รายงานฉบบั สมบรู ณ์ 91 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั แผนท่ีสามารถสนับสนุนได้ ที่ผ่านมางบฯรัฐมีข้อจ้ากัดหลายประการคือ ขั้นตอนเยอะ ใช้ยาก ไม่ทันสถานการณ์ มี ขอ้ เสนอจากชมุ ชนว่าควรสนบั สนนุ กอ่ นชว่ งมาตรการหา้ มเผา ในด้านที่เป็นประเด็นที่จะต้องคิดต่อในพ้ืนที่คือเร่ือง การจัดท้าแผนร่วมกันในลักษณะของเครือข่าย โดย เริ่มต้นจากการท้าข้อมูลและแผนเรื่องการจัดท้าแนวกันไฟ ประเด็นที่สองคือเร่ืองไฟที่เกิดขึ้นในพ้ืนที่ซึ่งไม่มีชมุ ชน ดูแลและลามเข้ามาในเขตท่ีชุมชนดูแลอยู่ จะมีแนวทางจัดการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งก็คือไฟท่ีมา จากฝงั่ อา้ เภอแมเ่ มาะ และอ้าเภอแม่ทะ ประเด็นท่ีสามคือเร่ืองการสร้างคนรุน่ ใหม่ เนือ่ งจากแกนน้าและจิตอาสาฯ ส่วนใหญ่เป็นคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ โจทย์ส้าหรับเครือข่ายทั้งสองป่าคือจะสร้างคนรุ่นใหม่เพ่ิมขึ้นมาได้ด้วย รูปแบบวิธีการแบบใดนอกจากการผลักดันให้เข้ามาเป็นทีมจิตอาสาฯ ซ่ึงท่ีบ้านผาลาด ได้เร่ิมมีแกนน้าเยาวชน สนใจท่ีจะเข้ามาพัฒนาเร่ืองน้ีในชุมชน ซ่ึงอาจเป็นต้นแบบการเรียนรู้ให้แก่เครือข่ายได้ โดยภาพรวมส้าหรับผืนป่า ม่อนพระยาแช-่ ดอยพระบาท ค้าพูดที่ว่า “มีแต่คนข้างนอกทงั้ นน้ั ท่เี ข้ามาดบั ไฟปา่ ” คงใชไ้ มไ่ ด้อีกตอ่ ไป บทเรยี น 1) บทเรียนด้านการจัดการ : ประเด็นปัญหาของพ้ืนท่ีแต่เดิมคือความหวาดระแวงต่อกันระหว่างชุมชน กลุ่มจิต อาสากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าท่ีป่าไม้ โดยทรรศนะชาวบ้านมองว่า”ป่าไม้เผาเอางบฯ” ขณะท่ีเจ้าหน้าที่ก็มองว่าชาวบ้านบางส่วน/กลุ่มจิตอาสาบางกลุ่มมีผลประโยชน์ จนมีการต้ังข้อสังเกตว่าไฟท่ี เกิดข้ึนในพ้ืนท่ีนอกจากจะเป็นไฟลามท่ีลามมาจากภายนอกท้ังฝ่ังแม่เมาะและแม่ทะแล้ว ยังเป็นไฟที่มาจาก ความขัดแย้ง ความเห็นต่างในเร่ืองการจัดการ ดังนั้นพื้นท่ีนี้จึงควรเน้นเรื่องความเข้าใจมาก่อนเรื่องความ ร่วมมือ ซึ่งต้องคิดค้นรูปแบบท่ีเหมาะสมร่วมกันต่อไป ตวั อย่างเช่น อาจมีเวทีบทเรียนความรู้การจัดการ การ จดั ทา้ ข้อมลู /แผนร่วมกนั ระหว่างเครอื ข่ายชาวบ้านและหน่วยงานรัฐ เป็นตน้ 2) บทเรยี นการรวมเป็นเครอื ขา่ ยความร่วมมอื แบบบรู ณาการเพือ่ แก้ไขปัญหาไฟปา่ หมอกควนั เดิมทีพ้ืนที่น้ีมีลักษณะการจัดการแบบต่างคนต่างจัดการ มีชุมชนต้นแบบ ไม่ได้รวมกันเป็นเครือข่าย แต่ กระบวนการในปี 2560 ที่ผ่านมาท้าให้ชาวบ้านได้รับรู้การจัดการของชุมชนอ่ืนๆเห็นภาพรวมของท้ังสองผืนป่า รวมท้ังได้มีโอกาสรับรู้รับฟังแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ท้าให้โอกาสการพัฒนากันเป็นเครือข่ายที่ เข้มแข็งในอนาคตมีความเป็นไปไดส้ ูง อย่างไรก็ตามสิ่งส้าคัญประการแรกคือการมเี จ้าภาพ/กลไกประสานงานหลกั ท่ีจะเป็นกลไกการประสานงานในพ้ืนท่ี ในส่วนอ่ืนๆมีประเด็นท่ีควรค้านึงถึงคือการหาจุดร่วมให้ได้ การแสวงหา ความร่วมมือจากภาคี การพัฒนากลไกระดับพื้นท่ี เร่ิมจากกลุ่มผู้น้าทางการ(ก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกอบต.) /จิต อาสา กลุ่มป่าชุมชน การบูรณาการอาสาสมัครกับหน่วยงานอื่นๆในพ้ืนที่ รวมถึงการพัฒนาระบบสนับสนุนเช่น เรอ่ื งกองทนุ ใหม้ ีความยง่ั ยนื มากยิง่ ขึ้น
รายงานฉบบั สมบรู ณ์ 92 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ภายใตโ้ ครงการพฒั นาเครือขา่ ยเฝา้ ระวังและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซ่งึ มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อศึกษารูปแบบและพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวงั และฟ้ืนฟทู รัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ให้เข้ามา มีส่วนร่วมและเป็นกลไกสาคัญในการเฝ้าระวังและฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมท้ังเชื่อมโยง เครือข่ายอาสาสมคั รและประชาชนทุกภาคส่วน สื่อสารแนวคิดของความรับผดิ ชอบตอ่ สังคมของภาคธุรกิจเอกชน (CorporateSocialResponsibility) ในการสนับสนุนการทางานของชุมชนและเครือข่ายอาสาสมัครบนพื้นฐาน แนวคิดการแทนคุณนิเวศและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงเพื่อยกระดับพื้นท่ีบูรณาการความร่วมมือ พัฒนาเป็นพ้ืนท่ีรูปธรรมของชุมชนร่วมใจเฝ้าระวังและฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมและขยายผลไปสู่ พ้ืนท่ีอน่ื ๆ เพ่อื บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ดังกล่าว หลกั การในการคดั เลือกพ้ืนท่กี ารดาเนนิ งาน จึงให้ความสาคญั กับเงื่อนไข เชิงพื้นที่ กล่าวคอื 1) เป็นพน้ื ที่ซ่ึงมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่แวดวล้อม ซ่ึงเปน็ พื้นที่วิกฤติ หรือมีปัจจัย เส่ียง จะท่ีจะเกิดปัญหาด้านการจัดการทรัพยากร โดยเฉพาะปัญหาไฟป่าหมอกควัน ท้ังน้ีอาจพิจารณาจาก แนวโน้มของจานวนจุด Hotsopt ท่ีเพ่ิมข้ึน หรือจานวนวันท่ีค่า PM10 เกินมาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลกระทบท้ังด้าน สุขภาพ เศรษฐกจิ และสังคม 2) มเี ครือขา่ ยภาคประชาชน องคก์ รชุมชน สทม. ภาคประชาสงั คม เป็นกลไกในการขบั เคลอ่ื นการแก้ไข ปญั หาในระดบั พืน้ ทอี่ ยา่ งต่อเน่ือง 3) มภี าคคี วามร่วมมอื ทหี่ ลากหลาย และสามารถบูรณาการความร่วมมอื ในการแก้ไขปัญหาในลกั ษระกลไก ประชารฐั 4) มีความพรอ้ มในการยกระดับใหเ้ ป็นพ้ืนทเ่ี รยี นรู้ เพือ่ ขยายผลใหก้ ับเครือขา่ ย ทสม. ในพนื้ ท่ภี าคเหนือ รวมถงึ การขยายผลสรา้ งการเรยี นรใู้ หก้ บั สังคมและผสู้ นใจทว่ั ไป ท้ังนี้สาหรับโครงการพัฒนาเครือขา่ ยเฝ้าระวงั และฟน้ื ฟูทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม ซง่ึ ดาเนินงานใน ปี 2560 นน้ั ได้พจิ ารณาเลือกพ้ืนท่ีดาเนินงาน 3 พน้ื ท่ี ่ คอื 1) พน้ื ทเ่ี ครอื ขา่ ยความรว่ มมอื การจดั การไฟป่ารอบผืน ป่าสุเทพ-ปยุ จงั หวดั เชยี งใหม่ 2) พ้ืนทีเ่ ครอื ข่ายความรว่ มมอื รอบผืนปา่ อทุ ยานแห่งชาตอิ อบหลวง-ดอยอินทนน์ จงั หวดั เชยี งใหม่ 3) พ้ืนทเี่ ครือขา่ ยความรว่ มมอื รอบดอยพระบาท จังหวดั ลาปาง
รายงานฉบบั สมบรู ณ์ 93 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 94 94 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั บทที่ 6 แนวทางการขยายผลสูพ่ ้ืนทอ่ี ่ืนๆ ในภาคเหนือ สาหรับการขยายผลพ้นื ทีเ่ ครอื ขา่ ยความร่วมมือในปี 2561 เมื่อพิจารณาจากเงอื่ นไขการดาเนินงานเพอื่ ให้ เกิดประสิทธิภาพ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการจึงได้จัดทาเกณฑ์ในการคัดเลือกพ้ืนที่เพื่อขยายผล ดังต่อไปนี้ 1) มีต้นทุนความเป็นเครือความร่วมมือระหว่าง ภาคประชาชน ภาครัฐ ท้องถ่ิน และหน่วยงานที่ เก่ียวข้อง ทั้งนี้เพ่ือจะเป็นโจทย์ในการพัฒนาโมเดล “การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ในลักษณะ การจัดการรว่ มทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ” ได้ 2) มีต้นทุนเครือขา่ ยภาคประชาชนในการขบั เคลือ่ นการแกไ้ ขปญั หา ท่ีหลากหลาย อาทิ เครือข่าย ทสม. เครือข่ายป่าชุมชน เครือข่ายลุ่มน้า โจทย์ในการขยายผลการทางาน จึงเท่ากับการหนุนเสริม ภาค ประชาชนให้มีการเชื่อมร้อยเครือข่าย เกิดเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็ง สามารถเป็นเจ้าภาพในการแก้ไข ปญั หาไฟป่า ลดหมอกควัน และปญั หาการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตไิ ดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ 3) เป็นพ้ืนที่ที่มีคุณค่าและนัยยะสาคัญทั้งมิติ ฐานเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม มีความ เส่ียงและเปราะบางตอ่ การศูนย์เสยี ความอดุ มสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม 4) เง่ือนไขการขยายผลพ้ืนท่ีควรให้ความสาคัญกับหลัก Area Base ตามกลุ่มยุทธศาสตร์จังหวัด ทั้งนี้ เพ่ือเปน็ เงื่อนไขในการบรู ณาการการทางาน การเช่ือมโยงยุทธศาสตร์และแผนงานระหว่างหน่วยงาน ที่เก่ียวข้องให้เกดิ ประสทิ ธภิ าพ ด้วยเหตุผลและเง่ือนไขดังกล่าว สาหรับโครงการในปี 2561 จึงเห็นควรขยายผลพ้ืนที่การดาเนินงาน ไป ยังจังหวัดลาพูน เน่ืองจากซึ่งเป็นจุดเช่ือมต่อระหว่างพ้ืนท่ีการดาเนินงานงานในช่วงที่ผ่านมา คืออยู่ในกลุ่ม 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ ลาปาง ลาพูน แม่ฮ่องสอน) ทั้งนี้โดยภาพรวมการดาเนินงานแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ 1) ภาพรวมระดับจังหวัด ควรให้ความสาคัญกับการประสานงาน และการบูรณาการ เชิงนโยบาย ยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนระหวา่ งหนว่ ยงานในจังหวดั ลาพนู 2) ปฏบิ ัติการเชิงพ้ืนที่ ให้ความสาคัญกับการสนับสนุนรูปธรรมการแก้ไขปญั หา ในพน้ื ท่ีซ่ึงมีคุณค่าและ ความสาคัญด้านระบบนิเวศน์วัฒนธรรม มีความเปาะบางและความเส่ียงต่อการเกิดปญั หาไฟป่า ความเส่ือมโทรม
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 95 95 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ดา้ นการจัดการทรัพยากร โดยการดาเนินงานในคร้ังน้ีเลือกพืน้ ที่ปฏิบตั ิการ คือ พน้ื ที่ลุ่มน้าลี้ตอนบน หรือพ้ืนท่ีใน เขตอาเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลาพูน โดยลงลึกในพื้นที่ 1 ตาบล 12 หมู่บ้าน ของตาบลตะเคียนปม เพ่ือป็นพื้นที่ รปู ธรรมสาหรับขยายผล ที่จะเชอ่ื มโยงไปส่ือพืน้ ที่อ่นื ๆ ของจังหวดั ลาพูน ลักษณะทางกายภาพ และข้อมูลพื้นฐานที่เกยี่ วขอ้ ง จังหวัดลาพูนเป็นจังหวัดขนาดเล็ก มีของเขตการปกครอง 8 อาเภอ 51 ตาบล 520 หมู่บ้าน ประชากร 405,999 คน พื้นที่ 4,505.88 ตร.กม. หรือประมาณ 2,815,675 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 4.85 ของพ้ืนท่ี ภาคเหนือตอนบน ขอบเขตการปกครอง ทิศเหนือ จรดอาเภอสารภี และอาเภอสันกาแพง จังหวัดเชียงใหม่ ทิศ ตะวันออก จรดอาเภอหา้ งฉัตร อาเภอสบปราบ และอาเภอเสรมิ งาม จงั หวัดลาปาง ทศิ ใต้ จรดอาเภอเถิน จังหวดั ลาปาง และอาเภอสามเงา จังหวัดตาก ทิศตะวันตก จรดอาเภอฮอด อาเภอจอมทอง อาเภอหางดง และอาเภอสัน ป่าตอง จงั หวดั เชียงใหม่ ในดา้ นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม จังหวดั ลาพูนมีพื้นท่ีป่าไม้ จานวน 2,725.49 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,703,429 ไร่ คิดเป็น ร้อยละ 60.49 ของพ้ืนท่ีท้ังหมด ป่าไม้ที่พบในบริเวณจังหวัด ประกอบด้วยป่าไม้ 3 ประเภทคือ 1) ปา่ เตง็ รัง ปา่ แพะ ปา่ แดง พบในท่ีแหง้ แลง้ ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ มีกรวดปน ไมท้ ี่พบอาทิเช่น ไม้เหียง ไม้พลวง 2) ป่าเบญจพรรณ หรือป่าผสมผลัดใบ พบบริเวณท่ีมีดนิ ค่อนข้างลึกตามเชิงเขาและพื้นที่ราบท่ี มีความชุ่มช้ืนมาก โดยเฉพาะริมห้วยและหุบเขา มักจะมีไม้สักข้ึนปะปนท่ัวไป ไม้อื่น ๆ ประกอบด้วย ประดู่ ตะแบก มะค่าโมง งิ้ว ส่วนไม้พ้ืนล่างได้แก่ ไผ่ชนิดต่าง ๆ 3) ป่าดิบแล้ง พบบริเวณหุบเขา ริมลาห้วย เหมือนป่า เบญจพรรณ แต่บรเิ วณท่พี บปา่ ประเภทนจี้ ะมดี นิ ลกึ กว่า ความชมุ่ ช้ืนมากกว่าพันธุไ์ มท้ ่ีพบคอื ยาง ตะเคยี นทอง พื้นท่ีป่าในจังหวัดลาพูน มี “แม่น้าล้ี” เป็นแม่น้าสาคัญเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัดลาพูน มีต้นกาเนิดมาจากดอยสบเทิม อาเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลาพูนและรอยต่อบริเวณเขตอาเภอเสริมงาม จังหวัด ลาปาง และอาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน ซ่ึงเป็นเทือกเขาขุนตาลและดอยผาเมือง ไหลลงไปทางใต้จนถึงบริเวณ ใกล้อาเภอล้ี แล้วจึงค่อยไหลวกกลับไปทางเหนือเป็นรูปตัวยู ผ่านอาเภอล้ี อาเภอบ้านโฮ่ง แล้วไหลต่อไปทางทศิ ตะวันตกเฉียงเหนือ บรรจบกับแม่น้าปิงท่ีบ้านวังสะแกง อาเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลาพูน รวมความยาว ป ร ะ ม า ณ 180 กิ โ ล เ ม ต ร ค ร อ บ ค ลุ ม พื้ น ที่ ร อ ง รั บ น้ า 315 ต า ร า ง กิ โ ล เ ม ต ร ( https://www.dek- d.com/board/view/1417768/) โดยมีลาน้าสาขาย่อยที่ไหลมารวมกับแม่น้าลี้ ได้แก่น้าสาน ไหลผ่านอาเภอเมือง ลาพูน น้าเย็น ไหลผ่านอาเภอบ้านโฮ่งน้าแม่ธิ ไหลผ่านอาเภอบ้านธิ น้าขนาด ไหลผ่านอาเภอแม่ทาน้าแวน ไหล
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 96 96 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ผา่ นอาเภอล้ี นา้ เมย ไหลผา่ นอาเภอแม่ทาน้ากอ้ ไหลผ่านอาเภอลี้ นา้ แม่สะป๊วด ไหลผา่ นอาเภอแมท่ าน้าออบ ไหล ผ่านอาเภอบ้านโฮ่งและ น้าแม่ตุ๊ด ไหลผ่านอาเภอแม่ทา และมีลาธารเล็กๆ อีกจานวนมากซึ่งเป็นทางน้าที่มีน้า เฉพาะในฤดูฝน (http://www.tourlamphun.com) แม่น้าลี้เป็นเสมือนเส้นโลหิตของประชากรในอาเภอทุ่งหัวช้าง อาเภอล้ี อาเภอบ้านโฮ่ง และอาเภอเวียง หนองล่อง ชุมชนท่ีอาศัยอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้าล้ี ได้รับประโยชน์จากแม่น้าลี้อย่างมากในการประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ทานา ทาสวนหอมแดง กระเทียม ลาไย พืชไร่อื่นๆ ในอดีตเคยใช้ประโยชน์จากแม่น้าล้ี ใน ดา้ นการคมนาคม โดยเฉพาะการล่องซุง จากการตัดไม้ในเขตอาเภอลี้ และบ้านโฮ่ง ไปสู่แม่น้าปิง นอกจากน้ี แม่น้าล้ียังเป็นแหล่งอาหารที่สาคัญ ท้ังกุ้ง หอย ปู ปลา ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากแม่น้าลี้อย่างมากในผลิต น้าประปา หรือน้าด่มื ย่หี ้อต่างๆที่ผลติ เพอื่ การค้า ( https://www.dek-d.com/board/view/1417768/) นอกจากนี้แล้ว แม่น้าล้ี ยังมีคุณค่า ความสาคัญทางประวัติศาสตร์ตามเส้นทางพระพุทธศาสนา ลี้ เปน็ ช่ือ เปน็ เมอื งโบราณ เอามาเป็นชอื่ แม่น้ามีประวตั ิศาสตร์การสร้างเมืองเชอ่ื มโยงกบั การดงึ นา้ มาใช้บนท่ีสูง(เมืองลี้ตงั้ อยู่ บนท่ีสูง) เป็นดินแดนศรัทธาในพุทธศาสนา คือ ดินแดนสามครูบาที่มีช่ือเสียงเป็นที่เคารพบูชาของชาวพุทธในถ่ิน ล้านนา นั่นคือ ครูบาศรีวิชัย ครูบาขาวป๋ี และครูบาชัยยะวงศาหรือครูบาวงศ์ซ่ึงครูบาท่านมีส่วนเกี่ยวข้องใน พิธีกรรมเหมืองฝายด้วย เป็นแหล่งทุนวัฒนธรรมท่ีสาคัญ(ที่เรียกว่าโหล่ง)รวมถึงระบบเหมืองฝาย ท้ังระบบการ จัดการชลประทานแบบดั้งเดิม(Traditional Irrigation System)เหมืองฝายเป็นเทคโนโลยีการจัดการน้าเพ่ือ การเกษตร(Tanabe 1994) สถานการณ์ปัจจุบันประชาชนในลุ่มน้าล้ีได้เผชิญปัญหาความเส่ือมสภาพของแม่น้า ทั้งการขาดแคลนน้า ในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากการที่ลุ่มน้าแม่ล้ีไม่มีแหล่งน้าต้นทุนขนาดใหญ่หรือขนาดกลางท่ีสาคัญ ปรากฏการณ์ที่ เกิดข้ึนได้ส่งผลต่อการใช้ประโยชน์แม่น้าลี้โดยเฉพาะการใช้น้าเพ่ือการเกษตร และการอุปโภค บริโภค รวมถึง คุณภาพน้าในแมน่ ้าล้ีในช่วงฤดฝู นจะมีคุณภาพดกี ว่าชว่ งฤดแู ล้ง โดยเฉพาะช่วงฤดฝู นจะไหลแรงและขุน่ เน่ืองจากมี การขุดลอกแม่น้าและการพังทลายของตล่ิง ส่วนในฤดูแล้งน้าจะไหลช้ามากโดยเฉพาะแม่น้าล้ีตอนบนนอกจากนี้ ฝายทดนา้ บางแหง่ มีคุณภาพน้าทีเ่ สอื่ มโทรมลงเน่อื งจากแม่น้าลี้ไหลผา่ นเขตชมุ ชนหนาแน่น เครือข่ายลมุ่ น้าลี้ตอนบน พื้นที่ลุ่มน้าต้นน้าล้ี หรือลุ่มน้าล้ีตอนบน มีพ้ืนท่ีส่วนใหญ่อยู่ในเขตอาเภอทุ่งหัวช้าง มี 3 ตาบล 35 หมู่บ้าน แยกเป็น ตาบลทุ่งหัวช้าง 12 หมู่บ้าน ตาบลตะเคียนปม 12 หมู่บ้าน และตาบลบ้านปวง 11 หมู่บ้าน มีพื้นที่ทั้งหมด 286,516.5 ไร่ โดยจาแนกเป็นพนื้ ที่ท่ีมีการใช้ประโยชน์จานวน 75,275.9 ไร่ เป็นพืน้ ท่ที ี่ยังคงเป็น สภาพป่า 211,240.6 ไร่ สว่ นใหญ่เป็นภเู ขาและเนนิ เขาล้อมรอบอย่ใู นเขตปา่ สงวนแห่งชาติขุนแมล่ ี้และเขตรักษา พนั ธสุ์ ตั วป์ า่ ดอยผาเมือง มีน้าแม่ลแ้ี ละนา้ แม่หางมาบรรจบกนั เปน็ ต้นน้าลี้
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 97 97 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั สภาพป่าไม้โดยท่ัวไปส่วนใหญเ่ ปน็ ปา่ เบญจพรรณ ประชากรที่อาศัยอย่เู ป็นคนพน้ื เมืองและชาวไทยภูเขา กระเหร่ียง ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 มีอาชีพเกษตรกรรม ท่ีเหลือรับจ้าง ค้าขาย และอ่ืนๆ สภาพดินฟ้าอากาศท่ี เหมาะสมต่อการปลูกพืชผลหลายชนิด เช่น ข้าว ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ดอกดาวเรือง มันฝร่ัง และลาไยซ่ึงมี แนวโนม้ พื้นทปี่ ลูกเพมิ่ ขึน้ ทุกปี สาหรับการดาเนินงานในปี 2561 นี้มุ่งเน้นพนื้ ที่ตาบลตะเคียนปม 12 หมู่บ้าน สว่ นอกี สองตาบลเป็นพื้นที่ ร่วมเรยี นรแู้ ละขยายผลในระยะตอ่ ไป ประกอบด้วยหมบู่ ้านดังน้ี หมทู่ ี่1 บ้านทุ่งข้าวหาง อย่ใู นเขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ปา่ ดอยผาเมืองและปา่ สงวนแห่งชาติ หมทู่ ่ี2 บา้ นไมต้ ะเคยี น อยูใ่ นเขตป่าสงวนแห่งชาติ หมู่ท่ี3 บา้ นป่าตงึ งาม เขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ หมทู่ ี่4 บา้ นหว้ ยงูสิงห์ เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่าดอยผาเมอื งป่าสงวนแหง่ ชาติ หมทู่ ่ี5 บา้ นไมส้ ลี เขตรกั ษาพนั ธสุ์ ตั วป์ า่ ดอยผาเมอื ง หมู่ท่ี6 บ้านแมแ่ สม เขตรกั ษาพนั ธสุ์ ตั ว์ป่าดอยผาเมอื ง หมู่ที่7 บา้ นห้วยหา้ ง เขตปา่ สงวนแห่งชาติ หมู่ท่ี8 บ้านห้วยไร่ เขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ หมทู่ ี่9 บ้านหนองหลกั เขตรักษาพนั ธุส์ ตั ว์ป่าดอยผาเมืองปา่ สงวนแห่งชาติ หมู่ท่ี10 บ้านปา่ ก่อ เขตรกั ษาพนั ธุส์ ัตวป์ ่าดอยผาเมอื ง ปา่ สงวนแหง่ ชาติ หมู่ที่11 บา้ นศรีดงเยน็ (ไม่มีพ้นื ที่ป่า ดูแลรักษาและใชป้ ่ารว่ มกบั บา้ นหว้ ยห้างหมทู่ ี่7) หมทู่ ่ี12 บา้ นใหมไ่ ม้สลี เขตปา่ สงวนแห่งชาติ ภาพรวมปัญหาลุม่ นาลีต้ อนบน การขยายตัวของพชื เศรษฐกิจ เช่น ข้าวโพด ทาให้พื้นที่ปา่ ตน้ น้าเร่ิมเสื่อมโทรม อกี ทั้งยังเปน็ สาเหตุ หนึ่งท่นี ามาสปู่ ัญหาไฟป่าหมอกควนั อีกดว้ ย ปัญหาการขาดงบประมาณและการสนับสนุนจากหน่วยงานและฝ่ายต่างๆท่ีเก่ียวข้องอย่างต่อเน่ือง ดงั เช่นในกรณีของตาบลตะเคียนปม จาเป็นต้องมีการลาดตระเวน การทาแนวกนั ไฟอย่างตอ่ เนื่อง แต่ ได้งบประมาณสนับสนุนจาก อบต. ชุมชนละ 2,000 บาท ขณะที่ชุมชนใช้คนประมาณ 40 คนทา แนวกันไฟมากกว่า 10 กิโลเมตร และยังมีความต้องการทาต่ออีก 15-20 กิโลเมตร แต่ไม่มี งบประมาณสาหรับดาเนินงาน อีกท้ังบางหมู่บ้านจาเป็นต้องทาแนวกันไฟถึง 2 รอบตามลักษณะ นิเวศป่าจงึ มีปัญหาเร่อื งงบประมาณในการจัดการเช่นกัน
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 98 98 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั นโยบายและวิธีการจัดการไฟป่า ขัดกับสภาพข้อเท็จจริงระดับพื้นที่ เช่น กรณีท้องถ่ินมีงบประมาณ สาหรับรถดบั เพลิงนับ 10 คัน แตด่ ้วยสภาพพื้นที่ เม่ือเกิดไฟ ก็ไม่สามารถเข้าไปในพ้ืนท่ีได้ เพราะไม่ มีถนนเข้าป่า รถดับเพลิงจอดได้แค่ทางหลวง คนจึงสาคัญกว่า ดังน้ันทิศทางของแผนและระบบ สนับสนุน ตอ้ งสนับสนนุ ให้ทกุ หมู่บ้านทกุ ผนื ป่าในการดแู ล และเป็นการหนนุ เสรมิ การจดั การทีย่ ่งั ยนื การกาหนดนโยบายทสี่ ง่ ผลต่อพ้นื ท่ี ควรเปิดโอกาสและชอ่ งทางในการกาหนดร่วมกัน เช่น กรณีการ กาหนดวันห้ามเผา ในบางพ้ืนท่ีพบว่า ยังสวนทางกับลักษณะวิถีของชาวบ้านท่ี มีความจาเป็นต้อง เผา เพื่อเตรียมฤดูกาลเพาะปลูก ซ่ึงในกรณีนี้แม้ชุมชนจะเข้าใจและตระหนักถึงความสาคัญของการ หา้ มเผา แต่ก็ยังไม่มีทางเลอื กในการปรับระบบการผลิตท่ีจะทาใหค้ ณุ ภาพชวี ติ ดขี ้นึ ได้ แม้ในแต่ละหมู่บ้าน แต่ละตาบลมีการบริหารจัดการทรัพยากร การจัดการไฟป่าอยู่แล้ว แต่ยังขาด การหนุนให้เกิดการเช่ือมโยงระหว่างหมู่บ้าน ระหว่างตาบล ทาให้ขาดอานาจต่อรองท้ังในเชิง งบประมาณ หรือการเชอ่ื มโยงแผนยทุ ธศาสตรก์ ับหนว่ ยงานที่เกย่ี วข้องอย่างเป็นระบบ ปัญหาเร่ืองสถานภาพพ้ืนท่ีซึ่งเชื่อมโยงมาสู่เรื่องของสิทธิในท่ีดินทากินและการจัดการทรัพยากรที่ ถูกต้องตามกฎหมาย เน่ืองจากท้ัง 3 ตาบลอยู่ในเขตป่าของรัฐคือ ตาบลตะเคียนปม 12 หมู่บ้าน อยู่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธ์สุ ตั ว์ปา่ ดอยผาเมือง ตาบลทุ่งหัวช้าง 12 หมู่บ้าน อยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ และตาบลบ้านปวง 11 หมู่บ้านอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยจง และเขตป่าสงวน แห่งชาติ ปี 2538 ชาวบ้านได้เข้าร่วมกับเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ(คกน.)เคลื่อนไหวให้เกิด การแก้ไขปัญหาเร่ืองแนวเขตและผลักดันร่างพรบ.ป่าชุมชนเพ่ือรองรับสิทธิการใช้และการจดั การของ ชุมชน จนกระท่ังในปีปัจจุบนั ปัญหาดังกลา่ วก็ยงั ไม่ได้รบั การแก้ไขแต่อย่างใด ส่ิงท่ีทาได้ในระดับพืน้ ที่ คือการจดั ความสัมพนั ธ์กบั หน่วยงานปา่ ไม้ท้ัง3หนว่ ยเพอื่ การอย่รู ่วมกันคือใช้หลักการจัดการปัญหาให้ เสรจ็ ในระดับพนื้ ท่ี หลกี เลยี่ งการเข้าสกู่ ระบวนการใชก้ ฎหมาย เป็นตน้
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 99 99 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 100 100 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 101 101 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 102 102 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั การจัดการไฟป่าและทรัพยากรธรรมชาติ ชุมชนใน “เครือข่ายขุนน้าลี้ตอนบน” ประกอบไปด้วยกลุ่มชาตพิ ันธุ์ ปกาเกอะญอ และ ชมุ ชนคนเมือง มี รูปแบบการจัดการทรัพยากรที่ผสมผสานระหว่างความเชอื่ จารีตประเพณีและการจัดการทรัพยากรในรูปแบบของ การจัดองค์กรแบบใหม่ซ่ึงเร่ิมเม่ือประมาณปี 2554-2555 กล่าวคือทั้ง 12 บ้านมีคณะกรรมการดูแล(ใช้กรรมการ หมู่บ้าน) มีข้อตกลงร่วมโดยเฉพาะเร่ืองการห้ามขายบ้านไม้ให้แก่คนภายนอก หากขายบ้านท่ีสร้างใหม่จะต้องทา ด้วยปูนซีเมนต์แทนการใช้ไม้ เป็นต้น ก่อนหน้าน้ีเม่ือประมาณปี 2538 บางชุมชนที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติและ เขตรักษาพันธุส์ ัตว์ป่าไดเ้ ข้าร่วมขับเคลื่อนกับเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ(คกน.)ให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องป่า อนุรักษ์ทับท่ี มีการพัฒนารูปแบบการจัดการในระดับพื้นที่ให้เป็นระบบทั้งเร่ืองคณะกรรมการ กฎระเบยี บ การทา แผนทีโ่ มเดล เป็นตน้ ปจั จบุ นั มกี ิจกรรมการดแู ลปา่ และทรัพยากรร่วมกันหลายระดับคอื
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 103 103 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั - ระดบั หมบู่ า้ น ไดแ้ กก่ ารทาแนวกนั ไฟ การดบั ไฟป่า การทาเหมืองฝาย การบวชปา่ การเล้ยี งผขี นุ นา้ ฯลฯ - ระดับตาบล ในแต่ละปีชาวบ้าน 3 ตาบล ซึ่งรวมตัวเป็น “เครือข่ายขุนน้าล้ีตอนบน” จะมีกิจกรรม “สืบ ชะตาหว้ ยน้าล”ี้ รว่ มกัน โดยมีตาบลตะเคียนปมเปน็ เจ้าภาพ วัตถุประสงคเ์ พือ่ ตอกยา้ สานึกร่วมในการดูแล ทรพั ยากรดินน้าปา่ ทีไ่ ด้ใช้ประโยชนร์ ่วมกนั ทมี่ ีนยั ยะมากกวา่ เรื่องแบบแผนขอ้ ตกลงสมัยใหม่ แตเ่ ปน็ เรื่อง ของอุดมการณ์ความเชื่อ ความผูกพันระหว่างคน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งศักด์ิสิทธ์ท่ีดูแลรักษาพ้ืนที่ ดงั กล่าว - ระดับอาเภอ มีกิจกรรมที่ทาต่อเน่ืองเป็นประจาทุกปีคือ “งานแห่ช้างเผือก” โดยมีชาวบ้านจากหลาย อาเภอเข้าร่วม คือ อาเภอล้ี อาเภอทุ่งหัวช้าง อาเภอเวยี งหนองล่อง อาเภอบ้านโฮ่ง วตั ถุประสงค์เพื่อเป็น การขอให้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล เกิดความอุดมสมบูรณ์ในพ้ืนท่ี โดยมีจุดร่วมในเร่ืองของศาสนาและ ความศรทั ธาตอ่ ครบู าฯเจา้ ในพืน้ ท่ี ในด้านการรวมตัวเป็นเครือข่าย เริ่มมีการรวมตัวเป็น “กลุ่มป่าชุมชน” และยกระดับเป็นเครือข่ายป่า ชุมชนในระดับตาบล เช่น เครือข่ายป่าชมุ ชนตาบลตะเคยี นปม เครือข่ายป่าชุมชนตาบลบ้านปวงเป็นตน้ บทบาท ท่ีสาคัญของเครือข่ายคือ การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการป่า การออกกฎระเบียบป่าชุมชน เพ่ือ ปอ้ งกันการบกุ รุกพื้นที่ป่าของหมู่บ้านจากนายทุน การจัดตั้งตัวแทนในระดับชุมชนขึ้นเปน็ คณะกรรมการปา่ ชุมชน ทาหน้าทใ่ี นการตรวจปา่ , ปลกู ปา่ , ลาดตระเวน จบั และยดึ ไมท้ ล่ี กั ลอบตัดอย่างผิดกฎหมาย มีการทากจิ กรรมตา่ งๆ รว่ มกนั ในแตล่ ะปี ไดแ้ ก่ การเลีย้ งผขี ุนนา้ การสืบชะตาห้วยนา้ ล้ี และการแหช่ ้างเผอื ก สาหรับสถานการณ์ปัญหาไฟป่าหมอกควันในปี2561โดยเฉพาะในช่วง 60 วันห้ามเผาของจังหวัดลาพูน ระหว่างวันท่ี 20 กมุ ภาพนั ธ-ุ์ 20เมษายน 2561 ในระดับพนื้ ท่ีเกดิ ไฟไหม้ข้นึ ดงั น้ี - หมู่ท่ี1 จานวน 2 ครั้ง - หมทู่ ่ี2 จานวน2ครั้ง - หมู่ท่ี4 จานวน1 ครั้ง - หม่ทู ี่6 จานวน1ครั้ง - หม่ทู ี่8 จานวน2ครั้ง - หมทู่ ี่9 จานวน2ครั้ง - หมูท่ ่ี10จานวน2ครั้ง
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 2 104 104 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ส่วนใหญ่เกิดข้ึนในพ้ืนท่ีเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าดอยผาเมือง เป็นรอยต่ออาเภอแม่ทา อาเภอบ้านโฮ่ง จงั หวัดลาพูน และอาเภอเสรมิ งาม จังหวดั ลาปาง ไฟที่เกิดข้ึนในแต่ละปี จะเกิดในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน ทรรศนะมุมมองของชาวบ้านที่นี่มองไฟว่า เป็น “วถิ ี” เน่ืองจากท่ีน่ีลักษณะป่าเป็นป่าเต็งรังแคระเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นบริเวณขุนห้วยซ่ึงเป็นเบญจพรรณ และดิบแล้ง ป่าเต็งรังเปน็ ป่าท่ีมีใบไม้รว่ งจานวนมาก การที่ใชไ้ ฟในชว่ งเดือนมีนาคม-เมษายนถอื เปน็ การกาจดั เช้ือเพลิงปีตอ่ ปีเพราะหากไฟเข้า2-3ป/ี ครั้งจะเกิดความเสยี หายมากกวา่ การเข้าทุกปี อีกทั้งมีเป้าหมายในเรอ่ื ง ของอาหารจากป่าและหญ้าในป่าสาหรับการเล้ียงสัตว์(เวทีติดตามสถานการณ์ตาบลตะเคียนปม 29มีนาคม 2561) การสนับสนุนจากหน่วยงานท่ีผ่านมามีองค์การบริหารส่วนตาบลตะเคียนปมสนับสนุนหมู่บ้านละ 2,000 บาทสาหรบั การจัดทาแนวกันไฟ สาหรบั หมู่บ้านในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 6 หมบู่ ้านได้รบั การสนับสนนุ จากกรม ป่าไม้อีกบ้านละ 2,000 บาท นอกจากน้ีสานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลาพูนสนับสนุน ผ่านกลไกอาเภอจานวน 350,000 บาท แตป่ ัจจุบันยังไม่มีการโอนงบประมาณลงสู่พื้นท่ี ทาให้ชมุ ชนเกิดความ สับสนทั้งในเร่ืองของแผนการสนับสนุน ระยะเวลาและยอดงบประมาณของกองทุน นามาสู่การออกแบบ แผนงานในระยะตอ่ ไปของพืน้ ท่เี พื่อเปลยี่ นจาก “การต้ังรบั ”มาเปน็ ลักษณะ “เชิงรกุ ” คือ 1) ระดบั หมู่บ้านเนน้ เรอ่ื งการลาดตระเวนและดับไฟในช่วงเวลาที่เหลือของมาตรการหา้ มเผา 2) ระดับเครือข่าย 12 บา้ น - การทากจิ กรรม สบื ชะตาห้วยนา้ ลี้ และ แห่ชา้ งเผอื ก - การพัฒนาเครือข่าย 12 บ้านด้วยกิจกรรมหลายรูปแบบ เช่น การศึกษาดูงานเครือข่ายม้ง 12 บ้านรอบ ดอยสุเทพ เป็นตน้ - การจัดทาแผนทั้งระดับหม่บู ้านและระดับเครอื ข่าย 12 บา้ น เพือ่ เสนอตอ่ หน่วยงานในรอบปตี ่อไป ได้แก่ องค์การบรหิ ารสว่ นตาบล หน่วยงานปา่ ไม(้ สานกั งานทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มจังหวัดลาพูน ปา่ สงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าดอยผาเมือง สถานีควบคุมไฟป่า ฯลฯ) แผนยุทธศาสตร์จังหวัด เป็น ต้น 3) การวางแผนทดลองชิงเผาอย่างเป็นระบบในบางพ้ืนที่ในปี 2562 เพ่ือป้องกันไม่ให้ไฟเกิดข้ึนในช่วง ประกาศห้ามเผา โดยเฉพาะเขตรอยต่ออาเภอแม่ทา อาเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลาพูน และอาเภอเสริมงาม จังหวัดลาปาง ซง่ึ เป็นพน้ื ท่ไี หมเ้ ปน็ ประจา
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 105 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั บทที่ 7 แผนและรปู แบบการสรา้ งอาสาสมคั รเฝ้าระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั 7.1 แผนการพัฒนารปู แบบการสรา้ งเครอื ขา่ ยอาสาสมคั รเฝา้ ระวังไฟปา่ ลดหมอกควนั จากการวิเคราะห์สรุปบทเรียนการจัดการไฟป่าลดหมอกควัน ทั้งสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่ภาคเหนือ และบทเรียนการดาเนินงานของโครงการในปี พ.ศ.2560 สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเกิดไฟป่าลดลงอย่าง ต่อเนื่อง ทั้งจานวนวันที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ท่ีเป็นอันตรายต่อสุขภาพน้อยลง ภาพรวมการแก้ไขปัญหา เป็นภาพรวมของความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมสูงขึ้น โดยเฉพาะของจังหวัดเชียงใหม่แสดงให้เห็นถึงการ ตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมในการแก้ไขปญั หา มากกว่าการโยนความรับผิดชอบให้กับชุมชน หรือหน่วยงาน ใดหน่วยงานหน่ึง โดยเฉพาะภาคธุรกิจ คนเมือง ไดเ้ ข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนชมุ ชนจัดการไฟป่าอย่างเปน็ รูปธรรมมากข้ึน ความสาเร็จดังกล่าวมีเง่ือนไขท่ีสาคัญ คือ การใช้กลไกความร่วมมือทุกภาคส่วน ภายใต้ระบบ Single command ที่มุ่งเน้นหลักการบริหารจัดการตามบริบทของพ้ืนที่ มีการบูรณาการงบประมาณหลายภาค สว่ น มกี ารวางเป้าหมายร่วม มวี ิธกี ารจัดการแยกแยะในแตล่ ะช่วง ผลการจัดการดงั กลา่ วนอกจากจะทาให้เกดิ การ เจรจาให้มีระบบการจัดการที่เหมาะสมแล้ว ยังก่อให้เกิดกลไกความร่วมมือที่มิใช่การแก้ไขปัญหาไฟป่าในช่วง เฉพาะหน้าอย่างเดยี ว แตใ่ หค้ วามสาคัญกับการแก้ไขปญั หาเชิงระบบ ท่ียงั่ ยืนไปพร้อมๆ กนั อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวมการจัดการจะประสบผลสาเร็จ และในรายละเอียดเชิงพน้ื ที่ยังพบปัญหาอุปสรรค และเปน็ ขอ้ จากัด อาทิ การจัดการพื้นทปี่ า่ ใกล้เมอื ง ไฟปา่ ในบรบิ ทที่ชมุ ชนมิได้มีผลประโยชนจ์ ากป่าโดยตรง ทา การมีส่วนร่วมของชุมชนจากัดอยู่เฉพาะชายขอบป่า เง่ือนไของค์ความรู้ และระบบในการบริหารจัดการไฟป่า โดยเฉพาะในพื้นท่ีใกล้เมืองท่ีมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีความเช่ือที่หลากหลาย แต่ขาดพ้ืนที่ในการเรียนรู้ ถกเถียง แลกเปล่ียน จึงทาให้มีข้อจากัดในเร่ืองรูปแบบการจัดการให้เกิดประสิทธิภาพ เช่น กรณีของพื้นท่ีดอยพระบาท- ม่อยพระยาแช่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นท่ีป่าเบญจพรรณ และมักจะมีไฟใหม่ทุกปี แต่ยังมีข้อจากัดที่ไม่สามารถนา ความรูเ้ รอื่ งการจัดการเชอื้ เพลิงมาทดลองใช้ได้ เนือ่ งจากมีความเช่ือท่แี ตกตา่ งกนั นอกจากน้ีปญั หาทีส่ าคญั ในแง่ การพัฒนากลไกเครือข่ายความร่วมมือ ท่ีสาคัญ คือ การขาดเจ้าภาพในการสนับสนุน หรือสร้างพ้ืนท่ีในการสร้าง เครือข่ายการเรียนรู้ ทาให้การหนุนให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ในชว่ งเฉพาะท่ีมีไฟป่าหมอก ควนั ข้อจากัดดงั กลา่ วมผี ลเปน็ อย่างมากตอ่ การกยกระดับใหเ้ ครอื ข่ายมคี วามเขม้ แขง็ กา้ วหนา้ อย่างชดั เจน ภายใต้ข้อเง่ือนไขความสาเร็จและขอ้ จากดั ท่ีเกินขน้ึ มาสู่โจทย์ในการสรุปบทเรียน สรา้ งการเรยี นรแู้ ละจัดทา แผนในการพฒั นาเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งส่วนหน่ึงมาจากเวลาสรุปบทเรียนและข้อเสนอของเครือข่ายเอง และ
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 106 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั มาจากการวเิ คราะห์ประเมนิ จากผ้จู ัดทาโครงการ อนั จะนาไปสู่การพัฒนากลไกเครือข่ายท่ีเขม้ แข็งในอนาคต โดย มรี ายละเอยี ดแผนการดาเนนิ งานดังต่อไปนี้
แผนการดาเนินงาน โครงการพฒั นารูปแบบการสร้า กิจกรรม วธิ กี ารดาเนนิ งาน 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ และข้อมูล - ศึกษารวบรวมข้อมูล ประม พน้ื ท่ีเครือขา่ ยความร่วมมอื สถานการณ์ จากเอกสารท่เี ก่ียวขอ้ ง - วิเคราะห์ข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อด การจัดการ และสถิติการเปลี่ยนแป เปรียบเทียบย้อนหลัง 3 ปี ทั้งข้อ hotspot ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ภ า พ ถ ด า ว เ ที ย ม เ พ่ื อ ดู ร่ อ ง ล อ ย ก า ร เ รวมถึงการวิเคราะห์เง่ือนไข รูปแ การจัดการระดับพื้นท่ี เพ่ือใช้เ ข้อมูลตั้งต้นในการจัดเวทีประชุมเ ตดิ ตามสถานการณ์ และจัดทาแผน จดั การไฟป่าปี 2561 2) เวทีวิเคราะห์สถานการณ์-สรุป - ประสานพ้ืนท่ี หน่วยงานที่เกี่ยวข บทเรียน-จัดทาแผนความร่วมมอื เช่น หน่วยงานป่าไม้ สถานีควบคุม ปา่ ทสจ. ผู้นาทอ้ งถ่ิน องคก์ รปกค ส่วนท้องถิ่น เพื่อหารือถึงแนวทาง สร้างการมีส่วนร่วมในการสรุปบทเร
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 3 107 างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั ช่วงเวลาการ 123456 มวล ข้อมูลสถานการณ์ ข้อเท็จจริงเชิง ง ประจักษ์ท่ีเก่ียวข้องกับการบริหาร ดูผล จัดการไฟป่า ได้ถูกใช้เป็นโจทย์ใน ปลง การสร้างความเข้าใจ สร้างการ อมูล เรียนรู้ ถึงเง่ือนไข ข้อเท็จจริง ที่มีผล ถ่ า ย ตอ่ การจัดการ รวมถึง เป็นเครื่องมอื เผา เชิงกระบวนการเร่ิมต้นในการ แบบ วิเคราะห์บทเรียน และวางแผนการ เป็น ดาเนินงานของเครือข่ายให้เกิด เพ่ือ ประสทิ ธิภาพ นการ ข้อง - หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นถึง มไฟ บ ท บ า ท ก า ร ท า ง า น ข อ ง แ ต่ ล ะ ครอง หน่วยงาน ซึ่งจะทาให้การออกแบบ งการ แนวทางความร่วมมือ การระสาน รียน การแบ่งบทบาทหน้าที่ ในทางาน และการสนับสนุนการจัดการไฟป่า
กิจกรรม โครงการพฒั นารูปแบบการสร้า วิธีการดาเนินงาน และจัดทาแผนความร่วมมือการจัด ไฟปา่ - จัดเวทีสรุปบทเรียน วิเครา สถานการณ์ และจัดทาแผนการจัด โดย จัดเวทีภาพรวมการดาเนินก ร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแ หน่วยงานสนับสนุน 1 ครั้ง เ วิเคราะห์ถึงแนวทางการบูรณาก ความร่วมมือสนับสนุนองค์กรชุม และเครือข่าย / การจัดเวทีระดับพ อย่างน้อยพื้นที่ละ 1 ครั้ง เป้าหม เพ่ือให้ชุมชน-เครือข่าย และหน่วย ท่ีเก่ียวข้องระดับพ้ืนท่ีได้วิเคราะห เงื่อนไขสถานการณ์และบทเรียนก ดาเนินงานท่ีผ่านมาเพ่ือจัดทาแผนก จัดการในปีปัจจุบันให้มีประสิทธิภ สอดคล้องกับเงือ่ นไขของแตล่ ะพ้ืนท 3) สนับสนุนกิจกรรมจัดการไฟป่าลด - จัดทากรอบการสนับสนุนกิจกร หมอกควนั ชุมชนและเครือขา่ ย ร่วมกับหน่วย และเครอื ขา่ ยทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 108 างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั ช่วงเวลาการ 6 1 2345 ดการ ของชุมชนให้เกิดประสิทธิภาพ ไม่ ซ้าซอ้ น าะห์ - เกิดบทเรียน ท่ีนาไปสู่การจัดทา ดการ แผนการจัดการไฟป่าลดหมอกควัน การ ในระดับพื้นที่ ซ่ึงสอดคล้องกับ และ ลักษณะระบบนิเวศน์ วิถีชีวิตและ เพ่ือ วัฒนธรรมของพ้ืนท่ี นาสู่การเพิ่ม การ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ มชน ฟ่า ลดหมอกควัน พื้นท่ี มาย ยงาน ห์ถึง การ การ ภาพ ที่ รรม - การสนับสนุนกิจกรรมของโครงการ ยงาน เป็นประโยชน์สอดคล้องกับเง่ือนไข และความต้องการของชุมชนและ
กจิ กรรม โครงการพฒั นารูปแบบการสร้า วิธกี ารดาเนนิ งาน - ช้ีแจงหลักเกณฑ์ และแนวท สนับสนุนกิจกรรม (เอกสาร, หลักฐ , การสรุปกิจกรรมประกอบ) - นาเสนอพ้ืนท่ีและหลักการสนับส กิจกรรมกับเครอื ขาย - ส นั บ ส นุ น กิ จ ก ร ร ม ชุ ม ช น แ เครือข่าย - จัดทาแบบสรุปกิจกรรม และติดต ผลการดาเนินงาน 4) จดั ทาสอ่ื เผยแพร่ – ส่ือสารสาธารณะ - วิเคราะห์สถานการณ์ เพ่ือจัด ทาความเข้าใจ และสร้างความเข้าใจ เนื้อหา และเลือกประเด็น เลือกพ ร่วมกบั สงั คม ในการจัดทาส่อื - ออกแบบการจัดทาส่ือประกอบด แผ่นพับ โปสเตอร์ นิทรรศการ ค หนงั สือสรปุ บทเรียน - ป ร ะ ส า น ง า น พ้ื น ท่ี ล ง พ้ื น แลกเปลย่ี น ถ่ายทา - จัดทาต้นฉบับ /ตัดต่อ จัดทาค เผยแพร่
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 109 างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั ชว่ งเวลาการ 6 1 2345 ทาง เครือข่าย อีกทั้งยังเป็นเง่ือนไขให้ ฐาน เกิดการพัฒนากลไกความร่วมมือใน การจัดการปัญหาไฟป่า ลดหมอก สนุน ควนั - เกิดการเช่ือมโยงกิจกรรมการ แ ล ะ จัดการไฟป่า กับประเด็นเชิงพื้นท่ี อื่นๆ เช่น การจัดการปา่ นา้ ท่ดี นิ ซ่งึ ตาม จะนาไปสู่การจัดการทรัพยากรท้ัง ระบบ ตอบโจทย์เป้าหมายการ พัฒนาทย่ี ง่ั ยืน ดทา - มี ส่ื อ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย แ ผ น ที่ พ้ืนที่ โปสเตอร์ นิทรรศการ แผ่นพับ หนังสือ คลิป สาหรับเผยแพร่ ด้วย ประชาสัมพันธ์ให้เครือข่ายและ คลิป หนว่ ยงานท่เี กี่ยวข้อง - การส่ือสาร สามารถสร้างความ น ที่ เข้าใจท้ังความเข้าใจภายในเครือข่าย และระหว่างเครือข่าย รวมถึงการ คลิป สร้างความเข้าใจต่อบุคคลหรือ หน่วยงานต่างท่ีเก่ียวข้อง ซ่ึงจะนาสู่
กิจกรรม โครงการพฒั นารูปแบบการสร้า วธิ กี ารดาเนนิ งาน - เผยแพรส่ อื่ สารตามชอ่ งทางสอื - ติดตาม ประมวลความคิดเห็น 5) สรปุ บทเรียน- ตดิ ตามผลการทางาน - รวบรวมเอกสาร ผลการจัดการไฟ ปี 2561 , วิเคราะห์ข้อมูลพ้ืนท่ีการ hotspot แ ล ะ ก า ร จั ด ก า ร ไ ฟ ป เกยี่ วขอ้ ง - จัดเวทีสรุปผลการดาเนินงาน แ สรุปบทเรียน เชิงพ้ืนท่ี 4 พื้นที่ อ นอ้ ยพ้นื ทลี่ ะ 1 ครั้ง - สัมภาษณ์หน่วยงานและผู้มีส เกี่ยวขอ้ ง
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 110 างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ผลทค่ี าดว่าจะได้รบั ชว่ งเวลาการ 123456 การสร้างความร่วมมือ สร้างระบบ ส นั บ ส นุ น ใ ห้ เ กิ ด ข้ึ น อ ย่ า ง มี ประสิทธิภาพในอนาคต ฟป่า - เอกสาร ข้อมูล สถิติ แสดงผลการ รเผา จดั การไฟปา่ ลดหมอกควนั ป่าที่ - เอกสารสรุปผลการดาเนินงาน ผล การสนับสนุนกิจกรรมที่โครงการได้ และ สนับสนนุ เครอื ข่ายและชมุ ชน อย่าง - ข้อเสนอต่อทิศทางการขยายผล กิจกรรมของโครงการในอนาคต ส่วน
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 111 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั 7.2 จดั ประชมุ นาเสนอรูปแบบการพฒั นาและสรา้ งเครอื ขา่ ยเฝ้าระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั สืบเน่ืองโครงการได้ดาเนินงานต่อเน่ืองเปน็ ปีที่ 3 และมีการขยายพ้ืนท่ีไปยังจังหวัดลาพูน ดังนั้นการจัด ประชุมนาเสนอรูปแบบการพฒั นาเครือข่าย จึงเริ่มต้นจัดเวทีจังหวดั ลาพูน โดยไดจ้ ัดเวทีหารือแนวทางการพฒั นา ความร่วมมือการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังไฟป่า ลดหมอกควัน ในวันที่ 13 มีนาคม 2560 ณ ห้องประชุมสถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดลาพูน วัตถุประสงค์สาคัญเพื่อแนะนา ช้ีแจงโครงการฯ ประเมิน สถานการณ์ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง และหารอื ถึงแนวทางการพัฒนาความร่วมมือการจดั การไฟปา่ ลดหมอกควนั ผลสรปุ เบือ้ งตน้ มกี ารนาเสนอแนวคิด แนวทางการดาเนินงานโครงการฯ และมีการนาเสนอสถานการณ์ ระดับพ้ืนท่ี โดยทาง ผแู้ ทนสานกั งานทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม จงั หวัดลาพนู ได้กล่าวถงึ สถานการณ์ใน พนื้ ทว่ี า่ ประเดน็ หมอกควนั ไฟป่า รวมทง้ั เร่ืองพ้ืนท่ปี า่ ตน้ น้า ระบบนเิ วศนัน้ ยงั มีปญั หาพน้ื ท่ีทากนิ ทบั ซอ้ นพน้ื ท่ีปา่ เกดิ ขอ้ พิพาทร่วมกันระหว่างชาวบ้านกบั ชาวบ้าน ชาวบา้ นกับเจา้ หนา้ ท่ีของรัฐมาอยา่ งตอ่ เน่ือง ประเดน็ สาคัญการ เช่อื มโยงระหวา่ งพน้ื ท่ที ากินกับสถานการณ์การเกดิ ไฟป่า หมอกควนั จากการเผาพน้ื ทเ่ี กษตร และการเขา้ ไปหาของ ปา่ ล่าสตั ว์ จึงทาใหเ้ กดิ ไฟขึ้นมาในพน้ื ทอ่ี ยา่ งกวา้ งขวาง ในขณะทีโ่ ครงการฯท่จี ะเขา้ ไปดาเนินการนั้น มูลนิธเิ พอ่ื การพัฒนาทยี่ ั่งยนื ภาคเหนือ ซ่ึงเป็นองค์ทเ่ี ขา้ มา ทาหน้าท่ีในการประสานการดาเนินงาน จากกาเร่ิมต้นในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – ออบหลวง อทุ ยานแห่งชาติสุเทพ – ปุย จังหวดั เชียงใหม่ พื้นที่ดอยพระบาท – ม่อนพระยาแช่ จังหวัดลาปาง และปีน้ีมกี าร ขยายพ้ืนที่ดาเนินการไปในเขตพื้นท่ีขุนน้าลี้ – ดอยผาเมือง อ.ทุ่งหัวช้าง จังหวัดลาพูน ท้ังนี้โครงการฯดังกล่าวจะ เป็นเครอื่ งมอื ในการทางานระดับจังหวดั ยกระดบั การทางานกอ่ เกิดการเชือ่ มร้อยกนั เปน็ เครือขา่ ย และชดุ บทเรยี น ความร้จู ะนาไปสกู่ ารขยายผลเปน็ บทเรยี นสาคัญๆในการจดั การและแกไ้ ขปัญหาไฟปา่ หมอกควันตอ่ ไป อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการจัดการและแก้ไขปัญหานั้น รัฐเองมีนโยบายจัดการพ้ืนท่ีป่าอย่าง เด็ดขาด คือ ให้มีพ้ืนท่ีป่าร้อยละ 40 ของประเทศ และในร้อยละ 40 น้ันแบ่งเป็นพ้ืนที่ป่าอนุรักษ์ร้อยละ 25 พื้นที่ป่าชุมชนกับป่าเศรษฐกิจร้อยละ 15 เป็นอีกสถานการณ์หน่ึงท่ีแต่ละพื้นท่ีจาเป็นต้องตั้งรับ เตรียมการ หรื ดาเนินการจดั ทาแนวเขตรว่ มกับหน่วยงาน องคก์ รภาครัฐทีป่ ฏิบัติการในระดับพ้ืนท่ี สถานการณ์ปัญหา และการดาเนินงานในพ้ืนทีท่ ีผ่ า่ นมา จากนั้นผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อสถานการณ์ การดาเนินงานในพ้ืนที่ รวมท้ังข้อเสนอต่อ แนวทางดาเนินงานจากน้ีไป ผู้นาท่เี ข้าร่วมมองวา่ ป่าในพื้นท่ียังคงเหลืออยู่จานวนมาก ชาวบ้านพยายามเข้าไปจัดการในลักษณะรูปแบบของปา่ ชุมชน การ ใช้ประโยชน์จากพ้ืนที่ป่าอย่างเหมาะสม ที่สาคัญทาให้ชุมชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ ผืนป่า รวมทั้งชาวบ้าน
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 112 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั พยายามพัฒนาตัวเองให้ได้รับการยอมรับจากภาครัฐ ซ่ึงในช่วงเริ่มต้นน้ันได้รับการยอมรับไม่มากนัก แต่เม่ือมี นโยบายกฎหมาย ข้อบังคับต่างๆเกิดข้ึนมาในแต่ละรัฐบาล ชาวบ้านเองต้องพัฒนาฐานข้อมูล บูรณาการการ ทางาน สร้างความร่วมมือกับภาครัฐมากข้ึน แต่ยังติดระบบคาส่ังจากบนลงมาโดยไม่ฟังเสียงของคนในชุมชน หรือ กิจกรรมของชุมชนท่ีจัดข้ึนร่วมกัน เช่น สืบชะต๋าแม่น้า ภาควิชาการ และหน่วยงานราชการให้การยอมรับน้อย และถูกมองวา่ เป็นกลยุทธข์ องชาวบ้านในการครอบครองผืนปา่ ทาให้ชาวบา้ นรสู้ ึกวา่ เป็นการถกู ผลกั ดนั ให้อยหู่ า่ ง จากป่า ส่วนประเด็นหมอกควัน ไฟป่านั้น แต่ละหมู่บ้านได้มีกกฏกติกาของแต่ละชุมชน มีคณะกรรมการชุมชน ร่วมกันจัดการดูแล แม้ว่ารัฐจะมีนโยบายห้ามเผา แต่การเผาชาวบ้านมองว่า เป็นวิถีชีวิตท่ีต้องใช้ไฟ เพื่อที่จะ สามารถปลูกพืชผล ทาการเกษตรไดต้ ามฤดูกาล ส่วนหน่ึงมีการจัดการไฟด้วยวธิ ีการชิงเผา ทาแนวกันไฟ ไม่ให้ไฟ ลกุ ลามเขา้ ไปในพ้นื ทเี่ กษตร และพื้นท่ีป่า ผู้นาส่วนหนึ่งมองว่า การเผาหรือการใช้ไฟ ในอดีตน้ันเป็นเร่ืองปกติ แต่ปัจจุบนั กลายเป็นประเดน็ ปัญหา ท้ังนอ้ี นั เกดิ ขึ้นจากระบบทุนนยิ มทเ่ี ข้ามา เปล่ยี นแปลงระบบการผลิตการเกษตร จากข้าวไร่ มาเป็นขา้ วโพด ในขณะท่ีผู้นาหมู่บ้านบ้านแม่แสม หมู่ที่ 6 นั้นสะท้อนมุมมองว่า เป็นความโชคดีที่หมู่บ้านตนเองนั้นไม่มี ไฟเกิดขึ้น ท้ังนี้ด้วยทรัพยากรธรรมชาติท่ีอดุ มสมบูรณ์เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่เช่อื มต่อกับจังหวัดลาปาง ชุมชนต้อง เฝ้าระวังไม่ให้ไฟลกุ ลามมาจากพื้นทต่ี า่ งถิ่น ส่วนหนึ่งมีการรณรงค์ประชาสัมพนั ธ์ให้กับสมาชกิ ในในชุมชนหา้ มเผา ทาแนวกันไฟในพ้ืนท่ีป่า และพ้ืนท่ีเกษตร จัดทาฝายชะลอน้า เพ่ือสร้างความอุดมสมบูรณ์ พ้ืนที่ป่า และการ จัดการวัชพืชในพ้ืนท่ีเกษตรด้วยการไถกลบ ส่ิงท่ีพบจากการดาเนินงานที่ผ่านมา ยังขาดงบประมาณในการ สนับสนุนทั้งการลาดตะเวน การทาแนวกันไฟ ท่ีผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่น ปีละ 2000 บาทแต่ไม่ เพียงพอทาแนวกนั ไฟได้เพียง 10 กิโลเมตร ในขณะท่วี างเปา้ หมายไว้ 20 กโิ ลเมตร แนวทางการดาเนนิ งาน จากการแลกเปล่ียนสถานการณ์ปัญหาในพื้นที่ท่ีพบว่ามีปัญหาสาคัญสองส่วน คือ เวทีการพูดคุยให้เกิด การเช่ือมความเป็นเครือข่ายมีน้อย และเวทีระหว่างหน่วยงาน องค์กร ภาคีต่างๆที่จะมาพูดคุยกันในเร่ืองนี้อย่าง จริงจงั มนี ้อยหรือไมไ่ ด้คยุ กัน นอกจากนแี้ ลว้ ผ้เู ขา้ ร่วมยังไดใ้ ห้แนวทางท่จี ะดาเนินงานรว่ มกนั โดยมองว่า - การดาเนินงานโครงการฯดังกล่าวจะต้องบูรณาการเรื่องการทางานร่วมกันระหว่าง ชาวบ้าน ท้องท่ี ท้องถิ่น ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ซ่ึงจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวบ้านในการสร้างพ้ืนท่ีป่า ไม่ใช่กัน คนออกจากพืน้ ทปี่ ่า ใหป้ ่าเปน็ พืน้ ทีเ่ ศรษฐกจิ ของคนในชมุ ชน ป่าอยู่ได้ คนอยู่ได้ - หากจะเชอื่ มความเป็นเครือข่ายในพ้ืนที่ อ.ทุ่งหัวช้าง 3 ตาบลจะต้องดาเนินการต่อเน่ือง โดยจัดให้มี การประชมุ ทกุ ๆ 3 เดอื นและมีองคก์ รภายนอกมาร่วมแลกเปลีย่ น
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 113 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั - การเปิดพ้ืนที่ให้ชุมชนได้มีการวางแผนก่อนที่จะดาเนินการ ไม่อยากให้เข้ามาร่วมสนับสนุนในขณะท่ี ชาวบ้านไม่พร้อม และท่ีสาคัญการแก้ไขปัญหานั้น ต้องสร้างแนวทางร่วมกันหรือทางออกให้กับ ชาวบา้ น หากไม่เผาหญ้า วชั พชื แล้ว จะส่งเสริมเศรษฐกจิ กับชมุ ชนอยา่ งไร - มีเวทีกลางในการพูดคยุ กนั และมองเปา้ หมายในอนาคตอกี 10 ปวี ่าอยากเห็นอะไร และควรมนี กั ธุรกจิ เข้ามาร่วมพูดคุย สร้างการมีส่วนร่วมทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใด ฝ่ายหน่ึงที่พร้อม เบ้ืองต้นมีการพูดคุยใน ระดบั กานัน ผูใ้ หญ่บา้ นกอ่ นในข้ันต้นและค่อยๆขยบั ไปในเวทีอ่นื ๆ - การสรา้ งแรงจูงใจให้กับชมุ ชน หมบู่ ้านเปน็ รางวลั หรอื เกียรติบตั รในการร่วมมอื กนั จดั การป่า ไฟป่า - การสรา้ งโมเดลชมุ ชน หมู่บา้ นตน้ แบบในการจดั การดูแลรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม - การเปิดพ้ืนท่ีสื่อมวลชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเข้าใจ ผ่านการประชาสัมพันธ์ต้ังแต่ ระดบั อาเภอถงึ ระดับจงั หวดั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 114 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 115 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั 7.3 การพฒั นากลไก ความรว่ มมอื การสนบั สนนุ การทางานของชุมชนและเครอื ขา่ ย 7.3.1 เวทตี ดิ ตามการดาเนนิ งานพน้ื ที่บรู ณาการความรว่ มมอื ในการพฒั นาเครือขา่ ยอาสาสมคั รเฝา้ ระวังไฟปา่ ลดหมอกควัน ดอยพระบาท-มอ่ นพระยาแช่ จงั หวดั ลาปาง วนั ท่ี 10 มนี าคม 2561 ณ ห้องประชมุ องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลพชิ ยั อาเภอเมอื ง จงั หวดั ลาปาง เปน็ การประชุมเพอ่ื หารือ แลกเปล่ยี น ติดตามสถานการณแ์ ละการจัดการไฟป่าหมอกควันมอ่ นพระยาแช่- ดอยพระบาท การสนับสนนุ กองทนุ ชมุ ชนการจดั การไฟปา่ หมอกควนั โดยชมุ ชน การหารอื แนวทางการจัดเวที รว่ มระหวา่ งเครอื ขา่ ยชาวบ้านและหน่วยงาน รวมถงึ แนวทางการสนับสนุนเครอื ขา่ ยความรว่ มมอื จัดการไฟปา่ โดยมผี ลการประชมุ ดังตอ่ ไปนี้ วาระท่ี 1 ชี้แจงวัตถุประสงคก์ ารประชมุ แนวทางการดาเนินงานภายใต้โครงการขยายผลฯคือการสนับสนุนให้ชุมชนเข้ามามีสว่ นร่วมในการจัดการ ไฟปา่ หมอกควนั และทรัพยากรร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ซ่ึงแตเ่ ดิมคนส่วนใหญ่จะมีมมุ มองว่าเปน็ หน้าท่ีของหน่วยงาน แต่พบว่าหน่วยงานเองก็มีข้อจากัดคือมีเจ้าหน้าท่ีไม่เพียงพอ ชุมชนซึ่งอยู่ในพ้ืนท่ีต้องลุกข้ึนมาจัดการร่วมกันใน ลกั ษณะของเครอื ข่าย เนื่องจากอย่ใู นพื้นท่ี ไดร้ ับประโยชน์โดยตรง จากแนวคิดน้ีจึงนามาสู่การทางานร่วมกัน ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สังกัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม มลู นิธิเพื่อการพฒั นาทย่ี ั่งยืน เพ่ือใหเ้ กดิ ทิศทางทน่ี าไปสูก่ ารบรู ณาการ ความ ร่วมมือในการพฒั นาเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังไฟป่าลดหมอกควนั มากกวา่ การใช้กฎหมายเปน็ ข้อบงั คับในการ จับกุมชาวบ้าน โดยขยายผลจากรูปธรรมการทางานจากจังหวัดเชียงใหม่ พื้นท่ีดอยอินทนนท์ ออบหลวง และ พ้ืนท่ีดอยปุย มาสู่จังหวัดลาปางในปี 2560 สาหรับปี2561นี้ได้ขยายพ้ืนท่ีต่อไปยังอาเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลาพูน ซึง่ สถานภาพพนื้ ทีม่ ที ั้งเขตปา่ สงวนแห่งชาติ อทุ ยานแหง่ ชาติ และเขตรักษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ โดยวนั นม้ี ีเป้าหมายเพอ่ื ตดิ ตามสถานการณแ์ ละการจดั การของเครอื ขา่ ยชาวบ้านในพน้ื ที่มอ่ นพระยาแช่และดอย พระบาท ซงึ่ พยายามจะขยายแนวคดิ การเข้ามามีสว่ นร่วมของชมุ ชนในกระบวนการจดั การให้เพม่ิ มากข้ึน การ สนบั สนนุ กองทนุ เพื่อการจัดการไฟป่าหมอกควันโดยชมุ ชน และแนวทางการจัดเวทรี ่วมกบั หนว่ ยงานในชว่ งปลาย เดอื นเมษายน วาระท่ี 2 ตดิ ตามสถานการณแ์ ละการจดั การไฟปา่ หมอกควันมอ่ นพระยาแช-่ ดอยพระบาท ตาบลบ้านเสดจ็
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 3 116 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั มีทั้งหมด 17 หมู่บ้าน ในจานวนนี้มี 11 หมบู่ า้ นท่ีตดิ ภูเขา ในชว่ งเดอื นกุมภาพันธุ์ทผี่ า่ มาเกดิ ไฟปา่ ขึ้น 2 คร้ัง คอื หมู่ 14และ 15 พืน้ ทรี่ วมประมาณ 100 ไร่เปน็ เขตรอยตอ่ สนั เขาตดิ กับแม่เมาะ กจิ กรรมท่ผี า่ นมามีการทา แนวกนั ไฟทุกหมบู่ ้าน มีกลมุ่ เครือขา่ ยจิตอาสาดับไฟปา่ 15-25 คน/หมบู่ า้ น ป2ี 561หน่วยงานจากกรมปา่ ไม้ สนบั สนุนกองทุนจานวน 25,000 บาท/หม่บู า้ น แตย่ งั ไม่มีการโอนงบประมาณ โดยทผี่ นู้ าบางสว่ นสารองเงิน สว่ นตัวไปกอ่ น บา้ นไรศ่ ลิ าทอง มอี ตั ราการเกิดไฟปา่ ลดลงจากปีที่ผ่านมา การจดั การในชมุ ชนมีกรรมการ 15 คน โดยจดั เวร 2คน/วนั เพอ่ื ตรวจราดตระเวนเฝ้าระวงั ไฟป่า ทางกลุม่ ไดร้ บั เงินสนบั สนนุ จากหน่วยงานอ่นื ๆด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอาหาร คา่ น้ามนั เปน็ ต้น อกี ทงั้ ยงั มกี ารจัดสวสั ดิการประกันชวี ิตและอุบตั เิ หตใุ ห้แกก่ รรมการ บ้านตน้ ต้อง มหี อกระจายขา่ ว ประชาสมั พันธ์ รณรงคเ์ ร่ืองหมอกควันไฟป่า ลดการเผาพืน้ ท่ีการเกษตร และการชว่ ยกันเฝา้ ระวงั การเกิดไฟปา่ ภาพรวมตาบลตน้ ตอ้ งในปนี ้ียังไมม่ ีการเกดิ ไฟปา่ เพราะไดร้ บั การรว่ มมอื จากประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งท่ชี ว่ งมกราคม-กุมภาพันธจ์ ะเกดิ ไฟปา่ ขนึ้ แทบทุกปี คณะกรรมการปา่ ชุมชน ทา หนา้ ทจี่ ดั ทาแนวกนั ไฟและเฝ้าระวัง ใชร้ ะบบจัดเวรเชน่ เดยี วกนั กบั ไร่ศลิ าทอง องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลพชิ ยั มีหนว่ ยลาดตระเวนพ้นื ราบทงั้ หมด ตามชุมชนจะมหี นว่ ยสอดส่องกระจาย ตามท้องที่ มรี ้านกาแฟคอ๊ ฟฟี่เฮ้าส์ เป็นจุดสอดส่องและแจง้ เหตุ ทาให้สามารถไปดบั ไฟไดเ้ รว็ ภายใน 10 นาที มี รถดับเพลงิ 2 คนั เจ้าหนา้ ที่ 6 คน ภาพรวมสถานการณ์ดีขน้ึ เน่ืองจากผนู้ าชมุ ชนมคี วามเข้มแขง็ ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เชน่ เข้าถงึ จดุ เกดิ เหตุไฟ ไหม้ดว้ ยตนเอง เปน็ สว่ นหนึ่งท่ีสร้างความน่าเช่ือถือและกาลงั ใจ อย่างไรก็ตาม ชมุ ชนต้องลกุ ข้นึ มานาไมม่ ใี ครจะรู้ พน้ื ที่ไดด้ ีกว่าชุมชน นอกจากนีม้ าตรการห้ามเผา 60 วันต้งั แตว่ ันท่ี 20กพ.-20 เมย.ก็เป็นเครอ่ื งมอื สาคญั ท่ีชาวบ้าน ใชเ้ ปน็ เงอื่ นไขปดิ ป่าไม่ให้คนภายนอกเขา้ หาของป่าในพื้นท่ี ซ่งึ เป็นสาเหตทุ ่ีทาใหเ้ กดิ ไฟปา่ สง่ิ ท่ียงั เปน็ อุปสรรคคือ ไฟในเขตภูเขาสูงท่ไี หม้ลามในเขตติดต่อโดยเฉพาะฝ่งั อาเภอแมเ่ มาะ และการขาดคน รุน่ ใหมห่ ันมาใส่ใจปญั หา และอนรุ กั ษป์ ่า ดอยพระบาท ประกอบด้วยบ้านหัวฝาย เหล่าบญุ เกดิ โทกหัวชา้ ง ผาลาด อ่วิ เมยี่ น หัวทุ่งสามัคคี และ กล้วยแพะ สถานการณ์ปญั หาหลักคือการเขา้ มาหาของป่าจากคนนอกพ้นื ที่ ทัง้ จากอาเภอเมอื ง แมเ่ มาะ แม่ทะ เกาะคา และหา้ งฉตั ร โดยเฉพาะบรเิ วณบ้านผาลาดและอวิ่ เมย่ี น เน่อื งจากมีของปา่ เยอะ เชน่ ผกั หวาน ไข่มด แดง และสตั วป์ า่ ในส่วนของการจดั การนนั้ ทุกหมบู่ า้ นมกี ลุม่ อาสาสมัครฯต้ังแต่ 15-25 คนเปน็ กลไกหลกั ในการ
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 3 117 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ดแู ลจดั การ กจิ กรรมหลักๆคอื การทาแนวกันไฟ ลาดตระเวน มกี ารตั้งจดุ สกัดเพ่อื เฝา้ ระวงั ไฟป่า24 ชั่วโมง เน้น ชว่ ง 60 วนั ห้ามเผาฯ และ การจัดทาฝาย กอ่ นวันท่ี 10 กมุ ภาพันธ์ มคี นเขา้ พ้ืนทป่ี ่าจานวนมาก ชมุ ชนยังไม่มกี ารตงั้ จุดสกดั ทาให้เกิดไฟในสาม พนื้ ทค่ี อื บ้านอวิ่ เม่ียน หวั ฝาย และกล้วยพะ(5จดุ ) แต่ขนาดไมก่ ว้าง คือประมาณ 1-2 งาน ในดา้ นกองทุนนั้นไดร้ ับ การสนับสนุนจากหน่วยงานป่าไม้หมู่บ้านละ 50,000 บาท จุดแขง็ 1) การมีผูน้ าทเ่ี ขม้ แข็งทาใหค้ นในชมุ ชนลกุ ขึ้นมาใหค้ วามร่วมมอื รวมทั้งคนต่างถนิ่ เองก็เริม่ ยอมรับการ จดั การของชุมชนมากขึน้ 2) การใช้มาตรการช่วง 60 วันหา้ มเผามาเป็นเครื่องมือในการป้องกันคนภายนอกเข้ามาหาของปา่ ในพ้นื ท่ี ทาให้ป่าได้พัก รวมท้งั คนภายนอกกย็ อมรบั ใหค้ วามรว่ มมือ 3) เรม่ิ มีการสนับสนุนกองทุนชุมชนจากหลายส่วนท้ังจากภายในและภายนอกชุมชน เช่น ฟาร์มหมูในหมูบ่ า้ น องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ทสจ.ลาปาง หน่วยงานป่าไม้(สานกั 3และ13)กลุ่มWe Love The King นกั ธุรกิจ เป็นตน้ แต่ยังเปน็ การสนบั สนุนที่ไมเ่ ปน็ ระบบ มปี ัญหาเรอ่ื งการเบกิ จา่ ยไมส่ อดคลอ้ งกับ สถานการณ์และความต้องการ(งบประมาณหน่วยงานรัฐ) ข้อจากดั /อปุ สรรค 1) เรอื่ งการสนบั สนุนงบประมาณจากหน่วยงาน(ระเบยี บขนั้ ตอนยงุ่ ยาก ไมส่ อดคลอ้ งกับเวลา ไม่ทนั สถานการณ์) 2) คนรนุ่ ใหมส่ านตอ่ ยังมีนอ้ ย กล่มุ แกนนา/จิตอาสาส่วนใหญ่เปน็ ผู้สุงวัย 3) ปญั หาไฟลามจากภายนอก โดยเฉพาะเขตแม่เมาะและแม่ทะ แนวทางในอนาคต 1) การพฒั นาเครอื ขา่ ยให้เข้มแขง็ มากยงิ่ ขึน้ 2) การพฒั นาคนร่นุ ใหม่
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 118 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั 3) การจดั ทาขอ้ มลู แนวกนั ไฟระดับหมบู่ า้ น-เครอื ข่าย เพือ่ วางแผนงานและทาแผนขอรบั การสนับสนนุ จาก หนว่ ยงาน 4) การจดั ทาแผนงานของหมบู่ ้าน และของเครอื ขา่ ยรว่ มกันเพ่อื เสนอต่อหน่วยงาน โดยเฉพาะ 3องค์กรที่ เกยี่ วข้องกบั พ้นื ทโ่ี ดยตรง ได้แก่ สานกั งานจัดการทรพั ยากรป่าไม้ที่3 สานักบริหารพ้นื ทอ่ี นุรกั ษ์ท1่ี 3 สาขา ลาปาง และ สานกั งานทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มจังหวัดลาปาง วาระ 3 :การสนับสนนุ กองทนุ ชุมชนการจดั การไฟปา่ หมอกควนั โดยชมุ ชน มขี อ้ สรุปรว่ มกนั คือสนบั สนุนเป็นระดบั เครอื ข่าย แยกเป็น 2 ขา่ ยคอื มอ่ นพระยาแช่ และ ดอยพระบาท จานวนรวม 150,000 โดยเครอื ขา่ ยจะไปหารือเรือ่ งการบรหิ ารจัดการรว่ มกนั ภายในอกี ครั้งหนง่ึ วาระที่ 4 :หารอื แนวทางการจัดเวทีรว่ มระหว่างเครอื ขา่ ยชาวบ้านและหนว่ ยงาน วตั ถปุ ระสงคเ์ วทคี อื การรายงานผลการจัดการของเครอื ขา่ ยความร่วมมอื เพ่ือแก้ไขปญั หาไฟปา่ หมอกควัน ม่อนพระยาแช-่ ดอยพระบาท ใหแ้ ก่หน่วยงานทีเ่ กย่ี วข้อง หารือแนวทางการดาเนนิ การร่วมกันท้ังในระยะสน้ั และ ระยะยาว การมอบกองทุนฯจากกรมส่งเสรมิ คุณภาพสิ่งแวดลอ้ มแก่เครอื ข่ายฯเพอื่ เป็นกาลังใจและสนับสนุนแนว ทางการลกุ ข้นึ มามีสว่ นรว่ มของชุมชน โดยกาหนดจัดเวทีวันท่ี 7 กมุ ภาพนั ธ์ 2561 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตาบลพชิ ัย โดยองคก์ าร บริหารส่วนตาบลรบั ประสานงานในสว่ นของเครอื ข่ายชาวบา้ น สว่ นมลู นธิ เิ พ่อื การพัฒนาที่ยง่ั ยืนประสานงาน หน่วยงาน
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 119 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 120 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั 7.3.2 เวทพี ฒั นาความร่วมมอื เพอ่ื จดั ทาข้อมลู เครอื ขา่ ยมง้ สเุ ทพ-ปยุ วนั ท่ี 12 มนี าคม 2561 ณ หอ้ งประชมุ เทศบาลตาบลแมแ่ รม อาเภอแมร่ มิ จังหวัดเชยี งใหม่ ภาพรวมการทางานของเครือข่ายม้งในช่วงที่ผ่าน ให้ความสาคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูลเพ่ือยกระดับ การบริหารจดั การไฟปา่ หมอกควัน การสนับสนุนกิจกรรมจงึ ได้รเิ รมิ่ ส่งเสริมสนับสนนุ ให้มกี ระบวนการจดั ทาขอ้ มลู โดยจัดเวทีหารือเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลขึ้นในวันท่ี 12 มีนาคม 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือ พัฒนาบูรณาการ และพัฒนาความร่วมมือการจัดทาข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการไฟปา่ ลดหมอกควัน ในพนื้ ทด่ี อยสุเทพ-ปุย การอ พฒั นาศักยภาพผนู้ าเครอื ข่าย บุคลากรหน่วยงานทเ่ี กีย่ วข้องในพนื้ ทีด่ อยสเุ ทพ-ปุย ไดเ้ รียนรู้เทคนคิ ทักษะ การนา ข้อมูล GIS มาวางแผนบริหารจัดการไฟปา่ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเพ่อนาเคร่ืองมือสารสนเทศทางภมู ิศาสตร์ GIS มาพัฒนารูปแบบท่ีเหมาะสมกับสภาพพ้ืนท่ีในการกาหนดจุดการจัดการไฟป่า การวางแผนช่วงเวลาในการ จัดการป่า ที่สาคัญการนาข้อมูลมาสร้างส่ือเพื่อการเผยแพร่ให้กับสังคมได้เรียนรู้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ภายใต้ การดาเนินงานของโครงการฯ มีข้ัอจากัดในแง่งบประมาณในการจัดทาข้อมูล สถานะจึงเป็นเพียงการจัดทาแผน เพ่ือเสนอต่อหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องให้เข้ามาสนับสนุนการดาเนินงานในระยะต่อไปทั้งนี้ ผลจากการประชุมพบว่า ภาพรวมการทางานทผี่ า่ นมา ฐานข้อมลู การจดั การพื้นทป่ี ่าดอยสุเทพ – ปยุ เครอื ข่าย 12 หมบู่ า้ นทไี่ ด้มกี ารจดั การ มานานกว่า 30 ปีแล้ว ข้อมูลบางส่วนน้ันยังมีอยู่ ข้อมูลบางส่วนหายไป และมีข้อมูลบางส่วนกระจัดกระจายอยู่ และส่วนใหญ่อยู่ในตัวบุคคล ในขณะที่เมื่อมีสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาล พื้นท่ีดอยสุเทพ – ปุย มักจะถูกจับตามองว่าเป็นต้นเหตุทาให้เกิดไฟป่า หมอกควัน อย่างกรณีบ้านแม่สา และหมู่บ้านรอบๆคอยเฝ้า ระวังไฟอย่างตอ่ เน่อื ง แต่ต้องตกเป็นจาเลยของสงั คม อยา่ งไรก็ตาม การจัดทาฐานข้อมลู ไม่ไดด้ าเนินการเฉพาะบ้านใด บา้ นหนง่ึ หรือตาบลใด ตาบลหนงึ่ เทา่ นนั้ แตร่ วมหมายถงึ ทกุ หนว่ ยงาน ทุกอปท.และนาข้อมลู มาจาแนกแยกแยะออกเป็น 3 ส่วนคือ สว่ นท่ีหนงึ่ ขอ้ มลู ที่มีอย่ภู ายใต้เง่ือนไขของเอกสารสทิ ธ์ริ าชการ ส่วนทีส่ อง ข้อมลู ทีด่ นิ ทไ่ี ม่มเี อกสารสทิ ธ์ิ ซ่ึงจะเป็นฐานขอ้ มูลท่ีเกิดขนึ้ จากกระบวนการดาเนนิ การร่วมกนั ท้งั หน่วยงานที่เกยี่ วขอ้ ง รับผดิ ชอบพน้ื ท่ี เจ้าหน้าทป่ี ่าไม้ คณะกรรมการ และเจ้าของแปลงท่ีจะตอ้ งร่วมกนั เดนิ สารวจ ส่วนที่สาม ขอ้ มูลการจัดการทรัพยากรธรรมชาตทิ ั้ง ดนิ น้า ปา่ แหล่งน้า เหมืองฝาย การจัดการไฟป่า ซ่ึง เป็นส่วนที่จะต้องร่วมกันดาเนินการในการจัดทาแผนท่ีแนวกันไฟให้อยู่ในระบบแผนท่ีพร้อมกับเพ่ิมแนวทางการ จัดการเข้าไป รูปแบบการพัฒนาสรา้ งเครือข่ายเฝา้ ระวังไฟป่าและหมอกควนั ไฟป่าของปี พ.ศ. 2551 น้ันส่วนมากจะเฝ้า ระวังไฟป่า หรือหมอกควันไฟป่าจะเป็นช่วงฤดูแล้ง ทั้งน้ีอันเกิดขึ้นจากสถานการณ์หมอกควันท่ีเกิดขึ้นในเมือง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน รวมไปถึงประเทศเพ่ือนบ้าน ที่สาคัญดอยสุเทพ- ปยุ เป็นพน้ื ที่ปา่ ท่ีเป็นปอดของคนเชียงใหม่ เป็นแหล่งหายใจ และเป็นแหล่งอาหารท่ีไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง เป็นธนาคารชีวิตที่ไม่มีการลงทุน ในขณะท่ีพื้นท่ีระบบ
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 121 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ในการจัดการในลักษณะเครือข่ายฯ และมีกิจกรรมร่วมกันในการทาแนวกันไฟ ป้องกันไฟป่า ร่วมกับเจ้าหน้าท่ี อุทยานแห่งชาติสุเทพ- ปุย มีการเฝ้าระวังไฟป่า มีกิจกรรม Kick off ระดับตาบลแม่แรม ทาแนวกันไฟ 12 กิโลเมตร ตามเส้นทางสะเมิงเหนือ ตาบลแม่แรมที่มีชาวบ้าน 12 หมู่บ้านร่วมกันและทากันไฟของแต่ละหมู่บ้าน อย่างน้อย 5 - 10 กิโลเมตร มีการดับไฟป่าที่เกิดขึ้น สร้างฝายชะลอน้า สร้างความชุ่มชื้นให้ป่า มีกฎระเบียบ กติการ่วมของชุมชนก่อนถงึ มือกฎหมาย ฉะนั้นเพ่ือให้เกิดแนวทางการจัดการที่ชัดเจน จึงนามาสู่เวทีหารือร่วมกันครั้งน้ี ในการที่จัดทาจุดแนวกัน ไฟ ทีท่ ุกคนจะสรา้ งร่วมกันข้ึนมา ท้งั นีเ้ พอื่ ทีจ่ ะสามารถตรวจสอบข้อมูลประวัตยิ ้อนหลงั ใหเ้ หน็ ถึงการเปลย่ี นแปลง ทั้งในเรื่องการเกิดความร้อน และแนวทางในการจัดการไฟป่าซ่ึงเป็นข้อดีของการจัดทาข้อมูล ได้เห็นถึงแนว ทางการจัดการและง่ายต่อการอธิบายใหก้ บั บุคคล หนว่ ยงานภายนอกได้ ในขณะที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มองว่า การเชื่อมโยงในรูปแบบใยแมงมุมเป็นตัวอย่างท่ีดี แสดง ใหเ้ ห็นวา่ รูปแบบความสัมพนั ธไ์ ม่จาเปน็ ต้องเป็นรูปวงกลมแลว้ นามาเช่ือมตอ่ กนั จะเกดิ เป็นชอ่ งว่างข้ึนมา โดยตง้ั รับ ไมท่ นั เวทีครั้งนีจ้ ะเปน็ การวางแผน ร่วมมือกัน เรยี นรู้รว่ มกนั และสนับสนุนให้ชมุ ชนสามารถนาข้อมูลไปปรบั ใช้ใน การจดั การไฟป่าได้ จากน้ันได้ดาเนินการจัดทาแผนที่การจัดการไฟป่าโดยทางทีมสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ มูลนิธิเพื่อการ พัฒนาที่ย่ังยืน ภาคเหนือได้ดาเนินการใช้แผนที่ เพื่อให้ชาวบ้านระดมข้อมูลใส่ลงไป เช่น จุดทาแนวกันไฟ จุดเฝ้า ระวัง แหล่งน้า เหมืองฝาย พ้ืนท่ีป่าและอ่ืนๆ ท่ีสามารถนามาวางแผนการจัดการไฟป่า และการจัดการ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ทงั้ น้ีเชือ่ ว่า เมือ่ จดั ทาแผนที่แลว้ เสร็จจะสามารถนามาสรา้ งมลู คา่ ใหเ้ กดิ ข้ึนใน พื้นท่ีได้และเกิดความย่ังยืนตามมา ท่ีจะสร้างวิธีการจัดการที่มีความชัดเจน ก่อเกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ส่วน เร่ืองงบประมาณน้ัน ไม่ใช่งบจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่สามารถขอรับการสนับสนุนจากเอกชน หรือผู้บริจาค ได้นามาสร้างเป็นระบบกองทุนรักษาป่า รักษาส่ิงแวดล้อม 12 หมู่บ้าน หากทาได้เช่นนี้แล้วจะเกิดความเข้มแข็ง และยงั่ ยนื ได้ ข้อเสนอ - การรวบรวมขอ้ มูลให้เป็นรปู แบบเอกสาร เพ่อื จะนาเสนอต่อหน่วยงาน สังคมไดร้ บั รูแ้ ละได้นาเสนอ ตอ่ สังคมได้รบั รู้ และเปน็ ฐานข้อมูลให้กบั เครอื ข่าย - ตอ้ งการให้เกดิ ภาคีความร่วมมอื หลายๆภาคส่วน และยอมรบั ว่า ชมุ ชนเป็นตวั ทาใหเ้ กดิ การ เปลีย่ นแปลงของระบบนเิ วศ - การเชื่อมโยงการทางานกบั ชุมชนปลายนา้ โดยเฉพาะเร่ืองของ ไฟป่า ทจ่ี ะตอ้ งเช่ือมโยงกจิ กรรม รว่ มกนั และหาแนวทางในการจดั การพ้ืนที่อย่างชดั เจนและเปน็ รูปธรรม
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 122 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 123 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 124 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั 7.3.3 เวทจี ัดทาแผนความรว่ มมอื ตาบลตะเคยี นปม อ.ทงุ่ หวั ชา้ ง จงั หวดั ลาพนู วันที่ 29 มนี าคม 2561 ณ ศาลาหมู่บา้ น ภายหลังจากการประชุมหารอื ระดับจังหวัด ได้มีการลงพน้ื ทเี่ พือ่ คยุ แลกเปล่ียนทาความเขา้ กบั ระดบั ชมุ ชน และตาบล เรมิ่ ต้นท่ีตาบลตะเคยี นปม อ.ทุง่ หัวชา้ ง โดยสาระสาคัญของการประชมุ แลกเปลยี่ น พบว่าพ้ืนท่ี เป้าหมายในพื้นทีล่ ุม่ นา้ ลตี้ อนบน ประกอบด้วย ต.ตะเคยี นปม 12 ต.ท่งุ หวั ช้าง 12 และ ต.บา้ นปวง 11 หมู่บา้ น อ. ทงุ่ หัวชา้ ง จังหวัดลาพนู สถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ต่อเน่ืองจากบทเรียน ในพ้ืนทีดอยอินทนนท์จนก่อเกิดเครือข่าย ขึ้นมาในพื้นท่ี เชื่อมประสานการทางานกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอ่ืนๆ ทางกรมส่งเสริมมองว่าฯ การ จัดการร่วมในลักษณะนี้น่าจะเปน็ แนวทาง การแก้ไขปัญหาหมอกควันไปสู่เร่ืองอ่ืนๆ และการจัดการไฟป่า จะมอง เป็นลักษณะผืนป่า จากดอยสุเทพ - ปุย ขยายไปสู่ จ.ลาปาง ในเขตพื้นที่ดอยพระบาท – ม่อนพระยาแช่ เหตุที่ เลือกลาปาง เน่ืองจากเป็นพื้นท่ีมีปัญหาแล้วอยากให้ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการและทางานร่วมกับภาครัฐ ที่ผ่านมา ชาวบ้าน ป่าไม้ ทางานคนละด้าน และปัญหา จนท.เผาเอางบประมาณ ชาวบ้านมีผลประโยชน์ มีกลุ่มคน ภายนอกมาใหง้ บประมาณ ดอยพระบาท 6 - 7 หมู่บา้ น 10 มอ่ นพระยาแช่ 10 หมูบ่ ้าน จงึ คดิ ขยายมาท่ลี าพูน หารือกนั ว่าจะเลือกท่ีไหน ทงั้ สถานการณใ์ นพืน้ ท่ี ต้นทนุ การทางาน ความเป็นเครือข่าย สถานการณ์ปัญหา ม. 1 ,10 อยู่ในเขตสูงชัน ติดแนวเขตอ.แม่ทา อ.เสริมงาม จ.ลาปาง ปีน้ีในพื้นท่ี ม. 4 ไม่มีไฟเกิดขึ้น เนอ่ื งจากปา่ สมบรู ณ์ มีความชื้นสูง และ ม.9 2 ครั้ง และ ม. 8 2 ครง้ั ม. 3 3 ครั้ง เหตุที่เผาป่า เนื่องจากคนเข้าไปหากินในพ้ืนท่ี สมัยแต่เด็กจุดเพ่ือให้สัตว์ที่อยู่ใต้ใบไม้ลงไปในห้วย สามารถหาไดง้ ่าย เมอ่ื ไม่เผา ชว่ งฤดเู ห็ดออกมาไมค่ อ่ ยออกหายาก จึงมองวา่ การใชไ้ ฟเป็นวิถีในการจดั การป่า ในพืน้ ท่ีหากเป็นพ้นื ท่ีเกษตร ไม่ใช้ไฟ ท่ีราบ ใชว้ ิธกี ารไถกลบ บางพ้ืนที่ใชว้ ิธีการชิงเผา แต่ไม่ไหม้ วนั ที่ 20 กพ. – 20 เมษายน (60 วัน) หา้ มเผาในพนื้ ทก่ี ารเกษตร ท่ผี ่านมาถกู จับสองราย ปรับสองพันบาท เนอ่ื งจาก เผาในพน้ื ที่เกษตรของตนเอง และบางหมู่บา้ นมกี ารชงิ เผาในพื้นที่ป่า กอ่ นในวนั ท่ี 20 กพ. แตพ่ บวา่ ไมไ่ หม้ การเผาป่า มองว่า เผาทุกอย่างเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตออกมาจากป่า คนเลี้ยงวัว สัตว์ จะเผาเพ่ือให้หญ้า ออกมาใหม่ ชว่ งเผา มนี าคม – เมษายน กรณกี ารดับไฟ ดบั ในช่วงกลางวนั ส่วนกลางคนื จะเข้าไปดบั ยาก ต้อง ปล่อยไป หลังจากไฟเข้าไปแล้วมีความเสียหายบ้าง ทั้งน้ีเช่ือว่า หากปล่อยไฟ ไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ช่วงสามปี สี่ปี เกิดความเสยี หายมาก ด้วยสภาพพื้นที่โดยทั่วไปส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง และป่าในเขตขุนห้วย โดยเฉพาะพื้นที่ขุนน้าที่มีสภาพปา่ ป่าชื้น ป่านา้ จา และอีกส่วนหนึง่ ชาวบา้ นร่วมกันเล้ยี งผขี ุนน้า ทาใหเ้ กดิ ความเชอื่ ข้นึ มาในพน้ื ที่
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 125 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ท่ีผ่านมาเมื่อชุมชนมีการจัดการไฟท่ีเหมาะสม ทาให้สถานการณ์ในปีน้ีโดยรวมดีขึ้น แต่ละหมู่บ้านไม่ เหมือนกัน บางหมู่บ้านไม่แนะนาให้เผา อันตรายต่อผู้เฒ่า ผู้แก่ รวมท้ังนายอาเภอเฝ้าระวังและกาหนดตัวชี้วัดปีน้ี ใหไ้ ด้รอ้ ยละ 50 ถามว่า การเลี้ยงวัว ควายกับการจัดการไฟ มีผลหรือไม่ ไม่มีผลกระทบในการเล้ียงวัวควายในพื้นท่ี เน่อื งจากมรี ะบบเหมอื งฝายหลอ่ เล้ยี งพน้ื ที่เกษตรและสามารถมีหญ้าเพยี งพอต่อการเลี้ยงสัตวใ์ นที่นา ปี 54 ไฟไม่ ไหม้ทั้งปีจะมีเห็ดใบขึ้นมาก รวมทั้งน้าผ้ึงซึ่งมีเกสรอยู่จานวนมากเช่นกัน ส่วนเห็ดในดิน เช่น เห็ดหอบ หายาก หากไม่เกดิ ไฟ การบรหิ ารจดั การ มคี ณะกรรมการป่า ท่ีเรียกว่า “ป่าบ้านเฮา” คณะกรรมการปา่ ชุมชนมีทุกหมู่บ้าน มีการดแู ลป่า จดั การ ไฟป่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 - 2555 จัดการบริหารจัดการทรัพยากรฯที่มีระเบียบกติกา ข้อตกลงร่วมกัน เช่น กรณีการใช้ไม้สรา้ งบา้ น มีบ้านไม้ ขายแลว้ จะมาตัดอีกไม่ได้ ก่อนที่จะเป็นภาพตาบล เม่ือปี พ.ศ. 2536 มีการรวมตัวของชาวบ้านในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯกรณีการ ประกาศทับซ้อนเขตป่า 6 หมู่บ้าน ได้แก่ ม. 1, 10, 9, 4, 5 ,6, จากน้ันมีการขยายแนวคิดไปสู่หมู่บ้านอื่นๆใน พื้นท่ีใกล้เคียง และมีหน่วยงานภายนอกเข้ามาฟื้นฟูในการจัดการพื้นท่ี ไม่ว่าโครงการพัฒนาลุ่มน้าล้ี องค์การ แคร์ เป็นต้น แต่ปัจจุบันนั้นมีคณะกรรมการหมู่บ้าน ดูแลคน ดิน น้า ป่า อยู่ แต่ไม่ต่อเน่ือง บางหมู่บ้านไม่ได้ จดั การหายไปกับองคก์ รทเ่ี ข้ามารว่ มสนบั สนนุ คณะกรรมการป่าชุมชนทกุ หมบู่ ้าน มีอยู่ แต่การทาหนา้ ท่ี บทบาทในภาระตามหน้างานไมไ่ ดเ้ กิดขึ้นทกุ วนั หรือต่อเนื่องทุกเดือนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในพื้นที่ กฎระเบียบยังคงยึดตามระเบียบกติกา ต้ังแต่สมัยคนเฒ่าคน แก่ท่ผี า่ นมา รอบปหี นึง่ ทจ่ี ะเขา้ ไปดแู ลเกี่ยวข้องกับพนื้ ท่ีป่า แต่ละปีทาแนวกันไฟปลี ะครง้ั สองครงั้ บวชป่า สว่ นม. 11 ร่วมใชแ้ ละดูแลร่วมกันกับม. 7 ม. 12 มีพืน้ ทีป่ า่ ทีด่ แู ลประมาณ 500 กว่าไร่ หลงั 59 – 60 ไฟไม่ไหม้ นอกจากนี้ ยงั มกี ารเลย้ี งผีขุนน้า 3 ลาห้วย ทีไ่ หลมาจากบริเวณเขตรกั ษาพันธ์ุสตั วป์ า่ ฯ มีกิจกรรมร่วมของภาพรวมอาเภอท้ัง 3 ตาบล มีกิจกรรมสืบชะต๋าห้วยน้าล้ีบริเวณที่เรียกว่า สบน้า (แม่น้าสองสายคอื ลาหว้ ยแมห่ าง – ลมุ่ นา้ ลีไ้ หลมาบรรจบกัน) เป็นกจิ กรรมทที่ าร่วมกบั ทอ้ งถน่ิ ทกุ ปี และกจิ กรรม แห่ชา้ งเผือกท่ีทากันมาเปน็ กิจกรรมประจาปี ตัง้ แต่อาเภอลี้ อาเภอทุ่งหัวช้าง อาเภอเวยี งหนองล่อง และอาเภอ บ้านโฮ้ง ในปี 58 ได้รับความร่วมมือกับพี่น้องชาวบ้าน ส่วนในปี 59ได้ทาเฉพาะพ้ืนที่ต้ังแต่บ้านปวงมา ปีนี้จะ ดาเนินการในพ้นื ที่ อาเภอ ท่งุ หัวชา้ งเทา่ นน้ั งบประมาณสนับสนุน 1500 บาทต่อหน่ึงหมู่บ้านจากท้องถ่ิน และมีงบทสจ. จังหวัด ลงมารวม 5 แสน กว่าบาท แต่งบลงมานั้นไม่ได้นามาใชป้ ระโยชน์ในการดาเนินการ งบประมาณมาแต่ไม่ถึงชาวบา้ น ไม่สอดคล้อง
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 3 126 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั กับระยะเวลา ทางอาเภอได้มีการช้ีแจงในการใช้งบประมาณแล้ว แต่ชาวบ้านยังไม่รู้ท่ีมาที่ไปของงบประมาณ ดังกล่าว ในเขตป่าสงวนฯสนับสนุนหมู่บ้านละ 2 พันบาท (หน่วยส่งเสริมการควบคุมไฟป่า) นามาใช้เป็น ค่าอาหาร ดบั ไฟปา่ ส่วนการก่อรูปให้เปน็ เครือขา่ ยนน้ั เสนอให้มีการจดั ตั้งเครอื ขา่ ยตาบล ... เริ่มจากจุดเล็กๆ และขยายไปยัง หมู่บ้าน ตาบลอ่ืนๆ จะมีประสิทธิภาพมากกว่า และสามารถดูแลผืนป่ามากกว่าหนึ่งหม่ืนไร่ขึ้นไป เกิดรูปธรรม ยอมรับจากชาวบ้านและค่อยๆมาร่วมเป็นเครือข่าย อย่างไรก็ตาม พ้ืนท่ีรอยต่อระหว่างตาบลที่ผ่านมา ยังพบว่า มีปญั หาในเรอื่ งของการไมเ่ คารพกตกิ าระหว่างหมูบ่ ้าน ความสัมพันธ์กับองค์กรต่างๆ เขตรักษาพันธุ์ฯ ชาวบ้านมีกิจกรรมทาแนวกันไฟมาร่วม แต่ไม่รู้แผนงาน งบประมาณ ไม่มีงบประมาณมาสนับสนุน มีบางหน่วยงาน หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ ที่ ลพ. 8 ไม่เคยมาร่วม กิจกรรมกับชาวบ้านในบางหมู่บ้าน แต่บางหมู่บ้านมาร่วมกิจกรรมในการลาดตะเวนในพื้นที่ท่ีมีการบุกรุกป่า โดยเฉพาะในพ้นื ทป่ี ่าอนรุ ักษ์ และการเขา้ ร่วมจดั ทาฝายแม้ว (ส่วนใหญ่มาเข้าร่วมเป็นแรง) การสนับสนนุ กองทุนชาวบ้าน บางหน่วยงานมีงบประมาณ แต่ไม่รวู้ า่ เป็นอยา่ งไร แผนงานกิจกรรม คณะกรรมการมองว่า จะทาให้งบประมาณสนับสนุนเป็นตาบล ที่เป็นภาพรวม และ นาไปใช้เป็นกองทุนในการจัดการพ้ืนที่ป่า เป็นขวัญและกาลังใจ ให้กับชาวบ้าน หลายหน่วยงานมองภาพชาวบา้ น ว่าผู้ช่วยเหลือ ความร่วมมือท่ีผ่านมา เป็นเร่ืองของการขอ ขอชาวบ้าน ขอความร่วมมือ ให้ชาวบ้านไมก่ีพันบาท แทนที่จะบูรณาการแผนงานร่วมกัน หากมีงบประมาณมาสนับสนุนจะทาให้สบายได้คร่ึงหน่ึงท่ีมีชาวบ้านร่วมดูแล เป็นหู เปน็ ตา บางคร้ังถกู มองวา่ ชาวบา้ นทาลายป่า แตช่ าวบา้ นบอกว่า ชาวบ้านจัดการดูแลรกั ษาปา่ มานาน ภายใต้งานท่ีทาร่วมกับกรมส่งเสริมฯ ขยายแนวทางมาจากดอยอินทนนท์ – สุเทพ ทาอย่างไรให้ หน่วยงาน ชาวบา้ นลกุ ข้นึ มาทางานรว่ มกัน ทาอย่างไรเปน็ เครือข่ายความร่วมมือ เรม่ิ จาก 12 หมู่บ้าน ซึง่ มีหลาย ส่วนที่จะต้องค่อยขยับและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือหรือทาให้เกิดการพูดคุยกัน มีแผนในการบริหารจัดการ เสนอต่อ ท้องถ่ิน ปา่ ไม้ ยทุ ธศาสตรจ์ ังหวัด แผนงานสาคัญ การเฝ้าระวังรอยต่อ ทุ่งหัวช้าง - ตะเคียนปม ระดับหมู่บ้านเพ่ือการจัดการท่ีสอดคล้อง กับความเป็นจริง เชน่ ทาแนวกันไฟ ทาฝาย เฝ้าระวงั ไฟปา่ แผนงานจากน้ีไป 1) การสนับสนุนภายในเดือน เมษายน สร้างไลน์กลุ่มขึ้นมา ในการติดต่อประสานงาน 2) แผนงานเครอื ขา่ ย (ทาแผนเชิงรุก) ระดบั ตาบล 3) เวทีระดบั อาเภอ 10 เมษายน
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 127 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 128 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ท่ี 3 129 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั 7.3.4 เวทหี ารือสรา้ งความเขา้ ใจระหวา่ งภาคคี นเมืองเชยี งใหม่ กบั ผแู้ ทนเครอื ข่ายภาคประชาชน วนั ที่ 2 เมษายน 2560 ณ หอศลิ ปวฒั นธรรม จงั หวดั เชยี งใหม่ เนื่องจากสถานการณ์หมอกควันที่รุนแรงข้ึนในช่วงปลายเดือนมีนาคมและเมษายน ทาให้กลุ่มคนเมือง ผู้สนใจสุขภาพ มีการรณรงค์เรียกร้องลมหายใจบริสุทธิ์ โดยให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องหาแนวทางในการแก้ไข ปัญหาให้เกิดประสิทธิภาพ รวมถึงการเรียกร้องให้ชุมชนหยุดเผาในทุกสถานการณ์ ต่อกรณีดังกล่าวโครงการ ร่วมกับมูลนิธิเพ่ือการพัฒนาท่ียั่งยืนภาคเหนือ และหอศิลป์จังหวัดเชียงใหม่จึงได้จัดเวทีหารือระหว่างาเครือข่าย ชมุ ชน โดยมผี ้แู ทนตัวแทนเครอื ข่ายมง้ ดอยสุเทพ-ปยุ และผแู้ ทนคณะกรรมการลุ่มนา้ แมเ่ ต๊ยี ะ-แม่แตะ เป็นผู้แทน ภาคประชาชนเข้าร่วมหารือถึงทางออกร่วมกัน ข้อสรุปจากเวทีพบปญั หาท่ีสาคัญ คือ การขาดพ้ืนท่ีในการส่ือสาร สร้างความเข้าใจ และคิดค้นและมาตรการแก้ไขปัญหา ที่เป็นธรรม สอดคล้องกับเงื่อนไข ของผู้มีส่วนเก่ียวข้อง หรือการทางานให้สังคมร่วมแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน โดยไม่ท้ิงใครไว้ข้างหลัง ไม่กล่าวโทษ กล่าวหาใครเพียงฝ่าย เดียว โดยไม่มองบทบาทในการแก้ไขปญั หาของตัวเอง ซ่ึงนอกจากจะไม่ทาให้เกดิ การแก้ไขปญั หาท่มี ีประสิทธิภาพ แล้ว ยังเป็นการซ้าเติมสถานการณ์ให้รุนแรงมากขึ้น ดังนั้น จึงมีข้อเสนอให้มีพื้นท่ีในการสร้างการเรียนรู้ สร้าง ปฏิบัติการ เพื่อสร้างพ้ืนท่ี platform ในการท่ีจะทาให้เกิดแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ในปี ต่อไป
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 130 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 131 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั 7.3.5 เวทหี ารือการพัฒนาแอฟรเิ คชั่น เพอ่ื เช่อื มสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มในการฟ้ืนฟู และจดั การทรัพยากร วนั ท่ี 17 มนี าคม 2561 ณ ห้องประชมุ มลู นิธเิ พอื่ การพัฒนาทย่ี ั่งยืน ภาคเหนอื เวทหี ารอื รว่ มกับคณะวิศวกรรม มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ เพ่อื สร้างชอ่ งทางในการให้คนเมอื ง คนในสังคม เขา้ มามสี ว่ นร่วมในการฟื้นฟู รว่ มจัดการไฟปา่ จดั การทรัพยากร ตามแนวทางการตอบแทนคุณนเิ วศ (PES) โดยใช้ เทคโนโลยกี ารสื่อสารเนเครื่องมือในการเชอ่ื มโยงการสนับสนุน และติดตามผลการดาเนนิ งาน โดยมีการพัฒนา ระบบขอ้ มลู และแอฟริเคชั่น ซึ่งมีเนอ้ื หาสาคัญ 2 ส่วน คอื 1) แอปพริเคช่ัน ฯ เช่ือมโยงคนเมืองและคนในสังคมให้มาร่วมฟ้ืนฟู สนับสนุนการจัดการของชุมชน รบั ผิดชอบการดาเนินงานโดย คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มช. (แอปการปลูกป่าออนไลน์) 2) แอบฟริเคชั่น และระบบข้อมูลเพ่ือการติดตามผลการจัดการระดับพื้นที่ รับผิดชอบโดย มูลนิธิเพ่ือ การพฒั นาทย่ี ่ังยนื าภาคเหนอื
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 132 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั ท้ังนี้แผนการดาเนินงานเบ้ืองตน้ จะมีการหารือเพอื่ เช่ือมโยงกับหน่วยงานสนับสนุนเริ่มต้น และ การจัดทารายละเอยี ดของโปรแกรมในชว่ งเดอื น พ.ค.ทจ่ี ะถึงน้ี
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 133 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 134 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือข่ายเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั 3.3.6 เวทตี ดิ ตามสถานการณ์และหาแนวทางความรว่ มมอื พน้ื ทบ่ี ูรณาการความรว่ มมอื ในการพฒั นาเครอื ขา่ ย อาสาสมคั รเฝา้ ระวงั ไฟป่าลดหมอกควนั เครอื ขา่ ยลุ่มน้าลตี้ อนบน อาเภอท่งุ หัวช้าง จังหวดั ลาพนู วนั ท่ี 10 เมษายน 2561 ณ หอ้ งประชมุ อาเภอทุ่งหวั ช้าง จงั หวัดลาพนู ประเดน็ การแลกเปลย่ี น 1. กล่าวตอ้ นรบั และช้ีแจงวัตถุประสงค์การประชมุ 2. ตดิ ตามสถานการณแ์ ละการจดั การไฟปา่ หมอกควันจงั หวดั ลาพูนและอาเภอทุง่ หัวช้าง 3. หารอื แนวทางการทางานรว่ มกันระหวา่ งเครือขา่ ยชาวบา้ นและหนว่ ยงาน องค์ประกอบผเู้ ข้าร่วม 1. ตัวแทนชาวบ้าน 3 ตาบล - ต. ตะเคยี นปม 12 หมทู่ ่ี - ต. บ้านปวง - ต. ทุ่งหวั ช้าง 2. ผูแ้ ทนองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลทุ่งหวั ชา้ ง 3. ผู้แทนสานักงานทรพั ยากรและสง่ิ แวดล้อมจงั หวัดลาพนู 4. ผแู้ ทนกรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ ม 5. ตวั แทนมลู นธิ พิ ัฒนาภาคเหนือ กรมส่งเสริมคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ ม พืน้ ท่จี งั หวัดลาพนู มีต้นทุนประสบการณย์ าวนานในเรือ่ งการจดั การทรพั ยากร โดยเฉพาะป่าท่งุ ยาว ลาพนู ในเร่อื งของการจดั การไฟปา่ หมอกควันทางกรมส่งเสริมคณุ ภาพสิ่งแวดล้อมมุ่งเน้นสนบั สนุนแนวทางการสรา้ ง ความร่วมมือกบั เครือข่ายต่างๆเพื่อบรู ณาการ การจัดการไฟป่าหมอกควัน โดยบทบาทหลักจะอยู่ท่ภี าคประชาชน หนว่ ยงานรฐั อปท. ภาคประชาชสังคม และอน่ื ๆเป็นผู้สนบั สนนุ พ้ืนทด่ี าเนนิ การทีผ่ า่ นมาประกอบด้วย พ้นื ท่ีดอยอนิ ทนนท์-ออบหลวง พน้ื ทีด่ อยสเุ ทพปยุ (3 อาเภอ) และ พ้ืนทีม่ อ่ นพระยาแช่ดอยพระบาท จงั หวดั ลาปาง กระบวนการทผ่ี า่ นมาคอื ทาให้ชุมชนมีแผนในระดบั พน้ื ท่ี มขี อ้ มลู ในการจดั การ ชาวบา้ นรัฐและผเู้ กยี่ วข้องเหน็ ข้อมูลการจัดการซ่งึ กันและกนั นามาสูแ่ นวทางความรว่ มมือ รวมทงั้ ยกระดบั การจัดการไฟปา่ หมอกควนั ไปสูเ่ รอ่ื งการพฒั นาคุณภาพชีวิตและการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตใิ ห้เกิด ความยงั่ ยืน
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 135 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั สถานการณไ์ ฟปา่ หมอกควนั จังหวดั ลาพนู และอาเภอทงุ่ หัวชา้ ง ภาพรวมท้งั จังหวดั ป2ี 560 เกิด Hotspot 290 จุด ปี 2561เกดิ 146 จดุ ลดลงจากปที ่ีผ่านมา สว่ นใหญ่ เกดิ ขึ้นในพนื้ ทป่ี ่า พ้ืนทเี่ กษตรเกิดนอ้ ย ในชว่ งระหวา่ งเดือนมีนาคมกอ่ นช่วงห้ามเผา ซึง่ เป็นการเผาโดยไม่ได้ ควบคมุ เป็นการจัดการเชื้อเพลงิ แบบชาวบา้ นกอ่ นการห้ามเผา พ้นื ที่เกดิ สูงสดุ คอื อาเภอล้ี อนั ดับสองคอื อาเภอทงุ่ หัวชา้ ง ซ่ึงมเี ขตตดิ ตอ่ กันและเป็นอาเภอท่มี ีพ้ืนที่ปา่ มากกว่าอาเภออน่ื ๆ ในช่วงทผี่ า่ นมามีวนั ทคี่ ่าpm10เกินค่า มาตรฐานจานวน1วนั คอื วนั ที่ 24 มีนาคม โดยภาพรวมในปี 2561จดุ ความรอนของทกุ จังหวดั ลดลง แตม่ ีข่าวเรือ่ งค่าpm10 และpm2.5 ซึง่ เป็น ประเด็นในพ้ืนทสี่ ่อื คอ่ นขา้ งมาก เนอ่ื งจากมีหมอกควันเกดิ ขึ้นทก่ี รุงเทพหลายวนั รวมถงึ จังหวดั เชียงใหมด่ ้วย สะทอ้ นใหเ้ ห็นวา่ การจดั การเรื่องนอี้ าจตอ้ งขยายจากพน้ื ทปี่ า่ มาสู่การจดั การภาคเมอื งมากข้ึน รวมถงึ การถกเรือ่ ง ค่าpm10 และpm2.5 เพื่อหาแนวทางการจัดการรว่ มกันในระยะตอ่ ไปให้เกดิ ความชัดเจนและสอดคลอ้ งกบั ความ เปน็ จรงิ การจดั การของหนว่ ยงานในพื้นท่มี ี 4 ส่วนคอื พ้นื ที่ปา่ สงวนแหง่ ชาติ เขตรักษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่า เขตหา้ มล่า สตั ว์ปา่ และเขตอุทยานแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ในเรอ่ื งการจัดการไฟป่าใน พ้นื ที่มี - สถานคี วบคมุ ไฟป่า 3 หน่วย กาลงั เจา้ หน้าที่ 70 คน - หนว่ ยสง่ เสริมการควบคมุ ไฟปา่ ลาพนู 2 หนว่ ย - หนว่ ยปอ้ งกันรักษาปา่ มเี จา้ หนา้ ที่1 คน ลูกจ้าง 2 คน - ในสว่ นของพ้นื ท่ีปา่ ชมุ ชนและพน้ื ทเ่ี กษตร มีองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินดแู ล ประเดน็ แลกเปล่ียนสาคัญ 1. การจดั การและการสนบั สนุนในระยะทผี่ า่ นมา :ส่วนใหญ่ใช้กลไกกรรมการหมู่บ้านในการจัดการ มี กฎระเบยี บร่วมกนั ในเรอ่ื งสาคญั เช่น เรือ่ งการขายไม/้ ขายบ้าน กิจกรรมหลกั ๆคอื เรื่องการทาแนวกันไฟ การเผาจดั การเช้อื เพลงิ การเฝา้ ระวงั และดบั ไฟป่า การทาเหมอื งฝาย เลยี้ งผีขนุ นา้ บวชป่า และมกี จิ กรรม รว่ ม 3 ตาบล(อาเภอ)คอื เล้ยี งผขี นุ นา้ ล้ี และประเพรแี ห่ชา้ งเผือก 2. การสนับสนนุ กองทนุ /งบประมาณจากหน่วยงาน : ท่ีผ่านมาตาบลตะเคยี นปมได้รบั การสนับสนนุ จาก องคก์ ารบริหารส่วนตาบล หมู่บา้ นละ 2,000 บ. หม่บู า้ นในเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติได้รบั การสนบั สนุน หมบู่ า้ นละ 5,000 บาท อีกทงั้ มีงบประมาณจากสานกั งานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมจังหวัด ลาพูนที่สนับสนุนผ่านทางอาเภอ แตป่ ัจจุบนั งบประมาณยงั ไม่ลงถงึ ชมุ ชน
รายงานความก้าวหน้าฉบบั ที่ 3 136 โครงการพฒั นารูปแบบการสร้างเครือขา่ ยเฝา้ ระวงั ไฟป่า ลดหมอกควนั 3. เรอ่ื งวิธีงบประมาณของหน่วยงานรฐั : ปญั หาทพ่ี บคอื ขั้นตอนเยอะ ไม่ทันสถานการณ์ งบประมาณจาก ทสจ.ป2ี 561ทผี่ ่านไปทางอาเภอยงั ไมถ่ ึงชาวบ้าน มีข้อเสนอหลายแนวทาง เช่น การสนบั สนุนผ่านองคก์ ร ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นแทนหนว่ ยงานราชการ การทาสัญญาร่วมกนั รวมทง้ั ฝากเป็นโจทยใ์ หท้ สจ.ผลักดนั หาทางออกในระดบั ของการแก้กฎระเบียบหน่วยงาน 4. การบรู ณาการกบั หนว่ ยงานรัฐและภาคส่วนอื่นๆ : การจัดการไฟป่าหมอกควันเกย่ี วข้องกับเรอื่ งอ่นื อกี หลายเรอ่ื งโดยเฉพาะเร่ือง เศรษฐกจิ ชุมชน คุณภาพชวี ติ การจัดการทรพั ยากรทยี่ ่ังยืน ดังนัน้ การทางานใน ระยะตอ่ ไปควรมภี าคส่วนอื่นๆเขา้ มาร่วมเพิ่มขึน้ เชน่ เกษตร พาณชิ ยจ์ ังหวดั หอการคา้ อปท. ทสจ. หน่วยงานป่าไม(้ เขตรกั ษาพนั ธุ์สัตวป์ ่า อทุ ยานแหง่ ชาติ ปา่ สงวนแหง่ ชาติ หนว่ ยส่งเสริมควบคุมไฟปา่ หนว่ ยป้องกนั รักษาป่า สถานคี วบคุมไฟปา่ เป็นต้น ) 5. การมสี ่วนร่วมในระดับชมุ ชน: ยังมนี ้อย ส่วนใหญเ่ ป็นหน้าท่ีของผใู้ หญ่บา้ นและกรรมการหม่บู ้าน ขอ้ จากดั คือไมม่ คี นในชมุ ชน และไม่มรี ะบบสนบั สนุนที่เพยี งพอและสอดคลอ้ ง ทาให้ไม่สามารถไปดบั ไฟได้ในกรณี ท่ไี ฟเกิดกลางคืนในพนื้ ทสี่ ูงชนั โจทก์สาคญั คอื จะสรา้ งสานกึ รว่ มให้คนในชุมชนลกุ ขน้ึ มาจัดการรว่ มกันได้ อยา่ งไร บนฐานต้นทนุ ทม่ี ที ้ังเรอื่ งการได้ประโยชนจ์ ากป่าในเร่ืองอาหารและพนื้ ทีเ่ ล้ียงสตั ว์ รวมทงั้ ความ เชือ่ ความศรัทธาต่อศาสนาท่ีเช่ือมโยงวถิ คี นกบั ป่า 6. ทศั นะเรอื่ งไฟป่าและการจดั การของคนในพน้ื ท:่ี มีอย2ู่ กรแสคอื กระแสเรอ่ื งการมองไฟปา่ เป็นวิถี ไม่ได้ มองว่าเป็นอันตราย อกี ทั้งมองวา่ มีประโยชนต์ อ่ เร่อื งอาหารและผลผลิตจากปา่ รวมถึงการจัดการหญา้ ใน ปา่ เพอ่ื เลยี้ งสตั ว์ ขณะที่อกี กระแสหนึง่ คือเรือ่ งการหา้ มเผาเด็ดขาด จะได้ไมเ่ กิดปญั หากับทางอาเภอ ซึง่ จากการแลกเปล่ียนส่วนใหญ่เหน็ วา่ ไฟป่าเปน็ วถิ ีทอี่ ยู่คชู่ ุมชนมาโดยตลอด ควรหาแนวทางการจัดการท่ี เหมาะสม เช่น การจัดการเช้อื เพลงิ แบบชงิ เผาอยา่ งเป็นระบบ ซง่ึ อาจเลอื กพ้นื ท่ที ดลองจดั การร่วมกันใน ปี 2562 7. การพฒั นาเครือขา่ ยลุ่มน้าล้ตี อนบน: เริม่ จาก 12 หมบู่ า้ นของตะเคียนปม แลว้ จงึ คอ่ ยหาชอ่ งทางขยายสู่ ตาบลทงุ่ หวั ชา้ งและตาบลบ้านปวงในบางหมู่บา้ นที่มีความพร้อม แนวทางหลกั ในระยะตอ่ ไป 1. การทดลองจดั การเชือ้ เพลงิ ในรปู แบบการชงิ เผาอย่างเป็นระบบในรอบปีต่อไป 2. การพฒั นาศกั ยภาพแกนนาเครอื ขา่ ยลมุ่ น้าลตี้ อนบน และการพฒั นาเครือข่าย 3. การจัดทาแผนการจดั การไฟป่าหมอกควันและแผนการพัฒนาคุณภาพชีวติ ท้งั ในระดบั หมบู่ ้าน ตาบล และ เครือข่าย เพื่อเสนอตอ่ องค์การบรหิ ารส่วนตาบล และหน่วยงานที่เกย่ี วข้อง(ทสจ. และหนว่ ยงานปา่ ไม้)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244