Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 4 ของไหล

หน่วยที่ 4 ของไหล

Published by khaimook spp, 2022-08-02 17:43:06

Description: หน่วยที่ 4 ของไหล

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 26 กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว30205 รายวิชา ฟสิ ิกส์ 5 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ ของไหล เรื่อง ความหนาแนน่ วนั ท…่ี …….เดือน……………พ.ศ……………… เวลา……………………น. จานวน 2 ชั่วโมง ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ผูส้ อน นางสาวไข่มุก สพุ ร สาระฟสิ กิ ส์ 4. เข้าใจความสัมพันธ์ของความร้อนกับการเปล่ียนอุณหภูมิและสถานะของสสาร สภาพยืดหยุ่นของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคติละสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นิวเคลยี ร์ ปฏิกิรยิ านิวเคลียร์ พลังงานนวิ เคลยี ร์ ฟสิ กิ สอ์ นุภาค รวมทั้งนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ผลการเรยี นรู้ อธิบาย และคานวณความดันเกจ ความดันสัมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมทั้งอธิบายหลักการ ทางานของแมนอมิเตอร์บารอมิเตอร์ และเครอ่ื งอัดไฮดรอลกิ ได้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายความหนาแน่นของสารได้ (K) 2. นักเรยี นทดลองความหนาแน่นของสารได้ (P) 3. ความใฝ่เรยี นรแู้ ละทางานร่วมกบั ผอู้ ื่นไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์ (A) สาระการเรยี นรู้ ภาชนะทมี่ ีของเหลวบรรจอุ ยู่จะมีแรงเนื่องจากของเหลวกระทาต่อพื้นผวิ ภาชนะ โดยขนาดของแรงที่ ของเหลวกระทาตั้งฉากต่อพื้นทห่ี นง่ึ หนว่ ยเป็นความดนั ในของเหลว สาระสาคัญ ของเหลวเป็นสถานะหนงึ่ ของสสาร มีปริมาตรคงตัว และมีรูปร่างตามภาชนะที่บรรจุ ส่วนแก๊สซึ่งเป็น อีกสถานะหนึ่งของสสาร มีรูปร่างและปริมาตรไม่คงตัว ข้ึนกับภาชนะที่บรรจุ ทั้งของเหลวและแก๊สสามารถ ไหลจากทีห่ นึ่งไปอีกทีห่ นึง่ ได้ จงึ เรียกของเหลวและแก๊สว่า ของไหล (fluid)

แก๊ส (Gas) : ปริมาณและรูปร่างเปลย่ี นแปลงไปตามภาชนะที่บรรจุเป็นของไหลทส่ี ามารถบีบอัดได้ (Compressible fluid) ของเหลว (Liquids) : ปรมิ าณคงที่รูปร่างเปล่ียนแปลงไปตามภาชนะทบ่ี รรจุเป็นของไหลทีไ่ ม่สามารถ บีบอดั ได้ (Incompressible fluid) ความหนาแนน่ (Density) เปน็ สมบัตเิ ฉพาะตวั ของสาร โดยท่วั ไปจะหมายถึงความหนาแนน่ มวล (Mass Density) ซึ่งหาได้จาก อตั ราสว่ นระหวา่ งมวลต่อหน่งึ หน่วยปรมิ าตรของสาร ������ ρ = ������ ρ คือ ความหนาแน่นของวตั ถุ (Kg/m3) ������ คอื มวลรวมของวตั ถุ (kg) ������ คือ ปรมิ าตรรวมของวัตถุ (m3) ความหนาแน่นสัมพทั ธ์ (Relative Density) ความหนาแน่นของสารใดๆ อาจบอกในเทอมของ ความหนาแนน่ สัมพทั ธ์ โดยความหนาแนน่ สัมพันธ์ ของสารใด หมายถึง อตั ราส่วนระหวา่ งความหนาแน่นของสารนนั้ กบั ความหนาแนน่ ของสารอา้ งอิง สมรรถนะสาคัญ ความสามารถในการคดิ - ทักษะการคิดวิเคราะห์ - ทกั ษะการคิดสงั เคราะห์ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (จิตวทิ ยาศาสตร์) ความใฝ่เรียนร้แู ละทางานรว่ มกับผู้อ่ืนได้อย่างสร้างสรรค์ นักเรยี นแสดงออกถึงความตงั้ ใจความ เพยี ร พยายามในการเรยี นและการทากิจกรรมต่างๆ แสวงหาความรจู้ ากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ อยู่เสมอ โดยการเลือกใช้ สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปล่ียนเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และ นาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ และมีการใช้ทักษะทางสังคม การมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ได้แก่ การแลกเปล่ียน ความคิดเห็นกับบุคคลอื่น การยอมรับความคิดเห็นของผู้อ่ืน การขอความช่วยเหลือและความร่วมมือจากผอู้ นื่ เพื่อความร่วมมอื ในการทางานกลุ่ม

ชน้ิ งาน/ภาระงาน ใบงานท่ี 4.1 ความหนาแน่น กิจกรรมการเรยี นรู้ วิธีสอนใช้รูปแบบวงจรการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5E Learning Cycle model) ขน้ั ที่ 1 ขนั้ สร้างความสนใจ ( 15 นาที ) 1. ครูทบทวนความรู้ในหน่วยการเรียนที่ผ่านมา เพอื่ เชื่อมโยงความรูใ้ นหน่วยการเรยี นรใู้ หม่ต่อไป 2. ครตู ้งั คาถามเพ่อื นาเขา้ สูก่ ารทากิจกรรม เรอ่ื ง ความหนาแนน่ ดงั น้ี - สสารแบ่งออกกสี่ ถานะ และมลี ักษณะอยา่ งไรบา้ ง (แนวคาตอบ ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ โดยไม่คาดหวังคาตอบท่ี ถกู ต้อง) 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ของเหลวและแก๊สมีรูปร่างไม่แน่นอน และสามารถไหลจากที่หน่ึงไปยังอีกท่ี หน่งึ จงึ อาจเรียกท้งั สองสถานะน้ีว่า ของไหล ขน้ั ที่ 2 ขั้นสารวจและคน้ หา ( 45 นาที ) 4. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4 - 5 คน และใหต้ วั แทนกล่มุ มารับใบงาน 5. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษากจิ กรรมจากใบงานท่ี 4.1 ความหนาแนน่ 6. ครชู แ้ี จงจดุ ประสงค์และวิธีการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมให้นักเรียนทราบ 7. นักเรยี นลงมือปฏบิ ัตกิ จิ กรรม และรายงานผล ขน้ั ท่ี 3 ขัน้ สร้างคาอธบิ ายและลงข้อสรปุ ( 30 นาที ) 8. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมหน้าชน้ั 9. ครใู ห้นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพอื่ นาไปสกู่ ารสรปุ โดยใชค้ าถามต่อไปน้ี - จากผลการทดลองสารในปริมาตรที่เท่ากนั มวลของสารมีคา่ เทา่ กันหรอื ไม่อยา่ งไร (แนวคาตอบ ไมเ่ ทา่ กัน เพราะปริมาตรของสารแตล่ ะชนดิ เท่ากนั แต่ความหนาแนน่ ของ มวลสารแตล่ ะชนิดต่างกัน) - สารแตล่ ะชนิดมคี วามหนาแน่นเหมือนกันหรือแตกต่างอย่างไร (แตกต่างกนั เพระสารแต่ละชนิดความหนาแนน่ ท่ีแตกต่างกัน ขน้ึ อย่กู ับมวลและปริมาตรของ สาร) - ความหนาแน่นสมั พทั ธข์ องสารแตล่ ะชนดิ เหมือนกนั หรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร (แนวคาตอบ แตกต่างกนั เพราะความหนาแน่สัมพัทธ์ของสารขน้ึ อยู่กับความหนาแนน่ ของสารและความหนาแนน่ ของอ้างอิง(นา้ ))

10. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับ เร่ือง ความหนาแน่น ดังน้ี ของเหลวเป็นสถานะหนึ่งของ สสาร มีปริมาตรคงตัว และมีรูปร่างตามภาชนะท่ีบรรจุ ส่วนแก๊สซึ่งเป็นอีกสถานะหน่ึงของสสาร มีรูปร่างและ ปริมาตรไม่คงตัว ขึ้นกับภาชนะที่บรรจุ ทั้งของเหลวและแก๊สสามารถไหลจากที่หนึ่งไปอีกท่ีหน่ึงได้ จึงเรียก ของเหลวและแก๊สว่า ของไหล (fluid) ในส่วนของความหนาแน่น (Density) นั่นคือ เป็นสมบัติเฉพาะตัวของ สาร โดยทั่วไปจะหมายถึงความหนาแน่นมวล (Mass Density) ซ่ึงหาได้จากอัตราส่วนระหว่างมวลต่อหน่ึง หน่วยปริมาตรของสาร และความหนาแน่นสัมพัทธ์ (Relative Density) คือ ความหนาแน่นของสารใดๆ อาจ บอกในเทอมของ ความหนาแน่นสัมพัทธ์ โดยความหนาแน่นสัมพันธ์ของสารใด หมายถึง อัตราส่วนระหว่าง ความหนาแนน่ ของสารน้ันกับความหนาแนน่ ของสารอา้ งองิ ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ ( 15 นาที ) 11. ครูให้เกร็ดความรู้กับนักเรียนในเรื่องการสร้างเรือ โดยการตั้งประเด็นคาถามขึ้นมาคือ “ทาไมเรือ เหล็กจึงลอยน้าได้ท้ังๆที่เหล็กมีความหนาแน่นมากกกว่า” ซ่ึงอธิบายได้ ดังน้ี เหล็กท่ีมีความหนาแน่นมากกว่า นา้ จงึ จนนา้ ถ้านาเหล็กมาตีแผเ่ ป็นแผ่นบางๆ และทาเป็นรูปทรงของเรือจะทาใหป้ ริมาตรจะเพ่มิ ขึ้นทัง้ ๆ ทีม่ วล เท่าเดมิ ทาใหเ้ รอื เหล็กมคี วามหนาแน่นนอ้ ยกวา่ นา้ จงึ ลอยนา้ ได้ ขัน้ ท่ี 5 ประเมินผล ( 15 นาที ) 12. ครสู งั เกตและประเมินพฤตกิ รรมของนักเรยี นในขณะที่ใหน้ ักเรียนปฏบิ ัติกิจกรรมและการนาเสนอ ผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรม วัสดุ/อปุ กรณ์ สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรียนฟิสิกส์ ม.6 เลม่ 1 สงั กัด อจท. 2. หนงั สือเรียนฟสิ ิกส์ ม.6 เลม่ 5 สังกดั สสวท. 3. PowerPoint เร่ือง ของไหล 4. ห้องเรยี น 5. ห้องสมดุ 6. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ 7. ใบงานท่ี 4.1 ความหนาแนน่

การวดั ผลและประเมนิ ผล จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธวี ดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน 1 . นั ก เ รี ย น อ ธิ บ า ย ค ว า ม ตรวจใบงาน ใ บ ง า น ที่ 4 . 1 ค ว า ม ได้ระดับคุณภาพดี หนาแน่นของสารได้ (K) หนาแน่น จึงผ่านเกณฑ์ 2 . นั ก เ รี ย น ท ด ล อ ง ค ว า ม สังเกตและประเมินการ แบบประเมินการปฏิบัติ ได้ระดับคุณภาพดี หนาแนน่ ของสารได้ (P) ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม กจิ กรรมการทดลอง จึงผ่านเกณฑ์ 3. ทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่าง สังเกตและประเมินการ แบบประเมินการทางาน ได้ระดับคุณภาพดี สรา้ งสรรค์ (A) ทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้ ร่ ว ม กั บ ผู้ อ่ื น ไ ด้ อ ย่ า ง จงึ ผา่ นเกณฑ์ อย่างสร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ 4. คุณลักษณะด้านความใฝ่ สังเกตพฤตกิ รรม แ บ บ ป ร ะ เ มิ น คุ ณ - ได้ระดับคุณภาพดี เรียนรู้ ลักษณะอันพึงประสงค์ จงึ ผา่ นเกณฑ์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้ ความคดิ เห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ................................................................ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา (…………………….………….……….………………………….) ........./........................./.........

การประเมินดา้ นความรู้ (K) เกณฑก์ ารให้คะแนนใบงาน ประเดน็ การประเมิน 4 คะแนน 1 32 ของเหลวเป็นสถานะหนึ่งของสสาร มี ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผ ล ง า น มี ค ว า ม ปริมาตรคงตัว และมีรปู รา่ งตามภาชนะ กับประเด็นการ กับประเด็นการ กับประเด็นการ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ที่บรรจุ ส่วนแก๊สซ่ึงเป็นอีกสถานะหนึ่ง ประเมิน เนื้อหา ประเมนิ สว่ นใหญ่ ประเมิน เน้ือหา ป ร ะ เ ด็ น ก า ร ของสสาร มีรูปร่างและปริมาตรไม่คง ตัว ข้ึนกับภาชนะท่ีบรรจุ ทั้งของเหลว สาระของผลงาน เน้ือหาสาระของ สาระของผลงาน ป ร ะ เ มิ น เ น้ื อ ห า และแก๊สสามารถไหลจากท่หี นงึ่ ไปอีกที่ ถกู ต้องครบถ้วน ผลงานถูกต้องแต่ ถูกต้องเป็นบาง สาระแค่บางส่วน ยังมีข้อบกพร่อง ป ร ะ เ ด็ น แ ต่ และมีข้อบกพร่อง หนึ่งได้ จึงเรียกของเหลวและแก๊สว่า ของไหล (fluid) ในส่วนของความ เลก็ นอ้ ย มี ข้ อ บ ก พ ร่ อ ง มาก หนาแน่น (Density) นั่นคือ เป็นสมบตั ิ บางสว่ น เฉพาะตัว ของสาร โ ดยท่ัว ไปจ ะ หมายถึงความหนาแน่นมวล (Mass Density) ซึ่ ง ห า ไ ด้ จ า ก อั ต ร า ส่ ว น ระหว่างมวลต่อหนึ่งหน่วยปริมาตรของ สาร และความหนาแน่นสัมพัทธ์ ( Relative Density) คื อ ค ว า ม หนาแน่นของสารใดๆ อาจบอกใน เทอมของ ความหนาแน่นสัมพัทธ์ โดย ความหนาแน่นสัมพันธ์ของสารใด หมายถึง อัตราส่วนระหว่างความ หนาแน่นของสารน้ันกับความหนาแน่น ของสารอา้ งองิ เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ดมี าก 4 อยู่ในระดบั ดี 3 อยู่ในระดบั พอใช้ 2 อยใู่ นระดบั ปรบั ปรุง 1 อยูใ่ นระดับ

การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) เกณฑ์การใหค้ ะแนนการปฏิบัตกิ จิ กรรมการทดลอง ประเดน็ การประเมิน ระดบั คะแนน 4 321 1.การวางแผนการ เตรียมตัวทดลองโดย เตรียมตัวทดลองมา ไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีการเตรียมตัว ทดลองและเตรียม ก า ร ว า ง แ ผ น ก า ร บ้างโ ดยการว าง สาหรับการทดลอง สาหรับการทดลอง อุ ป ก ร ณ์ ก่ อ น ก า ร ทดลองล่วงหน้า และ แผนการท ด ล อ ง แ ต่ ส า ม า ร ถ ว า ง ไ ม่ ส า ม า ร ถ ว า ง ทดลอง เตรียมอุปกรณ์ก่อน ล่วงหน้าเล็กน้อย แผนการทดลองได้ แผนการทดลองได้ การทดลองมีความ และเตรียมอุปกรณ์ แ ล ะ จั ด เ ต รี ย ม และไม่จัดเตรียม พ ร้ อ ม ส า ห รั บ ก า ร ก่อนการทดลองมี อุปกรณ์การทดลอง อุปกรณ์การทดลอง ทดลอง ความพร้อมสาหรับ กอ่ นการทดลองได้ ก่อนการทดลอง การทดลอง 2.การทดลองตาม ทดลองตามวิธีการ ทดลองตามวิธีการ ทดลองตามวิธีการ ทดลองไม่ถูกต้อง แผนทก่ี าหนด และขั้นตอนที่กาหนด แ ล ะ ขั้ น ต อ น ที่ แ ล ะ ข้ั น ต อ น ที่ ต า ม วิ ธี ก า ร แ ล ะ ไว้อย่างถูกต้องด้วย ก า ห น ด ไ ว้ ด้ ว ย กาหนดไว้โดยมีครู ข้ันตอนที่กาหนดไว้ ตนเองมีการปรับปรุง ตนเองมีการปรับ ห รื อ ผู้ อื่ น เ ป็ น ผู้ ไม่มีการปรับปรุง แก้ไขเปน็ ระยะ ปรุงแก้ไขบ้าง แนะนา แก้ไข 3.การใช้อุปกรณ์และ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ แ ล ะ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ แ ล ะ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ แ ล ะ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ แ ล ะ เครอ่ื งมอื เ ค ร่ื อ ง มื อ ใ น ก า ร เคร่ืองมือในก าร เครื่องมือใน การ เคร่ืองมือใน การ ท ด ล อ ง ไ ด้ อ ย่ า ง ท ด ล อ ง ไ ด้ อ ย่ า ง ท ด ล อ ง ไ ด้ อ ย่ า ง ทดลองไม่ถูกต้อง ถู ก ต้ อ ง ต า ม ห ลั ก ถูกต้องตามหลัก ถู ก ต้ อ ง โ ด ย มี ค รู แ ล ะ ไ ม่ มี ค ว า ม ป ฏิ บั ติ แ ล ะ ค ล่ อ ง ปฏิบัติแต่ไม่คล่อง ห รื อ ผู้ อ่ื น เ ป็ น ผู้ คล่องแคล่วในการ แคล่ว แคล่ว แนะนา ใช้

ประเด็นการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 4.การบันทึกผลการ บันทึกผลเป็นระยะ บันทึกผลเป็นระยะ บันทึกผลเป็นระยะ บันทึกผลไม่ครบ ไม่ ท ด ล อ ง แ ล ะ ก า ร อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง มี อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง มี แต่ไม่เป็นระเบียบ มีการระบุห น่ ว ย สรปุ ผลการทดลอง ระเบียบ มีการระบุ ระเบียบ มีการระบุ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่เป็นไปตาม หน่วย มีการอธิบาย หน่วย มีการอธิบาย และไม่มีการอธิบาย การทดลอง สรุปผล ข้อมูลให้เห็นความ ข้ อ มู ล ใ ห้ เ ห็ น ข้ อ มู ล ใ ห้ เ ห็ น ก า ร ท ด ล อ ง ต า ม เชื่อมโยงเป็นภาพรวม ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ความสัมพันธ์ของ ความรู้ที่พอมีอยู่ เป็นเหตุเป็นผล และ เ ป็ น ไ ป ต า ม ก า ร การทดลอง สรุปผล โดยไม่ใช้ข้อมูลจาก เ ป็ น ไ ป ต า ม ก า ร ทดลอง สรุปผลการ การทดลองได้ โดย การทดลอง ทดลอง สรุปผลการ ท ด ล อ ง ไ ด้ อ ย่ า ง มีครูหรือผู้อ่ืนเป็นผู้ ท ด ล อ ง ไ ด้ อ ย่ า ง ถูกต้อง แต่ยังไม่ แ น ะ น า บ้ า ง จึ ง ถู ก ต้ อ ง ก ร ะ ชั บ ครอบคลุมข้อมูล ส า ม า ร ถ ส รุ ป ไ ด้ ชัดเจน และครอบ จากการวิเคราะห์ ถูกต้อง คลุมข้อมูลจากการ ทง้ั หมด วิเคราะห์ท้งั หมด 5.การดูแลและการ ดู แ ล อุ ป ก ร ณ์ ห รื อ ดูแลอุปกรณ์หรือ ดูแลอุปกรณ์หรือ ไม่ดูแลอุปกรณ์หรือ เ ก็ บ อุ ป ก ร ณ์ ห รื อ เ ค รื่ อ ง มื อ ใ น ก า ร เคร่ืองมือในก าร เคร่ืองมือใน การ เคร่ืองมือใน การ เคร่อื งมือ ทดลองและมีการทา ทดลองและมีการ ทดลองและมีการ ทดลองและไม่สนใจ ความสะอาดและเก็บ ท า ค ว า ม ส ะ อ า ด ทาความสะอาดแต่ ท า ค ว า ม ส ะ อ า ด อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง ต า ม อย่างถูกต้อง แต่ เก็บไม่ถูกต้อง ต้อง รวมทั้งเก็บไม่ถูก หลักการ และแนะนา เกบ็ ไมถ่ กู ตอ้ ง ใ ห้ ค รู ห รื อ ผู้ อ่ื น ต้อง ให้ผู้อื่นดูแลและเก็บ แนะนา ไดอ้ ย่างถูกต้อง เกณฑก์ ารให้คะแนน ดีมาก 4 หมายถงึ ดี 3 หมายถึง พอใช้ 2 หมายถงึ ปรบั ปรุง 1 หมายถงึ

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ดมี าก 16 – 20 อยใู่ นระดับ ดี 11 – 15 อยู่ในระดับ พอใช้ 6 – 10 อยใู่ นระดับ ปรับปรงุ 1 – 5 อยู่ในระดับ

การประเมินดา้ นเจตคติ (A) เกณฑ์การประเมนิ การทางานร่วมกบั ผู้อน่ื อย่างสรา้ งสรรค์ ประเดน็ การประเมิน 3 คะแนน 1 2 1. การมสี ว่ นร่วม สมาชิกกลุ่มทุกคนมีส่วน สมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่มี สมาชิกกลุ่มให้ความ ร่วมในการปฏิบัติงาน ส่วนร่วมในการปฏิบัติ ร่วมมือในการปฏิบตั ิงาน กลมุ่ งานกล่มุ กลมุ่ เปน็ ส่วนน้อย 2. การว างแผนในกา ร มีการวางแผนและแบ่ง มีการวางแผนในการ ไม่มีการวางแผนในการ ทางาน หน้าท่ีในการทางานของ ทางาน แต่ไมม่ กี ารแบ่ง ทางาน และสมาชิกทุก สมาชิกครบทุกคน หน้าท่ใี หส้ มาชกิ ทุกคน คนมีหน้าท่ีในการทา งานท่ีไมช่ ัดเจน 3. ร่วมคิดแก้ไขปัญหาใน มีการระดมความคิดใน มีการระดมความคิดแต่ ไม่มีการระดมความคิด ระหวา่ งการทางานกลมุ่ การแก้ไขปัญหาและรับ รับฟังความคิดเห็นไม่ สมาชิกแก้ไขปัญหาเป็น ฟังความคิดเห็นของทุก ครบทกุ คน หรอื บางคน ส่วนนอ้ ย คน ไมอ่ อกความคดิ เห็น เกณฑ์การใหค้ ะแนน ดีมาก 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถงึ เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ดีมาก 7 - 9 อยใู่ นระดบั ดี 4 - 6 อย่ใู นระดับ พอใช้ 1 - 3 อยู่ในระดับ

การประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ด้านใฝ่เรียนรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ดา้ นใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดและพฤตกิ รรมบ่งช้ี ตัวช้ีวัด พฤติกรรมบ่งช้ี 4.1 ต้ังใจ เพียรพยายามในการเรียน และ 4.1.1 ตั้งใจเรยี น เข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้ 4.1.2 เอาใจใส่และมคี วามเพียรพยายามในการเรียนรู้ 4.1.3 สนใจเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรตู้ ่างๆ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ 4.2.1 ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ ส่ือ ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการ เทคโนโลยีต่างๆ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน และ เลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ เลือกใชส้ ื่อไดอ้ ยา่ งเหมาะสม วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปล่ียน 4.2.2 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจากส่ิงท่ีเรียนรู้ สรุปเป็นองค์ เรียนรู้ และนาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้ ความรู้ 4.2.3 แลกเปลย่ี นเรียนรู้ดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ และนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใช้ขอ้ มูลจากการสังเกตตามสภาพจริงของครผู ูส้ อน) พฤติกรรมบ่งช้ี 321 ตามข้อ 4.1 – 4.2 เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เข้าเรียนตรงเวลา ต้ังใจ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เอาใจใส่ในการเรียน และมี เรียน เอาใจใส่ในการเรียน เรียน เอาใจใส่ในการเรียน ส่วนร่วมในการเรียนรู้ และ และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ และเข้าร่วมกิจกรรมการ และเข้าร่วมกิจกรรมการ ต่างๆ ท้ังภายในและภายนอก เรียนรู้ตา่ งๆ บอ่ ยครง้ั เรยี นรู้ต่างๆ เป็นบางคร้ัง โรงเรียนเปน็ ประจา ระดับเกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ 3 อยใู่ นระดบั ดีเยย่ี ม 2 อยใู่ นระดบั ดี 1 อยู่ในระดับ ผ่าน 0 อยู่ในระดบั ไมผ่ ่าน หมายเหตุ นกั เรยี นสามารถทางานได้ 2 คะแนนขนึ้ ไปจึงจะผา่ นเกณฑ์

การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) แบบประเมินการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการทดลอง กลุ่มที่…………. รายชอื่ สมาชิก…………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ประเด็นการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1 32 1.การทดลองตามแผนท่ีกาหนด 2.การใช้อปุ กรณแ์ ละเคร่ืองมือ 3.การบนั ทกึ ผลการทดลอง 4.การสรปุ ผลการทดลอง 5.การดูแลและการเกบ็ อปุ กรณ์หรอื เคร่ืองมือ รวมคะแนน ผลการประเมนิ อย่ใู นระดับ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดีมาก 4 หมายถึง ดี 3 หมายถึง พอใช้ 2 หมายถงึ ปรบั ปรงุ 1 หมายถงึ เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ดีมาก 16 – 20 อยู่ในระดับ ดี 11 – 15 อยู่ในระดบั พอใช้ 6 – 10 อยใู่ นระดับ ปรับปรุง 1 – 5 อยู่ในระดบั

การประเมินด้านเจตคติ (A) แบบประเมินการทางานรว่ มกับผูอ้ ่นื อย่างสรา้ งสรรค์ กลมุ่ ท…่ี ………. รายชอ่ื สมาชิก…………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ประเดน็ การประเมนิ ระดับคะแนน 3 21 1. การมสี ว่ นร่วม 2. การวางแผนในการทางาน 3. รว่ มคิดแก้ไขปัญหาในระหว่างการทางานกลุม่ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดีมาก 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช้ 1 หมายถงึ เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ดมี าก 7 - 9 อย่ใู นระดบั ดี 4 - 6 อย่ใู นระดับ พอใช้ 1 - 3 อยู่ในระดับ

การประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ใฝ่เรียนรู้) นกั เรยี นระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6/1 คาชแ้ี จง: ใหผ้ ูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชอื่ - นามสกลุ คะแนน 1 ท่ี 32 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ดเี ยย่ี ม 3 อยู่ในระดับ ดี 2 อยใู่ นระดับ ผ่าน 1 อยใู่ นระดบั ไมผ่ า่ น 0 อยูใ่ นระดบั หมายเหตุ นกั เรยี นสามารถทางานได้ 2 คะแนนขึ้นไปจงึ จะผ่านเกณฑ์

บันทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการจดั กจิ กรรม ตารางท่ี 1 ผลการประเมนิ ด้านความรู้ (K) ลาดับที่ ระดบั ชนั้ จานวน ดีมาก (4) สรุปผลการประเมนิ รวม นกั เรยี น รวม ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5 ตารางที่ 2 ผลการประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) ลาดับท่ี ระดับชน้ั จานวน สรปุ ผลการประเมิน ปรับปรงุ รวม นักเรียน ดีมาก ดี พอใช้ (1 – 5) 1 ม.6/1 (16 – 20) (11 – 15) (6 – 10) 2 ม.6/3 3 ม.6/4 รวม 4 ม.6/5

บันทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการจดั กิจกรรม ตารางที่ 3 ผลการประเมินด้านเจตคติ (A) ลาดบั ที่ ระดับชั้น จานวน สรปุ ผลการประเมิน รวม นักเรียน ดมี าก (7 - 9) ดี (4 - 6) พอใช้ (1 - 3) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 รวม 3 ม.6/4 4 ม.6/5 ตารางที่ 4 ผลการประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ลาดบั ที่ ระดับชั้น จานวน ดีมาก (3) สรปุ ผลการประเมนิ ไมผ่ า่ น (0) รวม นักเรียน รวม ดี (2) ผ่าน (1) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5

บนั ทกึ หลังการสอน ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6 ผลการสอน ด้านความรู.้ ................................................................................................................. ....................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ดา้ นทักษะ.................................................................................................................... ....................................... ............................................................................................................................................................. ............... ............................................................................................................................................................................ ดา้ นเจตคต.ิ .................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................................................. ............... ............................................................................................................................................................................ ดา้ นสมรรถนะ.................................................................................................................. ................................... ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์............................................................................................................. ............... ปัญหา/อปุ สรรค................................................................................................................ .................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ แนวทางการแก้ไข..................................................................... ........................................................................... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ หมายเหตุ..................................................................................................................... ........................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………………....................... ลงชอื่ ..........................................................ผสู้ อน (.............................................................) ........./........................./.........

ใบงานที่ 4.1 ความหนาแน่น จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. นักเรียนอธิบายความหนาแน่นของสารได้ (K) 2. นกั เรยี นทดลองความหนาแนน่ ของสารได้ (P) 3. ความใฝเ่ รยี นรแู้ ละทางานร่วมกับผูอ้ ่นื ได้อย่างสร้างสรรค์ (A) คาชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นทดลองความหนาแนน่ ของสารตามกิจกรรม ดังต่อไปน้ี และออกแบบตารางบันทึกผล วัสดุ-อุปกรณ์ 2) แอลอฮอล์ ปรมิ าตร 30 cm3 1) น้าเปล่า ปริมาตร 30 cm3 4) น้ามนั พชื ปรมิ าตร 30 cm3 3) น้านม ปรมิ าตร 30 cm3 6) เครอ่ื งชง่ั น้าหนงั ปริมาตร 30 cm3 5) กาวลาเทก็ ซ์ ปริมาตร 30 cm3 วธิ ที ากิจกรรม 1. ช่ังมวลนา้ เปลา่ ทม่ี ี ปรมิ าตร 30 cm3 2. คานวณหาอัตราสว่ นระหว่างมวลกับปริมาตรของน้าเปล่า แลว้ บันทกึ ผล 3. ชง่ั มวลแอลกอฮอล์,นา้ นม,น้ามันพืช,และกาวลาเท็กซ์ แลว้ บนั ทึกผลตามข้อ 1 และ 2 ตารางบนั ทกึ ผล ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คาถามท้ายกิจกรรม 1) จากผลการทดลองสารในปรมิ าตรทีเ่ ท่ากัน มวลของสารมีคา่ เทา่ กันหรอื ไมอ่ ย่างไร ตอบ ความเคน้ ตามยาวแปรผันต รงกบั ความเครียดตามยาว แต่เสน้ กราฟในการทดลองน้ีไม่ตดั ทีจ่ ุด กาเนดิ อาจเน่ืองมาจากความคลาดเคล่ือนจากการทดลองในตอนท่ยี ังไมม่ ีน้าหนกั มาถ่วง สายกตี ารอ์ าจไม่ยืด เต็มท่ียังโค้งงออยูบ่ างบริเวณ เน่ืองจากสายกตี ารถ์ ูกม้วนไว้.............................................................................. 2) สารแต่ละชนดิ มีความหนาแน่นเหมือนกันหรือแตกต่างอย่างไร ตอบ ความเคน้ ตามยาวแปรผันต รงกับความเครียดตามยาว แตเ่ ส้นกราฟในการทดลองนี้ไม่ตดั ท่ีจดุ กาเนิดอาจเน่ืองมาจากความคลาดเคลื่อนจากการทดลองในตอนท่ยี ังไม่มีน้าหนักมาถว่ ง สายกตี ารอ์ าจไมย่ ดื เต็มท่ยี งั โค้งงออยบู่ างบรเิ วณ เนอ่ื งจากสายกตี าร์ถูกมว้ นไว้.............................................................................. 3) ความหนาแนน่ สมั พทั ธข์ องสารแต่ละชนดิ เหมือนกันหรอื แตกตา่ งกันอย่างไร ตอบ ความเค้นตามยาวแปรผันต รงกับความเครยี ดตามยาว แตเ่ ส้นกราฟในการทดลองนี้ไม่ตัดทีจ่ ุด กาเนิดอาจเน่ืองมาจากความคลาดเคล่อื นจากการทดลองในตอนทย่ี งั ไม่มีน้าหนกั มาถ่วง สายกตี ารอ์ าจไม่ยดื เตม็ ทย่ี งั โค้งงออยู่บางบริเวณ เนื่องจากสายกีตาร์ถูกม้วนไว้.............................................................................. สรุปผลการทากิจกรรม จากการทากิจกรรม พบว่า เมื่อใช้แรงดึงลวดความยาวลวดเพ่ิมขึ้น นาค่าความเค้นตามยาวและ ความเครียดตามยาวของลวดมาเขียนกราฟ จะได้กราฟเส้นตรง แสดงว่าค่าความเค้นและความเครียดมีความ สม้ พนั ธ์กัน โดยความเคน้ ตามยาวแปรผนั ตรงกับความเครียดตามยาว................................................................. คล้ายกบั การเรียงตัวของผงเหล็กรอบแทง่ แม่เหล็ก อ คลา้ ยกบั การเรียงตัวของผงเหล็กรอบแทง่ แม่เหล็ก อ ส้มพนั ธ์กนั โดยความเคน้ ตามยาวแปรผันตรงกับความเครียดตามยาว................................................................. คลา้ ยกบั การเรียงตัวของผงเหล็กรอบแทง่ แมเ่ หลก็ อ คล้ายกบั การเรียงตัวของผงเหล็กรอบแทง่ แม่เหลก็ อ คล้ายกบั การเรียงตัวของผงเหล็กรอบแทง่ แมเ่ หล็ก อ คลา้ ยกบั การเรียงตัวของผงเหล็กรอบแทง่ แมเ่ หลก็ อ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 27 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว30205 รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 5 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ ของไหล เรอ่ื ง การคานวณปรมิ าณที่เกยี่ วข้องกับความหนาแนน่ วนั ท…ี่ …….เดอื น……………พ.ศ……………… เวลา……………………น. จานวน 1 ชั่วโมง ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ผ้สู อน นางสาวไขม่ ุก สพุ ร สาระฟสิ ิกส์ 4. เข้าใจความสัมพันธ์ของความร้อนกับการเปลี่ยนอุณหภูมิและสถานะของสสาร สภาพยืดหยุ่นของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคติละสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นวิ เคลียร์ ปฏิกริ ยิ านิวเคลยี ร์ พลังงานนิวเคลยี ร์ ฟสิ ิกสอ์ นภุ าค รวมท้งั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ผลการเรยี นรู้ อธิบาย และคานวณความดันเกจ ความดันสัมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมทั้งอธิบายหลักการ ทางานของแมนอมเิ ตอร์บารอมเิ ตอร์ และเครื่องอดั ไฮดรอลิกได้ จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. นกั เรียนอธบิ ายความหมายของตวั แปรในสมการความสมั พันธ์ความหนาแนน่ ของสารได้ (K) 2. นักเรยี นคานวณหาคา่ ความสมั พันธค์ วามหนาแนน่ ของสารได้ (P) 3. มีความใฝเ่ รียนรแู้ ละอยากรู้อยากเหน็ (A) สาระการเรียนรู้ ภาชนะทม่ี ขี องเหลวบรรจอุ ยู่จะมีแรงเน่ืองจากของเหลวกระทาต่อพ้ืนผวิ ภาชนะ โดยขนาดของแรงท่ี ของเหลวกระทาตั้งฉากต่อพ้ืนท่หี น่ึงหนว่ ยเปน็ ความดันในของเหลว สาระสาคญั ของเหลวเป็นสถานะหนงึ่ ของสสาร มีปริมาตรคงตัว และมีรูปร่างตามภาชนะที่บรรจุ ส่วนแก๊สซ่ึงเปน็ อีกสถานะหนึ่งของสสาร มีรูปร่างและปริมาตรไม่คงตัว ข้ึนกับภาชนะที่บรรจุ ทั้งของเหลวและแก๊สสามารถ ไหลจากทีห่ น่งึ ไปอีกทหี่ นึ่งได้ จงึ เรยี กของเหลวและแกส๊ ว่า ของไหล (fluid)

ความหนาแนน่ (Density) เป็นสมบตั เิ ฉพาะตวั ของสาร โดยทว่ั ไปจะหมายถงึ ความหนาแนน่ มวล (Mass Density) ซงึ่ หาได้จาก อตั ราส่วนระหวา่ งมวลต่อหนึ่งหนว่ ยปริมาตรของสาร ������ ρ = ������ ρ คอื ความหนาแน่นของวัตถุ (Kg/m3) ������ คือ มวลรวมของวัตถุ (kg) ������ คอื ปริมาตรรวมของวตั ถุ (m3) ความหนาแน่นสัมพทั ธ์ (Relative Density) ความหนาแน่นของสารใดๆ อาจบอกในเทอมของ ความหนาแน่นสัมพทั ธ์ โดยความหนาแนน่ สมั พนั ธ์ ของสารใด หมายถงึ อตั ราส่วนระหวา่ งความหนาแนน่ ของสารนั้นกบั ความหนาแนน่ ของสารอา้ งอิง ความหนาแน่นสมั พทั ธ์ = มวลของสาร มวลของนา้ ทม่ี ีปรมิ าตรเท่ากนั และ ความหนาแนน่ สมั พัทธ์ = ความหนาแน่นของสาร °������ ความหนาแน่นของนา้ ที่ 4 ความหนาแน่นสมั พัทธ์ เป็นปริมาณที่ไมม่ ีหน่วย เนอ่ื งจากเป็นปริมาณที่ใช้ในการบง่ บอกถงึ จานวนเท่า ของความหนาแน่นของสารนั้นๆ เทยี บกับน้า สมรรถนะสาคญั ความสามารถในการคดิ - ทักษะการคิดวิเคราะห์ - ทกั ษะการคดิ สังเคราะห์

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (จติ วทิ ยาศาสตร)์ ความใฝ่เรียนรู้และมีความอยากรู้อยากเห็น นักเรียนแสดงออกถึงความตั้งใจความต้องการที่จะรู้และ เสาะแสวงหาความรเู้ กี่ยวกับสงิ่ ต่างๆ ทสี นใจหรอื ต้องการค้นพบส่ิงใหม่ แสดงออกไดโ้ ดยการถามคาถาม หรอื มี ความสงสัยในสิ่งที่สนใจอยากรู้ มีความกระตือรือร้นในการเสาะแสวงหาข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับสิ่งท่ีสนใจ เพียร พยายามในการเรยี นและการทากิจกรรมต่างๆ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ตา่ งๆ อยู่เสมอ โดยการเลือกใช้ ส่ืออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปล่ียนเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และ นาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้ ชิน้ งาน/ภาระงาน ใบงานท่ี 4.2 การคานวณปริมาณท่ีเกี่ยวข้องกบั ความหนาแนน่ กิจกรรมการเรยี นรู้ วธิ สี อนใชร้ ปู แบบวงจรการเรียนรู้ 5 ขน้ั ตอน (5E Learning Cycle model) ขั้นท่ี 1 ข้ันสร้างความสนใจ ( 5 นาที ) 1. ครทู บทวนบทเรยี นทีผ่ ่านมา เรอ่ื ง ความหนาแนน่ เพือ่ เชือ่ มโยงความรู้ในบทเรียนใหม่ตอ่ ไป 2. ครูเสนอตัวอย่างเรอื่ ง ความหนาแน่น โดยครูแสดงภาพหรือสาธติ การทดลองให้นกั เรยี นเห็นวา่ “ถ้า นาโฟมและแท่งเหลก็ ไปใส่ในภาชนะที่บรรจุนา้ นกั เรียนจะสังเกตเห็นอะไร (แนวคาตอบ ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ โดยไม่คาดหวังคาตอบที่ ถกู ต้อง) ขนั้ ที่ 2 ขั้นสารวจและคน้ หา ( 25 นาที ) 3. ครูชี้แจงจุดประสงค์และวิธีการปฏิบัติกิจกรรมให้นักเรียนทราบ ตามรายละเอียดในใบงานท่ี 4.2 การคานวณปริมาณทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ความหนาแน่น 4. ใหน้ ักเรียนแต่ละคนออกมารบั ใบงาน และศึกษารายละเอียดก่อนปฏิบัติกจิ กรรม 5. นักเรยี นลงมือปฏบิ ัติกจิ กรรม และรายงานผล ขั้นที่ 3 ขน้ั สรา้ งคาอธบิ ายและลงข้อสรุป ( 20 นาที ) 6. ครูสมุ่ นักเรยี นออกมานาเสนอผลการปฏบิ ัติกิจกรรมหนา้ ชนั้ 7. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายเกี่ยวกับ เรื่อง การคานวณปริมาณทเี่ กยี่ วข้องกับความหนาแน่น ดังน้ี เป็นสมบตั เิ ฉพาะตวั ของสาร โดยท่วั ไปจะหมายถึงความหนาแนน่ มวล (Mass Density) ซง่ึ หาได้จาก อตั ราสว่ นระหวา่ งมวลต่อหนงึ่ หนว่ ยปรมิ าตรของสาร ρ = ������ ความหนาแน่นของสารใดๆ อาจบอกใน ������

เทอมของ ความหนาแนน่ สัมพัทธ์ โดยความหนาแน่นสมั พันธ์ของสารใด หมายถึง อัตราสว่ นระหวา่ งความ หนาแนน่ ของสารนน้ั กับความหนาแนน่ ของสารอา้ งอิง ความหนาแน่นสัมพทั ธ์ = มวลของสาร มวลของนา้ ทมี่ ีปริมาตรเท่ากนั และ ความหนาแนน่ สัมพทั ธ์ = ความหนาแนน่ ของสาร °������ ความหนาแน่นของน้าท่ี 4 ความหนาแน่นสัมพทั ธ์ เปน็ ปรมิ าณท่ีไม่มีหน่วย เนอ่ื งจากเป็นปรมิ าณท่ีใช้ในการบ่งบอกถงึ จานวน เทา่ ของความหนาแน่นของสารน้นั ๆ เทียบกบั นา้ ขั้นที่ 4 ข้ันขยายความรู้ ( 5 นาที ) 8. ครูให้นักเรียนฝึกทาโจทย์การคานวณเพิ่มเติม เพื่อเพ่ิมทักษะการคานวณให้กับนักเรียนเพ่ือความ แมน่ ยาในการทาแบบฝึกหดั และทาข้อสอบต่อไป ขั้นท่ี 5 ประเมนิ ผล ( 5 นาที ) 9. ครสู งั เกตและประเมินพฤตกิ รรมของนักเรยี นในขณะทใ่ี ห้นักเรียนปฏิบตั ิกิจกรรมและการนาเสนอผล การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม วสั ด/ุ อุปกรณ์ สอ่ื และแหล่งเรียนรู้ 1. หนงั สือเรยี นฟสิ กิ ส์ ม.6 เล่ม 1 สงั กดั อจท. 2. หนงั สอื เรียนฟสิ ิกส์ ม.6 เล่ม 5 สังกดั สสวท. 3. หนังสือสรุปฟิสิกส์ มธั ยมปลาย สงั กดั Dream&Passion 4. PowerPoint เร่อื ง ของไหล 5. หอ้ งเรียน 6. ห้องสมดุ 7. แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ 8. ใบงานท่ี 4.2 การคานวณปริมาณทีเ่ กีย่ วข้องกับความหนาแนน่

การวัดผลและประเมินผล จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีวัด เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ 1.นักเรียนอธิบายความหมาย ตรวจใบงาน ใบงานที่ 4.2 การคานวณ ได้ระดับคุณภาพดี ของตัวแปรในสมการความ ปริมาณที่เก่ียวข้องกับ จึงผ่านเกณฑ์ สัมพันธ์ความหนาแน่นของ ความหนาแนน่ สารได้ (K) 2. นักเรียนค าน ว ณ ห า ค่ า สังเกตและประเมินการ แบบประเมินการปฏิบัติ ได้ระดับคุณภาพดี ความสัมพันธ์ความหนาแน่น ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม กิจกรรมการคานวณ จึงผา่ นเกณฑ์ ของสารได้ (P) 3. มีความอยากรู้อยากเห็น สงั เกตและประเมินการ แบบประเมินการมีความ ได้ระดับคุณภาพดี (A) มีความอยากรู้อยาก อยากรู้อยากเหน็ จงึ ผา่ นเกณฑ์ เห็น 4. คุณลักษณะด้านความใฝ่ สงั เกตพฤติกรรม แ บ บ ป ร ะ เ มิ น คุ ณ - ได้ระดับคุณภาพดี เรียนรู้ ลักษณะอันพึงประสงค์ จึงผา่ นเกณฑ์ ดา้ นใฝ่เรียนรู้ ความคิดเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอื่ ................................................................ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา (…………………….………….……….………………………….) ........./........................./.........

การประเมินดา้ นความรู้ (K) เกณฑ์การให้คะแนนใบงาน ประเด็นการประเมนิ คะแนน 4 321 ครูและนักเรียนร่ว มกันอภิป ราย ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผ ล ง า น มี ค ว า ม เกี่ยวกับ เรื่อง การคานวณปริมาณที่ กั บ ป ร ะ เ ด็ น ก า ร กับประเด็นการ กับประเด็นการ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ เกี่ยวข้องกับความหนาแน่น ดังนี้ เป็น ประเมิน เนื้อหา ประเมินส่วนใหญ่ ประเมิน เนื้อหา ป ร ะ เ ด็ น ก า ร สมบัติเฉพาะตัวของสาร โดยทั่วไปจะ หมายถึงความหนาแน่นมวล (Mass สาระของผลงาน เน้ือหาสาระของ สาระของผลงาน ป ร ะ เ มิ น เ นื้ อ ห า Density) ซ่ึ ง ห า ไ ด้ จ า ก อั ต ร า ส่ ว น ถูกตอ้ งครบถ้วน ผลงานถูกต้องแต่ ถูกต้องเป็นบาง สาระแค่บางส่วน ยังมีข้อบกพร่อง ป ร ะ เ ด็ น แ ต่ และมีข้อบกพร่อง ระหว่างมวลต่อหน่ึงหน่วยปรมิ าตรของ สาร ρ = ������ ความหนาแน่นของสาร เล็กนอ้ ย มี ข้ อ บ ก พ ร่ อ ง มาก ������ บางสว่ น ใดๆ อาจบอกในเทอมของ ความ หนาแน่นสัมพัทธ์ โดยความหนาแน่น สัมพันธ์ของสารใด หมายถึง อัตราส่วน ระหว่างความหนาแน่นของสารนั้นกับ ความหนาแน่นของสารอา้ งองิ ความหนาแนน่ สมั พัทธ์ = มวลของสาร มวลของน้าทมี่ ีปริมาตรเท่ากนั ความหนาแนน่ ของสาร ความหนาแน่นสัมพัทธ์ = ความหนาแนน่ ของนา้ ที่ 4 °������ ความหนาแน่นสัมพัทธ์ เป็นปริมาณท่ี ไมม่ ีหน่วย เนือ่ งจากเปน็ ปริมาณท่ีใช้ใน การบ่งบอกถึงจานวนเท่าของความ หนาแน่นของสารนั้นๆ เทียบกับนา้ เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ดีมาก 4 อยใู่ นระดบั ดี 3 อยูใ่ นระดบั พอใช้ 2 อย่ใู นระดับ ปรบั ปรุง 1 อยใู่ นระดับ

การประเมินดา้ นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) เกณฑก์ ารประเมนิ การปฏิบตั ิกจิ กรรมการคานวณ ประเดน็ การประเมิน 3 ระดับคะแนน 1 2 1.ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ โ จ ท ย์ บอกสง่ิ ที่โจทย์ให้มา และ บอกส่ิงทโ่ี จทยใ์ หม้ า และ บอกสิ่งท่ีโจทย์ใหม้ า และ ปญั หา ส่ิงท่ีโจทย์ต้องการได้ สิ่งท่ีโจทย์ต้องการได้ สิ่งที่โจทย์ต้องการได้ อ ย่ า ง ถู ก แ ล ะ เ ขี ย น และเขียนสมการการ และเขียนสมการการ สมการการคานวณของ โจทยไ์ ด้อยา่ งถูกต้อง คานว ณของโ จ ท ย์ ไ ด้ คานวณของโจทยไ์ ด้ อยา่ งถกู ตอ้ ง 2.เลือกสูตรที่เหมาะสม เลือกสูตรการคานวณที่ เลือกสูตรการคานวณที่ เลือกสูตรการคานวณที่ และสัมพนั ธก์ บั โจทย์ สัมพันธ์กับสิ่งที่โจทย์ สัมพันธ์กับส่ิงที่โจทย์ สัมพันธ์กับส่ิงท่ีโจทย์ ต้องการให้หาได้อย่าง ต้องการให้หาได้อย่าง ต้องการให้หาได้ แต่ไม่ ถูกตอ้ งและเหมาะสม ถกู ต้อง สามารถหาคาต อ บที่ ถูกต้องได้ 3.การแทนค่าและแสดงวิธี การแทนค่าของตัวแปร การแทนค่าของตัวแปร การแทนค่าของตัวแปร หาคาตอบ ในโจทย์ได้อย่างถูกต้อง ในโจทย์ได้อย่างถูกต้อง ในโจทย์ได้ และแสดง แสดงวิธีการคานวณเป็น แสดงวิธีการคานวณเป็น วธิ ีการคานวณได้ ลาดับขน้ั ตอนชัดเจนและ ลาดับข้ันตอนและได้ ได้คาตอบท่ีถูกต้ อ งมี คาตอบที่ถกู ตอ้ ง ความแมน่ ยา 4.ตรวจสอบคาตอบของ ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ส อ บ ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ส อ บ ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ส อ บ โจทย์ และระบุหน่วยได้ คาตอบของโจทย์ได้อย่าง คาตอบของโจทย์ได้ และ คาตอบของโจทย์ได้บ้าง ชัดเจน ถูกต้อง และระบุหน่วย ระบุหน่วยได้ชัดเจน เล็กน้อย และระบุหน่วย ไดช้ ัดเจน ได้ เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ 9 – 12 อยูใ่ นระดบั ดมี าก 5 – 8 อยู่ในระดับ ดี 1 – 4 อยู่ในระดบั พอใช้

การประเมินด้านเจตคติ (A) เกณฑ์การประเมินการมีความอยากรอู้ ยากเหน็ ประเดน็ การประเมนิ 3 คะแนน 1 2 มีความพยายามท่ีจะ พยายามหาความรู้ใหม่ๆ มีการแสวงหาความรู้บ้าง ไม่มีการแสวงหาความรู้ เสาะแสวงหาความรู้ใน อยู่เสมอ ซ่ึงไม่สามารถ นาความรู้ท่ีมีอยู่เดิมมา ใดๆ ใช้เพียงความรู้เดิม ส ถ า น ก า ร ณ์ ใ ห ม่ ๆ อธิบายได้ด้วยความรู้ที่มี อธิบายเล็กน้อย จึงทาให้ ทม่ี อี ยู่เทา่ น้ัน ไม่เกิดการ ต ร ะ ห นั ก ถึ ง ค ว า ม อยู่เดิม เพ่ือให้เกิดการ เกิดการเรียนรู้ได้น้อย ซึง่ เรียนรู้เท่าที่ควร และไม่ สาคัญของการแสวงหา เรยี นรู้ และใช้ความรทู้ ่ไี ด้ อ า จ ป รั บ ใ ช้ ไ ด้ กั บ สามารถแก้ไขต่างๆ ได้ ข้อมูลเพ่ิมเติม และช่าง ในการแก้ปัญหา หรือใช้ ชี วิ ต ป ร ะ จ า วั น แ ค่ ไม่ให้ความสาคัญกบั การ ซัก ช่างถาม ช่างอ่าน กับชีวิตประจาวันได้ ให้ บางส่วน ให้ความสาคัญ เรียนรู้เท่าที่ควร และไม่ เพื่อให้ได้คาตอบเป็น ค ว า ม ส า คั ญ กั บ ก า ร กับการเรียนรู้บ้าง แต่ไม่ มีการสังเกต หรือเกิด ความรู้ที่สมบูรณ์แบบ เรียนรู้ เป็นผู้กระตือ- มีความกระตือรือร้นใน ความสงสัยเทา่ ทคี่ วร ยิง่ ขึ้น รือร้นในการเรียนหรือ การเรียนหรือแสวงหา แสวงหาความรู้อยเู่ สมอ ความรู้ และรู้จักถามเม่ือ และช่างสงสัย สังเกต มีข้อสงสัยจากการได้ รู้จักถามเมื่อมีข้อสงสัย สั ง เ ก ต บ้ า ง ท า ใ ห้ ไ ด้ ทาให้ได้คาตอบท่ีเป็น คาตอบ ท่ีเป็นคว ามรู้ ความรู้ท่ีสมบูรณ์แบบ เพิ่มเตมิ จากความรู้เดิม ยิง่ ขึ้น เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ดีมาก 3 อยู่ในระดบั ดี 2 อยใู่ นระดบั พอใช้ 1 อยูใ่ นระดับ

การประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ดา้ นใฝเ่ รียนรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคด์ ้านใฝ่เรยี นรู้ ตวั ชี้วัดและพฤติกรรมบง่ ชี้ ตัวช้วี ดั พฤติกรรมบ่งชี้ 4.1 ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน 4.1.1 ตัง้ ใจเรียน และเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ 4.1.2 เอาใจใส่และมคี วามเพียรพยายามในการเรยี นรู้ 4.1.3 สนใจเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้ต่างๆ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ 4.2.1 ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพิมพ์ ส่ือ ต่างๆ ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน เทคโนโลยีต่างๆ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม และเลอื กใชส้ อ่ื ได้อยา่ งเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ 4.2.2 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจากส่ิงท่ีเรียนรู้ สรุป ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนาไปใช้ เปน็ องคค์ วามรู้ ในชีวิตประจาวันได้ 4.2.3 แลกเปล่ียนเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆ และนาไปใช้ใน ชีวิตประจาวนั เกณฑก์ ารให้คะแนน (ใช้ข้อมูลจากการสังเกตตามสภาพจริงของครูผูส้ อน) พฤตกิ รรมบ่งชี้ 32 1 ตามข้อ 4.1 – 4.2 เข้าเรียนตรงเวลา ต้ังใจ เข้าเรียนตรงเวลา ต้ังใจ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เรียน เอาใจใส่ในการ เรียน เอาใจใส่ในการ เรียน เอาใจใส่ในการ เรียน และมีส่วนร่วมใน เรียน และมีส่วนร่วมใน เรียน และมีส่วนร่วมใน การเรียนรู้ และเข้าร่วม การเรียนรู้ และเข้าร่วม การเรียนรู้ และเข้าร่วม กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก บอ่ ยครัง้ เปน็ บางคร้งั โรงเรยี นเปน็ ประจา

ระดบั เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ดเี ย่ยี ม 3 อยใู่ นระดับ ดี 2 อยู่ในระดบั ผ่าน 1 อยูใ่ นระดับ ไมผ่ า่ น 0 อยู่ในระดับ หมายเหตุ นักเรยี นสามารถทางานได้ 2 คะแนนขึ้นไปจงึ จะผ่านเกณฑ์

การประเมนิ ด้านทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) แบบประเมินการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการคานวณ คาชแ้ี จง: ให้ผ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน แล้วขดี ลงในช่องทตี่ รงกับระดบั คะแนน ประเด็นการประเมนิ ระดบั คะแนน 3 21 1.การวเิ คราะห์โจทย์ปัญหา 2.เลือกสตู รทีเ่ หมาะสมและสัมพันธก์ ับ โจทย์ 3.การแทนค่าและแสดงวธิ หี าคาตอบ 4.ตรวจสอบคาตอบของโจทย์ และระบุ หนว่ ยไดช้ ดั เจน รวมคะแนน ผลการประเมินอย่ใู นระดบั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดีมาก 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถงึ พอใช้ 1 หมายถึง เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ดีมาก 9 – 12 อยูใ่ นระดับ ดี 5 – 8 อยู่ในระดับ พอใช้ 1 – 4 อยู่ในระดบั

แบบประเมนิ การมคี วามอยากรู้อยากเหน็ คาชี้แจง: ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี น แลว้ ขดี ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน ประเด็นการประเมิน 3 คะแนน 1 2 มี ค ว า ม พ ย า ย า ม ที่ จ ะ เ ส า ะ แสว งหาคว ามรู้ในสถา น การณ์ใหม่ๆ ตระหนักถึง ความสาคัญของการแสวงหา ข้อมูลเพิ่มเติม และช่างซัก ช่างถาม ช่างอ่าน เพ่ือให้ได้ คาตอบเป็นความรู้ที่สมบูรณ์ แบบยงิ่ ขึน้ รวมคะแนน ผลการประเมินอยใู่ นระดบั เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ดีมาก 3 อยใู่ นระดบั ดี 2 อยใู่ นระดบั พอใช้ 1 อยใู่ นระดับ

การประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ใฝ่เรียนรู้) นกั เรยี นระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6/1 คาชแ้ี จง: ใหผ้ ูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน ลาดบั ชอื่ - นามสกลุ คะแนน 1 ท่ี 32 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ดเี ยย่ี ม 3 อยู่ในระดับ ดี 2 อยใู่ นระดับ ผ่าน 1 อยใู่ นระดบั ไมผ่ า่ น 0 อยูใ่ นระดบั หมายเหตุ นกั เรยี นสามารถทางานได้ 2 คะแนนขึ้นไปจงึ จะผ่านเกณฑ์

บนั ทกึ หลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ผลการจัดกจิ กรรม ตารางท่ี 1 ผลการประเมินด้านความรู้ (K) ลาดบั ที่ ระดบั ช้นั จานวน ดมี าก (4) สรปุ ผลการประเมนิ รวม นกั เรยี น รวม ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5 ตารางท่ี 2 ผลการประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ (P) ลาดับท่ี ระดบั ช้ัน จานวน สรปุ ผลการประเมนิ รวม นกั เรียน ดมี าก (9 – 12) ดี (5 – 8) พอใช้ (1 – 4) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 รวม 3 ม.6/4 4 ม.6/5

บนั ทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ผลการจดั กจิ กรรม ตารางท่ี 3 ผลการประเมนิ ดา้ นเจตคติ (A) ลาดบั ที่ ระดับชนั้ จานวน ดีมาก (3) สรุปผลการประเมนิ พอใช้ (1) รวม นกั เรยี น รวม ดี (2) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5 ตารางที่ 4 ผลการประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ลาดับที่ ระดับชน้ั จานวน ดมี าก (3) สรุปผลการประเมิน ไม่ผา่ น (0) รวม นักเรียน รวม ดี (2) ผา่ น (1) 1 ม.6/1 2 ม.6/3 3 ม.6/4 4 ม.6/5

บันทึกหลังการสอน ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ผลการสอน ด้านความร้.ู ................................................................................................................. ....................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ด้านทกั ษะ.................................................................................................................... ....................................... ............................................................................................................................................................. ............... ............................................................................................................................................................................ ด้านเจตคต.ิ .................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................................................. ............... ............................................................................................................................................................................ ด้านสมรรถนะ.................................................................................................................. ................................... ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค.์ ............................................................................................................ ............... ปัญหา/อปุ สรรค................................................................................................................ .................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ แนวทางการแกไ้ ข............................................................................................................... ................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ หมายเหต.ุ .................................................................................................................... ........................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………………....................... ลงชื่อ..........................................................ผ้สู อน (.............................................................) ........./........................./.........

ใบงานที่ 4.2 การคานวณปรมิ าณทเี่ กี่ยวข้องกบั ความหนาแนน่ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. นักเรียนอธบิ ายความหมายของตัวแปรในสมการความสมั พันธค์ วามหนาแน่นของสารได้ (K) 2. นักเรียนคานวณหาค่าความสัมพันธ์ความหนาแน่นของสารได้ (P) 3. มคี วามใฝเ่ รียนรู้และอยากรู้อยากเหน็ (A) คาชี้แจง : ให้นักเรียนคานวณหาค่าความสัมพันธ์ความหนาแน่นของสารจากโจทย์ที่กาหนดให้ต่อไปนี้ให้ ถูกตอ้ ง 1. นา้ มคี วามหนาแนน่ 1000 กโิ ลกรัมตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร หมายความวา่ อยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เหล็กมวล 0.156 กิโลกรมั มีปริมาตร 2 x 10-5 ลูกบาศก์เมตร ความหนาแน่นของเหล็กมคี า่ เท่าไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ตะกั่วก้อนหน่ึงมีปริมาตร 0.524 ลูกบาศก์เมตร ถ้าตะกั่วมีความหนาแน่น 11.3 x 103 กิโลกรัมต่อ ลูกบาศก์เมตร ตะกัว่ ก้อนนม้ี มี วลเทา่ ใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. วัตถุรูปลูกบาศก์มีความยาวแต่ละด้านเท่ากับ 2 เมตร มีมวล 400 กิโลกรัม ความหนาแน่นของวัตถุ ก้อนนี้มคี ่าเท่าไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. เหล็กมีความหนาแน่น 7.8×103 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะมีความถ่วงจาเพาะเท่าใด (ρw = 1.0×103 kg/m3) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 28 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว30205 รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 5 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ ของไหล เรื่อง ความดันในของเหลว วนั ท…่ี …….เดอื น……………พ.ศ……………… เวลา……………………น. จานวน 2 ช่ัวโมง ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ผู้สอน นางสาวไข่มกุ สุพร สาระฟสิ ิกส์ 4. เข้าใจความสัมพันธ์ของความร้อนกับการเปล่ียนอุณหภูมิและสถานะของสสาร สภาพยืดหยุ่นของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคติละสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นวิ เคลียร์ ปฏกิ ิรยิ านิวเคลยี ร์ พลงั งานนวิ เคลียร์ ฟิสิกสอ์ นุภาค รวมท้งั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ผลการเรียนรู้ อธิบาย และคานวณความดันเกจ ความดันสัมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมท้ังอธิบายหลักการ ทางานของแมนอมเิ ตอร์บารอมิเตอร์ และเครื่องอัดไฮดรอลกิ ได้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. นกั เรียนอธบิ ายความหมายของความดันในของเหลวได้ (K) 2. นกั เรียนสืบคน้ ข้อมูลเก่ียวกบั ความดนั ในของเหลวได้ (P) 3. ความใฝเ่ รยี นรู้และทางานร่วมกับผู้อืน่ ไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์ (A) สาระการเรียนรู้ ภาชนะท่ีมีของเหลวบรรจุอยู่จะมีแรงเน่ืองจากของเหลวกระทาต่อพ้ืนผิวภาชนะ โดยขนาดของแรงที่ ของเหลวกระทาต้งั ฉากตอ่ พ้นื ทหี่ นึง่ หน่วยเป็นความดนั ในของเหลว สาระสาคญั ในภาชนะท่ีมขี องเหลว จะมีแรงเน่อื งจากของเหลวกระทาต่อภาชนะโดยทิศทางตั้งฉากกับผนังภาชนะ ที่ของเหลวสัมผัสเสมอ ขนาดของแรงท่ีของเหลวกระทาตั้งฉากต่อพ้ืนที่หน่ึงหน่วย เรียกว่า ความดันใน ของเหลว (P) มีหน่วยเป็น นิวตันต่อตารางเมตร (N/m2 ) หรือพาสคัล (Pa) ความดันสามารถแบ่งจาแนก ประเภทได้ ดังน้ี

1. ความดันเกจ (gauge pressure) เป็นความดันที่เกิดข้ึนจากน้าหนักของของเหลวกระทาต่อพื้นที่ก้น ภาชนะ จากนยิ ามของความดันไดส้ มการ ดงั น้ี ������ = ������ , ������ = ������������ จากสมการจะเหน็ ได้ว่า ความดัน P ������ ������ เปน็ ความดนั ท่ีเกิดจากนา้ หนกั ของของเหลว ดงั นั้น ความดันเกจ (Pg) สามารถเขียนเปน็ สมการได้ดังน้ี Pg = ������gh Pg คือ ความดนั เกจ มหี น่วยเป็น นิวตนั ตอ่ ตารางเมตร (N/m2 ) ������ คอื ความหนาแนน่ ของสาร มหี นว่ ยเปน็ กโิ ลกรัมตอ่ ลูกบาศก์เมตร (kg/m3) g คอื ความเรง่ เน่อื งจากแรงโนม้ ถว่ งของโลก มีค่าเทา่ กบั 9.8 เมตรต่อวินาที2 (m/s2) h คือ ความลึกของของเหลว มหี น่วยเป็น เมตร (m) ลักษณะสาคัญของความดันในของเหลว - ทีต่ าแหนง่ ใดๆ ในของเหลว แรงดันของของเหลวจะมีทกุ ทศิ ทางรอบตาแหน่งนั้นๆ - ของเหลวทอ่ี ยู่ติดกับผิวภาชนะจะส่งแรงดันออกในทิศตัง้ ฉากกับผิวสมั ผัสกับภาชนะ - ความดันท่ีตาแหน่งใดๆ ในของเหลวที่อยู่น่ิงจะข้ึนอยู่กับความลึกและความหนาแน่นของ ของเหลว - ความดนั ในของเหลวภายในภายใตแ้ รงโน้มถว่ งของโลกจะขน้ึ อยู่กับระดับความลึก วัดจากผวิ ของ ของเหลวโดยไมข่ นึ้ อยูก่ บั รูปร่างของภาชนะและปรมิ าตรของของเหลว 2. ความดันบรรยากาศ (atmospheric pressure) เปน็ ความดันเน่ืองจากน้าหนักของอากาศที่อย่ผู ิวโลก หรือความดันที่เกิดจากอนุภาคของอากาศ โดยความดัน 1 บรรยากาศท่ีระดับน้าทะเลมีค่าเท่ากับ 1.01325 x 105 พาสคัล ( 1 atm = 1.01325 x 105 Pa) การบอกค่าความดนั บรรยากาศ สามารถบอกได้ 3 วธิ ี ดงั นี้ 1) บอกเปน็ หนว่ ยความดนั เชน่ วนั น้ีอากาศมคี วามดัน 1.01 x 105 พาสคลั (Pa) 2) บอกเป็นความสงู ของปรอท เช่น วันน้ีอากาศมคี วามดนั ของปรอทสูง 76 เซนติเมตรปรอท (cmHg) หรือ 760 มิลลเิ มตรปรอท (mmHg) 3) บอกเปน็ ความสูงของน้า เช่น วันน้ีอากาศมคี วามดนั เทา่ กบั นา้ สูง 10.3 เมตร 3. ความดันสัมบูรณ์ (absolute pressure) เป็นผลรวมความดันท้ังหมดของชั้นของไหลหรือผลรวมของ ความดันบรรยากาศ และความดันเนื่องจากน้าหนักของของเหลว (ความดันเกจ) เขียนเป็นสมการได้ดังนี้ P = P0 + Pg

สมรรถนะสาคัญ ความสามารถในการคิด - ทักษะการคดิ วิเคราะห์ - ทกั ษะการคิดสงั เคราะห์ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (จิตวทิ ยาศาสตร์) ความใฝเ่ รยี นรูแ้ ละทางานร่วมกบั ผู้อื่นได้อย่างสรา้ งสรรค์ นกั เรยี นแสดงออกถงึ ความต้ังใจความ เพยี ร พยายามในการเรียนและการทากิจกรรมต่างๆ แสวงหาความรูจ้ ากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ อยเู่ สมอ โดยการเลือกใช้ สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปล่ียนเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และ นาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ และมีการใช้ทักษะทางสังคม การมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ได้แก่ การแลกเปล่ียน ความคิดเห็นกับบุคคลอื่น การยอมรับความคิดเห็นของผู้อ่ืน การขอความช่วยเหลือและความร่วมมือจากผอู้ น่ื เพอื่ ความรว่ มมอื ในการทางานกล่มุ ชิ้นงาน/ภาระงาน ใบงานท่ี 4.3 ความดนั ในของเหลว กิจกรรมการเรยี นรู้ วธิ ีสอนใช้รปู แบบวงจรการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5E Learning Cycle model) ขนั้ ที่ 1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ ( 15 นาที ) 1. ครูทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา เรื่อง การคานวณปริมาณที่เกี่ยวข้องกับความหนาแน่น เพ่ือเช่ือมโยง ความรู้ในบทเรยี นใหม่ต่อไป 2. ครตู ้งั คาถามเพ่ือนาเขา้ ส่กู ารทากิจกรรม เรือ่ ง ความดันในของเหลว ดังน้ี - ความดนั ของของเหลวจะมคี ่ามากหรอื น้อยข้นึ อยู่กบั สง่ิ ใด (แนวคาตอบ ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ โดยไม่คาดหวังคาตอบที่ ถูกตอ้ ง) 3. ครูสาธิตโดยใช้ขวดพลาสติกมาเจาะรูมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 1 มิลลิเมตร ณ ตาแหน่งต่างๆ ของขวด แล้วจึงใส่น้าจนเต็ม แล้วให้นักเรียนสังเกตการพุ่งของลาน้าจากรูท่ีเจาะรูตาแหน่งต่างๆ และร่วมกัน แสดงความคดิ เห็นร่วมกนั ขัน้ ท่ี 2 ขัน้ สารวจและคน้ หา ( 45 นาที ) 4. ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 - 5 คน และให้ตัวแทนกลุ่มมารับใบงาน 5. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษากจิ กรรมจากใบงานที่ 4.3 ความดันในของเหลว

6. ครูช้ีแจงจุดประสงค์และวธิ ีการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมให้นักเรยี นทราบ 7. นักเรียนลงมือปฏิบัตกิ ิจกรรม และรายงานผล ขนั้ ที่ 3 ขน้ั สรา้ งคาอธบิ ายและลงข้อสรปุ ( 30 นาที ) 8. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลการปฏิบัติกจิ กรรมหน้าชนั้ 9. ครใู ห้นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายเพื่อนาไปส่กู ารสรปุ โดยใช้คาถามตอ่ ไปน้ี - ความดนั ในของเหลวคอื อะไร จงอธิบาย (แนวคาตอบ ในภาชนะท่ีมีของเหลว จะมีแรงเนื่องจากของเหลวกระทาต่อภาชนะโดยทิศทาง ตัง้ ฉากกบั ผนงั ภาชนะทขี่ องเหลวสัมผสั เสมอ ขนาดของแรงท่ขี องเหลวกระทาต้ังฉากต่อพ้ืนที่หน่ึงหน่วย) - หนว่ ยของความดนั ในของเหลวคอื อะไร (แนวคาตอบ นวิ ตันตอ่ ตารางเมตร (N/m2 ) หรอื พาสคัล (Pa)) - สมการคานวณหาค่าความสัมพันธ์ของความดนั ในของเหลวคืออะไร (แนวคาตอบ ������ = ������ ) ������ - ความดันในของเหลวแบ่งเปน็ กป่ี ระเภท อะไรบา้ ง (แนวคาตอบ 3 ประเภท 1) ความดนั เกจ 2) ความดันบรรยากาศ และ 3) ความดันสัมบูรณ์) 10. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ เร่ือง ความดันในของเหลว ดังน้ี ในภาชนะท่ีมีของเหลว จะมีแรงเน่ืองจากของเหลวกระทาต่อภาชนะโดยทิศทางต้ังฉากกับผนังภาชนะท่ีของเหลวสัมผัสเสมอ ขนาด ของแรงท่ีของเหลวกระทาตั้งฉากต่อพื้นที่หนึ่งหน่วย เรียกว่า ความดันในของเหลว (P) มีหน่วยเป็น นิวตันต่อ ตารางเมตร (N/m2 ) หรือพาสคัล (Pa) ความดันสามารถแบ่งจาแนกประเภทได้ คือ 1) ความดันเกจ (gauge pressure) เป็นความดันที่เกิดข้ึนจากน้าหนักของของเหลวกระทาต่อพ้ืนท่ีก้นภาชนะ 2) ความดันบรรยากาศ (atmospheric pressure) เป็นความดันเนื่องจากน้าหนักของอากาศท่ีอยู่ผิวโลก หรือความดันที่เกิดจาก อนภุ าคของอากาศ โดยความดนั 1 บรรยากาศทรี่ ะดับนา้ ทะเลมคี ่าเทา่ กบั 1.01325 x 105 พาสคัล ( 1 atm = 1.01325 x 105 Pa) และ 3) ความดันสัมบูรณ์ (absolute pressure) เป็นผลรวมความดันท้ังหมดของชนั้ ของ ไหลหรอื ผลรวมของความดนั บรรยากาศ และความดนั เน่อื งจากนา้ หนักของของเหลว (ความดันเกจ) ขนั้ ที่ 4 ขนั้ ขยายความรู้ ( 15 นาที ) 11. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับเรื่อง ความดันในของเหลว ท่ีพบในชีวิตประจาวัน ดังน้ี ความดันโลหติ หมายถึง แรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิดจากการสูบฉีดของหัวใจ (คล้าย แรงลมท่ีดันผนังของยางรถยนต์เมื่อสูบลมเข้า) สามารถวัดได้โดยการใช้เครื่องวัดค วามดันโลหิต (Sphygmama-nometer) โดยใชว้ ดั ท่แี ขน

ขนั้ ที่ 5 ประเมนิ ผล ( 15 นาที ) 12. ครูสงั เกตและประเมินพฤติกรรมของนักเรยี นในขณะทีใ่ หน้ ักเรียนปฏิบตั กิ ิจกรรมและการนาเสนอ ผลการปฏิบัติกิจกรรม วสั ด/ุ อุปกรณ์ สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้ 1. หนงั สือเรยี นฟสิ ิกส์ ม.6 เล่ม 1 สังกดั อจท. 2. หนังสือเรยี นฟสิ ิกส์ ม.6 เล่ม 5 สังกดั สสวท. 3. หนงั สือสรุปฟิสกิ ส์ มธั ยมปลาย สังกัด Dream&Passion 4. PowerPoint เรือ่ ง ของไหล 5. ห้องเรียน 6. หอ้ งสมดุ 7. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 8. ใบงานท่ี 4.3 ความดันในของเหลว

การวัดผลและประเมินผล จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธวี ดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ 1.นักเรียนอธิบายความหมาย ตรวจใบงาน ใบงานท่ี 4.3 ความดนั ใน ได้ระดับคุณภาพดี ของความดันในของเหลวได้ ของเหลว จงึ ผ่านเกณฑ์ (K) 2.นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยว สังเกตและประเมินการ แบบประเมินการปฏิบัติ ได้ระดับคุณภาพดี กับความดันในของเหลวได้ (P) ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม กิจกรรมการสืบคน้ จงึ ผ่านเกณฑ์ 3. ทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่าง สังเกตและประเมินการ แบบประเมินการทางาน ได้ระดับคุณภาพดี สรา้ งสรรค์ (A) ทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้ ร่ ว ม กั บ ผู้ อ่ื น ไ ด้ อ ย่ า ง จึงผา่ นเกณฑ์ อยา่ งสรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ 4. คุณลักษณะด้านความใฝ่ สงั เกตพฤตกิ รรม แ บ บ ป ร ะ เ มิ น คุ ณ - ได้ระดับคุณภาพดี เรยี นรู้ ลักษณะอันพึงประสงค์ จึงผา่ นเกณฑ์ ดา้ นใฝ่เรียนรู้ ความคดิ เห็นของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ................................................................ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา (…………………….………….……….………………………….) ........./........................./.........

การประเมนิ ด้านความรู้ (K) เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน ประเด็นการประเมิน คะแนน 4321 ในภาชนะที่มีของเหลว จะมีแรงเนื่องจาก ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผ ล ง า น มี ค ว า ม ของเหลวกระทาต่อภาชนะโดยทิศทางตั้งฉาก กับประเด็นการ กับประเด็นการ กับประเด็นการ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ กับผนังภาชนะท่ีของเหลวสัมผัสเสมอ ขนาด ประเมิน เน้ือหา ประเมินสว่ นใหญ่ ประเมิน เน้ือหา ป ร ะ เ ด็ น ก า ร ของแรงที่ของเหลวกระทาตั้งฉากต่อพ้ืนที่หนึ่ง หน่วย เรียกว่า ความดันในของเหลว (P) มี สาระของผลงาน เนื้อหาสาระของ สาระของผลงาน ป ร ะ เ มิ น เ นื้ อ ห า หน่วยเปน็ นิวตันต่อตารางเมตร (N/m2 ) หรือ ถกู ต้องครบถ้วน ผลงานถูกต้องแต่ ถูกต้องเป็นบาง สาระแค่บางส่วน ยังมีข้อบกพร่อง ป ร ะ เ ด็ น แ ต่ และมีข้อบกพร่อง พาสคัล (Pa) ความดันสามารถแบ่งจาแนก ประเภทได้ คือ 1) ความดันเกจ (gauge เลก็ นอ้ ย มี ข้ อ บ ก พ ร่ อ ง มาก pressure) เป็นความดันที่เกิดข้ึนจากน้าหนัก บางส่วน ของของเหลวกระทาต่อพื้นที่ก้นภาชนะ 2) ค ว า ม ดั น บ ร ร ย า ก า ศ ( atmospheric pressure) เป็นความดันเนื่องจากน้าหนักของ อากาศที่อยู่ผิวโลก หรือความดันท่ีเกิดจาก อนุภาคของอากาศ โดยความดนั 1 บรรยากาศ ที่ระดับน้าทะเลมีค่าเท่ากับ 1.01325 x 105 พาสคัล ( 1 atm = 1.01325 x 105 Pa) และ 3) ความดันสัมบูรณ์ (absolute pressure) เป็นผลรวมความดันท้ังหมดของชั้นของไหล หรือผลรวมของความดันบรรยากาศ และ ค ว า ม ดั น เ นื่ อ ง จ า ก น้ า ห นั ก ข อ ง ข อ ง เ ห ล ว (ความดนั เกจ) เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ดีมาก 4 อยใู่ นระดบั ดี 3 อยใู่ นระดับ พอใช้ 2 อยใู่ นระดับ ปรับปรุง 1 อยใู่ นระดบั

การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (P) เกณฑก์ ารประเมินการปฏิบตั ิกจิ กรรมการสบื คน้ ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดบั คะแนน 1 2 1.การวางแผน การแบ่ง วางแผนงานล่วงหน้า ไม่มีการวางแผนงาน ไม่มีการวางแผนงาน หนา้ ท่กี ันทางาน และแบ่งหน้าที่งานให้ ล่วงหน้า แตส่ ามารถแบ่ง ล่วงหนา้ แต่สามารถแบ่ง ชัดเจนเพื่อให้การสืบค้น หน้าที่งานได้เพ่ือให้การ หน้าท่ีงานได้เพื่อให้การ ไ ด้ ข้ อ มู ล ที่ ค ร บ ถ้ ว น ถูกต้อง และครอบคลุม สืบค้นได้ข้อมูลท่ี ถูกต้อง สืบค้นได้ข้อมูลท่ี ถูกต้อง ประเด็นสาคัญ แ ล ะ ต ร ง ป ร ะ เ ด็ น ม า ก บ า ง ส่ ว น แ ล ะ ต ร ง ทีส่ ุด ประเดน็ บ้างเล็กนอ้ ย 2.สื บ ค้ น จ า ก แ ห ล่ ง ท่ี ใช้แหล่งข้อมูลท่ีเชื่อถือ ใช้แหล่งข้อมูลที่เช่ือถือ ใ ช้ แ ห ล่ ง ข้ อ มู ล ท่ี ไ ม่ เหมาะสม และหลากหลาย ได้ มีความถูกต้อง และ ไ ด้ เ ป็ น ส่ ว น ใ ห ญ่ มี น่าเชื่อถือ แต่เน้ือหายังมี ได้ข้อมูลที่น่าสนใจใน ความถูกต้องบ้าง และ ความถูกต้องเล็กน้อย หลากหลายมุมมอง ข้อมูลมีความน่าสนใจ แ ล ะ ข้ อ มู ล มี ค ว า ม เล็กน้อย นา่ สนใจแตเ่ ป็นสว่ นน้อย 3.การรวบรวมข้อมูล การ รวมรวบข้อมูล วิเคราะห์ รวมรวบข้อมูล วิเคราะห์ รวมรวบข้อมูล วิเคราะห์ วเิ คราะห์ และสรปุ และสรุปได้ถูกต้อง และ และสรุปได้ถูกต้องเป็น แ ล ะ ส รุ ป ไ ด้ ถู ก ต้ อ ง สอดคล้องกับประเด็น ส่วนใหญ่ และสอดคล้อง เล็กน้อย และสอดคล้อง สาคัญ กบั ประเด็นสาคัญ กับประเด็นสาคัญบ้าง บางส่วน 4.งานสาเร็จทันเวลาและมี งานสาเร็จลุล่วงได้ใน งานสาเร็จได้ มีความ ง า น ส า เ ร็ จ ไ ด้ แ ต่ ไ ม่ คุณภาพ เ ว ล า ที่ ก า ห น ด แ ล ะ ล่าช้าเล็กน้อย แต่ยังมี ทั น เ ว ล า ท่ี ก า ห น ด มี ถูกต้อง ครอบคลุม และ ความถูกต้อง ครอบคลุม ความถูกต้อง ครอบคลุม สอดคล้องกับประเด็น แ ล ะ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ สอดคล้องกับประเด็น ส า คั ญ ท า ใ ห้ ง า น มี ประเด็นสาคัญถือว่างาน สาคัญบ้างเล็กน้อย และ คุณภาพ มีคุณภาพ มขี อ้ บกพรอ่ งบางสว่ น

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ดีมาก 9 – 12 อยู่ในระดับ ดี 5 – 8 อยู่ในระดบั พอใช้ 1 – 4 อยใู่ นระดบั

การประเมินดา้ นเจตคติ (A) เกณฑ์การประเมนิ การทางานร่วมกบั ผู้อน่ื อย่างสรา้ งสรรค์ ประเดน็ การประเมิน 3 คะแนน 1 2 1. การมสี ว่ นร่วม สมาชิกกลุ่มทุกคนมีส่วน สมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่มี สมาชิกกลุ่มให้ความ ร่วมในการปฏิบัติงาน ส่วนร่วมในการปฏิบัติ ร่วมมือในการปฏิบตั ิงาน กลมุ่ งานกล่มุ กลมุ่ เปน็ ส่วนน้อย 2. การว างแผนในกา ร มีการวางแผนและแบ่ง มีการวางแผนในการ ไม่มีการวางแผนในการ ทางาน หน้าท่ีในการทางานของ ทางาน แต่ไมม่ กี ารแบ่ง ทางาน และสมาชิกทุก สมาชิกครบทุกคน หน้าท่ใี หส้ มาชกิ ทุกคน คนมีหน้าท่ีในการทา งานท่ีไมช่ ัดเจน 3. ร่วมคิดแก้ไขปัญหาใน มีการระดมความคิดใน มีการระดมความคิดแต่ ไม่มีการระดมความคิด ระหวา่ งการทางานกลมุ่ การแก้ไขปัญหาและรับ รับฟังความคิดเห็นไม่ สมาชิกแก้ไขปัญหาเป็น ฟังความคิดเห็นของทุก ครบทกุ คน หรอื บางคน ส่วนนอ้ ย คน ไมอ่ อกความคดิ เห็น เกณฑ์การใหค้ ะแนน ดีมาก 3 หมายถงึ ดี 2 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถงึ เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ดีมาก 7 - 9 อยใู่ นระดบั ดี 4 - 6 อย่ใู นระดับ พอใช้ 1 - 3 อยู่ในระดับ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook