ค่มู อื ครูรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของวตั ถแุ ละวสั ดุ 10 ดินน้ำมนั ก้อนแขง็ ดินน้ำมันที่นุ่มกว่าเดมิ ได้รับความร้อนจากดวงอาทติ ย์ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
11 คู่มือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของวตั ถุและวัสดุ เร่อื งที่ 1 แยกออก ประกอบใหม่ ในเร่ืองนน้ี ักเรียนจะไดเ้ รยี นรู้เก่ยี วกบั การแยกช้ินส่วนย่อยของ วตั ถอุ อกจากกันแลว้ นำมาประกอบเป็นวตั ถุชน้ิ ใหม่ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ อธบิ ายการเปลยี่ นแปลงของวัตถุเมื่อมกี ารแยกออกและประกอบ ข้ึนใหม่ เวลา 3 ช่วั โมง หน้า 4-9 หน้า 4-8 วัสดุ อปุ กรณ์สำหรับทำกจิ กรรม ตัวต่อรปู เรขาคณติ ส่อื การเรยี นรแู้ ละแหลง่ เรียนรู้ 1. หนงั สือเรียน ป.3 เลม่ 2 2. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม ป.3 เลม่ 2 ⎯ สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คูม่ อื ครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงของวัตถแุ ละวสั ดุ 12 แนวการจดั การเรยี นรู้ (60 นาที) ในการตรวจสอบความรู้เดิม ครูเพียงรับฟังเหตุผลของนักเรียน ขน้ั ตรวจสอบความรู้ (10 นาที) และยังไม่เฉลยคำตอบใด ๆ แต่ 1. ครูตรวจสอบความรู้เดมิ ของนักเรียนเกี่ยวกับการแยกชิ้นส่วนของ ชักชวนให้นักเรียนหาคำตอบด้วย ตนเองจากการอา่ นเนอ้ื เรอื่ ง วัตถุเดิมแล้วประกอบเป็นวัตถุใหม่ โดยให้นักเรียนสังเกตภาพม่าน จากนั้นให้นักเรยี นอภปิ รายตามแนวคำถามต่อไปนี้ 1.1 ถา้ มา่ นทที่ ำด้วยเชือกขาด เราสามารถแยกชิ้นสว่ นของมู่ล่ีมา ถ้านักเรียนไม่สามารถตอบ ทำอะไรได้บ้าง (นักเรียนตอบตามความคิดเห็นของตนเอง คำถามหรืออภิปรายได้ตามแนว เช่น ถกั เป็นกระเป๋า สรอ้ ยข้อมือ พวงกญุ แจ) คำตอบ ครูควรให้เวลานักเรียนคิด อย่างเหมาะสม รอคอยอย่างอดทน 1.2 นักเรียนคิดว่ามีของเล่นของใช้อะไรอีกบ้างที่สามารถนำมา และรบั ฟังแนวความคดิ ของนักเรียน แยกชิ้นส่วนแล้วประกอบเป็นของเล่นของใช้ใหม่ได้ (นกั เรียนตอบตามความคดิ เห็นของตนเอง) 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนสู่การเรียนเรื่องแยกออก ประกอบใหม่ โดยใช้คำถามดังน้ี เราสามารถแยกชิ้นส่วนของวัตถุ เดมิ แลว้ ประกอบเปน็ วัตถชุ ้นิ ใหม่ไดอ้ ยา่ งไร ขนั้ ฝกึ ทักษะจากการอา่ น (40 นาที) 3. นักเรียนอ่านชื่อเรื่อง และคำถามในคิดก่อนอ่าน ในหนังสือเรียน หน้า 4 แล้วร่วมกันอภิปรายเพื่อหาคำตอบและนำเสนอ ครู บันทึกคำตอบของนักเรียนบนกระดานเพื่อใช้เปรียบเทียบกับ คำตอบภายหลงั การอา่ นเนอื้ เร่ือง 4. นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องในหนังสือเรียนหน้า 4 โดยครูฝึกทักษะการ อ่านตามวิธีการอ่านทีเ่ หมาะสมกับความสามารถของนักเรยี น ครูใช้ คำถามเพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจจากการอ่าน โดยใช้คำถามดงั น้ี 4.1 ขา้ วตูตอ้ งการทำอะไร (สรา้ งบ้านใหส้ นุ ขั ) 4.2 ขา้ วตูใช้วสั ดุอะไรสรา้ งบา้ น (ไม้จากลังไมเ้ ก่าของพอ่ ) 4.3 ข้าวตูและพ่อช่วยกันสร้างบ้านให้สุนัขอย่างไร (ช่วยกันแยก ชิน้ สว่ นไมแ้ ลว้ นำมาประกอบเป็นบ้าน) สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
13 คมู่ ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หนว่ ยท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงของวัตถุและวสั ดุ 4.4 เพราะเหตุใดไม้จากลังไม้เก่าจึงสามารถนำมาสร้างบ้านให้ สนุ ขั ได้ (เพราะไมน้ นั้ ยังมแี ข็งแรงและสสี วย) 4.5 ไม้ที่เหลือจากการสร้างบ้านให้สุนัข เราสามารถนำมาทำ อะไรได้อีกบา้ ง (นำมาประกอบเปน็ เก้าอี้ ชงิ ช้า รถลากของ) 4.6 นอกจากเก้าอี้ ชิงช้า และรถลากของ เราสามารถนำชิ้นส่วน ไม้ท่เี หลือมาประกอบเป็นอะไรไดอ้ ีกบ้าง (นกั เรยี นตอบตาม ความคดิ เห็นของตนเอง) ขนั้ สรุปจากการอ่าน (10 นาที) 5. นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่อ่านซึ่งควรสรุปได้ว่า ลังไม้เก่าที่ยังมี สีสวยและแข็งแรงสามารถนำมาแยกชิ้นส่วนแล้วประกอบเป็น บา้ นใหส้ ุนขั และวตั ถตุ ่าง ๆ ได้อีกหลายอย่าง 6. นักเรยี นตอบคำถามในรหู้ รอื ยงั ในแบบบนั ทกึ กิจกรรมหน้า 6 7. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อเปรียบเทียบคำตอบของ นักเรียนในรู้หรือยัง กับคำตอบที่เคยตอบและบันทึกไว้ใน คิดก่อนอา่ น 8. ครชู กั ชวนนกั เรียนตอบคำถามท้ายเรื่องท่ีอ่าน ดงั นี้ นอกจากลังไม้ เก่าแล้ว ยงั มีวตั ถอุ ื่นท่สี ามารถนำมาแยกชน้ิ ส่วนย่อย แลว้ ทำเป็น วัตถุชิ้นใหม่ได้อีกหรอื ไม่ และทำได้อย่างไร ครูบันทึกคำตอบของ นักเรียนบนกระดานโดยยังไม่เฉลยคำตอบ แต่ชักชวนให้นักเรียน หาคำตอบจากการทำกจิ กรรม ⎯ สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ค่มู ือครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลีย่ นแปลงของวตั ถุและวสั ดุ 14 การเตรยี มตวั ล่วงหน้าสำหรบั ครู เพอื่ จดั การเรยี นรู้ในครงั้ ถดั ไป ในครัง้ ถัดไป นกั เรียนจะได้ทำกิจกรรมที่ 1 ทำวตั ถชุ ิน้ ใหม่จากวัตถชุ ิน้ เดิมไดอ้ ยา่ งไร โดยครเู ตรียมตวั ต่อรูปเรขาคณิตดงั แบบเพ่ือใชจ้ ดั การเรียนการสอน ตัวตอ่ รูปเรขาคณติ การเตรียมตัวต่อรูปเรขาคณิตครูอาจตัดตัวต่อจากฟิวเจอร์บอร์ดโดยให้รูปร่าง และมีสสี ันเหมอื นแบบ ตวั อย่างรปู แบบการต่อตวั ต่อ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
15 คมู่ ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของวตั ถุและวสั ดุ แนวคำตอบในแบบบันทึกกจิ กรรม แยกช้นิ ส่วนไมจ้ ากลงั ไม้แล้วนำมาประกอบเป็นวัตถุชนิ้ ใหม่ เช่น บา้ นสุนขั เกา้ อี้ ชิงชา้ และวตั ถอุ ื่น ๆ ⎯ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ อื ครูรายวชิ าพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของวตั ถแุ ละวสั ดุ 16 กจิ กรรมที่ 1 ทำวตั ถชุ ้ินใหมจ่ ากวตั ถชุ น้ิ เดิมไดอ้ ย่างไร กิจกรรมน้ีนักเรียนจะได้ฝึกทักษะการสังเกต โดย สังเกตลักษณะของวัตถุทีป่ ระกอบขึ้นใหม่กับวัตถุเดิมจาก ข้อมูลทไี่ ดจ้ ากการสงั เกต เวลา 2 ชั่วโมง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. สงั เกตและอธบิ ายการทำวัตถุชน้ิ ใหม่จากวัตถุ ช้ินเดมิ 2. สังเกตและเปรยี บเทยี บลักษณะของวตั ถุ เมื่อประกอบขึ้นใหม่กบั วัตถุเดมิ วัสดุ อปุ กรณส์ ำหรบั ทำกจิ กรรม สิ่งที่ครตู ้องเตรียม/กลุ่ม ตัวต่อรูปเรขาคณิต 1 ชดุ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ สอื่ การเรียนรู้และแหลง่ เรียนรู้ S1 การสงั เกต 1. หนงั สือเรียน ป.3 เล่ม 2 หน้า 5-9 S4 การจำแนกประเภท S8 การลงความเหน็ จากข้อมูล 2. แบบบนั ทึกกจิ กรรม ป.3 เล่ม 2 หน้า 5-8 S13 การตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ 3. แอนเิ มชัน เรอ่ื ง วตั ถุประกอบด้วยชนิ้ สว่ นยอ่ ย ๆ ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 http://ipst.me/10937 C1 การสร้างสรรค์ C2 การคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ C4 การสอื่ สาร C5 ความรว่ มมือ สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
17 คมู่ ือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หนว่ ยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของวตั ถแุ ละวสั ดุ แนวการจัดการเรียนรู้ ในการทบทวนความรู้พื้นฐาน ครูควรให้เวลานักเรียนคิดอย่าง 1. ครูทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการนำชิ้นส่วนของวัสดุมาประกอบเป็น เหมาะสม รอคอยอย่างอดทน วัตถุของใช้ต่าง ๆ โดยยกตัวอย่างวัตถุที่ทำมาจากวัสดุชนิดเดียวหรือ นักเรียนต้องตอบคำถามเหล่านี้ได้ หลายชนดิ มาประกอบกัน เช่น ริบบิน้ ผา้ โมบาย ครใู หน้ กั เรยี นสังเกตวัตถุ ถูกต้อง หากตอบไม่ได้หรือลืม ทีละชิ้นโดยเริ่มจากการสังเกตริบบิ้นผ้าที่ผูกกับกล่องของขวัญ จากนั้น ครตู อ้ งใหค้ วามรทู้ ีถ่ ูกต้องทนั ที นักเรยี นอภปิ รายตามแนวคำถามดังตอ่ ไปนี้ 1.1 วัตถทุ นี่ ักเรียนสังเกตคอื อะไร (รบิ บิ้น) 1.2 ริบบิ้นมีลักษณะเป็นอย่างไร (นักเรียนตอบลักษณะของริบบิ้นตามที่ สงั เกต เช่น สชี มพู ผิวเรียบ ) 1.3 รบิ บนิ้ มีวสั ดกุ ่ชี นดิ ประกอบกัน (วัสดุ 1 ชนดิ คอื ผา้ ) 1.4 ถ้านักเรียนนำริบบิ้นผ้าไปทำเป็นวัตถุอื่น ๆ จะทำเป็นอะไรได้อีกบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น นำมาผูกผม นำมา ประดิษฐ์เปน็ สร้อยข้อมอื หรือใชป้ ระกอบงานฝีมือตา่ ง ๆ) นักเรยี นสงั เกตโมบาย จากนัน้ อภปิ รายตามแนวคำถามดงั ต่อไปนี้ 1.5 วัตถุทน่ี กั เรียนสงั เกตคอื อะไร (โมบาย) 1.6 โมบายมีลักษณะอย่างไร (นักเรียนตอบลักษณะของโมบายตามท่ี สงั เกต เชน่ โมบายประกอบด้วยไม้แขวนหลายอันที่ไม้แขวนแต่ละอัน ประกอบด้วยเชือกที่ร้อยกับวัตถุต่าง ๆ ได้แก่ ก้อนไหมพรม แท่งโลหะ กระดิ่ง เปลือกหอย ลูกไม้แห้ง ใบไม้ เป็นต้น ซึ่งคำตอบ ของนักเรียนจะขึ้นอยู่กับลักษณะของโมบายที่ครูนำมาให้ นักเรียน สังเกต) 1.7 โมบายมีวัสดุกี่ชนิดประกอบกัน (นักเรียนตอบตามที่สังเกต เช่น โมบายประกอบด้วยไม้แขวน เชือก และวัสดุที่นำมาผูก ได้แก่ ก้อนไหมพรม) ⎯ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ อื ครูรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของวตั ถแุ ละวัสดุ 18 1.8 นักเรยี นสามารถแยกวัสดทุ ่ีใช้ทำโมบายไปประกอบเป็นวัตถุใหม่ได้อีก ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ หรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น นำ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่นักเรียนจะได้ เชือกที่ร้อยก้อนไหมพรมมามัดรวมกันและประดิษฐ์เป็นสร้อยคอหรือ ฝึกจากการทำกิจกรรม สรอ้ ยข้อมือ และนำไม้แขวนโมบายมาประดิษฐเ์ ปน็ ไมแ้ ขวนเสอ้ื ) S1 การสังเกตเก่ียวกบั ลกั ษณะของตวั ต่อ 2. ครูเชื่อมโยงความรู้พ้นื ฐานของนักเรยี นเข้าสู่กิจกรรมท่ี 1 โดยใช้คำถามดังนี้ รูปเรขาคณิต การทำวัตถุชิ้นใหม่จากวัตถุชิ้นเดิม เช่น สร้อยคอหรือสร้อยข้อมือทำจาก วัสดุที่แยกออกมาจากโมบายได้อย่างไรบ้าง และวัตถุที่สร้างขึ้นใหม่จะมี S4 การจำแนกประเภทของตัวต่อท่มี ี ลกั ษณะเหมอื นกับวัตถชุ ิน้ เดมิ หรือไม่ อยา่ งไร ชนิ้ ส่วนของตวั ต่อรปู เรขาคณิต 3. นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม และ ทำเป็นคิดเป็น และร่วมกันอภิปรายเพื่อ S8 การลงความเหน็ จากข้อมูลเกีย่ วกับ ตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการทำกิจกรรม โดยใช้คำถาม การตอ่ ตัวต่อให้เปน็ วตั ถรุ ปู แบบใหม่ ดงั นี้ จากวัตถรุ ูปแบบเดิม 3.1 กิจกรรมนี้นักเรยี นจะได้เรียนเรื่องอะไร (การประกอบวัตถุชิ้นใหม่จาก วัตถุช้นิ เดิม) 3.2 นักเรียนจะได้เรียนรู้เรื่องนี้ด้วยวิธีใด (สังเกตลักษณะของวัตถุชิ้นเดิม และสังเกตลักษณะของวัตถุที่ประกอบขน้ึ จากชิน้ ส่วนของวสั ดชุ ้นิ เดมิ ) 3.3 เมื่อเรียนแล้วนักเรียนจะทำอะไรได้ (สามารถอธิบายและเปรียบเทียบ ลกั ษณะของวตั ถุช้ินใหมท่ ีป่ ระกอบขึน้ จากวตั ถุเดมิ ) 4. นกั เรียนบันทึกจุดประสงคล์ งในแบบบันทึกกจิ กรรม หนา้ 5 5. นักเรยี นอา่ นสงิ่ ที่ตอ้ งใช้ในการทำกจิ กรรม 6. นักเรียนอ่านทำอย่างไรทีละข้อ โดยครูใช้วิธีฝึกอ่านที่เหมาะสมกับ ความสามารถของนักเรียนในการฝึกทักษะการอ่าน จากนั้นครูตรวจสอบ ความเข้าใจในการทำกิจกรรม จนนักเรียนเข้าใจลำดับการทำกิจกรรม โดย ใช้คำถามดงั นี้ 6.1 นักเรียนต้องสังเกตอะไรเป็นอันดับแรก (สังเกตลักษณะของตัวต่อ แต่ละชิน้ และนบั จำนวนชนิ้ สว่ นของตัวตอ่ ทง้ั หมด) 6.2 นักเรียนต้องทำอะไรในลำดับต่อไป (อภิปรายและบันทึกว่าถ้านำ ชิ้นส่วนของตัวต่อทั้งหมดมาต่อเป็นวัตถุรูปแบบใหม่จะต่อเป็นวัตถุ รูปใดได้บ้าง) 6.3 เมอื่ นกั เรียนบนั ทึกผลแลว้ ต้องทำอยา่ งไรต่อไป (ตกลงร่วมกันว่าจะต่อ ตัวต่อรูปแบบใด จากนั้นเริ่มต่อตัวต่อแล้ววาดรูปตัวต่อที่ต่อเสร็จ เรยี บรอ้ ยแลว้ ลงในแบบบันทึกกิจกรรม) 6.4 เมอ่ื นกั เรียนวาดภาพเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ตอ้ งทำอย่างไรตอ่ ไป (ร่วมกนั อภิปรายและเปรียบเทียบการประกอบตัวต่อในรูปแบบใหม่กับ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
19 คมู่ ือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงของวตั ถแุ ละวัสดุ รูปแบบเดิม จากนนั้ นำเสนอผลงานและอธบิ ายขน้ั ตอนการต่อตัวต่อใน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รปู แบบใหม่) และทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ทน่ี กั เรยี น 7. เมื่อนักเรียนเข้าใจวิธีการทำกิจกรรมในทำอย่างไรแล้ว ครูแจกวัสดุ จะได้ฝกึ จากการทำกิจกรรม อปุ กรณ์ และใหน้ ักเรยี นเรม่ิ ปฏิบตั ติ ามขั้นตอนการทำกิจกรรม 8. หลังจากทำกิจกรรมแล้ว ครูนำอภิปรายผลการทำกิจกรรม โดยใช้คำถาม C1 การออกแบบการทำวตั ถชุ นิ้ ใหม่จากการใช้ ดงั นี้ ชน้ิ สว่ นของวตั ถุเดิม 8.1 วัตถุรูปแบบใหม่ที่นักเรียนประกอบมีรูปร่างเป็นอย่างไร (นักเรียน ตอบตามความคิดของนักเรียน เชน่ รูปร่างคล้ายหา่ น เปด็ หรอื นก) C2 การคิดโดยใชเ้ หตผุ ลท่ีหลากหลายวเิ คราะห์ 8.2 ตัวต่อที่นำมาต่อเป็นวัตถุดังกล่าวมีกี่ชิ้น แต่ละชิ้นมีลักษณะเป็น และประเมินคำตอบทน่ี ่าจะเป็นไปได้ อย่างไร (ตัวต่อทั้งหมดมีจำนวน 7 ชิ้น มีรูปสี่เหลี่ยม 2 ชิ้น เป็น เก่ยี วกับการต่อชิ้นสว่ นตัวตอ่ เปน็ วตั ถุ สี่เหลี่ยมด้านขนานสีเขียว 1 ชิ้นและสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีส้ม 1 ชิ้น มีรูป รูปแบบใหม่ สามเหลี่ยมทั้งหมด 5 ชิ้น เป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ 2 ช้ิน สีเหลืองและสีน้ำเงิน รูปสามเหลี่ยมขนาดกลางสีเหลือง 1 ชิ้น และ C4 การนำเสนอขอ้ มูลและอธบิ ายขัน้ ตอนการ รปู สามเหล่ยี มขนาดเลก็ 2 ชน้ิ สนี ้ำเงินและสีแดง) ทำวัตถุชน้ิ ใหม่จากชน้ิ สว่ นของวตั ถชุ ิน้ เดมิ 8.3 รูปแบบวัตถุชิ้นใหม่ที่แต่ละกลุ่มต่อเหมือนหรือแตกต่างจากวัตถุช้ิน ให้ผอู้ ื่นเขา้ ใจ เดิมอย่างไร (คำตอบขน้ึ อยกู่ ับรปู แบบวัตถุชน้ิ ใหม่ท่นี ักเรยี นเลือกตอบ โดยครูอาจเลือกตวั แทน 2-3 กลุม่ ตอบคำถาม) C5 การทำงานร่วมกบั ผูอ้ น่ื เกีย่ วกบั การทำวัตถุ 8.4 การตอ่ ตัวต่อให้เปน็ วัตถุรปู แบบใหมม่ ีขนั้ ตอนอยา่ งไร ชน้ิ ใหม่จากวตั ถชุ น้ิ เดิม (การต่อตวั ต่อใหเ้ ปน็ วตั ถรุ ปู แบบใหมม่ ขี นั้ ตอน ดงั นี้ ถ้านักเรียนไม่สามารถตอบ 1. แยกชน้ิ สว่ นตัวตอ่ แตล่ ะชิน้ ออกจากตัวตอ่ รปู เดมิ ทีใ่ ห้มา คำถามหรืออภิปรายได้ตามแนว 2. เลือกชนิ้ ส่วนตวั ต่อชิ้นทตี่ อ้ งการมาวางทลี ะชิ้นใหเ้ ป็นรูปแบบ คำตอบ ครูควรให้เวลานักเรียน คิดอย่างเหมาะสม รอคอยอย่าง ใหมต่ ามท่ีต้องการ) อดทน และรับฟังแนวความคิด 9. ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถามในส่ิงท่ีอยากร้เู พิ่มเติมเก่ียวกับการประกอบ ของนกั เรียน วัตถุชิน้ ใหม่จากวัตถุชิ้นเดิม จากนั้นรว่ มกันอภปิ รายและลงข้อสรปุ ว่าวัตถทุ ่ี ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนต่าง ๆ ซึ่งชิ้นส่วนนั้นอาจเหมือนหรือแตกต่างกัน เราสามารถแยกชิ้นส่วนเหล่าน้ันและนำชนิ้ ส่วนแตล่ ะชิ้นมาประกอบกันเป็น วตั ถชุ น้ิ ใหมไ่ ด้หลายรปู แบบ (S13) 10.นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร และร่วมอภิปรายเพื่อให้ได้แนวคำตอบท่ี ถกู ต้อง 11.นกั เรียนอ่าน ส่ิงทีไ่ ด้เรยี นรู้ และเปรียบเทียบกบั ข้อสรปุ ของตนเอง 12.ครูกระตุ้นให้นักเรียนฝึกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่สงสัยหรืออยากรู้เพิ่มเติม ใน อยากรู้อีกว่า จากนั้นครูอาจสุ่มนักเรียน 2 -3 คน นำเสนอคำถามของ ⎯ สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คูม่ อื ครูรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงของวตั ถแุ ละวสั ดุ 20 ตนเองหน้าชั้นเรียน และให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับคำถามท่ี นำเสนอ 13. ครูนำอภิปรายเพื่อให้นักเรียนทบทวนว่าได้ฝึกทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรแ์ ละทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 อะไรบ้างและในขนั้ ตอนใด 14. นักเรียนร่วมกันอ่านรู้อะไรในเรื่องนี้ ในหนังสือเรียน หน้า 8 ครูนำ อภิปรายเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ในเรื่องนี้ จากนั้นครู กระตุ้นให้นักเรียนตอบคำถามในช่วงท้ายของเนื้อเรือ่ ง ซึ่งเป็นคำถามเพื่อ เชื่อมโยงไปสู่การเรียนเนื้อหาในบทถัดไป ดังน้ี “สมบัติของวัตถุและวัสดุ ต่าง ๆ สามารถการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ อย่างไร” นักเรียนสามารถ ตอบตามความเข้าใจของตนเอง ซึ่งจะหาคำตอบได้จากการเรียนในบท ต่อไป การเตรียมตวั ล่วงหนา้ สำหรับครู เพอ่ื จดั การเรียนรใู้ นครงั้ ถดั ไป ในครั้งถัดไป นักเรียนจะได้เรียน เรื่องที่ 2 ร้อนขึ้น เย็นลง โดยครูควร เตรียมช็อกโกแลตมาให้นักเรียนสังเกต 2 แบบ คอื แบบที่ยงั ไม่หลอมเหลว และแบบ ที่หลอมเหลว เพื่อตรวจสอบความรู้เดิม เก่ียวกบั การเปล่ียนแปลงของวัสดุ สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
21 คู่มือครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลีย่ นแปลงของวัตถุและวสั ดุ แนวคำตอบในแบบบันทกึ กจิ กรรม สังเกตและอธิบายการทำวัตถุช้นิ ใหมจ่ ากวัตถชุ นิ้ เดมิ สงั เกตและเปรียบเทยี บลกั ษณะของวัตถุเม่อื ประกอบข้ึนใหม่ กับวตั ถุเดมิ บา้ น กระตา่ ย แมว ⎯ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค่มู ือครรู ายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของวัตถแุ ละวัสดุ 22 บา้ น สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
23 คมู่ ือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หนว่ ยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของวัตถแุ ละวสั ดุ วัตถุช้นิ ใหมเ่ หมือนกบั วัตถุชิ้นเดิม คอื ประกอบขึน้ มาจากชิ้นสว่ นเดยี วกนั ท้งั หมด วัตถชุ ้ินใหมแ่ ตกตา่ งจากวัตถชุ ้ินเดมิ คอื ช้นิ ส่วนของตัวตอ่ แต่ละชิ้นอย่คู นละ ตำแหน่ง และรูปรา่ งของวัตถุทปี่ ระกอบใหมแ่ ตกต่างจากวัตถชุ ้นิ เดมิ ทำได้โดยแยกชน้ิ สว่ นของวตั ถุเดมิ ออกแล้วนำชิ้นสว่ นแต่ละชนิ้ ไปต่อเป็นวตั ถใุ หม่ วัตถเุ ดมิ ซึ่งประกอบด้วยชิน้ สว่ นทีม่ ีลกั ษณะทัง้ เหมือนและแตกตา่ งกนั สามารถแยกชนิ้ ส่วนออกแล้วนำชนิ้ สว่ นแตล่ ะช้ินไปประกอบเป็นวตั ถุช้นิ ใหม่ที่มีลกั ษณะแตกต่างไปจากเดิม วัตถเุ ดิมที่ประกอบด้วยชิน้ ส่วนตา่ ง ๆท่ีมีลักษณะเหมือนหรอื แตกต่างกนั สามารถแยกชิ้นส่วนและนำชน้ิ สว่ นเหล่าน้ันมาประกอบเป็นวตั ถุชน้ิ ใหมไ่ ด้ ⎯ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค่มู อื ครูรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปล่ียนแปลงของวัตถแุ ละวสั ดุ 24 คำถามของนักเรียนท่ีตั้งตามความอยากร้ขู องตนเอง สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
25 ค่มู ือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของวัตถุและวสั ดุ แนวการประเมินการเรียนรู้ การประเมนิ การเรียนรู้ของนักเรยี นทำได้ ดงั นี้ 1. ประเมนิ ความร้เู ดิมจากการอภปิ รายในช้ันเรียน 2. ประเมินการเรยี นร้จู ากคำตอบของนักเรยี นระหว่างการจัดการเรยี นรแู้ ละจากแบบบนั ทึกกจิ กรรม 3. ประเมินทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 จากการทำกิจกรรมของนักเรียน การประเมนิ จากการทำกิจกรรมท่ี 1 ทำวตั ถชุ น้ิ ใหมจ่ ากวตั ถุชิน้ เดมิ ไดอ้ ย่างไร รหสั สิง่ ทป่ี ระเมนิ คะแนน ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ S1 การสงั เกต S4 การจำแนกประเภท S8 การลงความเหน็ จากขอ้ มลู S13 การตคี วามหมายขอ้ มลู และลงขอ้ สรุป ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 C1 การสรา้ งสรรค์ C2 การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ C4 การสื่อสาร C5 ความรว่ มมือ รวมคะแนน ⎯ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มอื ครรู ายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลีย่ นแปลงของวัตถแุ ละวสั ดุ 26 ตาราง รายการประเมนิ และเกณฑ์การประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการ รายการประเมิน ดี (3) เกณฑ์การประเมิน ควรปรับปรงุ (1) ทางวิทยาศาสตร์ พอใช้ (2) S1 การสังเกต การสงั เกตและบรรยาย สามารถสงั เกตโดยใช้ สามารถสังเกตโดยใช้ สามารถสงั เกตโดยใช้ รายละเอยี ดเกยี่ วกับ ประสาทสมั ผสั เก็บ ประสาทสมั ผัสเกบ็ ประสาทสมั ผัสเก็บ ลักษณะของวตั ถชุ ิ้นเดมิ รายละเอียดของข้อมูลและ รายละเอียดของข้อมูลและ รายละเอยี ดของข้อมลู และ และวตั ถุชนิ้ ใหมโ่ ดยใช้ บรรยายเกย่ี วกบั ลกั ษณะ บรรยายเกย่ี วกบั ลักษณะ บรรยายเกี่ยวกบั ลกั ษณะ ประสาทสมั ผสั ของวตั ถุชิน้ เดิมและวตั ถุ ของวตั ถชุ ้นิ เดิมและวตั ถุชน้ิ ของวตั ถชุ ้นิ เดิมและวตั ถุ ช้ินใหม่โดยสงั เกตได้ ใหมไ่ ด้ถกู ต้องจากการช้แี นะ ช้ินใหม่ได้ถูกตอ้ งเพียง ถูกต้องดว้ ยตนเอง ไม่เพ่ิม ของครูหรอื ผู้อื่น บางสว่ น แมว้ ่าจะไดร้ บั คำ ความคดิ เห็น ชแ้ี นะจากครูหรือผอู้ นื่ S4 การจำแนก การกำหนดเกณฑ์และ สามารถกำหนดเกณฑ์และ สามารถกำหนดเกณฑ์และ สามารถจำแนกประเภท ประเภท จำแนกประเภทชิน้ ส่วน จำแนกประเภท จำแนกประเภทชิน้ สว่ น ชิน้ สว่ นของตัวต่อรูป ของตวั ต่อรูปเรขาคณติ ชน้ิ ส่วนของตัวต่อรูป ของตัวต่อรูปเรขาคณิต เรขาคณิตออกเปน็ กลุ่มได้ ออกเปน็ กลมุ่ ตามเกณฑ์ เรขาคณติ ออกเปน็ กลุ่มได้ ออกเป็นกลุ่มได้ถูกต้องตาม แต่ไมส่ ามารถบอกเกณฑ์ ที่กำหนด ถูกต้องตามเกณฑท์ ่ี เกณฑ์ที่กำหนดจากการ ในการจำแนกได้แม้ว่าจะ กำหนดดว้ ยตนเอง ชีแ้ นะของครหู รือผ้อู ืน่ ได้รับคำชี้แนะจากครหู รอื ผอู้ น่ื S8 การลงความ การลงความเหน็ จาก สามารถลงความเหน็ จาก สามารถลงความเหน็ จาก สามารถลงความเหน็ จาก เหน็ จากข้อมูล ข้อมลู เก่ียวกบั การทำ ข้อมลู ที่ไดจ้ ากการสังเกต ขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการสังเกต ข้อมูลได้ถูกต้องเพยี ง วัตถชุ ิ้นใหม่จากวัตถุชิ้น ได้ถูกต้องดว้ ยตนเองวา่ ไดถ้ ูกตอ้ งจากการช้ีแนะ บางสว่ นแม้จะได้รบั การ เดิม วัตถุที่ประกอบขน้ึ จาก ของครูหรือผู้อน่ื ว่าวตั ถุท่ี ชแ้ี นะของครูหรือผู้อื่นวา่ ชิน้ ส่วนต่าง ๆ สามารถ ประกอบขนึ้ จากชนิ้ ส่วน วัตถทุ ่ีประกอบข้นึ จาก แยกช้ินส่วนออกและนำ ตา่ ง ๆ สามารถแยก ชน้ิ ส่วนต่าง ๆ สามารถ ชน้ิ สว่ นทงั้ หมดนนั้ มา ชน้ิ สว่ นออกและนำช้ินสว่ น แยกชน้ิ ส่วนออกและนำ ประกอบเป็นวัตถุชิน้ ใหม่ ท้ังหมดนนั้ มาประกอบเปน็ ชน้ิ ส่วนท้งั หมดนนั้ มา ได้ วัตถชุ น้ิ ใหมไ่ ด้ ประกอบเป็นวัตถชุ ิ้นใหม่ ได้ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
27 คูม่ ือครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของวัตถุและวสั ดุ ทกั ษะกระบวนการ รายการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน ทางวิทยาศาสตร์ การตีความหมายข้อมลู ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรุง (1) S13 การตคี วาม จากการสังเกต การ สามารถตีความหมาย หมายขอ้ มลู อภปิ ราย และลงข้อสรุป สามารถตีความหมาย สามารถตีความหมาย ข้อมลู จากการสังเกต การ และลง เกีย่ วกบั การทำวัตถชุ ้นิ อภปิ ราย และลงข้อสรปุ ข้อสรปุ ใหม่จากวัตถชุ ้ินเดิม ข้อมลู จากการสังเกต การ ข้อมลู จากการสังเกต การ เกยี่ วกบั การทำวัตถชุ ิ้นใหม่ จากวตั ถชุ ิ้นเดมิ ได้ถูกตอ้ ง อภิปราย และลงข้อสรปุ อภิปราย และลงข้อสรุป เพียงบางส่วนแม้ว่าจะได้ รบั คำช้ีแนะจากครูหรือ เกย่ี วกับการทำวตั ถุชน้ิ ใหม่ เกี่ยวกบั การทำวตั ถุช้นิ ใหม่ ผอู้ ื่นวา่ วตั ถเุ ดิมท่ีประกอบ ขึน้ จากชิ้นส่วนต่าง ๆ จากวตั ถชุ ้นิ เดิมได้ถูกตอ้ ง จากวตั ถุชน้ิ เดมิ ได้ถูกต้อง สามารถแยกชิน้ ส่วนออก และนำช้นิ สว่ นทงั้ หมดนนั้ ด้วยตนเองวา่ วตั ถเุ ดิมท่ี จากการช้ีแนะของครูหรือ มาประกอบเปน็ วัตถุช้นิ ใหมไ่ ด้ ประกอบข้นึ จากชิ้นส่วน ผูอ้ ่นื ว่าวัตถเุ ดิมท่ีประกอบ ต่าง ๆ สามารถแยก ข้ึนจากช้ินสว่ นต่าง ๆ ชน้ิ สว่ นออกและนำ สามารถแยกชิน้ ส่วนออก ช้ินสว่ นทัง้ หมดนน้ั มา และนำชิน้ สว่ นท้ังหมดนั้น ประกอบเป็นวัตถุช้ินใหม่ มาประกอบเป็นวัตถุชิ้น ได้ ใหมไ่ ด้ ⎯ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คูม่ ือครรู ายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของวัตถุและวัสดุ 28 ตาราง รายการประเมนิ และเกณฑ์การประเมินทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ทกั ษะแห่ง รายการประเมนิ ระดับความสามารถ ศตวรรษที่ 21 C1 การสร้างสรรค์ ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรุง (1) C2 การคิดอย่างมี การออกแบบการ ส า ม า ร ถ อ อ ก แ บ บ สามารถออกแบบรูปแบบ ส า ม า ร ถ อ อ ก แ บ บ วิจารณญาณ ทำวัตถุชิ้นใหม่ รูปแบบของวัตถุช้ิน ของวัตถุชิ้นใหม่ที่ทำจากวัตถุ รูปแบบของวัตถุชิ้นใหม่ C4 การส่ือสาร จากวตั ถุชน้ิ เดมิ ใหม่ที่ทำจากวัตถุชิ้น ชิ้นเดิมได้โดยต้องอาศัยการ ที่ทำจากวัตถุชิ้นเดิมได้ เดิมไดด้ ว้ ยตนเอง ช้ีแนะจากครหู รอื ผ้อู น่ื แตไ่ มส่ มบูรณแ์ ม้ว่าจะได้ รับคำชี้แนะจากครูหรือ ผู้อ่ืน การคดิ โดยใช้ ส า ม า ร ถ ค ิ ด โ ด ย ใ ช้ สามารถคิดโดยใช้เหตุผลท่ี สามารถคิดโดยใช้เหตุผล เหตผุ ลท่ี เหตุผลที่หลากหลาย หลากหลาย วิเคราะห์และ เพียงเหตุผลเดียว มา หลากหลาย วิเคราะห์และประเมิน ประเมินคำตอบที่น่าจะ วิเคราะห์และประเมิน วิเคราะหแ์ ละ คำตอบที่น่าจะเป็นไป เป็นไปได้จากข้อมูลที่มีด้วย คำตอบได้ โดยต้องได้ ประเมนิ คำตอบท่ี ได้จากข้อมูลที่มีด้วย มุมมองที่หลากหลายได้ รับคำชี้แนะจากครูหรือ นา่ จะเปน็ ไปได้ มมุ มองท่หี ลากหลายได้ ถูกต้องจากการชี้แนะของครู ผอู้ นื่ จากข้อมูลทม่ี ดี ว้ ย ถูกต้องดว้ ยตนเอง หรอื ผอู้ ่ืน มุมมองที่ หลากหลาย การนำเสนอ สามารถนำเสนอขอ้ มูล สามารถนำเสนอข้อมูลจาก สามารถนำเสนอข้อมูล ขอ้ มูลจากการ จากการอภิปราย การอภปิ รายเปรยี บเทยี บ จากการอภปิ ราย อภิปราย เปรยี บเทยี บลกั ษณะ ลักษณะของวตั ถชุ ้นิ เดิมกบั เปรยี บเทยี บลักษณะ เปรยี บเทียบ ของวัตถชุ ิน้ เดิมกบั วตั ถุ วัตถชุ ้นิ ใหม่ และอธิบาย ของวัตถุช้นิ เดิมกบั วตั ถุ ลกั ษณะของวตั ถุ ช้นิ ใหม่ และอธบิ าย ขัน้ ตอนการนำชิน้ สว่ น ชิน้ ใหม่ และอธบิ าย ชนิ้ เดมิ กบั วตั ถุชิ้น ขั้นตอนการนำชนิ้ ส่วน ทงั้ หมดจากวตั ถชุ ิ้นเดิมมา ขั้นตอนการนำชิน้ สว่ น ใหม่ และอธบิ าย ท้ังหมดจากวัตถุชน้ิ เดิม ประกอบเป็นวัตถุช้ินใหม่ให้ ทั้งหมดจากวตั ถุชิ้นเดมิ ขั้นตอนการนำ มาประกอบเปน็ วตั ถุ ผู้อืน่ เข้าใจได้ถูกต้อง โดย มาประกอบเปน็ วตั ถชุ ิ้น ชิ้นส่วนทงั้ หมด ช้ินใหม่ใหผ้ อู้ น่ื เข้าใจได้ ได้รับการชแี้ นะของครูหรือ ใหมใ่ ห้ผ้อู ่นื เขา้ ใจได้ จากวัตถุชิน้ เดิม ถกู ต้อง ดว้ ยตนเอง ผู้อื่น ถกู ต้องเพียงบางส่วน มาประกอบเป็น แมว้ า่ จะได้รบั การชีแ้ นะ วัตถุชนิ้ ใหม่ให้ จากครหู รือผู้อ่ืน ผูอ้ น่ื เขา้ ใจ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
29 คูม่ ือครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หนว่ ยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของวตั ถุและวสั ดุ ทกั ษะแห่ง รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ ศตวรรษท่ี 21 C5 ความรว่ มมือ การทำงาน ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) ร่วมกบั ผูอ้ ่ืนใน การอธิบายและ สามารถทำงานร่วมกับ สามารถทำงานร่วมกับผู้อ่ืน สามารถทำงานรว่ มกบั แสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับ ผู้อื่นในการอธิบายและ ในการอธบิ ายและแสดงความ ผ้อู นื่ ในการอธบิ ายและ การประกอบวตั ถุ ช้นิ ใหมจ่ ากวตั ถุ แสดงคว ามคิดเห็น คิดเห็นเกี่ยวกับการประกอบ แสดงความคิดเห็น ชิน้ เดมิ รวมทง้ั ยอมรบั ความ เกี่ยวกับการประกอบ วัตถุชิ้นใหม่จากวัตถุชิ้นเดิม เก่ยี วกบั การประกอบ คิดเหน็ ของผูอ้ น่ื วตั ถุชิน้ ใหมจ่ ากวัตถุช้ิน รวมทั้งยอมรับความคิดเห็น วตั ถชุ ิน้ ใหมจ่ ากวตั ถชุ น้ิ เดิม รวมทั้งยอมรับ ของผู้อื่นในบางช่วงเวลาท่ีทำ เดมิ รวมทง้ั ยอมรับความ ความคิดเห็นของผู้อ่ืน กิจกรรม คดิ เหน็ ของผอู้ นื่ ในบาง ตลอดช่วงเวลาการทำ ช่วงเวลาทท่ี ำกจิ กรรม กิจกรรม ทงั้ นี้ตอ้ งอาศัยการ กระตุ้นจากครหู รือผอู้ น่ื ⎯ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คูม่ อื ครรู ายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของวัตถุและวัสดุ 30 เร่อื งท่ี 2 รอ้ นข้ึน เย็นลง ในเรอื่ งน้นี กั เรียนจะไดเ้ รียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ วัสดเุ มือ่ ทำใหร้ ้อนขึน้ หรอื เย็นลง จุดประสงค์การเรยี นรู้ สงั เกตและอธบิ ายการเปลยี่ นแปลงของวัสดุเม่ือทำใหร้ อ้ นข้ึนหรอื เยน็ ลง เวลา 4 ช่วั โมง วัสดุ อุปกรณส์ ำหรับทำกจิ กรรม พาราฟนิ หรือเศษเทียนเก่า น้ำมันหอมระเหย มีดพลาสติกปลายมน ไม้ ไอศกรีม แก้วขนาดเล็ก เชือก ผ้าสำหรบั ทำความสะอาด บีกเกอร์ เทอร์มอมิเตอร์ ชดุ ตะเกียงแอลกอฮอล์ ขาตัง้ พร้อมทจี่ ับหลอดทดลอง สอื่ การเรียนรแู้ ละแหลง่ เรียนรู้ 1. หนังสือเรียน ป.3 เล่ม 2 หนา้ 10-17 2. แบบบันทกึ กิจกรรม ป.3 เลม่ 2 หน้า 9-12 สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
31 คู่มือครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของวัตถแุ ละวสั ดุ แนวการจัดการเรยี นรู้ (60 นาที) ในการตรวจสอบความรู้เดิม ครูเพียงรับฟังเหตุผลของนักเรียน ข้นั ตรวจสอบความรู้ (10 นาที) และยังไม่เฉลยคำตอบใด ๆ แต่ ชักชวนให้นักเรียนไปหาคำตอบ 1. ครูตรวจสอบความรเู้ ดมิ ของนักเรียนเกยี่ วกับการเปลี่ยนแปลงของ ด้วยตนเองจากการอา่ นเนอื้ เรอื่ ง วสั ดเุ ม่อื ทำให้รอ้ นขึ้นหรือเย็นลง โดยใหน้ ักเรยี นสังเกตช็อกโกแลต ทว่ี างทงิ้ ไว้ในรถซ่ึงจอดกลางแดด และใช้แนวคำถามดงั นี้ ถ้านักเรียนไม่สามารถตอบ - ช็อกโกแลตที่วางทิ้งไว้ในรถมีรูปร่าง ลักษณะ และสมบัติ คำถามหรืออภิปรายได้ตามแนว เหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตามความคิดเห็น คำตอบ ครูควรให้เวลานักเรียน ของตนเอง) คิดอย่างเหมาะสม รอคอยอย่าง อดทน และรับฟังแนวความคิด 2. ครูให้ข้อสังเกตแก่นักเรียนดังน้ี ถ้าวัสดุมีรูปร่าง ลักษณะ ขนาด ของนกั เรยี น หรือสมบตั ิแตกตา่ งไปจากเดิม แสดงว่าวสั ดุนน้ั มีการเปลย่ี นแปลง จากนน้ั ครเู ช่อื มโยงความร้เู ดิมของนักเรียนสู่การเรียนเร่ืองร้อนขึ้น เย็นลง โดยใช้คำถามว่าเมื่อทำให้วัสดุร้อนขึ้นหรือเย็นลงจะทำให้ วัสดุเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อยา่ งไร ขนั้ ฝกึ ทักษะจากการอา่ น (40 นาที) 3. นักเรียนอ่านชื่อเรื่องและคิดก่อนอ่าน ในหนังสือเรียนหน้า 10 จากนั้นร่วมกันอภิปรายเพื่อหาแนวคำตอบและนำเสนอ ครู บันทึกคำตอบของนักเรียนบนกระดานเพื่อใช้เปรียบเทียบกับ คำตอบภายหลงั การอา่ นเนือ้ เรื่อง 4. นกั เรยี นอ่านเนอ้ื เรอ่ื งในหนังสอื เรยี นหนา้ 10 โดยครฝู กึ ทกั ษะการ อ่านตามวิธีการอ่านที่เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน ครูใช้ คำถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจจากการอ่าน โดยใชค้ ำถามดงั น้ี 4.1 แมข่ องข้าวตูทำอะไร (ซือ้ เคก้ ไอศกรีม) 4.2 พอ่ ค้าทำอย่างไรเพ่อื ใหแ้ ม่ของข้าวตูนำเค้กไอศกรีมกลับบ้าน ได้ (บรรจุเคก้ ไอศกรมี ลงในกล่องโฟม) 4.3 เมื่อกลับถึงบ้านเค้กไอศกรีมมีลักษณะอย่างไร (เค้กไอศกรีม ยังคงสวยและน่ารบั ประทานเหมอื นเดมิ ) ⎯ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของวัตถแุ ละวสั ดุ 32 ขน้ั สรุปจากการอ่าน (10 นาท)ี การเตรียมตวั ล่วงหนา้ สำหรับครู เพอื่ จัดการเรยี นร้ใู นครง้ั ถัดไป 5. ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่อ่านซึ่งควรสรุปได้ว่า การบรรจุ เค้กไอศกรีมลงในกล่องโฟมทำให้เค้กไอศกรีมนั้นมีลักษณะ ในครั้งถัดไป นักเรียนจะได้ทำ สวยงามและน่ารับประทานเหมอื นเดิม กิจกรรมที่ 2 ความร้อนมีผลต่อวัสดุ อย่างไร ครูอาจจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ 6. นกั เรยี นตอบคำถามในรู้หรือยัง ในแบบบนั ทกึ กจิ กรรมหน้า 9 สำหรับทำกิจกรรม หรือครูอาจ 7. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อเปรียบเทียบคำตอบของ มอบหมายงานให้นักเรียนนำอุปกรณ์ บางอย่างมาเอง เช่น แก้วขนาดเล็ก ไม้ นักเรียนในรู้หรือยัง กับคำตอบที่เคยตอบและบันทึกไว้ใน ไอศกรมี ผ้าสำหรับทำความสะอาด คิดก่อนอ่าน 8. ครูชักชวนนักเรียนตอบคำถามท้ายเรื่องที่อ่าน คือ ถ้าไม่นำ เค้กไอศกรีมบรรจุลงในกล่องโฟม เค้กไอศกรีมจะเป็นอย่างไร ครูบันทึกคำตอบของนักเรียนบนกระดานโดยยังไม่เฉลยคำตอบ แตช่ กั ชวนให้นกั เรียนหาคำตอบจากการทำกิจกรรม สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
33 คมู่ ือครรู ายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของวัตถุและวัสดุ แนวคำตอบในแบบบันทกึ กิจกรรม นำเค้กไอศกรีมบรรจุลงในกล่อง โฟม ⎯ สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ อื ครรู ายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงของวัตถุและวัสดุ 34 กิจกรรมท่ี 2 ความรอ้ นมผี ลตอ่ วสั ดอุ ยา่ งไร กิจกรรมน้ีนักเรียนจะได้ฝึกทักษะการสังเกต โดยสงั เกตลกั ษณะและการเปล่ียนแปลงของพาราฟินหรือ เศษเทียนเก่าเมื่อให้ความร้อนและหยุดให้ความร้อน เพ่ือ อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำให้ร้อนขึ้นหรือ เย็นลง เวลา 3 ชวั่ โมง จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สงั เกตและอธิบายการเปล่ียนแปลงของวสั ดเุ มือ่ ทำให้ ร้อนขนึ้ หรอื เยน็ ลง วสั ดุ อปุ กรณส์ ำหรับทำกจิ กรรม ส่ิงท่คี รตู ้องเตรยี ม/กลุ่ม 1 ก้อน ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 1 เล่ม 1. พาราฟินหรือเศษเทยี นเกา่ 1 อนั C4 การส่อื สาร 2. มีดพลาสติกปลายมน 1 ใบ C5 ความร่วมมือ 3. ไม้ไอศกรีม 1 ใบ 4. แก้วขนาดเล็ก 1 อัน ส่อื การเรยี นรู้และแหลง่ เรียนรู้ 5. บีกเกอร์ ขนาด 250 ml 1 ชดุ 6. เทอร์มอมเิ ตอร์ 1 ชุด 1. หนงั สือเรยี น ป.3 เลม่ 2 หน้า 11-17 7. ชุดตะเกยี งแอลกอฮอล์ 1 ผนื 8. ขาตั้งพร้อมที่จบั หลอดทดลอง 2. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม ป.3 เล่ม 2 หนา้ 10-12 9. ผา้ สำหรับทำความสะอาด ส่งิ ทคี่ รตู ้องเตรียม/ห้อง 1. นำ้ มันหอมระเหย 1 ขวด 2. เชอื ก 1 มว้ น ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ S1 การสังเกต S8 การลงความเห็นจากข้อมูล S13 การตคี วามหมายข้อมูลและลงขอ้ สรุป สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
35 คู่มือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของวตั ถแุ ละวัสดุ แนวการจดั การเรยี นรู้ ในการตรวจสอบความรู้เดิม ครู เพียงรับฟงั เหตุผลของนักเรยี นและยัง 1. ครูตรวจสอบความรูเ้ ดิมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเม่ือทำให้ร้อนข้ึน ไม่เฉลยคำตอบใด ๆ แต่ชักชวนให้ หรือเย็นลง โดยเปิดวีดิทัศน์เกี่ยวกับการทำให้วัสดุเปลี่ยนแปลงเมื่อทำให้ นักเรียนไปหาคำตอบด้วยตนเองจาก ร้อนขึ้น เช่น การเป่าแก้ว และให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลงของวัสดุ การทำกิจกรรม จากนนั้ นำอภปิ รายโดยใช้คำถาม ดงั นี้ 1.1 วดี ทิ ศั นท์ ่ีนักเรยี นดเู ปน็ เร่อื งเก่ียวกับอะไร (ขน้ึ อย่กู ับวีดทิ ัศน์ท่ีครูนำมา ขอ้ เสนอแนะ ใหน้ กั เรยี นสังเกต เช่น การเปา่ แกว้ ) 1.2 แท่งแก้วมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร (แท่งแก้วเปลี่ยนรูปร่างจากท่ีเป็น ครสู ามารถดาวนโ์ หลดหรอื เปิดวีดทิ ัศน์ ก้อน ๆ ทรงกระบอกสั้นสีส้ม ค่อย ๆ ยาวขึ้นและมีส่วนโค้งเว้าช่วง เกี่ยวกบั การเป่าแก้วได้จากสื่อท่ีอนุญาต กลาง จนสุดท้ายมลี วดลายและรปู รา่ งคล้ายมังกรสีเขยี ว) ให้ใชไ้ ด้ฟรี เชน่ 1.3 ขั้นต้นก่อนทำแก้วให้มีรูปร่างตามที่ต้องการต้องทำอย่างไร (นำแท่ง https://www.youtube.com/watch?v แกว้ ทีม่ ีลกั ษณะเปน็ ก้อนเขา้ เตาเผาเพื่อให้ความรอ้ น) =J_E_d8zv4L4 1.4 แท่งแก้วที่มีลักษณะเป็นก้อนเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้อย่างไร (แท่งแก้ว เปลี่ยนแปลงรูปร่างโดยการนำไปให้ความรอ้ นและใช้เครื่องมือเพื่อบีบ บิด ดดั ดงึ แทง่ แกว้ ใหม้ ีรูปร่างตามต้องการ) 1.5 วัสดุเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ลักษณะ หรือขนาดได้อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น การให้ความร้อน การ บบี การบดิ การดัด การดึง หรอื การทุบ) 2. ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนเข้าสู่กิจกรรมที่ 2 โดยใช้คำถามดังนี้ จากวีดิทัศน์ นอกจากการกระทำต่าง ๆ ที่ทำให้วัสดุเกิดการเปลี่ยนแปลง แล้ว ยังมีวิธีใดอีกบา้ งทท่ี ำใหว้ สั ดุเกิดการเปลยี่ นแปลงได้ 3. นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม และ ทำเป็นคิดเป็น จากนั้นร่วมกันอภิปรายเพื่อ ตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการทำกิจกรรม โดยใช้แนว คำถามดงั น้ี 3.1 กิจกรรมนนี้ ักเรียนจะได้เรียนเร่ืองอะไร (การเปลย่ี นแปลงของวัสดุเมื่อ ทำใหร้ อ้ นขน้ึ หรือเยน็ ลง) 3.2 นักเรียนจะได้เรียนรู้เรื่องนี้ด้วยวิธีใด (การสังเกตการเปลี่ยนแปลงของ วสั ดเุ ม่อื ทำใหร้ อ้ นข้นึ หรือเยน็ ลง) 3.3 เมื่อเรียนแล้วนักเรียนจะทำอะไรได้ (สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลง ของวัสดุเม่อื ทำให้ร้อนข้นึ หรอื เย็นลง) 4. นักเรยี นบนั ทึกจดุ ประสงคล์ งในแบบบันทึกกิจกรรม หนา้ 10 ⎯ สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คมู่ อื ครูรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของวตั ถแุ ละวสั ดุ 36 5. นักเรียนอ่านสิ่งที่ต้องใช้ในการทำกิจกรรม ถ้านักเรียนไม่รู้จักวัสดุอุปกรณ์ ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ บางอย่าง ครูควรนำสิ่งนั้นมาแสดงให้ดู หรือถ้านักเรียนไม่รู้วิธีการใช้ อุปกรณ์ ครูควรแนะนำและสาธิตวธิ ีการใชอ้ ุปกรณ์ เช่น พาราฟิน เทอร์มอมิเตอร์ ครูควรเน้นย้ำให้นักเรียนระมัดระวัง ชดุ ตะเกยี งแอลกอฮอล์ ในการทำกิจกรรมโดยให้สวมแว่นตา นิรภัยและไม่ควรหยิบจับภาชนะที่ร้อน 6. นักเรียนอ่านทำอย่างไรทีละข้อ โดยครูใช้วิธีฝึกอ่านที่เหมาะสมกับ ด้วยมือเปล่า รวมถึงชี้แจงให้นักเรียน ความสามารถของนักเรียน จากนั้นครูตรวจสอบความเข้าใจในการ ทราบถึงข้อควรระวังสำหรับการใช้ ทำกิจกรรม จนนกั เรยี นเข้าใจลำดบั การทำกิจกรรม โดยใชค้ ำถามดงั น้ี เทอร์มอมิเตอร์ ซึ่งศึกษาได้จากหัวข้อ 6.1 นักเรียนต้องเตรียมอุปกรณ์อย่างไร (ผูกเชือกกับไม้ไอศกรีมแล้ววาง เรียนรู้อย่างปลอดภัย ในหนังสือเรียน ไม้ไอศกรีมพาดไว้ที่ส่วนบนของภาชนะ ตัดปลายเชือกด้านล่างให้ยาว หนา้ 12 พอดกี บั ความสงู ของภาชนะ 6.2 ลำดับต่อไปนักเรยี นต้องทำอะไร (สงั เกตก้อนพาราฟนิ แลว้ อภปิ รายว่า ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ ถ้านำก้อนพาราฟินมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปให้ความร้อน ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ท่ีนักเรียนจะได้ พาราฟินจะเปลี่ยนแปลงหรอื ไม่อยา่ งไร บันทึกผล) ฝกึ จากการทำกจิ กรรม 6.3 เมื่อบันทึกผลแล้ว นักเรียนต้องทำอย่างไรต่อไป (นำก้อนพาราฟินมา S1 การสงั เกตและบรรยายลักษณะของ ห่ันเปน็ ชนิ้ เลก็ ๆ แลว้ บรรจุลงในบีกเกอร์ สงั เกตลักษณะของพาราฟิน และวดั อณุ หภูมกิ ่อนใหค้ วามร้อนแก่พาราฟนิ บันทึกผล) พาราฟนิ เมอื่ ทำใหร้ ้อนข้นึ หรือเย็นลง 6.4 เราจะใช้อุปกรณ์อะไรเพื่อให้ความร้อนแก่พาราฟิน (ตะเกียง S8 การลงความเห็นจากข้อมูลเก่ียวกบั การ แอลกอฮอล์) 6.5 ขณะให้ความร้อนแก่พาราฟิน นักเรียนต้องทำอะไรบ้าง เปลยี่ นแปลงของพาราฟินเม่ือทำให้ (ใช้เทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิของพาราฟินทุก ๆ 3 นาที และสังเกต รอ้ นข้นึ หรอื เย็นลง การเปลยี่ นแปลงของพาราฟนิ บนั ทึกผล) 6.6 เมื่อหยุดให้ความร้อนแก่พาราฟินแล้วต้องทำอย่างไรต่อไป (นำสีและ น้ำมันหอมระเหยผสมกับพาราฟิน แล้วเทพาราฟินที่ผสมสีและน้ำมัน หอมระเหยแล้วลงในภาชนะที่เตรียมไว้ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของ พาราฟินและบันทึกผล) 7. นักเรียนร่วมกันอ่านเกร็ดน่ารู้ เกี่ยวกับวิธีใช้เทอร์มอมิเตอร์ ในหนังสือเรียน หนา้ 13-14 8. เมื่อนักเรียนเข้าใจวิธีการทำกิจกรรมในทำอย่างไรแล้ว ครูแจกวัสดุอุปกรณ์ และให้นกั เรยี นเรม่ิ ปฏิบตั ติ ามข้นั ตอนของกจิ กรรม 9. หลังจากทำกิจกรรมแล้ว ครูนำอภิปรายผลการทำกิจกรรม โดยใช้คำถาม ดงั น้ี 9.1 ลักษณะของพาราฟินก่อนให้ความร้อนเป็นอย่างไร (พาราฟินมี ลกั ษณะเป็นกอ้ นแข็งสขี าวขุน่ ผวิ ลื่น) สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
37 คู่มือครูรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หนว่ ยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของวัตถแุ ละวสั ดุ 9.2 อุณหภูมิของพาราฟินก่อนใหค้ วามรอ้ นมีค่าเท่าไร (คำตอบเป็นไปตาม ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ ค่าอณุ หภมู ิท่ีนกั เรียนวดั ได)้ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ท่ีนักเรียนจะได้ฝึก จากการทำกจิ กรรม 9.3 ผลการสังเกตอุณหภูมิเมื่อให้ความรอ้ นแก่พาราฟินที่เวลาต่าง ๆ เป็น อย่างไร (คำตอบขนึ้ อยู่กับการวัดอุณหภมู ทิ ี่เวลาต่าง ๆ) C4 การนำเสนอข้อมลู จากการสงั เกต และอภปิ รายเกย่ี วกบั ลักษณะของ 9.4 ขณะให้ความร้อนอุณหภูมิของพาราฟินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร พาราฟินเม่ือทำให้ร้อนขึน้ หรือเยน็ ลง (มคี า่ สูงขนึ้ เรอื่ ย ๆ) ใหผ้ ้อู ่ืนเขา้ ใจ 9.5 ลักษณะของพาราฟินขณะให้ความร้อนเป็นอย่างไร (ก้อนพาราฟิน C5 การทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื และแสดง คอ่ ย ๆ หลอมเหลว) ความคดิ เหน็ เกย่ี วกับการ หมายเหตุ นักเรียนอาจตอบว่า ก้อนพาราฟินละลาย ครูให้ความรู้ เปลย่ี นแปลงของพาราฟินเม่ือทำให้ เพิ่มเติมแก่นักเรียนว่า ขณะที่ให้ความร้อนแก่ก้อนพาราฟินแล้วก้อน รอ้ นขน้ึ หรือเย็นลง พาราฟินค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเป็นของเหลว เรียกว่า เกิดการ หลอมเหลว 9.6 หลังจากเทพาราฟินลงในภาชนะที่เตรียมไว้ แล้ววางทิ้งไว้ให้เย็น พาราฟินมีลักษณะเป็นอย่างไร (พาราฟินจะเปลี่ยนจากเหลวเป็นแขง็ มีสีตามสที ่ผี สม มีผิวเรยี บและมกี ลนิ่ ของนำ้ มนั หอมระเหย) 9.7 ลักษณะของพาราฟินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง (ก่อนให้ ความร้อน พาราฟินมีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ สีขาวขุ่น ขณะให้ความ ร้อน พาราฟินมีการเปลี่ยนแปลงจากก้อนเล็ก ๆ ค่อย ๆ หลอมเหลว และเมื่อเทพาราฟินที่หลอมเหลวลงในภาชนะที่เตรียมไว้ แล้ววางท้ิง ไว้ให้เยน็ พาราฟนิ จะเปลย่ี นแปลงจากเหลวค่อย ๆ แข็งตวั ) 9.8 นักเรียนคิดว่าสิ่งที่ได้จากการทำกิจกรรมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ใช้ทำเป็น เทยี นเพอื่ ใหค้ วามสวา่ ง หรอื ใชเ้ ป็นสงิ่ ของประดับตกแต่งห้อง) 10. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นซักถามในสง่ิ ที่อยากรู้เพิ่มเติมเก่ยี วกับความร้อนท่ี มีผลต่อวัสดุ จากนั้นร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรุปว่าเมื่อทำให้วัสดุร้อน ข้ึนหรือเยน็ ลง วัสดนุ ัน้ อาจเกิดการเปลยี่ นแปลงรปู ร่างได้ (S13) 11. นักเรียนตอบคำถามใน ฉันรู้อะไร และร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้แนว คำตอบทีถ่ ูกตอ้ ง 12. นักเรยี นสรุปส่งิ ทไ่ี ดเ้ รียนรู้ในกิจกรรมนี้ จากนั้นครใู หน้ ักเรียนอ่าน สง่ิ ทไี่ ด้ เรยี นรู้ และเปรียบเทียบกับข้อสรุปของตนเอง 13. ครกู ระตนุ้ ใหน้ ักเรียนฝึกตง้ั คำถามเก่ียวกบั เร่ืองท่ีสงสัยหรืออยากรู้เพิ่มเติม ใน อยากรู้อีกว่า จากนั้นครูอาจสุ่มนักเรยี น 2 -3 คน นำเสนอคำถามของ ⎯ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ค่มู ือครูรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของวตั ถุและวสั ดุ 38 ตนเองหน้าชั้นเรียน และให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับคำถามท่ี นำเสนอ 14. ครูนำอภิปรายเพื่อให้นักเรียนทบทวนว่าได้ฝึกทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์และทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 อะไรบ้างและในขัน้ ตอนใด 15. นักเรียนร่วมกันอ่านรู้อะไรในเรื่องน้ี ในหนังสือเรียน หน้า 16-17 ครูนำ อภิปรายเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ในเรื่องนี้ จากนั้นครู กระตุ้นให้นักเรียนตอบคำถามในช่วงท้ายของเน้ือเรือ่ งว่า เรารู้แล้ววา่ วัสดุ บางอย่างเปลีย่ นแปลงเน่ืองจากการทำให้รอ้ นขึน้ หรือเย็นลง นอกจากวิธี ด ั ง ก ล ่ า ว ย ั ง ม ี ว ิ ธ ี ใ ด อ ี ก บ ้ า ง ท ี ่ จ ะ ท ำ ใ ห ้ วั ส ด ุ ม ี ก า ร เ ป ล ี ่ ย น แ ป ล ง แ ล ะ เปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายเพ่ือหาแนวทางการตอบ คำถาม ซึ่งครูควรเน้นให้นักเรียนตอบคำถามพร้อมอธิบายเหตุผล ประกอบ และนักเรียนจะได้ไปร่วมกันหาคำตอบที่ถูกต้องจากการเรียน หนว่ ยที่ 4 แรงในชวี ติ ประจำวันตอ่ ไป สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
39 คู่มือครูรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของวัตถแุ ละวัสดุ แนวคำตอบในแบบบันทกึ กิจกรรม สงั เกตและอธิบายการเปลี่ยนแปลงของวสั ดุเมื่อทำให้ รอ้ นข้นึ หรอื เยน็ ลง คำตอบขึน้ อยกู่ ับการอภิปรายร่วมกันของนกั เรียน ⎯ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค่มู ือครรู ายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของวตั ถุและวสั ดุ 40 คำตอบข้นึ อยูก่ บั ผลการทำกิจกรรมของนักเรยี น พาราฟนิ จะเปลีย่ นจาก เหลวเป็นแข็ง และเปล่ียนจากใสเปน็ ข่นุ แตกต่างกนั พาราฟนิ ก่อนให้ความร้อนเปน็ ก้อนแขง็ สขี าวขุน่ ส่วนพาราฟินขณะใหค้ วามร้อนก้อนพาราฟนิ จะค่อย ๆ หลอมเหลว และใส สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
41 คมู่ ือครูรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของวัตถุและวัสดุ พาราฟินเมื่อเย็นลงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเปลี่ยนจากพาราฟิน เหลวเปน็ พาราฟนิ ท่แี ข็งขน้ึ และเปล่ียนจากพาราฟนิ ใสเปน็ พาราฟนิ ขนุ่ ความร้อนมีผลทำให้พาราฟินมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป โดยเปลี่ยนจาก พาราฟินที่เป็นก้อนแข็งค่อย ๆ เหลว ใส และเมื่อวางทิ้งไว้ให้เย็น พาราฟนิ จะแข็งขึน้ และขนุ่ วัสดนุ น้ั อาจจะเกิดการเปลยี่ นแปลงรปู รา่ งและลกั ษณะเมอ่ื ทำใหว้ สั ดุ รอ้ นขน้ึ หรอื เยน็ ลง คำถามของนักเรียนที่ตง้ั ตามความอยากร้ขู องตนเอง ⎯ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของวัตถุและวัสดุ 42 แนวการประเมินการเรียนรู้ การประเมินการเรยี นรู้ของนกั เรยี นทำได้ ดงั น้ี 1. ประเมนิ ความรู้เดิมจากการอภปิ รายในช้นั เรยี น 2. ประเมินการเรียนรู้จากคำตอบของนกั เรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้และจากแบบบันทึกกจิ กรรม 3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 จากการทำกจิ กรรมของนกั เรยี น การประเมินจากการทำกิจกรรมท่ี 2 ความรอ้ นมีผลตอ่ วสั ดอุ ย่างไร รหสั สิง่ ทีป่ ระเมนิ คะแนน ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ S1 การสงั เกต S8 การลงความเหน็ จากขอ้ มูล S13 การตคี วามหมายขอ้ มลู และลงข้อสรุป ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 C4 การส่ือสาร C5 ความรว่ มมอื รวมคะแนน สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
43 คู่มือครูรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงของวัตถุและวัสดุ ตาราง รายการประเมนิ และเกณฑ์การประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ทกั ษะกระบวนการ รายการประเมนิ ดี (3) เกณฑ์การประเมนิ ควรปรับปรงุ (1) ทางวิทยาศาสตร์ พอใช้ (2) S1 การสังเกต การบรรยาย สามารถใช้ประสาทสมั ผสั สามารถใช้ประสาทสมั ผัส สามารถใช้ประสาทสัมผสั รายละเอียดเกีย่ วกบั การ เก็บรายละเอยี ดของข้อมลู เก็บรายละเอยี ดของข้อมลู เกบ็ รายละเอยี ดของขอ้ มลู เปลีย่ นแปลงของวสั ดุ เกย่ี วกับลกั ษณะของ เกย่ี วกับลักษณะของ เกยี่ วกบั ลักษณะของ เมอ่ื ทำใหร้ อ้ นขน้ึ หรือ พาราฟินกอ่ นใหค้ วามร้อน พาราฟนิ ก่อนใหค้ วามร้อน พาราฟนิ กอ่ นใหค้ วามร้อน เย็นลง ขณะให้ความร้อน และเมอ่ื ขณะให้ความร้อน และเมอ่ื ขณะให้ความร้อน และเม่อื เย็นลงได้ถูกตอ้ งครบถว้ น เย็นลงไดถ้ ูกต้อง ครบถว้ น เยน็ ลงไดเ้ พยี งบางส่วน ด้วยตนเอง โดยไมเ่ พิ่ม จากการชีแ้ นะของครูหรือ แม้ว่าจะได้รับคำช้แี นะจาก ความคดิ เหน็ ผูอ้ ่ืน ครูหรือผู้อน่ื S8 การลงความ การลงความเห็นจาก สามารถลงความเห็นจาก สามารถลงความเหน็ จาก สามารถลงความเห็นจาก เห็นจากข้อมลู ขอ้ มูลเก่ียวกบั การ ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการสังเกต ข้อมลู ที่ไดจ้ ากการสังเกต ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการสงั เกต เปลีย่ นแปลงของวัสดุ ได้อยา่ งถูกตอ้ งด้วยตนเอง ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องจากการ ไดแ้ ต่ไม่ครบถ้วนแมจ้ ะ เมือ่ ทำให้ร้อนขึน้ หรือ ว่าเมือ่ ทำให้วสั ดุรอ้ นข้ึน ชีแ้ นะของครหู รือผอู้ ืน่ ว่า ได้รบั การชแี้ นะของครหู รือ เยน็ ลง หรอื เยน็ ลง วัสดนุ ั้นอาจ เมอื่ ทำให้วัสดุร้อนขน้ึ หรือ ผอู้ นื่ วา่ เม่ือทำให้วสั ดุรอ้ น เกิดการเปลีย่ นแปลง เยน็ ลง วสั ดุนั้นอาจเกดิ การ ขึ้นหรอื เย็นลง วัสดนุ นั้ อาจ รูปร่างและลักษณะได้ เปล่ยี นแปลงรปู ร่างและ เกดิ การเปลี่ยนแปลง ลกั ษณะ รูปร่างและลักษณะ S13 การตีความ การตีความหมายข้อมูล สามารถตคี วามหมาย สามารถตีความหมาย สามารถตีความหมาย หมายขอ้ มลู และลง จากการสงั เกต การ ข้อมูลจากการสงั เกตและ ข้อมูลจากการสงั เกตและ ขอ้ มูลจากการสงั เกตและ ขอ้ สรปุ อภปิ ราย และลงข้อสรปุ การอภปิ รายเก่ียวกบั การ การอภปิ รายเก่ียวกบั การ และการอภิปรายเก่ียวกบั เกย่ี วกบั การ เปล่ียนแปลงของวสั ดุเมอ่ื เปลยี่ นแปลงของวสั ดุเมอื่ การเปล่ียนแปลงของวสั ดุ เปลีย่ นแปลงของวัสดุ ทำใหร้ อ้ นขึ้นหรอื เยน็ ลงได้ ทำให้รอ้ นขน้ึ หรอื เย็นลง เมือ่ ทำใหร้ ้อนขนึ้ หรือเย็น เม่อื ทำใหร้ อ้ นข้ึนหรือ และลงข้อสรุปได้ถกู ต้อง และลงข้อสรปุ ได้ถูกต้อง ลงไดเ้ พียงบางส่วน และลง เย็นลง สมบรู ณ์ด้วยตนเอง สมบูรณ์จากการชี้แนะของ ข้อสรุปได้ไม่สมบรู ณ์แม้วา่ ครูหรือผอู้ น่ื จะได้รับคำชแ้ี นะจากครู หรอื ผอู้ ่นื ⎯ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของวัตถแุ ละวสั ดุ 44 ตาราง รายการประเมินและเกณฑ์การประเมินทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ทกั ษะแห่ง รายการประเมิน ระดบั ความสามารถ ศตวรรษที่ 21 C4 การสอื่ สาร ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1) C5 ความรว่ มมือ การนำเสนอข้อมูล สามารถนำเสนอขอ้ มูล สามารถนำเสนอข้อมูลจาก สามารถนำเสนอขอ้ มูล จากการสงั เกตและ จากการสงั เกตและจาก การสังเกตและจากการ จากการสงั เกตและจาก จากการอภิปราย การอภิปรายเกีย่ วกับ อภิปรายเกยี่ วกบั ลกั ษณะของ การอภิปรายเกีย่ วกับ เกี่ยวกับลกั ษณะ ลกั ษณะของพาราฟิน พาราฟินกอ่ นให้ความร้อน ลกั ษณะของพาราฟนิ ของพาราฟินก่อน กอ่ นให้ความรอ้ น ขณะ ขณะให้ความร้อน และเม่อื กอ่ นให้ความร้อน ขณะ ให้ความร้อน ขณะ ใหค้ วามรอ้ น และเม่ือ เย็นลงให้ผอู้ ่ืนเข้าใจได้อย่าง ใหค้ วามรอ้ น และเมื่อ ใหค้ วามรอ้ น และ เยน็ ลงใหผ้ ู้อ่นื เข้าใจได้ ถกู ต้อง โดยไดร้ บั การช้แี นะ เยน็ ลงไดถ้ ูกตอ้ งเพียง เมือ่ เย็นลงให้ผู้อ่ืน อย่างถูกต้องด้วย ของครหู รือผ้อู ่นื บางส่วน แมว้ ่าจะได้ เขา้ ใจได้ ตนเอง รบั คำช้ีแนะจากครหู รือ ผอู้ ื่น การทำงานร่วมกบั สามารถทำงานร่วมกับ สามารถทำงานร่วมกับผ้อู นื่ สามารถทำงานรว่ มกับ ผู้อ่นื และการแสดง ผอู้ ่ืนในการอภปิ ราย ในการอภปิ รายและแสดง ผ้อู ืน่ ในการอภิปรายและ ความคิดเหน็ และแสดงความคดิ เห็น ความคิดเห็นเก่ียวกบั การ แสดงความคดิ เห็น เก่ยี วกับการ เก่ยี วกับการ เปลย่ี นแปลงของวสั ดุเมื่อทำ เกี่ยวกบั การ เปลย่ี นแปลงของ เปลีย่ นแปลงของวัสดุ ให้ร้อนขนึ้ หรือเยน็ ลงได้ เปล่ียนแปลงของวสั ดุ วสั ดุเมอ่ื ทำให้ร้อน เมอ่ื ทำให้รอ้ นขึน้ หรือ รวมทง้ั ยอมรบั ความคิดเห็น เมอ่ื ทำให้ร้อนข้ึนหรอื ขน้ึ หรือเยน็ ลงได้ เยน็ ลงได้ รวมทงั้ ของผู้อื่นในบางชว่ งเวลาของ เยน็ ลง รวมทั้งยอมรับ รวมทงั้ ยอมรบั ยอมรบั ความคดิ เห็น การทำกิจกรรม ความคิดเหน็ ของผู้อืน่ ความคดิ เห็นของ ของผู้อน่ื ตั้งแต่เร่ิมต้น บางชว่ งเวลาทท่ี ำ ผอู้ ่ืน จนสำเรจ็ กิจกรรม ทง้ั นต้ี ้องอาศัย การกระตุน้ จากครหู รอื ผ้อู น่ื สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
45 คู่มือครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หนว่ ยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของวตั ถแุ ละวัสดุ กจิ กรรมท้ายบทที่ 1 การทำให้วตั ถแุ ละวสั ดเุ ปล่ยี นแปลง (1 ชวั่ โมง) 1. นักเรียนวาดรูปหรือเขียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทนี้ ในแบบบันทึกกิจกรรม หนา้ 13 2. นักเรียนตรวจสอบการสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ของตนเองโดยเปรียบเทียบกับ แผนภาพในหวั ขอ้ รูอ้ ะไรในบทน้ี ในหนังสือเรยี น หนา้ 18 3. นักเรียนกลับไปตรวจสอบคำตอบของตนเองในสำรวจความรู้ก่อนเรียน ใน แบบบันทึกกิจกรรม หน้า 2-3 อีกครั้ง ถ้าคำตอบของนักเรียนไม่ถูกต้องให้ขีด เส้นทับข้อความเหล่านั้น แล้วแก้ไขให้ถูกต้อง นอกจากนี้ครูอาจนำคำถามใน รูปนำบทในหนงั สอื เรียน หนา้ 2 มาร่วมกนั อภปิ รายคำตอบอกี คร้งั ดงั นี้ “ยังมีของเล่นของใช้อื่นอีกหรือไม่ ที่สามารถนำมาแยกชิ้นส่วนแล้วนำมา ประกอบกันเป็นวตั ถุชิน้ ใหม่ได้” ครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ รายแนวทางการ ตอบคำถาม เช่น มขี องเลน่ ของใช้อีกมากมายท่ีสามารถนำมาแยกชิ้นส่วนแล้ว ประกอบเปน็ วัตถุช้ินใหม่ได้ เชน่ ของเลน่ ตวั ตอ่ บล๊อกไม้ ชน้ิ ส่วนของรถยนต์ ที่ไม่ใช้แล้ว หรือชิ้นส่วนของของใช้ที่สามารถแยกส่วนประกอบออกมาแล้ว นำมาประดษิ ฐเ์ ปน็ ของเลน่ ของใช้หรือของประดบั ตกแต่งแบบอนื่ 4. นักเรียนทำ แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 1 การทำให้วัตถุและวัสดุเปลี่ยนแปลง จากนั้นนำเสนอคำตอบหน้าชั้นเรียน ถ้าคำตอบยังไม่ถูกต้องครูควรนำ อภิปรายหรือให้สถานการณ์เพมิ่ เตมิ เพอ่ื แกไ้ ขแนวคิดคลาดเคล่ือนให้ถูกตอ้ ง 5. นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรม ร่วมคิด ร่วมทำ โดยร่วมกันออกแบบวิธีการเก็บ ไอศกรีมใหค้ งสภาพเดิมให้นานทีส่ ดุ 6. นักเรียนอ่านและอภิปรายเนื้อเรื่องในหัวข้อวิทย์ใกล้ตัว ในหนังสือเรียน หน้า 21 โดยครูกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญของความรู้จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ใน หน่วยน้ี ว่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งไรบา้ ง 7. นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถามสำคญั ประจำหน่วยอกี คร้งั ดังน้ี - การเปลี่ยนแปลงของวตั ถุเกิดข้ึนได้อย่างไรบ้าง (การเปลีย่ นแปลงของวัตถุ อาจเกิดขึน้ จากการแยกช้ินสว่ นของวัตถุนน้ั แล้วนำมาประกอบกันเป็นวัตถุ ช้นิ ใหม่ นอกจากน้ีวตั ถแุ ละวัสดุบางชนดิ อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยการ ทำให้ร้อนข้ึนหรือทำให้เยน็ ลง) ถ้าคำตอบของนักเรียนยังไม่ถูกต้อง ให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันเพื่อให้ได้ คำตอบที่ถกู ต้อง ⎯ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค่มู อื ครรู ายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของวัตถแุ ละวสั ดุ 46 สรุปผลการเรียนรู้ของตนเอง รปู หรอื ข้อความสรุปสิ่งทไ่ี ด้เรยี นรู้จากบทนี้ตามความเขา้ ใจของนกั เรยี น สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
47 คู่มือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เลม่ 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของวตั ถุและวสั ดุ แนวคำตอบในแบบฝึกหดั ท้ายบท แผ่นซีดีเป็นวตั ถทุ ไ่ี ม่มีชน้ิ สว่ นยอ่ ย และการตดั แผน่ ซีดเี ป็นการทำให้แผ่นซีดมี ชี นิ้ ส่วนท่ีเลก็ ลงโดยการตดั แบง่ ซึง่ ไมไ่ ด้เปน็ การแยก ชิน้ สว่ นย่อย ⎯ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ค่มู อื ครรู ายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของวัตถุและวสั ดุ 48 กลอ่ งเปน็ วตั ถทุ ไ่ี ม่มชี ้ินส่วนยอ่ ย การนำกล่องมาประกอบเป็นโคมไฟเป็นเพียงการตัดกระดาษให้มีลวดลายและนำไป ประกอบกบั วัตถุอ่ืน หลังจากแยกชน้ิ ส่วนของพัดลมออก แล้วนำไปประกอบเป็นวัตถุชิ้นใหม่ วัตถุชิ้นใหม่บางชิ้นมีการนำวัตถุชิ้นอื่นที่นอกเหนือจาก ช้นิ ส่วนของพดั ลมมาประกอบดว้ ย สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
49 คูม่ ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เลม่ 2 | หนว่ ยที่ 3 การเปล่ียนแปลงของวตั ถแุ ละวัสดุ น้ำแข็งใสค่อย ๆ หล อ ม เหลวเป็น น้ำหวาน เมื่อวาง ไว้ในห้อง ช็อกโกแลตเหลว เคลือบที่ผิวของ ผลไม้และค่อย ๆ แขง็ เม่อื ช็อกโกแลต เรมิ่ เย็นลง ⎯ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ค่มู ือครรู ายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของวัตถแุ ละวัสดุ 50 สีของเนื้อหมูเปลี่ยน จ า ก ส ี แ ด ง เ ป ็ น สี น้ำตาล และบางส่วน ดำ เมื่อทำให้ร้อนขึ้น ด้วยการให้ความร้อน แก่เนอ้ื หมู น้ำหวานเปลี่ยนเป็น ไอศกรีมแท่ง เมื่อทำ ให้เย็นลงด้วยการแช่ ในนำ้ แข็ง สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
1 คมู่ ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของวัตถุและวัสดุ หนว่ ยท่ี 4 แรงในชวี ิตประจำวนั ภาพรวมการจดั การเรยี นรปู้ ระจำหน่วยท่ี 4 แรงในชวี ิตประจำวนั บท เรือ่ ง กจิ กรรม ลำดบั แนวคดิ ตอ่ เนื่อง ตวั ช้ีวัด บทที่ 1 แรงสัมผัส เร่ืองที่ 1 แรงสัมผสั กิจกรรมท่ี 1 แรงมี และแรงไมส่ ัมผัส กบั การเปลยี่ นแปลง ผลตอ่ การเคลื่อนท่ี • เมื่อออกแรงกระทำต่อวัตถุ อาจ ว 2.2 ป.3/1 การเคลอื่ นที่ของ ของวตั ถุอย่างไร ทำให้วัตถุเกิดการเปลี่ยนแปลง ระบุผลของแรงที่มตี ่อการ วัตถุ การเคลอื่ นท่ี โดยการเปลย่ี นแปลง เปลยี่ นแปลงการเคล่ือนท่ี การเคลื่อนที่ของวัตถุอาจเป็นการ ของวัตถจุ ากหลักฐานเชงิ เปลี่ยนแปลงจากหยุดนิ่งเป็น ประจักษ์ เคลื่อนที่ เคลื่อนที่อยู่แล้วเป็น เคลื่อนที่เร็วขึ้น ช้าลง หยุดน่ิง หรือเปลี่ยนทศิ ทาง เรือ่ งที่ 2 แรงไม่ กิจกรรมท่ี 2.1 แรง • แรงแบ่งออกเป็นแรงสัมผัสและ ว 2.2 ป.3/2 สัมผัสกับการ แม่เหล็กเปน็ อยา่ งไร แรงไม่สัมผัส โดยแรงสัมผัสเป็น เปรียบเทยี บและ เปล่ียนแปลงการ เคลื่อนท่ีของวัตถุ แรงที่มีการสังผัสกับวัตถุโดยตรง ยกตัวอย่างแรงสมั ผสั และ ส่วนแรงไม่สัมผัสเป็นแรงที่ไม่ แรงไม่สมั ผสั ท่ีมผี ลต่อการ จำเป็นต้องสัมผัสกับวัตถุโดยตรง เคล่ือนท่ีของวัตถุจาก เพื่อให้วัตถุเปลี่ยนแปลงการ หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ ว 2.2 ป.3/3 เคลื่อนที่ • แรงแม่เหล็กเป็นแรงไม่สัมผัส จำแนกวัตถุโดยใช้การ โดยแม่เหล็กสามารถดึงดูดวัตถุท่ี ดงึ ดูดกับแม่เหล็กเป็น เป็นสารแม่ เหล็กได้โ ดยไม่ เกณฑ์จากหลักฐานเชงิ จำเป็นต้องสัมผัสกบั วัตถนุ ้นั ประจักษ์ กิจกรรมที่ 2.2 หา • แม่เหล็กมี 2 ขั้ว เมื่อแขวนแท่ง ว 2.2 ป.3/4 ข้วั แมเ่ หล็กได้อยา่ งไร แม่เหล็ก แท่งแม่เหล็กจะวางตัว ระบุขว้ั แม่เหล็กและ อสิ ระในแนวเหนือใต้ โดยขั้วเหนือ พยากรณผ์ ลท่เี กดิ ขนึ้ จะชี้ไปทางทิศเหนือ ขั้วใต้จะชี้ไป ระหวา่ งขว้ั แม่เหล็กเมื่อ ทางทศิ ใต้ นำมาเข้าใกลก้ นั จาก หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ ⎯ สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คู่มอื ครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของวตั ถุและวัสดุ 2 บท เรือ่ ง กิจกรรม ลำดบั แนวคดิ ต่อเนอ่ื ง ตวั ชว้ี ดั กจิ กรรมท่ี 2.3 แรง • แม่เหล็กจะมีแรงกระทำต่อกัน ระหว่างแมเ่ หล็กเปน็ โดยแม่เหล็กขั้วเหมือนกันจะออก อยา่ งไร แรงผลักกัน และแม่เหล็กขั้ว ต่างกนั จะออกแรงดึงดูดกนั ร่วมคดิ ร่วมทำ สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ⎯
53 คมู่ ือครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เลม่ 2 | หน่วยที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน บทท่ี 1 แรงสมั ผัสและแรงไมส่ มั ผสั จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ปู ระจำบท เมอ่ื เรยี นจบบทนี้ นักเรียนสามารถ 1. ระบผุ ลของแรงท่ีมตี อ่ การเปล่ียนแปลงการ เคลอื่ นที่ของวัตถุ 2. จำแนกวัตถุโดยใชก้ ารดึงดดู กับแม่เหลก็ เปน็ เกณฑ์ 3. ระบขุ วั้ แมเ่ หล็กและพยากรณ์ผลที่เกดิ ขน้ึ เมื่อนำ แม่เหลก็ 2 แท่งเข้าใกลก้ นั 4. เปรยี บเทยี บและยกตวั อย่างแรงสมั ผสั และ แรงไม่สัมผสั ที่มีผลต่อการเคล่ือนท่ีของวัตถุ เวลา 12 ช่ัวโมง แนวคิดสำคญั บทนี้มอี ะไร แรงที่กระทำต่อวัตถุมีทั้งแรงสัมผัสและแรง เรื่องท่ี 1 แรงสมั ผสั กับการเปลย่ี นแปลงการ ไม่สัมผัส ซึ่งอาจทำให้วัตถุเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ได้ เคล่อื นทข่ี องวัตถุ แรงแม่เหล็กเป็นแรงที่สามารถดึงดูดสารแม่เหล็กให้ เคลื่อนที่เข้าหาแท่งแม่เหล็ก และเนื่องจากแม่เหล็กมี กจิ กรรมที่ 1 แรงมีผลตอ่ การเคลื่อนที่ของวัตถุ ข้วั แมเ่ หล็กจึงสามารถดึงดดู หรอื ผลกั แมเ่ หล็กด้วยกนั ได้ อย่างไร ส่อื การเรยี นรแู้ ละแหล่งเรียนรู้ หนา้ 22-53 เรื่องท่ี 2 แรงไมส่ มั ผสั กับการเปลยี่ นแปลง หน้า 19-49 การเคลื่อนที่ของวัตถุ 1. หนงั สือเรียน ป. 3 เลม่ 2 2. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม ป. 3 เลม่ 2 กิจกรรมที่ 2.1 แรงแมเ่ หลก็ เปน็ อย่างไร กิจกรรมท่ี 2.2 หาข้วั แมเ่ หล็กไดอ้ ย่างไร กิจกรรมที่ 2.3 แรงระหว่างแม่เหลก็ เป็นอยา่ งไร ⎯ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค่มู ือครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 4 แรงในชีวิตประจำวนั 54 ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 รหสั ทกั ษะ กจิ กรรมที่ 1 2.1 2.2 2.3 ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ S1 การสังเกต S2 การวัด S3 การใชจ้ ำนวน S4 การจำแนกประเภท S5 การหาความสมั พนั ธ์ระหว่าง สเปซกบั สเปซ สเปซกับเวลา S6 การจดั กระทำและสอ่ื ความหมายขอ้ มูล S7 การพยากรณ์ S8 การลงความเหน็ จากข้อมลู S9 การตัง้ สมมตฐิ าน S10 การกำหนดนยิ ามเชิงปฏบิ ัติการ S11 การกำหนดและควบคุมตัวแปร S12 การทดลอง S13 การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ S14 การสร้างแบบจำลอง ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 C1 การสรา้ งสรรค์ C2 การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ C3 การแก้ปัญหา C4 การสือ่ สาร C5 ความร่วมมือ C6 การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร หมายเหตุ : รหสั ทกั ษะที่ปรากฏนี้ ใช้เฉพาะหนงั สอื คมู่ อื ครเู ลม่ นี้ สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
55 ค่มู อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เลม่ 2 | หนว่ ยที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน แนวคิดคลาดเคลื่อน แนวคิดคลาดเคล่ือนท่ีอาจพบและแนวคดิ ที่ถูกต้องในบทที่ 1 แรงสัมผสั และแรงไม่สมั ผัส มดี งั ต่อไปน้ี แนวคดิ คลาดเคลอื่ น แนวคดิ ท่ีถกู ต้อง แม่เหลก็ ดงึ ดดู โลหะทุกชนดิ (Barrow, 2000) แม่เหล็กดึงดูดโลหะบางชนิดที่เป็นสารแม่เหล็ก เช่น เหล็ก แม่เหล็กมี 2 ขว้ั คือ ขั้วบวกและขวั้ ลบ* นกิ เกลิ โคบอลต์ (Yong & Wai, 2013) แมเ่ หล็กมี 2 ข้ัว คอื ขวั้ เหนอื และขว้ั ใต้ (Yong & Wai, 2013) ถ้าครูพบว่ามีแนวคิดคลาดเคลอ่ื นใดทย่ี ังไม่ไดแ้ ก้ไขจากการทำกจิ กรรมการเรยี นรู้ ครูควรจัดการเรียนรูเ้ พิ่มเติมเพือ่ แกไ้ ขต่อไปได้ * ข้อมลู ท่ีได้จากการสงั เกตชั้นเรยี นจากการทดลองใชห้ นังสือเรียนของ สสวท. ⎯ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ค่มู ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เลม่ 2 | หน่วยท่ี 4 แรงในชวี ิตประจำวัน 56 บทน้ีเริ่มตน้ อยา่ งไร (1 ชวั่ โมง) ใ น ก า ร ท บ ท ว น ค ว า ม รู้ พื้นฐาน ครูควรให้เวลานักเรียน 1. ครูทบทวนความรู้พื้นฐานและตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียน คิดอย่างเหมาะสม รอคอยอย่าง เกี่ยวกับผลของแรงกับการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ โดย อดทน นักเรียนต้องตอบคำถาม สนทนาซักถามเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุหรือสิ่งต่าง ๆ ที่นักเรียน เหล่านี้ได้ถูกตอ้ ง หากตอบไม่ได้ เคยพบเห็นในชีวติ ประจำวนั หรือครูอาจนำภาพสถานการณ์ในสถานที่ หรือลืมครูต้องให้ความรู้ท่ี ต่าง ๆ เช่น ตลาด ห้างสรรพสินค้า สนามเด็กเล่น มาให้นักเรียนสงั เกต ถูกต้องทันที แล้วชักชวนนักเรียนพูดคุยเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ในสถานการณ์นั้น ๆ เช่น ในการตรวจสอบความรู้เดิม - จากสถานการณ์ดังกล่าว นักเรียนสังเกตเห็นการเคลื่อนที่ของ ครูรับฟังเหตุผลของนักเรียนเป็น สิ่งต่าง ๆ หรือไม่ ยกตัวอย่าง (นักเรียนตอบตามผลการสังเกตตาม สำคัญ ครูยังไม่เฉลยคำตอบใด ๆ ความคิดของตนเอง เช่น การเข็นรถเขน็ ให้เคล่ือนที่ การลากกล่อง แต่ชักชวนให้หาคำตอบที่ถูกต้อง ไปบนพืน้ การเลน่ เคร่ืองเล่นในสนามเด็กเลน่ ) จากกิจกรรมตา่ ง ๆ ในบทเรียนน้ี - จากสถานการณ์ที่นักเรียนยกตัวอย่าง นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด วัตถุเหลา่ น้ันจงึ เคลือ่ นทไี่ ด้ (นกั เรยี นตอบตามความคดิ ของตนเอง) 2. ครูชักชวนนักเรียนศึกษาเรื่องแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส โดยให้อ่าน ชื่อหน่วย และอ่านคำถามสำคัญประจำหน่วยที่ 1 ในหนังสือเรียนดังนี้ แรงมีผลต่อการเปล่ยี นแปลงการเคลือ่ นทข่ี องวัตถุอย่างไร นักเรียนตอบคำถาม โดยครยู ังไมต่ อ้ งเฉลยคำตอบ แต่จะใหน้ ักเรียน ย้อนกลบั มาตอบอกี คร้งั หลังจากเรียนจบหนว่ ยนแ้ี ลว้ 3. นักเรียนอ่านชื่อบท และจุดประสงค์การเรียนรู้ประจำบท ในหนังสือ เรียน หัวข้อ “เมื่อเรียนจบบทนี้ นักเรียนสามารถ” หน้า 23 จากนั้นครู ใชค้ ำถามเพ่ือตรวจสอบความเข้าใจ ดังนี้ 3.1 บทนี้นักเรียนจะได้เรียนเรื่องอะไร (ผลของแรงที่มีต่อการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรงแม่เหล็ก แรงสัมผัสและ แรงไม่สมั ผสั ) 3.2 จากจุดประสงค์การเรียนรู้เมื่อเรียนจบบทนี้นักเรียนสามารถทำ อะไรได้บ้าง (สามารถระบุผลของแรงที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ของวัตถุ จำแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับแม่เหล็กเป็น เกณฑ์ ระบุขั้วแม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่เกิดขึ้นเมื่อนำแม่เหล็ก 2 แท่ง เข้าใกล้กัน เปรียบเทียบและยกตัวอย่างแรงสัมผัสและ แรงไม่สมั ผสั ทีม่ ีตอ่ การเคลอื่ นทีข่ องวัตถุ) สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
57 ค่มู อื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หนว่ ยที่ 4 แรงในชีวิตประจำวนั 4. นกั เรียนอา่ นชือ่ บทและแนวคดิ สำคญั ในหนังสือเรียนหน้า 24 จากน้ัน หากนักเรียนไม่สามารถตอบ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายโดยใช้คำถามดังนี้ คำถามหรืออภิปรายได้ตามแนว 4.1 จากการอ่านแนวคิดสำคัญ นักเรียนคิดว่าจะได้เรียนเกี่ยวกับ คำตอบ ครูควรให้เวลานักเรียนคิด เรื่องอะไรบ้าง (เรียนเรื่องแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส อย่างเหมาะสม รอคอยอย่างอดทน การเปล่ียนแปลงการเคลอื่ นทข่ี องวตั ถุ แรงแม่เหล็ก) และรับฟังแนวความคิดของ นกั เรียน 5. ครชู ักชวนให้นกั เรียนอ่านเน้ือเร่ืองและสังเกตรูปเข็มทิศในหนังสือเรียน หน้า 24 โดยครูฝึกทักษะการอ่านตามวิธีการอ่านที่เหมาะสมกับ ความสามารถของนักเรียน ครูตรวจสอบความเข้าใจจากการอ่าน โดย ใชค้ ำถามดงั นี้ 5.1 นักเรียนเคยเข้าค่ายลูกเสือและเคยใช้เข็มทิศในการเดินป่า หรือไม่ เข็มทิศมีประโยชน์อย่างไร (นักเรียนตอบตาม ประสบการณ์ของตนเอง เช่น เคยหรือไม่เคยใช้เข็มทิศในการ เดินป่า โดยเข็มทิศมีประโยชน์ในการบอกทิศสำหรับการ เดินทาง) 5.2 เข็มทิศมีลักษณะอย่างไร (เข็มทิศมีลักษณะเป็นทรงกลม ประกอบด้วยหน้าปัดท่ีมีสัญลักษณ์แสดงทิศต่าง ๆ และมีเข็ม เล็ก ๆ อยู่ด้านใน ปลายของเข็มอาจมีสีเป็นสัญลักษณ์และชี้ไป ทิศเหนือเสมอ) ครูอาจนำเขม็ ทศิ ของจริงแบบตา่ ง ๆ มาให้นกั เรยี นสงั เกต 5.3 เพราะเหตุใดเข็มของเข็มทิศจึงเคลื่อนที่และบอกทิศทางได้ (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ เช่น เข็มทิศเคลื่อนที่และบอก ทิศทางไดเ้ พราะมีแรงมากระทำต่อเข็มของเข็มทิศ) 5.4 นอกจากแรงที่ทำให้เข็มทิศเคลื่อนที่ได้ มีแรงอะไรอีกบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเรา และแรงเหล่านั้นมีผลต่อ การเคลื่อนทข่ี องวัตถอุ ยา่ งไร (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ เชน่ แรงจากการดึง แรงจากการผลัก หรือแรงโน้มถ่วงของโลกท่ี ทำให้วตั ถเุ คลือ่ นทไ่ี ด)้ 6. ครูชักชวนนักเรียนตอบคำถามเกี่ยวกับแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส ใน สำรวจความรู้ก่อนเรียน ในแบบบันทึกกิจกรรม หน้า 20-23 โดย นักเรียนอ่านข้อมลู ท่ีกำหนดให้ และอ่านคำถามแต่ละข้อ ครูตรวจสอบ ความเข้าใจของนักเรียน จนแน่ใจว่านักเรียนสามารถทำได้ด้วยตนเอง จึงให้นักเรียนตอบคำถามซึ่งคำตอบของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน และ คำตอบอาจถกู หรอื ผิดก็ได้ ⎯ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มอื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยที่ 4 แรงในชวี ิตประจำวนั 58 7. ครูสังเกตการตอบคำถามของนักเรียนเพื่อตรวจสอบว่านักเรียนมี แนวคิดเกี่ยวกับแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสอย่างไรโดยอาจสุ่มให้ นักเรียน 2-3 คน นำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครูยังไม่ต้องเฉลย คำตอบ แต่จะให้นักเรียนย้อนกลับมาตรวจสอบอีกครั้งหลังจากเรียน จบบทนี้แล้ว ทั้งนี้ครูควรบันทึกแนวคิดคลาดเคลื่อนหรือแนวคิดที่ น่าสนใจของนักเรียน แล้วนำมาใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อแก้ไขแนวคิดคลาดเคลือ่ นให้ถูกต้อง และต่อยอดแนวคิดที่น่าสนใจ ของนกั เรยี นตอ่ ไป สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ⎯
59 คมู่ ือครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 | หน่วยท่ี 4 แรงในชวี ิตประจำวัน แนวคำตอบในแบบบนั ทกึ กิจกรรม การสำรวจความรู้ก่อนเรยี น นักเรียนอาจตอบคำถามถูกหรือผิดก็ได้ข้นึ อยู่กบั ความรู้เดมิ ของนักเรยี น แตเ่ มอื่ เรียนจบบทเรียนแลว้ ใหน้ ักเรียนกลับมาตรวจสอบคำตอบอีกคร้ังและแก้ไขให้ถูกต้อง ดงั ตัวอยา่ ง ออกแรงกระทำกบั ม้าหมนุ เช่น ผลักหรือดงึ ออกแรงกระทำกับมา้ หมุนในทศิ ทางเดียวกับทศิ ทางท่ีม้าหมนุ กำลงั เคลื่อนท่ี ออกแรงกระทำกับม้าหมนุ ในทศิ ทางตรงกันข้ามกับทศิ ทางที่ม้า หมนุ กำลังเคลือ่ นที่ ⎯ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311