Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ ปี 2540-2550 และรัฐธรรมนูญ ปี 2560

เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ ปี 2540-2550 และรัฐธรรมนูญ ปี 2560

Published by flowerz_uk, 2019-12-24 01:37:32

Description: เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ ปี 2540-2550 และรัฐธรรมนูญ ปี 2560

Search

Read the Text Version

รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๑๙๗ นาถะ ดวงวิชัย ผ้บู ังคับบญั ชากลมุ่ งานประธานรัฐสภา ผจู้ ดั ทา (๕) การสนับสนุนทางการเงนิ หรือประโยชนอ์ ยา่ งอน่ื แก่พรรค การเมืองโดยรฐั การจากดั วงเงินคา่ ใชจ้ า่ ยของพรรคการเมืองในการ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ เลอื กต้งั และการควบคมุ การรับบริจาคของพรรคการเมือง (๖) การตรวจสอบสถานะทางการเงินของพรรคการเมอื ง รวมทงั้ การตรวจสอบและการเปดิ เผยที่มาของรายได้และการใชจ้ ่าย ของพรรคการเมอื ง (๗) การจดั ทาบญั ชแี สดงรายรับและรายจา่ ยของพรรค การเมอื ง และบญั ชแี สดงทรพั ย์สนิ และหนส้ี ินของพรรคการเมอื ง ซงึ่ ต้องแสดงโดยเปิดเผยซึง่ ทม่ี าของรายได้และการใชจ้ า่ ยประจาปีของ พรรคการเมืองในทุกรอบปีปฏิทนิ เพ่อื เสนอต่อคณะกรรมการการ เลือกตั้งเพ่ือตรวจสอบและประกาศใหส้ าธารณชนทราบ มาตรา ๒๙๖ วรรคหนึ่ง ให้ดาเนินการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน มาตรา ๒๖๙ ในวาระเรมิ่ แรก ใหว้ ฒุ สิ ภาประกอบดว้ ย ราษฎรตามรฐั ธรรมนญู น้ใี ห้แล้วเสรจ็ ภายในเกา้ สิบวัน และดาเนินการให้ สมาชิกจานวนสองร้อยห้าสิบคน ซึง่ พระมหากษตั รยิ ท์ รงแตง่ ต้ัง ไดม้ าซงึ่ สมาชิกวุฒสิ ภาตามรฐั ธรรมนญู นีใ้ หแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในหน่ึงร้อยหา้ ตามทีค่ ณะรกั ษาความสงบแห่งชาติถวายคาแนะนา โดยในการ สิบวัน ทั้งนี้ นับแต่วนั ทพ่ี ระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู ตามมาตรา สรรหาและแตง่ ตั้งให้ดาเนนิ การตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการ ดังตอ่ ไปนี้ ๒๙๕ มีผลใชบ้ ังคับ (๑) ให้มคี ณะกรรมการสรรหาสมาชิกวฒุ ิสภาคณะหน่งึ ซ่งึ วรรคสาม ในวาระเรม่ิ แรก หา้ มมใิ ห้ผู้เคยเปน็ สมาชกิ วุฒสิ ภาซึ่ง คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติแตง่ ต้ังจากผ้ทู รงคณุ วฒุ ซิ ่ึงมีความรู้ ไดร้ ับเลอื กตัง้ เปน็ ครง้ั แรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และประสบการณใ์ นด้านต่าง ๆ และมคี วามเปน็ กลางทางการเมอื ง พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ ดารงตาแหนง่ เปน็ สมาชกิ วุฒสิ ภาซ่ึงจะมีการไดม้ า จานวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแตไ่ มเ่ กนิ สิบสองคน มหี นา้ ทด่ี าเนนิ การ เป็นคร้ังแรกตามรัฐธรรมนญู นี้ และมิให้นาบทบญั ญัตมิ าตรา ๑๑๕ (๙) สรรหาบุคคลซึ่งสมควรเปน็ สมาชกิ วฒุ ิสภา ตามหลักเกณฑแ์ ละ และมาตรา ๑๑๖ วรรคสอง มาใช้บังคบั กบั ผเู้ คยเปน็ สมาชิกวุฒิสภาซึง่ วิธีการ ดังตอ่ ไปนี้ ไดร้ ับเลอื กตง้ั ครง้ั หลังสดุ ตามรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ (ก) ใหค้ ณะกรรมการการเลือกตง้ั ดาเนินการจัดให้มีการ เลือกสมาชกิ วุฒสิ ภาตามมาตรา ๑๐๗ จานวนสองรอ้ ยคนตาม พระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการไดม้ าซ่ึงสมาชิก วฒุ ิสภา โดยให้ดาเนนิ การใหแ้ ลว้ เสร็จก่อนวันทีม่ ีการเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรตามมาตรา ๒๖๘ ไม่น้อยกว่าสิบห้าวนั แล้วนารายช่อื เสนอต่อคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ (ข) ให้คณะกรรมการสรรหาสมาชกิ วุฒิสภา คดั เลือกบคุ คล ผมู้ ีความรคู้ วามสามารถท่เี หมาะสมในอนั จะเป็นประโยชนแ์ กก่ าร

รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๑๙๘ นาถะ ดวงวิชัย ผบู้ ังคับบญั ชากลุ่มงานประธานรฐั สภา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ผู้จัดทา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ปฏบิ ัติหนา้ ทขี่ องวุฒิสภาและการปฏริ ูปประเทศมจี านวนไมเ่ กนิ สี่ร้อย คน ตามวธิ ีการท่คี ณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒสิ ภากาหนด แลว้ นา รายช่ือเสนอต่อคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ท้ังนี้ ต้องดาเนนิ การ ใหแ้ ล้วเสรจ็ ไม่ชา้ กวา่ ระยะเวลาทกี่ าหนดตาม (ก) (ค) ใหค้ ณะรักษาความสงบแหง่ ชาตคิ ดั เลือกผูไ้ ดร้ บั เลอื ก ตาม (ก) จากบัญชีรายชอื่ ทีไ่ ด้รับจากคณะกรรมการการเลอื กต้งั ให้ ไดจ้ านวนหา้ สิบคน และคัดเลอื กรายชอื่ สารองจานวนหา้ สบิ คน โดย การคดั เลือกดงั กลา่ วให้คานึงถงึ บุคคลจากกลมุ่ ตา่ ง ๆ อยา่ งทัว่ ถงึ และใหค้ ดั เลอื กบุคคลจากบญั ชีรายชื่อทไี่ ด้รับการสรรหาตาม (ข) ให้ ได้จานวนหน่ึงรอ้ ยเก้าสบิ สีค่ นรวมกบั ผดู้ ารงตาแหนง่ ปลดั กระทรวง กลาโหม ผบู้ ญั ชาการทหารสงู สดุ ผบู้ ญั ชาการทหารบก ผู้บัญชาการ ทหารเรอื ผู้บญั ชาการทหารอากาศ และผบู้ ญั ชาการตารวจแหง่ ชาติ เปน็ สองรอ้ ยห้าสิบคนและคดั เลอื กรายช่ือสารองจากบญั ชีรายช่ือที่ ได้รบั การสรรหาตาม (ข) จานวนห้าสบิ คน ท้ังน้ี ใหแ้ ลว้ เสร็จภายใน สามวนั นับแตว่ นั ประกาศผลการเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรตาม มาตรา ๒๖๘ (๒) มิให้นาความในมาตรา ๑๐๘ ข. ลักษณะตอ้ งห้าม (๖) ใน สว่ นทเ่ี กี่ยวกับการเคยดารงตาแหนง่ รัฐมนตรมี าใช้บังคบั แกผ่ ดู้ ารง ตาแหน่งสมาชิกวฒุ สิ ภาซ่ึงได้รบั สรรหาตาม (๑) (ข) และมใิ หน้ า ความในมาตรา ๑๐๘ ข. ลักษณะต้องห้าม (๒) มาตรา ๑๘๔ (๑) และมาตรา ๑๘๕ มาใชบ้ ังคบั แกผ่ ซู้ งึ่ ไดร้ บั แต่งตั้งให้เป็นสมาชกิ วฒุ ิสภาโดยตาแหนง่ (๓) ใหค้ ณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาตนิ ารายชือ่ บคุ คลซงึ่ ได้รบั การคัดเลอื กตาม (๑) (ค) จานวนสองร้อยหา้ สิบคนดังกลา่ วขน้ึ กราบ บังคมทลู เพอื่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ มแต่งตง้ั ตอ่ ไป และใหห้ วั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแห่งชาตเิ ป็นผ้ลู งนามรบั สนองพระ บรมราชโองการ (๔) อายขุ องวฒุ ิสภาตามมาตรานมี้ ีกาหนดห้าปีนับแตว่ ันท่ีมี พระบรมราชโองการแต่งต้ัง สมาชกิ ภาพของสมาชิกวุฒสิ ภาเร่มิ

รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๑๙๙ นาถะ ดวงวชิ ยั ผูบ้ ังคับบญั ชากลมุ่ งานประธานรฐั สภา รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ ผู้จดั ทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ตง้ั แตว่ นั ทีม่ ีพระบรมราชโองการแตง่ ตงั้ ถ้ามีตาแหน่งวา่ งลง ใหเ้ ลอ่ื น รายช่อื บคุ คลตามลาดับในบัญชสี ารองตาม (๑) (ค) ข้นึ เป็นสมาชิก วุฒสิ ภาแทน โดยใหป้ ระธานวฒุ สิ ภาเป็นผดู้ าเนินการและเปน็ ผู้ ลงนามรบั สนองพระบรมราชโองการสาหรบั สมาชกิ วฒุ ิสภาโดย ตาแหนง่ เม่อื พน้ จากตาแหนง่ ที่ดารงอยูใ่ นขณะไดร้ ับแต่งต้งั เปน็ สมาชกิ วุฒิสภาก็ใหพ้ ้นจากตาแหน่งสมาชกิ วุฒิสภาดว้ ย และให้ ดาเนนิ การเพ่อื แตง่ ต้ังให้ผดู้ ารงตาแหนง่ นน้ั เปน็ สมาชกิ วฒุ สิ ภาโดย ตาแหนง่ แทน ใหส้ มาชกิ วุฒิสภาทไ่ี ด้รับแต่งตัง้ ให้ดารงตาแหน่งแทน ตาแหนง่ ท่ีวา่ ง อยู่ในตาแหน่งเท่าอายขุ องวฒุ สิ ภาทเ่ี หลืออยู่ (๕) ในระหวา่ งทีย่ งั ไมม่ พี ระบรมราชโองการแตง่ ต้งั บุคคลใน บญั ชีรายชอื่ สารองขนึ้ เป็นสมาชกิ วุฒิสภาแทนตาแหนง่ ทว่ี า่ งตาม (๔) หรอื เปน็ กรณที ไ่ี มม่ ีรายชือ่ บุคคลเหลืออยูใ่ นบญั ชสี ารอง หรือไม่ มีผู้ดารงตาแหน่งทเ่ี ป็นสมาชกิ วุฒสิ ภาโดยตาแหน่ง ไม่ว่าดว้ ยเหตุใด ให้วฒุ สิ ภาประกอบดว้ ยสมาชกิ วฒุ สิ ภาเทา่ ที่มีอยู่ (๖) เมอ่ื อายขุ องวุฒสิ ภาสนิ้ สดุ ลงตาม (๔) ใหด้ าเนินการเลอื ก สมาชิกวุฒสิ ภาตามมาตรา ๑๐๗ ตอ่ ไป และให้นาความในมาตรา ๑๐๙ วรรคสามมาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม มาตรา ๒๗๐ นอกจากจะมีหนา้ ทแ่ี ละอานาจตามทบ่ี ัญญตั ไิ ว้ ในรัฐธรรมนญู แลว้ ให้วุฒิสภาตามมาตรา ๒๖๙ มหี น้าท่แี ละอานาจ ตดิ ตาม เสนอแนะ และเรง่ รัดการปฏิรปู ประเทศเพอ่ื ให้บรรลุ เปา้ หมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรปู ประเทศ และการจดั ทาและ ดาเนินการตามยทุ ธศาสตรช์ าติ ในการน้ี ให้คณะรัฐมนตรีแจง้ ความ คืบหนา้ ในการดาเนินการตามแผนการปฏิรปู ประเทศตอ่ รฐั สภาเพือ่ ทราบทกุ สามเดอื น ร่างพระราชบญั ญตั ิทจี่ ะตราขนึ้ เพอื่ ดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรปู ประเทศ ใหเ้ สนอและพจิ ารณาในทปี่ ระชมุ ร่วมกันของ รัฐสภา ร่างพระราชบญั ญตั ิใดทค่ี ณะรัฐมนตรีเห็นว่าเปน็ ร่างพระราช บัญญตั ทิ ่จี ะตราข้ึนเพอื่ ดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏริ ปู ประเทศ

รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๒๐๐ นาถะ ดวงวชิ ยั ผู้บังคับบญั ชากลุ่มงานประธานรฐั สภา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ ผู้จดั ทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้แจง้ ใหป้ ระธานรัฐสภาทราบพรอ้ มกับการเสนอร่างพระราชบญั ญัติ น้ัน ในกรณีทีค่ ณะรฐั มนตรีมไิ ด้แจง้ ว่าเปน็ รา่ งพระราชบญั ญตั ิทจ่ี ะ ตราข้ึนเพอ่ื ดาเนนิ การตามหมวด ๑๖ การปฏิรปู ประเทศ หาก สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรหรือสมาชิกวฒุ สิ ภาเห็นวา่ ร่างพระราชบัญญตั ิ นน้ั เปน็ รา่ งพระราชบญั ญตั ทิ ่ีจะตราขึ้นเพือ่ ดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรปู ประเทศ สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒสิ ภา จานวนไมน่ ้อยกวา่ หนึ่งในห้าของแตล่ ะสภา อาจเข้าชอ่ื กันรอ้ งขอตอ่ ประธานรฐั สภาเพอื่ ใหว้ นิ ิจฉัย การยนื่ คารอ้ งดังกลา่ วต้องย่นื กอ่ นที่ สภาผูแ้ ทนราษฎรหรอื วฒุ สิ ภา แลว้ แต่กรณี จะพิจารณาร่างพระราช บัญญตั นิ ัน้ แล้วเสร็จ เมอื่ ประธานรัฐสภาได้รับคาร้องตามวรรคสาม ใหป้ ระธาน รัฐสภาเสนอเร่อื งตอ่ คณะกรรมการรว่ ม ซึง่ ประกอบดว้ ยประธานวฒุ สิ ภา เป็นประธาน รองประธานสภาผแู้ ทนราษฎรคนหนึ่ง ผนู้ าฝา่ ยคา้ นใน สภาผแู้ ทนราษฎร ผ้แู ทนคณะรฐั มนตรคี นหน่ึง และประธาน คณะกรรมาธิการสามัญคนหนง่ึ ซ่งึ เลอื กกันเองระหวา่ งประธาน คณะกรรมาธกิ ารสามัญในวฒุ สิ ภาทกุ คณะ เปน็ กรรมการ เพือ่ วนิ จิ ฉยั การวินจิ ฉัยของคณะกรรมการรว่ มตามวรรคสี่ใหถ้ ือเสยี งขา้ ง มากเป็นประมาณ คาวินิจฉยั ของคณะกรรมการรว่ มดงั กลา่ วใหเ้ ป็น ที่สดุ และให้ประธานรฐั สภาดาเนนิ การไปตามคาวินจิ ฉยั นัน้ มาตรา ๒๗๑ ในวาระเริม่ แรกภายในอายุของวุฒสิ ภาตาม มาตรา ๒๖๙ การพจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญัติทีว่ ฒุ สิ ภาหรือสภา ผู้แทนราษฎรยบั ยัง้ ไวต้ ามมาตรา ๑๓๗ (๒) หรอื (๓) ใหก้ ระทาโดย ทปี่ ระชุมร่วมกนั ของรฐั สภา ถ้าร่างพระราชบญั ญัติน้ันเกีย่ วกับ (๑) การแก้ไขเพม่ิ เตมิ โทษหรอื องค์ประกอบความผิดต่อตาแหนง่ หนา้ ที่ราชการหรอื ต่อตาแหนง่ หนา้ ทใี่ นการยตุ ิธรรม หรอื ความผดิ ของพนกั งานในองคก์ ารหรือหนว่ ยงานของรัฐ เฉพาะเมอื่ การแกไ้ ข เพิ่มเตมิ นน้ั มผี ลให้ผ้กู ระทาความผิดพ้นจากความผิดหรอื ไม่ตอ้ งรับโทษ

รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๒๐๑ นาถะ ดวงวิชยั ผูบ้ งั คับบัญชากลมุ่ งานประธานรฐั สภา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๑๙ ในวาระเรม่ิ แรก ใหว้ ฒุ ิสภาดาเนนิ การเลือก ผจู้ ัดทา กรรมการการเลือกตงั้ ตามมาตรา ๑๓๖ ภายในสามสบิ วนั นบั แต่วัน มาตรา ๒๙๙ ให้ผตู้ รวจการแผ่นดินของรฐั สภา ซ่ึงดารง ประกาศใช้รฐั ธรรมนญู นี้ และมใิ ห้นากาหนดเวลาตามมาตรา ๑๓๘ ตาแหนง่ อยู่ในวันประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู นี้ เป็นผตู้ รวจการแผ่นดนิ ตาม รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ มาใชบ้ ังคบั บทบัญญตั ิแห่งรัฐธรรมนญู น้ี และให้คงดารงตาแหน่งตอ่ ไปจนกวา่ จะ ส้นิ สุดวาระ โดยให้เร่มิ นบั วาระตัง้ แตว่ นั ท่ีพระมหากษัตรยิ ์ทรงแตง่ ตั้ง (๒) รา่ งพระราชบญั ญตั ิท่ีวฒุ ิสภามีมตดิ ้วยคะแนนเสียงไมน่ อ้ ย กวา่ สองในสามของจานวนสมาชกิ วุฒสิ ภาท้งั หมดเท่าทม่ี อี ยูว่ า่ มี ผลกระทบต่อการดาเนินกระบวนการยตุ ธิ รรมอย่างร้ายแรง มตขิ องทปี่ ระชุมรว่ มกนั ของรัฐสภาทีใ่ หค้ วามเหน็ ชอบร่าง พระราชบญั ญัตติ ามวรรคหน่งึ ตอ้ งมคี ะแนนเสยี งไมน่ ้อยกวา่ สองใน สามของจานวนสมาชกิ ทัง้ หมดเทา่ ทมี่ ีอยขู่ องรัฐสภา มาตรา ๒๗๒ ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วนั ทมี่ ีรัฐสภาชดุ แรก ตามรฐั ธรรมนญู นี้ การให้ความเหน็ ชอบบคุ คลซ่งึ สมควรได้รับแต่งตงั้ เปน็ นายกรฐั มนตรใี หด้ าเนนิ การตามมาตรา ๑๕๙ เวน้ แตก่ ารพิจารณา ใหค้ วามเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ วรรคหน่งึ ใหก้ ระทาในที่ประชมุ ร่วมกันของรัฐสภา และมติท่ีเหน็ ชอบการแตง่ ตง้ั บคุ คลใดใหเ้ ป็น นายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสาม ต้องมคี ะแนนเสยี ง มากกวา่ กึ่งหน่งึ ของจานวนสมาชิกทง้ั หมดเทา่ ทม่ี อี ย่ขู องทั้งสองสภา ในระหวา่ งเวลาตามวรรคหนึง่ หากมกี รณที ไี่ มอ่ าจแตง่ ต้งั นายกรฐั มนตรจี ากผู้มีชือ่ อยู่ในบญั ชรี ายชอื่ ท่พี รรคการเมืองแจง้ ไว้ ตามมาตรา ๘๘ ไม่ว่าด้วยเหตใุ ด และสมาชกิ ของทงั้ สองสภารวมกนั จานวนไมน่ อ้ ยกวา่ ก่งึ หน่งึ ของจานวนสมาชิกทงั้ หมดเท่าท่มี ีอย่ขู อง ทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอตอ่ ประธานรฐั สภาขอใหร้ ฐั สภามมี ติยกเวน้ เพ่อื ไม่ต้องเสนอชอ่ื นายกรฐั มนตรจี ากผมู้ ีชอ่ื อยใู่ นบัญชีรายชอ่ื ที่ พรรคการเมืองแจ้งไวต้ ามมาตรา ๘๘ ในกรณีเชน่ น้ัน ให้ประธาน รฐั สภาจดั ให้มีการประชุมร่วมกนั ของรัฐสภาโดยพลนั และในกรณที ี่ รฐั สภามีมติดว้ ยคะแนนเสยี งไม่น้อยกวา่ สองในสามของจานวน สมาชกิ ทง้ั หมดเทา่ ทมี่ อี ยู่ของท้ังสองสภาให้ยกเว้นได้ ใหด้ าเนินการ ตามวรรคหน่งึ ตอ่ ไป โดยจะเสนอชอื่ ผู้อยใู่ นบัญชีรายช่อื ทพ่ี รรค การเมอื งแจง้ ไวต้ ามมาตรา ๘๘ หรอื ไม่กไ็ ด้ มาตรา ๒๗๓ ให้ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู ผดู้ ารงตาแหนง่ ใน องคก์ รอิสระ และผู้ว่าการตรวจเงนิ แผน่ ดิน ซ่ึงดารงตาแหนง่ อยู่ใน วนั กอ่ นวันประกาศใช้รัฐธรรมนญู น้ียังคงอย่ใู นตาแหนง่ เพอื่ ปฏบิ ตั ิ หนา้ ท่ีตอ่ ไป และเมื่อพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ท่เี กี่ยวขอ้ ง

รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ ๒๐๒ นาถะ ดวงวชิ ัย ผู้บงั คบั บัญชากล่มุ งานประธานรัฐสภา ในวาระเรมิ่ แรก ในระหว่างทีย่ ังไมม่ ปี ระธานศาลปกครองสูงสุด รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ ผู้จดั ทา ใหค้ ณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลอื กตั้ง มจี านวนเกา้ คน ประกอบด้วย อธิการบดีของสถาบนั อดุ มศกึ ษาของรฐั ท่ีเปน็ นติ บิ ุคคล และให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดงั กล่าวเลือกกนั เองใหค้ นหนึ่งเปน็ ประธาน รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ทุกแห่งซง่ึ เลือกกันเองใหเ้ หลอื หา้ คน ผู้แทนพรรคการเมอื งทกุ พรรคท่ี ผ้ตู รวจการแผน่ ดนิ ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วนั ท่ีประกาศใช้ มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร พรรคละหน่ึงคน ซึ่งเลอื ก รัฐธรรมนญู น้ี และใหน้ าบทบัญญตั ิมาตรา ๒๔๒ วรรคสองและวรรค ท่ีจัดทาข้นึ ตามมาตรา ๒๖๗ ใช้บงั คบั แล้ว การดารงตาแหน่งต่อไป กันเองใหเ้ หลอื ส่ีคน เป็นกรรมการ สาม มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม เพยี งใดใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนญู ดังกลา่ ว ในระหว่างเวลาทยี่ ังไมม่ ีพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ท่ีจัดทา ในกรณที ี่ยังมไิ ดม้ ีการประกาศใชก้ ฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู ใหก้ รรมการการเลือกตั้ง กรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการ ข้ึนตามมาตรา ๒๖๗ การพ้นจากตาแหนง่ ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าดว้ ยคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ใหค้ ณะกรรมการการเลอื กตั้ง ทจุ รติ แหง่ ชาติ และสมาชิกสภาทีป่ รกึ ษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผ้ดู ารงตาแหน่งในองค์กรอิสระ และผ้วู า่ การตรวจเงินแผ่นดนิ ให้ กาหนดระเบียบอันจาเป็นแกก่ ารปฏิบัตหิ น้าทขี่ องคณะกรรมการการ ซึง่ ดารงตาแหน่งอยู่ในวันประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญน้ี คงดารงตาแหน่ง เป็นไปตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เลอื กตง้ั ตามรัฐธรรมนญู นี้ ระเบยี บดังกลา่ วใหส้ ่งศาลรฐั ธรรมนญู ต่อไปจนกว่าจะส้ินสดุ วาระ โดยใหเ้ ร่ิมนบั วาระตงั้ แตว่ ันทีไ่ ด้รบั แต่งต้ัง และพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู หรอื กฎหมายทเ่ี กยี่ วข้อง พิจารณาความชอบด้วยรฐั ธรรมนญู ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ใช้บังคบั ได้จนกวา่ กฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ย ให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซ่งึ ดารงตาแหน่งอยู่ในวนั การดาเนนิ การของศาลรฐั ธรรมนญู หรือองคก์ รอสิ ระ และผ้วู า่ คณะกรรมการการเลือกต้งั จะมผี ลใช้บงั คบั ประกาศใช้รัฐธรรมนญู น้ี คงดารงตาแหนง่ ต่อไปจนกว่าจะมกี ารแต่งตงั้ การตรวจเงนิ แผน่ ดิน ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายทใ่ี ช้บงั คบั อยใู่ นวันก่อน คณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแห่งชาติตามบทบญั ญัตแิ ห่งรฐั ธรรมนูญนี้ วันประกาศใช้รัฐธรรมนญู นี้ เทา่ ทไ่ี ม่ขดั หรอื แยง้ ตอ่ บทบญั ญัตแิ หง่ มาตรา ๓๒๐ ในวาระเร่มิ แรก ใหค้ ณะตลุ าการรัฐธรรมนญู แต่ถ้าบุคคลดังกลา่ วไดร้ ับแต่งต้ังให้ดารงตาแหนง่ ยังไม่เกนิ หนึ่งปีนับถึง รัฐธรรมนญู นี้ ตามรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๓๔ ซงึ่ แก้ไข วนั ประกาศใช้รัฐธรรมนญู นี้ มิให้นาบทบญั ญตั เิ กีย่ วกับการหา้ มดารง เพ่มิ เตมิ ครง้ั สดุ ท้ายโดยรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย แก้ไข ตาแหน่งติดต่อกนั เกินหน่ึงวาระมาใชบ้ งั คบั กับบคุ คลนั้นในการแตง่ ตัง้ ในระหวา่ งท่ยี งั ไมม่ ีพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ เพม่ิ เตมิ (ฉบบั ที่ ๖) พทุ ธศักราช ๒๕๓๙ เป็นศาลรัฐธรรมนูญตาม กรรมการสิทธมิ นุษยชนแห่งชาตขิ ึ้นใหม่เป็นครงั้ แรกตามรัฐธรรมนญู น้ี ดว้ ยวิธีพจิ ารณาของศาลรัฐธรรมนญู การพิจารณาและการทาคา รัฐธรรมนูญนี้ จนกวา่ จะมศี าลรัฐธรรมนญู ตามวรรคสอง วินิจฉยั ของศาลรัฐธรรมนญู ให้เป็นไปตามขอ้ กาหนดของศาล ให้บคุ คลตามมาตรานป้ี ฏิบตั หิ นา้ ที่ตามพระราชบัญญตั ิ รัฐธรรมนูญที่ใช้บังคบั อยใู่ นวนั ก่อนวนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู นี้ ทงั้ น้ี ในวาระเรม่ิ แรกให้ดาเนนิ การเลือกตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญตาม ประกอบรัฐธรรมนญู หรอื กฎหมายทเี่ กี่ยวข้องท่ีใช้บงั คับอยใู่ นวัน เท่าที่ไมข่ ัดหรือแย้งตอ่ บทบัญญัตแิ หง่ รฐั ธรรมนญู นี้ มาตรา ๒๕๕ และมาตรา ๒๕๗ ภายในส่สี ิบหา้ วนั นับแตว่ นั ประกาศใช้ ประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญนตี้ อ่ ไป จนกวา่ จะมีการตราพระราชบญั ญตั ิ รฐั ธรรมนญู น้ี ประกอบรฐั ธรรมนญู หรอื กฎหมายเพ่อื ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนญู น้ี ข้ึนใช้บังคับ เวน้ แตบ่ ทบญั ญตั ใิ ดขัดหรือแย้งกับบทบัญญัตแิ หง่ ในระหว่างทย่ี ังไมม่ ศี าลปกครองสงู สดุ มิให้นามาตรา ๒๕๕ (๒) รฐั ธรรมนญู น้ใี ห้ใช้บทบญั ญตั ิแห่งรัฐธรรมนูญน้แี ทน มาใชบ้ งั คบั และให้ศาลรัฐธรรมนญู ประกอบดว้ ยประธานศาล รัฐธรรมนญู คนหน่ึงและตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู อ่ืนอีกสบิ สองคนซ่งึ มาตรา ๓๐๐ ใหค้ ณะตลุ าการรฐั ธรรมนญู ตามรฐั ธรรมนญู แห่ง พระมหากษตั รยิ ์ทรงแตง่ ตง้ั จากบุคคลตามมาตรา ๒๕๕ (๑) (๓) และ (๔) ราชอาณาจักรไทย (ฉบบั ช่ัวคราว) พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙ เปน็ ศาล รัฐธรรมนูญตามบทบญั ญัติแห่งรัฐธรรมนญู น้ี โดยให้ผดู้ ารงตาแหนง่ มาตรา ๓๒๑ ให้คณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการ ประธานศาลฎกี าเป็นประธานศาลรฐั ธรรมนูญ ผ้ดู ารงตาแหนง่ ประธาน ทุจรติ และประพฤตมิ ชิ อบในวงราชการและสานักงานคณะกรรมการ ศาลปกครองสูงสดุ เปน็ รองประธานศาลรฐั ธรรมนญู แตใ่ ห้ผู้พิพากษาใน ปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริตและประพฤตมิ ชิ อบในวงราชการ ศาลฎีกาหรอื ตลุ าการในศาลปกครองสูงสดุ ทไี่ ดร้ บั เลอื กตามมาตรา ๓๕ ตามกฎหมายว่าดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ และประพฤติ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย (ฉบับช่ัวคราว) พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙ คงดารงตาแหน่งเปน็ ตุลาการศาลรฐั ธรรมนญู ต่อไปจนกวา่

๒๐๓ นาถะ ดวงวชิ ัย ผ้บู ังคบั บัญชากลมุ่ งานประธานรัฐสภา ผ้จู ัดทา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มชิ อบในวงราชการ เปน็ คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการ จะมีการแต่งตง้ั ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนูญขน้ึ ใหมต่ ามบทบญั ญตั แิ ห่ง ทจุ รติ แหง่ ชาติและสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม รฐั ธรรมนญู น้ี ซงึ่ ต้องไมเ่ กินหนงึ่ ร้อยห้าสิบวนั นบั แตว่ นั ทไี่ ดม้ กี ารแตง่ ตัง้ การทจุ ริตแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนญู น้ี แล้วแต่กรณี จนกวา่ จะมกี าร ประธานสภาผูแ้ ทนราษฎรและผู้นาฝา่ ยค้านในสภาผ้แู ทนราษฎรภาย แต่งต้งั คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาตหิ รอื หลงั จากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรเปน็ การท่ัวไปคร้ังแรกตาม จัดตงั้ สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ บทบัญญตั แิ หง่ รฐั ธรรมนญู น้ี แหง่ ชาติขึ้นตามบทบญั ญตั แิ ห่งรัฐธรรมนญู น้ี ซ่งึ ต้องกระทาภายใน มใิ ห้นาบทบญั ญตั มิ าตรา ๒๐๕ (๓) มาตรา ๒๐๗ (๑) (๒) สองปนี บั แต่วันประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญน้ี และมาตรา ๒๐๙ (๕) มาใชบ้ งั คบั กบั การดารงตาแหนง่ ตลุ าการศาล เพือ่ ประโยชน์ในการปฏิบตั ติ ามรฐั ธรรมนญู นี้ ให้คณะกรรมการ รฐั ธรรมนูญตามวรรคหน่ึง ปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ และประพฤตมิ ิชอบในวงราชการ ใหบ้ ทบัญญัตมิ าตรา ๓๕ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ ของ ตามวรรคหนึ่งกาหนดระเบยี บอนั จาเป็นแกก่ ารปฏบิ ัติหนา้ ที่ของ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย (ฉบับชัว่ คราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาตติ าม ยังคงมีผลใชบ้ ังคับตอ่ ไปจนกว่าจะมีการตราพระราชบญั ญตั ิประกอบ รฐั ธรรมนญู น้ี ระเบียบดังกลา่ วใหส้ ง่ ศาลรัฐธรรมนญู พจิ ารณา รัฐธรรมนญู วา่ ด้วยวธิ ีพจิ ารณาของศาลรฐั ธรรมนูญข้นึ ใชบ้ งั คบั ความชอบด้วยรัฐธรรมนญู ก่อนประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา และให้ บรรดาคดหี รอื การใดที่อยใู่ นระหวา่ งดาเนินการของคณะ ใชบ้ ังคบั ได้จนกว่ากฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการป้องกัน ตลุ าการรัฐธรรมนญู ตามวรรคหนึง่ ให้ศาลรัฐธรรมนญู ตามมาตราน้ี และปราบปรามการทุจรติ จะมผี ลใชบ้ ังคับ ดาเนินการตอ่ ไป และเมื่อมกี ารแตง่ ต้ังตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญตาม ในวาระเรมิ่ แรก ในระหวา่ งท่ียังไมม่ ปี ระธานศาลปกครองสูงสุด รฐั ธรรมนญู นแี้ ลว้ บรรดาคดหี รอื การท่ีค้างดาเนนิ การน้ันให้โอนไป ให้คณะกรรมการสรรหากรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริต อยู่ในอานาจหนา้ ทขี่ องศาลรฐั ธรรมนูญทีแ่ ตง่ ตง้ั ขน้ึ ใหม่น้ัน แหง่ ชาติตามมาตรา ๒๙๗ วรรคสาม มจี านวนสิบสีค่ น ประกอบดว้ ย ในระหว่างท่ยี งั มไิ ด้มกี ารตราพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนญู อธกิ ารบดีของสถาบัน วา่ ด้วยวธิ ีพจิ ารณาของศาลรัฐธรรมนญู ใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู มอี านาจออก อดุ มศกึ ษาของรฐั ทเี่ ป็นนติ ิบคุ คลทกุ แห่งซ่งึ เลือกกันเองให้เหลอื เจด็ คน ข้อกาหนดเกีย่ วกบั วิธพี จิ ารณาและการทาคาวนิ จิ ฉยั ได้ แต่ทัง้ นี้ ตอ้ งตรา และผู้แทนพรรคการเมอื งทกุ พรรคที่มีสมาชิกเป็นสมาชกิ สภาผู้แทน พระราชบญั ญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ดังกลา่ วใหแ้ ล้วเสร็จภายในหน่งึ ปี ราษฎร พรรคละหนง่ึ คน ซงึ่ เลือกกันเองใหเ้ หลอื หา้ คนเป็นกรรมการ นบั แต่วนั ประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู น้ี มาตรา ๓๒๒ ในวาระเร่มิ แรก กรรมการการเลอื กตั้ง ผ้ตู รวจการ มาตรา ๓๐๑ ให้ดาเนินการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ ของรฐั สภา กรรมการสทิ ธมิ นุษยชนแหง่ ชาติ ตลุ าการศาล แผ่นดินและผูว้ ่าการตรวจเงนิ แผ่นดนิ ภายในหนึ่งร้อยย่ีสบิ วันนับแต่ รัฐธรรมนญู กรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาติ และ วนั ทีม่ ีการแตง่ ต้ังประธานสภาผแู้ ทนราษฎรและผนู้ าฝ่ายค้านในสภา กรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดิน ท่วี ฒุ ิสภาตามมาตรา ๓๑๕ วรรคสาม มี ผู้แทนราษฎร ภายหลงั จากการเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรเป็น มติเลอื ก ให้มรี ะยะเวลาดารงตาแหน่งเพยี งกงึ่ หนง่ึ ของวาระทกี่ าหนด การท่ัวไปคร้ังแรกตามบทบญั ญัตแิ หง่ รฐั ธรรมนูญนี้ และหากยังไม่มี ไว้สาหรบั ตาแหนง่ ดงั กลา่ ว และเพอื่ ประโยชนใ์ นการเลอื กผดู้ ารง ประธานศาลรฐั ธรรมนูญทีม่ าจากการสรรหาตามรัฐธรรมนูญน้ี ให้ ตาแหน่งดงั กลา่ วเปน็ คราวแรกโดยวุฒิสภาซ่งึ เลือกต้งั ขนึ้ ตาม คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการเท่าทมี่ อี ยู่

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๒๐๔ นาถะ ดวงวชิ ัย ผูบ้ ังคับบญั ชากลุม่ งานประธานรัฐสภา ผ้จู ดั ทา รัฐธรรมนูญน้ี มใิ หน้ าบทบญั ญัตทิ ใี่ ห้ดารงตาแหนง่ ดงั กลา่ วไดเ้ พยี ง รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ วาระเดียวมาใชบ้ ังคับ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ในระหว่างทยี่ งั ไมม่ ีคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดิน ใหผ้ ู้ว่าการ กอ่ นทจ่ี ะมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนญู น้ี การ ตรวจเงนิ แผ่นดนิ เป็นผใู้ ชอ้ านาจหน้าที่แทนประธานกรรมการตรวจเงิน มาตรา ๒๗๔ ใหค้ ณะกรรมการกจิ การกระจายเสยี ง กิจการ ถอดถอนผู้ดารงตาแหนง่ ตา่ งๆ ตามรฐั ธรรมนญู น้ี ให้เป็นมตขิ องท่ี แผน่ ดนิ และคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ โทรทัศน์ และกจิ การโทรคมนาคมแห่งชาตติ ามพระราชบญั ญตั ิ ประชุมร่วมของสภาผู้แทนราษฎรกับวฒุ ิสภาตามมาตรา ๓๑๕ และให้ องค์กรจดั สรรคล่ืนความถ่ีและกากบั การประกอบกจิ การวิทยุ นาบทบัญญตั มิ าตรา ๑๐๙ (๑๔) มาตรา ๑๑๘ (๑๐) มาตรา ๑๓๓ มาตรา ๓๐๕ ในวาระเรม่ิ แรก มใิ ห้นาบทบญั ญตั ิดังตอ่ ไปนีม้ าใช้ กระจายเสยี ง วทิ ยุโทรทัศน์ และกจิ การโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ (๘) มาตรา ๑๔๑ (๕) มาตรา ๑๖๘ (๓) มาตรา ๒๑๖ (๘) มาตรา บงั คับกบั กรณตี า่ ง ๆ ภายใตเ้ ง่อื นไขดังต่อไปนี้ เป็นองคก์ รตามมาตรา ๖๐ วรรคสาม และใหค้ ณะรัฐมนตรดี าเนินการ ๒๖๐ (๖) มาตรา ๒๙๙ มาตรา ๓๐๓ มาตรา ๓๐๔ และมาตรา ๓๐๗ แก้ไขเพิม่ เติมพระราชบญั ญตั ดิ ังกล่าวให้เป็นไปตามบทบญั ญตั ิแห่ง มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม (๑) มใิ ห้นาบทบัญญตั ิมาตรา ๔๗ วรรคสอง มาใชบ้ งั คับ รฐั ธรรมนูญน้ี และเสนอต่อสภานติ บิ ญั ญตั ิแหง่ ชาตเิ พอ่ื พิจารณา จนกวา่ จะมีการตรากฎหมายตามมาตรา ๔๗ จดั ตั้งองค์กรเพอื่ ทา ภายในหนงึ่ ร้อยแปดสบิ วนั นบั แต่วนั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หนา้ ทีจ่ ดั สรรคลนื่ ความถ่ีและกากบั ดแู ลการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสยี ง วทิ ยโุ ทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งตอ้ งไม่ มาตรา ๒๗๕ ใหค้ ณะรัฐมนตรจี ดั ใหม้ กี ฎหมายตามมาตรา เกินหนึ่งรอ้ ยแปดสิบวนั นับแต่วนั ทีแ่ ถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดย ๖๕ วรรคสอง ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในหน่ึงรอ้ ยยส่ี บิ วันนบั แต่วนั ประกาศ อย่างน้อยกฎหมายดงั กล่าวตอ้ งมสี าระสาคญั ใหม้ คี ณะกรรมการ เฉพาะด้าน เป็นหนว่ ยยอ่ ยภายในองคก์ รนั้น แยกต่างหากจากกัน ทาหน้าท่กี ากบั การประกอบกิจการวิทยกุ ระจายเสียงและวทิ ยุ โทรทัศน์ และกากบั การประกอบกิจการโทรคมนาคม และมี รายละเอียดวา่ ดว้ ยการกากับและคุ้มครองการดาเนินกิจการ การจดั ใหม้ ีกองทนุ พัฒนาทรัพยากรส่อื สารและสง่ เสรมิ ใหภ้ าคประชาชนมี สว่ นรว่ มในการดาเนินการส่อื มวลชนสาธารณะ แตท่ งั้ นี้ตอ้ งไม่ กระทบกระเทือนถึงการอนุญาต สมั ปทาน หรือสญั ญาท่ชี อบด้วย กฎหมายทไ่ี ด้กระทาขน้ึ กอ่ นวนั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ จนกวา่ การ อนุญาต สัมปทาน หรอื สญั ญานัน้ จะสน้ิ ผล

๒๐๕ นาถะ ดวงวิชยั ผูบ้ ังคบั บญั ชากล่มุ งานประธานรฐั สภา ผู้จัดทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ใช้รฐั ธรรมนูญนี้ และดาเนนิ การจดั ทายทุ ธศาสตรช์ าติให้แลว้ เสรจ็ ภายในหนง่ึ ปีนบั แตว่ ันทกี่ ฎหมายดังกลา่ วใชบ้ ังคบั มาตรา ๓๐๔ ให้ดาเนินการจดั ทาประมวลจรยิ ธรรมตาม มาตรา ๒๗๖ ให้ศาลรฐั ธรรมนญู และองค์กรอสิ ระดาเนินการ มาตรา ๒๗๙ ให้แลว้ เสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วนั ประกาศใช้ ใหม้ ีมาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา ๒๑๙ ภายในหนึง่ ปีนบั แตว่ นั รฐั ธรรมนญู น้ี ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญน้ี หากดาเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ดงั กล่าว ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนญู และผูด้ ารงตาแหน่งในองค์กร อสิ ระ พน้ จากตาแหนง่ ในกรณีทีต่ ลุ าการศาลรัฐธรรมนูญและผดู้ ารงตาแหนง่ ใน องคก์ รอสิ ระพ้นจากตาแหนง่ ตามวรรคหนึ่ง ระยะเวลาหนงึ่ ปตี าม วรรคหน่ึงใหน้ ับแต่วันทตี่ ลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู และผดู้ ารงตาแหน่ง ในองค์กรอิสระที่ตั้งข้ึนใหมเ่ ข้ารับหนา้ ท่ี และใหน้ าความในวรรค หน่งึ มาใช้บงั คับแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนญู และผูด้ ารงตาแหน่งใน องคก์ รอสิ ระทไี่ ด้รบั การแตง่ ตงั้ ขน้ึ ใหม่ดว้ ยโดยอนโุ ลม มาตรา ๓๓๕ ในวาระเริม่ แรก มิให้นาบทบญั ญตั ิดงั ตอ่ ไปนี้ มา มาตรา ๓๐๕ ในวาระเรม่ิ แรก มิใหน้ าบทบัญญตั ดิ งั ต่อไปน้ี ใชบ้ ังคับกบั กรณตี า่ งๆ ภายใตเ้ งือ่ นไขดังตอ่ ไปน้ี มาใชบ้ ังคบั กับกรณตี ่าง ๆ ภายใตเ้ ง่ือนไขดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) มใิ ห้นาบทบัญญตั ิมาตรา ๒๙ วรรคสองและวรรคสาม มา (๒) ภายใตบ้ ังคบั มาตรา ๒๙๖ วรรคสาม มิใหน้ าบทบัญญตั ิ ใช้บงั คับกับกฎหมายที่มีผลใชบ้ ังคบั อยใู่ นวันประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู น้ี มาตรา ๑๐๒ (๑๐) เฉพาะในสว่ นท่เี กย่ี วกับการเคยเป็นสมาชิก หรอื ท่ไี ดร้ ับความเหน็ ชอบของรัฐสภาแลว้ กอ่ นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ วุฒสิ ภา มาตรา ๑๑๕ (๙) และมาตรา ๑๑๖ วรรคสอง มาใชบ้ ังคบั น้ี แต่เมอื่ มีการตรากฎหมายในเร่อื งดังกล่าวขนึ้ ใหม่ หรือมกี ารแก้ไข กับการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรและการดารงตาแหนง่ ทาง เพม่ิ เตมิ กฎหมายดงั กลา่ ว การดาเนนิ การนัน้ ตอ้ งเปน็ ไปตามมาตรา การเมืองเปน็ คร้ังแรกตามรฐั ธรรมนูญนี้ ๒๙ ทงั้ น้ี ใหน้ าไปใช้บงั คับกับกฎหรอื ขอ้ บงั คบั ท่อี อกโดยอาศัยอานาจ (๓) มใิ ห้นาบทบัญญตั มิ าตรา ๑๔๑ มาใชบ้ งั คับกับการตรา ตามบทบญั ญตั ขิ องกฎหมายด้วย โดยอนุโลม พระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๕ (๒) มใิ ห้นาบทบญั ญตั มิ าตรา ๔๐ มาใช้บงั คับ จนกว่าจะมกี าร (๔) มิใหน้ าบทบัญญตั มิ าตรา ๑๖๗ วรรคหนง่ึ และวรรคสอง ตรากฎหมายอนวุ ัตการใหเ้ ปน็ ไปตามบทบัญญตั ดิ งั กล่าว ซ่ึงต้องไม่ มาตรา ๑๖๘ วรรคเก้า มาตรา ๑๖๙ เฉพาะกรณกี ารกาหนด เกนิ สามปนี ับแตว่ ันประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู นี้ ทัง้ นี้ กฎหมายที่จะตรา แหล่งที่มาของรายไดเ้ พื่อชดใช้รายจา่ ยท่ีได้ใช้เงนิ คงคลงั จา่ ยไปก่อน ข้ึนจะตอ้ งไมก่ ระทบกระเทือนถึงการอนุญาต สมั ปทาน หรือสญั ญา และมาตรา ๑๗๐ มาใชบ้ งั คับภายในหนึง่ ปนี ับแตว่ นั ประกาศใช้ ซง่ึ มผี ลสมบรู ณ์อยู่ในขณะทกี่ ฎหมายดงั กลา่ วมผี ลใชบ้ ังคับ จนกว่า รัฐธรรมนญู น้ี การอนุญาต สมั ปทาน หรือสญั ญานั้น จะส้ินผล (๕) การใดท่เี กี่ยวกับการจัดทาหรอื ดาเนินการตามหนังสอื สญั ญาทไี่ ดด้ าเนินการไปแลว้ ก่อนวันประกาศใช้รฐั ธรรมนญู นี้ ให้เปน็

๒๐๖ นาถะ ดวงวิชยั ผู้บังคบั บัญชากล่มุ งานประธานรัฐสภา ผจู้ ดั ทา รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (๓) มิใหน้ าบทบญั ญตั ิมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง มาใชบ้ งั คับ อันใชไ้ ด้ และมิใหน้ าบทบญั ญตั มิ าตรา ๑๙๐ วรรคสาม มาใชบ้ งั คบั จนกวา่ จะไดด้ าเนนิ การให้เปน็ ไปตามบทบญั ญตั ิดงั กลา่ ว ซึง่ ต้องไม่ แตใ่ หน้ าบทบัญญตั ิมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม มาใช้บังคับกับการ เกินหา้ ปีนบั แต่วนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู น้ี ดาเนนิ การทย่ี งั คงค้างอยู่ และตอ้ งดาเนินการต่อไป (๔) มใิ ห้นาบทบญั ญตั มิ าตรา ๑๗๐ และมาตรา ๒๐๙ มาใช้ (๖) มใิ หน้ าบทบญั ญตั มิ าตรา ๒๐๙ (๒) มาใชบ้ ังคบั กบั บงั คบั จนกวา่ จะมีการตรากฎหมายอนวุ ตั การใหเ้ ป็นไปตามบทบญั ญตั ิ คณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแหง่ ชาตซิ ่ึงดารงตาแหนง่ อยู่ในวัน ดงั กล่าว ซ่ึงต้องไมเ่ กนิ สองปนี บั แตว่ นั ประกาศใช้รฐั ธรรมนญู นี้ ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู นี้ (๕) มิใหน้ าบทบัญญตั ิมาตรา ๒๓๖ และมาตรา ๒๔๙ วรรคสาม (๗) มิใหน้ าบทบญั ญตั มิ าตรา ๒๕๕ วรรคห้า และมาตรา และวรรคห้า มาใช้บังคบั กับการพจิ ารณาคดีของศาลยตุ ิธรรม และมิ ๒๘๘ วรรคสาม มาใชบ้ งั คับภายในหน่งึ ปนี บั แตว่ ันประกาศใช้ ใหน้ ามาตรา ๒๗๓ วรรคสอง มาใชบ้ งั คับกบั คณะกรรมการตุลาการ รฐั ธรรมนญู น้ี ตามมาตรา ๓๑๘ แต่ทงั้ นีจ้ ะต้องดาเนนิ การเพอ่ื ใหก้ ารเปน็ ไปตาม บทบญั ญัติดังกล่าว ซงึ่ ต้องไมเ่ กนิ ห้าปีนับแต่วันประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู นี้ (๖) มิใหน้ าบทบัญญตั มิ าตรา ๒๓๗ มาใช้บงั คับ จนกว่าจะมกี าร แกไ้ ขเพิม่ เติมบทบญั ญัติแห่งกฎหมายเพือ่ ให้การเปน็ ไปตามบทบญั ญัติ ดงั กลา่ ว ซง่ึ ตอ้ งไมเ่ กินห้าปีนบั แตว่ ันประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู นี้ (๗) มใิ ห้นาบทบัญญตั มิ าตรา ๒๘๕ วรรคสองและวรรคสาม มา ใช้บงั คบั กับสมาชิกหรอื ผู้บริหารขององค์การบรหิ ารส่วนตาบลซึ่งเปน็ สมาชิกหรอื ผ้บู รหิ ารโดยตาแหนง่ และดารงตาแหนง่ อยู่ในวันประกาศใช้ รฐั ธรรมนญู น้ี จนกวา่ จะครบวาระการดารงตาแหนง่ ของสมาชิกซ่ึงมา จากการเลอื กต้ังของสภาองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลดงั กลา่ ว (๘) มิใหน้ าบทบญั ญตั มิ าตรา ๒๘๘ วรรคสอง มาใชบ้ ังคบั กับ องค์ประกอบคณะกรรมการพนกั งานสว่ นท้องถิ่น จนกวา่ จะมีการ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ หรือตรากฎหมายขน้ึ ใหมเ่ พือ่ อนุวัตการให้เปน็ ไปตาม บทบัญญตั ดิ งั กลา่ ว ซ่ึงตอ้ งไมเ่ กนิ สองปนี ับแต่วันประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญนี้ มาตรา ๓๓๖ เม่อื ครบหา้ ปีนบั แตว่ นั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ คณะกรรมการการเลอื กต้งั คณะตลุ าการศาลรฐั ธรรมนูญ หรือ คณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ มอี านาจทา รายงานเสนอความเห็นต่อรัฐสภาและคณะรฐั มนตรีเก่ยี วกับการแกไ้ ข เพม่ิ เตมิ รฐั ธรรมนญู นห้ี รือกฎหมายอื่นได้

รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๒๐๗ นาถะ ดวงวิชยั ผู้บังคบั บญั ชากล่มุ งานประธานรัฐสภา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ ผจู้ ัดทา รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๗ นอกจากท่ีบญั ญัติไวเ้ ป็นการเฉพาะในรฐั ธรรมนูญ น้ี ใหค้ ณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายเพือ่ ใหเ้ ป็นไปตามมาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘ และมาตรา ๒๔๘ วรรคสาม ตอ่ สภานติ บิ ญั ญัตแิ ห่งชาติ ภายในหนึ่งปีนบั แต่วนั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญน้ี ในระหว่างทีย่ ังไม่มีการปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายใหเ้ ป็นไป ตามมาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘ และมาตรา ๒๔๘ วรรคสาม ให้ คณะกรรมการตลุ าการศาลยตุ ธิ รรม คณะกรรมการตุลาการศาล ปกครอง และคณะกรรมการอัยการ ทม่ี อี ยใู่ นวนั กอ่ นวันประกาศใช้ รฐั ธรรมนูญน้ี ทาหน้าท่ีคณะกรรมการตลุ าการศาลยุติธรรม คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง และคณะกรรมการอัยการตาม มาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘ และมาตรา ๒๔๘ วรรคสาม แล้วแตก่ รณี ไปพลางก่อน ในระหว่างที่ยังไมม่ ีการปรบั ปรุงหรอื แกไ้ ขกฎหมายเพื่อให้เปน็ ไป ตามมาตรา ๒๔๘ วรรคส่ี ห้ามมิให้พนักงานอัยการดารงตาแหน่ง กรรมการในรัฐวสิ าหกิจ หรอื กจิ การอน่ื ของรัฐในทานองเดยี วกัน หรอื ดารงตาแหน่งใดในห้างหุ้นส่วนบริษทั หรอื กิจการอื่นใดทมี่ ี วัตถุประสงค์มงุ่ หาผลกาไรหรอื รายไดม้ าแบง่ ปนั กนั หรือเปน็ ท่ีปรกึ ษา ของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมอื ง หรอื ดารงตาแหนง่ อ่ืนใดในลกั ษณะ เดยี วกนั มาตรา ๒๗๘ ใหค้ ณะรัฐมนตรีดาเนนิ การให้หนว่ ยงานของรัฐ ท่ีคณะรัฐมนตรกี าหนดดาเนินการให้จัดทารา่ งกฎหมายท่ีจาเปน็ ตาม มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๓ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ และเสนอต่อ สภานิตบิ ัญญตั แิ หง่ ชาตภิ ายในสองรอ้ ยส่ีสบิ วันนับแต่วนั ประกาศใช้ รัฐธรรมนญู นี้ และใหส้ ภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาติพจิ ารณาใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในหกสบิ วนั นบั แต่วนั ทไ่ี ดร้ ับรา่ งพระราชบญั ญัตินน้ั ในกรณีทีม่ ีหน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้องหลายหน่วยงาน ให้คณะรัฐมนตรี กาหนดระยะเวลาที่แตล่ ะหนว่ ยงานต้องดาเนินการใหแ้ ลว้ เสร็จตาม ความจาเป็นของแตล่ ะหน่วยงาน แตท่ ง้ั น้ีเมอื่ รวมแล้วต้องไมเ่ กินสอง ร้อยสส่ี ิบวนั ตามวรรคหน่งึ

รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๐๘ นาถะ ดวงวิชยั ผูบ้ ังคบั บัญชากลมุ่ งานประธานรัฐสภา ผจู้ ัดทา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ในกรณีทีห่ นว่ ยงานของรฐั ตามวรรคหน่ึงไมอ่ าจดาเนนิ การได้ ภายในกาหนดเวลาตามวรรคสอง ใหค้ ณะรฐั มนตรีสง่ั ให้หัวหน้า หน่วยงานของรัฐนน้ั พน้ จากตาแหน่ง มาตรา ๓๐๙ บรรดาการใด ๆ ทไี่ ด้รบั รองไว้ในรัฐธรรมนญู มาตรา ๒๗๙ บรรดาประกาศ คาส่งั และการกระทาของ แหง่ ราชอาณาจักรไทย (ฉบับช่วั คราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ วา่ เปน็ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาตหิ รือของหวั หนา้ คณะรักษาความสงบ การชอบดว้ ยกฎหมายและรฐั ธรรมนญู รวมทั้งการกระทาทเี่ กี่ยวเนื่อง แห่งชาติท่ีใช้บังคับอยใู่ นวนั กอ่ นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หรือท่ี กับกรณดี งั กลา่ วไมว่ ่าก่อนหรอื หลงั วันประกาศใช้รฐั ธรรมนญู น้ี ให้ จะออกใชบ้ ังคับต่อไปตามมาตรา ๒๖๕ วรรคสอง ไมว่ ่าเปน็ ประกาศ ถอื วา่ การน้ันและการกระทานัน้ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ คาส่งั หรอื การกระทาที่มผี ลใช้บังคับในทางรัฐธรรมนญู ทางนิติ บญั ญัติ ทางบริหาร หรือทางตลุ าการ ใหป้ ระกาศ คาสัง่ การกระทา ตลอดจนการปฏิบตั ติ ามประกาศ คาสัง่ หรอื การกระทานั้น เป็น ประกาศ คาสง่ั การกระทา หรอื การปฏบิ ตั ิท่ชี อบดว้ ยรัฐธรรมนูญน้ี และกฎหมาย และมผี ลใช้บังคบั โดยชอบดว้ ยรฐั ธรรมนญู นต้ี ่อไป การยกเลกิ หรอื แกไ้ ขเพิม่ เตมิ ประกาศหรือคาส่ังดงั กล่าวใหก้ ระทา เปน็ พระราชบญั ญตั ิ เวน้ แตป่ ระกาศหรือคาสัง่ ทมี่ ลี กั ษณะเปน็ การใช้ อานาจทางบริหาร การยกเลิกหรอื แก้ไขเพิ่มเติมใหก้ ระทาโดยคาส่งั นายกรัฐมนตรีหรือมตคิ ณะรฐั มนตรี แลว้ แตก่ รณี บรรดาการใด ๆ ทไี่ ดร้ บั รองไวใ้ นรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักร ไทย (ฉบบั ช่วั คราว) พุทธศกั ราช ๒๕๕๗ ซ่งึ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดย รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย (ฉบับชว่ั คราว) พทุ ธศักราช ๒๕๕๗ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ท่ี ๑) พทุ ธศักราช ๒๕๕๘ และ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชัว่ คราว) พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๗ แกไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบบั ท่ี ๒) พทุ ธศักราช ๒๕๕๙ วา่ เป็นการ ชอบดว้ ยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมท้ังการกระทาทเี่ กยี่ วเนื่องกบั กรณีดังกลา่ ว ใหถ้ อื วา่ การนัน้ และการกระทาน้ันชอบด้วยรฐั ธรรมนูญ นแี้ ละกฎหมาย มาตรา ๒๙๗ ในวาระเรมิ่ แรก ใหส้ มาชกิ วฒุ ิสภาทม่ี าจากการ สรรหามีวาระสามปีนบั แตว่ ันเรมิ่ ตน้ สมาชิกภาพ และมิใหน้ า บทบัญญตั เิ ก่ยี วกบั การห้ามดารงตาแหน่งติดตอ่ กันเกินหนง่ึ วาระมา

รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๐๙ นาถะ ดวงวชิ ัย ผูบ้ งั คับบญั ชากล่มุ งานประธานรฐั สภา ผจู้ ดั ทา รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใชบ้ งั คับกบั บุคคลดังกลา่ วในการสรรหาคราวถดั ไปหลังจากสน้ิ สดุ สมาชิกภาพ มาตรา ๓๒๙ ภายในสองปนี บั แต่วนั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ มาตรา ๓๐๒ ใหพ้ ระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนญู ดาเนนิ การตรากฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู ดังต่อไปน้ีใหแ้ ล้วเสรจ็ ดงั ต่อไปน้ีมผี ลใช้บังคบั ตอ่ ไปภายใต้เงือ่ นไขท่กี าหนดไวใ้ นมาตราน้ี (๑) กฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ของ (๑) พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าด้วยผตู้ รวจการ รฐั สภา แผ่นดินของรฐั สภา พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยให้ประธานผู้ตรวจการแผ่นดนิ (๒) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการปอ้ งกันและ เปน็ ผู้รักษาการตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู น้ี ปราบปรามการทุจริต (๒) พระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการป้องกันและ (๓) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยวิธพี ิจารณาคดีอาญาของ ปราบปรามการทุจรติ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยให้ประธานกรรมการป้องกันและ ผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมือง ปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติเป็นผูร้ กั ษาการตามพระราชบญั ญัติ (๔) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผน่ ดนิ ประกอบรฐั ธรรมนูญนี้ (๕) กฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการออกเสยี งประชามติ (๓) พระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการตรวจเงิน แผน่ ดนิ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยให้ประธานกรรมการตรวจเงินแผน่ ดนิ เป็นผู้ รกั ษาการตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญนี้ (๔) พระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยวิธีพจิ ารณา คดีอาญาของผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยให้ ประธานศาลฎกี าเปน็ ผรู้ กั ษาการตามพระราชบญั ญตั ิประกอบ รฐั ธรรมนญู นี้ ใหถ้ ือวา่ การแกไ้ ขเพิม่ เตมิ พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนญู โดยพระราชบัญญัตทิ ไี่ ด้ประกาศใชบ้ ังคับในระหวา่ งวนั ท่ี รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย (ฉบับชว่ั คราว) พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙ มีผลใชบ้ งั คบั เปน็ การแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิ ประกอบรัฐธรรมนญู ตามรัฐธรรมนูญน้ี ให้ผรู้ กั ษาการตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญตามวรรค หนึง่ ดาเนินการปรับปรุงพระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนูญเพ่ือให้ เปน็ ไปตามท่บี ญั ญตั ิไว้ในรฐั ธรรมนูญนีภ้ ายในหนึ่งปนี บั แตว่ นั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ในกรณีที่ยงั ไมม่ ีผู้ดารงตาแหน่งทเ่ี ปน็ ผู้ รกั ษาการตามพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ดังกลา่ ว ระยะเวลา

รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๑๐ นาถะ ดวงวชิ ยั ผ้บู ังคบั บญั ชากลมุ่ งานประธานรัฐสภา ผู้จดั ทา มาตรา ๓๓๐ นอกจากท่มี บี ัญญัตไิ วใ้ นรัฐธรรมนญู น้ี กฎหมาย รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยผู้ตรวจการแผน่ ดนิ ของรฐั สภา อย่างนอ้ ย รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ต้องมีสาระสาคญั ดังต่อไปน้ี หน่งึ ปีใหเ้ รมิ่ นับตง้ั แตว่ นั ท่ีมีการแต่งตั้งผดู้ ารงตาแหน่งน้ัน ใหส้ ภาผแู้ ทนราษฎรพจิ ารณารา่ งพระราชบัญญัติประกอบ (๑) การปฏิบตั หิ นา้ ทขี่ องผู้ตรวจการแผ่นดนิ ของรัฐสภา (๒) ความร่วมมือท่ีศาล พนกั งานอัยการ พนักงานสอบสวน รัฐธรรมนูญตามมาตรานี้ใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายในหน่ึงร้อยยี่สิบวันนับแต่ หรอื หน่วยงานอื่นของรฐั ต้องใหแ้ กผ่ ู้ตรวจการแผน่ ดินของรัฐสภา วนั ทไี่ ดร้ บั รา่ งพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู ดังกลา่ ว และให้ (๓) คุณสมบัตแิ ละหลักเกณฑก์ ารแตง่ ตั้งเลขาธิการสานักงาน วุฒสิ ภาพิจารณาให้แลว้ เสรจ็ ภายในเกา้ สิบวันนบั แตว่ ันทไี่ ด้รบั ร่าง ผ้ตู รวจการแผน่ ดินของรฐั สภา พระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู น้นั (๔) อานาจหนา้ ท่ีของสานักงานผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ของรฐั สภา มาตรา ๓๓๑ นอกจากทม่ี ีบญั ญตั ไิ วใ้ นรฐั ธรรมนญู นี้ กฎหมาย การลงมตใิ ห้แกไ้ ขเพ่ิมเติมหรือไม่ใหค้ วามเห็นชอบรา่ ง ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญตามวรรคหนง่ึ ตอ้ งมคี ะแนน อยา่ งนอ้ ยต้องมีสาระสาคญั ดงั ตอ่ ไปนี้ เสียงไมน่ ้อยกวา่ ก่ึงหนง่ึ ของจานวนสมาชิกของแต่ละสภา (๑) การกาหนดลกั ษณะอนั เป็นการร่ารวยผดิ ปกติ และการ กระทาอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ใหค้ ณะกรรมการการเลอื กตงั้ จัดทารา่ งพระราชบัญญัตปิ ระกอบ (๒) การหา้ มกระทาการอนั เปน็ การขดั กนั ระหวา่ งประโยชน์ รัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการออกเสยี งประชามติเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติ สว่ นบคุ คลและประโยชน์สว่ นรวมซ่งึ ผ้ดู ารงตาแหน่งทางการเมอื งหรอื แห่งรัฐธรรมนูญน้ี โดยใหน้ าความในวรรคสาม วรรคส่ี และวรรคห้า มา ใช้บังคับโดยอนุโลม

รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๒๑๑ นาถะ ดวงวิชยั ผู้บงั คับบัญชากลุ่มงานประธานรฐั สภา ผู้จัดทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ เจ้าหนา้ ทีอ่ ่ืนของรัฐต้องรับผดิ ชอบ ทัง้ ในระหวา่ งดารงตาแหนง่ หรอื หลงั พ้นจากตาแหน่งตามเวลาทก่ี าหนด (๓) ตาแหน่งและชน้ั ของผพู้ พิ ากษาหรือตลุ าการ พนักงาน อยั การ ตาแหน่งและระดบั ของขา้ ราชการ พนักงาน และผดู้ ารง ตาแหนง่ อ่ืน ทต่ี ้องแสดงบัญชีทรพั ย์สนิ และหนส้ี นิ และท่อี าจถกู ถอด ถอนไดต้ ามรฐั ธรรมนูญนี้ (๔) การใหผ้ ดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมืองและเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั แสดงทรพั ยส์ นิ และหนี้สินพร้อมทัง้ เอกสารประกอบ หลกั เกณฑใ์ น การพจิ ารณาและตรวจสอบทรัพยส์ ินและหน้ีสนิ นั้นเปน็ ระยะ และ หลักเกณฑใ์ นการเปิดเผยบญั ชีทรพั ยส์ ินและหนสี้ นิ (๕) วิธกี ารกล่าวหาว่าผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมืองหรอื เจ้าหนา้ ทข่ี องรัฐรา่ รวยผดิ ปกติ กระทาการทจุ ริตต่อหนา้ ท่ี กระทา ความผดิ ต่อตาแหนง่ หน้าทร่ี าชการ กระทาความผิดต่อตาแหน่งหนา้ ที่ ในการยตุ ิธรรม หรอื กระทาการที่ส่อใหเ้ ห็นวา่ มีพฤตกิ ารณ์ดงั กล่าว ซึ่ง ต้องระบุพฤติการณ์และมหี ลักฐานหรือเบาะแสตามสมควร (๖) กระบวนการไตส่ วนข้อเทจ็ จรงิ และทาสานวนในกรณีที่ผู้ ดารงตาแหน่งทางการเมืองถกู กลา่ วหา โดยให้คานึงถึงฐานะของ ตาแหนง่ ซึ่งมีอานาจใหค้ ณุ ใหโ้ ทษในระดบั สงู และการคมุ้ ครองผู้ถูก กลา่ วหาตามสมควร (๗) กระบวนการพิจารณาของวฒุ ิสภาในการถอดถอนผู้ใดผู้ หนง่ึ ออกจากตาแหน่ง ซง่ึ จะต้องเปิดเผย เว้นแตม่ คี วามจาเปน็ เพอื่ คมุ้ ครองประโยชน์สาธารณะสาคญั และการลงมติซง่ึ ตอ้ งกระทาเปน็ การลบั (๘) กระบวนการไตส่ วนและวินจิ ฉยั ในกรณีที่เจา้ หนา้ ท่ีของรฐั ร่ารวยผดิ ปกติ กระทาการทจุ รติ ตอ่ หน้าท่ี กระทาความผดิ ตอ่ ตาแหนง่ หนา้ ท่ีราชการ หรอื กระทาความผดิ ตอ่ ตาแหนง่ หนา้ ทใ่ี นการยุตธิ รรม โดยต้องกาหนดกระบวนการใหเ้ หมาะสมกับระดับของตาแหน่งและ การคมุ้ ครองผถู้ ูกกลา่ วหาตามสมควร

รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๒๑๒ นาถะ ดวงวชิ ยั ผู้บงั คบั บญั ชากลุ่มงานประธานรัฐสภา ผู้จดั ทา รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (๙) การดาเนนิ คดีอาญากับเจ้าหนา้ ทอี่ ื่นของรัฐซึ่งมิใช่ผดู้ ารง ตาแหนง่ ทางการเมืองในศาลซงึ่ มเี ขตอานาจพิจารณาพพิ ากษา คดีอาญา (๑๐) ความรว่ มมือท่ศี าล พนักงานสอบสวน หรือหนว่ ยงาน ของรฐั ตอ้ งให้แกค่ ณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริต แห่งชาติ (๑๑) การดาเนนิ การตามมาตรา ๓๐๕ วรรคหา้ เพ่อื ฟ้องคดี รวมทั้งอานาจในการนาตวั ผูถ้ ูกกลา่ วหามาดาเนินคดตี อ่ ไป (๑๒) หลักเกณฑ์และวธิ ีการใหช้ ดใชร้ าคาทรพั ยส์ ินในกรณที ี่ ปรากฏว่ามีการโอนหรือยกั ย้ายทรพั ย์สิน (๑๓) โทษที่ประธานกรรมการหรอื กรรมการป้องกนั และ ปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาตจิ ะไดร้ ับในกรณีทกี่ ระทาการโดยขาด ความเที่ยงธรรม กระทาความผดิ ฐานทุจริตตอ่ หนา้ ที่ หรือกระทา ความผิดต่อตาแหน่งหนา้ ทรี่ าชการ ซงึ่ ตอ้ งมโี ทษสงู กว่าทีก่ าหนดไว้ใน กฎหมายทกี่ าหนดโทษนัน้ ไมน่ อ้ ยกวา่ สองเทา่ ของโทษทก่ี าหนดไว้ สาหรบั ความผดิ นน้ั มาตรา ๓๓๒ นอกจากทีม่ ีบัญญัตไิ วใ้ นรัฐธรรมนญู นี้ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยวิธีพจิ ารณาคดอี าญาของผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง อย่างน้อยต้องมสี าระสาคญั ดังตอ่ ไปน้ี (๑) อานาจหน้าท่ขี องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผดู้ ารง ตาแหน่งทางการเมือง (๒) วิธีพิจารณาคดอี าญาของผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมือง ซึง่ ตอ้ งเป็นระบบไตส่ วนขอ้ เท็จจรงิ โดยยึดสานวนท่คี ณะกรรมการ ปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาติสรุปไว้เปน็ หลกั และตอ้ ง ยึดถือหลักในเรอื่ งการฟังความทุกฝ่าย และสิทธใิ นการตอ่ สคู้ ดีของผู้ ถูกกล่าวหา (๓) การพิจารณาคดีโดยเปิดเผย เวน้ แต่จะมีความจาเปน็ เพอ่ื ค้มุ ครองประโยชนส์ าธารณะสาคญั

รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๑๓ นาถะ ดวงวชิ ยั ผู้บังคับบัญชากล่มุ งานประธานรฐั สภา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ ผู้จดั ทา (๔) การหา้ มดาเนินคดซี า้ หรอื ซอ้ นกนั (๕) การแตง่ ต้ังบคุ คลใหด้ าเนินคดตี ามมาตรา ๓๐๕ มาตรา ๓๐๓ ในวาระเรมิ่ แรก ให้คณะรัฐมนตรีทีเ่ ข้าบริหาร รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (๖) การบังคับตามคาสงั่ และคาพพิ ากษาของศาลฎีกาแผนก ราชการแผ่นดินภายหลังจากการเลือกต้ังท่วั ไปเปน็ ครงั้ แรกตาม คดอี าญาของผูด้ ารงตาแหน่งทางการเมือง รัฐธรรมนญู น้ี ดาเนนิ การจดั ทาหรอื ปรบั ปรงุ กฎหมายในเรื่องดังต่อไปนี้ (๗) การอน่ื อนั จาเป็นเพื่อให้กระบวนการพจิ ารณาพพิ ากษาคดี ให้แล้วเสรจ็ ภายในเวลาท่ีกาหนด เป็นไปดว้ ยความรวดเรว็ และเทีย่ งธรรม โดยเฉพาะความรว่ มมือท่ศี าล อ่นื พนกั งานสอบสวน หรอื หน่วยงานอ่นื ของรัฐ ตอ้ งใหแ้ ก่ศาลฎกี า (๑) กฎหมายทเ่ี กย่ี วกับการกาหนดรายละเอียดเพอ่ื สง่ เสรมิ แผนกคดอี าญาของผู้ดารงตาแหนง่ ทางการเมือง มาตรา ๓๓๓ นอกจากท่มี ีบญั ญัตไิ วใ้ นรัฐธรรมนญู น้ี กฎหมาย ประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน อยา่ งน้อยตอ้ งมี สาระสาคญั ดังตอ่ ไปนี้ (๑) อานาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดิน อนั ไดแ้ ก่ การวางนโยบาย การใหค้ าปรึกษาและคาแนะนา การเสนอแนะให้มี การแกไ้ ขขอ้ บกพร่องเก่ยี วกบั การตรวจเงินแผ่นดิน การกาหนด หลกั เกณฑม์ าตรฐานเกยี่ วกับการตรวจเงนิ แผ่นดนิ การกาหนด หลกั เกณฑ์และวธิ พี จิ ารณาในเรอื่ งวนิ ัยทางงบประมาณและการคลงั การกาหนดโทษปรบั ทางปกครอง การพิจารณาวนิ จิ ฉยั ความผดิ ทาง วนิ ยั และงบประมาณและการคลงั ในฐานะทเี่ ปน็ องคก์ รสูงสดุ และการ พิจารณาเลอื กผ้สู มควรดารงตาแหน่งผวู้ า่ การตรวจเงนิ แผน่ ดิน (๒) การปฏิบตั ิหน้าทข่ี องคณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดนิ และ ผู้วา่ การตรวจเงินแผ่นดนิ (๓) การจดั ให้มสี านักงานการตรวจเงินแผน่ ดินทีเ่ ป็นอสิ ระเพื่อ ดาเนนิ การเกย่ี วกบั การบริหารงานบุคคล การงบประมาณ การ ปฏบิ ัตงิ าน และการดาเนนิ การอื่น มาตรา ๓๓๔ ในวาระเร่มิ แรก ใหด้ าเนินการตา่ งๆ ดงั ต่อไปนี้ ให้แลว้ เสร็จภายในเวลาทก่ี าหนด (๑) ให้ตรากฎหมายตามมาตรา ๖๘ มาตรา ๑๙๙ มาตรา ๒๐๐ มาตรา ๒๔๘ มาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๕ และมาตรา ๒๘๔ วรรคสองและวรรคสาม ให้แล้วเสรจ็ ภายในสองปีนบั แตว่ ันประกาศใช้

รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๒๑๔ นาถะ ดวงวิชยั ผบู้ ังคบั บัญชากลุม่ งานประธานรฐั สภา ผูจ้ ดั ทา รัฐธรรมนญู นี้ (๓) ให้ดาเนินการจดั ตั้งศาลปกครองตามมาตรา ๒๗๖ ใหแ้ ล้ว รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ เสรจ็ ภายในสองปนี ับแตว่ ันประกาศใช้รฐั ธรรมนญู นี้ และคมุ้ ครองการใชส้ ิทธแิ ละเสรีภาพตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๔ (๔) ใหด้ าเนินการใหม้ คี ณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผบู้ ริหาร บทบัญญัติในสว่ นที่ ๗ เสรีภาพในการแสดงความคดิ เห็นของบุคคล และสื่อมวลชน สว่ นท่ี ๘ สทิ ธแิ ละเสรภี าพในการศกึ ษา ส่วนท่ี ๙ ท้องถิน่ ทีม่ าจากการเลือกตง้ั โดยตรงของประชาชนหรอื มาจากความ สิทธใิ นการไดร้ ับบรกิ ารสาธารณสขุ และสวสั ดิการจากรฐั สว่ นที่ ๑๐ เห็นชอบของสภาท้องถิ่นตามมาตรา ๒๘๕ วรรคสาม ให้ครบถ้วน สทิ ธิในข้อมลู ขา่ วสารและการรอ้ งเรียน รวมท้งั กฎหมายว่าดว้ ย ภายในสองปีนบั แต่วันประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู นี้ ท้ังนี้ เว้นแต่เปน็ กรณี ข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๕๖ สว่ นท่ี ๑๒ สิทธชิ มุ ชน กฎหมาย ตามมาตรา ๓๓๕ (๗) ว่าด้วยการจดั ต้งั องค์การเพ่อื การคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคทเี่ ปน็ อิสระตาม มาตรา ๖๑ วรรคสอง กฎหมายวา่ ด้วยสภาพฒั นาการเมอื งตาม มาตรา ๗๘ (๗) กฎหมายเพื่อจดั ตงั้ องคก์ รเพื่อการปฏิรูปกระบวนการ ยตุ ิธรรมตามมาตรา ๘๑ (๔) กฎหมายวา่ ดว้ ยการจดั ตัง้ สภา เกษตรกรตามมาตรา ๘๔ (๘) กฎหมายวา่ ด้วยการจดั ตงั้ กองทุน พฒั นาการเมืองภาคพลเมอื งตามมาตรา ๘๗ (๔) และกฎหมายวา่ ดว้ ยคณะกรรมการสทิ ธิมนษุ ยชนแห่งชาติตามมาตรา ๒๕๖ ภายใน หน่งึ ปนี ับแตว่ ันทแี่ ถลงนโยบายต่อรฐั สภาตามมาตรา ๑๗๖ (๒) กฎหมายเพื่อการพัฒนาการศกึ ษาของชาติตามมาตรา ๘๐ โดยสง่ เสรมิ การศึกษาในระบบ การศกึ ษานอกโรงเรยี น การศึกษาตามอัธยาศยั การเรียนรดู้ ้วยตนเอง การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ วทิ ยาลัยชุมชน หรือรปู แบบอนื่ รวมทงั้ ปรับปรุงกฎหมายเพือ่ กาหนดหนว่ ยงานรบั ผิดชอบการจดั การศกึ ษาทเ่ี หมาะสมและ สอดคล้องกบั ระบบการศกึ ษาทุกระดบั ของการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ภายในหนง่ึ ปนี ับแตว่ ันทีแ่ ถลงนโยบายตอ่ รฐั สภาตามมาตรา ๑๗๖ (๓) กฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ วรรคหา้ โดยอย่างน้อยต้องมี รายละเอยี ดเกี่ยวกับข้ันตอนและวิธีการดาเนินการจดั ทาหนังสอื สัญญา ท่มี กี ารตรวจสอบถ่วงดลุ ระหวา่ งคณะรฐั มนตรีและรัฐสภา มีความ โปร่งใส มปี ระสิทธิภาพ และใหป้ ระชาชนมีสว่ นร่วมอยา่ งแท้จริง รวมท้ังรายละเอียดเกย่ี วกับการศกึ ษาวิจยั ที่มีความเป็นอสิ ระซ่ึง ดาเนนิ การก่อนการเจรจาทาหนังสือสญั ญา โดยไม่มกี ารขดั กันระหว่าง ประโยชนข์ องรฐั กับผลประโยชน์ของผูศ้ กึ ษาวจิ ยั ไมว่ า่ ในช่วงเวลาใดของ การบังคบั ใชห้ นังสือสัญญาภายในหนึง่ ปนี บั แตว่ ันที่แถลงนโยบายตอ่

๒๑๕ นาถะ ดวงวิชัย ผูบ้ ังคบั บญั ชากลุ่มงานประธานรฐั สภา ผจู้ ัดทา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ รฐั สภาตามมาตรา ๑๗๖ (๔) กฎหมายตามมาตรา ๘๖ (๑) และมาตรา ๑๖๗ วรรคสาม ภายในสองปีนบั แต่วันท่แี ถลงนโยบายตอ่ รฐั สภาตามมาตรา ๑๗๖ (๕) กฎหมายว่าดว้ ยการกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายรายไดท้ อ้ งถ่ิน กฎหมาย จัดตั้งองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ กฎหมายเกย่ี วกับขา้ ราชการส่วน ทอ้ งถ่ิน และกฎหมายอ่ืนตามหมวด ๑๔ การปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ เพ่ือให้ เป็นไปตามบทบญั ญตั แิ ห่งรฐั ธรรมนญู นี้ ภายในสองปีนับแตว่ นั ทแี่ ถลง นโยบายตอ่ รฐั สภาตามมาตรา ๑๗๖ ในการน้ี จะจดั ทาเปน็ ประมวล กฎหมายทอ้ งถิ่นกไ็ ด้ ในกรณที ป่ี รากฏวา่ กฎหมายใดทต่ี ราขึน้ ก่อนวันประกาศใช้ รัฐธรรมนญู นี้ มเี นื้อหาสาระเปน็ ไปตามบทบญั ญัตแิ ห่งรฐั ธรรมนญู นแี้ ลว้ ใหถ้ อื เป็นการยกเวน้ ที่จะไมต่ ้องดาเนินการตามมาตรานอ้ี ีก มาตรา ๓๓๔ ในวาระเริ่มแรก ใหด้ าเนินการต่างๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี มาตรา ๓๐๖ ในวาระเร่ิมแรก ใหผ้ ู้พิพากษาในศาลฎกี าที่ ใหแ้ ลว้ เสร็จภายในเวลาทก่ี าหนด เคยดารงตาแหนง่ ไมต่ ่ากว่าผูพ้ ิพากษาศาลฎกี าซง่ึ มีอายุครบหกสิบปี (๒) ภายในสองปีนับแต่วนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู น้ี ให้ตรา บรบิ ูรณ์ในปีงบประมาณ ๒๕๕๐ สามารถปฏบิ ัตหิ น้าทผ่ี ้พู ิพากษา กฎหมายกาหนดหลกั เกณฑใ์ ห้ผูพ้ พิ ากษาศาลยตุ ิธรรมซึ่งจะมอี ายคุ รบ อาวโุ สในศาลฎีกาตามมาตรา ๒๑๙ ได้ ทงั้ น้ี จนกวา่ จะมกี าร หกสบิ ปีบรบิ รู ณใ์ นปีงบประมาณใด ไปดารงตาแหน่งผ้พู พิ ากษาอาวโุ ส ปรับปรุงกฎหมายเกย่ี วกบั การกาหนดหลกั เกณฑ์การปฏบิ ตั ิหน้าที่ เพอ่ื นงั่ พิจารณาพิพากษาคดีในศาลชน้ั ตน้ ต้ังแต่วันถัดจากวนั สน้ิ ของผพู้ พิ ากษาอาวโุ ส ปงี บประมาณทมี่ อี ายุครบหกสบิ ปบี ริบรู ณ์ จนถึงวนั ส้ินปงี บประมาณที่ ภายในหน่งึ ปนี ับแตว่ นั ประกาศใช้รัฐธรรมนญู นใี้ ห้ตรา ผพู้ พิ ากษาผู้นนั้ มีอายคุ รบหกสิบหา้ ปีบรบิ รู ณ์ และหากผพู้ พิ ากษา กฎหมายกาหนดหลักเกณฑ์ใหผ้ ้พู พิ ากษาศาลยตุ ธิ รรมดารงตาแหน่ง อาวโุ สผู้ใดผา่ นการประเมินตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิวา่ ยงั มสี มรรถภาพ ได้จนถงึ อายคุ รบเจด็ สิบปี และผู้พพิ ากษาศาลยตุ ิธรรมซง่ึ มีอายคุ รบ ในการปฏบิ ัติหนา้ ท่ี กใ็ ห้ดารงตาแหน่งตอ่ ไปได้จนถึงวนั ส้นิ หกสิบปบี รบิ รู ณ์ขน้ึ ไปในปงี บประมาณใดซึง่ ได้ปฏบิ ตั หิ น้าที่มาแล้วไม่ ปงี บประมาณที่ผูพ้ ิพากษาผ้นู ้ันมอี ายุครบเจด็ สบิ ปบี ริบรู ณ์ น้อยกว่าย่ีสบิ ปีและผา่ นการประเมนิ สมรรถภาพในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ สามารถขอไปดารงตาแหน่งผู้พิพากษาอาวโุ สในศาลซง่ึ ไมส่ งู กว่า ขณะดารงตาแหน่งได้ กฎหมายทีจ่ ะตราข้ึนตามวรรคหนง่ึ และวรรคสอง จะตอ้ งมี บทบญั ญัตใิ หผ้ ู้ทจี่ ะมอี ายุครบหกสบิ ปีบริบูรณข์ ึ้นไปในปงี บประมาณ ใดในระยะสบิ ปีแรกนับแตว่ นั ทกี่ ฎหมายดงั กลา่ วมผี ลใช้บังคบั ทยอย

รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ ๒๑๖ นาถะ ดวงวิชัย ผบู้ งั คับบัญชากลมุ่ งานประธานรัฐสภา ผจู้ ดั ทา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๓๑๘ ในวาระเรม่ิ แรก ใหค้ ณะกรรมการตลุ าการตาม พ้นจากตาแหน่งที่ดารงอยู่เปน็ ลาดับในแต่ละปตี ่อเนอ่ื งกันไปและ กฎหมายว่าด้วยระเบยี บขา้ ราชการฝา่ ยตุลาการ เป็นคณะกรรมการ สามารถขอไปดารงตาแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสต่อไปได้ ตลุ าการศาลยุตธิ รรมตามรฐั ธรรมนญู น้ี จนกว่าจะมีคณะกรรมการ ตุลาการศาลยุตธิ รรมตามมาตรา ๒๗๔ และการเลือกตั้งกรรมการ ให้นาบทบญั ญัติในวรรคสอง และวรรคสาม ไปใช้กบั พนกั งาน ตลุ าการให้เปน็ ไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บข้าราชการฝา่ ยตุลาการ อัยการด้วย โดยอนโุ ลม ภายในสามปนี บั แตว่ ันประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู น้ี ใหด้ าเนนิ การ มาตรา ๓๐๗ ให้กรรมการตลุ าการศาลยตุ ธิ รรมผทู้ รงคุณวฒุ ซิ ่ึง ท้งั หลายอันจาเป็นเพ่อื ใหก้ ารเป็นไปตามมาตรา ๒๗๔ ของรัฐธรรมนูญน้ี ดารงตาแหนง่ อยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนญู น้ี คงดารงตาแหน่งเปน็ กรรมการตุลาการศาลยตุ ธิ รรมตอ่ ไป เว้นแต่กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิที่ อายคุ รบหกสบิ ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ ๒๕๕๐ และกรรมการ ผูท้ รงคณุ วฒุ ิในชั้นศาลใดทีย่ ้ายไปจากชั้นศาลนั้น ท้ังน้ี ไม่เกนิ หนึ่งร้อย แปดสิบวันนับแตว่ ันประกาศใช้รฐั ธรรมนญู น้ี มาตรา ๓๐๘ ใหค้ ณะรฐั มนตรที ี่บริหารราชการแผน่ ดนิ อยู่ ในวนั ประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญน้ี แตง่ ตัง้ คณะกรรมการปฏริ ปู กฎหมาย ที่มกี ารดาเนินการทีเ่ ปน็ อสิ ระภายในเกา้ สิบวันนับแตว่ นั ประกาศใช้ รัฐธรรมนญู นี้ โดยให้คณะกรรมการดังกลา่ วมหี นา้ ทศี่ ึกษาและ เสนอแนะการจดั ทากฎหมายที่จาเปน็ ต้องตราขน้ึ เพ่อื อนุวัตกิ ารตาม บทบญั ญตั ิแห่งรฐั ธรรมนญู และให้คณะกรรมการดังกล่าวจดั ทา กฎหมายเพอื่ จัดตั้งองคก์ รเพือ่ การปฏิรูปกฎหมาย ตามมาตรา ๘๑ (๓) ใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายในหนึ่งปีนบั แตว่ ันประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู น้ี โดยใน กฎหมายดงั กล่าวอย่างน้อยตอ้ งมีบทบัญญตั ิกาหนดใหม้ ีหนา้ ท่ี สนับสนนุ การดาเนนิ การรา่ งกฎหมายของประชาชนผมู้ สี ิทธิเลือกต้งั ด้วย การดาเนินการตามวรรคหน่ึง ไมเ่ ปน็ การตดั อานาจหนา้ ท่ีของ หนว่ ยงานอนื่ ท่ีมหี น้าที่ตอ้ งจดั ทากฎหมายในความรบั ผดิ ชอบ




Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook