ กจิ กรรมพฒั นำผเู้ รยี นปีกำรศกึ ษำ 2557ทท ระดับช้ัน จำนวน นร. จำนวน/ร้อยละของนกั เรียนตำมระดับคุณภำพ ทัง้ หมด (กิจกรรมพฒั นำผเู้ รียน)ประถมศึกษำปีท่ี1ประถมศึกษำปีท่ี2 14 ผำ่ น ไม่ผำ่ นประถมศกึ ษำปที ี่3 22 -ประถมศึกษำปที ี่ 4 17 -ประถมศกึ ษำปที ี่ 5 23 -ประถมศกึ ษำปที ่ี6 22 - 19 - รวม 117 - เฉลย่ี รอ้ ยละ - - ผลกำรทดสอบระดับชำติขนั้ พน้ื ฐำน(O-NET) ระดบั ชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ 6 ปกี ำรศกึ ษำ 2557โรงเรียนบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนุกลู ) สำนกั งำนเขตพ้นื ท่ีกำรศกึ ษำประถมศึกษำอบุ ลรำชธำนี เขต 4ท่ี กลมุ่ สำระ ปีกำรศกึ ษำ 2557 เปรยี บเทยี บ ระดบั รร. ระดบั เขตพน้ื ที่ ระดบั ประเทศ ระดบั ประเทศ1 ภำษำไทย(61)2 สังคมศกึ ษำ(62)3 ภำษำองั กฤษ(63)4 คณติ ศำสตร(์ 64)5 วิทยำศำสตร(์ 65)6 สุขศึกษำและพลศึกษำ(66)7 ศลิ ปะ(67)8 กำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี(68)

6 รวมเฉล่ีย วสิ ยั ทศั น์ โรงเรยี นบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนกุ ลู ) ภ ำ ย ใ น ปี 2 5 5 9 โ ร ง เ รี ย น บ้ ำ น ห น อ ง คู ( โ ส ภ ณ ป ร ะ ช ำ นุ กู ล ) แ ล ะ ชุ ม ช น ท้ อ ง ถิ่ น เ ป็ น ผู้ น ำกำรเปลยี่ นแปลงท่มี ่งุ พฒั นำผเู้ รียนให้มีควำมรูเ้ ป็นผู้นำหนงึ่ ในสองของภูมิภำคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้เข้ำสู่มำตรฐำนสำกล เน้นพ้ืนฐำนกำรประกอบอำชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง มีควำมรู้ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร กำรคิดแก้ปัญหำ กำรใช้เทคโนโลยี มีทักษะชีวิต ยึดมั่นในประชำธิปไตย อนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญำทอ้ งถิน่ มีจติ สำธำรณะ มงุ่ ทำประโยชน์ สร้ำงสงิ่ ทด่ี งี ำมให้แก่สังคม และอย่รู ว่ มกันอยำ่ งมีควำมสุข พันธกจิ โรงเรียนบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนกุ ลู ) 1. พัฒนำและส่งเสริม สนับสนุนกำรจัดกำรศึกษำให้ประชำกรวัยเรียนทุกคนได้รับกำรศึกษำอย่ำงมีคุณภำพโดยกำรพัฒนำผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้เป็นบุคคลที่มีควำมรู้ คุณธรรม ควำมสำมำรถตำมมำตรฐำนกำรศึกษำขั้นพื้นฐำนและกำรพัฒนำสูค่ ณุ ภำพระดับสำกล 2. ส่งเสริมพัฒนำผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมท่ีพึงประสงค์ เห็นคุณค่ำของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตำมหลักธรรมของพระพทุ ธศำสนำ หรอื ศำสนำท่ตี นนับถอื ยดึ หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง 3. ส่งเสริมพัฒนำผู้เรียนให้มีควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวติ 4. ส่งเสรมิ พฒั นำผ้เู รยี นให้มีสุขภำพกำยและสุขภำพจติ ที่ดี มสี ขุ นสิ ยั และรักกำรออกกำลงั กำย 5. ส่งเสริมพัฒนำผู้เรียนให้มีควำมรักชำติ มีจิตสำนึกในควำมเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ กำรปกครองตำมระบอบประชำธิปไตยอันมพี ระมหำกษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข 6. ส่งเสริมพัฒนำผู้เรียนให้มีจิตสำนึกในกำรอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญำไทย กำรอนุรักษ์และพัฒนำสิ่งแวดล้อม มีจติ สำธำรณะทมี่ งุ่ ทำประโยชนแ์ ละสร้ำงสิง่ ทดี่ ีงำมในสังคม และอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมอย่ำงมีควำมสุข 7. ส่งเสริมพฒั นำให้ครูทกุ คน สำมำรถจดั กำรเรียนรู้ทเ่ี น้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่ำงครูมืออำชีพ 8. สง่ เสริมใหผ้ ้ปู กครองชุมชนทอ้ งถ่ินให้เข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรจดั กำรศึกษำ 9. ส่งเสรมิ กำรพฒั นำส่อื เทคโนโลยแี ละแหลง่ เรียนรู้ในโรงเรยี นและชุมชนใหเ้ ออื้ ต่อกำรพัฒนำผู้เรยี น 10. ค่ำนิยมองคก์ ำร “เป็นองคก์ รท่มี ชี วี ติ พรอ้ มจติ เออ้ื อำทร มอี ำภรณ์ คือควำมขยนั ใจยึดมัน่ หลักยตุ ธิ รรม” OBEC Core Values O=Organic E=Eagerness B=Benevolence C=Comptiance

7คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ หลักสูตรโรงเรียนบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนุกูล) พุทธศักรำช 2552 ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช 2557) มุ่งพัฒนำผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สำมำรถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่ำงมีควำมสุข ในฐำนะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้ 1. รักชำติ ศำสน์ กษตั ริย์ 2. ซือ่ สตั ยส์ ุจรติ 3. มวี นิ ัย 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 5. อยอู่ ย่ำงพอเพยี ง 6. ม่งุ ม่ันในกำรทำงำน 7. รักควำมเปน็ ไทย 8. มจี ติ สำธำรณะ เปำ้ หมำย 1. ผเู้ รียนทกุ คนรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ 2. ผู้เรียนร้อยละ 80 มคี วำมชอื่ สตั ยส์ ุจริต 3. ผูเ้ รียนรอ้ ยละ 80 มีวินัย 4. ผู้เรียนร้อยละ 75 ใฝ่รู้ใฝเ่ รียน 5. ผเู้ รยี นรอ้ ยละ 80 อยูอ่ ยำ่ งพอเพียง 6. ผู้เรียนร้อยละ 75 มุง่ มนั่ ในกำรทำงำน 7. ผู้เรยี นทุกคนรักควำมเป็นไทย 8. ผู้เรยี นรอ้ ยละ 80 มจี ติ สำธำรณะ 9. ครทู กุ คนไดร้ ับกำรส่งเสรมิ พฒั นำให้เป็นครูมอื อำชีพ 10. ผปู้ กครองชมุ ชนท้องถิ่นรอ้ ยละ 80 ให้ควำมร่วมมอื และมสี ่วนรว่ มในกำรจดั กำรศกึ ษำ 11. พฒั นำสือ่ และแหล่งเรียนร้ใู นโรงเรียนและชมุ ชนใหเ้ อ้ือต่อกำรพฒั นำผเู้ รยี น ในระดบั ดี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โรงเรียนบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนุกลู ) 1. ผู้เรยี นปฏบิ ัติตนอยู่ในระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของสถำนศึกษำและสงั คม มีควำมรับผดิ ชอบ ซ่ือสัตย์ ประหยัด อดออม มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่ำนิยมที่พงึ ประสงค์ 2. ผูเ้ รียนมีจติ สำนึกในกำรอนุรกั ษภ์ ำษำไทย วัฒนธรรมไทย ประเพณไี ทย และพฒั นำ ส่ิงแวดลอ้ ม 3. ผู้เรียนมีทักษะในกำรทำงำน รักกำรทำงำน สำมำรถทำงำนรว่ มกบั ผอู้ ืน่ ได้และมีเจตคติทีด่ ี ต่ออำชีพสุจริต

8 4. ผู้เรียนมคี วำมสำมำรถในกำรอ่ำน คดิ วเิ ครำะห์ คิดสังเครำะห์ มวี จิ ำรณญำณ มีควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมวี ิสยั ทัศน์ 5. ผู้เรยี นมคี วำมร้แู ละทักษะท่ีจำเปน็ ตำมหลักสตู ร 6. ผู้เรียนมีทักษะในกำรแสวงหำควำมรดู้ ้วยตนเอง รักกำรเรยี นร้แู ละพฒั นำตนเองอยำ่ งต่อเน่ือง 7. ผู้เรยี นมีสขุ นิสัย สุขภำพกำย และสุขภำพจิตท่ีดี 8. ผเู้ รยี นมสี นุ ทรยี ภำพและลักษณะนสิ ัยด้ำนศลิ ปะ ดนตรี และกฬี ำ เปำ้ หมำย1. ผู้เรียนรอ้ ยละ 80 ปฏิบัติตนอยใู่ นระเบยี บ ข้อบังคบั ของสถำนศึกษำและสงั คม มีควำมรับผดิ ชอบ ซื่อสัตย์ ประหยัด อดออม มีคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมทพ่ี งึ ประสงค์2. ผู้เรียนรอ้ ยละ 80 มีจิตสำนึกในกำรอนุรักษ์ภำษำไทย วัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย และพัฒนำ สิ่งแวดล้อม3. ผูเ้ รยี นรอ้ ยละ 80 มีทักษะในกำรทำงำน รักกำรทำงำน สำมำรถทำงำนร่วมกับผอู้ ื่นได้ และมเี จตคติทีด่ ีตอ่ อำชพี สจุ รติ4. ผเู้ รยี นรอ้ ยละ 80 มีควำมสำมำรถในกำรอ่ำน คดิ วิเครำะห์ คดิ สงั เครำะห์ มีวจิ ำรณญำณ มีควำมคิดสรำ้ งสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมวี สิ ยั ทัศน์5. ผเู้ รียนร้อยละ 80 มคี วำมร้แู ละทักษะท่ีจำเป็นตำมหลักสตู ร6. ผ้เู รยี นร้อยละ 80 มที ักษะในกำรแสวงหำควำมรู้ด้วยตนเอง รกั กำรเรียนรู้และพัฒนำตนเอง อย่ำงตอ่ เนื่อง7. ผู้เรียนรอ้ ยละ90 มีสุขนสิ ยั สุขภำพกำย และสุขภำพจติ ท่ีดี8. ผเู้ รียนรอ้ ยละ 90 มีสุนทรียภำพ และลักษณะนสิ ยั ด้ำนศลิ ปะ ดนตรี และกีฬำ เปำ้ หมำยควำมสำเรจ็ และมำตรกำร จำแนกตำมกลยุทธ์ กลยุทธ/์ จดุ เนน้ (สพฐ.) นโยบำยสำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พนื้ ฐำน ปงี บประมำณ 2558 The Policy of Office of the Basic Education Commission 2013 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนได้ทบทวนสภำพแวดล้อมขององค์กรจำกกำรนำผลกำรดำเนินงำนตำมกลยุทธ์ ปี 2558 ที่พิจำรณำจำกเป้ำหมำย จุดเน้น ของกิจกรรมสำคัญที่ได้ติดตำมจำกทุกสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำนำมำปรับปรุงงำนหลักตำมนโยบำย และงำนสนองนโยบำยให้มีมิติควำมต่อเนื่อง แก้จุดบกพร่อง และพัฒนำให้เกิดควำมก้ำวหนำ้ ส่งผลสู่นโยบำยด้ำนสังคมของรัฐบำลและนโยบำยของกระทรวงศึกษำธิกำร ดังมีรำยละเอียดของ วิสัยทัศน์ พันธกิจและกลยทุ ธ์ของสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขัน้ พื้นฐำน ดังตอ่ ไปนี้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำนวิสยั ทศั น์ สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้นั พนื้ ฐำน เป็นองคก์ รหลกั ขบั เคลอื่ นกำรจัดกำรศึกษำ ข้ันพื้นฐำนของประเทศไทยสู่มำตรฐำนสำกล พรอ้ มกำ้ วสปู่ ระชำคมอำเซียนบนพืน้ ฐำนของควำมเป็นไทยพันธกจิ

9 พัฒนำ ส่งเสริม และสนับสนุนกำรจัดกำรศึกษำให้ประชำกรวัยเรียนทุกคน ได้รับกำรศึกษำอย่ำงมีคุณภำพ โดยเน้นกำรพัฒนำผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีควำมรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม มีควำมเป็นไทย และห่ำงไกลยำเสพติด มีควำมสำมำรถตำมมำตรฐำนกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน และพัฒนำสู่คุณภำพระดับสำกลด้วยกำรบริหำรจัดกำรแบบมีส่วนร่วมและกระจำยอำนำจตำมหลักธรรมำภบิ ำลค่ำนยิ มองคก์ ำร องค์กรท่มี ชี วี ติ พร้อมจิตเออ้ื อำทร มอี ำภรณค์ อื ควำมขยนั ใจยึดมนั่ หลกั ยุติธรรมเปำ้ ประสงค์ 1. ผเู้ รยี นทกุ คนมีคณุ ภำพตำมมำตรฐำนกำรศกึ ษำขัน้ พ้ืนฐำนและพัฒนำสคู่ วำมเปน็ เลิศ 2. ประชำกรวัยเรียนทุกคนได้รับโอกำสในกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน ตั้งแต่อนุบำลจนจบกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนอย่ำงมีคุณภำพทว่ั ถึง และเสมอภำค 3. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำสำมำรถปฏิบตั ิงำนได้อย่ำงมีประสิทธภิ ำพเตม็ ตำมศักยภำพ 4. สำนกั งำนเขตพืน้ ที่กำรศึกษำและสถำนศกึ ษำมีควำมเข้มแข็งตำมหลักธรรมำภิบำล และเป็นกลไกขับเคลื่อนกำรศึกษำขน้ั พืน้ ฐำนสู่คุณภำพระดบั มำตรฐำนสำกล 5. สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พืน้ ฐำน สว่ นกลำง ลดบทบำทและกระจำยอำนำจสสู่ ำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำและสถำนศึกษำ รวมทั้งบรู ณำกำรกำรทำงำนภำยในสำนกั ต่ำง ๆ 6. เขตพัฒนำพิเศษเฉพำะกิจจงั หวัดชำยแดนภำคใต้ ไดร้ ับกำรพฒั นำคุณภำพ ครแู ละบคุ ลำกรมคี วำมปลอดภยั และมน่ั คงผลผลติ ผลผลติ ของสำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน 1) ผ้จู บกำรศึกษำก่อนประถมศึกษำ 2) ผู้จบกำรศึกษำภำคบังคบั 3) ผู้จบกำรศึกษำมัธยมศึกษำตอนปลำย 4) เด็กพกิ ำรไดร้ ับกำรศึกษำขน้ั พื้นฐำนและกำรพัฒนำสมรรถภำพ 5) เด็กด้อยโอกำสได้รับกำรศกึ ษำข้ันพน้ื ฐำน 6) เด็กที่มคี วำมสำมำรถพิเศษได้รบั กำรพฒั นำศักยภำพ โดยมีหน่วยงำนกำกับ ประสำน ส่งเสริมกำรจัดกำรศึกษำ คือ สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำประถมศึกษำ จำนวน 183เขต สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ จำนวน 42 เขต และสำนักบริหำรงำนกำรศึกษำพิเศษ ซึ่งมีสถำนศึกษำข้ันพ้ืนฐำนเป็นหน่วยปฏิบัตกิ ำรในกำรจดั กำรศึกษำ เพ่ือให้ภำรกจิ ดังกล่ำวสำมำรถตอบสนองสภำพปัญหำและรองรับกำรขับเคลื่อนนโยบำยของรัฐบำลและกระทรวงศกึ ษำธิกำรกลยทุ ธ์ จำกวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้ำประสงค์ สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน จึงกำหนด กลยุทธ์ ปีงบประมำณพ.ศ. 2557 จำนวน 6 กลยทุ ธ์ ดังตอ่ ไปน้ี กลยุทธท์ ่ี 1 พัฒนำคณุ ภำพและมำตรฐำนกำรศกึ ษำทุกระดบั ตำมหลกั สตู รและสง่ เสรมิ ควำมสำมำรถด้ำนเทคโนโลยีเพอ่ื เป็นเครอ่ื งมอื ในกำรเรยี นรู้ กลยทุ ธท์ ี่ 2 ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ควำมเป็นไทย และวิถีชีวิตตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ควำมรับผดิ ชอบตอ่ สังคมและสง่ิ แวดลอ้ ม กลยุทธ์ท่ี 3 ขยำยโอกำสทำงกำรศึกษำให้ท่ัวถึงครอบคลุมผู้เรียนให้ได้รับโอกำสใน กำรพัฒนำเต็มตำมศกั ยภำพ

10 กลยทุ ธ์ท่ี 4 พัฒนำครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำทัง้ ระบบ ใหส้ ำมำรถจัดกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอนได้อย่ำงมีคุณภำพ กลยทุ ธ์ท่ี 5 พฒั นำประสิทธภิ ำพกำรบรหิ ำรจดั กำรศึกษำตำมแนวทำงกำรกระจำยอำนำจทำงกำรศึกษำตำมหลักธรรมำภิบำล เน้นกำรมสี ว่ นรว่ มจำกทกุ ภำคสว่ นและควำมร่วมมอื กับองคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ เพ่ือส่งเสริมและสนับสนุนกำรจัดกำรศึกษำ กลยทุ ธ์ที่ 6 จั ด ก ำ ร ศึ ก ษ ำ เ พื่ อเสรมิ สร้ำงสันตสิ ขุ ในเขตพฒั นำพเิ ศษเฉพำะกิจจังหวัดชำยแดนภำคใต้จดุ เน้นกำรดำเนนิ งำน สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน กำหนดจุดเน้นกำรดำเนินกำรในปีงบประมำณ พ.ศ. 2557 โดยแบง่ เปน็ 3 สว่ นดังน้ีสว่ นที่ 1 จดุ เนน้ ดำ้ นผเู้ รยี น 1.1 นักเรียนมีสมรรถนะสำคัญ และควำมสำมำรถทำงวิชำกำร เพื่อพร้อมเข้ำสู่ประชำคมอำเซียน (Students’Competencies) ดงั ตอ่ ไปน้ี1.1.1 นกั เรยี นปฐมวัยมีพัฒนำกำรด้ำนร่ำงกำย อำรมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญำ ท่ีสมดุลเหมำะสมกับวัย และเรียนรู้อย่ำงมีควำมสขุ 1.1.2 นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีท่ี 6 ช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6 มีผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนจำกกำรทดสอบระดับชำติ (O-NET) กลมุ่ สำระหลกั เพม่ิ ข้นึ เฉลยี่ ไมน่ ้อยกว่ำ รอ้ ยละ 3 1.1.3 นกั เรยี นชั้นประถมศึกษำปีที่ 3 มีควำมสำมำรถดำ้ นภำษำ ดำ้ นคำนวณ และ ดำ้ นกำรใชเ้ หตุผล 1.1.4 นักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีที่ ๓ สำมำรถแสวงหำควำมรู้ด้วยตนเอง 1.1.5 นักเรียนชัน้ มัธยมศึกษำปีที่ 6 มีสมรรถนะในกำรศึกษำต่อและกำรประกอบอำชพี 1.1.6 นักเรียนมีทักษะชีวิต ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ คิดสร้ำงสรรค์ และทักษะกำรส่ือสำรอย่ำงสร้ำงสรรคอ์ ยำ่ งนอ้ ย 2 ภำษำ ทกั ษะด้ำนเทคโนโลยีสำรสนเทศ เพอ่ื เป็นเครอ่ื งมือในกำรเรยี นรู้ เหมำะสมตำมช่วงวัย 1 . 2นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม รักควำมเป็นไทย มีคุณลักษณะและทักษะทำงสังคม ท่ีเหมำะสม (Students’Characteristics & Social Skills) ดงั ตอ่ ไปน้ี 1.2.1นักเรยี นระดับประถมศกึ ษำ ใฝ่เรียนรู้ ใฝ่ดี และอยู่ร่วมกับผู้อืน่ ได้ 1.2.2 นั กเรียนระดับมัธยมศึกษำตอนต้น มีทกั ษะกำรแกป้ ัญหำและอยูอ่ ยำ่ งพอเพยี ง 1 . 2 . 3 นั ก เ รี ย น ร ะ ดั บมธั ยมศกึ ษำตอนปลำย มคี วำมมุง่ มน่ั ในกำรศึกษำและกำรทำงำน และสำมำรถปรับตัวเข้ำกับพหุวัฒนธรรมบนพ้ืนฐำนวัฒนธรรมท่ีดีงำมของไทย 1.3 นักเรียนที่มีควำมต้องกำรพิเศษได้รับกำรส่งเสริมและพัฒนำเต็มศักยภำพ (Students with Special Needs) 1.3.1 เดก็ พกิ ำรได้รบั กำรพัฒนำศักยภำพเปน็ รำยบุคคลด้วยรูปแบบที่หลำกหลำย 1.3.2 เด็กด้อยโอกำสได้รับโอกำสทำงกำรศึกษำท่ีมีคุณภำพตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ของหลักสูตรและอัตลักษณ์แห่งตน 1 . 3 . 3นักเรียนที่มีควำมสำมำรถพิเศษได้รับกำรส่งเสริมให้มีควำมเป็นเลิศด้ำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี พ้ืนฐำนทำงวิศวกรรมศำสตร์คณติ ศำสตร์ ภำษำ กีฬำ ดนตรี และศลิ ปะ 1.3.4 นักเรียนที่เรียนภำยใต้กำรจัดกำรศกึ ษำโดยครอบครัว สถำนประกอบกำร องค์กรเอกชน และสถำนศกึ ษำทำงเลอื ก ไดร้ ับกำรพัฒนำอยำ่ งมคี ณุ ภำพ 1.3.5 เด็กกลุ่มท่ีต้องกำรกำรคุ้มครองและช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ ได้รับกำรคุ้มครอง และช่วยเหลือเยียวยำดว้ ยรปู แบบท่ีหลำกหลำยสว่ นที่ 2 จุดเนน้ ดำ้ นครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ 2.1 ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ สำมำรถพัฒนำกำรจัดกำรเรียนกำรสอน และพัฒนำตนเองอย่ำงต่อเน่ือง(Continuous Professional Development)

112.1.1 ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ สำมำรถพัฒนำกำรจัดกำรเรียนกำรสอน และพัฒนำตนเองอย่ำงต่อเนื่อง เพ่ือยกระดับคุณภำพผู้เรยี นและพร้อมเข้ำส่ปู ระชำคมอำเซยี นและประชำคมโลก 2.1.2 ครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ มีควำมรู้ ควำมสำมำรถตำมมำตรฐำนที่กำหนด และสำมำรถจัดกำรเรียนกำรสอนที่ส่งผลใหน้ ักเรยี นพัฒนำอย่ำงเตม็ ศกั ยภำพ2.1.3 ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ สำมำรถใช้ภำษำอังกฤษและภำษำของประเทศสมำชิกอำเซียนในกำรสื่อสำร อย่ำงน้อย 1 ภำษำ 2 . 1 . 4 ค รู แ ล ะบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ มีทกั ษะด้ำนเทคโนโลยสี ำรสนเทศ เปน็ เคร่อื งมอื ในกำรจดั กำรเรียนรู้ 2.2 กำรพัฒนำระบบแรงจูงใจ เพื่อส่งเสริมให้ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ มีขวัญและกำลังใจ และแสดงศักยภำพในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนอย่ำงมีคุณภำพ(Incentives and Rewarding System) 2.2.1 ครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ มีขวัญกำลังใจในกำรพฒั นำตนเองตำมมำตรฐำนคณุ วฒุ ิ 2.2.2 ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ มีขวัญกำลังใจ ได้รับกำรจูงใจในกำรพฒั นำผเู้ รยี น เตม็ ศักยภำพ 2.2.3 ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ มีผลงำนกำรสอนท่ีแสดงศักยภำพกำรสอนอยำ่ งมืออำชพี เปน็ เชิงประจกั ษแ์ ละไดร้ ับกำรเชดิ ชูเกียรติอย่ำงเหมำะสม 2.3 กำรสง่ เสริมให้ครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยำบรรณตำมมำตรฐำนวชิ ำชีพ เป็นแบบอย่ำงทดี่ ีแก่สังคม (Professional Ethics)2.3.1 ครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ มวี ินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยำบรรณ ตำมมำตรฐำนวชิ ำชพี 2. 3 . 2 ค รู แ ล ะบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ มีจิตวญิ ญำณและอุดมกำรณ์ ทีม่ ุ่งพฒั นำกำรศึกษำของชำติ และเปน็ แบบอยำ่ งทด่ี ีแก่สงั คม 2.3.3 ครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ มที ักษะในกำรเข้ำถึงและดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นสว่ นท่ี 3 จดุ เนน้ ดำ้ นกำรบรหิ ำรจดั กำร 3.1 สถำนศึกษำและสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ บริหำรจัดกำรโดยเน้นกำรมีส่วนร่วม และมีควำมรับผิดชอบต่อผลกำรดำเนินงำน (Participation and Accountability) 3.1.1สถำนศกึ ษำทีไ่ มผ่ ่ำนกำรรับรองคุณภำพภำยนอกและท่ีผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนของนักเรียนต่ำกว่ำค่ำเฉล่ียของประเทศ ได้รับกำรแก้ไขแทรกแซง ช่วยเหลือ นิเทศ ติดตำม เพ่ือยกระดับคุณภำพกำรจัดกำรเรียนกำรสอน โดยสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำทำหน้ำท่ีส่งเสริมสนับสนุนและ เป็นผู้ประสำนงำนหลัก เพื่อให้สถำนศึกษำทำแผนพัฒนำเป็นรำยโรงร่วมกับผู้ปกครองชุมชน และองค์กรอ่ืนๆ ท่ีเกี่ยวข้อง 3.1.2 สถำนศึกษำบริหำรจัดกำรโดยมุ่งกำรมีส่วนร่วม ควำมรับผิดชอบต่อผล กำรดำเนินงำน เพื่อประโยชน์สูงสดุ ของนักเรยี น สรำ้ งควำมเชอ่ื มั่นแกผ่ ู้ใช้บรกิ ำรและสงั คม 3.1.3สำนักงำนเขตพ้ืนทก่ี ำรศึกษำบริหำรจดั กำร นเิ ทศ ติดตำม ประเมินผล อย่ำงเข้มแข็ง โดยมุ่งกำรมีส่วนร่วม และควำมรับผิดชอบต่อผลกำรดำเนนิ งำน เพอ่ื ประโยชน์สูงสดุ ของนักเรียน สรำ้ งควำมเช่ือม่ันแก่ผ้ใู ช้บรกิ ำรและสังคม 3.1.4 องคค์ ณะบุคคลท่เี กีย่ วข้องกับกำรจัดกำรศึกษำดำเนินกำรและติดตำมประเมินกำรดำเนินกำรของหน่วยงำนที่เก่ียวข้องอย่ำงเข้มแข็ง เพ่ือประโยชน์สูงสุดคือคุณภำพกำรจัด กำรเรยี นรเู้ พ่อื นักเรียนได้พัฒนำตนเองอย่ำงเตม็ ศกั ยภำพ 3.2 สถำนศึกษำและสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ จัดกำรศึกษำอย่ำงมีคุณภำพตำมระดับมำตรฐำน (Managementwith Quality and Standards) 3.2.1 สถำนศึกษำจัดกำรศึกษำอย่ำงมีคุณภำพตำมระดับมำตรฐำนท่ีสูงข้ึน เทียบเคียงกับประเทศผู้นำด้ำนคุณภำพกำรศึกษำในภูมิภำคอำเซียน 3.2.2 สำนักงำนเขตพืน้ ที่กำรศกึ ษำ สง่ เสรมิ สนบั สนุน ใหม้ ีจัดกำรศึกษำทม่ี คี ณุ ภำพ ตำมระดับมำตรฐำนที่สูงขึ้นเทียบเคียงกับประเทศผู้นำดำ้ นคุณภำพกำรศึกษำในภมู ิภำคอำเซยี น

12 จดเนน้ มำตรกำร ตวั ชว้ี ัดควำมสำเรจ็ และนโยบำยของกระทรวงศกึ ษำธกิ ำร ปี 2557กลยุทธท์ ่ี 1 พฒั นำคณุ ภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำทกุ ระดบั ตำมหลกั สตู รและส่งเสริมควำมสำมำรถ ด้ ำ นเทคโนโลยเี พ่ือเป็นเครื่องมือในกำรเรียนรู้ สนองนโยบำยจดุ เนน้ มำตรกำร ตวั ชว้ี ดั ควำมสำเรจ็ ศธ.1. นกั เรียนปฐมวัยมพี ฒั นำกำรดำ้ นร่ำงกำย - พัฒนำ ส่งเสรมิ สนบั สนุนกำรจดั กิจกรรม - ร้อยละ 100 ของนกั เรียนปฐมวยั ทีไ่ ด้รับกำร ข้อ 1อำรมณ์-จติ ใจ สงั คม และสติปญั ญำ ท่ี เพ่อื เตรยี มควำมพร้อมใหเ้ ปน็ ไปตำม เตรียมควำมพร้อม ข้อ 1สมดุล เหมำะสมกับวัย และเรียนรอู้ ย่ำงมี มำตรฐำนกำรศึกษำปฐมวัย ตำมหลกั สตู รควำมสขุ กำรจัดกำรศึกษำปฐมวัย พ.ศ. 2546 ขอ้ 12. นักเรียนช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ 6 ชน้ั - ยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรยี นตำม - ผลสมั ฤทธท์ิ ำงกำรเรยี นในวชิ ำหลกั นักเรยี นมัธยมศกึ ษำปีที่ 3 และชัน้ มัธยมศึกษำปที ี่ 6 หลักสูตรกำรศึกษำข้นั พ้ืนฐำน 8 กลุ่มสำระ ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ 6 จำกกำรทดสอบมผี ลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรยี นจำกกำรทดสอบ กำรเรียนรู้ โดยเน้น 5 กล่มุ วิชำหลกั ไดแ้ ก่ ระดบั ชำติ (O-NET) เพ่มิ ขนึ้ ไม่น้อยกวำ่ รอ้ ยระดบั ชำติ (O-NET) กลุ่มสำระหลักเพ่ิมขึน้ ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ วิทยำศำสตร์ สังคม ละ 5เฉลีย่ ไม่นอ้ ยกว่ำร้อยละ 5 ศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม และ - ผลสัมฤทธ์ทิ ำงกำรเรียนในวชิ ำหลัก นักเรียน ภำษำต่ำงประเทศ ชน้ั มัธยมศกึ ษำปีท่ี 3 จำกกำรทดสอบ3. นักเรียนช้นั ประถมศึกษำปที ่ี 3 มี ระดับชำติ (O-NET) เพ่มิ ขน้ึ ไม่นอ้ ยกว่ำรอ้ ยควำมสำมำรถด้ำนภำษำ ดำ้ นคำนวณ และ - พฒั นำควำมสำมำรถดำ้ นภำษำ ดำ้ นกำร ละ 5ดำ้ นกำรใชเ้ หตผุ ลและชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ 6 คำนวณ และด้ำนกำรใชเ้ หตุผล - ผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียนในวชิ ำหลัก นักเรยี นมีควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำน ชน้ั มัธยมศกึ ษำปที ่ี 6 จำกกำรทดสอบ ระดับชำติ (O-NET) เพิ่มขึ้นไม่นอ้ ยกว่ำร้อย ละ 5 - นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ 3 ทไี่ ม่สำมำรถ อ่ำนได้ รอ้ ยละ 1 - นกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี 6 อำ่ นได้ทุกคน

4. นักเรียนชนั้ มัธยมศึกษำปีที่ 3 สำมำรถ - สง่ เสริมสนบั สนุนใหส้ ถำนศกึ ษำจัดกำร - ร้อยละ 80 ของนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษำปที ี่ 13แสวงหำควำมรดู้ ว้ ยตนเอง เรียนกำรสอนใหน้ กั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษำปที ่ี 3 3 สำมำรถแสวงหำควำมรไู้ ด้ดว้ ยตนเอง มคี วำมสำมำรถแสวงหำควำมรู้ด้วยตนเองได้ ขอ้ 15. นกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีที่ 6 มสี มรรถนะ ด้วยวิธีกำรสอนทีห่ ลำกหลำยและมี - ร้อยละ 80 ของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษำปีท่ีในกำรศกึ ษำตอ่ หรอื ประกอบอำชีพ ประสทิ ธภิ ำพตำมบรบิ ท 6 มีสมรรถนะในกำรศึกษำต่อหรือประกอบ ข้อ 1 อำชีพ - ส่งเสริม สนับสนุน และเปิดโอกำสให้ สถำบันอดุ มศกึ ษำ สถำนประกอบกำร และ หรือมสี ่วนรว่ มในกำรพฒั นำหลักสตู ร สถำนศึกษำและแนะแนวกำรศึกษำตอ่ ของ นกั เรยี น จดุ เนน้ มำตรกำร ตวั ชว้ี ดั ควำมสำเรจ็ สนองนโยบำย ศธ.6. นักเรียนมที ักษะชีวิต ทกั ษะกำรคดิ - สง่ เสรมิ สนบั สนุน ใหส้ ถำนศึกษำพฒั นำ - ระดบั ควำมสำเรจ็ ตำมจดุ เน้นกำรพฒั นำวิเครำะห์ คิดสร้ำงสรรค์ และทกั ษะกำร ข้อ 1, 3สือ่ สำรอยำ่ งสร้ำงสรรค์ อยำ่ งนอ้ ย 2ภำษำ ทักษะด้ำนเทคโนโลยสี ำรสนเทศ หลกั สตู รและจดั กำรเรียนกำรสอนโดยเนน้ ผูเ้ รียนตำมนโยบำยในกำรปฏริ ูปกำรศกึ ษำเพอ่ื เป็นเครอ่ื งมอื กำรเรียนรู้ เหมำะสมตำมชว่ งวยั ใหน้ ักเรยี นเกดิ ทักษะชีวิต สำมำรถคดิ ในทศวรรษที่ 2 (พ.ศ. 2552-2561) วิเครำะห์ คิดสร้ำงสรรค์ และทกั ษะกำร ระดบั 5 สื่อสำร โดยกระตนุ้ /เปดิ โอกำสให้นักเรยี น - รอ้ ยละ 100 ของนกั เรียนชน้ั ป.1 ไดแ้ สดงออกและพัฒนำเต็มตำมศักยภำพท้ัง ที่ไดร้ บั สนบั สนนุ คอมพวิ เตอรพ์ กพำ ใน/นอกหอ้ งเรยี น ได้รับกำรพัฒนำศกั ยภำพ - สนบั สนุน สง่ เสรมิ และพฒั นำกำรใช้ เทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรส่ือสำรเพอ่ื กำรจดั กำรเรียนกำรสอน - สนับสนนุ สง่ เสรมิ และพัฒนำกำรใช้ เทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสอื่ สำรเพอ่ื - รอ้ ยละ 100 ของนกั เรยี นระดบั ชนั้ กำรจดั กำรเรียนกำรสอน ประถมศกึ ษำปที ี่ 1 และระดับช้ัน มัธยมศกึ ษำปีท่ี 1 ท่ีได้รบั เคร่ือง คอมพิวเตอร์พกพำเพอ่ื กำรศึกษำกลยุทธ์ 2 ปลกู ฝงั คณุ ธรรม จริยธรรม ควำมเป็นไทยและวถิ ชี ีวิตตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ควำมรับผิดชอบ ต่อสงั คมและสิ่งแวดล้อมจดุ เนน้ มำตรกำร ตวั ชีว้ ดั ควำมสำเร็จ สนองนโยบำย ศธ.

1. นกั เรยี นระดับประถมศึกษำ ใฝเ่ รยี นรู้ - สง่ เสริมและพัฒนำกระบวนกำรเรยี น - ร้อยละ 95 ของนกั เรยี นทีม่ จี ติ สำนึก 14ใฝ่ดี และอยุ๋ร่วมกันกบั ผ้อู ่นื ได้ กำรสอนให้ผู้เรียนมีคุณลกั ษณะอันพงึ และค่ำนิยม ซื่อสตั ย์ สจุ รติ และถูกตอ้ ง ขอ้ 12. นกั เรยี นระดับมัธยมศกึ ษำตอนตน้ มี ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ ใฝ่ดี และอยูร่ ว่ มกันกบั ชอบธรรมทกั ษะกำรแกป้ ญั หำและอยอู่ ยำ่ งพอเพยี ง ผูอ้ ืน่ ได้ มที กั ษะกำรแกป้ ญั หำและอยอู่ ยำ่ ง3. นักเรยี นระดบั มัธยมศกึ ษำตอนปลำบ พอเพยี ง มีควำมมุ่งมน่ั ในกำรศกึ ษำและมีควำมมุ่งมั่นในกำรศึกษำและกำรทำงำน กำรทำงำน สำมำรถปรบั ตวั เข้ำกบั พหุสำมำรถปรับตวั เขำ้ กับพหวุ ัฒนธรรมบน วฒั นธรรมบนพ้ืนฐำน วัฒนธรรมทดี่ งี ำมพ้นื ฐำน วฒั นธรรมทด่ี งี ำนของไทย ของไทยกลยุทธท์ ่ี 3 ขยำยโอกำสทำงกำรศกึ ษำใหท้ ่วั ถงึ ครอบคลุมผเู้ รยี น ให้ไดร้ บั โอกำสในกำรพัฒนำเตม็ ตำมศกั ยภำพ จดุ เนน้ มำตรกำร ตวั ชว้ี ดั ควำมสำเรจ็ สนองนโยบำย - สง่ เสรมิ สนับสนนุ กำรพฒั นำ ศธ.1. เดก็ พกิ ำรไดร้ บั กำรพัฒนำศกั ยภำพเปน็ สมรรถภำพเด็กพิกำรเปน็ รำยบคุ คล - ร้อยละ 90 ของเด็กพกิ ำร ผ่ำนเกณฑ์รำยบุคคลด้วยรูปแบบทีห่ ลำกหลำย กำรพัฒนำสมรรถภำพตำมแผนกำรศึกษำ ขอ้ 7 - เพม่ิ และกระจำยโอกำสให้ประชำชนวัย เฉพำะบคุ คล ขอ้ 72. เด็กดอ้ ยโอกำสไดร้ บั โอกำสทำง เรยี นทุกคนได้รับกำรศึกษำขัน้ พน้ื ฐำน - ร้อยละ 100 ของผู้เรียนตอ่ ประชำกรกำรศกึ ษำทม่ี ีคุณภำพตำมมำตรฐำนกำร อยำ่ งมคี ุณภำพ วยั เรียนท่ีได้รบั กำรศกึ ษำ ข้อ 7เรยี นรู้ตำมหลกั สูตรและอตั ลกั ษณแ์ ห่งตน - อัตรำกำรออกกลำงคันลดลง รอ้ ยละ3. นกั เรียนที่เรยี นภำยใตก้ ำรจัดกำรศกึ ษำ - เสริมสร้ำงท่ีมคี วำมสำมำรถพิเศษ ให้ 0.2โดยครอบครัว สถำนประกอบกำร องคก์ ร ไดร้ ับกำรพฒั นำเตม็ ตำมศกั ยภำพเอกชน และสถำนศึกษำทำงเลอื ก ได้รับ - ระดบั ควำมสำเรจ็ ของกำรพัฒนำผู้มีกำรพฒั นำอย่ำงมคี ณุ ภำพ ควำมสำมำรถพเิ ศษด้ำนวิทยำศำสตร์4. นกั เรยี นทมี่ ีควำมสำมำรถพิเศษ ไดร้ บั คณติ ศำสตร์ ระดบั 5กำรส่งเสรมิ ให้มีควำมเปน็ เลิศดำ้ นวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยพี นื้ ฐำนทำงวิศวกรรมศำสตร์ คณติ ศำสตร์ ภำษำกีฬำ ดนตรี และศิลปะ

5. เดก็ กลมุ่ ทีต่ ้องกำรกำรคุ้มครองและ - เสริมสร้ำงระบบดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น - รอ้ ยละ 100 ของนักเรยี นอำยตุ ่ำกวำ่ 15ชว่ ยเหลือเป็นกรณพี ิเศษ ได้รบั กำร ทมี่ ปี ระสทิ ธิภำพ โดยเน้นเด็กกลุ่มที่ 15 ปี ท่ตี ั้งครรภล์ ดลง ขอ้ 7คุ้มครองและช่วยเหลอื เยยี วยำ ดว้ ย ต้องกำรกำรคมุ้ ครองและชว่ ยเหลอื เปน็ - ร้อยละ 20 ของคดีเดก็ และเยำวชนท่ีรูปแบบทีห่ ลำกหลำย กรณพี เิ ศษ ถูกดำเนนิ คดโี ดยสถำนพนิ จิ และคุม้ ครอง เดก็ และเยำวชนลดลง - ร้อยละ 20 ของนกั เรยี นทมี่ ีพฤตกิ รรม เสี่ยงตอ่ สำรเสพติดลดลงกลยุทธท์ ี่ 4 พฒั นำครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำท้ังระบบ ใหส้ ำมำรถจดั กำรเรียนกำรสอนได้อย่ำงมีคุณภำพ จุดเนน้ มำตรกำร ตัวชวี้ ดั ควำมสำเร็จ สนองนโยบำย ศธ.1. ครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ - เร่งรดั ใหค้ รูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ - ร้อยละ 100 ของครูท่ีไดร้ บั กำรพฒั นำ ขอ้ 2สำมำรถพัฒนำกำรจดั กำรเรียนกำรสอน ไดร้ บั กำรพัฒนำให้สำมำรถปฏบิ ตั งิ ำนได้ มคี ณุ ภำพด้ำนกำรจดั กำรเรียนกำรสอน ขอ้ 2และพัฒนำตนเองอย่ำงต่อเนอื่ ง เพอื่ อย่ำงมีประสทิ ธิภำพด้วยวธิ กี ำรที่ ตำมหลกั สตู รกำรศกึ ษำขน้ั พน้ื ฐำน ขอ้ 1, 2ยกระดบั คณุ ภำพผ้เู รียนและพรอ้ มเขำ้ สู่ หลำกหลำย - ร้อยละ 100 ของบุคลำกรทำง ขอ้ 3ประชำคมอำเซยี นและประชำคมโลก กำรศกึ ษำทีไ่ ดร้ บั กำรพัฒนำ สำมำรถ ขอ้ 2 ปฏิบัตงิ ำนไดอ้ ยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ2. ครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ มี - พัฒนำครดู ้ำนกระบวนกำรคิดดว้ ย - รอ้ ยละ 100 ของครูท่ผี ำ่ นกำรพฒั นำควำมรู้ ควำมสำมำรถตำมมำตรฐำนท่ี วิธกี ำรหลำกหลำย กระบวนกำรคดิกำหนด และสำมำรถจดั กำรเรียนกำรสอน - พัฒนำครดู ำ้ นทักษะกำรวัดผล - รอ้ ยละ 80 ของครูทไี่ ด้รับกำรท่สี ง่ ผลให้นกั เรยี นพฒั นำอย่ำงเต็ม ประเมินผลกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนตำม พัฒนำกำรวดั และประเมินผลกำรจดั กำรศกั ยภำพ หลกั สูตรกำรศกึ ษำขั้นพืน้ ฐำน เรยี นกำรสอนตำมหลกั สตู รกำรศกึ ษำขน้ั พน้ื ฐำน3. ครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำ - เรง่ รดั พฒั นำ ครูและบคุ ลำกรทำงกำร - รอ้ ยละ 100 ของครแู ละบุคลำกรทำงกำรสำมำรถใชภ้ ำอังกฤษและภำษำของ ศกึ ษำ ให้ไดร้ บั กำรเตรียมควำมพรอ้ มดำ้ น ศกึ ษำ ได้รับกำรเตรยี มควำมพรอ้ มด้ำนภำษำประเทศสมำชกิ อำเซียนในกำรสอ่ื สำร ภำษำ สงั คม เศรษฐกจิ และวฒั นธรรม สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศอย่ำงนอ้ ย 1 ภำษำ ของประเทศอำเซียนเพือ่ เขำ้ สูป่ ระชำคม อำเซียนเพอ่ื เข้ำสู่ประชำคมอำเซยี น อำเซยี น4. ครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ มีทกั ษะ - พัฒนำครผู ูส้ อนในช้ันท่ไี ด้รบั กำรจดั สรร - รอ้ ยละของครูผสู้ อนในชน้ั ที่ได้รบั กำรดำ้ นเทคโนโลยสี ำรสนเทศ เป็นเครอ่ื งมอื เครอ่ื งคอมพวิ เตอรพ์ กพำ ให้ได้รับกำร จดั สรรเครือ่ งคอมพิวเตอร์พกพำ ไดร้ ับในกำรจัดกำรเรยี นรู้ พฒั นำกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนดว้ ย กำรพฒั นำกำรจดั กำรเรียนกำรสอนด้วย คอมพวิ เตอรพ์ กพำ คอมพวิ เตอร์พกพำ - พฒั นำครผู สู้ อนและบุคลำกรทำงกำร - รอ้ ยละ 80 ของครูผูส้ อนและบุคลำกร ศกึ ษำให้สำมำรถใชเ้ ทคโนโลยีเพอื่ เปน็ ทำงกำรศกึ ษำท่ีได้รบั กำรพฒั นำกำรใช้ เคร่ืองมอื ในกำรจดั กำรเรียนรู้ เทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสอ่ื สำร เพอื่ เป็นเคร่อื งมอื ในกำรจัดกำรเรียนรู้5. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ มี มี - สง่ เสริมให้ครูและบุคลำกรทำงกำร - รอ้ ยละ 80 ของครูและบุคลำกรขวญั กำลงั ใจในกำรพัฒนำตนเองตำม ศกึ ษำไดพ้ ัฒนำตนเองตำมมำตรฐำน ทำงกำรศึกษำ ไดพ้ ฒั นำตนเองตำมมำตรฐำนคณุ ำวฒุ ิ วิชำชีพ ดว้ ยวธิ กี ำรทีห่ ลำกหลำย มำตรฐำนวชิ ำชพี

166. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำมี มีขวัญ - ส่งเสรมิ ให้ครูและบุคลำกรทำงกำร - รอ้ยละ 100 ของครแู ละบคุ ลำกร ข้อ 2กำลงั ใจ ไดร้ บั กำรจงู ใจในกำรพัฒนำ ศึกษำมี มีขวญั กำลงั ใจและมุง่ ม่นั ตั้งใจ ทำงกำรศกึ ษำมุ่งมัน่ ตงั้ ใจในกำร สนองนโยบำย ศธ.ผ้เู รยี นเต็มศักยภำพ ในกำรปฏบิ ัตงิ ำนเตม็ ศกั ยภำพ ปฏบิ ตั ิงำนเต็มศกั ยภำพ ขอ้ 2 จดุ เน้น มำตรกำร ตวั ชีว้ ดั ควำมสำเรจ็ ขอ้ 27. ครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ มี - สง่ เสริมครูและบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ - รอ้ ยละ 100 ของครูมผี ลงำนกำรสอนที่ ขอ้ 2ผลงำนกำรสอนทแ่ี สดงศักยภำพกำรสอน ให้เปน็ มอื อำชีพ แสดงศกั ยภำพกำรสอนอย่ำงมอื อำชีพอย่ำงมอื อำชพี เป็นเชิงประจักษ์ และ ขอ้ 2ไดร้ บั กำรเชดิ ชเู กยี รตอิ ย่ำงเหมำะสม - พัฒนำคุณธรรม จรยิ ธรรม ใหแ้ กค่ รู - รอ้ ยละ 100 ของครูและบุคลำกร8. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ มีวนิ ัย และบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำตำมมำตรฐำน ทำงกำรศกึ ษำมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยำบรรณ วชิ ำชีพ จรรยำบรรณตำมมำตรฐำนวิชำชพีตำมมำตรฐำนวิชำชีพ - ยกระดบั จติ วญิ ญำณ และอุดมกำรณ์ - ร้อยละ 100 ของครแู ละบุคลำกร9. ครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ มีจิต ครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ เพื่อให้เปน็ ทำงกำรศกึ ษำมีคณุ ธรรม จริยธรรม และวญิ ญำณและอดุ มกำรณ์ ท่มี ุ่งม่นั พัฒนำ แบบอย่ำงทีด่ แี ก่สงั คม จรรยำบรรณตำมมำตรฐำนวิชำชพีกำรศึกษำของชำติและเป็นแบบอยำ่ งทด่ี ีแกส่ ังคม - พฒั นำและบุคลำกรทำงกำรศึกษำใหม้ ี - ร้อยละ 100 ของครูและบคุ ลำกร10. ครูและบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ มี ทกั ษะในกำรเข้ำถึงและดูแลชว่ ยเหลอื ทำงกำรศกึ ษำ สำมำรถสง่ เสริมกำรทกั ษะในกำรเขำ้ ถงึ และดูแลช่วยเหลอื นกั เรียน จดั ระบบดูแลชว่ ยเหลอื นักเรยี นไดอ้ ยำ่ งมีนักเรียน ประสทิ ธภิ ำพกลยุทธ์ท่ี 5 พฒั นำประสทิ ธิภำพกำรบริหำรจัดกำรศึกษำ ตำมแนวทำงกำรกระจำยอำนำจทำงกำรศกึ ษำ ตำมหลักธรรมำภบิ ำล เน้นกำรมสี ว่ นร่วมจำกทุกภำคส่วนและควำมรว่ มมอื กับองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ เพ่ือสง่ เสรมิ และสนับสนุนกำรจัด กำรศกึ ษำจุดเนน้ มำตรกำร ตวั ชวี้ ดั ควำมสำเรจ็ สนองนโยบำย ศธ.

1. สถำนศกึ ษำทไี่ มผ่ ่ำนกำรรบั รองคณุ ภำพ - ส่งเสริม สนับสนุน พฒั นำสถำนศึกษำท่ีไม่ - รอ้ ยละ 100 ของสถำนศกึ ษำท่ไี ม่ผำ่ นกำร 17ภำยนอก และทีผ่ ลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียนของ ผ่ำนกำรรับรองคุณภำพภำยนอก จดั ทำ รบั รองคุณภำพภำยนอก มแี ผนพัฒนำนกั เรียนต่ำกวำ่ คำ่ เฉล่ียของประเทศ ไดร้ บั แผนพัฒนำกำรศึกษำเปน็ รำยโรงร่วมกบั กำรศึกษำเปน็ รำยโรงทรี่ ่วมจัดทำกับ ข้อ 1กำรแก้ไข แทรกแซง ช่วยเหลอื นเิ ทศ ผปู้ กครอง ชมุ ชน และองค์กรอ่ืน ๆ ท่ี ผูป้ กครอง ชมุ ชน และองคก์ รอืน่ ๆ ท่ีติดตำม เพอื่ ยกระดับคณุ ภำพกำรจัดกำร เกย่ี วข้อง เกี่ยวขอ้ งเรยี นกำรสอน - แทรกแซง ช่วยเหลอื นิเทศ ตดิ ตำม สถำนศึกษำที่ไม่ผ่ำนกำรรบั รองคุณภำพ ภำยนอก และท่มี ผี ลสมั ฤทธ์ิทำงกำรเรยี นของ นกั เรยี นตำ่ กว่ำคำ่ เฉลี่ยของประเทศ2. สถำนศกึ ษำบริหำรจัดกำรโดยมุ่งกำรมี - สง่ เสรมิ และพัฒนำกำรดำเนนิ งำนตำม - ร้อยละ 100 ของสถำนศกึ ษำมรี ะบบ ข้อ 6ส่วนร่วม ควำมรบั ผดิ ชอบต่อผลกำร ระบบประกนั คณุ ภำพภำยในโรงเรียนใหม้ ี ประกนั คณุ ภำพภำยในทเี่ ข้มแข็งครบ ข้อ 6ดำเนนิ งำน เพือ่ ประโยชน์สูงสุดของนกั เรยี น ควำมเขม้ แขง็ เพื่อรองรับกำรประเมนิ คุณภำพ องคป์ ระกอบตำมกฏกระทรวงฯ ขอ้ 6สรำ้ งควำมเช่ือม่ันแกผ่ ้ใู ชบ้ ริกำรและสังคม ภำยนอก ขอ้ 6 - บริหำรจดั กำร โดยมุ่งกำรมีส่วนร่วมใน - ร้อยละ 100 ของสถำนศึกษำท่ไี ดร้ บั กำร3. สำนกั งำนเขตพื้นทก่ี ำรศึกษำ บรหิ ำร ควำมรบั ผดิ ชอบตอ่ ผลกำรดำเนินงำน ตดิ ตำมประเมนิ ผลและนิเทศกำรศึกษำอย่ำงมีจดั กำร นิเทศ ติดตำม ประเมินผล อย่ำง - นเิ ทศ ติดตำม กำกับ ดูแล ส่งเสรมิ คุณภำพเขม้ แข็ง โดยมงุ่ กำรมสี ่วนร่วม และควำม สนบั สนนุ ชว่ ยเหลือ และพัฒนำสถำนศึกษำรบั ผดิ ชอบต่อผลกำรดำเนนิ งำน เพ่อื ให้เกิดควำมเข้มแข็ง - ทกุ องค์คณะบุคคลที่เกยี่ วขอ้ งกบั กำรจัดประโยชน์สูงสดุ ของนกั เรียน สร้ำงควำม กำรศกึ ษำ ดำเนินกำรตดิ ตำม ประเมนิ ผลกำรเชอ่ื มั่นแก่ผูใ้ ช้บริกำรและสังคม - พฒั นำกำรบริหำรจัดกำรของสำนกั งำนเขต ดำเนินงำนหนว่ ยงำนตำมบทบำทหน้ำทอี่ ยำ่ ง พนื้ ที่กำรศึกษำ ให้มปี ระสทิ ธภิ ำพเป็นไปตำม เข้มแขง็4. องค์คณะบคุ คลทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั กำรจัด มำตรฐำนกำรศึกษำ ตดิ ตำมและประเมนิ ผลกำร - รอ้ ยละ 80 ของสถำนศึกษำกลมุ่ เป้ำหมำยดำเนนิ งำนของหน่วยงำนอย่ำงเขม้ แขง็ เพ่ือ - สง่ เสริม พัฒนำสถำนศึกษำใหจ้ ัด (Education Hub) จัดกำรศึกษำอยำ่ งมีประโยชนส์ ูงสุด คือคุณภำพกำรจัดกำรเรียนรู้ กำรศึกษำอย่ำงมคี ุณภำพตำมระดบั มำตรฐำน คณุ ภำพตำมมำตรฐำนท่ีสงู ข้ึน เทยี บเคียงกบัเพื่อนกั เรียนได้พฒั นำตนเองอย่ำงเต็มตำม ทีส่ งู ขนึ้ เทยี บเคยี งวิธีดำเนินกำรกบั ประเทศ ประเทศผ้นู ำด้ำนคุณภำพกำรศึกษำในภมู ภิ ำคศักยภำพ ผ้นู ำดำ้ นคุณภำพกำรศึกษำในภูมิภำคอำเซยี น อำเซยี น5. สถำนศกึ ษำจัดกำรศกึ ษำอย่ำงมีคณุ ภำพตำมระดบั มำตรฐำนท่ีสงู ข้ึน เทยี บเคยี งกับประเทศผนู้ ำด้ำนคณุ ภำพกำรศึกษำในภูมภิ ำคอำเซียน จดุ เนน้ มำตรกำร ตวั ชวี้ ดั ควำมสำเรจ็ สนองนโยบำย ศธ.6. สำนกั งำนเขตพื้นท่กี ำรศึกษำ สง่ เสรมิ - สง่ เสริม สนบั สนุน กำรบรหิ ำรจัดกำร - รอ้ ยละ 100 ของสำนักงำนเขตพนื้ ท่ีสนบั สนนุ ใหม้ ีกำรจัดกำรศึกษำทีม่ ีคณุ ภำพ ใหม้ คี ณุ ภำพตำมมำตรฐำนท่สี งู ข้ึน กำรศกึ ษำทีผ่ ำ่ นกำรประเมินคุณภำพตำม ขอ้ 6ตำมระดับมำตรฐำนทสี่ ูงขนึ้ เทียบเคยี งกบั เทียบเคยี งกบั ประเทศผนู้ ำด้ำนคุณภำพ เกณฑม์ ำตรฐำนของสำนกั งำนเขตพนื้ ที่ประเทศผู้นำดำ้ นคณุ ภำพกำรศึกษำใน กำรศกึ ษำในภูมภิ ำคอำเซยี น กำรศึกษำภมู ภิ ำคอำเซียนกลยทุ ธท์ ่ี 6 จดั กำรศกึ ษำเพอื่ เสรมิ สรำ้ งสนั ตสิ ขุ ในเขตพฒั นำพเิ ศษเฉพำะกจิ จงั หวดั ชำยแดนภำคใต้จดุ เนน้ มำตรกำร ตวั ชว้ี ดั ควำมสำเรจ็ สนองนโยบำย ศธ.

1. นกั เรียน ครู และบุคลำกรทำงกำร - พัฒนำคุณภำพกำรศึกษำข้ันพนื้ ฐำนให้ - รอ้ ยละ 100 ของนักเรยี น 18ศกึ ษำทุกคน สถำนศึกษำทกุ แหง่ ในเขต สอดคล้องกบั อตั ลกั ษณข์ องจังหวดั กลุม่ เปำ้ หมำยได้รับกำรศกึ ษำขน้ั พื้นฐำน ข้อ 8พฒั นำพิเศษเฉพำะกจิ จงั หวดั ชำยแดน ชำยแดนภำคใต้ อยำ่ งมคี ณุ ภำพสอดคล้องกบั อตั ลกั ษณ์ภำคใต้ ได้รบั กำรพฒั นำอย่ำงมีคณุ ภำพ ของตนสอดคล้องกบั อตั ลกั ษณข์ องตน - ร้อยละ 100 ของสถำนศึกษำในเขต พฒั นำพเิ ศษเฉพำะกิจจงั หวดั ชำยแดน ภำคใต้ ไดร้ บั กำรพฒั นำคณุ ภำพ เหมำะสมกบั บรบิ ทของพืน้ ท่ี - เสรมิ สรำ้ งโอกำสใหผ้ เู้ รยี นไดร้ บั - รอ้ ยละ 100 ของนกั เรยี น มีอตั รำกำร ขอ้ 8 ข้อ 8 กำรศึกษำขน้ั พืน้ ฐำนอยำ่ งทัว่ ถงึ เรียนต่อในระดบั มัธยมศกึ ษำตอนตน้ ใน โรงเรียนของรัฐไม่ต่ำกว่ำระดับเฉลยี่ ของ ภำคใต้ - เสริมสร้ำงระบบดูแลรกั ษำควำมปลอดภยั - ร้อยละ 100 ของครูและบคุ ลำกรทำงกำร และสวัสดิกำรในชีวติ และทรพั ย์สนิ ให้ ศกึ ษำ มคี วำมพงึ พอใจในระบบดแู ลรกั ษำ สถำนศกึ ษำ ครู และบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ ควำมปลอดภยั และกำรจัดสวัสดกิ ำร เปำ้ หมำยกำรยกระดบั คณุ ภำพกำรศกึ ษำ โรงเรียนบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนุกลู ) สงั กดั สำนกั งำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำอุบลรำชธำนี เขต 4 โดยคณะกรรมกำรติดตำมตรวจสอบ ประเมนิ ผลและนิเทศกำรศกึ ษำ ไดก้ ำหนดเปำ้ หมำยคุณภำพกำรศึกษำ ปกี ำรศึกษำ 2558 ดังน้ี 1. คณุ ภำพกำรศึกษำระดบั โรงเรียน ดังนี้ระดบั ชน้ั ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้/รำยวชิ ำ กำรงำนฯ ศลิ ปะ วิทยำศำสตร์ ภำษำองั กฤษ สงั คมศึกษำ สขุ ศกึ ษำ สงั คมศกึ ษำ ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 เฉลยี่ 2. คุณภำพกำรศกึ ษำระดับเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำ/ทอ้ งถน่ิ (LAS) ดังน้ี ระดบั ชนั้ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้/รำยวชิ ำ ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ วิทยำศำสตร์ ภำษำองั กฤษป.2ป.5

3. คุณภำพกำรศึกษำระดบั ประเทศ (NT/O-Net) ดงั น้ี 19 ศลิ ปะ ระดบั ชน้ั ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้/รำยวชิ ำ สขุ ศกึ ษำ กำรงำนฯ ภำษำองั กฤษ สงั คมศกึ ษำป.3ป.6 ตำรำงแสดงขอ้ มลู พนื้ ฐำนโรงเรยี นบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนกุ ลู )ตำรำงท่ี 1 แสดงจำนวนหอ้ งเรยี น จำนวนนักเรยี นจำแนกตำมรำยชน้ั และเพศ ปีกำรศกึ ษำ 2557 (ขอ้ มลู 10 มิถุนำยน 2557) ชน้ั จำนวนหอ้ งเรยี น จำนวนนกั เรยี น ชำย หญงิ รวม อนบุ ำล 1 1 10 9 19 19 อนบุ ำล 2 1 5 14 38 14 รวม 2 15 23 22 17 ชั้นประถมศึกษำปีที่ 1 1 4 10 23 22 ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ 2 1 7 15 19 117 ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 3 1 10 7 155 ช้นั ประถมศึกษำปที ่ี 4 1 10 13 ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี 5 1 11 11 ชนั้ ประถมศกึ ษำปีท่ี 6 1 13 6 รวมประถมศกึ ษำ 6 55 62 รวมท้งั ส้ิน 8 70 85

20ตำรำงที่ 2 แสดงนกั เรยี นขำดแคลนเสอื้ ผำ้ อำหำรกลำงวนั เครอื่ งเขยี น แบบเรยี น จำแนกตำมรำยชนั้ ปี 2557ระดับชัน้ จำนวน จำนวนนกั เรียนขำดแคลน นักเรยี น ท้งั สิน้ เสอ้ื ผำ้ อำหำรกลำงวนั เครอ่ื งเขียน แบบเรียน ชำย หญิง รวม ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละอนบุ ำล 1 20 8 12 20 100 20 100 20 100 20 100อนุบำล 2 17 10 7 17 100 17 100 17 100 17 100รวม อ.1-2 37 18 19 37 100 37 100 37 100 37 100ประถมศึกษำปที ี่ 1 19 9 10 19 100 19 100 19 100 19 100ประถมศกึ ษำปที ี่ 2 18 11 8 18 100 18 100 18 100 18 100ประถมศกึ ษำปีที่ 3 25 14 11 25 100 25 100 25 100 25 100ประถมศึกษำปีที่ 4 21 8 13 21 100 21 100 21 100 21 100ประถมศกึ ษำปที ่ี 5 17 9 8 17 100 17 100 17 100 17 100ประถมศึกษำปที ี่ 6 17 7 10 17 100 17 100 17 100 17 100รวม ป.1-6 117 57 60 117 100 132 100 117 100 117 100รวมทง้ั สิน้ 153 75 79 153 100 153 100 153 100 153 100ตำรำงท่ี 3 แสดงจำนวนครแู ละภำรโรง(ชำ่ งครภุ ณั ฑ์ 3) ครูตอ่ นกั เรียนและหอ้ งเรยี น ครู : นกั เรียน = 1 : 20 ครู : หอ้ งเรียน = 1 : 1 วฒุ ิ ไมม่ วี ุฒิ มีวฒุ ทิ ำงกำรศกึ ษำ รวม หมำยเหตุ ทำงกำรศึกษำ ต่ำกวำ่ ปริญญำตรี ต้งั แตป่ รญิ ญำตรขี น้ึ ไป ทั้งสิ้นประเภทบุคลำกร ต่ำกวำ่ อนุ ป.ตรี ป.โท ป.เอก (คน) อนุปริญญำ ปริญญำผู้อำนวยกำรฯ - - - -1- 1รองผอู้ ำนวยกำรฯ - - - --- -ขำ้ รำชกำรครู - - - 81- 9พนักงำนบริกำร - 1 - --- 1รวม - 1 - 7 2 - 11

21ตำรำงท่ี 4 แสดงอำคำรเรยี น อำคำรประกอบ และอำคำรชว่ั ครำวลำดับทอี่ ำคำร แบบ จำนวน งบประมำณ สรำ้ งเมอื่ สภำพอำคำร พ.ศ. ดี พอใช้ ชำรุดอำคำรเรยี น 1 1,000 2937 / 1 20,000 2518หลังที่ 1 ป.1 ซ.(พเิ ศษ) 1 980,000 2527 /หลังที่ 2 1 1,500,000 2534 /หลงั ท่ี 3 ป.1ซ.หลงั ท่ี 4 สปช.105/26 / สปช.105/29เอนกประสงค์หลงั ท่ี 1 สำมัญ 1 2521 /สว้ มหลังท่ี 1 สปช.601/26 1 49,000 /หลงั ที่ 2 สปช.601/26 1 99,000 2546 /หลังที่ 3 สปช.604/45 1 242,000 2552ตำรำงท่ี 5 แสดงจำนวนนกั เรยี นทไ่ี ดร้ บั กำรจดั กำรศกึ ษำเปรยี บเทยี บระหวำ่ งปกี ำรศกึ ษำทผ่ี ำ่ นมำกบั ปจั จบุ นั ชนั้ เรียน จำนวนนกั เรียนทีไ่ ดร้ ับกำรจัดกำรศึกษำ + เพิ่ม ปกี ำรศึกษำ 2557 ปีกำรศึกษำ 2557 - ลด ชำย หญงิ รวม ชำย หญิง รวมอนุบำล 1 7 14 21 10 9 19 -2อนบุ ำล 2 4 11 15 5 14 19 +4รวม อ.1-2 11 25 36 15 23 38 +2ประถมศึกษำปที ่ี1 7 12 19 4 10 14 -5ประถมศึกษำปีท่ี2 10 8 18 7 15 22 +4ประถมศึกษำปที ่ี3 10 15 25 10 7 17 -8ประถมศกึ ษำปที ี่4 11 10 21 10 13 23 +2ประถมศึกษำปีที่5 13 4 17 11 11 22 +5ประถมศกึ ษำปที ี่6 7 10 17 13 6 19 +2รวม ป.1-6 58 59 117 55 62 117 -รวมทง้ั สิ้น 69 84 153 70 85 155 +2ตำรำงที่ 6 แสดงจำนวนนกั เรียนทซี่ ำ้ ชน้ั ตงั้ แตช่ น้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี 1-6 ประจำปกี ำรศึกษำ 2557 ชนั้ จำนวน อัตรำกำรซำ้ ชนั้ หมำยเหตุ นกั เรยี น นร.ซ้ำชั้น คดิ เปน็ % เปำ้ หมำย สงู /ต่ำประถมศึกษำปที ่ี 1 - - - - -ประถมศึกษำปที ี่ 2 - - - - -ประถมศกึ ษำปีท่ี 3 - - - - -ประถมศึกษำปีท่ี 4 - - - - -ประถมศึกษำปีที่ 5 - - - - -ประถมศึกษำปีที่ 6 - - - - - รวม - - - - - ผลกำรดำเนนิ งำนสรำ้ งเสรมิ คณุ ธรรมประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ในสถำนศกึ ษำ ปี 2557 แยกตำมรำยชน้ั โรงเรยี นบำ้ นหนองคู(โสภณประชำนุกูล) สำนกั งำนเขตพื้นทีก่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำอุบลรำชธำนี เขต 4 ประถมศึกษำปีท่ี 1-3 ประถมศกึ ษำปที ี่ 4-6

22 ขอ้ นกั เรียนทัง้ หมด นกั เรียนทั้งหมด รวม 1.รกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ 0 1 2 3 0 1 2 3 (คน) 2.ซอ่ื สตั ย์ สุจริต 3.มีวนิ ัย - - 4 61 - 1 - 67 133 4.ใฝ่เรียนรู้ 5.อยอู่ ยำ่ งพอเพยี ง - - 8 57 - 1 9 58 133 6.มุ่งมั่นในกำรทำงำน 7.รกั ควำมเปน็ ไทย - - 11 54 - 1 16 51 133 8.มีจิตสำธำรณะ - - 12 53 - 1 7 60 133 รวม(คน) รอ้ ยละ - - 5 60 - 1 - 67 133เกณฑค์ ะแนนทไี่ ด้รับ (0) ระดับไม่ผำ่ น - - 10 55 - 1 7 60 133 (1) ระดับผำ่ น (2) ระดับดี - - 11 54 - 1 3 64 133 (3) ระดบั ดีเยย่ี ม - - 18 47 - 1 6 61 133

23 สว่ นท่ี 3 รำยละเอยี ดแผนงำน/โครงกำร ประจำปีงบประมำณ 2558แผนกำรใชง้ บประมำณตำมโครงกำรในแผนปฏิบตั ริ ำชกำร ประจำปีงบประมำณ 2558 (ถวั จำ่ ยทกุ โครงกำร)โรงเรยี นบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนกุ ลู ) สำนกั งำนเขตพื้นทีก่ ำรศึกษำประถมศึกษำอบุ ลรำชธำนเี ขต 4ที่ ชอ่ื โครงกำร ผ้รู บั ผิดชอบ งบประมำณ1 ลำยมืองำมตำมอยำ่ งไทย ธญั ญพทั ธ/์ สำลนิ ี 2,0002 ธนำคำรสตู รคณู เกศมณ/ี พรพมิ ล 2,0003 พัฒนำปรับปรุงหลกั สูตรสถำนศึกษำขั้นพืน้ ฐำน บษุ บำ/สำลิน/ี ชลนันต์ 5,0004 สรำ้ งคณุ ภำพและปรบั ปรุงพัฒนำหลกั สูตร ตำรำ และวดั ผล สำลนิ /ี บุษบำ 1,0005 อบรมเชงิ ปฏบิ ัติกำร กำรวิจยั ในช้ันเรยี น พรพิมล/เกศมณี/บุษบำ 5,0006 พัฒนำระบบเทคโนโลยี One Tablet Per Child สำรสนเทศเพ่ือกำรสอื่ สำร พรพิมล/สำลนิ ี 3,0007 ห้องสมุด 3 ดมี ีชีวิต บุษบำ/พรพิมล/เกศมณี 5,0008 สง่ เสรมิ นสิ ยั รักกำรอำ่ น ธัญญพัทธ์/บุษบำ/เพ็ญศรี 5,0009 พัฒนำกำรจัดกำรศึกษำมงุ่ ยดึ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ สมทบ/สำลนิ ี 1,00010 จดั กำรเรียนกำรสอนรูปแบบใหม่ UTQ ระบบ e - Training สมทบ/สำลนิ ี 1,00011 ส่งเสรมิ กำรอ่ำนและกำรเรยี นกำรสอนภำษำไทย(ป.3) ภำษำองั กฤษ(ปฐมวยั -ป.6) พรพมิ ล/สำลนิ ี 12,00012 สนับสนนุ ค่ำใชจ้ ำ่ ยในกำรจัดกำรศกึ ษำตัง้ แต่ระดับอนุบำลจนจบกำรศกึ ษำขน้ั พน้ื ฐำน ชลนนั ต/์ เกศมณี/สมทบ 228,57013 ผลิตและใชส้ ่อื นวัตกรรมกำรเรยี นกำรสอน ธีระพล/สำลนิ ี 3,00014 หนึง่ โรงเรยี นหนึ่งนวัตกรรม สำลิน/ี ธรี ะพล 2,00015 ประชุมอบรมสมั มนำประกนั คณุ ภำพภำยในสถำนศกึ ษำ สำลิน/ี บุษบำ/เกศมณี 2,00016 ประสำนสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ทุกภำคสว่ นมีส่วนรว่ มจัดกำรศึกษำ สมทบ/เพญ็ ศรี 1,00017 ประเมินคณุ ภำพนักเรยี นประจำปี พรพิมล/บุษบำ 16,00018 ส่งเสรมิ มหกรรมแขง่ ขันศลิ ปหัตถกรรมดนตรี กีฬำ วิชำกำร สำลินี/พรพิมล/เกศมณี /บุษบำ 12,00019 วนั สำคญั ธรี ะพล/ธญั ญพทั ธ์ 4,00020 สง่ เสรมิ พฒั นำกำรจัดกำรศกึ ษำปฐมวยั “อนบุ ำลแนวหนำ้ ” ชลนันต/์ เพญ็ ศรี 18,00021 เพิม่ โอกำสและควำมเสมอภำคทำงกำรศึกษำให้ครอบคลมุ สมทบ/ชลนันต์ 3,000ทุกกลมุ่ เป้ำหมำยและพนื้ ที่เขตบริกำร22 ปรับวิธีกำรวัดผลประเมินผลผเู้ รียน พรพมิ ล/เกศมณ/ี บุษบำ 2,00023 เพิม่ ศักยภำพกำรเรียนรสู้ คู่ วำมเปน็ เลิศ สำลนิ /ี บุษบำ 3,00024 พัฒนำแหลง่ เรียนรู้ สมทบ/เพ็ญศรี/เกศมณี 5,00025 อบรมพัฒนำ ศึกษำดูงำน ครูและบคุ ลำกร ผอ.รร/สมทบ/เพ็ญศรี 20,00026 จัดจำ้ งเหมำงำนบรกิ ำรเพือ่ แก้ปัญหำกำรบริหำรจดั กำร ผอ.รร/ธีระพล/สมทบ. 31,20027 พฒั นำระบบบริหำรจัดกำรเพ่อื กำรเรียนรทู้ ีม่ ีคุณภำพ ผอ.รร. / ชลนันต์/บุษบำ 3,00028 ส่งเสรมิ สนับสนุนใหโ้ รงเรยี นบริหำรรำชกำรตำมหลกั เกณฑ์ที่ดี ผอ.รร./สมทบ 2,00029 ปรับปรุงสวสั ดิภำพ สวสั ดิกำรและขวัญกำลังใจของครู ผอ.รร. /เพ็ญศรี/ธัญญพัทธ์ 3,00030 ปรบั ปรุงพฒั นำเพิ่มประสทิ ธิภำพกำรบรหิ ำรเพ่อื องคก์ รคุณภำพ ผอ.รร./สมทบ/ธัญญพัทธ์ 5,00031 จดั มำตรฐำนห้องเรียนสวยด้วย 5 ส. สำลนิ /ี บษุ บำ/เกศมณี 40,00032 วถิ ชี ีวติ เศรษฐกิจพอเพยี ง สมทบ/เกศมณ/ี เพ็ญศรี 3,00033 ส่งเสริมกจิ กรรมสหกรณใ์ นโรงเรียน ชลนันต์ /เกศมณี 1,00034 สง่ เสริมและพฒั นำระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียน เกศมณี/สำลิน/ี บษุ บำ 4,000

24ท่ี ชอื่ โครงกำร ผู้รบั ผดิ ชอบ งบประมำณ35 โรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภำพ “สขุ กำยสบำยชีวี”36 ควำมสมั พนั ธ์กับชมุ ชน สมทบ/สำลินี 2,00037 โรงเรียนวิถีพุทธ “คณุ ธรรมชน้ั นำ” สมทบ/ธรี ะพล/เพญ็ ศรี 1,00038 สร้ำงวินยั และจิตสำนึกควำมเป็นไทยเพ่อื พัฒนำเด็กไทยอย่ำงยั่งยนื 2,50039 รณรงคป์ อ้ งกันและแก้ไขปัญหำยำเสพตดิ ในสถำนศึกษำ เพ็ญศรี/เกศมณี 2,00040 เดนิ ทำงไกลอยู่ค่ำยพักแรมลูกเสือและยวุ กำชำด ธรี ะพล/ธญั ญพัทธ์ 2,00041 กำรสง่ เสรมิ ระเบียบวินัยและประชำธิปไตยในโรงเรยี น ธรี ะพล/ธญั ญพัทธ์ 15,00042 พฒั นำคณุ ธรรม จรยิ ธรรมนกั เรยี นตำมแนวปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง 2,00043 เขำ้ คำ่ ยอบรมคณุ ธรรม จริยธรรม ธีระพล/สมทบ/บุษบำ 2,00044 กฬี ำสีภำยในโรงเรียน 5,00045 บริหำรส่งเสรมิ เงินทนุ เงินอดุ หนนุ เงนิ ปจั จัยพนื้ ฐำน บุษบำ/เกศมณี 10,00046 จดั ซือ้ วสั ดุสำนักงำนบริหำรโรงเรียน ธีระพล/เพญ็ ศรี/สมทบ 47,00047 ชำระคำ่ สำธำรณปู โภค ธญั ญพัทธ์/เกศมณี 20,00048 จัดซื้อครุภณั ฑก์ ำรศึกษำ 25,00049 บริหำรพัสดแุ ละสนิ ทรัพย์ ธีระพล/ พรพิมล 15,00050 ปรับปรงุ ซอ่ มแซมอำคำรเรียนอำคำรประกอบ สมทบ/ชลนนั ต์ 2,00051 ปรับปรงุ สภำพแวดล้อม บริเวณ ให้เปน็ ปัจจบุ ัน สมทบ/ชลนนั ต์ 50,000 ชลนันต/์ สมทบ 50,00052 อำหำรกลำงวนั แบบยง่ั ยนื เรยี นรสู้ ู่อำชีพแบบชวี ิตพอเพยี ง ธรี ะพล/ เกศมณี เกศมณ/ี เพญ็ ศรี/ชลนันต์ 397,80053 โรงเรียนรว่ มเครือข่ำยพฒั นำสู่อำเซยี น ธีระพล/สมทบ/ทองพนู สมทบ/เกศมณี 5,00054 สง่ เสรมิ สนบั สนนุ กจิ กรรมศลิ ปะ ดนตรี นำฏศลิ ป์ กฬี ำไทยและกฬี ำพื้นบำ้ น สมทบ/ เพญ็ ศรี 33,00055 พฒั นำศนู ย์กำรเรียนรู้ส่ปู ระชำคมอำเซยี น: ASEAN Learning School ผอ.รร./พรพิมล/เกศมณี 50,000 ธีระพล/เกศมณี/เพญ็ ศรี เกศมณ/ี บษุ บำ/พรพิมล1. กำรประมำณกำรเงนิ อุดหนนุ ปงี บประมำณ 2557 1.1 กำรประมำณกำรเงนิ อดุ หนนุ ปงี บประมำณ 2557 ( ขอ้ มลู 10 พฤศจกิ ำยน 2557 ) กรณีนกั เรยี นตำ่ กวำ่ 120ประเภท จำนวน อตั รำจดั สรร จำนวนเงิน คน รวมเงิน หมำยเหตุ นกั เรยี น อตั รำ เงนิ เพม่ิเงินอดุ หนนุ รำยหวั กอ่ นประถม 36 1700 61200 61200เงินอดุ หนุนรำยหัวประถม 121 1900 229900 229900เงนิ ปัจจยั พนื้ ฐำนประถมเงนิ อำหำรกลำงวนั 157 13 408200 408200เงนิ ดอกผลอำหำรกลำงวนัเงินคำ่ หนงั สอื เรยี น 157 200/571/605/622/653/785/817 87806 87806

เงนิ คำ่ อปุ กรณก์ ำรเรยี น 157 100/195 37160 37160 25เงินเครอ่ื งแบบนักเรยี น 157 300/360 54360 54360เงนิ คำ่ กจิ กรรมพฒั นำคณุ ภำพผเู้ รยี น 157 215/240 57780 57780 หมำยเหตุ 157 รวม หมำยเหตุ2. เงนิ งบประมำณยกมำจำกปงี บประมำณ 2557 จำนวน ...................... บำท จำแนกตำมกลมุ่ บรหิ ำรงำนโรงเรยี น ดงั นี้ประเภทเงนิ วิชำกำร งบประมำณ บุคคล ท่วั ไป สำรองจำ่ ย รวมเงนิเงนิ อดุ หนนุ รำยหวั กอ่ นประถมเงนิ อดุ หนนุ รำยหวั ประถมเงินปจั จยั พน้ื ฐำนประถมเงนิ คำ่ ใชจ้ ำ่ ย 4 รำยกำรเงินอำหำรกลำงวนัเงินดอกผลอำหำรกลำงวัน ---รวม3. เงนิ งบประมำณยกมำจำกปงี บประมำณ 2557 จำนวน ..................... บำท เงนิ งบประมำณปงี บประมำณ 2557 จำนวน ..................... บำท รวม.................................. บำท จดั สรรจำแนกตำมกลมุ่ บรหิ ำรงำนโรงเรยี น ดงั นี้ประเภทเงนิ วิชำกำร งบประมำณ บุคคล ทวั่ ไป สำรองจำ่ ย รวมเงนิเงนิ อดุ หนุนรำยหวั กอ่ นประถมเงินอดุ หนนุ รำยหัวประถมเงินอดุ หนุนรำยหัวมธั ยมเงินปัจจยั พื้นฐำนประถมเงินปัจจยั พน้ื ฐำนมธั ยมเงนิ คำ่ ใชจ้ ำ่ ย 4 รำยกำรเงินอำหำรกลำงวนัเงนิ ดอกผลอำหำรกลำงวนัรวม

26งำนบริหำรวชิ ำกำร

27ชอื่ โครงกำร ลำยมืองำมตำมแบบไทย (สอดคลอ้ งกบั มำตรฐำนท่ี 4,5 ของ สพฐ.)งำน งำนบริหำรวชิ ำกำรแผนงำน กำรจัดกำรศึกษำข้นั พืน้ ฐำนสนองกลยทุ ธส์ พฐ. กลยทุ ธท์ ่ี 1 พฒั นำคณุ ภำพและมำตรฐำนกำรศกึ ษำทกุ ระดับตำมหลกั สตู รและสง่ เสรมิ เทคโนโลยเี พอ่ื เป็นเครอื่ งมือในกำรเรยี นรู้ (สอดคลอ้ งกบั ตวั บง่ ชี้ท่ี 4,5 ของ สมศ.)หนว่ ยงำนทรี่ ับผดิ ชอบ โรงเรยี นบ้ำนหนองคู (โสภณประชำนุกลู )ผู้รบั ผดิ ชอบโครงกำร นำงธญั ญพัทธ์ วงษ์สถิตย์ นำงสำลนิ ี ประสำนสงิ ห์ลกั ษณะโครงกำร โครงกำรใหม่ระยะเวลำดำเนนิ กำร 16 พฤษภำคม 2557 ถงึ 31 มีนำคม 25581. หลกั กำรและเหตผุ ล จำกที่ทำงสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำนมีนโยบำยให้สถำนศึกษำส่งเสริมกำรเขียน กำรคัดลำยมือ โดยเฉพำะระดับช้ันประถมศึกษำปีท่ี 1 ควรจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมกำรเขียนและกำรคัดลำยมือ ส่วนระดับชั้นอ่ืนๆควรส่งเสริมกำรเขียนเรียงควำม เรื่องสั้นอย่ำงกว้ำงขวำง นอกเหนือจำกกำรจัดกระบวนกำรเรียนกำรสอนในช้ันเรียนตำมท่ีหลักสูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำขั้นพืน้ ฐำน พุทธศักรำช 2551 กำหนดไว้ เพ่ือให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะกำรเขียน กำรคัดลำยมืออย่ำงถูกต้องตำมหลักวิธีและเปน็ ไปตำมพฒั นำกำรของช่วงวยั ซ่งึ จะส่งผลต่อกำรเรียนระดับท่สี ูงข้ึน ภำษำเป็นส่ิงท่ีแสดงให้เห็นถึงควำมเจริญรุ่งเรืองของชำติ ประเทศไทยนับเป็นประเทศหนึ่งท่ีมีภำษำเป็นของตนเองทั้งภำษำพูดและภำษำเขียน ซ่ึงเป็นควำมภำคภูมิใจมำยำวนำน แต่ในปัจจุบันลำยมือของคนไทยผิดเพี้ยนไปจำกอักษรไทยแบบมำตรฐำนจนอ่ำนแทบไม่ออก เกิดกำรเลียนแบบตัวอักษรจำกหนังสือกำร์ตูนต่ำงประเทศ จนมองไม่เห็นควำมสำคัญของตัวอักษรภำษำไทย ดงั น้นั เพ่ือเปน็ กำรสง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นมีพน้ื ฐำนกำรเขียนตวั อกั ษรท่ีถกู ต้อง สวยงำมตำมรูปแบบ ขั้นตอนตำมลักษณะวิธีจึงเห็นสมควรจัดโครงกำรประกวดลำยมืองำมตำมแบบไทยขึน้2. วตั ถปุ ระสงค์ 2.1 เพื่อให้ครู – นักเรยี นตระหนักในควำมสำคญั ของลำยมอื และส่งเสริมกำรคัดลำยมือ อย่ำงตอ่ เนอ่ื ง 2.2 เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นฝกึ และพัฒนำลำยมือ ตำมควำมพร้อมและเตม็ ศกั ยภำพอยำ่ งทั่วถึง 2.3 เพอ่ื เปดิ โอกำสให้นักเรยี นไดแ้ สดงควำมสำมำรถด้ำนกำรคดั ลำยมือให้เปน็ ทปี่ รำกฏ เป็นกำรสรำ้ งช่ือเสยี งให้แกต่ นเองและโรงเรยี น3. เปำ้ หมำย 3.1 ด้ำนปรมิ ำณ 3.1.1 จำนวนนักเรียนช้ัน ป. 1 – ป. 6 จำนวน 155 คน 3.1.2 จำนวนครู 10 คน 3.2 ด้ำนคณุ ภำพ

28 3.2.1 นักเรยี นชั้น ป. 1 – ป. 6 ไดร้ ับกำรสง่ เสรมิ และฝึกฝนกำรคัดลำยมืออย่ำงทว่ั ถงึ 3.2.2 นักเรยี นทุกคนมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมกำรประกวด “ ลำยมอื งำมตำมแบบไทย ”4. กลมุ่ เปำ้ หมำย นกั เรียนชั้นประถมศึกษำปีท่ี 1 – 65. แนวทำงกำรดำเนนิ งำน 5.1 ระดบั ชน้ั ของกำรประกวด แบง่ เปน็ 3 ระดับ 5.1.1 ระดับชน้ั ป. 1 – 2 5.1.2 ระดบั ช้ัน ป. 3 – 4 5.1.3 ระดบั ชนั้ ป. 5 – 6 5.2 ระยะเวลำของกำรประกวด 5.2.2 ประกวดภำยในภำคเรยี นละ 1 คร้ัง 5.2.3 คณะกรรมกำรกลมุ่ ภำษำไทยเป็นผู้พิจำรณำจัดประกวดและตัดสิน กำหนดรำงวัลในแต่ละระดับ รำงวลั ท่ี 1 ของขวัญ พร้อมเกยี รติบัตร รำงวัลที่ 2 ของขวัญ พรอ้ มเกยี รติบตั ร รำงวัลท่ี 3 ของขวญั พร้อมเกยี รติบตั ร6. คำ่ ใชจ้ ำ่ ยของโครงกำร 6.1 จำกกำรบริจำค 6.2 จำกงบสนับสนนุ ของโรงเรยี น7. ข้ันตอนกำรดำเนินงำน / กิจกรรม / เวลำท่ี งำน / กิจกรรม เวลำ ผู้รับผดิ ชอบ หมำยเหตุ1 ประชมุ ทำควำมเข้ำใจครู-นกั เรียน พ.ค. 57 ครธู ัญญพัทธ์2 คัดเลือก แข่งขันช่วงพักกลำงวนั ๆละ 30 นำที ตลอดปีกำรศกึ ษำ ครูสำลนิ ี8. แผนกำรปฏิบตั ิงำน / กจิ กรรม (ระบยุ อ่ ยรำยละเอยี ดแต่ละหัวข้อกจิ กรรม จำกข้อที่ 4.)ที่ งำน / กจิ กรรม วธิ กี ำร / สถำนที่ เวลำ ผูร้ ับผดิ ชอบ หมำยเหตุ1 คัดลำยมอื สวย นักเรียนสมัคร/ลำนอัจฉริยะฯ ตลอดปี ครูธญั ญพทั ธ์ ครสู ำลนิ ี2 ประกำศผล/มอบรำงวัล ชนะเลิศแต่ละชั้น ตลอดปี9. งบประมำณและทรัพยำกรท่ี คำชแี้ จง/รำยกำร กำรใช้ บุคลำกร จำแนกตำมหมวดรำยจำ่ ย ลงทุน รวม งบประมำณและทรพั ยำกร คำ่ จำ้ ง ดำเนินงำน ครภุ ณั ฑ์ ทีด่ นิ ฯ ตอบแทน ใชส้ อย วสั ดุ สำธำฯ1 กระดำษA-4 1,5002 ปำกกำ/ดนิ สอ 50010. ผลทค่ี ำดวำ่ จะไดร้ ับ 10.1 ครู และนักเรียนมีลำยมือสวยงำมขน้ึ ถูกตอ้ งทง้ั รูปแบบและอกั ขรวิธี 10.2 ส่งเสริมให้ครูและนกั เรียนได้ทำกิจกรรมที่พฒั นำตนเองรว่ มกนั11. กำรตดิ ตำมและประเมนิ ผล 11.1 จำกผลงำนของนักเรยี น และครู 11.2 จำกกำรประเมินโดยคณะกรรมกำร ครู และนักเรียน

29 ผเู้ สนอโครงกำร ผูอ้ นมุ ัติโครงกำร (ลงชอื่ )…………………………….. (ลงช่ือ)…………………………….. ( นำยธีรยุทธ อุทธำ ) ( นำงธัญญพทั ธ์ วงษ์สถติ ย์) ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นบ้ำนหนองคู (โสภณประชำนกุ ลู ) ตำแหน่ง ครูชำนำญกำรพเิ ศษ อันดับ คศ.3ชอื่ โครงกำร ธนำคำรสูตรคูณ (สอดคล้องกับมำตรฐำนที่ 4,5 ของ สพฐ.)งำน งำนบริหำรวชิ ำกำรแผนงำน กำรจัดกำรศึกษำขัน้ พน้ื ฐำนสนองกลยทุ ธส์ พฐ. กลยทุ ธท์ ี่ 1 พัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรศกึ ษำทุกระดับตำมหลักสตู รและส่งเสริมเทคโนโลยีเพอื่ เปน็เครอ่ื งมอื ในกำรเรียนรู้ (สอดคลอ้ งกบั ตวั บง่ ชท้ี ่ี 4,5 ของ สมศ.)หนว่ ยงำนทร่ี ับผดิ ชอบ โรงเรยี นบำ้ นหนองคู (โสภณประชำนุกลู )ผ้รู บั ผดิ ชอบโครงกำร นำงเกศมณี ศลิ ำเกษ นำงพรพิมล แจ้งไธสงลักษณะโครงกำร โครงกำรใหม่ระยะเวลำดำเนนิ กำร 16 พฤษภำคม 2557 ถงึ 31 มีนำคม 2558หลกั กำรและเหตผุ ล จำกทท่ี ำงสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขั้นพื้นฐำนมีนโยบำยให้สถำนศึกษำส่งเสริมกำรคิดคำนวณให้มีกำรท่องสูตรคณู ตั้งแตร่ ะดับช้นั ประถมศกึ ษำปที ี่ 2 เรมิ่ จำกสตู รคูณแม่ 2 ถงึ แม่ 9 ช้ันประถมศึกษำปีท่ี 3 เพิ่มกำรท่องสูตรคูณถึงแม่ 12 และทอ่ งแบบยอ้ นกลับ ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี 4-6 สง่ เสรมิ ให้มกี ำรนำแม่สูตรคูณไปใช้ได้อย่ำงคล่องแคล่ว เพื่อเป็นฐำนกำรคิดคำนวณในกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ระดับที่สูงข้ึน เพรำะได้เล็งเห็นว่ำกำรจัดกำรเรียนกำรสอนเป็นหัวใจของกำรขับเคล่ือนท่ีจะนำไปสู่กำรปฏิรูปกำรศึกษำ ครูในปัจจุบนั จะต้องมีกำรเปลี่ยนแปลงและพัฒนำตนเองในทุกๆด้ำน ไม่ว่ำจะเป็น ด้ำนควำมรู้ของตนเอง กำรจัดกำรเรียนกำรสอน วิธีกำรสอนที่หลำกหลำย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดควำมสนุกสนำนและสนใจในกำรเรียนมำกย่ิงขึ้น ซ่ึงจะส่งผลต่อกำรรับรู้และกำรพฒั นำของผ้เู รียน วิชำคณิตศำสตร์เป็นเคร่ืองมือสำคัญต่อกำรพัฒนำศักยภำพทำงสมองในด้ำนควำมคิด กำรตัดสินใจ กำรให้เหตุผลและกำรแก้ปญั หำอยำ่ งเปน็ ระบบ นอกจำกนี้คณิตศำสตร์ยังเป็นเคร่ืองมือกำรเรียนรู้ของวิชำกำรแขนงอื่นๆ และยังเป็นหัวใจหลักที่สำคัญในกำร

30พฒั นำทักษะควำมคิดในหลำยรูปแบบของมนุษย์ กำรเรียนรู้จะค่อยๆก่อตัวขึ้น สะสม และสำมำรถนำไปใช้งำนได้ในหลำยลักษณะ เช่นกำรเล่น กำรแลกเปลยี่ น กำรนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ฯลฯ กำรจัดกำรเรียนรู้แบบเน้นประสบกำรณ์เพื่อพัฒนำควำมสำมำรถในกำรคิดของนักเรียน เช่น กำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดรวบยอด กำรคดิ ประยุกต์ กำรเรียนทไ่ี ดผ้ ลกำรเรียนร้เู ต็มศกั ยภำพจะพฒั นำทักษะกำรคดิ ตลอดจนจำแนวคิดในศำสตร์ควำมรู้ได้แม่นยำและยง่ั ยนื น้ัน ควรจดั กจิ กรรมกำรเรียนด้วยวิธีกำหนดให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เป็นรำยบุคคล หรือปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน รวมทั้งกำรอธิบำย อภิปรำย สรุปผล เป็นระยะ เพื่อให้เกิดควำมรู้ทีละเล็กละน้อย ค่อย ๆ สะสมไปเร่ือย ๆ บำงครั้งอำจปรึกษำหำรือและชว่ ยกนั หำคำตอบร่วมกนั เปดิ โอกำสใหน้ กั เรยี นแสดงควำมคดิ เห็น ใหเ้ พื่อนท่ีเรยี นไมท่ นั ไดเ้ กดิ กระบวนกำรเรียนรู้ กล้ำตัดสนิ ใจ ซ่ึงจำกแหตุผลดังกล่ำวข้ำงต้นโรงเรียนบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนุกูล) จึงเล็งเห็นควำมสำคัญท่ีจะพัฒนำทักษะทำงด้ำนคณิตศำสตร์ของนักเรียนในโรงเรียน โดยเฉพำะเรื่องกำรคูณซึ่งถือเป็นพ้ืนฐำนสำคัญในกำรเรียนวิชำคณิตศำสตร์และยังเป็นเคร่ืองมือสำคัญสำหรบั กำรเรียนในระดับสูง แต่ปัญหำสำคัญในพัฒนำคือนักเรียนส่วนใหญ่ไม่สำมำรถท่องสูตรคูณได้ อำจเพรำะนักเรียนขำดควำมสนใจ ไม่เข้ำใจถึงควำมสำคัญของกำรท่องสตู รคณู โดยเหน็ วำ่ สำมำรถดูได้จำกหลำยๆที่เพรำะมตี ัวอยำ่ งมำกมำย หรอื อำจเป็นเพรำะวิธีกำรของครูผู้สอนที่ให้นกั เรียนท่องสูตรคูณยงั ไม่หลำกหลำยซำ้ ซำกสร้ำงควำมเบือ่ หนำ่ ยใหก้ ับนกั เรียน ดังนั้นทำงโรงเรียนบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนุกูล)จึงได้จัดทำโครงกำรนี้ขึ้นเพ่ือกระตุ้นให้นักเรียนเกิดควำมสนใจในกำรท่องสตู รคณู ให้นกั เรียนมีวิธีกำรท่องสตู รคณู ที่หลำกหลำย เพอื่ ให้ผู้เรียนสำมำรถจำสูตรคูณได้อย่ำงแม่นยำและใช้เป็นพ้ืนฐำนสำคัญในกำรเรียนวิชำคณิตศำสตร์และส่ิงสำคัญคือกำรเพ่ิมผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนในรำยวิชำคณิตศำสตร์ของนักเรียนเพื่อให้เป็นไปตำมเป้ำหมำยและควำมคำดหวงั ของชมุ ชนและสังคมต่อไปวัตถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ พัฒนำทกั ษะกำรท่องสูตรคณู ของนักเรยี น โดยกำรใช้ควำมรใู้ นเรอ่ื งกำรออม มำประยุกตใ์ ช้ 2. เพ่อื ใหค้ รูไดม้ นี วัตกรรมกำรเรียนกำรสอนที่หลำกหลำยในกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนกลุ่มสำระคณิตศำสตร์ 3. เพื่อใหน้ ักเรยี นมคี วำมรคู้ วำมเข้ำใจในเน้ือหำของวชิ ำคณติ ศำสตร์ และจดจำสตู รคุณไดอ้ ย่ำงแมน่ ยำ 4. ส่งเสริมพัฒนำกำรเด็กท้งั ดำ้ นอำรมณ์ สงั คม สตปิ ัญญำ 5. เพ่อื ใหน้ ักเรียนได้รับควำมสนกุ สนำน เพลิดเพลิน พัฒนำควำมคิดสรำ้ งสรรค์ 6. เพ่ือใหน้ ักเรียนมีเจตคติท่ีดีต่อวชิ ำคณิตศำสตร์เปำ้ หมำย - ด้ำนปรมิ ำณ นักเรียนในระดับช้ันประถมศึกษำปีท่ี 2 และนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 ของโรงเรียนบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนุกูล)สำมำรถท่องสตู รคูณได้จนถงึ แม่ 12 ได้ 100 % และเกิดควำมรู้ควำมเข้ำใจในเรอ่ื งกำรฝำกและออมสำมำรถนำควำมรู้เรื่องกำรออมมำประยุกต์ใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ - ดำ้ นคุณภำพ ครมู ีนวตั กรรมกำรเรียนกำรสอนทหี่ ลำกหลำยในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนกล่มุ สำระคณติ ศำสตร์ วธิ ดี ำเนนิ กำร/กจิ กรรม วิธกี ำรปฏิบัติ ระยะเวลำ ผรู้ บั ผดิ ชอบขนั้ ตอนกำรปฏบิ ตั งิ ำน

311 ข้ันเตรียมกำร 1. ประชุมคณะครูจัดทำกจิ กรรม ม.ิ ย. 57 ผบู้ ริหำร 2. สำรวจ จดั ซอ้ื วัสดุท่ีเกี่ยวข้อง ม.ิ ย. 57 ผบู้ ริหำร/ผู้รับผดิ ชอบกิจกรรม2. ข้นั ดำเนนิ กำร 3. จัดหำวิธกี ำร/บคุ ลำกรผูร้ ับผิดชอบ ม.ิ ย. 57 ผบู้ ริหำร/ผู้รับผดิ ชอบกิจกรรมนำงพร3 ขน้ั ตรวจสอบ 4. สรำ้ งสมดุ คู่ฝำกของนกั เรยี น ม.ิ ย. 57 พิมล4. ขัน้ แก้ไข / ปรบั ปรุง ม.ิ ย. 57 นำงพรพมิ ล 5. สรำ้ งแบบบนั ทกึ กำรฝำก/เอกสำร ตำ่ งๆทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ม.ิ ย. 57 นำงเกศมณี 6. สร้ำงแบบกำรประเมิน 1. ประชุมชแี้ จงกำรดำเนนิ งำนโครงกำรและ ก.ค.57 ผบู้ รหิ ำร/ผู้รบั ผิดชอบกจิ กรรม วธิ ีกำรปฏิบตั ิใหน้ ักเรยี นทรำบ นำงเกศมณี 2. แจกสมดุ คฝู่ ำกใหก้ ับนกั เรียนทกุ คนใน ก.ค.57 ครูประจำช้ันทกุ คน ชนั้ ป.2-6 3. นกั เรียนทุกคนในชัน้ ป.2-6 มำทอ่ งสตู ร ภำคเรยี นท่ี 1 ครูประจำช้ันทกุ คน คูณกับครูเจำ้ หนำ้ ทผ่ี ู้รับฝำกสูตรคูณของ ปกี ำรศึกษำ 2557 นกั เรียน 1. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบเก่ยี วกับกำรทอ่ ง ภำคเรียนท่ี 1 สตู รคณู คือ คดิ เลขเรว็ กำรคูณ 20 ขอ้ ปกี ำรศึกษำ 2557 โจทยป์ ัญหำกำรคูณ 10 ขอ้ 1. ตรวจสอบผลสอบของนกั เรยี น ภำคเรียนท่ี 1 นำงพรพมิ ล แข่งขนั ทีเ่ วทอี จั ฉริยะสรำ้ งได้ ปกี ำรศึกษำ 2557 ผู้บริหำร/ ผู้รับผดิ ชอบกิจกรรม 2. มอบเกียรติบัตรแก่นักเรยี นที่ท่องสูตรคณู ภำคเรยี นท่ี 2 ผบู้ รหิ ำร/ ผู้รบั ผิดชอบกจิ กรรม ไดบ้ รรลุเป้ำหมำย(รำยบคุ คล) ปกี ำรศึกษำ 2557 นำงเกศมณี 3. มอบของรำงวัลแกช่ ั้นเรียนที่ท่องสูตรคณู ได้ ภำคเรยี นท่ี 2 บรรลเุ ป้ำหมำยทุกคน ปกี ำรศึกษำ 2557 4. จัดทำรำยงำนกจิ กรรม 6.. งบประมำณและทรัพยำกรที่ คำชีแ้ จง/รำยกำร กำรใชง้ บประมำณ บคุ ลำกร จำแนกตำมหมวดรำยจ่ำย ลงทุน รวม และทรพั ยำกร ค่ำจ้ำง ดำเนินงำน ครภุ ัณฑ์ ทดี่ นิ ฯ ตอบแทน ใช้สอย วสั ดุ สำธำฯ 1,500 5001 กระดำษA-4 15002 ปำกกำ/ดินสอ 500 7. กำรประเมินผล วิธีกำรประเมนิ เครอื่ งมอื สภำพควำมสำเรจ็ 1. ทดสอบ 1. แบบทดสอบ 2. วัดผล 2. แบบประเมิน1. นักเรยี นในระดบั ชั้นประถมศึกษำปที ี่ 2-6 ทุกคนของโรงเรยี นสำมำรถท่อง

32สตู รคณู ได้จนถึงแม่ 12 1. ผลของโครงกำร 1. แบบรำยงำนโครงกำร2. ครูมีนวัตกรรมกำรเรียนกำรสอนท่ีหลำกหลำยในกำรจดั กำรเรียนกำรสอนกลุ่มสำระคณิตศำสตร์ผลทค่ี ำดวำ่ จะไดร้ บั 1. นกั เรียนในระดบั ชั้นประถมศึกษำปที ่ี 2-6 สำมำรถทอ่ งสูตรคณู ได้จนถงึ แม่ 12 2. นกั เรยี นเกดิ ทกั ษะกำรทอ่ งสตู รคูณและสำมำรถใชเ้ ป็นพื้นฐำนในกำรเรียนวิชำคณติ ศำสตรต์ ่อไป 3. ครูมนี วัตกรรมกำรเรียนกำรสอนทีห่ ลำกหลำยในกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนกลุ่มสำระคณิตศำสตร์ 4. นกั เรยี นมเี จตคติท่ดี ีต่อวชิ ำคณิตศำสตร์ ผูเ้ สนอโครงกำร ผู้อนมุ ตั โิ ครงกำร(ลงชือ่ )…………………………….. (ลงชื่อ)…………………………….. ( นำงเกศมณี ศลิ ำเกษ) ( นำยธีรยทุ ธ อุทธำ ) ตำแหนง่ ครูชำนำญกำรพิเศษ อันดับ คศ.2 ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นบำ้ นหนองคู (โสภณประชำนุกลู )ชอื่ โครงกำร ปรับปรงุ และพัฒนำหลักสูตรสถำนศึกษำขน้ั พืน้ ฐำน (สอดคล้องกับมำตรฐำนท่ี 10 ของ สพฐ.)งำนแผนงำน บริหำรวชิ ำกำรสนองกลยทุ ธส์ พฐ. กำรจัดกำรศึกษำขนั้ พืน้ ฐำน ข้อที่ 1 พัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำทุกระดบั ตำมหลกั สตู รและสง่ เสริมควำมสำมำรถหนว่ ยงำนทรี่ ับผดิ ชอบผูร้ บั ผดิ ชอบโครงกำร ทำงเทคโนโลยเี พ่อื เป็นเคร่อื งมอื กำรเรยี นรู้ลกั ษณะโครงกำรระยะเวลำดำเนนิ กำร (สอดคลอ้ งกับตัวบ่งช้ีท่ี 6,7 ของ สมศ.) โรงเรียนบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนกุ ูล) นำงบุษบำ บรรลุ นำงพรพิมล แจ้งไธสง นำงชลนันต์ จันทร์สด โครงกำรตอ่ เนื่อง 16 พฤษภำคม 2557 – 31 มนี ำคม 25581. หลักกำรและเหตผุ ล จำกกำรนำหลักสูตรสถำนศึกษำไปใช้พบว่ำสถำนศึกษำยังไม่สำมำรถนำหลักสูตรไปใช้ในกำรจัดกำรศึกษำได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ เน่อื งจำกโรงเรยี นไดจ้ ัดทำหลักสตู รสถำนศึกษำไม่สอดคล้องกบั ควำมตอ้ งกำรของชมุ ชน ครูไม่เข้ำใจกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรสถำนศึกษำและขำดควำมรู้ควำมเข้ำใจในกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและสถำนศึกษำไม่มีกำรประเมินผลและพัฒนำหลักสูตรสถำนศึกษำซึ่งหำกปล่อยทิ้งไว้ไม่แก้ไขจะไม่บรรลุจุดหมำยของหลักสูตร และนำผลกำรประเมินมำปรับปรุงและพัฒนำผู้เรียน ท้องถิ่น นอกจำกนี้โครงกำรน้ียังสอดคล้องกับนโยบำยปฏิรูปกำรศึกษำของสพฐ. และ

33มำตรฐำนกำรศึกษำทุกระดับ ซ่ึงทำงโรงเรียนเป็นต้นแบบกำรใช้หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551 จึงมีควำมสำคัญย่งิ ต้องมกี ำรปรับปรุงพฒั นำหลกั สูตรของสถำนศึกษำ2. วตั ถปุ ระสงค์ 2.1 ผลผลติ (Output) 2.1.1 เพ่ือพฒั นำหลกั สูตรสถำนศกึ ษำให้เหมำะสมกบั ผู้เรียนและทอ้ งถน่ิ 2.1.2 เพ่อื ให้หลกั สูตรสถำนศกึ ษำมีกิจกรรมที่หลำกหลำยสำมำรถเลอื กเรียนได้ตำมควำมสนใจ 2.1.3 เพอ่ื ส่งเสรมิ ใหค้ รูจัดทำแผนกำรจดั กำรเรียนร้ทู ่ีตอบสนองควำมถนดั และควำมสนใจ ของผเู้ รยี นและสำมำรถพัฒนำนวตั กรรมกำรจัดกำรเรยี นรู้ 2.1.4 ครูสำมำรถนิเทศกันเองได้และนำภมู ิปญั ญำท้องถิน่ มำจัดกำรเรยี นกำรสอน ได้อยำ่ งเหมำะสม 2.2 ผลลัพธ์ (Outcomes) 2.2.1 โรงเรยี นมหี ลักสตู รทเ่ี หมำะสมกบั ผูเ้ รียนและสอดคลอ้ งกับควำมต้องกำร ของทอ้ งถน่ิ 2.2.2 ครูร้อยละ 80 จัดทำแผนกำรเรยี นรทู้ สี่ นองควำมถนดั และควำมสำมำรถ ของผเู้ รยี น 2.2.3 ครูร้อยละ 80 มีกำรพัฒนำนวัตกรรมกำรจัดกำรเรียนรแู้ ละสื่ออปุ กรณ์กำรเรยี นท่ี เออื้ ต่อกำรเรยี นรู้ 2.2.4 โรงเรยี นมีกำรนเิ ทศกำรเรียนกำรสอนและครูนำผลไปปรบั ปรุงกำรเรยี นกำรสอน อย่ำงสม่ำเสมอ 2.2.5 โรงเรยี นมกี ำรนำแหลง่ เรียนรูแ้ ละภมู ปิ ัญญำทอ้ งถน่ิ มำจัดกำรเรียนรู้4. งบประมำณ5. งบประมำณและทรพั ยำกร คำชี้แจง/รำยกำร กำรใช้ จำแนกตำมหมวดรำยจำ่ ย งบประมำณและทรพั ยำกรที่ บคุ ลำกร ดำเนินงำน ลงทุน รวม ค่ำจำ้ ง ตอบแทน ใช้สอย วสั ดุ สำธำฯ ครุภัณฑ์ ทีด่ ินฯ 2,000 3,0001 เบย้ี เลยี้ ง อบรมฯ 2,0002 กระดำษA-4/เขำ้ เลม่ 3,0006. กำรดำเนนิ กำรท่ี กจิ กรรม ระยะเวลำดำเนนิ กำร ผปู้ ฏิบตั ิ

341 จัดทำโครงกำร เมษำยน 2557 นำงสำลินี ประสำนสงิ ห์ ผู้อำนวยกำรโรงเรยี น2 ประชมุ ชแ้ี จงโครงกำร เมษำยน 2557 ผู้อำนวยกำรโรงเรยี น3 อนุมัติโครงกำร เมษำยน 2557 คณะครูและคณะทำงำน นำงพรพิมล แจง้ ไธสง4 ดำเนนิ งำนตำมโครงกำร นำงสำลนิ ี ประสำนสงิ ห์ - แต่งตงั้ คณะทำงำน พฤษภำคม 2557 นำงพรพมิ ล แจง้ ไธสง นำงสำลนิ ี - วิเครำะห์เอกสำรหลกั สูตร พฤษภำคม 2557 ประสำนสงิ ห์ กำรศกึ ษำ ประเมนิ หลกั สูตร นำงชลนันต์ จันทร์สด ครูวชิ ำกำร - พฒั นำ ปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลงหลักสตู รกำรศึกษำ พฤษภำคม 2557 – มนี ำคม 2558 นำงสำลินี ประสำนสงิ ห์ ฯ - จัดทำหลักสตู รกำรศึกษำฯ พฤษภำคม 2557 – มนี ำคม 2558 - จัดทำแผนกำรจดั ประสบกำรณ์ พฤษภำคม 2557 – มนี ำคม 2558 - จดั กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอนตำมแผนกำรจัด ตลอดปีกำรศึกษำ5 ประสบกำรณ์กำรเรียนรู้6 นิเทศ ตดิ ตำมประเมนิ ผลกำรดำเนินงำนสรุปผลกำร พฤษภำคม 2557 – มนี ำคม 25587 ดำเนนิ งำนและรำยงำนผล มนี ำคม 25587. กำรประเมนิ ตวั ชวี้ ดั สภำพควำมสำเรจ็ วิธีกำรวัดผลประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ แบบตรวจสอบผลผลติ (Output) ตรวจสอบ แบบสังเกต สงั เกต สัมภำษณ์ แบบตรวจสอบ- หลกั สูตรกำรศึกษำฯได้รับกำรพฒั นำให้เหมำะสมกบั สถำนกำรณ์ สอบถำม แบบสงั เกต- นักเรยี นได้รบั กำรพัฒนำใหม้ คี วำมพรอ้ มทจ่ี ะศึกษำในระดับท่ีสงู ขน้ึผลลพั ธ(์ Outcomes) ตรวจสอบ- หลักสตู รกำรศึกษำฯได้รบั กำรพัฒนำใหท้ นั ตอ่ กำรเปล่ยี นแปลง สังเกต สัมภำษณ์นักเรยี นมคี วำมพรอ้ มในทุกดำ้ น สอบถำม8. ผลทค่ี ำดวำ่ จะได้ 8.1 โรงเรยี นมีหลักสตู รสถำนศึกษำทมี่ ปี ระสทิ ธิภำพและประสทิ ธิผลในกำรนำไปใชจ้ ดั กำรเรยี น กำรสอน เพอ่ื มุง่ พฒั นำให้นักเรยี นท่ีจบกำรศึกษำขัน้ พ้ืนฐำนมรผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียน และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคส์ อดคลอ้ งกับศกั ยภำพและควำมต้องกำรของผเู้ รียน สังคม ท้องถ่ิน 8.2 ครูสำมำรถจดั กำรเรียนกำรสอนท่เี นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั 8.3 นักเรยี นมที กั ษะพ้นื ฐำนควำมรู้ทจ่ี ำเป็นต่อกำรนำไปใชใ้ นอนำคต ผ้เู สนอโครงกำร ผู้อนมุ ัติโครงกำร (ลงชือ่ )…………………………….. (ลงชื่อ)…………………………….. ( นำงสำลินี ประสำนสงิ ห์ ) ( นำยธีรยทุ ธ อทุ ธำ ) ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนบำ้ นหนองคู (โสภณประชำนุกลู )ตำแหน่ง ครชู ำนำญกำรพิเศษ อันดับ คศ.3

35งำน/โครงกำร สรำ้ งคณุ ภำพและปรบั ปรุงพฒั นำหลกั สูตร ตำรำและกำรวดั ผล (สอดคลอ้ งกับมำตรฐำนที่ 10 ของ สพฐ.)งำน บริหำรวิชำกำรแผนงำน กำรจัดกำรศึกษำข้ันพนื้ ฐำนสนองกลยทุ ธส์ พฐ. ขอ้ ท่ี 1 พัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรศกึ ษำทกุ ระดบั ตำมหลักสูตรและส่งเสรมิ ควำมสำมำรถ ทำงเทคโนโลยีเพอ่ื เปน็ เครื่องมือกำรเรียนรู้ (สอดคลอ้ งกับตวั บ่งชที้ ่ี 6,7 ของ สมศ.)หนว่ ยงำนทร่ี ับผดิ ชอบ โรงเรยี นบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนุกลู )ผรู้ บั ผิดชอบโครงกำร นำงสำลินี ประสำนสงิ ห์ นำงบุษบำ บรรลุลกั ษณะโครงกำร โครงกำรต่อเน่อื งระยะเวลำดำเนนิ กำร 16 พฤษภำคม 2557 - 30 กันยำยน 25581. หลกั กำรและเหตผุ ลกำรดำเนินงำนพัฒนำกำรเรียนกำรสอน ตำมแนวทำงพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พุทธศักรำช 2542 หมวดที่ 4 ว่ำดว้ ย แนวกำรจัดกำรศึกษำ มำตรำ 22 – มำตรำ 30 ที่ระบุว่ำ “ กำรจัดกำรศึกษำจะต้องส่งเสริมควำมสำมำรถในกำรเรียนรู้ตำมศักยภำพให้ผ้เู รียนพัฒนำตนเอง โดยถือว่ำผู้เรียนสำคัญท่ีสุด ซึ่งสถำนศึกษำจะต้องจัดกระบวนกำรเรียนรู้ในเน้ือหำสำระที่สอดคล้องกับควำมต้องกำร ควำมถนัดและควำมสนใจของผู้เรียน” ประกอบกับท่ีโรงเรียนจะต้องได้รับกำรประเมินจำกหน่วยงำนภำยนอก(องค์กรมหำชน) คอื สำนกั งำนรบั รองมำตรฐำนและประเมินคณุ ภำพกำรศึกษำ (สมศ.) ในกำรดำเนินงำนจัดกำรศึกษำของโรงเรียน เพื่อตอบสนองต่อแนวทำงกำรจัดกำรศึกษำ ดังกล่ำวน้ัน บุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับกำรจดั กำรศกึ ษำทุกระดับ จะตอ้ งไดร้ ับกำรพฒั นำทงั้ ในด้ำนควำมรู้ควำมเข้ำใจ และควำมสำมำรถในกำรบริหำรและกำรจัดกำรเรียนกำรสอนตำมแนวทำงปฏริ ปู กำรเรียนรู้ ทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ซึ่งหมำยถงึ ผูบ้ รหิ ำรสถำนศึกษำและครูผู้สอนตลอดจนบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำอืน่ ๆ จะตอ้ งดำเนนิ กำรในทุกวิถีทำงที่จะทำให้กำรจัดกำรศึกษำประสบควำมสำเร็จ ตำมเจตนำรมณ์ ของ พระรำชบัญญัติกำรศึกษำพุทธศักรำช 2542 ดังกล่ำว2. วตั ถุประสงค์ 2.1 ผลผลติ (Out put) 1. เพ่ือพัฒนำครูผู้สอน ให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจและสำมำรถจัดกำรเรียนรู้ ตำม แนวทำงปฏริ ปู กำรเรยี นรู้ ที่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั 2. เพ่ือสร้ำงเครือข่ำย บุคลำกรต้นแบบปฏิรูปกำรเรียนรู้ และพัฒนำอย่ำงเต็ม ควำมสำมำรถและศกั ยภำพ 2.2 ผลลพั ธ์ (Out comes) 1. ครูผสู้ อนมีควำมร้คู วำมสำมำรถในกำรจดั กำรเรยี นรู้ ตำมแนวทำงปฏริ ูปกำรเรียนรู้ ท่ีเน้นผ้เู รยี นเป็นสำคัญได้อย่ำงครูมอื อำชีพ 2. ครผู ู้สอนพัฒนำกำรจัดกระบวนกำรเรียนรเู้ ป็นครูตน้ แบบ เพิม่ ขึน้3. เป้ำหมำย 3.1 ด้ำนปริมำณ 3.1.1 มี ค รู ผู้ ส อ น ท่ี เ ป็ น ต้ น แ บ บ ก ำ ร จั ด ก ำ ร เ รี ย น รู้ ต ำ ม แ น ว ท ำ ง ป ฏิ รู ป ก ำ ร เรียนรู้ เพิ่มขนึ้ จำกเดิม 3.1.2. มีเครือขำ่ ยครูตน้ แบบปฏริ ปู กำรเรยี นรู้ 3.2 ดำ้ นคณุ ภำพ

36 3.2.1. ครผู ู้สอน ท่ีเปน็ ต้นแบบปฏิรปู กำรเรียนรู้ สร้ำงเครอื ข่ำยเพื่อพัฒนำ กระบวนกำรจดั กำรเรยี นร้ใู หแ้ กค่ รูผสู้ อนทสี่ มัครเขำ้ เปน็ สมำชกิ เครือขำ่ ย 3.2.2. ครผู สู้ อนจดั กระบวนกำรเรยี นกำรสอน ตำมแนวทำงปฏิรปู กำรเรยี นรู้ได้อย่ำงครมู ืออำชีพ4. งบประมำณ6. งบประมำณและทรพั ยำกร คำช้ีแจง/รำยกำร กำรใช้ จำแนกตำมหมวดรำยจำ่ ย งบประมำณและทรัพยำกรท่ี บคุ ลำกร ดำเนินงำน ลงทุน รวม คำ่ จ้ำง ตอบแทน ใช้สอย วสั ดุ สำธำฯ ครภุ ัณฑ์ ทด่ี นิ ฯ1 กระดำษA-4 500 5002 แฟ้มสนั แข็ง 500 5005. กำรดำเนนิ งำนที่ รำยละเอยี ดกจิ กรรม ระยะเวลำดำเนนิ งำน ผรู้ บั ผิดชอบ1 จัดทำโครง ประชมุ ชแี้ จงวัตถุประสงค์โครงกำร เมษำยน 2557 นำงสำลินี ประสำนสิงห์2 อนมุ ัตโิ ครงและแตง่ ตั้งคณะทำงำน พฤษภำคม 2557 ผู้อำนวยกำรโรงเรียน3 ดำเนินกำร ประชมุ อบรมครูพัฒนำควำมรู้ พฤษภำคม 2557 นำงบุษบำ บรรลุ ควำมสำมำรถ และคณะทำงำน6 นเิ ทศ ตดิ ตำมประเมินผลกำรดำเนินงำน มกรำคม-กมุ ภำพันธ์ 2558 นำงบษุ บำ บรรลุ7 สรุปผลกำรดำเนนิ งำนและรำยงำนผล มีนำคม 2558 นำงสำลินี ประสำนสงิ ห์6. กำรประเมนิ ผล กจิ กรรมท่ี 1 พฒั นำบคุ ลำกรแกนนำปฏริ ปู กระบวนกำรเรียนรู้ ตัวชว้ี ดั ควำมสำเรจ็ วิธีกำรประเมนิ เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้1. ร้อยละของครูผู้สอนทีม่ คี วำมรู้ควำมเข้ำใจและสำมำรถจัดกำรเรียนกำร - นิเทศ - แบบนิเทศ - แบบเยย่ี มช้นัสอนตำมแนวทำงปฏิรปู กำรเรียนร้ไู ดอ้ ยำ่ งมอื อำชีพ - เยี่ยมชน้ั เรยี น เรยี น - แบบสงั เกต - สงั เกต แบบสอบถำม/ สมั ภำษณ์ - สอบถำม/สมั ภำษณ์ - แบบสำรวจ2. จำนวนเครอื ขำ่ ย/สมำชิกเครอื ข่ำยของครูผู้สอนในแต่ละกลุ่มสำระกำร - สำรวจเรียนร/ู้ สำขำวชิ ำ กจิ กรรมที่ 2 นเิ ทศเพอ่ื พฒั นำคณุ ภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำ (นเิ ทศ 100 %) ตัวชวี้ ดั ควำมสำเรจ็ วธิ ีกำรประเมนิ เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้1. จำนวนครทู ่ีได้รับกำรนิเทศจำกผู้บรหิ ำรฯ 1. กำรรำยงำนผลกำร 1. แบบรำยงำน นิเทศ2. โรงเรยี นทีส่ ำมำรถบรหิ ำรจัดกำรศกึ ษำได้ อย่ใู นระดบั น่ำพอใจ 2. นิ เทศติดตำมกำร 2 . แ บ บ นิ เ ท ศ บริหำรจัดกำรศกึ ษำ ตดิ ตำมผลผลติ มแี ผนและแนวทำงในกำรติดตำมตรวจสอบประเมินผลและนิเทศ - บนั ทกึ กำรประชุม - รำยงำนบนั ทึก

37กำรบริหำรและกำรดำเนนิ กำรของสถำนศกึ ษำ กำรประชุมผลลพั ธ์ โรงเรยี นไดร้ ับกำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำอย่ใู นระดับนำ่ พอใจ7. ผลทค่ี ำดวำ่ จะไดร้ บัโรงเรียน สำมำรถบรหิ ำรจัดกำรศึกษำไดอ้ ยำ่ งมีประสทิ ธภิ ำพและเกิดประโยชน์สงู สุด ส่งผลตอ่ กำรพัฒนำผู้เรยี นอยำ่ งแท้จรงิไดร้ บั กำรพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำตำมมำตรฐำนกำรศึกษำขน้ั พ้นื ฐำนผู้เสนอโครงกำร ผอู้ นมุ ัตโิ ครงกำร(ลงช่ือ)…………………………….. (ลงช่ือ)…………………………….. ( นำงสำลนิ ี ประสำนสิงห์ ) ( นำยธรี ยุทธ อุทธำ ) ผ้อู ำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนหนองคู (โสภณประชำนุกูล) ตำแหนง่ ครูชำนำญกำรพิเศษ อนั ดับ คศ.3ชอื่ โครงกำร อบรมเชงิ ปฏบิ ัติกำร กำรวิจยั ในชั้นเรยี น (สอดคล้องกบั มำตรฐำนท่ี 7 ของ สพฐ.)งำน บริหำรงำนวชิ ำกำรแผนงำนสนองกลยทุ ธส์ พฐ. กำรจัดกำรศึกษำขน้ั พื้นฐำนหนว่ ยงำนทรี่ บั ผดิ ชอบ ข้อท่ี 1 พัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำทกุ ระดับตำมหลกั สตู รและส่งเสรมิ ควำมสำมำรถผู้รบั ผิดชอบโครงกำรลักษณะโครงกำร ทำงเทคโนโลยเี พื่อเป็นเครื่องมือกำรเรยี นรู้ระยะเวลำดำเนนิ กำร (สอดคล้องกับตัวบ่งช้ีที่ 7 ของ สมศ.) โรงเรียนบ้ำนหนองคู (โสภณประชำนกุ ูล) นำงพรพิมล แจง้ ไธสง นำงเกศมณี ศลิ ำเกษ นำงบุษบำ บรรลุ โครงกำรตอ่ เนอื่ ง 16 พฤษภำคม 2557 ถึง 31 มนี ำคม 25581.หลักกำรและเหตผุ ล กำรศึกษำวิจยั ในชนั้ เรียน เป็นกำรศกึ ษำสภำพปจั จุบัน ปัญหำในชั้นเรยี น ทเ่ี กี่ยวกบั ครู นกั เรียน กระบวนกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้ และสภำพครอบครวั นักเรียน เพ่อื ใหท้ รำบข้อมลู ตำ่ งๆ ทเี่ ปน็ จดุ เด่น จุดดอ้ ย เพ่ือนำมำวเิ ครำะหแ์ ละหำแนวทำงในกำรแก้ปญั หำ และพัฒนำคุณภำพกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นร้ใู ห้มปี ระสิทธภิ ำพยิ่งขน้ึกำรวจิ ยั ในช้ันเรียนจึงจำเป็นท่ีจะต้องอำศัย ควำมรู้ หลกั กำร ทฤษฏีที่ถูกต้องตำมหลักวิชำกำร จงึ ควรให้มีกำรอบรมครูเร่ืองกำรวจิ ัยในชนั้ เรียน เพ่ือใหค้ รมู ีควำมรู้ ควำมเข้ำใจเทคนิควธิ กี ำร และนำไปใชใ้ นกำรพฒั นำกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรูใ้ ห้มปี ระสทิ ธิภำพย่ิงขึน้2. วัตถปุ ระสงค์ 2.1 ดำ้ นผลผลิต ( Outputs) 2.1.1 เพื่อเพมิ่ ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ เทคนคิ วธิ ีกำรและกำรดำเนินงำนกำรวจิ ยั ใน ชน้ั เรียนให้แก่ครผู ู้สอน 2.1.2 เพ่อื พัฒนำคุณภำพกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นให้มีมำตรฐำนและมปี ระสทิ ธิภำพเพม่ิ ขึ้น 2.2 ดำ้ นผลลัพธ์ ( Outcomes) 2.2.1 นักเรียนมผี ลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนสงู ข้ึน

383. เปำ้ หมำย 3.1 อบรมครผู ้สู อนเรื่องกำรวิจยั ในชั้นเรยี นอยำ่ งนอ้ ย 1 ครัง้ 3.2 ครทู ำกำรวิจยั ในช้ันเรียนอย่ำงนอ้ ย 1 เร่อื ง ต่อ 1 ภำคเรียน4. งบประมำณและทรพั ยำกรที่ คำช้แี จง/รำยกำร กำรใช้ บุคลำกร จำแนกตำมหมวดรำยจำ่ ย ลงทนุ รวม งบประมำณและทรพั ยำกร ค่ำจ้ำง ดำเนินงำน ครภุ ณั ฑ์ ทด่ี ินฯ ตอบแทน 2,500 ใชส้ อย วสั ดุ สำธำฯ 2,5001 อบรม สมั มนำ2 กระดำษA-4 2,500 2,5005. ขน้ั ตอนกำรดำเนนิ งำนท่ี รำยละเอยี ดกจิ กรรม ระยะเวลำดำเนนิ งำน ผูร้ บั ผดิ ชอบ1 จดั ทำโครงกำร เมษำยน 2557 นำงพรพมิ ล แจ้งไธสง2 ประชุมชแ้ี จงวตั ถปุ ระสงคโ์ ครงกำร พฤษภำคม 2557 นำงพรพิมล แจ้งไธสง3 อนุมตั ิโครงกำร พฤษภำคม 2557 ผูอ้ ำนวยกำรโรงเรยี น4 แตง่ ตง้ั คณะทำงำน พฤษภำคม 2557 ผู้อำนวยกำรโรงเรยี น5 ดำเนินกำรอบรมปฏิบตั กิ ำรวจิ ัยในช้ันเรยี น กรกฎำคม – กมุ ภำพันธ์ 2557 คณะศึกษำนเิ ทศก์6 นเิ ทศ ติดตำมประเมนิ ผลกำรดำเนนิ งำน กรกฎำคม – กุมภำพนั ธ์ 2557 นำงบษุ บำ บรรลุ7 สรุปผลกำรดำเนินงำนและรำยงำนผล มนี ำคม 2558 นำงเกศมณี ศิลำเกษ6. กำรประเมนิ ผล ควั บง่ ชค้ี วำมสำเรจ็ วธิ วี ดั และประเมนิ ผล เครอื่ งมอื ทใี่ ชว้ ดั และประเมนิ ผลดำ้ นผลผลติ ( Outputs) สังเกต แบบบนั ทกึ กำรสงั เกต ครมู คี วำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ เทคนิค สอบถำม แบบสอบถำมวธิ กี ำรและกำรดำเนินงำนกำรวจิ ยั ในชนั้ นิเทศ แบบสัมภำษณ์ดำ้ นผลลพั ธ์ ( Outcomes สงั เกต แบบบันทกึ กำรสังเกต กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นให้มี สอบถำม แบบสอบถำมมำตรฐำนและมีประสิทธิภำพ ผลสัมฤทธ์ิ นิเทศ แบบสมั ภำษณ์ทำงกำรเรยี นสงู ขน้ึ รำงงำน7. ผลทค่ี ำดวำ่ จะไดร้ บั ครูสำมำรถทำกำรวิจัยในช้ันเรียนได้ และสำมำรถเขยี นรำยงำนกำรวิจัยที่ถกู ตอ้ งตำมหลักวชิ ำกำร เพอื่ นำผลไปพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำให้มปี ระสิทธภิ ำพย่งิ ข้ึน ผเู้ สนอโครงกำร ผู้อนมุ ัติโครงกำร(ลงชอ่ื )…………………………….. (ลงชื่อ)…………………………….. ( นำยธรี ยุทธ อทุ ธำ ) ( นำงพรพิมล แจง้ ไธสง) ผู้อำนวยกำรโรงเรยี นบ้ำนหนองคู (โสภณประชำนุกูล) ตำแหนง่ ครูชำนำญกำรพิเศษ อันดบั คศ.3ชอื่ โครงกำร พฒั นำระบบเทคโนโลยี One Tablet Per Child สำรสนเทศเพ่อื กำรสื่อสำร (สอดคลอ้ งกับมำตรฐำนที่ 10 ของ สพฐ.)งำนแผนงำน บรหิ ำรวชิ ำกำรสนองกลยทุ ธ์ สพฐ. กำรจัดกำรศึกษำขัน้ พนื้ ฐำน ข้อที่ 1 พัฒนำคณุ ภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำทุกระดบั ตำมหลักสูตรและส่งเสริมควำมสำมำรถ

39หนว่ ยงำนทร่ี ับผดิ ชอบ ทำงเทคโนโลยีเพอ่ื เปน็ เครือ่ งมอื กำรเรียนรู้ผูร้ บั ผดิ ชอบโครงกำรลกั ษณะโครงกำร (สอดคล้องกบั ตัวบ่งช้ที ี่ 6 ของ สมศ.) โรงเรียนบำ้ นหนองคู (โสภณประชำนกุ ลู )ระยะเวลำดำเนนิ กำร นำงพรพิมล แจง้ ไธสง นำงสำลนิ ี ประสำนสงิ ห์ โครงกำรตอ่ เนอื่ ง 16 พฤษภำคม 2557 ถึง 31มนี ำคม 25581.หลักกำรและเหตผุ ล เนื่องจำกสภำพปจั จุบนั กำรใช้เทคโนโลยีของโรงเรยี นมใี ช้ในกำรประกอบกำรเรยี นกำรสอนไม่เพียงพอจำกกำรประเมินคณุ ภำพกำรศึกษำในระดบั ต่ำงๆขงั มีผลด้ำนคุณภำพยงั ไมเ่ ปน็ ทีพ่ อใจ ส่วนหนง่ึ อำจเกิดจำกมสี ือ่ เทคโนโลยีชว่ ยสอนไม่ท่วั ถงึ ทำงโรงเรียนจึงเหน็ ควำมสำคญั กำรใช้สือ่ เทคโนโลยชี ว่ ยสอนอย่ำงมคี ณุ ภำพ เพอ่ื สนองสนับสนนุ ครูใช้ประกอบกำรสอนสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พื้นฐำน (สพฐ.) กระทรวงศึกษำธิกำร (ศธ.) ไดแ้ จกเคร่ืองคอมพิวเตอรพ์ กพำ หรือแทบ็ เล็ต(Tablet) ของนกั เรยี น ป.1ตำมโครงกำร One Tablet Per Child หลงั จำกที่รฐั บำลไดม้ คี ำสง่ั ใหด้ ำเนินโครงกำรนี้ หลงั จำกที่ พรบ.งบประมำณปี 2557 โดยจะเริ่มดำเนินกำรไดป้ ระมำณเดือนมกรำคม - กมุ ภำพนั ธ์ โดยในระหวำ่ งนีโ้ รงเรยี นจะต้องเตรยี มควำมพรอ้ มสญั ญำณ Wi-Fi โดยเฉพำะกำรใชภ้ ำษำอังกฤษ เพรำะเด็กท่ีใช้ภำษำองั กฤษไมค่ ลอ่ งจะเปน็ อปุ สรรคต์ ่อกำรใชแ้ ทบ็ เล็ต และไมเ่ กดิประโยชน์ เพื่อสนบั สนุนโครงกำรนโี้ รงเรยี นจงึ ไดจ้ ัดทำโครงกำรนี้ขึ้น2. วตั ถปุ ระสงค์ 2.1 ดำ้ นผลผลติ ( Outputs) 2.1.1 นกั เรยี นมีสอื่ เทคโนโลยอี ย่ำงพอเพียง นำ่ เรยี นรสู้ ่สู ำกล 2.1.2 สร้ำงควำมพึงพอใจให้กับครู ผปู้ กครอง นกั เรียน 2.2 ดำ้ นผลลพั ธ์ ( Outcomes) 2.2 .1 มสี อ่ื เทคโนโลยี One Tablet Per Child ประกอบกำรสอนอย่ำงเพยี งพอ 2..2.2 นักเรียนมีคณุ ภำพทำงวิชำกำรสงู ข้ึน3. เปำ้ หมำย 3.1 ดำ้ นปริมำณ 3.1.1 มีสญั ญำณอนิ เตอร์เนตควำมเรว็ สงู 6 Mb สัญญำณWi-Fi ระบบเครือข่ำยคอมพวิ เตอร์ภำยใน โรงเรยี น ทกุ อำคำรเรยี น 3.2 ดำ้ นคณุ ภำพ 3.2.1 ครสู นออย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ ผเู้ รียน 153 คน ผ้ปู กครองในเขตบรกิ ำร และประชำชนทั่วไป ใชบ้ รกิ ำรและพึงพอใจ ทันสมยั ในกำรพฒั นำ คณุ ภำพกำรศกึ ษำให้มมี ำตรฐำน4. งบประมำณและทรัพยำกร คำชีแ้ จง/รำยกำร กำรใช้ จำแนกตำมหมวดรำยจำ่ ย งบประมำณและทรพั ยำกรท่ี บคุ ลำกร ดำเนนิ งำน ลงทุน รวม คำ่ จำ้ ง ตอบแทน ใช้สอย วัสดุ สำธำฯ ครุภณั ฑ์ ท่ีดนิ ฯ 5,000 2,0001 กล่องรับสัญญำณ 5,0002 ค่ำจ้ำงเหมำบรกิ ำร 2,0005. ขน้ั ตอนกำรดำเนนิ งำน

40ท่ี รำยละเอยี ดกจิ กรรม ระยะเวลำดำเนนิ งำน ผ้รู บั ผดิ ชอบ1 สำรวจควำมตอ้ งกำร - ขออนมุ ตั ิโครงกำร เมษำยน 2557 นำงสำลินี ประสำนสิงห์2 ศึกษำรำยละเอียด รวบรวมขอ้ มลู เมษำยน 2557 นำงพรพิมล แจ้งไธสง3 แต่งตง้ั คณะทำงำน พฤษภำคม 2557 ผ้อู ำนวยกำรโรงเรียน4 จดั ประชุมครู นักเรยี น ใหค้ วำมรู้ พฤษภำคม 2557 ผู้อำนวยกำรโรงเรียน5 ดำเนินกำรตำมแผน / กิจกรรม ที่กำหนด พฤษภำคม- มิถุนำยน 57 คณะทำงำน5 นิเทศ ตดิ ตำมประเมินผลกำรดำเนินงำนสรุปผลกำร พฤษภำคม - มนี ำคม 2558 นำงพรพมิ ล แจง้ ไธสง6 ดำเนินงำนและรำยงำนผล นำงสำลินี ประสำนสงิ ห์ มนี ำคม 25586 . กำรประเมนิ ผล ตวั บง่ ชค้ี วำมสำเรจ็ วธิ วี ดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื ทใี่ ชว้ ดั และประเมนิ ผลดำ้ นผลผลติ ( Outputs) สงั เกต - แบบประเมนิครู นักเรยี นมีส่อื เทคโนโลยอี ย่ำงพอเพียง ตรวจสอบ - ภำพถ่ำยเอ้ือตอ่ กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน สรุปประเมนิ - เอกสำรประกอบดำ้ นผลลพั ธ์ ( Outcomes) ตรวจสอบ - แบบประเมินนักเรียนเกิดกำรพฒั นำกำรเรยี นร้สู สู่ ำกล สอบถำม สัมภำษณ์ - ภำพถำ่ ยอย่ำงเป็นระบบและมมี ำตรฐำนในกำรแขง่ ขัน สงั เกต - รำยงำนสรุปผลทำงวชิ ำกำร7. ผลทีค่ ำดวำ่ จะไดร้ บั 7.1 พัฒนำกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอนอย่ำงเป็นระบบและสมู่ ำตรฐำนทำงวชิ ำกำร 7.2 นักเรียนเรยี นรอู้ ยำ่ งมคี วำมสุข มพี ฒั นำกำรอยำ่ งตอ่ เน่อื ง ผเู้ สนอโครงกำร ผู้อนมุ ัตโิ ครงกำร (ลงชอ่ื )…………………………….. (ลงช่อื )…………………………….. ( นำธีระพล ประสำนสิงห)์ ( นำยธีรยุทธ อุทธำ ) ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนหนองคู (โสภณประชำนกุ ูล)ตำแหนง่ ครชู ำนำญกำรพเิ ศษ อนั ดับ คศ.3

41โครงกำร ห้องสมุด 3 ดมี ชี วี ิต (สอดคลอ้ งกบั มำตรฐำนท่ี 13 ของ สพฐ.)งำน บริหำรวิชำกำรแผนงำน กำรจดั กำรศกึ ษำข้ันพนื้ ฐำนสนองกลยทุ ธส์ พฐ. ข้อท่ี 1 พัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรศกึ ษำทุกระดบั ตำมหลักสูตรและส่งเสริมควำมสำมำรถ ทำงเทคโนโลยเี พ่ือเปน็ เครอ่ื งมอื กำรเรียนรู้ (สอดคลอ้ งกบั ตวั บง่ ชี้ท่ี 8 ของ สมศ.)หนว่ ยงำนทร่ี ับผดิ ชอบ โรงเรียนบ้ำนหนองคู(โสภณประชำนกุ ลู )ผู้รบั ผิดชอบ นำงบุษบำ บรรลุ นำงพรพิมล แจ้งไธสง นำงเกศมณี ศิลำเกษลกั ษณะโครงกำร โครงกำรใหม่ระยะเวลำดำเนนิ กำร 16 พฤษภำคม 2557 – 31 มนี ำคม 25581. หลักกำรและเหตผุ ล หอ้ งสมุดเปน็ แหล่งเรยี นรู้ทส่ี ำคญั ทีเ่ ปน็ อยทู่ ุกวันน้ียังขำดหนังสือดแี ละวสั ดุครุภณั ฑ์ท่ีเอ้อื อำนวยควำมสะดวกตลอดจนบรรยำกำศกำรเรียนรู้ท่ีมีชวี ิตชวี ำอันจะนำไปสู่กำรปลูกฝังใหน้ ักเรียนรักกำรอำ่ น กำรค้นควำ้ หำควำมรู้อยำ่ งไม่มที สี่ ิ้นสุดห้องสมดุ เป็นคลงั สะสมหลกั ฐำนและควำมก้ำวหนำ้ แหง่ อำรยธรรมเป็นที่ชมุ ชนของควำมคดิ และคำพูดที่มอี ิทธพิ ลเหนอื โลก ห้องสมุดเป็นโรงฝึกอบรมซึ่งนักเรยี นจะได้มำแสวงหำควำมรู้ ควำมเฉลียวฉลำดเปน็ เครื่องมือของกำรศึกษำและเป็นสว่ นซึ่งสถำนศึกษำจะขำดเสียมิได้ ห้องสมดุ โรงเรียนหมำยถึงหอ้ งสมุดโรงเรียนท่ีจัดขึ้นเพ่ือส่งเสริมหลักสตู รและเพ่ือผู้ใช้อันมจี ำนวนจำกดั คอืนักเรียนและครู ครูใช้หอ้ งสมดุ สำหรบั กำรสอน และทำผลงำนทำงวชิ ำกำรของตน สว่ นนักเรียนใชห้ อ้ งสมดุ สำหรับกำรเรียน สำหรับสร้ำงอุปนสิ ัยทด่ี ีและใหต้ นมคี วำมเจรญิ เติบโตในทำงสติปัญญำให้มรี สนยิ มท่ดี ี รู้จักใช้หนังสือตำ่ งๆโดยกวำ้ งขวำง เด็กทเ่ี ริ่มอำ่ นหนังสอืไดถ้ ้ำมหี นงั สอื ใหอ้ ำ่ นแล้วจะสนใจในกำรอำ่ นมำก ห้องสมุดมีชีวติ มำจำกภำษำองั กฤษวำ่ Living Library ซง่ึ ได้ควำมหมำยดังนี้ L Learning how to learn I Information service for all V Value – added though knowledge I Interactive lively edutainment N Nurturing enquiry and creativity G Growing Intellectually and joinfully together หอ้ งสมดุ มีชวี ิตหมำยถึง แหล่งเรียนรทู้ ีส่ ่งเสริมสนบั สนนุ ใหส้ มำชิกในสังคมไดศ้ ึกษำค้นควำ้ ใฝ่หำควำมรดู้ ้วยตนเองอยำ่ งมีควำมสขุ อย่ำงเสมอภำคเท่ำเทียมกนั และมีกำรพัฒนำกำ้ วหนำ้ หรือเติบโตอย่ำงไม่หยดุ ยั้งผสมผสำนกับควำมมชี ีวิตชีวำสดชน่ื แจม่ ใส หอ้ งสมดุ มีชวี ิตหมำยถึงห้องสมุดท่ีมหี นังสือท่ีทนั สมัย หลำกหลำยรปู แบบและมีกำรจดั ระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศรองรบั เพื่อกำรศึกษำค้นคว้ำ เพอื่ จูงใจใหผ้ ไู้ ดร้ ับประโยชนจ์ ำกห้องสมุดอยำ่ งเตม็ ท่ี(น้ำทิพย์ วภิ ำวิน. 2548 : 33)

42 ฉะนัน้ หอ้ งสมดุ มีชวี ิตจงึ หมำยถงึ แหลง่ เรียนรู้ท่ีมีควำมเคล่ือนไหว มีชีวติ ชวี ำ มีกำรเปลี่ยนแปลงใหส้ อดคล้องกบั สังคมและกำรเรียนร้ตู ลอดจนควำมตอ้ งกำรของผูใ้ ชโ้ ดยจัดหำทรัพยำกร เทคโนโลยี สำรสนเทศเพ่อื ให้ผ้ใู ชไ้ ด้ประโยชนส์ งู สดุ ในปีกำรศึกษำ 2551 น้ี โรงเรียนจะขยำยห้องสมดุ เปน็ แบบ T K Park โดยจัดทำสว่ นห้องอนิ เตอร์เนต ห้องอำ่ นหนงั สอื ตำ่ งระดับ เพื่อพฒั นำเป็นหอ้ งสมุดตัวอยำ่ ง เพ่ือให้นักเรยี นได้พัฒนำเต็มศกั ยภำพสูงสดุ ตำมมำตรฐำนทีก่ ำหนดท้งั ปริมำณและคณุ ภำพ โครงกำรห้องสมุด 3 ดี เป็นนโยบำยใหม่ของกระทรวงศึกษำธิกำร ทีจ่ ะตอ้ งมุง่ เน้นกำรสร้ำงห้องสมดุทีม่ ีดอี ยำ่ งน้อย 3 ขอ้ คอื หนังสือดี ซึง่ รวมไปถึง e-Book ดว้ ย บรรยำกำศดี คือบรรยำกำศแห่งกำรส่งเสริมกำรเรียนรู้ และบรรณำรักษ์ดีซึ่งจะจัดให้กับทุกโรงเรียนทั่วประเทศ 32,000 โรง และจะจัดให้วิทยำลัยอำชีวศึกษำ 450 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งจัดสร้ำงห้องสมุด 3ดีสำหรับประชำชน ในช่วง 3 ปี ตำมแผนปฏิบัติกำรไทยเข้มแข็ง 150 แห่งทั่วประเทศ โดยกำหนดดำเนินกำรใน โรงเรียนประถมศึกษำมัธยมศกึ ษำทวั่ ประเทศสังกดั สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พ้นื ฐำน(สพฐ.) หนว่ ยงำนท่รี ับผิดชอบดำเนินกำร ก. สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพน้ื ฐำน แนวคดิ หลกั ในกำรพฒั นำหอ้ งสมุดโรงเรยี น ยดึ หลัก 3 ดี ได้แก่ 1. หนงั สือและสอื่ กำรเรยี นรดู้ ี คือ ทุกห้องสมดุ ตอ้ งมีจำนวนหนงั สือ อย่ำงนอ้ ย 5 เล่มตอ่ นกั เรียน 1 คน 2. บรรยำกำศและสถำนท่ีดี คือ ทุกโรงเรยี นจะต้องมีห้องสมดุ อย่ำงนอ้ ย 1 ห้องเรยี นขึน้ไป มีกำรจัดมุมหรือองค์ประกอบแบ่งเป็น ส่วนท่ีใช้ในกำรศึกษำค้นคว้ำอ้ำงอิง ส่วนอ่ำนเพื่อกำรพักผ่อนหรือดูหนังฟังเพลง ส่วนกำรสบื คน้ ขอ้ มูลผำ่ นเครือข่ำย 3. ครูบรรณำรักษ์และกิจกรรมดี คือ ทุกโรงเรยี นต้องมคี รบู รรณำรกั ษ์หรอื ผทู้ ี่ทำหนำ้ ท่บี รรณำรักษ์ อย่ำงน้อย 1คน สำหรับกำรให้บริกำรอย่ำงนอ้ ยต้องให้บริกำรได้ในช่วงเวลำ เช้ำก่อนเขำ้ หอ้ งเรียน พกั กลำงวัน และหลังเลิกเรียน และมีกำรจัดกิจกรรมห้องสมุดและกจิ กรรม สง่ เสริมกำรอ่ำน ผลท่ีคำดวำ่ จะไดร้ ับ 1. โรงเรียนสังกัดสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนทุกโรงเรียนที่ยัง ไม่มีห้องสมุดได้รับกำรพัฒนำให้มีห้องสมุดที่มีควำมพร้อมทั้งด้ำนหนังสือ สื่อกำรเรียนรู้ สื่อ ICT ท่ีทันสมัย สอดคล้องกับควำมต้องกำรของนักเรียน ครู ผู้บริหำรผปู้ กครองและชุมชน 2. โรงเรียนสังกัดสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำนทุกโรงเรียนที่มี ห้องสมุดจะได้รับกำรปรับปรุงให้มีควำมทันสมยั ทั้งดำ้ นอำคำรสถำนท่ี และบรรยำกำศทีเ่ ออื้ ตอ่ กำร อ่ำนและกำรเรยี นรู้ 3. โรงเรียนสงั กัดสำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพนื้ ฐำนทกุ โรงทีม่ ี ห้องสมุดระดับมำตรฐำน ได้รับกำรพัฒนำเปน็ ห้องสมดุ สมยั ใหม่ 4. โรงเรียนสังกัดสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำนทุกโรงมีครู บรรณำรักษ์ หรือผู้ที่ทำหน้ำที่บรรณำรักษ์ท่ีมีคณุ ภำพ สำมำรถบริหำรจดั กำรหอ้ งสมดุ แนวใหม่ และมคี วำมรคู้ วำมสำมำรถในกำรจดั กจิ กรรมห้องสมุดและกิจกรรมส่งเสรมิ กำรอ่ำน ข. สำนักงำนสง่ เสรมิ กำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั สำนกั งำนสง่ เสรมิ กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยได้กำหนดนโยบำยพัฒนำห้องสมุดประชำชนท่ัวประเทศ ให้เปน็ “ห้องสมุด 3 ด”ี โดยมเี ป้ำประสงค์ 3 ประกำร คอื หนังสอื ดี บรรยำกำศดี และบรรณำรักษด์ ี แนวทำงกำรดำเนนิ งำน 1. จดั หำหนังสอื และส่อื กำรเรยี นร้ดู ี มคี ณุ ภำพ เพยี งพอต่อควำมตอ้ งกำร และเหมำะสมสำหรับประชำชนทุกกลุม่ เป้ำหมำย 2. สรำ้ งบรรยำกำศและสภำพแวดลอ้ มที่เออ้ื ตอ่ กำรอำ่ น กำรเรียนรู้ กำรคน้ ควำ้ และสะทอ้ นเอกลักษณ์ของชุมชน 3. พัฒนำและส่งเสริมคุณภำพบรรณำรักษ์และบุคลำกรผู้ปฏิบัติงำนห้องสมุดให้มีควำมเป็นมอื อำชพี มีจติ บริกำร เป็นนักจัดกิจกรรมส่งเสรมิ กำรอ่ำนและกำรเรยี นรู้ และเปน็ ผูบ้ ริหำรจัดกำรควำมรทู้ ดี่ ี มำตรฐำน“ห้องสมดุ 3 ด”ี มำตรฐำนท่ี 1 หนังสือดี หมำยถึง หนังสือ และส่ือกำรเรียนรู้ดี มีคุณภำพ มีเน้ือหำสำระถูกต้อง ไม่เป็นพิษเป็นภัย และตรงใจผอู้ ำ่ นในรปู สอื่ สงิ่ พมิ พ์ สอื่ อิเล็กทรอนกิ ส์ และสือ่ อนื่ ๆ เพื่อสง่ เสริมกำรอ่ำนและกำรเรยี นรู้ของประชำชนทกุ กลุ่มเปำ้ หมำย

43 มำตรฐำนที่ 2 บรรยำกำศดี หมำยถึง ห้องสมุดประชำชนที่เอื้อต่อกำรอ่ำน กำรเรียนรู้ กำรค้นคว้ำ อุดมไปด้วยควำมรู้ ควำมบันเทงิ และเชอ้ื เชิญใหท้ กุ คนเขำ้ มำใชบ้ รกิ ำรเสมอื นหนึง่ เป็นบ้ำนหลังท่สี อง ทสี่ ะดวก สะอำด ร่มรืน่ ปลอดโปรง่ และปลอดภัยสำหรับทุกคนท่เี ข้ำมำใช้บริกำร เปน็ หอ้ งสมุดประหยัดพลงั งำน และสะทอ้ นเอกลักษณ์ของชุมชน มำตรฐำนท่ี 3 บรรณำรักษ์ดี หมำยถึง บรรณำรักษ์และบุคลำกรผู้ปฏิบัติงำนห้องสมุดท่ีเป็นตัวกลำงในกำรเช่ือมโยงควำมรู้ในห้องสมุดกบั ผูใ้ ช้บริกำร มคี วำมเปน็ “มืออำชีพ” มีจิตบรกิ ำร มคี วำมรลู้ ึก รู้รอบ รกู้ ว้ำง รูไ้ กล ทนั สมยั ทันควำมเปล่ียนแปลงของสังคมเปน็ นกั จดั กิจกรรมส่งเสริมกำรอำ่ นและกำรเรยี นรู้ เป็นผบู้ รหิ ำรจดั กำรควำมร้ทู ี่ดี และเปน็ ผปู้ ฏิบัติงำนอย่ำงมีควำมสุข กำรขบั เคล่อื นนโยบำยสูก่ ำรปฏบิ ัติ บรรณำรักษ์และบุคลำกรผู้ปฏิบัติงำนห้องสมุด และผู้เกี่ยวข้อง ประเมินสภำพกำรดำเนินงำนห้องสมุดในควำมรับผิดชอบเพมิ่ ขึ้นจำกเดมิ ท้ัง 3 ด้ำน ว่ำอยู่ในสภำพใด ต้องพัฒนำด้ำนใด และกำหนดแผนและแนวทำงกำรพัฒนำห้องสมุดประชำชนแต่ละแห่งที่ชัดเจน ดงั นี้ ดำ้ นหนงั สือ 1. ดำเนินกำรให้มีกำรจัดซ้ือหนังสือ และสื่อกำรเรียนรู้เข้ำห้องสมุดให้เป็นไปตำมนโยบำย เพ่ือให้ห้องสมุดมีหนังสือและส่อื กำรเรยี นร้ดู ี มีคณุ ภำพ และเพียงพอกบั จำนวนผใู้ ช้บริกำร 2. แต่งตั้งคณะกรรมกำรเพอื่ คัดเลือกหนงั สอื และสื่อกำรเรียนรู้เข้ำห้องสมดุ 3. ดำเนินกำรจัดซ้ือหนังสือ และสื่อกำรเรียนรู้ตำมงบประมำณที่ได้รับจัดสรร และตำมรำยชื่อท่ีคัดเลือกไว้ในสดั ส่วนทีเ่ หมำะสม 4. กำหนดนโยบำยให้มีกำรใช้หนังสือ และสื่อกำรเรียนรู้ เพ่ือสร้ำงนิสัยรักกำรอ่ำน โดยส่งเสริมให้มีกำรจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ กำรอ่ำนและกำรเรียนรู้ เพ่ือกระตุ้นให้ผูใ้ ช้บริกำรมีนิสัยรกั กำรอ่ำนและกำรเรียนรอู้ ยำ่ งตอ่ เนือ่ ง 5. จัดนิทรรศกำร/ตลำดนัดหนังสอื และสื่อกำรเรียนรู้ โดยเชิญชวนร้ำนค้ำ และสำนักพิมพ์ต่ำงๆ มำร่วมจำหน่ำยหนังสือและสือ่ กำรเรียนรู้ ดำ้ นบรรยำกำศ 1. พัฒนำหรือปรับปรงุ ห้องสมดุ ให้มีบรรยำกำศและสภำพแวดลอ้ มท่เี อ้ือต่อกำรอ่ำนกำรเรยี นรู้ และกำรคน้ ควำ้ 2. ปรับปรุง ออกแบบและตกแต่งอำคำร ทั้งภำยในและภำยนอกห้องสมุดให้มีเอกลักษณ์สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและควรใช้ศิลปกรรมรว่ มสมยั ในกำรออกแบบ 3. ซ่อมแซม ปรับปรุง จัดวำงครุภัณฑ์และส่ิงอำนวยควำมสะดวกให้ทันสมัย อุณหภูมิ สี และองค์ประกอบของครภุ ณั ฑใ์ ห้มคี วำมสอดคล้องเปน็ แนวคิดเดียวกัน รวมทั้งกำรจัดวำงมุมต่ำงๆ และพ้ืนทีใ่ ชส้ อยภำยในหอ้ งสมดุ ใหเ้ หมำะสม ดำ้ นบรรณำรักษ์ 1. พัฒนำ อบรมบรรณำรักษ์และบุคลำกรผู้ปฏิบัติงำนห้องสมุดให้มีควำมรู้ในกำรบริหำรจัดกำรห้องสมุดสมัยใหม่รวมทง้ั สร้ำงมมุ มองใหม่ๆ ใหเ้ กิดข้ึน 2. มีกำรทำงำนเชิงรุกและทำงำนแบบคนรุ่นใหม่ เพื่อตอบสนองควำมต้องกำรในกำรเรียนรู้ให้แก่ประชำชนทุกกลุ่มเปำ้ หมำย 3. สนับสนุน ส่งเสริมให้บรรณำรักษ์และบุคลำกรผู้ปฏิบัติงำนห้องสมุดได้รับโอกำสในกำรอบรม ศึกษำดูงำน หรือแลกเปล่ยี นควำมรู้กับบคุ ลำกรหอ้ งสมุดอ่ืนๆ 4. ส่งเสริมบรรณำรักษ์และบุคลำกรผู้ปฏิบัติงำนห้องสมุดในกำรจัดกิจกรรมส่งเสริมกำรอ่ำนและกำรเรียนรู้ กำรใช้หนงั สือ และสอ่ื กำรเรยี นรู้ใหก้ บั ผใู้ ชบ้ ริกำรตลอดเวลำ2. วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือกำรศึกษำ (Education) เปน็ กำรพัฒนำนกั เรียนใหค้ วำมรู้ เฉลียวฉลำด มีควำมรับผิดชอบ กำรศึกษำหำควำมรู้ด้วยตนเองโดยค้นคว้ำหำควำมรู้จำกห้องสมุดทำให้มีควำมรอบรู้กว้ำงขวำง ลึกซึ้งสำมำรถตัดสินปัญหำต่ำงๆได้อย่ำงถูกต้องและนำควำมรไู้ ปประยุกต์ใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อตนเอง 2. เพ่ือควำมจรรโลงใจ(Inspration) หรอื ควำมสุขทำงใจเป็นแรงบันดำลใจในทำงเสริมสร้ำงปรำรถนำที่จะกระทำควำมดีที่มีประโยชน์ต่อตนเองและสงั คม 3. เพื่อนันทนำกำร(Recreation) หรือพักผ่อนหย่อนใจซ่ึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ที่ต้องกำรพักผ่อนสมองผ่อนคลำยควำมตงึ เครียดเกดิ ควำมเพลิดเพลนิ ใจ สบำยใจ

44 4. เพ่ือสนองนโยบำยตำมเจตนำรมณ์ของกระทรวงศึกษำธกิ ำร3. เปำ้ หมำย 1. จดั บรรยำกำศในห้องสมดุ ใหเ้ ปน็ ท่ีดึงดูดควำมสนใจเพ่ือกระตนุ้ ควำมสนใจและนิสยั รักกำรอำ่ นของนกั เรยี น 2. ขยำยห้องจดั รปู แบบหนงั สอื ใหม่ 3. จดั กิจกรรมส่งเสรมิ กำรใชห้ อ้ งสมดุ 4. ประสำนงำนกับโครงกำรและกิจกรรมของโรงเรียน พฒั นำนกั เรยี นใหม้ ศี ักยภำพสูงสุด4. งบประมำณและทรพั ยำกร คำช้ีแจง/รำยกำร กำรใช้ จำแนกตำมหมวดรำยจำ่ ย งบประมำณและทรพั ยำกรท่ี บุคลำกร ดำเนนิ งำน ลงทุน รวม ค่ำจำ้ ง ตอบแทน ใช้สอย วัสดุ สำธำฯ ครุภัณฑ์ ท่ีดนิ ฯ1 ตเู้ กบ็ หนงั สือ 3,000 3,0002 กระดำษ แฟม้ 2,000 2,0004. ขั้นตอนกำรดำเนนิ งำน / กิจกรรม / เวลำที่ งำน / กิจกรรม เวลำ ผรู้ บั ผดิ ชอบ หมำยเหตุ1 เสนอโครงกำรเพ่อื ขออนุมัติ พค.57 ครูบุษบำ2 แตง่ ตั้งคณะกรรมกำรดำเนนิ งำนคัดเลือกกิจกรรม หนังสือ สือ่ พค.57 ครูพรพมิ ล เทคโนโลยี3 ประชุมคณะกรรมกำรดำเนินงำน เตรียมเอกสำรและวสั ดุอปุ กรณ์ มิย.57 ครูบุษบำ4 ประสำนงำนกบั หน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง กค.57 ผอ.รร.5 จดั ประกวดแข่งขนั กิจกรรมส่งเสริมพฒั นำศกั ยภำพผเู้ รยี น ตลอดปกี ำรศกึ ษำ ครูเกศมณี6 สรปุ ประเมนิ ผล รำยงำน มคี .58 ครพู รพิมล6. กำรประเมนิ ผล วธิ ปี ระเมนิ เครอื่ งมอื ทใี่ ช้ ตัวชว้ี ดั ควำมสำเรจ็ - กำรสงั เกต - แบบสังเกต - กำรสอบถำม - แบบสอบถำม - โรงเรียนมหี ้องสมดุ มชี วี ิตทีเ่ หมำะสม - กำรนิเทศ - แบบนิเทศ - นักเรียนมแี หลง่ คน้ คว้ำที่ทนั สมยั - กำรสรปุ และ - แบบสรปุ และ - ครู ผ้เู รยี น และชุมชนมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมอยำ่ ง รำยงำน รำยงำน หลำกหลำย มีประสิทธิภำพ7. ผลทคี่ ำดวำ่ จะได้รบั 7.1 โรงเรียนมี สอ่ื หนังสือ เทคโนโลยีทท่ี นั สมัย สำมำรถเปน็ แบบอยำ่ งได้ ชมุ ชนมีสว่ นรว่ ม 7.2 วิเครำะหร์ ำยงำนผลกำรใช้ห้องสมดุ ควำมพึงพอใจของผูใ้ ชห้ ้องสมดุ ผ้เู สนอโครงกำร ผู้อนุมตั ิโครงกำร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook