คาอธิบายรายวิชาและโครงสรา้ ง รายวิชา ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวธี าภิเศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หนา้ ที่ 100
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรยี นทวีธาภเิ ศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หนา้ ที่ 101
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน รหสั วิชา ท31101 รายวิชา ภาษาไทยพื้นฐาน ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลา 40 ชั่วโมง ภาคเรยี นที่ 1 ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะของภาษา ธรรมชาติของภาษา พลังของภาษา วิธกี ารใช้ภาษา และ ทักษะ ต่างๆ อันได้แก่ทักษะการอ่าน การเขียน การฟัง การดู การพูด ศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรม ประเภท ต่างๆ คือข่าว บทความ นิทาน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี บันเทิงคดี ปาฐกถา พระบรม ราโชวาท เทศนา บรรยาย คำสอน บทร้อยกรองร่วมสมัย บทเพลง บทอาเศียรวาท คำขวัญ จากสื่อท่ี หลากหลาย การเลือกอ่านหนังสือ การท่องจำบทอาขยาน ศึกษาประวัติวรรณคดีสมัยกรุงสุโขทัย ประวัตศิ าสตรแ์ ละสภาพกายภาพของจงั หวัดน่าน โดยใช้ทักษะการอ่านออกเสียง การจับใจความสำคัญ กระบวนการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ตีความ แปลความ ขยายความ คาดคะเน เหตุ การณ์ ทักษะการเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก รายงาน ทักษะการเขียนย่อความ เรยี งความ และจดหมาย ทักษะการแสดงความคิดเห็นจากการอ่าน การ ฟังและดู กระบวนการวิเคราะห์ วิจารณ์วรรณคดีในด้านเนื้อหา รูปแบบ คุณค่าทางวรรณศิลป์และสังคม ทักษะการประเมินการใช้ภาษาจาก ส่ือ ส่ิงพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทักษะทางภาษาและการใช้ เทคโนโลยีในการส่ือสาร ทักษะการเลือกเร่ืองท่ีอ่าน ฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการท่องจำคำ ประพันธ์ เพ่ือพัฒนาตนเอง ใฝเ่ รียนรู้ มีมารยาทในการส่ือสาร ใชภ้ าษาพูด ภาษาเขียน ตามสาระการเรียนรู้ เนน้ ความร้คู คู่ ุณธรรม ใช้ภาษาสร้างสรรค์ ดำรงตนตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง รหัสตวั ชีว้ ัด ท 1.1 ม.4-6 /2 ท 1.1 ม.4-6 /3 ท 1.1 ม.4-6 /4 ท 1.1 ม.4-6 /5 ท 1.1 ม.4-6 /1 ท 1.1 ม.4-6 /7 ท 1.1 ม.4-6 /8 ท 1.1 ม.4-6 /9 ท 2.1 ม.4-6 /1 ท 1.1 ม.4-6 /6 ท 2.1 ม.4-6 /3 ท 2.1 ม.4-6 /4 ท 2.1 ม.4-6 /5 ท 2.1 ม.4-6 /6 ท 2.1 ม.4-6 / 2 ท 2.1 ม.4-6 /8 ท 3.1 ม.4-6 /1 ท 3.1 ม.4-6 /2 ท 3.1 ม.4-6 /3 ท 2.1 ม.4-6 /7 ท 3.1 ม.4-6 /5 ท 3.1 ม.4-6 /6 ท 4.1 ม.4-6 /1 ท 4.1 ม.4-6 /2 ท 3.1 ม.4-6 /4 ท 4.1 ม.4-6 /4 ท 4.1 ม.4-6 /5 ท 4.1 ม.4-6 /6 ท 4.1 ม.4-6 /7 ท 4.1 ม.4-6 /3 ท 5.1 ม.4-6 /2 ท 5.1 ม.4-6 /3 ท 5.1 ม.4-6 /4 ท 5.1 ม.4-6 /5 ท 5.1 ม.4-6 /1 ท 5.1 ม.4-6 /6 รวมทั้งหมด 36 ตัวช้ีวดั เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรยี นทวธี าภเิ ศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หนา้ ท่ี 102
รหสั วชิ า ท31101 โครงสร้างรายวชิ า ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 จำนวน 1.0 หน่วยกติ ภาคเรยี นท่ี 1 รายวชิ า ภาษาไทยพน้ื ฐาน เวลา 40 ช่ัวโมง ท่ี ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก / ตัวชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน ก ปฐมนเิ ทศ -อธบิ ายลกั ษณะและ 1 ธรรมชาตขิ องวิชา - แจง้ ตวั ชีว้ ดั - กรอกแบบบนั ทึก ประวัติส่วนตัว 1 วรรณคดรี อ้ ยเรยี ง ท 5.1 ม.4-6 / 1 -หลกั การวเิ คราะห์ 75 วิจารณว์ รรณคดี ท 5.1 ม.4-6 /3 -การวิเคราะหแ์ ละ ประเมนิ คุณค่าวรรณคดี ท 5.1 ม.4-6 / 4 -การสงั เคราะห์ วรรณคดี ท 5.1 ม.4-6 / 6 -บทอาขยานและบท รอ้ ยกรองท่ีมีคณุ คา่ ท 1.1 ม.4-6 / 1 -การอา่ นออกเสยี ง ท 1.1 ม.4-6 / 7 -การเขยี นผังความคดิ -นมสั การมาตาปติ ุคณุ และอาจาริยคุณ -อิเหนา 2 ลกั ษณะของภาษา ท 4.1 ม.4-6/ 1 -ธรรมชาติของภาษา 4 10 -ลกั ษณะของภาษา -พลังของภาษา ท 4.1 ม.4-6/ 7 -การประเมินการใช้ ภาษาจากส่ือสิง่ พมิ พ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ลำดบั ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั (ชั่วโมง) คะแนน ท่ี / ตวั ชว้ี ดั 5 10 3 การเขยี นส่ือสาร ท 2.1 ม.4-6 / 1 -จดหมายกิจธรุ ะ อย่างเขา้ ใจ ท 2.1 ม.4-6 / 2 -เรียงความ ท 2.1 ม.4-6 / 3 -ย่อความ เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวีธาภิเศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรุง 2564) หน้าที่ 103
ท 2.1 ม.4-6 / 7 -บนั ทึกการคน้ คว้า ท 2.1 ม.4-6 / 8 -มารยาทในการเขยี น 4 ดแู ละฟังอย่าง ท 3.1 ม.4-6/ 1 -การพูดสรุปแนวคดิ 5 10 วิเคราะห์ และพูด และการแสดงความ 20 5 อย่างเท่ คดิ เหน็ 10 ท 3.1 ม.4-6/ 2 -การวเิ คราะห์แนวคิด 10 การใช้ภาษา ความ 20 100 น่าเชอ่ื ถือ ท 3.1 ม.4-6/ 3 - การประเมินเร่ืองแล้ว กำหนดแนวทางนำไปใช้ -การเลอื กเรื่อง ท 3.1 ม.4-6/ 4 --มารยาทในการฟงั ท 3.1 ม.4-6/ 6 การดู และการพูด สอบกลางภาค 2 5 ยอ้ นรอยประวตั ิ ท 5.1 ม.4-6 / 2 ประวตั วิ รรณคดสี มยั 4 วรรณคดี สุโขทยั 6 วรรณกรรมสรา้ งสุข ท 1.1 ม.4-6 / 2 -การตีความ แปลความ 6 ใจ ขยายความ ท 1.1 ม.4-6 / 3 -การวเิ คราะห์ วิจารณ์ ท 1.1 ม.4-6 / 4 - การตอบคำถามจาก การอ่าน ท 1.1 ม.4-6 / 5 -การเขียนผงั ความคดิ ท 1.1 ม.4-6 / 6 -ข่าว บทความ นิทาน ท 1.1 ม.4-6 / 7 บทโฆษณา ท 1.1 ม.4-6 / 8 -การนำความรมู้ า พัฒนาตนเอง ท 1.1 ม.4-6 / 9 -มารยาทในการอา่ น ท 2.1 ม.4-6 / 5 -การประเมินคุณค่าของ งานเขยี นในด้านตา่ งๆ 7 วรรณคดสี ัมผสั ใจ ท 5.1 ม.4-6 / 1 -หลักการวเิ คราะห์ 5 วจิ ารณว์ รรณคดี ท 5.1 ม.4-6 / 3 -การวเิ คราะห์และ ประเมินคุณคา่ วรรณคดี ท 5.1 ม.4-6 / 4 -การสังเคราะห์ วรรณคดี -นทิ านเวตาล -หวั ใจชายหนุม่ สอบปลายภาค 2 รวม 40 เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรยี นทวธี าภิเศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หน้าท่ี 104
คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน รหสั วิชา ท31102 รายวชิ า ภาษาไทยพืน้ ฐาน ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชัว่ โมง ภาคเรียนที่ 2 ศึกษาหลักการ วิธีการ แนวทางการพัฒนาการอ่าน การเขียน การฟัง การดูและการพูดอย่างมี ประสทิ ธิภาพ ศึกษาบทร้อยกรองประเภทโคลง และงานเขียนรอ้ ยแก้วประเภทบทความ เร่ืองส้ัน นวนิยาย วรรณกรรมพื้นบ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี บันเทงิ คดีเก่ียวกับวฒั นธรรมพื้นบ้าน ปาฐกถา พระบรมราโชวาท เทศนา บรรยาย คำสอน บทร้อยกรองร่วมสมัย บทเพลง บทอาเศียรวาท คำขวัญ การ ยอ่ ความ การเรยี งความแสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สึก โดยใช้กระบวนการพัฒนาทักษะทางภาษาในการแสวงหาความรู้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อสรุปความ ตีความ แปลความ ขยายความ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการพจิ ารณาประเมิน ค่าวรรณคดี และวรรณกรรมท้องถิ่นภาคเหนือ ทักษะการจับใจความสำคัญ ทักษะการแต่งคำประพันธ์ ประเภทโคลงส่ีสุภาพ กระบวนการเขียนเรียงความ ทักษะการเขียนย่อความ กระบวนการพิจารณาเลือก ฟัง ดู ส่ือในรูปแบบของการบรรยายให้ความรู้ ความคิด และความบันเทิงในเร่ืองวัฒนธรรมประเพณีของ ทอ้ งถิน่ ทักษะการพดู ถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ และความรสู้ กึ ในโอกาสท่ไี ม่เปน็ ทางการ เพื่อพัฒนาตนเอง นำข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ ไปใช้ตัดสินปัญหา มีนิสัยรักการอ่าน การ เขยี น ใช้ภาษากลางส่อื สารไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ตามหลักการใชภ้ าษา มเี หตุผล สร้างสรรค์ เหน็ คุณค่าและภูมิใจ ในความเป็นไทย ดำรงตนตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง และ การดู ตามขนบธรรมเนียม ประเพณีวฒั นธรรมของไทย รหสั ตัวชี้วัด ท 1.1 ม.4-6 /2 ท 1.1 ม.4-6 /3 ท 1.1 ม.4-6 /4 ท 1.1 ม.4-6 /5 ท 1.1 ม.4-6 /1 ท 1.1 ม.4-6 /7 ท 1.1 ม.4-6 /8 ท 1.1 ม.4-6 /9 ท 2.1 ม.4-6 /1 ท 1.1 ม.4-6 /6 ท 2.1 ม.4-6 /3 ท 2.1 ม.4-6 /4 ท 2.1 ม.4-6 /5 ท 2.1 ม.4-6 /6 ท 2.1 ม.4-6 / 2 ท 2.1 ม.4-6 /8 ท 3.1 ม.4-6 /1 ท 3.1 ม.4-6 /2 ท 3.1 ม.4-6 /3 ท 2.1 ม.4-6 /7 ท 3.1 ม.4-6 /5 ท 3.1 ม.4-6 /6 ท 4.1 ม.4-6 /1 ท 4.1 ม.4-6 /2 ท 3.1 ม.4-6 /4 ท 4.1 ม.4-6 /4 ท 4.1 ม.4-6 /5 ท 4.1 ม.4-6 /6 ท 4.1 ม.4-6 /7 ท 4.1 ม.4-6 /3 ท 5.1 ม.4-6 /2 ท 5.1 ม.4-6 /3 ท 5.1 ม.4-6 /4 ท 5.1 ม.4-6 /5 ท .1 ม.4-6 / 1 ท 5.1 ม.4-6 /6 รวมท้ังหมด 36 ตวั ช้วี ดั เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวธี าภิเศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หน้าที่ 105
รหัสวิชา ท31102 โครงสร้างรายวชิ า ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต ภาคเรียนที่ 2 รายวิชา ภาษาไทยพ้ืนฐาน เวลา 40 ชัว่ โมง ที่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก / ตวั ชี้วดั (ชวั่ โมง) คะแนน 1 วรรณคดีเสริมชีวิต ท 5.1 ม.4-6 / 1 -หลักการวิเคราะห์ 45 วจิ ารณว์ รรณคดี ท 5.1 ม.4-6 / 3 -การวเิ คราะห์และ ประเมนิ คุณคา่ วรรณคดี ท 5.1 ม.4-6 / 4 -การสงั เคราะห์วรรณคดี ท 5.1 ม.4-6 / 6 -บทอาขยานและบทรอ้ ย กรองทม่ี คี ุณคา่ ท 1.1 ม.4-6 / 1 -การอา่ นออกเสียง ท 1.1 ม.4-6 / 7 -การเขียนผงั ความคดิ ท 4.1 ม.4-6/ 4 -การแต่งโคลง -นริ าศนรนิ ทรค์ ำโคลง 2 เขยี นอย่างมี ท 2.1 ม.4-6 / 1 -ประกาศ 4 10 ประสทิ ธภิ าพ ท 2.1 ม.4-6 / 2 -เรยี งความ ท 2.1 ม.4-6 / 3 -ย่อความ ท 2.1 ม.4-6 / 6 - การเขียนรายงาน เชิงวิชาการ ท 2.1 ม.4-6 / 7 -บันทกึ จากการศึกษา ค้นคว้า ท 2.1 ม.4-6 / 8 -มารยาทในการเขยี น 3 ดู ฟงั พดู อย่างมี ท 3.1 ม.4-6/ 1 -การพูดสรปุ แนวคดิ และ 5 10 วิจารณญาณ ท 3.1 ม.4-6/ 2 การแสดงความคิดเหน็ -การวเิ คราะหแ์ นวคิด ท 3.1 ม.4-6/ 3 การใชภ้ าษา ความ นา่ เช่อื ถอื - การประเมนิ เร่ืองแลว้ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวีธาภเิ ศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หนา้ ท่ี 106
4 ภูมิปญั ญาทาง ท 3.1 ม.4-6/ 4 กำหนดแนวทางนำไปใช้ 5 5 ภาษา ท 3.1 ม.4-6/ 5 -การเลอื กเร่ือง ท 3.1 ม.4-6/ 6 -การพูดต่อท่ีประชมุ ชน 2 20 5 หลักภาษาไทย -มารยาทในการฟัง การดู 8 10 ท 5.1 ม.4-6 / 5 และการพูด 6 วรรณกรรม -การรวบรวมวรรณกรรม 5 10 ประทบั ใจ ท 2.1 ม.4-6 / 6 พ้ืนบ้าน สอบกลางภาค -ภูมปิ ัญญาทางภาษา -การเขียนโครงงาน ท 4.1 ม.4-6/ 2 - การเพิม่ คำ ท 4.1 ม.4-6/ 6 -การใชค้ ำ ท 1.1 ม.4-6 / 2 -การเขียนสะกดคำ -การสร้างคำ ท 1.1 ม.4-6 / 3 -การตคี วาม แปลความ ท 1.1 ม.4-6 / 4 ขยายความ -การวิเคราะห์ วิจารณ์ ท 1.1 ม.4-6 / 5 -การคาดคะเนเหตุ ท 1.1 ม.4-6 / 6 การณแ์ ละประเมินค่า -การโตแ้ ย้ง ท 1.1 ม.4-6 / 7 - การตอบคำถามจาก การอา่ น -การเขยี นผงั ความคิด ท 1.1 ม.4-6 / 8 -งานเขยี นประเภทต่างๆ 3 5 เช่น ขา่ ว บทความ 2 5 ท 1.1 ม.4-6 / 9 นิทาน ท 2.1 ม.4-6 / 5 บทโฆษณา เรียงความ เร่อื งทุกขข์ องชาวนาใน บทกวเี ร่ืองสั้น นวนยิ าย -การนำความรู้มาพัฒนา ตนเอง -มารยาทในการอ่าน -การประเมินคุณคา่ ของ งานเขียนในด้านตา่ งๆ 7 วรรณคดีพัฒนา ท 5.1 ม.4-6 / 1 -หลกั การวิเคราะห์ ความคดิ วิจารณว์ รรณคดี เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรยี นทวีธาภเิ ศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หน้าที่ 107
ท 5.1 ม.4-6 / 3 -การวิเคราะหแ์ ละ ท 5.1 ม.4-6 / 4 ประเมินคุณค่าวรรณคดี -การสงั เคราะห์วรรณคดี สอบปลายภาค -มงคลสูตรคำฉันท์ รวม -มหาเวสสันดรชาดก 2 20 40 100 เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวธี าภเิ ศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หน้าท่ี 108
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน รหสั วิชา ท32101 รายวชิ า ภาษาไทยพนื้ ฐาน ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชัว่ โมง ภาคเรียนที่ 1 ศึกษาการอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและร้อยกรองได้อยา่ งถูกตอ้ง ไพเราะ และเหมาะสมกับเร่ืองที่ อ่าน ตีความ แปลความ และขยายความเรื่องที่อ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องท่ีอ่านในทุก ๆ ด้านอย่างมี เหตุผล คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่อี ่าน และประเมินค่าเพื่อนำความรู้ ความคิดไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหา ในการดำเนินชีวิต วิเคราะห์ วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเก่ียวกับเร่ืองท่ีอ่านและเสนอความคิด ใหมอ่ ยา่ งมีเหตุผล ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ ประเมินงานเขียนของผู้อ่ืน แล้วนำมาพัฒนางาน เขียน ของตนเอง เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเร่ืองที่สนใจตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ และใช้ ข้อมูล สารสนเทศอ้างอิงอย่างถูกต้อง บันทึกการศึกษาค้นคว้าเพื่อนำไปพัฒตนเองอย่างเป็นสม่ำเสมอ มีมารยาท ในการเขียน วิเคราะห์แนวคิด การใช้ภาษา และความน่าเช่ือถือจากเร่ืองท่ีฟังและดูอย่างมีเหตุผล ประเมิน เรอ่ื งที่ฟังและดู กำหนดแนวทางไปประยุกตใ์ ช้ในการดำเนินชีวติ มีวจิ ารณญาณในการเลอื กเรื่องท่ี ฟงั และดู พูดในโอกาสตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มีมารยาทในการฟงั การดูและการพดู ใช้คำและกลุ่มคำสร้างประโยคตรงตามวัตถุประสงค์ใช้ภาษาเหมาะสมแก่โอกาส กาลเทศะ และ บคุ คล รวมทั้งคำราชาศัพท์อย่างเหมาะสม แตง่ บทรอ้ ยกรอง วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรม ตามหลักการเบื้องต้น วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดี เช่ือมโยงกับการเรียนรูท้ างประวัติศาสตร์และวิถี ชวี ิตทางสังคมในอดตี วิเคราะห์และประเมินค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะท่ีเป็นมรดกทาง วฒั นธรรมของชาติ สังเคราะห์ขอ้ คิดจากวรรณคดีและวรรณกรรม ตลอดจนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ในการศึกษาค้นคว้า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง รวบรวมวรรณกรรมพื้นบา้นและอธิบายภูมิปัญญา ทางภาษา ท่องจำ และบอกคุณค่าบทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ และนำไปใชอ้ ้างอิงได้ รหสั ตัวชี้วดั ท 1.1 ม.4 -6/1 - ม.4 -6/9 ท 2.1 ม.4 -6/2 - ม.4 - 6/8 ท 3.1 ม.4 -6/1 - ม.4 - 6/5 ท 4.1 ม.4 -6/1 , ม. 4-6/2 , ม.4 -6/3 , ม.4 -6/5 ม.4 -6/6 ม.4 -6/7 ท 5.1 ม.4 - 6/1 - ม.4 -6/6 รวมทงั้ หมด 33 ตัวชว้ี ดั เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวีธาภเิ ศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หนา้ ที่ 109
รหัสวิชา ท32101 โครงสรา้ งรายวิชา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 จำนวน 1.0 หน่วยกติ ภาคเรียนที่ 1 รายวิชา ภาษาไทยพืน้ ฐาน เวลา 40 ชว่ั โมง ที่ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก เรยี นรู้/ตวั ชวี้ ดั (ช่ัวโมง) คะแนน 1 การอ่านวรรณคดี ท 1.1 การอ่านวรรณคดี คือ การทําความ 4 5 ม.4-6/1 เข้าใจบทประพันธ์ ใช้จินตนาการให้ ม.4-6/2 เข้าถึงสารท่ีกวีต้องการสื่อ โดย ม.4-6/3 จะต้อง อ่านอย่างมีวิจารณญาณ ม.4-6/4 เพ่ือเป็นการกล่ันกรองและสกัด เอา ท 5.1 คุณค่าท่ีแท้จริงของวรรณคดีออกมา ม.4-6/1 ท้ังคุณค่าทาง อารมณ์และคุณค่า ม.4-6/2 ทางความคิด ม.4-6/3 แนวทางในการพิจารณารูปแบบของ วรรณคดี คือ การ จําแนกได้ว่าจะ พิ จ า ร ณ า ว ร ร ณ ค ดี ใน เร่ื อ งใด ลกั ษณะใด 2 อา่ นให้ดี อา่ นใหด้ งั ท 1.1 การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านท่ีทํา 4 5 ม.4-6/1 ให้คนอื่นรับรู้ เร่ืองราวที่อ่าน ผู้อ่าน ม.4-6/2 ควรอ่านให้ถูกต้องตามหลักการ ม.4-6/3 อ่าน ออกเสียงดังฟังชัด เพื่อให้เกิด ม.4-6/4 ประโยชน์ต่อผู้อ่าน และผู้รับสาร สามารถอา่ นภาษาบาลไี ด้ถูกต้อง มหาเวสสันดรชาดก ท 5.1 มหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรี 4 10 3 กณั ฑ์มัทรี ม.4-6/1 ใน ส มั ย พ ร ะ บ า ท ส ม เด็ จ พ ร ะ ม.4-6/2 จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการ ชําระ ม.4-6/3 ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก โดย ม.4-6/4 คัดเลือกจบับที่มี สํานวนดีที่สุด ร่าย ม.4-6/5 ยาวมหาเวสสันดร กัณฑ์กุมารและ ม.4-6/6 กันฑ์มัทรีของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ได้รบั ทาย่องวา่ เปน็ หนังสือทีม่ ี สํานวนดีเย่ียม และ ได้รับย่องจาก วรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอควรรณคคี ประเภทร่ายยาว 4 ลิลติ ตะเลงพ่าย ท 5.1 ลิลิตตะเลงพ่าย แต่งโดยสมเด็จพระ 4 5 ม.4-6/1 มหาสมณเจ้ากรม พระปรมานุชิต ม.4-6/2 ชิโนรส แต่งเป็นลีลิศสุภาพ เพื่อเป็น เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรียนทวธี าภิเศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หน้าที่ 110
ม.4-6/6 การฉลองตึกวัดพระเชตุพนวิมลมัง ท 1.1 คลารามและเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ ม.4-6/5 พระนเรศวรมหาราชและพระเอกา ม.4-6/6 ท ศรถที่ ได้ชัยชน ะจากการทํ า ม.4-6/7 สงครามยทุ ธหตั ถี 5 การวิเคราะห์เน้ือ ท 1.1 การวิเคราะหเ์ นื้อเรื่อง 2 5 เรอ่ื ง ม.4-6/3 วิเคราะห์เน้ือหาจากเร่ืองท่ีอ่านว่ามี 2 20 ม.4-6/5 ความเหมาะสม เพียงใด การใช้ 4 5 6 ก ารทํ า แ ผ น ภ า พ ค ว า ม คิ ด (ส รุ ป ภาษาในการประพันธ์เนื้อเร่ือง ใช้ 4 5 เรอื่ ง) ภาษา อย่างมีวรรณศิลป์ และเนื้อ เร่ืองมีความสัมพันธ์สอดคล้องกับ 4 5 ภาษากบั วฒั นธรรม สภาพสงั คมในยุคนั้น ๆ 4 10 7 สอบกลางภาค คำและสาํ นวน 8 ท 2.1 การทาํ แผนภาพความคดิ (สรปุ เรือ่ ง) ม.4 -6/2 เป็นการอ่านเรื่องท้ังหมดแล้วนํา 9 การรอ้ ยเรียง - ม.4 - 6/8 เหตุการณ์สําคัญ ตัวละครสําคัญ ฉ าก ข อ งเร่ื อ ง ร ะ ย ะ เว ล าเกิ ด เหตุการณ์ และองค์ประกอบสําคัญ อื่น ๆ มาจัดทําในรูปของแผนภาพ โครงเร่ือง ซึ่งจะทําให้มองเห็นภาพ ของเรื่องได้ชัดเจน ทําให้เข้าใจเรื่อง ไดง้ ่ายขึน้ ท 4.1 ภาษามีการพัฒนาและถ่ายทอดจาก ม.4 -6/1 รุ่นสู่รุ่น โดยการบอกกล่าวเล่า ม.4 -6/3 เหตุการณ์ในอดีต หรือจารึก เขียน ม.4 -6/5 ตําราให้ คนรนุ่ หลังได้ศกึ ษาวรรณคดกี ็เปรียบ ได้กับกระจกส่องชีวิตคนไทย คือ สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมชีวิตความ เป็นอยู่ของคนร่นุ นัน้ ๆ ท 4.1 คำและสํานวน คําประกอบด้วยเสียง ม.4 -6/2 ท่ีมีความหมาย ใช้เพ่ือติดต่อส่ือสาร กัน ในการซ้ำมีหลักการ คือ ใช้คําให้ ตรง ความหมาย ตรงความนิยม ใช้ศ ให้เหมาะแก่กาลเทศะ และบุคคล ร้จู ักหลากคํา ท 4.1 การร้อยเรียงประโยค เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรยี นทวธี าภเิ ศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรุง 2564) หนา้ ท่ี 111
ประโยค ม. 4-6/2 ประโยค คือ ข้อความท่มี ีความหมาย 2 5 10 ภาษากบั ความคดิ ม.4 -6/6 ส ม บู ร ณ์ เ ข้ า ใ จ ชั ด เ จ น ม.4 -6/7 สว่ นประกอบของประโยคมีสองส่วน 2 20 40 100 คอื ภาค ประธานและภาคแสดง ท 3.1 ภาษากับความคิดคือการแสดง ม.4 -6/1 เหตุผลทางภาษาด้วยวิธีการต่าง ๆ - ม.4 - 6/5 อาจจะแสดงเจตนาของผู้ส่งสารท่ี แสดงในประโยค แบ่งเป็น สาม ประเภท คือ ประโยคแจ้งให้ทราบ ประโยคถามให้ตอบ และประโยค บอกใหท้ ํา ดว้ ยกลวิธีต่าง ๆ สอบปลายภาค รวม เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวีธาภเิ ศก บางขนุ เทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หนา้ ท่ี 112
คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน รหัสวิชา ท32102 รายวิชา ภาษาไทยพนื้ ฐาน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชั่วโมง ภาคเรียนท่ี 2 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและรอ้ ยกรองไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ไพเราะ วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์เร่ืองที่อา่ น อย่างมเี หตุผล ตอบคำถาม แลว้ เขยี นกรอบแนวคดิ ผังความคิด สังเคราะหค์ วามรจู้ ากการอ่าน สิ่งตพี มิ พ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพ ย่อความและรายงาน ประเมินค่าเพื่อนำความรู้ความคิดไปตัดสินใจแกปัญหาในการดำเนินชีวิตและมี มารยาท ในการอ่าน เขยี นเรียงความ เขียนสื่อสารในรปู แบบตา่ ง ๆ ได้ตรงตามวัตถปุ ระสงคแ์ ละเรียบเรียงภาษา ไดถ้ ูกตอ้ ง มีขอ้ มลู และสาระสำคัญชัดเจน เขยี นรายงานการศึกษาค้นคว้าเรอื่ งทส่ี นใจตามหลักการเขียน เชงิ วชิ าการ และใช้ขอ้ มลู สารสนเทศอ้างองิ อย่างถูกต้อง บันทกึ การศึกษาคน้ คว้าเพ่ือนำไปพัฒนาตนเอง อย่างเป็นสมำ่ เสมอ มีมารยาทในการเขยี น สรุป วิเคราะห์แนวคิด การใช้ภาษา และความนา่ เช่อื ถอื จากเรื่องทฟี่ ังและดูอยา่ งมีเหตุผล ประเมิน เร่ืองที่ฟังและดูแล้วกำหนดแนวทางไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต มีวิจารณญาณในการฟังและดู พูดใน โอกาสตา่ ง ๆ ได้อย่างเหมาะสม มมี ารยาทในการฟัง การดู อธิบายและวิเคราะห์หลักการสร้างคำในภาษาไทย ใช้ คำและกลุ่มคำสร้างประโยคตรงตาม วตั ถุประสงค์ วเิ คราะห์อิทธพิ ลของภาษาตา่ งประเทศและภาษาถ่นิ วิเคราะหแ์ ละประเมินการใช้ภาษาจากสอื่ สงิ่ พมิ พ์ และสื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์วิจารณ์ สังเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมใน ฐานะท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง รวบรวมวรรณกรรมพ้ืนบา้นและ อธิบายภูมิปัญญาทางภาษา ท่องจำ และบอกคุณค่าบทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทร้อยกรองที่มีคุณค่า ตามความสนใจ และนำไปใช้อ้างอิงได้ โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ อธิบาย นำเสนอความคิด และมีส่วนร่วมเพื่อให้เห็น คุณค่า มีความตระหนักสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกและ ค่านยิ มทีด่ งี าม รหสั ตัวช้วี ดั ท 1.1 ม.4 -6/1 , ม.4 -6/5 - ม.4 -6/8 ท 2.1 ม.4 -6/1 , ม.4 -6/3 – ม.4 -6/6 , ม.4 -6/8 ท 3.1 ม.4 -6/1 - ม.4 - 6/4 , ม.4 -6/6 ท 4.1 ม.4 -6/2 , ม.4 -6/5 - ม.4 -6/7 ท 5.1 ม.4 -6/1 ,ม.4 -6/3 – ม.4 -6/4 , ม.4 -6/6 รวมท้งั หมด 24 ตวั ชีว้ ดั เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรียนทวีธาภิเศก บางขนุ เทียน พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรุง 2564) หนา้ ที่ 113
รหัสวชิ า ท32102 โครงสร้างรายวิชา ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 จำนวน 1.0 หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี 2 รายวิชา ภาษาไทยพน้ื ฐาน เวลา 40 ชว่ั โมง ที่ ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั เรยี นรู้ ตวั ชวี้ ัด (ช่วั โมง) คะแนน 1 มัทนะพาธา ท 5.1 ม.4 -6/1 ,ม.4 บทละครพูดเรอ่ื งมทั นะพาธา เปน็ 10 10 -6/3 – ม.4 -6/4 , ม. บทละครพูดคาํ ฉันท์ ท่ี 4 -6/6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจา้ อยู่หวั ทรงคดิ เร่ือง ขน้ึ เอง ใช้ สาํ หรับแสดงละคร ไดร้ บั ยกย่องจาก วรรณคดี สโมสรว่าเปน็ หนงั สอื ที่แต่ง ดี มลี าํ ดบั ฉาก 5 องค์ แต่ ตอนทีย่ ก มาเรยี นน้เี ป็นองคท์ ี่ 1 เท่านน้ั มัทนะพาธา องก์ท่ี 1 เทพบุตรสุ เทษณห์ ลงรักนางมัทนา แต่นางไม่ ปลงใจ ด้วยและตอบปฏเิ สธสเุ ทษณ์ ทําใหส้ ุเทษณโ์ กรธและ สาปใหน้ าง จุติไปเกิดบนโลกมนุษยเ์ ป็นดอก กุหลาบ และ จะเป็นมนุษย์ในคนื วัน เพญ็ จนกวา่ จะพบรักแท้ท่จี ะไม่ ต้องกลับไปเปน็ ดอกกุหลาบอีก และ หากเปน็ ทุกข์จาก ความรกั ทใ่ี หว้ ิ มวดนสเุ ทษณ์ได้ 2 เรยี นอ่าน ท 1.1 ม.4 -6/1 การอา่ นออกเสยี งร้อยกรองประเภท 2 5 ฉนั ท์ ท 5.1 ม.4 -6/6 ฉนั ท์ เปน็ การอ่าน ที่ทําให้ผู้อื่นรับรู้ เรอื่ งที่อ่าน ผู้อ่านควรอา่ นให้ถูกต้อง ตามหลักการอา่ น ซง่ึ ในคาํ ประพันธ์ ประเภทฉันท์ จะมี การใชค้ ําครุ-ลหุ ผู้อา่ นจึงต้องอา่ นใหถ้ ูกตอ้ ง ออก เสียง ดังฟงั ชดั คมั ภีร์ ท 5.1 ม.4 -6/1 ,ม.4 ฉนั ทศาสตร์ เป็นชื่อตำราฉบับ 4 5 ฉนั ทศาสตร์ -6/3 – ม.4 -6/4 , ม. หนง่ึ เชน่ เดียวกับตำราอน่ื ๆ ที่กล่าว 3 4 -6/6 มาแลว้ พิจารณาจากบทไหว้ครูและ เนื้อหาทส่ี อนจรรยาแพทย์ และขอ้ ควรปฏิบัตสิ ำหรับแพทย์ นบั วา่ เปน็ ตำราฉบบั แรก ในหนังสือชดุ แพทย์ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวีธาภเิ ศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หน้าที่ 114
ศาสตร์สงเคราะห์ รัชกาลท่ี ๕ โปรด เกล้าฯ ใหร้ วบรวมขึ้น เนื่องจากทรง เห็นวา่ การแพทยแ์ ผนโบราณและ ตำรายาพื้นบา้ นของไทย เป็นสมบตั ิ ทางวฒั นธรรมท่มี ีคุณคา่ ยิง่ 4 โคลนติดล้อ ท 2.1 ม.4 -6/1 , ม.4 โคลนติดลอ้ 2 10 -6/3 – ม.4 -6/6 , ม. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า 2 20 5 5 4 -6/8 เจ้าอยหู่ ัวทรงพระราช นิพนธ์ 5 10 ท 5.1 ม.4 -6/1 ,ม.4 บทความเรื่อง โคลนตดิ ลอ้ ลงพมิ พ์ 3 5 -6/3 – ม.4 -6/4 , ม. ใน หนังสือพิมพ์ไทย โดยทรงใช้พระ 4 -6/6 นามแฝงวา่ อัศวพาหุ ทรงพระราช นิพนธเ์ ป็นภาษาอังกฤษดว้ ยช่อื วา่ Ckgs on เur Wheel มีท้ังหมด 12 คน นําคอนท่ี 4 มาศึกษา สอบกลางภาค คดิ วิเคราะห์ ท 1.1 การวเิ คราะห์เน้ือเร่ือง 5 วรรณกรรม ม.4 -6/1 , ม.4 -6/5 วเิ คราะหเ์ นือ้ หาจากเร่ืองท่ีอา่ นว่ามี - ม.4 -6/8 ความเหมาะสม เพียงใด การใช้ ภาษาในการประพันธ์เน้ือเร่อื ง ใช้ ภาษา อยา่ งมวี รรณศลิ ป์ และเน้ือ เร่ืองมีความสมั พนั ธ์ สอดคลอ้ งกบั สภาพสังคมในยุคนั้นๆ เป็นเลศิ การ ท 4.1 ม.4 -6/2 , ม.4 กระบวนการพฒั นาการสอื่ สาร 6 สอ่ื สาร -6/5 - ม.4 -6/7 ผู้ท่ีมคี ุณธรรมและมารยาทในการ ท 3.1 ม.4 -6/1 - ม. ส่อื สาร จะทําให้การ สอ่ื สารเป็นไป 4 - 6/4 , ม.4 -6/6 ในทางท่ดี ีงามสร้างสรรค์ เรียกว่า สอื่ สาร ไปในทางวฒั นะ ตรงกันขา้ ม ถ้าไร้คุณธรรมและมารยาท กเ็ ป็น การสอื่ สารไปในทางหายนะ ทําให้ผู้ นัน้ ไม่ นา่ เชื่อถือ การสือ่ สารของมนุษย์ มี 4 ประเภท คอื การสื่อสาร ระดบั ตนเอง การ สื่อสารระดับบคุ คล การสอื่ สาร สาธารณะ และการสอื่ สารมวลชน ฟงั ใหด้ ีมี ท 3.1 ม.4 -6/1 - ม. การฟังและการอา่ นให้เกิด 7 วจิ ารณญาณ 4 - 6/4 , ม.4 -6/6 วจิ ารณญาณ เรม่ิ จากเกิดการรับรู้ เข้าใจ ความหมายของสาร ต่อจากนั้น จะต้องใชค้ วามคิดวเิ คราะห์ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรยี นทวธี าภิเศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หน้าที่ 115
ใครค่ รวญ ตัดสินใจไดว้ ่าสงิ่ ใดเปน็ 5 10 ใจความสําคญั สิ่งใดเปน็ พล ความ แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็นได้ 2 20 วินิจฉัยไดว้ ่าสาร นัน้ มคี วาม 40 100 นา่ เชือ่ ถอื หรือไม่ ประเมินค่าเร่อื งที่ อ่านได้ และจะต้องปราศจากอคติ พูดให้ดี พูด ท 3.1 ม.4 -6/1 - ม. การพูดต่อทป่ี ระชมุ ชน เป็นการพดู 8 อยา่ ง TeD 4 - 6/4 , ม.4 -6/6 แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก หรือ ขอ้ เสนอแนะต่างๆ ต่อผฟู้ งั จํานวน มากในที่สาธารณะ สามารถแบ่งได้ หลายแบบ ได้แก่ แบง่ ตามวธิ ีการ นําเสนอ แบง่ ตามความมุ่งหมาย แบ่งตามเนื้อหาที่พูด แบ่งตาม โอกาส และแบ่งตามรปู แบบ สอบปลายภาค รวม เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวธี าภเิ ศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หนา้ ท่ี 116
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน รหัสวิชา ท33101 รายวิชา ภาษาไทยพ้ืนฐาน ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ช่ัวโมง ภาคเรยี นที่ 1 ฝึกทักษะการอ่านออกเสียงวรรณคดีร้อยแก้วประเภทวรรณคดีศาสนา และบทร้อยกรองประเภท กาพย์ยานี๑๑ โคลงส่ีสุภาพ และคำฉันท์ชนิดต่าง ๆ อ่านตีความ แปลความ ขยายความ คิด วเิ คราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่าจากเรื่องที่อ่านท้ังร้อยแกว้ และร้อยกรองอย่างถูกต้องตามหลักการ และ มีเหตุผล แล้วเขียนผังความคิด บันทึก ย่อความ รายงาน และทำโครงงาน มีมารยาทในการอ่านและ บันทึกเร่ืองท่ีอ่านไว้ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ เขียนและพูดอธิบาย บรรยาย พรรณนาให้ผู้อ่ืน ทราบได้อย่างเข้าใจ เขียนเรียงความเก่ียวกับโลกจินตนาการและโลกในอุดมคติได้อย่างถูกต้องและมี มารยาทในการเขียน พูดอภิปรายจากเรื่องที่ฟังและดูส่ืออิเล็กทรอนิกส์ ข่าวสาร บันเทิงคดี สารคดี บทความ เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในท้องถิ่นเพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจแก้ปัญหา ฝึกพูดวิเคราะห์ วิจารณ์ ประกอบการประเมินค่าเร่ืองท่ีฟังและดูอย่างมีเหตุผล ศึกษาบทบาทและธรรมชาติของภาษา ฝึกพูดและ เขียนให้ถูกต้องตามกาลเทศะ โอกาส และสถานที่ ศึกษาคำราชาศัพท์ที่จำเป็นต้องทราบ ศึกษา วรรณคดีด้านจดุ มุ่งหมายในการแต่ง รูปแบบ เนอ้ื หา กลวธิ ีในการแต่ง ความงามในภาษา และนำคณุ ค่า ที่ได้จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมสมัยสุโขทัยและอยุธยาตอนต้นไปใช้ประโยชน์ ท่องจำ และ บอกคุณค่าบทอาขยานทก่ี ำหนดและท่ีนักเรยี นสนใจและนำไปใช้อ้างอิงได้ โดยใช้ความสามารถในการแก้ไขปัญหา การสื่อสารและความสามารถในการคิด เป็นเครือ่ งมือใน การเรียนรู้เพื่อให้มีคุณลักษณะเป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย อยู่อย่าง พอเพียง รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีจิตสาธารณะ ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุขใน สังคมไทยและสังคมโลก รหสั ตัวช้ีวดั ม.6/1,6/2,6/3,6/4,6/7,6/8,6/9 ท1.1 ม.6/1,6/2,6/5,6/6,6/8 ท2.1 ม.6/1,6/2,6/3,6/4,6/6 ท3.1 ม.6/1,6/3,6/4,6/7 ท4.1 ม.6/1,6/2,6/3,6/4,6/6 ท5.1 รวมทั้งหมด 26 ตัวชี้วัด เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรียนทวีธาภเิ ศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หน้าที่ 117
รหัสวิชา ท33101 โครงสรา้ งรายวชิ า ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 จำนวน 1.0 หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี 1 รายวชิ า ภาษาไทยพ้นื ฐาน เวลา 40 ชว่ั โมง เวลา นำ้ หนัก ( คาบ คะแนน ที่ หน่วยการ มาตรฐานการ จัดการ เรียนรู้ / ตวั ชี้วัด สาระสำคญั ) เรยี นรู้ที่ 11 ท1.1 ม.6/1 กาพยเ์ ห่เรอื วรรณคดสี ายน้ำ 7 10 ท1.1 ม.6/2 กาพย์เห่เรอื เป็นเร่ืองชมพยุ ท1.1 ม.6/3 ท1.1 ม.6/9 หยาตราทางชลมารค เจา้ ฟ้า ท3.1 ม.6/6 ธรรมธเิ บศรทรงพระนพิ นธ์ สำหรับ ท 5.1 ม.6/1 เห่เรือ ท 5.1 ม.6/2 พระทีน่ ่ังของพระองคเ์ อง เมื่อ ท 5.1 ม.6/3 เสดจ็ ไปนมัสการ ท 5.1 ม.6/4 พระพทุ ธบาททจี่ งั หวดั สระบรุ ี ซ่ึง ท 5.1 ม.6/6 เนอื้ เร่อื งมีการพรรณนา ชมเรอื ชมปลา ชมพันธไุ์ ม้ ชมนก และบทครวญ รวมทั้งสอดแทรกการรำพงึ รำพนั ถึง นางผเู้ ป็นท่ีรกั ไวด้ ว้ ยตามแบบแผน ในการแตง่ นิราศ ทีใ่ ช้โวหารที่ งดงามสามารถส่อื ความหมายได้ ชัดเจนและเขา้ ใจเน้ือเรื่องอย่าง ลกึ ซงึ้ พร้อมทั้งได้ความรู้เก่ียวกับ การเหเ่ รือหลวง และงานพระราช พธิ ีทางชลมารค 2 2 ท1.1 ม.6/1 การอ่านบทร้อยกรอง 35 การอา่ นบทรอ้ ยกรอง เป็น เอกลักษณ์ของชาติไทย ท่ีมี ความสำคญั มาก และเปน็ การสบื สานประเพณี วฒั นธรรมของไทยให้ อยู่คู่อนุชนรุน่ หลัง ไม่วา่ จะเป็นการ อ่านบทร้อยกรองประเภทโคลง ฉนั ท์ กาพย์ กลอน เพราะการอ่าน เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวธี าภเิ ศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หน้าที่ 118
คำประพนั ธแ์ ต่ละประเภทมีการ อ่านที่แตกต่างกันตามฉนั ทลกั ษณ์ ทบี่ ังคับ ดงั นั้นควรศกึ ษาการอา่ นให้ ถกู ต้องและเหมาะสมกับคำ ประพนั ธป์ ระเภทตา่ งๆ 33 ท2.1 ม.6/1 การเขียนอธบิ าย เขียนบรรยาย 5 15 44 ท2.1 ม.6/5 เขียนพรรณนา 3 55 ท2.1 ม.6/6 10 ท2.1 ม.6/8 การเขียนท่ตี ้องการให้ 10 ผ้อู ่านเข้าใจเรื่องราวใดอยา่ งถูกต้อง 10 ท2.1 ม.6/2 ชัดเจน ผู้เขยี นต้องมีทักษะการ ท2.1 ม.6/5 เขียนประเภทตา่ งๆ โดยการใช้ โวหาร ทด่ี ี และสามารถใชโ้ วหาร ท2.1 ม.6/8 ตา่ ง ๆ ในการเขยี นอธิบาย เขียน บรรยาย เขียนพรรณนา โดยมี ความรแู้ ละความเข้าใจเรือ่ งทเี่ ขยี น เข้าใจจุดมุ่งหมาย ประเภท และ กลวิธกี ารเขยี นอธบิ ายจงึ จะช่วยให้ การเขยี นสมั ฤทธผิ ล มากขึน้ การเขียนเรยี งความโลกใน จนิ ตนาการ การเขียนเรยี งความมี หลักเกณฑแ์ ละรูปแบบในการเขยี น ท่ีตายตวั และต้องอาศยั การเรียบ เรียง ถ้อยคำ สำนวน ในการ เช่อื มโยงความคิดของผูเ้ ขยี นให้ เป็นไปตามลำดับเหตกุ ารณท์ ่ีอ่าน แล้วดูนา่ สนใจ และใช้ถอ้ ยคำท่ี สละสลวย ชัดเจนและสามารถ เขยี นสอื่ สารได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ สอบกลางภาคเรียน 2 6 ท 3.1 ม.6/1 สามัคคเี ภทคำฉันท์ ท3.1 ม.6/2 สามัคคเี ภทคำฉันท์เปน็ ท3.1 ม.6/3 วรรณกรรมทใ่ี ช้การแตง่ คำประพันธ์ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวีธาภิเศก บางขนุ เทียน พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรุง 2564) หน้าท่ี 119
ท3.1 ม.6/4 ประเภทฉนั ท์ ท่ีมีเนอ้ื เรอื่ งท่ี ท3.1 ม.6/6 ชี้ให้เหน็ ถึงความสำคัญของการรวม ท4.1 ม.6/4 เป็นหมู่คณะ เป็นนำ้ หน่งึ ใจ ท5.1 ม.6/3 เดยี วกัน เพอื่ ป้องกันรักษา ท5.1 ม.6/4 บา้ นเมอื งใหม้ คี วามมน่ั คงเป็น ปกึ แผ่น ยดึ มัน่ ในความสามัคคี และ ช้ใี หเ้ ห็นโทษของการแตกความ สามัคคี 66 ท1.1 ม.6/2 ไตรภมู ิพระร่วง ตอนมนุสสภูมิ 7 5 ท1.1 ม.6/4 ท1.1 ม.6/7 ไตรภูมพิ ระรว่ ง กล่าวถึงเร่ืองราว ท1.1 ม.6/9 ของโลกท้ังสาม ได้แก่ กามภูมิ ท5.1 ม.6/1 รปู ภมู ิ และอรปู ภูมิ ท่ีช้ใี ห้ผอู้ ่าน ท5.1 ม.6/2 หรอื ผู้ฟงั ตระหนักวา่ ดนิ แดนใน ท5.1 ม.6/3 สามโลกทเี่ รียกวา่ ไตรภมู ิ เป็นโลก ท5.1 ม.6/4 ทีไ่ ม่มีความแน่นนอน และมแี ต่ ท5.1 ม.6/6 อนจิ จาลกั ษณะ ชีน้ ำใหม้ นุษย์ หาทางหลุดพน้ ไปส่โู ลกุตรภมู ิหรอื นิพพาน พ้นจากการเวยี นว่ายตาย เกดิ ธรรมชาติของภาษา 77 ท4.1 ม.6/1 ภาษาไทยมีความเปน็ 55 ท4.1 ม.6/3 เอกลักษณ์ และมีการใช้ภาษาตาม ความเหมาะสมกบั โอกาส กาลเทศะ ท4.1 ม.6/7 และบคุ คลรวมทั้ง การใช้ ระดับ ของภาษาและการใช้คำราชาศพั ท์ ได้เหมาะสม นอกจากนัน้ แลว้ จงึ ต้องเข้าใจถงึ ธรรมชาติของภาษา พลงั ของภาษาและลักษณะของ ภาษา เชน่ เสยี งในภาษา ส่วนประกอบของภาษา พยางค์ และองค์ประกอบของคำ สอบปลายภาคเรยี น 2 30 รวม 40 100 เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวีธาภเิ ศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หน้าท่ี 120
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหสั วิชา ท33102 รายวชิ า ภาษาไทยพนื้ ฐาน ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 จำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชัว่ โมง ภาคเรียนท่ี 2 ฝกึ อ่านวรรณคดีรอ้ ยแก้วและร้อยกรอง ประเภทนิทานอิงประวตั ิศาสตร์และกลอนเสภา ตีความ ขยายความ วเิ คราะห์คุณคา่ ทไ่ี ด้จากการอา่ น ฝึกใชภ้ าษาแสดงเหตุผลประกอบการวเิ คราะห์ วิจารณ์เรือ่ ง ท่ีอ่าน ใช้ภาษาแสดงทรรศนะเชิงโต้แย้งและโน้มน้าวใจได้อย่างมีเหตุผล ถูกต้องตามหลักการและได้ผล ตามเจตนาในการสื่อสาร ฝึกอ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ แล้วเขียนผังความคิด บันทึก ย่อความ และ เขียนรายงาน มีมารยาทในการอ่าน เรียนรู้กระบวนการเขียนเพ่ือพัฒนางานเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ เขียนรายงานหรือโครงงานได้น่าสนใจและมีมารยาทในการเขียน พูดสรุปแนวคิดที่ได้จากการวิเคราะห์ การใช้ภาษาและความน่าเช่ือถือจากเรื่องท่ีฟังและดูพร้อมท้ังใช้วิจารณญาณและมีมารยาทในการฟังและดู ศึกษาวรรณคดีด้านจุดมุ่งหมายในการแต่ง ฉันทลักษณ์ เน้ือหาและกลวิธีในการแต่ง วิจักษ์และวิจารณ์ วรรณคดีประเภทกลอนเสภา นำคุณค่าท่ีได้จากการอ่านวรรณคดีไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิต อีกท้ัง ทอ่ งจำและบอกคณุ ค่าบทอาขยานที่กำหนดและบทร้อยกรองที่ชืน่ ชอบและนำไปอา้ งอิงได้ โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์วิจารณ์อย่างมีวิจารณญาณ มีความสามารถในการสื่อสาร การคิดแก้ปัญหาและความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้เพ่ือให้เกิดความรู้ความ เข้าใจ มีคุณลักษณะเป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง รักความเป็นไทย มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริตและมีจิต สาธารณะ รหสั ตวั ช้ีวัด ม.6/1,6/2,6/5,6/7,6/8,6/9 ท1.1 ม.6/1,6/5,6/6,6/8 ท2.1 ม.6/1,6/2,6/3,6/4,6/5,6/6 ท3.1 ม.6/4,6/7 ท4.1 ม.6/1,6/2,6/3,6/4,6/6 ท5.1 รวมทั้งหมด 23 ตัวช้ีวัด เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวธี าภเิ ศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หนา้ ที่ 121
รหสั วิชา ท33102 โครงสร้างรายวชิ า ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 จำนวน 1.0 หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ 2 รายวิชา ภาษาไทย เวลา 40 ช่วั โมง ท่ี ชือ่ หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก การเรียนรู้ เรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั (ช่วั โมง) คะแนน 11 ท1.1 ม.6/7 ท1.1 ม.6/9 ขุนชา้ ง ขุนแผน ตอน ขนุ ชา้ งถวายฎีกา 9 20 22 ท4.1 ม.6/4 ท 5.1 ม.6/1 เสภาเรือ่ งขุนช้าง ขนุ แผนเป็นวรรณคดี ท 5.1 ม.6/2 ท 5.1 ม.6/3 มรดกของไทยท่นี ับไดว้ ่าเป็นยอดของกลอน ท 5.1 ม.6/4 ท 5.1 ม.6/6 เสภา ไมป่ รากฎชอ่ื ผู้แตง่ ท1.1 ม.6/1 ซึ่งเป็นตำนานของจงั หวัดสพุ รรณบุรแี ละ ท1.1 ม.6/2 ท1.1 ม.6/5 กาญจนบุรเี ลา่ สืบกนั มา มีเค้าโครงเรอื่ งมา ท1.1 ม.6/8 ท1.1 ม.6/9 จากเรือ่ งจรงิ ตั้งแตส่ มัยกรุงศรีอยธุ ยาเป็น ท 5.1 ม.6/1 ท 5.1 ม.6/2 ราชธานี ขุนแผนเป็นทหารเอกของพระ ท 5.1 ม.6/3 ท 5.1 ม.6/4 พันวษาและเกดิ มีคดีความกบั ขนุ ช้าง ในการ แยง่ ชิงนางวนั ทองเพ่ือให้อยู่ครองเรือนกบั ตนเอง จึงมีการถวายฎกี า ( เขยี นคำร้อง ทุกข์ ) ขอความเปน็ ธรรมต่อพระพนั วษา เมอ่ื สอบสวนเร่ืองราวต่าง ๆ แลว้ พระ พนั วษาทรงเหน็ วา่ เร่ืองทง้ั หมดนัน้ เกดิ จาก นางวันทองที่ไม่ตดั สนิ ใจว่าจะเลอื กไปอยู่กับ ใครให้แนน่ อนจึงสัง่ ประหารชวี ติ นางวันทอง สามกก๊ ตอนกวนอูไปรับราชการกับโจโฉ 9 20 สามก๊ก เป็นพงศาวดารจีนท่ี พระบาทสมเด็จพระ-พทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราชทรงมีพระราชดำรัสส่ังใหแ้ ปลเนือ้ เร่ืองพงศาวดารจีนเปน็ ภาษาไทย สามก๊ก เป็นเร่ืองในสมยั กษตั รยิ ร์ าชวงศฮ์ น่ั สมยั ของ พระเจ้าเหีย้ นเต้ไดแ้ บ่งแผ่นดินจีนออกเปน็ สามก๊กใกญๆ่ คือ 1. วยุ่ กก๊ โดยมผี ู้นำคอื โจโฉ 2.จ๊กก๊ก โดยมีผ้นู ำคือเล่าปี่ 3. งอ่ ก๊ก โดยมผี นู้ ำคือซนุ กวน ซึ่งในตอนทเี่ รยี นนีโ้ จโฉได้ออกอบุ ายต่างๆ เพ่อื ให้กวนอยู อมไปอยู่ดว้ ยเพราะกวนอูมี เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวีธาภิเศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หนา้ ท่ี 122
ฝมี อื กลา้ หาญ ชำนาญในการสงครามและมี 2 10 ความซือ่ สตั ย์กตญั ญู 10 10 สอบกลางภาค 10 33 ท2.1 ม.6/1 การใช้ภาษาแสดงทรรศนะ 30 44 ท2.1 ม.6/5 การเขียน โน้มน้าวใจ และการเขียนเชิง 100 ท2.1 ม.6/6 โต้แยง้ ท2.1 ม.6/8 การเขยี นท่ตี ้องการใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจเรือ่ งราว ใดอยา่ งถกู ต้องชดั เจน ผู้เขียนตอ้ งมีทักษะ การเขยี นประเภทตา่ งๆ โดยการใชโ้ วหาร ทด่ี ี และสามารถใชโ้ วหารต่าง ๆ ในการ เขยี นแสดงทรรศนะในด้านการโนม้ นา้ ว ดา้ นการเขยี นเชงิ โตแ้ ยง้ โดยมคี วามรู้และ ความเขา้ ใจเรื่องท่ีเขยี น เข้าใจจุดมุ่งหมาย ประเภท และกลวิธกี ารเขียนอธบิ ายจงึ จะ ช่วยใหก้ ารเขียนสัมฤทธิผลมากขนึ้ ท3.1 ม.6/1 การพดู แสดงทรรศนะ 8 ท3.1 ม.6/2 การพดู เป็นสง่ิ สำคญั ในการสื่อสาร และ ท3.1 ม.6/3 ท3.1 ม.6/4 ในการพูดนั้นมอี งคป์ ระกอบท่ีสำคญั ท3.1 ม.6/5 มากมายท่จี ะทำใหก้ ารพดู ส่ือสารลลุ ่วงไป ท3.1 ม.6/6 ด้วยดี การพูดแสดงทรรศนะเปน็ การพูด ท่ีตั้งอยบู่ นพ้นื ฐานของข้อเท็จจรงิ เหตผุ ล และการแสดงความคิดเหน็ เมือ่ ผพู้ ูด ต้องการให้ผฟู้ ังเข้าใจเร่ืองราวอยา่ งถูกต้อง ชัดเจน จะต้องมีทกั ษะและรหู้ ลักของการ พดู ท่ีถูกต้อง เพ่ือให้การสอื่ สารสัมฤทธผิ ล มากขึน้ สอบปลายภาค 2 รวม 40 เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวีธาภเิ ศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หนา้ ท่ี 123
คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม รหสั วิชา ท30201 รายวชิ า การใช้หอ้ งสมดุ 1 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 จำนวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชัว่ โมง ภาคเรยี นที่ 1 ศึกษาการใช้ห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ เข้าใจมารยาทการใช้ห้องสมุด สามารถใช้บริการและ กิจกรรมของห้องสมุด ใช้ทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดอย่างมีประสิทธิภาพ รู้วิธีการจัดเก็บทรัพยากร สารสนเทศ สามารถสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด รู้จักเกี่ยวกับหนังสือและส่วนต่างๆ ของ หนังสือ เข้าใจวิธีการรักษาและถนอมหนังสือได้อย่างถูกวิธี สามารถใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล สารสนเทศต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้หนังสืออ้างอิงในการค้นหาคําตอบ เข้าใจวิธีการอ่านหนังสือ และมีทักษะในการอ่านหนังสือ การเขียน และการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเน่ือง เขียนรายงานจากการศึกษา คน้ ควา้ ได้อยา่ งถูกต้อง รู้จักการใช้ห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ มารยาทการใช้ ห้องสมุด การใช้บริการและกิจกรรมของ ห้องสมุด ทรัพยากรสารสนเทศ รู้จักใช้เทคโนโลยีเป็นเคร่ืองมือในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เห็น ความสําคัญวิธีการรักษาและถนอมหนังสือได้อย่างถูกวิธี และมีทักษะในการอ่านหนังสือ การเขียน และ การศึกษาค้นควา้ โดยการเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นควา้ โดยใช้ทักษะการใช้ห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ มีคุณธรรมการใช้บริการห้องสมุด รู้จักเลือกใช้ สารสนเทศประเภทต่างๆ รู้จักการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ เห็น ความสําคัญของการอ่าน การเขียน เพื่อนําเสนอข้อมูล เช่น การเขียนรายงาน สามารถนําความรู้ไปพัฒนา ตนเอง และใช้เปน็ พื้นฐานการศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชพี ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวัง 1. ศกึ ษาหอ้ งสมดุ และแหล่งเรยี นรูเ้ พอ่ื การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง 2. เขา้ ใจมารยาทในการใชห้ อ้ งสมุด ได้อย่างถูกตอ้ ง 3. อธิบายการใชบ้ รกิ ารและกิจกรรมของห้องสมุดไดอ้ ย่างเหมาะสม 4. ศึกษาการใชท้ รพั ยากรและสารสนเทศในห้องสมดุ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ 5. เขา้ ใจวิธกี ารจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศและรู้วธิ กี ารสบื ค้นได้อยา่ งถูกต้อง 6. วิเคราะห์เก่ยี วกับหนังสอื และสว่ นตา่ ง ๆ ของหนงั สอื 7. เขา้ ใจวิธกี ารรกั ษาหนังสอื และถนอมหนังสอื ได้อยา่ งถูกวธิ ี 8. บอกข้ันตอนการใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตในการสืบคน้ ขอ้ มลู สารสนเทศได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ 9. อธิบายการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าได้อยา่ งถูกต้อง รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู้ รหัสวิชา ท30201 โครงสร้างรายวิชา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 จำนวน 1.0 หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ 1 รายวิชา การใช้ห้องสมุด 1 เวลา 40 ชั่วโมง เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวีธาภิเศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หนา้ ที่ 124
ที่ ชอ่ื หน่วยการ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั เรียนรู้ ท่คี าดหวงั (ชวั่ โมง) คะแนน 1 หอ้ งสมดุ ขอ้ 1 ห้องสมุดเป็นแหล่งรวบรวม ความรู้ 4 10 2 แหลง่ การ ข้อ 1 เรียนรู้ และให้บริการข้อมูลข่าวสาร ต่างๆ เปิด ขอ้ 2 ระเบยี บและ ขอ้ 3 โอกาสให้นักเรียนทุกคน ศึกษาหา 3 มารยาทการ ขอ้ 3 ความรู้ โดยการใช้ ห้องสมุดและแหล่ง ใชห้ อ้ งสมดุ ข้อ 4 งานบรกิ าร ข้อ 4 การเรยี นรู้ แหลง่ การเรยี นรู้ 4 และกจิ กรรม ห้องสมดุ แหล่งข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศเพื่อ 4 5 20 เสริมสร้าง บรรยากาศการเรียนรู้ใน ระเบยี บการ โรงเรียน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญและ 5 ยืม คืน หนงั สอื แหล่ง เรียนรู้ท่ีอยู่ภายนอกโรงเรียน ทรัพยากรสร เป็น แหล่งการศึกษาตลอดชีวิตที่มี 6 สนเทศ ประชาชนสามารถหาความรู้ต่างๆ ได้ 7 การจดั เกบ็ ทรพั ยากร ด้วยตนเองตลอดเวลา สารสนเทศ ระเบยี บและมารยาทการใช้ ห้องสมุด 4 5 การใช้ห้องสมุดผู้ใช้ห้องสมุด มีหน้าที่ จะต้องปฏิบัติตนตาม ระเบียบและ มารยาทในการเขา้ ใช้ห้องสมดุ งานบรกิ ารและกจิ กรรมห้องสมดุ 4 10 การให้บริการเป็นหัวใจสําคัญ ของงาน ห้องสมุดและแหล่งการ เรียนรู้ ทําให้ เกิดประโยชน์แก่ ผู้ใช้บริการ การจัด กิจกรรมของ ห้องสมุดและแหล่งการ เรียนรู้ เปน็ การส่งเสรมิ ใหผ้ ู้มาใชบ้ รกิ าร สอบกลางภาค 2 ระเบยี บการยืม-คนื หนังสือ 2 5 ระเบยี บการยืม-คนื หนังสือ และสอื่ อืน่ ๆ 4 10 ในห้องสมุด วิธีการยืม คืน หนังสือและ 5 5 สื่ออ่นื ๆ ในห้องสมุด ทรพั ยากรสารสนเทศ การรู้จักเลือกทรัพยากร สารสนเทศที่ ห้องสมุดจัดหามา เพื่อให้บริการความรู้ ข้อมลู ขา่ วสารแก่ผู้ใช้ การจดั เก็บทรัพยากรสารสนเทศ การรู้จักเลือกทรัพยากร สารสนเทศที่ ห้องสมุดจัดหามา เพื่อให้บริการความรู้ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวีธาภิเศก บางขนุ เทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หน้าที่ 125
ข้อมูล ข่าวสารแก่ผู้ใช้ในรูปแบบวัสดุ ตี พิ ม พ์ แ ล ะวัส ดุ ไม่ ตี พิ ม พ์ ห รือ สื่ อ อิเลก็ ทรอนิกส์ 8 ระบบการจดั ขอ้ 5 ระบบการจัดหมวดหมู่ หนังสือจะช่วย 4 5 หมวดหมู่ 5 หนงั สอื ข้อ 6 ให้ผ้ใู ช้ห้องสมุด ค้นหาหนังสือไดส้ ะดวก 20 หนังสือและ และ รวดเร็ว ทําให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์ 40 100 9 ส่วนตา่ ง ๆ ในการค้นหาข้อมูล ขอ้ 7 หนงั สอื และสว่ นต่างๆ 5 ขอ้ 8 หนังสือเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ท่ี บันทึก ความรู้ ค ว า ม คิ ด ห นั ง สื อ แ ต่ ล ะ เล่ ม ประกอบด้วยส่วนสําคัญ ต่างๆ หลาย ส่วน การรู้จักส่วนต่างๆ ของหนังสือจะ ชว่ ยใหส้ ามารถ ค้นหาข้อมลู จากหนังสือ ได้สะดวกและรวดเร็ว สอบปลายภาค 2 รวม เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรียนทวีธาภเิ ศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หนา้ ท่ี 126
รหสั วิชา ท30202 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4 จำนวน 1.0 หน่วยกิต ภาคเรยี นท่ี 2 รายวชิ า การใช้ห้องสมดุ 2 เวลา 40 ชั่วโมง ศึกษาการใช้ห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ เข้าใจมารยาทการใช้ห้องสมุด สามารถใช้บริการและ กิจกรรมของห้องสมุด ใช้ทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดอย่างมีประสิทธิภาพ รู้วิธีการจัดเก็บทรัพยากร สารสนเทศ สามารถสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด รู้จักเกี่ยวกับหนังสือและส่วนต่างๆ ของ หนังสือ เข้าใจวิธีการรักษาและถนอมหนังสือได้อย่างถูกวิธี สามารถใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล สารสนเทศต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้หนังสืออ้างอิงในการค้นหาคําตอบ เข้าใจวิธีการอ่านหนังสือ และมีทักษะในการอ่านหนังสือ การเขียน และการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเน่ือง เขียนรายงานจากการศึกษา ค้นควา้ ได้อย่างถกู ต้อง รู้จักการใช้ห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ มารยาทการใช้ ห้องสมุด การใช้บริการและกิจกรรมของ ห้องสมุด ทรัพยากรสารสนเทศ รู้จักใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เห็น ความสําคัญวิธีการรักษาและถนอมหนังสือได้อย่างถูกวิธี และมีทักษะในการอ่านหนังสือ การเขียน และ การศกึ ษาค้นควา้ โดยการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า โดยใช้ทักษะการใช้ห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ มีคุณธรรมการใช้บริการห้องสมุด รู้จักเลือกใช้ สารสนเทศประเภทต่างๆ รู้จักการใช้เทคโนโลยีเป็นเคร่ืองมือในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ เห็น ความสําคัญของการอ่าน การเขียน เพ่ือนําเสนอข้อมูล เช่น การเขียนรายงาน สามารถนําความรู้ไปพัฒนา ตนเอง และใช้เป็นพืน้ ฐานการศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชีพได้อยา่ งเหมาะสม ผลการเรยี นร้ทู ค่ี าดหวงั 1. ศึกษาห้องสมดุ และแหล่งเรยี นรูเ้ พื่อการศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง 2. เข้าใจมารยาทในการใช้หอ้ งสมุด ได้อย่างถกู ต้อง 3. อธิบายการใชบ้ ริการและกจิ กรรมของหอ้ งสมดุ ได้อย่างเหมาะสม 4. ศกึ ษาการใช้ทรัพยากรและสารสนเทศในหอ้ งสมดุ อยา่ งมีประสิทธิภาพ 5. เขา้ ใจวธิ ีการจดั เกบ็ ทรพั ยากรสารสนเทศและรู้วธิ กี ารสบื คน้ ไดอ้ ย่างถูกต้อง 6. วเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั หนังสือและส่วนตา่ ง ๆ ของหนงั สอื 7. เขา้ ใจวิธกี ารรักษาหนังสอื และถนอมหนงั สือได้อย่างถูกวิธี 8. บอกขั้นตอนการใช้อนิ เทอรเ์ น็ตในการสืบค้นขอ้ มลู สารสนเทศได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 9. อธบิ ายการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าได้อย่างถูกต้อง 10. อธบิ ายและใชห้ นงั สอื อา้ งอิงไดถ้ กู ต้อง 11. ทำบรรณานทิ ศั นไ์ ดถ้ กู ต้อง 12. ปฎบิ ตั งิ านงานห้องสมุดได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมท้งั หมด 12 ผลการเรยี นรู้ เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวีธาภเิ ศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หน้าท่ี 127
รหสั วิชา ท30202 โครงสรา้ งรายวิชา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต ภาคเรียนที่ 2 รายวิชา การใชห้ ้องสมุด 2 เวลา 40 ช่วั โมง ที่ ชอ่ื หน่วยการ ผลการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก เรยี นรู้ เรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน ทีค่ าดหวงั 1 การถนอม ขอ้ 7 การถนอมรักษาหนงั สือ 2 10 รักษาหนงั สือ หนังสือเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีผู้ใช้บริการมากและ ข้อ 4 เส่ือมสภาพไปตามกาลเวลา จึงควรให้ผู้ใช้ 5 5 2 การสืบคน้ รู้จักการระวังรักษาหนังสือ จะช่วยให้ 3 ขอ้ มูล ข้อ 10 หนังสือมสี ภาพคงทนถาวร 8 5 ข้อ 9 และป้องกันหนังสือไม่ให้ชํารุดเสียหายก่อน 10 สารสนเทศ เวลาอันสมควร 3 หนงั สอื อ้างอิง ขอ้ 9 2 การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ แหล่งข้อมูล 10 4 การเขียน ขอ้ 11 สารสนเทศจากอินเทอร์เน็ต เป็นการสืบค้น รายงาน สารสนเทศทม่ี คี วามสาํ คัญยง่ิ ในยุคปัจจบุ นั 10 ข้อ 11 ผใู้ ช้จึงจาํ เปน็ ตอ้ งมที กั ษะ 20 2 การเขียน หนังสืออ้างอิงและวิธีการใช้หนังสืออ้างอิง เป็นหนังสือที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ในการ 5 บรรณานกุ รม คน้ คว้าหาคาํ ตอบข้อมลู โดยเฉพาะ การบนั ทกึ การ การเขียนรายงาน 6 อา่ น การเขียนรายงานเป็นการเป็นการเสนอ ข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้าเรื่องใดเร่ือง 7 การทาํ บรรณ หน่ึง การทาํ รายงานจะต้องทาํ ถกู ตอ้ ง นทิ ศั น์ สอบกลางภาค การเขียนบรรณานกุ รม 5 ก า ร เขี ย น บ ร ร ณ า นุ ก ร ม จ ะ ต้ อ ง เขี ย น ให้ 5 ถูกต้อง เนอ่ื งจากเป็นหลกั สากลที่ ใช้ในการ 3 ทาํ รายงาน การบันทึกการอ่าน การบันทึกเร่ืองราวจาก การอ่านลงในบรรณนิทัศน์ จะช่วยให้จดจํา หนังสือที่อ่าน ท่ีค้นคว้าได้และช่วยเตือน ความจาํ เรื่องที่อ่านดว้ ย การทําบรรณนิทศั น์ การแนะนําหนังสือใหม่ให้ผู้อ่ืนได้ทราบ เกี่ยวกบั หนังสอื เล่มนัน้ ๆ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวีธาภเิ ศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หนา้ ที่ 128
การ ข้อ 9 การประชาสัมพันธ์ห้องสมุด 3 3 8 ประชาสมั พันธ์ วิ ธี ก า ร ส ร้ า ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์ อั น ดี ร ะ ห ว่ า 5 2 หอ้ งสมดุ ผู้ใช้บริการกับห้องสมุดด้วยการ แนะนํา 40 เชิญชวนให้ผู้ใช้ห้องสมุดมีความรู้ความ เข้าใจในการดาํ เนินงาน ห้องสมดุ การประกอบ ขอ้ 12 การประกอบอาชีพ การปฏบิ ัตงิ านห้องสมุด 2 9 อาชพี ในฐานเจ้าหน้าที่ห้องสมุด โดยนําความรู้ท่ี ได้จาก การเรียนวิชาการใช้ห้องสมุดไป ประยกุ ต์ใช้ในการประกอบอาชพี สอบปลายภาค 20 รวม 100 เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรียนทวธี าภิเศก บางขนุ เทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หนา้ ที่ 129
รหสั วชิ า ท30203 คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6 จำนวน 1.0 หน่วยกติ ภาคเรียนที1่ ,2 รายวชิ า การเขยี น เวลา 40 ชัว่ โมง ฝึกทักษะการเขียนเบื้องต้นใช้ข้อมูลอ้างอิงประกอบการเขียนบทสนทนาแสดงอารมณ์และ ความรู้สึกตา่ งๆ โดยใช้จินตนาการหรือกำหนดสถานการณ์ขน้ึ ฝึกเขียนบทความส้ันๆ แสดงความคิดเห็น และการประเมินงานเขียน การเขียนย่อความการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าโดยใช้ข้อมูลในท้องถ่ิน การเขียนบรรยายประสบการณ์ การเขียนพรรณนาทัศนียภาพ และฝึกแต่งคำประพันธ์ตามความคิดและ หัวข้อท่ีกำหนดให้ และเขียนเรื่องส้ัน เป็นร้อยกรองตามความพอใจโดยมีเน้ือหาสาระ น่าอ่าน ใช้ถ้อยคำ สำนวนสละสลวยกอ่ ให้เกดิ ความเพลิดเพลิน และช่วยพฒั นาความคดิ โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ และใช้เทคโนโลยีในการศึกษาค้นคว้าจนเข้าใจ เพ่ือให้มี คุณลักษณะเปน็ คนใฝ่เรียนรู้ ใฝเ่ รียนอยู่อยา่ งพอเพียง มคี วามมงุ่ ม่ันในการทำงาน รกั ความเป็นไทย และ สามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั อยา่ งมีคุณธรรม จรยิ ธรรมตลอดไป ผลการเรียนรู้ 9. เขียนบทสนทนาแสดงความรู้สกึ ในนำ้ เสียงโดยใชจ้ ินตนาการหรือกำหนดสถานการณ์ได้ 10. เขียนบทความแสดงความคดิ เห็นโดยใชข้ อ้ มลู อ้างอิงประกอบการเขียน 11. เขียนรอ้ ยแก้ว บรรยายประสบการณ์ และพรรณนาทศั นยี ภาพ 12. เขียนยอ่ ความจากส่ือท่มี ีรปู แบบและเน้ือหาหลากหลาย 13. แต่งคำประพันธ์ตามความถนัดและหัวข้อท่ีกำหนดให้ 14. เขียนเรอื่ งส้ันเปน็ ร้อยกรองที่ชน่ื ชอบได้ 15. ประเมนิ งานเขยี นของผู้อืน่ ได้ถกู ต้องตามหลักวชิ า แลว้ นำมาพัฒนางานเขียนของตนเอง 16. เขยี นรายงานการศึกษาค้นคว้าเรอ่ื งราวในท้องถนิ่ ไดต้ ามหลักการเขยี นเชิงวชิ าการ และใช้ขอ้ มูล สารสนเทศอ้างอิงอย่างถูกต้อง รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู้ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรยี นทวธี าภิเศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หนา้ ท่ี 130
รหัสวิชา ท30203 โครงสรา้ งรายวิชา ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4-6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต ภาคเรียนท่ี1,2 รายวิชา การเขยี น เวลา 40 ชัว่ โมง ที่ ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก การเรยี นรู้/ (ช่ัวโมง) คะแนน ตวั ช้ีวดั 1 ความรเู้ บือ้ งต้นเกย่ี วกับ ขอ้ 1 ถงึ ความร้เู บอ้ื งต้นเกย่ี วกบั การเขียน 45 การเขียน ขอ้ 8 เป็นการความรู้พื้นฐานเก่ียวกับ องค์ประกอบ สําคัญต่างๆ ในการ เขียน ท้ังลักษณะของเนื้อหา การ ใช้ ภ าษ า การสะกดคํา การลําดับ ใจความสําคัญ รูปแบบของการเขียน และส่วนประกอบอื่นๆที่ช่วย พัฒนา งานเขียนให้มีประสิทธิภาพ การ เขยี นยอ่ ความ 2 การเขยี นยอ่ ความ ข้อ 4 การเขยี นยอ่ ความ 25 การเขียนย่อความเปน็ ทักษะจาํ เป็นท่ี ต้องใช้ | อยู่เสมอในชีวิตประจําวัน จึงต้องเรียบเรียงด้วย ภาษาที่สั้น กะทัดรดั และสื่อความหมายได้อย่าง ชัดเจน การเขียนบรรยายและ ขอ้ 3 การเขียนบรรยายและเขียนพรรณนา 4 5 3 เขยี นพรรณนา การเขียนบรรยาย เป็นการเขียนถึง เหตุการณ์ท่ี | เกิดข้ึนอยู่โดยการ แ ส ด งให้ เห็ น ส ถ า น ท่ี เกิ ด เห ตุ สภาพแวดล้อม บคุ คล ตลอดจนผลที่ เกิดขึ้นจาก เหตุการณ์น้ันๆการเขียน พรรณนา คือ การเขียน บรรยาย อย่างละเอียดและประณี ต โดย มุ่งเน้นให้ ผู้อ่านเกิดความรู้สึกทาง อารมณ์ เกดิ มโนภาพ การเขยี นอธิบายและ ขอ้ 3 การเขียนอธิบายและมารยาทในการ 4 5 4 มารยาทในการเขียน เขียน การอธิบายเป็นส่ิงท่ีเกิดขึ้นเสมอใน การสื่อสาร | โดยมีจุดประสงค์เพ่ือ อธิบายให้มีรายละเอียดที่ ชัดเจน เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรียนทวธี าภิเศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หนา้ ที่ 131
การเขยี นแสดงความ ยิ่งขึ้น การเขียนอธิบายจึงเป็นการ 4 10 5 คดิ เหน็ เขียนเพ่ือ ไขความให้ความหมาย 2 20 กระจา่ ง ผู้เขียนจึงตอ้ งรู้จกั เลือกสรร 4 10 การเขยี นรายงาน ถ้อยคําท่ีจะทําให้ผู้อ่านเข้าใจสารได้ 6 ตรง ตามจดุ ประสงค์ 4 5 เขยี นเพ่ือการสือ่ สาร ขอ้ 2 การเขยี นแสดงความคดิ เห็น 4 5 7 เป็นกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความคิดเห็น เขยี นเรื่องสั้น ของผู้ส่งสารไปให้ผู้รับสาร เข้าใจทํา ได้ กระบวนการเขยี นท่ีสามารถทําให้ ผรู้ ับ สารเชื่อถือต้องมีข้อมูลหลักฐาน และเหตุผล ประกอบอย่างชัดเจน ผู้เรียนจึงต้องหมั่นฝึกฝนการ เขียน อย่เู สมอเพ่ือพัฒนาตนเอง สอบกลางภาค ขอ้ 8 การเขยี นรายงาน การเขียนรายงาน เป็นการนําเสนอ ผล การศึกษาค้นคว้า รวบ รวม สํารวจ หรือแสดงผล การปฏิบัติ เก่ียวกับเรื่องใดเร่ืองหนึ่งอย่างเป็น ระเบียบแบบแผน โดยใช้ทักษะทาง ภาษาท่ีถูกต้อง เหมาะสม ผู้รายงาน จงึ ต้องศึกษาให้มีความรู้ ความ เขา้ ใจ ใน เรื่อ งรูป แ บ บ อ งค์ ป ระ ก อ บ กระบวน การศึกษาค้นคว้ารายงาน และการนํ าเสน ออย่าง ถูกต้อง เพื่อให้รายงานนั้นเป็นงานวิชาการที่ มี คณุ ค่า ภาษา ขอ้ 1 ถงึ เขยี นเพื่อการสือ่ สาร ข้อ 8 ภาษาเขียน เป็นภาษาที่มีความ เคร่งครัดต่อ การใช้ถ้อยคํา เพราะ เป็นภาษาท่ีปรากฏเป็นลาย ลักษณ์ อักษรจึงมีแบบแผนกําหนคภาษา เขียนในแต่ ละประเภทอย่างชัดเจน ดังน้ัน การใช้ภาษาเขียน จึงควร ต ระ ห นั ก ถึ งค ว าม ถู ก ต้ อ งแ ล ะ เหมาะสมใน การใช้ภาษาระดับ ภาษาอย่างเคร่งครดั ข้อ 6 เขียนเรื่องสั้น เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวธี าภิเศก บางขนุ เทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หนา้ ท่ี 132
8 เร่ืองสั้นมีองค์ประกอบที่สําคัญท้ัง 2 5 การวาง โครงเร่ือง เนือ้ เรื่อง ตัวละคร หลกั การแต่งบทร้อย ฉากและบรรยากาศ การเขียนเร่ือง 4 5 9 กรอง ส้ันจึงต้องเขียนให้มีความน่าสนใจ และมีขอ้ คิด คุณค่า คติสอนใจ 2 20 การพิจารณาคณุ คา่ งาน 40 100 10 เขยี น ขอ้ 5 หลกั การแต่งบทร้อยกรอง บทร้อยกรอง เป็นคําประพันธ์ท่ีแต่ง ข้ึนตาม ลักษณ ะบังคับของฉันท ลักษณ์ บทร้อยกรองของ ไทย ได้แก่ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย ฯลฯ การ แต่งคําประพันธ์เป็นภูมิปัญญา และเป็นมรดกทาง ภาษาของชาติท่ี คนไทยควรอนรุ ักษด์ ้วยความภูมิใจ ขอ้ 7 การพิจารณาคณุ ค่างานเขียน งานเขียนแต่ละชนิดมีคุณค่าควรแก่ การอ่าน และการพิจารณาในหลาย ด้าน คุณค่าทางอารมณ์ คุณค่าด้าน ส ติ ปั ญ ญ า สั ง ค ม ก า ร เมื อ ง จนิ ตนาการ จริยธรรม และภาษา ซึ่ง สามารถนําคุณ ค่าเหล่าน้ีมา ใช้ พัฒนางานเขียนตนเอง สอบปลายภาค รวม เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวธี าภเิ ศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หนา้ ท่ี 133
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม รหสั วชิ า ท30204 รายวิชา การอา่ นและพจิ าณาวรรณกรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง ภาคเรียนท่1ี ,2 ฝึกการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วประเภทสารคดี และบันเทิงคดี อ่านตีความขยายความงานเขียน ประเภทต่างๆ พิจารณาแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อคิดเห็น แยกองค์-องค์ประกอบของวรรณกรรมประเมิน ค่างานเขียนประเภทต่างๆ การแนะนำหนังสือ การสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆอย่างถูกต้อง วิเคราะห์เร่ืองราวอย่างเห็นคุณค่าเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ วิเคราะห์วรรณกรรม ประเมินคา่ และนำไปใช้ในชีวติ จริงได้ ฝึกสังเกตรายละเอียดวรรณกรรมร้อยกรองในด้านวรรณศิลป์ แสดง ความคิดเหน็ วรรณคดีและวรรณกรรมอยา่ งเหน็ คณุ คา่ โดยใช้ความสามารถในการส่ือสารและความสามารถในการคิดมาบูรณาการความรู้และประสบการ ณ์ เพอื่ ให้สามารถนำไปใช้ในชีวติ ประจำวันอย่างมคี ุณภาพ ผลการเรียนรู้ 10. สามารถอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ประเภทสารคดแี ละบนั เทิงคดไี ด้ 11. สามารถจับใจความสำคัญจากการอ่านได้ 12. สามารถวเิ คราะหข์ ้อเทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็นไดต้ ามหลกั การอา่ น 13. ระบุองค์ประกอบของวรรณกรรมได้ 14. สามารถแสดงความคิดเหน็ เชิงวจิ ารณ์และประเมินค่างานเขียนประเภทต่างๆได้ 15. เข้าใจสารที่ผู้แต่งต้องการสอื่ และเหน็ คุณคา่ ของวรรณกรรมทอ่ี ่าน 16. นำความรู้จากการอ่านมาพัฒนาตนได้ รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู้ โครงสรา้ งรายวชิ า รหัสวิชา ท30204 รายวชิ า การอา่ นและพจิ าณาวรรณกรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4-6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง ภาคเรยี นที่1,2 ที่ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ ผลการ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั เรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรยี นทวธี าภเิ ศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หนา้ ท่ี 134
พินจิ วรณกรรม ขอ้ 3 การพินจิ วรรณคดี คือการอา่ นวรรณคดี 5 10 1 โดยใช้ความคดิ พจิ ารณาไตร่ตรอง 8 10 ประเภทวรรณคดี กลัน่ กรองแยกแยะและแสวงหาเหตุผล 5 10 2 เพื่อประเมินคุณคาของวรรณคดีไดอยางมี 2 20 10 สานโลก สาน เหตผุ ล และพิจารณาได 10 3 วรรณกรรมอ่าน 10 ข้อ 1 ประเภทของวรรณคดี 20 ตามนัย ขอ้ 2 วรรณคดี แบ่งได้หลายประเภท เช่น 100 ข้อ 4 กวีนิพนธ์ คือ เร่ืองท่แี ต่งเปน็ โคลง ฉนั ท์ 4 แนวคิดในการพนิ ิจ วรรณกรรม กาพยกลอน รา่ ย ละครไทย คือ เรอ่ื งท่ี แต่งเป็นกลอนแปด มีกำหนดหน้าพาทย์ 5 แนวคดิ สูก่ าร นิทาน คอื เร่ืองราวอันผูกขนึ้ และแตง่ เปน็ ประยกุ ต์ รอ้ ยแก้ว ละครพดู คือ เร่ืองราวทเ่ี ขียน เพอื่ ใชแ้ สดงบนเวที อธบิ าย (essay หรือ 6 วจิ กั ษณ์วรรณคดสี ู่ pamphlet) คือ การแสดงดว้ ยศิลปวทิ ยา ปลายปากกา หรือกิจการอยา่ งใด โดยแต่ละประเภท จะมีธรรมชาตแิ ละลักษณะแตกต่างกนั ออกไป ข้อ 1 อ่านวรรณกรรมตามนยั เน้ือหา ฝกึ การ ข้อ 3 ตคี วามอารมณ์ท่ีถา่ ยทอดในวรรณกรรม แลว้ นำมาอ่านตบี ทได้อย่างหลากหลาย สอบกลางภาค ขอ้ 4 แนวคิดในการพินิจวรรณคดีอาจมองเพียง ขอ้ 5 แคต่ ัวบทวรรณคดโี ดยการอา่ นและ 5 ละเอยี ดหรือการใชส้ ภาพสงั คมในช่วงนั้น รว่ มดว้ ย ขอ้ 7 การประยุกตแ์ นวคิดในการวิพินจิ วรรณคดี โดยนำวธิ ีคดิ มาจบั กับตวั บท 5 วรรณคดีด้วยวธิ ีการต่าง ๆ อย่าง หลากหลาย ข้อ 6 เขียนวิเคราะห์และวจิ ารณว์ รรณคดีใน 8 ขอ้ 7 ลักษณะของเรยี งความสามส่วน โดยมี 2 การย่อเร่ือง เสนอประเด็นในการ 40 วิเคราะห์ ยกข้อความในตัวบท ประกอบการให้ตัวอย่าง สอบปลายภาค รวม เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวธี าภเิ ศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หนา้ ที่ 135
เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวีธาภเิ ศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หนา้ ที่ 136
รหสั วชิ า ท30205 คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4-6 จำนวน 1.0 หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี1,2 รายวชิ า กรองกานท์ เวลา 40 ชัว่ โมง ฝึกทักษะการเขียน การแต่งคำประพันธ์ประเภทต่างๆ เช่น การแต่งคำประพันธ์ประเภท กลอนสี่ สภุ าพ กลอนสักวา กลอนดอกสร้อย กลอนนิราศ กาพย์ยานี 11 กาพย์ฉบัง16 กาพย์สุรางคนางค์ 28 โคลงสองสุภาพ โคลงสามสุภาพ โคลงส่ีสุภาพ โดยเน้นการลำดับความให้ผู้อ่านได้รับสารอย่างชัดเจน เลือกใช้สำนวน โวหารภาพพจน์ รสวรรณคดี และ ถ้อยคำให้เหมาะสมกับเน้ือเร่ืองและโอกาสที่แต่ง แสดงความคิดเห็นและความรู้สึก เพื่อเพิ่มพูนทักษะการเขียนรูปแบบต่างๆ สามารถเขียนแสดงความ ต้องการ ความคิดและความร้สู ึกได้ถกู ต้องตามมารยาท และธรรมเนยี มนยิ ม โดยใช้ความสามารถในการสื่อสาร และกระบวนการคิดวเิ คราะห์ การแก้ปญั หาและความสามารถใน การใชท้ ักษะชวี ติ เพ่ือนำความรู้ ความเขา้ ใจไปประยกุ ตใ์ ช้ในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรมจริยธรรมและ สามารถนำไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั อย่างมคี ณุ ธรรม ผลการเรียนรู้ 1. ใชถ้ ้อยคำสำนวน และโวหารภาพพจน์ ในแต่งคำประพันธ์ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม 2. แต่งคำประพนั ธ์เพื่อสื่อสาร ได้ 3. เขยี นข้อความร้อยกรองทีแ่ สดงโวหารต่างๆได้ 4. แตง่ คำประพนั ธป์ ระเภทรอ้ ยกรองไดต้ ามความสนใจ 5. ประยุกต์หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการดำเนนิ ชีวิตประจำวนั ได้ รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู้ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวธี าภิเศก บางขนุ เทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หนา้ ที่ 137
รหสั วิชา ท30205 โครงสร้างรายวิชา ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต ภาคเรยี นที่1,2 รายวชิ า กรองกานท์ เวลา 40 ชัว่ โมง ที่ แผนการจดั ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั การเรียนรู้ท่ี ที่คาดหวงั (คาบ) (คะแนน) 11 ขอ้ 1 คำประพนั ธ์ 35 ข้อ 3 ถ้อยคำทีเ่ รยี บเรียงให้เป็นระเบยี บตาม บัญญัติแห่งฉนั ทลกั ษณโ์ ดยมีขอ้ บังคับต่างๆ เพ่อื ใหเ้ กิดความครึกคร้ืนและมคี วามไพเราะ แตกต่างไปจากถ้อยคำธรรมดา และมี วรรณศิลปใ์ นการแต่ง 22 ขอ้ 2 กาพย์ 6 10 ขอ้ 3 เป็นคำประพันธ์ประเภทหนึง่ ของไทย ขอ้ 4 ซ่งึ กำหนดคณะ พยางค์ และสัมผสั มลี ักษณะ คลา้ ยกบั ฉันท์ แต่ไมน่ ยิ มครุ-ลหเุ หมอื นฉันท์ ได้แก่ กาพย์ยานี ๑๑ กาพย์ฉบงั ๑๖ และ กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ 33 ข้อ 2 กลอน 35 คำประพนั ธ์ชนดิ หน่งึ ซึง่ ใช้ถ้อยคำเรียง กนั มสี ัมผัส บทหน่งึ มี 2 บาท คือ บาทเอก กบั บาทโท บาทหนึ่งแบ่งเปน็ 2 วรรค รวม 2 วรรค เป็น 1 คำกลอน 44 ขอ้ 4 กลอน 6 10 ข้อ 5 มหี ลายชนิด ได้แก่ กลอนส่ี กลอนหก กลอนเจ็ด กลอนแปด กลอนเกา้ กลอนนริ าศ กลอนเพลงยาว กลอนนิทาน กลอนบทละคร กลอนดอกสร้อย และกลอนสักวา สอบกลางภาค 2 10 55 ขอ้ 2 โคลง 55 ข้อ 4 คำประพันธ์ระเภทหนึ่งซึง่ มีวิธีเรียบ เรยี งถ้อยคำเขา้ คณะ มีกำหนดเอกโทและ สมั ผสั มลี ักษณะบังคบั 6 อย่าง ได้แก่ คณะ พยางค์ สัมผสั คำเอกคำโท คำเปน็ คำ ตาย และคำสร้อย เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวีธาภิเศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หน้าท่ี 138
66 ขอ้ 2 โคลงกระทู้ 4 10 77 ข้อ 5 โคลงสีส่ ภุ าพทม่ี ีข้อความตงั้ เป็นกระทู้ 88 ไว้ขา้ งหนา้ ของบาททั้งส่ี แลว้ แต่งข้อความ ต่อไปให้สอดคล้อง หรอื ขยายความกระทนู้ ัน้ ขอ้ 1 ฉันท์ 35 ข้อ 2 ลกั ษณะถ้อยคำที่กวีไดร้ อ้ ยกรอง ขึน้ เพื่อให้เกดิ ความไพเราะโดยกำหนดครุ- ลหุ และสัมผสั ไวเ้ ป็นมาตรฐาน ไทยไดร้ บั แบบแผนมาจากอินเดยี ซง่ึ เดิมแตง่ เป็น ภาษาบาลีและสันสกฤต ต่อมาไดจ้ ำลอง แบบไทย โดยเพ่ิมบงั คับสัมผัสขน้ึ เพอื่ ให้ เกิดความไพเราะตามแบบนิยมของไทย ขอ้ 3 ฉนั ท์ 6 10 ขอ้ 4 มีหลายชนดิ ทีจ่ ะนำมาใช้ในบทเรียนมี 3 ชนดิ คอื 1. อนิ ทรวิเชยี รฉันท์ หรือ ฉันทท์ ่ีมีลีลาอนั รุ่งเรอื งงดงามประดุจสายฟ้าซึ่งเปน็ อาวุธของพระอนิ ทร์ 2. วสนั ตดลิ กฉันท์ หรือ ฉันท์ทมี่ ากไป ด้วยครุ ซง่ึ เปรียบเหมือนแก่นหรือ หลัก 3. อินทวงศ์ฉนั ท์ หรอื ฉนั ท์ท่ีมสี ำเนยี ง ไพเราะระดุจเสียงป่ขี องพระอินทร์ สอบปลายภาค 2 30 รวม 40 100 เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวธี าภเิ ศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หนา้ ท่ี 139
รหัสวิชา ท30206 คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต ภาคเรียนท1่ี ,2 รายวิชา วรรณคดีมรดก เวลา 40 ช่ัวโมง ฝึกทกั ษะการอา่ น คิดวเิ คราะห์เรื่อง พระอภัยมณี ขุนชา้ ง – ขุนแผน รามเกยี รติ์ รา่ ยยาว มหาเวสสันดรชาดก 3 กัณฑ์ คือ ทานกัณฑ์ มหาพน และชูชก อ่านนิราศเมืองแกลง และนิราศภูเขา ทอง พิจารณาเน้ือเรื่อง คำศัพท์ การใช้โวหาร เพ่ือให้เข้าใจสาระสำคัญของเร่ือง โดยนำความรู้พื้นฐาน ในการอา่ นวรรณคดมี าวเิ คราะห์ตามหลักวิชาวรรณคดวี ิจารณ์เบอ้ื งต้น และสามารถเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ ทางประวัติศาสตร์ และวถิ ชี ีวิตของสังคมในอดตี และสงั เคราะห์ขอ้ คิดที่ไดร้ บั นำไปประยุกต์ใชใ้ น การดำเนนิ ชีวิต โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ให้เกิดการศึกษาค้นคว้าจนเข้าใจ และสามารถบูรณาการความรู้ และประสบการณ์ไดอ้ ย่างมีเหตุผล เพ่ือนำไปใชช้ วี ติ ประจำวนั อยา่ งมีคุณธรรมจริยธรรมตลอดไป ผลการเรียนรู้ 1. แสดงทรรศนะจากอา่ นวรรณคดีเรอื่ ง พระอภัยมณี ขนุ ช้าง – ขุนแผน รามเกยี รต์ิ รา่ ย ยาว มหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์ทานกัณฑ์ มหาพน ชูชก นิราศเมืองแกลง และนิราศภเู ขาทอง 2. อา่ นวิเคราะหว์ จิ ารณ์เร่ือง พระอภัยมณี ขนุ ช้าง – ขุนแผน รามเกียรต์ิ รา่ ยยาวมหา เวสสันดรชาดก กัณฑท์ านกัณฑ์ มหาพน ชชู ก นิราศเมอื งแกลง และนิราศภเู ขาทอง ตาม หลกั การวจิ ารณว์ รรณคดเี บ้ืองตน้ 3. วเิ คราะห์ลกั ษณะเด่นของวรรณคดที ี่อา่ นเชื่อมโยงกับการเรยี นรู้ทางประวตั ิศาสตร์ และ วิถชี ีวิต ของสังคมในอดีต 4. สงั เคราะห์ความรูข้ ้อคดิ ที่ได้จากการอา่ นวรรณคดี นำไปใช้ในชวี ติ จริงได้ รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู้ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรยี นทวีธาภเิ ศก บางขนุ เทียน พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรุง 2564) หนา้ ที่ 140
รหัสวชิ า ท30206 โครงสรา้ งรายวิชา ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 1.0 หน่วยกติ ภาคเรียนที่1,2 รายวิชา วรรณคดีมรดก เวลา 40 ชัว่ โมง ที่ แผนการจัด ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนั การเรยี นรทู้ ี่ ที่คาดหวัง (คาบ) ก (คะแน น) 11 ขอ้ 2 การอา่ นวรรณคดี 25 การทำความเขา้ ใจบทประพนั ธ์ ใช้ จนิ ตนาการให้เข้าถงึ สารท่ีกวีตอ้ งการส่อื โดยจะต้อง อา่ นอย่างมีวจิ ารณญาณ เพื่อเปน็ การกล่นั กรองและ สกัดเอาคุณค่าทแ่ี ทจ้ ริงของวรรณคดอี อกมา ท้ัง คณุ คา่ ทางอารมณ์และคณุ ค่าทางความคิด 22 ขอ้ 2 วรรณคดมี รดก 35 วรรณคดีทก่ี วีในอดีตเขียนอยา่ งมีศลิ ปะ ส่วน ใหญ่ แต่งเปน็ ร้อยกรอง และยกย่องว่าเป็นหนังสือดี ควรทจี่ ะรักษาไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ คนไทยทกุ คน ควรอา่ น เพ่ือประดับสตปิ ญั ญา 33 ข้อ 1 รามเกียรต์ิ 35 ข้อ 2 เป็นวรรณคดีสำคัญเรอื่ งหน่ึงของไทย โดยมี ต้นเค้าจากวรรณคดีอนิ เดยี คือ มหากาพย์รา มายณะทฤี่ ๅษี วาลมกี ิ ชาวอนิ เดีย แตง่ ข้นึ เปน็ ภาษา สันสกฤต เร่ืองรามเกียรต์ิ ของไทยน้ัน มีมาแต่สมยั อยุธยา ในสมัยกรงุ ธนบุรี พระเจา้ ตากสินได้ทรงพระ ราชนพิ นธส์ ำหรบั ใหล้ ะครหลวงเลน่ ปจั จบุ นั มีอยไู่ ม่ ครบ ตอ่ มาในสมัยรัตนโกสินทร์รชั กาลท่ี 1 ไดท้ รง พระราชนพิ นธ์ข้ึนเพ่ือรวบรวมเร่อื งรามเกยี รติ์ ซึ่งมี มาแต่เดมิ ใหค้ รบถว้ น สมบรู ณต์ ัง้ แตต่ น้ จนจบ 44 ข้อ 3 คุณค่าของวรรณคดี เรื่อง รามเกียรต์ิ 35 ขอ้ 4 เปน็ วรรณคดีมรดกพระราชนิพนธ์ รามเกียรติเ์ ป็นวรรณคดีมรดกของชาติ เป็น วฒั นธรรมทางวรรณกรรมของชาติไทย เป็น วัฒนธรรมทางวรรณกรรมของไทยท่ีควรอนุรกั ษ์และ หวงแหน นอกจากนี้ยงั เปน็ ศูนย์รวมของศิลปะแขนง ตา่ งๆ เชน่ การแสดงโขน หุ่นละครภาพจิตรกรรมฝา ผนงั ฯลฯ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรยี นทวีธาภิเศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หนา้ ท่ี 141
55 ขอ้ 1 พระอภยั มณี 45 66 ข้อ 2 นบั แต่อายไุ ด้ 15 ปแี ละออกเดนิ ทางไปศึกษา 77 88 วชิ าความรู้ แตว่ ิชาทพ่ี ระอภัยมณไี ปศกึ ษามา กลบั เปน็ การเป่าป่ี ทำให้พระบดิ ากรว้ิ มากจนขับไล่ออกจากเมือง เขากับน้องชายคือ ศรีสวุ รรณ ระเหเร่รอ่ นไปจนเจอกับ สามพราหมณ์ ถกู นางผเี สื้อสมทุ รจบั ตัวไป มบี ตุ รชายช่อื สินสมุทร พ่อเงือกแม่เงือกช่วยพาหนไี ปยงั เกาะแก้ว พสิ ดาร เมีบุตรกับอมนุษยอ์ ีกครัง้ คือกับนางเงอื ก ได้ บุตรชายชอื่ สดุ สาคร ตอ่ มาพระอภัยมณไี ด้รับความ ชว่ ยเหลอื จากเจา้ กรงุ ผลึกและรักกันกบั ลูกสาวของเจ้า กรุง คือ นางสุวรรณมาลี แต่นางมีค่หู มน้ั แล้วทำใหเ้ กดิ สงครามใหญร่ ะหว่างกรุงผลึกกบั กรุงลงั กาเปน็ เวลานาน หลายปี แตใ่ นทสี่ ดุ สงครามกย็ ุติลงไดเ้ มื่อ นางละเวง วณั ฬา ลูกสาวเจา้ กรงุ ลงั กา ตกหลุมรกั กบั พระอภยั มณี เสยี เอง ข้อ 3 คุณคา่ ของวรรณคดี เร่อื ง พระอภัยมณี 35 ขอ้ 4 เปน็ กลอนนิทานท่ปี ระสบความสำเร็จสูงท่ีสดุ เร่ืองหนึง่ ในกระบวนวรรณคดีไทย เพราะเปน็ หนงั สือ เรอ่ื งยาวแต่งดีทั้งกลอนท้ังความคดิ ที่ผูกเรอ่ื ง\" กลอน นิทานเรอ่ื งนีย้ งั ได้รบั ยกย่องจาก วรรณคดีสโมสร ในสมยั รชั กาลที่ 6 ให้เปน็ ยอดของวรรณคดปี ระเภทนทิ านคำ กลอนอีกดว้ ย สอบกลางภาค 2 10 ข้อ 2 ท่มี าของอเิ หนา 45 เปน็ บทละคร พระราชนพิ นธ์ของ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัย พระราช นิพนธ์เรอ่ื งน้ีได้รับการยกยอ่ งจากวรรณคดสี โมสรใน รัชกาลท่ี 6 วา่ เป็นยอดแห่งกลอนบทละคร ในการทรง พระราชนพิ นธน์ ัน้ ตอนที่ไม่ได้พระราชนพิ นธเ์ อง ก็ทรง พระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ใหก้ วีในราชสำนกั รับไปแต่งคน ละตอน แลว้ นำมาอา่ นถวายหนา้ พระทน่ี ั่ง เพ่ือใหท้ ่ี ประชุมกวพี ิจารณาแกไ้ ขร่วมกัน ขอ้ 2 เรอื่ งอเิ หนา 45 ข้อ 3 เปน็ เหตกุ ารณใ์ นประวตั ิศาสตร์ชวา เนือ้ เรอ่ื ง กล่าวถึงพระเจ้าไอรลงั คะ กษัตรยิ ์ชวา ก่อนพระองค์ สนิ้ พระชนม์ ได้แบง่ อาณาจักรออกเป็น2 แคว้น ผปู้ กครองแคว้นหน่ึงมรี าชโอรสชื่อ อเิ หนา ผ้ปู กครอง เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวธี าภเิ ศก บางขนุ เทียน พ.ศ. 2553 (ปรับปรุง 2564) หน้าท่ี 142
แคว้นหนึง่ มีธิดาชอ่ื บุษา ตอ่ มาอิเหนาและบุษบาได้ สมรสกนั แควน้ ท้ัง 2 จงึ กลบั มรวมกนั เชน่ เดิม 99 ข้อ 1 คณุ คา่ ของวรรณคดี เรอ่ื ง อิเหนา 35 10 10 ข้อ 4 กลวธิ กี ารดำเนนิ เร่อื งจงึ ยึดรูปแบบอย่าง 11 11 เคร่งครัด อากัปกิริยาของตัวละครต้องมีสงา่ มีลีลา งดงามตามแบบแผนของละครใน มีการแสดงศลิ ปะการ รา่ ยรำทง่ี ดงาม ภาษาท่ใี ชเ้ หมาะสมกับตวั ละคร จะใช้ ถ้อยคำไพเราะ แสดงออกถึงอารมณข์ องตวั ละคร ซึ่งถือ วา่ เปน็ บทละครในท่เี พยี บพร้อมดว้ ยรูปแบบของการ ละครอย่างครบถว้ น ข้อ 2 ขนุ ช้างขนุ แผน 4 10 ข้อ 3 เปน็ นิยายพนื้ บา้ นของสุพรรณบุรี ที่แต่งข้ึนจาก เร่อื งจรงิ ท่เี กิดขน้ึ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเปน็ ราชธานี ซงึ่ มี หลกั ฐานอยู่ ในหนงั สอื คำให้การชาวกรงุ เก่า โดยแต่งเปน็ บทกลอนสำหรบั ขับเสภา ให้ประชาชน ขอ้ 4 คณุ ค่าของวรรณคดี เรอ่ื ง ขุนชา้ งขนุ แผน 35 เปน็ เรื่องทไ่ี ดร้ บั ยกยอ่ งจากวรรณคดสี โมสร ใน สมยั รัชกาลที่ 6 วา่ เป็นยอดของหนังสอื ประเภทกลอน เสภา มีสำนวนโวหารทไี่ พเราะคมคาย มคี ติเตือนใจ สะทอ้ นใหเ้ ห็นสภาพชวี ติ และสังคมความเป็นอยขู่ องคน ไทย ให้ความร้เู ก่ยี วกับขนบธรรมเนียมประเพณีและ วัฒนธรรมไทย และยงั ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ด้วย สอบปลายภาค 2 30 รวม 40 100 เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวีธาภเิ ศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หน้าท่ี 143
รหสั วชิ า ท30207 คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ ภาคเรียนท่ี1,2 รายวิชา การใช้ภาษาไทย เวลา 40 ชัว่ โมง ศึกษาระดับภาษาและราชาศัพท์ คำและความหมาย การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมาย สำนวน การเขียนบรรณานุกรมในรายงานวิชาการ การใช้ภาษาในท่ีประชุม ความบกพร่องในการใช้ภาษา ภาษา กำกวม การใชค้ ำฟุ่มเฟือย โวหารการเขียน ภาพพจน์ และการอ่านในชีวิตประจำวัน โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการส่ือสารและกระบวนการลงมือปฏิบัติในการจัดการเรียนรู้ เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย สามารถส่ือสารและใช้ภาษาไทยได้ถูกต้อง ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญของ ภาษาไทยและการใช้ภาษาให้ถกู ต้องตามหลกั ภาษาไทย อันจะนำไปสู่การอนรุ กั ษ์และพัฒนาภาษาไทย ผลการเรยี นรู้ 1. จำแนกระดับภาษา และอธิบายหลักการใช้คำราขาศัพท์ได้ 2. จำแนกคำที่มคี วามหมายนัยตรงและความหมายโดยนยั ได้ 3. ใช้คำไดถ้ ูกตอ้ งตรงตามความหมาย 4. มีความรูค้ วามเข้าใจเร่อื งสำนวน 5. มีความรคู้ วามเขา้ ใจเรือ่ งหลักการเขยี นบรรณานุกรมในรายงานวิชาการ 6. อธิบายหลกั การใช้ภาษาในทปี่ ระชมุ ได้ 7. มคี วามร้คู วามเขา้ ใจเรอ่ื งความบกพร่องในการใช้ภาษา 8. มคี วามรู้ความเขา้ ใจเรอื่ งโวหารการเขียน ภาพพจน์ 9. ใช้หลกั การอ่านวเิ คราะหส์ ารในชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งหมด 9 ผลการเรยี นรู้ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวธี าภเิ ศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรุง 2564) หน้าที่ 144
รหัสวิชา ท30207 โครงสร้างรายวิชา ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4-6 จำนวน 1.0 หน่วยกิต ภาคเรยี นท1ี่ ,2 รายวิชา การใชภ้ าษาไทย เวลา 40 ชัว่ โมง ที่ หนว่ ยการ ผลการเรียนรูท้ ี่ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั (คาบ) (คะแนน) เรยี นรูท้ ี่ คาดหวัง 11 ขอ้ 1 ระดบั ภาษาและราชาศพั ท์ 4 5 22 5 33 ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีระดับลดหล่ันชนั้ เชิง 5 44 และคำราชาศัพท์ โดยใช้ใหส้ อดคล้องกบั เวลาและ โอกาสตลอดจนความสมั พันธ์ระดับบคุ คล ข้อ 2 คำและความหมาย 4 คำในภาษาไทยมที งั้ ความหมายนัยตรงและ ความหมายโดยนัย ซึ่งการตีความหมายของคำ จะต้องอาศยั บริบทของการใช้ภาษา ขอ้ 3 การใชค้ ำใหถ้ กู ต้องตามความหมาย 4 การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมายเป็นการ ส่งเสริมการใช้ภาษาใหถ้ ูกตอ้ งตามหลักภาษาไทย ข้อ 4 สำนวนไทย 4 10 สำนวนคือถ้อยคำท่ีใช้ในเชิงเปรียบเทียบ มี ความหมายแฝง สำนวนไทยสะท้อนวิถีชีวิต ความ เป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย ตลอดจน ความชาญฉลาดในการใชภ้ าษาของบรรพบรุ ุษตั้งแต่ อดตี ตาบจนถงึ ปจั จบุ ัน เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรียนทวีธาภเิ ศก บางขนุ เทยี น พ.ศ. 2553 (ปรับปรงุ 2564) หนา้ ที่ 145
55 ข้อ 5 การเขยี นบรรณานกุ รมในรายงานวิชาการ 4 5 66 รายงานวิชาการถือว่าเป็นผลของการศึกษา 20 77 ค้นคว้าความรู้ต่างๆ ซึ่งการอ้างอิงแหล่งท่ีมาตาม 5 88 หลักการเขียนจะทำให้รายงานมีความน่าเชื่อถือ 5 99 และเป็นการให้เกียรติเจ้าขององค์ความรู้น้ันอีกทั้ง 10 ยงั เป็นประโยชนใ์ นการศกึ ษาหาความรู้เพมิ่ เติม 10 สอบกลางภาค 2 20 100 ขอ้ 6 การใช้ภาษาในทป่ี ระชมุ 4 การใช้ภาษาในท่ีประชุม เป็นการใช้ภาษา และคำศพั ท์เฉพาะท่ใี ชใ้ นการประชุม ขอ้ 7 ความบกพร่องในการใช้ภาษา 4 ก า ร ใช้ ภ า ษ า ใน ก า ร สื่ อ ส า ร ใน แ ต่ ล ะ ค รั้ ง จะต้องใช้ภาษาให้ถูกต้อง ไม่กำกวม และไม่ ฟุ่มเฟอื ย จงึ ทำให้การส่อื สารประสบผลสำเร็จ ขอ้ 8 โวหารการเขยี นและภาพพจน์ 4 โวหารการเขียนและภาพพจน์ เป็นศิลปะ การใช้ภาษาให้มีความสละสลวย ทำให้เกิดคุณค่า ด้านวรรณศลิ ป์ ขอ้ 9 การอา่ นวิเคราะหส์ ารในชีวิตประจำวนั 4 ในชีวิตประจำวันการรับรู้ข้อมูลข่าวสารมี หลายวิธี การอ่านจึงเป็นการรับข้อมูลข่าวสารท่ี และควรฝึกฝนทักษะท้ังการอ่านจับใจความสำคัญ คืออ่านมุ่งเน้นสาระสำคัญของข้อความ บทความ หรือหนังสือ การอ่านตีความ คือการอ่านเพื่อ พิจารณาความหมายที่ผู้ส่งสารสื่อความหมายได้ อย่างถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์ โดยพจิ ารณาจาก ความหมายของถ้อยคำต่างๆ และควรปลูกฝังนิสัย รกั การอา่ น การศึกษาค้นควา้ เสมอ สอบปลายภาค 2 รวม 40 เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรยี นทวีธาภิเศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรุง 2564) หนา้ ที่ 146
รหสั วชิ า ท30208 คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต ภาคเรยี นที่1,2 รายวชิ า ประวตั วิ รรณคดี เวลา 40 ชว่ั โมง ฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ การศึกษาคน้ ควา้ เกี่ยวกับวรรณคดีสำคัญสมยั สุโขทัย อยุธยา และ รัตนโกสินทร์ เก่ียวกับประวัติความเป็นมา ประวัติกวีท่ีสำคัญ เนื้อหาโดยสังเขป การชำระหนังสือ วรรณคดี ฝึกเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าเร่ืองราวของวรรณคดีไทยตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ เพื่อให้รู้ความเป็นมาของวรรณคดีไทย เข้าใจความสัมพันธ์ต่อเนื่องระหว่างสมัย เข้าใจค่านิยมและ ลักษณะชวี ติ ของคนในสมัยนนั้ และเห็นคุณค่าของวรรณคดสี ำคญั ในฐานะทีเ่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ให้เกิดการศึกษาค้นคว้าจนเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันอย่างมีคุณธรรม จรยิ ธรรมตลอดไป ผลการเรยี นรู้ 1. มคี วามรูเ้ ร่อื งประวัตคิ วามเป็นมาเกย่ี วกบั วรรณคดีสมัยสโุ ขทัย อยธุ ยา และรตั นโกสินทร์ 2. เขยี นรายงานการศกึ ษาค้นคว้าประวตั ิกวีทสี่ ำคัญเนอ้ื หาโดยสังเขป การชำระหนังสือ วรรณคดี สมยั ต่างๆ จากแหลง่ เรยี นรู้ 3. วเิ คราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดี และความเชอ่ื มโยงของวรรณคดรี ะหว่างสมยั เพื่อเรยี นรูว้ ิถชี ีวิต ของสังคมในอดตี 4. เขา้ ใจคา่ นิยมแนวคิดทปี่ รากฏในวรรณคดีแตล่ ะสมยั เพ่ือนนำไปใชป้ ระโยชน์ในการดำเนินชวี ติ 5. เห็นคุณค่าของวรรณคดสี ำคัญในฐานะท่เี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้ เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวธี าภิเศก บางขุนเทยี น พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรงุ 2564) หน้าที่ 147
รหสั วชิ า ท30208 โครงสรา้ งรายวิชา ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4-6 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต ภาคเรียนท่ี1,2 รายวิชา ประวัตวิ รรณคดี เวลา 40 ชัว่ โมง ท่ี แผนการ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก จดั การ ที่คาดหวงั (คาบ) (คะแนน) เรียนรู้ท่ี 11 ขอ้ 2 ความรทู้ ั่วไปเกี่ยวกับวรรณคดี 25 วรรณคดี เปน็ งานเขียนท่ใี ช้ถอ้ ยคำสำนวนโวหาร ไพเราะสละสลวย ก่อให้เกดิ อารมณส์ ะเทือนใจ สามารถยกระดับจิตใจผู้อ่านใหส้ ูงขึ้น และใช้เป็น แบบแผนในการแตง่ วรรณกรรมเรื่องอ่นื ๆ ได้ การศึกษาวรรณคดขี องไทย จะตอ้ งรูจ้ ักลักษณะ ของวรรณคดี วิวัฒนาการของวรรณคดแี ละ ความสำคัญของวรรณคดี 22 ขอ้ 1-4 วรรณคดสี มัยสโุ ขทัย 35 วรรณคดีสมัยกรงุ สุโขทัยตกทอดมาถงึ สมัยน้ีน้อย มากท่ีเปน็ ชน้ิ เป็นอัน คือศิลาจารกึ พ่อขุนรามคำแหง มหาราชและศลิ าจารึกหลกั อ่ืนๆ ส่วนท่ีเป็นใบ ลาน สมุดข่อยไมป่ รากฏ มแี ต่ฉบับคดั ลอกกันต่อๆมา เทา่ นัน้ กวีที่แต่งวรรณคดีส่วนใหญ่เปน็ พระมหากษัตริย์ และนยิ มแต่งด้วยคำประพนั ธ์ ประเภทร้อยแก้ว แต่เป็นร้อยแกว้ ท่ีมีสัมผสั ไพเราะ 33 ขอ้ 1-4 วรรณคดสี มยั อยธุ ยาตอนต้น 5 10 วรรณคดีท่สี ำคัญในสมัยอยุธยาตอนต้นส่วนใหญ่ มเี รอ่ื งเกย่ี วกับศาสนพิธีกรรมและพระมหากษัตรยิ ์ จึง มเี น้อื เรื่องคล้ายวรรณคดีสโุ ขทยั สว่ นลกั ษณะการ แตง่ จะแต่งด้วยรอ้ ยกรองท้ังส้นิ คำประพนั ธท์ ี่ใช้ เกอื บทกุ ชนิด คือ โคลง รา่ ย กาพย์ และฉนั ท์ ขาดแต่ กลอนสว่ นใหญแ่ ตง่ เป็นลิลิต คำบาลี่ สันสกฤตและ เขมรเขา้ มาปะปนในคำไทยมากขนึ้ 44 ขอ้ 1-4 วรรณคดสี มัยอยธุ ยาตอนกลาง 55 วรรณคดีในยคุ น้ี เป็นสมัยท่ีวรรณคดีไทย เจรญิ ร่งุ เรอื งทสี่ ดุ ของกรุงศรีอยธุ ยา เรยี กกนั ว่าเป็น สมยั ทองแหง่ กาพย์กลอนหรือยคุ ทองของวรรณคดี กวที ่สี ำคญั ได้แก่ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ศรี เอกสารประกอบหลกั สตู ร โรงเรียนทวีธาภิเศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรุง 2564) หน้าท่ี 148
55 ขอ้ 1-4 ปราชญ์ มหาราชครู 3 5 66 ขอ้ 1-4 2 20 77 ข้อ 1-4 วรรณคดีสมยั อยธุ ยาตอนปลาย 5 5 88 ขอ้ 1-4 เรมิ่ ปรากฏนาฏวรรณคดี คอื วรรณคดีทแี่ ต่งขน้ึ 99 ข้อ 1-4 5 10 เพอ่ื เล่นละคร วรรณคดีประกอบด้วยอรรถรส มี ทำนองการแต่งอนั บรรเจิดบรรจง แม้ไม่ไดช้ มการ 5 5 แสดงละคร เพยี งแค่อา่ นวรรณคดกี เ็ พลิดเพลินแล้ว 3 10 สอบกลางภาค 2 20 วรรณคดีสมัยกรุงธนบุรี 40 100 วรรณคดีสมยั กรงุ ธนบุรมี ีนอ้ ยมาก เน่ืองจาก สภาพบา้ นเมืองไมส่ งบสุข และมกี วเี พยี งไม่กี่คน ลกั ษณะของวรรณคดีเหมอื นในสมัยกรงุ ศรีอยุธยา นยิ มแต่งร้อยกรองทุกประเภท มเี น้ือหาเพือ่ การปลุก ใจรกั ชาตบิ ้านเมือง และปลอบใจใหค้ ลายความ หวาดกลัวจากสงคราม วรรณคดสี มยั กรุงรัตนโกสินทร์ รชั กาลที่ 1-3 เปน็ ยคุ ท่วี รรณคดีไทยเจรญิ รุ่งเรอื งมาก จิตใจ ของคนคลายจากความเศรา้ หมอง สนใจงานศลิ ปะ และความบนั เทงิ กษัตรยิ ท์ กุ พระองคส์ นใจวรรณคดี ทรงเปน็ กวีและสนบั สนนุ กวี ทำใหเ้ กิดวรรณคดี จำนวนมาก วรรณคดสี มยั กรุงรตั นโกสนิ ทร์ รชั กาลที่ 4-6 เป็นยุคท่วี รรณคดีมีความเจริญรุ่งเรือง เชน่ เดียวกับสมยั กรุงรตั นโกสินทรต์ อนตน้ โดยเฉพาะในสมยั รัชกาลท่ี ๖ เป็นสมัยทว่ี รรณคดี เจรญิ ถึงขีดสุด นับเปน็ ยุคทองของวรรณคดี เช่นเดียวกับสมยั รชั กาลท่ี ๒ และไดร้ บั ความนยิ มทาง ตะวันตกเข้ามาแทรก วรรณคดีสมยั กรุงรตั นโกสินทร์ รชั กาลที่ 7-ปัจจุบัน วรรณคดีไทยไดว้ วิ ัฒนาการไปตามกระแส ตะวนั ตกอย่างมาก การศึกษาเลา่ เรียนทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงของวรรณคดี การคมนาคมและการ สื่อสารก็เป็นอิทธพิ ลสำคญั ทท่ี ำให้เกดิ การ เปล่ยี นแปลงวรรณคดีไทย สอบปลายภาค รวม เอกสารประกอบหลักสตู ร โรงเรียนทวีธาภิเศก บางขุนเทียน พ.ศ. 2553 (ปรบั ปรุง 2564) หน้าท่ี 149
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192