Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Published by rbanditaektrakul, 2022-01-28 13:29:37

Description: หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Search

Read the Text Version

48 ช้นั ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง • มรสุมเป็นลมประจำฤดูเกิดบริเวณเขตร้อนของโลก ซึ่งเปน็ บรเิ วณกว้างระดบั ภมู ิภาคประเทศไทยไดร้ ับผล จากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงประมาณ กลางเดือนตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ทำให้เกิดฤดู หนาว และได้รับผลจากมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ในช่วง ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือน ตุลาคมทำให้เกิดฤดูฝน ส่วนช่วงประมาณกลางเดือน กมุ ภาพันธ์จนถงึ กลางเดอื นพฤษภาคมเป็นช่วงเปลี่ยน มรสุมและประเทศไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร แสงอาทิตย์เกือบตั้งตรงและตั้งตรงประเทศไทยใน เวลาเที่ยงวัน ทำให้ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ อยา่ งเต็มท่ี อากาศจงึ รอ้ นอบอา้ วทำให้เกิดฤดรู ้อน • น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว และสึนามิ มีผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม แตกตา่ งกัน • มนุษย์ควรเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัย เช่น ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เตรียมถุงยังชีพให้ พร้อมใช้ตลอดเวลา และปฏิบัติตามคำสั่งของ ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเมื่อเกิดภัย ธรรมชาติและธรณพี บิ ัตภิ ัย • ปรากฏการณ์เรือนกระจกเกิดจากแก๊สเรือนกระจก ในชั้นบรรยากาศของโลกกักเก็บความร้อนแล้วคาย ความรอ้ นบางสว่ นกลับส่ผู วิ โลก ทำให้อากาศบนโลกมี อุณหภมู ิเหมาะสมตอ่ การดำรงชวี ิต • หากปรากฏการณ์เรอื นกระจกรุนแรงมากขนึ้ จะมผี ล ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกมนุษย์จึงควร ร่วมกันลดกิจกรรมที่กอ่ ใหเ้ กิดแก๊สเรอื นกระจก ม.1 1. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการแบ่งชั้นบรรยากาศ • โลกมีบรรยากาศห่อหุ้ม นักวิทยาศาสตร์ใช้สมบัติ และเปรียบเทียบประโยชนข์ องบรรยากาศแตล่ ะชัน้ และองค์ประกอบของบรรยากาศในการแบ่ง 2. อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแป ลง บรรยากาศของโลกออกเป็นชั้น ซึ่งแบ่งได้หลาย องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ จากขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้ รูปแบบตามเกณฑ์ที่แตกต่างกัน โดยทั่วไป 3. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนอง นักวิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และพายุหมุนเขตร้อน และผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ ตามความสูงแบ่งบรรยากาศได้เป็น 5 ชั้น ได้แก่ ชั้น สิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนให้ โทรโพสเฟียร์ชั้นสตราโตสเฟียร์ ชั้นมีโซสเฟียร์ ชั้น เหมาะสมและปลอดภยั เทอร์โมสเฟยี ร์และช้ันเอกโซสเฟยี ร์ 4. อธิบายการพยากรณ์อากาศ และพยากรณ์อากาศ • บรรยากาศแต่ละชน้ั มปี ระโยชน์ต่อสง่ิ มีชวี ิตแตกต่าง อยา่ งงา่ ยจากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้ กัน โดยชั้นโทรโพสเฟียร์มีปรากฏการณ์ลมฟา้ อากาศ 5. ตระหนักถึงคุณค่าของการพยากรณ์อากาศโดย ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตชั้นสตราโตส นำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนและการใช้ประโยชน์ เฟียร์ช่วยดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ จากคำพยากรณอ์ ากาศ ไม่ให้มายังโลกมากเกินไปชั้นมีโซสเฟียร์ช่วยชะลอ 6. อธบิ ายสถานการณแ์ ละผลกระทบการเปลย่ี นแปลง วัตถนุ อกโลกท่ผี ่านเข้ามาให้เกดิ การเผาไหม้กลายเป็น ภมู อิ ากาศโลกจากข้อมูลทร่ี วบรวมได้ วตั ถุขนาดเลก็ ลดโอกาสทจ่ี ะทำความเสียหายแก่

49 ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง 7. ตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง สิ่งมีชีวิตบนโลกชั้นเทอร์โมสเฟียร์สามารถสะท้อน ภูมิอากาศโลก โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตน คลน่ื วทิ ยุ และชนั้ เอกโซสเฟียรเ์ หมาะสำหรบั การโคจร ภายใตก้ ารเปลย่ี นแปลงภูมิอากาศโลก ของดาวเทยี มรอบโลกในระดับต่ำ • ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลาหน่ึง ของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่ กับองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่อุณหภูมิอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้นเมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดยหยาดน้ำฟ้าที่พบบ่อยในประเทศไทยได้แก่ ฝน องค์ประกอบลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณรังสีจากดวง อาทิตย์และลักษณะพื้นผิวโลกส่งผลต่ออุณหภูมิ อากาศอุณหภูมิอากาศและปริมาณไอน้ำส่งผลต่อ ความชื้น ความกดอากาศส่งผลต่อลม ความชื้นและ ลมสง่ ผลตอ่ เมฆ • พายุฝนฟ้าคะนอง เกิดจากการทีอ่ ากาศที่มีอณุ หภมู ิ และความชื้นสูงเคลื่อนที่ขึ้นสู่ระดับความสูง ที่มี อุณหภูมิต่ำลง จนกระทั่งไอน้ำในอากาศเกิดการ ควบแน่นเป็นละอองน้ำ และเกิดต่อเนื่องเป็นเมฆ ขนาดใหญ่ พายฝุ นฟา้ คะนองทำใหเ้ กิดฝนตกหนัก ลม กรรโชกแรง ฟ้าแลบฟ้าผ่า ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อชีวิตและทรพั ย์สิน • พายหุ มุนเขตรอ้ นเกดิ เหนือมหาสมุทรหรอื ทะเลทนี่ ำ้ มอี ุณหภมู ิสูงตงั้ แต่ 26-27 องศาเซลเซียสขึ้นไป ทำให้ อากาศที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูงบริเวณนั้น เคลื่อนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นบริเวณกว้าง อากาศ จากบริเวณอ่นื เคล่อื นเขา้ มาแทนท่แี ละพัดเวียนเขา้ หา ศูนย์กลางของพายุยิ่งใกล้ศูนย์กลาง อากาศจะ เคลื่อนที่พัดเวียนเกือบเป็นวงกลมและมีอัตราเร็วสูง ที่สุด พายุหมุนเขตร้อนทำให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง ฝน ตกหนักซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและ ทรัพย์สินจึงควรปฏิบัติตนให้ปลอดภัยโดยติดตาม ข่าวสารการพยากรณอ์ ากาศ และไมเ่ ขา้ ไปอยใู่ นพ้ืนท่ี ทเี่ สย่ี งภยั • การพยากรณ์อากาศเป็นการคาดการณล์ มฟา้ อากาศ ทีจ่ ะเกดิ ข้นึ ในอนาคต โดยมกี ารตรวจวดั องค์ประกอบ ลมฟ้าอากาศ การสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ประกอบลมฟ้าอากาศระหว่างพื้นที่การวิเคราะห์ ข้อมลู และสรา้ งคำพยากรณ์อากาศ • การพยากรณ์อากาศสามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้าน ต่าง ๆ เช่น การใช้ชีวิตประจำวัน การคมนาคม การเกษตร การป้องกัน และเฝ้าระวังภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ

50 ช้นั ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง • ภูมิอากาศโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยทางธรรมชาติ แต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากกิจกรรมของ มนุษย์ในการปลดปลอ่ ยแกส๊ เรอื นกระจกสบู่ รรยากาศ แกส๊ เรอื นกระจกท่ีถกู ปลดปล่อยมากทส่ี ดุ ไดแ้ ก่ แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งหมุนเวียนอยู่ในวัฏจักร คารบ์ อน • การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่นการหลอมเหลวของ น้ำแข็งขั้วโลก การเพิ่มขึ้นของระดับทะเล การ เปลี่ยนแปลงวัฏจักรน้ำการเกิดโรคอุบัติใหมแ่ ละอบุ ัติ ซ้ำ และการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น มนุษย์จึงควรเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติตนภายใต้ สถานการณ์ดังกล่าว ทั้งแนวทางการปฏิบัติตนให้ เหมาะสมและแนวทางการลดกิจกรรมที่ส่งผลต่อการ เปลย่ี นแปลงภูมิอากาศโลก ม.2 1. เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบัติ และการใช้ • เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ประโยชน์ รวมทั้งอธิบายผลกระทบจากการใช้ สภาพของซากสิ่งมีชีวิตในอดีต โดยกระบวนการทาง เชอื้ เพลิงซากดกึ ดำบรรพ์ จากขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้ เคมีและธรณีวิทยา เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ได้แก่ 2. แสดงความตระหนักถึงผลจากการใช้เชื้อเพลิงซาก ถ่านหิน หินน้ำมัน และปิโตรเลียม ซึ่งเกดิ จากวัตถตุ น้ ดึกดำบรรพ์ โดยนำเสนอแนวทางการใช้เชื้อเพลิงซาก กำเนิด และสภาพแวดล้อมการเกิดที่แตกต่างกัน ทำ ดกึ ดำบรรพ์ ให้ได้ชนิดของเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ที่มีลักษณะ 3. เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของพลังงานทดแทน สมบัติ และการนำไปใชป้ ระโยชนแ์ ตกตา่ งกัน สำหรับ แตล่ ะประเภทจากการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอแนว ปิโตรเลียมจะต้องมีการผ่านการกลั่นลำดับส่วนก่อน ทางการใชพ้ ลงั งานทดแทนท่เี หมาะสมในทอ้ งถิน่ การใช้งานเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการใช้ 4. สรา้ งแบบจำลองท่ีอธิบายโครงสร้างภายในโลกตาม ประโยชนเ์ ชือ้ เพลิงซากดกึ ดำบรรพเ์ ปน็ ทรพั ยากรท่ีใช้ องค์ประกอบทางเคมีจากข้อมลู ท่รี วบรวมได้ แล้วหมดไป เนื่องจากต้องใช้เวลานานหลายล้านปีจงึ 5. อธิบายกระบวนการผพุ งั อยู่กับที่ การกร่อนและการ จะเกดิ ขน้ึ ใหมไ่ ด้ สะสมตัวของตะกอนจากแบบจำลองรวมทั้ง • การเผาไหม้เชือ้ เพลงิ ซากดกึ ดำบรรพ์ในกิจกรรมต่าง ยกตัวอย่างผลของกระบวนการดังกล่าวที่ทำใหผ้ ิวโลก ๆ ของมนุษย์จะทำให้เกิดมลพิษทางอากาศซึ่งส่งผล เกดิ การเปลยี่ นแปลง กระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมนอกจากนี้แก๊ส 6. อธิบายลักษณะของช้ันหนา้ ตัดดินและกระบวนการ บางชนิดที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงซากดึกดำ เกิดดนิ จากแบบจำลอง รวมท้ังระบุปัจจัยท่ีทำให้ดินมี บรรพ์ เช่น แก็สคาร์บอนไดออกไซด์และไนตรัส ลกั ษณะและสมบัติแตกตา่ งกนั ออกไซด์ ยังเป็นแก๊สเรือนกระจกซึ่งส่งผลให้เกิดการ 7. ตรวจวัดสมบตั บิ างประการของดิน โดยใชเ้ คร่ืองมือ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกรุนแรงขึ้น ดังนั้นจึง ที่เหมาะสมและนำเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์ดิน ควรใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ โดยคำนึงถึงผลที่ จากขอ้ มูลสมบัตขิ องดนิ เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น เลือกใช้ 8. อธิบายปัจจัยและกระบวนการเกิดแหล่งน้ำผิวดิน พลังงานทดแทน หรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่ลดการใช้ และแหลง่ น้ำใต้ดนิ จากแบบจำลอง เช้ือเพลิงซากดึกดำบรรพ์ 9. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการใช้น้ำ และนำเสนอ • เชอ้ื เพลงิ ซากดกึ ดำบรรพ์เป็นแหล่งพลังงานท่ีสำคัญ แนวทางการใช้นำ้ อยา่ งยั่งยนื ในท้องถนิ่ ของตนเอง ในกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ เนื่องจากเชื้อเพลิงซาก ดึกดำบรรพม์ ีปรมิ าณจำกดั และมกั เพ่ิมมลภาวะใน

51 ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง 10. สร้างแบบจำลองที่อธิบายกระบวนการเกิดและ บรรยากาศมากขึ้น จึงมีการใช้พลังงานทดแทนมาก ผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่งดินถล่ม ขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์พลังงานลม พลังงานน้ำ หลมุ ยุบ แผ่นดนิ ทรุด พลังงานชีวมวลพลังงานคลื่น พลังงานความร้อนใต้ พิภพพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งพลังงานทดแทนแต่ละ ชนดิ จะมขี ้อดแี ละข้อจำกดั ท่ีแตกต่างกนั • โครงสร้างภายในโลกแบ่งออกเป็นชั้นตาม องคป์ ระกอบทางเคมี ได้แก่ เปลอื กโลก ซง่ึ อยู่นอกสุด ประกอบด้วยสารประกอบของซิลิกอนและ อะลูมิเนียมเป็นหลัก เนื้อโลกคือส่วนที่อยู่ใต้เปลือก โลกลงไปจนถึงแก่นโลก มีองค์ประกอบหลักเป็น สารประกอบของซิลิกอน แมกนีเซียมและเหล็ก และ แก่นโลกคือส่วนที่อยู่ใจกลางของโลก มีองค์ประกอบ หลักเป็นเหล็กและนิกเกิลซึ่งแต่ละชั้นมีลักษณะ แตกต่างกนั • การผุพังอยู่กับที่ การกร่อน และการสะสมตัวของ ตะกอน เป็นกระบวนการเปล่ียนแปลงทางธรณีวิทยา ทท่ี ำให้ผวิ โลกเกิดการเปลีย่ นแปลงเปน็ ภมู ลิ กั ษณ์แบบ ต่าง ๆ โดยมีปัจจัยสำคัญ คือน้ำ ลม ธารน้ำแข็ง แรง โน้มถ่วงของโลก สิ่งมีชีวิตสภาพอากาศ และปฏิกริ ิยา เคมี • การผุพังอยู่กับท่ี คือ การที่หินผุพังทำลายลงด้วย กระบวนการตา่ ง ๆ ได้แก่ ลมฟา้ อากาศกบั น้ำฝน และ รวมทั้งการกระทำของต้นไม้กับแบคทีเรีย ตลอดจน การแตกตัวทางกลศาสตร์ซึ่งมีการเพิ่มและลด อณุ หภูมสิ ลับกัน เปน็ ต้น • การกร่อน คือ กระบวนการหนึ่งหรือหลาย กระบวนการที่ทำให้สารเปลือกโลกหลุดไปละลายไป หรือกร่อนไปโดยมีตัวนำพาธรรมชาติคือ ลม น้ำ และ ธารน้ำแข็ง ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆได้แก่ ลมฟ้าอากาศ สารละลาย การครูดถูการนำพา ทั้งนี้ไม่รวมถึงการ พังทลายเป็นกลุ่มก้อน เช่น แผ่นดินถล่ม ภูเขาไฟ ระเบิด • การสะสมตัวของตะกอน คือ การสะสมตัวของวัตถุ จากการนำพาของน้ำ ลม หรือธารนำ้ แขง็ • ดนิ เกดิ จากหนิ ท่ผี ุพังตามธรรมชาติผสมคลกุ เคลา้ กบั อนิ ทรียวตั ถุทีไ่ ด้จากการเนา่ เป่ือยของซากพืชซากสัตว์ ทับถมเป็นชั้น ๆ บนผิวโลก ชั้นดินแบง่ ออกเปน็ หลาย ชน้ั ขนานหรือเกือบขนานไปกับผวิ หนา้ ดนิ แตล่ ะช้นั มี ลักษณะแตกต่างกันเนอ่ื งจากสมบตั ิทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ และลักษณะอ่ืน ๆ เช่น สี โครงสร้าง เนื้อดนิ การยดึ ตัวความเปน็ กรด-เบส สามารถสงั เกตได้จาก

52 ชนั้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง การสำรวจภาคสนาม การเรียกชื่อชั้นดินหลักจะใช้ อักษรภาษาอังกฤษตวั ใหญ่ ได้แก่ O, A, E, B, C, R • ชั้นหน้าตัดดิน เป็นชั้นดินที่มีลักษณะปรากฏให้เห็น เรยี งลำดบั เป็นชนั้ จากชัน้ บนสดุ ถึงชน้ั ลา่ งสุด • ปัจจัยที่ทำให้ดินแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะและสมบัติ แตกต่างกัน ได้แก่ วัตถุต้นกำเนิดดิน ภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิตในดิน สภาพภูมิประเทศ และระยะเวลาใน การเกดิ ดนิ • สมบัติบางประการของดนิ เชน่ เน้ือดนิ ความช้ืนดิน ค่าความเป็นกรด-เบส ธาตุอาหารในดิน สามารถ นำไปใช้ในการตัดสินใจถึงแนวทางการใช้ประโยชน์ ที่ดิน โดยอาจนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรหรือ อื่น ๆ ซึ่งดินที่ไม่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร เช่น ดินจืด ดินเปรี้ยว ดินเค็มและดินดาน อาจเกิดจาก สภาพดินตามธรรมชาติหรือการใช้ประโยชน์จะต้อง ปรบั ปรงุ ให้มีสภาพเหมาะสม เพอื่ นำไปใชป้ ระโยชน์ • แหล่งน้ำผิวดินเกิดจากน้ำฝนท่ีตกลงบนพื้นโลกไหล จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำด้วยแรงโน้มถ่วง การไหลของน้ำทำ ให้พื้นโลกเกิดการกัดเซาะเป็นร่องน้ำเช่น ลำธาร คลอง และแม่น้ำ ซึ่งร่องน้ำจะมีขนาดและรูปร่าง แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนระยะเวลาในการ กัดเซาะ ชนิดดินและหิน และลักษณะภูมิประเทศ เชน่ ความลาดชัน ความสูงตำ่ ของพนื้ ที่ เมือ่ นำ้ ไหลไป ยังบริเวณที่เป็นแอ่งจะเกิดการสะสมตัวเป็นแหล่งน้ำ เช่น บงึ ทะเลสาบทะเล และมหาสมทุ ร • แหล่งน้ำใต้ดินเกิดจากการซึมของน้ำผิวดินลงไป สะสมตวั ใต้พน้ื โลก ซ่งึ แบ่งเป็นนำ้ ในดินและน้ำบาดาล น้ำในดินเป็นน้ำที่อยู่ร่วมกับอากาศตามช่องว่าง ระหว่างเม็ดดิน ส่วนน้ำบาดาลเป็นน้ำที่ไหลซึมลึกลง ไปและถูกกักเก็บไว้ในชั้นหินหรือชั้นดิน จนอิ่มตัวไป ด้วยนำ้ • แหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดินถูกนำมาใช้ใน กิจกรรมตา่ ง ๆ ของมนุษย์ สง่ ผลต่อการจัดการการใช้ ประโยชน์น้ำและคุณภาพของแหล่งน้ำเนื่องจากการ เพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรการใช้ประโยชน์พื้นท่ใี น ด้านต่าง ๆ เช่นภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำฝนในพืน้ ทลี่ ุม่ นำ้ และแหล่งน้ำ ผิวดินไม่เพียงพอสำหรับกิจกรรมของมนุษย์ น้ำจาก แหล่งน้ำใต้ดินจึงถูกนำมาใช้มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณ น้ำใต้ดินลดลงมากจึงต้องมีการจัดการใช้น้ำอย่าง เหมาะสมและยงั่ ยนื ซ่ึงอาจทำไดโ้ ดยการจัดหาแหล่ง

53 ช้นั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง น้ำเพื่อให้มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต การจัดสรรและการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การ อนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ การป้องกันและแก้ไข ปัญหาคุณภาพนำ้ • น้ำทว่ ม การกัดเซาะชายฝ่ัง ดินถล่ม หลมุ ยบุ แผ่นดนิ ทรุด มีกระบวนการเกิดและผลกระทบที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงแก่ชีวิต และ ทรัพย์สนิ • นำ้ ทว่ ม เกิดจากพื้นทีห่ นึง่ ไดร้ บั ปรมิ าณนำ้ เกินกว่าท่ี จะกักเก็บได้ ทำให้แผ่นดินจมอยู่ใต้น้ำ โดยขึ้นอยู่กับ ปริมาณน้ำและสภาพทางธรณีวิทยาของพน้ื ท่ี • การกัดเซาะชายฝั่ง เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลง ของชายฝั่งทะเลที่เกิดขึ้นตลอดเวลาจากการกัดเซาะ ของคลื่นหรือลม ทำให้ตะกอนจากที่หนึ่งไปตกทับถม ในอีกบริเวณหนึง่ แนวของชายฝั่งเดิมจงึ เปลี่ยนแปลง ไป บรเิ วณที่มตี ะกอนเคลอื่ นเข้ามาน้อยกว่าปริมาณที่ ตะกอนเคลื่อนออกไปถือว่าเป็นบริเวณที่มีการ กั ด เซาะชายฝง่ั • ดินถล่ม เปน็ การเคลื่อนทขี่ องมวลดนิ หรือหนิ จำนวน มากลงตามลาดเขา เนื่องจากแรงโนม้ ถว่ งของโลกเป็น หลัก ซึ่งเกิดจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ความลาดชันของ พื้นที่ สภาพธรณีวิทยา ปริมาณน้ำฝน พืชปกคลุมดิน และการใชป้ ระโยชน์พืน้ ที่ • หลุมยุบ คือ แอ่งหรือหลมุ บนแผ่นดนิ ขนาดต่าง ๆท่ี อาจเกิดจากการถลม่ ของโพรงถำ้ หนิ ปูนเกลือหินใต้ดนิ หรือเกดิ จากน้ำพัดพาตะกอนลงไปในโพรงถ้ำหรือธาร นำ้ ใต้ดนิ • แผ่นดินทรุดเกิดจากการยุบตัวของชั้นดิน หรือหิน ร่วน เมื่อมวลของแข็งหรือของเหลวปริมาณมากท่ี รองรับอยู่ใต้ชั้นดินบริเวณนั้นถูกเคลื่อนย้ายออกไป โดยธรรมชาตหิ รอื โดยการกระทำของมนุษย์ ม.3 - -

54 สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือ พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบต่อชวี ิต สงั คม และสง่ิ แวดล้อม ช้นั ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.1 - - ป.2 - - ป.3 - - ป.4 - - ป.5 - - ป.6 - - ม.1 1. อธบิ ายแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยีในชวี ติ ประจำวัน • เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างหรือพัฒนาขึ้นซ่ึง และวิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการ อาจเป็นได้ทั้งชิ้นงานหรือวิธีการ เพื่อใช้แก้ปัญหา เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สนองความต้องการ หรือเพิ่มความสามารถในการ 2. ระบุปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจำวัน ทำงานของมนุษย์ รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ • ระบบทางเทคโนโลยี เป็นกลุ่มของส่วนต่าง ๆตั้งแต่ ปัญหา สองส่วนขึ้นไปประกอบเข้าด้วยกันและทำงานร่วมกนั 3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เพือ่ ให้บรรลุวัตถปุ ระสงค์ โดยในการทำงานของระบบ เปรียบเทียบ และตดั สนิ ใจเลอื กขอ้ มูลทีจ่ ำเปน็ นำเสนอ ทางเทคโนโลยีจะประกอบไปด้วยตัวป้อน (input) แนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจวางแผนและ กระบวนการ (process)และผลผลิต (output) ท่ี ดำเนนิ การแก้ปัญหา สัมพันธ์กัน นอกจากนี้ระบบทางเทคโนโลยีอาจมี 4. ทดสอบ ประเมินผล และระบุข้อบกพร่องที่เกิดข้ึน ข้อมูลย้อนกลับ(feedback) เพื่อใช้ปรับปรุงการ พรอ้ มทัง้ หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขและนำเสนอผล ทำงานไดต้ ามวตั ถปุ ระสงค์ ซึ่งการวิเคราะหร์ ะบบทาง การแกป้ ญั หา เทคโนโลยีช่วยให้เข้าใจองค์ประกอบและการทำงาน 5. ใช้ความรแู้ ละทกั ษะเกย่ี วกับวัสดุ อุปกรณ์เคร่ืองมือ ของเทคโนโลยี รวมถึงสามารถปรับปรุงให้เทคโนโลยี กลไก ไฟฟ้า หรืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อแก้ปัญหาได้อย่าง ทำงานไดต้ ามต้องการ ถูกตอ้ ง เหมาะสมและปลอดภยั • เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจบุ นั ซงึ่ มีสาเหตหุ รอื ปัจจัยมาจากหลายด้าน เช่น ปัญหา ความต้องการ ความก้าวหน้าของศาสตร์ ต่าง ๆ เศรษฐกจิ สังคม ม.2 1. คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดข้ึนโดย • สาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความก้าวหน้าของ พิจารณาจากสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการ ศาสตร์ต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และวเิ คราะห์เปรียบเทยี บ สังคม วัฒนธรรม ทำให้เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง ตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบที่ ตลอดเวลา เกดิ ขน้ึ ต่อชวี ิต สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม • เทคโนโลยีแต่ละประเภทมีผลกระทบต่อชีวิตสังคม 2. ระบุปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือท้องถ่ิน และสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน จึงต้องวิเคราะห์ สรุปกรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและ เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และตัดสินใจเลือกใช้ให้ แนวคิดท่ีเก่ยี วข้องกบั ปญั หา เหมาะสม

55 ช้ัน ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง 3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ • ปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือท้องถิ่นมี เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็นภายใต้ หลายอย่าง ขึ้นกับบริบทหรือสถานการณ์ที่ประสบ เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทางการ เชน่ ดา้ นพลังงาน สิ่งแวดลอ้ มการเกษตร การอาหาร แก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจ วางแผนขั้นตอนการทำงาน • การระบุปัญหาจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ และดำเนินการแก้ปัญหาอยา่ งเปน็ ขน้ั ตอน สถานการณ์ของปัญหาเพื่อสรุปกรอบของปัญหาแล้ว 4. ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปัญหาหรือ ดำเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ ข้อบกพรอ่ งที่เกดิ ขึน้ ภายใต้กรอบเงื่อนไขพรอ้ มท้งั หา ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนว แนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผลการ ทางการแก้ปัญหา แกป้ ัญหา • การวเิ คราะห์ เปรยี บเทยี บ และตัดสินใจเลอื กข้อมูล 5. ใชค้ วามรู้ และทักษะเกยี่ วกับวัสดุ อุปกรณ์เครื่องมอื ที่จำเป็น โดยคำนึงถึงเงื่อนไขและทรัพยากร เช่น กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแก้ปัญหาหรือ งบประมาณ เวลา ข้อมูลและสารสนเทศ วัสดุ พฒั นางานไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม และปลอดภยั เครือ่ งมอื และอปุ กรณ์ชว่ ยให้ได้แนวทางการแก้ปัญหา ท่ีเหมาะสม • การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาทำได้ หลากหลายวิธี เช่น การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ การเขียนผังงาน • การกำหนดขั้นตอนระยะเวลาในการทำงานก่อน ดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้การทำงานสำเร็จได้ ตามเป้าหมาย และลดข้อผิดพลาดของการทำงานที่ อาจเกิดข้ึน • การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบ ชิ้นงาน หรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตาม วัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา เพื่อหา ข้อบกพร่อง และดำเนนิ การปรับปรุงให้สามารถแกไ้ ข ปญั หาได้ • การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพื่อให้ ผู้อื่นเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงานและชิ้นงาน หรือวิธีการที่ได้ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การ เขียนรายงานการทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัด นทิ รรศการ • วสั ดแุ ตล่ ะประเภทมสี มบตั ิแตกต่างกนั เช่น ไมโ้ ลหะ พลาสติก จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติเพื่อเลือกใช้ให้ เหมาะสมกบั ลักษณะของงาน • การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่องกลไก ไฟฟ้า อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เช่น LED มอเตอร์ บัซเซอร์ เฟือง รอก ล้อ เพลา • อปุ กรณ์และเครือ่ งมือในการสร้างชิ้นงานหรอื พฒั นา วิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย รวมทั้งรู้จักเกบ็ รักษา

56 ช้นั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ม.3 1. วิเคราะห์สาเหตุ หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการ • เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตั้งแต่อดีต เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความสัมพันธ์ของ จนถงึ ปจั จบุ นั ซงึ่ มีสาเหตุหรอื ปัจจัยมาจากหลายด้าน เทคโนโลยีกบั ศาสตร์อื่น โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ หรือ เ ช่ น ป ั ญ ห า ห ร ื อค วา ม ต ้ องกา ร ของม นุ ษ ย์ คณิตศาสตร์ เพื่อเป็นแนวทางการแก้ปัญหาหรือ ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลง พัฒนางาน ทางด้านเศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ส่งิ แวดล้อม 2. ระบุปญั หาหรอื ความต้องการของชุมชนหรอื ทอ้ งถิ่น • เทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่น โดยเฉพาะ เพื่อพัฒนางานอาชีพ สรุปกรอบของปัญหา รวบรวม วิทยาศาสตร์ โดยวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานความรู้ที่ วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา โดย นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี และเทคโนโลยีที่ได้ คำนึงถงึ ความถูกตอ้ งด้านทรัพยส์ ินทางปญั ญา สามารถเป็นเครือ่ งมือทใ่ี ช้ในการศึกษา คน้ ควา้ เพื่อให้ 3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ ได้มาซ่ึงองคค์ วามรู้ใหม่ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็นภายใต้ • ปญั หาหรอื ความต้องการอาจพบได้ในงานอาชีพของ เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทางการ ชุมชนหรือท้องถิ่น ซึ่งอาจมีหลายด้าน เช่นด้าน แก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการที่ การเกษตร อาหาร พลังงาน การขนส่ง หลากหลาย วางแผนขั้นตอนการทำงานและ • การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาช่วยให้เข้าใจ ดำเนินการแกป้ ัญหาอย่างเปน็ ขัน้ ตอน เงื่อนไขและกรอบของปัญหาได้ชัดเจน จากนั้น 4. ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของ ดำเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ ปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นภายใต้กรอบเงื่อนไข ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนว พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอ ทางการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา • การวิเคราะห์ เปรียบเทยี บ และตัดสินใจเลือกขอ้ มูล 5. ใชค้ วามรู้ และทักษะเกย่ี วกับวัสดุ อุปกรณเ์ ครือ่ งมอื ทจ่ี ำเปน็ โดยคำนงึ ถึงทรพั ยส์ ินทางปัญญาเงอ่ื นไขและ กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องกับลักษณะ ทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลาข้อมูลและ ของงาน และปลอดภัยเพือ่ แกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน สารสนเทศ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยให้ได้แนว ทางการแกป้ ญั หาท่เี หมาะสม • การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาทำได้ หลากหลายวิธี เช่น การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ การเขยี นผังงาน • เทคนิคหรือวิธีการในการนำเสนอแนวทางการ แก้ปัญหามีหลากหลาย เช่น การใช้แผนภูมิตาราง ภาพเคลือ่ นไหว • การกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงาน ก่อนดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้การทำงานสำเร็จ ได้ตามเป้าหมาย และลดข้อผิดพลาดของการทำงานท่ี อาจเกิดขึน้ • การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบ ชิ้นงานหรือวิธีการว่า สามารถแก้ปัญหาได้ตาม วัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา เพื่อหา ขอ้ บกพร่อง และดำเนินการปรับปรุง โดยอาจทดสอบ ซำ้ เพ่อื ใหส้ ามารถแกไ้ ขปญั หาได้ • การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพื่อให้ ผู้อื่นเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงานและชิ้นงาน หรอื วิธกี ารทไ่ี ด้ ซึ่งสามารถทำไดห้ ลายวิธี เช่น การ

