1. กำหนนดเป้ ำหนมำยกำรเรียนกำรสอน ในการสร้างชุดการสอนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชีวติ ของพืช สาหรับผเู้ รียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 ผศู้ ึกษาไดท้ าการกาหนดเป้ าหมายของชุดการสอนโดยยดึ จากหลกั สูตรแกนกลาง การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ที่ไดม้ ีการกาหนดเป้ าหมาย ไวด้ งั น้ี “ ผเู้ รียนสามารถอธิบายกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ ” 2. วเิ ครำะหน์กำรเรียนกำรสอน ในการวเิ คราะห์การเรียนการสอน จะมีการดาเนินการตามข้นั ตอน ดงั ต่อไปน้ี 2.1 กำหนนดประเภทกำรเรียนรู้ ในการท่ีจะทาใหผ้ เู้ รียนบรรลุเป้ าหมายที่กาหนดไว้ จาเป็ นท่ีจะตอ้ งมีการกาหนดประเภทการ เรียนรู้สาหรับเป้ าหมายน้นั ๆ ก่อน เพื่อใหก้ ารจดั การเรียนการสอน ตลอดจนการจดั ประสบการณ์ใน การเรียนและส่ือการเรียนการสอน มีความสอดคลอ้ งและเหมาะสมกบั เป้ าหมายดงั กล่าว อนั จะส่งผล ใหก้ ารเรียนการสอนบรรลุผลสาเร็จตามเป้ าหมายที่วางไว้ โดยการกาหนดประเภทการเรียนรู้ของ เป้ าหมายน้ีไดย้ ดึ หลกั การจดั ประเภทการเรียนรู้ของ Gagné มาใชเ้ ป็นพ้ืนฐานในการจดั ประเภทการ เรียนรู้สาหรับเป้ าหมายดงั กล่าว จากเป้ าหมายท่ีวา่ “ ผเู้ รียนสามารถอธิบายกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ ” จดั เป็นการเรียนรู้ประเภท Verbal Information ชนิด Substance Learning 2.2 วเิ ครำะหน์ Information processing ของเป้ ำหนมำย นาเป้ าหมายมาทาการวเิ คราะห์ประมวลผลขอ้ มลู ( Information processing Analysis ) ตามลาดบั ดงั น้ี 39
บอกความหมายของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ บอกความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพืชได้ บอกปัจจยั ท่ีสาคญั ของการเกิดการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื ได้ ผเู้ รียนสามารถ บอกความสาคญั ของน้าที่มีต่อกระบวนการสังเคราะห์ อธิบายกระบวนการ ดว้ ยแสงของพชื ได้ สงั เคราะห์ดว้ ยแสง บอกความสาคญั ของแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ของพืชได้ ที่มีตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ บอกความสาคญั ของแสงที่มีต่อกระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ บอกความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ่ีมีต่อกระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ บอกข้นั ตอนกระบวนการของการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื ได้ แผนภูมิ 3 แสดงการวเิ คราะห์ Information Processing ของเป้ าหมาย ภายหลงั จากการทาการวเิ คราะห์ประมวลผลขอ้ มลู ( Information processing Analysis ) ของเป้ าหมายแลว้ ผศู้ ึกษาไดน้ าเป้ าหมายมาทาการวิเคราะห์ทกั ษะพ้ืนฐาน ( Prerequisite Analysis ) ตามลาดบั ดงั น้ี 40
2.3 วเิ ครำะหน์ทกั ษะพนื้ ฐำน ( Prerequisite Analysis ) 36. สามารถอธิบายข้นั ตอนกระบวนการของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ 34. เมื่อกาหนดขอ้ ความที่เป็ นข้นั ตอนของ 35. เม่ือกาหนดขอ้ ความท้งั ที่ใช่และไม่ใช่ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชมา ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ด้วย ให้ สามารถเรียงลาดบั ข้นั ตอนไดถ้ ูกตอ้ ง แสงของพืชมาให้ สามารถระบุได้ว่า ขอ้ ความไหนเป็ นข้นั ตอนของกระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง 33. สามารถบอกข้นั ตอนของกระบวนการของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 32. เม่ือกาหนดขอ้ ความที่เป็ นความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ และชื่อปัจจยั มาให้ สามารถจบั คูค่ วามสัมพนั ธ์ไดถ้ ูกตอ้ ง 28. บอกความสาคญั 29. บอกความสาคญั ของ 30. บอกความสาคญั 31. บอกความสาคญั ของน้าท่ีมตี ่อ แก็สคาร์บอนไดออก ไซด์ ข อ ง แ ส ง ท่ี มี ต่ อ ของคลอโรฟิ ลลท์ ่ีมี กระบวนการ ที่มีตอ่ กระบวนการ กระบวนการ ต่ อ ก ร ะ บ ว น ก า ร สงั เคราะห์ดว้ ยแสง สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื สังเคราะห์ด้วยแสง สังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพืชได้ ได้ ของพชื ได้ ของพืชได้ D แผนภูมิ 4 แสดงการวเิ คราะห์ทกั ษะพ้ืนฐาน 41
D 27. สามารถบอกปัจจยั ที่สาคญั ของการเกิดการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 25. เมื่อกาหนดขอ้ ความตา่ ง ๆ มาให้ 26. บอกผลเสียท่ีเกิดข้ึน หากพชื ไม่มี สามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความไหนเป็น กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของ ความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ พชื ได้ ดว้ ยแสงของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง 24. สามารถบอกความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 23. สามารถบอกความหมายของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ C แผนภูมิ 4 แสดงการวเิ คราะห์ทกั ษะพ้นื ฐาน (ต่อ) 42
C -------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) 20. เมื่อบอกผลที่เกิดข้ึนกับ 21. เมื่อกาหนดปัจจยั ต่าง ๆ 22. เม่ือกาหนดขอ้ ความท้ังที่ พืชจากการขาดปัจจยั ในกรณี ที่มีผลต่อการเจริ ญเติบโต ใช่และไม่ใช่ความสาคญั ของ ตา่ ง ๆ ท่ีมีต่อการเจริญเติบโต ของพืชและความสาคญั มา ปั จ จัย ต่ า ง ๆ ที่ มี ต่ อ ก า ร ของพืชมาให้ สามารถระบุ ใ ห้ ส า ม า ร ถ จั บ คู่ กั บ เจริ ญเติบโตของพืชมาให้ ส า เ ห ตุ ข อ ง ก า ร เ กิ ด ผ ล ความสาคญั ของปัจจยั น้นั ๆ สามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความใด ดงั กล่าวไดถ้ ูกตอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ ง ท่ีเป็ นความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ ที่มีต่อการเจริญเติบโต ของพืชไดถ้ กู ตอ้ ง 16. สามารถบอก 17. สามารถบอก 18. สามารถบอก 19. สามารถบอก ความสาคัญของ ความสาคัญของ ความสาคัญของ ความสาคัญของ ดิ น ที่ มี ต่ อ ก า ร น้ า ท่ี มี ต่ อ ก า ร อากาศท่ีมีต่อการ แ ส ง ท่ี มี ต่ อ ก า ร เจริ ญเติบโตของ เจริ ญเติบโตของ เจริ ญเติบโตของ เจริ ญเติบโตของ พืชได้ พชื ได้ พชื ได้ พืชได้ 15. สามารถบอกปัจจยั ท่ีจาเป็ นตอ่ การเจริญเติบโตของพชื ได้ B แผนภูมิ 4 แสดงการวเิ คราะห์ทกั ษะพ้นื ฐาน (ต่อ) 43
B 13. เม่ือกาหนดหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ 14. เมื่อกาหนดช่ือและหนา้ ท่ีของส่วนต่าง ๆ ของ ของพืชมาให้ สามารถระบุว่าเป็ น พชื มาให้ สามารถจบั คู่ช่ือส่วนตา่ ง ๆ ของพืชและ หนา้ ที่ของพชื ส่วนใดไดถ้ กู ตอ้ ง หนา้ ที่ของส่วนต่าง ๆ ของพชื ไดถ้ กู ตอ้ ง 9. สามารถบอก 10. สามารถบอก 11. สามารถบอก 12. สามารถบอก หน้าที่ของร าก หน้าที่ของลาต้น หน้าที่ของใบพืช หนา้ ที่ของดอกพืช พืชได้ พืชได้ ได้ ได้ 8. เม่ือกาหนดชื่อและลกั ษณะของส่วนต่าง ๆ ของพืชมาให้ สามารถจบั คู่ชื่อของส่วน ตา่ ง ๆ ของพชื กบั ลกั ษณะของส่วนตา่ ง ๆ ของพชื ได้ 4. สามารถบอก 5. สามารถบอก 6.ส า ม า ร ถ บ อ ก 7. สามารถบอก ลักษณะของราก ลกั ษณะของลาตน้ ลักษณะของใบ ลักษณะของดอก พืชได้ พืชได้ พชื ได้ พืชได้ A แผนภูมิ 4 แสดงการวเิ คราะห์ทกั ษะพ้ืนฐาน (ต่อ) 44
A 2. เม่ือกาหนดภาพตน้ พืชมาให้ 3. เมื่อให้ภาพท่ีเป็ นส่วนประกอบต่าง ๆ ของ สามารถระบุได้ว่าส่วนใดเป็ น พืชมาให้ สามารถนาภาพส่วนประกอบของ ราก ลาตน้ ใบ และดอกได้ พชื ดงั กล่าวมาติดบนภาพตน้ พชื ไดถ้ ูกตอ้ ง 1. สามารถบอกส่วนประกอบต่าง ๆ ของพชื ได้ แผนภูมิ 4 แสดงการวเิ คราะห์ทกั ษะพ้นื ฐาน (ต่อ) 3. เขยี นจุดมุ่งหนมำยเชิงพฤติกรรม หลงั จากที่ผศู้ ึกษาไดท้ าการวเิ คราะห์ทกั ษะพ้นื ฐานแลว้ ทาใหไ้ ดจ้ ุดมุง่ หมายเชิงพฤติกรรม หรือจุดประสงคใ์ นการเรียนท้งั สิ้น 38 จุดประสงค์ โดยแยกเป็น 3.1 จุดประสงคส์ าหรับทกั ษะพ้นื ฐาน 22 จุดประสงค์ คือจุดประสงคข์ อ้ ท่ี 1 – 22 3.2 จุดประสงคใ์ นการเรียน 16 จุดประสงค์ คือจุดประสงคข์ อ้ ท่ี 23 – 36 จุดประสงค์ในกำรเรียน 1. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) บอกส่วนประกอบต่าง ๆ ของพืชได้ 2. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) เม่ือกาหนดภาพตน้ พชื มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุส่วนประกอบที่ สาคญั ของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง 3. ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) เม่ือใหภ้ าพที่เป็นส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถนา ภาพส่วนประกอบของพืชดงั กล่าวมาติดบนภาพตน้ พชื ได้ 4. ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) บอกลกั ษณะของรากพืชได้ 5. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) บอกลกั ษณะของลาตน้ พืชได้ 6. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) บอกลกั ษณะของใบพืชได้ 45
7. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) บอกลกั ษณะของดอกพชื ได้ 8. ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) เม่ือกาหนดช่ือและลกั ษณะของส่วนตา่ ง ๆ ของพชื มาให้ ผเู้ รียน สามารถจบั คู่ช่ือของส่วนตา่ ง ๆ ของพชื กบั ลกั ษณะของส่วนต่าง ๆ ของพืชได้ 9. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) บอกหนา้ ที่ของรากพชื ได้ 10. ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) บอกหนา้ ท่ีของลาตน้ พชื ได้ 11. ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) บอกหนา้ ท่ีของใบพชื ได้ 12. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) บอกหนา้ ที่ของดอกพชื ได้ 13. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) เม่ือกาหนดหนา้ ท่ีของส่วนต่าง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุวา่ เป็นหนา้ ที่ของพชื ส่วนใดไดถ้ ูกตอ้ ง 14. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) เม่ือกาหนดชื่อและหนา้ ที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถ จบั คูช่ ่ือส่วนตา่ ง ๆ ของพชื และหนา้ ที่ของส่วนตา่ ง ๆ ของพืชได้ ถูกตอ้ ง 15. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) บอกปัจจยั ท่ีจาเป็นตอ่ การเจริญเติบโตของพชื ได้ 16. ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) บอกความสาคญั ของดินที่มีต่อการเจริญเติบโตของพชื ได้ 17. ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) บอกความสาคญั ของน้าท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพชื ได้ 18. ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) บอกความสาคญั ของอากาศที่มีต่อการเจริญเติบโตของพชื ได้ 19. ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) บอกความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ 20. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) เม่ือกาหนดผลท่ีเกิดข้ึนกบั พชื อนั เนื่องมาจากการขาดปัจจยั ท่ีทาใหพ้ ืช เจริญเติบโตมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุสาเหตุของการเกิดผลดงั กล่าว ไดถ้ ูกตอ้ ง 21. ( ทกั ษะพ้นื ฐาน ) เมื่อกาหนดปัจจยั ต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชและ ความสาคญั มาให้ ผเู้ รียนสามารถจบั คูก่ บั ความสาคญั ของปัจจยั น้นั ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง 22. ( ทกั ษะพ้ืนฐาน ) เมื่อกาหนดขอ้ ความท้งั ท่ีใช่และไมใ่ ช่ความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ ท่ีมี ตอ่ การเจริญเติบโตของพชื มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความใด ที่เป็นความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ ท่ีมีตอ่ การเจริญเติบโตของพืชได้ ถูกตอ้ ง 23. บอกความหมายของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 24. บอกความสาคญั ของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 46
25. เม่ือกาหนดขอ้ ความตา่ ง ๆ มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความไหนเป็นความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง 26. บอกผลเสียท่ีเกิดข้ึน หากพืชไม่มีกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ 27. บอกปัจจยั ท่ีสาคญั ของการเกิดการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 28. บอกความสาคญั ของน้าท่ีมีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ 29. บอกความสาคญั ของแกส็ คาร์บอนไดออกไซดท์ ่ีมีตอ่ กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื ได้ 30. บอกความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ 31. บอกความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ี่มีตอ่ กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 32. เม่ือกาหนดขอ้ ความที่เป็นความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ และช่ือปัจจยั มาให้ ผเู้ รียน สามารถจบั คู่ความสมั พนั ธ์ไดถ้ ูกตอ้ ง 33. บอกข้นั ตอนของกระบวนการของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 34. เม่ือกาหนดขอ้ ความท่ีเป็นข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื มาให้ ผเู้ รียนสามารถเรียงลาดบั ข้นั ตอนไดถ้ ูกตอ้ ง 35. เม่ือกาหนดขอ้ ความท้งั ที่ใช่และไมใ่ ช่ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของ พืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความไหนเป็นข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ ดว้ ยแสงของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง 36. อธิบายข้นั ตอนกระบวนการของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ 4. กำรกำหนนดพฤตกิ รรมก่อนเรียนและลกั ษณะของผู้เรียน การกาหนดพฤติกรรมก่อนเรียน เป็นการกาหนดความรู้และทกั ษะพ้นื ฐานของผเู้ รียนทุกคน ก่อนที่จะเร่ิมการเรียนการสอน โดยทกั ษะพ้นื ฐานดงั กล่าวไดม้ าจากการวเิ คราะห์ทกั ษะพ้ืนฐาน ดงั แผนภูมิ 2 ในขา้ งตน้ ซ่ึงพฤติกรรมก่อนเรียนท่ีผเู้ รียนตอ้ งมีก่อนเขา้ มาเรียน เร่ือง การดารงชีวติ ของ พืช มีดงั น้ี คือ 1. บอกส่วนประกอบต่าง ๆ ของพชื ได้ 2. เม่ือกาหนดภาพตน้ พืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุส่วนประกอบท่ีสาคญั ของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง 3. เม่ือใหภ้ าพที่เป็ นส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถนาภาพส่วนประกอบ ของพชื ดงั กล่าวมาติดบนภาพตน้ พืชได้ 4. บอกลกั ษณะของรากพชื ได้ 47
5. บอกลกั ษณะของลาตน้ พชื ได้ 6. บอกลกั ษณะของใบพชื ได้ 7. บอกลกั ษณะของดอกพืชได้ 8. เม่ือกาหนดชื่อและลกั ษณะของส่วนตา่ ง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถจบั คูช่ ่ือของส่วน ตา่ ง ๆ ของพืชกบั ลกั ษณะของส่วนต่าง ๆ ของพืชได้ 9. บอกหนา้ ที่ของรากพชื ได้ 10. บอกหนา้ ที่ของลาตน้ พืชได้ 11. บอกหนา้ ที่ของใบพชื ได้ 12. บอกหนา้ ท่ีของดอกพืชได้ 13. เม่ือกาหนดหนา้ ที่ของส่วนต่าง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุวา่ เป็ นหนา้ ท่ีของพืช ส่วนใดไดถ้ ูกตอ้ ง 14. เม่ือกาหนดช่ือและหนา้ ที่ของส่วนตา่ ง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถจบั คู่ชื่อส่วนตา่ ง ๆ ของพืชและหนา้ ท่ีของส่วนต่าง ๆ ของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง 15. บอกปัจจยั ท่ีจาเป็ นต่อการเจริญเติบโตของพชื ได้ 16. บอกความสาคญั ของดินท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ 17. บอกความสาคญั ของน้าที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ 18. บอกความสาคญั ของอากาศที่มีต่อการเจริญเติบโตของพชื ได้ 19. บอกความสาคญั ของแสงที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ 20. เม่ือกาหนดผลท่ีเกิดข้ึนกบั พืชอนั เน่ืองมาจากการขาดปัจจยั ที่ทาใหพ้ ืชเจริญเติบโตมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุสาเหตุของการเกิดผลดงั กล่าวไดถ้ ูกตอ้ ง 21. เม่ือกาหนดปัจจยั ต่าง ๆ ที่มีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพืชและความสาคญั มาให้ ผเู้ รียน สามารถจบั คู่กบั ความสาคญั ของปัจจยั น้นั ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง 22. เมื่อกาหนดขอ้ ความท้งั ที่ใช่และไม่ใช่ความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ ท่ีมีตอ่ การ เจริญเติบโตของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความใดท่ีเป็นความสาคญั ของ ปัจจยั ตา่ ง ๆ ท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ลกั ษณะของผ้เู รียน ลกั ษณะของผเู้ รียนที่จะมาเรียนดว้ ยชุดการสอนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ เรื่องการดารงชีวิตของพืช น้นั ผศู้ ึกษาไดก้ าหนดลกั ษณะของผเู้ รียนไวด้ งั น้ี 1. เป็นผเู้ รียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 ซ่ึงมีอายรุ ะหวา่ ง 9-10 ปี 48
2. มีการรับรู้และสติสมั ปชญั ญะดี 3. ไมเ่ ป็นผบู้ กพร่องทางดา้ นร่างกายใดๆ ท้งั สิ้น 4. สามารถอา่ นออกเขียนไดเ้ ป็นอยา่ งดี 5. พฒั นำข้อสอบองิ เกณฑ์ หลงั จากที่ผศู้ ึกษาไดท้ าการเขียนจุดประสงคใ์ นการเรียนแลว้ ผศู้ ึกษาไดส้ ร้างแบบทดสอบวดั ความรู้พ้นื ฐาน แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน โดยกาหนดคุณลกั ษณะของแบบทดสอบตาม จุดประสงคใ์ นการเรียนแตล่ ะขอ้ เพอื่ วดั ความรู้ ความเขา้ ใจของผเู้ รียนในการเรียนเน้ือหาของชุดการ สอนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชีวติ ของพชื โดยไดด้ าเนินการตามลาดบั ดงั น้ี 5.1 กำรกำหนนดคุณลกั ษณะของแบบทดสอบ ก่อนที่จะกาหนดคุณลกั ษณะของแบบทดสอบ น้นั ผศู้ ึกษาไดด้ าเนินการดงั ต่อไปน้ี 1) กาหนดจุดมุ่งหมายของการประเมิน ในการประเมินผลคร้ังน้ีมีจุดมุ่งหมาย เพ่ือวดั ความกา้ วหนา้ ทางการเรียนรู้ของผูเ้ รียน โดยใช้การประเมินแบบอิงเกณฑ์ เพื่อที่จะได้ทราบว่าผูเ้ รียนมีพฤติกรรมเป็ นไปตามเป้ าหมายที่ กาหนดไวห้ รือไม่ 2) การประเมินท่ีจะนามาใชใ้ นคร้ังน้ีประกอบดว้ ย การประเมินความรู้พ้ืนฐาน และการ ประเมินความรู้ก่อนเรียนและหลงั เรียน จากน้นั จึงกาหนดคุณลกั ษณะของแบบทดสอบ ซ่ึงเป็ นการกาหนดลกั ษณะของคาถามและ คาตอบของแบบทดสอบก่อนท่ีจะดาเนินการสร้างแบบทดสอบ ท้งั น้ีเพ่ือป้ องกนั ไม่ให้การสร้าง แบบทดสอบเป็ นไปอย่างไร้ทิศทาง โดยผศู้ ึกษาไดย้ ึดและพิจารณาจากจุดประสงค์ของการเรียนการ สอนเป็นหลกั และไดด้ าเนินการกาหนดคุณลกั ษณะของแบบทดสอบดงั ต่อไปน้ี เป้ ำหนมำยกำรเรียนกำรสอน คือ ผเู้ รียนสามารถอธิบายกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ของพืชได้ รูปแบบของแบบทดสอบทใ่ี ช้ในกำรประเมนิ รูปแบบของแบบทดสอบท่ีใชใ้ นการวดั จุดประสงคใ์ นแตล่ ะขอ้ น้นั แสดงใหเ้ ห็นดงั ตาราง 1 49
ตำรำง 2 แสดงรูปแบบของแบบทดสอบที่ใชใ้ นการประเมิน แบบทดสอบ ประเมนิ รูปแบบของแบบทดสอบ จุดประสงค์ท่ี เลอื ก เติม จับคู่ ถูก – เรียง อตั นัย ตอบ คำตอบ ผดิ ลำดับ 1, 2, 4, 5, 6, 7, 9, 10, 11, 12, 15, 16, วดั ควำมรู้พนื้ ฐำน 17, 18, 19, 20 2, 13, 21 3, 8, 14 22 20 23, 24, 26, 27, 28, 29, 30, 31, 33 ก่อนเรียนและ 32 หนลงั เรียน 25, 35 34 36 ข้นั ตอนในการกาหนดคุณลกั ษณะของแบบทดสอบวดั ความรู้พ้ืนฐาน แบบทดสอบ ก่อนเรียนและหลงั เรียน ไดก้ าหนดตามลาดบั ข้นั ตอนดงั ต่อไปน้ี 1) ลกั ษณะของคาถามและลกั ษณะของคาตอบของแบบทดสอบ 2) การกาหนดจานวนขอ้ สอบที่ใชว้ ดั ในแต่ละจุดประสงค์ 3) เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4) เกณฑก์ ารผา่ น 5) เขียนแบบทดสอบ 50
1) ลกั ษณะของคำถำมและลกั ษณะของคำตอบของแบบทดสอบ ก. ลกั ษณะคำถำมและคำตอบของแบบทดสอบวดั ควำมรู้พนื้ ฐำน จุดประสงค์ที่ 1 ผเู้ รียนสามารถบอกส่วนประกอบต่าง ๆ ของพืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการใหผ้ เู้ รียนบอกส่วนประกอบท่ีสาคญั ของพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ นส่วนประกอบท่ีสาคญั ของพืช 3. ตวั ลวงที่ 1 เป็นส่วนประกอบที่สาคญั ของพืช 3 ส่วน แตม่ ี 1 ส่วนท่ีไมใ่ ช่ ส่วนประกอบของพชื 4. ตวั ลวงท่ี 2 เป็นส่วนประกอบท่ีสาคญั ของพชื 2 ส่วน แตม่ ี 2 ส่วนที่ไมใ่ ช่ ส่วนประกอบของพืชและไม่ซ้ากบั ส่วนที่ไม่ใช่ส่วนประกอบของพืชในตวั ลวง ตวั ที่ 1 5. ตวั ลวงที่ 3 เป็นส่วนประกอบท่ีสาคญั ของพชื 1 ส่วน แตม่ ี 3 ส่วนที่ไม่ใช่ ส่วนประกอบของพชื และไม่ซ้ากบั ส่วนที่ไมใ่ ช่ส่วนประกอบของพชื ในตวั ลวง ตวั ท่ี 2 ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ ง คาถาม 1. ขอ้ ใดเป็นส่วนประกอบท่ีสาคญั ของพืช ก. ราก ลาตน้ ก่ิง ใบ ข. ผล เมลด็ ใบ ดอก ค. ลาตน้ ขอ้ ปลอ้ ง ตา ง. ราก ลาตน้ ใบ ดอก 2. พชื ในขอ้ ใดท่ีมีส่วนประกอบท่ีสาคญั ของพชื ครบถว้ น ก. สน ข. ผกั กดู ค. กลว้ ยไม้ ง. เฟิ ร์น 51
จุดประสงค์ท่ี 2 เม่ือกาหนดภาพตน้ พืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุส่วนประกอบที่ สาคญั ของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบและแบบเติมคา ลกั ษณะของคำถำม คาถามจะมีลกั ษณะ ดงั น้ี 1. เป็นการกาหนดภาพลายเส้นสีของตน้ พืช 1 ตน้ มาให้ พร้อมกบั มีลูกศรช้ีไปยงั ส่วนประกอบสาคญั ของพชื ท้งั 4 ส่วน โดยในตอนปลายของลูกศรจะมีขอ้ ความวา่ “ หมายเลข 1 – 4 ” กากบั แลว้ ใหร้ ะบุส่วนประกอบท่ีสาคญั ของพชื ตามหมายเลขท่ี กากบั น้นั ( แบบเลือกตอบ ) 2. กาหนดภาพลายเส้นสีของตน้ พชื มาให้ พร้อมกบั มีลูกศรช้ีไปยงั ส่วนประกอบท่ี สาคญั ของพืชท้งั 4 ส่วน โดยในตอนปลายของลูกศรจะมีขอ้ ความวา่ “ หมายเลข 1 – 4 ”กากบั แลว้ ใหเ้ ขียนระบุส่วนประกอบใดของพชื ใหถ้ ูกตอ้ ง ( แบบเติมคา ) ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ ขอ้ ที่ 1 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ นส่วนประกอบที่สาคญั ของพชื 3. ตวั ลวงท่ี 1 เป็นส่วนประกอบอื่นของพชื 4. ตวั ลวงท่ี 2 เป็นส่วนประกอบอ่ืนของพืช ที่ไมซ่ ้ากบั ตวั ลวงที่ 1 5. ตวั ลวงที่ 3 เป็นส่วนประกอบอื่นของพืช ที่ไมซ่ ้ากบั ตวั ลวงที่ 2 ลกั ษณะของคาตอบ ขอ้ ท่ี 2 จะเป็นการกาหนดขอ้ ความ “ หมายเลข 1 – 4 ” พิมพเ์ รียงกนั ในแนวด่ิงหลงั เลขขอ้ แต่ละขอ้ ปรากฏอยทู่ างดา้ นขวามือของภาพและทางดา้ นขวามือของขอ้ ความดงั กล่าวจะมี ช่องวา่ งใหเ้ ขียนเติมคาตอบ 52
ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม หมายเลข 3 หมายเลข 2 หมายเลข 1 1. หมายเลข 2 คือส่วนประกอบใดของพืช ก. ผล ข. ก่ิง ค. กา้ น ง. ลาตน้ 2. หมายเลข 4 คือส่วนประกอบใดของพืช ก. เมล็ด ข. ดอก ค. ผล ง. กิ่ง 53
คาช้ีแจง ใหส้ งั เกตภาพตน้ พืชตอ่ ไปน้ี แลว้ ใหเ้ ขียนวา่ แต่ละหมายเลขที่ปรากฏแสดง ส่วนประกอบ ใดของพชื ใหถ้ ูกตอ้ ง หมายเลข 1 หมายเลข 1 คือ......................... หมายเลข 2 หมายเลข 2 คือ.......................... หมายเลข 3 คือ.......................... หมายเลข 3 หมายเลข 4 คือ.......................... หมายเลข 4 จุดประสงค์ท่ี 3 เม่ือใหภ้ าพท่ีเป็ นส่วนประกอบต่าง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถ นาภาพส่วนประกอบของพืชดงั กล่าวมาติดบนภาพตน้ พชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบจบั คู่ ลกั ษณะของคำถำม กาหนดภาพสีของตน้ พชื ชนิดต่าง ๆ ขนาด 1 x 1 นิ้ว จานวน 4 ภาพ วางเรียงกนั ในแนวดิ่งทางดา้ นซา้ ยมือของกระดาษพร้อมกบั มีจุดสี ดาขนาดใหญ่ 4 จุดวางกากบั ทางดา้ นขวามือของภาพแต่ละภาพ ภาพละ 1 จุด ส่วนทางดา้ นขวามือของกระดาษจะเป็นภาพ ส่วนประกอบของพืช จานวน 4 ภาพ โดยภาพแตล่ ะภาพจะเป็น ส่วนประกอบของพชื เพยี ง 1 ส่วนประกอบเทา่ น้นั และดา้ นซา้ ยมือ ของภาพส่วนประกอบของพืชแต่ละภาพจะมีจุดสีดาขนาดใหญว่ าง กากบั อยู่ ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี จะเป็นการกาหนดให้โยงเส้นจบั คู่ระหวา่ งภาพตน้ พืชท่ีอยทู่ างดา้ นซา้ ยมือกบั ภาพที่ เป็นส่วนประกอบของพชื ทางดา้ นขวามือใหถ้ ูกตอ้ ง 54
ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหโ้ ยงเส้นจบั คูภ่ าพส่วนประกอบต่าง ๆ ของตน้ พืชท่ีสอดคลอ้ งกนั ใหถ้ ูกตอ้ ง 1 2 3 4 55
จุดประสงค์ท่ี 4 ผเู้ รียนสามารถบอกลกั ษณะของรากพชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามลกั ษณะของรากพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ นลกั ษณะท่ีสาคญั ของรากพชื 3. ตวั ลวงที่ 1 เป็นไม่ใช่ลกั ษณะของรากพืช แต่เป็นลกั ษณะของลาตน้ พืช 4. ตวั ลวงท่ี 2 เป็นไม่ใช่ลกั ษณะของรากพืช แตเ่ ป็นลกั ษณะของลาตน้ พชื และไมซ่ ้ากบั ลกั ษณะของลาตน้ พืชในตวั ลวงท่ี 1 5. ตวั ลวงที่ 3 เป็นไม่ใช่ลกั ษณะของรากพืช แต่เป็นลกั ษณะของลาตน้ พชื และไมซ่ ้า กบั ลกั ษณะของลาตน้ พชื ในตวั ลวงท่ี 1 , 2 ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. รากพืชมีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร ก. มีคลอโรฟิ ลล์ ข. มีขอ้ ปลอ้ ง ตา ค. รากส่วนใหญม่ ีสีขาว ง. รากส่วนใหญม่ ีสีเขียว 2. ขอ้ ใดกล่าวถึงลกั ษณะของรากพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. มีขอ้ ปลอ้ ง ตา ข. โคนใหญ่ ปลายเล็ก ค. มีสีขาวและสีน้าตาลอ่อน ง. มีลกั ษณะเหมือนมือเกาะยดึ 56
จุดประสงค์ท่ี 5 ผเู้ รียนสามารถบอกลกั ษณะของลาตน้ พชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามลกั ษณะของลาตน้ พืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ นลกั ษณะของลาตน้ พชื 3. ตวั ลวงที่ 1 ไมใ่ ช่ลกั ษณะของลาตน้ พชื แตเ่ ป็ นลกั ษณะของรากพืช 4. ตวั ลวงท่ี 2 ไม่ใช่ลกั ษณะของลาตน้ พืช แต่เป็ นลกั ษณะของรากพืช และไมซ่ ้ากบั ลกั ษณะของรากพชื ในตวั ลวงท่ี 1 5. ตวั ลวงท่ี 3 ไม่ใช่ลกั ษณะของลาตน้ พืช แต่เป็ นลกั ษณะของรากพืช และไมซ่ ้ากบั ลกั ษณะของรากพืชในตวั ลวงที่ 1 , 2 ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. ลาตน้ พืชมีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร ก. ลาตน้ ส่วนใหญม่ ีสีขาว ข. ลาตน้ ส่วนใหญ่อยบู่ นดิน ค. ลาตน้ ไม่มีขอ้ ปลอ้ ง ง. โคนของลาตน้ จะใหญ่ ส่วนปลายจะเล็ก 2. ขอ้ ใดไม่ใช่ลกั ษณะของลาตน้ พืช ก. มีคลอโรฟิ ลล์ ข. ส่วนใหญม่ ีสีขาว ค. ส่วนใหญอ่ ยบู่ นดิน ง. มีขอ้ ปลอ้ ง และตา 57
จุดประสงค์ที่ 6 ผเู้ รียนสามารถบอกลกั ษณะของใบพชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามลกั ษณะของใบพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ลกั ษณะของใบพืช 3. ตวั ลวงที่ 1 ไม่ใช่ลกั ษณะของใบพชื แต่เป็นลกั ษณะของลาตน้ พชื 4. ตวั ลวงท่ี 2 ไม่ใช่ลกั ษณะของใบพืช แตเ่ ป็นลกั ษณะของลาตน้ พชื และไมซ่ ้ากบั ลกั ษณะลาตน้ พืชในตวั ลวงท่ี 1 5. ตวั ลวงท่ี 3 ไม่ใช่ลกั ษณะของใบพืช แตเ่ ป็นลกั ษณะของลาตน้ พืช และไม่ซ้ากบั ลกั ษณะของลาตน้ พชื ในตวั ลวงที่ 1 , 2 ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. ขอ้ ใดกล่าวถึงลกั ษณะของใบพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เจริญแตกออกมาจากลาตน้ ข. มีสีเขียว มีรูปร่างตา่ ง ๆ กนั ค. เจริญไปเป็ นก่ิงหรือดอกไม้ ง. เจริญเติบโตท้งั ความยาวและความกวา้ ง 2. ขอ้ ใดไม่ใช่ลกั ษณะของใบพชื ก. มีสีเขียว ข. มีกลิ่นหอม ค. มีรูปร่างต่าง ๆ กนั ง. มีกา้ นใบ แผน่ ใบ เส้นใบ เส้นกลางใบ 58
จุดประสงค์ท่ี 7 ผเู้ รียนสามารถบอกลกั ษณะของดอกพืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามลกั ษณะของดอกพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ นลกั ษณะของดอกพชื 3. ตวั ลวงที่ 1 ไม่ใช่ลกั ษณะของดอก แต่เป็นลกั ษณะของรากพืช 4. ตวั ลวงที่ 2 ไม่ใช่ลกั ษณะของดอก แต่เป็นลกั ษณะของลาตน้ พืช 5. ตวั ลวงที่ 3 ไม่ใช่ลกั ษณะของดอก แต่เป็นลกั ษณะของใบพืช ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ ง คาถาม 1. ขอ้ ใดกล่าวถึงลกั ษณะของดอกไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นส่วนของพชื ท่ีมีความแตกตา่ งกนั ท้งั รูปร่าง ขนาด สีและกล่ิน ข. เป็นส่วนของพืชที่เจริญเติบโตยนื่ ออกมาทางดา้ นขา้ งของลาตน้ ค. เป็นส่วนของพืชท่ีงอกออกจากเมลด็ ก่อนส่วนอ่ืน ง. เป็นส่วนของพชื ที่อยตู่ ่อจากรากข้ึนมา 2. ขอ้ ใดไม่ใช่เป็นลกั ษณะของดอกพืช ก. มีกล่ินหอม ข. มีหลากหลายสี ค. มีรูปร่างที่แตกตา่ งกนั ง. มีเกสรตวั ผแู้ ละเกสรตวั เมีย 59
จุดประสงค์ที่ 8 เม่ือกาหนดช่ือและลกั ษณะของส่วนต่าง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียน รูปแบบของคำถำม สามารถจบั คูช่ ื่อของส่วนต่าง ๆ ของพชื กบั ลกั ษณะของส่วนต่าง ๆ ลกั ษณะของคำถำม ของพืชได้ รูปแบบของคาถามเป็นแบบจบั คู่ ลกั ษณะของคำตอบ เป็นการกาหนดขอ้ ความที่เป็ นลกั ษณะของส่วนต่าง ๆ ของพชื มา ใหจ้ านวน 10 ลกั ษณะ พมิ พเ์ รียงกนั ในแนวต้งั ชิดกระดาษคอ่ นไป ทางดา้ นซา้ ยมือ ห่างจากขอบกระดาษประมาณ 1.5 นิ้ว และมีเลข 1 – 10 กากบั เป็นเลขขอ้ หนา้ ขอ้ ความดงั กล่าว พร้อมกบั มีช่องวา่ ง หนา้ ตวั เลขขอ้ ของแต่ละขอ้ ความ ส่วนทางดา้ นขวามือของกระดาษ จะเป็นคาท่ีเป็ นชื่อของพชื จานวน 2 ช่ือและช่ือของส่วนประกอบ ของพืชจานวน 8 ช่ือที่ไมซ่ ้ากนั โดยดา้ นหนา้ คาแต่ละคาดงั กล่าว จะมีการพมิ พพ์ ยญั ชนะไทยต้งั แต่ตวั ก-ญ พมิ พเ์ รียงเป็นแนวต้งั ห่างจากขอบกระดาษทางดา้ นขวามือประมาณ 1 นิ้ว เป็นการกาหนดใหน้ าพยญั ชนะ ก-ญ หนา้ คาทางดา้ นขวามือไป เขียนเติมลงในช่องวา่ งหนา้ ขอ้ ความทางดา้ นซา้ ยมือ ใหถ้ ูกตอ้ ง ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง จงนาพยญั ชนะหนา้ ขอ้ ความทางขวามือไปเขียนลงในช่องวา่ งหนา้ ขอ้ ความทาง ซา้ ยมือใหส้ มั พนั ธ์กนั ______1. ส่วนของพืชที่งอกออกจากเมลด็ ก่อนส่วนอื่น ก. ใบเตย ______2. ส่วนของพชื ท่ีอยตู่ ่อจากรากข้ึนมา ข. ดอกสมบรู ณ์เพศ ______3. ส่วนของพชื ที่แผก่ วา้ งเป็นแผน่ ค. ดอกครบส่วน ______4. ส่วนก่ิงหรือใบที่เปลี่ยนแปลงไปทาหนา้ ที่ในการสืบพนั ธุ์ ง. รากแกว้ ______5. รากที่งอกออกจากเมล็ดก่อนส่วนอื่น จ. รากฝอย ______6. รากเส้นเลก็ ๆ ขนาดโตสม่าเสมอ ฉ. ออ้ ย ______7. ดอกท่ีมีท้งั เกสรตวั ผแู้ ละเกสรตวั เมียในดอกเดียวกนั ช. ดอก ______8. ดอกท่ีประกอบดว้ ย กลีบเล้ียง กลีบดอก เกสรตวั ผู้ เกสรตวั เมีย ซ. ใบ ______9. พืชที่เห็นขอ้ และปลอ้ งชดั เจน ฌ. ลาตน้ ______10. พืชที่มีลกั ษณะเสน้ ใบขนานกนั ญ. ราก 60
จุดประสงค์ที่ 9 ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ท่ีของรากพชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามหนา้ ที่ของรากพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น หนา้ ที่ของรากพืช 3. ตวั ลวงที่ 1 ไม่ใช่หนา้ ท่ีของรากพืช แต่เป็นหนา้ ท่ีของใบพืช 4. ตวั ลวงที่ 2 ไมใ่ ช่หนา้ ที่ของรากพชื แต่เป็นหนา้ ท่ีของใบพืช และไม่ซ้ากบั หนา้ ท่ีของ ใบพชื ในตวั ลวงที่ 1 5. ตวั ลวงท่ี 3 ไมใ่ ช่หนา้ ที่ของรากพชื แต่เป็นหนา้ ท่ีของใบพืช และไม่ซ้ากบั หนา้ ที่ของ ใบพชื ในตวั ลวงท่ี 1, 2 ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ ง คาถาม 1. หนา้ ท่ีหลกั ของรากพชื คือ ก. คายน้า ข. หายใจ ค. สร้างอาหาร ง. ดูดน้าและแร่ธาตุจากดิน 2. ขอ้ ใดไม่ใช่หนา้ ท่ีของรากพชื ก. สะสมอาหาร ข. ยดึ ลาตน้ ใหต้ ้งั อยบู่ นดิน ค. ชูใบใหไ้ ดร้ ับแสงแดด ง. ดูดน้าและแร่ธาตุจากดิน 61
จุดประสงค์ที่ 10 ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ท่ีของลาตน้ พืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามหนา้ ท่ีของลาตน้ พืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น หนา้ ที่ของลาตน้ พชื 3. ตวั ลวงที่ 1 ไม่ใช่หนา้ ที่ของลาตน้ พชื แต่เป็นหนา้ ท่ีของใบพืช 4. ตวั ลวงที่ 2 ไม่ใช่หนา้ ที่ของลาตน้ พืช แต่เป็นหนา้ ที่ของใบพืช และไมซ่ ้ากบั หนา้ ที่ ของใบพืชในตวั ลวงท่ี 1 5. ตวั ลวงที่ 3 ไม่ใช่หนา้ ท่ีของลาตน้ พืช แต่เป็นหนา้ ที่ของใบพชื และไม่ซ้ากบั หนา้ ที่ ของใบพชื ในตวั ลวงท่ี 1 , 2 ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. หนา้ ที่ของลาตน้ คือ ขอ้ ใด ก. สร้างอาหาร ข. หายใจ ค. เป็นทางเขา้ -ออกของออกซิเจน ง. เป็นทางลาเลียงน้าและอาหาร 2. ส่วนประกอบใดของพชื ซ่ึงมีหนา้ ท่ีเปรียบไดก้ บั ทอ่ น้าในบา้ น ก. ราก ข. ลาตน้ ค. ใบ ง. ดอก 62
จุดประสงค์ท่ี 11 ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ท่ีของใบพืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามหนา้ ที่ของใบพชื ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น หนา้ ท่ีของใบพชื 3. ตวั ลวงท่ี 1 ไมใ่ ช่หนา้ ที่ของใบพชื แตเ่ ป็นหนา้ ท่ีของรากพืช 4. ตวั ลวงที่ 2 ไม่ใช่หนา้ ท่ีของใบพชื แตเ่ ป็นหนา้ ที่ของรากพืช และไมซ่ ้ากบั หนา้ ท่ีของ รากพชื ในตวั ลวงที่ 1 5. ตวั ลวงที่ 3 ไมใ่ ช่หนา้ ท่ีของใบพชื แตเ่ ป็นหนา้ ท่ีของรากพืช และไม่ซ้ากบั หนา้ ท่ีของ รากพชื ในตวั ลวงที่ 1 , 2 ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. ขอ้ ใดกล่าวถึงหนา้ ท่ีของใบพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. อุม้ น้า ข. สร้างอาหาร ค. สะสมอาหาร ง. ดูดความช้ืนจากอากาศ 2. ขอ้ ใดไม่ใช่หนา้ ที่ของใบพืช ก. ดูดน้า ข. คายน้า ค. หายใจ ง. สร้างอาหาร 63
จุดประสงค์ท่ี 12 ผเู้ รียนสามารถบอกหนา้ ท่ีของดอกพืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามหนา้ ท่ีของดอกพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น หนา้ ท่ีของดอก 3. ตวั ลวงที่ 1 ไมใ่ ช่หนา้ ท่ีของดอก แต่เป็ นหนา้ ที่ของส่วนประกอบของดอก 4. ตวั ลวงที่ 2 ไมใ่ ช่หนา้ ที่ของดอก แต่เป็ นหนา้ ท่ีของส่วนประกอบของดอก และไมซ่ ้า กบั หนา้ ท่ีของส่วนประกอบของดอกในตวั ลวงท่ี 1 5. ตวั ลวงที่ 3 ไมใ่ ช่หนา้ ที่ของดอก แตเ่ ป็ นหนา้ ที่ของส่วนประกอบของดอก และไม่ซ้า กบั หนา้ ท่ีของส่วนประกอบของดอกในตวั ลวงท่ี 1 , 2 ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. ขอ้ ใดคือหนา้ ที่ของดอก ก. ชูดอก ข. สืบพนั ธุ์ ค. ล่อแมลง ง. ห่อหุม้ ดอก 2. ส่วนประกอบใดของดอกที่ทาหนา้ ที่ผสมพนั ธุ์ ก. กลีบดอก ข. กลีบเล้ียง ค. เกสรตวั ผู้ ง. เกสรตวั เมีย 64
จุดประสงค์ท่ี 13 เมื่อกาหนดหนา้ ท่ีของส่วนต่าง ๆ ของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุ วา่ เป็นหนา้ ท่ีของพชื ส่วนใดไดถ้ ูกตอ้ ง รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเติมคา ลกั ษณะของคำถำม เป็นการกาหนดขอ้ ความท่ีเป็ นหนา้ ท่ีของส่วนต่าง ๆ ของพืชมาให้ จานวน 8 ขอ้ ความพิมพเ์ รียงกนั ในแนวต้งั ภายในกรอบส่ีเหล่ียม ขนาด 8 x 8 ซม. ซ่ึงพิมพไ์ วต้ รงกลางของหนา้ กระดาษ ดา้ นล่าง ของกรอบสี่เหล่ียม จะพิมพต์ ารางโดยแบง่ ดา้ นบนของตาราง ออกเป็ น 3 ช่องในแนวนอน ซ่ึงในช่องแรกของแนวนอนจะพิมพ์ คาวา่ ส่วนประกอบต่าง ๆ ของพืชตรงกลางตาราง ช่องท่ี 2 และ ช่องท่ี 3 ของแนวนอน จะแบ่งตารางออกเป็ น 4 ส่วนในแนวด่ิง โดยแต่ละช่องจะพิมพค์ าวา่ ราก ลาตน้ ใบ และดอกท่ีตรงดา้ นบน ของช่องท้งั 4 ตามลาดบั และช่องท่ี 3 ในแนวนอนจะเป็นส่วนที่ วา่ งเพื่อใหน้ าคาตอบมาเติม ลกั ษณะของคำตอบ จะเป็นการใหน้ าขอ้ ความที่เป็ นหนา้ ท่ีของส่วนต่าง ๆ ของพืชท่ี กาหนดไวใ้ นกรอบสี่เหล่ียม มาเขียนเติมลงในช่องวา่ งให้ถูกตอ้ ง ตามช่ือส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของพืชที่กาหนดใหท้ ี่หวั ตารางช่องที่ 2 นบั จากดา้ นบนของตารางลงมา ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหน้ าหนา้ ท่ีของส่วนตา่ ง ๆ ของพืชที่กาหนดใหเ้ ป็นขอ้ ๆ ในตาราง มาเขียน เติมลงในช่องส่วนต่าง ๆ ของพชื ใหถ้ ูกตอ้ ง 1. ชูกา้ นใบ และดอกใหไ้ ดร้ ับแสงแดด 2. ช่วยยดึ ลาตน้ ใหต้ ้งั อยบู่ นดิน 3. การสืบพนั ธุ์ 4. ดูดน้าและแร่ธาตุที่สะสมอยใู่ นดิน 5. สร้างอาหาร 6. หายใจ 7. เป็นทางลาเลียงน้าและแร่ธาตุ 8. คายน้า 65
ส่วนประกอบต่าง ๆ ของพชื ราก ลาตน้ ใบ ดอก จุดประสงค์ท่ี 14 เมื่อกาหนดชื่อและหนา้ ท่ีของส่วนต่าง ๆ ของพชื มาให้ ผเู้ รียน สามารถจบั คู่ชื่อส่วนต่าง ๆ ของพืชและหนา้ ที่ของส่วนตา่ ง ๆ ของ รูปแบบของคำถำม พืชไดถ้ ูกตอ้ ง ลกั ษณะของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบจบั คู่ กาหนดขอ้ ความท่ีเป็นหนา้ ท่ีของส่วนตา่ ง ๆ ของพืชมาใหจ้ านวน 8 หนา้ ที่ โดยพิมพข์ อ้ ความดงั กล่าววางเรียงกนั ในแนวดิ่งทางดา้ น ซา้ ยมือของกระดาษ ห่างจากขอบกระดาษประมาณ 1.5 นิ้ว พร้อม กบั มีช่องวา่ งดา้ นหนา้ ขอ้ ความแต่ละขอ้ ความ ดงั กล่าว ส่วน ทางดา้ นขวามือของกระดาษเป็นชื่อของส่วนตา่ ง ๆ ของพืช พมิ พ์ เรียงกนั เป็ นแถวในแนวด่ิง ห่างจากขอบกระดาษทางดา้ นขวามือ ประมาณ 1.5 นิ้ว โดยดา้ นหนา้ ของคาดงั กล่าว จะมีพยญั ชนะไทย ต้งั แต่ ก – ซ กากบั ไวใ้ นแตล่ ะขอ้ 66
ลกั ษณะของคำตอบ เป็นการกาหนดใหน้ าพยญั ชนะ ก-ซ หนา้ คาทางดา้ นขวามือมา เขียนเติมลงในช่องวา่ งขอ้ ความทางดา้ นซา้ ยมือ ที่มีความสมั พนั ธ์ กนั ใหถ้ ูกตอ้ ง ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง จงนาพยญั ชนะหนา้ คาทางขวามือมาเขียนลงในช่องวา่ งหนา้ ขอ้ ความทางซา้ ยมือให้ ถูกตอ้ งและสัมพนั ธ์กนั ______1. มีหนา้ ที่ดูดน้าและแร่ธาตุ ก. รากแกว้ ______2. ชูดอกใหเ้ ด่น เพื่อสะดวกในการผสมพนั ธุ์ ข. รากฝอย ______3. ป้ องกนั ดอก ค. ลาตน้ ______4. ส่วนของพืชที่ทาหนา้ ท่ีในการคายน้า ง. ใบ ______5. ส่วนหนา้ ท่ีของพืชท่ีทาหนา้ ท่ีสืบพนั ธุ์ จ. ดอก ______6. ทาหนา้ ท่ีช่วยล่อแมลงมาผสมเกสร ฉ. กลีบดอก ______7. ลาเลียงน้าและแร่ธาตุ ช. กา้ นดอก ______8. ยดึ ลาตน้ ใหต้ ้งั อยบู่ นดิน ซ. กลีบเล้ียง จุดประสงค์ที่ 15 ผเู้ รียนสามารถบอกปัจจยั ท่ีจาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็ นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามปัจจยั ที่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ นปัจจยั ที่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพชื 3. ตวั ลวงท่ี 1 เป็นปัจจยั ที่จาเป็ นตอ่ การเจริญเติบโตของพืช 3 ส่วน แตม่ ี 1 ส่วนที่ไมใ่ ช่ ปัจจยั ที่จาเป็นตอ่ การเจริญเติบโตของพืช 4. ตวั ลวงท่ี 2 เป็นปัจจยั ท่ีจาเป็ นต่อการเจริญเติบโตของพชื 3 ส่วน แตม่ ี 1 ส่วนท่ีไมใ่ ช่ ปัจจยั ที่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช และไม่ซ้ากบั ส่วนท่ีไมใ่ ช่ปัจจยั ที่จาเป็นต่อ การเจริญเติบโตของพชื ในตวั ลวงที่ 1 5. ตวั ลวงท่ี 3 เป็นปัจจยั ที่จาเป็ นต่อการเจริญเติบโตของพชื 3 ส่วน แต่มี 1 ส่วนท่ีไมใ่ ช่ ปัจจยั ท่ีจาเป็นตอ่ การเจริญเติบโตของพชื และไม่ซ้ากบั ส่วนท่ีไม่ใช่ปัจจยั ท่ีจาเป็นต่อ การเจริญเติบโตของพืชในตวั ลวงที่ 1 , 2 67
ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ ง คาถาม 1. ขอ้ ใดคือปัจจยั ที่จาเป็ นต่อการเจริญเติบโตของพืช ก. น้า แสง ความช้ืน อากาศ ข. ป๋ ุย ดิน น้า อากาศ ค. ดิน น้า แสง อากาศ ง. แสง อุณหภมู ิ น้า อากาศ 2. ส่ิงใดจาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ก. ป๋ ุย ข. น้า ค. ความช้ืน ง. อุณหภูมิ จุดประสงค์ท่ี 16 ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของดินที่มีต่อการเจริญเติบโตของ พืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามความสาคญั ของดินที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ความสาคญั ของดินท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพชื 3. ตวั ลวงที่ 1ไมใ่ ช่ความสาคญั ของดินท่ีมีตอ่ การเจริญเติบโตของพืช แตเ่ ป็น ความสาคญั ของน้าท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพชื 4. ตวั ลวงที่ 2 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของดินท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพชื แตเ่ ป็น ความสาคญั ของน้าที่มีต่อการเจริญเติบโตของพชื และไม่ซ้ากบั ความสาคญั ของน้าที่ มีต่อการเจริญเติบโตของพชื ในตวั ลวงที่ 1 5. ตวั ลวงที่ 3 ไม่ใช่ความสาคญั ของดินท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพืช แต่เป็นความ สาคญั ของน้าท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพชื และไม่ซ้ากบั ความสาคญั ของน้าที่มีต่อ การเจริญเติบโตของพืชในตวั ลวงที่ 1 , 2 68
ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. ดินมีความสาคญั ตอ่ การเจริญเติบโตของพืชอยา่ งไร ก. ใหค้ วามชุ่มช้ืนแก่พชื ข. ช่วยละลายแร่ธาตุอาหาร ค. เป็นแหล่งธาตุอาหารของพืช ง. ช่วยรักษาอุณหภูมิใหพ้ อเหมาะ 2. ขอ้ ใดไม่ใช่ความสาคญั ของดินท่ีมีตอ่ การเจริญเติบโตของพืช ก. ดินเป็นท่ีอยอู่ าศยั ของพชื ข. ดินทาใหร้ ากยดึ ลาตน้ ของพืช ค. ดินช่วยละลายธาตุอาหารของพืช ง. ดินเป็นแหล่งธาตุอาหารของพชื จุดประสงค์ที่ 17 ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของน้าท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของ พืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามความสาคญั ของน้าท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ความสาคญั ของน้าท่ีมีตอ่ การเจริญเติบโตของพชื 3. ตวั ลวงท่ี 1 ไม่ใช่ความสาคญั ของน้า ที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืช แตเ่ ป็น ความสาคญั ของปัจจยั อื่นท่ีจาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพชื 4. ตวั ลวงที่ 2 ไม่ใช่ความสาคญั ของน้า ที่มีต่อการเจริญเติบโตของพชื แต่เป็น ความสาคญั ของปัจจยั อื่นที่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช และไมซ่ ้ากบั ความสาคญั ของปัจจยั อ่ืนที่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพชื ในตวั ลวงท่ี 1 5. ตวั ลวงท่ี 3 ไม่ใช่ความสาคญั ของน้า ที่มีต่อการเจริญเติบโตของพชื แต่เป็น ความสาคญั ของปัจจยั อื่นที่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช และไมซ่ ้ากบั ความสาคญั ของปัจจยั อ่ืนท่ีจาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพชื ในตวั ลวงท่ี 1 , 2 69
ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. น้ามีความสาคญั ต่อการเจริญเติบโตของพืชอยา่ งไร ก. เป็นแหล่งแร่ธาตุอาหารของพืช ข. เป็นตวั กลางช่วยในการลาเลียงอาหารของพืช ค. พชื ใชใ้ นการหายใจ ง. เป็นตวั ดูดกลืนแสง 2. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของน้าท่ีมีตอ่ การเจริญเติบโตของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นวตั ถุดิบของการสร้างอาหาร ข. ช่วยในการงอกของเมลด็ ค. ช่วยละลายธาตุอาหารของพืชที่อยใู่ นดิน ง. เป็นแหล่งแร่ธาตุอาหารของพชื จุดประสงค์ที่ 18 ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของอากาศที่มีต่อการเจริญเติบโต ของพชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามความสาคญั ของอากาศท่ีมีต่อการเจริญเติบโต ของพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ความสาคญั ของอากาศท่ีมีตอ่ การเจริญเติบโตของพชื 3. ตวั ลวงที่ 1 ไม่ใช่ความสาคญั ของอากาศท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพืช แตเ่ ป็น ความสาคญั ของน้าท่ีจาเป็ นต่อการเจริญเติบโตของพืช 4. ตวั ลวงท่ี 2 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของอากาศ ที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืช แต่เป็น ความสาคญั ของน้าท่ีจาเป็ นต่อการเจริญเติบโตของพชื และไมซ่ ้ากบั ความสาคญั ของ น้าที่จาเป็นตอ่ การเจริญเติบโตของพชื ในตวั ลวงที่ 1 70
5. ตวั ลวงที่ 3 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของอากาศ ที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืช แต่เป็น ความสาคญั ของน้าที่จาเป็ นต่อการเจริญเติบโตของพืช และไม่ซ้ากบั ความสาคญั ของ น้าที่จาเป็นตอ่ การเจริญเติบโตของพืชในตวั ลวงท่ี 1 , 2 ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. อากาศมีความสาคญั ต่อการเจริญเติบโตของพชื อยา่ งไร ก. ช่วยในการหายใจ ข. ช่วยละลายธาตุอาหารของพืช ค. ช่วยรักษาอุณหภูมิใหพ้ อเหมาะ ง. ช่วยในการลาเลียงอาหารของพชื 2. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของอากาศที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นตวั ดูดกลืนแสง ข. ใหค้ วามชุ่มช้ืนแก่พืช ค. ช่วยในการงอกของเมลด็ ง. ใชก้ ๊าซคาร์บอนไดออกไซดใ์ นการสร้างอาหาร จุดประสงค์ท่ี 19 ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของแสงที่มีตอ่ การเจริญเติบโตของ พืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพืช ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ นความสาคญั ของแสงที่มีตอ่ การเจริญเติบโตของพชื 3. ตวั ลวงท่ี 1 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของแสงที่มีต่อการเจริญเติบโตของพชื แตเ่ ป็น ความสาคญั ของน้าท่ีมีตอ่ การเจริญเติบโตของพืช 4. ตวั ลวงท่ี 2 ไม่ใช่ความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพชื แตเ่ ป็น ความสาคญั ของดินที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืช 71
5. ไมใ่ ช่ความสาคญั ของแสงที่มีตอ่ การเจริญเติบโตของพชื แต่เป็นความสาคญั ของ อากาศที่มีต่อการเจริญเติบโตของพชื ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ ง คาถาม 1. แสงมีความสาคญั ตอ่ พืชอยา่ งไร ก. เป็นแหล่งธาตุอาหารของพืช ข. ช่วยละลายแร่ธาตุอาหารในดิน ค. ช่วยในการสร้างอาหาร ง. ช่วยในการหายใจ 2. ขอ้ ใดคือความสาคญั ของแสงที่มีตอ่ พืช ก. แลกเปลี่ยนแก๊ส ข. ดูดซึมน้าและแร่ธาตุ ค. ลาเลียงน้าและอาหาร ง. ช่วยในการสร้างคลอโรฟิ ลล์ จุดประสงค์ที่ 20 เมื่อกาหนดผลท่ีเกิดข้ึนกบั พืชอนั เน่ืองมาจากการขาดปัจจยั ท่ีทาให้ พืชเจริญเติบโตในกรณีตา่ ง ๆมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุสาเหตุของ การเกิดผลดงั กล่าวไดถ้ ูกตอ้ ง รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบและแบบเขียนตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามจะมีลกั ษณะดงั น้ี 1. คาถามเป็นการถามผลที่เกิดข้ึนอนั เน่ืองมาจากการขาดปัจจยั ท่ีทาใหพ้ ืชเจริญเติบโต ( แบบเลือกตอบ ) 2. คาถามเป็นการกาหนดผลที่เกิดข้ึนกบั พชื อนั เนื่องมาจากการขาดปัจจยั ที่ทาใหพ้ ืช เจริญเติบโตในกรณีต่าง ๆ มาให้ แลว้ ใหเ้ ขียนบอกสาเหตุของการเกิดผลดงั กล่าวน้นั ( แบบเขียนตอบ ) ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ ขอ้ ท่ี 1 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ลกั ษณะของพืชที่เกิดจากการท่ีขาดน้า 72
3. ตวั ลวงท่ี 1ไม่ใช่ลกั ษณะของพืชที่เกิดจากการขาดน้า แต่เป็นลกั ษณะของพชื ท่ีไดร้ ับ น้าอยา่ งเพยี งพอ 4. ตวั ลวงที่ 2 ไมใ่ ช่ลกั ษณะของพชื ที่เกิดจากการที่พชื ขาดน้า แตเ่ ป็นลกั ษณะของพืชท่ี ไมไ่ ดร้ ับแสงแดดอยา่ งเพียงพอ 5. ตวั ลวงท่ี 3 ไมใ่ ช่ลกั ษณะของพชื ท่ีเกิดจากการท่ีพชื ขาดน้า แต่เป็นลกั ษณะของพชื ที่ ขาดธาตุอาหาร ลกั ษณะของคาตอบ ขอ้ ที่ 2 เป็นการกาหนดช่องวา่ งจานวน 3 บรรทดั พร้อมกบั พิมพเ์ ส้นบรรทดั ดว้ ยจุดไข่ปลา เพื่อใหเ้ ขียนคาตอบลงในช่องวา่ งที่กาหนดใหด้ งั กล่าว ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ ง คาถาม 1. พชื ท่ีขาดน้านาน ๆ จะมีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร ก. ลาตน้ และใบอวบอว้ น ข. ลาตน้ และใบมีสีเหลืองซีด ค. ใบแหง้ เฉาและร่วงหล่น ง. ลาตน้ และใบมีขนาดเล็กลง 2. การที่ใบของพืชมีสีซีดน้นั มีสาเหตุมาจากขอ้ ใด ก. ขาดน้า ข. ขาดแสงแดด ค. ขาดอากาศ ง. ขาดอาหาร ตวั อยา่ งขอ้ สอบแบบเขียนตอบ คาช้ีแจง ใหต้ อบคาถามต่อไปน้ี โดยเขียนคาตอบลงในช่องวา่ งที่กาหนดให้ คาถาม 1. ถา้ ตน้ ไมข้ าดน้า จะเกิดผลอยา่ งไร ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… 73
2. ถา้ ตน้ ไมข้ าดดิน จะเกิดผลอยา่ งไร ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… 3. ถา้ ตน้ ไมข้ าดอากาศ จะเกิดผลอยา่ งไร ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… 4. ถา้ ตน้ ไมข้ าดแสง จะเกิดผลอยา่ งไร ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… จุดประสงค์ท่ี 21 เมื่อกาหนดปัจจยั ต่าง ๆ ท่ีมีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพชื และความ สาคญั ของปัจจยั น้นั ๆ มาให้ ผเู้ รียนสามารถจบั คูก่ บั ความสาคญั รูปแบบของคำถำม ของปัจจยั น้นั ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง ลกั ษณะของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็ นแบบเติมคา เป็นการกาหนดขอ้ ความท่ีเป็ นความสาคญั ของปัจจยั ที่มีผลตอ่ การ เจริญเติบโตของพชื มาให้ จานวน 6 ขอ้ ความ พมิ พเ์ รียงกนั ใน แนวต้งั ภายในกรอบสี่เหล่ียมขนาด 6 x 8 ซม. ไวต้ รงกลางของ หนา้ กระดาษ ดา้ นล่างของกรอบสี่เหล่ียม จะพิมพต์ ารางโดยแบ่ง ดา้ นบนของตารางออกเป็น 3 ช่องในแนวนอน ซ่ึงในช่องแรกจะ พมิ พค์ าวา่ ปัจจยั ที่มีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพืชตรงกลางตาราง และช่องท่ี 2 และช่องท่ี 3 จะแบ่งตารางออกเป็น 4 ส่วนในแนวดิ่ง โดยแตล่ ะช่องท่ี 2 ในแนวนอน 4 ช่องจะพมิ พค์ าวา่ ดิน น้า อากาศ และแสงที่ตรงดา้ นบนของช่องท้งั 4 ตามลาดบั ส่วนช่องที่ 3 จะ เป็นช่องวา่ งสาหรับเติมคาตอบ 74
ลกั ษณะของคำตอบ จะเป็นการใหน้ าขอ้ ความที่เป็ นความสาคญั ของปัจจยั ที่มีผลตอ่ การ เจริญเติบโตของพชื ท่ีกาหนดไวใ้ นกรอบสี่เหลี่ยม มาเขียนเติมลง ในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ งตามปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพืชท่ี กาหนดไวท้ ่ีหวั ตาราง ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหน้ าความสาคญั ของปัจจยั ท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชท่ีกาหนดให้ ในแต่ ละขอ้ ตอ่ ไปน้ีไปเขียน เติมลงในช่องตารางใหถ้ ูกตอ้ งตามปัจจยั น้นั 1. ใชใ้ นการสร้างอาหาร 2. ช่วยละลายแร่ธาตุอาหารที่อยใู่ นดิน 3. เป็นแหล่งท่ีอยขู่ องพชื 4. ใชใ้ นการหายใจของพชื 5. ใชเ้ ป็นวตั ถุดิบในการสร้างอาหารของพชื 6. เป็นแหล่งธาตุอาหารของพืช ปัจจัยทม่ี ีผลต่อกำรเจริญเตบิ โตของพชื ดิน นำ้ อำกำศ แสง 75
จุดประสงค์ที่ 22 เม่ือกาหนดขอ้ ความท้งั ท่ีใช่และไมใ่ ช่ความสาคญั ของปัจจยั ตา่ ง ๆ ท่ีมีต่อการเจริญเติบโตของพืชมาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความใดที่เป็ นความสาคญั ของปัจจยั ตา่ ง ๆ ที่มีต่อการ เจริญเติบโตของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบถูก-ผดิ ลกั ษณะของคำถำม กาหนดขอ้ ความท้งั ที่ใช่และไม่ใช่ความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ ท่ีมี ต่อการเจริญเติบโตของพชื มาให้ จานวน 10 ขอ้ ความ ซ่ึงจะมี ขอ้ ความท่ีใช่จานวน 5 ขอ้ ความ และขอ้ ความท่ีไมใ่ ช่จานวน 5 ขอ้ ความ วางสลบั กนั อยา่ งไม่เป็นระบบในแนวดิ่ง ซ่ึงดา้ นหนา้ ของ ขอ้ ความในแต่ละขอ้ จะมีช่องวา่ งไวใ้ หส้ าหรับเติมเคร่ืองหมายถูก หรือเคร่ืองหมายกากบาท ลกั ษณะของคำตอบ เป็นการใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายถูก ( ) หนา้ ขอ้ ความท่ีใช่ ความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ ท่ีมีตอ่ การเจริญเติบโตของพืชและ เคร่ืองหมายกากบาท ( X ) หนา้ ขอ้ ความท่ีไม่ใช่ความสาคญั ของ ปัจจยั ตา่ ง ๆ ที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืช ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง จงพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปน้ีและทาเครื่องหมายถูก ( ) หนา้ ขอ้ ความที่เป็น ความสาคญั ของปัจจยั ท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช หรือเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) หนา้ ขอ้ ความท่ีไม่ใช่ความสาคญั ของปัจจยั ที่มีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพชื _______1. ดินเป็ นแหล่งของแร่ธาตุอาหารใหก้ บั พชื _______2. พชื ที่ไดร้ ับน้าอยา่ งเพยี งพอจะทาใหล้ าตน้ และใบอวบอว้ น _______3. น้า แสงแดด อากาศ และคลอโรฟิ ลลเ์ ป็ นปัจจยั ที่จาเป็ นต่อการเจริญเติบโตของพชื _______4. พชื มีการสร้างอาหารท้งั กลางวนั และกลางคืน _______5. ใบของพืชมีสีเหลือง เพราะขาดน้า _______6. น้าช่วยละลายแร่ธาตุอาหารท่ีอยใู่ นดิน _______7. พืชท่ีขาดธาตุอาหารท่ีอยใู่ นดินจะมีขนาดของใบและลาตน้ เล็กลง _______8. พชื มีการหายใจเอาแกส๊ ออกซิเจนเขา้ ไป และคายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมา ในตอนกลางวนั _______9. น้าและแสงแดดใชเ้ ป็นวตั ถุดิบในการสร้างอาหารของพืช _______10. การใส่ป๋ ุยลงในดินเพอื่ เป็นการเพิ่มอากาศให้กบั ดิน 76
ข. ลกั ษณะคำถำมและคำตอบของแบบทดสอบก่อนเรียนและหนลงั เรียน จุดประสงค์ที่ 23 ผเู้ รียนสามารถบอกความหมายของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการใหผ้ เู้ รียนบอกความหมายของการสงั เคราะห์ดว้ ย แสงของพชื ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ความหมายของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 3. ตวั ลวงที่ 1 ไมใ่ ช่ความหมายของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แต่เป็นความสาคญั ของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 4. ตวั ลวงที่ 2 ไม่ใช่ความหมายของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แต่เป็ นความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื และไม่ซ้ากบั ความสาคญั ของ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ในตวั ลวงท่ี 1 5. ตวั ลวงที่ 3 ไม่ใช่ความหมายของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แต่เป็นความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช และไมซ่ ้ากบั ความสาคญั ของ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ในตวั ลวงท่ี 1 , 2 ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ ง คาถาม 1. การสังเคราะห์ดว้ ยแสง คืออะไร ก. การผลิตแกส๊ ออกซิเจน ข. การสร้างพลงั งานโดยใชแ้ สง ค. การสร้างอาหารของพชื สีเขียว ง. การลดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 77
2. ขอ้ ใดกล่าวถึงความหมายของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. การหายใจของพืช ข. การสร้างแหล่งพลงั งาน ค. การสร้างอาหารของพชื ง. การลาเลียงน้าและอาหารของพืช จุดประสงค์ท่ี 24 ผเู้ รียนสามารถบอกความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ย แสงของพืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการใหผ้ เู้ รียนบอกถึงความสาคญั ของกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 3. ตวั ลวงที่ 1 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แต่เป็ น ความสาคญั ของปัจจยั อ่ืน ของการเกิดกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 4. ตวั ลวงท่ี 2 ไม่ใช่ความสาคญั ของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช แต่เป็ น ความสาคญั ของปัจจยั การเกิดกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชอ่ืนท่ีไม่ซ้ากบั ความสาคญั ของปัจจยั การเกิดกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ในตวั ลวงที่ 1 5. ตวั ลวงที่ 3 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช แตเ่ ป็ น ความสาคญั ของปัจจยั การเกิดกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชอื่นท่ีไม่ซ้ากบั ความสาคญั ของปัจจยั การเกิดกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชในตวั ลวงท่ี 1,2 78
ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชได้ ถูกตอ้ ง ก. ผลิตธาตุคาร์บอนที่สาคญั ของระบบนิเวศ ข. ผลิตแกส๊ ออกซิเจนท่ีสาคญั ของระบบนิเวศ ค. ผลิตแก๊สไฮโดรเจนที่สาคญั ของระบบนิเวศ ง. ผลิตธาตุแมกนีเซียมที่สาคญั ของระบบนิเวศ 2. กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชมีความสาคญั อยา่ งไร ก. ช่วยกระตุน้ ใหเ้ กิดปฏิกิริยา ข. ช่วยเป็นแหล่งพลงั งานแสง ค. ช่วยลดปริมาณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ง. ช่วยเพม่ิ ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จุดประสงค์ที่ 25 เม่ือกาหนดขอ้ ความตา่ ง ๆ มาให้ ผเู้ รียนสามารถระบุไดว้ า่ ขอ้ ความ รูปแบบของคำถำม ไหนเป็นความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ลกั ษณะของคำถำม ไดถ้ ูกตอ้ ง รูปแบบของคาถามเป็ นแบบถูก-ผดิ ลกั ษณะของคำตอบ กาหนดขอ้ ความท้งั ท่ีใช่และไม่ใช่ความสาคญั ของกระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชมาให้ จานวน 7 ขอ้ ความ ซ่ึงจะมี ขอ้ ความที่ใช่จานวน 3 ขอ้ ความ และขอ้ ความท่ีไม่ใช่จานวน 4 ขอ้ ความ วางสลบั กนั อยา่ งไม่เป็นระบบในแนวดิ่ง ซ่ึงดา้ นหนา้ ของ ขอ้ ความในแต่ละขอ้ จะมีช่องวา่ งไวใ้ หส้ าหรับเติมเครื่องหมายถูก หรือเครื่องหมายกากบาท เป็นการกาหนดช่องวา่ งหนา้ ขอ้ ความที่เป็ นคาถามเพ่ือให้เขียน เครื่องหมายถูก ( ) หรือเครื่องหมายกากบาท ( X ) หนา้ ขอ้ ความท่ีใช่และไมใ่ ช่ความสาคญั ของกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 79
ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง จงเขียนเคร่ืองหมายถูก ( ) หนา้ ขอ้ ความที่เป็นความสาคญั ของกระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช หรือเครื่องหมายกากบาท ( × )หนา้ ขอ้ ความที่ไม่ใช่ ความสาคญั ของกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ________1.เป็ นแหล่งผลิตแก๊สไฮโดรเจนในระบบนิเวศ ________2. เป็นแหล่งผลิตแก๊สออกซิเจนในระบบนิเวศ ________3. เป็นแหล่งผลิตแกส๊ ไนโตรเจนในระบบนิเวศ ________4.เป็นแหล่งผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซดใ์ นระบบนิเวศ ________5.ช่วยลดปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซดใ์ นบรรยากาศ ________6.ช่วยตรึงแก๊สไนโตรเจนจากอากาศร่วมกบั พืช ________7. เป็นแหล่งอาหารและแหล่งพลงั งานที่สาคญั ของสิ่งมีชีวติ จุดประสงค์ที่ 26 ผเู้ รียนบอกผลเสียที่เกิดข้ึน หากพชื ไมม่ ีกระบวนการสงั เคราะห์ ดว้ ยแสงของพืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการใหผ้ เู้ รียนบอกถึงผลเสียที่เกิดจากพืชไมม่ ี กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชไดถ้ ูกตอ้ ง ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ผลเสียของการท่ีพชื ไมม่ ีกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 3. ตวั ลวงที่ 1 ไมใ่ ช่ผลเสียของการท่ีพชื ไม่มีกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช แตเ่ ป็นผลของการเสียสมดุลทางธรรมชาติ 4. ตวั ลวงท่ี 2 ไม่ใช่ผลเสียของการท่ีพืชไม่มีกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แตเ่ ป็นผลของการเกิดภาวะแหง้ แลง้ 5. ตวั ลวงที่ 3 ไม่ใช่ผลเสียของการท่ีพชื ไม่มีกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช แต่เป็นผลของการที่พชื มีการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 80
ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. หากพืชไมม่ ีกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง จะมีผลอยา่ งไรต่อส่ิงมีชีวิต ก. ส่ิงมีชีวติ เจริญเติบโตชา้ ข. ส่ิงมีชีวติ มีแหล่งอาหารที่สมบรู ณ์ ค. สิ่งมีชีวติ ต่าง ๆ ขาดอาหารและออกซิเจน ง. สิ่งมีชีวติ ขาดออกซิเจนและสืบพนั ธุ์ไม่ได้ 2. ถา้ พชื ไม่มีการสังเคราะห์ดว้ ยแสง จะเกิดผลอยา่ งไรกบั สิ่งแวดลอ้ ม ก. เกิดภาวะสิ่งแวดลอ้ มเป็นพษิ ข. เกิดภาวะสิ่งแวดลอ้ มแหง้ แลง้ ค. เกิดภาวะสิ่งแวดลอ้ มขาดความสมดุล ง. เกิดภาวะสิ่งแวดลอ้ มขาดความสมบูรณ์ จุดประสงค์ท่ี 27 ผเู้ รียนสามารถบอกปัจจยั ที่สาคญั ของการเกิดการสงั เคราะห์ดว้ ย แสงของพืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการใหผ้ เู้ รียนบอกปัจจยั ท่ีสาคญั ของการเกิด กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ปัจจยั ที่สาคญั ของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 3. ตวั ลวงท่ี 1 เป็นปัจจยั ท่ีสาคญั ของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชเพียง 3 ปัจจยั แตม่ ี 1 ปัจจยั ท่ีไมใ่ ช่เป็นปัจจยั ที่สาคญั ของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 4. ตวั ลวงที่ 2 เป็นปัจจยั ที่สาคญั ของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 3 ปัจจยั แต่มี 1 ปัจจยั ที่ไมใ่ ช่เป็นปัจจยั ที่สาคญั ของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื และไม่ซ้ากบั ส่วนที่ไม่ใช่ปัจจยั ท่ีสาคญั ของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชในตวั ลวงท่ี 1 81
5. ตวั ลวงท่ี 3 เป็นปัจจยั ที่สาคญั ของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 3 ปัจจยั แตม่ ี 1 ปัจจยั ที่ไมใ่ ช่เป็นปัจจยั ท่ีสาคญั ของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช และไม่ซ้ากบั ส่วนที่ไมใ่ ช่ปัจจยั ท่ีสาคญั ของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ในตวั ลวงที่ 1 , 2 ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. ขอ้ ใดเป็นปัจจยั สาคญั ของการเกิดกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ก. น้า แสง แป้ ง คลอโรฟิ ลล์ ข. น้าตาล แสง คลอโรฟิ ลล์ น้า ค. แสง น้า คลอโรฟิ ลล์ ออกซิเจน ง. น้า แสง คลอโรฟิ ลล์ คาร์บอนไดออกไซด์ 2. ขอ้ ใดกล่าวถึงปัจจยั ที่สาคญั ของของการเกิดการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชคือ ขอ้ ใด ก. แสง แป้ ง คลอโรฟิ ลล์ คาร์บอนไดออกไซด์ ข. น้า น้าตาล คลอโรฟิ ลล์ คาร์บอนไดออกไซด์ ค. น้า แสง คลอโรฟิ ลล์ คาร์บอนไดออกไซด์ ง. แสง ออกซิเจน คลอโรฟิ ลล์ คาร์บอนไดออกไซด์ จุดประสงค์ท่ี 28 ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของน้าที่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ย แสงของพืชได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็ นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามความสาคญั ของน้าที่มีต่อกระบวนการ ลกั ษณะของคำตอบ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ความสาคญั ของน้าที่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 82
3. ตวั ลวงท่ี 1 ไม่ใช่ความสาคญั ของน้าท่ีมีต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แต่เป็นความสาคญั ของแสงที่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 4. ตวั ลวงที่ 2 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของน้าที่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช แตเ่ ป็นความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ี่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 5. ตวั ลวงท่ี 3 ไม่ใช่ความสาคญั ของน้าที่มีต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แตเ่ ป็นความสาคญั ของแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดท์ ่ีมีตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ย แสงของพืช ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. น้ามีความสาคญั ต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชอยา่ งไร ก. เป็นสารที่ใหธ้ าตุคาร์บอนแก่พืช ข. เป็นสารที่ใหธ้ าตุไฮโดรเจนแก่พชื ค. เป็นสารท่ีช่วยกระตุน้ ใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมี ง. เป็นสารสีเขียวท่ีนาไปใชใ้ นการสร้างพลงั งานเคมี 2. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของน้าที่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. นาไปสร้างแป้ งและน้าตาล ข. นาไปใชส้ ร้างพลงั งานเคมีเพื่อสร้างสารอินทรีย์ ค. ใหธ้ าตุไฮโดรเจนรวมกบั แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ง. ทาใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมีระหวา่ งแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดก์ บั น้า จุดประสงค์ที่ 29 ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ่ีมีต่อ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็ นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามความสาคญั ของแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดท์ ี่มี ต่อ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ใหถ้ ูกตอ้ ง 83
ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ความสาคญั ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ่ีมีตอ่ กระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 3. ตวั ลวงท่ี 1 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ่ีมีตอ่ กระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แตเ่ ป็นความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อกระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 4. ตวั ลวงท่ี 2 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ี่มีต่อกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แตเ่ ป็นความสาคญั ของน้าที่มีตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ ดว้ ยแสงของพืช 5. ตวั ลวงท่ี 3 ไม่ใช่ความสาคญั ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ี่มีต่อกระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แตเ่ ป็นความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ่ีมีต่อกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ ง คาถาม 1. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ี่มีตอ่ กระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นสารที่ใหธ้ าตุคาร์บอนแก่พืช ข. เป็นสารท่ีใหธ้ าตุไฮโดรเจนแก่พืช ค. เป็นสารท่ีช่วยกระตุน้ ใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมี ง. เป็นสารสีเขียวที่นาไปใชใ้ นการสร้างพลงั งานเคมี 84
2. แก๊สคาร์บอนไดออกไซดม์ ีความสาคญั อยา่ งไรต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ย แสงของพืช ก. เป็นตวั ดูดซบั แสงจากดวงอาทิตย์ ข. เป็นสารช่วยลดอุณหภูมิภายในพืช ค. เป็นแกส๊ ท่ีเกิดข้ึนจากการหายใจของพืชและสิ่งมีชีวติ ตา่ งๆ ง. เป็นสารช่วยทาใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมีระหวา่ งแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ กบั น้า จุดประสงค์ท่ี 30 ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของแสงที่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ย แสงของพชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามความสาคญั ของแสงที่มีต่อกระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 3. ตวั ลวงท่ี 1 ไม่ใช่เป็นความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื แต่เป็นความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ่ีมีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ของพืช 4. ตวั ลวงที่ 2 ไมใ่ ช่เป็นความสาคญั ของแสงที่มีตอ่ กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ของพืช แต่เป็นความสาคญั ของน้าที่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 5. ตวั ลวงท่ี 3 ไม่ใช่เป็นความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื แต่เป็นความสาคญั ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ท่ีมีตอ่ กระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 85
ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถูกตอ้ ง คาถาม 1. แสงมีความสาคญั อยา่ งไรตอ่ กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ก. เป็นตวั รับพลงั งานแสงสีตา่ งๆ ข. เป็นตวั ช่วยละลายสารอาหารตา่ งๆ ค. เป็นสารที่ช่วยกระตุน้ ใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมี ง. เป็นวตั ถุดิบสาคญั ในการสร้างน้าตาลกลูโคส 2. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของ พืชไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นผใู้ หพ้ ลงั งานแสง ข. เป็นสารท่ีใหธ้ าตุคาร์บอนแก่พืช ค. เป็นสารที่ช่วยละลายแร่ธาตุในดิน ง. เป็นสารสีเขียวท่ีนาไปใชใ้ นการสร้างพลงั งานเคมี จุดประสงค์ที่ 31 ผเู้ รียนบอกความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ี่มีต่อกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ย แสงของพชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการถามความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ่ีมีต่อกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็นความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ี่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 3. ตวั ลวงที่ 1 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ่ีมีต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื แต่เป็นความสาคญั ของแสงท่ีมีต่อกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 4. ตวั ลวงที่ 2 ไมใ่ ช่ความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ี่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ของพืช แต่เป็นความสาคญั ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีต่อกระบวนการ สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 5. ตวั ลวงที่ 3 ไม่ใช่ความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ี่มีตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื แต่เป็นความสาคญั ของน้าที่มีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 86
ตวั อย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง ใหเ้ ขียนเครื่องหมายกากบาท ( × ) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกตอ้ ง คาถาม 1. คลอโรฟิ ลลม์ ีความสาคญั อยา่ งไรตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ก. เป็นสารช่วยลาเลียงอาหารในพชื ข. เป็นสารสีเขียวท่ีนาไปใชใ้ นการสร้างพลงั งานเคมี ค. เป็นสารท่ีเกิดข้ึนจากการหายใจของพืชและส่ิงมีชีวติ ต่างๆ ง. เป็นสารท่ีทาใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมีระหวา่ งแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดก์ บั น้า 2. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสาคญั ของคลอโรฟิ ลลท์ ่ีมีต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ย แสงของพชื ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เป็นผใู้ หพ้ ลงั งานแสง ข. เป็นตวั ดูดซบั พลงั งานแสงสีตา่ งๆ ค. เป็นสารช่วยลดอุณหภูมิภายในตน้ พืช ง. เป็นวตั ถุดิบสาคญั ในการสร้างน้าตาลกลูโคส จุดประสงค์ท่ี 32 เมื่อกาหนดขอ้ ความท่ีเป็นความสาคญั ของปัจจยั ตา่ ง ๆ และชื่อ รูปแบบของคำถำม ปัจจยั มาให้ ผเู้ รียนสามารถจบั คู่ความสมั พนั ธ์ไดถ้ ูกตอ้ ง ลกั ษณะของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบจบั คู่ ลกั ษณะของคำตอบ เป็นการกาหนดขอ้ ความท่ีเป็ นความสาคญั ของปัจจยั ต่าง ๆ ของ การ เกิดกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื มาใหจ้ านวน 4 ขอ้ ความ โดยพิมพข์ อ้ ความดงั กล่าววางเรียงกนั ในแนวดิ่งทางดา้ น ซา้ ยมือของกระดาษ ห่างจากขอบกระดาษประมาณ 1.5 นิ้ว พร้อม กบั มีเลขขอ้ และมีช่องวา่ งดา้ นหนา้ เลขขอ้ ของขอ้ ความแต่ละ ขอ้ ความดงั กล่าว ส่วนทางดา้ นขวามือของกระดาษเป็ นชื่อของ ปัจจยั ต่าง ๆ ของการเกิดกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช พิมพเ์ รียงกนั เป็นแถวในแนวดิ่ง ห่างจากขอบกระดาษทางดา้ น ขวามือประมาณ 1.5 นิ้ว โดยดา้ นหนา้ ของคาดงั กล่าว จะมี พยญั ชนะไทยต้งั แต่ ก-ฉ กากบั ไวใ้ นแต่ละขอ้ เป็นการกาหนดช่องวา่ งหนา้ ขอ้ ของขอ้ ความเพ่ือใหน้ าพยญั ชนะ ก- ฉ ที่มีความสัมพนั ธ์กนั กบั ขอ้ ความดงั กล่าวมาเขียนเติมลงไป 87
ตัวอย่ำงข้อสอบ คาช้ีแจง จงนาพยญั ชนะหนา้ คาทางขวามือมาเขียนลงในช่องวา่ งหนา้ ขอ้ ความทาง ซา้ ยมือใหถ้ ูกตอ้ งและสัมพนั ธ์กนั ______1. เป็นแก๊สที่ใหธ้ าตุคาร์บอนแก่พชื เพอ่ื นาไปใชส้ ร้างแป้ งและน้าตาล ก. น้า ______2. เป็นสารสีเขียวที่นาไปใชใ้ นการสร้างพลงั งานเคมี ข. แสง ______3. เป็นสารท่ีช่วยกระตุน้ ใหเ้ กิดปฏิกิริยาเคมี ค. แป้ ง ______4. เป็นสารที่ใหธ้ าตุไฮโดรเจนแก่พืช ง. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จ. แกส๊ ออกซิเจน ฉ. คลอโรฟิ ลล์ จุดประสงค์ที่ 33 ผเู้ รียนสามารถบอกข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ของพชื ได้ รูปแบบของคำถำม รูปแบบของคาถามเป็นแบบเลือกตอบ ลกั ษณะของคำถำม คาถามเป็นการใหผ้ เู้ รียนบอกข้นั ตอนของกระบวนการสงั เคราะห์ ดว้ ยแสงของพชื ลกั ษณะของคำตอบ คาตอบมีลกั ษณะดงั น้ี ลกั ษณะของคาตอบ 1. เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ตวั ถูก 1 ตวั ตวั ลวง 3 ตวั ) 2. คาตอบเป็ น ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 3. ตวั ลวงที่ 1 ไม่ใช่ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แต่เป็ น ข้นั ตอนของการเจริญเติบโตของพืช 4. ตวั ลวงที่ 2 ไม่ใช่ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แต่เป็น ข้นั ตอนของการผสมพนั ธุ์ของพชื 5. ตวั ลวงท่ี 3 ไม่ใช่ข้นั ตอนของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื แต่เป็น ข้นั ตอนของการคายน้าของพืช 88
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250