ชื่อ่� เรื่อ� ง ระบาดบันั ลืือโลก ISBN 978-616-11-4445-6 จัดั พิิมพ์์โดย กองวัณั โรค กรมควบคุมุ โรค กระทรวงสาธารณสุขุ พิมิ พ์์ที่่� สำ�ำ นักั พิิมพ์อ์ ักั ษรกราฟฟิคิ แอนด์ด์ ีไี ซน์์ พิิมพ์ค์ รั้ง� ที่�่ 1 เดือื นกันั ยายน 2563 พิิมพ์์จำ�ำ นวน 1,200 เล่่ม
ค ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" คำำ�นำำ� วััณโรคเป็็นโรคติิดต่่อสำ�ำ คััญที่่�ยัังเป็็นปััญหาสาธารณสุุขไทย จากการคาดการณ์์ของ องค์์การอนามััยโลกปีี พ.ศ. ๒๕๖๒ (WHO, Global TB report ๒๐๑๙) มีีจำ�ำ นวนผู้�้ป่ว่ ย วััณโรครายใหม่่กว่า่ ๑๐๖,๐๐๐ รายต่อ่ ปีี และการตายกว่า่ ๑๑,๐๐๐ รายต่อ่ ปี ี ที่่�สำำ�คัญั ยังั ก่่อ ให้้เกิิดเป็็นวััณโรคดื้�อยาหลายขนานที่่�อาจมีีมากถึึง ๓,๙๐๐ ราย ในประเทศไทย ซึ่่�งการ รายงานจำ�ำ นวนผู้�้ป่่วยจริิง จากสถานบริิการตรวจรัักษาวััณโรคทั่่�วประเทศทั้้�งภาครััฐและ เอกชนนั้น� ยัังไม่ค่ รบทั้้ง� หมดจากที่่�คาดการณ์์ โดยมีีการรายงานไม่่ถึงึ ร้อยละ ๘๐ ของผู้้�ป่ว่ ย ทั้้�งหมดจากที่่�คาดการณ์์ เป็็นปััญหาต่่อการดำ�ำ เนิินงานยุุติิวััณโรคที่่�องค์์การอนามััยโลก ได้้ตั้้�งเป้้าหมายลดอุุบััติิการณ์์วััณโรค (Incidence) ให้้ต่ำ�ำ�กว่่า ๑๐ ต่่อแสนประชากรโลก ภายในปีี พ.ศ. ๒๕๗๘ จึึงอาจก่่อให้้เกิิดผลกระทบอย่่างรุุนแรงของระบบสาธารณสุุข ระบบเศรษฐกิิจ สังั คมของประเทศไทยได้้ในอนาคต กรมควบคุมุ โรค กระทรวงสาธารณสุขุ ได้้ตระหนักั ถึงึ ปัญั หานี้ม้� าโดยตลอด และการดำ�ำ เนินิ งานควบคุมุ วัณั โรคจะบรรลุเุ ป้า้ หมายได้้นั้้น� ต้้องอาศััยเครืือข่่าย ความร่่วมมืือของหน่่วยงานและสถานบริิการสาธารณสุุขทุุกระดัับ ทั้้ง� ภาครัฐั และเอกชน ให้้มีสี ่ว่ นร่ว่ มในการควบคุมุ วัณั โรค สิ่่ง� สำ�ำ คัญั คือื ต้้องมีกี ารพัฒั นาบุคุ ลากร ทางการแพทย์แ์ ละสาธารณสุขุ ทุกุ ระดับั ทุกุ ภาคส่ว่ น อยู่�สม่ำำ��เสมอ เพื่่อ� ให้้การดำำ�เนินิ งานวัณั โรค ซึ่ง� ได้้แก่่ การค้้นหาการรัักษา การส่่งต่อ่ ตลอดจนการเผยแพร่ป่ ระชาสัมั พัันธ์์ความรู้ว� ัณั โรค สู่่�ประชาชน เพื่่�อให้้การควบคุุมวััณโรคเป็็นไปอย่่างมีีประสิิทธิิภาพและได้้มาตรฐาน การดำ�ำ เนิินงานวััณโรคแห่่งชาติิ และเป็น็ ที่่�ยอมรับั ในระดับั สากล ศาสตราจารย์์เกีียรติิคุุณ นายแพทย์์ประเสริิฐ ทองเจริิญ ปรมาจารย์์ไวรััสวิิทยาของ ประเทศไทย ผู้้�ทำ�ำ คุุณประโยชน์์อัันใหญ่่หลวงอย่่างต่่อเนื่่�องให้้แก่่วงการเทคนิิคการแพทย์์ และวงการสาธารณสุุขทั้้�งในระดัับประเทศและนานาชาติิ ท่่านเป็็นผู้�้มีีวิิสััยทััศน์์ ที่่�สามารถ เล็ง็ เห็น็ ความสำ�ำ คัญั ของการพัฒั นาวิชิ าการด้้านไวรัสั วิทิ ยาในประเทศไทย ท่า่ นมีผี ลงานวิจิ ัยั ผลงานทางวิชิ าการ บทความจำำ�นวนมากมาย และได้้ริเิ ริ่ม� ในการเรียี บเรียี งหนังั สือื ตำำ�ราต่า่ ง ๆ โดยเฉพาะหนัังสืือชุุดระบาดบันั ลือื โลก ทั้้ง� หมด ๓๔ เล่่ม โดยเล่ม่ ที่่� ๒๓ เป็น็ เรื่อ� ง “วัณั โรค” ซึ่�งเป็็นหนังั สืือที่่�มีปี ระโยชน์์ และทรงคุณุ ค่่า ควรเก็บ็ ไว้้และเผยแพร่่ต่่ออย่่างยิ่�ง เพื่่�อพััฒนา เสริมิ สร้างความรู้� เรื่อ� งวัณั โรค แก่บ่ ุคุ ลากรทางการแพทย์แ์ ละสาธารณสุขุ ทุกุ ระดับั ทุกุ ภาคส่ว่ น กรมควบคุุมโรค จึึงขอสานต่่อวััตถุุประสงค์์ของศาสตราจารย์์เกีียรติิคุุณ อาจารย์์ประเสริิฐ ทองเจริญิ ในการเพิ่่ม� พููนความรู้ใ� ห้้กับั ผู้อ�้ ่า่ น เพื่่อ� พัฒั นาคุณุ ภาพการดำำ�เนินิ งานควบคุมุ วัณั โรค ต่่อไป
ง ทั้้�งนี้�้ ขอกราบขอบพระคุุณด้้วยความเคารพยิ่่�งต่่อศาสตราจารย์์เกีียรติิคุุณ อาจารย์์ ประเสริฐิ ทองเจริิญ และครอบครััวของอาจารย์์ โดยเฉพาะนายแพทย์ป์ ุณุ ณฤกษ์์ ทองเจริญิ ที่่เ� ป็น็ บุตุ รและเป็น็ เจ้้าของลิขิ สิทิ ธิ์โ� ดยชอบธรรมได้้อนุญุ าตให้้กรมควบคุมุ โรค โดยกองวัณั โรค ได้้จัดั พิมิ พ์ห์ นังั สือื ระบาดบันั ลือื โลก เล่ม่ ที่่� ๒๓ เรื่อ� ง “วัณั โรค” ในรููปแบบฉบับั ของกองวัณั โรค เล่่มนี้้�ขึ้�นมา ซึ่่�งจะไม่่ปรัับเปลี่่�ยนหรืือแก้้ไขเนื้�อหาตำ�ำ ราของท่่านอาจารย์์แม้้แต่่นิิดเดีียว เพียี งแต่่เพิ่่ม� เติิมชีีวประวัตั ิขิ องท่่านอาจารย์์ และสถานการณ์ว์ ัณั โรคในปัจั จุุบันั เท่่านั้�น เพื่่อ� เผยแพร่่แจกจ่่าย และพััฒนาเสริิมสร้ างความรู้�เรื่�องวััณโรค ให้้กัับบุุคลากรทางการแพทย์์ และสาธารณสุุขของภาคีีเครืือข่่ายที่่�ปฏิิบััติิงานด้้านวััณโรค ตลอดจนได้้ระลึึกถึึงผลงาน คุุณงามความดีี และคุณุ ููปการของ ศาสตราจารย์์เกียี รติคิ ุุณ นายแพทย์์ประเสริฐิ ทองเจริญิ กัับการสาธารณสุุขของประเทศไทย เป็็นตำำ�นานจดจารอยู่�ในหััวใจของพวกเราชาววััณโรค ตลอดไป (นายสุวุ รรณชัยั วััฒนายิ่ง� เจริญิ ชัยั ) อธิบิ ดีกี รมควบคุมุ โรค ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\"
สารบััญ จ ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" คำำ�นำำ� ค ๑ ชีีวประวัตั ิศิ าสตราจารย์์เกีียรติิคุุณ นายแพทย์ป์ ระเสริฐิ ทองเจริิญ ๑ - ตำ�ำ นานนักั ไวรััสวิทิ ยาของไทย ๕ - เกีียรติยิ ศและรางวัลั ที่่�ได้้รัับ ๑๑ - ตำำ�แหน่ง่ ที่่เ� คยได้้รับั การแต่ง่ ตั้�งพิเิ ศษ ๑๓ สถานการณ์ว์ ัณั โรค ๑๗ ๑๘ บทที่�่ ๑ บทนํํา ๓๔ ๓๖ โรคทุุเบอร์ค์ ุุโลสิสิ ๔๘ วััณโรคเป็็นปัญั หาที่่ส� ํําคััญของประชากรโลก ๕๑ ๖๖ บทที่่� ๒ ประวัตั ิขิ องการค้้นคว้้าวิิจััยวััณโรค ๖๖ ๖๗ ประวััติกิ ารค้้นพบรัังสีเี อ็ก็ ซเรย์แ์ ละยารักั ษาวัณั โรค ๖๘ ๖๙ บทที่�่ ๓ จุุลชีีววิทิ ยาของมัยั โคแบคทีีเรีย ๗๑ บทที่่� ๔ อาการวิทิ ยา ๗๔ ๗๗ ลัักษณะอาการของโรค ๗๙ ๔.๑ วัณั โรคปอด ๘๒ ๔.๒ วัณั โรคนอกปอด ๘๓ - วัณั โรคเยื่�อหุ้้�มปอด ๘๔ - วัณั โรคต๋อ๋ มน้ำ��ำ เหลืือง - วััณโรคเยื่อ� หุ้้ม� สมอง - วััณโรคกระดููกและข้้อ - วััณโรคผิวิ หนังั - วััณโรคตัับ - วัณั โรคระบบทางเดินิ อาหาร - วััณโรคของลํําไส้้
ฉ ๘๔ ๘๕ - วัณั โรคเยื่�อบุชุ ่่องท้้อง ๘๙ - วััณโรคไต และวััณโรคอวััยวะระบบปัสั สาวะ ๙๑ - วััณโรคเยื่�อหุ้้ม� หััวใจ ๙๒ - วัณั โรคอวัยั วะสืืบพัันธุ์� ๙๕ - วััณโรคระบบเจริิญพันั ธุ์�ของสตรีี ๙๖ - วััณโรคมดลููก ๑๐๔ ๑๑๐ บทที่�่ ๕ การชัันสููตรวัณั โรคทางห้อ้ ปฏิิบััติิการ ๑๒๑ บทที่่� ๖ บีีซีีจีี ๑๔๐ บทที่่� ๗ ทููเบอร์ค์ ูลู ิิน ๑๕๑ บทที่�่ ๘ ยาต้้านวััณโรค ๑๖๐ ๑๖๒ วััณโรคดื้อ� ยา บทที่่� ๙ วััณโรคในสััตว์์ สััตว์เ์ ลี้ย� ง ปศุุสัตั ว์์และสััตว์์ป่า่ จากใจคณะทำำ�งาน ภาคผนวก ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\"
1 ชีีวประวััติศิ าสตราจารย์์เกียี รติคิ ุุณ นายแพทย์์ประเสริิฐ ทองเจริิญ ตำ�ำ นานนักั ไวรััสวิิทยาของไทย ศาสตราจารย์์เกีียรติิคุุณ นายแพทย์์ประเสริฐิ ทองเจริิญ ศาสตราจารย์์เกียี รติคิ ุณุ นายแพทย์์ประเสริิฐ ทองเจริญิ ท่า่ นเป็็นอาจารย์ผ์ ู้้�ใหญ่ท่ ี่่ช� ่่วย ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" เหลือื งานด้้านวิชิ าการของกรมควบคุมุ โรค กระทรวงสาธารณสุขุ อย่า่ งจริงิ จังั หนักั แน่น่ มาตลอด ระยะเวลาอันั ยาวนาน โดย เฉพาะในสาขาไวรัสั วิทิ ยา ส่ง่ ผลให้้การป้อ้ งกันั ควบคุมุ โรคติดิ เชื้อ� ไวรัสั ต่า่ ง ๆ มีกี ารพัฒั นา มีคี วามก้้าวหน้้า ครอบคลุมุ ถึงึ การสร้างสรรผลงาน นวัตั กรรม และการศึกึ ษา วิิจััยเป็น็ จำ�ำ นวนมาก ท่่านเป็น็ บุคุ คลแรกที่่ว� ินิ ิิจฉััย ยืนื ยัันการติดิ เชื้�อโรคหัดั เยอรมันั (Rubella) ในปีี ๒๕๑๐ และพบความสัมั พันั ธ์ข์ องการป่ว่ ยเป็น็ หัดั เยอรมันั ในหญิงิ ตั้ง� ครรภ์ ์ ซึ่่ง� ส่ง่ ผลให้้เกิดิ ความพิกิ าร แต่่กำ�ำ เนิิดของทารกแรกเกิิด ขณะนั้�นไม่่มีีวิิธีีการตรวจวิินิิจฉััยที่่�ถููกต้้อง และยัังไม่่มีีวััคซีีน ป้้องกัันโรคดัังกล่่าว อาจารย์์ประเสริิฐ ทองเจริิญ ได้้ทำำ�การศึึกษาวิิจััยต่่อเนื่่�องถึึง ๒๐ ปีี และได้้ผลัักดัันให้้กระทรวงสาธารณสุุขกำ�ำ หนดเป็็นนโยบาย ให้้ฉีีดวััคซีีนนี้�้ในนัักเรีียนหญิิง ชั้�นประถมศึึกษาปีที ี่่� ๖ ทุกุ คน โดยไม่ค่ ิิดมููลค่่า ในปีี ๒๕๑๑ อาจารย์ป์ ระเสริฐิ ทองเจริญิ ท่า่ นเป็็นบุุคคลแรกในประเทศไทย ที่่�นำำ�วิิธีกี าร ตรวจวินิ ิจิ ฉัยั โรคพิษิ สุนุ ัขั บ้้า โดยการย้้อมด้้วยสารอิมิ มููนเรือื งแสง (FA test) มาใช้้ตรวจหาเชื้อ� ไวรัสั โรคพิษิ สุนุ ัขั บ้้า ทำำ�ให้้วินิ ิจิ ฉัยั โรคได้้แม่น่ ยำำ�รวดเร็ว็ ทราบผลภายใน ๑วันั กระทรวงสาธารณสุขุ และหน่่วยงานที่่�เกี่�ยวข้้องได้้นำ�ำ วิิธีีการนี้้�ไปใช้้ในการตรวจวิินิิจฉััยทั้้�งในมนุุษย์์และสััตว์์จนถึึง ปััจจุบุ ันั ท่า่ นอาจารย์์ประเสริิฐ ทองเจริิญ เป็็นบุุคคลแรกของไทยที่่แ� ยกเชื้อ� ไวรััสไข้้หวัดั ใหญ่่ได้้ สำำ�เร็็จในปีี ๒๕๒๒ คืือ เชื้�อไวรััส A/Bangkok/2/1979/H3N2 ซึ่่�งองค์์การอนามััยโลกได้้ นำ�ำ มาบรรจุุเป็็นส่่วนประกอบในการผลิิตวััคซีีนป้้องกัันโรค ไข้้หวััดใหญ่่ เพื่่�อใช้้ป้้องกััน การระบาดในระดัับสากล ท่่านได้้ก่่อตั้ �งและเป็็นประธานมููลนิิธิิส่่งเสริิมการศึึกษาไข้้หวััดใหญ่่ เพื่่อ� ส่่งเสริมิ ให้้ความรู้เ� รื่�องโรคไข้้หวัดั ใหญ่่แก่่ประชาชนในวงกว้้าง
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 2 ท่า่ นเป็็นผู้ม้� ีีวิสิ ััยทััศน์์ ที่่�สามารถเล็ง็ เห็็นความสำำ�คัญั ของการพััฒนาวิิชาการด้้านไวรัสั วิทิ ยาในประเทศไทยเมื่อ� ครึ่ง� ศตวรรษที่่ผ� ่า่ นมา หาไม่แ่ ล้้วความรู้ด� ้้านไวรัสั วิทิ ยาของเราคงจะ ล้้าหลังั และไม่เ่ พียี งพอที่่จ� ะรับั มือื กับั สถานการณ์ร์ ะบาดของเชื้อ� ไวรัสั อุบุ ัตั ิซิ ้ำ��ำ และอุบุ ัตั ิใิ หม่ท่ี่่ม� ีี มากมายในปัจั จุบุ ันั ท่า่ นเป็น็ ผู้ร�้ ิเิ ริ่ม� ก่อ่ ตั้ง� สาขาไวรัสั วิทิ ยา ในคณะแพทยศาสตร์ศ์ ิริ ิริ าชพยาบาล ตั้ง� แต่ป่ ีี ๒๕๑๒ ต่อ่ มาท่า่ นก็เ็ ป็น็ ที่่ร�ู้จ� ักั ในระดับั โลก เมื่อ� ดร.มาห์เ์ ลอร์์ (Dr. Halfdan T. Mahler, MD.) ผู้อ้� ำ�ำ นวยการใหญ่่องค์ก์ ารอนามัยั โลก ในเวลานั้น� ได้้เชิิญท่า่ นเข้้าร่่วมเป็็น “กรรมการ ผู้เ้� ชี่�ยวชาญโรคติดิ เชื้�อไวรััสขององค์ก์ ารอนามัยั โลก” ตั้้�งแต่ป่ ีี ๒๕๑๙ แต่ก่ ว่า่ ที่่�วงการแพทย์์ ของไทยจะให้้ความสำ�ำ คััญกัับสาขาไวรััสวิิทยาอย่่างจริิงจััง ก็็เป็็นเวลาในอีีกทศวรรษต่่อมา เมื่�อเกิิดผู้้�ป่่วยเอดส์์รายแรกของไทยในปีี ๒๕๒๗ อาจารย์์ประเสริิฐ ทองเจริิญ มีีบทบาท อย่า่ งมากในการควบคุมุ โรคเอดส์ท์ั้้ง� ในเวทีไี ทย และเวทีโี ลก ห้้องปฏิบิ ัตั ิกิ ารสาขาไวรัสั วิทิ ยา ภาควิิชาจุุลชีีววิิทยาศิิริิราช ที่่�อาจารย์์เป็็นหััวหน้้าภาคฯ ในขณะนั้�นมีีขีีดความสามารถ ในการตรวจชัันสููตรเลืือดหาภาวะติิดเชื้�อ HIV ในผู้้�ป่่วยคนไทยเป็็นครั้�งแรกในประเทศ ส่ง่ ผลให้้ภาควิชิ าจุลุ ชีีววิิทยา คณะแพทยศาสตร์ศ์ ิริ ิริ าช ได้้รับั การแต่่งตั้ง� อย่า่ งเป็็นทางการ จากองค์์การอนามััยโลกให้้เป็็น “ศููนย์์ความร่่วมมืือด้้านโรคเอดส์์แห่่งองค์์การอนามััยโลก” (WHO Collaborating Centre on AIDS) ตั้้�งแต่ป่ ีี ๒๕๒๗ โดยมีีอาจารย์์ประเสริฐิ ทองเจริญิ เป็็นผู้้�อำ�ำ นวยการศููนย์์ฯ คนแรก นอกจากนี้�้ท่่านยัังเป็็นผู้้�ริิเริ่�มในการเรีียบเรีียงหนัังสืือเรื่�อง โรคเอดส์์เป็็นภาษาไทย เพราะเมื่�อกว่่า ๓๐ ปีีก่่อน ประชาชนทั่่�วไป หรืือแม้้แต่่บุุคลากร ทางสาธารณสุขุ เอง ก็ย็ ังั มีคี วามรู้เ� รื่อ� งโรคเอดส์น์ ้้อยมาก นับั ได้้ว่า่ ท่า่ นเป็น็ ผู้ว้� างรากฐานงาน วิิชาการด้้านการป้้องกัันควบคุมุ โรคเอดส์์ ในกรมควบคุมุ โรค ให้้ก้้าวหน้้ามาถึึงปััจจุุบัันนี้�้ ท่่านยัังเป็็นบุุคคลแรกที่่�สามารถแยกเชื้�อไวรััสไข้้หวััดนก (Bird Flu virus, H5N1) ในประเทศไทย (ปีี ๒๕๔๖) และได้้ร่่วมพััฒนาวััคซีีนป้้องกัันโรคไข้้หวััดนก จนได้้รัับ การจดทะเบีียนเพื่่�อใช้้ในการป้้องกัันโรคไข้้หวััดนกในคนในอีีกหลายประเทศ ท่่านได้้ฝาก
3 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ผลงานการแต่ง่ ตำ�ำ ราต่า่ ง ๆ เช่น่ ตำ�ำ ราโรคพิษิ สุนุ ัขั บ้้า หนังั สือื วัคั ซีนี และซีรีั่ม� หนังั สือื ชุดุ ระบาด บันั ลือื โลก (๓๔ เล่ม่ ) รวมทั้้ง� ผลงานวิิจััย ผลงานทางวิชิ าการ บทความจำำ�นวนมากมายกว่า่ ๒๐๐ เรื่�อง ตัวั อย่า่ งมากมายข้้างต้้น เป็น็ หลักั ฐานที่่แ� สดงถึงึ ความเป็น็ “นักั บุกุ เบิกิ งานไวรัสั วิทิ ยา” ในประเทศไทย ทำำ�ให้้ท่า่ นได้้รับั รางวัลั มากมายทั้้ง� ในระดับั ประเทศและนานาชาติิ ในวาระสำำ�คัญั ๑๐๐ ปีี การสาธารณสุขุ ไทย ที่่ค� รบรอบในปีี ๒๕๖๑ กรมควบคุมุ โรคได้้มอบรางวัลั เชิดิ ชููเกียี รติิ “รางวััลขุุนประเมิินวิมิ ลเวชช์์” แด่่ ศาสตราจารย์์เกียี รติคิ ุณุ นายแพทย์์ประเสริิฐ ทองเจริิญ ซึ่�งเป็็นรางวัลั อัันทรงคุณุ ค่า่ ที่่�กรมควบคุมุ โรคจะมอบ ให้้กับั ผู้้�ที่่�ทำ�ำ คุณุ ความดี ี มีผี ลงานเป็็น ที่่ป� ระจัักษ์์ ผลงานนั้�นส่่งผลต่่อคุุณภาพชีีวิิตของประชาชนไทย แม้้ท่า่ นล่ว่ งเลยวัยั ๘๐ ไปแล้้ว ทั้้ง� สุขุ ภาพก็ไ็ ม่ส่ ู้แ�้ ข็ง็ แรงนักั แต่อ่ าจารย์ป์ ระเสริฐิ ก็ไ็ ม่เ่ คย ทอดทิ้้ง� กรมควบคุมุ โรค นอกจากรับั เป็น็ ที่่ป� รึกึ ษากรมควบคุมุ โรคตลอดชีพี แล้้ว ท่า่ นยังั ช่ว่ ย เหลือื งานด้้านวิิชาการให้้กัับสำำ�นัักและกองต่่าง ๆ ของกรมฯ ด้้วยอย่า่ งไม่่รู้�จักั เหน็ด็ เหนื่อ่� ย อีกี ด้้วย แม้้วันั นี้�้ ศาสตราจารย์เ์ กียี รติคิ ุณุ นายแพทย์ป์ ระเสริฐิ ทองเจริญิ จะจากพวกเราไปแล้้ว แต่ช่ ีวี ิติ ผลงาน ความดีงี าม และคุณุ ููปการของท่า่ นที่่ม� ีตี ่อ่ กรมควบคุมุ โรค กระทรวงสาธารณสุขุ และประเทศไทย จะเป็็นตำ�ำ นานจดจารอยู่�ในหััวใจของพวกเราชาวกรมควบคุุมโรคตลอดไป ขอให้้ดวงวิญิ ญาณของท่า่ นสถิติ ย์อ์ ยู่�สัมปรายภพ ณ แดนสรวงสวรรค์์ “ศาสตราจารย์เ์ กียี รติคิ ุณุ นายแพทย์์ประเสริฐิ ทองเจริิญ ตำ�ำ นานนัักไวรััสวิิทยาของไทย” นายแพทย์์สุวุ รรณชััย วัฒั นายิ่ง� เจริิญชัยั อธิิบดีกี รมควบคุุมโรค
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 4 ชีวี ประวัตั ิศิ าสตราจารย์เ์ กียี รติคิ ุณุ นายแพทย์ป์ ระเสริฐิ ทองเจริญิ หน้าที่่�เป็็นประธานกรรมการมูลู นิธิ ิสิ ่่งเสริมิ การศึกึ ษาไข้้หวััดใหญ่่ ในการประชุุมวิิชาการและธุรุ การ เมื่�อวันั ที่่� ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๗ และ วัันที่่� ๒๔-๒๕ สิงิ หาคม ๒๕๕๗ ที่่โ� รงแรมโนโวเทล สยามสแควร์์ มีนี ัักวิชิ าการเข้้าร่่วมจากหลายสถาบันั ทั้้�งในประเทศและจากนานาชาติิ หลัังการประชุุมเราก็็บรรลุุวััตถุุประสงค์์เกืือบทุุกประการ และได้้จััดทำำ� “เว็็บไซต์”์ เผยแพร่ใ่ ห้้ประชาชนทั่่�วไป ได้้เข้้าชมได้้โดยเสรีีด้้วยให้้มีอี งค์์ความ รู้แ� ละแจ้้งข่า่ วความเคลื่อ� นไหวต่า่ ง ๆ ให้้ทัันเหตุุการณ์์ เว็็บไซต์์ของเราก็ค็ ืือ “www.ift2004. org” จนถึึงวัันที่่� ๕ เมษายน ๒๕๕๔ มีีผู้เ้� ข้้าชมแล้้ว ๒๒๗,๕๕๕ ครั้ง� มูลู นิิธิสิ งเสริมิ การศึกึ ษาไขหวััดใหญ่่ วัตั ถุุประสงค์์มููลนิิธิิฯ ๑. เพื่่อ� เป็็นศููนย์์กลางประสานงานและเผยแพร่่ข้้อมููลข่า่ วสารเกี่�ยวกัับไข้้หวััดใหญ่่ ๒. เพื่่อ� เผยแพร่่ความรู้ � จััดการอบรมและให้้คำ�ำ แนะนำ�ำ เกี่ย� วกับั ไข้้หวัดั ใหญ่่ แก่่แพทย์์ บุุคลากรทางการแพทย์แ์ ละประชาชนทั่่ว� ไปผ่่านสื่�อต่า่ ง ๆ ทุกุ ประเภท ๓. เพื่่อ� ร่่วมมืือกัับองค์์กรอื่�นทั้้�งภาครัฐั และเอกชนในการแจ้้งเตืือนและป้อ้ งกััน โรคไข้้หวัดั ใหญ่่ ๔. เพื่่�อดำำ�เนินิ การหรืือร่ว่ มมืือกัับองค์ก์ รการกุุศลอื่่�น ๆ เพื่่อ� สาธารณะประโยชน์์ ๕. ไม่ด่ ำำ�เนิินการเกี่ย� วข้้องกัับการเมือื งแต่ป่ ระการใด กิิจกรรมของมูลู นิิธิฯิ ๑. จััดประชุมุ ใหญ่่สามััญประจำำ�ปีีอย่า่ งน้้อยปีีละ ๑ ครั้ง� ๒. จััดอบรมระยะสั้�นทางวิิชาการหรืือสััมมนาประชุุมเชิิงปฏิิบััติิการให้้แก่่แพทย์์และ บุุคลากรทางการแพทย์์ ตลอดจนจดประชุุมให้้ความรู้�แก่่ประชาชนทั่่�วไป มููลนิิธิิได้้จััดการ ประชุุมสััมมนาเพื่่�อเตรีียมความพร้้อมในการรัับมืือกัับโรคไข้้หวััดใหญ่่ หลัังจากที่่�ได้้รัับการ จดทะเบียี นให้้ตั้้ง� มููลนิธิ ิฯิ ทั้้ง� ในกรุงุ เทพมหานคร และในต่า่ งจังั หวัดั ทางภาคกลาง ภาคเหนืือ ภาคใต้้ และภาคตะวันั ออกเฉีียงเหนืือ ไม่่ต่ำ��ำ กว่่า ๙๐๐ ครั้ง� แต่่ละครั้ง� ได้้เชิญิ ผู้�้ทรงคุณุ วุฒุ ิิ จากมหาวิิทยาลััยต่่าง ๆ จากกระทรวงสาธารณสุุขและจากต่่างประเทศก็็มีีผู้�้เข้้าร่่วมประชุุม ครั้ง� ละประมาณ ๒๕๐ คน โดยมููลนิธิ ิริ ับั ผิดิ ชอบค่า่ ใช้้จ่า่ ยทั้ง� หมดก็ม็ ีจี ัดั ร่ว่ มกับั หน่ว่ ยงานของ ทางราชการและช่ว่ ยกันั แบ่ง่ รับั ผิดิ ชอบค่า่ ใช้้จ่า่ ยมีกี ารจัดั พิมิ พ์์ เอกสารวิชิ าการแจกโดยไม่ค่ ิดิ มููลค่่าให้้แก่่พยาบาลในสัังกััดกระทรวงสาธารณสุขุ ทุุกแห่่ง ประมาณ ๙๐๐ แห่่ง หลายครั้ง� ในการระบาดของโรคไข้้หวััดนก ระหว่า่ งปี ี พ.ศ. ๒๕๔๗/๕ และการระบาดของไข้้หวัดั ใหญ่่ ปีี ๒๕๕๒/๕๓ ประเทศไทย จึึงได้้รัับผลกระทบไม่ม่ ากนักั ดังั ที่่ค� าดกัันเอาไว้้
5 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ๓. เผยแพร่่ข้้อมููลข่่าวสารเกี่�ยวกัับไข้้หวััดใหญ่่โดยผ่่านทางสื่�อต่่าง ๆ เช่่น เอกสาร แผ่น่ พัับ, หนัังสืือพิิมพ์์, วิิทยุ,ุ โทรทัศั น์์ และเว็บ็ ไซต์์ เป็น็ ต้้น ๔. ประสานงานให้้ความร่ว่ มมือื ทางด้้านข้้อมููลข่า่ วสารและกิจิ กรรมระหว่า่ งภาครัฐั และ เอกชน ทั้้ง� ในและต่่างประเทศ เกีียรติยิ ศและรางวัลั ที่่�ไดร ัับ พ.ศ. ๒๕๑๕ รางวััลเจ้้าพระยาพระเสด็็จสุุเรนทราธิิบดีี (ครู แพทย์์ดีีเด่่น) จาก คณะแพทยศาสตร์ศ์ ิริ ิริ าชพยาบาล พ.ศ. ๒๕๑๘ รางวัลั เฉพาะทาง (สาขาบริิการสังั คม) จากมหาวิิทยาลััยมหิิดล พ.ศ. ๒๕๒๐ รางวัลั สมเด็จ็ พระวัณั รัตั ปุณุ ณสิริ ิิ (แพทย์ท์ี่่ท� ำำ�ประโยชน์ต์ ่อ่ สังั คม) จาก แพทยสมาคมแห่ง่ ประเทศไทยในพระบรมราชููปถัมั ภ์์ พ.ศ. ๒๕๒๕ รางวัลั สาขาการแต่่งตำ�ำ รา จากมหาวิทิ ยาลัยั มหิดิ ล พ.ศ. ๒๕๒๙ รางวััลบทความวิิทยาศาสตร์์ดีีเด่่น จากมููลนิิธิิส่่งเสริิมวิิทยาศาสตร์์ และเทคโนโลยีี พ.ศ. ๒๕๓๓ รัับพระราชทานเหรียี ญดุษุ ฎีมี าลา เข็ม็ ศิิลปวิทิ ยา สาขาแพทยศาสตร์์ พ.ศ. ๒๕๓๔ รางวัลั เหรียี ญทอง นัักวิิจััยดีเี ด่น่ จากสภาวิิจััยแห่่งชาติิ พ.ศ. ๒๕๓๗ รางวััลมหิิดลทยากรสำ�ำ หรัับศิิษย์์เก่่าที่่�มีีผลงานดีีเด่่น จากสมาคม ศิิษย์์เก่า่ มหาวิทิ ยาลััยมหิิดล พ.ศ. ๒๕๔๖ โล่่เชิิดชููเกีียรติิ “ผู้้�พััฒนาและสร้ างความรุ่�งเรืืองแก่่วารสารและ จดหมายเหตุทุ างการแพทย์์ จนเป็น็ วารสารระดับั สากล ตลอดระยะเวลา ๓๑ ปีี (พ.ศ.๒๕๑๕- ๒๕๔๖)” จากแพทยสมาคมแห่่งประเทศไทยในพระบรมราชููปถััมภ์์ พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้้รับั การประกาศเกียี รติคิ ุณุ ผู้ท�้ ำ�ำ คุณุ ประโยชน์แ์ ก่ก่ ระทรวงศึกึ ษาธิกิ าร พ.ศ. ๒๕๔๘ รางวัลั ผู้ม�้ ีผี ลงานดีเี ด่น่ ในการควบคุมุ โรคพิษิ สุนุ ัขั บ้้า จากกรมควบคุมุ โรค พ.ศ. ๒๕๔๙ รางวัลั มหิดิ ล-บีี บราวน์์ เพื่่อ� การแพทย์แ์ ละสาธารณสุขุ จากมหาวิทิ ยาลัยั มหิดิ ล พ.ศ. ๒๕๔๙ รางวััลเกียี รติยิ ศ (APACPH Public Health Recognition Award) จากสมาพัันธ์ว์ ิิทยาลััยสาธารณสุขุ ภาคพื้้�นเอเชียี แปซิฟิ ิคิ ผู้้ม� ีีคุุณููปการด้้านโรคไข้้เลืือดออก เด็็งกี่� (Dengue Hall of Frame) จากกระทรวงวิทิ ยาศาสตร์์และเทคโนโลยีี พ.ศ. ๒๕๕๔ รางวััลบุุคคลผู้้�มีีผลงานดีีเด่่นในการป้้องกัันควบคุุมโรคไข้้หวััดนก ในพื้้น� ที่่�เสี่�ยง จากกระทรวงสาธารณสุุข
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 6 • พ.ศ. ๒๕๕๗ รางวัลั บุคุ คลที่่ท� ำำ�คุณุ ประโยชน์ใ์ ห้้การสนับั สนุนุ งานป้อ้ งกันั ควบคุมุ โรค ได้้แก่่ โรคเอดส์์ โรคไข้้เลือื ดออก โรคติิดต่่ออุบุ ััติใิ หม่่ จากกรมควบคุมุ โรค • พ.ศ. ๒๕๕๙ นักั วิทิ ยาศาสตร์ก์ ารแพทย์เ์ กียี รติยิ ศ จากกรมวิทิ ยาศาสตร์ก์ ารแพทย์์ ▴ รัับพระราชทานเหรีียญดุุษฎีมี าลา เข็็มศิิลปวิทิ ยา เมื่อ� วันั ที่่� ๕ มิิถุนุ ายน ๒๕๓๔ ▴ รับั รางวัลั นักั วิจิ ัยั ดีเี ด่น่ แห่ง่ ชาติิ สาขาวิทิ ยาศาสตร์ก์ ารแพทย์์ ของสำ�ำ นักั งาน คณะกรรมการวิจิ ัยั แห่ง่ ชาติิ เมื่อ� วันั ที่่� ๑๙ กันั ยายน ๒๕๓๔
7 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" • พ.ศ. ๒๕๕๙ กระทรวงสาธารณสุุขแต่่งตั้ง� เป็็นประธานคณะกรรมการผู้้�ทรงคุุณวุฒุ ิิ โรคติิดต่อ่ แห่ง่ ชาติิ (คนแรก) ตามพรบ. โรคติดิ ต่่อแห่ง่ ชาติิ ๒๕๕๘ • พ.ศ. ๒๕๖๐ รางวัลั เกีียรติยิ ศแห่่งวิชิ าชีพี เทคนิคิ การแพทย์์ ในวาระ ๖๐ ปีี เทคนิคิ การแพทย์ไ์ ทย • พ.ศ. ๒๕๖๐ บุคุ คลคุณุ ภาพแห่ง่ ปีี ๒๐๑๗ จากมููลนิธิ ิสิ ภาวิทิ ยาศาสตร์แ์ ละเทคโนโลยีี แห่่งประเทศไทย • พ.ศ. ๒๕๖๐ รางวััลชััยนาทนเรนทร นักั การสาธารณสุุขดีีเด่่น ประเภทวิชิ าการ • พ.ศ. ๒๕๖๐ รางวััลขุนุ ประเมินิ วิมิ ลเวชช์์ จากกรมควบคุุมโรค • พ.ศ. ๒๕๖๒ รางวัลั ปููชนีียบุุคคล ในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปีี วัันพระราชทานนาม ๑๓๑ ปีี มหาวิทิ ยาลัยั มหิดิ ล ▴ รับั พระราชทานรางวัลั มหาวิทิ ยาลัยั มหิดิ ลสาขาการบริกิ ารสังั คม ▴ รับรางวััลแพทย์ด์ ีเี ด่่น รางวัลั สมเด็จ็ พระวันั รัตั น์ ์ ปุุณณสิริ ิิ จากแพทยสมาคมฯ ๓๐ มกราคม ๒๕๒๐
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 8 ▴ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๔ รับั พระราชทานปริิญญาวิทิ ยาศาสตร์์ดุษุ ฎีีบัณั ฑิติ กิติ ติิมศัักดิ์� (ชีวี เวชศาสตร์)์ มหาวิิทยาลััยธรรมศาสตร์์ ▴ เข้้ารัับพระราชทานรางวััลชัยั นาทนเรนทร ประจำ�ำ ปีี ๒๕๖๐ นัักการสาธารณสุขุ ดีเี ด่่น ประเภทวิชิ าการ วัันที่่� ๒๐ มีนี าคม ๒๕๖๑ ณ พระที่่น�ั่ง� อัมั พรสถาน ◂ น ายกสมาคมไวรัสั วิทิ ยา (ประเทศไทย) แสดงความยินิ ดีีกับั ศ. แลม ซาย กิิต นักั วิจิ ัยั ไวรัสั มาเลเซียี ผู้ไ้� ด้้รับั รางวัลั เจ้้าฟ้า้ มหิดิ ล
9 ▴ รับั โล่ร่ างวัลั ผู้�ท้ ำ�ำ คุุณประโยชน์์ให้้แก่ก่ ารสาธารณสุุข ด้้านควบคุุมป้อ้ งกันั โรค เมื่�อวันั ที่่� 14 มีีนาคม 2557 ▴ รับั รางวัลั มหิดิ ล-บีี บราวน์์ เพื่่�อการแพทย์์ ▴ รับโล่่รางวััลแก่่บุุคคลที่่�มีีผลงานใน ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" และสาธารณสุขุ เมื่�อวัันที่่� ๒๐ มิถิ ุุนายน การป้้องกัันควบคุุมโรคไข้้หวััดนก ๒๕๔๙ ในพื้้�นที่่เ� สี่�ยง เมื่อ� วัันที่่� ๕ มีีนาคม ๒๕๕๔ ณ โรงแรม มิริ าเคิลิ แกรนด์์ คอนเวนชั่ น� ◂ รับรางวััลนักั วิทิ ยาศาสตร์ก์ าร แพทย์เ์ กียี รติิยศ ประจำ�ำ ปีี ๒๕๕๙ เมื่�อวัันที่่� ๒๑ มีนี าคม ๒๕๕๙ ณ อาคารอิมิ แพ็็คฟอรั่ม� อิิมแพ็ค็ เมืืองทองธานีี
10 ▴ นำำ�นายกสภากาชาดจีีนเข้้าเฝ้้าสมเด็็จพระเทพรัตั นราชสุดุ า สยามบรมราชกุมุ ารีี ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ▴ DENGUE HALL OF FAME ▴ รับรางวัลั เกียี รติยิ ศประจำำ�ปีี ๒๕๔๙ (Public Health Recognition Award) ของสมาพันั ธ์์ การศึึกษา ด้้านสาธารณสุุขแห่่งภููมิิภาค เอเชียี แปซิฟิ ิคิ เมื่อ� วันั ที่� ๓ ธันั วาคม ๒๕๔๙ ▴ ประชุมุ คองเกรสไวรัสั ระหว่า่ งชาติคิ รั้ง� ที่่� ๖ ที่่� นครเซ็็นได ญี่่�ปุ่�น ๑-๗ กัันยายน ๒๕๒๗
11 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ตำำ�แหน่่งที่่�เคยได้ร้ ับั การแต่่งตั้้ง� พิเิ ศษ • พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๒๐ บรรณาธิกิ ารคนแรกของแพทยสภาสาร วารสารรายเดือื นของ แพทยสภา • พ.ศ. ๒๕๑๕-๒๕๓๐ บรรณาธิกิ ารจดหมายเหตุุทางแพทย์ข์ องแพทยสมาคมแห่ง่ ประเทศไทยในพระบรมราชููปถัมั ภ์ ์ วารสารรายเดืือนฉบับั ภาษาอังั กฤษ • พ.ศ. ๒๕๑๕-๒๕๓๑ บรรณาธิกิ ารวารสารสุขุ ภาพรายเดือื นของแพทยสมาคม และ แพทยสภา • พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๔๙ Member, WHO Expert Committee Advisory Panel on Virus Diseases • พ.ศ. ๒๕๒๑-๒๕๓๒ กรรมการแพทยสภา ประเภทเลือื กตั้�ง • พ.ศ. ๒๕๒๔-๒๕๒๕ เป็็นประธานคณะกรรมการตรวจหนัังสืือเรีียนและคู่่�มืือ ครูเอกชน วิชิ าสุุขศึึกษา หลักั สููตรมัธั ยมตอนปลาย กระทรวงศึกึ ษาธิิการ • พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๓๐ คณะบรรณาธิิการ Asian Journal of Infectious Dis-eases, Singapore • พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๕๒ อนุกุ รรมการบัญั ญััติศิ ัพั ท์แ์ พทย์ร์ าชบััณฑิติ สถาน • พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๓๕ คณะบรรณาธิิการ Virus Information Exchange News- letter, Australia • พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๔๕ กรรมการในคณะกรรมการวิิจััยแห่่งชาติิ สาขาวิิทยาศาสตร์์ การแพทย์์ • พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๓๐ ผู้�ท้ รงคุณุ วุฒุ ิขิ อง กพ. เพื่่�อพิจิ ารณาตำำ�แหน่่งทางวิชิ าการ • พ.ศ. ๒๕๒๘-ปัจั จุบุ ันั กรรมการประสานงานโครงการสารานุกุ รมไทย สำ�ำ หรับั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ข์ องพระบาทสมเด็จ็ พระเจ้้าอยู่่�หัว ร.๙ สาขาแพทยศาสตร์์ เล่ม่ ที่� ๘-๑๐ และ ๑๙-๒๐ • พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๗ Director, WHO Collaborating Centre on AIDS, Bangkok, Thailand • พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๔ คณะกรรมการระบาดวิิทยาแห่ง่ ชาติิ • พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๑ นายกแพทยสมาคมแห่ง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชููปถััมภ์์ • พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๒ อุปุ นายกคนที่่ส� องของแพทยสภา • พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๗ เลขานุกุ ารสภามหาวิทิ ยาลัยั มหิดิ ล
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 12 • พ.ศ. ๒๕๓๑-๒๕๓๔ บรรณาธิกิ าร Asian Pacific Journal of Allergy and Immunology วารสารภาษาอังั กฤษราย ๖ เดืือน หลัังจากนั้�นเป็็นคณะที่่�ปรึกึ ษาบรรณาธิกิ าร • พ.ศ. ๒๕๓๑-๒๕๓๘ กรรมการในคณะกรรมการประสานงานป้้องกัันและควบคุุม โรคเอดส์์แห่ง่ ชาติิ และประธานคณะอนุุกรรมการวิชิ าการโรคเอดส์์ • พ.ศ. ๒๕๓๒-๒๕๖๐ บรรณาธิิการวารสารโรคเอดส์์ (ผู้�ก้ ่่อตั้�ง) ของสำำ�นักั โรคเอดส์์ วัณั โรคและโรคติิดต่่อทางเพศสัมั พันั ธ์์ กรมควบคุุมโรค กระทรวงสาธารณสุขุ • พ.ศ. ๒๕๓๒-๒๕๔๗ คณะกรรมการควบคุุมโรคเอดส์์แห่่งชาติิ (แต่่งตั้�งโดย นายกรัฐั มนตรีี หรือื รองนายกรัฐั มนตรีีที่่�ได้้รับั มอบหมาย) • พ.ศ. ๒๕๓๓-๒๕๓๘ ประธานคณะทำำ�งานด้้านพััฒนาการผลิิตชีีววััตถุุ องค์์การ เภสััชกรรม • พ.ศ. ๒๕๓๓-๒๕๓๗ กรรมการผู้ท�้ รงคุณุ วุฒุ ิิ ในคณะกรรมการสรรหาและการพัฒั นา ทบวงมหาวิทิ ยาลัยั • พ.ศ. ๒๕๓๖-๒๕๔๖ บรรณาธิกิ ารจดหมายเหตุทุ างแพทย์์ ของแพทยสมาคมแห่่ง ประเทศไทย ในพระบรมราชููปถััมภ์์ (วารสารภาษาอังั กฤษ ช่ว่ งปีีที่่� ๒) • พ.ศ. ๒๕๓๗-๒๕๓๙ คณะบรรณาธิกิ ารที่่�ปรึกึ ษาวารสาร Medicine Interna-tional, Thailand Edition. สหราชอาณาจักั ร • พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๔๘ บรรณาธิกิ ารแพทยสภาสาร (ช่่วงที่่� ๒ เป็็นระยะเวลา ๑๐ ปี)ี • พ.ศ. ๒๕๕๑ ประธานคณะกรรมการวิทิ ยาศาสตร์ฝ์ ่า่ ยไทย และประธานคณะกรรมการ วิิทยาศาสตร์์ระหว่่างชาติิ ในการจััดประชุุมวิิชาการเรื่�องโรคไข้้เลืือดออกระดัับนานาชาติิ ปีี ๒๕๕๑ • พ.ศ. ๒๕๕๕ ประธานคณะกรรมการวิิทยาศาสตร์์ฝ่่ายไทย ประธานคณะกรรมการ วิิทยาศาสตร์์ระหว่่างชาติิในการจััดประชุุมวิิชาการเรื่ �องโรคไข้้เลืือดออกระดัับนานาชาติิ ปีี ๒๕๕๖ เอกสารอ้้างอิงิ 1. ก องนวััตกรรมและวิิจััย, กรมควบคุมุ โรค, กระทรวงสาธารณสุขุ . อัตั ชีีวประวััติิ ศาสตราจารย์์ เกียี รติคิ ุณุ นายแพทย์ป์ ระเสิริ ฐ ทองเจริญิ , ฝากรอยไว้้ในทรายสมัยั . นนทบุรุ ีี : ห้้างหุ้้น� ส่ว่ นจำ�ำ กัดั พีเี อ็น็ เอส ครีีเอชั่�น; 2562
13 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" สถานการณ์ว์ ััณโรค องค์ก์ ารอนามัยั โลกได้้จัดั กลุ่�มประเทศที่่ม� ีภี าระวัณั โรคสููง (High Burden Country Lists) เป็็น ๓ กลุ่�มได้้แก่่ ๑) กลุ่�มที่่ม� ีีจำำ�นวนและอััตราป่ว่ ยวััณโรคสููง (TB) ๒) กลุ่�มที่่�มีีจำ�ำ นวนและอัตั ราป่ว่ ยวัณั โรคที่่�ติดิ เชื้อ� เอชไอวีสี ููง (TB/HIV) และ ๓) กลุ่�มที่่ม� ีจี ำำ�นวนและอัตั ราป่ว่ ยวัณั โรคดื้อ� ยาหลายขนานสููง (MDR-TB) ซึ่่ง� ประเทศไทย เป็็น ๑ ใน ๑๔ ประเทศ ที่่�มีีปััญหาวััณโรคสููงทั้้�ง ๓ กลุ่�มดัังกล่่าว โดยปีี พ.ศ. ๒๕๕๙ องค์ก์ ารอนามัยั โลกได้้กำ�ำ หนดยุุทธศาสตร์ย์ ุุติวิ ัณั โรค (The End TB Strategy) มีเี ป้า้ หมาย ลดอุบุ ัตั ิกิ ารณ์ว์ ัณั โรค (Incidence) ให้้ต่ำำ�� กว่า่ ๑๐ ต่อ่ แสนประชากรโลกภายในปี ี พ.ศ. ๒๕๗๘ (๒๐๓๕) จากรายงานวัณั โรคระดับั โลก โดยองค์ก์ ารอนามัยั โลก ได้้คาดประมาณทางระบาดวิทิ ยาว่า่ ประเทศไทยมีผี ู้ป้� ่ว่ ยวัณั โรครายใหม่ป่ ระมาณ ๑๐๖,๐๐๐ ราย หรือื คิดิ เป็น็ ๑๕๓ ต่อ่ ประชากร แสนคน และผู้ป�้ ่ว่ ยวัณั โรคที่่ส� ัมั พันั ธ์ก์ ับั การติดิ เชื้อ� เอชไอวี ี จำ�ำ นวน ๑๑,๐๐๐ ราย และพบผู้ป�้ ่ว่ ย วัณั โรคเสียี ชีวี ิติ สููงถึงึ ๑๑,๐๐๐ ราย (อ้้างอิงิ จาก WHO, Global Tuberculosis Report 2019) จากผลการดํําเนินิ งานวัณั โรค ในปีงี บประมาณ ๒๕๖๑ ประเทศไทยพบว่า่ มีีผู้ป้� ่่วยขึ้น� ทะเบีียนรักั ษาวััณโรค (ผู้้ป� ่ว่ ยรายใหม่แ่ ละกลับั เป็น็ ซ้ำ�ำ�) จํํานวน ๘๕,๐๒๙ ราย คิิดเป็็นอัตั รา การค้้นหาและรักั ษาครอบคลุมุ ร้อยละ ๘๐ (๘๕,๐๒๙/๑๐๖,๐๐๐) ผู้ป�้ ่ว่ ยวัณั โรคที่่�สััมพัันธ์ก์ ับั การติดิ เชื้อ� เอชไอวีี ๖,๗๘๐ ราย คิดิ เป็น็ ร้อยละ ๑๐ ของผู้ท�้ี่่ไ� ด้้รับั การตรวจเชื้อ� เอชไอวี ี ข้้อมููล
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 14 การตรวจทางห้้องปฏิิบััติิการพบว่่า ผู้�้ป่่วยใหม่่และรัักษาซ้ำ�ำ�มีีผลการวิินิิจฉััยที่่�รวดเร็็วโดย เทคโนโลยีอี ณููชีวี วิทิ ยา เพียี งร้อยละ ๑๙ และอัตั ราผลสํําเร็จ็ ของการรักั ษาผู้ป้� ่ว่ ยวัณั โรครายใหม่่ และกลัับเป็น็ ซ้ำ��ำ ที่่�ขึ้น� ทะเบียี นรัักษาในปีงี บประมาณ ๒๕๖๐ เท่า่ กับั ร้อยละ ๘๔ (อ้้างอิิงจาก WHO, Global Tuberculosis Report 2019) วััณโรคดื้�อยาจากรายงานวััณโรคระดัับโลก โดยองค์์การอนามััยโลก (WHO, Global TB report 2019) คาดประมาณว่า่ ประเทศไทยมีจี ำ�ำ นวนผู้ป�้ ่ว่ ยวัณั โรคดื้อ� ยา (MDR/RR-TB) ๔,๐๐๐ ราย หรือื คิดิ เป็็น ๕.๗ ต่อ่ ประชากรแสนคน โดยพบผู้�ป้ ่ว่ ยวััณโรดื้อ� ยา MDR/RR-TB ร้อยละ ๒.๓ ในผู้ป้� ่ว่ ยวัณั โรครายใหม่่ และร้อยละ ๒๔ ในผู้ป�้ ่ว่ ยที่่ม� ีปี ระวัตั ิกิ ารรักั ษาวัณั โรคมา ก่อ่ น ซึ่่ง� ผู้ป้� ่ว่ ยวัณั โรคดื้อ� ยาที่่ม� ีผี ลยืนื ยันั ทางห้้องปฏิบิ ัตั ิกิ ารจำำ�นวน ๑,๓๑๒ ราย ได้้รับั ยารักั ษา จำ�ำ นวน ๙๑๐ ราย และจากการที่่ก� ระทรวงสาธารณสุขุ ประกาศให้้วัณั โรคดื้อ� ยาหลายขนาน ชนิดิ รุนุ แรงมาก (XDR-TB) เป็น็ โรคติดิ ต่อ่ อันั ตราย ตามพระราชบัญั ญัตั ิโิ รคติดิ ต่อ่ พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่่�อใช้้มาตรการทางกฎหมายสนัับสนุุนการดำ�ำ เนิินงานป้้องกัันควบคุุมวััณโรคดื้�อยาหลาย ขนานชนิดิ รุนุ แรงมาก ทำ�ำ ให้้ในปี ี พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๒ มีีการค้้นพบและรายงานข้้อมููลผู้ป�้ ่ว่ ย วัณั โรคดื้อ� ยาหลายขนานชนิดิ รุนุ แรงมาก จำ�ำ นวน ๔๘ ราย (อ้้างอิงิ จากทะเบียี นผู้ป�้ ่ว่ ย XDR- TB กองวัณั โรค ณ วันั ที่่� ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓) วัณั โรคในเรือื นจำำ� ผู้ต�้ ้้องขังั ในเรือื นจำ�ำ เป็น็ กลุ่�มเสี่ย� งวัณั โรคที่่ส� ำ�ำ คัญั เนื่อ�่ งจากมีกี ารย้้าย เข้้า-ออก ของผู้ต�้ ้้องขังั ตลอดเวลา ประกอบกับั สภาพแวดล้้อมในเรือื นจำ�ำ ที่่ม� ีขี ้้อจำ�ำ กัดั ทั้้ง� ในด้้าน สถานที่่�และจำ�ำ นวนผู้ต้� ้้องขังั จึงึ ง่่ายต่่อการแพร่่เชื้�อวัณั โรค โดยเฉลี่�ยจะมีีอุุบััติิการณ์์ของโรค สููงกว่า่ ประชากรทั่่ว� ไป ๑๐ เท่า่ ในปี ี พ.ศ. ๒๕๖๒ เรือื นจำำ�และทัณั ฑสถาน ๑๔๓ แห่ง่ รายงาน ว่่า มีผี ู้�ต้ ้้องขัังประมาณ ๓๔๐,๐๐๐ ราย พบผู้ป้� ่่วยวััณโรคขึ้�นทะเบียี นรักั ษา ๔,๔๖๒ ราย โดยมีผี ู้้ป� ่ว่ ยวััณโรคที่่�ติิดเชื้�อเอชไอวีีจำ�ำ นวน ๔๕๑ ราย พบผู้้ป� ่่วยวัณั โรคดื้อ� ยา MDR/RR-TB ๒๘ ราย (อ้้างอิิงจากโปรแกรม NTIP ณ วัันที่่� ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓) วัณั โรคแรงงานข้้ามชาติแิ ละชายแดน ผู้ป�้ ่ว่ ยวัณั โรคในกลุ่�มแรงงานข้้ามชาติแิ ละบริเิ วณ ชายแดนเป็น็ ปัญั หาหนึ่ง� ในการดำำ�เนินิ งานควบคุมุ วัณั โรคของประเทศไทย เนื่อ�่ งจากอุบุ ัตั ิกิ ารณ์์ วัณั โรคของประเทศเพื่่อ� นบ้้านที่่ม� ีพี รมแดนติดิ กับั ประเทศไทยสููงกว่า่ ไทย ๒-๓ เท่า่ และที่่ผ� ่า่ นมา พบแนวโน้้มผู้ป้� ่ว่ ยวัณั โรคเพิ่่ม� ขึ้น� ปีี ๒๕๖๒ มีผี ู้ป้� ่ว่ ยวัณั โรคในกลุ่�มแรงงานข้้ามชาติิ และบริเิ วณ ชายแดน จำำ�นวน ๓,๗๖๕ ราย โดยมีีผู้้�ป่่วยวััณโรคที่่�ติิดเชื้�อเอชไอวีี จำำ�นวน ๒๗๖ ราย พบผู้้�ป่ว่ ยวััณโรคดื้�อยา MDR/RR-TB ๒๐ ราย (อ้้างอิงิ จากโปรแกรม NTIP ณ วัันที่่� ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓)
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 15
16 òù ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\"
๑บทที่่� 17 บทนำ�ำ เพื่่�อเป็็นศิิริิมงคล ผู้�้นิิพนธ์์ขออััญเชิิญบทพระนิิพนธ์์ของสมเด็็จพระมหิิตลาธิิเบศ อดุุลยเดชวิิกรม พระบรมราชชนก ที่่�แพทย์์ไทยเราเทอดทููนว่่าท่่านทรงเป็็นพระราชบิิดา ของการแพทย์ไ์ ทยยุคุ ปัจั จุบุ ันั เพื่่อ� นำ�ำ เสนอเป็น็ บทนำ�ำ ของเรื่อ� ง วัณั โรค ที่่ผ� ู้น�้ ิพิ นธ์เ์ รียี บเรียี งขึ้น� ในวาระต่่อไปนี้�้ พระนิิพนธ์์ เรื่�องโรคทุุเบอร์์คุุโลสิิส สมเด็็จพระมหิิตลาธิิเบศ อดุุลยเดชวิิกรม พระบรมราชชนก ประทานแก่่กรมสาธารณสุุข เพื่่�อจััดพิิมพ์์ในงานพระราชทานเพลิิงศพ สมเด็็จพระเชษฐาธิิราชเจ้้าฟ้้า จัักรพงษ์ภ์ ููวนาถ กรมหลวงพิศิ ณุุโลกประชานาถ วัันที่่� ๒๔ กันั ยายน พ.ศ. ๒๔๖๓ และพิมิ พ์ใ์ นเอกสารสาธารณสุขุ อันั ดับั ๑๐ ฉบับั พิเิ ศษ ๒๔ กันั ยายน พ.ศ. ๒๔๖๓ หน้้า ๑-๒๘ คัดั ลอกนำำ�มาลง ตีพี ิิมพ์์ซ้ำ�ำ�ไว้้ดัังนี้้� ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ▴ สมเด็จ็ พระมหิิตลาธิเิ บศ อดุุลยเดชวิิกรม พระบรมราชชนก พระราชบิิดาของการแพทย์ไ์ ทยยุคุ ปััจจุุบััน
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 18 ▴ วัันที่่� ๒๔ กัันยายน วันั มหิดิ ล ที่่�โรงพยาบาลศิิริิราช นักั ศึกึ ษาแพทย์์ศิริ ิิราชถวายบัังคมในวันั มหิดิ ล โรคทุเุ บอร์์คุุโลสิิส ในพระคัมั ภีรี ์ท์ ่า่ นกล่า่ วไว้้ว่า่ “อโรคยา ปรมาลาภา” แปลว่า่ ความปราศจากโรคเป็น็ ลาภ อัันประเสริิฐ เพราะฉะนั้�นผู้้�ที่่�รู้�จัักรัักษาตนให้้พ้้นจากโรคภััยได้้ชื่่�อว่่าเป็็นผู้�้ประพฤติิถููกต้้อง พระธรรม และเคราะห์ด์ ีทีี่่ก� ารรักั ษาตนให้้พ้้นโรคภัยั นี้เ�้ ป็น็ การที่่ท� ำ�ำ ได้้ มีนี ้้อยโรคที่่เ� ราจะป้อ้ งกันั ไม่ไ่ ด้้จริิง ๆ แต่่บางโรคก็็กันั ง่่าย บางโรคก็็กันั ยาก เหตุุที่่เ� รายังั กำ�ำ จััดโรคไม่ไ่ ด้้หมดก็็เพราะยัังไม่่ได้้รู้�จ้ ักั นิิสััยของโรคทุุกอย่า่ งดีพี อ เพราะ ฉะนั้น� การกระทำำ�ให้้ความรู้�วิธิ ีกี ัันโรคต่า่ ง ๆ แพร่่หลายทั่่ว� กัันก็็ควรนัับเท่า่ กับั เป็็นการบำำ�บัดั อย่่างหนึ่ �ง ทุุกวัันนี้�้เราก็็ค่่อยมีีความรู้�จัักและกลััวฤทธิ์�ของโรคติิดต่่อบางอย่่างแล้้ว แต่่เรายัังกลััว เฉพาะโรคซึ่ง� ติดิ กันั ง่า่ ย และเมื่อ� ติดิ กันั แล้้วก็ต็ ายทันั ตาเห็น็ เรามัวั กลัวั แต่โ่ รคปัจั จุบุ ันั อย่า่ งเดียี ว
19 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ซึ่�งเจริญิ อยู่�เป็น็ ที่่�น่า่ สยดสยองมาก แต่่โรคเหล่่านี้้ม� ักั จะมาเป็น็ ฤดูู เพราะฉะนั้�น เราก็็ตั้ง� ท่่า เตรียี มการป้อ้ งกันั ได้้ทันั ประดุจุ ถึงึ ข้้าศึกึ ภายนอก เมื่อ� มันั จะมาโจมตีเี ราก็ย็ ังั มีรี ะแคะระคาย แต่ส่ ่ว่ นโรคติดิ ต่อ่ ซึ่ง� มีอี าการเรื้อ� รังั นั้น� เป็น็ ขึ้น� ช้้า ๆ ไม่ท่ ันั รู้ต� ัวั เมื่อ� เป็น็ แล้้วก็เ็ หลือื แก้้เปรียี บเหมือื น ข้้าศึกึ ภายในหรือื คนสอดแนมหรือื ผู้ร�้้ายย่อ่ งตีหี ัวั โรคติดิ ต่อ่ ชนิดิ นี้ม�้ ีมี ากในหมู่่�พวกเราชี้ต� ัวั อย่า่ ง ให้้ได้้คือื โรคเรื้�อน วััณโรค เป็็นต้้น ในที่่น� ี้จ�้ ะขอพรรณนาถึงึ การแก้้และกัันวัณั โรคเฉพาะ ตามภาษาแพทย์์เรียี กวัณั โรคว่า่ “ทุุเบอร์ค์ ุุโลสิสิ ” คือื ความอัักเสบในร่่างกายเนื่อ่� งด้้วย พิษิ ของเชื้อ� โรคชนิดิ นี้ �้ ซึ่่ง� อยู่�ในประเภทที่่แ� พทย์ร์ู้จ� ักั ลักั ษณะแล้้ว และอาจเห็น็ ได้้ด้้วยใช้้กล้้อง ขยายแต่่ชาวบ้้านเรา เรียี กโรคนี้้�ว่่าฝีใี นท้้องเป็็นคำ�ำ ไม่่ตรงต่อ่ อาการของโรคเพราะคนเจ็บ็ ไม่่ ได้้เป็็นฝีแี ม้้เชื้�อทุุเบอร์์เคิิลอาจเข้้าไปทำ�ำ ให้้ท้้องอักั เสบได้้ ส่ว่ นคำำ�ว่า่ วัณั โรคนั้น� ก็แ็ สดงอาการ อย่่างหนึ่�งของโรคนี้้�เท่า่ นั้น� คืือ ผิิวเสียี แต่่โรคก็อ็ าจทำำ�ให้้ผิิวเสีียได้้ เพราะฉะนั้�น ในที่่น� ี้้�จะขอ เรียี กโรคนี้ต้� ามตำ�ำ ราแพทย์ว์ ่า่ “ทุุเบอร์์คุุโลสิิส” ทุุเบอร์์คุุโลสิิส เป็็นโรคเกิิดขึ้�นด้้วยเชื้�อโรคเข้้าไปในร่่างกาย ซึ่่�งเป็็นโรคติิดต่่อจากคน หนึ่ง� ถึงึ อีีกคนหนึ่ง� ได้้โรคนี้้� เป็็นได้้ทั่่ว� ทุกุ อวััยวะแต่โ่ ดยมากมักั จะจัับที่่ป� อดข้้างหนึ่�งก่อ่ นแล้้ว ลามไปอีีกข้้างหนึ่�ง ทำำ�ให้้คนตายเพราะปอด-เน่่าและพิษิ เข้้าไปในโลหิติ อาการ โรคทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ เป็น็ โรคที่่ส� ังั เกตได้้ยากในคนที่่เ� จ็บ็ ใหม่ ่ ๆ เพราะโรคนี้เ้� กิดิ เป็น็ ขึ้น� ช้้า ๆ ไม่ท่ ัันรู้ส� ึกึ ตัวั ว่า่ เจ็บ็ ค่่อยเป็็นทีีละเล็็กละน้้อย โดยมากขึ้�นต้้นด้้วยเป็น็ หวััด ตััวร้้อน หรืือเป็็น โรคอื่น� ก่อ่ น ครั้�นหายแล้้วทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิิสย่่องมาซ้ำำ�� ทำ�ำ ให้้คนเจ็็บรู้ส� ึกึ ว่า่ ยังั ไม่่หายจากโรคเก่่า มักั จะสามวัันดีสีี่�วัันร้ายอยู่�นานกว่่าจะเห็น็ ได้้ถนัดั ว่า่ เจ้้าทุเุ บอร์ค์ ุุโลสิิส มาเล่่นงานแล้้ว ในที่่�นี้้�จะขอเล่่าถึึงอาการที่่�คนเป็็นทุุเบอร์์คุุโลสิิสมัักจะมีีไม่่มากก็็น้้อยไม่่เร็็วก็็นาน แต่่ บางคนก็็ไม่่มีีอาการอย่่างที่่�จะกล่่าวต่่อไปนี้้�ทุุกอย่่าง และถ้้ามีีอาการอย่่างเดีียวก็็ไม่่จำ�ำ แป็็น จะเป็็นทุุเบอร์์คุุโลสิิส เช่่น มีีอาการไออย่่างเดีียวอาจเป็็นโรคอื่�นได้้หลายอย่่าง แต่่ถ้้าเป็็น หลายอย่่างตามที่่�จะกล่่าวต่่อไปนี้ร้� วมกัันแล้้ว ทายได้้ไม่ใ่ คร่่ผิดิ อาการต่า่ ง ๆ ของคนเป็็นทุเุ บอร์์คุุโลสิสิ มีีดัังนี้้� ๑. ไอ ขั้้�นต้้นดููเหมืือนเป็็นหวััด แต่่ไอน้้อย ๆ เรื่�อยไปทีแี รกไอแห้้งแคก ๆ แต่่เมื่�อโรค หนัักขึ้�นก็็มีีน้ำำ��มููกและเสมหะออกมาด้้วย ทีีนี้�้ทำ�ำ ให้้ไอดัังโขลก ๆ ในขั้�นต้้นมัักจะรู้�สึึกเจ็็บ ชายโครงเวลาไอ บางคนเป็็นมากเสมหะที่่�ไอออกมามัักจะเหนีียวและมีีสีีเขีียวช้ำ�ำ� มีีกลิ่�น เหม็็นแรง และโดยมากเมื่�อไข้้หนักั ลงมัักจะมีีโลหิิตปนเสมหะออกมาด้้วย ทำำ�ให้้เสมหะเป็น็ สีีน้ำ��ำ ตาลหรืือแดงเป็็นทาง ๆ เมื่�อโรคหนัักไอก็็มากขึ้�นทุุกทีีเวลาเช้้ามากกว่่าบ่่าย จนเมื่ �อ เจ็บ็ หนักั ไม่่มีกี ำ�ำ ลััง อาการไอจึงึ กลาย
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 20 ๒. อ่อ่ นเพลีีย คนหายเจ็็บใหม่ ่ ๆ มัักจะรู้�สึกึ เพลีีย ไม่่มีีแรง แต่ก่ ็ม็ ักั จะมีกี ำำ�ลังั ขึ้�นแร็ว็ แต่่คนที่่�ตั้�งต้้นเป็็นทุุเบอร์์คุุโลสิิสต่อ่ จากโรคอื่�นแล้้ว ก็็เพลีียเหมืือนกัันและเพลียี มากขึ้น� ทุุกทีี เช้้าเป็็นมาก บ่า่ ยเป็น็ น้้อย ๓. ผอม ตอนต้้นคนไข้้ยัังไม่่รู้�สึึกว่่าผอมลงมากเพราะคนที่่�เป็็นโรคนี้�้มัักจะเป็็นคนที่่� ผอมอยู่�แล้้ว แต่่เมื่�อมีีอาการไข้้และไอ คนไข้้มัักจะผอมลงเร็็วมากเห็็นทัันตาแต่่ตอนปลาย มัักจะทรง ๔. ผิวิ ผิวิ หนังั มักั จะซีดี ลง และชักั มีสี ีเี หลือื งและใสบางเหมือื นขี้ผ�ึ้ง� สีปี ากสีนี วน เวลาค่ำ��ำ หรือื เวลาสนุกุ สนานมักั จะมีแี ก้้มแดงเป็น็ ดวงคล้้ายกับั ปููนแต้้ม ผิดิ กับั คนมีโี ลหิติ ดีตี ามธรรมดา ด้้วยนัยั น์ต์ ามักั จะมัวั ในเวลาเช้้า แต่ใ่ สแจ่ม่ เวลากลางคืนื ตอนหัวั ค่ำำ��-ตาขาวมักั มีสี ีคี ล้้ายสีฟี ้า้ ๕. ไข้้ อาการไข้้มักั จะมีตีั้ง� แต่ต่ ้้นเจ็บ็ แต่โ่ ดยมากตัวั ร้้อนน้้อยเหลือื เกินิ จนไม่ม่ ีใี ครสังั เกต ตััวร้้อนมัักจะมาเวลาค่ำ��ำ แต่่ไม่่มากพอที่่�คนไข้้จะเดืือดร้ อนเหมืือนจัับไข้้ มัักจะกลัับสบาย ขึ้�นเสีียอีีก แต่่เวลาเช้้าตััวมัักเย็็นกว่่าธรรมดาและเป็็นเวลาที่่�คนไข้้รู้�้สึึกมึึนและเพลีียมาก นอกจากเวลาค่ำ��ำ คนไข้้อาจมีีอาการตััวร้้อนได้้ง่่าย ถ้้าทำำ�การหนัักเกินิ ไป หรือื ตกใจ หรืือดีใี จ มากเกิินไปผิิดกัับคนธรรมดามาก ตััวมัักจะไม่่ร้อนเหมือื นคนที่่เ� ป็น็ ไข้้อื่่�น ๆ ปรอทขึ้น� อยู่�ราว ๑๐๑ องศาฟาเร็น็ ไฮต์์ เป็็นอย่่างสููง ๖. หัวั ใจ และชีพี จร มักั เต้้นแรงในเวลาที่่ม� ีไี ข้้และถึงึ เวลาที่่ไ� ม่ม่ ีไี ข้้ หัวั ใจและชีพี จรก็ม็ ักั จะเต้้นแรงและเร็็วกว่า่ ธรรมดา ๗. เหงื่อ�่ ออก ในเวลานอนกลางคืนื มักั จะมีไี ข้้ในตอนหัวั ค่ำ��ำ ตกดึกึ มีอี าการคล้้ายส่า่ งไข้้ และมีีเหงื่อ� ออกมากจนเสื้อ� ผ้้าเปีียกทำำ�ให้้นอนไม่่หลับั พอตื่น� เช้้าตัวั ก็็เย็็นและทำ�ำ ให้้สะท้้าน ๘. โลหิติ โลหิติ ออกเพราะเชื้อ� โรคกินิ ถึงึ หลอดโลหิติ ทำ�ำ ให้้หลอดรั่ว� อาการโลหิติ ออกมักั จะมีีเมื่�อคนไข้้ต้้องออกกำ�ำ ลัังกายมากเกิินไป เช่่น วิ่่�งหนีีฝน หรืือยกของหนัักแล้้วเหนื่�่อย หอบอาการโลหิติ ออกอาจเป็็นอย่่างใดอย่า่ งหนึ่�งใน ๓ อย่่างนี้�้ ก. เมื่�ออาการหนัักมากขึ้�น ส่่วนโลหิิตในเสมหะที่่�ไอออกมาก็็มีีมากขึ้�นจนลง ท้้ายมีโี ลหิติ ออกสด ๆ ไอเวลาเช้้า มักั จะมีีโลหิติ มากกว่่าเวลาบ่า่ ย ข. บางคนไม่ม่ ีโี ลหิติ ออกในเวลาไอ แต่ก่ ระอัักออกมาเป็น็ ลิ่�ม ๆ ในเวลาเช้้า หรืือ บางทีีเป็น็ น้ำำ��ออกประมาณถ้้วยตะไล โลหิิตใสอาการหนัักกว่่าโลหิิตเป็น็ ลิ่�ม ๆ ค. โลหิิตอาจออกมาทางปากเป็็นอาเจีียนโลหิิตเมื่ �อเป็็นเช่่นนี้้�มัักจะไม่่รอดไปกี่่�วััน เมื่�อคนไข้้คนใดมีีอาการดัังกล่่าวมาแล้้วนี้�้ทั้้�ง ๘ ประการ ใครที่่�ได้้อ่่านหนัังสืือฉบัับนี้�้ก็็อาจ หายได้้ว่่าคนนั้�นเป็็นโรคทุุเบอร์์คุุโลสิิส แต่่บางไข้้ก็็เป็็นแต่่บางอย่่างเท่่านั้�น จนแพทย์์เองก็็ สังั เกตไม่ไ่ ด้้ ต้้องตรวจปอดและฟัังลมหายใจ
21 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" แต่ว่ ิธิ ีตี รวจโรคทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ อย่า่ งแน่ท่ี่่ส� ุดุ คือื วิธิ ีตี รวจหาเชื้อ� โรค ถ้้าผู้ใ้� ดเป็น็ โรคทุเุ บอร์์ คุุโลสิิสในปอดผู้�้นั้�นมัักจะมีีเชื้�อโรคติิดในเสมหะที่่�ขากออกมา แต่่เชื้�อโรคเล็็กเหลืือที่่�จะเห็็น ด้้วยตาเปล่่า เพราะฉะนั้�น คนธรรมดาจึึงตรวจไม่่ได้้ แต่่ถ้้าคนพยาบาลคนไข้้สงสััยโรค ทุุเบอร์์คุุโลสิิส ก็็ควรเก็็บเสมหะใส่่ไว้้ในขวดเล็็กที่่�สะอาด แล้้วปิิดฝาให้้มิิดชิิดและส่่งไปให้้ โรงพยาบาลตรวจ เจ้้าพนักั งานที่่�นั่�นจะละเลงเสมหะลงบนแผ่่นกระจกแล้้วย้้อมด้้วยสีสี วรรค์์ ชนิดิ หนึ่ง� ซึ่่ง� จะทำ�ำ ให้้เห็น็ เชื้อ� โรคได้้ชัดั ขึ้น� แล้้วส่อ่ งกล้้องก็จ็ ะรู้ไ� ด้้ว่า่ มีเี ชื้อ� ทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ หรือื ไม่่ ถ้้าไม่ม่ ีกี ็ค็ วรส่ง่ เสมหะมาให้้ตรวจอีกี สักั ๓ หน เว้้นระยะห่า่ งกันั สักั ครั้ง� ละ ๑๐ วันั เพื่่อ� ให้้แน่ใ่ จ เมื่อ� ค้้นหาเชื้อ� ทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ ได้้แม้้แต่ต่ ัวั เดียี วเราก็จ็ ะรู้ไ� ด้้ว่า่ พวกปัจั จามิติ ร์ย์ ่อ่ งเข้้าค่า่ ย ได้้แล้้ว และคงยัังมีีพวกพ้้องอยู่�ในตััวเราอีีกมาก เราก็็ตั้�งต้้นรีีบขัับไล่่มัันไปเสีียให้้หมด มิิฉะนั้�นค่า่ ยก็ค็ งแตกเป็็นแน่่ วิิธีีบำ�ำ บััด ปััญหาสำำ�คััญที่่�คนไข้้ทุุกคนย่่อมจะถามก็็คืือว่่าจะมีีวิิธีีรัักษาโรคนี้�้ให้้หายไปได้้หรืือไม่่ คำ�ำ ตอบว่า่ “รักั ษาได้้ แต่่ยากมาก” เพราะเราต้้องพยายามทำ�ำ ลายเชื้�อโรคซึ่ง� อยู่�ในตัวั คนไข้้ หรืืออย่่างน้้อยก็็ต้้องบำำ�รุุงร่่างกายคนไข้้ให้้มีีกำำ�ลัังต่่อสู้�้ทนทานพิิษ ซึ่่�งเชื้�อโรคได้้ทำ�ำ ขึ้้�นและ ป้้องกัันไม่่ให้้พิิษนี้�้แพร่่หลายเข้้าไปในโลหิิต ทำำ�ให้้เป็็นอัันตรายแก่่ส่่วนอื่ �นของร่่างกายอีีก เปรีียบด้้วยเพลิิงดวงน้้อยดัับด้้วยลมปากได้้ แต่่ไฟไหม้้บ้้านดัับยากฉัันใดก็็ได้้กัับโรคติิดต่่อ โรคนี้�ฉ้ ันั นั้�น ถ้้าเรารู้เ� สีียยิ่ง� เนิ่�นนานเท่่าใด หรือื ตั้�งแต่่เริ่�มเป็น็ ก็็จะทำ�ำ ให้้การป้อ้ งกันั ง่่ายขึ้�น เพราะเชื้อ� โรคหว่า่ นพีชี พันั ธุ์�เร็ว็ ไม่ช่ ้้าก็ม็ ีตีั้ง� ล้้าน เพราะฉะนั้น� เราต้้องตีที ัพั หน้้าให้้แตกเสียี ก่อ่ น กองทััพหลวงจะได้้ตั้้�งค่่ายไม่ต่ ิดิ เมื่�อท่่านผู้�ใ้ ดรู้ส� ึกึ มีอี าการดังั ที่่�ได้้กล่า่ วมาแล้้วนี้ ้� ถ้้ามีีแพทย์์อยู่�ใกล้้ก็็ควรไปให้้เขาตรวจ เสียี ถึงึ แพทย์จ์ ะอยู่่�ห่า่ งก็ค็ วรจะหาเวลาไปให้้เขาตรวจให้้ได้้เพราะถ้้าทิ้้ง� ไว้้นานก็จ็ ะทำำ�ให้้โรค กำำ�เริบิ และแก้้ยาก ถึงึ เขาจะว่า่ ท่า่ นไม่เ่ ป็น็ อะไร ก็ย็ิ่ง� ควรดีใี จเสียี อีกี ว่า่ ท่า่ นไม่เ่ ป็น็ โรคร้ายที่่ส� ุดุ อันั หนึ่ง� ถึงึ จะเสียี เงินิ ค่า่ แพทย์ก์ ็ไ็ ม่ค่ วรเสียี ดาย เพราะถ้้าท่า่ นตระหนี่ค� ่า่ ตรวจแล้้ว เมื่อ� เป็น็ โรค มากจะต้้องเสียี เงินิ ค่า่ รักั ษามาก ถ้้าท่า่ นตระหนี่ค� ่า่ รักั ษา ท่า่ นตายไปเงินิ ก็เ็ อาไปโลกหน้้าด้้วย ไม่ไ่ ด้้และลููกหลานท่า่ นจะเสียี ดายตัวั ท่า่ นมากกว่า่ เงินิ ถ้้าเขาไม่เ่ สียี ดายท่า่ น เขาก็ร็ ักั เงินิ ของ ท่่านมากกว่่าตัวั ท่า่ น เมื่อ� ท่่านรู้เ� ข้้าจะยินิ ดีีหรืือ? ถ้้าเมื่�อท่า่ นไปหาหมอแล้้ว เขาไม่ใ่ ห้้ยากิิน ท่่านอย่่าเพ่อ่ เสีียใจ เขาคงจะให้้คำ�ำ แนะนำำ� ให้้ท่า่ นรัักษาตัวั ถ้้าท่่านทำ�ำ ตามคำำ�แนะนำ�ำ ท่่านก็ค็ งจะเห็็นผลดีีเป็็นแน่่
22 ที่่�จริิง ยาแก้้โรคทุุเบอร์์คุุโลสิิสโดยตรงและโดยเฉพาะนั้�น ยังั ทำำ�ขึ้้น� ไม่ไ่ ด้้* มีแี ต่ย่ าแก้้ไอ แก้้ตัวั ร้้อน และอาการต่า่ ง ๆ ของโรคนี้้� แต่่ทุุกขนานไม่่มีีฤทธิ์ �ดีีพอที่่�จะแก้้โรคเองได้้ยาอาจทำำ�ให้้ท่่านรู้�สึึก สบายไปชั่่�วคราวเท่่านั้ �นแต่่โรคก็็ไม่่หายมีียาวิิเศษอยู่ �อย่่างเดีียวที่่� จะระงัับไม่่ให้้โรคนี้�้ลามไปอีีกได้้ยานี้้�อยู่�ในโลหิิตของท่่านเอง คน ทุุกคนมีีเชื้ �อยาอยู่ �ในโลหิิตซึ่่�งอาจต่่อสู้�้กัับเชื้ �อโรคได้้บางคนก็็มีีมาก บางคนก็็มีีน้้อย เพราะฉะนั้�นบางคนจึึงติิดโรคได้้ง่่าย บางคนถึึง พยาบาลไข้้อยู่่�ก็็ไม่ต่ ิิด เชื้อ� ยาในโลหิติ นี้บ�้ างเวลามีมี าก บางเวลามีนี ้้อย เมื่อ� เราตรากตรำ�� ร่า่ งกายเกินิ ประมาณ ในเวลาทำำ�การหรือื เวลาเล่น่ ก็ต็ าม เช่น่ อดนอน หรือื อดอาหาร หรือื ทนหนาวทนร้อนมากเกินิ ไป ร่า่ งกายก็อ็ ่อ่ นเพลียี กำ�ำ ลัังถอย เชื้�อยากัันโรคในโลหิิตก็็น้้อยลง ในโอกาสอย่่างนี้�้แหละ ตััวเชื้ �อโรคต่่าง ๆ มัักจะท่่าหวานพืืชพัันธุ์ �มากมายทำำ�ให้้เกิิดโรคขึ้ �น แต่เ่ มื่�อเรารู้ส� ึกึ กำำ�ลังั ถอยและรู้ส� ึกึ ว่า่ เกิิดโรคแล้้ว เราก็็ต้้องพยายาม บำำ�รุุงกำำ�ลััง เชื้อ� กัันโรคในโลหิติ จะได้้มีมี ากขึ้น� หมอวิิเศษคนใดจะ ทำ�ำ ให้้เชื้�อกัันโรคในโลหิิตมีีมากขึ้�นได้้เล่่า ท่า่ นไม่ต่ ้้องไปมองหาผู้ว้� ิเิ ศษนี้ใ้� นที่่ห� ่า่ งไกลเลย ถ้้าท่า่ น มีกี ระจกเงา ก็็ลองส่่องดููเถิดิ ท่า่ นจะเห็็นหน้้าท่่านผู้้�วิิเศษ คืือ หน้้าท่า่ นเอง ท่่านผู้้เ� จ็บ็ เป็น็ โรคทุเุ บอร์์คุุโลสิิส จะเป็น็ ผู้�ช้ ่ว่ ยแพทย์ร์ ักั ษาโรค ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ท่า่ นได้้อย่่างดีี ๑. ท่า่ นควรเชื่อ� ถือื แพทย์ ์ พยายามทำ�ำ ตามคำำ�สั่่ง� ของแพทย์ใ์ ห้้ ถี่�ถ้้วน มิฉิ ะนั้�นท่า่ นจะจ้้างแพทย์ม์ าเพื่่�อประโยชน์อ์ ะไร ๒. ขอให้้ท่า่ นเชื่อ� เถิดิ ว่า่ ยาที่่จ� ะกินิ แก้้โรคนี้โ�้ ดยเฉพาะยังั หาไม่่ ได้้เพราะถ้้ามีแี ล้้วคงจะไม่ม่ ีใี ครปิดิ บังั ให้้ท่า่ นรู้เ� พราะฉะนั้น� ท่า่ นอย่า่ กินิ ยากลางบ้้านหรือื ยาผีบี อก ยาเหล่า่ นี้ถ�้ ึงึ กินิ จะไม่เ่ ป็น็ อันั ตรายก็ไ็ ม่่ มีคี ุณุ และซ้ำ��ำ ต้้องเสียี ค่า่ เปิดิ ปากหม้้อยาแรง ๆ ด้้วย ยาดีทีี่่ส� ุดุ สำำ�หรับั * ขณะที่่ท� รงนิพิ นธ์ย์ ัังไม่่มีียา กำำ�จัดั โรคนี้�้ก็็คือื วิธิ ีอี ยู่่�กิินของท่่านเอง ที่่�จำำ�เพาะรัักษาวััณโรค ใน ปััจจุุบัันมีียารัักษาโรคนี้�้ที่่�มีี ๓. เมื่อ� ท่า่ นทราบว่า่ ตัวั ท่า่ นเจ็บ็ แล้้ว ก็ค็ วรจะละสิ่ง� ที่่แ� สลงแก่ไ่ ข้้ ประสิทิ ธิภิ าพที่่ส� ามารถรักั ษา เปลี่่ย� นการกินิ อยู่�ให้้ถููกลักั ษณะของคนที่่ร� ักั ษาตัวั ดีี จริงิ อยู่�จะเปลี่่ย� น โ ร ค ใ ห้้ ห า ย ข า ด ไ ด้้ แ ต่่ ก็็ มีี ปรากฎการณ์์เชื้ �อดื้ �อยาหลาย ขนานอุบุ ัตั ิขิึ้น� แล้้ว
23 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ทุกุ อย่่างย่อ่ มเป็น็ การยากมากแต่่ถ้้าทำำ�ได้้มากเท่า่ ใด ช่่องที่่�จะรัักษาชีีวิิตให้้รอดได้้ก็ม็ ากขึ้�น เท่า่ นั้น� การนอน ควรเข้้านอนแต่ห่ ัวั ค่ำำ�� เพราะนอนหัวั ค่ำ�ำ�ได้้กำ�ำ ลังั มาก ควรตื่น� เช้้าเพราะแดดเช้้า ถููกแก่่โรคควรนอนให้้หลับั ไม่่น้้อยกว่า่ ๘ ชั่่�วโมงจึึงจะพอ และกลางวันั ก็็ควรนอนเล่่นนิ่�ง ๆ บ้้าง ถึงึ จะไม่ห่ ลับั ก็ไ็ ด้้พักั ร่่างกาย ถ้้าท่่านมีไี ข้้แล้้ว ควรนอนอยู่�เสมออย่่าลุกุ ไปเดิินมากนักั เมื่อ� ท่า่ นหายไข้้ใหม่่ ๆ ก็็อย่า่ หัักกำำ�ลััง ค่อ่ ยลุกุ นั่�งหรือื เดิินแต่ท่ ีีละน้้อย เมื่�อมีีไข้้มาอีีกท่่านก็็ รีีบลงนอนอีกี จนหายไข้้ ในเวลากลางวันั เอาที่่�นอนมาปููที่่�นอกชาน นอนตากอากาศก็ด็ ีีเหมืือนกััน แต่ต่ ้้องระวังั อย่่านอนที่่�มีฝีุ่�นมาก เพราะจะทำำ�ให้้ท่่านไอ ห้้องที่่อ� ยู่� ถ้าท่า่ นเลือื กห้้องอยู่�ได้้ท่า่ นควรเลือื กห้้องที่่ส� ะอาดที่่ส� ุดุ ในบ้้าน มีปี ระตููหน้้าต่า่ ง มากจะได้้โปร่ง่ ห้้องสููงจากดินิ ดีกี ว่า่ เพราะไม่ช่ื้น� หน้้าต่า่ งประตูู ควรเปิดิ ไว้้เสมอ ถ้้ากลัวั หนาว ก็ห็ าผ้้าคลุมุ ถ้้ากลััวฝนก็ใ็ ช้้กัันสาดบังั หรืือปิิดแต่่ทางที่่ส� าด ถ้้ากลััวขโมยก็ท็ ำำ�ลููกกรงใส่่เสียี ถ้้าไม่่มีีเงิินทำำ�ลููกกรงก็็อย่่าเก็บ็ ของที่่�มีีราคาไว้้ในห้้องนั้�น ขโมยมันั ก็็ไม่ม่ าเองแหละ พื้้น� ห้้องอย่่าปููพรมหรืือเสื่�อ แต่ร่ ัักษาพื้้�นกระดานให้้สะอาด และใช้้ผ้้าชุุบน้ำำ�� เช็็ดบ่่อย ๆ อย่า่ ให้้มีีละอองจัับได้้ อย่่าแขวนอะไรรุุงรัังจากเพดานหรืือฝาผนััง เพราะทุุกสิ่�งที่่�มีีอยู่�ในห้้องจะทำ�ำ ให้้ละออง มาจับั และละอองเป็็นของแสลงแก่่โรคมาก ระวังั อย่า่ งทิ้้�งอาหารไว้้ในห้้องนอน มดและแมลงวันั จะขึ้น� และตอม ถ้้าไม่ม่ ีไี ข้้แล้้ว กิิน อาหารนอกห้้องนอนดีกี ว่่า คนไข้้ควรจะให้้นอนบนเตีียง และอย่า่ เอาอะไรต่่าง ๆ ซุกุ ไว้้ในใต้้เตียี ง เพราะจะทำ�ำ ให้้ อากาศเดิินไม่่ได้้สะดวก ระวัังอย่า่ ให้้ที่่น� อนเหม็น็ สาบ คอยผึ่�งแดด ผึ่่ง� ลมบ่อ่ ย ๆ อาหารกัับการนอนเป็น็ สิ่ง� สำำ�คัญั ที่่ส� ุดุ ที่่จ� ะบำำ�รุงุ กำำ�ลังั ให้้ร่่างกายต่่อสู้�เ้ ชื้�อโรคได้้ เพราะ ฉะนั้�นคนไข้้ควรกินิ แต่่อาหารที่่�จะบำำ�รุงุ กำำ�ลังั ควรกิินสิ่�งที่่�เป็็นมัันมาก อย่่างมะพร้้าวและมััน และเนื้�อสััตว์์ต่่าง ๆ อาหารที่่�เป็็นแป้้ง และข้้าวก็็ดีีเหมืือนกััน ผัักดิิบ ผัักต้้ม และขนมต่่าง ๆ ที่่�มีีน้ำ��ำ ตาล และมะพร้้าวมาก เช่่น สังั ขยา เป็น็ ต้้น เป็็นของโอชารสหวานชื่น� ใจและชููกำำ�ลััง ผลไม้้สุกุ กินิ ได้้ แต่ผ่ ลไม้้ดิบิ เช่่น มะม่่วงจิ้ม� น้ำ��ำ ปลาไม่ด่ ีี ควรกิินอาหารหวานมััน ส่ว่ นอาหารที่่เ� ผ็ด็ เค็ม็ ไม่ค่ วรกินิ อาหารที่่� ต้้องหมัักหรือื ดองเปรี้้�ยว เค็็ม อาจทำำ�ให้้ท้้องเสียี และไม่ส่ ู้จ�้ ะให้้กำ�ำ ลังั แก่ร่ ่า่ งกายมากนััก
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 24 ส่่วนเครื่�องดื่�มควรกิินน้ำ��ำ สุุก กิินน้ำ��ำ มากไม่่มีีอัันตรายกลัับทำ�ำ ให้้ร่่ายกายสบายเสีียอีีก แต่ค่ วรเว้้นสุรุ าทุกุ ชนิดิ ถ้้าหาน้ำ�ำ�นมสดที่่ส� ะอาดได้้จะเป็น็ น้ำ�ำ�นมโคหรือื น้ำ�ำ�นมแพะก็ต็ าม อุ่�นเสียี พอไอขึ้�น แล้้วดื่่�มกำำ�ลังั อุ่�น ๆ เป็น็ ของดีีนักั การกินิ ต้้องหาอาหารและปรุงุ ให้้มีรี สที่่จ� ะทำ�ำ ให้้คนไข้้รู้ส้� ึกึ อร่อ่ ย จะได้้กินิ ได้้มาก ถึงึ จะมีี ของแสลงสักั เล็ก็ น้้อยเพื่่อ� ล่อ่ อาหารก็ไ็ ม่เ่ ป็น็ อะไร แต่ต่ ้้องระวังั อย่า่ ให้้กินิ มากจนทำ�ำ ให้้ท้้องเสียี และควรกินิ เป็น็ เวลาทุกุ วันั เวลากลางคืนื ควรให้้กินิ น้้อยกว่า่ เวลากลางวันั จะกินิ บ่อ่ ยเท่า่ ไรก็็ ได้้แต่ต่ ้้องระวังั อย่า่ ให้้อาหารประจำำ�คลาดเวลา เป็น็ ต้้นว่า่ ระหว่า่ งข้้าวเช้้ากับั ข้้าวกลางวันั จะ กินิ ไข่ไ่ ก่ต่ ้้มหรือื ดิบิ สักั ฟองหนึ่ง� และเวลาบ่า่ ยจะมีขี องว่า่ งเป็น็ ขนมหรือื ข้้าวก็ไ็ ด้้ แล้้วตอนดึกึ ควรกินิ ไข่่หนึ่ง� ฟองหรือื น้ำ��ำ นมหนึ่�งถ้้วย ในเมือื งไทยเราอาหารมักั จะมีเี ป็น็ ฤดูู เช่่น ผลไม้้ต่่าง ๆ เป็็นต้้น เพราะฉะนั้�นคนไข้้ก็็ ควรถืือฤดููเป็็นโอกาสที่่�จะยัักย้้ายวิิธีีกิินอาหาร เช่่น ในฤดููหนาวควรกิินอาหารที่่�มีีมัันมาก จะรู้ส� ึึกมีรี สอร่อ่ ย ไม่เ่ ลี่�ยนเหมือื นกิินในฤดููร้้อน และท้้องก็็จะไม่เ่ สียี ด้้วย แต่ใ่ นฤดููร้้อน ท่า่ นก็็ ควรกิินอาหารที่่�ละลายง่า่ ย เช่น่ แป้ง้ ไข่่ และปลา ควรดื่�มน้ำ�ำ� มาก ๆ กินิ ผลไม้้พอประมาณ คนโดยมากกิินผลไม้้ชนิิดหนึ่�งมากเกินิ ไป เพราะเกรงว่า่ จะหมดฤดููเสีียถ้้าท่า่ นระวัังตัวั ให้้ดีีมีี ชีีวิติ อยู่่�อีกี ปีหี นึ่ง� ต้้นไม้้นั้้น� ก็็คงจะมีีผลอีกี อาหารที่่�เป็็นยา ในหมวดอาหารทั้้�งหลาย ในที่่�นี้�้จะกล่่าวถึึงอาหารที่่�เป็็นยาด้้วย คืือ น้ำำ��มันั ปลา น้ำ��ำ มันั ปลาค๊อ๊ ด มีขี ายหลายชนิดิ เป็น็ ยาช่ว่ ยบำ�ำ รุงุ กำ�ำ ลังั ทั่่ว� ไปกินิ ครั้ง� ละช้้อนหวาน เมื่อ� กินิ อาหารแล้้วสามเวลา ดีมี ากสำ�ำ หรับั เด็ก็ แต่ผ่ ู้ใ�้ หญ่ก่ ็ไ็ ด้้ผลเหมือื นกันั แต่ค่ วรกินิ เวลาหนาว เพราะเวลาร้อนมักั ทำำ�ให้้ท้้องเสียี เครื่อ� งแต่ง่ กาย คนเจ็บ็ เป็น็ โรคทุเุ บอร์ค์ ุุโลสิสิ ควรระวังั ตัวั แต่ง่ กายให้้ถููกแก่่อากาศใน ชั้�นต้้นควรจะสวมเสื้�อเสมอ แต่่ถ้้าอากาศร้ อนก็็สวมแต่่เสื้�อบาง เพราะเสื้�อเป็็นของที่่�กััน ไม่ใ่ ห้้เราหนาว และเมื่�อเราร้อนเสื้อ� นั้�นก็ซ็ ัับเหงื่�อออกจากตัวั เราด้้วย เมื่�อท่า่ นเจ็บ็ และอยาก จะหายท่า่ นก็ต็ ้้องใช้้ความสังั เกตให้้มาก ถึงึ เวลาอากาศหนาวก็อ็ ย่า่ ทนหนาวอยู่� หาผ้้ามาคลุมุ ตััวเสีีย ถึึงเวลาร้ อนก็็ถอดเสื้�อชั้�นนอกหรืือเลิิกผ้้าคลุุมออกอย่่าได้้ทนร้ อนหรืือทนหนาว เพราะขี้�เกีียจเปลี่่�ยน เราเข้้าใจเสีียแต่่ว่่าโรคนี้้�ทนหนาวไม่่ได้้เท่่านั้�น แต่่ที่่�จริิงร้ อนมัันก็็ทน ไม่ไ่ ด้้เหมือื นกันั ความไม่ส่ บายอย่า่ งใดอย่า่ งหนึ่ง� ของร่า่ งกายเป็น็ อันั ตรายได้้ทั้้ง� นั้น� ท่า่ นต้้อง พยายามไม่ใ่ ห้้ตััวท่่านเปีียกฝนและเมื่อ� เปีียกฝนแล้้วก็ต็ ้้องรีบี เปลี่่ย� นเสื้อ� ผ้้าทัันที ี ก่่อนที่่�ท่่าน จะรู้�สึกึ หนาวขนลุกุ ขนพอง
25 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" การออกกำำ�ลัังกาย เวลาท่่านมีีไข้้ต้้องนอนอยู่�ในที่่�นอนหรืือลากเก้้าอี้�ยาวมานอนนิ่ �ง ๆ อยู่�ที่�นอกชาน เพื่่�อกิินอากาศและดููคนเดิินไปมาตาปริิบ ๆ อยู่�เท่่านั้�น แต่่ไม่่ควรจะลุุกขึ้�น ทำำ�การเอะอะอะไร แต่เ่ มื่อ� เวลาที่่ไ� ม่ม่ ีไี ข้้ ท่า่ นควรจะลุกุ ขึ้น� ทำ�ำ การเบา ๆ หรือื เดินิ หรือื เล่น่ อะไรที่่ท� ่า่ นชอบ เช่่น ทำ�ำ สวนหรืือการเล่่นต่่าง ๆ ให้้เพลิินใจ แต่่อย่่าทำ�ำ การหรืือเล่่นอะไรจนหอบเหนื่�่อย ต้้องคอยฝึกึ ตััวไปทีลี ะเล็็กละน้้อย ถ้้ามีไี ข้้ก็็ต้้องกลับั ไปนอนเสียี อีีก การอาบน้ำ�ำ� เว้้นเสียี แต่เ่ วลามีไี ข้้ การอาบน้ำ�ำ�ให้้สะอาดเป็น็ การดีมี าก แต่ต่ ้้องระวังั อย่า่ ให้้ หนาวสะท้้านได้้ควรอาบแต่่เวลากลางวััน หรืือใช้้ผ้้าชุุบน้ำ�ำ�เช็ด็ ตัวั รัักษาผิวิ ให้้สดใสอยู่�เสมอ อย่า่ ลงว่า่ ยน้ำ��ำ เล่่น เพราะจะทำ�ำ ให้้เหนื่อ่� ยมากและเมื่อ� อาบน้ำำ��แล้้วต้้องเช็็ดตัวั และผมให้้แห้้ง ความประพฤติิเบ็็ดเตล็ด็ การสููบบุหุ รี่�หรือื กล้้องยาชนิดิ ใด ๆ ไม่่ได้้เป็็นอัันขาดแต่่เด็็ก ๆ ที่่�ไม่ม่ ีโี รคอะไรเขายัังว่า่ ตัับจะดำำ� การสููบบุุหรี่�ทำำ�ให้้ผงบุุหรี่�และควัันที่่�อััดเข้้าไปจัับในผิิวปอด เวลาผ่่าศพคนตาย ออกดููอาจแลเห็็นผลนี้เ้� ข้้าไปจัับเป็น็ ดวง ๆ อยู่�ในปอด ในปอดโคและกระบือื ไม่ม่ ีี เพราะสััตว์์ เหล่่านี้�ไ้ ม่่สููบบุหุ รี่� ผงและควัันอาจทำ�ำ ให้้ผิวิ ปอดอักั เสบและบุหุ รี่�มีียาพิษิ ทำ�ำ ให้้เมาได้้เป็น็ เหตุุ อัันหนึ่�งซึ่ง� ทำ�ำ ให้้เชื้�อสำำ�หรับั ป้อ้ งกันั โรคในโลหิิตน้้อยลง การเคี้�ยวหมากหรืือเมี่�ยงไม่่มีีอัันตราย แต่่หมากเมื่�อเคี้�ยวมากมัักจะทำำ�ให้้เบื่�ออาหาร และรักั ษาปากให้้สะอาดยากจงระวังั อย่่าบ้้วนน้ำ��ำ หมากเลอะเทอะไป เพราะถึงึ น้ำ�ำ�หมากก็็อาจ มีเี ชื้อ� โรคติดิ ต่อ่ อยู่�ได้้ เวลาจะคายชันั หมากหรือื เมี่ย� งควรคายในที่่ � ๆ แมลงวันั จะมาตอมไม่ไ่ ด้้ คายลงในเตาไฟเป็็นการดีีจะได้้เลยไหม้้ไปเสีียทีีเดีียว เชื้�อโรคจะได้้ไม่่กระจายและปลิิวไปที่่� อื่น� ได้้ เวลาไอหรือื จาม ควรใช้้ผ้้าหรือื มือื ปิดิ ปาก น้ำำ��มููกน้ำ��ำ ลายจะได้้ไม่ก่ ระเด็น็ ไปที่่อ�ื่น� และแจก เชื้�อโรคให้้คนอื่�นอีกี มือื ของตนเองควรจะล้้างบ่่อย ๆ เพราะเวลาเผลออาจเอานิ้�วมืือใส่่ปาก เช่่นนั้�น เชื้�อโรคก็จ็ ะติดิ ออกมาเมื่อ� ไปจับั อะไรเข้้า เชื้�อโรคนั้น� ก็จ็ ะไปติดิ อยู่�ในของสิ่�งนั้�นได้้ ตามที่่ไ� ด้้กล่า่ วมานี้เ�้ ป็น็ สิ่ง� ที่่ท� ุกุ คนควรประพฤติไิ ด้้ไม่ม่ ากก็น็ ้้อย ถ้้าใครทำ�ำ ตามได้้มากก็็ ย่่อมจะมีชี ่่องหายได้้ตามส่ว่ น ๔. การรักั ษาตนเอง ด้้วยการเปลี่่ย� นอิริ ิยิ าบถเท่า่ นั้น� ก็เ็ ป็น็ ทางแก้้อันั สำ�ำ คัญั ที่่ส� ุดุ จริงิ แต่่ ถ้้าได้้รักั ษาตนในทำ�ำ เลดี ี มีดี ินิ ฟ้า้ อากาศถููกกับั โรคทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ แล้้ว การรักั ษาก็จ็ ะได้้ผลดีมี าก ด้้วยเหตุุนี้้� แพทย์์จึึงได้้แนะนำ�ำ คนไข้้ที่่�อยู่�ในทำ�ำ เลที่่�ไม่่เหมาะให้้ย้้ายที่่�อยู่�เพื่่�อรัักษาตน เป็็น ธรรมดาคนทุุกคนจะไม่่มีีทุุนทรััพย์์หรืือโอกาสที่่�จะย้้ายที่่�ได้้ แต่่ในที่่�นี้้�ขอแนะนำ�ำ ให้้แก่่ผู้้�ที่่�จะ
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 26 ทำำ�ได้้ให้้ย้้ายที่่�มืืดไปหาที่่�สว่่าง จากที่่�ชื้�นไปหาที่่�แห้้งจากที่่�ต่ำ�ำ� ใกล้้ระดัับน้ำำ��ไปหาที่่�บนเนิิน ควรหาที่่โ� ปร่่งตาโปร่่งใจอย่า่ งบนยอดเขาหรือื กลางทุ่�ง บางคนก็็ชอบเปลี่่ย� นจากที่่ห� นาวไปที่่� ร้อน บางคนก็ก็ ลัับตรงกันั ข้้าม แต่ท่ ี่่ม� ีคี นแน่่น เช่น่ ในกลางเมือื งใหญ่่ที่่ม� ีฝีุ่�นมากไม่ด่ ีเี ป็็นแน่ ่ ที่่�ชายทะเลไม่ด่ ีีเหมืือน ที่่�สููงแห้้ง แต่ก่ ็็ดีีกว่่าที่่�คัับแคบเช่่นในเมืือง การเลือื กที่่อ� ยู่�ที่จ� ะให้้ถููกแก่ค่ วามต้้องการทุกุ อย่า่ งเห็น็ จะยากมาก แต่อ่ ย่า่ งไรก็ด็ ีี ควรหา ที่่ � ๆ จะหาอาหารได้้บริบิ ููรณ์์ เพราะการบำำ�รุุงอาหารสำ�ำ คัญั กว่่าสถานที่่�อยู่� การเปลี่่ย� นที่่น� อกจากที่่จ� ะได้้ผลแก่่ร่่างกาย อาจทำ�ำ ให้้ใจของคนไข้้สบายขึ้�น เพราะได้้ ย้้ายจากที่่�เก่า่ ไปอยู่�ที่�ใหม่่ อาการหาย โรคนี้จ�้ ะนับั ว่า่ หายขาดไม่ไ่ ด้้ แต่ถ่ ้้ารักั ษาตัวั ดีกี ็อ็ าจประทังั ชีวี ิติ ไปได้้นานและบางทีกี ็ฟ็ ื้น้� ได้้คล้้ายกับั คนปกติิ อาการฟื้น�้ ก็ค็ ือื ไม่ม่ ีไี อ ไม่ม่ ีจี ับั ไข้้ และไม่ม่ ีโี ลหิติ ออก ผิวิ หนังั ก็ด็ ููแจ่ม่ ขึ้น� และบางคนก็ม็ ีี เนื้�อหนังั ขึ้�นมาก วิธิ ีทีี่่จ� ะตรวจให้้แน่ว่ ่า่ หายหรือื ไม่ก่ ็ต็ ้้องส่ง่ เสมหะไปให้้แพทย์ต์ รวจหาเชื้อ� โรค ถ้้าหาไม่พ่ บ ๓ หน เว้้นเวลาตรวจทีีหนึ่ง� ๑๐ วันั จึึงนับั ว่่าผู้้น�ั้น� ฟื้�น้ จากโรคได้้ บางทีีเมื่ �อประทัับโรคไว้้ได้้อย่่างนี้้�ทำ�ำ ให้้คนไข้้มีีความรู้�สึึกสบายเหมืือนคนปกติิเลย ทำำ�ให้้ผู้�้นั้น� อยากกระทำำ�กิจิ การและการเล่น่ ต่่าง ๆ เหมือื นก่่อนเจ็บ็ นี่่แ� หละเป็็นหลุุมที่่�คนไข้้ ตกมาเสีียหลายคน เพราะโรคนี้้�อาจกลัับมาอีีกโดยฉัับพลััน และร้ายกว่่าเก่่า เพราะฉะนั้�น คนไข้้ควรระวังั ตัวั ให้้มาก ถ้้าท่่านรัักชีีวิิตท่่าน ต้้องพยายามประพฤติิตามอย่่างที่่�จะกล่่าวต่่อไปนี้้� เมื่�อท่่านหาย จากโรคนี้้�แล้้ว ๑. พยายามอยู่่�กิินเหมือื นอย่่างเมื่อ� เจ็บ็ คืือนอนหัวั ค่ำ�ำ� กินิ อาหารที่่เ� ป็็นคุุณและเว้้นของ ที่่แ� สลงแก่่โรค ๒. พยายามรัักษาความสะอาดในบ้้าน เปิดิ ห้้องให้้โปร่ง่ ได้้แสงสว่่างและลม ๓. เว้้นเสพสุรุ าบุุหรี่แ� ละยาเมาต่่าง ๆ ๔. ท่า่ นต้้องเรียี นชั่�งกำ�ำ ลังั ของท่่าน ว่่าควรทำ�ำ งานหรือื การเล่่นเพีียงใดเมื่อ� รู้�สึึกเหนื่อ�่ ย เมื่อ� ใด ควรหยุุดเสีียทั้้ง� การเล่่นและธุรุ ะ ค่อ่ ยทำ�ำ มากขึ้�นทีลี ะเล็ก็ ละน้้อย จนร่า่ งกายค่่อยชิิน ไปกัับการงาน แต่่อย่า่ หักั โหมจนรู้ส� ึกึ เหนื่่อ� ย
27 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ๕. อย่า่ ไปในที่่ � ๆ มีีคนแน่น่ เพราะท่า่ นจะทนอากาศอับั ไม่ไ่ ด้้ และไม่่มีกี ำำ�ลังั ที่่จ� ะเบียี ด เขาเหมืือนคนที่่�ไม่่เจ็็บ เพราะฉะนั้�นอย่่าไปโรงหนัังบ่่อยนััก ดููโขนละครก็็ควรระวัังอย่่าให้้ เขาเบีียด ๖. จงหลีกี ที่่� ๆ มีีฝุ่�นมาก เพราะฝุ่�นจะทำ�ำ ให้้คัันคอการไอจะกลัับมาอีกี ๗. ควรรู้จ� ักั สังั เกตอากาศหนาวและร้อน และคอยห่ม่ ผ้้าหรือื ถอดเสื้อ� ให้้เหมาะแก่อ่ ากาศ อย่า่ ได้้ปล่อ่ ยให้้หนาวขนลุกุ พองหรือื ร้อนจนหน้้ามืดื ระวังั อย่า่ ให้้เปียี กฝน เมื่อ� เปียี กแล้้วก็ใ็ ห้้ รีีบเปลี่่ย� นเสื้อ� ผ้้า ๘. ถ้้าได้้ไปเปลี่่ย� นอากาศหายกลับั มาแล้้ว ครั้น� มาถึงึ บ้้านกลับั เป็น็ ใหม่่ ควรย้้ายสถานที่่� อยู่�เสียี และเปลี่่ย� นที่่ท� ำ�ำ งานหาเลี้�ยงชีพี ทางอื่�นที่่�จะไม่่แสลงแก่่โรค ๙. ถึึงหายเจ็็บแล้้วน้ำ��ำ ใจก็็เป็็นของสำำ�คัญั เสมอ ถ้้าทำ�ำ ใจดีไี ม่่ย่่อท้้อ และอย่า่ ประมาทว่่า เราหายแล้้วไม่่กลัับเป็็นอีีกแต่่ก็็อย่่าเป็็นห่่วงว่่าโรคจะกลัับ อย่่าเก็็บสิ่�งที่่�ร้ อนใจมาเป็็นทุุกข์์ ระวังั อย่า่ ให้้มีคี วามกลุ้�มใจ เพราะร้อนใจก็็อาจร้อนถึงึ กายได้้ ๑๐. ท่่านก็็ได้้มีคี วามชำ�ำ นาญรักั ษาตัวั แล้้ว ก็ค็ วรหมั่น� ช่ว่ ยสอนวิิธีรี ักั ษาระวัังให้้แก่เ่ พื่่อ� น บ้้าน พวกเราจะได้้ไม่่ต้้องเสีียเงิินซื้�อยารักั ษาเพราะท่่านรู้อ� ยู่�แล้้วว่่ายาก็็ช่่วยอะไรไม่่ได้้ เมื่อ� รู้�สึกึ ว่่าอาการของโรคเก่่ากลับั มาอีีกเมื่�อใดท่่านอย่่าได้้ประมาท รีีบไปหาแพทย์์ ให้้ตรวจ และกลัับประพฤติิตััวให้้ถููกต้้อง โรคจะได้้ประทัังไปได้้อีกี ถ้้าญาติพิ ี่่�น้้องหรืือคนในบ้้านเจ็็บเป็น็ โรคทุเุ บอร์์คุโุ ลสิสิ ท่า่ นควรจะทำำ�อย่่างไร ๑. การตรวจคนที่่�เป็็นโรคนี้�้มัักไม่่ชอบให้้คนรู้�ว่่าเป็็นและมัักจะไม่่ยอมให้้แพทย์์ ตรวจ เพราะฉะนั้น� ถ้้าผู้ใ�้ ดในบ้้านมีอี าการดังั ที่่ไ� ด้้กล่า่ วมาแล้้ว ควรพยายามเกลี้ย� กล่อ่ ม ให้้เขา ไปหาแพทยต์์ตรวจเสีียให้้รู้แ�้ น่่ และส่ง่ เสมหะไปตรวจด้้วย ๒. เมื่�อทราบแน่ว่ ่่าเขาเป็น็ โรคนี้้แ� ล้้ว ควรระวังั เอาใจเขาให้้มาก เพราะท่่านก็็ทราบ ว่า่ โรคนี้�้ให้้ทุกุ ข์์อย่่างไร ต้้องทำ�ำ ให้้เขาใจชื้น� ไว้้เสมอ นี้�้ก็็เป็็นยาอย่่างหนึ่�งเหมือื นกััน ๓. ขอให้้ท่่านจงช่่วยเขาให้้ได้้รัับการรัักษาพยาบาลดัังที่่�ได้้กล่่าวมาแล้้ว เพราะ ถ้้าไม่่รัักษาปล่่อยไว้้โรคก็็จะหนัักขึ้�นและคงจะติิดไปถึึงตััวท่่านวัันหนึ่�ง การรัักษาพยาบาล ก็็ไม่แ่ พงอะไรนักั เพราะฉะนั้�นควรช่ว่ ยเหลืือมนุุษย์ท์ ี่่ล� ำ�ำ บาก กุศุ ลอันั นี้้�ก็ค็ งจะเป็็นของท่า่ น ๔. ผู้�ท้ ี่่�อยู่่�กับั คนเป็น็ โรคทุุเบอร์ค์ ุโุ ลสิิส ควรรู้�สึกึ ว่า่ ตนมีีหน้้าที่่ป� ้้องกันั ไม่่ให้้โรคนี้ต้� ิดิ ตนหรือื คนอื่น� ได้้ต่อ่ ไป เพราะฉะนั้น� ท่า่ นควรดำ�ำ ริิ และสนใจอ่า่ นคำำ�แนะนำำ�การป้อ้ งกันั ให้้มาก ๕. ตัวั ผู้พ�้ ยาบาลเองก็ค็ วรรักั ษาความสะอาด คือื ล้้างมือื บ่อ่ ย ๆ และทำ�ำ ตัวั ให้้สะอาด อยู่�เสมอ อย่า่ ใช้้ของรวมกับั คนไข้้และบำำ�รุงุ ร่า่ งกายของตนให้้สบาย เพราะโรคนี้ม้� ักั ติดิ แต่ค่ น ที่่�มีีกำำ�ลังั ทรุดุ โทรม
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 28 วิิธีีกำ�ำ จัดั ท่่านเห็น็ แล้้วว่า่ โรคนี้ร�้้ายอย่า่ งไร เมื่�อเจ็็บลงก็็รักั ษายาก ตายเสียี กว่่าครึ่ง� และท่า่ นที่่� ทราบว่า่ ในเมือื งไทยเป็น็ กัันมาก ท่า่ นก็็ควรช่ว่ ยป้อ้ งกันั ให้้แข็็งแรง ตามที่่ไ� ด้้ทำำ�การตรวจศพ ค้้นหาโรคที่่ท� ำำ�ให้้คนตายในโรงพยาบาลศิริ ิริ าชที่่ก� รุงุ เทพฯทุกุ ๑๐ ศพที่่ต� รวจ ได้้พบรอยเป็น็ โรคทุุเบอร์์คุุโลสิิส ๒ ศพ ใน ๒ ศพที่่�มีีรอยศพหนึ่ง� สันั นิษิ ฐานว่่า ตายด้้วยโรคทุเุ บอร์ค์ ุุโลสิสิ แปลว่า่ จำำ�นวนที่่พ� วกเราตาย ๑๐ คน ต้้องตายด้้วยโรคนี้ค�้ นหนึ่ง� ที่่อ� เมริกิ าก็เ็ คยมีโี รคอย่า่ งนี้้� มากกว่า่ ที่่น�ี่� แต่ใ่ น ๔๐ ปีทีี่่แ� ล้้วมา เขาได้้ทำำ�การกำำ�จัดั อย่า่ งแข็ง็ แรง โรคทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ ก็ล็ ดลงทุกุ ทีี เพราะฉะนั้น� เมือื งเราจะไม่ท่ ำ�ำ การป้้องกัันและกำ�ำ จัดั บ้้างหรือื การกำ�ำ จัดั โรคทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ เป็น็ การใหญ่แ่ ละเสียี เงินิ มากและกินิ เวลานาน เพราะเกี่ย� วด้้วย การสงเคราะห์ค์ นอนาถาเสียี โดยมาก แต่บ่ างอย่่างที่่ท� ำ�ำ ได้้โดยไม่่ต้้องเสียี เงิินเลย ถ้้าราษฎร จะมีีน้ำ�ำ�ใจช่่วยกัันทุุกคน วิธิ ีีที่่�ราษฎรจะช่ว่ ยได้้มีดี ังั นี้้� ในขั้�นต้้นเราต้้องไม่่ให้้โรคนี้้�แพร่่หลายไปจากคนไข้้ถึึงคนดีีได้้ แล้้วต้้องบำ�ำ รุุงร่่างกาย คนดีใี ห้้แข็ง็ แรงบริบิ ููรณ์์ เพื่่อ� ในเมื่อ� เชื้อ� โรคเล็ด็ ลอดเข้้ามาจะได้้มีกี ำ�ำ ลังั ต่อ่ สู้ท�้ นทานเชื้อ� โรคได้้ การป้อ้ งกันั ไม่ใ่ ห้้โรคแพร่่หลายต่่อไป มีดี ัังจะกล่า่ วต่อ่ ไปนี้�้ ๑. เราต้้องช่่วยทำำ�บััญชีีว่่ามีีคนไข้้เป็็นโรคนี้้�กี่�คน แพทย์์ตรวจโรคควรจะช่่วยทำำ�บััญชีี ว่่าได้้พบใครเป็็นโรคทุุเบอร์์คุโุ ลสิสิ บ้้าง และพอถึงึ เดืือนก็็รวบรวมส่่งไปให้้เจ้้าหน้้าที่่ � ถ้้าผู้ใ�้ ด ทราบว่า่ ตนหรือื ญาติเิ ป็น็ ก็ค็ วรบอกเสียี เพราะจะปิดิ ไว้้ก็ไ็ ม่ม่ ีปี ระโยชน์อ์ ะไร กลับั จะให้้ร้้ายแก่ค่ น ๒. เราต้้องช่่วยคนไข้้ให้้ได้้โอกาสรัักษาตััวจริิงจััง คืือ หาแพทย์์ที่่�ดีี และกัันอย่่าให้้ พวกแพทย์์เสกเป่่า หรืือให้้ยาวิิเศษมารัักษาได้้ เพราะเรารู้�อยู่�แล้้วว่่าโรคนี้�้จะรัักษาด้้วยยา อย่่างอื่น� ไม่่ได้้ นอกจากบำ�ำ รุุงให้้คนไข้้มีีกำ�ำ ลังั ด้้วยอาหารดีถี ููกต้้องตามกฎกายบริิหาร ๓. การรัักษาแต่ค่ นไข้้เท่า่ นั้�นยังั ไม่พ่ อ ต้้องกัันไม่ใ่ ห้้โรคไปติดิ คนดีีด้้วย กันั ไว้้ดีีกว่า่ แก้้ เราอาจทำ�ำ การป้อ้ งกัันได้้ดัังนี้�้ เราทราบแล้้วว่่าโรคนี้�้ติิดได้้ต่่อเมื่�อเชื้�อโรคออกจากตััวคนไข้้ และเข้้าไปในตััวของเรา เท่า่ นั้น� ไม่ม่ ีสี าเหตุอุื่น� อีกี เลยที่่จ� ะทำ�ำ ให้้โรคนี้เ้� กิดิ มาเองได้้ เพราะฉะนั้น� ถ้้าทำำ�ลายพืชื พันั ธุ์�เสียี ได้้ โรคนี้�้จะสููญไปจากพวกเรา ตััวโรคเหล่่านี้้�อยู่่�ที่ไ�่ หนเล่า่ ตัวั โรคต้้องอาศัยั อยู่�ในตัวั มนุษุ ย์์ หรือื สัตั ว์ท์ี่่ม� ีชี ีวี ิติ เสมอ มิฉิ ะนั้น� จะขาดอาหารและที่่อ� ยู่� เพราะฉะนั้น� โรคนี้�ต้ ิดิ ได้้แต่จ่ ากมนุษุ ย์์และสัตั ว์บ์ างอย่่างเท่า่ นั้�น
29 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ติดิ กัันได้้อย่า่ งไร คนที่่�เป็็นโรคทุุเบอร์์คุุโลสิิส มัักจะถ่่ายเชื้�อโรคออกพร้้อมกัับสิ่�งซึ่�งออกจากร่่างกาย ต่า่ ง ๆ คืือ อุจุ จาระ ปััสสาวะ และน้ำ��ำ มููกน้ำ��ำ ลายแล้้วสิ่่�งเหล่า่ นี้้�มักั กลับั มาเข้้าปากมนุุษย์์อื่�นใน ทางใดทางหนึ่ �ง อุุจจาระและปสััสาวะ มัักจะมีีเชื้�อโรคติิดออกมาเมื่ �อมีีโรคทุุเบอร์์คุุโลสิิสในลำำ�ไส้้หรืือ ในไต แต่ส่ิ่ง� เหล่า่ นี้ไ�้ ม่ใ่ คร่ม่ ีโี อกาสเข้้าปากเพราะถ่า่ ยออกเป็น็ เวลา และทิ้้ง� เป็น็ ที่่ � ส่ว่ นคนที่่เ� ป็น็ ทุุเบอร์์คุุโลสิิสในปอดมัักจะไอและต้้องขากเสมหะบ่่อย ๆ เพราะฉะนั้�นทุกุ คนที่่เ� จ็็บเป็็นโรคนี้้� ควรระวัังอย่่าบ้้วนน้ำ��ำ ลายให้้เปรอะเปื้�้อนทั่่�วไป บ้้วนลงในกระทงที่่�มีีฝาปิิดมิิดชิิดและบ้้วน ให้้เต็็มแค่่ครึ่�งกระทงเวลายกจะได้้ไม่่หกแล้้วทิ้้�งลงในเตาไฟเผาให้้ไหม้้ เชื้�อโรคจะได้้ไม่่ปลิิว ไปที่่�อื่�นได้้ เมื่อ� ไม่ใ่ ช้้กระทง ใช้้กระโถนใบเล็ก็ ๆ ก็็ได้้ แต่่ต้้องหมั่�นเท และลวกด้้วยน้ำ��ำ ร้้อน อย่่าไปเทลงในที่่� ๆ คนจะเหยีียบได้้ เทลงหลุุมแล้้วกลบเสียี เป็น็ ดีี เวลาไอจามต้้องระวัังใช้้ผ้้าหรือื มืือบังั ปาก น้ำ�ำ�มููก น้ำ�ำ�ลายจะได้้ไม่ก่ ระเด็น็ ไปถููกคนอื่�น ถ้้ามีีน้ำำ��มููกออกเวลาจาม ควรสั่�งออกไว้้กัับผ้้าแล้้วต้้มหรืือเผาผ้้านั้�นเสีีย อย่่าสั่�งด้้วยมืือ เพราะเมื่�อเปื้้�อนมืือไปจัับสิ่�งอื่�นก็็จะเอาเชื้�อโรคอัันนั้�นไปให้้ไว้้ และน้ำำ�� มููกก็็จะตกอยุ่�ในที่่� ๆ คนจะเหยียี บได้้ เสื้�อผ้้าที่่�คนไข้้ใช้้ทุุกสิ่�ง ปลอกหมอนและผ้้าปููนอนถ้้าได้้ถููกต้้องตััวคนไข้้หรืือสิ่�งที่่� ออกจากตััวคนไข้้ ควรลวกด้้วยน้ำำ��เดือื ดหรืือผึ่�งแดดในเวลากลางวันั ให้้ผ้้าเหล่่านั้�นแห้้ง เพื่่อ� ทำำ�ลายเชื้อ� โรคด้้วยแสงอาทิติ ย์์ แล้้วจึงึ ค่อ่ ยฟอก ส่ว่ นของที่่ฟ� อกไม่่ได้้ควรผึ่ง� แดดไว้้นาน ๆ เชื้ �อโรคที่่�มีีชีีวิิตอยู่ �ได้้นอกตััวคนไข้้ก็็แต่่ในเวลาที่่�สิ่ �งของที่่�เชื้ �อโรคติิดอยู่่�ยัังเปีียกเช่่น ผ้้าเปียี กเสมหะ เป็็นต้้น เสมหะเป็็นของที่่�แห้้งช้้า จึึงอาจทำ�ำ ให้้คนมาถููกต้้องและติิดเอาโรค ไปได้้ ถ้้าตากสียี ให้้แห้้งเชื้�อโรคก็็ตาย เครื่�องใช้้และภาชนะต่่าง ๆ ที่่ค� นไข้้ใช้้ หรือื เข้้าไปในปากคนไข้้อย่่าให้้คนดีีใช้้ซ้ำ�ำ� ควร ลวกน้ำำ��ร้้อนหรืือล้้างให้้สะอาดแล้้วผึ่่�งแดดเสีียก่่อน การกิินอาหารเหลืือหรืือร่่วมกัับคนไข้้ไม่่ควรกระทำ�ำ เพราะจากปากคนหนึ่�งอาจไปเข้้า ปากอีีกคนหนึ่ �งได้้ง่่าย เวลาคนไข้้พููด หรือื ไอ จามไม่ค่ วรให้้คนดีอี อยู่�ใกล้้เพราะเวลาพููดก็อ็ าจมีนี ้ำ�ำ� ลายกระเด็น็ ออกมาได้้บ้้าง ฝอยน้ำำ�� ลายถึึงจะเป็็นหยดเล็็กเท่่าใดอาจมีีเชื้�อโรคติิดออกมาได้้หลายตััวซึ่่�ง ถ้้าเข้้าปากจมููกบางคนอาจทำำ�ให้้เกิดิ โรคได้้แต่ใ่ นเวลาที่่ค� นไข้้อยู่�นิ่ง� ๆ ไม่ม่ ีอี ันั ตรายใด เพราะ ลมหายใจออกไม่่มีีน้ำ�ำ�พอที่่�จะเป็็นหยดพาเชื้�อโรคออกมาได้้ เชื้�อโรคมัักจะติิดอยู่่�กัับ น้ำำ��มููกในจมููก เมื่อ� สั่ง� ออกมาถึงึ จะออกเพราะฉะนั้น� เราไม่ต่ ้้องกลัวั ว่า่ เชื้อ� โรคจะบินิ ออกมาจาก
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 30 คนไข้้มาจัับคนดีไี ด้้ เชื้�อโรคนี้ไ้� ม่ม่ ีีปีีกต้้องอาศัยั น้ำำ��มููกน้ำำ�� ลายเป็น็ เครื่อ� งบิิน จึงึ จะเที่่�ยวไปใน อากาศได้้และถููกตัวั คนไข้้บ่อ่ ย ๆ และนาน เช่น่ นอนด้้วยหรือื กอดจููบด้้วยความรักั ใคร่่ โรคอาจ ติดิ ได้้เพราะฉะนั้น� คนไข้้ไม่ค่ วรให้้เด็ก็ เล็ก็ มาเล่น่ อยู่่�ด้้วย เพราะเด็ก็ เล็ก็ ๆ เมื่อ� เห็น็ อะไรก็เ็ ก็บ็ เข้้าปากบางทีกี ็ช็ อบดููดนิ้ว� คนไข้้หรือื คนไข้้จะจููบเด็ก็ ด้้วยความกรุณุ าเช่น่ นี้อ้� าจให้้โรคแก่เ่ ด็ก็ ได้้ อย่า่ เข้้าในที่่ป� ระชุุมใหญ่่ที่่ม� ีคี นแน่น่ เช่น่ ในโรงหนัังและโรงละคร สำ�ำ หรับั คนไข้้เมื่�อถููก คนเบีียดทำ�ำ ให้้เสีียกำ�ำ ลัังสำ�ำ หรัับคนปกติิเมื่�อไปเบีียดกัับคนที่่�เป็็นโรคทุุเบอร์์คุุโลสิิสอาจติิด เอาโรคนั้น� กลัับมาได้้ คราวนี้้�จะกล่า่ วถึึงการบำ�ำ รุงุ ร่า่ งกายคนไข้้ทนโรคได้้คนชนิิดใดมักั จะเป็็นโรคได้้ง่า่ ย มีีคนสามชนิิดที่่�จะติิดโรคได้้ง่า่ ยกว่่าธรรมดา ๑. เด็็ก เด็ก็ มีกี ำ�ำ ลังั ทนทานพิษิ ของเชื้�อโรคต่า่ ง ๆ ได้้น้้อยกว่า่ ผู้ใ�้ หญ่่ เด็ก็ ไม่ใ่ คร่่ระวังั ฉวยอะไรได้้ก็เ็ อาใส่่เข้้าไปในปาก โรคก็็เข้้าตััวเด็ก็ ได้้ง่า่ ย เพราะฉะนั้�นเราไม่่ควรให้้เด็็กเล็ก็ อยู่่�ปนกัับคนที่่�เป็็นทุุเบอร์์คุุโลสิิส บางทีีโรคติิดเด็็กนานแล้้วแต่่เด็็กไม่่มีีอาการจนโตไข้้กลัับ ก็็เป็น็ ได้้ ๒. เรามักั จะได้้ยินิ ว่า่ โรคทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ อยู่�ในโลหิติ ของสกุลุ ถ้้าบิดิ ามารดาเป็น็ บุตุ รหลาน มักั จะเป็น็ เช่น่ เดียี วกับั โรคเสียี จริติ หรือื สืบื สกุลุ กันั อย่า่ งลักั ษณะรููปร่า่ งต่า่ ง ๆ ความข้้อนี้ไ้� ม่จ่ ริงิ โรคนี้ต�้ ิดิ กันั ได้้โดยเชื้อ� โรคออกจากคนหนึ่ง� ไปเข้้าอีกี คนหนึ่ง� แต่จ่ ริงิ อยู่�ถ้าคนที่่เ� ป็น็ โรคทุเุ บอร์์ คุุโลสิสิ มีีบุุตร บุุตรนั้�นไม่่ใคร่่จะแข็ง็ แรงเหมือื นคนดีี และถ้้าอยู่�ใกล้้ชิิดบิิดามารดาโรคก็จ็ ะติิด ได้้ง่่าย บางทีีเด็็กจะมีีกำ�ำ ลัังต้้านทานโรคนี้้�ได้้จนโต แต่่เมื่�อโตขึ้้�นแล้้วมีีเหตุุอัันหนึ่�งอัันใดทำำ� ให้้กำำ�ลังั ทรุดุ โทรมลง โรคที่่�ติิดจากบิิดามารดามาตั้ง� แต่เ่ ด็็กก็อ็ าจกำำ�เริบิ ขึ้�นได้้ เพราะฉะนั้�น ผู้ท�้ี่เ� ป็น็ ทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ ก็ไ็ ม่ค่ วรเลี้ย� งลููกเองและบุตุ รของผู้น�้ั้น� ก็ค็ วรระวังั ตัวั ให้้มากกว่า่ คนธรรมดา เพราะตัวั ได้้รับั มรดกความอ่อ่ นแอจากบิิดามารดาแล้้ว ๓. คนชนิิดที่่�จะติิดโรคนี้้�ง่่ายที่่�สุุดอยู่�ในจำ�ำ พวกที่่�กำ�ำ ลัังต้้านทานเชื้�อโรคถอยไป ชั่�วคราว เพราะฉะนั้�นเมื่�อเราตั้�งใจระวัังไม่่ให้้กำ�ำ ลัังถอยได้้แล้้ว คนทั้้�งหลายก็็จะติิดและเป็็น โรคทุุเบอร์์คุโุ ลสิิสน้้อยลง สาเหตุทุ ี่จ่� ะทำำ�ให้ก้ ำำ�ลังั อ่่อนลงได้้มีีดังั นี้้� ๑. ความหนาวจััดหรืือร้ อนจััด แสลงแก่่มนุุษย์์เพราะทำำ�ให้้เป็็นหวััดได้้และเมื่�อเป็็น หวััดแล้้วอาจทำำ�ให้้เชื้�อโรคได้้โอกาสเข้้าไปทำำ�อัันตรายได้้ และถ้้ามีีเชื้�อโรคอยู่�ในตััวแล้้ว โรคก็็จะกำ�ำ เริิบ เพราะฉะนั้�นควรระวัังอย่่าให้้เป็็นหวััดได้้และเมื่ �อเป็็นแล้้วก็็ควรรัักษาตััวอยู่� บ้้านถึึงจะเป็็นนิิดหน่่อย เพราะไปในที่่�ประชุุมอาจต้้องไปนั่่�งใกล้้คนเป็็นโรคทุุเบอร์์คุุโลสิิสที่่� ไม่่รู้จ� ัักระวัังไม่ใ่ ห้้เชื้�อโรคกระเด็็นออกจากปากเวลาจะพููด
31 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ๒. ผู้ม้� ีโี รคอย่า่ งอื่น� อยู่�แล้้ว และผู้ท้�ี่่ห� ายใหม่ ่ ๆ ยังั ไม่ท่ ันั แข็ง็ แรงดีี เช่น่ ผู้ส้� ่า่ งไข้้หวัดั ใหญ่่ ใหม่่ ๆ เมื่�อเชื้�อโรคเข้้าปากก็็อาจทวีีพืืชพัันธุ์�ได้้ง่่าย เพราะกำ�ำ ลัังต้้านทานอ่่อนเลยเป็็นโรค ทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ ได้้ ผู้ท�้ ี่่ม� ีีเชื้อ� โรคอยู่�แล้้วแต่ไ่ ม่่มีีอาการเมื่�อเจ็็บลงด้้วยโรคอื่�น อาการโรคทุเุ บอร์์ คุุโลสิิสก็็ผุุดขึ้�นมาได้้เพราะฉะนั้�นเวลาท่่านเจ็็บลงด้้วยโรคใดก็็ดีี ควรระวัังอย่่าให้้เปิิดโอกาส ให้้เชื้อ� โรคทุุเบอร์์คุโุ ลสิิสมาพ้้องพานได้้ ๓. หญิงิ มีคี รรภ์ก์ ็ม็ ักั จะติดิ โรคง่า่ ยกว่า่ คนปกติเิ พราะฉะนั้น� ระวังั อย่า่ ให้้เจ้้าหล่อ่ นเข้้าไป อยู่�ใกล้้ชิดิ กัับผู้�เ้ ป็็นโรคทุุเบอร์์คุุโลสิิส เมื่อ� ผู้้�เป็น็ ทุุเบอร์ค์ ุุโลสิสิ มีคี รรภ์์ โรคมัักจะกำำ�เริบิ ด้้วย ๔. การทำำ�งานหรืือเล่น่ เกิินประมาณ จนถึงึ ต้้องอดนอนอดอาหาร หรือื ถึึงได้้นอน และ ได้้อาหารก็็ไม่่พอ และไม่เ่ ป็น็ เวลานั้น� ย่่อมทำ�ำ ให้้ร่า่ งกายทรุดุ โทรมและชวนให้้ติิดโรคทุุเบอร์์ คุุโลสิิสง่่ายขึ้�น เพราะฉะนั้�นเมื่�อท่่านมีีความจำ�ำ เป็็นต้้องทำำ�การเหนื่�่อยจนร่่างกายทรุุดโทรม ท่่านไม่่ควรจะไปคลุกุ เคล้้ากับั ผู้เ�้ ป็น็ ทุุเบอร์ค์ ุโุ ลสิิส ๕. ในจำ�ำ พวกคนที่่�เสพสุุรายาเมาต่่าง ๆ มากเป็็นนิิจมัักจะค้้นพบจำำ�นวนคนเป็็น โรคทุุเบอร์์คุุโลสิิสมากกว่่าในจำ�ำ พวกคนที่่�ไม่่เสพยาเมา เพราะสิ่�งเหล่่านี้้�ให้้ความสุุขและ กำำ�ลัังชั่�วแล่่นเท่่านั้�น เหมืือนยืืมเงิินของคนอื่�นมาจ่่ายตลาดเมื่�อกลัับมาก็็ต้้องใช้้หนี้�้ และ ดอกเบี้�ยอีกี ด้้วยซ้ำำ�� เมื่�อคนสร่่างเมาแล้้ว ก็็มัักจะกลัับรู้�สึกึ เพลียี ไปมากกว่่าไม่่ได้้เสพเสีียเลย จนกว่่าจะได้้เสพของเมาซ้ำำ��อีกี เพราะฉะนั้�นเชื้�อโรคจึึงมีโี อกาสทำ�ำ ร้้ายมาก เชื้�อโรคทุุเบอร์์คุุโลสิิสนี้�้เข้้าทางหลอดลม และเป็็นในปอดโดยมาก เพราะฉะนั้�น การสููบบุุหรี่� ถึึงจะเป็็นยาเมาอย่า่ งอ่่อนและมีีอัันตรายน้้อย ถ้้าอััดควัันมากก็็อาจทำ�ำ ให้้ผิวิ ใน ของปอดและหลอดลมอักั เสบได้้ เมื่อ� ที่่ไ� หนในร่า่ งกายอักั เสบแล้้ว เชื้อ� โรคก็ไ็ ด้้ช่อ่ งเกาะตั้ง� ต้้น ทวีีพืืชพัันธุ์์�ทัันทีี ๖. เราเคยได้้ยินิ ว่า่ ทุบุ อกหรือื หลังั จะทำ�ำ ให้้เป็น็ ฝีใี นท้้อง ท่า่ นทราบแล้้วว่า่ ทุบุ อกเท่า่ นั้น� จะทำ�ำ ให้้เป็น็ ทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ ไม่ไ่ ด้้เพราะโรคนี้จ�้ ำ�ำ เป็น็ ต้้องมีเี ชื้อ� เข้้าไปจึงึ จะเกิดิ ขึ้น� ได้้แต่ก่ ารทุบุ ตีอี าจทำ�ำ ให้้กระเทือื นไปถึงึ อวัยั วะสำำ�คัญั กล่า่ วคือื ปอดกำ�ำ ลังั ต้้านทานเชื้อ� โรคก็อ็ าจเสื่อ� มไปได้้ การทุุบอกของตนเองก็็มัักจะมีีแต่่ผู้�้เสีียใจมากทำ�ำ เป็็นการไม่่ดีีทั้้�งการทุุบอกและการเสีียใจ เพราะคนที่่ใ� จสบายแล้้วกายก็พ็ ลอยสบายไปด้้วยเพราะเหตุนุ ี้ก�้ ารรื่น� เริงิ ไม่ม่ ีกี ังั วล จึงึ เป็น็ การ ป้้องกัันโรคอย่า่ งดีอี ันั หนึ่�ง โรคทุเุ บอร์ค์ ุุโลสิสิ ในอวััยวะอื่่น� โรคทุุเบอร์์คุุโลสิิสที่่�เป็็นแก่่ปอดมีีจำ�ำ นวนมากที่่�สุุดแต่่ส่่วนอื่�นของร่่างกายก็็หนีีไม่่พ้้น เหมืือนกันั
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 32 เด็็กที่่�กิินน้ำ�ำ� นมสััตว์์มัักจะติิดโรคจากตััวสััตว์์นี้้� และมีีอาการเป็็นทุุเบอร์์คุุโลสิิสในลำำ�ไส้้ แต่ใ่ นเมือื งไทยเราไม่ใ่ คร่จ่ ะใช้้น้ำำ��นมสััตว์์ เราจึึงค้้นคว้้าไม่่ได้้ว่า่ โรคนี้้ม� ีมี ากหรือื น้้อย แต่่ถ้้า ใช้้น้ำ�ำ�นมอุ่ �นจนไอขึ้ �นแล้้วเชื้ �อโรคก็็ตาย เด็ก็ เล็ก็ ๆ มัักจะเป็็นที่่เ� รีียกกัันว่า่ ฝีีลููกหนูู โรคนี้�ค้ ือื ทุุเบอร์์คุุโลสิสิ ในต่อ่ ม มีีอาการเป็น็ เม็็ดแข็ง็ สักั เท่่าลููกมะยมที่่�คอ เมื่อ� ฝีีแตกก็็มีโี ลหิิตและหนองออกเหมือื นฝีธี รรมดา แต่เ่ พราะมีเี ชื้อ� โรคอยู่�ในน้ำำ��หนอง น้ำ�ำ�หนองตกไปที่่�ไหนก็็อาจทำำ�ให้้เกิิดแผลใหม่่ได้้ ควรผ่่าเสีียเมื่�อเม็็ดยัังไม่่แตก ไม่่เป็็นโรค อย่า่ งร้ายอัันใด คนหลัังโกงหรืือค่่อมมีีมาแต่่โบราณ โดยมากคนเหล่่านี้้� ได้้เคยเป็็นทุุเบอร์์คุุโลสิิสใน กระดููกสันั หลังั เชื้อ� โรคทำำ�ให้้กระดููกอ่อ่ นไปข้้างหนึ่ง� จึงึ ทำ�ำ ให้้กระดููกสันั หลังั ทั้้ง� อันั เอนไป แต่่ มัักจะไม่ถ่ ึงึ แก่่ความตาย ทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ ในเยื่�อหุ้้�มสมองก็็เป็็นได้้ มีีอาการเป็น็ ไข้้อย่า่ งร้ายแรง และมัักจะไม่ร่ อด ตาย เด็็กเป็น็ มากผู้้�ใหญ่ไ่ ม่่ใคร่่จะเป็็น โรคนี้�ใ้ นไตและกระเพาะเบาไม่่ใคร่่มีี ถ้้ามีีแล้้วตรวจได้้โดยหาเชื้อ� โรคในปัสั สาวะ โรคทุเุ บอร์ค์ ุโุ ลสิสิ ที่่อ�ื่น� ก็ไ็ ม่ส่ ำำ�คัญั เท่า่ ที่่ป� อด เพราะฉะนั้น� ถ้้ากระทำ�ำ การป้อ้ งกันั โรคที่่อ�ื่น� ก็็จะหายไปด้้วย ท่่านผู้้�ใดอุุตส่่าห์์เสีียเวลาอ่่านหนัังสืือฉบัับนี้้�มาจนถึึงที่่�นี่�ก็็คงจะเห็็นด้้วยว่่าเราควร จะกำำ�จัดั โรคอันั ร้ายนี้เ�้ สียี เพราะเป็น็ โรคที่่ร�้ายสำ�ำ หรับั บ้้านเมือื ง โดยมากมักั จะเป็น็ แก่เ่ ด็ก็ เล็ก็ ๆ ที่่�กำำ�ลัังน่่าเอ็็นดููหรืือไม่่ก็็กำ�ำ ลัังเป็็นหนุ่�มเป็็นสาวเอางานเอาการ เป็็นข้้าศึึกที่่�ตััดกำ�ำ ลััง ราษฎรของเรามาก ถ้้าท่่านมีีน้ำ��ำ ใจจะช่ว่ ย แล้้วขอให้้ลงมือื ช่่วยทันั ทีี วิิธีีช่่วยมีีดัังนี้้� ๑. ขอให้้ท่่านพยายามประพฤติิตััวของท่่านให้้มีีกำ�ำ ลัังแข็็งแรงจะได้้มีีกำ�ำ ลัังพรัักพร้้อม คอยต่่อสู้�้ในเมื่�อเชื้อ� โรคจะเข้้ามาหาท่า่ น และเมื่�อท่า่ นถููกเชื้อ� โรคเข้้ามาตีีแล้้ว ก็็พยายามตั้�ง กองทััพสู้�ต้ ามที่่�ได้้อธิิบายแล้้วนี้้� ๒. ถ้้าท่า่ นยังั ไม่เ่ ข้้าใจข้้อใด อย่า่ นิ่ง� เสียี ถามผู้ท�้ี่่เ� ป็น็ แพทย์ป์ ระกาศนีียบัตั รอย่า่ ไปถาม ผู้้ท� ี่่ไ� ม่่รู้จ� ริงิ และอย่า่ เสียี เงินิ เจียี ดยากลางบ้้าน จงขอให้้แพทย์ส์ั่ง� ยาให้้ ถึึงจะเสีียเงินิ มากกว่า่ เขาก็็จะให้้ยาที่่�ถููกโรคท่่าน เพราะเขาได้้ตรวจท่่านแล้้ว เขาจึึงจะให้้ยาถึึงยานั้�นจะไม่่ถููกแก่ ่ โรคกลายเป็็นพิษิ เขาก็็ต้้องให้้ยาแก้้ถ้้ายากลางบ้้านเป็็นพิิษแล้้ว ท่่านจะไปเอายาแก้้กับั ใคร ถ้้าท่า่ นเจ็บ็ ลองหาหมอดีไี ม่เ่ สียี ดายเงินิ ท่า่ นจะมีที างรอดมากกว่า่ กินิ ยาคนที่ไ� ม่ใ่ ช่ห่ มอบอก
33 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ท่า่ นต้้องระวังั ตัวั เพราะชีวี ิติ ของท่า่ น มีรี าคาไม่เ่ ฉพาะแต่ส่ ำำ�หรับั ตัวั ท่า่ นคนเดียี ว สำ�ำ หรับั ญาติิ ของท่า่ นทุกุ คน และสำ�ำ หรับั บ้้านเมือื งด้้วย คนไทยที่ม� ีกี ำ�ำ ลังั กาย และกำ�ำ ลังั ปัญั ญาบริบิ ููรณ์ย์ ่อ่ ม เป็น็ ทรัพั ย์์อันั ประเสริิฐของชาติิ เพราะฉะนั้น� รัฐั บาลท่า่ นจึงึ ได้้ตั้้ง� กรมสาธารณสุขุ ขึ้น� สำ�ำ หรัับ บำ�ำ รุงุ ราษฎรไทย ▴ พระราชานุสุ าวรียี ์ส์ มเด็จ็ พระมหิติ ลาธิเิ บศร อดุลุ ยเดชวิกิ รม พระบรมราชชนก ▴ บรรยากาศยามค่ำ�ำ� คืนื ณ บริิเวณพระราชานุุสาวรียี ์์ สมเด็็จพระมหิิตลาธิเิ บศร อดุุลยเดชวิกิ รม พระบรมราชชนก
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 34 วัณั โรคเป็น็ ปััญหาที่่�สำำ�คััญของประชากรโลก องค์์การอนามััยโลกได้้ตระหนัักถึึงอัันตรายอย่่างใหญ่่หลวงของวััณโรค ได้้ยกประเด็็น ข้้อเท็็จจริิงสิิบประการเกี่�ยวกัับวััณโรค เพื่่�อให้้ประชาชนได้้เข้้าใจและตระหนัักในการที่่�จะ ป้อ้ งกัันและรักั ษาวััณโรคไว้้ ผู้น้� ิพิ นธ์์ขอถอดความเป็็นภาษาไทยได้้ดัังนี้�้ ๑. วััณโรค (Tuberculosis) หรือื ที่่เ� รียี กชื่อ� สั้�น ๆ เป็็นที่่เ� ข้้าใจกัันโดยทั่่�วไปว่า่ ทีบี ีี (TB) เป็น็ โรคติิดเชื้อ� ชนิิดหนึ่�ง ที่่�ติดิ ต่อ่ กันั ได้้โดยทางอากาศ (air-borne infection) หากมีผี ู้�้ป่่วย ที่่�ไม่่ได้้รัับการรักั ษาหนึ่ง� ราย ภายในเวลาหนึ่ง� ปีี ผู้้�ป่่วยรายนั้�นจะแพร่่เชื้�อทำำ�ให้้มีีผู้ต�้ ิิดเชื้�อทีี บีีได้้โดยเฉลี่ย� ประมาณ ๑๐-๑๕ ราย ๒. มีปี ระชากรโลกประมาณสองพัันล้้านคน หรือื หนึ่ง� ในสามของประชากรโลกทั้้ง� หมด มีกี ารติิดเชื้อ� แบคทีเี รีียทีบี ีี (TB bacilli) มาแล้้ว หนึ่ง� ในทุกุ ๆ สิิบคนของบุุคคลเหล่่านั้�นจะล้้ม ป่่วยเป็็นวััณโรคระยะแพร่่เชื้�อ (active TB) ไปได้้ตลอดชีีวิิต ผู้้�ที่่�ติิดเชื้�อไวรััสเอ็็ชไอวีีจะมีี ความเสี่�ยงสููงในการติิดเชื้�อ ติดิ โรค ๓. ในปีี พ.ศ. ๒๕๕๐ มีีผู้้�เสีียชีีวิิตจากวััณโรค ๑.๗๗ ล้้านคน (ในจำำ�นวนนั้�นมีีผู้้�ติิด เชื้�อเอ็็ชไอวีรี วมอยู่่�ด้้วย ๔๕๖,๐๐๐ คน) หรือื เสียี ชีวี ิติ ๔,๘๐๐ คนต่่อวันั ทีีบีเี ป็น็ โรคแห่่ง ความยากจนมีีผลกระทบต่่อคนวััยหนุ่�มซึ่�งกำำ�ลัังอยู่�ในวััยทำ�ำ งาน ผู้้�ที่่�เสีียชีีวิิตส่่วนใหญ่่คืือ ประชาชกรของประเทศที่่ก� ำ�ำ ลังั พััฒนา มากกว่า่ ครึ่�งของข้้อเท็จ็ จริงิ ข้้อที่่� ๒. เป็น็ ประชากรที่่� อาศัยั อยู่�ในทวีีปอาเซียี ๔. ทีบี ีเี ป็น็ โรคอันั ดับั ต้้น ๆ ที่่ค� ร่า่ ชีวี ิติ ผู้ท�้ี่ต� ิดิ เชื้อ� เอ็ช็ ไอวี ี ซึ่่ง� เป็น็ ผู้ท�้ี่ม� ีภี ููมิติ ้้านทานโรคต่ำ��ำ ๕. ในปี ี พ.ศ. ๒๕๕๐ มีีผู้้�เป็น็ โรคทีีบีรี ายใหม่่ ๙.๒๗ ล้้านคน ซึ่่ง� ร้อยละ ๘๐ อยู่�ใน ๒๒ ประเทศเท่า่ นั้น� นับั เป็น็ รายหัวั อัตั ราความชุกุ ของวัณั โรคในโลกกำำ�ลังั ลดลง แต่อ่ ัตั ราการลดลง ช้้ามาก น้้อยกว่า่ ร้อยละ ๑ ๖. ทีีบีีเป็็นโรคที่่�ระบาดไปทั่่ว� โลก มีีอยู่� ๒๒ ประเทศที่่ป� ระมาณว่า่ มีอี ัตั ราความชุกุ ของ ทีบี ีสี ููงที่่ส� ุดุ ๑๓ ประเทศอยู่�ในแอฟริกิ า ในขณะที่่ค� รึ่ง� หนึ่ง� ของผู้ป้� ่ว่ ยรายใหม่อ่ ยู่�ใน ๖ ประเทศ ของทวีีปอาเซีีย (บังั คลาเทศ จีีน อิินเดียี อิินโดนีีเซีีย ปากีีสถานและฟิิลิปิ ปินิ ส์์) ๗. ทีบี ีทีี่่ด�ื้อ� ยาหลายขนาน (Multidrug-resistant TB หรือื เรียี กสั้น� ๆ ว่า่ MDR-TB)เป็น็ ลักั ษณะหนึ่�งของทีบี ีทีี่่ไ� ม่ส่ นองตอบต่อ่ การรักั ษาแบบมาตรฐานที่่ใ� ช้้แนะนำ�ำ อันั ดับั แรก (first- line drugs) โรคดื้�อยาหลายขนาดนี้้�ปรากฏอยู่�ในทุกุ ประเทศที่่�องค์ก์ ารอนามััยโลกและภาคีี สมาชิิกได้้ร่ว่ มกันั ทำ�ำ การสำ�ำ รวจ
35 ๘. ประมาณการกันั ว่่า มีผี ู้้�ป่่วยวัณั โรคดื้�อยาหลายขนานรายใหม่่ ๔๕๐,๐๐๐ ราย เกิิด ขึ้น� ในปีพี .ศ. ๒๕๕๐ ซึ่่�งมีอี ยู่� ๓ ประเทศที่่ม� ีจี ำ�ำ นวนผู้�ป้ ่ว่ ยถึึงร้อยละ ๕๖ ของผู้ป้� ่ว่ ย ทั้้�งหมด ทั่่ว� โลก ได้้แก่่ จีนี อิินเดีีย และสหภาพรััสเซีีย วัณั โรคที่่ด�ื้อ� ยาหลายขนานที่่�รุนุ แรง มากกว่า่ เดิิม (Extensively drug-resistant TB หรือื เรียี กว่า่ XDR-TB) เมื่�อมีกี ารดื้อ� ต่่อยาชุุดแนะนำ�ำ อัันดัับที่่�สองขึ้�น (second-line drugs) เป็็นการยากมากยิ่�งขึ้น� ในการรักั ษาและมีีการยืนื ยััน ถึึงกรณีีดัังกล่า่ วแล้้วจาก ๕๐ ประเทศ ๙. ยุทุ ธศาสตร์ใ์ นการยุตุ ิทิ ีบี ีขี ององค์ก์ ารอนามัยั โลกมีเี ป้า้ หมายที่่จ� ะเข้้าถึงึ ผู้ป�้ ่ว่ ยทุกุ ราย ภายใต้้ยุทุ ธศาสตร์ท์ ี่่�มีีชื่�อว่่า “Millennium Development Goals (MDG)” ที่่จ� ะลดอุบุ ัตั ิกิ ารณ์์ และการเสีียชีีวิติ จากวััณโรคในปีพี .ศ. ๒๕๕๘ ลงร้อยละ ๕๐ เมื่อ� เทียี บกับั ปีีพ.ศ. ๒๕๕๒ ยุุทธศาสตร์น์ ี้�้ จะมุ่�งเน้้นถึึงความต้้องการการจัดั ระบบสุุขภาพที่่�ถููกต้้องและความสำำ�คัญั ของ สาธารณสุุขมููลฐานที่่ไ� ด้้ผลต่่อการระบาดของวัณั โรค ๑๐. แผนงานที่จ� ะยุตุ ิกิ ารระบาดของวัณั โรคทั่ว� โลกระหว่า่ งปีพี .ศ. ๒๕๔๙ ถึงึ ปีพี .ศ. ๒๕๕๘ เริ่�มดำำ�เนิินการใน พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยมุ่�งที่่�จะบรรลุุเป้้าของ Millennium Development Goals (MDG) : ด้้วยมีีเป้้าที่่จ� ะลงทุุน ๖๗ ล้้านเหรีียญอเมริกิ ันั จำ�ำ นวนนี้�้เป็็นจำำ�นวนเพิ่่�มขึ้�น สููงกว่า่ ที่่ล� งทุนุ เมื่อ� ปี ี พ.ศ. ๒๕๕๘ สามเท่า่ จำ�ำ นวนเงินิ จะต่า่ งกันั ถึงึ ๔๐ ล้้านเหรียี ญอเมริกิ ันั ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\"
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 36 ๒บทที่�่ ประวััติิของการค้น้ คว้้าวิิจััยวัณั โรค ปฏิิทินิ บัันทึกึ เหตุุการณ์ข์ องการศึึกษาค้้นคว้้า วิิจััย และพัฒั นา “บันั ทึกึ ปฏิทิ ินิ การศึกึ ษาค้้นคว้้า วิจิ ัยั และพัฒั นา” ที่่ก� ำำ�ลังั จะนำ�ำ มาเสนอต่อ่ ไปนี้�้ ได้้ถอด ความจากส่ว่ นหนึ่�งของบทความ History of Tuberculosis นิพิ นธ์์โดย Mathew Sarrel แห่่ง New Jersey Medical School, Global Tuberculosis Institute ค้้นได้้ทาง online ใน About TB ค้้นเมื่อ� วันั ที่่� ๑๓ กุุมภาพันั ธ์์ ๒๕๕๗ และผนวกเข้้ากัับเอกสาร ที่่ผ� ู้น�้ ิพิ นธ์เ์ ก็็บไว้้นาน หลายปีมี าแล้้ว และนำำ�มาเรียี บเรีียง เข้้ามาสอดแทรกให้้มีรี ายละเอียี ดที่่�สมบููรณ์์มากขึ้�น วัณั โรค โรคดึกึ ดำ�ำ บรรพ์์ วัณั โรคคงเป็น็ โรคคู่่�กับั มนุษุ ย์ใ์ นโลกนี้ม�้ าตั้ง� แต่ด่ ึกึ ดำำ�บรรพ์์ เศษกระดููกสันั หลังั ของมัมั มี่� อียี ิปิ ต์์โบราณก็็ยัังมีีร่อ่ งรอยแสดงพยาธิิสภาพของกระดููกที่่�เป็็นวัณั โรค ในเอกสารภาษากรีีกมีีคำำ�ที่่�เอ่่ยถึงึ วััณโรคอยู่�สองคำำ�คือื “phthisis และ consumption” ฮิิปโปเครติิสกล่่าวถึึง phthisis (ซึ่�งมีีความหมายในภาษาอัังกฤษว่่า consumption) โดยท่่านกล่า่ วว่่าในสมััยโน้้น phthisis เป็น็ โรคที่่แ� พร่่ระบาดกระจายอยู่�อย่่างกว้้างขวางผู้ใ้� ด ป่่วยเป็็นโรค phthisis ส่่วนใหญ่่จะต้้องตายในไม่่ช้้า ท่่านได้้บรรยายว่่า ในระยะหลััง ๆ ของโรคแล้้ว จะไม่่มีีแพทย์์คนไหนที่่�กล้้ารัับดููแลรัักษาหรืือไปเกี่�ยวข้้องด้้วย เพราะจะทำำ�ให้้ แพทย์์ผู้้�นั้�นเสีียชื่�อ เนื่�่องจากไม่่มีีรายใดหายมีีแต่่ต้้องตายทุุกราย ทำ�ำ ให้้ผู้้�ป่่วยโรคอื่�น ๆ จะเสื่�อมศรััทธาในตััวหมอเอง และบางคนยังั เชื่อ� ว่่าเป็น็ โรคทางกรรมพัันธุ์�เสียี อีกี พ.ศ. ๒๒๒๒ ลักั ษณะทางพยาธิสิ ภาพ ผู้�้ที่่�บรรยายลัักษณะทางพยาธิิสภาพของวััณโรคเป็็นท่่านแรกคืือซิิลวิิอุุส (Sylvius) โดยได้้อธิบิ ายไว้้ตำ�ำ รา Opera Medica (พ.ศ. ๒๒๒๒) ว่า่ พบทููเบอร์เ์ คิลิ (tubercle-ก้้อนเล็ก็ ๆ) ในปอดเป็็นประจำำ�จนถืือว่่าเป็็นลัักษณะจำำ�เพาะของโรค คงด้้วยเหตุุนี้้�จึึงได้้ชื่่�อต่่อมาว่่า “tuberculosis” และยังั อธิิบายต่่อไปว่่า โรคจะดำ�ำ เนินิ ต่่อไป จากทููเบอร์เ์ คิิล กลายเป็็นฝีีและ เป็น็ โพรง
37 พ.ศ. ๒๓๔๕ มิิลิอิ ารีี ทููเบอร์ค์ ููโลสิสิ แมนเก็ท็ ในปีพี .ศ. ๒๓๔๕ กล่่าวถึึงวัณั โรคมิิลิิอารีี (military tuberculosis) เป็็นชนิิดที่่�มีีตุ่�มเล็็ก ๆ แพร่่กระจายทั่่�วปอด ใน ศตวรรษที่่� ๑๗ ในเอกสารภาษาอิติ าลีจี ึงึ มีกี ารกล่า่ วว่า่ เป็น็ โรคติดิ เชื้อ� การป้้องกัันการแพร่่โรคในชุุมชน เมื่�อปีีพ.ศ. ๑๑๔๒ สาธารณรััฐลุคุ คา (Republic of Lucca)* ได้้ออกประกาศว่า่ ตั้้ง� แต่น่ ี้ไ�้ ป สุขุ ภาพของประชาชนจะต้้องไม่ไ่ ด้้รับั ภยัันตรายจากศพของผู้้�ที่่�ตายจากวััณโรค จึึงจะต้้องแจ้้งชื่ �อโรคต่่อ ทางการและจะต้้องมีมี าตรการการกำ�ำ จััดเชื้อ� ทฤษฎีใี หม่่ของวััณโรค ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" พ.ศ. ๒๒๖๒ แพทย์์ชาวอังั กฤษท่่านหนึ่�งมีีนามว่่าเบ็น็ จามินิ มาร์์เต็็น (Benjamin Marten) ที่่�ได้้คาดเดาเอาไว้้ในบทความ วิิชาการของท่่านชื่�อ ทฤษฎีีใหม่่ของวััณโรค (A New Theory of Consumption) ว่่าวััณโรคอาจจะเกิิดจากเชื้�อประหลาดอะไร ที่่�ตััวเล็็ก ๆ ซึ่่�งถ้้าเข้้าไปในร่่างกายของมนุุษย์์ได้้แล้้ว สามารถที่่�จะ ทำ�ำ ให้้เกิดิ รอยโรคและมีี อาการของโรคได้้ ท่่านกล่่าวว่่านอกเหนืือ ไปกว่่านั้�น “อาจเป็็นไปได้้ว่่า เพราะมนุุษย์์มีีนิิสััยนอนร่่วมเตีียง เดีียวกัันกัับคนที่่�เป็็นวัณั โรค กินิ อาหารด้้วยกันั ดื่ม� ร่่วมกััน สนทนา ใกล้้ชิดิ กันั มีสี ่ว่ นทำ�ำ ให้้มีกี ารหายใจเอาเชื้อ� ประหลาดนั่น� เข้้าไปในปอด จึงึ ทำำ�ให้้คนปกติแิ ข็ง็ แรงดีี ๆ เป็็นโรคได้้ ความเข้้าใจเช่่นนี้้�เองที่่ท� ำ�ำ ให้้มีีการป้อ้ งกันั โรคด้้วยการแยกตัวั ให้้ห่่างจากผู้�้ที่่�เป็็นโรค แต่ต่ ้้นเหตุจุ ริิง ๆ ของโรคนั้�นก็ย็ ังั มืดื มน * เป็็นสาธารณรััฐอยู่�บนผืืน ต้น้ กำ�ำ เนิดิ ของซานาโตเรีียม สถานบำ�ำ บััดวััณโรค แผ่่นดิินอิิตาลีี แต่่ประกาศ แยกตััว เป็็นการอิิสระและ เป็น็ การเฉพาะ ส ถ า ป น า ต น เ อ ง ขึ้ � น เ ป็็ น สาธารณรััฐ ปััจจุุบัันนี้�้ไม่่ ปีีพ.ศ. ๒๓๘๗ แฮร์ม์ าน เบรห์เ์ มอร์์ (Hermann Brehmer) ปรากฏแล้้ว นัักศึึกษาทางพฤกษศาสตร์์ชาวซิิเลเซีีย (แคว้้นหนึ่�งในโปแลนด์์) ได้้ ป่่วยเป็็นวัณั โรคแพทย์ผ์ ู้�้ดููแลบริบิ าลรัักษา ได้้แนะนำ�ำ ให้้เสาะหา สถานที่่�ที่่�มีีอากาศดีี ๆ เป็็นที่่�พำำ�นััก เบรห์์เมอร์์ จึึงเดิินทางไปยััง
38 เทืือกเขาหิิมาลััยเพื่่�อทำ�ำ การศึึกษาทางพฤกษศาสตร์์ไปด้้วยและพยายามหาสถานที่่�ตามที่่� แพทย์เ์ คยได้้แนะนำ�ำ เอาไว้้ด้้วยเมื่อ� เดินิ ทางกลับั ภููมิลิ ำ�ำ เนาด้้วยสภาพที่่ห� ายจากวัณั โรคในปีพี .ศ. ๒๓๘๗ ท่า่ นจึงึ ได้้เสนอวิทิ ยานิพิ น์์ เพื่่อ� ปริญิ ญาเอก ที่่ใ� ห้้ชื่่อ� ว่า่ “วัณั โรคเป็น็ โรคที่่ร� ักั ษาให้้หายได้้ (Tuberculosis is a Curable Disease)” ในปีีเดีียวกัันนั้น� ท่า่ นได้้ตั้้�งสถานที่่�ขึ้น� ที่่ก� อร์เ์ บอร์์ส ดอรฟ์์ (Gorbersdorf) ในประเทศเยอรมนีี (ปััจจุุบัันอยุ่�ในประเทศโปแลนด์)์ ท่่ามกลางป่า่ สน ให้้มีีอาหารที่่�ดีี มีีระเบีียงให้้ผู้�้ป่่วยได้้ออกไปนั่่�งเล่่นสััมผััสกัับอากาศบริิสุุทธิ์ �ได้้ตลอดเวลา นี่�คืือแนวคิิดของการรัักษาวััณโรคที่�สำ�ำ คััญในเวลาต่่อมา คืือการสร้ างสถานที่�ที่�เรีียกกัันว่่า “ซานาโตเรียี ม (the sanatorium)” ▴ แฮร์์มาน เบรห์เ์ มอร์์ ▴ “ซานาโตเรียี ม (the sanatorium) ที่่�กอร์เ์ บอร์ส์ ดอร์์ฟ” (Hermann Brehmer) (จาก Google) ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" มาตรการต่่าง ๆ ในการบริิบาลผู้้�ป่่วยวััณโรคที่่�ดำำ�เนิินไปในยุุคนั้�น ก็็ยัังเป็็นมาตรการ ที่่�ปฏิิบััติิกัันโดยทั่่�วไปในปััจจุุบััน อัันได้้แก่่ การยกระดัับด้้านสัังคมและสุุขอนามััยให้้ดีีขึ้�น ให้้ได้้รับั โภชนาการที่่�ดีี การจัดั ตั้ง� ซานาโตเรีียม ซึ่่ง� ก็ม็ ีหี ลายแห่่งทั้้�งในยุโุ รปและสหรัฐั อันั ได้้ อำ�ำ นวยประโยชน์ท์ั้้ง� ในแง่ก่ ารแยกกักั กันั ผู้ป�้ ่ว่ ย แยกแหล่ง่ แพร่โ่ รคออกไปจากชุมุ ชน และผู้ป้� ่ว่ ย ก็ถ็ ููกบังั คับั ให้้พักั ผ่่อนไปด้้วยในตัวั ทำำ�ให้้โรคหายได้้เร็็วขึ้้�น พ.ศ. ๒๔๘๖ มีกี ารค้้นพบปฏิชิ ีวี นะเสตร็พ็ โตมัยั ซินิ และมีคี ุณุ สมบัตั ิใิ นการฆ่า่ แบคทีเี รียี ก่อ่ โรควััณโรคได้้ การรักั ษาวััณโรคก็็พัฒั นาไป สถานซานาโตเรียี มซึ่�งมีคี ่่าใช้้จ่่ายสููงสำ�ำ หรับั ผู้้�ป่่วยวััณโรคก็็ค่่อย ๆ ปรัับตััวเองเป็็นโรงพยาบาลทั่่�วไป หรืือบางแห่่งก็็ปรัับเปลี่่�ยนไปเป็็น รีีสอร์์ทและโรงแรม ซึ่่�งหลายแห่่งก็็ยัังเปิิดบริิการเป็็นโรงแรมมาจนถึึงปััจจุุบัันเช่่น โรงแรม Sanatorium Sokolowski ในประเทศโปแลนด์์ Sanatorium Tambaram ในตอนใต้้ของ ประเทศ อินิ เดีียปรับั โฉมไปเป็น็ ที่่�รัักษาโรคเอดส์์ หลัังปีพี .ศ. ๒๔๙๓ ซานาโตเรีียมในสหรััฐ ก็ก็ ลายไปเป็น็ ที่่�รักั ษาผู้ป้� ่ว่ ยโรคจิิตเรื้อ� รังั เป็น็ ต้้น
39 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" วัณั โรคเป็็นโรคติดิ ต่อ่ พ.ศ. ๒๔๐๘ แพทย์ท์ หารชาวฝรั่ง� เศส ได้้ทำำ�การศึกึ ษาวิจิ ัยั เกี่ย� วกับั วัณั โรคที่่โ� รงพยาบาล ทหาร Military Hospital of Valde-Grace โดยได้้ฉีีดสารที่่ไ� ด้้มาจากโคที่่�เป็็นวัณั โรคให้้แก่่ กระต่า่ ยแล้้วทำ�ำ ให้้กระต่า่ ยล้้มเจ็บ็ เป็น็ วัณั โรคได้้ และท่า่ นยังั ทำ�ำ การทดลองวิจิ ัยั ได้้ว่า่ วัณั โรคแพร่่ จากคนไปยังั กระต่า่ ยได้้ท่า่ นจึงึ สรุปุ เป็น็ คนแรกว่า่ วัณั โรคเป็น็ โรคติดิ ต่อ่ และได้้ตีพี ิมิ พ์ผ์ ลการ วิจิ ัยั ไว้้ในรายงานการวิจิ ัยั ของท่า่ นชื่อ� “Etudes sur la Tuberculosis (การศึกึ ษาเรื่อ� งวัณั โรค)” ท่่านผู้�้นี้ใ้� นปีี พ.ศ. ๒๔๑๗ ก็ไ็ ด้้เป็น็ สมาชิกิ ของราชวิทิ ยาลัยั แพทยศาสตรฝรั่ง� เศส (French AcadOEmie Nationale de MOEdecine) และได้้เป็็นรองประธานราชวิิทยาลััยในปีีพ.ศ. ๒๔๓๔ รายงานการวิจิ ัยั ของท่า่ นฉบับั นั้น� ไม่ไ่ ด้้รับั ความสนใจ อย่า่ งจริงิ จังั จากวงการวิทิ ยาศาสตร์์ จนกระทั่่ง� ในปี ี พ.ศ. ๒๔๒๖ ท่า่ นจึงึ ได้้รับั รางวัลั เกียี รติยิ ศ ในภายหลังั เป็น็ เงินิ รางวัลั ๕๐,๐๐๐ เหรียี ญฝรั่�งเศส ▴ Jean-Antoine Villemin (๑๘๒๗-๑๘๙๒) (จาก Wikipedia) พ.ศ. ๒๔๒๕ โรเบอรต์์ โค้้คพบเชื้อ� แบคทีเี รียี ก่อ่ วัณั โรค “มัยั โคแบคทีเี รียี ม ทูเู บอร์ค์ ูโู ลลิสิ (Mycobacterium tuberculosis)” ปีี พ.ศ. ๒๔๒๕ เป็น็ ปีีที่่�มีีความก้้าวหน้้าอย่า่ งจริงิ จััง เมื่อ� โรเบอรต์์ โค้้ค ค้้นพบเชื้�อ วััณโรคที่่�เรีียกชื่�อว่่า “มััยโคแบคทีีเรีียม ทููเบอร์์คููโลสิิส (Mycobacterium tuberculosis)” ท่่านได้้บรรยายการค้้นพบของท่า่ นเมื่�อวันั ที่่� ๒๔ มีีนาคม พ.ศ. ๒๔๒๕ และตีพี ิมิ พ์ร์ ายงาน ผลงานการค้้นคว้้าของท่า่ นไว้้ในวารสารทางการแพทย์แ์ ห่่งกรุงุ เบอร์ล์ ิินที่่�มีชีื่�อว่า่ \"Berliner klinische\"
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 40 ▴ ภาพถ่่ายจากวารสารวิชิ าการแพทย์์ชื่อ� “Berliner klinishe Wochenschrift” ประจำ�ำ วัันจัันทร์์ที่่� ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๒๕ ปีีที่่� ๑๙ ฉบับั ที่่� ๑๕ Wochenschrift ฉบัับวัันจัันทร์์ที่่� ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๒๕ ชื่่�อบทความว่่า “Die Artiologie der Tuberculose-(สาเหตุแุ ห่่งวััณโรค)” ด้้วยมููลเหตุุนี้�้เองจึึงเป็็นที่่ม� าของ “วันั ที่่� ๒๔ มีีนาคม วันั วััณโรคสากล\" ▴ ลายมือื ในสมุดุ ปููมบันั ทึกึ ในห้้องปฏิบิ ัตั ิกิ ารของโรเบอร์ต์ โค้้ค ที่่ย� ังั คงเก็บ็ รักั ษาไว้้ในพิพิ ิธิ ภัณั ฑ์ข์ องสบาบันั โรเบอร์ต์ โค้้ค กรุุงเบอร์์ลิิน. บัันทึกึ คำ�ำ บรรยายของโรเบอร์์ต โค้้ค (เบอร์์ลินิ ) เรื่�อง “เกี่ย� วกัับการวิจิ ัยั ค้้นคว้้าทางแบคทีีเรียี ”
41 ▴ ในการประชุุมของนัักวิิจััยที่่�สนใจ จััดขึ้�นที่่�แคว้้นบาวาเรีีย ซึ่่�งมีี คาร์์ล ธีีโอดอร์์ มาเป็็นประธานในที่่�ประชุุมใน การบรรยายครั้ �งนั้ �นด้้วย โรเบอร์ต์ โค้ด้ พบเชื้้�อแบคทีีเรีียวัณั โรคได้้อย่า่ งไร ผู้น�้ ิพิ นธ์ส์ นใจว่า่ เหตุใุ ด และกรรมวิธิ ีใี ด โรเบอร์ต์ โค้้ด จึงึ ได้้พบเชื้อ� วัณั โรค จึงึ ได้้พยายาม สอบค้้นในเอกสาร เพื่่อ� ให้้ได้้ข้้อมููลดังั กล่า่ ว เป็น็ บทความเรื่อ� งโรคติดิ เชื้อ� ต่า่ ง ๆ หลายเรื่อ� ง คือื หนังั สือื ภาษา อัังกฤษที่่�เป็็นหนัังสืือขายดีี “Bestseller” ชื่่�อหนัังสืือ “Microbe Hunters-พรานล่่าจุุลชีีพ” ของ Paul de Kruif ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" ▴ โรเบอร์โ์ ค้้ค (จากกููเกิ้ล� ) ▴ หนังั สือื “Microbe Hunters- พรานล่่าจุลุ ชีพี ” ของ Paul de Kruif
ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" 42 ฟููตโนท Paul de Kruif (๒๔๓๓-๒๕๑๔) เป็็นศาสตราจารย์์จุุลชีีววิิทยาและพยาธิิวิิทยา ชาวอเมริิกััน มหาวิิทยาลััยมิิชิิแกน เมืืองแอน อาร์์เบอร์์ สหรััฐอเมริิกา ท่่านได้้ประพัันธ์์ หนัังสืือเล่่มนี้้�พิิมพ์์จำ�ำ หน่่ายครั้�งแรกในสหรััฐ เมื่�อปีีพ.ศ. ๒๔๒๙ กว่่าหนึ่�งศตวรรษมาแล้้ว โดยสำำ�นักั พิิมพ์์ Harves Book, Hartcourt Inc, Orlando, Florida, USA เมื่อ� ๔-๕ ปีี ที่่แ� ล้้วมานี่�เอง คุุณหมอปิิยะนิติ ย์์ ธรรมาภรณ์พ์ ิิลาศ ผู้ท�้ รงคุณุ วุฒุ ิกิ รมควบคุุมโรค กระทรวง สาธารณสุขุ ไปจััดหาซื้�อมาให้้เป็็นอภินิ ันั ทนาการคงไปได้้มาจากอเมซอน.คอม เวลากว่า่ หนึ่ง� ศตวรรษแล้้วยังั มีจี ำ�ำ หน่า่ ยหนังั สือื เล่ม่ นี้ไ�้ ด้้รับั การแปลเป็น็ ภาษาต่า่ ง ๆ ๑๘ ภาษา แต่เ่ ข้้าใจว่า่ คงยังั ไม่ม่ ีผี ู้ใ�้ ดแปลเป็น็ ภาษาไทย นักั จุลุ ชีวี วิทิ ยาไทยซึ่ง� มีรี ะดับั ปริญิ ญาโท ปริิญญาเอกของไทยมีอี ยู่�หลายร้อยคน น่่าจะรวมตัวั กันั ช่ว่ ยกัันแปล โดยให้้สำำ�นักั งานคณะ กรรมการวิิจััยแห่่งชาติิเป็็นคนกลางดำ�ำ เนิินการขอลิิขสิิทธิ์�จากสำ�ำ นัักพิิมพ์์มาแปลและพิิมพ์์ ออกมาเป็น็ วิทิ ยาทาน แก่น่ ักั วิทิ ยาศาสตร์ร์ุ่�นเยาคงจะดีไี ม่น่ ้้อยทีีเดีียว หนัังสือื เล่่มนี้้ผ� มถือื ว่่า เป็็น “A Lasting Bestseller” ได้้เลยทีีเดียี ว ต่่อไปนี้้� ผู้น้� ิพิ นธ์์ถอดความมาจากหนังั สืือ “พรานล่า่ จุลุ ชีพี ” เรื่�องเดิิมมีีอยู่�ว่า แพทย์์นัักวิิทยาศาสตร์์ชาวฝรั่�งเศส ชื่่�อ Villemin เป็็นท่่านแรก และตามมาด้้วย Cohnheim นัักวิิทยาศาสตร์์ ชาวเยอรมัันจากเบรสเลา ได้้นำ�ำ การศึึกษา วิิจัยั มาก่่อนแล้้ว ได้้พยายามทำ�ำ ให้้สัตั ว์์ทดลองกระต่่ายเป็น็ วััณโรค โดยการให้้กระต่า่ ยได้้กินิ เนื้อ� ปอดของศพที่่เ� สียี ชีวี ิติ จากวััณโรคปอดและกระต่่ายตััวนั้้น� ก็เ็ ป็็นวััณโรค โรเบอร์์ต โค้้ค ได้้พยายามติิดต่่อโรงพยาบาลในเบอร์์ลิินทุุกแห่่งว่่ามีีที่่�ใดได้้รัับผู้�้ป่่วย วัณั โรครับั ไว้้รักั ษาบ้้าง ถ้้ามีผี ู้ใ้� ดตายจากวัณั โรค ไม่จ่ ำำ�กัดั อายุุ ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ เด็ก็ หรือื ผู้ใ�้ หญ่่ ไม่่ จำ�ำ กัดั เพศไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ หญิงิ หรือื เป็น็ ชายเอาหมด โดยท่า่ นจะติดิ ตามไปค้้นคว้้าจากศพนั้้น� เอง มีีอยู่�วัันหนึ่ �ง ก็็ได้้ศพผู้้�ป่่วยวััณโรครายหนึ่ �งมีีอาชีีพเป็็นกรรมกร วััยประมาณ ๓๖ ปีี ตามประวัตั ิวิ ่า่ เป็น็ ผู้ท�้ี่่เ� คยมีรี ่า่ งกายบึกึ บึนึ กำ�ำ ยำำ�แข็ง็ แรงมาก่อ่ น จนกระทั่่ง� ประมาณ ๓ สัปั ดาห์์ ก่่อนที่่�จะไปขอรัับการรักั ษาที่่โ� รงพยาบาลอยู่�ๆ เขาเริ่�มป่ว่ ย โดยมีอี าการไอและเจ็บ็ หน้้าอก ผ่่ายผอม ซููบ ซีดี เซียี ว ๔ วันั ต่อ่ มาจึงึ เข้้ารับั การรัักษาในโรงพยาบาล อยู่�โรงพยาบาลไม่่กี่ว� ัันก็็ลาโลก เสียี แล้้ว โรเบอรต์์ โค้้ค ได้้ลงมืือผ่่าศพคนเดีียวด้้วยตนเอง ผ่่าตรวจในห้้องเย็็นเก็็บศพนั่่�นเอง พิินิิจพิิจารณาดููอวััยวะต่่าง ๆ ทุุกแห่่ง จึึงพบว่่าที่่�อวััยวะหลายแห่่งมีีจุุดทููเบอร์์เคิิลเล็็ก ๆ สีเี หลือื งปนเทาอยู่�ทั่ว� ท่า่ นจึงึ เอาปลายมีดี ผ่า่ ศพที่่แ� หลมและคม ๒ เล่ม่ ไปลนไฟ ให้้ร้้อนก่อ่ น แล้้วบรรจงชำำ�แหละตััดเอาจุุดเหล่่านั้�นออกมาใช้้ปลายมีีดทั้้�งสองบี้�ให้ยุ่�ย ใช้้เข็็มที่่�ปลาย
43 ระบาดบัันลืือโลก \"วััณโรค\" กระบอกฉีีดยาซีรี ิงิ จ์์ดููดเอาเนื้อ� ยุ่�ย ๆ ออกมา แล้้วนำ�ำ ไปฉีีดเข้้ากระบอกตากระต่่ายหลายตัวั และฉีีดเข้้าใต้้ผิวิ หนังั หนููตะเภาอีกี หลายฝููงนับั ร้อยตัวั ฉีีด เข้้าสุนุ ัขั ๓ ตัวั และแมวอีกี ๑๓ ตัวั หลังั จากนั้น� ก็จ็ ัดั เก็บ็ ดููแลขังั ไว้้ในกรงสะอาด เลี้ย� งให้้ดีี และเฝ้า้ ตรวจดููเจ้้าสัตั ว์ต์ ัวั น้้อยทั้้ง� หลาย เหล่า่ นั้น� ทุกุ วันั หากมีสี ัตั ว์ต์ ัวั ใดล้้มเจ็บ็ แล้้วตาย ก็จ็ ะเอามาผ่า่ ตรวจซากสัตั ว์ ์ ดููรอยโรคทุกุ ตัวั เอาเนื้�อเยื่�อที่่�มีีรอยโรคไปตรวจดููด้้วยกล้้องจุุลทรรศน์์ทุุกครั้�ง และอาไปละเลงป้้ายบนแผ่่น กระจกสไลด์์ด้้วย จุ่่�มสไลด์์ในน้ำ�ำ�ยาปรอทไบคลอไรด์์เพื่่�อฆ่่าเชื้�อก่่อนและนำ�ำ ไปย้้อมสีี เพื่่�อ เอาไปดููด้้วยกล้้องจุุลทรรศน์ต์ ่่อไป ทำ�ำ ซ้ำำ�� ๆ ซาก ๆ อยู่�เช่่นนี้� ้ ก็ย็ ังั ไม่่พบอะไรที่่�น่่าสนใจ จนกระทั่่ง� มีอี ยู่�วันั หนึ่ง� ท่า่ นตรวจซากสัตั ว์อ์ ยู่�ทั้ง� วันั นานถึงึ ๑๘ ชั่่ว� โมง ก็เ็ กิดิ ไปพบอะไร อย่่างหนึ่�ง เป็็นแท่่งเป็็นท่่อนบาง ๆ ไม่่ตรงนััก โค้้งนิิด ๆ ลัักษณะเข้้าได้้กัับแบคทีีเรีียชนิิด “บาซิิลไล” ติิดสีีน้ำ�ำ� เงินิ (บาซิิลไล หมายถึงึ แบคทีเี รียี ทรงแท่่ง) จัดั วางตััวระเกะระกะ ทแยง กัันไปมาอยู่่� จำ�ำ นวนไม่น่ ้้อยนัับได้้จำ�ำ นวนมหาศาลทีีเดียี ว โรเบอร์์ต โค้้ค เล่า่ ให้้เลิิฟเล่อ่ ร (Loeffler) และแก๊๊ฟคี่� (Gaffky) สหายผู้ช้� ่ว่ ยงานวิิจัยั ฟัังว่า่ เท่่าที่่�ผ่า่ นมา ท่า่ นได้้ตรวจซากสััตว์ม์ าแล้้วนัับพัันตัวั หากเป็็นสัตั ว์์ปกติทิ ี่่�ไม่่ได้้ล้้มเจ็บ็ ก็็จะไม่่พบเจ้้าบาซิิลไลเหล่่านี้�้ ท่่านจะพบเฉพาะจากซากสััตว์์ที่่�ตายจากวััณโรคและในสััตว์์ ทดลองในกรณีีที่่น� ำ�ำ มาใช้้ทดลองฉีีดเนื้�อเยื่�อจากศพเหลานี้�ท้ ั้้ง� นั้�น ดังั นั้น� เอง สหายร่ว่ มห้้องวิจิ ัยั ทั้้ง� สองของท่า่ นจึงึ ฟันั ธงว่า่ ท่า่ นได้้พบแบคทีเี รียี บาซิลิ ไล ที่่เ� ป็็นเหตุุก่่อวัณั โรคแล้้วอย่่างแน่น่ อนโดยไม่ม่ ีีข้้อกัังขาโต้้แย้้งใด ๆ ทั้้ง� สิ้น� โรเบอร์ต์ กลับั แย้้งว่่า ช้้าก่่อนสหาย อย่่ารีีบรวบรััด ถึงึ ขนาดนั้�น เพราะท่่านยังั มีสี หาย ที่่�มีีความคิิดในเชิิงปรปัักษ์์คู่�แข่่งที่่�คอยคุุมเชิิงตรวจสอบกัันอยู่่� จะต้้องหาข้้อมููลหลัักฐาน เพิ่่ม� เติมิ เพื่่อ� ไม่ใ่ ห้้สหายชาวฝรั่ง� เศสคู่�แข่ง่ “ปาสเตอร์”์ หาช่อ่ งหาข้้อโต้้แย้้ง หาวิธิ ีหี ักั ล้้างให้้ได้้ สหายร่่วมห้้องวิจิ ััยทั้้�งสองของท่่าน จึึงรู้�สึึกละอายใจอยู่�บ้างในข้้อสรุุปรีีบด่่วนของตน ขั้�นต่่อไปของโรเบอร์์ตก็็คืือ ต้้องพยายามเพาะเชื้�อแบคทีีเรีียตััวเล็็กกระจิ๋�วหลิิวนั้้�น บนอาหารปรุุงด้้วยวุ้�นเอการ์์ (agar) ให้้ได้้โคโลนีีบริิสุุทธิ์�เสีียก่่อน (colony หมายถึึง กลุ่�มกระจุกุ ของแบคทีเี รีีย ที่่แ� ลเห็็นได้้ด้้วยตาเปล่า่ บนผิวิ อาหารเพาะเชื้�อที่่เ� หมาะสม เป็น็ เชื้อ� แบคทีเี รียี ชนิิดเดียี วทั้้ง� นั้น� ที่่บ� ริิสุทุ ธิ์ไ� ม่่มีแี บคทีเี รียี ชนิิดอื่น� ๆ ปนเปื้อ้� นด้้วยเลย) แล้้วเอา เชื้�อบริิสุุทธิ์จ� ากโคโลนีีนั้้�น ย้้อนกลับั ไปฉีีดให้้สัตั ว์ท์ ดลองชุดุ ใหม่่ทดลองซ้ำำ�� ดููใหม่ ่ ว่า่ จะมีีผล เหมือื นเดิมิ หรือื ไม่แ่ ล้้วจึงึ จะกล่า่ วคำ�ำ ว่า่ “ยููเรก้้า ข้้าพบแล้้ว” นั่่น� แหละจึงึ จะปิดิ โอฐสหายปาสเตอร์์ คู่�รักคู่�แค้้น คู่่�แข่ง่ ของท่า่ นได้้สนิิท
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170