ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ ง คาถาม 1. ขอ้ ใดเป็นข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ก. เมลด็ จะค่อยๆงอกรากออกมา ข. ละอองเรณูไปตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย ค. ระเหยน้าออกจากพืชเพื่อช่วยลดอุณหภมู ิในพืช ง. พืชนาแก๊สคาร์บอนไดออกไซดเ์ ขา้ ทางรูปากใบ 2. ข้นั ตอนของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื คือขอ้ ใด ก. รากดูดน้าข้ึนสู่ลาตน้ ข. ลาตน้ ชูก่ิงกา้ นใบเพื่อรับแสงแดด ค. ละอองเรณูเริ่มงอกเป็ นหลอดยาว ง. น้าถูกระเหยออกทางปากใบของพืช จุดประสงค์ท่ี 34 เมื่อกาหนดขอ้ ความท่ีเป็นข้นั ตอนของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ย รูปแบบของคำถำม แสงของพชื มาให้ ผเู้ รียนสามารถเรียงลาดบั ข้นั ตอนไดถ้ ูกตอ้ ง ลกั ษณะของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็ นแบบเรี ยงลาดบั ลกั ษณะของคำตอบ เป็นการกาหนดขอ้ ความท่ีเป็ นข้นั ตอนของกระบวนการสงั เคราะห์ ดว้ ยแสงของพชื มาให้ จานวน 5 ข้นั ตอน พมิ พเ์ รียงกนั ในแนวต้งั ชิดกระดาษค่อนไปทางดา้ นซา้ ยมือ ห่างจากขอบกระดาษประมาณ 3 นิ้ว พร้อมกบั มีช่องวา่ งรูปดาวหนา้ ขอ้ ความของแตล่ ะขอ้ ความ เป็นการกาหนดช่องวา่ งรูปดาว หนา้ ขอ้ ความท่ีเป็นข้นั ตอน ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช เพ่ือให้นาตวั เลข 1 – 5 ไปเขียนเติมลงในรูปดาวดงั กล่าว เพ่อื เรียงลาดบั 89
ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง จงนาตวั เลข 1-5 ไปเขียนเติมลงในช่องวา่ งรูปดาว เพอ่ื เรียงลาดบั ข้นั ตอน ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชใหถ้ ูกตอ้ ง พชื นาแก๊สคาร์บอนไดออกไซดเ์ ขา้ ทางรูปากใบ เกิดปฏิกิริยาเคมีระหวา่ งแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดก์ บั น้า อาหารท่ีพชื สร้างถูกลาเลียงไปเล้ียงส่วนตา่ ง ๆ ของพชื แสงจากดวงอาทิตยถ์ ูกคลอโรฟิ ลลใ์ นใบพืชดูดกลืน รากดูดน้าข้ึนสู่ลาตน้ จุดประสงค์ที่ 35 เมื่อกาหนดขอ้ ความท้งั ท่ีใช่และไมใ่ ช่ข้นั ตอนของกระบวนการ รูปแบบของคำถำม สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความ ลกั ษณะของคำถำม ไหนเป็นข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ ถูกตอ้ ง ลกั ษณะของคำตอบ รูปแบบของคาถามเป็ นแบบถูก-ผดิ เป็นการกาหนดขอ้ ความท้งั ที่ใช่และไมใ่ ช่ข้นั ตอนของ กระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื มาใหจ้ านวน 9 ขอ้ ความ โดยเป็นขอ้ ความท่ีใช่จานวน 5 ขอ้ ความ และขอ้ ความท่ีไม่ใช่ จานวน 4 ขอ้ ความ วางสลบั กนั อยา่ งไมเ่ ป็นระบบในแนวด่ิง ซ่ึง ดา้ นหนา้ ของขอ้ ความในแตล่ ะขอ้ จะมีช่องวา่ งไวใ้ หส้ าหรับเติม เคร่ืองหมายถูกหรือเคร่ืองหมายกากบาท เป็นการกาหนดช่องวา่ งหนา้ ตวั เลขของขอ้ ความท้งั ที่ใช่และไมใ่ ช่ ข้นั ตอนของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื เพือ่ ใหเ้ ขียน เครื่องหมายถูก ( ) หนา้ ขอ้ ความที่ใช่ข้นั ตอนของกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชและเคร่ืองหมายกากบาท ( ) หนา้ ขอ้ ความที่ไม่ใช่ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื 90
ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง จงพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปน้ีและทาเครื่องหมายถูก ( ) หนา้ ขอ้ ความท่ี เป็น ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื หรือเคร่ืองหมาย กากบาท ( ) หนา้ ขอ้ ความที่ไม่ใช่ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ ดว้ ยแสงของพืช ______1. พชื นาแก๊สคาร์บอนไดออกไซดเ์ ขา้ ทางรูปากใบ ______2. เกิดปฏิกิริยาเคมีระหวา่ งแก๊สคาร์บอนไดออกไซดก์ บั น้า ______3. ละอองเรณูไปตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย ______4. อาหารท่ีพืชสร้างถูกลาเลียงไปเล้ียงส่วนตา่ ง ๆ ของพืช ______5. เมลด็ จะค่อยๆงอกรากออกมา ______6. แสงจากดวงอาทิตยถ์ ูกคลอโรฟิ ลลใ์ นใบพืชดูดกลืน ______7. ละอองเรณูเริ่มงอกเป็นหลอดยาว ______8. ระเหยน้าออกจากพชื เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในพืช ______9. รากดูดน้าข้ึนสู่ลาตน้ จุดประสงค์ท่ี 36 ผเู้ รียนสามารถอธิบายข้นั ตอนกระบวนการของการสงั เคราะห์ดว้ ย แสงของพืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบอตั นยั ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการใหเ้ ขียนอธิบายข้นั ตอนกระบวนการของการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ลกั ษณะของคำตอบ เป็นการกาหนดจุดไขป่ ลา จานวน 7 บรรทดั เพ่ือใหเ้ ขียนคาตอบ ตัวอย่ำงข้อสอบ คาถาม 1.จงเขียนอธิบายข้นั ตอนกระบวนการของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. 91
2 ) กำหนนดจำนวนข้อสอบที่ใช้วดั ในแต่ละจุดประสงค์ กำรกำหนนดจำนวนข้อสอบวดั ควำมรู้พนื้ ฐำน ไดม้ ีการกาหนดจานวนขอ้ สอบในแตล่ ะ จุดประสงคไ์ วใ้ นวงเล็บทา้ ยจุดประสงคแ์ ต่ละขอ้ ดงั ต่อไปน้ี จุดประสงคท์ ี่ 1 ผเู้ รียนสามารถบอกส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของพืชได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 2 เม่ือกาหนดภาพตน้ พืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุส่วนประกอบท่ีสาคญั ของพืชได้ ถูกตอ้ ง ( 3 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ่ี 3 เม่ือใหภ้ าพท่ีเป็นส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของพชื มาให้ ผเู้ รียนสามารถนาภาพ ส่วนประกอบของพืชดงั กล่าวมาติดบนภาพตน้ พืชได้ ( 1 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ่ี 4 ผเู้ รียนสามารถบอกลกั ษณะของรากพืชได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ่ี 5 ผเู้ รียนสามารถบอกลกั ษณะของลาตน้ พชื ได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 6 ผเู้ รียนสามารถบอกลกั ษณะของใบพืชได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ่ี 7 ผเู้ รียนสามารถบอกลกั ษณะของดอกพืชได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 8 เม่ือกาหนดชื่อและลกั ษณะของส่วนตา่ ง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถจบั คู่ชื่อ ของส่วนต่าง ๆ ของพืชกบั ลกั ษณะของส่วนต่าง ๆ ของพืชได้ ( 1 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 9 ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ท่ีของรากพชื ได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 10 ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ที่ของลาตน้ พชื ได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 11 ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ท่ีของใบพชื ได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 12 ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ที่ของดอกพชื ได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ่ี 13 เมื่อกาหนดหนา้ ท่ีของส่วนตา่ ง ๆ ของพชื มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุวา่ เป็นหนา้ ที่ ของพชื ส่วนใดไดถ้ ูกตอ้ ง ( 1 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 14 เม่ือกาหนดช่ือและหนา้ ที่ของส่วนตา่ ง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถจบั คู่ช่ือ ส่วนต่าง ๆ ของพืชและหนา้ ที่ของส่วนตา่ ง ๆ ของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง ( 1 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 15 ผเู้ รียนสามารถบอกปัจจยั ท่ีจาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ่ี 16 ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของดินท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 17 ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของน้าท่ีมีตอ่ การเจริญเติบโตของพชื ได้ ( 2 ขอ้ ) 92
จุดประสงคท์ ่ี 18 ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของอากาศที่มีตอ่ การเจริญเติบโตของพืชได้ จุดประสงคท์ ่ี 19 ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 20 ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของแสงที่มีต่อการเจริญเติบโตของพชื ได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ่ี 21 เม่ือกาหนดผลที่เกิดข้ึนกบั พืชอนั เน่ืองมาจากการขาดปัจจยั ท่ีทาใหพ้ ชื จุดประสงคท์ ี่ 22 เจริญเติบโตมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุสาเหตุของการเกิดผลดงั กล่าวไดถ้ ูกตอ้ ง ( 3 ขอ้ ) เม่ือกาหนดปัจจยั ตา่ ง ๆ ท่ีมีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพชื และความสาคญั มาให้ ผเู้ รียนสามารถจบั คู่กบั ความสาคญั ของปัจจยั น้นั ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง ( 1 ขอ้ ) เม่ือกาหนดขอ้ ความท้งั ที่ใช่และไม่ใช่ความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ ที่มีตอ่ การ เจริญเติบโตของพชื มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความใดท่ีเป็น ความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ ที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ( 1 ขอ้ ) กำรกำหนนดจำนวนข้อสอบของแบบทดสอบก่อนเรียนและหนลงั เรียน ไดม้ ีการกาหนดจานวน ขอ้ สอบในแต่ละจุดประสงคไ์ วใ้ นวงเล็บทา้ ยจุดประสงคแ์ ต่ละขอ้ ดงั ต่อไปน้ี จุดประสงคท์ ี่ 23 ผเู้ รียนสามารถบอกความหมายของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ่ี 24 ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ จุดประสงคท์ ี่ 25 ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 26 เมื่อกาหนดขอ้ ความต่าง ๆ มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความไหนเป็น จุดประสงคท์ ี่ 27 ความสาคญั ของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง ( 1 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ี่ 28 ผเู้ รียนบอกผลเสียที่เกิดข้ึน หากพืชไม่มีกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช จุดประสงคท์ ่ี 29 ได้ ( 2 ขอ้ ) ผเู้ รียนสามารถบอกปัจจยั ท่ีสาคญั ของการเกิดการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ ( 2 ขอ้ ) ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของน้าท่ีมีต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ ( 2 ขอ้ ) ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของแกส็ คาร์บอนไดออกไซดท์ ี่มีต่อกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ ( 2 ขอ้ ) 93
จุดประสงคท์ ่ี 30 ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของแสงที่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ จุดประสงคท์ ่ี 31 ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ่ี 32 ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ่ีมีตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง จุดประสงคท์ ่ี 33 ของพชื ได้ ( 2 ขอ้ ) จุดประสงคท์ ่ี 34 เม่ือกาหนดขอ้ ความท่ีเป็นความสาคญั ของปัจจยั ตา่ ง ๆ และชื่อปัจจยั มาให้ ผเู้ รียน จุดประสงคท์ ่ี 35 สามารถจบั คูค่ วามสมั พนั ธ์ไดถ้ ูกตอ้ ง ( 1 ขอ้ ) ผเู้ รียนสามารถบอกข้นั ตอนของกระบวนการของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช จุดประสงคท์ ี่ 36 ได้ ( 2 ขอ้ ) เม่ือกาหนดขอ้ ความท่ีเป็นข้นั ตอนของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชมา ให้ ผเู้ รียนสามารถเรียงลาดบั ข้นั ตอนไดถ้ ูกตอ้ ง ( 1 ขอ้ ) เม่ือกาหนดขอ้ ความท้งั ท่ีใช่และไม่ใช่ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ย แสงของพชื มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความไหนเป็นข้นั ตอนของ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง ( 1 ขอ้ ) ผเู้ รียนสามารถอธิบายข้นั ตอนกระบวนการของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ ( 1 ขอ้ ) 3 ) กำหนนดเกณฑ์กำรใหน้คะแนนดังนี้ แบบทดสอบวดั ความรู้พ้นื ฐานก่อนเรียน มีจานวน 40 ขอ้ รวม 90 คะแนน โดยแบ่งออกเป็น 5 ตอน ดงั น้ี ตอนที่ 1 เป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 32 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวม 32 คะแนน ตอนที่ 2 เป็นแบบทดสอบแบบเติมคา จานวน 18 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวม 18 คะแนน ตอนที่ 3 เป็นแบบทดสอบแบบจบั คู่ จานวน 22 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวม 22 คะแนน ตอนที่ 4 เป็นแบบทดสอบแบบถูก-ผดิ จานวน 10 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวม 10 คะแนน ตอนที่ 5 เป็นแบบทดสอบแบบอตั นยั จานวน 4 ขอ้ ขอ้ ละ 2 คะแนน รวม 8 คะแนน แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน มีจานวน 23 ขอ้ รวม 48 คะแนน โดยแบง่ ออกเป็ น 5 ตอน ดงั น้ี ตอนที่ 1 เป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 18 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวม 18 คะแนน ตอนที่ 2 เป็นแบบทดสอบแบบจบั คู่ จานวน 4 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวม 4 คะแนน 94
ตอนที่ 3 เป็นแบบทดสอบแบบถูก-ผิด จานวน 16 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวม 16 คะแนน ตอนที่ 4 เป็นแบบทดสอบแบบเรียงลาดบั จานวน 5 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวม 5 คะแนน ตอนที่ 5 เป็นแบบทดสอบแบบอตั นยั จานวน 1 ขอ้ ขอ้ ละ 5 คะแนน รวม 5 คะแนน 4) กำหนนดเกณฑ์กำรผ่ำน 1. แบบทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐาน ถา้ ผเู้ รียนทาแบบทดสอบไดค้ ะแนน 80 % ข้ึนไปแสดงวา่ ผเู้ รียนมีความรู้พ้ืนฐานเพียงพอ สามารถเขา้ ไปเรียนชุดการสอน เรื่อง การดารงชีวิตของพืช สาหรับ ผเู้ รียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 ได้ แต่ถา้ ผเู้ รียนทาแบบทดสอบไดค้ ะแนนนอ้ ยกวา่ 80% แสดงวา่ ผเู้ รียน ยงั มีความรู้พ้ืนฐานในจุดประสงคน์ ้นั ไมเ่ พียงพอ ตอ้ งไปเรียนซ่อมเสริมเพ่ิมเติม จากน้นั จึงกลบั มาทา แบบทดสอบใหไ้ ดค้ ะแนน 80% ข้ึนไปอีกคร้ังหน่ึง จึงจะสามารถเขา้ ไปเรียนกบั ชุดการสอนได้ 2. แบบทดสอบก่อนเรียน ถา้ ผเู้ รียนทาแบบทดสอบไดค้ ะแนน 80% ข้ึนไปแสดงวา่ ผเู้ รียนมี ความรู้ในเน้ือหาเพียงพอ แนะนาให้ผูเ้ รียนศึกษาเน้ือหาอ่ืนต่อไป แต่ถ้าผูเ้ รียนทาแบบทดสอบได้ คะแนนนอ้ ยกวา่ 80% ผเู้ รียนตอ้ งเรียนโดยใชช้ ุดการสอน 3. แบบทดสอบหลงั เรียน ถา้ ผเู้ รียนทาคะแนนในแต่ละจุดประสงค์ได้ 80% ข้ึนไป แสดงว่า ผเู้ รียนบรรลุจุดประสงคใ์ นขอ้ น้นั แตถ่ า้ ผเู้ รียนทาคะแนนในแตล่ ะจุดประสงคไ์ ดน้ อ้ ยกวา่ 80% แสดง วา่ ผเู้ รียนไมบ่ รรลุจุดประสงคใ์ นแต่ละขอ้ น้นั หลงั จากที่ผศู้ ึกษาไดก้ าหนดคุณลกั ษณะของแบบทดสอบแลว้ จึงนาการกาหนดคุณลกั ษณะ ของแบบทดสอบดงั กล่าวไปให้อาจารยท์ ี่ปรึกษาตรวจสอบ พร้อมท้งั ไดท้ าการปรับปรุงแกไ้ ขตาม ขอ้ เสนอแนะของอาจารยท์ ่ีปรึกษา ดงั น้ี ตำรำง 3 แสดงขอ้ บกพร่องและการปรับปรุงแก้ไขการกาหนดคุณลกั ษณะของแบบทดสอบตาม ขอ้ เสนอแนะของอาจารยท์ ่ีปรึกษา ลาดบั ท่ี ปัญหาที่พบ การปรับปรุงแกไ้ ข การสร้างแบบทดสอบแบบปรนยั ชนิด จดั เรียงลาดบั ของตวั เลือกตามความยาว 1 เลือกตอบตอ้ งเรียงลาดบั ตวั เลือกตาม โดยเรียงจากตวั เลือกที่ส้นั ไปหาตวั เลือกที่ ความยาว โดยอาจเรียงจากตวั เลือกท่ีส้ัน ยาว ไปหาตวั เลือกท่ียาว หรือ จากตวั เลือกยาว ไปส้ัน 95
ตำรำง 3 ( ต่อ ) ลาดบั ท่ี ปัญหาที่พบ การปรับปรุงแกไ้ ข 2 คาถามท่ีเป็นประโยคปฏิเสธ ควรเนน้ คาถามท่ีเป็นประโยคปฏิเสธ ไดเ้ นน้ คา 3 ขอ้ ความหรือขีดเส้นใตข้ อ้ ความท่ีแสดง หรือขอ้ ความที่เป็นการปฏิเสธ 4 การปฏิเสธ ขอ้ สอบบางขอ้ ใชภ้ าษาท่ีช้ีนาหรือสื่อ เปล่ียนคาพดู หรือภาษาไมใ่ ห้ช้ีนาไปยงั 5 ความไปยงั คาตอบถูกหรือคาตอบผดิ อยา่ ง คาตอบท่ีถูกตอ้ ง เด่นชดั ศพั ทแ์ ละคาทางวทิ ยาศาสตร์ท่ีนามาใช้ ใชค้ าศพั ทแ์ ละคาทางวทิ ยาศาสตร์ท่ี ไมเ่ หมาะสมกบั ระดบั ของผเู้ รียน เหมาะสมกบั ระดบั ของผเู้ รียน ใชภ้ าษาที่ เขา้ ใจง่าย และไมท่ าใหเ้ กิดความสับสน ขอ้ สอบที่เป็ นแบบจบั คูม่ ีจานวนขอ้ ความ หรือเขา้ ใจผดิ ท่ีเป็นคาตอบเทา่ กบั ขอ้ ความที่เป็นคาถาม ปรับใหม้ ีจานวนขอ้ ความที่เป็ นคาตอบ ทาใหผ้ เู้ รียนอาจจะเดาไดง้ ่าย มากกวา่ ขอ้ ความที่เป็นคาถาม 5) กำรเขียนแบบทดสอบ เม่ือปรับปรุงแกไ้ ขการกาหนดคุณลกั ษณะของแบบทดสอบจนเสร็จเรียบร้อยแลว้ ผศู้ ึกษาจึง ไดส้ ร้างแบบทดสอบตามคุณลกั ษณะท่ีกาหนดไวด้ งั กล่าวในขา้ งตน้ ดงั น้ี 1. แบบทดสอบวดั ควำมรู้พนื้ ฐำน มีจานวนท้งั หมด 40 ขอ้ 90 คะแนน ใชว้ ดั จุดประสงค์ ขอ้ ที่ 1 – 22 ซ่ึงแบ่งออกเป็น 5 ตอน ดงั น้ี ตอนท่ี 1 เป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 32 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน ตอนที่ 2 เป็นแบบทดสอบแบบเติมคา จานวน 3 ขอ้ ขอ้ ท่ี 1 มี 1 ขอ้ 4 คะแนน ขอ้ ท่ี 2 มี 1 ขอ้ 8 คะแนน ขอ้ ท่ี 3 มี 1 ขอ้ 6 คะแนน 96
ตอนท่ี 3 เป็นแบบทดสอบแบบจบั คู่ จานวน 3 ขอ้ ขอ้ ท่ี 1 มี 1 ขอ้ 4 คะแนน ขอ้ ที่ 2 มี 1 ขอ้ 10 คะแนน ขอ้ ที่ 3 มี 1 ขอ้ 8 คะแนน ตอนที่ 4 เป็นแบบทดสอบแบบถูก-ผดิ จานวน 1 ขอ้ 10 คะแนน ตอนท่ี 5 เป็นแบบทดสอบแบบอตั นยั จานวน 4 ขอ้ ขอ้ ละ 2 คะแนน ตอนที่ 1 : ขอ้ ท่ี 1-32 ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง 1. ขอ้ ใดเป็นส่วนประกอบที่สาคญั ของพืช ก. ราก ลาตน้ ก่ิง ใบ ข. ผล เมลด็ ใบ ดอก ค. ลาตน้ ขอ้ ปลอ้ ง ตา ง. ราก ลาตน้ ใบ ดอก 2. พืชในขอ้ ใดที่มีส่วนประกอบท่ีสาคญั ของพชื ครบถว้ น ก. สน ข. ผกั กดู ค. กลว้ ยไม้ ง. เฟิ ร์น 97
3. หมายเลข 2 คือส่วนประกอบใดของพชื หมายเลข 2 หมายเลข 1 ก. ผล ข. ก่ิง ค. กา้ น ง. ลาตน้ 4. หมายเลข 4 คือส่วนประกอบใดของพชื ก. เมลด็ ข. ดอก ค. ผล ง. ก่ิง 5. รากพืชมีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร ก. มีคลอโรฟิ ลล์ ข. มีขอ้ ปลอ้ ง ตา ค. รากส่วนใหญม่ ีสีขาว ง. รากส่วนใหญ่มีสีเขียว 6. ขอ้ ใดกล่าวถึงลกั ษณะของรากพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. มีขอ้ ปลอ้ ง ตา ข. โคนใหญ่ ปลายเล็ก ค. มีสีขาวและสีน้าตาลอ่อน ง. มีลกั ษณะเหมือนมือเกาะยดึ 98
7. ลาตน้ พชื มีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร ก. ลาตน้ ส่วนใหญ่มีสีขาว ข. ลาตน้ ส่วนใหญ่อยบู่ นดิน ค. ลาตน้ ไม่มีขอ้ ปลอ้ ง ง. โคนของลาตน้ จะใหญ่ ส่วนปลายจะเล็ก 8. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะของลาตน้ พชื ก. มีคลอโรฟิ ลล์ ข. ส่วนใหญ่มีสีขาว ค. ส่วนใหญอ่ ยบู่ นดิน ง. มีขอ้ ปลอ้ ง และตา 9. ขอ้ ใดกล่าวถึงลกั ษณะของใบพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เจริญแตกออกมาจากลาตน้ ข. มีสีเขียว มีรูปร่างต่าง ๆ กนั ค. เจริญไปเป็ นก่ิงหรือดอกไม้ ง. เจริญเติบโตท้งั ความยาวและความกวา้ ง 10. ขอ้ ใดไม่ใช่ลกั ษณะของใบพืช ก. มีสีเขียว ข. มีกล่ินหอม ค. มีรูปร่างต่าง ๆ กนั ง. มีกา้ นใบ แผน่ ใบ เส้นใบ เส้นกลางใบ 11. ขอ้ ใดกล่าวถึงลกั ษณะของดอกไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นส่วนของพืชท่ีมีความแตกต่างกนั ท้งั รูปร่าง ขนาด สีและกลิ่น ข. เป็นส่วนของพืชที่เจริญเติบโตยน่ื ออกมาทางดา้ นขา้ งของลาตน้ ค. เป็นส่วนของพืชที่งอกออกจากเมล็ดก่อนส่วนอื่น ง. เป็นส่วนของพชื ที่อยตู่ ่อจากรากข้ึนมา 12. ขอ้ ใดไม่ใช่เป็นลกั ษณะของดอกพืช ก. มีกล่ินหอม ข. มีหลากหลายสี ค. มีรูปร่างท่ีแตกตา่ งกนั ง. มีเกสรตวั ผแู้ ละเกสรตวั เมีย 99
13. หนา้ ที่หลกั ของรากพืชคือ ก. คายน้า ข. หายใจ ค. สร้างอาหาร ง. ดูดน้าและแร่ธาตุจากดิน 14. ขอ้ ใดไม่ใช่หนา้ ที่ของรากพชื ก. สะสมอาหาร ข. ยดึ ลาตน้ ใหต้ ้งั อยบู่ นดิน ค. ชูใบใหไ้ ดร้ ับแสงแดด ง. ดูดน้าและแร่ธาตุจากดิน 15. หนา้ ที่ของลาตน้ คือ ขอ้ ใด ก. สร้างอาหาร ข. หายใจ ค. เป็นทางเขา้ -ออกของออกซิเจน ง. เป็นทางลาเลียงน้าและอาหาร 16. ส่วนประกอบใดของพืชซ่ึงมีหนา้ ท่ีเปรียบไดก้ บั ทอ่ น้าในบา้ น ก. ราก ข. ลาตน้ ค. ใบ ง. ดอก 17. ขอ้ ใดกล่าวถึงหนา้ ที่ของใบพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. อุม้ น้า ข. สร้างอาหาร ค. สะสมอาหาร ง. ดูดความช้ืนจากอากาศ 18. ขอ้ ใดไม่ใช่หนา้ ที่ของใบพืช ก. ดูดน้า ข. คายน้า ค. หายใจ ง. สร้างอาหาร 100
19. ขอ้ ใดคือหนา้ ท่ีของดอก ก. ชูดอก ข. สืบพนั ธุ์ ค. ล่อแมลง ง. ห่อหุม้ ดอก 20. ส่วนประกอบใดของดอกที่ทาหนา้ ที่ผสมพนั ธุ์ ก. กลีบดอก ข. กลีบเล้ียง ค. เกสรตวั ผู้ ง. เกสรตวั เมีย 21. ขอ้ ใดคือปัจจยั ที่จาเป็ นต่อการเจริญเติบโตของพืช ก. น้า แสง ความช้ืน อากาศ ข. ป๋ ุย ดิน น้า อากาศ ค. ดิน น้า แสง อากาศ ง. แสง อุณหภมู ิ น้า อากาศ 22. สิ่งใดจาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ก. ป๋ ุย ข. น้า ค. ความช้ืน ง. อุณหภูมิ 23. ดินมีความสาคญั ต่อการเจริญเติบโตของพชื อยา่ งไร ก. ใหค้ วามชุ่มช้ืนแก่พชื ข. ช่วยละลายแร่ธาตุอาหาร ค. เป็นแหล่งธาตุอาหารของพชื ง. ช่วยรักษาอุณหภูมิใหพ้ อเหมาะ 24. ขอ้ ใดไม่ใช่ความสาคญั ของดินท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพชื ก. ดินเป็นที่อยอู่ าศยั ของพืช ข. ดินทาใหร้ ากยดึ ลาตน้ ของพืช ค. ดินช่วยละลายธาตุอาหารของพืช ง. ดินเป็นแหล่งธาตุอาหารของพชื 101
25. น้ามีความสาคญั ต่อการเจริญเติบโตของพืชอยา่ งไร ก. เป็นแหล่งแร่ธาตุอาหารของพืช ข. เป็นตวั กลางช่วยในการลาเลียงอาหารของพืช ค. พชื ใชใ้ นการหายใจ ง. เป็นตวั ดูดกลืนแสง 26. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของน้าท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นวตั ถุดิบของการสร้างอาหาร ข. ช่วยในการงอกของเมลด็ ค. ช่วยละลายธาตุอาหารของพืชที่อยใู่ นดิน ง. เป็นแหล่งแร่ธาตุอาหารของพชื 27. อากาศมีความสาคญั ต่อการเจริญเติบโตของพืชอยา่ งไร ก. ช่วยในการหายใจ ข. ช่วยละลายธาตุอาหารของพืช ค. ช่วยรักษาอุณหภูมิใหพ้ อเหมาะ ง. ช่วยในการลาเลียงอาหารของพืช 28. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของอากาศที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นตวั ดูดกลืนแสง ข. ใหค้ วามชุ่มช้ืนแก่พืช ค. ช่วยในการงอกของเมลด็ ง. ใชก้ ๊าซคาร์บอนไดออกไซดใ์ นการสร้างอาหาร 29. แสงมีความสาคญั ตอ่ พชื อยา่ งไร ก. เป็นแหล่งธาตุอาหารของพชื ข. ช่วยละลายแร่ธาตุอาหารในดิน ค. ช่วยในการสร้างอาหาร ง. ช่วยในการหายใจ 30. ขอ้ ใดคือความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อพชื ก. แลกเปลี่ยนแกส๊ ข. ดูดซึมน้าและแร่ธาตุ ค. ลาเลียงน้าและอาหาร ง. ช่วยในการสร้างคลอโรฟิ ลล์ 102
31. พชื ที่ขาดน้านาน ๆ จะมีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร ก. ลาตน้ และใบอวบอว้ น ข. ลาตน้ และใบมีสีเหลืองซีด ค. ใบแหง้ เฉาและร่วงหล่น ง. ลาตน้ และใบมีขนาดเล็กลง 32. การท่ีใบของพืชมีสีซีดน้นั มีสาเหตุมาจากขอ้ ใด ก. ขาดน้า ข. ขาดแสงแดด ค. ขาดอากาศ ง. ขาดอาหาร ตอนท่ี 2 : ใหน้ผู้เรียนเขียนคำตอบลงในช่องว่ำงใหน้ถูกต้อง ขอ้ 33 ใหส้ งั เกตภาพตน้ พืชตอ่ ไปน้ี แลว้ ใหเ้ ขียนวา่ แต่ละหมายเลขท่ีปรากฏแสดง ส่วนประกอบใด ของพชื ใหถ้ ูกตอ้ ง หมายเลข 1 หมายเลข 1 คือ......................... หมายเลข 2 หมายเลข 2 คือ.......................... หมายเลข 3 คือ.......................... หมายเลข 3 หมายเลข 4 คือ.......................... หมายเลข 4 103
ขอ้ 34 ใหน้ าหนา้ ที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืชที่กาหนดใหเ้ ป็นขอ้ ๆ ในตาราง มา เขียนเติมลงใน ช่องส่วนตา่ ง ๆ ของพชื ใหถ้ ูกตอ้ ง 1. ชูกา้ นใบ และดอกใหไ้ ดร้ ับแสงแดด 2. ช่วยยดึ ลาตน้ ใหต้ ้งั อยบู่ นดิน 3. การสืบพนั ธุ์ 4. ดูดน้าและแร่ธาตุที่สะสมอยใู่ นดิน 5. สร้างอาหาร 6. หายใจ 7. เป็นทางลาเลียงน้าและแร่ธาตุ 8. คายน้า ส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของพืช ราก ลาตน้ ใบ ดอก 104
ขอ้ 35 ใหน้ าความสาคญั ของปัจจยั ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชท่ีกาหนดให้ ใน แตล่ ะ ขอ้ ต่อไปน้ีไปเขียน เติมลงในช่องตารางใหถ้ ูกตอ้ งตามปัจจยั น้นั 1. ใชใ้ นการสร้างอาหาร 2. ช่วยละลายแร่ธาตุอาหารท่ีอยใู่ นดิน 3. เป็นแหล่งที่อยขู่ องพชื 4. ใชใ้ นการหายใจของพืช 5. ใชเ้ ป็นวตั ถุดิบในการสร้างอาหารของพชื 6. เป็นแหล่งธาตุอาหารของพืช ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพชื ดิน น้า อากาศ แสง 105
ตอนท่ี 3 : ใหน้ผู้เรียนจับคู่หนำควำมสัมพนั ธ์ต่อไปนีใ้ หน้ถูกต้อง ขอ้ 36 ใหโ้ ยงเส้นจบั คู่ภาพส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของตน้ พชื ท่ีสอดคลอ้ งกนั ใหถ้ ูกตอ้ ง 106
ขอ้ 37 จงนาพยญั ชนะหนา้ ขอ้ ความทางขวามือไปเขียนลงในช่องวา่ งหนา้ ขอ้ ความ ทางซา้ ยมือให้ สมั พนั ธ์กนั ______1. ส่วนของพชื ท่ีงอกออกจากเมลด็ ก่อนส่วนอื่น ก. ใบเตย ______2. ส่วนของพชื ท่ีอยตู่ ่อจากรากข้ึนมา ข. ดอกสมบรู ณ์เพศ ______3. ส่วนของพืชที่แผก่ วา้ งเป็นแผน่ ค. ดอกครบส่วน ______4. ส่วนก่ิงหรือใบท่ีเปล่ียนแปลงไปทาหนา้ ท่ีในการสืบพนั ธุ์ ง. รากแกว้ ______5. รากที่งอกออกจากเมลด็ ก่อนส่วนอื่น จ. รากฝอย ______6. รากเส้นเลก็ ๆ ขนาดโตสม่าเสมอ ฉ. ออ้ ย ______7. ดอกที่มีท้งั เกสรตวั ผแู้ ละเกสรตวั เมียในดอกเดียวกนั ช. ดอก ______8. ดอกที่ประกอบดว้ ย กลีบเล้ียง กลีบดอก เกสรตวั ผู้ เกสรตวั เมีย ซ. ใบ ______9. พืชท่ีเห็นขอ้ และปลอ้ งชดั เจน ฌ. ลาตน้ ______10. พชื ท่ีมีลกั ษณะเสน้ ใบขนานกนั ญ. ราก ขอ้ 38 จงนาพยญั ชนะหนา้ คาทางขวามือมาเขียนลงในช่องวา่ งหนา้ ขอ้ ความทาง ซา้ ยมือใหถ้ ูกตอ้ ง และสมั พนั ธ์กนั ______1. มีหนา้ ท่ีดูดน้าและแร่ธาตุ ก. รากแกว้ ______2. ชูดอกใหเ้ ด่น เพื่อสะดวกในการผสมพนั ธุ์ ข. รากฝอย ______3. ป้ องกนั ดอก ค. ลาตน้ ______4. ส่วนของพืชที่ทาหนา้ ที่ในการคายน้า ง. ใบ ______5. ส่วนหนา้ ท่ีของพชื ที่ทาหนา้ ท่ีสืบพนั ธุ์ จ. ดอก ______6. ทาหนา้ ที่ช่วยล่อแมลงมาผสมเกสร ฉ. กลีบดอก ช. กา้ นดอก ______7. ลาเลียงน้าและแร่ธาตุ ซ. กลีบเล้ียง ______8. ยดึ ลาตน้ ใหต้ ้งั อยบู่ นดิน 107
ตอนที่ 4 : ใหน้ผู้เรียนทำเคร่ืองหนมำย หนน้ำข้อควำมทถ่ี ูก และเคร่ืองหนมำย หนน้ำข้อควำมทผ่ี ดิ ขอ้ 39 จงพิจารณาขอ้ ความต่อไปน้ีและทาเครื่องหมายถูก ( ) หนา้ ขอ้ ความท่ีเป็น ความสาคญั ของปัจจยั ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช หรือเครื่องหมายกากบาท ( × ) หนา้ ขอ้ ความที่ ไม่ใช่ความสาคญั ของปัจจยั ท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช _______1. ดินเป็ นแหล่งของแร่ธาตุอาหารใหก้ บั พชื _______2. พืชท่ีไดร้ ับน้าอยา่ งเพยี งพอจะทาใหล้ าตน้ และใบอวบอว้ น _______3. น้า แสงแดด อากาศ และคลอโรฟิ ลลเ์ ป็นปัจจยั ที่จาเป็นต่อการเจริญเติบโต ของพืช _______4. พืชมีการสร้างอาหารท้งั กลางวนั และกลางคืน _______5. ใบของพืชมีสีเหลือง เพราะขาดน้า _______6. น้าช่วยละลายแร่ธาตุอาหารท่ีอยใู่ นดิน _______7. พชื ที่ขาดธาตุอาหารท่ีอยใู่ นดินจะมีขนาดของใบและลาตน้ เลก็ ลง _______8. พืชมีการหายใจเอาแก๊สออกซิเจนเขา้ ไป และคายแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ออกมาในตอนกลางวนั _______9. น้าและแสงแดดใชเ้ ป็นวตั ถุดิบในการสร้างอาหารของพชื _______10. การใส่ป๋ ุยลงในดินเพื่อเป็นการเพิม่ อากาศใหก้ บั ดิน ตอนที่ 5 : ใหน้ผู้เรียนตอบคำถำมต่อไปนีใ้ หน้ถูกต้อง ขอ้ 40 ใหต้ อบคาถามตอ่ ไปน้ี โดยเขียนคาตอบลงในช่องวา่ งที่กาหนดให้ 1. ถา้ ตน้ ไมข้ าดน้า จะเกิดผลอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… 2. ถา้ ตน้ ไมข้ าดดิน จะเกิดผลอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………….. 108
3. ถา้ ตน้ ไมข้ าดอากาศ จะเกิดผลอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………… 4. ถา้ ตน้ ไมข้ าดแสง จะเกิดผลอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………… 2. แบบทดสอบก่อนเรียนและหนลงั เรียน จานวนท้งั หมด 23 ขอ้ 48 คะแนน ใชว้ ดั จุดประสงค์ ขอ้ ที่ 23 - 36 ซ่ึงแบ่งออกเป็ น 5 ตอนดงั น้ี ตอนท่ี 1 เป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 18 ขอ้ ขอ้ ละ 1 คะแนน ตอนที่ 2 เป็นแบบทดสอบแบบจบั คู่ จานวน 1 ขอ้ ขอ้ ละ 4 คะแนน ตอนท่ี 3 เป็นแบบทดสอบแบบถูก-ผดิ จานวน 2 ขอ้ ขอ้ ที่ 1 มีเกณฑ์ คือ จานวน 1 ขอ้ ขอ้ ละ 7 คะแนน ขอ้ ที่ 2 มีเกณฑ์ คือ จานวน 1 ขอ้ ขอ้ ละ 9 คะแนน ตอนท่ี 4 เป็นแบบทดสอบแบบเรียงลาดบั จานวน 1 ขอ้ ขอ้ ละ 5 คะแนน ตอนท่ี 5 เป็นแบบทดสอบแบบอตั นยั จานวน 1 ขอ้ ขอ้ ละ 5 คะแนน ตอนที่ 1 : ขอ้ 1-18 ให้เขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง 1. การสังเคราะห์ดว้ ยแสง คืออะไร ก. การผลิตแกส๊ ออกซิเจน ข. การสร้างพลงั งานโดยใชแ้ สง ค. การสร้างอาหารของพชื สีเขียว ง. การลดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 109
2. ขอ้ ใดกล่าวถึงความหมายของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. การหายใจของพชื ข. การสร้างแหล่งพลงั งาน ค. การสร้างอาหารของพืช ง. การลาเลียงน้าและอาหารของพชื 3. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. ผลิตธาตุคาร์บอนที่สาคญั ของระบบนิเวศ ข. ผลิตแกส๊ ออกซิเจนท่ีสาคญั ของระบบนิเวศ ค. ผลิตแกส๊ ไฮโดรเจนท่ีสาคญั ของระบบนิเวศ ง. ผลิตธาตุแมกนีเซียมที่สาคญั ของระบบนิเวศ 4. กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื มีความสาคญั อยา่ งไร ก. ช่วยกระตุน้ ใหเ้ กิดปฏิกิริยา ข. ช่วยเป็นแหล่งพลงั งานแสง ค. ช่วยลดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ง. ช่วยเพ่ิมปริมาณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ 5. หากพชื ไมม่ ีกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง จะมีผลอยา่ งไรตอ่ ส่ิงมีชีวิต ก. สิ่งมีชีวติ เจริญเติบโตชา้ ข. สิ่งมีชีวติ มีแหล่งอาหารท่ีสมบูรณ์ ค. ส่ิงมีชีวติ ตา่ ง ๆ ขาดอาหารและออกซิเจน ง. สิ่งมีชีวติ ขาดออกซิเจนและสืบพนั ธุ์ไมไ่ ด้ 6. ถา้ พืชไมม่ ีการสังเคราะห์ดว้ ยแสง จะเกิดผลอยา่ งไรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม ก. เกิดภาวะส่ิงแวดลอ้ มเป็นพิษ ข. เกิดภาวะส่ิงแวดลอ้ มแหง้ แลง้ ค. เกิดภาวะส่ิงแวดลอ้ มขาดความสมดุล ง. เกิดภาวะสิ่งแวดลอ้ มขาดความสมบูรณ์ 7. ขอ้ ใดเป็นปัจจยั สาคญั ของการเกิดกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ก. น้า แสง แป้ ง คลอโรฟิ ลล์ ข. น้าตาล แสง คลอโรฟิ ลล์ น้า ค. แสง น้า คลอโรฟิ ลล์ ออกซิเจน ง. น้า แสง คลอโรฟิ ลล์ คาร์บอนไดออกไซด์ 110
8. ขอ้ ใดกล่าวถึงปัจจยั ท่ีสาคญั ของของการเกิดการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชคือขอ้ ใด ก. แสง แป้ ง คลอโรฟิ ลล์ คาร์บอนไดออกไซด์ ข. น้า น้าตาล คลอโรฟิ ลล์ คาร์บอนไดออกไซด์ ค. น้า แสง คลอโรฟิ ลล์ คาร์บอนไดออกไซด์ ง. แสง ออกซิเจน คลอโรฟิ ลล์ คาร์บอนไดออกไซด์ 9. น้ามีความสาคญั ต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชอยา่ งไร ก. เป็นสารท่ีใหธ้ าตุคาร์บอนแก่พืช ข. เป็นสารที่ใหธ้ าตุไฮโดรเจนแก่พืช ค. เป็นสารที่ช่วยกระตุน้ ใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมี ง. เป็นสารสีเขียวท่ีนาไปใชใ้ นการสร้างพลงั งานเคมี 10. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของน้าที่มีตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ ถูกตอ้ ง ก. นาไปสร้างแป้ งและน้าตาล ข. นาไปใชส้ ร้างพลงั งานเคมีเพ่ือสร้างสารอินทรีย์ ค. ใหธ้ าตุไฮโดรเจนรวมกบั แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ง. ทาใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมีระหวา่ งแก๊สคาร์บอนไดออกไซดก์ บั น้า 11. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ่ีมีตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ ดว้ ยแสงของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นสารท่ีใหธ้ าตุคาร์บอนแก่พชื ข. เป็นสารที่ใหธ้ าตุไฮโดรเจนแก่พืช ค. เป็นสารท่ีช่วยกระตุน้ ใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมี ง. เป็นสารสีเขียวท่ีนาไปใชใ้ นการสร้างพลงั งานเคมี 12. แก๊สคาร์บอนไดออกไซดม์ ีความสาคญั อยา่ งไรต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ก. เป็นตวั ดูดซบั แสงจากดวงอาทิตย์ ข. เป็นสารช่วยลดอุณหภมู ิภายในพืช ค. เป็นแกส๊ ท่ีเกิดข้ึนจากการหายใจของพชื และสิ่งมีชีวติ ตา่ งๆ ง. เป็นสารช่วยทาใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมีระหวา่ งแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดก์ บั น้า 111
13. แสงมีความสาคญั อยา่ งไรตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ก. เป็นตวั รับพลงั งานแสงสีตา่ งๆ ข. เป็นตวั ช่วยละลายสารอาหารต่างๆ ค. เป็นสารที่ช่วยกระตุน้ ใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมี ง. เป็นวตั ถุดิบสาคญั ในการสร้างน้าตาลกลูโคส 14. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของแสงท่ีมีตอ่ กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ ถูกตอ้ ง ก. เป็นผใู้ หพ้ ลงั งานแสง ข. เป็นสารท่ีใหธ้ าตุคาร์บอนแก่พืช ค. เป็นสารท่ีช่วยละลายแร่ธาตุในดิน ง. เป็นสารสีเขียวท่ีนาไปใชใ้ นการสร้างพลงั งานเคมี 15. คลอโรฟิ ลลม์ ีความสาคญั อยา่ งไรต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ก. เป็นสารช่วยลาเลียงอาหารในพืช ข. เป็นสารสีเขียวท่ีนาไปใชใ้ นการสร้างพลงั งานเคมี ค. เป็นสารที่เกิดข้ึนจากการหายใจของพืชและสิ่งมีชีวติ ตา่ งๆ ง. เป็นสารที่ทาใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมีระหวา่ งแก๊สคาร์บอนไดออกไซดก์ บั น้า 16. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ี่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นผใู้ หพ้ ลงั งานแสง ข. เป็นตวั ดูดซบั พลงั งานแสงสีต่างๆ ค. เป็นสารช่วยลดอุณหภูมิภายในตน้ พืช ง. เป็นวตั ถุดิบสาคญั ในการสร้างน้าตาลกลูโคส 17. ขอ้ ใดเป็นข้นั ตอนของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ก. เมลด็ จะคอ่ ยๆงอกรากออกมา ข. ละอองเรณูไปตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย ค. ระเหยน้าออกจากพชื เพ่ือช่วยลดอุณหภูมิในพชื ง. พืชนาแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดเ์ ขา้ ทางรูปากใบ 112
18. ข้นั ตอนของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช คือขอ้ ใด ก. รากดูดน้าข้ึนสู่ลาตน้ ข. ลาตน้ ชูก่ิงกา้ นใบเพอื่ รับแสงแดด ค. ละอองเรณูเร่ิมงอกเป็ นหลอดยาว ง. น้าถูกระเหยออกทางปากใบของพชื ตอนที่ 2 : ใหผ้ เู้ รียนจบั คู่หาความสัมพนั ธ์ต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง ขอ้ 19 จงนาพยญั ชนะหนา้ คาทางขวามือมาเขียนลงในช่องวา่ งหนา้ ขอ้ ความทางซา้ ยมือให้ ถูกตอ้ ง และสมั พนั ธ์กนั ______1. เป็นแก๊สท่ีใหธ้ าตุคาร์บอนแก่พืชเพ่ือนาไปใชส้ ร้างแป้ งและน้าตาล ก. น้า ______2. เป็นสารสีเขียวท่ีนาไปใชใ้ นการสร้างพลงั งานเคมี ข. แสง ______3. เป็นสารที่ช่วยกระตุน้ ใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมี ______4. เป็นสารที่ใหธ้ าตุไฮโดรเจนแก่พชื ค. แป้ ง ง. แก๊ส CO2 จ. แก๊ส O2 ฉ. คลอโรฟิ ลล์ ตอนท่ี 3 : ใหผ้ เู้ รียนทาเครื่องหมาย หนา้ ขอ้ ความที่ถูก และเครื่องหมาย หนา้ ขอ้ ความท่ีผดิ ขอ้ 20 จงเขียนเคร่ืองหมายถูก ( ) หนา้ ขอ้ ความที่เป็นความสาคญั ของกระบวนการ สงั เคราะห์ ดว้ ยแสงของพชื หรือเคร่ืองหมายกากบาท ( × )หนา้ ขอ้ ความที่ไม่ใช่ความสาคญั ของ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ________1.เป็นแหล่งผลิตแกส๊ ไฮโดรเจนในระบบนิเวศ ________2. เป็นแหล่งผลิตแก๊สออกซิเจนในระบบนิเวศ ________3. เป็นแหล่งผลิตแกส๊ ไนโตรเจนในระบบนิเวศ ________4.เป็นแหล่งผลิตแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดใ์ นระบบนิเวศ ________5.ช่วยลดปริมาณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดใ์ นบรรยากาศ ________6.ช่วยตรึงแกส๊ ไนโตรเจนจากอากาศร่วมกบั พืช ________7. เป็นแหล่งอาหารและแหล่งพลงั งานที่สาคญั ของส่ิงมีชีวติ 113
ขอ้ 21 จงพจิ ารณาขอ้ ความตอ่ ไปน้ีและทาเคร่ืองหมายถูก ( ) หนา้ ขอ้ ความที่เป็นข้นั ตอน ของ กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื หรือเครื่องหมายกากบาท ( ) หนา้ ขอ้ ความที่ไม่ใช่ ข้นั ตอนของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ______1. พชื นาแก๊สคาร์บอนไดออกไซดเ์ ขา้ ทางรูปากใบ ______2. เกิดปฏิกิริยาเคมีระหวา่ งแก๊สคาร์บอนไดออกไซดก์ บั น้า ______3. ละอองเรณูไปตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย ______4. อาหารท่ีพชื สร้างถูกลาเลียงไปเล้ียงส่วนต่าง ๆ ของพืช ______5. เมลด็ จะคอ่ ยๆงอกรากออกมา ______6. แสงจากดวงอาทิตยถ์ ูกคลอโรฟิ ลลใ์ นใบพืชดูดกลืน ______7. ละอองเรณูเริ่มงอกเป็นหลอดยาว ______8. ระเหยน้าออกจากพชื เพือ่ ช่วยลดอุณหภมู ิในพชื ______9. รากดูดน้าข้ึนสู่ลาตน้ ตอนที่ 4 : ใหผ้ เู้ รียนเรียงลาดบั เหตุการณ์ต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง ขอ้ 22 จงนาตวั เลข 1-5 ไปเขียนเติมลงในช่องวา่ งรูปดาว เพอื่ เรียงลาดบั ข้นั ตอนของ กระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ใหถ้ ูกตอ้ ง พชื นาแก๊สคาร์บอนไดออกไซดเ์ ขา้ ทางรูปากใบ เกิดปฏิกิริยาเคมีระหวา่ งแก๊สคาร์บอนไดออกไซดก์ บั น้า อาหารท่ีพชื สร้างถูกลาเลียงไปเล้ียงส่วนต่าง ๆ ของพืช แสงจากดวงอาทิตยถ์ ูกคลอโรฟิ ลลใ์ นใบพืชดูดกลืน รากดูดน้าข้ึนสู่ลาตน้ 114
ตอนท่ี 5 : ใหผ้ เู้ รียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง ขอ้ 23 จงเขียนอธิบายข้นั ตอนกระบวนการของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... 5.2 กำรหนำควำมเทยี่ งตรงของแบบทดสอบ หลงั จากท่ีสร้างแบบทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐาน และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน เสร็จแลว้ ผศู้ ึกษาไดน้ าแบบทดสอบดงั กล่าวไปหาความเท่ียงตรงของเน้ือหา โดยนาแบบทดสอบที่ สร้างเสร็จแลว้ ไปใหผ้ เู้ ช่ียวชาญซ่ึงประกอบดว้ ย ผเู้ ช่ียวชาญทางดา้ นเน้ือหา 2 ทา่ น ผเู้ ชี่ยวชาญ ทางดา้ นการวดั และประเมินผล 2 ท่าน และผเู้ ช่ียวชาญทางดา้ นการสอน 1 ทา่ น ( ดูรายชื่อใน ภาคผนวก ก หนา้ 154 ) เพ่ือตรวจสอบและประเมินวา่ ขอ้ สอบแต่ละขอ้ วดั ไดส้ อดคลอ้ งกบั จุดประสงคห์ รือไม่ โดยกาหนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดงั น้ี +1 คือ แน่ใจวา่ ขอ้ สอบวดั ไดต้ รงจุดประสงค์ 0 คือ ไมแ่ น่ใจวา่ ขอ้ สอบวดั ไดต้ รงจุดประสงค์ -1 คือ แน่ใจวา่ ขอ้ สอบวดั ไดไ้ ม่ตรงจุดประสงค์ จากน้นั นาคะแนนผลการพจิ ารณาของผเู้ ช่ียวชาญมาหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ ง ขอ้ สอบกบั จุดประสงคโ์ ดยใชส้ ูตรของ Hamphil และWestie ( อา้ งใน กรองกาญจน์ อรุณรัตน์, 2530, หนา้ 194-198 ) ดงั น้ี R IOC = N เมื่อ IOC แทน ดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ สอบกบั จุดประสงค์ R แทน ผลรวมของคะแนนการพิจารณาของผเู้ ช่ียวชาญ N แทน จานวนผเู้ ช่ียวชาญ 115
โดยใชเ้ กณฑก์ ารคดั เลือกขอ้ สอบ ดงั น้ี - ขอ้ สอบที่มีคา่ IOC ต้งั แต่ 0.5 – 1.00 ถือวา่ เป็นขอ้ สอบท่ีดี - ขอ้ สอบที่มีคา่ IOC ต่ากวา่ 0.5 ควรพิจารณาปรับปรุง หรือตดั ทิ้ง ซ่ึงจากการพิจารณาและประเมินของผเู้ ช่ียวชาญท้งั 5 ทา่ น ( ดูรายช่ือในภาคผนวก ก หนา้ 154 ) ปรากฏวา่ แบบทดสอบวดั ความรู้พ้นื ฐานก่อนเรียนมีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ ง ขอ้ สอบแตล่ ะขอ้ กบั จุดประสงค์ เท่ากบั 1.00 ( ดูรายละเอียดในภาคผนวก ง ตาราง 18 หนา้ 164 ) และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ สอบแต่ละขอ้ กบั จุดประสงคเ์ ทา่ กบั 1.00 ( ดูรายละเอียดในภาคผนวก ง ตาราง 19 หนา้ 166 ) แสดงวา่ แบบทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐานก่อนเรียน และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียนมีความเที่ยงตรงสามารถวดั ไดต้ รง กบั จุดประสงคท์ ่ีตอ้ งการวดั 5.3 กำรหนำควำมเช่ือมัน่ ของแบบทดสอบ จากน้นั ผศู้ ึกษาไดน้ าแบบทดสอบวดั ความรู้พ้นื ฐานก่อนเรียนและแบบทดสอบวดั ความรู้ ก่อนเรียน และหลงั เรียน ไปทดสอบหาคา่ ความเชื่อมน่ั กบั ผเู้ รียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 ของ โรงเรียนบา้ นหว้ ยตม้ ชยั ยะวงศา อาเภอล้ี จงั หวดั ลาพนู ในภาคเรียนที่ 2 ท่ีเคยเรียน เร่ือง การดารงชีวติ ของพืชมาแลว้ จานวน 45 คน โดยทาการทดสอบกบั ผเู้ รียนในวนั ท่ี 17-18 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2557 ดงั น้ี - วนั ท่ี 17 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2557 เวลา 09.30 น. – 10.30 น. ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบ วดั ความรูพ้นื ฐาน - วนั ท่ี 18 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2557 เวลา 09.30 น. – 10.30 น. ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบ ก่อนเรียนและหลงั เรียน เน่ืองจากขอ้ สอบมีท้งั ปรนยั และอตั นยั จึงใชว้ ธิ ีหาค่าความเช่ือมน่ั อยู่ 2 วธิ ีคือ 1.แบบทดสอบที่เป็ นปรนยั หรือแบบเลือกตอบ ที่มีเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบผดิ ได้ 0 คะแนน ผศู้ ึกษาจึงใชว้ ธิ ีการหาความเช่ือมนั่ ตามวธิ ีการของลิวงิ ตนั ( Livingston ) 116
การหาคา่ ความเชื่อมน่ั ตามวธิ ีการของลิวงิ ตนั ( สมนึก ภทั ทิยธนี , 2544 หนา้ 230 ) สูตร rcc rtt .s2 x c2 s2 x c2 rcc แทน ค่าความเช่ือมนั่ แบบทดสอบอิงเกณฑ์ rtt แทน คา่ ความเช่ือมนั่ แบบทดสอบอิงกลุ่ม (KR-20) s2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนการสอบ x แทน ค่าเฉล่ียของคะแนน c แทน คะแนนเกณฑ์ ( Criterion Score) 2.แบบทดสอบที่เป็ นอตั นยั ที่มีเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนมากกวา่ 1 คะแนน ไดห้ าค่าความ เชื่อมน่ั ตามวธิ ีการของโลเวทท์ ( Lovett ) การหาความเช่ือมน่ั ตามวธิ ีการของโลเวทท์ ( บรรดล สุขปิ ติ , 2542 หนา้ 113 ) สูตร rcc 1 MSe MSs rcc แทน ค่าความเชื่อมนั่ แบบทดสอบอิงเกณฑ์ MSe แทน ค่าความแปรปรวนของความคลาดเคลื่อน ( error ) MSs แทน ค่าความแปรปรวนระหวา่ งบุคคล ( amoung subjects ) ในการพจิ ารณาความเชื่อมนั่ เกณฑพ์ ิจารณาความเชื่อมนั่ ของแบบทดสอบใชเ้ กณฑข์ อง Garett ( เกียรติสุดา ศรีสุข, 2549 หนา้ 153 ) ซ่ึงไดม้ ีการกาหนดเกณฑก์ ารพิจารณาไวด้ งั น้ี ถา้ มีความเชื่อมน่ั ต้งั แต่ .00 - .20 แสดงวา่ มีความเชื่อมนั่ ต่ามาก ถา้ มีความเชื่อมน่ั ต้งั แต่ .21 - .40 แสดงวา่ มีความเชื่อมนั่ ต่า ถา้ มีความเช่ือมนั่ ต้งั แต่ .41 - .70 แสดงวา่ มีความเช่ือมน่ั ปานกลาง ถา้ มีความเช่ือมน่ั ต้งั แต่ .71 - 1.00 แสดงวา่ มีความเช่ือมนั่ สูง 117
จากน้นั จึงนาขอ้ มูลท่ีไดม้ าคานวณหาค่าความเชื่อมน่ั ของขอ้ สอบ ซ่ึงปรากฏผลความเชื่อมนั่ ดงั น้ี 1. แบบทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐาน แบบปรนยั มีระดบั ค่าความเช่ือมนั่ 0.89 และแบบอตั นยั มีระดบั ค่าความเช่ือมน่ั 0.77 ดงั รายละเอียดในภาคผนวก ง ( ตาราง 21 – 22 หนา้ 168 - 172 ) 2. แบบทดสอบวดั ความรู้ก่อนเรียนและหลงั เรียน แบบปรนัย มีค่าความเช่ือมน่ั เท่ากบั 0.86 และแบบอตั นัย มีระดบั ค่าความเชื่อมน่ั 1.00 ดงั รายละเอียดในภาคผนวก ง ( ตาราง 24 – 25 หนา้ 175-178 ) 6. กำรพฒั นำยุทธศำสตร์กำรเรียนกำรสอน ในการพฒั นายทุ ธศาสตร์การเรียนการสอน ผศู้ ึกษาเร่ิมดว้ ยการออกแบบการเรียนการสอน ซ่ึงประกอบดว้ ย จุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน ทกั ษะยอ่ ยท่ีไดจ้ ากการวเิ คราะห์การเรียนการสอน จุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม และแบบทดสอบ โดยไดพ้ ฒั นาจากวตั ถุประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม เพ่ือนาไปสู่ การพฒั นา และกาหนดส่วนประกอบของวสั ดุการเรียนการสอนและกระบวนการที่ใชร้ ่วมกนั ในการ เรียนการสอน แลว้ จึงจดั ทาแผนการสอนเพือ่ เป็นแนวทางสาหรับครูผสู้ อนใชใ้ นการดาเนินการสอน ดงั น้ี แผนกำรสอนที่ 1 เร่ือง ความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ดาเนินการสอนตามจุดประสงคท์ ี่ 23 – 26 ดงั น้ี 23. ผเู้ รียนสามารถบอกความหมายของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ 24. ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 25. เม่ือกาหนดขอ้ ความต่าง ๆ มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความไหนเป็น ความสาคญั ของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง 26. ผเู้ รียนบอกผลเสียท่ีเกิดข้ึน หากพชื ไม่มีกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ แผนกำรสอนที่ 2 เร่ือง ปัจจยั และความสาคญั ท่ีจาเป็นต่อการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ดาเนินการสอนตามจุดประสงคท์ ี่ 27 – 32 ดงั น้ี 27. ผเู้ รียนสามารถบอกปัจจยั ท่ีสาคญั ของการเกิดการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ 28. ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของน้าที่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 118
29. ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของแกส็ คาร์บอนไดออกไซดท์ ่ีมีต่อกระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 30. ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของแสงที่มีตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ 31. ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ี่มีต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื ได้ 32. เมื่อกาหนดขอ้ ความท่ีเป็นความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ และช่ือปัจจยั มาให้ ผเู้ รียน สามารถจบั คู่ความสัมพนั ธ์ไดถ้ ูกตอ้ ง แผนกำรสอนที่ 3 เร่ือง ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ดาเนินการ สอนตามจุดประสงคท์ ่ี 33 – 36 ดงั น้ี 33. ผเู้ รียนสามารถบอกข้นั ตอนของกระบวนการของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 34. เม่ือกาหนดขอ้ ความท่ีเป็นข้นั ตอนของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชมา ให้ ผเู้ รียนสามารถเรียงลาดบั ข้นั ตอนไดถ้ ูกตอ้ ง 35. เมื่อกาหนดขอ้ ความท้งั ที่ใช่และไม่ใช่ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ย แสงของพชื มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความไหนเป็นข้นั ตอนของ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง 36. ผเู้ รียนสามารถอธิบายข้นั ตอนกระบวนการของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ ในแต่ละหน่วยท่ีจดั ทาข้ึนน้นั จะมีความสัมพนั ธ์กนั ระหว่างจุดประสงค์ เน้ือหา กิจกรรม การเรียนการสอน สื่อการเรียนการสอน และการประเมินผล ดงั ตารางตอ่ ไปน้ี 119
ตำรำง 4 แสดงความสัมพนั ธ์ของจุดประสงค์ เน้ือหา กิจกรรมการเรียนการสอน ส่ือการเรียน การสอนและการประเมินผล จุดประสงค์ เน้ือหา กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อการสอน ประเมนิ ผล หน่วยที่ 1 1. ความหมายของ 1. ผเู้ รียนสามารถ การสงั เคราะห์ ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน - บตั รคา - สงั เกตความต้งั ใจ บอกความหมาย ดว้ ยแสงของพชื - ครูสนทนากบั ผเู้ รียน และสนใจในการ ของการ 2. ความสาคญั เกี่ยวกบั เรื่องปัจจยั ที่พชื ใช้ - CD-ROM ปฏิบตั ิกิจกรรม สงั เคราะห์ดว้ ย ของกระบวนการ ในการดารงชีวติ - แถบประโยค - การตอบคาถาม แสงของพชื ได้ สงั เคราะห์ดว้ ย - ครูต้งั คาถามใหผ้ เู้ รียน ความหมายของ ระหวา่ งที่ทา 2. ผเู้ รียนสามารถ แสงของพชื ตอบคาถาม การสงั เคราะห์ กิจกรรม บอกความสาคญั 3. ผลที่เกิดข้ึน ข้นั สอน ดว้ ยแสงของพชื - ผลงานที่ไดจ้ าก ของกระบวนการ เม่ือพชื ไมม่ ี - ครูบรรยายเน้ือหาเกี่ยวกบั - ภาพตน้ ไม้ การทากิจกรรม สงั เคราะหด์ ว้ ย กระบวนการ ความหมายของการ - บตั รคา แสงของพืชได้ สงั เคราะห์ดว้ ย สงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช - แถบประโยค 3. เมื่อกาหนด แสงของพชื - ครูบรรยายเน้ือหาเก่ียวกบั ความสาคญั ของ ขอ้ ความตา่ ง ๆ ความสาคญั ของ กระบวนการ มาให้ ผเู้ รียน กระบวนการสงั เคราะห์ สงั เคราะหด์ ว้ ย สามารถระบุไดว้ า่ ดว้ ยแสงของพชื แสงของพืช ขอ้ ความไหนเป็น - ภาพตน้ ไมพ้ ร้อม ความสาคญั ของ ติดแถบขอ้ ความ กระบวนการ - นกหวดี สงั เคราะหด์ ว้ ย - กิจกรรมเปิ ด แสงของพชื ได้ แผน่ ป้ าย ถกู ตอ้ ง - แถบขอ้ ความผล 4. ผเู้ รียนบอก ที่เกิดข้ึน เม่ือพืช ผลเสียที่เกิดข้ึน ไม่มีกระบวนการ หากพืชไมม่ ี สงั เคราะห์ดว้ ย กระบวนการ แสงของพชื สงั เคราะหด์ ว้ ย - ตน้ ถวั่ แสงของพชื ได้ 120
ตำรำง 4 ( ต่อ ) จุดประสงค์ เน้ือหา กิจกรรมการเรียนการ สื่อการสอน ประเมนิ ผล สอน - แถบประโยค - สงั เกตความ ข้นั สรุป ความสาคญั ของ ต้งั ใจและสนใจใน กระบวนการ การปฏิบตั ิ - สรุปความสาคญั ของ สงั เคราะห์ดว้ ย กิจกรรม แสงของพชื - การตอบคาถาม กระบวนการสงั เคราะห์ - แถบประโยคที่ ระหวา่ งท่ีทา เป็ นผลท่ีเกิดข้ึน กิจกรรม ดว้ ยแสงของพืชและผลท่ี เม่ือพชื ไม่มี - ผลงานท่ีไดจ้ าก กระบวนการ การทากิจกรรม เกิดข้ึน เม่ือพชื ไมม่ ี สงั เคราะห์ดว้ ย แสง กระบวนการสงั เคราะห์ - บตั รคา ดว้ ยแสงของพืช - ตน้ ไมข้ องจริง - VDO หน่วยที่ 2 ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน - โปรเจคเตอร์ - แถบประโยค 1.ผเู้ รียนสามารถ 1.ปัจจยั ที่พชื ใชใ้ น - ทบทวนเน้ือหาจาก ความสาคญั ของ ปัจจยั แตล่ ะชนิด บอกปัจจยั ท่ีสาคญั กระบวนการ หน่วยที่แลว้ ที่พืชใชใ้ น กระบวนการ ของการเกิดการ สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง สงั เคราะหด์ ว้ ย แสงของพืช สงั เคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื ข้นั สอน - ภาพตน้ ไม้ - บตั รคา ของพืชได้ 2.ความสาคญั ของ - ครูบรรยายเน้ือหา 2.ผเู้ รียนบอก น้า แกส๊ เกี่ยวกบั ปัจจยั ที่พืชใชใ้ น ความสาคญั ของน้าที่ คาร์บอนไดออกไซด์ กระบวนการสงั เคราะห์ มีต่อกระบวนการ แสง และ ดว้ ยแสงของพชื สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง คลอโรฟิ ลลท์ ี่มีตอ่ - ครูบรรยายเน้ือหา ของพชื ได้ กระบวนการ เก่ียวกบั ความสาคญั ของ 3.ผเู้ รียนบอก สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ปัจจยั แตล่ ะชนิดท่ีพืชใช้ ความสาคญั ของพชื ในกระบวนการ ของแก็ส สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของ คาร์บอนไดออกไซด์ พชื ที่มีต่อกระบวนการ - ใหผ้ เู้ รียนเลน่ เกม สงั เคราะห์ ดว้ ยแสง ของพืชได้ 121
ตำรำง 4 ( ตอ่ ) จุดประสงค์ เน้ือหา กิจกรรมการเรียนการสอน ส่ือการสอน ประเมินผล หน่วยที่ 2 ( ตอ่ ) ข้นั สรุป 4.ผเู้ รียนบอก - สรุปปัจจยั ท่ีพชื ใชใ้ น - บตั รคา ความสาคญั กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ย - แถบประโยค ของแสงที่มีตอ่ แสงของพืช ความสาคญั ของ กระบวนการ - สรุปความสาคญั ของปัจจยั ปัจจยั แตล่ ะชนิดท่ี สงั เคราะหด์ ว้ ย แต่ละชนิดท่ีพืชใชใ้ น พืชใชใ้ น แสงของพืชได้ กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ย กระบวนการ 5.ผเู้ รียนบอก แสงของพชื สงั เคราะห์ดว้ ย ความสาคญั ของ แสงของพชื คลอโรฟิ ลลท์ ่ีมีต่อ กระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ย แสงของพชื ได้ 6.เม่ือกาหนด ขอ้ ความท่ีเป็ น ความสาคญั ของ ปัจจยั ต่าง ๆ และ ช่ือปัจจยั มาให้ ผเู้ รียนสามารถ จบั คู่ ความสมั พนั ธ์ได้ ถูกตอ้ ง หน่วยท่ี 3 1.ผเู้ รียนสามารถ 1. ข้นั ตอน ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน - สงั เกตความต้งั ใจ - ทบทวนเร่ืองในหน่วยที่ และสนใจในการ บอกข้นั ตอนของ กระบวนการของ แลว้ ปฏิบตั ิกิจกรรม - การตอบคาถาม กระบวนการของ การสงั เคราะห์ ระหวา่ งที่ทา กิจกรรม การสงั เคราะห์ ดว้ ยแสงของพืช - ผลงานที่ไดจ้ ากการ ทากิจกรรม ดว้ ยแสงของพืช ได้ 122
ตำรำง 4 ( ต่อ ) จุดประสงค์ เน้ือหา กิจกรรมการเรียนการสอน ส่ือการสอน ประเมนิ ผล หน่วยที่ 3 ( ตอ่ ) ข้นั สอน 2. เมื่อกาหนด - ครูบรรยายเน้ือหาเกี่ยวกบั - Power point ขอ้ ความท่ีเป็ น ข้นั ตอนกระบวนการของ - โปรเจคเตอร์ ข้นั ตอนของ การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของ -เกมเรียงลาดบั กระบวนการ พชื ข้นั ตอนการ สงั เคราะห์ดว้ ย - ใหผ้ เู้ รียนเลน่ เกม สงั เคราะหแ์ สง แสงของพืชมาให้ ของพืช ผเู้ รียนสามารถ -เกมตกั ไข่ เรียงลาดบั ข้นั ตอนไดถ้ ูกตอ้ ง 3.เมื่อกาหนด ข้นั สรุป ขอ้ ความท้งั ท่ีใช่ - สรุปข้นั ตอนกระบวนการ - แผน่ ชาร์ตสรุป และไม่ใช่ข้นั ตอน ของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ข้นั ตอนของการ ของกระบวนการ ของพืช สงั เคราะห์ดว้ ย สงั เคราะหด์ ว้ ย แสงของพชื แสงของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถ ระบุไดว้ า่ ขอ้ ความ ไหนเป็ นข้นั ตอน ของกระบวนการ สงั เคราะหด์ ว้ ย แสงของพชื ได้ ถกู ตอ้ ง 4.ผเู้ รียนสามารถ อธิบายข้นั ตอน กระบวนการของ การสงั เคราะห์ ดว้ ยแสงของพชื ไดไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง ผูศ้ ึกษานาแผนการสอนท่ีได้ออกแบบไปแล้วน้นั ไปให้อาจารยท์ ี่ปรึกษาช่วยตรวจสอบ ซ่ึงไดพ้ บปัญหาและไดท้ าการปรับปรุงแกไ้ ข ดงั น้ี 123
ตำรำง 5 แสดงปัญหาและการปรับปรุงแกไ้ ขแผนการสอนจากอาจารยท์ ี่ปรึกษา ลำดับท่ี ปัญหนำและข้อบกพร่อง กำรปรับปรุงแก้ไข 1. การนาเขา้ สู่บทเรียนไมน่ ่าสนใจ และไม่ ปรับปรุงโดยใชก้ ิจกรรมท่ีน่าสนใจ สร้าง เชื่อมโยงกบั เน้ือหาที่จะสอน ความกระตือรือร้น และใหม้ ีความ เช่ือมโยงกบั เน้ือหาท่ีจะสอน 2. กิจกรรมการเรียนการสอนท่ีออกแบบมา ปรับปรุงโดยออกแบบกิจกรรมการเรียน ใชใ้ นแต่ละหน่วยค่อนขา้ งซ้าซากจาเจ การสอนที่หลากหลายไม่ซ้ากนั ทาใหน้ ่าเบ่ือ ไม่น่าสนใจ กิจกรรมการเรียนการสอนไม่ไดส้ อนโดย ปรับปรุงโดยจดั กิจกรรมการเรียนการ เนน้ ใชท้ กั ษะกระบวนการทาง สอนท่ีเนน้ การใชท้ กั ษะกระบวนการ วทิ ยาศาสตร์ ทางวทิ ยาศาสตร์ 3. กิจกรรมการเรียนการสอนที่ออกแบบมา ปรับปรุงโดยใชว้ ธิ ีการสอนและจดั ใชว้ ธิ ีการสอนและจดั กิจกรรมท่ีไม่ กิจกรรมท่ีเหมาะกบั ช่วงวยั ผเู้ รียน เหมาะกบั เดก็ ระดบั ช้นั ประถมศึกษา ช้นั ประถมศึกษา 4. การใชภ้ าษาในแผนการสอนเป็นภาษาท่ี ปรับปรุงโดยเปลี่ยนการใชภ้ าษาจากที่เป็น เป็นทางการ ซ่ึงทาใหแ้ ผนการสอนน่า ทางการเป็นภาษาท่ีไมเ่ ป็ นทางการ เป็น เบื่อและไมน่ ่าสนใจ ภาษาง่ายๆ เหมาะสาหรับวยั ของผเู้ รียน 5. การนาเสนอเน้ือหาในข้นั สอน ใชว้ ธิ ี ปรับปรุงโดยใชก้ ารนาเสนอเน้ือหาดว้ ย เดียวในการสอน ทาใหไ้ มน่ ่าสนใจ วธิ ีการสอนที่หลากหลาย 6. เกมที่ออกแบบใชใ้ นกิจกรรมการเรียน ปรับปรุงโดยออกแบบเกมให้มีความ การสอนไม่น่าสนใจ และผเู้ รียนบางคน น่าสนใจ ทา้ ทาย และใหผ้ เู้ รียนทุกคนมี ไม่ไดม้ ีส่วนร่วมในการเล่นเกม ส่วนร่วมในการเล่นเกม หลงั จากที่ไดท้ าการปรับปรุงแกไ้ ขแผนการสอนตามคาแนะนาของอาจารยท์ ่ีปรึกษาแลว้ จึง นาแผนการสอนไปดาเนินการพฒั นาและเลือกสื่อการสอน 124
7. กำรพฒั นำและเลอื กส่ือกำรสอน เป็นการจดั ทาวสั ดุและอุปกรณ์การสอนตามท่ีไดอ้ อกแบบไวใ้ นแผนการสอนในชุดการสอน โดยผศู้ ึกษาไดด้ าเนินการจดั ทาวสั ดุอุปกรณ์การสอนตามที่กาหนดไวใ้ นแผนการสอนของแต่ละ หน่วยดงั น้ี หน่วยท่ี 1 - บตั รคา - CD-ROM - แถบประโยคความหมายของการสงั เคราะห์แสงของพืช - ภาพตน้ ไม้ - ภาพดวงอาทิตย์ - แถบประโยคความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื - เกมกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชสาคญั อยา่ งไร - แถบประโยคผลจากการที่พืชไม่มีกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง - ตน้ ถวั่ ที่รดน้าทุกวนั และวางต้งั ท่ีมีแสง - ตน้ ถวั่ ที่ไมร่ ดน้า และวางไวใ้ นกล่องตลอดเวลา หน่วยที่ 2 - ตน้ ไมข้ องจริง - บตั รคา - VDO - โปรเจคเตอร์ - แถบประโยคความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื - แถบประโยคความสาคญั ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ี่มีตอ่ กระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช - แถบประโยคความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ่ีมีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื - แถบประโยคความสาคญั ของน้าท่ีมีตอ่ กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช - เกมปัจจยั ที่พชื ใชใ้ นการสงั เคราะห์แสง 125
หน่วยที่ 3 - Power point - โปรเจคเตอร์ - แถบประโยคข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์แสงของพชื - เกมเรียงลาดบั ข้นั ตอนการสังเคราะห์แสงของพชื - เกมตกั ไข่ จากน้นั จึงนาสื่อการเรียนการสอนท่ีสร้างเสร็จแลว้ ไปใหอ้ าจารยท์ ี่ปรึกษาตรวจสอบ เพ่ือ พิจารณาความถูกตอ้ งเหมาะสมของส่ือการสอนกบั เน้ือหา จุดประสงคแ์ ละผเู้ รียน แลว้ นาสื่อการเรียน การสอนน้นั มาแกไ้ ขตามคาแนะนาของอาจารยท์ ี่ปรึกษา ตำรำง 6 แสดงขอ้ บกพร่องและการปรับปรุงแกไ้ ขส่ือการเรียนการสอนตามคาแนะนาของ อาจารยท์ ี่ปรึกษา ลำดับที่ ปัญหนำและข้อบกพร่อง กำรปรับปรุงแก้ไข 1. วสั ดุที่ใชท้ าแถบป้ าย มีขนาดหนาเกินไป แกไ้ ขโดยการเปลี่ยนมาใชก้ ระดาษหลงั รูป ทาใหม้ ีน้าหนกั มาก ( หน่วยท่ี 1 ) เบอร์ 10 ซ่ึงมีลกั ษณะท่ีบางกวา่ เดิม ทาให้ มีน้าหนกั เบาข้ึน 2. แผน่ ป้ ายท่ีใชส้ าหรับเล่นเกม มีขนาด แกไ้ ขโดยการปรับขนาดของตวั อกั ษรที่ใช้ ตวั อกั ษรเล็กเกินไป ( หน่วยท่ี 1 ) ในแผน่ ป้ ายท่ีใชส้ าหรับการเล่นเกมให้ ใหญข่ ้ึน 3. สื่อท่ีเป็นคลิปวดิ ีโอท่ีเป็นการ์ตนู แอนนิ แกไ้ ขโดยใหต้ วั การ์ตูนมีสีสันที่สดใส เมชนั ตวั การ์ตูนมีสีเขม้ และฉากหลงั มืด และฉากหลงั สวา่ งข้ึน เกินไป ทาใหม้ องไมเ่ ห็นส่ิงท่ีนาเสนอได้ อยา่ งชดั เจน ( หน่วยท่ี 2 ) 4. ไขพ่ ลาสติกที่ใชส้ าหรับการเล่นเกม ปิ ด แกไ้ ขโดยใชไ้ ข่พลาสติกที่เป็นแบบฝา แน่น แกะออกไดย้ าก ( หน่วยท่ี 3 ) เกลียวหมุน 5. ส่ือที่เป็น power point มีการนาเสนอท่ี แกไ้ ขโดยปรับการบรรยายเพื่อใหก้ าร ไม่น่าสนใจ มีน้าเสียงบรรยายที่แขง็ ไม่ นาเสนอน่าสนใจ พร้อมท้งั เพม่ิ รูปภาพให้ เหมาะกบั ผเู้ รียนระดบั ช้นั ดงั กล่าว เหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั คาบรรยาย รูปภาพท่ีใชไ้ มเ่ หมาะสม ( หน่วยที่ 3 ) 126
เม่ือทาการปรับปรุงแกไ้ ขสื่อการเรียนการสอนเรียบร้อยแลว้ นาส่ือการเรียนการสอนที่ ปรับปรุงแกไ้ ข ไปใหผ้ เู้ ช่ียวชาญ ( รายชื่อผเู้ ชี่ยวชาญ ดูภาคผนวก ก หนา้ 154 ) ทาการตรวจสอบและ ปรับปรุงแกต้ ามขอ้ เสนอแนะของผเู้ ชี่ยวชาญอีกคร้ังหน่ึง ซ่ึงไดพ้ บปัญหาและมีการปรับปรุงแกไ้ ข ดงั น้ี ตำรำง 7 แสดงขอ้ บกพร่องและการปรับปรุงแกไ้ ขสื่อการเรียนการสอนตามคาแนะนาของ ผเู้ ช่ียวชาญ ลำดบั ที่ ปัญหนำและข้อบกพร่อง กำรปรับปรุงแก้ไข ปรับปรุงโดยการเจาะรู ทาที่แขวนกระเป๋ า 1. กระเป๋ าผนงั ไม่ไดท้ าท่ีแขวน สาหรับ ผนงั ปรับปรุงโดยการตดั กระดาษท่ีใชท้ าบตั ร แขวนบนผนงั หรือกระดานดา คาใหม้ ีขนาดใหญ่ข้ึน โดยเมื่อจะติด สติกเกอร์ที่ขอบกระดาษแลว้ สติกเกอร์จะ 2. การติดสติกเกอร์ท่ีขอบของบตั รคา บาง ไดไ้ มไ่ ปบงั หรือปิ ดทบั สระและวรรณยกุ ต์ บตั รคา สติกเกอร์ไปปิ ดทบั สระ หรือ วรรณยกุ ต์ จึงทาใหอ้ ่านยาก หลงั จากที่ปรับปรุงแกไ้ ขสื่อการเรียนการสอนตามคาแนะนาของผเู้ ชี่ยวชาญเสร็จเรียบร้อย แลว้ ก็ทาการผลิตคู่มือครู จากน้นั กน็ าคู่มือครูที่ผลิตข้ึน ส่ือการเรียนการสอนท่ีปรับปรุงแกไ้ ขแลว้ รวมท้งั แผนการสอน และแบบทดสอบ ไปจดั ลงในกล่องชุดการสอน 8. กำรประเมินผล หลงั จากผศู้ ึกษาไดป้ รับปรุงแกไ้ ขส่ือการเรียนการสอนตามขอ้ เสนอแนะของอาจารยท์ ่ี ปรึกษาและตามขอ้ เสนอแนะของผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นการออกแบบ แลว้ จึงนาชุดการสอนไปทดสอบกบั ผเู้ รียน โดยไดด้ าเนินการตามลาดบั ดงั ต่อไปน้ี 8.1 ทดสอบแบบหนน่ึงต่อหนนึ่ง ผศู้ ึกษานาชุดการสอนไปทดลองกบั ผเู้ รียนท่ีไม่เคยเรียนเรื่องน้ี มาก่อนจานวน 1 คน ในระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 โรงเรียนบา้ นนาเล่ียง ตาบลนาทราย อาเภอล้ี จงั หวดั ลาพนู ในวนั ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558 เวลา 8.30 น.-15.30 น. โดยในขณะท่ีทาการทดลองกบั ผเู้ รียนน้นั ผศู้ ึกษาจะคอยสังเกตพฤติกรรม และสอบถามเก่ียวกบั การใชแ้ ถบประโยค รูปภาพ รูปแบบ 127
ของการสอน เกม และสื่อต่างๆ ในชุดการสอน โดยครูจะช้ีแจงวธิ ีการทากิจกรรมกบั นกั เรียน ก่อนท่ี ทาการทดลอง จากน้นั นาขอ้ บกพร่องที่พบมาทาการปรับปรุงแกไ้ ข ดงั รายละเอียดในบทท่ี 4 ( ตาราง 8 หนา้ 132 ) ก่อนนาไปทดสอบแบบกลุ่มเลก็ 8.2 ทดสอบแบบกลุ่มเลก็ ผศู้ ึกษานาชุดการสอนที่ปรับปรุงแกไ้ ขแลว้ ไปทาการทดลองใชก้ บั ผเู้ รียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนบา้ นนาเลี่ยง ตาบลนาทราย อาเภอล้ี จงั หวดั ลาพนู ที่ไม่ เคยเรียนเน้ือหาน้ีมาก่อน และมีผลการเรียนในระดบั อ่อน ปานกลางและเก่ง จานวนอยา่ งละ 2 คน รวมเป็ น 6 คน ในวนั ท่ี 20-21 มกราคม พ.ศ.2558 โดยในการทดลองน้นั ไดก้ ระทาตามลาดบั ดงั น้ี คือ ในวนั ท่ี 20 มกรำคม พ.ศ.2558 ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบวดั ความรู้พ้นื ฐานก่อน - เวลา 09.00 น.-10.30 น. เรียนปรากฏวา่ ผเู้ รียนทุกคนทาแบบทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐานไดค้ ะแนน 80% ข้ึนไป ดงั - เวลา 11.00 น.-12.00 น. รายละเอียดในบทที่ 4 ( ตาราง 9 หนา้ 133 ) แสดง วา่ ผเู้ รียนมีความรู้พ้นื ฐานเพียงพอที่จะเรียนจาก - เวลา 13.00 น.-14.00 น. ชุดการสอนน้ีได้ - เวลา 14.00 น.-15.00 น. ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน ปรากฏวา่ ผเู้ รียนทาแบบทดสอบไดค้ ะแนน นอ้ ยกวา่ 80% ดงั รายละเอียดในบทท่ี 4 ( ตาราง 10 หน้า 134 ) ด้วยเหตุผลน้ีจึงให้ผูเ้ รียนทุกคน เรียนจากชุดการสอน ใหผ้ เู้ รียนเรียนกบั ครูผสู้ อนในชุดการสอน หน่วยท่ี 1 ใหผ้ เู้ รียนเรียนกบั ครูผสู้ อนในชุดการสอน หน่วยท่ี 2 ในวนั ที่ 21 มกรำคม พ.ศ.2558 ใหผ้ เู้ รียนเรียนกบั ครูผสู้ อนในชุดการสอน - เวลา 09.00 น.-10.00 น. หน่วยท่ี 3 128
- เวลา 11.00 น.-12.00 น. ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน ปรากฏวา่ ผเู้ รียนจานวน 85.71% สามารถ บรรลุผลสาเร็จในการเรียน ตามที่จุดประสงค์ แตล่ ะขอ้ กาหนด ดงั รายละเอียดในบทท่ี 4 ( ตาราง 12 หนา้ 136 ) จากน้ันผูศ้ ึกษานาคะแนนจากการทาแบบทดสอบของผูเ้ รียนกลุ่มเล็ก มาวิเคราะห์เพ่ือหา ประสิทธิภาพท่ีต้งั ไว้ คือ 80/80 ก่อนนาไปทดลองจริงกบั ผเู้ รียนกลุ่มศึกษา 8.3 ทดสอบกบั กล่มุ ศึกษำ นาชุดการสอนที่ผา่ นการปรับปรุงแลว้ ไปทาการทดสอบจริง เพื่อ หาประสิทธิภาพของชุดการสอนกบั ผูเ้ รียน ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 4 ปี การศึกษา 2557 โรงเรียนบา้ น ผาลาด ตาบลนาทราย อาเภอล้ี จงั หวดั ลาพนู จานวน 32 คน ในวนั ที่ 22-23 มกราคม พ.ศ. 2558 ในวนั ท่ี 22 มกรำคม พ.ศ.2558 ผศู้ ึกษาไดท้ าการแจง้ จุดประสงคใ์ นการเรียน - เวลา 09.00 น.-09.30 น. เน้ือหาที่เรียน ระยะเวลาท่ีเรียน และวธิ ีการเรียน - เวลา 09.30 น.-10.30 น. ใหผ้ เู้ รียนทราบ ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบวดั ความรู้พ้นื ฐานก่อน - เวลา 11.00 น.-12.00 น. เรียนปรากฏวา่ ผเู้ รียนทาแบบทดสอบไดค้ ะแนน 80% ข้ึนไป ดงั รายละเอียดในบทท่ี 4 ( ตาราง 14 - เวลา 13.00 น.-14.00 น. หนา้ 138 - 139 ) แสดงวา่ ผเู้ รียนมีความรู้พ้นื ฐาน เพียงพอท่ีจะเรียนจากชุดการสอนน้ีได้ ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน ปรากฏวา่ ผเู้ รียนทาแบบทดสอบไดค้ ะแนน นอ้ ยกวา่ 80% ดงั รายละเอียดในบทท่ี 4 ( ตาราง 15 หน้า 140 ) ดว้ ยเหตุน้ีจึงให้ผเู้ รียนทุกคนเรียน จากชุดการสอน ใหผ้ เู้ รียนเรียนกบั ครูผสู้ อนในชุดการสอน หน่วยที่ 1 129
ในวนั ท่ี 23 มกรำคม พ.ศ.2558 - เวลา 09.00 น.-10.00 น. ใหผ้ เู้ รียนเรียนกบั ครูผสู้ อนในชุดการสอน หน่วยที่ 2 - เวลา 10.30 น.-11.30 น. ใหผ้ เู้ รียนเรียนกบั ครูผสู้ อนในชุดการสอน หน่วยที่ 3 - เวลา 13.00 น.-14.00 น. ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน ปรากฏวา่ ผเู้ รียนจานวน 83.48% สามารถ บรรลุผลสาเร็จในการเรียน ตามที่จุดประสงค์ แต่ละขอ้ กาหนด ดงั รายละเอียดในบทท่ี 4 ( ตาราง 16-17 หนา้ 142-144 ) จากน้นั ผศู้ ึกษานาผลการทดสอบไปหาคา่ ประสิทธิภาพของชุดการสอน โดยใช้ เกณฑ์ 80/80 ท่ีต้งั ไว้ 130
บทที่ 4 การประเมนิ เครื่องมอื และการปรับปรุงแก้ไข เม่ือผศู้ ึกษาไดส้ ร้างชุดการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชีวิตของพืช สาหรับผเู้ รียน ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 เสร็จเรียบร้อยแลว้ จึงไดน้ าชุดการสอนที่สร้างข้ึนมาให้อาจารยท์ ี่ปรึกษาและ ผเู้ ชี่ยวชาญทาการตรวจสอบ แลว้ นามาปรับปรุงแกไ้ ขตามคาแนะนา จากน้นั จึงนาชุดการสอนท่ีผา่ น การปรับปรุงแก้ไขแล้วน้ันไปทดสอบเพื่อหาประสิทธิภาพกับกลุ่มศึกษา คือผู้เรียนระดับช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี 4 โรงเรียนบา้ นผาลาด อาเภอล้ี จงั หวดั ลาพูน สังกดั สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา ประถมศึกษา ลาพนู เขต 2 จานวน 32 คน ปรากฏผลตามลาดบั ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ผลการประเมินเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 2. ผลจากการทดสอบเพ่ือหาประสิทธิภาพของชุดการสอน 3. ผลจากการสังเกตพฤติกรรมของผเู้ รียนขณะเรียนจากชุดการสอน 1. ผลจากการประเมินเครื่องมอื ทใี่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล ผศู้ ึกษาไดน้ าชุดการสอนที่สร้างเสร็จแลว้ ไปใหอ้ าจารยท์ ี่ปรึกษาตรวจสอบความถูกตอ้ งของ เน้ือหา หลงั จากผา่ นการตรวจสอบจากอาจารยท์ ่ีปรึกษาแลว้ ไดน้ าไปใหผ้ เู้ ชี่ยวชาญดา้ นการออกแบบ สื่อการเรียนการสอนทาการประเมินคุณภาพของชุดการสอน ผลการประเมินพบวา่ ชุดการสอนใน ดา้ นการออกแบบ ผเู้ ชี่ยวชาญเห็นวา่ คุณภาพของชุดการสอนอยใู่ นระดบั ดีมาก ดงั รายละเอียดใน ภาคผนวก ง ( ตาราง 26 หนา้ 181 ) 2. ผลจากการทดสอบเพอื่ หาประสิทธิภาพของชุดการสอน ผศู้ ึกษานาชุดการสอนท่ีผา่ นการตรวจสอบและปรับปรุงแกไ้ ขเรียบร้อยแลว้ น้นั ไปทดสอบ เพอื่ หาประสิทธิภาพ 3 ข้นั ตอน คือ ทดสอบหน่ึงต่อหน่ึง ทดสอบแบบกลุ่มเลก็ และทดสอบแบบกลุ่ม ใหญ่ ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี 131
ผลการทดสอบหน่ึงต่อหน่ึง นาชุดการสอนสอนไปทดลองใช้กบั ผูเ้ รียนในระดบั ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 4โรงเรียนบา้ นนา เล่ียงท่ีไม่เคยเรียนบทเรียนน้ีมาก่อน จานวน 1 คน เพื่อตรวจสอบในดา้ นการสื่อความหมาย การใช้ ขอ้ ความประกอบการบรรยาย และรูปภาพประกอบ ผศู้ ึกษาพบวา่ ผเู้ รียนมีความกระตือรือร้นและมี ความสนใจอยากที่จะเรียน พร้อมกบั ให้ความร่วมมือในการทากิจกรรมเป็ นอย่างดี ตลอดจนปฏิบตั ิ กิจกรรมดว้ ยความต้งั ใจ และไม่ไดแ้ สดงอาการเบ่ือหน่ายตลอดการเรียนการสอน นอกจากน้ียงั คอย ซักถามเมื่อเวลาท่ีมีขอ้ สงสัย และคอยตอบคาถามระหว่างการทากิจกรรมเป็ นอยา่ งดี ท้งั น้ีอาจเป็ น เพราะสื่อการสอนมีลักษณะท่ีดึงดูดความสนใจ มองเห็นได้ชัดเจน และมีสีสันสวยงาม การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนท่ีมีความหลากหลายและน่าทา้ ทาย ซ่ึงทาให้ผเู้ รียนสามารถเขา้ ใจเน้ือหาได้ มากยิ่งข้ึน นอกจากน้ีครูยงั คอยชมหรือคอยกระตุน้ ให้ผเู้ รียนหาคาตอบ ทาให้ผเู้ รียนเกิดกาลงั ใจใน การเรียนรู้ต่อไป ซ่ึงจากผลจากการทดสอบแบบหน่ึงต่อหน่ึง พบขอ้ บกพร่องในการเรียนและไดท้ า การปรับปรุงแกไ้ ข ดงั น้ี ตาราง 8 แสดงขอ้ บกพร่องและการปรับปรุงแกไ้ ขชุดการสอน จากการทดสอบแบบหน่ึงตอ่ หน่ึง ปัญหาและข้อบกพร่อง การปรับปรุงแก้ไข การใหเ้ วลาในการเล่นเกมนานเกินไป ทาให้ ปรับรูปแบบการเล่นเกมใหม้ ีความ เดก็ เร่ิมเบื่อ กระชบั และใชเ้ วลาใหน้ อ้ ยลง ผลการทดสอบแบบกล่มุ เลก็ หลงั จากปรับปรุงแกไ้ ขชุดการสอนแลว้ ผศู้ ึกษาไดน้ าชุดการสอนไปทดสอบแบบกลุ่มเลก็ กบั ผเู้ รียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 โรงเรียนบา้ นนาเลี่ยง ตาบลนาทราย อาเภอล้ี จงั หวดั ลาพนู จานวน 6 คนที่มีผลการเรียนในระดบั อ่อน ปานกลาง และเก่ง ท่ีไม่ใช่กลุ่มศึกษา โดยไดท้ าการทดสอบใน วนั ท่ี 20 - 21 มกราคม 2558 เวลา 09.00-15.00 น. เป็นเวลา 2 วนั โดยมีวธิ ีการดาเนินการ ดงั ต่อไปน้ี 1. ให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐานก่อนเรียน เวลา 09.00 น.-10.30 น. โดยใช้ เวลา 1 ชว่ั โมง 30 นาที โดยผเู้ รียนจะตอ้ งไดค้ ะแนน 80% ข้ึนไปจึงจะถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ ซ่ึงจากการทา แบบทดสอบดงั กล่าว ปรากฏวา่ ผเู้ รียนทุกคนทาคะแนนจากการทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐานผา่ นเกณฑ์ 80% ดงั ตาราง 132
ตาราง 9 แสดงการทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐานก่อนเรียนของผเู้ รียนแต่ละคนในข้นั การทดสอบแบบ กลุ่มเล็ก จานวน 6 คน คนท่ี คะแนนท่ีได้ ร้อยละ ผา่ นเกณฑ์ 80% ( คะแนนเตม็ 90 คะแนน ) 1 75 83.33 2 80 88.89 3 73 81.11 4 76 84.44 5 80 88.89 6 77 85.56 หมายเหตุ หมายถึง ผเู้ รียนที่ทาคะแนนการทดสอบผา่ นเกณฑ์ 80% X หมายถึง ผเู้ รียนที่ทาคะแนนการทดสอบไม่ผา่ นเกณฑ์ 80% จากตาราง 9 แสดงวา่ ผเู้ รียนทุกคนสามารถทาคะแนนการทดสอบวดั ความรู้พ้นื ฐานก่อน เรียนผา่ นเกณฑ์ 80% ทุกคน ดงั น้นั จึงใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน 2. ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน โดยใชเ้ วลา 60 นาที ระหวา่ งเวลา 11.00-12.00 น. ผลการทดสอบปรากฏดงั ตาราง 133
ตาราง 10 แสดงผลการทดสอบก่อนเรียนของผเู้ รียนแตล่ ะคนในข้นั การทดสอบแบบกลุ่มเล็ก จานวน 6 คน คนท่ี คะแนนท่ีได้ ร้อยละ ผา่ นเกณฑ์ 80% ( คะแนนเตม็ 48 คะแนน ) 1 32 66.66 X 2 29 60.41 X 3 30 62.50 X 4 27 56.25 X 5 28 58.33 X 6 35 72.91 X หมายเหตุ หมายถึง ผเู้ รียนท่ีทาคะแนนการทดสอบผา่ นเกณฑ์ 80% X หมายถึง ผเู้ รียนท่ีทาคะแนนการทดสอบไม่ผา่ นเกณฑ์ 80% จากตาราง 10 แสดงวา่ ผเู้ รียนทุกคนทาคะแนนการทดสอบก่อนเรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ 80% ตามท่ีกาหนดไว้ ดงั น้นั จึงให้ผเู้ รียนไปเรียนในชุดการสอนตอ่ ไป 3. จดั สภาพห้องเรียนให้พร้อมใช้งาน โดยครูไดอ้ ธิบายให้ผูเ้ รียนเขา้ ใจถึงข้นั ตอนต่างๆ ก่อนที่จะดาเนินการสอนตามแผนการสอน จากน้นั จึงให้ผูเ้ รียนเรียนจากชุดการสอนกบั ครูผสู้ อน โดยใชเ้ วลา 2 ชว่ั โมง คือระหวา่ งเวลา 13.00 น.-14.00 น. ตามแผนการสอนในหน่วยท่ี 1 และหน่วยที่ 2 ในเวลา 14.00 น.-15.00 น. และในวนั ตอ่ มา คือ วนั ท่ี 21 มกราคม พ.ศ.2558 เวลา 09.00 น.-10.00 น. เรียนหน่วยท่ี 3 4. ให้ผูเ้ รียนทุกคนทาแบบทดสอบหลงั เรียน โดยใช้เวลา 60 นาที คือระหว่าง 11.00 – 12. 00 น. ภายหลงั จากการทดสอบกลุ่มเลก็ แลว้ คานวณหาประสิทธิภาพชุดการสอนไดผ้ ลดงั ตาราง 134
ตาราง 11 แสดงการทดสอบหลงั เรียนของผเู้ รียนแต่ละคนในข้นั การทดสอบแบบกลุ่มเลก็ จานวน 6 คน คนที่ คะแนนท่ีได้ ร้อยละ ( คะแนนเตม็ 48 คะแนน ) 1 41 85.41 2 42 87.50 3 40 83.33 4 44 91.66 5 42 87.50 6 41 85.41 รวม 250 520.81 เฉลย่ี 41.66 86.80 จากตาราง 11 แสดงวา่ ผเู้ รียนทุกคนทาคะแนนทดสอบสอบหลงั เรียนผา่ นเกณฑ์ 80% ตามท่ีกาหนดไว้ โดยไดค้ ะแนนเฉล่ียเท่ากบั 41.66 หรือ 86.80 % 135
ตาราง 12 แสดงจานวนผเู้ รียนที่บรรลุผลสาเร็จในการเรียนตามท่ีวตั ถุประสงคแ์ ตล่ ะขอ้ กาหนด ในข้นั การทดสอบแบบกลุ่มเลก็ ผเู้ รียนคนท่ี จานวน ร้อยละ จุดประสงค์ คะแนน 1 2 3 4 5 6 คนท่ี ของ ขอ้ ท่ี เตม็ คะ ร้อย คะ ร้อย คะ ร้อย คะ ร้อย คะ ร้อย คะ ร้อย ผา่ น จานวน แนน ละ แนน ละ แนน ละ แนน ละ แนน ละ แนน ละ เกณฑ์ คนที่ ทไ่ี ด้ ท่ไี ด้ ท่ไี ด้ ท่ไี ด้ ท่ไี ด้ ทีไ่ ด้ 80 % ผา่ น เกณฑ์ 1 2 2 100 2 100 2 100 2 100 2 100 2 100 6 100 2 2 2 100 2 100 2 100 2 100 2 100 2 100 6 100 3 7 5 71.43 7 100 7 100 6 85.71 6 85.71 7 100 5 83.33 4 2 2 100 2 100 2 100 1 50.00 2 100 2 100 5 83.33 5 2 2 100 2 100 2 100 2 100 1 50.00 2 100 5 83.33 6 2 1 50.00 2 100 2 100 2 100 2 100 2 100 5 83.33 7 2 2 100 2 100 2 100 2 100 2 100 2 100 6 100 8 2 2 100 2 100 2 100 2 100 2 100 1 50.00 5 83.33 9 2 2 100 2 100 2 100 1 50.00 2 100 2 100 5 83.33 10 4 3 75.00 4 100 4 100 4 100 4 100 4 100 5 83.33 11 2 2 100 2 100 2 100 2 100 2 100 2 100 6 100 12 5 5 100 4 80.00 5 100 4 80.00 3 60.00 4 80.00 5 83.33 13 9 8 89.89 8 89.89 8 89.89 8 88.89 7 77.78 8 88.89 5 83.33 14 5 4 80.00 5 100 4 80.00 4 80.00 5 100 4 80.00 6 100 รวม 1249.97 เฉล่ีย 89.28 จากตาราง 12 แสดงว่าผูเ้ รียนจานวน 80% ข้ึนไป สามารถบรรลุผลสาเร็จในการเรียน ตามที่วตั ถุประสงคแ์ ต่ละขอ้ กาหนดไว้ โดยมีผเู้ รียนจานวนเฉลี่ย 85.71 % สามารถบรรลุผลสาเร็จใน การเรียนตามท่ีวตั ถุประสงคแ์ ตล่ ะขอ้ กาหนดไว้ ดงั น้ันจึงสรุปได้ว่า ชุดการสอนมีประสิทธิภาพเท่ากบั 86.80/89.28 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑ์ท่ี กาหนดไว้ แตอ่ ยา่ งไรก็ตาม ชุดการสอนท่ีสร้างข้ึน ยงั พบวา่ มีขอ้ บกพร่องบางอยา่ ง ที่ตอ้ งปรับปรุง แกไ้ ขดงั น้ี 136
ตาราง 13 แสดงขอ้ บกพร่องและการปรับปรุงแกไ้ ขชุดการสอน จากการทดสอบแบบกลุ่มเลก็ ลาดบั ท่ี ปัญหาและข้อบกพร่อง การปรับปรุงแก้ไข 1. การแบ่งกลุ่มของผเู้ รียน ผเู้ รียนที่เก่งก็จะอยู่ ในการแบ่งกลุ่มของผเู้ รียน ใหจ้ ดั คละ กบั คนเก่ง เมื่อให้ผเู้ รียนออกมาแข่งกนั ผเู้ รียน ผเู้ รียนที่เรียนเก่งและออ่ นคละกนั ไป 2. ท่ีเก่งจะชนะเสมอ จนทาใหก้ ลุ่มอ่อนจึงไม่ เวลาที่ร่วมกิจกรรม ผเู้ รียนคนท่ีเก่งจะ อยากจะออกมาแขง่ ดว้ ย ไดช้ ่วยเหลือผเู้ รียนคนท่ีอ่อน และจะทา ใหไ้ ม่เกิดการไดเ้ ปรียบหรือเสียเปรียบ ในขณะท่ีผเู้ รียนออกมาแขง่ กนั เล่นเกม กนั จนเกินไปในการเล่นเกม คอ่ นขา้ งจะเสียงดงั จากการเชียร์ของเพ่ือน ก่อนการแขง่ ขนั ครูควรอธิบายกติกา และเกิดความวนุ่ วาย และกาหนดขอ้ ตกลงในการเล่นเกมกบั ผเู้ รียนก่อนท่ีจะเร่ิมการแขง่ ขนั ผลการทดสอบแบบกล่มุ ใหญ่ หลงั จากทาการปรับปรุงแกไ้ ขชุดการสอนแลว้ ผศู้ ึกษาไดน้ าชุดการสอนไปทดลองแบบ กลุ่มใหญ่กบั ผเู้ รียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนบา้ นผาลาด จานวน 32 คน โดยไดท้ าการทดสอบ ในวนั ที่ 22 มกราคม พ.ศ.2558 ระหวา่ งเวลา 09.00 -14.00 น. และไดด้ าเนินการในการทดสอบดงั น้ี 1. ให้ผเู้ รียนทาแบบทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐานก่อนเรียน เวลา 09.30 น.-10.30 น. โดยใช้ เวลา 60 นาที โดยผูเ้ รียนจะตอ้ งไดค้ ะแนน 80% จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ ซ่ึงจากการทาแบบทดสอบ ดงั กล่าว ปรากฏว่า ผูเ้ รียนทุกคนทาคะแนนจากการทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐานผ่านเกณฑ์ 80% ดัง ตาราง 137
ตาราง 14 แสดงคะแนนแบบทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐานก่อนเรียนของผเู้ รียนกลุ่มศึกษา จานวน 32 คน คนที่ คะแนนท่ีได้ ร้อยละ ผา่ นเกณฑ์ 80% ( คะแนนเตม็ 90 คะแนน ) 1 76 84.44 2 72 80.00 3 74 82.22 4 74 82.22 5 72 80.00 6 72 80.00 7 73 81.11 8 74 82.22 9 76 84.44 10 73 81.11 11 79 87.78 12 74 82.22 13 77 85.56 14 80 88.89 15 75 83.33 16 76 84.44 17 76 84.44 18 72 80.00 19 74 82.22 20 74 82.22 21 76 84.44 22 76 84.44 23 81 90.00 24 74 82.22 25 73 81.11 138
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250