57 ชนั้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง เขียนรายงาน การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัด นิทรรศการ การนำเสนอผา่ นสอ่ื ออนไลน์ • วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก เซรามิก จึงต้องมีการวิเคราะหส์ มบัติ เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน • การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่องกลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED LDR มอเตอร์ เฟือง คาน รอก ลอ้ เพลา • อปุ กรณ์และเคร่ืองมือในการสรา้ งชน้ิ งานหรอื พฒั นา วิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั รวมทั้งรจู้ กั เกบ็ รกั ษา

58 สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ชั้น ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป.1 1. แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การลองผิดลองถูกการ • การแก้ปัญหาให้ประสบความสำเร็จทำได้โดยใช้ เปรียบเทียบ ขัน้ ตอนการแก้ปญั หา 2. แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรือการแก้ปัญหา • ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกมหาจุด อย่างงา่ ยโดยใชภ้ าพ สญั ลักษณ์ หรอื ขอ้ ความ แตกตา่ งของภาพ การจัดหนังสอื ใส่กระเป๋า 3. เขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใชซ้ อฟต์แวร์หรอื ส่อื • การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ทำได้โดยการเขียน 4. ใชเ้ ทคโนโลยีในการสรา้ ง จดั เก็บ เรยี กใชข้ อ้ มลู ตาม บอกเลา่ วาดภาพ หรือใชส้ ญั ลักษณ์ วัตถปุ ระสงค์ • ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกมหาจุด 5. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตาม แตกตา่ งของภาพ การจดั หนังสอื ใส่กระเป๋า ข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกัน ดูแลรักษา • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่งให้ อุปกรณ์เบือ้ งตน้ ใช้งานอย่างเหมาะสม คอมพิวเตอร์ทำงาน • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมสั่งให้ตัว ละครย้ายตำแหน่ง ยอ่ ขยายขนาด เปลย่ี นรูปร่าง • ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่นใช้ บตั รคำสงั่ แสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org • การใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีเบื้องต้น เช่น การใช้ เมาส์ คีย์บอร์ด จอสัมผัส การเปิด-ปิด อุปกรณ์ เทคโนโลยี • การใช้งานซอฟต์แวร์เบ้ืองต้น เช่น การเข้าและออก จากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การจัดเก็บการเรียกใช้ ไฟล์ ทำได้ในโปรแกรม เช่น โปรแกรมประมวลคำ โปรแกรมกราฟิก โปรแกรมนำเสนอ • การสร้างและจัดเก็บไฟล์อย่างเป็นระบบจะทำให้ เรียกใช้ คน้ หาข้อมลู ไดง้ ่ายและรวดเร็ว • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั เช่นร้จู กั ข้อมูลส่วนตวั อันตรายจากการเผยแพร่ข้อมูลสว่ นตวั แ ล ะ ไ ม ่ บ อ ก ข ้ อ ม ู ล ส ่ ว น ต ั ว ก ั บ บ ุ ค ค ล อ ื ่ น ย ก เ ว้ น ผู้ปกครองหรือครู แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อต้องการความ ชว่ ยเหลอื เก่ียวกบั การใชง้ าน • ข้อปฏิบัติในการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์ เช่น ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ ทำความสะอาดใช้ อปุ กรณอ์ ยา่ งถกู วิธี • การใช้งานอย่างเหมาะสม เช่น จัดท่านั่งให้ถูก ต้องการพักสายตาเมื่อใช้อุปกรณ์เป็นเวลานาน ระมัดระวงั อุบัติเหตจุ ากการใช้งาน

59 ชนั้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.2 1. แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรือการแก้ปัญหา • การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ทำได้โดยการเขียน อย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรอื ข้อความ บอกเล่า วาดภาพ หรอื ใชส้ ญั ลักษณ์ 2. เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ • ปัญหาอย่างงา่ ย เช่น เกมตัวต่อ 6-12 ชน้ิ การแต่งตัว และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม มาโรงเรียน 3. ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จดั หมวดหมู่ คน้ หาจัดเกบ็ • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมสั่งให้ตัว เรียกใช้ขอ้ มูลตามวัตถุประสงค์ ละครทำงานตามที่ต้องการ และตรวจสอบ 4. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตาม ขอ้ ผดิ พลาด ปรบั แกไ้ ขใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ตามทีก่ ำหนด ข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกัน ดูแลรักษา • การตรวจหาขอ้ ผิดพลาด ทำไดโ้ ดยตรวจสอบคำสงั่ ท่ี อุปกรณ์เบือ้ งตน้ ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม แจ้งข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามท่ี ต้องการใหต้ รวจสอบการทำงานทีละคำสงั่ • ซอฟต์แวร์หรือสือ่ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่นใช้ บตั รคำสัง่ แสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org • การใช้งานซอฟตแ์ วร์เบ้ืองต้น เช่น การเข้าและออก จากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การจัดเก็บการเรียกใช้ ไฟล์ การแก้ไขตกแต่งเอกสาร ทำได้ในโปรแกรม เชน่ โปรแกรมประมวลคำโปรแกรมกราฟิก โปรแกรม นำเสนอ • การสร้าง คัดลอก ย้าย ลบ เปลี่ยนชื่อ จัดหมวดหมู่ ไฟล์ และโฟลเดอร์อย่างเป็นระบบจะทำให้เรียกใช้ ค้นหาข้อมลู ไดง้ ่ายและรวดเร็ว • การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั เชน่ รู้จกั ข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการเผยแพร่ข้อมูลสว่ นตวั แ ล ะ ไ ม ่ บ อ ก ข ้ อ ม ู ล ส ่ ว น ต ั ว ก ั บ บ ุ ค ค ล อ ื ่ น ย ก เ ว้ น ผู้ปกครองหรือครู แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อต้องการความ ชว่ ยเหลอื เกยี่ วกบั การใช้งาน • ข้อปฏิบัติในการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์ เช่น ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ ทำความสะอาดใช้ อปุ กรณ์อยา่ งถูกวธิ ี • การใช้งานอย่างเหมาะสม เช่น จัดท่านั่งให้ถูก ต้องการพักสายตาเมื่อใช้อุปกรณ์เป็นเวลานาน ระมัดระวังอุบตั ิเหตจุ ากการใช้งาน ป.3 1. แสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือการแก้ปัญหา • อลั กอริทึมเปน็ ขน้ั ตอนที่ใชใ้ นการแก้ปัญหา อย่างง่ายโดยใชภ้ าพ สัญลักษณ์ หรือขอ้ ความ • การแสดงอัลกอริทึม ทำได้โดยการเขียน บอกเล่า 2. เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ วาดภาพ หรือใช้สญั ลกั ษณ์ และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม • ตัวอย่างปัญหา เช่น เกมเศรษฐี เกมบันไดงูเกม 3. ใช้อนิ เทอรเ์ น็ตคน้ หาความรู้ Tetris เกม OX การเดินไปโรงอาหารการทำความ 4. รวบรวม ประมวลผล และนำเสนอข้อมูล โดยใช้ สะอาดหอ้ งเรยี น ซอฟต์แวรต์ ามวตั ถุประสงค์ • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่งให้ 5. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตาม คอมพวิ เตอร์ทำงาน ข้อตกลงในการใชอ้ ินเทอรเ์ น็ต • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมที่สั่งให้ตัว ละครทำงานซ้ำไมส่ ้นิ สดุ

60 ชนั้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง • การตรวจหาข้อผิดพลาด ทำได้โดยตรวจสอบคำส่ัง ที่จ้งข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ ตอ้ งการใหต้ รวจสอบการทำงานทลี ะคำสงั่ • ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่นใช้ บตั รคำสงั่ แสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org • อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ช่วยให้การ ติดต่อสื่อสารทำได้สะดวกและรวดเร็วและเป็น แหล่งข้อมูลความรู้ที่ช่วยในการเรียนและการดำเนิน ชวี ิต • เวบ็ เบราวเ์ ซอรเ์ ป็นโปรแกรมสำหรับอ่านเอกสารบน เวบ็ เพจ • การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ทำได้โดยใช้ เว็บไซต์สำหรับสืบค้น และต้องกำหนดคำค้นท่ี เหมาะสมจึงจะไดข้ อ้ มูลตามต้องการ • ข้อมูลความรู้ เช่น วิธีทำอาหาร วิธีพับกระดาษเปน็ รูปต่าง ๆ ข้อมูลประวัติศาสตร์ชาติไทย(อาจเป็น ความรู้ในวชิ าอื่น ๆ หรอื เร่ืองที่เป็นประเด็นท่ีสนใจใน ช่วงเวลาน้นั ) • การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภยั ควรอยู่ในการดูแล ของครู หรอื ผูป้ กครอง • การรวบรวมขอ้ มูล ทำได้โดยกำหนดหัวขอ้ ทีต่ อ้ งการ เตรยี มอุปกรณใ์ นการจดบันทกึ • การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทียบจัดกล่มุ เรยี งลำดับ • การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตามความ เหมาะสม เช่น การบอกเล่า การทำเอกสารรายงาน การจัดทำปา้ ยประกาศ • การใช้ซอฟต์แวร์ทำงานตามวัตถุประสงค์ เช่นใช้ ซอฟต์แวร์นำเสนอ หรือซอฟต์แวร์กราฟิกสร้าง แผนภูมิรูปภาพ ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลคำทำป้าย ประกาศหรือเอกสารรายงาน ใช้ซอฟต์แวร์ตาราง ทำงานในการประมวลผลข้อมลู • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น ปกปอ้ งขอ้ มูลสว่ นตัว • ขอความช่วยเหลือจากครูหรือผู้ปกครอง เมื่อเกิด ปญั หาจากการใชง้ าน เม่อื พบขอ้ มลู หรอื บคุ คลท่ีทำให้ ไมส่ บายใจ • การปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้อินเทอรเ์ น็ตจะทำ ให้ไม่เกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่นเช่น ไม่ใช้ คำหยาบ ล้อเลียน ด่าทอ ทำให้ผู้อื่นเสียหายหรือ เสียใจ

61 ช้นั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง • ขอ้ ดีและขอ้ เสยี ในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและ การสอื่ สาร ป.4 1. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบาย • การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์หรือ การทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่าง เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ งา่ ย แก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน หรือการคาดการณ์ 2. ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ ผลลพั ธ์ ซอฟต์แวร์หรอื ส่ือ และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดและแก้ไข • สถานะเริ่มต้นของการทำงานที่แตกต่างกันจะให้ 3. ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ และประเมินความ ผลลพั ธท์ ่ีแตกต่างกนั นา่ เชื่อถือของขอ้ มลู • ตัวอย่างปัญหา เช่น เกม OX โปรแกรมที่มีการ 4. รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ คำนวณ โปรแกรมที่มีตัวละครหลายตัวและมีการ โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาใน สั่งงานที่แตกต่างหรือมีการสื่อสารระหว่างกัน การ ชวี ิตประจำวัน เดนิ ทางไปโรงเรียน โดยวธิ ีการตา่ ง ๆ 5. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิ • การออกแบบโปรแกรมอย่างง่าย เช่น การออกแบบ และหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่นแจ้ง โดยใช้ storyboard หรือการออกแบบอัลกอริทึม• ผู้เกี่ยวข้องเมือ่ พบขอ้ มลู หรอื บคุ คลที่ไม่เหมาะสม การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่งให้ คอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามความ ต้องการ หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานที ละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ถูกต้อง ให้ทำ การแก้ไขจนกวา่ จะได้ผลลพั ธท์ ี่ถกู ต้อง • ตัวอย่างโปรแกรมที่มีเรื่องราว เช่น นิทานที่มีการ โต้ตอบกับผู้ใช้ การ์ตูนสั้น เล่ากิจวัตรประจำวัน ภาพเคลอื่ นไหว • การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อ่ืน จะช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตุของปัญหาได้ดี ยิ่งขนึ้ • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่นScratch, logo • การใช้คำค้นที่ตรงประเด็น กระชับ จะทำให้ได้ผล ลพั ธ์ท่รี วดเร็วและตรงตามความต้องการ • การประเมินความนา่ เช่อื ถือของขอ้ มลู เชน่ พจิ ารณา ประเภทของเว็บไซต์ (หน่วยงานราชการสำนักข่าว องคก์ ร) ผ้เู ขียน วันท่เี ผยแพร่ขอ้ มลู การอ้างองิ • เมอ่ื ได้ข้อมลู ทีต่ ้องการจากเว็บไซต์ต่าง ๆ จะต้องนำ เนื้อหามาพิจารณา เปรียบเทียบ แล้วเลือกข้อมูลที่มี ความสอดคล้องและสมั พนั ธก์ นั • การทำรายงานหรือการนำเสนอข้อมูลจะต้องนำ ข้อมูลมาเรียบเรียง สรุป เป็นภาษาของตนเองท่ี เหมาะสมกบั กล่มุ เป้าหมายและวธิ ีการนำเสนอ(บูรณา การกับวชิ าภาษาไทย)

62 ช้นั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง • การรวบรวมขอ้ มูล ทำได้โดยกำหนดหวั ขอ้ ทตี่ ้องการ เตรยี มอุปกรณใ์ นการจดบันทึก • การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทียบจัดกลุ่ม เรยี งลำดบั การหาผลรวม • วิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกที่เป็นไปได้ประเมิน ทางเลอื ก (เปรยี บเทยี บ ตดั สิน) • การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตามความ เหมาะสม เช่น การบอกเล่า เอกสารรายงานโปสเตอร์ โปรแกรมนำเสนอ • การใช้ซอฟตแ์ วรเ์ พอ่ื แก้ปัญหาในชีวติ ประจำวันเช่น การสำรวจเมนูอาหารกลางวันโดยใช้ซอฟต์แวร์สร้าง แบบสอบถามและเก็บข้อมูล ใช้ซอฟต์แวร์ตาราง ทำงานเพื่อประมวลผลข้อมูลรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ คุณค่าทางโภชนาการและสรา้ งรายการอาหารสำหรับ ๕ วัน ใช้ซอฟต์แวร์นำเสนอผลการสำรวจรายการ อาหารท่ีเปน็ ทางเลอื กและขอ้ มลู ดา้ นโภชนาการ • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจ สทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องตน เคารพในสทิ ธิของผู้อื่นเช่น ไม่ สร้างข้อความเท็จและส่งให้ผู้อื่น ไม่สร้างความ เดือดร้อนต่อผู้อื่นโดยการส่งสแปมข้อความลูกโซ่ ส่ง ต่อโพสต์ที่มีข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นส่งคำเชิญเล่นเกม ไม่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวหรือการบา้ นของบุคคลอื่นโดย ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์/ชื่อบัญชี ของผูอ้ ืน่ • การสอ่ื สารอยา่ งมีมารยาทและรู้กาลเทศะ • การปกป้องข้อมูลส่วนตัว เช่น การออกจากระบบ เมื่อเลิกใชง้ าน ไม่บอกรหัสผ่าน ไม่บอกเลขประจำตวั ประชาชน ป.5 1. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบาย • การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ หรือ การทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่าง เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ งา่ ย แก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน หรือการคาดการณ์ 2. ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิง ผลลพั ธ์ ตรรกะอย่างงา่ ย ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข • สถานะเริ่มต้นของการทำงานที่แตกต่างกันจะให้ 3. ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและ ผลลัพธ์ที่แตกต่างกนั ทำงานร่วมกัน ประเมนิ ความน่าเช่ือถือของข้อมูล • ตัวอยา่ งปญั หา เชน่ เกม Sudoku โปรแกรมทำนาย 4. รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตัวเลข โปรแกรมสร้างรูปเรขาคณิตตามค่าข้อมูลเข้า ตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบน การจัดลำดับการทำงานบ้านในช่วงวันหยุด จัดวาง อินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาใน ของในครวั ชีวิตประจำวัน • การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียนเป็น 5. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาท ข้อความหรอื ผงั งาน เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจง้ ผูเ้ กี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรอื บคุ คลทีไ่ ม่เหมาะสม

63 ชนั้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง • การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการตรวจสอบ เงอื่ นไขท่ีครอบคลุมทกุ กรณเี พ่อื ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธท์ ถี่ ูกต้อง ตรงตามความต้องการ • หากมขี อ้ ผดิ พลาดใหต้ รวจสอบการทำงานทลี ะคำสงั่ เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไข จนกว่าจะได้ผลลัพธท์ ่ีถูกตอ้ ง • การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อื่น จะช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตุของปัญหาได้ดี ย่งิ ขึน้ • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมตรวจสอบเลขคู่ เลขคี่ โปรแกรมรับข้อมูลน้ำหนักหรือส่วนสูงแล้ว แสดงผลความสมส่วนของร่างกาย โปรแกรมสั่งให้ตวั ละครทำตามเงอ่ื นไขที่กำหนด • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่นScratch, logo • การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต และการพิจารณา ผลการคน้ หา • การติดต่อส่ือสารผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น อีเมลบล็อก โปรแกรมสนทนา • การเขียนจดหมาย (บรู ณาการกับวชิ าภาษาไทย) • การใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงาน ร่วมกัน เช่น ใช้นัดหมายในการประชุมกลุ่ม ประชาสัมพันธ์กิจกรรมในห้องเรียน การแลกเปลี่ยน ความรู้ ความคิดเห็นในการเรียน ภายใต้การดแู ลของ ครู • การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เช่น เปรียบเทียบความสอดคล้อง สมบูรณ์ของข้อมูลจาก หลายแหล่ง แหล่งต้นตอของข้อมูล ผู้เขียนวันท่ี เผยแพร่ข้อมลู • ข้อมูลที่ดีต้องมีรายละเอียดครบทุกด้าน เช่น ข้อดี และขอ้ เสยี ประโยชนแ์ ละโทษ • การรวบรวมข้อมูล ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล จะทำให้ได้สารสนเทศเพื่อใช้ในการ แก้ปญั หาหรือการตดั สินใจได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ • การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตท่ี หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผลสรา้ งทางเลอื ก ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้การแก้ปัญหาทำได้ อยา่ งรวดเร็ว ถกู ตอ้ ง และแม่นยำ • ตัวอย่างปัญหา เช่น ถ่ายภาพ และสำรวจแผนที่ใน ท้องถิ่นเพื่อนำเสนอแนวทางในการจัดการพื้นที่ว่างให้ เกิดประโยชน์ ทำแบบสำรวจความคดิ เห็นออนไลน์

64 ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง และวิเคราะห์ข้อมูล นำเสนอข้อมูลโดยการใช้ blog หรือ web page • อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทาง อินเทอร์เน็ต • มารยาทในการติดต่อส่ือสารผา่ นอินเทอร์เน็ต(บรู ณา การกับวิชาทเ่ี กีย่ วขอ้ ง) ป.6 1. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบ • การแก้ปญั หาอย่างเป็นข้นั ตอนจะช่วยใหแ้ กป้ ัญหาด้ วิธกี ารแก้ปญั หาท่พี บในชีวิตประจำวนั อยา่ งมีประสิทธภิ าพ 2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพ่ือ • การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ หรือ แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ตรวจหาข้อผิดพลาดของ เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ โปรแกรมและแก้ไข แก้ปญั หา 3. ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมี • แนวคดิ ของการทำงานแบบวนซ้ำ และเงอื่ นไข• การ ประสิทธภิ าพ พิจารณากระบวนการทำงานทีม่ ีการทำงานแบบวนซ้ำ 4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำงานร่วมกันอย่าง หรือเงื่อนไขเป็นวิธีการที่จะช่วยให้การออกแบบ ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิ วธิ ีการแก้ปัญหาเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่ • ตัวอยา่ งปัญหา เชน่ การค้นหาเลขหน้าท่ีต้องการให้ เหมาะสม เร็วที่สุด การทายเลข 1-1,000,000 โดยตอบให้ถูก ภายใน 20 คำถาม การคำนวณเวลานการเดินทาง โดยคำนงึ ถึงระยะทาง เวลาจุดหยุดพัก • การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียนเป็น ข้อความหรือผังงาน • การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร การวนซ้ำ การตรวจสอบเง่อื นไข • หากมีขอ้ ผดิ พลาดใหต้ รวจสอบการทำงานทีละคำสัง่ เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไข จนกว่าจะได้ผลลัพธท์ ่ีถกู ต้อง • การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อ่ืน จะช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตุของปัญหาได้ดี ยิ่งขึน้ • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหา ค่า ค.ร.น. เกมฝึกพมิ พ์ • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่นScratch, logo • การคน้ หาอย่างมีประสทิ ธภิ าพ เป็นการค้นหาข้อมูล ที่ได้ตรงตามความต้องการในเวลาที่รวดเร็วจาก แหล่งขอ้ มูลท่นี ่าเช่ือถอื หลายแหลง่ และขอ้ มลู มีความ สอดคล้องกนั • การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูง เช่น การใช้ตัว ดำเนินการ การระบุรูปแบบของข้อมูลหรือชนิดของ ไฟล์ • การจัดลำดับผลลัพธ์จากการค้นหาของโปรแกรม คน้ หา

65 ช้นั ตวั ชี้วัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง • การเรียบเรียง สรุปสาระสำคัญ (บูรณาการกับวิชา ภาษาไทย) • อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทาง อินเทอรเ์ นต็ แนวทางในการปอ้ งกัน • วธิ กี ำหนดรหสั ผ่าน • การกำหนดสทิ ธก์ิ ารใชง้ าน (สิทธ์ใิ นการเข้าถึง) • แนวทางการตรวจสอบและป้องกนั มัลแวร์ • อันตรายจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่อยู่บน อนิ เทอร์เน็ต ม.1 1. ออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงนามธรรมเพ่ือ • แนวคิดเชิงนามธรรม เป็นการประเมินความสำคัญ แกป้ ัญหาหรอื อธิบายการทำงานที่พบในชวี ติ จรงิ ของรายละเอียดของปัญหา แยกแยะส่วนที่เป็น 2. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่ายเพื่อแก้ปญั หา สาระสำคัญออกจากสว่ นทไ่ี ม่ใช่สาระสำคัญ ทางคณติ ศาสตร์หรอื วิทยาศาสตร์ • ตัวอย่างปัญหา เช่น ต้องการปูหญ้าในสนามตาม 3. รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ ประมวลผล ประเมินผล พื้นที่ที่กำหนด โดยหญ้าหนึ่งผืนมีความกว้าง50 นำเสนอข้อมูล และสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดย เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร จะใช้หญ้าทั้งหมดกี่ ใชซ้ อฟตแ์ วร์ หรือบริการบนอินเทอร์เนต็ ทห่ี ลากหลาย ผืน 4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ใช้สื่อและ • การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร แหล่งขอ้ มูลตามขอ้ กำหนดและขอ้ ตกลง เง่ือนไข วนซ้ำ • การออกแบบอัลกอริทึม เพื่อแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์อย่างง่าย อาจใช้แนวคิดเชิง นามธรรมในการออกแบบ เพื่อให้การแก้ปัญหามี ประสิทธภิ าพ • การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหา ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch,python, java, c • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมสมการการ เคลื่อนที่ โปรแกรมคำนวณหาพื้นทีโ่ ปรแกรมคำนวณ ดัชนีมวลกาย • การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล จะทำให้ได้ สารสนเทศเพือ่ ใช้ในการแก้ปัญหาหรือการตดั สินใจได้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ • การประมวลผลเป็นการกระทำกับข้อมูล เพื่อให้ได้ ผลลพั ธท์ มี่ คี วามหมายและมปี ระโยชนต์ ่อการนำไปใช้ งาน สามารถทำได้หลายวิธี เช่นคำนวณอัตราส่วน คำนวณคา่ เฉลี่ย • การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตท่ี หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผลสรา้ งทางเลอื ก ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่าง รวดเรว็ ถกู ต้อง และแม่นยำ

66 ช้นั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง • ตัวอย่างปัญหา เน้นการบูรณาการกับวิชาอื่นเช่น ตม้ ไขใ่ หต้ รงกบั พฤติกรรมการบริโภค ค่าดชั นมี วลกาย ของคนในท้องถิ่น การสร้างกราฟผลการทดลองและ วเิ คราะห์แนวโนม้ • ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่นการ ปกป้องความเปน็ ส่วนตัวและอตั ลักษณ์ • การจัดการอัตลักษณ์ เช่น การตั้งรหัสผ่านการ ปกปอ้ งขอ้ มลู ส่วนตวั • การพิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา เช่นละเมิด ความเป็นส่วนตัวผู้อื่น อนาจาร วิจารณ์ผู้อื่นอย่าง หยาบคาย • ข้อตกลง ข้อกำหนดในการใช้สื่อหรือแหล่งข้อมูล ตา่ ง ๆ เชน่ Creative commons ม.2 1. ออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการ • แนวคดิ เชิงคำนวณ แกป้ ัญหา หรือการทำงานที่พบในชีวิตจริง • การแก้ปัญหาโดยใชแ้ นวคิดเชิงคำนวณ 2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและ • ตัวอย่างปัญหา เช่น การเข้าแถวตามลำดับความสูง ฟงั ก์ชันในการแก้ปัญหา ใหเ้ ร็วทส่ี ุด จัดเรียงเสอ้ื ใหห้ าได้งา่ ยทีส่ ุด 3. อภิปรายองค์ประกอบและหลักการทำงานของ • ตวั ดำเนินการบลู นี ระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการสื่อสารเพ่ือ • ฟังกช์ ัน ประยกุ ตใ์ ชง้ านหรือแกป้ ัญหาเบื้องต้น • การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตรรกะ 4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีความ และฟังก์ชัน รับผิดชอบ สร้างและแสดงสิทธิในการเผยแพร่ผลงาน • การออกแบบอัลกอริทึม เพื่อแก้ปัญหาอาจใช้ แนวคิดเชิงคำนวณในการออกแบบ เพื่อให้การ แกป้ ัญหามีประสทิ ธภิ าพ • การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหา ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ • ซอฟต์แวร์ท่ใี ช้ในการเขยี นโปรแกรม เชน่ Scratch, python, java, c • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมตัดเกรดหาคำตอบ ทงั้ หมดของอสมการหลายตัวแปร • องค์ประกอบและหลักการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์ • เทคโนโลยกี ารสือ่ สาร • การประยุกตใ์ ช้งานและการแกป้ ัญหาเบ้ืองต้น • ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย โดยเลือก แนวทางปฏิบัติเมื่อพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่นแจ้ง รายงานผู้เกี่ยวข้อง ป้องกันการเข้ามาของข้อมูลที่ไม่ เหมาะสม ไม่ตอบโต้ ไมเ่ ผยแพร่ • การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ เช่น ตระหนักถงึ ผลกระทบในการเผยแพร่ขอ้ มูล • การสร้างและแสดงสิทธ์คิ วามเป็นเจ้าของผลงาน • การกำหนดสทิ ธกิ ารใช้ขอ้ มลู

67 ช้นั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ม.3 1. พัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการบูรณาการกับวิชาอื่น • ขนั้ ตอนการพัฒนาแอปพลเิ คชนั อยา่ งสรา้ งสรรค์ • Internet of Things (IoT) 2. รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอ • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน เช่น ข้อมูลและสารสนเทศตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ Scratch, python, java, c, AppInventor ซอฟตแ์ วร์หรือบรกิ ารบนอินเทอรเ์ นต็ ทีห่ ลากหลาย • ตัวอย่างแอปพลิเคชัน เช่น โปรแกรมแปลงสกุลเงิน 3. ประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื ของข้อมูล วเิ คราะหส์ ่อื และ โปรแกรมผันเสียงวรรณยุกต์ โปรแกรมจำลองการ ผลกระทบจากการให้ข่าวสารที่ผิด เพื่อการใช้งาน แบ่งเซลล์ ระบบรดนำ้ อตั โนมตั ิ อย่างรูเ้ ท่าทนั • การรวบรวมข้อมลู จากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติย 4. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย และมคี วาม ภูมิ ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผลจะทำให้ รับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับ ไดส้ ารสนเทศเพือ่ ใชใ้ นการแกป้ ัญหาหรือการตัดสินใจ คอมพิวเตอร์ ใช้ลิขสทิ ธิข์ องผู้อ่นื โดยชอบธรรม ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ • การประมวลผลเป็นการกระทำกับข้อมูล เพื่อให้ได้ ผลลัพธท์ ม่ี ีความหมายและมีประโยชน์ตอ่ การนำไปใช้ งาน • การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตท่ี หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผลสรา้ งทางเลอื ก ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่าง รวดเรว็ ถูกตอ้ ง และแมน่ ยำ • ตัวอย่างปัญหา เช่น การเลือกโปรโมชันโทรศัพท์ให้ เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งาน สินค้าเกษตรที่ต้องก การและสามารถปลูกได้ในสภาพดินของทอ้ งถ่นิ • การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เช่น ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล โดยเทียบเคียงจากข้อมูล หลายแหล่ง แยกแยะข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและ ข้อคดิ เห็น หรอื ใช้ PROMPT • การสบื ค้น หาแหลง่ ตน้ ตอของขอ้ มูล • เหตุผลวบิ ัติ (logical fallacy) • ผลกระทบจากข่าวสารทผ่ี ิดพลาด • การรู้เท่าทันสื่อ เช่น การวิเคราะห์ถึงจุดประสงค์ ของข้อมูลและผู้ให้ข้อมูล ตีความ แยกแยะเนื้อหา สาระของสื่อ เลือกแนวปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมเมื่อ พบข้อมลู ต่าง ๆ • การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั เช่นการ ทำธุรกรรมออนไลน์ การซื้อสินค้าซื้อซอฟต์แวร์ ค่าบรกิ ารสมาชิก ซอ้ื ไอเท็ม • การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ เช่น ไม่สร้างข่าวลวง ไม่แชร์ข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง • กฎหมายเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ • การใชล้ ิขสทิ ธ์ขิ องผู้อ่นื โดยชอบธรรม (fair use)

68 รายวิชาท่ีเปดิ สอน รำยวิชำพืน้ ฐำนและเพมิ่ เติม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ระดับประถมศกึ ษา รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ระดบั ชัน้ รหัส ช่ือรายวชิ า เวลาเรยี นรายปี ช้นั ป. 1 ว11101 วทิ ยาศาสตร์ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ (80/ปี) ชนั้ ป. 2 ว12101 วิทยาศาสตร์ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ (80/ปี) ชั้น ป. 3 ว13101 วิทยาศาสตร์ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ (80/ปี) ชน้ั ป. 4 ว14101 วทิ ยาศาสตร์ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (80/ปี) ชั้น ป. 5 ว15101 วิทยาศาสตร์ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (80/ปี) ชั้น ป. 6 ว16101 วิทยาศาสตร์ 2 ช่วั โมง/สัปดาห์ (80/ปี) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น รายวิชาวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ระดับช้ัน รหสั ชื่อรายวิชา เวลาเรียนรายภาค ชั้น ม. 1 ว21101 วทิ ยาศาสตร์ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (1.5 หนว่ ยกติ ) ชน้ั ม. 2 ว21102 ออกแบบฯ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ (0.5 หนว่ ยกิต) ว21103 วทิ ยาศาสตร์ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (1.5 หนว่ ยกิต) ช้ัน ม. 3 ว21104 วิทยาการคำนวณ 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (0.5 หนว่ ยกติ ) ว22101 วิทยาศาสตร์ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (1.5 หนว่ ยกติ ) ว22102 ออกแบบฯ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ (0.5 หนว่ ยกิต) ว22103 วทิ ยาศาสตร์ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ (1.5 หนว่ ยกิต) ว22104 วทิ ยาการคำนวณ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ (0.5 หน่วยกิต) ว23101 วิทยาศาสตร์ 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกิต) ว23102 ออกแบบฯ 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ (0.5 หน่วยกติ ) ว23103 วิทยาศาสตร์ 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกติ ) ว23104 วิทยาการคำนวณ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (0.5 หน่วยกิต)

69 รำยวชิ ำเพมิ่ เติมช้ันประถมศึกษำปี ที่ 1 ระดับชั้น รหัส ชื่อรายวชิ า เวลาเรยี นรายภาค ชัน้ ป. 1 ว11201 เทคโนโลยีเพ่ิมเติม 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (0.5 หน่วยกิต) รำยวิชำเพมิ่ เติมช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 2 ระดับชน้ั รหสั ช่ือรายวิชา เวลาเรยี นรายภาค ชัน้ ป. 2 ว12201 เทคโนโลยีเพม่ิ เติม 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ (0.5 หน่วยกติ ) รำยวิชำเพม่ิ เตมิ ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 3 ระดบั ช้นั รหัส ช่ือรายวิชา เวลาเรียนรายภาค ชน้ั ป. 3 ว13201 เทคโนโลยเี พิม่ เตมิ 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (0.5 หน่วยกติ ) รำยวิชำเพมิ่ เติมช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 4 ระดบั ชั้น รหัส ชอื่ รายวิชา เวลาเรียนรายภาค ชั้น ป. 4 ว14201 วิทยาศาสตร์เพ่ิมเตมิ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ (0.5 หนว่ ยกิต) รำยวิชำเพม่ิ เตมิ ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 5 ระดบั ชน้ั รหัส ชื่อรายวชิ า เวลาเรียนรายภาค ชนั้ ป. 5 ว15201 วทิ ยาศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (0.5 หน่วยกติ ) รำยวชิ ำเพมิ่ เติมช้ันประถมศึกษำปี ที่ 6 ระดับชัน้ รหัส ชอ่ื รายวชิ า เวลาเรยี นรายภาค ชั้น ป. 6 ว16201 วทิ ยาศาสตรเ์ พิ่มเติม 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (0.5 หน่วยกติ )

รำยวิชำเพม่ิ เติมช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี 1 70 ระดับชน้ั รหัส ชื่อรายวิชา เวลาเรยี นรายภาค ช้นั ม. 1 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ (0.5 หน่วยกิต) ว21201 เทคโนโลยี 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (0.5 หน่วยกติ ) ว21202 สบื ค้นข้อมลู รำยวิชำเพม่ิ เติมช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี 2 ระดับช้ัน รหัส ชื่อรายวิชา เวลาเรยี นรายภาค ช้นั ม. 1 ว22201 เทคโนโลยี 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ (0.5 หนว่ ยกิต) ว22202 สบื คน้ ข้อมูล 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (0.5 หนว่ ยกิต) รำยวชิ ำเพมิ่ เตมิ ช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี 3 ระดับช้ัน รหัส ชือ่ รายวิชา เวลาเรยี นรายภาค ชน้ั ม. 1 ว23201 เทคโนโลยี 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ (0.5 หน่วยกิต) ว23202 สบื ค้นข้อมูล 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ (0.5 หน่วยกติ )

71 คำอธิบำยรำยวิชำและโครงสร้ำงรำยวิชำพื้นฐำน คำอธิบายรายวิชา รหสั วชิ า ว 11101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ เวลา 80 ชวั่ โมง/ปี คำอธบิ ายรายวิชา ระบชุ ือ่ พชื และสัตวท์ อี่ าศัยอยบู่ ริเวณต่าง ๆ จากข้อมลู ทรี่ วบรวมได้ บอกสภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสม กับการดำรงชีวิตของสัตว์ในบริเวณที่อาศัยอยู่ ระบุชื่อ บรรยายลักษณะและบอกหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกายมนุษย์ สัตว์ และพืช รวมทั้งบรรยายการทำหน้าที่ร่วมกันของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ในการทำ กิจกรรมต่าง ๆ อธิบายสมบัติที่สังเกตได้ของวัสดทุ ี่ใช้ทำวัตถุซึ่งทำจากวัสดุชนิดเดียวหรือหลายชนิดประกอบ กันโดยใช้หลกั ฐานเชิงประจักษ์ ระบุชนิดของวัสดุและจัดกลุ่มวัสดุตามสมบัติที่สังเกตได้ บรรยายการเกิดเสียงและ ทิศทางการ เคลื่อนที่ของเสียงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้าในเวลากลางวัน และกลางคืนจาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ อธิบายสาเหตุที่มองไม่เห็นดาวส่วนใหญ่ ในเวลากลางวันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ อธบิ ายลักษณะภายนอกของหนิ ลกั ษณะเฉพาะตัวทีส่ งั เกตได้ สามารถบรรยาย อธิบาย สังเกต การแก้ไขปัญหา หรือสร้างสรรค์พัฒนางานในชีวิตจรงิ ได้ ซึ่งเน้น การเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และให้มีทักษะสำคัญ ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ตระหนักถึงความสำคัญของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตนเอง โดยการดูแล สว่ นตา่ ง ๆ อย่างถกู ตอ้ ง ใหป้ ลอดภยั และรกั ษาความสะอาดอยู่เสมอ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ การคิด และมีส่วนร่วมในการเรยี นรู้ทุกขั้นตอน รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์และเจตคติท่ีดีตอ่ การเรียนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั มาตรฐานและตัวชี้วดั ว1.1 ป1/1 ป1/2 ว1.2 ป1/1 ป1/2 ว2.1 ป1/1 ป1/2 ว2.3 ป1/1 ว3.1 ป1/1 ป1/2 ว3.2 ป1/1 รวม 10 ตวั ชีว้ ัด

72 คำอธิบายรายวชิ า รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว12101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 เวลาเรียน 80 ชวั่ โมง คำอธิบายรายวชิ า ศึกษาและวิเคราะห์ลักษณะของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ความจำเป็นของแสงและน้ำต่อการ เจริญเตบิ โตของพืช วัฎจักรชวี ิตของพืชดอก สมบตั ิการดดู ซบั นำ้ ของวัสดุและการนำไปใช้ประโยชน์ สมบัติของ วัสดุท่ีเกิดจากการนำวัสดุมาผสมกัน การเลือกวัสดมุ าใชท้ ำวตั ถตุ ามสมบัติของวสั ดุ การนำวัสดทุ ่ีใช้แล้วกลับมา ใช้ใหม่ การเคลื่อนที่ของแสง การมองเห็นวัตถุ การป้องกันอันตรายจากการมองวัตถุในบรเิ วณที่มแี สงสว่างไม่ เหมาะสม ส่วนประกอบและการจำแนกชนิดของดิน การใช้ประโยชนจ์ ากดนิ ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต จำแนกประเภท รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบายผลการสำรวจ ตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและมีทักษะกา ร เรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 ในด้านการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารเบื้องตน้ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มคี วามคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานร่วมกบั ผู้อื่น ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต มีจิต วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม ตวั ชี้วดั ว 1.2 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ว 1.3 ป.2/1 ว 2.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ว 2.3 ป.2/1 ป.2/2 ว 3.2 ป.2/1 ป.2/2 รวมท้ังหมด 12 ตัวชี้วดั

ว13101 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 73 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เวลา 80 ชัว่ โมง/ปี ศึกษา วิเคราะห์ สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ อธิบายว่า วัตถุประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนย่อย ๆ ซึ่งสามารถแยกออกจากกันได้และประกอบกันเป็นวัตถุชิ้นใหม่ได้ การ เปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำให้ร้อนขึ้นหรือทำให้เย็นลง โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ยกตัวอย่างการเปลี่ยน พลังงานหนึ่งไปเป็นอีกพลังงานหนึ่งได้ สามารถบรรยายการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและระบุแพล่ง พลังงานในการผลิตไฟฟ้า อธิบายแบบรูปเสน้ ทางการขึน้ และตก ของดวงอาทิตย์ สาเหตุการเกิดปรากฏการณ์ การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกำหนดทิศ โดยใช้แบบจำลอง อธิบายการ เกิดลม ประโยชน์และโทษของลมได้ ทั้งนี้โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้น ข้อมูลและการอภิปราย สร้างแบบจำลองและเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์บางชนิดได้ จำแนกวัตถุโดยใช้ การดึงดูดกับแม่เหลก็ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตประจำวนั มี จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทเี่ หมาะสม ตระหนกั ถึงคุณค่าของสิ่งมีชีวิต ทุกชนดิ บนโลก ตัวชี้วดั ว 1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ว 2.1 ป.3/1, ป.3/2 ว 2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ว 2.3 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ว 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ว 3.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 รวม 20 ตัวช้ีวัด

74 คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ว 14101 วิทยาศาสตร์ 4 กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 เวลา 120 ชวั่ โมง น้ำหนกั 3.0 หนว่ ยกติ ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดกลุ่มของสิ่งมีชีวิต การจำแนกพืชดอกและพืชไม่มีดอก การจำแนก สัตว์มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง หน้าที่ของ ส่วนต่าง ๆ ของพืชดอก ผลของแรงโน้มถ่วงของโลก การใช้เครื่องชั่งสปริงวัดน้ำหนักของวัตถุ มวลของวัตถุมี ผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ การจำแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และ วตั ถทุ บึ แสง สมบัตทิ างกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวสั ดุ การ นำสมบัติทางกายภาพของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน สมบัติของสสารทั้ง 3 สถานะ จากข้อมูลที่ได้จากการ สังเกตมวล การต้องการที่อยู่ รูปร่าง และปริมาตรของสสาร รวมทั้งการใช้เครื่องมือเพื่อวัดมวลและปริมาตร ของสสารทั้ง 3 สถานะ สร้างแบบจำลององค์ประกอบของระบบสุริยะ และคาบการโคจรของดาวเคราะห์ต่าง ๆ จากแบบจำลอง แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของดวงจันทร์ สร้างแบบจำลองที่อธิบายแบบรูปการ เปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏการณ์ของดวงจนั ทร์ และพยากรณร์ ูปรา่ งปรากฏของดวงจนั ทร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นำไปใช้อธิบาย แก้ไขปัญหา หรือสร้างสรรค์พัฒนางานในชีวิต จริงได้ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ และการ แก้ปัญหาท่ีหลากหลายรกั ในวิชาวทิ ยาศาสตร์ มีทกั ษะวิทยาศาสตร์ เกดิ ความรู้ ความคิด เกิดความเขา้ ใจ มจี ติ วทิ ยาศาสตรส์ ามารถ สื่อสารส่งิ ท่เี รียนรู้ สามารถตดั สนิ ใจ มีทักษะในการดำรงชวี ิต และนำความรู้ไปปรับใช้ ในชีวิตประจำวันได้อย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม ตวั ชี้วัด ป.4/1 ว 1.2 → ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ว 1.3 → ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 ว 2.1 → ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ว 2.2 → ป.4/1 ว 2.3 → ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ว 3.1 → ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 ว 4.2 → รวม 21 ตัวช้ีวัด

75 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน ว 15101 วิทยาศาสตร์ 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 120 ชวั่ โมง น้ำหนกั 3.0 หน่วยกติ ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับแหล่งที่ ความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต โซ่อาหารและบทบาทหน้าที่ของ สิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตของ สิ่งมีชีวิต ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีมีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ ลักษณะที่คล้ายคลึง กันของตนเองกับพ่อแม่ การหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุอยู่นิ่ง การเขียน แผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยูใ่ นแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ การใช้เครื่องชั่งสปริงใน การวดั แรงทกี่ ระทำต่อวตั ถุ การใช้เคร่อื งชง่ั สปรงิ ในการวัดแรงทีก่ ระทำต่อวัตถุ ผลของแรงเสยี ดทานที่มีต่อการ เปล่ียนแปลงการเคลอื่ นท่ีของวัตถุ การเขียนแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงที่อยใู่ นแนวเดยี วกันที่กระทำ ต่อวัตถุ การได้ยินเสียงผ่านตัวกลาง ลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่ำ เสียงดัง เสียงค่อย การวัดระดับ เสียงโดยใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง และเสนอแนวทางในการหลีกเลี่ยงและลดมลพิษทางเสียง การเปลี่ยน สถานะของสสารเมื่อร้อนขึ้นหรือเย็นลง การละลายของสารในน้ำ การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการ เปลี่ยนแปลงทางเคมี การเปล่ียนแปลงผันกลับได้ และผันกลับไม่ได้ ปริมาณน้ำในแต่ละแหล่งน้ำที่มนุษย์ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ตระหนักในคุณค่าของน้ำ โดยเสนอแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและการ อนุรักษ์น้ำ แบบจำลองการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรนำ้ กระบวนการเกดิ เมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง ฝน หิมะ และลกู เห็บ ความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ การใช้แผนทีด่ าวระบุตำแหน่งและเส้นทางการ ขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้ารวมทั้งแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอย่ างง่าย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข ใช้ อนิ เทอร์เนต็ คน้ หาข้อมูล ติดต่อสอ่ื สารและทำงานร่วมกันประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบรกิ ารบนอินเตอร์เน็ตที่หลากหลาย เพื่อ แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาท เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสทิ ธิของผอู้ น่ื แจง้ ผูเ้ ก่ียวขอ้ งเม่อื พบข้อมูลหรอื บคุ คลท่ีไมเ่ หมาะสม ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่อื สารสิง่ ทเี่ รยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั มจี ติ วิทยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมท่เี หมาะสม รักในวิชาวทิ ยาศาสตร์ มที ักษะวิทยาศาสตร์ เกิดความรู้ ความคิด เกิดความเขา้ ใจ มจี ติ วิทยาศาสตร์ สามารถ สอื่ สารสงิ่ ท่เี รยี นรู้ สามารถตัดสนิ ใจ มีทักษะในการดำรงชวี ติ และนำความรู้ไปปรบั ใช้ใน ชีวติ ประจำวันได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม ตัวชีว้ ัด ว 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ว 1.3 ป.5/1 ป.5/2 ว 2.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ว 2.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5

76 ว 2.3 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ว 3.1 ป.5/1 ป.5/2 ว 3.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ว 4.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 รวม 32 ตัวชว้ี ดั

77 คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน ว 16101 วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 เวลา 120 ช่ัวโมง นำ้ หนัก 3.0 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความ ปลอดภยั ตอ่ สุขภาพ แบบจำลอง ระบบยอ่ ยอาหาร หน้าท่ีของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร การย่อยอาหารและ การดูดซึมสารอาหาร ความสำคัญของระบบย่อยอาหาร การดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงาน เป็นปกติ การแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการ ตกตะกอน วธิ ีการแกป้ ัญหาในชีวติ ประจำวนั เกยี่ วกับการแยกสาร การเกดิ และผลของแรงไฟฟ้าซ่ึงเกิดจากวัตถุ ที่ผ่านการขัดถู ส่วนประกอบ หน้าที่ ของวงจรไฟฟ้าแต่ละส่วนอย่างง่าย แผนภาพการต่อวงจรไฟฟ้าอนุกรม และแบบขนาน การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนานด้วยวิธีการทเ่ี หมาะสม ประโยชน์ ขอ้ จำกดั การเกิด เงามืด เงามัว แผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว แบบจำลองปรากฏการณ์สุริยุปราคา และ จนั ทรุปราคา พฒั นาการของเทคโนโลยีอวกาศและการใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวนั กระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร แบบจำลองวัฏจักรหิน การใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจำวัน แบบจำลอง การเกิด ซากดึกดำบรรพ์สภาพแวดล้อมในอดีต การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจำลอง ผลของ มรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะและผลกระทบของ น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ ผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย แนวทางการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ แบบจำลองอธิบายการเกิดและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก กิจกรรมท่ี กอ่ ใหเ้ กดิ แกส๊ เรอื นกระจก ผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจกลกู เห็บ ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้ อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพ่ือแกป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสทิ ธแิ ละหน้าท่ีของตน เคารพใน สิทธิของผอู้ ่นื ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นขอ้ มลู การ เปรยี บเทยี บข้อมูลจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ และการอภปิ รายเพอื่ ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถ สื่อสำรวจสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์มี จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมทเ่ี หมาะสม ตัวชว้ี ัด ว 1.2 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 ,ป.6/4 ,ป.6/5 ว 2.1 ป.6/1 ว 2.2 ป.6/1 ว 2.3 ป.6/1, ป.6/2 , ป.6/3, ป.6/4 ,ป.6/5,ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8 ว 3.1 ป.6/1, ป.6/2 ว 3.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ,ป.6/4 ,ป.6/5 ,ป.6/6 ,ป.6/7 ,ป.6/8 ,ป.6/9 ว 4.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ,ป.6/4 รวม 30 ตัวชี้วัด

78 คำอธิบายรายวชิ า รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 รหสั วชิ า ว 21101 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลา 60 เปรียบเทียบรูปร่างลักษณะและโครงสร้างของเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ รวมทั้งบรรยายหน้าที่ของผนงั เซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม นิวเคลียส แวคิวโอล ไมโทคอนเดรีย และคลอโรพลาสต์ ใช้กล้อง จุลทรรศน์ใช้แสงศึกษาเซลล์และโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับการทำ หน้าที่ของเซลล์ อธิบายการจัดระบบของสิ่งมีชีวิตโดยเริ่มจากเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ จนเป็น ส่งิ มชี ีวิต อธบิ ายกระบวนการแพรแ่ ละออสโมซิสจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ และยกตวั อย่างการแพร่และออสโม ซิสในชวี ิตประจำวนั ระบุปจั จยั ท่จี ำเป็นในการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงและผลผลิตทเ่ี กิดขึน้ จากการสังเคราะห์ด้วย แสง โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์อธิบายความสำคัญของการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและ สง่ิ แวดล้อม ตระหนกั ในคุณค่าของพืชทม่ี ตี ่อสง่ิ มชี วี ิตและสิง่ แวดลอ้ ม โดยการร่วมกนั ปลกู และดแู ลรกั ษาต้นไม้ ในโรงเรียนและชุมชน บรรยายลกั ษณะและหนา้ ท่ีของไซเลม็ และโฟลเอ็มเขียนแผนภาพที่บรรยายทิศทางการ ลำเลียงสารในไซเล็ม และโฟลเอ็มของพืช อธิบายการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศของพืชดอก อธิบายลักษณะโครงสร้างของดอกที่มีส่วนทำให้เกิดการถ่ายเรณู รวมทั้งบรรยายการปฏิสนธิของพืชดอกการ เกิดผลและเมล็ด การกระจายเมล็ดและการงอกของเมล็ด ตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ที่ช่วยในการถ่าย เรณูของพืชดอก โดยการไม่ทำลายชีวิตของสัตวท์ ี่ช่วยในการถ่ายเรณู อธิบายความสำคัญของธาตุอาหารบาง ชนิด ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของพืช เลือกใช้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารเหมาะสมกับพืชใน สถานการณ์ท่ีกำหนดเลือกวธิ ีการขยายพันธุ์พชื ให้เหมาะสมกับความต้องการของมนษุ ย์ โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับ การสบื พนั ธ์ขุ องพชื อธิบายความสำคัญของเทคโนโลยีการเพาะเล้ียงเน้ือเย่ือพืชในการใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ตระหนักถึงประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช โดยการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน อธิบายสมบัติทาง กายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้จากการสังเกตและ การทดสอบ และใช้สารสนเทศที่ได้จากแหล่งข้อมูล ต่าง ๆ รวมทั้งจัดกลุ่มธาตุเปน็ โลหะ อโลหะและกึ่งโลหะ วิเคราะห์ผลจากการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ และ ธาตุกัมมันตรังสี ที่มีต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ธาตุ กัมมันตรังสีโดยเสนอแนวทางการใช้ธาตุอย่างปลอดภัย คุ้มค่า เปรียบเทียบจุดเดือด จุดหลอมเหลวของสาร บริสุทธิ์ และสารผสม โดยการวัดอุณหภูมิ เขียนกราฟ แปลความหมายข้อมูลจากกราฟ หรือสารสนเทศ อธิบายและเปรียบเทียบความหนาแน่นของสารบริสทุ ธ์ิและสารผสม ใชเ้ คร่ืองมือเพ่ือวัดมวลและปริมาตรของ สารบริสุทธิ์และสารผสม อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โดยใช้ แบบจำลองและสารสนเทศ อธิบายโครงสรา้ งอะตอมท่ีประกอบดว้ ยโปรตอน นวิ ตรอน และอเิ ลก็ ตรอนโดยใช้ แบบจำลอง โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทกั ษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม

79 มาตรฐาน / รหสั ตัวช้ีวดั ว 1.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 , ม.1/10 , ม.1/11 , ม.1/12 , ม.1/13 , ม.1/14 , ม.1/15 , ม.1/16 , ม.1/17 , ม.1/18 ว 2.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 รวมทั้งหมด 26 ตัวชว้ี ัด

80 คำอธิบายรายวชิ า รายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหสั วิชา ว 21103 จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลา 60 ช่วั โมง อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคและการเคลื่อนที่ของ อนุภาคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็งของเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจำลอง อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างพลังงาน ความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสารโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และแบบจำลอง สร้างแบบจำลองที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดันอากาศกับความสูงจากพื้นโลกวิเคราะห์ แปล ความหมายขอ้ มูลและคำนวณปรมิ าณ ความร้อนที่ทำให้สสารเปลีย่ นอุณหภูมแิ ละเปล่ียนสถานะโดยใชส้ มการ Q = mcΔt และ Q = mL ใช้เทอร์มอมิเตอร์ ในการวัดอุณหภูมิของสสาร สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ ขยายตวั หรือหดตวั ของสสารเนื่องจากได้รับหรือสูญเสียความร้อน ตระหนักถึงประโยชน์ของความรขู้ องการหด และขยายตัวของสสารเนื่องจากความร้อนโดยวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และเสนอแนะวิธีการนำความรู้มา แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน วิเคราะห์สถานการณ์การถ่ายโอนความร้อนและคำนวณปริมาณความร้อนที่ถ่าย โอนระหว่างสสารจนเกดิ สมดลุ ความร้อนโดยใช้สมการ Q สูญเสีย = Q ไดร้ ับ สร้างแบบจำลองที่อธบิ ายการถ่ายโอน ความร้อนโดยการนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน ออกแบบ เลือกใช้และสร้างอุปกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อนสร้างแบบจำลองที่อธิบายการแบง่ ชั้นบรรยากาศและเปรียบเทียบประโยชน์ของบรรยากาศแต่ละชั้น อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ เปรียบเทียบกระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและ พายุหมุนเขตร้อน และผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสม และปลอดภัย อธบิ ายการพยากรณ์อากาศ และพยากรณอ์ ากาศอย่างง่ายจากข้อมลู ท่ีรวบรวมได้ ตระหนักถึง คุณค่าของการพยากรณ์อากาศโดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัตติ นและการใชป้ ระโยชน์จากคำพยากรณ์อากาศ อธิบายสถานการณแ์ ละผลกระทบการเปลีย่ นแปลงภมู ิอากาศโลกจากข้อมลู ที่รวบรวมไดต้ ระหนักถึงผลกระทบ ของการเปลีย่ นแปลงภมู อิ ากาศโลกโดยนำเสนอแนวทางการปฏิบตั ติ นภายใต้การเปลย่ี นแปลงภมู ิอากาศโลก โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทกั ษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม มาตรฐาน / รหัสตวั ชี้วัด ว 2.1 ม.1/9 , ม.1/10 ว 2.2 ม.1/1 ว 2.3 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 ว 3.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 รวมทั้งหมด 17 ตัวชว้ี ัด

81 คำอธบิ ายรายวิชา รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 3 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 รหัสวิชา ว 22101 จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต เวลา 60 ชว่ั โมง ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะที่เกี่ยวข้องในระบบหายใจอธิบายกลไกการหายใจเข้าและ ออก โดยใช้แบบจำลอง รวมทงั้ อธิบายกระบวนการแลกเปลย่ี นแกส๊ ตระหนักถงึ ความสำคัญของระบบหายใจ โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจให้ทำงานเป็นปกติ ระบุอวัยวะและบรรยาย หนา้ ท่ขี องอวัยวะในระบบขบั ถา่ ย ในการกำจดั ของเสยี ทางไต ตระหนักถงึ ความสำคัญของระบบขบั ถ่ายในการ กำจัดของเสียทางไต โดยการบอกแนวทางในการปฏิบัติตนท่ีช่วยให้ระบบขับถ่ายทำหน้าที่ได้อย่างปกติ บรรยายโครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือดและเลือดอธิบายการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดโดย ใช้แบบจำลอง ออกแบบการทดลองและทดลอง ในการเปรียบเทยี บอตั ราการเตน้ ของหวั ใจ ขณะปกติและหลัง ทำกิจกรรม ตระหนักถึงความสำคัญของระบบหมุนเวียนเลือดโดยการบอกแนวทางในการดแู ลรักษาอวัยวะใน ระบบหมุนเวียนเลอื ดให้ทำงานเปน็ ปกติ ระบอุ วยั วะและบรรยายหน้าทขี่ องอวยั วะในระบบประสาทส่วนกลาง ในการควบคมุ การทำงานต่าง ๆ ของรา่ งกาย ตระหนกั ถึงความสำคัญของระบบประสาทโดยการบอกแนวทาง ในการดูแลรกั ษา รวมถงึ การปอ้ งกันการกระทบกระเทอื นและอันตรายต่อสมองและ ไขสนั หลงั ระบอุ วยั วะ และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของเพศชายและเพศหญิงโดยใช้แบบจำลองอธิบายผลของ ฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิงที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ตระหนักถึงการ เปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว โดยการดูแลรักษาร่างกายและจิตใจของตนเองในช่วงที่มีการ เปลี่ยนแปลงอธิบายการตกไข่ การมีประจำเดือนการปฏิสนธิ และการพัฒนาของไซโกตจนคลอดเป็นทารก เลือกวิธีการคุมกำเนดิ ทีเ่ หมาะสมกับสถานการณ์ที่กำหนด ตระหนักถึงผลกระทบของการตั้งครรภ์ก่อนวัยอนั ควร โดยการประพฤติตนให้เหมาะสมออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตวั ทำละลายอุณหภูมิที่มตี ่อสภาพละลายได้ของสาร รวมทงั้ อธบิ ายผลของความดนั ที่มตี ่อสภาพละลายได้ ของสาร โดยใช้สารสนเทศระบุปริมาณตัวละลายในสารละลาย ในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อ ปรมิ าตรมวลต่อมวล และมวลตอ่ ปริมาตร ตระหนักถึงความสำคญั ของการนำความรู้เรอ่ื งความเข้มข้นของสาร ไปใช้ โดยยกตวั อย่างการใชส้ ารละลายในชวี ติ ประจำวันอย่างถกู ต้องและปลอดภยั พยากรณ์การเคล่ือนที่ของ วัตถุที่เป็นผลของแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำต่อ วัตถุในแนวเดียวกันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงและแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกัน ออกแบบการ ทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อความดันของของเหลววิเคราะห์แรงพยุง และการจม การลอยของวัตถุในของเหลวจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุ ในของเหลว อธบิ ายแรงเสียดทานสถิตและแรงเสียดทานจลนจ์ ากหลักฐานเชิงประจักษ์ ออกแบบการทดลอง และทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยที่มผี ลตอ่ ขนาดของแรงเสียดทาน เขียนแผนภาพแสดงแรง เสียดทานและแรงอื่น ๆท่ีกระทำต่อวัตถุ ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้เรื่องแรงเสียดทานโดยวิเคราะห์ สถานการณ์ปัญหาและเสนอแนะวิธีการลดหรือเพิ่มแรงเสียดทานที่เป็นประโยชน์ต่อการทำกิจกรรมใน ชีวิตประจำวนั ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายโมเมนต์ของแรง เมื่อวัตถุอยู่ ในสภาพสมดุลต่อการหมุน และคำนวณโดยใช้สมการ M = Fl เปรียบเทียบแหล่งของสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟา้ และสนามโนม้ ถว่ ง และทิศทางของแรงที่กระทำ ต่อวตั ถุทอ่ี ยู่ในแตล่ ะสนามจากข้อมูลที่รวบรวม ได้ เขยี นแผนภาพแสดงแรงแมเ่ หลก็ แรงไฟฟา้ และแรงโนม้ ถว่ งท่ีกระทำต่อวตั ถุวเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธ์ระหว่าง ขนาดของแรงแม่เหลก็ แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงท่ีกระทำต่อวตั ถุที่อยู่ในสนามน้ัน ๆ กับระยะห่างจากแหล่ง

82 ของสนามถึงวัตถุจากข้อมูลที่รวบรวมได้ อธิบายและคำนวณอัตราเร็วและความเร็วของการเคลื่อนที่ของวัตถุ โดยใชส้ มการ v =s/t และ v =s/t จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์เขียนแผนภาพแสดงการกระจดั และความเร็ว โดยใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มท่ีเหมาะสม มาตรฐาน / รหสั ตวั ช้วี ัด ว 1.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8 , ม.2/9 , ม.2/10 , ม.2/11 , ม. 2/12 , ม.2/13 , ม.2/14 , ม.2/15 , ม.2/16 , ม.2/17 ว 2.1 ม.2/4 , ม.2/5 , ม.2/6 ว 2.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8 , ม.2/9 , ม.2/10 , ม.2/11 , ม. 2/12 , ม.2/13 , ม.2/14 , ม.2/15 รวมทัง้ หมด 35 ตวั ชวี้ ดั

83 คำอธบิ ายรายวชิ า รายวิชาวิทยาศาสตร์ 4 ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 รหสั วชิ า ว 22103 จำนวน 1.5 หน่วยกติ เวลา 60 ชัว่ โมง อธิบายการแยกสารผสมโดยการระเหยแห้งการตกผลึก การกลั่นอย่างง่ายโครมาโทกราฟีแบบ กระดาษ การสกัดด้วยตัวทำละลาย โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ แยกสารโดยการระเหยแห้ง การตก ผลึกการกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ การสกัดด้วยตัวทำละลาย นำวิธีการแยกสารไปใช้ แก้ปัญหาในชีวติ ประจำวนั โดยบูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ วิเคราะห์ สถานการณ์และคำนวณเกี่ยวกับงานและกำลัง ที่เกิดจากแรงที่กระทำต่อวัตถุโดยใช้สมการ W = Fs และ P =W/t จากข้อมูลที่รวบรวมได้ วิเคราะห์หลักการทำงานของเครื่องกลอย่างง่ายจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของเครื่องกลอย่างง่าย โดยบอกประโยชน์และการประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน ออกแบบและทดลองดว้ ยวิธที เี่ หมาะสมในการอธิบายปัจจยั ที่มผี ลต่อพลงั งานจลน์และพลังงาน ศักย์โน้มถ่วง แปลความหมายข้อมูลและอธิบายการเปลี่ยนพลังงานระหว่างพลังงานศักย์ โน้มถ่วงและ พลังงานจลน์ของวัตถุโดยพลังงานกลของวัตถุมีค่าคงตัวจากข้อมูลที่รวบรวมได้ วิเคราะห์สถานการณ์และ อธิบายการเปลี่ยนและการถ่ายโอนพลังงานโดยใช้กฎการอนุรักษ์พลังงาน เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบัติ และการใช้ประโยชน์ รวมท้งั อธบิ ายผลกระทบจากการใชเ้ ชอ้ื เพลิงซากดึกดำบรรพ์ จากข้อมูลทรี่ วบรวม ได้ แสดงความตระหนกั ถงึ ผลจากการใชเ้ ช้ือเพลิงซากดึกดำบรรพ์ โดยนำเสนอแนวทางการใช้เชื้อเพลิงซากดึก ดำบรรพ์ เปรียบเทียบขอ้ ดแี ละข้อจำกัดของพลงั งานทดแทนแต่ละประเภทจากการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอ แนวทางการใช้พลังงานทดแทนที่เหมาะสมในท้องถิ่น สร้างแบบจำลองที่อธิบายโครงสร้างภายในโลกตาม องค์ประกอบทางเคมีจากข้อมูลที่รวบรวมได้อธิบายกระบวนการผุพังอยู่กับที่ การกร่อนและการสะสมตัวของ ตะกอนจากแบบจำลองรวมทั้งยกตัวอย่างผลของกระบวนการดั งกล่าวที่ทำให้ผิวโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง อธิบายลักษณะของชั้นหน้าตัดดินและกระบวนการเกิดดิน จากแบบจำลอง รวมทั้งระบุปัจจัยที่ทำให้ดินมี ลักษณะและสมบตั ิแตกตา่ งกนั ตรวจวัดสมบตั บิ างประการของดิน โดยใชเ้ ครือ่ งมอื ท่ีเหมาะสมและนำเสนอแนว ทางการใชป้ ระโยชน์ดินจากข้อมลู สมบัติของดินอธบิ ายปัจจัยและกระบวนการเกิดแหล่งนำ้ ผิวดินและแหล่งน้ำ ใตด้ นิ จากแบบจำลองสรา้ งแบบจำลองท่ีอธบิ ายการใช้นำ้ และนำเสนอแนวทางการใชน้ ้ำอย่างย่ังยืนในท้องถ่ิน ของตนเองสร้างแบบจำลองที่อธิบายกระบวนการเกิดและผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่งดินถล่ม หลุมยบุ แผ่นดินทรดุ โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม มาตรฐาน / รหัสตวั ช้วี ดั ว 2.1 ม.1/1 , ม.1/2, ม.1/3 ว 2.3 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 ว 3.2 ม.1/1 , ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 , ม.1/10 รวมทง้ั หมด 19 ตวั ช้ีวัด

84 คำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาศาสตร์ 5 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 รหสั วชิ า ว 23101 จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลา 60 ช่ัวโมง อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม โดยใช้แบบจำลองอธิบายการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรมจากการผสมโดยพิจารณาลักษณะเดียวที่แอลลีลเด่นข่มแอลลีลด้อยอย่างสมบูรณ์ อธิบายการเกิดจีโนไทป์และฟีโนไทป์ของลูกและคำนวณอัตราส่วนการเกิดจีโนไทป์และฟีโนไทป์ของรุ่นลู ก อธิบายความแตกต่างของการแบ่งเซลล์แบบ ไมโทซิสและ ไมโอซิสบอกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของยีนหรือ โครโมโซมอาจทำให้เกิดโรคทางพันธุกรรม พร้อมทั้งยกตัวอย่างโรคทางพันธุกรรมตระหนักถึงประโยชน์ของ ความร้เู ร่อื งโรคทางพันธุกรรม โดยร้วู ่าก่อนแตง่ งานควรปรึกษาแพทย์เพ่ือตรวจและวินจิ ฉัยภาวะเส่ียงของลูกท่ี อาจเกิดโรคทางพันธุกรรมอธิบายการใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม และผลกระทบที่อาจมีต่อ มนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ตระหนักถึงประโยชน์และผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรมที่อาจมีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยการเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการโต้แย้งทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมี ข้อมูลสนับสนุน สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดคลื่นและบรรยายส่วนประกอบของคลื่นอธิบายคล่ืน แม่เหล็กไฟฟ้าและสเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากข้อมูลที่รวบรวมได้ตระหนักถึงประโยชน์และอันตรายจาก คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโดยนำเสนอการใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ และอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าใน ชีวิตประจำวนั ออกแบบการทดลองและดำเนนิ การทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายกฎการสะท้อนของ แสงเขียนแผนภาพ การเคลื่อนทีข่ องแสง แสดงการเกิดภาพจากกระจกเงาอธิบายการหกั เหของแสงเมือ่ ผา่ น ตวั กลางโปรง่ ใสท่ีแตกต่างกัน และอธิบายการกระจายแสงของแสงขาวเม่ือผา่ นปริซมึ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพการเคลื่อนที่ของแสงแสดงการเกิดภาพจากเลนส์บางอธิบายปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับแสง และ การทำงานของทัศนอุปกรณ์จากข้อมลู ท่ีรวบรวมได้เขียนแผนภาพการเคล่ือนท่ีของแสง แสดงการเกิดภาพของ ทัศนอุปกรณ์และเลนส์ตาอธิบายผลของความสว่างที่มีต่อดวงตาจากข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นวัดความสว่าง ของแสงโดยใช้อุปกรณ์วัดความสว่างของแสงตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่อง ความสว่างของแสงที่มีต่อ ดวงตา โดยวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและเสนอแนะการจัดความสว่างให้เหมาะสมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อธิบายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ด้วยแรงโน้มถ่วงจากสมการ F=(Gm1m2)/r2 สร้าง แบบจำลองที่อธิบายการเกิดฤดู และการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด ข้างขึ้นข้างแรม การเปลี่ยนแปลงเวลาการขึ้นและตกของดวงจันทร์ และการเกิดน้ำขึ้น น้ำลงอธิบายการใช้ ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศและยกตัวอยา่ งความกา้ วหนา้ ของโครงการสำรวจอวกาศ จากข้อมูลที่รวบรวม ได้ โดยใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทกั ษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม มาตรฐาน / รหสั ตัวชี้วัด ว 1.3 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8 ว 2.3 ม.3/10 , ม.3/11 , ม.3/12 , ม.3/13 , ม.3/14 , ม.3/15 , ม.3/16 , ม.3/17 , ม.3/18 , ม.3/19 , ม.3/20 , ม.3/21 ว 3.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 รวมทงั้ หมด 24 ตัวช้ีวดั

85 คำอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม รหสั วชิ า ว 11201 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ประถมศกึ ษาปีที่ 1 เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์ เวลา 40 ชว่ั โมง/ปี คำอธบิ ายรายวชิ า สามารถ บรรยาย อธบิ าย บอกก สงั เกต การแกไ้ ขปัญหา หรอื สรา้ งสรรคพ์ ัฒนางานในชีวิตจริง ได้ ซ่งึ เนน้ การเช่ือมโยงความรู้ทางเทคโนโลยี กบั กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และให้มที ักษะสำคญั ในการ ค้นคว้าและสรา้ งองค์ความรู้ แก้ปัญหาอยา่ งง่ายโดยใช้การลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ แสดงลำดับ ข้นั ตอนการทำงานหรือการแกป้ ญั หาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สญั ลกั ษณ์ หรอื ข้อความ เขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ยโดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รือสอื่ ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสร้าง จัดเก็บ เรยี กใช้ข้อมลู ตามวตั ถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ปฏบิ ัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพวิ เตอรร์ ว่ มกัน ดแู ลรักษาอปุ กรณเ์ บื้องต้น ใช้งานอย่างเหมาะสม ตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยี เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิด และมสี ว่ นรว่ ม ในการเรยี นรูท้ ุกข้ันตอน รวมท้งั สง่ เสริมให้ผู้เรียนเกิดเจตคติทดี่ ีตอ่ การเรยี นเทคโนโลยี ผลการเรียนรู้ ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 1. แก้ปญั หาอยา่ งง่ายโดยใช้การลองผดิ ลองถกู การเปรียบเทยี บ 2. แสดงลำดับข้นั ตอนการทำงานหรอื การแกป้ ัญหาอย่างงา่ ยโดยใช้ภาพ สญั ลกั ษณ์ หรือขอ้ ความ 3. เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รือส่อื 4. ใชเ้ ทคโนโลยีในการสร้าง จดั เกบ็ เรียกใช้ขอ้ มูลตามวตั ถปุ ระสงค์ 5. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกัน ดูแล รักษาอปุ กรณ์เบ้อื งตน้ ใช้งานอยา่ งเหมาะสม รวม 5 ตวั ช้วี ัด

86 คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม รายวชิ า วิทยาการคำนวณ รหสั วิชา ว12201 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับลำดับขั้นตอนการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่งให้ คอมพิวเตอร์ทำงาน การ ตรวจหาข้อผิดพลาดทำได้โดยตรวจสอบคำสั่งที่แจ้ง ข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการให้ ตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่ง ใช้ซอฟต์แวร์เบื้องต้น เช่น การเข้าและออกจากโปรแกรม การสร้าง ไฟล์ การจัดเก็บ การเรียกใช้ไฟล์ การแก้ไขตกแต่งเอกสาร ทำได้ในโปรแกรม สร้าง คัดลอก ย้าย ลบ เปลี่ยน ชื่อ จัดหมวดหมู่ไฟล์ และโฟลเดอร์อย่างเป็นระบบจะทำให้เรียกใช้ ค้นหาข้อมูล ได้ง่ายและรวดเร็ว การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ขอความช่วยเหลือจากครูหรือผู้ปกครองเมื่อเกิดปัญหาจาก การใช้งาน เมื่อพบข้อมูลหรือบคุ คลที่ทำให้ไม่สบายใจ และการปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้อินเทอรเ์ น็ตจะทำให้ ไม่เกิด ความเสียหายต่อตนเองและผู้อน่ื ผลการเรยี นรู้ ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 1. แสดงลำดับขนั้ ตอนการทำงานหรือการแกป้ ัญหาอยา่ งง่ายโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรอื ขอ้ ความ 2. เขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือส่ือและตรวจหาข้อผิดพลาด ของโปรแกรม 3. ใช้เทคโนโลยีในการสรา้ งจัดหมวดหมู่ ค้นหา จดั เกบ็ เรียกใช้ขอ้ มลู ตามวัตถุประสงค์ 4. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ปฏบิ ัติตามข้อตกลงในการใชค้ อมพวิ เตอร์ร่วมกนั ดรู กั ษา อปุ กรณ์เบ้อื งตน้ ใช้งานอย่างเหมาะสม รวมทงั้ หมด 4 ตัวชี้วดั

87 คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ รหสั วิชา ว13201 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและฝึกทกั ษะเก่ียวกบั การใชอ้ ัลกอรทิ ึมเป็นขั้นตอนท่ใี ช้ในการแกป้ ัญหา การแสดงอัลกอริทึมทำ ได้โดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพหรือใช้สัญลักษณ์ การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่งให้ คอมพิวเตอร์ทำงาน การตรวจหาข้อผิดพลาดทำได้โดยตรวจสอบคำสั่งที่แจ้ง ข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่ เป็นไปตามที่ต้องการให้ ตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่งซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใชใ้ นการเขียนเว็บเบราว์เซอร์เปน็ โปรแกรมสำหรับอ่านเอกสารบนเว็บเพจ การสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตทำได้โดยใช้เว็บไซต์สำหรับสืบค้น และต้องกำหนดคำค้นที่เหมาะสม จึงจะได้ข้อมูลตามต้องการ การใช้อินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัยควรอยู่ในการ ดูแลของครู หรือผู้ปกครอง การรวบรวมข้อมูลทำได้โดยกำหนดหัวข้อที่ต้องการ เตรียมอุปกรณ์ในการจด บันทึก การประมวลผลอย่างง่าย การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตามความเหมาะสม การใช้ซอฟต์แวร์ ทำงานตาวัตถุประสงค์ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ขอความช่วยเหลือจากครูหรือผู้ปกครอง เมื่อเกิดปัญหาจาก การใช้งาน เมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ทำให้ไม่สบายใจ การปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้ อินเทอร์เน็ตจะทำให้ ไม่เกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่น ข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยีสารสนเท ศ และการสือ่ สาร ตวั ชีว้ ัด ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 1. แสดงอัลกอริทมึ ในการทำงาน หรอื การแกป้ ญั หาอย่างง่าย โดยใชภ้ าพ สญั ลกั ษณ์ หรือ ข้อความ 2. เขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รือสอื่ และตรวจหาข้อผดิ พลาด ของโปรแกรม 3. ใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ คน้ หาความรู้ 4. รวบรวม ประมวลผล และ นำเสนอข้อมูล โดยใช้ ซอฟต์แวรต์ ามวัตถปุ ระสงค์ 5. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างปลอดภยั ปฏิบตั ิ ตามข้อตกลงในการใช้ อินเทอร์เน็ต รวมทงั้ หมด 5 ตัวชว้ี ัด

88 คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม ว 14201 วิทยาศาสตร์เพ่มิ เติม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 เวลา 40 ช่วั โมง /ปี ............................................................................................................................. ................................................. ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการจำแนกพืชและสัตว์ จัดกลุ่มพืชและสัตว์ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวติ สมบัติทางกายภาพของวัสดุ สถานะของสาร ความหนาแน่น มวล น้ำหนัก แรงเสียดทาน แสงและสมบัติของ แสง การเปล่ยี นแปลงของผวิ โลกประเภทของดนิ การจำแนกดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษ์ และระบบสุรยิ ะ โดยมุ่งหวงั ให้ผู้เรียนไดเ้ รยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ท่ีสามารถนำไปใช้อธิบาย แก้ไขปัญหา หรือสร้างสรรค์พัฒนางานใน ชีวิตจริงได้ ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และกระบวนการทางวิทศวกรรมศาสตร์ และให้มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ และการ แกป้ ญั หาทีห่ ลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิดและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมท้ัง ส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนเกดิ จติ วทิ ยาศาสตรแ์ ละมเี จตคติท่ีดตี อ่ การเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ผลการเรยี นรู้ทค่ี าดหวัง 1. สังเกต จำแนก และอธิบายการจัดกลุ่มพืชโดยใช้ลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์ และจัดกลุ่มสัตว์โดย ใชก้ ารมีกระดกู สนั หลงั เปน็ เกณฑ์ 2. สังเกต จำแนกและอธิบายความแตกต่างของพืชและสัตว์โดยใช้การเคลื่อนที่และการสร้างอาหาร เป็นเกณฑ์ 3. สังเกตและระบุตำแหน่งของราก ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด และสืบค้นข้อมูลเพื่ออธิบายหน้าที่ ของแตล่ ะอวัยวะและอธิบายเกีย่ วกับการสร้างอาหารของพชื 4. สำรวจและบรรยายโครงสร้างหรอื รปู รา่ งของสิ่งมชี ีวิตทเี่ หมาะสมตอ่ การดารงชีวติ ในแหล่งท่ีอยู่และ อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกบั สิง่ มีชีวติ และสง่ิ ไม่มชี ีวิตในแหลง่ ทอ่ี ย่เู ดียวกัน 5. สังเกต เปรยี บเทียบ และอธบิ ายการเปล่ียนการเคลื่อนท่ีของวตั ถทุ ม่ี มี วลแตกต่างกนั รวมท้งั ทดลอง ความสัมพันธ์ระหว่างแรงเสียดทานกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ และยกตัวอย่างการนาความรู้เรื่องแรงเสียดทาน ไปใชป้ ระโยชน์ 6. สังเกต วเิ คราะห์และอธิบายผลของแรงโน้มถว่ งท่ที ำใหว้ ตั ถุตกสู่พ้นื โลกและมนี ้ำหนัก รวมถงึ การใช้ เคร่อื งชง่ั สปริงหาน้ำหนักของวัตถุ 7. สังเกตและระบุแนวการเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกำเนิด และอธิบายการมองเห็นวัตถุ รวมท้ัง ทดลอง จำแนกและระบุวัตถุตามลักษณะการมองเห็นแหลง่ กำเนิดแสงผ่านวตั ถุนั้น และอธิบายการเกิดเงามืด และเงามวั 8. กำหนดปัญหา ทดลอง เปรยี บเทยี บ และอธิบายสมบตั ขิ องวสั ดชุ นิดต่าง ๆ ในด้านความแข็ง ความ เหนียว สภาพยดื หยุน่ การนำความร้อน และการนำไฟฟา้ รวมท้งั ยกตวั อย่างและวิเคราะห์การนาวัสดุที่มีสมบัติ ด้าน ต่าง ๆ มาใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั 9. ตั้งคำถาม สังเกต วิเคราะห์และเปรียบเทียบสมบัติของแข็ง ของเหลว และแก๊ส รวมทั้งอธิบาย ความหนาแนน่ ของสารตา่ งชนิดกันและของสารชนิดเดยี วกนั แตต่ ่างสถานะ

89 10. สงั เกต จำแนกดนิ โดยใช้ลักษณะที่ปรากฏเป็นเกณฑ์ สืบค้นขอ้ มลู และอธบิ ายการใชป้ ระโยชน์ของ ดินแตล่ ะชนิดและการใช้แบบจำลองเพ่ืออธิบายการเกิดดิน รวมทั้งสืบคน้ ข้อมูลเพ่ืออธบิ ายปัจจัยที่มีผลต่อการ เปล่ียนแปลงต่อผิวโลก 11. สงั เกต สืบค้นข้อมูลและจำแนกดาวออกเปน็ ดาวฤกษแ์ ละดาวเคราะห์ ใชแ้ บบจำลองเพื่ออธิบาย ลักษณะและองค์ประกอบของระบบสุรยิ ะ ปรากฎการณ์ดาวตกและอกุ กาบาต รวมทั้งการมองเห็นดวงจนั ทร์ และดาวเคราะห์

90 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ว15201 วิทยาศาสตร์เพิ่มเตมิ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 เวลา 40 ช่ัวโมง/ปี ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจากการ ปรับ และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตใน แต่ละแหล่งที่อยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมีชีวติ และความสัมพันธ์ระหวา่ งสิ่งมีชวี ิตกับส่ิงไม่มชี วี ติ เพื่อประโยชนต์ ่อการดำรงชีวิต โซ่อาหารและบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร คุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ลักษณะ ทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ ลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตนเองกับ พ่อแม่ การเปลี่ยนสถานะของสสารเมื่อทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง การละลายของสารในน้ำ การ เปล่ียนแปลงของสารเมื่อเกดิ การเปลย่ี นแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงทผ่ี ันกลับได้และการเปลี่ยนแปลงท่ีผัน กลับไม่ได้ วิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุอยู่นิ่ง แผนภาพแสดงแรงท่ี กระทำต่อวัตถทุ อี่ ยใู่ นแนวเดยี วกนั และแรงลัพธท์ ่ีกระทำต่อวัตถุ การใช้เครอ่ื งช่ังสปริงในการวัดแรงทีก่ ระทำต่อ วัตถุ ผลของแรงเสียดทานท่ีมีต่อการเปล่ยี นแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุ การเขยี นแผนภาพแสดงแรงเสียดทาน และแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ การได้ยินเสียงผ่านตัวกลาง ลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียง ต่ำ ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย การวัดระดับเสียงโดยใช้เครื่องมือ วัดระดับเสียง แนวทางในการหลกี เลีย่ งและลดมลพิษทางเสยี ง ความแตกตา่ งของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จาก แบบจำลอง การใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า แบบรูป เส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี ปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง ปริมาณน้ำที่มนุษย์ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ แบบจำลองการหมุนเวียน ของน้ำในวัฏจักรน้ำ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง และกระบวนการ เกดิ ฝน หิมะ และลกู เห็บ ใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิง่ ทเ่ี รียนรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ นำความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตประจำวนั มีจิตวทิ ยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นิยมท่เี หมาะสม ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง 1. นักเรียนสามารถบรรยายโครงสร้าง และลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตซึ่ง เป็นผลมา จากการปรบั ตัวของส่ิงมชี วี ิตใน แตล่ ะแหลง่ ที่อยู่ (ว 1.1 ป.5/1) 2. นกั เรียนสามารถอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างสงิ่ มีชีวิตกับสิ่งมชี วี ิต และ ความสมั พันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิต กบั ส่งิ ไม่มชี วี ติ เพอ่ื ประโยชนต์ ่อการดำรงชวี ิต (ว 1.1 ป.5/2) 3. นักเรียนสามารถเขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่เป็น ผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่ อาหาร (ว 1.1 ป.5/3) 4. นักเรยี นสามารถอธบิ ายลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลกู ของพชื สัตว์ และมนษุ ย์ (ว 1.3 ป.5/1)

91 5. นักเรียนสามารถอธิบายการเปลี่ยนสถานะ ของสสารเมื่อทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง โดยใช้หลักฐาน เชงิ ประจักษ์ (ว 2.1 ป.5/1) 6. นักเรียนสามารถวเิ คราะห์การเปล่ียนแปลงของสารเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ (ว 2.1 ป.5/3) 7. นกั เรยี นสามารถวิเคราะหแ์ ละระบุการเปล่ยี นแปลงทผ่ี ันกลับไดแ้ ละการเปล่ียนแปลงท่ีผันกลับไม่ได้ (ว 2.1 ป.5/4) 8. นักเรียนสามารถเขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ (ว 2.2 ป.5/5) 9. นักเรียนสามารถอธิบายการได้ยินเสียงผ่านตวั กลางจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ (ว 2.3 ป.5/1) 10. นกั เรยี นสามารถระบุตวั แปร ทดลองและอธบิ ายลักษณะและการเกิด เสียงสงู เสยี งตำ่ (ว 2.3 ป.5/2) 11. นักเรียนสามารถออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิด เสียงดัง เสยี งค่อย (ว 2.3 ป.5/3) 12. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบความแตกตา่ งของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง (ว 3.1 ป.5/1) 13. นกั เรยี นสามารถเปรยี บเทียบกระบวนการเกดิ เมฆ หมอก นำ้ คา้ ง และนำ้ ค้างแขง็ จากแบบจำลอง (ว 3.2 ป.5/4) 14. นักเรียนสามารถเปรยี บเทียบกระบวนการเกดิ ฝน หมิ ะ และลูกเห็บ จากข้อมูลทรี่ วบรวมได้ (ว 3.2 ป. 5/5) รวม 14 ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั

92 คำอธบิ ายรายวิชาวิทยาศาสตร์ (เพมิ่ เติม) ว 16201 วทิ ยาศาสตรเ์ พ่มิ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 40 ชั่วโมง / ปี ............................................................................................................................................... ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน เลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดสว่ นที่เหมาะสมกับเพศและวัย สร้างแบบจำลองระบบ ย่อยอาหาร หน้าที่ของอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร การย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร การแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน การแก้ปัญหาใน ชีวติ ประจำวนั เก่ียวกับการแยกสาร การเกดิ และผลของแรงไฟฟ้า ซึง่ เกิดจากวัตถทุ ีผ่ า่ นการขัดถู ประโยชน์ของ ความรู้ของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ข้อจำกดั และการประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน การ เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคาสร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบ ปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจนั ทรปุ ราคา พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศ มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน กระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร การใช้ประโยชน์ของหิน และแร่ในชีวิตประจำวัน การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม ผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม การเกิด ปรากฏการณ์เรอื นกระจกและผลของปรากฏการณเ์ รอื นกระจกต่อส่งิ มีชีวติ ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นขอ้ มูล การ เปรียบเทียบข้อมลู จากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ และการอภปิ รายเพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถ สื่อสำรวจสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในกำรตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์มี จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและค่านยิ มที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ ข้อที่ 1 ระบุสารอาหาร และบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเอง รบั ประทานได้ ข้อท่ี 2 สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวยั วะในระบบย่อยอาหาร รวมท้ัง อธบิ าย การย่อยอาหารและการดดู ซมึ สารอาหารได้ ข้อที่ 3 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรนิ ออก การกรอง และการตกตะกอน ได้ ข้อที่ 4 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถู โดยใช้หลักฐานเชิง ประจกั ษ์ ข้อที่ 5 ตระหนักถึงประโยชนข์ องความรู้ของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน โดยบอก ประโยชน์ ขอ้ จำกดั และการประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้ ข้อที่ 6 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหินจาก แบบจำลอง ข้อที่ 7 บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจำวันจากข้อมูลที่รวบรวม ได้ ขอ้ ท่ี 8 สร้างแบบจำลองทีอ่ ธิบายการเกดิ และเปรียบเทียบปรากฏการณส์ รุ ิยุปราคาและจันทรุปราคา สร้างแบบจำลองทอ่ี ธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณส์ รุ ยิ ปุ ราคาและจันทรุปราคา ข้อที่ 9 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้

93 ข้อที่ 10 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบายผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อมจาก แบบจำลองได้ ข้อที่ 11 สร้างแบบจำลองที่อธิบายกำรเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของปรากฏการณ์เรือน กระจกต่อส่ิงมชี ีวิต รวมท้ังหมด 11 ข้อ

94 คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม ว 21201 เทคโนโลยี กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ ศึกษาความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่องทางการ สื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความหมายของอินเทอร์เน็ต กำเนิดของอินเทอร์เน็ตอินเทอร์เน็ตใน ประเทศไทย ข้อดีและข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะอินเตอร์เน็ต เบือ้ งตน้ ใช้โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ในการสืบค้นข้อมูล ใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้งานสังคมเครือข่าย เขยี นภาษา HTML เบอ้ื งต้น สร้างเวบ็ ไซตข์ องตนเองจากผูใ้ หบ้ ริการฟรี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เลือกใช้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เหมาะสมกับงานอย่าง ถูกต้อง มีคุณธรรม ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีระเบียบ สะอาด ประหยัด ใช้พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าถูกวิธี ทำงานกลุ่มได้ แก้ไขปัญหาการทำงานได้ มีความ มุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมุ่งปลูกฝังนิสยั การพึ่งตนเองและมีวฒั นธรรมในการ อยู่รว่ มกับผู้อ่นื ตวั ชีว้ ัด 1. รแู้ ละเขา้ ใจความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ของอนิ เตอร์เนต็ 2. รู้และเข้าใจระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 3. รแู้ ละเข้าใจ ข้อดแี ละข้อจำกัดของอนิ เทอร์เนต็ กบั การสร้างเวบ็ 4. สรา้ งเว็บไซตเ์ บ่อื งต้น รวม 4 ตัวชีว้ ดั

ว 21202 เทคโนโลยี 95 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ ศึกษาความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่องทางการ สื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความหมายของอินเทอร์เน็ต กำเนิดของอินเทอร์เน็ตอินเทอร์เน็ตใน ประเทศไทย ข้อดีและข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะอินเตอร์เน็ต เบ้ืองต้น ใช้โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ในการสืบค้นข้อมูล ใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้งานสังคมเครือข่าย เขยี นภาษา HTML เบื้องตน้ สรา้ งเวบ็ ไซตข์ องตนเองจากผใู้ หบ้ ริการฟรี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เลือกใช้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เหมาะสมกับงานอย่าง ถูกต้อง มีคุณธรรม ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีระเบียบ สะอาด ประหยัด ใช้พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าถูกวิธี ทำงานกลุ่มได้ แก้ไขปัญหาการทำงานได้ มีความ มุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมุง่ ปลูกฝังนิสัย การพึ่งตนเองและมีวัฒนธรรมในการ อยรู่ ว่ มกบั ผ้อู ่ืน ตัวชี้วดั 1. รู้และเขา้ ใจ ส่วนประกอบของเว็บไซค์ 2. รู้และเขา้ ใจ การสรา้ งหน้าเว็บไซค์ 3. รู้และเขา้ ใจ โปรแกรม google site 4. การพัฒนาเว็บไซค์ รวม 4 ตวั ชวี้ ัด

ว 22201 เทคโนโลยี 96 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต ศึกษาความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่องทางการ สื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความหมายของอินเทอร์เน็ต กำเนิดของอินเทอร์เน็ตอินเทอร์เน็ตใน ประเทศไทย ข้อดีและข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะอินเตอร์เน็ต เบื้องตน้ ใช้โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ในการสืบค้นข้อมูล ใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้งานสังคมเครือข่าย เขียนภาษา HTML เบ้ืองตน้ สรา้ งเว็บไซตข์ องตนเองจากผ้ใู ห้บรกิ ารฟรี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เลือกใช้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เหมาะสมกับงานอย่าง ถูกต้อง มีคุณธรรม ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีระเบียบ สะอาด ประหยัด ใช้พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าถูกวิธี ทำงานกลุ่มได้ แก้ไขปัญหาการทำงานได้ มีความ มุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมุ่งปลูกฝังนสิ ยั การพึ่งตนเองและมีวัฒนธรรมในการ อยรู่ ่วมกับผูอ้ ื่น ตัวชี้วดั 1. รแู้ ละเข้าใจความหมาย ความสำคญั ประโยชน์ของเครือขา่ ยอนิ เตอรเ์ นต็ เพ่ือการสื่อสาร 2. รแู้ ละเขา้ ใจระบบเครือข่ายอินเตอรเ์ น็ต 3. รู้และเขา้ ใจความหมายของอนิ เทอร์เนต็ ข้อดแี ละข้อจำกัดของอนิ เทอรเ์ น็ต กบั การสรา้ งเวบ็ 4. สรา้ งเวบ็ ไซตด์ ว้ ย google site รวม 4 ตัวชีว้ ดั

97 คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ ว 22202 เทคโนโลยี กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่องทางการ สื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความหมายของอินเทอร์เน็ต กำเนิดของอินเทอร์เน็ตอินเทอร์เน็ตใน ประเทศไทย ข้อดีและข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะอินเตอร์เน็ต เบ้ืองต้น ใช้โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ในการสืบค้นข้อมูล ใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้งานสังคมเครือข่าย เขยี นภาษา HTML เบอื้ งต้น สรา้ งเวบ็ ไซต์ของตนเองจากผใู้ ห้บริการฟรี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เลือกใช้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เหมาะสมกับงานอย่าง ถูกต้อง มีคุณธรรม ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีระเบียบ สะอาด ประหยัด ใช้พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าถูกวิธี ทำงานกลุ่มได้ แก้ไขปัญหาการทำงานได้ มีความ มุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมุ่งปลูกฝังนิสัย การพึ่งตนเองและมีวัฒนธรรมในการ อยู่รว่ มกบั ผูอ้ น่ื ตัวชี้วดั 1. รแู้ ละเขา้ ใจ ส่วนประกอบของเว็บไซค์ 2. ร้แู ละเข้าใจ การสร้างหน้าเวบ็ ไซค์ 3. ร้แู ละเข้าใจ โปรแกรมท่ีชว่ ยในการออกแบบหน้าเวบ็ ไซค์ google site 4. การพัฒนาเว็บไซค์ google site รวม 4 ตวั ช้วี ดั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook