2- 38 การบญั ชตี น้ ทนุ 1 การจดั ทางบการเงินสาหรบั ธรุ กิจบริการ งบการเงินของธุรกิจบริการ จะประกอบด้วย งบกาไรขาดทุน และงบแสดงฐานะ การเงิน เทา่ นั้น แมว้ ่าธรุ กจิ บริการจะมีวสั ดุตา่ งๆ ไว้ให้บริการลูกค้า แต่รายการนี้ไม่ใช่สินค้า ท่ีมีไว้เพ่ือขาย นอกจากนี้บริการที่เสนอขายเป็นส่ิงท่ีจับต้องไม่ได้ เป็นสิ่งท่ีไม่มีตัวตน ไม่ เหมือนตวั สินค้า จงึ ไม่นยิ มคานวณต้นทนุ การให้บริการ แสดงไวใ้ นงบกาไรขาดทุนที่เสนอต่อ หน่วยงานภายนอก ดังแสดงในงบกาไรขาดทุนของสานักงานรชตการบัญชี จะเห็นได้ว่า ต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดข้ึนในการให้บริการสาหรับงวดน้ันจะนาไปหักจากรายได้ คา่ บรกิ ารในงวดเดยี วกันเพอ่ื คานวณกาไรสุทธิ และการนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับงบแสดงฐานะ การเงินบางส่วนของสานักงานรชตการบัญชี ซึ่งมีวัสดุสานักงานคงเหลือเป็นสินทรัพย์ หมุนเวยี นและอุปกรณส์ านักงานเป็นสนิ ทรัพย์ไมห่ มนุ เวียน สานกั งานรชตการบัญชี งบกาไรขาดทนุ ประจาปีส้ินสดุ เพยี งวันท่ี 31 ธนั วาคม 25X1 หน่วย : บาท รายไดค้ ่าบริการ 1,100,000 หัก ต้นทนุ และค่าใช้จา่ ยในการดาเนนิ งาน วัสดุสานกั งานใชไ้ ป 30,000 วสั ดอุ ่ืนๆ ใช้ไป 10,000 เงนิ เดือนพนกั งานบญั ชี 360,000 เงนิ เดอื นผจู้ ัดการสานกั งาน 240,000 เงนิ เดอื นพนกั งานอน่ื ๆ 120,000 ค่าใชจ้ ่ายในการตดิ ตอ่ ลกู ค้า 25,000 คา่ ใชจ้ ่ายเกยี่ วกบั สาธารณปู โภค 30,000 คา่ เสื่อมราคา-อปุ กรณ์สานกั งาน 120,000 ค่าเบ้ียประกันภัยสานักงาน 60,000 รวมต้นทุนและคา่ ใชจ้ า่ ยในการดาเนินงาน 1,010,000 กาไรกอ่ นหกั ภาษี 90,000
บทท่ี 2 ระบบบัญชตี ้นทนุ และการจัดทางบการเงนิ 2 - 39 สานักงานรชตการบัญชี งบแสดงฐานะการเงิน (บางสว่ น) วนั ที่ 31 ธนั วาคม 25X1 สินทรพั ย์ xxx หน่วย : บาท สินทรพั ยห์ มนุ เวียน xxx 10,000 xxx เงินสด 120,000 ลกู หน้ี 150,000 30,000 xxx วสั ดุสานกั งาน รวมสินทรพั ยห์ มนุ เวียน สินทรพั ยไ์ มห่ มนุ เวยี น อปุ กรณส์ านักงาน ค่าเส่อื มราคาสะสม – อุปกรณส์ านักงาน รวมสนิ ทรพั ยไ์ มห่ มนุ เวยี น รวมสินทรพั ย์ จากขอ้ มลู ที่นาเสนอในงบกาไรขาดทุนจะเป็นการแสดงผลกาไรขาดทุนประจางวดแก่ ผู้ใช้ข้อมูลภายนอก แต่ข้อมูลน้ีไม่เพียงพอสาหรับผู้บริหารท่ีจะนาไปใช้ตัดสินใจในประเด็น ปัญหาต่างๆ ที่เกิดข้ึนภายในธุรกิจ ในกรณีที่กิจการแห่งนั้นสามารถรวบรวมต้นทุนการ ใหบ้ ริการแยกตามชิน้ งานหรอื ตามคาส่ังของลูกค้า เช่น การให้บริการด้านการบัญชีแก่ลูกค้า แต่ละรายของสานักงานบัญชี หรือการใหบ้ รกิ ารเป็นทีป่ รกึ ษาดา้ นกฎหมาย หรือการให้บริการ ซ่อมรถยนต์แก่ลูกค้าแต่ละรายของอู่ซ่อมรถยนต์ กิจการอาจจะประยุกต์ใช้ระบบบัญชีต้นทุน งานส่ังทา ซึ่งจะกล่าวในบทท่ี 5 เพื่อรวบรวมต้นทุนในการให้บริการลูกค้าแต่ละราย แล้ว คานวณยอดรวมต้นทุนการให้บริการท่ีเกิดข้ึนประจางวดแสดงไว้ในงบนี้ก็ได้ การประมวลผล ข้อมูลดังกล่าวจะทาให้ผู้บริหารทราบจานวนต้นทุนรวมไปถึงกาไรขั้นต้นในการให้บริการแก่ ลกู ค้า แลว้ จงึ นารายการคา่ ใชจ้ ่ายดาเนินงานอ่ืนๆ มาหักจากออกจากรายการกาไรขั้นต้นใน การให้บรกิ าร เพอ่ื คานวณหากาไรสทุ ธใิ นภายหลงั สมมติว่าตามตัวอย่างของสานักงานรชตการบัญชี สมุห์บัญชีได้จาแนกต้นทุนต่างๆ เป็นต้นทุนและค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ เงินเดือนพนักงานบัญชีและค่าใช้จ่ายในการติดต่อลูกค้า เป็นต้นทุนระหว่างงวด และ 80% ของเงินเดือนของผู้จัดการสานักงานเป็นการให้บริการ ลกู คา้ โดยตรง ส่วนรายการอืน่ ๆ ให้ถอื เปน็ คา่ ใช้จ่ายดาเนนิ งาน ดังน้ันงบกาไรขาดทุนที่แยก ตน้ ทุนให้บริการออกมาต่างหากจะนาเสนอในรูปของงบกาไรขาดทุน ซ่ึงงบกาไรขาดทุนน้ีถือ
2- 40 การบัญชีต้นทุน 1 เปน็ รายงานภายในสาหรบั ผบู้ ริหาร ในกรณที ีต่ ้องการแสดงรายละเอียดย่อยของต้นทุนในการ ใหบ้ ริการแกล่ ูกคา้ แตล่ ะราย ก็จะมีงบยอ่ ยประกอบรายการตน้ ทุนในการใหบ้ ริการอีกชนั้ หนง่ึ สานกั งานรชตการบญั ชี งบกาไรขาดทนุ ประจาปสี ้นิ สดุ เพยี งวนั ที่ 31 ธนั วาคม 25X1 หนว่ ย : บาท รายไดค้ ่าบรกิ าร 1,100,000 ตน้ ทุนในการใหบ้ รกิ าร : วสั ดุสานกั งานใชไ้ ป (80%) 24,000 เงนิ เดอื นพนกั งานบญั ชี 360,000 เงินเดอื นผจู้ ัดการสานกั งาน (80%) 192,000 คา่ ใชจ้ า่ ยตดิ ตอ่ ลกู คา้ 25,000 รวมตน้ ทุนในการให้บรกิ าร 601,000 กาไรขน้ั ตน้ ในการให้บรกิ าร 499,000 ค่าใชจ้ ่ายในการดาเนนิ งาน : วสั ดุสานกั งานใชไ้ ป 6,000 วัสดุอื่นๆ ใชไ้ ป 10,000 เงนิ เดอื นผู้จัดการสานกั งาน 48,000 เงินเดอื นพนกั งานอนื่ ๆ 120,000 คา่ ใชจ้ า่ ยเกย่ี วกบั สาธารณปู โภค 30,000 ค่าเสอื่ มราคา-อปุ กรณ์สานกั งาน 15,000 คา่ เช่าสานกั งาน 120,000 ค่าเบี้ยประกนั ภยั สานกั งาน 60,000 รวมค่าใชจ้ า่ ยในการดาเนินงาน 409,000 กาไรจากการดาเนินงาน 90,000
บทท่ี 2 ระบบบัญชีต้นทุนและการจัดทางบการเงนิ 2 - 41 บทสรปุ ในการแสดงผลการดาเนินงานของกิจการต่อบุคคลภายนอก นิยมจัดทาในรูปของงบ การเงินอันได้แก่งบกาไรขาดทนุ และงบแสดงฐานะการเงนิ เน่ืองจากธุรกิจโดยท่ัวไปมีลักษณะ การดาเนนิ งานท่ีแตกต่างกันเป็น 3 ประเภทคือ ธุรกิจผลิตสินค้า ธุรกิจซ้ือขายสินค้า และ ธรุ กจิ บรกิ าร กระบวนการดาเนินงานท่ีแตกต่างกันเช่นนี้ ทาให้เกิดวงจรต้นทุนสาหรับธุรกิจ นนั้ ๆ โดยเฉพาะ ผจู้ ัดทางบการเงินควรจะทราบวงจรต้นทุนเพื่อจะไดจ้ าแนกต้นทุนให้ถูกต้อง ก่อนจัดทางบการเงิน และการจาแนกต้นทุนจะพิจารณาตามงวดบัญชีโดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ ต้นทุนท่ีให้ประโยชน์ในอนาคต และต้นทุนตามงวดเวลา สาหรับการจัดทางบ การเงนิ นัน้ จะแตกต่างกันไปตามประเภทของธุรกิจ กล่าวคือ งบการเงินของธุรกิจผลิตสินค้า จะประกอบด้วย งบตน้ ทนุ การผลิต งบกาไรขาดทุน และงบแสดงฐานะการเงิน ในขณะที่งบ การเงินของธุรกจิ ซอ้ื ขายสินคา้ และธุรกจิ บริการ จะประกอบดว้ ย งบกาไรขาดทุนและงบแสดง ฐานะการเงนิ เน่ืองจากธรุ กจิ ผลติ สินค้าและธรุ กจิ ซ้อื ขายสินค้าต้องจัดเตรียมสินค้าไว้ขาย จึง ต้องแสดงการคานวณต้นทุนสินค้าขายประจางวดไว้ในงบกาไรขาดทุน รวมทั้งตีราคาสินค้า คงเหลือปลายงวดไว้ในงบแสดงฐานะการเงิน ตรงกนั ข้ามกับธุรกิจบรกิ ารซ่งึ ไม่มีสนิ คา้ คงเหลือ ต้นทุนในการให้บริการทั้งหมดจะถือเป็นค่าใช้จ่ายท่ีต้องนาไปหักจากรายได้ค่าบริการในงวด เดียวกัน เมื่อผู้ใช้งบการเงินมีความรู้และความเข้าใจในเร่ืองของวงจรต้นทุนและการจาแนก ตน้ ทุนทเี่ ก่ยี วข้อง กจ็ ะสามารถจัดทางบการเงินได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับลักษณะการ ดาเนินงานของกจิ การ
2- 42 การบญั ชีต้นทุน 1 แบบฝึกหดั ท้ายบท ข้อ 1. รายการข้างล่างตอ่ ไปนค้ี วรจะปรากฏอยใู่ นงบการเงนิ ใดใน 3 งบ ดังตอ่ ไปนี้ a. งบแสดงฐานะการเงนิ b. งบกาไรขาดทุน c. งบต้นทุนการผลติ 1. วัตถุดิบใช้ไป 2. สินคา้ สาเรจ็ รูปต้นงวด 3. ค่าขายสินคา้ 4. ค่าเชา่ อาคารฝ่ายบริหาร 5. เบี้ยประกนั ภัยโรงงาน 6. ดอกเบ้ยี เงนิ เบกิ เกินบญั ชี 7. คา่ ไฟฟา้ สาหรบั โรงงานผลิต 8. เงินมัดจาล่วงหนา้ ในการซือ้ เครอื่ งจกั ร 9. คา่ เส่อื มราคาเครอ่ื งมอื เคร่อื งใช้ในโรงงาน 10. เงินเดอื นผจู้ ดั การฝ่ายบคุ ลากร 11. คา่ แรงค้างจา่ ยพนักงานแผนกซ่อมบารุง 12. คา่ ล่วงเวลาพนกั งานบญั ชี ขอ้ 2. ต่อไปนีเ้ ปน็ ยอดคงเหลอื ของบัญชีตา่ งๆ ประจาเดอื นกรกฎาคม 2559 ดังน้ี สินค้าคงเหลือ (บาท) 1 ก.ค. 59 31 ก.ค.59 วัตถดุ บิ ทางตรง 50,000 80,000 งานระหว่างทา 100,000 150,000 สนิ คา้ สาเรจ็ รูป 200,000 100,000 ขายสนิ คา้ 3,000,000 วตั ถุดบิ ทางอ้อม 75,000 ค่าแรงงานทางตรง 570,000 ค่าแรงงานทางออ้ ม 48,000 คา่ เชา่ โรงงาน 33,000 คา่ เบยี้ ประกนั ภัยโรงงาน 20,000 คา่ เสื่อมราคา – เคร่ืองจกั ร 59,000 ซ้อื วัตถุดบิ ทางตรง (สุทธ)ิ 350,000
บทท่ี 2 ระบบบัญชตี น้ ทนุ และการจดั ทางบการเงิน 2 - 43 ให้ทา 1. คานวณหาตน้ ทนุ วัตถดุ ิบใชไ้ ปในกระบวนการผลิต 2. คานวณหาต้นทนุ สนิ คา้ ที่ผลติ เสร็จ 3. คานวณหาต้นทนุ ขาย ข้อ 3. บรษิ ทั อุดรการค้า จากดั มขี อ้ มลู ต้นทุนและคา่ ใช้จ่ายการผลิตประจาปี 25x1 ดังน้ี วตั ถดุ บิ คงเหลือตน้ งวด 120,000 ซ้ือวัตถดุ ิบ 230,000 วตั ถุดบิ คงเหลอื ปลายงวด 100,000 วัตถุดบิ ทางออ้ ม 80,000 ค่าแรงงานทางตรง 300,000 ค่าแรงงานทางออ้ ม 75,000 ค่าขนส่งเขา้ 50,000 สง่ คนื วัตถุดบิ 18,000 ส่วนลดรบั 12,000 ค่าเชา่ โรงงาน 100,000 คา่ เสอ่ื มราคา - เครื่องจกั ร 70,000 ค่าสาธารณปู โภคโรงงาน 60,000 งานระหว่างทาต้นงวด 250,000 งานระหวา่ งทาปลายงวด 320,000 ให้ทา งบตน้ ทุนการผลิต สาหรับปี สิ้นสดุ วันท่ี 31 ธันวาคม 25x1 ขอ้ 4. บริษทั เจริญการคา้ จากดั เป็นบรษิ ทั ที่ทาการผลิตสนิ คา้ โดยมขี อ้ มลู เกย่ี วกับการผลิต การขายและ ค่าใชจ้ า่ ยตา่ งๆ ดงั น้ี หนว่ ย: บาท ยอดขาย 2,300,000 วัตถดุ บิ คงเหลอื ต้นงวด 150,000 ซือ้ วัตถุดบิ 300,000 วัตถดุ บิ คงเหลอื ปลายงวด 100,000 วตั ถดุ บิ ทางออ้ ม 60,000 ค่าแรงงานทางตรง 375,000 คา่ แรงงานทางออ้ ม 50,000
2- 44 การบญั ชีต้นทุน 1 สง่ คืนวัตถุดิบ 30,000 รับคนื สนิ คา้ 22,000 สว่ นลดจ่าย 28,000 ส่วนลดรบั เงนิ เดอื นผจู้ ดั การโรงงาน 45,000 เงนิ เดอื นผบู้ ริหาร เงนิ เดือนพนกั งานขาย 125,000 คา่ ขนสง่ ออก 250,000 125,000 ค่าขนสง่ เขา้ ค่าเช่าโรงงาน 75,000 ค่าเชา่ สานักงานใหญ่ 50,000 คา่ เสื่อมราคา-เคร่อื งจักร ค่าเสอ่ื มราคา-อปุ กรณ์สานกั งาน 100,000 คา่ สาธารณูปโภคโรงงาน 40,000 140,000 คา่ สาธารณูปโภคสานกั งาน 50,000 ค่าโฆษณา 75,000 สนิ ค้าสาเรจ็ รปู คงเหลอื ตน้ งวด 37,500 สินคา้ สาเรจ็ รปู คงเหลือปลายงวด 150,000 งานระหวา่ งทาตน้ งวด 375,000 งานระหว่างทาปลายงวด 400,000 175,000 150,000 ให้ทา 1. งบตน้ ทุนการผลิต สาหรับงวด 1 ปี สน้ิ สดุ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม 25x1 2. งบกาไรขาดทนุ สาหรับงวด 1 ปี สิ้นสดุ วันท่ี 31 ธนั วาคม 25x1
บทท่ี 2 ระบบบญั ชีต้นทนุ และการจดั ทางบการเงนิ 2 - 45 ข้อ 5. บริษทั กัญญาการผลติ จากดั เปน็ ผู้ผลติ และจาหน่ายสนิ คา้ ชนดิ หนึง่ โดยมขี อ้ มูล เก่ยี วกับต้นทนุ การผลิตท่ีเกดิ ขนึ้ ในเดอื นพฤษภาคม 25X1 ดังนี้ 1. ยอดคงเหลอื ตน้ งวด วัตถดุ ิบ 40,000 บาท งานระหว่างทา 80,000 บาท สินคา้ สาเรจ็ รูป 140,000 บาท 2. ซื้อวัตถดุ บิ (ทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม) จานวน 160,000 บาท เป็นเงนิ เชื่อ 3. เบิกวตั ถุดิบไปใชใ้ นการผลิต แบง่ ได้เป็น วัตถุดบิ ทางตรง 60,000 บาท วัตถดุ ิบทางอ้อม 20,000 บาท 4. จ่ายเงินเดือนและค่าแรงงานพนกั งานทงั้ สนิ้ 59,000 บาท โดยผ่านบญั ชธี นาคาร 5. เงินเดือนและคา่ แรงงานท่ีจ่ายในระหว่างเดอื น แบง่ ได้เปน็ ค่าแรงงานทางตรง 36,000 บาท ค่าแรงงานทางออ้ ม 6,000 บาท เงนิ เดอื นฝ่ายขาย 8,000 บาท เงินเดอื นฝ่ายบรหิ าร 9,000 บาท 6. ค่าใช้จ่ายการผลิต ท่เี กดิ ขนึ้ ในระหวา่ งเดือนประกอบด้วย ค่าเสอ่ื มราคา – เครอ่ื งจกั ร 4,000 บาท ค่าเช่าโรงงาน (จา่ ยเงนิ สด) 6,000 บาท คา่ นา้ ค่าไฟโรงงาน (ค้างจา่ ย) 2,000 บาท 7. คา่ ใชจ้ า่ ยในการขายและบรหิ าร เดือนพฤษภาคม ประกอบด้วย ค่าเสอื่ มราคา – อปุ กรณ์สานกั งาน 3,000 บาท ค่ารบั รอง (จ่ายเงนิ สด) 1,600 บาท คา่ นายหนา้ (จา่ ยเงินสด) 2,400 บาท ค่าใชจ้ ่ายเบด็ เตลด็ (จา่ ยเงนิ สด) 1,000 บาท 8. ในระหวา่ งเดือน บรษิ ทั ผลิตสนิ ค้าเสรจ็ ทงั้ ส้ิน 80% ของงานที่ผลติ ในระหว่างงวด 9. ขายสินค้าเป็นเงินเชื่อในราคาท่ีมีอัตรากาไรขั้นต้น 20% สินค้าที่ขายมีราคาทุน 200,000 บาท 10. รบั ชาระเงนิ จากลกู หน้ี 100,000 บาท ให้ทา บันทกึ รายการในสมดุ รายวนั ทัว่ ไป ตามระบบการสะสมตน้ ทนุ ทง้ั 2 วิธี ได้แก่ 1. แบบเม่ือส้ินงวด (Periodic Cost Accumulation System) 2. แบบตอ่ เน่ือง (Perpetual Cost Accumulation System)
2- 46 การบัญชตี ้นทนุ 1 ข้อ 6. ตอ่ ไปนเี้ ป็นขอ้ มูลเก่ยี วกบั การดาเนินงานประจาเดอื นกรกฎาคม 25X4 ซึ่งเป็นเดอื น แรกทเ่ี รมิ่ ดาเนนิ การของบรษิ ัท สยามการผลิต จากัด กิจการบนั ทกึ ตน้ ทนุ การผลิตโดยใช้ ระบบต้นทนุ จรงิ 1. ซอ้ื วัตถดุ ิบทางตรงและวสั ดุสน้ิ เปลืองเป็นเงนิ เช่อื 300,000 บาท 2. เบกิ วัตถุดิบเพ่อื ใช้ในการผลติ โดยตรง 240,000 บาท 3. เบิกวสั ดุสิน้ เปลอื งเพ่อื ใช้ในการผลติ 20,000 บาท 4. คนื วตั ถุดิบทางตรงเก็บเข้าคลัง 10,000 บาท 5. ค่าแรงงานทางตรง (คา้ งจ่าย) 200,000 บาท 6. คา่ แรงงานทางออ้ ม (ค้างจา่ ย) 60,000 บาท 7. ค่าเสอ่ื มราคาโรงงานและเครื่องจกั ร 20,000 บาท 8. ค่าใชจ้ า่ ยการผลิตอนื่ ๆ ทเ่ี กิดข้นึ รวม (จ่ายเป็นเงนิ สด)46,000 บาท 9. ตน้ ทุนของสินคา้ ท่ีผลิตเสร็จ 520,000 บาท 10. ขายสนิ ค้าเป็นเงินเช่ือ 400,000 บาท 11. ตน้ ทุนสินค้าทข่ี าย 360,000 บาท 12. รบั คนื สินคา้ ในราคาขาย 10,000 บาท ซึ่งมีตน้ ทนุ การผลติ 9,000 บาท ให้ทา ลงรายการในสมุดรายวนั เพอ่ื บันทึกรายการตา่ งๆ ทเี่ กดิ ขน้ึ ในเดอื นกรกฎาคม 25X4 ถา้ กจิ การมรี ะบบการตามระบบการสะสมต้นทนุ แบบตอ่ เน่อื ง ข้อ 7. ข้อมลู ตอ่ ไปนไี้ ด้มาจากการผลิตในเดอื นสิงหาคม 25X6 ของ บรษิ ทั เจริญชยั จากดั 1. ซ้ือวัตถุดิบทางตรงเป็นเงนิ เชอ่ื 60,000 บาท 2. จ่ายคา่ แรงพนักงานฝ่ายผลติ (คา่ แรงงานทางตรง) รวม 78,000 บาท เปน็ เงนิ สด 3. จ่ายเงนิ เดือนผคู้ วบคมุ โรงงาน 6,500 บาท เปน็ เงินสด 4. คา่ กาลังไฟค้างจา่ ยเทา่ กบั 2,000 บาท 5. คา่ เส่ือมราคาของอปุ กรณ์ในโรงงานเท่ากับ 5,000 บาท 6. ขอ้ มลู จากบญั ชีต่างๆ ท้ังในตอนตน้ งวดและปลายงวด มดี งั น้ี 1 สิงหาคม 31 สิงหาคม วัตถดุ บิ ทางตรง 10,000 20,000 งานระหวา่ งทา 25,000 28,000 เจา้ หนกี้ ารคา้ (8,000) (8,000) คา่ แรงค้างจ่าย (3,000) (5,000) เงินเดอื นคา้ งจ่าย (1,000) (500)
บทที่ 2 ระบบบัญชตี น้ ทนุ และการจัดทางบการเงิน 2 - 47 กิจการใชร้ ะบบต้นทุนจรงิ (Actual Costs) โดยเปิดบัญชคี มุ ยอดคา่ ใช้จา่ ยการผลติ เพอื่ รวบรวมต้นทุนทางออ้ มประเภทต่างๆ และจะโอนบัญชนี ้เี ขา้ บัญชงี านระหว่างทาในตอนส้นิ งวด ให้ทา 1. ลงรายการในสมดุ รายวนั ท่วั ไปและผา่ นไปบัญชีแยกประเภททีเ่ กยี่ วข้อง 2. งบต้นทนุ การผลิตประจาเดือนสงิ หาคม 25X6 ขอ้ 8. คณุ อเนกไดน้ าเงนิ สดส่วนตวั มาลงทนุ ทาโรงงานผลติ สินค้าทชี่ ื่อวา่ “โรงงานอเนกภณั ฑ์” เป็นจานวนเงิน 1,000,000 บาท คุณอเนกตกลงทจี่ ะเชา่ โรงงานจากเพื่อนสนทิ ของเขาซึ่งคิดค่า เชา่ เพียงปีละ 120,000 บาท ทั้งนี้คุณอเนกต้องจ่ายเงินซ้ือเคร่ืองจักรอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ ในโรงงานเอง เขาประมาณว่าเคร่ืองจักรจะมีอายุใช้งาน 7 ปี ส่วนอุปกรณ์และ เฟอรน์ ิเจอรต์ า่ งๆ มีอายุ 5 ปี โดยไม่มีราคาซาก รายการต่อไปน้ีได้มาจากเหตุการณ์ในเดือน มีนาคม 25X5 ซ่งึ เป็นเดือนแรกของการดาเนนิ งาน มีนาคม 1 คณุ อเนกนาเงินมาลงทนุ ทา “โรงงานอเนกภัณฑ์” จานวน 1,000,000 บาท 2 จ่ายค่าเช่าโรงงานสาหรบั 1 ปี จานวน 120,000 บาท ประมาณวา่ จะใช้ เนือ้ ทีส่ ว่ นหนา้ เป็นโชวร์ มู ของแผนกขายและแผนกบรหิ าร ซง่ึ เทา่ กบั 1/5 ของเน้อื ท่ีรวม 4 ซือ้ เครือ่ งจักรเพือ่ ติดตงั้ ที่โรงงานเปน็ เงินสด 168,000 บาท 9 ซื้อวัตถดุ บิ เปน็ เงินสด 150,000 บาท 10 ซือ้ เฟอร์นเิ จอรต์ ่างๆ สาหรับโชวร์ ปู และฝ่ายบรหิ ารจานวน 24,000 บาท เป็นเงินสด 15 เบิกวัตถุดิบไปใช้ในการผลิตทางตรง 40,000 บาท ทางอ้อม 20,000 บาท 16 คานวณค่าแรงและเงินเดือนสาหรับ 2 สัปดาห์แรกเป็นค่าแรงทางตรง 10,000 บาท ค่าแรงทางอ้อม 5,000 บาท แผนกขาย 3,000 บาท และแผนกบริหาร 5,000 บาท จ่ายค่าแรงและเงนิ เดอื นทั้งหมดในวันนี้ 20 ได้รับใบเสร็จค่าน้า ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์รวม 3,000 บาท 1/5 ของ รายการนเี้ ป็นค่าใช้จา่ ยของแผนกขายและแผนกบรหิ าร 29 บนั ทึกคา่ เช่าและคา่ เสื่อมราคาประจางวด 29 คานวณค่าแรงและเงินเดือนสาหรับ 2 สัปดาห์หลัง ซ่ึงมีจานวนเท่ากับ คา่ แรงและเงินเดอื น 2 สัปดาหแ์ รก 30 จา่ ยค่าแรงและเงนิ เดือนท้ังหมด 31 โอนค่าใชจ้ ่ายการผลิตจรงิ ทัง้ หมดเขา้ เปน็ ต้นทุนการผลิต สินคา้ ผลติ เสร็จมี มูลค่ารวม 100,000 บาท สนิ ค้าขายได้มตี ้นทุนรวม 80,000 บาท และได้ขายสนิ คา้ นไ้ี ปเปน็ เงินเชือ่ รวมทัง้ สนิ้ 120,000 บาท
2- 48 การบัญชตี ้นทุน 1 ให้ทา 1. บันทกึ รายการข้างตน้ ในสมุดรายวนั ทัว่ ไปและรายการปรับปรุงบัญชใี นวนั สน้ิ งวด 2. ผ่านรายการนไ้ี ปบญั ชีแยกประเภทท่เี ก่ยี วขอ้ ง 3. งบทดลองหลงั การปรบั ปรงุ บญั ชี ณ วนั ที่ 31 มีนาคม 25X5 4. งบกาไรขาดทุนและงบต้นทนุ การผลติ ประจาเดอื นมีนาคม 25X5 ข้อ 9. บริษัทผลิตภัณฑ์อาหาร จากัด มีสานักงานกลางท่ีสีลม ส่วนโรงงานผลิตอยู่ท่ีพระ ประแดง ต่อไปน้ีเป็นข้อมูลที่เกิดข้ึนในเดือนกรกฎาคม 25X9 ซ่ึงเป็นเดือนแรกของการ ดาเนนิ งาน 1. ซือ้ วตั ถุดบิ เป็นเงินเชอ่ื 40,000 บาท 2. ซอ้ื เคร่ืองจกั รเป็นเงนิ เชือ่ 300,000 บาท จ่ายคา่ เบ้ยี ประกนั ภยั เป็นเงนิ สดสาหรับ ระยะเวลา 1 ปี เท่ากับ 6,000 บาท 3. โรงงานคานวณค่าแรงได้ดังน้ีคือ ค่าแรงทางตรง 32,000 บาท ค่าแรงทางอ้อม 8,000 บาท ใหห้ กั ภาษี ณ ที่จา่ ย 10% ของค่าแรงทัง้ หมด 4. สานักงานกลางส่งเช็คค่าแรงให้โรงงานเพื่อจ่ายคนงาน ส่วนภาษีน้ันได้นาส่ง สรรพากรเรียบรอ้ ยแล้ว 5. ใบสาคัญจ่ายที่โรงงานไดร้ บั จากเจา้ หนเ้ี ป็นคา่ ใชจ้ ่ายตา่ งๆ ดงั นี้คือ คา่ เชา่ โรงงาน 8,000 บาท คา่ เคร่อื งมือเบ็ดเตลด็ 3,000 บาท ค่าซ่อมแซม 2,000 บาท ค่าเครื่องเขียน 2,000 บาท และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตลด็ 2,000 บาท เม่ือส่งใบสาคัญเหล่าน้ีใหส้ านักงานกลางๆ จา่ ยเงนิ สดชาระหน้ีเพยี งคร่งึ เดียวเท่านนั้ 6. เบิกวัตถุดบิ ทางตรง 33,000 บาท วตั ถุดบิ ทางออ้ ม 2,000 บาท 7. รายการปรบั ปรงุ ในตอนสนิ้ เดือนประกอบดว้ ยรายการตอ่ ไปน้ี คา่ เสื่อมราคาเครอื่ งจักร 10% ต่อปี คา่ เบยี้ ประกันภัย 1 เดอื น ค่านา้ ค่าไฟค้างจา่ ยสาหรับเดอื นน้ี 3,000 บาท 8. สารวจงานคงค้างวันท่ี 31 ก.ค. ปรากฏว่า มีวัตถุดิบทางตรง 10,000 บาท ค่าแรงทางตรง 8,500 บาท และคา่ ใชจ้ ่ายการผลติ 8,500 บาท 9. คา่ ขายเช่ือเท่ากบั 90,000 บาท ซง่ึ เป็น 150% ของตน้ ทนุ ขาย และได้จัดส่งสินค้า ใหผ้ ้ซู อื้ เรยี บร้อยแล้ว 10. คา่ ใช้จา่ ยในการขายและบรหิ ารจ่ายเป็นเงินสดเทา่ กับ 6,000 และ 9,000 บาท ให้ทา ให้ลงรายการขา้ งต้นในสมดุ รายวนั ทวั่ ไปในกรณีดังน้ี 1. เมือ่ สานักงานกลางเป็นผู้ลงบัญชีทง้ั หมด รวมทั้งในเรือ่ งของการผลติ ที่โรงงานดว้ ย
บทที่ 2 ระบบบญั ชีต้นทุนและการจดั ทางบการเงิน 2 - 49 2. เมือ่ บริษทั ต้องการแยกการลงบญั ชขี องโรงงานออกจากสานกั งานกลาง ทั้งนี้โดยให้ สานักงานกลางบันทึกการจัดซ้ือ การขายและการเงิน รวมท้ังเก็บรักษาบัญชีสินทรัพย์ถาวร ทั้งหมดของบรษิ ัท สว่ นโรงงานบันทึกรายการเก่ยี วกบั การผลติ เทา่ น้นั ข้อ 10. เมื่อวนั ท่ี 1 มกราคม 25X2 บริษทั ไทยวิจิตรภัณฑ์ จากัด เรมิ่ เปดิ ดาเนินงานผลิต พ้ืนไม้สักปาเก้สาหรับปูพื้นห้อง โรงงานต้ังอยู่ท่ีจังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนสานักงานใหญ่อยู่ กรงุ เทพฯ สานักงานใหญ่ดาเนนิ การด้านการขาย การเงิน เงินเดือนและสวัสดิการพนักงาน ทัง้ ยงั เป็นผู้บนั ทกึ รายการเกี่ยวกบั สินทรัพย์ทกุ ประเภทของบรษิ ัท ส่วนโรงงานทาหน้าที่จัดซ้ือ วัตถุดิบและบันทึกต้นทุนในการผลิตทั้งส้ินของบริษัท เม่ือผลิตเสร็จก็จะส่งสินค้าไปไว้ท่ี คลังสินค้าสาเร็จรูปซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับสานักงานใหญ่ โรงงานเป็นผู้เก็บรักษาและ บนั ทกึ บัญชีวตั ถุดิบทุกประเภท เมอื่ โรงงานทาการจดั ซือ้ วัตถดุ ิบเป็นทเ่ี รยี บรอ้ ยก็จะสง่ รายงาน ใหส้ านักงานใหญด่ าเนินการชาระหนตี้ อ่ เจ้าหน้ีโดยตรง สาหรบั รายการท่ีเกิดข้ึนในเดือนมกราคม 25X2 ปรากฏรายละเอยี ดดังตอ่ ไปน้ี 1. ซอ้ื วัตถุดิบเป็นเงินเช่อื 140,500 บาท 2. ส่งคืนวัตถุดบิ เนอื่ งจากคุณภาพต่ากวา่ มาตรฐานจานวนเงนิ 3,000 บาท 3. คา่ แรงท่ีโรงงาน ประกอบดว้ ย คา่ แรงทางตรง 45,000 บาท คา่ แรงทางออ้ ม 20,000 บาท ค่าแรงที่สานักงานใหญ่ ประกอบด้วย เงนิ เดอื นพนักงานขาย 15,000 บาท เงนิ เดอื นพนกั งานบริหาร 20,000 บาท คา่ แรงทกุ ประเภทถูกหกั เป็นภาษหี ัก ณ ท่จี า่ ย 10% 4. จากใบเบิกวัตถุดบิ พบรายละเอยี ดดงั น้ี เบกิ ไปใชใ้ นการผลิต 60,000 บาท เบกิ ไปใชท้ างออ้ ม 25,000 บาท เบกิ ไปใชใ้ นการโฆษณา 4,500 บาท 5. จ่ายเงินชาระคา่ แรงค้างจ่ายและเจ้าหน้วี ตั ถุดิบ 6. เมื่อวันที่ 1 มกราคม 25X2 บริษัทส่ังซ้ือเครื่องจักรให้โรงงาน 120,000 บาท เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใช้ 60,000 บาท เครื่องใช้สานักงาน 24,000 บาท อายุการใช้งานสาหรับ สนิ ทรัพย์ทุกประเภท เท่ากบั 10 ปี 7. คา่ ใช้จ่ายการผลติ ทีต่ อ้ งจา่ ยเป็นเงนิ สดรวมเปน็ เงิน 10,000 บาท 8. สนิ ค้าผลติ เสร็จมมี ูลค่า 130,000 บาท 9. บรษิ ัทขายสินค้าเปน็ เงินเช่อื 200,000 บาท ตน้ ทนุ สินค้าขาย 120,000 บาท
2- 50 การบัญชตี น้ ทุน 1 10. ลูกค้าของส่งคืนสนิ คา้ ที่ชารดุ ในราคาขาย 5,000 บาท ราคาทุน 3,000 บาท ให้ทา ให้ทา่ นลงรายการข้างตน้ ในสมดุ รายวันแสดงทงั้ ดา้ นสานักงานและโรงงาน ข้อ 11. บริษัทผลติ ภัณฑ์เรือใบเพ่ิงเปิดดาเนินงานเม่ือเดือนกันยายน 25X6 สานักงานของ บรษิ ัทอยทู่ ถ่ี นนสีลม แต่โรงงานอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ฝ่ายบริหารต้องการให้สานักงาน กลางเป็นผ้บู นั ทึกบัญชีทัง้ หมด รวมทง้ั การผลิตที่โรงงานดว้ ย สาหรับข้อมูลการดาเนินงานใน เดอื นกนั ยายนประกอบดว้ ยรายการต่อไปนี้ 1. ซอ้ื วัตถุดบิ ประเภทต่างๆ เป็นเงินเช่ือ 54,000 บาท 2. เบิกวตั ถไุ ปใช้ในงานทางตรง 42,000 บาท งานทางอ้อม 4,000 บาท และเบิก ไปใชใ้ นฝ่ายขาย 2,000 บาท 3. คา่ แรงและเงินเดอื น ประกอบด้วย ทโ่ี รงงาน เงินเดอื นผู้จัดการโรงงาน 5,000 คา่ แรงทางตรง 30,000 คา่ แรงทางออ้ ม 3,000 ทส่ี านักงาน เงนิ เดอื นฝ่ายขาย 20,000 เงินเดอื นฝ่ายบริหาร 10,000 4. คา่ ใชจ้ ่ายต่างๆ ประกอบด้วย ท่โี รงงาน คา่ เส่ือมราคาโรงงานและเครื่องจกั ร 15,000 คา่ นา้ คา่ ไฟ 12,000 คา่ ซ่อมแซมเครื่องจักร 5,000 ค่าใชจ้ า่ ยเบด็ เตล็ด 2,000 ที่สานกั งาน คา่ เสอื่ มราคาอาคาร 5,000 คา่ น้าค่าไฟ 6,000 คา่ พาหนะพนักงานขาย 4,000 ค่าใช้จ่ายเบด็ เตลด็ 3,000 5. กิจการรวบรวมคา่ ใช้จ่ายการผลติ จริงเข้าในกระบวนการผลติ 6. เมื่อสารวจงานคงค้างปลายงวด พบว่ามีงานระหว่างทาท่ียังทาไม่เสร็จมูลค่า 18,000 บาท 7. สินคา้ ผลติ เสร็จโอนให้คลงั สินค้า 5,000 ชิ้น และได้ขายไปในงวดนี้ 3,000 ช้ิน ในราคาชน้ิ ละ 40 บาท
บทที่ 2 ระบบบัญชีต้นทนุ และการจัดทางบการเงนิ 2 - 51 ขอ้ 12. บริษัท อานันท์ จากัด ผลิตสินค้าเพียงชนิดเดียว สินค้าคงเหลือยกมาเม่ือวันที่ 1 เมษายน 25X7 ประกอบด้วย บญั ชคี ุมยอดวัตถุดบิ 14,000 บาท บญั ชีคุมยอดงานระหวา่ งทา 15,000 บาท ข้อมลู ทไี่ ด้จากการดาเนินงานในเดอื นเมษายน แสดงดังตอ่ ไปนี้ 1. ซื้อวัตถุดิบต่างๆ เป็นเงินเช่ือ 22,000 บาท จ่ายค่าขนส่งเป็นเงินสด 1,000 บาท 2. เบิกวัตถุดิบเข้ากระบวนการผลิต ประกอบด้วย วัตถุดิบทางตรง 21,4000 บาท และวัตถดุ บิ ทางออ้ ม 2,200 บาท 3. ส่งคืนวัตถุดิบเข้าคลังเน่ืองจากเบิกเกิน เป็นวัตถุดิบทางตรง 400 บาท และ วตั ถุดบิ ทางอ้อม 200 บาท 4. ส่งคนื วัตถุดบิ ใหผ้ ขู้ ายเนือ่ งจากคณุ ภาพต่ากว่ามาตรฐาน 1,000 บาท แล้วทาการ ชาระหนท้ี ่คี งค้าง 5. เงนิ เดือนและคา่ แรงเกิดข้นึ รวมเปน็ เงิน 40,000 บาท ต้องหักภาษีไว้ ณ ท่ีจ่าย 10% ท่ีเหลือจ่ายให้แก่พนักงานท้ังหมด 6. ตามบัตรประจางานจาแนกได้ว่าเงินเดือนและค่าแรงตามข้อ 5 ประกอบด้วย แรงงานทางตรง 50% แรงงานทางอ้อม 10% ฝา่ ยขาย 25% ฝ่ายบริหาร 15% 7. ค่าใช้จ่ายกาผลิตท่ีจ่ายจรงิ ประกอบดว้ ย คา่ เช่า 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 2,000 บาท สว่ นทเี่ หลือยงั ไม่ไดจ้ า่ ย ไดแ้ ก่ ค่าน้า-ค่าไฟ 3,000 บาท 8. รายการปรับปรงุ ประจาเดือนมดี งั นี้ 8.1 ตัดจาหน่ายค่าเบี้ยประกนั ภยั จา่ ยล่วงหนา้ ของโรงงานเดอื นละ 1,000 บาท 8.2 คา่ เสื่อมราคา - โรงงาน 4,000 บาท - เครือ่ งจักร 5,000 บาท 9. เมือ่ สารวจงานทค่ี งค้างปลายงวด ปรากฏว่าประกอบด้วยวัตถุดิบทางตรง 9,000 บาท ค่าแรงงานทางตรง 5,000 บาท และค่าใช้จ่ายการผลิต 6,000 บาท ส่วนงานที่ผลิต เสร็จไดส้ ง่ เข้าคลงั สินคา้ เพอื่ รอการส่งมอบให้ลูกค้าทง้ั หมด 10. กิจการกาหนดราคาขายของงานท่ีผลิตในเดือนน้ี โดยบวกกาไร 50% ของ ตน้ ทุนการผลิต และกิจการได้ส่งสินค้าใหล้ ูกค้าเรียบรอ้ ยแล้ว แตย่ งั ไมไ่ ดร้ บั เงินจากลูกค้า ให้ทา ถา้ กจิ การใชร้ ะบบบญั ชีสินค้าคงเหลอื แบบตอ่ เนอื่ ง (Perpetual inventory system) ใหบ้ ันทกึ รายการข้างตน้ ในสมุดรายวันทวั่ ไปและผ่านไปบัญชแี ยกประเภททเ่ี กยี่ วขอ้ ง
2- 52 การบญั ชีตน้ ทนุ 1 เอกสารอ้างอิง จันทนา สาขากร และ ศิลปพร ศรจี นั่ เพชร. (2556). การบญั ชีขนั้ ต้น. พิมพค์ รั้งท่ี 1 กรุงเทพมหานคร : ทีพีเอน็ เพรส. ดวงมณี โกมารทัต. (2559). การบญั ชีต้นทนุ . พิมพค์ รงั้ ที่ 15 กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . ศศวิ มิ ล มีอาพล. (2558). การบญั ชีเพือ่ การจดั การ. พมิ พค์ รงั้ ที่ 23 กรงุ เทพมหานคร : อินโฟไมน่ิง. สมนกึ เอื้อจิระพงษพ์ ันธ.์ (2557). การบญั ชีบริหาร. พิมพค์ รั้งท่ี 7 กรงุ เทพมหานคร : แมคกรอ-ฮลิ .
แผนบริหารการสอนประจาบทท่ี 3 การบญั ชีเกี่ยวกบั วตั ถดุ ิบ หวั ข้อเนื้อหาประจาบท 1. ความหมายและประเภทของวตั ถุดบิ 2. ข้ันตอนเกย่ี วกับวตั ถุดบิ 3. การบัญชีเกยี่ วกบั วตั ถุดบิ 4. การคานวณต้นทุนวัตถุดิบใชไ้ ปและการตรี าคาวัตถุดบิ คงเหลอื 5. บทสรปุ 6. แบบฝึกหดั ท้ายบท 7. เอกสารอ้างอิง วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. สามารถอธบิ ายวงจรการผลติ และตน้ ทุนการผลติ ทเ่ี กย่ี วกบั วตั ถดุ บิ 2. สามารถอธบิ ายความหมายและประเภทของวตั ถดุ บิ 3. สามารถบนั ทกึ บญั ชที เ่ี กย่ี วกบั วตั ถดุ บิ ในแตล่ ะขนั้ ตอนได้ 4. สามารถคานวณตน้ ทุนวตั ถดุ บิ ใชไ้ ปในกระบวนการผลติ และตรี าคา วตั ถุดบิ คงเหลอื ได้ วิธีการสอนและกิจกรรมการเรยี นการสอนประจาบท 1. การบรรยายเน้อื หา 2. ถามตอบในชนั้ เรยี น 3. ทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบท
3 - 2 การบญั ชีตน้ ทนุ 1 ส่ือการเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน เรอื่ ง การบญั ชเี กี่ยวกบั วัตถุดบิ 2. PowerPoint 3. แหลง่ เว็บไซดท์ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ตน้ ทนุ วตั ถุดบิ จากอนิ เทอร์เน็ต 4. ตัวอย่างผลติ ภัณฑ์จริง และวัตถดุ ิบหลกั ทีน่ ามาใช้ผลติ สนิ ค้าจรงิ การวดั ผลและการประเมินผล 1. สงั เกตความสนใจขณะฟงั บรรยายและการตอบคาถาม 2. สงั เกตจากการทาแบบฝึกหดั ในชนั้ เรยี น 3. สงั เกตจากพฤตกิ รรมความสนใจ และการร่วมกจิ กรรมในชนั้ เรยี น 4. ประเมนิ ผลจากการทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบท
บทที่ 3 การบญั ชเี ก่ียวกับวัตถุดิบ 3 - 3 บทที่ 3 การบญั ชีเกี่ยวกบั วตั ถดุ ิบ ปัจจัยการผลิตท่ีมีความสาคัญที่สุดที่นามาใช้ในกระบวนการผลิตของธุรกิจประเภท อุตสาหกรรม ไดแ้ ก่ วัตถดุ บิ ซ่งึ ธรุ กิจลกั ษณะน้ีจาเป็นจะตอ้ งใช้วัตถุดิบเพ่ือนามาแปรสภาพให้ กลายเปน็ สินคา้ สาเรจ็ รปู หรือก่งึ สาเรจ็ รปู เพ่อื นาไปจาหนา่ ยให้กบั ลูกค้าต่อไป แต่กระบวนการ ได้มาของวตั ถดุ บิ มีหลายข้นั ตอน เร่ิมต้ังแต่การจดั หาวตั ถุดบิ มีการจัดซ้ือ การตรวจรับวัตถุดิบ การเก็บรักษา จนกระท่ังทาการเบิกใช้วัตถุดิบเมื่อนาเข้าสู่กระบวนการผลิต ดังน้ัน ในแต่ละ ขนั้ ตอนจะมีต้นทุนเกิดขนึ้ ในแตล่ ะกระบวนการ ซึ่งมผี ลต่อการคานวณต้นทนุ วัตถดุ ิบ รวมไปถึง การตีราคาวัตถดุ บิ คงเหลือปลายงวด เพื่อนาเสนอรายการในงบแสดงฐานะการเงิน รวมถึงงบ การเงนิ อน่ื ๆ ท่ีเกยี่ วข้อง และที่สาคัญผู้บริหารสามารถนาข้อมูลที่เกี่ยวกับต้นทุนวัตถุดิบไปใช้ ในการวางแผนและการควบคุมวัตถดุ บิ เพื่อเป็นขอ้ มลู เสนอใหก้ บั ฝ่ายบริหารนาขอ้ มูลเหล่าน้ีไป ใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น ต้องการลดต้นทุนวัตถุดิบเพ่ือให้ต้นทุนการผลิตของผลิตภัณฑ์ ลดลง มผี ลทาให้ราคาสินคา้ ลดลง ซึง่ เป็นขอ้ ได้เปรยี บในด้านตน้ ทุน ทาให้ธุรกจิ สามารถแขง่ ขนั กบั ค่แู ข่งได้ แต่ละขั้นตอนท่ีเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบ จะมีต้นทุนเกิดข้ึนตั้งแต่การจัดซื้อ การตรวจรับ การเบกิ ใช้วัตถุดบิ จนกระทง่ั การจดั เก็บวตั ถุดบิ เข้าคลงั สนิ ค้า แต่ละกระบวนการท่ีเก่ียวข้องจึง ต้องมีการบันทึกบัญชีต้นทุนวัตถุดิบที่เก่ียวข้องแทบท้ังส้ิน ดังนั้น เน้ือหาในบทน้ี จะ ประกอบด้วย ความหมายและประเภทของวัตถุดิบ และข้ันตอนของการบันทึกบัญชี ซ่ึงเริ่ม ต้ังแตก่ ารจัดซื้อวตั ถุดิบ การเก็บวัตถุดบิ เข้าคลงั สินคา้ การเบกิ วัตถดุ ิบเพ่อื นาเขา้ สกู่ ระบวนการ ผลติ ไปจนถึงการตรี าคาวัตถดุ บิ คงเหลือปลายงวด และรวมไปถึงวิธีการคานวณต้นทุนวัตถุดิบ เมือ่ มีเบิกวัตถดุ บิ ไปใช้ในกระบวนการผลติ ความหมายและประเภทของวตั ถดุ ิบ วัตถุดิบ (Material) คือ ส่วนประกอบหลักที่มีความสาคัญที่สุดท่ีนามาใช้ในการผลิต โดยการผลิตสินคา้ น้นั จะเปน็ การแปรสภาพวัตถดุ ิบจนกระทงั่ กลายเป็นสนิ ค้าสาเร็จรูป ตวั อย่างวัตถุดิบหลกั ท่นี ามาใช้ในการผลิตสินค้า เช่น เหล็กเป็นวัตถุดิบหลักที่นามาใช้ ในการผลิตรถยนต์ ไม้เป็นวัตถุดิบหลักที่นามาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ วัตถุดิบที่นามาใช้ในการ ผลติ สนิ ค้าชนดิ หน่ึงอาจจะมีวตั ถดุ ิบหลายชนิด ซึ่งการแบง่ ประเภทของวตั ถุดิบ สามารถแบ่งได้ เป็น 2 ประเภท คือ วัตถุดิบทางตรง และวัตถุดิบทางอ้อม ซ่ึงแต่ละประเภทสามารถอธิบาย
3 - 4 การบญั ชีต้นทุน 1 รายละเอียด ได้ดังน้ี (สมนึก เอ้ือจิระพงษ์พันธ์, 2557 : 106 และดวงมณี โกมารทัต, 2559 : 138) 1. วตั ถดุ ิบทางตรง วัตถุดิบทางตรง (Direct Material : DM) คือ วัตถุดิบท่ีเป็นองค์ประกอบสาคัญท่ีใช้ ในการผลิตสินค้าโดยปริมาณการใช้วัตถุดิบชนิดน้ันๆ กับจานวนหน่วยของสินค้าท่ีผลิตจะ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน (ประภาภรณ์ เกียรติกุลวัฒนา, 2558 : 44) ซึ่งวัตถุดิบที่นามาผลิต สินค้านั้นจะถือเป็นวัตถุดิบหลัก และเป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ท่ีใช้ในการผลิตสินค้าชนิดน้ันๆ รวมทงั้ สามารถคานวณตน้ ทุนของวัตถดุ ิบที่ใช้ในการผลิตสินคา้ แต่ละหนว่ ยได้โดยชัดเจน และมี มลู คา่ ทมี่ ีนัยสาคัญ (สมนึก เอื้อจริ ะพงษ์พันธ์, 2557 : 106) ตัวอย่างวัตถุดิบทางตรง เช่น ไม้เป็นวัตถุดิบทางตรงของการผลิตโต๊ะไม้หน่ึงตัว เพราะกจิ การสามารถระบุได้ว่าจะต้องใช้ไม้จานวนเท่าใด และคิดเป็นต้นทุนของไม้ที่ใช้ในการ ผลิตจานวนเทา่ ใด หรอื เหลก็ เป็นวตั ถดุ ิบทางตรงของการผลติ รถยนต์หนึง่ คัน เน่ืองจากกิจการ สามารถระบุได้ว่าจะต้องใช้เหล็กเพ่ือนามาใช้ผลิตเป็นตัวถังรถยนต์จานวนเท่าใด ทาให้ สามารถคานวณต้นทุนเหล็กได้อย่างชัดเจน หรือ ผ้าเป็นวัตถุดิบทางตรงของการผลิตเสื้อผ้า สาเรจ็ รูป กจิ การสามารถระบไุ ดว้ า่ ตอ้ งใช้ผ้าจานวนก่เี มตรเพ่อื ใช้ในการผลติ เสอ้ื หนง่ึ ตัว เป็นต้น 2. วตั ถดุ ิบทางอ้อม วัตถุดิบทางอ้อม (Indirect Material : IDM) คือ วัตถุดิบท่ีเป็นปัจจัยการผลิตสินค้า แตไ่ ม่สามารถจัดประเภทเป็นวตั ถุดบิ ทางตรงได้ แม้ว่าปรมิ าณการใช้วัตถดุ บิ ทางอ้อมจะผันแปร ไปตามปรมิ าณการผลิต แตค่ วามสมั พันธ์ดงั กลา่ วอาจไมช่ ัดเจน (ประภาภรณ์ เกียรติกุลวัฒนา, 2558 : 44) หรือวัตถุดิบทางอ้อมเป็นวัสดุท่ีไม่ใช่ส่วนประกอบหลักของการผลิตสินค้าชนิดใด ชนิดหน่ึง วัตถดุ ิบเหล่านี้จะถกู เรยี กว่า วัตถุดิบทางอ้อม หรือ วัสดุโรงงาน (Factory Supplies) มลู ค่าของวตั ถุดิบทางอ้อมหรือวสั ดุโรงงานไมม่ นี ยั สาคัญ หรอื มีมลู ค่าไมส่ งู มากนกั (สมนึก เอ้ือ จิระพงษ์พันธ์, 2557 : 106) ในการเบิกวัตถุดิบทางอ้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตสินค้าชนิดใด ชนิดหนึ่ง กิจการไม่สามารถระบุปริมาณการใช้วัตถุดิบนั้นได้อย่างชัดเจน ทาให้การคานวณ ต้นทุนวัตถุดิบทางอ้อมท่ีใช้ในการผลิตสินค้าแต่ละหน่วยจึงไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน เช่นกัน ตัวอย่างของวัตถุดิบทางอ้อม เช่น ด้าย ตะปู กาว และน้ามันหล่อลื่น เป็นต้น ท่ี นามาใช้ในการผลิตโต๊ะไม้ กิจการไม่สามารถระบุได้ว่าต้องใช้ตะปูก่ีตัว และกาวเท่าใดเพ่ือ นามาใช้ในการผลิตโตะ๊ หนงึ่ ตวั หรือด้ายทใี่ ชใ้ นการผลติ เส้อื กิจการไม่สามารถระบุได้ว่าต้องใช้ ด้ายจานวนกเ่ี มตรเพื่อนามาผลติ เส้ือหน่ึงตัว เป็นต้น ซ่ึงวัตถุดิบที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น จะถือ วา่ เป็นวัตถดุ ิบทางอ้อมทัง้ ส้นิ ในการจัดประเภทของวัตถุดิบทางอ้อมหรือวัสดุโรงงาน จะถือว่า
บทที่ 3 การบญั ชีเก่ยี วกบั วตั ถดุ ิบ 3 - 5 วัตถุดิบเหล่าน้ีเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายการผลิต (Manufacturing Overhead หรือ Factory Overhead) ซึง่ คา่ ใชจ้ ่ายการผลติ นี้ ถอื วา่ เป็นต้นทนุ ส่วนหน่ึงของต้นทุนการผลิต ดังได้อธิบาย ไวแ้ ล้วในบทท่ี 1 ดังน้ัน การพิจารณาว่ารายการใดเป็นวัตถุดิบทางตรงหรือวัตถุดิบทางอ้อมน้ัน จะต้องพจิ ารณาเงื่อนไข 2 ประการ ประกอบกนั น่ันคือ วัตถดุ ิบซ่ึงถือว่าเป็นวัตถุดิบทางตรง จะตอ้ งเปน็ ส่วนประกอบสาคญั ซ่ึงใชโ้ ดยตรงในการผลิตสินค้า และสามารถคานวณเป็นต้นทุน ในการผลิตเป็นสินค้าสาเร็จรูปได้โดยง่าย หากขาดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งเสียแล้วย่อมถือว่า รายการนั้นเป็นวัตถุดิบทางอ้อม (ดวงมณี โกมารทัต, 2559 : 138) และจากการแบ่งประเภท ของวัตถุดิบออกเป็น 2 ประเภท นั่นคือ วัตถุดิบทางตรงและวัตถุดิบทางอ้อม ทาให้รายการ เก่ยี วกบั วตั ถุดิบท้ังสองประเภทจะมีผลต่อการบันทึกบัญชีท่ีเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบทางตรง และ วัตถดุ ิบทางออ้ มซงึ่ จะไปรวมอยใู่ นบญั ชคี ่าใช้จ่ายการผลิต สาหรับเนื้อหาของบทน้ี จะเน้นการ บันทึกรายการทเ่ี กย่ี วกับวตั ถุดบิ ทางตรง สว่ นวตั ถุดบิ ทางอ้อมจะไปอธิบายโดยละเอียดในบทท่ี 5 การบญั ชีเก่ียวกับค่าใช้จา่ ยการผลิต ตอ่ ไป ขนั้ ตอนเกี่ยวกบั วตั ถดุ ิบ จากการจาแนกประเภทของวัตถุดิบเป็น 2 ประเภท ได้แก่ วัตถุดิบทางตรงและวัตถุดิบ ทางอ้อม การได้มาซึ่งวัตถุดิบแต่ละประเภทจะมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ต้ังแต่การจัดหาวัตถุดิบ จนกระทั่งเบิกวัตถุดิบไปใช้ในกระบวนการผลิต ดังนั้น จากรายการดังกล่าวจึงมีผลต่อการ บนั ทึกบญั ชีท่ีเกีย่ วข้องกับวัตถดุ ิบทางตรง และวัตถุดบิ ทางอ้อม ข้ันตอนที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบ (Material Flow) จึงประกอบดว้ ย กจิ กรรมตา่ งๆ ไดแ้ ก่ กจิ กรรมการจดั ซือ้ วตั ถุดิบ การตรวจรับ วตั ถุดบิ การเบกิ วตั ถดุ บิ ไปใชใ้ นกระบวนการผลิต และการเก็บรักษาวัตถุดิบในคลังวัตถุดิบ ดัง แสดงในภาพท่ี 3.1 การจดั ซือ้ วตั ถุดิบ การตรวจรับวตั ถุดิบ การเบิกใชว้ ัตถุดิบ การจดั เกบ็ วัตถุดบิ ภาพท่ี 3.1 ขนั้ ตอนทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั วตั ถดุ บิ
3 - 6 การบัญชตี น้ ทนุ 1 ในแต่ละข้นั ตอนทเ่ี ก่ียวกบั วัตถุดบิ จะมีตน้ ทุนเกิดข้ึนของแตล่ ะขน้ั ตอน เริม่ ตั้งแต่ตน้ ทุน การจดั ซ้ือวตั ถุดิบ การตรวจรับวัตถดุ ิบ ต้นทุนวตั ถดุ บิ ทใ่ี ช้ไปในกระบวนการผลิต รวมไปถงึ การ ตรี าคาวตั ถดุ ิบคงเหลอื ในตอนสิน้ งวด ดังแสดงในภาพท่ี 3.2 ตน้ ทนุ การสงั่ ซอื้ ต้นทุนจากการซ้ือ ตน้ ทนุ การเบิกใช้วัตถดุ ิบ ตน้ ทนุ การเก็บรกั ษา ภาพท่ี 3.2 ตน้ ทุนวตั ถุดิบทีเ่ กี่ยวกบั กิจกรรมแต่ละกจิ กรรม จากขัน้ ตอนท่ีเก่ียวกบั วัตถุดบิ ดังภาพที่ 3.2 สามารถอธิบายรายละเอยี ดแตล่ ะข้นั ตอนที่ เก่ียวกับวัตถดุ ิบ และหน้าที่ของแผนกต่างๆ ที่เก่ียวขอ้ ง ได้ดังน้ี 1. การจดั ซือ้ วตั ถดุ ิบ แผน กท่ี มีห น้าที่ ใน กา รจัด ซ้ือ วัตถุดิบ ไ ด้แก่ แผน กจั ดซื้อ (Purchasing Department) ผจู้ ดั การแผนกจัดซอื้ จะทาหนา้ ที่ในการจดั ซอ้ื วตั ถุดบิ รวมไปถึงวัสดโุ รงงานต่างๆ ท่ีใช้ในการผลิต ผู้จัดการแผนกจะต้องรับผิดชอบในการจัดหาวัตถุดิบให้เป็นตามมาตรฐานที่ กาหนดของแผนกผลิต ท้ังด้านคุณภาพ ราคาและเงื่อนไขต่างๆ ที่เก่ียวข้องกับการจัดซ้ือ เช่น สว่ นลดการคา้ และส่วนลดเงินสดที่ได้รับเมอ่ื มกี ารซอื้ วัตถดุ บิ การดาเนินการเพ่ือซ้ือวัตถุดิบจะมีแผนกท่ีเก่ียวข้องในขั้นตอนการจัดซ้ือวัตถุดิบ คือ แผนกคลังวัตถุดิบ และแผนกจัดซ้ือวัตถุดิบ โดยสามารถอธิบายรายละเอียดหน้าที่และ เอกสารต่างๆ ที่เกย่ี วขอ้ งของแต่ละแผนก ได้ดงั นี้ 1.1. แผนกคลงั วตั ถดุ ิบ การจัดซื้อวัตถุดิบจะเร่ิมจากการที่แผนกคลังวัตถุดิบ (Store Department) จัดทาใบขอซ้ือวัตถุดิบ (Purchase Requisition) แล้วส่งไปยังแผนกจัดซ้ือ เพ่ือทาการจัดหา และจัดซ้ือวัตถุดิบให้แผนกคลังวัตถุดิบตามความต้องการ โดยปกติแล้วแผนกคลังวัตถุดิบจะ เป็นผู้ออกใบขอซ้ือตามความตอ้ งการของแผนกผลิต จานวน 2 ฉบับ โดยแผนกคลังวัตถุดิบจะ สง่ ต้นฉบับไปใหแ้ ผนกจดั ซือ้ เพื่อดาเนนิ การจดั ซ้อื ส่วนสาเนาอีก 1 ฉบับจะเกบ็ ไว้เป็นหลักฐาน การขอซ้อื โดยเอกสารใบขอซื้อวัตถุดิบจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับประเภท และจานวนวัตถุดิบที่ ตอ้ งการ วันทข่ี อซอื้ วนั ท่ีต้องการใช้ และผอู้ นุมัติ ดังแสดงในภาพที่ 3.3 แต่โดยท่ัวไป ขั้นตอนการจัดทาใบขอซ้ือจะเริ่มจากการที่ แผนกผลิต (Production Department) ไดว้ างแผนการผลิตไว้ล่วงหน้า ทาให้ทราบวา่ ต้องทาการผลิตสินค้า
บทท่ี 3 การบัญชีเก่ยี วกบั วตั ถดุ ิบ 3 - 7 ชนดิ ใด แผนกผลิตก็จะทาการตรวจสอบวัตถุดิบและวัสดุจากคลังวัตถุดิบว่ามีจานวนเพียงพอ หรือไม่ ถา้ ไม่เพยี งพอต่อการผลิต แผนกผลิตก็จะแจ้งไปยังแผนกคลังวัตถุดิบเพ่ือจัดทาใบขอ ซือ้ ส่งไปใหแ้ ผนกจัดซ้ือ ดังได้กล่าวไว้ตามขน้ั ตอนขา้ งต้น บรษิ ทั ...................................... เลขท่ี ........ ใบขอซื้อ เลม่ ที่ ........ แผนก/ฝา่ ย........................................................ วนั ทขี่ อซอื้ ........................................................ วันทตี่ ้องการใช้วัตถุดิบ............................ จานวน รายการ ผ้ขู อซื้อ.................................................. ผูอ้ นมุ ตั .ิ .......................................................... ใบสง่ั ซื้อเลขที่........................................ วันทอี่ อก.......................................................... บริษทั ผูจ้ าหน่ายวัตถดุ บิ .................................................................................................. ภาพท่ี 3.3 ตัวอยา่ งใบขอซื้อ 1.2. แผนกจดั ซือ้ เม่ือแผนกจัดซื้อได้รับใบขอซื้อวัตถุดิบจากแผนกคลังวัตถุดิบ แผนกจัดซื้อ จัดทาใบสั่งซือ้ (Purchase Order) โดยมรี ายละเอยี ดเกยี่ วกับชื่อท่อี ยู่ของบริษัทที่ทาการส่ังซ้ือ เลขที่ใบสั่งซื้อ ชื่อและท่ีอยู่ผู้ขาย วันท่ีท่ีออกใบส่ังซ้ือ วันท่ีส่งมอบ เง่ือนไขการขนส่งและ เงื่อนไขการชาระเงิน ปริมาณการส่ังซื้อ รายละเอียดเก่ียวกับชนิด ลักษณะและคุณภาพของ วัตถุดิบที่สั่งซ้ือ ราคาต่อหน่วย และยอดรวมของจานวนเงินท่ีทาการส่ังซื้อทั้งหมด และผู้มี อานาจในการส่ังซอ้ื ดังแสดงในภาพท่ี 3.4 โดยท่ัวไปแผนกจัดซื้อจะทาใบสงั่ ซื้อขนึ้ 4 ฉบับ โดยจะสง่ ตน้ ฉบบั ให้กับผู้ขาย ส่วนสาเนาทีเ่ หลือ 3 ฉบบั สาเนา 1 ฉบบั ส่งใหแ้ ผนกตรวจรับของเพ่อื เปน็ หลักฐานเพอื่ ตรวจรับ ของเมอ่ื วตั ถุดบิ มาสง่ สาเนา 1 ฉบบั สง่ ใหแ้ ผนกบญั ชเี พื่อตรวจสอบกบั รายงานการตรวจรับของ จากแผนกตรวจรับของและใบกากับสินค้าท่ีได้รับจากผู้ขาย ส่วนสาเนาอีก 1 ฉบับเก็บไว้เป็น หลกั ฐานไว้ที่แผนกจดั ซ้อื
3 - 8 การบญั ชตี น้ ทุน 1 บรษิ ัท ...................................... เลขท่ี ............. ใบสงั่ ซือ้ เลม่ ท่ี ........ วันท่.ี ................. ช่อื ผจู้ าหนา่ ย..................................................................................................................... ที่อย.ู่ ................................................................................................................................. วนั ทีส่ ่งมอบ....................................... เงื่อนไขการขนสง่ ..................................................... ...........................................................เง่ือนไขการชาระเงนิ ................................................. จานวน รายการ ราคาต่อหน่วย รวม ยอดรวมทงั้ สน้ิ ผู้สั่งซ้ือ.................................................. ภาพที่ 3.4 ตัวอย่างใบส่งั ซอื้ 2. การตรวจรบั วตั ถดุ ิบ กิจกรรมการตรวจรับวัตถุดิบจะมีแผนกที่เก่ียวข้อง คือ แผนกตรวจรับของ และ แผนกบัญชี ซง่ึ สามารถอธบิ ายรายละเอยี ดหนา้ ทแ่ี ละเอกสารต่างๆ ที่เกย่ี วข้องของแต่ละแผนก ไดด้ งั น้ี 2.1. แผนกตรวจรบั ของ เมื่อวัตถุดิบท่ีส่ังซื้อได้ถูกจัดส่งมาท่ีกิจการ แผนกตรวจรับของจะทาหน้าที่ใน การตรวจสอบรายการวัตถุดิบต่างๆ ว่ามีคุณภาพและปริมาณตรงตามใบสั่งซื้อหรือไม่ รวมทั้ง ตรวจสอบถงึ การชารุดบกพรอ่ งอันเนื่องมาจากการขนส่งด้วย หลังจากน้ันแผนกตรวจรับของก็ จะทาการออกใบรายงานการตรวจรับของ (Receiving Report) ตามปริมาณและรายการของ วัตถุดิบจริงท่ีได้ตรวจรับไว้ โดยในใบรายงานการตรวจรับของจะแจ้งรายละเอียดเก่ียวกับช่ือผู้ จาหน่าย เลขท่ีใบสั่งซ้ือ วันท่ีได้รับวัตถุดิบ ปริมาณที่ได้รับและรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ ไดร้ ับ พร้อมท้ังมีการลงลายมือชื่อผทู้ ที่ าตรวจรับวัตถุดิบน้ันไว้ ซึ่งเอกสารใบรายงานการตรวจ รับของจะมรี ายละเอยี ด ดงั แสดงในภาพที่ 3.5
บทท่ี 3 การบัญชีเก่ียวกับวัตถดุ บิ 3 - 9 บรษิ ทั ............................................ เลขท่ี ............. เลม่ ท่ี ........ ใบรายงานการตรวจรบั ของ ช่อื ผู้จาหนา่ ย........................................................ หมายเหตุ ใบสง่ั ซื้อเลขท่ี .................................................... วนั ท่ีไดร้ ับของ................................................. จานวนทไี่ ด้รบั รายการ ยอดรวมทง้ั สน้ิ ผตู้ รวจรับของ.................................................. ภาพท่ี 3.5 ตัวอย่างใบรายงานการตรวจรบั ของ 2.2. แผนกบญั ชี เมอื่ แผนกตรวจรบั ของ ได้รบั วัตถดุ ิบเรียบรอ้ ยแล้ว แผนกบัญชีจะนาเอกสาร ท่ีเก่ยี วกบั การซอ้ื วัตถดุ บิ ไดแ้ ก่ ใบสง่ั ซื้อ ใบรายงานการรับของ และใบกากับสินค้าที่ได้รับจาก ผู้ขายมาตรวจสอบวา่ รายละเอียดถกู ตอ้ งตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่ตรงกนั จะมีรายการส่งคืนวัตถุดิบ และต้องมีเอกสารส่งคืนวัตถุดิบแนบมาด้วย หลังจากนั้น แผนกบัญชีจะทาการบันทึกรายการ เกี่ยวกับการซือ้ วตั ถดุ บิ ลงในสมุดรายวันข้ันตน้ และผ่านรายการไปยังบัญชีคุมยอดวัตถุดิบและ บญั ชีย่อยวัตถุดิบ ซึ่งจะทาเป็นบตั รวัตถดุ ิบ (Stock Card) หรอื แยกเป็นวัตถุดิบแต่ละประเภทก็ ได้ โดยบัตรวัตถุดิบจะมีข้อมูลเกี่ยวกับจานวน ราคาต่อหน่วย จานวนเงินพร้อมแสดงยอด คงเหลอื ดังแสดงในภาพท่ี 3.6
3 - 10 การบัญชตี น้ ทนุ 1 ชนดิ ของวัตถดุ ิบ..................... บตั รวตั ถดุ ิบ รหัส........................................ สถานทีจ่ ดั เก็บ................................ จานวนสูงสุด......................... จานวนตา่ สดุ ......................... รบั จ่าย คงเหลอื วนั เดือน อา้ งอิง ปริมาณ ตน้ ทุน จานวนเงิน ปริมาณ ตน้ ทุน จานวนเงนิ ปรมิ าณ ตน้ ทนุ จานวนเงนิ ปี ตอ่ ต่อ ต่อ หนว่ ย หนว่ ย หนว่ ย ภาพท่ี 3.6 ตวั อย่างบัตรวัตถดุ บิ 3. การเบิกใช้วตั ถดุ ิบ กระบวนการเบกิ ใช้วัตถดุ บิ จะมีแผนกที่เก่ยี วข้อง 3 แผนกได้แก่ แผนกผลิต แผนก คลงั วัตถุดบิ และแผนกบญั ชี ซึ่งสามารถอธบิ ายรายละเอียดหนา้ ที่และเอกสารตา่ งๆ ที่เก่ียวข้อง ของแตล่ ะแผนก ไดด้ ังน้ี 3.1. แผนกผลิต เม่ือจะทาการผลิต แผนกผลิตจะทาใบเบิกวัตถุดิบขึ้น 3 ฉบับ โดยแสดง รายละเอียดเก่ียวกับแผนกที่ขอเบิก ชนิดและจานวนของวัตถุดิบที่ต้องเบิก ต้องระบุด้วยว่า นาไปใช้สาหรบั งานใด เลขทอ่ี ะไร และต้องมีผู้อนุมัติการเบิก แผนกผลิตต้องส่งต้นฉบับใบเบิก วัตถุดิบและสาเนา 1 ฉบับ ให้กับแผนกคลังสินค้า/วัตถุดิบ ส่วนสาเนาท่ีเหลือเก็บไว้เป็น หลกั ฐานไวท้ แ่ี ผนกผลติ เอกสารใบเบกิ วตั ถุดิบ มขี ้อมูลตา่ งๆ ดังแสดงในภาพท่ี 3.7
บทท่ี 3 การบัญชเี กย่ี วกับวัตถดุ ิบ 3 - 11 3.2. แผนกคลงั สินค้าหรือวตั ถดุ ิบ เม่อื แผนกคลังวตั ถุดิบหรอื สนิ คา้ ได้รบั ใบเบกิ วัตถุดิบทง้ั 2 ฉบับจากแผนกผลติ แล้ว แผนกคลังสินค้าจะส่งวัตถุดิบตามรายละเอียดในใบเบิกวัตถุดิบไปให้กับแผนกผลิตที่ ตอ้ งการใชว้ ตั ถดุ ิบ โดยตอ้ งมลี ายเซ็นของผู้รับวตั ถุดบิ ด้วย หลังจากนั้นจะสง่ สาเนาใบเบิกไปยัง แผนกบญั ชี สว่ นเอกสารตน้ ฉบบั แผนกคลงั สินคา้ จะเกบ็ ไวเ้ ป็นหลักฐาน และตอ้ งบนั ทึกรายการ ลดจานวนวัตถดุ ิบตามที่มีการเบิกใชไ้ ปในบัตรวัตถุดิบ 3.3. แผนกบญั ชี แผนกบัญชจี ะนาสาเนาใบเบิกวตั ถดุ บิ ทไ่ี ดร้ ับจากแผนกคลังวัตถุดิบหรือสินค้า มาคานวณหาต้นทุนวัตถุดิบท่ีเบิกใช้ในกระบวนการผลิต ตามนโยบายของบริษัท ซ่ึงการ คานวณอาจเป็นวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้าหนัก (Weighted Average) วิธีเข้าก่อน – ออกก่อน (FIFO) หรือวิธีเข้าหลัง – ออกก่อน (LIFO) ตามความเหมาะสม และแผนกบัญชีต้องวิเคราะห์ด้วยว่า วัตถุดิบท่ีเบิกไปใช้เป็นวัตถุดิบประเภทใด เป็นวัตถุดิบทางตรงหรือวัตถุดิบทางอ้อม จานวน เทา่ ใด และคานวณต้นทนุ วตั ถุดบิ นน้ั เพอื่ นาไปบันทึกเป็นต้นทุนแยกตามงาน หรือบัตรต้นทุน งาน หรอื รายงานตน้ ทนุ การผลติ เพ่อื บนั ทึกการเบิกใชว้ ตั ถดุ ิบ ทงั้ ในบัญชีคุมยอดและบัญชยี อ่ ย วตั ถดุ บิ แยกตามประเภทของวตั ถดุ ิบทีน่ าไปใช้จรงิ บรษิ ทั ............................................ เลขท่ี ............. ใบเบิกวตั ถดุ ิบ เลม่ ที่ ........ แผนกขอเบิก........................................................วนั ท่.ี .......................................... เบกิ เขา้ งานเลขท่ี ................................................................................................... ลาดบั ท่ี รหัส รายการ จานวน ราคาตอ่ จานวนเงิน หน่วย หนว่ ย ผเู้ บกิ .......................................................... ผอู้ นุมตั .ิ ............................................................ ผู้รับของ…………………..…….……..…….. หัวหน้าแผนกคลังสนิ ค้า...................................... วนั ทรี่ ับของ…………… ……….…………… ผู้คานวณ............................................................ ภาพท่ี 3.7 ตัวอย่างใบเบิกวตั ถดุ ิบ
3 - 12 การบัญชีต้นทนุ 1 การบญั ชีเก่ียวกบั วตั ถดุ ิบ กิจการอุตสาหกรรมท่ีมีกระบวนการผลิตสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งอาจใช้วัตถุดิบหลัก เพยี งชนดิ เดยี ว หรือมีวัตถุดิบหลายชนิดเพ่ือผลิตเป็นสินค้าชนิดน้ันๆ ดังนั้น การบันทึกบัญชี เก่ียวกับวัตถุดิบจึงมักจะมีการใช้ บัญชีย่อยวัตถุดิบ (Material Subsidiary Ledgers or Accounts) และ บัญชีคุมยอดวัตถุดิบ (Material Control Account) เพื่อให้ง่ายต่อการบันทึก บญั ชี และเกิดประสทิ ธภิ าพในการบริหาร และท่ีสาคัญให้เกิดประโยชน์ในด้านการควบคุมการ ใช้วตั ถุดิบ และทาใหต้ ้นทุนวัตถดุ บิ ท่ใี ชใ้ นการผลิตมีความถูกต้องมากยิ่งข้ึน ในทางปฏิบัติ นัก บัญชตี ้นทนุ จะมีบัญชยี ่อยวัตถดุ บิ และบัญชคี มุ ยอดวัตถุดิบ แยกออกจากกัน สาหรับบัญชีย่อย วัตถุดิบ จะมีลักษณะคล้ายกับบัญชีย่อยลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ท่ีเรียกว่า บัญชีลูกหนี้รายตัวและ เจ้าหน้รี ายตัว สว่ นบญั ชคี ุมยอดวตั ถุดบิ จะมีลักษณะคล้ายกับบัญชีคุมยอดลูกหนี้ และบัญชีคุม ยอดเจ้าหน้ี น่ันคือ เม่ือพิจารณาจากยอดรวมของบัญชีย่อยวัตถุดิบแยกแต่ละชนิด แต่เม่ือนา ยอดของบัญชีย่อยวัตถุดบิ ทกุ บญั ชีมารวมกันจะเท่ากับบัญชีคุมยอดวัตถุดิบ (Horngren, et al., 2015 : 143 และ สมนกึ เออ้ื จริ ะพงษ์พนั ธ์, 2557 : 110) นอกจากนี้ สิ่งที่นักบัญชีจะต้องให้ความสนใจอีกประเด็นหน่ึงก็คือ การคิดต้นทุน วัตถุดิบที่เกิดข้ึนในกระบวนการผลิตให้มีความถูกต้อง หรือมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริง มากทส่ี ุด ต้นทุนทเ่ี ก่ยี วกบั วัตถุดบิ นนั้ ไม่ได้มีแตเ่ ฉพาะต้นทุนท่ีเกิดจากการซื้อวัตถุดิบเท่านั้น แตย่ ังมีตน้ ทุนอืน่ ๆ และค่าใชจ้ ่ายอื่นๆ ท่เี กิดขึ้นในทกุ กระบวนการที่เกย่ี วกบั วตั ถุดิบ ตั้งแต่การ จัดซือ้ วัตถดุ ิบไปจนกระท่งั ได้วตั ถุดบิ มาใช้ในการผลติ และนาเกบ็ เขา้ คลงั วตั ถดุ ิบ ดังน้ัน ตน้ ทุน ท่ีเกี่ยวกับวัตถุดิบ เช่น แผนกจัดซื้อจะมีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดข้ึนเมื่อมีการจัดซื้อ แผนก ผลติ จะต้องคดิ ต้นทุนวตั ถดุ บิ ทัง้ ส้ิน เมอื่ มีการเบิกใช้วัตถดุ บิ เข้าสู่กระบวนการผลิตในงวดหน่ึงๆ และแผนกคลงั วตั ถดุ ิบจะมีตน้ ทนุ ในการเก็บรกั ษาวตั ถุดบิ ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นในแต่ละ แผนกดงั กล่าวขา้ งต้น จึงประกอบด้วย ต้นทุนในการสั่งซื้อ (Ordering Costs) ต้นทุนตามราคา ซื้อ (Acquisition Costs) ต้นทุนในการเก็บรักษาวัตถดุ ิบ (Carrying Costs) (สมนึก เอ้ือจริ ะพงษ์พนั ธ์, 2557 : 131) และตน้ ทนุ วัตถดุ บิ ที่ใชไ้ ปในกระบวนการผลิต (Material Used Costs) นั่นเอง สาหรับต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายท่ีเกิดข้ึนในแผนกอ่ืนๆ ท่ีไม่ใช่ต้นทุนจากการซ้ือและค่า ขนสง่ ทเี่ กดิ จากการซ้ือวตั ถดุ ิบ เป็นตน้ ทุนที่ทาใหว้ ัตถุดบิ พร้อมทจี่ ะนาไปใช้ผลติ ได้ ซ่งึ จะถือว่า เปน็ ต้นทุนของวตั ถุดิบ กิจการตอ้ งทาการจัดสรรต้นทุน (Cost Allocation) เหลา่ นี้ให้กับวัตถุดิบ แต่ละชนิดให้ถูกต้อง ก่อนท่ีจะมีการเบิกไปใช้ในการผลิตสินค้าแต่ละประเภท เพื่อให้ต้นทุน วตั ถดุ ิบมคี วามถกู ต้องมากข้นึ แต่ในทางปฏิบัติ กจิ การมักจะบันทึกค่าใชจ้ ่ายที่เกิดข้ึนดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายท่ีเกิดขึ้น ในแต่ละแผนก เชน่ คา่ ใชจ้ ่ายท่เี กิดขนึ้ ในแผนกจัดซื้อ ตรวจรับของ คลงั สินค้าและบัญชี โดยจะ
บทท่ี 3 การบัญชีเกย่ี วกับวตั ถดุ ิบ 3 - 13 บันทึกคา่ ใช้จา่ ยเหลา่ น้ีเป็นต้นทนุ ของแตล่ ะแผนก หรอื จัดเป็นตน้ ทุนทางอ้อมมากกว่าจะบันทึก เปน็ ตน้ ทนุ วัตถดุ ิบทางตรง โดยบันทึกเข้าคุมยอดคา่ ใช้จา่ ยการผลิต แลว้ ค่อยนามาคานวณเป็น ต้นทนุ การผลิตตอ่ ไป (ดวงมณี โกมารทตั , 2559 : 143) การบนั ทกึ บัญชีเก่ยี วกบั วตั ถุดบิ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการควบคุมการใช้วัตถุดิบและ ไม่ให้ยุ่งยากในการบันทึกบัญชี เน้ือหาของบทนี้จะกล่าวถึงการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับวัตถุดิบ โดยใชบ้ ญั ชคี มุ ยอดวัตถุดิบ ซึง่ ไม่มีการบันทึกบัญชีผ่านบัญชีย่อยวัตถุดิบ แต่ถ้าหากกิจการมี ประเภทของวตั ถดุ ิบเพียงไม่ก่ีชนิด หรือเป็นกิจการที่มีขนาดเล็ก ก็สามารถเปิดเป็นบัญชีย่อย วตั ถุดบิ แต่ละชนดิ ได้ ซ่งึ หลักการบันทกึ บัญชีเกย่ี วกบั วตั ถดุ บิ ไม่ไดม้ ีความแตกตา่ งกัน โดยทั่วไปการบันทึกบัญชีเก่ียวกับวัตถุดิบ สามารถจาแนกไปตามลักษณะของการ สะสมขอ้ มลู ต้นทนุ ของวตั ถุดบิ ซึง่ แบ่งได้เป็น 2 ระบบ ได้แก่ 1) ระบบการสะสมต้นทุนแบบเม่ือ สิน้ งวด (Periodic Cost Accumulation) และ 2) ระบบการสะสมตน้ ทนุ แบบต่อเนอื่ ง (Perpetual Cost Accumulation) ซ่ึงแต่ละระบบจะมีวิธีการบันทึกบัญชีตามกระบวนการหรือรายการค้าที่ เกิดข้ึนในวงจรการผลติ ท่ีเกย่ี วกับวัตถุดิบ (ทั้งวัตถุดิบทางตรงและวัตถุดิบทางอ้อม) เร่ิมต้ังแต่ การจัดซื้อวัตถุดิบ การตรวจรับของ การเบิกใช้วัตถุดิบ จนกระท่ังการจัดเก็บวัตถุดิบเข้าคลัง วัตถุดิบ ดังนั้น การบันทึกบัญชีท่ีเกี่ยวกับวัตถุดิบ จะแยกตามแต่ละข้ันตอนของวัตถุดิบ สามารถบันทกึ บญั ชี ได้ดงั น้ี (ปรบั ปรงุ จากสมนกึ เออ้ื จิระพงษ์พันธ์, 2557 : 112-119) 1. เม่ือมีการจดั ซื้อวตั ถดุ ิบ เม่ือแผนกจัดซอื้ ได้สั่งซือ้ วตั ถดุ บิ ตามทีแ่ ผนกคลังวัตถุดิบต้องการ และได้ออกใบส่ัง ซ้ือ แผนกตรวจรับของทาการตรวจรับวัตถุดิบเรียบร้อยแล้ว หลังจากน้ันก็จะส่งเอกสารที่ เก่ยี วขอ้ งไปให้กบั แผนกบัญชเี พื่อทาการบันทึกบัญชีซื้อวัตถุดิบตามข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร ต่อไป สาหรบั กรณีทีก่ ิจการมีการใช้ระบบการสะสมต้นทุนแบบเมื่อส้ินงวด เม่ือกิจการมีการซื้อ วัตถุดิบ การบันทึกบัญชีด้านเดบิตจะเปิดบัญชี “ซื้อวัตถุดิบ” (Purchase Account) ถือว่าเป็น ต้นทุนหลักของวัตถุดิบรายการหนึ่ง ซึ่งจะไปปรากฏอยู่ในงบต้นทุนการผลิต โดยบัญชีซื้อ วัตถุดิบนี้ เป็นการรวมบัญชีย่อยวัตถุดิบแต่ละชนิด ซึ่งรายละเอียดวัตถุดิบแต่ละประเภทจ ะ จัดทาในรูปของบัตรวัตถุดิบ หรือเป็นบัญชีย่อยวัตถุดิบ แยกแต่ละประเภท โดยที่การบันทึก บัญชีไม่ต้องแยกประเภทของวัตถดุ ิบว่าเปน็ วตั ถดุ ิบทางตรงหรือวัตถดุ ิบทางอ้อม เพราะในบัตร วตั ถุดิบจะระบุว่าเปน็ วัตถุดิบประเภทใดอยแู่ ลว้ ดงั น้ัน วธิ กี ารบันทกึ บัญชีตามระบบการสะสมต้นทุนแบบส้ินงวด จะไม่มีการบันทึก ตน้ ทนุ ของวตั ถดุ บิ แต่ละครง้ั ท่มี กี ารซ้ือและเบิกใช้ในการผลิต แต่จะทาการตรวจนับและตีราคา วตั ถุดิบคงเหลือเฉพาะในตอนส้ินงวด การบันทึกบัญชีเม่ือมีการจัดซื้อวัตถุดิบ จะบันทึกบัญชี ไดด้ งั นี้
3 - 14 การบญั ชตี น้ ทุน 1 ระบบการบนั ทกึ บญั ชีวตั ถดุ ิบแบบส้นิ งวด xxx เดบติ ซอ้ื วัตถดุ บิ xxx เครดติ เงนิ สด หรือ เจา้ หน้ี กรณีที่กิจการใช้ระบบการสะสมต้นทุนแบบต่อเน่ือง และมีการบันทึกบัญชีวัตถุดิบ แบบตอ่ เนอ่ื ง (Perpetual Inventory System) เมอื่ มีการซื้อวัตถดุ บิ ไมว่ ่าจะเป็นวัตถดุ บิ ชนิดใดก็ ตาม กิจการจะบันทกึ บญั ชีโดยเปดิ บญั ชี “วัตถุดิบ” หรือ “คุมยอดวัตถุดิบ” เพียงบัญชีเดียว ซึ่ง เปน็ บัญชใี นหมวดสนิ ทรพั ย์ แสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งบัญชีวัตถุดิบคงเหลือถือ วา่ เป็นส่วนหนึง่ ของบัญชีสนิ ค้าคงเหลือ ส่วนบัญชีย่อยวัตถุดิบแต่ละประเภท รายละเอียดของ แต่ละชนิดจะถูกบันทึกไว้ใน “บัตรวัตถุดิบ” หรือ “บัญชีย่อยวัตถุดิบ” ดังแสดงรายละเอียด ความสัมพนั ธร์ ะหว่างบัญชีคุมยอดวัตถุดิบและบัตรวัตถุดิบ หรือบัญชีย่อยวัตถุดิบ ตามภาพท่ี 3.8 คมุ ยอดวตั ถดุ บิ บตั รวตั ถดุ ิบ เลขท.่ี ..... ซื้อวตั ถุดบิ 250 รายการ.............................ประเภท................ วนั ท่ี รบั จา่ ย คงเหลือ บตั รวตั ถดุ ิบ เลขท่ี...... 150 รายการ.......................ประเภท................ วนั ท่ี รบั จา่ ย คงเหลือ ม.ค.15 100 100 ภาพที่ 3.8 แสดงความสมั พนั ธข์ องบญั ชคี มุ ยอดวตั ถดุ บิ และบตั รวัตถุดิบ (บญั ชียอ่ ยวัตถดุ ิบ) สาหรับระบบการบันทึกบัญชีวัตถุดิบแบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory System) จะเห็นได้ว่าบัญชีวัตถุดิบจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเมื่อมีการซ้ือ และเม่ือมีการเบิกใช้ วัตถุดบิ เข้าสกู่ ระบวนการผลติ ทาใหก้ จิ การทราบยอดคงเหลอื ของวัตถุดบิ แต่ละชนิดตลอดเวลา
บทท่ี 3 การบัญชีเก่ียวกบั วัตถุดิบ 3 - 15 ไม่ต้องรอตรวจนับวัตถุดิบคงเหลือตอนส้ินงวดเช่นเดียวกับระบบการบันทึกวัตถุดิบคงเหลือ แบบเมื่อสิ้นงวด ดังนัน้ วิธนี ี้จงึ เป็นวธิ ีทีไ่ ด้รับความนิยมสาหรับกิจการอุตสาหกรรมเพราะถือว่า เป็นวธิ ีการท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ การควบคุมได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพมากท่ีสุด การบันทึกบัญชีเมื่อ มกี ารจัดซื้อวตั ถุดิบ จะบนั ทกึ บญั ชี ไดด้ งั นี้ ระบบการบันทกึ บัญชวี ตั ถดุ ิบแบบต่อเน่อื ง xxx เดบติ คุมยอดวัตถดุ ิบ xxx เครดิต เงินสด หรอื เจา้ หนี้ 2. เม่อื มกี ารจ่ายค่าขนส่งวตั ถดุ ิบ การซอ้ื วัตถุดบิ เพื่อนามาใช้ในการผลติ สนิ ค้า ในบางครงั้ อาจมคี า่ ขนสง่ แยกต่างหาก จากราคาซื้อวัตถุดิบ ดังน้ัน ค่าขนส่งท่ีเกิดจากการซื้อวัตถุดิบจึงถือว่าเป็นค่าขนส่งเข้า (Transportation - In หรือ Freight – In) ซึ่งต้องนามารวมเป็นต้นทุนของวัตถุดิบ ดังนั้น การ บันทึกบัญชีถ้ากิจการมีการใช้ระบบการสะสมต้นทุนแบบเม่ือสิ้นงวด หรือบันทึกวัตถุดิบแบบ เม่อื ส้นิ งวด (Periodic Inventory System) กิจการจะบนั ทึกค่าขนส่งวัตถุดิบ โดยเปิดบัญชี “ค่า ขนสง่ เข้า” ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหน่ึงของต้นทุนวัตถุดิบ และจะแสดงรายการค่าขนส่งเข้าน้ี ในงบ ตน้ ทุนการผลิต เพื่อคานวณหายอดซ้ือวัตถุดิบสุทธิ และนายอดซื้อวัตถุดิบสุทธิไปคานวณหา ตน้ ทุนวตั ถุดิบทใ่ี ช้ไปในกระบวนการผลิตตอ่ ไป การคานวณค่าขนส่งเข้าของวัตถุดิบแต่ละประเภทสามารถคานวณได้หลายวิธี ข้ึนอย่กู ับเกณฑท์ ีใ่ ชใ้ นการคานวณ เช่น คิดตามเกณฑจ์ านวนหนว่ ยทซ่ี อื้ ตามเกณฑ์มูลค่าของ วตั ถุดิบ หรือตามเกณฑน์ ้าหนกั ของวัตถุดิบ เป็นต้น การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าขนส่งเข้าของ วัตถุดิบ บนั ทกึ บัญชี ไดด้ ังนี้ ระบบการบนั ทกึ บญั ชีวตั ถดุ บิ แบบส้นิ งวด xxx เดบติ คา่ ขนส่งเขา้ xxx เครดิต เงินสด หรอื คา่ ขนสง่ เขา้ ค้างจ่าย กรณีท่ีกิจการใช้ระบบการสะสมต้นทุนแบบต่อเนื่อง และมีการบันทึกบัญชีวัตถุดิบ แบบต่อเน่ือง (Perpetual Inventory System) เม่ือมีค่าขนส่งเข้าเกิดขึ้น กิจการจะบันทึกโดย เปิดบญั ชี “คุมยอดวตั ถุดิบ” เพราะถือว่าเปน็ ส่วนหนงึ่ ของตน้ ทนุ ของวัตถดุ บิ นอกจากน้ี จะตอ้ ง นาคา่ ขนสง่ เขา้ ของวตั ถุดบิ แตล่ ะชนิดไปปรบั กบั มลู ค่าของวัตถุดิบในบตั รวัตถุดิบหรือบัญชีย่อย ของวัตถุดบิ แตล่ ะชนดิ เพอื่ ให้ต้นทุนของวัตถุดิบแต่ละประเภทแสดงมูลค่าที่ถูกต้องและต้นทุน
3 - 16 การบัญชตี ้นทนุ 1 ของวัตถุดิบมีความสอดคล้องกับบัญชีคุมยอดวัตถุดิบที่ได้ลงบันทึกบัญชีไว้ การบันทึกบัญชี เกย่ี วกบั คา่ ขนส่งเขา้ ของวัตถดุ บิ ตามระบบการบันทกึ บญั ชีวตั ถดุ บิ แบบตอ่ เนื่อง สามารถบันทึก บัญชี ได้ดงั นี้ ระบบการบนั ทกึ บญั ชีวตั ถุดิบแบบตอ่ เนือ่ ง xxx เดบติ คมุ ยอดวัตถุดิบ xxx เครดิต เงนิ สด หรอื ค่าขนสง่ เขา้ คา้ งจา่ ย 3. เมอื่ มีการส่งคืนวตั ถดุ ิบ การจัดซ้ือวัตถดุ ิบแต่ละครั้ง ในบางครั้งอาจมวี ัตถดุ ิบที่ไมต่ รงตามคณุ สมบัติท่ีกิจการ ตอ้ งการ เช่น สี หรือ คุณสมบตั ิ ไมถ่ กู ต้องตามท่ีกจิ การส่ังซ้ือ ดังนั้น กิจการต้องส่งวัตถุดิบคืน ใหผ้ ูข้ าย ถา้ กจิ การใช้ระบบการสะสมตน้ ทนุ แบบสนิ้ งวด หรอื บันทึกวตั ถดุ ิบแบบสนิ้ งวด กิจการ จะบันทึกบญั ชสี ง่ คนื วัตถดุ บิ โดยการเปิดบัญชี “ส่งคืนวัตถดุ บิ ” (Purchase Returned) ซึ่งถือว่า เปน็ การลดต้นทุนของวตั ถดุ บิ และจะแสดงรายการส่งคืนวัตถุดิบน้ี เป็นรายการท่ีนาไปหักออก จากต้นทุนจากการซื้อวัตถุดิบสุทธิ ในงบต้นทุนการผลิต เพ่ือคานวณหายอดซ้ือวัตถุดิบสุทธิ และนายอดซอื้ วตั ถุดบิ สุทธิไปคานวณหาต้นทุนวตั ถดุ ิบทใี่ ช้ไปในกระบวนการผลิตต่อไป การบันทกึ บญั ชเี ก่ยี วกบั การสง่ คนื วัตถดุ ิบ ตามระบบการบันทึกบญั ชีวตั ถดุ ิบแบบสิ้น งวด บนั ทกึ บญั ชี ไดด้ งั น้ี ระบบการบันทกึ บัญชวี ัตถุดบิ แบบเม่อื สนิ้ งวด xxx เดบติ เงนิ สด หรือเจา้ หน้ี xxx เครดติ ส่งคนื วัตถดุ ิบและสว่ นลด กรณีที่กิจการใช้ระบบการสะสมต้นทุนแบบต่อเนื่อง และมีการบันทึกบัญชีวัตถุดิบ แบบต่อเน่ือง (Perpetual Inventory System) เมื่อมีการส่งคืนวัตถุดิบ กิจการจะบันทึกโดยลด ยอดบัญชี “คุมยอดวัตถุดิบ” เพราะถือว่าทาให้ต้นทุนของวัตถุดิบลดลง นอกจากนี้ จานวน วัตถุดิบจะลดลงไปตามจานวนท่ีส่งคืนวัตถุดิบไปให้กับผู้ขาย บัตรวัตถุดิบหรือบัญชีย่อยของ วัตถุดิบแต่ละชนิดจะแสดงจานวนท่ีถูกต้องตามที่ควรจะเป็น การบันทึกบัญชีเก่ียวกับส่งคืน วัตถดุ ิบตามระบบการบนั ทกึ บญั ชีวัตถดุ บิ แบบต่อเนอื่ ง สามารถบนั ทกึ บัญชี ไดด้ ังนี้
บทที่ 3 การบญั ชีเกี่ยวกบั วตั ถุดบิ 3 - 17 ระบบการบนั ทึกบญั ชวี ัตถุดบิ แบบต่อเน่ือง xxx เดบิต เงินสด หรอื เจา้ หน้ี xxx เครดติ คมุ ยอดวัตถดุ ิบ 4. เมื่อมีการจ่ายชาระหนี้ค่าวตั ถดุ ิบ เม่ือมกี ารซอื้ วัตถดุ ิบเปน็ เงินเชอื่ เมื่อถึงระยะเวลาท่ีต้องชาระหน้ี กิจการต้องทาการ จ่ายชาระหนี้ค่าวัตถุดิบ โดยมีเง่ือนไขการชาระหน้ีมาเก่ียวข้อง เช่น 2/10, n/30 2/EOM, n/60 เป็นต้น ทาให้การบันทึกบัญชีการจ่ายชาระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ สามารถแบ่งการจ่ายชาระหนี้ ออกเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีท่ี 1 กิจการไม่ได้รับส่วนลด เมื่อมีการจ่ายชาระหน้ีโดยไม่เข้า เงื่อนไขการได้รับส่วนลด และกรณีที่ 2 กิจการได้รับส่วนลด เมื่อการจ่ายชาระหน้ีในช่วง ระยะเวลาที่กาหนด ตามเงื่อนไขทก่ี าหนด การบันทึกบัญชีแต่ละกรณี สามารถบันทึกบัญชี ได้ ดงั น้ี 4.1 กรณีท่ีกิจการไมไ่ ด้รบั ส่วนลด การจา่ ยชาระหน้ใี ห้กบั เจ้าหนค้ี า่ วตั ถดุ บิ เมอื่ ถึงกาหนดชาระโดยไม่เขา้ เงอื่ นไข การไดร้ ับสว่ นลด สาหรับการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการจ่ายชาระหน้ี ตามระบบการบันทึกบัญชี วตั ถุดิบเม่ือส้ินงวด สามารถบันทึกบญั ชี ไดด้ ังน้ี ระบบการสะสมตน้ ทุนแบบสนิ้ งวด xxx xxx เดบติ เจ้าหนี้ เครดติ เงินสด สาหรับการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการจ่ายชาระหน้ี ตามระบบการบันทึกบัญชี วัตถุดิบแบบต่อเนอ่ื ง สามารถบนั ทึกบัญชี ไดด้ ังน้ี ระบบการสะสมตน้ ทุนแบบต่อเนือ่ ง xxx เดบติ เจ้าหนี้ 4.1.กรณีกิจการได้รบั ส่วนลด (Purchase Discountx)xx เครดิต เงินสด
3 - 18 การบญั ชีต้นทุน 1 4.2 กรณีที่กิจการได้รบั ส่วนสดตามเง่อื นไข การจ่ายชาระหน้ีให้กับเจ้าหนี้ค่าวัตถุดิบ เมื่อถึงกาหนดชาระโดยเข้าเง่ือนไข การได้รบั ส่วนลด เชน่ เงอื่ นไขการชาระหนี้ 2/10, n/30 แล้วกิจการจ่ายชาระหนี้ภายใน 10 วัน นบั จากวันท่ีซื้อวตั ถุดบิ ทาให้กจิ การได้รับส่วนลด 2% ส่วนลดนี้เป็นส่วนลดเงินสด ซ่ึงเรียกว่า ส่วนลดรับ (Purchase Discount) จะนาไปบันทึกบัญชีเพื่อลดต้นทุนของวัตถุดิบท่ีซื้อมาใช้ใน กระบวนการผลิต ดังนั้นการบันทึกบัญชีเก่ียวกับการจ่ายชาระหน้ี กรณีที่กิจการได้รับส่วนลด ตามเง่อื นไข ตามระบบการบันทึกบญั ชวี ตั ถุดิบเมื่อสน้ิ งวด สามารถบนั ทึกบญั ชี ได้ดังนี้ ระบบการสะสมตน้ ทนุ แบบสน้ิ งวด xxx เดบติ เจ้าหน้ี xxx เครดิต เงินสด xxx สว่ นลดรับ สาหรับกิจการใช้ระบบการสะสมต้นทุนแบบต่อเน่ือง และมีการบันทึกบัญชี วัตถุดิบแบบต่อเน่ือง (Perpetual Inventory System) เม่ือกิจการได้รับส่วนลดตามเงื่อนไข กิจการจะบนั ทกึ โดยลดยอดบัญชี “คุมยอดวตั ถุดบิ ” เพราะถือว่าทาให้ต้นทุนของวัตถุดิบลดลง ตามจานวนท่ีกิจการได้รับส่วนลด ดังนั้นการบันทึกบัญชีเก่ียวกับการจ่ายชาระหน้ี กรณีท่ี กจิ การไดร้ บั สว่ นลดตามเงือ่ นไข ตามระบบการบันทกึ บัญชีวัตถดุ ิบแบบต่อเน่ือง สามารถบนั ทกึ บัญชี ได้ดงั น้ี ระบบการสะสมตน้ ทุนแบบต่อเนื่อง xxx เดบติ เจ้าหน้ี xxx เครดติ เงินสด xxx คมุ ยอดวัตถุดบิ เพอื่ ใหเ้ ข้าใจเก่ยี วกับการบนั ทึกบัญชีวัตถดุ บิ ของทัง้ สองระบบ จะอธิบายการ บันทกึ บัญชี ดังแสดงในตวั อย่างท่ี 3.1 ตวั อยา่ งที่ 3.1 เมอื่ วนั ท่ี 1 เมษายน 25X1 บรษิ ัท สนั ตอิ ุตสาหกรรม จากัด ส่ังซ้ือวัตถุดิบจานวน 10,000 บาท จากบริษัท สามัคคี จากัด เงื่อนไขในการชาระหน้ี 2/10 , n/30 หากบริษัท สันติอุตสาหกรรม จากัด ชาระหนี้ภายในวนั ท่ี 10 เมษายน จะไดร้ บั ส่วนลดเงินสด 2% ของ 10,000 บาท การลงบัญชีเกีย่ วกับการจา่ ยชาระหน้ี สามารถบนั ทกึ ได้ดงั น้ี
บทที่ 3 การบญั ชีเก่ยี วกับวัตถดุ บิ 3 - 19 ระบบการสะสมต้นทนุ แบบเมอ่ื สิ้นงวด 10,000 10,000 1) เมื่อซ้ือวัตถุดบิ เปน็ เงนิ เชอ่ื เม.ย.1 เดบิต ซ้อื วตั ถุดิบ เครดติ เจ้าหน้ี 2) เมอื่ จ่ายชาระหน้ใี หก้ ับเจ้าหน้ี ไดร้ บั ส่วนลด 2% เม.ย.10 เดบติ เจ้าหนี้ 10,000 เครดติ เงนิ สด 9,800 สว่ นลดรบั 200 ระบบการสะสมต้นทุนแบบต่อเน่ือง 10,000 1) เม่ือซ้อื วัตถุดบิ เปน็ เงนิ เชอื่ 10,000 เม.ย.1 เดบิต คมุ ยอดวัตถุดบิ เครดติ เจา้ หนี้ 2) เม่อื จา่ ยชาระหนใี้ หก้ ับเจ้าหนี้ ได้รับสว่ นลด 2% เม.ย.10 เดบิต เจ้าหน้ี 10,000 เครดิต เงนิ สด 9,800 คุมยอดวตั ถุดิบ 200 5. เม่ือมีค่าใช้จา่ ยอ่ืนๆ ที่เกี่ยวกบั การจดั หาวตั ถดุ ิบ สาหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการจัดหาวัตถุดิบ (Material Handling Charges or Acquisition Costs) เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแผนกต่างๆ ท่ีต้องมีการจัดหาวัตถุดิบ เช่น แผนกจัดซื้อ แผนกตรวจรับของ แผนกคลังสินค้า และแผนกบัญชี เป็นต้น ซ่ึงแผนกดังกล่าว ถือว่าเป็นแผนกบริการ ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายท่ีเกิดขึ้นในแผนกเหล่านี้ ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายท่ี เกิดข้ึนในแผนกบรกิ าร จาเปน็ ตอ้ งมีการจัดสรรหรือปันสว่ นค่าใช้จา่ ยเหล่าน้ีใหก้ บั แผนกผลติ ทีม่ ี การใชค้ า่ ใช้จา่ ยในการจัดหาวตั ถุดิบ โดยใช้เกณฑท์ ีเ่ หมาะสม ซ่ึงการบันทึกบญั ชีจะรวมไวบ้ ัญชี เดียวกัน คือ บัญชีค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัตถุดิบ ซ่ึงจะเป็นส่วนหนึ่งของบัญชีคุมยอด คา่ ใช้จ่ายการผลิต หรือโอนเข้าบัญชีคุมยอดค่าใช้จ่ายการผลิต ซึ่งจะเป็นต้นทุนการผลิตของ แผนกผลิตใดน้ัน ขึ้นอยู่กับว่าจะปันส่วนให้กับแผนกผลิตนั้นจานวนเท่าใด ให้พิจารณาจาก เกณฑ์ทีใ่ ชใ้ นการปันสว่ นค่าใช้จา่ ยการผลิตของบรษิ ทั น้ัน
3 - 20 การบัญชตี น้ ทุน 1 การคานวณต้นทนุ วตั ถดุ ิบใช้ไปและตีราคาวตั ถดุ ิบคงเหลือ การบนั ทึกบัญชสี าหรบั กิจการอุตสาหกรรมมีความแตกต่างกัน ซ่ึงขึ้นอยู่กับระบบการ สะสมตน้ ทุนว่ากิจการมรี ะบบการสะสมต้นทนุ เปน็ แบบเมอ่ื สิน้ งวด หรือแบบต่อเน่อื ง นอกจากน้ี วิธีการคานวณต้นทุนวัตถุดิบท่ีใช้ไปในกระบวนการผลิตมีผลทาให้ต้นทุนของวัตถุดิบใช้ไปท่ี นาเสนอในงบต้นทนุ การผลติ มีความแตกตา่ งกนั และการตรี าคาวตั ถุดิบคงเหลือในตอนส้ินงวด ท่ีนาเสนอในงบแสดงฐานะการเงินก็ทาให้มูลค่าของวัตถุดิบคงเหลือไม่เท่ากัน ถ้าหากกิจการ เลือกใช้วธิ ีการคานวณต้นทุนท่ีแตกต่างกัน ดังนั้น เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับวิธีการคานวณต้นทุน วัตถดุ บิ แตล่ ะวธิ ี และการตรี าคาวัตถดุ ิบคงเหลอื ปลายงวด จึงขออธิบายแยกแต่ละหวั ขอ้ ดังนี้ 1. การคานวณต้นทุนวตั ถดุ ิบใช้ไป กิจการท่ซี อ้ื วตั ถุดิบเข้าในคลังพัสดุหลายคร้ังในราคาต่างๆ กันย่อมประสบปัญหา การคานวณต้นทุนวัตถุดิบที่เบิกไปใช้ในการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบคงเหลือในวันส้ินงวด เพราะมีวิธีคานวณได้หลายวธิ ี ต้นทุนวตั ถดุ บิ ท่เี บิกไปใช้ในการผลิตจะเป็นเทา่ ไรนน้ั ยอ่ มข้นึ กบั วิธีการบันทึกต้นทุนวัตถุดิบคงเหลือ ณ วันส้ินงวด ในทางทฤษฎีน้ันการบันทึก วัตถุดิบคงเหลอื มี 2 วธิ ีคือ การบันทกึ บญั ชวี ัตถุดิบคงเหลือเมือ่ สิน้ งวด (Periodic Inventory Method) และการบันทึกบัญชีวตั ถุดิบคงเหลือแบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory Method) สาหรับวิธีการบันทึกบัญชีวัตถุดิบคงเหลือเม่ือสิ้นงวด กิจการจะคานวณต้นทุน วัตถุดิบเบิกไปใช้ในระหว่างงวดได้ก็ต่อเมื่อทาการตรวจนับ และตีมูลค่าวัตถุดิบคงเหลือที่ เหลืออยู่จริง ณ วันสิ้นงวด ซ่ึงสามารถคานวณได้ดังน้ี (ปรบั ปรุงจากดวงมณี โกมารทัต, 2559 : 146) วัตถดุ บิ คงเหลือต้นงวด xxx บวก ซื้อวัตถุดิบสุทธ:ิ xxx ซ้อื วตั ถุดบิ xxx บวก คา่ ขนสง่ เข้า xxx xxx หกั สง่ คนื วัตถดุ ิบ xxx xxx xxx สว่ นลดรบั xxx วัตถดุ ิบที่มไี ว้ใชใ้ นการผลติ ทงั้ ส้ิน xxx หกั วัตถดุ ิบคงเหลอื ปลายงวด xxx ตน้ ทุนวตั ถุดบิ ใช้ไป xxx หกั ต้นทนุ วตั ถุดบิ ทางออ้ มใช้ไป xxx ต้นทุนวัตถุดบิ ทางตรงใชไ้ ป
บทที่ 3 การบัญชีเกีย่ วกับวัตถดุ ิบ 3 - 21 จากข้อมูลขา้ งต้น จะเหน็ ได้ว่าการคานวณต้นทุนวัตถุดิบคงเหลือเม่ือส้ินงวด ไม่ได้ เกดิ จากการคานวณวตั ถุดบิ ที่เบิกใชจ้ ริงๆ เมอ่ื นาเข้าสกู่ ระบวนการผลิต แต่เป็นเพียงผลลัพธ์ที่ ได้จากการหักรายการวัตถดุ บิ คงเหลอื ปลายงวดออกจากต้นทนุ ของวตั ถุดบิ ท่ีมไี ว้ใชใ้ นการผลิต สาหรับกรณีท่กี จิ การใชว้ ิธีการบันทึกบัญชวี ัตถดุ ิบคงเหลือแบบตอ่ เนื่อง การคานวณ ต้นทุนวัตถุดิบท่ีเบิกไปใช้ในกระบวนการผลิต จะมีการเปิด “บัญชีวัตถุดิบ” หรือ “บัญชีคุม ยอดวัตถุดิบ” ซ่ึงแสดงการเคล่ือนไหวของวัตถุดิบต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา ดังน้ัน การคานวณ ตน้ ทนุ วตั ถดุ ิบที่เบกิ ใช้ในกระบวนการผลิต และมลู ค่าของวตั ถุดบิ คงเหลือจะพิจารณาจากบัญชี วัตถุดิบโดยตรง โดยท่ัวไปแล้วกิจการต่างๆ นิยมบันทึกต้นทุนวัตถุดิบคงเหลือแบบต่อเน่ือง มากกว่าเน่ืองจากกิจการจะทราบถึงยอดที่แท้จริงของบัญชีวัตถุดิบอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องรอ จนถึงตอนสิ้นงวดถึงจะทราบวา่ ตน้ ทนุ วัตถุดิบท่ีใช้ในการผลติ มีจานวนเทา่ กบั เทา่ ใด 2. การตีราคาวตั ถดุ ิบคงเหลือปลายงวด การคานวณหามูลคา่ ของวัตถุดิบคงเหลือปลายงวด อาจมีประเด็นปัญหาเกิดข้ึนว่า กิจการควรจะใช้ราคาใดในการบันทึกมูลคา่ ของวัตถุดบิ คงเหลือ ณ วนั สิน้ งวด หรือต้นทุนของ วัตถุดิบที่เบิกไปใช้ในระหว่างงวดเนื่องจากการซื้อวัตถุดิบมีหลายครั้งในรอบระยะเวลาบัญชี หนง่ึ ๆ และราคาทุนท่ีซ้ือมาในแต่ละครั้งไม่เท่ากัน ทาให้มีปัญหาว่าควรตีราคาวัตถุดิบคงเหลือ อย่างไร ซ่ึงในทางทฤษฎีราคาทุนของวัตถุดิบท่ีนามาใช้ตีมูลค่าของวัตถุดิบคงเหลือ มีดังน้ี (ปรับปรงุ จากดวงมณี โกมารทัต, 2559 : 155) 2.1 ราคาทนุ (Cost Method) 2.2 ราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่ราคาใดจะตา่ กวา่ (Lower of Cost or Market Method : LCM) 2.3 ราคามาตรฐาน (Standard Cost Method) การคานวณมูลค่าวตั ถุดบิ คงเหลอื ปลายงวดแตล่ ะวิธี สามารถแสดงรายละเอียดและ ยกตัวอยา่ งการคานวณแต่ละวิธตี ามลาดับ ได้ดงั นี้ 2.1 วิธีราคาทนุ ความหมายของคาวา่ ราคาทนุ (Cost) หมายถงึ ราคาท่ีซ้ือวัตถุดิบมาใช้ในการ ผลิตรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ท่ีจ่ายไปเพื่อให้วัตถุดิบน้ันอยู่ในสภาพพร้อมท่ีจะผลิตได้ เช่น กิจการต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อ ค่าขนส่งในการซื้อวัตถุดิบ ค่าขนของข้ึนลง ค่า ประกันภัยสินคา้ คา่ ใช้จา่ ยในการตรวจรบั ของ และคา่ ใชจ้ า่ ยในการเก็บรักษาวัตถุดิบให้อยู่ใน สภาพดีพรอ้ มที่จะนาไปผลิตได้ ในกรณที ี่กิจการได้รับสว่ นลดจากผู้ขาย หรือทเี่ รียกวา่ ส่วนลด รบั ก็ต้องนามาพจิ ารณาหกั ออกจากตน้ ทุนวตั ถดุ บิ ทซี่ ื้อออกไปด้วย เพราะทาให้ต้นทุนวัตถุดิบ ลดลง ซ่ึงวิธีการคานวณต้นทนุ วตั ถดุ บิ ดว้ ยราคาทุน สามารถแบง่ ไดเ้ ป็น 6 วิธี ดงั นี้
3 - 22 การบัญชตี น้ ทนุ 1 2.1.1 วิธรี าคาทีแ่ ทจ้ รงิ (Specific Identification Method) 2.1.2 วธิ ถี ัวเฉลย่ี อย่างงา่ ย (Simple Average Method) 2.1.3 วธิ ถี ัวเฉลี่ยถว่ งนา้ หนกั (Weighted Average Method) 2.1.4 วธิ ถี ัวเฉลยี่ แบบเคลอ่ื นท่ี (Moving Average Method) 2.1.5 วธิ ซี อ้ื กอ่ น – ใช้ก่อน (First – In, First – Out Method) 2.1.6 วิธีซือ้ หลงั – ใชก้ อ่ น (Last – In, First – Out Method) เพื่อให้เข้าใจในการคานวณต้นทุนวัตถุดิบแต่ละวิธี จะอธิบายรายละเอียดการคานวณ และยกตวั อยา่ งของแตล่ ะวิธีได้ดังนี้ 2.1.1 วธิ ีราคาทแี่ ทจ้ รงิ การคานวณมลู ค่าของวตั ถุดบิ คงเหลือปลายงวดโดยใชว้ ธิ รี าคาทแี่ ท้จริง (Specific Identification Method) เปน็ วธิ ีท่ีกจิ การทราบราคาทุนของวัตถุดิบอย่างแน่นอนว่า วัตถุดิบที่ใชใ้ นการผลิตเบกิ มาจากวตั ถดุ ิบที่ซ้ือมารุ่นใด ราคาเท่าไร และวัตถุดิบที่คงเหลืออยู่ ในคลงั ควรเป็นวัตถดุ บิ ท่ซี ้ือมาเมอ่ื ใดในราคาเท่ากับเท่าใด เมื่อกิจการนาวิธีน้ีมาใช้ไม่ว่าจะใช้ วิธีการบันทกึ วตั ถดุ บิ คงเหลือแบบใด จะได้ผลลพั ธ์ที่เท่ากนั วิธีน้ีเหมาะสมกับวัตถุดิบที่มีลักษณะโดยเฉพาะ แต่ละรุ่นท่ีซื้อมา สามารถแยกได้ ลักษณะของวัตถุดิบมีความแตกต่างกัน ระบุราคาทุนได้อย่างชัดเจน แต่ อย่างไรก็ตาม วิธีน้ีมีข้อจากัด คือ จะสิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากถ้ากิจการมี วัตถุดิบหลายชนิด เพราะต้องจดจาให้ได้ว่ามีการรับจ่ายวัตถุดิบชนิดใด และจานวนท่ีคง เหลืออยู่ในคลังพัสดุเป็นวัตถุดิบท่ีซื้อมาในรุ่นใด และซื้อมาเม่ือใด หากกิจการไม่สามารถจะ แยกไดว้ ่าวตั ถดุ ิบทีค่ งเหลืออยใู่ นมือ หรอื ทเ่ี บกิ ไปใชใ้ นการผลิตเปน็ ของร่นุ ใด ราคาทนุ เท่ากับ เทา่ ใดแลว้ วิธนี ี้อาจไม่เหมาะสม ดังน้ัน เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจการคานวณต้นทุนวัตถุดิบโดยใช้วิธีราคา ทีแ่ ทจ้ ริงมากขึ้น จะแสดงรายละเอยี ดวิธีการคานวณดังแสดงในตวั อยา่ งท่ี 3.2
บทท่ี 3 การบัญชเี ก่ยี วกับวัตถุดิบ 3 - 23 ตวั อยา่ งท่ี 3.2 บรษิ ทั สหวทิ ยา จากดั ผลิตสินคา้ ออกขายโดยใชว้ ตั ถดุ บิ หลักเพยี งชนิดเดยี ว ข้อมูล เกี่ยวกบั วัตถุดิบชนิดน้ีในเดอื นมีนาคม 25X1 มีดงั ตอ่ ไปน้ี 25X1 รายการ ปริมาณท่ีซื้อ ราคาต่อ ปริมาณ หมายเหตุ วนั เดือน ปี (หน่ วย) หน่ วย(บาท) เบิกใช้(หน่ วย) 1 มี.ค. ยอดยกมา 1,000 3 มี.ค. 1,500 12 500 ปริมาณที่เบิกใช้มาจาก 15 ต้นงวด 1,800 5 มี.ค. ซื้อคร้งั ที่ 1 20 10 มี.ค. 2,000 22 1,200 ปริมาณท่ีเบกิ ใชม้ าจาก ต้นงวด 500 น.และท่ี ซ้อื วนั ที่ 5 = 700น. 18 มี.ค. ซื้อครั้งท่ี 2 22 มี.ค. 1,700 ปรมิ าณที่เบิกใชเ้ ป็น ของที่ซ้อื วนั ท่ี 5 =700 น.และซ้อื วันที่ 18= 1,000 น. 24 มี.ค. ซือ้ ครั้งที่ 3 26 มี.ค. 1,800 ปริมาณทเ่ี บิกใชเ้ ปน็ ของที่ซือ้ วนั ท่ี 18= 800 น. และซอื้ วันท่ี 24= 1,000 น. 30 มี.ค. ซือ้ ครง้ั ที่ 4 1,500 25 รวม 7,800 5,200 วิธีการคานวณ การคานวณตน้ ทุนวตั ถุดบิ เบกิ ใช้ และการตรี าคาวัตถุดบิ คงเหลอื ปลายงวด โดยใชว้ ธิ ี ราคาท่ีแทจ้ ริง สามารถคานวณไดด้ งั นี้ 1) วิธีราคาทแี่ ทจ้ ริง เม่อื ใชร้ ะบบวัตถุดิบคงเหลือเมอ่ื สน้ิ งวด ตน้ ทนุ วตั ถุดิบเบิกใช้ ประกอบด้วย เบิกใชว้ ันท่ี 3 มี.ค. จากตน้ งวด จานวน 500 x 12 6,000 เบิกใช้วันท่ี 10 มี.ค.จากตน้ งวด จานวน 500 x 12 6,000 ซอื้ วันที่ 5 จานวน 700 x 15 10,500 16,500
3 - 24 การบัญชีต้นทุน 1 เบกิ ใช้วนั ท่ี 22 มี.ค. ซอื้ วันที่ 5 จานวน 700 x 15 10,500 ซอื้ วันท่ี 18 จานวน 1,000 x 20 20,000 30,500 เบกิ ใช้วนั ท่ี 26 มี.ค.ซ้ือวนั ที่ 18 จานวน 800 x 20 16,000 ซอ้ื วันท่ี 24 จานวน 1,000 x 22 22,000 38,000 ดงั น้นั ตน้ ทุนวตั ถดุ ิบเบิกใช้ 91,000 บาท มลู ค่าวตั ถดุ บิ คงเหลอื ปลายงวด ประกอบด้วย วตั ถดุ บิ ของวันที่ 5 มี.ค. จานวน 100 x 15 1,500 24 มี.ค. จานวน 1,000 x 22 22,000 30 มี.ค. จานวน 1,500 x 25 37,500 ดังนั้น มลู คา่ วัตถุดบิ คงเหลอื ปลายงวด 61,000 บาท 2) วิธีราคาที่แทจ้ รงิ เม่ือใช้ระบบวัตถดุ บิ คงเหลอื แบบต่อเน่ือง ตารางการคานวณตน้ ทนุ วตั ถุดิบคงเหลือ แสดงไดด้ ังน้ี รบั จ่าย ยอดคงเหลือ ปรมิ าณ @ จานวน ปริมาณ @ จานวน ปริมาณ @ จานวน เงิน เงนิ เงิน ม.ี ค. 1 1,000 12 12,000 1,000 12 12,000 ม.ี ค. 3 500 12 6,000 500 12 6,000 ม.ี ค. 5 1,500 15 22,500 500 12 6,000 1,500 15 22,500 มี.ค.10 500 12 6,000 800 15 12,000 700 15 10,500 ม.ี ค.18 1,800 20 36,000 800 15 12,000 1,800 20 36,000 ม.ี ค.22 700 15 10,500 100 15 1,500 1,000 20 20,000 800 20 16,000 ม.ี ค.24 2,000 22 44,000 100 15 1,500 800 20 16,000 2,000 22 44,000 มี.ค.28 800 20 16,000 100 15 1,500 1,000 22 22,000 1,000 22 22,000 มี.ค.30 1,500 25 37500 100 15 1,500 1,000 22 22,000 1,500 25 37,500
บทที่ 3 การบญั ชีเกี่ยวกับวัตถดุ บิ 3 - 25 ดงั นัน้ จากข้อมลู ในตารางขา้ งต้น บริษัทจะมตี น้ ทนุ วัตถดุ บิ เบิกใช้ในการผลิตและมลู ค่า วตั ถุดิบคงเหลือปลายงวด ดังน้ี ต้นทุนวตั ถุดิบเบกิ ใช้ในการผลิต = 6,000 + 6,000 + 10,500 + 10,500 มูลค่าของวตั ถดุ ิบคงเหลือปลายงวด + 20,000 + 16,000 + 22,000 = 91,000 บาท = 1,500 + 22,000 + 37,500 = 61,000 บาท 2.1.2 วิธีถวั เฉลี่ยอย่างง่าย การคานวณมลู คา่ ของวัตถดุ ิบคงเหลือปลายงวดโดยใช้วิธีถัวเฉล่ียอย่าง งา่ ย (Simple Average Method) เหมาะกับวัตถุดิบที่มีลักษณะเหมือนกัน และการซ้ือมาแต่ละ ครั้งมีจานวนไม่ต่างกันมากนัก เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่ว ฯลฯ หรือของเหลวต่างๆ เช่น น้ามัน สารเคมี เป็นต้น วัตถุดิบท่ีซื้อเข้ามาใหม่ในแต่ละครั้งจะผสมรวมไปกับวัตถุดิบเก่าท่ี คงเหลืออยู่ในไซโลหรือถังเก็บวัตถุดิบนั้นๆ โดยเฉพาะ ดังนั้น การคานวณต้นทุนวัตถุดิบใน ลกั ษณะน้ี จึงใชว้ ิธีการถวั เฉลีย่ จากตน้ ทนุ ทัง้ หมดที่ผสมกันท้ังเกา่ และใหม่ น่ันคือจะรวมต้นทุน วตั ถดุ ิบต่อหน่วยทม่ี ีอยู่เดมิ ตอนต้นงวดกับต้นทนุ วตั ถุดบิ ต่อหน่วยท่ีซื้อมาใหม่เข้าด้วยกัน และ หารด้วยจานวนคร้งั ท่ีซอื้ มารวมกบั หน่งึ ครง้ั ทเี่ ปน็ ของตน้ งวด (ถา้ มี) การคานวณตน้ ทุนวตั ถุดิบถัวเฉลย่ี ตอ่ หน่วย สามารถคานวณไดด้ งั น้ี ต้นทนุ ถวั เฉลี่ย = ต้นทุนตอ่ หน่วยตน้ งวด + ต้นทุนต่อหน่วยซอ้ื ครง้ั ท่ี 1 + ...+ ตน้ ทนุ ต่อหน่วยซ้อื ครงั้ ทื่ N ต่อหน่วย โดยท่ี N คือ จานจาวนนวคนรคัง้ รท้งั ทซี่ ซี่้อื อ้ื มวาัตทถั้งดุ สิบน้ิ + 1 (ต้นงวด) โดยที่ N คือ จานวนครงั้ ของการซอ้ื จากตัวอยา่ งท่ี 3.2 ถา้ กจิ การมกี ารตีราคาวัตถดุ ิบคงเหลอื ปลายงวด โดย ใชว้ ิธีถัวเฉล่ียอย่างงา่ ย
3 - 26 การบญั ชีต้นทนุ 1 วิธีการคานวณ การคานวณต้นทุนวตั ถุดบิ เบิกใช้ และการตีราคาวตั ถุดบิ คงเหลือปลายงวด โดยใช้วธิ ี ถัวเฉลี่ยอย่างง่าย สามารถคานวณไดด้ งั นี้ คานวณหาต้นทนุ ถวั เฉล่ียของวตั ถดุ ิบตอ่ หน่วย ไดด้ ังนี้ ตน้ ทนุ ถัวเฉล่ยี = ตน้ ทนุ ต่อหน่วยตน้ งวด + ตน้ ทุนต่อหนว่ ยซอื้ ครงั้ ท่ี 1 + ...+ ต้นทุนต่อหนว่ ยซอ้ื ครง้ั ท่ี N ตอ่ หนว่ ย จานวนครงั้ ทซ่ี อื้ วตั ถดุ บิ + 1 (ต้นงวด) = 12 + 15 + 20 + 22 + 25 5 = 94 5 = 18.80 บาทตอ่ หน่วย ดงั น้นั ตน้ ทุนวตั ถุดบิ เบกิ ใช้ในการผลิต = 5,200 x 18.80 = 97,760 บาท มลู คา่ วตั ถดุ บิ คงเหลอื ปลายงวด = 2,600 x 18.80 = 48,880 บาท 2.1.3 วธิ ถี วั เฉลย่ี ถ่วงน้าหนกั การคานวณมูลค่าของวัตถุดิบคงเหลือปลายงวดโดยใช้วิธีถัวเฉล่ียถ่วง น้าหนกั (Weighted Average Method) เหมาะกบั กิจการท่มี ีวัตถุดบิ ทีม่ ีลักษณะท่ีเหมือนกันทุก ประการ วัตถุดิบที่ซ้ือเข้ามาใหม่ในแต่ละครั้งจะผสมรวมไปกับวัตถุดิบเก่าท่ีคงเหลืออยู่ในถัง เกบ็ วัตถุดิบนนั้ ๆ และการซือ้ วัตถุดิบในแต่ละครั้งมีจานวนท่ีแตกต่างกัน ดังนั้น ต้นทุนวัตถุดิบ ถวั เฉลยี่ ตอ่ หนว่ ยจึงตอ้ งนาเอาจานวนที่ซ้ือมาในแต่ละคร้ังมาพิจารณาด้วย การคานวณต้นทุน วัตถุดิบจึงได้จากการถัวเฉลี่ยของต้นทุนท้ังหมดที่ผสมกันทั้งเก่า (ต้นงวด) และใหม่ (ซื้อใน ระหว่างงวด) นั่นคือ จะรวมต้นทุนวัตถุดิบท่ีมีอยู่เดิมตอนต้นงวดกับต้นทุนวัตถุดิบท่ีซื้อมา ระหว่างงวดทุกรุ่นเข้าดว้ ยกนั และหารดว้ ยจานวนวตั ถดุ ิบที่มีอยทู่ ั้งหมด ดงั น้ี ราคาทุนถวั เฉลย่ี = ตน้ ทุนวตั ถดุ บิ ทม่ี ไี ว้ใช้ในการผลติ ของวัตถุดบิ ตอ่ หนว่ ย จานวนวตั ถุดบิ ทม่ี ไี วใ้ ช้ในการผลติ ทัง้ สิน้
บทท่ี 3 การบัญชเี ก่ียวกบั วัตถุดบิ 3 - 27 โดยท่ี ต้นทนุ วัตถดุ บิ ท่มี ีไวใ้ ชใ้ นการผลติ สามารถคานวณ ไดด้ งั นี้ ต้นทุนวตั ถดุ ิบท่ีมไี ว้ใชใ้ นการผลติ = ต้นทนุ วตั ถุดิบตน้ งวด + ตน้ ทนุ วัตถดุ ิบซ้อื ระหว่างงวด และ จานวนวตั ถุดิบท่ีมไี วใ้ ชใ้ นการผลติ ท้งั ส้นิ สามารถคานวณ ไดด้ งั น้ี จานวนวตั ถุดบิ ทม่ี ไี ว้ใช้ในการผลติ ท้ังส้นิ = จานวนวตั ถุดิบตน้ งวด + จานวนวัตถุดิบซอ้ื ระหว่างงวด โดยทว่ั ไป การคานวณวัตถุดบิ คงเหลือตามหลกั การน้ถี ือว่าวัตถุดิบทุกหน่วยท่ี กจิ การเตรยี มไว้ในคลังวัตถุดิบ จะมีโอกาสถูกนาไปใช้ได้เท่ากัน ไม่ว่าวัตถุดิบนั้นจะมาก่อน หรอื หลงั ก็ตาม แต่วธิ ีนี้มขี อ้ จากัด ในกรณีท่ีถ้าช่วงเวลาน้ันกิจการอยู่ในช่วงเกิดภาวะเงินเฟ้อ หรือภาวะเงนิ ฝดื ราคาวัตถุดบิ ในท้องตลาดจะมีการเปล่ียนแปลงขึ้นๆ ลงๆ ซึ่งจะมีผลทาให้ ราคาของวัตถดุ ิบท่คี านวณได้จากการถวั เฉล่ยี ตน้ ทนุ ท่ซี ื้อมาในแต่ละคร้ังจะสูงหรือต่ากว่าราคา ตลาดในขณะน้นั จากตวั อยา่ งท่ี 3.2 ถ้ากจิ การมกี ารตีราคาวตั ถุดิบคงเหลอื ปลายงวด โดยใชว้ ิธี ถวั เฉลย่ี ถ่วงนา้ หนกั วิธีการคานวณ การคานวณตน้ ทุนวตั ถุดิบเบกิ ใช้และการตีราคาวตั ถดุ บิ คงเหลอื ปลายงวด โดย ใช้วธิ ถี ัวเฉล่ยี ถ่วงนา้ หนกั สามารถคานวณไดด้ งั นี้ คานวณหาตน้ ทุนถัวเฉลี่ยของวตั ถดุ บิ ต่อหน่วย ได้ดงั นี้ ตน้ ทนุ ถัวเฉลี่ย = ต้นทนุ วตั ถุดบิ ตน้ งวด + ตน้ ทนุ วตั ถุดิบซ้อื ระหว่างงวด ต่อหนว่ ย จานวนวัตถุดิบตน้ งวด + จานวนวัตถดุ ิบซื้อระหว่างงวด = (1,000x 12) + (1,500 x 15) + (1,800 x 20) + (2,000 x 22) + (1,500 x 25) 1000 + 1500 + 1800 + 2000 + 1500 = 12,000 + 22,500 + 36,000 + 44,000 + 37,500 7,800 = 152,000 7,800 = 19.49 บาทตอ่ หน่วย ดงั น้ัน ตน้ ทุนวัตถดุ บิ เบิกใช้ในการผลติ = 5,200 x 19.49 = 101,348 บาท มลู คา่ วัตถดุ ิบคงเหลือปลายงวด = 2,600 x 19.49 = 50,674 บาท
3 - 28 การบัญชตี น้ ทุน 1 2.1.4 วธิ ถี ัวเฉลยี่ แบบเคลื่อนท่ี กจิ การท่ีใช้วธิ กี ารตรวจนับและตีราคาวัตถุดิบคงเหลือแบบต่อเน่ือง ราคาทุนถวั เฉลี่ยท่ีใช้จึงเป็นราคาท่ีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเม่ือมีการซ้ือวัตถุดิบเข้ามาใหม่ ซึ่งเรียกวิธีการคานวณต้นทุนถัวเฉล่ียแบบน้ีว่า วิธีถัวเฉล่ียแบบเคล่ือนท่ี (Moving Average Method) การคานวณราคาตามวธิ ีน้คี อื นาต้นทุนของวัตถุดิบที่ซื้อมาคร้ังใหม่ไปรวมกับต้นทุน ของวตั ถดุ บิ คงเหลอื ในขณะนั้น แล้วหารด้วยจานวนวัตถุดิบที่มีไว้ใช้ทั้งส้ิน (จานวนวัตถุดิบที่ ซ้ือใหม่ + จานวนวัตถุดิบคงเหลือ) ตน้ ทนุ ถัวเฉลี่ยต่อหน่วยท่ีคานวณได้นี้จะใช้เป็นราคาที่คิด เข้าต้นทุนการเบิกใช้วัตถุดิบคราวต่อไป และจะใช้ราคานี้กับวัตถุดิบที่คงเหลือไปเร่ือยๆ จนกว่าจะมีการซอื้ วัตถุดิบเขา้ มาใหมอ่ กี จึงจะเปล่ยี นเปน็ ราคาถวั เฉลยี่ ใหม่อกี ครงั้ การคานวณมลู ค่าวตั ถดุ บิ คงเหลอื โดยใช้วธิ ีถัวเฉลย่ี แบบเคลอ่ื นที่ นยิ ม ใช้ในกรณีท่ีวัตถุดิบมีราคาน้อยและราคามีการเปล่ียนแปลงบ่อยๆ การใช้ราคาน้ีจะตัดผล กระทบกระเทือนของวัตถุดิบที่มีต่อต้นทุนการผลิตสินค้าให้ลดลงไป แต่ก็มีข้อเสียในแง่ท่ีว่า ถา้ กิจการมีวัตถุดิบเป็นจานวนมากและต้องซื้อบ่อยคร้ังแล้ว จะทาให้เสียเวลาในการคานวณ ตน้ ทนุ ตอ่ หนว่ ยทกุ คร้ังที่มกี ารซ้ือวัตถดุ บิ จากตัวอย่างท่ี 3.2 ถ้ากิจการมีการตีราคาวัตถุดิบคงเหลือปลายงวด โดยใชว้ ธิ ีถวั เฉลีย่ แบบเคลื่อนท่ี วิธีการคานวณ การคานวณตน้ ทนุ วตั ถุดบิ เบกิ ใช้และการตีราคาวัตถดุ ิบคงเหลอื ปลาย งวด โดยใชว้ ธิ ถี ัวเฉลี่ยแบบเคลื่อนที่ สามารถคานวณไดด้ งั นี้ วิธีถวั เฉลีย่ แบบเคลอ่ื นท่ี - ระบบวัตถุดิบคงเหลอื แบบต่อเน่อื ง ตารางการคานวณตน้ ทุนวัตถุดบิ คงเหลอื แสดงได้ดังนี้ รบั จา่ ย ยอดคงเหลือ ปริมาณ @ จานวน ปรมิ าณ @ จานวน ปรมิ าณ @ จานวน เงนิ เงิน เงิน มี.ค.1 1,000 12 12,000 1,000 12 12,000 มี.ค. 3 500 12 6,000 500 12 6,000 มี.ค. 5 1,500 15 22,500 2,000 14.25 28,500 ม.ี ค.10 1,200 14.25 17,100 800 14.25 11,400 มี.ค.18 1,800 20 36,000 2,600 18.23 47,400 ม.ี ค.22 1,700 18.23 30,991 900 18.23 16,407 ม.ี ค.24 2,000 22 44,000 2,900 20.83 60,407 ม.ี ค.26 1,800 20.83 37,494 1,100 20.83 22,913 มี.ค.30 1,500 25 37500 2,600 20.83 60,413
บทที่ 3 การบัญชเี ก่ยี วกบั วัตถดุ ิบ 3 - 29 ดังนั้น ตน้ ทุนวตั ถุดิบเบกิ ใชใ้ นการผลิต = 6,000 +17,100 + 30,991+37,494 = 91,585 บาท มูลคา่ วัตถดุ บิ คงเหลอื ปลายงวด = 2,600 x 20.83 = 60,413 บาท 2.1.5 วิธีซือ้ กอ่ น – ใช้ก่อน การตรี าคาวัตถุดิบคงเหลือปลายงวดโดยใช้วิธีซื้อก่อน – ใช้ก่อน (First - In, First - Out : FIFO Method) มาจากขอ้ สมมติฐานท่ีว่าวัตถดุ ิบทีซ่ อื้ มากอ่ นควรจะถูกเบิก ไปใชใ้ นการผลติ ก่อน ดังนน้ั ตน้ ทนุ ท่ีใชใ้ นการคานวณหาวัตถดุ ิบคงเหลอื ปลายงวดจะเปน็ ตน้ ทนุ ที่ซื้อมาครั้งหลังสุด แล้วย้อนข้ึนไปหาต้นทุนท่ีซ้ือมาคร้ังแรกๆ วิธีการน้ีเหมาะกับวัตถุดิบที่มี อายุของวัตถุดิบจากัด หรือมีลักษณะเสื่อมสภาพง่าย เช่น ผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นอาหารต่างๆ ไดแ้ ก่ พืช ผกั ผลไม้ นม เนอ้ื สัตว์ เปน็ ต้น เนื่องจากตอ้ งรีบนาวตั ถุดิบที่จะหมดอายุกอ่ นมา ใช้ก่อน มิเช่นนั้นวัตถุดิบจะเสีย ไม่สามารถนามาผลิตได้ ดังน้ันวัตถุดิบคงเหลือท่ีอยู่ในวันส้ิน งวดจงึ เป็นวตั ถุดิบที่ซ้อื มาในคร้ังหลังๆ ข้อดีของวิธีซ้ือก่อน – ใช้ก่อน คือ การเบิกใช้ของวัตถุดิบมีความ ใกลเ้ คียงกบั ความเป็นจริงของการใช้วตั ถุดบิ วตั ถุดบิ ท่ีซ้อื มาก่อนจะถูกนาไปผลิตก่อน ทัง้ น้เี พื่อ ปอ้ งกันความลา้ สมัยและเส่ือมคุณภาพ ซึ่งจะมีผลให้วัตถุดิบคงเหลือท่ีแสดงในงบแสดงฐานะ การเงินมีราคาที่ใกลเ้ คียงกบั ราคาตลาดในปัจจุบนั แต่ออย่างไรก็ตาม วิธีน้ีก็มีข้อจากัดเช่นกัน คอื วิธีน้ีที่นาเอาต้นทุนวัตถุดิบที่ซื้อมาครั้งแรกหรือเป็นราคาเก่าไปคานวณต้นทุนวัตถุดิบ ซ่ึง เป็นสว่ นหนึง่ ของต้นทุนผลติ ภณั ฑ์ จึงมีผลทาให้ตน้ ทนุ ขายของสินค้าน้ันๆ เป็นราคาเก่า เม่ือ นาไปเปรยี บเทียบกบั ราคาขายในปัจจุบันอาจจะมีส่วนแตกต่างกันมาก อันจะทาให้การวัดผล กาไรขาดทุนของกิจการไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อกิจการอยู่ภาวะท่ีระดับราคาในตลาด สงู ข้นึ เรือ่ ยๆ กจิ การจะไดก้ าไรสูง เพราะต้นทุนในการผลติ และขายสินค้าต่า อันเนื่องมาจาก การใช้ราคาวตั ถดุ บิ เก่า แต่ในทางกลบั กัน ในภาวะทร่ี ะดับราคาในตลาดลดลง กิจการจะได้ผล กาไรต่าลง เน่อื งจากการใช้วตั ถุดบิ รนุ่ เก่าทม่ี ีราคาสงู ไปใช้ในการผลิต ซึ่งมีผลทาให้ต้นทุนใน การผลิตและขายสนิ ค้าสูงตามไปด้วย จากตวั อย่างท่ี 3.2 ถา้ กจิ การมกี ารตีราคาวตั ถุดิบคงเหลือปลายงวดโดย ใชว้ ิธีซ้อื กอ่ น – ใช้ก่อน (FIFO)
3 - 30 การบญั ชีตน้ ทุน 1 วิธีการคานวณ การคานวณตน้ ทนุ วัตถดุ บิ เบิกใช้และการตีราคาวัตถดุ บิ คงเหลอื ปลาย งวด โดยใช้วิธีซ้อื ก่อน – ใช้ก่อน สามารถคานวณไดด้ ังน้ี 1) วิธีซอื้ กอ่ น – ใช้กอ่ น เมื่อใชร้ ะบบวัตถุดบิ คงเหลือเมื่อสน้ิ งวด การคานวณต้นทนุ วัตถดุ บิ ทีใ่ ชใ้ นการผลติ ตามวธิ ี FIFO วนั ที่ ปริมาณ (หน่วย) ต้นทนุ ต่อหน่วย ต้นทุนวตั ถดุ ิบใช้ไป (บาท) ม.ี ค. 1 1,000 12 12,000 5 1,500 15 22,500 18 1,800 20 36,000 24 900 22 19,800 ต้นทุนวตั ถุดิบที่ใช้ในการผลติ 90,300 การคานวณมูลคา่ วัตถุดบิ คงเหลอื ปลายงวดตามวธิ ี FIFO วนั ที่ ปริมาณ (หน่วย) ต้นทนุ ต่อหน่วย ต้นทนุ วตั ถดุ ิบใช้ไป (บาท) มี.ค.30 1,500 25 37,500 24 1,100 22 24,200 มูลค่าวตั ถุดบิ คงเหลอื ปลายงวด 61,700 2) วธิ ซี อ้ื กอ่ น – ใช้ก่อน เม่อื ใชร้ ะบบวัตถุดบิ คงเหลือแบบต่อเน่ือง ตารางการคานวณต้นทนุ วตั ถดุ บิ คงเหลือตามวธิ ี FIFO แสดงได้ดงั น้ี รบั จา่ ย ยอดคงเหลือ ปริมาณ @ จานวน ปรมิ าณ @ จานวน ปรมิ าณ @ จานวน เงิน เงิน เงิน ม.ี ค. 1 1,000 12 12,000 1,000 12 12,000 มี.ค. 3 500 12 6,000 500 12 6,000 มี.ค. 5 1,500 15 22,500 500 12 6,000 1,500 15 22,500 ม.ี ค.10 500 12 6,000 800 15 12,000 700 15 10,500 ม.ี ค.18 1,800 20 36,000 800 15 12000 1,800 20 36,000 ม.ี ค.22 800 15 12,000 900 20 18,000 900 20 18,000
บทที่ 3 การบัญชเี ก่ยี วกบั วัตถดุ บิ 3 - 31 รบั จ่าย ยอดคงเหลือ @ จานวน ปริมาณ @ จานวน ปรมิ าณ @ จานวน ปริมาณ เงิน เงนิ เงิน 20 18,000 ม.ี ค.24 2,000 22 44,000 900 22 44,000 22 24200 ม.ี ค.26 2,000 900 20 18,000 1,100 22 24,200 900 22 19,800 25 37,500 ม.ี ค.30 1,500 25 37,500 1,100 1,500 ดงั น้ัน ตน้ ทนุ วัตถุดิบเบิกใช้ในการผลติ = 6,000 + 6,000 + 10,500 +12,000 +18,000+18,000+19,800 = 90,300 บาท มูลคา่ วัตถุดิบคงเหลอื ปลายงวด = 24,200+37,500 = 61,700 บาท 2.1.6 วธิ ีซื้อหลัง – ใชก้ ่อน วธิ ีซือ้ หลงั – ใชก้ อ่ น (Last – In , First – Out : LIFO Method) มี ข้อสมมติฐานว่าวัตถุดิบท่ีซื้อมาคร้ังหลังสุดจะถูกนาไปใช้ในการผลิตก่อน ดังน้ัน วัตถุดบิ คงเหลือปลายงวดจึงเป็นวตั ถุดบิ ทซ่ี อ้ื มาครง้ั แรกๆ วิธนี ี้จะมผี ลทาให้ต้นทุนในการผลิต และขายสนิ ค้าทีค่ านวณจากวัตถดุ บิ ดว้ ยราคาหลังสุดจะเป็นต้นทุนท่ีใกล้เคียงกับระดับราคาใน ปัจจุบัน ซ่ึงจะนาไปใช้เปรียบเทียบกับราคาขายได้ถูกต้องมากกว่าวิธีซ้ือก่อนใช้ก่อน เพราะ การวัดผลกาไรหรอื ขาดทุนจะตรงกับความเป็นจรงิ แตว่ ธิ ีนกี้ ม็ ีผ้ทู ี่คดั ค้านการใช้วิธีน้ี เน่ืองจาก มีความเห็นว่า การคานวณมูลค่าวัตถุดิบคงเหลือปลายงวดเป็นการคานวณท่ีไม่ตรงกับวิธี ปฏิบัติที่นิยมใช้วัตถุดิบที่ซื้อมาในครั้งแรกๆไปผลิตก่อนเพื่อป้องกันการเส่ือมคุณภาพหรือ ล้าสมัย นอกจากนี้ในสภาวการณ์ที่ระดับราคาในตลาดเปล่ียนแปลงขึ้นลงมาก จะทาให้ วัตถุดิบคงเหลือที่แสดงไว้ในงบแสดงฐานะการเงินเป็นราคาท่ีแตกต่างไปจากราคาตลาดใน ปัจจุบนั ซง่ึ อาจมีผลทาให้ผู้อ่านงบการเงินเข้าใจผิดได้ว่า มูลค่าของวัตถุดิบคงเหลือดังกล่าว แสดงมูลค่าตามระดบั ราคาในปจั จุบนั จากตัวอย่างท่ี 3.2 ถ้ากิจการมีการตีราคาวัตถดุ บิ คงเหลือปลายงวด โดยใช้วิธซี ้อื หลงั – ใชก้ อ่ น (LIFO)
3 - 32 การบัญชตี น้ ทนุ 1 วิธีการคานวณ การคานวณตน้ ทุนวตั ถุดบิ เบิกใชแ้ ละการตีราคาวัตถดุ ิบคงเหลือปลาย งวด โดยใช้วธิ ีซื้อหลัง – ใชก้ ่อน สามารถคานวณได้ดงั น้ี 1) วธิ ีซื้อหลงั – ใชก้ อ่ น เมอื่ ใช้ระบบวัตถดุ ิบคงเหลือเมอื่ สนิ้ งวด การคานวณตน้ ทนุ วตั ถดุ บิ ทใ่ี ชใ้ นการผลิตตามวธิ ี LIFO วนั ท่ี ปริมาณ (หน่วย) ต้นทนุ ต่อหน่วย ต้นทุนวตั ถดุ ิบใช้ไป (บาท) ม.ี ค. 30 25 1,500 37,500 24 2,000 22 44,000 18 1,700 20 34,000 ต้นทนุ วัตถุดบิ ที่ใช้ในการผลติ 115,500 การคานวณมูลคา่ วัตถุดบิ คงเหลอื ปลายงวดตามวธิ ี FIFO วนั ที่ ปริมาณ (หน่วย) ต้นทุนต่อหน่วย ต้นทุนวตั ถดุ ิบใช้ไป (บาท) มี.ค. 1 1,000 12 12,000 8 1,500 15 22,500 18 100 20 2,000 36,500 มลู คา่ วัตถดุ บิ คงเหลือปลายงวด 2) วิธซี ้ือหลงั – ใชก้ ่อน เมอ่ื ใช้ระบบวตั ถุดบิ คงเหลือแบบต่อเน่อื ง ตารางการคานวณตน้ ทุนวตั ถดุ บิ คงเหลือตามวธิ ี LIFO แสดงได้ดงั นี้ รบั จ่าย ยอดคงเหลือ ปริมาณ @ จานวน ปริมาณ @ จานวน ปริมาณ @ จานวน เงนิ เงนิ เงิน มี.ค.1 1,000 12 12,000 1,000 12 12,000 มี.ค. 3 500 12 6,000 500 12 6,000 มี.ค. 5 1,500 15 22,500 500 12 6,000 1,500 15 22,500 ม.ี ค.10 1,200 15 18,000 500 12 6,000 300 15 4,500 ม.ี ค.18 1,800 20 36,000 500 12 6,000 300 15 4,500 1,800 20 36,000 มี.ค.22 1,700 20 34,000 500 12 6,000
บทท่ี 3 การบญั ชีเกี่ยวกบั วตั ถุดบิ 3 - 33 รบั จา่ ย ยอดคงเหลือ ปริมาณ @ จานวน ปรมิ าณ @ จานวน ปรมิ าณ @ จานวน เงนิ เงนิ เงนิ 300 15 4,500 100 20 2,000 มี.ค.24 2,000 22 44,000 500 12 6,000 300 15 4,500 100 20 2,000 2,000 22 44,000 มี.ค.26 1,800 22 39,600 500 12 6,000 300 15 4,500 100 20 2,000 มี.ค.30 1,500 25 37,500 200 22 4,400 500 12 6,000 300 15 4,500 100 20 2,000 200 22 4,400 1,500 25 37,500 ดังนัน้ ตน้ ทุนวัตถุดบิ เบกิ ใช้ในการผลติ = 6,000 + 18,000 + 34,000 + 39,600 = 97,600 บาท มูลคา่ วัตถดุ ิบคงเหลือปลายงวด = 6,000 + 4,500 + 2,000 + 4,400 +37,500 = 54,400 บาท 2.2 การตีราคาวตั ถดุ ิบคงเหลือโดยใช้ราคาทนุ หรอื ราคาตลาดแลว้ แต่ราคา ใดจะตา่ กวา่ การบันทึกบัญชีเก่ียวกับวัตถุดิบไม่ว่าจะบันทึกโดยใช้ระบบการบันทึกบัญชี แบบเมอ่ื ส้นิ งวด หรือระบบการบันทึกบัญชีแบบต่อเน่ือง การคานวณต้นทุนวัตถุดิบเบิกไปใช้ และวัตถุดิบคงเหลืออาจจะเป็นวิธีใดวิธีหนึ่งดังได้กล่าวมาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม บางคร้ัง กจิ การจะพบวา่ ราคาในท้องตลาดของวัตถุดิบอาจมีราคาตา่ กวา่ ราคาทุนของวตั ถุดิบ ณ วันส้ิน งวด ถา้ หากกิจการพบเหตกุ ารณ์ดังกลา่ ว อาจเปน็ ผลทาใหก้ ิจการตอ้ งเลอื กตีราคาวตั ถุดิบโดย ใชร้ าคาทนุ หรอื ราคาตลาดแลว้ แตร่ าคาใดจะตา่ กวา่ (Lower of Cost or Market : LCM) ราคาตลาด (Market value) คือ ราคาที่กาหนดในตลาด หรือราคาที่คาด ว่าจะซื้อวัตถุดิบชนิดน้ันได้ในขณะนั้น หรือเป็นราคาทดแทน (Replacement Cost) ของ
3 - 34 การบญั ชีตน้ ทุน 1 วัตถุดิบในเวลานั้น (ดวงมณี โกมารทัต, 2559 : 155) ถ้าราคาวัตถุดิบในช่วงเวลานั้น มีราคา ตลาดสูงกวา่ ราคาทุน กไ็ มจ่ าเปน็ ที่กจิ การจะต้องปรบั ปรุงราคาแตอ่ ยา่ งใด แต่ถ้าหากราคาตลาดของวัตถุดิบมีราคาลดลง อาจเป็นไปได้ว่ากิจการไม่ สามารถจะขายสนิ ค้าที่ผลติ จากวตั ถดุ ิบชนดิ น้นั ได้ในราคาปกติ กิจการอาจจาเป็นต้องลดราคา ลงตามราคาวัตถุดิบน้ัน จากเหตุผลเช่นนี้ นักบัญชีของกิจการจึงต้องทาการตีราคาวัตถุดิบให้ ลดลงเทา่ กับราคาตลาดในวนั น้ัน ผลขาดทนุ จากการตีราคาวัตถุดิบคงเหลือจะนาไปแสดงไว้ใน งวดบัญชีทท่ี าการลดราคาวตั ถุดิบนัน้ สาหรับวิธีการตีราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่ราคา ใดจะตา่ กว่าน้ี มี 3 วิธี ไดแ้ ก่ (ปรับปรุงจากดวงมณี โกมารทัต, 2559 : 147 และสมนึก เอ้อื จริ ะพงษพ์ ันธ์, 2557 :129) 2.2.1 การตีราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่ราคาใดจะต่ากว่า โดยพิจารณา แตล่ ะรายการ (Lower of Cost or Market by Item) การตีราคาวธิ นี จ้ี ะต้องนาราคาทุนต่อ หน่วยของวัตถดุ บิ แต่ละรายการมาเปรียบเทียบกับราคาตลาดในปัจจุบันของวัตถุดิบชนิดนั้นๆ ถ้าราคาตลาดต่ากว่าก็จะใช้ราคาตลาดนั้นคูณกับจานวนหน่วยวัตถุดิบที่เหลือ ณ วันส้ินงวด นนั้ ๆ 2.2.2 การตีราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่ราคาใดจะต่ากว่า โดยพิจารณา จากยอดรวม (Lower of Total Cost or Total Market) ตามวิธีนี้จะพิจารณาต้นทุนรวม ของวตั ถุดิบทั้งหมดที่คดิ จากราคาทุน เปรียบเทียบกับต้นทุนรวมของวัตถุดิบท้ังหมดท่ีคิดจาก ราคาตลาด แล้วพจิ ารณาวา่ ต้นทุนรวมท่ีมีราคาตา่ กว่าเป็นต้นทนุ ของวัตถุดบิ คงเหลอื 2.2.3 การตีราคาทนุ หรอื ราคาตลาดแล้วแต่ราคาใดจะต่ากว่า โดยพิจารณา ตามกลุ่มหรือประเภทของวัตถุดิบ (Lower of Total Cost or Total Market by Group) กิจการจะมีการแบ่งวัตถุดิบออกเป็นกลุ่มหรือเป็นประเภท แล้วจะคานวณหายอดรวมของ วตั ถุดบิ ของแต่ละกลมุ่ โดยคานวณจากท้ังราคาทุนและราคาตลาด แล้วนาต้นทุนรวมจากทั้ง สองราคามาเปรียบเทียบกัน แล้วพิจารณาว่าราคาใดเป็นราคาท่ีต่ากว่า เพื่อเป็นต้นทุน วตั ถุดิบคงเหลอื เพ่ือให้เข้าใจเก่ียวกับการตีราคาวัตถุดิบคงเหลือโดยใช้ราคาทุนหรือราคา ตลาดแลว้ แต่ราคาใดจะต่ากว่า จะอธบิ ายและแสดงการคานวณดังตัวอยา่ งที่ 3.3
บทที่ 3 การบญั ชีเกยี่ วกบั วัตถุดิบ 3 - 35 ตวั อยา่ งท่ี 3.3 บริษัท สหพัฒนา จากัด มีวัตถุดิบท่ีใช้ในการผลิต 4 ชนิด ได้แก่ วัตถุดิบ A B C และ D บริษัทใช้ระบบการบันทึกวัตถุดิบคงเหลือแบบเม่ือส้ินงวด และยึดถือนโยบายตีราคา วัตถุดิบคงเหลือโดยใช้ราคาทุน หรอื ราคาตลาดแลว้ แต่ราคาใดจะต่ากว่า โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับ ปรมิ าณและราคาของวตั ถดุ ิบ ณ วันที่ 31 ธนั วาคม 25X1 ดงั นี้ กล่มุ ของ ประเภท ปริมาณ ราคาทุน ราคาตลาด ต้นทุน ต้นทุน วตั ถดุ ิบ วตั ถดุ ิบ (หน่ วย) ต่อหน่ วย ต่อหน่ วย วตั ถดุ ิบ วตั ถดุ ิบใน กล่มุ ที่ 1 ราคาทนุ ราคาตลาด กล่มุ ที่ 2 A 100 100 112 B 200 120 110 10,000 11,200 C 300 150 175 24,000 22,000 D 400 200 180 45,000 52,500 รวม 80,000 72,000 159,000 157,700 2.2.1 การตรี าคาวัตถุดิบคงเหลือโดยใช้ราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่ราคาใด จะตา่ กวา่ โดยพจิ ารณาแยกแตล่ ะรายการของวัตถุดบิ จะคานวณไดด้ ังนี้ วตั ถดุ ิบ ราคาทนุ ราคา หลกั เกณฑ์ × ปริมาณ = ราคาทุนหรอื ราคา ต่อหน่วย ตลาด ท่ีใช้ (หน่ วย) ตลาดท่ีตา่ กว่า ต่อหน่ วย (บาท) 100 × 100 A 100 112 ราคาทุน = 110 × 200 = 10,000 150 × 300 = 22,000 B 120 110 ราคาตลาด = 180 × 400 = 45,000 = 72,000 C 150 175 ราคาทุน = = 149,000 D 200 180 ราคาตลาด = ต้นทนุ วตั ถดุ บิ คงเหลือ ณ วันท่ี 31 ธนั วาคม 25X1 ต้นทุนวัตถดุ ิบคงเหลือตามราคาทุน 159,000 บาท ตน้ ทุนวตั ถดุ บิ คงเหลอื ตาม LCM 149,000 บาท ผลต่างต้นทุนวัตถดุ ิบคงเหลอื 10,000 บาท
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 474
Pages: