Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พรรณไม้ในมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี

พรรณไม้ในมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี

Published by learnoffice, 2021-01-06 05:48:51

Description: หนังสือพรรณไม้ในมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี

Search

Read the Text Version

149พรรณไม้ในมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวัดปทุมธานี ปรงญกปี่ ่ ุน ชอ่ื วงศ์ CYCADACEAE ชื่อสามญั Japanese Sago Palm, King Sago ช่ืออื่น ปรงจีน, ปรงญีป่ ุ่น, ปรงสาค,ู ฮ่องเตก็ (กรุงเทพฯ) ปรงลาตน้ สงู 3–7 ม. ใบยาวได้ถงึ 1.5 ม. หนาเป็นสัน ก้านใบยาว 6–10 ซม. ใบย่อยช่วงกลางยาว 0.8–1.8 ม. ปลายเป็นหนามแหลม ขอบมว้ นงอ โคนเพศผู้รูปกระสวย ยาว 30–60 ซม. ใบสร้างอับไมโครสปอร์เรียวแคบ ยาว 2.3–2.8 ซม. ปลายมนหรือตัด ปลายเป็นติง่ พับงอกลับ ยาว 4–8 มม. ใบสรา้ ง อบั เมกะสปอร์ยาว 12–20 ซม. มีขนส้ันนุม่ หนาแนน่ แผน่ ใบรปู ไข่ หรือกลม ยาว 5–12 ซม. ขอบและปลายจักลึกถค่ี ล้ายซห่ี วี ยาว 2–2.8 ซม. ออวลุ มี 2–6 เมด็ มีขนส้นั นุม่ หนาแน่น เมล็ดยาว ประมาณ 2.5 ซม. เยื่อหมุ้ สีแดง มนี วลเล็กน้อย

150 Plant s in Valaya ประด่บู า้ น

151พรรณไมใ้ นมหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี ช่อื วงศ์ FABACEAE ช่อื สามัญ Burmese rosewood ชื่ออื่น จิต๊อก (เง้ียว–แม่ฮ่องสอน); ฉะนอง (เชียงใหม่); ดู่, ดู่ป่า (ภาคเหนือ); ตะเลอ, เตอะ เลอ (กะเหร่ียง–แม่ฮ่องสอน); ประดู่, ประดูป่ า่ (ภาคกลาง); ประดูเ่ สน (ราชบุรี, สระบุรี) ไมต้ น้ สูงได้ถงึ 35 ม. มีขนส้ันนมุ่ ตามก่งิ และใบ อ่อน ชอ่ ดอก ก้านดอก กลีบเล้ียง และรงั ไข่ หูใบขนาด เล็ก ร่วงเร็ว ใบประกอบเรียงเวยี น ยาว 8–25 ซม. ใบ ย่อยมี 5–13 ใบ เรียงสลบั ระนาบเดยี ว รูปขอบขนาน หรือแกมรูปไข่ ยาว 2.5–11 ซม. ปลายแหลมยาว กา้ น ใบยอ่ ยยาว 3–8 มม. ชอ่ ดอกแบบช่อกระจะมกั แยก แขนง ส่วนมากออกตามซอกใบ ยาวได้ถึง 15 ซม. ใบ ประดบั ย่อยรปู ลิม่ แคบ ตดิ ท่โี คนกลีบเลยี้ ง กา้ นดอก ยาว 0.8–1.5 ซม. มีขอ้ หลอดกลีบเล้ียงยาว 4–6 มม. ปลายจกั ตนื้ ๆ 5 แฉก คล้ายรปู ปากเปดิ คู่บนเช่อื ม ตดิ กัน ดอกรปู ดอกถว่ั สีเหลอื ง ยาว 0.7–1.5 ซม. รวม กา้ นกลบี กลีบกลางรปู ไข่กวา้ ง ปลายเวา้ ต้ืน กลีบปีก และกลีบค่ขู า้ งรปู ขอบขนาน เกสรเพศผู้ 10 อนั เชอ่ื มติดกนั กลมุ่ เดยี วหรอื สองกลมุ่ อบั เรณตู ดิ ไหวได้ รงั ไขม่ ี 2–6 ช่อง มีกา้ น ก้านเกสรเพศเมยี ยาว 6–9 มม. ยอดเกสรเปน็ ตมุ่ ผลแหง้ ไม่แตกมีปีกรอบ เสน้ ผา่ น ศูนย์กลาง 5–9 ซม. ก้านผลยาว 1–1.5 ซม. มีเมลด็ เดียว รูปคล้ายไต ยาว 6–9 มม. ข้ัวเมลด็ ขนาดเล็ก

152 Plant s in Valaya ประเดหวี ชือ่ วงศ์ ASPARAGACEAE ชื่อสามญั Cape of Good Hope, Dracaena ชื่ออ่ืน วาสนา, มังกรหยก ไมพ้ ่มุ สูงประมาณ 5–10 ม. ลาต้นฉ่า นา้ และแตกกิ่งแขนงไดด้ ี ใบเปน็ ใบเดย่ี ว เรียง เวยี นสลับถ่ีท่ีปลายยอด ใบรูปขอบขนาด กวา้ ง 6–10 ซม. ยาว 30–120 ซม. ปลายแหลมงองมุ้ ลง ดอกออกเปน็ ช่อขนาดใหญส่ ีขาวหรือชมพู ออกทซี่ อกใบใกลป้ ลายยอด ยาว 45–60 ซม. ดอกย่อยมีจานวนมากบานเกอื บพรอ้ มกันท้ังชอ่ โคนกลบี เช่ือมกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 6 กลีบ เมอ่ื ดอกบานมีเสน้ ผา่ นศนู ย์กลาง ประมาณ 1 ซม.

153พรรณไมใ้ นมหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวัดปทุมธานี ประยงค์ ชอื่ วงศ์ MELIACEAE ชือ่ สามญั Chinese Perfume Plant, Chinese Rice Flower ช่อื อ่ืน ขะยง, ขะยม (ภาคเหนอื ); ประยงค,์ ประยงคใ์ บใหญ่ (ภาคกลาง); พะยงค์, ยม (ภาคเหนอื ); หอมไกล (ภาคใต้ ไม้พุ่มหรือไมต้ น้ อาจสูงไดถ้ ึง 20 ม. แยกเพศต่างตน้ แตกกิ่งจานวนมาก ปลายกิ่งออ่ น มกั มขี นกระจุกหรือเกล็ดรงั แค ใบประกอบปลายคี่ เรียงเวียน ยาว 5–12 ซม. กา้ นใบและ แกนกลางเปน็ สันคลา้ ยปกี มใี บยอ่ ย 1–3 คู่ รูปรหี รอื รูปไข่กลับ ยาว 1–10 ซม. ใบช่วงปลาย ขนาดใหญก่ วา่ กา้ นใบสัน้ หรือยาวได้ถงึ 1 ซม. ชอ่ ดอกแบบกระจกุ แยกแขนง ยาว 5–15 ซม. ดอกมกี ลิ่นหอม ก้านดอกเพศผยู้ าวไดถ้ งึ 3 มม. กา้ นดอกเพศเมยี ส้ัน หนา กลบี เล้ยี งเช่อื ม ตดิ กัน ปลายแยกเปน็ 5 แฉกต้ืน ๆ กลม ขนาดเลก็ กลบี ดอก 5 กลบี รูปรีกวา้ งเกือบกลม ยาว 1.5–2 มม. เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันสนั้ กว่ากลีบดอกเลก็ น้อย อบั เรณู 5 อนั ไมย่ ่ืนพ้นปากหลอด กลบี ดอก ไม่มีจานฐานดอก รังไข่มขี นหนาแนน่ ผลแห้งไม่แตก รปู ไข่ ยาว 1–1.2 ซม. ผลสกุ สีแดง ส่วนมากมีเมล็ดเดยี ว

154 Plant s in Valaya ปาลม์ ชวา ช่ือวงศ์ ARECACEAE ชื่อสามัญ ช่ืออ่ืน Anahaw palm, ปาลม์ ยะวา เปน็ ปาลม์ ตน้ เดีย่ ว ลาตน้ ขนาด 20 ซม. สูงได้ถึง 30 ม. ใบรปู พัด จักใบยอ่ ย นอ้ ยกวา่ ครงึ่ ตัวใบ ก้านใบยาว 1.50 ม. มี หนามแขง็ ท่ีขอบกา้ นใบแผ่นใบกว้าง 1.50 ม. ชอ่ ดอกออกระหว่างกา้ นใบ ช่อยาว 2 ม. ตดิ ผลจานวนมาก ผลกลม ขนาด 2 ซม. ผลแก่สีสม้ ชว่ งประดบั ท่ีสวยงาม อยู่ใน ช่วงความสงู 0.30-1 ม. ใชป้ ลูกประดบั ในกระถางและปรบั ตวั อยูใ่ นห้องปรบั อากาศ ได้ดี เม่อื สูงมากกวา่ 1 เมตร ควรปลูกลงแปลง กลางแจ้ง

155พรรณไมใ้ นมหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวดั ปทุมธานี ปาลม์ นา้ มนั ช่ือวงศ์ ARECACEAE ชื่อสามัญ African oil palm ชอ่ื อืน่ - เปน็ ปาลม์ ตน้ เดี่ยว ลาตน้ ขนาด 30–50 ซม. สงู ไดถ้ ึง 20 ม. กาบใบติดแน่นขณะที่ ตน้ ยังสงู ไม่เกนิ 6 ม. ใบแบบขนนก ทางใบยาว 4–5 ม. ชอ่ ดอกส้นั และแน่น ผลแก่สีม่วงแดง หรอื สม้ แดง กลมรี ขนาด 3–4 ซม.

156 Plant s in Valaya ปาลม์ สบิ สองปันนา

157พรรณไมใ้ นมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวดั ปทุมธานี ชอื่ วงศ์ ARECACEAE ชอ่ื สามัญ – ช่อื อน่ื เป้งดอย ปาลม์ ในตระกลู อินทผลัม เช่ือกนั วา่ สบิ สองปนั นา ตน้ เดมิ ท่เี ป็นปาล์มนั้นเปน็ ต้นอนิ ทผลัมท่ไี มม่ หี นอ่ สิบสองปันนาเป็นปาล์มที่มีลาตน้ เดย่ี วโดดๆ สูงประมาณ 1.8 ม. ใบแบบขนนก ทางใบยาว ประมาณ 30–45 ซม. โค้งงอลงด้านล่าง ใบมีสเี ขยี วเขม้ เปน็ มัน ส่วนใต้ใบจะมสี ีเขียวออ่ น ปนเทาคลา้ ยกับแปง้ เคลือบอยู่

158 Plant s in Valaya ปาลม์ หางกระรอก ชอ่ื วงศ์ ARECACEAE ชือ่ สามัญ Foxtail palm ชือ่ อน่ื หางหมาจ้งิ จอก, หางหมาป่า เป็นปาล์มต้นเดย่ี ว ลาต้นป่อง เล็กนอ้ ย ขนาด 20–25 ซม. สูงไดถ้ งึ 15 ม. ทางใบยาว 2–2.50 ม. รูปใบพวง ใบยอ่ ยออกเปน็ กระจกุ แผ่ออกทุก ทศิ ทาง ฟเู ปน็ พวงคล้ายหางหมาป่า ชอ่ ดอกออกใตค้ อ แผ่กระจายยาว 50 ซม. ผลกลมรี เม่อื สุกสีส้มแดง ยาว 5–6 ซม.

159พรรณไม้ในมหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี ปี บ ชื่อวงศ์ BIGNONIACEAE ช่อื สามัญ Indian Cork Tree, Tree Jasmine ชื่ออ่ืน กาซะลอง, กาดสะลอง (ภาคเหนือ); เต็ก ตองโพ่ (กะเหรย่ี ง–กาญจนบรุ ี); ปีบ (ภาคกลาง) ไม้ต้น สูงได้ถึง 25 ม. เปลือกเป็นคอร์ก ใบ ประกอบ 2–3 ช้ัน ยาวได้ถึง 1 ม. ใบประกอบย่อย มี 3–5 คู่ ใบย่อยรูปรี รปู ขอบขนาน หรือแกมรูปไข่ ยาว 2–7 ซม. โคนมนหรือกลม เบี้ยว ก้านใบส้ัน ชอ่ ดอกแบบชอ่ กระจกุ แยกแขนงแผก่ ว้าง ยาว 10– 35 ซม. ดอกสขี าวมีกลิ่นหอม ก้านดอกยาวได้ถึง 1 ซม. กลีบเล้ียงรูปถ้วย ยาว 2–4 มม. ปลายแยก 5 แฉกต้ืน ๆ พับงอกลับ ดอกรูปดอกเข็ม หลอดกลีบ ดอกเรียวแคบ ยาว 3–7 ซม. ปากกว้าง 3–5 ซม. คลา้ ยรูปปากเปดิ กลบี บน 2 กลบี กลีบล่าง 3 กลีบ รูปใบหอกแกมรูปไข่ ยาว 1–2 ซม. ด้านในมีขน เกสรเพศผู้ 2 คู่ยาวไม่เท่ากัน ติดเหนือกึ่งกลาง หลอดกลีบ อับเรณูสมบูรณ์หนึ่งอัน เป็นหมันหน่ึง อนั คล้ายเดือย จานรองดอกรูปถ้วย รังไข่เกลี้ยง ผล แหง้ แตก รูปแถบ แบน ยาว 28–36 ซม. เมล็ดรูปรี หรอื ขอบขนาน ยาว 1.5–3.5 ซม. รวมปีกบางใส

160 Plant s in Valaya ปี บทอง ชอื่ วงศ์ BIGNONIACEAE ชอ่ื สามัญ Tree jasmine ชอ่ื อนื่ กากี (ภาคใต)้ ; จางจืด (ชยั ภูม)ิ ; ปีบทอง (กรุงเทพฯ); อังเกียลโบะ๊ (เขมร–จันทบุรี) ไม้ต้น สูงได้ถึง 25 ม. ใบประกอบ 2–3 ชั้น ยาว 20–40 ซม. ใบย่อยรูปรี รูปขอบ ขนาน หรือแกมรูปไข่กลับ ยาว 4–10 ซม. บางคร้ังเบี้ยว แผ่นใบด้านล่างบางคร้ังมีต่อม ประปรายใกล้โคน ชอ่ ดอกคล้ายช่อกระจะ ออกส้ัน ๆ ตามกิ่งหรือปลายกิ่ง ยาว 1–4 ซม. กลีบ เล้ียงเช่ือมติดกันเป็นหลอด ยาว 0.8–1.8 ซม. ดอกรูประฆัง สีเหลืองอมส้ม ยาว 3.5–5 ซม. ปากกว้างประมาณ 1.5 ซม. โคนก้านชูอับเรณูมีต่อมขน ผลรูปแถบ ยาว 25–40 ซม. ไม่มีช่อง อากาศเมล็ดรปู แถบ ยาวประมาณ 1.2 ซม. รวมปีกใส

161พรรณไม้ในมหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวดั ปทุมธานี แปรงลา้ งขวด ชือ่ วงศ์ MYRTACEAE ชอื่ สามญั Bottle brush tree, Crimson bottle brush ชื่ออนื่ แปรงลา้ งขวด, พู่นายพล, หลวิ ดอก (กรงุ เทพฯ) ไม้พุ่มหรือไม้ต้น สูงไดถ้ ึง 10 ม. ใบเรียงเวียน รูปใบหอกหรือรูปแถบ ยาว 4–11 ซม. ปลายแหลมคล้ายหนาม โคน เรียวสอบจรดกิง่ เส้นแขนงใบออกจากโคน ข้างละเสน้ โคง้ คลา้ ยเป็นเส้นขอบใน เหน็ ไมช่ ดั เจน ใบอ่อนมีขนคล้ายไหม ช่อดอก แบบชอ่ เชงิ ลดยาวคล้ายแปรงล้างขวด ดอกออกเดย่ี ว ๆ บนแกน กลีบเลย้ี งเชอ่ื ม ติดกัน ยาว 5–6 มม. มี 5 กลีบ กลม ๆ ยาว 1–2 มม. ดอกสีขาวอมเขยี ว มี 5 กลีบ กลม ๆ ยาว 3–4 มม. มตี ุ่มเป็นตอ่ ม กระจาย เกสรเพศผจู้ านวนมาก ก้านชูอับ เรณสู ีแดง ยาว 1–3 ซม. รังไข่ใต้วงกลีบ กา้ นเกสรเพศเมียยาวเท่า ๆ เกสรเพศผู้ ยอดเกสรเป็นต่มุ ผลแห้งแตก สีนา้ ตาล

162 Plant s in Valaya ผกั หวานบา้ น ชอื่ วงศ์ PHYLLANTHACEAE ชื่อสามัญ Sweet Leaf Bush ช่ืออืน่ กา้ นตง, จ๊าผกั หวาน (ภาคเหนือ); โถหล่ยุ กะนเี ดา๊ ะ (กะเหรย่ี ง–แม่ฮอ่ งสอน); นานาเซียม (มาเลย์–สตลู ); ผกั หวาน (ทัว่ ไป); ผักหวานใต้ใบ หวาน (ทัว่ ไป); ผกั หวาน ใตใ้ บ (สตลู ); ผกั หวานบ้าน (ท่ัวไป); มะยมป่า (ประจวบคีรขี นั ธ์)

163พรรณไมใ้ นมหาวทิ ยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวดั ปทุมธานี ไม้พุม่ สงู 1–4 ม. หใู บยาว 2–3 มม. ใบรปู ไข่ ยาว 2–9 ซม. ปลายแหลมหรอื มน โคนกลมหรือตดั แผ่นใบดา้ นลา่ งสเี ขยี วอ่อน กา้ นใบยาว 2–3 มม. ดอกสเี ขียวอมเหลอื งหรือแดง กลีบหนา ดอกเพศผเู้ สน้ ผ่านศนู ย์กลาง 0.5–1.8 ซม. ก้านดอกยาว 0.5–1.3 ซม. ดอกเพศเมยี เสน้ ผ่าน ศูนย์กลาง 0.5–1 ซม. ก้านดอกยาวประมาณ 3 มม. ขยายในผลไดถ้ ึง 1.4 ซม. กลบี เลี้ยงกลบี เลก็ ยาว 2–4 มม. กลีบใหญย่ าว 2.5–5.5 ซม. เรยี วแคบ กว่าเล็กน้อย ยอดเกสรเพศเมยี ยาวประมาณ 1.2 มม. บานออกตามแนวระนาบ ม้วนงอ ผลรปู รีกว้างเกอื บกลม เส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง 1–1.5 ซม. เกลีย้ ง สีขาว เมลด็ ยาว 7–8 มม.

164 Plant s in Valaya ไผ่ ช่ือวงศ์ POACEAE ชือ่ สามญั Bamboo ช่ืออื่น บโู ละห์ ไมพ้ มุ่ ขนาดเล็กถงึ ขนาดใหญ่ ลาตน้ แตกเปน็ กอ กอหนง่ึ มี 20–50 ตน้ สงู 5–15 ม. ลาต้นเป็นขอ้ ปล้อง ผวิ เกลย้ี งแขง็ มีสีเขยี ว หรือเหลอื งแถบ เขียว ลกั ษณะของปลอ้ งข้ึนอย่กู บั ชนิด พนั ธ์ุ ใบเป็นใบเดยี่ ว และแคบ กว้าง 2–5 ซม. ยาว 12–30 ซม. ลักษณะคล้าย รปู หอก ขอบใบเรียบ ผวิ ใบสีเขียว มขี นออ่ นคลมุ บนผิวใบ ดอกออกเปน็ ชอ่ ตามปลายยอด บรเิ วณข้อปล้อง เม่อื ดอก แห้งตน้ กจ็ ะตาย ผลคล้ายเมลด็ ข้าวสาร

165พรรณไม้ในมหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี ไผ่นา้ เตา้ ชื่อวงศ์ POACEAE ช่ือสามญั – ช่ืออื่น – เป็นไผข่ นาดกลาง ลาตน้ เปน็ ปลอ้ งสัน้ สเี ขยี วอาจมแี ถบเหลืองตามปล้อง มลี ักษณะ โปร่งตรงกลางปลอ้ งและกิ่ง ทาใหม้ ีรปู ทรง คล้ายน้าเตา้ ขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลาง 4–8 ซม. สงู ประมาณ 3–8 ม. จะแตกแขนงเมอ่ื สงู จาก พนื้ ดนิ ประมาณ 1.5 ม.

166 Plant s in Valaya ไผ่ฟิ ลปิ ปิ นส์ ชื่อวงศ์ ASPARAGACEAE ช่ือสามัญ Golddust Dracaena, Spoted–Leaf Dracaena, Gold Dust Plant ช่อื อ่ืน – ไมพ้ ุ่มขนาดเลก็ สูงได้ถงึ 4 ม. แตเ่ จรญิ เตบิ โตช้า ลาตน้ กลมเล็ก เปน็ ข้อปลอ้ ง และมี กาบใบหุ้มคล้ายลาตน้ ไผ่ แตกกง่ิ จากโคนตน้ เป็นพมุ่ แนน่ ใบเดี่ยว รปู รถี ึงรปู ไข่ ปลายแหลมถงึ แหลมรวบ โคนแหลมถงึ สอบ กา้ นใบสนั้ พน้ื ใบสีเขียวเขม้ มีจุดประสเี หลอื งถึงสขี าวครีม กระจายทัว่ ใบ ผิวเกล้ียงเป็นมัน

167พรรณไม้ในมหาวิทยาลยั ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวัดปทุมธานี ฝรกงั่ ชอ่ื วงศ์ MYRTACEAE ชอ่ื สามัญ guava ชอ่ื อื่น มะกว้ ยกา, มะมั่น, มะกา, มะจนี , สดี า ไมย้ ืนต้นขนาดเลก็ สูงประมาณ 3–10 ม. เปลอื กลาต้นสีน้าตาลเรียบเกลย้ี ง ลาตน้ แก่ เปลือกตน้ จะหลุดลอ่ นออกมาเป็นแผน่ กิ่งออ่ นเป็นเหลี่ยมสเี่ หล่ยี ม มขี นสขี าว ใบเป็น ใบเดีย่ ว ออกเรียงตรงขา้ มกนั รปู รีแกมขอบ ขนาน ปลายใบและโคนใบมน เนอ้ื ใบหนา หยาบ ทอ้ งใบเปน็ ริ้วเห็นเส้นใบไดช้ ัดเจน ขอบใบเรยี บก้านใบสั้น ดอกออกเป็นชอ่ ตาม ซอกใบ มดี อกยอ่ ย 3–5 ดอก ดอกยอ่ ยสขี าว กลีบดอกบาง มี 4–5 กลบี หลดุ รว่ งง่าย เกสรตัวผู้ มีจานวนมาก กลีบเลี้ยงมี 4 กลบี ติดอยเู่ ป็นผล ผลทรงกลม ผิวเรยี บเกล้ยี ง ผลออ่ นสเี ขียวแก่ หรอื เขียวอ่อน ผลแกส่ เี หลือง มีเน้ือผล เมล็ดเลก็ กลมแขง็ สนี ้าตาลอ่อน มจี านวนมาก

168 Plant s in Valaya พยบั เมฆ ชอ่ื วงศ์ LABIATAE ช่อื สามัญ Cat’s Whiskers ช่ืออ่นื หญา้ หนวดแมว ไมล้ ้มลกุ สงู 30–60 ซม. ลาตน้ และกิง่ ก้านเป็นส่ีเหลย่ี ม ใบเดยี่ วเรยี งตรงขา้ ม รปู ไข่หรือรปู ขา้ วหลามตัด กวา้ ง 2–4.5 ซม. ยาว 5–12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยกั เป็นฟันเลอ่ื ยหา่ งๆ โคนใบสอบ มีขอบเรยี บ ก้านใบ ยาว 1–2 ซม. มีขน ดอกออกเป็นช่อคลา้ ยฉตั รท่ีปลายกงิ่ ยาว 10–15 ซม. กลีบเลย้ี งเช่ือม ตดิ กันเป็นรปู ระฆงั งอเล็กนอ้ ย กลบี ดอกมสี ขี าวหรือมว่ ง เชือ่ มติดกนั เปน็ หลอด ปลายแยก เปน็ สองปาก ปากบนมี 4 กลีบ ปากล่างมี 1 กลบี มีลกั ษณะโคง้ เปน็ รปู ชอ้ น ผลรปู ขอบขนาน แบน ยาวประมาณ 1.5 มม. ตามผิวมีรอยย่น

169พรรณไมใ้ นมหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี

170 Plant s in Valaya พยบั หมอก

171พรรณไม้ในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี ชื่อวงศ์ PLUMBAGINACEAE ช่ือสามญั Cape Leadwort, Leadwort ช่ืออ่ืน เจตมลู เพลิงฝรั่ง ไมล้ ้มลกุ หรือไมพ้ ุ่ม ไม่มีหูใบ ใบเรียง เวยี น ช่อดอกแบบชอ่ กระจะคลา้ ยช่อเชิงลด ใบประดบั และใบประดบั ยอ่ ยบาง กลีบเลี้ยง เปน็ หลอด เป็นรวิ้ มตี ่อม ตอ่ มมีก้าน ปลายแยก 5 กลีบขนาดเล็ก ดอกรูปดอกเขม็ มี 5 กลีบ หลอดกลีบยาวกวา่ กลีบดอก บิดเวียนในตาดอก เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดตรง ข้ามกลบี ดอก โคนก้านชูอบั เรณแู บน อับเรณู รปู แถบ เกสรเพศเมยี เชื่อมติดกัน ปลายแยก เป็น 5 แฉก ยอดเกสรเพศเมียตดิ ด้านในของ แฉก มีตอ่ ม ผลแห้งแตกตามขวาง มีกลีบ เล้ยี งหมุ้ มีเมลด็ เดยี ว มีปีก

172 Plant s in Valaya พวงทองตน้ ช่อื วงศ์ MALPIGHIACEAE ชอ่ื สามัญ Shower of Gold, Gold Shower ชือ่ อ่ืน ดอกน้าผ้ึง, พวงทองต้น (กรุงเทพฯ) ไม้พุม่ สูง 1–4 ม. ใบเรยี งตรงข้าม รปู รหี รือรูปไข่ ยาว 2.5–7 ซม. ปลายมีตง่ิ แหลม มตี ่อมคู่ใกลโ้ คน ก้านใบยาว 0.5–1.5 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกทป่ี ลายกิ่ง ยาวได้ถงึ 15 ซม. ใบประดบั และใบประดบั ยอ่ ยรูปแถบขนาดเลก็ กา้ นดอกยาว 0.5–1 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลบี รูปสามเหล่ยี ม ยาวประมาณ 3 มม. โคนไมม่ ีตอ่ ม ดอกสเี หลือง มี 5 กลีบ รปู รกี ว้าง มีก้านกลีบ กลบี ใหญห่ นง่ึ กลีบ ยาว 7–8 มม. กา้ นกลีบยาว 4–5 มม. กลีบเล็กยาว 6–7 มม. กา้ นกลบี ยาว 2–2.5 มม. เกสรเพศผู้ 10 อนั ยาวไม่เท่ากัน ยาว 2–5 มม. ติดทน เปลี่ยนเปน็ สีแดง อบั เรณูยาว 2–3 มม. รงั ไขม่ ี 3 ช่อง เกลยี้ ง ก้านเกสรเพศเมยี 3 อัน ยาวประมาณ 7 มม. ตดิ ทน ผลแห้งแยกเป็น 3 ส่วน ผนังบาง แต่ละส่วนยาวประมาณ 5 มม. มีเมล็ดเดียว

173พรรณไมใ้ นมหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี พะยอม ช่อื วงศ์ DIPTEROCARPACEAE ชื่อสามัญ White Meranti ชื่ออ่ืน กะยอม (เชียงใหม่); กวู งิ (มาเลย์–นราธิวาส); ขะยอม (ลาว); ขะยอมดง (ภาคเหนือ); แคน (เลย); เชียง, เซย่ี ว (กะเหรย่ี ง–เชียงใหม่); พะยอม (ภาคกลาง); พะยอม ดง (ภาคเหนอื ); พะยอมทอง (ปราจนี บุรี, สุราษฎรธ์ าน)ี ; ยอม (ภาคใต้); ยางหยวก (นา่ น); สกุ รม (ภาคกลาง) ไม้ตน้ สูง 15–25 ม. โคนมีพูพอนตื้น ๆ เปลือก แตกเป็นรอ่ ง มีขนสั้นนุ่มและเกล็ดสนี ้าตาลตามกิง่ อ่อน หใู บ กา้ นใบ แผน่ ใบดา้ นล่าง และกลีบเลย้ี งดา้ นนอก หใู บ รูปแถบขนาดเลก็ ใบรูปขอบขนาน ยาว 5–15 ซม. เส้น แขนงใบข้างละ 14–20 เส้น กา้ นใบยาว 2–4 ซม. ช่อดอก ยาว 3–8 ซม. ชอ่ แยกแขนงมี 2–4 ดอก ตาดอกเรยี วยาว กา้ นดอกยาวประมาณ 2 มม. กลีบเลี้ยงรปู สามเหลี่ยม ยาวประมาณ 5 มม. ดอกสคี รีม โคนมปี ้นื สีชมพู รูปขอบ ขนานแกมรปู ไข่ ยาวไดถ้ ึง 1.2 ซม. เกสรเพศผู้ 15 อัน ก้านชูอับเรณูส้นั อับเรณูเรียวยาวประมาณ 1 มม. รยางค์ ยาวประมาณ 1.5 เท่าของอบั เรณู รงั ไขเ่ กล้ยี ง ก้านเกสร เพศเมยี ยาว 3–4 มม. ยอดเกสรจกั 3 พู หลอดกลีบเลย้ี ง หุ้มผล เกล้ียง ปีกยาว 3 ปีก ยาว 5–10 ซม. ปีกสัน้ 2 ปกี ยาว 3–6 ซม. ผลรปู ไข่ ยาว 1.5–2 ซม. ติง่ แหลมยาว 3–5 มม.

174 Plant s in Valaya พะยูง

175พรรณไมใ้ นมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี ชือ่ วงศ์ FABACEAE ชอ่ื สามัญ Siamese Rosewood ชื่ออนื่ กระยง, กระยุง (Khmer–Surin); ขะยงุ (Ubon Ratchathani); แดงจีน (Prachin Buri); ประดู่ตม, ประด่นู ้า (Chanthaburi); ประดูล่ าย (Chon Buri); ประดเู่ สน (Trat); พะยงู (General); พะยูงไหม (Saraburi); หวั ลเี มาะ (Chinese) ไมต้ ้น สงู 15–30 ม. ก่งิ อ่อนและช่อดอกมีขนละเอยี ด ใบประกอบยาวไดถ้ งึ 25 ซม. มีใบยอ่ ย 7–9 ใบ รูปไข่หรือแกมรปู ขอบขนาน ยาว 3–10 ซม. ปลายแหลม โคนมนหรือกลม ก้านยาว 2–5 มม. ช่อดอกแยกแขนงออกตามปลายก่ิงหรอื ซอกใบทป่ี ลายก่งิ ยาว 10–20 ซม. ก้านดอกส้ัน กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 5 มม. ดอกสขี าว กลีบกลางรูปกลมยาวประมาณ 3.5 มม. ก้านกลีบยาวประมาณ 1.5 มม. กลีบปีกและกลบี คู่ลา่ งรูปขอบขนาน ยาวเทา่ ๆ กลีบกลาง เกสรเพศผู้ 10 อนั เชอ่ื มติดกนั กลุ่มเดียว รงั ไข่เกล้ยี ง กา้ นมขี น ฝกั รปู ขอบขนานถึงรูปแถบ ยาว 4.5–8 ซม. มี 1–4 เมลด็ สนี ้าตาลแดง รปู คล้ายไต กวา้ งประมาณ 6 มม.

176 Plant s in Valaya พกิ ุล ช่ือวงศ์ SAPOTACEAE ชอ่ื สามญั Spanish Cherry, Tanjong Tree, Bullet Wood ช่อื อ่นื กนุ , แกว้ , ซางดง, พกิ ุลเขา, พิกลุ เถือ่ น, พิกุลปา่ ไม้ต้นขนาดกลาง เปลือกสีนา้ ตาลอมเทา มีรอยแตกตามยาวของลาต้น ใบเป็นใบเดีย่ วเรยี งเวยี นห่างๆ ใบรูปรี รูปไขห่ รอื ขอบขนาน กวา้ ง 2–6.5 ซม. ยาว 7.5–15 ซม. ปลายใบแหลมเป็นต่งิ สั้นๆ โคนใบมน ขอบใบเปน็ คลน่ื ผวิ ใบ ดา้ นบนสีเขยี วเขม้ เป็นมัน ดอกสขี าวนวล ออกเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกชอ่ แบบช่อ กระจกุ ตามซอกใบหรอื ปลายกิ่ง กลีบเลย้ี ง 8 กลีบ เรียงซ้อนกนั 2 ชัน้ กลีบดอก 24 กลีบ ผลสดแบบมเี น้ือเมล็ดเดียวปลายแหลม ผลสุกสแี ดงอมส้ม กวา้ ง 1.5 ซม. ยาว 2.5–3 ซม.

177พรรณไมใ้ นมหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี

178 Plant s in Valaya พลิ งั กาสา ช่อื วงศ์ PRIMULACEAE ช่ือสามญั Ardisia Polycephala ชอ่ื อน่ื ตีนจา, ผักจา, ผักจา้ แดง ไม้ตน้ ขนาดเล็ก สงู 2–3 ม. ใบเปน็ ใบเด่ียว เรียงเวียนตามข้อต้น ใบเป็นรูปไข่ถึงรปู ใบ หอกกลับ ปลายแหลมถงึ มนโคนใบสอบ ขอบใบเรยี บ แผน่ ใบมตี ่อมเห็นเปน็ จุด กระจายอยู่ ทว่ั ไป เน้ือใบหนาเป็นมันเกลี้ยง ใบออ่ นสแี ดงเร่ือ ๆ ใบแกส่ เี ขยี วเขม้ ดอกออกเปน็ ชอ่ เชิงหลน่ั อยตู่ ามปลายกงิ่ หรือตามสว่ นยอด ดอกมสี ีชมพอู มขาว ดอกย่อย 4–8 ดอก ก้านชอ่ ดอกยาว 1.5–2.5 ซม. ก้านดอกย่อยยาว 8–15 มม. เกสรเพศผูร้ วมตวั เปน็ กระจกุ รูปดอกบัว ผลสดโต เท่าขนาดเมด็ นุน่ เม่อื ยังอ่อนเปน็ สีแดง ผลแก่จะเป็นสมี ว่ งดา

179พรรณไมใ้ นมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี พดุ จบี ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE ช่ือสามัญ Coffee Rose, Crape Jasmine, Pinwheel Flower ช่ืออ่ืน พุดจีบ, พุดซ้อน (ภาคกลาง); พุดป่า (ลาปาง); พดุ สวน, พุดสา (ภาคกลาง) ไม้พุม่ สงู ไดถ้ ึง 3 ม. กิ่งเกล้ยี ง ใบรปู รี ยาว 4–15 ซม. ปลายเแหลมยาว ก้านใบยาว ได้ถงึ 1 ซม. ช่อดอกยาว 6–10 ซม. กลีบเล้ียง รูปไข่ ส่วนมากปลายมน บางครงั้ แหลมหรอื แหลมยาว ยาว 2–7 มม. บางคร้ังขอบมขี นอยุ เล็กน้อย หลอดกลีบดอกยาว 1.4–2.4 ซม. บางคร้ังบิดเวียนเลก็ นอ้ ย มขี นดา้ นในรอบ เกสรเพศผู้ กลีบยาว 0.8–2.6 ซม. เกสรเพศผู้ ตดิ ช่วงล่างใตจ้ ุดก่ึงกลางหลอดกลบี ดอก อบั เรณูยาวประมาณ 3 มม. ก้านเกสรเพศเมยี ยาว 0.4–1.4 ซม. รวมยอดเกสร ผลรูปรี เบ้ียว มีสันตามยาว ยาว 2.2–4.5 ซม. มี 2–10 เมลด็ รูปรี เบ้ียว ยาว 0.7–1 ซม. มีสนั ตามยาว

180 Plant s in Valaya พุดนา้ บุศย์ ชอ่ื วงศ์ RUBIACEAE ช่ือสามญั Golden Gardenia ชอื่ อ่ืน ตะบือโก, ระนอ, รกั นา, รตั นา ไม้พ่มุ ขนาดเล็ก แตกก่งิ ต่าจานวนมาก กง่ิ แตกตรงขอ้ เป็น 2–3 กิ่ง ใบเรยี งตรงข้ามสลบั ต้งั ฉาก ใบเปน็ ใบเดย่ี ว รูปรี กว้าง 3–6 ซม. ยาว 8–14 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ เน้อื ใบ บางเป็นมัน ใบด้านบนสีเขียวเข้ม ใบดา้ นล่างสีเขยี วอ่อน เส้นกลางใบสีขาว เห็นชดั เจนทางด้าน ล่างใบ เสน้ ใบเด่นชัดทงั้ สองด้าน หใู บแบบ Interpetiolar stipule ดอกเดี่ยว ออกทีซ่ อกใบ ใกล้ปลายก่งิ กลบี เลย้ี งเป็นแฉกสเี ขยี วอ่อน เชอ่ื มตดิ กนั หุม้ รอบหลอดดอก ยาว 10–12 ซม. ดอกมกี ลิน่ หอม ดอกท่เี ริ่มบานมีสเี หลือง

181พรรณไมใ้ นมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี พดุ พชิ ญา ชอ่ื วงศ์ APOCYNACEAE ชื่อสามญั Coral swirl ชื่ออืน่ – ไมพ้ ุม่ สงู ไดถ้ ึง 5 ม. ใบรูปรี ยาว 2–5 ซม. ก้านใบยาวประมาณ 2 มม. ชอ่ ดอกยาว 1.5–2 ซม. มี 3–6 ดอก กลีบเลยี้ งรปู สามเหลีย่ ม ปลายมน ยาวประมาณ 2 มม. ดอกรปู ดอก เขม็ หลอดกลีบยาวประมาณ 2 ซม. กลีบรูปรี ยาว 1.5–1.8 ซม. ปลายแหลม มขี นละเอียด กะบังเรียง 3 ชน้ั มีขนละเอียด กะบังหนา้ กลีบดอกยาว 6–8 มม. โคนเชื่อมตดิ กลบี ดอก ปลายแยก 2–3 แฉก กะบงั ระหวา่ งกลบี ดอกโคนเชื่อมตดิ กนั ปลายแยกเปน็ แฉก ๆ กะบงั หน้า กะบังระหวา่ งกลีบดอกออกเดีย่ ว ๆ ยาวประมาณ 2 มม. อบั เรณยู าว 6–8 มม. มขี นยาวด้านใน คาร์เพลเกลีย้ ง ก้านเกสรเพศเมยี ยาวประมาณ 2.3 ซม. รวมยอดเกสร

182 Plant s in Valaya พดุ ศภุ โชค ชือ่ วงศ์ APOCYNACEAE ชอ่ื สามญั – ชือ่ อื่น พุดศรีลังกา, พุดแคระ เปน็ พรรณไม้ยืนตน้ ขนาดเลก็ ลักษณะเป็นพ่มุ เตี้ย ลาต้นสงู 1–3 ม. ผิวลาตน้ มีสีขาวเทา แตกกิ่งกา้ นออกใบรอบต้น ใบเป็นใบเดี่ยว แตกออกเป็นคูต่ รงกนั ขา้ ม ตามข้อ ของก่ิง ลักษณะของใบเป็นรูปมนรี ปลายใบแหลม ผิวใบเรยี บสีเขียว ยาว 8–12 ซม. ดอกเดีย่ ว ออกตามปลายยอดหรอื ปลายกง่ิ ชอ่ หนง่ึ มี 5–6 ดอก แล้วแต่ชนดิ พนั ธ์ุ ดอกมีกลิ่น หอม สขี าว หรอื เรยี งเป็นช้ันเดียวแล้วแตช่ นดิ พนั ธุ์ ดอกบานมีความโต 2–5 ซม. ออกผลเปน็ ฝักรปู กระบอกแหลมโคง้ ภายในมีเมล็ด 3–5 เมลด็

183พรรณไม้ในมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี พุดสามสี ช่ือวงศ์ SOLANACEAE ชื่อสามัญ Yesterday–Today–and–Tomorrow, Morning–Noon–and–Night ช่ืออน่ื พุดสี, พทุ ธชาดมว่ ง, พทุ ธชาดสามสี, สามราศี ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1–2 ม. แตกกิ่งจานวนมากเป็นพุ่มกลมเต้ีย ใบเป็นใบเดี่ยว เรียง เวียนสลับ ใบรูปรี กว้าง 4–6 ซม. ยาว 10–15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ดอกออกเป็น กระจกุ ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง โคนกลีบดอกเช่ือมกัน ตอนปลายแยกเป็น 5 กลีบ กลีดอกย่น มกี ลิน่ หอม เม่ือเรม่ิ บานดอกมสี มี ว่ งเขม้ แล้วคอ่ ยๆ จางเป็นสีมว่ งออ่ น และกลายเป็นสขี าว เสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางของดอก 3–4 ซม.

184 Plant s in Valaya

185พรรณไม้ในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวัดปทุมธานี พทุ ธรกั ษา ชื่อวงศ์ CANNACEAE ชื่อสามัญ Australian arrowroot, Edible Canna, Indian shot ชอ่ื อน่ื บัวละวง (ลพบุรี); ปล้ะยะ่ (กะเหรีย่ ง–แม่ฮ่องสอน); พทุ ธรักษา (ภาคกลาง); พุทธรักษากินหวั (กรุงเทพฯ); พทุ ธสร (ภาคเหนือ); สาคมู อญ (ภาคกลาง); สาคูหวั ข่า (ภาคตะวันออกเฉียงใต้); อะตาหลุด (กะเหร่ียง–แม่ฮ่องสอน) ไม้ลม้ ลุก สูงได้ถงึ 2.5 ม. เหงา้ ใต้ดินแตกแขนง ใบเรยี งเวียน รูปไข่แกมรปู ขอบขนาน หรอื รูปใบหอก สเี ขียวหรอื อมม่วง ยาว 30–60 ซม. ก้านใบสัน้ กาบใบสเี ขียวหรือม่วง ช่อดอก แบบช่อกระจะออกท่ียอด ชอ่ ยอ่ ยแบบช่อวงแถวเดีย่ ว มี 1–2 ดอก ใบประดับรูปไข่ยาว 6–9 มม. ดอกสมมาตรดา้ นข้าง กลบี นอก 3 กลบี รูปใบหอก ยาวประมาณ 1.5 ซม. ตดิ ทน กลีบใน 3 กลบี เชือ่ มตดิ กนั เปน็ หลอดสเี หลืองอมส้ม แนบติดเกสรเพศผู้และเกสรเพศผู้ที่เป็น หมัน หลอดกลบี ยาวประมาณ 1.5 ซม. กลบี รูปใบหอก ยาวประมาณ 4 ซม. สีแดงหรอื เหลือง อมสม้ แผน่ เกสรเพศผ้ทู ี่เป็นหมันมี 2–3 แผ่น สแี ดง โคนสเี หลอื งอมสม้ รูปใบหอกกลบั ยาว 4–5.5 ซม. มหี นึ่งแผ่นปลายเว้า กลบี ปากสีแดงหรอื มีจุดเหลอื ง รปู ใบหอก ยาวประมาณ 4.5 ซม. ขอบม้วนงอ ปลายเวา้ ตื้น เกสรเพศผทู้ ่ีสมบูรณ์ 1 อัน ก้านชูอับเรณูรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 ซม. อับเรณูมีช่องเดียว ยาวประมาณ 9 มม. รงั ไข่ใตว้ งกลบี มี 3 ชอ่ ง มีปมุ่ กระจาย พลาเซนตารอบแกนรว่ ม กา้ นเกสรเพศเมียยาวประมาณ 6 ซม. โคนเชอื่ มติด เกสรเพศผู้ท่ีเปน็ หมนั ผลแห้งแตกเป็น 3 ส่วน รปู ไข่กวา้ ง ยาว 1.2–2 ซม. มีปุ่มหนาแน่น เมลด็ กลม มหี ลายเมล็ด

186 Plant s in Valaya เพกา ชือ่ วงศ์ BIGNONIACEAE ชื่อสามัญ Indian trumpet flower, Midnight horror ช่ื อ อื่ น ก า โ ด้ โ ด้ ง ( ก ะ เ ห รี่ ย ง – กาญจนบุรี); ด๊อกก๊ะ, ดอก๊ะ, ดุแก (กะเหร่ียง–แม๋ฮอ่ งสอน); เบโก (มาเลย์– นราธิวาส); เพกา (ภาคกลาง); มะลดิ ไม้, มะลน้ิ ไม้, ลดิ ไม้ (ภาคเหนอื ); ล้ินฟ้า (เลย); หมากลน้ิ กา้ ง, หมากลิ้นซา้ ง (เงยี้ ว–ภาคเหนือ) ไม้ตน้ สูงได้ถึง 15 ม. ใบประกอบ 2–4 ชน้ั เรียงตรงข้าม ออกหนาแนน่ ทป่ี ลายก่งิ ยาว 60–170 ซม. รวมก้าน ใบย่อยรปู ไขห่ รือแกมรูปขอบขนาน ยาว 5–13 ซม. ปลายแหลม ยาว โคนเบี้ยว ก้านใบยาวประมาณ 1 ซม. ชอ่ ดอกแบบชอ่ กระจะ ยาวได้ถงึ 1.5 ม. ดอกเรียง แน่นที่ปลายชอ่ กา้ นดอกยาว 2–7 ซม. กลีบเล้ียงรปู ระฆงั ยาว 2–4 ซม. ขอบเกือบเรียบ ตดิ ทน ดอกรูปแตร หนา สีมว่ งอมน้าตาลแดง ดา้ นในสีครีม โคนมปี น้ื สีน้าตาลแดง หลอดกลีบ ดอกช่วงโคนยาวประมาณ 1.5 ซม. ช่วงกว้างยาว 6–9 ซม. กลบี บน 2 กลีบ กลีบลา่ ง 3 กลบี พบั งอกลับ เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดประมาณก่ึงกลางหลอดกลบี ดอก จดุ ติดมีขน อับเรณูยาว ประมาณ 1 ซม. โคนกางออก จานฐานดอกจกั 5 พู กา้ นเกสรเพศเมียยาวกว่าเกสรเพศผู้ ยอดเกสรจัก 2 พูต้ืน ๆ ยาวประมาณ 7 มม. ผลแหง้ แตกตามรอยประสาน รูปแถบ แบน ยาว 40–120 ซม. เปลอื กหนา เมลด็ กลม มปี ีกบาง ๆ ยาว 6–7 ซม.

187พรรณไมใ้ นมหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี โพข้นี ก ชอื่ วงศ์ MORACEAE ชอื่ สามัญ – ชือ่ อน่ื โพข้ีนก, โพตัวผู้, โพประสาท (ภาคกลาง) ขึ้นบนดนิ หรอื เกาะพนั ตน้ ไม้อืน่ ผลดั ใบ สูงไดถ้ ึง 20 ม. หูใบยาว 1–3.5 ซม. รว่ งเร็ว ใบเรียงเวียน รูปรหี รอื รปู ไข่ ยาว 3–16 ซม. ปลายยาวคลา้ ยหาง โคนรปู ลิ่มกว้าง ตดั หรือเว้า ต้นื เสน้ แขนงใบข้างละ 6–8 เส้น เรียงจรดกนั มตี อ่ มไขที่โคนเส้นกลางใบ ก้านใบยาว 2.5–9 ซม. ดอกเพศผมู้ ีน้อยกวา่ ดอกเพศเมีย กลีบรวมสแี ดงอยภู่ ายในฐานดอกท่ีขยายใหญ่ และอวบน้า ออกเปน็ คู่หรือเดี่ยว ๆ ตามซอกใบหรอื ตามกิ่ง ใบประดับขนาดเล็กที่โคน 2–3 ใบ ยาว 1–2 มม. รูปกลม ๆ เส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง 1.5–2 ซม. สีชมพหู รืออมม่วง สกุ สีดา รูเปิดเส้น ผ่านศูนยก์ ลาง 2–2.5 มม. ด้านในไม่มีขน ไร้กา้ น

188 Plant s in Valaya โพศรมี หาโพธิ ชอ่ื วงศ์ MORACEAE ช่อื สามญั Bodhi, Pipal tree, Sacred fig ชือ่ อ่ืน ปู (เขมร); โพ (ภาคกลาง); ย่อง (เงยี้ ว– แม่ฮ่องสอน); สลี (ภาคเหนอื ) ไทรก่ึงอิงอาศยั สูงได้ถึง 35 เมตร หูใบยาว 0.5–1 ซม. รว่ งเร็ว ใบรปู ไขก่ ว้างหรอื รูปหัวใจ ยาว 5–25 ซม. ปลายยาวคล้ายหาง โคนตัดหรือรูปหวั ใจ ก้านใบยาว 2.5–12 ซม. ดอกอยภู่ ายในฐานดอกที่ขยายออกเดย่ี ว ๆ หรอื เปน็ คตู่ ามซอกใบ ไร้กา้ น ใบประดบั ขนาดเล็ก ฐานดอกกลม เสน้ ผ่านศนู ย์กลาง 1–1.5 ซม. สุกเปล่ียนเปน็ สชี มพู ม่วงหรอื ดา มีชอ่ งเปดิ เล็กๆ ด้านปลาย เกสรเพศผู้เรียงใกล้ช่องเปิด กลีบรวมสีแดง รงั ไขส่ ีน้าตาลแดง

189พรรณไม้ในมหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวัดปทุมธานี เกฟ่ื องฟ้ า ชอ่ื วงศ์ NYCTAGINACEAE ชือ่ สามญั Bougainvillea, Paper Flower ช่อื อน่ื ดอกโคม, ดอกต่างใบ, ตรุษจนี , ดอกกระดาษ เป็นไมร้ อเล้อื ยตามธรรมชาติ ลาต้นกลมและ เรยี ว เปลือกบาง มีหนามเพอ่ื ชว่ ยในการเกาะเลื้อย ใบเปน็ ใบเดย่ี ว ออกสลับกัน กา้ นใบมขี นปกคลมุ สนั้ ๆ แผน่ ใบรปู ไข่ และกลมรี จนถงึ ยาวรี มขี นส้ันๆ ปกคลุมทง้ั ด้านบนและดา้ นล่าง ขนาดกวา้ ง 2–3 ซม. ยาว 3–6 ซม. เสน้ ใบเปน็ แบบรา่ งแห ดอกมขี นาด เลก็ ช่อดอกเป็นแบบ simple cyme หรอื compound cyme ออกดอกท่ีปลายกิ่งหรือซอกใบ ก้านดอกติดอยกู่ ับเสน้ กลางใบของใบประดับ ไม่มีกลบี ดอก แต่มีกลีบเล้ยี งท่เี ชอ่ื มติดกนั เป็นหลอด ปลายกลีบเลีย้ งแยกเป็น 5 กลีบ มสี ขี าว ขาวอมเขียว หรอื ขาวอมเหลือง เกสรตัวผมู้ ี 5–10 อนั อยูภ่ ายใน หลอดดอก อับเรณูยาวไม่เท่ากนั ตดิ อย่บู นก้านตาม แนวยาว มกั โผล่ขึ้นพ้นปลายหลอด 2–3 อนั เมือ่ ออกบาน เกสรตัวเมยี เพียงอนั เดยี ว ผลมสี ัน 5 สัน ภายในผลมี 1 เมลด็

190 Plant s in Valaya มะกรดู ชอื่ วงศ์ RUTACEAE ช่อื สามญั Leech Lime, Makrut Lime, Mauritius papeda ช่อื อืน่ มะก้ิว, มะขดู , บกั กรูด, สมั กรดู ไมย้ ืนตน้ สูง 2–8 ม. ลาต้นและก่งิ กา้ นมหี นามแหลม ลาต้นแก่สีน้าตาล ก่งิ อ่อนสีเขยี ว ใบเด่ียวรูปร่างค่อนข้างกลม กวา้ ง 2.5–5 ซม. ยาว 3–8 ซม. ใบและดอกคลา้ ยมะนาว กา้ นใบ มีครีบขนาดใหญเ่ ท่าตวั ใบ มลี ักษณะคล้ายใบไม้ 2 ใบต่อกนั ส่วนลา่ งทีต่ ดิ ต่อกบั กา้ นใบคือหูใบ ใบมสี ีเขียวแก่ ผิวใบเรยี บเกลยี้ งเป็นมนั มตี อ่ มน้ามนั กระจายอย่ทู ั่วไป มกี ลนิ่ ฉุน ดอกเปน็ ดอก เด่ียวหรอื เป็นช่อส้ัน ผลมรี ูปรา่ งค่อนขา้ งกลม ผิวขรุขระ ผวิ มีต่อมนา้ มันกระจายอยทู่ ่ัว ผลออ่ น มีสเี ขยี ว ผลแกม่ สี เี หลอื ง ภายในมเี มล็ดทม่ี ีเยอ่ื เมือกหุ้ม

191พรรณไม้ในมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี มะกอกนา้ ชือ่ วงศ์ ELAEOCARPACEAE ชื่อสามญั – ชอ่ื อื่น สมอพิพา่ ย (ระยอง); สารภีนา้ (ภาคกลาง) ไมต้ น้ สงู ไดถ้ ึง 12 ม. ใบรูปไข่กลับ หรอื แกมรูปขอบขนาน ยาว 5–12 ซม. ปลายมน หรอื กลม ขอบจักฟันเลื่อย แผ่นใบเกล้ียงทง้ั สองดา้ น กา้ นใบสแี ดง ยาว 0.5–2 ซม. ชอ่ ดอก ออกตามซอกใบ ยาว 2–10 ซม. ดอกจานวนมาก กา้ นดอกยาว 2–7 มม. กลีบเล้ยี งรูปใบหอก ยาว 5–7 มม. ด้านนอกมขี นสั้นนมุ่ ดา้ นในมขี นท่ีโคน กลีบดอกรูปไข่กลบั ยาว 5–8 มม. เกล้ยี ง ขอบจักชายครุยลกึ ประมาณกง่ึ หน่งึ ไมม่ ีตอ่ ม ปลายอับเรณูไม่มีขนแขง็ จานฐานดอก จกั 5 พู รังไขม่ ี 3 ชอ่ ง มีขนประปราย ก้านเกสรเพศเมยี มีขนช่วงโคน ผลรูปรี ยาว 3–4 ซม. ปลายแหลมหรอื มน กา้ นผลยาว 0.7–1 ซม.

192 Plant s in Valaya มะขวิด ชอื่ วงศ์ RUTACEAE ชอ่ื สามญั Elephant Apple ช่อื อืน่ มะยม, มะฝิด ไม้ยนื ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถงึ 12 ม. ก่งิ แขนงมีหนามเรียวแหลม ยาวประมาณ 4 ซม. ใบเปน็ ใบประกอบขนนกปลายคี่ ออกตรงขา้ ม มี 2–3 คู่ รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 4 ซม. ก้าน ใบและกา้ นใบย่อยมีปกี แคบๆ ยาวประมาณ 12 ซม. มจี ุดนา้ มนั มกี ลนิ่ หอมอ่อนๆ เมื่อขยี้ ดอกออกเป็นชอ่ ทป่ี ลายยอดหรอื ซอกใบ มีทั้งดอกเพศผู้และดอกสมบรู ณ์เพศ มี 5 กลบี สขี าวครีมแกมเขียว ชมพูหรือแดงเรือ่ ๆ อยู่กนั หลวมๆ ผลมเี ปลือกแขง็ รูปกลม ขนาด เสน้ ผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 ซม. ผิวเป็นขยุ สขี าวปนชมพู มเี นอื้ มาก กลิ่นหอม มีเมือกห้มุ เมล็ด เมล็ดยาว 0.5–0.6 ซม. เปลอื กหนา มขี น

193พรรณไมใ้ นมหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี มะขาม ชอ่ื วงศ์ FABACEAE ชอื่ สามญั Madras Thorn, Manila Tamarind ช่ืออ่นื ตะลูบ, ม่องโคลงั , มอดเล, สา่ มอเกล, อาเบยี ล, มะขามแมว ไมต้ ้นขนาดกลางถงึ ใหญ่ ใบ ประกอบแบบขนนก เรียงเวยี น ใบ ย่อยรูปขอบขนาน กวา้ ง 5–8 มม. ยาว 1–1.5 มม. ดอกออกเปน็ ช่อเล็กๆ ตามปลายกิ่ง หนงึ่ ช่อมี 10–15 ดอก ดอกขนาดเล็ก กลีบดอกสเี หลืองและ มจี ดุ ประสแี ดงอยู่กลางดอก ผลเปน็ ฝักยาว รปู ร่างยาวหรอื โค้ง ยาว 3–20 ซม. ฝกั อ่อนมเี ปลอื กสเี ขียวอม เทา สีนา้ ตาลเกรยี ม เนอื้ ในติดกับ เปลือกมีรสเปร้ยี วและหวาน

194 Plant s in Valaya มะขามเทศ ช่ือวงศ์ FABACEAE ชื่อสามัญ – ชอื่ อนื่ มะขามข้อง ไมต้ ้นขนาดกลาง เปลอื กตน้ สเี ทาแกม ขาวหรอื เทาดา ใบเรยี งเวยี น ใบเปน็ ใบประกอบ แบบขนนก 2 ชัน้ ใบยอ่ ยรูปไข่กลบั หรอื รูปรี กวา้ ง 0.5–2.5 ซม. ยาว 15–4.5 ซม. โคนใบ เบี้ยว ปลายใบมน ขอบใบเรยี บ ผิวใบเรียบถึงมี ขนเล็กนอ้ ย กา้ นใบอ่อนมีขนปกคลมุ โคนกา้ น ใบมหี ูใบคล้ายหนาม ดอกชอ่ เกดิ ทปี่ ลายกงิ่ ดอกมกี ลีบเล้ยี ง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีเขยี วแกมขาวตดิ กันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก ปลายกลบี มน ฝักค่อนข้าแบนถึง ทรงกระบอก มีรอยคอดตามแนวสนั และเปลอื ก นนู ตามจานวนเมลด็ ผลขดเปน็ วงหรอื เป็น เกลยี ว เนื้อผลเมื่อแกจ่ ัดสีชมพูหรือแดง

195พรรณไมใ้ นมหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี

196 Plant s in Valaya มะตาด ช่ือวงศ์ DILLENIACEAE ชอ่ื สามัญ Chulta, Elephant apple ช่อื อน่ื สา้ นป้าว, ส้านกว้าง, ส้านทา่ , สา้ นใหญ,่ สม้ ปรุ ไม้ตน้ ขนาดกลาง สูง 10–15 ม. มีขนตามกิ่งอ่อน ใบใหญ่ ใบรูปไขแ่ กมรูปใบหอกหรือ รูปไขก่ ลบั ขนาดใหญ่ มลี ักษณะอวบน้า กวา้ ง 7–12 ซม. ยาว 15–30 ซม. ใบบาง แผ่นใบเปน็ คลน่ื ปลายใบเป็นตงิ่ แหลมสน้ั ๆ โคนใบสอบเรียวหรือมน ขอบใบจกั ฟนั เล่อื ย ผิวใบด้านล่าง มีขนประปราย เสน้ แขนงใบมี 30–40 คู่ กา้ นใบยาว 4–5 ซม. ดอกสีขาว ออกเปน็ ดอกเดี่ยวๆ ตามงา่ มใบ ลาต้นมักคดงอ เปลอื กหนา สีเทาหรือสีน้าตาลแดง ยาว 3–5 ซม. มีขนสาก กลีบรองกลบี ดอกเปน็ แผ่นโคง้ แผน่ บางๆ กลีบดอกขาวบาง รปู ไขก่ ลบั หลุดง่าย ผลกลม

197พรรณไมใ้ นมหาวทิ ยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวัดปทุมธานี มะตูม ชอ่ื วงศ์ RUTACEAE ชือ่ สามญั Bael ชือ่ อน่ื มะปิน, ตู้, กะทนั ตาเถร, ตมู , ตงุ่ ตงั , บักตมู , หมากตูม ไม้ตน้ ขนาดกลาง เปลือกนอกสีเทาอม นา้ ตาล ใบเป็นใบประกอบ ตดิ เรยี งเวียน ยาว 10–20 ซม. มีใบยอ่ ยรูปไข่ 3 ใบ สองใบ ล่างมีขนาดเล็กและติดตรงขา้ มกนั สว่ นใบ ปลายมีขนาดใหญ่ โคนใบสอบมน ปลายใบ แหลม เนอื้ ใบบางผวิ เกลีย้ ง เส้นแขนงใบ มี 6–10 คู่ ยาว 3–5 ซม. ใบอ่อนสีเขยี วอ่อน ใส ใบแก่สีเขียวหม่น ดอกเลก็ ออกรวมกัน เปน็ ช่อสัน้ ๆ บริเวณปุม่ ปมตามกิง่ เปน็ ดอก สมบรู ณ์เพศ กลบี รองกลบี ดอกแผ่เป็นรูปดาว มี 4–5 แฉก กลบี ดอกมี 5 กลีบ ขอบกลบี จะเกยซ้อนกนั บ้าง ดอกสีขาวอมเขยี วหรอื เหลอื งออ่ น กล่ินหอม ผลรูปไขถ่ ึงคอ่ นขา้ ง กลมปอ้ ม เปลือกสีเขยี วอ่อนถงึ เหลอื ง ผิวเรียบ และแข็งมาก

198 Plant s in Valaya มะนาว × ชอื่ วงศ์ UTACEAE ช่ือสามญั Common lime, Lime ช่อื อื่น หมากฟ้า, มะลวิ , หมากนาว, ลมี านีปีห์ ไม้พุ่ม สูง 2–4 ม. ตามก่ิงอ่อนมีหนาม เปลือกลาต้นเรียบ สีน้าตาลปนเทา ใบเป็นใบ ประกอบ ออกเรียงสลับ มใี บย่อยใบเดียว ใบย่อยรปู ไขห่ รอื รยี าว กว้าง 3–5 ซม. ยาว 4–8 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมนมีปีกแคบๆ ขอบใบหยัก มีต่อมน้ามันกระจายอยู่ตามผิวใบ ดอก ออกเป็นชอ่ สัน้ ๆ ประมาณ 5–7 ดอก หรือออกดอกเด่ียว ออกตามซอกใบที่ปลายก่ิง ดอกย่อย สีขาว กลีบดอกมี 4–5 กลบี หลุดร่วงงา่ ย ผลรูปทรงกลม ผิวเรียบเกล้ียง ผลอ่อนสีเขียวเข้มพอ แก่มีสเี หลอื ง ข้างในแบง่ เป็นหอ้ งแบบรศั มี มีรสเปรีย้ ว เมลด็ กลมรี สขี าว มี 10–15 เมลด็