6. อานาจจาแนก (Discriminat หมา • สดั ส่วนของผลต่างระหว่างจานว (กลุ่มสูง)กบั กล่มุ ท่ีได้คะแนนน้อย ของข้อสอบในการจาแนกหรือแย คนอ่อน หรือคนที่ร้กู บั ไม่รอู้ อกจาก • แทนด้วยอกั ษร r มีค่าระหว่าง –1.0 จน • ถ้ามีค่าใกล้ 0 แปลว่า มีอานาจจาแน • ถ้ามีค่าใกล้ +1.0 แปลว่า มีอานาจจ • ข้อคาถามท่ีดีจะต้องมีค่าอานาจจาแ • ค่าติดลบข้อคาถามนัน้ จะมีอาน • ข้อคาถามท่ีดีจะต้องมีค่าอานา
tion) ายถึง ? วนผ้ตู อบถกู ในกลุ่มท่ีได้คะแนนสูง (กลุ่มตา่ ) ซึ่งแสดงถึงความสามารถ ยกความแตกต่างระหว่างคนเก่งกบั กกนั ได้ นถึง +1.0 นกน้อย จาแนกมาก แนกเป็ นบวก นาจจาแนกกลบั กนั าจจาแนกตงั้ แต่ 0.2 ขึน้ ไป และมีค่ายิ่งมากยิ่งดี
6. อานาจจาแนก (Discriminat 2.1 การหาอานาจจาแนกแบบอิงกล่มุ - เรียงคะแนนจากสงู สดุ จนถึงตา่ สดุ 1) กรณีข้อสอบแบบเลือกตอบ r = ������������ − ������������ ������������ ������������ ❖ การใช้เทคนิค 50% *นิยมใ r = ������������ − ������������ ������������ ������������ ������ ❖ การใช้เทคนิค 27% ของ จ การวิเคราะหข์ ้อสอบท่ีมีผเู้ ข้าสอบจาน ❖ การใช้เทคนิค 33% เป็นเท ข้อสอบที่มีผเู้ ข้าสอบจานวนมาก
tion) ด, แบง่ เป็น กล่มุ เก่งกบั กล่มุ อ่อน ใช้เมื่อผสู้ อบมีจานวนน้อย เช่น 30 คน จงุ เตห์ ฟาน (Jung The Fan) ใช้ได้กบั นวนมาก (ประมาณ 300 คนขึน้ ไป) ทคนิคอย่างง่าย ใช้ได้กบั การวิเคราะห์
6. อานาจจาแนก (Discriminat 2.1 การหาอานาจจาแนกแบบอิงกล่มุ 2) กรณีข้อสอบแบบอตั นัย r = σ ������������ − σ ������������ ������[������������ + ������������] ������ เมอ่ื σ ������������ แทน ผลรวม σ ������������ แทน ผลรวมข I แทน คะแนนเตม็ ������������ แทน จานวนค ������������ แทน จานวนคนใ
tion) มของคะแนนของแต่ละคนในกล่มุ สงู ของคะแนนของแต่ละคนในกล่มุ ตา่ มในข้อนัน้ คนในกล่มุ สงู ในกล่มุ ตา่
6. อานาจจาแนก (Discriminat 2.2 การหาอานาจจาแนกแบบอิงเกณ • 1) ดชั นีอานาจจาแนกของเบร ใช้ได้กบั การวิเคราะหข์ ้อสอบ B = ������������������������������ ������������������������ • 2) ดชั นีความไวของข้อสอบ** S = ������������������������������ − ������������������������ ������ เมอ่ื S คือ ค่าดชั นีความไว Rpost คือ จานวนคนตอบถ Rpre คือ จานวนคนตอบถ I คือ คะแนนเตม็ ในข้อนัน้
tion) ณฑ์ รนเนน (Brennan) หรือ B-index บที่มีผเู้ ข้าสอบจานวนมากกวา่ 300 คน −������ ������������������������������ ������������ ������������������������������ * S = σ ������������������������������ − σ ������������������������ ������(������) วในการจาแนกกล่มุ ของผสู้ อบ ถกู หลงั เรียน ถกู ก่อนเรียน น
เกณฑใ์ นการแปลความหมายขอ ความยากของข้อสอบ (P) ค 0.81 – 1.00 ง่ายมาก (ค 0.61 – 0.80 0.40 – 0.60 ค่อ 0.20 – 0.39 ป 0 – 0.19 ค่อ ยากมาก (ค ค่าอานาจจาแนกของข้อส 0.61 – 1.00 0.40 – 0.60 0.20 – 0.39 0.00 – 0.19 ตา่ กว่า 0.00
องค่าความยากและอานาจจาแนก ความหมาย ควรตดั ทิ้ง/ปรบั ปรงุ ) อนข้างง่าย ปานกลาง อนข้างยาก ควรตดั ทิ้ง/ปรบั ปรงุ ) สอบ (r) ความหมาย ดีมาก ดี พอใช้ได้ จาแนกได้ตา่ ควรตดั ทิ้ง/ปรบั ปรงุ จาแนกไม่ได้ ควรตดั ทิ้ง/ปรบั ปรงุ
ประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพของตวั ลวง หมา การจงู ใจให้มีผ้เู ลือกตอบ โดยควร ตา่ เลือกตอบมากกว่ากล่มุ ท่ีมีผลสม ความยากของตวั ลวง (PW) เท่ากบั 0.00 มากกว่า 0.00 ค่าอานาจจาแนกของข้อสอบ (rW) น้อยกว่า 0.00 (ติดลบ) ใช้ได้ เพรา เท่ากบั 0.00 ใช้ไม่ได มากกว่า 0.00 ใช้ไมไ่ ด
พของตวั ลวง ยถึง ความสามารถของตวั ลวงใน รจงู ใจให้ผ้สู อบกลุ่มท่ีมีผลสมั ฤทธ์ิ มั ฤทธ์ิสงู ความหมาย ใช้ไม่ได้ เพราะไม่มีคนเลือก ใช้ได้ เพราะมีคนเลือก ความหมาย าะลวงให้คนกล่มุ ตา่ ตอบมากกว่าคนกล่มุ สงู ด้ เพราะคนกล่มุ ตา่ ตอบเท่ากบั คนกล่มุ สงู ด้ เพราะคนกล่มุ สงู ตอบมากกว่าคนกล่มุ ตา่
ตวั อย่างก ข้อ ตวั กล่มุ สงู กล่มุ ตา่ p ที่ เลือก 1ก 3 7 ขข* 10 2 .43 ค1 4 ง- 1 จ- -
การแปลผล r การแปลผล -.29 - ข้อสอบข้อนี้มีความยากอยู่ .57 ใ น ร ะ ดับ ป า น ก ล า ง ( .43), สามารถจาแนกคนกลุ่มเก่ง -.21 และกล่มุ อ่อนออกจากกนั ได้ดี -.07 (.57) .00 - ตวั ลวง ก, ค และ ง ใช้ได้ แต่ ควรปรบั ปรงุ ตวั ลวง จ. - ข้อนี้คดั เลือกเกบ็ ไว้
ค่า P 0.80 0.20 0.20
ค่า r 1.00
7. ความเป็นปรนัย (Objectivit หมายถึง ? • คณุ ภาพของเครอื่ งมือการวิจยั ท่ีมีคณุ ลกั ษณ (1) คาถามมีความชดั เจน (2) การตรวจให้คะแนน มีเกณฑท์ ี่แน่นอน ผ (3) การแปลความหมายของคะแนน มีความ นาข้อมลู คาถามไปทดลองใช้ โ แล้วถามความเข้าใจว่าตรงต นาไปให้ครคู นอ่ืน ๆ ทด และแปลความหมายของคะแนนว ถ้าเข้าใจตรงกนั ทงั้ 3 ประ
ty) ณะ 3 ประการ คือ ผลการตรวจต้องเหมอื นกนั มถกู ต้องตามหลกั วิชาการ โดยอาจให้นักเรียนทดลองอ่าน ตามที่ผ้สู รา้ งต้องการหรือไม่ ดลองใช้ ตรวจให้คะแนน ว่าตรงตามท่ีผ้สู รา้ งต้องการหรอื ไม่ ะเดน็ กม็ ีความเป็นปรนัย
8. การสร้างและพฒั นาเครื่องม แบบวดั เจตคติ เค 6 ใน แบบทดสอบ 5 แบบสอบถาม
มอื วิจยั แบบต่าง ๆ 1 แบบบนั ทึกเอกสาร ครอื่ งมือ 2 นการวิจยั แบบสงั เกต 4 3 แบบสมั ภาษณ์
ลกั ษณะขอ้ มูล เคร รวบรวม ตวั แปร/ตวั ช้ ีวดั เคร ความรูค้ วามสามารถ แบบ ทางสมอง แบบ ความรูส้ กึ / แบบ ความคิดเห็น แบบ แบบ พฤติกรรม การปฏิบตั ิ
รอ่ื งมือ และวิธกี าร มขอ้ มูล รอื่ งมือ วิธีการ บทดสอบ การทดสอบ บสอบถาม/ การสอบถาม/ บสมั ภาษณ์ การสมั ภาษณ์ บสงั เกต การสงั เกต บประเมิน
8. การสร้างและพฒั นาเครื่องม เครอ่ื งมอื วิจยั ก 1. แบบบนั ทึกเอกสาร ความต 2. แบบสงั เกต ความต 3. แบบสมั ภาษณ์ ความ 4. แบบสอบถาม ความต 5. แบบทดสอบ ความตร 6. แบบวดั เจตคติ ความตร บางกรณ
มอื วิจยั แบบต่าง ๆ การตรวจสอบคณุ ภาพ ตรง + ความเท่ียง ตรง + ความเท่ียง มตรง + ความเที่ยง ตรง + ความเที่ยง รง + ความเที่ยง + ความยาก + อานาจจาแนก รง + ความเท่ียง ณี + (ความยาก + อานาจจาแนก)
ขนั้ ตอนการสรา้ งและพฒั นาแบบ 1. กาหนดขอบเขตและวตั ถปุ ระสงคข์ องแบบบ ข้อมลู อะไรบา้ ง 2. ระบเุ นื้อหาและตวั แปรที่ต้องการจะบนั ทึก นิยามตวั แปรและพฤติกรรมบง่ ชี้ให้ช 3. กาหนดรปู แบบของแบบบนั ทึกฯ แบบสงั เก แบบปลายเปิ ด แบบปลายปิ ด (ตรวจสอบรายการ, เล 4. ร่างและจดั เรียงข้อความ 5. ทบทวนรา่ งข้อความในด้านความครอบคล 6. ให้ผเู้ ช่ียวชาญตรวจสอบความตรงตามเนื้อ 7. ทดลองใช้แบบบนั ทึกฯ แบบสงั เกต ตรวจสอ สงั เกต/บนั ทึก (ความเท่ียงระหว่างผบู้ นั ทึกฯ 8. ปรบั ปรงุ แบบสงั เกต แบบบนั ทึก และจดั ทา
บบนั ทึกฯ และแบบสงั เกต บนั ทึกฯ แบบสงั เกต ว่าจะสร้างขึน้ เพื่อบนั ทึก ชดั เจน กต ลือกตอบ, มาตรประมาณค่า) ลมุ ตามวตั ถปุ ระสงค์ ความชดั เจนของภาษา อหา/ความตรงตามโครงสร้าง อบคณุ ภาพด้านความสอดคล้องของผลการ ฯ หรือผสู้ งั เกต) าเป็นฉบบั สมบรู ณ์เพอ่ื นาไปใช้จริง
ขนั้ ตอนการสรา้ งและพฒั นาแบ มีการกาหนดคาถามไว้เรียบร้อยแล มีลกั ษณะขนั้ ตอนการสร้างเหมือนก แบบสอบถามทกุ ประการ ไม่มีขนั้ ตอนอะไรมากมาย นักวิจยั อาจจะกาหนดแนวคาถามหร ประเด็นในการสมั ภาษณ์พิจารณา แนวคิดในการวิจยั เป็ นหลัก (ดูว่าม เป้าหมายของการวิจยั แล้วจึงสร้างแน ประเด็นกว้าง ๆ เพ่ือใช้เป็ นแนวทา หลงลืมบางประเดน็ ในการสมั ภาษณ์ได
บบสมั ภาษณ์ ล้วก่อนการสมั ภาษณ์ กบั การสร้าง รือประเดน็ การสมั ภาษณ์ไว้ล่วงหน้า าจากวตั ถปุ ระสงค์ และ/หรือกรอบ มีตัวแปรหรือประเด็นใดบ้างที่เป็ น นวคาถามเก่ียวกบั สิ่งเหล่านัน้ ไว้เป็ น างในการสมั ภาษณ์ และป้ องกนั การ ด้)
การตรวจสอบคณุ ภาพของแบบบนั ท สมั ภาษณ์ ทาได้ 2 ระยะ คือ 1. ก่อนการนาแบบบนั ทึกฯ แบบสงั เกต พิจารณา... ➢ ความตรงตามเนื้อหาหรอื ความตรง ➢ รปู แบบข้อคาถาม (มีความสอดคล้อ ➢ ความถกู ต้องของภาษา (การสะกดค ➢ ความเป็นปรนัย 2. หลงั การนาแบบบนั ทึกฯ แบบสงั เกต พิจารณา... ➢ ความเที่ยงหรอื ความสอดคล้องระห (สตู รแคปปาของโคเฮน หรือสหสมั พนั ธแ์ บ
ทึกเอกสาร แบบสงั เกต หรอื แบบ ต หรือแบบสมั ภาษณ์ไปทดลองใช้ ต้อง งตามโครงสรา้ ง องกบั กล่มุ ตวั อย่าง) คา, ความชดั เจน, ไม่กากวม) ต หรือแบบสัมภาษณ์ไปทดลองใช้ ต้อง หว่างผบู้ นั ทึกฯ ผสู้ งั เกต หรือผสู้ มั ภาษณ์ บบเพียรส์ นั )
ขนั้ ตอนการสรา้ งและพฒั นาแบ 1. กาหนดขอบเขตและจดุ ม่งุ หมายของ 2. ระบเุ นื้อหาหรือตวั แปรที่ต้องการวดั 3. กาหนดรปู แบบของคาถาม 4. รา่ งและจดั เรียงข้อคาถาม หลีกเล ก่อให้เกิดความลาเอียงในการตอบ แ 5. ตรวจสอบคณุ ภาพของข้อคาถาม (คว 6. ทดลองใช้ และ ตรวจสอบคณุ ภาพของแบบสอบถาม (ความเท่ียงด้วยวิธีสมั ประสิทธ์ิแอลฟาขอ
บบสอบถาม งแบบสอบถาม ล่ียงการถามคาถามซ้อน คาถามที่ และการใช้ประโยคปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ วามตรงตามโครงสร้าง) มทงั้ ฉบบั องครอนบาค)
ขนั้ ตอนการสรา้ งและพฒั นาแบบ 1. กาหนดจด 2. ออกแบบ การสรา้ ง 3. เขียนขอ้ ส 4. ตรวจสอบ ความเป็ นป 5. ทดลองใช้ขอ้ สอบและวิเคราะหข์ ้อสอบ อ(ทางั้นฉาบจบัจาแนคกว)ามเที่ยง (KR20, KR21), รายขอ้ 6. ปรบั ปรงุ แบบทดสอบ 7. นาแบบทดสอบไปใช้จริง
บทดสอบและแบบวดั เจตคติ ดุ ม่งุ หมายของการสอบ บการสรา้ งแบบทดสอบ งผงั ขอ้ สอบ (test blueprint) สอบ บก่อนนาไปทดลองใช้ (ความตรงตามเนื้อหา, ปรนัย) อความยากและ
กิจกรรมของโคร ให้นิ สิ ตแต่ละกลุ่มเขียนลา คณุ ภาพเครื่องมือท่ีใช้ในการวิจยั ดาเนินการตรวจสอบคณุ ภาพเคร เล่มวิจยั
รงการวิจยั กล่มุ าดับขัน้ ตอนของการตรวจสอบ ยขนาดเลก็ (Baby Thesis) จากนัน้ รื่องมือท่ีใช้ พร้อมทงั้ รายงานผลใน
การตรวจสอบความเท่ียง (R ด้วยโปรแก ตวั อย่าง จากแฟ้มขอ้ มลู dance sport s การตอบแบบประเมนิ ความพงึ พอ กีฬาบุคลากร สกอ. ครงั้ ท่ี 36 ท่ีม ระดบั จานวน 4 ดา้ น รวมทงั้ หมด คน ดงั ภาพ จงหาคา่ สมั ประสทิ ธคิ ์ ว
Reliability) ของเครอื่ งมอื วิจยั กรม SPSS satisfaction survey.sav เป็นขอ้ มลู อใจในการจดั การแข่งขนั กีฬาลีลาศ มีลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า 5 17 ขอ้ จากผูต้ อบจานวนทงั้ สน้ิ 34 วามเทย่ี งของแบบสอบถามชดุ น้ี
การตรวจสอบความเที่ยง (Reliability) ข
ของเคร่อื งมือวิจยั ด้วยโปรแกรม SPSS
การตรวจสอบความเที่ยง (Reliability) การใช้คาสงั่ ใน SPSS 1. คาสงั่ ที่ใช้ Analyze → Scale หน้าจอดงั รปู
ของเคร่ืองมือวิจยั ด้วยโปรแกรม SPSS e → Reliability Analysis จะปรากฏ
การตรวจสอบความเท่ียง (Reliability) ข การใช้คาสงั่ ใน SPSS 2. เลือกตวั แปรท่ีต้องการทดสอบห แปรทัง้ หมดตามจานวนข้อคาถามท่ีผ Items
ของเคร่อื งมือวิจยั ด้วยโปรแกรม SPSS หาค่า Reliability ในท่ีนี้คือ เลือกตวั ผู้วิจยั สร้างขึ้น แล้วย้ายมาอยู่ช่อง
การตรวจสอบความเที่ยง (Reliability) การใช้คาสงั่ ใน SPSS 3. ในช่องคาสงั่ model ให้เลือกวิธ เลือกหลายวิธี ในท่ีนี้เลือก Alpha ซึ่งเป็ แบบสอบถาม โดยคาตอบแต่ละข้อคาถ
ของเคร่ืองมือวิจยั ด้วยโปรแกรม SPSS ธีการหา reliability coefficient ซ่ึงมีให้ ปนค่าที่ใช้วดั ความสอดคล้องภายในของ ถามมีการให้คะแนนมากกว่า 1
การตรวจสอบความเที่ยง (Reliability) การใช้คาสงั่ ใน SPSS 4. คลิกท่ี Statistics จะปรากฏกรอบค ให้ระบรุ ายละเอียด ดงั รปู
) ของเครอ่ื งมือวิจยั ด้วยโปรแกรม SPSS คาสงั่ Reliability Analysis: Statistics
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169