3. ความตรง (Validity) 1. ค ตาม
ความตรง มเนื้อหา
3. ความตรง (Validity) • วดั ได้ตรงตามเนื้อหาและสาระท่ีส • วิเคราะหเ์ ชิงเหตผุ ลเปรียบเทียบก • ใช้ดลุ ยพินิจทางวิชาการของตนเอ ตดั สิน • วิธีการหาความตรงตามเนื้อหา คือ คาถามกบั จดุ ประสงค์ (Item-Objectiv แบบสารวจให้ผเู้ ช่ียวชาญพิจารณาข้อ ความตรงตามเนื้ อหา เ พฤติกรรมการเรียนร้ไู ด้ครอบคลมุ ที่ต้องการวดั
หมายถึง ? สาคญั ที่ต้องการให้วดั กบั เกณฑห์ รอื วตั ถปุ ระสงคท์ ่ีกาหนด องหรอื ผชู้ านาญการช่วยพิจารณา อ การหาดชั นีความสอดคล้องของข้อ ve Congruence : IOC) ซึ่งอาจทาเป็ น อคาถามแต่ละข้อในเคร่ืองมือวดั เป็ นความสามารถในการวัด ม เป็นตวั แทนของเนื้อหาทงั้ หมด
3. ความตรง (Validity) วิธีการตรวจสอบความตรงตาม การตรวจสอบความตรงโดยผเู้ ชี่ยวชา เพ่อื ตรวจสอบความคิดเหน็ ของผเู้ ชี่ยวชาญเ - ความสอดคล้องของข้อคาถามกบั เนื้อหาที่ต - ความสอดคล้องของข้อคาถามกบั ทฤษฎีที่ใ ขนั้ ตอนการตรวจสอบ 1) คดั เลือกผเู้ ชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ทฤษฎี ด้านก 2) ให้ผเู้ ชี่ยวชาญตรวจสอบ...... - ความเหมาะสมของนิยามของสิ่งท่ีม่งุ วดั - ความครอบคลมุ ของเนื้อหาและสดั ส่วนของ - ความสอดคล้องระหว่างข้อคาถามกบั เนื้อห 3) ให้ผเู้ ชี่ยวชาญพิจารณาความสอดคล้องระหว ตามเนื้อหา) หรือความสอดคล้องระหว่างข้อคา การคานวณค่า IOC
มเนื้อหา าญ ด้วยการคานวณค่า IOC เกี่ยวกบั ...... ต้องการวดั ใช้เป็นฐานในการสรา้ งเคร่ืองมอื การวดั และประเมินผล จานวนอย่างน้อย 3 คน งคาถามที่ใช้ หาหรอื จดุ ประสงคท์ ่ีม่งุ วดั ว่างข้อคาถามกบั เนื้อหา/จดุ ประสงค์ (ความตรง าถามกบั ทฤษฎี (ความตรงตามโครงสร้าง) ด้วย
3. ความตรง (Validity) วิธีการตรวจสอบความตรงตาม เนื้อหา จดุ ประสงค์ ข เชิงพฤติกรรม 1. ข้อใดเปร 1. จานวนเตม็ 1. นักเรียนสามารถ เตม็ ได้ถกู ต้อ เปรียบเทียบจานวน ก. -8 > 5 เตม็ ได้ถกู ต้อง ข. 0 > -2 ค. 7 < -7 ง. -3 < -6 ให้ +1 ถ้าแน่ใจว่าข้อคาถามนัน้ สอดคล้อง ให้ -1 ถา้ แน่ใจว่าข้อคาถามนัน้ ไมส่ อดคล้อ ให้ 0 ถา้ ไม่แน่ใจว่าข้อคาถามนัน้ สอดคล้อ
มเนื้อหา ระดบั ความคิดเหน็ ข้อเสนอแนะ ข้อคาถาม +1 0 -1 รียบเทียบจานวน อง งกบั เนื้อหาตามจดุ ประสงคท์ ี่ต้องการวดั องกบั เนื้อหาตามจดุ ประสงคท์ ่ีต้องการวดั องกบั เนื้อหาตามจดุ ประสงคท์ ่ีต้องการวดั
วิธีการตรวจสอบความตรงตามเน เนื้อหา จดุ ประสงค์ ความคิด เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 1 1. ............ 1. ........... 11 21- 2. ............. 2. ........... 31 41 เ3ม. อ่ื.......I.O..C. แทน ดช5ั นีควา1มสอด r แทน ผลรวมของคะแ IOC= σ ������ ������ N แทน จานวนผเู้ ชี่ยวชา การแปลผลของค่า IOC ค่า IOC ตงั้ แต่ 0.5 ขึน้ ไป แปลว่า ข้อคาถามนัน้ ว ค่า IOC ตา่ กว่า 0.5 แปลว่า ข้อคาถามนัน้ วดั ได้ไ
นื้อหา ดเหน็ ของผเู้ ชี่ยวชาญคน ที่ รวม IOC ผล 2345 1 1 1 1 5 1.00 ใช้ได้ -1 0 1 0 1 .20 ใช้ไม่ได้ 1 0 0 1 3 .60 ใช้ได้ 0 1 1 -1 2 .40 ใช้ไมไ่ ด้ ดค0ล้องระ1หว่างข1้อคาถา1มกบั เนื้อหา/จดุ ประสงค์ แนนความคิดเหน็ ของผเู้ ช่ียวชาญ าญ วดั ได้สอดคล้องกบั เนื้อหา/จดุ ประสงค์ ไมส่ อดคล้องกบั เนื้อหา/จดุ ประสงค์ จึงไมค่ วรใช้
3. ความตรง (Validity) • เป็ นคณุ สมบตั ิของเคร่ืองมือที่สามาร และโครงสรา้ งทางทฤษฎี/แนวคิดของค จิตวิทยาต่าง ๆ • เช่น - แบบวดั เชาวน์ปัญญาวดั องค์ประกอ เนื้อหา ปฏิบตั ิการ และผลผลิต - แบบวดั ความสนใจ, แบบวดั บคุ ลิกภาพ, • วิธีการหาความตรงเชิงโครงสร้าง ➔ แล้วนาผลมาวิเคราะหโ์ ดยวิธีการต่าง ➢(1) วิธีวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบ (Factor ➢(2) วิธีวิเคราะหเ์ มทริกซห์ ลากลกั ษณะ ➢(3) วิธีเทคนิคกล่มุ ร้ชู ดั (Known group ➢(4) การตดั สินโดยผเู้ ชี่ยวชาญ
รถวดั คณุ ลกั ษณะท่ีมุ่งวดั ได้ตรงตามนิ ยาม คณุ ลกั ษณะนัน้ โดยเฉพาะคณุ ลกั ษณะทาง อบครบถ้วนตามทฤษฎีของกิลฟอร์ดทงั้ 3 มิติ คือ , แบบวดั ความพึงพอใจ เป็นต้น ➔ นาเครอื่ งมือไปทดลองใช้กบั กล่มุ ตวั อย่าง ง ๆ ดงั นี้ analysis) ะ-หลายวิธี (Multi-trait multi-method: MTMM) p technique)
3. ความตรง (Validity) วิธีการตรวจสอบความตรงตามโ คณุ ลกั ษณะและความหมาย ข้อควา 1. ความคิ ดริ เร่ิ ม หมายถึง การ 1.1 ในการทางาน ดาเนินในส่ิงใหม่ท่ีแตกต่างจากการ ทาสิ่งใหม่ ๆ ได้ด้วย ทางานท่ีเป็นอย่เู ดิม 1.2 ท่านได้รบั โอกา และช่วยเหลือผ้อู ื่น 2. ความมีอิ สระในการทางาน 2.1 ท่านได้ทางานท หมายถึง การมีโอกาสได้ทางาน ชื่นชอบ ด้วยตนเอง สามารถคิดวางแผน 2.2 ท่านได้รบั โอก ปฏิ บัติ และประเมินผลงานด้วย อย่างเป็นอิสระ ตนเอง ให้ +1 ถา้ แน่ใจว่าข้อคาถาม ให้ -1 ถ้าแน่ใจว่าข้อคาถาม ให้ 0 ถา้ ไม่แน่ใจว่าข้อคาถ
โครงสรา้ ง าม ระดบั ข้อเสนอแนะ ความคิดเหน็ ท่านสามารถ ยตวั ท่านเอง +1 0 -1 าสให้บริการ น.... ที่ตวั เอง กาสให้ทางาน มนัน้ สอดคล้องกบั ทฤษฎี มนัน้ ไมส่ อดคล้องกบั ทฤษฎี ถามนัน้ สอดคล้องกบั ทฤษฎี ท่ีมา: ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง, 2551
วิธีการตรวจสอบความตรงตาม คณุ ลกั ษณะและความหมาย ข้อความ 1. ความคิ ดริเร่ิม หมายถึง 1 . 1 ใ น ก า ร ท า ง า น การดาเนิ นการในส่ิ งใหม่ที่ สามารถทาส่ิงใหม่ ๆ ไ แตกต่างจากการทางานท่ี ตวั ท่านเอง เป็นอย่เู ดิม 1.2 ท่านได้รบั โอกาสให้บ และช่วยเหลือผ้อู ่ืน 2. ความมีอิสระในการทางาน 2.1 ท่านได้ทางานที่ตวั เอ หมายถึง การมีโอกาสได้ ช่ืนชอบ ทางานด้วยตนเอง สามารถ 2.2 ท่านได้รบั โอกาสให้ท คิ ด ว า ง แ ผ น ป ฏิ บัติ แ ล ะ อย่างเป็นอิสระ ประเมินผลงานด้วยตนเอง IOC= σ ������ การแปลผลของค่า IOC ������ ค่า IOC ตงั้ แต่ 0.5 ขึน้ ไป แปล ค่า IOC ตา่ กว่า 0.5 แปลว่า ข้
มโครงสรา้ ง ความคิดเหน็ ความหมาย ของผเู้ ช่ียวชาญ IOC และการแปลผล +1 0 -1 ท่ า น 7 3 0 0.7 - วดั องค์ประกอบท่ี 1 ได้ด้วย ได้จริง - ข้อคาถามนี้ใช้ได้ บริการ 3 3 4 - 0.1 - วดั องค์ประกอบท่ี 1 ไมไ่ ด้ - ข้อคาถามนี้ใช้ไม่ได้ อง 3 4 3 ทางาน 5 3 2 ลว่า ข้อความนัน้ วดั ได้สอดคล้องกบั ทฤษฎี ขอความนัน้ วดั ไมส่ อดคล้องกบั ทฤษฎี จึงไมค่ วรใช้
3. ความตรง (Validity) • พิจารณาความสมั พนั ธข์ องเครอื่ ง • แบง่ เป็น 2 ประเภทย่อย คือ ➔ ความตรงเชิงสภาพการณ์ ห ร่วมสมยั (Concurrent Validity) ห สนใจได้ตรงตามสมรรถนะของสิ่งนั สอบที่จะบ่งชี้ได้ว่าผ้เู ข้าสอบมีความ ปัจจบุ นั เพียงใด ➔ ความตรงเชิงพยากรณ์ หรือ คว Validity) หมายถึง ความสามารถในการวดั ลกั นัน้ ท่ีจะเกิดขึน้ ในอนาคต (ศิริชยั กาญ สอบในการที่จะทานายสภาพความเป
งมือวดั นัน้ กบั เกณฑภ์ ายนอก หรือ ความตรงตามสภาพ หรือความตรง หมายถึง ความสามารถในการวดั ลกั ษณะท่ี นน้ ในสภาพปัจจุบนั เป็ นคณุ สมบตั ิของแบบ มสามารถตามเกณฑ์ท่ีกาหนดให้ในสภาพ วามตรงเชิงทานาย (Predictive กษณะที่สนใจได้ตรงตามสมรรถนะของสิ่ง ญจนวาสี, 2548) เป็นความสามารถของแบบ ป็นจริงของส่ิงที่วดั ได้ในอนาคต
3. ความตรง (Validity) ตวั อย่าง ความตรงตามสภาพ หรือ ความ ตวั อย่าง แบบสอบวดั ความผิดปกติทางจิต ความสมั พนั ธก์ นั สงู ระหว่างคะแนนท่ีได้จากกา ผเู้ ชี่ยวชาญทางด้านความผิดปกติทางจิตของเด คะแนนจากแบบสอ (Test performanc ปี 2561 คะแนนจากแบบสอ (Criterion performa ปี 2561
มตรงร่วมสมยั (Concurrent Validity) ตของเดก็ จะถือว่ามีความตรงร่วมสมยั ถ้ามี ารตอบแบบวดั กบั ผลการวินิ จฉัยของแพทย์ ดก็ อบ x ce) อบ Y RXY ance) ที่มา: ศิริชยั กาญจนวาสี, 2556
3. ความตรง (Validity) ตวั อย่าง ความตรงเชิงพยากรณ์ หรอื คว คะแนนจากแบบสอบ x t (Test performance) R ปี 2561 ตวั อย่าง สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธร์ ะหว่างคะแ การสอบก่อนเข้าเรียนต่อในสถานศึกษา (X) ก สุดท้าย (Y) มีค่าเท่ากบั 0.90 แสดงว่า คะแนน ตรงเชิงทานายสงู สามารถทานายผลสมั ฤทธ์ิทา ความถนัดทางวิชาการจึงสามารถนาไปใช้เป็ น พิจารณาเพอ่ื คดั เลือกผเู้ รียนเข้าศึกษาต่อ เป็นต
วามตรงเชิงทานาย (Predictive Validity) คะแนนจากแบบสอบ Y t (Criterion performance) ปี 2562 RXY แนนจากแบบสอบความถนัดทางวิชาการ ซึ่งทา กบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเฉลี่ยสะสมจนถึงปี นจากแบบสอบความถนัดทางวิชาการมีความ างการเรียนในอนาคตได้ คะแนนจากแบบสอบ นข้อมูลพื้นฐานส่วนหน่ึง สาหรบั ประกอบการ ต้น ที่มา: ศิริชยั กาญจนวาสี, 2556
4. ความเที่ยง (Reliability) • คณุ ภาพของเครอ่ื งมือการวิจยั ท่ีวดั ไ เหมือนเดิม (ใกล้เคียงของเดิม) ทุกค • ถ้าค่าเข้าใกล้ 1 แสดงว่ามีความเที่ย • ถ้าค่าเข้าใกล้ 0 แสดงว่ามีความเที่ย \"ความเท่ียง\" คือ ความคงเส้น ในการวดั ส่ิงของส่ิงเดียวก
หมายถงึ ? ได้คงเส้นคงวา จะวดั ซา้ ก่ีครงั้ กไ็ ด้ผล ครงั้ ยงสงู ยงตา่ นคงวา หรอื ความคงท่ีของเครือ่ งมือ กนั ในระยะเวลาต่าง ๆ กนั
4. ความเท่ียง (Reliability) 1. ความเท่ียงแบบความคงที่ 2. ความเท่ียงแบบความสมม 3. ความเที่ยงแบบวดั ความส 4. ความเที่ยงแบบอิงเกณฑ์
ท มลู สอดคลอ้ งภายใน
4. ความเท่ียง (Reliability) 1. ความมีเสถียรภาพ (Estimation of s retest method) หมายถึง ความคงเส้นคงว โดยวิธีสอบซา้ ด้วยแบบสอบเดิม (Test-retest สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธร์ ะหว่างคะแนนท่ีวดั ได ทาการวดั ซา้ สองครงั้ ในเวลาท่ีต่างกนั โดยใช้ส of correlation (สตู รการหาค่าสมั ประสิทธ์ิสหส ������ σ ������������ ������������������ = ������ σ ������������ − σ ������ เมอื่ ������������������ แทน X แทน Y แทน
หรือ การประมาณ stability) หรือ การใช้วิธีสอบซา้ (test- วาของคะแนนจากการวดั ในช่วงเวลาท่ีต่างกนั Method) มีวิธีการประมาณค่าโดยคานวณค่า ด้จากคนกลุ่มเดียวกนั ด้วยเครื่องมือเดียวกนั สตู ร Pearson’s product moment coefficient สมั พนั ธอ์ ย่างง่าย) ������ − σ ������ σ ������ ������ ������ ������ σ ������������ − σ ������ ������ น ความเที่ยงของแบบสอบทงั้ ฉบบั น คะแนนสอบครงั้ แรก น คะแนนสอบครงั้ หลงั
4. ความเท่ียง (Reliability) วิธีสอบซา้ (test- สรา้ งแบบทด นาไปทดสอบกบั ผสู้ อบ นาผลการทดสอบ หาค่าสมั ประสิทธ์ิสห ถ้าแบบทดสอบใดได้ค่า แสดงว่า แบบทดสอบนัน้ โดยทวั่ ไปเครือ่ งมือควรมีค่าค
-retest method) ดสอบ 1 ฉบบั บ 1 กลมุ่ จานวน 2 ครงั้ บท่ีได้มาวิเคราะห์ หสมั พนั ธข์ องเพียรส์ นั าความเที่ยงเข้าใกล้ 1.00 นมีคณุ สมบตั ิด้านความเท่ียง ความเที่ยงตงั้ แต่ 0.70 ขนึ้ ไป
4. ความเท่ียง (Reliability) 2. หรอื กา (Measures of equivalence สร้างแบบทดสอบ 2 ( จานวนข้อเท่ากนั ถามเนื้อหา ทาการทดสอบผสู้ อบ 1 กล่มุ ทงั้ 2 ฉบ นาผลการสอบทงั้ 2 ฉบบั มาวิเคราะหห์ า ������ σ ������������ ������������������ = ������ σ ������������ − σ
ารประมาณความเท่าเทียมหรอื ค่ขู นาน e or measures of parallel) ฉบบั ท่ีคล้ายคลึงกนั าเดียวกนั มีความยากง่ายพอๆ กนั ) บบั ในเวลาเดียวกนั หรือใกล้เคียงกนั าค่าสมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธข์ องเพียรส์ นั ������ − σ ������ σ ������ ������ ������ ������ σ ������������ − σ ������ ������
4. ความเที่ยง (Reliability) 3. (Measures of inte ใช้แบบทดสอบ 1 ฉบบั ทดสอบกบั ผ แบง่ ตรวจคะแนนทีละครึง่ ฉบบั เช่น ข้อค่-ู ข้อ นาคะแนนทงั้ 2 คร่งึ มาวิเคราะหห์ าค่าสมั ประส จะได้ค่าความเที่ยงของแบบสอ นาค่าที่ได้มาปรบั ขยายให้เตม็ ฉบบั โดยใช้สตู
ernal consistency) ผเู้ ข้าสอบ 1 ครงั้ อคี่, ครง่ึ บน-ครง่ึ ล่าง, ส่มุ สิทธ์ิสหสมั พนั ธ์ ������ σ������������ − σ ������ σ������ ������������������ = ������ σ ������������ − σ ������ ������ ������ σ ������������ − σ ������ ������ อบครึง่ ฉบบั ตรของ Spearman Brown ������������������ = ������������������������ ������ + ������������������
4. ความเที่ยง (Reliability) 3. การประมาณความเท่ียงแ (Measures of i สร้างแบบทดสอบ 1 ฉบบั ทด ข้อสอบปรนัยหรืออตั นัย ให้คะแนน คานวณด้วยส คานวณด้วยสตู ร สมั ประสิทธ์ิแอลฟา ������ = ������ ������ − σ ������������������ KR20 = ������ ������ ������ − ������ ������������������ ������−������ 3.2 Cronbach’s Alpha method 3
แบบวดั ความสอดคล้องภายใน internal consistency) ดสอบกบั คน 1 กล่มุ 1 ครงั้ นแบบ 0,1 ให้คะแนนแบบ 0,1 ทกุ ข้อมีความยากเท่ากนั สตู ร KR-20 คานวณด้วยสตู ร KR-21 ������ − σ ������������������������ KR21 = ������ ������ − ���ഥ���(������ − ���ഥ���) ������������ ������−������ ������������������ 3.3 Kuder-Richardson method
4. ความเท่ียง (Reliability) 3. การประมาณความเท่ียงแ (Measures of i สร้างแบบทดสอบ 1 ฉบบั ท ให้คะแนนแบบ 0,1 หรืออตั นัย คานวณด้วยสตู รส ������������������ = ������
แบบวดั ความสอดคล้องภายใน internal consistency) ทดสอบกบั คน 1 กล่มุ 1 ครงั้ ย หรอื มาตราส่วนประมาณค่า สมั ประสิทธ์ิแอลฟา − ������������������ ������������������
4. ความเท่ียง (Reliability) 4. การประมาณความเท่ียงแบบการวดั ความ การวดั ความสอดคล้องของคะแนนท่ีวดั ได้จ ค่ขู นาน (แบบสอบ 2 ฉบบั ) กบั วตั ถปุ ระสงคท์ มีข้อดีคือ ใช้ได้กบั แบบสอบทุกประเภทที่มีกา ครงั้ ที่ 2 ผา่ นเกณฑ์ ครงั้ ที่ 1 a ผา่ นเกณฑ์ d ไม่ผา่ นเกณฑ์ a+d รวม ������ + ������ ������������������ = ������
มคล้ายกนั (Measures of equivalence) เป็ น จากแบบสอบซ้า (วดั 2 ครงั้ ) หรือแบบสอบ ที่กาหนดไว้ ด้วยวิธีของคารเ์ วอร์ (Carwer) ซ่ึง ารประเมินแบบอิงเกณฑ์ ไม่ผา่ นเกณฑ์ รวม b a+b c c+d b+c n = a+b+c+d ������ หรอื ������ ������ ������ + ������
สมั ประสิทธ์ิค ควรมีค่าสงู จึงจะเพีย แบบสอบที่ใช้ในการทดสอบ ควรมีค่าส โดยอย่างน้อยที่สุดควรมีค่าไม่ตา่ กว่า 0.50 (โ เที่ยงตงั้ แต่ 0.70 ขึน้ ไป) กรณีที่นาผลจากการวดั ไปใช้ในการต โอกาสติดตามตรวจสอบในเร่ืองที่ได้ตดั สินไ สอบเพอ่ื สาเรจ็ การศึกษา การสอบเข้าทางาน สงู มากเป็นพิเศษ (เข้าใกล้ 1.00) กรณีที่นาผลจากการวดั ไปใช้ในการต ท่ีไม่ได้มีความสาคญั มากนัก และยงั มีโอกาส พฒั นาความก้าวหน้าของส่ิงนัน้ ได้อีก เช่น ความสามารถ การสอบวินิ จฉัย เป็ นต้น ซ่ึงค การตดั สินจะส่งผลกระทบน้อยกว่ากรณีแรก สอบที่มีค่าความเที่ยงตา่ ลงมาได้
ความเท่ียง งเท่าใด ยงพอ สมั ประสิทธ์ิความเที่ยงสงู ท่ีสดุ เท่าท่ีจะเป็นไปได้ โดยทวั่ ไปแบบสอบท่ีครสู ร้างขึ้นควรมีค่าความ ตดั สินผลทางการศึกษาท่ีมีความสาคญั และไม่มี ไปแล้ว เช่น การสอบแข่งขนั เพื่อศึกษาต่อ การ น เป็นต้น แบบสอบที่ใช้ควรต้องมีค่าความเที่ยง ตดั สินผลทางการศึกษา สติดตามตรวจสอบเพ่ือ การสอบจดั กลุ่มตาม ความคลาดเคลื่อนจาก ก จึงยินยอมให้ใช้แบบ ท่ีมา: ศิริชยั กาญจนวาสี, 2556
จากภาพ อธิบายถึงลกั ษณะ ของความตรง (validity) และความเท่ียง (reliability) ได้อย่างไรบา้ งคะ ทม่ี า: https://common
ns.wikimedia.org/wiki/File:Reliability_and_validity.svg
5. ความยาก (Difficulty) หมายถงึ ? • สดั ส่วนของจานวนคนที่ตอบข้อสอบข • ถ้าข้อนัน้ มีคนทาถกู น้อย ข้อสอบข้อ ถ้าข้อนัน้ มีคนทาถกู มาก ข้อสอบข้อ • เช่น ถ้ามีคนตอบข้อนัน้ ถกู 20 คน จ ข้อสอบข้อนัน้ จะมีค่าความยาก ค่าสดั ส่วนนี้เรียกว่า นิยมแทนด้วยตวั อกั ษร
? ข้อนัน้ ได้ถกู ต้องจากคนสอบทงั้ หมด อนัน้ กม็ ีความยากมาก อนัน้ กม็ ีความยากน้อย (ง่าย) จากคนท่ีตอบทงั้ หมด 40 คน กเท่ากบั 0.50 (20/40) (Index of Difficulty)
5. ความยาก (Difficulty) 1) กรณีข้อสอบแบบเลือกตอบ (ให้คะแ • คดั เลือกข้อสอบท่ีมีค่า p อย่รู ะหว่าง • สตู รคานวณดชั นีความยาก มีดงั นี้ P = ������ ������ เม่อื P แทน ดชั นีความยาก R แทน จานวนคนท่ีต N แทน จานวนผตู้ อบ
แนน 0, 1) ง 0.2 ถึง 0.8 ������ ������ ก ตอบข้อนัน้ ถกู (ทงั้ ในกล่มุ สงู , ปานกลาง, ตา่ ) บทงั้ หมด
5. ความยาก (Difficulty) 2) กรณีข้อสอบแบบอตั นัย P = σ ������ ������(������ เม่อื σ ������������ แทน ผลรว σ ������������ แทน ผลรวมของคะแ I แทน คะแนนเตม็ ในข้อน ������������ แทน จานวนคนในก ������������ แทน จานวนคนในกล่มุ
������������ + σ ������������ ������������ + ������������) วมของคะแนนของแต่ละคนในกล่มุ สงู แนนของแต่ละคนในกล่มุ ตา่ นัน้ กล่มุ สงู มตา่
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169