ประวัติ วัดสัมพันธวงศาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ท่ีระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส
พระมหากรุณาธิคุณ นับแต่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) กรรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาส วัดสัมพันธวงศาราม ได้มรณภาพลง เม่ือวันเสาร์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เป็นต้นมา สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้ทรงพระกรุณา โปรดพระราชทานน้�ำหลวงสรงศพ พร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานไตรครอง โกศไม้สิบสอง ฉัตรเคร่ืองสูงทองแผ่ลวดต้ังประดับ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะประโคมเวลาพระราชทานน�้ำหลวงสรงศพ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี เสด็จพระราชด�ำเนินไปในการพระราชทานน้�ำหลวงสรงศพ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพวงมาลาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และของพระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ไปวางที่หน้าโกศศพ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานบ�ำเพ็ญพระราชกุศล ๗ วัน ๕๐ วัน และ ๑๐๐ วัน ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระราชานุเคราะห์ในการออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ และสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด�ำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวง หน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นหาที่สุดมิได้ แด่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) คณะสงฆ์ วัดสัมพันธวงศาราม และวงศ์ตระกูล ตลอดถึงบรรดาศิษยานุศิษย์ หากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) หยั่งทราบด้วยญาณวิถีทางใดทางหน่ึง ก็จะพึงปีติยินดี เป็นที่ยิ่งและส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานเกียรติอันสูงย่ิงในครั้งน้ี คณะสงฆ์วัดสัมพันธวงศาราม คณะศิษยานุศิษย์ และญาติของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ.๙) ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสถวายพระพร ด้วยส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้น้ี และขอเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณน้ีไว้เป็นสรรพสิริมงคลตลอดกาล ขอถวายพระพร
พระกรุณาธิคุณ เมื่อความทราบฝ่าพระบาทว่า สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) กรรรมการ มหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ได้มรณภาพเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เป็นต้นมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงพระกรุณา โปรดเสด็จมาเคารพศพ และประทานน�้ำสรงศพสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ประทานผ้าไตร และรับ เป็นเจ้าภาพบ�ำเพ็ญกุศล นับว่าเป็นพระกรุณาธิคุณยิ่ง แก่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) คณะสงฆ์ วัดสัมพันธวงศาราม ศิษยานุศิษย์ และวงศ์ตระกูล ต่างมีความปีติเป็นอย่างย่ิง ด้วยความส�ำนึก ในพระกรุณาธิคุณเป็นที่ยิ่งนี้ จักส�ำนึกไว้เป็นสรรพมงคลตลอดไป
ค�ำปรารภ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม และ อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นพระมหาเถระผู้รัตตัญญู ด�ำรงชนม์อยู่ถึง ๑๐๑ ปี ๘๑ พรรษา นับเป็นสมเด็จพระราชาคณะท่ีมีอายุยืนรูปหนึ่งในประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทย เป็น พระมหาเถระท่ีมีปฏิปทาท่ีเรียบง่าย งดงาม น่าเลื่อมใส สงบนิ่ง ไม่หยุมหยิม พูดน้อย เจรจา เฉพาะเร่ืองที่เป็นประโยชน์ สมบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตรงดงาม เป็นที่ยอมรับและเลื่อมใสศรัทธา ของพุทธศาสนิกชนท่ัวไป นอกจากจะบ�ำเพ็ญปรหิตประโยชน์จนเป็นท่ียกย่องเชิดชูมากมาย ท้ังใน ด้านการบริหารและด้านวิชาการแล้ว ยังเน้นการปฏิบัติภาวนาตามแนวทางหลักของพระอาจารย์ สายกรรมฐานตลอดมาตราบถึงมรณภาพ ขณะท่ีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) ด�ำรงต�ำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวง ศาราม มาต้ังแต่วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๔ นับเป็นเวลากว่า ๔๗ ปี ในขณะที่ด�ำรงต�ำแหน่ง เจ้าอาวาสน้ัน ได้บ�ำรุงและสร้างสรรค์พระอารามให้เรียบร้อยสง่างาม ให้การบรรพชาอุปสมบท แก่กุลบุตรจ�ำนวนมากพร้อมทั้งให้การอบรมส่ังสอนอย่างเต็มสติก�ำลัง ส่งเสริมการศึกษาเล่าเรียน ของภิกษุสามเณรในด้านพระปริยัติธรรมท้ังแผนกธรรม - บาลีให้เจริญก้าวหน้า และบ�ำเพ็ญ สาธารณกุศลที่เป็นคุณประโยชน์แก่พระศาสนาและคณะสงฆ์ ตลอดถึงประชาชนในด้านต่างๆ เป็นอันมาก การน้ี คณะสงฆ์วัดสัมพันธวงศาราม ได้ระลึกถึงคุณแห่งความเมตตาและคุณูปการที่ ท่านบ�ำเพ็ญตลอดมา ท้ังในฐานะที่เป็นเจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นพระอาจารย์ จึงได้ จัดพิมพ์หนังสือประวัติวัดสัมพันธวงศาราม ออกเป็นธรรมบรรณาการ แสดงกตัญญูกตเวทิตาคุณ อุทิศกุศลถวาย ในการออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
หนังสือประวัติวัดสัมพันธวงศาราม ประกอบไปด้วยเนื้อหาจ�ำนวนทั้งหมด ๕ ตอน ดังนี้ 1. ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม ที่กล่าวถึงความเป็นมาของวัดเก่าแก่โบราณ ท่ีมีมาต้ังแต่ ก่อนสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี จนได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ และทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเป็นพระอารามหลวง ตลอดจนอาณาเขตของวัด และล�ำดับเจ้าอาวาสพร้อมประวัติเท่าที่ปรากฏหลักฐาน 2. พระอุโบสถหลังเดิมและพระอุโบสถหลังใหม่ ว่าด้วยลักษณะทางสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ของพระอุโบสถหลังเดิม และประวัติการสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ท่ีเป็นการ รวมเอาพระวิหาร ศาลาการเปรียญ เข้าไว้ด้วยกัน ซ่ึงปรากฏอยู่ในปัจจุบัน 3. พระพุทธรูปส�ำคัญ ปูชนียสถาน และปูชนียวัตถุอื่นๆ ในพระอาราม อาทิ พระพุทธ นราสภะทศพล พระประธานในพระอุโบสถหลังเดิม และพระพุทธศรีสุทธิสัมพันธ์ พระประธานในพระอุโบสถหลังใหม่ หลวงพ่อพวงมาลัย หลวงพ่อหินศักดิ์สิทธ์ิ เป็นต้น 4. เหตุการณ์ส�ำคัญของวัดสัมพันธวงศาราม ท้ังท่ีเก่ียวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาล และบุคคลต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความส�ำคัญของวัด จึงน�ำประมวลมาให้ ได้รับทราบ 5. พระประวัติสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ผู้ทรงบูรณ ปฏิสังขรณ์ให้พระอารามนี้มีความงดงามมั่นคง ขอกุศลบุญราศีอันจะพึงบังเกิดมีแต่การพิมพ์หนังสือเป็นธรรมบรรณาการ จงพลัน สัมฤทธิผลเป็นบุญนฤธีสุขประโยชน์สมบัติ ศุภอรรถอิฏฐคุณวิบุลมนุญผล แก่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม และอดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ตามสมควรแก่คติวิสัยในสัมปรายภพทุกประการเทอญ คณะสงฆ์วัดสัมพันธวงศาราม
อนุโมทนากถา สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม และอดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธ วงศาราม มีอายุ ๑๐๑ ปี ๘๑ พรรษา นับว่าเป็นพระมหาเถระผู้รัตตัญญู ประกอบไปด้วยความประพฤติเรียบร้อย ด�ำเนินรอยตามบาทวิถีแห่งสมเด็จพระบรมศาสดา ฝึกฝนอบรมตนในวิปัสสนาธุระตามแนวปฏิปทาพระกรรมฐาน สายพระอาจารย์ม่ัน ภูริทตฺโต เล่าเรียนศึกษาพระปริยัติธรรมในส่วนคันถธุระ เป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค อันเป็น จุดสูงสุดแห่งหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ ปฏิบัติสิกขาวินัยกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดน่าเลื่อมใส เป็นท่ีเคารพ สักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป คณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จ�ำกัด (มหาชน), บริษัท เจียไต๋ จ�ำกัด และกรรมการมูลนิธิสุจิณโณ อนุสรณ์ ได้ระลึกถึงคุณแห่งความเมตตาและคุณูปการท่ีมีต่อตน พร้อมจริยาวัตรอันงดงามของท่าน ในฐานะท่ีท่าน เป็นเจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นพระอาจารย์ และเป็นประธานมูลนิธิสุจิณโณอนุสรณ์ จึงได้ร่วมรับเป็นเจ้าภาพ จัดพิมพ์หนังสือออกเป็นธรรมบรรณาการ แสดงกตัญญูกตเวทิตาคุณ อุทิศกุศลถวาย ในการออกเมรุพระราชทาน เพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส จ�ำนวน ๔ เล่ม คือ • หนังสือประวัติวัดสัมพันธวงศาราม กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของวัดแต่เริ่มสร้าง พระประวัติของผู้สร้าง วัด เจ้าอาวาสท่ีปกครองในแต่ละยุค ปูชนียวัตถุและปูชนียสถานภายในพระอาราม ประกอบรูปภาพพร้อมเน้ือหา อันเป็นประโยชน์ • หนังสือประวัติสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ. ๙) และประวัติเมืองอุบลราชธานี กล่าวถึง เถรประวัติของท่าน และถิ่นฐานอันเป็นบ้านเดิมของท่าน ท่ีมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และเป็นเมืองส�ำคัญ เมืองหนึ่งของภาคอีสาน • หนังสือสวดมนต์ หลักสูตรของวัดสัมพันธวงศาราม ส�ำหรับพระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกา ใช้เป็น แบบในการสวดมนต์และเจริญภาวนา เพ่ิมพูนสติปัญญา สัมมาปฏิบัติต่อไป • หนังสือสูจิบัตร งานออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ วัดสัมพันธวงศาราม ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาและบุญกิริยาของคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จ�ำกัด (มหาชน), บริษัท เจียไต๋ จ�ำกัด และกรรมการมูลนิธิสุจิณโณอนุสรณ์ ท่ีร่วมรับเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์หนังสือ ออกเป็นธรรมบรรณาการอุทิศกุศลถวายในการออกเมรุพระราชทานเพลิงศพนี้
สารบัญ ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม ๑๑ ความเป็นมา ๑๓ การบูรณปฏิสังขรณ์ และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง ๑๕ อาณาเขตของวัด ๒๑ ล�ำดับและประวัติเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ๒๗ ๑๑๙ พระอุโบสถหลังเดิมและพระอุโบสถหลังใหม่ ๑๒๓ พระอุโบสถหลังเดิม ๑๓๗ พระอุโบสถหลังใหม่ ๑๔๕ ประวัติการสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ๑๕๑ ๑๕๓ พระพุทธรูปส�ำคัญ ปูชนียสถาน และปูชนียวัตถุอ่ืนๆ ๑๕๔ พระพุทธนราสภะทศพล ๑๕๖ พระพุทธศรีสุทธิสัมพันธ์ ๑๘๕ พระพุทธรูปส�ำคัญอ่ืน ๆ จากพระอุโบสถหลังเดิม ๑๕๙ หลวงพ่อหินศักดิ์สิทธิ์ ๑๖๐ หลวงพ่อพวงมาลัย ๑๖๒ อัฏฐังคสุวรรณมหาปรางค์ ๑๖๙ พระกรุวัดเกาะ ๑๗๙ เหตุการณ์ส�ำคัญของวัดสัมพันธวงศาราม พระประวัติสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาวัดเกาะแก้วลังการามเป็นพระอารามหลวง
ประวัติ วัดสัมพันธวงศาราม
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ บูรณปฏิสังขรณ์วัดเกาะแก้วลังการาม
ความเป็นมา วัดสัมพันธวงศาราม เป็นพระอารามหลวงช้ันตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ใกล้แม่น้�ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ในท้องท่ีเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร นามเขตสัมพันธวงศ์น้ันก็มาจากชื่อวัดสัมพันธวงศาราม หรือท่ีประชาชน ส่วนมากจะนิยมเรียกว่า “วัดสัมพันธวงศ์” เดิมเป็นวัดราษฎร์มีนามว่า วัดเกาะ หลักฐานในการสร้างวัดแต่เดิม ไม่ปรากฏท่านผู้ใดใครเป็นผู้สร้าง ทราบแต่ว่าเป็นวัดโบราณเก่าแก่ มีมาต้ังแต่ก่อนสถาปนากรุงเทพมหานครเป็น ราชธานี พ.ศ. ๒๓๓๙ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช รชั กาลที่ ๑ โปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระบรมวงศานวุ งศ์ ร่วมบูรณปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ ในพระนคร สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ได้ร่วม บูรณปฏิสังขรณ์วัดเกาะทั่วทั้งพระอารามจนแล้วเสร็จ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเป็นพระอารามหลวง และพระราชนามใหม่ว่า วัดเกาะแก้วลังการาม ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ วัดเกาะแก้วลังการาม มีสภาพช�ำรุดทรุดโทรม โปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมแซม รวมท้ังสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้นใหม่ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ มีพระราชด�ำริว่า วัดเกาะแก้วลังการาม เป็นวัดท่ี สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ผู้ทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ ในสมเด็จ พระศรสี รุ เิ ยนทรามาตย์ พระบรมราชชนนขี องพระองค์ ไดส้ นองพระบรมราชโองการ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช สถาปนาวัดนี้ให้งดงามม่ันคง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแห่งเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเปล่ียนนามวัดใหม่ว่า “วัดสัมพันธวงศาราม” 13 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
พระพุทธรูปประธานประจ�ำพระอุโบสถหลังเดิม วัดสัมพันธวงศาราม
การบูรณปฏิสังขรณ์ และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลท่ี ๑ เม่ือได้ทรงสร้างกรุงเทพมหานครเป็นราชธานี สถาปนาราชจักรีวงศ์แล้ว มีพระราชประสงค์จะท�ำนุบ�ำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสถาพร จึงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ท�ำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดต่าง ๆ ขึ้นใหม่หลายวัด รัตนโกสินทรศก ๑๕ ตรงกับปีมะโรง อัฐศก จ.ศ. ๑๑๕๘ พ.ศ. ๒๓๓๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี (สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ) พระนามเดิม เจ้าฟ้าจุ้ย ต้นราชสกุล มนตรีกุล ผู้เป็นพระโอรสองค์ที่ ๕ ในสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ (แก้ว) ไปบูรณ ปฏิสังขรณ์วัดเกาะใหม่หมดทั้งอาราม ทรงสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร พระวิหารคด หอระฆังด้วยก่ออิฐถือปูน กุฏิสร้างด้วยไม้มุงกระเบ้ือง ทรงบูรณปฏิสังขรณ์อยู่ก่ีปีไม่มีหลักฐานปรากฏ เม่ือบูรณปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงพระกรุณา โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ ถาปนาวดั เกาะทบ่ี รู ณปฏสิ งั ขรณแ์ ลว้ นนั้ ขนึ้ เปน็ พระอารามหลวง พระราชทานนามใหมว่ า่ “วดั เกาะแกว้ ลังการาม” มีการเฉลิมฉลองสมโภชพระอาราม เป็นงานมหกรรมใหญ่โต มีมหรสพคือละครเรื่องอิเหนา ประชัน ๒ โรง สมกับท่ีท่านผู้เป็นแม่กองงานบูรณปฏิสังขรณ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชานาฏศาสตร์และจินตกวี 15 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
ในรัชกาลท่ี ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชศรัทธาท�ำการปฏิสังขรณ์อีก แต่จะทรง ปฏิสังขรณ์สิ่งใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด เพียงแต่พบหลักฐานในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่ี ๓ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ เรื่องการปฏิสังขรณ์และสร้างพระอาราม ความว่า “วัดเกาะแก้วเป็นวัดของกรมหลวงพิทักษ์มนตรีปฏิสังขรณ์ไว้แต่ก่อน ช�ำรุดไป ให้ซ่อมแซมและท�ำกุฏิสงฆ์ขึ้น” ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดเกาะแก้วลังการามอีก เสร็จ แล้วทรงพระราชด�ำริว่า “วัดเกาะแก้วลังการาม” เป็นวัดท่ีสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ผู้ทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ ในสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชชนนีของพระองค์ ได้เป็น ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นผู้แรกสถาปนาวัดนี้ให้งดงาม มีเกียรติประวัติ เพื่อให้เหมาะสมกับเหตุผล และเพ่ือเป็นการเฉลิมพระเกียรติแห่งเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเปล่ียนนามวัดใหม่ว่า “วัดสัมพันธวงศาราม” ซึ่งจักให้เกิดปีติปราโมทย์ แก่ผู้สืบสกุลในเม่ือได้ทราบว่าบรรพบุรุษบุพการีของตนได้สร้างกุศลไว้ เป็นเหตุชักจูงศรัทธาปสาทะ ให้เกิดแก่ พระประยูรญาติ และน�ำให้บ�ำเพ็ญบุญกุศลในวัดนี้ตามก�ำลัง 16 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามวัดสัมพันธวงศาราม
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์อย่างจักรพรรดิจีน
นาม “วัดสัมพันธวงศาราม” (เมื่อแรกนามวัดสะกดว่า วัดสัมพันธวงษาราม ใช้ ษ แทน ศ) พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่ี ๔ เร่ืองทรงตั้งและแปลงนามวัดต่างๆ ระบุความว่า “ชื่อวัดทรงใหม่ วัดราชประดิษฐ์ ๑ วัดมหรรณพาราม ๑ วัดบุรณศิริมาตยาราม ๑ วัดนาม บัญญัติ ๑ วัดโสมนัสวิหาร ๑ วัดตรีทศเทพ ๑ วัดบรมนิวาส ๑ วัดไชยฉิมพลี ๑ วัดเวฬุราชิณ ๑ วัด สมุหประดิษฐ์ เจ้าพระยานิกรบดินทร์สร้างที่เมืองสระบุรี ๑ วัดสุปฏิการามเมืองนครไชยศรี ๑ ช่ือวัด ทรงแปลงใหม่ วัดน้อยบางใส้ไก่ แปลงว่าวัดหิรัญรูจี วัดพระยาญาติการามเดิม แปลงว่า วัดพิชัยญาติ การาม วัดใหม่ ทรงแปลงว่า วัดอนงคาราม วัดประยูรวงศ์อาวาศ แปลงว่าวัดประยูรวงศาราม วัดดอกไม้ แปลงว่าวัดบุบผาราม วัดอรุณราชธาราม แปลงว่าวัดอรุณราชวราราม วัดหงษาราม แปลงว่า วัดหงสรัตนาราม วัดกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส แปลงว่าวัดชิโนรสาราม วัดระฆัง โฆสิตาราม แปลงว่าวัดราชคัณฑิยาราม วัดเกาะแก้ว แปลงว่าวัดสัมพันธวงศาราม วัดตะเคียน แปลงว่าวัดมหาพฤฒาราม วัดสระเกศ แปลงว่าวัดเจดียบรรพตาราม วัดบางล�ำภู แปลงว่าวัดสังเวช วิศยาราม วัดสมอแครงกรมพระพิทักษเทเวศรสร้าง แปลงว่าวัดเทวราชกุญชร วัดสมอราย แปลงว่า วัดราชาธิวาส วัดชีปะขาว แปลงว่าวัดศรีสุดาราม วัดเงิน แปลงว่าวัดรัชฎาธิฐาน วัดทอง แปลงว่า วัดกาญจนสิงหาศน์ วัดอภัยธาราม แปลงว่า วัดอภัยทามริการาม วัดเขมาเดิม แปลงว่าวัดเขมา ภิรตาราม วัดนายกรับลคร แปลงว่าวัดสัมมัชชผล วัดอุทัยธาราม แปลงว่าวัดอุทัยทิศ วัดบุคคโล แปลงว่าวัดอุบลวัน วัดสนามควาย แปลงว่าวัดสุนทรธรรมทาน วัดดอนหลังบ้านทวาย แปลงว่า วัดปรมสถล วัดม่วงแค แปลงว่าวัดปาตลี วัดพระยาช�ำนิ แปลงว่าวัดช�ำนิหัตถการ วัดวิเศษอาวาศ แปลงว่าวัดวิเศษการ วัดอุบาสิการาม แปลงว่าวัดอุบาสิกาคุณ วัดสุธาสวรรรค์ แปลงว่าวัดสุทธาสุทธิ วัดอัมพวัน แปลงว่าวัดสวัสดิ์วารีวัน วัดภุมรินทร์ปักษี แปลงว่าวัดภมรปักษี วัดหงษารามจางวางดิศ แปลงว่าวัดดิศหงษคีรี วัดวิสุทธาราม แปลงว่าวัดวิสุทธาจารย์ วัดอมรตาราม แปลงว่าวัดอมตรส วัดอ�ำแดงแฟง แปลงว่าวัดคณิกาผล วัดจางวางดิศ แปลงว่าวัดดิศานุการาม วัดช่างแสง แปลงว่า วัดกรรมารการ วัดสารพัดช่าง แปลงว่าวัดสรรพการสิทธิ วัดอินทาราม แปลงว่าวัดอินทรประดิษฐ์ วัดเทพนารี แปลงว่าวัดเทพากรนารี วัดเทพทาราม แปลงว่าวัดอับษรนารี วัดสุวรรณพลับพลา แปลงว่าวัดสถลเจดีย์ วัดใหม่จางวางพ่วง แปลงว่าวัดเทวีวรญาติ วัดไทรทอง แปลงว่าวัดเบญจบพิตร วัดธรรมาพิมล แปลงว่าวัดราชประดิษฐ์ วัดใหญ่บางยี่ขัน แปลงว่าวัดอมรคีรี วัดข�ำเขมการาม แปลงว่า วัดข�ำโคราช วัดหัวเมือง วัดทรงธรรมเมืองนครเข่ือนขันธ์ แปลงว่าวัดด�ำรงราชธรรม วัดไชยพฤกษ์ เมืองนนท์เดิม แปลงว่า วัดไชยพฤกษมาลา วัดประทมเมืองนครไชยศรี แปลงว่าวัดปฐมเจดีย์ กรุงเก่า วัดชุมพลเดิม แปลงว่าวัดชุมพลนิกายาราม วัดเสนาศน์เดิม แปลงว่าวัดเสนาศนาราม วัดขวิด เมืองลพบุรี แปลงว่าวัดกระวิศราราม วัดมหาสมณะเมืองเพ็ชรเดิม แปลงว่าวัดมหาสมณาราม วัดเทพยกฎมพังเดิม แปลงว่าวัดเทพอุทิศ รวมทรงชื่อใหม่ในกรุงและหัวเมือง ๑๑ วัด ทรงแปลงชื่อ ในกรุงและหัวเมือง ๕๖ วัด”
“วัดสัมพันธวงษาราม” ในแผนท่ีกรุงเทพฯ จ.ศ. ๑๒๔๙ (พ.ศ. ๒๔๓๐)
อาณาเขตของวัด ในอดีต วัดสัมพันธวงศาราม เป็นวัดท่ีมีน้�ำล้อมรอบบริเวณที่ต้ังวัด จึงเรียกว่า “วัดเกาะ” เขตวิสุงคามสีมา ไม่ทราบว่ามีเท่าไร เขตพัทธสีมาเก่า กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๒ เมตร เขตการอยู่จ�ำพรรษาของพระภิกษุสามเณรเดิม จะก�ำหนดเขตและอุปจารอย่างไรหาทราบไม่ กล่าวกันว่า เขตวัดจดแม่น้�ำเจ้าพระยา มีศาลาท่าน�้ำของวัด ๓ หลัง ตามพงศาวดารกล่าวว่า “ในคราวเสด็จพระราชทานผ้าพระกฐิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จถวาย ผ้าพระกฐินท่ีวัดสัมพันธวงศ์ และวัดปทุมคงคา โดยทางชลมารค เรือพระท่ีนั่งเทียบท่ีศาลากลาง ท่าน้�ำวัดเกาะ เสด็จโดยลาดพระบาทถวายผ้าพระกฐิน ณ พระอารามน้ี” เนื่องจากท่ีดินสมัยน้ันไม่มีราคา จึงไม่มีผู้ที่สนใจจัดท�ำโฉนดหรือแผนที่ไว้เป็นหลักฐาน ใครมาปลูกสร้าง บ้านเรือนอาศัยก็ปลูกไป วัดก็ไม่ได้สนใจ นานเข้าผู้อยู่อาศัยอาจขายเซ้งให้ผู้อ่ืนไป นอกจากน้ันผู้ที่อยู่อาศัยเดิมตายไป บุตรหลานที่อาศัยอยู่ด้วยถือกรรมสิทธิ์ซ้ือขายกันต่อไปบ้างก็อาจเป็นไปได้ เมื่อมีบ้านเรือนหนาแน่นข้ึน ศาลาท่าน�้ำ ของวัดไม่ได้บูรณะไว้ จึงไม่ปรากฏ ถ้าเป็นเรื่องจริงตามท่ีเล่ากันสืบมา วัดคงมีเน้ือที่ประมาณ ๓๑ ไร่ แต่ระยะก่อน ๕๐ ปีมานี้ วัดเหลือเนื้อที่ประมาณ ๒๑ ไร่ สูญเสียเป็นของผู้อื่นและถูกตัดถนนไปประมาณ ๑๐ ไร่ ไม่มีทาง ที่จะเอาคืนได้ 21 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
ในสมัยเมื่อยังไม่ได้ตัดถนนทรงสวัสด์ิ มีหมู่กุฏิอยู่ทางด้านตะวันตก จรดคลองสัมพันธวงศ์ คือคลองระหว่าง วัดสัมพันธวงศารามกับวัดปทุมคงคา ซึ่งบัดน้ีถมเป็นถนน ปลูกสร้างเป็นตึกแถวหมดแล้ว การบอกเขตจำ� พรรษาด้าน ตะวันออกถึงคลองสัมพันธวงศ์ และคูวัดด้านเหนือถึงด้านตะวันตก ด้านใต้จดแม่น้�ำเจ้าพระยา ต่อมามีบ้านเรือน ราษฎรมากและมีถนนส�ำเพ็งแล้ว คงบอกเขตเพียงคูและตึกแถวถนนส�ำเพ็ง เม่ือทางราชการตัดถนนทรงสวัสด์ิผ่านกลางวัด วัดจึงย้ายกุฏิมารวมกันทางด้านตะวันตกของถนนทรงสวัสดิ์ ดังท่ีเป็นอยู่ในปัจจุบัน การบอกเขตจ�ำพรรษา ด้านตะวันออกมีก�ำแพงปูนยาว ๓ เส้น ๕ วา ๒ ศอก กั้นไปตามแนว ถนนทรงสวัสด์ิ ด้านใต้จากก�ำแพงคอนกรีตตรงไปทางตะวันตก ๑๐ วา เล้ียวมาด้านหลังตึกแถวของวัด ๑๗ วา แลว้ เลย้ี วมาดา้ นตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ตลอดมาถงึ ดา้ นทศิ เหนอื เลย้ี วโอบมาดา้ นทศิ ตะวนั ออก ตามคขู องวดั จรดกำ� แพง คอนกรีตริมถนนทรงสวัสดิ์ยาว ๔ เส้น ๘ วา (เวลานี้ถมคูเป็นถนนไปหมดแล้ว) สัณฐานเนื้อท่ีดินของวัดเป็นห้าเหล่ียมกลายๆ คิดเป็นเน้ือท่ีประมาณ ๘ ไร่ ๒ งาน ๓๗ ตารางวา ในที่มี ก�ำหนดเหล่าน้ี เป็นเขตการรักษาอรุณแห่งการจ�ำพรรษา ถ้านับทั้งที่เป็นห้องแถว คลองและคูของวัดรวมเข้าด้วย ก็จะเป็นเนื้อที่ประมาณ ๙ ไร่ ๒ งาน ๗๘ ตารางวา นอกจากน้ี มีที่ธรณีสงฆ์ซ่ึงเป็นที่จัดผลประโยชน์โดยตรง คือที่ดินท่ีสร้างห้องแถว และตึกแถวด้านใต้ของวัด มีเน้ือที่ ๒ งาน ๗๕ ตารางวา ที่นอกคูด้านเหนืออีก ๑ ไร่ ๗๒ ตารางวา ที่ด้านตะวันออกของถนนทรงสวัสด์ิอีก ๙ ไร่ ๓ งาน ๔๒ ตารางวา รวมที่ธรณีสงฆ์ของวัดที่จัดผลประโยชน์ทั้งส้ิน ๑๑ ไร่ ๒ งาน ๘๙ ตารางวา เมื่อรวม ท่ีสร้างวัดและท่ีธรณีสงฆ์เข้าด้วยกันโดยประมาณ ๒๑ ไร่ ๑ งาน ๖๗ ตารางวา 22 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
“วัดสัมพันธวงศาราม” ในแผนท่ีกรุงเทพฯ พ.ศ. ๒๔๖๕ - ๒๔๖๘
ภาพถ่ายทางอากาศวัดสัมพันธวงศาราม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑
ภาพถ่ายทางอากาศวัดสัมพันธวงศาราม เม่ือ พ.ศ. ๒๕๐๗ ขณะก�ำลังสร้างพระอุโบสถหลังใหม่
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวรมหาเถร ป.ธ. ๙)
ล�ำดับและประวัติเจ้าอาวาส วัดสัมพันธวงศาราม ล�ำดับเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม แต่เดิมไม่ปรากฏว่าใครเป็นเจ้าอาวาสมาแล้วกี่รูป แต่ท่ีนับได้หลังจาก ท่ีสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ กรมหลวงพิทักษ์มนตรี ท�ำการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งพระอารามแล้ว มีเจ้าอาวาส ๑๑ รูปตามล�ำดับดังนี้ ๑. พระอธิการไพฑูรย์ (ไม่มีบันทึกประวัติ) ๒. พระอธิการบุญมา (ไม่มีบันทึกประวัติ) ๓. พระครูศรีธรรมาลังการ (ไม่มีบันทึกประวัติ) 27 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
๔. พระธรรมติโลกาจารย์ (อู่ ป.ธ. ๙) ในรัชกาลที่ ๓ พระธรรมติโลกาจารย์ (อู่ ป.ธ. ๙) เดิมเป็นพระราชาคณะที่พระราชกระวี อยู่วัดเกาะ ถึง พ.ศ. ๒๓๗๔ ทรงตั้งเป็นพระราชาคณะผู้ใหญ่ท่ีพระธรรมติโลกาจารย์ ตามส�ำเนาทรงตั้งดังนี้ “ให้เล่ือนพระราชกระวี เป็นพระธรรมติโลกาจารย์ ญาณวิสารทนายก ติปิฎกธรา บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดเกาะวรวิหาร พระอารามหลวง ทรงตั้งวันพฤหัสบดี ขึ้น ๕ ค�่ำ เดือน ๘ ปีเถาะ พ.ศ. ๒๓๗๔” ในระหว่างที่เป็นเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ได้ท�ำการสอนพระปริยัติธรรม เป็นพระอุปัชฌายาจารย์ โดยนัยว่า ท่านเป็นผู้ฉลาดในพระปริยัติธรรมเป็นเปรียญ ๙ ประโยค ตามหนังสือที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมติอมรพันธ์และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรง ราชานุภาพทรงนิพนธ์ไว้ว่า “ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างพระวิหารหลวงวัดสุทัศน์ ซึ่งค้างมาแต่รัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ จนส�ำเร็จ แล้วโปรดให้สร้างพระอุโบสถการเปรียญ แล้วเสร็จ พระราชทาน นามว่า วัดสุทัศนเทพวราราม แล้วทรงพระกรุณาโปรดให้อาราธนาพระธรรมติโลกาจารย์ (อู่) วัดเกาะแก้ว ไปครอง 28 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
วัดสุทัศน์” เป็นอันส้ินสุดแห่งการเป็นเจ้าอาวาสของท่านแต่เพียงเท่าน้ี และเมื่อท่านด�ำรงต�ำแหน่งอธิบดีสงฆ์ วัดสุทัศนเทพวราราม ได้เจริญในสมณศักด์ิตามล�ำดับที่ พระพิมลธรรมและสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ ปริยัติ วรสังฆาธิบดี ศรีสมณุตมปรินายก ตรีปิฎกโกศล วิมลปรีชา มหาอุดมคณิฤศร บวรสังฆาราม คามวาสี อริญวาสี สถิต วัดสุทัศนเทพวรารามวรวิหาร พระอารามหลวง นิตยภัทร เดือนละ ๕ ต�ำลึง มีฐานานุศักดิ์ควรต้ัง ฐานานุกรม ได้ ๑๐ รูป ๕. พระครูปาน เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้พระธรรมติโลกาจารย์ไปครองวัดสุทัศน์ ใน พ.ศ. ๒๓๗๗ แล้ว พระครูปานจึงได้เป็นเจ้าอาวาสองค์ต่อ ๖. พระเนกขัมมมุนี (คง) ภายหลังท่ีพระครูปานได้มรณภาพ เป็นเหตุให้ต�ำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามว่างลง ต่อมา พระเนกขมั มมนุ ี(คง) ขณะทด่ี ำ� รงสมณศกั ดท์ิ พ่ี ระครไู กรสรวลิ าสจงึ ไดย้ า้ ยจากวดั สทุ ศั นเทพวรารามมาเปน็ เจา้ อาวาส รูปต่อมา พระเนกขัมมมุนี (คง) ท่านมีชาติภูมิอยู่บ้านดอนตะแบก จังหวัดปราจีนบุรี เกิดปีมะแม ตรีศก จุลศักราช ๑๑๗๒ พ.ศ. ๒๓๕๔ อุปสมบทที่วัดเกาะแก้วลังการาม มีพระธรรมติโลกาจารย์เป็นพระอุปัชฌายะ ได้สอบบาลีที่ วัดพระเชตุพน เป็นเปรียญ ๔ ประโยค ต่อมาเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๘ พระครูไกรสรวิลาสมีความพอใจในการปฏิบัติธรรมวินัยฝ่ายคณะธรรมยุต จึงทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท�ำญัตติกรรมเป็นพระภิกษุ ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย พร้อมด้วยสหธรรมิกที่ร่วมในใคร่จะปฏิบัติตามรวม ๑๒ รูป มีพระบรมราชโองการโปรดให้ พระอมราภิรักขิต (เกิด) วัดบรมนิวาส เป็นผู้จัดการ โดยท�ำญัตติกรรมที่วัดบรมนิวาส มีพระกัสสโป (พระราชาคณะ รามัญนิกาย) เป็นพระอุปัชฌายะ พระอมราภิรักขิต (เกิด) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาบุญ ๓ ประโยค วัดบรมนิวาส เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อญัตติกรรมเป็นธรรมยุตเรียบร้อยแล้ว ท่านและคณะกลับมาอยู่ที่วัดสัมพันธวงศารามตามปกติ ส่วนพระภิกษุท่ียินดีจะกระท�ำญัตติกรรมร่วมกับท่าน ต่างพากันแยกย้ายไปอยู่วัดปทุมคงคาบ้าง ไปอยู่วัดสามจีน (วัดไตรมิตรวิทยาราม) บ้าง ลาสิกขาเสียบ้าง คงเหลือแต่คณะของท่าน ภิกษุสามเณรวัดเกาะแก้วลังการาม จึงเป็นพระในสังกัดธรรมยุติกนิกายสืบมาแต่ครั้งกระนั้น แต่เป็นที่ น่าเสียดายว่า โรคาพาธเบียดเบียนท่านมาก จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตลาสิกขา เมื่อลาสิกขาน้ัน ท่านอายุได้ ๕๙ ปี พ.ศ. ๒๔๑๒ นับแต่ญัตติกรรมเป็นธรรมยุตได้ ๑๕ ปี 29 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
๗. พระครูธรรมาภินันท์ (อินทร์) พระครูธรรมาภินันท์ (อินทร์) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส องค์ต่อมา ท่านเกิดปีวอก พ.ศ. ๒๓๗๘ ที่บ้านต�ำบลบางหญ้าแพรก อ�ำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ท่านได้รับการศึกษากับ พระเนกขัมมมุนี (คง) ครั้งอยู่ที่วัดสุทัศน์ฯ เมื่อพระเนกขัมมมุนี (คง) ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะแก้วลังการาม ท่านได้ติดตามมาอยู่ด้วย อุปสมบทเม่ือปีมะโรง พ.ศ. ๒๓๙๘ ท่ีวัดสัมพันธวงศาราม ก่อนที่พระเนกขัมมมุนีไปท�ำญัตติกรรมเป็นธรรมยุตได้ ๓ วัน เม่ือ พระเนกขัมมมุนี (คง) ไปญัตติกรรมท่ีวัดบรมนิวาส ท่านก็ร่วมไปด้วย รูปหน่ึง เม่ือพรรษาอายุพอสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นฐานานุกรมของ พระเนกขัมมมุนี (คง) ที่พระปลัด และได้เป็นเจ้าอาวาสครองวัดต่อมา ได้รับพระราชทานสมณศักด์ิ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสพระอารามหลวงที่ พระครูธรรมาภินันท์ มีนิตยภัต เดือนละ ๒ ต�ำลึง มรณภาพเม่ือ พ.ศ. ๒๔๒๖ อายุได้ ๔๘ ปี พรรษา ๒๘ เป็น เจ้าอาวาสครองวัดได้ ๑๕ ปี 30 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่มที่ ๑ น�ำเบอร์ ๒๒๓ วันอาทิตย์ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่�ำ ปีจอฉศก ๑๒๓๖ แผ่นท่ี ๒๔ 31 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
32 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่มที่ ๓ น�ำเบอร์ ๒๒๕ วันอาทิตย์ เดือน ๑๑ แรม ๔ ค�่ำ ปีชวดอัฐศก ๑๒๓๘ แผ่นท่ี ๒๙ 33 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่มที่ ๔ น�ำเบอร์ ๒๖๑ วันอาทิตย์ เดือน ๑๑ แรม ๖ ค่�ำ ปีฉลูนพศก ๑๒๓๙ แผ่นท่ี ๓๓ 34 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่มที่ ๕ น�ำเบอร์ ๒๑๗ วันอาทิตย์ เดือน ๑๑ แรม ๒ ค�่ำ ปีขานสัมฤทธศก ๑๒๔๐ แผ่นท่ี ๒๘ 35 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
๘. พระพินิตวินัย (แจ้ง ปิยสีโล) พระพินิตวินัย (แจ้ง ปิยสีโล) ชาติกาลเกิดวัน พฤหัสบดี ข้ึน ๑๕ ค่�ำ เดือน ๖ มีมะแม พ.ศ. ๒๓๙๐ เป็นบุตรคนแรกของนายถี นางล้อม มีน้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน ๗ คน เป็นชาย ๓ หญิง ๔ เกิดที่ต�ำบล บ้านกระเทียม อ�ำเภอบางพลีใหญ่ จังหวัดสมุทรปราการ ได้อุปสมบทที่วัดสัมพันธวงศาราม เม่ืออายุได้ ๒๑ ปี วันพฤหัสบดี ข้ึน ๑๓ ค่�ำ เดือน ๖ ปีเถาะ ตรงกบั วนั ที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๑๐ พระอมราภริ กั ขติ (เกิด) วัดบรมนิวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ พระเนกขัมมมุนี (คง) และพระครูธรรมาภินันท์ (อินทร์) เป็นพระกรรม วาจาจารย์ วันท่ี ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๙ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดให้เป็น พระครูสัญญาบัตร ซึ่งคัดจากจดหมายเหตุราชกิจจา รายวันความว่า “ทรงประเคนผ้าไตรสลับแพรและ สัญญาบตั รท่ี พระครธู รรมาภินนั ท์ คงอยวู่ ดั เดิม นิตยภตั พระราชทานตาลิปัตรพุดตาน บริขารเครื่องยศพร้อม ๑ 36 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่ม ๑ แผ่นท่ี ๔๔ วันอาทิตย์ เดือนสิบเอจ แรมสองค�่ำ ปีรกาสัตศก ๑๒๓๗ น�ำเบอร์ ๓๘๗ 37 เล่ม ๑ แผ่นท่ี ๔๖ วันอาทิตย์ เดือนสิบสอง แรมสองค�่ำ ปีรกาสัตศก ๑๒๔๗ น�ำเบอร์ ๔๐๓ ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลที่ ๕ เล่มที่ ๑-๒ จ.ศ. ๑๒๔๖-๑๒๔๗ ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่ม ๓ แผ่นท่ี ๒๘ วันอาทิตย์ เดือนสิบสอง ขึ้นสิบสามค่�ำ ปีจออัฐศก ๑๒๔๘ น�ำเบอร์ ๒๒๔ ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลท่ี ๕ เล่มท่ี ๓ จ.ศ. ๑๒๔๘ 38 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
u พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ u (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์) เล่ม ๓ แผ่นท่ี ๓๑ วันอาทิตย์ เดือนสิบสอง ข้ึน ๕ ค่�ำ ปีจออัฐศก ๑๒๔๘ น�ำเบอร์ ๒๕๑ ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลท่ี ๕ เล่มท่ี ๓ จ.ศ. ๑๒๔๘ 39 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่ม ๓ แผ่นท่ี ๓๙ วันอาทิตย์ เดือนยี่ ข้ึนสองค�่ำ ปีจออัฐศก ๑๒๔๘ น�ำเบอร์ ๓๒๓ ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลท่ี ๕ เล่มที่ ๓ จ.ศ. ๑๒๔๘ 40 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่ม ๔ แผ่นท่ี ๒๒ วันศุกร์ เดือนสิบ ขึ้นสิบห้าค�่ำ ปีกุนนพศก ๑๒๔๙ น�ำเบอร์ ๑๗๑ (หัวข้อ การตั้ งพระราชาคณะแลเปรียญท่ีแปลพระปริยัติธรรม) ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลท่ี ๕ เล่มท่ี ๔ จ.ศ. ๑๒๔๙ 41 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่ม ๔ แผ่นที่ ๒๖ วันอาทิตย์ เดือนสิบเอ็จ ขึ้นสิบห้าค่�ำ ปีกุนนพศก ๑๒๔๙ น�ำเบอร์ ๒๐๖ ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลท่ี ๕ เล่มที่ ๔ จ.ศ. ๑๒๔๙ 42 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่ม ๔ แผ่นท่ี ๑๕ วันพฤหัสบดี เดือนอ้าย แรมแปดค�่ำ ปีกุนนพศก ๑๒๔๙ น�ำเบอร์ ๒๗๕ ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลที่ ๕ เล่มท่ี ๔ จ.ศ. ๑๒๔๙ 43 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่ม ๕ แผ่นท่ี ๓๐ วันเสาร์ เดือนสิบเอ็จ ข้ึน ๑๕ ค�่ำ ปีชวดสัมฤทธิศก ๑๒๕๐ น�ำเบอร์ ๒๔๕ ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลท่ี ๕ เล่มที่ ๕ จ.ศ. ๑๒๕๐ 44 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศร์วรฤทธ์ิ เล่ม ๕ แผ่นท่ี ๓๒ วันเสาร์ เดือนสิบเอ็จ แรมสิบส่ีค่�ำ ปีชวดสัมฤทธิศก ๑๒๕๐ น�ำเบอร์ ๒๗๑ (หัวข้อ เสด็จพระราชทานพระกฐิน) ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลที่ ๕ เล่มที่ ๕ จ.ศ. ๑๒๕๐ 45 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่ม ๖ แผ่นท่ี ๒๘ วันที่ ๑๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๘ น�ำเบอร์ ๒๓๖ ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลท่ี ๕ เล่มท่ี ๖ ร.ศ. ๑๐๘ 46 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
เล่ม ๖ แผ่นที่ ๒๙ วันท่ี ๒๐ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๐๘ น�ำเบอร์ ๒๔๔ (หัวข้อ เสด็จพระราชทานพระกฐินโดยสถลมารค) ราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลที่ ๕ เล่มท่ี ๖ ร.ศ. ๑๐๘ 47 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
49 ประวัติวัดสัมพันธวงศาราม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196